The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by saowalak prempree, 2020-11-03 03:50:16

โครงการประกวดวิชาชีพ

กลุ่ม2

ภาพกจิ กรรม
โครงการประกวดโครงการวิชาชพี (Project)
ในวนั พุธท่ี 21 ตุลาคม พ.ศ.2563 เวลา 15.30 – 17.30 น.
ณ อาคาร 9 ชนั้ 2 วทิ ยาลยั เทคนคิ ระยอง

ภาพที่ 3 ภาพคณะกรรมการชมผลงานผู้เขา้ ประกวด

ภาพที่ 4 ภาพการนาเสนอผลงานโปรเจคของผ้เู ขา้ ประกวด

ภาพกิจกรรม
โครงการประกวดโครงการวิชาชพี (Project)
ในวนั พุธที่ 21 ตุลาคม พ.ศ.2563 เวลา 15.30 – 17.30 น.
ณ อาคาร 9 ชน้ั 2 วทิ ยาลยั เทคนคิ ระยอง

ภาพที่ 5 ภาพกรรมการให้คะแนนผลงานโปรเจคของผู้เข้าประกวด

ภาพท่ี 6 ภาพการนาเสนอผลงานโปรเจคของผู้เขา้ ประกวด

ภาพกิจกรรม
โครงการประกวดโครงการวิชาชพี (Project)
ในวนั พุธท่ี 21 ตุลาคม พ.ศ.2563 เวลา 15.30 – 17.30 น.
ณ อาคาร 9 ชน้ั 2 วทิ ยาลยั เทคนคิ ระยอง

ภาพที่ 7 ภาพการนาเสนอผลงานโปรเจคของผเู้ ข้าประกวด

ภาพท่ี 8 ภาพการนาเสนอผลงานโปรเจคของผ้เู ข้าประกวด

๒.๔ สมาชกิ เข้ารว่ มกิจกรรม















๒.๕ งบประมาณ







๓.๑ เคร่อื งมือการประเมนิ

ภาพที่ ๑ QT CODE สาหรับใช้เขา้ เว็บ
ภาพที่ ๒ หนา้ หลกั สาหรับทาแบบสอบถาม
ภาพท่ี ๓ ข้อมลู ทัว่ ไปของผู้สอบแบบสอบถาม

ภาพท่ี ๔ ขอ้ มูลความพึงพอใจของนักเรยี น นักศึกษา
ภาพท่ี ๕ ส่งคาตอบเมอ่ื สอบแบบสอบถามเสรจ็

ภาพที่ ๖ หนา้ บันทกึ เมือ่ ทาการส่งแบบสอบถามเสรจ็

ภาพท่ี ๗ แผนภมู ิแสดงเพศของผตู้ อบแบบสอบถาม
ภาพที่ ๘ แผนภูมิแสดงอายขุ องผตู้ อบแบบสอบถาม
ภาพที่ ๙ แผนภมู แิ สดงความพึงพอใจด้านรปู แบบกระบวนการจดั โครงการ

ภาพที่ ๑๐ แผนภมู แิ สดงความพงึ พอใจด้านสถานที่ / ระยะเวลาการดาเนนิ โครงการ
ภาพท่ี ๑๑ แผนภมู แิ สดงความพงึ พอใจด้านผลสัมฤทธ์ิ

๓.๒ สรปุ และรายงานผลการจัดกจิ กรรม

บนั ทึกขอ้ ความ

สว่ นราชการ ชมรมวิชาชพี คอมพวิ เตอร์ธรุ กจิ วิทยาลัยเทคนคิ ระยอง
ท่ี วันท่ี ๒๑ กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๖๓
เรอ่ื ง รายงานสรุปผลการปฏิบตั งิ านโครงการประกวดโครงการวชิ าชพี (Project)

เรยี น ผู้อานวยการวทิ ยาลยั เทคนคิ ระยอง

เน่ืองจากชมรมวิชาชีพคอมพิวเตอร์ธุรกิจ วิทยาลัยเทคนิคระยอง ได้ดาเนินการจัดโครงการ
ประกวดโครงการวิชาชีพ (Project) ตามคาส่ังท่ี ๐๘๖๙ /๒๕๖๓ วิทยาลัยเทคนิคระยอง ลงวันที่ ๓
สิงหาคม ๒๕๖๓ ภาคเรียนท่ี ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๓ โดยได้ดาเนินการตามโครงการเป็นท่ีเรียบร้อย
แลว้

ดังนั้น ชมรมวชิ าชพี คอมพิวเตอร์ธุรกจิ ขอรายงานสรปุ ผลการประเมินตามโครงการ ดงั น้ี

๑. ลกั ษณะโครงการ เป็นโครงการเกี่ยวกับการ ส่งเสริมให้นักเรียน นักศึกษา

ได้ทักษะ และประสิทธิภาพภายในวิทยาลัย อีกทั้งยังเป็นเพิ่ม

ความสามารถให้นักเรียน นักศึกษาในการทาโครงการ

๒. ชื่อโครงการ โครงการ“การประกวดโครงการวชิ าชพี (Project)”

๓. ผู้เข้ารว่ มโครงการ นักเรียน นักศกึ ษา สาขาเทคโนโลยธี รุ กิจดิจทิ ัล วิทยาลัยเทคนิคระยอง

จานวน ๓๙๗ คน

๔. ระยะเวลา วันจันทร์ท่ี ๑๔ กันยายน ๒๕๖๓ ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา

๒๕๖๓

๕. สถานท่ี ณ อาคาร ๙ ชน้ั ๒ สาขาเทคโนโลยีธุรกจิ ดิจิทัล วทิ ยาลัยเทคนคิ ระยอง

๖. สรปุ ผลการประเมิน ความพงึ พอใจของการทาโครงการอยู่ในระดับมาก

จึงเรียนมาเพ่ือโปรดทราบ

ลงชื่อ…………………………………......…………. ลงชือ่ …………………………………......………….
(นายจักรกฤช ลับบณั ลิน) (นายวทิ ูล เยอื่ งอย่าง)

ประธานชมรมวชิ าชพี คอมพวิ เตอร์ธรุ กจิ ครูทีป่ รึกษาชมรมวิชาชพี คอมพิวเตอร์ธรุ กจิ

ลงชอ่ื …………………………………......…………. ลงชอ่ื …………………………………......………….
(นายอทุ ยั ศรษี ะนอก) (นายธนบดี ท่สี ดุ )

หวั หนา้ สาขาวชิ าคอมพิวเตอร์ธุรกิจ หัวหน้างานกจิ กรรมนักเรียน นกั ศึกษา

ลงชือ่ …………………………………......…………. ลงชอื่ …………………………………......…………
( นายภูมพิ ฒั น์ แกว้ มลู ) (นายชูชพี อรุณเหลือง)

รองผู้อานวยการฝา่ ยพฒั นากิจการนกั เรียน นกั ศึกษา ผู้อานวยการวิทยาลยั เทคนคิ ระยอง



ชอ่ื โครงการ โครงการประกวดโครงการวชิ าชพี (Project)
สาขาวชิ า คอมพิวเตอรธ์ รุ กิจ วทิ ยาลัยเทคนิคระยอง
ชอ่ื 1. นางสาวนงนภสั บุญมี รหัสนกั เรยี น 6122040051
2. นางสาวศนั ศนยี ์ จาปาพงษ์ รหสั นกั เรยี น 6122040074
อาจารยท์ ปี่ รึกษาโครงการ 3. นางสาวสุนนั ทินี สมุทเสน รหสั นักเรียน 6122040077
ปีการศกึ ษา นางสาวอัจฉราภรณ์ เกล้ียงพร้อม
2563

บทคดั ย่อ

เน่ืองจากในปัจจุบันคอมพิวเตอร์นั้นเข้ามามีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษา
และยงั นาเอาเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้ในการเรยี นการสอนมากขน้ึ จึงได้จัดทาโครงการประกวด
โครงการวิชาชีพ (Project) ขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้นักเรียนนักศึกษาใช้ทักษะที่มีในการปฏิบัติ
ในสถานการณ์จริง เพ่ือพัฒนาความรู้ความสามารถ และทักษะวิชาชีพต่อนักเรียน นักศึกษา เพ่ือเพิ่ม
ประสิทธภิ าพ และผลสัมฤทธ์ทิ างดา้ นการเรยี นของนักเรียน นักศึกษา

ดังน้ันคณะผู้จัดทาได้เล็งเห็นความสาคัญของการพัฒนาความรู้เกี่ยวกับการใช้โปรแกรม
จึงได้จัดโครงการขึ้นในการจัดทาโครงการในครั้งนี้ผู้เข้าร่วมแข่งขัน 65 คน การประกวด
ในครงั้ น้ปี ระกอบดว้ ย ประเภทสื่อการเรยี นการสอน ประเภทเว็บไซต์ ประเภทระบบ

ผลของการสารวจความพึงพอใจจากแบบสอบถามจานวน 220คน ดังนี้ พบว่าเป็น
เพศหญิง จานวน 107 คน คิดเป็นร้อยละ 48.6 เพศชาย จานวน 113 คน คิดเป็นร้อยละ 51.4
ของจานวนนักเรียนทั้งหมด ระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) เป็นนักเรียนท้ังส้ิน 220 คน
คิดเป็นร้อยละ100 ของจานวนนักเรียนท้ังหมด มีอายุ 16 - 18 ปี จานวน 136คน คิดเป็นร้อยละ
61.8 ของจานวนนกั เรียนทั้งหมด มอี ายุ 19 – 21 ปี จานวน 84 คน คิดเปน็ ร้อยละ 38.2 ของจานวน
นักเรยี นทงั้ หมด มีสถานะเป็นนักเรียนทงั้ สิ้น 220คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 100 ของจานวนนักเรียนทั้งหมด
การวิเคราะห์ความคิดพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมาย พบว่าผลการประเมินที่ได้จากการสารวจมี
ผลสัมฤทธ์ิอยใู่ นระดับความพึงพอใจมาก

คาสาคัญ : โครงการวิชาชีพ (Project) /ส่ือการเรียนการสอน (Instruction) /ระบบ
(System) /เวบ็ ไซต์ (Website)



กติ ตกิ รรมประกาศ

โครงการประกวดโครงการวิชาชีพ (Project) น้ีสาเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีก็คาเสนอแนะ
และความกรุณาอย่างดียิ่งของท่านผู้อานวยการวิทยาลัยเทคนิคระยอง ว่าท่ีเรือตรี ชูชีพ อรุณเหลือง
และรองผู้อานวยการทุกฝ่ายที่ได้ให้คาแนะนา เสนอแนะข้อคิดเห็นต่าง ๆ อีกทั้งยังสละเวลามา
เพ่ือตรวจสอบข้อบกพรอ่ งตา่ ง ๆ จงึ ใคร่ขอกราบขอบพระคณุ เป็นอยา่ งสงู มา ณ โอกาสน้ี

ขอกราบขอบพระคุณ อาจารย์อุทัย ศรีษะนอก หัวหน้าสาขาวชิ าคอมพิวเตอร์ธุรกิจ ที่ให้การ
สนับสนนุ ในการจัดทาโครงการ และแนะนาแนวความคิด ในการจดั ทารูปเล่มเอกสารโครงการ อกี คร้ัง
ยงั สละเวลาเขา้ ร่วมโครงการประกวดโครงการวชิ าชพี (Project) ในครั้งนี้

ขอกราบขอบพระคุณ อาจารย์อัจฉราภรณ์ เกล้ียงพร้อม อาจารย์ท่ีปรึกษาชมรมวิชาชีพ
คอมพิวเตอร์ธุรกิจท่ีให้การสนับสนุนในการจัดทาโครงการ และแนะนาแนวความคิดในการจัดทา
รูปเล่มเอกสารโครงการ อีกคร้ังยังสละเวลาเข้าร่วมโครงการประกวดโครงการวิชาชีพ (Project)
รวมท้งั คาปรึกษาในการดาเนินงานจนประสบผลสาเรจ็ ลลุ ่วงตามวัตถปุ ระสงค์

ขอกราบขอบพระคุณ อาจารย์ศลิษา หนูเสมียน, อาจารย์ปาณิสรา บารุงรัตน์,
อาจารย์พัณณ์ชิตา คามะฤทธิ์สิน, อาจารย์วิทูล เย่ืองอย่าง, อาจารย์อนิรุตติ์ บัวระพา,
อาจารย์อัจฉราภรณ์ เกลี้ยงพร้อม, อาจารย์ปรีชา คางงูเหลือม และอาจารย์กนกพร รักษาเคน
อาจารย์ในสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ ที่ให้การสนับสนุนในการจัดทาโครงการ อีกคร้ังยังสละเวลา
เข้ารว่ มโครงการประกวดโครงการวิชาชพี (Project) และเปน็ ผมู้ อบรางวลั ในคร้ังนี้

คุณค่า และประโยชน์ของโครงการประกวดโครงการวิชาชีพ(Project) ฉบับน้ีคณะผู้จัดทา
ขอมอบเป็นเคร่ืองบูชาพระคุณ คุณพ่อ คุณแม่ คณะครูอาจารย์ ครอบครัว ตลอดจนผู้มีพระคุณทุก
ท่านท่ีช่วยให้คณะผู้จัดทามีความมานะพยายาม และประสบผลสาเร็จในการศึกษา ผู้จัดทามีความ
ซาบซึ้งใจความกรุณาอนั ดยี ิ่งจากทกุ ทา่ นท่ีได้กล่าวนาม และขอขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้

คณะผ้จู ัดทา



คำนำ

โครงกำรประกวดโครงกำรวิชำชีพ(Project) จัดทำขึ้นเพ่ือเป็นหน่ึงกิจกรรมที่ทำให้นักเรยี น
นักศึกษำได้เรียนรู้และได้ลงมือปฏิบัติงำนจริงได้นำเอำควำมรู้เดิมที่เรยี นมำใช้ให้เกิดประโยชน์ซึ่งตรง
ตำมจุดประสงค์มำตรฐำนรำยวิชำ โครงกำรนี้จัดทำขึ้นเพ่ือสมำชิกในกลุ่มเข้ำใจกำรทำกิจกรรมกลุ่ม
กำรเรียนรู้กระบวนกำรทำกิจกรรมโครงกำรในกำรปฏิบัติงำนจริงและรู้จักกำร ใช้ฐำนควำมรู้ในกำร
สร้ำงสรรค์ผลงำน

อน่ึงคณะผจู้ ดั ทำหวังเป็นอย่ำงยิ่งวำ่ จะเป็นประโยชนต์ ่อนกั เรยี น นกั ศึกษำสมดังเจตนำรมณ์
ทีต่ ั้งไว้ หำกมีขอ้ แนะประกำรใดคณะผูจ้ ดั ทำน้อมรบั ไวด้ ว้ ยควำมขอบคุณเปน็ อยำ่ งยิ่ง

โครงกำรเล่มนม้ี ผี ลกำรดำเนนิ งำนสำเรจ็ ลุลว่ งไปไดด้ ว้ ยดีน้ัน ก็เพรำะได้รับควำมรว่ มมอื อนั ดี
เป็นอย่ำงยิ่งจำกนักเรยี นนักศึกษำแผนกคอมพิวเตอร์ธุรกิจท่ีมีควำมสนใจในกำรร่วมกิจกรรม คณะครู
อำจำรย์ท่ีใหท้ ำแนะนำแก่คณะผู้จัดทำ และคณะผู้จัดทำโครงกำร ใคร่ขอขอบคุณทกุ ท่ำน ณ โอกำสนี้
ดว้ ย

คณะผจู้ ดั ทำ

สารบญั จ

เรอ่ื ง หนา้
บทคัดย่อ ก
กติ ตกิ รรมประกาศ ข
คานา ค
สารบัญ ง
สารบญั (ตอ่ ) ง
สารบัญตาราง จ
สารบัญภาพ ฉ
บทท่ี 1 บทนา
1
1.1 ความเปน็ มาและความสาคญั ของโครงการ 1
1.2 วตั ถปุ ระสงค์ของโครงการ 1
1.3 เป้าหมาย 2
1.4 ผลท่ีคาดว่าจะได้รับ 2
1.5 นิยามศัพทเ์ ฉพาะ
บทที่ 2 เอกสารและทฤษฎที เี่ กย่ี วขอ้ ง 3
2.1 โครงการวิชาชีพ (Project) 10
2.2 ส่อื การเรียนการสอน (Instruction) 15
2.3 ระบบ (System) 26
2.4 เว็บไซต์ (Website)
บทที่ 3 วธิ กี ารดาเนนิ การ 27
3.1 การศกึ ษาข้อมูลเบ้ืองตน้ 27
3.2 ประชากรเละกลมุ่ ตัวอย่าง 28
3.3 ข้ันตอนการดาเนนิ งาน 29
3.4 เคร่ืองมือท่ใี ชใ้ นการรวบรวมข้อมูล 30
3.5 การวเิ คระห์ข้อมูลโครงการ 30
3.6 สถิติทใ่ี ชใ้ นการวิเคราะห์ข้อมูล

สารบญั (ตอ่ ) จ

เรือ่ ง หนา้
บทที่ 4 ผลการดาเนนิ โครงการ 32
39
4.1 ผลการดาเนินการ 40
บทท่ี 5 สรปุ ผล อภปิ รายผล และขอ้ เสนอแนะ 40

5.1 อภปิ รายการประเมนิ
5.2 สรปุ ผลการอภิปราย
5.3 ขอ้ เสนอแนะ
บรรณานุกรม

สารบญั ตาราง จ

ตารางที่ หนา้
3.1 แสดงทฤษฎีตวั อย่างมอร์แกน 28
4.1 การวิเคราะหข์ ้อมลู การแสดงเพศ 32
4.2 การวเิ คราะห์ข้อมลู การแสดงอายุ 33
4.3 การวเิ คราะห์ขอ้ มูลการแสดงระดบั ความพงึ พอใจ 34
4.4 การวเิ คราะห์ขอ้ มูลแสดงดา้ นระยะเวลา 35
4.5 การวิเคราะห์ข้อมลู การแสดงด้านผลสัมฤทธิ์ 36
4.6 แสดงสรุประดับความพึงพอใจของนักเรียนนักศึกษาที่เขา้ รว่ ม 37

สารบญั ภาพ จ

ภาพท่ี หน้า
2.1 แสดงสือ่ การเรยี นการสอน 11
2.2 แสดงส่อื ประเภทวสั ดุ 12
2.3 แสดงสื่อพิมพ์ 12
2.4 แสดงสอ่ื ประเภทปุ กรณ์ 13
2.5 แสดงส่อื บคุ คล 13
2.6 แสดงสอ่ื ออนไลน์ 14
2.7 แสดงสอ่ื บรบิ ท 14
2.8 แสดงส่ือกิจกรรม 15
2.9 แสดงระบบ Man 17
2.10 แสดงระบบ Machine 18
2.11 แสดงระบบ Management 19
2.12 แสดงระบบธรรมชาติ 20
2.13 แสดงระบบคน 21
2.14 แสดงระบบเคร่อื งจักร 22
2.15 แสดงระบบธุรกิจ 23
2.16 แสดงระบบสารสนเทศ 23
2.17 แสดงเวบ็ ไซต์ 26
2.18 แสดงWeb Design 26
3.1 แสดงตวั อย่างทฤษฎมี อแกน 28
4.1 แผนภมู ิแสดงเพศของผตู้ อบแบบสอบถาม 32
4.2 แผนภมู แิ สดงอายุของผตู้ อบแบบสอบถาม 33
4.3 แผนภมู แิ สดงระดับความพึงพอใจดา้ นรูปแบบกระบวนการจดั โครงการ 34
4.4 แผนภมู แิ สดงดา้ นระยะเวลาและสถานทใ่ี นการดาเนินโครงการ 35
4.5 แผนภมู ิแสดงด้านผลสมั ฤทธ์ิ 36
4.6 แผนภูมิแสดงสรปุ ระดบั ความพงึ พอใจของนกั เรียนนักศึกษาท่เี ข้ารว่ ม 38
โครงการประกวดโครงการวิชาชีพ

บทที่ ๑
บทนำ

บทท่ี 1
บทนำ

1.1 ควำมเปน็ มำของโครงกำร
ด้วยชมรมวิชำชีพเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล วิทยำลัยเทคนิคระยอง มีหน้ำที่จัดกิจกรรมโครงกำร

กิจกรรมพัฒนำสมำชิกให้เป็น “คนเก่งและมีควำมสุข” ตำมนโยบำยของของกรมอำชีวศึกษำ
ซึ่งกิจกรรมหนึ่งในนั้นคือโครงกำรประกวดโครงกำรวิชำชีพ (Project) เพ่ือเป็นกำรส่งเสริม
และสนับสนุนให้นักเรียนนักศึกษำมีควำมรู้ ควำมก้ำวหน้ำควำมสำมำรถ และประสบกำรณ์ในงำน
วชิ ำชีพต่อไปอย่ำงถกู ตอ้ ง

นักเรียน นักศึกษำเป็นทรัพยำกรที่สำคัญที่จะพัฒนำกำรประกวดวิชำชีพ เพ่ือเป็นเคร่ืองมือ
หรือกระบวนกำรที่สำคัญ เพ่ือที่จะก้ำวต่องำนวิชำชีพเพ่ือเป็นเครื่องมือที่กระตุ้นให้นักเรียนนักศึกษำ
เกิดควำมพฒั นำ และมีทักษะทด่ี ีทำงอำรมณ์สงั คม สติปัญญำ และควำมรู้เป็นอย่ำงยิ่ง สร้ำงมิตรภำพ
สรำ้ งบคุ ลิกภำพ และกำรอยใู่ นสงั คมไดอ้ ยำ่ งมีควำมสขุ

กำรทำกิจกรรมในสำขำวิชำเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล นักเรียน นักศึกษำยังขำดควำมสำมัคคี
และกำรให้ควำมร่วมมือในกำรประกวดโครงกำรวิชำชีพ (Project) สำขำวิชำคอมพิวเตอร์ธุรกิจ
จำกข้อมูลดังกล่ำวผู้จัดทำโครงกำรจึงเล็งเห็นแนวทำงกำรแก้ไขปัญหำจึงจัดทำโครงกำรประกวด
โครงกำรวิชำชีพ (Project) เพื่อเป็นกำรพัฒนำควำมคิด ควำมสำมำรถด้ำนกำรศึกษำวิชำชีพ
ของนกั เรียน นกั ศึกษำ

1.2 วตั ถปุ ระสงค์
1.2.1 เพอ่ื ให้นกั เรียนนกั ศึกษำ ใชท้ กั ษะทีม่ กี ำรปฏิบัติในสถำนกำรณ์จริง
1.2.2 เพื่อพัฒนำควำมรคู้ วำมสำมำรถ และทักษะวิชำชีพตอ่ นกั เรียน นกั ศึกษำ
1.2.3 เพื่อศึกษำระดับควำมพึงพอใจของนักเรียนระดับประกำศนียบัตรวิชำชีพ สำขำวิชำ

คอมพวิ เตอร์ จำนวน 220 คน ท่ีมตี ่อโครงกำรประกวดโครงกำรวชิ ำชีพ (Project)

1.3 เปำ้ หมำย
1.3.1 เปำ้ หมำยเชิงปริมำณ
1.3.1.1 จำนวนผู้เข้ำร่วมประกวดโครงกำร 65 คน
1.3.1.2 จำนวนคณะกรรมกำรที่เข้ำรว่ มในกำรใหค้ ะแนนกำรประกวดโครงกำร 10 คน
1.3.1.3 จำนวนนักเรียน นักศึกษำทีเ่ ขำ้ ชมในกำรประกวดโครงกำร 397 คน

2

1.3.2 เปำ้ หมำยเชงิ คณุ ภำพ
1.3.2.1 เพอื่ ใหน้ ักเรยี น นกั ศึกษำท่เี ข้ำร่วมประกวดไดม้ ที ักษะ และประสบกำรณ์
1.3.2.2 เพือ่ เพิ่มทักษะ และประสทิ ธิภำพให้นกั เรียน นกั ศกึ ษำทีเ่ ขำ้ ประกวด

1.4 ผลทค่ี ำดวำ่ จะไดร้ บั
1.4.1 นักเรยี น นักศึกษำสำมำรถใช้ทักษะที่มกี ำรปฏบิ ตั ใิ นสถำนกำรณจ์ ริง
1.4.2 นักเรยี น นกั ศกึ ษำมีควำมรู้ควำมสำมำรถ และทักษะวิชำชพี ต่อนักเรียนนักศกึ ษำ
1.4.3 นักเรยี น นกั ศกึ ษำมีประสิทธิภำพ และผลสมั ฤทธิท์ ำงดำ้ นกำรเรยี น

1.5 นยิ ำมศพั ทเ์ ฉพำะ
1.5.1 โครงกำรวิชำชีพ (Project) หมำยถึง กำรดำเนินกิจกรรมท่ีประกอบด้วยแผนงำนย่อย

ท่ีระบุรำยละเอียดได้ชัดเจน หลำยกิจกรรมต้องใช้ทรัพยำกรดำเนินงำน เช่น วัตถุประสงค์ ขอบเขต
กำรดำเนนิ งำน กรอบระยะเวลำตอ้ งมีกำรเริ่มตน้ และจดุ จบ และผลลัพธท์ ว่ี ัดหรือประเมนิ ผลได้

1.5.2 สื่อกำรเรียนกำรสอน (Instruction) หมำยถึง ส่ิงต่ำง ๆ ที่ใช้เป็นเคร่ืองมือ หรือช่องทำง
สำหรับทำให้กำรสอนของครูไปถึงผู้เรียน และทำให้ผู้เรียนเรียนรู้ตำมจุดประสงค์ หรือจุดมุ่งหมำย
ท่วี ำงไวเ้ ป็นอยำ่ งดี ส่ือทีใ่ ชใ้ นกำรสอนน้ีอำจจะเปน็ วัตถุส่ิงของท่มี ตี ัวตน หรือไมม่ ีตวั ตนก็ได้

1.5.3 ระบบ (System) หมำยถึง เป็นกลุ่มขององค์ประกอบต่ำง ๆ ท่ีทำงำนร่วมกัน
เพ่ือจุดประสงค์ในส่งิ เดยี วกนั ระบบอำจประกอบดว้ ยบคุ ลำกร เครือ่ งมอื วัสดุ วธิ กี ำร และกำรจดั กำร
ซง่ึ ทัง้ หมดน้ีจะต้องมรี ะบบในกำรจดั กำรเพื่อให้บรรลจุ ุดประสงค์เดียวกนั

1.5.4 เว็บไซต์ (Web site) หมำยถึง หนำ้ เว็บเพจหลำยหนำ้ ซ่งึ เช่อื มโยงกนั ผำ่ นทำงไฮเปอรล์ ิงก์
ส่วนใหญ่จัดทำข้ึนเพื่อนำเสนอข้อมูลผ่ำนคอมพิวเตอร์ โดยถูกจัดเก็บไว้ในเวิลด์ไวด์เว็บหน้ำแรกของ
เว็บไซตท์ เี่ ก็บไวท้ ีช่ ่อื หลกั จะเรียกว่ำ “โฮมเพจ”

บทที่ ๒
เอกสารและทฤษฎที ี่เก่ยี วขอ้ ง

บทท่ี 2
เอกสารและทฤษฎที เ่ี ก่ยี วขอ้ ง

ในการจัดทาโครางการประกวดโครงการวิชาชีพ (Project) ในครั้งน้ีมีส่ือต่าง ๆ หลากหลายไม่ว่า
จะเป็นส่ือการเรียนการสอน ระบบ เว็บไซต์ ซึ่งผู้จัดทาได้จัดทาขึ้นเพ่ือให้นักเรียนนักศึกษาได้มีความกล้า
แสดงออกได้ใช้ความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์ และความรู้สามารถผู้เข้าแข่งขันได้ศึกษามาให้เป็นประโยชน์
และสามารถนาไปประกอบอาชพี ในอนาคตได้

คร้ังน้ีผู้จัดทาได้ศึกษาเอกสารและทฤษฎีที่เก่ียวข้องในการจัดทาโครงการและได้ศึกษาหาความรู้
เกี่ยวกับโครงการประกวดโครงการวิชาชีพ (Project) ซึ่งได้แบ่งข้อมูลต่าง ๆ ไว้ ดังน้ี สื่อการเรียน
การสอน (Instruction) ระบบ (System) และเวบ็ ไซต์ (Web site)

2.1 โครงการวิชาชพี (Project)
2.1.1 ความหมายของโครงการวชิ าชีพ (Project)
แผนงานท่ีจัดทาขึ้นอย่างเป็นระบบ ประกอบด้วยกิจกรรทหลาย ๆ กิจกรรม ที่ต้องใช้

ทรัพยากรในการดาเนินงานโดยคาดหวังผลงานที่คุ้มค่า มีประโยชน์ แสดงถึงความสามารถทางความคิด
รเิ ริม่ และสร้างสรรคใ์ นศาสตรข์ องตน มขี ้ันตอนในการดาเนินงาน หรือจุดมุ่งหมายในการดาเนินงานอยา่ ง
ชัดเจน และสามารถเผยแพร่ผลงานต่อโครงการประกวดวชิ าชีพ โดยมหี ลกั สาคัญ คือ

2.1.1.1 งานทเี่ ปิดโอกาสให้สมาชิกในทมี ทุกคน ไดร้ ่วมกนั ศึกษาค้นควา้ และลงมอื ปฏิบัติ
ด้วยตนเอง โยอาศัยความรู้ ความสามารถท่ีได้ศึกษามาเป็นองค์ประกอบในการดาเนินงานภายใน
ระยะเวลาท่กี าหนด

2.1.1.2 งานท่ีต้องใช้ความสามารถ (Competence) และภูมิปัญญา (Knowledge /
Wisdom)

2.1.1.3 ทักษะ (Skills) จากหลาย ๆ คนมารวมกัน เพ่ือให้เกิดการพัฒนา หรือแก้ไข้
ปญั หาท่เี กดิ ขน้ึ รวมถงึ สถานการณท์ ่ไี ม่ได้คาดคิด

2.1.2 รายวิชาโครงการ หมายถึง การจัดสถานการณ์การเรียนรู้ที่เปิดอากาสให้ผู้เรียนได้ศึกษา
ค้นคว้า และลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง โดยอาศยั ความรู้ ความสามารถที่ได้ศึกษามาเป็นองค์ประกอบในการ
จัดทาโครงการ ทั้งน้ีผู้เรียนเป็นผู้วางแผนการดาเนินงาน ตั้งแต่การศึกษาค้นคว้าการออกแบบ การ
ประดษิ ฐ์ การทดลอง การเก็บข้อมลู ตลอดจนการแปลผล สรปุ ผล และเสนอผลงานดว้ ยตนเองภายใตก้ าร
ดูแล และให้ตาปรกึ ษาของอาจารยผ์ ู้สอน หรอื ผู้เช่ยี วชาญในเรือ่ งน้ัน ๆ

4

2.1.3 ประเภทของโครงการวชิ าชพี
2.1.3.1 โครงการการสารวจ (Survey Research Project) เป็นโครงการท่ีหาคาตอบ

ได้จากการสารวจและรวบรวมข้อมูลตา่ ง ๆ และนาข้อมูลเหล่าน้ันมาจัดเปน็ หมวดหมู่ และนาเสนอเพ่อื ให้
เห็นลักษณะ หรือความสัมพันธ์ในเร่ืองท่ีตอ้ งการศึกษาได้อย่างชดั เจนย่ิงข้ึนโครงการประเภทน้ีจะไม่มีการ
จัด หรอื การกาหนดตัวแปรอิสระ ตวั อยา่ งเช่น

1) การสารวจสภาพการใช้งาน และการสร้างใบงานของครูท่ีโรงเรียนเอกชน
อาชวี ศึกษา

2) การสารวจทักษะ และพฤติกรรมของนักศึกษาที่สถานประกอบการมีความ
ต้องการ

2.1.3.2 โครงการประเภทการทดลอง (Survey Research Project) เป็นโครงการ
ทท่ี าการศกึ ษาค้นหา้ คาตอบของปัญหา โดยการออกแบบ การทดลอง และดาเนินการทดลอง เพ่ือทดสอบ
สมมติฐานท่ีต้ังไว้โครงการประเภทน้ีต้องมีการจดั กระทากับตัวแปรอิสระ หรือตัวแปรต้น ซ่ึงจะมีผลต่อตัว
แปรตามหรอื ตวั แปรท่ีตอ้ งการศกึ ษา และตอ้ งมีการควบคมุ ตัวแปรอนื่ ๆ

2.1.3.3 โค รงก ารก ารจัด ท าธุรกิจ ห รือ บ ริการ (Entrepreneurship Project)
เป็นโครงการท่ีเก่ียวกับการฝึก และสร้างประสบการณ์เพื่อเตรียมความพร้อมในการเป็นผู้ประกอบการณ์
ในอนาคต โครงการประเภทนี้เหมาะสาหรับผู้เรียนท่ีมีความคิดสร้างสรรค์ในการหาข้อมูล หรือช่องทาง
ในการดาเนินธรุ กจิ มีบคุ ลกภาพ และความรูส้ ามารถ ชอบงานบริหาร ขยนั อดทนตอ่ ปญั หาตา่ ง ๆ

2.1.3.4 โครงการสิ่งประดิษฐ์ (Invention Project) เป็นโครงการที่ศึกษาเกี่ยวกับการ
ประยุกต์ทฤษฎี หรือหลักการที่เรียนมาประดิษฐ์เป็นเครื่องมือ หรืออุปกรณ์เพ่ือประโยชน์การใช้สอย
ในชีวิตประจาวัน สิ่งประดิษฐ์ดังกล่าวอาจเป็นส่ิงใหม่ที่ผู้เรียนคิดริเร่ิมสร้างสรรค์ข้ึนเอง หรืออาจเป็นการ
ปรับปรุงเปล่ียนแปลงจากของเดิม ที่มอี ย่แู ล้วใหม้ ีประสิทธิภาพดีย่ิงขึ้นกไ็ ด้ โครงการประเภทนี้รวมถึงการ
สร้างแบบจาลอง เพ่ืออธิบายแนวความคิดต่าง ๆ ด้วยในบางครั้งเม่ือสร้างส่ิงประดิษฐ์ขึ้นมาแล้วอาจ
นาไปใช้ในการทดลองเรื่องใดเร่ืองหน่ึงโดยเฉพาะผู้เรียนวิชาชีพจะเลือกทาโครงการประเภทน้ีเป็นส่วน
ใหญ่

5

2.1.4 ประเภทของโครงการประเภทสิง่ ปะดิษฐ์
2.1.4.1 อุปกรณ์อานวยความสะดวกภายในบ้าน หรือสานักงาน เครื่องมือ และอุปกรณ์

ทุกชนิดที่ช่วยให้เกิดความสะดกวความสบายในการใช้สอยทั่วไป ทั้งภายในบ้าน หรือสานักงาน
เชน่ เครอ่ื งจา่ ยผงซักฟอกแบบหยอดเหรียญ เครื่องเจาะสันหนงั สอื อัตโนมัติ เป็นต้น

2.1.4.2 อุปกรณ์เพ่ือการประกอบอาชีพ เครื่องมือ และอุปกรณ์ที่ใช้เป็นเคร่ืองทุ่นแรง
ในการประกอบอาชีพในสาขาต่าง ๆ เช่น เครื่องมือด้านการเกษตร อุตสาหกรรม ศิลปกรรม คหกรรม
และพณิชยกรรม เช่น เครื่องมดูดถ่ายน้ามันหล่อลื่นเครื่องยนต์ เคร่ืองพันขดลวดรีไมเคิล เตาอบยาง
เศรษฐกิจพชิ ติ ยะรักษาสิ่งแวดลอ้ ม เป็นต้น

2.1.4.3 อุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัยและการแพทย์เคร่ืองมือสาหรับช่วยเหลือป้องกัน
หรืออานวยความสะดวกให้แก่ผู้ประสบภัยประเภทต่าง ๆ รวมท้ังเคร่ืองมืออุปกรณ์ที่ใช้ในทางการแพทย์
ด้วย เชน่ ไม้เทา้ นาทางคนตาบอดอเิ ล็กทรอนกิ ส์ รถเข็นไฟฟ้า เป็นต้น

2.1.4.4 อุปกรณ์เพื่อส่ิงแวดล้อม และพลังงานทดแทนเคร่ืองมือที่ช่วยในการป้องกัน
หรือแก้ไขอันตรายที่เกิดจากมลพิษ ช่วยบารุงรักษาส่ิงแวดล้อมตลอดจนเครื่องมือที่ช่วยในการประหยัด
พลงั งานอย่างอื่นแทนเช้ือเพลิง หรือไฟฟ้า เช่น เคร่ืองทาน้าอุ่นโดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์ เตาเผาขยะลด
มลพษิ เคร่อื งแยกน้ามันออกจากนา้ เป็นต้น

2.1.4.5 หุ่นยนต์ (Robot) เป็นเคร่ืองพิวเตอร์ท่ีสร้างข้ึนมาให้ทางานได้คล้ายอวัยวะ
ของมนุษย์ โดยจะมีปฏิกิริยาต่อสัญญาณที่ได้รับ ใช้เป็นข้อมูลนาไปประมวลผล เป็นส่วนหนุ่งในเร่ือง
ของปัญญาประดิษฐ์ท่ีมุ่งเน้นในเรือ่ งความสวยงามแสดงความคิดสร้างสรรค์ ทาให้เกิดประโยชน์ต่อการใช้
งาน เช่น รถหุ่นยนต์พน่ สารเคมี แขนกลอตั มตั ิ หุน่ ยนต์ ตรวจการณ์ เปน็ ตน้

2.1.5 ระยะเร่มิ ตน้ โครงการ (IN PUT)
2.1.5.1 การศึกษาเอกสาร ขอ้ มลู และผลงานทเี่ กี่ยวข้อง
2.1.5.2 การวางแผน และการประมาณการโครงการ โดยจัดทา “เค้าโครงการของ

โครงการ” อยา่ งรัดกุม และสามารถปฏิบัตไิ ดอ้ ย่างมปี ระสิทธิภาพอันประกอบด้วยหวั ข้อ ดงั น้ี
1) ชอ่ื โครงการควรเปน็ ข้อความทกี่ ระทัดรดั ชัดเจน สือ่ ความหมายตรงกัน
2) ผู้จัดทาโครงการ รายช่ือผู้เรียน หรือกลุ่มผู้เรียนที่ทาโครงการนี้ร่วมกัน

และช่ือครทู ีป่ รกึ ษา
3) หลักการและเหตุผลแสดงถงึ ความจาเป็น หรอื เหตผุ ลท่เี ลือกทาโครงการนี้

6

4) วัตถุประสงค์ควรเป็นจุดมุ่งหมายท่ีสามารถวัดได้อย่างเป็นรูปธรรม
หรือกลา่ วถึงสง่ิ ทต่ี ้องการให้เกดิ ข้นึ หลงั จากทาโครงการนี้แลว้ โดยไม่จากดั วิธีทา

5) เป้าหมายควรระบุเป้าหมายให้ชัดเจนว่าจะเกิดอะไรข้ึนกับใคร จานวนเท่าไหร่
และคณุ ภาพของส่ิงน้ันจะเป็นอยา่ งไร

6) แนวความคิดในการออกแบบโครงการ เขียนในลักษณะแผนภาพประกอบคา
บรรยายหรือบอกหลักการ / ทฤษฎีที่ใช้ในการทาโครงการ หรือท่เี กีย่ วขอ้ งโดยยอ่ ควรมเี อกสารอ้างองิ

7) แหล่งความรู้อาจจะเป็นเอกสาร ตารา บุคคล หรือสถานที่ท่ีผู้เรียนจะสามารถ
ศกึ ษาหาความรู้เพือ่ ให้การปฏบิ ัตโิ ครงการนน้ั บรรลจุ ุดมงุ่ หมาย

8) งบประมาณ และทรัพยากร ควรระบุรายชื่อวัสดุอุปกรณ์สาคัญ แหล่งท่ี
จะหาได้ ราคาจาหนา่ ยในปัจจบุ ันและรวมงบประมาณค่าใชจ้ า่ ยทั้งหมดให้ดูดว้ ย

9) วิธีดาเนินงานควรจะมีลาดับขั้นตอนที่ถูกต้องเหมาะสม สมเหตุสมผล เป็นไป
ตามกระบวนการของการทางานนนั้ ๆ กิจกรรมตามวธิ ดี าเนินการจะตอ้ ง

10) การติดตาม และประเมินผลให้ผเู้ รียนเขยี นว่าจะประเมินผลอย่างไรที่จะให้ครู
ทีป่ รกึ ษาทราบความกา้ วหนา้ ของงาน เพ่อื การปรับปรงุ แกไ้ ข

11) ระยะเวลา และสถานที่ดาเนินการ
12) ผลท่ีคาดว่าจะได้รับให้ระบุผลที่จะเกิดขึ้นเม่ือเสร็จส้ินโครงการ เป็นท้ังผล
ท่ีได้รับโดยตรงและผลพลอยได้ หรือผลกระทบจากโครงการท่ีเป็นผลในด้านดี ผลที่คาดว่าจะได้รับ
น้จี ะตอ้ งสอดคล้องกบั จุดประสงค์และเป้าหมาย
2.1.5.3 เสนอโครงการเพือ่ ขออนมุ ตั ิ

2.1.6 ระยะดาเนินการโครงการ (Process)
2.1.6.1 การปฏิบัติงานตามแผนงาน และรายงานความก้าวหน้า เมื่อโครงการ

ของโครงการได้รับความเห็นิชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษา และได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการพิจารณา
โครงการแล้ว ผู้เรยี นจงึ ดาเนินงานโครงการตาม แผนทีว่ างไว้ได้โดยใหค้ านึงถงึ เรอ่ื งต่อไปน้ี

1) ทบทวนลาดับข้นั ตอนการปฏบิ ตั ิงานตามโครงการใหเ้ ข้าใจตรงกนั
2) จดั เตรยี มสถานที่ ทนุ เคร่ืองมอื วัสดุ อุปกรณ์ ใหพ้ ร้อม
3) ปฏิบัติงานด้วยความละเอียดรอบคอบ และบันทึกข้อมูลอย่างเป็นระเบียบ
ถกู ตอ้ งครบถ้วน
4) ควรคานงึ ถงึ ความปลอดภยั และความประหยดั ในการปฏิบตั ิงาน

7

5) ควรมีสมุดบนั ทึกการปฏิบัติงานในแต่ละคร้งั ว่าไดท้ าอะไร มีผลอยา่ งไร ปัญหา
หรืออปุ สรรคท่พี บในขณะปฏบิ ัตงิ าน และแนวทางแกไ้ ข

6) พยายามปฏบิ ัติงานตามแผนงานท่ีวางไว้ อาจเปล่ียนแปลงหรือเพ่ิมเติมได้บ้าง
ถ้าจะทาใหไ้ ดผ้ ลงานทีด่ ขี นึ้

7) ควรแบ่งงานเป็นส่วนย่อย ๆ และทาส่วนที่เป็นหลักสาคัญก่อนจึงทา
สว่ นประกอบ หรือสว่ นเสรมิ ทีหลัง

8) โครงการส่ิงประดิษฐ์ควรคานึงถึงโครงสร้างที่สะดวกแก่การปรับแต่งขนาด
ทีเ่ หมาะสม ความคงทนแขง็ แรง และความสวยงาม

9) ควรทดสอวโครงการหลาย ๆ ครงั้ เพ่อื ใหไ้ ด้ข้อมูลทน่ี ่าเชือ่ ถือมากยิ่งขึน้
10) รายงานความก้าวหนา้ ในการทาโครงการใหอ้ าจารยท์ ปี่ รกึ ษาทราบสม่าเสมอ
อย่างน้อยสัปดาหล์ ะครงั้
2.1.6.2 ปรับปรุงแก้ไข และประเมินตนเอง ในการดาเนินงานโครงการจาเป็นต้องมีการ
ตดิ ตาม ควบคุม และประเมิณผลเพ่ือจะได้ทราบวา่ โครงการที่ปฏิบัติไปแลว้ นนั้ ถูกต้องเหมาะสมมีคุณภาพ
และบรรลุตามวัตถุประสงค์ หรอื เป้าหมายท่ีวางไว้ หรือไม่อย่างไร และจะต้องกระทาอย่างต่อเน่ืองตลอด
ระยะเวลาของโครงการ
1) จุดมุ่งหมายการประเมิน เพ่ือตรวจสอบความก้าวหน้า หรือความบกพร่อง
ในการดาเนินงาน
2) วิธ๊การประเมินตนเองผู้เรียนควรท่ีจะมีการบันทึกรายละเอียดการปฏิบัติงาน
โครงการอย่างสม่าเสมอตลอดระยะเวลาที่ปฏิบัติงานตามแผน และนาเสนอผลของการประเมินมาเป็น
ข้อมูลในการปรับปรุงการทางานให้สามารถดาเนินการและบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการได้อย่าง
มีประสิทธิภาพ โดยผู้เรียนควรประเมินกระบวนการทางานของทีม และจัดทารายงานความก้าวหน้าตาม
แบบทกี่ าหนด และนาเสนอให้อาจารย์ท่ีปรกึ ษาโครงการได้รบั ทราบ
2.1.6.3 การเขียนรายงานเม่ือดาเนินงานโครงการแล้วเสร็จผู้เรียนจึงทาการ
วิเคราะห์ และอภิป รายผล ตามด้วยการสรุปผลของโครงการปั ญ ห า และข้อเสนอแน ะใน
การแก้ไข หรือพัฒนาต่อไป จากนั้นจึงเขียนรายงานเพ่ืออธิบายให้ผู้อ่นื ได้ทราบแนวคิด วิธกี ารดาเนินงาน
ผลลัพธ์ทไ่ี ด้ ตลอดจนประโยชนแ์ ละขอ้ เสนอแนะต่าง ๆ ท่ีไดจ้ ากการทาโครงการ
1) ส่วนประกอบตอนต้น

(1) ปกนอก : โดยปกติจะมีข้อความดังนี้ ช่ือโครงการ ชื่อผู้จัดทาโครงการ
ชือ่ อาจารย์ท่ีปรกึ ษา ชอื่ โรงเรยี น ภาคเรยี น และปีการศกึ ษาท่ีทาโครงการ

8

(2) บทคัดยอ่ : อธบิ ายความสาคัญของโครงการ วัตถปุ ระสงค์ วิธีดาเนนิ การ
ผลทไี่ ดร้ บั ตลอดจนข้อสรุปอยา่ งยอ่

(3) กิตติกรรมประกาศ : เป็นการกล่าวขอบคุณผู้ที่ให้ความช่วยเหลือ
ในการทาโครางการจนประสบผลสาเร็จ เพื่อให้ผู้เขียนได้แสดงออกถึงความกตัญญูรู้จักบุญคุณยังยืนถึง
ความสนใจตัง้ ใจในการทาโครงการอกี ดว้ ย

(4) สารบัญ : ช่วยให้ผู้อ่านเห็นเค้าโครงของโครงการและค้นหาแต่ละหัวข้อ
ได้สะดวกเร็วข้ึน โดยท่ัวไปจะแบ่งออกเป็นบท ๆ เรียงตามลาดับเนื้อหาอาจแบ่งออกเป็น
หัวข้อยอ่ ย ๆ พร้อมทง้ั ระบุเลขหนา้ กากับไว้ดว้ ย

(5) ประกอบสารบัญตาราง และสารบัญภาพประกอบ : กรณีโครงการ
ทผี่ ้เู รียนทาน้ันมีตาราง หรอื ภาพเพื่อเสนอข้อมูลก็ควรจะมีการเสนอสารบัญตารา / ภาพ เพ่อื ให้สะดวกใน
การค้นหาขอ้ มูลในการเขียนสารบัญตาราง / ภาพก็มีลักษณะคล้าย ๆ กับสารบัญเน้ือหาคือมีเลขท่ีตาราง
/ ภาพ ช่อื ตาราง / ภาพ และเลขหน้าตาราง / ภาพ

2) บทท่ี ๑ บทนา
(1) สภาพปญั หา หรอื ความเป็นมา และความสาคัญของโครงการ
(2) วัตถุประสงค์ของการทาโครงการ
(3) ขอบเขตของการทาโครงการ
(4) วิธีดาเนนิ งานโครงการโดยยอ่
(5) ประโยชน์ทค่ี าดว่าจะไดร้ ับ

3) เอกสารและทฤษฎีท่ีเก่ียวข้อง กล่าวถึงความรู้ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ
ท่ีจะทาโดยอาจศึกษาจากเอกสาร ตารา ผลงาน และงานเขียนอ่ืน ๆ ท่ีเกี่ยวข้อง และนามาใช้เทคนิค
การปกระยกุ ต์ใชง้ านของทฤษฎดี ังกล่าว หรือสมมติฐานที่เกย่ี วข้องกับโครงการ

4) ขั้นตอน และวิธีดาเนินการคสรประกอบด้วยเน้ือหาท่ีเก่ียวกับการออกแบบ
และการสร้างโครงการน้นั ๆ ด้วยการอธิบายรายละเอยี ดของการดาเนินงานในแต่ละข้ันตอนไปตามลาดับ
ของเน้อื หาโดยเรม่ิ ตั้งแต่ขัน้ ตอนแรกจนถงึ ข้ันตอนสุดทา้ ย ดว้ ยการแบ่งออกเปน็ หัวข้อยอ่ ยเช่นเดียวกับบท
ตน้ ๆ ตามความเหมาะสม

5) ผลขอการดาเนินงาน เป็นเนื้อหาท่ีกล่าวถึงผลของการทดลอง หรือทดสอบ
โครงการน้ัน ๆ ทั้งในแง่เศรษฐกิจ การศึกษา ประสบการณ์ โดยกล่าวถึงวิธีการทดลองในแต่ละส่วนเป็น

9

อย่างไร มีผล และมีประสิทธิภาพเช่นไร ด้วยการอธิบายประกอบกับตารางบันทึกข้อมูลการทดลอง
หรือกราฟแสดงผลทีไ่ ด้

6) บทสรุป อภิปราย และข้อเสนอแนะ เป็นการสรุปผลขอการทดลอง
หรือทดสอบโครงการท้ังหมด โดยระบุให้ชัดเจนว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์ หรือสอดคล้องกับขอบเขต
ของโครงการ หรือไม่ ถ้าไม่เป็นเพราะสาเหตุใดให้อภิปรายผลท่ีได้ ข้อบกพร่องของโครงการ ปัญหา
และอุปสรรคพร้อมข้อเสนอแนะ หรือแนวทางในการแก้ปัญหา และคาแนะนาในการพัฒนาโครงการ
นนั้ ให้ดีย่งิ ขึ้นในครัง้ ตอ่ ไป

7) ส่วนประกอบท้าย
(1) บรรณานุกรม : บรรณานุกรม หรือเอกสารอ้างอิงจะต้องมีปรากฏ

ในส่วนท้ายของรายงานโครงการ ซ่ึงได้แก่ รายช่ือ บทความจากวารสาร หรือรายงานการประชุมทาง
วิชาการ ชอ่ื หนังสอื หรือสิง่ พมิ พ์อืน่ ๆ ท่ีใชใ้ นการคน้ คว้าประกอบการเขียนรายงาน หรอื สารนิพนธ์

(2) ภาคผนวก : เป็นส่วนประกอบเพ่ิมเติมเพ่ือเข้าใจเน้ือหาของรายงาน
โครงการได้ดีขึ้น แต่ไม่เหมาะสมท่ีจะรวบรวมไว้ในส่วนเน้ือความเพราะทาให้ยืดเยื้อ เช่น
ตารางผลการทดลองโดยละเอียด การพิสูจน์สมการหรือการแก้สมการที่ยุ่งยากโดยละเอียด
มีความยาวหลายหน้าแบบของเครื่องมือท่ีสร้างขึ้น โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ฯลฯ เป็นต้น
ส่วนประกอบดังกล่าวอาจหาได้ยาก จึงเป็นประโยชน์ต่อการตรวจประเมินผลงาน หรือศึกษา
ค้น คว้าอ้างอิงต่อไป ภ าคผน วกอาจมีมากกว่า 1 ภ าค ถ้ามี ให้ เรียงต าม ลาดับ อักษ รไท ย
โดยเริ่มที่ภาคผนวก ก พิมพ์อยู่กลางหน้ากระดาษ ตามด้วยช่ือของภาคผนวกในบรรทัดที่ 2 เป็น
เชน่ นเ้ี มือ่ ข้นึ ภาคผนวกใหม่ทุกคร้ัง

(3) ประวัติผู้จัดโครงการ : ในกรณ๊ที่ผู้จัดทาโครงการมีมากกว่า 1 คน
ให้เขยี นประวตั ิแยกเปน็ รายบุคคล ตอ่ 1 กระดาษ และอาจตดิ ภาพถา่ ย หรอื ไมก่ ็ได้

2.1.7 ระยะส้นิ สุดโครงการ (OUT PUT)
2.1.7.1 ข้ันตอนการสอบโครงการมขี ้อเสนอแนะ ดังน้ี
1) การเตรยี มความพร้อม
(1) รูปเลม่ รายงานโครงการ
(2) ผลงานส่ิงประดิษฐต์ ามโครงการ
(3) สอื่ อุปกรณ์ การนาเสนอผลงาน
2) รายละเอยี ดในการนาเสนอ

10

(1) วัตถปุ ระสงค์ และเปา้ หมายของโครงการ
(2) ขอบเขตการทาโครงการ
(3) วธิ ดี าเนนิ งานโครงการโดยยอ่
(4) ออกแบบชนื้ งานสิง่ ประดษิ ฐ์
(5) สร้าง และประกอบช้ินงานสิ่งประดษิ ฐ์
(6) ทดลองใช้ และหาประสทิ ธิภาพของส่ิงประดษิ ฐ์
(7) ประโยชน์ท่ีคาดวา่ จะไดร้ บั ทีค่ าดวา่ จะได้รับ
2.1.7.2 การแสดงผลงาน เป็ฯการเสนอผลงานที่ได้ทาโครงการสาเร็จแล้วให้ผู้อ่ืนด้รับรู้
และเข้าใจเป็นงานั้นสุดท้ายของการทาโครงการ ซ่ึงการแสดงผลงานของโครงการดังกล่าวจะเป็นการ
เสริมสร้างความภาคภูมิในใจความสามารถของตนพร้อมช่วยกระตุ้นให้เพ่ือน และรุ่นน้องอื่น ๆ สนใจทา
โครงการทต่ี นสนใจ และสอดคลอ้ งกับสาขาวชิ าชีพของตนได้เป็นอยา่ งดี

2.2 ส่ือการเรียนการสอน (Instruction)
2.2.1 ความหมายสื่อการเรียนการสอน
ส่ือการเรียนการสอน (Instructional Media) สื่อ (Media) หมายถึง ตัวกลางท่ีใช้

ถ่ายทอด หรือนาความรู้ในลักษณะต่าง ๆ จากผู้ส่งไปยังผู้รับให้เข้าใจความหมายได้ตรงกันการเรียนการ
สอนสื่อที่ใช้เป็นตัวกลางนาความรู้ในกระบวนการสื่อความหมายระหว่างผู้สอนกับผู้เรียนเรียกว่า ส่ือการ
สอน (Instruction Media) ในทางการศึกษาท่ีมีความหมายแนวเดียวกันกับส่ือการเรียนการสอน เช่น
ส่ือการสอน (Instructional Media or Teaching Media) ส่ือการสอน (Educational media) อุปกรณ์
ช่วยสอน (Teaching Aids) เป็นต้น ในปัจจุบันการศึกษามักจะเรียกการนาสื่อการเรียนการสอนชนิด
ต่าง ๆ มารวมกันว่า เทคโนโลยีทางการศึกษา (Educational) ซ่ึงหมายถึงการนาเอาวัสดุอุปกรณ์
และวิธกี ารมาใช้ร่วมกนั อย่างมรี ะบบในการเรยี นการสอน เพ่อื เพ่ิมประสทิ ธภิ าพในการสอน

ส่ือการเรียนการสอน หมายถึง สิ่งต่าง ๆ ท่ีเป็นบุคคล วัสดุ อุปกรณ์ ตลอดจนเทคนิควิธ๊
การ ซ่ึงเป็นตัวกลางทาให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามจุดประสงค์ของการเรียนการสอนท่ีกาหนดไว้ได้อย่าง
ง่าย และรวดเรว็ เป็นเคร่ืองมือและตัวกลางซ่ึงมีความสาคญั ในกระบวนการเรียนการสอนมหี น้าที่เปน็ ตวั นา
ความต้องการของครูไปสู่ตัวนักเรียนอยา่ งถูกตอ้ ง และรวดเร็วเป็นผลให้นักเรียนเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไป
ตามจุดมุ่งหมายการเรียนการสอนได้อย่างถูกต้องเหมาะสม นักการศึกษาเรียกช่ือการสอนด้วยชื่อต่าง ๆ
เชน่ อปุ กรณ์การสอน โสตทัศนปู กรณ์ เทคโนโลยีการศึกษา สอื่ การเรยี นการสอนสือ่ การศกึ ษา เปน็ ต้น

11

ภาพที่ 2.1 แสดงสอื่ การเรียนการสอน
2.2.2 ความสาคญั ของสือ่ การเรยี นการสอน

สื่อการเรียนการสอนมีความสาคัญมากต่อครูเพราะจะทาให้ครูสามารถจัดประสบการณ์
การเรียนรู้ให้กับนักเรียน และในการจัดแหล่งวิทยาการท่ีเป็นเนื้อหาเหมาะสมแก่การเรียนรู้ตามจุดมุ่ง
หลายในการสอนสามารถช่วยครูในด้านการควบคุมพฤติกรรมและสนับสนุนการเรียนรู้ ครูจะใช้ส่ือการ
สอนในการทากิจกรรมหลาย ๆ รูปแบบ เช่น การใช้ศูนย์การเรียนการใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอน การสาธิต
เปน็ ต้น ดังน้นั สอื่ การเรียนการสอนถือว่ามคี วามสาคัญและจาเปน็ อย่างมาก เพราะจะชว่ ยให้การเรียนการ
สอนเป็นไปอยา่ งมีประสิทธิภาพ

2.2.3 ประโยชน์ของสื่อการเรียนการสอน
2.2.3.1 ชว่ ยให้ผู้เรียนเกิดการเรยี นรูอ้ ย่างมปี ระสิทธภิ าพ
2.2.3.2 เรียนรูไ้ ดด้ ีขึน้ จากประสบการณท์ ม่ี ีความหมายในรูปแบบตา่ ง ๆ
2.2.3.3 เรียนรไู้ ด้อย่างถูกตอ้ ง
2.2.3.4 เรียนรู้ได้งา่ ยและเข้าใจได้ชดั เจน
2.2.3.5 เรียนรู้ได้มากขนึ้
2.2.3.6 เรยี นรูไ้ ด้ในเวลาทีจ่ ากดั
2.2.3.7 ช่วยให้สามารถเอาชนะขอ้ จากัดตา่ ง ๆ ในการเรยี นรู้
2.2.3.8 ทาส่ิงนามธรรมใหเ้ ปน็ รูปธรรมมากขึน้
2.2.3.9 ทาสงิ่ ซบั ซ้อนใหง้ ่ายข้ึน

12

2.2.4 ประเภทของส่อื การเรยี นการสอน
2.2.4.1 สื่อประเภทวัสดุ หมายถึง สื่อขนาดเล็กท่ีมีศักยภาพในการบรรจุเก็บเนื้อหา

และถ่ายทอด ความรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพบางชนิดส่ือความหมายได้ด้วยตัวของมันเอง เช่น แผนภูมิ
แผนภาพ โปสเตอร์ แผนสถิติ แต่บางชนิดมีขนาดเล็กมากต้องอาศัยเคร่ืองมืออุปกรณ์ในการฉาย
เพื่อขยายเนื้อหาสาระให้มีขนาดใหญ่ หรือเสียงดังขึ้นจึงจะส่ือความหมายอย่างชัดเจน เช่น ฟิล์ม สไลด์
ฟิลม์ ภาพยนตร์ เทปเสยี ง แผน่ โปรง่ ใส [www.boom0415kit.blogspot.com]

ภาพที่ 2.2 แสดงสือ่ ประเภทวัสดุ
2.2.4.2 ส่ือสิ่งพิมพ์ หมายถึง หนังสือและเอกสารสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ซ่ึงได้แสดงหรือจาแนก
หรือเรียบเรียงสาระความรู้ต่าง ๆ โดยใช้หนังสือที่เป็นตัวเขียน หรือตัวพิมพ์เป็นส่ือเพ่ือแสดงความหมาย
สื่อสิง่ พิมพม์ ีหลายประเภท เช่น หนังสอื หนงั สือพิมพ์ นติ ยสาร [www.boom0415kit.blogspot.com]

ภาพที่ 2.3 แสดงสื่อสิ่งพมิ พ์

13
2.2.4.3 สื่อประเภทอุปกรณ์ หมายถึง สิ่งที่เป็นตัวกลางหรือตัวผ่าน ทาให้ข้อมูลหรือ
ความรู้ที่บันทึกในวัสดุสามารถถ่ายทอดอกมาให้เห็นหรือได้ยิน เช่น เคร่ืองฉายแผ่นโปร่งใส เครื่องฉาย
สไลด์ เครอ่ื งฉายภาพยนตร์ เคร่อื งคอมพิวเตอร์ เคร่อื งบันทกึ เสียง [www. parnzyis.blogspot.com]

ภาพท่ี 2.4 แสดงสื่อประเภทุปกรณ์
2.2.4.4 สื่อบุคคล หมายถึง ตัวบุคคลท่ีทาหน้าท่ีถ่ายทอดสาระความรู้ แนวคิด และวิธี
ปฏิบัติตนไปสู่บุคคลอ่ืน นับเป็นส่ือการเรียนรู้ที่มีบทบาทสาคัญ สื่อบุคคลอาจเป็นบุคลากรที่อยู่ใน
สถานศึกษา เช่น ผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา หรืออาจเป็นบุคลากรภายนอกท่ีมีความเช่ียวชาญ
ในสาขาต่าง ๆ [www.parnzyis.blogspot.com]

ภาพที่ 2.5 แสดงสื่อบคุ คล

14
2.2.4.5 ส่ือออนไลน์ หมายถึง สื่อดิจิทัลท่ีเป็นเครื่องมือในการปฏิบัติการทางสังคม
เพื่อใช้ส่ือสารระหว่างกันในเครือข่ายทางสังคม (Social Network) ผ่านทางเว็บไซต์และโปรแกรม
ประยุกต์บนส่ือใด ๆ ที่มีการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต ในการผลิตเนื้อหาข้ึนเอง (User-Generate
Content : UGC ) ในรูปของข้อมลู ภาพ และเสียง [www. sites.google.com]

ภาพท่ี 2.6 แสดงส่ือออนไลน์
2.2.4.6 สื่อบริบท หมายถึง ส่อื ทสี่ ่งเสริมหรอื สนบั สนุนการเรียนการสอน ไดแ้ ก่
สภาพแวดลอ้ ม และสถานการณต์ ่าง ๆ เชน่ หอ้ งเรยี น ห้องปฏบิ ัติกา หรอื เป็นส่ิงท่เี กิดข้ึนเองตาม
ธรรมชาติ เช่น พืชผัก ผลไม้ สัตว์ชนดิ ตา่ ง ๆ หรอื อยูใ่ นรูปของปรากฏการณ์หรอื เหตุการณ์ทมี่ ีอยู่หรือ
เกดิ ข้ึนรอบตวั [www. parnzyis.blogspot.com]

ภาพท่ี 2.7 แสดงส่ือบรบิ ท

15

2.2.4.7 สื่อกิจกรรม หมายถึง กระบวนการจัดการเรียนการสอนเพื่อให้ผู้เรียน
ได้ประสบการณ์หรือเรียนรู้เนื้อหาบทเรียนด้วย การดู การฟัง การสังเกต การทดลอง การสัมผัส จับต้อง
ด้วยตนเอง การแสดงบทบาทในละคร การละเล่น เกม กีฬา การแข่งขันต่าง ๆ ตลอดจนการทางาน
รว่ มกับบุคคลอ่ืน ทาให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์แปลกใหม่บางกจิ กรรมอาจใช้ส่ือวัสดหุ รืออุปกรณ์เข้ามา
ชว่ ยในการถ่ายทอดความรู้ [www. naning-nananing045.blogspot.com]

ภาพที่ 2.8 แสดงสอื่ กิจกรรม
2.3 ระบบ (System)

2.3.1 ความหมายระบบ
ระบบ (System) เป็นกลุ่มขององค์ประกอบตา่ ง ๆ ที่ทางานร่วมกนั เพ่ือจุดประสงค์ในสิ่ง

เดียว ระบบอาจประกอบด้วยบุคลากร เครื่องมือ วัสดุ วิธีการ การจัดการ ซึ่งทั้งหมดน้ีจะต้องมีระบบ
ในการจัดการเพ่ือให้บรรลุจุดประสงค์เดียวกัน คาว่า "ระบบ" เป็นคาที่มีการเกี่ยวข้องกับการทางาน
และหน่วยงานและนิยมใช้ กันมาก เช่น ระบบธุรกิจ (Business System) ระบบสารสนเทศ
(Management Information System) ระบบการเรียนการสอน (Instructional System) ระบบ
เครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Computer Network System) เป็นต้น เมื่อทาการศึกษาระบบใดระบบหน่ึง
นักวิเคราะห์ระบบจะต้องเข้าใจการทางานของระบบน้ันให้ดี โดยการศึกษาว่า ระบบทาอะไร (What)
ทาโดยใคร (Who) ทาเม่ือไร (When) และทาอย่างไร (How) นักวิเคราะห์ระบบ (System Analyst
หรือ SA) ซ่ึงได้แก่ บุคคลท่ีมีหน้าที่วิเคราะห์และออกแบบระบบจะต้องเข้าใจการทางานของระบบน้ัน ๆ
วา่ เป็นอยา่ งไรและอะไรคือความต้องการของระบบ

16

2.3.2 ลกั ษณะของระบบ
2..3.2.1 ระบบ หมายถึง การรวมของส่ิงน้อย ๆ ท่ีเก่ียวข้องกัน ตั้งแต่หน่ึงส่วนขึ้นไปเป็น

หน่วยเดียว เพื่อวัตถุประสงค์หรือความมุ่งหมายอย่างเดียวกัน เช่น ระบบราชการแผ่นดิน ประกอบด้วย
กระทรวง กรมและกองตา่ ง ๆ เป็นต้น หรอื ระบบสรุ ยิ ะจกั รวาล (Solar System)

2.3.2.2 ระบบ หมายถึง ระบบการทางานขององค์การต่าง ๆ ที่ประกอบด้วยระบบ
ย่อย ๆ หลายระบบรวมกัน และทางานร่วมกัน ซึ่งจะต้องมีการปฏิบัติงานอยา่ งใดอย่างหนึ่งเพ่ือประโยชน์
หรือวัตถุประสงค์ร่วมกัน หรอื อย่างเดียวกัน เช่น ระบบโรงเรียน ระบบโรงพยาบาล ระบบธนาคาร ระบบ
บริษทั ระบบหา้ งร้าน เป็นต้น

2.3.2.3 การทางานของหน่วยงานย่อยต่าง ๆ ของระบบจะต้องมีความสันพันธ์เกี่ยวข้อง
ประสานกัน โดยมีวัตถุประสงค์หรือความมุ่งหมายร่วมกันหรืออย่างเดียวกัน เช่น ในองค์กรหนึ่งอาจแบ่ง
ออกเป็นหลายฝ่าย หรือหลายแผนก โดยแต่ละฝ่าย หรือแต่ละแผนกจะมีหน้าท่ีในการทางานร่วม
ประสานกนั

2.3.2.4 ระบบอาจถูกจาแนกแยกเป็นประเภทของใตประเภทหนงึ่ หรือหลายประเภท ทัง้ นี้
สุดแต่ใครเป็นผู้จาแนก และผู้ท่ีทาการจาแนกจะเห็นว่าควรแบ่ง หรือควรจะจัดเป็นประเภทใด เช่น เป็น
ระบบเปิด หรอื ระบบปิด ระบบเครือ่ งจักร หรอื ระบบกง่ึ เครื่องจกั ร เปน็ ต้น

2.3.3 องค์ประกอบของระบบ
การท่จี ะกลา่ ว หรืออธิบายถงึ องค์ประกอบขอระบบว่าประกอบด้วยอะไรบ้างนัน้ ขึ้นอยู่กับ

ความคิดเห็นของผู้ท่ีเก่ียวข้องกับระบบ ซ่ึงจะไม่เหมือนกันแต่โดยทั่ว ๆ ไปแล้วมักจะแบ่งองค์ประกอบ
ออกเป็น 2 องค์ประกอบใหญ่ ๆ คอื

2.3.3.1 อ งค์ ป ระก อ บ แ บ บ 6 M คื อ Man, Money, Material, Machine,
Management และMorale ดงั รายละเอียดต่อไปน้ี

1) Man หมายถึง บุคลากร คือ ผู้ท่ีจะต้องเกี่ยวข้องกับระบบงาน
หรือหมายถึง คนทุกคนที่เก่ียวข้องกับระบบนั้นอาจจะประกอบไปด้วยผู้บริหารระดับต่าง ๆ ซ่ึงจะมีทั้ง
ผู้บริหาร ระดับสูง ระดับกลาง และอาจประกอบด้วยนักวิชาการในระดับต่าง ๆ แต่จะนับรวมลูกค้า
หรือผู้บริโภคซ่ึงเป็นผู้ท่ีมีความสาคัญไม่น้อยของระบบด้วย หรือไม่ก็ย่อมสุดแล้วแต่นักวิชาการ
ทางดา้ นบรหิ ารระบบตดั สินใจ

17

ภาพท่ี 2.9 แสดงระบบ Man
2) Money หมายถึง เงิน หรือทรัพย์สินที่มีค่าเป็นเงินของระบบ
ซ่ึงนับเป็นหัวใจท่ีสาคัญอย่างหนึ่งของระบบ เช่น เงินทุน เงินสด เงินหมุนเวียน เงินคาใช้จ่าย หรือเงิน
รายรับ รายจ่ายต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นต้น ถ้าการเงินของระบบไมด่ ีพอแลว้ ระบบนน้ั ยอ่ มจะประสบกับความ
ยุ่งยากหรืออาจถึงแก่การหายนะได้ เพราะฉะนั้น ระบบธุรกิจทุกชนิดจะต้องมีความระมัดระวังในเรื่อง
ของการเงนิ เป็นพเิ ศษ
3) Material หมายถึง ตัวสินค้าหรือวัสดุที่ใช้ในการผลิตสินค้า ซ่ึงเป็นอีก
องค์ประกอบหน่ึงที่มีความสาคัญ ของระบบไม่น้อยปัญหาในเร่ือง Material หรือสินค้า และวัสดุน้ี
มี 2 ประการใหญ่ ๆ

(1) ประการแรก เป็นการขาดแคลนเช่น การขาดวัตถุดิบสาหรับใช้ใน
การผลิตสินค้าของโรงงานอุตสาหกรรม เมื่อขาดวัตถุดิบท่ีใช้ในการผลิตก็จะทาให้ไม่มีสินค้าสาหรับขาย
ผลกค็ ือการขาดทนุ

(2) ประการที่ สอง คือ การมีวัตถุดิบมากเกินความต้องการ
เช่น มีสินค้าท่ีจาหน่ายหรือขายไม่ออกมากเกินไป ทาให้เงินทุนไปจมอยู่กับวัตถุดิบทาให้เกิดการขาดทุน
เช่นเดียวกนั นนั้ เอง

18

4) Machine หมายถึง เคร่ืองจักร อุปกรณ์ และเคร่ืองมือเครื่องใช้
ในโรงงานหรือในสานักงาน ซึ่งนับว่าเป็น องค์ประกอบที่สร้างปัญหาให้กบั ระบบอย่างสาคัญประการหน่ึง
เหมือนกัน ปัญหาท่ีทาให้ได้กาไรหรือขาดทุน มากท่ีสุดของธุรกิจมักเกิดจากเครื่องจักรและอุปกรณ์การ
ทางานเป็นสว่ นใหญ่ เช่น เคร่ืองมกี าลังผลติ ไมพ่ อ เคร่ืองเก่า หรอื เป็นเครอ่ื งทลี่ า้ สมัยทาให้ต้องเสยี ค่าซอ่ ม
บารุงสูง มีกาลังผลิตน้อยประสิทธิภาพ ในการทางานต่า แต่ค่าใช้จ่ายในการซ่อมบารุงหรอื ค่าทางานท่ีล่า
ช้า ทางานไม่ทนั กาหนดตามเวลาท่ีกาหนดไว้ ทาให้เกิดความเสียหาย และชารุดไดห้ รือขาดทุน เปน็ ต้น

ภาพท่ี 2.10 แสดงระบบ Machine
5) Management หมายถึง การบริหารระบบ ซึ่งเป็นอีกเร่ืองหน่ึงท่ีทา
ให้ระบบเกิดปัญหา เพราะการบริหารท่ีไม่ดีหรือการบริหารที่ไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาวะ
แวดล้อมหรือไม่ทันต่อการเปล่ียนแปลงต่อสังคม เศรษฐกิจและการเมือง ที่เรียกกันว่า ไม่เป็นไปตาม
โลกานุวัตร หรือการได้ผู้บริหารท่ีไม่มีประสิทธิภาพมาบริหารงาน ซึ่งส่วนมากมักเกิดขึ้นในระบบราชการ
สาหรับระบบทางธุรกิจของเอกชนจะถือว่าการบรหิ ารงาน เป็นเรอ่ื งที่สาคัญที่สุดเพราะถ้าการบริหารไม่ดี
แล้วธรุ กจิ นัน้ ก็ไมส่ ามารถที่จะอยไู่ ด้กิจการต้องลม้ เลิกไปในท่สี ดุ

19

ภาพที่ 2.11 แสดงระบบ Management
6) Morale หมายถึง ขวัญและกาลังใจของบุคคลในระบบ หรือหมายถึง
ค่านิยมของคนท่ีมีต่อระบบหรือต่อองค์กรมากกว่า ซึ่งเป็นค่านิยมของคนในระบบท่ีมีขวัญ และกาลังใจ
ในการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นค่านิยมของผู้บริโภคหรือบุคคลภายนอกท่ี
เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนให้ระบบอยู่รอด และกระตุ้นจูงใจด้วยวิธีต่าง ๆ ก็มีจุดมุ่งหมายในสิ่งนี้ระบบ
ท่ีขาดค่านิยมหรือขาดความเชื่อม่ันของบุคคล ระบบน้ันก็มักจะอยู่ต่อไปไม่ได้จะต้องประสบ
กบั ความล้มเหลวในทสี่ ุด
2.3.3 ประเภทของระบบ
ประเภทของระบบ ระบบยังสามารถที่จะแบ่งแยกออกได้หลายลักษณะด้วยกัน ท้ังน้ี
ขึ้นอย่กู ับลกั ษณะความตอ้ งการของผู้ใช้ระบบว่าต้องการแบ่งระบบออกมาในลักษณะใด การแบ่งประเภท
ของระบบแบ่งได้เปน็
2.3.3.1 ระบบธรรมชาติ (Natural System) และระบบที่คนสร้างข้ึน (Manmade
System)
1) ระบบธรรมชาติ (Natural System) หมายถึง ระบบท่ีเป็นไปตาม
ธรรมชาติ หรอื ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ หรือโดยการอาศัยธรรมชาติเป็นส่วนใหญ่ เช่น ระบบไฟฟ้า
น้าตกระบบการค้าขายของเอกชนที่เป็นไปโดยธรรมชาติต่างคนต่างทาซึ่งไม่มีการจัดระบบ หรือระเบียน
อยา่ งใดอย่างหน่ึงไว้


Click to View FlipBook Version