๙๗
๕. เพื่อใหผูเรียนมีคานิยมท่ีดีงามในการดําเนินชีวิต สรางเสริมวินัย คุณธรรมและจริยธรรมแก
นักเรยี น
๖. เพอ่ื ใหผ ูเ รียนมจี ติ สาํ นึกในการรบั ผิดชอบตอตนเอง ครอบครวั สังคม และประเทศชาติ
แนวการจัดกิจกรรม โรงเรียนเคหะประชาสามัคคี ไดจัดกิจกรรมแนะแนวเพื่อชวยเหลือและพัฒนา
ผเู รียน ดังนี้
๑. จัดกิจกรรมเพื่อใหครูไดรูจักและชวยเหลือผูเรียนมากข้ึน โดยใชกระบวนการทางจิตวิทยา การ
จัดบริการสนเทศ โดยใหมีเอกสารเพื่อใชในการสํารวจขอมูลเก่ียวกับตัวผูเรียน ดวยการสังเกต
สัมภาษณ การใชแบบสอบถาม การเขยี นประวัติ การพบผปู กครองกอนและระหวางเรียน การ
เย่ียมบานนักเรียน การใหความชวยเหลือผูเรียนเร่ืองสุขภาพจิต เศรษฐกิจ การจัดทําระเบียน
สะสม สมุดรายงานประจาํ ตัวนกั เรียน และบัตรสขุ ภาพ
๒. การจัดกิจกรรมพัฒนาวุฒิภาวะทางอารมณ โดยทําแบบทดสอบเพ่ือรูจักและเขาใจตนเอง มี
ทกั ษะในการตัดสนิ ใจ การปรบั ตัว การวางแผนเพ่ือเลือกศกึ ษาตอ เลอื กอาชีพ
๓. การจัดบริการใหคําปรึกษาแกผูเรียนรายบุคคล และรายกลุม ในดานการศึกษา อาชีพ และ
สวนตัว โดยมีผใู หค าํ ปรกึ ษาที่มีคุณวุฒิ และมคี วามเช่ียวชาญในเร่ืองการใหค ําปรึกษา ตลอดจน
มีหอ งใหคําปรึกษาที่เหมาะสม
๓.๑ ชว ยเหลอื ผเู รยี นท่ีประสบปญ หาดา นการเงิน โดยการใหท นุ การศึกษาแกผูเรยี น
๓.๒ ติดตามเกบ็ ขอมูลของนกั เรียนที่สําเรจ็ การศึกษา
๒. กิจกรรมนกั เรียน
๑. กจิ กรรมลูกเสือ
กิจกรรมลูกเสือ - เนตรนารี
ผูเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปที่ ๑-๖ ทุกคน ไดฝกอบรมวิชาลูกเสือ - เนตรนารี เพ่ือสงเสริม
หลักการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยเปนประมุข สงเสริมความสามัคคี มีวินัย และ
บาํ เพ็ญประโยชนต อ สังคม โดยดําเนนิ การจัดกิจกรรมตามขอกําหนดของคณะกรรมการลกู เสอื แหงชาติ
วัตถปุ ระสงค
พระราชบญั ญตั ลิ ูกเสอื พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๘ ไดก ําหนดวตั ถุประสงคของการฝกอบรม เพื่อพัฒนา
ลูกเสือทั้งทางกาย สติปญญา จิตใจ และศีลธรรมใหเปนพลเมืองดี มีความรับผิดชอบ และชวยสรางสรรค
สังคม เพ่ือใหเกิดความสามัคคี และความเจริญกาวหนา ท้ังน้ีเพ่ือความสงบสุข และความม่ังคงของ
ประเทศชาติตามแนวทางดังตอไปน้ี
๑. ใหม นี สิ ยั ในการสงั เกต จดจาํ เช่ือฟง และพ่ึงตนเอง
๒. ใหมีความซ่อื สตั ยส จุ รติ มีระเบียบวินยั และเห็นอกเหน็ ใจผูอ ืน่
๓. ใหรูจ กั บําเพ็ญตนเพื่อสาธารณประโยชน
๔. ใหรูจักทาํ การฝมอื และฝก ฝนการทาํ กจิ กรรมตางๆตามความเหมาะสม
๕. ใหรจู ักรกั ษาและสงเสริมจารตี ประเพณี วฒั นธรรม และความมง่ั คงชองชาติ
๙๘
แนวการจัดกิจกรรม
กิจกรรมลูกเสอื เนตรนารี ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ ๑-๓
เปด ประชมุ กอง ดาํ เนนิ การตามกระบานการของลูกเสือ และจดั กจิ กรรมใหศกึ ษาวิเคราะห วางแผน
ปฏิบัติกิจกรรมตามมาตรฐาน โดยเนนระบบหมู สรุปผลการปฏิบัติกิจกรรม ปดประชุมกอง โดยใหผูเรียน
ศึกษาและฝกปฏิบัติดังน้ี
๑. เตรียมลูกเสือสํารอง นิยายเรื่อเมาคลี ประวัติการเริ่มกิจกรรมลูกเสือสํารอง การทําความเคารพ
เปนหมู (แกรนดฮาวล การทําความเคารพเปนรายบุคคล การจับมื อซาย ระเบียบแถวเบ้ืองตน คําปฏิญาณ
กฎ และคตพิ จนของลูกเสอื สํารอง
๒. ลูกเสอื สาํ รองดาวดวงท่ี ๑ , ๒ และ ๓ อนามัย ความสามารถเชิงทักษะ การสาํ รวจ การคน หา
ธรรมชาติ ความปลอดภยั บรกิ าร ธง และประเทศตางๆ การฝมือ กจิ กรรมกลางแจง การบันเทงิ การผูก
เง่ือน คําปฏิญาณ และกฎของลูกเสือสํารองโดยใชกระบานการทํางาน กระบวนการแกปญ หา กระบวนการ
กลมุ กระบวนการจดั การ กระบวนการคิดรเิ รมิ่ สรา งสรรค กระบวนการฝกปฏบิ ัติ ทางลกู เสอื กระบวนการ
ทางเทคโนโลยี และภูมิปญญาทองถ่ินไดอยางเหมาะสม
เพื่อใหมีความรู ความเขา ใจในกจิ กรรมลูกเสือ สามารถปฏบิ ตั ติ ามคาํ ปฏญิ าณ กฎ และคตพิ จนของ
ลูกเสือสํารอง มีนิสัยในการสังเกต จดจํา เช่ือฟง และพึ่งตนเอง ซื่อสัตย สุจริต มีระเบียบวินัย และเห็น
อกเหน็ ใจผูอื่น บาํ เพญ็ ตนเพ่ือสาธารณประโยชน รจู กั ทําการฝมือ พัฒนากาย จติ ใจ และศีลธรรม ทงั้ นี้โดย
ไมเ กยี่ วของกับลัทธิทางการเมืองใดๆ สนใจและอนรุ กั ษธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอม นําไปใชในชวี ติ ประจําวันได
อยา งมปี ระสทิ ธิภาพ
กจิ กรรมลูกเสอื - เนตรนารี ชัน้ ประถมศกึ ษาปท่ี ๔-๖
เปดประชุมกอง ดําเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมใหศึกษา วิเคราะห
วางแผน ปฏิบัติกิจกรรมตามมาตรฐาน โดยเนนระบบหมู สรุปการปฏิบัติกิจกรรม ปดประชุมกอง โดยให
ผูเรยี นศึกษาและปฏิบัติในเรื่อง
๑. ลูกเสือตรี ความรูเกี่ยวกับขบวนการลูกเสือ คําปฏิญาณและกฎของลูกเสือสามัญ กิจกรรม
กลางแจง ระเบยี บแถว
๒. ลูกเสอื โท การรูจ ักดูแลตนเอง การชวยเหลอื ผูอ ่นื การเดินทางไปยงั สถานทตี่ างๆ ทักษะทางวิชา
ลกู เสือ งานอดิเรกและเรือ่ ทีน่ าสนใจ คําปฏิญาณ และกฎของลูกเสอื ระเบียบแถว
๓. ลูกเสือเอก การพงึ่ พาตนเอง การบรกิ าร การผจญภัย วชิ าการของลูกเสือ ระเบียบแถว โดยใช
กระบวนการทํางาน กระบวนการแกปญหา ระบวนการกลุม กระบวนการจัดการ กระบวนการคิดริเร่ิม
สรางสรรค กระบวนการฝกปฏิบัติทางลูกเสือ กระบวนการทางเทคโนโลยี และภูมิปญญาทองถ่ินไดอยาง
เหมาะสม
เพื่อใหมีความรูความเขาใจในกิจกรรมลูกเสือ สามารถปฏิบัติตามคําปฏิญาณ กฎ และคติพจนของ
ลกู เสอื สามญั มนี ิสัยในการสังเกต จดจาํ เชือ่ ฟง และพ่ึงตนเอง ซอื่ สตั ย สจุ ริต มรี ะเบียบวนิ ัย และเห็นอก
เห็นใจผูอ่ืน บําเพ็ญตนเพื่อสารธารณประโยชน รูจักทําการฝมือ พัฒนากาย จิตใจ และศีลธรรม ท้ังนี้โดย
ไมเก่ียวของกับลัทธิทางการเมืองใดๆ สนใจและอนุรักษธรรมชาติและส่ิงแวดลอม และนําไปใชใน
ชวี ติ ประจําวันไดอ ยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ
หมายเหตุ ผูเรยี นไดปฏิบัตกิ ิจกรรมและผา นการทดสอบแลว จะไดรับเคร่ืองหมายลูกเสอื ตรี
ลกู เสอื โท และลกู เสอื เอก
๙๙
๒. กิจกรรมชมุ นมุ
วตั ถปุ ระสงค
๑. เพอ่ื ใหผเู รยี นไดปฏบิ ัตกิ จิ กรรมตามความสนใจ ความถนดั และความตองการของตน
๒. เพ่ือใหผูเรียนไดพัฒนาความรู ความสามารถดานการคิดวิเคราะห สังเคราะห ใหเกิด
ประสบการณท้งั ทางวิชาการและวิชาชีพตามศกั ยภาพ
๓. เพอ่ื สง เสรมิ ใหผ ูเ รียนใชเ วลาใหเกิดประโยชนต อ ตนเองและสวนรวม
๔. เพ่อื ใหผเู รียนทาํ งานรว มกับผูอื่น ไดตามวถิ ปี ระชาธปิ ไตย
แนวการจัดกิจกรรม
การจัดกิจกรรมตามความสนใจ (ชุมนุม ผูเรียนสามารถเลือกเขาเปนสมาชิกชมรม วางแผนการ
ดาํ เนนิ กจิ กรรมรวมกนั โดยมีชมรมทหี่ ลากหลาย เหมาะสมกับเพศ วยั และความสนใจของผเู รียน ประกอบดวย
กจิ กรรมดา นคุณธรรม จริยธรรม วฒั นธรรม อนุรกั ษส ิ่งแวดลอ ม สงเสริมประชาธิปไตย สงเสริมการเรยี นรู และ
คายวชิ าการ การศึกษาดูงาน การฝก ปฏบิ ตั ิ การบรรยายพิเศษดงั ตวั อยางพอสงั เขปตอไปน้ี
๑. กจิ กรรมพฒั นาวุฒิภาวะทางอารมณ ศีลธรรมและจริยธรรม จัดสอนจรยิ ธรรมในหอ งเรียน จัด
ใหมีการปฏิบัติกิจกรรมเน่ืองในวันสําคัญทั้งทางชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย โดยผูเรียนมี
สวนรวมในการจัดกิจกรรมทั้งในดานวัฒนธรรม ประเพณี กฬี า และศลี ปะ
๒. กิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิต จัดกิจกรรมแขงขันกีฬาสีทุกชวงช้ัน โดยผูเรียนไดฝกทักษะการ
ทาํ งาน และการแกป ญหาทุกขั้นตอน
๓. กิจกรรมสงเสริมนิสัยรักการทํางาน จัดกิจกรรมวันวชิ าการโดยผูเรียนมีโอกาสปฏบิ ัติจริง และ
ฝกทกั ษะการจัดการ
๔. กิจกรรมเพื่ออนุรักษส่ิงแวดลอมและวัฒนธรรม โดยจัดกิจกรรมสืบสานวัฒนธรรมไทย เชน
ประเพณีไหวค รู ประเพณีลอยกระทง
๕. กิจกรรมสงเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตย จัดใหมีการเลือกคณะกรรมการนักเรียน
โดยใหน ํากระบวนการประชาธิปไตยไปใชในการรว มวางแผนดาํ เนินงานพัฒนาโรงเรยี น
๖. กิจกรรมคนดีของสังคม จัดใหมีการบรรยายใหความรู เพ่ือปองกันปญหาโรคติดตอรายแรง
ปญ หายาเสพติด ปญ หาวยั รนุ ใหความรเู พ่ือปลกู ฝงใหเปนสภุ าพบรุ ุษ สุภาพสตรี
๗. กิจกรรมสงเสริมการเรียนรู โดยจัดแหลงเรียนรู ไดแก หองสมุด หองปฏิบัติการทางภาษา
หอ งปฏิบตั กิ ารทางวทิ ยาศาสตร หอ งเทคโนโลยสี ารสนเทศ
๘. กิจกรรมสง เสริมสุขภาพและอนามัย ใหบ ริการหอ งพยาบาล มบี ริการใหค วามรูแกผูเ รยี น เพื่อ
ปอ งกันโรคระบาดอยา งทันเหตุการณ
๓. กจิ กรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน
วัตถุประสงค
๑. เพื่อใหผูเรยี นบําเพ็ญตนใหเ ปน ประโยชนต อครอบครัว โรงเรยี น ชุมชน และประเทศชาติ
๒. เพ่ือใหผูเรียนออกแบบกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารประโยชนอยางสรา งสรรคตามความถนดั
และความสนใจในลกั ษณะอาสาสมัคร
๓. เพื่อใหผูเรียนพัฒนาศักยภาพในการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชนไดอยางมี
ประสทิ ธิภาพ
๔. เพือ่ ใหผ ูเ รียนปฏิบตั ิกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชนจนเกดิ คุณธรรม จริยธรรมตาม
คุณลักษณะอันพึงประสงค
๕. เพ่อื ใหผเู รียนมจี ิตสาธารณะและใชเวลาวา งใหเ กิดประโยชน
๑๐๐
แนวการจัดกิจกรรม
การจดั กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน เปน กจิ กรรมท่ีสง เสริมใหผ ูเ รียนไดทําประโยชน
ตามความสามารถ ความถนัดและความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบ ความดีงาม
ความเสียสละตอสังคม มีจิตใจมุงทําประโยชนตอครอบครัว ชุมชนและสังคมกิจกรรมสําคัญ ไดแก กิจกรรม
บําเพ็ญประโยชน กิจกรรมสรางสรรคสังคม กิจกรรมดํารงรักษา สืบสาน ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม
กจิ กรรมพฒั นานวตั กรรมและเทคโนโลยี
เวลาเรียนสําหรับกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชนในสวนกิจกรรมเพ่ือสังคมและ
สาธารณประโยชน จัดสรรเวลาใหผูเรียนระดับประถมศึกษาปท่ี ๑-๖ รวม ๖ ป จํานวน ๖๐ ช่ัวโมง(เฉลี่ยปละ
๑๐ ชว่ั โมง
การจัดกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน ในระดับประถมศึกษาปที่ ๑-๖ เปนการจัด
กิจกรรมภายในเวลาเรยี น โดยใหผ เู รยี นรายงานแสดงกรเขารวมกิจกรรมลงในสมดุ บนั ทึก และมผี รู ับรองผลการ
เขา รว มกิจกรรมทุกครัง้
แนวทางการประเมินกิจกรรมพัฒนาผูเรียน
โรงเรยี นเคหะประชาสามัคคี กําหนดแนวทางในการประเมินกจิ กรรมพฒั นาผูเรียนดังน้ี
๑. การประเมนิ กจิ กรรมพฒั นาผูเรียนรายกิจกรรม มแี นวทางปฏิบัตดิ ังนี้
๑.๑ การตรวจสอบเวลาเขารวมกิจกรรมของผูเรียน ไมนอยกวารอยละ ๘๐ ของเวลาเรียน
ตลอดปก ารศึกษา
๑.๒ ประเมินกิจกรรมพัฒนาผูเรียนจากการปฏิบัติกิจกรรมและผลงาน/ชิ้นงานของผูเรียน
ผูเรียนตองไดรับการประเมินทุกผลการเรียนรู และผานทุกผลการเรียนรู โดยแตละผลการเรียนรูผานไมนอย
กลารอยละ ๕๐ หรือมคี ุณภาพในระดบั ๑ ขึน้ ไป
๑.๓ ผเู รยี นมเี วลาเขารวมกจิ กรรม การปฏิบัติกจิ กรรมและผลงาน/ชิ้นงานของผเู รียนตามเกณฑ
ขอ ๑.๑ และขอ ๑.๒ ถือวาผูเรียนมีผลการเรียน “ผ” ผานการประเมินกิจกรรมและนําผลการประเมินไป
บันทกึ ในระเบียนแสดงผลการเรียน
๑.๔ ผูเรียนมีเวลาเขารวมกิจกรรมพัฒนาผูเรียน การปฏิบัติกิจกรรมและผลงานไมเปนไปตาม
เกณฑ ขอ ๑.๑ และขอ ๑.๒ ถือวาผูเรียนมีผลการเรียน “มผ” โรงเรียนตองจัดซอมเสริมใหผูเรียนทํา
กิจกรรมในสวนที่ผูเรียนไมไดเขารวมหรือไมไดทําจนครบถวน แลวจึงเปลี่ยนผลการเรียนจาก “มผ” เปน
“ผ” และนาํ ผลการประเมนิ ไปบันทกึ ในระเบียนแสดงผลการเรยี น
๒. การประเมนิ กิจกรรมพฒั นาผเู รยี นเพอ่ื การตัดสิน มีแนวปฏบิ ตั ิดงั น้ี
๒.๑ กําหนดใหผูรับผิดชอบในการรวบรวมขอมูลเก่ียวกับการรวมกิจกรรมพัฒนาผูเรียนของ
ผูเรยี นทกุ คนตลอดระดบั การศึกษา
๒.๒ ผูรับผิดชอบสรุปและตัดสินการรวมกิจกรรมพัฒนาผูเรียนของผูเรียนเปนรายบุคคลตาม
เกณฑท ่ีโรงเรียนกาํ หนด ผเู รยี นจะตอ งผา นกิจกรรม ๓ กจิ กรรมสาํ คญั ดังน้ี
๒.๒.๑ กิจกรรมแนะแนว
๒.๒.๒ กิจกรรมนักเรยี น ไดแ ก
๑. กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี
๒. กิจกรรมชมุ นมุ
๒.๒.๓ กจิ กรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน
๑๐๑
๒.๓ การนําเสนอผลการประเมินตอคณะกรรมการกลุมสาระการเรียนรูและกิจกรรมพัฒนา
ผูเรียน
๒.๔ เสนอผูบริหารโรงเรียนพิจารณาอนุมัติผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผูเ รียนผานเกณฑการ
จบแตละระดับการศึกษา
๑๐๒
คาํ อธบิ ายรายวชิ า
กจิ กรรมพัฒนาผูเรยี น
๑๐๓
กิจกรรมพฒั นาผูเรยี น คําอธบิ ายรายวชิ ากิจกรรมพัฒนาผเู รยี น กจิ กรรมแนะแนว
ชั้นประถมศึกษาปท ี ๑ - ๖ เวลา ๔๐ ช่วั โมง/ป
รูจักและเขาใจตนเอง รักและเห็นคุณคาในตนเองและผูอื่น มีวุฒิภาวะทางอารมณ มีเจตคติที่ดีตอ
การมีชีวิตที่ดีมีคุณภาพ มีทักษะในการดําเนินชีวิต สามารถปรับตัวใหด ํารงชีวิตอยูในสังคมไดอยางมีความสขุ
รูจักตนเองในทุกดาน รูความถนัด ความสนใจ และบุคลิกภาพของตนเอง รูและเขาใจโลกของงานอาชีพ
อยางหลากหลาย มเี จตคตทิ ดี่ ตี ออาชีพสจุ รติ รขู อมูลอาชีพ สามารถเลอื กตนแนวทางในการประกอบอาชีพได
อยางเหมาะสม มีการเตรียมตัวสูอาชีพ สามารถวางแผนเพื่อประกอบอาชีพตามที่ตนเองมีความถนัดและ
สนใจ มคี ณุ ลกั ษณะพ้ืนฐานที่จาํ เปน ในการประกอบอาชีพและพัฒนางานใหประสบความสําเรจ็ เพ่ือสรางฐานะ
ทางเศรษฐกิจใหกบั ตนเอง ครอบครัว ชมุ ชนและประเทศชาติ
พัฒนาตนเองในดานการเรียนอยางเต็มศักยภาพ รูจักแสวงหาความรูใฝรูใฝเรียนใหเปนคนดีมีความรู
และทักษะทางวิชาการ รูจักแสวงหาและใชขอมูลประกอบการวางแผนการเรียนหรือการศึกษาตอไดอยางมี
ประสิทธิภาพ มีวิธีการเรียนรู มีทักษะการคิด แกปญหาอยางสรางสรรค คิดเปน ทําเปน มีคุณธรรม
จรยิ ธรรม เออื้ อาทรและสมานฉนั ท เพ่ือดาํ รงชวี ติ อยูรวมกนั อยางสงบสขุ ตามวิถชี ีวติ เศรษฐกจิ พอเพยี ง
เพื่อใหผูเรยี นเกิดการเรียนรู รูจ กั เขา ใจ รักและเหน็ คุณคาในตนเองและผูอน่ื เกิดการเรียนรู
สามารถวางแผนการเรียนรู อาชีพ รวมทั้งการดําเนินชีวิตและมีทักษะทางสังคม เกิดการเรียนรูสามารถ
ปรับตัวไดอยางเหมาะสม อยูรวมกับผูอื่นไดอยางมีความสุข พึ่งตนเองไดมีทักษะในการเลือกแนวทาง
การศึกษา การงานและอาชีพ ชีวิตและสังคม มีสุขภาพจิตที่ดีและจิตสํานึกในการทําประโยชนตอครอบครัว
สงั คมและประเทศชาตติ ามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ผลการเรยี นรู
๑. เพ่ือใหผ เู รยี นเกดิ การเรยี นรู รูจกั เขาใจ รัก และเหน็ คุณคาในตนเองและผอู ่นื
๒. เพื่อใหผูเ รียนเกดิ การเรยี นรู สามารถวางแผนการเรยี น การศกึ ษาตอ อาชพี รวมทง้ั การ
ดาํ เนนิ ชวี ติ และมีทกั ษะทางสังคม
๓. เพอื่ ใหผูเ รยี นเกิดการเรยี นรู สามารถปรบั ตัวไดอยางเหมาะสม และอยรู ว มกับผูอนื่ ไดอยาง
เหมาะสม
๔. สามารถประยุกตใ ชห ลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งได
รวม ๔ ผลการเรียนรู
๑๐๔
กจิ กรรมพฒั นาผเู รยี น คําอธิบายรายวชิ ากิจกรรมพัฒนาผเู รียน
ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ๑ กิจกรรมนักเรียน (เตรียมลกู เสอื สาํ รองและลูกเสือสํารองดาวดวงที่ ๑)
เวลา ๓๐ ช่ัวโมง/ป
เปดประชุมกอง ดําเนินการตามกระบวนการของลูกเสือและจัดกิจกรรมโดยใหศึกษา วิเคราะห
วางแผน ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู โดยเนนระบบหมูและปฏิบัติกิจกรรมตามคําปฏิญาณและกฎของ
ลูกเสือสํารอง เรียนรูจากการคิดและปฏิบัติจริงใชสัญลักษณสมาชิกลูกเสือสํารองที่มีความเปนเอกลักษณ
รวมกัน ศึกษาธรรมชาติในชุมชนดวยความสนใจ ใฝรูตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สรุปผลการ
ปฏบิ ัติกิจกรรม ปด ประชมุ กอง ในเรื่องตอไปนี้
๑. เตรียมลูกเสือสํารอง นิยายเมาคลี ประวัติการเริ่มกิจการลูกเสือ การทําความเคารพหมู
(แกรนดฮาวล การทําความเคารพเปนรายบุคคล การจับมือซาย ระเบียบแถว เบื้องตน คํา
ปฏิญาณ กฎและคติพจนข องลูกเสือสํารอง
๒. ลกู เสอื สาํ รองดาวดวงท่ี ๑ อนามยั ความสามารถเชิงทกั ษะ การสํารวจ การคนหาธรรมชาติ
ความปลอดภัย บรกิ าร ธงและประเทศตา ง ๆ การฝม อื กิจกรรมกลางแจง การบนั เทงิ การ
ผูกเงื่อน คําปฏิญาณและกฎของลูกเสือสํารอง
เพื่อใหม คี วามรู ความเขา ใจในกิจกรรมลกู เสอื สํารองดาวดวงที่ ๑ สามารถปฏบิ ัตติ ามคาํ ปฏญิ าณ
กฎ และคติพจนของลูกเสือสํารอง มีนิสัยในการสังเกต จดจํา เชื่อฟงและพ่ึงตนเอง มีความซื่อสัตย สุจริต
มีระเบียบวินัย และเห็นอกเห็นใจผอู ื่น รูจักบําเพ็ญตนเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน รูจักทําการฝมือและ
ฝกฝนทํากิจกรรมตาง ๆ ตามความเหมาะสม รักษาและสงเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรมและความมั่นคง
ของชาติ และสามารถประยุกตใชหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ผลการเรียนรู
๑. มนี สิ ยั ในการสังเกต จดจํา เชื่อฟงและพ่งึ พาตนเองได
๒. มีความซ่ือสัตย สจุ รติ มีระเบียบวนิ ัยและเห็นอกเห็นใจผูอืน่
๓. บําเพ็ญตนเพือ่ สังคมและสาธารณะประโยชน
๔. ทําการฝมือและฝกฝนการทํากิจกรรมตา ง ๆ ตามความเหมาะสม
๕. รักษาและสงเสรมิ จารีตประเพณี วัฒนธรรมประเพณี ภมู ปิ ญ ญาทองถิน่ และ ความม่นั คง
๖. อนุรักษทรัพยากรธรรมชาติ สงิ่ แวดลอ มและลดภาวะโลกรอน
๗. สามารถประยุกตใชหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งได
รวม ๗ ผลการเรยี นรู
๑๐๕
กจิ กรรมพัฒนาผเู รียน คาํ อธิบายรายวชิ ากจิ กรรมพัฒนาผูเ รียน
ช้ันประถมศึกษาปที ๒ กิจกรรมนกั เรียน (ลูกเสือสํารองดาวดวงท่ี ๒
เวลา ๓๐ ชั่วโมง/ป
เปดประชุมกอง ดําเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมใหศึกษา วิเคราะห
วางแผน ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู โดยเนนระบบหมู และปฏิบัติตามคําปฏิญาณ คติพจนและกฎ
ของลูกเสือสํารอง ศึกษาเรียนรูจากการคิดและปฏิบัติจริงใชสัญลักษณสมาชิกลูกเสือสํารองท่ีมีความเปน
เอกลักษณรวมกัน ศึกษาธรรมชาติในชุมชนดวยความสนใจใฝรูตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง สรุปผลและปฏิบัติ
กจิ กรรม ปดประชมุ กองในเร่อื งตอ ไปน้ี
ลูกเสือสํารองดาวดวงที่ ๒ นิยายเมาคลี ประวัติการเริ่มกิจการลูกเสือ การทําความเคารพหมู
(แกรนฮาวล การทําความเคารพเปนรายบุคคล การจับมือซาย ระเบียบแถว คําปฏิญาณ กฎ แ ละคติพจน
ของลูกเสือสํารอง อนามัย ความสามารถเชิงทักษะ การสํารวจ การคนหาธรรมชาติการอนุรักษทรัพยากรใน
ชุมชนทองถ่ิน ความปลอดภัย บริการ การผูกเง่ือน ธง และประเทศตาง ๆ การฝมือท่ีใชวัสดุเหลือใชใน
ทองถ่ิน กิจกรรมกลางแจง การบันเทงิ ท่ีสง เสริมสุขภาพกายสุขภาพจิตและอนุรักษภมู ิปญ ญาทองถิ่น อนุรักษ
ทรพั ยากรธรรมชาตสิ ง่ิ แวดลอมลดภาวะโลกรอ น
เพ่ือใหมีความรู ความเขาใจในกิจกรรมลูกเสือสํารองดาวดวงท่ี ๒ สามารถปฏิบัติตามคําปฏิญาณ
กฎและคติพจนของลูกเสือสํารอง มีนิสัยในการสังเกต จดจํา เชื่อฟงและพึ่งตนเอง มีความซื่อสัตยสุจริต
มรี ะเบียบวนิ ัย และเห็นอกเห็นใจ รูจกั บําเพญ็ เพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน รูจ กั ทาํ การฝมอื และฝกฝนทํา
กิจกรรมตาง ๆ ตามความเหมาะสม รักษาและสงเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรม ภูมิปญญาทองถิ่น
อนุรักษทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดลอม ความมั่นคงของชาติ และสามารถประยุกตใชหลักปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพยี ง
ผลการเรยี นรู
1. มนี ิสัยในการสังเกต จดจาํ เชื่อฟง และพ่ึงตนเองได
2. มคี วามซ่ือสตั ย สจุ ริต มรี ะเบยี บวนิ ยั และเห็นอกเห็นใจผูอ ืน่
3. บาํ เพญ็ ตนเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน
4. ทาํ การฝม ือและฝกฝนทํากิจกรรมตา ง ๆ ตามความเหมาะสม
5. รกั ษาและสงเสริมจารตี ประเพณี วฒั นธรรม ภมู ปิ ญ ญาทองถิ่นและความมั่นคงของชาติ
6. อนุรกั ษทรัพยากรธรรมชาติ และสิง่ แวดลอม ลดภาวะโลกรอน สามารถประยกุ ตใ ชหลกั ปรชั ญา
ของเศรษฐกิจพอเพยี งได
รวม ๖ ผลการเรยี นรู
๑๐๖
กิจกรรมพัฒนาผูเรยี น คาํ อธบิ ายรายวิชากจิ กรรมพัฒนาผเู รยี น
ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ๓ กิจกรรมนักเรยี น (ลูกเสือสาํ รองดาวดวงที่ ๓
เวลา ๓๐ ช่ัวโมง/ป
เปดประชุมกอง ดําเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมใหศึกษา วิเคราะห
วางแผน ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู โดยเนนระบบหมู และปฏิบัติตามคําปฏิญาณ คติพจนและกฎ
ของลูกเสือสํารอง ศึกษาเรียนรูจากการคิดและปฏิบัติจริงใชสัญลักษณสมาชิกลูกเสือสํารองท่ีมีความเปน
เอกลักษณรวมกัน ศึกษาธรรมชาติในชุมชนดวยความสนใจใฝรูตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง สรุปผลและปฏิบัติ
กิจกรรม ปด ประชมุ กองในเรื่องตอ ไปนี้
ลูกเสือสํารองดาวดวงที่ ๓ นิยายเมาคลี ประวัติการเริ่มกิจการลูกเสือ การทําความเคารพหมู
(แกรนฮาวล การทําความเคารพเปนรายบุคคล การ จับมือซาย ระเบียบแถว คําปฏิญาณ กฎ และคติพจน
ของลูกเสือสํารอง อนามัย ความสามารถเชิงทักษะ การสํารวจ การคนหาธรรมชาติการอนุรักษทรัพยากรใน
ชุมชนทองถิ่น ความปลอดภัย บริการ การผูกเง่ือน ธง และประเทศตาง ๆ การฝมือท่ีใชวัสดุเหลือใชใน
ทองถิ่น กิจกรรมกลางแจง การบันเทงิ ท่ีสงเสรมิ สขุ ภาพกายสุขภาพจิตและอนุรักษภมู ิปญ ญาทองถิ่น อนุรักษ
ทรพั ยากรธรรมชาติสงิ่ แวดลอมลดภาวะโลกรอน
เพ่ือใหมีความรู ความเขาใจในกิจกรรมลูกเสือสํารองดาวดวงท่ี ๓ สามารถปฏิบัติตามคําปฏิญาณ กฎ
และคติพจนข องลกู เสือสาํ รอง มีนิสัยในการสังเกต จดจํา เชือ่ ฟงและพ่ึงตนเอง มคี วามซ่อื สัตยส ุจริต มีระเบียบ
วินัย และเห็นอกเห็นใจ รูจักบําเพ็ญเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน รูจักทําการฝมือและฝกฝนทํากิจกรรม
ตาง ๆ ตามความเหมาะสม รักษาและสงเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรม ภูมิปญญาทองถิ่น อนุรักษ
ทรัพยากรธรรมชาติส่ิงแวดลอม ความมั่นคงของชาติ และสามารถประยุกตใชหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง
ผลการเรียนรู
๑. มนี สิ ัยในการสังเกต จดจํา เชือ่ ฟงและพึ่งตนเองได
๒. มคี วามซื่อสัตย สจุ ริต มรี ะเบียบวนิ ัย และเห็นอกเหน็ ใจผูอ่ืน
๓. บําเพ็ญตนเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน
๔. ทาํ การฝมือและฝกฝนทาํ กิจกรรมตาง ๆ ตามความเหมาะสม
๕. รักษาและสง เสรมิ จารีตประเพณี วัฒนธรรม ภมู ิปญ ญาทองถ่ินและความมน่ั คงของชาติ
๖. อนรุ กั ษทรพั ยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดลอม ลดภาวะโลกรอน สามารถประยุกตใชหลักปรัชญา
ของเศรษฐกจิ พอเพยี งได
รวม ๖ ผลการเรยี นรู
๑๐๗
กิจกรรมพฒั นาผูเรียน คาํ อธบิ ายรายวิชากิจกรรมพัฒนาผูเ รยี น
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ๔ กจิ กรรมนักเรียน (ลูกเสอื สามญั (ลูกเสือตรี
เวลา ๓๐ ช่ัวโมง/ป
เปดประชุมกอง ดําเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมโดยใหศึกษา วิเคราะห
วางแผน ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู โดยเนนระบบหมู และปฏิบัติกิจกรรมตามคําปฏิญาณ คติพจน
และกฎของลูกเสือสามัญ เรียนรูจากการคิดและปฏิบัติจริง ใชสัญลักษณสมาชิกลูกเสือสามัญที่มีความเปน
เอกลักษณรวมกัน ศึกษาธรรมชาติในชุมชนดวยความสนใจ ใฝรูและมีจิตสํานึกในการอนุรักษ
ทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรมประเพณี ภูมิปญญาทองถิ่น ลดภาวะโลกรอนและประยุกตใชปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียง ความรูเก่ียวกับกระบวนการลูกเสือ ประวัติของ Load Baden Powell พระราชประวัติ
สังเขปของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยูหัว วิวัฒนาการของกระบวนการ ลูกเสือไทยและลูกเสือโลก
การทาํ ความเคารพ การแสดงรหัส การจบั มอื ซา ย กิจกรรมกลางแจง ระเบยี บแถวทา มอื เปลา ทามือไมพ ลวง
การใชสญั ญามือและนกหวีด การตง้ั แถวและการเรียนแถว
เพอื่ ใหม คี วามรู ความเขาใจในกิจกรรมลูกเสือสามญั สามารถปฏบิ ัติตามคําปฏญิ าณ กฎ และคตพิ จน
ของลูกเสือสามัญ มีนิสัยในการสังเกต จดจํา เชื่อฟง และพ่ึงตนเอง มีความซื่อสัตย สุจริต มีระเบียบวินัย
และเหน็ อกเห็นใจผูอ่ืน บาํ เพ็ญตนเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน ทาํ การฝมือและฝกฝนการทํากิจกรรมตาง
ๆ ตามความเหมาะสม ความถนดั และความสนใจ รกั ษาและสง เสริมจารีตประเพณี วฒั นธรรมและความม่ันคง
ประโยชนและสามารถประยกุ ตใชห ลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
ผลการเรียนรู
1. มีนสิ ยั ในการสังเกต จดจาํ เชอ่ื ฟง และพึ่งตนเองได
2. มีความซ่ือสัตยสุจรติ มีระเบียบ วนิ ยั และเห็นอกเหน็ ใจผอู นื่
3. บําเพญ็ ตนเพื่อสงเสริมและสาธารณะประโยชน
4. ทาํ การฝมือและฝกฝนทํากจิ กรรมตาง ๆ ตามความถนดั และความสนใจ
5. รักษาและสงเสรมิ จารีตประเพณี วฒั นธรรม ภมู ปิ ญ ญาทองถิ่น และความมน่ั คงของชาติ
6. อนรุ ักษทรพั ยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ ม ลดภาวะโลกรอน
7. สามารถประยุกตใชหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
รวม ๗ ผลการเรยี นรู
๑๐๘
กิจกรรมพัฒนาผเู รยี น คาํ อธบิ ายรายวิชากจิ กรรมพัฒนาผเู รยี น
ชนั้ ประถมศึกษาปที ๕ กจิ กรรมนกั เรียน (กิจกรรมลูกเสอื สามัญ (ลูกเสือโท
เวลา ๓๐ ช่ัวโมง/ป
เปดประชุมกองดําเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมโดยใหศึกษา วิเคราะห
วางแผน ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู โดยเนนระบบหมู และปฏิบัติกิจกรรมตามคําปฏิญาณ คติพจน
และกฎของลูกเสือสามัญ เรียนรูจากคิดและปฏิบัติจริง ใชสัญลักษณสมาชิกลูกเสือสามัญที่มีความเปน
เอกลักษณร ว มกนั ศกึ ษาธรรมชาตใิ นชุมชนดวยความสนใจ ใฝรู มีจิตสาํ นกึ ในการอนรุ กั ษ ทรพั ยากรธรรมชาติ
วัฒนธรรม ภูมิปญญาทองถิ่น ลดภาวะโลกรอนและการประยุกตใชปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยใช
ทักษะในทางวิชาลูกเสือ การรูจักดูแลตนเอง การชวยเหลือผูอ่ืน การเดินทางไปยังสถานท่ีตาง ๆ ทํางาน
อดิเรก และเร่ืองท่สี นใจ
เพ่ือใหม คี วามรู ความเขาใจในกิจกรรมลูกเสือสามัญ สามารถปฏบิ ัตติ ามคําปฏิญาณ กฎ และคตพิ จน
ของลูกเสือสามัญ มีนิสัยในการสังเกต จดจํา เชื่อฟง และพ่ึงตนเอง มีความซ่ือสัตย สุจริต มีระเบียบวินัย
และเห็นอกเหน็ ใจผอู ื่น บาํ เพ็ญตนเพือ่ สังคมและสาธารณประโยชน ทาํ การฝมือและฝกฝนการทาํ กิจกรรมตาง
ๆ ตามความเหมาะสม ความถนัด และความสนใจ รักษาและสงเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรมและความ
มน่ั คง ประโยชนแ ละสามารถประยกุ ตใชหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ผลการเรียนรู
1. มีนสิ ัยในการสงั เกต จดจํา เชอื่ ฟง และพ่ึงตนเองได
2. มีความซ่ือสตั ยส จุ ริต มรี ะเบียบ วนิ ยั และเห็นอกเหน็ ใจผอู ื่น
3. บาํ เพญ็ ตนเพอ่ื สงเสริมและสาธารณะประโยชน
4. ทาํ การฝม ือและฝกฝนทํากิจกรรมตาง ๆ ตามความถนดั และความสนใจ
5. รักษาและสงเสรมิ จารีตประเพณี วฒั นธรรม ภูมิปญ ญาทองถน่ิ และความม่ันคงของชาติ
6. อนรุ กั ษทรพั ยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอม ลดภาวะโลกรอน
7. สามารถประยุกตใ ชหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
รวม ๗ ผลการเรยี นรู
๑๐๙
กจิ กรรมพฒั นาผูเรยี น คําอธบิ ายรายวิชากิจกรรมพัฒนาผูเ รียน
ชัน้ ประถมศึกษาปที ๖ กิจกรรมนักเรยี น (กิจกรรมลูกเสอื สามญั (ลกู เสือเอก
เวลา ๓๐ ชั่วโมง/ป
เปดประชุมกองดําเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมโดยใหศึกษา วิเคราะห วางแผน
ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู โดยเนนระบบหมู และปฏิบัติตามคําปฏิญาณ คติพจน และกฎของลูกเสือ
สามัญ วิชาการของลูกเสือ ระเบียบแถว การพึ่งตนเอง การผจญภัย การใชสัญลักษณ สมาชิกลูกเสือสามัญ
ที่มีความเปนเอกลักษณรวมกัน เรียนรูจากการคิดและปฏิบัติจริง ศึกษาธรรมชาติ วัฒนธรรมประเพณี ภูมิ
ปญญาทองถิ่นดวยความสนใจ ใฝรู และประยุกตใชหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในการปฏิบัติกิจกรรม
เพอื่ การอนุรักษท รพั ยากรธรรมชาติและลดภาวะโลกรอน
เพ่ือใหมีความรู ความเขาใจในกิจกรรมลูกเสือสามัญ สามารถปฏิบัติตามคําปฏิญาณ กฎ และคติพจน
ของลูกเสือสามัญ มีนิสัยในการสังเกต จดจํา เชื่อฟง และพ่ึงตนเอง มีความซื่อสัตย สุจริต มีระเบียบวินัย
และเห็นอกเห็นใจผูอ่ืน บําเพ็ญตนเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน ทําการฝมือและฝกฝนการทํากิจกรรม
ตาง ๆ ตามความเหมาะสม ความถนัด และความสนใจ รักษาและสงเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรมและ
ความมน่ั คง ประโยชนแ ละสามารถประยุกตใ ชห ลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ผลการเรยี นรู
1. มีนิสยั ในการสังเกต จดจํา เชอ่ื ฟงและพ่ึงตนเองได
2. มีความซื่อสัตยสจุ ริต มีระเบียบ วนิ ยั และเห็นอกเหน็ ใจผูอ่ืน
3. บาํ เพญ็ ตนเพ่อื สงเสริมและสาธารณะประโยชน
4. ทาํ การฝม ือและฝกฝนทาํ กิจกรรมตา ง ๆ ตามความถนดั และความสนใจ
5. รกั ษาและสง เสริมจารตี ประเพณี วฒั นธรรม ภมู ปิ ญญาทองถิ่น และความมั่นคงของชาติ
6. อนุรกั ษทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ลดภาวะโลกรอน
7. สามารถประยุกตใ ชปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
รวม ๗ ผลการเรียนรู
๑๑๐
กิจกรรมพฒั นาผเู รียน คําอธิบายรายวชิ ากจิ กรรมพัฒนาผูเรยี น
ชั้นประถมศึกษาปท ี ๑ - ๖ กิจกรรมเพ่อื สังคมและสาธารณประโยชน
เวลา ๑๐ ชั่วโมง/ป
ฝกปฏิบัติกิจกรรมดวยความสมัครใจผานกิจกรรมท่ีหลากหลาย ฝกการทํางานที่สอดคลองกับชีวิต
จริง ตลอดจนสะทอนความรู ทักษะ และประสบการณ สํารวจและใชขอมูลประกอบการวางแผนอยางเปน
ระบบ เนนทักษะการคิดวิเคราะห และใชความคิดสรางสรรค การบริการดานตาง ๆ ที่เปนประโยชนตอ
ตนเองและสวนรวม เสริมสรางความมีนํ้าใจ เอ้ืออาทร ความเปนพลเมืองดีและความรับผิดชอบตอตนเอง
ครอบครัวและสังคม คิดออกแบบกิจกรรมบําเพ็ญประโยชนใ นลักษณะอาสาสมัคร จิตอาสา เพ่ือแสดงความ
รบั ผิดชอบตอ สังคมตามแนวทางวถิ ีชวี ติ เศรษฐกิจพอเพียง
เพ่ือใหผูเรียนบําเพ็ญตนใหเปนประโยชนตอครอบครัว โรงเรียน ชุมชน สังคมและประเทศชาติ
สามารถออกแบบการจัดกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชนอยางสรางสรรคตามความถนัดและความ
สนใจในลักษณะอาสาสมัคร พฒั นาศกั ยภาพตนเองในการจัดกจิ กรรมเพ่อื สังคมและสาธารณประโยชนไดอยาง
มีประสิทธิภาพเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชนจนเกิดคุณธรรม จริยธรรม ตามคุณลักษณะอันพึงประสงค
มจี ติ สาธารณะและใชเวลาวา งใหเกดิ ประโยชน และสามารถประยกุ ตใ ชหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงได
ผลการเรยี นรู
1. บําเพญ็ ตนใหเปน ประโยชนตอครอบครวั โรงเรียน ชุมชน สงั คมและประเทศชาติ
2. ออกแบบการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชนอยางสรา งสรรค ตามความถนัดและ
ความสนใจในลักษณะอาสาสมคั ร
3. สามารถพฒั นาศักยภาพในการจัดกจิ กรรมเพ่อื สังคมและสาธารณประโยชนไดอยา งมี
ประสทิ ธิภาพ
4. ปฏิบัติกิจการเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชนจนเกิดคุณธรรม จรยิ ธรรมตามคณุ ลักษณะอนั
พงึ ประสงค
5. สามารถประยุกตใชห ลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงได
รวม ๕ ผลการเรยี นรู
๑๑๑
กจิ กรรมพัฒนาผเู รียน คาํ อธบิ ายรายวิชากจิ กรรมพัฒนาผเู รียน
ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ี ๑ - ๖ กิจกรรมนกั เรียน (กจิ กรรมชุมนมุ
เวลา ๔๐ ชวั่ โมง/ป
ปฏิบัติกิจกรรมตามความสนใจ ความถนัด และความตองการ เพ่ือพัฒนาความรู ความสามารถดา น
การคิดวิเคราะห สังเคราะหใหเกิดประสบการณท้ังดานวิชาการ และพ้ืนฐานอาชีพ ทักษะชีวิตและสังคมตาม
ศักยภาพอยางรอบดาน เพ่ือความเปนมนุษยท่ีสมบูรณ มีความสามารถในการสื่อสาร มีทักษะการคิด
แกปญหา ความสามารถในการใชเทคโนโลยี พัฒนาทักษะในการทํางานและการอยูรวมกับผูอ่ืนในสังคมได
อยางมีความสุข รักชาติ ศาสน กษัตริย ซื่อสัตยสุจริต มีวินัย ใฝเรียนรู อยูอยางพอเพียง มุงม่ันในการ
ทํางานรกั ความเปนไทย มีจติ สาธารณะ
เพื่อใหผูเรียนไดปฏิบัติกิจกรรมตามความสนใจ ความถนัด และความตองการของตน ไดพัฒนา
ความรู ความสามารถดานการคิดวิเคราะห สังเคราะห ใหเกิดประสบการณทั้งทักษะทางวิชาการ ทักษะ
อาชีพ ทักษะชีวิตและสังคมตามศักยภาพ ใชเวลาวางใหเกิดประโยชนต อตนเองและสว นรวม คิดเปน ทําได
ทาํ งานรว มกับผูอ ่นื ไดต ามวถิ ปี ระชาธปิ ไตย และประยุกตหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งไดอยา งเหมาะสม
ผลการเรียนรู
1. ปฏิบตั ิกิจกรรมตามความสนใจ ความถนัดและความตองการของตน
2. มคี วามรู ความสามารถดานการคิดวิเคราะห สงั เคราะหใหเกิดประสบการณ ท้งั ทางวิชาการ
และวิชาชีพตามศักยภาพ
3. ใชเวลาวางใหเ กดิ ประโยชนตอตนเองและสวนรวม
4. มงุ มัน่ ในการทํางานและทํางานรว มกับผูอ ่นื ไดต ามวถิ ีประชาธิปไตย
5. ประยกุ ตใ ชหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งไดอยา งเหมาะสม
รวม ๕ ผลการเรยี นรู
๑๑๒
คาํ อธิบายรายวชิ า
กจิ กรรมชมุ นมุ
๑๑๓
กจิ กรรมพัฒนาผูเ รยี น คําอธิบายรายวชิ าชมรมคอมพวิ เตอร
ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ี ๑ - ๖ กิจกรรมนักเรียน (กิจกรรมชุมนุม
เวลา ๔๐ ชว่ั โมง/ป
ในปจจบุ นั เทคโนโลยคี อมพวิ เตอรไดพฒั นาไปอยางรวดเรว็ ในหลากหลายสาขาวชิ าโดยเฉพาะอยางยิ่ง
การพัฒนาดานการสื่อสารและดานขอมูล ดังน้ันจึงจําเปนอยางยิ่งที่สถานศึกษาใหความสําคัญตอการ
เปล่ียนแปลงของเทคโนโลยีเพื่อใหผูเรียนมีความรู เกิดความตระหนักและเทาทันเทคโนโลยีในปจจุบันเพ่ือ
สนับสนุนใหผูเ รียนมคี ณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงคข องผูเรยี นใน ยุคศตวรรษที่ ๒๑ ไดแก เปน นักคดิ วิเคราะห เปน
นักแกปญหา เปนนักสรางสรรค เปน นักประสานความรวมมือ รูจักใชขอมูลและขาวสาร เปนผูเรียนรูดวย
ตนเอง เปนนักสื่อสาร และตระหนักรับรูสภาวะการณของโลกปจจุบันและอนาคตกิจกรรมชุมนุมคอมพิวเตอร
จึงเปน กิจกรรมกลุมเสริมทักษะดานวิชาการ เพ่ือตอบสนองศักยภาพของนักเรียนไดหลากหลายวิชาสามารถ
ตอบสนองความตองการของสังคมสรางองค ความรูและเพ่ิมพูนทักษะคอมพิวเตอรใหแกน ักเรียนเปนผมู ีความรู
ความสามารถ มีประสบการณ ตรงกับสภาพแวดลอม และเทคโนโลยีใหมๆ และนํามาปรับใชในชีวิตประจาํ วัน
ไดอ ยางเหมาะสม
กิจกรรมชุมนุมคอมพิวเตอรจัดข้ึนสําหรับนักเรียนระดับช้ันประถมศึกษาปที่ ๑-๖ โรงเรียนเคหะ
ประชาสามคั คีทีเ่ ลอื กเรยี น กจิ กรรมชุมนุมคอมพิวเตอรไ ดเขา รว มกจิ กรรมตาง ๆ โดยนักเรยี นทีเ่ ขา รว มกิจกรรม
จะดําเนินกิจกรรมในการคนควาหาความรูในระบบเครือขายอินเทอรเน็ต และนําความรูที่ไดมาแลกเปลี่ยน
เรียนรูรวมกันระหวางสมาชิกในกลุม นอกกลุมท้ังในและนอกหองเรียน โดยนักเรียนท่ีเขารวมกิจกรรมชุมนุนม
คอมพวิ เตอรจ ะตองมเี วลาเรียนไมนอยกวา รอ ยละ ๘๐
ผลการเรียนรู
๑. เพอื่ ใหน กั เรยี นเกิดทักษะในการใชเทคโนโลยีสารสนเทศในชีวติ ประจําวัน
๒. สงเสริมใหนักเรยี นใชเ ทคโนโลยสี ารสนเทศในการเรียนรู
๓. เพ่อื ใหนกั เรียนมีเจตคติทด่ี ีตอ การใชเทคโนโลยสี ารสนเทศในการเรียนรู
รวม ๓ ผลการเรียนรู
๑๑๔
การจดั การเรยี นรู
การจัดการเรียนรูเปน กระบวนการสําคัญในการนําหลักสูตรสกู ารปฏิบัติ หลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ขั้นพ้ืนฐาน เปนหลักสูตรท่ีมีมาตรฐานการเรียนรู สมรรถนะสําคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงคของผูเรียน
เปนเปาหมายสําหรับพฒั นาเด็กและเยาวชน
ในการพัฒนาผูเรียนใหมีคุณสมบัติตามเปาหมายหลักสตู ร ผูสอนพยายามคัดสรร กระบวนการเรียนรู
จัดการเรียนรโู ดยชว ยใหผเู รียนเรียนรูผา นสาระที่กําหนดไวในหลักสูตร ๘ กลมุ สาระการเรยี นรู รวมทัง้ ปลูกฝง
เสรมิ สรา งคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค พฒั นาทกั ษะตา งๆ อนั เปน สมรรถนะสาํ คญั ใหผ ูเ รียนบรรลุตามเปา หมาย
๑. หลกั การจดั การเรียนรู
การจัดการเรียนรูเพื่อใหผูเรียนมีความรูความสามารถตามมาตรฐานการเรียนรู สมรรถนะสําคัญ และ
คุณลักษณะอันพึงประสงคตามท่ีกําหนดไวในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน โดยยึดหลักวา ผูเรียนมี
ความสําคัญท่ีสุด เชื่อวาทุกคนมีความสามารถเรียนรูและพัฒนาตนเองได ยึดประโยชนที่เกิดกับผูเรียน
กระบวนการจัดการเรียนรูตองสงเสริมใหผูเรียน สามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ คํานึงถึง
ความแตกตางระหวางบคุ คลและพัฒนาการทางสมองเนน ใหความสําคัญท้งั ความรู และคณุ ธรรม
๒. กระบวนการเรยี นรู
การจัดการเรียนรูท่ีเนนผูเรียนเปนสําคัญ ผูเรียนจะตองอาศัยกระบวนการเรียนรูท่ีหลากหลาย เปน
เคร่ืองมือท่ีจะนําพาตนเองไปสูเปาหมายของหลักสูตร กระบวนการเรียนรูที่จําเปนสําหรับผูเรียน อาทิ
กระบวนการเรียนรูแบบบูรณาการ กระบวนการสรางความรู กระบวนการคิด กระบวนการทางสังคม
กระบวนการเผชิญสถานการณและแกปญ หา กระบวนการเรียนรจู ากประสบการณจรงิ กระบวนการปฏิบัติ ลง
มือทาํ จรงิ กระบวนการจัดการ กระบวนการวิจยั กระบวนการเรยี นรูการเรยี นรูข องตนเอง กระบวนการพฒั นา
ลกั ษณะนิสยั
กระบวนการเหลาน้ีเปนแนวทางในการจัดการเรียนรูท่ีผูเรียนควรไดรับการฝกฝน พัฒนา เพราะจะ
สามารถชวยใหผูเรียนเกิดการเรียนรูไดดี บรรลุเปาหมายของหลักสูตร ดังนั้น ผูสอน จึงจําเปนตองศึกษาทํา
ความเขาใจในกระบวนการเรียนรูตาง ๆ เพื่อใหสามารถเลือกใชในการจัดกระบวนการเรียนรูไดอยางมี
ประสทิ ธภิ าพ
๓. การออกแบบการจดั การเรียนรู
ผูสอนตองศึกษาหลักสูตรสถานศึกษาใหเขาใจถึงมาตรฐานการเรียนรู ตัวช้ีวัด สมรรถนะสําคัญของ
ผูเรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค และสาระการเรียนรูที่เหมาะสมกับผูเรียน แลวจึงพิจารณาออกแบบการ
จัดการเรยี นรูโดยเลอื กใชวิธีสอนและเทคนิคการสอน ส่ือ/แหลงเรยี นรู การวดั และประเมนิ ผล เพ่อื ใหผ ูเรียนได
พัฒนาเต็มตามศกั ยภาพและบรรลุตามเปาหมายที่กาํ หนด
๔. บทบาทของผูสอนและผูเรยี น
การจัดการเรยี นรูเพ่ือใหผ เู รยี นมีคุณภาพตามเปา หมายของหลกั สตู ร ทัง้ ผูส อนและผเู รียนควรมบี ทบาท
ดงั นี้
๔.๑ บทบาทของผสู อน
๑) ศกึ ษาวิเคราะหผูเรยี นเปนรายบุคคล แลว นาํ ขอมูลมาใชใ นการวางแผนการจัดการเรียนรู
ทีท่ า ทความสามารถของผเู รียน
๑๑๕
๒ กาํ หนดเปา หมายทตี่ อ งการใหเกิดขึน้ กับผเู รยี น ดา นความรูและทักษะกระบวนการ ทีเ่ ปน
ความคิดรวบยอด หลักการ และความสัมพันธ รวมท้งั คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค
๓) ออกแบบการเรียนรูและจัดการเรียนรูท่ีตอบสนองความแตกตางระหวางบุคคลและ
พฒั นาการทางสมอง เพ่ือนําผเู รยี นไปสูเปา หมาย
๔ จดั บรรยากาศที่เออ้ื ตอ การเรียนรู และดูแลชวยเหลือผูเ รยี นใหเ กดิ การเรยี นรู
๕ จัดเตรียมและเลือกใชสื่อใหเหมาะสมกับกิจกรรม นําภูมิปญญาทองถิ่น เทคโนโลยีที่
เหมาะสมมาประยุกตใ ชใ นการจัดการเรียนการสอน
๖) ประเมินความกาวหนาของผูเรียนดวยวิธีการที่หลากหลาย เหมาะสมกับธรรมชาติของ
วชิ า
และระดับพัฒนาการของผเู รยี น
๗ วิเคราะหผลการประเมินมาใชในการซอมเสริมและพัฒนาผูเรียน รวมท้ังปรับปรุงการ
จัดการเรยี นการสอนของตนเอง
๔.๒ บทบาทของผเู รยี น
๑) กาํ หนดเปาหมาย วางแผน และรบั ผดิ ชอบการเรยี นรขู องตนเอง
๒ เสาะแสวงหาความรู เขาถึงแหลงการเรียนรู วิเคราะห สังเคราะหขอความรู ต้ังคําถาม คิดหา
คาํ ตอบหรอื หาแนวทางแกปญ หาดวยวิธีการตางๆ
๓) ลงมอื ปฏบิ ตั ิจรงิ สรุปสง่ิ ท่ไี ดเ รียนรดู วยตนเอง และนําความรไู ปประยุกตใชใ นสถานการณ
ตา งๆ
๔) มีปฏิสัมพันธ ทาํ งาน ทาํ กิจกรรมรวมกบั กลมุ และครู
๕) ประเมนิ และพัฒนากระบวนการเรียนรขู องตนเองอยางตอเนอ่ื ง
ส่อื การเรียนรู
สื่อการเรียนรูเปนเครื่องมือสงเสริมสนับสนุนการจัดการกระบวนการเรียนรู ใหผูเรียนเขาถึงความรู
ทักษะกระบวนการ และคุณลักษณะตามมาตรฐานของหลักสูตรไดอยางมีประสิทธิภาพ ส่ือการเรียนรูมี
หลากหลายประเภท ท้ังส่ือธรรมชาติ สื่อสิ่งพิมพ ส่ือเทคโนโลยี และเครือขาย การเรียนรูตางๆ ที่มีในทองถิ่น
การเลอื กใชสอ่ื ควรเลือกใหมีความเหมาะสมกับระดับพฒั นาการ และลีลาการเรยี นรูท ่หี ลากหลายของผูเรียน
การจดั หาส่ือการเรียนรู ผูเรียนและผูส อนสามารถจัดทําและพฒั นาขึ้นเอง หรอื ปรบั ปรงุ เลือกใชอยางมี
คุณภาพจากส่ือตางๆ ที่มีอยูรอบตัวเพ่ือนํามาใชประกอบในการจัดการเรียนรูที่สามารถสงเสริมและส่ือสารให
ผูเรียนเกิดการเรยี นรู โดยสถานศึกษาควรจัดใหมอี ยา งพอเพยี ง เพ่อื พัฒนาใหผเู รียน เกิดการเรียนรอู ยา งแทจริง
สถานศกึ ษา เขตพน้ื ที่การศกึ ษา หนวยงานทเ่ี กี่ยวของและผมู หี นาทจ่ี ดั การศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน ควรดําเนนิ การดงั นี้
๑. จัดใหมีแหลงการเรียนรู ศูนยสื่อการเรียนรู ระบบสารสนเทศการเรียนรู และเครือขาย
การเรียนรูที่มีประสิทธิภาพท้ังในสถานศึกษาและในชุมชน เพ่ือการศึกษาคนควาและการแลกเปลี่ยน
ประสบการณก ารเรียนรู ระหวางสถานศึกษา ทอ งถน่ิ ชุมชน สังคมโลก
๒. จัดทําและจัดหาส่ือการเรียนรูสําหรับการศึกษาคนควาของผูเรียน เสริมความรูใหผูสอน รวมท้ัง
จัดหาสิง่ ท่มี ีอยใู นทองถ่นิ มาประยุกตใ ชเ ปน สือ่ การเรียนรู
๓. เลือกและใชสื่อการเรียนรูที่มีคุณภาพ มีความเหมาะสม มีความหลากหลาย สอดคลอง กับวิธีการ
เรยี นรู ธรรมชาติของสาระการเรียนรู และความแตกตา งระหวางบุคคลของผเู รียน
๔. ประเมินคณุ ภาพของสื่อการเรยี นรทู ่เี ลอื กใชอยา งเปน ระบบ
๕. ศึกษาคนควา วจิ ัย เพอ่ื พัฒนาสอื่ การเรียนรใู หส อดคลอ งกับกระบวนการเรียนรขู องผเู รยี น
๑๑๖
๖. จัดใหมีการกํากับ ติดตาม ประเมินคุณภาพและประสิทธิภาพเกี่ยวกับสื่อและการใชสื่อ
การเรยี นรเู ปน ระยะๆ และสม่าํ เสมอ
ในการจัดทํา การเลือกใช และการประเมินคุณภาพสื่อการเรียนรูท่ีใชในสถานศึกษา ควรคํานึงถึง
หลักการสําคัญของสื่อการเรียนรู เชน ความสอดคลองกับหลักสูตร วัตถุประสงคการเรียนรู การออกแบบ
กิจกรรมการเรียนรู การจัดประสบการณใหผูเรียน เน้ือหามีความถูกตองและทันสมัย ไมกระทบความมั่นคง
ของชาติ ไมข ดั ตอศีลธรรม มกี ารใชภ าษาท่ถี กู ตอ ง รูปแบบการนําเสนอทเี่ ขา ใจงาย และนาสนใจ
การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู
การวัดและประเมินผลการเรียนรูของผูเรียนตองอยูบนหลักการพ้ืนฐานสองประการ คือ การประเมิน
เพ่ือพัฒนาผูเรียนและเพ่ือตัดสินผลการเรียน ในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูของผูเรียน ใหประสบผลสําเร็จ
นั้น ผูเรียนจะตองไดรับการพัฒนาและประเมินตามตัวช้ีวัดเพ่ือใหบรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู สะทอน
สมรรถนะสําคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงคของผูเรียนซึ่งเปนเปาหมายหลักในการวัดและประเมินผลการ
เรียนรูในทุกระดับไมวาจะเปนระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษา ระดับเขตพื้นท่ีการศึกษา และระดับชาติ การ
วัดและประเมินผลการเรียนรู เปนกระบวนการพัฒนาคุณภาพผูเรียนโดยใชผลการประเมินเปนขอมูลและ
สารสนเทศที่แสดงพัฒนาการ ความกาวหนา และความสําเร็จทางการเรียนของผูเรียน ตลอดจนขอมูลท่ีเปน
ประโยชนต อการสง เสรมิ ใหผ เู รียนเกิด การพฒั นาและเรยี นรอู ยางเตม็ ตามศกั ยภาพ
การวัดและประเมินผลการเรียนรู แบงออกเปน ๔ ระดับ ไดแก ระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษา
ระดบั เขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษา และระดับชาติ มีรายละเอยี ด ดงั น้ี
๑. การประเมินระดบั ชั้นเรียน เปนการวดั และประเมินผลที่อยูในกระบวนการจัดการเรยี นรู ผูสอน
ดําเนินการเปนปกติและสม่ําเสมอ ในการจัดการเรียนการสอน ใชเทคนิคการประเมินอยางหลากหลาย เชน
การซักถาม การสังเกต การตรวจการบาน การประเมินโครงงาน การประเมินช้ินงาน/ ภาระงาน แฟมสะสม
งาน การใชแบบทดสอบ ฯลฯ โดยผูสอนเปนผูประเมินเองหรือเปดโอกาสใหผูเรียนประเมินตนเอง เพื่อน
ประเมินเพื่อน ผปู กครองรว มประเมิน ในกรณที ไ่ี มผ า นตัวชวี้ ัดใหมกี ารสอนซอ มเสรมิ
การประเมินระดับชั้นเรียนเปนการตรวจสอบวา ผูเรียนมีพัฒนาการความกาวหนาในการเรียนรู
อันเปนผลมาจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนหรือไม และมากนอยเพียงใด มีส่ิงที่จะตองไดรับการพัฒนา
ปรับปรุงและสงเสริมในดานใด นอกจากน้ียังเปนขอมูลใหผูสอนใชปรับปรุงการเรียนการสอนของตนดวย ทั้งนี้
โดยสอดคลองกับมาตรฐานการเรียนรูแ ละตวั ช้วี ัด
๒. การประเมินระดบั สถานศึกษา เปนการประเมนิ ท่ีสถานศึกษาดําเนินการเพ่ือตัดสินผล การเรียน
ของผูเรียนเปนรายป/รายภาค ผลการประเมินการอาน คิดวิเคราะหและเขียน คุณลักษณะ อันพึงประสงค
และกิจกรรมพัฒนาผูเรียน นอกจากนี้เพ่ือใหไดขอมูลเกี่ยวกับการจัดการศึกษา ของสถานศึกษา วาสงผลตอ
การเรียนรูของผูเรียนตามเปาหมายหรือไม ผูเรียนมีจุดพัฒนาในดานใด รวมทั้งสามารถนําผลการเรียนของ
ผูเรียนในสถานศึกษาเปรียบเทียบกับเกณฑระดับชาติ ผลการประเมินระดับสถานศึกษาจะเปนขอมูลและ
สารสนเทศเพื่อการปรับปรุงนโยบาย หลักสูตร โครงการ หรือวิธีการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนเพื่อการ
จัดทําแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ตามแนวทางการประกันคุณภาพการศึกษาและการ
รายงานผลการจัดการศึกษาตอคณะกรรมการสถานศึกษา สํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา สํานักงาน
คณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน ผูปกครองและชุมชน
๓. การประเมินระดบั เขตพืน้ ท่ีการศกึ ษา เปนการประเมินคณุ ภาพผเู รยี นในระดบั เขตพ้นื ทก่ี ารศึกษา
ตามมาตรฐานการเรียนรูตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน เพื่อใชเปนขอมูลพ้ืนฐานในการพัฒนา
คุณภาพการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา ตามภาระความรับผิดชอบ สามารถดําเนินการโดยประเมินคุณภาพ
ผลสัมฤทธิ์ของผูเรียนดวยขอสอบมาตรฐานท่ีจัดทําและดําเนินการโดยเขตพ้ืนที่การศึกษา หรือดวยความ
๑๑๗
รวมมือกับหนวยงานตนสังกัด ในการดําเนินการจัดสอบ นอกจากนี้ยังไดจากการตรวจสอบทบทวนขอมูลจาก
การประเมนิ ระดบั สถานศึกษาในเขตพื้นทีก่ ารศึกษา
๔. การประเมินระดบั ชาติ เปน การประเมินคุณภาพผเู รียนในระดบั ชาติตามมาตรฐานการเรยี นรตู าม
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน สถานศึกษาตอ งจัดใหผเู รียนทกุ คนท่ีเรยี น ในชั้นประถมศึกษาปที่ ๓
ชน้ั ประถมศึกษาปท ่ี ๖ เขา รบั การประเมนิ ผลจากการประเมินใชเปนขอ มลู ในการเทียบเคียงคุณภาพ
การศึกษาในระดบั ตา ง ๆ เพ่ือนําไปใชใ นการวางแผนยกระดับคุณภาพการจดั การศึกษา ตลอดจนเปน ขอมลู
สนับสนุนการตัดสินใจในระดับนโยบายของประเทศ
ขอ มลู การประเมนิ ในระดบั ตางๆ ขางตน เปนประโยชนตอ สถานศึกษาในการตรวจสอบทบทวนพัฒนา
คุณภาพผูเรียน ถือเปนภาระความรับผิดชอบของสถานศึกษาที่จะตองจัดระบบดูแลชวยเหลือ ปรับปรุงแกไข
สงเสริมสนบั สนุนเพอ่ื ใหผ ูเรยี นไดพัฒนาเต็มตามศักยภาพบนพืน้ ฐานความแตกตางระหวางบุคคลทจี่ าํ แนกตาม
สภาพปญหาและความตองการ ไดแก กลุมผูเรียนท่ัวไป กลุมผูเรียนที่มีความสามารถพิเศษ กลุมผูเรียนท่ีมี
ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนต่ํา กลุมผูเรียนท่ีมีปญหาดานวินัยและพฤติกรรม กลุมผูเรียนท่ีปฏิเสธโรงเรียน กลุม
ผเู รยี นที่มีปญหาทางเศรษฐกิจและสังคม กลมุ พิการทางรา งกายและสติปญญา เปน ตน ขอมูลจากการประเมิน
จึงเปน หวั ใจของสถานศึกษาในการดาํ เนินการชวยเหลือผูเ รียนไดทนั ทวงที ปดโอกาสใหผ ูเรยี นไดรับการพัฒนา
และประสบความสาํ เร็จในการเรียน
สถานศึกษาในฐานะผูรับผิดชอบจัดการศึกษา จะตองจัดทําระเบียบวาดวยการวดั และประเมินผลการ
เรียนของสถานศึกษาใหสอดคลองและเปนไปตามหลักเกณฑและแนวปฏิบัติที่เปนขอกําหนดของหลักสูตร
แกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน เพอ่ื ใหบ คุ ลากรทเ่ี กี่ยวของทุกฝา ยถือปฏบิ ัติรวมกัน
เกณฑก ารวดั และประเมินผลการเรยี น
๑. การตดั สนิ การใหร ะดับและการรายงานผลการเรียน
๑.๑ การตดั สนิ ผลการเรียน
ในการตดั สนิ ผลการเรยี นของกลุม สาระการเรยี นรู การอา น คิดวิเคราะหแ ละเขียน
คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค และกจิ กรรมพฒั นาผูเรียนนั้น ผสู อนตองคาํ นงึ ถึงการพัฒนาผูเ รยี นแตละคนเปน
หลัก และตองเก็บขอมลู ของผูเรียนทุกดานอยางสม่ําเสมอและตอเน่ืองในแตล ะภาคเรียน รวมทั้งสอนซอมเสริม
ผูเรียนใหพฒั นาจนเตม็ ตามศักยภาพ
ระดับประถมศึกษา
(๑) ผเู รยี นตอ งมีเวลาเรยี นไมนอ ยกวารอ ยละ ๘๐ ของเวลาเรยี นท้งั หมด
(๒ ผเู รยี นตอ งไดรับการประเมนิ ทกุ ตัวชว้ี ัด และผา นตามเกณฑท ี่สถานศึกษากําหนด
(๓ ผูเรยี นตอ งไดร บั การตัดสินผลการเรยี นทกุ รายวิชา
(๔ ผูเ รียนตองไดรับการประเมนิ และมผี ลการประเมินผา นตามเกณฑที่สถานศึกษากาํ หนด
ในการอาน คดิ วิเคราะห และเขียน คุณลกั ษณะอันพึงประสงค และกิจกรรมพัฒนาผูเรยี น
การพิจารณาเล่ือนชั้น ถาผูเรียนมีขอบกพรองเพียงเล็กนอย และสถานศึกษาพิจารณาเห็นวา
สามารถพฒั นาและสอนซอมเสริมได ใหอ ยใู นดุลพินิจของสถานศึกษาทจ่ี ะผอนผันใหเล่ือนช้นั ได แตห ากผูเรียน
ไมผานรายวิชาจํานวนมาก และมีแนวโนมวาจะเปนปญหาตอการเรียนในระดับชั้นที่สูงข้ึน สถานศึกษาอาจต้ัง
คณะกรรมการพิจารณาใหเรียนซ้ําช้ันได ทั้งนี้ใหคํานึงถึงวุฒิภาวะและความรูความสามารถของผูเรียนเปน
สําคญั
๑๑๘
๑.๒ การใหร ะดับผลการเรียน
ระดับประถมศึกษา ในการตดั สินเพ่ือใหระดับผลการเรียนรายวิชา สถานศึกษาสามารถใหระดับ
ผลการเรียนหรือระดับคุณภาพการปฏิบัติของผูเรียน เปนระบบตัวเลข ระบบตัวอักษร ระบบรอยละ และ
ระบบทใ่ี ชคําสําคญั สะทอนมาตรฐาน
การประเมินการอาน คิดวิเคราะหและเขียน และคุณลักษณะอันพึงประสงคน้ัน ใหระดับผล การ
ประเมนิ เปน ดีเย่ียม ดี และผาน
การประเมินกิจกรรมพัฒนาผูเรียน จะตองพิจารณาทั้งเวลาการเขารวมกิจกรรม การปฏิบัติ
กจิ กรรมและผลงานของผูเรียน ตามเกณฑท่สี ถานศึกษากําหนด และใหผ ลการเขา รว มกิจกรรมเปนผาน และไม
ผาน
๑.๓ การรายงานผลการเรียน
การรายงานผลการเรียนเปน การส่ือสารใหผปู กครองและผเู รียนทราบความกา วหนา ในการเรียนรู
ของผูเรียน ซึ่งสถานศึกษาตองสรุปผลการประเมินและจัดทําเอกสารรายงานใหผูปกครองทราบเปนระยะๆ
หรอื อยา งนอ ยภาคเรียนละ ๑ ครัง้
การรายงานผลการเรียนสามารถรายงานเปน ระดบั คุณภาพการปฏิบัตขิ องผูเรยี นท่ีสะทอน
มาตรฐานการเรียนรกู ลุมสาระการเรียนรู
๒. เกณฑก ารจบการศกึ ษา
หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน กําหนดเกณฑก ลางสําหรับการจบการศึกษาเปน ๑ ระดับ คอื
ระดบั ประถมศึกษา
๒.๑ เกณฑการจบระดบั ประถมศกึ ษา
(๑ ผูเรียนเรียนรายวิชาพ้ืนฐาน และรายวิชา/กิจกรรมเพ่ิมเติมตามโครงสรางเวลาเรียนที่
หลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐานกําหนด
(๒ ผูเรียนตองมีผลการประเมินรายวิชาพ้ืนฐาน ผานเกณฑการประเมินตามที่สถานศึกษา
กาํ หนด
(๓ ผูเรียนมผี ลการประเมินการอา น คิดวเิ คราะห และเขยี นในระดบั ผา นเกณฑการประเมนิ
ตามท่สี ถานศกึ ษากาํ หนด
(๔ ผูเรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงคในระดับผานเกณฑการประเมินตามท่ี
สถานศกึ ษากําหนด
(๕ ผูเรียนเขารวมกิจกรรมพัฒนาผูเรียนและมีผลการประเมินผานเกณฑการประเมินตามท่ี
สถานศกึ ษากาํ หนด
สําหรับการจบการศึกษาสําหรับกลุมเปาหมายเฉพาะ เชน การศึกษาเฉพาะทาง การศึกษาสําหรับผูมี
ความสามารถพิเศษ การศึกษาทางเลือก การศึกษาสําหรับผูดอยโอกาส การศึกษาตามอัธยาศัย ให
คณะกรรมการของสถานศึกษา เขตพื้นท่ีการศึกษา และผูที่เกี่ยวของ ดําเนินการวัดและประเมินผล การเรียนรู
ตามหลักเกณฑในแนวปฏิบัติการวัดและประเมินผลการเรียนรูของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
สาํ หรับกลุมเปาหมายเฉพาะ
เอกสารหลกั ฐานการศกึ ษา
เอกสารหลักฐานการศึกษา เปนเอกสารสําคัญที่บันทึกผลการเรียน ขอมูลและสารสนเทศท่ีเก่ียวของ
กับพฒั นาการของผเู รยี นในดา นตา ง ๆ แบง ออกเปน ๒ ประเภท ดงั น้ี
๑๑๙
๑. เอกสารหลกั ฐานการศกึ ษาท่กี ระทรวงศกึ ษาธกิ ารกําหนด
๑.๑ ระเบียนแสดงผลการเรียน เปนเอกสารแสดงผลการเรียนและรับรองผลการเรียนของ
ผูเรียนตามรายวิชา ผลการประเมินการอาน คิดวิเคราะหและเขียน ผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค
ของสถานศึกษา และผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผูเรียน สถานศึกษาจะตองบันทึกขอมูลและออกเอกสารนี้
ใหผเู รียนเปน รายบคุ คล เม่ือผเู รยี นจบการศกึ ษาระดบั ประถมศกึ ษา (ชนั้ ประถมศกึ ษาปที่ ๖
๑.๓ แบบรายงานผูสําเร็จการศึกษา เปนเอกสารอนุมัติการจบหลักสูตรโดยบันทึกรายชื่อ
และขอ มลู ของผจู บการศึกษาระดบั ประถมศึกษา (ชนั้ ประถมศึกษาปท ่ี ๖
๒. เอกสารหลกั ฐานการศึกษาที่สถานศึกษากําหนด
เปนเอกสารท่ีสถานศึกษาจัดทําข้ึนเพื่อบันทึกพัฒนาการ ผลการเรียนรู และขอมูลสําคัญ เก่ียวกับ
ผูเรียน เชน แบบรายงานประจําตัวนักเรียน แบบบันทึกผลการเรียนประจํารายวิชา ระเบียนสะสม ใบรับรอง
ผลการเรยี น และ เอกสารอ่ืนๆ ตามวตั ถุประสงคของการนาํ เอกสารไปใช
การเทยี บโอนผลการเรียน
สถานศึกษาสามารถเทียบโอนผลการเรียนของผูเรียนในกรณีตางๆไดแก การยายสถานศึกษา การ
เปลี่ยนรูปแบบการศึกษา การยายหลักสูตร การออกกลางคันและขอกลับเขารับการศึกษาตอ การศึกษาจาก
ตางประเทศและขอเขาศึกษาตอในประเทศ นอกจากน้ี ยังสามารถเทียบโอนความรู ทักษะ ประสบการณจาก
แหลงการเรยี นรูอ่ืนๆ เชน สถานประกอบการ สถาบันศาสนา สถาบันการฝกอบรมอาชีพ การจดั การศึกษาโดย
ครอบครวั
การเทียบโอนผลการเรียนควรดําเนินการในชว งกอนเปด ภาคเรยี นแรก หรอื ตนภาคเรียนแรก ที่
สถานศึกษารบั ผูขอเทยี บโอนเปนผเู รียน ทงั้ นี้ ผูเ รยี นทไ่ี ดร บั การเทยี บโอนผลการเรียนตองศึกษาตอเน่ืองใน
สถานศกึ ษาทีร่ บั เทยี บโอนอยางนอย ๑ ภาคเรียน โดยสถานศกึ ษาท่ีรบั ผเู รยี นจาก
การเทยี บโอนควรกาํ หนดรายวิชา/จาํ นวนหนวยกติ ท่ีจะรับเทียบโอนตามความเหมาะสม
การพจิ ารณาการเทียบโอน สามารถดาํ เนินการได ดังน้ี
๑. พิจารณาจากหลักฐานการศึกษา และเอกสารอื่นๆ ที่ใหขอมูลแสดงความรู ความสามารถของ
ผูเ รยี น
๒. พจิ ารณาจากความรู ความสามารถของผเู รียนโดยการทดสอบดว ยวธิ กี ารตา งๆ ทั้งภาคความรูและ
ภาคปฏบิ ตั ิ
๓. พิจารณาจากความสามารถและการปฏิบตั ใิ นสภาพจริง
การเทยี บโอนผลการเรียนใหเ ปนไปตาม ประกาศ หรือ แนวปฏบิ ตั ิ ของกระทรวงศึกษาธิการ
การบริหารจดั การหลักสตู ร
ในระบบการศึกษาท่ีมีการกระจายอํานาจใหทองถ่ินและสถานศึกษามีบทบาทในการพัฒนาหลักสูตร
นั้น หนวยงานตางๆ ที่เก่ียวของในแตละระดับ ตั้งแตระดับชาติ ระดับทองถ่ิน จนถึงระดับสถานศึกษา มี
บทบาทหนาที่ และความรบั ผิดชอบในการพัฒนา สนับสนนุ สง เสริม การใชแ ละพัฒนาหลักสูตรใหเปน ไปอยาง
มีประสิทธิภาพ เพือ่ ใหก ารดาํ เนนิ การจดั ทําหลกั สตู รสถานศึกษาและการจัดการเรยี นการสอนของสถานศึกษามี
ประสิทธิภาพสูงสุด อันจะสงผลใหการพัฒนาคุณภาพผูเรียนบรรลุตามมาตรฐานการเรียนรูที่กําหนดไวใน
ระดับชาติ
ระดับทองถ่ิน ไดแก สํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา หนวยงานตนสังกัดอื่น ๆ เปนหนวยงานท่ีมีบทบาท
ในการขับเคลอ่ื นคณุ ภาพการจดั การศึกษา เปน ตัวกลางทีจ่ ะเช่อื มโยงหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พนื้ ฐานที่
๑๒๐
กําหนดในระดับชาติใหสอดคลองกับสภาพและความตองการของทองถ่ิน เพ่ือนําไปสูการจัดทําหลักสูตรของ
สถานศึกษา สงเสริมการใชแ ละพฒั นาหลกั สตู รในระดับสถานศึกษา ใหประสบความสําเรจ็ โดยมีภารกิจสาํ คัญ
คอื กําหนดเปาหมายและจุดเนนการพัฒนาคณุ ภาพผูเรยี น ในระดบั ทองถิน่ โดยพิจารณาใหส อดคลองกับส่ิงที่
เปนความตองการในระดับชาติ พัฒนาสาระ การเรียนรูทองถิ่น ประเมินคุณภาพการศึกษาในระดับทองถ่ิน
รวมทั้งเพ่ิมพูนคุณภาพการใชหลักสูตรดวยการวจิ ัยและพัฒนา การพัฒนาบุคลากร สนับสนุน สงเสริม ติดตาม
ผล ประเมนิ ผล วเิ คราะห และรายงานผลคุณภาพของผูเรยี น
สถานศึกษามีหนาที่สําคัญในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา การวางแผนและดําเนินการใชหลักสูตร
การเพม่ิ พูนคณุ ภาพการใชหลักสูตรดวยการวจิ ัยและพัฒนา การปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรจัดทําระเบียบการ
วัดและประเมินผล ในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาตองพิจารณาใหสอดคลอง กับหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขั้นพ้ืนฐาน และรายละเอียดที่เขตพ้ืนท่ีการศึกษา หรือหนวยงาน สังกัดอื่นๆ ในระดับทองถิ่นได
จดั ทําเพมิ่ เติม รวมทั้ง สถานศกึ ษาสามารถเพิ่มเติมในสวนทเี่ กี่ยวกับสภาพปญ หาในชุมชนและสังคม ภูมปิ ญญา
ทอ งถิ่น และความตอ งการของผูเรียน โดยทุกภาคสว นเขา มามสี ว นรว มในการพฒั นาหลักสตู รสถานศกึ ษา