การประชุมชี้แจง “หลกั เกณฑ์ วธิ ีการ และเครื่องมอื ทดสอบและประเมนิ
สมรรถนะทางวชิ าชีพครู ด้านการปฏิบัตงิ านและการปฏบิ ตั ติ น
ตามมาตรฐานวิชาชพี ครู”
(ตามประกาศคณะอนุกรรมการอานวยการทดสอบ เพอ่ื ขอรบั ใบอนุญาตประกอบวชิ าชพี ครู
เร่อื งหลักเกณฑ์ วิธกี าร และเครอ่ื งมอื ทดสอบและประเมนิ สมรรถนะทางวชิ าชพี ครู
ด้านการปฏบิ ัติงานและการปฏบิ ัตติ น ตามมาตรฐานวชิ าชพี พ.ศ. 2564)
วนั พฤหัสบดีที่ 25 พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2564 เวลา 08.30 – 12.00 น.
ผา่ นส่ืออิเลก็ ทรอนกิ ส์ โดยแอปพลิเคชนั Zoom
สาหรับผ้เู ข้าศกึ ษาในหลกั สูตรปริญญา หรือประกาศนยี บตั รทางการศึกษา
เพ่ือการประกอบวชิ าชีพครู ที่ครุ ุสภารับรอง
ได้แก่
1. ปริญญาตรีทางการศกึ ษา หลกั สตู ร 5 ปี และ 4 ปี ตัง้ แตป่ กี ารศกึ ษา 2562 เป็นต้นไป
2. ปริญญาโททางการศึกษา (วิชาชีพครู) ตั้งแตป่ ีการศกึ ษา 2564 เป็นตน้ ไป
3. ประกาศนยี บัตรวิชาชีพครู ต้งั แต่ปกี ารศกึ ษา 2564 เปน็ ต้นไป
4. ไมต่ า่ กว่าปรญิ ญาตรอี ่ืน และผ่านการรับรองความรู้ตามมาตรฐานความรู้วิชาชีพของคุรุสภา
ทส่ี ่าเร็จการศึกษาในประเทศไทย
5. ปริญญาตรอี ื่น และผ่านการรับรองความรู้ตามมาตรฐานความรูว้ ิชาชพี ของคุรุสภา
ทส่ี ่าเรจ็ การศกึ ษาจากตา่ งประเทศ
หลักการและเหตผุ ล
รฐั ธรรมนญู ยทุ ธศาสตร์ชาติ พระราชบญั ญตั ิสภาครู คุรุสภา
แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศักราช 2560 พ.ศ. 2561 – 2580 และบคุ ลากรทางการศกึ ษา 1. ข้อบังคบั ครุ สุ ภา วา่ ดว้ ยมาตรฐานวิชาชพี
มาตรา 258 จ. (3) กาหนดให้ “ มีกลไก ดา้ นการพัฒนาและเสรมิ สร้างศกั ยภาพ
และระบบการผลิต คัดกรอง และพฒั นา ทรัพยากรมนุษย์ มเี ป้าหมายพัฒนาคน พ.ศ. 2546 มาตรา 43 (ฉบบั ที่ 4) พ.ศ. 2562
ผปู้ ระกอบวิชาชพี ครแู ละอาจารย์ใหไ้ ด้ผู้มี ในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เปน็ คนดี เกง่
จิตวิญญาณของความเปน็ ครู มีความรู้ และมคี ุณภาพ โดยคนไทยมคี วามพรอ้ ม ก่าหนดให้ “ วิชาชพี ครูเปน็ วชิ าชพี ควบคมุ 2. ขอ้ บังคับครุ สุ ภา วา่ ด้วยใบอนุญาต
ความสามารถอยา่ งแทจ้ รงิ ” ทัง้ กาย ใจ สตปิ ญั ญา ผู้ประกอบวิชาชพี ครูจะต้องมีใบอนญุ าต ประกอบวชิ าชีพ พ.ศ. 2559 และแกไ้ ข
ประกอบวิชาชพี ”
เพม่ิ เติม (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2562
3. ประกาศคณะกรรมการคุรุสภา เรอื่ ง
หลักเกณฑแ์ ละวธิ ีการทดสอบและประเมิน
สมรรถนะทางวิชาชีพครู พ.ศ. 2563
และแกไ้ ขเพม่ิ เตมิ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2564
กฎหมายที่เกี่ยวข้องกบั การดาเนินงานประเมนิ สมรรถนะทางวิชาชพี ครู
ด้านการปฏบิ ตั ิงานและการปฏิบัติตน ตามมาตรฐานวชิ าชีพครู
1. ข้อบงั คับคุรสุ ภา ว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพ พ.ศ. 2556
2. ขอ้ บงั คบั คุรสุ ภา วา่ ด้วยมาตรฐานวชิ าชีพ (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2561
3. ขอ้ บังคับคุรสุ ภา วา่ ดว้ ยมาตรฐานวิชาชพี (ฉบบั ที่ 3) พ.ศ. 2561
4. ขอ้ บงั คับครุ สุ ภา ว่าดว้ ยมาตรฐานวิชาชพี (ฉบบั ท่ี 4) พ.ศ. 2562
5. ข้อบงั คับคุรุสภา วา่ ดว้ ยจรรยาบรรณของวิชาชพี พ.ศ. 2556
6. ข้อบงั คบั ครุ สุ ภา ว่าดว้ ยใบอนุญาตประกอบวิชาชพี พ.ศ. 2559
7. ข้อบงั คับคุรสุ ภา ว่าดว้ ยใบอนญุ าตประกอบวชิ าชพี (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2562
8. ประกาศคณะกรรมการครุ สุ ภา เรอ่ื ง หลกั เกณฑแ์ ละวิธกี ารทดสอบและ
ประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู พ.ศ. 2563
9. ประกาศคณะกรรมการครุ สุ ภา เร่ือง หลกั เกณฑ์และวธิ ีการทดสอบและ
ประเมนิ สมรรถนะทางวิชาชพี ครู (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2564
10. ประกาศคณะอนกุ รรมการอา่ นวยการทดสอบ เพ่อื ขอรบั ใบอนุญาตประกอบวชิ าชพี ครู
เรื่อง หลักเกณฑ์ วธิ ีการ และเคร่อื งมอื ทดสอบและประเมนิ สมรรถนะทางวิชาชีพครู
ด้านการปฏบิ ตั ิงานและการปฏบิ ตั ิตน ตามมาตรฐานวิชาชพี ครู พ.ศ. 2564
ราชกจิ จานเุ บกษา
ประกาศคณะกรรมการคุรสุ ภา
เรื่อง หลกั เกณฑ์และวิธกี ารทดสอบและประเมนิ สมรรถนะทางวิชาชีพครู พ.ศ. 2563
ข้อ 7 (ข) ก่าหนดให้มกี ารประเมินสมรรถนะทางวชิ าชีพครู ด้านการปฏิบัติงานและการปฏิบตั ิตน
ตามมาตรฐานวชิ าชพี ครู โดยกา่ หนดใหม้ อี งคป์ ระกอบในการประเมนิ สมรรถนะทางวชิ าชีพครู 3 องค์ประกอบ ได้แก่
(1) การจัดการเรยี นรู้
(2) ความสมั พนั ธ์กับผู้ปกครองและชมุ ชน และ
(3) การปฏิบัตหิ น้าที่ครู และจรรยาบรรณของวิชาชีพ
ราชกิจจานเุ บกษา
ประกาศคณะกรรมการครุ ุสภา
เร่ือง หลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารทดสอบและประเมนิ สมรรถนะทางวชิ าชีพครู (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2564
ขอ้ 8 กา่ หนดเกณฑก์ ารตดั สินการทดสอบและประเมนิ ตามข้อ 7 แต่ละวชิ าตอ้ งไม่ตา่ กวา่ ร้อยละ 60 ...
คณะอนกุ รรมการอานวยการทดสอบ
เพ่อื ขอรับใบอนญุ าตประกอบวิชาชีพครู
คณะกรรมการกาหนดหลกั เกณฑ์ วิธกี าร
และเครอื่ งมอื ประเมนิ สมรรถนะทางวิชาชพี ครู
ดา้ นการปฏบิ ตั งิ านและการปฏบิ ัติตน ตามมาตรฐานวิชาชพี ครู
โดยมีศาสตราจารย์ศริ ิชยั กาญจนวาสี เปน็ ประธานกรรมการ และมีคณะกรรมการร่วมคณะ จา่ นวน 17 คน
เพือ่ ทา่ หนา้ ทใ่ี นการสรา้ งและพฒั นาหลกั เกณฑ์ วิธกี าร และเครอ่ื งมอื ประเมนิ สมรรถนะทางวิชาชพี ครู ด้านการ
ปฏบิ ัตงิ านและการปฏบิ ัตติ น ตามมาตรฐานวชิ าชพี ครู
คณะกรรมการกาหนดหลักเกณฑ์ ได้ ร่าง เกณฑ์ระดับคณุ ภาพพฤติกรรมบ่งช้ี ประกอบเครือ่ งมือการประเมินสมรรถนะ
วธิ ีการ และเคร่อื งมอื ประเมนิ สมรรถนะ ทางวิชาชีพครฯู และแนวทางการประเมินสมรรถนะทางวชิ าชีพครู
ทางวชิ าชีพครู ดา้ นการปฏิบตั ิงานและ
การปฏบิ ัตติ น ตามมาตรฐานวิชาชีพครู ดา้ นการปฏบิ ตั งิ านและการปฏิบัตติ น ตามมาตรฐานวชิ าชีพครู
ในการประชุมครงั้ ที่ 8/2564 เมือ่ วนั อังคารที่ 19 ตลุ าคม 2564 จดั ประชุมรับฟังความคิดเห็น สง่ แบบสารวจ
ความคดิ เห็น
คณะอนกุ รรมการอ่านวยการทดสอบฯ มีมติ เรือ่ ง แนวทางการประเมนิ สมรรถนะทางวชิ าชีพครู ฯ
ให้ความเหน็ ชอบหลักเกณฑ์ วิธกี าร และเคร่อื งมอื เมอื่ วนั อังคารที่ 15 ธันวาคม 2563 จากผ้แู ทนสถาบันอดุ มศึกษา 8 กลุ่ม ที่ ออนไลน์
ประเมนิ สมรรถนะทางวิชาชพี ครู ได้รบั การเสนอรายชือ่ จากสภาคณบดคี ณะครศุ าสตร์/ศกึ ษาศาสตร์ ไปยัง
ดา้ นการปฏิบัติงานและการปฏิบตั ิตน แห่งประเทศไทยจา่ นวน 28 คน สถาบันอดุ มศกึ ษา
จ่านวน 192 แห่ง
ตามมาตรฐานวิชาชีพครู
ตามแนวทางของคณะกรรมการฯ และ ร่าง แนวทางการประเมินสมรรถนะทางวิชาชพี ครฯู
ให้มีการจัดประชมุ ชีแ้ จง หลกั เกณฑ์ฯ
ที่ไดป้ รบั ปรุงแกไ้ ขจากการประชมุ และจากการส่ารวจความคดิ เหน็ ออนไลน์
ให้กบั ผ้แู ทนจากสถาบนั อดุ มศกึ ษา
ในฐานะท่ีเป็นฝ่ายผลิต ในการประชมุ ครัง้ ท่ี 3/2563 เม่อื วันจันทร์ที่ 1 มีนาคม 2564
คณะอนกุ รรมการอา่ นวยการทดสอบฯ ไดม้ ีมติเห็นชอบ ร่าง แนวทางการประเมินสมรรถนะทาง
วชิ าชีพครูฯ และมอบสานกั งานเลขาธิการคุรุสภา
จดั ทาเครื่องมอื ประเมนิ สมรรถนะทางวิชาชพี ครฯู
วตั ถปุ ระสงค์
1. เพ่ือประเมนิ สมรรถนะทางวชิ าชาชีพครู ดา้ นการปฏบิ ัตงิ านและการปฏบิ ตั ติ น ตามมาตรฐานวิชาชพี ครู ตามทค่ี ุรสุ ภากา่ หนด
2. เพื่อน่าผลการผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ไปใช้เป็นเงอื่ นไขหนึ่งในการขอรบั ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู
นยิ ามศัพทเ์ ฉพาะ หมายความว่า
นยิ ามศัพท์ องค์ประกอบของหลกั เกณฑ์ วธิ ีการ เครื่องมอื และเกณฑ์การตัดสินการประเมนิ สมรรถนะทางวชิ าชีพครู ดา้ นการปฏบิ ตั งิ านและการปฏบิ ัตติ น
ตามมาตรฐานวชิ าชีพครู
การทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวชิ าชพี ครู
ด้านการปฏบิ ตั ิงานและการปฏิบัติตน ตามมาตรฐานวิชาชพี ครู รายละเอียดของสมรรถนะหลกั สมรรถนะยอ่ ย และพฤติกรรมบ่งชใี้ นการประเมนิ การปฏิบตั งิ านและการปฏบิ ัติตน ตามมาตรฐานวิชาชพี ครู
กรอบสมรรถนะในการประเมนิ สมรรถนะทางวชิ าชพี ครู คณุ ลกั ษณะเชงิ พฤตกิ รรมทีเ่ ปน็ ผลมาจากความรู้ (Knowledge) ทักษะ (Skills) ความสามารถ (Ability) และ คุณลักษณะอื่น ๆ ทเี่ ก่ียวข้องกับ
สมรรถนะ การทา่ งานท่ที ่าให้บุคลากรในองค์กรปฏบิ ัตงิ านได้ผลงานทีโ่ ดดเดน่ กว่าคนอนื่ ๆ ซง่ึ เกิดจากแรงผลักดนั เบ้ืองลกึ (Motives) อุปนิสยั (Traits)
ภาพลกั ษณ์ภายใน (Self-image) และบทบาทที่แสดงออกต่อสังคม (Social role) ทแ่ี ตกต่างกนั ท่าใหแ้ สดงพฤตกิ รรมการทา่ งานที่ตา่ งกนั
สมรรถนะทางวชิ าชีพครู
สมรรถนะด้านการปฏิบัติงานและการปฏบิ ัติตน ตามมาตรฐานวิชาชพี ท่ปี รากฏในข้อบงั คบั คุรสุ ภา วา่ ด้วยมาตรฐานวิชาชพี (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562
สมรรถนะด้านการจดั การเรยี นรู้ และขอ้ บงั คบั คุรสุ ภา ว่าดว้ ยจรรยาบรรณของวชิ าชพี พ.ศ. ๒๕๕๖
สมรรถนะด้านความสมั พนั ธ์กบั ผปู้ กครองและชมุ ชน ความสามารถในการวเิ คราะห์หลักสตู ร วางแผนและ
จัดกจิ กรรมการเรียนรู้ การประยกุ ต์ใช้เทคโนโลยดี ิจทิ ลั มาช่วยในการจดั การเรียนรู้ การวดั และประเมินเพื่อพฒั นาผู้เรียน การวิจัยและการท่างาน
สมรรถนะด้านการปฏิบัติหนา้ ที่ครู ร่วมกับผูอ้ ่ืน รวมทัง้ การดูแล ช่วยเหลอื และพัฒนาผเู้ รยี น
และจรรยาบรรณของวิชาชพี
ความสามารถในการวิเคราะห์ วางแผน สรา้ งเครอื ข่าย ร่วมมอื กบั ผูป้ กครอง และชมุ ชน ในการพฒั นาการเรยี นรู้และคณุ ลกั ษณะที่พึงประสงค์ของ
ผ้เู รยี น และการสง่ เสริม อนุรักษ์วัฒนธรรมและภมู ิปญั ญาท้องถนิ่
ความสามารถในการปฏิบตั หิ น้าทีค่ รู มงุ่ มัน่ พฒั นาผู้เรียน ประพฤตติ นเปน็ แบบอย่างทด่ี ี มีจรรยาบรรณต่อตนเอง วชิ าชพี ผรู้ บั บริการ
ผู้ร่วมประกอบวชิ าชพี และสงั คม
สว่ นท่ี 1 หลกั เกณฑฯ์ : คุณสมบตั ขิ องผู้เข้ารบั การประเมนิ
มีวุฒิท่สี าเร็จ • (1) วฒุ ิไม่ต่ากว่าปรญิ ญาทางการศกึ ษา หรอื เทียบเท่า ที่คุรสุ ภารับรอง
การศกึ ษา : ไทย • (2) วุฒิไม่ต่ากว่าปริญญาตรีอ่นื ท่ีครุ ุสภารบั รอง
• (3) วุฒไิ มต่ ่ากวา่ ปริญญาตรีอนื่ และผ่านการรับรองความรูต้ ามมาตรฐานความรู้วิชาชพี ของคุรุสภา
มวี ุฒทิ ่สี าเร็จ • (1) วุฒปิ ริญญาทางการศกึ ษาหรอื เทยี บเท่า
การศกึ ษา : • (2) วุฒปิ รญิ ญาอ่นื และมีใบอนุญาตประกอบวชิ าชีพครูจากตา่ งประเทศ
ต่างประเทศ • (3) วุฒปิ รญิ ญาตรีอน่ื และมีคุณวฒุ ิประกาศนียบตั รวชิ าชีพครูท่ใี ช้เวลาศึกษาไมน่ ้อยกว่าหนง่ึ ปี
• (4) วฒุ ิปริญญาตรอี น่ื และผ่านการรับรองความรตู้ ามมาตรฐานความร้วู ิชาชีพของครุ ุสภา
• เป็นผูอ้ ยูร่ ะหว่างศกึ ษาในหลักสูตรปริญญาทางการศึกษา หรือเทยี บเท่าท่คี รุ สุ ภารบั รอง ตาม
หลกั เกณฑ์คุณสมบัติทีค่ ณะอนกุ รรมการก่าหนด
อยรู่ ะหว่างศึกษา
ส่วนที่ 1 หลกั เกณฑ์ฯ : องค์ประกอบของกรอบสมรรถนะการประเมิน
สมรรถนะ สมรรถนะ พฤตกิ รรม
หลัก ยอ่ ย บ่งช้ี
สมรรถนะหลัก สมรรถนะยอ่ ย พฤตกิ รรมบง่ ช้ี
1. ดา้ นการจดั การเรยี นรู้ 6 สมรรถนะยอ่ ย 12 พฤติกรรมบง่ ช้ี
4 สมรรถนะยอ่ ย 8 พฤตกิ รรมบง่ ช้ี
2. ด้านความสัมพันธ์กบั ผปู้ กครองและชมุ ชน 10 สมรรถนะยอ่ ย 20 พฤติกรรมบง่ ชี้
3. ดา้ นการปฏิบัติหนา้ ท่คี รู
และจรรยาบรรณของวชิ าชพี
สมรรถนะหลกั สมรรถนะย่อย พฤติกรรมบง่ ช้ี
1.1 พัฒนาหลกั สตู รสถานศกึ ษา การจดั การเรยี นรู้ สื่อ 1.1.1 สามารถวิเคราะห์ความสอดคลอ้ งของสาระการเรยี นรกู้ บั มาตรฐานการเรยี นร้ขู องหลักสูตร
การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้ แกนกลางและหลักสตู รสถานศึกษา
1.1.2 สามารถวิเคราะห์ความสอดคลอ้ งของสาระการเรยี นรู้เพื่อพฒั นาผู้เรียนใหม้ ปี ัญญารู้คิด
1. ด้านการ ัจดการเรียนรู้ และมีความเป็นนวัตกร
1.2 บรู ณาการความรู้และศาสตร์การสอนในการวางแผน 1.2.1 สามารถเขยี นแผนการจัดการเรยี นรเู้ พอ่ื พัฒนาผู้เรียนให้มปี ัญญารู้คดิ และมีความเปน็ นวตั กร
และจัดการเรยี นรทู้ ส่ี ามารถพฒั นาผู้เรียนใหม้ ี 1.2.2 สามารถจัดการเรยี นรู้ให้เป็นไปตามแผนการจดั การเรยี นรู้เพอื่ พัฒนาผู้เรยี นใหม้ ีปญั ญารู้คิด
ปญั ญาร้คู ดิ และมคี วามเป็นนวัตกร และมี ความเปน็ นวัตกร
1.3 จดั กจิ กรรมและสร้างบรรยากาศการเรียนรูใ้ หผ้ ้เู รียนมี 1.3.1 สามารถจัดกจิ กรรมและสรา้ งบรรยากาศการเรียนรใู้ ห้ผ้เู รียนมีความสขุ ในการเรยี น
ความสุขในการเรยี น โดยตระหนกั ถงึ สขุ ภาวะของ 1.3.2 จัดกิจกรรมและสรา้ งบรรยากาศการเรยี นรู้ใหผ้ ู้เรียนโดยตระหนักถงึ สุขภาวะของผเู้ รยี น
ผู้เรยี น
1.4 ดแู ล ช่วยเหลอื และพัฒนาผู้เรยี นเปน็ รายบุคคล 1.4.1 สามารถดแู ล ช่วยเหลือ และพฒั นาผู้เรยี นเปน็ รายบุคคลตามศกั ยภาพ
ตามศกั ยภาพ สามารถรายงานผลการพัฒนาคุณภาพ 1.4.2 สามารถรายงานผลการพฒั นาคุณภาพผเู้ รยี นได้อย่างเปน็ ระบบ
ผ้เู รยี นได้อย่างเปน็ ระบบ
1.5 วจิ ยั สร้างนวัตกรรม และประยุกต์ใชเ้ ทคโนโลยีดิจทิ ัล 1.5.1 สามารถท่าวิจัยทีส่ อดคล้องกับปญั หาของผเู้ รยี น
ให้เกดิ ประโยชนต์ อ่ การเรียนรู้ของผเู้ รยี น 1.5.2 สามารถประยุกตใ์ ช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรยี นรู้ เชน่ CAI, google classroom,
Kahoot เป็นต้น
1.6 ปฏิบัตงิ านรว่ มกบั ผอู้ ื่นอยา่ งสร้างสรรค์และมสี ว่ นรว่ ม 1.6.1 สามารถปฏิบตั งิ านร่วมกบั ผอู้ ่ืนอยา่ งสรา้ งสรรค์
ในกจิ กรรมวชิ าชีพ 1.6.2 มีส่วนร่วมในกิจกรรมการพฒั นาวิชาชพี
สมรรถนะหลัก สมรรถนะย่อย พฤติกรรมบ่งช้ี
2. ้ดานความสัมพัน ์ธ ักบ ุชมชนและ ้ผูปกครอง 2.1 ร่วมมอื กับผู้ปกครองในการพฒั นาและแกป้ ญั หา 2.1.1 รว่ มมอื กบั ผู้ปกครองในการพฒั นาผู้เรยี นให้มคี ุณลักษณะท่พี ึงประสงค์ของสถานศึกษา
ผู้เรียนให้มีคุณลักษณะทพี่ งึ ประสงค์ 2.1.2 รว่ มมือกับผูป้ กครองในการแกป้ ญั หาผู้เรยี นใหม้ คี ุณลักษณะทีพ่ งึ ประสงค์ของสถานศึกษา
2.2 สร้างเครอื ข่ายความร่วมมอื กับผู้ปกครองและชุมชน 2.2.1 สามารถสรา้ งเครือขา่ ยความร่วมมอื กบั ผู้ปกครองเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ทีม่ คี ุณภาพของผู้เรยี น
เพื่อสนับสนนุ การเรียนรทู้ ่มี ีคณุ ภาพของผ้เู รยี น 2.2.2 สามารถสรา้ งเครอื ข่ายความรว่ มมอื กบั ชุมชน เชน่ ปราชญช์ าวบา้ น หนว่ ยงานปกครองของท้องถ่นิ เพอ่ื สนับสนนุ การเรียนรูท้ มี่ ีคณุ ภาพ
ของผเู้ รียน
2.3 ศกึ ษา เขา้ ถึงบรบิ ทของชุมชน และสามารถอยู่ 2.3.1 สามารถรายงานการศึกษาบรบิ ทของชุมชนโดยเลอื กประเดน็ ศึกษา ไดแ้ ก่
ร่วมกนั บนพ้นื ฐานความแตกตา่ งทางวัฒนธรรม 1) วทิ ยากรในชมุ ชน
2) ปราชญ์ชาวบา้ นในชมุ ชน
3) แหลง่ เรียนรูใ้ นชมุ ชน
4) วัฒนธรรมของชมุ ชุน
5) เศรษฐกจิ ของชุมชน
2.3.2 สามารถปฏิบตั ติ นในการอยูร่ ว่ มกบั ชมุ ชนได้อยา่ งเหมาะสม
2.4 สง่ เสริม อนุรักษว์ ัฒนธรรม และภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถ่ิน 2.4.1 สามารถรายงานการศกึ ษาวฒั นธรรมของชมุ ชนและภูมปิ ัญญาในทอ้ งถ่ิน โดยเลอื กศึกษาตามประเดน็ ไดแ้ ก่
1) วทิ ยากรด้านวัฒนธรรมของชุมชนและภูมิ ปัญญาในท้องถิ่น
2) ปราชญ์ชาวบา้ นด้านวัฒนธรรมของชุมชนและภูมิปญั ญาในท้องถน่ิ
3) แหลง่ เรียนรูใ้ นชมุ ชนด้านวฒั นธรรมของชมุ ชนและภูมปิ ญั ญาในทอ้ งถ่ิน
4) การอนรุ ักษว์ ฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาทอ้ งถิ่น
2.4.2 สามารถนา่ วัฒนธรรมของชุมชนและภมู ปิ ัญญาในทอ้ งถ่ิน มาบูรณาการในการจดั การเรียนรใู้ นชนั้ เรียนตามประเด็น ไดแ้ ก่
1) องคค์ วามรขู้ องวิทยากรด้านวัฒนธรรมของชมุ ชนและภมู ปิ ัญญาในทอ้ งถ่นิ
2) องค์ความรู้ของปราชญ์ชาวบา้ นด้านวัฒนธรรมของชุมชนและภมู ปิ ญั ญาในท้องถิ่น
3) องค์ความรจู้ ากแหลง่ เรยี นรูใ้ นชมุ ชนด้านวฒั นธรรมของชุมชนและภมู ปิ ัญญาในท้องถ่ิน
สมรรถนะหลกั สมรรถนะย่อย พฤติกรรมบง่ ช้ี
3.1 มงุ่ ม่นั พัฒนาผเู้ รยี นด้วยจติ วิญญาณความเปน็ ครู 3.1.1 มุ่งมัน่ พัฒนาผูเ้ รยี นใหเ้ กดิ การเรียนรู้ ทักษะปฏบิ ตั ิ และคณุ ลกั ษณะที่ดงี าม อย่างเตม็ ความสามารถดว้ ยวธิ ีการทเ่ี หมาะสมกบั ระดับ
ความสามารถและชว่ งวยั
3.1.2 รกั เมตตา เอาใจใส่ ช่วยเหลอื และพฒั นาผู้เรียนอยา่ งเหมาะสมด้วยความบรสิ ุทธใิ์ จ
3.2 สง่ เสรมิ การเรียนรู้ เอาใจใส่ และยอมรบั ความ 3.2.1 สง่ เสรมิ การเรยี นรอู้ ยา่ งต่อเนอ่ื งด้วยความเอาใจใส่
3. ด้านการปฏิ ับติหน้า ่ีทครูและ แตกต่างของผเู้ รยี นแตล่ ะบคุ คล 3.2.2 การยอมรับความแตกตา่ งของผเู้ รียนทางดา้ นเพศ เชอื้ ชาติ ศาสนา วฒั นธรรม และระดบั การเรียนรู้
จรรยาบรรณของวิชาชีพ
3.3 สรา้ งแรงบนั ดาลใจผเู้ รยี นใหเ้ ปน็ ผู้ใฝเ่ รียนรู้ และ 3.3.1 กระตุน้ และเสรมิ สร้างแรงจงู ใจในการเรยี นรูแ้ กผ่ ูเ้ รยี นโดยใช้การเสริมแรงทางบวก
ผูส้ รา้ งนวัตกรรม 3.3.2 สง่ เสริมให้ผ้เู รยี นแสดงความสามารถและความคดิ ริเริ่มสรา้ งสรรคอ์ ยา่ งเตม็ ศักยภาพ
3.4 พัฒนาตนเองให้มคี วามรอบรู้ ทันสมยั และทันต่อ 3.4.1 ตดิ ตามขอ้ มูลข่าวสารการศึกษา สงั คม การเมือง การปกครอง และเศรษฐกจิ โดยสามารถน่ามาปรับใช้/เช่ือมโยง กบั เนื้อหาในการ
การเปลี่ยนแปลง จดั การเรยี นรูไ้ ด้อย่างมปี ระสิทธิภาพ
3.4.2 น่าแนวคิด เทคนิควิธีการ หรอื ความรู้ใหมๆ่ ท่ีน่าสนใจ มาประยกุ ตใ์ ช้เป็นส่วนหนงึ่ ในการออกแบบการจัดกิจกรรรมการเรียนร้ไู ดอ้ ยา่ ง
เหมาะสม
3.5 ประพฤตติ นเปน็ แบบอย่างท่ดี ี มคี ณุ ธรรม 3.5.1 ประพฤตติ นเป็นแบบอยา่ งท่ดี ที ้งั ทางกาย วาจา และจติ ใจ มคี ณุ ธรรมจริยธรรม
จริยธรรม และมีความเปน็ พลเมืองทเ่ี ขม้ แขง็ 3.5.2 ปฏิบัตติ นโดยยึดหลกั ความเป็นธรรม เทา่ เทยี ม และมีส่วนชว่ ยให้คนในองค์กรอย่รู ่วมกันอย่างสันติ
3.6 จรรยาบรรณตอ่ ตนเอง 3.6.1 ปฏบิ ตั ิตนตามข้อตกลง กฎกตกิ าของโรงเรยี นดว้ ยความสมัครใจ ทงั้ ในด้านการปฏิบัติการสอนและการปฏิบัติหนา้ ที่อนื่ ในโรงเรยี น
3.6.2 ติดตามข้อมูลและปรับเปลี่ยนตนเองใหส้ อดคล้องการเปล่ยี นแปลงทางวชิ าชีพ วิทยาการ เศรษฐกิจ สงั คม และการเมอื ง
3.7 จรรยาบรรณตอ่ วชิ าชีพ 3.7.1 ศรทั ธา ซ่อื สตั ย์ สจุ รติ และรับผติ ชอบต่อวชิ าชีพครู
3.7.2 เปน็ สมาชิกที่ดีขององค์กรวชิ าชพี
3.8 จรรยาบรรณต่อผ้รู ับบริการ 3.8.1 ใหบ้ รกิ ารดว้ ยความจริงใจและเสมอภาค
3.8.2 ไมเ่ รยี กรับหรือยอมรับผลประโยชน์จากการใช้ต่าแหนง่ หนา้ ท่โี ดยมชิ อบ
3.9 จรรยาบรรณต่อผรู้ ว่ มประกอบวชิ าชพี 3.9.1 อุทิศตนเพอื่ ช่วยเหลือเพื่อนผู้ร่วมประกอบวชิ าชพี ภายใต้หลักการทถี่ ูกต้อง
3.9.2 สรา้ งความสามัคคใี นหมคู่ ณะ
3.10 จรรยาบรรณตอ่ สงั คม 3.10.1 รเิ ร่ิม วางแผน หรือ เปน็ ผ้นู า่ ในการทา่ กจิ กรรมเก่ียวกับอนุรกั ษ์และพฒั นา เศรษฐกิจ สงั คม ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปญั ญา หรือ
สิง่ แวดลอ้ มโดยคา่ นงึ ถงึ ผลประโยชนข์ องสว่ นรวมเปน็ ส่าคัญ
3.10.2 ปฏบิ ัตติ นตามกฎระเบียบของสงั คมภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษตั รยิ ท์ รงเปน็ ประมุขอย่างเคร่งครดั
สว่ นที่ 1 หลกั เกณฑ์ฯ :มาตรฐานการประเมนิ
การประเมนิ สมรรถนะทางวชิ าชีพครู ดา้ นการปฏิบัตงิ านและการปฏบิ ตั ิตน ตามมาตรฐานวิชาชีพครู ดา่ เนนิ การดว้ ยระบบการประเมินที่มีมาตรฐาน
ตามคณะกรรมการมาตรฐานการประเมนิ ทางการศกึ ษา (The Joint Committee on Standards for Educational Evaluation) 4 ดา้ น ดงั น้ี
1 มาตรฐานการใช้ประโยชน์ (Utility Standards) ได้แก่ 3 มาตรฐานความเหมาะสม (Propriety Standards) ได้แก่
1. การก่าหนดขอ้ ตกลงการประเมนิ
1. ผูใ้ ชส้ ารสนเทศการประเมิน 2. การประเมนิ ดว้ ยความโปร่งใสและเปน็ ธรรม
2. ความนา่ เชือ่ ถอื ของผ้ปู ระเมนิ 3. การรายงานและขอ้ จ่ากดั ของการประเมนิ
3. ขอบเขตและการเลอื กใช้สารสนเทศ 4. สิทธิในการรับรขู้ า่ วสารของสาธารณะ
4. การแปลความหมายและการตัดสินผลการประเมนิ 5. สทิ ธสิ ่วนตวั ของผไู้ ดร้ ับการประเมนิ
5. ความชัดเจนของรายงานการประเมิน 6. ปฏสิ ัมพันธข์ องผู้เกีย่ วข้องกบั การประเมนิ
6. การเผยแพรร่ ายงานผลการประเมนิ ตอ่ ผู้เกีย่ วขอ้ ง 7. รายงานผลการประเมินครอบคลมุ รอบดา้ น
7. ความทันเวลากับการนา่ ผลการประเมินไปใช้ประโยชน์ 8. ความรับผิดชอบและจรรยาบรรณของผ้ปู ระเมนิ
8. ผลกระทบของการประเมิน
4 มาตรฐานความถกู ต้อง (Accuracy Standards) ได้แก่
2 มาตรฐานความเป็นไปได้ (Feasibility Standards) ได้แก่ 1. วัตถุประสงค์ของการประเมนิ
2. บรบิ ทของการประเมนิ
1. วิธีและกระบวนการประเมนิ ทีส่ ามารถน่าไปปฏบิ ัตไิ ดจ้ รงิ 3. จดุ ประสงคแ์ ละกระบวนการประเมนิ
2. การประเมนิ เป็นที่ยอมรบั จากผู้เก่ยี วขอ้ ง 4. แหล่งข้อมลู และการไดม้ าของสารสนเทศการประเมิน
3. ประสิทธิผลของการประเมนิ 5. การพัฒนาเครื่องมอื และการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลการประเมนิ ทม่ี คี วามตรง
6. การพฒั นาเคร่อื งมอื และการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลการประเมินทม่ี ีความเทย่ี ง
7. ระบบท่ีใช้ในการควบคมุ การเกบ็ ขอ้ มูล วเิ คราะห์และรายงานผล
8. การวเิ คราะหข์ อ้ มูลเชงิ ปริมาณ
9. การวิเคราะห์ข้อมลู เชงิ คณุ ภาพ
10. การสรุปผลการประเมนิ ถูกตอ้ งและเหมาะสม
11. รายงานผลการประเมนิ เปน็ ปรนยั
ส่วนที่ 1 หลกั เกณฑฯ์ : ผปู้ ระเมนิ
กรณีผรู้ ับการประเมินเป็นผู้อยรู่ ะหว่างศกึ ษา กรณผี ้รู ับการประเมินเปน็ ผสู้ าเรจ็ การศกึ ษา
อาจารยน์ เิ ทศก์ บคุ ลากรของสถานศกึ ษาท่ผี ู้เขา้ รับการประเมิน
ครพู ่ีเล้ยี ง ปฏบิ ตั กิ ารสอนในสถานศกึ ษานน้ั
ผ้บู ริหารสถานศกึ ษา หรอื อาจเป็นผู้ที่ผู้บริหารสถานศึกษา บคุ ลากรอื่นท่ีสถานศกึ ษาพจิ ารณาแลว้ เหน็ ว่า
มอบหมาย โดยไม่ใช่บุคคลเดียวกับครูพีเ่ ลย้ี ง สามารถเปน็ ผปู้ ระเมนิ ได้
สว่ นที่ 1 หลกั เกณฑ์ฯ : เกณฑ์การให้คะแนน
พฤตกิ รรมบ่งชแ้ี ตล่ ะข้อ ให้คะแนนเป็นมาตรวัดประมาณคา่ 5 ระดบั
(Rating Scale) โดยให้แต่ละระดับ มคี ่าคะแนน ดงั นี้
ระดบั 1 มคี า่ เท่ากับ 1 คะแนน
ระดับ 2 มีค่าเท่ากับ 2 คะแนน
ระดับ 3 มีคา่ เทา่ กับ 3 คะแนน
ระดับ 4 มีคา่ เทา่ กับ 4 คะแนน
ระดบั 5 มีคา่ เทา่ กบั 5 คะแนน
ทง้ั น้ี เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชพี ครู
ด้านการปฏิบตั ิงานและการปฏบิ ัติตนตามมาตรฐานวิชาชีพครู
ในแตล่ ะพฤติกรรมบ่งช้ใี หเ้ ป็นไปตามเอกสารแนบท้ายประกาศ
สว่ นที่ 1 หลักเกณฑฯ์ : ค่านา้ หนกั การใหค้ ะแนนของผู้ประเมนิ แตล่ ะคน
กรณเี ป็นผอู้ ยู่ระหวา่ งศกึ ษา กรณเี ป็นผสู้ าเร็จการศกึ ษา
สมรรถนะท่ปี ระเมนิ อาจารย์ ครพู เี่ ลี้ยง ผู้บริหาร บคุ ลากร ผูแ้ ทน
นเิ ทศก์ ของ คณะกรรมการ บคุ ลากรอน่ื
ด้านการจดั การเรียนรู้
ด้านความสัมพนั ธก์ ับ สถานศกึ ษา สถานศึกษา
ผูป้ กครองและชุมชน
50 40 10 50 - 50
ด้านการปฏิบตั หิ นา้ ทค่ี รู
และจรรยาบรรณของวิชาชพี 30 40 30 55 15 30
(15% ของผู้แทน
คณะกรรมการ
สถานศกึ ษา)
30 40 30 70 - 30
สว่ นที่ 1 หลกั เกณฑฯ์ : เกณฑก์ ารตัดสิน
สมรรถนะดา้ นการจัดการเรียนรู้ สมรรถนะด้านความสมั พันธ์กับ สมรรถนะดา้ นการปฏบิ ตั หิ นา้ ทค่ี รู และ
ไม่นอ้ ยกวา่ 3.00 ผ้ปู กครองและชุมชน จรรยาบรรณของวชิ าชีพ
ไม่นอ้ ยกว่า 3.00 ไมน่ ้อยกว่า 3.00
คะแนนเฉลี่ยรวมท้ัง 3 องคป์ ระกอบ ไม่น้อยกว่า 3.00
สว่ นท่ี 1 หลกั เกณฑ์ฯ : การแปลผลการประเมิน
คะแนนเฉลีย่ การแปลผล
4.50 - 5.00 ระดับคณุ ภาพ ผา่ นเกณฑ์การประเมิน ระดับดมี าก
3.50 - 4.49 ระดับคุณภาพ ผา่ นเกณฑก์ ารประเมิน ระดบั ดี
3.00 - 3.49 ระดบั คุณภาพ ผา่ นเกณฑก์ ารประเมิน
นอ้ ยกวา่ 3.00 ระดบั คณุ ภาพ ไมผ่ ่านเกณฑก์ ารประเมิน ควรปรับปรงุ
สว่ นท่ี 1 หลักเกณฑ์ฯ : ระยะเวลาการใช้ผลการประเมิน
ไม่มกี รอบระยะเวลาการใช้ผลการประเมนิ
ส่วนท่ี 2 วธิ กี ารและเครอื่ งมอื ฯ : จานวนคร้งั ระยะเวลา และนา้ หนกั ในการประเมิน
สปั ดาห์ท่ี 3 – 5 สปั ดาห์ที่ 7 - 9 สปั ดาห์ท่ี 11 - 14
ภาคเรียนสุดทา้ ยที่ปฏบิ ัตกิ ารสอนในสถานศึกษา
20% 30% 50%
น้าหนักการประเมนิ แต่ละครงั้
สว่ นท่ี 2 วิธีการและเครือ่ งมือฯ : เครือ่ งมือท่ใี ช้
แบบประเมินสมรรถนะทางวชิ าชพี ครู ด้านการจัดการเรียนรู้
แบบประเมินสมรรถนะทางวิชาชพี ครู ด้านความสมั พนั ธ์กบั ผ้ปู กครองและชมุ ชน
• สาหรับผปู้ ระเมนิ ทไ่ี มใ่ ชผ่ ้แู ทนคณะกรรมการสถานศึกษา
• สาหรบั ผปู้ ระเมนิ ท่ีเปน็ ผ้แู ทนคณะกรรมการสถานศึกษา
แบบประเมนิ สมรรถนะทางวิชาชีพครู ด้านปฏบิ ตั ิหน้าท่ีครู
และจรรยาบรรณของวิชาชีพ
ส่วนที่ 2 วธิ ีการและเครอ่ื งมอื ฯ : เคร่อื งมือท่ใี ช้
• แบบประเมินสมรรถนะทางวิชาชพี ครู ทั้ง 3 ดา้ น แบ่งเป็น 2 ตอน ดงั น้ี
ตอนที่ 1 ขอ้ มูลพื้นฐานของผูป้ ระเมนิ และผู้เข้ารับการประเมิน
ตอนท่ี 2 รายการประเมินสมรรถนะทางวชิ าชพี ครู
สว่ นที่ 2 วธิ ีการและเคร่ืองมอื ฯ : เครือ่ งมือท่ีใช้
ตัวอยา่ เรงยีเคนรรือ่ ู้ งมือ ด้านการจัดการเรยี นรู้
สว่ นที่ 2 วธิ ีการและเคร่ืองมอื ฯ : เครือ่ งมือท่ีใช้
ตัวอยา่ เรงยีเคนรรือ่ ู้ งมือ ด้านการจัดการเรยี นรู้
ส่วนท่ี 2 วิธกี ารและเคร่ืองมือฯ : เคร่ืองมือทใี่ ช้
ตอนที่ 1 ขอ้ มูลพ้นื ฐานของผู้ประเมนิ และผเู้ ข้ารับการประเมนิ
ส่วนท่ี 2 วิธกี ารและเคร่ืองมือฯ : เคร่ืองมือทใี่ ช้
ตอนที่ 1 ขอ้ มูลพ้นื ฐานของผู้ประเมนิ และผเู้ ข้ารับการประเมนิ
ส่วนท่ี 2 วิธกี ารและเคร่ืองมือฯ : เคร่ืองมือทใี่ ช้
ตอนที่ 1 ขอ้ มูลพ้นื ฐานของผู้ประเมนิ และผเู้ ข้ารับการประเมนิ
ส่วนท่ี 2 วิธกี ารและเคร่ืองมือฯ : เคร่ืองมือทใี่ ช้
ตอนที่ 1 ขอ้ มูลพ้นื ฐานของผู้ประเมนิ และผเู้ ข้ารับการประเมนิ
ส่วนที่ 2 วิธีการและเคร่อื งมอื ฯ : เคร่ืองมือทใี่ ช้
ตอนท่ี 2 รายการประเมินสมรรถนะทางวชิ าชพี ครู ด้านการจดั การเรยี นรู้
ส่วนที่ 2 วิธีการและเคร่อื งมอื ฯ : เคร่ืองมือทใี่ ช้
ตอนท่ี 2 รายการประเมินสมรรถนะทางวชิ าชพี ครู ด้านการจดั การเรยี นรู้
ส่วนที่ 2 วิธีการและเคร่อื งมอื ฯ : เคร่ืองมือทใี่ ช้
ตอนท่ี 2 รายการประเมินสมรรถนะทางวชิ าชพี ครู ด้านการจดั การเรยี นรู้
เกณฑตก์เรวัายีอรใยนหา่ ้ครงะู้ แนน
ด้านการ
จดั การเรียนรู้
สว่ นที่ 2 วธิ ีการและเครอ่ื งมอื ฯ : เครือ่ งมือท่ใี ช้
ตัวอยา่ เรงยีเคนรรือ่ ู้ งมือ ดา้ นความสมั พันธ์
ผปู้ กครองและชมุ ชน
สว่ นที่ 2 วธิ กี ารและเครื่องมอื ฯ : เครอ่ื งมอื ทใี่ ช้
ตัวอยา่ เรงียเคนรรอ่ื ู้ งมอื ด้านความสัมพนั ธ์
ผ้ปู กครองและชมุ ชน
สว่ นที่ 2 วธิ ีการและเคร่อื งมอื ฯ : เครอื่ งมอื ทีใ่ ช้
ตอนท่ี 1 ข้อมูลพ้นื ฐานของผปู้ ระเมิน และผูเ้ ขา้ รับการประเมนิ
ตอนที่ 1 ขอ้ มูลพ้นื ฐานฯ
รายละเอียดเหมอื นกนั
ทง้ั 3 ดา้ น
สว่ นท่ี 2 วิธีการและเครื่องมือฯ : เครอื่ งมอื ท่ีใช้
ตอนที่ 2 รายการประเมินสมรรถนะทางวชิ าชีพครู ด้านความสมั พนั ธ์ผ้ปู กครองและชมุ ชน
สว่ นท่ี 2 วิธีการและเครื่องมือฯ : เครอื่ งมอื ท่ีใช้
ตอนที่ 2 รายการประเมินสมรรถนะทางวชิ าชีพครู ด้านความสมั พนั ธ์ผ้ปู กครองและชมุ ชน
สว่ นท่ี 2 วิธีการและเครื่องมือฯ : เครอื่ งมอื ท่ีใช้
ตอนที่ 2 รายการประเมินสมรรถนะทางวชิ าชีพครู ด้านความสมั พนั ธ์ผ้ปู กครองและชมุ ชน
เกณฑต์กเรัวาียอรใยนห่าค้รงะู้ แนน
ด้านความสัมพันธ์
ผปู้ กครองและชมุ ชน
สว่ นที่ 2 วธิ ีการและเครอื่ งมือฯ : เคร่ืองมอื ท่ีใช้
ตัวอยา่ เรงยีเคนรรือ่ ู้ งมือ ด้านปฏบิ ตั หิ น้าที่ครู
และจรรยาบรรณวิชาชีพ
สว่ นที่ 2 วธิ ีการและเครอื่ งมือฯ : เคร่ืองมอื ท่ีใช้
ตัวอยา่ เรงยีเคนรรือ่ ู้ งมือ ด้านปฏบิ ตั หิ น้าที่ครู
และจรรยาบรรณวิชาชีพ
สว่ นที่ 2 วธิ ีการและเคร่อื งมอื ฯ : เครอื่ งมอื ทีใ่ ช้
ตอนท่ี 1 ข้อมูลพ้นื ฐานของผปู้ ระเมิน และผูเ้ ขา้ รับการประเมนิ
ตอนที่ 1 ขอ้ มูลพ้นื ฐานฯ
รายละเอียดเหมอื นกนั
ทง้ั 3 ดา้ น
ส่วนท่ี 2 วิธีการและเครือ่ งมอื ฯ : เคร่อื งมือทีใ่ ช้
ตอนท่ี 2 รายการประเมินสมรรถนะทางวชิ าชพี ครู ด้านปฏิบตั หิ น้าท่ีครแู ละจรรยาบรรณวิชาชพี
ส่วนท่ี 2 วิธีการและเครือ่ งมอื ฯ : เคร่อื งมือทีใ่ ช้
ตอนท่ี 2 รายการประเมินสมรรถนะทางวชิ าชพี ครู ด้านปฏิบตั หิ น้าท่ีครแู ละจรรยาบรรณวิชาชพี
ส่วนท่ี 2 วิธีการและเครือ่ งมอื ฯ : เคร่อื งมือทีใ่ ช้
ตอนท่ี 2 รายการประเมินสมรรถนะทางวชิ าชพี ครู ด้านปฏิบตั หิ น้าท่ีครแู ละจรรยาบรรณวิชาชพี
ส่วนท่ี 2 วิธีการและเครือ่ งมอื ฯ : เคร่อื งมือทีใ่ ช้
ตอนท่ี 2 รายการประเมินสมรรถนะทางวชิ าชพี ครู ด้านปฏิบตั หิ น้าท่ีครแู ละจรรยาบรรณวิชาชพี
เกณฑต์กเรวัาียอรใยนหา่ ค้รงะู้ แนน
ดา้ นปฏิบัติหนา้ ที่ครูและ
จรรยาบรรณวชิ าชพี