48
ภำพท่ี 37 ครูสอบถามความรู้สึกของนกั เรยี นที่มตี อ่ การจดั การเรยี นการสอนออนไลน์
ภำพท่ี 38 นักเรียนสแกน QR Code ทาแบบทดสอบก่อนเรียน
49
ภำพที่ 39 ประชาสัมพันธ์โครงการโรงเรียนปลอดภัยบุหรี่ และแอลกอฮอล์
ภำพท่ี 40 ครูสอนเร่ือง หลักการนับเบือ้ งต้น
50
ภำพท่ี 41 ครูสอนเรอื่ ง หลกั การบวกและการคณู
ภำพที่ 42 ครสู อนเรอ่ื ง วิธเี รยี งสบั เปลีย่ นเชิงเสน้
51
ภำพท่ี 43 ครูยกตวั อย่าง วิธีเรียงสับเปลีย่ นเชงิ เสน้
ภำพที่ 44 ครูสอนเรื่อง วิธจี ดั หมู่
52
ภำพที่ 45 ครูยกตัวอยา่ ง วธิ ีจดั หมู่
ภำพท่ี 46 ครใู ห้นักเรียนทาแบบฝึกหัดโดยการเลน่ เกมแต่งตวั
53
ภำพที่ 47 ครใู หน้ กั เรียนทาแบบฝึกหัดโดยการเลน่ เกมแต่งตัว
ภำพที่ 48 ครใู หน้ กั เรียนทาแบบฝกึ หัดโดยการเล่นเกมแตง่ ตวั
54
ภำพที่ 49 ครทู บทวนความรู้ของนักเรียนโดยการเลน่ เกม
ภำพที่ 50 ครทู บทวนความรู้ของนกั เรียนโดยการเลน่ เกม
55
ภำพที่ 51 ผลการแข่งขนั นักเรยี นท่ีตอบคาถามถูกตอ้ งมากท่ีสดุ
ภำพท่ี 52 นกั เรยี นสแกน QR Code ทาแบบประเมนิ ความพงึ พอใจท่มี ตี ่อโครงการเพื่อนใจวยั เรยี น
ก้าวผา่ นวิกฤติ COVID -19
56
2.2 ผลกำรดำเนินงำนโครงกำร
สรปุ แบบประเมินควำมพึงพอใจในกำรจัดโครงกำรอบรมเชิงปฏบิ ัตกิ ำร เร่ือง กำรสอนเสริม เติมควำมรู้
จากการสารวจความพึงพอใจในการอบรมเชิงปฏิบัติการ เร่ือง การสอนเสริม เติมความรู้ ซึ่งได้เก็บ
รวบรวมข้อมูลโดยคณะผจู้ ดั ทาโดยใช้แบบประเมินความพึงพอใจในเขา้ ร่วมโครงการ สรุปผลวเิ คราะหไ์ ดด้ งั น้ี
สรปุ ผลแบบประเมนิ ควำมพึงพอใจ
ตารางที่ 1 ความพึงพอใจต่อการจัดโครงการอบรมเชิงปฏิบตั ิการ เรอ่ื ง การสอนเสริม เติมความรู้
ขอ้ คำถำม ̅ S.D. ควำมพึงพอใจ
ดำ้ นกระบวนกำร ขั้นตอนกำรจดั กิจกรรม
1. รูปแบบการจดั กจิ กรรมมีความน่าสนใจ 4.97 0.17 มากทส่ี ดุ
2. ไดร้ บั ความรู้หรือประโยชน์จากการจัดกิจกรรมทุกขน้ั ตอน 4.90 0.30 มากทส่ี ุด
3. เรียบเรียงขั้นตอนในการจดั กจิ กรรมได้อย่างเหมาะสม 4.83 0.38 มากทส่ี ุด
4.ขัน้ ตอนในการจดั กิจกรรมใช้ระยะเวลาได้อย่างเหมาะสม 4.64 0.48 มากที่สุด
5. มีการประชาสมั พันธก์ จิ กรรมล่วงหน้า อยา่ งทั่วถึง 4.79 0.41 มากทส่ี ุด
รวม 4.82 0.346 มากที่สุด
ด้ำนวทิ ยำกร
1. วทิ ยากรมีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ 4.74 0.44 มากทส่ี ุด
2. วิทยากรมีความเชย่ี วชาญในหัวขอ้ ทีร่ บั ผิดชอบ 4.67 0.47 มากท่สี ุด
3. วิทยากรสามารถอธิบายเน้ือหาไดช้ ัดเจนและตรงประเดน็ 4.74 0.44 มากที่สุด
4. ใชภ้ าษาทเ่ี หมาะสมและเขา้ ใจง่าย 4.76 0.43 มากที่สุด
5. เอกสารประกอบการบรรยายเหมาะสม 4.86 0.35 มากที่สดุ
รวม 4.75 0.426 มากทส่ี ดุ
ด้ำนควำมรู้ ควำมเข้ำใจ
1. ความรู้ ความเข้าใจในเร่ืองนห้ี ลงั อบรม 4.85 0.36 มากที่สดุ
2. สามารถอธบิ ายรายละเอียดได้ 4.81 0.40 มากทีส่ ดุ
3. สามารถบอกประโยชน์ได้ 4.85 0.36 มากที่สุด
57
ข้อคำถำม ̅ S.D. ควำมพึงพอใจ
4. สามารถสังเคราะห์ข้อมูลให้เป็นความเข้าใจของตยเองได้ 4.83 0.38 มากที่สุด
5. สามารถจัดระบบความคิด/ประมวลความคิดสู่การพฒั นางาน มากทส่ี ุด
อย่างเป็นระบบ 4.86 0.35
รวม 4.84 0.37 มากทส่ี ดุ
ด้ำนกำรนำควำมรไู้ ปใช้
1. สามารถนาความรู้ที่ได้รบั ไปประยุกตใ์ ชใ้ นการปฏิบตั ิงานได้ 4.75 0.44 มากทส่ี ุด
2. สามารถนาความรู้ไปเผยแพร/่ ถา่ ยทอดแก่ผ้อู ื่นได้ 4.72 0.45 มากทสี่ ุด
3. สามารถให้คาปรึกษาแก่บุคคลทวั่ ไปได้ 4.83 0.41 มากที่สุด
4. สามารถสรุปองค์ความรเู้ พื่อนาไปใช้งานได้ทนั ที 4.83 0.38 มากที่สุด
5. มีความม่ันใจและสามารถนาความรู้ทีไ่ ดร้ บั ไปใช้ในงานอื่น ๆ 4.83 0.38 มากท่ีสดุ
รวม 4.79 0.412 มากที่สุด
รวมท้ังหมด 4.8 0.388 มากทส่ี ดุ
เกณฑ์กำรแปลคำ่ ระดับควำมพึงพอใจ
การสรปุ ผลการประเมิน เมอ่ื ได้ค่าเฉลีย่ ของคะแนนแตล่ ะข้อแล้วนามาเทียบกับเกณฑ์การประเมนิ ผล
การแปลผลตามระดบั คา่ เฉลี่ยจากอันตรภาคช้ัน ดงั น้ี
คะแนนเฉล่ยี สงู กว่า 4.51 - 5.00 ผปู้ ระเมินมคี วามพึงพอใจในระดบั มากที่สุด
คะแนนเฉลี่ยระหวา่ ง 3.50 - 4.50 ผปู้ ระเมินมคี วามพึงพอใจในระดับมาก
คะแนนเฉลย่ี ระหวา่ ง 2.51 - 3.49 ผปู้ ระเมินมีความพึงพอใจในระดับปานกลาง
คะแนนเฉล่ียระหว่าง 1.51 - 2.50 ผู้ประเมนิ มีความพงึ พอใจในระดับน้อย
คะแนนเฉลี่ยระหวา่ งกว่า 1 - 1.50 ผปู้ ระเมินมคี วามพึงพอใจในระดับน้อยทสี่ ดุ
จากตารางท่ี 1 ความพึงพอใจในเข้าอบรมเชิงปฏิบัติการ เร่ือง การสอนเสริม เติมความรู้ ในภาพรวม
มีค่าเฉลย่ี 4.8 ซึ่งอย่ใู นความพึงพอใจระดับมากทส่ี ุด โดยความพึงพอใจของผู้ประเมินแตกต่างกันเล็กน้อย (มีส่วน
เบย่ี งเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.388) ประเดน็ ทีไ่ ด้รับความพงึ พอใจเฉลีย่ มากที่สดุ คือ รปู แบบการจัดกจิ กรรมมีความ
นา่ สนใจ มคี า่ เฉลี่ยสงู ถงึ 4.97
58
สรปุ แบบประเมนิ ด้ำนสขุ ภำพจติ ของนกั เรียนตำมมำตรกำรสถำนกำรณ์กำรแพร่ระบำดของโรคติดเช้อื ไวรัส
โคโรนำ 2019 (COVID-19) กอ่ นเข้ำรบั กำรอบรม
จากการสารวจด้านสุขภาพจิตของนักเรียนตามมาตรการสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรสั
โคโรนา 2019 (COVID-19) ซึ่งได้เก็บรวบรวมข้อมูลโดยคณะผู้จัดทาโดยใช้แบบประเมินสุขภาพจิต สามารถ
สรุปผลการวิเคราะห์ไดด้ งั น้ี
สรปุ ผลแบบประเมินด้ำนสุขภำพจิต
ตารางที่ 2 ผลการประเมินด้านสุขภาพจิตของนักเรียนตามมาตรการสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค
ติดเช้ือไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) ก่อนเข้ารับการอบรม
ขอ้ คำถำม ̅ S.D. ระดับสุขภำพจิต
ดำ้ นควำมเครียด อำกำรหรือควำมรูส้ ึกที่เกิดขน้ึ ในระยะ 2 สัปดำห์ที่ผ่ำนมำ
1. มปี ัญหาการนอน นอนไม่หลับ หรือนอนมาก 2.06 0.67 ปานกลาง
2. มีสมาธิน้อยลง 2.06 0.69 ปานกลาง
3. หงุดหงิด กระวนกระวาย ว้าวนุ่ ใจ 2.03 0.75 ปานกลาง
4. รูส้ กึ เบื่อหน่าย เซ็ง 1.97 0.73 นอ้ ย
5. ไม่อยากพบปะผู้คน 1.97 0.63 น้อย
รวม 2.01 0.69 ปานกลาง
ดำ้ นภำวะซึมเศร้ำในวัยรุ่น อำกำรหรือควำมรู้สึกท่ีเกดิ ขึ้นในระยะ 2 สัปดำห์ท่ีผ่ำนมำ
1. รูส้ กึ ซึม เศร้า หงุดหงิด หรือส้นิ หวัง 2.21 0.63 ปานกลาง
2. เบื่อ ไม่ค่อยสนใจหรือไมเ่ พลิดเพลนิ เวลาทาสิง่ ต่างๆ 2.17 0.71 ปานกลาง
3. นอนหลับยาก รูส้ กึ ง่วงท้ังวัน หรือนอนมากเกินไป 2.14 0.83 ปานกลาง
4. ไม่อยากอาหาร น้าหนักลด หรอื ทานมากกว่าปกต 1.94 0.65 น้อย
5. รสู้ กึ เหนื่อยล้า หรือไมค่ ่อยมีพลัง 2.13 0.63 ปานกลาง
6. ร้สู ึกแย่กับตวั เอง หรือรสู้ ึกว่าตวั เองล้มเหลว หรือทาให้ 2.15 0.80 ปานกลาง
7. จดจ่อกับส่งิ ตา่ งๆ ได้ยาก เช่น ทาการบา้ น อ่านหนังสือหรือดู
โทรทัศน์ 2.10 0.75 ปานกลาง
8. พูดหรือทาอะไรช้าลงมากจนคนอ่นื สังเกตเหน็ ได้ หรือในทาง 2.08 0.67 ปานกลาง
ตรงกันข้ามคือ กระสบั กระส่ายหรอื กระวนกระวายจนต้อง
59
เคลื่อนไหวไปมามากกว่าปกติในทางตรงกนั ข้ามคือ
กระสับกระส่ายหรือกระวนกระวาย
ด้ำนภำวะซึมเศรำ้ ในวัยรนุ่ อำกำรหรอื ควำมรู้สึกทเี่ กดิ ขึน้ ในระยะ 2 สัปดำห์ที่ผ่ำนมำ
9. คิดว่าถ้าตายไปเสียจะดีกว่า หรือคดิ จะทาร้ายตวั เองด้วยวิธใี ด นอ้ ย
วิธีหนง่ึ 1.92 0.73 ปานกลาง
รวม 2.09 0.71 ปานกลาง
ด้ำนควำมกังวลตอ่ เชื้อไวรัสโคโรนำ 2019 (COVID-19) นอ้ ย
1. รู้สึกกงั วล ไม่สบายใจกับการทตี่ ้องออกไปนอกบ้าน 2.17 0.61 ปานกลาง
2. รู้สึกกงั วลกบั การเตรยี มตวั เพื่อป้องกันการตดิ เชื้อไวรัสโคโรนา ปานกลาง
2019 (COVID-19) เช่น กักตุนอาหาร, หนา้ กากเปน็ ต้น 1.94 0.69 น้อย
ปานกลาง
3. นอนไม่หลบั / หรือมีปัญหาการนอน เพราะคิดเกี่ยวกบั เช้อื 2.04 0.70 ปานกลาง
ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19)
4. คิดว่า เช้ือไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) ส่งผลต่อการ 2.01 0.68
ดาเนิน ชวี ิตประจาวนั ของท่า
5. คิดวา่ ทา่ นมโี อกาสตดิ เช้ือไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) 1.94 0.73
มากเพียงใด
รวม 2.02 0.62
รวมทั้งหมด 2.05 0.42
จากตารางท่ี 2 ผลการประเมินด้านสุขภาพจิตของนักเรียนตามมาตรการสถานการณ์การแพร่ระบาดของ
โรคตดิ เชื้อไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) ก่อนเข้ารบั การอบรม ในภาพรวมมีคา่ เฉล่ีย 2.05 ซง่ึ มสี ุขภาพจติ อยู่ใน
ระดับปานกลาง โดยระดับสุขภาพจิตของผู้ประเมินแตกต่างกันเล็กน้อย (มีส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.42)
ประเดน็ ทมี่ ีผลต่อระดับสุขภาพจิตมากทีส่ ุดคือ ร้สู กึ ซมึ เศรา้ หงุดหงดิ หรอื สิ้นหวงั มคี ่าเฉลย่ี สูงถึง 2.21
60
ตารางที่ 3 ผลการประเมินด้านสุขภาพจิตของนักเรียนตามมาตรการสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค
ติดเชื้อไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) หลังเขา้ รบั การอบรม
ขอ้ คำถำม ̅ S.D. ระดับสขุ ภำพจิต
ดำ้ นควำมเครียด อำกำรหรือควำมรู้สึกท่ีเกิดขึ้นในระยะ 2 สปั ดำหท์ ่ีผ่ำนมำ นอ้ ยทส่ี ดุ
น้อยทส่ี ดุ
1. มปี ัญหาการนอน นอนไม่หลับ หรอื นอนมาก 0.90 0.92
น้อย
2. มีสมาธิน้อยลง 0.92 0.75 น้อย
นอ้ ยทส่ี ดุ
3. หงุดหงิด กระวนกระวาย ว้าวุ่นใจ 1.01 0.91 นอ้ ยทส่ี ุด
4. รูส้ กึ เบื่อหน่าย เซ็ง 1.25 0.99 นอ้ ยทสี่ ุด
นอ้ ยที่สุด
5. ไม่อยากพบปะผู้คน 0.81 0.96 น้อยที่สุด
นอ้ ยที่สดุ
รวม 0.97 0.90
น้อย
ด้ำนภำวะซึมเศร้ำในวัยรนุ่ อำกำรหรอื ควำมรู้สกึ ท่เี กดิ ขึน้ ในระยะ 2 สัปดำห์ทีผ่ ่ำนมำ น้อยทส่ี ดุ
1. รู้สึกซึม เศร้า หงุดหงิด หรือส้ินหวงั 0.67 0.84 น้อยทีส่ ุด
2. เบ่ือ ไม่ค่อยสนใจหรือไม่เพลิดเพลิน เวลาทาส่ิงต่างๆ 0.92 0.80 น้อยทสี่ ุด
3. นอนหลบั ยาก รู้สึกง่วงท้ังวนั หรือนอนมากเกินไป 0.92 0.95
4. ไม่อยากอาหาร น้าหนักลด หรอื ทานมากกว่าปกต 0.65 0.84
5. รู้สกึ เหนื่อยลา้ หรือไมค่ ่อยมพี ลัง 1.04 0.93
6. รสู้ กึ แย่กับตัวเอง หรือร้สู ึกว่าตวั เองล้มเหลว หรือทาให้ 0.85 0.91
7. จดจ่อกบั สิ่งต่างๆ ได้ยาก เช่น ทาการบา้ น อ่านหนงั สือหรือดู
โทรทัศน์ 0.74 0.80
8. พูดหรือทาอะไรช้าลงมากจนคนอน่ื สังเกตเห็นได้ หรือในทาง
ตรงกนั ข้ามคือ กระสบั กระส่ายหรือกระวนกระวายจนต้อง
เคลื่อนไหวไปมามากกวา่ ปกติในทางตรงกันข้ามคือ
กระสับกระสา่ ยหรือกระวนกระวาย 0.42 0.62
61
9. คิดว่าถ้าตายไปเสียจะดีกวา่ หรอื คิดจะทาร้ายตัวเองด้วยวิธใี ด 0.44 0.71 นอ้ ยทส่ี ุด
วิธหี น่งึ 0.73 0.82 นอ้ ยทส่ี ุด
รวม 0.74 0.90 นอ้ ยที่สุด
ด้ำนควำมกังวลตอ่ เชื้อไวรัสโคโรนำ 2019 (COVID-19) 0.67 0.79 นอ้ ยที่สดุ
1. รู้สึกกังวล ไม่สบายใจกับการท่ีต้องออกไปนอกบ้าน 0.44 0.69 น้อยท่ีสุด
2. รู้สึกกงั วลกบั การเตรยี มตวั เพื่อป้องกนั การติดเช้ือไวรสั โคโรนา 1.07 1.03 น้อย
2019 (COVID-19) เชน่ กักตุนอาหาร, หนา้ กากเปน็ ต้น
0.63 0.74 น้อยท่ีสุด
3. นอนไม่หลบั / หรือมีปัญหาการนอน เพราะคิดเกยี่ วกบั เชอื้ 0.71 0.83 นอ้ ยที่สดุ
ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) 0.79 0.59 นอ้ ยที่สุด
4. คิดวา่ เช้ือไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ส่งผลต่อการ
ดาเนนิ ชวี ติ ประจาวันของทา่
5. คิดวา่ ท่านมโี อกาสตดิ เช้ือไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19)
มากเพียงใด
รวม
รวมท้ังหมด
จากตารางท่ี 3 ผลการประเมินด้านสุขภาพจิตของนักเรียนตามมาตรการสถานการณ์การแพร่ระบาดของ
โรคตดิ เชอ้ื ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หลงั เขา้ รับการอบรม ในภาพรวมมีค่าเฉลี่ย 0.79 ซง่ึ มสี ขุ ภาพจิตอยู่ใน
ระดับน้อยที่สุด อาจกล่าวอีกนัยหนึ่งว่านักเรียนมีระดับคุณภาพจิตท่ีดีขึ้น โดยเทียบได้จากภาพรวมของค่าเฉลี่ย
ก่อนเขา้ รับการอบรมและหลงั เข้ารับการอบรม คือ 2.05 และ 0.79
62
สรุปแบบทดสอบในแต่ละรำยวิชำทใ่ี ช้ในกำรจัดโครงกำรอบรมเชิงปฏบิ ัติกำร เรื่อง กำรสอนเสริม เติมควำมรู้
จากผลการทดสอบในแต่ละรายวิชาในการอบรมโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การสอนเสริม เติม
ความรู้ สามารถสรุปผลการวเิ คราะห์ได้ดังน้ี
สรุปผลกำรทดสอบ
ตารางท่ี 4 ผลการทดสอบก่อนเรยี น และหลงั เรยี น วิชา ภาษาไทย
กำรทดสอบ n ̅ S.D.
1.18
กอ่ นเรียน 72 4.10 1.24
หลังเรยี น 72 7.46
จากตารางตารางที่ 4 ผลการทดสอบก่อนเรียน และหลังเรียน วิชา ภาษาไทย พบว่า การทดสอบก่อน
เรียนและหลังเรยี นของนกั เรียน มคี ะแนนเฉลย่ี เท่ากบั 4.10 คะแนน และ 7.46 คะแนน ตามลาดับ และเมื่อ
เปรียบเทียบระหว่างคะแนนก่อนและหลังเรียน พบว่า คะแนนสอบหลังเรียนของนักเรียน สูงกว่าก่อนเรียนอย่าง
มนี ัยสาคัญทางสถติ ทิ ี่ระดบั .05 ถือวา่ นกั เรียนมีพัฒนาการจากการเรียนรใู้ นคร้ังนี้
ตารางที่ 5 ผลการทดสอบก่อนเรยี น และหลังเรยี น วิชา ภาษาจีน
กำรทดสอบ n ̅ S.D.
1.40
ก่อนเรยี น 72 4.40 3.90
หลังเรยี น 72 8.03
จากตารางตารางที่ 4 ผลการทดสอบก่อนเรียน และหลังเรียน วิชา ภาษาจีน พบว่า การทดสอบก่อน
เรียนและหลังเรียนของนักเรียน มีคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 4.40 คะแนน และ 8.03 คะแนน ตามลาดับ และเม่ือ
เปรียบเทียบระหว่างคะแนนก่อนและหลังเรียน พบว่า คะแนนสอบหลังเรียนของนักเรียน สูงกว่าก่อนเรียนอย่าง
มนี ัยสาคญั ทางสถติ ิทร่ี ะดบั .05 ถือวา่ นักเรียนมีพฒั นาการจากการเรยี นร้ใู นคร้ังน้ี
63
ตารางท่ี 5 ผลการทดสอบก่อนเรยี น และหลังเรียน วชิ า วิทยาศาสตร์
กำรทดสอบ n ̅ S.D.
1.36
ก่อนเรยี น 72 4.06 1.05
หลังเรยี น 72 7.57
จากตารางตารางท่ี 4 ผลการทดสอบก่อนเรยี น และหลังเรียน วชิ า วทิ ยาศาสตร์ พบว่า การทดสอบก่อน
เรียนและหลังเรียนของนักเรียน มีคะแนนเฉล่ีย เท่ากับ 4.06 คะแนน และ 7.57 คะแนน ตามลาดับ และเมื่อ
เปรียบเทียบระหว่างคะแนนก่อนและหลังเรียน พบว่า คะแนนสอบหลังเรียนของนักเรียน สูงกว่าก่อนเรียนอย่าง
มนี ยั สาคญั ทางสถติ ิทร่ี ะดับ .05 ถือวา่ นกั เรยี นมพี ัฒนาการจากการเรยี นรูใ้ นคร้ังน้ี
ตารางท่ี 6 ผลการทดสอบก่อนเรียน และหลงั เรียน วชิ า คณติ ศาสตร์
กำรทดสอบ n ̅ S.D.
1.34
กอ่ นเรียน 72 4.61 1.07
หลงั เรยี น 72 7.76
จากตารางตารางที่ 4 ผลการทดสอบก่อนเรียน และหลังเรียน วิชา คณิตศาสตร์ พบว่า การทดสอบก่อน
เรียนและหลังเรียนของนักเรียน มีคะแนนเฉล่ีย เท่ากับ 4.61 คะแนน และ 7.76 คะแนน ตามลาดับ และเม่ือ
เปรียบเทียบระหว่างคะแนนก่อนและหลังเรียน พบว่า คะแนนสอบหลังเรียนของนักเรียน สูงกว่าก่อนเรียนอย่าง
มีนยั สาคัญทางสถิตทิ รี่ ะดบั .05 ถอื วา่ นักเรยี นมีพฒั นาการจากการเรยี นรูใ้ นครั้งนี้
64
สรุปแบบประเมินควำมพึงพอใจในกำรจัดโครงกำรสัมมนำพฒั นำนกั เรียน เร่อื ง เพอ่ื นใจวยั เรียน
ก้ำวผำ่ นววกิ ฤติ Covid-19
การสารวจความพงึ พอใจจากการเข้าร่วมโครงการ เพื่อนใจวัยเรยี น ก้าวผา่ นวกิ ฤติ Covid-19 ซึ่งได้
เก็บรวบรวมข้อมลู โดยคณะผู้จดั ทา โดยใช้แบบประเมนิ ความพึงพอใจในการเขา้ รว่ มโครงการ สรปุ ผลวเิ คราะห์
ได้ดังน้ี
สรปุ ผลแบบประเมินควำมเครียด st5
วเิ ครำะหค์ ่ำเปรยี บเทียบคะแนนผลสมั ฤทธกิ์ ่อนเรยี นและคะแนนผลสัมฤทธหิ์ ลังเรยี น รำยวิชำภำษำไทย
เรือ่ ง เสียงในภำษำไทย
คะแนน N ̅ S.D. D *t sig
กอ่ นเรยี น 20 6.26 2.42 4.95 17.45 0.00
หลงั เรยี น 20 11.21 2.80
*p < 0.5
จากตาราง พบว่าผเู้ รยี นกล่มุ ตัวอยา่ งทศี่ ึกษาเรือ่ ง การออกแบบวิจยั และการสุ่มตัวอยา่ ง โดยใช้
google classroom และการจัดการความรู้ สาหรับนกั ศกึ ษาชน้ั ปที ี่ 4 มหาวิทยาลัยราชภฏั อุตรดติ ถ์ มีคะแนน
เฉล่ยี ก่อนเรียนเท่ากบั 6.26 คา่ สว่ นเบยี่ งเบนมาตรฐานเทา่ กบั 2.42 และมีคะแนนเฉล่ยี หลังเรียนเทา่ กับ
11.21 ค่าส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน 2.80
สามารถสรุปได้ว่า ในบทเรียนท้ังหมด ผู้เรียนกลุ่มตัวอย่างที่ศึกษามีคะแนนเฉล่ียหลังเรียนโดยใช้
google classroom และการจัดการความรู้ สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติ แสดงว่าเป็นไปตาม
สมมุติฐานท่ีกาหนดไว้ว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาที่ใช้บทเรียน google classroom และการ
จัดการความรู้ มคี ะแนนเฉลีย่ หลังเรยี นสงู กวา่ ก่อนเรียนอยา่ งมนี ยั สาคัญทางสถิติท่รี ะดบั .05
65
สรุปผลแบบประเมนิ ควำมพึงพอใจ
ตารางท่ี 1 ความพงึ พอใจในการเข้ารว่ มโครงการ เพื่อนใจวยั เรียน กา้ วผ่านวิกฤติ Covid-19
ขอ้ คำถำม ̅ S.D. ควำมพึง
พอใจ
ดำ้ นกระบวนกำร ข้ันตอนกำรจัดกิจกรรม
1. รปู แบบการจดั กจิ กรรมมีความนา่ สนใจ 4.32 0.476 มาก
2. ไดร้ ับความร้หู รือประโยชนจ์ ากการจัดกิจกรรมทกุ ขั้นตอน 4.64 0.490 มากที่สดุ
3. เรยี บเรยี งข้ันตอนในการจัดกจิ กรรมได้อย่างเหมาะสม 4.32 0.627 มาก
4. ขน้ั ตอนในการจดั กจิ กรรมใชร้ ะยะเวลาได้อยา่ งเหมาะสม 4.12 0.781 มาก
5. มีการประชาสัมพันธก์ จิ กรรมลว่ งหนา้ อยา่ งท่ัวถงึ 4.32 0.627 มาก
4.34 0.449 มาก
รวม
ดำ้ นวทิ ยำกร 4.56 0.507 มากที่สุด
1. วิทยากรมีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ 4.44 0.583 มาก
2. วิทยากรมคี วามเชีย่ วชาญในหัวขอ้ ท่ีรบั ผิดชอบ 4.48 0.586 มาก
3. วิทยากรสามารถอธบิ ายเนื้อหาไดช้ ดั เจนและตรงประเด็น 4.44 0.712 มาก
4. ใช้ภาษาที่เหมาะสมและเข้าใจงา่ ย 4.28 0.936 มาก
5. เอกสารประกอบการบรรยายเหมาะสม 4.44 0.627 มาก
รวม 3.56 1.227 มาก
ดำ้ นควำมรู้ ควำมเข้ำใจ 4.40 0.577 มาก
1. ความรู้ ความเขา้ ใจในเรอ่ื งน้ีก่อนอบรม 4.04 0.790 มาก
2. ความรู้ ความเขา้ ใจในเรอ่ื งนห้ี ลงั อบรม 4.32 0.690 มาก
3. สามารถอธบิ ายรายละเอยี ดได้
4. สามารถบอกประโยชน์ได้
66
ขอ้ คำถำม ̅ S.D. ควำมพึง
พอใจ
5. สามารถจดั ระบบความคิด/ประมวลความคิดสกู่ ารพัฒนางานอย่างเปน็ 4.36 0.757
ระบบ มาก
รวม 4.14 0.685 มาก
ด้ำนกำรนำควำมรูไ้ ปใช้ มากทส่ี ุด
มาก
1. สามารถนาความรู้ที่ได้รบั ไปประยุกต์ใช้ในการปฏบิ ัติงานได้ 4.52 0.653 มาก
มาก
2. สามารถนาความรู้ไปเผยแพร/่ ถา่ ยทอดแกผ่ อู้ ืน่ ได้ 4.32 0.627 มาก
มาก
3. สามารถใหค้ าปรึกษาแก่เพื่อนร่วมงานได้ 4.24 0.723 มำก
4. สามารถสรุปองค์ความร้เู พื่อนาไปใช้งานได้ทนั ที 4.24 0.663
5. มคี วามมนั่ ใจและสามารถนาความรทู้ ี่ไดร้ บั ไปใชง้ าน 4.32 0.627
รวม 4.33 0.559
รวมทั้งหมด 4.31 0.528
เกณฑ์กำรแปลคำ่ ระดบั ควำมพงึ พอใจ
การสรุปผลการประเมิน เมอื่ ไดค้ ่าเฉลี่ยของคะแนนแตล่ ะข้อแล้วนามาเทียบกบั เกณฑ์การประเมินผล
การแปลผลตามระดับค่าเฉลยี่ จากอนั ตรภาคชั้น ดงั น้ี
คะแนนเฉล่ียสูงกวา่ 4.50 ผู้ประเมนิ มีความพึงพอใจในระดบั มากทสี่ ุด
คะแนนเฉลย่ี ระหวา่ ง 3.50 - 4.49 ผู้ประเมนิ มีความพึงพอใจในระดบั มาก
คะแนนเฉล่ยี ระหว่าง 2.50 - 3.49 ผู้ประเมินมีความพึงพอใจในระดับปานกลาง
คะแนนเฉลี่ยระหว่าง 1.50 - 2.49 ผปู้ ระเมนิ มีความพึงพอใจในระดบั น้อย
คะแนนเฉล่ียต่ากวา่ 1.50 ผู้ประเมนิ มีความพึงพอใจในระดับน้อยทส่ี ดุ
จากตารางที่ 1 ความพงึ พอใจในการเข้าร่วมโครงการ เพ่อื นใจวัยเรยี น กา้ วผา่ นวกิ ฤติ Covid-19 ใน
ภาพรวมมคี า่ เฉลยี่ 4.31 ซึง่ อยูใ่ นความพึงพอใจระดบั มาก โดยความพึงพอใจของผปู้ ระเมินแตกตา่ งกนั เล็กน้อย
(มีสว่ นเบีย่ งเบนมาตรฐานเท่ากบั 0.528) ประเดน็ ท่ีได้รับความพงึ พอใจเฉล่ียมากทสี่ ดุ คอื ไดร้ ับความรู้หรือ
ประโยชน์จากการจัดกจิ กรรมทุกขัน้ ตอน มีค่าเฉลยี่ สงู ถงึ 4.64
67
สรุปผ้ทู ส่ี นใจโครงกำรสัมมนำ
โครงการพัฒนานักเรยี น เรอื่ ง เพอื่ นใจวัยเรยี น ก้าวผา่ นวิกฤติ Covid-19
ซึ่งจัดข้นึ ในวนั ท่ี 18 กันยายน 2564 – 9 ตลุ าคม 2564 ผ่านแปพลิเคชัน Line Meeting
ตารางที่ 2 ผทู้ ่ีสนใจโครงการพัฒนานักเรยี น เรื่อง เพื่อนใจวยั เรยี น ก้าวผ่านวกิ ฤติ Covid-19
ผทู้ ี่สนใจโครงกำรสมั มนำ จำนวน (คน)
นักเรียน 72
บุคลากรภายนอก 0
รวม 72
สรุปผลกำรดำเนินกจิ กรรม
จากผลการจดั โครงการและการประเมินความพึงพอใจในการเข้าร่วมโครงการ ของผูท้ ่ีสนใจตาม
จดุ ประสงค์ของโครงการ ทาใหท้ ราบวา่
1. ผู้ท่ีสนใจมคี วามรู้ ความเขา้ ใจ เกีย่ วกบั การการใช้โปรแกรมสาเร็จรูป GeoGebra และสามารถ
สร้างสรรค์ส่ือดว้ ยโปรแกรมสาเร็จรูป GeoGebra ได้ โดยผทู้ ส่ี นใจไดส้ ร้างสรรค์ส่ือจานวนทงั้ หมด 6 ชน้ิ
2. จากตารางท่ี 1 ความพงึ พอใจจากการรับชมคลิปวดิ โี อความรู้ เรือ่ ง การสรา้ งสรรค์ส่ือดว้ ยโปรแกรม
สาเรจ็ รูป GeoGebra เพ่ือสร้างสอื่ การสอนในกับผเู้ รยี น มคี ่าเฉลย่ี 4.31 ซงึ่ อยู่ในความพงึ พอใจระดบั มาก โดย
ความพงึ พอใจของผปู้ ระเมนิ แตกตา่ งกนั เล็กนอ้ ย (มสี ว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.528) ประเดน็ ทไ่ี ดร้ บั
ความพึงพอใจเฉลี่ยมากทสี่ ุด คือ ไดร้ บั ความรู้หรือประโยชนจ์ ากการจดั กจิ กรรมทุกข้ันตอน มีคา่ เฉลยี่ สงู ถึง
4.64
2.3 ปัญหำ/อุปสรรคในกำรดำเนนิ โครงกำร
ฝำ่ ยบริหำร
ปญั หำท่ีพบ : ในบางคร้ังที่ต้องแก้สถานการณ์เฉพาะหนา้ ทเี่ ร่งดว่ นในการเปล่ยี นแปลง
รูปแบบการจัดสัมมนา
แนวทำงแกไ้ ขปัญหำ : คอยปรกึ ษาอาจารย์ และมาประชุมรว่ มกนั กบั สมาชกิ ในกลุ่ม เพื่อหา
แนวทางการแกไ้ ข และหาข้อสรุปรว่ มกัน และต้องพยายามหาแผนสารองไว้เนื่องจากสถานการณ์ไม่
แน่นอน
ส่งิ ท่ีได้เรยี นรู้ : ในบางเหตุการณห์ ากวา่ อาศัยเพยี งแค่มุมมองหรือประสบการณ์ของตนเอง
คงจะยากพอสมควรในการทจี่ ะสามารถแก้ไขปญั หานี้ได้ ทาให้ร้วู ่าประสบการณ์และทีมงานที่มี
คุณภาพจะช่วยให้การทางานนั้นง่ายข้ึน
68
ฝำ่ ยเลขำนกุ ำร
ปัญหำที่พบ : มกี ารจัดการประชุมแบบเร่งดว่ น ทาให้การส่งหนงั สือเชิญเข้าร่วมประชมุ ไปยงั
สมาชิกมคี วามลา่ ชา้
แนวทำงแกไ้ ขปัญหำ : ส่งไฟลห์ นังสอื การเชิญเขา้ รว่ มประชมุ ไปยังกลมุ่ facebook ที่ได้ตัง้ ไว้
สง่ิ ท่ไี ด้เรยี นรู้ : เห็นความสาคญั ของการแบ่งเวลามากขน้ึ เพราะงานทมี่ ีการแบง่ เวลาทีด่ ี จะ
นาทางใหง้ านนน้ั ไปสูค่ วามสาเร็จ
ฝ่ำยเหรญั ญกิ
ปัญหำท่ีพบ :
1. การเบกิ เงินในแต่ละครั้งของฝ่ายตา่ งๆ ไม่สามารถระบุได้วา่ เงินที่ใช้ไปน้ันใชท้ าอะไรบ้าง
2. การเกบ็ เงนิ ในแตล่ ะสัปดาหข์ องสมาชิกในกลุม่ ไม่เปน็ ไปตามระยะเวลาท่ีกาหนด
แนวทำงแก้ไขปัญหำ :
1. มกี ารจัดการโดยใหแ้ ตล่ ะฝ่ายท่ีต้องการใชเ้ งิน นาใบเสรจ็ การจ่ายเงนิ มาให้ทุกครง้ั
2.มกี ารจดั ทารายการเงินฝากของแต่ละคน หากสมาชิกในกลมุ่ ทจ่ี า่ ยเงนิ แล้ว จะมีการ
เซ็นต์ชื่อกากบั พร้อมลงวนั ท่ีไว้เสมอ
สิง่ ที่ได้เรยี นรู้ :
1. เงินเป็นเรื่องทีม่ ีความละเอียดสูง จะผิดพลาดไม่ได้แม้แต่นดิ เดยี ว เพราะเงินทกุ บาททกุ
สตางคเ์ ป็นเงนิ ของสมาชกิ ในกลุ่ม ควรมกี ารจดั การบรหิ ารอย่างรอบคอบ
2. การเกบ็ เงินของสมาชิกในกลุ่ม ควรมหี ลักฐานแสดงการเกบ็ เงินอย่างชัดเจน เพ่อื ให้งา่ ยตอ่
การตรวจสอบ
ฝ่ำยเอกสำร
ปญั หำที่พบ :
1. จากทท่ี าหนงั สือเชญิ วิทยากรยืน่ ทางคณะ แต่มีการประกาศของมหาวทิ ยาลยั ให้งดจดั
กจิ กรรมตา่ งๆ ภายในมหาวิทยาลยั เนอื่ งจากสถานการณโ์ ควดิ -19 จงึ ไม่ได้รบั การอนุมตั ิใหจ้ ดั
กจิ กรรมภายในมหาวทิ ยาลยั
2. เน่อื งจากสถานการณ์โควิด-19 ทาให้ต้องปรับเปลย่ี นรปู แบบการสมั มนา จงึ ทาใหเ้ อกสาร
ล่าชา้
แนวทำงแก้ไขปญั หำ :
1. ปรับเปล่ียนหนงั สือเชญิ วทิ ยากรย่ืนทางประธานหลักสูตรแทน
2. แกไ้ ขเอกสารใหม่ใหส้ มบูรณ์ และตรวจสอบความถูกต้อง โดยปรบั เปลย่ี นอยา่ งเร่งด่วน
สิง่ ที่ไดเ้ รียนรู้ : การเตรียมความพร้อมกบั ทุกสถานการณท์ ่ีเกดิ ขนึ้ และพร้อมที่จะแกไ้ ขอยู่
เสมอ
ฝ่ำยสถำนที่
ปญั หำท่ีพบ : เนื่องจากสถานการณ์โควดิ -19 จงึ ทาให้ต้องเปลี่ยนสถานทีใ่ นการจดั สัมมนา
ในครง้ั นี้ หลายคร้ัง
แนวทำงแก้ไขปัญหำ : เปลี่ยนสถานทใี่ นการจัดสัมมนาใหเ้ หมาะสมกบั สถานการณ์
69
สงิ่ ที่ได้เรียนรู้ : เมื่อมสี ถานการณท์ ี่คาดไมถ่ ึง เราต้องเตรียมความพร้อมในการแก้ไข
สถานการณ์นน้ั ๆ และต้องรบี ดาเนนิ การใหส้ าเร็จโดยท่ีเลือกต้องคานึงถึงความปลอดภยั
และเหมาสมที่สดุ ในการเลือกเลอื กสถานท่จี ัดสมั มนา
ฝำ่ ยอำหำรและเคร่อื งดื่ม
ปญั หำท่ีพบ :
1. เนือ่ งจากสถานการณ์โควิด-19 ทาใหม้ ีการเปลยี่ นแปลงทางด้าน อาหารและเครือ่ งดื่มที่ได้
จดั เตรยี มไว้หรอื ซ้ือมาแล้วอยู่หลายครง้ั
2. อาหารมีราคาคอ่ นข้างแพง
แนวทำงแก้ไขปัญหำ : ทาการขอยกเลิกอาหารและเคร่ืองด่ืมทไ่ี ด้ทาการจองไว้ โดยมกี าร
โทรศัพท์เพอ่ื ทาการยกเลิกตั้งแตเ่ น่ินๆ แต่ของที่ได้ซ้ือมาแลว้ และคนื สินคา้ ไมไ่ ด้ทางผูจ้ ดั ได้มี
การแจกจา่ ยกันระหว่างผจู้ ัดด้วยกันเอง
ส่งิ ท่ีไดเ้ รียนรู้ : มกี ารปรับตัวใหเ้ ขา้ กับส่งิ แวดล้อมตา่ งๆไดด้ ี รจู้ ักทจ่ี ะกลา้ ขอกลา้ บอกความ
จรงิ และกลา้ ทจี่ ะยกเลิกหรอื รจู้ กั ปฎิเสธให้เปน็
ฝำ่ ยประชำสัมพนั ธ์
ปญั หำที่พบ :
1. ได้ทาโปสตเ์ ตอร์มาเพื่อทาการประชาสมั พนั ธใ์ ห้ผูท้ สี่ นใจไดร้ บั รู้ เวลา สถานท่ี และหัวขอ้
ของสัมมนา แต่ก็ไม่ได้ใช้เนื่องจากมกี ารเปลี่ยนสถานท่แี ละรูปแบบการสมั มนา
2. ไดท้ าป้ายไวนลิ เพือ่ ใช้ในวนั สัมมนา แต่ก็ไม่ได้ใช้เนื่องจากเกดิ สถานการณ์ Covid-19 ทาให้
ใชส้ ถานที่ไม่ไดแ้ ละไม่สามารถใชไ้ วนลิ ได้เลยทาให้เสียเงนิ ค่าจดั ทาไวนิลไปฟรๆี
แนวทำงแก้ไขปัญหำ :
1. ได้ทาการแก้ไขโดยการอัดวิดีโอวิธีการใช้โปรแกรมแลว้ ตัดแตง่ เป็นวิดโี อการเรยี นรู้
2. ไดท้ าการอัพโหลดวดิ โี อลงบนยทู ูปเพื่อเผยแพรค่ วามรวู้ ธิ กี การการใช้โปรแกรม
สิ่งท่ีได้เรยี นรู้ :
วิธีแก้ปัญหาในการทีจ่ ะประชาสมั พันธ์ในเรอื่ งตา่ งๆเนื่องจากโปสเตอร์และไวนลิ ท่ีทามาไม่ได้
ใช้ จึงต้องเรียนรูก้ ารอัดวิดโี อ การตดั ต่อวดิ ีโอ และการอัพโหลดลงยูทูป
ฝำ่ ยพธิ กี ำร
ปญั หำที่พบ :
1.การเปลย่ี นแปลงรูปแบบการจดั สัมมนาที่มีผลทาให้ไม่สามารถดาเนินงานตามลาดับขัน้ ตอน
ท่ีตง้ั ไว้ของฝา่ ยพธิ ีการได้
2. การเปลยี่ นแปลงรูปแบบการจัดสัมมนาที่มผี ลทาให้ตอ้ งเปลยี่ นพิธีกรในการดาเนนิ กจิ กรรม
เพื่อให้มคี วามเหมาะสมกับรปู แบบใหม่
แนวทำงแกไ้ ขปัญหำ :
1. แกไ้ ขข้ันตอนการดาเนินงานใหม่ตามรูปแบบการจดั สัมมนา คือ แก้ไขลาดบั เวลาและ
ขนั้ ตอนของการจัดกจิ กรรมใหมท่ ัง้ หมดใหเ้ หมาะสมกับเวลาและสถานท่ีทจี่ ากัด
2. ปรบั เปล่ยี นพธิ กี รเป็นชายและหญงิ คู่กนั จากเดิมทีเ่ ปน็ พธิ กี รหญงิ ท้ังคู่ เพือ่ ใหเ้ กดิ ความ
น่าสนใจและมีความเหมาะสมมากย่งิ ขนึ้
70
ส่ิงทไี่ ด้เรียนรู้ : การปรับตวั รับมือให้ทนั กับการแกป้ ัญหาท่เี กิดขึ้นอยา่ งกระทนั หันที่ตอ้ งมีความวอ่ งไว
ใหท้ ันกบั เหตุการณ์ ใหเ้ หมาะสมกับสถานการณ์ทีเ่ กิดขึ้น
ฝ่ำยปฏิคม
ปัญหำที่พบ : เนื่องจากสถานการณโ์ ควิด-19.์ จงึ ทาให้มีการเปล่ียนรปู แบบการจดั สัมมนาเปน็ แบบ
บนั ทกึ วดี โี อเพอื่ เผยแพร่ความร้ใู นรูปแบบออนไลน์ ในการดแู ลวิทยากรนั้นจึงต้องมีการปรบั เปล่ยี น
เวลาและช่วงเวลาในการดแู ล
แนวทำงแก้ไขปญั หำ : ปรบั เปลยี่ นการดูแลเปน็ ตลอดเวลาในชว่ งเวลาถา่ ยทา คอยดแู ลและคอย
สงั เกตในชว่ งเวลาการพักถา่ ยวดี โี อ
สงิ่ ทไี่ ด้เรยี นรู้ : การร้จู ักการเตรยี มความพร้อมรับมือกับการปรบั เปลีย่ น และปัญหาที่จะเข้ามา
กระทบต่อการจัดสมั มนาหรือการดแู ลวทิ ยากร และคอยสงั เกตพฤตกิ รรมหรือการกระทาของวิทยากร
ว่าวทิ ยากรนั้นตอ้ งการสง่ิ ใดเพ่มิ เติม
2.4 ขอ้ เสนอแนะ
จดุ เดน่
- สถานที่ใชไ้ ดไ้ มจ่ ากดั เวลาและไมเ่ สยี คา่ ใช้จา่ ย
- เปน็ ประสบการณใ์ หม่ สามารถนาไปปรบั ใช้ในการเรียนการสอนในอนาคตได้
- วิทยากรอธบิ ายเขา้ ใจ
-ด้วยการจัดสัมมนาเช่นนที้ าใหผ้ เู้ ข้ารว่ มสัมมนาสามารถเรียนรูไ้ ด้ตลอดเวลา
จดุ ทีค่ วรปรบั ปรุง
- มเี สยี งดังรบกวนขณะถา่ ยคลิปวดิ ีโอ
71
ใบงำนที่ 3
กำรวเิ ครำะหห์ ลกั สูตรและกำรปฏิบตั ิกำรสอนในสถำนศกึ ษำ
72
ใบงำนที่ 3
กำรวเิ ครำะหห์ ลักสูตรและกำรปฏิบัตกิ ำรสอนในสถำนศึกษำ
วตั ถุประสงค์
1. เพื่อให้นักศกึ ษามีความรู้ความเขา้ ใจในการวเิ คราะหห์ ลกั สตู ร ตามกลุม่ สาระการเรยี นรทู้ ่ตี รงกบั
วชิ าเอกของตน
2. เพอ่ื ใหน้ ักศกึ ษาสามารถฝึกปฏบิ ัตวิ เิ คราะห์หลักสตู รได้ตามขั้นตอน
3. เพอื่ ให้นักศึกษาสามารถเขียนแผนการจดั การเรียนร้ตู ามกลมุ่ สาระที่ตรงกับวิชาเอกได้อยา่ ง
เหมาะสม
4. เพอ่ื ใหน้ ักศกึ ษาสามารถฝึกปฏิบตั ิการสอนในสถานการณ์ในช้ันเรียนจรงิ ได้
ขอบขำ่ ยของงำน
1. ใหน้ กั ศกึ ษาศึกษาหลกั สตู รกลุ่มสาระท่ีตรงกบั วิชาเอกของตนแล้วทาการวเิ คราะห์หลกั สตู รตาม
ข้นั ตอนที่กาหนดให้
2. เขียนแผนการจดั การเรียนรูใ้ ห้สอดคลอ้ งกบั หน่วยการเรียนรู้
3. วางแผนการจัดการเรียนรู้ทจ่ี ะนาไปทดลองปฏบิ ัติการสอนในช้ันเรียน
4. ทดลองปฏิบัตกิ ารจดั การเรียนรู้
ผู้เกี่ยวข้อง / แหลง่ ข้อมูล
1. ครูนเิ ทศ / ครพู ี่เล้ียง
2. เอกสารหลักสูตรสถานศกึ ษาตามกลมุ่ สาระ
3. เอกสารหลักสูตร / เอกสารประกอบหลกั สูตร
4. แผนการจดั การเรยี นรู้
กำรวิเครำะหห์ ลกั
หลักสูตรกล่มุ สาระการเรยี นรู้ คณิตศาสตร์
โรงเรียนนครไทย อาเภอ เมือง จงั หวดั พิษณุโลก
ขนั้ ท่ี 1 กำรวิเครำะห์ควำมสมั พันธร์ ะหว่ำงมำตรฐำนกำรเรียนรู้กลมุ่ สำระกับตัวช้ีวดั
มำตรฐำนกำรเรียนรูก้ ล่มุ สำระ
สำระ จำนวนและพีชคณติ
มาตรฐาน ค1.1 เขา้ ใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน
การดาเนินการของจานวนผลทีเ่ กิดขึ้นจากการดาเนนิ การ
สมบตั ิของการดาเนนิ การ และนาไปใช้
สำระ กำรวัดและเรขำคณติ
มาตรฐาน ค2.2 เขา้ ใจและวิเคราะหร์ ูปเรขาคณติ สมบัติของรูปเรขาคณิต
ความสมั พนั ธร์ ะหว่างรูปเรขาคณิตและทฤษฎีบททาง
เรขาคณิต และนาไปใช้
73
กสูตรกลุ่มสำระ
รายวชิ า คณิตศาสตร์ 1 (ค21101)
ด / ตัวชี้วัดรำยภำค
ตัวชี้วดั ชัน้ ปี / ตวั ช้วี ัดรำยภำค ชนั้ มธั ยมศึกษำปีท่ี 1
ค1.1 ม.1/1 เขา้ ใจจานวนตรรกยะและความสมั พนั ธ์ของจานวนตรรกยะ
ค1.1 ม.1/2 และใชส้ มบัติของจานวนตรรกยะในการแกป้ ัญหา
คณิตศาสตร์และปัญหาในชีวติ จริง
เขา้ ใจและใช้สมบตั ขิ องเลขยกกาลงั ที่มเี ลขช้ีกาลงั เป็น
จานวนเตม็ บวกในการแก้ปญั หาคณิตศาสตรแ์ ละปญั หาใน
ชีวิตจรงิ
ค2.2 ม.1/1 ใชค้ วามรู้ทางเรขาคณิตและเครอ่ื งมือ เช่น วงเวียนและ
สนั ตรง รวมทง้ั โปรแกรม The Geometer’s Sketchpad
หรือ โปรแกรมเรขาคณิตพลวัตอืน่ ๆ เพ่ือสรา้ งรปู
เรขาคณิต ตลอดจนนาความรู้เก่ียวกบั การสร้างนี้ไป
ประยกุ ต์ใชใ้ นการแก้ปญั หาในชวี ติ จรงิ
มำตรฐำนกำรเรียนร้กู ลุ่มสำระ
74
ตัวช้วี ดั ชน้ั ปี / ตัวชวี้ ดั รำยภำค ช้ันมัธยมศึกษำปีท่ี 1
ค2.2 ม.1/2 เข้าใจและใช้ความรู้ทางเรขาคณิตในการวิเคราะหห์ า
ความสมั พันธร์ ะหวา่ งรปู เรขาคณิตสองมิตแิ ละรปู เรขาคณิต
สามมิติ
ข้นั ท่ี 2 กำรวเิ ครำะห์ควำมสมั พนั ธร์ ะหว่ำงสำระกำรเรียนรูช้ ว่ งช้นั กับสำระกำรเรียน
ค1.1 ม.1/1 ตัวช้วี ดั ช้นั ปี / รำยภำค
ค1.1 ม.1/2
เขา้ ใจจานวนตรรกยะและความสัมพนั ธข์ องจานวนตรรกยะ
และใช้สมบตั ิของจานวนตรรกยะในการแกป้ ญั หา
คณิตศาสตร์และปัญหาในชีวิตจรงิ
เขา้ ใจและใช้สมบัติของเลขยกกาลงั ที่มเี ลขชี้กาลงั เป็น
จานวนเต็มบวกในการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์และปัญหาใน
ชีวิตจริง
ค2.2 ม.1/1 ใช้ความรูท้ างเรขาคณิตและเครื่องมือ เชน่ วงเวียนและ
ค2.2 ม.1/2 สนั ตรง รวมทั้งโปรแกรม The Geometer’s Sketchpad
หรือ โปรแกรมเรขาคณติ พลวัตอืน่ ๆ เพ่ือสร้างรูปเรขาคณิต
ตลอดจนนาความรูเ้ ก่ยี วกบั การสรา้ งนี้ไปประยุกต์ใชใ้ นการ
แกป้ ญั หาในชีวติ จริง
เขา้ ใจและใช้ความรทู้ างเรขาคณิตในการวิเคราะห์หา
ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งรูปเรขาคณิตสองมติ แิ ละรปู เรขาคณติ
สามมติ ิ
75
นรู้แกนกลำง
สำระกำรเรียนร้แู กนกลำง
จำนวนตรรกยะ
- จานวนเต็ม
- สมบัติของจาวนเตม็
- ทศนิยมและเศษส่วน
- จานวนตรรกยะและสมบตั ขิ องจานวนตรรกยะ
- เลขยกกาลังทม่ี เี ลขช้ีกาลังเป็นจานวนเตม็ บวก
- การนาความร้เู กยี่ วกับานวนเตม็ จานวนตรรกยะ และเลขยกกาลงั ไปใชใ้ น
การแก้ปัญหา
กำรสรำ้ งทำงเรขำคณติ
- การสร้างพ้นื ฐานทางเรขาคณติ
- การสร้างรูปเรขาคณติ สองมิติ โดยใช้การสร้างพน้ื ฐานทางเรขาคณิต
- การนาความรูเ้ กีย่ วกับการสร้างพ้ืนฐานทางเรขาคณิตไปใช้ในชวี ติ จริง
มติ ิสัมพนั ธ์ของรูปเรขำคณติ
- หน้าตัดของรูปเรขาคณิตสามมติ ิ
- ภาพทไี่ ด้จากการมองดา้ นหนา้ ดา้ นข้าง ด้านบนของรปู เรขาคณิตสามมติ ิที่
ประกอบขน้ึ จากลูกบาศก์
ขัน้ ท่ี 3
กำรวิเครำะห์ควำมสัมพนั ธ์ระหว่ำง ตวั
กลุม่ สำระกำรเรียนรู้ คณติ ศำสต
ตัววชี้วดั ควำมรู้
ค1.1 ม.1/1 เขา้ ใจจานวนตรรกยะและ 1. นักเรียนสามารถระบุหรือยกตวั อ
ความสัมพันธ์ของจานวนตรรกยะและใช้ จานวนเตม็ บวก จานวนเตม็ ลบ แ
สมบตั ิของจานวนตรรกยะในการแก้ปัญหา
คณติ ศาสตร์และปญั หาในชวี ิตจริง 2. นกั เรยี นสามารถเปรียบเทียบจาน
3. นักเรียนสามารถหาผลบวกของจา
ทกี่ าหนดให้
4. นักเรยี นสามารถตระหนกั ถึงความ
สมเหตสุ มผลของผลบวกของจาน
5. นกั เรยี นสามารถหาผลลบของจาน
ทกี่ าหนดให้
6. นกั เรยี นสามารถบอกความสมั พัน
การบวกและการลบจานวนเตม็
7. นักเรยี นสามารถตระหนักถึงความ
สมเหตุสมผลของผลลบของจานว
8. นกั เรยี นสามารถหาผลคูณของจา
กาหนดให้
76
วช้ีวัด กับควำมร้/ู ทักษะ/คณุ ลกั ษณะฯ
ตร์ ระดบั ชัน้ มัธยมศึกษำปที ่ี 1
สำระกำรเรยี นรกู้ นกลำง
ทักษะ / กระบวนกำร คณุ ลักษณะฯ
1. มีวนิ ัย
อย่าง 1. การแกป้ ัญหา 2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มงุ่ มั่นในการทางาน
และศูนย์ 2. การสือ่ สารและการส่อื
นวนเตม็ ความหมายทางคณิตศาสตร์
านวนเตม็ 3. การเช่อื มโยง
ม
นวนเต็มท่ีได้
นวนเต็ม
นธข์ อง
ม
วนเตม็ ทีไ่ ด้
านวนเต็มที่
ตวั วชี้วดั ควำมรู้
9.นักเรียนสามารถตระหนกั ถึงความ
สมเหตสุ มผลของผลคูณของจาน
10. นักเรียนสามารถหาผลหารของจ
กาหนดให้
11. นักเรียนสามารถบอกความสมั พัน
การคณู และการหารจานวนเตม็
12. นกั เรยี นสามารถตระหนักถงึ ควา
สมเหตุสมผลของผลหารของจาน
13. นักเรยี นสามารถนาความรู้และส
การดาเนนิ การของจานวนเตม็ ไป
การแกป้ ัญหาคณิตศาสตร์
14. นกั เรียนสามารถบอกคา่ ประจาห
ทศนิยมตาแหนง่ ต่าง ๆ และคา่ ข
15. นักเรียนสามารถเปรยี บเทียบทศ
16. นักเรียนสามารถหาผลบวก และ
ทศนิยมท่ีกาหนดให้
17. นักเรียนสามารถบอกความสัมพ
การบวกและการลบทศนิยม
77
สำระกำรเรียนรู้กนกลำง คณุ ลกั ษณะฯ
ทกั ษะ / กระบวนกำร
ม
นวนเต็มท่ีได้
จานวนเต็มที่
นธข์ อง
าม
นวนเต็มทไี่ ด้
สมบตั ิ
ปใชใ้ น
หลกั ของ
ของเลขโดด
ศนยิ ม
ะผลลบของ
พนั ธข์ อง
ตวั วชี้วดั ควำมรู้
26. นักเรียนสามารถตระหนักถึงควา
สมเหตสุ มผลของผลบวกและผ
ของเศษสว่ นทไ่ี ด้
27. นกั เรยี นสามารถหาผลคูณ และ
ของเศษสว่ นที่กาหนดให้
28. นกั เรียนสามารถบอกความสัมพ
ของการคูณและการหารเศษสว่ น
29. นักเรียนสามารถตระหนักถงึ ควา
สมเหตุสมผลของผลคณู และผล
ของเศษสว่ นที่ได้
30. นกั เรียนสามารถเขยี นเศษส่วนใ
ทศนิยมและเขียนทศนยิ มซา้ ศูน
เศษส่วน
31. นักเรียนสามารถแกโ้ จทย์ปัญหา
ทศนิยมและเศษสว่ น
78
สำระกำรเรียนรกู้ นกลำง คุณลกั ษณะฯ
ทักษะ / กระบวนกำร
าม
ผลลบ
ะผลหาร
พนั ธ์
น
าม
ลหาร
ใหอ้ ยูใ่ นรูป
นย์ให้อย่ใู นรปู
าเกีย่ วกบั
ตวั วชี้วดั ควำมรู้
26. นักเรียนสามารถตระหนกั ถึงควา
สมเหตสุ มผลของผลบวกและผ
ของเศษสว่ นทไ่ี ด้
27. นกั เรยี นสามารถหาผลคูณ และ
ของเศษสว่ นที่กาหนดให้
28. นกั เรียนสามารถบอกความสัมพ
ของการคูณและการหารเศษสว่ น
29. นักเรียนสามารถตระหนักถึงควา
สมเหตุสมผลของผลคณู และผล
ของเศษสว่ นที่ได้
30. นกั เรียนสามารถเขยี นเศษสว่ นใ
ทศนิยมและเขียนทศนยิ มซ้าศูน
เศษส่วน
31. นักเรียนสามารถแกโ้ จทย์ปัญหา
ทศนิยมและเศษสว่ น
79
สำระกำรเรียนรกู้ นกลำง คุณลกั ษณะฯ
ทักษะ / กระบวนกำร
าม
ผลลบ
ะผลหาร
พนั ธ์
น
าม
ลหาร
ใหอ้ ยูใ่ นรูป
นย์ให้อย่ใู นรปู
าเกีย่ วกบั
ตัววช้ีวดั ควำมรู้
ค1.1 ม.1/2 เข้ำใจและใช้สมบตั ิของ 1. นกั เรยี นสามารถบอกความหมาย
เลขยกกำลังท่มี เี ลขชก้ี ำลัง เลขยกกาลัง
2. นกั เรยี นสามารถเขียนจานวนทีก่ า
เปน็ จำนวนเตม็ บวกในกำร ในรปู เลขยกกาลังทมี่ เี ลขช้กี าลังเป็น
แกป้ ญั หำคณติ ศำสตรแ์ ละ บวก
3. นกั เรียนสามารถหาค่าของเลขยก
ปัญหำในชีวิตจริง
เลขชก้ี าลังเปน็ จานวนเตม็ บวกที่กาห
4. นักเรยี นสามารถหาผลคณู ของเลข
เมอ่ื เลขชี้กาลังเป็นจานวนเต็มบวก
5. นักเรียนสามารถหาผลหารของเล
เม่ือเลขชี้กาลงั เปน็ จานวนเตม็ บวก
6. นกั เรยี นสามารถนาสมบตั ิของเลข
ไปใช้
7. นกั เรียนสามารถเขยี นจานวนที่กา
ในรปู สัญกรณ์วิทยาศาสตร์
8. นกั เรียนสามารถหาค่าของจานวน
รูปสญั กรณ์วทิ ยาศาสตร์
80
สำระกำรเรยี นรู้กนกลำง
ทกั ษะ / กระบวนกำร คณุ ลกั ษณะฯ
1. มีวนิ ยั
ยของ 1. การแก้ปญั หา 2. ใฝ่เรียนรู้
3. มงุ่ มน่ั ในการทางาน
าหนดใหอ้ ยู่ 2. การสอ่ื สารและการสอ่ื
นจานวนเต็ม ความหมายทางคณิตศาสตร์
3. การเช่อื มโยง
กกาลงั ทม่ี ี
หนดให้
ขยกกาลัง
ลขยกกาลงั
ขยกกาลงั
าหนด ใหอ้ ยู่
นท่อี ย่ใู น
ตัววช้ีวัด ควำมรู้
9. นักเรียนสามารถนาความรู้เกย่ี วก
วทิ ยาศาสตร์ไปใช้ในการแกป้ ัญหาค
และแก้ปัญหาในชวี ติ จรงิ รวมท้งั ตระ
ความสมเหตสุ มผลของคาตอบทีไ่ ด้
ค2.2 ม.1/1 ใชค้ วามรู้ทางเรขาคณิตและ 1. นักเรียนสามารถอธบิ ายลักษณะแ
เคร่ืองมือ เชน่ วงเวียนและ ของจดุ เส้นตรง สว่ นของเสน้ ตรง รัง
สันตรง รวมทั้งโปรแกรม 2. นกั เรยี นสามารถเปรยี บเทียบควา
The Geometer’s สว่ นของเส้นตรง และขนาดของม
Sketchpad หรือ โปรแกรม วงเวียน
เรขาคณิตพลวตั อ่ืน ๆ เพ่อื 3. นักเรยี นสามารถสรา้ งและบอกขนั้
สรา้ งรปู เรขาคณิต ตลอดจน สร้างพนื้ ฐานทางเรขาคณติ เกยี่ วก
นาความรเู้ ก่ยี วกบั การสร้าง สว่ นของเส้นตรง มุม และเส้นตั้งฉ
นีไ้ ปประยุกตใ์ ช้ในการ กาหนดให้ โดยใช้วงเวยี นและสันต
แกป้ ญั หาในชวี ิตจรงิ โปรแกรม The Geometer’s Ske
หรือซอฟต์แวรเ์ รขาคณิตพลวัตอ่นื
4. นักเรยี นสามารถอธบิ ายและสร้าง
เรขาคณติ โดยการใช้การสร้างพื้นฐ
เรขาคณติ
81
สำระกำรเรยี นรกู้ นกลำง คุณลกั ษณะฯ
ทกั ษะ / กระบวนกำร
กับสัญกรณ์
คณติ ศาสตร์
ะหนักถงึ
และสมบตั ิ 1. การแกป้ ัญหา 1. มวี นิ ยั
งสี และมุม 2. การสอื่ สารและการสอ่ื 2. ใฝ่เรยี นรู้
ามยาวของ 3. มงุ่ มน่ั ในการทางาน
มุม โดยใช้ ความหมายทางคณิตศาสตร์
3. การเชอื่ มโยง
นตอนการ 4. การให้เหตุผล
กบั
ฉากที่
ตรง หรือ
etchpad
นๆ
งรปู
ฐานทาง
ตัววช้ีวัด ควำมรู้
5. นักเรียนสามารถสารวจ สังเกต แ
ค2.2 ม.1/2 เข้าใจและใชค้ วามรู้ทาง คาดการณ์เก่ียวกบั สมบตั ิทางเรขา
นาไปใช้ในการแกป้ ัญหา
1. นักเรียนสามารถอธบิ ายลกั ษณะข
เรขาคณิตในการวิเคราะห์ ไดจ้ ากการตดั รูปเรขาคณติ สามมิต
หาความสัมพนั ธ์ระหว่างรูป ในทิศทางท่ีกาหนดให้
เรขาคณิตสองมิตแิ ละรูป 2. นกั เรยี นสามารถระบุภาพทีไ่ ดจ้ าก
เรขาคณิตสามมิติ ด้านหน้า ด้านขา้ ง และดา้ นบนข
เรขาคณติ สามมิติ
3. นักเรยี นสามารถเขียนภาพท่ไี ดจ้ า
ดา้ นหน้า ด้านขา้ ง และดา้ นบนขอ
เรขาคณติ สามมติ ิท่ีประกอบขึ้นจา
82
สำระกำรเรียนร้กู นกลำง คุณลักษณะฯ
ทกั ษะ / กระบวนกำร
และ
าคณิต และ
ของหน้าตัดที่ 1. การส่ือสารและการส่อื 1. มีวนิ ัย
ติด้วยระนาบ ความหมายทางคณติ ศาสตร์ 2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มงุ่ มนั่ ในการทางาน
2. การเชื่อมโยง
กการมอง
ของรูป
ากการมอง
องรูป
ากลูกบาศก์
83
คำอธบิ ำยรำยวิชำ
รำยวชิ ำ คณติ ศำสตร์1 (ค21101) กลุ่มสำระกำรเรียนรู้
คณิตศำสตร์
ชนั้ มัธยมศึกษำปีท่ี 1 จำนวนเวลำเรยี น 60 ช่ัวโมง / ภำค จำนวน 3 ช่ัวโมง /
สปั ดำห์
…………………………………………………………………………………………………………………………………
ศกึ ษา ฝึกทกั ษะ / กระบวนการในสาระต่อไปนี้
จำนวนเต็ม สมบัติของจานวนเต็ม เปรียบเทียบจานวนเต็ม การบวก การลบ การคูณ
และการหารจานวนเต็ม การนาความรู้และสมบัติเกี่ยวกับจานวนเต็มไปใช้ จานวนตรรกยะและ
สมบัติของจานวนตรรกยะ การนาความรู้เกี่ยวกับจานวนเต็ม และจานวนตรรกยะไปใช้ในการ
แกป้ ญั หา
กำรสร้ำงทำงเรขำคณิต การสร้างพ้ืนฐานทางเรขาคณิต การสร้างรูปเรขาคณิตสองมิติ
โดยใช้การสร้างพนื้ ฐานทางเรขาคณติ การนาความรู้เกี่ยวกับการสรา้ งพ้นื ฐานทางเรขาคณิตไปใช้ใน
ชีวิตจรงิ
เลขยกกำลัง เลขยกกาลังที่มีเลขชี้กาลังเป็นจานวนเต็มบวก การนาความรู้เก่ียวกับเลข
ยกกาลงั ไปใชใ้ นการแก้ปัญหา
ทศนิยมและเศษส่วน การเขียนเศษส่วนในรูปทศนิยมและการเขียนเศษส่วนในรูป
เศษส่วน การเปรียบเทียบเศษส่วนและทศนิยม การบวก การลบ การคูณ และหารเศษส่วนและ
ทศนยิ ม
รูปเรขำคณิตสองมิติและสำมมิติ หน้าตัดของรูปเรขาคณิตสามมิติ ภาพท่ีได้จากการมอง
ด้านหน้า ดา้ นขา้ ง ดา้ นบนของรูปเรขาคณติ สามมิตทิ ป่ี ระกอบข้นึ จากลูกบาศก์
โดยใช้กระบวนการสืบค้นข้อมูล กระบวนการคิด การปฏิบัติ การแก้ปัญหา การสื่อสาร
และการสอื่ ความหมายทางคณติ ศาสตร์ การเชือ่ มโยง การให้เหตผุ ล และการคิดสรา้ งสรรค์
เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถนาความรู้ ทักษะกระบวนการที่ได้ไปใช้ในการ
เรียนรู้ส่ิงต่าง ๆ และใช้ในชีวิตประจาวันอย่างสร้างสรรค์ รวมท้ังเห็นคุณค่าและมีเจตคติท่ีดีต่อ
คณิตศาสตร์ สามารถทางานอย่างเป็นระบบระเบียบ มีความรอบคอบ มีความรับผิดชอบ มี
วิจารณญาณ และมคี วามเชอื่ ม่นั ในตนเอง
รหสั ตวั ชี้วัด
ค1.1 ม.1/1 ม.1/2
ค2.2 ม.1/1 ม.1/2
รวมทั้งหมด 4 ตัวช้ีวัด
ขั้นท่ี 5 กำรจดั ทำโครงสร้ำงรำยวชิ ำ
โครงร้ำงรำยวชิ ำคณติ ศำสตร์
ระดบั ประถมศึกษา ชน้ั …………………………………เวลา……………
มธั ยมศึกษา ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 1 เวลา 60 ชว่ั โม
ท่ี ชอ่ื หน่วยกำรเรยี นรู้ มำตรฐำนกำร
เรยี นรู้ /ตวั ชีว้ ดั
1 จำนวนเต็ม 1. จานวนเต็มแบง่ ออกไ
1.1 จานวนเต็ม/การ ค 1.1 ม.1/1 จานวนเต็มลบ การพิจาร
เปรียบเทยี บจานวนเต็ม จานวนเตม็ ลบบนเสน้ จา
มากกวา่ จานวนเต็มทีอ่ ย
1.2 การบวกจานวนเต็ม 1. การบวกจานวนเต็ม โ
1.1 การบวกจานวนเต
กับการบวกจานวนนับ
ผลบวกโดยวิธกี ารนับตอ่
1.2 การบวกจานวนเต
แสดงการหาผลบวกโดย
84
………………………… เวลำ น้ำหนกั
มง จานวน 1.5 หน่วยกติ (ชวั่ โมง) คะแนน
สำระสำคญั
ไดเ้ ปน็ จานวนเตม็ บวก จานวนเต็มศนู ย์ และ 13 18
รณาเปรยี บเทียบจานวนเตม็ บวก ศูนย์ และ
านวนน้ัน จานวนเต็มทีอ่ ยทู่ างขวามือจะมีค่า
ยู่ทางซ้ายมือเสมอ
โดยใช้เส้นจานวน
ต็มบวกด้วยจานวนเต็มบวก ทาได้เช่นเดียว
บด้วยจานวนนับ ซ่ึงใช้เส้นจานวนแสดงการหา
อไปทางขวา
ต็มลบด้วยจานวนเต็มลบ สามารถใช้เส้นจานวน
ยวิธีการนบั ตอ่ ไปทางซา้ ย
ท่ี ช่อื หน่วยกำรเรยี นรู้ มำตรฐำนกำร
1.3 การลบจานวนเต็ม เรียนรู้ /ตัวชีว้ ัด
1.3 การบวกกันของจ
จานวนแสดงการหาผลบ
1.4 การบวกจานวนเ
จานวนนัน้
2. การบวกจานวนเต็มโด
2.1 การบวกจานวน
ของจานวนเตม็ บวกท้งั ส
2.2 การบวกจานวน
จานวนเต็มลบท้งั สองมา
2.3 การบวกกันของจ
ไม่เทา่ กัน ใหน้ าค่าสัมบูร
ซึ่งผลลพั ธ์จะเปน็ จานวน
มากกวา่
1. จานวนตรงขา้ ม ของจ
หน่ึง โดยที่จานวนเต็มท
เทา่ กัน
เมื่อ a เป็นจานวนเ
a และ a a 0