The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by parnupong1718, 2021-03-22 21:24:22

นิตยสารสงครามโลกครั้งที่2

XD

อกั ษะล่มสลาย ฝ่ายสมั พนั ธมติ รไดช้ ยั

การทงิ้ ระเบิดนิวเคลยี รท์ ีฮ่ ิโรชมิ ะและนางาซากิ เป็นการโจมตจี กั รวรรดิญีป่ นุ่ ด้วยอาวุธนิวเคลยี รข์ อง
สหรฐั อเมริกา เม่อื ปลายสงครามโลกครั้งท่สี อง โดยค�ำ สั่งของประธานาธบิ ดีสหรัฐอเมรกิ า แฮรร์ ี เอส. ทรู
แมน เมือ่ วนั ที่ 6 สงิ หาคม และวนั ท่ี 9 สงิ หาคม พ.ศ. 2488 หลังจากการโจมตที งิ้ ระเบดิ เพลงิ ตามเมืองตา่ ง
ๆ 67 เมืองของญี่ปนุ่ อย่างหนกั หน่วงเปน็ เวลาติดตอ่ กันถึง 6 เดอื น สหรัฐอเมริกาจงึ ไดท้ งิ้ “ระเบดิ ปรมาณู”
หรือทเ่ี รียกในปจั จบุ ันว่าระเบดิ นิวเคลยี ร์ที่มชี อื่ เลน่ เรยี กวา่ “เด็กนอ้ ย” หรอื “ลติ เตลิ บอย” ใส่เมอื งฮิโรชิ
มะในวันจันทร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2488 ตามด้วย “ชายอ้วน” หรอื “แฟตแมน” ลูกที่สองใสเ่ มอื งนางา
ซากิโดยให้จดุ ระเบดิ ท่รี ะดับสงู เหนือเมืองเลก็ น้อย นบั เป็นระเบดิ นิวเคลียรเ์ พียง 2 ลูกเท่าน้ันท่นี �ำ มาใชใ้ น
ประวตั ศิ าสตร์การท�ำ สงคราม การระเบิดท�ำ ใหม้ ผี ู้เสียชวี ิตทฮ่ี ิโรชมิ ะ 140,000 คนและทีน่ างาซากิ 80,000
คนโดยนับถงึ ปลายปี พ.ศ. 2488 จ�ำ นวนคนที่เสียชีวติ ทันทีในวนั ท่ีระเบิดลงมจี ำ�นวนประมาณครงึ่ หนง่ึ ของ
จำ�นวนท่กี ลา่ วน้ี และในระยะต่อมาก็ยังมีผูเ้ สยี ชวี ติ ดว้ ยการบาดเจบ็ หรือจากการรับกัมมนั ตรงั สีท่ถี กู ปลด
ปลอ่ ยออกมาจากการระเบดิ อกี นบั หมืน่ คน ผูเ้ สยี ชวี ติ เกือบทงั้ หมดในทง้ั 2 เมืองเป็นพลเรือน

กลมุ่ เมฆรูปดอกเห็ดของ “ลิตเติลบอย” และ “แฟตแมน”
ทที่ ิ้งใส่เมืองฮโิ รชิมะ(ซา้ ย) และเหนอื เมืองนางาซากิ (ขวา)

บทบาทของสาธาณรฐั จนี

เจียง ไคเชก (อกั ษรโรมัน: Chiang Kai-shek; 31 ตุลาคม ค.ศ. 1887 — 5
เมษายน ค.ศ. 1975) หรอื ชือ่ ตามภาษาจีนมาตรฐาน คอื เจย่ี ง จงเจงิ้ หรอื
เจย่ี ง เจีย้ ฉือ เป็นชาวจีนทเ่ี ป็นนักการเมอื งฝา่ ยชาตนิ ิยม นกั ปฏิวัติ และผู้น�ำ
ทหารทีท่ ำ�หน้าทีเ่ ปน็ ผู้น�ำ แห่งสาธารณรัฐจีนในชว่ งระหว่างปี ค.ศ. 1928 ถงึ
ค.ศ. 1975 คร้ังแรกในจีนแผน่ ดินใหญ่จนกระท่ังถึงปี ค.ศ. 1949 ตอ่ มาท่ีเกาะ
ไตห้ วนั จนกระทัง่ ถงึ แก่อสัญกรรม
เขาเกดิ ในมณฑลเจ๊เกยี๋ ง (เจอ้ เจียง) เจียงเป็นสมาชิกพรรคกก๊ มนิ ต๋งั (KMT) และ
เป็นนายทหารระดับยศรอ้ ยโทของดร.ซนุ ยัตเซน็ ในการปฏวิ ตั โิ ค่นลม้ อำ�นาจ
รัฐบาลเป่ย์หยางและรวมชาตจิ นี ให้เปน็ หนงึ่ เดยี วกัน ดว้ ยความชว่ ยเหลือจาก
โซเวียตและคอมมิวนิสต์

เจียงไดจ้ ัดตั้งกองทพั ใหมใ่ ห้อยภู่ ายใต้รฐั บาลชาตนิ ิยมกวางตงุ้ ของดร.ซุน และหวั หน้าโรงเรียนการทหารหวงผู่ ผู้บัญชาการทหาร
สงู สดุ ของกองทัพปฏวิ ัตแิ ห่งชาตจิ ีน (จากทเี่ ขาขึน้ ด�ำ รงตำ�แหน่งทเี่ ปน็ ทรี่ ูจ้ กั กันคือ จอมพลสงู สดุ ) เขานำ�การกรีฑาทัพข้ึนเหนือ
ตง้ั แตป่ ี ค.ศ. 1926 ถึง 1928 กอ่ นทจ่ี ะเอาชนะกลมุ่ พันธมิตรขนุ ศกึ ตา่ ง ๆ และรวมชาตจิ นี ใหอ้ ยู่ภายใต้รฐั บาลชาตินยิ มใหม่ คร่งึ
ทางของการทัพ ความเป็นพนั ธมติ รของพรรคก๊กมินตั๋งและพรรคคอมมิวนสิ ตจ์ นี ไดแ้ ตกหกั กันและเจียงไดท้ ำ�การปราบปราม
คอมมิวนิสตภ์ ายในพรรค ก่อใหเ้ กดิ สงครามกลางเมอื งกับพรรคคอมมวิ นสิ ต์จีน ซึ่งในทีส่ ุดเขาไดป้ ระสบความพ่ายแพ้ในปี ค.ศ.
1949
ในฐานะที่เปน็ ผูน้ ำ�แหง่ สาธารณรัฐจนี ในทศวรรษหนานจงิ เจยี งพยายามท่ีจะรักษาความสมดลุ ทีย่ ากล�ำ บากระหว่างการปรบั ปรงุ
จนี ให้มีความทันสมยั ในขณะเดียวกนั กท็ ุ่มเททรพั ยากรเพือ่ ปกปอ้ งประเทศชาติจากภัยคกุ คามจากญป่ี ุ่นท่กี ำ�ลังจะเกิดขึน้ จงึ ได้
พยายามหลีกเลย่ี งการท�ำ สงครามกับญี่ปุน่ ในขณะเดยี วกันก็ได้ท�ำ สงครามปราบปรามคอมมิวนสิ ต์จีนต่อไป เขาไดถ้ ูกจับตวั ในอุบตั ิ
การณ์ซอี านและจำ�เปน็ ตอ้ งจัดต้งั แนวร่วมต่อตา้ นญี่ป่นุ กับพรรคคอมมิวนิสตจ์ นี ภายหลงั จากเหตุการณ์สะพานมาร์โค โปโลในปี
ค.ศ. 1937 เขาไดร้ ะดมพลทหารจนี ส�ำ หรับสงครามจีน-ญปี่ นุ่ คร้งั ทีส่ อง เป็นเวลาแปดปีทเ่ี ขานำ�สงครามตอ่ ตา้ นกบั ศตั รูท่มี คี วามได้
เปรยี บท่เี หนือกวา่ มาก ส่วนใหญม่ าจากเมืองหลวงฉงชิง่ ในยามสงคราม ในฐานะผนู้ �ำ ของฝา่ ยสมั พนั ธมิตรทีส่ ำ�คัญ เจยี งไดเ้ ขา้ พบกับ
นายกรัฐมนตรอี งั กฤษ วนิ สตัน เชอรช์ ิล และประธานาธบิ ดแี ห่งสหรัฐอเมรกิ า แฟรงกลนิ ด.ี โรสเวลต์ ในการประชุมไคโรเพ่ือประชุม
หารือเกีย่ วกบั การยอมจ�ำ นนของญ่ีปนุ่

ไมน่ านหลงั สงครามโลกครั้งท่ีสองสนิ้ สดุ ลง เขาก็ไดเ้ รม่ิ ท�ำ สงครามกลางเมืองอีกครั้งกับพรรคคอมมิวนิสตจ์ นี ภายใต้การนำ�
โดยเหมา เจ๋อตง ฝ่ายชาตนิ ิยมของเจยี งสว่ นใหญไ่ ด้ประสบความพ่ายแพ้ในการรบแตกหักไมก่ ค่ี รัง้ ในปี ค.ศ. 1948
ในปี ค.ศ. 1949 รัฐบาลและกองทพั ของเจยี งไดห้ ลบหนีไปยังไตห้ วันซึ่งเจียงได้ประกาศบังคบั ใชก้ ฎอัยการศกึ และ
ปราบปรามผทู้ ม่ี ีความคิดเหน็ ต่างทางการเมืองในชว่ งความน่าสะพรึงสีขาว การดำ�รงต�ำ แหนง่ ประธานาธิบดีในชว่ งการ
ปฏริ ปู สังคมและความรงุ่ เรอื งทางเศรษฐกิจ เจียงไดร้ บั ชยั ชนะการเลือกตงั้ ถึงหา้ คร้งั ในระยะเวลาหกปีในฐานะประธานาธบิ ดี
แหง่ สาธารณรัฐจีน และเป็นอธบิ ดีทั่วไปของพรรคกก๊ มนิ ต๋ังจนกระทงั่ เขาถึงแกอ่ สญั กรรม สามปีในวาระทห่ี ้าในขณะทเี่ ขา
ดำ�รงต�ำ แหนง่ เป็นประธานาธิบดีและเพียงหนึง่ ปกี อ่ นทเ่ี หมาจะถึงแก่อสัญกรรมเช่นกัน
หน่ึงในประมขุ แห่งรฐั ที่ไมใ่ ช่พระมหากษตั รยิ ท์ ่ดี �ำ รงต�ำ แหนง่ ทีย่ าวนานทส่ี ดุ ในศตวรรษที่ 20 เจียงเป็นผูป้ กครองทไ่ี มใ่ ช่พระ
มหากษตั รยิ ์ท่ดี �ำ รงต�ำ แหน่งท่ียาวนานท่สี ดุ ในจีน เปน็ เวลายาวนานถงึ 46 ปี เชน่ เดยี วกับเหมา เขาได้ถกู มองว่าเป็นบคุ คลท่ี
ไดม้ ีการโต้เถียงมากท่สี ดุ ผู้ท่ีสนับสนุนเขาตา่ งได้ยกย่องเขาถึงการมบี ทบาทส�ำ คญั ในการรวมประเทศจีนให้เป็นหนง่ึ และเปน็
ผนู้ ำ�จีนตอ่ ต้านญ่ปี ุ่น รวมทง้ั การตอ่ ตา้ นการรกุ รานของโซเวียต-คอมมิวนิสต์ ผกู้ ล่าวรา้ ยและนักวิจารณ์ต่างประณามเขาวา่
เปน็ เผดจ็ การทด่ี า้ นหนา้ ของระบอบลทั ธิอำ�นาจนยิ มท่ีได้ทำ�การปราบปรามฝ่ายศัตรูทางการเมืองอย่างไรค้ วามปราณี

ประวตั ิ

จยี งไคเชกเกดิ ที่เมอื งเฟิงหัว มณฑลเจอ้ เจยี ง ห่างจากเมืองทา่ ทางตะวันออกของเมืองหนิงโปไปเป็นระยะทาง 30
ไมล์ ในวัยเดก็ เจยี งมีชือ่ เริ่มแรกว่า “จไู ท่” ครอบครัวของเจียงมีฐานะท่ดี ไี ด้รบั การเคารพนับถือจากผู้คนในเมอื ง บดิ าของ
เจยี ง เจียง จ้าวกง และมารดา หวงั ไคหยู่ ทัง้ คู่เปน็ ครอบครัวทท่ี �ำ การค้าเกลือและใบชา
เจยี งมบี คุ คลกิ ทซ่ี กุ ซนโกรธง่ายและหัวร้นั ในวัย 3 ขวบ เขาไดท้ ดลองจวกตะเกียบแหย่ลงลำ�คอดว้ ยความอยากร้อู ยากเห็น
ว่าตะเกียบจะลงไปได้ลกึ เท่าไหร่ ซ่งึ สุดทา้ ยมนั กต็ ิดคา้ งและแมข่ องเขาไดเ้ รียกใหผ้ ูค้ นละแวกบา้ นมาช่วยกันเอาตะเกยี บออก
ด้วยความยากล�ำ บาก
ในบันทกึ ของเจียง เขาเขียนพรรณนาถงึ มารดาของเขาในฐานะทเ่ี ปน็ ศนู ย์รวมของลทั ธขิ งจอื้ เพราะมารดาของเขามอี ิทธพิ ล
อยา่ งมากในวยั เดก็ เขาได้เตบิ โตภายใต้การเลีย้ งดูของมารดา มารดาของเจียงได้อบรมสง่ั สอนใหเ้ ขาเติบโตมามคี วามเป็น
สภุ าพบุรษุ อกี ทั้งยังสอนถงึ หลักคุณธรรมแบบจนี โบราณ เม่อื เจยี งสูญเสยี บิดาเมือ่ เขามีอายุได้ 9 ปี ครอบครัวของเจียง
มีเพียงมารดาทท่ี �ำ หน้าท่พี ยุงฐานะของครอบครวั มารดาของเจยี งได้ทำ�งานหนักประหยัดอดออมและเสยี สละอยา่ งมาก
เพ่อื ใหเ้ จยี งได้เล่าเรยี นหนังสือ ในภายหลงั เจยี งไดต้ ระหนักมากข้ึนถึงประเดน็ ครอบครัวของเขาในวยั เด็ก ขณะที่กลา่ วค�ำ
ปราศรัยใหแ้ ก่สมาชิกพรรคก๊กมนิ ตัง๋ ในปี ค.ศ. 1945

ในฐานะทที่ ุกคนรับรู้ ในตอนทขี่ ้าพเจ้ายงั เป็นเดก็ ในครอบครวั ทแี่ สนยากล�ำ บาก ปราศจากการดูแลคุ้มครอง หลงั
บิดาของขา้ พเจา้ ตาย มารดาของข้าพเจ้าได้เปิดเผยเรอ่ื งราวการเอาเปรยี บทเ่ี ลวร้ายจากเหล่าเพื่อนบ้านทลี่ ้วนเหน็ แกต่ ัวและ
พวกผ้ดู ีท้องถ่ินอนั ธพาล ความพยายามของเธอในการตอ่ สกู้ ับเหลา่ ครอบครวั ท่คี ิดรา้ ยเหล่านีค้ อื การเลยี้ งดอู บรมลกู ของ
เธอให้เตบิ โตขึ้นมาในสภาพแวดล้อมท่มี จี ติ วิญญาณในการตอ่ สเู้ พอื่ ความยตุ ธิ รรม ข้าพเจ้ารสู้ ึกวา่ ในตลอดช่วงชีวิตวัยเดก็
มารดาของข้าพเจา้ และตัวข้าพเจ้าได้รว่ มตอ่ สู้ด้ินรนอยา่ งปราศจากความชว่ ยเหลอื และโดดเดยี่ ว พวกเรานั้นโดดเด่ยี ว ไมม่ ี
ความชว่ ยเหลือท่ีเปน็ ไปไดท้ ่พี วกเราจะมองเห็น หากแต่การตัดสินใจของพวกเราไมเ่ คยหว่ันไหวและไม่ทอดทิง้ ความหวัง

การศกึ ษา
ในช่วงทีเ่ จยี งเรมิ่ เรียน เขามคี วามสนใจในการสงครามอย่างมาก มีการเลน่ เอาไมม้ าท�ำ เปน็ ดาบและอาวุธจำ�ลองเป็น

สนามรบหลงั เลกิ เรียนอยู่เปน็ ประจำ� โรงเรยี นประถมของเจยี งไดส้ อนวิชาลทั ธิขงจอ้ื และปรัชญาจนี โบราณ เจยี งจงึ ได้เปลีย่ น
ชือ่ จาก “จูไท”่ เปน็ ไคเชก ในสำ�เนยี งแบบเจอ้ เจียง หรอื เจีย้ ฉอื ในส�ำ เนยี งภาษาจีนกลาง ท่ีแปลว่า หินบริสุทธ์ิ เมอื่ เจยี ง
อายไุ ด้ 14 ปี มารดาของเจยี งได้จดั ใหเ้ จยี งแตง่ งานกับภรรยาชาวชนบทอายุ 19 ปี นามว่า เหมา ฟเู หมย แต่เจยี งกลับไม่
ชอบคอและมีความรักกบั ภรรยาคนแรกคนน้ี เน่อื งจากเขาพบว่าถกู บังคับจากมารดาทตี่ อ้ งการหาภรรยาใหก้ บั เขาและใหเ้ ขา
ยอมรบั เจยี งจึงย้ายไปศึกษาในโรงเรยี นอกี เมอื งหนงึ่ และให้ภรรยาของเขาคอยดูแลมารดาทบี่ า้ น
ในชว่ งนเี้ องเจยี งไดพ้ บและตระหนักถึงสภาพอันน่าเวทนาของบ้านเมอื งในขณะน้ันเจียงไดพ้ บวา่ ปญั หาหลกั ของประเทศ
มาจากการปกครองของราชวงศช์ งิ ที่เปน็ ราชวงศ์ของชาวแมนจูซึ่งมาจากดนิ แดนแมนจเู รียทางตอนเหนอื เขา้ มาปกครอง
ประเทศจีนเป็นเวลาหลายรอ้ ยปี
ในปี ค.ศ. 1901 การปกครองของราชวงศ์ชงิ ได้ประสบแต่ความเหลวแหลกมาโดยตลอด ราชส�ำ นักต้องพบภัยลา่ อาณานิคม
จากประเทศองั กฤษ ราชสำ�นกั เป็นฝ่ายพา่ ยแพใ้ นสงครามฝิ่นจนถึงภายใตพ้ ระนางซูสไี ทเฮา การปกครองยงั คงลม้ เหลวต่อ
เน่อื ง พระนางไม่สามารถปกป้องประเทศจากการคกุ คามจากชาตติ ะวนั ตกและญี่ปุน่ ที่เริ่มเข้ามาล่าอาณานคิ มและยึดครอง
ประเทศจีนเชน่ กนั เจียงจงึ เรม่ิ มแี นวคิดอดุ มการณ์ท่จี ะให้ประเทศจนี ปกครองโดยชาวจนี และกอบกู้ฟ้นื ฟปู ระเทศขนึ้
เจียงไดเ้ รียนหนงั สอื จบมัธยมเมื่อเขาอายไุ ด้ 17 ปี เจยี งวางแผนจะเรียนตอ่ ในโรงเรียนกฎหมายแตม่ เี หตุท่ีทำ�ใหก้ ลับใจเขาได้
พบกับเหลา่ คนหนมุ่ ท่ีไดต้ ่างทะยอยตัดหางเปียยาวแบบแมนจทู ้งิ เนอ่ื งจากในขณะนั้นชาวแมนจทู เ่ี ขา้ มาปกครองประเทศ
จนี ได้มปี ระเพณีทีจ่ ะตอ้ งบังคบั ให้ชายทกุ คนไวผ้ มทรงหางเปยี ยาว เมือ่ เจยี งถามคนกล่มุ นั้นเหตใุ ดจงึ ตดั หางเปียทง้ิ พวกเขา
กลับตอบวา่ “เพ่ือเป็นการตอ่ ตา้ นความโหดรา้ ยและฉ้อฉลของราชสำ�นกั ชงิ ” ท�ำ ให้เจียงหันมาสนใจกับอาชีพทหารและลม้
เลิกในการเรียนต่อในโรงเรยี นกฎหมาย

การเขา้ เป็นทหาร

กอ่ นหนา้ ทีเ่ จียงจะตัดสนิ ใจเข้าเปน็ ทหารไดเ้ กิดสงครามจนี -ญีป่ นุ่ ครงั้ ทห่ี นึ่งขนึ้ ญปี่ ่นุ ไดพ้ ัฒนาประเทศจนเปน็
มหาอ�ำ นาจแบบตะวันตกและสง่ กองทพั เข้ารกุ รานประเทศจนี ทก่ี ำ�ลังออ่ นแอ สงครามสนิ้ สุดลงด้วยความพ่ายแพข้ องราช
ส�ำ นักชงิ ท�ำ ให้จนี ตอ้ งถูกบีบบังคับใหล้ งนามในสนธสิ ญั ญาชิโมโนเซกิ ความอปั ยศดังกลา่ วท�ำ ใหเ้ จยี งเห็นวา่ จนี ควรเรยี นรบู้ ท
เรยี นจากสงครามครั้งน้ีและควรศกึ ษาจากความสำ�เรจ็ ทางการทหารของญ่ีปุน่ แมว้ ่าเจียงจะไมช่ อบการที่ญปี่ ่นุ ไดร้ กุ รานและ
ขม่ เหงประเทศจีนก็ตาม แต่เขากลับเห็นวา่ หากประเทศจนี จะเข้มแขง็ ได้ต้องเรยี นรู้จากศัตรู เขาจึงคิดจำ�ใจไปเรียนทางด้าน
การทหารทญี่ ่ปี นุ่ และหาวิธเี ดินทางไปญปี่ ุ่น
เจยี งได้ขออนญุ าตมารดาของเขาเพ่ือไปเรยี นโรงเรียนการทหารของญี่ปนุ่ ในช่วงแรกเธอคัดคา้ น แตด่ ว้ ยความมมุ านะและ
พยายามอ้อนวอนมารดาของเจยี งให้คลอ้ ยตามจนในทส่ี ุดมารดาของเขากอ็ นญุ าตและสนบั สนนุ ทางด้านการเงนิ ไปต่าง
ประเทศในเดือนเมษายน ค.ศ. 1906 เมื่อเจียงเดินทางถงึ ญปี่ ่นุ เขาพยายามสมัครเขา้ โรงเรียนทหารทนั ทแี ตก่ ลับถูกปฏเิ สธ
และเม่ือเงนิ ที่ไดม้ าเริ่มขดั สนเขาจงึ เดินทางกลับประเทศจีน
ในปีเดยี วกันเมอื่ เจียงเดนิ ทางกลับมา เหมาฝูเหมย่ ภรรยาของเขาได้ให้ก�ำ เนดิ บุตรชายแก่เจียงคนแรก เจียงต้งั ชอื่ ลูกชายว่า
เจียง จิงก๋ัว ตอ่ มาเจียงไดเ้ ข้าสมคั รการฝึกฝนการทหารทีโ่ รงเรยี นการทหารเป่าตง้ิ ทเี่ ป็นสถาบนั การทหารทสี่ นับสนนุ โดย
ราชวงศช์ ิง เมอ่ื เจียงได้เข้ารับการฝกึ ท่ีเปา่ ติง้ เขาไดฝ้ กึ ฝนอย่างขยนั หมั่นเพียรและเชื่อฟงั คำ�สัง่ ผู้บังคบั บัญชาตลอดสรา้ ง
ความประทับใจให้แกค่ รฝู กึ และเพ่ือนทหารเป็นอย่างมาก จนกระทั่งเจยี งได้ขึ้นชัน้ ปี 2 ของโรงเรยี นทหาร เขาไดร้ บั คัดเลือก
เปน็ นักเรยี นทุนตัวแทนนกั เรียนทหารแลกเปลยี่ นจนี หนึง่ ในสี่นายไปศกึ ษาต่อทโี่ รงเรยี นทหารของญ่ีป่นุ
เหล่านกั เรียนแลกเปลีย่ นจากจนี เรม่ิ เดนิ ทางจากเมอื งทา่ ตา้ เหลยี นน่งั เรือโดยสารมายงั เมอื งโกเบของญี่ปนุ่ และเดนิ
ทางต่อไปยังกรงุ โตเกยี ว เม่อื เจียงเดินทางมาถึงญปี่ ุน่ อกี ครั้ง เจียงไดเ้ ข้าเรยี นในสถาบันโตเกยี วชินบกู ักโคะ ซ่งึ เปน็ โรงเรยี น
เตรียมทหารเพื่อเข้าศึกษาตอ่ ในสถาบันการทหารกองทัพจกั รวรรดญิ ป่ี ุ่นส�ำ หรบั นกั เรียนแลกเปลี่ยนจากจีนทจ่ี ะชว่ ยสอน
เร่ืองกจิ การทางทหารและสำ�หรบั นักเรยี นทีไ่ มไ่ ดเ้ ป็นนายทหารช้ันประทวน เม่ือเจยี งจบการศกึ ษาจากสถาบันโตเกียวชินบู
กกั โคะในเดือนพฤศจกิ ายน ค.ศ. 1910 รายงานจากทางญป่ี ุ่นระบุว่าคะแนนรวมท้ังหมดของเจียงไดอ้ นั ดับท่ี 55 จากทง้ั หมด
62 อกี 8 คนเปน็ ทส่ี ุดท้าย ถือวา่ ปานกลางไมด่ ีมาก
หลงั จากน้นั เจียงไดเ้ ขา้ เรยี นตอ่ ในสถาบันการทหารกองทัพจักรวรรดิญ่ีปุ่นทไ่ี ด้จดั เอาไว้ให้เหลา่ นกั เรยี นทนุ แลกจากจนี ที่มา
ศึกษา เจยี งได้ถกู คดั เลือกเขา้ กองพลที่ 13 แหง่ หนว่ ยเหล่าปนื ใหญท่ ะคะดะ ในขณะทเ่ี รยี นปนื ใหญ่นัน้ แม้เพอ่ื นร่วมชัน้ ชาว
ญีป่ ่นุ จะดูถูกและกลน่ั แกล้งเจยี งและนักเรียนจากจนี แต่เจยี งกลบั อดทนและมงุ่ ม่นั ไม่สนใจการดถู กู ใด ๆ เจยี งฝึกฝนล้าง
หอ้ งนำ้� อาบน้ำ�ให้มา้ และอยู่ในสนามรบท่ีมอี าหารเพยี งน้อยนิดทั้งหมดสร้างความประทับใจใหแ้ ก่ครฝู ึกทหารชาวญีป่ ุ่นได้
อย่างต่อเนือ่ ง

ในฐานะนักปฏิวตั ิ

ระหวา่ งท่ีเรยี นท่ีญ่ปี ุน่ น้เี องเจียงได้ขา่ วการเคลอื่ นไหวของดร. ซนุ ยัตเซ็น ผซู้ ึง่ ต้องล้ภี ยั หนกี ารตามลา่ มาอยญู่ ี่ปนุ่ เนอื่ งจาก
เปน็ ผนู้ ำ�ในขบวนการปฏิวตั เิ พอื่ ล้มล้างราชวงศช์ งิ หรอื “ถงเหมิงฮยุ่ ” เจียงยังได้พบกบั เฉนิ ฉีเ่ หม่ยที่เป็นชาวเจ้อเจยี งเหมือนกนั เฉิน
ฉ่เี หมย่ ได้ช่วยสอนดา้ นลัทธิการเมอื งใหก้ บั เจียง เขาเปรยี บเสมือนเปน็ ครทู ด่ี ีและตอ่ มาไดก้ ลายมาเปน็ สหายคนสนทิ ของเจียง ด้วย
ความเลื่อมใสศรทั ธาในค�ำ ปราศรยั ของดร.ซนุ ทีจ่ ะปฏวิ ตั เิ พือ่ ล้มล้างการปกครองของราชวงศช์ ิงและก่อตงั้ สาธารณรัฐ ปีเดียวกนั นนั้
เฉิน ฉเ่ี หม่ยได้พาเจยี งเขา้ ร่วมขบวนการถงเหมิงฮุ่ย

เจยี งร้สู ึกตืน่ เต้นและชน่ื ชมความกล้าหาญของนักปฏิวัติพวกน้ีและคิดว่าเขาควรจะถือปนื หดั วางแผน เคลอ่ื นไหวทางการเมอื ง
เหมือนนกั ปฏวิ ัติบ้าง เขาตัดทรงผมหางเปียแบบแมนจูท้งิ ในท่สี ุด ฤดรู ้อนในช่วงปดิ เทอมปีนนั้ เอง เจยี งกก็ ลับเจ้อเจียงมาเยยี่ มแม่
จากนนั้ เดินทางไปเซย่ี งไฮ้ เขากับเฉนิ ฉเี หม่ยรบั หนา้ ท่ปี ล้นสถานทรี่ าชการ ช่วยเหลอื ชาวบ้านที่ถกู ทางการกล่นั แกล้งรังแกและลอบ
สงั หารเจ้าหน้าท่ีในราชสำ�นักชงิ อยหู่ ลายคร้ัง จนชื่อของเขาก็เข้าไปอยูใ่ นบญั ชดี ำ�ของกรมต�ำ รวจ กจิ กรรมปล้น-ฆา่ เปน็ ส่วนหน่งึ ของ
สงครามจรยุทธ์และมนั กท็ �ำ ใหส้ ังคมแยกไมอ่ อกวา่ ใครเป็นพวกปฏิวัติ ใครเป็นพวกโจรนกั เลง


การเดนิ ทางกลับประเทศจนี

เขา้ รว่ มการปฏิวัติซนิ ไฮ่
เจยี งส�ำ เรจ็ การศึกษาจากสถาบนั การทหารญ่ีปุ่นเมอ่ื ปี ค.ศ. 1911 เขาตัดสินใจอุทิศตนเขา้ ร่วมขบวนการถงเหมิงฮุ่ยเตม็ ตัว เจยี งได้
เดินทางกลบั ไปยังประเทศจีนโดยต้ังใจจะสู้รบเปน็ นายทหารปืนใหญ่ เขาท�ำ หนา้ ทีใ่ นกองกำ�ลงั ปฏิวัตินำ�กองทหารในเซย่ี งไฮ้ จนใน
ทีส่ ดุ เกดิ เหตกุ ารณท์ ่สี ำ�คัญคอื การลกุ ฮอื ต่อต้านราชวงศช์ ิงท่อี ู่ชางได้ขยายวงกว้างกลายเปน็ การปฏิวตั ซิ ินไฮ่

เดือนพฤศจกิ ายน เฉนิ ฉเี หมย่ ใช้กองก�ำ ลังอาวธุ บกุ ยดึ เซ่ยี งไฮ้ เฉินขึ้นมาเปน็ จอมพลคุมเซยี่ งไฮ้ได้ เฉินสนทิ กับเจยี งมาก แต่แทนที่
เขาจะแต่งต้งั เจียงเปน็ เสนาธิการทหาร เขากลบั ยกตำ�แหนง่ น้ใี หแ้ ก่นักเรียนแลกเปลย่ี นทหารคนอืน่ ท่สี ุขุมเยอื กเยน็ กว่าเจียง ขณะ
น้นั เฉินเออื มระอากับนสิ ยั เลวของเจยี งเต็มที เจยี งทั้งข้เี หล้า เสเพล เจา้ อารมณ์ กระนนั้ ก็ตามเฉินก็ยังมองว่าเจียงกย็ ังมขี ้อดใี นตัว
เขาเป็นคนเก่ง เปน็ บคุ คลากรที่ควรถนอมไว้ เฉนิ จงึ ให้เขาเป็นหัวหนา้ หน่วยกลา้ ตาย พาทหารหมู่หนึง่ บกุ เข้าไปชว่ ยนักปฏวิ ตั ิท่ถี กู
ปิดลอ้ มอยใู่ นเมอื งหงั โจวและเจียงกท็ ำ�ส�ำ เรจ็ เขากลายเป็นวรี บรุ ษุ ในท่ามกลางกองทพั นกั ปฏิวัติ และเฉินได้แตง่ ตง้ั ให้เขาเป็นผู้พนั
คมุ กองร้อยทหารในเจยี งซู

เจยี งในฐานะเปน็ รอ้ ยโทของเฉนิ ในชว่ งต้นปี ค.ศ. 1912 เกดิ ความขดั แยง้ ข้นึ ระหวา่ งเฉินกบั เถา เฉิงกัง ศตั รูทางการเมอื งของเฉิน
ฉี่เหม่ย เม่ือเจียงทราบเร่อื งเข้าก็ถงึ ขั้นอาสากำ�จดั เถา เฉงิ กัง

ในระหวา่ งพำ�นกั ท่ีเซี่ยงไฮ้
เถา เฉงิ กังเป็นสมาชกิ ผูม้ ีอทิ ธพิ ลของคณะปฏวิ ัติพนั ธมิตรถงเหมิงฮยุ่ ท่ีทรยศทั้งซุนยัตเซ็นและเฉนิ ไปตงั้ ตนเปน็ หัวหน้าพรรคซงิ ห
มงิ ซึง่ เป็นปฏปิ กั ษ์กับ “พรรคปฏวิ ตั จิ ีน” พรรคใหม่ทเี่ ปล่ยี นมาจากถงเหมงิ ฮุ่ยของดร.ซนุ เจยี งถือโอกาสชว่ งทีเ่ ถา เฉิงกังนอนป่วย
อย่ใู นโรงพยาบาล เมื่อรอบตวั เถาไม่มมี ือปืนคอยคมุ้ กนั เจยี งฉวยจงั หวะใช้ปนื พกยิงลอบสังหารเถาในโรงพยาบาล[7]
เมอื่ เจยี งสงั หารเถาเสรจ็ เขาใช้เวลาส่วนใหญ่หนีหลบซอ่ นกบดานทเ่ี มอื งเซีย่ งไฮ้ ในระหวา่ งนั้นเขาใชเ้ วลาสว่ นใหญ่ไปกบั การเขียน
บทความดา้ นการทหาร และเขาก็ใชช้ วี ติ เท่ียวเตร่สำ�มะเลเทเมา อีกท้ังยังเจา้ อารมณ์ ดอื้ ร้ัน มปี ากเสียงกับผคู้ นบ่อยๆ ท�ำ ให้เพื่อน
ๆ ทร่ี ว่ มงานต่างขยาดและไมม่ ีผ้อู น่ื กล้าเขา้ ใกล้ เจียงรู้สกึ โดดเด่ียวมากข้ึนเรื่อย ๆ เขามกั จะเข้าไปขลุกอยู่ในบาร์ ในไนต์คลับ ท่นี ั่น
มที ุกอย่างทเ่ี ขาชน่ื ชอบ ทั้งสุราและสตรอี กี ทัง้ ยังไดพ้ บปะกับเพื่อนท่มี รี สนิยมตา่ งกัน
ด้วยความสนทิ สนมกับเฉนิ ฉ่ีเหมย่ ทำ�ใหเ้ จยี งไดเ้ ข้าไปมีความสมั พนั ธ์กับกล่มุ คดอี าญากรรมของเซยี่ งไฮ้ (กลุ่มแก๊งเขียวของตู้ เย่ว์
เซงิ และหวง จ่นิ หลง) เจียงเข้ารว่ มกลมุ่ แก็งเขียวก่อคดปี ล้นฆา่ หลายคดี ท�ำ ใหเ้ จียงเรมิ่ สนทิ สนมกับพวกเจ้าพอ่ มาเฟยี โดยเฉพาะ
ตู้ เย่วเ์ ซงิ ผมู้ มี าดเจา้ พ่ออันเฉียบขาด เขาเป็นมาเฟยี ทีร่ ักชาตทิ ีม่ ักจะทำ�ร้ายและฆาตรกรรมชาวจีนทที่ ำ�การขายชาติใหก้ บั เหล่า
ประเทศที่มาแสวงหาผลประโยชนใ์ นจนี ทำ�ให้ช่ือเสียงโด่งดงั เป็นทโ่ี จษจนั กัน ในชว่ งเวลาของเจียงในเมอื งเซยี่ งไฮ้ ในเขตสัมปทาน
องั กฤษทเี่ ป็นสว่ นหนึง่ ของเขตสมั ปทานนานาชาตเิ ซี่ยงไฮ้ ทซ่ี ง่ึ เหล่าชาติตะวนั ตกที่เขา้ มาแสวงหาอิทธพิ ลในจีน ต�ำ รวจอังกฤษได้
เฝ้าดเู ขาและกลา่ วโทษเขาดว้ ยความรา้ ยกาจต่าง ๆ แต่เจยี งไม่เคยถูกจับ ไม่เคยถกู สอบสวนและไม่เคยติดคุก
ต่อต้านยเฺ หวียน ชื่อไข่
หลงั จากราชวงศ์ชงิ ล่มสลายลง รัฐบาลช่วั คราวแห่งสาธารณรัฐจนี ท่ีเพ่ิงสถาปนาโดยดร.ซนุ ก็เสียอ�ำ นาจในการปกครองประเทศให้
กับยเฺ หวยี น ชอ่ื ไข่ทเ่ี ขา้ มาครอบครองต�ำ แหนง่ ประธานาธบิ ดีแห่งสาธารณรฐั จีน ยเฺ หวยี น ชอ่ื ไข่ผู้มีความมักใหญ่ใฝ่สูง ปรารถนาท่ี
จะตง้ั ตนเป็นฮอ่ งเต้ เขาควบคุมอำ�นาจกองก�ำ ลงั ทหาร และส่งมอื สังหารไปลอบสังหารคู่แข่งทางการเมอื งที่ไมเ่ หน็ ด้วยกบั เขา ซึ่งก็
คอื บรรดาแกนน�ำ ฝ่ายประชาธปิ ไตยในพรรคปฏวิ ัติจนี ของดร.ซุน
การกวาดล้างทางการเมืองของยเฺ หวยี นไดเ้ ป็นไปอยา่ งตอ่ เน่ือง ยฺเหวียนไดป้ ลดผู้ว่าราชการมณฑลตา่ งๆแล้วเอาขุนศกึ ท่จี งรกั ภกั ดี
เข้าไปทำ�หน้าทแี่ ทนและเตรยี มตั้งตนเป็นฮอ่ งเตอ้ ีกครงั้ จนวันที่ 11 กรกฎาคม ค.ศ. 1913 ภายใตก้ ารกระตุน้ ของ ดร.ซุน ยตั เซน็
ไดม้ ีการประกาศต่อตา้ นยเฺ หวียน ชื่อไข่ท่จี ะรอื้ ฟื้นระบอบจักรพรรดิขึน้ มาอกี และทำ�ใหพ้ ฒั นาการประชาธิปไตยของสาธารณรัฐ
ลา่ ช้าทำ�ใหก้ ารปฏวิ ัตริ อบสองเปิดฉากขึน้
ในปี ค.ศ. 1913 คณะปฏิวัตไิ ดท้ ำ�การปฏิวตั ิครั้งท่สี อง เพอ่ื ขบั ไล่ยเฺ หวยี น ช่อื ไข่ เจยี ง ไคเชกได้บุกเขา้ ไปปลุกระดมเพื่อนๆใน
คา่ ยทหารเจยี งหนัน แต่พลาดทา่ เสียทเี กือบถกู ทหารของยเฺ หวยี นจับได้ เจียงไดห้ นีไปขอความช่วยเหลือจากตู้ เยว่ เ์ ซงิ ไดน้ ักเลง
อันธพาลกลุม่ ใหญม่ าเปน็ ทหาร เจียงได้พดู ปลกุ ระดมให้เหลา่ นกั เลงนัน้ สู้เพ่ือประเทศชาติอยา่ งหา้ วหาญ แตเ่ นอื่ งจากกองกำ�ลังของ
เขาไมม่ ีระเบียบวนิ ัย สู้รบไมก่ อ่ี ดึ ใจ กแ็ ตกพ่ายเสียที เจียงหนีเข้าไปในเขตเช่าอังกฤษอีกครัง้ ในเดยี วกันกองกำ�ลงั ของดร.ซุนพ่ายแพ้
อยา่ งไมเ่ ปน็ ท่า ดร.ซนุ ต้องลีภ้ ัยไปญี่ปุน่ อีกครงั้ ปี ค.ศ. 1915

การกอ่ ต้งั พรรคก๊กมนิ ตงั๋


เมอ่ื ยเฺ หวียน ชือ่ ไขต่ ้ังต้นเป็นฮ่องเต้ ประชาชนท่ัวประเทศตา่ งพากันตอ่ ตา้ นคัดคา้ น อีกท้งั กล่มุ ทหารท่ีไม่เห็นด้วยกบั การ
รื้อฟ้ืนระบอบฮ่องเตก้ ลบั มาจึงท�ำ การต่อสนู้ �ำ ไปสูส่ งครามพทิ กั ษช์ าติข้นึ ในปี ค.ศ. 1916 ยฺเหวยี น ช่ือไข่ได้เสยี ชีวติ ลงระบอบ
จักรพรรดทิ เ่ี ขารอ้ื ฟน้ื ก็ส้ินสุดลง บรรดาแวน่ แคว้นจังหวัดตา่ ง ๆ ได้ประกาศตัง้ ตนเป็นอสิ ระไมข่ ึน้ กบั รัฐบาลกลางอกี ตอ่ ไปท�ำ ให้
ประเทศจนี เขา้ สู่ยคุ แห่งความแตกแยกหรอื ยคุ ขนุ ศึกในที่สดุ ท่กี รงุ ปกั ก่ิง รัฐบาลขุนศกึ เป่ยหยางไดส้ บื ทอดอำ�นาจตอ่ และยงั คง
บรหิ ารประเทศต่อไป เป็นรัฐบาลประชาธปิ ไตยจอมปลอมทีม่ ีประธานาธบิ ดที ี่ถูกแตง่ ตง้ั เปน็ เพียงหุน่ เชิดใหแ้ กก่ องทพั เท่านั้น
ในปี ค.ศ. 1917 ดร.ซุน ยตั เซน็ ไดย้ า้ ยไปต้ังฐานที่มนั่ ปฏิวัตทิ ี่เมืองกวางตุ้ง (ปจั จบุ ันคอื เมืองกวางโจว) เนอ่ื งจากเมอื งกวางตงุ้ มี
ชัยภมู ทิ ี่ดีแตท่ หารของฝ่ายพรรคปฏวิ ตั จิ ีนมีกำ�ลงั พลน้อยท�ำ ใหค้ วบคุมพ้ืนทีเ่ มอื งกวางตุง้ ไมค่ รอบคลุม บริเวณรอบเมอื งมแี ต่ทหาร
ท่จี งรักภักดตี ่อขนุ ศึกทางเหนือ ระหว่างทีท่ ำ�การต่อสู้ ทหารทีม่ คี วามสามารถของดร.ซุนถูกฆ่าตายไปหลายคน เพ่อื ความปลอดภัย
บรรดาสมาชิกของพรรคปฏิวัติจนี แนะน�ำ เจยี ง ไคเชก มาเปน็ ผู้ช่วยทางการทหารใหก้ บั ดร.ซนุ ทา่ มกลางความส้นิ หวัง ดร.ซนุ จงึ
เร่ิมมองเห็นความสำ�คญั ของเจยี ง ไคเชกและมกั จะเรยี กเจยี งเขา้ มาปรึกษาปญั หาตา่ ง ๆ
ในเวลานี้ดร.ซนุ ยังคงถูกไล่ลา่ และไม่มีอาวุธหรือเงนิ สนับสนนุ เจยี งแนะนำ�ใหด้ ร.ซุนจา้ งทหารรบั จา้ งซง่ึ ส่วนใหญ่เป็นคนของแก๊ง
มาเฟยี ทหารพวกน้จี งรกั ภักดีต่อเจา้ นายท่จี า่ ยเงินให้พวกเขาเท่านนั้ ดังน้นั กองทหารของดร.ซุนจึงมปี ญั หาเร่ืองการเงนิ แทบตลอด
เวลา ดร.ซนุ ต้องการกองทหารทีม่ ีอดุ มการณ์ เปน็ ทหารปฏวิ ัติอยา่ งแทจ้ รงิ ไม่ใชแ่ กง๊ มาเฟีย แต่เจยี งแยง้ วา่ เป็นการเปดิ โอกาสให้
คนอย่างเท่าเทียม ถงึ แมจ้ ะเป็นนักเลงมาเฟียก็สามารถชว่ ยเหลอื ประเทศชาตไิ ด้ และทหารทีม่ ีอดุ มการณต์ อ้ งบม่ เพาะและฝึกขึน้ มา
ต้องใช้เวลาและงบประมาณมหาศาล ด้วยเหตนุ จ้ี ึงตอ้ งพึ่งทหารรับจ้างไปพลาง ๆ กอ่ น ดร.ซุนจึงยอมตกลงด้วย แตอ่ ย่างไรก็ตาม
กองทพั ปฏิวตั ิก็ถูกตโี ต้และต้องลภี้ ัยไปเซี่ยงไฮอ้ ีกรอบ
การปฏิบตั กิ ารท่ีกวางตุ้งคร้งั ท่ีสอง
รัฐบาลขนุ ศึกเปย่ หยางไดส้ ง่ั ต้องหา้ มพรรคคณะปฏิวัติจีน เมอื่ วนั ท่ี 10 ตุลาคม ค.ศ. 1919 ดร.ซนุ ได้ตั้งพรรคใหม่ ชือ่ วา่ จงกั๋ว ก๊ก
มนิ ต๋ัง ซ่งึ กค็ ือ “พรรคก๊กมนิ ตง๋ั ” หรือ “จนี คณะชาต”ิ ขน้ึ โดยมีเจียง ไคเชกได้ให้การสนบั สนุนพรรคใหม่นอ้ี ย่างแข็งขนั ในปี ค.ศ.
1920 กองทพั ปฏวิ ตั ิของดร.ซนุ กลับคนื สกู่ วางตุ้งดว้ ยความชว่ ยเหลือของทหารรบั จ้างอีกครง้ั ดร.ซนุ ได้พยายามสร้างพันธมิตรทาง
ทหารกบั ขุนศกึ เจ้าเมืองและบรรดาเหล่าผู้มอี ิทธิพลท้องถนิ่ ในกวางตงุ้ หลงั จากกลับมาทก่ี วางตงุ้ ความแตกแยกท่พี ัฒนาขนึ้ ระหว่าง
พรรคของดร.ซนุ ซง่ึ พยายามใชก้ องทพั รวมประเทศจีนเขา้ ดว้ ยกนั ภายใต้พรรคกก๊ มนิ ตั๋งและเฉนิ เจียงหมิง ขนุ ศกึ เจา้ เมืองมณฑล
กวางต้งุ ที่ตอ้ งการปกครองเมืองกวางต้งุ แบบระบบศักดนิ าขนุ ศึกต่อไป จงึ ไดท้ รยศหกั หลงั และวางแผนลอบสังหารดร.ซนุ เมือ่ วัน
ท่ี 16 มถิ ุนายน ค.ศ. 1920 เย่ จู นายพลของเฉนิ ทำ�การโจมตีทำ�เนียบประธานาธบิ ดีกวางตุง้ [10] ท�ำ ใหด้ ร.ซุนตอ้ งหนไี ปทลี่ าน
ท่าเรอื [11] และลภี้ ัยโดยสารเรอื เอสเอส ไหฉ่ ี,[12] ภรรยาของดร.ซุนซึ่งหนีไม่ทันและใหด้ ร.ซนุ หลบหนไี ปก่อน ไดห้ ลบกระสุนที่
ท�ำ เนยี บประธานาธบิ ดกี วางตุ้งและได้หนรี อดตามออกมาได้

การกอ่ ตง้ั พรรคก๊กมินตง๋ั


เมื่อยฺเหวียน ช่อื ไข่ตั้งต้นเปน็ ฮอ่ งเต้ ประชาชนทัว่ ประเทศต่างพากันต่อตา้ นคดั ค้าน อกี ทั้งกลุ่มทหารทไี่ มเ่ ห็นดว้ ยกบั การ
ร้ือฟน้ื ระบอบฮ่องเตก้ ลบั มาจึงท�ำ การต่อสนู้ �ำ ไปสูส่ งครามพทิ ักษช์ าติขนึ้ ในปี ค.ศ. 1916 ยเฺ หวยี น ชอ่ื ไข่ได้เสยี ชีวิตลงระบอบ
จักรพรรดทิ เ่ี ขารื้อฟนื้ ก็สิน้ สุดลง บรรดาแวน่ แควน้ จังหวดั ตา่ ง ๆ ไดป้ ระกาศต้งั ตนเปน็ อิสระไมข่ ึ้นกบั รฐั บาลกลางอีกต่อไปทำ�ให้
ประเทศจีนเข้าสยู่ ุคแห่งความแตกแยกหรือยคุ ขนุ ศกึ ในท่สี ดุ ท่กี รุงปักกิง่ รฐั บาลขนุ ศกึ เป่ยหยางได้สบื ทอดอำ�นาจต่อและยังคง
บริหารประเทศตอ่ ไป เปน็ รัฐบาลประชาธิปไตยจอมปลอมทมี่ ปี ระธานาธบิ ดที ีถ่ กู แตง่ ตง้ั เป็นเพียงหนุ่ เชดิ ใหแ้ กก่ องทพั เทา่ นัน้
ในปี ค.ศ. 1917 ดร.ซนุ ยัตเซน็ ได้ย้ายไปตง้ั ฐานทีม่ นั่ ปฏวิ ัติท่เี มืองกวางตงุ้ (ปัจจุบนั คือเมอื งกวางโจว) เน่ืองจากเมืองกวางตงุ้ มี
ชัยภมู ทิ ่ดี ีแตท่ หารของฝ่ายพรรคปฏวิ ตั จิ ีนมีก�ำ ลงั พลนอ้ ยทำ�ใหค้ วบคุมพนื้ ท่เี มืองกวางตงุ้ ไมค่ รอบคลุม บริเวณรอบเมอื งมีแตท่ หาร
ทจ่ี งรกั ภักดีต่อขนุ ศึกทางเหนือ ระหวา่ งทท่ี �ำ การตอ่ สู้ ทหารท่ีมคี วามสามารถของดร.ซุนถกู ฆา่ ตายไปหลายคน เพ่อื ความปลอดภยั
บรรดาสมาชกิ ของพรรคปฏวิ ัตจิ นี แนะน�ำ เจียง ไคเชก มาเป็นผูช้ ว่ ยทางการทหารใหก้ บั ดร.ซนุ ท่ามกลางความสิ้นหวัง ดร.ซุนจงึ
เรม่ิ มองเห็นความส�ำ คญั ของเจยี ง ไคเชกและมกั จะเรียกเจียงเข้ามาปรึกษาปัญหาตา่ ง ๆ
ในเวลานด้ี ร.ซุนยงั คงถกู ไลล่ ่าและไมม่ ีอาวธุ หรือเงนิ สนบั สนุน เจยี งแนะนำ�ใหด้ ร.ซุนจา้ งทหารรบั จ้างซงึ่ ส่วนใหญเ่ ป็นคนของแกง๊
มาเฟีย ทหารพวกน้ีจงรักภกั ดตี อ่ เจ้านายทจ่ี ่ายเงนิ ใหพ้ วกเขาเทา่ นั้น ดงั นนั้ กองทหารของดร.ซุนจึงมปี ญั หาเร่ืองการเงินแทบตลอด
เวลา ดร.ซนุ ต้องการกองทหารทมี่ อี ดุ มการณ์ เปน็ ทหารปฏวิ ตั อิ ยา่ งแท้จริง ไม่ใชแ่ กง๊ มาเฟีย แต่เจียงแย้งว่าเปน็ การเปิดโอกาสให้
คนอยา่ งเทา่ เทียม ถึงแมจ้ ะเป็นนักเลงมาเฟียก็สามารถชว่ ยเหลือประเทศชาติได้ และทหารท่ีมีอุดมการณ์ตอ้ งบม่ เพาะและฝึกข้ึนมา
ต้องใช้เวลาและงบประมาณมหาศาล ดว้ ยเหตุน้ีจึงตอ้ งพงึ่ ทหารรับจ้างไปพลาง ๆ ก่อน ดร.ซนุ จึงยอมตกลงด้วย แต่อย่างไรกต็ าม
กองทพั ปฏวิ ัตกิ ถ็ กู ตโี ตแ้ ละต้องล้ีภยั ไปเซ่ยี งไฮ้อีกรอบ
การปฏบิ ตั กิ ารท่ีกวางตงุ้ ครั้งท่สี อง
รัฐบาลขนุ ศกึ เป่ยหยางได้สั่งตอ้ งหา้ มพรรคคณะปฏวิ ัติจนี เม่อื วนั ท่ี 10 ตุลาคม ค.ศ. 1919 ดร.ซุนไดต้ ัง้ พรรคใหม่ ช่อื วา่ จงกว๋ั กก๊
มินต๋ัง ซึง่ กค็ ือ “พรรคก๊กมนิ ตัง๋ ” หรอื “จนี คณะชาต”ิ ขึ้น โดยมเี จียง ไคเชกได้ใหก้ ารสนบั สนนุ พรรคใหม่นอี้ ย่างแข็งขนั ในปี ค.ศ.
1920 กองทพั ปฏิวัติของดร.ซุนกลบั คนื สูก่ วางตุ้งด้วยความช่วยเหลือของทหารรับจ้างอกี ครัง้ ดร.ซุนไดพ้ ยายามสร้างพนั ธมิตรทาง
ทหารกับขนุ ศึกเจา้ เมืองและบรรดาเหล่าผู้มีอิทธิพลทอ้ งถิน่ ในกวางต้งุ หลังจากกลับมาทก่ี วางตุ้งความแตกแยกท่ีพัฒนาข้นึ ระหวา่ ง
พรรคของดร.ซนุ ซึ่งพยายามใชก้ องทพั รวมประเทศจีนเขา้ ดว้ ยกันภายใต้พรรคก๊กมนิ ต๋งั และเฉนิ เจียงหมงิ ขุนศกึ เจา้ เมืองมณฑล
กวางตงุ้ ท่ีต้องการปกครองเมอื งกวางตุ้งแบบระบบศกั ดนิ าขุนศึกต่อไป จึงได้ทรยศหกั หลังและวางแผนลอบสงั หารดร.ซุน เมื่อวนั
ที่ 16 มิถุนายน ค.ศ. 1920 เย่ จู นายพลของเฉินท�ำ การโจมตที ำ�เนียบประธานาธบิ ดกี วางตุ้ง[10] ท�ำ ให้ดร.ซุนตอ้ งหนีไปทล่ี าน
ท่าเรือ และลีภ้ ยั โดยสารเรอื เอสเอส ไหฉ่ ี ภรรยาของดร.ซุนซ่ึงหนไี มท่ นั และใหด้ ร.ซนุ หลบหนีไปก่อน ไดห้ ลบกระสนุ ทีท่ �ำ เนยี บ
ประธานาธิบดกี วางตงุ้ และได้หนรี อดตามออกมาได้

ท้งั คพู่ บกนั ท่ีเรือเอสเอสหยงฟาง ขณะนนั้ เจียงไคเชกทกี่ �ำ ลังจดั พิธงี านศพใหแ้ มข่ องเขาทเ่ี ซ่ียงไฮ้[13] ได้รบั โทรเลขด่วน
จากดร.ซนุ ดงั นัน้ เจียงจึงพากองก�ำ ลังกองหนึ่งกระหืดกระหอบมาจากเซ่ยี งไฮ้มาช่วยดร.ซุนทก่ี วางตุง้ ขณะนน้ั ดร.ซุนใช้เรอื รบเป็นก
องบัญชาการส้กู บั พวกกบฎของเฉนิ เจียงหมิงอยู่ 50 วันเหตุการณไ์ ม่มที ที า่ สงบ จนกระท่ังเจยี งไคเชกยกทพั มาถึง เหตุการณ์จึง
คล่คี ลายไปในทางท่ีดขี นึ้ ขณะทอี่ ยู่บนเรือเจียงเปน็ องครกั ษค์ อยปกปอ้ งคุ้มกันดร.ซนุ และได้รับความไวว้ างใจเปน็ มือขวาในทีส่ ดุ

การขึ้นสูอ่ �ำ นาจ

การแยง่ ชงิ อำ�นาจกบั วาง จิงเว่ย ดร.ซนุ ยัตเซ็นไดเ้ สยี ชีวติ เม่ือวันท่ี 12 มนี าคม ค.ศ. 1925 ได้การสรา้ งสญุ ญากาศทางการ
เมืองในพรรคกก๊ มนิ ตั๋ง มีการแขง่ ขันอำ�นาจบารมเี กดิ ขึ้นในหม่บู รรดาสมาชิกของพรรคอนั ได้แก่ วาง จิงเว่ย, เลี่ยว จง้ ข่ายและหู ฮ่ัน
หมิน ในเดอื นสิงหาคม เลย่ี วถูกลอบสังหารและหูถกู จบั เพราะเกย่ี วขอ้ งกบั ฆาตกร ส่วนวาง จิงเว่ยผูซ้ ง่ึ ได้สบื ทอดตำ�แหน่งตอ่ จาก
ดร.ซุนในฐานะประธานผู้บรหิ ารของรฐั บาลกวางตงุ้ แม้วา่ จะเขาข้ึนครองตำ�แหนง่ แตก่ ด็ ำ�รงต�ำ แหน่งไดไ้ ม่นาน เน่อื งจากถกู บงั คบั ให้
ถูกเนรเทศโดยเจยี ง ไคเชก โดยการรฐั ประหารกวางตงุ้ เรอื รบเอสเอสหยงเฟิง ไดถ้ กู เปล่ียนชือ่ จงซานเพอื่ เป็นเกยี รตแิ กด่ ร.ซนุ ไดต้ ้ัง
เปน็ อนสุ รณท์ ี่ฉางโจว วันที่ 5 มถิ ุนายน ค.ศ. 1926 ฝา่ ยขวาของพรรคกก๊ มินตงั๋ และกองทัพทั้งหมดรวมถงึ ทหารจากโรงเรียนหวงผู่
เจียงได้พร้อมใจกันเสนอชอ่ื เจียง ไคเชกใหร้ ับการต้ังเป็นผบู้ ญั ชาการทหารสงู สดุ แหง่ กองทัพปฏิวัติแห่งชาติจนี

เจียง ไคเชกรวมแผ่นดนิ

ในวนั ที่ 27 กรกฎาคม ในท่สี ุดเจยี งก็ไดเ้ สนอนโยบายรวมชาตอิ กี ครั้ง เพื่อสืบทอดเจตนารมย์ของดร.ซุน ยัตเซน็ ทีต่ อ้ งการ
รวมชาติจนี ปราบเหล่าขนุ ศกึ และใชร้ ะบอบประชาธปิ ไตยโดยใช้หลกั ลัทธไิ ตรราษฎร ที่ผา่ นมาตอ้ งประสบความลา่ ชา้ จากการกรีฑา
ทพั ข้นึ เหนือเพ่ือปราบเหลา่ ขุนศึกมาตลอด เม่ือเจียงจึงนำ�ทัพกรีฑาทพั ขึ้นเหนอื เพ่ือมงุ่ เอาชนะขุนศกึ ภาคเหนอื และรวมจนี เข้าดว้ ย
กนั ภายใตพ้ รรคกก๊ มนิ ต๋ัง
เจยี งไดแ้ บง่ กองทัพแยกออกเป็นสามฝา่ ย: ทางตะวันตกคือวางจิงเว่ยท่ีกลบั มารับต�ำ แหนง่ ซึ่งนำ�กองทัพไปหวู่ฮ่ัน; ไป๋ ฉงซี นำ�กองทัพ
ไปทางตะวันออกเพ่อื ไปทีเ่ ซี่ยงไฮ้ เจยี งนำ�ทางทัพของตวั เองในเส้นทางสายกลางวางแผนท่จี ะเข้ายดึ หนานจงิ กอ่ นและน�ำ ทัพเขา้ ยึด
ปกั ก่งิ อีกที แตอ่ ย่างไรกต็ ามในเดือนมกราคมปีค.ศ. 1927 วาง จิงเว่ยและพันธมติ รฝา่ ยซ้ายของพรรคก๊กมนิ ต๋งั ของเขาพาเมอื งหว่ฮู ่ัน
ทา่ มกลางการระดมพลและการประโคม วางเป็นพนั ธมิตรกบั พรรคคอมมวิ นสิ ต์จนี และไดร้ บั คำ�แนะน�ำ จากตวั แทน โซเวยี ต ม​ ิคาอิล
โบโรดิน วาง จิงเวย่ ไดป้ ระกาศให้รฐั บาลแหง่ ชาตยิ า้ ยไปหวูฮ่ ัน่ หลงั จากเข้ายดึ เมืองหนานจงิ ในเดอื นมีนาคม (และไดไ้ ปเยือนเซี่ยงไฮ้
โดยสงั เขปแล้วตอนนอ้ี ย่ภู ายใต้การควบคุมของพนั ธมติ รใกลช้ ดิ ของเขาไป๋ ฉงซี) เจียงหยุดการกรฑี าทัพของเขาและเตรยี มพร้อมท่ีจะ
หยุดพักอยา่ งดุเดือดด้วยองค์ประกอบฝา่ ยซ้ายของวางซึ่งเขาเช่ือว่าเปน็ ภยั คกุ คามตอ่ พรรคกก๊ มินต๋ัง เม่อื รัฐบาลขุนศึกเป่ยหยางถกู
กองทพั ของเจียงปราบอยา่ งราบคาบ ได้มีการตง้ั รฐั บาลแห่งชาติทีจ่ ัดตัง้ ขน้ึ ทเี่ มืองหนานจงิ หรอื รัฐบาลชาตนิ ิยม (จีนคณะชาต)ิ ข้นึ
และไดร้ บั การสนับสนุนจากพรรคกก๊ มินต๋งั สายอนรุ ักษ์นยิ มรวมถงึ หู ฮัน่ หมนิ , การขบั ไลค่ อมมิวนสิ ต์ของเจียงและท่ีปรึกษาโซเวียต
ของพวกเขาน�ำ ไปสู่การเริม่ ต้นของสงครามกลางเมืองจีน รฐั บาลแหง่ ชาติของวาง จงิ เวย่ ออ่ นแอทางทหารและในไมช่ า้ ก็จบลงด้วย
การได้รบั การสนบั สนุนจากขุนศกึ ทอ้ งถ่นิ (หลี่ ซงเรินจากกวางสี ในทส่ี ดุ วางและพรรคฝา่ ยซา้ ยของเขายอมจ�ำ นนตอ่ เจียงและเขา้ รว่ ม
กับเขาในหนานจิง และในสงครามทีร่ าบภาคกลาง

ปกั กงิ่ ถกู ยดึ คืนเม่ือเดือนมถิ นุ ายน ค.ศ. 1928 จากพนั ธมติ รของขนุ ศกึ เฟงิ ยว่เี ซียง และ หยัน ซชี าน ในเดอื นธันวาคมในดินแดน
แมนจูเรีย ขุนพล จางเซวเหลยี ง ได้ใหค้ ำ�ม่นั สญั ญาท่จี ะจงรกั ภักดตี ่อรฐั บาลของเจียง นอกจากน้ดี ินแดนทิเบตกย็ อมรับอยู่ภายใต้
อำ�นาจของรัฐบาลจนี คณะชาติแต่ขอใหม้ รี ัฐบาลท้องถิน่ ปกครองตนเอง สว่ นมองโกเลียนอกยอมอย่ภู ายใตร้ ัฐบาลจนี คณะชาติแตข่ อ
มที ้ังรัฐบาลท้องถ่ินและกองทัพของตนเองดว้ ยเนอื่ งจากถกู บบี บงั คับจากสหภาพโซเวยี ต ท�ำ ให้การรวมกนั เปน็ หนง่ึ เดียวของจนี เสรจ็
สิ้นและส้นิ สุดยุคขนุ ศกึ อย่างสมบรู ณ์

บทบาทของประเทศอังกฤษ
แกนน�ำ ของประเทศอังกฤษ คอื วนิ สตัน เชอร์ชิล

วินสตัน เลนเนิรด์ สเปนเซอร-์ เชอร์ชลิ (อังกฤษ: Winston Leonard
Spencer-Churchill) ผซู้ ่งึ ได้รับเคร่ืองราชอิสริยาภรณ์การเ์ ตอร(์ KG)
เคร่อื งราชอสิ ริยาภรณ์เมอรทิ (OM) เครอ่ื งราชอิสรยิ าภรณ์สหายแหง่
เกยี รตยิ ศ(CH) เครื่องราชอิสรยิ าภรณ์ดินแดนอาณานิคม(TD) รอง
นายทหารชนั้ ยศนายรอ้ ย(DL) สหายของสังคมราชวงศ(์ FRS) และ
ราชบณั ฑิตยสถานศลิ ปะ(RA) (30 พฤศจิกายน ค.ศ. 1874 – 24
มกราคม ค.ศ. 1965) เป็นนกั การเมือง รฐั บรุ ษุ เจา้ หน้าทีน่ ายทหารแหง่
กองทพั บก และนักเขยี นชาวบรติ ิช เขาดำ�รงตำ�แหนง่ เป็นนายกรฐั มนตรี
แหง่ สหราชอาณาจักร ตง้ั แตป่ ี ค.ศ.

1940 ถงึ ค.ศ. 1945 ในช่วงสงครามโลกคร้งั ทสี่ อง และอีกคร้ังต้ังแตป่ ี ค.ศ. 1951 ถงึ ค.ศ. 1955 นอกเหนอื จากสอง
ปี ระหว่างปี ค.ศ. 1922 และ ค.ศ. 1924 เชอรช์ ลิ ล์ยังคงเปน็ สมาชกิ แหง่ รัฐสภา (MP) ต้ังแตป่ ี ค.ศ. 1900 ถึง ค.ศ.
1964 และเปน็ ผแู้ ทนทั้งหมดของหา้ เขตเลอื กต้ัง ดว้ ยอุดมการณค์ ือ เศรษฐกิจแบบเสรีนยิ ม และลทั ธจิ กั รวรรดินยิ ม
เขาเป็นสมาชกิ พรรคอนรุ ักษ์นยิ มในอาชีพการงานส่วนใหญใ่ นตำ�แหน่งผูน้ �ำ ตั้งแตป่ ี ค.ศ. 1940 ถงึ ค.ศ. 1955 เขา
เปน็ สมาชกิ พรรคเสรีนิยม ต้งั แตป่ ี ค.ศ. 1904 ถงึ ค.ศ. 1924 ดว้ ยบรรพบรุ ษทีม่ ีสายเลอื ดท้งั อังกฤษและอเมริกนั
ผสมกนั เชอร์ชลิ เกิดในออกซฟอร์ดเชอร์ในครอบครัวชนช้ันสงู ทมี่ น่ั ค่งั ร่�ำ รวย เขาไดเ้ ข้ารว่ มกองทัพบกบริตชิ ในปี ค.ศ.
1895 และแสดงให้เห็นถึงการปฏบิ ตั หิ น้าทใ่ี นบริตชิ อินเดีย สงครามองั กฤษ-ซดู าน และสงครามบวั รค์ รง้ั ทีส่ อง ซึง่ ได้
รับช่อื เสยี งในฐานะผู้เขียนข่าวสงครามและเขียนหนังสอื เกี่ยวกบั การทพั ของเขา เขาได้รับเลอื กตั้งเปน็ สมาชกิ รัฐสภา
ฝา่ ยอนุรกั ษน์ ิยมในปี ค.ศ. 1900 เขาไดพ้ า่ ยแพ้ให้กับฝา่ ยเสรีนิยมในปี ค.ศ. 1904 ในรฐั บาลเสรนี ยิ มของเฮอร์เบิรท์
เฮนรี แอสควธิ เชอร์ชลิ ได้ดำ�รงต�ำ แหน่งเปน็ ประธานคณะกรรมการการคา้ และรฐั มนตรีมหาดไทย ไดส้ นับสนนุ ใน
การปฏิรปู เรือนจ�ำ และความมั่นคงทางสงั คมของแรงงาน ในฐานะทเี่ ป็นลอร์ดเอกแหง่ กระทรวงทหารเรือ (First Lord
of the Admiralty) ในช่วงสงครามโลกครง้ั ที่หน่งึ เขาได้ควบคมุ การทพั กัลลิโพลี แต่ภายหลังจากน้ันกไ็ ด้รบั การพิ
สูนจนแ์ ลว้ วา่ เป็นความหายนะ เขาไดถ้ กู ลดต�ำ แหน่งเป็นนายกรัฐมนตรแี ห่งดัชชีแลงแคสเตอร์ เขาได้ลาออกในเดอื น
พฤศจิกายน ค.ศ. 1915 และเข้ารว่ มกบั รอยลั สเกาตส์ ฟูซิเลียส (Royal Scots Fusiliers) บนแนวรบดา้ นตะวันตก

เขาไดถ้ ูกลดต�ำ แหน่งเปน็ นายกรัฐมนตรแี หง่ ดชั ชีแลงแคสเตอร์ เขาไดล้ าออกในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1915 และ
เขา้ ร่วมกับรอยลั สเกาตส์ ฟซู ิเลยี ส (Royal Scots Fusiliers) บนแนวรบด้านตะวนั ตกเปน็ เวลาหกเดือน ในปี ค.ศ.
1918 เขาได้กลับคืนสรู่ ฐั บาลภายใตก้ ารนำ�โดยเดวดิ ลอยด์ จอร์จ และดำ�รงตำ�แหน่งอยา่ งต่อเนื่องในฐานะท่เี ป็น
รัฐมนตรวี า่ การกระทรวงยุทโธปกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสงคราม รฐั มนตรีวา่ การกระทรวงการบิน และรฐั มนตรี
ว่าการกระทรวงดินแดนอาณานิคม คอยดแู ลสนธิสญั ญาองั กฤษ-ไอริชและนโยบายการตา่ งประเทศขององั กฤษใน
ตะวนั ออกกลาง ภายหลังสองปี ไดอ้ อกจากรัฐสภา เขาไดด้ �ำ รงตำ�แหนง่ เปน็ สมุหพระคลงั ในรัฐบาลฝา่ ยอนุรักษน์ ยิ ม
ของสแตนลยี ์ บอลดวนิ ได้คนื ค่าเงนิ ปอนด์สเตอรล์ งิ ในปี ค.ศ. 1926 เพอื่ ให้เปน็ มาตรฐานทองคำ�ในระดบั ความเท่า
เทยี มกันในชว่ งก่อนสงคราม ซึ่งเปน็ การเคล่ือนไหวท่ีเห็นได้ท่ ่วั ไปวา่ ได้สร้างแรงกดดนั เงินฝดื และกดดันเศรษฐกจิ ของ
สหราชอาณาจักร
ขาไดล้ าออกจากตำ�แหนง่ ในปี ค.ศ. 1930 เชอรช์ ิลล์ไดเ้ ปน็ ผู้นำ�ในการเรียกรอ้ งใหอ้ งั กฤษท�ำ การฟ้ืนฟแู สนยานุภาพ
เพ่ือต่อต้านภัยคุกคามทางทหารทเี่ พมิ่ มากขึ้นในนาซเี ยอรมนี ในขณะทีก่ ารประทุของสงครามโลกคร้ังที่สอง เขาได้
รบั การแต่งต้ังให้เป็นลอรด์ เอกแหง่ กระทรวงทหารเรืออีกคร้ัง ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1940 เขาได้ขึ้นด�ำ รงต�ำ แหนง่
เปน็ นายกรฐั มนตรี เข้ามาแทนทีเ่ นวิล เชมเบอรล์ นิ เชอรช์ ลิ ลไ์ ดค้ อยควบคมุ การมสี ่วนร่วมของบริตชิ ในความพยายาม
ท�ำ สงครามของฝา่ ยสมั พันธมติ รในการต่อกรกบั ฝ่ายอักษะ ซ่ึงส่งผลให้ได้รบั ชัยชนะในปี ค.ศ. 1945 ภายหลงั จากฝ่าย
อนรุ กั ษนยิ มพ่ายแพ้ในการเลอื กตั้งทัว่ ไป ปี ค.ศ. 1945 เขากก็ ลายเป็นผู้นำ�ฝา่ ยค้าน ทา่ มกลางสงครามเย็นทก่ี �ำ ลงั กอ่
ตัวข้นึ กบั สหภาพโซเวยี ต เขาได้ประกาศเตือนต่อสาธารณชนถึง”มา่ นเหลก็ ” ของอทิ ธพิ ลสหภาพโซเวียตในยโุ รปและ
สง่ เสริมความเป็นเอกภาพของยุโรป เขาได้รับเลอื กตงั้ เปน็ นายกรฐั มนตรีอกี ครงั้ ในปี ค.ศ. 1951 ในวาระที่สองของเขา
น้นั เอาแตห่ มกมนุ่ อยกู่ บั การต่างประเทศ โดยเฉพาะความสัมพันธอ์ งั กฤษ-อเมริกา และแม้ว่าจะมกี ารแบง่ แยกดินแดน
อาณานิคมอย่างตอ่ เน่อื ง แต่ยังคงรกั ษาจักรวรรดิบรติ ิชเอาไวไ้ ด้ ภายในประเทศ รัฐบาลของเชาไดเ้ น้นยำ้�ตอ่ การสรา้ ง
ตกึ รามบ้านชอ่ งและพฒั นาอาวุธนิวเคลียร์ เชอร์ชลิ ลไ์ ดล้ าออกจากตำ�แหนง่ นายกรัฐมนตรีในปี ค.ศ. 1955 แมว้ า่ เขา
จะยังคงเป็นสมาชิกรัฐสภา จนถึงปี ค.ศ. 1964 เมอ่ื เขาไดเ้ สียชวี ิตลงในปี ค.ศ. 1965 เขาได้รบั การจดั งานศพแบบพิธี
รัฐ

ราชาการทหาร

เชอร์ชลิ ในเคร่ืองแบบรอ้ ยตรี หลงั จากวินสตนั ออกจากแฮรโ์ รวในปี 1893 เขาก็เขา้ เรยี นต่อในราชวทิ ยาลัย
ปี 1895 การทหาร เมอื งแซนด์เฮิสต์ ซ่ึงเขาตอ้ งสอบถึงสามคร้ังกว่าจะผา่ นเขา้ เรียน
โดยเขาเข้าเรียนในหมวดทหารมา้ แทนทจี่ ะเป็นทหารราบ เน่อื งจากทหาร
มา้ ต้องการผลการเรียนที่ตำ�่ กวา่ และเขาไมอ่ ยากเรยี นคณิตศาสตรอ์ กี เขาจบ
การศึกษาเป็นคนท่ี 8 ของห้องเรียนซ่งึ มี 150 คนในเดือนธันวาคม 1894
และแม้ว่าตอนนเ้ี ขาจะสามารถโอนยา้ ยไปหมวดทหารราบตามท่บี ดิ าหวงั ไว้
แต่เขากลบั เลอื กทจ่ี ะสงั กดั ทหารมา้ และไดย้ ศเป็นรอ้ ยตรีประจำ� กรมทหาร
4th Queen’s Own Hussars ในเดอื นกมุ ภาพนั ธ์ 1895 ซึง่ ปีเดยี วกันนีเ้ ขา
ได้เดนิ ทางไปยงั ควิ บาเพอื่ สังเกตการณ์การต่อสูร้ ะหวา่ งกองทัพสเปนกับฝ่าย

กองกำ�ลังปลดแอกคิวบา ระหวา่ งอย่ทู ค่ี ิวบาน้ีเองเขาไดส้ ูบฮาวานาซกิ าร์และ
สบู เร่อื ยมาตลอดชีวติ เขา ในปี 1941 เขาได้รับโปรดเกลา้ เป็นกรณพี เิ ศษเปน็
ผู้พันประจ�ำ กรมทหาร 4th Hussars ซ่ึงหลงั สงครามโลกคร้งั ทีส่ อง เขาได้
รับโปรดเกลา้ ใหอ้ วยยศน้ีขนึ้ อีกเป็นผบู้ ญั ชาการ ซง่ึ ปกติ สิทธพิ เิ ศษนี้มีแต่
สำ�หรับพระบรมวงศเ์ ทา่ นั้น

วินสตันได้รับคา่ ตอบแทนในยศร้อยตรีประจำ� 4th Hussars ปีละ 300 ปอนด์ อยา่ งไรกต็ าม เขาคดิ ว่าเขาตอ้ งการอย่างนอ้ ยปีละ
500 เพื่อให้เขามีวิถีชวี ติ ท่ีดเี ทียบเทา่ นายทหารคนอ่นื ๆ ในหน่วย แมว้ ่ามารดาจะสง่ เงนิ ใหเ้ ขาปลี ะ 400 ปอนด์แตก่ ็ไม่พอเนอ่ื งจาก
เขาเปน็ คนมือเติบ วนิ สตนั ไมส่ นใจการเลื่อนยศมากนกั เหมือนที่ทหารคนอ่นื ๆ เป็น เขาต้องการเป็นผ้สู ่ือข่าวสายทหารโดยตอ้ งการ
เขา้ ไปมสี ว่ นร่วมในปฏบิ ตั กิ ารตา่ ง ๆ โดยอาศยั เสน้ สายของครอบครวั ที่มอี ยใู่ นสังคมช้นั สงู เขาเปน็ ผู้สอ่ื ขา่ วใหแ้ ก่หนงั สอื พิมพใ์ น
ลอนดอนเป็นระยะเวลากวา่ เจ็ดปี นอกจากนย้ี งั มงี านเขียนเกี่ยวกับปฏบิ ัติการต่าง ๆ เปน็ ของตนเอง

ประจ�ำ การในอินเดยี

ตน้ เดือนตุลาคม 1896 เขาถกู โอนยา้ ยไปประจำ�การยงั บริตชิ ราช ในขณะท่ีเรอื ก�ำ ลงั เทยี บท่าทีม่ มุ ไบเขาประสบอุบัตเิ หตุ
ทำ�ให้ขอ้ ไหลข่ วาหลดุ ทำ�ใหเ้ ขาใช้แขนขวาได้ไม่เต็มทีไ่ ปตลอดชีวติ เขาเคยเปน็ นักโปโลมือหนง่ึ ในหนว่ ย แมห้ ลงั บาดเจบ็ เขากย็ งั คง
เลน่ โปโลตอ่ ไปแตใ่ ชส้ ายหนังหิ้วแขนขวาแทน
ในปีเดียวกนั เขากเ็ ดินทางไปบงั คาลอรใ์ นฐานะนายทหารหน่มุ ในหนงั สอื ของเขาอธิบายว่า บังคาลอร์เปน็ เมืองท่มี สี ภาพ
อากาศเย่ียม และท่ีอยู่ของเขาเปน็ วงั สชี มพูขาวใจกลางสวนหยอ่ มงดงามรายล้อม มีคนใช้ชือ่ โธพิ, มคี นสวน, มียาม และมีคนหาม
น้ำ� ในบงั คาลอร์น้เี องท่ีเขาไดพ้ บกบั สตรชี อ่ื พาเมลลา พลอวเ์ ดน (Pamela Plowden) ลกู สาวของคนใช้และเปน็ รักแรกของเขา วนิ
สตันยังไดอ้ ธิบายถึงสตรชี าวองั กฤษในอินเดียวา่ พวกหลอ่ นนั้นไม่เป็นท่ีพึงประสงค์เพราะมีความม่นั ใจในความงามของตนเองจนเกิน
ไป จดหมายทเ่ี ขาเขยี นถึงบ้านยงั แสดงใหเ้ หน็ ว่า เขาพยายามเปน็ กลางและหลกี เล่ียงประเดน็ การเมืองอังกฤษซึ่งก�ำ ลงั มคี วามขัด
แยง้ ระหวา่ งสองฝา่ ย คอื ฝ่ายค้านทีม่ ีลอร์ดโรสเบรกี ับโจเซฟ เชมเบอรล์ ิน และฝ่ายรฐั บาลลอรด์ ลนั สดาวนท์ ต่ี ้องการเพม่ิ งบประมาณ
กองทพั

งานการเมอื ง

สมาชกิ สภาสมยั แรก
ในการเลือกตงั้ ทัว่ ไป ค.ศ. 1900 เขาชนะการเลอื กตั้งได้เปน็ ส.ส.จากโอลดแ์ ฮม หลงั จากชนะการเลอื กต้ังเขากเ็ ร่ิมเดิน
สายปราศรยั ท้งั ในเกาะบรเิ ตนและสหรัฐอเมรกิ า สร้างรายไดใ้ หแ้ กเ่ ขาถึง 10, 000 ปอนด์ (เทยี บเทา่ 980, 000 ปอนด์ในปจั จุบนั )
นอกจากน้ีระหวา่ งปี 1903 ถงึ 1905 เขายังได้รว่ มเขียนหนังสือชีวประวตั สิ องเลม่ ของบดิ า ลอร์ดรันดอลฟ์ เชอร์ชลิ

วาระแรกในรัฐสภา วนิ สตันไปสมาคมอยูก่ บั พรรคอนรุ ักษนยิ มซง่ึ ในขณะนน้ั เปน็ เสียงขา้ งน้อยน�ำ โดย ลอรด์ ฮิวจ์ เซซิล ซึง่ มีช่อื เรียก
ล�ำ ลองในสภาวา่ “พวกฮวิ จ์” วนิ สตนั ไดอ้ ภปิ รายคดั คา้ นรายจ่ายด้านการทหารของรฐั บาล[23] ตลอดจนคัดคา้ นการเสนอให้ขึน้ ภาษี
ของรฐั มนตรีโจเซฟ เชมเบอร์ลิน การคดั คา้ นของวินสตันก็เพือ่ หวงั รกั ษาอทิ ธิพลทางเศรษฐกิจขององั กฤษ ในขณะทพี่ วกฮิวจ์สว่ น
ใหญด่ จู ะสนบั สนุนนโยบายข้ึนภาษี ในการเลือกตง้ั ครงั้ ต่อไปวินสตนั กย็ งั สามารถรักษาเกา้ อส้ี .ส.ของตนเองไว้ได้ แตด่ ว้ ยความขดั แย้ง
เรอื่ งนโยบายภาษีกับพรรคอนุรักษนิยม เขากต็ ัดสินใจครั้งส�ำ คัญโดยย้ายไปสังกัดพรรคเสรีนยิ มแทน ในฐานะสมาชิกพรรคเสรีนิยม
เขายงั คงสนับสนุนแนวคดิ เรือ่ งเขตการคา้ เสรี และเม่ือพรรคเสรีนยิ มไดเ้ ป็นรฐั บาลท่ีน�ำ โดยเซอรเ์ ฮนรี แคมป์เบล-แบนเนอร์มนั ในปี
1905 วนิ สตันก็ได้ด�ำ รงต�ำ แหน่งรัฐมนตรีชว่ ยวา่ การอาณานิคม ดูแลนิคมแอฟริกาใต้ภายหลังสงครามโบเออร์ และมสี ่วนร่างรฐั ธรรม
นญู ทรานส์วาลซง่ึ หวังนำ�เสถยี รภาพมาสู่นคิ มแอฟริกาใต้ วนิ สตันได้สูญเสียเก้าอ้ีส.ส.จากโอลดแ์ ฮมไปในการเลอื กตั้งปี 1906

การเรียกรอ้ งเอกราชของอินเดีย

ส.ส. วนิ สตนั เป็นบคุ คลทตี่ อ่ ต้านความเคลอื่ นไหวต่าง ๆ เพ่อื ปลดแอกอนิ เดียรวมถงึ ตอ่ ต้านกฎหมายทีจ่ ะให้เอกราชแก่
อินเดีย ในปี 1920 เขากล่าวว่า “คานธคี วรจะถกู มัดมอื มดั เทา้ ไว้หน้าประตเู มอื งเดลี แล้วกป็ ล่อยให้ชา้ งตวั เบอ้ เรอ่ เหยยี บ” ยัง
มเี อกสารระบใุ นภายหลังอกี ว่า วนิ สตันอยากจะเหน็ คานธอี ดอาหารให้ตาย ๆ ไปซะ วินสตนั เปน็ ผ้กู อ่ ต้งั กลุม่ ที่มีช่อื วา่ สันนิบาต
ป้องกันอินเดีย (India Defence League) เปน็ กลุม่ ที่เคลื่อนไหวเพอ่ื ธำ�รงไว้ซง่ึ อทิ ธิพลของอังกฤษในอนิ เดีย ในปี 1930 วนิ สตนั ออก
มาประกาศวา่ กลุ่มคนและทกุ อยา่ งของลัทธิคานธจี ะตอ้ งถกู จบั กุมและถูกท�ำ ลาย วนิ สตนั ถึงขนาดแตกหักกับนายกรัฐมนตรีบอลดวิน
ทจี่ ะเรมิ่ กระบวนการให้เอกราชแกอ่ นิ เดยี โดยกลา่ วว่าจะไมข่ อรบั ตำ�แหนง่ ใด ๆ ในรัฐบาลอกี ตราบใดทบี่ อลดวินยังเป็นนายกฯอยู่

นายกรัฐมนตรสี มัยแรก (ค.ศ. 1940–45)
หวนคนื ส่กู ระทรวงทหารเรอื

เม่อื สงครามโลกครง้ั ที่สองปะทขุ ้ึน ในวนั ที่ 3 กันยายน 1939 วันทส่ี หราชอาณาจกั รประกาศสงครามต่อเยอรมนั วินสตนั ได้
รับแต่งตงั้ เป็นรฐั มนตรีกระทรวงทหารเรือ ตำ�แหนง่ เดมิ กับท่ีเขาเคยดำ�รงต�ำ แหน่งในชว่ งตน้ สงครามโลกครั้งทห่ี นึง่ ซงึ่ เป็นเป็นหนึ่ง
ในสมาชกิ คณะรัฐมนตรีฝ่ายสงคราม (War cabinet) ในรฐั บาลของเชมเบอรล์ นิ ในตำ�แหน่งน้ี วนิ สตนั ไดพ้ สิ ูจน์ตนเองเป็นรฐั มนตรี
มอื ดใี นยคุ ที่เรยี กว่า “สงครามลวง” ตอนแรกวินสตันเสนอแผนจะสง่ กองเรอื ทะลวงเขา้ ไปในทะเลบอลติก แตก่ เ็ ปลย่ี นแผนเปน็ การ
วางทุ่นระเบิดเส้นทางเดนิ เรอื ไมใ่ หน้ อร์เวย์สามารถส่งแร่เหลก็ ออกจากเมืองนาร์วกิ ไปป้อนอุตสาหกรรมทหารของเยอรมนั ได้ ซงึ่ จะ
บีบเยอรมันใหเ้ ปิดฉากโจมตนี อรเ์ วย์ เป็นโอกาสดที ีร่ าชนาวีอังกฤษจะมชี ัยเหนอื กองเรือเยอรมัน อยา่ งไรกต็ าม นายกรัฐมนตรเี ชม
เบอร์ลินตลอดจนคณะรฐั มนตรฝี ่ายสงครามคดั ค้านแผนการนท้ี �ำ ให้แผนล่าชา้ ออกไป แผนวางทุ่นระเบดิ อันมชี อ่ื วา่ “ปฏบิ ัติการวิลเฟ
รด” น้เี รม่ิ ขึน้ ในวนั ที่ 8 เมษายน 1940 เพียงวันเดยี วก่อนท่เี ยอรมนั จะประสบความสำ�เรจ็ ในการบกุ ครองนอร์เวย์

สุนทรพจน์ “เราจักไม่มวี นั ยอมแพ”้

ในวนั ท่ี 10 พฤษภาคม 1940 ไมก่ ชี่ ัว่ โมงก่อนเยอรมนีจะเข้าบุกฝร่ังเศสด้วยกลยทุ ธบ์ ลิทซค์ รกี ผา่ นกลมุ่ ประเทศแผน่ ดนิ
ต่ำ� หลงั จากความลม้ เหลวของปฏิบตั กิ ารในประเทศนอร์เวย์ ผู้คนก็สูญเสียความเช่ือมน่ั ในรฐั บาลของเชมเบอร์ลนิ ทำ�ใหเ้ ชมเบอร์ลิน
ตดั สนิ ใจลาออก ตวั เต็งนายกรัฐมนตรคี นต่อไปอยา่ งเอิรล์ แหง่ ฮาลิแฟกซ์กถ็ อนตวั เนือ่ งจากเขาไมเ่ ชอ่ื มน่ั วา่ ตวั เขาซง่ึ มาจากสภา
ขนุ นางจะสามารถบริหารบ้านเมอื งได้อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ ขณะเดียวกนั แม้ว่าโดยจารตี ประเพณีแลว้ นายกรัฐมนตรีจะมทิ ูลเกล้าฯ
เสนอชือ่ นายกฯคนตอ่ ไป แตเ่ ชมเบอร์ลินต้องการใครซกั คนท่จี ะไดร้ บั แรงสนบั สนนุ จากทัง้ สามพรรคในสภาสามัญชน จงึ เกิดการ
หารอื กันระหวา่ งเชมเบอร์ลนิ , ลอร์ดฮาลแิ ฟกซ์, วินสตนั และเดวิด มาเกรสสัน ในทสี่ ดุ พระเจา้ จอรจ์ ที่ 6 ก็ทรงเสนอช่ือวนิ สตนั ขึ้น
เปน็ นายกรัฐมนตรี โดยสง่ิ แรกทีว่ นิ สตนั ทำ�คอื การเขยี นจดหมายขอบคณุ เชมเบอรล์ นิ ทสี่ นบั สนุนเขา




ตอนปลายของยทุ ธการทฝ่ี รงั่ เศส กองทัพฝรั่งเศสและอังกฤษในภาคพ้ืนทวีปตา่ งพา่ ยแพ้ตอ่ เยอรมนั หมเู่ กาะอังกฤษตกอยู่
ในสถานการณ์วกิ ฤตท่ีสดุ ในประวตั ิศาสตร์ ผู้คนตา่ งหวาดผวาตอ่ การรุกรานโดยนาซเี ยอรมนี ทันใดน้ันก็เกดิ ปาฏหิ ารยิ แ์ หง่ ดันเคริ ์ก
ขนึ้ ซงึ่ ช่วยทหารไวก้ ว่าสามแสนนาย ในวนั ที่ 4 มถิ นุ ายน ค.ศ. 1940 นายกรฐั มนตรีวนิ สตันไดก้ ล่าวสนุ ทรพจน์ตอ่ สภาสามญั ชน
สนุ ทรพจนน์ เี้ ป็นทร่ี จู้ กั กนั ในชอื่ We shall fight on the beaches ซ่ึงบางสว่ นของสนุ ทรพจน์ดงั กล่าวได้รบั การยอมรบั ว่าเป็นวลีท่ี

ดที ีส่ ุดแหง่ ยคุ

..วันนี้เม่ือสัปดาหท์ ่แี ล้ว ผมไดข้ อสภาใหก้ �ำ หนดบา่ ยวันนเี้ ปน็ วาระพิเศษเพอื่ กล่าวแถลง ผมมคี วามล�ำ บากใจเปน็ อยา่ งมากทีจ่ ะตอ้ ง
ประกาศหายนะทางการทหารที่ร้ายแรงท่ีสดุ ในประวัตศิ าสตรอ์ ันยาวนานของเรา...รากเหง้า แก่น และมันสมองของกองทัพบรติ ชิ ...
ดเู หมอื นก�ำ ลงั จะพังทลายลงในสนามรบ...ปาฏิหารยิ ์การปลดปล่อยซึง่ ส�ำ เร็จได้จากความกลา้ หาญ จากความบากบ่นั กลายเป็น
ที่ประจักษ์แกเ่ ราทุกคน และราชนาวดี ้วยความช่วยเหลอื ของชาวเรือพาณิชย์นบั ไมถ่ ้วน ไดใ้ ช้เรือทกุ ชนดิ เกอื บพนั ลำ� น�ำ พากว่า
335,000 นายท้งั ฝรงั่ เศสและอังกฤษ ให้รอดพ้นจากปากมจั จุราชและความอัปยศ...มคี นบอกวา่ แฮรฮ์ ติ เลอรม์ ีแผนรุกรานหมเู่ กาะ
อังกฤษ ขอ้ น้กี ็เคยคดิ กนั มาก่อนหลายคร้งั ...เราจะขอพิสูจนต์ นเองอกี ครั้งหน่ึงเพื่อปกปอ้ งแผ่นดินเกดิ ของเรา และเราจะผา่ นพน้ ภัย
ทรราชน.้ี ..
แม้วา่ พ้นื ทีม่ ากมายในยุโรปและรัฐเก่าแก่ข้นึ ชอ่ื ไดพ้ า่ ยแพ้หรอื อาจตกอยูใ่ ตเ้ ง้ือมมือของเกสตาโพและระบอบนาซที ีน่ ่ารงั เกียจกต็ าม
เราจะออ่ นล้าหรือล้มเหลวไมไ่ ด้
เราจกั ก้าวเดนิ ไปถึงจุดจบ เราจกั สใู้ นฝร่งั เศส เราจักสู้ในท้องทะเลและมหาสมุทร เราจกั สูด้ ว้ ยความเชื่อม่ันและพลงั ท่เี ตบิ ใหญใ่ นท้อง
นภา เราจกั ปกป้องเกาะของเราไมว่ ่าตอ้ งแลกดว้ ยอะไร เราจักสูบ้ นชายหาด เราจักสู้บนลานบิน เราจักสูบ้ นทอ้ งทุ่งและทอ้ งถนน เรา
จกั สู้ในหุบเขา เราจกั ไมม่ วี ันยอมแพ.้ ..

วนิ สตัน เชอรช์ ลิ สวมหมวก
เกราะขณะสญั ญาณเตอื นภยั ดัง
ระหว่างยุทธการท่บี รเิ ตน ค.ศ.

1940

ชีวิตวัยเยาว์

วนิ สตนั เกดิ เมอ่ื 30 พฤศจิกายน 1874 ทีว่ งั เบลนมิ เกิดมาในครอบครวั ชนช้ันสงู ซึง่ สืบทอดบรรดาศักดดิ์ ยุกแหง่ มารล์ บะระ
ซ่ึงเปน็ สาขาหนึง่ ของตระกูลสเปนเซอร์ ตระกูลขนุ นางเกา่ แก่ ด้วยเหตุนบ้ี ิดาเขาและตัวเขาจงึ ใช้นามสกลุ วา่ “สเปนเซอร์-เชอรช์ ิล”

บรรพบรุ ษุ ของเขา จอร์จ สเปนเซอร์ ไดเ้ ปลยี่ นไปใช้นามสกลุ สเปนเซอร-์ เชอรช์ ลิ เมอ่ื ได้ข้ึนเปน็ ดยกุ แหง่ มาร์ลบะระในปี
1817 โดยบิดาของวนิ สตนั คอื ลอร์ด รันดอล์ฟ เชอรช์ ิล น้นั เปน็ นกั การเมอื งซึ่งเป็นบุตรของจอห์น สเปนเซอร์-เชอรช์ ลิ ดยุกท่ี 7 แห่
งมาร์ลบะระ ส่วนมารดาของเขา ท่านหญงิ รันดอล์ฟ เชอรช์ ิล เป็นบตุ รสาวของเศรษฐชี าวอเมริกันนามว่าลีโอนาร์ด เจอโรม
เม่ืออายไุ ดส้ องขวบ เขาไดย้ ้ายไปอาศัยในดับลนิ ในไอร์แลนด์ ซง่ึ ปขู่ องเขาได้รบั แตง่ ตั้งเปน็ อปุ ราชของทีน่ นั่ และแต่งตัง้ บดิ าของเขา
เป็นเลขาสว่ นตัว ซง่ึ ในชว่ งเวลานี้ มารดาของเขาไดใ้ ห้ก�ำ เนดิ บุตรคนท่สี อง คือ จอห์น สเตรนจ์ สเปนเซอร-์ เชอร์ชิล จากการท่ีวินสตัน
เปน็ หลานของอุปราช ท�ำ ให้เขาไดเ้ ห็นการสวนสนามบ่อย ๆ ในที่ทำ�งานของปู่ (ปจั จบุ นั คอื ท�ำ เนียบประธานาธบิ ดไี อรแ์ ลนด์) ทำ�ให้
วนิ สตันตวั นอ้ ยเกิดความชอบทหารขึน้
ในขณะท่ีอย่ใู นดบั ลิน วนิ สตนั มพี ี่เลี้ยงคอยสอนการเขียนอ่านและวชิ าคณติ ศาสตร์ ดว้ ยเหตุท่วี นิ สตนั ไมค่ อ่ ยได้เจอพอ่ แม่
ท�ำ ให้เขาสนิทสนมกบั พี่เลย้ี ง นางเอลิซาเบธ อนั น์ เอเวอเรสต์ เปน็ อย่างมาก นางเป็นทง้ั พเี่ ลี้ยง, พยาบาล และแมน่ ม โดยทง้ั สองมกั
จะพากันไปเลน่ ทสี่ วนสาธารณะฟนี กิ ซเ์ สมอๆ


ในขณะท่อี ยูใ่ นดบั ลนิ วนิ สตันมีพ่เี ลย้ี งคอยสอนการเขยี นอ่านและวชิ าคณิตศาสตร์
ดว้ ยเหตุทว่ี ินสตนั ไม่ค่อยได้เจอพอ่ แม่ ทำ�ใหเ้ ขาสนิทสนมกบั พ่ีเลย้ี ง นางเอลิซาเบธ อันน์ เอ
เวอเรสต์ เปน็ อยา่ งมาก นางเป็นทัง้ พีเ่ ลี้ยง, พยาบาล และแม่นม[7] โดยทงั้ สองมักจะพากนั ไป
เล่นทีส่ วนสาธารณะฟีนกิ ซเ์ สมอ ๆ
วินสตนั ในวัยเดก็ นน้ั มนี ิสัยดอ้ื และไมช่ อบเชอ่ื ฟังใคร ดังนัน้ เมื่อเขา้ ศึกษาในโรงเรยี น
เขาจงึ มีผลการเรียนไมด่ ี เขาเขา้ ศึกษาในโรงเรยี นเอกชนสามแหง่ คือ โรงเรยี นเซนต์จอร์จใน
เบิร์กเชอร,์ โรงเรียนบรันสวกิ ใกลก้ บั ไบรตนั และ โรงเรยี นฮารโ์ รวในลอนดอนซงึ่ เปน็ โรงเรียน
ทีเ่ ขาไม่ชอบเอาเสียเลย ท่ีฮาร์โรวนี้ เขาได้เขา้ เป็นสมาชกิ ในหนว่ ยปืนไรเฟิลฮาร์โรว ในขณะ
ทเ่ี รยี นอยู่ท่ีฮารโ์ รว วินสตันเป็นเดก็ อว้ นเตยี้ ผมแดงและพดู ติดอา่ ง ถงึ จะมีผลการเรยี นในวชิ า
คณติ ศาสตรเ์ ปน็ อันดับหนงึ่ ในชั้นเรียน แต่ผลการเรยี นรวมกลับเป็นอันดบั ท่ีโหล่ในห้องบว๊ ย
ของชน้ั และกต็ ิดอันดับนเี้ ร่ือยมา แมว้ า่ การเรยี นจะทำ�ไดไ้ ม่ดีแต่วินสตนั กลบั ชอบวชิ าภาษา
อังกฤษ ในชว่ งที่เขาเรยี นอยูฮ่ าร์โรวน้ี มารดาของเขาแทบจะไมม่ าเย่ียมเลยถงึ ขนาดทเ่ี ขาตอ้ ง
เขียนจดหมายไปขอให้ทางบ้านมาเย่ยี มบา้ งหรือไม่ก็ยอมให้เขากลบั ไปบา้ น ยิ่งความสมั พนั ธก์ ับ
บดิ าน้ันยิง่ ห่างเหนิ บดิ าของเขาถงึ แก่อนิจกรรมเม่ือ 24 มกราคม 1895 ในวยั 45 ปี การตาย
ของบดิ านั้นได้ท�ำ ใหว้ นิ สตันฉกุ คดิ ขน้ึ ได้ว่า เขาอาจจะตอ้ งตายเมือ่ อายยุ งั ไมม่ ากเหมือนบิดา ดัง
นัน้ เขาจึงควรรีบท�ำ อะไรซักอย่างเพือ่ จารกึ ชอ่ื เขาลงในประวตั ิศาสตร์

ภมู หิ ลงั


สงครามโลกครัง้ ทห่ี นึง่ นำ�มาซึง่ การเปล่ียนแปลงดนิ แดนอย่างใหญ่หลวงในยโุ รป ด้วยความพา่ ยแพ้ของฝา่ ยมหาอ�ำ นาจ
กลาง รวมทั้งการล่มสลายของรัฐจกั รวรรดิทสี่ ำ�คญั ได้แก่ จักรวรรดเิ ยอรมัน จกั รวรรดิออสเตรยี -ฮังการี และจกั รวรรดิออตโตมัน
ตลอดจนจกั รวรรดริ ัสเซีย ขณะเดียวกนั ความส�ำ เร็จของฝ่ายสัมพนั ธมติ ร ซ่งึ ประกอบดว้ ยสหราชอาณาจักร ฝร่งั เศส สหรัฐอเมริกา
อติ าลี เซอร์เบียและโรมาเนยี รวมไปถึงการกอ่ ตงั้ รัฐใหม่หลังจกั รวรรดิออสเตรีย-ฮังการี รสั เซยี และออตโตมนั ลม่ สลาย หลงั สงคราม
ชาตินิยมอดุ มการณเ์ รียกร้องดินแดน (irredentism) และลัทธแิ ก้แคน้ (revanchism) กลายมามคี วามสำ�คัญในหลายประเทศ
ยโุ รป อุดมการณเ์ รยี กร้องดนิ แดนและลัทธแิ ก้แค้นแรงกลา้ มากในเยอรมนี เพราะเยอรมนีบงั คบั ตามสนธิสัญญาแวร์ซาย[6] เปน็ ผล
ให้เยอรมนเี สยี ดนิ แดนของประเทศไปร้อยละ 13 รวมทงั้ อาณานคิ มโพน้ ทะเลทง้ั หมด การรวมเยอรมนีเข้ากับประเทศอืน่ ถกู ห้าม
ซ้ำ�ต้องแบกภาระชำ�ระค่าปฏิกรรมสงครามมหาศาล และถูกจ�ำ กัดขนาดและขดี ความสามารถของกองทพั อย่างมาก ขณะเดียวกัน
สงครามกลางเมืองรัสเซียไดน้ �ำ ไปสูก่ ารกอ่ ตั้งสหภาพโซเวยี ต นำ�โดยพรรคบอลเชวคิ ภายใตก้ ารปกครองระบอบคอมมิวนสิ ต์
จักรวรรดเิ ยอรมนั ส้นิ สภาพไปจากการปฏิวตั ิเยอรมนั ค.ศ. 1918-1919 และรฐั บาลประชาธปิ ไตยถูกต้งั ขึน้ ซ่งึ ภายหลัง
รู้จักกนั วา่ สาธารณรฐั ไวมาร์ ในเยอรมนรี ะหว่างสงครามโลกได้เกดิ ความขดั แยง้ ภายในขึน้ ระหว่างผสู้ นบั สนนุ สาธารณรัฐใหมแ่ ละผู้
คัดค้านที่ยึดม่นั ทางฝา่ ยขวาและฝา่ ยซา้ ย พรรคนาซี นำ�โดยอดอล์ฟ ฮติ เลอร์ เจรญิ รอยตามการจัดตัง้ รัฐบาลฟาสซิสตต์ ามอย่างอติ าลี
ในเยอรมนี ท่ามกลางภาวะเศรษฐกจิ ตกต�ำ่ ครง้ั ใหญ่ ท�ำ ให้การสนับสนนุ พรรคนาซีภายในประเทศเพิม่ ขึ้น และใน ค.ศ. 1933 ฮิตเลอ
รไ์ ด้รบั แตง่ ตัง้ เป็นนายกรฐั มนตรี หลังเหตุเพลิงไหม้ไรชสท์ าค ฮิตเลอร์สถาปนารฐั เผด็จการเบ็ดเสร็จพรรคการเมืองเดยี วนำ�โดยพรรค
นาซี[9]
สถานการณ์คล้ายกันนยี้ งั ไดเ้ กิดข้ึนในอติ าลี แม้ว่าอติ าลีจะเป็นพันธมิตรฝา่ ยไตรภาคีและไดร้ ับดนิ แดนอยู่บา้ ง แต่พวก
ชาตนิ ิยมอิตาลีรู้สกึ โกรธแค้นท่ีค�ำ ม่ันสัญญาของอังกฤษและฝร่ังเศสให้ไว้เพอ่ื ใหอ้ ติ าลีเข้าสสู่ งครามในสนธสิ ญั ญาลอนดอน ไมเ่ ปน็
ไปตามการตกลงสนั ตภิ าพ นบั จาก ค.ศ. 1922 ถงึ 1925 ขบวนการฟาสซิสต์ นำ�โดยเบนโิ ต มสุ โสลินี ยดึ อ�ำ นาจในอิตาลีด้วยวาระ
ชาตินยิ ม เผดจ็ การเบ็ดเสรจ็ และความรว่ มมอื ระหวา่ งชนชนั้ ซึ่งยกเลกิ ระบอบประชาธิปไตยแบบมีผแู้ ทน สังคมนิยมใช้อำ�นาจบังคับ
กำ�ลังฝา่ ยซ้ายและเสรนี ยิ ม และดำ�เนนิ นโยบายต่างประเทศแบบก้าวรา้ วโดยมเี ป้าหมายเพ่ือสถาปนาอติ าลีเป็นมหาอำ�นาจของโลก
โดยใชก้ �ำ ลงั คือ “จกั รวรรดโิ รมนั ใหม”่

ส่วนทางด้านประเทศจนี รฐั บาลพรรคกก๊ มินตัง๋ ได้เรมิ่ การทพั รวมชาติข้ึนตอ่ ต้านเหลา่ ขุนศึกอิสระ จนนำ�ไปสู่การรวมชาติ
ในนามราวกลางคริสตท์ ศวรรษ 1920 แตห่ ลงั จากน้นั ไมน่ าน รัฐบาลจนี กลบั ตอ้ งเข้าไปพัวพนั ในสงครามกลางเมืองกบั พันธมติ รเก่า
พรรคคอมมิวนิสตจ์ นี ใน ค.ศ. 1931 จกั รวรรดญิ ี่ปนุ่ ซง่ึ มคี วามต้องการจะมอี ิทธิพลเหนือประเทศจนี มาเป็นเวลานานแล้ว ก�ำ ลัง
เพิ่มก�ำ ลงั ทหารในจนี อยา่ งขนานใหญ่ เพ่อื เป็นแผนการขั้นแรกในการเข้าปกครองทง้ั ทวปี เอเชยี โดยใชก้ รณีมกุ เดนเป็นขอ้ อา้ งใน
การบุกครองแมนจูเรีย และจัดตัง้ รฐั ห่นุ เชิด แมนจูกัว จนี ไดข้ อความชว่ ยเหลือจากสนั นบิ าตชาติ ญี่ปุน่ จึงลาออกจากองคก์ ารหลงั มี
การประณามการบกุ ครองดงั กล่าว หลังจากน้นั ท้ังสองชาติได้เกิดการปะทะกนั ประปรายข้ึนอกี หลายคร้ัง จนกระทั่งนำ�ไปสูก่ ารพกั
รบตางกู ในปี ค.ศ. 1933 แตถ่ ึงกระนนั้ กองกำ�ลังอาสาจีนกย็ งั คงตอ่ ต้านกองทัพญ่ีป่นุ ต่อไปในอีกหลายพนื้ ท่ี ทงั้ ในแมนจเู รียและ
มองโกเลยี ใน
ต่อมา ฮติ เลอร์สนบั สนุนนโยบายการจัดระเบยี บโลกใหมโ่ ดยอาศัยปัจจัยทางด้านเชอื้ ชาติ และเริ่มเสรมิ สรา้ งกำ�ลงั ทหารครงั้
ใหญ่ เพอื่ รกั ษาพนั ธมิตรของตน ฝร่งั เศสจึงยินยอมใหอ้ ิตาลียึดครองเอธโิ อเปีย ซึ่งอิตาลตี อ้ งการยดึ เป็นอาณานิคมอย่แู ล้ว เหตกุ ารณ์
เริม่ เลวร้ายยิง่ ข้ึนเม่ือถึงช่วงต้น ค.ศ. 1935 ซารล์ ันท์ไดร้ วมเขา้ กบั เยอรมนีตามกฎหมาย และฮติ เลอรไ์ ด้ฉีกสนธสิ ัญญาแวรซ์ าย พรอ้ ม
กับเร่งการฟน้ื ฟกู องทัพและเริม่ ใหม้ ีการเกณฑท์ หารอยา่ งรวดเร็ว
ในความพยายามทจี่ ะจ�ำ กดั วงเยอรมนี สหราชอาณาจกั ร ฝรั่งเศส และอิตาลจี ึงก่อตง้ั แนวสเตรซาขึ้น ด้านสหภาพโซเวียต
เองกก็ งั วลต่อเป้าหมายยึดครองดินแดนยโุ รปตะวนั ออกอนั กว้างใหญข่ องเยอรมนเี ชน่ กัน จงึ ได้ท�ำ สนธสิ ัญญาชว่ ยเหลือทวิภาคกี บั
ฝร่งั เศส แตส่ นธสิ ัญญาฝรัง่ เศส-โซเวียตตอ้ งผ่านกระบวนการข้ันตอนของสนั นบิ าตชาตเิ สียก่อน ทำ�ให้สนธิสัญญาดงั กล่าวไม่มีผลเลย
ในเดอื นมิถนุ ายน ค.ศ. 1935 สหราชอาณาจกั รได้ทำ�สนธิสัญญาการเดินเรอื แยกต่างหากกบั เยอรมนี โดยผอ่ นปรนตอ่ ขอ้ บงั คับตา่ ง
ๆ ทเ่ี คยกำ�หนดมากอ่ นหนา้ น้ี สว่ นสหรัฐอเมริกาก็กงั วลต่อสถานการณ์ซง่ึ อุบตั ขิ นึ้ ในทวปี ยุโรปและทวปี เอเชยี จงึ ได้ผา่ นรฐั บญั ญตั ิวา่
ดว้ ยความเป็นกลางในเดอื นสงิ หาคม ในเดือนตุลาคม อิตาลีบุกครองเอธโิ อเปยี โดยมเี พยี งเยอรมนีเป็นมหาอำ�นาจชาติเดียวในยุโรปที่
สนับสนุนการบุกครองดังกล่าว อติ าลจี งึ ยกเลิกขอ้ คดั ค้านตอ่ เป้าหมายการผนวกออสเตรยี ของเยอรมนี
ด้วยความต่นื ตวั จากเหตุที่ฮติ เลอรต์ ้องการนครเสรีดานซกิ เพิม่ เติม ฝรัง่ เศสและองั กฤษจึงรบั ประกันวา่ จะใหก้ ารสนับสนุน
เอกราชของโปแลนด์ และเมอื่ อิตาลียดึ ครองแอลเบเนยี ในเดอื นเมษายน ค.ศ. 1939 ฝรั่งเศสและอังกฤษก็ให้ค�ำ มน่ั เชน่ เดยี วกันน้ี
แกโ่ รมาเนยี และกรซี ไมน่ านหลังจากการให้คำ�มนั่ ดงั น้ี ทางด้านเยอรมนแี ละอติ าลกี ็ร่วมมือกนั และลงนามเปน็ พนั ธมติ รอยา่ งเปน็
ทางการในสนธิสัญญาเหล็ก


Click to View FlipBook Version