The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือการเขียนเอกสารวิจัยส่วนบุคคล (เอกสา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by surassavadee.su, 2022-10-05 04:25:37

คู่มือการเขียนเอกสารวิจัยส่วนบุคคล (เอกสา

คู่มือการเขียนเอกสารวิจัยส่วนบุคคล (เอกสา

๔๑

การใช้กระดาษพิมพ์

ในการจดั พมิ พ์เอกสารวิจัยฯ ใหใ้ ช้กระดาษพิมพ์สีขาวไม่มีบรรทัดชนิดน้าหนักไม่ต่ากว่า
๘๐ กรัม/ตารางเมตร ขนาด ๘ ๑/๘ X ๑๑๕/๘ นิ้ว (เอ ๔) จัดทา จานวน ๓ เล่ม โดยให้พิมพ์จาก
เคร่ืองพมิ พ์คอมพิวเตอร์ พมิ พ์หนา้ เดยี ว ไมต่ ้องพมิ พ์หนา้ หลัง หรือจะถ่ายเอกสารกไ็ ด้แตต่ อ้ งชัดเจน

การเว้นว่างรมิ ขอบกระดาษ

๑. ขอบบน (จากขอบบนถงึ บรรทัดแรกของเนอ้ื หาทีพ่ ิมพ์) ๑.๕ น้ิว หรอื ๓.๗๕ ซม.

ยกเวน้ หน้าแรกทขี่ ึน้ บทใหมข่ องแตล่ ะบท ใหเ้ วน้ ๒ นวิ้

๒. ขอบซ้ายมือ (กนั้ หน้า) ๑.๕ นวิ้ หรอื ๓.๗๕ ซม.

๓. ขอบขวามือ (ก้นั หลงั ) ๑ นวิ้ หรือ ๒.๕ ซม.

๔. ขอบลา่ ง ๑ นวิ้ หรือ ๒.๕ ซม.

การเวน้ ว่างรมิ ขอบกระดาษ ดูตวั อย่างตามแผนภาพที่ ๔ – ๑

๔๒

แผนภาพท่ี ๓ – ๑ ตวั อย่างการเว้นวา่ งรมิ ขอบกระดาษ

เวน้ ๑ นิ้ว

เลขหนา้ ตัวขนาด ๑๖ จากเลขหนา้ ถงึ บรรทดั แรก

ภัยคกุ คาม เวน้ ระยะ ๑/๒ นิ้ว

กรณหี นา้ แรกของบท เวน้ จาก

บทที่ขอบบนกระดาษ ถงึ บทที่ ๒ นิ้ว
ชอื่ บท ระยะบรรทัด ๑

ก้นั หน้า ๑.๕ นิว้ กน้ั หลงั
๑ น้ิว

เว้นระยะจากขอบล่างกระดาษถงึ บรรทัด
สดุ ทา้ ยของหนา้ เวน้ ระยะ ๑ น้ิว

หมายเกหตาุรเ:ว้นกรรอะบยสะ่ีเกหลาี่ยรมพใหมิ ญพ่ ์หมายถงึ ขนาดกระดาษ A4

กรอบสีเ่ หลี่ยมเลก็ ในกรอบใหญ่ หมายถงึ บริเวณทพ่ี มิ พเ์ นือ้ หาของเอกสารวจิ ยั

๔๓

๑. ระยะห่างระหวา่ งบรรทัดของเน้ือหา ไมเ่ วน้ บรรทัด (เวน้ ๑ บรรทดั คอมพิวเตอร์)
๑.๑ ไมเ่ วน้ บรรทัด หรือ เวน้ ๑ บรรทัดคอมพิวเตอร์ ระหว่าง
๑.๑.๑ บทท่ี กบั ชื่อบท
๑.๑.๒ หัวข้อย่อยกับหวั ข้อยอ่ ย
๑.๑.๓ หัวขอ้ ย่อย กบั เนือ้ หา (ยกเว้นกรณีพมิ พเ์ นอื้ หาต่อเน่ืองจากหัวข้อย่อย

ให้พมิ พ์ต่อเน่อื งได้เลย)
๑.๑.๔ เนือ้ หา
๑.๑.๕ การขนึ้ ย่อหน้าใหมร่ ะหวา่ งเน้อื หา

๑.๒ เว้น ๑.๕ บรรทัด หรือ เว้น ๑๒ pts. คอมพิวเตอร์ หรือกด Ctrl ๗ (กด Ctrl
กบั เลขเจด็ ไทย) ระหว่าง

๑.๒.๑ หวั ข้อสาคัญ
๑.๒.๒ หวั ขอ้ สาคัญ กบั หัวข้อยอ่ ยแรก
๑.๒.๓ ชื่อบท กับ หวั ขอ้ สาคัญ
๑.๒.๔ หัวข้อสาคญั กบั ยอ่ หน้าแรกของหวั ขอ้ สาคัญ
๒. การพิมพ์หัวข้อย่อยหัวข้อแรก หรือการข้ึนย่อหน้าใหม่ให้ย่อหน้าเข้ามา ๒
เซนตเิ มตร หวั ข้อย่อย ๆ ต่อไปใหเ้ ริ่มพมิ พ์ตรงกับตวั อักษรตวั แรกของหัวข้อกอ่ นหนา้ นน้ั

การลาดบั หน้า

๑. สาหรับส่วนนา ได้แก่ บทคัดย่อ Abstract คานา สารบัญ สารบัญตาราง สารบัญ
แผนภาพหรอื สารบัญแผนภูมิ คาอธิบายคาย่อ และสัญลักษณ์ ให้ใช้พยัญชนะไทยในการลาดับหน้า
โดยให้หน้าพยัญชนะอยู่ก่ึงกลางหา่ งจากขอบบนกระดาษ ๑ นว้ิ (ไม่ใช้พยัญชนะ ฃ, ฅ, ฆ)

๒. ในส่วนเนื้อเรื่อง (ได้แก่ บทที่ ๑ ถึงบทสุดท้าย) ส่วนอ้างอิง (ได้แก่ บรรณานุกรม
ภาคผนวก และประวัติย่อผู้วิจัย) ให้ใช้ตัวเลขในการลาดับหน้า โดยให้เลขหน้า อยู่ตรงกึ่งกลาง
ห่างจากขอบบนกระดาษ ๑ น้ิว

สาหรับหน้าแรกของแต่ละบท หน้าแรกของบรรณานุกรม และหน้าแรกของ
ภาคผนวก ไม่ต้องพิมพเ์ ลขหนา้ แต่ใหน้ ับจานวนหน้ารวมด้วย

๓. ขนาดตัวพยัญชนะ และเลขที่ใช้กากับหน้าให้ใช้ขนาด ๑๖ ตัวธรรมดาและ
เปน็ อกั ษรแบบเดยี วกบั ทพ่ี มิ พเ์ นื้อหา

๔๔

การพิมพบ์ ท หวั ข้อสาคญั หวั ขอ้ ยอ่ ย และเนื้อหา

๑. บท เมื่อเริ่มบทใหม่จะต้องขึ้นหน้าใหม่เสมอ และมีเลขประจาบท ให้พิมพ์คาว่า

“บทท่ี” ไวต้ รงกลางตอนบนสุดของหน้ากระดาษ บรรทัดต่อมาเป็น “ชื่อบท” ให้พิมพ์ไว้ตรงกลาง
หนา้ กระดาษเช่นกนั

ชื่อบททยี่ าวเกนิ ๑ บรรทัด ให้แบ่งเป็น ๒ - ๓ บรรทัดตามความเหมาะสม โดยพิมพ์
เรยี งลงมาเป็นลักษณะสามเหล่ียมกลับหวั และไมต่ อ้ งขีดเสน้ ใต้ ตัวอกั ษร ขนาด ๒๔ ตัวหนา

๒. หัวข้อสาคัญ หัวข้อสาคัญในแต่ละบท หมายความถึงหัวข้อหลัก ซึ่งมิใช่เป็น

ช่อื เรื่องประจาบท ให้พิมพ์อยชู่ ดิ รมิ กรอบพิมพ์ดา้ นซ้าย ใชต้ ัวอักษร ขนาด ๒๐ ตวั หนา
ท้ังน้ี การพิมพ์หัวข้อสาคัญไม่ต้องใส่หมายเลข หรือตัวอักษรกากับและไม่ต้อง

ขีดเส้นใต้
การข้ึนหัวข้อใหม่ หรือข้ึนย่อหน้าของข้อความใหม่ หากในหน้านั้นมีท่ีว่างสาหรับ

พมิ พข์ ้อความตอ่ ไปได้ไมเ่ กนิ หน่งึ – สองบรรทดั แล้ว ใหข้ ึน้ หวั ขอ้ ใหม่ หรือยอ่ หน้าใหม่ ในหนา้ ถัดไป

๓. หัวข้อย่อย เป็นรายละเอียดของหัวข้อสาคัญ การพิมพ์หัวข้อย่อย ให้พิมพ์โดย

ยอ่ หนา้ เขา้ ไปประมาณ ๒ ซม. การพมิ พ์หวั ข้อย่อยใช้ตัวอกั ษร ขนาด ๑๘ ตวั หนา ไม่ต้องขีดเส้นใต้
และให้ใช้ตัวเลขกากับหัวข้อ โดยไม่ให้ใช้ระบบพยัญชนะไทย อังกฤษเครื่องหมายวงเล็บ ( ) และ

วงเล็บเปิด ) เคร่ืองหมาย หรือสัญลักษณ์ต่างๆ เช่น - * • หรือเลขโรมัน หรืออ่ืนใดนอกจาก

ระบบตัวเลขในการกาหนดหรือแบง่ เป็นหัวข้อยอ่ ย
การพิมพ์บรรทัดแรกของหัวข้อย่อย หากมีมากกว่า ๑ บรรทัด การขึ้นบรรทัดใหม่

ให้ชิดขอบซ้าย หากมีหัวข้อย่อยต่อ ๆ ไปให้ใช้ระบบตัวเลข และจุดกากับ โดยให้ใช้จุดกากับได้ไม่
เกิน ๔ หลกั ตามตวั อยา่ ง ดังน้ี

๑. ………………………………………
๑.๑ ................(หวั ข้อยอ่ ย)

…………………………...................................................................………………….
……………………………………………………………………….……………………………

๑.๑.๑ ...............................(หวั ขอ้ ย่อย)

…………………………………………….…………………………………………..…
………………………………………………………………………………………………………

๑.๑.๑.๑ ……………………….(หวั ข้อย่อย)

…………………………………………………………………..

๑.๑.๑.๒ .................................

ทงั้ นี้ หากการจัดทาหัวขอ้ ยอ่ ยในระบบจุดมีเกินกว่า ๔ หลัก ให้เรียบเรียงข้ึนหัวข้อ
ใหม่ แตห่ วั ขอ้ ยอ่ ยนน้ั ต้องมีความสัมพนั ธ์กับการอภปิ รายผลการวิจยั

๔. เนอื้ หา ใหพ้ ิมพด์ ้วยตวั พิมพ์ปกติ ขนาด ๑๖ ตวั ธรรมดา

๔๕

ตวั อย่างการพมิ พ์บท หวั ขอ้ สาคญั หวั ขอ้ ย่อย และเนือ้ หา ตามแผนภาพท่ี ๔ – ๒

แผนภาพที่ ๓ – ๒ ตัวอยา่ งการพมิ พ์บท หัวข้อสาคญั หวั ขอ้ ยอ่ ย และเน้อื หา

บทที่ ๒ เวน้ ระยะหา่ ง ๑ บรรทัด
หนว่ ยขน้ึ ตรงกองบัญชาการกองทัพไทย

สถาบนั วชิ าการปอ้ งกันประเทศ (หวั ขอ้ สาคญั ) เวน้ ระยะหา่ ง ๑.๕ บรรทัด / ctrl ๗
เวน้ ระยะหา่ ง ๑.๕ บรรทดั / / ctrl ๗
ยอ่ หน้า ๒ ซม. ๑.//…วิท…ย…า…ล…ัย…ป…้อ…ง…ก…ัน…รา…ช…อ…า…ณ…า…จ…กั …ร…(…ห…ัว…ข…้อ…ย่อ…ย…)……...ไ…ม…เ่ ว…น้ บ…ร…รท…ัด..………………...
……………………………………………………………………….………………………………………………..
หัวข้อย่อยๆ ต่อไปให้เรมิ่ ๑.๑//การบริหารหน่วย// (หวั ข้อย่อย) ไม่เวน้ บรรทดั

ขพอิมงพห…์ตวั รข…งอ้ ก…กับ่อ…ตนัว…หอน…ัก้าษ…นรั้นต…ัว…แร…ก………………………………………………………………..…...…...….....…...…...…...…..…...…...…...…...…...…...…...…...…...…...…...…...…...…...…..…………….. …..……..
๑.๑.๑//การจัดหนว่ ย// (หัวข้อยอ่ ย) ไม่เว้นบรรทัด การพิมพ์
…………………………………………….………………………………………….. เนอื้ หา
……………………………………………………………………………………………………………………………….. ในหวั ขอ้
๑.๑.๑.๑//กองอานวยการ// (หัวขอ้ ย่อย) ย่อย ๆ ให้
…………………………………………..……….….…………..….. ใช้ระยะ
………………………………………………………………………….………………………………………………………… บรรทดั
๑.๑.๑.๒//กองพฒั นาการศกึ ษา// (หัวขอ้ ย่อย) ๑ ปกติ

……………………………………………..……………..…………
………………………………………………………………………………………………….…………………………………………

กรมยุทธการทหาร (หัวข้อสาคญั ) เว้นระยะหา่ ง ๑.๕ บรรทดั / / ctrl ๗
เว้นระยะหา่ ง ๑.๕ บรรทัด / / ctrl ๗
……………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………………….

หมายเหตุ ๑. การพมิ พใ์ ชโ้ ปรแกรม Microsoft word 2007 ขน้ึ ไป
๒. ตวั อกั ษร ใชแ้ บบ Angsana New หรอื TH SarabunPSK มขี นาดดงั น้ี
๒.๑ บทที่ ชอ่ื บท ขนาด ๒๔ ตวั หนา ๒.๒ หวั ขอ้ สาคญั ขนาด ๒๐ ตัวหนา
๒.๓ หัวข้อยอ่ ย ขนาด ๑๘ ตัวหนา ๒.๔ เนือ้ หา ขนาด ๑๖ ตวั ธรรมดา
๓. // หมายถึงการเคาะ Space bar เว้นระยะพมิ พ์ตวั พิมพ์ตามจานวนขีด ( // = ๒ เคาะ)
๔. การเว้นระยะบรรทัด ระหว่างหัวข้อสาคัญกับหัวข้อย่อย และ/หรือเนื้อหา เว้นระยะ ๑.๕

บรรทตัดารราะหงวแา่ งลหะวั แขอ้ ผยน่อยภกาบั พเนือ้ หา เวน้ ระยะ ๑ ปกติ

๔๖

๑. ตาราง

ตารางจะต้องประกอบด้วยลาดับที่ของตาราง ชื่อของตาราง หัวตาราง สว่ นขอ้ ความ
และท่มี าของตาราง โดยปกตใิ หพ้ มิ พอ์ ยใู่ นหน้าเดยี วกันท้ังหมด

ลาดบั ท่ขี องตาราง ใหจ้ ัดเรยี งลาดับแยกแต่ละบท เช่น ตารางที่ ๑ - ๑ ตารางท่ี ๑ – ๒
ตารางท่ี ๒ - ๑ ตารางท่ี ๒ - ๒)

ในกรณีท่ีตารางมีความยาวมากไม่สามารถให้สิ้นสุดในหน้าเดียวได้ให้พิมพ์ส่วน
ที่เหลือในหนา้ ถดั ไป แต่ทัง้ นต้ี อ้ งพมิ พ์ลาดับท่ีของตาราง และชื่อของตาราง โดยมีวงเล็บ (ต่อ) และต้อง
มีส่วนหัวของตารางและมีส่วนของข้อความในตารางรวมอยู่ด้วยในแต่ละหน้าอย่างน้อย ๒ บรรทัด

สาหรับตารางที่ไม่สามารถบรรจุข้อความในแนวตั้งได้ อนุญาตให้จัดตารางไว้
ในแนวนอน โดยหันหัวตารางเข้าหาขอบซ้าย (ขอบกระดาษด้านเข้าเล่ม) และให้เลขหน้า
อยดู่ ้านบนเช่นเดยี วกบั การใส่เลขหนา้ ในแนวตั้ง

และให้เขียนท่ีมาของตาราง ไว้ด้านล่างของตารางน้ัน ๆ กรณีตารางยาวมากกว่า
๑ หน้า ใหเ้ ขยี นทีม่ าของตารางไว้ในหนา้ สุดท้ายตอนล่างของตารางน้ัน ๆ

๒. แผนภาพ

สาหรับ แผนภาพ (ในท่ีนี้ให้หมายรวมถึง รูปภาพ แผนท่ี แผนภูมิ และกราฟ)
จะตอ้ งประกอบด้วยลาดบั ท่ี และช่อื ของแผนภาพ

ลาดับท่ขี องแผนภาพให้จดั เรียงลาดบั เช่นเดยี วกบั การจัดพิมพต์ ารางโดยจัดลาดับ
ที่ของแผนภาพแยกแต่ละบท เช่น แผนภาพท่ี ๑ – ๑ แผนภาพที่ ๑ - ๒ แผนภาพที่ ๒ – ๑
แผนภาพที่ ๒ - ๒) ช่อื แผนภาพอยู่ด้านบน ที่มาอยดู่ า้ นล่าง ของแผนภาพนนั้ ๆ

การเขียนท่ีมาของตาราง หรือแผนภาพ ให้ใช้หลักเกณฑ์การเขียนการอ้างอิง
แบบแทรกอย่ใู นเรอ่ื ง (มีรปู แบบในการเขยี นประกอบดว้ ย ชื่อผแู้ ตง่ , ปี : เลขหน้า)

ที่มาของตาราง หรือแผนภาพ จะต้องนารายละเอียดไปเขียนไว้ในบรรณานุกรม
(ถ้าเป็นตารางหรือแผนภาพที่ประมวลขึ้นมาเอง ไม่ต้องระบุแหล่งที่มา หรืออาจใช้คาว่า “ประมวล
โดยผวู้ ิจยั ”) และจะต้องจัดทาเป็นสารบญั ตาราง หรอื สารบญั แผนภาพ ไว้ต่อจากสารบญั ปกติดว้ ย

อัญพจน์

สานักงานราชบัณฑติ ยสภา ไดใ้ หค้ วามหมายของ อญั พจน์ ไว้ ดงั นี้
“คาว่า อัญพจน์ (อ่านว่า อัน-ยะ-พด) ตรงกับคาภาษาอังกฤษว่า Quotation (อ่านว่า
โคว-เท-ชั่น) หมายถึง ข้อความท่ีคัดลอกมาจากแหล่งอื่น การคัดลอกต้องให้คงข้อความและ
การสะกดคาต้องเหมือนของเดิมทุกประการ เม่ือนาอัญพจน์ลงตีพิมพ์ในเอกสารใหม่ ต้องใช้
เคร่ืองหมาย อัญประกาศ (อ่านว่า อัน-ยะ-ปฺระ-กาด) หรือ เคร่ืองหมายคาพูด “..............” คร่อม
ข้อความดังกล่าว ถ้าอัญพจน์มีความยาวเกิน ๔ บรรทัด ให้เขียนเป็นย่อหน้าใหม่ โดยให้ย่อเข้ามา
มากกวา่ ปรกติ และถ้าต้องการใหอ้ ญั พจน์เด่น กอ็ าจใช้ตัวอกั ษรท่ตี า่ งจากข้อความอื่นได้”

๔๗

ในการเขียนเอกสารวิจัยส่วนบุคคลของนักศึกษา วปอ. “อัญพจน์” เป็นการคัด หรือ
ยกข้อความ คาพูด จากผู้เขียน หรอื ของผอู้ ื่นมากล่าวไว้ในเอกสารวิจัย ฯ ของตน เพื่อช่วยเพิ่มคุณค่า
น้าหนักและความเช่ือถือ ท้ังนี้ ข้อความท่ีกล่าวถึงควรสั้น ๆ ไม่ควรนาข้อความที่ยาวเกิน
๑ หน้ากระดาษมาอ้าง เพราะถ้าข้อความยาวเกิน ๑ หน้ากระดาษ อาจทาให้ผู้อ่านพล้ังเผลอว่า
ข้อความท่ีอ้างถึงนั้นเป็นตัวเนื้อเรื่อง นอกจากน้ีข้อความยาว ๆ มักมีข้อความอื่น ๆ ซึ่งไม่เก่ียวข้อง
โดยตรงปะปนอยู่กับเรื่องที่ต้องการ ซึ่งอาจทาให้ผู้อ่านสับสน การอ้างอิงถ้อยคาจึงต้องพยายาม
อ้างแต่เฉพาะข้อความให้ส้ันท่ีสุด เพื่อมิให้ข้อความที่อ้างอิงทาลายความสาคัญของเนื้อเร่ือง และ
ทาใหผ้ ูอ้ า่ นไขว้เขว

อัญพจน์อาจมาจากเอกสาร หรือบทความใด ๆ ท่ีผู้วิจัยเห็นว่าถูกต้องเหมาะสม เช่น
จากหนังสือ บันทึกของทางราชการหรือเอกชน จดหมายหรือการสัมภาษณ์ ข้อสาคัญ ข้อความ
หรือคาพดู ทยี่ กมาอา้ งองิ จะต้องเหมอื นของเดิมทกุ ประการ ดงั น้ัน จึงต้องใส่เครื่องหมายอัญประกาศ
(Quotation Mark) “………………….” ไว้ระหว่างถ้อยคาท่ียกมาด้วย ข้อท่ีพึงปฏิบัติคือต้องไม่แทรก
คาพดู หรอื เพ่ิมเตมิ ข้อความของเราเข้าไปในระหว่างอัญพจน์ท่ียกมา หากจาเป็นให้ใส่วงเล็บข้อความ
ท่เี พมิ่ เตมิ น้ันใหเ้ หน็ ชัดเจน

การเขียนอญั พจน์ มหี ลักเกณฑ์ ดงั น้ี
๑. ถา้ เปน็ ข้อความสั้น ๆ ไม่เกิน ๔ บรรทัด ให้เขียนต่อไปกับข้อความโดยเอาข้อความ
ทย่ี กมานน้ั ใสไ่ ว้ในเครือ่ งหมายอัญประกาศ “…………….” เชน่

“วัตถุประสงค์ของชาติ คือ จุดหมายหรือเป้าหมายสาคัญ ซ่ึงชาติต้องมุ่งไปถึงด้วย
การใชค้ วามพยายามและจากขมุ กาลังทง้ั ปวงของชาติ”

๒. ถ้าเป็นข้อความที่ยาวเกิน ๔ บรรทัด ให้ยกข้อความน้ันมาพิมพ์ขึ้นบรรทัดใหม่
โดยยอ่ หนา้ เขา้ มาจากขอบซา้ ยของหนา้ พิมพ์ ๔ ระยะตัวพิมพ์ และระยะบรรทัดแคบกว่าธรรมดา
และไมต่ อ้ งใส่เครื่องหมายอัญประกาศ เชน่

//// การทาแผนสงครามเป็นเร่ืองละเอียดซับซ้อนต้องใช้ความรู้ประสบการณ์และรายละเอียดมาก
โดยเฉพาะการตรวจสอบสภาพของกองทัพต่าง ๆ ว่ามีความพร้อมเพียงใด สถิติ ข้อมูล
ความตอ้ งการต้องมีห้วงเวลา ไม่ใช่ทาได้อย่างง่ายและรวดเร็วทุกอย่างต้องมีขั้นตอน แผนการ
สงครามท่ีดี จะต้องกาหนดลงไปให้ครอบคลุมในรายละเอียดในด้านความต้องการกาลังคน
ทรัพยากรท่ีต้ังฐานทัพ ระบบอาวุธ วัสดุและสิ่งจาเป็นอ่ืน ๆ และจะต้องคาดถึงภัยคุกคามท่ี
จะเกดิ ขน้ึ ในอนาคตดว้ ย

//// (ขดี ) หมายถึง การเวน้ ระยะพิมพด์ ้วยการเคาะ Space bar
โดยเว้นตามจานวนขีด //// = ๔ เคาะ

๓. การคัดลอกข้อความจากภาษาต่างประเทศ ควรแปลเป็นภาษาไทยเสียก่อน ถ้าเป็น
การแปลมาทั้งหมดจะต้องใส่เคร่ืองหมายอัญประกาศ แต่ถ้าเป็นการถอดความหรือเก็บใจความมา
ไม่ต้องใสเ่ ครือ่ งหมายอญั พจนแ์ ต่อยา่ งใด

๔. เมื่อลอกข้อความมาบางตอน มีวธิ ีการทาดงั นี้

๔๘

๔.๑ ถ้าตัดข้อความข้างหน้า หรือข้างหลังหรือตัดทั้งข้างหน้าและข้างหลังให้ใส่จุด
๓ จดุ ไว้ตรงท่ตี ดั ออก

๔.๑.๑ ในกรณที ข่ี อ้ ความไม่เกนิ ๔ บรรทัด เช่น
“ความม่ันคงแห่งชาติคือ สภาวะของชาติที่ปลอดจากการรุกราน

ทางทหารหรอื การโจมตีทางทหาร หรอื ปลอดจากการบ่อนทาลายทางการเมอื งหรอื เศรษฐกจิ …”
๔.๑.๒ กรณที ี่ข้อความมากกวา่ ๔ บรรทดั เชน่

//// คุณธรรมที่ทกุ คนควรจะศึกษาและน้อมนามาปฏบิ ัติ
ประการแรกคือการรักษาสัจ ความจริงใจต่อตัวเอง ที่จะประพฤติปฏิบัติแต่สิ่งท่ีเป็นประโยชน์
และชอบธรรม
ประการทส่ี อง คอื การรจู้ กั ข่มใจตนเอง ยึดใจตนเองใหป้ ระพฤติอยู่ในความสจั ความดีน้นั
ประการท่ีสาม คือ การอดทน อดกล้ัน อดออม ที่จะไม่ประพฤติล่วงความสัจไม่ว่าจะด้วย
ประการใด
ประการท่ีส่ี คือ การรู้จักละอายความชั่ว ความทุจริต และรู้จักละประโยชน์ส่วนน้อยของตน
เพอื่ ประโยชน์ส่วนใหญ่ของบ้านเมือง…

๔.๒ ถ้าตดั ขอ้ ความออกไปยาวมาก ๆ ใหใ้ สจ่ ดุ เวน้ บรรทัด เช่น

////…มีการยอมรับกันว่า จุดมุ่งหมายทางเศรษฐกิจของชุมชนทุก ๆ แห่ง มี ๔ ประเภท คือ
ความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ (Economic Progress) เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ (Economic
Stability) เสรภี าพทางเศรษฐกิจ (Economic Freedom) …………………………………….………...
………………………………………………………………………………………………….……………………………………
ซ่ึงแทบทุกประเทศในโลกยอมรับจดุ มุ่งหมายปลายทางเศรษฐกิจ ๔ ประการ ท่ีไดก้ ล่าวมานี้

๔.๓ สาหรับโคลง กลอน บทรอ้ ยกรอง ก็เชน่ กนั ดงั ตัวอยา่ ง

……………………….………………… …………………………………….

อนั ความคิดวทิ ยาเหมือนอาวธุ ประเสริฐสุดซอ่ นใส่เสยี ในฝกั

สงวนคมสมนึกใครฮกึ ฮกั จงึ ค่อยชักเชอื ดฟนั ให้บรรลัย

(สุนทรภ่,ู ๒๓๗๑)

๔.๔ การเขยี นท่ีมาของข้อความทีอ่ า้ งอิง อาจเขยี นไว้หนา้ หรือหลังข้อความนั้น ๆ ก็ไดเ้ ช่น
๔.๔.๑ เขียนไวห้ น้าขอ้ ความ

พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ (๒๕๒๘ : ๗๓) เคยให้โอวาทแก่ผู้สาเร็จการศึกษาหลักสูตร
วิชาการปกครองทอ้ งท่ีไวด้ ังน้ี

“หาก๔จ.๔ะเ.๒ปรเยี ขบียปนรไะวเห้ ทลศังขขออ้ งคเรวาาดมุจดังตน้ ไทร นักปกครองทอ้ งทกี่ เ็ ปรียบเสมือนราก
ไทรที่ยึดลาตน้ ไว้กับแผน่ ดิน ความม่นั คงแขง็ แรงต้นไทร และความรม่ เย็นจากรม่ ใบนน้ั จะ

เกดิ ขึน้ ได้ก็ต่อเมือ่ รากไทรปฏิบัติหน้าท่ีหล่อเลีย้ งลาต้บได้…”

๔๙

๔.๔.๒ เขยี นไว้หลังข้อความ

“… สง่ิ ที่ขาดไม่ไดส้ าหรับนักปกครองทอ้ งทก่ี ค็ อื ปณธิ านสว่ นตนในการมุ่งบาบัดทกุ ข์บารงุ สุขแก่
ประชาชน และมุ่งสร้างสรรค์ความเจรญิ ใหแ้ ก่ท้องถิ่น” (พลเอก เปรม ติณสูลานนท,์ ๒๕๒๘ :
๗๓)

บทท่ี ๔
การอ้างองิ

การอ้างองิ คือ การอ้างถึงแหล่งที่มาของข้อมูลท่ีใช้ในการเรียบเรียงเอกสารทางวิชาการ
และรายงานการวจิ ยั ประเภทต่าง ๆ มี ๒ วิธี คือ

๑. การอา้ งอิงแบบแทรกอยู่ในเน้อื เร่อื ง
๒. การอ้างองิ แบบเชงิ อรรถ (Footnotes) หรือแบบแยกจากเนื้อเร่อื ง
การอ้างอิงแบบแทรกอยู่ในเน้ือเรื่อง คือ การระบุที่มาของข้อมูลไว้ในวงเล็บติดต่อกับ
ขอ้ ความท่ตี ้องการอ้างอิง เปน็ แบบทีส่ ะดวกต่อการเขียนการพิมพ์ และประหยัดเนื้อท่ีกระดาษพิมพ์
จงึ เป็นท่ีนิยมใช้ในปัจจุบนั ทงั้ สองแบบน้ี ใหน้ ักศึกษาเลือกใชก้ ารอ้างอิงชนดิ ที่ ๑ เปน็ หลัก ยกเว้น
ตอ้ งอา้ งองิ ด้วยเชิงอรรถ แตต่ ้องเปน็ แบบเดยี วกนั ทงั้ เลม่ จะเปลี่ยนไปเปลย่ี นมาไม่ได้
การอ้างอิงแบบเชิงอรรถ คือ การอ้างอิงเพ่ือแสดงแหล่งที่มาของข้อมูล อธิบายความ
หรือโยงข้อความโดยมิให้แทรกปนอยู่ในเน้ือเร่ือง การอ้างอิงแบบนี้มีรายละเอียด และรูปแบบ
คล้ายคลึงกับแบบบรรณานุกรม ทาให้เสียเวลาในการจัดพิมพ์ให้ถูกต้องตามแบบแผนที่กาหนด
และต้องจดั หนา้ ให้เชงิ อรรถกับข้อความทอี่ ้างอิงอย่ใู นหนา้ เดยี วกัน ปจั จุบัน การอ้างอิงแบบเชิงอรรถ
จึงไมเ่ ป็นทีน่ ยิ ม

การอ้างอิงแบบแทรกอยู่ในเน้ือเรอื่ ง

รูปแบบการอ้างอิงแบบแทรกอยู่ในเนื้อเร่ืองมีหลายรูปแบบ วปอ. ขอแนะนาให้ใช้
รปู แบบระบบ ชื่อ - ปี (Author - Date) เพยี งแบบเดียว

๑. รูปแบบ
โดยทั่วไปประกอบด้วย ๓ ส่วน คือ ช่ือผู้แต่ง ปีที่พิมพ์ และ/หรือเลขหน้าของ

หนังสือท่ีอ้างอิง โดยใส่ไว้ในวงเล็บท้ายข้อความท่ีต้องการอ้างอิง หรืออ้างอิงไว้หลังช่ือผู้แต่ง ตาม
รปู แบบ และตวั อย่าง

๑.๑ กรณอี า้ งองิ ทา้ ยขอ้ ความ ใช้รปู แบบ

…/(ช่ือผู้แตง่ ,/ ปี/:/เลขหน้า)…

๑.๒ กรณอี า้ งอิงไว้หลงั ช่อื ผแู้ ตง่ ใชร้ ูปแบบ

... ชอื่ ผ้แู ต่ง/(ปี/:/เลขหน้า)/....

๕๑

ตัวอยา่ ง การอ้างอิงทา้ ยขอ้ ความ เชน่
สมมติฐานในการวิจัย หมายถึง ข้อความท่ีคาดคะเนไว้ล่วงหน้าถึงความสัมพันธ์
ระหว่างของสองส่ิง หรือมากกว่าหรือระหว่างสองตัวแปรหรือมากกว่า ซ่ึงสามารถทดสอบ
ความสัมพันธ์น้ัน ๆ ได้ ทั้งน้ี เพื่ออธิบายข้อเท็จจริงหรือพยากรณ์ปรากฏการณ์ต่าง ๆ (เครือวัลย์
ลิม้ ปิยะศรสี กลุ , ๒๕๓๐ : ๘๔)

ตัวอยา่ ง การอ้างอิงไว้หลงั ช่ือผแู้ ต่ง เช่น
เครือวัลย์ ลิ้มปิยะศรีสกุล (๒๕๓๐ : ๘๔) ได้กล่าวถึงความหมายของสมมติฐาน
ในการวิจัย ไว้ว่า หมายถึง ข้อความท่ีคาดคะเนไว้ล่วงหน้าถึงความสัมพันธ์ระหว่างของสองส่ิง
หรือมากกว่าหรือระหว่างสองตัวแปรหรือมากกว่า ซ่ึงสามารถทดสอบความสัมพันธ์นั้น ๆ ได้
ท้งั น้ี เพ่อื อธิบายข้อเทจ็ จรงิ หรอื พยากรณ์ปรากฏการณต์ า่ ง ๆ

การอ้างอิงแบบช่ือ - ปี นี้ จะต้องทาบรรณานุกรมไว้ท้ายเล่ม โดยเรียงตามลาดับ
พยัญชนะชื่อผู้แต่ง และแยกประเภทเอกสาร แยกภาษา ยกเว้นกรณีที่มีเอกสารอ้างอิงน้อย
อาจไม่แยกประเภทเอกสารก็ได้ แตต่ ้องแยกภาษา

๒. การลงรายการอา้ งอิงแบบ ชื่อ - ปี
๒.๑ ชื่อผู้แต่ง ใช้ระบบเดียวกับการลงรายการอ้างอิงแบบเชิงอรรถ ยกเว้น

ชอ่ื ชาวต่างประเทศ ลงเฉพาะนามสกลุ เทา่ นั้น
๒.๑.๑ ผู้แต่งทม่ี ีฐานันดรศักด์ิ บรรดาศักด์ิ และสมณศักดิ์ ให้ใส่หน้าชอ่ื ดว้ ย เชน่

(สมเด็จพระเจา้ บรมวงศเธอ กรมพระยาดารงราชานุภาพ, ๒๔๗๔ : ๑๔
ประส)

๒.๑.๒ ผู้แต่งท่ีมียศทางทหาร ตารวจ เป็นนายแพทย์ แพทย์หญิง สัตวแพทย์
หรือมีตาแหน่งทางวิชาการ เช่น ศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ ไม่ต้องใส่ยศ หรือตาแหน่งทาง
วิชาการ เชน่

(ประสงค์ สนุ่ ศิริ, ๒๕๖๒ : ๑๔๓)

๒.๑.๓ สาหรบั ผแู้ ต่งที่เปน็ สถาบัน อาจใช้ช่ือย่อของสถาบันได้ในกรณีที่อักษร
ยอ่ นัน้ ใช้เป็นทางราชการ หรอื เปน็ ทยี่ อมรับกนั อยา่ งแพร่หลายแล้ว เชน่

(วทิ ยาลัยปอ้ งกันราชอาณาจักร, ๒๕๖๕ : ๙๙) หรอื (วปอ., ๒๕๖๕ : ๙๙)

๕๒

๒.๑.๔ ผแู้ ต่งตั้ง ๒ คนข้นึ ไป
๒.๑.๔.๑ กรณที มี่ ผี ู้แต่ง ๒ คน ให้ใช้ และ
๒.๑.๔.๒ กรณีผู้แต่ง ๓ คน ให้ใช้เคร่ืองหมายจุลภาค ( , ) คั่นระหว่าง

คนท่ี ๑ กบั คนที่ ๒
๒.๑.๔.๓ ผู้แต่งมากกว่า ๓ คนขึ้นไป ให้ใส่ชื่อสกุลผู้แต่งคนแรกเท่าน้ัน

แล้วตามด้วย และคณะ หรือคนอ่ืน ๆ กรณีภาษาต่างประเทศ ให้ใช้คาว่า et al. หรือ and others
ตวั อย่างเช่น

(สชุ าติ ประสทิ ธร์ิ ฐั สินธ์ุ และกรรณิการ์ สขุ เกษม, ๒๕๔๗ : ๒๕ - ๒๘)

(Golledge R.G., J. W. Pellegrino, N. Gale and S. Doherty. 1988 : 76-98)

(นวลจติ ต์ เชาวกีรติพงศ์ และคณะ, ๒๕๔๔ : ๗๕– ๗๙)

(Golledge, R. G., et al. 1980)

(2515 : 123 - 126)

๒.๑.๕ ในกรณที ีต่ ้องการอ้างอิงงานของผู้แต่งหลายคนพร้อมกันให้เรียงตามลาดับ
ปี พมิ พ์ กอ่ น-หลัง โดยค่นั ด้วยเคร่อื งหมายอฒั ภาค ( ; ) เชน่
(ทพิ ากร วงศ,์ ๒๕๐๔ : ๓๙ – ๔๘ ; แสงโสม เกษมศรี และวิมล พงศพ์ ิพฒั น,์ ๒๕๑๕ : ๑๒๓ – ๑๒๖ ;
Hrock et al. 1970 : 1075 ; Seidenfaden, 1958 : 117)
๒๕๒๒ : ๖๐ – ๖๗)๒.๑.๖ ในกรณที ม่ี กี ารอ้างองิ เอกสารท่ีผ้อู น่ื นามาอา้ งไวก้ ่อนแลว้ ถือวา่ ไม่ใช่การ
อ้างจากเอกสารโดยตรง ใหล้ งรายการอา้ งองิ โดยใชค้ าวา่ “อา้ งถงึ ใน” สาหรบั เอกสารภาษาไทย และ
ใชค้ าวา่ “Quoted in” สาหรบั เอกสารภาษาตา่ งประเทศ เชน่

(พระพรหมมุนี, ๒๕๐๕ : ๓๕๔ อา้ งถงึ ใน วมิ ลศิริ ร่วมสุข, ๒๕๒๒ : ๑)

๒.๑.๗ หากไม่ปรากฏชื่อผ้แู ตง่ ใหล้ งช่อื เรือ่ ง และขีดเสน้ ใตช้ ่อื เรอื่ งด้วย เชน่

(คาเรยี กสีพน้ื ฐานในภาษาไทยและภาษาจีน, ๒๕๖๑ : ๑๘)

๒.๑.๘ ผู้แต่งที่ใช้นามแฝง ให้ใส่ชื่อนามแฝงได้เลย โดยตามด้วยคาว่า นามแฝง
สาหรบั ภาษาไทย หรอื Pseud สาหรับภาษาตา่ งประเทศ เช่น

(อัศวพาหุ นามแฝง , ๒๔๕๖ : ๒)

๕๓

๒.๒ เอกสารแปล
๒.๒.๑ กรณีที่ไม่ระบุช่อื ผูแ้ ต่งในภาษาเดิม

รูปแบบ …/(ชอื่ ผูแ้ ปล,/ผแู้ ปล,/ ปี/:/หนา้ )…
ตวั อย่าง …/(พชิ ยั วาสนาสง่ , ผู้แปล, ๒๕๒๑ : ๑๗)
.../(A.M. Sheridan Smith, Trans., 1972 : 20)

๒.๒.๒ กรณที ร่ี ะบุชอ่ื ผูแ้ ต่งในภาษาเดิม

รูปแบบ …/(ชื่อผแู้ ตง่ ,/ปี/:/หน้า)…
ตัวอยา่ ง …/(ซามูแอล บี กร็อตฟอร์ต, ๒๕๒๑ : ๒๔)

๒.๓ บทสัมภาษณ์ บรรยาย ปาฐกถา

รูปแบบ …/(ชอ่ื ผูใ้ ห้สัมภาษณ,์ /สัมภาษณ,์ /ปี)…
ตัวอย่าง …/(ชชั ชาติ สิทธิพนั ธ์ุ, สัมภาษณ์, ๒๕๖๕)

๒.๔ กฎหมายท่ีประกาศในราชกจิ จานุเบกษา

รปู แบบ …/(ชอื่ กฎหมาย,/ปีที่ประกาศในราชกจิ จานุเบกษา)…
ตวั อย่าง …/(พระราชบัญญตั ิควบคุมยทุ ธภณั ฑ์ (ฉบับที่ ๓), ๒๕๖๕)

๒.๕ เอกสารทไี่ ม่ตีพมิ พ์
๒.๕.๑ เอกสารอัดสาเนา

รูปแบบ …/(ช่ือผ้แู ต่ง,/ประเภทของเอกสาร,/ปี : หน้า)/…

ตวั อยา่ ง …/(กระทรวงศึกษาธกิ าร, อัดสาเนา, ๒๕๔๘ : ๙)

๒.๕.๒ ขอ้ บงั คบั ระเบยี บ คาสงั่ ประกาศ

๒.๕.๒ ข้อบังคับ ระเบยี บ คาส่งั ประกาศ

รปู แบบ …/(ชื่อหนว่ ยงาน,/ข้อบังคับ,//ป)ี /…
ตัวอย่าง …/(กระทรวงการคลงั , ระเบยี บ, ๒๕๖๐)

๕๔

๒.๖ บทความหรือคอลัมนใ์ นหนังสือพมิ พ์, วารสาร

รปู แบบ …/(ชอื่ ผ้แู ต่ง หรือชอ่ื คอลมั น,์ /ป/ี :/หนา้ )/…

หรอื …/(หวั ข้อขา่ วหรอื ช่อื บทความ,/ปี:/หนา้ )/…
ตัวอยา่ ง …/(กิเลน ประลองเชิง, ๒๕๖๕)

…/(แม่ลกู จันทร์, ๒๕๖๕)
…/(การประเมินความคมุ้ คา่ ในการลงทนุ บทิ คอยน,์ ๒๕๖๓ : ๔๓)

๒.๗ ฐานข้อมลู อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
ประกอบด้วยฐานข้อมลู CD-ROM และฐานข้อมลู ระบบออนไลน์ (Online)

รปู แบบ …/(ช่อื ผูแ้ ตง่ หรือชื่อผู้สรา้ งฐานข้อมลู ,/ประเภทของฐานขอ้ มูล,/
ปีทีผ่ ลติ หรือปีที่สืบค้น)/…
หรือ …/(ชือ่ เรอ่ื ง,/ประเภทของฐานขอ้ มูล,//ปที ีผ่ ลิตหรือปีที่สืบคน้ )/…
ตวั อย่าง …/COVID-19, Online, 2021)…/ความเส่ยี งทางการเงินของคน
ไทย, ออนไลน,์ ๒๕๖๓)

การอา้ งองิ แบบเชงิ อรรถ

๑. ประเภทของเชิงอรรถ นักศึกษาสามารถใช้การอ้างอิงแบบเชิงอรรถได้ใน

๓ กรณดี ังนี้
๑.๑ เชิงอรรถอ้างอิง (Citation Footnotes) คือ เชิงอรรถท่ีแสดงแหล่งที่มาของ

หลักฐานท่ีนามาใช้ประกอบการเขียน ซ่ึงผู้อ่านสามารถย้อนกลบั ไปตรวจสอบจากหลกั ฐานดัง้ เดมิ ได้
๑.๒ เชิงอรรถเสริมความ (Content Footnotes) คือเชิงอรรถที่อธิบายหรือให้

ความหมายเพ่ิมเติมจากทป่ี รากฏอยูใ่ นเนอื้ เรอ่ื ง
๑.๓ เชิงอรรถโยง (Cross-Reference Footnotes) คือเชิงอรรถท่ีต้องการโยง

ข้อความในหน้าหน่ึงกบั หนา้ อ่นื ๆ ซ่ึงอยู่ในงานช้นิ เดยี วกนั หรือช้ินอื่น ๆ หรือหน้าอื่นซึ่งมีรายละเอยี ด
อยูแ่ ล้ว เพอื่ หลีกเลี่ยงการกล่าวซา้

๒. การใหห้ มายเลขเชิงอรรถ เชงิ อรรถทั้ง ๓ ประเภท เรียงลาดับโดยใช้หมายเลข

กากบั แต่ละบท เมอื่ ขึ้นบทใหม่เรมิ่ ตน้ หมายเลข ๑ ใหม่ เช่น บทท่ี ๑ มี ๑๐ เชิงอรรถ ก็จะให้หมายเลข
๑ ๒ ๓ จนถึง ๑๐ ซึ่งเป็นเชิงอรรถสุดท้ายในบท เมื่อขึ้นบทใหม่ก็เริ่มหมายเลขเชิงอรรถ ๑ ใหม่
อีกเรอ่ื ย ๆ ไป กาหนดขนาดตวั อกั ษรของเชิงอรรถเปน็ ขนาด ๑๖ (ธรรมดา)

การให้หมายเลขเชิงอรรถในเน้ือหา กระทาได้โดยเมื่อจบข้อความที่ต้องการอ้างอิง
ใหใ้ สห่ มายเลขท่ขี ้อความน้นั แล้วจึงลงรายการในเชิงอรรถ โดยให้เขียนอยู่ส่วนล่างของหน้าท่ีอ้างถึง
(ไม่พิมพ์รวมอยู่ท้ายบทหรือท้ายเล่ม) ก่อนจะพิมพ์เชิงอรรถให้ขีดเส้นทึบคั่นบรรทัดสุดท้ายของเนื้อ

๕๕

เร่ืองระยะบรรทัดห่าง ๑.๕ เท่า หรือ ๑.๕ บรรทัด ยาวจากขอบซ้าย ๒ นิ้ว เมื่อเริ่มบรรทัดแรก
จะต้องย่อหน้าประมาณ ๒ เซนติเมตร ถ้าพิมพ์ไม่จบบรรทัดเดียวกัน ให้ขึ้นบรรทัดใหม่ โดยล้าไป
ข้างหน้าชิดขอบซ้ายของหน้ากระดาษ ให้พิมพ์หมายเลขเชิงอรรถต่ากว่าเส้นคั่นขวาง ๑ เท่า
ตวั อย่างในแผนภาพที่ ๗ – ๓ แบบการวางตาแหน่งเชงิ อรรถ

๓. ข้อความในเชงิ อรรถแตล่ ะเชงิ อรรถควรจบในหนา้ เดียว ไมค่ วรข้ามไปหน้าตอ่ ไป
๔. การอ้างอิงในเชงิ อรรถอ้างอิงทุกรายการ ต้องนาไปเรียงไว้ในบรรณานุกรม
ท้ายเล่ม
๕. การลงรายการในเชิงอรรถอ้างอิง แบ่งได้เป็นสี่ส่วนท่ีสาคัญ ได้แก่ส่วนท่ีเกี่ยวกับ

ผู้แตง่ (ซ่งึ อาจเป็นชอื่ คนหรือหน่วยงาน) สว่ นท่ีเป็นช่ือหนังสือ (รวมท้ังช่ือบทความ) ส่วนที่บอกคร้ังที่พิมพ์
สถานที่พิมพ์ สานักพมิ พ์ และปที พ่ี ิมพ์ และสว่ นหนา้ ที่อา้ งองิ

๖. เครื่องหมายที่ใช้คั่นรายการเชิงอรรถอ้างอิงระหว่างส่ีส่วนนี้ ใช้เคร่ืองหมาย

มหัพภาค ( . ) ส่วนทเ่ี คร่ืองหมายท่ีใช้คั่นระหว่างภายในแต่ละส่วนเอง ใช้เคร่ืองหมาย จุลภาค ( , )
ยกเว้นระหวา่ งสถานท่พี ิมพ์ กบั สานกั พิมพ์ ให้ใช้เครื่องหมายทวิภาค ( : )

๗. การลงรายการในเชงิ อรรถอ้างอิง

หลกั ฐานของการอ้างองิ ในเชงิ อรรถมีหลายประเภท เชน่ หนังสือ บทความในหนังสือ
บทความในวารสาร บทความในหนังสือพิมพ์ วิทยานิพนธ์หรือเอกสารวิจัย เอกสารราชการ
เอกสารไมต่ ีพมิ พแ์ ละการสัมภาษณ์ เปน็ ตน้ การลงรายการในเชิงอรรถจะแตกต่างกันไปตามประเภท
ของหลกั ฐาน ซ่ึงจะแสดงตัวอย่างพอเป็นสังเขปดังน้ี

๗.๑ หนังสือ
รูปแบบ

ผู้แตง่ .//ชื่อเรอื่ ง.//ครงั้ ท่พี มิ พ,์ //(สถานทพี่ มิ พ์ : สานกั พมิ พ,์ ปีทพี่ มิ พ์).//หนา้ .

๗.๑.๑ ผู้แต่ง ช่ือผู้แต่งให้ใช้ตามท่ีปรากฎในหน้าปกในของหนังสือ อาจเป็น
บคุ คล หรือสถาบัน ก็ได้ ผแู้ ตง่ ทมี่ ีราชทินนาม ฐานันดรศกั ดิ์ สมณศักดแ์ิ ละยศ ให้ใสไ่ ว้ดว้ ย

ผู้แต่งท่ีมีฐานะเปน็ ผ้รู วบรวมหรือบรรณาธิการ ให้กากับคาว่า ผู้รวบรวม
หรือบรรณาธกิ าร ไวท้ ้ายช่ือ โดยใสเ่ ครอื่ งหมายจลุ ภาคค่ันระหว่างชื่อผู้แตง่ และคาดังกลา่ ว

สาหรับภาษาอังกฤษใช้คาว่า comp. (หรือ comps.) หรือ ed. (หรือ eds.)
ผู้แต่งท่ีมี ๒ คน ให้ใช้คาว่า “และ” กรณีเป็นภาษาอังกฤษ ใช้คาว่า
“and” ระหว่างผู้แตง่ คนแรก และคนท่ี ๒
สาหรับผู้แต่งท่ีมี ๓ คน ให้ใส่เคร่ืองหมายจุลภาคคั่นระหว่างคนที่ ๑
และ ๒ และใชค้ าว่า “และ” กรณีเป็นภาษาอังกฤษ ใช้คาว่า “and” เชอื่ มระหว่างผู้แตง่ คนท่ี ๒ และ ๓
ผู้แต่งที่มากกว่า ๓ คนขึ้นไป ให้ใส่เฉพาะชื่อผู้แต่งคนแรก แล้วตาม
ด้วยคาว่า “และคณะ” กรณเี ปน็ ภาษาอังกฤษ ใช้คาว่า “et al.” หรือ “and others.”
หนงั สือที่ไม่ปรากฏนามผแู้ ตง่ ใหใ้ ช้ชื่อเร่อื งขนึ้ ต้นในรายการผู้แตง่

๕๖

๗.๑.๒ ช่ือเร่ือง ให้ใช้ตามที่ปรากฏในหน้าปกใน ชื่อเร่ืองภาษาต่างประเทศ
จะใช้อักษรตัวใหญ่ข้ึนต้นทุกคา หรือจะใช้อักษรตัวใหญ่ขึ้นต้นเฉพาะคาแรกก็ได้ แต่เมื่อใช้แบบใด
แบบหนงึ่ แลว้ จะต้องเป็นแบบเดียวกนั ตลอด ชื่อเรื่องให้ขีดเส้นใต้ หรือใชอ้ กั ษรตัวเข้ม หรือตัวเอน
แบบใดแบบหน่งึ กไ็ ด้

การวางตาแหน่งเชิงอรรถ ตามแผนภาพที่ ๔ – ๓
แผนภาพที่ ๔ – ๑ แบบการวางตาแหนง่ เชงิ อรรถ

๑.๕ นิ้ว หรือ ๓.๗๕ ซม.

เนอื้ หาบรรทดั แรกของหน้า...........................................................................................
......................................................................................................................................
......................................................................................................................................
………………………………………………………………………………………………………………..

เนื้อหาบรรทดั สุดท้ายของเน้ือหาในหนา้ ก่อนพมิ พเ์ ชิงอรรถ

ตีเสน้ ทบึ ยาว ๒ นวิ้ เวน้ ระยะ ๑.๕ บรรทดั

๒ ซม. ๑พลอากาศตรี สุพจิ ารณ์ เวน้ ระยะ ๑ บรรทัด

ธรรมเวว้นารทะะยะเสบรรี,รท“ัดอา๑ก.า๕ศยานไรค้ นขับกับการ
บรหิ ารจดั การชว่ ยเหลอื ผู้ประสพภยั ”. (เอกสารวจิ ัยสว่ นบุคคล, วิทยาลัยปอ้ งกนั

ราชอาณาจักร, ๒๕๓๙). หนา้ ๓๗.
000000 ๒เกรยี งศกั ด์ิ เจรญิ วงศ์ศักด์ิ “วัฒนธรรมแตกตา่ งเรอื่ งใหญ่ต้องเรยี นร”ู้ ,

ในตดิ ปกี บนิ สู่ AEC. (กรุงเทพฯ : บริษัท ซัคเซส มีเดยี จากัด, ๒๕๕๘). หนา้ ๗๗ – ๘๑.

๑ น้ิว หรอื ๒.๕ ซม.

หมายเหตุ กรอบสี่เหลยี่ มแทนกระดาษขนาด เอ ๔

๗.๑.๓ คร้ังทพ่ี มิ พ์ หนังสือทีพ่ ิมพ์มากกว่าหนงึ่ ครงั้ ใหใ้ ส่ครั้งท่ีพมิ พข์ องหนังสือ
เลม่ ที่อา้ งถึงด้วย (พิมพ์ครง้ั ท่ี ๑ ไมต่ อ้ งใส่)

๗.๑.๔ ช่ือเมืองที่พิมพ์ ให้ระบุชื่อเมืองที่สานักพิมพ์ หรือโรงพิมพ์นั้นต้ังอยู่
โดยใช้ชอ่ื เมืองตามท่ีปรากฏในหนังสือ ถ้าไม่ปรากฏชื่อเมืองให้คาว่า ม.ป.ม. กรณีเป็นภาษาอังกฤษ
ใชค้ าว่า N.P.

๗.๑.๕ สถานที่พิมพ์ ให้ใช้ตามท่ีปรากฏในหน้าปกใน ในกรณีที่มีทั้งสานักพิมพ์
และโรงพิมพ์ ให้ใช้ช่ือสานักพิมพ์ คาที่เป็นส่วนหน่ึงของสานักพิมพ์ เช่น ห้างหุ้นส่วนจากัด Inc., Ltd.
ให้ตัดออก สิ่งพิมพ์อาจให้ใช้ช่ือหน่วยราชการ สถาบันฯ ท่ีจัดพิมพ์ไว้ในรายการสานักพิมพ์ได้
ในกรณีที่ไม่ปรากฏสถานท่ีพมิ พ์ ใหใ้ ช้คาวา่ ม.ป.ท. กรณีเปน็ ภาษาอังกฤษ ใชค้ าวา่ n.p.

๕๗

๗.๑.๖ ปพี มิ พ์ ใส่เฉพาะตัวเลข ไม่ต้องระบุคาว่า พ.ศ. หรือ ค.ศ. ถ้าไม่ปรากฏ
ปีทีพ่ ิมพ์ ใหใ้ ช้คาว่า ม.ป.ป. กรณีเปน็ ภาษาองั กฤษ ใชค้ าวา่ n.d.

๗.๑.๗ หน้า ใส่เลขหน้าที่ใช้อ้างอิง เชิงอรรถภาษาไทยให้ลงคาว่า “หน้า”
เชิงอรรถภาษาอังกฤษใหล้ งคาว่า “p.”

หมายเหตุ สามารถใส่ “ (ปีพิมพ์)” ไว้ต่อจาก “ผู้แต่ง” ตามสมัยนิยมได้
แตใ่ หเ้ ลือก แบบใด แบบหนงึ่ เหมือนกันทง้ั เชิงอรรถ และบรรณานุกรม

ตวั อยา่ ง

๒ ซม.

๑วีระ เลิศสมพร. ประชาธิปไตยดิจิทัล(Digital Democracy). (กรุงเทพมหานคร :
สานกั พมิ พจ์ ุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย, ๒๕๖๓). หน้า ๒๗.

๒วรินทร วูวงศ์, สุณีรัตน์ เนียรเจริญสุข, ปิยะนุช วิริเยนะวัตร์ และ ยูคิเอะ ณ นคร. การ
สรา้ งคนคณุ ภาพแบบญ่ปี นุ่ . (กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ๒๕๖๒). หนา้ ๖๐.

๓มัณฑนา ศรีขจรวุฒิศักด์ิ, ศศิธร เล็กสุขศรี และ สมรัชนี อ่องเอิบ. ประเมินผล
แผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ ฉบับท่ี ๖ (พ.ศ.๒๕๓๐ - ๒๕๓๔) ระยะครึ่งแผนระดับก่อนประถม
ศึกษา. (กรุงเทพมหานคร : กองประเมินผลการศึกษา สานักงานคณะกรรมการศึกษาแห่งชาติ,
๒๕๓๔). หนา้ ๙.

๔Tony Seba. Clean disruption of Energy and Transportation. (USA : Clean
Planet Ventures Silicon Valley, California, 2014). p.133.

๕สุชาติ ประสิทธิ์รัฐสินธุ์, (บรรณาธิการ). ประเทศไทย : ประเด็นและการท้าทายทาง
นโยบายการพฒั นาประเทศ. (กรุงเทพฯ : สมาคมนกั วิจัยมหาวทิ ยาลยั ไทย, ๒๕๔๐). หนา้ ๑๐๑.

๗.๒ หนังสือแปล
รูปแบบ

ผู้แตง่ .//ช่อื เร่ือง.//แปลโดย ผู้แปล, /(สถานทีพ่ ิมพ์ : สานกั พิมพ์, ปที ี่พิมพ์).//หน้า.

ตวั อย่าง

๒ ซม.

๑วิลเลี่ยม สตีเวนสัน. นายอินทร์ผู้ปิดทองหลังพระ. ทรงแปลโดยพระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยหู่ วั ภูมิพลอดุลยเดชฯ. (กรุงเทพฯ : บริษัท อมั รินทรพ์ ร้ินตง้ิ แอนดพ์ บั ลิชชิ่ง, ๒๕๓๖). หนา้ ๖๙.

๒Andre Beaufre. Strategy of Action. Translated by R.H.Barry. (New York :
Frederick A. Praeger, 1967). p.33.

๓จอร์ช แน้ช, แดน วอลดอรฟ์ และโรเบริ ์ต อี ไพรซ์. มหาวิทยาลัยกบั ชุมชนเมือง.
แปลโดยอัปสร ทรัยอัน และคนอื่น ๆ. (กรุงเทพมหานคร : บริษัท อัมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์พับลิชชิ่ง,
๒๕๓๖). หน้า ๖๙.

๕๘

๗.๓ เอกสารทมี่ ผี ้อู ื่นอ้างไวแ้ ล้ว
ในกรณีท่ีผู้วจิ ัยไมส่ ามารถหาต้นฉบับเอกสารเดิมได้ ซ่ึงอาจเป็นเพราะหนังสือ

เก่าหายาก ไม่มีจาหน่ายแล้ว ก็ให้ใช้เอกสารที่มีผู้อ่ืนอ้างไว้แล้วได้ โดยให้ใช้เอกสารผู้แต่งเดิมข้ึนต้น
แล้วตามด้วยคาว่า อ้างถงึ ใน (Quoted in) แลว้ ตามดว้ ยเอกสารท่ีผู้ทาการวจิ ัยนามาใช้
ตวั อยา่ ง

๒ ซม.

๑ สมเด็จกรมพระยาดารงราชานุภาพ. ตานานหอพระสมุด หอพระมณเฑียรธรรม
หอวชิรธรรม หอพุทธศาสนสังคหะ และหอสมุดสาหรับพระนคร. (พระนคร : โรงพิมพ์โสภณ
พิพรรฒธนากร, ๒๔๙๕). หน้า ๑๑๔. อ้างถึงในแม้นมาส ชวลิต. ประวัติหอสมุดแห่งชาติ. (พระนคร :
กรมศลิ ปากร, ๒๕๐๙). หน้า ๓๘.

๗.๔ บทความหรือบทหนง่ึ ในหนงั สอื
รูปแบบ

ผู้เขยี นบทความ.// “ชือ่ บทความ”, /ใน/ชอื่ หนังสือ.//ชือ่ ผู้รวบรวม
หรือชือ่ บรรณาธกิ าร.//(สถานทีพ่ ิมพ์ : สานกั พมิ พ์, ปที ีพ่ ิมพ์).//หน้า.

ตัวอย่าง
๒ ซม. ๑อมร รักษาสัตย์. “กระบวนการพัฒนา”, ใน ทฤษฎีและแนวคิดในการพัฒนา

ประเทศ. อมร รักษาสตั ย์ และ ขัตติยา กรรณสูต, บรรณาธิการ. (กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์มหาวิทยาลัย
ธรรมศาสตร์, ๒๕๐๘). หน้า ๑๓๕ - ๑๓๙.

๒โสภณ รัตนากร. “หมายเหตุคดีตามฎีกาที่ ๒๔๐๕/๒๕๑๖”, ใน แนวฎีกาวิธี
พิจารณาความแพ่ง ๒๕๑๖-๒๕๒๗ พร้อมหมายเหตุท้ายฎีกา ข้อวินิจฉัยและข้อสังเกต. (กรุงเทพฯ :
ฝา่ ยวชิ าการกลมุ่ เนติธรรม, ๒๕๒๗). หนา้ ๒๑ - ๒๒.

๓Carl Weinberg and Philip Reidford. “Humanistic Educational Psychology”,
in Humanistic Foundations of Education. Carl Weinbergy,Ed. (Eaglewood Cliffs, NJ :
Prentice-Hall, 1972). p.105.

๗.๕ วารสาร
รูปแบบ

ผู้เขยี นบทความ.// “ช่อื บทความ”, /ชือ่ วารสาร.//ปีที่ หรอื เล่มที่/ (ฉบับที่),/วัน เดือน ป.ี หนา้ .

อธบิ าย
๑. ช่ือวารสาร ให้ใช้ตามที่ปรากฎในหน้าปกในของวารสาร ขีดเส้นใต้ช่ือ
วารสาร หรอื ใชอ้ ักษรตัวหนา หรอื ตวั เอน แบบใดแบบหน่ึง
๒. ปีท่ี (Volume) ใหใ้ ส่เฉพาะตัวเลข โดยไม่ตอ้ งมคี าวา่ ปีท่ี
๓. เล่มที่ (Number) ให้ใส่เฉพาะตัวเลข ไม่ต้องมีคาว่าเล่มท่ี ถ้าวารสารใด
ไม่มีเล่มที่ ให้ใสฤ่ ดู เช่น Fall, Summer ฯ
๔. ฉบบั ที่ ถ้าไมม่ ี ปที ี่หรอื เล่มทีใ่ ห้ลงเฉพาะฉบับท่ี โดยไมต่ ้องใช้วงเล็บ

๕๙

๕. วัน เดือน ปี ให้ใส่ วัน เดือน ปี ของฉบับที่วารสารออก อาจมีแต่ปี
หรอื เดือน ปี หรอื วนั เดือน ปี ก็ได้
ตัวอย่าง

๒ ซม. ๑วฒุ ิกร สติฐิต “การเปน็ ศนู ย์กลางด้านก๊าซธรรมชาตเิ หลวในภูมภิ าคเอเซยี ตะวันออก
เฉียงใต้”, รัฏฐาภิรักษ์. ๖๓ (๒) พฤษภาคม – สิงหาคม ๒๕๖๔. หนา้ ๘ – ๑๙.

๒Anrew White. “Soldier Modernisation”, Military Technology. 41 (9), 2017.
p.55-64.

๗.๖ หนังสือพิมพ์
รูปแบบ

ผ้เู ขียนบทความ.// “ชอ่ื บทความ”, /ช่ือหนงั สือพิมพ์.//วนั เดอื น ปี.//หนา้ .

ตวั อยา่ ง

๒ ซม. ๑สุเทพ พงษ์พิทักษ์. “ภาษีขายเครื่องดื่มผ่านฟู้ดแพนด้า”, เดลินิวส์. ๘ สิงหาคม
๒๕๖๕. หน้า ๘.

๒Hippolyte Fofack. “How to prevent developing country debt crises”,
Bangkok Post. 5 August 2022. p.9.

๗.๗ วิทยานิพนธ์ รายงานการวจิ ัย เอกสารวิจยั
รูปแบบ

ผูเ้ ขียน.// “ช่ือเร่อื ง”. // (ระดับวทิ ยานพิ นธ,์ สาขา, มหาวทิ ยาลยั หรือสถาบนั , ปี).// หน้า.

ตวั อยา่ ง

๒ ซม.

๑วชิ ชุกร นาคชน. “การปรับบทบาทของทหารไทยหลัง พ.ศ.๒๕๑๖-ปัจจุบัน”. (วิทยานิพนธ์
รฐั ศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาวิชาการปกครอง, มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร,์ ๒๕๓๐). หนา้ ๑๑๔.

๒วิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์. “ยุทธศาสตร์การประมงทะเลของไทย”. (เอกสารวิจัย
สว่ นบุคคล, วิทยาลยั ปอ้ งกนั ราชอาณาจกั ร, ๒๕๓๙). หน้า ๘๐.

๓Napaporn Kaewnimitchai. “An Analysis of College Student Culture in
Thai Higher Education Institutions”. (Doctoral Dissertation, Graduate School,
Chulalongkorn University, 1996). p.209.

๗.๘ เอกสารไมต่ พี ิมพ์ เอกสารอัดสาเนา หนังสือราชการ และเอกสารอื่น ๆ เช่น
รายงานการประชุม สมั มนา สนธสิ ญั ญา ระเบยี บ คาสัง่ ฯลฯ

รปู แบบ

ชอื่ ผู้แต่งหรอื ชอื่ หน่วยงาน.// “ชื่อเรื่อง”.(ถ้ามี)//(ประเภทของเอกสาร./ป)ี .//หนา้ .

๖๐

ตัวอยา่ ง

๒ ซม. ๑อาทร จันทวิมล. “วัฒนธรรมกับความมั่นคงแห่งชาติ”. (เอกสารประกอบการ
บรรยาย หลกั สูตรการป้องกันราชอาณาจกั ร รนุ่ ท่ี ๔๐. ๑๕ มถิ ุนายน ๒๕๔๑). หน้า ๗.

๒วทิ ยาลยั ป้องกนั ราชอาณาจกั ร. “รายงานการศกึ ษากิจการภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ
ของนักศึกษาวิทยาลัยป้องกนั ราชอาณาจักร รุ่นที่ ๖๔”. ๒๕๖. หนา้ ๑๔.

๓กระทรวงมหาดไทย. “หนังสือดว่ นมาก ท่ี มท.๐๓๐๓/ว.๒๑๗ เรอื่ งการจัดตั้ง กรอ.
จงั หวดั ”. ลงวันที่ ๒๐ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๓๐.

๔Suthilak Ambhanwong. “Present Scene in Library Education in
Universities, Thailand”. (Paper Presented at the 1st Conference on Asian Cooperation.
Taipei : Taiwan, 19-22 August 1974).

๕Vaikiotis, Michael R.J.. “Shades of Suvanaphum : Thailand in the New
Regional Order 1988-1996”. (Proceeding of the 6th International Conference on Thai
Studies Themes I Globalization: impact on and coping strategies in Thai society.
Chiangmai : Thailand, 14-17 October 1996).

๖The European Communities. “Treaty on European Union”.
(Luxembourg : Office for Official Publications of the European Communities. 1992).

๗.๙ สัมภาษณ์
รูปแบบ

ผใู้ หส้ มั ภาษณ์,/ตาแหน่ง (ถา้ มี).//สัมภาษณ์.//วัน เดือน ปี.
ตวั อยา่ ง
๒ ซม. ๑พลเอก เฉลิมพล ศรสี วัสด์ิ, ผู้บญั ชาการทหารสงู สดุ . สมั ภาษณ์. ๑๖ มิถนุ ายน ๒๕๖๕.

๒Joe Biden, President, United State Of America, Reuter. Interview. 15
January 2020.

๗.๑๐ บรรยายปาฐกถา
รูปแบบ

ผ้บู รรยายหรอื ปาฐกถา, ตาแหน่ง (ถา้ มี).//บรรยายเรื่อง “…………….”.//
ณ…………………………..….,/วนั เดือน ปี.

ตวั อย่าง
๒ ซม. ๑สุเมธ ตนั ติเวชกุล, เลขาธกิ ารมลู นธิ ิชยั พัฒนา. บรรยายเร่ือง “ในหลวงแห่งแผ่นดิน”.

ณ โรงพยาบาลศิรริ าช, ๑๓ ตลุ าคม ๒๕๖๐.

๖๑

๗.๑๑ กฎหมาย
รปู แบบ

“ชอ่ื กฎหมาย”,ราชกจิ จานุเบกษา.//ปีท่ี หรือเล่มที่/(ฉบบั ท)่ี ,/วนั /เดอื น/ป,ี /หนา้ .

ตัวอยา่ ง
๒ ซม. ๑”รฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย พ.ศ.๒๕๖๐”, ราชกจิ จานุเบกษา. เล่มท่ี ๑๓๔

ตอนที่ ๔๐ ก, ๖ เมษายน ๒๕๖๐, หนา้ ๑ – ๙๐.

๗.๑๒ ฐานขอ้ มลู อเิ ล็กทรอนิกส์
รปู แบบ

ผูแ้ ตง่ .//“ชือ่ เรื่อง”.//(ประเภทของสือ่ ทีเ่ ขา้ ถงึ ).//เขา้ ถงึ ไดจ้ าก : แหล่งข้อมลู /สารนเิ ทศ,/ป.ี

ตวั อย่าง
๒ ซม. ๑ไทยรัฐออนไลน์. “อาการลองโควิด (Long COVID) ภยั เงียบตอ่ สุขภาพ รกั ษาอยา่ งไร

ใหถ้ ูกวิธี”. (ออนไลน)์ . เข้าถึงไดจ้ าก : https://www.thairath.co.th › lifestyle › health-and-
beauty › 2461229, 2020.

๒Kimberly Holland. “A Quick Take on Cannabis and Its Effects”. (Online).
Available : https://www.healthline.com/health/what-is-cannabis, 2020.

๓H Danials and J. Anghileri. “Secondary Mathematics and Special
Education Needs”. (CD-Rom). Available : ERIC (1992-March 1996), 1995.

หมายเหตุ ช่ือเว็บไซต์ สามารถขีดเส้นใต้หรือไม่ก็ได้ แต่ให้เลือกแบบใดแบบหนึ่ง
เหมือนกนั ท้งั เชงิ อรรถและบรรณานกุ รม

๘. การลงรายการเชิงอรรถอา้ งอิงซ้า

เมื่อต้องการอ้างซ้าเอกสารหรือสิ่งพิมพ์ท่ีเคยอ้างมาแล้ว หรือท่ีเคยทาเชิงอรรถ
ไวแ้ ล้วในบทเดียวกัน การทาเชงิ อรรถในกรณีนี้จะทาเพยี งย่อ ๆ เทา่ นน้ั ซ่งึ เรียกว่า เชิงอรรถแบบย่อ
การลงรายกายเชิงอรรถซ้าหรือเชงิ อรรถแบบย่อนี้ มรี ปู แบบการเขียนแตกตา่ งกนั ๓ กรณี ดงั นี้

๘.๑ กรณีซ้าโดยไม่มีเชิงอรรถอ่ืนมาคั่น การทาเชิงอรรถกรณีน้ีจะใช้คาว่า “Ibid.”
ซึ่งแปลว่า “ในเรื่องเดียวกัน” (in the same place) มาจากภาษาลาตินว่า Ibidem. ภาษาไทยใช้
“เรื่องเดียวกัน” โดยมีหลักการใช้คาน้ีคือ ภายในบทหนึ่งถ้ากล่าวถึง หนังสือ หรือข้อความที่อ้างอิง
มากกวา่ คร้งั หน่งึ กไ็ ม่จาเปน็ ตอ้ งอา้ งข้อความในเชิงอรรถซ้าท้ังหมด แต่ใช้คาว่า เร่ืองเดียวกัน หรือ Ibid.
(เมื่อเป็นเอกสารภาษาต่างประเทศ) แทนพึงระวังว่า เรื่องเดียวกัน หรือ Ibid. ใช้ในกรณีท่ีอ้างซ้าถึง
งานช้ินเดียวกันกับที่เคยอ้างมาก่อนหน้าโดยต่อเน่ืองกันมา ไม่มีการอ้างข้อความรายอื่น ๆ ค่ันอยู่
ถา้ เป็นการอา้ งตา่ งหน้ากนั ก็ระบเุ พยี งเลขหนา้ หรือถ้าตา่ งเลม่ กันก็ระบเุ ลม่ ที่ดว้ ย

๖๒

ตวั อ๒ย่าซงม. ๑Fred U.Carver. The New School Excertive : a Theory of Administration.
2nd ed. (New York : Harper & Row, 1984). p.10

๒Ibid.
๓Ibid., p.63 -65.
๔ขจร สุขพานิช. ฐานันดรไพร่. (กรุงเทพมหานคร : ภาควิชาประวัติศาสตร์
มหาวิทยาลยั ศรีนครินทรวโิ รฒ, ๒๕๑๙). หน้า ๒
๕เรือ่ งเดยี วกนั . หนา้ ๔.

๘.๒ กรณีอ้างซ้าโดยมีเชิงอรรถอื่นมาค่ัน ใช้คาว่า “op.cit.” มาจากภาษาลาติน
ว่า opere citato แปลว่า ในส่ิงท่ีได้อ้างอิงมาแล้ว (in the work cited) ภาษาไทยใช้ว่า “เรื่องเดิม”
มีหลกั การใช้ดังนี้ คือ เมือ่ อ้างซ้าถึงสิ่งทไ่ี ดอ้ ้างองิ มาแล้วแต่ต่างหน้ากันและมีการอ้างรายอน่ื คัน่ อยู่แล้ว

๘บุญช่วย ศรีสวัสดิ์. ชาวเขาในประเทศไทย. (ธนบุรี : อมรการพิมพ์, ๒๕๐๐).
หน้า ๓๘๒.

๙คณะสารวจสหประชาชาติ. รายงานการสารวจความต้องการทางเศรษฐกิจและสังคมในอาณา
บรเิ วณที่ปลูกฝ่นิ ของประเทศไทย (พระนคร : โรงพิมพ์สานกั ทาเนยี บนายกรัฐมนตรี,๒๕๑๑). หนา้ ๕.

๑๐บญุ ช่วย ศรสี วัสดิ์. เรือ่ งเดิม. หนา้ ๓๗๙ - ๓๘๐.

๘.๓ กรณีอ้างซ้าในเล่มเดียวกันหน้าเดียวกัน แต่มีการอ้างรายการอ่ืนคั่นอยู่
ใช้คาว่า “loc.cit.” มาจากภาษาลาติน Loco citato ซึ่งแปลว่า “ในท่ีเดียวกันกับท่ีเคยยกมากล่าว
อ้างแล้วนั้น” (in the place cited) ภาษาไทยใช้ว่า “เร่ืองเดียวกัน หน้าเดียวกัน” สาหรับหนังสือ
ตา่ งประเทศให้ใชน้ ามสกุลของผแู้ ต่งอย่หู นา้ คาวา่ loc.cit. เช่น

๑๑Amitai Etzioni. Modern Organization. (New Jersey : Prentice-Hall, 1956).
p. 4 -13.

๑๒Brain Chapman. The Professional of Government.. (London : Ruskin House,
George Allen & Unwin, 1959). p.49.

๑๓Etzioni. loc.cit.

สาหรับหนังสือภาษาไทยให้ใช้ช่ือและนามสกุลนาหน้า “เรื่องเดียวกัน ,
หนา้ เดียวกัน.” เช่น

๑๘สมพงษ์ เกษมสิน. การบริหาร. (พระนคร : โรงพมิ พส์ ่วนท้องถ่ิน, ๒๕๑๑). หนา้ ๕๑.
๑๙อุทัย หริ ัญโต. ทฤษฎีและแนวทางปฏิบัติทางรัฐประศาสนศาสตร์. (พระนคร : มงคล
การพมิ พ์, ๒๕๑๗). หนา้ ๕.
๒๐สมพงษ์ เกษมสนิ . เร่อื งเดียวกัน, หน้าเดยี วกัน.

๖๓

สรปุ Ibid. ภาษาไทยใชค้ าว่า เรือ่ งเดียวกนั .

op.cit. ภาษาไทยใช้คาวา่ เรื่องเดิม.
loc.cit. ภาษาไทยใชค้ าวา่ เรอ่ื งเดียวกนั , หนา้ เดยี วกนั .

๖๔

บทท่ี ๕
การเขยี นบรรณานุกรม

คำว่ำ “บรรณำนุกรม” ตรงกับภำษำอังกฤษว่ำ Bibliography ในภำษำไทยใช้หลำย
อยำ่ งต่ำงกัน เชน่ เอกสำรอ้ำงอิง เอกสำรและตำรำประกอบกำรเขียนหรือหนังสืออุเทศ อย่ำงไรก็ดี
บรรณำนุกรม คือ รำยชื่อหนังสือ สิ่งพิมพ์หรือเอกสำรอ้ำงอิงที่นำมำใช้ในกำรวิจัย ดังนั้น บรรณำนุกรม
จงึ เป็นที่รวบรวมหลักฐำนของเอกสำรทั้งท่ีได้รับกำรอ้ำงอิง และท่ีผู้เขียนได้ศึกษำค้นคว้ำในกำรวิจัย
นั้น ๆ บรรณำนุกรมเป็นประโยชน์คือเป็นกำรยืนยันว่ำข้อมูลที่ผู้วิจัยกล่ำวถึงได้มำจำกกำรค้นคว้ำ
อย่ำงจริงจังจำกแหล่งข้อมูลต่ำง ๆ และเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่ำนในกรณีที่สนใจจะค้นคว้ำเร่ืองน้ัน ๆ
เพม่ิ เติม

หลักเกณฑก์ ารจัดทาบรรณานกุ รม

๑. กำรพิมพ์รำยกำรบรรณำนุกรม บรรทัดแรกของรำยกำรให้พิมพ์ชิดขอบซ้ำยของ
กรอบพิมพ์ หำกรำยกำรใดมีควำมยำวเกิน ๑ บรรทัด บรรทัดต่อไปให้เว้นระยะย่อหน้ำ ๒ ซม.
แล้วจึงเริม่ พิมพข์ อ้ ควำมตอ่ ไป

กำรพิมพ์ช่ือเรื่องให้ใช้ตำมที่ปรำกฎในหน้ำปกใน ช่ือเร่ืองภำษำต่ำงประเทศจะใช้
อักษรตัวใหญ่ขน้ึ ต้นทกุ คำ หรือจะใช้อักษรตัวใหญ่ขึ้นต้นเฉพำะคำแรกก็ได้ ชื่อเรื่องให้ขีดเส้นใต้ หรือใช้
อกั ษรตวั เขม้ หรือตัวเอน แบบใดแบบหน่ึงกไ็ ด้ แต่เมื่อใช้แบบใดแบบหน่ึงแล้วจะต้องเป็นแบบเดียวกัน
ตลอด

จรนิ ทร์ เทศวำนชิ . “ยทุ ธศำสตรก์ ำรพัฒนำเทคโนโลกี ำรเกษตรเพ่ือเพิ่มศกั ยภำพกำรแขง่ ขัน
ระหวำ่ งประเทศ”. เอกสำรวจิ ัยส่วนบุคคล, วทิ ยำลัยป้องกนั รำชอำณำจักร, ๒๕๔๓.

๒ ซม.

๒. กำรเขียนบรรณำนุกรมคลำ้ ยคลึงกับกำรเขยี นเชิงอรรถ จะแตกต่ำงกันเฉพำะกำรลง
รำยกำรชื่อผู้แต่งสำหรับภำษำต่ำงประเทศ กล่ำวคือในกำรเขียนบรรณำนุกรม หนังสือผู้แต่งเป็น
ชำวต่ำงประเทศให้ใช้นำมสกุลข้ึนก่อน แล้วตำมด้วยช่ือตัว ยกเว้นชื่อภำษำจีน ซึ่งชื่อตัวนำหน้ำ
ชื่อสกุลแบบคนไทย จะเขียนแบบชื่อไทย เช่น Chin Kin Wah ส่วนผู้แต่งที่เป็นคนไทยใช้เหมือนกับ
เชงิ อรรถ

๓. คำนำหน้ำท่ีเป็นฐำนันดรศักด์ิ บรรดำศักด์ิ สมณศักด์ิ และยศ ให้ใส่ไว้ต่อจำก
ชอื่ ผแู้ ต่ง เชน่

ฐำนนั ดรศกั ด์ิ นรำธปิ พงศ์ประพนั ธ์, กรมหมนื่ , จลุ จกั รพงษ์, พระองค์เจำ้ .
บรรดำศักดิ์ อนุมำนรำชธน, พระยำ.
สมณศักด์ิ พระพุทธโฆษำจำรย์ (วำสน์), สมเดจ็ .

๖๕

ยศ เนตร เขมะโยธิน, พลเอก. (หรือ พล.อ.)
เชิดชำย เหลำ่ หลำ้ , พลตรี. (หรือ พล.ต.) ฯลฯ

๔. คำนำหน้ำนำมนอกจำกท่ีกล่ำวไว้ในข้อ ๓ เช่น นำย นำงสำว นำง ดร. อำจำรย์
นำยแพทย์ ใหต้ ดั ออกทงั้ หมด เว้นนามแฝง

๕. หนังสอื ของหนว่ ยรำชกำร องค์กำร สมำคม มูลนิธิ ฯลฯ ให้เขียนนำมหน่วยก่อน
แล้วตำมด้วยประเภทและชนิดของหน่วย เช่น กรม, กระทรวง, สำนัก, สำนักงำน, มหำวิทยำลัย,
สถำบัน, ศนู ย์วิจยั

ตัวอย่าง
หน่วยรำชกำร มหำดไทย, กระทรวง.
สมำคม ภำษำ และหนังสอื , สมำคม.
๖. กำรเรียงลำดบั บรรณำนุกรม
๖.๑ แยกภำษำไทยกับภำษำต่ำงประเทศ โดยภำษำไทยมำก่อน ในแต่ละภำษำ
เรยี งลำดับตำมพยญั ชนะก่อน หลงั
๖.๒ ถ้ำเอกสำรอ้ำงอิงมีชั้นควำมลับ ให้แยกเป็น ๒ ตอน ตอนหนึ่งสำหรับ
เอกสำรอำ้ งองิ ท่ีมชี ัน้ ควำมลบั และอีกตอนหนึ่งสำหรับเอกสำรอำ้ งองิ ทีไ่ ม่มีช้ันควำมลบั
๖.๓ ในบรรณำนุกรมแต่ละภำษำ หำกมีเอกสำรอ้ำงอิงเป็นจำนวนมำกและ
ต่ำงประเภทกัน อำจจะจัดกลุ่มหรือแยกประเภทเอกสำรนั้นให้ชัดเจน โดยเรียงลำดับประเภทของ
เอกสำรดงั น้ี

๖.๓.๑ หนังสอื (Books)
๖.๓.๒ วำรสำร หนังสือพมิ พ์ (Journals, Newspapers)
๖.๓.๓ เอกสำรวิจัย วิทยำนิพนธ์ หรือรำยงำนวิจัย (Thesis, Dissertation,
Research Report)
๖.๓.๔ สมั ภำษณ์ (Interview)
๖.๓.๕ บรรยำย หรือปำฐกถำ (Lecture, Speech)
๖.๓.๖ กฎหมำย (Regulations)
๖.๓.๗ เอกสำรทไ่ี มต่ ีพมิ พ์ (Non-Published Document)
๖.๓.๘ ฐำนข้อมลู อเิ ล็กทรอนิกส์ (Electronic Data Base)
๖.๔ บรรณำนุกรมแตล่ ะประเภทตำมขอ้ ๖.๓ ใหจ้ ัดเรียงตำมลำดับพยัญชนะ (ตำม
หลักกำรเรยี งตำมพจนำนุกรม) ได้แก่ จัดเรียน ก – ฮ หรอื A - Z

๖๖

รปู แบบการจัดทาบรรณานกุ รม

ภาษาไทย (๒๐)

หนังสอื (๑๘)

รูปแบบ ชอ่ื ผู้แต่ง.//ชอื่ หนังสือ.//สถำนทีพ่ มิ พ์/:/สำนักพมิ พ์,/ปีท่พี ิมพ์.

ตัวอย่าง
จฬุ ำ๒ลงกซรมณ. ์มห๒ำว๕ิท๒ย๐ำ.ลยั ,คณะรฐั ศำสตร์. กำรเมืองและสังคม. กรงุ เทพฯ : จฬุ ำลงกรณม์ หำวิทยำลยั ,
วรินทร วูวงศ์, สุณรี ัตน์ เนยี รเจรญิ สุข, ปยิ ะนชุ วิรเิ ยนะวตั ร์ และ ยคู เิ อะ ณ นคร. กำรสรำ้ งคนคณุ ภำพแบบ

ญป่ี ุ่น. (กรุงเทพมหำนคร : โรงพมิ พ์มหำวทิ ยำลัยธรรมศำสตร์, ๒๕๖๒). หน้ำ ๖๐.
รัชนกี ร เศรษฐโฐ. สังคมวทิ ยำชนบท. กรงุ เทพฯ : ไทยวฒั นำพำนิช, ๒๕๒๘.
สัญญำ สญั ญำวิวัฒน์. ทฤษฎสี ังคมวิทยำ : เน้อื หำและแนวกำรใช้เบือ้ งตน้ . พิมพค์ รง้ั ท่ี ๒,

๒ ซม. กรุงเทพฯ : จุฬำลงกรณ์มหำวิทยำลัย, ๒๕๒๙.

วารสารและหนังสอื พิมพ์ (๑๘)

รปู แบบ ช่ือผูแ้ ต่ง.// “ชือ่ บทควำม”,/ชือ่ วำรสำร.//ปีท่ี หรือเล่มท่ี/ (ฉบับที่),/วนั /เดือน/ป.ี /หนำ้ .

ตัวอย่าง
วฒุ ิกร สตฐิ ติ “กำรเป็นศูนย์กลำงด้ำนก๊ำซธรรมชำติเหลวในภูมิภำคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้”,

๒ ซม. รัฏฐำภิรักษ์. ๖๓ (๒) พฤษภำคม – สงิ หำคม ๒๕๖๔. หนำ้ ๘ – ๑๙.
สเุ ทพ พงษพ์ ทิ ักษ์. “ภำษีขำยเครือ่ งด่มื ผำ่ นฟดู้ แพนดำ้ ”, เดลินวิ ส์. ๘ สงิ หำคม ๒๕๖๕. หนำ้ ๘.

วิทยานิพนธ์ รายงานการวจิ ัย เอกสารวิจัย (๑๘)

รูปแบบ
ผูเ้ ขียน.// “ชื่อเรื่อง”. //ระดบั วิทยำนพิ นธ์,/สำขำ/, มหำวิทยำลยั หรอื สถำบนั ,/ ปี.

ตวั อยา่ ง
ประชำ คุณะเกษม. “บทบำทของอำเซียนในกำรแก้ไขปัญหำกัมพูชำ”. เอกสำรวิจัยส่วนบุคคล,

๒ ซม. วิทยำลยั ป้องกนั รำชอำณำจกั ร, ๒๕๒๗.
วชิ ชุกร นำคธน. “กำรปรบั บทบำทของทหำรไทยหลงั พ.ศ.๒๕๑๖ - ปจั จบุ นั ศึกษำกรณมี ติ ิของ

กำรพฒั นำเพื่อควำมม่ันคง”. วทิ ยำนิพนธ์รฐั ศำสตรมหำบณั ฑิต, สำขำวชิ ำกำร
ปกครอง, มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์, ๒๕๓๐.

๖๗

สัมภาษณ์ (๑๘) ผใู้ หส้ ัมภำษณ์,/ตำแหน่ง.//สัมภำษณ์.//วัน เดือน ป.ี

รปู แบบ

ตัวอยา่ ง
พลเอก เฉลิมพล ศรีสวสั ดิ์, ผบู้ ญั ชำกำรทหำรสงู สุด. สมั ภำษณ์. ๑๖ มิถนุ ำยน ๒๕๖๕.

บรรยาย ปาฐกถา (๑๘)

รูปแบบ ผบู้ รรยำย,/ตำแหนง่ .//บรรยำยเรอื่ ง “……….”.//ณ ………., /วนั เดือน ป.ี
ตัวอยา่ ง

สเุ มธ ตนั ตเิ วชกลุ , เลขำธกิ ำรมูลนธิ ิชัยพัฒนำ. บรรยำยเรื่อง “ในหลวงแหง่ แผน่ ดิน”. ณ โรงพยำบำล
๒ ซม. ศริ ริ ำช, ๑๓ ตุลำคม ๒๕๖๐.

กฎหมาย (๑๘)

รูปแบบ “ชื่อกฎหมำย”, รำชกจิ จำนเุ บกษำ.//ปที ่ี หรอื เล่มที่/(ฉบบั ที่),/วนั / เดือน/ป,ี /หน้ำ.

ตวั อยา่ ง
”รฐั ธรรมนญู แหง่ รำชอำณำจักรไทย พ.ศ.๒๕๖๐”, รำชกจิ จำนุเบกษำ. เล่มท่ี ๑๓๔ ตอนท่ี ๔๐ ก,

๒ ซม. ๖ เมษำยน ๒๕๖๐, หนำ้ ๑ – ๙๐.

เอกสารไมต่ ีพิมพ์ (๑๘)

(รวมถึงหนังสือราชการ และเอกสารอนื่ ๆ เช่น รายงานการประชมุ สมั มนา สนธิสัญญา
ระเบียบ คาสัง่ ฯลฯ)

รูปแบบ ชื่อผูแ้ ตง่ หรือชอื่ หนว่ ยงำน.// “ช่ือเรือ่ ง”.(ถำ้ ม)ี //ประเภทของเอกสำร./ป.ี

ตัวอยา่ ง

นำยกรัฐมนตรี, สำนัก. “คำสั่งที่ ๖๖/๒๕๒๓ เรื่อง นโยบำยกำรต่อสู้เพ่ือเอำชนะคอมมิวนิสต์”.
๒ ซม. ลงวนั ที่ ๒๓ เมษำยน ๒๕๒๓.

ประวิทย์ สุขวบิ ูลย์. “สำนกั ขำ่ วกรองแหง่ ชำตกิ บั กำรพฒั นำนโยบำยควำมมน่ั คงแหง่ ชำติ”.
เอกสำรประกอบกำรบรรยำย ณ วทิ ยำลัยป้องกันรำชอำณำจกั ร. ๑๖ มิถนุ ำยน ๒๕๓๕.

ปอ้ งกันรำชอำณำจักร, วิทยำลัย. “รำยงำนกำรประชุมวิทยำลัยป้องกันรำชอำณำจกั ร คร้ังท่ี ๑
๒๕๓๕”. ๑๘ กุมภำพันธ์ ๒๕๓๕.

๖๘

ปอ้ งกันรำชอำณำจักร, วทิ ยำลัย. “รำยงำนกำรศึกษำกิจกำรภำคเหนือของนักศึกษำวิทยำลัยป้องกัน
รำชอำณำจักร รุ่นท่ี ๓๔”. ๒๕๓๕.

มหำดไทย, กระทรวง. “หนังสอื ดว่ นมำก ที่ มท ๐๓๐๓/ว.๒๑๗ เรอ่ื ง กำรจัดตัง้ คณะกรรมกำรรว่ ม
ภำครัฐบำลและเอกชนเพ่อื แก้ไขปญั หำทำงเศรษฐกิจ (กรอ.)”. ๒๐ กมุ ภำพันธ์ ๒๕๓๐.

สมภพ อมำตยกุล. “จรรยำบรรณทำงกำรประกอบธรุ กิจ” .คำบรรยำย ณ วิทยำลยั ปอ้ งกนั รำชอำณำจกั ร.
๑๘ มถิ นุ ำยน ๒๕๓๕.

หอกำรค้ำไทย, สภำ. “หอกำรคำ้ กบั กำรพัฒนำเศรษฐกจิ และสังคมในภูมภิ ำค”. เอกสำรประกอบกำร
สัมมนำหอกำรค้ำทั่วประเทศ คร้ังที่ ๖ ณ โรงแรม เจ บี อำเภอหำดใหญ่ จังหวัด
สงขลำ ๑๗ - ๑๘ กันยำยน ๒๕๓๑.

ฐานขอ้ มูลอิเล็กทรอนิกส์ (๑๘)

รูปแบบ ผ้แู ตง่ .//”ชือ่ เรื่อง”.//(ประเภทของสอื่ ที่เข้ำถงึ ).//เข้ำถึงได้จำก : แหลง่ ข้อมูล/สำรนิเทศ, ปี.

ตัวอยา่ ง
ขอ้ มูลทมี่ ีเนือ้ หาเตม็ บนอนิ เตอร์เน็ต

“ยำม้ำ ยำบ้ำ”. (ออนไลน์). เขำ้ ถงึ ได้จำก : http : //www.au.ac.th/newabac/ special/ index.html,
๒ ซม.
ซม. 2540.

ขอ้ มูล/สารนิเทศอื่น ๆ บนอนิ เตอร์เน็ต

“New Standards for TVs that World be Compatible for PCs”. (Online). Available :
๒ ซม. http : // www.cnn.com / TECH / 9704 / 07 / tv.standards. reut /

index. Html, 1997.

Shah, Sandeep. “Medical Manual by Ferri from K2 now Available”. (Online). Available :

http : //www. altavista. digital. com / cgi-bin / news? Msg @ comp% 2

csy%2 enewton% 2 cpogrammer% 26 medical, 1997.

H Danials and J. Anghileri. “Secondary Mathematics and Special Education Needs”.

(CD-Rom). Available : ERIC (1992-March 1996), 1995.

หมายเหตุ ช่ือเว็บไซต์ สามารถขีดเสน้ ใตห้ รือไมก่ ็ได้ แตใ่ หเ้ ลอื กแบบใดแบบหน่ึง
เหมือนกนั ทัง้ เชิงอรรถและบรรณานุกรม

๖๙

ภาษาตา่ งประเทศ (๒๐)

Books (๑๘)

Bundy, William P. Ed. The World Economic Crisis. New York : W.W.Norton, 1975.
Chin Kin Wah. Ed. Defence Spending in Southeast Asia. Singapore : Institute of

Southeast Asian Studies. 1987.
Defence of New Zealand : Review of Defence Policy 1987. Wellington : V.R.Ward,

1987.
Leifer, Michel. Ed. The Balance of Power in East Asia. Hong Kong : Macmillan, 1986.
Seferovic, Mensur. Ed. Tito - Supreme Commander. Belgrade : Narodna Armija,

1981.
Thailand, Ministry of Foreign Affairs. Documents of the Kampuchean Problem 1979 –

1985. Bangkok : Thai Watana Panich, 1985.

Journals and Newspapers (๑๘)

Anrew White. “Soldier Modernisation”, Military Technology. 41 (9), 2017. p.55-64.
Bonavia, David. “In Economy, Learn From Sichuan”, Far Eastern Economic Review.

November 1980. p.30-31.
Staar, Richard F. “Checklist of Communist Parties in 1988”, Problems of Communism.

January - February 1989. p.33 - 56.
Sukphisit, Suthon. “Symbol of Strength”, Bangkok Post. September 15, 1999. p.6.

Research, Report and Thesis (๑๘)

Buppha Devahuti. “Use of Computer in Serials Control in Thai Libraries”. Master’s
Thesis, Department of Library Science, Graduate School, Chulalongkorn
University, 1975.

Non-Published Document (๑๘)

Suthilak Ambhanwong. “Present Scene in Library Education in Universities,
Thailand”. Paper presented at the 1st Conference on Asian Cooperation,
Taipei : Taiwan, 19-22 August 1974.

Electronic Data Base (๑๘)

Cowhey, Peter F. and Mckcown, M Margaret. “The Promise of a New World Information
Order”. (Online). Available : gopher ://11 198.80.3… lobal/promise. Txt, 1996.

๗๐

Noam, Eli M. “Telecommunication Policy ISSUES for the Next Century”. (Online).
Available : gopher:// 198.80.36… / global / telcom. Txt, 1994.

การเรียงลาดบั บรรณานุกรม

กำรเรียงลำดับคำในบรรณำนุกรมนั้น ให้เรียงตำมพจนำนุกรมโดยเรียงลำดับรูปอักษร
ทั้งสระและพยญั ชนะ ไมไ่ ด้เรียงตำมเสียงอกั ษร

๑. เรยี งตามรปู พยัญชนะ

ก ข ฃ* ค ฅ* ฆ* ง จ ฉ ช ซ ฌ
ญ ฎ ฏฐฑ ฒ ณ ด ต ถ ท ธ
น บ ปผฝ พ ฟ ภ ม ย ร ฤ
ฤๅ ล ฦ ฦๅ ว ศ ษ ส ห ฬ อ ฮ
* หมำยถงึ พยัญชนะทีไ่ มน่ ำมำใชใ้ นกำรจดั ลำดับหนำ้

๒. เรียงตามรูปสระ

อะ อั อั/อะ อา อา อิ อี อึ อื อุ อู
เอ เอะ เอา เอาะ เอิ เอีย เอยี ะ เออื เอือะ แอ แอะ

โอ โอะ ใอ ไอ

๓. การเรียงคาตามรูปวรรณยกุ ต์

คำท่ีไมม่ ีรปู วรรณยกุ ต์จะมำก่อนคำท่มี รี ปู วรรณยุกต์ เชน่ เสอื มำก่อน เสื้อ และ ป้ำ

มำก่อน ปำ๋ คือเรยี งตำมลำดบั เอก โท ตรี จัตวำ

การเรยี งลาดับคาท่ีมีรปู วรรณยกุ ต์

ลำง ล่ำง ล้ำง เสอื เสอื่ เสอ้ื วำย ว่ำย วำ้ ย

รำย ร่ำย รำ้ ย นำ นำ่ นำ้ ทอง ทอ่ ง ท้อง

๔. พยัญชนะภาษาองั กฤษ

AB CD E F GH I J K L
MN O P Q R S T U V W X
YZ

๗๑

ตวั อยา่ งการจัดเรยี งบรรณานุกรม

ตัวอยา่ งท่ี ๑ กรณเี อกสารไมม่ ชี ้นั ความลบั จดั เรยี งดังนี้

ภาษาไทย (๒๐) บรรณานกุ รม (๒๔)
เวน้ ๑.๕ บรรทดั / ๑๒
pts.

หนงั สอื (๑๘) เว้น ๑.๕ บรรทดั / ๑๒ pts.

เวน้ ๑.๕ บรรทดั / ๑๒ pts.

..................................................................................................................................

.......๒.....ซ...ม..............................ต...ัว..อ..กั...ษ..ร..ข...น..ำ..ด....๑...๖.............................................................................................................................................................................

๒ ซม. ..........................................................................................................................

วารสาร หนงั สอื พมิ พ์ (๑๘) เวน้ ๑.๕ บรรทดั / ๑๒ pts.

.................................................................เ..ว..้น...๑.....๕...บ...ร.ร..ท...ดั .../...๑..๒....p..t.s.......................................................
๒ ซม. ....................................................................................................................

เอกสารวจิ ัย (๑๘) เว้น ๑.๕ บรรทดั / ๑๒ pts.

เว้น ๑.๕ บรรทดั / ๑๒ pts.

.............................................................................................................................................................
๒ ซม. ...................................................................................................................

เวน้ ๑.๕ บรรทัด / ๑๒ pts.

ฐานขอ้ มลู อเิ ล็กทรอนกิ ส์ (๑๘)

...................................................................เ..ว..น้ ...๑.....๕...บ...ร..ร.ท...ดั .../...๑..๒....p..t..s...................................................
๒ ซม. ..................................................................................................................

เว้น ๑.๕ บรรทดั / ๑๒ pts.

ภาษาต่างประเทศ (๒๐)

Books (๑๘) เว้น ๑.๕ บรรทดั / ๑๒ pts.

......................................เ.ว..น้ ...๑.....๕...บ...ร..ร.ท...ดั .../...๑..๒....p..t..s..................................................................................
๒ ซม. ..............ตวั อักษรขนำด ๑๖........................................................................................

......๒.....ซ...ม............................................................................................................................................................................................................................................................

๗๒

เว้น ๑.๕ บรรทดั / ๑๒ pts.

Journals (๑๘)

............................................เ.ว..น้ ...๑.....๕...บ...ร..ร.ท...ดั .../...๑..๒....p..t..s...........................................................................
๒ ซม. .............................................................................................................

Research Report (๑๘) เวน้ ๑.๕ บรรทัด / ๑๒ pts.

เวน้ ๑.๕ บรรทดั / ๑๒ pts.

............................................................................................................................................................
๒ ซม. ............................................................................................................

Electronic Data Base (๑๘) เว้น ๑.๕ บรรทดั / ๑๒ pts.

..................................................................เ.ว..น้....๑....๕....บ..ร..ร..ท..ดั..../..๑...๒....p..t.s.....................................................
๒ ซม. .............................................................................................................

หมายเหตุ ๑. ถ้าเอกสารมจี านวนนอ้ ยให้แยกเฉพาะภาษาไทยกบั ภาษาตา่ งประเทศไม่จาเปน็ ตอ้ ง
แยกประเภท

๒. ถ้ามีภาษาเดียวไม่ต้องระบุหวั ขอ้ ภาษา
๓. ตวั เลขในวงเลบ็ คือขนาดตัวพิมพห์ วั ข้อ

ตวั อย่างที่ ๒ กรณีเอกสารท่มี ชี ้ันความลับอยใู่ นรายการบรรณานุกรม

ให้จัดเรียงบรรณำนุกรมท่ีมีช้ันควำมลับมำก่อน แล้วตำมด้วยบรรณำนุกรมที่ไม่มีชั้น
ควำมลับ โดยแยกตำมประเภทของบรรณำนุกรม (หนังสือ วำรสำรและหนังสือพิมพ์ เอกสำรวิจัย
ฐำนข้อมลู อเิ ล็กทรอนิกส์ ฯลฯ)

เอกสารท่ีมชี นั้ ความลบั (๑๘)

.........................................................................ตัวอักษรขนำด ๑๖.....................................................
๒ ซม. .............................................................................................................

............................................................................................................................................................
๒ ซม. .............................................................................................................

เอกสารท่ีไมม่ ชี ้ันความลบั (๑๘)

............................................................................................................................................................
๒ ซม. .............................................................................................................
............................................................................................................................................................
. ๒ ซม. ..............................................................................................................

บทท่ี ๖
การเขียนบทความทางวิชาการ
ของวทิ ยาลัยปอ้ งกนั ราชอาณาจกั ร

การเขียนบทความวิชาการ (Academic Article) เป็นส่วนหนึ่งในหลักสูตรการศึกษา
ของวิทยาลัยป้องกนั ราชอาณาจักรฯ ท่ีนักศึกษาจะต้องดาเนินการให้เป็นไปตามกรอบเวลาท่ีกาหนด
โดยวิทยาลัยฯ มีความมุ่งหมายให้นักศึกษาได้มีโอกาสบูรณาการองค์ความรู้อันสืบเน่ืองมาจาก
ประสบการณ์ในการปฏิบตั งิ าน หรือมาจากการค้นควา้ บนพ้ืนฐานของความสนใจ

บทความทางวชิ าการทนี่ าเสนอองคค์ วามร้แู ละมขี อ้ เสนอแนะท่เี ปน็ ประโยชน์ในวงกว้าง
จะไดร้ บั การพิจารณาตพี ิมพ์ในเอกสารเผยแพร่ทางวิชาการของวิทยาลัยฯ ได้แก่ วารสารรัฏฐาภิรักษ์
หรอื เอกสารข้อเสนอแนะเชงิ นโยบายดา้ นความม่ันคง (NDC Security Review)

บทความทางวิชาการท่ีต้องดาเนินการ ประกอบด้วย บทความรายบุคคล จานวน ๑ เรื่อง
และบทความกลุ่ม จานวน ๑ เร่อื ง มลี ักษณะเปน็ งานเขียนทางวชิ าการขนาดสั้นท่ีนาเสนอองค์ความรู้
และข้อคิดเห็นอย่างเฉพาะเจาะจง มีประเด็นการวิเคราะห์ท่ีชัดเจนเป็นระบบ สอดคล้องกับ
สถานการณ์ปัจจุบัน ประเด็นปัญหาสาคัญ แนวทางการพัฒนาในอนาคต และการขับเคล่ือน
ยทุ ธศาสตรช์ าติ มกี ระบวนการเขียนที่นา่ เชอ่ื ถอื ได้ตามหลกั วิชาการ และรูปแบบเป็นไปตามท่ีกาหนด
ในเอกสารคู่มือการเขียนเอกสารวิจัยส่วนบุคคลของ วปอ. (เอกสารหมายเลข ๐๐๖) และมาตรฐาน
ของศูนยด์ ัชนกี ารอ้างองิ วารสารไทย (Thai Journal Citation Index Center : TCI)

ตามระเบียบ กระทรวงกลาโหมว่าด้วยวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการ
ปอ้ งกนั ประเทศ กาหนดใหจ้ ัดทารายงานส่วนบคุ คล เพื่อนาเสนอผลงานจากความรู้และประสบการณ์
ของนักศึกษา เสนอตอ่ วทิ ยาลัยป้องกันราชอาณาจักรฯ ภายในเวลาที่กาหนด และถือว่าเป็นส่วนหนึ่ง
ในการพิจารณาว่าสาเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรฯ ซึ่งทางวิทยาลัยฯ กาหนด
ให้นาเสนอรายงานสว่ นบุคคล ในรปู แบบของบทความทางวิชาการ

บทความทางวิชาการ มีวัตถุประสงค์ในการนาเสนอความรู้ความคิดใหม่ ๆ รวมท้ัง
ประสบการณ์ของผเู้ ขียนเก่ยี วกับเรื่องน้นั ๆ บนพน้ื ฐานของวิชาการในเรื่องนั้น ๆ หรืออาจจะเป็นการ
แสดงความคิดเห็นในเชิงวิเคราะห์ วิจารณ์ วิชาการในเร่ืองนั้นๆ เพ่ือนาเสนอแนวคิดใหม่ ๆ
เกี่ยวกับเร่ืองนั้น ๆ หรือเพ่ือต้ังคาถามหรือประเด็นใหม่ ๆ ที่จะกระตุ้นให้ผู้อ่านเกิดความสนใจที่จะ
ศกึ ษาค้นคว้าในเรื่องนั้นต่อไป บทความทางวิชาการเป็นช่องทางหน่ึงที่จะเผยแพร่ความรู้ ความคิด
และประสบการณ์ของตนเองสู่สาธารณะ และช่วยให้ได้พัฒนาความคิดและความรู้ใหม่ ๆ ความรู้
และความคิดเหล่านี้ควรจะได้มาจากการที่ผู้เขียนได้ศึกษาค้นคว้า วิเคราะห์ วิจารณ์มาอย่างดีแล้ว
จนกระทั่งเกิดแนวคิดใหม่ ๆ ต่อเนื่องออกไป ในทางท่ีจะสร้างสรรค์วิชาการเรื่องน้ัน ๆ ให้งอกงาม
ต่อไปอีก บทความทางวิชาการที่ดี ควรมีส่วนช่วยกระตุ้นให้ผู้อ่านได้แนวคิดแนวทางในการนา

๗๔

ความคดิ นน้ั ไปใช้ใหเ้ กดิ ประโยชน์ในรูปแบบหนึ่ง หรอื ช่วยกระตุ้นให้ผู้อ่านเกิดการพัฒนาความคิดใน
เรอ่ื งนั้น ๆ ตอ่ ไป

ลกั ษณะสาคัญของบทความทางวชิ าการ

บทความทางวชิ าการจงึ ควรมีลกั ษณะสาคญั ๆ ดังนี้
๑. มีการนาเสนอความรู้ ความคิดที่ตั้งอยู่บนพ้ืนฐานทางวิชาการท่ีเชื่อถือได้ในเร่ืองนั้น ๆ
โดยมีหลักฐานทางวชิ าการอา้ งอิง
๒. มีการวิเคราะห์ วิจารณ์ ให้ผู้อ่านเห็นประเด็นสาคัญอันเป็นสาระประโยชน์ที่ผู้เขียน
ตอ้ งการนาเสนอแก่ผู้อา่ น ซึ่งอาจจาเป็นต้องใช้ประสบการณ์ส่วนตัว หรือประสบการณ์และผลงาน
ของผู้อนื่ มาใช้
๓. มีการเรียบเรียงเนื้อหาสาระอย่างเหมาะสม เพื่อช่วยให้ผู้อ่านเกิดความกระจ่าง
ในความรู้ความคิดท่นี าเสนอ
๔. มีการอา้ งองิ ทางวชิ าการและใหแ้ หลง่ อา้ งองิ ทางวชิ าการอย่างถูกต้อง เหมาะสมตาม
หลักวิชาการ และจรรยาบรรณของนกั วชิ าการ
๕. มกี ารอภิปรายใหแ้ นวคิด แนวทางในการนาความรู้ ความคิดที่นาเสนอไปใช้ให้เป็น
ประโยชน์ หรือมีประเด็นใหม่ ๆ ท่ีกระตุ้นให้ผู้อ่านเกิดความต้องการสืบเสาะหาความรู้หรือพัฒนา
ความคดิ ในประเด็นนั้น ๆ ต่อไป

คาแนะนาในการเขยี นบทความทางวิชาการ

วิทยาลัยป้องกนั ราชอาณาจกั รฯ ไดป้ ฏิบตั ิตามแนวทางการเขียนบทความทางวิชาการตาม
รูปแบบของ ศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (Thai Journal Citation Index Centre-TCI) ดังน้ัน
จึงให้ดาเนินการโดยมีรูปแบบการจัดพิมพ์บทความทางวิชาการ และตัวอย่างการเขียนบทความ
ทางวิชาการท้ายเอกสาร สรุปได้ดังน้ี

๑. รายละเอยี ดการจดั พมิ พบ์ ทความวชิ าการ
๑.๑ ความยาวของของเน้ือหาในบทความรายบุคคล ไม่น้อยกว่า ๕ หน้ากระดาษ A 4

และบทความกลมุ่ จานวน ๑๑ - ๑๕ หน้ากระดาษ A 4 โดยไมน่ บั รวมตารางและแผนภาพ (รูปภาพ
แผนท่ี แผนภูมิ และกราฟ)

๑.๒ ขนาดตัวอกั ษรในการพมิ พ์
๑.๒.๑ ใช้ตัวอกั ษร Angsana New หรอื TH SarabunPSK
๑.๒.๒ ช่อื บทความฯ / ชอ่ื เร่อื ง ใช้ตวั อักษรเขม้ ขนาด ๒๔
๑.๒.๓ ชื่อนักศึกษาผู้เขียนบทความฯ และหลักสูตรการศึกษา ให้เขียนทั้ง

ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ใชต้ วั อักษรเข้ม ขนาด ๑๘
๑.๒.๔ เนื้อหาในบทความฯ ใช้ตัวอกั ษรขนาด ๑๖

๒. เนื้อหาในบทความเป็นเรื่องราวที่มาจากความรู้ และประสบการณ์ของนักศึกษา
ปรากฏการณ์ที่กาลังเกิดข้ึน หรือเหตุการณ์ที่น่าสนใจ รวมทั้งแนวความคิดของนักศึกษาในเรื่องน้ัน ๆ

๗๕

โดยดาเนินเร่ืองตามลาดับ ตั้งแต่ปัญหาที่พบเห็นจนถึงการเสนอแนะแนวทางในการแก้ปัญหานั้น ๆ
ทั้งน้ี กรดาเนินเรอ่ื งขอใหม้ ีความสัมพันธต์ ่อเน่ืองกัน ผ้อู า่ นสามารถลาดับเหตกุ ารณ์เรอ่ื งราวไดง้ ่าย

๓. สว่ นประกอบของบทความวชิ าการ
บทความวชิ าการท่ีวทิ ยาลัยป้องกันราชอาณาจักรฯ ให้นักศึกษาจัดทามีส่วนประกอบ

๓ สว่ น คอื ส่วนนา สว่ นเนือ้ หา และสว่ นอา้ งองิ
๓.๑ ส่วนนา ส่วนนาจะเป็นส่วนท่ีผู้เขียนจูงใจให้ผู้อ่านเกิดความสนใจในเร่ืองนั้น ๆ

ซง่ึ สามารถใชว้ ธิ ีการและเทคนิคตา่ ง ๆ ตามแต่ผู้เขียนจะเห็นสมควร เช่น อาจใช้ภาษาที่กระตุ้น จูงใจ
ผ้อู า่ นหรือยกปญั หาท่กี าลังเป็นทส่ี นใจขณะนั้นขึ้นมาอภิปราย หรือตั้งประเด็นคาถามหรือปัญหาที่ท้า
ทายความคิดของผู้อ่านหรืออาจจะกล่าวถึงประโยชน์ท่ีผู้อ่านจะได้รับจากการอ่าน เป็นต้น นอกจาก
จะเป็นส่วนที่ใช้จูงใจผู้อ่านแล้ว ส่วนนาเป็นส่วนที่ผู้เขียนสามารถกล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการเขียน
บทความน้ัน หรือให้คาช้ีแจงที่มาของการเขียนบทความนั้น ๆ รวมท้ังขอบเขตของบทความนั้น
เพื่อช่วยให้ผู้อ่านไม่คาดหวังเกินขอบเขตท่ีกาหนด นอกจากนั้นผู้เขียนอาจใช้ส่วนนานี้ในการ
ปูพื้นฐานทจ่ี ะเปน็ ในการอ่านเรื่องนนั้ ให้แก่ผู้อ่าน หรือให้กรอบแนวคิดที่จะช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจเนื้อหา
สาระทน่ี าเสนอต่อไป

๓.๒ ส่วนเน้ือหา การเขียนเนื้อหาของบทความวิชาการ เป็นการนาเสนอเน้ือหา
สาระสาคญั ของเรือ่ งซึ่งในส่วนน้ี ควรคานงึ ถึงประเด็นสาคัญ ๆ ดังต่อไปนี้

๓.๒.๑ การจัดลาดับเนื้อหาสาระ ผู้เขียนควรมีการวางแผนจัดโครงสร้างของ
เน้ือหาสาระที่จะนาเสนอ และจัดลาดับเนื้อหาสาระให้เหมาะสมตามธรรมชาติของเนื้อหาสาระนั้น
การนาเสนอเน้ือหาสาระควรมคี วามต่อเน่อื งกัน เพอ่ื ชว่ ยใหผ้ ู้อ่านเข้าใจสาระนัน้ ได้โดยงา่ ย

๓.๒.๒ การเรียบเรียงเนื้อหา ในส่วนนี้ต้องอาศัยความสามารถของผู้เขียน
ในหลายด้านนอกเหนือจากความเข้าใจในเน้ือหาสาระ เช่น ด้านภาษา ด้านสไตล์การเขียน ด้านวิธีการ
นาเสนอเป็นตน้

๓.๒.๓ ด้านการใช้ภาษา การเขียนบทความทางวิชาการ จะต้องใช้คาใน
ภาษาไทยหากคาไทยน้ันยังไม่เป็นท่ีเผยแพร่หลาย ควรใส่คาภาษาต่างประเทศไว้ในวงเล็บ ในกรณีท่ี
ไมส่ ามารถหาคาไทยได้ จะเปน็ ตอ้ งทับศพั ทก์ ็ควรเขยี นคานนั้ ใหถ้ ูกตอ้ งตามหลกั เกณฑ์ของราชบัณฑิต
สถาน ไม่ควรเขยี นภาษาไทยและตา่ งประเทศปะปนกันในลักษณะที่เรียกว่า “ไทยคา อังกฤษคา” เพราะ
จะทาให้งานเขียนน้ันมีลักษณะของความเป็นทางการ (formal) ลดลง ผู้เขียนบทความ
ทางวิชาการ จาเป็นต้องพิถีพิถันในเรื่องการเขียนตัวสะกดการันต์ต่าง ๆ ให้ถูกต้องตามพจนานุกรม
ฉบบั ราชบณั ฑิตยสถาน และควรตรวจทานงานของตนไม่ให้ผิดพลาด เพราะงานนั้นจะเป็นแหล่ง
อา้ งอิงทางวิชาการตอ่ ไป

๓.๒.๔ ดา้ นสไตล์การเขียน ผู้เขียนแต่ละคนย่อมมีสไตล์การเขียนของตนซึ่งจะ
เปน็ เอกลักษณแ์ ละเปน็ เสรีภาพของผ้เู ขยี น อย่างไรกต็ าม ไม่ว่าผู้เขียนจะใช้สไตล์อะไร สิ่งที่ควรคานึง
กค็ อื ผเู้ ขียนจะต้องเขียนอธิบายเร่ืองน้ันๆ ให้ผู้อ่านเกิดความกระจ่างมากที่สุด ซ่ึงอาจต้องใช้เทคนิค
ต่าง ๆ ที่จาเป็น เช่น การจัดลาดับหัวข้อ การยกตัวอย่างท่ีเหมาะสม การใช้ภาษาท่ีกระชับ
ชัดเจน และเหมาะสมกบั ผอู้ า่ น เป็นต้น

๗๖

๓.๒.๕ ดา้ นวธิ กี ารนาเสนอ การนาเสนอเน้อื หาสาระให้ผู้อา่ นเขา้ ใจได้ง่ายและ
ได้อย่างรวดเร็วนั้น จาเป็นต้องใช้เทคนิคต่าง ๆ ในการนาเสนอเข้าช่วย เช่น การใช้สื่อประเภท
ภาพ แผนภูมิ ตาราง กราฟ เป็นต้น ผู้เขียนควรมีการนาเสนอสื่อต่าง ๆ น้ีอย่างเหมาะสม และ
ถกู ต้องตามหลกั วชิ าการ เช่น การเขยี นช่ือตาราง การใหห้ ัวขอ้ ต่าง ๆ ในตาราง เป็นตน้

๓.๒.๖ การวิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์ และการนาเสนอความคิดของ
ผ้เู ขยี น บทความท่ีดี ควรมีการนาเสนอความคิดเห็นของผู้เขียน ซ่ึงอาจออกมาในลักษณะของการ
วิเคราะห์ วิจารณ์ ข้อมูล เน้ือหาสาระ ให้เป็นประเด็นที่เป็นส่วนของการริเร่ิมสร้างสรรค์ของ
ผู้เขียน ซ่ึงอาจจะนาเสนอไปพร้อม ๆ กับการนาเสนอเนื้อหาสาระ หรืออาจจะนาเสนอก่อนการ
นาเสนอข้อมูลหรือเน้ือหาสาระก็ได้ แล้วแต่สไตล์การเขียนของผู้เขียน หรือความเหมาะสมกับ
ลักษณะเน้ือหาของเรือ่ งนัน้ ๆ

๓.๓ ส่วนอ้างอิง ได้แก่ เอกสารอ้างอิง (References) ในเน้ือหา และจัดทา
บรรณานุกรม (Bibliography) ท้ายบทความ

๔. มีการนาเสนอข้อมูลท่ีเข้าใจง่าย และเป็นระบบ ใช้ศัพท์และภาษาทางวิชาการ
อย่างเหมาะสม มีตาราง แผนภูมิ แผนภาพ หรืออ่ืน ๆ ประกอบได้ตามความจาเป็น เพื่อให้เข้าใจง่าย
และชดั เจน

๕. มีการค้นคว้าอ้างอิงจากแหล่งอ้างอิงที่เชื่อถือได้ ทันสมัย เป็นระบบ ถูกต้องตาม
แบบแผน จัดทาเป็นเอกสารอ้างอิงในเน้ือหา และรวบรวมจัดทาเป็นบรรณานุกรมท้ายบทความ
โดยรปู แบบการพิมพ์สว่ นอ้างองิ เป็นไปตามรูปแบบการพิมพข์ องวทิ ยาลยั ปอ้ งกันราชอาณาจกั รฯ

ขอ้ กาหนดของบทความทางวชิ าการ

๑. เป็นหัวข้อเปิดนักศึกษาสามารถเลือกหัวข้อเรื่องที่นักศึกษามีความถนัด และ
มีประสบการณ์ หรือประสงค์จะเขียนเพ่ือให้ผู้อ่านเกิดความรู้ ความเข้าใจ ทราบข้อเท็จจริงในเร่ือง
น้ัน ๆ หรืออาจเป็นข้อคิดเห็น แนวทางปฏิบัติ แนวทางการแก้ไขปัญหา และนาไปใช้ประโยชน์
อนึ่ง สาหรับบทความกลุ่ม วปอ.ฯ จะเป็นผู้จัดกลุ่มให้กับนักศึกษา ในจานวนระหว่าง ๓ – ๕ คน
โดยพจิ ารณาจากประเด็นเร่อื งท่ที าเอกสารวิจยั ฯ และจะประกาศให้ทราบเป็นการลว่ งหนา้

๒. ใหน้ กั ศกึ ษาพจิ ารณาเบือ้ งต้นว่า เนือ้ หาสามารถเผยแพรไ่ ด้ และต้องไมม่ ชี ั้นความลับ
เน่อื งจากวิทยาลยั ป้องกันราชอาณาจกั รฯ จะพจิ ารณานาเผยแพรท่ างเวบ็ ไซต์ของหน่วย

๓. ให้นักศึกษาส่งบทความทางวิชาการในรูปเอกสารท่ีจัดพิมพ์ตามรูปแบบท่ีวิทยาลัย
ป้องกันราชอาณาจักรฯ กาหนดเป็นเอกสาร ๒ ชุด พร้อมแผ่นบันทึกข้อมูล ๑ แผ่น (บันทึกเป็น
Microsoft Word 2007 ขน้ึ ไป) ทก่ี องเอกสารวจิ ัยและหอ้ งสมุดฯ ภายในระยะเวลาทก่ี าหนด

๔. นกั ศกึ ษาสามารถดูตัวอย่าง การเขียนส่วนเนื้อหาของบทความทางวิชาการได้จากวารสาร
รัฏฐาภิรักษ์ ซ่ึงเป็นวารสารของวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรและบทความวิชาการของนักศึกษา
รุน่ ทผี่ า่ นมา ทจ่ี ดั เกบ็ ไวท้ หี่ อ้ งสมุดของวิทยาลยั ฯ

๕. เมอ่ื นกั ศกึ ษาสง่ บทความฯ แลว้ จะได้รบั การอนมุ ตั จิ ากผอู้ านวยการวิทยาลัยป้องกัน
ราชอาณาจักรฯ ให้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรของวิทยาลยั ฯ

บรรณานกุ รม

ภาษาไทย

กลาโหม, กระทรวง. “ระเบียบกระทรวงกลาโหม ว่าด้วย วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบัน
วิชาการปอ้ งกนั ประเทศ พทุ ธศักราช ๒๕๔๗”. ลงวนั ท่ี ๒๘ ตุลาคม ๒๕๔๗.

กลาโหม, กระทรวง. “ระเบียบกระทรวงกลาโหม ว่าด้วย วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบัน
วิชาการป้องกันประเทศ (ฉบับท่ี ๒) พุทธศกั ราช ๒๕๕๑”. ลงวันท่ี ๓๑ มกราคม ๒๕๕๑.

“การเรียงลาดับพจนานุกรม”. (ออนไลน์). เข้าถึงได้จาก : http://www.thaijb619.blogspot.com,
๒๕๕๒.

คณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ, สานักงาน. “จรรยาบรรณนักวิจัย และแนวทางปฏิบัติ”. (ออนไลน์).
เขา้ ถงึ ได้จาก : http://www.riclib.nrct.go.th/ebook/Researcher/20Ethics%20
Thai.pdf, ๒๕๕๖.

สาระ ลา่ ซา. “แนวทางการเตรียมความพรอ้ มทางการเงนิ ของวยั แรงงานไทยเพื่อรองรับการเขา้ สูก่ าร
เป็นผสู้ งู อายุ”. เอกสารวิจยั สว่ นบคุ คล. วิทยาลัยป้องกนั ราชอาณาจักร. ๒๕๖๔.

เครือวัลย์ ลิ้มปิยะศรีสกุล. การวิจัยทางรัฐประศาสนศาสตร์. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,
๒๕๓๐.

จ้อย นนั ทวิ ัชรินทร์, ม.ล.. แบบบรรณานกุ รมและเชิงอรรถ. พระนคร : ไทยวฒั นาพานชิ , ๒๕๑๔.
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คู่มือการพิมพ์วิทยานิพนธ์. กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์

มหาวทิ ยาลยั , ๒๕๓๒.
ชินวุธ สุนทรสีมะ, พ.อ.. หลักและวิธีการทาวิทยานิพนธ์ รายงานประจาภาคและเอกสารวิจัย.

พิมพค์ ร้งั ท่ี ๕, กรงุ เทพฯ : ไทยวฒั นาพานิช, ๒๕๓๕.
เทคโนโลยีพระจอมเกล้า, สถาบัน. คู่มือการจัดทาวิทยานิพนธ์. กรุงเทพ : บัณฑิตวิทยาลัย สถาบัน

เทคโนโลยีพระจอมเกลา้ ฯ, ๒๕๓๐.
ป้องกันราชอาณาจักร, วิทยาลัย. “ระเบียบวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการป้องกัน

ประเทศ ว่าด้วย การให้รางวัลเอกสารวิจัย พุทธศักราช ๒๕๖๔”. ลงวันที่ ๑๕
มกราคม ๒๕๖๔.
ป้องกันราชอาณาจักร, วิทยาลัย. “เอกสาร วปอ. หมายเลข ๐๐๖ คาแนะนาการเขียนเอกสารวิจัย
ส่วนบุคคล ประจาปีการศกึ ษาพทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ - ๒๕๖๕”. ๒๕๖๕.
ไพโรจน์ ตรี ณธนากลุ . การวิจัยสู่การเขียนบทความและรายงาน. กรุงเทพ ฯ : ศูนย์ส่งเสริมกรุงเทพ,
๒๕๒๘.
ราชบัณฑิตยสภา, สานักงาน. “อัญพจน์”. (ออนไลน์). เข้าถึงได้จาก : http://www.royin.go.th/?
knowledges=อัญพจน์-๓-กรกฎาคม-๒๕๕๑, ๒๕๖๑.
สมหวัง พิริยานุวัฒน์. การวิจัยเชงิ บรรยาย. กรุงเทพ ฯ : บารมีการพมิ พ์, ๒๕๒๕.
สุชาติ ประสิทธิ์รัฐสินธุ์. ระเบียบวิธีการวิจัยทางสังคมศาสตร์. กรุงเทพฯ : สถาบันบัณฑิตพัฒน
บริหารศาสตร์, ๒๕๓๔.

๗๘

สุนทรี หังสสูต. การควบคุมทางบรรณานกุ รมเบ้ืองตน้ . กรงุ เทพฯ : ไทยวฒั นาพานิช, ๒๕๒๓.
อัศวิน ตีระวัฒนพงษ์. (เรียบเรียง). คู่มือจัดพิมพ์บทนิพนธ์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษม

บณั ฑติ . กรุงเทพฯ : บัณฑิตวทิ ยาลยั มหาวิทยาลัยเกษมบณั ฑิต, ๒๕๔๒.

ภาษาต่างประเทศ

American Psychological Association. Publication manual of the American Psychological
Association. 5th Ed., Washington, DC : Author, 2002.

Isaac, Stephen and William, Michael B. Handbook in Research and Evaluation. San Diago,
California : Edits Publishers, 1983.

Turabian, Kate I. A Manual for Writers of Term Papers, Theses and Dissertations. 5th Ed.,
Chicago and London : The University of Chicago Press, 1982.

ภาคผนวก

๘๐

ผนวก ก

ตวั อย่างรูปแบบการพิมพ์
เอกสารวิจยั สว่ นบคุ คล
ของนกั ศึกษา วปอ.

๘๑ ๑ ๑/๒ น้ิว

ชอ่ื เร่ืองทีท่ าการวจิ ยั ท่มี ีความยาวเกนิ ๑ บรรทดั ระยะบรรทัด
ให้จดั พมิ พเ์ รียงลงมาเปน็ ๑ บรรทัดปกติ
ลักษณะสามเหล่ยี ม
หวั กลบั

โดย ให้ใช้ตัวอกั ษรขนาด

๒๔ ตัวหนาท้ังหมด

ยศ – ชอื่ – สกุล (คาเตม็ ) ระยะบรรทัด
ตาแหน่งปจั จบุ ัน ๑ บรรทดั ปกติ

ชื่อหน่วยงานระดับกรม หรอื ชื่อกระทรวง

นกั ศกึ ษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ระยะบรรทดั
หลักสตู รการปอ้ งกันราชอาณาจักร รนุ่ ท่ี ........... ๑ บรรทัดปกติ
ประจาปกี ารศกึ ษา พทุ ธศักราช ๒๕XX - ๒๕XX

ไมต่ ้องใส่เลขหนา้ ๘๒ ๑ ๑/๒ นิ้ว จากขอบกระดาษด้านบน

หนงั สอื รับรอง (๒๔)
เว้นระยะ ๑.๕ บรรทัด

๒ ซม. วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ได้อนุมัติให้เอกสารวิจัย
ส่วนบุคคล เรื่อง “………………………………………………………….……………………………..…………...……...”
ลกั ษณะวชิ า …………………………… ของ …… (ยศ – ชอ่ื – สกลุ คาเต็ม) ………………………….…..………
เป็นส่วนหนงึ่ ของการศกึ ษาตามหลกั สูตรการป้องกนั ราชอาณาจกั ร รนุ่ ที่ ........... ประจาปีการศึกษา
พทุ ธศักราช ๒๕XX – ๒๕XX

เว้น ๒ บรรทัด

พลโท

เวน้ ๑.๕ บรรทัด

(ระบชุ ่ือ – นามสกุล ผอ.วปอ.สปท.)
ผ้อู านวยการวิทยาลัยปอ้ งกันราชอาณาจักร

สถาบนั วิชาการปอ้ งกันประเทศ

หมายเหตุ ๑. นกั ศกึ ษาต้องพมิ พห์ นังสอื รับรองมาดว้ ย และไมต่ ้องใสล่ าดับหน้า
๒. ตัวเลขในวงเล็บคือขนาดตวั พมิ พ์
๓. การพมิ พ์ตวั เลขไทย หรือ เลขอารบิคกไ็ ด้ แตใ่ ห้เหมือนกันทง้ั เลม่

ยกเวน้ ในสรปุ ยอ่ ให้แยกออกจากตัวเล่ม และใหใ้ ช้เลขอารบิค

๑ น้ิว

พิม๘พ๓์ ก
๑/๒ นิว้

บทคัดย่อ (๒๔)

เว้นระยะ ๑.๕ บรรทดั

เรอ่ื ง (๑๘) ……………ตวั ธรรมดาขนาด ๑๘…………………………………………………………………..
ลักษณะวชิ า(๑๘) ...……………………………………………………………………………………………………………..
ผวู้ ิจยั (๑๘) ………………………………………..……… หลักสตู ร (๑๘) วปอ. รุ่นที่ (๑๘)........

๒ ซม.

เริม่ พิมพ์น้อื หา ใหใ้ ช้ขนาดตวั อักษรขนาด ๑๖ ตวั ธรรมดา ......เ.ว.…้นร.…ะย…ะ…๑….๕…บ…ร…รท…ัด
……………………………………………………………………………………………………….……………………………………
……………………………………………………………………………………………………….……………………………………
……………………………………………………………………………………………………….……………………………………
……………………………………………………………………………………………………….……………………………………
……………………………………………………………………………………………………….……………………………………
……………………………………………………………………………………………………….……………………………………
……………………………………………………………………………………………………….……………………………………
……………………………………………………………………………………………………….……………………………………
……………………………………………………………………………………………………….……………………………………
……………………………………………………………………………………………………….……………………………………
……………………………………………………………………………………………………….……………………………………
……………………………………………………………………………………………………….……………………………………
..……………………………………………………………………………………………………….…………………………………
………………………………………………………………………………………………………….…………………………………
………………………………………………………………………………………………………….…………………………………
………………………………………………………………………………………………………….…………………………………
………………………………………………………………………………………………………….……………………………

หมายเหตุ :
๑.บทคัดยอ่ มคี วามยาวไม่เกนิ ๑ หน้า ระบุถงึ วัตถปุ ระสงคข์ องการวิจยั ขอบเขตของ
การวจิ ยั วธิ ีดาเนินการวิจัย ผลการวิจยั และข้อเสนอแนะ โดยใหเ้ ขยี นเป็นร้อยแก้ว
ติดตอ่ กันไปไม่ต้องแยกเป็นหวั ข้อ
๒. ตัวเลขในวงเลบ็ ท้ายคือขนาดตวั พมิ พ์
๓. ชอ่ื ลักษณะวชิ าประกอบดว้ ย ยทุ ธศาสตร์ สังคมจิตวิทยา การเมือง การทหาร
การเศรษฐกิจ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
๔. ใหใ้ ช้พยญั ชนะไทยในการลาดบั หน้าเรียงตามลาดับ เร่มิ ต้งั แต่ ก ไม่ใช้ ฃ ฅ ฆ
สาหรบั หน้าบทคัดยอ่ น้ใี ห้เริ่มพมิ พ์ ก

1 น้ิว

พมิ พ๘์ ๔ข 1/2 น้วิ

Abstract (24)
เวน้ ระยะ 1.5 บรรทัด

Title (18) ………………………………………………………………………………………………………………….…

Field (18) ………………………………………..……………...

Name (18) ………………………………..…… Course (18) NDC Class (18) …………

ย่อหนา้ 2 ซม. เวน้ ระยะ 1.5 บรรทดั

เร่ิมพิมพ์เน้อื หา ให้ใช้ขนาดตัวอักษรขนาด 16 ตัวธรรมดา ...................……………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

หมายเหตุ :
1. ความยาวไมเ่ กนิ 1 หน้า ระบุ Objectives of Research, Scope of Research, Methodology,

Results และ Recommendations โดยเขียนเป็นรอ้ ยแกว้ ติดต่อกันไม่ต้องแยกเป็นหวั ขอ้ และ
ถ้ามตี วั เลขให้ใช้เลขอารบิค

2. Class ให้ใสร่ ่นุ ท่ี...... เชน่ Class 65

3. Field ให้ใส่ช่อื ลักษณะวชิ าดงั น้ี ยุทธศาสตร์ (Strategy) การเมอื ง (Politics)
การเศรษฐกจิ (Economics) สังคมจิตวทิ ยา (Social – Psychology) การทหาร (Military)
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Science and Technology)

4. ตวั เลขในวงเล็บคือขนาดของตวั พิมพ์ ทัง้ นใี้ นสว่ นของคาว่า Title Field Name Course
และ Class ให้พิมพเ์ ป็นตวั เข้ม

5. สาหรับหน้า Abstract น้ีใหพ้ ิมพ์ลาดับหน้าตอ่ จากหน้าบทคดั ยอ่ และให้ใช้พยญั ชนะไทยในการจัดลาดับหน้า

๑ น้ิว

พมิ พ๘์ ๕ค ๑/๒ น้วิ

คานา(๒๔) เวน้ ระยะ ๑.๕ บรรทัด

ย่อหน้า ๒ ซม. เริ่มพมิ พ์เนื้อหา ให้ใชข้ นาดตวั อักษรขนาด ๑๖ ตวั ธรรมดา …………………….……………
………………………………………………………………………………………………………………………………………….….
……………………………………………………………………………………………………….………………………………….…
……………………………………………………………………………………………………….………………………………….…

เวน้ ๒ บรรทดั

…………………….(ลายมอื ชือ่ )…………………..

(…………... ชอ่ื ตัวพมิ พ์ ………………)
นักศกึ ษาวิทยาลยั ปอ้ งกันราชอาณาจกั ร

หลกั สูตร วปอ. รนุ่ ท…ี่ …
ผ้วู จิ ัย

หมายเหตุ ๑. ช่ือหลักสตู ร ใหใ้ ชค้ าย่อ
๒. ให้ใช้พยัญชนะไทยในการลาดับหนา้ เรยี งตามลาดับ เรม่ิ ต้ังแต่ ก ไม่ใช้ ฃ ฅ ฆ
สาหรับหน้าคานานใี้ หพ้ ิมพ์ลาดบั หน้าต่อจากหนา้ Abstract

๑ นิ้ว

พิม๘พ๖์ ง

๑/๒ น้ิว

กติ ติกรรมประกาศ (๒๔) เวน้ ระยะ ๑.๕ บรรทัด

ยอ่ หน้า ๒ ซม. เร่มิ พิมพเ์ นื้อหา ให้ใชข้ นาดตัวอกั ษรขนาด 16 ตัวธรรมดา ………..………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………….…
………………………………………………………………………………………………………………………………………….…
………………………………………………………………………………………………………………………………………….…

………………………………………………………………………………………………………………………………………….…
……………………………………………………………………………………………………….

เว้น ๒ บรรทัด

…………………….(ลายมือชอ่ื )…………………..
(.…………...ชื่อตัวพิมพ…์ ……………)

นักศกึ ษาวิทยาลยั ป้องกันราชอาณาจกั ร

หลักสูตร วปอ. รนุ่ ท่ี……
ผวู้ ิจยั

หมายเหตุ ๑. ช่ือหลกั สตู ร ใหใ้ ชค้ าย่อ
๒. ให้ใช้พยัญชนะไทยในการลาดับหน้าเรยี งตามลาดับ เริ่มตัง้ แต่ ก ไมใ่ ช้ ฃ ฅ ฆ
สาหรับหน้านีใ้ ห้พมิ พ์พยัญชนะไทยลาดับหน้าตอ่ จากหน้าคานา

๑ นว้ิ

พมิ พ๘์ ๗จ

๑/๒ น้วิ

สารบัญ (๒๔)

บทคดั ย่อ (๑๘) หนา้ (๑๘)

Abstract (๑๘) ก

คานา (๑๘) ค

กิตติกรรมประกาศ (ถ้ามี) (๑๘) จ

สารบัญ (๑๘) ช
….
สารบัญตาราง (๑๘)
…..
สารบัญแผนภาพ (๑๘) …..
…..
บทท่ี ๑ บทนา (๑๘) …..
…..
ความเป็นมาและความสาคญั ของปัญหา …..

วตั ถุประสงค์ของการวิจัย …..

ขอบเขตของการวิจยั ขนาดอักษร ๑๖ …..
วธิ ีดาเนนิ การวิจยั …..
…..
ขอ้ จากดั ของการวจิ ยั …...
......
ประโยชนท์ ่ีไดร้ บั จากการวจิ ัย …..

บทท่ี ๒ (ชื่อบท)…… (๑๘)….…………………………… …..

(ใส่หัวข้อสาคัญ)…………… ………………………….. …..
…..
(ใส่หวั ขอ้ สาคัญ) ……………………………………….. ......

(ใส่หวั ขอ้ สาคญั ) ……………………………………….. …..

งานวิจัยท่เี กย่ี วข้อง …..
…..
กรอบแนวคดิ ของการวจิ ยั ….

สรปุ

บทท่ี ๓ (ช่ือบท).…… (๑๘)………………………………

(ใสห่ ัวข้อสาคัญ) ………………………………………..

(ใสห่ ัวข้อสาคัญ)………………………………………..

สรุป

บทท่ี ๔ (ชื่อบท)......… (๑๘)………………………………

(ใสห่ วั ขอ้ สาคญั ) ………………………………………..

(ใสห่ วั ขอ้ สาคญั ) ………………………………………..

สรุป

๑ นิ้ว

พิมพ๘์ ๘ฉ

๑/๒ นิ้ว

สารบัญ (ตอ่ ) (๒๔)

หนา้ (๑๘)

บทท่ี ๕ สรปุ และขอ้ เสนอแนะ (๑๘)…………………… ขนาดอกั ษร ๑๖ …..

สรปุ …..
ขอ้ เสนอแนะ ......

บรรณานกุ รม (๑๘) .....
ภาคผนวก (๑๘) .....

ผนวก ก (ชื่อผนวก)...................................................... ......
. ผนวก ข (ชือ่ ผนวก).................................................. ......

ประวัติยอ่ ผูว้ จิ ัย (๑๘) .....

หมายเหตุ รายละเอียดหัวข้อแตล่ ะบท ให้ใส่เฉพาะชอ่ื หัวขอ้ สาคัญ
(สามารถใส่ชือ่ หัวขอ้ ย่อยได้ แตไ่ มเ่ ปน็ ทนี่ ิยม)
ภาคผนวกถา้ มีเรือ่ งเดียวไม่ต้องแบ่งเป็น ผนวก ก, ผนวก ข...

๘๙ ๑ น้วิ

พิมพ์ ช ๑/๒ น้ิว

สารบัญตาราง (๒๔)

ตารางท่ี (๑๘) ขนาดอกั ษร ๑๖ หนา้ (๑๘)

๑ – ๑ ………………………………………………. …
๑ - ๒ ………………………………………………. …
๒ – ๑ ………………………………………………. …
๓ – ๑ ………………………………………………. …
๓ – ๒ …………………………………………………. …

หมายเหตุ

สารบญั ตาราง เป็นสว่ นที่แจ้งเลขหนา้ ของตารางท้งั หมดที่มใี นเอกสารวจิ ยั ให้เรยี งลาดับ
แยกแต่ละบท เช่น ๑ - ๑ ๑ - ๒ ๒ - ๑ ๒ - ๒ เว้นตารางในภาคผนวก ไม่ต้องระบุในสารบญั

สารบญั ตาราง ถ้าพิมพ์เกนิ ๑ หนา้ ให้พิมพ์หัวเร่ือง สารบัญตาราง (ต่อ) ในหน้าถัดไป
ขนาดตัวพิมพ์ ๒๔ หนา

ตวั อยา่ ง

สารบัญตาราง (ต่อ)

ใหใ้ ช้พยัญชนะไทยในการลาดับหนา้ เรยี งตามลาดับ เรม่ิ ตั้งแต่ ก ไมใ่ ช้ ฃ ฅ ฆ
สาหรับหนา้ นี้ใหพ้ ิมพพ์ ยญั ชนะไทยลาดับหน้าตอ่ จากหนา้ สารบัญ

๑ น้ิว

พิมพ์ ๙ซ๐

๑/๒ นิ้ว

สารบญั แผนภาพ (๒๔)

แผนภาพที่ (๑๘) ขนาดอักษร ๑๖ หนา้ (๑๘)

๑ – ๑ ………………………………………………. …...
๑ - ๒ ………………………………………………. …...
๒ – ๑ ………………………………………………. …...
๒ – ๒ ………………………………………………. …..
๒ – ๓ ………………………………………………. …...

หมายเหตุ

สารบัญแผนภาพ เปน็ สว่ นท่ีแจ้งเลขหน้าของรูปภาพ แผนท่ี กราฟ แผนภูมิ ฯลฯ
ท้ังหมดทีม่ อี ยใู่ นเอกสารวจิ ยั ซงึ่ วปอ. รวมใช้คาวา่ “แผนภาพ” ใหเ้ รียงลาดบั แยกแตล่ ะบท เช่น
แผนภาพท่ี ๑ - ๑ แผนภาพที่ ๑ - ๒ แผนภาพท่ี ๒ - ๑ แผนภาพที่ ๒ - ๒

ท้งั น้ี แผนภาพในภาคผนวกไมต่ อ้ งระบใุ นสารบัญ
สารบญั แผนภาพ ถ้าพิมพ์เกิน ๑ หน้า ให้พมิ พ์หัวเรอ่ื ง “สารบัญแผนภาพ (ต่อ)” ใน
หนา้ ถัดไป โดยใชข้ นาดตวั พมิ พ์ ๒๔ เป็นตวั หนา
ตัวอย่าง

สารบัญแผนภาพ (ตอ่ )

ใหใ้ ช้พยญั ชนะไทยในการลาดับหนา้ เรียงตามลาดับ เร่ิมตงั้ แต่ ก ไมใ่ ช้ ฃ ฅ ฆ
สาหรบั หนา้ นใี้ ห้พมิ พพ์ ยัญชนะไทยลาดับหนา้ ต่อจากหนา้ สารบัญตาราง


Click to View FlipBook Version