The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นิทนาชนเผ่ากะเหรี่ยง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2021-12-15 10:57:01

นิทนาชนเผ่ากะเหรี่ยง

นิทนาชนเผ่ากะเหรี่ยง



คำนำ

หนงั สือเรื่องนิทานชนเผ่ากะเหร่ยี ง จดั ทาขนึ้ เพ่อื เลา่
เร่ืองราวความเป็นมาของนิทานชนเผา่ กะเหรี่ยงและนิทานชนเผา่
กะเหรี่ยงเพ่อื ใหเ้ ป็นอกี หน่ึงแนวทางของผทู้ ่สี นใจศกึ ษา

โดยผจู้ ดั ทาคน้ ควา้ เนอื้ หาทงั้ หมดภายในอาเภอกลั ยาณิ
วฒั นาจึงหวงั เป็นอยา่ งยิ่งว่าหนงั สือเลม่ นจี้ ะเป็นประโยชนส์ าหรบั
ผทู้ ่สี นใจท่วั ไปและหากหนงั สอื เลม่ นีม้ ขี อ้ บกพรอ่ งหลกั การใดก็
ขออภยั มา ณ ท่นี ี้

จดั ทาโดย
นางสาวเกียรติศกั ดิ์ พาซู

สารบญั ข

เรอ่ื ง หน้า
1. ท่ีมาของชนเผา่ กะเหรีย่ ง 1-3
2. นทิ านกะเหรยี่ ง
4-5
2.1 เรื่องหนอ่ หมอ่ื เอ (ภาษาปกาเกอะญอ) 6-13
2.2 เร่ือง หนอ่ หม่อื เอด๊อซูลอเล 14-17
2.3 เรอ่ื ง พาโจะโพ 18-20
2.4 เรอ่ื ง ดอป่อื เวเสอ่ งาเดอเส่เกอ่ เฌอ 20-21
2.5 เรอื่ ง สา่ มิยอเดอปราเก่อยอ 22-23
2.6 เร่ือง ปราเงเดอปราเออ 24-25
2.7 เรื่อง ฉุ่ยเดอเส่ลอละ 25-28
2.8 เรื่อง ปราชาฉ่ยุ 28-31
2.9 เรอื่ ง ของขวญั จากนางฟา้ 31-34
2.10 เรอ่ื ง จอปา 34-37
2.11 เรื่อง ของขวัญแด่คุณครู 37-40
2.12 เรื่อง ปา่ (พอ่ ) 50-43
2.13 เร่อื ง ภูตนอ้ ยพลงั แสงอาทิตย์ 44-47
2.14 เรือ่ ง บทเรยี นของลูกมา้ ลาย 48-51
2.15 เรอื่ ง หักเหลีย่ มพ่อค้าเร่ 42-55
2.16 เร่อื ง เจ้าชายหนึ่งร้อยองค์ 55-58
2.17 เรื่อง ครอบครัวมด ๆ 58-61
2.18 เรื่อง วิชาสำคญั

1

1. ท่ีมาของชนเผ่ากะเหรย่ี ง

กะเหรี่ยง หรือที่ภาษาเหนือ (คำเมือง) เรียกกันว่า “ยาง”
เป็นชื่อของชาวเขาเผ่าใหญ่ที่สุดซึ่งมีถิ่นฐานอยู่ในทั้งประเทศไทย
และพม่า ชาวกะเหรี่ยง ในเมืองไทยสามารถจำแนกออกเป็น 4
พวก ได้แก่ สะกอ โปว ป่าโอ และค่ายา โดยมากแล้วชาวกะเหรี่ยง
ในเมอื งไทยจะเป็นพวกสะกอ และโปว สำหรับพวกป่าโอ และค่ายา
น้ันคดิ เปน็ เพียงร้อยละหน่ึงของจำนวนประชากรกระเหร่ียงท้ังหมด
ในไทย

2

ไม่มีใครรู้ว่าถิ่นฐานเดิมของชาวกะเหรี่ยงอยู่ที่ไหน มีแต่
ตำนานที่เล่าขานกันมาว่าถิ่นกำเนิดของกะเหรี่ยงคือที่ “ธิบิ-โกบิ”
ซึ่งมีคนสันนิษฐานว่าหมายถึงที่ ธิเบตและทะเลทรายโกบีกะเหรี่ยง
ตั้งถิ่นฐานกระจัดกระจายอยู่ในประเทศเมียนมาร์มาแต่โบราณ
จากนั้นจึงได้เดินทางข้ามแม่น้ำสาละวินเข้ามาในประเทศไทยใน
ศตวรรษท่ี 18

สำหรับสาเหตุการอพยพของชาวกะเหรี่ยงนั้น ชาว
แม่ฮ่องสอนเล่าว่า แต่เดิมพื้นที่อาศัยของชาวกะเหรี่ยงอยูต่ รงกลาง
ระหว่างพม่าและไทย เมื่อสมัยที่ไทยและพม่ายังผลัดกันรบผลัดกัน
รุกรานดินแดน กะเหรี่ยงที่อยู่ตรงกลางก็มักจะตกที่นั่งลำบาก ถูก
ฝ่ายที่มารุกดินแดน ไม่ไทยก็พม่า จับต้อนไปเป็นเชลยให้จัดเสบียง
อาหารให้บ้าง ให้นำทางให้บ้าง ในช่วงที่ถูกจับต้อนไปต้อนมาน้ี
กะเหรี่ยงบางคนก็อาจจะได้หมายตาดินแดนสำหรับตั้งรกรากใหม่
ในไทยท่ีดูแลว้ นา่ จะสงบกว่าถนิ่ ฐานเดิม

อย่างไรก็ตาม ในขณะนั้นดินแดนไทยปัจจุบัน หรือฟาก
ตะวันออกของแม่น้ำสาละวินเดิมเป็นพื้นที่ครอบครองของโยนก
ดังนั้นเมื่อกะเหรี่ยงย้ายเข้ามาตั้งถิ่นฐานในบริเวณนี้จึงได้เข้ามา
สวามภิ กั ดก์ิ ับโยนกต่อมาเมื่อเม่ือชาวโยนกอพยพย้ายถิ่นฐานเข้ามา
ที่ลานนาไทยแถบแม่สะเรียงถึงเชียงใหม่ซึ่งเดิมเป็นพื้นที่ของ
ชาวลัวะ ชาวกะเหรี่ยงก็ได้ติดสอยห้อยตามมาด้วย ที่ดินแดนเดิม
ของลัวะนี้ชาวกะเหรี่ยงได้ตั้งหลักแหล่งของตนอยู่ใกล้กับหมู่บ้าน

3

ลวั ะ ทำให้มีโอกาสตดิ ตอ่ กนั เกิดการรับวฒั นธรรมของลวั ะเข้ามาไว้
ในวถิ ีชีวติ ดังจะพบเหน็ ได้มากในจงั หวัดแม่ฮ่องสอน

กะเหรีย่ ง นกั เล่านิทานผโู้ ศกเศร้า

ชาวกะเหรี่ยงนั้นเป็นกลุ่มคนท่ีได้ชื่อว่าเป็น “นักเล่านิทาน
ชั้นยอด” โดยชาวกะเหรี่ยงมักตั้งวงนั่งล้อมรอบกองไฟยามค่ำคืน
ผลัดกันเล่าผลัดกันฟังนิยายที่แต่งขึ้นเองใหม่บ้าง หรือเป็นยก
ตำนานเล่าขานมาพูดบ้างก็มี อย่างไรก็ตามเรื่องเล่าของชาว
กะเหรี่ยงนั้นพบว่าเป็นมีแต่เรื่องโศกเศร้า ไม่หนีไปจากเรื่องชีวิตท่ี
ตอ้ งเผชญิ แต่กบั เรื่องอาภพั อับจนนิทานอันแสนเศรา้ ของชาวกระเห
รี่ยงนี้เป็นเหมือนกระจกสะท้อนความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจในชนชาติ
ของตนทไี่ รซ้ ง่ึ อำนาจปกครอง ไรซ้ ่ึงทอี่ ย่อู าศัย ถกู มองว่าเป็นภาระ

คำว่า “กะเหรี่ยง” กลายเป็นคำที่แฝงความหมายลบใน
ภาษาไทย หนำซ้ำในบางครั้งยังได้รับบทเป็นตัวร้ายในละครไทย
บางเรอื่ งอีกด้วย

4

2. นทิ านกะเหรยี่ ง
2.1 เรอ่ื ง หน่อหมอ่ื เอ (ภาษาปกาเกอะญอ)

...นานมาแล้ว มีหญิงนางหนึ่งชื่อหน่อหมื่อเอ วันหนึ่งซูลอเล สามี
ของเธอต้องเดินทางไกลและสั่งนางไม่ให้ปล่อยหมูออกไปหากิน
นอกบ้าน แต่นางลืมคำส่ังของสามีทำให้หมูถกู งูใหญ่รัด นางออกไป
ตามหาและใชไ้ มพ้ นั ด้ายตีงจู นปล่อยหมูแต่กลบั รดั ร่างของหน่อหมื่อ
เอแทนและลากนางไปที่โพรงงูใหญ่ ขณะนางอยู่ในโพรงงูใหญ่ งู
ใหญ่บังคับให้นางทอผ้า นางได้แกะลวดลายผ้าจากลายหนังงูจน
กลายเป็นลวดลายหลักของชาวกะเหรี่ยง 7วันของการอยู่ในโพรงก็

5

ได้7ลวดลายหลัก(งูใหญ่ดังกล่าวบางตำนานกล่าวว่าเคยเป็นคนรัก
เก่าของนางหน่อหม่ือเอเม่อื อดตี ชาติ พอมาชาตนิ เี้ ลยตามมาแล้วได้
เคยพบกับสามีของนางหมื่อเอและได้ขอเสื้อจากสามีของนาง แต่
สามีนางไม่ให้เพราะเป็นเส้ือท่นี างหม่ือเอทอใส่ในวันแต่งงาน งูใหญ่
จึงเกดิ ความเครยี ดแค้น)

....ซูลอเลรู้ข่าวเมียรักจากนกเขาตัวหนึ่งจึงรีบเดินทางไปช่วย เขา
พยายามขุดโพรงเพื่อตามงูใหญ่จนเสียมหักไปเจ็ดเล่มแต่ไม่สำเร็จ
จึงอ้อนวอนงูใหญใ่ หป้ ล่อยตวั โดยยอมแลกกับทุกอย่างท่งี ูต้องการ งู
ใหญ่อยากกินเลือด ซูลอแลตัดนิ้วตัวเอง แต่งูอยากกินเลือดที่คอ
ซลู อเล นำเลอื ดจากคอไก่ หมู ววั ควายแตง่ ูไม่ยอมกิน ในที่สุดซูลอ
เลจึงเชือดคอตวั เอง งใู หญจ่ ึงยอมปล่อยหนอ่ หมอื่ เอ ขณะทช่ี าวบ้าน
ช่วยกันเผาศพซูลอเล หน่อหมื่อเอให้ชาวบ้านดูนกเขาตัวงามที่บิน
บนฟ้า ขณะที่ชาวบ้านแหงนมอง นางจึงกระโดดเข้ากองไฟ
ชาวบ้านนำน้ำในกระบอกไม้ไผ่เจ็ดกระบอกที่หน่อหมื่อเอเตรียมไว้
ช่วยกันดับแต่ปรากฏว่าในกระบอกเป็นน้ำมันหมูจึงทำให้ไฟยิ่งลุก
เผาร่างหน่อหม่อื เอจนเสยี ชวี ิต

นทิ านเร่ืองน้ีสอนใจหลายเรอื่ ง

1.การไมเ่ ช่ือฟังจะนำไปสู่ความเดือดรอ้ น

2.ความเครยี ดแคน้ ไมไ่ ดท้ ำใหเ้ กดิ ความสุข

6

2.2 นิทาน หนอ่ หมื่อเอดอ๊ ซลู อเล

ครั้นแต่ก่อนหน่อหมื่อเอด๊อซูลอเล มีตำนานขานกันว่า มี
จระเข้ (เกระ๊ )ตัวหน่ึงได้ออกไข่จำนวนหลายฟอง และมีอยู่หน่ึงฟอง
ที่มีลักษณะผิดแผกแปลกไปจากฟองอื่นๆ จึงได้นำไข่ฟองดังกล่าว
ไปให้งูยักษฟ์ ัก (เก่อลอ) งยู กั ษ์ก็รบั เอาและกน็ ำไปฟักดูแลจวบจนถึง
วันที่ไข่สุกงอมเต็มที่แล้วก็ได้ฟักตัวออกมา ปรากฏว่าเป็นลูกมนุษย์
เมื่องูยักษ์เห็นเป็นเช่นนั้นก็เลยเอาไปให้มนุษย์ในละแวกที่อยู่ใกล้
แถวนั้นเอาไปชุบเลย้ี งดแู ล มนษุ ยก์ ็ไดช้ บุ เลีย้ งดูจนเตบิ ใหญ่และตง้ั

7

ชื่อว่า หน่อหมื่อเอ ครั้นเมื่อหน่อหมือ่ เอโตเป็นสาวพรอ้ มที่
จะมีคู่ก็ได้พบเจอกับผู้ชายคนหนึ่งชื่อว่า ซูลอเล และได้พูดคุยนาน
วันเข้าก็เกดิ สนทิ สนมรกั ใครเ่ อ็นดู จึงตกลงปลงใจเข้าพธิ ีวิวาห์

หลังจากแต่งงานได้ไม่นานนัก ซูลอเลก็ได้เดินเข้าไปในป่า
เพ่ือหาของปา่ และไดเ้ จอกับงยู กั ษ์ ท่เี คยฝักและดแู ลไข่ใบท่ีเกิดเป็น
มนุษย์ (หน่อหมื่อเอ) งูยักษ์เลยเอ่ยปากขอเสื้อที่ซูลอเลใส่ แต่ซูลอ
เลปฏิเสธไม่ให้ เพราะเสื้อที่ใส่เป็นเสื้อที่หน่อหมื่อเอทอให้และเป็น

8

ตัวที่ใส่ในงานพิธีวิวาห์ด้วย ทำให้งูยักษ์โกรธและเคียดแค้นอาฆาต
มากๆ ซูลอเลก็ไดเ้ ดนิ ทางกลับไปทีบ่ ้าน พอตกดึกมาก็ฝันเห็นงูยักษ์
กำลงั รดั หมูทต่ี นเล้ียงไว้อยู่

พอรงุ่ เชา้ เปน็ วันทซ่ี ูลอเลตอ้ งออกไปทำมาคา้ ขายทีห่ ่างไกล
จากบ้านเกิดเมืองนอน และนึกถึงสิ่งที่ตนได้ฝันเมื่อคืน ก่อนก้าว
ออกจากบ้านก็ไปตัดไม้ไผ่ขนาดยาว เพื่อมาทำที่ตักอาหารใส่ให้หมู
กิน ซึ่งไม้ไผ่ยาว 7 ปล้อง และมีอยู่ปล้องหนึ่งข้างในมีสีแดง และ
กำชับภรรยาว่าในช่วงระหว่าง 7 วัน 7 คืน ระหวา่ งที่ตนไมอ่ ยู่ หา้ ม
ปล่อยหมูออกไปจากบ้านเด็ดขาด แล้วก็ก้าวลงบันไดออกไปทำมา
ค้าขาย ซูเลอเลเดินทางไปถึงหมู่บ้านเป้าหมายที่จะไปทำมาค้าขาย
และเริ่มต้นตีแหวน ตีกำไล ตีหมวก เพื่อทำเป็นแหวน ทำเป็นหยก
ทำเป็นกำไล หมวก สร้อยข้อมือข้อเท้าต่างๆ และจัดจำหน่าย ส่วน

9

ภรรยาที่อยู่บ้านก็ทำตามที่สามีสั่งเสียงอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง
ตลอด 6 วัน 6 คนื ครงั้ เมื่อถงึ วนั ที่ 7 ซ่งึ เปน็ วนั สดุ ทา้ ย เกดิ อาการ
ลืมตัวและได้ปล่อยหมูออกไปจากกรง เมื่อถึงเวลาพลบค่ำได้ให้
อาหารหมูและไก่ แล้ว ก็ได้ตี เคาะ กระบอกไม้ไผ่สำหรับใส่อาหาร
เพ่อื ให้อาหารแต่หมูที่เลยี้ งไว้ก็ไม่กลบั มา เคาะเรยี กหมูจนไม้ไผ่แตก
หนกั ไปท้ัง 7 ปล้อง หมูเลยกลับมา และสง่ิ ท่ไี มค่ าดฝันก็เกดิ ขึน้ เมอ่ื
หมูกลับมาพร้อมกับงูยักษ์ ลำตัวเท่ากับเสื่อขนาดใหญ่ มีเสียงไม้ไผ่
เสียงไมแ้ ตกหนักดังมาไกลๆ ดังแอะๆๆ เอา๊ ะๆ นา่ กลัวยงิ่ นกั

ครั้นเมื่อชาวบ้านทุกคนที่พยามช่วยหน่อหมื่อเอก็ไม่
สามารถชว่ ยได้ ทกุ คนเห็นวา่ ตอ้ งรบี ไปแจ้งขา่ วให้ซูลอเลซง่ึ เป็นสามี
ของหน่อหมื่อเอให้รีบกลับมา แต่จะทำอย่างไรถ้าจะให้คนไปคนก็
เดินช้าอาจจะไม่ทันการ ทุกคนจึงลงความเห็นให้ใช้นกเขาให้ไปส่ง
ข่าวให้สามขี องหนอ่ หมอ่ื เอ

10

เมื่อครั้งนกเขาไปถึงยามหมู่บ้านที่ซูลอเลอาศัยทำมา
ค้าขายอยู่ กบ็ ินไปเกาะทห่ี ลงั คาบ้านหลังหนึ่ง และก็ร้องวา่ เส่อ เก่อ
กรอื กอื …ซู ลอ เล แฮ เก แฮ เก…. เกอ่ ลอ บี ซี หน่อ หม่อื เอ

ในช่วงเวลานั้นในหมู่บ้านแห่งนั้นก็มีงานแต่งอยู่งานหนึ่ง
ซึ่งทุกคนต่างตีฆ้อง ตีกลอง และร้องรำทำเพลงอย่างสนุกสนาน มี
อยู่คนหนึ่งได้ยินเสียงนกเขาร้อง ก็บอกให้ทุกคนอยู่ร้องหยุดเล่น
แลว้ เงยี่ หฟู ัง ทกุ คนกห็ ยดุ ละเล่นพร้อมกับตั้งใจฟังเสียงท่ีนกเขาร้อง
ซึ่งเสียงที่ร้องมันแตกต่างจากนกเขาตัวอื่นมากๆ เมื่อทุกคนต่างใจ
จดใจจอ่ ตง้ั ใจฟังแลว้ เสียงนกเขาร้องอีกครั้งเสียงน้ันก็เหมือนเสียงที่
ฟังอยู่เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา เสียงนกตัวน้ีมาส่งสัญญาณบอกให้ซลู อเล
รีบกลับบ้าน เพราะในเวลานี้งูยักษ์กำลังรัดภรรยาของซูเลอเล ทุก
คนเลยรีบไปบอกให้ซูลอเลทราบ เมื่อซูลอเลทราบข่าวก็รีบเดินทาง
กลบั ไปทนั ที

ครั้นเมื่อซูลอเลกลับไปถึงบ้านแล้วรู้สึกกังวลมากๆ พร้อม
กันนั้นก็รู้สึกโกรธภรรยาที่ไม่เชื่อฟังคำสั่งเสียก่อนออกจากบ้านไป
ทำงาน เฉกเชน่ น้ีจะเอย่ ออกไปวา่

หน่อหม่อื เอ อาหน่าเตอ่ โล…ซี เลอ ถ๊อ พิ แหม่ อา่ โคะ๊

หน่อหม่อื เอ อาหนา่ เตอ่ บวา…ซี เลอ ถอ๊ พิ แหม่ อา ตวา

เมื่อบ่นเสร็จพลันจับจอบขึ้นมา 7 กล่อง 7 ด้าม แล้ว
เดินทางไปขุดภรรยาที่อาศัยอยู่ในรูของงูยักษ์ ขุดไปเรื่อยๆ
จนกระทั่งจอบพงั ไปจนครบ 7 ดา้ ม กแ็ ลเหน็ ภรรยาของตนอยู่ในรัง

11

ของงูยักษ์ และกำลังนั่งปั่นฝ้ายเงินปั่นฝ้ายทองอยู่ซูลอเลอขุดไป
เรื่อย จนจอบพังไปหมดทั้ง 7 กล่อง ก็ยังไม่สามารถขุดไม่สามารถ
ช่วยภรรยาตวั เองได้ แล้วจึงรำพึงวา่

บอ โข่ ชู น้ยุ กล๊ะ นุย้ เดอ…ขู่ เก หมอ่ื เอ เตอ่ เหน่ เลอ

ตัวของหน่อหม่ือเอเลยกล่าวตอบสามีไปว่า

ขู่ หมอ่ื เอ แจ๊ะ แควะ แจ๊ะ แควะ…บอ เตอ่ ก่า เกอ๊ ะ กา่

ขู่ หมอ่ื เอ จอ๊ ควอ๊ จ๊อ ควอ๊ …บอ เต่อ ก่า เกอ๊ ะ กา เหน่

เจ้างยู กั ษ์อย่ใู นรงั ไดบ้ อกกบั ซูลอเลว่า หากเจา้ เทเลือดท่ีคอ
หอยให้ จะปลอ่ ยภรรยาหน่อหม่ือเอให้ทันที ทนั ใดนน้ั ซูลอเลเลยฆ่า
สุนัข ฆ่าสุกรแล้วก็เทเลือดลงไปให้ แต่เจ้างูยักษ์ดมแล้วพูดออกไป
อีกว่านี่ไม่ใช่กลิ่นที่คอหอยของเจ้า จากนั้นซูลอเลเลยล้มโค ล้ม
กระบอื แล้วกเ็ ทเลอื ดลงไปอีก แตเ่ จา้ งูยักษ์ดมแล้วพดู ออกไปอีกว่า
นี่ไม่ใช่กลิ่นที่คอหอยของเจ้า ครั้นเมื่อไม่เป็นผล ซูลอเลเลยตัดนิ้ว
มอื ตวั เอง แลว้ เทเลอื ดลงไปใหอ้ กี แตเ่ จา้ งูยักษด์ มแลว้ พูดออกไปอีก
นี่เป็นเลือดที่มือเจ้าไม่ใช่กลิ่นที่คอหอยของเจ้า ข้าก็ยังไม่ปล่อยศรี
ภรรยาของเจ้า เมื่อหมดหนทางไม่มีทางใดแล้วที่จะช่วยศรีภรรยา
ซูลอเลเลยตัดสินใจเชือดคอตัวเลย จนตายในที่สุด ครั้นเมื่อเจ้างู
ยกั ษ์เหน็ ว่าซูลอเลเสียชวี ติ แลว้ จึงบ่อยภรรยาของซูลอเลในทันที

12

เม่อื หนอ่ หมอื่ เอไดข้ นึ้ มาบนพนื้ ดนิ แล้ว จึงไดฆ้ ่าหมทู ่ีตนเอง
เลี้ยงไว้ แล้วทอดน้ำมนั หมูใสก่ ระบอกไม้ไผ่ไว้ 30 กระบอกและปิด
ฝากระบอกแบบหลวมๆ และก็ตักน้ำใส่กระบอกไม้ไผ่อีก จำนวน
30 กระบอกเช่นกัน และได้ปิดฝาไว้อย่างแน่หนา ในวันที่เสียศพ
(เผา) จึงได้บอกให้ชาวบ้านเอากระบอกน้ำมันและกระบอกน้ำไป
ด้วย ครั้นเมื่อถึงเวลาเผาและไฟที่เผาลุกโชกช่วงชัลวาลนั้น หน่อ
หมื่อเอก็โกหกทุกคนวา่ ให้มองที่บนหวั ซิ มีเหยี่ยวตัวใหญ่บินอยู่ พอ
ชาวบ้านทกุ คนแหงนหน้าข้ึนมองเหยยี่ วบนฟ้า ณ เวลานน้ั หนอ่ หมื่อ
เอกโ็ ดดเข้ากองไฟที่กำลังลุกโชกชว่ งทันที ชาวบ้านทุกท่านต่างร้อน
รนเร่งรีบเพื่อที่จะดับไฟช่วย และทุกคนก็หยิบเอาแต่กระบอกไม้ไผ่
เปดิ ง่าย ซึ่งเป็นกระบอกนำ้ มนั น้นั เทลงไปเรื่อยๆ ย่ิงเทไฟย่ิงลุก

13

และในขณะนั้นเจ้างูยักษ์ก็มา พยายามที่จะช่วยหน่อหม่ือ
เอเช่นกัน เจ้างูยักษ์เลยโดดเข้ากองไฟแล้วเอาหางปัดไปมาเพื่อจะ
ช่วยดบั ไฟ แต่กไ็ ม่สามารถชว่ ยอะไรได้ ทำใหห้ นอ่ หมื่อเอโดนไฟเผา
ตายไปพร้อมกับสามีซูลอเลในกองไฟ ส่วนเจ้างูยักษ์นั้นหางโดนไฟ
ไหม้และก็กลายเป็นงูหางด้วนมีสีเหมือนถ่านไฟที่กำลังไหม้จวบจน
ปัจจบุ นั

14

2.3 นทิ าน เร่อื ง พาโจะโพ

มีนักศึกษาผู้คงแก่เรียนคนหนึง่ ได้ทำการว่าจา้ งเรอื แจวให้
พาข้ามฟาก ในขณะที่ท้องฟ้าเต็มไปด้วยเมฆดูมืดครึ้ม และลมเริ่ม
พัดจนน้ำเกิดเป็นระลอกคลื่นเล็กๆ เรือแจวได้แลน่ ไปอย่างช้าๆ จน
เมื่อเรือได้เข้าสู่กระแสน้ำอันเชี่ยวกราด คนแจวเรือจึงต้องใช้ความ

15

ระมัดระวังเป็นอย่างมาก ส่วนฝ่ายนักศึกษานั้นกำลังนั่งก้มหน้า
หนงั สอื เลม่ ใหญ่อยู่ จนในท่สี ดุ นักศึกษาก็ได้เงยหน้าข้ึนมาจากตำรา
แล้วมองไปยังคนแจวเรือและพดู คยุ

“ลุงๆ เคยอ่านหนังสือประวัติศาสตร์บ้างไหม?” นักศึกษาเอ่ยถาม
ข้นึ

“ไมเ่ คยเลยครับ” คนแจวเรือจ้างตอบดว้ ยน้ำเสียงทแี่ ผว่ เบา

นักศึกษาจึงพูดขึ้นว่า “ถ้างั้นลุงก็พลาดโอกาสเสียแล้วหละ ใน
หนังสือประวัติศาสตร์นะลุง เต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าอ่าน มีเรื่อง
ของกษัตริย์และพระราชนิ ีในสมยั อดีต รวมถึงเรือ่ งของสงคราม การ
ต่อสู้ ทำให้เราสามารถรู้ว่าคนในสมัยโบราณ ใช้ชีวิตกันแบบไหน
แต่งกายกันอย่างไร ประวัติศาสตรจ์ ะบอกให้ได้รู้ถึงความเจรญิ และ
ความเสื่อมลงของชนชาติต่างๆ ทำไมลุงไม่อ่านประวัติศาสตร์บ้าง
เลา่ ?”

“ผมไม่เคยเรียนหนังสอื ครบั ” คนแจวเรือตอบ

ในเวลานั้นคนแจวเรือก็ยังคงแจวเรือต่อไป ส่วนนักศึกษาก็ก้มหน้า
อ่านตำราต่อไป คงมีแต่เสียงใบแจวกระทบพื้นน้ำเท่านั้น เมื่อผ่าน
ไปสักคร่หู น่งึ นักศึกษากเ็ อ่ยถามคนแจวเรอื ขนึ้ อกี

”ภูมศิ าสตรเ์ ล่าลงุ เคยอา่ นบา้ งไหม?” นักศึกษาเอ่ยถาม

“ไม่เคยเลยครับ” คนแจวเรือตอบ

16

นกั ศึกษาจึงกล่าววา่ “ภมู ิศาสตร์ เป็นวิชาทีส่ อนให้เราได้รู้จักกบั โลก
และประเทศต่างๆ และยังรวมถึงกระทั่งภูเขา แม่น้ำ ลม พายุ ฝน
นะลุง วิชาภูมิศาสตร์เป็นวชิ าทีน่ ่าสนใจมาก ลงุ ไม่รจู้ ักวิชาน้เี ลยรึ?”

“ไม่เคยเลยครับ” คนแจวเรอื ตอบ

นักศึกษาส่ายหน้า “ถ้าไม่รู้จักวิชานี้ ชีวิตลุงก็เหมือนไม่มีค่าอะไร
เลย”

“วทิ ยาศาสตร์ละลุง เคยอา่ นบ้างรเึ ปลา่ ”

“ไม่เคยอีกแหละคุณ” คนแจวเรือตอบ

“ลุงเนี่ยนะเป็นคนยังไงกันแน่? วิทยาศาสตร์ที่ช่วยอธิบายถึงเหตุ
และผลต่างๆ ลุงรู้มั้ยความก้าวหน้าของคนเราในทุกวันนี้ขึ้นอยู่กับ
วิทยาศาสตร์โดยตรงเลยนะ นักวิทยาศาสตร์เป็นคนที่สำคัญอย่าง
มากในโลกนี้เลยกว็ า่ ได้ แต่นอ่ี ะไรลงุ กลับไม่รู้เรื่องพวกนี้เอาเสียเลย
ชวี ิตของลุงชา่ งมีคา่ นอ้ ยเสยี เหลือเกิน”

นกั ศกึ ษาปดิ ตำราของเขาและนั่งเงยี บไม่พูดอะไรขึ้นอกี

ในช่วงเวลานั้นก้อนเมฆสีดำได้แผ่ขยายและปกคลุมเต็มไปทั่วทั้ง
ท้องฟ้า ลมเริ่มพัดแรงขึ้น มีฟ้าแลบแปลบปลาบ เป็นเหตุบอกว่า
พายุกำลังจะมา และเรือก็ยังเหลือระยะทางอีกกว่าครึ่งซึ่งไกล
มากกว่าจะถงึ ฝ่ัง

17

คนแจวเรือแหงนขึ้นมองท้องฟ้าด้วยสีหน้าท่หี วาดหว่ัน ”ดูเมฆน่ันซิ
คุณ พายุคงจะมาถึงเราในไมช่ า้ คุณวา่ ยนำ้ เปน็ ไหมครับ?”

นักศึกษาพูดขึ้นอย่างตื่นตกใจกลัว “ว่ายน้ำ ผมว่ายไม่เป็นหรอก
ลงุ ”

บัดนี้คนแจวเรือเปน็ ฝ่ายเลิกค้ิวมองนักศึกษาอย่างประหลาดใจบา้ ง
แล้ว และพูดว่า “อะไรกัน นี่คุณว่ายน้ำไม่เป็นหรอกรึ คุณมีความ
รอบรู้มากมายออกขนาดนี้ ประวัติศาสตร์เอย ภูมิศาสตร์เอย และ
วิชาวิทยาศาสตร์เอยคุณก็รู้ แต่ทำไมคุณถึงไม่ไปเรียนการว่ายน้ำ
ด้วยเล่า อีกสักประเดี๋ยวเถอะ คุณก็จะได้รู้ว่าชีวิตของคุณไม่มีค่า
เลย”

ลมพายุพัดแรงขึ้นเรื่อยๆ เรือแจวลำน้อยถูกคลื่นและลมโหมซัดพัด
กระหน่ำใส่เข้ามา ในไม่ช้าไม่นานเรือแจวก็ถูกคลื่นและพายุซัดจน
เรือพลิกคว่ำ คนแจวเรือจ้างสามารถว่ายน้ำขึ้นฝั่งมาได้อย่าง
ปลอดภัย แต่ทว่านักศึกษาผู้น่าสงสารได้จมหายไปในกระแสน้ำอัน
เชีย่ วกราดนนั้ แล้ว

แง่คิดดีๆจากนิทานเรื่องนี้: อย่าได้เที่ยวไปมองคนอื่นว่า
เป็นอย่างนั้นอย่างนี้และคิดดูถูกดูแคลนว่าเขาต่ำต้อยกว่าเรา …แต่
เราควรหันมามองตัวเองว่าจิตใจเรานั้นต่ำต้อยกว่าคนอื่นบ้างหรือ
เปล่า และพฒั นาฝึกจิตใจเราให้ดยี ่ิงๆขึ้นไป ความรู้ท่วมหัว…แต่เอา
ตวั ไม่รอด ชยั ชนะใดๆ ในโลกนี้ ไม่ยงิ่ ใหญ่เท่า…ชนะใจตนเอง

18

2.4 นทิ านเรื่อง ดอป่ือเวเสอ่ งาเดอเส่เกอ่ เฌอ

ชายแก่คนหนึ่งมีลูกชาย 3 คน ลูกชายทั้งสามคนของเขา
เป็นคนทีข่ ยนั ขันแขง็ มาก แต่พวกเขามกั ทะเลาะเบาะแวงกนั อยู่เป็น
ประจำ ผู้เป็นพ่อพยายามตักเตือนให้พวกเขารักสามัคคีกัน แต่แล้ว
กต็ อ้ งลม้ เหลวไปทุกครั้ง

ผู้เป็นพ่อจึงตัดสินใจจะแสดงตัวอย่างให้เห็นถึงผลร้ายของ
ความไม่สามัคคีวันหนึ่งเขาบอกให้ลูกๆ ไปหากิ่งไม้มาหลายๆ ก่ิง
เม่อื ลกู ๆ นำมาให้แลว้ เขาได้มัดกิง่ ไมร้ วมกนั เป็นมัดใหญ่ แล้วบอก

19

ให้ลูกชายแต่ละคนลองหักไม้ออกเป็น 2 ท่อน ทุกคน
พยายามหกั ก่ิงไมจ้ นสุดแรงแต่ก็ไมส่ ำเร็จ

ตอ่ จากนั้น ผเู้ ป็นพ่อได้แกม้ ดั ก่ิงไม้ออก แล้ววางกิง่ ไม้ลงบน
มือของลูกชายทุกคน คนละ 1 กิ่ง แล้วบอกให้ลูกๆ ลองหักกิ่งไม้ดู
ลกู ๆ ทกุ คนกห็ กั กงิ่ ไม้ออกเปน็ สองท่อนได้อย่างง่ายดาย
ผู้เป็นพ่อ จึงพูดว่า “นี่แหละลูก ถ้าพวกเจ้ารู้รักสามัคคีและ
ช่วยเหลือกัน พวกเจ้าจะเป็นเหมือนกิ่งไม้มัดนี้ ที่ศัตรูไม่อาจทำร้าย
ได้ แต่ถ้าพวกเจ้าแบ่งแยกทะเลาะกันเอง ศัตรูจะสามารถเอาชนะ
พวกเจ้าไดอ้ ย่างง่ายดาย เหมอื นกิง่ ไมท้ ี่แยกออกจากกนั เหลา่ น้แี ล”

20

หลังจากนั้นเปน็ ต้นมา ลูกชายทง้ั สามคนกเ็ ขา้ ใจถงึ พลังของความ
สามัคคี และให้สญั ญากับพ่อไปว่า “ตอ่ จากนี้ไปไม่วา่ อะไรจะเกดิ ข้ึน
พวกเราก็จะรักและสามัคคีกันตลอดไปครับ
2.5 นทิ านเร่ือง ส่ามยิ อเดอปราเกอ่ ยอ

กาลครั้งหน่งึ นานมาแลว้ …มีหญงิ ชราคนหน่งึ ไมม่ ีลูกหลาน
อาศัยอยใู่ นบา้ นเพียงลำพัง
บ้านของเธอนนั้ ใหญ่โตกว้างขวางมากจนหญิงชราไมส่ ามารถดูแลได้
อย่างทั่วถึง

21

กระทงั่ พวกหนูมากดั ทำลายข้าวของจนเสียหายทุกวันหญิง
ชราทนความรำคาญไม่ไหวจึงไปขอร้องแมวตัวหนึ่งให้มาอยู่ด้วย
และสัญญากับแมวว่าถ้าแมวช่วยจับหนูให้หมดบ้าน นางจะให้แมว
อยูด่ ว้ ยจนชวั่ ชีวิตแมวนั้นดใี จมาก มันจึงออกจับหนูทุกวันไม่ได้หยุด
จนกระทงั่ หนูออกไปจากบา้ นหญิงชราจนหมด วันหนง่ึ …ขณะท่ีแมว
กำลงั นอนหลับอย่างสบายอารมณอ์ ยนู่ ัน้

มันก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเพราะหญิงชราได้หวดไม้เรียวลงมา
บนตัวของมันอย่างแรง“เจ้าจับหนูหมดแล้ว ก็ไม่มีประโยชน์กับข้า
อีกต่อไปออกไปจากบ้านของข้าได้แล้วเจ้าแมวขี้เกียจ ”หญิงชรา
ตวาดแมวแมวจำใจออกจากบ้านของหญิงชรา ดว้ ยความเจ็บแค้น

เมอ่ื พวกหนูรขู้ ่าวว่าบ้านของหญงิ ชราไม่มแี มวแล้ว
ก็พากนั อพยพกลับมาใหม่
หญงิ ชราจงึ ออกไปหาแมวและพูดอ้อนวอนใหแ้ มวกลับมาอยู่อีก
“พอที นางใจรา้ ย
ขา้ จะไม่ยอมช่วยเหลือ…คนที่ไม่มสี ัจจะอยา่ งเจา้ อีกแลว้ “

นิทานเรื่องนสี้ อนใหร้ ู้ว่า
ผู้ท่ไี ร้สจั จะ…แมแ้ ตส่ ตั วเ์ ดรจั ฉานก็ยังไมอ่ ยากเปน็ มติ รดว้ ย

22

2.6 นทิ านเรื่อง ปราเงเดอปราเออ

มีชายสามคนซึ่งเป็นเพื่อนกัน… อยู่มาวันหนึ่งก็ได้ชวนกัน
ไปเท่ียวหมูบ่ ้านอ่นื พอไปได้ครึ่งทางเกบ็ เงินได้ …ชายอีกสองคนน้ัน
คิดไม่ซื่อกับเพื่อนอีกคนหนึ่ง โดยการออกเสียงว่า คนคดกับคนซ่ือ
อย่างไหนจะดีกว่า เพอื่ นอีกคนบอกว่า คนซ่ือดีกว่า แต่อีกสองคนท่ี
ได้วางแผนกันไว้ก็บอกว่า คนคดดีกว่า… สรุปแล้วสองคนนี้จึงชนะ
เลยไมแ่ บง่ เงินให้เพอ่ื นคนที่บอกว่าคนซ่ือดีกวา่

23

ในระหว่างการเดินทางพวกเขาก็ได้เข้าพักหมู่บ้านร้างแห่ง
หน่ึง คนทถ่ี กู รังแกฝันวา่ เหน็ เทพองค์นาง และเทพบอกกับเขาว่าใน
เมืองนี้มีพระธิดาทรงป่วย ไม่มีใครรักษาได้ ให้เจ้าเอาฟืน 3 มัด ไป
เผาก้อนหินก้อนใหญ่ๆ ที่อยู่ใกล้ๆ เมือง พอก้อนหินไหม้ก็จะ
กลายเปน็ แมน่ ้ำ ชาวบ้านก็ได้ทำนาอาการของพระธดิ าก็จะหายจาก
การป่วย

พอรุ่งขึ้นมาเขาได้ทำตามท่ีเทพบอกและทุกอย่างก็เป็นจริง
พระราชาทรงพระราชทานรางวัลให้ชายคนนี้ พอเพื่อนอีกสองคน
เห็นก็มาหา แล้วถามว่า เจ้าทำอย่างไรถึงได้ดีขนาดนี้ ชายคนนี้ก็
บอกว่า “ข้าเป็นคนซื่อข้าก็ได้ดี เจ้าสองคนละเป็นอย่างไรบา้ ง ไหน
ว่าคนคดดีกว่าไม่ใช่หรือทำไมถึงมีสภาพอย่างน้ี” และเขาก็หัวเราะ
ดังๆออกมาอยา่ งมีความสุข

นิทานเรื่องนีส้ อนใหร้ วู้ า่
ซื่อกินไม่หมด…คดกนิ ไม่นาน

24

2.7 นทิ านเรือ่ ง ฉยุ่ เดอเสล่ อละ

นานมาแล้ว มีหมาป่าผอมโซตัวหนึ่ง… ไปบนบานกับต้นไม้
ศักดิ์สิทธิ์ว่า ขอเป็นวัวบ้านตัวอ้วนพี เมื่อกลายร่างเป็นวัวถูก
ชาวบ้านใช้ไถนา เกิดความเหนื่อยเมื่อยล้า จึงไปบนบานกับต้นไม้
ศักดิ์สิทธิ์ว่า ขอเป็นม้า แต่กลับถูกพระราชาผู้ครองนครสั่งให้ทหาร
จบั ตวั ไปเปน็ พาหนะ เกิดความเบื่อหนา่ ยอกี

จงึ ไปบนบานกบั ตน้ ไมศ้ ักดิ์สิทธว์ิ ่า ขอเป็นพระราชาเสียเอง
เมื่อได้เป็นพระราชาสมใจแล้ว เขายังมีความต้องการเรือเดินทะเล

25

ขนาดใหญ่ จึงสั่งทหารให้ไปตัดต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เพื่อต่อเรือ …ต้นไม้
ศักดิ์สิทธิ์โกรธมากที่ทำคุณไม่ขึ้น จึงบอกให้ทหารไปตามพระราชา
มาตดั เองเมอื่ พระราชามาถึง…ตน้ ไมศ้ ักดสิ์ ิทธ์ิได้กล่าวตำหนใิ นความ
ไม่รู้จกั พอ และสาปใหก้ ลายรา่ งกลบั เปน็ หมาปา่ ผอมโซเช่นเดิม

นิทานรอื่ งนีส้ อนใหร้ ู้วา่
คติสอนใจที่สอนในเรื่อง “ความโลภไม่รู้จักพอของมนุษย์

และในที่สุดก็ไม่ได้อะไรเลย”…ตรงกับสำนวนไทยของเราว่า “โลภ
นกั …มักลาภหาย“

2.8 นิทาน เร่อื ง ปราชาฉ่ยุ

26

“มรี ้านค้าแหง่ หนงึ่ ตดิ ประกาศขายลูกสุนขั 7 ตัว”
เมื่อรขู้ ่าว ก็มีเดก็ ๆ แวะเวียนเข้ามาเลน่ มาชมลูกสนุ ัขทกุ วนั แตก่ ย็ ัง
ไม่มีใครตกลงใจซื้อ เพราะเป็นสุนัขพันธุ์ดี มีราคาค่อนข้างแพงวัน
หนึ่ง ขณะที่เจ้าของร้านกำลังยุ่งอยู่กับการขายของอื่น ๆ ให้แก่
ลกู คา้ ในรา้ นเด็กชายหนา้ ตาน่าเอ็นดูคนหนงึ่ ก็มากระตุกชายเสือ้ เขา
เขาก้มลงมอง และถามว่ามีอะไรให้ช่วยหรือไม่“เพื่อนของผมบอก
ว่า ทีร่ า้ นของคณุ อามลี ูกหมาขาย ผมอยากเลี้ยงลูกหมาสักตวั
พ่อแม่ก็อนุญาตแล้ว ขอผมดูลูกหมาของคุณอาหน่อยไดไ้ หมครับ?”
เด็กบอกอย่างสุภาพ“อ๋อ ได้สิหนู พวกมันกำลังนอนเล่นอยู่หลัง
ร้านน่ะ” เจ้าของร้านกล่าวอย่างยินดีแล้วผิวปากเรียกสุนัขทั้งเจ็ด
ออกมาเด็กชายยิ้มร่าเมื่อเห็นลูกสุนัขวิ่งตุ้ยนุ้ยออกมาทีละตัวเขา
นับ…แต่กม็ แี คห่ กตัวเท่าน้ัน “ไหนวา่ มเี จ็ดตัว มคี นซ้อื ไปตัวหนึง่ แล้ว

หรือครับ?”เด็กชายถามเจ้าของร้านตอบว่า “อ๋อ เปล่า
หรอกหนู ยังไม่มีใครซอ้ื ไปเลยสักตวั เพียงแต่ตัวสุดทา้ ยขาหลังเขาไม่
ดี มนั ก็เลยตอ้ งคลานออกมาว่ิงมาพร้อมกบั พ่ๆี ..ของมันไม่ได้”ส้ินคำ
เจ้าของร้าน ลูกสุนัขตัวที่เจ็ดก็คลานออกมาขาหลังทั้งคู่ของมันลีบ
เหลือนิดเดยี ว มนั ตอ้ งใชข้ าหน้าลากพารา่ งกายออกมาจากหลงั รา้ น
ลูกสุนัขมองมาทางเด็กชาย แล้วครางงี้ดๆเห็นได้ชัดว่ามันพยายาม
คลานมาหาเขา หางของมันกระดิกดุ๊กดิ๊กๆอยู่ตลอดเวลามันคลาน
เข้าไปเลียรองเท้าของเด็กชาย ท่าทางจะชอบเขามากเด็กชาย
หัวเราะแล้วอุ้มมันขึ้นมา ก่อนจะถามเจ้าของร้านว่า “หมาตัวนี้
ราคาเทา่ ไรครับ?”

27

“ปกติ อาบอกขายอยู่ตวั ละสองพนั บาทนะ” เจ้าของร้านตอบ
เด็กชายนิ่งอึ้งไปก่อนจะล้วงกระเป๋าหยิบเงนิ ออกมานับเขามีเงินอยู่
เพียงสี่ร้อยห้าสิบบาทเทา่ นั้น“ผมมีเงินไม่พอซื้อหมาตัวน้ี” เด็กชาย
พึมพำอย่างเศร้าใจเจ้าของร้านรีบบอกทันทีว่า “โอ๊ะ!! หนู ถ้าหนู
อยากได้หมาตัวนี้ไปก็เอาไปเถอะไม่ต้องจ่ายเงินหรอก อายกให้หนู
ฟรี ๆ ไปเลย”เด็กชายฟังเจ้าของร้านแล้วชะงักไป ก่อนจะถาม
กลับไปอย่างไม่พอใจว่า“ทำไมครับ ทำไมถึงบอกว่าไม่ต้องจ่ายเงิน
ถ้าจะซื้อหมาตัวนี้” “ก็ อย่างที่หนูเห็นอย่างไรล่ะ ลูกหมาตัวนี้มัน
ติดมาพรอ้ มๆ พ่ๆี น้องๆ ของมันและอาก็ไม่คิดว่าจะขายมันอยู่แล้ว
เพราะมันพิการ ว่งิ ก็ไม่ได้ กระโดดก็ไมไ่ ด้ความจริงอาไม่อยากให้หนู
ไดข้ องมีตำหนอิ ย่างนไี้ ปนะ ลองดตู ัวอืน่ ดีไหม”
เด็กชายเมม้ ปากแน่นกอ่ นจะพูดวา่ “คณุ อาดูอะไรน่สี ิครบั ”
ว่าแล้วเขาก็ดึงขากางเกงท้งั สองขา้ งข้นึ เจ้าของรา้ นจึงไดเ้ ห็นว่า
ขาของเด็กชายคนนี้เล็กลีบเช่นเดียวกับขาหลังของลูกสุนัขแต่ที่ทำ
ให้เขายืนอยู่ได้ ก็เพราะมีขาเทียมช่วยพยุงเอาไว้“คุณอาครับ ขา
ของผมก็ลีบใช้การอะไรไม่ได้เหมือนกันผมเดินช้ากว่าเพื่อนคนอืน่ ๆ
วิ่งก็ไม่ได้ กระโดดก็ไม่ได้อย่างนี้ผมก็เป็นคนไร้คุณค่าหรือเปล่า
ครับ”เจ้าของร้านนิ่งอึ้งไป ความรู้สึกผิดแล่นปราดเข้าสู่หัวใจของ
เขา เด็กชายปลอ่ ยขากางเกงลงแลว้ พูดต่อวา่
“ผมจะซื้อสุนัขตัวนี้ในราคาสองพันบาทเท่ากับลูกหมาตัวอื่น ๆว่า
ผมมเี งนิ ไมพ่ อ ถา้ ผมจะอ้อนวอนคุณอา ขอผอ่ นราคาของลกู หมาตัว
นี้เดือนละหนึ่งร้อยบาททุกเดือน จนครบสองพันบาท คุณอาจะว่า
อย่างไรครับ”เจ้าของร้านน้ำตาไหลริน ทรุดตัวลงตรงหน้าเด็กชาย

28

และกอดเขาไวด้ ้วยความประทบั ใจพลางกล่าวขอโทษขอโพยในสิ่งที่
ตนได้ทำผิดพลาดไปเขาบอกว่าไม่ขัดข้องที่จะให้เด็กชายผ่อนค่าตัว
ของลูกสุนัขตัวนี้และกลา่ ววา่ ถ้าสุนัขทุกตัวมีเจ้านายที่จิตใจดีอยา่ ง
เด็กชายพวกมันก็คงจะมีชีวติ ทีเ่ ปน็ สขุ อยา่ งมาก

นทิ านเร่อื งน้ีสอนใหร้ ู้ว่า
“อยา่ ตัดสนิ คุณคา่ ส่ิงใดๆ…เพียงจากรปู ลักษณภ์ ายนอก”

2.9 นิทาน เรอ่ื ง ของขวญั จากนางฟา้

29

กาลครัง้ หนงึ่ นานมาแล้ว มเี ด็กน้อยค่หู นง่ึ เป็นพ่ีน้องกัน ข่า
เป็นพี่ชายใจดี ส่วนขิงเป็นน้องสาวผู้น่ารัก ไม่ว่าจะทำอะไร…ข่าจะ
คอยดแู ลนอ้ งสาวของเขาอยเู่ สมอ ข่ารกั นอ้ งสาวของเขามาก แตเ่ ขา
ไมค่ ่อยแนใ่ จวา่ น้องสาวตัวน้อยจะรกั เขาบา้ งหรอื เปลา่ ?

วันหนึ่ง ขิงกับข่าพบห่อของขวัญวางอยู่ที่หนา้ บ้าน พวก
เขาเคยไดย้ นิ ว่า เด็กดีจะได้รับของขวญั จากนางฟ้า สองพี่น้องดีใจ
และต่นื เตน้ อย่างบอกไมถ่ กู ขิงคดิ วา่ ของในห่อคงเปน็ ชดุ สวย ๆ

ส่วนข่าคิดว่ามันน่าจะเป็นของเล่นอะไรสักอย่าง แต่เมื่อ
ขิงกับข่าเปิดห่อของขวัญออกดู พวกเขาก็ต้องผิดหวัง เพราะ
แทนที่มันจะเป็นชุดสวยหรือของเล่นอย่างที่พวกเขาคิด มันกลับ
เปน็ เมลด็ พืชขนาดยักษ์ทพ่ี วกเขาไมเ่ คยเห็นที่ไหนมาก่อน

ขิงมองของขวัญด้วยความผิดหวัง ข่าสงสารน้อง เขาจึงปลอบ
น้องสาวว่า “อย่าทำหน้าเศร้าอย่างนั้นสิจ๊ะ เราคงไม่โชคร้าย
จนเกินไปหรอก” ข่าส่งยิ้มให้ขิง แล้วชวนขิงเอาเมล็ดพืชยักษ์ไป
ปลูกที่สวนหลังบ้าน ข่าบอกขิงว่า “ถ้าเมล็ดงอกเป็นต้นเมื่อไหร่
เราอาจจะได้ชิมผลไมข้ องนางฟา้ ก็ไดน้ ะ

เช้าวันรุง่ ขึ้น เมล็ดพืชยักษ์งอกจากพื้นดินกลายเป็นต้นไม้
ทสี่ งู เทียมเมฆ สองพีน่ อ้ งมองต้นไม้ยักษด์ ้วยความตืน่ เต้น แต่น่า
เสียดาย มันเป็นต้นไม้ที่มีแต่ดอก…ไม่มีผล! มิหนำซ้ำ ดอกไม้
ขนาดมหมึ ายังบานสูงเกินกวา่ ทเี่ ด็ก ๆ จะเก็บถึงเสียอีก

30

ขิงมองต้นไม้ยักษ์อย่างหมดกำลังใจ ข่าสงสารน้อง เขา
จึงปลอบน้องสาวว่า “อย่าทำหน้าเศร้าอย่างนั้นสิจ๊ะ ไม่มีใครโชค
ร้ายจนเกนิ ไปหรอก”

ทันใดนน้ั เหตกุ ารณ์ไมค่ าดฝนั ก็เกดิ ขึ้น มีสายลมแรงพัด
มาปะทะจนต้นไม้ยักษ์หักโค่นลงมาเกือบจะทับบ้านของเดก็ ทั้งสอง
ขิงตกใจมาก เธอมองต้นไม้แล้วทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ข่า
สงสารนอ้ งเหลือเกิน เขาอยากจะปลอบน้อง แตโ่ ชคร้ายที่ถาโถม
มาคร้ังแลว้ คร้ังเลา่ ทำใหเ้ ขาพูดไม่ออก อย่างไรกต็ าม ข่าก็ไม่อาจ
ปล่อยให้น้องสาวของเขาต้องจมอยู่ในความทุกข์เช่นนี้ได้ ดังนั้น
ข่าจงึ คิดว่าเขาควรจะทำอะไรสกั อย่าง
ขา่ คดิ …คดิ …แลว้ กค็ ิด ในที่สุด ขา่ ก็เกิดความคิดดี ๆ ขนึ้ ในใจ
ข่าชวนน้องสาวเดินออกจากบ้านตรงไปยังบริเวณที่ไม้ล้ม จากน้ัน
เขาก็ปลดิ ดอกไม้สีสวยขนาดใหญ่ยักษ์ออกมาดอกหน่ึง แล้วจัดการ
ดึงเกสรกลางดอกออกจนดอกไม้กลายเป็นรูโบ๋ เมื่อข่าพลิกดอกไม้
ให้คว่ำลง ดอกไม้สีหวานก็กลายเป็นกระโปรงที่เหมาะกับ
เดก็ ผหู้ ญงิ ตวั เลก็ ๆ มากที่สุด

ข่าดีใจที่เห็นน้องสาวมีความสุขเมื่อได้ลองใส่ชุดดอกไม้แสนสวย
แต่ในขณะเดียวกัน เมอื่ เขามองต้นไม้ยักษ์ท่หี ักโคน่ ลงมา เขาก็อด
ที่จะรู้สึกท้อใจไม่ได้ ขิงเห็นข่าทำหน้าเศร้า ๆ เธอจึงปลอบใจ
พี่ชายของเธอว่า “อย่าทำหน้าเศร้าอย่างนั้นสิจ๊ะ พี่คงไม่โชคร้าย
จนเกินไปหรอก”เมื่อเด็กน้อยพดู เสรจ็ เธอกจ็ งู มอื พี่ชายให้เดินตาม
เธอไป จรงิ ๆ แล้ว ขงิ แอบห่วงพีช่ ายของเธอมาโดยตลอด เธอ

31

รูว้ ่าขา่ อยากได้ของเล่นสกั ชน้ิ ดงั นัน้ ในขณะที่เธอกำลังลองชุดที่
พี่ชายทำให้ เธอจึงแอบคิดหาของขวัญแสนพิเศษให้แก่พี่ชายสุดท่ี
รักขิงพาข่าเดินตรงไปยังดอกไม้ดอกใหญ่ที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนัก
เมื่อถึงจุดหมาย…เธอก็ออกแรงปลิดดอกไม้ขนาดยักษ์ออกจากต้น
จากนั้น เธอก็ส่งดอกไม้ให้พี่ชาย เพื่อให้เขาใช้มันแทนเรือในการ
เที่ยวเล่นไปตามสายน้ำข่าชอบเรือดอกไม้ที่น้องสาวมอบให้เอาเสีย
มาก ๆ แต่สิ่งที่สำคัญมากกว่านั้นก็คือ เขารู้แล้วว่าขิงรักและ
ห่วงใยเขามากเพียงไร ข่านึกขอบคุณนางฟ้าที่ส่งเมล็ดพืชยักษ์มา
ทดสอบความรักทน่ี อ้ งสาวมีตอ่ เขา ขา่ เช่ือแลว้ ว่าไมม่ ีใครในโลกน้ี
ที่จะโชคร้ายจนเกินไปหรอกและแล้ว…พี่ชายคนดีก็พาน้องสาวไป
ล่องเรือเล่น ท่ามกลางกลิ่นหอมของดอกไม้ที่ชวนให้พวกเขาจดจำ
โมงยามแหง่ ความสขุ ไปตราบชว่ั นริ ันดร์

2.10 นทิ านเรื่อง จอปา

32

กาลครั้งหนึ่งนานมาแลว้ มีพระราชาผูแ้ สนดีพระองคห์ น่ึง
ทรงดูแลประชาชนของพระองค์เป็นอย่างดี จนทำให้ประชาชนทุก
คนมีจิตใจที่ดงี ามและมีความสุขกนั โดยถว้ นหน้า

ครั้นเมื่อถึงวันเกิดของพระราชา ประชาชนทั้งหลายจึง
พร้อมใจกันส่งของขวัญมาให้ ซึ่งทำให้พระราชาซาบซึ้งและอยาก
ตอบแทนความรักของประชาชนด้วยของขวัญอะไรสกั อยา่ ง

เมื่อเหล่าเสนาทราบความประสงค์ของพระราชา เหล่า
เสนาจึงเสนอให้พระราชาสั่งทำของขวัญราคาแพงแล้วมอบให้แก่
ประชาชนทุก ๆ คนเปน็ ทีร่ ะลึก

แม้พระราชาจะต้องการมอบของที่มีค่าให้แก่ประชาชน
แต่เนื่องจากเงินในท้องพระคลังมีไม่มากพอ ดังนั้น พระราชาจึงไม่
สามารถมอบของขวัญราคาแพงตามคำแนะนำของเหล่าเสนาได้

เมื่อพ่อมดหลวงเห็นว่าพระราชาปฏิเสธความคิดของเหล่า
เสนา พ่อมดหลวงจึงเสนอให้พระราชาสั่งทำเครื่องรางของขลัง
แล้วมอบให้แกป่ ระชาชนทุก ๆ คนเพื่อใชป้ ้องกันตวั จากภูตผปี ศิ าจ
แม้การทำเคร่ืองรางของขลงั จะมีค่าใชจ้ า่ ยไม่มากนัก แตพ่ ระราชาก็
ไม่อยากมอบของที่อาจทำให้ประชาชนงมงายกับสิ่งที่พิสูจน์ได้ยาก
ดว้ ยเหตนุ ้ี พระองค์จึงตัดสนิ ใจไม่ทำของขลังตามคำแนะนำของพ่อ
มดหลวง

เม่ือกลุ่มพ่อคา้ เห็นวา่ ข้อเสนอของเหล่าเสนาและพ่อมดหลวงไม่เป็น
ที่ถูกใจของพระ- ราชา กลุ่มพ่อค้าจึงเสนอให้พระราชากำหนด
ของขวญั เป็นเงนิ สักก้อนหน่ึง แลว้ ใช้วธิ จี ับฉลากมอบเงนิ ให้แก่ผู้โชค

33

ดีเพียงคนเดียว แม้วิธีของกลุ่มพ่อค้าจะไม่ทำให้สิ้นเปลืองเงินใน
ท้องพระคลังมากจนเกินไปนัก แต่การจับฉลากมอบของขวัญให้
ใครเพียงคนเดียว ดูจะไม่ตรงตามเจตนาของพระราชาสักเท่าไร
มิหนำซ้ำ มันยังมีลักษณะคล้ายกับการออกหวยซึ่งเป็นอบายมุขอีก
ด้วย ดังนั้น พระราชาจึงเลือกที่จะไม่ทำตามคำแนะนำของกลุ่ม
พ่อค้าในขณะที่ทุก ๆ คนในท้องพระโรงพยายามครุ่นคิดหา
ของขวัญที่เหมาะสมกนั อยา่ งเครง่ เครียด จู่ ๆ ตลกหลวงผู้เป็นคน
สนิทของพระราชาก็ค่อย ๆ ย่องเข้าไปกระซิบความคิดของเขาให้
พระราชาได้ทราบ

ทนั ทที พ่ี ระราชาได้ฟังความคิดเห็นจากตลกหลวง พระองค์
ก็ทรงยิ้มอย่างมีความสุข แล้วสั่งให้ทหารจัดการเตรียมของขวัญ
สำหรบั ประชาชนตามคำแนะนำของตลกหลวงโดยดว่ น
ของขวัญที่ตลกหลวงเสนอให้พระราชามอบให้แก่ประชาชนทุก ๆ
คนเป็นของขวัญที่มีราคาถูก มีประโยชน์ แถมยงั มีความหมายลึกซ้ึง
ซ่งึ สิ่งที่ตลกหลวงแนะนำให้พระราชามอบให้แกป่ ระชาชนที่แสนดีก็
คอื เกลือธรรมดา ๆ นน่ั เอง! ในตอนแรก ทง้ั เหลา่ เสนา พ่อมดหลวง
และกลุ่มพ่อค้าต่างงุนงงกับตัดสินใจของพระราชาผู้เป็นที่รัก แต่
เมื่อทุกคนเห็นข้อความที่ถุงเกลือซึ่งพระราชาเตรียมไว้เพื่อมอบ
ให้แกป่ ระชาชน ทกุ ๆ คนกพ็ ากันย้มิ และยอมรบั ในความคิดอันลึก
ล้ำของพระราชาและตลกหลวง

ถ้อยคำที่ปรากฏอยู่บนถุงเกลือคือข้อความว่า “ขอให้ทุก
คนรักษาความดีเหมือนเกลือรักษาความเค็ม” ซึ่งเมื่อประชาชน

34

ได้รบั ถุงเกลือจากพระราชาและได้อ่านข้อความดังกล่าว ประชาชน
ทุกคนก็พากันซาบซึ้ง เพราะข้อความนั้นเป็นได้ท้ังคำชมเชยและคำ
เตอื นใจในเวลาเดียวกนั “จงทำความดีและเป็นคนดีตอ่ ไป ดง่ั เกลือท่ี
คงความเค็มได้อย่างไม่เคยแปรเปลี่ยน”ประชาชนทุกคนมีความสุข
มากที่ได้รับของขวัญอันมีค่ายิ่งจากพระราชาที่พวกเขารัก และ
หลังจากนั้น ทุก ๆ คนก็ตั้งใจที่จะเป็นคนดีและทำความดีต่อไป
เพอื่ ตอบแทนความกรณุ าของพระราชาผู้เป็นท่ีรัก

2.11 นทิ านเรอื่ ง ของขวญั แดค่ ุณครู

35

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ โรงเรียนเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง มี
คุณครูคนหน่งึ เปน็ คุณครูทส่ี อนหนังสอื ได้อย่างวเิ ศษ คุณครูคนนี้มี
ชื่อว่า “คุณครูขวัญดาว” เธอชอบสอนเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย
ชอบสอนเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องสนุก และชอบเล่าเรื่องสนุกแฝงคติ
ธรรมเพื่อบ่มเพาะให้เด็ก ๆ เป็นคนดีในอนาคต เด็ก ๆ รักคุณครู
ของพวกเขามาก ส่วนคุณครูขวัญดาวเองก็รักเด็ก ๆ ราวกับเธอ
เป็นแม่คนที่สองอยู่มาวันหนึ่ง เด็ก ๆ นึกอยากให้ของขวัญแด่
คุณครูขวัญดาว ดังนั้น เด็ก ๆ จึงหารือกัน แล้วตัดสินใจที่จะซ้ือ
จกั รยานสีชมพูให้คุณครูใช้ข่แี ละใช้ขนอุปกรณ์ต่าง ๆ แทนการหอบ
ขา้ วของพะรงุ พะรงั มาโรงเรียนอยา่ งที่เป็นอยู่

แม้ราคาจักรยานอาจจะแพงอยู่สักหน่อย แต่เด็ก ๆ ก็ไม่หวั่น
เพราะพวกเขาเชือ่ มัน่ ว่า ความพยายามอยูท่ ีไ่ หน…ความสำเรจ็ ย่อม
อยูท่ น่ี ัน่ เด็ก ๆ เริม่ ตน้ เก็บเงนิ ด้วยการหางานทำหลังเลิกเรยี น เด็ก
บางคนหาเงินด้วยการเก็บผักไปขายที่ตลาด เด็กบางคนอาสาตัด
หญ้าและกวาดใบไม้ในสวนสวย ส่วนเด็กบางคนเลือกที่จะนวด
หลงั ใหผ้ ใู้ หญ่แลว้ นำเงนิ ทไ่ี ดม้ าหยอดกระปุกรวมกันเอาไว้
เด็ก ๆ ตั้งใจทำงานโดยไม่เคยปริปากบ่น ไม่ช้าไม่นานนัก กระปุก
หมูของเด็ก ๆ ก็หนักอึ้งและเต็มไปด้วยเศษสตางค์ที่มาจาก
น้ำพักน้ำแรงของเด็ก ๆ ทุกคนเมื่อเด็ก ๆ มีเงินมากพอที่จะซื้อ
จกั รยาน เดก็ ทุกคนจึงนัดแนะกันหอบกระปุกหมเู ดนิ ทางไปยังร้าน
ขายจักรยานที่อยู่ในเมือง เด็ก ๆ มีความสุขและตื่นเต้นมากที่จะได้
มอบจักรยานให้คุณครูที่พวกเขารัก แต่ในระหว่างการเดินทาง

36

เด็ก ๆ บังเอิญพบหญิงชรากับลูก ๆ กำลังนั่งร้องไห้อยู่ใกล้ ๆ กับ
ซากของบา้ นซงึ่ ถูกไฟไหม้จนวอดวายไปท้ังหลัง

หญิงชราผู้โชคร้ายสิ้นเนื้อประดาตัวด้วยพระเพลิงที่ไร้
ความปราณี เธอกบั ลูก ๆ ไม่มบี ้านค้มุ หวั ไม่มีผา้ หม่ กนั หนาว ไม่
มีเงินซื้อข้าว ไม่มีอะไรเหลืออยู่เลย….นอกจากชีวิต เด็ก ๆ ต่าง
สงสารหญิงชรากับลูก ๆ จนไม่อาจนิ่งเฉยได้ ด้วยเหตุนี้ เด็กทุก
คนจึงตดั สินใจยกกระปกุ หมูของพวกเขาใหแ้ กห่ ญิงชราผู้อาภพั
เมื่อเด็ก ๆ มอบกระปุกหมูให้แก่หญิงชรา พวกเขาจึงไม่มีเงินซ้ือ
จักรยานสีชมพูให้คุณครูดังที่ตั้งใจเอาไว้ อย่างไรก็ตาม เด็ก ๆ ก็
เชื่อวา่ พวกเขาได้ทำในสิ่งท่ีถกู ต้องแล้ว

เมื่อถึงวันสุดท้ายปลายเทอม เด็ก ๆ ช่วยกันเก็บดอกไม้จากข้าง
ทางนำมาจัดเป็นช่อ แล้วมอบให้คุณครูขวัญดาวพร้อมกับเล่า
เรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้คุณครูฟัง เด็ก ๆ กล่าวขอโทษที่พวก
เขาไม่สามารถมอบของขวัญที่มีคา่ มีราคาอย่างจักรยานให้แก่คุณครู
ได้ แต่หลังจากที่เดก็ ๆ พูดจบ คุณครูขวัญดาวกลับร้องไห้ ซึ่งทำ
ใหเ้ ด็ก ๆ ตกใจกันไปหมด ตอนแรก เดก็ ๆ คดิ วา่ คณุ ครคู งโกรธท่ีได้
ดอกไม้ไร้ราคาเป็นของขวัญ แต่จริง ๆ แล้วคุณครูขวัญดาวร้องไห้
เพราะเธอปล้ืมปีติท่ีเด็ก ๆ รักครูและมีจิตใจดีงามดังที่เธอเฝ้าอบรม
บ่มนิสัยการที่เด็ก ๆ เป็นคนดีสมกับที่ครูสอนเฝ้าสั่งสอนทำให้คน
เปน็ ครูหายเหน่ือยและรสู้ กึ อม่ิ เอมใจอย่างบอกไม่ถูกคุณครูขวัญดาว
ขอบใจเด็ก ๆ ทกุ คนทีม่ อบของขวัญอันแสนวิเศษให้กับครูอย่างเธอ

37

ส่วนเด็ก ๆ เองก็ภูมิใจมากที่พวกเขาสามารถทำให้คุณครูที่พวกเขา
รกั มคี วามสุขไดอ้ ย่างเหนอื ความคาดหมาย
2.12 นทิ านเร่อื ง ป่า (พอ่ )

นานมาแล้ว ยังมีลูกกระต่ายที่แสนน่ารักตัวหนึ่ง นึก
อยากจะมอบของขวัญแด่คุณพ่อในวันคล้ายวนั เกิด ลูกกระต่ายรู้ดี
ว่า พ่อกระต่ายหลงใหลในความงามแห่งแสงจันทร์ ดังนั้น ลูก
กระต่ายจึงตัดสินใจออกเดินทางเพื่อไปนำพระจันทร์มาให้เป็น
ของขวญั แดค่ ณุ พ่อสุดท่รี ัก

38

กระตา่ ยน้อยหยบิ กระปุกออมสนิ ของตัวเอง แล้วกระโดดดึ๋
ง..ดึ๋ง…ออกจากบ้านโดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ยอดเขาซึ่งสูง
เสียดฟา้ แม้สตางคใ์ นกระปุกรปู กระตา่ ยของเจ้ากระตา่ ยน้อย จะมี
อยู่เพียงกระจ้อยร่อยกระจิริด แต่เจ้ากระต่ายน้อยก็ตั้งใจที่จะยก
เงินออมทั้งกระปุก เพื่อแลกพระจันทร์กลับมาเป็นของขวัญแด่พ่อ
ใหจ้ งไดเ้ ม่ือกระต่ายนอ้ ยกระโดดไปถงึ ยอดเขา ตอนนนั้ ..พระจนั ทร์
ดวงโตก็โผลพ่ ้นจากขอบฟา้ ขึน้ มาพอดี
“จนั ทร์เจ้าขา ราคาเทา่ ไหร่?” กระต่ายถาม
พระจันทรม์ องตาเจา้ กระตา่ ยตวั น้อยด้วยความเอน็ ดู ดวงตาใสแจว๋
ท่แี สนไรเ้ ดยี งสาของลูกกระต่ายทำใหพ้ ระจันทรน์ ึกสงสัยใคร่รู้
“หนจู ะซื้อชั้นไปไหน…ให้ใครนะ?”
ลูกกระต่ายเล่าที่มาและความตั้งใจทั้งหมดให้พระจันทร์รู้ แม้
พระจันทร์จะเชื่อในส่ิงที่เจ้ากระตา่ ยน้อยเล่าให้ฟัง แต่พระจันทร์ก็
อยากทดสอบว่าลูกกระต่ายท่ีดูข้อี ายตัวน้ีจะรักพ่อสักเพียงไหน….
“ถ้าอยากไดช้ น้ั กลับบ้าน หนตู อ้ งทำทุกอย่างตามที่ชัน้ บอก”
ลูกกระต่ายนิ่งคิดครู่หนึ่ง แล้วจึงเงยหน้ามองพระจันทร์ด้วยแววตา
ทม่ี ่งุ ม่นั

เมื่อพระจันทร์แกล้งบอกให้ลูกกระต่ายร้องเพลงจนกว่า
พระจันทร์จะเบื่อ ลูกกระต่ายก็ร้องเพลงที่แสนน่ารักให้พระจันทร์
ฟังเป็นร้อย ๆ เที่ยวจนพระจันทร์ใจอ่อนยอมให้ลูกกระต่ายหยุด
ร้องเมื่อพระจันทร์บอกให้ลูกกระต่ายเต้นระบำ ลูกกระต่ายก็
รวบรวมความกล้า แล้วเต้นระบำ หกคะเมน ตีลังกา จนพระจันทร์

39

อดหวาดเสียวแทนไม่ได้ และขอให้ลูกกระต่ายหยุดเต้นหลังจากท่ี
ลูกกระตา่ ยเพ่ิงเต้นไปไดเ้ พียงไม่กรี่ อบ

และสุดท้าย เมื่อพระจันทร์บอกให้ลูกกระต่ายเล่านิทาน
แสนสนุก ลูกกระต่ายก็นึกถึงนิทานที่พ่อกระต่ายมักจะเล่าให้ฟัง
ตอนก่อนนอน จากนั้น มันก็เริ่มเล่านิทานให้พระจันทร์ฟังด้วย
หัวใจทเ่ี ต็มเป่ยี มไปด้วยความสุขเมอ่ื นกึ ถึงพอ่

นิทานที่ลูกกระต่ายเล่า ทำให้พระจันทร์เข้าใจอย่างลึกซ้ึง
ว่า ลูกกระต่ายกับพ่อกระต่ายรักกันมากเพียงใด นิทานของพ่อ
กระต่ายเป็นนิทานที่แสนอ่อนโยน ซึ่งลูกกระต่ายก็ถ่ายทอด
เรื่องราวทั้งหมดออกมาได้อย่างครบถ้วน ในที่สุด พระจันทร์ก็ใจ
ออ่ น และยอมทำตามสญั ญาทีใ่ หเ้ อาไว้

คืนนั้น กระต่ายน้อยพาพระจันทร์กลับบ้าน เพื่อนำไป
มอบเป็นของขวัญในวันคล้ายวันเกิดของพ่อ แน่นอน…พระจันทร์
อยู่เป็นของขวัญให้พ่อกระต่ายได้เพียงคืนเดียว แต่ในคืนวันน้ัน
ของขวญั ทล่ี ูกกระต่ายนำมาให้ กท็ ำใหพ้ ่อกระต่ายชื่นใจอย่างยากท่ี
จะลืมเลือนได้พ่อกระต่ายมีความสุขที่ได้ชื่นชมแสงจันทร์ใกล้ ๆ
อย่างที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน แต่เหนือสิ่งอื่นใด พ่อกระต่ายมี
ความสุขที่ได้ล่วงรู้ถึงหัวใจของลูกสุดที่รัก ว่าลูกกระต่ายรักพ่อสัก
เพียงไหนและแล้ว…นิทานเร่ืองนีก้ ็จบลงด้วยภาพของพ่อกระต่ายที่
กำลังนั่งเล่านิทานเคล้าแสงจันทร์ โดยมีลกู กระต่ายนอนหนุนตักฟัง
อย่างมีความสุข ในคนื ท่ีพระจนั ทรแ์ ลดสู วยเป็นพเิ ศษ

40

2.13 นทิ านเรอ่ื ง ภตู น้อยพลังแสงอาทติ ย์

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยที่เมืองทุกเมืองต้องมีภูต
ประจำเมืองคอยดูแลให้ชาวเมืองอยู่เย็นเป็นสุข มีภูตน้อยตนหนึ่ง
ชื่อภูตพลังแสงอาทิตย์ เป็นภูตที่ไม่มีเมืองใดต้องการให้ไปเป็นภูต
ประจำเมืองเลย ซึ่งทุกครั้งที่ภูตน้อยส่งจดหมายไปสมัครเป็นภูต
ประจำเมืองที่เมืองใดก็ตาม ชาวเมืองก็มักจะปฏิเสธ โดยให้เหตุผล
ว่า “เรามีดวงอาทิตย์จริง ๆ อยู่แล้ว แล้วเราจะเอาภูตพลัง
แสงอาทิตย์มาทำให้เมืองของเราร้อนมากกว่านี้ไปทำไม? ที่สำคัญ

41

เร าเล ือกภ ูตปร ะจำเมืองได้เพียงตน เดียว …เราต้องการภ ูตแห่ง
ความสุข ภูตแห่งสุขภาพที่ดี หรือภูตแห่งความร่ำรวยให้มา
ชว่ ยเหลือพวกเรามากกวา่ ”

การได้ฟังคำปฏิเสธซ้ำ ๆ ทำให้ภูตน้อยรู้สึกท้อแท้ แต่
แทนที่ภูตน้อยจะล้มเลิกความตั้งใจ ภูตน้อยกลับบอกกับตัวเองว่า
“ถ้าสักวันมีเมืองไหนยอมให้ฉันเป็นภูตประจำเมือง ฉันสัญญาว่า
จะพยายามทำให้ชาวเมืองทุกคนมีความสุข มีสุขภาพดีและมีความ
ร่ำรวยให้จงได”้

หลังจากที่ภูตน้อยถูกปฏิเสธอยู่นานเกือบปี ในที่สุด ก็มี
เมืองอันไกลโพ้นเมืองหนึ่งป่าวประกาศว่าต้องการภูตสักตนมาเป็น
ภตู ประจำเมอื ง โดยไม่ไดค้ าดหวงั อะไรจากภูตประจำเมืองมากนัก

ในตอนแรก ภูตน้อยคิดว่าจะมีภูตตนอื่น ๆ แย่งกันสมัคร
ไปที่เมืองแห่งนั้น แต่เนื่องจากเมืองดังกล่าวอยู่ไกลจนถึงสุดขอบ
โลก แถมยังมีอากาศหนาวจัดเกือบทั้งปี ด้วยเหตุนี้เอง จึงไม่มีภูต
ตนใดส่งจดหมายไปสมัครเลย ยกเว้นก็แต่ภูตพลังแสงอาทิตย์เพียง
ตนเดียวเท่านั้น ซึ่งนั่นจึงทำให้ภูตน้อยได้เป็นภูตประจำเมืองใน
ท่ีสุด

เมือ่ ภูตน้อยได้รับโอกาส มนั จึงเตรียมตัวออกเดนิ ทางไปยัง
เมืองทีอ่ ยสู่ ดุ ขอบโลกทันที

แต่อนิจจา เส้นทางไปยังเมืองดังกล่าวหนาวมาก และท่ี
ร้ายไปกว่านั้นคือ เมืองแห่งนี้เป็นศูนย์รวมของผีร้ายที่จะออกมา
หลอกหลอนชาวเมืองในช่วงเวลากลางคืน แถมชาวเมืองยังยากจน
ข้นแคน้ และมีสขุ ภาพทีย่ ่ำแย่อยา่ งน่าเป็นหว่ ง

42

เมื่อภตู ตนอน่ื ๆ รู้ขอ้ มูลเกยี่ วกบั เมืองท่ภี ตู น้อยต้องไปดูแล
ภูตทั้งหลายก็พากันเห็นใจและเชื่อว่าภูตน้อยที่มีเพียงแค่พลัง
แสงอาทิตยค์ งดูแลเมอื งท่ีมีปัญหามากมายเชน่ นไ้ี ม่ไหวเป็นแน่

แต่แทนที่ภูตน้อยจะหวั่นไหว ภูตน้อยกลับมุ่งมั่นที่จะช่วย
ชาวเมืองใหม้ ีชวี ิตที่ดีขึ้นให้ได้ โดยระหวา่ งการเดินทาง ภูตน้อยใช้
พลังแสงอาทิตย์สร้างความอบอุ่นให้ตัวเอง จนความหนาวรอบตัว
ทำอะไรภูตน้อยไม่ไดเ้ ลย คร้นั เมื่อภูตน้อยไปถึงเมือง ชาวเมืองก็พา
กันแปลกใจที่ภูตน้อยเดินทางฝ่าความหนาวมาได้รวดเร็วอย่าง
เหลือเชื่อ และในคืนนัน้ เมื่อภูตน้อยปล่อยพลังแสงอาทิตย์ท่ีทำให้
ผีทั้งหลายเกรงกลัวจนต้องหาจังหวะหลีกหนีลี้ภัยออกจากเมือง
ก่อนที่จะถูกแสงแดดแผดเผาให้กลายเป็นขี้เถ้า เมื่อชาวเมืองรู้
ชาวเมืองก็พากันทึ่งต่อพลังแสงอาทิตย์ที่ภูตน้อยมีอยู่ แล้วเริ่มเปิด
ใจยอมขอความช่วยเหลือจากภตู ประจำเมืองท่เี พงิ่ มาถึงหมาด ๆ

เมื่อภูตน้อยทราบว่า ชาวเมืองอยากมีสุขภาพกายสุขภาพ
ใจที่ดีและอยากมีรายได้บ้าง เพราะทุกคนนั้นยากจนเหลือเกนิ ภูต
น้อยจึงควบคุมพลังแสงอาทิตย์ในตัวเองให้แผ่ออกมาเหมือน
แสงอาทิตย์ยามเช้าที่ดีต่อสุขภาพ จากนั้น ภูตน้อยก็ส่งพลัง
แสงอาทิตย์ไปปลุกเมล็ดพืชที่หลับใหลอยู่ใต้ดินให้เติบโตและผลิ
ดอกเป็นดอกไม้แสนสวยเพื่อสร้างความสุขทางใจให้แก่ชาวเมือง
ซึ่งหลังจากที่ทุกคนเริ่มรู้สึกดีและมีความเชื่อมั่นในตัวของภูตน้อย
มากขึ้น ภูตน้อยจึงชวนให้ชาวเมืองทำการเพาะปลูกพืชต่าง ๆ
เป็นอาชีพเพื่อสร้างรายได้ โดยภูตน้อยจะคอยสนับสนุนเรื่อง
แสงแดดใหพ้ ชื ไดส้ รา้ งอาหารตลอดทง้ั ปี

43

เมื่อชาวเมืองได้ฟัง ชาวเมืองต่างกเ็ หน็ พ้องต้องกันว่า หาก
พวกเขาทำการเพาะปลูกเป็นอาชีพ โดยมีภูตประจำเมืองคอยดูแล
เช่นนี้ โอกาสที่พวกเขาจะล้มเหลวคงเป็นไปแทบไม่ได้ เมื่อทุกคน
คิดเช่นนั้น ชาวเมืองจึงพร้อมใจกันเริ่มต้นอาชีพเพาะปลูกตาม
คำแนะนำของภูตนอ้ ย

หลายเดือนต่อมา พืชผลที่ชาวเมืองปลูกก็ออกผลจน
ชาวเมืองนำไปขายและได้กำไรไปตาม ๆ กัน ชาวเมืองต่างรู้สึกว่า
พวกเขาโชคดีเหลือเกินที่ได้ภูตน้อยพลังแสงอาทิตย์มาเป็นภูต
ประจำเมือง เพราะนอกจากพวกเขาจะได้อาชีพแล้ว สุขภาพท้ัง
กายและใจของพวกเขากด็ ีขึน้ มากด้วย

ในทสี่ ุด ภูตน้อยกท็ ำใหช้ าวเมืองทุกคนมีความสขุ มสี ุขภาพ
ดีและมีความร่ำรวยไดส้ มกับท่ีเคยตั้งใจเอาไว้ และแล้ว…ช่ือของภตู
น้อยพลังแสงอาทิตย์ก็ถูกเลา่ ลือไปยังทุกถิ่นที่ และทำให้เมืองหลาย
ๆ เมืองที่เคยปฏิเสธภูตน้อยได้แต่นั่งคอตกและเพ้อพกด้วยความ
เสยี ดาย

44

2.14 นิทานเร่ือง บทเรยี นของลูกมา้ ลาย

กาลครั้งหน่งึ นานมาแลว้ มลี ูกมา้ ลายตวั หนงึ่ อาศัยอยู่ในป่า
กับพ่อแม่ของมัน ลูกม้าลายตวั นีม้ ีนสิ ัยซุกซน, ซุ่มซา่ ม, เซ่อซ่า แถม
ยังพดู จาสอ่ื สารกับใคร ๆ ไม่ค่อยรเู้ ร่ือง แมม่ ้าลายจึงต้องคอยเตือน
ใหล้ ูกชายมีสมาธแิ ละร้จู ักเรียบเรียงความคดิ ใหด้ ีก่อนที่จะพดู เสมอ

อยมู่ าวันหนึ่ง พ่อกบั แมม่ า้ ลายไปเยยี่ มญาติในปา่ ลึก ลูกม้า
ลายจอมซนท่ีอยู่เฝ้าบ้านจงึ แอบออกไปว่ายนำ้ เล่นที่ลำธารซ่ึงแม่ม้า
ลายเคยหา้ มเอาไว้ ลกู ม้าลายถอดชุดหนงั ลายขาวดำท่ีใส่อยู่…เหลือ
แต่ตัวเปล่า ๆ แล้วลงไปเล่นน้ำจนลืมเวลา ครั้นเมื่อลูกม้าลายหัน
มามองชุดท่กี องท้งิ ไว้ มนั ก็พบว่าชุดหนงั ของมนั ไดห้ ายไปเสยี แล้ว

45

ถ้าพ่อกับแม่กลับมาพบว่าลูกม้าลายทำชุดหนังประจำตัว
หาย พ่อกบั แม่มา้ ลายก็คงจบั ไดว้ ่า ลูกชายหนีไปเลน่ น้ำโดยไม่ได้รับ
อนญุ าต หนำซำ้ ยังซุ่มซ่ามเซอ่ ซา่ ทำของสำคัญหายไปเสยี อีก ลกู ม้า
ลายไม่อยากถูกตีจนก้นลาย มันจึงไปหาเทพารักษ์ซึ่งเป็นเทวดา
ประจำป่าเพื่อขอให้ชว่ ยเสกชุดหนังตัวใหมใ่ ห้

เมื่อเทพารักษ์ได้ฟังคำขอร้อง เทพารักษ์ผู้ใจดีซึ่งมีพลัง
วิเศษเสกอะไรก็ได้วันละ 3 ครั้ง จึงเอ่ยปากว่าจะช่วยอย่างเต็มท่ี
ลูกม้าลายดีใจมากจนลืมเรียบเรียงความคิดให้ถี่ถ้วน มันรีบเอ่ย
ปากขอพรคร้งั แรกไปวา่ “ผมขอชดุ หนังชุดใหมด่ ่วนเลยนะครบั ”

ทันทีที่เทพารักษ์ได้ฟังคำร้องขอ เทพารักษ์จึงเสกชุดหนัง
ตัวใหม่สวมให้เจา้ ลกู สัตว์จอมซนอย่างไม่รอช้า อนิจจา! เทพารักษ์
เข้าใจผิดคิดว่าลูกม้าลายที่เปลือยกายมา…เป็นลูกม้าธรรมดา ๆ
เทพารกั ษจ์ ึงเสกชดุ หนงั สขี าวใหม้ นั …แทนทีจ่ ะเป็นชดุ ลายทางสีขาว
ดำอยา่ งที่ควรจะเปน็

เมอ่ื ลูกมา้ ลายเห็นชุดท่เี ทพารักษเ์ สกให้ มันก็ได้แต่ส่งเสียง
ฮึดฮัด แล้วพูดกับเทพารักษ์อย่างอารมณ์เสียว่า “ผมไม่ใช่ม้านะ
ครับท่าน ตัวของผมจะต้องมที ้ังสีขาวและสดี ำ ไม่ใช่ขาวโพลนดูจืด
สนิทแบบนี้ ชว่ ยเสกชุดใหม่ให้ผมเดยี๋ วนี้เลยนะครับ”

เมื่อลูกสัตว์ที่มาขอความช่วยเหลือบอกว่าตนเองไม่ใช่ม้า
แถมเนื้อตัวยังมที ้ังสีขาวและสดี ำ เทพารักษจ์ ึงเพ่งมองลกู สตั ว์จอม
ซนอีกครั้ง พลางคิดว่า “ถ้าไม่ใช่ม้าและเนื้อตัวมีทั้งสีขาวและสีดำ

46

บางที…มันอาจจะเป็นลูกวัวก็ได้นะ” ด้วยเหตุนี้ เทพารักษ์จึงร่าย
คาถาคร้งั ทีส่ อง แล้วเสกชุดหนงั ลายวัวให้ตามทีเ่ ขา้ ใจ

ลกู ม้าลายโมโหจนตัวส่ันเม่ือเหน็ ชดุ ลายวัวนมสีขาวสลับดำ
ที่เทพารักษ์เสกให้ มันพยายามระงับความโกรธพลางกัดฟันกรอด
แล้วขอพรครั้งที่สามว่า “ผมไม่ใช่ม้า แล้วก็ไม่ใช่วัวนะครับ ตัวของ
ผมมีลายสีดำ ๆ คาดอยู่ทั้งตัว อย่าเสกชุดมั่วซั่วแบบนี้สิครับ ยังไง
ช่วยเสกชุดหนังที่มีลายสีดำคาดอยู่ตามตัวให้ผมเดี๋ยวนี้ พ่อกับแม่
ของผมคงใกลจ้ ะมาถงึ แล้วนะครบั ”

เทพารักษแ์ ปลกใจมากท่ีลูกสัตวจ์ อมซนตรงหนา้ บอกว่ามัน
ไม่ใช่ทั้งม้าและวัว เทพารักษ์พยายามมองลูกสัตว์จอมซนอีกครั้ง
พลางคดิ ถงึ สัตว์ทีม่ ีลายดำ ๆ คาดอยทู่ ง้ั ตัว “ถา้ ไม่ใช่ม้าหรือวัว แต่
มีลายสีดำคาดอยู่ทั้งตัว บางที..เจ้านี่อาจจะเป็นลูกเสือโคร่งที่
หน้าตาไม่เหมือนเสือโคร่งก็ได้นะ” เมื่อคิดดังนั้น เทพารักษ์จึงเสก
ชุดใหมเ่ ปน็ ชุดหนงั ลายเสือโคร่งใหต้ ามทเี่ ข้าใจ

ลูกม้าลายตกใจมากที่เห็นเนื้อตัวของตนมีลายสีดำคาดบน
ขนสีเหลืองเหมือนเสือโคร่ง มันโกรธจนปากสั่น พลันพูดกับ
เทพารักษ์ว่า “นี่ท่านไม่รู้จักม้าลายหรือยังไงครับ ผมเป็นม้าลาย
ไมใ่ ชม่ า้ , วัวนมหรอื เสือโครง่ แคเ่ สกชุดหนังสีขาวลายดำให้ผม…มัน
ยากตรงไหนนะ ช่วยเสกชดุ หนังใหผ้ มเดยี๋ วน้เี ลยนะ”

เมื่อเทพารักษ์เห็นลูกม้าลายโมโหโทโส เทพารักษ์ก็ได้แต่
ส่ายหน้าอยา่ งระอาใจ จากนั้น เทพารกั ษ์กพ็ ดู กับลกู ม้าลายวา่ “ถา้
เจ้าบอกให้ชัดเจนตัง้ แต่ตน้ ว่าเจ้าเปน็ ลูกม้าลายและอยากได้ชุดลาย
ขาวดำแบบม้าลาย ขา้ กค็ งเสกชุดม้าลายให้เจา้ ใส่ไปต้ังนานแล้ว แต่

47

นี่เจ้าไม่บอกให้ชัดเจน แล้วใครจะไปเข้าใจสิ่งที่เจ้าต้องการได้ล่ะ
วันน้ี…ข้าใช้พลังไปครบ 3 ครั้งแล้ว ถ้าเจ้ายังอยากให้ข้าช่วย เจ้าก็
จงกลับมาหาข้าอีกครงั้ ในวันพรุ่งน้แี ละรักษามารยาทให้ดีกว่านี้ด้วย
นะ”

ลูกม้าลายจอมซนเพิ่งได้สติว่า ตัวมันเองต่างหากที่เป็นคน
ผิด เพราะมันวิ่งตัวล่อนจ้อนมาขอความช่วยเหลือจากเทพารักษ์
ซึ่งเทพารักษ์ไม่มีทางรู้เลยว่ามันคือม้า, ลาหรือม้าลายกันแน่ หนำ
ซ้ำ มันยังไม่รู้จักเรียบเรียงความคิดให้ดีก่อนที่จะพูด ไป ๆ มา ๆ
การขอพรท้งั 3 ครัง้ ของมนั จึงกลายเป็นเรอ่ื งไร้ค่าไร้ประโยชน์

เมือ่ ไม่มที างเลือก ลกู ม้าลายจงึ จำใจต้องเดนิ คอตกกลับไป
รอให้คุณแม่ตีก้นจนลายพร้อยตามระเบียบ ครั้นพอถึงวันรุ่งขึ้น
ลูกม้าลายก็ไปขอโทษเทพารักษ์และขอความช่วยเหลือจาก
เทพารักษ์อีกครั้ง โดยในครั้งน้ี…มันไม่ลืมที่จะเรียบเรียงความคิด
และเอย่ ปากขอส่งิ ทตี่ ้องการอย่างมีสติและรอบคอบมากขน้ึ

ในท่ีสดุ ลูกมา้ ลายกไ็ ดช้ ดุ ลายขาวดำมาปกคลุมรา่ งกายสม
ดังใจหวัง นอกจากนี้ มันยังได้บทเรียนเกี่ยวกับการสื่อสารความคดิ
ทีจ่ ะติดตรึงเตือนใจมันไปอกี นานแสนนานด้วย


Click to View FlipBook Version