โรงเรียนวรราชาทนิ ัดดามาตุวิทยา กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 7
รายวิชาวิทยาศาสตร์ 1 รหัส ว 21101 กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 3 หนว่ ยพืน้ ฐานของสิง่ มีชีวิต
เรื่อง การลำเลียงสารเขา้ ออกเซลล์(การแพร่)
ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 เวลา 3 ชว่ั โมง ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564
ครูผสู้ อน : นางสาวนพิ พชิ ฌน์ ชมสลุง
1. มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั
1.1 ตัวชีว้ ดั
ว 1.2 ม.1/9 บรรยายลักษณะและหนา้ ทีข่ องไซเล็มและโฟลเอม็
ม.1/10 เขยี นแผนภาพทบ่ี รรยายทิศทางการลำเลียงสารในไซเล็มและโฟลเอ็มของพืช
2.จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. บรรยายลักษณะและหน้าท่ขี องไซเลม็ และโฟลเอ็มได้ (K)
2. บรรยายทศิ ทางการลำเลยี งสารในไซเลม็ และโฟลเอ็มของพืชเปน็ แผนภาพได้ (K)
3. เปรยี บเทียบโครงสร้างระบบท่อลำเลยี งในพืชใบเล้ียงเดย่ี วและพชื ใบเลี้ยงคู่ได้ (P)
4. รบั ผดิ ชอบต่อหนา้ ที่ และงานท่ไี ดร้ บั มอบหมายได้ (A)
3. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรยี นรู้ท้องถน่ิ
- พชื มไี ซเล็มและโฟลเอ็ม ซึง่ เปน็ เนอ้ื เยื่อ มีลักษณะ พจิ ารณาตามหลกั สตู รของสถานศึกษา
คล้ายท่อเรียงตัวกันเป็นกลุ่มเฉพาะที่ โดยไซเล็ม ทำหน้าที่
ลำเลียงน้ำและธาตุอาหาร มีทิศทางลำเลียงจากรากไปสู่
ลำต้น ใบ และส่วนต่าง ๆ ของพืช เพื่อใช้ในการสังเคราะห์
ด้วยแสง รวมถึงกระบวนการอื่น ๆ ส่วนโฟลเอ็มทำหน้าท่ี
ลำเลียงอาหารที่ได้จากการสังเคราะห์ด้วยแสง มีทิศทาง
ลำเลียงจากบริเวณที่มีการสังเคราะห์ด้วยแสงไปสู่ส่วนต่าง
ๆ ของพืช
โรงเรยี นวรราชาทนิ ัดดามาตุวทิ ยา กล่มุ สาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
4. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
พืชมีระบบลำเลียงสาร โดยพืชจะอาศัยเนื้อเยื่อที่ทำหน้าที่เฉพาะในการลำเลียงสาร เรียกว่า เนื้อเยื่อลำเลียง
เช่น ท่อไซเล็ม (xylem) ทำหน้าที่ลำเลียงน้ำและแร่ธาตุจากรากไปสู่ใบ ส่วนท่อโฟลเอ็ม (pholem) ทำหน้าที่
ลำเลยี งอาหารจากใบไปยงั ส่วนตา่ งๆของพชื สิ่งมีชีวิตต้องมีการรับสารที่จำเป็นและมีประโยชน์เข้าสู่
เซลล์ และขบั สารทไี่ ม่ต้องการบางอย่างอกจากเซลล์ เซลล์จึงจำเป็นต้องมวี ิธีการหรือกระบวนการที่จะช่วย
ให้เกดิ การนำสารเข้าออกจากเซลลซ์ งึ่ อาศยั วิธกี ารทีเ่ รียกวา่ การแพร่ และ การออสโมซิส
5. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี นและคุณลักษณะอันพึงประสงค์
สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
1. ความสามารถในการสือ่ สาร 1. มวี ินัย
2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝ่เรยี นรู้
1) ทกั ษะการสงั เกต 3. มุ่งมั่นในการทำงาน
2) ทกั ษะการจดั กลุ่ม
3) ทักษะการเปรยี บเทยี บ
4) ทักษะการจำแนกประเภท
5) ทกั ษะการสำรวจ
3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
6. กจิ กรรมการเรียนรู้
วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es (5Es Instructional Model)
ชัว่ โมงท่ี 1
ขน้ั นำ
กระตุ้นความสนใจ (Engage)
1. ครตู ัง้ คำถามใหน้ กั เรียน ว่า หาครูนำอาหารท่ีมีกล่ินฉุน/กล่นิ แรง มาวางไว้ในห้อง นักเรียนคดิ ว่า
กล่ินภายในห้องเกดขึน้ ได้อย่างไร / ถ้าครนู ำผลไมแ้ ช่ท้งิ ไวใ้ นน้ำเกลือ นักเรียนคดิ ว่า จะเกดิ อะไร
ขนึ้ กับผลไม้
2. ครอู ธบิ ายพร้อมใหร้ ับชมส่ือการสอนจาก สสวท.เร่ืองการลำเลียงสารเข้าออกเซลล(์ การแพร)่ แอพ
Microsolf team และ https://proj14.ipst.ac.th/m1/m1-sci-book1/sci-m1b1-006/
โรงเรยี นวรราชาทินัดดามาตวุ ทิ ยา กลมุ่ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
2. ครูถามคำถาม Big Question ว่า ถ้านำผลไม้แช่เกลือ นักเรียนคิดว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้นกับผักกาด พร้อมนำ
ภาพตัวอยา่ งใหน้ กั เรียนรว่ มกันพจิ ารณา
ขน้ั สอน
สำรวจคน้ หา (Explore)
32.ครถู ามคำถาม prior knowledge กระตุ้นความคดิ ของนักเรยี น
33.ครใู ห้นกั เรียนศึกษา เรื่อง การแพร่และการออสโมซสิ จากการสอนผา่ น Appication : Microsolf
team
34.ครอู ธบิ ายความรู้เพ่ิมเติมโดยให้นักเรียนดวู ดิ ีโอจาก สสวท. เร่ือง การแพรแ่ ละการออสโมซิส ผ่านสื่อ
การสอนของ สสวท. https://www.youtube.com/watch?v=TbxI1gIjfJc&t=256s
35.ครเู กร่นิ นำเข้าสู่เรอ่ื งถดั ไปของการลำเลียงสารเขา้ ออกเซลล(์ แพร่)วา่ อนภุ าคของสารมีการเคล่อื นที่
อยา่ งไร โดยนักเรยี นดูหนงั สือวทิ ยาศาสตรป์ ระกอบเร่ือง อนภุ าคของสารมีการเคลือ่ นที่อยา่ งไร
หนงั สอื วทิ ยาศาสตร์ ม.1
โรงเรยี นวรราชาทนิ ัดดามาตุวทิ ยา กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ช่ัวโมงที่ 2
ขัน้ สอน
อธิบายความรู้ (Explain)
2. ครเู สริมและเพมิ่ เติม เรอื่ ง การลำเลียงสารเขา้ ออกเซลล์(แพร่) พร้อมกับ ให้ดตู วั อยา่ งการทดลอง
เรือ่ งการแพร่ของสาร จากสอ่ื การสอนจาก
https://www.youtube.com/watch?v=KtBa0UiBNa4
ข้นั สรุป
ขยายความเขา้ ใจ (Expand)
4. ครใู หน้ ักเรียนรว่ มกนั หาคำตอบจากการดภู าพ การแพร่ พร้อมอธบิ ายเพิ่มเติมจากการสอนผา่ น
Appication : Microsolf team
โรงเรียนวรราชาทนิ ัดดามาตวุ ทิ ยา กล่มุ สาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ขัน้ สอน ช่ัวโมงที่ 3
สำรวจคน้ หา (Explore)
2. ครใู ห้นกั เรียนทำกจิ กรรม เรือ่ ง การลำเลียงสารเขา้ ออกเซลล(์ การแพร)่ ผ่าน
https://forms.gle/WCKd44D6ne9JCPKP8
ชั่วโมงที่ 4
ขน้ั สอน
อธิบายความรู้ (Explain)
1. ครสู ุ่มบันทกึ การทำกจิ กรรมของนักเรยี นมาอภิปรายเพ่มิ เติม
2. ครเู ฉลยคำตอบจากคำถามทา้ ยกิจกรรมออนไลน์ เรอ่ื ง การลำเลียงสารเขา้ ออกเซลล์(การแพร่ ดังน้ี
ผา่ น Appication : Microsolf team
โรงเรียนวรราชาทนิ ัดดามาตุวทิ ยา กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ขัน้ สรุป
ขยายความเขา้ ใจ (Expand)
1. ครใู หน้ ักเรยี นแก้ไขการทำกิจกรรม เรอ่ื ง การลำเลียงสารเข้าออกเซลล์(การแพร่) ใน google form
2. ครูใหน้ ักเรียนส่งงานผา่ น กลุ่มเรียน Appication : line
ตรวจสอบผล (Evaluate)
17.ครูตรวจสอบจากการทำแบบฝกึ หดั ใน Appication : google form
18.ครตู รวจสอบจากการทำกจิ กรรมเรอ่ื ง การลำเลยี งสารเข้าออกเซลล์(การแพร่) Appication : line
19.ครตู รวจสอบการแกไ้ ขการทำกจิ กรรม
เร่ือง การลำเลียงสารเขา้ ออกเซลล(์ การแพร่) Appication : line
20.ครปู ระเมนิ การทำกิจกรรม เรื่อง เซลลพ์ ชื และเซลล์สตั ว์ โดยใช้แบบประเมินการปฏิบัตกิ าร
7. การวดั และประเมนิ ผล
รายการวัด วิธกี าร เครอื่ งมอื เกณฑ์การประเมิน
- เฉลย เร่ือง การลำเลียง ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
7.1 ประเมนิ จัดกจิ กรรม - ตรวจกจิ กรรมการ รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
การเรยี นรู้ เรียน เรือ่ ง การ สารเขา้ ออกเซลล(์ การ ระดบั คุณภาพ 2
1) การลำเลียงสารเข้า ลำเลียงสารเขา้ ออก แพร่) ผา่ นเกณฑ์
เซลล์(การแพร่) -
ออกเซลล(์ การแพร่) ตรวจกิจกรรมการ - แบบประเมินสง่ งาน ระดบั คุณภาพ 2
เรื่อง การลำเลียงสาร ผ่านเกณฑ์
2) การนำเสนอผลงาน เข้าออกเซลล(์ การ
แพร่) - ตรวจ
แบบฝกึ หัด
- ประเมินการสง่ งาน
เรื่อง การลำเลยี ง
สารเข้าออกเซลล์
(การแพร่)
โรงเรยี นวรราชาทินัดดามาตวุ ทิ ยา กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
3) พฤตกิ รรมการทำงาน - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดับคุณภาพ 2
การส่งงานตรงเวลา ผา่ นเกณฑ์
รายกลุ่ม จากการสง่ งานตรง
- แบบประเมิน ระดับคุณภาพ 2
เวลา การปฏิบัตกิ าร ผ่านเกณฑ์
4) การปฏบิ ตั ิการ - ประเมิน
การปฏบิ ตั กิ าร
5) คุณลกั ษณะอันพงึ - สังเกตความมวี ินยั - แบบประเมินคุณลกั ษณะ ระดับคุณภาพ 2
ประสงค์
ใฝเ่ รียนรู้ และม่งุ มัน่ อนั พงึ ประสงค์ ผา่ นเกณฑ์
ในการทำงาน
8. สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้
8.1 สอ่ื การเรยี นรู้
1) หนังสือเรยี นวทิ ยาศาสตร์ ม.1 เลม่ 1
2) Microsolf Team
3) Google form เรื่อง การลำเลียงสารเข้าออกเซลล(์ การแพร่)
4) สื่อการเรยี นจาก You tube
1. https://www.youtube.com/watch?v=KtBa0UiBNa4
2. https://www.youtube.com/watch?v=KtBa0UiBNa4
3. https://www.youtube.com/watch?v=TbxI1gIjfJc&t=256s
โรงเรยี นวรราชาทินดั ดามาตวุ ทิ ยา กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
แบบฝึกหดั
เรื่อง การลำเลียงสารเขา้ ออกเซลล์(การแพร)่
โรงเรียนวรราชาทินดั ดามาตุวิทยา กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
9. บนั ทกึ ผลหลงั การสอน
ดา้ นความรู้
จากการจดั การเรียนรู้ นักเรียนสามารถอธบิ าย ความหมายการำลเลยี งสารเข้าออกเซลล์ได้
ด้านสมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น
จากการจดั การเรยี นรู้ นกั เรยี นสว่ นใหญ่มสี มรรถนะในการสอื่ สารและการคิดท่ีดีในการเรยี นรู้
โดยอาศยั การวดั และประเมนิ ผลจากการสง่ การบ้าน และ การตอบคำถามในกจิ กรรมผา่ น Google form เรื่อง
การลำเลยี งสารเขา้ ออกเซลล(์ การแพร่)
ดา้ นคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
จากการจดั การเรยี นรู้ นกั เรียนร้อยละ 90 % มีความมนุ่ มนั่ ตัง้ ใจในการเรียน แม้บางคนจะมี
อปุ สรรคในเร่ืองอินเตอรเ์ นต็ กพ็ ยามตดิ ตามขอสง่ งานยอ้ นหลัง และ พยายามถามในเรื่องท่ไี มเ่ ขา้ ใจ
ดา้ นความสามารถทางวทิ ยาศาสตร์
นักเรยี นสามารถนำความรู้เรื่อง การลำเลยี งสารเข้าออกเซลล์(การแพร่) ไปต่อยอดการศึกษาใน
ระดับทส่ี งู ข้ึนได้
ดา้ นอ่ืน ๆ (พฤติกรรมเด่น หรือพฤตกิ รรมท่ีมปี ญั หาของนกั เรียนเป็นรายบคุ คล (ถ้ามี)
-
ปญั หา/อปุ สรรค
ปญั กาท่ีพบเป็นเร่ืองการเขา้ เรียนของนักเรียน เช่น เรื่องอนิ เตอร์เน็ตขดั ข้อง หรือ โทรศัพท์เสยี
แนวทางการแกไ้ ข
ทุกครงั้ ทจ่ี ัดการเรยี นการสอนจะมคี ลิปใหน้ ักเรียนที่มีปัญหาเร่อื งการเขา้ เรียนไมไ่ ด้ ใหน้ กั เรียน
ไดร้ บั ชมย้อนหลงั และ รบั ชมได้ทกุ คนในกลุ่มห้องเรยี นออนไลน์ อย่แู ลว้ เพ่ือสนบั สนุนนกั เรยี นทุกคนใหไ้ ด้
เรียนไปพร้อมๆกัน
• ขอ้ เสนอแนะ -
ลงชื่อ
(นางสาวนพิ พิชฌน์ ชมสลงุ )
ตำแหน่ง ครผู ูส้ อน
โรงเรียนวรราชาทินดั ดามาตวุ ทิ ยา กลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 8
รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ 1 รหสั ว 21101 กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 หนว่ ยพ้นื ฐานของสงิ่ มชี ีวิต
เร่อื ง การลำเลียงสารเขา้ ออกเซลล์(การออสโมซสิ )
ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 1 เวลา 3 ชั่วโมง ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2564
ครผู ู้สอน : นางสาวนิพพชิ ฌน์ ชมสลงุ
1. มาตรฐาน/ตวั ชว้ี ดั
1.1 ตัวช้วี ัด
ว 1.2 ม.1/9 บรรยายลักษณะและหนา้ ทีข่ องไซเลม็ และโฟลเอ็ม
ม.1/10 เขยี นแผนภาพทบ่ี รรยายทิศทางการลำเลียงสารในไซเล็มและโฟลเอ็มของพชื
2.จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. บรรยายลกั ษณะและหน้าทีข่ องไซเลม็ และโฟลเอม็ ได้ (K)
2. บรรยายทศิ ทางการลำเลยี งสารในไซเลม็ และโฟลเอ็มของพืชเปน็ แผนภาพได้ (K)
3. เปรียบเทยี บโครงสรา้ งระบบท่อลำเลยี งในพชื ใบเลยี้ งเดี่ยวและพืชใบเล้ยี งคู่ได้ (P)
4. รับผดิ ชอบต่อหน้าท่ี และงานทีไ่ ด้รับมอบหมายได้ (A)
3. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถ่นิ
- พชื มไี ซเลม็ และโฟลเอ็ม ซงึ่ เปน็ เน้ือเยื่อ มีลักษณะ พิจารณาตามหลกั สตู รของสถานศึกษา
คล้ายท่อเรียงตัวกันเป็นกลุ่มเฉพาะที่ โดยไซเล็ม ทำหน้าท่ี
ลำเลียงน้ำและธาตุอาหาร มีทิศทางลำเลียงจากรากไปสู่
ลำต้น ใบ และส่วนต่าง ๆ ของพืช เพื่อใช้ในการสังเคราะห์
ด้วยแสง รวมถึงกระบวนการอื่น ๆ ส่วนโฟลเอ็มทำหน้าท่ี
ลำเลียงอาหารที่ได้จากการสังเคราะห์ด้วยแสง มีทิศทาง
ลำเลียงจากบริเวณที่มีการสังเคราะห์ด้วยแสงไปสู่ส่วนต่าง
ๆ ของพืช
โรงเรยี นวรราชาทนิ ัดดามาตุวิทยา กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
พืชมีระบบลำเลียงสาร โดยพืชจะอาศัยเนื้อเยื่อที่ทำหน้าที่เฉพาะในการลำเลียงสาร เรียกว่า เนื้อเยื่อลำเลียง
เช่น ท่อไซเล็ม (xylem) ทำหน้าที่ลำเลียงน้ำและแร่ธาตุจากรากไปสู่ใบ ส่วนท่อโฟลเอ็ม (pholem) ทำหน้าที่
ลำเลยี งอาหารจากใบไปยงั สว่ นต่างๆของพชื สิ่งมีชีวิตต้องมีการรับสารที่จำเป็นและมีประโยชน์เข้าสู่
เซลล์ และขับสารที่ไม่ต้องการบางอย่างอกจากเซลล์ เซลลจ์ ึงจำเปน็ ต้องมีวิธกี ารหรือกระบวนการที่จะช่วย
ใหเ้ กิดการนำสารเขา้ ออกจากเซลลซ์ ึง่ อาศยั วิธีการท่ีเรียกว่า การแพร่ และ การออสโมซสิ
5. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียนและคุณลักษณะอนั พึงประสงค์
สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
1. ความสามารถในการสือ่ สาร 1. มีวินัย
2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝ่เรยี นรู้
1) ทักษะการสังเกต 3. มุ่งมน่ั ในการทำงาน
2) ทกั ษะการจัดกลุ่ม
3) ทักษะการเปรียบเทียบ
4) ทักษะการจำแนกประเภท
5) ทักษะการสำรวจ
3. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
6. กิจกรรมการเรียนรู้
วธิ ีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es (5Es Instructional Model)
ชวั่ โมงท่ี 1
ขนั้ นำ
กระตุ้นความสนใจ (Engage)
1. ครตู ัง้ คำถามให้นักเรียน ว่า ว่า พืชจะนำน้ำและแร่ธาตุที่อยู่ภายในดินไปใช้ได้อย่างไร
(แนวตอบ พชื จะใช้รากดูดน้ำทอี่ ยภู่ ายในดิน โดยนำ้ ที่อยภู่ ายในดินจะออสโมซสิ เข้าสู่ราก สว่ นแร่
ธาตุท่อี ยใู่ นดินจะละลายนำ้ อยู่ในรูปสารละลาย โดยพืชจะลำเลียงสารละลายทีม่ แี รธ่ าตุดว้ ยการ
ลำเลียงแบบใชพ้ ลังงาน เรียกว่า แอคทีฟทรานสปอร์ต)
โรงเรยี นวรราชาทินัดดามาตวุ ทิ ยา กลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
2. ครอู ธิบายพร้อมใหร้ ับชมสื่อการสอนจาก สสวท.เรือ่ งการลำเลยี งสารเข้าออกเซลล(์ การออสโมซสิ ) แอพ
Microsolf team และ https://proj14.ipst.ac.th/m1/m1-sci-book1/sci-m1b1-006/
3. ครถู ามคำถาม Big Question วา่ ถา้ นำผักกาดแช่น้ำสีผสมอาหาร 7 สี เปน็ เวลา 2 ชว่ั โมง นกั เรียนคดิ ว่าจะ
เกิดสิ่งใดข้นึ กบั ผักกาด พร้อมนำภาพตวั อย่างใหน้ กั เรยี นร่วมกันพจิ ารณา
ขั้นสอน
สำรวจค้นหา (Explore)
1. ครถู ามคำถาม prior knowledge กระตุ้นความคดิ ของนักเรยี น - กระบวนการออสโมซิส คืออะไร
(แนวคำตอบ กระบวนการออสโมซสิ คือ กระบวนการแพรข่ องโมเลกลุ น้ำจากบริเวณที่มีนำ้ มาก
หรือบริเวณที่มีความเข้มขน้ ต่ำ ไปสูบ่ ริเวณทมี่ ีนำ้ น้อย หรือบรเิ วณทม่ี ีความเข้มขน้ สูง)
2. ครูใหน้ ักเรียนศึกษาเพิม่ เติม เร่อื ง การแพรแ่ ละการออสโมซิส จากการสอนผา่ น Appication :
Microsolf team
3. ครูอธบิ ายความรเู้ พ่ิมเตมิ โดยให้นกั เรียนดวู ดิ ีโอจาก สสวท. เร่ือง การแพร่และการออสโมซสิ ผ่านสอื่
การสอนของ สสวท. https://www.youtube.com/watch?v=TbxI1gIjfJc&t=256s
4. ครเู กริน่ นำเข้าสูเ่ ร่ืองถัดไปของการลำเลียงสารเขา้ ออกเซลล์(การออสโมซสิ )ว่า อนุภาคของสารมีการ
เคลื่อนท่ีอยา่ งไร โดยนกั เรยี นดหู นงั สือวทิ ยาศาสตร์ประกอบเรือ่ ง อนุภาคของสารมีการเคลอื่ นที่
อย่างไร หนงั สือวิทยาศาสตร์ ม.1
โรงเรียนวรราชาทนิ ดั ดามาตวุ ทิ ยา กลุม่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชว่ั โมงท่ี 2
ขน้ั สอน
อธิบายความรู้ (Explain)
3. ครเู สรมิ และเพิ่มเติม เรื่อง การลำเลียงสารเขา้ ออกเซลล์(การออสโมซิส) พรอ้ มกบั ให้ดูตวั อยา่ งการ
ทดลองเร่ืองการออสโมซสิ ของสาร จากสือ่ การสอนจาก
https://www.youtube.com/watch?v=59YUef8JDPs
ข้ันสรปุ
ขยายความเขา้ ใจ (Expand)
5. ครใู หน้ ักเรียนรว่ มกนั หาคำตอบจากการดภู าพ การออสโมซิส พรอ้ มอธิบายเพิ่มเตมิ จากการสอน
ผา่ น Appication : Microsolf team
โรงเรียนวรราชาทนิ ัดดามาตุวิทยา กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ขัน้ สอน ชวั่ โมงที่ 3
สำรวจคน้ หา (Explore)
3. ครใู หน้ กั เรยี นทำกจิ กรรม เรอ่ื ง การลำเลยี งสารเข้าออกเซลล์(การออสโมซสิ ) ผา่ น
https://forms.gle/BDn2AikNak5HKXgN6
ช่ัวโมงที่ 4
ขน้ั สอน
อธิบายความรู้ (Explain)
1. ครูสุ่มบันทกึ การทำกจิ กรรมของนกั เรียนมาอภิปรายเพม่ิ เติม
2. ครเู ฉลยคำตอบจากคำถามท้ายกิจกรรมออนไลน์ เรือ่ ง การลำเลียงสารเข้าออกเซลล์(การออสโมซิส)
ดังน้ี ผา่ น Appication : Microsolf team
โรงเรียนวรราชาทินดั ดามาตวุ ทิ ยา กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ขั้นสรุป
ขยายความเข้าใจ (Expand)
1. ครูให้นักเรียนแก้ไขการทำกิจกรรม เรื่อง การลำเลียงสารเข้าออกเซลล์(การการออสโมซิส) ใน
google form
2. ครูใหน้ กั เรยี นส่งงานผา่ น กลุ่มเรยี น Appication : line
ตรวจสอบผล (Evaluate)
21.ครูตรวจสอบจากการทำแบบฝึกหัดใน Appication : google form
22.ครตู รวจสอบจากการทำกจิ กรรมเรอ่ื ง การลำเลียงสารเข้าออกเซลล์(การออสโมซสิ )
Appication : line
23.ครูตรวจสอบการแก้ไขการทำกจิ กรรม
เร่ือง การลำเลยี งสารเข้าออกเซลล(์ การออสโมซิส) Appication : line
24.ครูประเมนิ การทำกิจกรรม เรื่อง การลำเลยี งสารเขา้ ออกเซลล์(การออสโมซิส) โดยใชแ้ บบประเมนิ
การปฏิบัติการ
7. การวดั และประเมนิ ผล
รายการวัด วธิ กี าร เครอื่ งมือ เกณฑ์การประเมนิ
รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
7.1 ประเมินจัดกจิ กรรม - ตรวจกิจกรรมการ - เฉลย เร่อื ง การลำเลยี ง รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
การเรยี นรู้ เรียน การลำเลยี งสาร สารเขา้ ออกเซลล(์ การ ระดับคุณภาพ 2
1) การลำเลียงสารเข้า เขา้ ออกเซลล์(การ ออสโมซสิ ) ผา่ นเกณฑ์
ออสโมซสิ )
ออกเซลล์(การออสโมซิส) - ตรวจกจิ กรรมการ - แบบประเมนิ ส่งงาน ระดบั คุณภาพ 2
เร่ือง การลำเลียงสาร ผ่านเกณฑ์
2) การนำเสนอผลงาน เขา้ ออกเซลล(์ การ
ออสโมซสิ )
- ตรวจแบบฝกึ หัด
- ประเมินการส่งงาน
เรอื่ ง การลำเลยี ง
โรงเรียนวรราชาทินดั ดามาตุวิทยา กลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
สารเข้าออกเซลล์
(การออสโมซิส)
3) พฤตกิ รรมการทำงาน - สังเกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม ระดบั คุณภาพ 2
การส่งงานตรงเวลา ผ่านเกณฑ์
รายกลมุ่ จากการสง่ งานตรง
- แบบประเมิน ระดับคุณภาพ 2
เวลา การปฏบิ ัตกิ าร ผา่ นเกณฑ์
4) การปฏบิ ัติการ - ประเมนิ
การปฏิบตั กิ าร
5) คณุ ลกั ษณะอันพงึ - สงั เกตความมวี นิ ยั - แบบประเมนิ คุณลกั ษณะ ระดบั คุณภาพ 2
ประสงค์
ใฝ่เรยี นรู้ และมุง่ ม่นั อนั พึงประสงค์ ผ่านเกณฑ์
ในการทำงาน
8. ส่ือ/แหลง่ การเรยี นรู้
8.1 สื่อการเรยี นรู้
1) หนงั สอื เรียนวทิ ยาศาสตร์ ม.1 เลม่ 1
2) Microsolf Team
3) Google form เรอ่ื ง การลำเลียงสารเขา้ ออกเซลล(์ การออสโมซิส)
4) ส่อื การเรียนจาก You tube
https://www.youtube.com/watch?v=59YUef8JDPs
https://www.youtube.com/watch?v=TbxI1gIjfJc&t=256s
โรงเรียนวรราชาทินัดดามาตุวทิ ยา กลุม่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แบบฝึกหัด
เร่อื ง การลำเลียงสารเขา้ ออกเซลล(์ การออสโมซสิ )
โรงเรยี นวรราชาทนิ ัดดามาตุวิทยา กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
9. บันทกึ ผลหลงั การสอน
ด้านความรู้
จากการจดั การเรยี นรู้ นกั เรยี นสามารถอธิบาย ความหมายการลำเลยี งสารเข้าออกเซลล์(การ
ออสโมซสิ )ได้
ดา้ นสมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
จากการจัดการเรยี นรู้ นักเรียนส่วนใหญ่มสี มรรถนะในการสอ่ื สารและการคิดท่ีดใี นการเรียนรู้
โดยอาศยั การวดั และประเมินผลจากการส่งการบา้ น และ การตอบคำถามในกจิ กรรมผา่ น Google form เร่อื ง
การลำเลียงสารเขา้ ออกเซลล(์ การแพร่)
ดา้ นคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
จากการจัดการเรียนรู้ นักเรยี นร้อยละ 90 % มีความมนุ่ ม่ันต้งั ใจในการเรยี น แม้บางคนจะมี
อุปสรรคในเร่ืองอินเตอร์เน็ต ก็พยามตดิ ตามขอสง่ งานยอ้ นหลงั และ พยายามถามในเรื่องทไ่ี ม่เข้าใจ
ด้านความสามารถทางวิทยาศาสตร์
นักเรยี นสามารถนำความรู้เรือ่ ง การลำเลียงสารเข้าออกเซลล(์ การออสโมซิส) ไปต่อยอด
การศึกษาในระดับที่สูงขน้ึ ได้
ด้านอนื่ ๆ (พฤติกรรมเด่น หรือพฤตกิ รรมทีม่ ีปญั หาของนกั เรยี นเป็นรายบุคคล (ถ้ามี)
-
ปัญหา/อปุ สรรค
ปัญกาที่พบเป็นเร่ืองการเขา้ เรียนของนักเรยี น เชน่ เรื่องอนิ เตอร์เนต็ ขัดข้อง หรอื โทรศัพท์เสีย
แนวทางการแกไ้ ข
ทกุ คร้งั ทีจ่ ัดการเรียนการสอนจะมีคลิปให้นักเรียนที่มปี ญั หาเร่ืองการเขา้ เรียนไม่ได้ ใหน้ กั เรยี น
ได้รบั ชมยอ้ นหลัง และ รับชมไดท้ ุกคนในกลุม่ ห้องเรยี นออนไลน์ อยู่แล้วเพื่อสนบั สนุนนกั เรียนทุกคนให้ได้
เรียนไปพร้อมๆกัน
• ข้อเสนอแนะ -
ลงชอื่
(นางสาวนิพพชิ ฌน์ ชมสลงุ )
ตำแหนง่ ครผู ้สู อน
โรงเรยี นวรราชาทนิ ดั ดามาตวุ ิทยา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 9
รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ 1 รหัส ว 21101 กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 การดำรงชีวิตของพชื
เรอ่ื ง การสืบพันธแ์ บบอาศัยเพศของพืชดอก
ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 1 เวลา 3 ชวั่ โมง ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2564
ครผู สู้ อน : นางสาวนิพพชิ ฌน์ ชมสลงุ
1. มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั
1.1 ตวั ชี้วดั
ว 1.2 ม.1/11 อธบิ ายการสบื พันธ์แุ บบอาศัยเพศและไม่อาศยั เพศของพืชดอก
ม.1/12 อธิบายลักษณะโครงสร้างของดอกที่มีส่วนทำให้เกิดการถ่ายเรณู รวมทั้งบรรยายการ
ปฏสิ นธิของพืชดอก การเกิดผลและเมลด็ การกระจายเมล็ด แลการงอกของเมล็ด
ม.1/13 ตระหนักถึงความสำคญั ของสัตวท์ ีช่ ว่ ยในการถ่ายเรณูของพืชดอก โดยการไม่ทำลายชีวติ
ของสตั ว์ทีช่ ว่ ยในการถา่ ยเรณู
2.จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. อธบิ ายการสืบพนั ธ์ุแบบอาศัยเพศของพชื ดอกได้ (K)
2. อธิบายลกั ษณะโครงสร้างของดอกที่มสี ว่ นทำให้เกิดการถ่ายเรณไู ด้ (K)
3. บรรยายการปฏิสนธิ การเกิดผลและเมล็ด การกระจายเมลด็ และการงอกเมลด็ ของพืชดอกได้ (K)
4. เปรียบเทียบลักษณะโครงสร้างและการงอกของพืชใบเล้ยี งเด่ียวและพชื ใบเลี้ยงคู่ (P)
5. ตระหนักถึงความสำคญั ของสัตว์ทช่ี ่วยในการถ่ายเรณูของพืชดอก (A)
3. สาระการเรียนรู้
สาระการเรียนร้แู กนกลาง สาระการเรียนรทู้ อ้ งถ่นิ
- พืชดอกทุกชนิดสามารถสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศได้ และบาง พิจารณาตามหลกั สูตรของสถานศกึ ษา
ชนิดสำมารถสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศได้ การสืบพันธุ์แบบ
อาศัยเพศเป็นการสืบพันธุ์ที่มี การผสมกันของสเปิร์มกับเซลล์
ไข่ การสืบพันธุ์ แบบอาศัยเพศของพืชดอกเกิดขึ้นที่ดอก โดย
ภายในอับเรณูของส่วนเกสรเพศผู้มีเรณู ซึ่งทำหน้าท่ีสร้าง
สเปิร์ม ภายในออวุลของส่วนเกสร เพศเมีย มีถุงเอ็มบริโอทำ
หน้าที่สรา้ งเซลล์ไข่
โรงเรยี นวรราชาทนิ ดั ดามาตุวิทยา กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
- การถ่ายเรณู คอื การเคลื่อนย้ายของเรณจู ากอับเรณูไปยังยอด
เกสรเพศเมีย ซึ่งเกี่ยวข้องกับลักษณะและโครงสร้างของดอก
เช่น สีของกลีบดอก ตำแหน่งของเกสรเพศผู้และเกสรเพศเมีย
โดยมสี ง่ิ ที่ชว่ ยใน การถา่ ยเรณู เชน่ แมลง ลม
- การถ่ายเรณูจะนำไปสู่การปฏิสนธิ ซึ่งจะเกิดขึ้นที่ ถุง
เอ็มบริโอภายในออวุล หลังการปฏิสนธิจะได้ไซโกต และเอนโด
สเปิร์ม ไซโกตจะพัฒนาตอ่ ไปเปน็ เอ็มบรโิ อ ออวุลพัฒนาไปเปน็
เมลด็ และรังไข่พฒั นาไปเปน็ ผล
- ผลและเมล็ดมีการกระจายออกจากต้นเดิม โดยวิธีการต่าง ๆ
เมื่อเมลด็ ไปตกในสภาพแวดล้อม ทีเ่ หมาะสมจะเกิดการงอกของ
เมล็ด โดยเอ็มบริโอภายในเมล็ดจะเจริญออกมา โดยระยะแรก
จะอาศัยอาหารที่สะสมภายในเมล็ด จนกระทั่งใบแท้พัฒนา จน
สามารถสังเคราะห์ด้วยแสงได้เต็มที่และสร้างอาหารได้เอง
ตามปกติ
4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
พชื ดอกมีดอกเป็นอวัยวะสืบพันธุ์ ภายในมสี ่วนประกอบที่ทำหน้าท่ีสร้างเซลล์สืบพันธุเ์ พศผู้ (สเปิร์ม) และ
เซลล์สืบพันธุ์เพศเมีย (เซลล์ไข่) ซึ่งการปฏิสนธิระหว่างสเปิร์มกับเซลล์ไข่จะเกิดขึ้นภายในรังไข่ แล้วเจริญเป็น
เมล็ดอยู่ภายในผล เมื่อถึงเวลาขยายพันธุ์เมล็ดที่อยู่ภายในผลจะแตกออกและกระจายไปยังที่ต่าง ๆ เมื่ออยู่
ในสภาวะแวดล้อมและมีปัจจัยที่เหมาะสม เมล็ดจะงอกต้นอ่อนที่มีลักษณะที่หลากหลาย หรือแตกต่างไปจาก
ต้นพ่อและตน้ แม่
5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนและคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น คุณลักษณะอันพึงประสงค์
1. ความสามารถในการสื่อสาร 1. มีวินยั
2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝ่เรียนรู้
1) ทกั ษะการสงั เกต 3. มงุ่ มัน่ ในการทำงาน
2) ทักษะการจัดกล่มุ
3) ทักษะการเปรียบเทียบ
4) ทักษะการจำแนกประเภท
5) ทักษะการสำรวจ
3. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต
โรงเรียนวรราชาทนิ ดั ดามาตุวิทยา กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
6. กิจกรรมการเรยี นรู้
วธิ ีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es (5Es Instructional Model)
ชว่ั โมงท่ี 1
ขน้ั นำ
กระตุ้นความสนใจ (Engage)
1. ครตู งั้ คำถามใหน้ ักเรยี น วา่ พชื มอี วยั วะสบื พันธุ์หรือไม่ และ อวัยวะนั้นคืออะไร (แนวคำตอบ มี ดอก
เปน็ อวยั วะสืบพันธ์ุของพชื )
2. ครูอธบิ ายพร้อมให้นักเรียนเปิดหนงั สอื ไปพร้อมรบั ชมสื่อการสอนจาก สสวท. เร่อื งการสืบพันธ์แบบ
อาศัยเพศของพืชดอก ผา่ นแอพ Microsolf team และ https://proj14.ipst.ac.th/m1/m1-sci-
book1/sci-m1b1-015/
3. ครูนำภาพดอกชบามาให้นักเรียนชมพร้อมกับ รายชื่อส่วนประกอบของดอกชบา ได้แก่ เกสรเพศผู้
เกสรเพศเมีย กลีบเล้ียง และกลีบดอก
โรงเรียนวรราชาทนิ ดั ดามาตวุ ิทยา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ขน้ั สอน
สำรวจคน้ หา (Explore)
5. ครูถามคำถาม prior knowledge กระตนุ้ ความคิดของนักเรยี นวา่ นักเรยี นคดิ ว่า สว่ นประกอบทค่ี รู
นำมาแสดงของดอกชบานั้น แต่ละสว่ นเรยี กว่าอะไรและอยู่ทตี่ ำแหน่งใดของดอก
6. ครใู หน้ ักเรียนศึกษาเพม่ิ เตมิ เรอื่ ง สว่ นประกอบของดอก จากการสอนผ่าน Appication : Microsolf
team โดยรับชมคลิปการสอนจาก https://www.youtube.com/watch?v=mGkohkajejg
7. ครเู กร่นิ นำเข้าสเู่ รอื่ งถดั ไปของการสบื พนั ธุแ์ บบอาศยั เพศของพชื ดอก วา่ นกั เรยี นคิดว่า ตวั อยา่ งดอก
ชบา ส่วนประกอบท่นี ักเรยี นไดเ้ รยี นผ่านไปแลว้ นั้น มหี นา้ ท่ีอะไรสำหรับการสืบพันธ์ุแบบอาศัยเพศ
บา้ ง
ช่ัวโมงที่ 2
ขัน้ สอน
อธบิ ายความรู้ (Explain)
4. ครเู สรมิ และเพ่มิ เติม เร่ือง การสบื พันธ์ุแบบอาศัยเพศของพืชดอก โดยตั้งคำถามพรอ้ มรว่ มตอบ
พรอ้ มนักเรียนวา่ องคป์ ระกอบของดอกแตล่ ะส่วนน้นั มหี น้าทใี ดบา้ งพร้อมให้นักเรียนดูจากหนงั สือ
เรยี นวทิ ยาศาสตร์ ม.1 เล่ม1
ข้นั สรปุ
ขยายความเขา้ ใจ (Expand)
6. ครใู ห้นักเรียนรว่ มกนั หาคำตอบจากการดภู าพเรอื่ ง ส่วนประกอบและหนา้ ที่ของดอก พร้อมอธบิ าย
เพิ่มเติมจากการสอนผ่าน Appication : Microsolf team
โรงเรยี นวรราชาทินดั ดามาตุวทิ ยา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ขั้นสอน ชัว่ โมงที่ 3
สำรวจคน้ หา (Explore)
4. ครใู ห้นักเรียนศึกษาเรอื่ ง การถา่ ยละอองเรณูและการปฏสิ นธิ จากคลิปการสอนของ สสวท.
https://www.youtube.com/watch?v=PyyjqXFnkV8
5. ครูต้งั คำถามให้นักเรยี นคิดต่อวา่ เกสรเพศผู้และเกสรเพศเมียจะผสมกันไดอ้ ย่างไร
6. ครใู หน้ กั เรียนทำเร่ือง โครงสร้างดอก/การถ่ายละอองเรณแู ละการปฏิสนธิ จาก
Google form : https://forms.gle/dcG83kzCbi9FRECi9
ชว่ั โมงท่ี 4
ข้นั สอน
อธิบายความรู้ (Explain)
1. ครูสุ่มบนั ทกึ การทำกจิ กรรมของนกั เรยี นมาอภิปรายเพิม่ เติม
2. ครเู ฉลยคำตอบจากคำถามทา้ ยกิจกรรมออนไลน์ เรือ่ ง โครงสร้างดอก/การถ่ายละอองเรณูและการ
ปฏสิ นธิ ดังน้ี ผา่ น Appication : Microsolf team
โรงเรยี นวรราชาทนิ ดั ดามาตุวิทยา กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ขัน้ สรปุ
ขยายความเขา้ ใจ (Expand)
1. ครูให้นักเรียนแก้ไขการทำกิจกรรม เรื่อง โครงสร้างดอก/การถ่ายละอองเรณูและการปฏิสนธิ ใน
google form
2. ครใู ห้นักเรียนส่งงานผ่าน กล่มุ เรียน Appication : line
ตรวจสอบผล (Evaluate)
25.ครตู รวจสอบจากการทำแบบฝกึ หัดใน Appication : google form
26.ครูตรวจสอบจากการทำกิจกรรมเรอื่ ง โครงสรา้ งดอก/การถ่ายละอองเรณูและการปฏสิ นธิ
Appication : line
27.ครตู รวจสอบการแก้ไขการทำกจิ กรรม
เร่ือง โครงสร้างดอก/การถ่ายละอองเรณแู ละการปฏสิ นธิ Appication : line
28.ครปู ระเมินการทำกจิ กรรม เรื่อง โครงสรา้ งดอก/การถา่ ยละอองเรณูและการปฏิสนธิ โดยใช้แบบ
ประเมินการปฏิบัติการ
7. การวดั และประเมนิ ผล
รายการวดั วิธีการ เครอ่ื งมอื เกณฑ์การประเมิน
รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
7.1 ประเมนิ จดั กิจกรรม - ตรวจกิจกรรมการ - เฉลย เร่ือง โครงสร้าง รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
การเรยี นรู้ เรยี น โครงสร้างดอก/ ดอก/การถ่ายละออง ระดับคุณภาพ 2
1) โครงสรา้ งดอก/การ การถา่ ยละอองเรณู เรณแู ละการปฏิสนธิ ผ่านเกณฑ์
และการปฏิสนธิ
ถา่ ยละอองเรณูและการ - ตรวจกจิ กรรมการ - แบบประเมินสง่ งาน ระดบั คุณภาพ 2
ปฏิสนธิ เรอ่ื ง โครงสรา้ งดอก/ ผ่านเกณฑ์
การถ่ายละอองเรณู
2) การนำเสนอผลงาน และการปฏิสนธิ
- ตรวจแบบฝกึ หดั
- ประเมินการสง่ งาน
เรอื่ ง โครงสรา้ ง
โรงเรยี นวรราชาทนิ ดั ดามาตุวทิ ยา กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ดอก/การถ่าย
ละอองเรณูและการ
ปฏิสนธิ
3) พฤตกิ รรมการทำงาน - สังเกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดบั คุณภาพ 2
ผ่านเกณฑ์
รายกลมุ่ จากการสง่ งานตรง การสง่ งานตรงเวลา
ระดับคุณภาพ 2
เวลา ผ่านเกณฑ์
4) การปฏิบตั กิ าร - ประเมนิ - แบบประเมิน
การปฏบิ ัติการ การปฏิบัติการ
5) คุณลักษณะอันพึง - สงั เกตความมวี นิ ัย - แบบประเมินคุณลักษณะ ระดบั คุณภาพ 2
ประสงค์
ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งม่ัน อนั พึงประสงค์ ผา่ นเกณฑ์
ในการทำงาน
8. สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้
8.1 สื่อการเรียนรู้
1) หนงั สือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.1 เล่ม 1
2) Microsolf Team
3) Google form เร่ือง โครงสร้างดอก/การถ่ายละอองเรณแู ละการปฏสิ นธิ
4) สือ่ การเรยี นจาก You tube
https://www.youtube.com/watch?v=mGkohkajejg
โรงเรยี นวรราชาทนิ ดั ดามาตวุ ทิ ยา กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แบบฝกึ หดั
เรื่อง โครงสรา้ งดอก/การถา่ ยละอองเรณแู ละการปฏิสนธิ
โรงเรียนวรราชาทินดั ดามาตุวทิ ยา กลุม่ สาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
9. บนั ทกึ ผลหลังการสอน
ดา้ นความรู้
จากการจดั การเรยี นรู้ นักเรียนสามารถอธิบาย โครงสร้างดอก/การถ่ายละอองเรณูและการ
ปฏิสนธิได้
ด้านสมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น
จากการจัดการเรยี นรู้ นักเรยี นส่วนใหญ่มสี มรรถนะในการส่ือสารและการคดิ ท่ีดีในการเรยี นรู้
โดยอาศยั การวดั และประเมนิ ผลจากการส่งการบ้าน และ การตอบคำถามในกิจกรรมผ่าน Google form เรอ่ื ง
โครงสรา้ งดอก/การถ่ายละอองเรณูและการปฏสิ นธิ
ด้านคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
จากการจัดการเรียนรู้ นักเรยี นร้อยละ 90 % มีความมุ่นมั่นต้งั ใจในการเรียน แม้บางคนจะมี
อุปสรรคในเรื่องอินเตอรเ์ น็ต กพ็ ยามติดตามขอส่งงานยอ้ นหลงั และ พยายามถามในเร่อื งที่ไมเ่ ข้าใจ
ดา้ นความสามารถทางวิทยาศาสตร์
นกั เรยี นสามารถนำความรเู้ รื่อง โครงสร้างดอก/การถ่ายละอองเรณูและการปฏสิ นธิ ไปต่อยอด
การศึกษาในระดบั ทสี่ งู ขึน้ ได้
ด้านอนื่ ๆ (พฤติกรรมเดน่ หรือพฤติกรรมที่มปี ัญหาของนักเรยี นเปน็ รายบคุ คล (ถ้าม)ี
-
ปัญหา/อปุ สรรค
ปัญกาท่ีพบเป็นเรื่องการเข้าเรียนของนักเรียน เชน่ เรือ่ งอินเตอรเ์ น็ตขัดข้อง หรอื โทรศัพท์เสยี
แนวทางการแก้ไข
ทุกครง้ั ที่จัดการเรยี นการสอนจะมีคลิปให้นักเรยี นท่ีมปี ญั หาเร่อื งการเขา้ เรยี นไมไ่ ด้ ใหน้ ักเรียน
ได้รบั ชมยอ้ นหลงั และ รับชมไดท้ กุ คนในกลุ่มหอ้ งเรียนออนไลน์ อยู่แล้วเพื่อสนับสนุนนกั เรียนทุกคนใหไ้ ด้
เรยี นไปพร้อมๆกนั
• ข้อเสนอแนะ -
ลงช่ือ
(นางสาวนพิ พิชฌน์ ชมสลงุ )
ตำแหนง่ ครผู ูส้ อน
โรงเรียนวรราชาทินดั ดามาตวุ ิทยา กลุม่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 10
รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ 1 รหัส ว 21101 กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 การดำรงชีวิตของพชื
เรอื่ ง การสืบพนั ธแ์ บบไมอ่ าศัยเพศของพชื ดอก
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 1 เวลา 3 ชว่ั โมง ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2564
ครผู ู้สอน : นางสาวนพิ พชิ ฌน์ ชมสลุง
1. มาตรฐาน/ตัวชี้วัด
1.1 ตัวช้ีวัด
ว 1.2 ม.1/11 อธิบายการสบื พนั ธุแ์ บบอาศยั เพศและไม่อาศยั เพศของพืชดอก
ม.1/16 เลอื กวธิ ีการขยายพันธุ์พชื ใหเ้ หมาะสมกบั ความตอ้ งการของมนษุ ย์ โดยใช้ความรู้
เก่ยี วกบั การสืบพันธขุ์ องพชื
ม.1/18 ตระหนักถงึ ประโยชน์ของการขยายพนั ธพ์ุ ชื โดยการนำความรู้ไปใชใ้ นชวี ติ ประจำวัน
2.จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธิบายการสบื พนั ธแุ์ บบไม่อาศยั เพศของพืชดอกได้ (K)
2. เลอื กวิธีการขยายพนั ธุ์พืชให้เหมาะสมกบั ความต้องการของมนุษย์ได้ (P)
3. ตระหนักถงึ ประโยชนข์ องการขยายพันธพุ์ ืชได้ (A)
3. สาระการเรียนรู้
สาระการเรียนร้แู กนกลาง สาระการเรียนรู้ทอ้ งถนิ่
- การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ เป็นการสืบพันธุ์ที่พืช ต้น พจิ ารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา
ใหม่ไม่ได้เกิดจากการปฏิสนธริ ะหว่างสเปิร์มกับเซลล์ไข่ แต่เกิด
จากส่วนต่าง ๆ ของพืช เช่น ราก ลำต้น ใบ มี การ
เจรญิ เตบิ โตและพฒั นาข้นึ มาเป็นตน้ ใหมไ่ ด้
- มนุษย์สามารถนำความรู้เรื่องการสืบพันธุ์ แบบอาศัยเพศและ
ไมอ่ าศยั เพศ มาใช้ในการขยายพนั ธเ์ุ พือ่ เพม่ิ จำนวนพชื เช่น การ
ใช้เมลด็ ที่ไดจ้ ากการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศมาเพาะเลีย้ ง วิธีการ
นีจ้ ะได้พชื ในปรมิ าณมาก แต่อาจมีลกั ษณะที่แตกต่างไปจากพ่อ
แม่ สว่ นการตอนก่ิง การปกั ชำ การตอ่ กงิ่ การติดตา การทาบกิ่ง
การเพาะเลีย้ งเนือ้ เย่ือ เป็นการนำความรเู้ รอ่ื ง การสบื พันธุ์แบบ
โรงเรียนวรราชาทินัดดามาตวุ ิทยา กล่มุ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ไม่อาศัยเพศของพืชมาใช้ในการขยายพันธุ์ เพื่อให้ได้พืชที่มี
ลักษณะเหมือนต้นเดิม ซึ่งการขยายพันธุ์แต่ละวิธี มีขั้นตอน
แตกต่างกัน จึงควรเลือกให้เหมาะสมกับความต้องการของ
มนุษย์ โดยต้องคำนึงถึงชนิด ของพืชและลักษณะการสืบพันธุ์
ของพชื
4. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ เป็นการขยายพันธุ์ของพืชที่ไม่ได้มาจากการปฏิสนธิระหว่างสเปิร์มกับ
เซลล์ไข่ ทำใหพ้ ืชตน้ ใหม่มีลักษณะคล้ายกับต้นเดิมทุกประการ โดยมนุษยอ์ าศัยหลักการน้ีมาขยายพันธุ์พืช
เพื่อให้พืชมีลักษณะตามท่ีตอ้ งการโดยการนำส่วนต่าง ๆ ของพืช เช่น ราก ลำต้น และใบ เป็นต้น มาทำให้
เกิดเป็นต้นใหม่ ได้แก่ การปักชำ การติดตา การตอนกิ่ง การทาบกิ่ง เป็นต้น เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับต้นพืช
หรอื ปรับปรุงพันธ์ุให้ดีขึ้น นอกจากนี้พืชสามารถใชโ้ ครงสรา้ งพเิ ศษจากราก ลำต้น และใบ ขยายพันธไุ์ ด้
5. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียนและคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รียน คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. ความสามารถในการสอื่ สาร 1. มีวนิ ยั
2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝ่เรยี นรู้
1) ทกั ษะการสงั เกต 3. มุ่งมนั่ ในการทำงาน
2) ทกั ษะการจัดกลมุ่
3) ทักษะการเปรยี บเทยี บ
4) ทักษะการจำแนกประเภท
5) ทกั ษะการสำรวจ
3. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
6. กิจกรรมการเรยี นรู้
วธิ ีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es (5Es Instructional Model)
โรงเรียนวรราชาทนิ ัดดามาตุวิทยา กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ช่วั โมงท่ี 1
ขั้นนำ
กระตนุ้ ความสนใจ (Engage)
1. ครตู งั้ คำถามให้นกั เรียน ว่า ส่วนใดของพืชท่มี นษุ ย์นำมาใชข้ ยายพนั ธุ์
(แนวคำตอบ ลำตน้ ราก กิง่ เปน็ ต้น)
2. ครูกระตนุ้ ความสนใจนักเรยี นโดยครูเขียน key word ผา่ น Appication : Microsolf team ตอ่ ไปน้ี
- ต้องการขยายพันธพ์ุ ชื ประเภทไมด้ อกไม้
- ตอ้ งการขยายพันธ์พุ ชื ประเภทไมพ้ มุ่ ไมย้ ืนต้น
- ต้องการปรบั ปรุงพนั ธุ์พืชใหด้ ีกวา่ เดิม โดยนำต้นพนั ธุ์ดีมาทำหน้าที่เปน็ ลำตน้
- ตอ้ งการกุหลาบหลายสใี น 1 ตน้
ครใู หน้ กั เรียนช่วยกันเสนอวิธีขยายพนั ธพุ์ ชื จากkey word
3. ครนู ำภาพการขยายพันธ์ุพืชแบบไม่อาศยั เพศ มาใหน้ กั เรยี นดู เช่น
ข้นั สอน
สำรวจค้นหา (Explore)
8. ครูถามคำถาม prior knowledge กระตุ้นความคดิ ของนักเรียนวา่ การขยายพันธุ์พชื ดังตัวอยา่ งที่
นกั เรยี นไดช้ มไปนั้น แตล่ ะชนิดมีข้นั ตอนและวธิ กี ารทำอยา่ งไรบา้ ง
โรงเรียนวรราชาทินัดดามาตวุ ทิ ยา กลุ่มสาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
9. ครูให้นักเรียนศึกษาเพิ่มเติมและสบื คน้ ข้อมูล เรื่อง การขยายพันธพุ์ ืชแบบไม่อาศับเพศ จากการสอน
ผา่ น Appication : Microsolf team โดยรับชมคลปิ การสอนจาก
https://www.youtube.com/watch?v=SNtc7-Ptpac
10. ครเู กริน่ นำเข้าส่เู ร่อื งถัดไปของการสืบพันธแ์ุ บบไม่อาศัยเพศของพชื ดอก วา่ นกั เรียนคิดวา่ การปักชำ
การตดิ ตา การตอนก่ิง การทาบกง่ิ มีวิธีและขนั้ ตอนการขยายพนั ธ์ุ อยา่ งไร
ชั่วโมงที่ 2
ขัน้ สอน
อธิบายความรู้ (Explain)
5. ครเู สริมและเพม่ิ เติม โดยใหน้ กั เรียนหาข้อมูลวธิ กี ารขยายพันธ์พุ ชื แบบไม่อาศยั เพศ นอกเหนือจาก
ตวั อย่างท่ีครยู ก คือ การตอนก่ิง การติดตา การทาบก่ิง การปักชำ เป็นตน้
ข้นั สรปุ
ขยายความเขา้ ใจ (Expand)
7. ครใู ห้นักเรียนรว่ มกันหาคำตอบจากการดูภาพแลว้ ร่วมกนั ตอบว่า ภาพทคี่ รูนำมาใหน้ ักเรียนดนู น้ั
เป็นภาพการขยายพนั ธ์ุพชื ทเ่ี รียกว่าอะไรและมีวิธีการและขั้นตอนอยา่ งไร พร้อมอธบิ ายเพมิ่ เติม
จากการสอนผา่ น Appication : Microsolf team
โรงเรยี นวรราชาทินัดดามาตุวิทยา กลมุ่ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ขั้นสอน ชั่วโมงที่ 3
สำรวจค้นหา (Explore)
7. ครยู กตัวอยา่ งข้ันตอนและวธิ ีการขยายพนั ธ์ุพืชท่ีนอกเหนือจากทย่ี กตัวอย่างใหน้ ักเรียนดูไปพร้อมให้
รับชมคลปิ การสอนจาก สสวท.https://www.youtube.com/watch?v=4RTtP5uzNVY
8. ครูให้นกั เรยี นทำกจิ กรรม เรอื่ ง การสบื พนั ธแ์ุ บบไม่อาศัยเพศของพืชดอก Appication : google
form https://forms.gle/5Ju1Si2MTCQwMRB59
ชวั่ โมงที่ 4
ขั้นสอน
อธบิ ายความรู้ (Explain)
1. ครูสุ่มบันทึกการทำกิจกรรมของนักเรียนมาอภปิ รายเพ่ิมเติม
2. ครเู ฉลยคำตอบจากคำถามทา้ ยกจิ กรรมออนไลน์ เรื่อง การสบื พันธแ์ุ บบไม่อาศัยเพศของพืชดอก
ดงั นี้ ผ่าน Appication : Microsolf team
ขน้ั สรปุ
ขยายความเข้าใจ (Expand)
1. ครใู ห้นักเรียนแก้ไขการทำกจิ กรรม เร่ือง การสืบพันธแุ์ บบไมอ่ าศัยเพศของพชื ดอก ใน google form
2. ครใู ห้นักเรยี นส่งงานผา่ น กลุ่มเรยี น Appication : line
ตรวจสอบผล (Evaluate)
29.ครตู รวจสอบจากการทำแบบฝึกหดั ใน Appication : google form
30.ครูตรวจสอบจากการทำกิจกรรมเรือ่ ง การสืบพันธแุ์ บบไมอ่ าศัยเพศของพชื ดอก Appication : line
31.ครูตรวจสอบการแก้ไขการทำกิจกรรม
เรื่อง การสืบพนั ธุ์แบบไม่อาศัยเพศของพชื ดอก Appication : line
32.ครปู ระเมินการทำกิจกรรม เร่ือง การสบื พนั ธแ์ุ บบไม่อาศยั เพศของพืชดอก โดยใชแ้ บบประเมินการ
ปฏบิ ตั ิการ
โรงเรยี นวรราชาทนิ ัดดามาตุวิทยา กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
7. การวดั และประเมนิ ผล
รายการวัด วิธีการ เครื่องมอื เกณฑ์การประเมนิ
7.1 ประเมนิ จดั กจิ กรรม
การเรยี นรู้ - ตรวจกจิ กรรมการ - เฉลย เร่ือง การสบื พันธ์ุ ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
1) การสืบพนั ธแ์ุ บบไม่ เรยี น การสืบพนั ธ์ุ แบบไม่อาศยั เพศของพืช
อาศยั เพศของพชื ดอก แบบไม่อาศัยเพศของ ดอก ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
พืชดอก
- ตรวจกจิ กรรมการ ระดบั คุณภาพ 2
เรือ่ ง การสบื พันธแ์ุ บบ ผา่ นเกณฑ์
ไมอ่ าศยั เพศของพืช
ดอก - ตรวจ
แบบฝกึ หดั
2) การนำเสนอผลงาน - ประเมินการส่งงาน - แบบประเมินส่งงาน ระดับคุณภาพ 2
เร่ือง การสบื พนั ธ์ุ ผา่ นเกณฑ์
แบบไม่อาศยั เพศ
ของพชื ดอก
3) พฤติกรรมการทำงาน - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดับคุณภาพ 2
รายกลุ่ม จากการส่งงานตรง การส่งงานตรงเวลา ผา่ นเกณฑ์
เวลา
4) การปฏบิ ตั ิการ - ประเมนิ - แบบประเมิน ระดับคุณภาพ 2
การปฏบิ ตั กิ าร การปฏิบัติการ ผ่านเกณฑ์
5) คุณลักษณะอันพงึ - สงั เกตความมีวนิ ัย - แบบประเมินคุณลักษณะ ระดบั คุณภาพ 2
ประสงค์
ใฝเ่ รยี นรู้ และมงุ่ มัน่ อนั พึงประสงค์ ผา่ นเกณฑ์
ในการทำงาน
โรงเรียนวรราชาทินดั ดามาตวุ ทิ ยา กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
8. สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้
8.1 สอ่ื การเรยี นรู้
1) หนังสอื เรยี นวิทยาศาสตร์ ม.1 เลม่ 1
2) Microsolf Team
3) Google form เรอ่ื ง การสืบพนั ธ์ุแบบไมอ่ าศยั เพศของพชื ดอก
4) สือ่ การเรยี นจาก You tube
https://www.youtube.com/watch?v=SNtc7-Ptpac
https://www.youtube.com/watch?v=4RTtP5uzNVY
โรงเรียนวรราชาทนิ ดั ดามาตวุ ทิ ยา กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แบบฝึกหดั
เรื่อง การสบื พันธแ์ุ บบไม่อาศัยเพศของพืชดอก
โรงเรียนวรราชาทนิ ัดดามาตวุ ทิ ยา กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
9. บันทกึ ผลหลังการสอน
ด้านความรู้
จากการจัดการเรียนรู้ นักเรียนสามารถอธบิ าย การสืบพนั ธุ์แบบไม่อาศัยเพศของพชื ดอก
ด้านสมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รียน
จากการจดั การเรยี นรู้ นักเรียนสว่ นใหญม่ สี มรรถนะในการสือ่ สารและการคิดที่ดใี นการเรียนรู้
โดยอาศัยการวัดและประเมินผลจากการสง่ การบา้ น และ การตอบคำถามในกจิ กรรมผ่าน Google form เร่ือง
การสืบพนั ธ์ุแบบไม่อาศยั เพศของพชื ดอก
ดา้ นคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
จากการจัดการเรียนรู้ นักเรยี นรอ้ ยละ 90 % มีความมุ่นมนั่ ตั้งใจในการเรียน แม้บางคนจะมี
อปุ สรรคในเรื่องอนิ เตอร์เนต็ ก็พยามติดตามขอสง่ งานย้อนหลงั และ พยายามถามในเรอื่ งทไ่ี มเ่ ข้าใจ
ด้านความสามารถทางวิทยาศาสตร์
นกั เรยี นสามารถนำความรเู้ ร่อื ง การสบื พนั ธุ์แบบไม่อาศยั เพศของพืชดอกไปตอ่ ยอดการศึกษาใน
ระดับทีส่ ูงขนึ้ ได้
ด้านอนื่ ๆ (พฤติกรรมเดน่ หรือพฤติกรรมทม่ี ีปัญหาของนกั เรยี นเป็นรายบคุ คล (ถ้ามี)
-
ปัญหา/อุปสรรค
ปัญกาที่พบเป็นเรื่องการเขา้ เรียนของนักเรียน เช่น เรื่องอนิ เตอร์เนต็ ขดั ขอ้ ง หรือ โทรศัพทเ์ สยี
แนวทางการแก้ไข
ทกุ ครัง้ ทจี่ ัดการเรียนการสอนจะมคี ลิปใหน้ ักเรียนท่ีมปี ัญหาเร่ืองการเข้าเรียนไมไ่ ด้ ให้นกั เรยี น
ไดร้ ับชมยอ้ นหลัง และ รับชมได้ทกุ คนในกลมุ่ หอ้ งเรยี นออนไลน์ อยูแ่ ลว้ เพ่ือสนับสนุนนักเรยี นทกุ คนใหไ้ ด้
เรียนไปพร้อมๆกัน
• ขอ้ เสนอแนะ -
ลงชื่อ
(นางสาวนิพพิชฌน์ ชมสลุง )
ตำแหนง่ ครูผสู้ อน
โรงเรียนวรราชาทนิ ดั ดามาตวุ ิทยา กลุม่ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ 11
รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ 1 รหสั ว 21101 กลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 4 การดำรงชวี ิตของพชื
เรื่อง การสังเคราะห์แสง
ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 1 เวลา 3 ชว่ั โมง ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2564
ครูผู้สอน : นางสาวนพิ พิชฌน์ ชมสลุง
1. มาตรฐาน/ตัวชวี้ ัด
1.1 ตัวชว้ี ดั
ว 1.2 ม.1/6 ระบุปัจจัยที่จำเป็นในการสังเคราะห์ด้วยแสงและผลผลิตที่เกิดขึ้นจากการสังเคราะห์ด้วย
แสง โดยใชห้ ลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์
ม.1/7 อธบิ ายความสำคญั ของการสงั เคราะหด์ ้วยแสงของพชื ต่อสิ่งมชี วี ติ และส่งิ แวดล้อม
ม.1/8 ตระหนักในคุณค่าของพืชที่มีต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม โดยการร่วมกันปลูก และ
ดแู ลรักษาต้นไม้ในโรงเรยี นและชมุ ชนตน้ ไมใ้ นโรงเรยี น
2.จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. ระบุปัจจยั ทจี่ ำเป็นในการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงและผลลติ ที่เกิดข้นึ จากการสังเคราะห์ด้วยแสง (K)
2. อธิบายความสำคัญของการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื ต่อสงิ่ มีชีวติ และส่ิงแวดล้อมได้ (K)
3. สามารถออกแบบสภาวะแวดล้อมทเ่ี หมาะสมต่อการปลูกตน้ ไม้ได้ (P)
4. ตระหนกั ในคุณค่าของพืชท่ีมีต่อสง่ิ มีชวี ติ และสง่ิ แวดล้อม (A)
3. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถน่ิ
- กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืชที่เกิดขึ้นใน คลอโรพ พจิ ารณาตามหลักสตู รของสถานศกึ ษา
ลาสต์ จำเป็นต้องใช้แสง คลอโรฟิลล์ แก๊ ส
คาร์บอนไดออกไซด์ และน้ำ ผลผลิตที่ได้จากการสังเคราะห์ด้วย
แสง ไดแ้ ก่ นำ้ ตาล และแกส๊ ออกซิเจน
- การสังเคราะห์ด้วยแสงเป็นกระบวนการที่สำคัญต่อสิ่งมีชีวิต
เพราะเป็นกระบวนการเดียวที่สามารถนำพลังงานแสงมา
เปลี่ยนเป็นพลังงานในรูปสารประกอบอินทรีย์ และเก็บสะสมใน
รูปแบบต่าง ๆ ในโครงสร้างของพืช พืชจึงเป็นแหล่งอาหาร และ
พลังงานที่สำคัญของสิ่งมีชีวิตอื่น นอกจากนี้กระบวนการ
โรงเรียนวรราชาทนิ ดั ดามาตวุ ิทยา กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
สังเคราะห์ด้วยแสงยังเป็นกระบวนการหลักในการสร้างแก๊ส
ออกซิเจนให้กับบรรยากาศเพื่อให้สิ่งมีชีวิตอื่นใช้ในกระบวนการ
หายใจ
4. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง (photosynthesis) เป็นกระบวนการผลิตอาหารของพืช โดยพืช
จะใช้สารคลอโรฟิลล์ที่อยู่ในใบดูดกลืนพลังงานแสงจากดวงอาทิตย์มาเปลี่ยนให้เป็นพลังงานเคมีในรูปของ
สารอินทรีย์จำพวกน้ำตาล โดยมีน้ำและแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เป็นสารตั้ง และได้ผลิตภัณฑ์เป็นน้ำตาล
กลูโคส น้ำ และแก๊สออกซิเจน ซง่ึ สิ่งมชี วี ติ นำแกส๊ ออกซเิ จนมาใช้ในกระบวนหายใจ
5. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี นและคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร 1. มีวนิ ัย
2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝ่เรียนรู้
1) ทักษะการสงั เกต 3. ม่งุ มั่นในการทำงาน
2) ทักษะการจดั กลมุ่
3) ทักษะการเปรยี บเทยี บ
4) ทกั ษะการจำแนกประเภท
5) ทักษะการสำรวจ
3. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ
โรงเรยี นวรราชาทนิ ัดดามาตวุ ทิ ยา กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
6. กิจกรรมการเรียนรู้
วธิ ีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es (5Es Instructional Model)
ช่วั โมงที่ 1
ข้นั นำ
กระต้นุ ความสนใจ (Engage)
1. ครูให้นักเรยี นดูต้นไม้จากภาพตวั อย่าง เช่น ต้นกระบองเพชรและขวดโหลทีม่ ีปลากัดมาให้นักเรียน
เปรียบเทียบความแตกต่างในการดำรงชีวิตระหว่างพืชกับสัตว์ แล้วถามคำถาม Big Question ว่า
พืชดำรงชีวติ อยู่ไดอ้ ย่างไร โดยไม่มีการเคลอื่ นท่ี แล้วใหน้ กั เรยี นร่วมกันตอบคำถาม
(แนวคำตอบ พืชจะใช้ส่วนประกอบต่าง ๆ เช่น ใบ ทำหน้าที่สังเคราะห์ด้วยแสงเพื่อผลิตอาหาร
ให้กับพืช ราก ทำหน้าที่ดูดน้ำและแร่ธาตุซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการผลิตอาหารของพืช และอาศัย
เนอ้ื เยื่อลำเลยี งที่อยู่ภายในราก ลำตน้ และใบชว่ ยลำเลยี งอาหารไปยังส่วนต่างของพืช เพ่ือใช้ในการ
เจริญเติบโต ดังนั้น พืชจึงเป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถสร้างอาหารเองได้ ซึ่งแตกต่างจากสิ่งมีชีวิตอื่นท่ี
จำเปน็ ตอ้ งมกี ารเคล่อื นท่เี พ่อื หาอาหาร เปน็ ตน้ )โดยท่คี รูสอนผ่าน Appication : Microsolf team
ขน้ั สอน
สำรวจค้นหา (Explore)
1. ครูถามคำถาม prior knowledge วา่ พชื ใช้กระบวนการใดในการสร้างอาหาร
(แนวคำตอบ กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง)
2. ครูถามคำถามเพ่ือโยงเข้าส่หู วั ข้อทจี่ ะเรียน แล้วใหน้ ักเรยี นร่วมกันตอบคำถามดังนี้
- อาหารของพืชคืออะไร
(แนวคำตอบ นำ้ ตาล)
- พชื หาอาหารได้อย่างไร
(แนวคำตอบ พชื ใช้รากในการดูดซึมนำ้ และแร่ธาตทุ ่ีอยู่ในดิน เพ่ือเป็นสารตง้ั ตน้ ใหก้ บั กระบวนการ
สังเคราะหด์ ว้ ยแสงทใี่ ชใ้ นการผลิตอาหารของพชื )
โรงเรียนวรราชาทนิ ัดดามาตุวทิ ยา กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชั่วโมงที่ 2
ขน้ั สอน
อธบิ ายความรู้ (Explain)
6. ครเู สริมและเพิ่มเติม โดยให้นกั เรยี นศึกษา เร่อื ง การศึกษา เร่อื งการสังเคราะห์แสง จากคลิปสื่อการ
สอนของ สสวท. https://www.youtube.com/watch?v=yj4F6XGmuWY&t=8s
ขั้นสรปุ
ขยายความเข้าใจ (Expand)
8. ครใู หน้ กั เรยี นร่วมกันหาคำตอบข้ันตอนและกระบวนการสงั เคราะหแ์ สงของพชื โดยครมู ี
ภาพประกอบ พร้อมอธบิ ายเพิม่ เติมจากการสอนผา่ น Appication : Microsolf team
ขน้ั สอน ชัว่ โมงท่ี 3
สำรวจคน้ หา (Explore)
1. ครอู ธบิ ายข้ันตอนและวธิ ีการสังเคราหแ์ สงของพชื โดยถามคำถาม วา่ นกั เรยี นคิดว่ามปี จั จยั ใดบ้าง
ท่สี ำคัญต่อกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพืช(แนวคำตอบ แสง สารคลอโรฟิลล์ น้ำ และแก๊ส
คาร์บอนไดออกไซด์) ร่วมกับบรรยายวิดโี อ เร่อื ง ขน้ั ตอนการสังเคราหแ์ สงของพืช
https://www.youtube.com/watch?v=5dCfEEkS6zU
2. ครใู หน้ กั เรียนทำกจิ กรรม เรอื่ ง กระบวนการสังเคราหแ์ สงของพืช Appication : google form
https://forms.gle/nvH9nY5hZY9J3F3cA
โรงเรียนวรราชาทนิ ดั ดามาตุวิทยา กลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชั่วโมงท่ี 4
ข้นั สอน
อธิบายความรู้ (Explain)
1. ครสู ุ่มบนั ทกึ การทำกิจกรรมของนักเรียนมาอภปิ รายเพ่ิมเติม
2. ครเู ฉลยคำตอบจากคำถามทา้ ยกจิ กรรมออนไลน์ เรือ่ ง การสังเคราห์แสงของพืช ดังนี้ ผ่าน
Appication : Microsolf team
ขน้ั สรปุ
ขยายความเข้าใจ (Expand)
1. ครูให้นักเรียนศึกษาผลของอุณหภูมิต่อกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช ในหนังสือเรียน
วิทยาศาสตร์ ม.1 เล่ม 1 เพื่อขยายความเข้าใจของนักเรียนว่ามีหลายปัจจัยที่มีความเกี่ยวข้องกับ
กระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพชื
2. ครูใหน้ กั เรยี นแกไ้ ขการทำกิจกรรม เร่ือง การสงั เคราห์แสงของพชื ใน google form
3. ครูใหน้ ักเรียนสง่ งานผา่ น กลมุ่ เรยี น Appication : line
ตรวจสอบผล (Evaluate)
33.ครตู รวจสอบจากการทำแบบฝกึ หดั ใน Appication : google form
34.ครูตรวจสอบจากการทำกิจกรรมเร่ือง การสงั เคราห์แสงของพืช Appication : line
35.ครตู รวจสอบการแก้ไขการทำกจิ กรรม
เรือ่ ง การสังเคราห์แสงของพืช Appication : line
36.ครูประเมนิ การทำกจิ กรรม เร่ือง การการสงั เคราหแ์ สงของพืช โดยใช้แบบประเมนิ การปฏิบัติการ
โรงเรยี นวรราชาทินดั ดามาตุวิทยา กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
7. การวดั และประเมินผล
รายการวดั วธิ ีการ เครอื่ งมือ เกณฑ์การประเมิน
7.1 ประเมินจดั กจิ กรรม
การเรยี นรู้ - ตรวจกจิ กรรมการ - เฉลย เรอื่ ง การสงั เคราห์ ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
แสงของพืช
1) การสังเคราหแ์ สง เรียน การสังเคราห์ รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ของพชื แสงของพืช
- ตรวจกจิ กรรมการ
เรอ่ื ง การสังเคราห์ ระดบั คุณภาพ 2
ผ่านเกณฑ์
แสงของพืช
- ตรวจแบบฝกึ หัด
2) การนำเสนอผลงาน - ประเมินการส่งงาน - แบบประเมินสง่ งาน ระดบั คุณภาพ 2
ผ่านเกณฑ์
เรื่อง การสังเคราห์
แสงของพืช
3) พฤตกิ รรมการทำงาน - สังเกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม ระดบั คุณภาพ 2
การส่งงานตรงเวลา ผ่านเกณฑ์
รายกลมุ่ จากการสง่ งานตรง
เวลา
4) การปฏบิ ตั ิการ - ประเมนิ - แบบประเมิน ระดับคุณภาพ 2
การปฏิบตั ิการ ผ่านเกณฑ์
การปฏิบตั ิการ
5) คุณลกั ษณะอันพงึ - สงั เกตความมีวนิ ยั - แบบประเมนิ คุณลกั ษณะ ระดบั คุณภาพ 2
ประสงค์
ใฝ่เรียนรู้ และมุง่ ม่นั อนั พึงประสงค์ ผา่ นเกณฑ์
ในการทำงาน
โรงเรยี นวรราชาทินดั ดามาตุวิทยา กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
8. สอื่ /แหลง่ การเรียนรู้
8.1 ส่ือการเรียนรู้
1) หนังสือเรยี นวทิ ยาศาสตร์ ม.1 เลม่ 1
2) Microsolf Team
3) Google form เรอ่ื ง การสงั เคราหแ์ สงของพืช
4) สอ่ื การเรียนจาก You tube
https://www.youtube.com/watch?v=5dCfEEkS6zU
https://www.youtube.com/watch?v=yj4F6XGmuWY&t=8s
โรงเรียนวรราชาทินดั ดามาตวุ ทิ ยา กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
แบบฝกึ หัด
เรือ่ ง การสังเคราะห์แสงของพชื
โรงเรียนวรราชาทนิ ดั ดามาตุวทิ ยา กลมุ่ สาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
9. บันทกึ ผลหลังการสอน
ดา้ นความรู้
จากการจัดการเรยี นรู้ นกั เรยี นสามารถอธบิ าย การสังเคราะห์แสงของพชื
ด้านสมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น
จากการจดั การเรียนรู้ นักเรยี นส่วนใหญ่มีสมรรถนะในการส่ือสารและการคิดท่ีดีในการเรียนรู้โดย
อาศยั การวัดและประเมินผลจากการส่งการบา้ น และ การตอบคำถามในกจิ กรรมผ่าน Google form เร่อื งการ
สงั เคราะหแ์ สงของพืช
ดา้ นคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
จากการจัดการเรียนรู้ นักเรียนร้อยละ 90 % มีความมุ่นมั่นตั้งใจในการเรียน แม้บางคนจะมี
อปุ สรรคในเรื่องอนิ เตอรเ์ นต็ ก็พยามตดิ ตามขอส่งงานย้อนหลัง และ พยายามถามในเรือ่ งท่ไี ม่เข้าใจ
ดา้ นความสามารถทางวทิ ยาศาสตร์
นักเรยี นสามารถนำความรูเ้ รื่อง การสงั เคราะหแ์ สงของพชื
ไปตอ่ ยอดการศกึ ษาในระดบั ที่สูงขนึ้ ได้
ด้านอ่นื ๆ (พฤตกิ รรมเดน่ หรอื พฤตกิ รรมที่มีปญั หาของนักเรียนเป็นรายบคุ คล (ถ้าม)ี
-
ปัญหา/อปุ สรรค
ปัญกาท่ีพบเป็นเรอ่ื งการเขา้ เรียนของนักเรยี น เชน่ เร่ืองอินเตอรเ์ นต็ ขดั ขอ้ ง หรือ โทรศพั ทเ์ สยี
แนวทางการแก้ไข
ทุกครั้งที่จัดการเรียนการสอนจะมีคลิปให้นักเรียนที่มีปัญหาเรื่องการเข้าเรียนไม่ได้ ให้นักเรียน
ไดร้ ับชมย้อนหลงั และ รบั ชมได้ทุกคนในกลุ่มหอ้ งเรียนออนไลน์ อย่แู ลว้ เพอ่ื สนบั สนุนนักเรยี นทุกคนใหไ้ ดเ้ รียน
ไปพร้อมๆกนั
• ข้อเสนอแนะ -
ลงชื่อ
(นางสาวนิพพชิ ฌน์ ชมสลงุ )
ตำแหน่ง ครูผสู้ อน
โรงเรียนวรราชาทินดั ดามาตวุ ิทยา กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 12
รายวิชาวิทยาศาสตร์ 1 รหสั ว 21101 กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 4 การดำรงชีวิตของพชื
เร่อื ง การลำเลยี งสารในพชื
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 เวลา 3 ชว่ั โมง ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564
ครผู ้สู อน : นางสาวนพิ พชิ ฌน์ ชมสลงุ
1. มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด
1.1 ตวั ชว้ี ดั
ว 1.2 ม.1/9 บรรยายลกั ษณะและหนา้ ท่ขี องไซเล็มและโฟลเอ็ม
ม.1/10 เขยี นแผนภาพทบ่ี รรยายทิศทางการลำเลียงสารในไซเลม็ และโฟลเอ็มของพชื
2.จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. บรรยายลกั ษณะและหน้าที่ของไซเลม็ และโฟลเอม็ ได้ (K)
2. บรรยายทศิ ทางการลำเลียงสารในไซเล็มและโฟลเอ็มของพชื เป็นแผนภาพได้ (K)
3. เปรียบเทียบโครงสร้างระบบทอ่ ลำเลยี งในพืชใบเลีย้ งเดย่ี วและพืชใบเล้ียงคู่ได้ (P)
4. รบั ผดิ ชอบต่อหน้าที่ และงานทไ่ี ด้รบั มอบหมายได้ (A)
3. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ทอ้ งถน่ิ
- พชื มีไซเล็มและโฟลเอ็ม ซงึ่ เปน็ เน้ือเยื่อ มีลักษณะ พิจารณาตามหลกั สูตรของสถานศกึ ษา
คล้ายท่อเรียงตัวกันเป็นกลุ่มเฉพาะที่ โดยไซเล็ม ทำหน้าท่ี
ลำเลียงน้ำและธาตุอาหาร มีทิศทางลำเลียงจากรากไปสู่
ลำต้น ใบ และส่วนต่าง ๆ ของพืช เพื่อใช้ในการสังเคราะห์
ด้วยแสง รวมถึงกระบวนการอื่น ๆ ส่วนโฟลเอ็มทำหน้าท่ี
ลำเลียงอาหารที่ได้จากการสังเคราะห์ด้วยแสง มีทิศทาง
ลำเลียงจากบริเวณที่มีการสังเคราะห์ด้วยแสงไปสู่ส่วนต่าง
ๆ ของพชื
โรงเรียนวรราชาทินัดดามาตุวิทยา กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
4. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
พืชมีระบบลำเลียงสาร โดยพืชจะอาศัยเนื้อเยื่อที่ทำหนา้ ที่เฉพาะในการลำเลียงสาร เรียกว่า เนื้อเยื่อลำเลียง
เช่น ท่อไซเล็ม (xylem) ทำหน้าที่ลำเลียงน้ำและแร่ธาตุจากรากไปสู่ใบ ส่วนท่อโฟลเอ็ม (pholem) ทำหน้าท่ี
ลำเลียงอาหารจากใบไปยงั ส่วนตา่ งๆของพชื
5. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี นและคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. ความสามารถในการส่ือสาร 1. มีวินัย
2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝเ่ รียนรู้
1) ทกั ษะการสงั เกต 3. ม่งุ มั่นในการทำงาน
2) ทักษะการจัดกลุ่ม
3) ทกั ษะการเปรียบเทียบ
4) ทักษะการจำแนกประเภท
5) ทกั ษะการสำรวจ
3. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
6. กิจกรรมการเรียนรู้
วธิ ีสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ 5Es (5Es Instructional Model)
ชั่วโมงที่ 1
ข้นั นำ
กระต้นุ ความสนใจ (Engage)
2. ครถู ามคำถาม prior knowledge กระตนุ้ ความสนใจของนักเรียน ว่า พืชจะนำนำ้ และแรธ่ าตุที่
อยู่ภายในดินไปใชไ้ ด้อยา่ งไร
(แนวตอบ พชื จะใชร้ ากดูดน้ำที่อยภู่ ายในดนิ โดยนำ้ ท่ีอย่ภู ายในดินจะออสโมซสิ เข้าสูร่ าก สว่ นแร่
ธาตทุ ่อี ย่ใู นดนิ จะละลายน้ำอย่ใู นรูปสารละลาย โดยพชื จะลำเลยี งสารละลายทมี่ ีแรธ่ าตุดว้ ยการ
ลำเลยี งแบบใชพ้ ลังงาน เรยี กว่า แอคทีฟทรานสปอรต์ )
โดยทีค่ รสู อนผ่าน Appication : Microsolf team
โรงเรียนวรราชาทนิ ดั ดามาตวุ ทิ ยา กลุม่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ขั้นสอน
สำรวจคน้ หา (Explore)
1. ครูถามคำวา่ เมอื่ นำผักกาดมาแช่นำ้ สีผสมอาหาร 7 สี (สรี ุ้ง) เป็นเวลา 2 ชัว่ โมง
- พืชใช้ส่วนใดทำหนา้ ทดี่ ูดน้ำ
(แนวตอบ ราก)
- ทิศทางการลำเลยี งนำ้ เปน็ อยา่ งไร
(แนวตอบ จากพชื จะลำเลยี งนำ้ จากรากไปสูใ่ บ)
ชัว่ โมงที่ 2
ขน้ั สอน
อธิบายความรู้ (Explain)
7. ครเู สริมและเพิ่มเติม โดยใหน้ ักเรยี นศึกษา เร่ือง การศึกษาเรื่องการลำเลียงสารในพชื จากคลปิ สอ่ื
การสอนของ สสวท. https://www.youtube.com/watch?v=f728-RZDFWk
ขัน้ สรุป
ขยายความเข้าใจ (Expand)
9. ครใู หน้ กั เรยี นรว่ มกันหาคำตอบจากคำถาม วา่ ถา้ พชื ไมม่ ีขนรากจะมีผลต่อการดูดน้ำและธาตุ
อาหารของพืชหรอื ไม่
(แนวตอบ ถ้าไม่มีขนราก พชื อาจจะดูดน้ำและธาตุอาหารจากดนิ ไดน้ ้อยลง เพราะการมีขนรากจะ
เปน็ การเพ่ิมพ้นื ทผ่ี วิ ของรากใหส้ ัมผัสกับนำ้ ในดนิ ใหม้ ากขึ้น ทำใหม้ โี อกาสดดู นำ้ ไดม้ าก)
10. จากการรบั ชมส่อื การสอนแล้ว ในการลำเลยี งอาหารของพืช มีการลำเลยี งจากส่วนใดไปส่วนใด
(แนวตอบ การลำเลียงอาหารของพชื มีทิศทางในการลำเลยี งจากส่วนทสี่ งั เคราะห์ด้วยสงได้ เชน่ ใบ
ไปสู่ทกุ ส่วนของพชื )
พรอ้ มอธิบายเพ่มิ เติมจากการสอนผา่ น Appication : Microsolf team
โรงเรยี นวรราชาทนิ ัดดามาตุวทิ ยา กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชวั่ โมงที่ 3
ขน้ั สอน
สำรวจค้นหา (Explore)
3. ครอู ธบิ ายความสำคัญจากผังมโนทัศนเ์ รอ่ื งการลำเลียงในน้ำ ธาตุอาหารและอาหารของพชื
4. ครูใหน้ กั เรยี นทำกจิ กรรม เรื่อง การลำเลยี งสารในพืช ในหนังสอื วทิ ยาศาสตร์ ม.1 เลม่ 1
ชัว่ โมงที่ 4
ข้นั สอน
อธิบายความรู้ (Explain)
1. ครูสุ่มบนั ทึกการทำกจิ กรรมของนักเรียนมาอภปิ รายเพิ่มเติม
2. ครเู ฉลยคำตอบจากคำถามทา้ ยกจิ กรรม เร่อื ง การลำเลียงสารในพชื ดงั นี้ ผา่ น Appication :
Microsolf team
ขน้ั สรุป
ขยายความเขา้ ใจ (Expand)
2. ครใู หน้ กั เรียนศกึ ษาเร่ือง ธาตุอาหารของพชื เพ่ิมเติม ในหนังสอื เรยี นวิทยาศาสตร์ ม.1 เลม่ 1 เพื่อ
ขยายความเขา้ ใจของนกั เรยี นวา่ มหี ลายปัจจัยทีม่ ีความเกย่ี วข้องกับกระบวนการลำเลียงสารในพืช
2. ครูให้นักเรยี นแกไ้ ขการทำกจิ กรรม เรอ่ื ง การลำเลียงสารในพชื
3. ครูใหน้ กั เรยี นสง่ งานผา่ น กลุ่มเรียน Appication : line
โรงเรยี นวรราชาทินดั ดามาตุวทิ ยา กล่มุ สาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ตรวจสอบผล (Evaluate)
37.ครตู รวจสอบจากการทำแบบฝกึ หดั ใน Appication : google form
38.ครตู รวจสอบจากการทำกจิ กรรมเรื่อง การลำเลยี งสารในพชื Appication : line
39.ครตู รวจสอบการแกไ้ ขการทำกจิ กรรม
เร่อื ง การลำเลยี งสารในพชื Appication : line
40.ครูประเมนิ การทำกิจกรรม เร่ือง การลำเลียงสารในพชื โดยใช้แบบประเมินการปฏบิ ตั กิ าร
7. การวัดและประเมินผล
รายการวัด วิธีการ เครอื่ งมือ เกณฑ์การประเมิน
7.1 ประเมนิ จัดกจิ กรรม - ตรวจกจิ กรรมการ - เฉลย เรื่อง การลำเลยี ง รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
การเรยี นรู้ เรียน การลำเลียงสาร สารในพชื
1) การลำเลียงสารใน ในพชื ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
- ตรวจกิจกรรมการ - แบบประเมินสง่ งาน
พืช เรอ่ื ง การลำเลียงสาร ระดับคุณภาพ 2
ในพืช - แบบสังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์
2) การนำเสนอผลงาน - ตรวจแบบฝึกหัด การสง่ งานตรงเวลา
- ประเมินการสง่ งาน - แบบประเมนิ ระดับคุณภาพ 2
3) พฤตกิ รรมการทำงาน การปฏบิ ตั ิการ ผ่านเกณฑ์
รายกลมุ่ เรอ่ื ง การลำเลยี ง
สารในพืช ระดับคุณภาพ 2
4) การปฏบิ ตั ิการ - สังเกตพฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์
จากการส่งงานตรง
เวลา ระดบั คุณภาพ 2
- ประเมิน ผา่ นเกณฑ์
การปฏบิ ตั ิการ
5) คณุ ลกั ษณะอันพึง - สังเกตความมีวินัย - แบบประเมนิ คุณลกั ษณะ ระดบั คุณภาพ 2
ประสงค์
ใฝ่เรยี นรู้ และมงุ่ มัน่ อนั พงึ ประสงค์ ผา่ นเกณฑ์
ในการทำงาน