The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by parnupong1718, 2021-03-22 21:24:22

นิตยสารสงครามโลกครั้งที่2

XD

WWII

บทบาทและทา่ ทขี องสหรฐั อเมริกาในช่วงก่อน
สงครามโลกครั้งท่ี 2

นับตั้งแต่สหรฐั อเมริกาได้รบั เอกราชใน พ.ศ. 2319 แล้ว สหรฐั อเมรกิ ามุ่งพฒั นา
ประเทศทางดา้ นเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง และปฏบิ ัตติ ามนโยบายของประธานาธบิ ดี เจมส์
มอนโร (James Monroe) ซ่งึ ไดป้ ระกาศ “วาทะมอนโร” เม่ือ พ.ศ. 2366 เป็นหลกั การวา่
มหาอ านาจในยโุ รปจะตอ้ งไมจ่ บั จองดนิ แดนในทวปี อเมริกาเป็นอาณานิคมของตนอีกตอ่ ไป และ
สหรัฐอเมรกิ าจะยดึ มนั่ ในนโยบายโดดเดยี่ วไม่ยุ่งเก่ียวกบั กจิ กรรมภายในของประเทศอนื่ หลีกเลี่ยง
การท าสงคราม แตจ่ ะมาติดตอ่ ค้าขายกันไดด้ ้วยเหตนุ ีส้ หรัฐอเมริกาจึงไมม่ นี โยบายจะยึดดนิ แดน
ในภูมภิ าคใด ๆ

สหรัฐปิดประเทศโดดเดย่ี ว สมยั ประธานาธิบดมี อนโร ตามแนวคิดในวาทะมอนโร สหรฐั
จะไม่แทรกแซงกจิ การประเทศอ่นื และไมย่ อมให้ประเทศอน่ื มาแทรกแซงกจิ การของ
ตนเม่ือเกดิ วิกฤตเศรษฐกจิ หลังสงครามโลกครง้ั ท่ี 1 และรฐั บาลไมส่ ามารถแกป้ ญั หา
ได้ ประชาชนจงึ เลือกพรรคเดโมแครต(Democratic Party)เขา้ มาเปน็ รฐั บาลปกครอง
ประเทศโดยประธานาธิบดี แฟรงคลิน ดี รสุ เวลท์ ไดร้ ับเลือกตอ่ กนั ถงึ สสี่ มัย
( ค.ศ.1933 – 1945 )

สาเหตุของการเกดิ สงครามโลกครงั้ ท่ี 2

1.ความไมเ่ ปน็ ธรรมของสนธิสญั ญาแวรซ์ ายส์และสญั ญาสนั ตภิ าพฉบับอน่ื ๆ ซงึ่ ท�ำ ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 1
เยอรมนั และชาติผแู้ พส้ งคราม ถูกบงั คับใหล้ งนามในสญั ญาทตี่ นเสยี เปรยี บ
2.การเติบโตของลทั ธทิ างทหาร หรอื ระบบเผดจ็ การ มผี นู้ ำ�หลายประเทศสรา้ งความเขม้ แขง็ ทางทหาร และสะสม
อาวุธร้ายแรงต่างๆ
3.ความลม้ เหลวขององค์การสันนิบาตชาติ การท�ำ หนา้ ท่ีรักษาสนั ตภิ าพไมป่ ระสบผลส�ำ เรจ็
4.ความขัดแย้งในอดุ มการณท์ างการเมอื ง แนวความคดิ ของผู้นำ�ประเทศท่นี ิยมลัทธิทางทหาร ไดแ้ ก่ ฮิตเลอร์ ผู้น�ำ
ลทั ธินาซีของเยอรมนี และเบนนิโต มสุ โสลินี ผนู้ ำ�ลัทธฟิ าสซสี ม์ ของอิตาลี ทงั้ สองตอ่ ต้านแนวความคิดเสรนี ิยม
และระบบการเมืองแบบรัฐสภาของชาตยิ ุโรป แตใ่ หค้ วามส�ำ คัญกบั พลังของลทั ธชิ าตินยิ ม ความเข้มแข็งทางทหาร
และอำ�นาจผู้น�ำ มากกว่า

การฉกี สัญญาแวรซ์ ายส์ของทพั นาซี

ชนวนของสงครามโลกครงั้ ท่ี 2

เกดิ จากเยอรมนีโจมตีโปแลนด์ และเรยี กรอ้ งขอดินแดนฉนวน ดานซิก คนื ท�ำ ให้
องั กฤษและฝร่ังเศส ซึง่ สนบั สนุนโปแลนด์ ประกาศสงครามกบั เยอรมนที ันที ต่อมา
เม่อื การรบขยายตัว ทำ�ใหน้ านาประเทศทเ่ี ก่ียวขอ้ งถกู ดึงเข้าร่วมสงครามเพิ่มขน้ึ ( 1
กนั ยายน ค.ศ.1339)

เยอรมันบุกโปแลนด์

ญีป่ นุ่ รุกรานแมนจเู รีย แล้วตั้งเป็นรัฐแมนจกู ัว เพอื่ เปน็ แหลง่ อตุ สาหกรรมและ
แหล่งท�ำ ทุนใหม่สำ�หรบั ตลาดการคา้ ของญี่ปุ่น
การเพ่ิมก�ำ ลังอาวุธของเยอรมัน และฉีกสนธสิ ญั ญาแวรซ์ ายส์
กรณพี พิ าทระหว่างอติ าลกี บั องั กฤษ ในกรณีที่อิตาลบี ุกเอธิโอเปยี
เยอรมนั ผนวกออสเตรีย ทำ�ให้เกดิ สนธิสัญญา แกนเบอร์ลนิ – โรม
(เยอรมนั & อติ าล)ี ต่อมาประเทศญ่ีปนุ่ เขา้ มาท�ำ สนธสิ ญั ญาดว้ ย กลายเปน็ สนธิ
สัญญา แกนเบอรล์ ิน – โรม – โตเกียว เอ็กซิส
สงครามกลางเมอื งในสเปน
เยอรมนั เขา้ ยึดครองเชคโกสโลวเกีย

ประเทศคสู่ งครามใน WW.II
แบง่ ออกเปน็ 2ฝา่ ยดังน้ี

(1) กลมุ่ ประเทศฝา่ ยพนั ธมิตร ชาติผนู้ ำ�ทสี่ �ำ คัญ ไดแ้ ก่ องั กฤษ ฝร่งั เศส
สหรัฐอเมริกา และสหภาพโซเวยี ต รวมทงั้ ยงั มีประเทศในภมู ิภาคตา่ ง ๆ เขา้

ร่วมสมทบดว้ ยอกี จ�ำ นวนมาก
(2) กลุ่มประเทศฝ่ายอักษะ ชาติผ้นู �ำ ทส่ี ำ�คัญได้แก่ เยอรมนี ญ่ปี ุ่น และ

อิตาลี

ญป่ี นุ่ โจมตฐี านทพั เรอื สหรฐั อเมริกาที่ อา่ วเพิร์ล ฮาร์เบอร์

การโจมตเี พริ ล์ ฮาร์เบอร์ เป็นการโจมตที างทหารอยา่ งน่าประหลาดใจของกอง
กำ�ลังพิเศษทางอากาศแห่งกองทัพเรือจักรวรรดญิ ปี่ ่นุ ต่อฐานทพั เรือสหรัฐทท่ี ่า
เพริ ล์ ดินแดนฮาวาย ในเช้าวนั ที่ 7 ธนั วาคม ค.ศ. 1941 การโจมตีคร้ังน้ีไดเ้ ป็นที่
รู้จักกันคือ ยุทธการเพิรล์ ฮาร์เบอร์ น�ำ ไปสกู่ ารเขา้ ร่วมสงครามโลกครั้งทส่ี องของ
สหรัฐอเมริกา ผูน้ �ำ ทางทหารญ่ปี ุ่นได้เรยี กการโจมตคี รั้งนี้ว่า ปฏิบตั กิ ารฮาวาย
และปฏิบัตกิ ารเอไอ และปฏิบตั ิการแซดในช่วงระหวา่ งการวางแผน

การโจมตคี ร้ังนไ้ี ด้เจตนาเป็นการปฏิบัติปอ้ งกนั เพื่อไมใ่ หก้ องเรือแปซฟิ ิก
ของสหรฐั เขา้ แทรกแซงการปฏบิ ตั ทิ างทหารซึง่ จกั รวรรดญิ ีป่ นุ่ กำ�ลงั
วางแผนในเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใตต้ อ่ ดนิ แดนโพน้ ทะเลของสหราช
อาณาจักร เนเธอรแ์ ลนด์และสหรฐั มีการโจมตขี องญีป่ นุ่ พรอ้ มกนั ท่ี
ฟลิ ิปปนิ ส์ซ่งึ สหรฐั ถือครองอยู่ และต่อมาด้วยจกั รวรรดิบริติชในมาลายา
สิงคโปรแ์ ละฮ่องกง

จากในแงผ่ ูป้ ้องกนั การโจมตเี ร่ิมเมือ่ 7.48 น. ตามเวลาฮาวาย (18:18 GMT) ฐานทพั ไดถ้ ูกโจมตีโดยเครอื่ ง
บินญ่ปี ุน่ 353 ลำ�(รวมทัง้ เครื่องบนิ ขับไล่, เครอื่ งบินทง้ิ ระเบดิ แบบระดับและดำ�ดิง่ และทง้ิ ระเบิดตอร์ปิโด)
แบง่ เปน็ สองระลอก บนิ ขน้ึ จากเรอื บรรทุกเครอ่ื งบิน 6 ลำ� เรือรบแหง่ กองทพั เรือสหรฐั ทั้งแปดล�ำ เสยี หาย
โดยสี่ล�ำ จม ทงั้ หมดถูกซอ่ มแซมข้ึนใหม่ (ยกเวน้ ยูเอส แอริโซนา) เรือรบหกลำ�จากแปดล�ำ ไดก้ ลับเขา้ ประจำ�
การและออกสรู้ บในสงคราม ฝ่ายญป่ี ่นุ ยงั จมหรอื สรา้ งความเสยี หายแกเ่ รือลาดตระเวนสามลำ� เรอื พฆิ าต
สามลำ� เรอื ฝึกต่อสู้อากาศยานหนงึ่ ล�ำ และเรือวางท่นุ ระเบิดหนง่ึ ล�ำ เคร่ืองบินสหรฐั 188 ล�ำ ถกู ท�ำ ลาย ฝา่ ย
อเมริกันเสยี ชีวติ 2,403 นาย บาดเจบ็ 1,178 นาย สถานท่ตี งั้ ฐานทพั สำ�คญั อยา่ งโรงไฟฟา้ อตู่ อ่ เรือแหง้ และ
น้ำ� โรงซ่อมบำ�รุง เชือ้ เพลิงและเก็บตอรป์ ิโด ตลอดจนสะพานเทยี บเรอื ดำ�น้�ำ และอาคารกองบัญชาการ
(ซง่ึ เปน็ ทีต่ ง้ั ของฝา่ ยขา่ วกรอง) ไมถ่ ูกโจมตี ฝา่ ยญปี่ ุ่นสญู เสยี เล็กน้อย คอื เครอ่ื งบนิ 29 ลำ�และเรือดำ�น�ำ้
ขนาดเล็กมากหา้ ล�ำ และทหารเสยี ชีวิตหรอื บาดเจ็บ 65 นาย กะลาสชี าวญีป่ ุ่นถูกจับได้หน่ึงคน คอื คะซุโอะ
ซะกะมะกิ

ความเสยี หายของกองทพั สหรัฐอเมริกา ในการโจมตี
อา่ วเพริ ล์ ฮาร์เบอร์

ในวันที่ 7 ธันวาคมพ.ศ. 2484 ญป่ี นุ่ เร่ิมลงมอื ดว้ ยการซ่อนกองเรอื บรรทกุ เคร่ืองบินแล้วเข้าใกลอ้ ่าวเพิร์ล
ฮาเบอรใ์ ห้ไดม้ ากทีส่ ดุ แล้วน�ำ เคร่ืองบินบนิ ต่ำ�หลบคลนื่ เรดาร์ อมริกาตรวจพบเครือ่ งบนิ 400ลำ�ก�ำ ลังเขา้
เกาะ ปรากฏวา่ ทหารอเมรกิ าคดิ ว่าเป็นเครอื่ งบินบี-17ของตนบนิ กลบั มาจากจนี เคร่ืองบินของกองทพั
ญ่ปี ่นุ ย่ิงเข้าใกลเ้ กาะขน้ึ เรือ่ ยๆในขณะทีท่ หารเรือก�ำ ลังตกปลาอยู่ แผนการรบทัง้ หมดคิดโดย นายพลเรือ
อโิ ซโรกุ ยามาโมโต และไดด้ ัดแปลงตอรป์ ิโดคือใสไ่ ม้รูปทรงคล้ายๆกล่องเขา้ ไปที่ใบพดั จงึ ทำ�ใหส้ ามารถยงิ
ในน�้ำ ตนื้ ได้ การรบดังกลา่ วทำ�ให้เกดิ ความสญู เสียอยา่ งหนกั คือ ทหาร2408 นาย เรือรบ 18 ล�ำ เครื่องบนิ
400 ลำ� และทำ�ใหส้ หรฐั อเมรกิ าประกาศสงครามกบั ญป่ี ่นุ ในที่สุด

สหรัฐอเมริกาประกาศเข้าร่วมสงครามโลกคร้งั ที่ 2

หลังจากการโจมตีของญปี่ ่นุ ทอ่ี า่ วเพิร์ล ฮารเ์ บอรครัง้ น้ี ท�ำ ให้สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร
ออสเตรเลยี จีน และฝา่ ยสัมพันธมติ รตะวนั ตกประกาศสงครามกับญ่ีปนุ่ อย่างเปน็ ทางการ สว่ นทาง
ด้านเยอรมนี อติ าลี และกล่มุ ประเทศตามสนธิสัญญาสามฝ่ายก็ไดต้ อบสนองโดยการประกาศสงคราม
กับสหรัฐอเมริกาเชน่ กนั ในเดอื นมกราคม ค.ศ. 1942 สหรฐั อเมรกิ า สหราชอาณาจกั ร สหภาพโซเวียต
และจนี รว่ มดว้ ยยีส่ ิบสองรัฐบาลซ่งึ เปน็ ประเทศเลก็ หรอื เป็นรัฐบาลพลดั ถ่นิ ไดร้ ่วมกันออกปฏิญญา
สหประชาชาติ ซ่ึงเปน็ การรับรองกฎบตั รแอตแลนตกิ แตส่ หภาพโซเวยี ตมไิ ด้ปฏิบัตติ ามแถลงการณด์ งั
กล่าว และคงความตกลงเปน็ กลางกบั ญี่ปนุ่ และด�ำ เนนิ การตดั สนิ ใจตามหลกั การพิจารณาของตนเพียง
ฝ่ายเดยี ว นับต้งั แต่ ค.ศ. 1941 สตาลินไดร้ ้องขอเชอรช์ ลิ ล์และโรสเวลตอ์ ยา่ งตอ่ เน่ืองใหเ้ ปิด “แนวรบ
ท่ีสอง” ขน้ึ ในฝรั่งเศส แนวรบดา้ นตะวนั ออกจะกลายเปน็ เขตสงครามหลักของสงครามในยุโรปและ
สร้างความสูญเสยี แกช่ วี ติ ของชาวโซเวียตหลายล้านคน ซึ่งท�ำ ให้การสูญเสียหลายแสนคนของฝา่ ย
สมั พันธมิตรตะวันตกเปน็ เรือ่ งเล็กนอ้ ย เชอรช์ ิลล์และโรสเวลต์กล่าวว่าพวกเขาต้องการเวลาเตรียมการ
มากกว่านี้ จึงนำ�ไปสกู่ ารบอกเลา่ ท่วี ่าพวกเขาชะลอเพ่อื ช่วยชวี ติ ชาวตะวันตกดว้ ยราคาของชีวติ ชาวโซ
เวีย

จุดเปลี่ยนของสงคราม

ตน้ เดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1942 ญ่ีปุน่ ได้เร่มิ วางแผนยึดพอรต์ มอรส์ บใี นปฏบิ ัติการโม โดยการโจมตีแบบ
สะเทินน�้ำ สะเทินบก เพ่ือเปน็ การตดั เสน้ ทางเสบียงระหวา่ งสหรฐั อเมรกิ ากับออสเตรเลยี อย่างไรก็ตาม ฝ่าย
สมั พันธมิตรสามารถเขา้ ขดั ขวางและทำ�ใหท้ ัพเรือญ่ปี ่นุ ต้องล่าถอยไปไดใ้ นยุทธนาวีทะเลคอรัล และสามารถขัด
ขวางการบกุ ครองปาปวั นวิ กนิ ไี ด้ส�ำ เรจ็ ส่วนแผนการขัน้ ต่อไปของญป่ี ่นุ อนั เกิดจากการกระต้นุ หลงั กรงุ โตเกยี ว
ถกู ทิง้ ระเบดิ คอื การยึดครองหมเู่ กาะมดิ เวย์ รวมไปถงึ การลอ่ เรอื บรรทุกเครอ่ื งบินอเมรกิ ันทีย่ ังคงเหลอื อยใู่ น
มหาสมทุ รแปซิฟิกมาทำ�ลายในการรบด้วยและในขณะเดียวกัน ญ่ีปุ่นไดส้ ง่ อกี กองทพั หนงึ่ ไปยึดหมเู่ กาะอะลูเชยี
นในอะแลสกา ในต้นเดอื นมิถนุ ายน ญี่ปุ่นก็ได้งดั เอาแผนของตัวเองออกมาปฏิบตั ิ แตก่ ถ็ ูกสกัดก้ัน เน่ืองจาก
กองทัพสหรฐั อเมริกาสามารถถอดรหัสลับกองทัพเรอื ญ่ีป่นุ ได้ต้ังแตเ่ ม่ือปลายเดือนพฤษภาคม กองทพั เรอื
สหรัฐอเมริกาจงึ ไดเ้ ตรยี มตวั รับมอื กบั การบุกของญปี่ นุ่ ไดอ้ ย่างถกู ต้อง รวมไปถึงใช้ขา่ วกรองดังกลา่ วกระทงั่ ได้
รบั ชยั ชนะเด็ดขาดในยุทธนาวีมิดเวย์เหนือกองทพั เรอื ญีป่ ุ่น

การยกพลขึ้นบกทีห่ าด นอรม์ อ็ งดี (D-DAY)

6 มถิ ุนายน ค.ศ. 1944 ฝ่ายพนั ธมติ รตะวนั
ตกได้ยกพลขึน้ บกท่หี าดนอรม์ ็องดีในปฏบิ ัติ
การโอเวอร์ลอร์ด และหลงั จากการมอบหมาย
หน้าท่ีใหก้ ับกองทัพสมั พันธมิตรหลายกองพลใน
อิตาลีแลว้ จงึ เรมิ่ การรุกเข้าส่ฝู รงั่ เศสตอนใต้ใน
เดอื นสิงหาคม จนสามารถปลดปลอ่ ยกรุงปารสี
ได้ในวันที่ 25 สิงหาคม และในชว่ งเวลาต่อมาก
ระท่ังส้ินปี กองทัพฝ่ายสัมพันธมิตรไดผ้ ลกั ดนั
กำ�ลังเยอรมันในยโุ รปตะวันตกกลับไปถงึ แม่น�ำ้
ไรน์ แต่ความพยายามทีจ่ ะรุกเข้าส่เู ยอรมนีตอน ซ่งึ น�ำ โดยปฏบิ ัติการพลร่มครัง้ ใหญใ่ นเนเธอรแ์ ลนด์ จบลงด้วย
เหนือ ความลม้ เหลว จากนั้น สัมพนั ธมิตรตะวันตกผลกั เขา้ สู่เยอรมนี

อย่างชา้ ๆ แต่ไมป่ ระสบความส�ำ เร็จในการขา้ มแมน่ ำ้�รูร์อกี คร้ัง
ในการรุกครั้งใหญ่ ในอิตาลี การรกุ ของสัมพนั ธมติ รกช็ ้าลงเชน่
กนั เมอ่ื ถึงแนวป้องกันหลกั สุดทา้ ยของเยอรมนี

จกั รวรรดิเยอรมนั ใน สงครามโลกคร้งั ท่ี 2

เยอรมนีถือไดว้ า่ เปน็ ผนู้ ำ�ของกลุ่มประเทศฝา่ ยอกั ษะอยา่ งไมเ่ ป็นทางการ เน่ืองจากว่าเยอรมนมี กี องทัพ

ขนาดใหญท่ ่ีสุดและมวี ิทยาการเจรญิ ก้าวหนา้ ทสี่ ุดในกองทัพประเทศฝ่ายอักษะทัง้ หมด ภายใตก้ ารน�ำ ขอ
งอดอล์ฟ ฮิตเลอรแ์ ห่งพรรคนาซี

นโยบายดา้ นการต่างประเทศของเยอรมนเี กย่ี วขอ้ งกับการเหยยี ดเชอื้ ชาติ โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ชาวยิว
และชาวโซเวียต รวมไปถึงแนวคดิ ท่ีจะสรา้ งมหาจักรวรรดเิ ยอรมัน ซ่ึงเป็นการรวมเอาประชากรเชอื้ ชาติ
เยอรมนั ทงั้ หมดในทวีปยโุ รปมาอยภู่ ายใต้การปกครองเดียวกนั และยังรวมไปถึงแนวคดิ เลเบนสเราม์ ซ่ึง
เป็นการแสวงหาดินแดนแถบยุโรปตะวนั ออก

เยอรมนเี ข้าสสู่ งครามโลกครั้งท่ีสองเม่ือวนั ท่ี 1 กนั ยายน ค.ศ. 1939 ภายหลงั การบกุ ครองโปแลนด์
นักประวัติศาสตรห์ ลายคนเชอ่ื ว่า จุดเปล่ยี นท่ีน�ำ ไปส่หู ายนะของกองทัพเยอรมนั คือ การรุกรานสหภาพ
โซเวียต รวมไปถงึ การเข้ารว่ มสงครามของสหรัฐอเมรกิ า หลังจากการท�ำ ศึกหลายดา้ น น�ำ ไปสู่ความพา่ ยแพ้

อดอลฟ์ ฮติ เลอร์ ผนู้ ำ�ประเทศเยอรมัน ในสมัยสงครามโลกคร้งั ที่2

เม่ือวันท่ี 1 กนั ยายน ค.ศ. 1939 เยอรมนีและรฐั บริวารสโลวาเกียบกุ ครองโปแลนด์ วัน
ที่ 3 กนั ยายน ฝรง่ั เศสและสหราชอาณาจกั รประกาศสงครามกับเยอรมนี ตามมาด้วยบรรดา
ประเทศในเครอื จักรภพแห่งชาติ แต่ได้ให้ความช่วยเหลือแกโ่ ปแลนดเ์ พยี งเลก็ นอ้ ยเฉพาะ
การโจมตขี นาดเล็กของฝรัง่ เศสเข้าไปในซารล์ นั ท์เทา่ นั้นแมว้ ่าอกี ทางหนึ่ง อังกฤษกบั ฝร่ังเศส
จะเรมิ่ ตน้ การปดิ ล้อมทางทะเลต่อเยอรมนีเม่อื วนั ท่ี 3 กนั ยายน ซึง่ มเี ปา้ หมายที่จะทำ�ลาย
เศรษฐกิจและความพยายามสงครามของเยอรมนี

เมื่อวนั ที่ 1 กันยายน ค.ศ.
1939 เยอรมนีและรัฐบรวิ าร
สโลวาเกียบุกครองโปแลนด์ วัน
ท่ี 3 กันยายน ฝรัง่ เศสและสห
ราชอาณาจักรประกาศสงคราม
กบั เยอรมนี ตามมาดว้ ยบรรดา
ประเทศในเครอื จักรภพแห่ง
ชาติ แต่ได้ให้ความชว่ ยเหลอื แก่
โปแลนด์เพยี งเล็กนอ้ ยเฉพาะ
การโจมตีขนาดเล็กของฝร่งั เศส
เขา้ ไปในซาร์ลนั ท์เทา่ นนั้ แมว้ า่
อกี ทางหน่งึ อังกฤษกับฝรัง่ เศสจะ
เริ่มตน้ การปิดล้อมทางทะเลต่อ
เยอรมนเี มอ่ื วันที่ 3 กนั ยายน ซึง่
มเี ปา้ หมายทจ่ี ะทำ�ลายเศรษฐกจิ
และความพยายามสงครามของ
เยอรมนี

ทหารเยอรมันกำ�ลงั ปลดตราประจ�ำ
รัฐบาลโปแลนด์

แผนที่แสดงที่ตั้งของกองทัพเยอรมนีและโปแลนด์
เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 1939 และแผนการของ
เยอรมนี

เกรด็ ความร?ู้
กองทพั โปแลนด์รบกบั รถถังเยอรมันด้วยทหารม้า

เรือ่ งเลา่ ดังกลา่ วคาดวา่ นา่ จะมาจากการโฆษณาชวนเชื่อของเยอรมนั ซงึ่ วาดภาพ
เกีย่ วกบั ยุทธการทโ่ี คจานตี ซึง่ ทหารม้าโปแลนดถ์ กู เปิดฉากยงิ เข้าใสโ่ ดยยานเกราะของ

ขา้ ศึกทอี่ ำ�พรางอยู่ แต่กระนน้ั ทหารมา้ ก็ไม่เคยเป็นฝา่ ยเปดิ ฉากบุกเข้าใส่กอ่ น
เลย

ยทุ ธการทฝ่ี ร่ังเศส
การบุกโดยกองทพั เยอรมันเพื่อยดึ ครองภาคเหนอื ของประเทศฝร่ังเศสและกลมุ่
ประเทศแผ่นดนิ ต่ำ�ในชว่ งสงครามโลกคร้งั ทีส่ อง ฝร่ังเศสไดป้ ระกาศสงครามต่อเยอรมนี
ในวันที่ 3 กันยายน 1939 หลงั จากท่เี ยอรมนียกทัพบกุ ครองโปแลนดซ์ ง่ึ เปน็ พันธมิตรกับ
ฝร่งั เศสและอังกฤษ ในชว่ งตน้ เดือนกันยายน 1939 ทางกองทัพฝร่งั เศสบุกเขา้ ซาร์ลันท์
ของเยอรมนั อย่างมีขอบเขต แต่ในกลางเดือนตลุ าคมของปีน้ันทางกองทพั ฝร่ังเศสกลบั
ถอนกำ�ลังมากลบั ประจ�ำ ตำ�แหนง่ เดมิ หลงั แนวมาฌีโน ตลอดหกสปั ดาห์หลงั ตง้ั แต่วนั ที่ 10
พฤษภาคม 1940 เปน็ ต้นไป กองทหารเยอรมันเอาชนะกองทหารสัมพันธมติ รโดยปฏบิ ัติ
การยานยนต์ และเข้าพิชิตฝรัง่ เศส เบลเยียม, ลกั เซมเบิรก์ , เนเธอรแ์ ลนด์ เป็นจดุ สนิ้ สดุ
ของแนวรบดา้ นตะวนั ตกจนกระท่งั การยกพลขน้ึ บกทีน่ อรม์ อ็ งดี ในวนั ท่ี 6 มิถนุ ายน 1944
อติ าลีไดเ้ ข้าร่วมกบั เยอรมนีและประกาศสงครามตอ่ ฝรงั่ เศสในวันท่ี 10 มิถนุ ายน 1940

ความพงั พินาศท่ปี ระเทศฝร่งั เศศ ในปี 1940

วนั ดเี ดย์ ( D-Day)

กองกำ�ลังฝ่ายสมั พันธมติ รจากสหราชอาณาจักร สหรัฐฯ แคนาดา และฝร่ังเศส ยกพลข้ึนบกท่ี
หาดนอร์มังดี ชายฝั่งตอนเหนือของฝรั่งเศส เม่อื วนั ที่ 6 ม.ิ ย. ปี ค.ศ. 1944
มนั คือปฏิบัตกิ ารรว่ มของทหารเรอื ทหารบก และทหารอากาศ ครง้ั ยิ่งใหญ่ที่สุดเพอื่ เริ่มตน้
ยุทธการปลดปลอ่ ยประเทศในยโุ รปเหนือและยโุ รปตะวนั ตกให้หลุดพ้นจากการยึดครองของกอง
ทพั นาซีด

เครอ่ื งบินรบของฝา่ ยสัมพนั ธมติ รสง่ ทหารหน่วยพลรม่ กระโดดลงไปดา้ นหลังแนวรบของนาซี
ในช่วงเวลาหลังเทย่ี งคนื ของวนั ที่ 6 ม.ิ ย. เลก็ น้อย ขณะทเ่ี รอื อกี หลายพนั ล�ำ เคลื่อนไปท่นี อกชายฝัง่
แคว้นนอรม์ งั ดี เพื่อเตรยี มโจมตี
แมจ้ ะคาดการณไ์ ว้แล้วว่าจะมีการโจมตี แตผ่ ้นู �ำ กองทพั เยอรมนั เชอ่ื วา่ มันเปน็ เพยี งการโจมตีขัน้ ตน้
และเปน็ กลยุทธเ์ พ่อื เบ่ยี งเบนความสนใจเท่านนั้

ยทุ ธการทเ่ี ดอะเฮก

ยทุ ธการทเี่ ดอะเฮก เกิดขนึ้ ในวันท่ี 10 พฤษภาคม ค.ศ. 1940 เป็นสว่ นหนงึ่ ของยทุ ธการที่
เนเธอรแ์ ลนด์ ระหวา่ งกองทัพเนเธอร์แลนด์ (Royal Netherlands Army) และกองก�ำ ลงั ทหารโดดร่ม
ของเยอรมนี ฟลั เชยี ร์มเยเกอรแ์ หง่ กองทพั อากาศลฟุ ท์วัฟเฟอ กองก�ำ ลงั ทหารโดดร่มได้โดดร่มลง
ในและรอบๆพนื้ ท่ขี องเดอะเฮกเพ่ือเขา้ ยดึ สนามบนิ และเมอื งของเนเธอร์แลนด์ ภายหลังจากไดเ้ ข้า
ยดึ เมืองแลว้ เยอรมนมี ีแผนการท่ีจะบีบบังคับให้สมเด็จพระราชนิ ีนาถวลิ เฮลมนิ าแห่งเนเธอรแ์ ลนด์
ตัดสินพระทยั ทจ่ี ะยอมจำ�นนและความพ่ายแพ้ของราชอาณาจักรเนเธอรแ์ ลนด์ภายในหนึง่ วัน ปฏิบัติ
การกลบั ล้มเหลวในการเขา้ จับกมุ สมเดจ็ พระราชินี และกองก�ำ ลงั เยอรมนั ไดล้ ม้ เหลวในการยึดครอง
สนามบนิ ภายหลงั จากเนเธอรแ์ ลนดไ์ ดท้ �ำ การตีโต้กลบั ทหารทเ่ี หลือรอดชวี ติ ภายใตก้ ารนำ�ของ Von
Sponeck ได้สั่งให้ล่าถอยไปยังเนนิ ทรายทีอ่ ย่ใู กลๆ้ และถูกไล่ลา่ โดยทหารชาวดตั ช์จนกระทง่ั กอง
บญั ชาการทหารสงู สดุ ของเนเธอร์แลนด์ เนอื่ งจากความพ่ายแพ้ทีส่ ำ�คัญในแนวรบอน่ื ๆ ไดต้ ดั สินใจที่
จะยอมจำ�นนในหา้ วันต่อมา

เมอื งรอตเทอรด์ าม กรุงเดอะเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ หลงั ถกู ทง้ิ

เมื่อวนั ท่ี 22 มถิ ุนายน ค.ศ. 1941 เยอรมนี
รวมถึงกลมุ่ ประเทศฝา่ ยอักษะในทวปี ยโุ รปและ
ฟนิ แลนด์ ไดบ้ กุ ครองสหภาพโซเวยี ตในปฏบิ ัติ
การบารบ์ ารอสซา ซ่งึ เป็นการโจมตีทีเ่ หนือความ
คาดหมาย โดยมีเป้าหมายคอื การยดึ ครองรฐั
บอลตกิ มอสโก และยเู ครน และกำ�หนดเปา้
หมายสูงสดุ ไวใ้ กลก้ บั แนวเอ-เอ เมอื่ ปลายปี ค.ศ.
1941 ซง่ึ เปน็ แนวทีเ่ ชอ่ื มตอ่ ระหวา่ งทะเลสาบ
แคสเปียนกับทะเลขาว สว่ นวัตถุประสงค์ของฮิต
เลอร์ คอื การท�ำ ลายล้างแสนยานุภาพทางทหาร
ของสหภาพโซเวียต กวาดลา้ งระบอบคอมมิวนสิ ต์
และสรา้ ง “พน้ื ทีอ่ ยู่อาศยั โดยการใช้ก�ำ ลังแยง่ ชงิ
ดนิ แดนมาจากชนพน้ื เมืองเดิมและเป็นการรบั
ประกนั การสร้างหนทางซ่ึงนำ�ไปสูก่ ารยดึ ครอง
ทรัพยากรทีจ่ ำ�เป็นต่อทำ�ลายคแู่ ข่งของเยอรมนที ี่ เยฟเกนี คัลดี ชา่ งภาพทหารผถู้ ่าย
ยงั เหลืออยู่ ภาพ ปกั ธงโซเวียตเหนือรฐั สภานาซี

แม้ฝ่ายกองทัพแดงจะมีการเตรียมการตโี ต้ Roza Shanina สไนเปอร์หญิงกองทัพแดงวยั 19 ปี
ตอบทางยทุ ธศาสตร์ไวก้ ่อนสงครามกต็ ามแต่ ฆ่าทหารนาซี 54 คนในชว่ งสงครามโลกครง้ั ท่ี 2
ปฏบิ ตั กิ ารบารบ์ ารอสซาบีบใหก้ องบัญชาการ
ทหารสงู สดุ ของโซเวียตปรับใชแ้ ผนตงั้ รับทาง
ยุทธศาสตร์แทน ชว่ งฤดูรอ้ น กองทพั ฝ่ายอกั ษะ
ได้รับชัยชนะมาตลอด สามารถยดึ ครองดนิ แดน
อนั กวา้ งใหญ่ และสร้างความเสียหายทั้งทางดา้ น
ทรพั ยากรและกำ�ลังพลใหแ้ ก่สหภาพโซเวยี ตเป็น
อย่างมาก แตท่ ว่าในชว่ งกลางเดือนสงิ หาคม
กองบัญชาการทหารสูงสดุ เยอรมนีตดั สนิ ใจทีจ่ ะ
พักการรบของหมกู่ องทพั กลางเอาไว้ หลังจากท่ี
ก�ำ ลังพลมีจำ�นวนลดลง และแบง่ กล่มุ แพนเซอร์
ท่สี องไปสมทบกบั กองทพั ทกี่ ำ�ลังมงุ่ หน้าไปยงั
ตอนกลางของยเู ครนและเลนนิ กราด ยทุ ธการ
เคยี ฟประสบความส�ำ เร็จอย่างงดงาม ส่งผลท�ำ ให้
กองทัพโซเวียตถกู ท�ำ ลายไปถึงสก่ี องทัพ และ

ค.ศ. 1944 กองทพั เยอรมนั ไดพ้ ยายามอย่างเขา้ ตาจนเพ่ือความส�ำ เร็จโดยการเรยี กระดมกอง
หนนุ เยอรมนั และตโี ตต้ อบครั้งใหญ่ท่ปี ่าอารเ์ ดนิ เนส เพื่อทีจ่ ะแบง่ แยกฝา่ ยพนั ธมติ รตะวันตก โอบล้อม
กองก�ำ ลงั ฝา่ ยพันธมิตรตะวนั ตกขนาดใหญ่และยึดครองเมอื งทา่ เสบยี งท่ีส�ำ คัญทอ่ี ันทเ์ วริ ์พ เพือ่ ท่ีจะ
รกั ษาความสงบทางการเมอื งซึง่ กนิ เวลาจนถึงเดือนมกราคม ค.ศ. 1945 โดยไม่บรรลวุ ตั ถปุ ระสงคท์ าง
ยทุ ธศาสตรแ์ ต่อย่างใดเลยสว่ นในแนวรบด้านตะวนั ออก กองทัพโซเวียตโจมตีถงึ ฮังการี และกองทพั
เยอรมันจำ�เป็นต้องทง้ิ กรีซและยโู กสลาเวยี ขณะท่ใี นอติ าลี กองทัพสัมพนั ธมิตรยงั คงไมส่ ามารถโจมตีผ่าน
แนวป้องกันของเยอรมนั ได้ และกลางเดอื นมกราคม ค.ศ. 1945 สหภาพโซเวยี ตโจมตโี ปแลนด์ สามารถ
ผลักดันกองทพั เยอรมันจากแม่น�ำ้ วิสตูลาถงึ แม่นำ�้ โอเดอรใ์ นเยอรมนี และยดึ ครองปรสั เซยี ตะวันออก เมือ่
วนั ที่ 4 กมุ ภาพันธ์ ผนู้ ำ�สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และสหภาพโซเวียตได้เข้ารว่ มการประชมุ ท่ียลั ตา
ซึง่ ไดข้ อ้ สรุปถงึ การแบง่ ปนั ดินแดนของเยอรมนภี ายหลงั สงคราม และกำ�หนดเวลาทส่ี หภาพโซเวียตจะเขา้
ร่วมสงครามกบั ญีป่ ่นุ

ในเดอื นกุมภาพนั ธ์ กองทัพฝา่ ยสมั พนั ธมติ รตะวนั ตกไดเ้ ข้าสู่แผน่ ดนิ ของเยอรมนแี ละเข้าประชดิ แม่
นำ�้ ไรน์ ขณะที่กองทัพโซเวยี ตโจมตพี อเมอเรเนียตะวันออกและไซลเี ซยี เม่ือถงึ เดือนมีนาคม กองทพั
สมั พันธมิตรตะวนั ตกไดข้ า้ มแม่นำ�้ ไรน์ทง้ั ทางเหนอื และทางใต้ของแควน้ ไรน์-รูร์ และสามารถลอ้ ม
กองทพั เยอรมันขนาดใหญเ่ อาไว้ส่วนดา้ นกองทพั โซเวียตสามารถรกุ เขา้ ถึงกรงุ เวียนนา ในท่สี ดุ กองทพั
สัมพนั ธมิตรตะวนั ดกกส็ ามารถตีฝา่ แนวป้องกนั ของเยอรมนั ไดใ้ นอติ าลี และสามารถโจมตไี ดท้ างตะวนั
ตกของเยอรมนี เมอื่ ตน้ เดอื นเมษายน ค.ศ. 1945 ขณะทป่ี ลายเดอื นเดยี วกัน กองทัพโซเวียตเขา้ ถล่มกรุง
เบอรล์ นิ กองทพั ฝา่ ยพนั ธมิตรตะวันตกและกองทพั โซเวยี ตได้มาบรรจบกนั ท่ีแม่น้ำ�เอลเบอ เมื่อวันท่ี 25
เมษายน เม่ือวันท่ี 30 เมษายน ค.ศ. 1945 อาคารรัฐสภาไรชส์ทาคถกู ยึดครอง แสดงถงึ ความพ่ายแพ้
ทางการทหารของนาซเี ยอรมนี

อาคารไรชสท์ าคของเยอรมนี หลงั การครอบครองของกองทัพฝ่ายสมั พนั ธมิตร เม่ือวันที่ 3 มถิ ุนายน ค.ศ. 1945

วนั ที่ 30 เมษายน 1945 คอื วนั ทนี่ กั ประวัติศาสตร์สว่ นใหญ่ยอมรับกนั วา่ เป็นวนั ท่ี “อดอล์ฟ ฮิตเลอร”์ ผู้นำ�นาซี
เยอรมันผ้ยู ิ่งใหญ่ท่เี กอื บจะครองยโุ รปได้ทง้ั ทวีปยอมปลดิ ชพี ตัวเองพร้อมกบั คนรกั เพอื่ เล่ียงการตกเปน็ นกั โทษสงครามของ
โซเวียต แต่ผู้นำ�เยอรมนีที่เหน็ การเพลย่ี งพลำ้�ของกองทัพในแนวรบรอบดา้ นก่อนพ่ายแพอ้ ยา่ งสิ้นเชิงเป็นเวลาพอสมควรจะ
ไมค่ ดิ เลยหรือวา่ ตนเองอาจไม่สามารถพลกิ สถานการณไ์ ด้และไมไ่ ด้เตรียมลทู่ างส�ำ หรับหลบหนี?
การเสยี ชีวติ ของฮิตเลอร์เป็นการประกาศฝ่ายเดียวของเยอรมนรี ะบุว่าฮิตเลอร์ “ต่อสจู้ นถงึ ลมหายใจสดุ ทา้ ยตอ่ พวกบอล
เชวกิ (โซเวียต)” กอ่ นตง้ั ใหน้ ายพลแหง่ กองทัพเรอื คารล์ โดนติ ซ์ (Karl Doenitz) เปน็ ผสู้ บื ทอดอำ�นาจ ท�ำ ใหส้ ่อื ตะวนั ตก
อยา่ งนวิ ยอร์กไทม์ในสมยั นัน้ ต้งั ขอ้ สงสยั วา่ ค�ำ ประกาศของนาซเี ยอรมนั จะน่าเชอื่ ถือไดเ้ พยี งใด
“พวกนาซีโกหกสารพดั จนกลายเป็นภาคหน่ึงทางการเมอื งของพวกเขา และรายงานอ้างถึง (การตายของ) ฮติ เลอรย์ งิ่ เพมิ่
น�้ำ หนักเป็นเท่าตวั ให้กับหลายคนที่ต้งั ข้อสงสัยซงึ่ เป็นทแี่ พรห่ ลายอยแู่ ลว้ วา่ ปรมาจารย์แหง่ การหลอกลวงกำ�ลังพยายาม
ครงั้ สุดทา้ ยในการสร้างค�ำ โกหกครัง้ ใหญต่ อ่ ชาวโลกเพอื่ ท่ีจะรักษาชวี ิตตัวเอง และอาจเตรยี มท่ีจะกลับมาอกี ครง้ั ในเวลาท่ี
เหมาะสม” รายงานเรอ่ื ง “The End of Hitler” ลงวนั ที่ 2 พฤษภาคม 1945 ของนวิ ยอรก์ ไทม์ระบุ
“อย่าไปเช่ือสง่ิ ทพ่ี วกมันพูด จงเช่ือเมอื่ คุณไดเ้ หน็ ภาพของฮิตเลอรเ์ หมอื นกับทคี่ ณุ ได้เห็นภาพของมุสโสลินีเม่อื วานน้”ี ชาย
ชาวนวิ ยอรก์ เช้อื สายอติ าเลียนกลา่ วกับนวิ ยอรก์ ไทม์อ้างถงึ เบนิโต มุสโสลนิ ี อดีตผนู้ �ำ อติ าลีพนั ธมิตรคนสำ�คัญของฮิตเลอร์
ซึ่งถูกประหารในวนั ท่ี 28 เมษายน 1945 กอ่ นหนา้ การประกาศการฆา่ ตวั ตายของฮิตเลอรเ์ พยี ง 2 วัน

อดอล์ฟ ฮิตเอลร์ ผบู้ ัญชาการของนาซี

สหภาพโซเวยี ต

สหภาพสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียต หรือย่อเป็น
สหภาพโซเวียต เปน็ ประเทศอภิมหาอำ�นาจในอดตี บนทวีปยู
เรเชีย ระหวา่ งปี ค.ศ. 1922 ถงึ 1991 รัฐบาลและเศรษฐกจิ
ของสหภาพโซเวียตถูกรวมอย่ใู นระดบั สงู สหภาพโซเวียตเป็น
รฐั พรรคการเมอื งเดยี วซ่ึงปกครองโดยพรรคคอมมิวนิสตโ์ ดยมี
กรุงมอสโกเป็นเมืองหลวงของสาธารณรฐั ที่ใหญท่ ่สี ดุ สหพนั ธ์
สาธารณรัฐสงั คมนยิ มโซเวียตรัสเซยี มสี ถานะทเี่ ท่าเทยี มกนั
ในรฐั ธรรมนญู เช่นกันกบั สาธารณรฐั สหภาพ แต่ในความเป็น
จริงเป็นเพยี งการปกครองโดยพฤตนิ ยั สหภาพโซเวียตยงั เมอื ง
สำ�คัญอื่น ๆ ไดแ้ ก่นครเลนินกราด, เคียฟ, มนิ สค์, อลั มา-อะตา
และ โนโวซบี สี ค์ สหภาพโซเวียตยงั เปน็ หนึ่งในห้ารัฐทม่ี ีอาวธุ ธงชาตสิ หภาพโซเวียต

นิวเคลยี รอ์ ยใู่ นครอบครอง ,เป็นสมาชกิ ถาวรของคณะมนตรี
ความม่ันคงแหง่ สหประชาชาติ และเปน็ สมาชิกขององค์การ
ความม่ันคงและความรว่ มมือในยโุ รป และเป็นสมาชิกหลกั ของ
สภาเพื่อความช่วยเหลือซ่งึ กันและกนั ทางเศรษฐกิจ และ สนธิ
สญั ญาแห่งไมตรี ความรว่ มมือ และการชว่ ยเหลือซ่ึงกนั และกนั สหภาพโซเวยี ตมีรากฐานจากการปฏิวตั เิ ดอื นตลุ าคม
ในปี 1917 เมื่อพรรคบอลเชวคิ ภายใตก้ ารน�ำ ของวลาดี
มีร์ เลนนิ โค่นลม้ รัฐบาลช่วั คราวรสั เซยี ที่ซึ่งไดเ้ ข้ามาแทนที่
จกั รพรรดนิ ีโคไลท่ี 2 ในช่วงสงครามโลกคร้งั ท่ีหนงึ่ ในปี 1922
สหภาพโซเวียตก่อต้ังข้ึนด้วยการรวมกนั ของ สาธารณรฐั
รัสเซยี , ทรานส์คอเคซสั , ยเู ครน และ เบยี โลรัสเซีย หลังจาก
การอสัญกรรมของเลนนิ ค.ศ. 1924 และการตอ่ สแู้ ย่งชงิ
อำ�นาจในระยะเวลาส้ัน ๆ โจเซฟ สตาลนิ เถลิงอำ�นาจในกลาง
คริสต์ทศวรรษ 1920 สตาลินปราบปรามฝ่ายค้านการเมือง
ต่อเขา ยึดม่นั อดุ มการณข์ องรฐั กับลทั ธิมากซ–์ เลนนิ (ซง่ึ เขา
สรา้ ง) และรเิ ร่ิมเศรษฐกิจทมี่ ีการวางแผนจากสว่ นกลาง ผลคือ
ตราแผน่ ดนิ ของ ประเทศเข้าสูส่ มยั การปรบั ให้เปน็ อตุ สาหกรรมและการท�ำ ให้

เปน็ ระบบรวมอ�ำ นาจการผลิต (collectivisation) ทวา่ สตา
ลินเกดิ หวาดระแวงทางการเมอื ง และเร่มิ การกวาดล้างใหญ่
ซึ่งต่อมาทางการส่งคนจ�ำ นวนมาก (ผูน้ ำ�ทหาร สมาชกิ พรรค
คอมมวิ นสิ ต์ พลเมืองสามญั ) ไปค่ายกลู ักหรือตัดสนิ ประหาร
ชีวติ

เม่อื เร่ิมสงครามโลกครั้งทส่ี อง หลังสหราชอาณาจักรและฝร่งั เศสปฏิเสธพนั ธมติ ร
กับสหภาพโซเวยี ตตอ่ นาซีเยอรมนี สหภาพโซเวยี ตลงนามในสนธิสญั ญาไม่รกุ รานกบั
เยอรมนี ซ่งึ ชะลอการเผชิญหนา้ ระหวา่ งสองประเทศ แตถ่ กู ฉกี ใน ค.ศ. 1941 เมอื่ นาซีบุกครอง

เม่อื นาซีบกุ ครองเปิดฉากเขตสงครามใหญ่
สุดและมผี ู้เสียชวี ติ มากท่ีสุดในประวัตศิ าสตร์
กำ�ลงั พลสญู เสยี ของโซเวียตในสงครามคดิ เปน็
สดั สว่ นมากท่ีสุดของสงครามโลกคร้ังทส่ี อง
แตพ่ ลิกกลบั มาไดเ้ ปรยี บเหนือฝา่ ยอกั ษะใน
ยทุ ธการอนั ดเุ ดอื ดอย่างสตาลนิ กราด สุดท้าย
ก�ำ ลังโซเวยี ตยกผา่ นยโุ รปตะวนั ออกและยึดกรุง
เบอร์ลินใน ค.ศ. 1945 ท�ำ ใหฝ้ า่ ยเยอรมันสูญ
เสยี กำ�ลงั พลไปเป็นสว่ นใหญ่ ดินแดนยึดครอง
ของโซเวยี ตทีพ่ ชิ ติ จากกำ�ลงั อกั ษะในยโุ รปกลาง
และตะวันออกกลายเป็นรัฐบรวิ ารของกล่มุ ตะวนั
ออก ความแตกตา่ งทางอดุ มการณ์และการเมอื ง
กับกลุม่ ตะวนั ตกซ่งึ มีสหรฐั อเมริกาเป็นผนู้ ำ�นำ�ไป
สูก่ ารตงั้ สนธิสัญญาทางเศรษฐกิจและทางทหาร
จนลงเอยด้วยสงครามเยน็ อันยดื เยอื้

สตาลนิ กบั ริบเบนิ ทรอ็ พจับมอื กนั หลังจากลงนามในวันท่ี 23 สงิ หาคม
ค.ศ.1939

หลงั สตาลินถึงแก่อสัญกรรมใน ค.ศ. 1953 เกิดสมัย
การปรบั ใหเ้ สรี (liberalization) ทางสงั คมและเศรษฐกจิ สาย
กลางภายใต้รัฐบาลนกี ีตา ครุชชอฟ จากนั้น สหภาพโซเวียต
ริเริม่ ความส�ำ เร็จทางเทคโนโลยสี ำ�คญั ในครสิ ต์ศตวรรษท่ี 20
ซ่งึ รวมการปล่อยดาวเทยี มดวงแรกและเทยี่ วบนิ อวกาศของ
มนุษยเ์ ทยี่ วแรกของโลก นำ�ไปสู่การแข่งขนั อวกาศ (Space
Race) วกิ ฤตการณข์ ีปนาวุธคิวบา ค.ศ. 1962 เป็นสมยั ความ
ตึงเครียดสุดขดี ระหว่างสองอภมิ หาอำ�นาจ ถือวา่ ใกลต้ ่อการ
เผชญิ หน้านวิ เคลียร์ระหวา่ งทั้งสองทีส่ ดุ ในคริสต์ทศวรรษ
1970 เกดิ การผ่อนคลายความสัมพนั ธ์ แตก่ ลับมาตงึ เครยี ด
อีกคร้ังเมื่อสหภาพโซเวยี ตเริม่ ใหค้ วามช่วยเหลอื ทางทหาร
ในอฟั กานสิ ถานด้วยค�ำ ขอของรัฐบาลสังคมนยิ มใหมใ่ น ค.ศ.
1979 การทพั น้นั ผลาญทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละลากยาวโดยไร้
ผลลพั ธท์ างการเมอื งทีม่ ีความหมายใด ๆ

โจเซฟ สตาลิน เป็นผู้น�ำ ของสหภาพโซเวียต ต้ังแตก่ ลางทศวรรษท่ี 1920 ถงึ ค.ศ. 1953 และ
ดำ�รงตำ�แหนง่ เลขาธิการพรรคคอมมวิ นิสตแ์ ห่งมวลสหภาพ ซง่ึ เป็นตำ�แหน่งท่เี ปรียบไดก้ บั

ในปลายครสิ ตท์ ศวรรษ 1980 ผู้นำ�โซเวยี ตคนสุดทา้ ย มีฮาอลิ กอรบ์ าชอฟ มงุ่ ปฏิรูปสหภาพและขบั เคล่ือนประเทศใน
ทิศทางสงั คมประชาธปิ ไตยแบบนอรด์ กิ เรมิ่ ใช้นโยบายกลสั นอสต์และเปเรสตรอยคาในความพยายามยุตสิ มัยเศรษฐกจิ ชะงกั และ
ปรับการปกครองให้เปน็ ประชาธปิ ไตย ทวา่ ผลทีไ่ ด้นำ�ไปสขู่ บวนการชาตินยิ มและพยายามแยกตัวออกจากสหภาพโซเวียตอย่าง
เข้มขน้ ทางการกลางรเิ ร่มิ การลงประชามติซงึ่ ถูกสาธารณรัฐบอลติก อารม์ เี นีย จอร์เจีย และมอลโดวาคว่ำ�บาตร ซึ่งพลเมืองที่
ลงมติส่วนใหญอ่ อกเสียงเหน็ ชอบการรกั ษาสหภาพเป็นสหพันธรัฐท�ำ ใหม่ ในเดอื นสงิ หาคม ค.ศ. 1991 สายแขง็ (hardliner)
พยายามรัฐประหารต่อกอรบ์ าชอฟ โดยเจตนาย้อนนโยบายของเขาแต่รฐั ประหารล้มเหลว ประธานาธิบดีรสั เซยี บอริส เยลตซ์ นิ
มีบทบาทเด่นในการท�ำ ให้ผูก้ อ่ รฐั ประหารยอมจ�ำ นน สง่ ผลใหม้ กี ารหา้ มพรรคคอมมวิ นสิ ต์ ในวนั ที่ 25 ธันวาคม ค.ศ. 1991 กอร์
บาชอฟลาออกและสาธารณรัฐองคป์ ระกอบทเ่ี หลือสบิ สองสาธารณรฐั ก�ำ เนิดข้ึนจากการยบุ สหภาพโซเวียตเป็นรฐั เอกราชหลัง
โซเวียต สหพนั ธรฐั รสั เซีย สืบสิทธิและขอ้ ผกู พนั ของสหภาพโซเวยี ตและได้รับการยอมรับเป็นนติ ิบุคคลตอ่

มคิ าอิล กอรบ์ าชอฟ ผู้นำ�โซเวียตคนสุดท้ายุ่งปฏริ ปู สหภาพและขับเคลอ่ื นประเทศในทิศทางสังคมประชาธิปไตย

สาเหตขุ องสงครามโลกคร้งั ทีส่ อง

สาเหตุเบือ้ งต้นของสงครามโลกคร้ังทสี่ อง คือ ความตงึ เครียดเก่ียวกบั ชาตินยิ ม ประเด็นปัญหาทไ่ี มไ่ ด้รับการแก้ไข และ
ความไม่พอใจอนั เปน็ ผลสบื เน่ืองมาจากสงครามโลกครงั้ ทหี่ นึ่ง และสมัยระหว่างสงครามในทวปี ยโุ รป รวมทั้งผลกระทบของ
ภาวะเศรษฐกิจตกตำ�่ ครั้งใหญใ่ นช่วงครสิ ต์ทศวรรษ 1930 เหตกุ ารณ์ต่าง ๆ ไดล้ งเอยดว้ ยการปะทขุ องสงคราม ซึ่งมักเปน็ ทเ่ี ขา้ ใจ
ว่าเป็นการบกุ ครองโปแลนด์ โดยนาซีเยอรมนี ความกา้ วรา้ วทางทหารนเี้ ป็นผลมาจากการตดั สนิ ใจของผนู้ ำ�ของเยอรมนีและ
ญี่ป่นุ สงครามโลกครั้งทส่ี องเรม่ิ ต้นขึน้ จากการปฏบิ ัตอิ นั กา้ วรา้ วและบรรจบกบั การประกาศสงคราม หรือการต่อตา้ นด้วยกำ�ลงั

อดุ มการณ์ ลทั ธิ และปรชั ญา
การตอ่ ต้านคอมมิวนิสต์

พรรคบอลเชวิค ซ่ึงมแี นวคดิ ไมถ่ อื ชาติและหวั รุนแรง กา้ วขึน้ สอู่ ำ�นาจในรัสเซยี เม่ือเดอื นพฤศจกิ ายน ค.ศ. 1917 ซง่ึ หลงั
จากน้นั ได้มีความพยายามที่จะสนบั สนนุ ให้มกี ารจัดตั้งการปกครองทคี่ ลา้ ยคลึงกันในบริเวณอน่ื ของโลก ซงึ่ ประสบความส�ำ เร็จ
ในฮังการีและบาวาเรีย การกระท�ำ
ดงั กล่าวน�ำ มาซ่ึงความกลัวตอ่ การ
ปฏวิ ตั ขิ องคอมมิวนสิ ตใ์ นหลาย
ชาตยิ ุโรปตะวันตก ยโุ รปกลาง
และทวีปอเมริกา ในปี ค.ศ. 1919
ฝา่ ยไตรภาคีถึงกับตั้งรัฐพรมแดน
ขน้ึ ประชิดชายแดนดา้ นตะวนั ตก
ของรัสเซยี โดยหวงั วา่ จะสามารถ
จ�ำ กัดคอมมวิ นิสต์ไม่ให้แพรข่ ยาย
ออกมาจากรสั เซยี

ในเยอรมนีและอติ าลี
ความเฟอ่ื งฟูของฟาสซสิ ต์เปน็
หน่งึ ในสาเหตุของการเข้าร่วม
สงครามโลกคร้ังท่ีสองของประเทศเหล่านัน้ ทง้ั ฟาสซิสต์ในอิตาลแี ละเยอรมนีตา่ งกเ็ ปน็ ส่วนหนึง่ ในปฏกิ ริ ิยาตอบโต้การจลาจล
ของคอมมิวนสิ ต์และพวกสังคมนิยม กลมุ่ เหล่านไ้ี ดร้ บั การสนับสนุนจากฝา่ ยขวาและพวกทุนนิยม เน่อื งจากว่าเป็นขบวนการซง่ึ
ทงั้ สองต่างก็อาศยั ชนช้ันแรงงานและแยกพวกเขาออกจากลทั ธิมากซ์ ปจั จยั เพ่ิมเตมิ ในเยอรมนคี อื ความสำ�เรจ็ ของพวกไฟรคอร์
ฝ่ายขวา ในการท�ำ ลายสาธารณรัฐบาวาเรียนโซเวียต ในมิวนิก ปี ค.ศ. 1919 ทหารผ่านศึกจำ�นวนมากเหล่านี้กลายมาเป็นส่วน
ประกอบของหนว่ ยเอสเอของพรรคนาซี ซง่ึ ถกู ใช้เปน็ กองก�ำ ลังของพรรคในการสรู้ บตามท้องถนนกับชาวบา้ นคอมมวิ นสิ ตต์ ดิ
อาวธุ ในช่วงทศวรรษกอ่ นหน้า ค.ศ. 1933 ความรนุ แรงตามท้องถนนจะช่วยเปลย่ี นแปลงความคดิ เหน็ อนุรักษนิยมสายกลางไป
เปน็ ผู้นำ�อำ�นาจนิยมซงึ่ ต่อต้านคอมมวิ นสิ ต์ ตามความตอ้ งการของเยอรมนี เพื่อท่จี ะรักษาเสถียรภาพของวิถีชวี ติ ดัง้ เดิมไว้

แผนการเอาใจเยอรมนขี องพันธมติ รตะวันตก

สหราชอาณาจักรและฝรงั่ เศสน้ันไดด้ �ำ เนนิ แผนการของตนเพอ่ื เอาใจฝา่ ยเยอรมนีในตอนปลายทศวรรษ 1930 ภายใต้
แผนการการเอาใจฮิตเลอร์ เยอรมนนี ้ันได้รบั ขอ้ เสนอวา่ ตนจะสามารถขยายพนื้ ท่ขี องตนไปทางทิศตะวันออกได้โดยไม่ตอ้ งเผชญิ
หน้ากับความขัดแย้งจากท้ังองั กฤษและฝรัง่ เศส แตเ่ หตกุ ารณด์ งั กลา่ วไดเ้ พิม่ ความทะเยอทะยานของเขาและหลงั จากนัน้ ก็ไดเ้ ริม่
แผนการต่าง ๆ ซง่ึ จะนำ�ไปสู่สงครามในไมช่ ้า

การลา่ อาณานิคม
การลา่ อาณานคิ ม คือ หลักการการผนวกดินแดนหรืออ�ำ นาจทางเศรษฐกจิ โดยส่วนใหญ่แลว้ จะตอ้ งใชก้ ำ�ลังทหาร
เข้าชว่ ย ในอิตาลี เบนิโต มสุ โสลินนี ั้นมคี วามต้องการทจี่ ะสร้างจักรวรรดิโรมนั ใหม่ข้ึนรอบ ๆ ทะเลเมดเิ ตอร์เรเนยี น กองทพั
อิตาลไี ด้โจมตแี อลเบเนีย เม่อื ต้นปี 1939 ซ่ึงเปน็ ช่วงเริม่ ต้นของสงคราม และตอ่ มากก็ รซี ก่อนหน้านั้น เขาไดอ้ อกคำ�ส่งั ใหโ้ จมตี
เอธโิ อเปีย เมอ่ื ปี 1935 มาก่อนแล้ว แต่วา่ การกระท�ำ ดงั กล่าวน้ี ไดร้ ับการตอบสนองนอ้ ยมากจากสนั นบิ าตชาตแิ ละฝา่ ยพันธมิตร
ในสงครามโลกคร้ังท่ีหน่ึง โดยการสร้างอาณาจกั รของเขานั้นจะเกดิ ขึ้นระหวา่ งชว่ งทผ่ี ู้คนไม่ปรารถนาสงคราม และช่วงเศรษฐกิจ
ตกต่�ำ ของโลกในชว่ งทศวรรษ 1930 ทางดา้ นเยอรมนนี ั้นก็ได้เข้ามาช่วยเหลืออิตาลหี ลายคร้ัง อิตาลนี นั้ ได้รับความขมข่ืนจากดนิ
แดนเพยี งนอ้ ยนดิ ซึ่งไดร้ บั หลังจากสงครามโลกครง้ั ทห่ี นึง่ ระหว่างการประชมุ ทเ่ี มืองแวร์ซาย อิตาลนี ั้นหวงั จะไดด้ ินแดนจำ�นวน
มากจากจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี แตก่ ลับไดเ้ พยี งดินแดนสองสามเมืองเทา่ นนั้ และค�ำ สญั ญาทขี่ ออลั เบเนยี และเอเชยี ไมเนอรก์ ็
ถกู ผนู้ ำ�ฝ่ายพันธมติ รอน่ื ๆ ละเลย
ทางด้านเยอรมนี หลังจาก นอกจากนี้ ฮิตเลอร์ยงั
สน้ิ สุดสงครามโลกคร้งั ท่ีหนึ่ง เยอรมนี มแี นวคดิ ท่ีจะสรา้ งเยอรมนอี ัน
ตอ้ งสญู เสยี ดนิ แดนให้แก่ลทิ วั เนีย ยงิ่ ใหญ่ ซ่ึงเขาเหน็ วา่ ประชาชน
ฝร่งั เศส โปแลนด์ และเดนมาร์ก โดย เยอรมันควรท่ีจะรวมกันเป็น
ดนิ แดนทีเ่ สียไปที่เป็นท่ีรู้จักกันเป็น ชาตเิ ดียวกนั และรวมไปถงึ แผน่
อยา่ งดกี ค็ อื ฉนวนโปแลนด์ นครเสรี ดนิ ทช่ี าวเยอรมันไดอ้ าศัยอยนู่ ้นั
ดานซกิ แคว้นมาเมล (รวมกับลิทวั โดยในตอนแรก ฮติ เลอร์ไดเ้ พ่ง
เนยี ) มณฑลโปเซน และแคว้นอาลซสั - เล็งไปยงั ออสเตรยี และเชโกส
ลอแรนของฝรั่งเศส และดินแดนที่มี โลวาเกีย หลังจากสนธสิ ัญญา
คุณคา่ ทางเศรษฐกจิ มากท่สี ุด แวรซ์ าย เยอรมนีพยายามที่
คือ แคว้นซลิ เิ ซียตอนบน สว่ นดินแดน จะรวมตัวกบั ออสเตรีย แต่ก็
ทม่ี คี า่ ทางเศรษฐกจิ อกี สองแห่ง ถกู ห้ามปรามโดยฝ่ายพนั ธมิตร
คือ ซารแ์ ลนดแ์ ละไรน์แลนด์ นน้ั อยู่ เพราะวา่ ในอดีต กเ็ คยมกี ารรวม
ใต้การยดึ ครองของฝรง่ั เศส และดิน งานประชมุ การทำ�สนธสิ ัญญาของการยุติ ตวั เป็นรฐั เยอรมนีในปี 1871
แดนทีถ่ ูกฉีกออกไปจำ�นวนมากนี้ คน สถานะสงครามระหวา่ งฝ่ายสมั พนั ธมติ รและ มากอ่ น เนือ่ งจากจกั รวรรดิ
ทีไ่ ม่ใช่ชาวเยอรมันก็เขา้ มาอาศัยเป็น ออสเตรีย-ฮงั การปี ระกอบดว้ ย
จกั รวรรดิเยอรมนั

จำ�นวนมาก หลายเชอ้ื ชาติ
ดงั ท่ีเห็นได้
ผลของการสูญเสยี ดิน จากปรสั เซีย
แดนดงั กลา่ วก่อให้เกดิ ความ และออสเตรีย
ขมขนื่ แก่ชาวเยอรมนั และมี แข่งขันกันเพื่อ
ความสมั พนั ธอ์ นั เลวร้ายกบั แยง่ ชิงความ
ประเทศเพอื่ นบา้ น ภายใต้การ เปน็ ใหญใ่ นทวปี
ปกครองของพรรคนาซี เยอรมนี ภายหลังจาก
กเ็ รมิ่ ต้นการแสวงหาดินแดนเพม่ิ สงครามโลก
เตมิ ตัง้ ใจท่จี ะฟ้ืนฟูดนิ แดนอัน ครัง้ ท่หี นงึ่ ชาว
ชอบธรรมของจักรวรรดิเยอรมนี ออสเตรยี สว่ นใหญ่ก็เหน็ ดว้ ยที่
โดยทส่ี ำ�คญั กค็ ือ แควน้ ไรน์แลนด์และฉนวนโปแลนด์ ซึง่ อาจจะน�ำ ไปสสู่ งครามทีห่ ลกี เลยี่ ง จะสรา้ งสหภาพดงั กล่าวขึ้น
ไม่ไดก้ ับโปแลนด์ อย่างไรก็ตาม เน่อื งจากการเอาใจของฝ่ายสมั พันธมิตร ทำ�ให้ฮิตเลอร์ม่ันใจ
ไดว้ ่าสงครามกบั โปแลนดจ์ ะราบรื่นไปด้วยดี และถงึ แมจ้ ะแยก่ ว่านน้ั ก็เพยี งแค่เจรจากบั ฝ่าย
สัมพันธมิตรเทา่ นั้น

ดา้ นสหภาพโซเวยี ตไดส้ ูญเสียพนื้ ทจี่ �ำ นวนมากจากดินแดนของจกั รวรรดิรัสเซยี เดมิ โดยสูญเสยี โปแลนด์ ฟินแลนด์ เอส
โตเนยี ลัตเวีย ลทิ ัวเนยี และโรมาเนีย ในสงครามโลกครงั้ ท่ีหน่ึงและสงครามกลางเมืองรัสเซีย รวมไปถึงดินแดนบางสว่ นซ่ึงสญู เสยี
ให้แกญ่ ่ปี นุ่ และสหภาพโซเวยี ตมคี วามตอ้ งการอยา่ งยิ่งทจี่ ะเอาดนิ แดนท่ีสูญเสียไปทัง้ หมดกลับคืน
ฮงั การี ซ่งึ เคยเป็นพันธมิตรของเยอรมนใี นชว่ งสงครามโลกครง้ั ท่หี นงึ่ ถูกฉีกออกไปเป็นดนิ แดนจ�ำ นวนมหาศาล หลงั
จากท่ฝี า่ ยพันธมติ รตัดแบ่งจักรวรรดิออสเตรีย-ฮงั การีเดิม แตว่ า่ ฮังการยี ังคงต้องการทจ่ี ะคงความเป็นมติ รตอ่ กันกบั เยอรมนี โดย
ในชว่ งน้ีแนวคิดฮงั การีอันยิ่งใหญ่ ก�ำ ลังไดร้ ับความสนบั สนุนในหมชู่ าวฮังการี
โรมาเนยี ซึง่ เป็นฝ่ายพนั ธมติ ร
ในช่วงสงครามโลกคร้ังทหี่ นึ่ง และเป็นผู้
ชนะสงคราม กลับรูส้ กึ วา่ ตนจะเปน็ ฝา่ ยทีส่ ูญ
เสียผลประโยชน์ในชว่ งตน้ ของสงครามโลก
ครง้ั ทสี่ อง จากผลของสนธสิ ัญญาโมโลตอฟ-
ริบเบนทรอพ ทำ�ใหโ้ รมาเนียตอ้ งสญู เสยี
ดนิ แดนทางทศิ เหนอื ใหแ้ กส่ หภาพโซเวียต
รางวัลเวยี นนาคร้งั ที่สอง ท�ำ ใหโ้ รมาเนยี ต้อง
ยกแคว้นทรานซิลวาเนียตอนบนใหแ้ ก่ฮงั การี
และสนธสิ ญั ญาเมอื งคราโจวา โรมาเนีย
ตอ้ งยกแคว้นโดบรูจากให้แก่บัลแกเรีย ใน
โรมาเนียเองกม็ ีแนวคดิ โรมาเนียอนั ย่ิงใหญ่
ซงึ่ มีเปา้ หมายท่จี ะรวมตวั กบั นาซเี ยอรมนี
บลั แกเรีย ซ่ึงเปน็ พนั ธมติ รกบั เยอรมนใี นช่วงสงครามโลกครั้งที่หน่ึง ไดส้ ูญเสียดนิ แดนให้แก่กรีซ โรมาเนียและ
ยโู กสลาเวยี ในช่วงสงครามโลกครั้งทห่ี นึ่งและในสงครามคาบสมทุ รบอลข่านครั้งที่สอง
ฟนิ แลนด์ ซึง่ สญู เสียดนิ แดนใหแ้ ก่สหภาพโซเวยี ตในช่วงตน้ สงครามโลกครง้ั ที่สอง (สงครามฤดูหนาว) ดงั น้นั เมือ่ เยอรมนี
โจมตสี หภาพโซเวยี ตในปี 1941 ฟินแลนด์จึงเขา้ ร่วมกบั เยอรมนี ด้วยหวงั วา่ ตนจะได้รับดนิ แดนท่ีสญู เสยี ไปทั้งหมดกลับคืนมา
ในทวปี เอเชยี จกั รวรรดิญ่ปี ่นุ น้ันมีความต้องการท่ีจะยดึ ครองดนิ แดนเพ่ิมเตมิ เนอื่ งจากว่าภายหลังสงครามโลกคร้งั
ทีห่ นึง่ ญี่ป่นุ ได้รบั ดินแดนเพียงน้อยนดิ ถงึ แม้ว่าจะได้รับอาณานคิ มเดมิ ของเยอรมนใี นจนี และหมู่เกาะอกี จำ�นวนหนง่ึ ใน
มหาสมุทรแปซฟิ กิ แลว้ ก็ตาม รวมไปถงึ ป่าสนไซบีเรยี และเมืองทา่ ของรัสเซีย วลาดวี อสตอค ญป่ี ุน่ น้ันไม่ได้มคี วามตอ้ งการดิน
แดนเหลา่ นเ้ี ลย ยกเว้นหมเู่ กาะทีต่ นเองตีไดใ้ นชว่ งสงครามโลกครั้งทหี่ นงึ่
และประเทศไทย ซ่ึงเสียดินแดนกว่าครง่ึ ประเทศให้แก่ฝร่ังเศสและสหราชอาณาจกั รในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษท่ี 19
และต้นครสิ ตศ์ ตวรรษท่ี 20 และมคี วามตอ้ งการทวงดนิ แดนคืนเชน่ กนั
ในหลายกรณี แนวคดิ การลา่ อาณานคิ มไดน้ ำ�ไปสสู่ งครามโลกครัง้ ทส่ี อง โดยมเี ปา้ หมายไปในทางชาตนิ ิยมในการรวมเอา
ดนิ แดนดั้งเดมิ ของตนคนื หรือวาดฝนั ถงึ แผ่นดนิ อนั ยง่ิ ใหญใ่ นวันข้างหนา้

ความสมั พันธร์ ะหว่างประเทศและสภาพเศรษฐกิจของโลก
สนธิสญั ญาแวร์ซาย

สนธสิ ญั ญาแวร์ซายมไิ ด้ประนีประนอมให้แก่เยอรมนีแต่อยา่ งใด ฝา่ ย
พันธมติ รผชู้ นะสงครามโลกคร้ังท่ีหนงึ่ ได้พยายามทกุ วิถีทางเพื่อป้องกนั มิให้
เยอรมนีกลบั ขนึ้ มาทา้ ทายอ�ำ นาจในทวีปยโุ รปอกี ครง้ั

สนธสิ ัญญาแวร์ซายถูกวิพากษ์วิจารณ์อยา่ งหนาหูวา่ เปน็ มลทนิ ของสงคราม
เพราะเป็นการโยนความผิดใหแ้ ก่จักรวรรดเิ ยอรมนแี ละจกั รวรรดิออสเตรีย-
ฮงั การีเดมิ และลงโทษอย่างหนักเพอ่ื เรียกร้องใหพ้ วกเขารบั ผิดชอบตอ่ ความ
เสยี หายท่เี กดิ ขึ้นจากสงคราม โดยผชู้ นะสงครามไดห้ วังว่าสนธิสญั ญาน้ีจะได้
กลายเปน็ ส่ิงทส่ี ามารถธ�ำ รงสันตภิ าพใหเ้ กดิ ขนึ้ ในโลกได้ ผลทต่ี ามมมา คือ
เยอรมนจี ำ�เป็นต้องจ่ายค่าปฏิกรรมสงครามเปน็ จำ�นวนมหาศาล การสญู เสยี
ดนิ แดนอาณานิคมทง้ั หมด การจดั ระเบยี บทางเชอ้ื ชาตขิ นานใหญ่ หลังจากนนั้
เศรษฐกิจเยอรมันกร็ ว่ งดิ่งลงไปอยา่ งหนกั อตั ราเงินเฟ้อสูงลบิ สาธารณรฐั ไว
มารจ์ �ำ เปน็ ตอ้ งพิมพธ์ นบัตรกวา่ ลา้ นล้านฉบบั ออกมาและต้องกูย้ ืมเงนิ จำ�นวน
มหาศาลจากสหรฐั อเมรกิ า เพื่อใช้หน้แี ก่สหราชอาณาจักรและฝร่ังเศสซง่ึ เปน็ ผู้
ชนะในสงครามโลกคร้งั ทีห่ น่งึ

สนธิสัญญาแวรว์ ายนนั้
ก่อใหเ้ กิดความขมขน่ื แกป่ ระชาชนผ้แู พส้ งคราม แม้ว่าฝา่ ยพันธมติ รผู้
ชนะสงครามจะให้สัญญาแก่ประชาชนชาวเยอรมันวา่ แนวทาง หลกั การ
สิบสี่ข้อ ของประธานาธิบดีสหรฐั อเมริกา วดู โรว์ วิลสนั จะเป็นแนวทาง
ทจี่ ะนำ�ไปสู่สันตภิ าพ ชาวเยอรมันส่วนมากเข้าใจวา่ รฐั บาลเยอรมันได้
ตกลงในสนธสิ ญั ญาสงบศกึ ตามความเขา้ ใจนี้ ขณะทีส่ ว่ นอ่ืนไดเ้ ข้าใจว่า
การปฏิวตั เิ ยอรมนี ได้ถกู กอ่ ขึน้ โดย “กลุ่มอาชญากรเดือนพฤศจกิ ายน”
ผู้ซ่งึ ตอ่ มาในมีต�ำ แหน่งในสภาของสาธารณรฐั ไวมาร์ วิลสนั น้ันไม่
สามารถเชญิ ชวนให้ฝ่ายพนั ธมติ รยอมปฏิบัติตามข้อเสนอของเขา และไม่
สามารถชักจูงใหร้ ัฐสภาคองเกรสแหง่ สหรัฐอเมรกิ าให้ลงมติยอมเข้าร่วม
กับสันนบิ าตชาติ
ฝา่ ยพนั ธมิตรมิได้ครอบครองส่วนใด ๆ ของเยอรมนี แม้วา่ จะมีการรบในแนวรบดา้ นตะวนั ตกมาเป็นเวลาหลายปี มเี พียงแต่
อาณานิคมโพน้ ทะเลของเยอรมนเี ท่านน้ั ที่ถูกยึดครอง และอติ าลกี ็ไดแ้ คว้นทีรอลตอนใตไ้ ปหลังจากการเจรจาเรม่ิ ตน้ สงคราม
ในแนวรบด้านตะวันออกท�ำ ให้จกั รวรรดิรสั เซยี ลม่ สลาย และท�ำ ให้เยอรมนีได้รับดนิ แดนมหาศาลทางยุโรปกลางและยโุ รปตะวัน
ออก
ยงั มผี ู้ท่ีมองสนธิสญั ญาแวรซ์ ายตรงกันข้ามว่าสนธิสญั ญาดังกลา่ วไม่ได้ทำ�ให้เยอรมนีต้องประสบกบั ความยากลำ�บากมากแต่
ประการใด เพราะว่าเยอรมนยี งั คงสามารถกลบั มาเป็นชาติมหาอำ�นาจท่ีคอยทา้ ทายมหาอ�ำ นาจตะวนั ตกอีกคร้งั ซ่ึงไมเ่ ปน็ ไปตาม
วัตถปุ ระสงค์ของฝ่ายพนั ธมิตร อยา่ งไรก็ตาม เหตกุ ารณท์ เี่ กิดขึ้นตามมาภายหลังสงครามโลกครงั้ ท่ีหนง่ึ ท�ำ ใหผ้ ลของสนธสิ ญั ญา
แวร์ซายไมก่ ระจ่างชดั โดยเหตุการณ์ทีส่ ำ�คัญทสี่ ดุ คอื การแพรข่ ยายของลัทธิคอมมิวนิสต์ และสนธิสญั ญาแวรซ์ ายก็เปน็ หนึ่งใน
ตวั การของการข้นึ สอู่ ำ�นาจของพรรคนาซี

สหภาพโซเวียตในสงครามโลกคร้ังที่สอง

ในวนั ท่ี 22 มิถุนายน 1941 ฮติ เลอร์ไดเ้ ริม่ ตน้
รกุ รานสหภาพโซเวยี ต สตาลนิ ม่นั ใจว่าเครือ่ งจักร
สงครามสมั พนั ธมิตรทัง้ หมดจะหยดุ เยอรมน[ี 4]
และจากแผนใหย้ มื -เชา่ จากตะวนั ตก โซเวียตได้
หยุดกองก�ำ ลงั แวร์มัคทป์ ระมาณ 30 กโิ ลเมตร
จากกรงุ มอสโก ในอกี สปี่ ีต่อมา สหภาพโซเวยี ตได้
ต่อต้านการโจมตขี องฝ่ายอกั ษะ เชน่ ท่ียทุ ธการท่ี
สตาลนิ กราด และ ยทุ ธการท่คี สู ค์ และรกุ ไปข้าง
หน้าเพ่อื ชัยชนะในการรุกขนาดใหญ่ของสหภาพ
โซเวียต เช่นท่กี ารรุกวสิ ตลู า–โอเดอร์
การตอ่ สู้ของโซเวยี ตส่วนใหญ่เกดิ ขึ้นทีแ่ นวรบดา้ นตะวนั ออก ซ่ึงรวมถึงสงครามต่อเนอื่ งกับฟินแลนด์ แต่กบ็ กุ ครองอิหร่าน
(สงิ หาคม 1941) โดยร่วมมือกบั อังกฤษ และยงั ไดโ้ จมตีญ่ปี นุ่ (สงิ หาคม 1945) ซงึ่ โซเวียตมสี งครามชายแดนก่อนหนา้ นจี้ นถึงปี
1939



ยุทธการทฝ่ี รัง่ เศส

ยทุ ธการทฝ่ี ร่งั เศส (Battle of France) หรอื
ความพนิ าศทีฝ่ รงั่ เศส ( Fall of France) ในเยอรมนี
เรียก การทัพตะวนั ตก (Westfeldzug) คือการบุกโดย
กองทพั เยอรมันเพ่อื ยดึ ครองภาคเหนอื ของประเทศ
ฝร่งั เศสและกลมุ่ ประเทศแผ่นดนิ ต่ำ�ในชว่ งสงครามโลก
ครั้งทส่ี อง ฝร่ังเศสได้ประกาศสงครามต่อเยอรมนีในวนั
ท่ี 3 กันยายน 1939 หลังจากทเี่ ยอรมนยี กทัพบกุ ครอง
โปแลนดซ์ งึ่ เปน็ พันธมติ รกบั ฝร่ังเศสและองั กฤษ ในช่วง
ตน้ เดือนกนั ยายน 1939 ทางกองทัพฝร่ังเศสบุกเขา้
ซาร์ลนั ทข์ องเยอรมันอย่างมีขอบเขต แตใ่ นกลางเดอื น
ตุลาคมของปนี ้ันทางกองทพั ฝรั่งเศสกลับถอนก�ำ ลงั
มากลับประจำ�ต�ำ แหน่งเดิมหลังแนวมาฌโี น ตลอดหก
สปั ดาหห์ ลงั ตัง้ แต่วันที่ 10 พฤษภาคม 1940 เปน็ ต้นไป
กองทหารเยอรมนั เอาชนะกองทหารสมั พันธมติ รโดย
ปฏบิ ตั กิ ารยานยนต์ และเขา้ พิชติ ฝรั่งเศส เบลเยียม, ลัก
เซมเบริ ์ก, เนเธอรแ์ ลนด์ เป็นจดุ สนิ้ สดุ ของแนวรบด้าน
ตะวันตกจนกระทง่ั การยกพลขึน้ บกทีน่ อรม์ ็องดี ในวนั
ท่ี 6 มถิ นุ ายน 1944 อิตาลไี ดเ้ ขา้ ร่วมกับเยอรมนีและ
ประกาศสงครามต่อฝรงั่ เศสในวันท่ี 10 มิถุนายน 1940

ตราแผ่นดินฝรัง่ เศษ

10 พฤษภาคม เยอรมนเี รม่ิ ปฏิบตั กิ าร "เหตเุ หลือง" (Fall Gelb) กองยานเกราะเยอรมนั ได้ทำ�บกุ โจมตเี ข้าผ่านทางอารแ์ ดน
และตามแนวแมน่ �ำ้ ซอมอย่างกระทนั หนั ดว้ ยความเร็วที่ทางฝ่ายสมั พนั ธมิ ติ รคาดไมถ่ ึง กองพลยานเกราะเยอรมันขา้ มแมน่ �้ำ เมซิ ได้’
วนั ที่ 15 พฤษภาคมและบกุ ตอ่ ไปทางตะวนั ตกโดยทนั ที ฝา่ ยเยอรมันได้ตดั ขาดเสน้ ทางการเดินทัพของฝา่ ยสัมพนั ธมิตรใน
พ้นื ที่ และสามารถลอ้ มกองทหารฝา่ ยสมั พนั ธมติ รทีก่ ำ�ลงั มุง่ หน้าข้นึ เหนอื ไปช่วยเบลเยียมและจะเข้าโจมตเี ยอรมันกับกองทัพที่คาด
วา่ จะเป็นกองทพั หลกั ของเยอรมนั ดว้ ยปฏบิ ตั กิ ารยานเกราะอนั มปี ระสิทธภิ าพของเยอรมนั ท�ำ ให้กองทหารบรติ ชิ , ฝรงั่ เศส และ
เบลเยยี มถกู ผลักดันไปจนมมุ อยูท่ ีห่ าดเดิงแกร์ก รฐั บาลบริตชิ ได้ท�ำ การอพยพกองทพั ตา่ งแดนบรติ ิช (BEF) ตลอดจนกองพลฝรง่ั เศส
ออกจากหาดเดงิ แกรก์ ในปฏบิ ัติการไดนาโมจนเสรจ็ สิ้นวนั ที่ 4 มถิ นุ ายน 1940

เยอรมนีเรม่ิ ปฏิบัตกิ าร “เหตุเหลือง” (Fall Gelb)

เยอรมนเี ริม่ ปฏิบัตกิ าร “เหตุแดง” (Fall ภาพฝรั่งเศษท่เี สียหายและโดนยึดจากปกบิ ตั กิ าร “เหตแุ ดง”(Fall Rot)
Rot) ในวนั ท่ี 5 มถิ ุนายน กองพลบรติ ิชและฝรัง่ เศส
60 หนว่ ยทีเ่ หลอื อยู่พยายามตอ่ ต้านการุรกรานอย่าง
สดุ ก�ำ ลงั แตก่ ็ไมเ่ ป็นผลมากนกั เนือ่ งจากฝ่ายเยอรมนั
มีการสนับสนนุ ทางอากาศและมียานเกราะท่ีเหนือ
กว่ามาก กองยานเกราะเยอรมนั ยกทัพโอบลอ้ มแนว
มาฌโี นจากภาคเหนอื และม่งุ เข้าสภู่ าคกลางของ
ฝรัง่ เศส และเข้ายดึ กรุงปารีสท่ีไร้ทหารปอ้ งกนั ในวนั ที่
14 มิถนุ ายน ผ้คู นในรฐั บาลฝร่งั เศสต่างหลบหนอี อก
ไปองั กฤษก่อนหน้าน้ันแลว้ ผู้นำ�ทหารเยอรมนั เขา้
เจรจาขอ้ ตกลงหยดุ ยงิ กบั รัฐบาลฝรง่ั เศสในวันที่ 18
มิถนุ ายน

ในวันที่ 22 มถิ ุนายน ทัง้ สองฝ่ายไดล้ งนามในตราสารสงบศึกทป่ี า่ กงเปยี ญ รัฐบาลวิชฝี รัง่ เศส ทเ่ี ป็นกลางน�ำ โดย จอมพล
ฟลี ิป เปแตง็ ออกประกาศล้มลา้ งสาธารณรัฐฝรั่งเศสท่ี 3 ยอมให้เยอรมนีเขา้ ยึดครองภาคเหนือและชายฝ่งั ตลอดจนแผ่นดินหลงั ฝ่งั
ทะเลของฝรัง่ เศส การบุกของอิตาลีส่งผลให้ทางฝรง่ั เศสเสียพน้ื ทีบ่ นแถบเทอื กเขาและหลังจากท่ฝี รงั่ เศสไดล้ งนามตราสารสงบศกึ
ทางอิตาลีก็ไดค้ รอบครองพน้ื ท่ใี นโซนยดึ ครองทางตะวนั ออกเฉียงใต้ รัฐบาลวิชีฝร่งั เศส มีเขตอำ�นาจเพียงดินแดนนอกยึดครองแถบ
ภาคใต้ซึง่ เรยี กว่า “โซนเสร”ี (Zone libre)
ในเดือนพฤศจิกายน 1942 ทหารเยอรมนั และอติ าลเี ขา้ ยึดพ้ืนที่โซนเสรภี ายใตช้ อ่ื ปฏบิ ัตกิ ารอนั โทน (Unternehmen An-
ton) แม้ฝรง่ั เศสจะพ่ายแพศ้ กึ ครง้ั น้ี แตน่ ายพลชาลส์ เดอ โกล แหง่ กองทัพฝรงั่ เศสได้ลภ้ี ยั ไปอยู่กรุงลอนดอน เขาได้จัดตั้งแนวรว่ ม
เสรีฝร่ังเศส (France Libre) เพื่อตอ่ ต้านนาซเี ยอรมนแี ละรัฐบาลวชิ ีฝร่งั เศส ฝรง่ั เศสอยภู่ ายใตก้ ารยึดครองของฝ่ายอกั ษะจนกระทั่ง
ถูกปลดปลอ่ ยหลังจากฝา่ ยสมั พันธมติ รยกพลขน้ึ บกในปี 1944

จอมพลฟลี ิป เปแตง็

แนวทาณีโน

แนวมาฌโี น (Ligne Maginot) ตง้ั ชือ่ ตามรัฐมนตรกี ารสงครามของฝรงั่ เศส อ็องเดร มาฌีโน เปน็ แนวป้องกนั , ป้อมปราการ
คอนกรีต, สิ่งกีดขวาง ซ่งึ ติดตั้งอาวธุ ยทุ โธปกรณ์ ถูกสร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1930 เพอื่ ยับย้ังการรุกรานโดยเยอรมนีและบังคับให้พวก
เขาเคล่ือนไหวอยู่รายรอบปอ้ มปราการ
แนวมาฌีโนถือเป็นแนวป้องกันที่แน่นหนาต่อการถูกโจมตีทกุ รปู แบบ แต่อย่างไรกต็ าม เยอรมนั ไดท้ ำ�การรกุ รานผ่านกล่มุ
ประเทศแผ่นดินตำ�่ โดยผ่านทางเหนือของแนวป้องกัน หลังจากนัน้ แนวป้องกนั ถูกอปุ มาเป็นการท่มุ เททง้ั เมด็ เงนิ มหาศาลและความ
พยายามที่จะหยดุ ยั้งการรุ กรานจากเยอรมันแบบวิธี

แนวมาฌีโนถกู สรา้ งในอาณาเขตฝรัง่ เศส โดยตงั้ อยู่หา่ งราวสบิ ถงึ ยสี่ ิบกิโลเมตรจากแนวพรมแดนทตี่ ิดกับอติ าลี สวิต
เซอรแ์ ลนด์ เยอรมนี และลักเซมเบิร์ก แนวปอ้ งกันน้ไี มไ่ ด้ขยายไปยังชอ่ งแคบอังกฤษ เนื่องจากกลยทุ ธข์ องฝรง่ั เศสทไี่ ดค้ าดการณ์
การเคลื่อนทัพเข้าสูเ่ บลเยยี มเพอ่ื ตอบโตก้ ารโจมตขี องเยอรมนั จากประสบการณ์ของฝร่งั เศสด้วยการทำ�สงครามสนามเพลาะใน
สงครามโลกคร้งั ทหี่ นง่ึ
แนวมาฌีโนขนาดใหญไ่ ดถ้ กู สร้างขึ้นในชว่ งกอ่ นสงครามโลกครัง้ ท่สี อง ภายหลงั การประชุมโลคาร์โน ไดก้ อ่ ใหเ้ กดิ “จิต
วญิ ญาณแห่งโลคารโ์ น” ผู้เชี่ยวชาญทางทหารของฝรงั่ เศสได้ยกย่องแนวป้องกนั น้ีเปน็ ผลงานอจั ฉรยิ ะทส่ี ามารถยบั ยัง้ การรกุ ราน
ของเยอรมัน เพราะจะทำ�ให้การรกุ รานชะลอตัวนานพอท่ีกองทพั หลกั ของฝรั่งเศสจะสามารถระดมพลและตอบโต้กลับ แนวมาฌี
โนนไ้ี มไ่ ด้ให้อนุญาตให้มีการโจมตมี ากท่สี ดุ รวมทั้งการทิง้ ระเบิดทางอากาศและการยิงปืนรถถงั และมรี ถไฟใต้ดนิ เป็นกองสนับสนนุ
นอกจากนส้ี ภาพความเป็นอยทู่ ท่ี ันสมยั ส�ำ หรบั ทหารประจ�ำ การ การจดั สง่ เสบยี งทางอากาศทจี่ ำ�กดั และพ้นื ทีก่ ารกินสำ�หรบั ความ
สะดวกสบายของพวกเขา แทนท่ีจะโจมตีโดยตรง

“แนวป้องกนั นี้นบั เป็นค�ำ อุปมาเปรยี บเทียบส�ำ หรบั ความพยายามท่แี สนราคาแพงซ่งึ ก่อให้เกิดความผดิ พลาดในการรักษาความปลอดภยั ”

สงครามลวง

สงครามลวง เป็นชว่ งตน้ ของสงครามโลกคร้ังทสี่ อง ต้ังแตเ่ ดอื นกนั ยายน ค.ศ. 1939 หลังจากการประกาศสงครามของ
อังกฤษและฝรงั่ เศสไมน่ านหลังจากการรุกรานโปแลนด์ ถึงเดอื นพฤษภาคม ค.ศ. 1940 ก่อนยทุ ธการฝรัง่ เศส เป็นช่วงซง่ึ ปราศจาก
ปฏบิ ัติการทางทหารคร้งั ใหญ่ในยุโรปภาคพน้ื ทวีป องั กฤษและฝรั่งเศสไม่ได้มปี ฏบิ ัตกิ ารทางทหาร ทงั้ ๆ ที่ผูกมดั ตามเง่ือนไขของ
พันธมิตรทางการทหารอังกฤษ-โปแลนด์ และพันธมติ รทางการทหารฝรั่งเศส-โปแลนด์ ซึง่ ผกู มดั ทั้งสองประเทศใหช้ ว่ ยเหลือโปแลนด์

ภาพเส้นทางของสงครามหลวง

ขณะที่กองทัพเยอรมันสว่ นใหญย่ ังทำ�การรบอยู่ในโปแลนด์ เยอรมนกี ็สง่ กองทัพไปขดั ฝรงั่ เศสตามแนวชายแดนดา้ นตะวนั
ตกซง่ึ เรียกวา่ แนวซีกฟรดี ส่วนแนวเมกินนอต กองทพั สัมพนั ธมติ รได้ต้งั เผชญิ หน้า แตก่ ม็ เี พยี งการรบประปราย กองทพั อากาศของ
องั กฤษไดโ้ ปรยใบปลิวโฆษณาชวนเชอ่ื เหนือนา่ นฟา้ เยอรมนี และกองทัพแคนาดาชุดแรกก็มาเสริมกำ�ลงั แก่องั กฤษบนเกาะบรเิ ตน
แนวรบด้านตะวนั ตกน้นั สงบเป็นเวลากวา่ เจ็ดเดอื น แต่วา่ เยอรมนกี ็สามารถครอบครองดินแดนจำ�นวนมากของยุโรปไปเสยี แลว้
กองทัพสมั พนั ธมติ รรีบเสริมกำ�ลังทนั ที โดยการซอ้ื อาวธุ จากสหรัฐอเมริกา และวัตถดุ บิ เพือ่ ปอ้ นเขา้ สู่โรงงานอุตสาหกรรม
สหรัฐอเมริกาได้ให้สทิ ธพิ ิเศษแก่องั กฤษและฝรง่ั เศสทีจ่ ะไดซ้ ื้อสนิ คา้ ในราคาถกู ลง และตอ่ มากไ็ ดใ้ หเ้ ช่า-ยมื แต่ว่ายงั มีบรษิ ทั เอกชน
บางแห่งของสหรฐั อเมริกาและอังกฤษยังคงสนบั สนนุ ฝา่ ยเยอรมนอี ยู่ โดยปราศจากการอนุมตั แิ ละการลงโทษ ซึ่งโรงงานบางแหง่
ในองั กฤษยงั คงผลิตเครื่องยนต์ให้แกเ่ คร่อื งบินรบเยอรมนี และบรษิ ัทเอกชนในสหรฐั อเมริกาก็ไดข้ ายวัตถุดิบทางอุตสหากรรมแก่
เยอรมนี ฝา่ ยเยอรมนนี น้ั พยายามที่จะขดั ขวางการค้าขายระหว่างมหาสมุทรแอตแลนตกิ ของฝ่ายสมั พนั ธมิตร และกอ่ ใหเ้ กิดยทุ ธนาวี
มหาสมุทรแอตแลนติก

ระเบดิ กว่า 10,000 ลูกถูกทิง้ ไปทั่วยโุ รปโดยฝ่ายพันธมติ ร

ฝร่งั เศสแพ้นาซเี พราะ

“ชนวนเหตกุ ับแนวป้องกนั สดุ อลังการ”

หลงั สงครามโลกครั้งท่ี 1 กองทัพฝร่ังเศสได้กอ่ ตั้งแนวปอ้ งกันในพรมแดนฝร่งั เศสตอนใต้ที่ประชดิ เยอรมันลากยาวไปถงึ ตอน
ใตข้ องเบลเยยี่ ม แนวปอ้ งกันน้ีชือ่ ว่า แนวมาจีโนต์ เปน็ แนวป้องกนั นีม้ ปี อ้ มปราการใตด้ นิ ขนาดใหญ่ 22 แห่ง ป้อมขนาดเลก็ อกี 36
แห่ง มกี ารวางเครอ่ื งขวางรถถงั กบั ระเบิดมากมาย เพราะฝรง่ั เศสเช่ือว่าหากเยอรมนั จะบกุ มันก็ต้องเข้ามาทางแนวนเ้ี หมอื นเชน่ ท่ี
เคยทำ�ในสงครามโลกคร้งั ท่ี 1 อย่างไรกด็ ใี นช่วงตอนเหนือของแนวมาจีโนต์นั้น คือระหวา่ งตอนใต้เบลเยยี่ มกับตอนเหนือของฝรัง่ เศส
มปี ่าอาร์เดนส์เป็นพรมแดนกน้ั ทางธรรมชาติ โดยปา่ แห่งนี้ มีถนนเสน้ เล็กๆ สูงชันและมากดว้ ยตน้ ไม้ กองทัพฝรงั่ เศสมนั่ ใจวา่ ไมม่ ีทาง
ท่ีรถถงั หรือกองทัพใดในโลกหล้าจะฝ่าแนวนีเ้ ขา้ มาได้ จึงวางก�ำ ลงั ป้องกนั นอ้ ยมาก

ความมั่นใจน้ีจะกลายเป็นความผดิ พลาดครงั้ ใหญ่ในหน้าประวัตศิ าสตรข์ องสงครามโลกครั้ง

“รกุ แบบสายฟา้ ฟาดและแผนการณ์สดุ แหกคอก”

วันท่ี 10 พฤษภาคม ค.ศ.1940 หลังจากจดๆ จอ้ งๆ กันมานาน ในที่สดุ เยอรมนีกต็ ัดสินใจบกุ ยึดประเทศต่างๆ โดยสง่ พลร่ม
โดดจากเครอ่ื งบนิ และส่งกองทพั รุกรานเบลเยย่ี มและเนเธอร์แลนด์ ตอนนัน้ ฝรั่งเศสวางกองกำ�ลังท่ดี สี ดุ ตามแนวมาจโี นต์และส่ง
ทหารจ�ำ นวนมากร่วมกบั กองทพั องั กฤษไปช่วยยันนาซที ่ีเบลเยยี่ ม การรกุ รานของเยอรมันนั้นประสบความสำ�เร็จชนดิ ทวี่ ่าเคลอื่ นทัพ
กนั ว่องไวมาก รถถงั ของเยอรมนีน้นั มปี ระสทิ ธภิ าพ มีการติดระบบวิทยุเชือ่ มโยงคยุ กับสายบังคับบญั ชา ไม่เพียงเท่านนั้ การจัดการ
สือ่ สารระหวา่ งรถถงั ทหารราบและเครอ่ื งบินกย็ อดเยี่ยม ระบบยุทโธปกรณ์ น�้ำ มนั อาหารกพ็ รอ้ มเต็มท่ี โดยการเคลอ่ื นพลแบบน้ี
ได้รบั การเรยี กขานว่าการรุกแบบสายฟา้ ฟาด ซ่ึงเยอรมนั ได้ใชก้ นั มาตัง้ แตบ่ กุ โปแลนด์แล้ว และไดป้ รบั ปรงุ ให้ดีขน้ึ เร่ือยมา ศกึ ครัง้
น้ีกองทพั เยอรมนขี นทหารมา 4 ลา้ นคนบุกแบบสายฟา้ ฟาดจนทำ�ให้ขา้ ศึกตัง้ ตวั ไม่ทนั เดิมทีเหลา่ นายพลเยอรมนีรู้เป็นอย่างดวี า่
กองทพั ฝร่งั เศสเขม้ แข็งขนาดไหน ถา้ บกุ เขา้ ตามแนวมาจีโนต์ กเ็ ท่ากบั ฆา่ ตัวตายแน่ๆ ถา้ บกุ ทางเบลเยี่ยมก็จะตอ้ งเจอกบั กองทพั
ฝร่งั เศสและอังกฤษรวมกำ�ลงั กนั พิฆาต ตอนนั้นกองทัพเยอรมนียงั ไมพ่ รอ้ มจะท�ำ สงครามอย่างเต็มรูปแบบ หรือเอาเขา้ จริงพวกเขายัง
ไมพ่ รอ้ มจะเปดิ ฉากสงครามโลกดังทฮ่ี ิตเลอรต์ ง้ั ใจไว้จรงิ ๆ ดว้ ยซ้ำ�

ภาพนแ้ี สดงใหเ้ ห็นความทงพลังของกองทพั ฝรงั่ เศษ

เมือ่ เจอสถานการณ์แบบน้ี นายพลอรี ชิ ฟอน มันสไตน์ (Erich Von Manstein) จึงเสนอแผนการทบ่ี า้ บ่ินแหกคอก นัน่
กค็ อื บกุ ผา่ นปา่ อาร์เดนส์ไปเลย ท�ำ ในสง่ิ ท่ขี ้าศึกคาดไม่ถงึ เพราะนายพลฝ่ายตรงข้ามเชื่อว่าเยอรมนีจะบกุ ปพู รมหลายจุดตามแนว
มาจีโนต์ ดังนั้นกค็ วรแก้ทางโดยการบุกท่จี ดุ เดยี ว และป่าแหง่ นแี้ หละคือแนวบุกนัน้ เม่ือทะลวงไดม้ ันจะเปน็ เคยี วตดั ฉกี ขา้ ศึกแล้ว
สามารถทะลวงไปถงึ ช่องแคบองั กฤษทางตอนเหนอื แถมยงั บกุ มาทางใต้ฝรั่งเศสอย่างงา่ ยดายด้วย ท่ีส�ำ คัญไมต่ ้องกังวลว่าการบกุ
เบลเยี่ยมกบั เนเธอรแ์ ลนด์จะถกู ยันโดยกองทพั องั กฤษ ฝรั่งเศส เพราะเมอื่ ตดั ออกจากป่าได้ ขา้ ศึกจะเจอเขา้ กับการตลบหลงั จนทำ�
อะไรไม่ถกู แน่นอนเดมิ ทีนนั้ ฮิตเลอร์คดั ค้านแผนนี้ แต่เมอ่ื เหน็ ความเช่ือมน่ั ของนายพลและถูกโนม้ นา้ วใจ จงึ ยอมอนุมตั ิ และเมือ่ รถ
ถงั ทหารราบเยอรมันเคลือ่ นพลผา่ นป่าอาร์เดนสไ์ ดส้ ำ�เรจ็ ภายใตก้ ารคมุ้ ฟนั ของกองทัพอากาศ มันกท็ �ำ ลายความเชื่อวา่ รถถังเคลอ่ื น
ผ่านปา่ น้ีไมไ่ ด้ไปในฉบั พลนั

นายพลอีรชิ ฟอน มันสไตน์ (Erich Von Manstein)

กลศกึ ของเยอรมันครง้ั น้ี
ท�ำ เอากองทัพท่ียิง่ ใหญท่ ัง้ องั กฤษและฝรั่งเศส
ซ่งึ มอี าณานคิ มทัว่ ท้งั โลกต้องย่อยยับปราชยั ไปเลย

ยิง่ เม่ือกองทพั เยอรมนีทะลวงผ่านป่า พวกเขาเขา้ จดั การทหารฝรง่ั เศสในบริเวณนนั้ อยา่ งสบายมือ และเขา้ สู่ดินแดนฝร่งั เศส
อย่างทีห่ ลายฝ่ายคาดไม่ถงึ เพราะถกู ตลบหลงั ตามแผนทว่ี างไวจ้ นเสยี กระบวนทา่ อย่างมาก ถงึ ขน้ั ทำ�ให้กองทพั อังกฤษโดนกวาดต้อน
ตอ้ งถอยทพั ไปทีเ่ มอื งดันเคริ ก์ จนตอ้ งระดมเรอื ทั้งกองทัพและพลเรือนมาอพยพทหารกลบั ประเทศไปแบบหมดสภาพ แมก้ ารอพยพ
ครง้ั น้จี ะถูกเรยี กวา่ เป็นปรากฏการณป์ าฏหิ ารยิ ์ แตอ่ งั กฤษตอ้ งตง้ั รบั มือกับกองทพั เยอรมนเี ปน็ เวลานานทีเดยี ว กว่าจะไดต้ โี ต้กลับก็
ต้องรอกำ�ลงั ของสหรฐั อเมริกาเข้ามาน�ำ การรบในอีกหลายปตี ่อจากนี้

ซึ่งความพ่ายแพข้ องฝรง่ั เศสนี้
ถือเปน็ การปิดฉากสาธารณรัฐที่ 3
ไปแบบชอกช้ำ�ใจสุดๆ กฤษและฝรงั่ เศส
ซึง่ มอี าณานคิ มทว่ั ท้งั โลกตอ้ งยอ่ ยยบั ปราชยั ไปเลย

นายพลเปแต็งนั้นเป็นผ้นู �ำ รัฐบาลหนุ่ เชดิ ของเยอรมนี มีท่ีทำ�การรฐั บาลปลอมๆ ในเมอื งตอนกลางของประเทศทช่ี อ่ื ว่า วชี ี
หนา้ ประวัตศิ าสตรจ์ งึ ไดเ้ รียกรฐั บาลฝรั่งเศสสดุ อปั ยศน้วี า่ รฐั บาลวชี ี มีอำ�นาจอย่ไู มม่ าก กินไปทางตอนใต้ฝร่ังเศส และพอถึงจดุ หนึง่
เยอรมนกี ก็ มุ อ�ำ นาจแผน่ ดนิ ฝรงั่ เศสไว้ท้งั หมด น่นั รวมถึงการกวาดลา้ งชาวยวิ ในฝรั่งเศสไปฆา่ ล้างเผ่าพันธุ์ด้วย
ชยั ชนะครัง้ นีท้ �ำ ให้ฮิตเลอรผ์ ยองและภูมิใจมากขน้ึ เขาสง่ั ให้มีพิธีลงนามสนธสิ ญั ญายอมแพส้ งบศึกทปี่ า่ กองเปียน จุดที่
เยอรมนีเคยยอมแพฝ้ รั่งเศสในสงครามโลกคร้ังที่ 1 โดยฮิตเลอร์ยงั สง่ั ใหไ้ ปลากโบกรี้ ถไฟหนึ่งจากพิพิธภัณฑ์ ความพเิ ศษของโบกี้
รถไฟต้นู ี้คือ ในสงครามโลกครง้ั ท่ี 1 เยอรมนีไดเ้ ซ็นสญั ญายอมแพ้แกฝ่ ร่งั เศสในโบกนี้ ้ี ผา่ นไปหลายสบิ ปี ตรู้ ถไฟนก้ี ไ็ ดก้ ลบั มาทำ�
หน้าท่ีรับรู้การเซน็ สญั ญาอีกครง้ั แตค่ ร้งั น้ีสถานการณ์กลบั สลบั ผ้แู พ้ผู้ชนะกนั ใหม่แทน
ความบอบชำ�้ ของฝรั่งเศสยังไม่จบลงเพียงเทา่ น้ี เพราะพลนั ทฝี่ รั่งเศสประกาศยอมแพ้ วินสตัน เชอร์ชิล (Winston Chur-
chill) นายกรฐั มนตรอี งั กฤษไดอ้ อกประกาศคำ�สงั่ ไปยังกองทัพเรอื ฝรง่ั เศสให้ย้ายก�ำ ลงั มาที่ฐานทัพองั กฤษ หรือไม่ก็เคลื่อนไปยงั
ท่าเรือประเทศเป็นกลาง โดยก�ำ หนดเสน้ ตายไว้ในวนั ที่ 3 กรกฎาคมเพอ่ื ปอ้ งกันไม่ให้เยอรมนเี อาเรอื รบไปใช้ แตก่ องทัพเรือฝรง่ั เศส
ไมย่ อมทำ�ตาม กองทพั องั กฤษจงึ ยิงถล่มเรือจนจมลงสูก่ น้ ทะเลมีคนตายไปอีกพันกว่าราย กลายเป็นความเสยี หายท่ีเจ็บปวดเปน็ อย่าง
ยง่ิ

ภาพของ fall of france in paris

วินสตัน เชอร์ชิล (Winston Churchill)

“ท�ำ ไมฝรงั่ เศสถงึ แพ”้

เอาเขา้ จรงิ ฝร่งั เศสในตอนน้นั เป็นกองทพั ท่มี ีกำ�ลังเยอะมาก พวกเขามีทหารประจ�ำ การถึง 5 ล้านคน ตอนทำ�สงครามกับ
เยอรมนีนั้น ก�ำ ลงั พวกเขาเหนอื กวา่ ทง้ั กำ�ลังคนและรถถัง อุปกรณท์ งั้ ทพั เรอื หรอื ปจั จัยอื่นๆ กค็ รบครัน และตอนปะทะกนั จรงิ ๆ มี
หลายคร้งั ทกี่ องทพั เยอรมนโี ดนตีโต้โดยทหารหาญฝรั่งเศสทีร่ บแบบสดุ ชีวิตพลีกายให้แผ่นดนิ

แลว้ อะไรล่ะคอื ปญั หาจริงๆ ในการแพเ้ ยอรมนี
ชนดิ ทีว่ ่ารวดเรว็ เพยี งเดือนกว่าๆ เทา่ นนั้

ตรงนี้นกั ประวัติศาสตรเ์ ห็นตรงกันว่า เหล่านายพลฝรง่ั เศสนแี่ หละคอื ผ้ทู ี่ทำ�ให้เกิดความพ่ายแพ้ในสงครามครง้ั นี้ พวกเขาคิด
วา่ การศกึ กับเยอรมนใี นปี ค.ศ.1940 นน้ั จะใชย้ ุทธวธิ ีและยทุ ธศาสตรเ์ ดยี วกบั สงครามโลกคร้งั ท่ี 1 พวกเขาไปสรา้ งแนวป้องกนั อัน
อลงั การแตไ่ ร้ค่าไม่มปี ระโยชนอ์ ะไรเลย ความโบราณไม่ปรบั ตัวกอ่ เกดิ เปน็ ความผิดพลาด ท�ำ ให้ฝรัง่ เศสพ่ายสงครามอย่างนา่ อปั ยศ
เสยี ได้ ขณะท่ีรถถงั เยอรมนที รงพลานุภาพมาก แตร่ ถถงั ฝรง่ั เศสทม่ี ีจำ�นวนมากกว่า กลับไม่ปรับปรุงอะไรเลย ถึงขนาดที่วา่ ตอนรบ
กนั นน้ั ทหารฝร่ังเศสในรถถังไม่สามารถสัง่ การวทิ ยหุ ากนั ได้ ตอ้ งโบกธงเป็นสัญญาณแทน ซึ่งความโบราณไม่ทนั โลกของเหล่านายพล
ทัง้ หลายนี้เอง ท่ที ำ�ใหเ้ ยอรมนั ซงึ่ มีนายพลท่เี ฉียบแหลม หวั กา้ วหนา้ กา้ วทนั โลกและกล้าได้กลา้ เสยี กว่าบุกโจมตีฝร่งั เศสจนหมดท่า
ไปได้

อยา่ งไรก็ดีชยั ชนะของฝรง่ั เศสนี้ ท�ำ ใหก้ องทพั เยอรมนีเหลงิ โดยเฉพาะฮติ เลอร์และนาซี พวกเขาคิดว่าตวั เองเกง่ กาจเป็น
อยา่ งย่ิง และยงั คงใช้วธิ ีการเดมิ ๆ ในการท�ำ สงครามคอื รกุ แบบสายฟา้ ฟาด และดันเปดิ แนวรบเยอะไปหมด ทง้ั ตอ้ งคมุ ประเทศท่ี
ยึดครอง ตอ้ งรบในแอฟริกา และดนั ไปเปดิ แนวรบกับสหภาพโซเวียตด้วย ตัวฮติ เลอรเ์ องก็ไมฟ่ ังเสยี งคัดคา้ นของนายพล สภาก็ไมม่ ี
ฝา่ ยคา้ น นาซตี ่างเชื่อม่ันในตัวเองจนเกิดทฐิ อิ หงั การ จนสมรภมู กิ บั โซเวยี ตซ่งึ ไดว้ างแผนรับมอื กับการรบแบบสายฟา้ ฟาดเป็นอยา่ งดี
ทำ�ให้กองทัพนาซถี งึ กบั ย่อยยับและท�ำ ให้เยอรมนีเริ่มตน้ แพส้ งครามโลกไปแบบพังทลายอย่างช้าๆ

“สรุป”

หนา้ ประวตั ศิ าสตรส์ งครามโลกคร้งั ที่ 2 บนั ทึกเร่อื งราวมากมาย ท้งั กลศึก ความก้าวหนา้ และความโหดร้ายแหง่ สงคราม
การพยายามจะเขา้ ใจประวัตศิ าสตร์ชว่ งนี้ควรได้รับการศึกษาอย่างถูกต้อง แถมข้อมลู อา้ งองิ กม็ ีให้อ่านเชิงประจกั ษ์กนั มากมาย

โดยบทเรยี นจากสงครามโลกคร้ังที่ 2 นัน้ เราควรได้รับฟงั อ่านอยา่ งครบถ้วน ไมใ่ ช่คิดเอาเอง ซ่ึงถือเป็นการลบหลู่
เกียรติของผู้เสียชวี ติ ในความเลวร้ายครงั้ นน้ั ซึง่ พวกเขาเหลา่ น้ไี มม่ โี อกาสได้เหน็ โลกใหม่ท่ีตา่ งคาดฝัน
หวงั วา่ มันจะดกี วา่ วนั วาน

MAY THR FORCE BE WITH THEY

จกั รวรรดิญ่ปี นุ่

จักรวรรดิญีป่ นุ่ หรอื ช่ืออยา่ งเป็นทางการคอื มหาจักรวรรดิญีป่ ่นุ เปน็ จักรวรรดทิ ่ีอยทู่ างตะวนั ออก
ทส่ี ุดและเป็นหนงึ่ ในมหาอำ�นาจของโลก ในครสิ ต์ศตวรรษท่ี 19-20 สถาปนาข้ึนภายหลังจากการปฏริ ปู เมจิ
เมอื่ วันท่ี 3 มกราคม พ.ศ. 2411 และสนิ้ สุดลงเมื่อ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2490 ภายหลงั จักรวรรดิญี่ปุ่นพ่าย
แพ้ในสงครามโลกคร้ังทีส่ อง ในยคุ น้อี ุตสาหกรรมมากมายเกดิ ขึ้นในญปี่ ุ่นอยา่ งรวดเร็ว รวมถงึ แสนยานภุ าพ
ทางการทหาร ภายใตห้ ลักการ ฟุโกะกุ เคียวเฮ ซง่ึ น�ำ ไปสกู่ ารเป็นมหาอ�ำ นาจใหมข่ องโลก ท้ายสดุ คอื การเข้า
ร่วมกบั ฝา่ ยอักษะในสงครามโลกครง้ั ที่สอง และสามารถพชิ ติ ภมู ภิ าคเอเชียแปซิฟิกไดท้ ั้งหมด นน่ั เองท�ำ ให้
ในปี พ.ศ. 2485 ถอื เปน็ จุดสูงสดุ ของจกั รวรรดญิ ่ีปุ่น ทม่ี อี าณาเขตไพศาลถึง 7,400,000 ตารางกโิ ลเมตร

ในยคุ นีอ้ ุตสาหกรรมมากมายเกดิ ขน้ึ ในญ่ีปุ่นอยา่ ง
รวดเรว็ รวมถึงแสนยานุภาพทางการทหาร ภายใต้หลัก
การ ฟุโกะกุ เคยี วเฮ ซึ่งน�ำ ไปส่กู ารเปน็ มหาอ�ำ นาจ
ใหมข่ องโลก ทา้ ยสดุ คือการเข้าร่วมกบั ฝา่ ยอกั ษะใน
สงครามโลกครงั้ ท่สี อง และสามารถพชิ ติ ภูมภิ าคเอเชยี
แปซฟิ กิ ไดท้ ัง้ หมด น่ันเองทำ�ใหใ้ นปี พ.ศ. 2485 ถอื
เปน็ จดุ สงู สุดของจักรวรรดิญปี่ ุ่น ทีม่ อี าณาเขตไพศาล
ถงึ 7,400,000 ตารางกโิ ลเมตร

ธงชาตจิ ักรวรรดญิ ่ีปนุ่

ภายหลงั ความสำ�เร็จทางการทหารใน กองทัพจกั รวรรดิญปี่ นุ่
สงครามจนี -ญปี่ นุ่ คร้งั ท่สี องและสงครามแปซฟิ ิก
จักรวรรดิญป่ี ุ่นเร่มิ ประสบกับความปราชยั ใน
หลายๆสมรภูมทิ างมหาสมทุ รแปซิฟกิ รวมทั้งการ
การทิ้งระเบิดนิวเคลียรท์ ฮ่ี โิ ระชมิ ะและนะงะซะกิ
นั่นเองทำ�ให้จักรวรรดญิ ี่ป่นุ ยอมจำ�นนต่อฝ่าย
สัมพนั ธมิตร เมื่อวันที่ 2 กนั ยายน พ.ศ. 2488 ใน
หว้ งเวลาทฝี่ า่ ยสมั พันธมิตรนำ�โดยสหรฐั อเมริกา
เข้าควบคมุ ญ่ปี ุ่น มีการรา่ งรฐั ธรรมนูญใหมซ่ ึ่งมี
สหรฐั อเมรกิ าเป็นสว่ นรว่ ม รัฐธรรมนญู ใหมม่ ีผล
บังคบั ใชเ้ มอื่ วันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2490 ซึ่งถือ
เปน็ จุดสนิ้ สุดของจักรวรรดญิ ีป่ ่นุ

ประวัตจิ กั รวรรดิญี่ปุ่น

บากูมตั สึ

ผู้แทนจากรัฐบาลโชกุนโทกงู าวะในการเข้า หลงั จากญ่ปี ุ่นไดส้ นิ้ สดุ ยุคสงครามกลางเมอื ง
เจรจาตดิ ตอ่ กับประเทศตะวันตก ในยุคเซ็งโงกุ โทกงู าวะ อเิ อยาซุ ไดข้ ้ึนมามอี ำ�นาจและ
ตง้ั รัฐบาลเอโดะทป่ี กครองโดยระบอบโชกนุ (บากฟู )ุ มี
อภิสทิ ธิ์ให้ตระกลู โทกูงาวะผลดั ขนึ้ เปน็ โชกนุ ต่อเน่อื ง
กนั หลายช่วั อายคุ น โดยทีจ่ ักรพรรดญิ ปี่ ุ่นทรงไม่มพี ระ
ราชอำ�นาจทางการเมือง รฐั บาลโชกุนโทกงู าวะไดใ้ ห้
ประเทศญีป่ ่นุ ด�ำ เนินนโยบายปิดประเทศหรอื ซาโกก,ุ
เป็นระยะเวลาเกอื บ 200 หรือกวา่ สองศตวรรษ ภายใต้
ระบอบการปกครองของเหลา่ โชกนุ แห่งยุคเอะโดะ จน
อ�ำ นาจรฐั บาลโชกนุ มาถึงจุดสิ้นสดุ เมือ่ ญีป่ ่นุ โดนเรือรบ
อเมรกิ าน�ำ โดยพลเรอื แมทธวิ ซ.ี เพร์รี ยกกองเรือมา
ปิดปากอ่าวบังคบั ให้ท�ำ สนธิสัญญายอมเปิดประเทศ
รฐั บาลโชกุนของญี่ป่นุ ถูกบงั คับใหเ้ ปดิ ประเทศเพอ่ื การ
ค้าโดยการท�ำ สนธิสญั ญาคานางาวะ ในปี ค.ศ. 1854
ท�ำ ให้รฐั บาลโทกูงาวะเรมิ่ เสอ่ื มอำ�นาจลง ดงั น้ันจงึ เรม่ิ
เรยี กระยะเวลาในช่วงน้ีว่าบากูมตั สึ

ในปีต่อ ๆ มามกี ารค้าและการตดิ ตอ่ กบั ตา่ งประเทศเพม่ิ ข้ึน ไดม้ กี ารท�ำ สนธสิ ัญญาการค้าระหว่าง
รัฐบาลโชกุนโทกูงาวะและเหลา่ ประเทศตะวันตกจากยโุ รป ส่วนใหญเ่ นอ่ื งจากเงอื่ นไขทีน่ ่าอบั อายของสนธิ
สัญญาท่ไี มเ่ ป็นธรรมเหลา่ นี้ ท�ำ ใหช้ าวญี่ป่นุ เริม่ เกิดกระแสต่อตา้ นชาวตา่ งชาติและฟื้นฟูระบอบจักรพรรดิ
รฐั บาลโชกุนทเี่ อะโดะในไมช่ ้ากเ็ ผชิญหนา้ กับความเปน็ ปรปกั ษ์ภายในซงึ่ ปรากฏเปน็ ขบวนการความเคลอ่ื นไหว
ความเกลยี ดกลัวตา่ งชาตอิ ย่างรุนแรง หรือที่เรียกว่า ซนโนโจอิ (แปลวา่ “ฟ้นื ฟูพระราชอำ�นาจจกั รพรรดิ ขับไล่
ชาวต่างชาติ ในเดือนมนี าคม ค.ศ. 1863 จักรพรรดิญี่ปนุ่ ทรงออก “พระราชโองการขบั ไล่คนปา่ เถื่อน” แมว้ า่
โชกนุ จะไม่มคี วามตั้งใจท่จี ะบังคบั ใช้ระเบยี บ แตก่ ็เป็นแรงบันดาลใจในการโจมตรี ฐั บาลโชกุนเองและชาวตา่ ง
ชาตใิ นญ่ปี นุ่ เหตกุ ารณ์นามามูกิ ในชว่ งปี ค.ศ. 1862 น�ำ ไปส่กู ารฆาตกรรมของชาวองั กฤษ ชาร์ล เลนน็อกซ์ ริ
ชาร์ดสัน โดยกลมุ่ ซามไู รจากแคว้นซัตสึมะ อังกฤษเรียกร้องคา่ ชดเชย แต่ถูกปฏเิ สธ ในขณะทพ่ี ยายามท่ีจะจ่าย
เงนิ ทแี่ นน่ อนกองทพั เรอื ราชนาวีอังกฤษกถ็ ูกยงิ จากชายฝ่ังใกลเ้ มืองคาโงชิมะ อังกฤษจึงตอบโตด้ ว้ ย ใชเ้ รือปืน
ใหญ่ท�ำ การระดมยิงท่ที ่าเรือคาโงชมิ ะ ในปี ค.ศ. 1863

กองเรือของพลเรือแมทธิว ซ.ี เพรร์ แี หง่ สหรัฐอเมริกา รฐั บาลโทกงู าวะตกลงท่ีจะจ่ายคา่ ชดเชย
ทำ�การปิดอา่ วบงั คับให้ญปี่ ุ่นเปิดประเทศ สำ�หรบั การเสียชวี ติ ของริชารด์ สนั [5] อย่างไรก็ตาม
ชาวญีป่ นุ่ ยงั เกดิ กระแสตอ่ ตา้ นชาวต่างชาตอิ ย่างต่อ
เน่ือง ไดม้ ีการยิงเรืของชาวต่างชาติทที่ า่ เรอื ชิโมโน
เซกแิ ละการโจมตตี ่อทรัพยส์ นิ ของชาวต่างชาติ กลุม่
ประเทศตะวนั ตกจึงได้รวมเปน็ พันธมิตรตอบโต้ญปี่ นุ่
กลบั น�ำ ไปส่กู ารระดมยิงเมอื งชโิ มโนเซกิ โดยกองทัพ
พันธมิตรตะวันตกในปี ค.ศ. 1864 แควน้ โชชู ยงั เร่มิ
ท�ำ การรฐั ประหารท่ีลม้ เหลวที่เรยี กว่า เหตุการณ์คิ
นมอ่ น พันธมติ รซตั โช หรือ พันธมติ รแควน้ ซตั สมึ ะ–
แคว้นโชชู ได้เร่ิมกอ่ ต้งั ข้นึ ในปี ค.ศ. 1866

เพอื่ รวมความพยายามในการโค่นล้มรฐั บาลโชกุนโทกงู าวะ และถวายพระราชอำ�นาจคืนแก่องคส์ มเดจ็
พระจกั รพรรดิ ในช่วงต้นปี ค.ศ. 1867 จักรพรรดิโคเมเสด็จสวรรคตและถกู แทนทโี่ ดยพระโอรสของพระองค์
เจ้าชายมัตสึฮิโตะเสด็จข้นึ ครองราชย์เป็นจกั รพรรดิเมจิ ในวันท่ี 9 พฤศจิกายน ค.ศ. 1867 รัฐบาลโชกนุ มิ
อาจทนตอ่ แรงกดดันของชาวญปี่ นุ่ ได้ โชกนุ คนสุดท้าย โทกูงาวะ โยชโิ นบตุ ัดสนิ ยอมวางมอื ทางการเมืองโดย
การประนีประนอม ลาออกจากต�ำ แหนง่ และถวายคนื อำ�นาจบางส่วนของเขาไปยงั พระจักรพรรดเิ มจิ อีกทัง้
ยงั ตกลงทจ่ี ะ “เปน็ เครือ่ งมือสำ�หรับการดำ�เนินการ” ตามคำ�สง่ั ของจกั รพรรดิ รฐั บาลโชกนุ โทกงู าวะจึงยอม
ผอ่ นปรนอ�ำ นาจในระดบั หน่ึง อย่างไรก็ตามในขณะท่ีการลาออกของโชกุนโยชโิ นบไุ ดส้ รา้ งโมฆะเล็กน้อยใน
ระดับสูงสดุ ของรฐั บาลเคร่ืองมือของรัฐยังคงอยู่ ยิ่งไปกวา่ นัน้ รฐั บาลโชกนุ โดยเฉพาะตระกลู โทกงู าวะยงั คงเปน็
ก�ำ ลงั ส�ำ คญั ในการพัฒนาระบบการเมอื งและยังคงมีอำ�นาจบริหารมากมาย พันธมติ รซัตสมึ ะ-โชชเู ห็นว่าเปน็
เร่ืองที่ยอมรบั ไม่ไดใ้ นการประนีประนอมและเห็นว่าควรตดั อภิสิทธ์เิ หล่าตระกลู โทกงู าวะใหห้ มดไป ในวันท่ี 3
มกราคม ค.ศ. 1868 กองทัพพันธมิตรซัตสมึ ะ-โชชไู ด้บกุ ยดึ พระราชวงั หลวงเกียวโตในกรุงเกียวโต, และในวัน
ถัดมาจกั รพรรดิเมจผิ ู้ทรงพระเยาวใ์ นวยั 15 ชันษา พระองคไ์ ด้ประกาศการฟื้นฟพู ระราชอ�ำ นาจของพระองค์
เองเพื่อใหร้ ะบอบจักรพรรดกิ ลบั มามอี �ำ นาจเตม็ แม้ว่าสภาทปี่ รกึ ษาของจกั รพรรดสิ ่วนใหญม่ คี วามสุขกบั การ
ประกาศอยา่ งเปน็ ทางการของการปกครองโดยตรงโดยราชสำ�นกั และมแี นวโนม้ ทจ่ี ะสนบั สนนุ ความรว่ มมอื
อยา่ งตอ่ เน่ืองกับโชกนุ โทกูงาวะ ไซโง ทากาโมริ ผเู้ ลอ่ื มใสในระบอบจกั รพรรดิไดข้ วู่ ่าการชุมนุมในการยกเลกิ
ต�ำ แหน่ง โชกนุ ’ และสัง่ ใหร้ ิบทด่ี ินของโชกุนโยชิโนบุ ในวนั ท่ี 17 มกราคม ค.ศ. 1868 โชกุนโยชิโนบุประกาศวา่
“เขาจะไมถ่ กู ผกู มัดโดยค�ำ แถลงเกีย่ วกับการฟืน้ ฟพู ระราชอำ�นาจและเรียกร้องตอ่ ราชสำ�นักให้ยกเลกิ การกระ
ทำ�ดงั กลา่ ว” เมอ่ื วันท่ี 24 มกราคม โชกุนโยชโิ นบุได้รวบรวมผู้จงรักภกั ดีตอ่ ระบอบโชกนุ ตดั สนิ ใจเตรียมโจมตี
กรุงเกยี วโต เพอ่ื ปราบปรามผคู้ ิดฟืน้ ฟูระบอบจักรพรรดซิ ึง่ ครอบครองโดยกองกำ�ลงั พนั ธมติ รซัตสึมะและโชชู
การตัดสนิ ใจครัง้ นีไ้ ดร้ ับการกระตนุ้ เตอื นจากการเรียนรู้ของเขาเก่ียวกับการลอบวางเพลิงการโจมตใี นเอโดะ
เริม่ ตน้ จากการเผาไหมข้ องปราสาทเอโดะซง่ึ เป็นท่อี ยูอ่ าศัยหลักของโชกนุ โทกูงาวะ

รชั กาลเมจิ (ค.ศ. 1868–1912)

การฟ้นื ฟูเมจิ (การฟืน้ ฟูพระราชอ�ำ นาจ)

หลงั สน้ิ สุดสงครามโบชนิ กลุม่ พันธมติ รที่นิยมระบอบจักรพรรดิ แควน้ โชชูและแควน้ ซัตสมึ ะผนึก
ก�ำ ลังกันล้มลา้ งระบอบโชกนุ แหง่ รัฐบาลเอโดะและระบบซามไู รลง เป็นการสน้ิ สดุ ระบอบโชกนุ ในท่สี ุด
ขณะเดยี วกนั ได้มกี ารฟนื้ ฟูอ�ำ นาจของสถาบนั กษัตรยิ ์ หรอื การถวายพระราชอ�ำ นาจคืนแกพ่ ระจักรพรรดิ
จักรพรรดเิ มจิไดท้ รงย้ายเมืองหลวงจากเกยี วโตไปยงั เอโดะแลว้ เปลีย่ นชื่อเป็นโตเกียว บทบญั ญัติ
สัตยาธษิ ฐาน ได้รับการเปดิ เผยต่อสาธารณชนในการครองราชย์ของจักรพรรดเิ มจแิ ห่งญป่ี นุ่ เมอ่ื วันที่ 7
เมษายน ค.ศ. 1868 คำ�สาบานไดร้ ะบุจดุ มุ่งหมายหลกั และแนวทางการปฏิบตั ทิ ี่จะตอ้ งปฏบิ ตั ิตามในช่วง
รชั สมัยของจักรพรรดเิ มจซิ ึง่ เป็นเวทที างกฎหมายเพ่ือการพฒั นาประเทศใหท้ ันสมยั แบบชาตติ ะวนั ตก
ของญ่ปี ่นุ รัฐบาลใหม่ได้ยกเลิกระบอบศักดินาสวามภิ ักดแิ์ ละมกี ารรวมศนู ยอ์ �ำ นาจไว้ในกรุงโตเกยี ว มี
การสถาปนาสภานติ บิ ัญญัตใิ นสมเด็จพระจกั รพรรดิขน้ึ มาตามแบบอย่างของรัฐสภาองั กฤษ อนั ประกอบ
ด้วยสภาขุนนาง (สภาสงู ) และสภาผู้แทนราษฎร (สภาล่าง) อยา่ งไรก็ตาม แม้จะมกี ารเลือกตั้ง แตก่ ็ไม่
อาจเรียกได้วา่ เป็นระบอบประชาธิปไตยได้ เนอื่ งจากอำ�นาจและอทิ ธพิ ลทางการเมอื งสว่ นใหญ่อยู่ทีเ่ หลา่
ขุนนางในสภาสูง โดยเฉพาะอย่างย่งิ คณะเก็นโรเปน็ กลุ่มบุคคลทม่ี ีอทิ ธิพลทส่ี ดุ ในระบบการเมือง

สมาชกิ ทตู ที่สำ�คัญในคณะทตู อวิ าครู ะ มสี ว่ น จกั รพรรดิเมจ,ิ จักรพรรดิญี่ปุ่น (รชั กาล
ร่วมสำ�คญั ในการพัฒนาประเทศญ่ีปุ่น จากซา้ ย ที่ 122) ทรงฉลองพระองคเ์ ย่ียงอยา่ งพระ
ไปขวา: คิโดะ ทากาโยชิ, ยามากูชิ มาซกู ะ, อิวา มหากษตั รยิ ์ยุโรปตะวนั ตก สะท้อนถงึ การ
คูระ โทโมะมิ, อโิ ต ฮโิ รบูม,ิ โอกูโบะ โทชมิ จิ ิ พัฒนาประเทศตามแบบตะวนั ตกในยุค
สมยั เมจิ

การพฒั นาชาติแบบตะวนั ตก

ญี่ปนุ่ ไดเ้ รม่ิ ส่งบคุ คลากรไปเรียนร้ศู กึ ษาดงู านชาตติ ะวนั ตก โดยแตง่ ตั้งคณะทูตอวิ าครู ะในปี ค.ศ. 1871
คณะทูตดงั กล่าวมหี นา้ ท่ีภารกจิ เดนิ ทางไปทัว่ โลกเพ่อื เจรจาแก้ไขยกเลกิ สนธสิ ญั ญาท่ีไม่เทา่ เทียมกนั กับ
ประเทศสหรัฐอเมรกิ าและประเทศในยโุ รปท่ญี ีป่ นุ่ เคยถกู บงั คับใหท้ �ำ ในชว่ งรฐั บาลโชกุนโทกูงาวะและ
เพื่อรวบรวมข้อมูลเกย่ี วกบั ระบบเศรษฐกิจและสังคมตะวันตกเพื่อนำ�กลับมาพฒั นาประเทศญ่ปี ุน่
นักเขียนท่ีมีชือ่ เสียงหลายคนภายใตก้ ารคกุ คามอยา่ งต่อเนือ่ งของการลอบสงั หารจากศตั รทู างการเมอื ง
ของพวกเขา ไดม้ ีอิทธพิ ลในการชนะการสนับสนุนใหญ้ ่ปี นุ่ พฒั นาเดินตามแบบตะวันตก นกั เขียนหนงึ่
คนคือ ฟุคุซาวะ ยคู จิ ิ ซง่ึ มผี ลงานรวมถงึ “เงอื่ นไขในตะวนั ตก” “ดัตสอึ ะรน” และ “โครงรา่ งของ
ทฤษฎีอารยธรรม” ซ่ึงมีรายละเอียดของสงั คมตะวันตกและปรชั ญาของเขาเอง ในช่วงเวลาการฟืน้ ฟู
เมจิ อำ�นาจทางทหารและเศรษฐกจิ ได้รับการเนน้ ย�้ำ ความแขง็ แกรง่ ทางทหารกลายเปน็ เคร่อื งมอื ในการ
พัฒนาประเทศและความมั่นคง จักรวรรดญิ ี่ปุน่ กลายเปน็ ประเทศทีไ่ มใ่ ช่ตะวันตกเพียงมหาอ�ำ นาจของ
โลกและเปน็ ก�ำ ลงั ส�ำ คญั ในเอเชยี ตะวนั ออกในเวลาประมาณ 25 ปอี ันเป็นผลมาจากอตุ สาหกรรมและ
การพฒั นาเศรษฐกิจ

ฟคุ ซุ าวะ ยูคจิ ิ หน่ึงในนัก จกั รพรรดิเมจิทรงเปิดการประชมุ สภาแบบตะวนั ตก
ปราชญ์และนักเขยี นของญป่ี นุ่
ผู้สนบั สนนุ ให้ญ่ปี ุ่นพฒั นาชาติ
แบบยโุ รป

ญ่ปี นุ่ ในสมัยสงครามโลกคร้ังท่ี 2

ชนวนกอ่ เหตุ
สมรภมู ิในจนี ซึง่ กองทัพบกญ่ปี นุ่ ไดด้ ำ�เนินการมานานกอ่ นท่จี ะเกิดสงครามโลกคร้งั ที่ 2 อยา่ งเปน็
ทางการ โดยไดท้ �ำ การยึดครองเมอื งและบรเิ วณชายฝง่ั ของจีนเปน็ ส่วนใหญ่ รวมถึงการจัดต้ังประเทศแมนจู
กวั ซึง่ มจี ักรพรรดปิ ูยเี ป็นประมขุ และไดท้ ำ�การยึดครองกรงุ หนานจิง (นานกงิ ) ท่เี ป็นเมืองหลวงของจนี (ของ
รฐั บาลกก๊ มนิ ตง๋ั ในยคุ น้ัน) และได้ทำ�การสังหารหม่ชู าวจีนทีโดง่ ดังขนึ้ ซง่ึ รุนแรงมากจนกระท่งั ทำ�ใหส้ มาชกิ
พรรคคอมมิวนสิ ต์ในเมืองนานกงิ ยังรบั ไมไ่ ด้ ญี่ปุ่นตอ้ งเผชิญกับแนวรว่ มต่อต้านญีป่ ุ่นซึ่งเป็นการร่วมมอื ระหว่าง
พรรคคอมมิวนิสต์จนี ซง่ึ มีเหมาเจ๋อตงเปน็ ผ้นู ำ�และพรรคก๊กมินต๋นั (ประชาธปิ ไตย) ท่มี เี จียงไคเชก็ เปน็ ผู้น�ำ หลงั
จากเกิดกรณีซีอันข้นึ ท้งั ท่ี 2 พรรคนีเ้ คยเป็นศัตรกู นั มากอ่ นโดยพรรคคอมมิวนสิ ต์ไดท้ �ำ การสู้รบและด�ำ เนิน
การ “สงครามกองโจร” ทก่ี ลายเปน็ แบบอย่างของสงครามกองโจรยคุ ใหมข่ ้นึ โดยมฐี านทีม่ นั่ หลกั อยูท่ ่เี ยน
อาน ตามเขตตอนเหนอื และแมนจูเรียส่วนพรรคก๊กมินตนั๋ ไดย้ ้ายเมืองหลวงไปอย่ทู ฉ่ี ง่ ช่ิง (จุงกงิ ) และได้รับการ
สนับสนนุ จากสัมพันธมิตรท่อี ยู่ในอินเดยี แต่วา่ มกี ารถกเถียงกนั ระหว่างบทบาทของพรรคกก๊ มนิ ตน๋ั และพรรค
คอมมวิ นสิ ต์จนี ในเรอื่ งบทบาทความสำ�เรจ็ และความเอาการเอางานในการตอ่ ต้านญ่ปี ่นุ ของอีกฝ่ายหน่ึง แต่
ทีแ่ น่ชัดคอื นายพลสติเวลล์ ผูบ้ ญั ชาการทหารของสหรฐั อเมรกิ าท่เี ขา้ ไปดแู ลกองทพั ของพรรคก๊กมินตน๋ั รสู้ กึ
โกรธมากทภี่ ายในพรรคกก๊ มนิ ตนั๋ ไม่มีประสทิ ธิภาพ และม่งุ การปราบคอมมิวนิสต์มากกวา่ การรบกบั ญี่ปุ่น ใน
ขณะทเ่ี อดการ์ สโนวไ์ ด้แสดงความช่ืนชมบทบาทของเหมาเจอ๋ ตงอย่างมากในการต่อต้านญ่ปี นุ่ และทางกองทัพ
สหรัฐอเมริกาไดส้ ง่ คณะปฏิบัตกิ ารดิกซีเขา้ ไปรว่ มท�ำ งานกบั เหมาเจ๋อตุง แต่นักหนังสอื พิมพ์จากสหภาพโซเวียต
ท่ีไดเ้ ข้าไปท�ำ ข่าวในหว้ งเวลาเดียวกันกลบั วิจารณ์ เหมาเจ๋อตงว่าไม่เคร่งครดั ในลัทธคิ อมมิวนิสต์และหย่อนยาน
ในการสูร้ บ ท�ำ ให้ไม่สามารถเอาชนะญปี่ ุ่นได้ การรบชนะจนี ซ่งึ เปน็ ประเทศทไ่ี ด้ชอ่ื ว่ายิง่ ใหญท่ ี่สุดในเอเชียนน้ั
ยงิ่ ท�ำ ใหช้ าติญป่ี ุ่นมคี วามเชอ่ื มั่นในการทหารของตนเอง ท�ำ การรกุ รานประเทศอ่ืน ๆอย่างไม่เกรงกลวั และยัง
ประกาศสงครามกบั สหรัฐอเมรกิ าโดยการส่งเคร่ืองบนิ ไประเบิดเรอื อริโซน่าทอี่ า่ วเพิร์ล เป็นชนวนจดุ ระเบดิ
สงครามโลกครั้งที่สองในภมู ิภาคเอเชีย

การโจมตีเพริ ล์ ฮาร์เบอร์

การโจมตเี พิรล์ ฮาร์เบอร์ เปน็ การโจมตที างทหารอย่างน่าประหลาดใจของกองกำ�ลังพิเศษทางอากาศแห่ง
กองทพั เรือจักรวรรดิญี่ปนุ่ ต่อฐานทพั เรือสหรัฐทท่ี ่าเพิร์ล ดนิ แดนฮาวาย ในเช้าวันที่ 7 ธนั วาคม ค.ศ.
1941 การโจมตคี รงั้ นีไ้ ดเ้ ป็นที่ร้จู กั กันคอื ยทุ ธการเพริ ล์ ฮาร์เบอร์ น�ำ ไปสู่การเข้ารว่ มสงครามโลกครัง้ ที่
สองของสหรฐั อเมริกา ผนู้ ำ�ทางทหารญ่ีปุน่ ไดเ้ รียกการโจมตีครงั้ นว้ี า่ ปฏบิ ตั กิ ารฮาวายและปฏบิ ตั กิ าร
เอไอและปฏิบตั กิ ารแซดในชว่ งระหว่างการวางแผน โดยเรอื สงครามสูญเสยี 12 ลำ� เครอ่ื งบนิ 188 ลำ�
ทหารอเมรกิ ันเสียชวี ติ 2,403 คน และประชาชน 68 คน

สาเหตขุ องการโจมตี
ผลสืบเนอื่ งมาจากสงครามจนี -ญป่ี นุ่ ครั้งที่ 2 จดุ เรม่ิ ต้นของสงครามคอื จักรวรรดญิ ปี่ ุ่นไดบ้ กุ เข้ายดึ
ครองดินแดนแมนจเู รยี หลงั เกิดกรณมี ุกเดน เพราะเนือ่ งจากญี่ปุ่นไดเ้ ลง็ เห็นผลประโยชนใ์ นดนิ แดนแมนจูเรีย
หลายประการ หลงั จากยึดครองส�ำ เร็จก็แต่งตงั้ รัฐบาลหนุ่ เชิดใหอ้ ยู่ภายใต้การนำ�ของจกั รวรรดญิ ปี่ ่นุ โดยมี
จกั รพรรดิปยู ี (อดตี จักรพรรดิองค์สดุ ทา้ ยแหง่ ราชวงศ์ชงิ ) ให้มาเป็นผสู้ �ำ เร็จราชการแผน่ ดนิ และเปน็ จกั รพรรดิ
แหง่ แมนจเู รียได้แต่เพียงในนามเทา่ นนั้ เหตกุ ารณ์ดังกลา่ วได้สรา้ งความไม่พอใจแกส่ าธารณรฐั จนี เปน็ อย่าง
มากจึงได้ไปรอ้ งเรียนขอความชว่ ยเหลอื ไปยงั สนั นบิ าตชาติ เวลาตอ่ มาสนั นิบาตชาติดำ�เนินการสอบสวน
เหตกุ ารณ์ทเี่ กิดข้ึน หลังจากนนั้ สันนบิ าตชาตกิ ไ็ ดล้ งความเห็นเห็นวา่ จักรวรรดิญ่ีปนุ่ เปน็ ฝ่ายผดิ และเป็นผู้
รุกราน จงึ ออกแถลงการณล์ ิตตนั เพื่อประณามการกระท�ำ ของญีป่ ุ่นในการรกุ รานแมนจเู รียและออกคำ�สัง่ ให้
ญี่ปุ่นถอนกองทพั ออกจากดนิ แดนแมนจเู รยี ท�ำ ให้ญปี่ นุ่ ไมพ่ อใจพรอ้ มประกาศถอนตวั ออกจากสันนบิ าตชาติ
ไปโดยส้ินเชิง ด้วยการท่สี นั นิบาตชาติทำ�อะไรกบั ญ่ปี นุ่ ไมไ่ ด้ ท�ำ ให้จีนผิดหวงั และญ่ปี ุ่นก็เรม่ิ ฮกึ เหมิ ท่คี ิดจะ
ทำ�การยดึ ครองจีนต่อไปโดยไม่มีประเทศใดๆมาขดั ขวาง และแลว้ จกั รวรรดิญ่ีป่นุ กไ็ ดส้ ่งกองทพั เขา้ ไปรกุ ราน
จนี ได้อยา่ งเตม็ ตัว แมก้ องทพั จนี จะพยายามตา้ นทานอย่างสุดกำ�ลังแตก่ ็ไมอ่ าจตา้ นทานกองทัพจักรวรรดญิ ่ปี นุ่
ได้ท�ำ ใหจ้ ีนต้องสูญเสยี ดนิ แดนให้กับญ่ีปุ่น เชน่ ปักก่ิง เปย่ ผิง เทียนจนิ เปน็ ต้น ในขณะเดียวกนั เมืองนานกิง
เองก็ได้ถูกกองทัพญป่ี ุ่นเขา้ ยดึ ครองและทำ�การสังหารหมชู่ าวจีนไปเป็นจำ�นวนมาก สร้างความโกรธแค้นให้
กบั ชาวจนี เป็นอยา่ งมาก ในช่วงท่ีกองทัพจีนไดพ้ า่ ยแพก้ องทพั ญป่ี ่นุ มาติดต่อกนั อย่างตอ่ เน่ือง และแล้วความ
หวังกไ็ ดป้ รากฏข้ึน เนื่องจากจีนได้เลง็ เห็นประเทศสหรฐั อเมรกิ าทีเ่ ป็นชาตมิ หาอ�ำ นาจหนึ่งทีส่ ามารถถ่วง
ดลุ อ�ำ นาจของจกั รวรรดิญ่ีปุน่ ได้ ดังน้ันจนี จึงสง่ ขอความชว่ ยเหลือไปยงั สหรฐั ฯทนั ที แม้ว่าสหรัฐฯจะพยายาม
ท�ำ ตัวเป็นกลางไม่เขา้ ไปยงุ่ เกยี่ วกับสงครามก็ตามแต่กย็ นิ ดีให้ความช่วยเหลือกบั จีนอยา่ งเตม็ ท่ี สหรฐั ฯภายใต้
การน�ำ โดยประธานาธิบดรี สู เวลท์กไ็ ดป้ ระกาศยุตกิ ารสง่ ออกสนิ ค้าไปยังญ่ีป่นุ เช่น นำ�้ มนั เหลก็ เป็นต้น ทำ�ให้
ญ่ปี นุ่ ขาดปจั จัยในการบ�ำ รงุ กองทพั โดยเฉพาะน้ำ�มัน ท�ำ ใหก้ ารบกุ เขา้ ยึดจนี ตอ่ ไปต้องหยดุ ชะงักลง จักรวรรดิ
ญี่ปนุ่ ญ่ปี ่นุ จึงไดส้ ง่ ทูตไปเจรจากับสหรฐั ฯเพ่ือขอใหส้ ่งน้�ำ มนั ต่อ แต่ว่าการเจรจาก็ล้มเหลวหมดเพราะสหรฐั ฯ
ไดย้ ื่นคำ�ขาดว่าใหญ้ ีป่ ุ่นยตุ กิ ารยดึ ครองจนี และถอนก�ำ ลงั ออกจากอนิ โดจนี ไป ทำ�ใหญ้ ี่ปุ่นไม่พอใจเป็นอย่าง
มาก จึงตัดสินใจโจมตที ี่อ่าวเพริ ์ลฮาเบอร์ที่อยู่บริเวณของหมู่เกาะฮาวายท่ีเปน็ ฐานทัพเรอื สหรัฐฯประจ�ำ ภาค
พื้นทะเลแปซพิ ิกด้วยการเป็นอยา่ งลบั ๆ เพ่ือเปดิ เสน้ ทางการขยายอ�ำ นาจในภาคพ้นื ทะเลแปซพิ กิ แก่จักรวรรดิ
ญ่ีป่นุ

ล�ำ ดบั เหตุการณ์
ในวนั ท่ี 7 ธันวาคมพ.ศ. 2484 ญ่ีปุน่ เริ่มลงมอื ดว้ ยการซ่อนกองเรอื บรรทุกเครอื่ งบนิ แลว้ เขา้ ใกล้อา่ ว
เพริ ์ลฮาเบอร์ใหไ้ ดม้ ากที่สุดแล้วนำ�เครอื่ งบินบนิ ต�่ำ หลบคล่ืนเรดาร์ อมริกาตรวจพบเครอ่ื งบิน400ลำ�ก�ำ ลงั เข้า
เกาะ ปรากฏวา่ ทหารอเมริกาคดิ วา่ เปน็ เครอื่ งบนิ บ-ี 17ของตนบินกลับมาจากจนี เคร่ืองบินของกองทพั ญ่ปี ุน่
ยิง่ เข้าใกล้เกาะขึน้ เร่ือยๆในขณะทีท่ หารเรือก�ำ ลังตกปลาอยู่ แผนการรบทัง้ หมดคดิ โดย นายพลเรอื อิโซโรกุ
ยามาโมโต และได้ดัดแปลงตอรป์ ิโดคือใส่ไม้รูปทรงคล้ายๆกล่องเข้าไปที่ใบพัดจงึ ท�ำ ใหส้ ามารถยงิ ในนำ้�ตื้นได้
การรบดงั กลา่ วทำ�ให้เกิดความสูญเสยี อย่างหนักคือ ทหาร2408 นาย เรอื รบ 18 ลำ� เครอื่ งบิน 400 ล�ำ และ
ท�ำ ให้สหรฐั อเมริกาประกาศสงครามกบั ญี่ป่นุ ในทีส่ ุด

เรือรบสงครามของสหรัฐอเมริกาถกู ท�ำ ลายโดย

สมรภมู ิโอกินาวา

ยทุ ธการโอกินาวะ หรือช่อื รหัส ปฏิบัติการภูเขาน้ำ�แขง็ เป็นการสูร้ บบนหมเู่ กาะรวี กีวของโอ
กนิ าวะและเปน็ สงครามสะเทินน�ำ้ สะเทนิ บกขนาดใหญ่ทีส่ ดุ ในสงครามมหาสมุทรแปซิฟิก การรบกนิ
เวลาถึง 82 วนั จากตน้ เดอื นเมษายนถึงกลางเดือนมถิ นุ ายน ค.ศ. 1945 หลังดำ�เนินการตอ่ สแู้ บบกบ
กระโดดไปทีละเกาะ (campaign of island hopping) อนั ยาวนาน สัมพนั ธมติ รกไ็ ด้เข้ามาใกล้ประเทศ
ญีป่ ุ่น สัมพันธมติ รวางแผนทจี่ ะใชโ้ อกินาวะซึง่ เปน็ เกาะขนาดใหญ่ท่ีหา่ งจากแผน่ ดินใหญข่ องญ่ีปนุ่ 550
กโิ ลเมตรเปน็ ฐานบนิ สำ�หรับปฏบิ ตั ิการตามแผนการบุกแผ่นดนิ ใหญญ่ ปี่ นุ่ (ชอ่ื รหัสปฏบิ ตั ิการดาวน์ฟอล)
4 กองพลของกองทพั ท่ี 10 สหรฐั คอื กองพลที่ 7, 27, 77 และ 96 และนาวกิ โยธิน 2 กองพล คือ กองพล
ท่ี 1 และ 6 ตอ่ สู้บนเกาะขณะท่นี าวกิ โยธินกองพลที่ 2 เปน็ กองหนุนลอยล�ำ แต่ไมไ่ ดย้ กพลขนึ้ ฝ่งั การ
บกุ ไดร้ ับการสนันสนุนจากกองทัพเรือ ก�ำ ลงั รบสะเทนิ นำ้�สะเทนิ บก และกองทัพอากาศยทุ ธวธิ ี ยทุ ธการ
นี้ในภาษาองั กฤษอาจเรยี กว่า เป็นชือ่ เลน่ ท่ีมาจากความโหดร้ายในการรบ, กระสนุ ปนื ท่ปี ลิววอ่ นไปทวั่
สนามรบ, ความรนุ แรงของการโจมตีแบบคามกิ าเซะจากฝา่ ยญ่ปี นุ่ และจำ�นวนเรอื และยานพาหนะของ
ฝ่ายสัมพนั ธมิตรที่จโู่ จมส่เู กาะ เป็นการรบที่มจี �ำ นวนคนตายหรือได้รับบาดเจ็บสงู ท่สี ุดสมรภูมิหนึง่ ใน
สงครามมหาสมุทรแปซิฟิกของสงครามโลกคร้ังทส่ี อง ญป่ี นุ่ สญู เสยี ทหารมากกวา่ 100,000 นายและฝา่ ย
สัมพันธมิตรมีทหารเจบ็ หรอื ตายมากกว่า 50,000 นาย ในเวลาเดยี วกนั น้นั มปี ระชาชนเสยี ชวี ิต บาดเจ็บ

นาวกิ โยธิน 2 นายจากกองพนั ท่ี 2 กองพลนาวกิ โยธนิ ที่ 1 บนสันเขา
วานา (Wana) เตรยี มยิงคุ้มกนั ดว้ ยปืนกลทอมปส์ นั พฤษภาคม ค.ศ.

ค�ำ ส่งั ยุทธการ

กองกำ�ลังภาคพ้นื ดิน
กองกำ�ลงั ภาคพน้ื ดินสหรฐั ประกอบดว้ ย กองทัพท่ี 10 บังคบั บญั ชาโดยพลโทไซมอน โบลเิ วอร์ บัก
เนอร์ จูเนยี ร์ มี 2 กองทัพนอ้ ยภายใต้บงั คับบัญชา คือ กองทพั น้อยสะเทนิ น�้ำ สะเทินบกท่ี 3 ภายใต้การ
บงั คับบัญชาของพลตรีรอย ไกเกอร์ ประกอบด้วย กองพลนาวิกโยธนิ ที่ 1 และกองพลนาวกิ โยธนิ ท่ี 6 และ
กองทัพนอ้ ยท่ี 24 ภายใต้การบงั คับบญั ชาของพลตรี จอห์น อาร์. ฮอดจ์ ประกอบด้วย กองพลทหาราบที่ 7
และกองพลทหาราบที่ 96 กองพลนาวกิ โยธินที่ 2 เปน็ กองกำ�ลังลอยล�ำ สำ�รอง กองทพั ท่ี 10 ยงั กำ�กบั ดูแล
กองพลท่ี 27 ซงึ่ ท�ำ หน้าท่ีเป็นกองก�ำ ลงั รักษาการณ์ และกองพลทหารราบที่ 77 รวมทงั้ ส้นิ กองทัพท่ี 10 มี
กำ�ลงั พลเปน็ ทหาร 102,000 นายและนาวกิ โยธิน 81,000 นายผู้บังคบั บญั ชากองทัพท่ี 32 ของญีป่ ่นุ ถา่ ย
เม่ือเดอื นกมุ ภาพนั ธ์ ค.ศ. 1945กองกำ�ลังภาคพ้นื ดนิ ของญ่ปี ุ่นในการทพั น้ี (กองกำ�ลังปอ้ งกันหลกั ) ประกอบ
ดว้ ย ทหารท่ยี งั แข็งแรง 67,000 นาย (ข้อมูบางแหลง่ เปน็ 77,000 นาย) จากกองทพั ภาคท่ี 32 และกอง
ทหารของกองทพั เรือจักรวรรดิญี่ปนุ่ 9,000 นายจากฐานทัพเรอื โอโรกุ (มเี พียงสองสามร้อยนายเทา่ นน้ั ท่ี
ไดร้ บั การฝึกและมีอุปกรณ์สำ�หรับการตอ่ ส้บู นพ้นื ดนิ ) มกี องหนุนเป็นชาวรวี กีวทเี่ กณฑ์มาจำ�นวน 39,000
คน (ประกอบด้วย กองหนุนส่วนหลังท่ีเกณฑ์มาอย่างเรง่ ด่วนจ�ำ นวน 24,000 คน ซ่งึ เรียกว่า Boeitai และ
กรรมกรอีก 15,000 คน นอกจากนีย้ ังมีองค์กรเด็กชายมัธยมต้นชัน้ ปีสดุ ทา้ ย “หน่วยอาสาสมัครเหลก็ และ
เลือด จำ�นวน 1,500 คน ปฏิบัติการอยู่ที่แนวหนา้ ในขณะเดยี วกัน มีการจัดตั้งนักเรยี นฮิเมยูริ 600 คนเป็น
หนว่ ยพยาบาล กองทัพท่ี 32 ประกอบไปด้วยกองพลท่ี 9 กองพลท่ี 24 และกองพลท่ี 62 และกองพลนอ้ ย
ผสมอิสระท่ี 44 กองพลที่ 9 ได้เคล่ือนพลไปยังเกาะไตห้ วนั กอ่ นการโจมตี ซงึ่ เปน็ ผลของการเปลยี่ นแผนการ
ป้องกันของญ่ปี ุ่น กองก�ำ ลังการป้องกันสว่ นแรกท�ำ หน้าทปี่ อ้ งการด้านใต้ นำ�โดยพลโทมิตสึรุ อูชิจิมะ ผู้
บัญชาการ พลโทอิซามุ โช เสนาธกิ าร และพนั เอกฮิโรมจิ ิ ยาฮาระ เสนาธิการปฏบิ ัติการ ยาฮาระเป็นท่ี
ปรกึ ษายุทธวธิ รี บั ขณะทีโ่ ชเปน็ ทป่ี รึกษายทุ ธวธิ ีรกุ กองกำ�ลังตอนเหนอื มพี ันเอกทาเกฮโิ ดะ อูโดะเปน็ ผู้บังคบั
บัญชา กองทหารกองทัพเรอื จกั รวรรดิญี่ปุน่ นำ�โดยพลเรอื ตรีมโิ นรุ โอตะ ญ่ีปุ่นคาดวา่ สหรฐั จะยกพลข้นึ บก
6–10 กองพลและปะทะกับกองทหารรกั ษาการณ์ของญี่ปุ่นจ�ำ นวนสองกองพลครงึ่ เสนาธิการคำ�นวณว่าดว้ ย
จำ�นวนและอาวธุ ทด่ี กี ว่าของสหรัฐในแต่ละกองพลจะทำ�ใหส้ หรฐั มอี ำ�นาจการยิงเหนอื ญป่ี ุ่นห้าหรือหกเท่า
และเพิ่มเตมิ ดว้ ยอ�ำ นาจการยิงจากเรือจำ�นวนมากและอากาศยาน


Click to View FlipBook Version