หลกั การและแนวคดิ การนิเทศภายในโรงเรียน ดร.อนศุ ร หงษ<ขนุ ทด
สารบญั 4
สารบญั ภาพ 1
บทที่ 1 หลกั การและแนวคดิ การนิเทศภายในโรงเรียน 1
1
การพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษา 2
การนเิ ทศภายในโรงเรียน 8
ความหมายของการนิเทศภายในโรงเรยี น 10
ขอบข@ายการนิเทศภายในโรงเรียน
กระบวนการและข้ันตอนนเิ ทศภายในโรงเรียน 18
บทที่ 2 แนวทางการดำเนินการนิเทศภายในโดยใชหB Bองเรยี นเปEนฐานเพ่ือพัฒนาคณุ ภาพผเBู รียน 18
19
ระดับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน 19
ระดับสำนักงานเขตพนื้ ทีก่ ารศกึ ษา 24
ระดบั โรงเรียน
มาตรฐานการนิเทศภายในโรงเรียน 29
บทท่ี 3 ตวั อยPางการนเิ ทศภายในโรงเรียน 29
31
รูปแบบไทรยSอยนเิ ทศวิถี 38
รปู แบบการนเิ ทศภายในแบบ MIND MODEL
รปู แบบการนิเทศภายในสำหรบั สถานศึกษาขนาดเล็ก 46
บทท่ี 4 การประยุกตใR ชเB ทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสารเพ่อื สนับสนุนการนิเทศภายในโรงเรียน 46
48
การประยุกต[ใชS GOOGLE CLASSROOM สำหรับการนิเทศภายในสถานศกึ ษา
การประยกุ ตใ[ ชS LINE กบั การนเิ ทศภายในโรงเรยี น 51
บทท่ี 5 กิจกรรมการนเิ ทศภายในโรงเรยี น 51
52
กจิ กรรมการนเิ ทศภายในโรงเรียน 54
(ตวั อย@างที่ 1) แบบบันทึกการเย่ียมนิเทศชัน้ เรยี น 56
(ตัวอย@างท่ี 2) แบบบันทกึ การเยี่ยมนิเทศชน้ั เรียน 58
(ตัวอยา@ ง) แบบบันทึกการสงั เกตการสอนในช้ันเรยี น 63
(ตวั อย@าง) แบบสงั เกตการสอน
(ตัวอย@าง) เคร่ืองมอื การนิเทศการเรียนการสอนของครู
หลักการและแนวคิดการนเิ ทศภายในโรงเรียน ดร.อนุศร หงษ<ขนุ ทด
สารบัญ (ตอ@ ) 66
(ตวั อย@าง) แบบบันทึกการใหคS ำปรกึ ษาแนะนำ 67
(ตัวอยา@ ง) แบบบนั ทึกการใหคS ำปรกึ ษาแนะนำ 70
(ตวั อยา@ ง) แบบบันทกึ การนิเทศแบบสนทนาทางวิชาการ 71
(ตวั อยา@ ง) การบันทึกการประชมุ นเิ ทศ
72
บทท่ี 6 ตวั อยาP งเครื่องมอื นเิ ทศภายในโรงเรยี น
72
แบบประเมนิ การนิเทศภายในสถานศึกษา 73
แบบบันทกึ การนิเทศภายในโรงเรียน (แบบที่ 1) 75
แบบบนั ทึกการนเิ ทศภายในโรงเรยี น (แบบท่ี 2) 76
แบบบันทึกการสงั เกตการจดั เรยี นการสอนในชนั้ เรียน
79
บรรณานกุ รม
82
ภาคผนวก
83
แบบนิเทศ ตดิ ตาม ผลการดำเนนิ การนเิ ทศภายในโรงเรียน
หลักการและแนวคิดการนิเทศภายในโรงเรียน ดร.อนศุ ร หงษข< ุนทด
สารบัญภาพ 1
11
ภาพที่ 1 กระบวนการนิเทศ 20
ภาพที่ 2 ขนั้ ตอนการนิเทศภายในโรงเรียน 31
ภาพที่ 3 การนิเทศภายในโดยใชหS อS งเรียนเปนh ฐานเพ่ือพฒั นาคุณภาพผเSู รียนในระดบั โรงเรยี น 32
ภาพท่ี 4 รูปแบบการนเิ ทศภายในโรงเรียนไทรยอS ยพิทยาคม “ไทรยSอยนิเทศวถิ ”ี 37
ภาพที่ 5 รูปแบบการนิเทศภายในแบบ MIND MODEL 38
ภาพท่ี 6 ตัวอยา@ งการจดั ทำแผนการนเิ ทศภายใน และจัดทำปฏทิ ินดำเนนิ การ ประจำปกl ารศกึ ษา 2562 50
ภาพท่ี 7 รูปแบบการนเิ ทศภายในสำหรับสถานศกึ ษาขนาดเลก็
ภาพท่ี 8 แนวทางการดำเนินการนิเทศภายในโรงเรยี นดSวยไลน[กล@ุม
หลกั การและแนวคดิ การนเิ ทศภายในโรงเรียน ดร.อนุศร หงษข< ุนทด
1
บทท่ี 1
หลักการและแนวคดิ การนิเทศภายในโรงเรยี น
การพัฒนาคุณภาพการศกึ ษา
กระบวนการนิเทศเปนh กระบวนการหนงึ่ ทส่ี @งผลตอ@ การพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษา ดงั นี้
ภาพที่ 1 กระบวนการนเิ ทศ
ทมี่ า: หนว@ ยศกึ ษานเิ ทศก[ (2562: 6)
การพัฒนาคุณภาพการศึกษา จะสำเร็จไดSตามเปnาหมาย จำเปhนตSองมีองค[ประกอบสำคัญในการพัฒนา คือ
กระบวนการบริหาร กระบวนการจัดการเรียนรSู และกระบวนการนิเทศ ท่ีตSองร@วมกันสนับสนุนส@งเสริมไปดSวยกันใน
ลักษณะของ “เกลียวเชือก” กระบวนการนิเทศการศึกษา (supervision) เปhนกระบวนการที่ทำใหSเกิดการพัฒนา
และปรับปรุง กระบวนการเรียนการสอนของครู โดยมุ@งใหSเกิดการจัดการเรียนรูSที่มีประสิทธิภาพส@งผลถึงคุณภาพ
ของผูSเรียนกระบวนการนิเทศการศึกษาช@วยทำใหSเกิดการพัฒนาคน พัฒนางาน สรSางการประสานสัมพันธ[ และขวัญ
กำลังใจ ซึ่งตSองดำเนินงานใหSประสานสัมพันธ[กับกระบวนการอื่นในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาใหSบรรลุตาม
เปnาหมาย ทำใหSเกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนถาวร ดังที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, 2549: 52) กล@าวว@า “การจัดการที่ดีเปhนกุญแจนำไปส@ูความสำเร็จขององค[กร
การนิเทศท่ีดนี ำไปส@ูการจัดการท่ดี ”ี
การนเิ ทศภายในโรงเรียน
การนิเทศภายในโรงเรียน เปhนกิจกรรมสำคัญที่สุดในการสนับสนุนการเรียนการสอนภายในโรงเรียน ใหSดำเนินไป
อย@างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเปhนหนSาที่ที่สำคัญของผSูบริหารสถานศึกษาตSองดำเนินการใหSเกิดขึ้นภายในโรงเรียนใหSมี
ประสิทธิภาพมากขึ้น และครูไดSปรับปรุงคุณภาพการเรียนการสอนภายในชั้นเรียน รวมทั้งเปhนกระบวนการประกัน
คุณภาพของโรงเรียนว@า โรงเรียนสามารถบริการจัดการภายในโรงเรียน จนถึงเปnาหมายสุดทSาย คือ คุณภาพผSูเรียน
ที่มีคุณภาพตามมาตรฐานหลักสูตรและเปnาหมายที่ตั้งไวS รวมทั้งโรงเรียนและบุคลากรในโรงเรียนเปhนที่ยอมรับจาก
ผSูมีส@วนเกี่ยวขSองซึ่ง (Tilahun, 1998: 2168 : A) ไดSทำการวิจัยเรื่อง การจัดกิจกรรมการนิเทศภายในที่พึงประสงค[
ของประเทศเอธิโอเปlย กล@ุมตัวอย@างไดSแก@ ครู ศึกษานิเทศก[ นักวิชาการ ผลการวิจัย พบว@า การจัดกิจกรรมการนิเทศ
หลักการและแนวคิดการนเิ ทศภายในโรงเรียน ดร.อนุศร หงษข< ุนทด
2
ภายในสถานศึกษาเรียงลำดับจากมากไปหานSอย คือ การฝ‚กอบรม แนะนำ การฝ‚กปฏิบัติการสาธิตการสอนโดย
ศึกษานิเทศก[การประชุมกล@ุมย@อยของครู การเยี่ยม ชั้นเรียน การสังเกตการสอน ครู ศึกษานิเทศก[ นักวิชาการมี
ความเห็นสอดคลSองกนั วา@ การจัดกจิ กรรมการนิเทศภายในสถานศกึ ษาจัดอยู@ในระดับปานกลาง
Bullis (1980: 35) ไดSวิจัยเรื่อง การรับรูSบทบาทการนิเทศของครูใหญ@ในโรงเรียนประถมศึกษา โดยมี
จุดมุ@งหมายที่จะศึกษาบทบาทของการนิเทศ วิธีการนิเทศโดยใชSแบบสอบถาม พบว@า ผSูรับผิดชอบมาก คือ ครูใหญ@
และผชSู @วยครูใหญ@ ครผู สูS อนทำหนาS ท่สี ว@ นน้ีนSอย สว@ นเทคนิคทไี่ ดผS ลไดแS ก@ วธิ เี ย่ยี มชั้นเรยี น การประชมุ ร@วมกับคณะครู
Chester (1996: 284 - 288) ไดSศึกษา การบริหารงานวิชาการของผSูบริหารการศึกษาทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา
พบว@าพฤติกรรมที่ทำใหSการบริหารงานวิชาการของผSูบริหารมีสมรรถนะสูง เนื่องมาจากการส@งเสริมใหSครูมีความรูS
ความสามารถเพิ่มขึ้น ไดSแก@ การส@งเสริมใหSครูใชSเทคนิคการสอนหลากหลายวิธี อภิปรายป‡ญหาการปรับปรุงการ
สอนในที่ประชุม จัดปฐมนิเทศเพื่อช@วยครูใหม@ จัดใหSมีการอบรมความรูSเกี่ยวกับวิชาการศึกษาเพิ่มเติมแก@ครู
เพ่อื ปรับปรุงเทคนคิ การสอน
Seymour และ Lee (1999: บทคัดย@อ) ศึกษาเกี่ยวกับค@ูมือนิเทศการสอนในช้ันเรียนของครูใหญ@พบว@า
ครูใหญ@ หรือผSูบริหารควรนิเทศการสอน และควรเพิ่มทักษะเกี่ยวกับการใชSหลักสูตรใหSกับครูผูSสอน รวมใชSกลยุทธในการ
ร@วมมือกันในการนิเทศการสอนการนิเทศภายในโรงเรียน ศึกษานิเทศก[จะเปhนส@วนสำคัญในการขับเคลื่อนใหSระบบ
การนิเทศภายในโรงเรียนเกิดขึ้นดSวยภารกิจบทบาทหนSาที่ของศึกษานิเทศก[และจำเปhนตSองมีความรูSความสามารถ
และทักษะในการสรSางระบบนิเทศภายในโรงเรียน ในเรื่อง 1) ความหมายของการนิเทศภายในโรงเรยี น 2) จุดมุ@งหมายของ
การนิเทศภายในโรงเรียน 3) หลักการของการนิเทศภายในโรงเรียน 4) ขอบข@ายของการนิเทศภายในโรงเรียน
5) กระบวนการและขั้นตอนการนิเทศภายในโรงเรียน 6) เทคนิค/วิธีการนิเทศภายในโรงเรียน 7) กิจกรรมการ
นิเทศภายในโรงเรียน
ความหมายของการนเิ ทศภายในโรงเรยี น
การนิเทศการศึกษาภายในโรงเรียน เปhนกิจกรรมสำคัญที่สุดในการสนับสนุนการเรียนการสอนภายในโรงเรียน
ใหSดำเนินไปอย@างมีประสิทธิภาพ เปhนการยั่วยุใหSผูSบริหารสถานศึกษาซึ่งเปhนหนSาที่ที่สำคัญอย@างหนึ่งของผูSบริหาร
สถานศึกษาตSองดำเนินการใหSเกิดขึ้นภายในโรงเรียนและครูปรับปรุงคุณภาพการเรยี นการสอนภายในชั้นเรียนและ
โรงเรียนใหSมีประสทิ ธภิ าพมากขนึ้
คำว@า “การนิเทศ” มาจากภาษาอังกฤษวา@ “Supervision” ความหมายตามพจนานุกรมฉบบั ราชบัณฑิตยสถาน
พ.ศ. 2542 หมายถึง ชี้แจงแสดง จำแนก (ราชบณั ฑิตยสถาน, 2542: 441),
สุโขทัยธรรมาธิราช (2536: 118) ใหSความหมายว@า การนิเทศภายในโรงเรียน หมายถึงการปฏิบัติงาน
ร@วมกันระหว@างผSูบริหารกับครูในโรงเรียนในการปรับปรุงพัฒนาการทำงานของครูใหSมีประสิทธิภาพ เพื่อส@งผลใหS
นักเรยี นมคี ุณภาพตามกรอบท่ีหลกั สตู รกำหนด
หลักการและแนวคิดการนเิ ทศภายในโรงเรียน ดร.อนศุ ร หงษข< ุนทด
3
สาโรช บัวศรี (2540: 68) ไดSใหSความหมายของการนิเทศว@า การนิเทศเปhนการช@วยเหลือดูแล และตรวจ
ตราแนะนำสนับสนุนส@งเสริมและเกื้อกูล เพื่อใหSงานฝ•ายวิชาการและธุรการในโรงเรียน หรือแต@ละลักษณะงาน
เกิดผลดีซึ่งไม@เกยี่ วกับการบังคับบัญชาแตป@ ระการใด แตเ@ ปนh การแนะนำช@วยเหลอื อย@างเป•ดเผย
สงัด อุทรานันท[ (2530: 7) มองการนิเทศเปhนกระบวนการทางวิชาการในการสรSางสรรค[และในการทำงาน
ร@วมกับครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อปรับปรุงตัวของเขาใหSเกิดความมั่นใจจะปฏิบัติไดSถูกตSองกSาวหนSาเกิด
ประโยชน[สูงสดุ และบรรลุเปาn หมายทางการศึกษาทพี่ ึงประสงค[
สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห@งชาติ (2530: 7) ใหSความหมายการนิเทศการศึกษาหมายถึง
ความพยายามทุกชนิดของผSูที่ไดSรับมอบหมายใหSทำหนSาที่นิเทศการศึกษาใหSคำแนะนำเปhนที่ปรึกษาครูและ/หรือ
ผSูอื่นทท่ี ำงานการศึกษาเพอ่ื ชว@ ยใหSเกดิ ส่งิ ตอ@ ไปนี้
1. ครรู จSู ักวิธีปรบั ปรุงการสอนและการใหSการศึกษาใหSเหมาะสมกบั สภาพทSองถิ่น
2. ชว@ ยใหSเกดิ ความงอกงามในวชิ าชพี ทางการศึกษา
3. ช@วยพัฒนาครู
4. ชว@ ยเหลอื และปรับปรงุ วตั ถปุ ระสงค[ของการศกึ ษา
5. ช@วยเหลอื และปรับปรงุ วธิ สี อน
6. ช@วยเหลือ และปรบั ปรงุ การประเมินผลการสอน
Krajewskiและคณะ (1983: 97) ไดSกล@าวถึง ความหมายของการนิเทศภายในโรงเรียนว@า เปhนส@วนหนึ่ง
ของการนิเทศการศึกษาที่ทำใหSบุคลากร ในโรงเรียนดำเนินการเปลี่ยนพฤติกรรมการสอนของครูใหSเหมาะสมข้ึน
เพือ่ ปรับปรงุ ประสิทธิภาพ การเรยี นการสอนใหSสงู ข้นึ
จุดมุงP หมายของการนิเทศภายในโรงเรยี น
สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน ไดSกำหนดจุดม@งุ หมายของการนเิ ทศภายในโรงเรยี นไวSดังนี้
(สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน, 2546: 180-181 )
1. เพื่อใหSการศึกษามีศักยภาพในการพัฒนาการเรียนรูSของผูSเรียน ใหSสอดคลSองกับมาตรฐานหลักสูตรและใหS
เปhนไปตามแนวทางของพระราชบัญญัติการศึกษาแห@งชาติ พ.ศ. 2542 และทแี่ กไS ขเพิ่มเตมิ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545
2. เพอื่ ใหSสถานศกึ ษาสามารถบรหิ าร และจัดการเรยี นรไSู ดSอย@างมีคุณภาพ
3. เพื่อพัฒนาหลักสูตร และการเรียนรSูใหSมีประสิทธิภาพ สอดคลSองกับความตSองการของชุมชนสังคมทัน
ต@อการเปล่ียนแปลงทกุ ดาS น
หลกั การและแนวคิดการนิเทศภายในโรงเรียน ดร.อนุศร หงษ<ขนุ ทด
4
4. เพื่อใหSบุคลากรในสถานศึกษาไดSเพิ่มพูนความรูSทักษะ และประสบการณ[ในการจัดกิจกรรมการเรียนรูS
และการปฏบิ ตั ิงาน ตลอดจนความตอS งการในวชิ าชีพ
5. เพื่อส@งเสริมใหSสถานศึกษาปฏิรูประบบบริหาร โดยใหทS ุกคนมีส@วนร@วมคิด ร@วมทำ ร@วมตัดสินใจและร@วม
รบั ผิดชอบ ช่ืนชมในผลงาน
สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแหง@ ชาติ (2541: 55) ไดSกำหนดจุดหมายการนิเทศภายในไวSวา@
1. เปนh การชว@ ยใหSครูผSูสอนสามารถปรบั ปรงุ ตนเอง และกจิ กรรมการเรยี นการสอน
2. สามารถพฒั นาพฤติกรรม บคุ ลกิ ภาพการสอนของครูใหSดีข้ึน
3. สนบั สนุนความรคูS วามสามารถของครใู นการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
4. กำกบั ควบคุม ติดตามผลการปฏบิ ตั ิของครูในการปฏบิ ตั ิงานอยา@ งตอ@ เนื่อง
5. สง@ เสริมความสรSางสรรค[และการทำงานรว@ มกันเปhนคณะ
อทุ ยั บุญประเสรฐิ และชโลมใจ ภิงคารวัฒน[ (2528: 3) ไดกS ลา@ วถึงจดุ ม@งุ หมายสำคญั ของการนิเทศภายในไวSวา@
1. ใหไS ดผS ลงานดีมีคณุ ภาพสงู
2. พัฒนางาน
3. พัฒนาคน
4. ประสานงานและประสานสัมพันธ[ระหว@างบุคคลทีเ่ กย่ี วขSอง
5. สราS งขวัญและกำลังใจในการปฏิบตั ิงานของบคุ ลากร
สงดั อุทรานันท[ (2530: 12) กล@าวว@าจุดประสงค[ของการนเิ ทศการศกึ ษา เพ่อื ผลดงั น้ี
1. พัฒนาคน
2. พฒั นางาน
3. สรSางการประสานสมั พนั ธ[
4. สรSางขวัญและกำลงั ใจ
รชั นยี [ พรรฒพานิช (2532: 3-4) ไดSสรุปจุดม@ุงหมายของการนเิ ทศไดS 3 ประการ คอื
1. เพื่อพัฒนาคุณภาพคน ใหSมีความรูS ความสามารถอย@างไดSผล มีความรับผิดชอบ สามารถทำงานร@วมกับ
ผSูอื่นทงั้ ในฐานะผSูนำและผSูตามทดี่ ี ทำงานครบวงจร คือ คดิ ทำ และแกไS ขปญ‡ หาที่เกดิ ขึ้น
2. เพื่อพัฒนาคุณภาพงาน โดยไม@ไดSมาเฉพาะประสิทธิผลของงานเพียงอย@างเดียว แต@เนSนที่ประสิทธิภาพ
ของงานเปนh สำคัญ
หลักการและแนวคิดการนิเทศภายในโรงเรยี น ดร.อนศุ ร หงษข< ุนทด
5
3. เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต เปhนการนิเทศ เพื่อเสริมสรSางจิตใจและความคิดใหSกวSางขวาง มองการณ[ไกล
มุ@งประโยชน[ของส@วนร@วมสังคมและประเทศชาติ มีคุณธรรมและจิตสำนึก ตSองพัฒนาคน พัฒนางานอย@างต@อเนื่อง
ไม@ติดอย@ูในกรอบขอS จำกดั ของปญ‡ หา อุปสรรค หรอื ทรพั ยากรแตอ@ ย@างใด
สำนกั งานคณะกรรมการการประถมศึกษาแหง@ ชาติ (2534: 9) ไดSกำหนดจดุ ม@ุงหมายของการนเิ ทศภายใน
โรงเรียนไวS ดังน้ี
1. เปนh การช@วยใหSครูผูSสอนสามารถปรบั ปรงุ ตนเองและกจิ กรรมการเรียนการสอน
2. สามารถพฒั นาพฤติกรรม บุคลกิ ภาพการสอนของครใู หSดีขึ้น
3. สนบั สนนุ ความรคSู วามสามารถของครูในการจัดกจิ กรรมการเรียนการสอน
4. กำกบั ควบคมุ ติดตามผลการปฏบิ ัติงานของครูในการปฏิบตั งิ านอยา@ งต@อเนอ่ื ง
5. สง@ เสริมความคิดสราS งสรรค[และการทำงานรว@ มกันเปนh คณะ
ปรียาพร วงศ[อนตุ รโรจน (2536: 264 – 265) กล@าวถึงจุดมุ@งหมายของการนเิ ทศการศึกษาไวS ดงั น้ี
1. เพือ่ พัฒนาและส@งเสริมการบรหิ ารและงานวิชาการของสถานศึกษา
2. เพือ่ การบรหิ ารงานวชิ าการในสถานศึกษาใหมS ปี ระสิทธิภาพยิง่ ข้นึ
3. เพื่อสำรวจ วิเคราะห[ วิจัย และประเมินผล เพื่อปรับปรุงคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาแนวทางการ
นิเทศภายใน โดยใชหS Sองเรียนเปhนฐานเพอื่ พัฒนาคณุ ภาพของผเSู รยี น
4. เพอ่ื พัฒนาหลักการและส่อื การเรียนการสอนใหไS ดมS าตรฐาน และเอกสารทางวชิ าการใหSมปี ระสิทธิภาพ
สอดคลอS งกบั ความตอS งการและจำเปนh ของสถานศึกษาและครู
5. เพือ่ พฒั นาบุคลากรโดยเฉพาะครใู หSมคี วามรSู ทกั ษะ และประสบการณ[อนั จำเปนh ทน่ี ำไปใชSในการเรยี น
การสอน การจดั การศึกษา อกี ทง้ั ใหSครูสามารถแกปS ‡ญหาไดS
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน (2546: 180-181) ไดSกำหนดจดุ มุง@ หมายของการนเิ ทศ
ภายในโรงเรียนไวSดงั น้ี
1. เพื่อใหSการศึกษามีศักยภาพในการพัฒนาการเรียนรูSของผSูเรียน ใหSสอดคลSองกับมาตรฐานหลักสูตรและ
ใหSเปhนไปตามแนวทางของพระราชบญั ญัติการศึกษาแหง@ ชาติ พ.ศ. 2542 และทแ่ี กไS ขเพ่ิมเติม (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2545
2. เพือ่ ใหSสถานศึกษาสามารถบริหาร และจัดการเรียนรไูS ดSอยา@ งมีคณุ ภาพ
3. เพื่อพัฒนาหลักสูตรและการเรียนรูSใหSมีประสิทธิภาพ สอดคลSองกับความตSองการของชุมชนสังคม ทันต@อการ
เปล่ยี นแปลงทกุ ดSาน
หลกั การและแนวคดิ การนเิ ทศภายในโรงเรียน ดร.อนุศร หงษ<ขุนทด
6
4. เพื่อใหSบุคลากรในสถานศึกษาไดSเพิ่มพูนความรูSทักษะ และประสบการณ[ในการจัดกิจกรรมการเรียนรSู
และการปฏบิ ตั งิ าน ตลอดจนความตSองการในวิชาชพี
5. เพื่อส@งเสริมใหSสถานศึกษาปฏิรูประบบบริหาร โดยใหทS ุกคนมีส@วนร@วมคิด ร@วมทำ ร@วมตัดสินใจและร@วม
รับผดิ ชอบ ชืน่ ชมในผลงาน
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน (2542: 55) ไดSรายงานถงึ จดุ หมายการนเิ ทศภายในไวSดงั นี้
1. เปนh การช@วยใหSครูผSูสอนสามารถปรับปรงุ ตนเอง และกจิ กรรมการเรียนการสอน
2. สามารถพฒั นาพฤตกิ รรม บคุ ลิกภาพการสอนของครใู หSดขี ึ้น
3. สนับสนนุ ความรคูS วามสามารถของครูในการจัดกิจกรรมการเรยี นการสอน
4. กำกบั ควบคมุ ติดตามผลการปฏิบตั ิของครูในการปฏิบตั งิ านอย@างต@อเน่ือง
5. ส@งเสรมิ ความสรSางสรรค[และการทำงานร@วมกนั เปhนคณะ
Goldhammerและคณะ (1980: 13) ไดกS ลา@ วถงึ การนิเทศเปนh ลกั ษณะงานทมี่ อบหมายใหคS รู หรอื ผูSนเิ ทศท่ีจะ
กระตSุนใหSครูหรือครูแนะแนวในโรงเรียนไดSมีการพัฒนาโดยนำวิธีการสอน สื่อการสอนมาใชSโดยเนSนถึงในการติดต@อ
สอ่ื สารที่จะช@วยเหลือครูในการแกปS ‡ญหา ช@วยเหลือครูตลอดจนสรSางบรรยากาศที่ดีระหว@างครูและนักเรยี น
Briggs และ Justman (1952: 6) สรุปว@าเปhนเรื่องของความร@วมมือ การกระตุSน และการชี้แนะใหSครูกSาวหนSา
ในอาชีพ เพื่อใหSครูไดSเกิดพลังที่จะกระตุSน ชี้แนะนักเรียนของตนเอง โดยใชSสติป‡ญญาทำใหSนักเรียนเขSาร@วมในกิจกรรม
การเรียนการสอน
Spears (1967: 10) กล@าวว@า เปhนกระบวนการที่ทำใหSเกิดการปรับปรุงการเรียนการสอนของครูโดยการทำงาน
ร@วมกับบุคลากรที่เกี่ยวขSอง นอกจากนี้ยังเปhนกระบวนการกระตุSน ความเจริญกSาวหนSาของครูและมุ@งหวังที่จะ
ชว@ ยเหลือครเู พือ่ ใหSสามารถชว@ ยเหลือตนเองไดS
Good (1993: 9) กล@าวว@า เปhนความพยายามของผูSที่ทำหนSาที่นิเทศที่จะช@วยในการใหSคำแนะนำ แก@ครู
หรือผSูอื่นที่ทำหนSาที่เกี่ยวกับการศึกษาใหSสามารถปรับปรุงการสอนของตนเองใหSดีขึ้น ช@วยใหSเกิดความเจริญกSาวหนSาใน
อาชพี และชว@ ยในการพฒั นาความสามารถของครูดSวย
Harris (1985: 13) กล@าวว@าเปhนสิ่งที่บุคลากรในโรงเรียนกระทำต@อบุคคลหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยมีวัตถุประสงค[ที่จะ
คงไวSหรือเปลี่ยนแปลง ปรับปรุงการดำเนินการเรียนการสอนในโรงเรียน เพื่อมุ@งใหSเกิดประสิทธิภาพในการเรียน
การสอนเปนh สำคญั
จากแนวคิดของนักการศึกษาและและหน@วยงานทางการศึกษา สรุปไดSว@าจุดมุ@งหมายของการนิเทศภายใน
โรงเรียน มุ@งพัฒนาคน พัฒนางาน มีการประสานสัมพันธ[การทำงานร@วมกัน มีการสรSางขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน
ของบคุ ลากรเพ่ือใหไS ดผS ลงานท่ดี ี มคี ุณภาพ
หลักการและแนวคิดการนเิ ทศภายในโรงเรยี น ดร.อนุศร หงษ<ขุนทด
7
หลกั การของการนเิ ทศภายในโรงเรียน
หลักการนิเทศการศึกษา เปhนแนวทางหรือกฎเกณฑ[ที่กำหนดขึ้น เพื่องานนิเทศการศึกษาตามความคิดเห็น
ความเชือ่ และประสบการณ[ของนกั การศึกษา ดงั น้ี
สงัด อทุ รานนั ท[ (2530: 8) กล@าววา@ หลักการนิเทศการศึกษา มดี ังน้ี
1. การนเิ ทศการศึกษา เปhนกระบวนการทำงานรว@ มกันระหวา@ งผูSบรหิ าร ผูSนเิ ทศและผูSรบั การนิเทศ
2. การนิเทศมเี ปnาหมายอย@ูท่ีคณุ ภาพของนักเรยี น แตก@ ารดำเนินงานน้ันจะกระทำโดยผ@าน “ตวั กลาง” คือ
ครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษา
3. การนิเทศการศกึ ษา (ในประเทศไทย) เปนh บรรยากาศแห@งความเปhนประชาธิปไตย
ชารี มณศี รี (2538: 31-39) ใหSความเห็นวา@ หลักการเบื้องตนS ของการนิเทศการศึกษา มีดงั นี้
1. เปhนการช@วยกระตุSน การประสานงานและแนะนำ
2. ตง้ั อย@ูบนรากฐานของประชาธปิ ไตย
3. เปนh กระบวนการส@งเสรมิ สรSางสรรค[
4. เกี่ยวกบั การปรับปรุงหลักสตู ร
5. เปนh การสราS งมนุษยสัมพนั ธ[
6. ม@ุงส@งเสรมิ บำรงุ ขวัญ
7. มจี ดุ ม@งุ หมายขจดั ช@องว@างระหวา@ งโรงเรยี นกับชุมชน
วัชรา เลา@ เรียนดี (2553: 116-117) กล@าวถึงหลกั การสำคญั ของการนเิ ทศภายในสถานศกึ ษา ดังน้ี
1. การใหSความร@วมมือร@วมใจสอน
2. การสรSางความผกู พนั ต@อภาระหนาS ท่ี ดSวยความเต็มใจของบุคลากรในโรงเรียนและครู
3. การประสานสมั พนั ธ[ที่ดตี อ@ กัน
4. การประสานกันทกุ ฝา• ย
5. เปhนประชาธปิ ไตย
6. การยึดความแตกตา@ งของมนษุ ย[และพัฒนาการของมนษุ ย[แตล@ ะวยั
7. การมเี ปาn หมายเดียวกัน คือคุณภาพการศกึ ษาของผSูเรียน
ดังนัน้ ผนูS เิ ทศจึงตอS งยดึ หลกั การนเิ ทศ ดังต@อไปน้ี
หลกั การและแนวคดิ การนเิ ทศภายในโรงเรียน ดร.อนุศร หงษ<ขุนทด
8
1. ผนูS ิเทศตอS งมคี วามรคูS วามเขSาใจในหลักการนิเทศอย@างถกู ตSอง ตรงประเด็น มีระบบและขั้นตอนที่
ชดั เจนในกระบวนการนเิ ทศ
2. กระบวนการนิเทศทีเ่ กดิ ขนึ้ ตSองเกดิ จากความร@วมมือของคณะครทู กุ คนทป่ี ฏบิ ตั หิ นSาทอี่ ยู@ในโรงเรยี น
และการนิเทศ
3. ตSองเปhนไปเพื่อการพัฒนากระบวนการเรียนการสอนของครู และการนิเทศการศึกษาควรมีการบริหาร
เปhนกระบวนการเชิงระบบ มีการวางแผนการดำเนินงาน มีขั้นตอนในการปฏิบัติงาน ถือหลักการมีส@วนร@วมในการ
ทำงานมคี วามเปนh ประชาธปิ ไตย มกี ารดำเนินงานอยา@ งสราS งสรรค[ มีการแกปS ญ‡ หาที่เกดิ ข้ึนจากการเรียนการสอน
4. สราS งสภาพแวดลSอมในการทำงานใหSดีข้นึ สรSางความผกู พันและความม่นั คงต@องานอาชีพ รวมท้ังพัฒนา
และสง@ เสรมิ วิชาชีพครูใหSมีความรสูS กึ ภาคภมู ิใจในวชิ าชพี ของตนเองพรอS มที่จะรับการพฒั นาอย@างต@อเนอ่ื ง
สำนักงานคณะกรรมการการประถมศกึ ษาแห@งชาติ (2541: 52 – 53) ไดใS หหS ลักการนเิ ทศภายในโรงเรยี น
ประถมศึกษาทน่ี า@ จะนำไปสู@ความสำเร็จ ดังนี้
1. การนเิ ทศภายในโรงเรียน จะตSองดำเนนิ การอยา@ งเปhนระบบและตอ@ เน่อื งตามข้ันตอนกระบวนการนิเทศ
2. บุคลากรท่ีเปhนหลักสำคัญในการดำเนินการพัฒนาระบบการนิเทศภายในโรงเรียน คือ ผูSบริหารโรงเรียน
จะตSองดำเนินการโดยเป•ดโอกาสใหSคณะครูในโรงเรียนมีส@วนร@วมในการดำเนินการ การนิเทศภายในโรงเรียนจะตSอง
สอดคลSองกบั ความตSองการ ความจำเปhนในการพัฒนาครใู นโรงเรยี นและสอดคลอS งกับระดับพฒั นาการของครู
จากแนวคิดของนักการศึกษา และหน@วยงานทางการศึกษา สรุปไดSว@าหลักการของการนิเทศภายในโรงเรียน
เปhนการปฏิบัติงานร@วมกันระหว@างผSูนิเทศและผูSรับการนิเทศ ตามความตSองการและความจำเปhนในการพัฒนาโดยมี
เปาn หมายเดยี วกัน
ขอบขPายการนิเทศภายในโรงเรียน
สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาแห@งชาติ (2544: 54 - 56) ไดSกลา@ ววา@ การบรหิ ารโรงเรยี นจะบรรลุ
สำเร็จตามจุดม@งุ หมายของหลกั สูตรไดSดีนัน้ ยอ@ มตอS งอาศยั งานบรหิ าร 4 งาน คือ
1. งานบรหิ ารงานวิชาการ
2. งานบริหารงานบุคคล
3. งานบริหารท่วั ไป
4. งานบริหารแผนและงบประมาณ
งานวิชาการ ถือเปhนงานหลักของโรงเรียนที่มีความสำคัญที่สุด ซึ่งผูSบริหารสถานศึกษาจะตSองใหSความสำคัญ
มากกว@า กิจกรรมดSานอื่น ๆ เพื่อใหSการเรียนการสอนไดSผลตามเปnาหมายงานวิชาการ ประกอบดSวยงานย@อย ๆ
ดงั น้ี
หลกั การและแนวคดิ การนเิ ทศภายในโรงเรียน ดร.อนุศร หงษข< นุ ทด
9
1. งานกำหนดเปาn หมายและการวางแผนงานวิชาการ
2. งานหลกั สูตรและการนำหลักสตู รไปใชSใหSเหมาะสมกบั ทSองถิ่น
3. งานจดั หาวสั ดกุ ารสอนและสง@ เสริมการใชSสื่อการสอน
4. การจัดตารางสอนจดั ครูเขาS ทำการสอน
5. งานวางแผนการสอนกำหนดการสอนการสอน
6. งานจดั ชั้นเรยี นแบ@งกลุม@ นักเรยี น
7. งานนิเทศการสอน
8. งานประเมินผลการศึกษา
9. งานหอS งสมดุ งานเครือ่ งเขียนแบบเรียน
10. งานพัฒนาการสอนกลม@ุ สาระการเรยี นรตูS @าง ๆ
11. งานประชุมอบรมเสริมความรคSู รู
12. งานการใชSทรพั ยากรในชมุ ชนเพื่อการเรยี นการสอน
13. การจัดทำบันทกึ การใชSแบบฟอรม[ ต@าง ๆ ทางวชิ าการ สรปุ รายงานประจำตัวนกั เรียน แบบกรอกคะแนน
ประเมนิ ผลประจำปl
14. งานหลกั ฐานแสดงผลการเรียนเพอื่ ยSายสถานศึกษา หรือไดSรบั การยกเวนS
Glickmanและคณะ (2016: 23) ไดSจดั ขอบขา@ ยงานนเิ ทศของโรงเรยี นไวS 5 งานมาใชS ดังนี้
1. การใหSความชว@ ยเหลือแกค@ รูโดยตรง
2. การเสรมิ สราS งประสบการณ[ทางอาชีพ
3. การพัฒนาการทำงานกลมุ@
4. การพัฒนาหลักสตู ร
5. การวิจยั เชงิ ปฏบิ ัตกิ ารในหอS งเรียน
Oliva และ Pawlas (2004 อาS งถงึ ใน ประกิต สงิ ห[ทอง, 2551: 21) ไดSเสนอขอบขา@ ยของการนเิ ทศภายใน
ไวSดังนี้
1. การพฒั นาการสอน
2. การพฒั นาหลกั สตู ร
3. การพัฒนาทีมงาน
หลักการและแนวคดิ การนิเทศภายในโรงเรยี น ดร.อนุศร หงษ<ขุนทด
10
จากแนวคดิ ของนักการศกึ ษาและและหน@วยงานทางการศกึ ษา สรุปไดวS @า ขอบข@ายของการนเิ ทศภายใน
โรงเรียน เปนh การกำหนดกรอบเนอื้ หาในการพัฒนางานรว@ มกันเพอ่ื ใหSบรรลุผลตามท่กี ำหนดไวS
กระบวนการและข้ันตอนนเิ ทศภายในโรงเรียน
สงัด อุทรานันท[ (2530: 84 – 85) กล@าวถึง กระบวนการนิเทศภายในโรงเรียนเพื่อพัฒนากระบวนการจัดการ
เรียนรSู ประกอบดSวย 1) การวางแผน (Planning-P) 2) การใหSความรูSก@อนการนิเทศ (Informing-I) 3) การปฏิบัติการนิเทศ
(Doing-D) 4) การสรSางเสริมขวัญกำลังใจ (Reinforcing-R) 5) การประเมินผลการนิเทศ (Evaluating-E) และ
6) การรายงานผลการนิเทศ (Reporting-R) ดังน้ี
1. การวางแผน (Planning-P) เปhนขั้นตอนท่ีผูSบริหาร ผูSนิเทศและผSูรับการนิเทศจะทำการประชุม ปรึกษา
หรือเพื่อใหSไดSมาซึ่งป‡ญหา และความตSองการจำเปhนท่ีตSองมีการนิเทศ รวมทั้งวางแผนถึงขั้นตอนการประชุม ปรึกษาหารือ
เพื่อใหSไดSมาซึ่งป‡ญหาและความตSองการจำเปhนท่ีตSองมีการนิเทศ รวมทั้งวางแผนถึงขั้นตอนการปฏิบัติเกี่ยวกับการ
นิเทศทจ่ี ัดขนึ้
2. การใหSความรSูก@อนการนิเทศ (Informing-I) เปhนขั้นตอนของการใหSความรูS ความเขSาใจถึงสิ่งที่จะดำเนินการว@า
ตSองอาศัยความรSู ความสามารถอย@างไรบSาง จะมีขั้นตอนในการดำเนินการอย@างไร และจะดำเนินการอย@างไรใหS
ผลงานออกมาอย@างมีคุณภาพ ข้ันตอนนี้จำเปhนทุกครั้งสำหรับเริ่มการนิเทศที่จัดขึ้นใหม@ ไม@ว@า จะเปhนเรื่องใดก็ตาม
และมีความจำเปนh สำหรับงานนเิ ทศทย่ี งั เปhนไปไม@ไดผS ล หรอื ไดSผลไม@ถงึ ข้นั ที่พอใจ ซึ่งจำเปhนทจี่ ะตอS งทบทวนใหSวาม
รใSู นการปฏบิ ตั ิงานทถ่ี กู ตSองอีกครงั้ หนึ่ง
3. การปฏิบัติการนิเทศ (Doing-D) ประกอบดSวยการปฏิบัติงาน 3 ลักษณะ คือ การปฏิบัติงานขิงผSูรับการ
นิเทศ (ครู) การปฏิบัติงานของผูSใหSการนิเทศ (ผSูนิเทศ) การปฏิบัติงานของผูSใหSการนิเทศ (ผSูนิเทศ) การปฏิบัติงาน
ของผสSู นบั สนุนการนเิ ทศ (ผูSบริหาร)
4. การสรSางเสริมขวัญกำลังใจ (Reinforcing-R) เปhนขั้นตอนของการเสริมแรงของผSูบริหาร เพื่อใหSผSูรับ
การนิเทศมีความมั่นใจและบังเกิดความพึงพอใจในการปฏิบัติงานขั้นนี้อาจดำเนินไปพรSอม ๆ กับผูSรับการนิเทศท่ี
กำลังปฏบิ ตั ิงานหรือการปฏบิ ัติงานไดSเสร็จสิน้ แลวS กไ็ ดS
5. การประเมินผลการนิเทศ (Evaluating-E) เปhนขั้นตอนที่ผSูนิเทศทำการประเมินผลการดำเนินงานท่ีผ@าน
ไปแลSวว@า เปhนอย@างไร หลังจากการประเมินผลการนิเทศ หากพบว@า มีป‡ญหาหรือมีอุปสรรคอย@างใดอย@างหนึ่งทำ
ใหSการดำเนินงานไม@ไดSผล จะตSองมีการปรับปรุง แกSไข ซึ่งการปรับปรุงแกSไข อาจทำไดSโดยการใหSความรูSเพิ่มเติมใน
เรื่องท่ีปฏิบัติใหม@อีกครั้ง ในกรรีที่ผลงานยังไม@ถึงขั้นน@าพอใจหรือไดSดำเนินการปรับปรุงการดำเนินงานทั้งหมดไป
แลSว ยังไม@ถึงเกณฑ[ที่ตSองการ สมควรที่จะตSองวางแผนร@วมกันวิเคราะห[หาจุดที่ควรพัฒนา หลังใชSนวัตกรรมดSาน
การเรยี นรเSู ขSามานิเทศ
หลักการและแนวคิดการนเิ ทศภายในโรงเรยี น ดร.อนศุ ร หงษ<ขนุ ทด
11
วัชรา เล@าเรียนดี (2553: 226) ไดSนำเสนอกระบวนการนิเทศภายในโรงเรียนท่ีเปhนการปรับปรุงและพัฒนาการ
จัดการเรียนการสอนในช้นั เรยี นโดยตรง ดังน้ี
1. วางแผนร@วมกันระหว@า งผSูนิเทศและผูSรับการนเิ ทศ
2. เลือกประเดน็ หรอื เรอ่ื งท่ีสนใจจะปรับปรงุ พฒั นา
3. นำเสนอโครงการพัฒนาละข้นั ตอนการปฏิบัตใิ หผS บSู ริหารโรงเรียนไดSรบั ทราบเพื่ออนุมตั กิ ารดำเนนิ การ
4. ใหSความรSูหรือแสวงหาความรSูจากแหล@งต@าง ๆ จัดฝ‚กอบรมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับเทคนิคการสังเกตการสอน
ความรเูS กยี่ วกบั วิธีสอน และนวตั กรรมใหม@ ๆ ทน่ี า@ สนใจ
5. จดั ทำแผนการนเิ ทศ กำหนดวัน เวลา ทจ่ี ะสังเกตการสอน ประชมุ ปรึกษาหารือเพอ่ื แลกเปล่ียนความ
คดิ เห็น และประสบการณ[
6. ดำเนินการตามแผนโดยครแู ละผูSนิเทศ (แผนจัดการเรยี นรแูS ละแผนนิเทศ)
7. สรปุ และประเมนิ ผลการปรับปรุง พฒั นา และรายงานผล
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห@งชาติ (2544: 16) ไดSกำหนดขั้นตอนการนิเทศภายในโรงเรียนประกอบดSวย
การศึกษาสภาพป‡จจุบัน ป‡ญหา ลำดับความสำคัญของป‡ญหา การวางแผนดำเนินการ วางแผนการสรSางเครื่องมือ
และพัฒนาวิธกี าร ติดตามและประเมินผล
ภาพท่ี 2 ขน้ั ตอนการนเิ ทศภายในโรงเรยี น
จากแนวคิดของนักการศึกษาและและหน@วยงานทางการศึกษา สรุปไดSว@า กระบวนการและขั้นตอนนิเทศ
ภายในโรงเรียน เปhนการกำหนดแนวทางการปฏิบัติงานร@วมกันอย@างเปhนระบบเพื่อใหSการช@วยเหลือ แนะนำ ครูผูSสอนใน
โรงเรยี นเกีย่ วกับการจดั การเรียนการสอนเพ่อื พฒั นาผูSเรยี นใหบS รรลเุ ปnาหมายและวัตถุประสงคท[ หี่ ลกั สตู รกำหนดไวS
เทคนคิ /วิธกี ารนิเทศภายในโรงเรยี น
เทคนิคหรือวิธีการจัดการนิเทศภายในโรงเรียน มุ@งเนSนการปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนและการปฏิบัติงาน
การจัดการนิเทศภายในโรงเรียนเปhนงานสำคัญที่โรงเรียนตSองดำเนินการ โดยเลือกวิธีการจัดการนิเทศใหSเหมาะสม
กับสภาพการณ[และบุคลากรภายในโรงเรียนซึ่ง (วไลรัตน[ บุญสวัสด์ิ, 2538: 42) ไดSกล@าวไวSว@า การนิเทศการศึกษา
หลักการและแนวคดิ การนเิ ทศภายในโรงเรยี น ดร.อนุศร หงษ<ขนุ ทด
12
จะประสบความสำเร็จดSวยดีนั้น ผSูนิเทศจำเปhนจะตSองทราบเทคนิคในการนิเทศการศึกษาเปhนอย@างดีเทคนิคหรือ
วธิ กี ารจดั การนิเทศภายในโรงเรียนซ่ึงมนี ักการศกึ ษาไดSเสนอไวS ดังน้ี
Glatthorn (1984 อาS งถงึ ในวชั รา เล@าเรยี นด,ี 2548: 102-109) ไดSเสนอเทคนิค/วิธีการนเิ ทศท่ีหลากหลายวธิ ี
ดังน้ี
1. การนิเทศแบบคลินิก (Clinical Supervision) หลักการนิเทศแบบคลินิก เปhนการนิเทศท่ีเนSนกระบวนการ
ปรับปรุงการสอนของครูอย@างเขSมขSน ที่ตSองวางแผนอย@างเปhนระบบ มีการกระทำอย@างรอบคอบทุกขั้นตอน และทำ
ใหSครบวงจร ในการนิเทศซึ่งประกอบดSวย การประชุมก@อนการสังเกตการสังเกตการสอน การวิเคราะห[ขSอมูลหลัง
การสังเกตการสอนการประชุมหลังการวิเคราะห[ขSอมูลและการประเมินผลโดยวงจรการนิเทศจะตSองกระทำซ้ำ ๆ
หลาย ๆ ครั้งตลอดปl สำหรับผูSที่ทำหนSาที่นิเทศ ควรไดSรับการฝ‚กฝนวิธีการและเทคนิคการนิเทศแบบนี้ โดยเฉพาะ
และควรมีสัมพันธภาพอันดีกับผSูรับการนิเทศการนิเทศแบบคลินิกเริ่มจากแนวคิดของ (Goldhammerและคณะ,
1980: 287-290) การนิเทศแบบคลินิกเปhนทั้งความคิดรวบยอดเกี่ยวกับการนิเทศ (Concept) และโครงสรSางของ
การดำเนนิ การนิเทศ (Structure) ไดSเสนอลักษณะสำคญั ของการนเิ ทศแบบคลินกิ สรปุ ไดSดงั นี้ คือ
1. การนเิ ทศแบบคลินกิ เปนh เทคโนโลยใี นการปรับปรงุ การเรยี นการสอนโดยตรง
2. การนเิ ทศแบบคลินกิ เปนh สว@ นสำคญั ทแี่ ทรกอยู@ในกระบวนการจัดการเรยี นการสอน
3. การนิเทศแบบคลินิก เปนh กระบวนการทม่ี เี ปาn หมายวตั ถุประสงค[ชัดเจน โดยเชือ่ มโยงระหว@างความ
ตSองการของโรงเรยี นและความตSองการในความเจริญกาS วหนSาในวชิ าชีพของครใู นโรงเรียน
4. การนิเทศแบบคลนิ กิ เปนh กระบวนการทส่ี รSางความสัมพนั ธ[ทด่ี ใี นการทำงานในวชิ าชีพระหว@างครู และผSูนเิ ทศ
5. การนิเทศแบบคลนิ ิก เปhนกระบวนการท่ีจะตอS งมคี วามเช่ือใจเชอ่ื ถอื ซึง่ กนั และกัน โดยสะทอS นใหSเห็นถึง
ความเขSาใจสนบั สนนุ กนั และกนั และความผกู พันในการทีจ่ ะพัฒนาตนเองใหSเจรญิ กาS วหนSา
6. การนเิ ทศแบบคลินิก เปhนกระบวนการทเี่ ปhนระบบถงึ แมSวา@ การดำเนินการจะตอS งยืดหยน@ุ มกี ารปรบั เปลี่ยน
วิธกี ารอยา@ งตอ@ เนื่อง
7. การนเิ ทศแบบคลินิก เปนh กระบวนการทส่ี ราS งสรรค[เชื่อมโยงชอ@ งว@างระหว@างความจรงิ กบั อดุ มการณ[
8. การนิเทศแบบคลินิก เปhนกระบวนการท่ีอยู@บนพื้นฐานความเชื่อที่ว@าผูSนิเทศคือผูSที่มีความรSูอย@างแทSจริง
เกย่ี วกบั การวเิ คราะห[การสอนและการเรียนรSู รวมท้ังการสรSางความสมั พนั ธ[ทด่ี ีตอ@ กนั ระหว@างเพือ่ นมนุษย[
9. การนิเทศแบบคลินิก เปhนกระบวนการที่ตSองมีการใหSการฝ‚กอบรมสำหรับผูSที่จะทำหนSาที่นิเทศก@อนที่
จะนำการนิเทศแบบคลินิกไปใชS โดยเฉพาะในเรื่องเทคนิคการสังเกตการสอนและการดำเนินการนิเทศแบบคลินิกท่ี
มีประสิทธภิ าพและประสิทธผิ ล
หลกั การและแนวคิดการนเิ ทศภายในโรงเรียน ดร.อนุศร หงษข< นุ ทด
13
2. การนิเทศแบบร@วมพัฒนาวิชาชีพ (Cooperative professional Development) การนิเทศแบบร@วม
พัฒนาวิชาชีพ จัดเปhนวิธีนิเทศการสอนแบบหนึ่งของระบบการนิเทศแบบหลากหลายวิธีการของ (Glatthorn,
1984 อSางใน วัชรา เล@าเรียนดี 2545 : 137) การนิเทศแบบร@วมมือพัฒนาวิชาชีพเปhนกระบวนการนิเทศที่ครูตั้งแต@
2 คนขึ้นไป ร@วมมือร@วมใจกันปฏิบัติงาน เพ่ือปรับปรุงความเจริญกSาวหนSาในวิชาชีพของตนเองโดยปกติจะมีการ
สังเกตการสอนกันและกันในชั้นเรียนแลกเปลี่ยนกัน ใหSขSอมูลยSอนกลับจากการสังเกตการสอนกันและอภิปราย
แลกเปลย่ี นความคิดเห็นรว@ มกนั
Glatthorn (1984: 40-41) ไดSกล@าวถงึ ลกั ษณะพเิ ศษของการนเิ ทศแบบรว@ มพัฒนาวชิ าชีพ ดังตอ@ ไปน้ี
1. ความสัมพันธ[ระหว@างผSูรับการนิเทศมีความเปhนทางการและเปhนเรื่องของสถานศึกษาระดับหนึ่งนั่นคือมี
การดำเนินการในโรงเรียนโดยบุคลากรในโรงเรียนตั้งแต@ 2 คนขึ้นไป มีกระบวนการการทำงาน มีการแลกเปลี่ยน
การสังเกตการสอนในช้นั เรยี นกนั และกนั และมคี วามสัมพนั ธ[ฉันทLเพ่ือนทใ่ี กลSชิดกัน
2. การจับค@ูกันสังเกตการสอนอย@างนSอย 2 ครั้ง หรือมากกว@า 2 ครั้ง ตามความจำเปhนและมีการใหSขSอมูล
ยSอนกลบั ภายหลงั การสังเกตการสอน
3. เนSนความสัมพันธ[ระหว@างเพื่อนร@วมงาน ถึงแมSว@า ผSูบริหารหรือผSูนิเทศอาจจะมีส@วนเกี่ยวขSองในการจัด
ดำเนินการและติดตามดูแลโครงการเปhนบางครั้ง หรือเขSาสังเกตการสอนในชั้นเรียน จัดประชุมกับอภิปราย โดยเขSา
รว@ มโครงการโดยตลอดก็ไดS
4. เนSนความสัมพันธ[ที่ดีต@อกัน ไม@มีการประเมินมาเกี่ยวขSองการนิเทศในแบบดังกล@าว เพื่อใหSการชมเชยผSู
ปฏิบัติ ไม@ใชSระบบการประเมินผลการปฏิบัติงานดSวยมาตรฐาน ดังนั้น ขSอมูลจากผลการสังเกตการสอน หรือจาก
การประชุมจะไม@ควรนำไปใชSในกระบวนการประเมินผลครูของผูSบริหารลักษณะสำคัญ 4 ประการ ของการนิเทศ
แบบร@วมพัฒนาวิชาชีพ เปhนลักษณะที่สำคัญของวิธีการนิเทศแบบหลากหลายวิธีการ แต@อย@างไรก็ตามจากความหมาย
ของคำว@า การนิเทศแบบร@วมพฒั นาวชิ าชพี ซง่ึ มคี วามหมายกวSางขึ้นทำใหSเกิดความหลากหลายในการปฏิบัติในการ
นเิ ทศแบบร@วมพฒั นาวชิ าชพี การนเิ ทศแบบร@วมพฒั นาวชิ าชพี ไม@ใช@เรือ่ งใหม@ แตม@ ีการนำไปใชSอย@างแพรห@ ลายต้ังแต@
ปl ค.ศ. 1968 ไดSนำวิธีการนิเทศแบบดังกล@าวไปใชS แต@ค@อนขSางจะเปhนทางการ สรุปป‡ญหาที่เกิดขึ้น(Glatthorn, 1984: 88)
คือ ครูที่ร@วมโครงการประสบป‡ญหาดSานเวลาในการสังเกต การสอนกันและกัน แต@ที่สำคัญขSอดีของการนิเทศแบบ
ร@วมพัฒนาวิชาชีพเกิดขึ้นกล@าว คือ ครูมีโอกาสแลกเปลี่ยนวิธีสอนซึ่งกันและกัน ครูเกิดแรงจูงใจทางบวกเกี่ยวกับ
การสอนของตนเอง ครูเกิดความเขSาใจในงานของเพื่อนร@วมงานมากขึ้น และครูเกิดความเขSาในตัวนักเรียนของ
ตนเองมากย่งิ ขึน้
3. การนิเทศแบบเพื่อนนิเทศเพื่อน (Peer Coaching) การนิเทศแบบเพื่อนนิเทศเพื่อน เปhนการนิเทศ
ภายในรูปแบบหน่ึงท่ีเนSนการพัฒนาปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนของครู และเพื่อส@งเสริมปฏิสัมพันธ[ที่ดีระหว@าง
ครูและบุคลากรอื่น ๆ ในโรงเรียน (วัชรา เล@าเรียนดี, 2545: 156-158) ไดSกล@าวถึงการนิเทศแบบเพื่อนนิเทศเพื่อน
หลกั การและแนวคิดการนิเทศภายในโรงเรียน ดร.อนศุ ร หงษ<ขุนทด
14
ว@าเปhนวิธีการที่ครู และเพื่อนครู หรือครูในสาขาอื่น หรือบุคลากรท่ีไม@ใช@บุคคลในสายผูSสอนตั้งแต@ 2 คนขึ้นไป ร@วมกันมา
ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการพัฒนาปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนใหSมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น หรือร@วมกันพัฒนาโรงเรียน
ใหSมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นจะตSองมีการวางแผนการปฏิบัติร@วมกัน มีการสังเกตการสอน วิเคราะห[การสอน และการใหS
ขSอมูลปnอนกลับ (Feedback) รูปแบบต@าง ๆ ของเพื่อนนิเทศเพื่อน (Peer Coaching) ไดSจำแนกการนิเทศแบบ
เพื่อนนิเทศเพื่อน (Peer Coaching) เปhน 3 ประเภทซ่ึงแต@ละประเภทจะมีจุดเนSนหรือจุดมุ@งหมายในการพัฒนา
ตา@ งกนั ดงั นี้
1. Technical Coaching เปhนการนิเทศที่ช@วยและส@งเสริมการถ@ายโยงความรูSทักษะและวิธีการสู@การปฏิบัติจริง
ใหSเกิดประสิทธิภาพสงู สดุ (หลังการฝก‚ อบรมเทคนคิ วิธีการใหม@ ๆ หรอื นวตั กรรมใหม@ ๆ)
2. Collegial Coaching เปนh การนเิ ทศทช่ี @วยใหSครูไดSพัฒนาปรับปรุงการจัดการเรียนการสอน ของตนเอง
ดSวยตวั เอง เปhนการปฏิบตั ิงานพรอS มกันระหว@างผนูS เิ ทศกบั ครู หรอื ครูกับเพื่อนครู หรอื ครูกับบคุ ลากรอ่ืน ๆ ในโรงเรียน
3. Challenge Coaching เปhนการนิเทศท่ีช@วยเหลือ และใหSความร@วมมือในการแกSป‡ญหาการสอน ที่เกิดข้ึน
เสมอและยงั ไมไ@ ดรS ับการแกไS ขซึง่ เปนh งานที่ทาS ทายความสามารถในการแกปS ‡ญหาของบุคคลท่ีเกี่ยวขอS ง
ขอB ดีของการเพอื่ นนิเทศเพือ่ น (Peer Coaching)
1. ช@วยใหSมีการช@วยเหลือแนะนำซึ่งกันและกันอย@างต@อเนื่องทำใหSมีการปรับปรุงพัฒนาการจัดการเรียนการสอน
อย@างสมำ่ เสมอ
2. เปนh วิธหี นึ่งท่จี ะชว@ ยใหSครูไดSปรับปรุงและพฒั นาการสอนของตนเองอย@างต@อเนอ่ื ง
3. เปนh การแลกเปลี่ยนความรคSู วามคดิ ทักษะวิธีสอนซงึ่ กนั และกัน
4. ส@งเสรมิ การทำงานรว@ มกนั ในสายเดียวกันหรือตา@ งสาขากนั
5. สราS งเสรมิ สภาพแวดลอS มท่ดี ีในโรงเรยี นสรSางบรรยากาศทดี่ ีในการร@วมมือกันปฏบิ ัตงิ าน
6. ช@วยใหSครูไดSตระหนกั ถงึ ความสำคัญและเปาn หมายในการพฒั นาการเรียนรขูS องผูSเรียน
7. ช@วยเติมช@องว@างระหว@างครูดSวยกันช@วยสลายกฎแห@งความโดดเดี่ยวของครูแต@ละคน ช@วยทำใหSครูรูSสึกว@า
ตนเองมีเพ่อื นหัวอกเดยี วกนั ประสบปญ‡ หาคลาS ยกนั
ขอB เสนอแนะในการเร่มิ ตนB โครงการเพ่อื นนิเทศเพื่อน (PeerCoaching)
1. เป•ดโอกาสจัดเวลาใหSมีการสังเกตการสอนเพื่อนร@วมงานทั้งในโรงเรียนเดียวกัน และโรงเรียนอื่นที่มีชื่อเสียง
ขณะเดยี วกันเป•ดโอกาสใหSรบั การสังเกตการสอนจากเพื่อน
2. จัดประชุมปฏบิ ตั กิ ารเพอื่ สำรวจจดุ เดน@ จดุ บกพรอ@ งในการจัดการเรียนการสอนของตนเอง
3. ใหSความรทSู บทวนหลกั การและวธิ ีการสอนท่ีมีประสิทธิภาพหรอื วิธที จ่ี ะนำมาใชSทดลองปฏบิ ตั ิ
หลักการและแนวคิดการนเิ ทศภายในโรงเรียน ดร.อนศุ ร หงษ<ขนุ ทด
15
4. ใหSการฝก‚ อบรมฝ‚กปฏิบตั ทิ ักษะทจ่ี ำเปhนเชน@ ทักษะการสังเกตการสอน
4. การนเิ ทศภายในแบบพัฒนาการ (Supervisory Approach in Developmental Supervision)
ในการนิเทศแบบพัฒนาการน้นั (Glickmanและคณะ, 2016: 135-171) ไดSกำหนดวธิ กี ารนเิ ทศหรอื พฤตกิ รรมการ
นิเทศ 4 แบบ คอื
1. วิธีใหSการนิเทศแบบชี้นำควบคุม (Directive Control Approach) เปhนพฤติกรรมการนิเทศภายในที่
เนSนการประพฤติปฏิบัติดSวยการพูด การใชSภาษา ท@าทางต@าง ๆ ในการใหSคำแนะนำช@วยเหลือครูในการปรับปรุง
และพฒั นาการจดั การเรียนการสอน ซ่ึงสามารถที่กระทำไดSกับครเู ปhนรายบคุ คลและเปนh กล@มุ
2. วิธีใหSการนิเทศแบบชี้นำใหSขSอมูล (Directive Informational Approach) เปhนพฤติกรรมการนิเทศ
ภายในแบบชี้นำใหSขSอมูลมีลักษณะเช@นเดียวกันกับการนิเทศแบบชี้นำควบคุม เพียงแต@ไม@ชี้นำหรือไม@แนะนำวิธีการ
ปฏิบัติใหSครูโดยตรง แต@ใหSขSอมูลและวิธีการหลายวิธีใหSครูไดSเลือกปฏิบัติ ซึ่งผูSนิเทศควรจะตSองพยายามลดพฤติกรรมการ
นิเทศแบบชี้นำควบคุมใหSนSอยลง และพยายามส@งเสริมครูในการตัดสินใจมากขึ้นเรื่อย ๆ จนครูสามารถที่จะร@วมคิด
ร@วมปฏบิ ัตงิ านไดSกับบคุ คลอน่ื โดยไมต@ SองอาศัยผูSนเิ ทศช@วยแนะนำตลอดเวลา
3. วิธีใหSการนิเทศแบบร@วมมือ (Collaborative Approach) เปhนพฤติกรรมการนิเทศภายในที่เนSนทั้งผSูนิเทศและ
ครูจะร@วมกันตัดสินใจในวิธกี ารแกป‡ญหา และการปฏิบัติงานตลอดเวลา ทั้งครูและผSูนิเทศจะใหSขSอ เสนอแนะแกก@ ัน
และกัน เพือ่ ร@วมกนั พจิ ารณาหาขSอตกลงร@วมกันในการปฏิบัติ
4. วิธีใหSการนิเทศแบบไม@ชี้นำ (Non - directive Approach) เปhนพฤติกรรมการนิเทศภายในที่ผSูนิเทศจะ
ใชSพฤติกรรมในการพูดคุยทำงานร@วมกับครู โดยที่ครูจะเปhนผูSที่ตัดสินใจดSวยตัวเอง ผSูนิเทศเปhนเพียงผูSช@วยในการ
สนับสนุนในเรอ่ื งตา@ ง ๆ ท่ีครรู อS งขอเท@านน้ั
จากแนวคิดของนักการศึกษาและและหน@วยงานทางการศึกษา สรุปไดSว@า เทคนิคและวิธีการนิเทศภายใน
โรงเรียน เปhนการกำหนดแนวทางการพัฒนางานร@วมกันอย@างเปhนระบบเพื่อร@วมแกSไขป‡ญหาที่เกิดขึ้นโดยการมีส@วน
รว@ มของผูSท่ีเกี่ยวขอS งภายใตขS อS ตกลงร@วมกนั
กิจกรรมการนิเทศภายในโรงเรยี น
กิจกรรมต@าง ๆ ท่ีใชSในการนิเทศการศึกษา เปhนเครื่องมือสำคัญเพื่อส@งเสริมและพัฒนาการปฏิบัติงานของ
ครูซึ่งจะช@วยใหSการดำเนินการนิเทศบรรลุเปnาหมาย กิจกรรมการนิเทศมีหลากหลาย ซึ่งผูSนิเทศสามารถเลือกใชSใหS
เหมาะสมกับจุดมุ@งหมายของการนิเทศแต@ละครั้ง เพื่อใหSเกิดประโยชน[สูงสุดแก@ครูและนักเรียน ดังนั้นผูSนิเทศจึงตSอง
มีความรคSู วามเขSาใจเก่ยี วกับกิจกรรมการนเิ ทศ โดยจะขอนำเสนอกิจกรรมการนเิ ทศทส่ี ำคัญและแพรห@ ลาย ดงั นี้
1. การบรรยาย (Lecturing) เปhนกิจกรรมท่ีเนSนการถ@ายทอดความรSู ความเขSาใจของผSูนิเทศไปสู@รับการ
นิเทศ ใชSเพียงการพดู และการฟ‡งเทา@ น้นั
หลักการและแนวคดิ การนิเทศภายในโรงเรียน ดร.อนศุ ร หงษ<ขุนทด
16
2. การบรรยายโดยใชSสื่อประกอบ (Visualized Lecturing) เปhนการบรรยายท่ีใชSสื่อเขSามาช@วย เช@น สไลด[
แผนภมู ิ แผนภาพ มัลติมีเดีย อินโฟกราฟฟ•ก เปhนตSน ซง่ึ จะช@วยใหผS ูSฟ‡งมีความสนใจมากยิง่ ขึน้
3. การบรรยายเปhนกลุ@ม (Panel presenting) เปhนกิจกรรมการใหSขSอมูลเปhนกลุ@มที่มีจุดเนSนที่การใหSขSอมูล
ตามแนวความคดิ หรือแลกเปล่ยี นความคดิ เห็นซ่ึงกนั และกนั
4. การใหSดูภาพยนตร[หรือโทรทัศน[ (Viewing film and television) เปhนการใชSเครื่องมือที่สื่อทางสายตา
ไดSแก@ ภาพยนตร[ โทรทศั น[ วิดโี อเทป เพ่อื ทำใหผS รSู บั การนิเทศไดSรบั ความรแSู ละเกิดความสนใจมากขึน้
5. การฟ‡งคำบรรยายจากสื่อผ@านเครือข@ายอินเทอร[เน็ต สื่อสังคมออนไลน[ การถ@ายทอดสด (Live) การประชุม
ทางไกล (Conference) ซึ่งกิจกรรมน้ีเปhนการใชSวิธีการบันทึกในรูปแบบดิจิทัลเพื่อนำเสนอแนวความคิดของบุคคล
หนึ่งไปสู@ผูSฟง‡ คนอน่ื
6. การจัดนทิ รรศการเกี่ยวกับวสั ดุและเคร่ืองมอื ต@าง ๆ (Exhibiting materials and equipment) เปนh กิจกรรมท่ี
ชว@ ยในการฝก‚ อบรมหรอื เปhนกจิ กรรมสำหรับงานพัฒนาส่อื ต@าง ๆ
7. การสังเกตในชั้นเรียน (Observing in classroom) เปhนกิจกรรมที่ทำการสังเกตการปฏิบัติงานในสถานการณ[
จริงของบุคลากร เพื่อวิเคราะห[สภาพการปฏิบัติงานของบุคลากร ซึ่งจะช@วยใหSทราบจุดหรือจุดบกพร@องของบุคลากร
เพือ่ ใชSในการประเมินผลการปฏบิ ัติงานและใชSในการพัฒนาบุคลากร
8. การสาธิต (Demonstrating) เปhนกิจกรรมการใหSความรทSู มี่ ง@ุ ใหSผอูS ่นื เหน็ กระบวนการและวิธกี ารดำเนนิ การ
9. การสัมภาษณ[แบบมีโครงสรSาง (Structured interviewing) เปhนกิจกรรมสัมภาษณ[ที่กำหนดจุดประสงค[
ชัดเจนเพื่อใหSไดขS Sอมลู ต@าง ๆ ตามตSองการ
10. การสัมภาษณ[เฉพาะเรื่อง (Focused interviewing) เปhนกิจกรรมการสัมภาษณ[แบบกึ่งโครงสรSางโดย
จะทำการสมั ภาษณเ[ ฉพาะโรงเรียนทผ่ี ูSตอบมีความสามารถจะตอบไดSเท@านัน้
11. การสัมภาษณ[แบบไม@ชี้นำ (Non-directive interview) เปhนการพูดคุยและอภิปราย หรือการแสดง
แนวความคิดของบุคคลที่สนทนาดSวย ลักษณะการของการสัมภาษณ[จะสนใจกับป‡ญหาและความสนใจของผูSรับการ
สมั ภาษณ[
12. การอภิปราย (Discussing) เปhนกิจกรรมท่ีผูSนิเทศและผูSรับการนิเทศปฏิบัติร@วมกัน ซึ่งเหมาะสมกับ
กล@มุ ขนาดเล็ก มักใชSร@วมกบั กิจกรรมอนื่ ๆ
13. การอา@ น (Reading) เปนh กจิ กรรมทใ่ี ชSมากกจิ กรรมหน่งึ สามารถใชSไดSกบั คนจำนวนมาก เช@น การอ@าน
ขอS ความจากวารสาร มักใชSรว@ มกับกิจกรรมอนื่
14. การวิเคราะห[ขSอมูลและการคิดคำนวณ (Analyzing and calculating) เปhนกิจกรรมท่ีใชSในการติดตาม
ประเมนิ ผล การวจิ ัยเชงิ ปฏิบตั ิการและการควบคุมประสิทธิภาพการสอน
หลักการและแนวคดิ การนิเทศภายในโรงเรียน ดร.อนศุ ร หงษ<ขุนทด
17
15. การระดมสมอง (Brainstorming) เปhนกิจกรรรมที่เกี่ยวขSองกับการเสนอแนว ความคิดวิธีการแกSป‡ญหา หรือ
ใชSขอS แนะนำตา@ ง ๆ โดยใหSสมาชกิ แตล@ ะคนแสดงความคิดโดยเสรี ไม@มกี ารวเิ คราะห[หรือวิพากษLวิจารณแ[ ตอ@ ยา@ งใด
16. การบันทึกวิดีโอและการถ@ายภาพ (Videotaping and photographing) วิดีโอเทปเปhนเครื่องมือที่แสดงใหS
เห็นรายละเอียดทั้งภาพและเสียง ส@วนการถ@ายภาพมีประโยชน[มากในการจัดนิทรรศการ กิจกรรมนี้มีประโยชน[ใน
การประเมินผลงานและการประชาสัมพนั ธ[
17. การจัดทำเครื่องมือและแบบทดสอบ (Instrumenting and testing) กิจกรรมนี้เกี่ยวขSองกับการใชS
แบบทดสอบและแบบประเมนิ ต@าง ๆ
18. การประชุมกลุ@มย@อย (Buzz session) เปhนกิจกรรมการประชุมกลุ@มเพื่ออภิปรายในหัวขSอเรื่องทีเฉพาะเจาะจง
มุ@งเนSนการปฏสิ ัมพันธภ[ ายในกลม@ุ มากทสี่ ดุ
19. การจัดทัศนศึกษา (Field trip) กิจกรรมนี้เปhนการเดินทางไปสถานที่แห@งอื่น เพื่อศึกษาดูงานที่สัมพันธ[กับ
งานที่ตนปฏบิ ตั ิ
20. การเยย่ี มเยยี น (Inter visiting) เปhนกจิ กรรมทบ่ี ุคคลหนงึ่ ไปเย่ียมและสังเกตการทำงานของอกี บคุ คลหนึง่
21. การแสดงบทบาทสมมติ (Roleplaying) เปhนกิจกรรมที่สะทSอนใหSเห็นความรูSสึกนึกคิดของบุคคลกำหนด
สถานการณ[ขึน้ แลวS ใหSผทSู ำกิจกรรมตอบสนองหรอื ปฏบิ ตั ิตนเองไปตามธรรมชาตทิ ่ีควรจะเปhน
22. การเขียน (Writing) เปhนกิจกรรมที่ใชSเปhนส่ือกลางในการนิเทศเกือบทุกชนิด เช@น การเขียนโครงการ
นิเทศ การบนั ทกึ ขSอมูล การเขยี นรายงาน การเขียนบันทึก ฯลฯ
23. การปฏิบัติตามคำแนะนำ (Guided practice) เปhนกิจกรรมท่ีเนSนการปฏิบัติในขณะที่ปฏิบัติ มีการ
คอยดแู ลชว@ ยเหลือ มักใชSกบั รายบคุ คล
หลกั การและแนวคดิ การนิเทศภายในโรงเรยี น ดร.อนศุ ร หงษข< ุนทด
18
บทท่ี 2
แนวทางการดำเนนิ การนิเทศภายในโดยใชBหBองเรยี นเปนE ฐานเพอื่ พฒั นาคณุ ภาพผูBเรียน
การนิเทศภายในโดยใชSหSองเรียนเปhนฐานเพื่อพัฒนาคุณภาพผูSเรียน เปhนการนิเทศเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา
ของโรงเรียนโดยเนSนการบูรณาการ งาน/โครงการต@าง ๆ ไดSแก@ การพัฒนาหลักสูตร การจัดการเรียนรSูเชิงรุก (Active
Learning) การจัดการเรียนรูSโดยใชSสื่อเทคโนโลยีทางไกล (DLTV/DLIT) การอ@านออกเขียนไดS การยกระดับผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียน และการประกันคุณภาพการศึกษา เพื่อใหSผSูเรียนมีคุณภาพและมีคุณลักษณะที่พึงประสงค[ตามหลักสูตร
ซึ่งมีแนวทางการดำเนนิ งานแตล@ ะระดับดังนี้
ระดับสำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน
1. ประกาศนโยบาย 2562 ปlทองแห@งการนิเทศ ใหSเปhนปlแห@งการขับเคลื่อนการนิเทศภายในโรงเรียนโดย
การส@งเสริมสนับสนุน ชี้แนะ ช@วยเหลือ ใหSโรงเรียนมีความเขSมแข็งในการนิเทศภายใน เพื่อพัฒนาคุณภาพการ
จัดการเรียนรขSู องครู ทส่ี ง@ ผลตอ@ คณุ ภาพผูSเรยี น
2. พัฒนาระบบการนิเทศ ติดตาม และประเมินผล ทั้งระดับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
สำนักงานเขตพ้ืนทีก่ ารศึกษาและโรงเรยี น
3. จัดทำเอกสารแนวทางการนิเทศภายในโดยใชSหSองเรียนเปhนฐานเพื่อพัฒนาคุณภาพผSูเรียน เพื่อสรSางความ
เขSาใจใหSกับบุคลากรทุกระดับทั้งในระดับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
และโรงเรยี นนำไปปฏิบตั ิอย@างเปนh ระบบรSอยรัดกนั อยา@ งมีประสิทธิภาพ
4. พฒั นาระบบขอS มลู สารสนเทศ เพ่อื สนับสนุนการนิเทศภายใน ประกอบไปดSวย
4.1 ขSอมูลสารสนเทศทางดSานวิชาการ
4.2 ขSอมลู สารสนเทศตามประเดน็ การนิเทศ
1) การพัฒนาและใชSหลักสูตรสถานศึกษา
2) การจัดการเรียนรเูS ชงิ รกุ (Active Learning)
3) การจดั การเรยี นรโูS ดยใชSส่อื เทคโนโลยีทางไกล (DLTV/DLIT)
4) การอ@านออกเขยี นไดS
5) การยกระดบั ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี น
6) การประกันคุณภาพการศึกษา
5. นิเทศ สนับสนุน ส@งเสริมใหSเขตพื้นที่การศึกษาดำเนินการนิเทศ สนับสนุน ส@งเสริมโรงเรียนดำเนินการนิเทศ
ภายในเพอื่ พัฒนาคณุ ภาพผูSเรียนไดอS ย@างมปี ระสทิ ธภิ าพทกุ ทุกเขตพ้นื ที่การศึกษา
หลกั การและแนวคดิ การนเิ ทศภายในโรงเรียน ดร.อนศุ ร หงษ<ขนุ ทด
19
6. คดั เลือกผลงานที่เปhนแบบอยา@ งในการปฏบิ ัติที่ดี (Beast Practice) ระดับโรงเรียน และเขตพืน้ ที่การศกึ ษา
มอบรางวัล และจดั เวทีเผยแพร@การดำเนินงาน
7. วเิ คราะห[ สังเคราะห[ ประเมิน สรุปและรายงานผลการนเิ ทศอยา@ งเปนh ระบบ
ระดบั สำนกั งานเขตพนื้ ท่ีการศึกษา
1. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานำนโยบาย 2562 ปlทองแห@งการนิเทศ ใหSเปhนปlแห@งการขับเคลื่อนการ
นิเทศภายในโรงเรียนสู@การปฏบิ ัติ
2. ประชุมสรSางความรSูความเขSาใจแก@ผูSบริหารโรงเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาดSวยวิธีการที่หลากหลาย
ไดSแก@ การประชุมสัมมนา VDO Conference นำเสนอผ@าน VTR ลงบน Website/Online ประชาสัมพันธ[ผ@านโบชัวร[
Info Graphic หรอื Link / QR-Code
3. จัดทำขSอมูลสารสนเทศตามประเด็นการนิเทศ เพื่อสนับสนุนการนิเทศภายใน ประกอบไปดSวยการ
พัฒนาและใชSหลักสูตรสถานศึกษา การจัดการเรียนรSูเชิงรุก (Active Learning) การจัดการเรียนรSูโดยใชSสื่อเทคโนโลยี
ทางไกล (DLTV/DLIT) การอ@านออกเขียนไดS การยกระดับผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน และการประกันคุณภาพการศึกษา
ทัง้ ทเ่ี ปนh ภาพรวมระดับเขตพ้นื ที่และรายโรงเรยี น
4. วเิ คราะหข[ อS มลู และกำหนดยทุ ธศาสตร[/รูปแบบ และวิธีการนิเทศตามบริบทของสำนกั งานเขตพืน้ ที่
5. จัดทำแผน และคู@มือการนเิ ทศภายในโรงเรยี น
6. พฒั นาศกึ ษานิเทศกเ[ ขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษาทุกคนใหSเปนh ศึกษานเิ ทศกม[ ืออาชีพสามารถดำเนนิ การนิเทศไดS
อยา@ งมีประสทิ ธิภาพ
7. นิเทศ สนับสนุน ส@งเสริมใหSโรงเรียนดำเนินการนิเทศภายในเพื่อพัฒนาคุณภาพผSูเรียนไดSอย@างมีประสิทธิภาพ
ทกุ โรงเรียน
8. คัดเลือกผลงานที่เปhนแบบอย@างในการปฏิบัติที่ดี (Beast Practice) ของโรงเรียน และเขตพื้นที่ มอบรางวัล
และจัดเวทเี ผยแพร@การดำเนินงาน
9. วเิ คราะห[ สงั เคราะห[ ประเมนิ สรปุ ผลและรายงานผลการนิเทศอย@างเปนh ระบบ
ระดับโรงเรยี น
การดำเนินการนิเทศภายในโดยใชSหSองเรียนเปhนฐานเพื่อพัฒนาคุณภาพผูSเรียนในระดับโรงเรียนมีแนว
ทางการดำเนนิ การ ดังนี้
หลกั การและแนวคิดการนเิ ทศภายในโรงเรียน ดร.อนุศร หงษข< ุนทด
20
ภาพท่ี 3 การนิเทศภายในโดยใชSหอS งเรียนเปhนฐานเพอื่ พฒั นาคณุ ภาพผSูเรยี นในระดบั โรงเรียน
ทีม่ า : หนว@ ยศึกษานเิ ทศก[ (2562: 25)
จากแผนภาพการนิเทศภายในโดยใชSหSองเรียนเปhนฐาน เพื่อพัฒนาคุณภาพผSูเรียน มีรายละเอียดการ
ดำเนินงานดังต@อไปน้ี
1. ประเดน็ การนเิ ทศ
1.1 การพฒั นาและใชSหลักสตู รสถานศกึ ษา
1.2 การจัดการเรยี นรเูS ชงิ รุก (Active Learning)
1.3 การจดั การเรยี นรโูS ดยใชSสอื่ เทคโนโลยที างไกล (DLTV/DLIT)
1.4 การอ@านออกเขียนไดS
1.5 การยกระดับผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นของผูSเรียน
1.6 การประกนั คุณภาพการศกึ ษา
2. กระบวนการนิเทศ
2.1 การศึกษาสภาพป‡จจุบันปญ‡ หาและความตSองการ
2.1.1 การจดั ทำขอS มูลสารสนเทศพ้ืนฐานรอบดาS นทง้ั ของผSูบรหิ าร ครแู ละนกั เรยี น เพือ่ เปhนขSอมลู
ในการพิจารณาวางแผนการดำเนินงานตามประเด็นการนเิ ทศ ไดSแก@
1) การพัฒนาและการใชSหลกั สตู รสถานศกึ ษา
2) การจดั การเรียนรเูS ชงิ รุก (Active Learning)
หลกั การและแนวคิดการนเิ ทศภายในโรงเรียน ดร.อนศุ ร หงษ<ขนุ ทด
21
3) การจัดการเรียนรโSู ดยส่ือเทคโนโลยที างไกล (DLTV/DLIT)
4) การอ@านออกเขียนไดS
5) การยกระดับผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน
6) การประกนั คณุ ภาพการศกึ ษา
2.1.2 ประชมุ แลกเปลีย่ นระดมความคิดของผSูบริหารและบคุ ลากรในโรงเรียน เพ่อื วเิ คราะห[
สภาพปญ‡ หาและความตอS งการในการพฒั นาตามบรบิ ทของโรงเรียน
2.1.3 จดั ลำดับความสำคญั ของป‡ญหาหรอื ความตอS งการเร@งด@วน หรอื ทเ่ี หน็ ว@า สำคัญท่สี ุดกอ@ น
2.1.4 นำผลการวเิ คราะห[จากประเด็นการนเิ ทศมากำหนดคา@ เปาn หมายการพฒั นาทเ่ี ชอ่ื มโยงกับ
มาตรฐานและประเด็นพจิ ารณาของมาตรฐานการศึกษาของสถานศกึ ษา
2.1.5 การสรSางการรับรรSู ะหวา@ งผูSเก่ยี วขอS งทกุ ฝา• ยใหSมีเปาn หมายในการดำเนนิ งานรว@ มกนั ดSวย
การใชSสอื่ และวิธีการทห่ี ลากหลาย เช@น การประชุม สัมมนา การประชาสมั พันธ[ โดยการจัดทำเอกสาร หรือ
เผยแพร@ในเว็บไซต[ของโรงเรียน
2.2 การวางแผนการนิเทศ เปhนการนำป‡ญหาและความตSองการจากผลการวิเคราะห[ขSอมูลสารสนเทศ
ตามประเดน็ การนิเทศมากำหนดรายละเอียดของกิจกรรมเพอ่ื จัดทำแผนนิเทศภายในโรงเรียน ดังน้ี
2.2.1 กำหนดแนวทาง/วิธีการการพัฒนาที่หลากหลายตามป‡ญหาที่เกิดขึ้นตามความตSองการและ
จำเปhน มีการใชSกระบวนการชุมชนการเรียนรSูวิชาทางวิชาชีพ (Professional Learning Community : PLC) และ
การศึกษาชั้นเรียน (Lesson Study) เปhนเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาวิชาชีพครูและการพัฒนาผูSเรียนอย@างเปhน
ระบบและตอ@ เนือ่ ง
2.2.2 เลือกแนวทาง/วิธีการในการพฒั นาโดยการมสี @วนร@วมของทกุ ฝา• ยทีเ่ กย่ี วขอS ง
2.2.3 วางแผนการดำเนนิ งานพฒั นา โดย
1) การประชุมเตรียมการนเิ ทศ เพือ่ สราS งความรคูS วามเขSาใจร@วมกัน
2) สราS งคณะนเิ ทศ ทีมงานและเครือขา@ ยการนิเทศ
3) กำหนดประเด็นการนเิ ทศ
การพัฒนา 4) กำหนดระยะเวลาในการนิเทศ โดยกำหนดระยะเวลาในการนิเทศท่เี หมาะสมกับการแกปS ‡ญหาและ
5) กำหนดวิธีการนิเทศและกิจกรรมการนิเทศที่เหมาะสมตามสภาพป‡ญหาและความตSองการ
เช@น การประชุมสัมมนา การแลกเปลี่ยนเรียนรูS การสังเกตชั้นเรียน การสาธิต การบันทึกวิดีโอและการถ@ายภาพ
หลกั การและแนวคดิ การนเิ ทศภายในโรงเรียน ดร.อนศุ ร หงษ<ขนุ ทด
22
การสัมภาษณ[ การสอนงานและการชี้แนะ (Coaching & Mentoring) ฯลฯ โดยเนSนการใชS ICT ในรูปแบบต@าง ๆ
เช@น การใชS Line Application การใชS Clip Video การประชมุ ระบบทางไกล (Conference) การใชS Video Line,
You Tube, Facebook Live เปhนตนS
2.2.4 จัดทำแผนนิเทศภายในโรงเรียน ประกอบดSวย หลักการและเหตุผล วัตถุประสงค[เปnาหมาย
แผนการดำเนินการ กิจกรรมสำคัญ ปฏิทนิ การปฏบิ ัตงิ าน ทรัพยากรทตี่ Sองการ เครอื่ งมอื นิเทศ ผลทีค่ าดว@า จะไดรS ับ
2.3 การสรSางสื่อและเครื่องมือนิเทศ สื่อและเครื่องมือนิเทศเปhนสิ่งที่จะช@วยใหSการนิเทศมีประสิทธิภาพ
บรรลุวัตถุประสงค[ และเปhนสิ่งที่จะช@วยเก็บรายละเอียดท่ีผูSรับการนิเทศไม@สามารถแสดงออกมาไดS และสามารถ
เก็บขSอมูลนำมาเปรียบเทียบผลที่เกิดขึ้นเพื่อเปhนแนวทางในการพัฒนา และสิ่งที่ทำใหSมีความเขSาใจตรงกันระหว@า
งผูSนเิ ทศและผูSรับการนิเทศ
2.3.1 สรSางสื่อการนิเทศที่ทำใหSการนิเทศบรรลุวัตถุประสงค[ เช@น วิธีการนิเทศ ทักษะการนิเทศ
เทคนิคการนิเทศ โดยเปhนสื่อที่สอดคลSองในยคุ ศตวรรษท่ี 21 เนSนการใชS ICT ในรปู แบบต@าง ๆ เช@น การใชSสื่อสังคม
ออนไลน[ การประชุมระบบทางไกล เปhนตนS
2.3.2 สรSางเครื่องมือการนิเทศเพื่อเก็บขSอมูลเปhนแนวทางในการแกSป‡ญหาและพัฒนาตรวจสอบ
ติดตามความกSาวหนSาของการดำเนินงาน การสะทSอนผลและการประเมินผลการดำเนินงาน ซึ่งเปhนเครื่องมือที่มี
คุณภาพ ใชSง@าย สามารถเก็บขSอมูลที่ตอบประเด็นป‡ญหาความตSองการ และเปhนประโยชน[ในการแกSป‡ญหาปรับปรุง
และพฒั นาคณุ ภาพการศึกษา
2.3.3 จัดทำคู@มือการนิเทศภายในโรงเรียนเพื่อเปhนแนวทางและสรSางความเขSาใจตรงกันในการ
ปฏิบตั งิ านในทมี นเิ ทศ
2.4 การปฏิบัติการนเิ ทศดำเนนิ การนเิ ทศตามรปู แบบ วธิ ีการการนิเทศและกจิ กรรมการนเิ ทศที่กำหนด เชน@
2.4.1 ประชมุ เตรยี มการกอ@ นการนเิ ทศ เพื่อสราS งความเขาS ใจของผูSนิเทศ
2.4.2 นิเทศตามข้นั ตอน ระยะเวลา และใชSเคร่อื งมือตามทก่ี ำหนด
2.4.3 นิเทศภายในหSองเรียน 100% โดยใชSกระบวนการที่โรงเรียนพัฒนาขึ้นเองหรือใชSกระบวนการท่ี
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานไดSใหSแนวทางไวS 5 ขั้น 1) การศึกษาสภาพป‡จจุบันป‡ญหาและความ
ตSองการ 2) การวางแผนการนิเทศ 3) การสรSางสื่อและเครื่องมือนิเทศ 4) การปฏิบัติการนิเทศ และ5) การประเมินผลและ
รายงานผล
2.4.4 การสะทSอน และสรปุ ผลการนเิ ทศ
2.4.5 ปรบั ปรุงและพฒั นาการดำเนนิ งาน
หลักการและแนวคดิ การนเิ ทศภายในโรงเรียน ดร.อนุศร หงษข< ุนทด
23
2.4.6 สรSางเครือข@ายความร@วมมือในการนิเทศในระดับต@าง ๆ เช@น ระดับสหวิทยาเขต/เครือข@าย/
เขตคุณภาพ กล@มุ โรงเรยี น กลม@ุ ความร@วมมอื ทางวิชาการและเขตพ้ืนท่ีการศึกษา
2.5 การประเมินผลและรายงานผล
2.5.1. สรปุ / รายงานผลการดำเนนิ งาน และนำผลไปใชSปรับปรงุ พัฒนา
2.5.2 วิเคราะห[ สงั เคราะห[ผลการดำเนินงาน
2.5.3 คัดเลือกผลงานที่เปhนแบบอย@างในการปฏิบัติที่ดี (Beast Practice) มอบรางวัลและจัดเวที
เผยแพร@การดำเนนิ งาน ตามบรบิ ทของโรงเรียน
2.5.4 รายงานผลและเผยแพรGการดำเนนิ งานนิเทศตอ@ ผเSู ก่ียวขSอง
2.5.5 นำผลการนเิ ทศไปใชSในการวางแผนพฒั นาคุณภาพการศกึ ษาและเผยแพรG
3. ภาพความสำเร็จ จากการดำเนินงานตามกระบวนการนเิ ทศ 5 ขั้นตอน จะเกิดภาพความสำเร็จ
ดงั ตอ@ ไปน้ี
1. ดSานการบริหารจดั การ
1.1 มีระบบสารสนเทศรอบดSาน
1.2 มีการพฒั นาและใชSหลกั สตู รอย@างเปhนระบบและตอ@ เนื่อง
1.3 พัฒนาครแู ละบุคลากรใหSมคี วามเช่ยี วชาญทางอาชพี
1.4 จัดสภาพแวดลอS มทเี่ ออื้ ต@อการจดั การเรยี นรูS
1.5 จดั ระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศเพ่ือสนับสนุนการบรหิ ารจดั การและการจดั การเรียนรูS
1.6 มีแผนการนเิ ทศท่มี ีคณุ ภาพ
1.7 มรี ะบบประกันคณุ ภาพภายในสถานศึกษา
2. ดSานกระบวนการจัดการเรียนการสอน
2.1 มีขSอมลู ผูSเรียนรายบุคคล
2.2 มีการออกแบบและจดั การเรียนรเูS ชิงรกุ (Active Learning) ผ@านกระบวนการคดิ ปฏิบตั ิจริงและ
ประยุกต[ใชSในชวี ิตไดS
2.3 ใชSส่อื เทคโนโลยสี ารสนเทศ และแหลง@ เรียนรทูS เ่ี อื้อต@อการเรียนรSู
2.4 ตรวจสอบ และประเมินผSูเรยี นอย@างเปนh ระบบ และนำผลมาพัฒนาผูSเรียน
2.5 มกี ารแลกเปลี่ยนเรียนรSู และใหSขอS มลู สะทอS นกลับเพ่ือพฒั นาการจัดการเรยี นรูS
หลกั การและแนวคดิ การนิเทศภายในโรงเรยี น ดร.อนุศร หงษ<ขนุ ทด
24
3. ดSานผูSเรียน
3.1 ผSูเรียนมคี วามสามารถในการอา@ น และการเขียน
3.2 สรSางองค[ความรดูS วS ยตนเองและประยกุ ต[ใชSในชีวติ ไดS
3.3 ใชSสอ่ื เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่อื สารไดS
3.4 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงข้ึน
3.5 มที กั ษะและคณุ ลักษณะทีพ่ ึงประสงค[ตามหลักสูตรกำหนด ตลอดทงั้ ทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ ทักษะ
การเปhนผนูS ำ ทักษะการเปนh นกั นวตั กรและทักษะการนำไปส@ูการสราS งนวัตกรรม
มาตรฐานการนเิ ทศภายในโรงเรียน
การวางแผนการนิเทศภายในโรงเรียน เปนh กระบวนการสำคญั ท่จี ะตอS งดำเนินการใหไS ดแS ผนนเิ ทศสำหรบั
ใชSเปhนเครอื่ งมอื /ค@มู อื ปฏิบัติการนเิ ทศภายในโรงเรียน แสดงถงึ การบรหิ ารจดั การโครงสรSางองคก[ ร และระบบการ
ดำเนนิ งานของโรงเรยี นไดS ซง่ึ สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน ไดSกำหนดมาตรฐานในการนเิ ทศ
ภายในโรงเรยี นไวS 5 มาตรฐาน ดงั น้ี
มาตรฐานท่ี 1 โรงเรียนกำหนดผูรB ับผิดชอบงานนเิ ทศภายในโรงเรียนและมคี ำสั่งแตงP ต้งั เปEนลายลักษณอR กั ษร
1. ใหมS ีคณะบุคคลรบั ผดิ ชอบงานนเิ ทศภายในโรงเรียนและมคี ำสัง่ แต@งต้งั
2. บุคลากรที่ไดรS บั การแต@งต้ังมคี ณุ สมบัตเิ หมาะสม
3. มกี ารกำหนดภาระงานและความรบั ผิดชอบไวSชัดเจน
4. บุคลากรท่ีไดSรบั มอบหมายเขาS ใจภาระงานและความรับผิดชอบงานนเิ ทศภายในโรงเรยี น
5. คณะครใู นโรงเรียนมสี ว@ นร@วมในการสรรหาผรูS บั ผดิ ชอบงานนเิ ทศภายในโรงเรยี น
มาตรฐานที่ 2 โรงเรียนมรี ะบบขBอมลู สารสนเทศเพ่อื การวางแผนการนิเทศ
1. มีขSอมลู พ้ืนฐานท่จี ำเปนh ทีต่ อS งใชSในการนิเทศ ดงั น้ี
1.1 ขอS มูลแสดงสภาพการจดั กิจกรรมการเรยี นการสอนของครู
1.2 ขSอมลู แสดงความตอS งการพัฒนาของครู
1.3 นโยบายของหนว@ ยงานระดบั เหนอื ในการพัฒนาครู
2. ขอS มูลสอดคลSองกับสภาพความเปนh จรงิ
3. การจัดเกบ็ ขSอมูลสะดวกและนำไปใชSประโยชนไ[ ดSทนั ที
4. มีการนำขอS มลู ทีไ่ ดจS ดั เกบ็ มาใชปS ระโยชน[ในการวางแผน
หลกั การและแนวคิดการนิเทศภายในโรงเรียน ดร.อนศุ ร หงษ<ขนุ ทด
25
5. มีขอS มลู ยSอนหลงั อยา@ งนSอย 2 ปl
มาตรฐานที่ 3 โรงเรยี นมแี ผนการนเิ ทศท่ตี อบสนองความตBองการพัฒนาครขู องครแู ละของโรงเรยี น
1. มีแผนนิเทศทม่ี ีสาระสำคัญ ดงั น้ี
1.1 ความสำคัญและความจำเปhนทต่ี Sองพัฒนาครู
1.2 จดุ เนนS ท่ตี Sองพฒั นา
1.3 กิจกรรมการนิเทศและรายละเอยี ดของแตล@ ะกิจกรรม ไดแS ก@ วัตถุประสงค[ เปnาหมาย ขัน้ ตอนการ
ดำเนนิ งาน ระยะเวลา ส่อื และเคร่อื งมือทจ่ี ำเปนh วิธีการวดั ประเมินผลกิจกรรมการนเิ ทศ
1.4 แผนนิเทศของโรงเรียนตอบสนองความตอS งการพฒั นาของครแู ละของโรงเรียน
1.5 บุคลากรมสี ว@ นรว@ มในการวางแผนการนิเทศตามบทบาทหนSาที่ของตน
1.6 การเขยี นสาระสำคัญของแผนการนิเทศแตล@ ะส@วนสอดคลSองสมั พันธก[ ัน
มาตรฐานท่ี 4 โรงเรียนดำเนนิ การตามแผนการนเิ ทศท่ีวางไวB
1. มผี รSู บั ผดิ ชอบดำเนินการตามแผน
2. ผSรู บั ผดิ ชอบรับทราบ และดำเนินการตามแผนการนเิ ทศ
3. คณะครูรบั ทราบแผนนเิ ทศของโรงเรยี น
4. ผSูนเิ ทศดำเนินการไดSตามแผนการนเิ ทศ
5. มีการบันทึกการดำเนินการและผลการดำเนินการของแต@ละกิจกรรม
มาตรฐานท่ี 5 โรงเรียนประเมินผลตามแผนการนิเทศอยาP งเปนE ระบบและนำผลการประเมนิ มาปรบั ปรุงการ
นิเทศของโรงเรยี น
1. มกี ารวางแผนประเมนิ ผลแผนนเิ ทศ
2. แผนการประเมินผลแผนนเิ ทศ ประกอบดวS ย
2.1 สิ่งทจ่ี ะประเมนิ
2.2 สภาพความสำเร็จและเกณฑ[การประเมิน
2.3 วิธกี ารและเครอื่ งมอื ประเมนิ
2.4 แหลง@ ขอS มลู ผูปS ระเมิน
3. มรี ายงานผลแผนนิเทศของโรงเรียนทคี่ รอบคลมุ สาระสำคัญ ดงั น้ี
3.1 แผนนเิ ทศปกl ารศกึ ษาทีจ่ ะประเมิน
หลักการและแนวคิดการนเิ ทศภายในโรงเรยี น ดร.อนุศร หงษ<ขุนทด
26
3.2 การดำเนินการตามแผนนเิ ทศและผลการดำ เนนิ การของแต@ละกิจกรรม
3.3 ผลตามวตั ถปุ ระสงค[ของกิจกรรมการนเิ ทศแตล@ ะกิจกรรม
3.4 อปุ สรรค/ป‡ญหาในการดำเนินการ
4. คณะครูมสี ว@ นรว@ มในกจิ กรรมการประเมิน
5. นำผลการประเมนิ ไปพจิ ารณาวางแผนนิเทศของโรงเรียนในปlตอ@ ไป
เพอื่ ใหกS ารนิเทศเปhนไปตามมาตรฐาน แผนการนิเทศเปhนเสมอื นเข็มทิศของการนเิ ทศซง่ึ ตอS งวางแผนโดย
องิ หลกั การ ทฤษฎี เทคนิควธิ ีการท่ีเกี่ยวขSองกบั การนเิ ทศ เพือ่ ใหSไดแS ผนการนเิ ทศที่ดีมปี ระสทิ ธิภาพ เหมาะสมกบั
บรบิ ทและความตอS งการจำเปhนในการพัฒนางานของโรงเรยี น และครู (กลม@ุ งานนิเทศ ติดตามและประเมินผล
ระบบบรหิ ารและการจัดการศึกษา, ม.ป.ป.) ไดSเสนอเทคนิควธิ กี ารดำเนนิ การสู@มาตรฐานการนเิ ทศภายใน ดังนี้
ขนั้ ท่ี 1 สราB งความตระหนกั
เปhนขั้นการจัดการใหSครูรับรูSป‡ญหาหรือสถานการณ[ ใหSตระหนักถึงความสำคัญจำเปhนในการพัฒนานั้น ๆ
เช@น การใหSรับทราบขSอมูล หรือสภาพป‡ญหา การกระตุSนหรือสรSางแรงจูงใจสภาพความสำเร็จในขั้นนี้ คือ ครูรับทราบ
ป‡ญหา/นโยบาย มีความสนใจและกระตือรือรSนและพรอS มจะแกปS ญ‡ หาหรือพัฒนาตนเอง
ขนั้ ที่ 2 ปกy หลกั ชัย
เปhนการดำเนินงานเพื่อกำหนดจุดพัฒนา และกำหนดสภาพความสำเร็จในการพัฒนาร@วมกัน โดยรวบรวม
ขอS มูลและศกึ ษาขอS มลู ท่ีเก่ียวขSองเพอ่ื กำหนดหลกั ชยั หรือเปาn หมายสภาพความสำเร็จในขน้ั น้ี คือ
1. มขี อS มลู สารสนเทศท่ีเก่ยี วขอS งเปนh ระบบ สะดวกตอ@ การใชSวางแผน
2. ผเูS กย่ี วขSองมีภาพความคาดหวัง เพื่อเตรียมวางแผนการนเิ ทศ
3. มีเปาn หมาย/วตั ถุประสงคก[ ารนิเทศชดั เจน สอดคลอS งกบั ความตSองการ และรับรSูร@วมกัน
ขน้ั ที่ 3 รวP มใจพัฒนา
เปhนการพิจารณาหาทางเลือกในการนิเทศ เช@น ผูSนิเทศ ผูSรับการนิเทศ วิธีการนิเทศ/กิจกรรม สื่อ/เครื่องมือ
ทั้งนี้การดำเนินการอาจดำเนินการในลักษณะกลุ@มที่มีประสิทธิภาพซึ่งอาจมีหลายกลุ@มตามความสนใจ/ความตSองการ
จำเปhน โดยเนSนการมีส@วนร@วมในการวางแผนและกำหนดองค[ประกอบต@าง ๆ และที่สำคัญผูSบริหารในฐานะผูSบริหาร
การศึกษา และผูSนิเทศการศึกษาตSองเปhนส@วนหนึ่งในกลุ@มประสิทธิภาพ คือ ทำหนSาที่อำนวยการ เช@น การวินิจฉัย
สั่งการ การจัดวิธีการใหSมีการดำเนินการอย@างต@อเนื่อง ทำหนSาที่เปhนผูSประสานงาน เช@น การประสานความรูS
ความคิดของทีมใหSเปhนไปในทิศทางท่ีตSองการตามเปnาหมาย ทำหนSาที่ผูSนิเทศ เช@น การใหSความรูS ใหSคำปรึกษา
ตรวจและประเมนิ กจิ กรรม/งานโครงการสภาพความสำเร็จในข้นั นี้ คือ
1. ผูรS บั การนเิ ทศมีเปาn หมายในการพฒั นาตนเองชดั เจน
หลกั การและแนวคิดการนเิ ทศภายในโรงเรียน ดร.อนุศร หงษ<ขนุ ทด
27
2. ผูรS บั การนิเทศไดSรว@ มกนั วางแผนพฒั นาตนเองตามเปาn หมาย
3. ผSนู เิ ทศมีสว@ นร@วมในการคดั เลือกตัวผนSู เิ ทศ
4. ท่ีมคี วามเหมาะสม มคี ำสัง่ มอบหมายและกำหนดภารกิจชัดเจน
5. ผSรู บั การนเิ ทศรับทราบภารกิจทจี่ ะนิเทศตามสภาพความตSองการ
6. มกี ิจกรรมนิเทศที่เหมาะกบั สภาพความตSองการจำเปhน และขอS จำกดั ของโรงเรยี น
ในแต@ละกิจกรรมการนิเทศควรมีองค[ประกอบต@อไปนี้ ช่ือกิจกรรมการนิเทศ จุดประสงค[/เปnาหมายของ
การนิเทศ สภาพความสำเร็จที่ตSองการพัฒนา (ความรูS/ทักษะ/เจตคติ) กระบวนการ/ขั้นตอนการนิเทศ วัน เวลา
สถานที่ที่ดำเนินการ สื่อประกอบการนิเทศ เครื่องมือการนิเทศ และผูSปฏิบัติ/ผูSรับผิดชอบ/คณะสิ่งสำคัญ คือ
ผูSบริหารจะตSองเปhนผูSมีความรูSความสามารถในเรื่องที่จัดใหSมีการนิเทศแมSจะมอบหมายใหSครูนิเทศกันเองก็ตาม
กิจกรรมในแตล@ ะองคป[ ระกอบจะตอS งรอS ยรัดสมั พันธก[ นั มคี วามชัดเจนและเหน็ ภาพงานตลอดแนว
ขัน้ ท่ี 4 รูคB าP ผลงาน
เปhนขั้นตอนการวางแผนการดำเนินงานนิเทศภายในโรงเรียน นอกจากจะเปhนการประเมินผล สภาพความสำเร็จ
ของการดำเนินงานแลSว ยังเปhนการนำผลขSอมูลดSานป‡ญหา/อุปสรรค เพื่อใชSประโยชน[ในการวางแผนปรับปรุงแกSไข
ในการนิเทศครั้งต@อไป ดังนั้น การวัดประเมินผลที่ดีควรมีขSอมูลท่ีสอดคลSองกับสภาพความเปhนจริง ผูSรับการประเมินรูS
จุดที่ควรปรับปรุงแกSไขและยอมรับผลการประเมินดSวยความเต็มใจ ควรวางแผนการประเมินทั้งก@อนดำเนินการ ระหว@าง
ดำเนินการและสิ้นสุดการนิเทศมหี ลักการสำคัญ คือ เปhนการติดตามช@วยเหลือ สรSางขวัญกำลังใจ โดยมุ@งใหSผูSรับการ
นิเทศสามารถพัฒนาตนเองไดSตามเปnาหมาย เนSนการวัดประเมินผลร@วมกันระหว@างผูSประเมิน และผูSรับการประเมิน
เพื่อใหSทราบป‡ญหา/อุปสรรคในการพัฒนางาน ควรเป•ดโอกาสใหSผูSรับการประเมินมีส@วนร@วม เช@น กำหนดวิธีการ
ประเมิน ใหSวิพากษ[เครื่องมือ หรือแบบการประเมิน การคัดเลือกผูSประเมิน/ทีม การประเมินตนเองเปhนตSน สภาพ
ความสำเรจ็ ในขน้ั นี้ คือ
1. ผูSรับการนิเทศมีส@วนร@วมในการวางแผนประเมิน เช@น ร@วมกำหนดขอบข@ายและเกณฑ[การประเมิน กำหนด
แหลง@ ขอS มลู และระยะเวลา
2. สรSางและมเี ครอ่ื งมือการประเมนิ ท่หี ลากหลาย มีคณุ ภาพสอดคลSองภารกจิ /กจิ กรรม
3. มกี ารวัดประเมนิ ท้งั ดาS นกระบวนการและผลลพั ธ[
ขั้นที่ 5 สบื สานพัฒนาคPูมือสูPการปฏิบัติ
เปhนการนำขSอมูลผลการดำเนินงานจากขั้นตอนที่ 1 – 4 มาสรุปวางแผนจัดทำคู@มือ หรือแผนการนิเทศ
และนำไปสู@การปฏิบัติในการนิเทศภายในโรงเรียนต@อไปส@วนประกอบของคู@มือ/แผนการนิเทศควรประกอบดSวย
สาระสำคัญ ดงั นี้
หลกั การและแนวคิดการนเิ ทศภายในโรงเรยี น ดร.อนศุ ร หงษข< นุ ทด
28
สPวนประกอบตอนตBน
- คำนำ คำชี้แจง สารบัญ
สวP นประกอบตอนกลาง
ตอนที่ 1 บทนำ
- ความสำคญั และความเปนh มา
- วัตถุประสงค[ของการนิเทศภายใน
ตอนท่ี 2 เอกสารทเี่ กี่ยวขSอง
ตอนท่ี 3 วธิ ีดำเนนิ การ
ตอนที่ 4 ผลการวิเคราะหข[ อS มลู
ตอนท่ี 5 สรุปอภิปราย
สPวนประกอบตอนทาB ย
คำสงั่ หลกั ฐานอSางองิ
สภาพความสำเรจ็ ในขั้นน้ี คอื
1. มีค@มู ือ/แผนการนิเทศที่สมบูรณ[
2. คณะผนSู ิเทศมีความม่ันใจในการนเิ ทศสามารถนิเทศไดSตรงตามแผน
ข้นั ท่ี 6 รอB ยรัด สรปุ รายงานผล
เปhนขั้นตอนเมื่อสิ้นสุดการดำเนินงานตามแผนนิเทศ จะตSองมีการสรุปรายงานผลการดำเนินงานใหSผูSเกี่ยวขSอง
ทราบ โดยใชSรูปแบบการรายงาน การวิจัย หรือรายงานการประเมินโครงการ แลSวนำผลการนิเทศไปใชSพัฒนางาน
ตอ@ ไป สภาพความสำเรจ็ ในขัน้ นี้ คือ
1. ทำใหทS ราบผลการดำเนนิ งานวา@ บรรลุวตั ถปุ ระสงคห[ รอื ไม@
2. ทำใหทS ราบขSอมูลในการดำเนินงานวา@ มปี ‡ญหา/อปุ สรรคอะไร
3. ใชSเปนh ขอS มูลในการศกึ ษา อาS งองิ หลงั การดำเนนิ งานและใชSเปhนขอS มลู ในการวางแผนพฒั นางานในคร้งั
ตอ@ ๆ ไป
กิจกรรมการนิเทศภายในสามารถดำเนินการไดSหลายวิธี ดังนั้น การดำเนินการนิเทศภายในควรเลือก
กิจกรรมใหSเหมาะสมและสอดคลSองกับป‡ญหา ลักษณะงานและความพรSอมของโรงเรียน เพราะการนิเทศภายใน
โรงเรียนที่มีประสิทธิภาพ เปhนส@วนหน่ึงที่ช@วยพัฒนาการปฏิบัติงานของครูและการจัดการศึกษาของโรงเรียนใหS
เปนh ไปอยา@ งมีประสิทธิภาพ
หลกั การและแนวคดิ การนิเทศภายในโรงเรียน ดร.อนุศร หงษ<ขนุ ทด
29
บทที่ 3
ตัวอยPางการนิเทศภายในโรงเรยี น
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (หน@วยศึกษานิเทศก[, 2562: 29) ไดSทำการยกตัวอย@างรูปแบบ
และบวนการดำเนนิ งานทน่ี @าสนใจ เกี่ยวกบั การดำเนินงานนเิ ทศภายในโรงเรยี น ดงั นี้
รปู แบบไทรยBอยนิเทศวถิ ี
“ไทรยSอยนิเทศวิถี” โรงเรียนไทรยSอยพิทยาคม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 39 ไดS
กล@าวถึงการนิเทศภายในสถานศึกษาว@าเปhนกระบวนการที่สำคัญอย@างยิ่งในการพัฒนาการจัดการเรียนรSู และการ
จัดกิจกรรมพัฒนาผูSเรียนของครู เพื่อพัฒนาคุณภาพผSูเรียนใหSบรรลุเปnาหมายของการจัดการศึกษา โรงเรียนไทร
ยSอยพิทยาคมประสบป‡ญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนส@วนใหญ@ไม@เปhนไปตามเปnาหมาย ผลการทดสอบ
ระดับชาติ (ONET) อยู@ในระดับต่ำ จึงจำเปhนตSองพัฒนาการจัดการเรียนรูSของครู ดSวยการนิเทศ ติดตาม ส@งเสริม
สนับสนุน สรSางขวัญกำลงั ใจ โดยเนนS หลักการมสี ว@ นร@วมของคณะครแู ละผูSเกย่ี วขSองทกุ ฝ•าย
1. สภาพป‡จจุบัน/ป‡ญหา โรงเรียนไทรยอS ยพทิ ยาคม ตำบลไทรยอS ย อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก
สงั กัดสำนกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 39 มีครจู ำนวน 19 คน นักเรยี นจำนวน 230 คน จากผลการทดสอบ
ทางการศึกษาระดบั ชาตขิ ั้นพน้ื ฐาน (O-NET) พบว@า นักเรียนมผี ลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นต่ำ ผลการวิเคราะห[สาเหตุ
ของปญ‡ หาโดยคณะครู พบวา@ การจดั การเรียนรขSู องครมู ีส@วนสำคญั ตอ@ ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนของนกั เรยี นจงึ ตSอง
ดำเนนิ การพฒั นาการจดั การเรยี นรขSู องครเู พื่อยกระดบั ผลสัมฤทธท์ิ างการเรียน
2. เปnาหมาย/จุดเนSนพัฒนาครูใหSสามารถจัดการเรียนรูSไดSอย@างมีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียน โดยใชSการนิเทศแบบ Coaching และชุมชนแห@งการเรียนรูSวิชาชีพครู (Professional Learning
Community : PLC) เนSนหลักการมสี @วนรว@ มท้งั ภายในและภายนอกสถานศกึ ษา เพอื่ พฒั นาคณุ ภาพผูSเรยี น
3. รูปแบบ/กระบวนการนิเทศ นำรูปแบบการนิเทศที่หลากหลายมาใชSใหSสอดคลSองกับบริบทของโรงเรียน
โดยใชSหSองเรียน และชุมชนเปhนฐานดSวยรูปแบบการนิเทศแบบ Coaching การชี้แนะสะทSอนคิดการปฏิบัติงานของ
ครูชุมชนแห@งการเรียนรSูวิชาชีพครู (Professional Learning Community: PLC) การใชSเทคโนโลยีเพื่อการนิเทศ
และการสรSางเครือข@ายความร@วมมือจากชุมชนและสถาบันอุดมศึกษา ครูทุกคนมีบทบาทเปhนท้ังผูSนิเทศและผูSรับ
การนิเทศ และนำผลการนิเทศเขSาส@ูกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรูSในชุมชนแห@งการเรียนรูSวิชาชีพครู (Professional
Learning Community : PLC) เพอื่ นำส@ูการพัฒนาตอ@ ไป โดยมีกระบวนการ ดังน้ี
3.1 ประชุมวางแผน สรSางความรSูความเขSาใจ ความตระหนักในความสำคัญจำเปhนของการนิเทศ และ
ร@วมกนั กำหนดตัวช้ีวดั
3.2 สราS งเคร่อื งมอื กำหนดปฏิทินการนิเทศ
3.3 สงั เกตการจัดการเรยี นรซSู ง่ึ กัน และกันภายในกลม@ุ ชมุ ชนแห@งการเรยี นรวSู ชิ าชพี ครู (Professional
หลักการและแนวคดิ การนเิ ทศภายในโรงเรียน ดร.อนุศร หงษข< นุ ทด
30
Learning Community: PLC)
3.4 นำผลการสงั เกตการจดั การเรยี นรมSู าทบทวน สะทSอนคดิ แลกเปล่ยี นเรยี นรSูซึ่งกันและกัน
3.5 ครูจดั ทำแผนพฒั นาตนเอง
3.6 สราS งเครือขา@ ยความรว@ มมือจากภายนอก
4. การประเมินผลและการรายงานผล ผSูบริหารและคณะครูร@วมกันประเมินผลจาก แบบบันทึกการนิเทศ
แบบบันทึกชุมชนแห@งการเรียนรSูวิชาชีพครู (Professional Learning Community: PLC) แบบประเมินความพึง
พอใจจากผSูมีส@วนเกี่ยวขSอง และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน พบว@า ครู มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการ
จัดการเรียนรูSโดยเนSนผูSเรียนเปhนสำคัญ สามารถจัดกิจกรรมการเรียนรSูเชิงรุก (Active Learning) นักเรียนมีความ
สนใจและมีความสุขกับการเรียนมากข้ึน ครูตระหนักในความสำคัญของการวิเคราะห[หลักสูตร มาตรฐาน ตัวชี้วัด
เพื่อวางแผนการจัดการเรียนรูSและมีความสุขกับการทำงานส@งผลใหSผลการทดสอบระดับชาติ ปlการศึกษา 2561
เปรียบเทียบปlการศึกษา 2560 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปlที่ 3 สูงขึ้นทุกกลุ@มสาระการเรียนรSู ระดับชั้นมัธยมศึกษาปlที่ 6
สูงขึ้น 4 กลุ@มสาระการเรียนรSู ยกเวSนกลุ@มสาระการเรียนรSูภาษาไทย ดังตารางเปรียบเทียบขSางตSน มีการรายงานผล
การดำเนนิ การตอ@ ตนS สังกดั และคณะกรรมการสถานศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน
5. นำผลการนเิ ทศภายในไปใชSปรบั ปรงุ และพฒั นา
5.1 ปรบั ปรงุ พฒั นาหลักสตู รสถานศกึ ษา หลักสูตรทวศิ ึกษา หลกั สูตรอาชีพระยะสน้ั
5.2 คัดกรองการอ@านคล@อง เขียนคล@อง จัดทำแบบพัฒนาผSูเรียนรายบุคคล (IEP) และพัฒนาระบบการดูแล
ช@วยเหลือนกั เรยี น
5.3 พัฒนาการจัดการเรียนรูSเชิงรุก (Active Learning) ดSวยกิจกรรมค@ายวิชาการบูรณาการ 8 กลุ@มสาระ
การเรียนรูS
5.4 พฒั นาสอ่ื อุปกรณ[ DLIT ใหSมปี ระสิทธิภาพสูงข้นึ ในทกุ หSองเรียน
5.5 พัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาใหSเขSมแข็ง ดำเนินการเปhนวงจรต@อเนื่องจนเปhน
วฒั นธรรมองค[กร
5.6 ปรับปรุง พัฒนา รูปแบบ กระบวนการนิเทศใหSมีประสิทธิภาพมากขึ้น และมีความสอดคลSองเชื่อมโยงกับ
ระบบประกันคุณภาพภายในสถานศกึ ษา ปฏบิ ตั อิ ยา@ งตอ@ เน่ืองเพ่อื ใหSเกิดความยงั่ ยนื จนเปhน “ไทรยSอยนเิ ทศวิถี”
หลักการและแนวคดิ การนเิ ทศภายในโรงเรยี น ดร.อนศุ ร หงษ<ขุนทด
31
ภาพท่ี 4 รปู แบบการนิเทศภายในโรงเรียนไทรยอS ยพทิ ยาคม “ไทรยอS ยนเิ ทศวถิ ี”
ท่ีมา: หนว@ ยศกึ ษานิเทศก[ (2562: 32)
รปู แบบการนิเทศภายในแบบ MIND Model
การนิเทศภายในแบบ MIND Model โรงเรยี นอนุบาลวดั อต@ู ะเภา สำนกั งานเขตพ้นื ทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษา
ชลบรุ ี เขต 1
1. ขอS มูลพน้ื ฐาน
โรงเรียนอนุบาลวัดอ@ูตะเภา ตั้งอยู@ หมู@ที่ 6 ตำบลหนองไมSแดง อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี สังกัด
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต 1 เป•ดสอนชั้นอนุบาล 1 ถึงชั้นประถมศึกษาปlที่ 6 ป‡จจุบัน
มนี ักเรยี น 1,240 คน มีขSาราชการครู 48 คน ครูอตั ราจSาง 15 คน อตั ราจSางสนับสนุนการสอน 2 คน
2. เปาn หมายการนเิ ทศภายใน
โรงเรยี นอนบุ าลวดั อตู@ ะเภา มีเปnาหมายการดำเนนิ การนเิ ทศภายใน เพอ่ื พัฒนาครู ส@ูการพัฒนาคุณภาพ
ผSูเรยี น ดังน้ี
2.1 พัฒนาครูใหSมีความสามารถในการวิเคราะห[หลักสูตร และปรับเปลี่ยนวิธีการจัดการเรียนรSูที่เนSน
การจัดการเรียนรSูที่สอดคลSองกับมาตรฐาน ตัวชี้วัดชั้นปlของหลักสูตร และจุดเนSนการพัฒนาคุณภาพผSูเรียนของ
โรงเรยี น “พูดเกง@ อ@านเกง@ คิดเก@ง ปฏบิ ัติไดS”
2.2 พัฒนาผSูเรียนใหSมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน และมีคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ O-NET และ
NT และสงู กวา@ คะแนนเฉลีย่ ระดบั ประเทศ และสูงขน้ึ อย@างต@อเนือ่ งและย่ังยนื
2.3 พฒั นาผูSเรยี นใหSมคี วามสามารถตามจุดเนSนการพฒั นาคุณภาพผเูS รยี น “พดู เก@ง อา@ นเกง@ คดิ เกง@ ปฏบิ ตั ไิ ดS”
3. รปู แบบการนิเทศภายใน
หลักการและแนวคิดการนิเทศภายในโรงเรียน ดร.อนุศร หงษข< นุ ทด
32
โรงเรียนอนุบาลวัดอู@ตะเภา ใชSการนิเทศภายในเปhนกลยุทธ[หนึ่งในการขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพการศึกษา
โดยใชSการนเิ ทศภายใน แบบ MIND Model (ทำงานดวS ยใจ) ประกอบดวS ยรายละเอียด ดงั นี้
M: Management by Objectives คือ การบริหารโดยยึดวตั ถุประสงค[
I: Information and Communication Technology คอื เทคโนโลยีสารสนเทศ และการส่ือสาร
N: Network คือ การสรSางเครอื ขา@ ย
D: Do and Development คือ การปฏิบตั ิและพฒั นา
ภาพที่ 5 รูปแบบการนเิ ทศภายในแบบ MIND Model
ทม่ี า: หนว@ ยศึกษานเิ ทศก[ (2562: 35)
หลกั การและแนวคิดการนเิ ทศภายในโรงเรยี น ดร.อนศุ ร หงษ<ขุนทด
33
Management by Objectives การบริหารโดยยึดวัตถุประสงค[เพื่อพัฒนาครูส@ูการพัฒนาคุณภาพผSูเรียน
โดยจัดระบบโครงสรSางการบริหารใหSมีหน@วยงานที่รับผิดชอบงานนิเทศ จัดวางตัวบุคลากร และคณะกรรมการ
รับผดิ ชอบ จัดทำแผนการนเิ ทศภายใน จดั การงบประมาณและวสั ดุ อุปกรณ[ สำหรบั การนิเทศภายใน
Information and Communication Technology ใชSเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการ
รวบรวม จัดระบบขSอมูลสารสนเทศ ทั้งเอกสาร ไฟลLประมวลผล (excel หรือ Google sheet) รูปภาพ คลิปวีดีโอ ไฟล[
นำเสนอ ในระบบจัดเก็บที่ Google Drive เชื่อมโยงกับสื่อสังคมออนไลน[ เช@น Facebook หรือ กูเกิ้ลฟลัส G+
สำหรับการจดั การกลม@ุ ชุมชนแหง@ การเรียนรูSรว@ มพฒั นา และนำเสนอผ@านเว็บไซต[นิเทศภายในของโรงเรยี น
Network สรSางเครือข@ายทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน ภายในโรงเรียนประกอบดSวย ทีมนิเทศของครู
ในสายชั้น ครูในกลุ@มสาระการเรียนรSู ครูในกลุ@มชุมชนแห@งการเรียนรSูทางวิชาชีพ (Professional Learning Community:
PLC) สำหรับเครือข@ายภายนอกประกอบดSวย การประสานความร@วมมือกับสหวิทยาเขต เขตพื้นที่การศึกษา
สถาบนั การศกึ ษา หนว@ ยงาน องค[กรในชมุ น และภมู ปิ ‡ญญาทSองถิ่นใหเS ขาS มามีสว@ นรว@ มในการนเิ ทศ
Do and Development การปฏบิ ตั ิและพฒั นาการนเิ ทศภายใน โรงเรยี นอนุบาลวัดอตู@ ะเภา ปฏิบตั กิ าร
โดยการบูรณาการหลักสูตร กจิ กรรมการเรียนรSู กิจกรรมเสริมหลกั สตู ร การประกันคุณภาพการศึกษา การวางแผน
พฒั นาการจดั การศกึ ษา และการนเิ ทศภายใน ใหSมีความสมั พนั ธ[เชอ่ื มโยงกัน ปฏิบัตคิ วบค@ูกับการตดิ ตามตรวจสอบ
คณุ ภาพการศกึ ษาอย@างจริงจงั และนำผลมาพฒั นาต@อเนอ่ื ง โดยมวี ิธกี ารนเิ ทศส@หู อS งเรียน ทีส่ ำคญั ดังน้ี
1. เยีย่ มชัน้ เรียนและสงั เกตการสอน
2. ชแ้ี นะและสอนงานเชงิ ปฏิบตั ิการ
3. ประชมุ นเิ ทศ ติดตาม และทบทวนการปฏิบัตงิ าน
4. นเิ ทศบูรณาการสราS งสรรคLกับกลุ@มชุมชนแห@งการเรยี นรทูS างวชิ าชพี (Professional Learning
Community: PLC)
5. นิเทศออนไลนโ[ ดยใชSขอS มูลเปhนฐาน
การดำเนินการนิเทศภายใน โรงเรียนอนุบาลวัดอู@ตะเภา ไดSประยุกต[ใชSวิธีการนิเทศแบบปกติ มาบูรณา
การกับแนวคิดการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มาใชSในการพัฒนาคุณภาพผูSเรียน ดSวยวิธีการ “นิเทศ
ออนไลน[ โดยใชSขSอมูลเปนh ฐาน” ตามแนวดำเนินการระดับสถานศึกษา และระดับครูผูSสอนและผSูนิเทศ ดงั น้ี
ระดบั สถานศึกษา
ดำเนินการมอบหมายคณะทำงาน จัดการระบบขSอมูลสารสนเทศ และการบริหารจัดการนิเทศออนไลน[
โดยใชSขSอมลู เปนh ฐาน ดงั น้ี
หลักการและแนวคดิ การนเิ ทศภายในโรงเรยี น ดร.อนศุ ร หงษ<ขุนทด
34
1. การจัดการขSอมูลสารสนเทศของปlการศึกษาท่ีผ@านมา โดยนำขSอมูลสารสนเทศที่สำคัญต@อการพัฒนา
คุณภาพการศึกษา มาจัดเก็บไวSอย@างเปhนระบบใน Google Drive และแชร[ขSอมูลใหSครูทุกคนเขSาใชSงานไดSทุกที่ทุก
เวลา ไดSแก@
1.1 ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขัน้ พื้นฐาน O-NET
1) วิเคราะห[ตามภาพรวมรายวชิ า
2) วิเคราะห[ตามสาระและมาตรฐานการเรยี นรSู
3) วิเคราะห[ขSอมลู รอS ยละของผSูเรียนทไ่ี ดSคะแนน 50 ขนึ้ ไป
1.2 ผลการทดสอบความสามารถพ้ืนฐานของผเSู รยี นระดับชาติ (NT)
1.3 ผลการประเมินความสามารถดาS นการอ@านออกเขียนไดS
1.4 ผลการประเมนิ ปลายปตl ามรายวชิ า
1.5 ผลการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย
1.6 ผลการประเมินคุณลักษณะอนั พึงประสงค[
1.7 ผลการประเมินการอ@านคิดวิเคราะห[และเขียน
1.8 ผลการประเมินกจิ กรรมพฒั นาผเSู รยี น
1.9 ผลการประเมนิ สมรรถนะสำคญั ของผSูเรยี น
1.10 ผลการประเมนิ ตามมาตรฐานการศึกษาปฐมวัย
1.11 ผลการประเมนิ ตามมาตรฐานการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน
2. การจัดการขSอมูลสารสนเทศปlการศึกษาป‡จจุบัน โดยสรSางแบบกรอกขSอมูล ดSวย Google sheets ไวSใน
Google Drive เพื่อใหSครูเขSากรอกขSอมูลการวัดผล การวิเคราะห[ผSูเรียนของปlป‡จจุบันแบบเรียลไทม[ เช@น ขSอมูล
ความสามารถพื้นฐานการอ@าน การเขียน ทักษะพื้นฐานการคิดคำนวณ ขSอมูลการวัดผลรายหน@วยการเรียนรูS เปhนตSน
ซึ่งขSอมูลเหล@านี้เมื่อครูบันทึกขSอมูลเสร็จ จะแปลผลขSอมูลเปhนรSอยละ เปhนระดับคุณภาพ และเปhนกราฟ ไดSทันที
ครูผูSสอน ครูผูSนเิ ทศ ผูSอำนวยการโรงเรียน และครูทุกคนในโรงเรยี นสามารถรผูS ลและดูไดSในทุกท่ีทุกเวลา
3. สรSางกลุ@มบนเฟชบกุ° (Facebook) หรอื ชมุ ชนใน Google Plus (G+) เพ่ือใหSครบู นั ทึกขSอมูลภาพถา@ ย
คลปิ วดี ีโอกิจกรรมการเรยี นรผSู ลงานของผเSู รยี น
4. สราS ง Google Form สำหรบั ครู บนั ทกึ Link ขอS มลู ภาพถา@ ย คลปิ วดี ีโอ กิจกรรมการเรียนรผSู ลงาน
ของผเูS รยี น เชอื่ มโยงกบั กลมุ@ เฟชบก°ุ (Facebook) หรือ Google Plus (G+)
หลักการและแนวคิดการนเิ ทศภายในโรงเรียน ดร.อนศุ ร หงษ<ขนุ ทด
35
5. สรSาง Google Form สำหรับผSูนเิ ทศ บันทกึ Link ขSอมลู ความคดิ เหน็ ของผูSนิเทศ ที่บนั ทกึ ไวใS นการ
นิเทศออนไลน[ ผ@านกลมุ@ เฟชบกุ° (Facebook) หรอื Google Plus (G+)
6. สรSางเว็บไซต[นิเทศออนไลน[ ดSวย Google Site โดยทำ Link เชื่อมโยงขSอมูลที่กล@าวแลSวในขSอ 1 – 5
ใหSสามารถดูขอS มลู ปจ‡ จบุ ันและใชSงานการนเิ ทศออนไลน[ไดSทกุ ท่ีทุกเวลา
7. ประชมุ เชงิ ปฏิบตั ิการพฒั นาครู สรSางความรคูS วามเขSาใจในการใชS G-Suite For Education (Google
Apps) และวิธีการดำเนินการนเิ ทศออนไลน[โดยใชSขSอมลู เปนh ฐาน
8. จดั ทมี นิเทศออนไลน[โดยใชSขSอมลู เปhนฐาน เปhนทีมพฒั นา 2 - 3 คน ร@วมมอื นิเทศซ่งึ กนั และกนั สัปดาห[
ละครง้ั
ระดบั ครผู สูB อน และผูBนิเทศ
ครูรวมกลุ@มเปhนทีมพัฒนา 2-3 คน จัดการเรียนรูSและร@วมมือนิเทศซึ่งกันและกัน ดำเนินการตามกระบวนการ
5 ขัน้ ตอ@ 1 หน@วยการเรยี นรSู ดงั ต@อไปนี้
ขัน้ ที่ 1 ขัน้ วางแผนโดยใชBขBอมูลเปนE ฐาน
1.1 ครูวางแผนจัดการเรียนรูS โดยศึกษาวิเคราะห[ขSอมูลพื้นฐานของผูSเรียน ศึกษาวิเคราะห[ขSอมูลผลสัมฤทธิ์
ทางการเรยี นทเ่ี กย่ี วขอS ง ศกึ ษาหลกั สูตร โดยเนนS มาตรฐาน ตวั ชี้วัดช้ันปl และสมรรถนะทีจ่ ะเกิดขึน้ กบั ผูSเรยี น
1.2 ครูจัดทำโครงสรSางรายวิชา แผนการจัดการเรียนรSูรายปl (ระบุรายละเอียดเปhนหน@วยการเรียนรูS)
และจัดทำแผนการจดั การเรียนรรSู ายคาบ
1.3 ครูนำเสนอแผนการจดั การเรยี นรSู กบั ทีมพฒั นา
1.4 ทีมพัฒนาร@วมสนทนาเสนอแนะ (ชั้น ป.1 - 3 ทุกวันพุธ ชั้น ป.4 – 6 ทุกวันพฤหัสบดี ชั้นอนุบาล
ทุกวนั ศุกร)[ ครูผSูสอนนำไปปรับปรงุ แกไS ข
1.5 ครูบันทึกแผนการจัดการเรียนรSูใน Google Drive เชื่อมโยงที่เว็บไซต[การนิเทศภายในที่ทุกคนสามารถ
เขาS ถึงไดS
ขั้นที่ 2 ขนั้ จดั การเรยี นรBู
2.1 ครูจัดการเรยี นรใSู นชนั้ เรยี น โดยเนนS กิจกรรมทส่ี อดคลSองกบั keyword และประเดน็ คำถาม จาก
มาตรฐานและตัวช้วี ดั ของหลักสตู ร
2.2 ครูบันทึกภาพหรอื คลิปวีดีโอกิจกรรมการเรยี นรูS และผลงานของนกั เรยี น
ข้นั ท่ี 3 ขน้ั นำเสนอกจิ กรรมการเรียนรBู
หลักการและแนวคิดการนเิ ทศภายในโรงเรยี น ดร.อนุศร หงษ<ขุนทด
36
3.1 ครูนำเสนอภาพ หรือคลิปวีดโี อกจิ กรรมการเรียนรSู หรือขSอมูลทไ่ี ดSจากการจดั การเรยี นรใSู นช้ันเรยี น
ในกล@ุม Facebook : utapao teachergroups
3.2 ครนู ำ Link สง@ ผ@าน Google form เช่อื มโยงระบบขอS มลู ใน Google Drive และเวบ็ ไซต[นเิ ทศ
ภายใน
ข้ันที่ 4 ขนั้ นิเทศออนไลนR
4.1 ผูSนเิ ทศ (ครใู นทีมพัฒนา) ศึกษาขSอมลู กิจกรรมการเรยี นรSู ทคี่ รูบนั ทึกไวSใน Facebook :utaopao
teachergroups
4.2 ผSูนิเทศเสนอความคิดเหน็ ขSอเสนอแนะใน Facebook : utaopao teachergroups ตามประเด็น
ในเครอ่ื งมือประกอบการนเิ ทศออนไลน[โดยใชSขอS มลู เปhนฐาน ซ่ึงสอดคลอS งกับจดุ เนSนการพฒั นาผSูเรยี นของโรงเรยี น
ข้นั ที่ 5 ขน้ั สรุปผลการนเิ ทศ
ครูผูSสอนและทีมนิเทศ ร@วมประชุมสรุปผล สะทSอนผล ใหSขSอคิดเห็น เสนอแนะเพื่อปรับปรุงพัฒนา
ตามประเดน็ ประกอบการนิเทศออนไลน[โดยใชSขSอมูลเปhนฐาน ดังนี้
5.1 ความสมั พันธ[ของแผนการจดั การเรียนกบั มาตรฐานและตวั ชีว้ ัดชนั้ ปขl องหลกั สตู ร
5.2 การกำหนด Keyword ประเด็นคำถาม และการนำไปไปใชSจัดกจิ กรรมการเรียนรSู
5.3 ความสอดคลอS งของกิจกรรมการเรยี นรกูS บั จดุ เนนS การพฒั นาคุณภาพผเูS รยี น
5.4 การใชS ICT ในการจัดการเรยี นรูS
5.5 วธิ ีการและเครือ่ งมอื วดั และประเมนิ ผล
หมายเหตุ : ทีมพฒั นาจะรว@ มมือดำเนนิ การตามกระบวนการ 5 ขนั้ ต@อ 1 หน@วยการเรียนรูS เปนh วงจร
ตอ@ เนื่องทุกหนว@ ยการเรยี นรูS และสรปุ รายผลการนิเทศภายใน เมอ่ื สน้ิ ปกl ารศกึ ษา
ผลการดำเนินการ
จากการดำเนินการบริหารจัดการ การจัดการเรียนการสอนของครูดSวยความมุ@งมั่นตั้งใจ และดำเนินการ
นิเทศภายใน โดยใชS MIND MODEL เปhนส@วนหน่ึงในการพัฒนาครู ส@ูการพัฒนาคุณภาพผูSเรียนปรากฏว@าบรรลุตาม
เปาn หมายทีต่ ั้งไวS ดังนี้
1. ครูทุกคนไดSรับการพัฒนาใหSมีความรSูความสามารถในการวิเคราะห[หลักสูตร ใหSความสำคัญกับมาตรฐาน
ตัวชี้วัดชั้นปlของหลักสูตร สามารถกำหนดคำสำคัญ (Keyword) และตั้งประเด็นคำถามเพื่อนำไปออกแบบกิจกรรม
การเรียนรูS และจดั การเรียนรใSู นช้ันเรียนไดSสอดคลอS งกบั มาตรฐาน ตัวชีว้ ดั และสมรรถนะสำคัญของหลักสูตร
หลักการและแนวคดิ การนิเทศภายในโรงเรียน ดร.อนุศร หงษ<ขนุ ทด
37
2. ผSูเรียนมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาข้ันพื้นฐานในระดับดีเยี่ยม มีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา
ระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET และ NT) ปlการศึกษา 2561 สูงกว@าปlการศึกษา 2560 สูงกว@าค@าเฉลี่ยรSอยละ
ระดับประเทศ และเมื่อเปรียบเทียบกับค@าเฉลี่ยรSอยละของโรงเรียนที่สูงกว@าค@าเฉลี่ยรSอยละระดับประเทศ ปรากฏ
ว@าสูงกว@าปกl ารศกึ ษา 2560
การนำผลการนเิ ทศภายในไปใชBปรบั ปรุงและพัฒนาคณุ ภาพผเูB รียน
โรงเรียนอนุบาลวัดอู@ตะเภา ดำเนินการพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยใชSการนิเทศภายใน แบบ MIND
Model ทำใหSครูมีการพัฒนาและส@งผลต@อคุณภาพผSูเรียน ดังกล@าวแลSว ดังนั้นเพื่อการดำเนินการเปhนไปอย@าง
ต@อเนื่อง เกิดผลการพัฒนาที่ยั่งยืน และทำใหSการบริหารจัดการของโรงเรียนและการนิเทศภายในมีประสิทธิภาพ
ยิ่งขึ้น จึงนำผลการนิเทศภายใน ปlการศึกษา 2561 มาใชSในพัฒนาครูส@ูการพัฒนาคุณภาพผูSเรียน ปlการศึกษา
2562 ดังน้ี
1. พฒั นาครใู หSมคี วามรคSู วามสามารถจัดการเรียนรเูS ชิงรุก (Active Learning) และนำไปใชSในการจดั การ
เรียนรใูS นชนั้ เรยี นทเี่ นนS ใหSผเSู รียนมีทกั ษะพ้นื ฐานและคณุ ลกั ษณะเพือ่ การเรยี นรSู มคี วามสามารถทางดSานเทคโนโลยี
และวทิ ยาการคำนวณ มีความสามารถในการคิดสราS งสรรคLชิ้นงานหรอื สราS งนวตั กรรมไดSเหมาะสมกับชว@ งวัย
2. พฒั นาครใู หSมคี วามสามารถในการวิเคราะห[ผลการประเมินระดับชาติ และนำผลการประเมนิ ไปใชSใน
การยกระดบั ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นใหSสูงขึน้ อยา@ งตอ@ เนอื่ งและย่งั ยนื
3. พฒั นาระบบขSอมลู สารสนเทศแบบเรยี ลไทมใ[ หSมีประสิทธภิ าพมากยง่ิ ข้ึน
4. จัดทำแผนการนเิ ทศภายใน และจัดทำปฏทิ นิ ดำเนินการ ประจำปกl ารศึกษา 2562 ดงั นี้
ภาพท่ี 6 ตวั อยา@ งการจัดทำแผนการนิเทศภายใน และจัดทำปฏิทินดำเนินการ ประจำปกl ารศึกษา 2562
หลักการและแนวคิดการนเิ ทศภายในโรงเรียน ดร.อนุศร หงษข< ุนทด
38
รูปแบบการนเิ ทศภายในสำหรบั สถานศกึ ษาขนาดเลก็
รูปแบบการนิเทศภายในสำหรับสถานศึกษาขนาดเล็กประกอบดSวยป‡จจัย หรือวิธีการที่สำคัญ 8 ป‡จจัย ซ่ึง
เปhนรูปแบบที่มีความเหมาะสม เปhนไปไดSและสามารถนำไปใชSในการนิเทศภายในสถานศึกษาขนาดเล็ก มีรายละเอียด
(วรรณพร สขุ อนันต[, 2550: 164-170) ดังตอ@ ไปนี้
การวางแผนกลยทุ ธ. รปู แบบการนเิ ทศภายในสำหรับสถานศกึ ษาขนาดเล็ก
เทคนคิ การนเิ ทศ บทบาท หนHาที่
(Strategic planning) (Techniques) (Role)
การประเมนิ ผลการนิเทศ รปู แบบ การสรHางเครอื ขVาย
(Evaluation) การนิเทศภายใน (Networking)
สำหรับสถานศกึ ษา
ขนาดเล็ก
การพฒั นา สอ่ื และเคร่อื งมือนิเทศ มนษุ ยสัมพนั ธ.
(Growth) (Tools and Media) (Human relations)
ภาพที่ 7 รูปแบบการนเิ ทศภายในสำหรบั สถานศึกษาขนาดเล็ก
ทม่ี า : วรรณพร สุขอนนั ต[ (2550: 161)
การวางแผนกลยุทธR (Strategic planning)
การวางแผนกลยุทธ[ เปhนการมองภาพรวมทั้งเรื่องการกำหนดนโยบาย การวางแผน การกำหนดยุทธศาสตร[
เพื่อใหSการนิเทศภายในสถานศึกษาบรรลุผลตามวัตถุประสงค[ และเปnาหมาย เปhนการวางแผนที่ใหSความสำคัญกับ
การมองไปสู@อนาคตภายใตSการพิจารณาถึงความเปhนไปไดSในการใชSความสามารถของสถานศึกษา เพื่อระดมทรัพยากร
มาใชS และการพิจารณาถึงทางเลือกต@าง ๆ อย@างรอบคอบและชัดเจน คุณภาพของการวางแผนกลยุทธ[การนิเทศ
ภายในสถานศึกษา ขึ้นอยู@กับการรวบรวมขSอมูลใหSไดSมากที่สุด หลากหลายและเปhนจริงท่ีสุด เพื่อนำมาใชSเปhนขSอมูล
ในการเลือกแนวทางการนิเทศที่จะทำใหSการนิเทศภายในบรรลุเปnาหมายอย@างมีประสิทธิภาพ ส@งผลถึงความยาก
ง@ายในการปฏิบัติและความเปhนไปไดSที่จะบรรลุผลดSวย การวางแผนที่มีลักษณะดังกล@าว ก็คือ แผนยุทธศาสตร[ เนื่องจากมี
ขั้นตอนในการวิเคราะห[สถานภาพป‡จจุบัน และศักยภาพของหน@วยงาน กำหนดวิสัยทัศน[ เปnาหมายและวิธีการที่จะ
บรรลุจุดหมายปลายทาง โดยเนSนความพึงพอใจของผูSรับการนิเทศเปhนหลักและเนSนกระบวนการปรับปรุงอย@างต@อเนื่อง
นอกจากนั้นการวางแผนกลยุทธ[ยังเก่ียวขSองกับการวิเคราะห[ป‡จจัยทุกป‡จจัยที่คาดว@าจะก@อใหSเกิดการเปลี่ยนแปลง
ในอนาคตและที่จะมีผลกระทบต@อการนิเทศภายในสถานศึกษา ทั้งในแง@โอกาส และอุปสรรคเพื่อจะบอกถึงทิศทาง
ที่สถานศึกษากำหนดขึ้นอย@างชัดเจน เพื่อการปฏิบัติในอนาคต ดังนั้น การวางแผนกลยุทธ[เกี่ยวกับการนิเทศภายใน
หลักการและแนวคดิ การนิเทศภายในโรงเรียน ดร.อนศุ ร หงษ<ขุนทด
39
สถานศึกษาถSาเปhนระดับหน@วยงาน จะตSองคำนึงถึงนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเปhน
หลัก แต@ในส@วนของการวางแผนกลยุทธ[ระดับผูSปฏิบัติ จะตSองคำนึงถึงมาตรฐานการดำเนินงานของสถานศึกษาที่
กำหนดไวS และสภาพป‡ญหาและความตSองการจำเปhนในการแกSป‡ญหา และการพัฒนาของทุกฝ•ายในสถานศึกษา
เปนh หลกั โดยมขี นั้ ตอนในการดำเนินงานดังน้ี
1. การทบทวนภารกิจของสถานศึกษา
2. วิเคราะหส[ ถานภาพป‡จจบุ ัน ประกอบดSวยการวิเคราะห[สภาพแวดลอS มภายใน คอื จุดแข็ง จดุ ออ@ น และ
การวเิ คราะหส[ ภาพแวดลอS มภายนอก คอื โอกาส อุปสรรค
3. กำหนดวสิ ัยทัศน[ ภารกจิ เปาn หมาย และตวั ช้ีวัด ของสถานศึกษาเกยี่ วกบั การนเิ ทศภายในสถานศึกษาใหSชดั เจน
4. กำหนดกลยุทธส[ ค@ู วามสำเรจ็
5. จดั ทำแผนปฏบิ ัตงิ านและโครงการ
6. ดำเนินการตามแผน
7. ประเมนิ ผลและรายงาน
บทบาท หนาB ท่ี (Role)
ผนูS เิ ทศ และผรูS ับการนิเทศ ตอS งรSูและเขSาใจในบทบาทหนาS ทีข่ องตน ซึ่งมีบทบาททีแ่ ตกตา@ งกันออกไปดังนี้
1. บทบาทหนSาทีข่ องผูบS รหิ ารสถานศึกษาในฐานะผูSนเิ ทศ มีบทบาทและหนาS ท่ดี ังน้ี
1.1 เปhนผูนS ำในการนิเทศภายในโรงเรียน
1.2 ส@งเสรมิ ใหSครูมคี วามรูSความเขาS ใจเกยี่ วกับการนิเทศภายในโรงเรียน
1.3 ร@วมประชุมวางแผนการนเิ ทศภายในกับผูSรับการนเิ ทศ
1.4 พิจารณาอนมุ ัตโิ ครงการนเิ ทศภายในทสี่ อดคลอS งกบั นโยบายและแผนงานโรงเรียน
1.5 เปนh ผปSู ระสานงานระหวา@ งครผู ูนS เิ ทศและผรูS บั การนเิ ทศ และระหวา@ งเครือข@าย
1.6 ใหSการสนบั สนุนดาS นอุปกรณง[ บประมาณขวัญกำลงั ใจในการดำเนนิ งาน
1.7 ใหSคำปรึกษา แนะนำท่ีดแี ก@ผSรู ับการนิเทศ
1.8 ชว@ ยเหลือและส@งเสรมิ ใหคS รูมีความรSู และมพี ัฒนาการทางวชิ าชพี
1.9 ใชSเทคนิคการบรหิ ารมาช@วยเพิ่มประสิทธิภาพการนเิ ทศภายในสถานศึกษา
1.10 ติดตามและประเมินผลการจัดการนิเทศภายในโรงเรียน
2. บทบาทหนาS ทีข่ องครใู นฐานะผSนู ิเทศ มีบทบาทและหนาS ท่ดี งั น้ี
2.1 ร@วมวางแผนในการปฏิบัติงาน โดยมีส@วนร@วมในการคิดวิเคราะห[สภาพป‡ญหาและความตSองการ
รวมทงั้ วางแนวทางในการปฏิบตั งิ าน
หลกั การและแนวคิดการนิเทศภายในโรงเรยี น ดร.อนุศร หงษข< นุ ทด
40
2.2 ดำเนินการนิเทศ และใหSคำแนะนำ คำปรึกษาในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน มีส@วนร@วมใน
การทำงาน ใหกS ารช@วยเหลือชว@ ยแกSไขจุดบกพร@อง และช้แี นะใหSผรSู บั การนเิ ทศไดพS ฒั นาตนเอง
2.3 เปhนวิทยากรใหSความรูSในสิ่งที่จะปฏิบัติตามทักษะ ความรูSความสามารถที่มี หรือเชิญวิทยากรจาก
แหล@งวชิ าการอ่นื มาช@วยใหคS วามรSแู ก@ผรูS บั การนิเทศ
2.4 สาธิต และนำเสนอรูปแบบการสอนที่สอดคลSองกับบริบทของสถานศึกษาที่สามารถพัฒนาผูSเรียน
ใหมS คี ุณลกั ษณะทพี่ งึ ประสงค[ตามหลกั สูตร
2.5 สรSางขวญั และกำลังใจแกผ@ Sรู บั การนิเทศเพอ่ื กระตนุS และสนับสนนุ ใหผS ูSรบั การนเิ ทศไดพS ฒั นาตนเอง
2.6 เผยแพร@แนวคิด ผลงานทางวิชาการ วิธีการจัดการเรียนการสอนที่หลากหลายใหSแก@ผูSรับการนิเทศ
และเพ่อื นครู เพ่ือแลกเปลีย่ นเรียนรใูS นการพฒั นาการเรียนการสอนอย@างตอ@ เนอ่ื งและสมำ่ เสมอ
2.7 ถ@ายทอดผลงานที่ตนเองเช่ยี วชาญใหSกบั ผูSรับการนเิ ทศ และผูSท่สี นใจเพอ่ื ขยายผลตอ@ ไป
2.8 ผลิตสื่อและนวัตกรรมทางการศึกษา เพื่อพัฒนาการเรียนการสอน และเผยแพร@แก@ผูSรับการนิเทศ
และเพอื่ นครูผูสS อนอย@างกวSางขวาง
2.9 ดำเนินการประเมินผลการจัดการนิเทศภายในสถานศึกษา เพื่อหาทางปรับปรุงแกSไขจุดบกพร@อง
ต@าง ๆ และเพือ่ หาทางยกระดบั คณุ ภาพของการปฏบิ ตั ิงานใหSสงู ขึ้น
3. บทบาทหนาS ทีข่ องครใู นฐานะผูรS ับการนเิ ทศ มีบทบาทและหนาS ที่ดังน้ี
3.1 ใหSความร@วมมือกับผูSนิเทศในการร@วมประชุมวางแผนแกSป‡ญหาการจัดการเรียนการสอน และการ
ดำเนินงานนิเทศภายในสถานศึกษา โดยแสดงความคิดเหน็ และอภิปรายอย@างเตม็ ความสามารถ
3.2 รบั ฟ‡งความคดิ เห็นและขSอเสนอแนะแลวS นำไปปฏบิ ตั ิ
3.3 ต้งั ใจปฏบิ ัตงิ านตามหนาS ที่ที่ไดSรับมอบหมายอยา@ งเตม็ ความสามารถ
3.4 ใหคS วามรว@ มมือผูนS เิ ทศเปhนอยา@ งดีในเรื่องของการตดิ ตามประเมนิ ผลการปฏบิ ตั งิ าน
3.5 ร@วมปรึกษากบั ครูผนSู ิเทศในการหาแนวทางแกไS ขปญ‡ หาและพฒั นางานในสถานศกึ ษา
3.6 เปhนผSูมสี ว@ นร@วมในการนเิ ทศการสอนในชัน้ เรยี น
3.7 เปhนผูSที่ใฝ•หาความรูS พยายามเสริมสรSางทักษะและความสามารถในการปฏิบัติเพื่อใหSเกิดเจตคติที่ดี
ต@อการพัฒนาวชิ าชีพ
การพฒั นา (Growth)
ในการพฒั นาตอS งมุง@ พฒั นาใน 2 เรอื่ ง ไดSแก@ การพัฒนาบุคลากร และการพฒั นางาน ดังนี้
1. การพัฒนาบุคลากร เปhนการพัฒนาวิชาชีพ (Professional Development) เปhนเรื่องของการดำเนินการ
เพื่อใหSครูไดSมีความรูS ความเขSาใจในเรื่องที่เกี่ยวขSองมากขึ้น ใหSมีศักยภาพที่สามารถทำการสอนไดSอย@างมีประสิทธิผล
หลักการและแนวคดิ การนิเทศภายในโรงเรียน ดร.อนศุ ร หงษ<ขนุ ทด
41
มากขึ้น ผูSบริหารจะตSองทำความเขSาใจในความตSองการของทั้งระดับตัวบุคคลและกลุ@มบุคคล เนื่องจากครูจะมี
ระดับความพรอS ม หรือมวี ฒุ ภิ าวะ และมปี ระสบการณ[ท่ีแตกตา@ งกนั จะตSองคำนึงถึง ดังนี้
1.1 ความตSองการในการกำหนดแผนงานและรูปแบบในการพัฒนาการเรยี นรSูดวS ยตนเอง
1.2 สง่ิ ที่พัฒนาควรสอดคลอS งกับประสบการณ[การเรยี นรSู
1.3 ควรเนSนปญ‡ หาเปhนศนู ย[กลางมากกว@าเนSนเนื้อหาเปนh ศนู ยก[ ลาง
1.4 ประสบการณใ[ นอดีตอาจนำมาใชSรว@ มกับประสบการณ[การเรยี นรทูS ีจ่ ะเสรมิ สรSางขนึ้ ใหม@ไดS
2. การพัฒนางาน ตSองพัฒนาทั้งคุณภาพ ประสิทธิภาพและผลสัมฤทธิ์ เพื่อแกSป‡ญหาการเรียนการสอน
เปhนการแสวงหาแนวทางวิธีการและรูปแบบการสอนใหม@ ๆ เขSามาใชSในการปรับปรุงคุณภาพการเรียนการสอน
เพราะการสอนเปhนความพยายามช@วยใหSบุคคลมีความรูSความสามารถหรือเปลี่ยนพฤติกรรม ครูผSูสอนตSองจัด
กิจกรรมการเรียนการสอนที่เนSนใหSนักเรียนไดSคิดวิเคราะห[ สรSางองค[ความรูSไดSดSวยตนเองตามศักยภาพและความ
ถนัด นำภูมิป‡ญญาทSองถิ่นมาประยุกต[ใชSหรือสอดแทรกในการสอน มีการใชSเคร่ืองมือ อุปกรณ[ สื่อ และเทคโนโลยี
ที่ทันสมัยรวมทั้งมีการประเมิน เพื่อพัฒนาการสอนของครู ดังนั้นในการพัฒนางานเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา
ตSองมุ@งเนนS ไปทกี่ ารพฒั นาการเรียนการสอน โดยมีแนวทางการดำเนนิ งานดงั น้ี
2.1 มุ@งเนSนการปฏิบัติงานจริง โดยไดSมีการกำหนดใหSครูผSูสอนจัดทำแผนการเรียนรูSและออกแบบการ
เรียนรูSโดยใชSสื่อ กิจกรรมและเทคนิควิธีการที่หลากหลายสอดคลSองเหมาะสมกับเนื้อหาสาระ ความสามารถ และ
ความสนใจของผูSเรยี น
2.2 ส@งเสริม สนับสนุน ใหSครูผูSสอน ศึกษาคSนควSา พัฒนา อบรม เพื่อสรSางองค[ความรูS นวัตกรรม งานวิจัย
ต@าง ๆ ตามความถนดั ของแต@ละคน เพ่อื พัฒนาไปเปนh ผลงานทางวิชาการ และพฒั นาวิชาชีพ
2.3 จัดหาเครื่องมือ อุปกรณ[ สื่อ เทคโนโลยีที่ทันสมัย ใหSเพียงพอกับความตSองการในการจัดการเรียน
การสอน ของครูผูสS อนและนกั เรยี น
2.4 ผูSบริหารและครูผูSสอนตSองกำหนดแนวทางนิเทศ กำกับ ติดตาม ควบคุม ประเมินผล การจัดการเรียน
การสอนร@วมกัน โดยไดSกำหนดใหSครูผูSสอนทุกคนตอS งมกี ารจดั ทำแผนการเรียนรใSู นทุกสาระการเรยี นรูทS ีท่ ำการสอน
2.5 ประเมนิ มาตรฐานการพัฒนาการเรียนการสอนอยา@ งสมำ่ เสมอ โดยใชกS ารประเมนิ คณุ ภาพภายใน
สถานศกึ ษาเปhนตัวชวี้ ัดในการพัฒนา
การสรBางเครือขาP ย (Networking)
การสรSางเครือข@ายสำหรับการนิเทศภายในสถานศึกษาขนาดเล็กมุ@งเนSนไปที่สรSางเครือข@ายวิชาการภายนอก
สถานศึกษากับสถานศึกษาอื่น หรือเปhนสมาชิกเครือข@ายวิชาการกับสถานศึกษา หรือองค[กรที่เกี่ยวกับการศึกษาอื่น
เนื่องจากบุคลากรในสถานศึกษาขนาดเล็กมีจำนวนนSอย การสรSางเครือข@ายจะช@วยใหSผูSบริหารและครูผูSสอน ไดSมี
หลกั การและแนวคิดการนเิ ทศภายในโรงเรยี น ดร.อนศุ ร หงษข< นุ ทด
42
การแลกเปลี่ยนขSอมูลข@าวสาร แนวคิด ทักษะ ความรูS ประสบการณ[ เครื่องมือและสื่อต@าง ๆ ผ@านการประชุม การสัมมนา
การแลกเปลี่ยนเรียนรูS การพูดคุย การศึกษาดูงาน และการใหSความร@วมมือกันในการดำเนินโครงการ การแบ@งป‡น
ทักษะ และประสบการณ[ใหSแก@กันเปhนการเสริมความสมบูรณ[ใหSกับผูSบริหารและครูผูSสอน ที่เปhนสมาชิกเครือข@าย
จะช@วยลดขั้นตอนการทำงานและการใชSทรัพยากรที่ซ้ำซSอน ทำใหSการพัฒนามีประสิทธิภาพ ซึ่งส@งผลใหSเกิดความ
เขSาใจกันมากขึ้น นำไปสู@การทำงานร@วมกันเพื่อประโยชน[ของทุกฝ•าย ตอบสนองความตSองการในการแกSป‡ญหา
ไดSรับความช@วยเหลือ ไดSรับกำลังใจ การจูงใจและการยอมรับ จากเพื่อนร@วมวิชาชีพ ซึ่งมีความสำคัญต@อการยกระดับ
คุณภาพการศกึ ษาเปhนอย@างยิ่ง การทำงานร@วมกันของเครือข@ายใหSประสบผลสำเรจ็ ควรดำเนนิ การดังนี้
1. กำหนดเปnาหมายของเครือข@ายใหSชัดเจน ผูSบริหาร ครูผูSสอน และสถานศึกษา หรือองค[กรที่เกี่ยวกับ
การศึกษาอื่นท่ีเปhนเครือข@ายกัน ตอS งมคี วามคาดหวังที่ตรงกัน และจะตSองไดSรบั ประโยชน[จากการสราS งเครอื ขา@ ยร@วมกนั
2. ตSองวิเคราะห[ป‡ญหาร@วมกันและมีความพรSอมที่จะทำงานร@วมกัน การสรSางความผูกพัน และความรับผิดชอบ
ต@อการสราS งเครือขา@ ย จะทำใหSเครือข@ายประสบความสำเรจ็
3. ผูSเกี่ยวขSองทุกฝ•ายทั้งผูSที่มีหนSาที่นิเทศและผูSรับการนิเทศตSองใหSเวลากับเครือข@าย ในการจัดกิจกรรม
ทางวิชาการและเขาS รว@ มกิจกรรม เพือ่ สรSางความสมั พนั ธ[และมีความเคล่อื นไหวอยา@ งตอ@ เน่ือง
4. ใหSความเคารพและความไววS างใจซ่ึงกนั และกนั
5. จดั ใหSมแี ละกระตุSนใหSมีการสื่อสารระหวา@ งกันอยา@ งทวั่ ถึง และสม่ำเสมอ
6. การสรSางเวบ็ ไซต[เพอ่ื แลกเปลย่ี นเรยี นรกูS ัน และเช่ือมโยงเครือขา@ ยเขาS ดSวยกันเพ่อื การสอ่ื สารทงี่ @ายตอ@
การเขSาถงึ ทท่ี ันสมยั และเปนh ปจ‡ จุบนั
7. ดำเนินกจิ กรรมสม่ำเสมอ เปhนกจิ กรรมทตี่ Sองแน@ใจวา@ ทำไดS และสมาชกิ ทกุ คนไดรS ว@ มกนั ทำงาน ควร
เลือกกิจกรรมที่ง@ายและมีแนวโนมS ประสบผลสำเร็จ
เทคนคิ การนิเทศ (Techniques)
การทีส่ ถานศึกษาจะเลือกใชSเทคนิค วธิ ีการ กจิ กรรมการนิเทศใดยอ@ มข้ึนอย@ูกบั ความพรSอมของสถานศึกษา และ
ตSองคำนงึ ถึงความสอดคลอS งกบั จดุ ประสงคก[ ารนเิ ทศภายในเทคนคิ การนเิ ทศภายในสถานศึกษา มเี ทคนคิ วิธีการ
และกิจกรรมท่ีหลากหลาย สามารถนำไปใชSไดSดงั ต@อไปนี้
1. การประชุม เชน@ ประชมุ ปรกึ ษาหารือ เตรยี มการดSานต@าง ๆ ก@อนเป•ดภาคเรียนการประชมุ ทางวิชาชพี เปนh ตSน
2. การปฐมนเิ ทศแนะนำบุคลากรใหม@ใหSคSนุ เคย ใหSสามารถปรับตวั เขSากับสภาพแวดลอS ม ระเบยี บขSอปฏบิ ตั ิ
ตา@ ง ๆ ท่ีเกย่ี วขอS ง
3. การใหSคำปรึกษาแนะนำ ทั้งเปhนรายบุคคล และเปhนรายกลุ@ม วิธีการนี้ผูSนิเทศและผูSรับการนิเทศ จะมี
ปฏิสมั พนั ธ[กันใกลชS ิด และสามารถใหSการนเิ ทศไดSตรงตามสภาพป‡ญหาและความตSองการ
หลกั การและแนวคดิ การนเิ ทศภายในโรงเรยี น ดร.อนศุ ร หงษข< นุ ทด
43
4. การประชุมปฏิบัติการ การอบรม มุ@งเนSนใหSเกิดความรูSใหม@ๆ (knowledge) ทักษะ (skill) และเจตคติ
(attitude) เปhนการเสริมความรูSใหม@ ใหทS ันต@อความเปล่ยี นแปลง
5. การสัมมนา เปhนการแลกเปล่ยี นความคดิ เห็น การระดมความคดิ (brain storming)
6. การสาธิตการสอน เปhนกิจกรรมสำคัญที่ควรจัดใหSมีในโรงเรียน การเรียนรูSหรือเลียนแบบจากผูSเชี่ยวชาญ
ประหยัดเวลาและไดSรับประสบการณต[ รง จัดหาแบบทด่ี ี
8. การสนทนาวิชาการ ในวงวิชาการนั้นควรมีหลายรูปแบบ เช@น การศึกษาเอกสารวิชาการแลSวนำความรูS
มาแลกเปลี่ยนกัน การเชิญผูSเชี่ยวชาญเฉพาะเรื่องมาบรรยาย อาจใชSเวลาพักเท่ียงวัน ซึ่งไม@กระทบต@อการทำงาน
ทกุ คนมีเวลาว@างพอท่จี ะเขSารว@ มกจิ กรรมไดS อาจจัดเดือนละคร้งั ในหวั ขอS ที่สนใจรว@ มกัน
9. การเยี่ยมนิเทศชั้นเรียน หรือการสังเกตการณ[สอน เปhนเทคนิคการนิเทศเพ่ือช@วยครูปรับปรุงการสอนใหS
ดีขึ้น มีขั้นตอนที่จะตSองปฏิบัติร@วมกันของผูSใหSและผูSรับการนิเทศ บนวัตถุประสงค[ร@วมกัน คือ ทำเพื่อผูSเรียน
ลดขSอบกพร@อง หรอื เสรมิ ใหดS ียงิ่ ขึ้น ในการพัฒนาการเรยี นการสอน
10. การศึกษาดูงาน เปนh การศึกษาขSอดี ขSอบกพร@อง ขSอจำกัด เพอื่ นำมาปรบั ปรุงความพรSอมดSานตา@ ง ๆ
ของตนเอง
11. การวิจัยเชิงปฏิบัติการ หรือวิจัยเชิงพัฒนา (Research and development: R&D) ส@งเสริมใหSครูทำ
วจิ ัยในชน้ั เรียนเปนh การวิจัยเพ่ือนำผลมาใชใS นการปรบั ปรงุ และพฒั นาการเรียนการสอน
12. การจัดนิทรรศการ การเผยแพร@ผลงานทางวิชาการ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรูSเกี่ยวกับการพัฒนางาน
วิชาการ และการพัฒนาการเรียนการสอน การนำเสนอตSองเปhนที่น@าสนใจ โดยการใชSสื่อ เครื่องมือทางเทคโนโลยี
ทางการศึกษาเขSามาช@วยผูSนิเทศและผูSรับการนิเทศ ควรหาวิธีที่เหมาะสมที่สุดนำไปใชS และสามารถบูรณาการ
หลายๆ วธิ ีในการนิเทศครัง้ หน่ึงๆ ก็ไดS
สอื่ และเคร่อื งมอื นเิ ทศ (Tools and media)
สื่อ และเครื่องมือนิเทศ ในที่นี้หมายรวมถึงเทคโนโลยีสารสนเทศดSวย ถือเปhนเครื่องมือสำคัญในการพัฒนา
คุณภาพการศึกษาทุกดSาน สถานศึกษาขนาดเล็กสามารถจัดหาส่ือ และเครื่องมือนิเทศจากที่อื่นมาใชSไดS โดยพิจารณาถึง
ความสอดคลSองของวัตถุประสงค[ และเปnาหมายของการนิเทศ อาจเปhนการนำเอามาใชSเลย หรือนำมาประยุกต[ใหS
สอดคลSองกับบริบทของสถานศึกษาก็ไดS การผลิตและพัฒนาสื่อ เครื่องมือการดำเนินงานนิเทศภายในสถานศึกษามี
แนวทางการดำเนินงานดังน้ี
1. การกำหนดเปnาหมายในการพัฒนา หรอื เปnาหมายในการนิเทศ
2. การวิเคราะหเ[ น้อื หา และความสอดคลSองของสอื่ ท่ีมีอยู@
3. การออกแบบส่อื และเครือ่ งมือนิเทศ
หลกั การและแนวคดิ การนเิ ทศภายในโรงเรยี น ดร.อนศุ ร หงษ<ขุนทด
44
4. การเตรียมวัสดุ อปุ กรณอ[ ่นื ๆ ที่เกี่ยวขSอง
5. การผลิต และพัฒนาสือ่ เคร่ืองมอื นิเทศ
6. การทดลองใชS ในสถานศึกษาขนาดเล็กเปhนการนำสื่อและเครื่องมือไปใชSจริงแลSวปรับปรุง พัฒนาไป
พรSอมกนั เพอ่ื นำไปใชคS รง้ั ตอ@ ไปในการนิเทศท่ีมวี ตั ถุประสงค[เดยี วกนั ในชนั้ อ่นื ๆ เนอื่ งจากบคุ ลากรมจี ำนวนนSอย
7. การจัดทำเอกสารประกอบการใชSสือ่
8. การจัดเตรียมแผนการใชSส่อื
9. การประเมินผลส่อื เพอื่ เปhนแนวทางในการพัฒนาครง้ั ตอ@ ไป
การจัดทำ และพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อใชSเปhนเครื่องมือในการดำเนินงานนิเทศภายในสถานศึกษา
และการจัดการเรยี นการสอน มีแนวทางการดำเนินงานดงั น้ี
1. การจัดทำ พฒั นา และปรับปรงุ ระบบฐานขSอมลู
2. ดำเนินการออกแบบฐานขอS มูล
3. การบริหารจดั การฐานขSอมูล และผลการดำเนินงาน
4. การนำไปใชS และเผยแพร@
5. การจดั ทำ พฒั นา และปรับปรุง website ของสถานศึกษา
6. การปรับปรงุ ความทนั สมัยของขSอมลู บน website ใหเS ปนh ป‡จจุบัน ตลอดจนปรับปรงุ ขอS มูลผลการ
ดำเนินงาน และขSอมูลอ่นื ๆ ใน website ใหSทนั สมัยอยเู@ สมอ
7. การจัดการคอมพวิ เตอร[ และเครือขา@ ย (network) ใหSใชSงานไดอS ยา@ งมีประสทิ ธิภาพอยเู@ สมอ
การประเมินผลการนเิ ทศ (Evaluation)
การประเมินผลการนิเทศการศึกษา เปhนกระบวนการหนึ่งของการทำงานเชิงระบบ (system approach)
และเปhนขั้นตอนหนึ่งของกระบวนการนิเทศการศึกษา การประเมินผลเปhนงานกำกับ ติดตาม ประเมินผล และตีค@า
ผลงานที่ไดSทำมาแลSวว@า บังเกิดผลดีเพียงใด และนำผลที่ไดSจากการประเมินมาใชSประโยชน[ในการปรับปรุงแกSไข
การประเมินผลการนิเทศการศึกษาจึงเปhนกระบวนการที่มีความสำคัญเพื่อปรับปรุงพัฒนาการนิเทศการศึกษาใหS
บรรลุผลตามเจตนารมณ[ของการนิเทศการศึกษาต@อไป ซึ่งแนวทางการประเมินผลการนิเทศ ในการวิจัยครั้งนี้ไดSใชS
ขนั้ ตอนในการดำเนินการประเมนิ ผลการนเิ ทศการศึกษาของ กติ ิมา ปรีดีดิลก มาประยกุ ตใ[ ชS ดงั น้ี
1. กำหนดวัตถุประสงค[ของการประเมิน ในการประเมินงานแต@ละอย@างนั้นย@อมมีจุดมุ@งหมายต@าง ๆ กัน
เช@น การประเมินผลการสอนของครูเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน หรือการประเมินผลงานในโรงเรียนจุดมุ@งหมาย
หลกั การและแนวคดิ การนิเทศภายในโรงเรยี น ดร.อนุศร หงษ<ขุนทด
45
ย@อมแตกต@างกัน เช@น ประเมินผลงานเพื่อประโยชน[ในการนำไปปรับปรุงแกSไข ประโยชน[เพื่อสรSางความเขSาใจอันดี
ประโยชน[เพอื่ การจดั สรรงาน เปhนตSน
2. กำหนดหลักเกณฑ[ของการประเมินผลงาน ไดSแก@ การกำหนดหลักเกณฑ[หรือมาตรฐานเพื่อใชSในการ
วินิจฉัยคณุ ค@าหรือราคาของผลงานว@ามีลักษณะอย@างไร มกี ารแจกแจงรายละเอียดไวใS หSเขSาใจ
3. กำหนดวิธีการ และเครื่องมือสำหรับการวัดผลเปhนการนำเอาวิธีการและเครื่องมือทางการวัดมาใชSเพื่อ
ชว@ ยเก็บรวบรวมขอS มลู เปhนกรรมวธิ ใี นการนำเอาผลงานมาเปรียบเทียบกบั มาตรฐานของผลงาน
4. การวินิจฉัยคุณค@าของขSอมูลต@าง ๆ ที่รวบรวมไดSแลSว หมายถึง การกำหนดคุณค@าของขSอมูลซึ่งจะตSอง
อาศัยเกณฑ[มาตรฐานเปนh เคร่ืองประกอบการวินิจฉัยคณุ คา@ ของขอS มลู ต@าง ๆ เหลา@ น้ัน
5. การสรุปผลของการประเมินผลงานทั้งหมด ไดSแก@ การนำผลงานของวินิจฉัยคุณค@าของขSอมูลต@าง ๆ มา
สรุปเปhนผลของการประเมินผลงานทั้งหมดเปhนส@วนรวม เช@น การวินิจฉัยคุณค@าของผลงานทั้งหมดใหSเห็นว@า
กาS วหนาS อย@างไร หรือควรจะมกี ารแกSไขปรับปรงุ อยา@ งไร
มนุษยสมั พันธR (Human relations)
การดำเนินงานนิเทศภายในสถานศึกษาที่มีประสิทธิภาพ และประสบผลสำเร็จตามเปnาหมายไดSนั้น มนุษยสัมพันธ[
ระหว@างผูSนิเทศและผูSรับการนิเทศเปhนสิ่งจำเปhน เพราะการดำเนินการใด ๆ ไม@มีใครสามารถทำไดSสำเร็จไดSดSวยตัว
คนเดียว และการที่จะสามารถทำใหSผูSอื่นยอมรับที่จะใหSความรว@ มมือ จำเปhนที่จะตSองมีเทคนิคในการสรSางมนุษยสัมพันธ[
ที่ดี การนิเทศภายในสถานศึกษาโดยเฉพาะอย@างยิ่งผูSนิเทศ จำเปhนตSองมีความเกี่ยวขSองกับบุคคลต@าง ๆ หลายฝ•าย
ป‡จจยั สำคัญในการนำไปสูค@ วามสำเร็จในการมีมนุษยสัมพันธ[ท่ีดี จะตอS งประกอบไปดSวยการเขSาใจตนเอง การเขSาใจ
ผูSอื่น การเขSาใจสิ่งแวดลSอม การมีมนุษยสัมพันธ[ที่ดีจะช@วยใหSผูSนิเทศไดSรับความร@วมมือในการทำงานเปhนอย@างดี
วิธีการของผูSนิเทศที่จะสรSางแรงจูงใจในการทำงานใหSเกิดขึ้นในหมู@ผูSนิเทศ และผูSรับการนิเทศ ทั้งในสถานศึกษาและ
ที่เปhนเครือข@าย ประกอบดSวย การสรSางบรรยากาศที่ดีในการทำงาน การแสดงความจริงใจและเขSาใจ การยอมรับ
ความคิดเห็นของผูSอื่น การสรSางความเปhนกันเอง การแสดงกิริยามารยาทที่ดี การใหSความช@วยเหลือซึ่งกันและกัน
การยอมรบั นับถือ การปรับปรงุ ตนเอง การประนีประนอม และการวางตนใหเS ปhนที่น@าศรทั ธา
หลกั การและแนวคิดการนเิ ทศภายในโรงเรยี น ดร.อนศุ ร หงษข< ุนทด
46
บทท่ี 4
การประยกุ ตใR ชBเทคโนโลยีสารสนเทศและการสือ่ สารเพอ่ื สนับสนุนการนิเทศภายในโรงเรยี น
ป‡จจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) มีบทบาทในชีวิตประจำวันมนุษย[อย@างเห็นไดSชัดเจน
และเปhนยุคแห@งการติดต@อสื่อสารแบบไรSขอบเขต “Anytime Anywhere Anyplace” ภายใตSยุค internet of
Things (IoT) หรือ อินเทอร[เน็ตสรรพสิ่ง ท่ีอุปกรณ[เครื่องใชS หรือสิ่งต@าง ๆ ถูกเชื่อมโยงบนเครือข@ายอินเทอร[เน็ต
ทำใหSเราสามารถสั่งการควบคุมการใชSงานอุปกรณ[ต@าง ๆ ผ@านทางเครือข@ายอินเตอร[เน็ต เช@น การสั่งเป•ด- ป•ดไฟ
ผ@านโทรศัพท[เคลื่อนที่ การดำเนินการเกี่ยวกับธุรกรรมการเงินผ@านแอพพลิเคชั่น เปhนตSน ซึ่งในขณะนี้โลกของเรา
กำลังกSาวเขาS ส@ูยคุ พลิกผนั (Disruption Era) ทมี่ ีการพัฒนาเทคโนโลยแี บบกาS วกระโดดมีการพัฒนาปญ‡ ญาประดิษฐ[
(Artificial Intelligence: AI) ที่มีความฉลาดหรือความรSูที่สรSางขึ้นมาจากสิ่งที่ไม@มีชีวิต ซึ่งรวบรวมหลาย ๆ สิ่งไวSใน
สิ่งนั้น เพ่ือใหSตอบสนองความตSองการของมนุษย[ใหSสามารถคิดและเปhนผูSช@วยในดSานต@าง ๆ เช@น ระบบนำทางรถยนต[
ไรSคนขับ, ช@วยผSูอัจฉริยะในสมาร[ทโฟน ทีเราคSุนกับชื่อ Siri ในระบบปฏิบัติการบนโทรศัพท[มือถือ iPhone พัฒนาการของ
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารดังกล@าว ทำใหSชีวิตความเปhนอยู@เปลี่ยนแปลง ส@งผลต@อการดำรงชีวิตประจำวัน
ทำใหSมนุษย[ตSองเรียนรSู และปรับเปลี่ยนตนเอง ใหSทันต@อวิทยาการใหม@ ๆ ทั้งในป‡จจุบันและอนาคต หรืออีกนัยหน่ึง
คือตSองรSูเท@าทันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT Literacy) ซึ่งเปhนป‡จจัยหนึ่งท่ีส@งผลต@อการเปลี่ยนแปลง
ของสังคมอย@างรวดเร็ว ทั้งดSานการศึกษา เศรษฐกิจ สังคม การเมืองและวัฒนธรรม บทบาทเหล@านี้มีแนวโนSมท่ี
สำคญั ในการพัฒนาประเทศ (หนว@ ยศึกษานเิ ทศก[, 2562: 62)
การนิเทศภายในโรงเรียนก็มีความจำเปhนที่จะตSองมีการปรับเปลี่ยนเพื่อใหSมีความทันสมัย กSาวทันการ
พัฒนาของเทคโนโลยี ซึ่งการประยุกต[ใชSนั้นผSูอำนวยการโรงเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาภายในโรงเรียน
รวมทั้งนักเรียนทุกคน จำเปhนจะตSองมีความรูS ความเขSาใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อที่จะ
นำไปประยุกต[ใชSใหSเหมาะสมกับบริบทและความพร5อมของโรงเรียน ทั้งในดSานโครงสรSางพื้นฐาน(Infrastructure)
ดSานอุปกรณ[ (Hardware) ดSานบุคลากร (People-ware) ซึ่งในป‡จจุบันมีแอพพลิเคชั่นท่ีพัฒนาขึ้นเพื่อสนับสนุน
การจัดการหรือการเรียนรูSที่หลากหลาย ในครั้งนี้จะขอนำเสนอแอพพลิเคชั่นที่สามารถนำไปประยุกต[ใชSเพ่ือ
สนบั สนนุ การนิเทศภายในโรงเรียน (หน@วยศึกษานิเทศก[, 2562: 62) ดังต@อไปนี้
การประยกุ ตใR ชB Google Classroom สำหรับการนเิ ทศภายในสถานศึกษา
Google Classroom เปhนแอปพลิเคชันที่พัฒนาขึ้นโดย Google ที่จัดอย@ูในกลุ@มของการใหSบริการในหมวดหมู@
Google for Education ที่มีเครื่องมือสำหรับใชSในงานดSานการศึกษาที่ประกอบไปดSวยแอปพลิเคชัน ต@าง ๆ เช@น
จีเมล (Gmail) เอกสาร (Docs) ปฏิทิน (Calendar) ไดรฟ± (Drive) และหSองเรียน (Classroom) เปhนตSน โดยเครื่องมือ
ที่พัฒนาขึ้นมาสามารถนำมาประยุกต[ใชSไดSอย@างหลากหลายทั้ง ในเรื่องของการบริหารงานในองค[กร หรือนำมาใชSใน
การจัดการเรียนการสอนหรือมาประยุกต[สำหรับการนิเทศภายในสถานศึกษาไดSดSวย สำหรับวัตถุประสงค[ของ Google for
Education พัฒนาขึ้นมาเพื่อรองรับการทำงานของโรงเรียนในทุกระดับ ทั้งโรงเรียน ขนาดเล็กหรือใหญ@ หรือแมSกระท่ัง
หลกั การและแนวคิดการนเิ ทศภายในโรงเรียน ดร.อนุศร หงษ<ขุนทด