แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี (2566 – 2570) โรงเรียนคณะราษฎรบำรุง ๒ โรงเรียนคณะราษฎรบำรุง ๒ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษายะลา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
คำนำ การพัฒนาคุณภาพของการศึกษาในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานระยะที่มีสภาวการณ์ของ การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และเทคโนโลยี มีความซับซ้อนมากขึ้น ผู้บริหาร สถานศึกษาและบุคลากรในสถานศึกษาจึงต้องร่วมมือกันกำหนดแนวทาง กระบวนการ และเครื่องมือ ในการบริหารจัดการศึกษาให้มีความหลากหลาย การขับเคลื่อนการพัฒนาโดยยุทธศาสตร์ (Strategy – focus Organization) จะก่อให้เกิดคุณค่า (Value Creation) ตามเป้าประสงค์ที่กำหนดไว้ แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี (2566- 2570) ของโรงเรียน คณะราษฎรบำรุง ๒ ฉบับนี้เป็นการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สู่การปฏิบัติให้บังเกิดผล โดยใช้กลยุทธ์ การบริหารแบบใช้โรงเรียนเป็นฐานและการบริหารจัดการคุณภาพโดยรวม จัดทำเป็นแผนพัฒนา คุณภาพระยะยาว ที่สามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบด้วย ส่วนที่ 1 บริบทของโรงเรียน ส่วนที่ 2 วิเคราะห์บริบทของโรงเรียน (SWOT) ส่วนที่ 3 การกำหนดแผนยุทธศาสตร์ ส่วนที่ 4 แผนพัฒนาคุณภาพ ส่วนที่ 5 แผนการควบคุมและกำกับติดตาม คณะผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่าแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี (2566- 2570) ฉบับนี้จะเป็นแบบอย่างและแนวทางการปฏิบัติงาน/โครงการ/กิจกรรม ให้ประสบผลสำเร็จตาม เป้าหมายที่โรงเรียนกำหนดไว้ คณะผู้จัดทำ
สารบัญ คำนำ ส่วนที่ 1 ข้อมูลพื้นฐานสถานศึกษา 1 - ประวัติโรงเรียน 4 - จำนวนครูและบุคลากร 5 - อาคารเรียนและอาคารประกอบการ 6 ส่วนที่ 2 วิเคราะห์องค์กร 8 - วิเคราะห์บริบทโรงเรียนคณะราษฎรบำรุง ๒ (SWOT) สภาพภายนอก 9 - วิเคราะห์บริบทโรงเรียนคณะราษฎรบำรุง ๒ (SWOT) สภาพภายใน 10 - ตารางสรุปผลการประเมินสถานภาพของโรงเรียน 11 ส่วนที่ 3 สาระสำคัญของแผนกลยุทธ์ 12 - อุดมการณ์ หลักการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 13 - ความเชื่อมโยงของกฎหมาย ระเบียบ แผน ยุทธศาสตร์และนโยบายที่เกี่ยวข้องกับ การศึกษา 14 ส่วนที่ 4 แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา ระยะ 5 ปี 41 - โครงการ/กิจกรรม 42 ส่วนที่ 5 แผนการควบคุม กำกับติดตาม 56 ภาคผนวก - คณะกรรมการจัดทำแผน
แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี (2566 – 2570) 1 ส่วนที่ 1 ข้อมูลพื้นฐานสถานศึกษา โรงเรียนคณะราษฎรบำรุง ๒
แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี (2566 – 2570) 2 ส่วนที่ 1 ข้อมูลพื้นฐานสถานศึกษา 1.1 ข้อมูลทั่วไป 1.1.1 ชื่อสถานศึกษา โรงเรียนคณะราษฎรบำรุง ๒ สถานที่ตั้ง 129 หมู่ที่ 3 ถนนเมืองใหม่-ยุโป ตำบลยุโป อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา 95000 โทรศัพท์ 0-7327-0125-6 โทรสาร 0-7327-0127 email: [email protected] ขนาด/ประเภท/สังกัด เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดเล็ก ประเภทสหศึกษา สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 15 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ 1.1.2 วันประกาศจัดตั้ง 30 เมษายน 2539 1.1.3 สัญลักษณ์ของโรงเรียน รูปช้างคู่ชูเชิงเทียน เปลวไฟกำลังเปล่งรัศมี ส่องแสงสว่างโชติช่วง แสดงถึง ความเจริญ ความรอบรู้แห่งปัญญา 1.1.4 อักษรย่อ ค.บ. ๒ 1.1.5 คำขวัญประจำโรงเรียน เรียนดีมีคุณธรรมนำวิชาการ 1.1.6 คติธรรมประจำโรงเรียน ปญฺญาวธเนนฺ เสยฺโยแปลว่าปัญญาย่อมมีค่ากว่าทรัพย์ทั้งปวง 1.1.7 สีประจำโรงเรียน ม่วง - เหลือง สีม่วง หมายถึง ความภาคภูมิใจในหน้าที่เพื่อศิษย์ทุกคน สีเหลือง หมายถึง ความมั่งคั่ง ความเบิกบานและสว่างสดใส 1.1.8 ต้นไม้ประจำโรงเรียน ต้นไม้ประจำโรงเรียนคือ ต้นราชพฤกษ์เป็นไม้พุ่มใหญ่ ใบใหญ่ดอกสีเหลืองเป็นช่อห้อยยาวงามออกดอกปลายฤดูฝน จนถึงฤดูหนาวเนื้อไม้สีแดงแกมเหลืองแข็งทนทานดีถือเป็น ดอกไม้มงคลหมายถึงความเป็นใหญ่และมีอำนาจวาสนา ดังนั้นศิษย์ของโรงเรียนคณะราษฎรบำรุง ๒เป็นบุคคล แห่งการเรียนรู้มีคุณธรรมเข็มแข็งอดทนไม่ย่อท้อต่อความ ยากลำบากรักสามัคคีสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมี ความสุขและรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของกระแสสังคม
แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี (2566 – 2570) 3 1.1.9 แผนที่ตั้งโรงเรียนคณะราษฎรบำรุง ๒
แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี (2566 – 2570) 4 1.2 ข้อมูลด้านการบริหาร 1.2.1 ผู้อำนวยการ นายเริงชัย ปรังเจะ วุฒิการศึกษาสูงสุด ปริญญาโท สาขาบริหารการศึกษา จาก มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี 1.2.2 ประวัติโดยย่อ คำขวัญและวัตถุประสงค์เฉพาะของสถานศึกษา โรงเรียนคณะราษฎรบำรุง ๒ อำเภอเมืองยะลาจังหวัดยะลาเดิมเป็นโรงเรียนสาขาของโรงเรียน คณะราษฎรบำรุงจังหวัดยะลาซึ่งจัดการเรียนการสอนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นทำการสอนอยู่ที่โรงเรียน บ้านพร่อน เมื่อปีการศึกษา2534 โดยมีนายวาสน์ บุญสุวรรณเป็นผู้ประสานงาน ต่อมาในปีการศึกษา 2538 ได้ย้ายกลับมาเรียนรวมกับโรงเรียนคณะราษฎรบำรุง จังหวัดยะลาอีกครั้งหนึ่งเนื่องจากไม่สามารถ หาที่ดินก่อสร้างอาคารเรียนได้ในวันที่30 เมษายนพ.ศ. 2539 กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศจัดตั้ง โรงเรียนคณะราษฎรบำรุง ๒โดยกรมสามัญศึกษาแต่งตั้งนายบุญรอดสุขวารีผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียน คณะราษฎรบำรุง จังหวัดยะลา เป็นครูใหญ่คนแรก และในวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ.2541 ได้ย้ายมาอยู่ ณ ที่อยู่ในปัจจุบันโดยขอใช้ที่สาธารณะประโยชน์ของจังหวัดยะลามีเนื้อที่33 ไร่ 3 งาน 82 ตารางวา ในปี การศึกษา 2543 เปิดสอนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายเป็นปีแรก นับตั้งแต่ก่อตั้งโรงเรียนคณะราษฎรบำรุง ๒ มามีผู้บริหารโรงเรียน รวม 6 คนมีรายนามดังต่อไปนี้ 1.นายบุญรอด สุขวารี ผู้อำนวยการ ระดับ 8 พ.ศ.2539 – พ.ศ.2545 2.นายธนู นูนน้อย ผู้อำนวยการ คศ.3 ชำนาญการพิเศษ พ.ศ.2545 – พ.ศ.2548 3.นายวิษณุ จันทร์แจ้ง ผู้อำนวยการ คศ.3 ชำนาญการพิเศษ พ.ศ.2549 - พ.ศ.2554 4.นายพูดม ป.ปาน รองผู้อำนวยการ คศ.2 ชำนาญการ พ.ศ.2554 – พ.ศ.2555 (รักษาราชการแทน) 5.นายเชยศักดิ์ โชติวรรณวิรัช ผู้อำนวยการ คศ.3 ชำนาญการพิเศษ พ.ศ.2555 – พ.ศ.2557 6.นางสาวจิรพรรณ ไชยโยธา ผู้อำนวยการ คศ.3 ชำนาญการพิเศษ พ.ศ.2557 – พ.ศ.2561 7.นายอิสะมะแอ มะเระ ผู้อำนวยการ คศ.3 ชำนาญการพิเศษ พ.ศ.2561 – พ.ศ.๒๕๖๓ ๘.นายเริงชัย ปรังเจะ ผู้อำนวยการ คศ.๒ ชำนาญการ พ.ศ.256๓ – ปัจจุบัน 1.3 ข้อมูลนักเรียน 1.3.1 จำนวนนักเรียนทุกระดับชั้น จำแนกตามระดับชั้นที่เปิดสอน ตารางที่ 1.1 แสดงจำนวนนักเรียนและห้องเรียน จำแนกตามระดับชั้นที่เปิดสอน ปีการศึกษา 256๖ ระดับชั้น จำนวนห้องเรียน จำนวนนักเรียนเพศ จำนวนนักเรียนรวม ชาย หญิง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 1 12 6 18 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 1 10 6 23 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 1 8 12 20 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 2 9 12 21 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 2 11 10 22 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 2 3 10 1๓ รวม 12 69 88 11๑
แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี (2566 – 2570) 5 1.4 ข้อมูลบุคลากร ตารางที่ 1.2 แสดงจำนวนบุคลากรจำแนกตามชื่อ–สกุลตำแหน่งอันดับ เลขที่ประจำตำแหน่งและวุฒิ การศึกษาปีการศึกษา 256๖ ที่ ชื่อ – สกุล ตำแหน่ง อันดับ เลขที่ประจำ ตำแหน่ง วุฒิ การศึกษา 1. ผู้บริหาร นายเริงชัย ปรังเจะ ผู้อำนวยการ คศ.2 19198 ศษ.ม. 2. 3. กลุ่มสาระฯ ภาษาไทย นางอุมาริน ฤทธิเรืองค์ นางสาวปิยมาส คูหามุข ครู ครู คศ.2 คศ.1 19638 19686 ค.บ. ค.บ. 4. กลุ่มสาระฯ ภาษาต่างประเทศ นางสาวฟัตมี กาซอ พนักงาราชการ - พ314842 ค.บ. 5. กลุ่มสาระฯ สังคมศึกษาฯ นางมนฑา อินทมิน ครู คศ.3 19610 คบ. 6. 7. 8. 9. 10. กลุ่มสาระฯ วิทยาศาสตร์ นางสาวพรกนก ราษฎร์นุ้ย นางสาวดาลารีน อับดุลฮานุง นางสาวรอฮายาตี มูดอ นายมูหัมมัดซากี มะเราะหะแม นายธนวัฒน์ พรหมจรรย ครู ครู พนักงานราชการ ครู ครู คศ.3 คศ.3 - คศ.1 คศ.1 126251 20114 พ314952 2553 ค.บ. วท.ม. ค.บ. บธ.บ. 10. 11. กลุ่มสาระฯคณิตศาสตร์ นางเมตตา สโมสร นางสาวฮายาตี ดือเระ ครู ครู คศ.2 คศ.1 20970 127187 ศษ.บ. ศษ.บ. 12. กลุ่มสาระฯการงานอาชีพฯ นายอาฟานดี เปาะมะ ครู คศ.1 126894 วท.บ. 13. กลุ่มสาระฯสุขศึกษาและพลศึกษา นายอาเรฟ ยือแร ครู คศ.1 3567 ศษ.บ. 14. กลุ่มสาระฯ ศิลปศึกษา นางสาวนูรีฮาน ดือราแม ครูพี่เลี้ยงเด็กพิการ - - คบ. 14. กลุ่มครูสอนศาสนา นายรอซาลี แวโดยี วิทยากรสอนศาสนา - - ม.6 15. 16. กลุ่มนักการภารโรง นายทศพร บุญสุวรรณ นายอนุชา มาลัย ช่างไฟฟ้า เวรรักษาการณ์ ช4 - 6877 - ม.3 ม.6
แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี (2566 – 2570) 6 1.5 ข้อมูลเกี่ยวกับทรัพยากร 1.5.1 จำนวนเนื้อที่ 33 ไร่ 3 งาน 82 ตารางวา 1.5.2 จำนวนอาคารสถานที่ แผนผังโรงเรียนคณะราษฎร์บำรุง ๒ ตารางที่1.3 แสดงรายละเอียดอาคารจำแนกตามประเภทห้องเรียน ที่ ชื่อ/แบบอาคาร สร้าง จำนวนห้องเรียน หมายเหตุ ห้องเรียน ห้องพิเศษ 1. อาคารชั่วคราว 1 (10 ห้องเรียน) 2539 9 1 ชำรุด 2. อาคารชั่วคราว 2 (10 ห้องเรียน) 2539 5 5 ชำรุด 3. อาคาร 1/ แบบ 318 ล/พิเศษ 2541 5 17 4. อาคารเอนกประสงค์แบบ100/27 2541 - - หอประชุม 5. อาคารกึ่งถาวร 1 (6 ห้องเรียน) 2542 5 1 6. อาคารกึ่งถาวร 2 (6 ห้องเรียน) 2542 2 2 รวม 26 26
แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี (2566 – 2570) 7 1.5.3 สิ่งอำนวยความสะดวก 5.3.1 โทรศัพท์ จำนวน 2 เลขหมาย 5.3.2 โทรสาร จำนวน 1 เลขหมาย 5.3.3 คอมพิวเตอร์บริหารงาน 1) ห้องสำนักงาน จำนวน 11 เครื่อง 2) ห้องปฏิบัติการคอม จำนวน 28 เครื่อง 5.3.4 รถยนต์ จำนวน 1 คัน 5.3.5 รถจักรยานยนต์ จำนวน 1 คัน 1.6 ข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งเรียนรู้ 1.6.1 แหล่งเรียนรู้ภายในโรงเรียน โรงเรียนคณะราษฎรบำรุง ๒ มุ่งมั่นที่จะพัฒนาผู้เรียนให้เป็น บุคคลแห่งการเรียนรู้ ตามวิสัยทัศน์ของโรงเรียน จึงพัฒนาโรงเรียนให้มีแหล่งเรียนรู้ภายในโรงเรียนอย่าง หลากหลายและเพียงพอกับความต้องการของผู้เรียนประกอบด้วย 1) ห้องสมุดโรงเรียนคณะราษฎรบำรุง ๒ จำนวน 1 ห้อง 2) ห้องประชุมโรงเรียนคณะราษฎรบำรุง ๒ จำนวน 2 ห้อง 3) ห้องปฏิบัติศาสนกิจ (ศาสนาพุทธ,ศาสนาอิสลาม) จำนวน 2 ห้อง 4) ห้องปฏิบัติการวิชาวิทยาศาสตร์ จำนวน 3 ห้อง 5) ห้องปฏิบัติการวิชาคณิตศาสตร์ จำนวน 1 ห้อง 6) ห้องปฏิบัติการวิชาภาษาต่างประเทศ จำนวน 1 ห้อง 7) ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ จำนวน 1 ห้อง 8) ห้องปฏิบัติการวิชานาฏศิลป์ จำนวน 1 ห้อง 9) ห้องอาเซียนศึกษา จำนวน 2 ห้อง 10) ห้องปฏิบัติการพิมพ์ดีด จำนวน 1 ห้อง 11) ห้องปฏิบัติการคหกรรม จำนวน 1 ห้อง 12) ห้อง E-Learning จำนวน 1 ห้อง 13) ห้องแนะแนว จำนวน 1 ห้อง 14) ห้องพยาบาล จำนวน 1 ห้อง 1.6.2 แหล่งเรียนรู้ภายนอกโรงเรียน โรงเรียนคณะราษฎรบำรุง ๒ มุ่งมั่นที่จะพัฒนาผู้เรียนให้เป็น บุคคลแห่งการเรียนรู้ตามวิสัยทัศน์ของโรงเรียน จึงสนับสนุนให้นำนักเรียนไปศึกษาหาความรู้จากแหล่ง เรียนรู้ภายนอกโรงเรียนประกอบด้วย 1) สำนักงานเทศบาลตำบลยุโป ตำบลยุโป อำเภอเมือง จังหวัดยะลา 2) วัดยูปาราม ตำบลยุโป อำเภอเมือง จังหวัดยะลา 3) วัดหน้าถ้ำ ตำบลหน้าถ้ำ อำเภอเมือง จังหวัดยะลา 4) ศูนย์วิทยาศาสตร์ จังหวัดยะลา ตำบลสะเตง อำเภอเมือง จังหวัดยะลา 5) มหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา ตำบลสะเตง อำเภอเมือง จังหวัดยะลา 6) วัดเมืองยะลา ตำบลสะเตง อำเภอเมือง จังหวัดยะลา 7) วัดพุทธภูมิ ตำบลสะเตง อำเภอเมือง จังหวัดยะลา 8) โรงพยาบาลศูนย์ยะลา ตำบลสะเตง อำเภอเมือง จังหวัดยะลา 9) ศูนย์เยาวชน เทศบาลนครยะลา ตำบลสะเตง อำเภอเมือง จังหวัดยะลา 10) TK. Park เทศบาลนครยะลา ตำบลสะเตง อำเภอเมือง จังหวัดยะลา
แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี (2566 – 2570) 8 ส่วนที่ 2 วิเคราะห์องค์กร
แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี (2566 – 2570) 9 ส่วนที่ 2 วิเคราะห์องค์กร วิเคราะห์สภาพแวดล้อม โรงเรียนคณะราษฎรบำรุง ๒ (SWOT Analysis) การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์สถานการณ์ เพื่อให้ผู้บริหารรู้ จุดแข็ง จุดอ่อน สภาพภายในของโรงเรียน โอกาส และอุปสรรค์ของสภาพภายนอก ซึ่งจะช่วยให้ทราบว่าองค์กรได้ เดินทางมาถูกทิศทางและไม่หลงทาง นอกจากนี้ยังบอกได้ว่าองค์กรมีแรงขับไปยังเป้าหมายได้ดีหรือไม่ มั่นใจได้อย่างไรว่าระบบการทำงานในองค์กรยังมีประสิทธิพอยู่ มีจุดอ่อนที่จะต้องปรับปรุงอย่างไร ซึ่งการ วิเคราะห์สภาพแวดล้อม (SWOT Analysis) โรงเรียนคณะราษฎรบำรุง๒ มีดังนี้ วิเคราะห์บริบทโรงเรียน (SWOT) สภาพภายนอก โอกาส (Opportunities) อุปสรรค (Threats) 1. ผู้ปกครองและคนในชุมชนให้ความสนใจในด้าน การปฏิรูปการศึกษา 2. หน่วยงานและองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนให้ การสนับสนุนกิจกรรมของโรงเรียน 3. นักเรียนมีความรักในวัฒนธรรม ประเพณี ใน ท้องถิ่น 4. การให้บริการสื่อเทคโนโลยี และแหล่งเรียนรู้ เพื่อการสืบค้นข้อมูลแก่ครู และนักเรียน สะดวกสบาย 5. โรงเรียนตั้งอยู่ห่างไกลเขตอุตสาหกรรม 6. ภูมิปัญญาท้องถิ่น กับการดำรงชีวิต อย่าง พอเพียง 7. ความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี (คอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต ) ทำให้นักเรียนมีความต้องการ บริโภค ส่งผลทำให้นักเรียนเกิดความรอบรู้ และ สามารถแสวงหาความรู้ได้ด้วยตนเอง 8. ผู้ปกครอง กรรมการสถานศึกษา องค์กรเอกชน ต่าง ๆ ร่วมกับทางโรงเรียนได้บริจาค ทุนทรัพย์ ในด้านต่าง ๆ และวัสดุอุปกรณ์สนับสนุน การศึกษา ส่งผลทำให้การศึกษาของโรงเรียน พัฒนามีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น 9. พระราชบัญญัติการศึกษาเอื้อต่อการเรียนการ สอน 10.นโยบายรัฐเรื่องการศึกษาภาคบังคับ 11.โครงการเรียนฟรี 15 ปี อย่างมีคุณภาพ 1. นักเรียนไม่ได้อยู่ร่วมกับบิดา-มารดา ทำให้ขาด การดูแลบุตร 2. ผู้ปกครองส่วนใหญ่มีปัญหาด้านครอบครัว แตกแยกส่งผลกระทบต่อผลการเรียนของ นักเรียน 3. ผู้ปกครองส่วนใหญ่มีรายได้น้อย ประกอบอาชีพ รับจ้าง ไม่มีเวลาดูแลนักเรียน ขาดวัสดุอุปกรณ์ ส่งเสริมการเรียน ส่งผลกระทบต่อผลการเรียน ของนักเรียน 4. โรงเรียนตั้งอยู่ในชุมชนชานเมืองทำให้การ เดินทางมาค่อนข้างสะดวก 5. นักเรียนบางส่วนนำสื่อเทคโนโลยีไปใช้ในทางที่ ผิด 6. ชุมชนขาดการควบคุมการให้บริการด้าน เทคโนโลยี เช่น ร้านอินเตอร์เน็ต เกมส์ 7. ขาดแหล่งบริการด้านเทคโนโลยีในชุมชนที่เอื้อ ต่อการเรียนรู้ 8. ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ 9. พ่อ – แม่ ผู้ปกครองไปประกอบอาชีพ ต่างจังหวัด เพื่อหารายได้ทำให้ไม่มีเวลาในการ ดูแลบุตรหลาน 10.นโยบายการจัดสรรงบประมาณรายหัวของ รัฐบาลยังไม่เพียงพอกับการบริหารจัดการภายใน โรงเรียน 11.ชุมชนขาดการควบคุมการให้บริการด้าน
แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี (2566 – 2570) 10 โอกาส (Opportunities) อุปสรรค (Threats) 12.สภาพธรรมชาติและสภาพแวดล้อม เอื้ออำนวย ต่อการเรียนการสอน 13.มีภูมิปัญญาท้องถิ่นและแหล่งเรียนรู้ที่ หลากหลาย 14.ผู้ปกครองให้ความไว้วางใจและมีความเชื่อมั่นใน ครูผู้สอน 15.มีแหล่งสืบค้นข้อมูล แหล่งเรียนรู้นวัตกรรมและ เทคโนโลยีหลากหลายทั้งสถาบันการศึกษา และ องค์กรเอกชนที่อยู่ ใกล้โรงเรียน เทคโนโลยี เช่น ร้านอินเตอร์เน็ต เกมส์ วิเคราะห์บริบทโรงเรียนคณะราษฎรบำรุง๒ (SWOT) สภาพภายใน จุดแข็ง (Strengths) จุดอ่อน (Weaknesses) 1. สถานศึกษามีโครงสร้างการบริหารงาน ชัดเจน 2. โรงเรียนกำหนดวิสัยทัศน์และพันธกิจ ชัดเจน ทำให้ การทำงานบรรลุเป้าหมาย อย่างมีประสิทธิภาพ 3. บุคลากรมีความรู้ ความสามารถ หลากหลาย เป็นผลดีต่อการจัดการศึกษา 4. โรงเรียนมีการประสานงานกับหน่วยงานอื่น ในการพัฒนาโรงเรียน 5. การจัดสภาพแวดล้อมสะอาด สวยงาม ร่ม รื่น เอื้อแก่การเรียนรู้ 6. การจัดกิจกรรมส่งเสริม พัฒนาบุคลิกภาพ สุขภาพและอนามัยของนักเรียน ให้อยู่ใน สังคมได้อย่างมีความสุข 7. มีการจัดกิจกรรมการส่งเสริมจิตสาธารณะ ในโรงเรียน 8. นักเรียนมีความเข้าใจในหลักการ ประชาธิปไตยและ สามารถนำไปใช้ในการ ปฏิบัติจริงได้ 9. นักเรียนดำรงชีวิตอยู่ในสังคม ได้อย่างมี ความสุข 1. ครูมีภาระงานมากเกินไป เป็นผลให้เวลาในการ เตรียมการสอนน้อย 2. การนิเทศติดตามงานไม่สม่ำเสมอ 3. นักเรียนยังขาดคุณธรรม จริยธรรม เช่น ความ รับผิดชอบ การรักษาสมบัติของโรงเรียน 4. นักเรียนขาดความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย 5. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในบางวิชายังไม่เป็นที่น่าพอใจ 6. โรงเรียนมีวัสดุ อุปกรณ์สำหรับจัดการศึกษาไม่ เพียงพอ 7. นักเรียนไม่เอาใจใส่ต่อการเรียน เพราะ ส่วนมากบิดา – มารดา ไปทำงานต่างถิ่น 8. ขาดบุคลากรที่มีความถนัดในวิชาเฉพาะ 9. งบประมาณที่ได้รับไม่เพียงพอต่อการพัฒนาโรงเรียน 10. โสตทัศนูปกรณ์ยังไม่เพียงพอ และขาดบุคลากรที่มี ความสามารถเฉพาะทาง 11. วัสดุครุภัณฑ์ขาดคุณภาพและไม่ตรงตามความ ต้องการ ทำให้ ไม่สามารถจัดกระบวนการเรียนการสอน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 12. บางครั้ง การซ่อมแซมอุปกรณ์ล่าช้า ไม่ทันต่อการใช้ งานงบประมาณในการดำเนินงานไม่เพียงพอ
แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี (2566 – 2570) 11 กราฟแสดงสถานภาพสถานศึกษา (สรุปจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค) SWOT Analysis จากกราฟ แสดงให้เห็นว่า โรงเรียนอยู่ในจุดของ Question Marks (?) หมายถึง จากผลการวิเคราะห์ SWOT โรงเรียนคณะราษฎรบำรุง ๒ เห็นว่าจุดแรเงาหรือจุดสีแดงหรือจุดไข่ แดงพร้อมลูกศร จะปรากฏอยู่ทางด้านโอกาสและจุดอ่อน ซึ่งถือว่าเป็นเอื้อแต่อ่อน Question Marks (?) แสดงให้เห็นว่า โรงเรียนคณะราษฎรบำรุง ๒ มีสภาพภายนอกที่เอื้อต่อการทำงาน คือภายนอกให้การ สนับสนุน ส่วนสภาพภายในโรงเรียนมีปัจจัยบางอย่างมีปัญหาเป็นอุปสรรคในการทำงานและเป็นจุดอ่อนที่ ควรได้รับการปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้โรงเรียนมุ่งไปสู่ STAR โรงเรียนจึงจะได้มาตรฐานมีสมรรถนะสูง ข้อสังเกตจากรูปไข่ โดยส่วนมากปัจจัยภายนอกจะเป็นโอกาส มีส่วนน้อยที่เป็นอุปสรรค ส่วนปัจจัย ภายในเป็นจุดอ่อน มีส่วนน้อยที่จะเป็นแข็ง ดังนั้นหากมุ่งไปสู่ความเป็นเลิศ (STAR) ควรรักษาปัจจัยที่เป็น โอกาสและจุดแข็งไว้ และควรกำจัดจุดอ่อนให้หมดไป
แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี (2566 – 2570) 12 ส่วนที่ 3 สาระสำคัญของแผนกลยุทธ์
แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี (2566 – 2570) 13 ส่วนที่ 3 สาระสำคัญของแผนกลยุทธ์ อุดมการณ์ หลักการในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน อุดมการณ์ เป็นการจัดการศึกษาเพื่อปวงชนโดยรัฐต้องจัดให้มีการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อพัฒนาเยาวชนไทย ทุกคนให้มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ทั้งในฐานะที่เป็นพลเมืองไทยและพลเมืองโลก เพื่อเป็นรากฐานที่ พอเพียงสำหรับการใฝ่เรียนรู้ตลอดชีวิต รวมทั้งเพื่อการพัฒนาหน้าที่การงานและการพัฒนาคุณภาพชีวิต ส่วนตนและครอบครัว และเพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการสร้างสรรค์สังคมไทยให้เป็นสังคมแห่ง การเรียนรู้ เพื่อการพัฒนาประเทศที่ยั่งยืนในอนาคต หลักการ ในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ยึดหลักที่สอดคล้องกับอุดมการณ์ ดังนี้ 1.หลักการพัฒนาผู้เรียนอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม เป็นผู้มีจริยธรรมในการดำเนินชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ใฝ่รู้มีทักษะใน การแสวงหาความรู้ที่พอเพียงต่อการพัฒนางานอาชีพและคุณภาพชีวิตส่วนตน สามารถเผชิญความ เปลี่ยนแปลงได้อย่างเท่าทันและชาญฉลาด และมีความเป็นประชาธิปไตย 2.หลักการจัดการศึกษาเพื่อความเป็นไทย ให้มีความรัก และภาคภูมิใจในท้องถิ่นและ ประเทศชาติมีความรู้และทักษะพื้นฐานสำหรับการประกอบอาชีพสุจริต มีความมุ่งมั่น ขยัน ซื่อสัตย์ ประหยัด อดทน มีลักษณะนิสัยและทัศนคติที่พึงประสงค์ เพื่อเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว ชุมชน สังคมไทย และสังคมโลก 3.หลักแห่งความเสมอภาค คนไทยทั่งปวงต้องมีสิทธิ์เสมอกันในการรับการศึกษา พื้นฐานไม่น้อยกว่า 12 ปี อย่างเท่าถึงเท่าเทียม ควบคู่ไปกับความมีคุณภาพ โดยไม่แบ่งชนชั้นหรือความ แตกต่างทางสังคมวัฒนธรรม 4.หลักการมีส่วนร่วม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการบริหาร และการจัดการศึกษาร่วมกับคณะกรรมการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาเพื่อเสริมสร้าง เอกลักษณ์ศักดิ์ศรีและตอบสนองความต้องการของท้องถิ่นตามนัยของธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร ไทย พุทธศักราช 2540 เกี่ยวกับการกระจายอำนาจ 5.หลักแห่งความสอดคล้อง อุดมการณ์และมาตรฐานในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ต้องสอดคล้องกับสาระบัญญัติในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 พระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2 ) พุทธศักราช 2545 นโยบาย การศึกษาของรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภา สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาของชาติและสัมพันธ์เชื่อมโยงกับ มาตรฐานการอาชีวศึกษา และมาตรฐานการอุดมศึกษา
แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี (2566 – 2570) 14 1. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ได้มีการประกาศใช้ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2560 ซึ่งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา มีบทบัญญัติไว้ใน มาตรา 54 รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุก คนได้รับการศึกษาเป็นเวลาสิบสองปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่ เก็บค่าใช้จ่าย รัฐต้องดำเนินการให้เด็กเล็กได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาตามวรรคที่หนึ่ง เพื่อ พัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาให้สมกับวัย โดยส่งเสริมและสนับสนุนให้องค์กร ปกครอง ส่วนท้องถิ่นและภาคเอกชนเข้ามีส่วนร่วมในการดำเนินการด้วย รัฐต้องดำเนินการให้ประชาชนได้รับการศึกษาตามความต้องการในระบบต่าง ๆ รวมทั้งส่งเสริมให้ มีการเรียนรู้ตลอดชีวิต และจัดให้มีการร่วมมือกันระหว่างรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชนใน การจัดการศึกษาทุกระดับ โดยรัฐมีหน้าที่ดำเนินการ กำกับ ส่งเสริม และสนับสนุนให้การจัดการศึกษา ดังกล่าวมีคุณภาพ และได้มาตรฐานสากล ทั้งนี้ ตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ ซึ่งอย่างน้อยต้องมี บทบัญญัติเกี่ยวกับ การจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติ การดำเนินการและตรวจสอบการดำเนินการ ให้ เป็นไปตามแผนการศึกษาแห่งชาติด้วย การศึกษาทั้งปวงต้องมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีวินัย ภูมิใจในชาติ สามารถเชี่ยวชาญได้ตาม ความถนัดของตนและมีความรับผิดชอบต่อครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ ในการดำเนินการให้เด็กเล็กได้รับการดูแลและพัฒนาตามวรรคสอง หรือให้ประชาชนได้รับ การศึกษา ตามวรรคสาม รัฐต้องดำเนินการให้ผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายใน การศึกษา ตามความถนัดของตน 2. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ได้กำหนดคำนิยามการศึกษาขั้นพื้นฐาน หมายถึง การศึกษาระดับก่อนอุดมศึกษา และกำหนดในมาตรา 10 การจัดการศึกษา ต้องจัดให้บุคคลมีสิทธิและ โอกาส เสมอกันในการรับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่าสิบสองปีที่รัฐต้องจัดให้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย การจัดการศึกษาสำหรับบุคคลซึ่งมีความบกพร่องทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ สังคม การ สื่อสารและการเรียนรู้ หรือมีร่างกายพิการ หรือทุพพลภาพหรือบุคคลซึ่งไม่สามารถพึ่งตนเองได้ หรือไม่มี ผู้ดูแลด้อยโอกาส ต้องจัดให้บุคคลดังกล่าวมีสิทธิและโอกาสได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นพิเศษ การศึกษาสำหรับคนพิการ ให้จัดตั้งแต่แรกเกิดหรือพบความพิการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และให้ บุคคลดังกล่าวมีสิทธิได้รับสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา ตาม หลักเกณฑ์และวิธีการ ที่กำหนดในกฎกระทรวง การจัดการศึกษาสำหรับบุคคลซึ่งมีความสามารถพิเศษ ต้องจัดด้วยรูปแบบที่เหมาะสม โดย คำนึงถึงความสามารถของบุคคล
แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี (2566 – 2570) 15 3. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 28/2559 เรื่องให้จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 15 ปี โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ได้กำหนดนิยามการศึกษาขั้นพื้นฐาน 15 ปี เป็นการศึกษาตั้งแต่ระดับก่อนประถมศึกษา (อนุบาล) (ถ้ามี) ระดับประถมศึกษา จนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.3) หรือ เทียบเท่า และให้หมายความรวมถึงการศึกษาพิเศษและการศึกษาสงเคราะห์ 4. ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561 - 2580 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 กำหนดให้รัฐมียุทธศาสตร์ชาติ เป็น เป้าหมาย การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อใช้เป็นกรอบในการจัดทำแผนต่าง ๆ ให้ สอดคล้อง และบูรณาการกัน ต่อมาได้มีการตราพระราชบัญญัติการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2560 ซึ่ง กำหนดให้หน่วยงานรัฐทุกหน่วย มีหน้าที่ดำเนินการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561 - 2580 โดยมีวิสัยทัศน์ คือ “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศที่พัฒนา แล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” โดยการประเมินผลการพัฒนาตาม ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561 - 2580 ประกอบด้วย ความอยู่ดีมีสุขของคนไทยและสังคมไทย ขีด ความสามารถในการแข่งขัน การพัฒนาเศรษฐกิจ และการกระจายรายได้ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของ ประเทศ ความเท่าเทียมและความเสมอภาคของสังคม ความหลากหลายทางชีวภาพ คุณภาพสิ่งแวดล้อม และความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติ และประสิทธิภาพ การบริหารจัดการและการเข้าถึงการให้บริการ ของภาครัฐ การพัฒนาประเทศในช่วงเวลาของยุทธศาสตร์ชาติ จะมุ่งเน้นการสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนา ความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยการมีส่วนร่วม ของทุกภาคส่วนในรูปแบบ “ประชารัฐ” ซึ่งยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ 6 ยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย 1) ยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง 2) ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน 3) ยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้าง ศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ 4) ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม 5) ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และ 6) ยุทธศาสตร์ชาติ ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ เพื่อให้ทรัพยากรมนุษย์ในทุกมิติและในทุกช่วงวัยสามารถได้รับการพัฒนาและยกระดับได้เต็ม ศักยภาพและเหมาะสม ยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์จึงได้ กำหนดประเด็นยุทธศาสตร์ที่เน้นทั้งการแก้ไขปัญหาการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในปัจจุบัน และการ เสริมสร้างและยกระดับการพัฒนาที่ให้ความสำคัญที่ครอบคลุมทั้งในส่วนของการพัฒนาทุนมนุษย์ และ ปัจจัยและสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่าง ครอบคลุม ประกอบด้วย การพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต ควบคู่กับการปฏิรูปที่สำคัญทั้งในส่วนของ การปรับเปลี่ยนค่านิยมและวัฒนธรรม เพื่อให้คนมีความดีอยู่ใน “วิถี” การดำเนินชีวิตและมีจิตสำนึกร่วมใน การสร้างสังคมที่น่าอยู่ และมีการปฏิรูปการเรียนรู้แบบพลิกโฉม ในทุกระดับตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงการ เรียนรู้ตลอดชีวิต โดยการพัฒนาระบบการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง ในศตวรรษที่ 21 มีการ ออกแบบระบบการเรียนรู้ใหม่ การเปลี่ยนบทบาทครู การเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหาร จัดการศึกษา และ การพัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้สามารถกำกับการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับตนเองได้ อย่างต่อเนื่องแม้จะออกจากระบบการศึกษาแล้ว รวมถึงความตระหนักถึงพหุปัญญาของมนุษย์ ที่ หลากหลาย ตลอดจนพัฒนา และรักษากลุ่มผู้มีความสามารถพิเศษของพหุปัญญาแต่ละประเภท
แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี (2566 – 2570) 16 เพื่อให้การขับเคลื่อนการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพ ทรัพยากรมนุษย์ สามารถขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้มีการกำหนดแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ ชาติขึ้นเพื่อให้เห็นกรอบแนวทางในการดำเนินการที่ชัดเจนขึ้น 5. แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 - 2580) แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ เป็นแผนระดับสองที่จัดทำไว้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตาม ยุทธศาสตร์ชาติ โดยจะมีผลผูกพันต่อหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องจะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามนั้น รวมทั้ง การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณจะต้องสอดคล้องกับแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งประเด็นแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 23 ประเด็น ประกอบด้วย 1) ความมั่นคง 2) การ ต่างประเทศ 3) การพัฒนาการเกษตร 4) อุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต 5) การท่องเที่ยว 6) การ พัฒนาพื้นที่และเมืองน่าอยู่อัจฉริยะ 7) โครงสร้างพื้นฐานระบบโลจิสติกส์และดิจิทัล 8) ผู้ประกอบการและ วิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมยุคใหม่ 9) เขตเศรษฐกิจพิเศษ 10) การปรับเปลี่ยนค่านิยมและ วัฒนธรรม 11) การพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต 12) การพัฒนาการเรียนรู้ 13) การสร้างให้คนไทยมี สุขภาวะที่ดี 14) ศักยภาพการกีฬา 15) พลังทางสังคม 16) เศรษฐกิจฐานราก 17) ความเสมอภาคและ หลักประกันทางสังคม 18) การเติบโตอย่างยั่งยืน 19) การบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ 20) การบริการ ประชาชนและประสิทธิภาพภาครัฐ 21) การต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ 22) กฎหมายและ กระบวนการยุติธรรม และ 23) การวิจัยและพัฒนานวัตกรรม โดยมีแผนแม่บท ที่กระทรวงศึกษาธิการ ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการ 2 แผนแม่บท ดังนี้ 5.1 แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (11) การพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต แผนแม่บทประเด็นศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต ได้กำหนดแผนย่อยไว้ 5 แผนย่อย เพื่อพัฒนา และ ยกระดับทรัพยากรมนุษย์ในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เต็มศักยภาพและเหมาะสม ดังนี้ 1) การสร้าง สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพมนุษย์ 2) การพัฒนาเด็กตั้งแต่ช่วงการตั้งครรภ์ จนถึงปฐมวัย 3) การพัฒนาช่วงวัยเรียน/วัยรุ่น 4) การพัฒนาและยกระดับศักยภาพวัยแรงงาน 5) การ ส่งเสริมศักยภาพวัยผู้สูงอายุ โดยกระทรวงศึกษาธิการได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยงานสนับสนุนแผนแม่บท ดังกล่าว โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จะมีความเกี่ยวข้องกับแผนแม่บทย่อยที่ 2) และ 3) 5.2 แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (12) ประเด็น การพัฒนาการเรียนรู้ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติประเด็น การพัฒนาการเรียนรู้ ได้กำหนดประเด็นยุทธศาสตร์ ที่ เน้นทั้งการแก้ไขปัญหาในปัจจุบัน และการเสริมสร้างและยกระดับการพัฒนาการศึกษาและการเรียนรู้ ทั้ง การศึกษาในระบบ นอกระบบ และการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยการพัฒนาระบบการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการ เปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 มีการออกแบบระบบการเรียนรู้ใหม่ การเปลี่ยนบทบาทครู การเพิ่ม ประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการศึกษา และการพัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้ สามารถกำกับการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับตนเองได้อย่างต่อเนื่องแม้จะออกจากระบบการศึกษาแล้ว ควบคู่กับ การส่งเสริมการพัฒนาคนไทยตามพหุปัญญาให้เต็มตามศักยภาพ รวมถึงการสร้างเสริมศักยภาพผู้มี ความสามารถพิเศษให้สามารถต่อยอด การประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง โดยประกอบด้วย 2 แผนย่อย ดังนี้ 1) การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 และ 2) การ ตระหนักถึงพหุปัญญาของมนุษย์ที่หลากหลาย โดยกระทรวงศึกษาธิการได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยงาน หลักในการดำเนินการแผนแม่บทดังกล่าว
แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี (2566 – 2570) 17 6. แผนการปฏิรูปประเทศ แผนการปฏิรูปประเทศ เป็นแผนระดับสองที่จัดทำขึ้นเพื่อกำหนดกลไก วิธีการ และขั้นตอนการ ปฏิรูปประเทศในด้านต่าง ๆ โดยการปฏิรูปประเทศต้องดำเนินการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามที่บัญญัติไว้ใน รัฐธรรมนูญ ประกอบด้วย ประเทศชาติมีความสงบเรียบร้อย มีความสามัคคี สังคมมีความสงบสุข เป็นธรรม และมีโอกาส อันทัดเทียมกัน เพื่อขจัดความเหลื่อมล้ำ มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีส่วนร่วมในการพัฒนา ประเทศ ทั้งนี้ การปฏิรูปประเทศต้องสอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่ง แผนการปฏิรูปประเทศ ประกอบด้วย 12 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านการเมือง 2) ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน 3) ด้านกฎหมาย 4) ด้านกระบวนการยุติธรรม 5) ด้านเศรษฐกิจ 6) ด้านทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม 7) ด้านสาธารณสุข 8) ด้านสื่อสารมวลชน และเทคโนโลยีสารสนเทศ 9) ด้านสังคม 10) ด้าน พลังงาน 11) ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และประพฤติมิชอบ 12) ด้านการศึกษา โดย แผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษามีแผนงานเพื่อการปฏิรูป 5 เรื่อง ได้แก่ 1) การสร้างโอกาสและความ เสมอภาคทางการศึกษาตั้งแต่ระดับปฐมวัย 2) การพัฒนาการจัดการเรียนการสอนสู่การเรียนรู้ฐาน สมรรถนะ เพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 3) การปฏิรูปกลไกและระบบการผลิตและ พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีคุณภาพมาตรฐาน 4) การจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี และ ระบบอื่น ๆ ที่เน้นการฝึกปฏิบัติอย่างเต็มรูปแบบ นำไปสู่การจ้างงานและการสร้างงาน 5) การปฏิรูป บทบาทการวิจัย และระบบธรรมาภิบาลของสถาบันอุดมศึกษา เพื่อสนับสนุนการพัฒนาประเทศไทยออก จากกับดักรายได้ปานกลางอย่างยั่งยืน แผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 258 จ. โดยสรุปได้บัญญัติให้มีการ ดำเนินการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ครอบคลุมให้เด็กเล็กได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับ การศึกษา เพื่อให้เด็กเล็กได้รับการพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาให้สมกับวัย โดย ไม่เก็บค่าใช้จ่าย ให้ดำเนินการตรากฎหมายเพื่อจัดตั้งกองทุนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาให้มีกลไก และระบบการผลิต คัดกรอง และพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพครูและอาจารย์ ให้ได้ผู้มีจิตวิญญาณของความ เป็นครู มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริง ได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับความสามารถและประสิทธิภาพ ในการสอน รวมทั้งมีกลไกสร้างระบบคุณธรรม ในการบริหารงานบุคคลของผู้ประกอบวิชาชีพครูให้มีการ ปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนทุกระดับเพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนได้ตามความถนัดและปรับปรุง โครงสร้างของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว โดยสอดคล้องกันทั้งในระดับชาติและระดับ พื้นที่ ทั้งนี้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 261 กำหนดให้ การปฏิรูปตามมาตรา 258 จ. ด้าน การศึกษามีคณะกรรมการที่มีความเป็นอิสระคณะหนึ่งที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง ดำเนินการศึกษาและจัดทำ ข้อเสนอแนะและร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี ดำเนินการต่อไป นอกจากนี้ การปฏิรูปการศึกษายังเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปประเทศเพื่อสนับสนุนการบรรลุ ตาม ยุทธศาสตร์ชาติที่กำหนดไว้ในด้านต่างๆ เนื่องด้วยการศึกษาเป็นพื้นฐานที่สำคัญของการพัฒนาประเทศ ดังนั้นแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาจึงเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะสนับสนุนการดำเนินการตาม ยุทธศาสตร์ชาติทุกด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ ด้านความเท่าเทียม และความเสมอภาคของสังคม และด้านขีดความสามารถในการแข่งขัน การพัฒนาเศรษฐกิจ และการ กระจายรายได้
แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี (2566 – 2570) 18 ปัญหาและความท้าทายที่สำคัญในการปฏิรูปการศึกษา ปัญหาของระบบการศึกษาของไทยมีความซับซ้อน สูง คุณภาพของการศึกษาต่ำ ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาสูง ปัญหาของระบบการศึกษาเป็นอุปสรรค อย่างยิ่ง ต่อการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ การใช้ทรัพยากรทางการศึกษายังไม่มี ประสิทธิภาพ การกำกับดูแลและการบริหารจัดการระบบการศึกษาของภาครัฐในด้านธรรมาภิบาลเป็น อุปสรรคสำคัญที่บั่นทอนประสิทธิผลของการนำประเด็นการปฏิรูปการศึกษาสู่การปฏิบัติ รวมถึงบริบทของ ประเทศและของโลก กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จากปัญหาและความท้าทายของระบบการศึกษาของไทยที่ได้วิเคราะห์ไว้ในข้อเสนอเพื่อการปฏิรูป การศึกษาจากหน่วยงานต่าง ๆ ข้อเสนอจากการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะในภูมิภาคต่างๆ เวทีทาง วิชาการ มาประกอบการพิจารณาปรับปรุงแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ทำให้แผนการปฏิรูปประเทศ ด้าน การศึกษานี้ประกอบด้วยวัตถุประสงค์ของการปฏิรูป 4 ด้าน 1) ยกระดับคุณภาพของการจัดการศึกษา (Enhance Quality of Education) 2) ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา (Reduce Disparity in Education) 3) มุ่งความเป็นเลิศและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (Leverage Excellence and Competitiveness) 4) ปรับปรุงระบบการศึกษาให้มีประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากร เพิ่มความคล่องตัวในการรองรับความหลากหลายของการจัดการศึกษา และสร้างเสริมธรรมาภิบาล (Improve Efficiency, Agility and Good Governance) โดยได้กำหนดแผนงานเพื่อการปฏิรูปการศึกษา 7 เรื่อง 1) การปฏิรูประบบการศึกษา และการเรียนรู้โดยรวมของประเทศ โดยพระราชบัญญัติการศึกษา แห่งชาติฉบับใหม่และกฎหมายลำดับรอง 2) การปฏิรูปการพัฒนาเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน 3) การ ปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา 4) การปฏิรูปกลไกและระบบการผลิต คัดกรอง และพัฒนาผู้ ประกอบวิชาชีพครูและอาจารย์ 5) การปฏิรูป การจัดการเรียนการสอนเพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลงใน ศตวรรษที่ 21 6) การปรับโครงสร้างของหน่วยงาน ในระบบการศึกษา เพื่อบรรลุเป้าหมายในการ ปรับปรุงการจัดการเรียนการสอน และยกระดับคุณภาพของการ จัดการศึกษา 7) การปฏิรูปการศึกษาและ การเรียนรู้โดยการพลิกโฉมด้วยระบบดิจิทัล (Digitalization for Educational and Learning Reform) 7. แผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา (ฉบับปรับปรุง) แผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ฉบับปรับปรุง มุ่งเน้นกิจกรรมปฏิรูปที่จะส่งผลให้เกิดการ เปลี่ยนแปลง ของภาคการศึกษาที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้เรียน ประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ 5 กิจกรรม โดยพิจารณา ความเชื่อมโยงกับแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2562 ซึ่งหน่วยงานรับผิดชอบได้ขับเคลื่อนการดำเนินการบางกิจกรรมไปแล้ว โดยในแผนการ ปฏิรูปประเทศ ด้านการศึกษาฉบับเดิมที่กำหนดเรื่องและประเด็นปฏิรูปไว้ 7 เรื่อง ซึ่งมีสถานะบรรลุ เป้าหมายประจำปี 2563 ในระดับใกล้เคียงในการบรรลุเป้าหมาย 3 เรื่อง และอยู่ในระดับที่มีความเสี่ยง ในการบรรลุเป้าหมาย 4 เรื่องนั้น ได้นำมาดำเนินการต่อเนื่องในแผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) ผ่านกิจกรรม Big Rock จำนวน 6 เรื่อง และประเด็นปฏิรูป และอีก 1 เรื่องและประเด็นปฏิรูป เป็น กิจกรรมที่มีส่วนร่วมสนับสนุนการขับเคลื่อนกิจกรรม Big Rock ให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ได้ตามเป้าประสงค์ที่ กำหนดไว้ กิจกรรมปฏิรูป 5 กิจกรรมที่กำหนดใหม่และแผนงานเดิมยังมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพการจัด การศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และมุ่งสู่ความเป็นเลิศและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน ของประเทศ ประกอบด้วย 1) การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาตั้งแต่ระดับปฐมวัย 2) การพัฒนาการจัดการเรียนการสอนสู่การเรียนรู้ฐานสมรรถนะเพื่อตอบสนอง การเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่
แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี (2566 – 2570) 19 21 3) การปฏิรูปกลไกและระบบการผลิตและพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีคุณภาพมาตรฐาน 4) การจัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีและระบบอื่น ๆ ที่เน้นการฝึกปฏิบัติอย่างเต็มรูปแบบนำไปสู่การจ้างงาน และการสร้างงาน 5) การปฏิรูปบทบาทการวิจัยและระบบธรรมาภิบาลของสถาบันอุดมศึกษาเพื่อสนับสนุน การพัฒนาประเทศไทยออกจากกับดักรายได้ปานกลางอย่างยั่งยืน 8. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 - 2570) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 - 2570) เป็นแผนระดับสอง ซึ่งเป็นแผนพัฒนาที่จัดทำโดยคำนึงถึงความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายของรัฐบาล และ สภาพการณ์ ทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศและโลก รวมถึงมีความสำคัญต่อการบรรลุเป้าหมายการ พัฒนาประเทศ ในระยะยาวที่จะช่วยสนับสนุนให้การพัฒนาประเทศได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนบน เป้าหมายร่วมที่ชัดเจน และยังเอื้อประโยชน์ต่อการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลความสำเร็จของแผน เพื่อนำมาปรับปรุงกระบวนการและวิธีการดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมายตามที่มุ่งหวังได้ดียิ่งขึ้น ซึ่ง แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 - 2570) ประกอบด้วย 13 หมุดหมาย ได้แก่ หมุดหมายที่ 1 ไทยเป็นประเทศชั้นนำด้านสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปมูลค่าสูง หมุดหมายที่ 2 ไทยเป็นจุดหมายของการท่องเที่ยวที่เน้นคุณภาพและความยั่งยืน หมุดหมายที่ 3 ไทยเป็นฐานการผลิตยาน ยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญของโลก หมุดหมายที่ 4 ไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์และสุขภาพมูลค่าสูง หมุด หมายที่ 5 ไทยเป็นประตูการค้าการลงทุนและยุทธศาสตร์ทางโลจิสติกส์ที่สำคัญของภูมิภาค หมุดหมายที่ 6 ไทยเป็นฐานการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะที่สำคัญของโลก หมุดหมายที่ 7 ไทยมีวิสาหกิจขนาด กลางและขนาดย่อมที่เข้มแข็ง มีศักยภาพสูง และสามารถแข่งขันได้ หมุดหมายที่ 8 ไทยมีพื้นที่และเมือง อัจฉริยะที่น่าอยู่ ปลอดภัย เติบโตได้อย่างยั่งยืน หมุดหมายที่ 9 ไทยมีความยากจนข้ามรุ่นลดลง และคน ไทยทุกคนมีความคุ้มครองทางสังคมที่เพียงพอ เหมาะสม หมุดหมายที่ 10 ไทยมีเศรษฐกิจหมุนเวียนและ สังคมคาร์บอนต่ำ หมุดหมายที่ 11 ไทยสามารถลดความเสี่ยงและผลกระทบจากภัยธรรมชาติ และการ เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หมุดหมายที่ 12 ไทยมีกำลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตอบ โจทย์การพัฒนาแห่งอนาคต และหมุดหมายที่ 13 ไทยมีภาครัฐที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์ ประชาชน โดยหมุดหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา ขั้นพื้นฐานมากที่สุด นั่นคือ หมุดหมายที่ 12 ซึ่งมี รายละเอียดดังนี้ หมุดหมายที่ 12 ไทยมีกำลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์การพัฒนาแห่ง อนาคต หมุดหมายที่ 12 มีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติใน 3 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านการสร้าง ความสามารถ ในการแข่งขัน ในประเด็นเป้าหมาย ประเทศไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น 2) ด้านการพัฒนา และเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ในประเด็นเป้าหมาย คนไทยเป็นคนดี คนเก่ง มี คุณภาพ พร้อมสำหรับ วิถีชีวิตในศตวรรษที่ 21 และสังคมไทยมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อและสนับสนุนต่อการ พัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต และ 3) ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ในประเด็นเป้าหมาย สร้างความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ำในทุกมิติ และกระจายศูนย์กลางความเจริญทางเศรษฐกิจและ สังคมเพิ่มโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามาเป็นกำลัง ของการพัฒนาประเทศในทุกระดับ หมุดหมายที่ 12 มุ่งตอบสนองเป้าหมายหลักของแผน 2 เป้าหมาย ได้แก่ 1) การพัฒนาคน สำหรับยุคใหม่ โดยการพัฒนาคนทุกช่วงวัยได้รับการพัฒนาในทุกมิติ การพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง สอดคล้องกับความต้องการของภาคการผลิต เป้าหมาย สามารถสร้างงานอนาคต และสร้างผู้ประกอบการ
แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี (2566 – 2570) 20 อัจฉริยะที่มีความสามารถในการสร้างและใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม 2) การมุ่งสู่สังคมแห่งโอกาสและ ความเป็นธรรม ด้วยการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ทั้งการพัฒนาระบบนิเวศเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต และพัฒนาทางเลือกในการเข้าถึงการเรียนรู้สำหรับผู้ที่ไม่สามารถเรียนในระบบการศึกษาปกติ โดยมี เป้าหมายระดับหมุดหมาย และตัวชี้วัด ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดังนี้ เป้าหมายที่ 1 คนไทยได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพในทุกช่วงวัย มีสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับ โลกยุคใหม่ มีคุณลักษณะตามบรรทัดฐานที่ดีของสังคม มีคุณธรรม จริยธรรม และมีภูมิคุ้มกันต่อการ เปลี่ยนแปลงอย่างพลิกโฉมฉับพลันของโลก สามารถดำรงชีวิตร่วมกันในสังคมได้อย่างสงบสุข ตัวชี้วัดที่ 1.1 ดัชนีพัฒนาการเด็กสมวัยเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 88 ณ สิ้นสุดแผนฯ ตัวชี้วัดที่ 1.2 ร้อยละของนักเรียนที่มีสมรรถนะไม่ถึงระดับพื้นฐานของทั้ง 3 วิชา ในแต่ละกลุ่มโรงเรียนลดลงร้อยละ 8 เมื่อสิ้นสุดแผนฯ ตัวชี้วัดที่ 1.3 ทุนชีวิตเด็กและเยาวชนไทยเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 เมื่อสิ้นสุดแผนฯ เป้าหมายที่ 2 กำลังคนมีสมรรถนะสูง สอดคล้องกับความต้องการของภาคการผลิตเป้าหมาย และ สามารถสร้างงานอนาคต ตัวชี้วัดที่ 2.1 ดัชนีความสามารถในการแข่งขันของสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum: WEF) 6 ด้านทักษะ คะแนนเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 เมื่อสิ้นสุดแผนฯ เป้าหมายที่ 3 ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงการเรียนรู้ตลอดชีวิต ตัวชี้วัดที่ 3.2 กลุ่มประชากรอายุ 15 – 24 ปี ที่ไม่ได้เรียน ไม่ได้ทำงาน หรือ ไม่ได้ฝึกอบรม ไม่เกินร้อยละ 5 เมื่อสิ้นแผนฯ 9. กลยุทธ์การพัฒนา (เฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาขั้นพื้นฐาน) กลยุทธ์ที่ 1 การพัฒนาคนไทยทุกช่วงวัยในทุกมิติ กลยุทธ์ย่อยที่ 1.1 พัฒนาเด็กช่วงตั้งครรภ์จนถึงปฐมวัยให้มีพัฒนาการรอบด้าน มีอุปนิสัยที่ดี โดยการเตรียมความพร้อมพ่อแม่ผู้ปกครองและสร้างกลไกประสานความร่วมมือ เพื่อดูแลหญิง ตั้งครรภ์ให้ได้รับบริการที่มีคุณภาพ และดูแลเด็กให้มีพัฒนาการสมวัย ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ – 6 ปี การพัฒนา ครูและผู้ดูแลเด็กปฐมวัยให้มีความรู้และทักษะการดูแลที่เพียงพอ มีจิตวิทยาการพัฒนาการของเด็ก ปฐมวัย สามารถทางานร่วมกับพ่อแม่ผู้ปกครองในการส่งเสริมพัฒนาการด้านการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยให้มี พัฒนาการสมวัยตามหลักการพัฒนาสมองและกระบวนการเรียนรู้แก่เด็ก ควบคู่กับการพัฒนาการด้าน ร่างกาย สาธารณสุข และโภชนาการ เพื่อส่งเสริม ให้เด็กมีพัฒนาการที่ดีอย่างรอบด้านก่อนเข้าสู่วัยเรียน การยกระดับสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยให้ได้มาตรฐาน และจัดสรรทรัพยากรที่เพียงพอสาหรับการ ดำเนินงาน เพื่อให้เป็นกลไกการพัฒนาเด็กปฐมวัยรายพื้นที่ที่มีคุณภาพ การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อ การเรียนรู้และการดูแลปกป้องเด็กปฐมวัย ให้มีพัฒนาการที่ดีรอบด้าน สติปัญญาสมวัย โดยการมีส่วนร่วม ของครอบครัว ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาสังคม และภาคเอกชน รวมถึงพัฒนาระบบ สารสนเทศเด็กรายบุคคลเพื่อการส่งต่อไปยังสถานศึกษาและการพัฒนาที่ต่อเนื่อง กลยุทธ์ย่อยที่ 1.2 พัฒนาผู้เรียนระดับพื้นฐานให้มีความตระหนักรู้ในตนเอง มี สมรรรถนะที่จำเป็นต่อการเรียนรู้ การดำรงชีวิตและการทำงาน โดย การพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ และขับเคลื่อน สู่การปฏิบัติ การยกระดับการผลิตและพัฒนาครูทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ การ ปรับปรุงระบบวัด และประเมินผู้เรียนให้มีความหลากหลายตามสภาพจริง ตลอดจนมีการประเมินการ เรียนรู้เพื่อปรับปรุง และพัฒนาการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียนเป็นรายบุคคล การพัฒนาระบบ
แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี (2566 – 2570) 21 สนับสนุนการเรียนรู้ โดย 1) การแก้ไขภาะการถดถอยของความรู้ในวัยเรียน โดยสถานศึกษาพัฒนาแนว ปฏิบัติและระบบสนับสนุน ที่เหมาะสม รวมทั้งส่งเสริมการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน และการเรียนรู้ที่ บ้านในสถานการณ์ฉุกเฉิน 2) การพัฒนาระบบแนะแนวให้มีประสิทธิภาพ โดยพัฒนาครูและผู้ประกอบ อาชีพแนะแนวให้สามารถร่วมวางแผนเส้นทางการเรียนรู้ การประกอบอาชีพ และการดาเนินชีวิตของ ผู้เรียนได้ตามความสนใจ ความถนัด 3) พัฒนาสถานศึกษาให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยของผู้เรียนทุกคน โดย พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพที่เหมาะสมกับการเรียนรู้ สร้างความรู้ความเข้าใจแก่ครู บุคลากร ทางการศึกษา และผู้เรียน ถึงแนวทางการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสงบสุขบนหลักของการเคารพ ควา ม หลากหลายทั้งทางความคิด มุมมองของคนระหว่างรุ่น และอัตลักษณ์ส่วนบุคคล เพื่อการวางอนาคต ในการ พัฒนาประเทศร่วมกัน การส่งเสริมการเรียนรู้วิชาชีวิตในโรงเรียน และมีแนวปฏิบัติ ในการคุ้มครอง สวัสดิ ภาพของผู้เรียน โดยเฉพาะจากการถูกกระทำโดยวิธีรุนแรงทั้งกายวาจา และการกลั่นแกล้ง 4) การปรับปรุง ระบบการจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรทางการศึกษา ที่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน เป็นสำคัญ และอยู่บนหลักความเสมอภาคและเป็นธรรม รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี และดิจิทัล ให้มีความครอบคลุมในทุกพื้นที่ 5) การกระจายอำนาจ ไปสู่สถานศึกษาและเพิ่มบทบาทของภาคเอกชน และภาคประชาสังคมในการจัดการศึกษา โดยปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบที่เอื้อให้สถานศึกษามีความเป็น อิสระ ในการบริหารด้านการจัดการศึกษา ด้านวิชาการ ด้านงบประมาณ และด้านบุคลากร รวมทั้ง ขับเคลื่อนการสร้างนวัตกรรมทางการศึกษาตามบริบทของโรงเรียนและพื้นที่ ตลอดจนส่งเสริมบทบาทของ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาสังคมในการจัดการเรียนรู้ และการร่วมลงทุนเพื่อ การศึกษา 6) การส่งเสริม ผู้มีความสามารถพิเศษ โดยพัฒนาระบบเสาะหาและกลไกการการบริหารจัดการ และส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษตามแนวคิดพหุปัญญาอย่างเป็นระบบ อาทิ การสนับสนุนทุนการศึกษา ต่อ ฝึกประสบการณ์ทำงานวิจัยในองค์กรชั้นนำ ตลอดจนส่งเสริมการทางานที่ใช้ความสามารถพิเศษอย่าง เต็มศักยภาพ 7) ผู้มีความต้องการพิเศษได้รับโอกาสและเข้าถึงการศึกษาและแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย โดย สถานศึกษาจัดการศึกษาที่หลากหลายและเหมาะสมเฉพาะกลุ่ม ให้เป็นทางเลือกแก่ผู้เรียนเพื่อยุติการออก กลางคัน และพัฒนากลไกสนับสนุนรวมถึงการปรับกฎระเบียบให้เอื้อต่อภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และ องค์การที่ไม่แสวงหากำไรในการดูแลกลุ่มผู้มีความต้องการพิเศษ อาทิ การวางแนวทางให้เอกชนสามารถ จัดตั้งสถานฝึกอบรมหรือมีส่วนร่วมรับผิดชอบในการพัฒนาผู้ต้องคำพิพากษา กลยุทธ์ที่ 2 การพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง กลยุทธ์ย่อยที่ 2.1 พัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง สอดคล้องกับความต้องการของ ภาคการผลิตเป้าหมาย และสามารถสร้างงานอนาคต โดยส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนบูรณาการและ เชื่อมโยงความร่วมมือ ด้านการศึกษาฝึกอบรม และร่วมจัดการเรียนรู้ตามโลกสมัยใหม่ที่ครอบคลุมทั้ง ความสามารถในงาน ทักษะในการใช้ชีวิต สมรรถนะดิจิทัลเพื่อการประกอบอาชีพ การดำเนินชีวิตประจาวัน และการใช้สิทธิในการเข้าถึงบริการพื้นฐานภาครัฐและสินค้าบริการได้อย่างเท่าทัน การแก้ปัญหา การมี แนวคิดของผู้ประกอบการ รวมถึงความสามารถในการบริหารตัวเอง และการบริหารคนเพื่อนำทักษะของ สมาชิกทีมที่หลากหลายมาประสานพลังรวมกัน ในการปฏิบัติงานได้อย่างสร้างสรรค์ รวมทั้งกำหนด มาตรการจูงใจ และกลไกการสนับสนุนการฝึกอบรมและร่วมจัดการเรียนรู้ พัฒนาระบบข้อมูลเพื่อการ วางแผนและพัฒนากำลังคน ทั้งข้อมูลอุปสงค์ อุปทานของแรงงาน และการเชื่อมโยงกับสมรรถนะตลอด ห่วงโซ่การผลิตและห่วงโซ่คุณค่าตามรายอุตสาหกรรมของการผลิตและบริการเป้าหมาย รวมถึงการ เชื่อมโยงระบบสมรรถนะกับค่าจ้าง กำหนดมาตรการในการผลิตกาลังคนแบบเร่งด่วน โดยจัดการศึกษา
แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี (2566 – 2570) 22 รูปแบบจำลอง ในสาขาที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ อาทิ ด้านปัญญาประดิษฐ์ และด้านการวิเคราะห์ ข้อมูล กลยุทธ์ที่ 3 การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต กลยุทธ์ย่อยที่ 3.1 พัฒนาระบบนิเวศเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยส่งเสริมให้ภาค ส่วนต่าง ๆ สร้างและพัฒนาแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย โดยกำหนดมาตรการจูงใจที่เหมาะสมเพื่อให้ สถาบันการศึกษา หน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่น องค์กรพัฒนาเอกชน ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน โดยเฉพาะผู้ประกอบการ Startup สร้างและพัฒนาแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย มีสาระที่ทันสมัย สอดคล้อง กับความต้องการของผู้เรียนทุกกลุ่ม ครอบคลุมทุกพื้นที่ เข้าถึงได้ง่ายทั้งพื้นที่กายภาพ และพื้นที่เสมือนจริง สร้างสื่อการเรียนรู้ที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยการสร้างสื่อที่ใช้ภาษาถิ่นเพื่อให้ประชาชนที่ไม่ได้ใช้ ภาษาไทยกลางเป็นภาษาหลักเข้าถึงได้ สื่อทางเลือกสำหรับผู้พิการทางสายตาและผู้พิการทางการได้ยิน รวมถึงสนับสนุนกลุ่มประชากรที่มีข้อจำกัดทางเศรษฐกิจให้เข้าถึงสื่อในราคาที่เข้าถึงได้ การพัฒนาระบบ ธนาคารหน่วยกิต ของประเทศให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ที่สามารถเชื่อมโยงการเรียนรู้ในทุกระดับและ ประเภททั้งในระบบสายสามัญ สายอาชีพ การศึกษานอกระบบและตามอัธยาศัย ตั้งแต่มัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา และนอกระบบ เพื่อสร้างความคล่องตัว และเปิดทางเลือกในการเรียนรู้ให้กับ ผู้เรียนทุกระดับ กำหนดมาตรการจูงใจให้ประชาชนพัฒนาตนเองด้วยการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต โดยจัดให้มีแหล่งเงินทุนเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต อาทิ การพัฒนาเครดิตการฝึกอบรมสำหรับคนทุกกลุ่ม การจัดสรรสิทธิพิเศษในการเข้ารับบริการฝึกอบรม การเข้าชมแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ส่งเสริมให้เอกชนที่ผลิต นวัตกรรม ทางการศึกษา จัดทากิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร โดยกาหนดเงื่อนไขการให้ใช้ ผลิตภัณฑ์โดยไม่มีค่าใช้จ่าย กลยุทธ์ย่อยที่ 3.2 พัฒนาทางเลือกในการเข้าถึงการเรียนรู้สำหรับผู้ที่ไม่สามารถ เรียนในระบบการศึกษาปกติ โดยจัดทำข้อมูลและส่งเสริมการจัดทำแผนการเรียนรู้ที่มีความยืดหยุ่นและ หลากหลาย ของกลุ่มเป้าหมายเป็นรายบุคคลหรือรายกลุ่ม เพื่อให้ผู้เรียนสามารถวางเส้นทางการเรียนรู้ที่ ตอบสนอง ต่อจุดมุ่งหมายในอนาคตของตนเอง และสามารถเทียบโอนประสบการณ์ได้ ทั้งนี้ ให้มีการพัฒนา บุคลากร ที่เกี่ยวข้องในทุกระดับให้มีความเข้าใจและมีสมรรถนะในการพัฒนาผู้เรียนกลุ่มเป้าหมายพิเศษที่มี ความต้องการ ที่ซับซ้อน 10. (ร่าง) นโยบายและแผนแห่งชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ. 2566 - 2570 เป็นแผนระดับที่ 2 อีกแผนหนึ่ง รองรับยุทธศาสตร์ชาติ ด้านความมั่นคง จัดทำเพื่อเป็นกรอบ ทิศทางในการป้องกัน แจ้งเตือน แก้ไข ระงับยับยั้งภัยคุกคาม เพื่อธำรงไว้ซึ่งความั่นคงแห่งชาติและรักษา ผลประโยชน์แห่งชาติ ซึ่งมิได้จำกัดเฉพาะความมั่นคงของรัฐ แต่รวมถึงความมั่นคงของมนุษย์และการ เสริมสร้างความร่วมมือ ระหว่างประเทศทั้งทวิภาคีและพหุภาคี ซึ่ง(ร่าง)นโยบายและแผนแห่งชาติว่าด้วย ความมั่นคงแห่งชาติ เสนอร่างโดยสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ และได้กำหนดให้มีหมวดประเด็น 2 หมวดประเด็น คือ หมวดประเด็นความมั่นคง ซึ่งประกอบด้วย 13 นโยบายและแผนความมั่นคง ได้แก่ 1) การเสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติ 2) การปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติและ การพัฒนาศักยภาพการป้องกันประเทศ 3) การรักษา ความมั่นคงและผลประโยชน์ของชาติพื้นที่ชายแดน 4) การรักษาความมั่นคงและผลประโยชน์ของชาติทางทะเล 5) การป้องกันและแก้ไขปัญหาจังหวัด ชายแดนภาคใต้ 6) การบริหารจัดการผู้หลบหนีเข้าเมือง 7) การป้องกัน และแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ 8) การป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด 9) การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 10) การ
แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี (2566 – 2570) 23 ป้องกันและแก้ไขปัญหาความมั่นคงทางไซเบอร์ 11) การป้องกันและแก้ไขปัญหาการก่อการร้าย 12) การ สร้างดุลยภาพระหว่างประเทศ 13) การบริหารจัดการความเสี่ยงโรคติดต่ออุบัติใหม่ และหมวดประเด็น ศักยภาพความมั่นคง ประกอบด้วย 4 นโยบายและแผนความมั่นคง ได้แก่ 14) การพัฒนาศักยภาพการ เตรียมพร้อมแห่งชาติ และบริหารวิกฤตการณ์ระดับชาติ 15) การพัฒนาระบบข่าวกรองแห่งชาติ 16) การบูรณาการข้อมูลด้านความมั่นคง 17) การเสริมสร้างความมั่นคงเชิงพื้นที่ 11. แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 - 2579 เป็นแผนยุทธศาสตร์ด้านการศึกษาระยะยาว โดยมุ่งจัดการศึกษาให้คนไทยทุกคนสามารถเข้าถึง โอกาสและความเสมอภาคในการศึกษาที่มีคุณภาพ พัฒนาระบบการบริหารจัดการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ พัฒนากำลังคนให้มีสมรรถนะในการทำงานที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดงาน และการพัฒนา ประเทศ เพื่อให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาได้นำไปเป็นกรอบและแนวทาง การพัฒนา การศึกษา และการเรียนรู้สำหรับพลเมืองทุกช่วงวัยตั้งแต่แรกเกิดจนตลอดชีวิต ภายใต้บริบทเศรษฐกิจและ สังคมของประเทศและของโลกที่ขับเคลื่อน ด้วยนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ รวมทั้งความเป็นพลวัต เพื่อให้ประเทศไทยสามารถก้าวข้าม กับดักประเทศ ที่มีรายได้ปานกลางไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งภายใต้กรอบแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ได้กำหนดสาระสำคัญสำหรับบรรลุเป้าหมายของการพัฒนาการศึกษาใน 5 ประการ ได้แก่ การเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา (Access) ความเท่าเทียมทางการศึกษา (Equity) คุณภาพการศึกษา (Quality) ประสิทธิภาพ (Efficiency) และตอบโจทย์บริบทเปลี่ยนแปลง (Relevancy) ในระยะ 20 ปี ข้างหน้า และมียุทธศาสตร์ 6 ประการ คือ 1) การจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคงของสังคม และประเทศชาติ 2) การผลิตและพัฒนากำลังคน การวิจัย และนวัตกรรม เพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของ ประเทศ 3) การพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัย และการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ 4) การสร้างโอกาสความ เสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษา 5) การจัดการศึกษาเพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อม 6) การพัฒนาประสิทธิภาพของระบบบริหารจัดการศึกษา และแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ ชาติได้กำหนด ประเด็นการพัฒนาไว้ 23 ประเด็น มีประเด็นที่เกี่ยวข้อง กับการศึกษาโดยเฉพาะ คือ ประเด็นที่ 11 การพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต และประเด็นที่ 12 การพัฒนาการเรียนรู้ 12. นโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 กระทรวงศึกษาธิการมุ่งมั่นดำเนินการภารกิจหลักตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580) ในฐานะหน่วยงานเจ้าภาพขับเคลื่อนทุกแผนย่อยในประเด็น 12 การพัฒนาการ เรียนรู้ และแผนย่อยที่ 3 ในประเด็น 11 การพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต รวมทั้งแผนการปฏิรูป ประเทศด้านการศึกษา (ฉบับปรับปรุง) และนโยบายรัฐบาลทั้งในส่วนนโยบายหลักด้านการปฏิรูป กระบวนการเรียนรู้ และการพัฒนาศักยภาพของคนไทยทุกช่วงวัย และนโยบายเร่งด่วน เรื่อง การเตรียมคน ไทยสู่ศตวรรษที่ 21 และพหุปัญญาของมนุษย์ที่หลากหลาย นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการขับเคลื่อนแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติประเด็นอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 – 2570) โดยเฉพาะหมุดหมายที่ 12 ไทยมีกำลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตอบโจทย์การพัฒนาแห่งอนาคตแผนการศึกษา แห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 รวมทั้งนโยบายและแผนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมุ่งหวังให้ผู้เรียนทุกช่วงวัย จะได้รับการพัฒนาในทุกมิติ ทั้งในด้านโอกาส ความเท่าเทียม ความเสมอภาค ความปลอดภัย และมี
แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี (2566 – 2570) 24 สมรรถนะที่สำคัญจำเป็น ในศตวรรษที่ 21 และมีความพร้อมร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศสู่ความ มั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน ดังนั้น ในการเร่งรัดการทำงานภาพรวมกระทรวงให้เกิดผลสัมฤทธิ์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นความ ไว้วางใจให้กับสังคมและผลักดันให้การจัดการศึกษามีคุณ ภาพและประสิทธิภาพในทุกมิติ กระทรวงศึกษาธิการจึงได้กำหนดหลักการสำคัญ ในการประกาศนโยบายและจุดเน้นของ กระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ไว้ดังนี้ 1. สร้างความเชื่อมั่น ไว้วางใจให้กับสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้เรียนและประชาชน โดยให้ทุก หน่วยงานนำรูปแบบการทำงานโดยบูรณาการการทำงานร่วมกัน และปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใส ความ รับผิดชอบ ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน 2. สนับสนุนให้ผู้ปฏิบัติงานทุกคนดำเนินการตามภารกิจด้วยความรับผิดชอบ ต่อตนเอง องค์กร ประชาชนและประเทศชาติ โดยให้ความสำคัญกับการประสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ผ่านกลไกการ รับฟังความคิดเห็นมาประกอบการดำเนินงานที่เป็นประโยชน์ต่อการยกระดับคุณภาพการศึกษา 3. ดำเนินการตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ได้ประกาศและแถลงนโยบายไว้แล้ว เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2564 เพื่อมุ่งเน้นผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของภาคการศึกษาที่จะก่อให้เกิด ประโยชน์ต่อผู้เรียนและประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ 13.1 การจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคง 13.1.1 เร่ง สร้างความปลอดภัยในสถานศึกษาเพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นของสังคม และป้องกัน จากภัยคุกคามในชีวิต รูปแบบใหม่ และภัยอื่นๆ โดยมีการดำเนินการตามแผนและมาตรการด้านความปลอดภัยให้แก่ผู้เรียน ครู และบุคลากรในรูปแบบต่างๆ อย่างเข้มข้น รวมทั้งดำเนินการศึกษา วิเคราะห์ วิจัย ติดตามประเมินผลการ ดำเนินการ และแสวงหาสถานศึกษาที่ดำเนินการได้ดีเยี่ยม (Best Practice) เพื่อปรับปรุง พัฒนาและขยาย ผลต่อไป 13. นโยบายและจุดเน้นประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 13.2 ยกระดับคุณภาพการศึกษา 13.2.1 ส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษานำหลักสูตรฐานสมรรถนะไปสู่การปฏิบัติอย่าง เต็มรูปแบบ เพื่อสร้างสมรรถนะที่สำคัญจำเป็นสำหรับศตวรรษที่ 21 ให้กับผู้เรียน 13.1.2 เร่งปลูกฝังทัศนคติ พฤติกรรม และองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้อง โดยบูรณาการอยู่ใน กระบวนการจัดการเรียนรู้ เพื่อสร้างโอกาสในการเรียนรู้และสร้างภูมิคุ้มกันควบคู่กับการใช้สื่อสังคม ออนไลน์ในเชิงบวก และสร้างสรรค์ พร้อมทั้งหาแนวทางวิธีการปกป้องคุ้มครองต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับ ผู้เรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา 13.1.3 เสริมสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ ความตระหนัก และส่งเสริมคุณลักษณะและ พฤติกรรม ที่พึงประสงค์ด้านสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการปรับตัวรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่จะ เกิดขึ้นในอนาคน 13.1.4 เร่งพัฒนาบทบาทและภารกิจของหน่วยงานด้านความปลอดภัยที่มีอยู่ในทุก หน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการให้ดำเนินการอย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ 13.2 ยกระดับคุณภาพการศึกษา 13.2.1 ส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษานำหลักสูตรฐานสมรรถนะไปสู่การปฏิบัติอย่าง เต็มรูปแบบ เพื่อสร้างสมรรถนะที่สำคัญจำเป็นสำหรับศตวรรษที่ 21 ให้กับผู้เรียน
แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี (2566 – 2570) 25 13.2.2 จัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนได้ค้นพบพรสวรรค์ ความสนใจ ความถนัดในอาชีพของ ตนเอง ด้วยการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) ทั้งในห้องเรียน สถานประกอบการ รวมทั้งการเรียนรู้ผ่านแพลตฟอร์มและห้องดิจิทัลให้คำปรึกษาแนะนำ 13.2.3 พัฒนาและบูรณาการกระบวนการจัดการเรียนรู้และการวัดประเมินผลฐาน สมรรถนะ สู่การปฏิบัติในชั้นเรียน เพื่อสร้างความฉลาดรู้ด้านการอ่าน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สร้าง ตรรกะความคิด แบบเป็นเหตุเป็นผลให้นักเรียนไทยสามารถแข่งขันได้กับนานาชาติ 13.2.4 พัฒนาทักษะดิจิทัลและภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) สำหรับผู้เรียนทุกช่วงวัย เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสู่สังคมดิจิทัลในโลกยุคใหม่ 13.2.5 พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมืองและ ศีลธรรมให้มีความทันสมัย น่าสนใจ เหมาะสมกับวัยของผู้เรียน ควบคู่ไปกับการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของ ท้องถิ่น และการเสริมสร้างวิถีชีวิตของความเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง 13.2.6 จัดการเรียนรู้ตามความสนใจรายบุคคลของผู้เรียนผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์มที่ หลากหลาย และแพลตฟอร์มการเรียนรู้อัจฉริยะที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการจัดการเรียนรู้ สื่อการ สอนคุณภาพสูงรวมทั้งมีการประเมินและพัฒนาผู้เรียน 13.2.7 ส่งเสริมการให้ความรู้และทักษะด้านการเงินและการออม (Financial Literacy) ให้กับผู้เรียน โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการคลัง กองทุนการออม แห่งชาติ (กอช.) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารออมสิน สหกรณ์ ฯลฯ ผ่านกระบวนการเรียนรู้โครงการ และกิจกรรมต่าง ๆ และการเผยแพร่สื่อแอนิเมชันรอบรู้เรื่องเงิน รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดการลงทุนเชิงพาณิชย์ เพื่อให้เกิดผลตอบแทนที่สูงขึ้น 13.2.8 ปรับโฉมศูนย์วิทยาศาสตร์และศูนย์การเรียนรู้ ให้มีรูปลักษณ์ที่ทันสมัย สวยงาม ร่มรื่น จูงใจ ให้เข้าไปใช้บริการ โดยมีมุมค้นหาความรู้ด้วยเทคโนโลยีทันสมัย มุมจัดกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์ ของผู้เรียน หรือกลุ่มผู้เรียน และการร่วมกิจกรรมกับครอบครัว หรือจัดเป็นฐานการเรียนรู้ด้าน ต่าง ๆ ที่ผู้เรียน และประชาชนสามารถมาลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม และได้รับเอกสารรับรองการเข้าร่วม กิจกรรม เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในส่วนที่เกี่ยวข้องหรือสะสมหน่วยการเรียนรู้ (Credit Bank) ได้ รวมทั้ง มี บริเวณพักผ่อนที่มีบริการลักษณะบ้านสวนกาแฟเพื่อการเรียนรู้ เป็นต้น 13.2.9 ส่งเสริมสนับสนุนสถานศึกษาให้มีการนำผลการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติไป ใช้ในการวางแผนการพัฒนาการจัดการเรียนการสอน 13.2.10 พัฒนาระบบการประเมินคุณภาพสถานศึกษาที่เน้นสมรรถนะและผลลัพธ์ที่ตัว ผู้เรียน 13.3 การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษาทุกช่วงวัย 13.3.1 พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศของนักเรียนเป็นรายบุคคล เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูล ในการ ส่งต่อไปยังสถานศึกษาในระดับที่สูงขึ้น โดยเฉพาะระดับการศึกษาภาคบังคับ เพื่อป้องกันเด็กตก หล่นและเด็กออกกลางคัน 13.3.2 ส่งเสริมสนับสนุนให้เด็กปฐมวัยที่มีอายุตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไปทุกคน เข้าสู่ระบบ การศึกษา เพื่อรับการพัฒนาอย่างรอบด้าน มีคุณภาพ ตามศักยภาพ ตามวัยและต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ โดยบูรณาการร่วมงาน กับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 13.3.3 พัฒนาข้อมูลและทางเลือกที่หลากหลายให้กับผู้เรียนกลุ่มเป้าหมายพิเศษ และ กลุ่มเปราะบาง รวมทั้งกลุ่ม NEETs ในการเข้าถึงการศึกษา การเรียนรู้ และการฝึกอาชีพ อย่างเท่าเทียม
แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี (2566 – 2570) 26 13.3.4 พัฒนาระบบสนับสนุนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยครอบครัว (Home School) และการเรียนรู้ที่บ้านเป็นหลัก (Home–Based Learning) 13.4 การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน 13.4.1 พัฒนาหลักสูตรอาชีวศึกษา และหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น แบบโมดูล (Modular System) มีการบูรณาการวิชาสามัญและวิชาชีพในชุดวิชาชีพเดียวกัน เชื่อมโยงการจัดการอาชีวศึกษาทั้งใน ระบบ นอกระบบ และระบบทวิภาคี รวมทั้งการจัดการเรียนรู้แบบต่อเนื่อง (Block Course) เพื่อสะสม หน่วยการเรียนรู้ (Credit Bank) ร่วมมือกับสถานประกอบการในการจัดการอาชีวศึกษาอย่างเข้มข้นเพื่อ การมีงานทำ 13.4.2 ขับเคลื่อนการผลิตและพัฒนากำลังคนตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ และยกระดับ สมรรถนะกำลังคนตามกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน และมาตรฐานสากล รวมทั้งขับเคลื่อนความเป็นเลิศ ทางการอาชีวศึกษา (Excellent Center) โดยความร่วมมือกับภาคเอกชนและสถานประกอบการในการ ผลิตกำลังคนที่ตอบโจทย์ การพัฒนาประเทศ 13.4.3 พัฒนาสมรรถนะอาชีพที่สอดคล้องกับความถนัด ความสนใจ โดยการ Re-Skill Up-Skill และ New Skill เพื่อให้ทุกกลุ่มเป้าหมายมีการศึกษาในระดับที่สูงขึ้น พร้อมทั้งสร้างช่องทางอาชีพ ในรูปแบบหลากหลายให้ครอบคลุมผู้เรียนทุกกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งผู้สูงอายุ โดยมีการบูรณาการความ ร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 13.4.4 ส่งเสริมการพัฒนาแบบทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านอาชีวศึกษา (V-NET) ตามสมรรถนะที่จำเป็นในการเข้าสู่อาชีพ และการนำผลการทดสอบไปใช้คัดเลือกเข้าทำงาน ศึกษาต่อ ขอรับประกาศนียบัตรมาตรฐานสมรรถนะการใช้ดิจิทัล (Digital Literacy) การขอรับวุฒิบัตรสมรรถนะ ภาษาอังกฤษ (English Competency) 13.4.5 จัดตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาการจัดตั้งธุรกิจ (ศูนย์ Startup) ภายใต้ศูนย์พัฒนาอาชีพ และการเป็นผู้ประกอบการ และพัฒนาศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการอาชีวศึกษา เพื่อการส่งเสริม และพัฒนา ผู้ประกอบการ ด้านอาชีพทั้งผู้เรียนอาชีวศึกษาและประชาชนทั่วไป โดยเชื่อมโยงกับ กศน. และสถาน ประกอบการ ทั้งภาครัฐ และเอกชนที่สอดคล้องกับการประกอบอาชีพในวิถีชีวิตรูปแบบใหม่ 13.4.6 เพิ่มบทบาทการอาชีวศึกษาในการสร้างและพัฒนาผู้ประกอบการและกำลัง แรงงานในภาคเกษตร โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรอัจฉริยะ (Smart Farmer) และกลุ่มยุวเกษตรกรอัจฉริยะ (Young Smart Farmer) ที่สามารถรองรับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ได้ 13.4.7 ส่งเสริม และสนับสนุนการผลิตและพัฒนากำลังคนทุกช่วงวัยเพื่อการมีงานทำ โดยบูรณาการความร่วมมือในการจัดการศึกษาร่วมกับหน่วยงาน องค์กรทั้งภาครัฐ เอกชน ชุมชน องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น และสถาบันสังคมอื่น 13.4.8 พัฒนาหลักสูตรอาชีพสำหรับกลุ่มเป้าหมายผู้อยู่นอกระบบโรงเรียนและ ประชาชนที่สอดคล้องมาตรฐานอาชีพ เพื่อการเข้าสู่การรับรองสมรรถนะและได้รับคุณวุฒิวิชาชีพตามกรอบ คุณวุฒิแห่งชาติ รวมทั้งสามารถนำผลการเรียนรู้และมวลประสบการณ์เทียบโอนเข้าสู่การสะสมหน่วยการ เรียนรู้ (Credit Bank) ได้ 13.5 การส่งเสริมสนับสนุนวิชาชีพครู บุคลากรทางการศึกษา และบุคลากรสังกัด กระทรวงศึกษาธิการ
แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี (2566 – 2570) 27 13.5.1 ส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินการตามหลักเกณฑ์การประเมินวิทยฐานะแนวใหม่ Performance Appraisal (PA) โดยใช้ระบบการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะของข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษา ระบบ Digital Performance Appraisal (DPA) 13.5.2 ส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินการ พัฒนาสมรรถนะทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัลตาม กรอบระดับสมรรถนะดิจิทัล (Digital Competency) สำหรับครูและบุคลากรทางการศึกษาระดับการศึกษา ขั้นพื้นฐาน และระดับอาชีวศึกษา 13.5.3 พัฒนาครูให้มีความพร้อมด้านวิชาการและทักษะการจัดการเรียนรู้ การใช้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ รวมทั้งให้เป็นผู้วางแผนเส้นทางการเรียนรู้ การ ประกอบอาชีพ และการดำเนินชีวิตของผู้เรียนได้ตามความสนใจและความถนัดของแต่ละบุคคล 13.5.4 พัฒนาขีดความสามารถของข้าราชการพลเรือนในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ให้ มีสมรรถนะที่สอดคล้องและเหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและการเปลี่ยนแปลงของโลกอนาคต 13.5.5 เร่งรัดการดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาทั้งระบบ ควบคู่กับการให้ความรู้ด้านการวางแผนและการสร้างวินัยด้านการเงินและการออม 13.6 การพัฒนาระบบราชการ และการบริการภาครัฐยุคดิจิทัล 13.6.1 ขับเคลื่อนการพัฒนาระบบราชการ 4.0 ด้วยนวัตกรรม และการนำเทคโนโลยี ดิจิทัล มาเป็นกลไกหลัก ในการดำเนินงาน (Digitalize Process) การเชื่อมโยงและแบ่งปันข้อมูล (Sharing Data) การส่งเสริมความร่วมมือ บูรณาการกับภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอก 13.6.2 ปรับปรุงประสิทธิภาพของเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศให้สามารถใช้งาน เครือข่ายสื่อสารข้อมูลเชื่อมโยงหน่วยงานภาครัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับระบบราชการ 4.0 สามารถตอบสนอง ความต้องการของประชาชนได้ในทุกเวลา ทุกสถานที่ ทุกอุปกรณ์และทุกช่องทาง 13.6.3 ปรับปรุงระบบการจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรทางการศึกษา โดยยึดหลัก ความจำเป็นและใช้พื้นที่เป็นฐาน ที่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนเป็นสำคัญ 13.6.4 นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในระบบการคัดเลือกข้าราชการครูและบุคลากรทางการ ศึกษา ในตำแหน่งและสายงานต่าง ๆ 13.6.5 ส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินงานของส่วนราชการให้เป็นไปตามกลไกการประเมิน คุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ 13.7 การขับเคลื่อนกฎหมายการศึกษาและแผนการศึกษาแห่งชาติ เร่งรัดการดำเนินการจัดทำกฎหมายลำดับรองและแผนการศึกษาแห่งชาติเพื่อรองรับ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติควบคู่กับการสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนได้รับทราบอย่างทั่วถึง 14. นโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตระหนักถึงนโยบายด้านการศึกษา ซึ่งถือเป็นส่วน สำคัญยิ่งในการพัฒนาประเทศให้บรรลุเป้าหมายอย่างยั่งยืน เป็นประเทศที่พัฒนาแล้วในทุกด้าน ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการเกิดผลสัมฤทธิ์และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนการปฏิรูปประเทศ ร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 และแผนอื่นๆ ซึ่งเกี่ยวข้อง กับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงกำหนดนโยบายสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น พื้นฐาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 เป็น 4 ด้าน ได้แก่ ด้านความปลอดภัย ด้านโอกาส ด้านคุณภาพ และด้านประสิทธิภาพ และกำหนดจุดเน้นใน 9 เรื่อง ดังนี้
แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี (2566 – 2570) 28 14.1 ด้านความปลอดภัย 14.1 พัฒนาสถานศึกษาให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยของผู้เรียนทุกคน พร้อมเสริมสร้างระบบ และกลไก ในการดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มข้น ให้กับผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา จากโรคภัย ต่าง ๆ ภัยพิบัติ และภัยคุกคามทุกรูปแบบ 14.2 ส่งเสริมการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดีและเป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อม 14.3 สร้างภูมิคุ้มกัน การรู้เท่าทันสื่อและเทคโนโลยี ในการดำเนินชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) และชีวิตวิถีปกติต่อไป (Next Normal) 14.2 ด้านโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา 14.2.1 ส่งเสริม สนับสนุน ให้เด็กปฐมวัยที่มีอายุ 3 - 6 ปีทุกคน เข้าสู่ระบบการศึกษา สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการดูแลปกป้อง เพื่อให้มีพัฒนาการครบทุกด้าน โดยการมีส่วน ร่วมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 14.2.2 จัดการศึกษาให้ผู้เรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้เข้าถึงโอกาส ความเสมอ ภาค และได้รับการพัฒนาให้มีสมรรถนะสำหรับการศึกษาต่อ และการประกอบอาชีพในอนาคตให้ สอดคล้องกับความต้องการ ของตลาดงานและการพัฒนาประเทศ 14.2.3 จัดการศึกษาให้ผู้เรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้เข้าถึงโอกาส ความเสมอ ภาค และได้รับโอกาสในการพัฒนาเต็มตามศักยภาพ 14.2.4 ส่งเสริมเด็กพิการและเด็กด้อยโอกาส ให้ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพและจัดหา ทางเลือก ในการเข้าถึงการเรียนรู้ การฝึกอาชีพ เพื่อให้ทักษะในการดำเนินชีวิต สามารถพึ่งตนเองได้ 14.2.5 พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศของนักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็น รายบุคคล เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการบริหารจัดการศึกษา โดยเฉพาะการดูแลและป้องกันไม่ให้นักเรียน ออกจากระบบการศึกษา และช่วยเหลือเด็กตกหล่น เด็กออกกลางคันให้กลับเข้าสู่ระบบ 14.3 ด้านคุณภาพ 14.3.1 ส่งเสริม สนับสนุน สถานศึกษาที่มีความพร้อม ให้นำหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่เน้นสมรรถนะไปใช้ตามศักยภาพของสถานศึกษา ให้สามารถออกแบบหลักสูตรที่ เหมาะสมกับความต้องการ และบริบท 14.3.2 พัฒนาผู้เรียนให้เกิดสมรรถนะที่เหมาะสมตามช่วงวัย สามารถจัดการตนเอง มี การคิดขั้นสูง มีความสามารถในการสื่อสาร สามารถจัดระบบและกระบวนการทำงานของตนเองและร่วมกับ ผู้อื่น โดยใช้การ รวมพลังทำงานเป็นทีม เป็นพลเมืองที่ดี มีศีลธรรม และอยู่ร่วมกับธรรมชาติและวิทยาการ อย่างยั่งยืน รวมทั้ง มีความจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติ ยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 14.3.3 จัดการศึกษาให้ผู้เรียนมีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 นำไปสู่การมีอาชีพ มี งานทำ และส่งเสริมความเป็นเลิศของผู้เรียนให้เต็มตามศักยภาพ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน 14.3.4 ส่งเสริม และพัฒนาระบบการวัดและประเมินผลคุณภาพผู้เรียน ให้ควบคู่การ เรียนรู้ นำไปสู่การพัฒนาการเรียนรู้และสมรรถนะของผู้เรียนเป็นรายบุคคล รวมทั้งส่งเสริมการนำระบบ ธนาคารหน่วยกิตมาใช้ ในการเทียบโอนผลการเรียนรู้และประสบการณ์ต่าง ๆ ของผู้เรียนในสถานศึกษา
แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี (2566 – 2570) 29 14.3.5 พัฒนา ส่งเสริม ผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ครูและบุคลากรทางการ ศึกษา รวมทั้งบุคลากรสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้มีสมรรถนะตามมาตรฐาน ตำแหน่ง และมาตรฐานวิชาชีพ 14.4 ด้านประสิทธิภาพ 14.4.1 เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษา โดยการกระจายอำนาจและใช้พื้นที่เป็น ฐาน ที่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนเป็นสำคัญ ตามหลักธรรมาภิบาล 14.4.2 นำเทคโนโลยีดิจิทัลและการจัดการฐานข้อมูล มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหาร จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน และการเรียนรู้ของผู้เรียน 14.4.3 ส่งเสริม สนับสนุน การพัฒนาโรงเรียนคุณภาพ ใช้พื้นที่เป็นฐาน ใช้นวัตกรรมใน การขับเคลื่อนบริหารจัดการโดยใช้ทรัพยากรร่วมกัน และแสวงหาการมีส่วนร่วมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทุกระดับ เพื่อให้ประสบผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม 14.4.4 ส่งเสริม สนับสนุน การจัดการศึกษาที่มีคุณภาพในโรงเรียนที่มีวัตถุประสงค์เฉพาะ โรงเรียนที่ตั้งในพื้นที่ลักษณะพิเศษ และโรงเรียนในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา 14.4.5 เพิ่มประสิทธิภาพการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา และปรับ กระบวนการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้สอดรับกับชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) และชีวิตวิถีปกติต่อไป (Next Normal) 15. จุดเน้นของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 จุดเน้นที่ 1 เร่งแก้ปัญหากลุ่มผู้เรียนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโค วิด-19 โดยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการศึกษา ฟื้นฟูภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ (Learning Loss Recovery) ให้กับผู้เรียนทุกระดับ รวมทั้งลดความเครียดและสุขภาพจิตของผู้เรียน จุดเน้นที่ 2 เสริมสร้างระบบและกลไกในการดูแล ความปลอดภัยนักเรียน ด้วยระบบมาตรฐาน ความปลอดภัยกระทรวงศึกษาธิการ (MOE Safety Platform) จุดเน้นที่ 3 ส่งเสริมให้เด็กปฐมวัยที่มีอายุ 3 - 6 ปี และผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เข้าถึง โอกาสทางการศึกษา และป้องกันการหลุดออกจากระบบ รวมทั้งช่วยเหลือเด็กตกหล่น เด็กออกกลางคัน และเด็กพิการ ที่ค้นพบจากการปักหมุดบ้านเด็กพิการ ให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา จุดเน้นที่ 4 พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาที่เน้นสมรรถนะ และการจัดทำกรอบหลักสูตร รวมทั้ง จัด กระบวนการเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมืองและศีลธรรม ให้เหมาะสมตามวัยของผู้เรียน จุดเน้นที่ 5 จัดการอบรมครูโดยใช้พื้นที่เป็นฐานควบคู่กับการให้ความรู้ด้านการวางแผน และการ สร้างวินัย ด้านการเงินและการออม เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินครู จุดเน้นที่ 6 ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ ผ่านกระบวนการเรียนการสอนที่เน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม และมีปฏิสัมพันธ์ กับกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติ ที่หลากหลายรูปแบบ (Active Learning) มีการวัด และประเมินผล เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน (Assessment for Learning) เพื่อให้เกิดสมรรถนะกับ ผู้เรียนทุกระดับ จุดเน้นที่ 7 ยกระดับคุณภาพของนักเรียนประจำพักนอน สำหรับโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่สูงห่างไกล และถิ่นทุรกันดาร จุดเน้นที่ 8 มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ทุกระดับ
แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี (2566 – 2570) 30 จุดเน้นที่ 9 เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษา โดยการกระจายอำนาจและใช้พื้นที่เป็นฐาน เพื่อสร้างความเข้มแข็ง โดยการจัดสรรกรอบวงเงินงบประมาณ (Block Grant) ตามหลักธรรมาภิบาล ให้กับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา 16. ทิศทางการพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐานของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษายะลา ดังนี้ วิสัยทัศน์ (Vision) “สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษายะลา เป็นองค์กรสมรรถนะสูง มุ่งยกระดับคุณภาพ การศึกษา สู่มาตรฐานสากล บนพื้นฐานสังคมพหุวัฒนธรรมในศตวรรษที่ 21 ด้วยศาสตร์พระราชาสู่การ พัฒนาที่ยั่งยืน” พันธกิจ (Mission) 1. ส่งเสริมการจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคง เสริมสร้างระบบและกลไกมาตรฐานความปลอดภัย ของสถานศึกษาในสังกัด จากภัยพิบัติและภัยคุกคามทุกรูปแบบ โดยใช้กระบวนการสร้างองค์ความรู้และ ความตระหนัก 2. เสริมสร้างโอกาสทางการศึกษาและการพัฒนาผู้เรียนตามศักยภาพ ของสถานศึกษาในสังกัด อย่างทั่วถึงทั้งระบบ การเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา การป้องกันการหลุดออกจากระบบการศึกษาและการ ช่วยเหลือติดตามนักเรียนออกกลางคัน ตกหล่นและพิการ 3. ขับเคลื่อนการจัดการศึกษา มุ่งสู่คุณภาพของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 และการจัดการเรียนรู้ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีการพัฒนาหลักสูตร เน้นการจัดการเรียนรู้เชิงรุก มีการวัดและ ประเมินผล ตามสภาพจริงด้วยวิธีการที่หลากหลาย โดยนำเทคโนโลยี นวัตกรรม มาใช้ในการนิเทศติดตาม ประเมินผลอย่างต่อเนื่อง 4. เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา โดยใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม และศาสตร์พระราชา ในการบริหารจัดการ การจัดการเรียนรู้และการพัฒนาผู้เรียน ของ สถานศึกษาในสังกัด เป้าประสงค์ (Goals) 1. ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมที่ดีงาม ยึดมั่นในสถาบันหลักของชาติ มีความรักและภูมิใจ ในความเป็นไทย มีความเป็นพลเมืองดี มีภูมิคุ้มกันจากภัยในทุกรูปแบบ มีสุขภาวะที่ดี และมีวิถีชีวิตตาม หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 2. ผู้เรียนได้รับโอกาสทางการศึกษา การดูแลช่วยเหลือนักเรียน และการพัฒนาการเรียนรู้ตาม ศักยภาพของผู้เรียน 3. ผู้เรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล มีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 และมีความสามารถ ในการแก้ปัญหา ปรับตัว สื่อสาร และทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิผล 4. ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็นผู้ที่มีสมรรถนะสูงสามารถปฏิบัติงานได้ตาม มาตรฐานวิชาชีพ 5. สถานศึกษามีหลักสูตรที่เน้นสมรรถนะ ตอบสนองต่อความถนัดและความสนใจของผู้เรียน เน้น การจัดการเรียนรู้เชิงรุก มีการวัดและประเมินผลตามสภาพจริงด้วยวิธีการที่หลากหลาย 6. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษามีระบบการบริหารจัดการด้วยระบบคุณภาพที่ ทันสมัยตามหลักธรรมาภิบาล เป็นที่ยอมรับของชุมชนสังคม และส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมใน การจัดการศึกษา
แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี (2566 – 2570) 31 กลยุทธ์ (Strategy) 1. การจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคง ผู้เรียนมีความปลอดภัยจากภัยทุกรูปแบบ 2. เพิ่มโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาให้กับประชากรวัยเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 3. ยกระดับคุณภาพการศึกษาให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 4. เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษา กลยุทธ์ที่ 1 การจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคง ผู้เรียนมีความปลอดภัยจากภัยทุกรูปแบบ เป้าประสงค์เชิงกลยุทธ์ 1. ผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา ได้รับการดูแลด้านความปลอดภัย และสามารถปรับตัว ต่อโรคอุบัติใหม่ โรคอุบัติซ้ำ 2. สถานศึกษา ได้รับการพัฒนาให้มีความปลอดภัย และจัดการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3. สถานศึกษา ได้รับการส่งเสริมให้มีความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้องเพื่อความ ปลอดภัยของผู้เรียน 4. ผู้เรียนมีความรักในสถาบันหลักของชาติ ยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตัวชี้วัด 1. ร้อยละของผู้เรียนที่มีความรู้ความเข้าใจในภัยคุกคาม รูปแบบใหม่ทุกรูปแบบ รู้เท่าทันสื่อและ เทคโนโลยี ในการดำเนินชีวิตวิถีใหม่และชีวิตวิถีถัดไป 2. ร้อยละของผู้เรียนได้รับการศึกษาในสถานศึกษาที่มีความปลอดภัย 3. ร้อยละของสถานศึกษาที่มีแผน/มาตรการในการจัดการภัยพิบัติและภัยคุกคามทุกรูปแบบ โรคอุบัติใหม่และโรคอุบัติซ้ำ รองรับวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) 4. ร้อยละของครู บุคลากรทางการศึกษา ดำเนินการตามแนวทางในการจัดการภัยพิบัติ และภัย คุกคามทุกรูปแบบ ให้สามารถปรับตัวต่อโรคอุบัติใหม่และโรคอุบัติซ้ำ รองรับวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) 5. ร้อยละของผู้เรียนเป็นพลเมืองที่ดี มีศีลธรรม มีความจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติ ยึดมั่น การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แนวทางการดำเนินการ 1. สนับสนุน พัฒนา และส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับภัยรูปแบบต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อ ความปลอดภัยในการดำเนินชีวิตเพื่อสามารถดำเนินชีวิตในวิถีใหม่และชีวิตวิถีถัดไปได้อย่างถูกต้อง 2. พัฒนาระบบและกลไกในการดูแลความปลอดภัยให้กับผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา และสถานศึกษา ให้ได้รับความปลอดภัยจากภัยทั้ง 4 ด้าน และพร้อมปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง โดยเปิด ให้มีช่องทางการร้องเรียนหรือแจ้งเหตุให้กับผู้เรียน ผู้ปกครอง ครู เพื่อสื่อสารกับ สพฐ. โดยตรง รวมถึงการ ใช้ Big Data และแอปพลิเคชันในการเฝ้าระวังเชิงรุก เพื่อสามารถคาดการณ์ภัยที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และส่งเสริมการเชื่อมโยงฐานข้อมูลทั้งหน่วยงานในสังกัดและหน่วยงานภายนอก ให้สามารถแก้ไขปัญหา ด้านความปลอดภัยได้อย่างทันท่วงที 3. พัฒนาสถานศึกษาให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา โดยการ สนับสนุนหรือประสานการสนับสนุนทรัพยากรเพื่อให้อาคารเรียนอาคารประกอบของสถานศึกษาให้เอื้อต่อ การเรียนรู้และความปลอดภัยของผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงส่งเสริม และประสานการ
แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี (2566 – 2570) 32 สนับสนุนบุคลากรด้านจิตวิทยา และบุคลากรด้านความปลอดภัย เพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา 4. ส่งเสริมและสนับสนุนสถานศึกษา ให้มีความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามยาเสพติด เป็นต้น เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยของผู้เรียน ให้มีทักษะในการป้องกันและปรับตัว 5. ส่งเสริมสนับสนุนให้สถานศึกษาจัดการเรียนการสอนให้ผู้เรียนผู้เรียนเป็นพลเมืองที่ดีมีศีลธรรม มีความจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติ ยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข กลยุทธ์ที่ 2 เพิ่มโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาให้กับประชากรวัยเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 1-6 เป้าประสงค์เชิงกลยุทธ์ 1. ประชากรวัยเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 – 6 ได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเสมอภาคจน จบการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2. เด็กพิการและเด็กด้อยโอกาส ได้รับโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพ 3. ผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษได้รับการส่งเสริมและพัฒนาเต็มตามศักยภาพ 4. เด็กกลุ่มเสี่ยงที่จะออกจากระบบการศึกษา เด็กตกหล่น และเด็กออกกลางคัน ได้รับการ ช่วยเหลือให้ได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตัวชี้วัด 1. อัตราการเข้าเรียนสุทธิระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษามัธยมศึกษายะลา 2. ร้อยละของเด็กออกกลางคัน เด็กตกหล่น กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา หรือได้รับการศึกษาด้วย รูปแบบ ที่เหมาะสม 3. จำนวนผู้เรียนที่เป็นผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาสเข้าถึงบริการทางการศึกษา และพัฒนาสมรรถภาพ หรือบริการทางการศึกษาที่เหมาะสม ตามความจำเป็น 4. ร้อยละของผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นที่มีคุณสมบัติได้รับเงินอุดหนุนปัจจัยพื้นฐาน สำหรับนักเรียนยากจน 5. ร้อยละของผู้เรียนที่เป็นผู้มีความสามารถพิเศษ ได้รับการส่งเสริมศักยภาพที่เหมาะสม 6. ร้อยละของสถานศึกษาที่จัดการศึกษาในรูปแบบที่หลากหลายตามบริบท สภาพแวดล้อม ของ สถานศึกษา และเหมาะสมกับผู้เรียน
แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี (2566 – 2570) 33 แนวทางการดำเนินการ การสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน 1. ส่งเสริม สนับสนุนการมีส่วนร่วมของสังคมอย่างต่อเนื่อง ประสานงานกับหน่วยงานอื่นๆ ที่ เกี่ยวข้อง และระดมทรัพยากรเพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา 2. ส่งเสริม สนับสนุนให้มีเทคโนโลยีดิจิทัล หรือนวัตกรรม ในการสร้างโอกาสทางการศึกษา ให้ ผู้เรียนทุกคน ทุกพื้นที่เข้าถึงการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ 3. พัฒนาระบบสนับสนุนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยบุคคล ครอบครัว (Home School) องค์กรชุมชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ และสถานประกอบการในศูนย์การเรียน ตามมาตรา 12 แห่ง พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ดูแล ส่งเสริมการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาของผู้เรียน 4. จัดการศึกษาให้ผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษได้รับโอกาสในการพัฒนาเต็มตามศักยภาพ 5. สร้างการศึกษาทางเลือกและการศึกษาตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ที่หลากหลายให้กับ ผู้เรียนกลุ่มเป้าหมายพิเศษ และกลุ่มเปราะบาง ในการเข้าถึงการศึกษา การเรียนรู้ และมีพื้นฐานการ ประกอบอาชีพ หรือทักษะอาชีพ อย่างเท่าเทียม 6. ส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาแบบเรียนรวมให้มีคุณภาพ และเกิดการบูรณาการอย่างยั่งยืน เพิ่มโอกาสการเข้าถึงสถานศึกษาที่มีคุณภาพทุกพื้นที่ 7. จัดสรรเงินอุดหนุนและทรัพยากรที่จำเป็น รวมถึงประสานการสนับสนุนทรัพยากรแก่ สถานศึกษา ในพื้นที่ลักษณะพิเศษ พื้นที่สูงในถิ่นทุรกันดาร และพื้นที่เกาะเพื่อความเสมอภาคทาง การศึกษา 8. พัฒนาโรงเรียนคุณภาพ โรงเรียนที่สามารถดำรงอยู่ได้อย่างมีคุณภาพ (Stand Alone) ให้ สามารถเพิ่มโอกาสทางการศึกษาขั้นพื้นฐานให้กับประชากรวัยเรียนและผู้เรียนได้อย่างมีคุณภาพ กลยุทธ์ที่ 3 ยกระดับคุณภาพการศึกษาให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 เป้าประสงค์ 1. ผู้เรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 มีความรักในสถาบันหลักของชาติและยึดมั่น การ ปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นพลเมืองที่รู้สิทธิและหน้าที่อย่างมี ความรับผิดชอบ 2. ผู้เรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ ตามมาตรฐาน สอดคล้อง กับศักยภาพ ให้เป็นผู้มีสมรรถนะและทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 3. ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษาเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ ทันต่อการเปลี่ยนแปลง ของ เทคโนโลยีมีสมรรถนะ ความรู้ ความเชี่ยวชาญ จรรยาบรรณและมาตรฐานวิชาชีพ รวมทั้งจิตวิญญาณ ความเป็นครู 4. สถานศึกษาจัดการศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs)และสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 5. สถานศึกษา สามารถจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และมีระบบการวัดและ ประเมินผล เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน (Assessment for Learning) ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ยืดหยุ่นตอบสนอง ต่อความถนัดและความสนใจของผู้เรียน เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เป็นรายบุคคล (Personalized Learning)
แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี (2566 – 2570) 34 ตัวชี้วัด 1. ร้อยละของผู้เรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ระดับดีขึ้นไป 2. ร้อยละของผู้เรียนได้รับการพัฒนาให้มีสมรรถนะและทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 3. ร้อยละของสถานศึกษาที่สอนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ได้รับการเตรียมความพร้อม (ด้าน การอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์) ในการประเมินระดับนานาชาติตามโครงการ PISA 4. ร้อยละของสถานศึกษาที่สามารถจัดการเรียนการสอนตามพหุปัญญา 5. ร้อยละของนักเรียนที่ได้รับการคัดกรองเพื่อพัฒนาพหุปัญญารายบุคคล 6. จำนวนผู้เรียนได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพตามควา มถนัด และความสามารถ (วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ทัศนศิลป์ นาฏศิลป์ ดนตรี กีฬา) 7. ร้อยละของนักเรียนที่มีคะแนนผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ร้อย ละ 50 ขึ้นไปเพิ่มขึ้นจากปีการศึกษาที่ผ่านมา 8. ร้อยละของครูสอนภาษาอังกฤษ ได้รับการพัฒนาและยกระดับความรู้ภาษาอังกฤษโดยใช้ระดับ การพัฒนาทางด้านภาษา (CEFR) ตามเกณฑ์ที่กำหนด 9. จำนวนครูและบุคลากรทางการศึกษาที่สามารถจัดการเรียนรู้เชิงรุก 10. ร้อยละของสถานศึกษาที่มีการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และมีการวัดและ ประเมินผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน (Assessment for Learning) ด้วยวิธีการที่หลากหลาย เพื่อ ส่งเสริมการเรียนรู้ เป็นรายบุคคล (Personalized Learning) แนวทางการดำเนินการ คุณภาพผู้เรียน 1. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาจัดการศึกษาให้ผู้เรียนมีความรู้ มีทักษะการเรียนรู้ และทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 อย่างครบถ้วน เป็นคนดี มีวินัย มีความรักในสถาบันหลักของชาติ ยึด มั่น การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และน้อมนำพระบรมรา โชบายด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว สู่การปฏิบัติ 2. พัฒนาและส่งเสริมผู้เรียนให้ได้รับการพัฒนาพหุปัญญารายบุคคล โดยมีเครื่องมือคัดกรอง/ สำรวจแวว /วัดความสามารถ ความถนัด สถานศึกษาจัดการเรียนรู้ที่หลากหลายตอบสนองความแตกต่าง ทางพหุปัญญาของผู้เรียน โดยครูออกแบบการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการสอดคล้องตามบริบทและ วัฒนธรรม คำนึงถึงความแตกต่างของแต่ละบุคคลตามความถนัด ความสนใจ ส่งผลต่อการพัฒนาผู้เรียนให้ เต็มตามศักยภาพ 3. จัดการศึกษาตามขีดความสามารถของผู้เรียนการศึกษาขั้นพื้นฐาน ความถนัด และศักยภาพ ของแต่ละบุคคล วางรากฐานการศึกษาเพื่ออาชีพ ให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ ความต้องการของ ตลาดแรงงานและการพัฒนาประเทศ 4. พัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะและทักษะด้านการอ่าน คณิตศาสตร์ การคิดขั้นสูง นวัตกรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีดิจิทัล และภาษาต่างประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เชื่อมโยง สู่อาชีพและการมีงานทำ มีทักษะอาชีพที่สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ 5. ส่งเสริม พัฒนาทักษะด้านดิจิทัลและด้านการเรียนรู้ของผู้เรียน ที่นำไปสู่ Digital Life & Learning 6. ส่งเสริมให้นักเรียนนำความรู้ด้านเทคโนโลยีมาใช้ในชีวิตประจำวันและหารายได้ระหว่างเรียน
แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี (2566 – 2570) 35 7. ส่งเสริมสนับสนุนให้สถานศึกษาจัดการศึกษาเพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตร กับ สิ่งแวดล้อม คุณภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา 8. ส่งเสริมให้ครูสามารถจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และเป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรม (Co-Creation) ให้กับผู้เรียนในทุกระดับชั้น 9. ส่งเสริม สนับสนุนครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีการพัฒนาตนเองทางวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง มีจรรยาบรรณ และจิตวิญญาณความเป็นครู 10. พัฒนาศักยภาพครูในด้านการวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน (Assessment for Learning) ด้วยวิธีการที่หลากหลาย เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เป็นรายบุคคล (Personal Learning) เช่น การอบรมเชิงปฏิบัติการแบบ Intensive Training การอบรมแบบออนไลน์ (Online Training) การอบรมแบบเรียนรู้ ด้วยตนเอง (E-Learning) เป็นต้น หลักสูตรและอื่น ๆ 11. พัฒนาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน และหลักสูตรสถานศึกษาบนฐานมโนทัศน์ ที่ หลากหลาย เช่น Career Education, Competency Building, Creative Education 12. พัฒนาระบบคลังข้อสอบมาตรฐานในการประเมินคุณภาพผู้เรียนรอบด้าน เพื่อให้บริการแก่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาในรูปแบบออนไลน์ 13. พัฒนาและส่งเสริมนวัตกรรมการศึกษาและการเรียนรู้ เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา ของผู้เรียน และสมรรถนะของผู้เรียน 14. บูรณาการการศึกษาเพื่อการศึกษาต่อด้านอาชีพและการประกอบอาชีพ หรือการมีงานทำ ตามความต้องการและความถนัดของผู้เรียน 15. สนับสนุนการปรับปรุงหลักสูตรและการพัฒนาครู ให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ สนับสนุน การ พัฒนาระบบและกระบวนการบริหารจัดการกระบวนการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู และระบบการนิเทศ การศึกษา และการสอนงานของครูพี่เลี้ยงในสถานศึกษา 16. ส่งเสริมสนับสนุนศูนย์พัฒนาศักยภาพบุคคลเพื่อความเป็นเลิศ (HCEC) เป็นศูนย์กลางในการ พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาโดยใช้พื้นที่เป็นฐาน กลยุทธ์ที่ 4 เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษา เป้าประสงค์ 1. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษามีการนำระบบข้อมูลสารสนเทศ และเทคโนโลยีดิจิทัล มา ใช้ในการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ 2. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา มีระบบการบริหารจัดการที่ได้มาตรฐาน 3. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษามีระบบการจัดสรรทรัพยากรโดยเฉพาะอัตรากำลัง และงบประมาณ ที่มีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับบริบท 4. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษามีการพัฒนาระบบการบริหารจัดการและการมีส่วน ร่วม ที่มีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับบริบท 5. สถานศึกษาในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา สถานศึกษาในพื้นที่ลักษณะพิเศษ และโรงเรียน คุณภาพ ได้รับการพัฒนาประสิทธิภาพ ที่เหมาะสมกับบริบท
แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี (2566 – 2570) 36 ตัวชี้วัด 1. ร้อยละของกลุ่ม/หน่วยของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาในสังกัด มีระบบ บริหารจัดการที่เป็นดิจิทัล 2. ร้อยละของสถานศึกษานำร่องในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา สถานศึกษาที่ตั้งในพื้นที่ลักษณะ พิเศษ เขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ และโรงเรียนคุณภาพ ได้รับการพัฒนา ประสิทธิภาพ การจัดการศึกษาตามบริบทพื้นที่ 3. ร้อยละของสถานศึกษาในสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ที่ผ่านเกณฑ์การประเมิน ITA Online 4. ร้อยละของสถานศึกษาในสังกัดและกลุ่ม/หน่วยของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ใช้ระบบ เชื่อมโยงข้อมูลในระบบแบบ Real Time 5. จำนวนครั้งของประชาชนที่เข้าถึงหลักสูตร สื่อ แหล่งเรียนรู้ที่จัดการศึกษาในรูปแบบการเรียนรู้ ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) 6. ร้อยละของโครงการของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ที่บรรลุผลสัมฤทธิ์ตามค่าเป้าหมาย ยุทธศาสตร์ชาติ 7. ร้อยละของสถานศึกษาที่มีผลการประกันคุณภาพภายในระดับดีเลิศขึ้นไป แนวทางการดำเนินการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษามีการนำระบบข้อมูลสารสนเทศ และเทคโนโลยีดิจิทัล มาใช้ในการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ 1. พัฒนาระบบสารสนเทศในหน่วยงานทุกระดับให้มีระบบข้อมูลจัดการและรายงาน (ปพ. Online /ระบบรายงานผลต่อ พระราชบัญญัติอำนวยความสะดวก/ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วน บุคคล/ ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการของสถานศึกษา/ สพท. /สพฐ. (นักเรียน ครูและบุคลากร ทางการศึกษา สถานศึกษา (อาคาร ครุภัณฑ์) /ด้านบุคลากร) 2. สร้าง พัฒนาและส่งเสริมการใช้ระบบบริหารด้านการจัดการศึกษาพื้นฐานที่ดีสำหรับ สถานศึกษา ให้เป็นระบบเดียวเพื่อลดภาระงานครู ลดความซ้ำซ้อนของระบบงาน และการจัดเก็บข้อมูล สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา มีระบบการบริหารจัดการที่ได้มาตรฐาน 3. ส่งเสริมหน่วยงานในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานให้มีการบริหารจัดการ ที่ได้มาตรฐานของแต่ละหน่วยงาน เช่น PMQA มาตรฐานสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มาตรฐานการ ประกันคุณภาพของสถานศึกษา หรือมาตรฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษามีการบริหารงานบุคคล ที่มีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับบริบท 4. เสริมสร้างขวัญกำลังใจในความก้าวหน้าทางวิชาชีพ และการยกย่องเชิดชูเกียรติบุคลากร 5. พัฒนาผู้บริหารสถานศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีคุณธรรม จริยธรรม และการ ปฏิบัติงานตามหลักธรรมาภิบาล สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษามีการพัฒนาระบบการบริหารจัดการและการมี ส่วนร่วม ที่มีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับบริบท 6. ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาทั้งในและนอกสังกัด เพื่อบูรณาการการใช้ทรัพยากร ของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้น ฐาน โดยใช้พื้นที่เป็นฐาน ให้เกิด ประสิทธิภาพสูงสุด สามารถจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีคุณภาพ โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุน
แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี (2566 – 2570) 37 7. ส่งเสริมทุกภาคส่วนให้มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา สนับสนุนทรัพยากร (มาตรการทางภาษี บุคลากร สิ่งอำนวยความสะดวก) 8. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการกำกับ ติดตาม ตรวจสอบ การบริหารจัดการศึกษาจากภาคส่วน ต่าง ๆ สถานศึกษาในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาได้รับการพัฒนาประสิทธิภาพ ที่เหมาะสมกับบริบท 9. บูรณาการการบริหารจัดการทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่องในการจัดการศึกษา 10. พัฒนาสถานศึกษาในสังกัดให้มีคุณภาพ ยั่งยืน สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ โดยเฉพาะ โรงเรียนคุณภาพมัธยมศึกษา โรงเรียนที่สามารถดำรงอยู่ได้อย่างมีคุณภาพ (Stand Alone) และโรงเรียนที่ มีวัตถุประสงค์พิเศษ สถานศึกษาในพื้นที่ลักษณะพิเศษ ได้รับการพัฒนาประสิทธิภาพ ที่เหมาะสมกับบริบท 11. ส่งเสริมสนับสนุนสถานศึกษาในพื้นที่ลักษณะพิเศษ ให้ได้รับการพัฒนาการจัดการศึกษาที่ เหมาะสมตามบริบทของพื้นที่ จุดเน้นการดำเนินงาน 1. ด้านผู้เรียน (ผู้เรียนคุณภาพ/โอกาสทางการศึกษา) 1.1 ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านเกณฑ์ที่กำหนด และมีผลการทดสอบทางการศึกษา ระดับชาติ (O-NET) มีค่าพัฒนาสูงกว่าปีที่ผ่านมา หรือค่าเฉลี่ยสูงกว่าระดับประเทศ 1.2 ผู้เรียนได้รับการพัฒนาสมรรถนะเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา โดยการเปรียบเทียบค่า คะแนนเฉลี่ยผลการทดสอบระดับชาติ (O-NET) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กับ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ย้อนหลัง รายคน รายโรงเรียน มีค่าพัฒนาสูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศ 1.3 ผู้เรียนมีสมรรถนะที่เหมาะสมตามช่วงวัย สามารถจัดการตนเอง มีการคิดขั้นสูง มี ความสามารถในการสื่อสาร สามารถจัดระบบและกระบวนการทำงานของตนเองและร่วมกับผู้อื่นได้ และ ทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 นำไปสู่การมีอาชีพ มีงานทำ และส่งเสริมความเป็นเลิศของผู้เรียนให้เต็ม ศักยภาพ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน 1.4 ผู้เรียนเป็นพลเมืองที่ดี มีศีลธรรม น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการ ดำรงชีวิต มีความจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติ ยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็น พระประมุข 1.5 ผู้เรียนได้เข้าถึงโอกาส ความเสมอภาคทางการศึกษา ได้รับการส่งเสริมสนับสนุน ช่วยเหลือให้จบการศึกษาขั้นพื้นฐานภายในระยะเวลาที่กำหนด และได้ศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นหรือ ประกอบอาชีพตามศักยภาพของแต่ละบุคคล 1.6 ผู้เรียนที่หลุดออกจากระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานได้รับการช่วยเหลือ ส่งเสริมสนับสนุนให้ กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาครบทุกคน 2. ด้านครูและบุคลากรทางการศึกษา 2.1 ครูและบุคลากรทางการศึกษามืออาชีพ 2.1.1 ครูและบุคลากรทางการศึกษามีวินัย มีคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณ วิชาชีพ 2.1.2 ครูจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ใช้สื่อ นวัตกรรม และเทคโนโลยีที่ หลากหลาย วัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้และสมรรถนะของผู้เรียนทุกระดับ
แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี (2566 – 2570) 38 2.1.3 ครูและบุคลากรมีความรู้ ทักษะทางภาษา ทักษะการสื่อสาร ทักษะดิจิทัล และ ปัญญาประดิษฐ์ 2.1.4 ครูและบุคลากรทางการศึกษามีการพัฒนาตนเอง และมีความก้าวหน้าในวิชาชีพ 2.1.5 ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีขวัญ กำลังใจ และได้รับการยกย่อง เชิดชูเกียรติ 2.2 ผู้บริหารยุคใหม่ 2.2.1 ผู้บริหารเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง บริหารจัดการตามหลักธรรมาภิ บาล โดยใช้เทคโนโลยีนวัตกรรม และเครือข่ายความร่วมมือ 2.2.2 ผู้บริหารเป็นผู้นำด้านทักษะดิจิทัล และการสื่อสาร 2.2.3 ผู้บริหารมีการพัฒนาตนเองและมีความก้าวหน้าในวิชาชีพ 2.2.4 ผู้บริหารมีขวัญ กำลังใจ และได้รับการยกย่อง เชิดชูเกียรติ 3. ด้านบริหารจัดการ (องค์กรมิติใหม่) 3.1 บริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล ได้มาตรฐาน มีความโปร่งใส ปลอดการทุจริตและ ประพฤติมิชอบ 3.2 นำนวัตกรรม และเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Technology) มาใช้ในการเพิ่ ม ประสิทธิภาพการบริหาร และการจัดการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ 3.3 บริหารจัดการศึกษาโดยเครือข่ายความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยใช้สหวิทยาเขตและ โรงเรียนเป็นฐาน ที่มุ่งเน้นคุณภาพผู้เรียนเป็นสำคัญ 3.4 มีการจัดการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติที่หลากหลายรูปแบบ การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) มีการวัดและประเมินผลในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาการเรียนรู้และสมรรถนะของผู้เรียนทุกระดับ 3.5 มีหลักสูตรสถานศึกษาที่เน้นสมรรถนะ รวมทั้งจัดกระบวนการเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ หน้าที่ พลเมือง และศีลธรรม ให้เหมาะสมตามวัยของผู้เรียน 3.6มีการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาที่มีประสิทธิภาพ และมีกระบวนการนิเทศติด ตามที่สอดรับกับชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) 3.7 มีระบบข้อมูลสารสนเทศของนักเรียนเป็นรายบุคคล เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการบริหาร จัดการ โดยเฉพาะการดูแลและป้องกันไม่ให้นักเรียนหลุดออกจากระบบ (SCSS) 3.8 มีสภาพแวดล้อมและบรรยากาศเป็นพื้นที่ปลอดภัยและเอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดี และเป็น มิตร กับสิ่งแวดล้อม 3.9 มีระบบและกลไกในการดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มข้นให้กับผู้เรียน ครู และบุคลากร ทางการศึกษา จากโรคภัยต่าง ๆ ภัยพิบัติ ภัยคุกคามทุกรูปแบบ และมีภูมิคุ้มกัน รู้เท่าทันสื่อและเทคโนโลยี
แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี (2566 – 2570) 39 นโยบายโรงเรียนคณะราษฎรบำรุง ๒ เพื่อรองรับการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สองได้อย่าง มีประสิทธิภาพต่อไปดังนี้ ทิศทางการพัฒนา โรงเรียนคณะราษฎรบำรุง ๒ วิสัยทัศน์ (Vision) จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างมีคุณภาพ ตามหลักธรรมมาภิบาลและการมีส่วนร่วมของประชารัฐภายใต้ หลักเศรษฐกิจพอเพียง พันธกิจ – Mission 1. ส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้เรียนมีค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ มีวิถีชีวิตตามหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง และมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2. พัฒนาผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา ให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน 3. ส่งเสริม สนับสนุน พัฒนาระบบบริหารจัดการศึกษา ตามหลักธรรมาภิบาล 4. สนับสนุน ส่งเสริม บริการให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่าง ทั่วถึงและเสมอภาค เป้าประสงค์ – Goals 1) ผู้เรียนมีพัฒนาการเหมาะสมตามวัยและมีคุณลักษะตามค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ 2) ผู้เรียนมีคุณภาพตามมารฐาการศึกษาขั้นพื้นฐาน 3) จัดกิจกรรมตามนโยบาย จุดเน้น แนวทางการปฎิรูปการศึกษาเพื่อยกร้อยละสถานศึกษา 4) ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษามีสรรถนะตรงตามสายงานมีมีวัฒนธรรมการทำงานที่ มุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ 5) ส่งเสริม สนันสนุน ให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา 6) ผู้เรียน ครูมีทักษะชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 8) ครูมีความเข้มแข็งในการดำเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน 9) ผู้เรียน เป็นผู้มีสัมมาคารวะและมีคุณธรรมด้านการประหยัดและรู้จักออม 10) ผู้เรียนรู้และสามารถปฏิบัติตามหลักการห่างไกลยาเสพติดและอบายมุข 11) ใช้ระบบคุณภาพในการบริหารจัดการศึกษา กลยุทธ์โรงเรียน กลยุทธ์ที่ 1 จัดการศึกษาให้ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม ส่งเสริม สนับสนุน ให้ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม มีค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ มีวิถีชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง และมีคุณภาพ ตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน กลยุทธ์ที่ 2 ส่งเสริมบุคลากร ภายในโรงเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน และองค์กรที่เกี่ยวข้อง ร่วมมือในการจัด การศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างทั่วถึง และมีประสิทธิภาพ กลยุทธ์ที่ 3 พัฒนาระบบการบริหารจัดการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพตามหลักธรรมาภิบาล มีคุณธรรมและ ความโปร่งใส่ในการดำเนินงาน รองรับการเปลี่ยนแปลงของโลก กลยุทธ์ที่ 4 พัฒนาแหล่งเรียนรู้ สภาพแวดล้อมและภูมิทัศน์ ให้เอื้อต่อบรรยากาศทางวิชาการ และสังคม แห่งการเรียนรู้
แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี (2566 – 2570) 40 ค่านิยมของโรงเรียน ร่วมคิด ร่วมทำ นำสู่ความสำเร็จ วัฒนธรรมของโรงเรียน รู้รักสามัคคี ผูกพันร่วมกันทำงานอย่างมีความสุข เอกลักษณ์ของโรงเรียน สังคมพหุวัฒนธรรม หนุนนำศิลปะพื้นบ้าน อัตลักษณ์ของโรงเรียน ยิ้มไหว้ ทายทัก รู้รักสามัคคี ปรัชญาโรงเรียน เรียนดี มีคุณธรรม นำวิชาการ สมรรถนะหลักของโรงเรียน (ความสามารถที่โดดเด่น) 1.การมุ่งผลสัมฤทธิ์ 2. การบริการที่ดี 3. การพัฒนาตนเอง 4. การทำงานเป็นทีม
แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี (2566 – 2570) 41 ส่วนที่ 4 แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา ระยะ 5 ปี
ตารางแสดง กรอบการดำเนินงาน กล เป้าหมายและตัวชี้ กลยุทธ์ที่ 1 จัดการศึกษาให้ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม ส่งเสริม สนับสนุน ให้ผู้เี เศรษฐกิจพอเพียง และมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน กลยุทธ์ระดับแผนงาน เป้าหมาย 1. พัฒนา ส่งเสริมให้ผู้เรียน มุ่งมั่นในการศึกษา มี คุณธรรม จริยธรรม 1.โรงเรียนมีคุณภาพการศึกษาตามหลักสูตร ขั้นพื้นฐาน 1.ร้อยละร้อย 2.ร้อยละร้อย ปรัชญาของเศ 3.ร้อยละของ การศึกษาขั้น 2.พัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้มีศักยภาพตาม มาตรฐานการศึกษา 1.ร้อยละของ ขึ้นไป 2.ร้อยละของ 3.ร้อยละของ และระดับอุด 2. พัฒนาความเข้มแข็งของ ระบบการดูแลช่วยเหลือ นักเรียน 1.โรงเรียนมีคุณภาพการศึกษาตามหลักสูตร มาตรฐานการศึกษา 1.ร้อยละของ การศึกษา 2.ร้อยละที่มีห เศรษฐกิจพอ 3.ร้อยละของ การศึกษา 3. พัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้ มีศักยภาพเป็นพลโลก 1.ยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 1.ร้อยละของ ขึ้นไป 2.ร้อยละของ 3.ร้อยละของ 4.ร้อยละของ
แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี (2566 – 2570) 42 ลยุทธ์โรงเรียน กลยุทธ์ระดับแผนงาน ชี้วัดและกรอบเวลา เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม มีค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ มีวิถีชีวิตตามหลัก ตัวชี้วัด ปี 2566 2567 2568 2569 2570 ยละของโรงเรียนมีหลักสูตรสถานศึกษา 75 80 85 90 95 ยละที่มีหลักสูตรสถานศึกษาที่บูรณาการหลัก ศรษฐกิจพอเพียง 50 55 60 65 70 งนักเรียนที่มีคุณภาพตามหลักสูตรมาตรฐาน นพื้นฐาน 50 52 53 54 55 งผู้เรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอยู่ในระดับดี งผู้เรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ (O-NET)สูงขึ้น งผู้เรียนที่สามารถสอบเข้าศึกษาต่อในสายอาชีพ ดมศึกษา 60 50 50 61 51 51 62 52 52 63 53 53 64 54 54 งโรงเรียนมีหลักสูตรสถานศึกษาตามมาตรฐาน 70 71 73 74 75 หลักสูตรสถานศึกษาที่บูรณาการหลักปรัชญาของ เพียง 70 71 73 74 75 งนักเรียนที่มีคุณภาพตามหลักสูตรมาตรฐาน 70 71 73 74 75 งผู้เรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอยู่ในระดับดี งผู้เรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ระดับชาติ (O-NET)สูงขึ้น งผู้เรียนที่เข้าสู่การแข่งขันระดับชาติ งผู้เรียนที่สามารถสอบเข้าศึกษาต่อใน 60 50 50 50 61 51 51 51 62 52 52 52 63 53 53 53 64 54 54 54
กลยุทธ์ระดับแผนงาน เป้าหมาย ระดับอุดมศึก 2.นักเรียนมีความเป็นเลิศทางด้านวิชาการ และ อัตลักษณ์ของโรงเรียน 1.ร้อยละของ 2. ร้อยละผล นาฏศิลป์ กีฬ 4. ส่งเสริมพัฒนาให้ผู้เรียนมี สุขภาวะที่ดีและมี สุนทรียภาพ 1.ส่งเสริมให้ผู้เรียนมี สุขภาวะที่ดีและมีสุนทรียภาพ 1. ร้อยละขอ 2.ร้อยละขอ และหลีกเลี่ยง อุบัติเหตุและ 6.ปลูกฝังให้นักเรียนมี คุณธรรม จริยธรรม สำนึกใน ความเป็นไทย ใส่ใจ สิ่งแวดล้อมห่างไกลสิ่งเสพ ติด อบายมุข และดำเนิน ชีวิตตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง 1.ปลูกฝังนักเรียนให้มีคุณธรรมจริยธรรม สำนึกในความเป็นไทย 1.ร้อยละของ เป็นไทย 2.ส่งเสริมนักเรียนและ บุคลากรน้อมนำหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการ ดำเนินชีวิต 2.ร้อยละของ เศรษฐกิจพอ 3.ส่งเสริมให้นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ตามหลักสูตร 3.ร้อยละของน 4.สร้างความตระหนักเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ให้ นักเรียนห่างไกลสิ่งเสพติด และอบายมุข 4.ร้อยละของน ให้ห่างไกลสิ่ง 5.สร้างความตระหนักแก่ นักเรียนให้รู้คุณค่า ร่วมอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม 5.ร้อยละของน สิ่งแวดล้อม
แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี (2566 – 2570) 43 ตัวชี้วัด ปี 2566 2567 2568 2569 2570 กษา งผลการแข่งขันและการประกวดทางด้านวิชาการ ลงานจากการเข้าร่วมกิจกรรมด้านศิลปะ ดนตรี ฬาและนันทนาการ 70 70 71 71 73 73 74 74 75 75 องนักเรียนที่มีสุขภาวะและสุนทรียภาพ งนักเรียนที่ป้องกันตนเองจากสิ่งเสพติด อบายมุข งสภาวะที่มีความเสี่ยงต่อความรุนแรง โรคภัย ะปัญหาทางเพศ 70 71 73 74 75 งนักเรียนที่มีคุณธรรม จริยธรรมและสำนึกในความ 60 65 70 75 80 งนักเรียนและบุคลากรที่น้อมนำหลักปรัชญาของ เพียงมาใช้ ในการดำเนินชีวิต 60 65 70 75 80 นักเรียนที่มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามหลักสูตร 60 65 70 75 80 นักเรียนที่มีความตระหนัก เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เสพติด และอบายมุข 60 65 70 75 80 นักเรียนตระหนักรู้คุณค่า ร่วมอนุรักษ์และพัฒนา 60 65 70 75 80
กลยุทธ์ที่ 2 ส่งเสริมบุคลากร ภายในโรงเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน และองค์กรที่เกี่ยวข้อ กลยุทธ์ระดับแผนงาน เป้าหมาย 1.ส่งเสริม สนับสนุนพัฒนา ครูและบุคลากรให้สามารถจัด กิจกรรมการเรียนรู้ได้อย่างมี คุณภาพ 1.โรงเรียนมีครูและบุคลากรที่ สามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ได้อย่างมีคุณภาพ 1.ร้อยละของครูที่เข้ารับก 2.ร้อยละของครูที่การจัดท 3.รัอยละของครูที่ผลิตสื่อ 4.ร้อยละของครูที่จัดการเ การ บูรณาการตามหลักป 5.ร้อยละที่มีการนิเทศ ติด พัฒนาการเรียนการสอน 6.ร้อยละของระบบดูแลช่ 7.ร้อยละที่มีการสนับสนุน ศึกษามีขวัญกำลังใจในการ