๙๑ ๑ น้ิว
พมิ พ์ ญ ๑/๒ น้ิว
คาอธิบายคายอ่ (๒๔)
ภาษาไทย (๒๐)
……………… ยอ่ มาจาก ………………….
……………… ยอ่ มาจาก …………………….
……………… ยอ่ มาจาก ……………………. เรียงตามลาดับพยญั ชนะไทย
……………… ยอ่ มาจาก …………………….
……………… ย่อมาจาก …………………….
ภาษาต่างประเทศ (๒๐) เรียงตามลาดบั พยัญชนะภาษาตา่ งประเทศ
……………… ย่อมาจาก ………………….
……………… ย่อมาจาก …………………….
……………… ยอ่ มาจาก ……………………
……………… ย่อมาจาก …………………….
หมายเหตุ ใหใ้ ช้พยญั ชนะไทยในการลาดบั หน้าเรยี งตามลาดับ เร่ิมต้ังแต่ ก ไม่ใช้ ฃ ฅ ฆ
สาหรับหน้าน้ีใหพ้ มิ พพ์ ยญั ชนะไทยลาดบั หนา้ ตอ่ จากหนา้ สารบัญแผนภาพ
คาอธิบายคาย่อ ถ้าพิมพ์เกนิ ๑ หนา้ ใหพ้ ิมพ์หวั เร่อื ง “คาอธิบายคายอ่ (ต่อ)”
ในหน้าถัดไป โดยใชข้ นาดตวั พมิ พ์ ๒๔ เป็นตวั หนา
ตวั อยา่ ง
คาอธบิ ายคายอ่ (ต่อ)
ให้ใชพ้ ยัญชนะไทยในการลาดบั หนา้ เรยี งตามลาดับ เริ่มต้ังแต่ ก ไมใ่ ช้ ฃ ฅ ฆ
สาหรบั หนา้ นใ้ี หพ้ ิมพพ์ ยัญชนะไทยลาดบั หนา้ ตอ่ จากหนา้ สารบญั ตาราง
หน้าแรกของแตล่ ะบท ๙๒
ใหเ้ วน้ ๒ น้ิว ๙๑
และไมต่ อ้ งใส่เลขหนา้
(๒๔) บทท่ี ๑ ๑ บรรทัดปกติ
บทนา
๑.๕ บรรทัด
ความเปน็ มาและความสาคัญของปญั หา (๒๐)
๑.๕ บรรทัด
ย่อหนา้ ๒ ซม.
เรม่ิ พิมพ์เน้อื หา ใหพ้ ิมพ์ขนาดตัวอกั ษร ๑๖ พอยท์ .……………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
……………………………………………………………………………………………………….
วตั ถปุ ระสงคข์ องการวิจยั (๒๐) ๑.๕ บรรทดั
๑.๕ บรรทัด
๒ ซม. ………………………………เนอื้ หาให้พิมพข์ นาด ๑๖……………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
……………………………………………………………………………………………………….
๑.๕ บรรทัด
ขอบเขตของการวิจัย (๒๐)
๑.๕ บรรทดั
๒ ซม.
.....…………..………………เนอื้ หาใหพ้ ิมพข์ นาด ๑๖…………………………….……………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
วธิ ดี าเนินการวิจยั (๒๐)
๒ ซม. ………………………………เน้อื หาใหพ้ มิ พ์ขนาด ๑๖………………………….……………..……
……………………………………………………………………………………………………….…….…………………………..…
……………………………………………………
ข้อจากดั ของการวิจัย (ถา้ ม)ี (๒๐)
๒ ซม. …………….………………เนื้อหาใหพ้ มิ พข์ นาด ๑๖…………………………….………………..….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………
ประโยชนท์ ีไ่ ดร้ บั จากการวิจัย (๒๐)
๒ ซม. ……………..………………เน้อื หาใหพ้ มิ พ์ขนาด ๑๖…………………………………………………
……………………………………………………………………………
๙๓
คาจากดั ความ (ถ้ามี) (๒๐)
คาจากัดความ หมายถึง ………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………
คาจากัดความ หมายถงึ ……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
……………………………
คาจากัดความ หมายถงึ ………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………
จัดใหแ้ นวการพิมพ์ตรงกันตามแนวลูกศร
หน้าแรกของบทไม่ หนา้ แรกของแตล่ ะบท
ตอ้ งใสเ่ ลขหนา้ ๙๔ ให้เวน้ ๒ นิว้
บทที่ ๒
การทบทวนวรรณกรรมทเ่ี กี่ยวข้อง กรณที ่ีช่อื บท
มีความยาวเกนิ ๑ บรรทดั ใหจ้ ัดพิมพ์
เรยี งลงมาเป็นลักษณะ
สามเหลย่ี มหวั กลบั
เวน้ ระยะ ๑.๕ บรรทัด
ย่อหน้า ๒ ซม.
……………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………….………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
เว้น ๑.๕ บรรทดั / ๑๒ pts.
หวั ข้อสาคญั
๒ ซม. ………………เว…้น …๑….๕……บ…รร…ท…ดั …/ …๑๒……p…ts…. ………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………..
๑. //หวั ข้อย่อยลาดบั ทห่ี นึง่ (หัวข้อย่อยหลัก) (๑๘)
………………………………………………………………………………………………………………….…
………………………………………………………………. ระยะ
๑.๑//หัวขอ้ ย่อยลาดับท่สี อง…(๑๘) ………………………………………………………. บรรทัด
๑
……………………………………………………………………………………………………….…………………………………… บรรทัด
ปกติ
……………………………….
๑.๑.๑//หวั ข้อย่อยลาดับท่ีสาม…(๑๘)………………….………...............
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………….
๑.๑.๑.๑//หวั ข้อย่อยลาดบั ท่ีสี่… (๑๘)………………………….
……………………………………………………………………………………………………….……………………………………
๒.//หวั ข้อยอ่ ยลาดับที่สอง (หัวขอ้ ย่อยหลกั )
…………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………….
๒.๑//หวั ข้อยอ่ ยลาดบั ท่ีสอง………………………………………..………………………..
……………………………………………………………………………………………………….
๙๕
๒.๑.๑//หัวขอ้ ยอ่ ยลาดบั ท่ีสาม..……………………….……….....……………..
..................................………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………….
๒.๑.๑.๑//หวั ข้อยอ่ ยลาดับทส่ี ี่…..…………………………….......
……………………………………………………………………………………………………….
หัวขอ้ สาคัญ เว้น ๑.๕ บรรทัด / ๑๒ pts.
(เฉพาะหัวข้อสาคัญ ใหพ้ มิ พช์ ดิ ขอบซา้ ยไม่มีลาดบั ตัวเลขนา)
๒ ซม. .........................................................................................................เ.ว..้น.....๑....๕.....บ..ร..ร.ท...ัด.../...๑..๒. pts.
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
................(พิมพ์เนือ้ หาตอ่ )…………………………………………………………………………...................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………….
……………………………………………………………………………………............................................
................................................................................................................................................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................
___________________
๒ ซม. ๑วิชาญ ศริ ชิ ยั เอกวฒั น์. “ยุทธศาสตรก์ ารประมงทะเลไทย”. (เอกสารวิจัยส่วนบุคคล,
วิทยาลัยปอ้ งกนั ราชอาณาจักร, ๒๕๓๙). หน้า ๘๐.
๙๖
(พมิ พเ์ นือ้ หาตอ่ ) ……………………..............................…………………………………….....................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
แผนภาพท่ี ๔ – ๓ แบบการวางตาแหน่งเชิงอรรถ (Footnotes)
(ตวั พมิ พ์บรรทดั แรก)
(ตัวพมิ พบ์ รรทัดสุดทา้ ย)
ขีดเส้นทึบยาว ๒ นิ้ว เว้นระยะ ๑.๕ บรรทดั
๒ ซม. ๑วิชาญ เวน้ ระยะ ๑ บรรทดั (เอกสารวจิ ัย
ศริ ชิ ยั เอปกกวตฒัิ น์. “ยุทธศาสตรก์ ารประมงทะเลไทย”.
ส่วนบคุ คล, วิทยาลัยปอ้ งกันราชอาณาจักร, ๒๕๓๙). หน้า ๘๐.
ท่ีมา : วทิ ยาลัยปอ้ งกนั ราชอาณาจกั ร, ๒๕๕๔. หน้า ๖๙.
(รปู แบบการพมิ พท์ มี่ า : จัดทาแบบเดียวกบั การอ้างอิงแบบแทรกในเนื้อเรื่อง สาหรับรายละเอียดอื่นๆ ให้
นาไปใสใ่ นบรรณานุกรมใหค้ รบ )
๙๗
บรรณานุกรม (๒๔)
ภาษาไทย (๒๐)
หนังสือ (๑๘)
รูปแบบการจัดพิมพ์ : ชื่อผ้แู ตง่ .//ชือ่ หนงั สือ.//สถานท่ีพมิ พ/์ :/สานักพิมพ,์ /ปที ีพ่ ิมพ.์
ตัวอย่าง
วจิ ารณ์ พาณิช. วิธีสร้างการเรยี นรเู้ พื่อศิษย์ในศตวรรษท่ี ๒๑. กรุงเทพฯ : ตถาตา พับลิเคช่นั ,๒๕๕๕.
สมยศ นาวีการ. ทฤษฎอี งคก์ ร. พมิ พ์ครง้ั ท่ี ๒, กรุงเทพฯ : สานักพมิ พ์ดอกหญา้ , ๒๕๕๐.
สกุ ัญญา รัศมธี รรมโชติ. แนวทางการพัฒนาศกั ยภาพมนุษยด์ ้วย Competency Base Learning.
กรุงเทพฯ : ศิรวิ ัฒนา อนิ เตอรพ์ ร้นิ ท์ จากัด (มหาชน), ๒๕๕๘.
วารสาร และหนงั สือพมิ พ์ (๑๘)
รูปแบบการจัดพมิ พ์ :
ชื่อผแู้ ต่ง.// “ช่อื บทความ”,/ชอ่ื วารสาร.//ปที ่ี หรอื เลม่ ท่ี/ (ฉบับที่),/วัน/เดือน/ป/ี หนา้ .
ตวั อย่าง
พรทพิ ย์ ศริ ภิ ทั ราชัย. “STEM Education กับการพัฒนาทกั ษะในศตวรรษท่ี ๒๑”, นกั บรหิ าร.
ปที ี่ ๓๓ (๒), ๑ เมษายน – มถิ นุ ายน ๒๕๕๖ ; หนา้ ๔๙-๕๖.
อานนท์ ศกั ดว์ิ รวิทย์. “แนวคิดเรอ่ื งสมรรถนะ (Competency) เร่ืองเก่าทเี่ รายงั หลงทาง”,
จุฬาลงกรณ์วารสาร. ปีที่ ๑๖ (๖๔), กรกฎาคม – กันยายน ๒๕๕๗. หน้า ๕๗-๕๘.
วิทยานิพนธ์ รายงานการวิจยั เอกสารวจิ ัย (๑๘)
รูปแบบการจัดพมิ พ์ :
ผู้เขยี น.// “ชื่อเรื่อง”. //ระดบั วทิ ยานิพนธ,์ /สาขา/, มหาวทิ ยาลยั หรอื สถาบนั ,/ ปี.
ตวั อย่าง
สวุ ธิ ดิ า จริงเกยี รติกลุ . “อนาคตภาพรปู แบบสังคมแหง่ การเรยี นรูเ้ พอ่ื การปรบั เปลีย่ นกระบวนทัศน์
เชงิ บวกสาหรับชุมชน”. ดษุ ฎีนิพนธค์ รุศาสตรด์ ุษฎีบณั ฑิต สาขาวิชาการศึกษานอก
ระบบโรงเรยี น, จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย, ๒๕๕๔.
สริ ิฤกษ์ ทรงศิวิไล. “โครงสร้างและกลไกการขบั เคลอื่ นยุทธศาสตร์การวิจัย และนวตั กรรมของ
ประเทศ”. เอกสารวจิ ยั สว่ นบคุ คล, วิทยาลยั ปอ้ งกันราชอาณาจกั ร, ๒๕๖๐.
เอกชัย พทุ ธสอน. “แนวโนม้ การเสริมสรา้ งทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ สาหรับนกั ศกึ ษา
ผูใ้ หญ่”. วทิ ยานิพนธค์ รศุ าสตรม์ หาบัณฑิต, สาขาวิชาการศึกษานอกระบบโรงเรียน,
จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ๒๕๕๖.
๙๘
สัมภาษณ์ (๑๘)
รูปแบบการจดั พิมพ์ : ผู้ใหส้ ัมภาษณ์, ตาแหนง่ .//สัมภาษณ์.//วนั เดอื น ป.ี
ตัวอยา่ ง
ยทุ ธนา บัวจุน, ผูอ้ านวยการกองพัฒนาระบบบรกิ ารจัดหางาน กรมการจัดหางาน. สมั ภาษณ์.
พฤษภาคม ๒๕๖๑.
บรรเจดิ สนามทอง, พันเอก. ผู้อานวยการกองส่งเสรมิ บารุงความรู้ สานักการศกึ ษา กรมยุทธศึกษา
ทหารบก. สัมภาษณ.์ พฤษภาคม ๒๕๖๑.
บรรยาย, ปาฐกถา (๑๘)
รูปแบบการจัดพมิ พ์ : ผูบ้ รรยาย, ตาแหน่ง.//บรรยายเร่อื ง “……….”.//ณ ………., /วัน เดอื น ป.ี
ตัวอยา่ ง
ปยิ พงศ์ กล่ินพนั ธ์, พันเอก, รองผู้บงั คบั การกรมทหารราบที่ ๑๒ รักษาพระองค์. บรรยายเรื่อง
“แนวทางการบริหารจัดการภัยพบิ ตั ิของชาตอิ ยา่ งยงั่ ยืนในมุมมองของกองทพั และหนว่ ยงาน
ภาครฐั ”. ณ ศูนยศ์ ึกษายุทธศาสตร์ สถาบนั วิชาการป้องกันประเทศ, ๑๙ มกราคม ๒๕๕๕.
กฎหมาย (๑๘)
รปู แบบการจัดพิมพ์ : “ช่อื กฎหมาย”, ราชกจิ จานุเบกษา.//ปีที่ หรอื เล่มท่ี/(ฉบบั ที่),/วนั / เดือน/ปี,/หน้า.
ตัวอย่าง
“รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย ฉบบั ปี พ.ศ.๒๕๖๐”. ราชกิจจานเุ บกษา. เล่มท่ี ๑๓๔ ตอนที่ ๔๐ ก,
๖ เมษายน ๒๕๖๐, หนา้ ๑-๖.
“พระราชบญั ญตั ิการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒”, ราชกิจจานเุ บกษา. เลม่ ท่ี ๑๑๖, ๑๙ สงิ หาคม ๒๕๔๒,
หน้า ๒, ๖, ๑๓.
เอกสารไม่ตพี มิ พ์ (๑๘)
รปู แบบการจดั พิมพ์ : ช่ือผแู้ ตง่ หรอื ชือ่ หนว่ ยงานของประเภทเอกสาร.// “ชอื่ เรื่อง”.(ถา้ ม)ี //
ประเภทของเอกสาร/ปี.
ตวั อย่าง
กลาโหม, กระทรวง. “นโยบายดา้ นการศกึ ษา กระทรวงกลาโหม”. คาสง่ั ท่ี ๒๒๐/๔๕ ลงวันท่ี ๒๐
ก.ค.๒๕๔๕.
ฐานข้อมูลอเิ ล็คทรอนิกส์ (๑๘)
รปู แบบการจดั พมิ พ์ :
ผูแ้ ตง่ .//”ช่อื เรื่อง”.//(ประเภทของส่ือท่ีเข้าถงึ ).//เข้าถึงได้จาก : แหลง่ ขอ้ มลู /สารนเิ ทศ, ปี.
ตวั อยา่ ง
การพัฒนาชุมชน, กรม. “ประชารฐั – กรมการพัฒนาชมุ ชน”. (ออนไลน)์ . เข้าถึงได้จาก : www.cdd.
go.th/wp-content/uploads/sites/110/2017/05/, 2562.
๙๙
ภาษาตา่ งประเทศ (๒๐)
ให้จดั ทารูปแบบเช่นเดยี วกบั บรรณานกุ รมภาษาไทยในแตล่ ะประเภทของบรรณานุกรม
ตวั อยา่ ง
Bundy, William P. Ed. The World Economic Crisis. New York : W.W.Norton, 1975.
Chin Kin Wah. Ed. Defence Spending in Southeast Asia. Singapore : Institute of
๒ ซม. Asian Studies. 1987.
หมายเหตุ
๑. เครื่องหมาย // แต่ละขีด หมายถงึ ให้เว้นระยะพมิ พ์ ๑ เคาะ เชน่ // = ๒ เคาะ
๒. การพิมพ์รายการบรรณานุกรม บรรทัดแรกของรายการให้พิมพ์ชิดซ้ายของกรอบพิมพ์
หากรายการใดมคี วามยาวเกิน ๑ บรรทัด บรรทดั ตอ่ ไปให้ย่อหน้าเขา้ มา ๒ ซม.
๓. การเรยี งลาดับบรรณานุกรมให้แยกภาษาไทยกับภาษาต่างประเทศ โดยให้ภาษาไทย
มาก่อนในแต่ละภาษาเรียงลาดับตามพยัญชนะก่อนหลัง และในบรรณานุกรมแต่ละภาษา หากมี
เอกสารอ้างอิงเปน็ จานวนมาก และต่างประเภทกนั อาจจะจัดกลุ่ม หรือแยกประเภทเอกสารน้ันให้
ชดั เจน โดยเรยี งลาดับประเภทของเอกสารดงั ตวั อย่างข้างบนน้ี
๔. ทุกเอกสารอ้างอิงที่ปรากฏอยู่ในเน้ือหาของเอกสารวิจัยจะต้องปรากฏในบัญชี
บรรณานุกรม และทุกรายการอ้างองิ ท่อี ยูใ่ นบัญชีรายชื่อ ต้องมกี ารอ้างอิงในเน้ือหาสาระในรูปแบบ
ของการอ้างอิงแบบเชิงอรรถ หรือการอ้างอิงแบบแทรกอยู่ในเน้ือเร่ือง ท้ังสองแบบน้ีนักศึกษา
สามารถเลือกใช้ไดต้ ามความถนัด แตต่ อ้ งเป็นแบบเดียวกนั ทั้งเล่ม
๕. บรรณานุกรมขึ้นหน้าใหมพ่ ิมพ์ต่อเน่ืองได้ โดยไมต่ อ้ งพมิ พ์ “บรรณานุกรม (ตอ่ )”
๖. กรณขี ้อมลู น้อยไม่ต้องแยกประเภทเอกสารตามตวั อยา่ ง
๑๐๐
ภาคผนวก
หมายเหตุ กอ่ นเขา้ สู่ผนวกให้พมิ พ์ คาว่า “ภาคผนวก” ขนาด ๒๔ ตวั หนา ไวก้ ึ่งกลางหนา้
และไม่ใส่เลขกากบั หน้า แตใ่ หน้ บั รวมหนา้ ในเอกสารวจิ ยั
๑๐๑
ผนวก ก (๒๔)
ช่อื ผนวก ...................................................... (๒๔)
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………(เน้ือหาของผนวก)……………………………………..………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
หมายเหตุ
๑. ถ้ามผี นวกเดียวใหใ้ ส่ เฉพาะช่ือผนวก นั้น โดยไม่ใส่คาวา่ “ผนวก”
๒. ถ้ามี ๒ ผนวกข้ึนไปใหแ้ ยกเป็น ผนวก ก ผนวก ข ตามรูปแบบข้างบน
๓. ใส่เลขกากบั หน้าในผนวกทุกหนา้ ยกเว้นหน้าแรกของภาคผนวก
(หนา้ ทีพ่ มิ พ์คาว่า ภาคผนวก)
๑๐๒
ประวัติยอ่ ผู้วจิ ยั (๒๔)
ช่อื (๑๖) ………………………………………………………………………………
วัน เดือน ปเี กิด (๑๖)………………………………………………………………………………
การศึกษา (๑๖) …………..…………………………………………………………………
………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………
ประวตั กิ ารทางานโดยยอ่ (๑๖)
………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………
ตาแหน่งปัจจุบัน(๑๖)………………………………………………………………………………
หมายเหตุ ๑. ประวตั ยิ ่อผ้วู จิ ัยทุกหน้าให้ใสเ่ ลขกากบั หน้าด้วย
๒. กรณพี ิมพป์ ระวัตมิ ากกว่า ๑ หน้า ไมต่ ้องพมิ พ์ “ประวัติยอ่ ผู้วจิ ยั (ตอ่ )”
๑๐๓
ผนวก ข
หนงั สอื นาส่งเอกสารวจิ ยั ส่วนบคุ คลเพอื่ ขออนมุ ัติ
บันทึกข้อความ
สว่ นราชการ วปอ.สปท.
ที่ กห ๐๓๑๗.๒/ วนั ที่
เรอ่ื ง สง่ เอกสารวิจยั สว่ นบคุ คลเพอ่ื ขออนุมตั ิ
เรียน ผอ.วปอ.สปท.
สิง่ ที่ส่งมาดว้ ย ๑. เอกสารวิจัยสว่ นบคุ คล จานวน ๓ เลม่
๒. สรปุ ยอ่ จานวน ๑ ชดุ
๓. แผน่ บนั ทึกข้อมลู จานวน ๑ แผน่
๑. กระผม/ดฉิ ัน .......................................................ขอส่งเอกสารวิจัยส่วนบุคคล เรื่อง
“ .......................................................................................................” ลักษณะวิชา
................................ตามสิ่งที่ส่งมาด้วย เพื่อขออนุมัติเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตร วปอ.
รุน่ ท่ี ………
๒. กระผม/ดิฉัน ขอมอบลิขสิทธ์ิในการเผยแพร่ ไม่ว่าจะเป็นการคัดลอก การคัดย่อ และ
การพิมพ์ใหม่ท้ังหมด หรือบางส่วนของเอกสารวิจัยส่วนบุคคลฉบับนี้ให้แก่ วปอ.สปท. ตั้งแต่บัดนี้
เปน็ ตน้ ไป
จงึ เรยี นมาเพื่อกรณุ าพิจารณา
(ลงชื่อ)
(.........……………………………….)
นกั ศกึ ษาวิทยาลัยป้องกนั ราชอาณาจกั ร
หลกั สูตร วปอ. รุ่นที่ ………
๑๐๔ เวน้ ๑.๕ นิ้ว
ผนวก ค
สรปุ ย่อ (๒๔)
ลกั ษณะวิชา (๑๘)....................................
เร่ือง (๑๘) ............................................................................................................
ผวู้ ิจยั (๑๘) .............................หลักสูตร(๑๘).....(พมิ พ์คายอ่ )........รุ่นท(่ี ๑๘)...........
ตาแหนง่ (๑๘) ...............................................................................................................
ความเป็นมาและความสาคญั ของปญั หา (๒๐)
๒ ซม. ……………………………เนอื้ หาใหพ้ ิมพข์ นาด (๑๖)……………………………........................
............................................................................................................................................................
........................................................................................................................................
วัตถุประสงคข์ องการวจิ ัย (๒๐)
๒ ซม. ……………………………เนอ้ื หาใหพ้ ิมพข์ นาด (๑๖)…………………………….........................
............................................................................................................................................................
....................................................................................................................................
ขอบเขตของการวิจัย (๒๐)
๒ ซม. ………………….…………เน้ือหาให้พมิ พข์ นาด (๑๖)…………………………………………………
............................................................................................................................................................
วธิ ดี าเนินการวิจยั (๒๐)
๒ ซม. ……………………………เนือ้ หาใหพ้ มิ พข์ นาด (๑๖)………………………………………………...
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
ผลการวิจัย (๒๐)
๒ ซม. ………………..……………เนอื้ หาใหพ้ มิ พข์ นาด (๑๖)………......................……………………..
............................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................
๑๐๕
ข้อเสนอแนะ (๒๐)
๒ ซม. ……………………..………เนื้อหาใหพ้ ิมพข์ นาด (๑๖) ……………………………………………..
..........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................
หมายเหตุ
๑. สรุปย่อ ความยาวไมเ่ กิน ๕ หน้า พิมพก์ ระดาษ A4
๒. เม่อื ย่อหนา้ ให้เว้นระยะ ๒ ซม.
๓. ถา้ มหี วั ขอ้ ย่อยใหใ้ ช้ตวั เลขอารบคิ กากบั
๔. ช่อื ลกั ษณะวชิ ามีดังน้ี ยุทธศาสตร์ สงั คมจติ วทิ ยา การทหาร การเศรษฐกจิ
การเมือง วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
๕. ตวั พมิ พ์ใช้ Angsana New หรือ TH SarabunPSK) ถา้ มตี ัวเลขใชเ้ ลขอารบคิ
๖. ตัวพิมพใ์ นเนอ้ื หาใชข้ นาด ๑๖ ตัวธรรมดา ให้ใช้ตัวเลขอารบคิ ไม่พิมพ์ตัวเข้ม
๗. การพมิ พภ์ าษาอังกฤษ จะใชต้ วั พิมพใ์ หญ่ทงั้ หมดทกุ คา หรอื ใช้ตวั พมิ พใ์ หญ่
เฉพาะตวั แรกของคาแต่ละคา ก็ได้ แตต่ อ้ งพิมพ์เหมอื นกันหมดทัง้ เลม่
๘. ตวั เลขในวงเล็บ คอื ขนาดของตวั พมิ พ์ ทั้งนใ้ี นส่วนของหวั ข้อสาคญั ต่าง ๆ และคาวา่
ลกั ษณะวชิ า เรื่อง ผวู้ ิจัย หลกั สตู ร ร่นุ ที่ ใหพ้ มิ พเ์ ปน็ ตัวเข้มทกุ ตัว
๙. นักศกึ ษาจัดทาสรุปย่อพรอ้ มสาเนา จานวน ๓๐ ชุด ส่งกองวิชาการ เพอื่ ใช้ในการ
แถลงผลงานวจิ ยั และสาเนา ๑ ชุด สง่ กองเอกสารวจิ ยั และหอ้ งสมดุ ฯ พรอ้ ม
“รา่ งฉบับสมบูรณ์” เพอ่ื ตรวจ
๑๐. หลงั การแถลงผลการวจิ ัยแล้ว ใหน้ กั ศกึ ษาปรับแกไ้ ขเอกสารวิจยั ตามคาแนะนาตา่ ง ๆ
ของผู้ทรงคุณวุฒิ และอาจารยท์ ีป่ รกึ ษา พรอ้ มจดั ทาสว่ นประกอบต่าง ๆ ของเอกสารวิจัย
เป็นร่างเอกสารวจิ ัยฉบบั สมูบูรณ์ จานวน ๑ เลม่ พร้อมจัดทาสรุปยอ่ อีก ๑ ชุด
ส่งเพือ่ ให้อาจารยท์ ปี่ รกึ ษาตรวจอีกคร้งั
๑๐๖
ผนวก ง
หนังสือนาสง่ บทความทางวชิ าการ
บรันายทบึกุคขคอ้ลความ
ส่วนราชการ วปอ.สปท. วนั ท่ี
ท่ี กห ๐๓๑๗.๒/
เรอ่ื ง ส่งบทความทางวิชาการ
เรียน ผอ.วปอ.สปท.
ส่ิงทีส่ ่งมาดว้ ย ๑. บทความทางวชิ าการ จานวน ๒ ชุด
๒. แผ่นบนั ทึกข้อมลู จานวน ๑ แผน่
กระผม / ดฉิ ัน .................................................... ตาแหนง่ .............................................
ขอส่งบทความทางวชิ าการ เรอ่ื ง..........................................................................................................
.............................................................................................................................................................
ลกั ษณะวิชา..........................................................................................................................................
จึงเรยี นมาเพอื่ กรณุ าพิจารณา
(ลงชือ่ ) ................................................................
(........................................................)
นักศกึ ษาวิทยาลัยป้องกนั ราชอาณาจกั ร
หลักสูตร วปอ. รุ่นที่ ....... เลขประจาตวั ..........
หมายเหตุ
๑. ชอ่ื ลักษณะวิชา ประกอบด้วย ยุทธศาสตร์ การเมือง การเศรษฐกิจ สงั คมจิตวิทยา
การทหาร และวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
๒. ให้จัดทาหนงั สอื นาสง่ พรอ้ มเอกสารบทความวิชาการ เรอ่ื งละ ๒ ชดุ และแผน่ บันทึกข้อมลู
จานวน ๑ แผ่น ส่งทีก่ องเอกสารวิจยั และห้องสมดุ ฯ
๑๐๗
ผนวก จ
รปู แบบการพมิ พบ์ ทความทางวิชาการ
ชื่อเรอื่ งบทความเปน็ ภาษาไทย (๒๔)
ชอื่ เรื่องบทความเปน็ ภาษาอังกฤษ (๒๔)
(ยศ – ชื่อ-สกลุ ผเู้ ขยี น ภาษาไทย)....... (๑๘ ตัวเขม้ )
(ยศ – ช่ือ ผเู้ ขียน ภาษาองั กฤษ)........... (๑๘ ตัวเขม้ )
(ตาแหน่ง ผ้เู ขยี น ภาษาไทย)................ (๑๘ ตัวเขม้ )
(ตาแหน่ง ผูเ้ ขียน ภาษาองั กฤษ)........... (๑๘ ตัวเขม้ )
นักศึกษา วปอ. หลักสตู ร.........รุ่นท่ี..........(๑๘ ตัวเขม้ )
บทคดั ย่อภาษาไทย (๒๐) (ไมค่ วรเกนิ ๑๕ บรรทัด)
ยอ่ หน้า ๒ ซม. เรมิ่ เนอื้ หาของบทคัดยอ่ (๑๖) ....................................................................................
...........................................................................................................................................................
คาสาคญั (๑๖) (ไมเ่ กนิ ๕ คา) : ..................................................................................................
......................................................................................................................................................
Abstract (๒๐) (หมายถึง บทคัดย่อแปลเปน็ ภาษาอังกฤษ)
เร่มิ เนื้อหา Abstract (๑๖) .......................................................................................
.....................................................................................................................................................
Key word (๑๖) (not over 5 words) : ……………….................................................................
.......................................................................................................................................................
บทนา (๒๐)
เริ่มเน้ือหาของบทนา.............................................................................................
........................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
ลาดบั ของเนอ้ื หา (๒๐) ..........................................................................................................
เร่ิมเนอ้ื หาของบทความ...........................................................................................
.....................................................................................................................................................
๑๑๑
สรุป (๒๐)
เรมิ่ เน้ือหาของบทความ …………………………………………………………………………….…….
...........................................................................................................................................................
บรรณานุกรม (๒๐)
บรรณานุกรมบรรทดั แรกให้ชดิ ขอบซ้าย ข้ึนบรรทดั ใหมเ่ วน้ ๒ ซม. ............................................
๒ ซม. .......................................................................................................................................
....................
บรรณานกุ รมบรรทดั แรกใหช้ ดิ ขอบซา้ ย ขึน้ บรรทดั ใหมเ่ ว้น ๒ ซม. .............................................
.........................................................................................................................................
หมายเหตุ ๑. กาหนดให้การเขยี นบทความส่วนบุคคล ตงั้ แต่ ๕ หนา้ ขน้ึ ไป สาหรบั บทความกลมุ่
๑๑ – ๑๕ หนา้
๒. เลอื กใช้ตวั เลขไทยหรอื อารบคิ และเลือกตัวอักษร Angsana new หรือ
TH SarabunPSK
๒.๑ ชือ่ เรอ่ื งบทความภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ใชต้ ัวอักษรเข้ม ขนาด ๒๔
๒.๒ ชอ่ื นกั ศกึ ษาผ้เู ขยี นบทความฯ และหลักสูตรการศึกษา ใช้ตวั อกั ษรเขม้ ขนาด ๑๘
๒.๓ เนอ้ื หาในบทความ ใช้ตัวอกั ษรขนาด ๑๖
๓. ให้อ้างองิ ที่มาของข้อมูล ทม่ี ีการคดั ลอกมา ในรูปแบบ (ช่ือผแู้ ตง่ ,ปพี .ศ.) เช่น
ธนิต ธงทอง, ๒๕๕๖ ไวใ้ นเนอื้ หา และต้องใส่ในบรรณานกุ รมทา้ ยบทความด้วย
โดยการจดั ทาบรรณานกุ รม ให้ใชร้ ปู แบบการจัดทาเชน่ เดยี วการจัดทาเอกสารวิจยั
ของ วปอ. ในบทท่ี ๗ เชน่ การคัดลอกจากหนังสือ จะเป็นรปู แบบ
ชอ่ื ผ้แู ต่ง.//ชอ่ื หนงั สอื .//สถานที่พมิ พ์/:/สานกั พิมพ,์ /ปที ่พี มิ พ.์ //หน้า+เลขหน้า.
๔. ให้นกั ศกึ ษาระบุหลกั สตู รที่ศึกษาดว้ ยคายอ่ พรอ้ มระบุรุ่นทศี่ ึกษา
๕. การสง่ บทความ ให้ส่งเรื่องละ ๒ ชุด พรอ้ ม CD บนั ทกึ ขอ้ มลู ของบทความ
โดยบันทกึ เป็นไฟล์ Word
ผนวก ฉ
ตวั อยา่ งการเขยี นบทความทางวิชาการ
ถอดบทเรยี นแกจ้ นแบบจนี ด้วยแนวทาง 2D 3M
Lessons learned from Poverty Alleviation in China with
2D 3M approach
รองศาสตราจารย์ ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น
Associate Professor Dr. Aksornsri Phanishsarn
คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์
Faculty of Economics, Thammasat University
นักศึกษา วปอ. หลักสตู ร วปอ. รนุ่ ที่ 64 เลขประจาตวั 9736
บทคดั ย่อ
รัฐบาลจีนในยุคสีจิ้นผิงประสบความสาเร็จในการขจัดความยากจน ทาให้ผู้ยากไร้ท่ีอยู่อย่าง
แรน้ แคน้ ในชนบทหลดุ พ้นจากเส้นแบง่ ความยากจนไดใ้ นปี 2020 หลายภาคส่วนของรัฐบาลไทยได้จับตามอง
ด้วยความสนใจว่า จีนทาได้อยา่ งไรในการช่วยให้ผ้ยู ากไร้เกือบ 100 ลา้ นคนสามารถหลดุ พน้ จากความ
ยากจนได้ภายในเวลาไม่ถึง 10 ปี
บทความน้ีมีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาวิเคราะห์นโยบายและมาตรการในการขจัดความ
ยากจนของจีน และถอดบทเรียนจากประสบการณ์แก้จนในยุคสีจ้ินผิง (ปี 2013-2020) ซ่ึงผู้เขียนใช้
การวิจัยเอกสารเป็นหลัก ด้วยการศึกษาวิเคราะห์บทความตา่ งๆ และงานวจิ ัยท่ีเกีย่ วขอ้ งกบั ประเดน็ น้ี
สาหรับผลการวเิ คราะห์นโยบายแกจ้ นแบบตรงจุดของจนี พบว่า มีลักษณะเด่นที่สรุปได้
ดว้ ยคาวา่ '2D 3M' นั่นคอื การมีผู้นาที่ลงมือทาอย่างจริงจังและมีทิศทางชัดเจน (Direction) มีการ
สารวจข้อมูลทั่วประเทศอย่างถูกต้องแม่นยาและวิเคราะห์ฐานข้อมูลอย่างเป็นระบบ (Data) การ
มอบหมายและจัดส่งบุคลากรไปแก้ปัญหาอย่างมุ่งมั่น (Man) มีความเป็นเอกภาพของระบบ และ
สามารถตรวจช้ีวัดผลงานได้จรงิ รวมทั้งการทุ่มงบประมาณไปแก้ปัญหาตรงจุดและโปร่งใส (Money)
และการจดั สรรทรัพยากร (Materials) จากทกุ ภาคส่วนไปร่วมกนั แก้ปญั หา ไมใ่ ช่เพยี งแคภ่ าครัฐ
คาสาคัญ : การแก้จนแบบตรงจดุ , ชนบทจีน, เสน้ แบ่งความยากจน
Abstract
China has succeeded in alleviating poverty and moving the poor in rural
China out of the poverty line since 2020. Accordingly, the Thai government is
watching on how China efficiently help nearly 100 million poor people out of
poverty in less than 10 years.
This article aims to analyse the policies and measures for poverty reduction in
China and lessons learned from China's poverty alleviation experiences during Xi Jinping’s
๑๑๐
administration (2013-2020). The author employed mainly a documentary research
methodology by studying and analyzing relevant articles and studies.
This study concludes that China’s targeted poverty alleviation strategy is
characterized by the “2D 3M” approach. The first part 2D is composed of Direction by a
decisive leader with a clear direction and strong determination and Data, that is to
launch a national survey systematically to get actual data and conduct big data
analytics to solve this problem. At the same time, the following part 3M means Man,
that is delegating and dispatching personnel to solve poverty problems in all levels
with the unity of authority and with effective assessment system, Money, that is
budgeting to solve poverty problems with transparency and a result-oriented target,
and Materials, that is allocating resources from all sectors, not just by the
government, in order to efficiently alleviate poverty in China.
Keyword : Targeted Poverty Alleviation , Rural China, Poverty Line
บทนา
นโยบายมุ่งขจัดความยากจนในจีนไม่ใช่เร่ืองใหม่ ตลอดเวลา 40 กว่าปีท่ีผ่านมาในยุค
ปฏิรูปของจีนที่เร่ิมต้ังแต่ปลายปี 1978 ผู้นาจีนในแต่ละยุคล้วนให้ความสาคัญกับภารกิจขจัดความ
ยากจนอย่างตอ่ เนื่อง ไล่เรียงมาต้ังแตอ่ ดีตผู้นาอย่างเต้ิงเส่ียวผิง เจียงเจ๋อหมิง หูจิ่นเทา มาจนถึงผู้นา
ยุคปจั จบุ ัน คอื สจี นิ้ ผงิ อย่างไรก็ดี เม่ือเปรียบเทียบกับผู้นาจีนยุคก่อนน้ี ชัดเจนว่า สีจิ้นผิงมีจุดเด่น
ในการดาเนนิ “นโยบายแกจ้ นแบบตรงจุด”อย่างม่งุ มนั่ แนว่ แน่ และสามารถทาได้สาเร็จตามเป้าหมาย
ท่ีวางไว้จนเป็นท่ีชนื่ ชมในระดบั นานาประเทศ
ในอดีต จีนเคยเป็นประเทศยากจนอันดับต้นๆ ของโลก จากรายงานข้อมูลในปี 1978
จีนเคยมีจานวนผ้ยู ากจนมากถึง 770 ลา้ นคน แลว้ ค่อยๆ ทยอยลดจานวนลงมาเรือ่ ยๆ ตามพัฒนาการ
ของการพัฒนาเศรษฐกิจจีน ทั้งน้ี หากนับเฉพาะข้อมูลผู้ยากจนท่ีมีการสารวจต้ังแต่ปลายปี 2012
ในยคุ สีจนิ้ ผิง จีนเคยมกี ลุ่มผู้ยากจนอยู่ทั้งสิ้น 98.99 ล้านคน และต่อมา รัฐบาลจีนในยุคน้ีสามารถลด
จานวนลงมาเหลือ 30 ล้านคนในปี 2017 และลดเหลือ 16 ลา้ นคนในปี 2018 และในที่สุด ผู้ยากไร้ที่
อยู่อย่างเร้นแค้นในชนบทจีนสามารถหลุดพ้นจากความยากจนตามเส้นแบ่งความยากจนได้ท้ังหมด ใน
ปี 2020 ทาใหท้ ่วั โลกล้วนจบั ตามองและให้ความสนใจวา่ จนี ทาได้อย่างไรในการช่วยให้ผู้ยากไร้เกือบ
100 ล้านคนสามารถหลุดพน้ จากความยากจนไดภ้ ายในเวลาไมถ่ ึง 10 ปี
ทส่ี าคญั ความสาเร็จในการขจดั ความยากจนของจีนในยุคสีจิ้นผิงมีส่วนช่วยลดสัดส่วนผู้
ยากจนทั่วโลกกวา่ รอ้ ยละ 70 จนได้รบั การยกย่องช่นื ชมจากองค์การสหประชาชาติ และได้กาหนดให้
วันที่ 17 ตุลาคมของทุกปีเป็นวันขจัดความยากจนสากล (International Day for the Eradication
of Poverty) ซ่ึงรฐั บาลจีนได้กาหนดให้เป็น “วันแกจ้ นแหง่ ชาติจนี ” ด้วยเชน่ กัน
๑๑๑
บทความนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาวิเคราะห์นโยบายและมาตรการในการขจัดความ
ยากจนของจีน และถอดบทเรียนจากประสบการณ์แก้จนในยุคสีจ้ินผิง (ปี 2013-2020) ซ่ึงผู้เขียนใช้
การวิจยั เอกสารเป็นหลกั ดว้ ยการศกึ ษาวเิ คราะหบ์ ทความต่างๆ และงานวิจยั ทเ่ี กี่ยวข้องกับประเด็นนี้
สาหรับผลการวเิ คราะหน์ โยบายแก้จนแบบตรงจุดของจีน พบว่า มีลักษณะเด่นท่ีสรุปได้
ดว้ ยคาวา่ '2D 3M' น่ันคือ การมีผู้นาที่ลงมือทาอย่างจริงจังและมีทิศทางชัดเจน (Direction) มีการ
สารวจข้อมูลทั่วประเทศอย่างถูกต้องแม่นยาและวิเคราะห์ฐานข้อมูลอย่างเป็นระบบ (Data) การ
มอบหมายและจัดส่งบุคลากรไปแก้ปัญหาอย่างมุ่งม่ัน (Man) มีความเป็นเอกภาพของระบบ และ
สามารถตรวจช้วี ัดผลงานไดจ้ รงิ รวมทง้ั การทุ่มงบประมาณไปแก้ปัญหาตรงจุดและโปร่งใส (Money)
และการจัดสรรทรัพยากร (Materials) จากทกุ ภาคสว่ นไปรว่ มกันแก้ปญั หา ไม่ใช่เพียงแค่ภาครัฐ โดย
จะกลา่ วในรายละเอยี ดตอ่ ไป
ปัญหาความยากจนในจีน
ในปี 2012 ทีส่ ีจน้ิ ผงิ ได้ข้ึนมาเป็นเลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน ในขณะนั้น จีนมี
กลุ่มผู้ยากจนอยู่ทั้งส้ิน 98.99 ล้านคนส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในชนบท และกระจัดกระจายอยู่ในเขตล้า
หลัง หลายแห่งมีสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่ลาบาก สภาพเศรษฐกิจแร้นแค้น ตลอดจนมีความ
ยากลาบากทัง้ ดา้ นการคมนาคม ทาใหจ้ ีนในยุคสีจนิ้ ผิงเริ่มผลกั ดนั นโยบายที่จะขจัดความยากจีนในจีน
อยา่ งจรงิ จัง เพ่อื ยกระดับคณุ ภาพชีวติ ของชาวจนี ทยี่ ากไร้เหลา่ นั้น
ในการแก้จนแบบจีน มีพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีนเป็นองค์กรสาคัญที่อยู่
เบ้ืองหลังปฏิบัติการขจัดความยากจนในจีน โดยมีผู้นา คือ สีจิ้นผิงท่ีดารงตาแหน่งทั้งในฐานะ
เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน และประธานาธิบดีของประเทศได้มาเป็นเจ้าภาพบัญชาการใน
การดาเนนิ นโยบายแก้จนด้วยตนเองอย่างแน่วแน่ และประกาศเป็นวาระแห่งชาติในการทาสงคราม
กับความยากจน เพ่อื ให้ผ้ยู ากไรท้ ีอ่ ยูอ่ ย่างเร้นแค้นในชนบทจีนสามารถหลุดพ้นจากความยากจนตาม
เส้นแบ่งความยากจนได้ทัง้ หมด ในปี 2020 ดงั แสดงในภาพประกอบ
แผนภาพที่ 1 สดั สว่ นประชากรในชนบทจนี ทอี่ ยภู่ ายใต้เส้นแบง่ ความยากจน
ร้อยละ (%) 4.5 ปี
3.1
1.7
0.6
0.0
2016 2017 2018 2019 31 ธ.ค. 2020
ทมี่ า : สานักงานสถติ ิแห่งชาติจีนและคณะกรรมการพัฒนาและการปฏิรปู แหง่ ชาติจนี , 2020
๑๑๒
เส้นแบ่งความยากจน สาหรับเกณฑ์การวัดเส้นแบ่งความยากจน ตั้งแต่
ปี 2015 ธนาคารโลกได้กาหนดเส้นมาตรฐานความยากจนโดยพิจารณาจากรายได้ข้ันต่าวัน
ละ 1.9 เหรียญสหรัฐฯ ในขณะท่ี ในปี 2016 ทางการจีนได้กาหนดรายได้ขั้นต่าของเกษตรกรต่อ
ปี 3,000 หยวน หรือวนั ละ 8.22 หยวน
ทง้ั นี้ หลงั จากปี 2020 ที่จีนประกาศความสาเร็จนโยบายขจัดความยากจน พบว่า ชาว
จีนที่หลุดพ้นจากความยากจนสามารถมีรายได้เพิ่มข้ึนอย่างต่อเน่ือง จากข้อมูลของทางการจีน คือ
สานกั งานคณะกรรมการบรหิ ารการฟน้ื ฟูชนบทแหง่ ชาตขิ องจีน1 ระบุว่า ในปี 2021 รายได้ต่อหัวของ
ประชาชนจีนที่หลุดพ้นจากความยากจนได้เพิ่มข้ึนร้อยละ 22.6 จากปีก่อนหน้า กล่าวคือ รายได้
ค่าจา้ งต่อหวั ของประชาชนท่ีหลุดพ้นจากความยากจนในปี 2021 อยู่ที่ 8,527 หยวน คิดเป็นสัดส่วน
ร้อยละ 67.9 ของรายได้ท้ังหมดในจีน
นอกจากนี้ ทางการจีนยงั ไดเ้ นน้ สนับสนนุ การจ้างงานข้ามมณฑลสาหรับประชาชนกลุ่ม
ผู้ที่หลุดพ้นจากความยากจนนี้ โดยจะมีโอกาสได้เข้าร่วมในโครงการที่มุ่งปรับปรุงสภาพแวดล้อมใน
การอยู่อาศัยในพืน้ ทีช่ นบทให้ดขี ้นึ และจะไดร้ บั ค่าตอบแทนในการทางานอย่างต่อเนื่อง จากการเพ่ิม
จ้างงานในระดับมณฑลเทศบาลและเขตท้องถน่ิ เหล่าน้นั ต่อไปดว้ ย
นโยบายแก้จนแบบตรงจดุ
เมือ่ พจิ ารณาหลักการและแนวทางการผลักดันนโยบายขจัดความยากจนของจีน พบว่า
มีจดุ เดน่ คือ เนน้ การแกจ้ นแบบตรงจดุ โดยประธานาธบิ ดีสีจ้นิ ผิง ได้กล่าวคาว่า “การแก้จนแบบตรง
จุด” (精准扶贫) เป็นคร้ังแรกเมื่อวันท่ี 3 พฤศจิกายน ปี 2013 ที่หมู่บ้านสือปาต้ง มณฑลหูหนาน
เพ่ือย้าว่า จีนจะไม่ใช้วิธีการแก้ปัญหาแบบเหว่ียงแห แต่จะแก้ปัญหาตามสาเหตุที่แท้จริงของความ
ยากจนในแต่ละพื้นที่และแต่ละครัวเรือนที่แตกต่างกันไป รวมทั้งให้ความสาคัญกับกลไกติดตาม
ประเมินผลอยา่ งจริงจงั
นอกจากนี้ สจี น้ิ ผิงยังไดป้ ระกาศเปน็ วาระแหง่ ชาตใิ นการทาสงครามกับความยากจน ให้
สาเร็จภายในปี 2020 เพื่อบรรลุเป้าหมายการเป็นสังคมกินดีอยู่ดีอย่างรอบด้าน (สังคมเสี่ยวคัง ใน
ภาษาจีนกลาง) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความฝันของจีน (Zhong Guo Meng) และเพื่อเฉลิมฉลอง
ความสาเรจ็ น้ีในวาระครบ 100 ปพี รรคคอมมวิ นสิ ตจ์ ีนในเดือนกรกฎาคม ปี 2021 ดว้ ย
สาหรับแนวทางในการขจัดความยากจนของจีน จะเน้นในเรื่องการช่วยเหลือด้าน
ปัจจัยพ้ืนฐานให้ผู้ยากไร้ในชนบทจีน ตามหลักการ“ 2 ไม่กังวล 3 หลักประกัน (两不愁 三保障
)” สาหรับ “2 ไมก่ ังวล” ไดแ้ ก่ คนจีนไม่ตอ้ งหว่ งกังวลในเรอ่ื งปากทอ้ งอาหารการกินและไมต่ อ้ ง
หว่ งเรอ่ื งเสือ้ ผ้าเคร่อื งน่งุ หม่ และ “3 หลักประกัน” ทรี่ ัฐบาลจะดแู ลผ้ยู ากไร้ คอื หลักประกนั ดา้ น
1 CCTV+. “Per capita wage income of China's previously poor people
grows by 22.6 pct in 2021: official data”. (online). Available : https://www.cctvplus.
com /news/20220119/8255081.shtml#!language=1, 2021.
๑๑๓
การศกึ ษา ด้านการรกั ษาพยาบาลขนั้ พนื้ ฐาน และดา้ นที่พกั อยูอ่ าศัย
รฐั บาลจนี ยังได้สง่ เสรมิ และชว่ ยเหลอื ในเร่ือง “8 ม”ี เพือ่ ความเป็นอยู่ที่ดีข้ึนของชาวจีน
ไดแ้ ก่ (1) มที พี่ กั อาศัยปลอดภัย (2) มีน้าด่ืมปลอดภัย (3) มีท่ีดินพอได้ทากิน โดยรัฐจัดสรรให้ (4) มี
ธรุ กิจสรา้ งรายได้ (5) ต้องมอี ยา่ งน้อยหน่ึงคนในครอบครวั ที่มีงานทา (6) มีประกนั สงั คมพ้ืนฐาน (7) มี
ขา้ วเหลือสารองในครอบครัว และ (8) มีเงินออมในครอบครัว
สาหรับขั้นตอนและลาดับเวลาในการดาเนินการเพื่อขจัดความยากจนแบบตรงจุดของ
จนี สรปุ ได้ดังนี้
ปี 2014 จีนเรมิ่ สารวจประชากรยากจนท่วั ประเทศครง้ั ใหญ่ เพ่ือค้นหาสาเหตุของความ
ยากจนทีแ่ ตกต่างกนั ไปตามสภาพความเปน็ จริง
ปี 2015 ในระหว่างการประชุมท่ีเมืองกุ้ยหยาง นายสี จ้ินผิงสรุป 6 ประเด็นมุ่งเป้า
เพือ่ ใหบ้ รรลกุ ารบรรเทาความยากจนแบบตรงจุด ได้แก่
1. กลุ่มเป้าหมาย ขอ้ มูลผู้ยากไรท้ จ่ี ะไดร้ บั การช่วยเหลอื จะตอ้ งถูกตอ้ งแม่นยา
2. โครงการที่จะช่วยแกจ้ น ตอ้ งไม่เหว่ยี งแห แต่ต้องสอดคล้องกับสาเหตุของปัญหาและ
ตรงตามตามความจาเป็นของแต่ละหมู่บ้าน/ครอบครวั ยากจน
3. งบประมาณ รายละเอียดการใชง้ บประมาณต้องแมน่ ยาและโปร่งใส
4. มาตรการทีใ่ ช้ ต้องเขา้ ถึงกล่มุ เป้าหมายโดยตรงและแม่นยา
5. บุคลากรเจ้าหน้าท่ี ข้าราชการหรือคนท่ีจะส่งไปช่วยเหลือผู้ยากไร้ในชนบทต้องมี
ความพรอ้ มและมคี ุณสมบตั ิตรงกับงาน
6. ผลงานตรวจสอบได้ ผลการดาเนินงานในการขจัดความยากจนจะต้องวัดประเมินได้
และตรงเปา้ หมาย
พฤศจิกายน ปี 2015 มีการประชุมส่วนกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนเกี่ยวกับงาน
ช่วยเหลือชาวบ้านผู้ยากจน และมีการวางแผนงานอย่างรอบด้าน จากน้ันพรรคคอมมิวนิสต์และ
คณะรัฐมนตรจี ีนประกาศเริ่มต่อส้เู อาชนะความยากจน โดยได้กาหนดเวลาและเส้นทางของโครงการ
ดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งมีการระบุนโยบายแก้จนไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
แห่งชาตจิ นี ฉบบั ท่ี 13 ด้วย
ปี 2016 มีการจบั คมู่ ณฑลพ่เี ลีย้ งเพอ่ื ชว่ ยเหลอื กนั โดยมณฑลภาคตะวันออกท่ีมั่งคั่งกว่า
ก็จะใหก้ ารชว่ ยเหลือแนะนามณฑลจีนตอนในทางตะวันตกท่ียากจนกว่า ตัวอย่างเช่น มี 14 เมือง ใน
9 มณฑลทางภาคตะวันออก ได้ให้การช่วยเหลือ 14 มณฑลและตัวเมืองทางภาคกลางและภาค
ตะวนั ตกของจีน
ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง (2017) ได้ไปเย่ียมเยือนผู้ยากไร้ใน หมู่บ้านเต๋อเซ่ิง เมืองจัง
เจยี โข่ว มณฑลเหอเป่ย และได้ประกาศวา่
…พวกเราจะสร้างสงั คมพอกนิ พอใช้รอบดา้ น (สงั คมเส่ียวคงั ในภาษาจนี กลาง) เพื่อให้สาเร็จภายใน
ปี 2020 การเดินบนหนทางม่งุ สูค่ วามมัง่ คง่ั ร่วมกนั จะไมท่ ิ้งใครไวข้ า้ งหลงั แมแ้ ตค่ นเดยี ว .....น่เี ป็น
คามั่นสัญญาท่ีมตี ่อประชาชนจีน นี่เปน็ การต่อสู้ดงั่ สงคราม การที่ประชากร 98.99 ล้านคนจะหลดุ
พน้ จากความยากจนนัน้ ต้องการทฤษฎใี หม่ ระบบใหม่ และรูปแบบใหม่...
๑๑๔
นับจากนั้น ในปี 2017 ก็ได้เริ่มมีการดาเนินการต่อสู้กับความยากจนอย่างจริงจัง ด้วยการ
ส่งกาลังคน (Man) เงินทุน (Money) และส่ิงของ (Materials) เพื่อไปช่วยเหลือไปยังเขตยากจนในอาเภอ
ต่างๆ ในชนบท ท่ีสาคัญ มีการดาเนินอย่างมีเอกภาพระหว่างภาคส่วนต่างๆ โดยมีเลขาธิการพรรคฯ
ระดบั มณฑล เมอื ง อาเภอ ตาบล และหมูบ่ ้าน ท้งั 5 ระดับ ประสานงานผลักดันรับลูกร่วมกนั
แนวทางการขจดั ความยากจนของจีน 5 ด้าน
1. ด้านการผลิต มีกลุ่มหลุดพ้นความยากจนด้วยการพัฒนาการผลิตประมาณ 832 อาเภอ
ยากไร้ของจีนที่เป็นผลจากการวางแผนพัฒนาอุตสาหกรรมและดาเนินการได้ตรงจุด ด้วยการพัฒนาสร้าง
ฐานอตุ สาหกรรมตา่ ง ๆ รวมถึงการเพาะปลกู เลีย้ งสตั ว์ และมีการแปรรปู ไปแลว้ กวา่ 3 แสนแหง่
2. ด้านการยา้ ยถ่ินฐาน มีกลุ่มหลุดพ้นความยากจนด้วยการอพยพย้ายถิ่นฐานได้สาเร็จ
มากกว่า 9.6 ล้านคน ยา้ ยไปยังบ้านกวา่ 2.66 ล้านชุดทีส่ รา้ งข้นึ ใหม่ มีทั้งน้าประปา ไฟฟ้า ถนน ก๊าซ
หุงต้ม และอนิ เทอร์เนต็ ครบครัน
3. ด้านการพัฒนาระบบนิเวศ มีกลุ่มหลุดพ้นความยากจนด้วยการชดเชยทางระบบ
นเิ วศ และพัฒนาปรบั ปรุงสภาพความเป็นอยู่ของระบบนิเวศตามธรรมชาติให้ใช้ชีวิตได้สะดวกขึ้น คิด
เป็นจานวนผูย้ ากไร้มากกว่า 1.1 ลา้ นคน กลายเป็นเจ้าหนา้ ท่ีอนรุ ักษ์ระบบนิเวศ
4. ดา้ นการพัฒนาการศึกษา มีกลุ่มหลุดพ้นจากความยากจนด้วยการพัฒนาการศึกษา
จากเดิมท่ีมีเด็กยากไร้กว่า 2 แสนคนที่ต้องหยุดเรียนกลางคันเนื่องจากครอบครัวยากจน และมีเด็ก
กว่า 8 ลา้ นคนจากครอบครวั ยากจนทีไ่ ม่ได้ศึกษาต่อ และไมม่ ีงานทาหลังจบมัธยมศึกษา ทั้งหมดนี้ ได้
เข้าเรยี นฟรี รวมทง้ั ไดเ้ รียนอาชีวศกึ ษาฟรี
5. ด้านประกันสังคม โดยมีกลุ่มหลุดพ้นความยากจนหลังจากได้รับประกันสังคม เช่น
การสนับสนุนเบย้ี ยังชีพ นับต้งั แต่ปี 2016 ท่วั ประเทศจนี มีประชากรราว 19.36 ล้านคนได้รับการข้ึน
ทะเบียนผยู้ ากจน และไดร้ ับการสนับสนุนเบย้ี ยงั ชีพ
ท้ังน้ี แม้ว่าจะเกิดการแพร่ระบาดของโรคอุบัติใหม่โควิด-19 มาตั้งแต่ปลายปี 2019
ผู้นาจีนและรัฐบาลจีนยังคงมุ่งม่ันในการดาเนินการต่อสู้และเอาชนะความยากจน และในท่ีสุด เมื่อ
ปลายปี 2020 จีนสามารถหลุดพ้นความยากจนได้สาเร็จ บรรลุความฝันของจีน และ บรรลุคาม่ัน
สญั ญาของพรรคคอมมิวนสิ ต์จนี ที่มตี อ่ ประชาชน
สาหรับหน่วยงานสาคัญของรัฐบาลจีนท่ีดูแลรับผิดชอบในการขจัดความยากจน ได้แก่
หน่วยงาน State Council Leading Group Office of Poverty Alleviation and Development
และยงั มหี น่วยงานตา่ งๆ ของจีนในระดบั ตา่ งๆ ท่รี ว่ มกันทางานและประสานงานเพอื่ ขจัดความยากจน
ในจนี ในการน้ี ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.หลี่เหรินเหลียง นักวิชาการจีน ได้วิเคราะห์เขียนอธิบายเชิง
โครงสร้างไว้2 ดังแสดงในแผนภาพที่ 2
2 หล่เี หรินเหลียง. “ประสบการณก์ ารแก้จนตรงเปา้ ของจนี ”. (เอกสาร proceeding นาเสนอ
ในงานสัมมนาวิชาการ 10th seminar on Thai-China Strategic Research, Bangkok ,2563).
๑๑๕
แผนภาพท่ี 2 โครงสร้างกลไกการบริหารจัดการเพอ่ื ขจัดความยากจนของจนี
ที่มา : หลเ่ี หรินเหลียง, 2563.
บทวิเคราะห์
จากการศึกษาวิเคราะห์ประสบการณ์ของจีนและเบื้องหลังความสาเร็จของการแก้จนแบบจีน
ด้วยนโยบายแก้จนแบบตรงจุด พบว่า มีลักษณะเด่นท่ีสรุปได้ด้วยคาว่า '2D 3M' โดยท่ี 2D คือ Direction
และ Data สว่ นของ 3M คือ Man และ Money รวมทัง้ Materials โดยมรี ายละเอยี ด ดังน้ี
1. Direction ผู้นาดีมีชัย มีทิศทางชัดเจนและทุ่มเทจริงจัง โดยมีผู้นาสูงสุดของพรรค
คอมมวิ นสิ ตจ์ นี คือ สจี น้ิ ผงิ เป็นแมท่ ัพบัญชาการเองท้ังหมด ด้วยการประกาศเป็นวาระแห่งชาติและ
มีเป้าหมายชัดเจนในการดาเนินงาน เชน่ เนน้ การจัดหาปัจจัยพื้นฐานในการใช้ชีวิตให้กับผู้ยากไร้ของ
จีน ตามแนวคิด “2 ไมก่ งั วล 3หลกั ประกัน” ดงั ท่ีได้กล่าวขา้ งตน้
2. Data มีการสารวจข้อมูลผู้ยากไร้ทั่วประเทศ เพ่ือนามาวิเคราะห์สาเหตุของความ
ยากจนอย่างถกู ต้องแมน่ ยา และมีการจัดการฐานขอ้ มูลอย่างเปน็ ระบบ โดยในปี 2014 จีนเร่ิมสารวจ
ประชากรยากจนท่ัวประเทศครั้งใหญ่ เพื่อนาข้อมูลมาวิเคราะห์และสร้างแฟ้มข้อมูลของครอบครัว
ยากจนตามความเป็นจรงิ ของแตล่ ะรายทม่ี สี าเหตุของความยากจนทีแ่ ตกตา่ งกันไป
` 3. Man การมอบหมายและจัดส่งบุคลากรไปแก้ปัญหาในชนบท ความมีเอกภาพของ
ระบบแบบจีน และสามารถตรวจช้ีวัดผลงานได้จริง โดยมีผู้บริหารพรรคคอมมิวนิสต์แต่ละระดับ
๑๑๖
เกีย่ วขอ้ ง ตง้ั แตร่ ะดับมณฑล เมือง อาเภอไปจนถึงหมู่บ้าน และส่งข้าราชการเจ้าหน้าท่ีไปปฏิบัติงาน
ในถ่ินทุรกันดาลกว่า 3 ล้านคน เพ่ือวิเคราะห์ความต้องการของครัวเรือน จัดทาแผนการพัฒนากับ
ครอบครัว ประสานทรัพยากรการให้ความช่วยเหลือ ซึ่งทาให้สามารถแก้ปัญหาความยากจนได้ใน
ระดับรายบุคคล ครอบครวั ชมุ ชน และหมู่บ้าน
สาหรับข้าราชการเจ้าหน้าที่เหล่านี้ จะมีประมาณ 3 คนท่ีจะประจาการอยู่ในแต่ละ
หมู่บา้ นยากจน ซ่ึงมีกว่า 128,000 แห่งท่ัวประเทศจีน เพ่ือช่วยเหลือดูแลผู้ยากไร้ในชนบทเหล่านั้น
จนกว่าภารกิจแกจ้ นจะเสรจ็ สิน้ โดยเฉลยี่ ใชเ้ วลาประมาณ 1-3 ปี
4. Money การใช้งบประมาณไปแก้ปัญหาอย่างตรงจุดและโปร่งใส รัฐบาลจีนได้ทุ่ม
งบประมาณจานวนมากเพ่ือขจัดความยากจนในรูปแบบต่างๆ เช่น การสร้างโครงสร้างพื้นฐานท่ี
จาเป็นตอ่ ผู้ยากไร้ในชนบท เช่น สรา้ งถนน สะพาน ตลอดจนสาธารณูปโภคพื้นฐานท่จี าเป็นต่างๆ เช่น
โรงพยาบาล โรงเรียน ซึง่ ในการจดั สรรงบประมาณต้องมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีระบบการ
ประเมินผลงานท่ีเข้มงวด ก่อนท่ีจะปลดรายชื่อแต่ละอาเภอออกจากพื้นที่ยากจน จะต้องผ่านการ
ประเมินโดยบุคคลท่ีสาม และมีการต่อต้านพฤติกรรมแสวงหาผลงานและผลประโยชน์ในระยะสั้น
ตลอดจนการรายงานผลงานเท็จอยา่ งเด็ดขาด
นอกจากนี้ ยังมีการนานโยบายการคลังและการเงินมาช่วยเหลือผู้ยากจนในรูปแบบ
ต่างๆ จากรายงานสถิติของจีน จนถึงสิ้นไตรมาสท่ี 2 ของปี 2020 มีการปล่อยสินเช่ือขนาดเล็กเพื่อ
ขจัดความยากจน สะสมรวมกันมีมูลค่าเกือบ 5 แสนล้านหยวน สามารถสร้างประโยชน์แก่ผู้ยากจน
กว่า 11 ล้านครัวเรือน ตลอดจนการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมการผลิตในพื้นท่ียากไร้
เหลา่ นนั้ 100 กว่าประเภท ช่วยสร้างงานและสร้างรายไดใ้ หแ้ กผ่ ยู้ ากจนกว่า 3 ล้านคน เปน็ ตน้
5. Materials การจัดสรรทรัพยากรจากทุกภาคส่วนไปร่วมกันแก้ปัญหาความยากจน
ไม่ได้มีเพียงภาครัฐเท่านั้น หากแต่ยังมีภาคเอกชนจีน และประชาชนทั่วไปก็เข้ามามีส่วนร่วมในการ
แกป้ ัญหาสาคญั นี้ ตัวอยา่ งเชน่ เครอื อาลีบาบาได้ทาโครงการหมู่บ้านเถาเป่า ( Taobao Village) เพ่ือ
ช่วยชาวจีนในชนบทห่างไกลได้นาสินค้าหรือผลผลิตมาวางขายออนไลน์ ตลอดจนสถาบันการเงิน
รัฐวสิ าหกจิ และสถาบนั การศึกษาต่างๆ กระจายกันไปช่วยในแต่ละหมู่บ้านยากจน รวมท้ังนักศึกษา
อาสาสมคั ร และหนุ่มสาวคนจีนรุ่นใหม่ก็ได้มีจิตอาสามาช่วยเพื่อนร่วมชาติท่ียากไร้ ตลอดจนการจัด
ให้มณฑลชายฝงั่ มาเปน็ พเ่ี ลย้ี งจับคชู่ ่วยพน้ื ท่ยี ากจนตอนในประเทศของจีน
นอกจากนี้ กองทัพจีน คือ People Liberation Army (PLA) ก็ได้มีบทบาทช่วยเหลือผู้
ยากไร้ในพน้ื ทช่ี ายแดน และพ้ืนท่ีเส่ียงภัยต่อความมั่นคง มีรายงานว่า กองทัพ PLA ของจีนได้เข้าไป
ช่วยเหลือหมู่บ้านยากจนกว่า 4,100 แห่งในพื้นท่ีเขตปฏิวัติเก่า เขตชนกลุ่มน้อย และเขตชายแดน
เพื่อช่วยให้เขา้ ถงึ การศกึ ษา การรักษาพยาบาล ทาให้ชาวบ้านยากจนกว่า 9.24 แสนคนสามารถหลุด
พ้นความยากจนและมวี ถิ ีชีวติ ทดี่ ีขนึ้
บทสรปุ และขอ้ เสนอแนะ
จากการถอดบทเรียนประสบการณ์แก้จนของจนี พบวา่ มีจดุ เดน่ ของการมผี นู้ าระดับประเทศ
เข้ามามีบทบาทสาคัญในการผลักดันภารกิจน้ีอย่างจริงจัง ด้วยการประกาศเป็นวาะแห่งชาติในการทา
สงครามกับความยากจนอยา่ งชัดเจน และสามารถชว่ ยใหช้ าวจนี ทีย่ ากไร้เกือบ 100 ลา้ นคนสามารถหลุดพ้น
๑๑๗
จากเส้นแบ่งความยากจนได้ภายในเวลาไม่ถึง 10 ปี ด้วยการใช้นโยบายแก้จนแบบตรงจุด และด้วยความมี
เอกภาพของระบบ ตลอดจนความมงุ่ มนั่ แน่วแน่ของเจ้าหน้าที่และผู้ท่ีเก่ียวข้องในทุกภาคส่วน ทาให้โมเดล
แก้จนของจีนมลี กั ษณะเด่นท่ีเรยี กว่า “2D 3M” ดังทไ่ี ดก้ ล่าวข้างตน้
อย่างไรก็ดี ในแง่ปัญหาและอุปสรรค เนื่องจากภารกิจแก้จนของจีนครอบคลุมพ้ืนที่
กวา้ งใหญแ่ ละมปี ระชากรจานวนมากที่ยากไร้ อาศัยอยู่ตามสภาพภูมิประเทศที่แตกต่างกันไป ทาให้
ตอ้ งประสบกับปญั หาและอปุ สรรคตา่ งๆ ในการดาเนินการในหลายด้าน และจาเป็นต้องใช้ทั้งศาสตร์
และศิลปม์ าช่วยให้สาเร็จและสรา้ งแรงจูงใจ เช่น การจะอพยพผคู้ นจานวนมากจากถน่ิ ฐานเดิม เพื่อให้
โยกยา้ ยไปอยูใ่ นสถานทีท่ ร่ี ัฐจดั ไว้ให้ใหม่ กไ็ ม่ใชเ่ ร่ืองงา่ ย เนือ่ งจากยังมีผู้ยากไร้บางคนท่ีอาศัยในพื้นท่ี
เดมิ มานานจนคนุ้ ชนิ แม้จะอยู่ในป่าเขา โดยเฉพาะผู้สูงอายุท่ีไม่ต้องการโยกย้ายไปจากความคุ้นเคย
เดิมๆ จึงจาเป็นต้องพูดคุยหว่านล่อมและจูงใจ เพื่อให้พวกเขาเข้าใจว่า การย้ายถิ่นก็เพ่ือชีวิตใหม่ท่ี
ดีกวา่ อบอุ่นกวา่ ปลอดภัยกว่า หรือมีนา้ ด่มื สะอาดกว่า เป็นตน้
แผนภาพที่ 3 โครงสรา้ งการบริหารจัดการเพ่ือขจัดความยากจนของไทย
ท่มี า : สานกั งานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, 2563
เม่ือพจิ ารณาในส่วนของไทย ในขณะน้ี เรม่ิ มีหลายหน่วยงานไดใ้ หค้ วามสนใจเรยี นรู้
นโยบายและมาตรการแกจ้ นของจนี เพอื่ นามาแก้ปัญหาความยากจนและความเหลอื่ มลา้ ในประเทศ
ไทย โดยในระดับประเทศ รัฐบาลไทยได้แตง่ ตงั้ “คณะกรรมการขจัดความยากจนและพฒั นาคนทกุ
ชว่ งวัยอย่างยง่ั ยนื ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง (คจพ.)” และมโี ครงสรา้ งการบรหิ ารจัดการ
เพ่ือขจัดความยากจนของไทย ดงั แสดงในแผนภาพที่ 3
ในขณะนี้ รัฐบาลไทยไดใ้ ช้กลไกของกระทรวงมหาดไทย เพื่อเปน็ หนว่ ยงานหลกั ในการ
ขบั เคล่ือนการดาเนินงาน 3 ระดับ ไดแ้ ก่ ระดับจังหวัด ผ่านศนู ย์อานวยการขจัดความยากจนและ
พฒั นาคนทุกช่วงวยั อยา่ งยง่ั ยนื ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งจงั หวดั และกรงุ เทพมหานคร
(ศจพ.จ. และ ศจพ.กทม.) ระดบั อาเภอ ผา่ นศูนย์อานวยการปฏบิ ัติการฯ อาเภอ และเขตใน
กรุงเทพมหานคร (ศจพ.อ. และ ศจพ.ข.) และระดบั ปฏบิ ัติการ ผ่านทีมปฏบิ ัตกิ ารขจัดความยากจน
๑๑๘
และพฒั นาคนทกุ ชว่ งวัยอยา่ งย่ังยนื ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งในระดับพื้นท่ี โดยมกี าร
จดั ต้งั ทีมพีเ่ ลย้ี งเพอื่ ดูแล ติดตามการแกป้ ญั หาความยากจนของครวั เรือน ร่วมกบั ส่วนราชการท่มี ี
ความเชย่ี วชาญเฉพาะในแต่ละด้าน ท้งั ด้านการเกษตร ปศุสัตว์ สุขภาพ การศึกษา เป็นตน้ ตลอดจน
ดา้ นแหล่งเงนิ ผ่านกลไกธนาคารของรฐั เช่น ธนาคารเพอ่ื การเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.)
และกองทุนของรฐั เช่น กองทุนหมูบ่ ้านและชุมชนเมอื ง (กทบ.) กองทนุ ด้านอื่นๆ เปน็ ตน้
ในสว่ นของแนวทางการขจดั ความยากจนของประเทศไทยดังกล่าว อรสา รัตนอมร
ภิรมย์ นักวชิ าการไทยไดม้ ีการวเิ คราะหส์ รุปเปน็ 5 ขนั้ ตอน3 ดังน้ี
1. จัดทานโยบายระดับประเทศ โดยการจัดตั้งคณะกรรมการขจัดความยากจน
ระดับชาตฯิ (คจพ.) และศนู ยอ์ านวยการขจดั ความยากจนฯ ในระดบั ต่างๆ (ศจพ.)
2. เก็บข้อมูลเชิงปริมาณ โดยการเก็บข้อมูลสามะโนครัวเรือนยากจน สารวจข้อมูล
พื้นฐาน ผ่านทางบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และระบบบริหารจัดการข้อมูลการพัฒนาคนแบบชี้เป้า
(TPMAP) โดยใช้ข้อมูล TPMAP 5 มิติ ได้แก่ มิติด้านสุขภาพ ด้านความเป็นอยู่ ด้านรายได้ ด้าน
การศึกษา และการเข้าถึงบริการภาครฐั
3. วิเคราะห์ปัญหาเชิงพ้ืนท่ี โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐ และ ธกส.เพื่อดูแลระดับครัวเรือนท่ี
ยากไร้ และเพอื่ ศกึ ษาปญั หานามาเขียนโครงการเพื่อของบประมาณ รวมท้ังการส่งนักศึกษา และทีม
อาจารย์ไปลงพืน้ ท่ี และสามารถบรรจเุ ป็นวชิ าเลือกนบั หนว่ ยกิตได้
4. สร้างกลไกให้ภาคธุรกจิ เขา้ มามีบทบาทในการพัฒนาพ้ืนท่ี เพ่อื ขับเคล่ือนโครงการ
5. ติดตามประเมนิ ผลโดยใช้กลไกคณะกรรมการระดบั จังหวัด เพอ่ื รายงานรายได้และสัดส่วนคน
ยากจนในพน้ื ท่ตี อ่ คณะกรรมการระดับชาติผ่านรายงานประจาปี (The Poverty Monitoring Report)
สาหรับข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลไทยจากผลการศึกษาครั้งนี้ แม้ว่ารัฐบาลไทยจะเร่ิมนา
นโยบายแก้จนแบบตรงจุดของจีนมาใช้แล้ว หากแต่จาเป็นที่จะต้องปรับประยุกต์ให้เหมาะสมกับ
บริบทไทยที่ยังคงแตกต่างกับจีนในหลายด้าน เช่น ความมีเอกภาพของระบบแบบจีน กลไกติดตาม
ตรวจสอบผลงานท่ีเข้มแข็งของจีน และความเด็ดขาดในการจัดการปัญหาของจีน ท้ังนี้ รัฐบาลไทย
สามารถพิจารณาปรับประยุกตก์ ารดาเนินการตามแนวทาง '2D 3M' ดงั ที่กล่าวมาแลว้ ข้างต้น
ท่ีสาคัญ ผู้นาระดับประเทศของไทยต้องมีความแน่วแน่และทุ่มเทให้ความสาคัญเป็นวาระ
แห่งชาติในการขจัดความยากจนแบบมีเป้าหมาย และมีตัวชี้วัดชัดเจน รวมทั้งการกาหนดให้ทุกภาคส่วน
มาร่วมกันลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง ไม่ใช่เฉพาะภาครัฐเท่าน้ัน เช่น ภาคเอกชนและสถาบันการศึกษาใน
ทอ้ งถิ่นควรจะตอ้ งเขา้ มามีบทบาทในการร่วมแก้ปัญหาสาคัญน้ีด้วย สาหรับภาคเอกชนซ่ึงมีความพร้อมด้าน
เงินทนุ และความรคู้ วามสามารถด้านการจดั การ ภาครัฐควรชักจูงให้ไปลงพื้นท่ีต่างจังหวัดของไทยทาให้มีการ
จ้างงานและร่วมขจัดความยากจน รวมทั้งภาคเอกชนควรตั้งศูนย์ฝึกทักษะและฝีมือแรงงานในพ้ืนที่
3 อรสา รตั นอมรภริ มย์. “ไทยถอดตน้ แบบ ‘ขจดั ความยากจนแบบตรงจุด’ จากจนี ”.
(ออนไลน)์ . เขา้ ถงึ ไดจ้ าก : http://www.vijaichina.com/articles/1966, 2020.
๑๑๙
ต่างจังหวัดด้วย ทงั้ น้ี จาเปน็ ตอ้ งการสร้างกลไกการทางานที่มีเอกภาพ ไม่ทางานซ้าซ้อน และสามารถบูรณา
การการทางานของหนว่ ยงานต่างๆ ทเี่ กยี่ วขอ้ งไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ รัฐบาลไทยควรให้ความสาคัญกับการสารวจข้อมูลผู้ยากไร้อย่างท่ัวถึง เพ่ือ
วิเคราะห์สาเหตุของความยากจนที่แท้จริง และนามาแก้ปัญหาได้ตรงจุด ไม่เหวี่ยงแห เพราะสภาพ
ปัญหาของความยากจนทแ่ี ตกตา่ งกนั ในแตล่ ะพนื้ ท/่ี หมูบ่ ้าน กต็ ้องแก้ดว้ ยวธิ กี ารทแี่ ตกต่างกัน รวมทั้ง
ต้องนาเทคโนโลยีมาใช้วิเคราะห์และจัดการฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) อย่างจริงจัง เพื่อการ
ออกแบบนโยบายและแก้ปัญหาได้แมน่ ยา
สาหรบั การส่งเจา้ หน้าท่ีหรือข้าราชการไปลงพื้นที่เข้าถึงระดับหมู่บ้าน ครัวเรือน และถึงตัว
ชาวบ้าน ควรจะคัดกรองเลือกบุคลากรท่ีมีความพร้อมและเข้าใจปัญหา เพื่อนาข้อมูลเชิงพ้ืนท่ีมา
วิเคราะห์สร้างแฟ้มข้อมูลรายหมู่บ้าน/ครอบครัว ตามสภาพความจาเป็นและความต้องการของผู้ยากไร้
อย่างแท้จริง และท่ีสาคัญ จะต้องมีระบบประเมินวัดผลอย่างเป็นรูปธรรม มีเกณฑ์หรือตัวชี้วัดในการ
ดาเนินการที่ชัดเจน รวมท้ังในการนาข้อมูลท่ีได้มาเขียนเสนอโครงการนั้น ควรจะเน้นผลประโยชน์ของผู้
ยากไร้ในแต่ละพื้นที่เปน็ สาคัญ และมงุ่ เติมเตม็ ปจั จยั พ้นื ฐานในการดารงชีวิตของประชาชน ดังเช่นกรณีจีน
ประกาศแนวทาง “2 ไม่กังวล 3 หลักประกัน” และ “8 มี” ในครอบครัวของผู้ยากไร้ ตลอดจนเน้นการฝึก
ทกั ษะ การสรา้ งงาน สรา้ งอาชีพเพอื่ ให้ผยู้ ากไร้สามารถมรี ายได้ของตนเอง
จากการถอดบทเรียนประสบการณ์แก้จนของจีน ยังพบว่า ปัจจัยแห่งความสาเร็จของ
ภารกิจนี้ขน้ึ อยู่กับผู้นาระดับท้องถ่ินเป็นสาคัญด้วย โดยจะตอ้ งเลอื กหัวหน้าทมี หรอื ผนู้ าที่เข้าใจปัญหา
อย่างแทจ้ รงิ และมีความเปน็ ผนู้ าท่ผี คู้ นในพ้นื ทีใ่ หค้ วามศรทั ธา รวมทั้งการสร้างแรงจูงใจให้คนรุ่นใหม่
วยั หนุ่มสาวกลับไปรว่ มพัฒนาบา้ นเกดิ ไมท่ ้ิงบ้านเกิดเมืองนอน และมุ่งมนั่ กลับไปสร้างงานสรา้ งอาชีพ
ในท้องถน่ิ ทตี่ นอาศยั เพอื่ ช่วยกนั พัฒนาเศรษฐกิจในท้องถน่ิ ตอ่ ไป
บรรณานกุ รม
ภาษาไทย
หล่ีเหรนิ เหลยี ง. “ประสบการณก์ ารแกจ้ นตรงเป้าของจีน”. เอกสาร proceeding นาเสนอในงาน
สัมมนาวิชาการ 10th seminar on Thai-China Strategic Research, Bangkok
2563.
หวัง จวินตัน และ กฤชวรรธน์ โล่หว์ ัชรนิ ทร์. “การนานโยบายแก้จนตรงเป้าไปปฏบิ ตั ขิ องสาธารณรัฐ
ประชาชนจีน”, วารสารรัฐประศาสนศาสตร์. ปีท่ี 18 (ฉบบั ท่ี 1), มิถนุ ายน 2563. หน้า
39-57.
สานักงานสภาพฒั นาการเศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาติ, “ศจพ. NSCR”(ออนไลน)์ . เข้าถงึ ได้จาก
:http://nscr.nesdc.go.th/about-pelcd/, 2563.
อรสา รตั นอมรภิรมย์. “ไทยถอดตน้ แบบ ‘ขจดั ความยากจนแบบตรงจดุ ’ จากจีน”. (ออนไลน)์ . เข้าถงึ
ไดจ้ าก : http://www.vijaichina.com/articles/1966, 2020.
๑๒๐
อักษรศรี พานชิ สาส์น. “สารคดเี สน้ ทางขจดั ความยากจน ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์
กองทัพบก”. (ออนไลน์). เข้าถงึ ได้จาก : https://www.youtube.com/watch?v
=7uYXGqfBXe0, กรกฎาคม 2564.
ภาษาต่างประเทศ
CCTV+. “Per capita wage income of China's previously poor people grows by 22.6 pct
in 2021: official data”. (online). Available : https://www.cctvplus.com/
news/20220119/8255081.shtml#!language=1, 2021.
CnWest. “国家扶贫日|一组数据看中国脱贫成绩单”. (online). Available : http://news.
cnwest.com/szyw/a/2020/10/17/19191350.html, 2017.
Guang Ming Daily. “2019 年全国农村贫困人口减少 1109 万人”. (online). Available :
http://www.gov.cn/xinwen/2020-01/24/content_5471927.htm, 2020.
He Wei. “Basic experience of poverty reduction in China”. (online). Available :
http://iresearch.worldbank.org/PovcalNet/index.htm?, 2019.
Li Guoxiang. “Lessons from China's poverty alleviation program are worth learning”.
(online). Available : https://news.cgtn.com/news/2019-10-18/Lessons-
from-China-s-poverty-alleviation-program-are-worth-learning-KTrsr7z7H2
/index.html, 2019.
Liu Yongfu. “Provide China’s smart China solution for international poverty
reduction”. (online). Available : http://www.crtv.org.cn/jryw/2018/1228
/7315.html, 2018.
Nan Hua. “Chinese universities’ approaches and implementation results in targeted
poverty alleviation”. (online). Available : http://www.cssn.cn/dzyx/dzyx
_xyzs/201706/t20170621_3556608_1.shtml, 2017.
Rabi Sankar Bosu, “China's success in poverty alleviation : Lessons for other
countries”. (online). Available : https://news.cgtn.com/news/2019-09-
20/China-s-success-in-poverty-alleviation-Lessons-for-other-countries-
K8Bg9Fsxe8/index.html, 2019.
The State Council Information Office of the People's Republic of China. “Poverty
Alleviation: China's Experience and Contribution” . (online). Available :
http://www.xinhuanet.com/english/2021-04/06/c_139860414.htm, 2021.
๑๒๑
ผนวก ช
แบบประเมนิ การแถลงเอกสารวิจัยส่วนบุคคลของนักศึกษา วปอ.
ปม.๑
แบบประเมินการแถลงเอกสารวิจยั ส่วนบุคคลของนักศึกษา วปอ.
วนั ท่ี ...................................................
เวลา ...................................................
เรอื่ ง .............................................................................................................................................................................
ลักษณะวิชา .................................................................................................................................................................
ชอื่ ผู้วจิ ยั .................................................................................................. หลกั สูตร..........................ร่นุ ท่ี .................
รายการประเมนิ คะแนน คะแนน ข้อคิดเหน็
เต็ม ทีไ่ ด้ ผู้ประเมนิ
๑. เนือ้ หาการแถลง (๑๕ คะแนน)
๑.๑ ความสาคญั ของปัญหาชัดเจน/ได้ใจความ/ ๓
ครอบคลุมประเด็นเน้อื หาและตรงตามช่ือเรื่อง ๒
๑.๒ วัตถปุ ระสงคข์ องการวิจัย
๑.๓ ผลการวจิ ัย ๒
๑.๓.๑ ผลการวิจยั สอดคลอ้ งกบั วตั ถุประสงค์/สมมตฐิ านท่ีตงั้ ไว้ ๒
๑.๓.๒ อธบิ ายผลการวจิ ัยไดอ้ ย่างถูกต้อง ครอบคลมุ ชดั เจน ๒
๑.๓.๓ ผลการวจิ ัยมคี วามน่าเชอื่ ถอื สามารถนาไปอ้างองิ ต่อได้ ๔
๑.๔ ข้อเสนอแนะ
๒
๒. การนาเสนอเอกสารวจิ ยั ฯ (๑๐ คะแนน) ๒
๒.๑ สื่อความหมายไดช้ ัดเจน ไมส่ บั สน ไมว่ กวน ๒
๒.๒ มีความรอบร้ใู นเรอื่ งที่วจิ ัยเปน็ อยา่ งดี
๒.๓ ตอบคาถามได้ตรงประเดน็ มีเหตผุ ลและเชอ่ื มโยงกบั ความรู้ ๒
๒
พนื้ ฐานทางวิชาการ
๒.๔ มีวิธีการนาเสนอขอ้ มลู ทน่ี า่ สนใจ ๕
๒.๕ การบรหิ ารเวลา ๓๐
๓. สรปุ ยอ่ (๕ คะแนน)
สมบรู ณ์ มีสาระสาคญั ครบถ้วน
รวม
ลงชอ่ื ผู้ประเมิน ...............................................................
(..............................................................)
ตาแหนง่ ...............................................................
หมายเหตุ ๑. ผูป้ ระเมินได้แก่ ผทู้ รงคณุ วฒุ ิฯ และอาจารยท์ ป่ี รกึ ษาเอกสารวิจัยฯ (ปษ.วปอ.
กองวิชาการทีร่ ับผิดชอบ และ ผ้แู ทน กอส.ฯ)
๒. การประเมนิ แถลงเอกสารวจิ ัยฯ (ปม.๑) จะนาไปใชเ้ ปน็ เอกสารสาหรับประกอบการ
นาเรียน ผอ.วปอ.สปท. เพื่ออนุมัตผิ ลการแถลงเอกสารวจิ ยั ฯ ของนกั ศกึ ษา วปอ.
๑๒๒
ผนวก ซ
แบบประเมินการแถลงเอกสารวิจัยส่วนบุคคลของนักศกึ ษา วปอ.
แบบประเมินเอกสารวิจัยส่วนบุคคล วปอ. (ปม.๒)
เร่อื ง…………………………………………………………………………………………………………………………………
ชื่อผวู้ จิ ัย………………………………………………………………………………….หลักสตู ร.............ร่นุ ที.่ .........
ลกั ษณะวชิ า………………………………………………………………กองรับผิดชอบ.....................................
ส่วนท่ี ๑ ประเมินคณุ ค่าเอกสารวจิ ัยฯ (๕๐ คะแนน)
ลาดบั รายการประเมิน คะแนนเต็ม คะแนนท่ีได้
๑ ความสาคญั ตอ่ ความมั่นคงแห่งชาติ
- ความถี่และความรนุ แรงของปญั หาในปัจจุบัน ๒๐
- มผี ูเ้ กีย่ วข้องหรอื ได้รบั ผลกระทบจากปญั หามากน้อยเพยี งใด
- มีแนวโนม้ ของปัญหาและผลกระทบที่จะเกิดขึน้ ในอนาคต
- มีความเร่งด่วนท่ตี อ้ งได้รับการแก้ไข
- ฯลฯ
๒ ความเหมาะสมของเรื่องที่ทาการวิจยั
- ความเหมาะสมกบั สภาพแวดล้อมความมนั่ คงแห่งชาติ
- เปน็ การวิจยั ทีม่ ีรากฐานมาจากสถานการณ์หรอื ปัญหาทีเ่ กดิ ขึน้
จริง ๑๕
- เปน็ การวิจยั ที่ยังไมม่ ีผูท้ าวิจัยมากอ่ นหรอื มแี ตย่ ังไมม่ ีคาตอบที่
สามารถนาไปแก้ปญั หานนั้
- เปน็ การวจิ ยั ท่ีคน้ พบประเดน็ ใหม่ๆ และทันต่อเหตุการณ์
- ฯลฯ
๓ ประโยชนแ์ ละข้อเสนอแนะท่ีได้จากการวิจยั
- นาไปใชป้ ฏิบัตไิ ด้จริงในปจั จบุ ันและเป็นการเตรียมการ
เพอื่ อนาคต
- เป็นการวจิ ัยท่เี พิม่ พนู ความรู้และความก้าวหน้าทางวชิ าการเปน็ ท่ี
ยอมรบั ได้
- เป็นขอ้ เสนอแนะที่เช่อื มโยง สมั พนั ธ์กับผลการวิจยั และนาไปใช้ ๑๕
แก้ปญั หาได้
- เปน็ ข้อเสนอแนะ(เชงิ นโยบายและทวั่ ไป) ทสี่ ามารถนาไปใช้
ประโยชน์ไดก้ ว้างขวางและเป็นไปได้
- ฯลฯ
รวม ๕๐
สว่ นที่ ๒ ประเมนิ คณุ ภาพเอกสารวจิ ัยฯ (๕๐ คะแนน)
ลาดับ รายการประเมนิ คะแนนเตม็ คะแนนท่ีได้
๑ ความเปน็ มาและความสาคัญของปญั หาแสดงใหเ้ ห็นถึงประเด็น ๕
ปญั หาและความสาคญั ในการทาวจิ ัยครอบคลุมประเด็นทศี่ กึ ษา
โดยมเี หตผุ ลสนับสนุนขอ้ ความมคี วามกระชบั ชัดเจน
๒ วัตถุประสงค์ชดั เจนและชเี้ ฉพาะตามเน้อื หา ๕
๓ การทบทวนวรรณกรรมท่เี กี่ยวขอ้ งครอบคลมุ แนวคิด ทฤษฎี ๕
ข้อมูลวิชาการอ่ืนๆและเชื่อมโยงกับหวั ขอ้ วิจยั
๔ กระบวนการวิจัยทุกขน้ั ตอนถกู ตอ้ งเหมาะสมตามระเบยี บ ๑๐
วิธีการวิจัย
๕ การวเิ คราะหผ์ ลการวิจัยจากแนวคดิ ทฤษฎบี นพื้นฐานข้อมลู ๑๐
เชงิ ประจักษ์ และ หลักวชิ าการ มีความชัดเจน นา่ เชือ่ ถือ
สอดคลอ้ งตรงตามวัตถุประสงคข์ องการวจิ ัย
๖ การสรุปผลการวจิ ัย ท่ีมีความกระชับ ชดั เจน สอดคล้อง ๑๐
วตั ถุประสงค์ของการวิจัยที่ตัง้ ไว้ บนพ้นื ฐานหลักวิชาการ
๗ ความสมบรู ณ์ของสว่ นประกอบอน่ื ๆ ของเอกสารวจิ ยั ฯ (อาทิ ๕
ตาราง รูปภาพ แบบจาลอง สถติ ิ ฯลฯ) และมีการอ้างองิ การ
จดั ทาบรรณานุกรมที่ครบถ้วนสมบรู ณ์และถกู ต้อง รวมทัง้
ความสามารถในการลาดับ เชือ่ มโยงเน้อื หาต่อเนื่องระหว่างบท
การลาดับหัวข้อตา่ งๆ เป็นหมวดหมู่ ชดั เจน
รวม ๕๐
สว่ นท่ี ๓ ข้อคิดเห็นเพ่ิมเติมของผ้ปู ระเมิน
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
ลงชือ่ ...............………….......................... ผู้ประเมิน
(......................................…………......)
.............../.......………......../.........…….
หมายเหตุ ๑. ผูป้ ระเมิน ไดแ้ ก่ อาจารย์ทป่ี รกึ ษาเอกสารวิจัยฯ (ปษ.วปอ. กองวิชาการท่รี บั ผดิ ชอบ) และ
คณะกรรมการกล่ันกรองรางวัลเอกสารวจิ ยั ฯ คณะกรรมการการศกึ ษา วปอ. และ
คณะกรรมการสภา วปอ.
๒. การประเมินแถลงเอกสารวิจยั ฯ (ปม.๒) จะนาไปใช้เป็นเอกสารสาหรบั ประกอบการ
ประชมุ เพ่อื พจิ ารณารางวัลเอกสารวิจัยฯ ของนักศึกษา วปอ. ในแต่ละขน้ั ตอน
๑๒๕
ผนวก ฌ
สำเนำ
ระเบียบวิทยาลัยป้องกนั ราชอาณาจกั ร สถาบันวิชาการปอ้ งกนั ประเทศ
วา่ ด้วยการให้รางวัลเอกสารวิจัยส่วนบุคคล
พ.ศ.๒๕๖๔
โดยท่ีเปน็ การสมควรแก้ไข ปรับปรุงระเบียบวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการ
ป้องกันประเทศว่าด้วยการให้รางวัลเอกสารวิจัย พ.ศ.๒๕๕๗ ให้เหมาะสมยิ่งข้ึน และเป็นการสนับสนุนให้นักศึกษา
วิทยาลัยป้องกนั ราชอาณาจกั รผลิตเอกสารวิจัยท่ีมีคุณภาพ เป็นประโยชน์ต่อกองทัพ สังคม และประเทศชาติ
อีกทั้งเปน็ การยกย่อง ประกาศเกยี รติคุณผลงานเอกสารวจิ ยั จงึ ให้วางระเบียบไว้ดงั ตอ่ ไปน้ี
ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการ
ปอ้ งกนั ประเทศ วา่ ดว้ ยการให้รางวัลเอกสารวิจยั สว่ นบคุ คล พ.ศ.๒๕๖๔”
ข้อ ๒ ระเบียบน้ีให้ใชบ้ ังคบั ตั้งแต่บัดน้เี ปน็ ต้นไป
ขอ้ ๓ ให้ยกเลิก “ระเบียบวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ
วา่ ดว้ ยการใหร้ างวัลเอกสารวิจัย พ.ศ.๒๕๕๗”
บรรดาระเบียบและคาสั่งอ่ืนใดในส่วนที่กาหนดไว้แล้วในระเบียบนี้ หรือซึ่งขัด
หรือแยง้ กับระเบยี บน้ีใหใ้ ชร้ ะเบียบนีแ้ ทน
ขอ้ ๔ ในระเบียบน้ี
“รางวลั ” หมายถึง หนังสือประกาศเกียรติคุณและโล่ท่ีมอบให้แก่นักศึกษา
วทิ ยาลัยป้องกนั ราชอาณาจกั รท่เี ขยี นเอกสารวจิ ยั สว่ นบคุ คล ซึง่ ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการ
กลั่นกรองการให้รางวัลเอกสารวิจัยส่วนบุคคล คณะกรรมการการศึกษาวิทยาลัยราชอาณาจักร
สถาบนั วชิ าการปอ้ งกันประเทศ และไดร้ บั อนมุ ตั จิ ากคณะกรรมการสภาวทิ ยาลัยปอ้ งกันราชอาณาจักร
กาหนดให้เป็นเอกสารวิจัยส่วนบุคคล ระดับดีเด่น หรือ ชมเชย สาหรับเอกสารวิจัยส่วนบุคคล ที่ได้รับ
รางวัลเกยี รติบตั ร วปอ. จะได้รบั การอนุมตั ิจากผู้อานวยการวิทยาลัยปอ้ งกนั ราชอาณาจักร
“เอกสารวิจัยส่วนบุคคล” หมายถึง รายงานผลการวิจัยท่ีนักศึกษาวิทยาลัย
ป้องกันราชอาณาจักรจัดทาขึ้น เพ่ือเป็นส่วนหน่ึงของการศึกษาตามหลักสูตรท่ีวิทยาลัยป้องกัน
ราชอาณาจักร สถาบนั วิชาการป้องกนั ประเทศกาหนด และจดั ให้มกี ารจัดการศึกษาในแต่ละปกี ารศกึ ษา
“ลักษณะวิชา”หมายถึง สาขาวิชาการของเอกสารวิจัย ซึ่งกาหนดไว้ ๖ ลักษณะวิชา
ได้แก่ ลักษณะวิชายุทธศาสตร์ ลักษณะวิชาการเมือง ลักษณะวิชาการทหาร ลักษณะวิชา
การเศรษฐกจิ ลักษณะวิชาสงั คมจติ วทิ ยา และลกั ษณะวิชาวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
“นักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร” หมายถึง ผู้ท่ีเข้ารับการศึกษาในวิทยาลัย
ป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ในหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร หลักสูตร
การป้องกนั ราชอาณาจกั รภาครฐั รว่ มเอกชน หลักสตู รการป้องกันราชอาณาจักรภาครัฐ เอกชน และการเมือง
และหลักสตู รอนื่ ๆ ท่ีสภาวิทยาลัยปอ้ งกันราชอาณาจกั รอนมุ ตั ใิ หม้ ีการจดั การศึกษา
/ขอ้ ๕ ระดบั รางวลั …
๑๒๖
ขอ้ ๕ ระดบั รางวลั ของเอกสารวิจัยส่วนบุคคล แบง่ ได้เปน็ ๓ ระดับ คือ
๕.๑ รางวลั ดีเด่น
๕.๒ รางวลั ชมเชย
๕.๓ รางวัลเกียรติบัตร วปอ.
ข้อ ๖ การเสนอเอกสารวจิ ยั สว่ นบคุ คลเพอื่ พจิ ารณาสมควรรบั รางวลั
กองวชิ าการทรี่ ับผิดชอบเอกสารวิจัยส่วนบุคคลแต่ละลักษณะวิชา พิจารณา
เสนอรายชื่อเอกสารวิจัยส่วนบุคคลของนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ที่เห็นสมควรนาเข้ารับ
การพิจารณาเพ่ือรับรางวัล โดยให้นักศึกษาผู้จัดทาเอกสารวิจัยส่วนบุคคลที่ได้รับการเสนอรายช่ือส่งร่าง
เอกสารวิจัยสว่ นบุคคลฉบับสมบูรณ์ ภายในเวลาท่ีวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรกาหนดในแต่ละปีการศกึ ษา
ขอ้ ๗ ลกั ษณะของเอกสารวจิ ัยสว่ นบุคคลท่ีสมควรเสนอรับรางวลั
๗.๑ ไม่เป็นวิทยานิพนธ์ หรือเอกสารวิจัย หรือเอกสารวิชาการที่เป็นส่วน
หน่งึ ของการรบั ปริญญา หรอื วุฒบิ ัตรของสถาบนั การศึกษาตา่ งๆ
๗.๒ เขยี นเป็นภาษาไทย สาหรบั นกั ศกึ ษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรท่ี
เปน็ ชาวตา่ งชาติ สามารถเขยี นเป็นภาษาอังกฤษได้
๗.๓ รูปแบบการพิมพ์ การอ้างอิง และส่วนประกอบให้เป็นไปตามท่ี
วิทยาลยั ปอ้ งกันราชอาณาจกั ร สถาบนั วิชาการปอ้ งกันประเทศ กาหนด
ขอ้ ๘ หลักเกณฑ์การพิจารณาเอกสารวิจัยที่สมควรได้รับรางวัล ประกอบด้วย
คณุ คา่ ของเอกสารวิจัยส่วนบุคคล และคุณภาพของเอกสารวิจัยสว่ นบคุ คล คือ
๘.๑ คณุ คา่ ของเอกสารวจิ ัยสว่ นบุคคล ตอ้ งมีลักษณะอยา่ งใดอยา่ งหนง่ึ ดงั ตอ่ ไปนี้
๘.๑.๑ เปน็ เรือ่ งที่มีความสาคัญต่อความม่ันคงแห่งชาติ โดยพิจารณา
ถึงความถี่และความรุนแรงของปัญหาในปัจจุบัน รวมถึงการท่ีมีผู้เกี่ยวข้องหรือได้รับผลกระทบจาก
ปัญหามากน้อยเพียงใด และหรือมีแนวโน้มของปัญหาและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และเป็น
ปัญหาทีม่ คี วามเรง่ ด่วนทต่ี ้องได้รับการแก้ไข
๘.๑.๒ ความเหมาะสมของเรื่องทที่ าการวิจยั โดยพิจารณาว่าเป็นเร่ือง
ที่เกยี่ วขอ้ งสภาพแวดล้อมความม่ันคงแห่งชาติ หรือเป็นการวิจัยที่มีรากฐานมาจากสถานการณ์ หรือ
ปัญหาท่ีเกิดข้ึนจริง รวมถึงเป็นการวิจัยท่ียังไม่มีผู้ทาวิจัยมาก่อนหรือมีแต่ยังไม่มีคาตอบท่ีสามารถ
นาไปแก้ปัญหานน้ั ตลอดจนเป็นการวจิ ัยท่คี ้นพบประเดน็ ใหม่ ๆ และทันต่อเหตกุ ารณ์
๘.๑.๓ ประโยชน์และข้อเสนอแนะท่ีได้จากการวิจัย โดยพิจารณาถึง
การนาไปใช้ปฏบิ ตั ิไดจ้ รงิ ในปจั จุบันและเป็นการเตรียมการเพื่ออนาคต รวมท้ังเป็นการวิจัยท่ีเพิ่มพูน
ความรู้และความก้าวหน้าทางวิชาการเป็นที่ยอมรับได้ เป็นข้อเสนอแนะที่เชื่อมโยง สัมพันธ์กับผลการวิจัย
และนาไปใช้แกป้ ัญหาได้ และเปน็ การเสนอข้อเสนอแนะเชงิ นโยบายและทั่วไป ท่ีสามารถนาไปใช้ประโยชน์ได้
กว้างขวางและเปน็ ไปได้
๘.๒ คณุ ภาพของเอกสารวิจัยสว่ นบุคคล ตอ้ งมีลักษณะดงั ต่อไปนี้
เป็นผลงานวิจัยที่มีคุณภาพสูง มีวิธีดาเนินการวิจัยท่ีเหมาะสม ใช้วิธี
วิเคราะห์ หรือสงั เคราะห์ท่ีเหมาะสม มคี วามชดั เจน และมปี ระสทิ ธิผล
ข้อ ๙ การพจิ ารณาตดั สิน และอนมุ ตั ิ
ก าร คัด เลือ ก เอ ก ส าร วิจัย ส่วนบุคคลใ น แ ต่ล ะ ลัก ษ ณะ วิช าเ พื่อ รับ ร า ง วัล
ต้องผ่านการพิจารณาตัดสนิ จากคณะกรรมการ ๓ ชุด เรยี งตามลาดบั ดงั น้ี
๙.๑ คณะกรรมการกล่ันกรองการให้รางวัลเอกสารวจิ ยั สว่ นบคุ คล
/๙.๒ คณะกรรมการ…
๑๒๗
๙.๒ คณะกรรมการการศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบัน
วชิ าการป้องกนั ประเทศ
๙.๓ สภาวทิ ยาลัยปอ้ งกนั ราชอาณาจกั ร
ข้อ ๑๐ คณะกรรมการกลน่ั กรองการใหร้ างวัลเอกสารวิจัยส่วนบุคคลและหน้าที่
๑๐.๑ คณะกรรมการฯ ประกอบด้วย
๑๐.๑.๑ ผอ.สวม.วปอ.สปท. ประธานกรรมการ
๑๐.๑.๒ รอง ผอ.สวม.วปอ.สปท.(๑) รองประธานกรรมการ
๑๐.๑.๓ รอง ผอ.สวม.วปอ.สปท.(๒) รองประธานกรรมการ
๑๐.๑.๔ ผอ.กยศ.สวม.วปอ.สปท. กรรมการ
๑๐.๑.๕ ผอ.กมท.สวม.วปอ.สปท. กรรมการ
๑๐.๑.๖ ผอ.กศส.สวม.วปอ.สปท. กรรมการ
๑๐.๑.๗ ผอ.กวท.สวม.วปอ.สปท. กรรมการ
๑๐.๑.๘ อาจารยท์ ่ีปรกึ ษา วปอ.สปท. กรรมการ
๑๐.๑.๙ ผอ.กอส.วปอ.สปท. กรรมการและเลขานกุ าร
๑๐.๒ หน้าท่ีของคณะกรรมการฯ
๑๐.๒.๑ กาหนดให้มแี บบประเมนิ เอกสารวจิ ยั เพื่อให้คณะกรรมการ
กลั่นกรองการให้รางวัลเอกสารวิจัยสว่ นบุคคล ใชเ้ ปน็ แนวทางประกอบการพิจารณาได้ตามความเหมาะสม
๑๐.๒.๒ รวบรวม กลั่นกรอง และคัดเลือกเอกสารวิจัยส่วนบุคคล
ที่กองวิชาการพิจารณาเสนอรายช่ือที่สมควรรับรางวัลตามข้อ ๖ และนาเสนอต่อคณะกรรมการการศึกษา
วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจกั ร สถาบันวชิ าการปอ้ งกันประเทศ
ข้อ ๑๑ คณะกรรมการการศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการ
ป้องกันประเทศ และสภาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร มีคณะกรรมการและหน้าท่ีเป็นไปตาม
ระเบียบ กระทรวงกลาโหม ว่าด้วยวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ
พ.ศ.๒๕๔๗ และฉบับท่ี ๒ พ.ศ.๒๕๕๑ ฉบับที่ ๓ พ.ศ.๒๕๕๗ และ ฉบบั ที่ ๔ พ.ศ.๒๕๕๙
ขอ้ ๑๒ เอกสารวิจัยส่วนบุคคลที่ได้รับรางวัลดีเด่น และรางวัลชมเชยจะได้รับโล่
ประกาศ เกยี รติคุณจากประธานสภาวทิ ยาลยั ปอ้ งกนั ราชอาณาจักร สาหรับเอกสารวิจัยส่วนบุคคลท่ีได้รับ
รางวลั เกยี รตบิ ตั รจะได้รบั ใบประกาศเกยี รตบิ ัตรจากผูอ้ านวยการวทิ ยาลัยปอ้ งกนั ราชอาณาจักร
ขอ้ ๑๓ ให้กองเอกสารวิจัยและห้องสมุด วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบัน
วิชาการป้องกันประเทศ รักษาการใหเ้ ปน็ ไปตามระเบยี บน้ี
ประกาศ ณ วนั ที่ ๑๕ มกราคม พ.ศ.๒๕๖๔
สาเนาถูกต้อง (ลงช่อื ) พลโท วโิ รจน์ เกิดแสง
(ลงชือ่ ) น.อ.หญิง เด่นสุรางค์ ภิรมย์สวัสดิ์ ร.น.
(วิโรจน์ เกดิ แสง)
(เดน่ สุรางค์ ภิรมย์สวัสด์ิ) ผอู้ านวยการวทิ ยาลยั ปอ้ งกันราชอาณาจักร
ผอ.กอส.วปอ.สปท. สถาบันวชิ าการป้องกนั ประเทศ
ก.ย.๖๔
กองเอกสารวจิ ยั และหอ้ งสมดุ ฯ