The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอนบทที่ ๓ ป่านี้มีคุณ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

แผนการสอนบทที่ ๓ ป่านี้มีคุณ

แผนการสอนบทที่ ๓ ป่านี้มีคุณ

ตารางกำหนดการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาไทย

ระดับชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ ชดุ ภาษาพาที

บทท่ี ๓ ป่านมี้ ีคณุ เวลา ๙ ช่ัวโมง

จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ เวลา
๙ ช.ม
๑. ฟงั เองแล้วเล่าเร่อื งได้ • การฟงั เรื่อง
๒. นักเรียนจับใจความเรื่องทฟ่ี ังได้ • การอ่านคิดวเิ คราะห์ ๑
๓. นักเรยี นตอบคำถามเรื่องทีฟ่ ังได้ • คำศัพทใ์ นบทเรยี น ๑
๔. นักเรยี นต้งั คำถาม – ตอบคำถามเรอื่ งที่อ่านได้ • การอ่านเสริมบทเรยี น ๑
๕. นักเรยี นแสดงเหตุผลในการตอบคำถามได้ • มาตราตัวสะกด แม่กง แม่ ๑
๖. นกั เรยี นสรปุ ขอ้ คิดที่ไดจ้ ากการอา่ นได้ ๑
๗. นกั เรยี นอา่ นแจกลกู สะกดคำได้ กน
๘. นักเรียนบอกความหมายของคำในบทเรียนได้ • มาตราตวั สะกด แม่กม แม่ ๑
๙. นักเรียนใช้คำได้ถกู ต้องตามบรบิ ท
๑๐. อา่ นและเกบ็ ใจความสำคัญของเร่ืองได้ เกย แม่เกอว ๑
๑๑. นกั เรียนคดิ วิเคราะห์สรปุ เรอ่ื งราวท่อี ่าน • มาตรตัวสะกด แมก่ ก และ
๑๒. บอกพยญั ชนะทใ่ี ชเ้ ปน็ ตวั สะกดในมาตราแม่กง ๑
แม่กด
และ แมก่ น ได้ • คำท่ไี มม่ ีตวั สะกด ( แม่ ก ๑
๑๓. บอกพยัญชนะทใ่ี ช้เปน็ ตวั สะกดในมาตรา
กา ) และแม่กบ
แมเ่ กอว แม่กม และ แมเ่ กย • คำที่มีความหมายเหมือนกนั
๑๕. บอกคำท่ีมตี วั สะกดในมาตรา แม่กก และ
และตรงขา้ มกัน
แมก่ ด ได้
๑๖. บอกคำท่ีมีตัวสะกดในมาตรา แม่กบ และคำใน

แม่ ก กา
๑๗. บอกคำท่มี ีความหมายเหมือนกนั ได้

แผนการจัดการเรียนรู้ ชุดภาษาพาที แผนท่ี ๑

กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปี ที่ ๓
บทที่ ๓ ป่ านีม้ ีคุณ เวลา ๙ ชั่วโมง
หวั ข้อเร่ือง การฟังเร่ือง เวลา ๑ ชั่วโมง
วันที่ ....................................... ผ้ใู ช้แผน ................................

สาระที่ ๑ การอา่ น
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรแู้ ละความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจแก้ปัญหา

ในการดำเนนิ ชวี ติ และมนี สิ ัยรกั การอ่าน
๑. สาระสำคญั

๑.๑ ความคิดรวบยอด
การฟงั เร่ือง เปน็ การสร้างประสบการณท์ างเน้อื หา ผู้ฟังต้องมีสมาธิในการฟัง

จงึ จะช่วยใหเ้ กิดทักษะในการจบั ใจความสำคัญของเรอ่ื ง

๑.๒ สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น
- ความสามารถในการสือ่ สาร
- ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ

๒. ตัวชวี้ ดั

มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๓ / ๔ ลำดับเหตุการณแ์ ละคาดคะเนเหตุการณจ์ ากเรอื่ ง

ท่อี า่ นโดยระบุเหตุผลประกอบ
๓. จดุ ประสงค์การเรียนรู้

๓.๑ ฟงั เรอื่ ง “ปา่ นมี้ คี ุณ” แล้วตอบคำถามและเลา่ เรอื่ งไดถ้ กู ต้อง
๓.๒ นักเรียนจับใจความเรือ่ งทฟ่ี งั ได้
๓.๓ นักเรียนตอบคำถามเรอื่ งท่ีฟงั ได้
๔. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
๔.๑ รกั ความเปน็ ไทย
๔.๒ ใฝ่เรียนรู้
๔.๓ มจี ติ สาธารณะ
๔.๔ มีวนิ ยั
๔.๕ อยู่อย่างพอเพียง

๕. สาระการเรียนรู้
๕.๑ สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง

๏ เร่อื งเล่าสัน้ ๆ
๕.๒ สาระการเรียนรยู้ อ่ ย

๏ ฟังเรอ่ื ง “ปา่ น้ีมีคุณ”

๏ การตอบคำถามจากเรอื่ ง
๖. ช้ินงาน / หลักฐานร่องรอยแสดงความรู้

๖.๑ การทำแบบทดสอบกอ่ นเรียน
๖.๒ การทำใบงาน
๗. กจิ กรรมการเรยี นรู้
๗.๑ ครูช้ีแจงความสำคญั ของภาษาไทย ลำดบั ขนั้ ตอนการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
จุดประสงค์ และสงิ่ ทีน่ กั เรียนต้องเตรียม ในชวั่ โมงน้ใี หน้ ักเรยี นรบั ทราบ
๗.๒ นกั เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรยี น บทที่ ๓ ป่านีม้ ีคณุ ไว้( ท้ายแผน ) จำนวน ๑๕
ขอ้ เสรจ็ แล้วครตู รวจสอบและประกาศผลเปน็ คะแนนตามจำนวนขอ้ ทท่ี ำถูก โดยทีย่ ังไม่ต้องเฉลย
๗.๓ นักเรยี นอ่านบทรอ้ ยกรองนำเร่ือง แลว้ รว่ มกนั สนทนาเกย่ี วกบั ความสำคัญของบทร้อย
กรองในหนังสอื เรียนภาษาพาที ชั้น ป.๓ หน้า ๓๓ ครสู มุ่ ใหน้ กั เรียน ๒ – ๓ คน บอกใจความ
สำคญั ของบทร้อยกรอง ชมเชยนักเรียนทบี่ อกใจความสำคัญของบทร้อยกรองได้ดี
๗.๔ นกั เรยี นอ่านบทร้อยกรองในหนังสือเรียนรายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชุดภาษาเพอื่
ชวี ติ ภาษาพาที ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๓ หนา้ ๓๓ “ ปา่ นี้มคี ณุ ” แล้วรว่ มกันสนทนาถงึ เนือ้ หาและ
ความสำคัญ
๗.๕ รว่ มกันสนทนาเกย่ี วกับชอ่ื เรอ่ื ง “ป่าน้ีมีคุณ” ว่ามีลักษณะอย่างไร
โดยครูใช้คำถามนำดังน้ี

▪ ใครเคยเหน็ บงึ น้ำบา้ ง
▪ ใครเคยไปเทีย่ วปา่ บ้าง และเม่ือไปแล้วมีความรู้สึกอย่างไร
▪ นกั เรียนคิดว่าบงึ นำ้ และปา่ มีความสำคญั อย่างไร
๗.๖ นักเรียนดูภาพตัวละครในเร่อื ง เช่น ครูอารี ฟา้ ใส และเด็กๆ นกั เรยี น
แลว้ ร่วมกันสนทนาเกย่ี วกบั ภาพโดยตอบคำถามว่า ใครทำอะไร ทีไ่ หน อย่างไร เหตุการณ์ตอนนี้เปน็
อย่างไร เพราะเหตุใด
๗.๗ นกั เรียนฟงั ครอู า่ นเร่ืองหรอื เลา่ เร่ือง “ป่าน้ีมีคุณ” จากบทเรยี นโดยเน้นมารยาทในการ
ฟงั แล้วนักเรยี นตอบคำถามปากเปล่า ดังนี้
▪ เรอ่ื ง“ปา่ นี้มีคณุ ” มตี ัวละครกี่ตัว
▪ ใครชนะเลศิ ในการประกวดการคดั ลายมือ
▪ ครอู ารีใหเ้ ด็กคน้ คว้าหาความร้เู รอื่ งอะไร
▪ อารนี อนหลับฝันเก่ียวกบั เรอ่ื งอะไรบ้าง
▪ เร่ืองนใ้ี หข้ ้อคิดอะไรกบั นักเรียนบา้ ง
๗.๘ นกั เรยี นฝึกเลา่ หรอื ทำนายเรอ่ื งจากภาพว่าน่าจะมีเหตุการณ์อย่างไรนักเรียนช่วยกันเล่า
เรื่องท่ีฟัง ถา้ เล่าไม่ไดค้ รูถามนำแลว้ ใหน้ ักเรียนตอบ
๗.๖ นกั เรียนทำใบงานที่ ๑ ( ท้ายแผน ) ชดุ ตอบคำถามท่กี ำหนดให้ จากนั้นนำสง่ ครู ครู
เฉลยนกั เรียนแลกเปลี่ยนกันตรวจสอบความถกู ตอ้ ง

สือ่ / แหล่งเรียนรู้ / บุคคล

ลำดบั ท่ี รายการส่อื กจิ กรรมทใ่ี ช้ แหล่งทไี่ ดม้ า

ใบความรู้ เรือ่ งมารยาทในการ ครูใชป้ ระกอบคำอธบิ าย ครจู ัดเตรยี ม
๒ ฟังและการพูด
ใบงาน ชุดที่ ๑ นกั เรยี นทำใบงาน ครูจดั ทำ

๔ แบบทดสอบกอ่ นเรยี น นกั เรยี นทำแบบทดสอบ ครูจัดทำ
๕ เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน ตรวจสอบความถูกต้อง ครจู ัดทำ
๖ เกณฑ์การประเมิน ( Rubric ) สรา้ งกฎของการประเมนิ ครจู ดั ทำ
๗ แบบประเมนิ ผลงานรายกลุ่ม ประเมนิ ผลงานรายกลุ่ม ครูจดั ทำ
แบบประเมนิ การสงั เกต บนั ทึกการสงั เกตพฤติกรรม และ ครูจดั ทำ
พฤติกรรม และแบบ บนั ทกึ ผลงานรายบคุ คล
ประเมนิ ผลงานรายบุคคล

วดั ผลประเมนิ ผล

กจิ กรรมทป่ี ระเมิน เครื่องมอื ทใ่ี ชใ้ น วิธกี ารประเมิน เกณฑ์การประเมนิ
การประเมนิ
๑. สังเกตพฤติกรรมด้าน สงั เกตรายบคุ คล ๘ - ๑๐ = ดมี าก
คุณลกั ษณะอนั พึง แบบประเมินการสังเกต ๖ – ๗ = ดี
ประสงค์ พฤติกรรม และแบบ ๕ = พอใช้
ประเมนิ ผลงาน ตำ่ กวา่ ๕ = ปรบั ปรุง

๒. นกั เรียนร่วมกจิ กรรม แบบประเมินการสังเกต สงั เกตรายกลมุ่ ๘ - ๑๐ = ดีมาก
พฤติกรรม และแบบ ๖ – ๗ = ดี
ประเมนิ ผลงาน
๕ = พอใช้

ต่ำกวา่ ๕ = ปรับปรงุ

๓. นกั เรียนทำใบงาน ชดุ ท่ี ๑ แบบประเมนิ การสงั เกต ตรวจงานรายบคุ คล ๘ - ๑๐ = ดมี าก
พฤติกรรม และแบบ ๖ – ๗ = ดี
ประเมินผลงาน
๕ = พอใช้

ต่ำกวา่ ๕ = ปรบั ปรุง

๔. นกั เรยี นทำแบบทดสอบ แบบประเมนิ การสงั เกต ตรวจงานรายบุคคล ๑๒ - ๑๕ = ดมี าก
กอ่ นเรยี น พฤติกรรม และแบบ ๑๐ – ๑๑ = ดี
ประเมนิ ผลงาน
๘ – ๙ = พอใช้

ตำ่ กวา่ ๘ = ปรบั ปรุง

การประเมิน ดา้ นทกั ษะ / กระบวนการ

ประเดน็ การประเมนิ เกณฑก์ ารให้ระดบั คะแนน

ทกั ษะการ สรุป ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรับปรงุ (๐)
เนือ้ หา
สรุปเนื้อหาได้กระชับ สรุปเนื้อหาได้กระชบั สรุปเนอ้ื หาได้ไม่กระชบั
การรายงานหนา้ ช้ัน
ใจความครบถ้วน ใจความเกือบครบถ้วน ใจความและไม่ครบถ้วน
การปฏบิ ตั ิงานตาม
ข้ันตอน สามารถส่ือใหผ้ ู้อื่นเข้าใจ สามารถสอ่ื ให้ผู้อน่ื เข้าใจ สามารถสอ่ื ใหผ้ ู้อ่นื เขา้ ใจ
ความคิดสรา้ งสรรค์
ความเป็นระเบียบ ไดง้ า่ ย ได้ ได้นอ้ ย
เรียบรอ้ ยของการทำ
ใบงาน สามารถพดู รายงานไดด้ ี สามารถพูดรายงานได้ดี สามารถพดู รายงานไดด้ ี
พูดเสยี งดังฟังชัด ได้สาระ พดู นำ้ เสยี งชดั เจน พูดน้ำเสยี งไม่ชัดเจน ไม่
ชัดเจน วางบุคลกิ ในการ สอดคล้องกบั เนื้อหาท่ี คอ่ ยสอดคล้องกับเน้ือหา
พูดได้ดีมาก พดู วางบคุ ลิกในการพดู ท่ีพดู วางบคุ ลกิ ในการ
ไดด้ ี พูดไม่ค่อยดี

มีทกั ษะการปฏบิ ตั ิงาน มีการปฏบิ ตั ิงานตาม ยงั ไมส่ ามารถปฏิบัติงาน
ตามขัน้ ตอน ได้อย่าง ขน้ั ตอนได้ตามลำดับ ตามข้นั ตอนได้
ถูกต้องและเหมาะสม

มีความคดิ สร้างสรรค์ดี พอมีความคิดท่ี ยงั ขาดความคิดท่ี
สร้างสรรค์อยู่บ้าง สรา้ งสรรค์

มีทักษะสามารถสรา้ งงาน สามารถสร้างงานที่สวน ไม่มีความสวยงาม และ
ทส่ี วยงาม และมีความ งามพอใชไ้ ด้ และมี ไม่ประณีต
ประณตี ดี ความประณตี ในบางส่วน

การประเมนิ ด้านคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

ประเดน็ การประเมนิ เกณฑ์การใหร้ ะดบั คะแนน
ซื่อสัตย์สจุ ริต
มวี ินัย ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรบั ปรุง (๐)

ใฝเ่ รียนรู้ ทำงานอย่าง ทำงานอย่าง ทำงานอย่าง
อยู่อยา่ งพอเพยี ง
มีจิตสาธารณะ ตรงไปตรงมา ยอมรับ ตรงไปตรงมา ไม่ ตรงไปตรงมา ไม่

ในขอ้ ผิดพลาดและ ยอมรับในขอ้ ผดิ พลาด ยอมรับในขอ้ ผดิ พลาด

บกพร่องของตนเอง และบกพร่องของตนเอง และบกพรอ่ งของตนเอง

พอใจในสง่ิ ทต่ี นมี พอใจในสิ่งที่ตนมี ไมค่ ่อยพอใจในสิ่งที่ตนมี

รูจ้ กั ควบคมุ อารมณ์ รู้จกั ควบคมุ อารมณ์ บ้าง ไม่รจู้ ักควบคุมอารมณ์

ปฏบิ ัตติ นอย่ใู นระเบยี บ ปฏบิ ัติตนอยู่ในระเบยี บ ปฏิบัติตนอยู่ในระเบียบ

วินัย แตง่ กายถูกตอ้ ง วินยั การแตง่ กายไม่ วินยั นอ้ ย ไมค่ ่อยแต่ง

ตามระเบยี บของ ค่อยถูกต้องตามระเบยี บ กายถกู ต้องตามระเบยี บ

โรงเรียนตลอดเวลา ของโรงเรยี น ของโรงเรยี น

มีความมานะมงุ่ มัน่ ใน มีความมานะมุง่ มั่นใน ไมม่ ีความมานะมุ่งมัน่ ใน
การทำงานที่ได้รับ การทำงานทไี่ ด้รบั การทำงานทีไ่ ด้รับ
มอบหมาย ศึกษา มอบหมาย ศึกษา มอบหมาย ไมค่ ่อย
คน้ คว้าดว้ ยตนเอง ค้นควา้ ดว้ ยตนเองเปน็ ศึกษาค้นควา้ ด้วยตนเอง
ทำงานเสร็จทันเวลาและ บางครงั้ ทำงานเสร็จ ทำงานเสรจ็ ไม่ทันเวลา
ถกู ต้อง ทันเวลาเป็นบางคร้งั

ใช้วสั ดอุ ุปกรณก์ ารเรยี น ใชว้ สั ดอุ ุปกรณ์การเรยี น ใชว้ สั ดุอปุ กรณก์ ารเรียน
ทีร่ าคาถูกและใช้อยา่ ง ที่ราคาค่อนขา้ งแพงและ ท่รี าคาค่อนขา้ งแพงและ
คุม้ คา่ ใชจ้ นหมดแลว้ ใชอ้ ยา่ งคุ้มค่าใชจ้ นหมด ใชอ้ ย่างคุ้มคา่ ใช้ไม่
ค่อยซ้ือใหม่ หมดแลว้ ซ้อื ใหม่

มีความเสียสละเพื่อ มีความเสียสละเพ่ือ ไม่ค่อยเสียสละเพ่อื
สว่ นรวม ไม่เอาเปรียบ ส่วนรวมเป็นบางครั้ง สว่ นรวม ชอบเอาเปรยี บ
ไม่เหน็ แก่ตัวช่วยเหลอื ไมเ่ อาเปรียบไม่เห็นแก่ คนอนื่ ค่อนขา้ งเห็นแก่
หมู่คณะได้เปน็ อยา่ งดี ตัว ไม่ค่อยช่วยเหลือหมู่ ตวั ไม่ค่อยช่วยเหลือหมู่
คณะ คณะ

ใบความรู้

เร่อื ง
ข้อปฏิบัตใิ นการฟงั และการพดู

การฟัง เปน็ การได้ยินเรื่องราวใหเ้ กิดความเข้าใจในเร่อื งทไ่ี ดย้ ิน และ นำมาพิจารณาว่า
เรื่องราวนัน้ ๆ ควรเชอื่ ได้หรือไม่ นำไปใช้ประโยชน์ได้เพยี งใด

ข้อควรปฏบิ ตั ใิ นการฟงั
๑. ตง้ั ใจฟงั ไม่พูดหรือสนทนากันขณะฟงั ผูอ้ น่ื พูด
๒. คิดติดตามเรื่องฟังวา่ เรื่องท่ฟี ังเก่ียวกับอะไร มคี วามถูกตอ้ งเชอ่ื ถอื ไดห้ รือไม่
๓. การฟงั คำบรรยายควรจดข้อความสำคัญที่ได้จากการฟังไว้

มารยาทในการฟัง
๑. ต้ังใจฟัง มองผ้พู ูด
๒. ไมค่ ยุ หรอื เล่นขณะฟังผู้อนื่ พดู
๓. ไมส่ ่งเสียงดังหรอื ทำความรำคาญใหผ้ ูอ้ ่นื
๔. ถ้าจะถามควรขออนุญาตก่อน หรอื ใหผ้ ู้พูดหยุดพูดกอ่ น ไมค่ วรถามขณะผ้พู ูดยังพูดไม่จบ

การพดู เป็นการแสดงความคดิ เห็นหรือบอกเลา่ เร่อื งราว โดยการพูดใหผ้ ู้อื่นฟัง ผู้พูด
ตอ้ งมีความคิด มีเรื่องราวท่จี ะพูด และตอ้ งจดั ลำดบั ความคิดหรือเร่ืองราวที่
จะพูดไม่ให้สับสน เพ่ือผู้ฟังจะได้เกิดความเข้าใจชัดเจน ผู้พูดต้องพูดให้ชัดเจน
ใช้ภาษาที่ถูกตอ้ ง

ข้อปฏบิ ตั ใิ นการพดู
๑. จะพูดเรื่องอะไร ต้องมคี วามรู้ในเรือ่ งน้ันโดยการอ่าน การซกั ถาม

ผอู้ น่ื ใหเ้ ขา้ ใจกอ่ น
๒. ใช้ภาษาพดู ทีถ่ ูกต้อง สุภาพ
๓. พดู ใหเ้ สียงดงั ฟังชัด แตไ่ มใ่ ช่ตะโกน
๔. พูดใหช้ ัดเจน ใช้คำแทนชื่อให้ถูกตอ้ ง
๕. มองผู้พูด
๖. ขณะพูดต้องน่ังหรือยนื ตวั ตรงในท่าสบาย
๗. ไม่เอามือล้วง ควัก แกะ เกา ขณะพดู หรือยนื เอามอื ไขวห้ ลัง

มารยาทในการพดู

๑. ใช้น้ำเสียงนุ่มนวล ไม่พดู กระโชกโฮกฮาก
๒. ใช้ถอ้ ยคำสุภาพ
๓. พูดด้วยใจจรงิ และยกย่องผู้ฟงั

๔. ไม่นินทาผู้อื่นหรือพูดว่าร้ายผ้อู น่ื
๕. ไม่แสดงความโกรธเคืองผู้ฟัง
๖. รอจังหวะในการพดู ซกั ถาม ไม่พูดสอดขณะผู้อ่นื กำลงั พดู

แบบทดสอบ บทท่ี ๓ ป่ าน้ีมีคณุ

ช้แี จง ให้นกั เรยี นกาเครอื่ งหมาย  ทับตวั อักษรหน้าขอ้ ที่ถูกต้อง

๑. “ป่านมี้ คี ณุ ” หมายความวา่ อยา่ งไร

ก. ปา่ แห่งน้ชี อื่ ปา่ คุณ ข. ปา่ ไมม้ คี ุณประโยชน์

ค. ปา่ ทม่ี ีต้นคณู ง. ปา่ ที่มีแตไ่ มด้ ีๆ

๒. ในความฝันของอารี สัตวช์ นดิ ใดมปี ระโยชนม์ ากที่สดุ

ก. ผ้งึ ข. หิ่งหอ้ ย

ค. กบ ง. สัตว์ทกุ ชนิด

๓. ทำไมปา่ ชายเลนจึงมคี วามสำคัญ

ก. เป็นทีเ่ พาะพันธสุ์ ัตว์น้ำ ข. เป็นทอ่ี ย่อู าศยั ของสตั ว์น้ำ

ค. เปน็ ทีเ่ กบ็ รกั ษาอาหาร ง. ถกู ทุกข้อ

๔. ป่าชายเลนมีอยบู่ รเิ วณใดบา้ ง

ก. ภาคใต้ ข. แถบฝั่งทะเลภาคตะวันออก

ค. ภาคกลาง ง. ถูกทุกข้อ

๕. ครอู ารีให้นักเรยี นไปศกึ ษาคน้ ควา้ หาความร้เู ก่ยี วกบั เรอื่ งใด

ก. ป่า ข. ป่าดงดบิ

ค. อุทยานแห่งชาติ ง. ปา่ ชายเลน

๖. ทำไมครูอารจี ึงพานักเรียนไปทัศนศึกษาทป่ี ่าชายเลน

ก. เพื่อศึกษาธรรมชาติ

ข. เพื่อศึกษาธรรมชาติของสัตว์นำ้

ค. เพื่อศึกษาธรรมชาตขิ องต้นไม้

ง. ถกู ทกุ ข้อ

๗. นกรอ้ งเพลงเกย่ี วกับอะไร

ก. ร้องเพลงกลอ่ มโลก ข. จิกแมลงเป็นอาหาร

ค. ร่วมแรงร่วมใจ ง. ทำน้ำหวาน

๘. กบรอ้ งเพลงเกย่ี วกับอะไร

ก. รอ้ งเพลงกล่อมโลก ข. หาจับแมลงเป็นอาหาร

ค. รว่ มแรงร่วมใจ ง. ทำน้ำหวาน

๙. ลูกมดรอ้ งเพลงเกยี่ วกับอะไร

ก. ร้องเพลงกล่อมโลก ข. จกิ แมลงเปน็ อาหาร

ค. ร่วมแรงร่วมใจ ง. ทำนำ้ หวาน

๑๐. ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งส่งิ มชี ีวติ กับถน่ิ ที่อย่แู ละสงิ่ แวดล้อม

หมายถงึ อะไร

ก. ระบบนิเวศ ข. ทรพั ยากรธรรมชาติ

ค. การรักษาให้คงเดมิ ง. ป่าชายเลน

๑๑. คำว่า “อนรุ กั ษ์” มีตัวสะกดในมาตราใด

ก. แม่กด ข. แม่กบ

ค. แม่กก ง. แม่กบ

๑๒. สว่ นประสม ล + โ – ะ + ม เกิดคำใดข้ึน

ก. ส้ม ข. ลม

ค. ลม ง. ลอม

๑๓. ข้อใดสะกดด้วยตวั ย

ก. ใบเตย ข. เสีย

ค. ไทย ง. อธปิ ไตย

๑๔. “แม่ตดั กระดาษสีแสด” ประโยคนี้มคี ำท่ีอยู่ในมาตรา แมก่ ด ก่ีคำ

ก. ๓ คำ

ข. ๔ คำ

ค. ๕ คำ

ง. ๖ คำ

๑๕. คำใดมีความหมายเหมือนกบั คำว่า “ ไพร ”

ก. ธารา

ข. ธรณี

ค. พนา

ง. ชายเลน

เฉลยแบบทดสอบ บทท่ี ๓

๑. ข ๒. ง ๓. ง ๔. ง ๕. ง
๖. ง ๗. ก ๘. ข ๙. ค ๑๐. ก
๑๑. ค ๑๒. ข ๑๓. ก ๑๔. ก ๑๕. ค

ใบงาน ชุดท่ี ๑

คำชแ้ี จง ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้
๑. เร่ือง“ปา่ นมี้ คี ุณ” มตี วั ละครกต่ี วั
๒. ใครชนะเลิศในการประกวดการคดั ลายมือ
๓. ครูอารีให้เดก็ ค้นควา้ หาความรเู้ รื่องอะไร
๔. อารีนอนหลบั ฝนั เกี่ยวกับเรื่องอะไรบ้าง
๕. ในความฝนั ของอารี ฝันถึงสตั ว์ชนดิ ใดบา้ ง
๖. ในความฝนั ของอารี สตั วช์ นิดใดมปี ระโยชน์มากท่ีสุด
๗. ผึง้ มปี ระโยชนอ์ ยา่ งไรบ้าง
๘. ลูกนกมีประโยชน์อย่างไรบ้าง
๙. นกั เรยี นคิดวา่ สตั วป์ ระหลาดในฝนั ของอารีมคี ณุ ธรรมข้อใด
๑๐. นกั เรียนได้ขอ้ คิดอยา่ งไรกบั การอา่ นเรื่องน้ี

ชื่อ..............................................................เลขท่ี ..................... ช้ัน...............

แบบบันทึกผลการประเมนิ การเรียนรู้ กลุม่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๓

ชุดภาษาพาที บทท่ี ๓ ปา่ นม้ี คี ุณ แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ ๑ การฟงั เรือ่ ง

เลข ด้านคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ดา้ นผลงาน

ที่

ชอื่ – สกลุ รักความเป็นไทย
ใ ่ฝเรียนรู้
ีม ิจตสาธารณะ
ีม ิวนัย
อยู่อย่างพอเ ีพยง
รวมคะแนน ้ดานคุณ ัลกษณะ ฯ
การทำแบบทดสอบ ่กอนเรียน
การทำใบงาน ุชด ี่ท ๑

รวม
ผ่าน / ไ ่มผ่าน

๒ ๒ ๒ ๒ ๒ ๑๐ ๒๐ ๑๐ ๔๐

๑ ๓ หมายถึง ดี เกณฑร์ ะดบั คะแนน ๓๕ – ๔๐ = ๓








๑๐
ความหมายระดับคณุ ภาพ

๒ หมายถึง พอใช้ ๒๕ – ๓๔ = ๒

๑ หมายถึง ปรับปรุง ๑๐ – ๒๔ = ๑

เกณฑ์การผ่าน ไดค้ ะแนน ๑ ขน้ึ ไป

ลงช่ือ...........................................ผู้ประเมนิ

( .............................................. )

แบบบันทึกคะแนนทดสอบก่อนเรยี น – หลงั เรยี น วิชาภาษาไทย ชน้ั ป.๓
บทเรียนที่ ๓ ปา่ นี้มคี ณุ

แบบทดสอบ แบบทดสอบ

เลขที่ – ช่ือ – สกลุ กอ่ นเรยี น หลงั เรียน ผลตา่ ง ผลตา่ ง สรุป

๑ ๑๕ ๑๕ ๒

๓ ผ่าน






๑๐
๑๑
๑๒

รวมทั้งหมด
เฉลี่ย

ค่าเบย่ี งเบนมาตรฐาน
รอ้ ยละ

แผนการจดั การเรียนรู้ ชุดภาษาพาที แผนท่ี ๒

กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปี ที่ ๓
บทท่ี ๓ ป่ านมี้ คี ุณ เวลา ๙ ชั่วโมง
หวั ข้อเรื่อง การอ่านคดิ วเิ คราะห์ เวลา ๑ ช่ัวโมง
วันที่ ....................................... ผู้ใช้แผน ................................

สาระท่ี ๑ การอ่าน
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอา่ นสรา้ งความรู้และความคิดเพือ่ นำไปใช้ตัดสินใจแกป้ ัญหา

ในการดำเนินชีวติ และมนี ิสัยรกั การอา่ น
๑. สาระสำคญั

๑.๑ ความคิดรวบยอด
การวิเคราะหเ์ รอ่ื ง เปน็ การพจิ ารณาเร่ืองราวตา่ ง ๆ อย่างละเอยี ดตัง้ แต่ต้นจนจบ เพื่อ

แยกแยะข้อเท็จจริงและข้อคดิ เห็น มกี ารใช้เหตผุ ลในการแยกส่วนดี สว่ นบกพรอ่ งของเร่ืองนน้ั ๆ การ
จะยอ่ ความและวิเคราะหเ์ ร่ืองได้ดีนอกจากจะเปน็ คนชอบอ่านแล้วยงั ต้องหม่ันฝึกการย่อความและ
วเิ คราะห์เปน็ ประจำด้วย ดงั นั้นจะตอ้ งเรยี นรู้และนำไปใช้ให้ถกู ต้อง จึงจะถอื วา่ ประสบความสำเรจ็ ใน
การเรยี นภาษา

๑.๒ สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น
- ความสามารถในการสื่อสาร
- ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต

๒. ตัวช้วี ดั
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๓ / ๓ ต้ังคำถามและตอบคำถามเชิงเหตุผลเกี่ยวกบั เรื่องที่อ่าน

๓. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
๓.๑ นกั เรียนตงั้ คำถาม – ตอบคำถามเร่ืองที่อา่ นได้
๓.๒ นักเรยี นแสดงเหตุผลในการตอบคำถามได้
๓.๓ นกั เรยี นสรปุ ข้อคิดทไี่ ด้จากการอา่ นได้

๔. คุณลักษณะอันพึงประสงค์
๔.๑ รักความเป็นไทย
๔.๒ ใฝ่เรียนรู้
๔.๓ มจี ิตสาธารณะ
๔.๔ มวี นิ ยั
๔.๕ อย่อู ยา่ งพอเพยี ง

๕. สาระการเรียนรู้
๕.๑ สาระการเรียนรู้แกนกลาง
๏ การอา่ นจับใจความจากสอ่ื ตา่ งๆ เช่น
- นิทานหรือเร่ืองเก่ยี วกับทอ้ งถ่นิ
๕.๒ สาระการเรยี นรูย้ ่อย
๏ การอา่ นคดิ วิเคราะห์
๏ การตั้งคำถามเชงิ เหตุผล

๖. ชิ้นงาน / หลกั ฐานรอ่ งรอยแสดงความรู้
๖.๑ การทำใบงาน
๖.๒ แบบบนั ทึกผลการประเมินคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์และผลงาน

๗. กจิ กรรมการเรยี นรู้
๗.๑ ทบทวนเน้อื หาทเ่ี รียนในชวั่ โมงทแ่ี ล้วดว้ ยการให้นักเรียนนำใบงานชุดที่ ๑ มาร่วมกนั

ตรวจสอบและเฉลยอกี ครั้ง
๗.๒ แบง่ นกั เรียนออกเป็นกลมุ่ กล่มุ ละ ๔ – ๕ คน ให้แตล่ ะกล่มุ เลือกประธานกลุ่ม

รองประธานกลมุ่ และเลขานุการกลุ่ม ครูอธบิ ายบทบาทและหน้าทีข่ องสมาชิกทกุ คนในกลุ่มให้นักเรียน
ทราบ

๗.๓ ใหน้ ักเรียนแตล่ ะกลุ่มอ่านออกเสยี งเน้ือหาบทเรยี น จากหนังสือภาษาไทยชุด ภาษา
พาที ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ บทที่ ๓ “ ป่านมี้ ีคุณ” จากหน้า ๓๓ ถงึ หนา้ ๓๘ กลุ่มละ ๑ ยอ่ หนา้
จากน้นั ทกุ กลุ่มอ่านพร้อมกนั อีกครั้ง

๗.๔ ครตู ง้ั คำถามตอ่ ไปน้ีใหน้ ักเรียนแต่ละกลุม่ ตอบ
▪ เหตุใด บทเรยี นนจ้ี งึ ต้งั ช่ือว่า “ ปา่ นีม้ คี ณุ ”
▪ สงิ่ ใดสำคัญท่ีสดุ ในเร่อื งน้ี
▪ สตั วป์ ระหลาดในความฝันของอารนี ่าจะหมายถึงสง่ิ ใด
▪ นกั เรียนคดิ ว่า เพราะเหตใุ ด สตั ว์ประหลาดจึงไม่กนิ สตั ว์ต่างๆ
▪ นกั เรียนได้ข้อคดิ อยา่ งไรในการอ่านเรื่องนี้

ให้แตล่ ะกลุม่ ช่วยกันเขียนคำตอบลงในแผ่นกระดาษ จากน้ันสง่ ตัวแทนออกมาอา่ นคำตอบที่
หน้าช้ันเรียน ครชู มเชยกลุ่มท่ตี อบได้ดี

๗.๕ รวมกนั สนทนาถึงเนื้อหาของเร่ือง “ ป่านีม้ ีคุณ” ครซู ักถามนกั เรยี นวา่ นักเรยี นได้
อะไรบา้ งจากการอ่านเร่ืองนี้

๗.๖ นักเรยี นทำใบงานท่ี ๔ ( ท้ายแผน ) ชุด เขยี นอธิบายรูปภาพทีก่ ำหนดให้ เสร็จแลว้ ให้
แตล่ ะคนอ่านคำอธบิ ายรปู ภาพของตนเองท่หี น้าชน้ั เรยี น รว่ มกันตัดสนิ ผทู้ ่เี ขยี นอธิบายไดด้ ีท่ีสุด นำ
ผลงานไปตดิ ไว้ท่ปี ้ายนเิ ทศหน้าชั้น

๗.๗ นกั เรียนทำใบงานที่ ๕ ( ท้ายแผน ) ชุด บอกสงิ่ ท่ีไดจ้ ากการอ่านเรื่อง“ ป่านมี้ ีคุณ” ถา้
ไมเ่ สรจ็ ไปทำเปน็ การบ้าน

สื่อ / แหล่งเรยี นรู้ / บุคคล

ลำดบั ที่ รายการส่ือ กจิ กรรมท่ใี ช้ แหลง่ ทไ่ี ดม้ า
ครใู ช้ประกอบคำอธิบาย
๑ รูปภาพ ครูจัดเตรยี ม
ครูจดั ทำ
๒ ใบงาน ชุดท่ี ๒ – ๓ นกั เรียนทำใบงาน ครูจดั ทำ
ครูจดั ทำ
๓ แถบประโยคคำถาม นกั เรยี นฝกึ ทักษะการตอบคำถาม
ครจู ัดทำ
๔ หนงั สือเรียนรายวิชาพ้ืนฐาน นักเรียนอา่ นเรื่อง ครจู ดั ทำ
ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอ่ื ชีวิต ครูจัดทำ
ภาษาพาที ชนั้ ป.๓ สร้างกฎของการประเมิน
ประเมนิ ผลงานรายกลุ่ม
๕ เกณฑ์การประเมิน ( Rubric ) บนั ทกึ การสงั เกตพฤติกรรม และ
๖ แบบประเมินผลงานรายกลมุ่ บนั ทึกผลงานรายบุคคล
๗ แบบประเมินการสงั เกต

พฤติกรรม และแบบ
ประเมนิ ผลงานรายบุคคล

วดั ผลประเมนิ ผล

กิจกรรมที่ประเมิน เครือ่ งมือทใ่ี ชใ้ น วธิ ีการประเมิน เกณฑ์การประเมิน
การประเมนิ
๑. สงั เกตพฤติกรรมดา้ น สงั เกตรายบคุ คล ๘ - ๑๐ = ดีมาก
คณุ ลักษณะอันพึง แบบประเมนิ การสังเกต ๖ – ๗ = ดี
ประสงค์ พฤติกรรม และแบบ ๕ = พอใช้
ประเมินผลงาน ตำ่ กว่า ๕ = ปรับปรุง

๒. นกั เรียนรว่ มกิจกรรม แบบประเมนิ การสงั เกต สงั เกตรายกลุ่ม ๘ - ๑๐ = ดีมาก
พฤติกรรม และแบบ ๖ – ๗ = ดี
๓. นักเรยี นทำใบงาน ประเมินผลงาน
ชดุ ท่ี ๒ ๕ = พอใช้
แบบประเมนิ การสงั เกต
๓. นักเรียนทำใบงาน พฤติกรรม และแบบ ตำ่ กว่า ๕ = ปรับปรุง
ชดุ ท่ี ๓ ประเมินผลงาน
ตรวจงานรายบคุ คล ๘ - ๑๐ = ดมี าก
แบบประเมินการสังเกต ๖ – ๗ = ดี
พฤติกรรม และแบบ
ประเมนิ ผลงาน ๕ = พอใช้

ตำ่ กว่า ๕ = ปรับปรุง

ตรวจงานรายบคุ คล ๘ - ๑๐ = ดีมาก
๖ – ๗ = ดี

๕ = พอใช้

ตำ่ กวา่ ๕ = ปรบั ปรุง

การประเมิน ดา้ นทักษะ / กระบวนการ

ประเด็นการประเมิน เกณฑก์ ารให้ระดบั คะแนน

ทกั ษะการ สรุป ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรับปรุง (๐)
เนือ้ หา
สรุปเนือ้ หาได้กระชับ สรปุ เนอ้ื หาได้กระชบั สรปุ เนื้อหาได้ไม่กระชบั
การรายงานหนา้ ชั้น
ใจความครบถ้วน ใจความเกือบครบถว้ น ใจความและไม่ครบถว้ น
การปฏบิ ัติงานตาม
ข้นั ตอน สามารถส่ือให้ผู้อ่ืนเข้าใจ สามารถสอ่ื ใหผ้ ู้อื่นเขา้ ใจ สามารถสือ่ ให้ผู้อน่ื เขา้ ใจ
ความคดิ สร้างสรรค์
ความเป็นระเบยี บ ได้ง่าย ได้ ได้น้อย
เรยี บร้อยของการทำ
ใบงาน สามารถพูดรายงานได้ดี สามารถพูดรายงานไดด้ ี สามารถพดู รายงานไดด้ ี
พดู เสียงดงั ฟังชัด ไดส้ าระ พูดนำ้ เสยี งชัดเจน พูดน้ำเสียงไมช่ ดั เจน ไม่
ชัดเจน วางบคุ ลิกในการ สอดคล้องกบั เน้ือหาท่ี ค่อยสอดคลอ้ งกบั เนื้อหา
พดู ได้ดมี าก พูด วางบคุ ลกิ ในการพูด ทีพ่ ูด วางบคุ ลกิ ในการ
ได้ดี พูดไมค่ ่อยดี

มที กั ษะการปฏบิ ตั งิ าน มกี ารปฏบิ ัติงานตาม ยงั ไมส่ ามารถปฏิบตั ิงาน
ตามขั้นตอน ได้อย่าง ขั้นตอนไดต้ ามลำดบั ตามขัน้ ตอนได้
ถูกต้องและเหมาะสม

มีความคดิ สรา้ งสรรคด์ ี พอมคี วามคิดท่ี ยงั ขาดความคดิ ที่
สร้างสรรค์อยบู่ า้ ง สร้างสรรค์

มที ักษะสามารถสรา้ งงาน สามารถสร้างงานท่ีสวน ไมม่ ีความสวยงาม และ
ที่สวยงาม และมีความ งามพอใชไ้ ด้ และมี ไมป่ ระณตี
ประณีตดี ความประณตี ในบางสว่ น

การประเมิน ด้านคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์

ประเด็นการประเมนิ เกณฑก์ ารให้ระดบั คะแนน
ซ่ือสตั ยส์ จุ รติ
มีวนิ ัย ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรบั ปรงุ (๐)
ใฝ่เรยี นรู้
ทำงานอย่าง ทำงานอย่าง ทำงานอย่าง

ตรงไปตรงมา ยอมรับ ตรงไปตรงมา ไม่ ตรงไปตรงมา ไม่

ในขอ้ ผิดพลาดและ ยอมรับในขอ้ ผิดพลาด ยอมรับในข้อผดิ พลาด

บกพร่องของตนเอง และบกพร่องของตนเอง และบกพรอ่ งของตนเอง

พอใจในส่ิงท่ีตนมี พอใจในสง่ิ ทต่ี นมี ไม่ค่อยพอใจในสงิ่ ทีต่ นมี

รู้จกั ควบคุมอารมณ์ รจู้ กั ควบคุมอารมณ์ บ้าง ไม่รู้จักควบคมุ อารมณ์

ปฏิบัติตนอย่ใู นระเบียบ ปฏบิ ตั ิตนอยู่ในระเบียบ ปฏิบตั ติ นอยใู่ นระเบยี บ

วินัย แต่งกายถูกตอ้ ง วินยั การแต่งกายไม่ วินัยน้อย ไมค่ ่อยแตง่

ตามระเบียบของ คอ่ ยถูกต้องตามระเบียบ กายถกู ตอ้ งตามระเบียบ

โรงเรยี นตลอดเวลา ของโรงเรียน ของโรงเรยี น

มคี วามมานะม่งุ มน่ั ใน มคี วามมานะมุ่งมนั่ ใน ไม่มีความมานะมงุ่ ม่ันใน

การทำงานทไ่ี ดร้ ับ การทำงานทไ่ี ดร้ ับ การทำงานทีไ่ ดร้ ับ

มอบหมาย ศึกษา มอบหมาย ศึกษา มอบหมาย ไมค่ ่อย

คน้ ควา้ ดว้ ยตนเอง ค้นควา้ ดว้ ยตนเองเป็น ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง

ทำงานเสรจ็ ทนั เวลาและ บางครัง้ ทำงานเสร็จ ทำงานเสร็จไม่ทันเวลา

ถกู ต้อง ทันเวลาเป็นบางครั้ง

อยู่อยา่ งพอเพียง ใช้วสั ดอุ ปุ กรณก์ ารเรียน ใช้วัสดอุ ุปกรณก์ ารเรยี น ใช้วัสดุอุปกรณ์การเรยี น
มจี ติ สาธารณะ ทร่ี าคาถูกและใชอ้ ยา่ ง ทร่ี าคาค่อนข้างแพงและ ท่รี าคาค่อนข้างแพงและ
ค้มุ คา่ ใช้จนหมดแลว้ ใชอ้ ยา่ งคุ้มค่าใช้จนหมด ใชอ้ ยา่ งคุ้มคา่ ใช้ไม่
คอ่ ยซื้อใหม่ หมดแลว้ ซ้ือใหม่

มีความเสียสละเพอ่ื มคี วามเสียสละเพอ่ื ไมค่ ่อยเสียสละเพ่ือ
สว่ นรวม ไม่เอาเปรยี บ ส่วนรวมเป็นบางครง้ั ส่วนรวม ชอบเอาเปรยี บ
ไมเ่ หน็ แก่ตัวช่วยเหลอื ไม่เอาเปรียบไม่เห็นแก่ คนอื่น ค่อนข้างเห็นแก่
หมู่คณะไดเ้ ปน็ อย่างดี ตัว ไมค่ อ่ ยช่วยเหลอื หมู่ ตัว ไมค่ อ่ ยช่วยเหลอื หมู่
คณะ คณะ

ใบงาน ชุดท่ี ๒

คำชีแ้ จง ให้นักเรียนเขยี นอธบิ ายรูปภาพต่อไปน้ี ตามจนิ ตนาการ

คาอธิบายรูปภาพ ใบงาน ชุดท่ี ๒
.....................................................................................................................
.....................................................................................................................
.....................................................................................................................
.....................................................................................................................
.....................................................................................................................
.....................................................................................................................
.....................................................................................................................
.....................................................................................................................
ช.ื่อ...............................................................................................................................เ.ล..ข..ท...่ี............................................ช..้ั.น................................
.....................................................................................................................

ใบงาน ชุดที่ ๓

คำชแี้ จง ให้นกั เรียนบอกสงิ่ ท่ีไดจ้ ากการอ่านเรื่อง “ ปา่ นี้มีคุณ” โดยเขียนลงในแผนภาพตอ่ ไปนี้

ส่ิงท่ีไดจ้ ากการอ่านเร่ือง “ป่ าน้ีมีคณุ ”

ชื่อ.................................................................เลขที่ ..................... ช้ัน...............

แบบบนั ทกึ ผลการประเมนิ การเรียนรู้ กลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ ๓

ชดุ ภาษาพาที บทที่ ๓ ปา่ น้ีมคี ุณ แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี ๒ การอา่ นคิดวเิ คราะห์

เลข ดา้ นคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ดา้ นผลงาน

ที่

ช่ือ – สกลุ รักความเป็นไทย
ใ ่ฝเรียนรู้
ีม ิจตสาธารณะ
ีม ิวนัย
อยู่อย่างพอเ ีพยง
รวมคะแนน ้ดานคุณ ัลกษณะ ฯ
การทำใบงาน ุชด ี่ท ๒
การทำใบงาน ุชด ี่ท ๓

รวม
่ผาน / ไ ่มผ่าน

๒ ๒ ๒ ๒ ๒ ๑๐ ๒๐ ๑๐ ๓๐

๑ ๓ หมายถึง ดี เกณฑ์ระดับคะแนน ๒๕ – ๓๐ = ๓








๑๐
ความหมายระดับคณุ ภาพ

๒ หมายถึง พอใช้ ๑๘ – ๒๔ = ๒

๑ หมายถงึ ปรบั ปรุง ๑๐ – ๑๗ = ๑

เกณฑ์การผา่ น ได้คะแนน ๑ ขนึ้ ไป

ลงชื่อ...........................................ผู้ประเมิน

( .............................................. )

แผนการจัดการเรียนรู้ ชุดภาษาพาที แผนท่ี ๓

กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๓
บทท่ี ๓ ป่ านมี้ คี ุณ เวลา ๙ ชั่วโมง
หวั ข้อเรื่อง คาศัพท์ทใ่ี นบทเรียน เวลา ๑ ช่ัวโมง
วันท่ี ....................................... ผู้ใช้แผน ................................

สาระที่ ๑ การอ่าน
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรแู้ ละความคิดเพื่อนำไปใชต้ ัดสินใจแกป้ ญั หา

ในการดำเนนิ ชวี ิต และมีนสิ ยั รักการอา่ น
๑. สาระสำคญั

๑.๑ ความคิดรวบยอด
การเรยี นรคู้ ำ ผู้เรยี นตอ้ งเรยี นรทู้ ้ังในดา้ นองค์ประกอบ หลกั การอ่านแจกลกู สะกดคำ

ความหมายและหลักการใช้ จงึ จะสามารถนำคำไปใช้ได้ถูกต้องตามสถานการณ์

๑.๒ สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
- ความสามารถในการสอื่ สาร
- ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ

๒. ตัวช้วี ดั
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๓ / ๑ อา่ นออกเสยี งคำ ข้อความ เร่ืองสั้นๆ และบทรอ้ ยกรอง

ง่ายๆ ไดถ้ ูกต้อง คล่องแคล่ว
๓. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

๓.๑ นักเรียนอ่านแจกลกู สะกดคำได้
๓.๒ นักเรยี นบอกความหมายของคำในบทเรียนได้
๓.๓ นกั เรียนใชค้ ำได้ถูกต้องตามบริบท
๔. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
๔.๑ รกั ความเป็นไทย
๔.๒ ใฝเ่ รียนรู้
๔.๓ มจี ติ สาธารณะ
๔.๔ มีวินัย
๔.๕ อยอู่ ยา่ งพอเพียง
๕. สาระการเรียนรู้
๕.๑ สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

๏ การอา่ นออกเสียงและการบอกความหมายของคำ คำคล้องจอง ข้อความ และบทร้อย
กรองง่ายๆ ท่ีประกอบดว้ ยคำพืน้ ฐานเพมิ่ จาก ป.๒ ไม่น้อยกวา่ ๑,๒๐๐ คำ รวมทั้งคำทีเ่ รียนรู้ในกลุ่ม
สาระการเรียนรู้อ่นื

๕.๒ สาระการเรียนรยู้ อ่ ย

๏ การอ่านและสะกดคำ
๏ ความหมายของคำยากในบทเรยี น
๖. ช้ินงาน / หลักฐานรอ่ งรอยแสดงความรู้
๖.๑ การำใบงาน
๖.๒ แบบบนั ทกึ ผลการประเมิน
๗. กจิ กรรมการเรยี นรู้
๗.๑ ทบทวนเนื้อหาท่เี รียนในชวั่ โมงทแ่ี ล้วดว้ ยการใหน้ ักเรียนนำใบงานชุดที่ ๒ – ๓
มารว่ มกันตรวจสอบและเฉลยอกี ครั้ง
๗.๒ แบ่งนกั เรียนออกเปน็ กลมุ่ กลมุ่ ละ ๔ – ๕ คน จากนั้นใหน้ ักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ เล่นเกม
“ ใครหายไปไหน” ซึ่งวิธกี ารเลน่ อยูท่ า้ ยแผน
๗.๓ ครูใช้รปู ภาพชใู หน้ กั เรยี นดูเพอ่ื อธิบายความหมายของคำวา่ “ กระแสพระราชดำรัส ,
เกสร , ขมีขมนั , ทะเลสาบ , ระบบนเิ วศ , รบิ หรี่ , เลน , วนั เฉลมิ พระชนมพรรษา . อนุรักษ์ , ออก
อุบาย , อา่ วฯลฯ ” ให้นักเรียนฝึกอ่านออกเสียงและแจกลูกสะกดคำ
๗.๔ นักเรยี นแต่ละกลุม่ ช่วยกันค้นหาความหมายของคำเหลา่ นจ้ี ากพจนานกุ รมแล้วส่ง
ตัวแทนออกมาอ่านคำและความหมายท่ีหน้าชัน้ เรยี น
๗.๕ นกั เรยี นทำใบงานท่ี ๔ ( ท้ายแผน ) ชดุ เขยี นคำอ่านจากคำทีก่ ำหนดให้ จากนั้นนำสง่
ครู ครูเฉลยและตรวจสอบความถกู ต้อง
๗.๖ นกั เรียนทำใบงานท่ี ๕ ( ท้ายแผน ) ชุด บอกความหมายของคำท่ีกำหนดให้ เสร็จแลว้
นำส่งครตู รวจสอบความถูกต้อง

ส่ือ / แหล่งเรยี นรู้ / บุคคล

ลำดับที่ รายการสอื่ กิจกรรมทใ่ี ช้ แหลง่ ท่ไี ด้มา

๒ รูปภาพ ครูใช้ประกอบคำอธิบาย ครจู ัดเตรยี ม
๓ นักเรยี นทำใบงาน ครูจดั ทำ
๔ ใบงาน ชุดที่ ๔ – ๕ นักเรียนฝึกทักษะการอา่ น ครจู ดั ทำ
นกั เรยี นอ่านเรื่อง ครจู ดั ทำ
๕ บตั รคำ
๖ สร้างกฎของการประเมนิ ครูจัดทำ
๗ หนังสอื เรียนรายวิชาพื้นฐาน ประเมนิ ผลงานรายกลุม่ ครูจัดทำ
ภาษาไทย ชุดภาษาเพือ่ ชวี ติ บันทกึ การสังเกตพฤติกรรม และ ครูจดั ทำ
ภาษาพาที ชน้ั ป.๓ บันทกึ ผลงานรายบุคคล
เกณฑ์การประเมนิ ( Rubric )
แบบประเมินผลงานรายกลุ่ม
แบบประเมินการสงั เกต
พฤติกรรม และแบบ
ประเมนิ ผลงานรายบุคคล

วัดผลประเมินผล เครอ่ื งมอื ท่ีใช้ใน วิธกี ารประเมิน เกณฑก์ ารประเมิน
การประเมิน
กจิ กรรมทีป่ ระเมนิ สงั เกตรายบุคคล ๘ - ๑๐ = ดีมาก
๑. สังเกตพฤติกรรมดา้ น แบบประเมินการสงั เกต ๖ – ๗ = ดี
พฤติกรรม และแบบ ๕ = พอใช้
คณุ ลักษณะอันพงึ ประเมินผลงาน ต่ำกว่า ๕ = ปรับปรงุ
ประสงค์
แบบประเมนิ การสงั เกต สังเกตรายกลมุ่ ๘ - ๑๐ = ดมี าก
๒. นกั เรยี นร่วมกิจกรรม พฤติกรรม และแบบ ๖ – ๗ = ดี
ประเมินผลงาน
๓. นักเรียนทำใบงาน ๕ = พอใช้
ชดุ ท่ี ๔ แบบประเมนิ การสังเกต
พฤติกรรม และแบบ ต่ำกว่า ๕ = ปรบั ปรงุ
๓. นกั เรียนทำใบงาน ประเมนิ ผลงาน
ชดุ ท่ี ๕ ตรวจงานรายบคุ คล ๘ - ๑๐ = ดีมาก
แบบประเมนิ การสังเกต ๖ – ๗ = ดี
พฤติกรรม และแบบ
ประเมนิ ผลงาน ๕ = พอใช้

ตำ่ กว่า ๕ = ปรับปรงุ

ตรวจงานรายบุคคล ๘ - ๑๐ = ดมี าก
๖ – ๗ = ดี

๕ = พอใช้

ตำ่ กวา่ ๕ = ปรับปรุง

การประเมิน ดา้ นทกั ษะ / กระบวนการ

ประเด็นการประเมนิ เกณฑก์ ารใหร้ ะดบั คะแนน
ทักษะการ สรุป
เนื้อหา ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรับปรุง (๐)

การรายงานหน้าชั้น สรุปเนือ้ หาได้กระชับ สรปุ เน้อื หาได้กระชบั สรปุ เนื้อหาได้ไม่กระชบั

การปฏบิ ัติงานตาม ใจความครบถ้วน ใจความเกือบครบถว้ น ใจความและไม่ครบถว้ น
ขนั้ ตอน
สามารถสอ่ื ใหผ้ ู้อ่นื เขา้ ใจ สามารถสอ่ื ใหผ้ ู้อ่ืนเขา้ ใจ สามารถสือ่ ให้ผู้อนื่ เขา้ ใจ

ไดง้ า่ ย ได้ ได้น้อย

สามารถพดู รายงานไดด้ ี สามารถพดู รายงานไดด้ ี สามารถพดู รายงานได้ดี
พดู เสียงดงั ฟงั ชดั ไดส้ าระ พดู นำ้ เสียงชดั เจน พดู น้ำเสียงไมช่ ัดเจน ไม่
ชดั เจน วางบคุ ลิกในการ สอดคล้องกบั เน้ือหาท่ี ค่อยสอดคลอ้ งกับเน้ือหา
พูดได้ดีมาก พดู วางบุคลิกในการพดู ท่พี ดู วางบุคลกิ ในการ
ได้ดี พดู ไม่ค่อยดี

มีทักษะการปฏิบตั ิงาน มีการปฏิบัติงานตาม ยงั ไม่สามารถปฏบิ ตั ิงาน
ตามข้นั ตอน ได้อยา่ ง ข้ันตอนไดต้ ามลำดับ ตามขน้ั ตอนได้
ถูกต้องและเหมาะสม

ความคิดสรา้ งสรรค์ มีความคดิ สรา้ งสรรค์ดี พอมีความคิดที่ ยังขาดความคิดที่

ความเป็นระเบยี บ มที กั ษะสามารถสรา้ งงาน สร้างสรรคอ์ ยูบ่ ้าง สร้างสรรค์
เรยี บร้อยของการทำ ท่สี วยงาม และมีความ
ใบงาน ประณีตดี สามารถสร้างงานทีส่ วน ไมม่ ีความสวยงาม และ
งามพอใช้ได้ และมี ไม่ประณตี
ความประณตี ในบางสว่ น

การประเมิน ดา้ นคุณลักษณะอนั พึงประสงค์

ประเด็นการประเมนิ เกณฑ์การให้ระดบั คะแนน

ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรบั ปรงุ (๐)

ทำงานอย่าง ทำงานอย่าง ทำงานอย่าง

ตรงไปตรงมา ยอมรบั ตรงไปตรงมา ไม่ ตรงไปตรงมา ไม่

ซ่ือสตั ย์สุจริต ในข้อผิดพลาดและ ยอมรับในข้อผดิ พลาด ยอมรบั ในข้อผิดพลาด

บกพร่องของตนเอง และบกพรอ่ งของตนเอง และบกพรอ่ งของตนเอง

พอใจในสง่ิ ทตี่ นมี พอใจในสิ่งทตี่ นมี ไมค่ ่อยพอใจในสิง่ ทตี่ นมี

รจู้ กั ควบคุมอารมณ์ ร้จู ักควบคมุ อารมณ์ บ้าง ไม่ร้จู ักควบคมุ อารมณ์

ปฏิบตั ิตนอยูใ่ นระเบยี บ ปฏบิ ัติตนอยู่ในระเบียบ ปฏิบัติตนอยู่ในระเบียบ

มีวนิ ัย วินยั แต่งกายถกู ตอ้ ง วินยั การแตง่ กายไม่ วินัยนอ้ ย ไม่ค่อยแต่ง

ตามระเบยี บของ ค่อยถูกต้องตามระเบียบ กายถกู ต้องตามระเบียบ

โรงเรยี นตลอดเวลา ของโรงเรยี น ของโรงเรียน

ใฝ่เรยี นรู้ มคี วามมานะมุ่งมั่นใน มคี วามมานะมงุ่ ม่นั ใน ไมม่ ีความมานะมงุ่ มั่นใน
การทำงานทีไ่ ดร้ ับ การทำงานที่ไดร้ บั การทำงานทีไ่ ดร้ ับ
มอบหมาย ศึกษา มอบหมาย ศึกษา มอบหมาย ไมค่ ่อย
ค้นคว้าด้วยตนเอง คน้ ควา้ ดว้ ยตนเองเป็น ศกึ ษาคน้ ควา้ ด้วยตนเอง
ทำงานเสรจ็ ทันเวลาและ บางคร้ัง ทำงานเสรจ็ ทำงานเสรจ็ ไม่ทันเวลา
ถกู ต้อง ทนั เวลาเป็นบางครงั้

อยู่อยา่ งพอเพียง ใช้วสั ดอุ ปุ กรณ์การเรียน ใช้วัสดอุ ปุ กรณ์การเรียน ใชว้ สั ดุอปุ กรณ์การเรียน
ท่ีราคาถูกและใช้อยา่ ง ทรี่ าคาค่อนข้างแพงและ ทีร่ าคาค่อนข้างแพงและ
คมุ้ คา่ ใชจ้ นหมดแลว้ ใช้อยา่ งคุ้มค่าใช้จนหมด ใช้อยา่ งคุ้มคา่ ใช้ไม่
คอ่ ยซื้อใหม่ หมดแลว้ ซื้อใหม่

มีจติ สาธารณะ มคี วามเสียสละเพ่อื มีความเสียสละเพอื่ ไมค่ ่อยเสยี สละเพื่อ
ส่วนรวม ไมเ่ อาเปรยี บ ส่วนรวมเป็นบางครั้ง สว่ นรวม ชอบเอาเปรยี บ
ไมเ่ ห็นแก่ตัวชว่ ยเหลอื ไมเ่ อาเปรียบไม่เห็นแก่ คนอื่น ค่อนข้างเหน็ แก่
หมคู่ ณะได้เป็นอย่างดี ตวั ไม่ค่อยช่วยเหลือหมู่ ตัว ไมค่ อ่ ยช่วยเหลือหมู่
คณะ คณะ

เกม ใครหายไปไหน

จุดมุง่ หมาย

๑. เพอื่ ใหน้ ักเรยี นสามารถจัดลำดบั ของพยัญชนะได้
๒. เพอื่ ใหน้ ักเรยี นสามารถเขียนและสะกดคำตามความหมายทคี่ รบู อกให้
สอ่ื
กระดาษซึง่ เขยี นพยัญชนะไว้เป็นกลุ่มโดยขาดตัวน้นั บ้างตัวนี้บ้าง และมีคำสงั่ ประกอบว่าใหน้ ำ
พยญั ชนะตัวท่หี ายไปมาประกอบกันเปน็ คำตามความหมายท่รี บุ ไุ ว้

ตัวอยา่ ง
๑. เธอรู้ไหมว่าพยัญชนะต่อไปนี้ตัวใดหายไป ขอบอกใบใ้ หว้ ่าหายไป ๓ ตวั ถา้ เธอเอามา
รวมกันจะไดค้ ำคำหนง่ึ ซ่ึงหมายถงึ เคร่ืองมือท่ใี ช้ในการจบั ปลา

กขฃคฆงจฉชซฌญฎฏฐฑฒณดตถทธบปผฝพฟภมยรลศษส
ห ฬ ฮ (เฉลย = อวน)

๒. เธอรูไ้ หมวา่ พยญั ชนะต่อไปนี้ตัวใดหายไป ขอบอกใบ้ให้ว่าหายไป ๒ ตวั ถา้ เธอเอามา
รวมกันจะไดค้ ำคำหนง่ึ ซง่ึ หมายถึงดนตรชี นดิ หนึ่ง

กขฃคฅฆงฉชฌฎฏฐฑฒณดตถทธนบปผฝพฟภมยรลวศษส
ห ฬ ฮ (เฉลย = ซอ)

๓. เธอรู้ไหมว่าพยัญชนะต่อไปนี้ตวั ใดหายไป ขอบอกใบใ้ หว้ ่าหายไป ๓ ตัว ถา้ เธอเอามา
รวมกันจะไดค้ ำคำหนึง่ ซึง่ หมายถึงเคร่อื งมอื ในการทำสวน

กขฃคฅฆงฉชซฌญฎฏฐฑฒณดตถทฑธ น ปผฝพฟภมยรลว
ศ ษ ส ห ฬ ฮ (เฉลย = จอบ)

วธิ ดี ำเนนิ กจิ กรรม
แจกกระดาษซึ่งเขยี นหรือพิมพล์ ำดบั พยัญชนะให้กับผู้เลน่ แตล่ ะคนจับเวลาประมาณ ๕ นาที
ให้หาพยญั ชนะท่หี ายไปว่าจะประกอบเป็นคำใดบา้ ง ใครที่หาไดเ้ สรจ็ ก่อนกเ็ ปน็ ผูช้ นะ อาจรวมคะแนน
เป็นหมู่วา่ หมใู่ ดมผี ู้ที่ทำเสร็จมากทสี่ ดุ และเรว็ ท่สี ดุ

ข้อเสนอแนะ
๑. การเลน่ กจิ กรรมนี้ ถ้าใชผ้ ู้เล่นระดับประถมศึกษาปีท่ี ๑ – ๒ ก็อาจดัดแปลงให้ดูภาพสิ่งของ
ประกอบพยัญชนะที่หายไปก็ได้
๒. ในระดับช้ันทส่ี งู ขนึ้ อาจดัดแปลงเพิ่มเติมตัวพยญั ชนะท่หี ายไปให้มากขึ้น แลว้ แขง่ ขันว่า
ใครจะประสมคำจากพยญั ชนะทีห่ ายไปได้มากกวา่ กัน
๓. อาจดดั แปลงกิจกรรมน้ีไปใชก้ บั การผันเสียงวรรณยกุ ตโ์ ดยใหน้ กั เรียนหาเสียงที่หายไป เชน่
คา (*ขา่ ) คา่ (*ค้า) ขา

ขา้
หมายเหตุ (*คอื คำทตี่ ้องการให้หา)

ใบงาน ชุดท่ี ๔

คำชแ้ี จง ให้นกั เรยี นเขยี นคำอ่านจากคำท่ีกำหนดให้อย่างถูกต้อง
ตัวอย่าง สำราญ อา่ นวา่ สำ – ราน

๑. พระราชดารัส อ่านว่า …………………………………..
๒.เกสร อ่านว่า …………………………………..
๓. ขมขี มนั อา่ นว่า …………………………………..
อา่ นวา่ …………………………………..
๔.อนุรักษ์ อ่านวา่ …………………………………..

๕. ประกาศ อ่านว่า …………………………………..
๖. สัตว์นา้ อ่านวา่ …………………………………..
๗๙.. คธรณุ รคม่าชาติ อ่านวา่ …………………………………..
๘๑๐..ปทรศั ะนโยศชึกนษ์า อา่ นว่า …………………………………..
อ่านวา่ …………………………………..

ใบงาน ชุดที่ ๕

คำช้แี จง ให้นักเรียนหาความหมายของคำทก่ี ำหนดใหต้ อ่ ไปน้ี

ท่ี คำ ความหมาย

๑ เกสร
๒ ขมขี มัน
๓ ทะเลสาบ
๔ ระบบนิเวศ
๕ รบิ หรี่
๖ อนรุ กั ษ์
๗ อุบาย
๘ อ่าว
๙ ปแู สม
๑๐ กฎเกณฑ์
๑๑ ป่าชายเลน
๑๒ หง่ิ หอ้ ย
๑๓ ลำพู
๑๔ โกงกาง
๑๕ ประกวด

ช่ือ.................................................................เลขท่ี ..................... ช้ัน...............

แบบบนั ทึกผลการประเมนิ การเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาไทย ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี ๓

ชดุ ภาษาพาที บทท่ี ๓ ปา่ นีม้ ีคณุ แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๓ คำศัพทใ์ นบทเรียน

เลข ด้านคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ดา้ นผลงาน

ที่

ช่อื – สกลุ รักความเป็นไทย
ใ ่ฝเรียนรู้
ีม ิจตสาธารณะ
ีม ิวนัย
อยู่อย่างพอเ ีพยง
รวมคะแนน ้ดานคุณ ัลกษณะ ฯ
การทำใบงาน ุชด ี่ท ๔
การทำใบงาน ุชด ี่ท ๕

รวม
่ผาน / ไ ่มผ่าน

๒ ๒ ๒ ๒ ๒ ๑๐ ๒๐ ๑๐ ๓๐

๑ ๓ หมายถงึ ดี เกณฑ์ระดับคะแนน ๒๕ – ๓๐ = ๓








๑๐
ความหมายระดับคณุ ภาพ

๒ หมายถึง พอใช้ ๑๘ – ๒๔ = ๒

๑ หมายถงึ ปรบั ปรุง ๑๐ – ๑๗ = ๑

เกณฑ์การผา่ น ได้คะแนน ๑ ขนึ้ ไป

ลงชื่อ...........................................ผูป้ ระเมิน

( .............................................. )

แผนการจัดการเรียนรู้ ชุดภาษาพาที แผนท่ี ๔

กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปี ที่ ๓
บทที่ ๓ ป่ านมี้ คี ุณ เวลา ๙ ชั่วโมง
หวั ข้อเร่ือง การอ่านบทอ่านเสริม เวลา ๑ ช่ัวโมง
วันท่ี ....................................... ผ้ใู ช้แผน ................................

สาระท่ี ๑ การอา่ น
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรแู้ ละความคดิ เพือ่ นำไปใช้ตัดสนิ ใจแกป้ ัญหา

ในการดำเนินชวี ิต และมนี สิ ัยรกั การอา่ น
๑. สาระสำคญั

๑.๑ ความคดิ รวบยอด
การอา่ นเสริมบทเรียนเป็นการเพิ่มประสบการณด์ า้ นการอา่ น ปลูกฝังให้ผู้เรยี นรกั การอา่ น
และศึกษาหาความรูเ้ พ่ิมเตมิ ขยายขอบเขตการเรียนรใู้ ห้ผูเ้ รียนไดเ้ ปดิ โลกทัศน์ท่ีกว้างไกล รู้จกั คิด
วเิ คราะห์เร่ืองทอี่ ่านและนำมาปรบั ใชใ้ นชวี ิตประจำวนั ได้

๑.๒ สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
- ความสามารถในการส่ือสาร
- ความสามารถในการคดิ
- ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต

๒. ตัวช้วี ดั
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๓ / ๕ สรปุ ความรแู้ ละข้อคิดจากเรอื่ งที่อา่ นเพ่ือนำไปใช้ใน

ชีวติ ประจำวัน

๓. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
๓.๑ นักเรยี นอ่านและเกบ็ ใจความสำคญั ของเร่ืองได้
๓.๒ นกั เรยี นคดิ วิเคราะหส์ รปุ เร่อื งราวทอี่ ่าน
๓.๓ นักเรียนตง้ั คำถาม – ตอบคำถามเร่ืองท่ีอา่ นได้

๔. คุณลักษณะอันพึงประสงค์
๔.๑ รกั ความเป็นไทย
๔.๒ ใฝเ่ รยี นรู้
๔.๓ มีจติ สาธารณะ
๔.๔ มีวินัย
๔.๕ อยอู่ ย่างพอเพียง

๕. สาระการเรียนรู้

๕.๑ สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

๏ ขา่ วและเหตกุ ารณใ์ นชวี ติ ประจำวนั ในทอ้ งถนิ่ และชุมชน
๕.๒ สาระการเรยี นร้ยู ่อย

๏ การอ่านบทอา่ นเสรมิ เรื่อง ป่าชายเลน

๖. ช้ินงาน / หลักฐานรอ่ งรอยแสดงความรู้
๖.๑ การำใบงาน

๖.๒ แบบบันทกึ ผลการประเมนิ

๗. กิจกรรมการเรียนรู้
๗.๑ ทบทวนเนอ้ื หาทเี่ รียนในช่ัวโมงทแี่ ลว้ ด้วยการใหน้ กั เรียนนำใบงานชดุ ที่ ๔ – ๕

มาร่วมกนั ตรวจสอบและเฉลยอีกครั้ง

๗.๒ นักเรยี นเรยี นรูห้ รอื อ่านเร่ือง “ ป่าชายเลน” ในลกั ษณะเพื่อนชว่ ยกัน คือตรวจ
ความถกู ต้องกันเอง หากใครมีปัญหาใหค้ นท่เี ก่งช่วยพาอา่ น และถามตอบกนั เองภายในกลมุ่ (เน้นการ

อา่ นออกเสียง)

๗.๓ นักเรยี นอา่ นออกเสยี งเรอื่ ง“ปา่ ชายเลน” จนคล่อง จากน้นั นกั เรียนรว่ มกนั อภิปราย
ซกั ถามเนอ้ื หาสาระการเรียนรู้ โดยนักเรียนตั้งคำถามให้เพื่อน ๆ ตอบ ตวั อย่าง เชน่

▪ ปา่ ชายเลน หมายความวา่ อย่างไร
▪ ป่าชายเลนมปี ระโยชน์อย่างไร
▪ เหตใุ ดเราจงึ ควรช่วยกนั ดูแลป่าชายเลนมใิ หเ้ สอ่ื มโทรม
▪ สัตว์ที่อาศยั อยใู่ นปา่ ชายเลนมีอะไรบา้ ง
▪ จังหวดั ท่นี ักเรียนอยู่อาศยั มปี ่าชายเลนหรอื ไม่
▪ นกั เรยี นได้ข้อคิดอย่างไรกับการอ่านเร่ืองป่าชายเลนนี้

๗.๔ นักเรยี นทุกคนเขียนคำถามและคำตอบลงในสมุด (เน้นคดั สวยงาม) นกั เรียนช่วยกัน

สรุปเนอ้ื หาสาระการเรียนรู้ท้ังหมดอกี คร้ังหนึ่ง
๗.๕ นักเรยี นทำใบงานที่ ๖ ( ท้ายแผน ) ชุด เขียนแผนภาพความคดิ เก่ยี วกับส่ิงที่ไดจ้ าก

การอา่ นเร่ือง “ ป่าชายเลน” ตามหวั ข้อทีก่ ำหนดให้ จากนั้นนำส่งครู ครเู ฉลยและตรวจสอบความ

ถูกต้อง
๗.๖ นกั เรยี นทำใบงานท่ี ๗ ( ท้ายแผน )ชุดตรวจสอบความเป็นนักอนรุ ักษ์

ของตนเอง เสรจ็ แลว้ นำส่งครตู รวจสอบความถูกตอ้ ง

ส่อื / แหล่งเรยี นรู้ / บุคคล

ลำดับท่ี รายการสือ่ กจิ กรรมทใี่ ช้ แหล่งทไี่ ด้มา

๒ รูปภาพ ครใู ชป้ ระกอบคำอธิบาย ครูจัดเตรยี ม
๓ นักเรยี นทำใบงาน ครูจัดทำ
๔ ใบงาน ชุดท่ี ๖ – ๗ นกั เรียนฝกึ ทักษะการอ่าน ครจู ดั ทำ
นักเรียนอา่ นเรื่อง ครูจัดทำ
๕ บัตรคำ
๖ สร้างกฎของการประเมนิ ครูจดั ทำ
๗ หนังสอื เรียนรายวิชาพ้นื ฐาน ประเมินผลงานรายกลุ่ม ครูจัดทำ
ภาษาไทย ชุดภาษาเพื่อชวี ติ บนั ทึกการสังเกตพฤติกรรม และ ครจู ดั ทำ
ภาษาพาที ชัน้ ป.๓ บันทกึ ผลงานรายบุคคล
เกณฑ์การประเมิน ( Rubric )
แบบประเมินผลงานรายกลมุ่
แบบประเมนิ การสังเกต
พฤติกรรม และแบบ
ประเมินผลงานรายบุคคล

วัดผลประเมินผล

กจิ กรรมทป่ี ระเมนิ เครื่องมอื ทใ่ี ช้ใน วิธีการประเมนิ เกณฑก์ ารประเมนิ
การประเมิน
๑. สังเกตพฤติกรรมด้าน สงั เกตรายบุคคล ๘ - ๑๐ = ดมี าก
คณุ ลกั ษณะอนั พึง แบบประเมินการสังเกต ๖ – ๗ = ดี
ประสงค์ พฤติกรรม และแบบ ๕ = พอใช้
ประเมินผลงาน ต่ำกวา่ ๕ = ปรับปรุง

๒. นกั เรยี นร่วมกจิ กรรม แบบประเมนิ การสังเกต สงั เกตรายกลุ่ม ๘ - ๑๐ = ดีมาก
พฤติกรรม และแบบ ๖ – ๗ = ดี
๓. นักเรียนทำใบงาน ประเมนิ ผลงาน
ชุดท่ี ๖ ๕ = พอใช้
แบบประเมนิ การสังเกต
๓. นกั เรียนทำใบงาน พฤติกรรม และแบบ ต่ำกว่า ๕ = ปรบั ปรุง
ชดุ ท่ี ๗ ประเมินผลงาน
ตรวจงานรายบคุ คล ๘ - ๑๐ = ดีมาก
แบบประเมินการสังเกต ๖ – ๗ = ดี
พฤติกรรม และแบบ
ประเมินผลงาน ๕ = พอใช้

ตำ่ กว่า ๕ = ปรับปรุง

ตรวจงานรายบคุ คล ๘ - ๑๐ = ดีมาก
๖ – ๗ = ดี

๕ = พอใช้

การประเมิน ดา้ นทักษะ / กระบวนการ

ประเด็นการประเมิน เกณฑก์ ารให้ระดบั คะแนน

ทกั ษะการ สรุป ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรับปรุง (๐)
เนือ้ หา
สรุปเนื้อหาได้กระชับ สรปุ เนอ้ื หาได้กระชบั สรปุ เนื้อหาได้ไม่กระชบั
การรายงานหนา้ ชั้น
ใจความครบถ้วน ใจความเกือบครบถว้ น ใจความและไม่ครบถว้ น
การปฏบิ ัติงานตาม
ข้นั ตอน สามารถส่ือให้ผู้อ่ืนเข้าใจ สามารถสื่อใหผ้ ู้อื่นเขา้ ใจ สามารถสือ่ ให้ผู้อน่ื เขา้ ใจ
ความคดิ สร้างสรรค์
ความเป็นระเบยี บ ได้ง่าย ได้ ได้น้อย
เรยี บร้อยของการทำ
ใบงาน สามารถพูดรายงานได้ดี สามารถพูดรายงานไดด้ ี สามารถพดู รายงานไดด้ ี
พดู เสียงดงั ฟังชัด ไดส้ าระ พูดนำ้ เสยี งชัดเจน พูดน้ำเสียงไมช่ ดั เจน ไม่
ชัดเจน วางบคุ ลิกในการ สอดคล้องกบั เน้ือหาท่ี ค่อยสอดคลอ้ งกบั เนื้อหา
พดู ได้ดมี าก พูด วางบคุ ลกิ ในการพูด ทีพ่ ูด วางบุคลกิ ในการ
ได้ดี พูดไมค่ ่อยดี

มที กั ษะการปฏบิ ตั ิงาน มกี ารปฏบิ ัติงานตาม ยงั ไมส่ ามารถปฏิบตั ิงาน
ตามขั้นตอน ได้อย่าง ขั้นตอนไดต้ ามลำดบั ตามขนั้ ตอนได้
ถูกต้องและเหมาะสม

มีความคดิ สรา้ งสรรคด์ ี พอมคี วามคิดท่ี ยงั ขาดความคดิ ที่
สร้างสรรค์อยบู่ า้ ง สร้างสรรค์

มที ักษะสามารถสรา้ งงาน สามารถสร้างงานท่ีสวน ไมม่ ีความสวยงาม และ
ที่สวยงาม และมีความ งามพอใชไ้ ด้ และมี ไมป่ ระณตี
ประณีตดี ความประณตี ในบางสว่ น

การประเมิน ด้านคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์

ประเด็นการประเมนิ เกณฑก์ ารให้ระดบั คะแนน
ซ่ือสตั ยส์ จุ รติ
มีวนิ ัย ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรบั ปรงุ (๐)
ใฝ่เรยี นรู้
ทำงานอย่าง ทำงานอย่าง ทำงานอย่าง

ตรงไปตรงมา ยอมรับ ตรงไปตรงมา ไม่ ตรงไปตรงมา ไม่

ในขอ้ ผิดพลาดและ ยอมรับในขอ้ ผิดพลาด ยอมรบั ในข้อผดิ พลาด

บกพร่องของตนเอง และบกพร่องของตนเอง และบกพรอ่ งของตนเอง

พอใจในส่ิงท่ีตนมี พอใจในสง่ิ ทต่ี นมี ไม่ค่อยพอใจในสงิ่ ทีต่ นมี

รู้จกั ควบคุมอารมณ์ รจู้ กั ควบคุมอารมณ์ บ้าง ไม่รู้จักควบคมุ อารมณ์

ปฏิบตั ิตนอย่ใู นระเบียบ ปฏบิ ตั ิตนอยู่ในระเบียบ ปฏิบตั ติ นอยใู่ นระเบยี บ

วินัย แต่งกายถูกตอ้ ง วินยั การแต่งกายไม่ วินัยน้อย ไมค่ ่อยแตง่

ตามระเบียบของ คอ่ ยถูกต้องตามระเบียบ กายถกู ตอ้ งตามระเบียบ

โรงเรียนตลอดเวลา ของโรงเรียน ของโรงเรยี น

มคี วามมานะม่งุ มน่ั ใน มคี วามมานะมุ่งมนั่ ใน ไม่มีความมานะมงุ่ ม่ันใน

การทำงานทไ่ี ดร้ ับ การทำงานทไ่ี ดร้ ับ การทำงานทีไ่ ดร้ ับ

มอบหมาย ศึกษา มอบหมาย ศึกษา มอบหมาย ไมค่ ่อย

คน้ ควา้ ดว้ ยตนเอง ค้นควา้ ดว้ ยตนเองเป็น ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง

ทำงานเสรจ็ ทนั เวลาและ บางครัง้ ทำงานเสร็จ ทำงานเสร็จไม่ทันเวลา

ถกู ต้อง ทันเวลาเป็นบางครั้ง

อยู่อยา่ งพอเพียง ใช้วสั ดอุ ปุ กรณก์ ารเรียน ใช้วัสดอุ ุปกรณก์ ารเรยี น ใช้วัสดุอุปกรณ์การเรยี น
มจี ติ สาธารณะ ทร่ี าคาถูกและใชอ้ ยา่ ง ทร่ี าคาค่อนข้างแพงและ ท่รี าคาค่อนข้างแพงและ
ค้มุ คา่ ใช้จนหมดแลว้ ใชอ้ ยา่ งคุ้มค่าใช้จนหมด ใชอ้ ยา่ งคุ้มคา่ ใช้ไม่
คอ่ ยซื้อใหม่ หมดแลว้ ซ้ือใหม่

มีความเสียสละเพอ่ื มคี วามเสียสละเพอ่ื ไมค่ ่อยเสียสละเพ่ือ
สว่ นรวม ไม่เอาเปรยี บ ส่วนรวมเป็นบางครง้ั ส่วนรวม ชอบเอาเปรยี บ
ไมเ่ หน็ แก่ตัวช่วยเหลอื ไม่เอาเปรียบไม่เห็นแก่ คนอื่น ค่อนข้างเห็นแก่
หมู่คณะไดเ้ ปน็ อย่างดี ตัว ไมค่ อ่ ยช่วยเหลอื หมู่ ตัว ไมค่ อ่ ยช่วยเหลอื หมู่
คณะ คณะ

ใบงาน ชุดท่ี ๖

คำชีแ้ จง ให้นกั เรยี นบอกส่ิงทไ่ี ดจ้ ากการอา่ นเร่ือง “ ปา่ ชายเลน” ตาม
หวั ขอ้ ในแผนภาพความคดิ

ด้านอารมณ์ ด้านคณุ ธรรม ด้านสังคม

ป่ าชายเลน

ด้านความรู้

ช่ือ.................................................................เลขที่ ..................... ช้ัน...............

ใบงาน ชุดท่ี ๗

คำชีแ้ จง ใหน้ กั เรยี นตรวจสอบพฤติกรรมความเป็นนักอนุรกั ษ์ธรรมชาติ ของตนเองโดยขดี
เครื่องหมาย ✓ ในช่องทต่ี รงกับความจริง

ที่ รายการ ทำ บางครงั้ ไมเ่ คยทำ
‫٭٭٭ ٭٭ ٭‬
๑ ทงิ้ ขยะลงในแมน่ ้ำลำคลอง
๒ หกั หรอื ตดั ไมเ้ ล่น
๓ เด็ดดอกไม้มาดเู ลน่
๔ จบั สัตว์น้ำ
๕ ยงิ นก
๖ ตกปลา
๗ ขดี เขียนตามต้นไม้
๘ ฉกี ป้ายประกาศเตอื นตา่ งๆ
๙ หาของป่าไปขาย
๑๐ ไม่ใชส้ ง่ิ ของที่ทำจากธรรมชาติ

รวม

แปลผล ‫ = ٭٭٭‬๒ คะแนน ‫ = ٭٭‬๑ คะแนน ‫ ٭‬๐ คะแนน

ชื่อ.................................................................เลขท่ี ..................... ช้ัน...............

แบบบนั ทึกผลการประเมนิ การเรยี นรู้ กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๓

ชุดภาษาพาที บทท่ี ๓ ป่านี้มีคณุ แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี ๔ การอา่ นเสรมิ บทเรียน

เลข ด้านคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ดา้ นผลงาน

ที่

ชอื่ – สกลุ รักความเป็นไทย
ใ ่ฝเรียนรู้
ีม ิจตสาธารณะ
ีม ิวนัย
อยู่อย่างพอเ ีพยง
รวมคะแนน ้ดานคุณ ัลกษณะ ฯ
การทำใบงาน ุชด ี่ท ๖
การทำใบงาน ุชด ี่ท ๗

รวม
่ผาน / ไ ่มผ่าน

๒ ๒ ๒ ๒ ๒ ๑๐ ๒๐ ๑๐ ๓๐

๑ ๓ หมายถึง ดี เกณฑ์ระดับคะแนน ๒๕ – ๓๐ = ๓








๑๐
ความหมายระดับคุณภาพ

๒ หมายถึง พอใช้ ๑๘ – ๒๔ = ๒

๑ หมายถงึ ปรบั ปรุง ๑๐ – ๑๗ = ๑

เกณฑก์ ารผา่ น ไดค้ ะแนน ๑ ขน้ึ ไป

ลงช่ือ...........................................ผู้ประเมนิ

( .............................................. )

แผนการจัดการเรียนรู้ ชุดภาษาพาที แผนท่ี ๕

กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๓
บทที่ ๓ ป่ านีม้ ีคณุ เวลา ๙ ช่ัวโมง
หวั ข้อเรื่อง มาตราตัวสะกด แม่กง แม่กน เวลา ๑ ช่ัวโมง
วันท่ี ....................................... ผู้ใช้แผน ................................

สาระท่ี ๔ หลักภาษา

มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและ
พลังของภาษา ภมู ิปัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของ
ชาติ

๑. สาระสำคญั
๑.๑ ความคิดรวบยอด
ตัวสะกดในมาตรา แม่ กง คือคำในภาษาไทยท่ีสะกดด้วยตัว ง เพยี งตัวเดยี ว เป็นตวั สะกดท่ี

ตรงตามมาตราเพราะไมส่ ามารถเอาพยญั ชนะตัวอื่นมาเป็นตัวสะกดแทนได้
ตัวสะกดในมาตราแม่ กน คือคำทมี่ ตี วั น หนู เป็นตัวสะกด คำเหลา่ น้ีเรยี กว่าคำท่ีมตี วั สะกด

ตรงตามมาตรา หรือ คำที่มี ตวั ญ ณ ร ล ฬ เป็น ตัวสะกด แต่ออกเสยี ง
เหมือนตัว น หนู สะกด เรยี กวา่ ตวั สะกดไม่ตรงตามมาตรา สว่ นมากจะเปน็ คำที่มาจากภาษาอ่ืน

๑.๒ สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
- ความสามารถในการสอ่ื สาร
- ความสามารถในการคดิ
- ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ

๒. ตวั ชี้วดั
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๓ / ๑ เขยี นสะกดคำและบอกความหมายของคำ

๓. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
๓.๑ บอกพยญั ชนะท่ีใช้เป็นตวั สะกดในมาตร แม่กง และ แมก่ น ได้
๓.๒ บอกคำท่มี ีตวั สะกดในมาตรา แมก่ ง และ แม่กน ได้
๓.๓ บอกสว่ นประกอบคำในมาตรา มาตราแม่ กน ได้

๔. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
๔.๑ รกั ความเป็นไทย
๔.๒ ใฝเ่ รียนรู้
๔.๓ มจี ติ สาธารณะ
๔.๔ มีวินัย
๔.๕ อย่อู ยา่ งพอเพยี ง

๕. สาระการเรียนรู้
๕.๑ สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
๏ มาตราตวั สะกดทีต่ รงตามมาตราและไม่ตรงตามมาตรา
๕.๒ สาระการเรยี นรยู้ อ่ ย
๏ ตวั สะกดมาตรา แม่กง แม่กน

๖. ชน้ิ งาน / หลกั ฐานรอ่ งรอยแสดงความรู้
๖.๑ การำใบงาน
๖.๒ แบบบันทกึ ผลการประเมิน

๗. กิจกรรมการเรยี นรู้
๗.๑ ทบทวนเนอื้ หาท่เี รียนในชวั่ โมงทแ่ี ลว้ ดว้ ยการให้นกั เรียนนำใบงานชดุ ที่ ๖ – ๗

มาร่วมกันตรวจสอบและเฉลยอกี คร้ัง
๗.๒ นกั เรียนรบั ใบความรู้ เร่อื ง“มาตราตัวสะกด แม่กง และแม่กน ” ( ท้ายแผน ) จากครู

จากน้ันให้แตล่ ะกลมุ่ หาคำท่มี ีตวั สะกดในมาตรา แม่กง และ แมก่ น จากบทอา่ นเสรมิ “ ปา่ ชายเลน”
ใหไ้ ด้มากทส่ี ดุ เขยี นลงในแผน่ กระดาษ สง่ ตัวแทนกลมุ่ อา่ นคำในมาตรา แม่กง และ แม่กน ทีช่ ่วยกันหา
มาทีห่ น้าชนั้ เรียน

๗.๓ นักเรียนฟงั ครูอา่ นคำในมาตรา แม่กง ๑๐ คำ และ แม่กน ๑๐ คำ และให้นกั เรียน
แต่ละกลมุ่ สง่ ตวั แทนคร้งั ละ ๑ คน ออกไปแข่งขันการเขยี นตามคำบอก ท่ีกระดานดำ

๗.๔ นักเรียนทุกคนคัดลอกคำท่ีกลุ่มตนเองชว่ ยกนั หาลงในสมุด (เนน้ คดั สวยงาม) นกั เรียน
ช่วยกนั สรุปเนื้อหาสาระการเรยี นร้ทู ง้ั หมดอีกครง้ั หนึ่ง

๗.๕ นกั เรียนทำใบงานท่ี ๘ ( ท้ายแผน ) ชดุ เรียงคำจากส่วนท่ีกำหนดให้ จากน้นั นำสง่ ครู
ครูเฉลยและนักเรียนแลกเปล่ียนกนั ตรวจสอบความถูกต้อง

๗.๖ นักเรยี นทำใบงานที่ ๙ ( ทา้ ยแผน )ชดุ หาคำท่มี ีตัวสะกดในกนจากตารางท่ีกำหนดให้
เสร็จแล้วครูเฉลยและตรวจสอบความถูกต้อง

ส่อื / แหล่งเรยี นรู้ / บคุ คล

ลำดบั ท่ี รายการสอื่ กจิ กรรมท่ใี ช้ แหลง่ ทไ่ี ดม้ า
๑ ครูใช้ประกอบคำอธิบาย ครจู ดั เตรียม
ใบความรูเ้ รอื่ ง มาตราตัวสะกด
๒ แม่กง และ แม่กน นกั เรยี นทำใบงาน ครูจัดทำ
๓ ใบงาน ชุดท่ี ๘ – ๙ นกั เรยี นฝึกทักษะการอา่ น ครจู ัดทำ
๔ นักเรยี นอา่ นเรื่อง ครูจัดทำ
บัตรคำ
๕ สรา้ งกฎของการประเมนิ ครูจดั ทำ
๖ หนงั สือเรียนรายวชิ าพ้ืนฐาน ประเมนิ ผลงานรายกลมุ่ ครูจัดทำ
ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่อื ชีวิต
ภาษาพาที ชัน้ ป.๓
เกณฑ์การประเมิน ( Rubric )
แบบประเมินผลงานรายกลุ่ม

๗ แบบประเมนิ การสงั เกต บันทกึ การสงั เกตพฤติกรรม และ ครจู ดั ทำ
พฤติกรรม และแบบ บันทกึ ผลงานรายบคุ คล
ประเมินผลงานรายบุคคล

วัดผลประเมนิ ผล

กิจกรรมท่ปี ระเมิน เคร่อื งมอื ทใ่ี ช้ใน วธิ กี ารประเมนิ เกณฑ์การประเมิน
การประเมิน
๑. สงั เกตพฤติกรรมด้าน สังเกตรายบคุ คล ๘ - ๑๐ = ดมี าก
คุณลกั ษณะอนั พงึ แบบประเมนิ การสงั เกต ๖ – ๗ = ดี
ประสงค์ พฤติกรรม และแบบ ๕ = พอใช้
ประเมินผลงาน ต่ำกวา่ ๕ = ปรบั ปรงุ

๒. การเขยี นตามคำบอก แบบประเมินการสังเกต ตรวจงานรายกลุ่ม ๘ - ๑๐ = ดีมาก
พฤติกรรม และแบบ ๖ – ๗ = ดี
๓. นักเรียนทำใบงาน ประเมินผลงาน
ชุดท่ี ๘ ๕ = พอใช้
แบบประเมนิ การสังเกต
๓. นกั เรยี นทำใบงาน พฤติกรรม และแบบ ต่ำกวา่ ๕ = ปรับปรงุ
ชดุ ท่ี ๙ ประเมินผลงาน
ตรวจงานรายบุคคล ๘ - ๑๐ = ดีมาก
แบบประเมินการสงั เกต ๖ – ๗ = ดี
พฤติกรรม และแบบ
ประเมินผลงาน ๕ = พอใช้

ตำ่ กวา่ ๕ = ปรบั ปรุง

ตรวจงานรายบุคคล ๘ - ๑๐ = ดมี าก
๖ – ๗ = ดี

๕ = พอใช้

ต่ำกว่า ๕ = ปรบั ปรุง

การประเมิน ดา้ นทกั ษะ / กระบวนการ

ประเดน็ การประเมิน เกณฑก์ ารใหร้ ะดบั คะแนน
ทกั ษะการ สรุป
เนอ้ื หา ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรบั ปรงุ (๐)

การรายงานหนา้ ชน้ั สรปุ เนอื้ หาได้กระชบั สรุปเนื้อหาได้กระชับ สรุปเน้ือหาได้ไม่กระชบั

ใจความครบถ้วน ใจความเกือบครบถว้ น ใจความและไม่ครบถว้ น

สามารถส่อื ให้ผู้อนื่ เขา้ ใจ สามารถสอ่ื ให้ผู้อื่นเข้าใจ สามารถส่ือใหผ้ ู้อื่นเข้าใจ

ไดง้ ่าย ได้ ได้น้อย

สามารถพดู รายงานได้ดี สามารถพูดรายงานไดด้ ี สามารถพูดรายงานไดด้ ี

พดู เสยี งดงั ฟังชัด ไดส้ าระ พูดนำ้ เสยี งชัดเจน พดู น้ำเสยี งไมช่ ัดเจน ไม่

ชดั เจน วางบคุ ลิกในการ สอดคล้องกบั เนื้อหาที่ คอ่ ยสอดคลอ้ งกบั เน้ือหา

พดู ได้ดีมาก พดู วางบคุ ลกิ ในการพูด ทพี่ ูด วางบุคลกิ ในการ

ได้ดี พูดไมค่ ่อยดี

การปฏบิ ัติงานตาม มที ักษะการปฏบิ ตั ิงาน มกี ารปฏิบัตงิ านตาม ยังไม่สามารถปฏิบัติงาน
ขั้นตอน ตามขนั้ ตอน ได้อยา่ ง ข้นั ตอนได้ตามลำดบั ตามขน้ั ตอนได้
ถูกต้องและเหมาะสม
ความคิดสร้างสรรค์ พอมคี วามคิดท่ี ยังขาดความคดิ ที่
มคี วามคดิ สร้างสรรค์ดี
ความเปน็ ระเบียบ สรา้ งสรรค์อยบู่ ้าง สรา้ งสรรค์
เรยี บร้อยของการทำ มีทกั ษะสามารถสร้างงาน
ใบงาน ท่สี วยงาม และมีความ สามารถสร้างงานทส่ี วน ไม่มีความสวยงาม และ
ประณีตดี งามพอใช้ได้ และมี ไม่ประณีต
ความประณีตในบางส่วน

การประเมิน ดา้ นคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์

ประเด็นการประเมนิ เกณฑ์การให้ระดบั คะแนน

ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรับปรุง (๐)

ทำงานอย่าง ทำงานอย่าง ทำงานอย่าง

ตรงไปตรงมา ยอมรบั ตรงไปตรงมา ไม่ ตรงไปตรงมา ไม่

ซื่อสตั ยส์ จุ ริต ในขอ้ ผิดพลาดและ ยอมรับในขอ้ ผิดพลาด ยอมรับในข้อผิดพลาด

บกพร่องของตนเอง และบกพรอ่ งของตนเอง และบกพรอ่ งของตนเอง

พอใจในส่ิงที่ตนมี พอใจในสิ่งท่ตี นมี ไม่ค่อยพอใจในสิ่งทต่ี นมี

ร้จู ักควบคมุ อารมณ์ ร้จู ักควบคมุ อารมณ์ บา้ ง ไมร่ ู้จักควบคมุ อารมณ์

ปฏิบัติตนอยูใ่ นระเบยี บ ปฏิบัติตนอยใู่ นระเบียบ ปฏิบัตติ นอยใู่ นระเบียบ

มีวินยั วนิ ยั แต่งกายถูกต้อง วนิ ยั การแตง่ กายไม่ วินัยนอ้ ย ไมค่ ่อยแตง่

ตามระเบียบของ คอ่ ยถูกต้องตามระเบียบ กายถกู ต้องตามระเบียบ

โรงเรยี นตลอดเวลา ของโรงเรียน ของโรงเรียน

ใฝ่เรยี นรู้ มคี วามมานะมุ่งม่นั ใน มคี วามมานะมุ่งม่ันใน ไมม่ ีความมานะมงุ่ มัน่ ใน
การทำงานทีไ่ ดร้ บั การทำงานที่ไดร้ ับ การทำงานทไี่ ดร้ บั
มอบหมาย ศึกษา มอบหมาย ศึกษา มอบหมาย ไมค่ ่อย
ค้นควา้ ด้วยตนเอง ค้นคว้าดว้ ยตนเองเป็น ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง
ทำงานเสร็จทนั เวลาและ บางครั้ง ทำงานเสร็จ ทำงานเสรจ็ ไม่ทันเวลา
ถกู ต้อง ทันเวลาเปน็ บางครั้ง

อยู่อย่างพอเพยี ง ใช้วัสดุอปุ กรณก์ ารเรยี น ใชว้ สั ดอุ ปุ กรณ์การเรียน ใช้วัสดุอปุ กรณ์การเรียน
ทร่ี าคาถูกและใชอ้ ยา่ ง ท่รี าคาค่อนข้างแพงและ ที่ราคาค่อนข้างแพงและ
คมุ้ คา่ ใช้จนหมดแล้ว ใชอ้ ยา่ งคุ้มค่าใช้จนหมด ใชอ้ ย่างคุ้มค่าใช้ไม่
ค่อยซ้ือใหม่ หมดแลว้ ซือ้ ใหม่

มจี ติ สาธารณะ มคี วามเสียสละเพ่ือ มคี วามเสยี สละเพอ่ื ไม่ค่อยเสยี สละเพื่อ
ส่วนรวม ไม่เอาเปรยี บ ส่วนรวมเปน็ บางครงั้ สว่ นรวม ชอบเอาเปรียบ
ไมเ่ ห็นแก่ตวั ช่วยเหลือ ไมเ่ อาเปรียบไม่เห็นแก่ คนอน่ื ค่อนข้างเหน็ แก่
หมู่คณะได้เปน็ อย่างดี ตัว ไมค่ ่อยช่วยเหลือหมู่ ตัว ไม่ค่อยช่วยเหลือหมู่
คณะ คณะ

ใบความรู้

เรอื่ ง มาตราตวั สะกด แม่ กง

ตัวสะกดในมาตรา แม่ กง คือคำในภาษาไทยท่สี ะกดด้วยตวั ง เพียงตวั เดียว เป็นตวั สะกดที่
ตรงตามมาตราเพราะไม่สามารถเอาพยญั ชนะตัวอ่ืนมาเปน็ ตัวสะกดแทนได้ มีข้อควรสังเกตดงั นี้

๑. ถ้าประสมดว้ ยสระเสียงสั้น ๑๘ รปู ซง่ึ ไดแ้ ก่
- ะ , - ั , - ิ , - ึ , - ุ , เ – ะ , แ – ะ เ- าะ , เ – อะ , โ – ะ ,
เ – ิยะ , -ั วะ , ฤ , ฦ , - ำ , ไ , ใ , เ – า คำเหล่าน้ันจะเป็นคำตาย เช่น ขิง , ขงึ ขัง , แข็ง ,
งง เปน็ ต้น
๒. ถา้ ประสมด้วยสระเสียงยาว ๑๔ รูป ซ่งึ ได้แก่
- า , - ี , - ื , - ู , เ – , แ - , เ – ีย , เ – อ, โ - , - วั , - อ , ฤๅ , ฦๅ , - ั ย คำเหล่าน้ี
จะเปน็ คำเป็น ถ้าประสมกับอักษรกลางและเปน็ คำในแม่ ก กาจะสามารถผนั กับวรรณยุกต์ได้
ครบ ๔ รปู ๕ เสยี ง

มาตราสะกด แม่ กง คอื คำทป่ี ระสมกบั สระต่างๆ และมี ง เปน็ พยญั ชนะสะกด
เช่น คาง เสยี ง ของ ว่ิง แรง ตรง ดัง

ดงั ด – -ะ – ง

ลิง ล – -ิิ – ง

ตรง ตร – โ – ะ – ง

โคง้ ค – โ – ง – ิ้

เสียง ส – เ - ิี ย – ง

ของ ข – อ – ง

คาท่ีอยู่ในมาตราตวั สะกด แม่กง จะมี ง
เป็ นพยญั ชนะสะกด เพยี งตวั เดยี ว

มาตราตัวสะกดแม่ กน

ตัวสะกดในมาตราแม่ กน คือคำท่มี ตี ัว น หนู เป็นตัวสะกด คำเหลา่ นเี้ รยี กวา่ คำท่ีมตี วั สะกด
ตรงตามมาตรา หรือ คำที่มี ตัว ญ ณ ร ล ฬ เปน็ ตวั สะกด แต่ออกเสียงเหมือนตัว น หนู สะกด
เรียกว่า ตวั สะกดไม่ตรงตามมาตรา สว่ นมากจะเปน็ คำที่มาจากภาษาอ่ืนนอกจากน้ียงั มีกล่มุ คำท่ีใช้ รร
หนั ตวั อย่างคำท่ีมตี วั สะกดในมาตราแม่ กน

๑. กลุม่ คำท่ีมีตัวสะกดใน แม่ กน ตรงตามมาตรา เช่น

ลาน ถนน คน แผ่นหนิ เนิ่นนาน รอ้ นเยน็ ดินแดน ตำนาน กลา่ ว

ขาน แรมรอน พ้นผ่าน กระฉ่อน หนุน เป็นตน้

๒. กล่มุ คำท่มี ีตวั สะกดไม่ตรงตามมาตรา เช่น

กาล โบราณ ตำบล อาหาร บรวิ าร สญั จร ไพร่พล

กศุ ล บญุ คุณ พร เชิญ เจรญิ โอฬาร พระกาฬ สูญ ศาล

เปน็ ต้น

๓. กลุ่มคำทใ่ี ช้ตัว รร หนั จะออกเสยี ง สระอะ + น เช่น

สรรเสรญิ (สะ+น) อ่านวา่ สนั - เสิน

จรรยา (จะ + น) อ่านวา่ จัน – ยา

พรรษา (พะ +น ) อา่ นว่า พัน – สา

บรรทัด (บะ + น) อ่านวา่ บัน – ทดั

วรรณยกุ ต์ (วะ + นะ) อ่านวา่ วนั – นะ –ยกุ

สรรพากร (สะ +น) อ่านวา่ สนั –พา –กอน

บรรพบุรษุ (บะ + น) อา่ นว่า บัน –พะ –บุ –หรุด

บรรพชา (บะ +น, บะ +พ) อา่ นว่า บัน – พะ –ชา

พรรณนา (พะ + น) อา่ นวา่ พนั –นะ –นา

สรรพางค์ (สะ + น) อา่ นว่า สนั –ระ –พาง

บรรยาย อา่ นวา่ บัน –ยาย

บรรยากาศ อ่านว่า บัน –ยา –กาด

ครรลอง อา่ นวา่ คัน –ลอง

กรรแสง อ่านว่า กนั – แสง

๔. กล่มุ คำที่ใช้ - ั + น ออกเสียง สระ อะ + น เช่น

บันดาล บันได บนั ทกึ บันเทิง บนั ดล ทนั คนั มัน
ฉนั กัน พนั ร้ัน หัน ปนั หน่ั หวัน่ กลั่น เป็นต้น

ทมี่ า : วิโรจน์ มังคละมณี , หลกั ภาษาไทย . ฉะเชงิ เทรา : ประสานมิตร ,
๒๕๔๕

ใบงาน ชุดท่ี ๘

คำช้แี จง ใหน้ กั เรียนประสมคำจากพยัญชนะ สระ ตวั สะกด และวรรณยุกต์ให้มีความหมาย แลว้
เขยี นลงในช่องวา่ ง

ตัวอย่าง ง กุ้ ห้ แ ง ก้งุ แห้ง

๑. แ ข็ แ ง ง ร .................................................
๒. ร เ ย ง บี ะ ...
๓. ง า ก ง มุ้
.................................................
๔. วั ะ ง ร ...

๕. ต้ั ต่ แ ง ง .................................................
...

.................................................
...

.................................................
...

๗. บุ้ ผั ง ก .................................................
...
๘. เ น ย ง ตี น
อ .................................................
...
๙. ข้ คี า ย เ ง ง
.................................................
๑๐. ส่ิ ข ง อ ง ...

.................................................
...

ช่ือ.................................................................เลขท่ี ..................... ช้ัน...............

ใบงาน ชุดที่ ๙

คำชแ้ี จง ใหน้ กั เรียนหาคำทมี่ ีตัวสะกดในมาตราแม่ กน ให้
ได้มากทสี่ ดุ โดยการเขยี นวงกลมครอบไว้

ก า รุ ณ ฮ ป ฒ ฬ ม ง ค ล โ ฏ ฆ ฯ ญ ฐ ซ ง
หกด เ ปฟกทว ร รณกร ร มกดกส
ธฑฏแผปแอ เ ดว อนภถพก ไ ๆฮ
บ ร ร ท ม ฑ ฌ ฏ ฌ พ ญ ห อ ป ผ ดิ เ ๆ ด ง
ฤ ฆ ณ น ร พ ฆ ฆ แ ผ่ น ดิ น ร้ อ น น น ว ส
ฮ พ ฌ คุ ส ร ร เ ส ริ ญ ฟ ห ด ห แ อ ส ง ง
ผ ป แ ณ อ ท บุ ม ใ ฝ ว ง บั น ไ ด พ ร น ย
ค ต ข ช บ ล ญ พ เ ส ท ม ฝ ล า น หิ น ล บ
ห ก ด เ อ ส คุ ณ ภ า พ พ ร บั น ไ ด น ย บ
ล วส งดรณจขชหดพอทมฝยรบ
ธ บ ริ ว า ร ก ด ท ม บ ร ร จุ พ ร น ย บ ล
พณฯญฐฒฬฦฑธณอญฐ โ อฬ า ร ษ
ฆ ฏ ด เ ม หั ศ จ ร ร ย์ น ฎ ฑ ธ ณ ญ ฐ ก ด

ช่ือ.................................................................เลขที่ ..................... ช้ัน...............

แบบบันทึกผลการประเมินการเรยี นรู้ กลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๓

ชุดภาษาพาที บทที่ ๓ ป่านมี้ คี ณุ แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี ๕ มาตราตวั สะกด แม่กง และ แม่

กน

เลข ดา้ นคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ดา้ นผลงาน

ที่

ชือ่ – สกลุ รักความเป็นไทย
ใ ่ฝเรียนรู้
ีม ิจตสาธารณะ
ีม ิวนัย
อยู่อย่างพอเ ีพยง
รวมคะแนน ้ดานคุณ ัลกษณะ ฯ
การทำใบงาน ุชด ี่ท ๘
การทำใบงาน ุชด ี่ท ๙

รวม
่ผาน / ไ ่มผ่าน

๒ ๒ ๒ ๒ ๒ ๑๐ ๒๐ ๑๐ ๓๐

๑ ๓ หมายถึง ดี เกณฑร์ ะดับคะแนน ๒๕ – ๓๐ = ๓








๑๐
ความหมายระดับคุณภาพ

๒ หมายถึง พอใช้ ๑๘ – ๒๔ = ๒

๑ หมายถึง ปรบั ปรุง ๑๐ – ๑๗ = ๑

เกณฑก์ ารผ่าน ไดค้ ะแนน ๑ ขน้ึ ไป

ลงช่ือ...........................................ผปู้ ระเมิน

( .............................................. )

แผนการจัดการเรียนรู้ ชุดภาษาพาที แผนท่ี ๖

กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปี ที่ ๓
บทท่ี ๓ ป่ านีม้ ีคณุ เวลา ๙ ช่ัวโมง
หัวข้อเร่ือง มาตราตัวสะกด แม่กม แม่เกย แม่เกอว เวลา ๑ ชั่วโมง
วนั ที่ ....................................... ผ้ใู ช้แผน ......................

สาระที่ ๔ หลักภาษา
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและ

พลังของภาษา ภมู ิปญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบตั ขิ อง
ชาติ
๑. สาระสำคญั
๑.๑ ความคิดรวบยอด
มาตรา เกอว หรือที่เรยี กว่า แม่ เกอว คอื มาตราทีม่ ีพยญั ชนะ ว เปน็ ตวั สะกด และจะออก
เสยี งเปน็ ตัว “ว” คำท่มี ี ว เป็นตวั สะกด เป็นคำในมาตรา เกอว หรือ แม่ เกอว
ตัวสะกดในมาตรา แม่ กม คือคำในภาษาไทยทส่ี ะกดด้วยตวั ม เพียงตัวเดียว
มาตราเกย หรือท่ีเรียกวา่ แม่เกย คอื คำหรือพยางค์ที่มี ย เปน็ ตวั สะกด

๑.๒ สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
- ความสามารถในการส่ือสาร
- ความสามารถในการคิด
- ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ

๒. ตัวช้วี ดั
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๓ / ๑ เขยี นสะกดคำและบอกความหมายของคำ

๓. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
๓.๑ บอกพยญั ชนะท่ีใช้เปน็ ตวั สะกดในมาตรา แม่เกอว แมก่ ม และ แม่เกย ได้
๓.๒ บอกคำที่มีตัวสะกดในมาตรา แมเ่ กอว แม่กม และ แม่เกย ได้
๓.๓ บอกสว่ นประกอบคำในมาตรา แมเ่ กอว แม่กม และ แมเ่ กย ได้

๔. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
๔.๑ รักความเป็นไทย
๔.๒ ใฝ่เรยี นรู้
๔.๓ มีจิตสาธารณะ
๔.๔ มวี ินัย
๔.๕ อยอู่ ย่างพอเพยี ง

๕. สาระการเรยี นรู้
๕.๑ สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
๏ มาตราตวั สะกดทต่ี รงตามมาตราและไมต่ รงตามมาตรา
๕.๒ สาระการเรยี นรยู้ ่อย
๏ ตวั สะกดมาตรา แมเ่ กอว แม่กม และ แม่เกย

๖. ชน้ิ งาน / หลกั ฐานรอ่ งรอยแสดงความรู้
๖.๑ การำใบงาน
๖.๒ แบบบนั ทึกผลการประเมนิ

๗. กจิ กรรมการเรยี นรู้
๗.๑ ทบทวนเนอื้ หาทีเ่ รียนในชั่วโมงทแ่ี ลว้ ด้วยการให้นักเรยี นนำใบงานชุดท่ี ๖ – ๗

มาร่วมกนั ตรวจสอบและเฉลยอกี คร้ัง
๗.๒ นักเรยี นรับใบความรู้ เร่ือง“มาตราตวั สะกด แม่เกอว แมก่ ม และ แมเ่ กย”

( ทา้ ยแผน ) จากครจู ากน้นั ใหแ้ ตล่ ะกล่มุ หาคำที่มตี วั สะกดในมาตรา แม่เกอว แม่กม และ แมเ่ กย จาก
บทท่ี ๓ “ ป่านม้ี คี ุณ” ให้ได้มากท่สี ดุ เขยี นลงในแผน่ กระดาษ สง่ ตัวแทนกลุม่ อา่ นคำในมาตรา แม่เกอว
แม่กม และ แม่เกย ทช่ี ่วยกันหามาท่ีหนา้ ช้นั เรียน

๗.๓ นักเรยี นฟงั ครอู า่ นคำในมาตรา แม่เกอว แม่กม และ แม่เกย อยา่ งละ ๑๐ คำ และให้
นักเรียนแตล่ ะกลุ่มส่งตัวแทนคร้ังละ ๑ คน ออกไปแข่งขันการเขียนตามคำบอก ท่ีกระดานดำ

๗.๔ นักเรียนทุกคนคดั ลอกคำที่กลมุ่ ตนเองชว่ ยกนั หาลงในสมดุ (เนน้ คดั สวยงาม) ครสู รุป
เนอ้ื หาสาระการเรยี นรทู้ ้งั หมดอีกคร้งั หน่ึง

๗.๕ นักเรียนทำใบงานที่ ๑๐ ( ท้ายแผน ) ชุด จับคูเ่ ชอื่ มบัตรคำท่ีกำหนดให้ จากน้ันนำส่ง
ครู ครเู ฉลยและนักเรียนแลกเปลีย่ นกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง

๗.๖ นักเรียนทำใบงานที่ ๑๑ ( ทา้ ยแผน )ชดุ หาคำตอบของข้อความ ท่ีกำหนดให้ เสรจ็
แลว้ ครูเฉลยและตรวจสอบความถูกต้อง

๗.๗ นักเรียนทำใบงานที่ ๑๒ ( ทา้ ยแผน )ชดุ ตน้ ไม้ แม่เกย เสร็จแล้วครูเฉลยและ
ตรวจสอบความถูกต้อง

ส่ือ / แหล่งเรียนรู้ / บุคคล

ลำดบั ท่ี รายการส่อื กจิ กรรมทีใ่ ช้ แหล่งทีไ่ ดม้ า

ใบความรเู้ ร่อื ง มาตราตัวสะกด ครูใชป้ ระกอบคำอธิบาย ครจู ดั เตรยี ม
๒ แมเ่ กอว แมก่ ม และ แม่เกย
๓ ใบงาน ชดุ ท่ี ๑๐ – ๑๒ นักเรยี นทำใบงาน ครจู ัดทำ
๔ นกั เรียนฝึกทักษะการอา่ น ครูจดั ทำ
บัตรคำ นกั เรยี นอ่านเรื่อง ครูจดั ทำ

หนังสอื เรียนรายวชิ าพน้ื ฐาน
ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอ่ื ชีวติ


Click to View FlipBook Version