The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แนวปฏิบัติห้องผ่าตัด

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by J.SUTIPA, 2023-05-10 13:08:50

แนวปฏิบัติห้องผ่าตัด

แนวปฏิบัติห้องผ่าตัด

- Guard Angle (งอ) นำ Guard หัวกรอมาต่อเข้ากับ Handpiece โดยตอนต่อสังเกตให้ลูกศรทั้งสองอันตรงกัน แล้วทำการ หมุนเพื่อล็อคไว้ครั้งที่ 1 นำหัวกรอมาเสียบเข้ากับ Guard หัวกรอ แล้วทำการหมุนเพื่อล็อคไว้ครั้งที่ 2 ทำการทดสอบโดยการดึง หัวกรอก่อนส่งให้แพทย์ใช้งาน การดูแลรักษา Midas Legend 1. ทำการล้างเครื่องมือทั้งหมดด้วยน้ำยาล้างเครื่องมือโดยใช้ฟองน้ำถูทำความสะอาด และใช้แปรงเล็ก ๆ ขัดทำความสะอาดบริเวณตัว Guard หัวกรอ หัว perforator ใบเลื่อย เพื่อให้คราบเลือด เศษกระดูก และสิ่ง สกปรกต่างๆออกอย่างหมดจด และใช้ผ้าแห้งเช็ดซับน้ำให้แห้ง 2. ทำความสะอาดสาย Connector โดยใช้ฟองน้ำจุ่มน้ำยาล้างเครื่องมือพอหมาด ๆ เช็ดบริเวณสาย โดยตรงบริเวณหัวข้อต่อ Connector ห้ามโดนน้ำโดยเด็ดขาด อาจใช้ผ้าหรือถุงพลาสติกพันบริเวณหัวข้อต่อ Connector ไว้เพื่อกันน้ำเข้า และใช้ผ้าแห้งเช็ดซับน้ำให้แห้ง 3. นำเครื่องมือทั้งหมดไปเป่าเพื่อไล่ความชื้นออกและทำการห่อเพื่อส่งทำ Sterile


6. เอกสารอ้างอิง โรงพยาบาลบ้านแพ้ว. เครื่องเจาะและตัดกะโหลกชนิดความเร็วสูง. สืบค้นเมื่อ 27 สิงหาคม 2564, จาก https://www.bphosp.or.th/pdf/purchase080758-3.pdf Medtronic.การใช้งานและการประกอบเครื่อง Highspeed (Midas). สืบค้นเมื่อ 28 สิงหาคม 2564, จาก https://usemidasmicrodebrider.wordpress.com/midas-2/ วันที่ 28 สิงหาคม 2564 (นางสาวศิริฉัตร อินจุ้ย) พยาบาลวิชาชีพ


แนวทางการดูแลผู้ป่วย OPD ตั้งแต่ การรับนัดจนถึงกลับบ้าน หมายเลขเอกสาร OR–QA–001 แก้ไขครั้งที่ วันที่แก้ไข : วันที่ประกาศใช้ ผู้อนุมัติ (หัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาล ผู้ป่วยห้องผ่าตัด) โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก จัดทำโดย เพ็ญนิภา พรมมาวัน พยาบาลเทคนิคชำนาญงาน 1. เป้าหมาย (Goal) กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยห้องผ่าตัดมีแนวทางการดูแลผู้ป่วย OPD ตั้งแต่การรับนัดจนถึงกลับบ้าน 2. วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยห้องผ่าตัดมีแนวทางการดูแลผู้ป่วย OPD ตั้งแต่การรับนัดจนถึงกลับบ้าน 2. เพื่อให้พยาบาลห้องผ่าตัดมีความรู้เรื่องการให้คำแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวของผู้ป่วย OPD ตั้งแต่แรกรับ จนถึงกลับบ้าน เป็นไปในแนวทางเดียวกัน 3. ตัวชี้วัดและเกณฑ์ 1. ร้อยละของพยาบาลห้องผ่าตัดที่ปฏิบัติตามระบบการดูแลผู้ป่วย OPD ตั้งแต่แรกรับจนถึงกลับบ้านได้ถูกต้อง มากกว่า 90% 2. ร้อยละของผู้ป่วยที่มาตามนัดและปฏิบัติตัวได้ถูกต้องมากกว่า 90% 4. วิธีประเมินผลตัวชี้วัด/แบบฟอร์ม/ผู้รับผิดชอบ พยาบาลวิชาชีพห้องผ่าตัด พนักงานช่วยเหลือคนไข้ของกลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยห้องผ่าตัด


5. แนวทางการดูแลผู้ป่วย OPD ตั้งแต่การรับนัดจนถึงกลับบ้าน ปัจจุบันมีผู้มารับบริการแผนกห้องผ่าตัด ในรายที่เป็นผู้ป่วย OPD case จำนวนมาก เป็นการผ่าตัดแบบไม่ต้อง รับเป็นผู้ป่วยใน อยู่ในโรงพยาบาลไม่เกิน 24 ชั่วโมง ช่วยลดการแออัดในโรงพยาบาล มีเตียงพอที่จะรองรับผู้ป่วยผ่าตัด ฉุกเฉิน ทำให้ผู้ป่วยเข้าถึงการบริการที่มีคุณภาพมาตรฐานและปลอดภัย ลดความเสี่ยงการติดเชื้อ ลดภาระค่าใช้จ่ายของ ผู้ป่วยและญาติระหว่างมาโรงพยาบาล การผ่าตัด OPD Case มีหลักการที่สำคัญก็คือ ผู้ป่วยต้องเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดจากที่บ้านและมารับการผ่าตัด ที่โรงพยาบาล และสามารถไปพักฟื้นได้เมื่อกลับไปอยู่ที่บ้าน ซึ่งในการดำเนินงาน พบว่ามีโอกาสพัฒนา คือ ขาดแนวทาง ในการดำเนินงานที่ชัดเจน และยังไม่ครอบคลุมกระบวนการดูแลผู้ป่วย จึงได้ทบทวนระบบการดูแลผู้ป่วย OPD ตั้งแต่รับ นัดจนถึงกลับบ้าน เพื่อนำมาพัฒนา และ นำมาเป็นระบบการดูแลผู้ป่วย OPD ตั้งแต่รับนัดจนถึงกลับบ้าน ให้กับพยาบาล ห้องผ่าตัด เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติไปในแนวทางเดียวกัน ขั้นตอนการดูแลผู้ป่วย OPD ตั้งแต่รับนัดจนถึงกลับบ้าน 1. การรับนัด 1.1 ผู้ป่วยจะมายื่น OPD Card ที่ประชาสัมพันธ์ ห้องรอผ่าตัด 1.2 พยาบาลห้องผ่าตัดจะทำการตรวจสอบ OPD Card ดังนี้ 1.2.1 ชื่อศัลยแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด 1.2.2 Diagnosis 1.2.3 Operation และตำแหน่งที่จะผ่าตัด 1.2.4 วันที่นัดทำการผ่าตัด 1.2.5 โรคประจำตัวผู้ป่วย 1.2.6 เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ


1.3 พยาบาลห้องผ่าตัดจะทำการออกบัตรนัดผ่าตัดให้กับผู้ป่วย 1.3.1 การผ่าตัดแบบการให้ยาระงับความรู้สึกเฉพาะที่ของร่างกาย พยาบาลห้องผ่าตัดแนะนำการ เตรียมตัวให้พร้อมเพื่อเข้ารับการผ่าตัดตามวันนัด 1.3.2 การผ่าตัดแบบการให้ยาระงับความรู้สึกทั่วร่างกาย (GA) ในผู้ป่วย ODS พยาบาลห้องผ่าตัดจะทำ การประสานงานกับวิสัญญีพยาบาล เพื่อให้วิสัญญีพยาบาลมาทำการประเมินผู้ป่วย และให้คำแนะนำเกี่ยว กับการเตรียมความพร้อมของร่างกาย ในวันที่จะต้องเข้ารับการผ่าตัด 1.4 พยาบาลห้องผ่าตัดจะทำการนัดผู้ป่วยลงในระบบ Set ผ่าตัดในคอมพิวเตอร์ 2. การดูแลเมื่อผู้ป่วยมาตามนัดผ่าตัด 2.1 ทำการสอบถาม ชื่อ-สกุล ผู้ป่วยให้ตรงกับบัตรนัด 2.2 ให้ผู้ป่วยและญาติผู้ป่วย ทำการลงชื่อยินยอมเข้ารับการผ่าตัด 2.3 แนะนำสถานที่ให้ผู้ป่วยทำการเปลี่ยนชุดเป็นชุดโรงพยาบาล ซักประวัติและประเมินสัญญาณชีพลง บันทึกในใบ MR12 พร้อมทั้งใส่ป้ายข้อมือให้กับผู้ป่วย 3. การดูแลผู้ป่วยหลังผ่าตัด 3.1 เมื่อผู้ป่วยผ่าตัดเสร็จเรียบร้อย แนะนำให้เปลี่ยนชุด เป็นชุดของผู้ป่วย และนั่งรอรับบัตรนัด 3.2 เมื่อได้เอกสารหลังทำการผ่าตัดเสร็จแล้ว ให้ทำการออกบัตรนัดผู้ป่วยหลังผ่าตัด 3.2 พยาบาลห้องผ่าตัด ทำการให้คำแนะนำผู้ป่วยหลังผ่าตัด เกี่ยวกับ วันนัดหลังผ่าตัด การดูแลตัวเองหลัง ผ่าตัด ข้อควรระวังเกี่ยวกับการดูแลแผลหลังผ่าตัด และอาการผิดปกติที่จะต้องมาพบแพทย์ก่อนวันนัด


6. เอกสารอ้างอิง 1. ชวลิต สนธิสมบัติ. (2562). BASIC OPHTHALMOLOGY. กรุงเทพ: โครงการตำราวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์ พระมงกุฎเกล้า. 2. เรณู อาจสาลี. การพยาบาลทางห้องผ่าตัด. พิมพ์ครั้งที่ 2 คณะกรรมการพัฒนาตำราพยาบาลศาสตร์ คณะพยาบาล ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, 2540. 3. อภิญญา เพียรพิจารณ์. (2553).แนวคิดพื้นฐานและหลักการพยาบาลเล่ม 2. พิมพ์ครั้งที่ 12 นนทบุรี: ยุทธรินทร์การ พิมพ์ วันที่ 23 กันยายน 2564 (เพ็ญนิภา พรมมาวัน) พยาบาลเทคนิคชำนาญงาน


แนวทางป้องกันของหมดอายุโดยใช้ หลัก First in First out ในห้อง ผ่าตัด หมายเลขเอกสาร OR–QA–001 แก้ไขครั้งที่ วันที่แก้ไข : วันที่ประกาศใช้ ผู้อนุมัติ (หัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วย ห้องผ่าตัด) โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก จัดทำโดย นางสาววิภาวรรณ อยู่หลาย พนักงานช่วยเหลือคนไข้ 1. เป้าหมาย (Goal) กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยห้องผ่าตัดมีแนวทางป้องกันของหมดอายุโดยใช้หลัก First in First out ในห้องผ่าตัด 2. วัตถุประสงค์ เพื่อป้องกันอุปกรณ์การแพทย์ปราศจากเชื้อหมดอายุโดยใช้หลัก First in First out 3. ตัวชี้วัดและเกณฑ์ 1. ร้อยละของการตรวจพบของหมดอายุเท่ากับ 0 2. ร้อยละของอุปกรณ์การแพทย์ปราศจากเชื้อมีการจัดเก็บได้ถูกต้อง = 100% 3. ร้อยละการหยิบจับของปลอดเชื้อถูกต้อง = 100% 4. ร้อยละของปลอดเชื้อมีพอเพียงพร้อมใช้ = 100% 4. ผู้รับผิดชอบ พยาบาลวิชาชีพประจำห้องผ่าตัด และพนักงานช่วยเหลือคนไข้กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยห้องผ่าตัด


5. แนวทางป้องกันของหมดอายุโดยใช้หลัก First in First out ในห้องผ่าตัด การจัดเก็บอุปกรณ์เครื่องมือ ทางการแพทย์ปราศจากเชื้อ ให้มีสภาพพร้อมใช้งานได้ทันตามเวลาที่ ต้องการ เพื่อนำไปใช้ในการผ่าตัด ต้องมีการควบคุมคุณภาพ และมีการนำอุปกรณ์ที่ผ่านการทำให้ปราศจากเชื้อ ก่อน ไปใช้ก่อน (First in first out) โดยมีการจัดเก็บอุปกรณ์เป็นระบบ ซ้ายไปขวา หรือหน้าไปหลัง ซึ่งอุปกรณ์มา ใหม่จัดเรียงไว้ด้านซ้าย หรือด้านหลังของชั้นวางของ เมื่อหยิบห่ออุปกรณ์ไปใช้ ให้หยิบทางด้านขวาก่อน หรือหยิบ ทางด้านหน้าก่อน (ขึ้นกับระบบการจัดวาง) การจัดเรียงแบบ First in first out ต้องคำนึงในเรื่องดังต่อไปนี้ 5.1 สถานที่เก็บอุปกรณ์ปราศจากเชื้อ 5.1.1 มิดชิดไม่มีคนพลุกพล่าน 5.1.2 ไม่มีลมพัดผ่านไม่มีฝุ่น 5.1.3 อุณหภูมิ ความชื้นเหมาะสม 5.1.4 อยู่ห่างจากอ่างล้างมือ /ท่อประปา 5.1.5 ทําความสะอาดง่าย (เช็ดถู) 5.1.6 ชั้นวางได้มาตรฐาน 5.1.7 ไม่วางอุปกรณ์ที่พื้น 5.1.8 มีแอลกอฮอล์แฮนด์สครับสําหรับทําความสะอาดมือก่อนหยิบอุปกรณ์ 5.2 ทฤษฎี FIFO (First In First Out) หมายถึง อุปกรณ์หรือสินค้าใดที่เข้าคลังสินค้าก่อน ก็หมุนเวียน ออกไป ก่อน เพื่อลดความเสื่อมจากการจัดเก็บเป็นเวลานาน เป็นต้น การจัดเก็บและหยิบใช้ตามหลักFIFO 5.2.1 ทําความสะอาดมือก่อนจับอุปกรณ์ 5.2.2 ไม่โยนห่ออุปกรณ์ 5.2.3 ห่ออุปกรณ์อยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่เปียก ฉีกขาด หลุด มีวนั ผลิต วันหมดอายุ ชัดเจน 5.2.4 ห่ออุปกรณ์ที่หล่นพื้นถือว่ามีการปนเปื้อน ต้องทําให้ปราศจากเชื้อใหม่ 5.2.5 เคลื่อนย้ายอุปกรณ์อย่างระมัดระวัง 5.2.6 ไม่แกะห่ออุปกรณ์ทิ้งไว้ (เปิดห่อเมื่อต้องการใช้งาน) 5.3 วิธีการการจัดเก็บอุปกรณ์ 5.3.1 กรณีเรียงของแนวตะแคง ผู้หยิบหันหน้าเข้าชั้นวางของ 1) เลื่อนของเก่าไปทางขวาและเติมของใหม่ทางซ้าย 2) หยิบห่อเครื่องมือจากด้านขวามือสุด กรณีที่เรียงเครื่องมือซ้อนกันเป็นตั้ง 3) เรียงของใหม่ไว้ด้านล่าง 4) หยิบห่อเครื่องมือที่อยู่ด้านบนสุด


5.3.2 กรณีที่มีชั้นหลายชั้นและเป็นของชนิดเดียวกัน 1) เรียงของใหม่ชั้นบนสุดและเลื่อนของเก่าลงมาชั้นล่าง 2) หยิบห่อเครื่องมือจากชั้นวางของที่อยู่ชั้นล่างสุด 6. เอกสารอ้างอิง จริยา ลิมานันท์. (2561). การจัดเก็บและการใช้งานอุปกรณ์ปราศจากเชื้อ. แหล่งข้อมูล : http://bsthhos.com/wp-content/uploads/2018/03/เก็บ-ใช-้sterile59-1.pdf ค้นเมื่อ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2564 มหาวิทยาลัยสยาม. (2558). ทฤษฎี FIFO (First In First Out). แหล่งข้อมูล : http://www.researchsystem.siam.edu/images/thesistee/computer_science/ 1_2558/online_inventory_samphaothong/06_ch2.pdf ค้นเมื่อ 28 สิงหาคม พ.ศ.2564 สถาบันบําราศนราดูร กรมควบคุมโรค. (2560). แนวทางการพัฒนาหน่วยจ่ายกลาง. แหล่งข้อมูล : http://bamras.ddc.moph.go.th/userfiles/18.pdf คน้ เมื่อ 28 สิงหาคม พ.ศ.2564 29 สิงหาคม 2564 (นางสาววิภาวรรณ อยู่หลาย) พนักงานช่วยเหลือคนไข้


แนวทางการทำความสะอาดห้อง ผ่าตัด และจัดเก็บอุปกรณ์เครื่องมือ ทางการแพทย์ หลังเสร็จผ่าตัด ประจำวัน หมายเลขเอกสาร OR–QA–001 แก้ไขครั้งที่ วันที่แก้ไข : วันที่ประกาศใช้ ผู้อนุมัติ (หัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วย ห้องผ่าตัด โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก จัดทำโดย นางสาวนฤมล คำนวณพรม พนักงานช่วยเหลือคนไข้ 1. เป้าหมาย (Goal) กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยห้องผ่าตัดมีแนวทางการทำความสะอาดห้องผ่าตัด และจัดเก็บอุปกรณ์ เครื่องมือทางการแพทย์ หลังเสร็จผ่าตัดประจำวัน 2. วัตถุประสงค์ 1. เพื่อเป็นแนวทางการเก็บรักษาอุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์ ประจำห้องหลังเสร็จผ่าตัดประจำวัน 2. เพื่อเป็นการลดจำนวน เชื้อโรค และป้องกันการติดเชื้อแผลผ่าตัด 3. ตัวชี้วัดและเกณฑ์ ร้อยละเจ้าหน้าที่ห้องผ่าตัดสามารถปฏิบัติตามแนวทางการเก็บรักษาอุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์ ประจำห้องหลังเสร็จผ่าตัดประจำวันได้อย่างถูกต้องมากกว่า 95% 4. วิธีประเมินผลตัวชี้วัด/แบบฟอร์ม/ผู้รับผิดชอบ พยาบาลวิชาชีพ และพนักงานช่วยเหลือคนไข้กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยห้องผ่าตัด


5. แนวทางการทำความสะอาดห้องผ่าตัด และจัดเก็บอุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์ หลังเสร็จผ่าตัด ประจำวัน การจัดการสิ่งแวดล้อมด้านการทำความสะอาด เป็นสิ่งสำคัญในห้องผ่าตัดที่จะต้องมีแนวการปฏิบัติ อย่างชัดเจน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับผู้ป่วย เป็นการลดจำนวนเชื้อโรค และป้องกันการติดเชื้อแผลผ่าตัด ซึ่ง ต้องครอบคลุมถึงการทำความสะอาดห้อง เครื่องมืออุปกรณ์ ตลอดจนส่วนที่เชื่อมต่อกับสิ่งแวดล้อมภายนอก ภายหลังเสร็จผ่าตัดประจำวันด้วย แนวทางการทำความสะอาดห้องผ่าตัด และจัดเก็บอุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์ หลังเสร็จผ่าตัด ประจำวัน 1. หลังจากเสร็จผ่าตัดแต่ละรายเพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อจากคราบเลือดสารคัดหลั่ง ควรเช็ด ด้วย น้ำยาทำลายเชื้อแบคทีเรียและตามด้วยน้ำ ไม่ควรนำสารเคมีหรือน้ำยาทำลายเชื้อที่มีประสิทธิภาพสูงมาใช้ในการ ทำความสะอาดและทำลายเชื้อในส่วนที่เป็นพื้นผิวหรือเครื่องมือรอบ ๆ ห้อง แอลกอฮอล์ไม่ควรนำมาใช้ในการทำ ความสะอาดพื้นผิว เนื่องจากไม่สามารถขจัด คราบสกปรกที่เลอะเทอะออกได้ และมีคุณสมบัติติดไฟต้องใช้อย่าง ระมัดระวัง 2. จัดเครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ ในที่ทำงาน เช่น โต๊ะ เก้าอี้ ม้าต่อเท้า ถังขยะ ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย โดย จัดเก็บชิดผนัง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อผู้ป่วยและบุคลากรที่ปฏิบัติงาน รูปที่ 1 การจัดเก็บอุปกรณ์ชิดผนัง เพื่อความปลอดภัย


3. การจัดเก็บอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ โดยเฉพาะลวด สายไฟฟ้า สายเคเบิล ควรเก็บโดย ไม่ทำให้เกิดอันตรายและการบาดเจ็บต่อผู้ป่วย แพทย์ และทีมผ่าตัด รูปที่ 2 การจัดเก็บอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ 4. เตียงผ่าตัด หากพบว่ามีคราบเลือดสกปรกมาก ควรเช็ดทำความสะอาดก่อน แล้วให้ตรวจสอบปิดสวิตซ์ ไฟรีโมตคอนโทรลเตียง ปิดสวิตซ์เตียงไฟฟ้า นำสายไฟมาชาร์จแบตเตอรี่เตียงผ่าตัด รูปที่ 3 การจัดเก็บเตียงผ่าตัด


5. เครื่องคอมพิวเตอร์ ปิดเครื่องทุกครั้งหลังจากใช้งานเสร็จ 6. เครื่องจี้ไฟฟ้า หลังจากใช้งานเสร็จปิดเครื่องและถอดปลั๊ก เก็บสายไฟให้เรียบร้อย ตรวจสอบสภาพ ทั่วไป ว่าไม่มีความผิดปกติหลังใช้งานทุกครั้ง เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับความปลอดภัย ไม่เกิดภาวะ Burn กับอวัยวะ ต่าง ๆ และไม่เกิด Electric Shock หากพบว่ามีคราบเลือดสกปรกมาก ควรเช็ดทำความสะอาดก่อนแล้วจึงจัดเก็บ เครื่องให้ชิดฝาผนังห้อง หรือในตำแหน่งที่ห้องผ่าตัดแต่ละห้องกำหนดไว้ รูปที่ 4 การจัดเก็บสายไฟเครื่องจี้ไฟฟ้า 7. เครื่องดูด Suction หลังจากใช้งานเสร็จ เมื่อพนักงานทำความสะอาดเก็บถุง Suction เรียบร้อยแล้ว ให้นำสายยางที่ต่อระหว่างเครื่องดูด Suction และสาย Suction sterile ไปแช่น้ำ เพื่อที่จะได้ทำความสะอาดง่าย ส่วนสายที่ต่อจากเครื่องดูด Suction กับ Pipeline ให้ถอดออก ม้วนคล้องไว้กับเครื่องดูด Suction แล้วจึงจัดเก็บ เครื่องให้ชิดฝาผนังห้อง รูปที่ 5 การเก็บเครื่องดูด Suction กับสาย Pipeline


8. พัดลมดูดอากาศ ปิดทุกครั้งหลังจากเสร็จผ่าตัดประจำวัน และถอดล้างแผ่นกรองของพัดลมดูดอากาศ 1 ครั้ง/สัปดาห์ เพื่อให้การควบคุมระบบ Heating, Ventilation and Air Condition ในห้องผ่าตัดให้ได้มาตรฐาน รูปที่ 6 การถอดล้างแผ่นกรองพัดลมดูดอากาศ 9. การทำความสะอาดพื้นห้องผ่าตัด ต้องทำหลังเสร็จสิ้นการผ่าตัดในทุกราย โดยพนักงานจะใช้เครื่องดูด ฝุ่น ไม่ใช้ไม้กวาด เพื่อป้องกันการฟุ้งกระจาย แล้วจึงถูพื้นด้วยผงซักฟอก 10. ทุก ๆ 24 ชั่วโมง หรือในช่วงเวลาระหว่างการทำงานของสัปดาห์ จะมีการล้างขัดห้องผ่าตัด ให้สะอาดอีกครั้ง โดยต้องเอาอุปกรณ์ภายในห้องผ่าตัดออกก่อน เพื่อขจัดคราบ ที่ฝั่งแน่น รูปที่ 7 การขัดล้างทำความสะอาดห้องผ่าตัด 1 ครั้ง/สัปดาห์


6. เอกสารอ้างอิง 1. นางนพรัตน์ เม่งสุน. (2564). แนวทางการดูแลสิ่งแวดล้อมในห้องผ่าตัด, สืบค้นเมื่อ 2 กันยายน 2564. จาก https://apps.hpc.go.th/dmkm/web/uploads/2020/064071- 20200629162611/c68c1648a94e078221cc51e9bd65dfa2.pdf 2. Healthcarethai. (2564). การทำลายเชื้อในห้องผ่าตัดและอุปกรณ์, สืบค้นเมื่อ 2 กันยายน 2564. จาก https://www.healthcarethai.com วันที่ 29 สิงหาคม 2564 (นางสาวนฤมล คำนวณพรม) พนักงานช่วยเหลือคนไข้


แนวทางการรักษาความสะอาดห้อง ผ่าตัดและการทำความสะอาด อุปกรณ์ผ่าตัด หมายเลขเอกสาร OR–QA–001 แก้ไขครั้งที่ วันที่แก้ไข : วันที่ประกาศใช้ ผู้อนุมัติ (หัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาล ผู้ป่วยห้องผ่าตัด) โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก จัดทำโดย อรสา โกศลฉลาด พนักงานช่วยเหลือคนไข้ 1. เป้าหมาย (Goal) กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยห้องผ่าตัดมีแนวทางการรักษาความสะอาดห้องผ่าตัดและการทำความสะอาด อุปกรณ์ผ่าตัด 2. วัตถุประสงค์ เพื่อใช้เป็นแนวทางการรักษาความสะอาดห้องผ่าตัด และการทำความสะอาดอุปกรณ์ผ่าตัดให้กับบุคลากร ในห้องผ่าตัด 3. ตัวชี้วัดและเกณฑ์ ร้อยละของเจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติตามแนวทางการรักษาความสะอาดห้องผ่าตัดและการทำความสะอาด อุปกรณ์ผ่าตัดได้100% 4. ผู้รับผิดชอบ พยาบาลวิชาชีพ และพนักงานช่วยเหลือคนไข้กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยห้องผ่าตัด 5. แนวทางการรักษาความสะอาดห้องผ่าตัดและการทำความสะอาดอุปกรณ์ผ่าตัด การรักษาสิ่งแวดล้อมให้สะอาดปราศจากเชื้อ สามารถลดการแพร่กระจายเชื้อได้ ห้องผ่าตัดต้องมีการทำ ความสะอาดอย่างสม่ำเสมอในทุกเช้าของวันผ่าตัด ห้องผ่าตัดควรได้รับการทำความสะอาดให้ปราศจากเชื้อโรค และสิ่งแปลกปลอม และหลังผ่าตัดแต่ละครั้ง ต้องถูทำความสะอาดบริเวณที่เปื้อนเลือดหรือสารน้ำจากร่างกาย ผู้ป่วยที่เกิดจากการผ่าตัดก่อนหน้าให้สะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ


แนวทางการรักษาความสะอาดห้องผ่าตัดและการทำความสะอาดอุปกรณ์ผ่าตัด มีขั้นตอนดังต่อไปนี้ ขั้นตอนที่ 1 สิ่งแรกที่ต้องทำคือเปิดแอร์กับเปิดตัวดูดอากาศทุกครั้งก่อนเช็ดทำความสะอาดห้อง ขั้นตอนที่ 2 เป็นการเช็ดทำความสะอาดโคมไฟห้องผ่าตัดก่อนเพราะเป็นส่วนที่อยู่สูงที่สุด การเช็ดโคมไฟ ต้องเช็ดด้วยน้ำเปล่าเท่านั้นเพราะถ้าใช้น้ำยาเช็ดอาจจะทำให้กระจกโคมไฟถูกทำลายเป็นฝ้าได้แต่ถ้ามีเลือด กระเด็นให้ผสมน้ำยาเช็ดให้เจือจางมากที่สุดประมาณ 1:50 เช็ดทำความสะอาดและใช้ผ้าชุบน้ำเปล่าเช็ดตามทันที รูปที่ 1 โคมไฟห้องผ่าตัด ขั้นตอนที่ 3 เทน้ำยา chlorhexidine Gluconate 4% W/V ผสมกับน้ำ 1:10 แล้วนำผ้าสะอาดชุบน้ำยา มาเช็ดตู้เก็บของ โต๊ะผ่าตัด เก้าอี้และโต๊ะคอมพิวเตอร์ รูปที่ 2 ตู้เก็บของ โต๊ะผ่าตัด ขั้นตอนที่ 4 เช็ดทำความสะอาดฝาผนังรอบ ๆ ห้องรวมถึงประตูทุกบานทั้งด้านใน และด้านนอก รูปที่ 3 ฝาผนังรอบ ๆ ห้องผ่าตัด


ขั้นตอนที่ 5 เช็ดทำความสะอาดรอบ ๆ เตียงผู้ป่วยทั้งหมด หากมีคราบเลือดหรือคราบน้ำยาติดอยู่ ให้ชุบ น้ำยาชุ่ม ๆ เช็ดหรือใช้แปรงขนอ่อนมาขัดเบา ๆ เพื่อให้เตียงผู้ป่วยสะอาด เป็นการป้องกันการติดเชื้อในการผ่าตัด ต่าง ๆ รูปที่ 4 เตียงผ่าตัด ขั้นตอนที่ 6 เช็ดทำความสะอาดเครื่องจี้เริ่มตั้งแต่ตัวเครื่องจี้รวมไปถึงสายไฟ, สาย Foot switch, สาย สื่อไฟฟ้าด้วย รูปที่ 5 เครื่องจี้ไฟฟ้า ขั้นตอนที่7 เช็ดทำความสะอาดเครื่อง Suction ต้องเช็ดตัวเครื่องและสาย Pipeline ด้วยเพราะบางที อาจจะมีเลือดติดสายอยู่เป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคได้ รูปที่ 6 เครื่อง Suction


ขั้นตอนที่ 8 เช็ดทำความสะอาดม้าต่อเท้า และถังขยะเป็นลำดับสุดท้ายเพราะว่าเป็นวัสดุที่ไม่สะอาดที่สุด รูปที่ 7 ม้าต่อเท้า และถังขยะ ขั้นตอนที่ 9 นำแอลกอฮอล์มาพ่นบนโต๊ะ เก้าอี้และเตียงผ่าตัดทิ้งไว้ก่อนทุกครั้งหลังจากเช็ดทำความ สะอาดทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย ก่อนจะนำเครื่องมือปราศจากเชื้อเข้าห้องผ่าตัด รูปที่ 8 Alcohol Sprey 6. เอกสารอ้างอิง 1. นางนพรัตน์ เม่งสุน. (2564). แนวทางการดูแลสิ่งแวดล้อมในห้องผ่าตัด, สืบค้นเมื่อ 2 กันยายน 2564. จาก https://apps.hpc.go.th/dmkm/web/uploads/2020/064071- 20200629162611/c68c1648a94e078221cc51e9bd65dfa2.pdf 2. Healthcarethai. (2564). การทำลายเชื้อในห้องผ่าตัดและอุปกรณ์, สืบค้นเมื่อ 2 กันยายน 2564. จาก https://www.healthcarethai.com 29 สิงหาคม 2564 อรสา โกศลฉลาด (นางสาวอรสา โกศลฉลาด) ตำแหน่งผู้ช่วยเหลือคนไข้


Click to View FlipBook Version