คูมอื การฝกอบรมเจาหนา ท่ี
และผูบงั คับบัญชายวุ กาชาด
หลกั สตู รผูน าํ ยุวกาชาด
กลุมสงเสริมและพัฒนายุวกาชาด
สํานักการลูกเสือ ยุวกาชาดและกิจการนักเรียน
สํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
คมู ือการฝกอบรมเจา หนาที่
และผูบงั คบั บัญชายวุ กาชาด
หลักสตู รผนู าํ ยวุ กาชาด
กลมุ สง เสรมิ และพัฒนายวุ กาชาด
สํานักการลกู เสอื ยุวกาชาดและกจิ การนกั เรยี น
สาํ นกั งานปลัดกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
คมู ือการฝก อบรมเจาหนา ที่และผบู งั คบั บญั ชายุวกาชาด หลกั สตู รผูนํายุวกาชาด
ผจู ัดพมิ พ สํานักการลกู เสอื ยุวกาชาดและกิจการนักเรยี น
สาํ นักงานปลัดกระทรวงศกึ ษาธิการ
ปท พี่ มิ พ พ.ศ. 2564
จาํ นวนพมิ พ 1,000 เลม
พิมพท ี่ หา งหนุ สว นจํากัด โรงพมิ พอกั ษรไทย (น.ส.พ. ฟาเมอื งไทย)
เลขท่ี 85, 87, 89, 91 ซอยจรัญสนิทวงศ 40 ถนนจรัญสนิทวงศ แขวงบางย่ีขัน
เขตบางพลดั กรงุ เทพมหานคร 10700
โทร. 0-2424-4557, 0-2424-0694 โทรสาร 0-2433-2858
คํานํา
คูมือการฝกอบรมเจาหนาท่ีและผูบังคับบัญชายุวกาชาด หลักสูตรผูนํายุวกาชาด
จัดพิมพข้ึนเน่ืองจากมีการปรับปรุงในเร่ืองของเครื่องแบบผูบังคับบัญชายุวกาชาด และการ
ทาํ ความเคารพในพธิ กี ารตา ง ๆ เพอื่ เปน การสง เสรมิ สนบั สนนุ ใหว ทิ ยากรเครอื ขา ยยวุ กาชาดทเี่ กยี่ วขอ ง
มสี อื่ ทม่ี เี นอื้ หาสาระทเี่ ปน ปจ จบุ นั ซง่ึ เนอ้ื หาสาระเลม นปี้ ระกอบดว ยวชิ าหลกั วชิ าเลอื ก กจิ กรรมหลกั
กิจกรรมพิเศษ วิธีการนําเสนอ กิจกรรมเสนอแนะ การวัดและประเมินผลการฝกอบรม ซึ่งจัดข้ึน
เพอื่ ใหเปน คมู อื สําหรบั วทิ ยากรใชเปน แนวทางการฝก อบรมในหลักสตู รดังกลา ว
สํานักการลูกเสือ ยุวกาชาดและกิจการนักเรียน สํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ขอขอบคุณคณะกรรมการ คณะทํางาน ผูบริหาร และผูเก่ียวของทุกทานท่ีไดใหความรวมมือ
ในการจัดทําคูมือนี้ใหสําเร็จลุลวงดวยดี หวังเปนอยางยิ่งวาคูมือฉบับนี้จะเปนประโยชนในการเปน
วิทยากรใหก ารฝกอบรมเจาหนา ทแี่ ละผบู ังคับบญั ชายวุ กาชาด หลกั สูตรผนู ํายุวกาชาดตอ ไป
กลุม สง เสรมิ และพัฒนายุวกาชาด
สาํ นักการลกู เสอื ยวุ กาชาดและกจิ การนักเรียน
สาํ นกั งานปลัดกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
สารบัญ หนา
1
คาํ นาํ 4
หลกั สูตรผูน าํ ยวุ กาชาด 11
จุดประสงคและหวั ขอเนอื้ หา 12
ตารางการฝก อบรมเจา หนาที่และผูบงั คับบัญชายุวกาชาด หลกั สูตรผูนํายวุ กาชาด 17
วิชาหลัก 30
39
บทบาทและหนาท่ผี ูน ํายวุ กาชาด 49
ระเบยี บแถวและสัญญาณ 63
พิธเี ปด – พิธปี ดกจิ กรรมยวุ กาชาด 78
หลกั การนาํ เพลง 87
กาชาดและยวุ กาชาด 91
หลักสตู รและแนวการจดั กิจกรรมยวุ กาชาด 98
การประชมุ หนว ยและรายงาน
หลักการเขียนโครงการ 101
การแสดงรอบกองไฟ (วิชาการ) 104
การแสดงเงยี บ 105
พธิ ีเขาประจําหมูย วุ กาชาด 106
ตวั อยางคํากลา วรายงานในพิธีเขาประจําหมูยุวกาชาด 124
ตวั อยา งคํากลาวใหโ อวาทของประธานในพธิ ีเขาประจําหมูยวุ กาชาด 156
ขอบังคบั และระเบียบปฏิบตั เิ กย่ี วกบั ยวุ กาชาด 161
ปฐมพยาบาล 172
หลกั การนาํ เกม 183
การจดั คายยุวกาชาด 185
การเดนิ ทางไกล 187
บรรณานุกรม
ภาคผนวก
คณะผจู ดั ทาํ
หลกั สตู รผนู ํายวุ กาชาด
จดุ หมาย
ผเู ขา รบั การฝก อบรมสามารถนาํ ความรู ทกั ษะ และประสบการณ ไปจดั กจิ กรรมยวุ กาชาดได
วตั ถปุ ระสงค
1. เพอ่ื ใหม คี วามรู ความเขา ใจในหลกั การกาชาดและยวุ กาชาด ตลอดจนบทบาทหนา ท่ี
ของการเปนผูนํายวุ กาชาด
2. เพ่ือใหมีทักษะการจัดกิจกรรมยุวกาชาด
3. เพ่ือใหมีเจตคตทิ ด่ี ตี อกิจกรรมยุวกาชาด
คุณสมบัตขิ องผูเ ขารบั การฝก อบรม
บุคคลที่จะเขารับการฝกอบรมหลักสตู รผูน ํายวุ กาชาด ตอ งมคี ุณสมบตั ดิ งั ตอไปนี้
1. สําเรจ็ การฝก อบรมหลักสูตรครูผสู อนกิจกรรมยวุ กาชาด
2. ไมมีโรคประจําตัวทรี่ า ยแรง อันเปนอปุ สรรคตอการฝกอบรม
สิทธิข์ องผเู ขารบั การฝก อบรม
ผูส าํ เรจ็ การฝก อบรม ไดร ับวฒุ บิ ัตรและเคร่อื งหมายผูนาํ ยวุ กาชาด
โครงสรางหลักสตู ร
หลกั สูตรนี้กาํ หนดใหม ภี าควิชาการและภาคกจิ กรรม
ภาควิชาการ
ภาควชิ าการ ประกอบดว ย วชิ าหลักและวิชาเลอื ก ดังน้ี
วชิ าหลัก คอื วิชาที่ตองจัดใหม ีในการฝก อบรม จํานวน 15 รายวชิ า ดงั น้ี
1. บทบาทและหนา ทผ่ี นู ํายุวกาชาด 1:30 ชัว่ โมง
2. ระเบียบแถวและสญั ญาณ 1:30 ชว่ั โมง
3. พิธเี ปด - พิธปี ดกจิ กรรมยวุ กาชาด 1:30 ชว่ั โมง
4. หลักการนาํ เพลง 2:00 ช่ัวโมง
5. กาชาดและยุวกาชาด 1:00 ชัว่ โมง
6. หลักสูตรและแนวการจดั กจิ กรรมยวุ กาชาด 2:00 ช่ัวโมง
7. การประชุมหนวยและรายงาน 1:00 ชวั่ โมง
8. หลักการเขยี นโครงการยวุ กาชาด 1:00 ชัว่ โมง
คูมือการฝกอบรมเจาหนาที่และผบู งคบบญชายุวกาชาด 1
หลกสตู รผนู ายวุ กาชาด
9. การแสดงรอบกองไฟ (วิชาการ) 1:00 ชว่ั โมง
10. พธิ เี ขาประจําหมยู ุวกาชาด 1:30 ชัว่ โมง
11. ขอบังคับและระเบียบปฏิบัตเิ กี่ยวกับยวุ กาชาด 1:30 ชว่ั โมง
12. ปฐมพยาบาล 3:00 ชั่วโมง
13. หลกั การนําเกม 1:30 ช่ัวโมง
14. การจดั คายยวุ กาชาด 1:30 ชั่วโมง
15. การเดนิ ทางไกล 3:00 ช่ัวโมง
รวม 24:30 ชว่ั โมง
วชิ าเลอื ก คือ วิชาที่เสริมหลกั สูตรการฝก อบรม กาํ หนดวิชาละ 1 ชว่ั โมง ใหเ ลือกเพยี ง
1 รายวิชา
1. ความจงรักภักดตี อ ชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย
2. เศรษฐกจิ พอเพยี งตามแนวพระราชดาํ ริ
3. บทบาทของยวุ กาชาดในการปอ งกันและแกไขปญ หาปจ จุบนั
4. การอนรุ ักษท รพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ ม
5. ปญหาสารเสพติดกับเยาวชน
6. ทกั ษะชวี ติ
7. ยวุ กาชาดรักษสขุ ภาพ
8. การประชาสมั พันธกจิ กรรมยุวกาชาด
9. วชิ าหรือสาระอน่ื ทีเ่ หมาะสม
ภาคกิจกรรม
กจิ กรรมหลัก คอื กจิ กรรมท่ีตองจดั ใหมีในการฝกอบรม จํานวน 20 กจิ กรรม ดังน้ี
1. การปฐมนเิ ทศ
2. พิธีตอนรับ
3. พิธีเปด - พธิ ปี ดการฝกอบรมยวุ กาชาด
4. การตรวจเยย่ี ม
5. พิธีหนา เสาธง
6. การทดสอบขั้นตน - ขนั้ ปลาย
7. กายบรหิ ารและฝก ระเบยี บแถว
8. การจดั หนวยบรกิ ารประจําวนั
9. การประชุมหวั หนา หนวย
2 คมู ือการฝกอบรมเจาหนาทแ่ี ละผบู งคบบญชายุวกาชาด
หลกสตู รผูนายวุ กาชาด
10. การใหคะแนนกิจกรรมประจาํ วนั
11. การสวดมนต แผเ มตตา รอ งเพลงสรรเสรญิ พระบารมี
12. การทดสอบปากเปลา
13. การทดสอบภาคปฏบิ ตั ิ
14. การเลือกประธานและคณะกรรมการประจาํ รนุ
15. ยุวกาชาดสงั สรรค
- การประกวดเพลงประจาํ หนว ยสี
- ประกวดขวัญใจมวลมติ ร
16. การแสดงเงยี บ
17. การแสดงรอบกองไฟ
18. การอภปิ รายทว่ั ไป
19. การประเมินผลการฝก อบรม
20. งานทมี่ อบหมาย
กิจกรรมเลือก คือ กจิ กรรมที่เสริมหลักสตู รการฝก อบรม โดยปฏิบัตินอกเวลา ใหเ ลือก
อยา งนอ ย 1 กจิ กรรม ดงั นี้
1. การจัดนิทรรศการยวุ กาชาด
2. การฉายวีดิทศั นและ/หรือการศึกษาจากสื่ออิเลก็ ทรอนกิ ส
3. การอภปิ ราย
4. การประกวดหรอื การแสดงตา ง ๆ เชน การละเลน พนื้ เมอื ง การเลา นทิ าน การประดษิ ฐ
การเขยี นภาพและคําขวญั เปนตน
5. การเขยี นขา วสงั คมภายในคายฝก อบรมและ/หรอื สิง่ นา รอู นื่ ๆ
6. กิจกรรมอน่ื ๆ ตามความเหมาะสม
คมู ือการฝกอบรมเจาหนาท่แี ละผูบงคบบญชายุวกาชาด 3
หลกสตู รผนู ายวุ กาชาด
จดุ ประสงคและหัวขอเนอ้ื หา
1. บทบาทและหนา ที่ผนู ํายุวกาชาด (1:30 ช่ัวโมง)
จุดประสงค
1. บอกความหมายและประเภทของผนู ํายวุ กาชาดได
2. อธิบายคณุ สมบัตขิ องผูนาํ ยวุ กาชาดได
3. ปฏบิ ัตหิ นา ทก่ี ารเปน ผูนํายวุ กาชาดได
หัวขอเนอ้ื หา
1. ความหมายของผนู าํ ยุวกาชาด
2. ประเภทของผูน าํ ยุวกาชาด
3. คุณสมบัตขิ องผูนาํ ยุวกาชาด
4. บทบาทและหนาท่ขี องผนู าํ ยุวกาชาด
2. ระเบียบแถวและสัญญาณ (1:30 ชั่วโมง)
จดุ ประสงค
1. ใชค าํ สงั่ และสญั ญาณไดถกู ตอง
2. ปฏิบตั ิตามคาํ สงั่ และสัญญาณไดถกู ตอ งและพรอมเพรียง
หัวขอ เน้ือหา
1. การเรียกแถว
2. การใชค าํ สง่ั
3. การหนั อยูก บั ท่ี
4. การกาวตามคาํ สั่ง
5. การเดนิ
6. การวง่ิ
7. การหันเวลาเดนิ
8. การนับ
9. การขยายแถว
10. การเรยี กแถวโดยใชสัญญาณมือ
11. สญั ญาณนกหวดี
4 คูมือการฝกอบรมเจาหนาท่ีและผบู งคบบญชายวุ กาชาด
หลกสูตรผูนายุวกาชาด
3. พธิ เี ปด - พธิ ีปด กจิ กรรมยวุ กาชาด (1:30 ชั่วโมง)
จดุ ประสงค
1. อธบิ ายขนั้ ตอนพิธเี ปด - พิธีปดกิจกรรมยุวกาชาดได
2. ปฏิบัติตามขั้นตอนพธิ เี ปด - พิธีปดกิจกรรมยวุ กาชาดได
หวั ขอเน้ือหา
1. พธิ ีเปด กจิ กรรมยวุ กาชาด
2. พธิ ีปด กิจกรรมยวุ กาชาด
4. หลกั การนาํ เพลง (2 ชวั่ โมง)
จุดประสงค
1. รูและเขาใจแนวคดิ ความหมาย และลักษณะของเพลง
2. บอกประเภทของเพลงและลกั ษณะของผูนําเพลงได
3. เลือกเพลงมาใชใ นกิจกรรมยวุ กาชาดไดถ ูกตองและเหมาะสม
4. รองเพลงและนาํ เพลงได
หัวขอ เน้อื หา
1. แนวคิด ความหมาย และลักษณะของเพลง
2. ประเภทของเพลง
3. ลักษณะของผนู าํ เพลง
4. หลักในการนาํ เพลง
5. เพลงทใี่ ชในกจิ กรรมยุวกาชาด
6. การใชเ พลงฝก ทักษะตา ง ๆ
7. การขบั รอ งเพลง
8. การใชเพลงสรางลกั ษณะนิสัยท่ดี ี
5. กาชาดและยุวกาชาด (1 ชัว่ โมง)
จุดประสงค
1. บอกประวัตคิ วามเปนมาของกาชาดสากลได
2. บอกประวตั ิความเปนมาของกาชาดไทยได
3. บอกประวัตคิ วามเปนมาของยุวกาชาดได
4. บอกบทบาทและภารกจิ ของกาชาดและยวุ กาชาดได
คมู ือการฝกอบรมเจาหนาท่แี ละผูบงคบบญชายวุ กาชาด 5
หลกสูตรผูนายุวกาชาด
หัวขอเนื้อหา
1. กาชาดสากล
1.1 ประวัตกิ าชาดสากล
1.2 หลกั การกาชาด
1.3 อนสุ ญั ญาเจนวี า
1.4 สัญลักษณกาชาด
2. กาชาดไทย
2.1 ประวัติสภากาชาดไทย
2.2 บทบาทและภารกิจหลกั ของสภากาชาดไทย
3. ยุวกาชาด
3.1 ประวตั ยิ วุ กาชาด
3.2 วตั ถุประสงคยุวกาชาดสากล
3.3 วัตถปุ ระสงคย วุ กาชาดไทย
3.4 คําปฏญิ าณตนของยุวกาชาด
3.5 สญั ลกั ษณย ุวกาชาด
3.6 บทบาทและภารกิจยวุ กาชาด
6. หลกั สตู รและแนวการจัดกิจกรรมยวุ กาชาด (2 ชัว่ โมง)
จุดประสงค
1. บอกวิสยั ทัศน หลกั การ จุดหมาย ของหลักสูตรการจดั กิจกรรมยวุ กาชาดได
2. บอกสมรรถนะสําคญั ของยวุ กาชาดและคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคไ ด
3. เขยี นแผนการจดั กจิ กรรมยุวกาชาดตามหลักสูตรได
4. ระบุเกณฑก ารวดั และประเมนิ ผลกิจกรรมยุวกาชาดได
หัวขอ เน้อื หา
1. วิสัยทศั น/ หลกั การ/จดุ หมาย หลกั สตู รกิจกรรมยุวกาชาด
2. สมรรถนะสําคญั ของสมาชิกยวุ กาชาด
3. คุณลักษณะอันพงึ ประสงคของยวุ กาชาด
4. การจดั กจิ กรรมยุวกาชาดและสาระการจดั กิจกรรมยวุ กาชาด
5. โครงสรางเวลาการจดั กจิ กรรมยวุ กาชาดและระดับสมาชิกยุวกาชาด
6. แนวทางการจัดกิจกรรมยุวกาชาด และแนวทางการวัดผลและประเมินผลกิจกรรม
ยวุ กาชาด
6 คมู อื การฝกอบรมเจาหนาทแ่ี ละผูบงคบบญชายุวกาชาด
หลกสูตรผนู ายุวกาชาด
7. การประชุมหนวยและรายงาน (1 ช่วั โมง)
จดุ ประสงค
1. บอกความสาํ คญั รูปแบบ และแนวปฏิบตั ขิ องการประชุมหนวยได
2. อธิบายบทบาทของผูดาํ เนนิ การประชมุ หนว ยได
3. ดาํ เนินการประชมุ หนว ยและรายงานผลการประชุมหนว ยได
หัวขอเนอ้ื หา
1. ความสําคัญของการประชุมหนว ย
2. รูปแบบของการประชุมหนว ย
3. แนวปฏบิ ัติในการประชุมหนว ย
4. บทบาทของผดู าํ เนินการและสมาชิกผูเขา รวมประชมุ หนวย
5. การรายงานผลการประชุมหนว ย
8. หลกั การเขยี นโครงการยวุ กาชาด (1 ช่ัวโมง)
จดุ ประสงค
1. บอกองคประกอบของการเขียนโครงการได
2. เขยี นโครงการยุวกาชาดได
หวั ขอ เน้อื หา
1. ความหมายและความสาํ คัญ
2. องคประกอบของโครงการ
3. หลักการเขยี นโครงการยวุ กาชาด
9. การแสดงรอบกองไฟ (วชิ าการ) (1 ชว่ั โมง)
จุดประสงค
1. บอกความเปน มาของการแสดงรอบกองไฟได
2. อธบิ ายขน้ั ตอนการแสดงรอบกองไฟได
หวั ขอเนอ้ื หา
1. ความเปน มาของการแสดงรอบกองไฟ
2. การเตรยี มการ
3. ข้ันตอนการแสดงรอบกองไฟ
4. แนวปฏบิ ัตใิ นการแสดงรอบกองไฟ
คมู ือการฝกอบรมเจาหนาทแี่ ละผบู งคบบญชายุวกาชาด 7
หลกสูตรผนู ายวุ กาชาด
10.พิธเี ขาประจําหมูย วุ กาชาด (1:30 ช่ัวโมง)
จุดประสงค
1. บอกจุดมงุ หมายของพธิ เี ขา ประจาํ หมยู วุ กาชาดได
2. อธบิ ายขัน้ ตอนการทําพธิ ีเขาประจําหมยู ุวกาชาดได
3. จดั พิธีเขา ประจาํ หมูยวุ กาชาดในสถานศึกษาไดอยา งถูกตอ ง
หวั ขอเนอ้ื หา
1. จุดมุงหมายของการจัดพธิ ีเขาประจาํ หมูยวุ กาชาด
2. โอกาสในการจัดพิธปี ระจําหมยู ุวกาชาด
3. การดาํ เนนิ การจดั พิธีเขา ประจําหมยู ุวกาชาด
11. ขอ บงั คบั และระเบียบปฏบิ ตั ิเก่ยี วกับยวุ กาชาด (1:30 ชั่วโมง)
จุดประสงค
1. อธบิ ายขอ บงั คบั และระเบียบปฏบิ ัติเกยี่ วกับยุวกาชาดได
2. ปฏบิ ัติตามขอบังคบั และระเบียบปฏบิ ัตเิ กย่ี วกบั ยุวกาชาดได
หัวขอเน้อื หา
1. ระเบียบการปกครองยวุ กาชาด
1.1 ยวุ กาชาดในสถานศึกษา
1.2 คณุ สมบตั ขิ องสมาชิกยุวกาชาด
1.3 การจดั ตัง้ หมูยุวกาชาดในสถานศกึ ษา
1.4 การจําหนายชอ่ื สมาชกิ
1.5 การทําความเคารพ
2. คณะกรรมการยวุ กาชาดและบทบาทหนา ที่ในสถานศกึ ษา
3. เคร่ืองแบบ
4. การประดบั เครื่องหมาย
5. การเงิน
6. แบบพมิ พ
12. ปฐมพยาบาล (3 ช่วั โมง)
จุดประสงค
1. บอกความหมาย วตั ถปุ ระสงค คณุ สมบตั นิ กั ปฐมพยาบาล และหลกั การปฐมพยาบาลได
2. อธบิ ายวธิ ีการปฐมพยาบาลตามอาการไดถูกตอง
3. เลือกจะใชอ ุปกรณก ารปฐมพยาบาลตามอาการไดอยางเหมาะสมและถูกตอง
4. ปฐมพยาบาลตามอาการไดถกู ตอ ง
8 คูมอื การฝกอบรมเจาหนาที่และผบู งคบบญชายุวกาชาด
หลกสูตรผนู ายุวกาชาด
หวั ขอเนื้อหา
1. ความหมาย วัตถุประสงค คุณสมบัตินักปฐมพยาบาล หลักการปฐมพยาบาล
และการเตรียมชดุ ปฐมพยาบาล
2. การประเมนิ อาการผบู าดเจ็บ
3. การใหการปฐมพยาบาลตามอาการ
3.1 บาดแผล
3.2 แผลไหม
3.3 การเสียเลอื ด
3.4 การหา มเลือด
3.5 การใชผาพันแผล
3.6 การทาํ แผล
3.7 การสําลักสงิ่ แปลกปลอมอุดตนั หลอดลม
3.8 การบาดเจ็บของกระดูกและขอ
3.9 หลักการเขา เฝอ กชว่ั คราว
3.10 การเคลอื่ นยายผบู าดเจ็บ
3.11 สารพษิ
3.12 พิษจากสตั ว
13. หลกั การนําเกม (1:30 ช่วั โมง) 9
จดุ ประสงค
1. บอกความหมายและประเภทของเกมได
2. เลอื กเกมเพ่อื ใชใ นการจดั กิจกรรมไดเ หมาะสม
3. อธิบายวิธกี ารเลนเกมได
4. เปนผนู าํ เกมท่ีดไี ด
หัวขอ เนอื้ หา
1. ความหมายของเกม
2. ประเภทของเกม
3. การเลอื กเกม
4. การจดั อปุ กรณแ ละเครื่องอํานวยความสะดวกในการนําเกม
5. วิธีการเลน เกม
6. ขอ ควรคาํ นึงในการเลมเกม
7. ความปลอดภยั ในการเลนเกม
8. ลักษณะของผูนาํ เกมทีด่ ี
คูมอื การฝกอบรมเจาหนาทแี่ ละผูบงคบบญชายวุ กาชาด
หลกสตู รผูนายุวกาชาด
14.การจัดคายยุวกาชาด (1:30 ช่วั โมง)
จดุ ประสงค
1. บอกความหมาย จดุ มุง หมาย และประเภทของการจัดคายยวุ กาชาดได
2. อธบิ ายการจัดกจิ กรรมในคายยวุ กาชาดได
3. ปฏิบัติตามกระบวนการจัดคายยวุ กาชาดได
หวั ขอเน้ือหา
1. ความหมาย
2. จุดมงุ หมาย
3. ประเภทของการจดั คา ยยวุ กาชาด
4. การเตรียมงาน
5. การจดั กิจกรรม
6. พธิ ีเปด - พธิ ีปดคายยวุ กาชาด
15. การเดนิ ทางไกล (3 ชว่ั โมง)
จุดประสงค
1. บอกความหมายและวัตถุประสงคของการเดนิ ทางไกลได
2. วางแผนการจัดกิจกรรมเดินทางไกลได
3. จดั กจิ กรรมเดนิ ทางไกลได
หัวขอเนื้อหา
1. ความหมายและวตั ถปุ ระสงค
2. การวางแผนการเดินทางไกล
3. การเตรียมตัวในการเดนิ ทางไกล
4. การปฏบิ ัตติ นระหวางเดนิ ทางไกล
5. กิจกรรมท่คี วรจัดในการเดินทางไกล
6. เครอ่ื งหมายตา ง ๆ ในการเดินทางไกล
10 คมู ือการฝกอบรมเจาหนาทแี่ ละผูบงคบบญชายวุ กาชาด
หลกสตู รผนู ายุวกาชาด
ตารางการฝก อบรมเจา หนา ทีแ่ ละผูบงั คับบญั ชายวุ กาชาด หลกั สูตรผูนาํ ยวุ กาชาด
เวลา 09.00 - 10.00 น. 10.00 - 11.00 น. 11.15 - 12.15 น. 13.30 - 14.30 น. 14.30 - 15.30 น. 15.45 - 16.45 น. 19.00 - 21.00 น.
วนั ที่ ตอนรับ/กจิ กรรม
สรา งความคุน เคย
1 (13.00 - 15.00 น.) (15.00 - 17.00 น.) หลักการนําเพลง
รายงานตัว ปฐมนิเทศ
การแสดงเงียบ
คูมือการฝกอบรมเจาหนาทแี่ ละผูบงคบบญชายุวกาชาด (08.00 - 08.30 น.) บทบาทและหนา ที่ ระเบยี บแถว พธิ เี ปด - พธิ ีปด การแสดงรอบกองไฟ
หลกสูตรผนู ายวุ กาชาด 2 ทดสอบขั้นตน ผนู ํายุวกาชาด และสัญญาณ กิจกรรมยุวกาชาด ยวุ กาชาดสงั สรรค
พธิ ีเปด
3 กาชาด หลักสตู ร การประชมุ หนว ย หลกั การเขียน การแสดงรอบกองไฟ
และยุวกาชาด และแนวการจดั กิจกรรมยุวกาชาด และรายงาน โครงการยุวกาชาด (วชิ าการ)
4 พิธีเขา ประจาํ หมู ขอบงั คบั และระเบียบปฏิบตั ิ ปฐมพยาบาล
ยุวกาชาด เกยี่ วกับยวุ กาชาด
5 หลกั การนาํ เกม การจัดคา ยยวุ กาชาด การเดนิ ทางไกล
6 (08.30 - 09.00 น.) (09.00 - 10.00 น.) อภิปราย พิธีปด
ทดสอบข้ันปลาย วชิ าเลือก ซักถามทั่วไป
ประเมนิ ผลโครงการ
หมายเหตุ 1. ทดสอบขั้นตนกอนพิธีเปด การฝก อบรมและทดสอบข้นั ปลายกอ นพธิ ีปดการฝก อบรม
2. กิจกรรมประจาํ วนั
2.1 เวลา 05.30 น. กายบรหิ าร 2.2 เวลา 07.30 น. ตรวจเยีย่ ม
2.3 เวลา 08.00 น. พิธีหนาเสาธง 2.4 ใหมีพกั ยอ ย เชา - บาย ชว งละ 15 นาที
3. ตารางนี้อาจเปลยี่ นแปลงไดต ามความเหมาะสม
11
บทบาทและหนา ทผ่ี ูนาํ ยวุ กาชาด
เวลา 1:30 ชว่ั โมง
จุดประสงค
1. บอกความหมายและประเภทของผูน าํ ยุวกาชาดได
2. อธบิ ายคุณสมบัติของผูน าํ ยุวกาชาดได
3. ปฏบิ ตั ิหนา ท่กี ารเปน ผนู าํ ยุวกาชาดได
หวั ขอ เน้ือหา
1. ความหมายของผนู าํ ยวุ กาชาด
2. ประเภทของผูน ํายวุ กาชาด
3. คณุ สมบตั ขิ องผูน าํ ยวุ กาชาด
4. บทบาทและหนา ทขี่ องผูนาํ ยุวกาชาด
เนอื้ หา
1. ความหมายของผูนํายวุ กาชาด
ผูนํายุวกาชาด หมายถึง “บุคคลท่ีไดรับการแตงตั้งใหเปนผูบังคับบัญชายุวกาชาด
ปฏบิ ตั หิ นา ทด่ี าํ เนนิ การจดั กจิ กรรมการฝก อบรมสมาชกิ ยวุ กาชาด ใหบ รรลวุ ตั ถปุ ระสงคข องยวุ กาชาดไทย”
2. ประเภทของผูน าํ ยุวกาชาด
ในการจัดกิจกรรมยุวกาชาดของสถานศึกษาแตละคร้ังพบวา จํานวนผูบังคับบัญชา
ยุวกาชาดที่สําเร็จการฝกอบรมเจาหนาที่และผูบังคับบัญชายุวกาชาด มีไมเพียงพอกับการดําเนินการ
จําเปนท่ีจะตองแตงต้ังบุคลากรท่ียังไมเคยรับการฝกอบรม ปฏิบัติหนาท่ีผูนํายุวกาชาด จนกวา
จะมีโอกาสเขารับการฝกอบรม ดังน้ัน อาจแบงประเภทผูนํายุวกาชาดตามลักษณะการปฏิบัติงาน
เปน 2 ประเภท ดังนี้
2.1 ผูนํายุวกาชาด ที่สําเร็จการฝกอบรมเจาหนาท่ีและผูบังคับบัญชายุวกาชาด
หลกั สตู รใดหลกั สตู รหนงึ่ และไดร บั การแตง ตงั้ ใหเ ปน ผบู งั คบั บญั ชา ตาํ แหนง ผนู าํ กลมุ หรอื รองผนู าํ กลมุ
2.2 ผนู าํ ยวุ กาชาด ทไี่ มเ คยเขา รบั การฝก อบรมเจา หนา ทแี่ ละผบู งั คบั บญั ชายวุ กาชาด
แตไ ดรับการแตง ต้งั ใหเปนผูบงั คับบญั ชายุวกาชาด ตาํ แหนง ผนู าํ กลมุ หรอื รองผนู ํากลมุ
12 คูมอื การฝกอบรมเจาหนาที่และผบู งคบบญชายุวกาชาด
หลกสูตรผูนายวุ กาชาด
3. คุณสมบัติของผูน าํ ยุวกาชาด
ผนู าํ ยวุ กาชาด เปน ผบู งั คบั บญั ชายวุ กาชาดทมี่ บี ทบาทหนา ทสี่ าํ คญั ในการจดั กจิ กรรม
สง เสรมิ และพฒั นาสมาชกิ ยวุ กาชาด ใหส มั ฤทธผิ์ ลตามวตั ถปุ ระสงคข องยวุ กาชาดไทย จงึ มคี วามจาํ เปน
ที่จะตอ งพัฒนาตนเองใหเปน ผนู ํายุวกาชาดทีด่ เี สมอ ซ่งึ จะประกอบดวยคุณสมบัตดิ ังนี้
3.1 ความศรทั ธา (Faithfulness) การปฏบิ ตั งิ านใด ๆ หากผปู ฏบิ ตั มิ คี วามศรทั ธา
ในงานท่ีทํานั้น จะตองใหผูปฏิบัติมีความสุขในการปฏิบัติงาน และจะสามารถปฏิบัติงานสําเร็จ
ไดโ ดยงา ย ผูนาํ ยุวกาชาดจะตอ งเปนผูท่มี ีความศรทั ธาในกิจการยวุ กาชาด มีความเชอื่ ดว ยเหตุผลทวี่ า
กระบวนการฝก อบรมตามแนวทางของยวุ กาชาดสามารถพฒั นาสมาชกิ ยวุ กาชาดใหบ รรลวุ ตั ถปุ ระสงค
ของยุวกาชาดได
3.2 ความรู (Knowledge) ความรใู นทนี่ หี้ มายถงึ ความรทู เี่ กยี่ วกบั กจิ การยวุ กาชาด
แบง ออกเปน 3 ประการ คือ
3.2.1 ความรูเกี่ยวกับงานวิชาการ ท้ังทางภาคทฤษฏีและทักษะกระบวนการ
ทเี่ กย่ี วขอ งกบั การฝกอบรมทางภาคปฏบิ ตั ิ
3.2.2 ความรูเกี่ยวกับงานธุรการ เปนเรื่องที่เกี่ยวของกับงานเอกสาร
หนงั สอื โตต อบงานทะเบียนตา ง ๆ ของสมาชิกยวุ กาชาด เชน ทะเบียนหนวย กลมุ หมู หรอื อุปกรณ
การฝก อบรม
3.2.3 ความรเู กยี่ วกบั การปกครองในสว นทเ่ี กยี่ วขอ งกบั การบรหิ าร แบง สว น
งานกิจการยุวกาชาดในสถานศกึ ษา ตลอดจนการปกครองที่เกยี่ วขอ งกบั หนว ยงานท่กี ิจการยวุ กาชาด
สงั กดั อยู
3.3 ความรับผิดชอบ (Responsibility) เปนพฤติกรรมที่แสดงใหเห็นถึง
ความมีวินัยในตนเองที่กลาแสดงออกในส่ิงท่ีถูกตองนอกเหนือจากความรับผิดชอบในงานท่ีทําแลว
ตองมีความรับผิดชอบตอทีมงานและสมาชิกยุวกาชาดอีกดวย ตลอดจนเปนผูที่มีความเอาใจใส
ในการปฏิบัติงาน ทาํ ใหง านทไ่ี ดรบั มอบหมายไดร ับผลสําเร็จอยา งมีประสิทธภิ าพ
3.4 มนุษยสัมพันธ (Human Relations) การมีมนุษยสัมพันธท่ีดี ตองรูจัก
ประสานความคิดประสานประโยชน สามารถทํางานรวมกับทุกเพศ ทุกวัย ทุกระดับการศึกษา
รจู ักควบคุมอารมณม คี วามอดทนอดกลัน้ มีทักษะในการพดู ท่ีดี เปนผฟู งทีด่ ีอยา งมีเหตุผล
3.5 วสิ ยั ทศั น (Vision) เปน การมองไกลไปในอนาคต ทส่ี ะทอ นใหเ หน็ ถงึ เปา หมาย
การทํางานสูความสําเรจ็ โดยวิธกี ารนําเอากระบวนการวางแผนมาใชเพือ่ ใหเกดิ ผลตามที่ตอ งการ
3.6 การวางแผน (Planning) ผนู าํ ยวุ กาชาดตอ งเปนนักวางแผนการจัดกิจกรรม
ท่ีดี การพัฒนาสมาชิกยุวกาชาดใหสูจุดหมายปลายทางของวัตถุประสงคของยุวกาชาด จําเปน
ทต่ี อ งอาศยั การวางแผนทด่ี ี เพอื่ ไดม องเหน็ งานในเชงิ ระบบ สามารถตรวจสอบและพฒั นาไดท กุ ขนั้ ตอน
คูมือการฝกอบรมเจาหนาทีแ่ ละผบู งคบบญชายวุ กาชาด 13
หลกสูตรผนู ายวุ กาชาด
3.7 การจูงใจ (Motivation) การจูงใจเปนเรื่องของการสนองความตองการ
ทที่ าํ ใหบ คุ คลมคี วามกระตอื รอื รน ในการทาํ งาน เกดิ แรงจงู ใจ อยากคดิ อยากทาํ อยากแกป ญ หา การใช
การจูงใจท่ดี ีทาํ ใหสมาชกิ ยวุ กาชาดเต็มใจทจี่ ะปฏบิ ตั ิกิจกรรมอยางมีความสขุ
3.8 ความคิดริเร่ิม (Initiative Thinking) เปนความสามารถท่ีจะปฏิบัติ
สงิ่ หนึง่ สงิ่ ใดภายในขอบเขตอาํ นาจหนาทีข่ องตนเองได โดยไมตองรอรับคําสัง่ และสามารถพฒั นางาน
ใหกา วหนา ทันสมยั อยูเ สมอ
3.9 ความอดทน (Patience) ความอดทนเปน พลงั อันสําคัญที่ผลักดันใหงานไปสู
จดุ หมายปลายทางไดอยางแทจ ริง และสงผลตอคุณภาพทางจติ ใจของผปู ฏบิ ัตงิ าน
3.10 การตัดสินใจ (Decision Making) การตัดสินใจที่รวดเร็วและรอบคอบ
ชว ยใหง านลน่ื ไหลไปดว ยดี ไมเ กดิ ผลเสยี หายแกส ว นรวม รวมทงั้ เปน การประหยดั ทง้ั เวลาและทรพั ยากร
อกี สวนหนึ่งดวย
4. บทบาทและหนาทผ่ี นู าํ ยวุ กาชาด
ผูนํายุวกาชาด เปนทั้งผูสรางและพัฒนาสมาชิกยุวกาชาด ต้ังแตเร่ิมตนของการ
เปน สมาชกิ ยวุ กาชาดจนถงึ ขน้ั ตอนสดุ ทา ยของการเปน สมาชกิ ยวุ กาชาด ตามวตั ถปุ ระสงคข องยวุ กาชาดไทย
สงิ่ ทผ่ี นู าํ ยวุ กาชาดควรคาํ นงึ ถงึ และตระหนกั ในความสาํ คญั อยเู สมอกค็ อื “หนา ทแ่ี ละความรบั ผดิ ชอบ”
ซ่ึงแบงออกได 4 ประการ คือ
4.1 บทบาทและหนาที่ตอตนเอง กิจกรรมยุวกาชาดไทยเปนกิจกรรมที่มี
กระบวนการฝกอบรมเฉพาะ ที่ผูนํายุวกาชาดตองหมั่นศึกษาหาความรูอยูเสมอ เพื่อใหเกิดทักษะ
ประสบการณแ ละความชาํ นาญในการฝก อบรม การพฒั นาตนเองอยา งตอ เนอ่ื งจะทาํ ใหเ กดิ ความสาํ เรจ็
ในการทาํ งานในดานตาง ๆ ดงั น้ี
4.1.1 ความสามารถในงาน หมายถงึ เปน ผทู ม่ี คี วามรอบรแู ละรรู อบในกจิ การ
งานทงั้ ในทางลกึ และกวา ง สามารถปฏบิ ตั งิ านตามบทบาทหนา ทไ่ี ดถ กู ตอ ง รวดเรว็ และแมน ยาํ สามารถ
มองการณไ กลอยา งเปน ระบบและมีประสิทธิภาพ
4.1.2 ความสามารถในการทาํ งานรว มกบั ผอู นื่ หมายถงึ รจู กั ตนเองและเขา ใจ
ผูอื่น สามารถปรับตัวเองเขากับสภาวการณตาง ๆ ไดเปนอยางดี และพัฒนาตนเองใหเปนท่ีเชื่อถือ
และไวว างใจจากผอู ่นื
4.1.3 ความสามารถทางดา นความคดิ หมายถงึ เปน ผทู ม่ี คี วามคดิ อยา งเปน ระบบ
มีความคิดริเร่ิมสรางสรรคท่ีเปนประโยชน วางแผนการดําเนินงานไดอยางมีประสิทธิภาพ สามารถ
ใชสตปิ ญ ญาในการตดั สินใจ และแกป ญ หาเฉพาะหนา ไดเ ปน อยา งดี
14 คูมอื การฝกอบรมเจาหนาที่และผบู งคบบญชายุวกาชาด
หลกสตู รผูนายวุ กาชาด
4.2 บทบาทและหนาท่ีตอหมูยุวกาชาดโรงเรียน หนวยยุวกาชาดหลายหนวย
รวมกันเปนกลุม หลายกลุมรวมกันเปนหมูยุวกาชาด ผูนํายุวกาชาดตองทําหนาท่ีในหนวย กลุม หมู
ใหอยรู ว มกนั ไดอ ยา งมีความสุข สามารถปฏบิ ตั ิกิจกรรมรวมกันได มีความสามัคคี ตลอดจนเคารพสิทธิ
และความเสมอภาคซงึ่ กนั และกนั
4.3 บทบาทและหนาที่ตอทีมงาน ในการจัดกิจกรรมยุวกาชาด เพื่อสนอง
ความตองการของหลักสูตรและสมาชิกยุวกาชาดจําเปนตองอาศัยทีมงานในการจัดการ ทีมงานท่ีดี
ยอมสงผลการจดั กจิ กรรมที่ดีและมีประสทิ ธิภาพ ดังน้ัน การรักษาดลุ ยภาพของทีมงานเปน สิ่งจาํ เปน
สาํ หรบั ผูนํายุวกาชาดทกุ คน ควรถือปฏิบัติดงั นี้
4.3.1 ใหความเคารพและใหเกียรตซิ งึ่ กนั และกนั
4.3.2 มีความซ่ือตรงและมนั่ คงตอกัน
4.3.3 ถายโอนความรแู ละแลกเปลย่ี นประสบการณซ ึง่ กันและกัน
4.3.4 สงเสรมิ และเชิดชูผกู ระทําความดี
4.3.5 ไมซ ้าํ เติมผอู ่นื
4.3.6 มีความรบั ผิดชอบตอ งานรวมกนั
4.3.7 ชวยเหลือรบั ผิดชอบตอ งานรวมกนั
4.3.8 สรางสรรคง านเปนทมี
4.3.9 ไมห าผลประโยชนสว นตนบนความสาํ เร็จของผอู น่ื
4.3.10 ใหขวัญและกําลงั ใจแกกันและกัน
4.4 ตอ บคุ คล กระบวนการจดั กจิ กรรมยวุ กาชาดตอ งเปด โอกาสใหส มาชกิ ยวุ กาชาด
ทกุ คน มีความทดั เทียมกนั ในการแสดงออกท้ังความคิดและการปฏบิ ตั ิ โดยเนน ผูเ รียนเปนสําคญั ดังน้ี
4.4.1 สงเสรมิ และสนบั สนนุ เขา รบั การฝกอบรมเพ่มิ เติม
4.4.2 พัฒนาใหมปี ระสบการณทาํ งานเปนทีม
4.4.3 ใหโ อกาสในการกลา แสดงออก
4.4.4 ใหมโี อกาสในการเปน ผนู าํ กจิ กรรม
4.4.5 ใหจัดกิจกรรมรว มกบั ผูอนื่
4.4.6 สงเสริมความคิดสรางสรรค
4.4.7 ยอมรบั ฟงเหตุผลดวยความเปนธรรม
4.4.8 สง เสรมิ ความเปนประชาธิปไตยในการทาํ งาน
4.4.9 ใหข วญั และกําลังใจในการทํางาน
4.4.10 กลา ตดั สินใจในการทํางานดว ยตนเอง
คูมอื การฝกอบรมเจาหนาทแ่ี ละผูบงคบบญชายวุ กาชาด 15
หลกสูตรผูนายุวกาชาด
วธิ ีการนําเสนอ
1. แจง จุดประสงค
2. การนาํ เสนอ
2.1 นําเขา สูบทเรียน
2.2 ใหช มวีดทิ ศั นผนู ําท่ีดี
2.3 มอบใหแ ตล ะหนว ยสี ศกึ ษาแนวคดิ ตามหวั ขอ ทกี่ าํ หนดใหแ ละนาํ เสนอทป่ี ระชมุ
2.3.1 ความหมายของผูนาํ ยวุ กาชาด
2.3.2 ประเภทของผนู ํายวุ กาชาด
2.3.3 คณุ สมบัติของผนู าํ ยุวกาชาด
2.3.4 บทบาทและหนาท่ีของผนู ํายวุ กาชาด
3. การสรปุ
3.1 สรปุ ประเดน็ สาํ คัญและจุดเนน
3.2 เปด โอกาสใหผเู ขารบั การฝก อบรมซักถามขอสงสยั
กจิ กรรมเสนอแนะ
1. การบรรยาย
2. บทบาทสมมติ
3. การใชเ กม
4. การใชเ พลง
5. สถานการณจําลอง
สือ่ และนวัตกรรม
1. ส่อื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส
2. อุปกรณป ระกอบการแสดงบทบาทสมมติ
3. ใบงาน
4. แผนภมู สิ รปุ ประเด็นสําคญั
การวัดและประเมินผล
1. การสังเกต
2. การทดสอบ
16 คูมือการฝกอบรมเจาหนาทแ่ี ละผูบงคบบญชายุวกาชาด
หลกสูตรผนู ายุวกาชาด
ระเบยี บแถวและสญั ญาณ เวลา 1:30 ชัว่ โมง
จดุ ประสงค
1. ใชค าํ สงั่ และสญั ญาณไดถูกตอง
2. ปฏบิ ตั ติ ามคาํ ส่ังและสญั ญาณไดถ กู ตอ งและพรอมเพรยี ง
หัวขอ เน้ือหา
1. การเรยี กแถว
2. การใชค ําส่งั
3. การหนั อยกู ับท่ี
4. การกาวตามคาํ ส่งั
5. การเดนิ
6. การว่ิง
7. การหันเวลาเดนิ
8. การนบั
9. การขยายแถว
10. การเรยี กแถวโดยใชสัญญาณมอื
11. สญั ญาณนกหวีด
เน้อื หา
1. การเรียกแถว
ผเู รียกตองใชค าํ ส่งั “แถว” พรอมใชสัญญาณมือ เพื่อใหผปู ฏบิ ตั ิปฏิบัตติ าม ในกรณี
ที่ผปู ฏบิ ัตอิ ยไู กลจากผเู รียกใหใชส ัญญาณนกหวีดเรียกรวมทง้ั หมด
2. การใชคาํ สงั่ ใหปฏิบัติดงั ตอ ไปน้ี
2.1 การเรยี กแถว ใชค าํ สง่ั “แถว” ใหผ รู บั การปฏบิ ตั คิ อยฟง คาํ สง่ั หรอื ดสู ญั ญาณมอื
เพอื่ จะไดปฏิบตั ิตามคําสัง่ หรือสัญญาณมือตอไป
2.2 ทาตรง ใชคําสั่ง “แถว - ตรง” ยืนใหสนเทาชิดและอยูในแนวเดียวกัน
ปลายเทาแยกออกขา งละเทา ๆ กนั หางกนั ประมาณ 1 คบื (ทํามุม 45 องศา) เขา เหยยี ดตงึ และบบี
เขา หากัน ลาํ ตัวยืดตรง อกผาย ไหลเ สมอกัน แขนท้งั สองแนบอยูข า งลาํ ตวั และเหยียดตรงจนไหลต งึ
นว้ิ มอื เรยี งชดิ ตดิ กนั เหยยี ดและชดิ กนั นว้ิ กลางแนบชดิ ตดิ โคนขาดา นขา ง ตาแลตรงไปขา งหนา นา้ํ หนกั ตวั
อยบู นเทาทง้ั สองเทา ๆ กัน และนงิ่
คมู อื การฝกอบรมเจาหนาท่แี ละผบู งคบบญชายุวกาชาด 17
หลกสตู รผนู ายุวกาชาด
2.3 ทา พัก
2.3.1 พกั ปกติ ใชคําสงั่ “แถว - พัก” หรอื “พัก” ใหหยอ นเขาขวาลงกอ น
จึงจะเปล่ียนเขาและเคล่ือนไหวสวนตาง ๆ ของรางกายไดตามสมควร แตเทาท้ังสองอยูกับที่
หามพูดคุยใด ๆ เมือ่ ไดยินคําสั่ง “แถว - ตรง” ใหกระตกุ เขา ขวาโดยเรว็ กลับไปอยูในทา ตรง
2.3.2 พักตามระเบียบ ใชคําสั่ง “ตามระเบียบ - พัก” แยกเทาซายออก
ไปทางซายประมาณ 30 เซนติเมตร หรือ 1 ชวงไหล อยางแข็งแรงและองอาจ พรอมกับจับมือไขว
ไวขางหลังใหห ลังมือเขาหาลําตัว มอื ขวาทบั มือซา ย น้วิ หัวแมม อื ขวาทบั นวิ้ หัวแมม อื ซา ย หลังมือซา ย
แนบติดลําตัวแนวก่ึงกลางหลังและอยูใตเข็มขัดเล็กนอย ขาท้ังสองตึง น้ําหนักตัวอยูบนเทาทั้งสอง
เทา ๆ กัน เม่ือไดยินคําสั่งวา “แถว - ตรง” ใหชักเทาซายมาชิดเทาขวาอยางแข็งแรง พรอมกับ
มือทงั้ สองกลบั ไปอยูในลกั ษณะทาตรงตามเดิม
2.3.3 พักตามสบาย ใชคําส่ัง “ตามสบาย - พัก” หยอนเขาขวากอน
จงึ เคลอ่ื นไหวรา งกายอยา งสบายและพดู คยุ กนั ได แตเ ทา ขา งหนง่ึ ตอ งอยกู บั ที่ ถา ไมไ ดร บั อนญุ าตใหน ง่ั
จะนง่ั ไมได
2.3.4 พักนอกแถว ใชค ําส่ัง “พกั - แถว” ใหท ุกคนแยกออกจากแถวทนั ที
แตตองอยูบริเวณใกลเคียงนั้น และไมทําเสียงอึกทึก เมื่อไดยินคําวา “แถว” ใหรีบกลับมาเขาแถว
ท่ีเดมิ โดยเรว็ ในรปู แถวเดมิ และเมือ่ จดั แถวเรยี บรอยแลว ใหอ ยูในทาตรงจนกวา จะมีคําสงั่ ตอไป
2.4 การถอดหมวก เพื่อสวดมนตและสงบน่ิง ใชคําสั่ง “ถอดหมวก” ใชมือขวา
จบั ท่ีกะบังหนา หมวกแลวถอดหมวก แขนทง้ั 2 ขา งอยขู างลาํ ตัว โดยที่มอื ขวาจบั กระบงั หนา หมวกไว
รอคาํ ส่งั ดงั ตอไปนี้
2.4.1 การสวดมนต ใชคําสั่ง “เตรียมสวดมนต” ทุกคนประนมมือ
โดยใหกะบังหนาหมวกอยูระหวางมือทั้งสองขาง ตัวหมวกขนานกับลําตัวและใหดานในของหมวก
หนั ไปทางซา ย เมอ่ื สวดมนตเ สรจ็ แลว ใหล ดมอื ลง โดยมอื ขวาจบั ทกี่ ะบงั หมวก แขนทง้ั 2 ขา งอยขู า งลาํ ตวั
รอคําสั่งตอ ไป
2.4.2 การสงบนิ่ง ใชคําส่ัง “สงบน่ิง เพ่ือระลึกถึง......ปฏิบัติ” ทุกคน
กมศีรษะเล็กนอย มือขวา (ที่ถือหมวก) ทับมือซายไวขางหนาในระดับตํ่ากวาเอว กิริยาสํารวม
ประมาณ 1 นาที รอคาํ ส่ังตอ ไป
หมายเหตุ การสั่งสงบนิ่ง อาจส่งั ใหระลกึ ถึงผมู พี ระคณุ ทว่ั ไป หรือผูม ีพระคณุ
ตอ กิจการกาชาดและยวุ กาชาด
2.5 การสวมหมวก ใชคําส่ัง “สวมหมวก” ใชมือขวาจับหมวกเชนเดียวกับการ
ถอดหมวก ยกหมวกข้ึนสวมศีรษะ ใชมือซายชวยประคองดานหลัง จัดหมวกและลดมือทั้งสองลง
ในทา ตรงอยางแข็งแรง
2.6 การจดั แถว ใชค ําส่ัง “จัดแถว” การเรียกแถวของยวุ กาชาด เม่อื ไดรบั คําสัง่
หรอื สญั ญาณ ยวุ กาชาดวง่ิ ไปหาผเู รยี ก และเขา แถวตามคาํ สงั่ หรอื สญั ญาณดงั กลา วโดยเรว็ ตามตาํ แหนง
ของหนว ยและจดั แถวใหม รี ะยะเคยี งระหวา งบคุ คล 1 ชว งศอก โดยยกมอื ซา ยขนึ้ ทา วตะโพกและใหฝ า มอื พกั อยบู น
18 คูมอื การฝกอบรมเจาหนาทีแ่ ละผบู งคบบญชายุวกาชาด
หลกสตู รผูนายุวกาชาด
ตะโพก นว้ิ ทั้งหาชดิ กัน เหยยี ดตรงช้ีลงพ้ืน นิ้วกลางอยูประมาณแนวตะเขบ็ ขอบกระโปรง หรือกางเกง
ศอกอยูเสมอแนวลําตัว การจัดแถวใหศอกซายจรดแขนขวาของคนทางซายและสะบัดหนาแลขวา
ทุกคน เวนแตคนท่ีอยูทางขวาสดุ ของแถว แลตรงเปน หลกั เมื่อผเู รียกตรวจการจัดแถวเสร็จเรียบรอ ย
แลว สั่ง “น่ิง” ยุวกาชาดทุกคนลดมือลง พรอมกับสะบัดหนากลับมาอยูในทาตรง และถาเห็นวา
การจดั แถวตามรปู แบบทีเ่ รยี กยังไมเ รียบรอยถูกตอง จงึ จะสัง่ ให “จัดแถว”
2.7 การแยกแถว การส่ังแยกแถว หมายความวา กิจกรรมนั้นยังไมเสร็จส้ิน
และตอ งกลับมาเขาแถวอีกคร้ังหนึ่งใชค ําสั่ง “แยก - แถว” ใหท ุกคนทาํ ขวาหนั แลว แยกยายกนั ไป
2.8 การเลกิ แถว ใชค ําสง่ั “เลิก - แถว” ใหท ุกคนทําขวาหันแลวแยกยายกนั ไป
3. การหันอยกู บั ที่
3.1 ขวาหนั ใชค าํ สง่ั “ขวา - หนั ” ใหท าํ เปน 2 จงั หวะ จงั หวะ 1 เปด ปลายเทา ขวา
และยกสน เทา ซา ย พรอ มกบั หนั ไปทางขวาจนได 90 องศา โดยหมนุ เทา ทง้ั สองไปใหส น เทา และปลายเทา
ซ่ึงเปนหลกั นน้ั คงตดิ อยูก ับพื้น นา้ํ หนกั ตวั อยทู ี่เทา ขวา จังหวะ 2 ชกั เทา ซา ยชิดเทาขวาโดยเร็ว
3.2 ซา ยหนั ใชค าํ สง่ั “ซา ย - หนั ” ใหท าํ เปน 2 จงั หวะ จงั หวะ 1 เปด ปลายเทา ซา ย
และยกสน เทา ขวา พรอ มกบั หนั ไปทางซา ยจนได 90 องศา โดยหมนุ เทา ทง้ั สองไปใหส น เทา และปลายเทา
ซึ่งเปนหลักนนั้ คงติดอยูกบั พ้ืน นํ้าหนกั ตัวอยทู เี่ ทาซาย จงั หวะ 2 ชกั เทา ขวาชดิ เทาซา ยโดยเร็ว
3.3 กลับหลังหัน ใชคําส่ัง “กลับหลัง - หัน” ใหทําเปน 2 จังหวะ โดยให
ทําเชนเดียวกนั กบั “ขวาหนั ” แตจังหวะ 1 ใหหันเลยไปจนกลับหนา เปนหลงั ครบ 180 องศา เทาซาย
ไปหยดุ ขา งหลงั เฉียงซา ยคร่ึงกา ว จงั หวะ 2 ชักเทาซา ยชดิ เทา ขวาโดยเรว็
3.4 กงึ่ ขวาหัน ก่ึงซายหัน ใหออกคําส่งั “ก่งึ ขวา - หัน” หรือ “กึง่ ซาย - หนั ”
ใหปฏบิ ตั เิ ชนเดียวกนั กบั “ขวาหนั ” หรอื “ซา ยหัน” แตใหห นั ไปเพยี ง 45 องศา
4. การกาวตามคาํ สัง่
4.1 การกา วไปขา งหนา ใชค าํ สง่ั “กา วไปขา งหนา 1 กา ว - ทาํ ” ใหท าํ เปน 2 จงั หวะ
จังหวะ 1 กา วเทา ซา ยไปขางหนา จังหวะ 2 ชกั เทาขวาชดิ เทา ซาย (ถา 2 กา ว ใหนับ 3 จังหวะ 3 กา ว
ใหน บั 4 จงั หวะ จังหวะจะมากกวาจาํ นวนกา ว 1 จงั หวะเสมอ คอื จงั หวะสดุ ทา ยเปนจังหวะชดิ เทา)
4.2 การกา วถอยหลงั ใชคําสัง่ “กาวถอยหลงั 1 กาว - ทํา” ใหทําเปน 2 จงั หวะ
จงั หวะ 1 กา วเทาซายไปขางหลังปลายเทาลงกอ น จังหวะ 2 ชักเทาขวาชดิ สน เทา ซายที่อยูข า งหลงั
และอยูในทาตรง (ถา 2 กาว ใหน ับ 3 จังหวะ 3 กาว ใหนับ 4 จังหวะ จังหวะจะมากกวา จํานวนกาว
อยู 1 จงั หวะเสมอ คือ จังหวะสดุ ทา ยเปนจงั หวะชดิ เทา)
4.3 การกาวทางขวา ใหคาํ สั่ง “กาวทางขวา 1 กา ว - ทํา” ใหท าํ เปน 2 จังหวะ
จังหวะ 1 กา วเทาขวาไปขา งขวามือ 1 กาว จงั หวะ 2 ชกั เทา ซายชดิ เทา ขวาโดยเร็ว ยืนอยูใ นทาตรง
เหมือนเดิม (หากสง่ั ใหก าวไปทางขวา 2 กา ว ตอ งนับ 4 จงั หวะ 3 กา ว ตอ งนับ 6 จงั หวะ ฯลฯ)
คมู ือการฝกอบรมเจาหนาท่ีและผูบงคบบญชายวุ กาชาด 19
หลกสูตรผูนายวุ กาชาด
4.4 การกาวทางซาย ใชคําสงั่ “กา วทางซาย 1 กาว - ทาํ ” ใหท ําเปน 2 จังหวะ
จงั หวะ 1 กา วเทา ซา ยไปขา งซา ย 1 กา ว จงั หวะ 2 ชกั เทา ขวาชดิ เทา ซา ยโดยเรว็ ยนื อยใู นทา ตรงเหมอื นเดมิ
5. การเดนิ
5.1 เดนิ ตามปกติ ใชค าํ สง่ั “หนา - เดนิ ” ใหเ รม่ิ กา วเทา ซา ยออกเดนิ กอ น ขาเหยยี ด
ปลายเทางุม สนเทา สงู จากพนื้ ประมาณ 1 คืบ และเมอ่ื จะวางเทากาวตอ ไป ใหโนมพาตัวไปขางหนา
ทรงตัวและศีรษะอยูในทาตรง แกวงแขนตามธรรมชาติ เฉียงไปขางหนาและขางหลังประมาณ
ระดับเอวเม่ือแกวงแขนไปขางหนาขอศอกงอเล็กนอย เม่ือแกวงแขนไปขางหลังใหเหยียดแขนตรง
ตามธรรมชาติหันหลังมือออกนอกตัว แบมือ ใหน้ิวท้ังหาเรียงชิดกัน รักษาความยาวของกาวใหคงที่
และมีความเรว็ สม่ําเสมอ
5.2 เดินตามสบาย ใชค ําสั่ง “เดนิ ตามสบาย” การกา วเชนเดียวกบั การเดนิ ปกติ
รักษาจงั หวะ แตไ มตอ งรกั ษาทาทางใหเ ครงครดั
5.3 การซอยเทา ใชคําสั่ง “ซอยเทา - ทํา” เมื่อหยุดอยูกับท่ีถาไดยินคําส่ังวา
“ซอยเทา - ทาํ ” ใหย กเทา ขน้ึ ลงสลบั กนั อยกู บั ทตี่ ามจงั หวะการเดนิ โดยยกเทา ซา ยขนึ้ กอ น เทา ทยี่ กขน้ึ
ใหพ้ืนรองเทาสูงจากพื้นประมาณ 1 คืบ ลักษณะมือและการแกวงแขนคงเปนไปตามทาการเดิน
ถากําลังเดินเม่ือไดยินคําวา “ซอยเทา - ทํา” ไมวาเทาใดจะตกถึงพื้นก็ตามใหเดินตอไปอีก 1 กาว
และกา วเทา หลงั ใหส น เทา เสมอกนั แลว ยกเทา เดมิ นน้ั ขนึ้ กอ น แลว ปฏบิ ตั เิ ชน เดยี วกนั เมอ่ื หยดุ อยกู บั ท่ี
เม่ือตองการจะใหเดินตอไปก็ใชคําส่ัง “หนา - เดิน” เมื่อเทาซายตกถึงพื้น
ซอยเทาขวาอยกู ับทีแ่ ลวกาวเทาซายออกเดินตอไป หรือจะใหห ยดุ ก็ใชคาํ สั่งวา “แถว - หยดุ ”
5.4 การหยดุ ใชคาํ ส่งั “แถว - หยุด” ในขณะทกี่ าํ ลงั เดินตามปกติ เมื่อไดย ินคาํ วา
“แถว - หยุด” ไมว า เทาขางใดจะตกถึงพนื้ กต็ าม ใหป ฏบิ ัตเิ ปน 2 จังหวะ คอื จังหวะ 1 กาวตอ ไปอกี
1 กาว จงั หวะ 2 ชักเทา หลงั ไปชดิ เทา หนา ในลักษณะทา ตรงอยางแขง็ แรง
หมายเหตุ 1. ผสู ่งั “แถว - หยดุ ” ควรจะสัง่ เม่ือตกเทาขวา
2. เมื่อสั่งคําวา “แถว” ลงเทาใดใหบอกคําวา “หยุด” ลงเทานั้น
ในกาวตอไป เชน สัง่ “แถว” ลงเทาขวาใหกาวเทาซายเดนิ ตอ ไป แลวสั่ง “หยุด” เมอื่ ลงเทา ขวาอีก
เปนคร้งั ที่ 2
6. การวงิ่
6.1 ทาวิ่ง ใชคําส่ัง “หนา - ว่ิง” เร่ิมออกว่ิงดวยเทาซายกอนวางปลายเทา
ลงบนพน้ื งอเขาเล็กนอย โนมตวั ไปขา งหนา ขาหลงั ไมตอ งเหยียดตงึ ปลายเทายกสงู จากพื้นพอสมควร
พรอ มกนั นน้ั กาํ มอื ยกขน้ึ เสมอราวนม หนั ฝา มอื เขา หาลาํ ตวั ยดื อกและศรี ษะตงั้ ตรงขณะทวี่ งิ่ เหวย่ี งแขน
ทงี่ อตามจงั หวะกาว
ทาวิ่งนี้ใชในโอกาสตองการความรวดเร็วในการเคล่ือนท่ีเร่ิมไดทั้งเวลาอยูกับที่
และกําลังเดินถา กําลงั เดินและสนิ้ คําส่งั เมือ่ ตกเทาใดก็ตามใหก าวตอ ไปอกี 1 กาว แลว เรมิ่ วิ่งทันที
20 คูมือการฝกอบรมเจาหนาที่และผูบงคบบญชายุวกาชาด
หลกสูตรผูนายุวกาชาด
6.2 ทา หยดุ ใชค าํ สง่ั “แถว - หยดุ ” เมอ่ื สน้ิ คาํ สง่ั โดยเทา ใดตกถงึ พน้ื กต็ ามใหว ง่ิ
ดว ยอาการยง้ั ตวั ตอไปขา งหนาอีก 3 กา ว แลวทาํ ทาหยดุ เชนเดยี วกับการหยุดในเวลาเดนิ
7. การหันเวลาเดนิ
7.1 ขวาหัน ใชคําสั่ง “ขวา - หัน” ใหสั่งวา “ขวา” เมื่อเทาขวาตกถึงพ้ืน
และ “หัน” เม่อื เทา ขวาตกถึงพนื้ อกี คร้งั หนึ่ง ในลาํ ดับตดิ ตอ กนั ปฏบิ ตั ิเปน 2 จงั หวะ ดังน้ี
จังหวะ 1 กาวเทาซายไปขางหนาเฉียงขวาประมาณครึ่งกาว ขณะเดียวกัน
ยกสน เทาขวาและหมุนตัวตะโพก โดยปลายเทา ท้ังสองเปน หลักไปทางขวาจนได 90 องศา
จังหวะ 2 กาวเทาขวาออกเดินตอไปตามจังหวะการเดิน เดินในทิศทางใหม
โดยตอ เนื่อง
7.2 ซายหัน ใชคําส่ัง “ซาย - หัน” ใหสั่งวา “ซาย” เมื่อเทาซายตกถึงพ้ืน
และ “หนั ” เมอื่ เทา ซา ยตกถงึ พน้ื อกี ครง้ั หนง่ึ ในลาํ ดบั ตดิ ตอ กนั ปฏบิ ตั เิ ปน 2 จงั หวะ เชน เดยี วกบั ขวาหนั
โดยเปล่ยี นคาํ วา ขวาเปน ซา ยเทานัน้
7.3 กลับหลงั หนั ใชค ําสงั่ “กลบั หลงั - หนั ” ใหสง่ั วา “กลบั หลงั ” และ “หัน”
เม่อื เทาซา ยตกถงึ พืน้ ในลาํ ดบั ติดตอ กนั ปฏิบตั ิเปน 3 จงั หวะ ดงั น้ี
จังหวะ 1 กา วเทาขวาไปขา งหนา 1 กาว
จังหวะ 2 กา วเทา ซา ยไปขา งหนา เฉียงขวาประมาณครึง่ กา ว และตบลงกบั พื้น
ดว ยปลายเทา ในแนวทางขวาของปลายเทา ขวาเลก็ นอ ยพอเขา ซา ยตงึ ทนั ใดนน้ั ยกสน เทา และหมนุ ตวั
ดวยตะโพก โดยใชปลายเทาท้ังสองเปนหลักไปขางหลังจนถึง 180 องศา ขณะหมุนตัวฝามือท้ังสอง
แนบอยูกับขางขา
จังหวะ 3 กาวเทาซายออกเดินพรอมกับยกมือและแกวงแขนตามจังหวะ
ของทา เดินครง้ั นน้ั ตอไป
8. การนบั
8.1 นบั ทงั้ หมด ใชค าํ สงั่ “ทง้ั หมด - นบั ” ใหค นทอี่ ยหู วั แถวทางขวาสดุ เปน คนนบั 1
เปนคนแรก โดยสะบัดหนามาทางซาย ออกเสียงตัวเลขท่ีนับใหดังขางหูของคนถัดไป เสร็จแลวให
คนถัดไปนับ 2 ทําเชน เดยี วกนั และคนถดั ไปนบั 3 - 4 ..... จนสุดแถว แตคนนบั คนสดุ ทา ยคือคนอยู
ปลายแถวนับโดยไมตอ งสะบดั หนา
8.2 นับสอง ใชค ําส่งั “นบั สอง - นับ” ทาํ เชน เดยี วกับขอ (8.1) คนท่ี 1 นบั 1
คนที่ 2 นบั 2 คนที่ 3 นบั 1 ใหม คนท่ี 4 นบั 2 ฯลฯ ทาํ เชน น้ตี ลอดจนสดุ แถว
การนบั จะสง่ั นบั เทา ไหรก ไ็ ดใ หใ ชค าํ สง่ั “นบั ...นบั ” และใหผ เู ขา รบั การฝก ปฏบิ ตั ิ
เชน เดยี วกับขอ (8.1) เชน ถาสง่ั ใหน ับ 8 คนที่ 1 ก็นบั 1 คนที่ 2 ก็นับ 2 จนถงึ คนท่ี 8 ก็นบั 8 คนที่ 9
กน็ บั 1 ใหม ดงั นี้ เปนตน
คมู อื การฝกอบรมเจาหนาทีแ่ ละผบู งคบบญชายวุ กาชาด 21
หลกสตู รผนู ายวุ กาชาด
9. การขยายแถว
9.1 เริ่มจากหนากระดานแถวเดียว
9.1.1 ขยายเปน แถวหนา กระดาน 2 แถว
คําสงั่ “นับสอง - นับ”
คําบอก คนท่ีนับหนึ่งอยูกับท่ี คนท่ีนับสองกาวไปขางหนาสองกาว
หรอื ใหคนที่นับหนง่ึ กา วไปขางหนาหนงึ่ กาว คนนบั สองกา วไปขางหลังหนงึ่ กา ว
คาํ สง่ั “ขยายแถว - ทาํ ”
9.1.2 ขยายเปน 3 แถว
คําสั่ง “นบั สาม - นบั ”
คําบอก คนนับหนึ่งอยูกับท่ี คนนับสองกาวไปขางหนาสองกาว
คนนับสามใหก า วไปขางหนาสก่ี าว
9.1.3 ขยายเปน 4 แถว
คําสั่ง “นบั ส่ี - นบั ”
คําบอก คนนับหนึ่งอยูกับที่ คนนับสองกาวไปขางหนาสองกาว
คนนบั สามใหกาวไปขางหนาสก่ี าว คนนับสีใ่ หก า วไปขา งหนาหกกา ว
คาํ ส่งั “ขยายแถว - ทํา”
9.2 เร่ิมจากแถวหนา กระดาน 2 แถว
9.2.1 ขยายเปน 6 แถว
คําสง่ั “แถวหนา 6 กาว หนา - เดนิ ”
คาํ สั่ง “ทั้งสองแถว นบั สาม - นับ”
คําบอก คนนับหนึ่งอยูกับท่ี คนนับสองกาวไปขางหนาสองกาว
คนนบั สามกาวไปขางหนา ส่ีกาว
คําสั่ง “ขยายแถว - ทาํ ”
9.2.2 ขยายเปน 8 แถว
คาํ สง่ั “แถวหนา 8 กา ว หนา - เดนิ ”
คาํ สั่ง “ท้งั สองแถว นับส่ี - นบั ”
คําบอก คนนับหนึ่งอยูกับท่ี คนนับสองใหกาวไปขางหนาสองกาว
คนนับสามกา วไปขางหนาสีก่ าว คนนบั สี่ใหกา วไปขางหนา หกกาว
คําสง่ั “ขยายแถว - ทาํ ”
การขยายแถว จะสั่งขยายแถวเปนก่ีแถวก็ได โดยดูความเหมาะสม
ของสถานทแ่ี ละกจิ กรรมทจ่ี ะปฏบิ ตั ิ แตก ารใชค าํ สง่ั ใหใ ชเ ชน เดยี วกบั ทกี่ ลา วมาแลว แตต า งจาํ นวนแถว
ทจี่ ะขยายหรือคาํ สง่ั ทสี่ งั่ ใหนับ
ในที่นี่ “คาํ สงั่ ” หมายถึง การส่ังใหผูเขารบั การฝกปฏบิ ัติโดยฉับพลนั
“คาํ บอก” หมายถึง การบอกใหผเู ขา รับการฝก ทาํ อะไรบา ง เมอ่ื ไดรับ
“คาํ สัง่ ” แลว
22 คูมือการฝกอบรมเจาหนาท่ีและผูบงคบบญชายวุ กาชาด
หลกสตู รผนู ายวุ กาชาด
10. การเรียกแถวโดยใชสัญญาณมอื
การเรียกแถวผเู รียกตองเลอื กสถานทีใ่ หเหมาะสมเสยี กอ น ยนื ตรงแลวจงึ เรยี ก
โดยใชส ญั ญาณมอื
10.1 แถวหนากระดานแถวเดียว
สัญญาณ ผูเรียกยืนตรง กางแขนท้ังสองขางออกไป
เสมอไหลตั้งฉากกับลําตัว มือแบ นิ้วมือชิดกัน เหยียดตรง
หนั ฝามือไปขา งหนา
การเขาแถว ใหเขาแถวหนากระดานแถวเดียวหนาผูเรียก
ใหก่ึงกลางของแถวอยูตรงหนาผูเรียก และหางจากผูเรียก
ประมาณ 6 กา ว หนว ยบรกิ ารหนว ยแรก (หนว ยที่ 1) อยทู างซา ยมอื
ของผูเรยี ก หนวยตอ ๆ ไปอยูทางดายซายมอื ของหนว ยบรกิ าร
(หนวยที่ 1) และแตละหนวยใหหัวหนาหนวยอยูทางขวามือ
รองหัวหนา หนว ยอยูทางซายมอื ในหนว ยของตน
การจดั แถว ระยะเคยี งระหวา งบคุ คล 1 ชว งศอก โดยยกมอื ซา ย
ขึ้นเทาตะโพกใหฝามือพักอยูบนตะโพก น้ิวมือชิดกัน เหยียดตรงช้ีลงพ้ืน นิ้วกลางอยูประมาณแนว
ตะเข็บของกระโปรงหรือกางเกง ศอกอยูเสมอแนวลําตัว การจัดแถวใชแขนขวาจรดปลายศอกซาย
ไมเ วน ระยะเคยี งระหวา งหนว ย ทกุ คนจดั แถวทางขวา เมอ่ื ผเู รยี กแถวตรวจดคู วามเรยี บรอ ยถกู ตอ งแลว
ส่ัง “นิ่ง” ใหทุกคนลดมือลงพรอมกบั สะบดั หนา มาอยูในทาตรงดวยความแข็งแรงและพรอมเพรียงกนั
10.2 แถวหนากระดานหนวยปดระยะ
สัญญาณ ผูเรียกยืนตรง กํามือท้ังสองขาง ยกแขนเหยยี ดตรง
ไปขา งหนา ขนานกบั พน้ื แลว งอขอ ศอกขน้ึ เปน มมุ ฉากหนั หนา มอื
เขา หากนั
การเขา แถว ใหหนว ยบริการหนวยแรก (หนว ยที่ 1) เขา แถว
หนา กระดานหนา ผเู รยี ก และใหก่ึงกลางของหนวยอยตู รงหนา
ผเู รยี ก หา งประมาณ 6 กา ว หนว ยตอ ๆ ไปเขา แถวหนา กระดาน
ดานหลัง ตามลําดบั ระยะตอ ระหวางหนวย 1 ชวงแขน
การจัดแถว ระยะเคียงระหวางบุคคลในหนวย 1 ชวงศอก
โดยยกมือซายข้ึนเทาตะโพกสะบัดหนาไปทางขวา เม่ือผูเรียก
ตรวจแถวดูความเรียบรอยถูกตองแลว ส่ัง “น่ิง” ใหทุกคน
ลดมอื ลงพรอ มกบั สะบดั หนา มาอยูใ นทาตรงดวยความแข็งแรงและพรอมเพรยี งกัน
คูมือการฝกอบรมเจาหนาท่แี ละผบู งคบบญชายวุ กาชาด 23
หลกสูตรผนู ายุวกาชาด
10.3 แถวหนากระดานหนว ยเปด ระยะ
สัญญาณ ผูเรียกงอขอศอกยกขึ้นเปนมุมฉากท้ังสองขาง
มอื กาํ แขนทอ นบนแบะออกจนเปน แนวเดยี วกบั ไหลห นั หนา ไป
ขางหนา
การเขาแถว ใหห นว ยบรกิ ารหนวยแรก (หนว ยท่ี 1) เขา แถว
หนา ผเู รยี ก กง่ึ กลางของหนว ยอยตู รงหนา ผเู รยี ก หา งจากผเู รยี ก
ประมาณ 6 กาว หนว ยตอ ๆ ไปเขา แถวหนา กระดานดา นหลัง
ตามลาํ ดบั ระยะตอ ระหวา งหนว ย 3 ชว งแขน หรอื ประมาณ 3 กา ว
การจัดแถว ระยะเคียงระหวางบุคคลในหนวย 1 ชวงศอก
ยกมอื ซา ยเทา ตะโพกสะบดั หนา ไปทางขวา เมอ่ื ผเู รยี กตรวจแถว
ดูความถูกตองเรียบรอยแลว ส่ัง “น่ิง” ใหทุกคนลดมือลง
พรอ มกับสะบดั หนามาอยูในทา ตรง
10.4 แถวตอน
สัญญาณ ผูเรียนยืนตรงเหยียดแขนท้ังสองออกไปขางหนา
ใหข นานกนั และไดฉ ากกบั ลาํ ตวั ฝา มอื แบ นวิ้ มอื ตดิ กนั เหยยี ดตรง
และหนั ฝา มอื เขาหากนั
การเขา แถวใหท กุ หนว ยเขา แถวหนา ผเู รยี กหนว ยบรกิ ารหนว ยแรก
(หนว ยที่ 1) อยทู างซา ยมอื และหนว ยสดุ ทา ยอยทู างดา นขวามอื
ของผเู รยี กแตล ะหนว ยใหห วั หนา หนว ยอยหู วั แถวรองหวั หนา หนว ย
อยูทายแถว หนวยท่ีอยูกึ่งกลางเปนหลักยืนตรงหนาผูเรียก
หา งจากผเู รยี กประมาณ 6 กาว
การจดั แถว ระยะเคยี งระหวา งหนว ย 1 ชว งศอก โดยใชม อื ซา ย
เทาตะโพกระยะตอ 1 ชวงแขน (ไมตองยกแขน) เมื่อผูเรียก
ตรวจแถวดคู วามเรยี บรอ ยถกู ตอ งแลว สงั่ “นง่ิ ” ใหท กุ คนลดมอื ลง
และอยใู นทาตรง ถา เขาแถวตอนเรยี งหนึ่ง ระยะตอระหวา งบุคคล 1 ชว งแขน โดยเหยียดแขนขวาไป
ขางหนา สูงเสมอแนวไหล ควา่ํ ฝา มือใหปลายนิว้ จรดหลงั ของคนหนาพอดี และเมื่อผูเรยี กแถวส่งั “นิ่ง”
ใหทุกคนลดแขนลงโดยพรอ มเพรียงกัน และอยูใ นทา ตรง
24 คมู ือการฝกอบรมเจาหนาทแี่ ละผูบงคบบญชายวุ กาชาด
หลกสตู รผูนายุวกาชาด
10.5 แถวครง่ึ วงกลม
สัญญาณ ผูเรียกยืนตรง แขนท้ังสองเหยียดตรงลงขางลางฝามือ
แบคว่ําเขาหาลําตัว นิ้วมือชิดกันเหยียดตรง เหวี่ยงแขนไขว
เขาหากันดานหนาระดับเอวเปนรูปคร่ึงวงกลม เวลาเหว่ียงแขน
แยกออกจากกันไมเกนิ คร่งึ ของลําตวั
การเขาแถว หนว ยบรกิ ารหนว ยแรก (หนวยท่ี 1) อยูทางซา ยมอื
ของผูเรยี ก หัวหนาหนวยอยใู นแนวเดียวกบั ผเู รยี ก หนวยตอ ๆ ไป
อยูทางดานซายของหนวยบริการ รองหัวหนาหนวยของหนวย
สุดทายอยูในแนวเสนตรงเดียวกับหัวหนาหนวยแรก (หนวยท่ี 1)
โดยมผี ูเ รยี กเปน จดุ ศูนยก ลาง ไมเ วน ระยะระหวา งหนวย
การจดั แถว ระยะเคยี งระหวา งบคุ คล 1 ชว งศอก โดยใชมอื ซาย
เทาตะโพกสะบัดหนาไปทางขวา เมื่อผูเรียกตรวจแถวดู
ความเรยี บรอยถกู ตอ งแลว ส่งั “น่ิง” ใหท ุกคนลดมือลงพรอ มกบั สะบดั หนามาอยใู นทา ตรง
10.6 แถววงกลม
(1) ผูเรียกเปน ศูนยกลาง
สัญญาณ ทาํ เชนเดยี วกบั แถวครง่ึ วงกลม แตเ มื่อตอนเหวี่ยงแขน
แยกจากกนั ใหม าจรดดา นหลังเปน รูปวงกลม
การเขา แถว หนวยบรกิ ารหนวยแรก (หนวยที่ 1) อยทู างซา ยมอื
ของผเู รยี ก หวั หนาหนว ยอยูในแนวเดยี วกับผเู รียก หนวยตอ ๆ ไป
อยทู างดา นซา ยของหนว ยบรกิ าร ตามลาํ ดบั จนถงึ รองหวั หนา หนว ย
ของหนวยบริการ (หนวยท่ี 1) โดยมีผูเรียกเปนจุดศูนยกลาง
ไมเ วน ระยะระหวางหนวย
การจดั แถว ระยะเคียงระหวางบุคคล 1 ชว งศอก โดยใชม อื ซา ย
เทาตะโพกสะบัดหนาไปทางขวา เม่ือผูเรียกตรวจแถวดู
ความเรยี บรอยถูกตอ งแลว สัง่ “น่ิง” ใหทุกคนลดมือลงพรอมกับ
สะบัดหนามาอยใู นทา ตรง
คมู อื การฝกอบรมเจาหนาท่แี ละผบู งคบบญชายวุ กาชาด 25
หลกสตู รผนู ายุวกาชาด
(2) ผเู รยี กเปน สวนหนง่ึ ของวงกลม
สัญญาณ ผูเรียกกาํ มือขวา เหยยี ดแขนยกไปขา งหนา เหวี่ยงแขน
ขึ้นขางบนและไปขา งหลังเปน รปู วงกลม ขนานกบั ลาํ ตัว
การเขาแถว หนวยบริการหนวยแรก (หนว ยที่ 1) อยูทางดา นซา ย
มอื ของผเู รยี ก โดยใหห วั หนา หนว ยยนื ชดิ กบั ผเู รยี ก หนว ยตอ ๆ ไป
อยูทางดานซา ยมอื ของหนวยบริการ ตามลาํ ดับ รองหวั หนาหนวย
ของหนวยสุดทายยืนตดิ กับผูเรียก ทางดานขวามือ โดยผเู รียกเปน
สว นหนึง่ ของเสนรอบวงดวย
การจัดแถว ระยะเคียงระหวา งบคุ คลท่ี 1 ชวงศอก โดยใชมอื ซา ย
เทาตะโพกสะบัดหนาไปทางขวา เม่ือผูเรียกตรวจแถวดู
ความเรียบรอยถูกตองแลว จึงส่ัง “นิ่ง” ใหทุกคนลดมือลง
พรอมกับสะบดั หนามาอยูในทา ตรง
10.7 แถวส่เี หลี่ยมเปด ดา นหน่งึ
สัญญาณ ผูเรียกแถวยืนอยูดานหน่ึง ซ่ึงเปนดานเปด ยกแขน
ทั้งสองขึ้นงอศอกใหต้ังไดฉากกับระดับไหล แบฝามือทั้งสอง
ใหน วิ้ มอื ทง้ั หา ตดิ กนั ฝา มอื ขวาทบั หลงั มอื ซา ย ประมาณแนวลกู คาง
เปน สัญญาณ
การเขาแถว ใหยุวกาชาดทุกคนปฏิบัติเหมือนกับการเขาแถว
หนากระดาน เวนระยะตรงมุมของแตละดานใหเทากันพอควร
ไมซ อนหรือตรงกนั ถา มยี วุ กาชาด 3 หนวย ใหห ัวหนา หนวยแรก
เขาแถวหนากระดานแถวเด่ียวทางซายมือของผูเรียก หันหนาเขา
ในรปู สเ่ี หลย่ี ม หนว ยทสี่ องเขา แถวหนา กระดานแถวเดย่ี วดา นตรงขา ม
กบั ผเู รยี ก และหนว ยทสี่ ามเขา แถวหนา กระดานแถวเดยี่ ว ตรงขา ม
กับหนวยแรกทางดานขวามือของผูเรียก ถามียุวกาชาดมากกวา
3 หนว ย ใหอ ยูในดุลยพินิจของผูเรยี กแถว แตควรใหดานซายมอื
กับดานขวามือมีจํานวนเทากัน เมื่อผูเรียกตรวจแถวดูความ
เรียบรอ ยถูกตองแลว ส่ัง “นิ่ง” ยุวกาชาดทกุ คนลดแขนลงพรอมกับสะบดั หนา อยูใ นทา ตรง
26 คมู ือการฝกอบรมเจาหนาทแี่ ละผูบงคบบญชายวุ กาชาด
หลกสูตรผนู ายวุ กาชาด
10.8 แถวรศั มหี รอื ลอเกวียน
สัญญาณ ผูเรียกยืนตรง ยกแขนขวาเหยียดไปขางหนา ทํามุม
ประมาณ 45 องศา มือแบออกไปดานหนา นิ้วทั้งหากางออก
เหยียดตรงใหทกุ คนสามารถมองเห็นไดชัด
การเขาแถว ใหทุกหนวยเขาแถวตอนหนาผูเรียกเปนรูปรัศมี
หางจากผูเ รียก 6 กา ว โดยใหห นว ยบรกิ าร (หนว ยที่ 1) อยทู าง
ซายมอื ของผเู รยี ก ประมาณ 45 องศา และหนวยตอ ๆ ไปอยทู าง
ดานซายของหนวยบริการ ตามลําดับ ผูเรียกเปนจุดศูนยกลาง
ระยะตอระหวางบุคคลของแตละหนวย 1 ชวงแขน ระยะเคียง
ระหวา งหัวหนาหนว ยจดั ใหพอเหมาะ สวยงาม และหนวยสุดทาย
อยูทางขวามอื ของผูเรียกประมาณ 45 องศา
การจดั แถว ใหท กุ คน (ยกเวน หวั หนา หนว ย) ยกแขนขวาเหยยี ดไป
ขางหนาสูงเสมอแนวไหล มือควํ่านิ้วทั้งหาชิดกัน เหยียดตรง
ปลายนว้ิ จรดหลังคนหนาพอดี เมอื่ ผเู รยี กตรวจแถวดูความเรยี บรอยถูกตอ งแลว ส่ัง “นงิ่ ” ใหท กุ คน
ลดแขนลงและอยูในทาตรง
10.9 ทา ตรงและทา พัก
สัญญาณ ผใู หสญั ญาณยนื ตรง เทาชิด กํามอื ขวา หนั ฝามอื เขา หา
ลําตัว งอแขนตรงขอศอก ตําแหนงขวามือที่กําอยูท่ีหัวเข็มขัด
เหวย่ี งแขนไปทางขวาขา งลาํ ตวั เปน มมุ 180 องศา แขนทเี่ หวย่ี งจะทาํ มมุ
กับลําตัว ประมาณ 45 องศา เปนสัญญาณ “พักตามระเบียบ”
เม่อื ชกั มอื กลบั มาไวใ นตาํ แหนงเดิม เปนสัญญาณ “ตรง”
การปฏบิ ตั ิ ทกุ คนอยใู นทา ตรงเมอื่ ผเู รยี กใหส ญั ญาณ“พกั ตามระเบยี บ”
ใหแยกเทาซายออกไปทางซายมือ ประมาณ 30 เซนติเมตร หรือ
1 ชว งไหล อยา งแข็งแรง วองไวพรอ มกบั ไขวมอื หัวแมมอื ซา ย หลงั มอื หนั เขาหาลาํ ตวั มือซายแนบ
ตดิ ลาํ ตวั แนวก่งึ กลางหลงั ใตเ ข็มขดั เล็กนอย ขาท้งั สองขางตงึ นา้ํ หนกั ตัวอยบู นเทาท้งั สองเทา ๆ กัน
และเม่ือเรียกใหสัญญาณ “ตรง” ทุกคนชักเทาซายมาชิดเทาขวา ดึงแขนทั้งสองกลับมาไวขางลําตัว
และเหยยี ดตรง น้ิวมือเหยยี ดชดิ กัน ชล้ี งพน้ื น้ิวกลางแนบชิดตดิ โคนขวาดา นขา ง นา้ํ หนักตวั อยูบนเทา
ทั้งสองเทา ๆ กนั และน่งิ
คมู ือการฝกอบรมเจาหนาที่และผบู งคบบญชายวุ กาชาด 27
หลกสูตรผนู ายวุ กาชาด
11. สัญญาณนกหวดี
การใชส ัญญาณนกหวีด ใหผเู ขารับการอบรมปฏบิ ัติดงั น้ี
11.1 “เตือน” คือ เปายาว 1 ครั้ง ใหทุกคนเงียบเตรียมรับฟงสัญญาณ
ท่ีจะเปาตอไป แตใ นโอกาสทจ่ี ะถึงเวลาตรวจเยีย่ ม ใหทกุ คนเตรียมเขา แถวเพ่ือรบั การตรวจเยย่ี ม
11.2 ปฏิบัติตอไป เปายาวติดตอกันหลาย ๆ ครั้ง โดยผูเปาตองสังเกต
ความเหมาะสมของการเปา กับสัญญาณ
11.3 “เรยี กทง้ั หมด” คอื เปา สนั้ ติดตอ กันหลาย ๆ คร้ัง ใหทุกคนวิ่งไปหาผเู รียก
โดยเรว็
11.4 “เหตฉุ กุ เฉิน” คือ เปา ส้ันยาว สลับกันไปหลาย ๆ ครัง้ ใหท ุกคนรวมกลุมกนั
อยกู ับทพ่ี กั เตรยี มพรอมที่จะปฏบิ ัติการตามคาํ สั่งตอ ไป
11.5 “เรียกหวั หนา หนว ย” เปา สั้น 3 คร้ัง ยาว 1 คร้ัง สลับกันไปหลาย ๆ ครัง้
ใหห วั หนา หนว ยหรือผทู ่ไี ดรับมอบหมายวงิ่ ไปหาผูเรียกโดยเรว็
11.6 การชักธงชาตลิ งประจําวัน เปายาว 1 ครัง้ เปน การเตอื น แลวเปา ยาวอกี
3 คร้ังตามความเหมาะสมของชวงเสาธง และสั้น 1 คร้งั ขณะท่ธี งชาติลงจากยอดเสาใหทุกคนยนื ตรง
หันหนาไปทางเสาธงเพื่อเคารพธงชาติ
สญั ญาณนกหวีด
เตือน (ยาว 1 ครัง้ )
ปฏิบัตติ อ ไป (ยาวติดตอกนั )
เรยี กท้ังหมด (สนั้ ติดตอกัน)
เหตุฉุกเฉิน (สน้ั 1 ยาว 1 เปน ชดุ )
เรียกหวั หนา หนว ย (สน้ั 3 ยาว 1 เปน ชดุ )
ชกั ธงชาติลงประจาํ วัน (ยาว 3 สั้น 1)
หมายเหตุ กอ นการใชสญั ญาณนกหวดี ทุกสญั ญาณ ตองเปา สัญญาณเตือน 1 ครง้ั เสมอ
วธิ ีการนําเสนอ
1. แจงจดุ ประสงค
2. การนาํ เสนอ
2.1 นาํ เขาสบู ทเรยี น
- ทบทวนองคความรเู ดิม
- นําเสนอดว ยสื่ออเิ ลก็ ทรอนิกส
- ทบทวนสญั ญาณนกหวีด
28 คูมอื การฝกอบรมเจาหนาทแ่ี ละผบู งคบบญชายุวกาชาด
หลกสูตรผูนายวุ กาชาด
- ทบทวนการเรยี กแถว
- ทบทวนการใชค ําสั่ง
- ทบทวนการหนั อยกู บั ท่ี
- ทบทวนการกา วตามคาํ สั่ง
2.2 บรรยายและสาธิตการเดิน การวิ่ง การหันเวลาเดิน การนับ การขยายแถว
การเรยี แถวโดยสญั ญาณมือ
2.3 แบงกลุม ฝก ปฏบิ ตั เิ ปนฐาน ตามหวั ขอ เนือ้ หา โดยแบง เปนฐาน ๆ ละประมาณ
5 - 7 นาที เมอ่ื ครบกําหนดเวลาทกุ หนว ยสเี ปล่ียนฐานอืน่ ตอไปจนครบ
3. การสรปุ
3.1 สรปุ ประเดน็ สาํ คัญและจดุ เนน
3.2 เปดโอกาสใหผ ูเขารับการฝก อบรมซกั ถามขอ สงสยั
กจิ กรรมเสนอแนะ
1. การบรรยาย
2. การสาธติ
3. การฝกปฏบิ ัติ
4. ดูวีดิทัศน
5. ดรู ูปภาพ
6. ดูแผนภมู ิ
ฯลฯ
สื่อและนวตั กรรม
1. สอื่ อเิ ล็กทรอนิกส
2. รูปภาพ
3. แผนภูมิ
ฯลฯ
การวดั และประเมนิ ผล
สังเกตจากการปฏิบัติ
คมู อื การฝกอบรมเจาหนาทแ่ี ละผบู งคบบญชายวุ กาชาด 29
หลกสูตรผนู ายวุ กาชาด
พธิ เี ปด - พธิ ีปดกจิ กรรมยวุ กาชาด
เวลา 1:30 ชั่วโมง
จดุ ประสงค
1. อธบิ ายข้นั ตอนพิธเี ปด - พธิ ีปดกจิ กรรมยวุ กาชาดได
2. ปฏิบตั ิตามข้นั ตอนพิธเี ปด - พธิ ีปดกจิ กรรมยุวกาชาดได
หัวขอ เนอื้ หา
1. พธิ เี ปด กิจกรรมยวุ กาชาด
2. พธิ ีปดกจิ กรรมยุวกาชาด
เนอื้ หา
พิธีเปด - พิธีปดกิจกรรมยุวกาชาด เปนพิธีการที่ดําเนินการกอนท่ีจะมีการจัดกิจกรรม
ยวุ กาชาดในสถานศกึ ษา โดยพธิ เี ปด กจิ กรรมยวุ กาชาดจะดาํ เนนิ การกอ นทจี่ ะมกี ารจดั กจิ กรรมยวุ กาชาด
ในแตล ะสปั ดาห และพธิ ปี ด กจิ กรรมยวุ กาชาดจะดาํ เนนิ การหลงั จากเสรจ็ สน้ิ การจดั กจิ กรรมยวุ กาชาด
ในสัปดาหน้ัน ๆ อุปกรณที่ใชในพิธีเปด - พิธีปดกิจกรรมยุวกาชาด ประกอบดวย ธงยุวกาชาด
ขนาดมาตรฐาน 1 ผนื และเสาธงยวุ กาชาด 1 เสา โดยแยกจากเสาธงชาติ พิธเี ปด - พธิ ีปดกิจกรรม
ยวุ กาชาด มีขัน้ ตอนดังนี้
1. พิธีเปด กจิ กรรมยวุ กาชาด มี 6 ขน้ั ตอน ดงั น้ี
1.1 เรยี กสมาชิกเขา แถวครึ่งวงกลมหนา เสาธง
ใหผูนํากลุมหรือผูที่ไดรับมอบหมาย ยืนหนาเสาธง หางจากเสาธงประมาณ
3 กาว ใชสัญญาณนกหวีด เรียกทั้งหมด แลวส่ัง “แถว” พรอมกับทําสัญญาณมือแถวคร่ึงวงกลม
สมาชกิ ยวุ กาชาดเขาแถวครึ่งวงกลม หนวยบรกิ ารแรกอยูท างซายมือ และหนวยสุดทายอยทู างขวามอื
ของผูนํากลุม แตละหนวยยนื หา งกัน 1 ชว งแขน แตล ะคนในหนวยหา งกัน 1 ชว งศอก หัวหนา หนว ย
อยูทางขวาของแถว รองหัวหนาหนวยอยูทายแถวเสมอ หัวหนาหนวยหนวยบริการหนวยแรกยืนอยู
แนวเดียวกับผูนํากลุมดานซายมือ และรองหัวหนาหนวยหนวยสุดทายยืนอยูแนวเดียวกับผูนํากลุม
ดา นขวามอื โดยใหห า งจากผนู าํ กลมุ ระยะกนั เมอ่ื จดั แถวเรยี บรอ ยแลว ผนู าํ กลมุ สงั่ “นง่ิ ” และสง่ั “พกั ”
เพื่อดําเนินการตอไป (ในกรณีที่การเขาแถวตามรูปแบบที่เรียกยังไมถูกตองเรียบรอย อาจใชคําส่ัง
“จัดแถว” เพือ่ ใหจ ดั แถวใหมอ ีกคร้งั กไ็ ด)
ระหวา งทส่ี มาชกิ ยวุ กาชาดกาํ ลงั จดั แถว ผนู าํ กลมุ และรองผนู าํ กลมุ ทจี่ ะดาํ เนนิ การ
จดั กจิ กรรมเขาแถวหนา กระดานหลงั เสาธง หนั หนาไปทางสมาชกิ ยวุ กาชาด (ดงั ภาพ)
30 คูมอื การฝกอบรมเจาหนาที่และผูบงคบบญชายวุ กาชาด
หลกสูตรผนู ายุวกาชาด
หัวหนาหนว ย ผูน าํ กลุม รองหวั หนา หนวย
เสาธง/ธง
ผนู าํ กลุมหรอื รองผนู าํ กลุม
เมื่อจัดแถวเสร็จเรียบรอยแลวผูนํากลุมหรือผูที่ไดรับมอบหมาย นัดหมาย
ผูแทนหนวยบริการ จํานวน 2 คน ทําหนาท่ีชักธงยุวกาชาดขึ้นสูยอดเสา จากนั้นผูนํากลุมหรือผูที่
ไดร บั มอบหมายเดนิ ไปอยูด านขวาหรือดานซายของเสาธง
1.2 ชกั ธงยวุ กาชาด
ผูนํากลุมหรือผูที่ไดรับมอบหมายเชิญผูแทนหนวยบริการทั้ง 2 คน ชักธง
ยวุ กาชาด โดยยนื เปน แถวหนา กระดานหนาเสาธง หา งจากเสาธงประมาณ 3 กา ว แลว ทําความเคารพ
โดยใหคนทางขวาส่ัง “แถว - ตรง” “วนั ทยหตั ถ” “มอื ลง” คนทางขวากา วเทา ไปขางหนา 2 กา ว
เทาชิด ปลดเชอื กและถอยกลบั มายืนทเ่ี ดิม สง เชอื กใหคนทางซา ย แลว สง่ั “พัก” (การกา วไปขางหนา
และกาวถอยหลงั ควรกาวเทา ซา ยกอ นเสมอ)
ผูนํากลุมหรือผูท่ีไดรับมอบหมายส่ัง “เคารพธงยุวกาชาด ท้ังหมด - ตรง”
“วนั ทยหตั ถ” ใหท กุ คนทาํ วนั ทยหตั ถพ รอ มกนั การชกั ธงจะตอ งใหธ งขนึ้ ทางขวามอื โดยใหค นทางซา ยมอื
เปน ผชู กั ธง ขณะทช่ี กั ธงนน้ั ไมต อ งรอ งเพลงใด ๆ และตอ งใหเ ชอื กตงึ อยเู สมอ เมอื่ ชกั ธงขนึ้ สยู อดเสาแลว
ใหคนทางขวาทําหนาที่เปนผูผูกเชือกธง แลวถอยกลับเขาท่ีเดิม เมื่อเสร็จเรียบรอยคนทางขวาสั่ง
“วันทยหตั ถ” “มอื ลง” “ขวา - หนั ” กลบั ไปเขา แถวตามเดิม และทําวันทยหัตถเ หมือนกับสมาชิก
ทุกคนในแถว ผูนาํ กลุม สั่ง “มอื ลง” ทุกคนเอามอื ลงแขนอยูข างลาํ ตวั ในทา ตรง
คูมือการฝกอบรมเจาหนาท่ีและผบู งคบบญชายุวกาชาด 31
หลกสตู รผนู ายุวกาชาด
1.3 สงบนง่ิ
ผูนํากลุมหรือผูท่ีไดรับมอบหมายสั่ง “ถอดหมวก” ใหทุกคนใชมือขวา
จับทก่ี ะบังหนา หมวก แลว ถอดหมวกแขนอยูขา งลาํ ตัว ผูนาํ กลุมหรือผทู ี่ไดรับมอบหมายสง่ั “สงบน่งิ
เพ่อื ระลกึ ถึง.....ปฏบิ ตั ”ิ ทุกคนกม ศรี ษะเล็กนอย มอื ขวา (ท่ถี อื หมวก) ทบั มือซา ยไวข า งหนาระดับตาํ่
กวาเอว โดยกิริยาสํารวม เปนเวลา 1 นาที หลังจากนั้นผูนํากลุมส่ัง “สวมหมวก” ใหยกมือขวา
ท่ีจับกะบังหนาหมวกขึ้น สวมหมวก โดยใชมือซายชวยประคองดานหลัง เพ่ือจัดหมวกและลดมือลง
ในทาตรง เมอ่ื ทุกคนสวมหมวกเรียบรอ ยแลว สง่ั “พัก” (ดงั ภาพ)
การสงบนิง่ อาจสั่งใหร ะลกึ ถงึ ผูม พี ระคณุ ท่ัวไป หรอื ผูมีพระคุณตอ กจิ การกาชาดและยวุ กาชาด
ถอดหมวก สงบนง่ิ สวมหมวก
1.4 กลาวคาํ ปฏิญาณตนยุวกาชาด
ผนู าํ กลุม หรือผทู ี่ไดร ับมอบหมายส่ัง “ท้ังหมด - ตรง” กลาวคาํ ปฏิญาณตน”
ใหท กุ คนกลาวคําปฏิญาณตนพรอมกัน ดังนี้
ขอ 1 ขา ฯ จะจงรักภกั ดีตอชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ
ขอ 2 ขา ฯ จะเปน มติ รกบั คนทว่ั ไป และจะบาํ เพญ็ ตนใหเ ปน ประโยชนแ กส ว นรวม
ขอ 3 ขาฯ จะรักษาอนามัยของตนเองและสงเสรมิ อนามัยของผูอนื่
จบแลว ผนู าํ กลุมสั่ง “พัก”
1.5 ตรวจและรายงาน
ในการตรวจสมาชกิ ยวุ กาชาด ผนู ํากลุมจะใหรองผูนํากลุม หรอื หวั หนา หนวย
ทาํ การตรวจกไ็ ด และเม่อื ตรวจเสร็จแลว จะตอ งรายงานตอ ผูนํากลมุ ดว ย ซง่ึ มขี ้ันตอนการปฏิบตั ิ ดงั นี้
1.5.1 การดาํ เนนิ การตรวจ มี 2 วธิ ี ดังนี้
วธิ ที ่ี 1 กรณีผนู าํ กลุมใหร องผนู ํากลุม เปนผตู รวจ
32 คูมอื การฝกอบรมเจาหนาทแี่ ละผบู งคบบญชายุวกาชาด
หลกสตู รผนู ายุวกาชาด
(1) ผูนํากุลมส่ัง “ใหรองผูนํากลุม ตรวจ.....ของสมาชิก - ปฏิบัติ”
(อาจสั่งใหตรวจอุปกรณการจัดกิจกรรมหรือตรวจเฉพาะบางสวนของรางกาย เชน เล็บมือ ผม ตา
ผิวหนัง ฯลฯ)
(2) รองผูนํากลุมกาวออกไปยืนแนวเดียวกันกับผูนํากลุมดานซาย
หรอื ดา นขวากไ็ ด หนั หนา เขา หาผนู าํ กลมุ ทาํ วนั ทยหตั ถท ลี ะคน ผนู าํ กลมุ ทาํ วนั ทยหตั ถร บั แลว ลดมอื ลง
หลังจากน้ันรองผูนํากลุมตรงไปยังแถวของสมาชิกแตละหนวย แลวยืนตรงหนาหัวหนาหนวย
หางประมาณ 3 กาว
ขอเสนอแนะ ควรนัดหมายการออกจากแถว และการตรวจสมาชิก
แตล ะหนว ยไวลว งหนา เพื่อความเปน ระเบยี บเรียบรอ ย
(3) หัวหนาหนวยสั่ง “หนวยสี...ตรง” “วันทยหัตถ” (รองผูนํากลุม
ทาํ วนั ทยหตั ถร บั ) หวั หนา หนว ยลดมอื ลง แลว กา วออกไปขา งหนา 1 กา ว ทาํ วนั ทยหตั ถแ ละรายงานวา
“หนว ยสี...มสี มาชกิ ...คน ชาย...คน หญงิ ...คน (หรือชายท้ังหมด หรอื หญงิ ทง้ั หมด) พรอ มทจี่ ะรบั
การตรวจแลวคะ (ครับ)” เมื่อรายงานเสร็จแลว หัวหนาหนวยลดมือลง ถอยหลังกลับเขาที่เดิม
ทาํ วันทยหตั ถและสงั่ “มือลง” “พกั ” รองผนู าํ กลมุ ลดมอื ลง
(4) รองผูนํากลุมกาวไปขางหนาหนึ่งกาว เพื่อตรวจหัวหนาหนวยเปน
ลาํ ดบั แรก หัวหนา หนวยปฏบิ ตั ทิ าตรงโดยอตั โนมตั ิ
(5) รองผูนํากลุมเดินไปตรวจสมาชิกคนตอไปในหนวยนั้นในลักษณะ
สบื เทา ไปดา นขา งทางขวามอื ขณะเดยี วกนั ใหห วั หนา หนว ยกา วออกมายนื ดา นซา ยมอื ของรองผนู าํ กลมุ
ในแนวเดยี วกนั เมอื่ รองผนู าํ กลมุ สบื เทา ตอ ไปทางดา นขวา หวั หนา หนว ยจะตอ งสบื เทา ตามในลกั ษณะ
เดยี วกัน เพ่ือรับฟง คาํ แนะนาํ ในการตรวจจากรองผูนํากลุม จนครบทกุ คน ในขณะทีร่ องผูน าํ กลมุ เดนิ ไป
ตรวจสมาชิกคนใด ใหคนนั้นปฏิบัติทาตรงโดยอัตโนมัติ เม่ือตรวจผานไปแลวใหผูน้ันปฏิบัติทาพัก
โดยอัตโนมตั ิเชน เดยี วกนั
(6) การตรวจ มี 2 กรณี ดงั นี้
กรณีท่ี 1 ตรวจเฉพาะดานหนาของสมาชิกยุวกาชาด เชน
ตรวจเลบ็ มอื ตรวจผม ตรวจฟน เปน ตน ใหร องผนู าํ กลมุ ดาํ เนนิ การตรวจตามทผี่ นู าํ กลมุ สงั่ หากมขี อ แนะนาํ
ใหแจงกับหัวหนาหนวยทราบ เพ่ือใหหัวหนาหนวยนําไปแจงกับสมาชิก และเมื่อผูตรวจทําการตรวจ
ถึงสมาชิกคนสุดทายในหนวยแลว ใหหัวหนาหนวยเดินออมหลังผูตรวจ แลวออมหลังแถวหนวยสี
ของตนเองกลับเขาที่เดมิ
กรณีที่ 2 ตรวจท้ังดานหนาและดานหลังของสมาชิกยุวกาชาด
เชน ตรวจเครอ่ื งแตง กาย เปน ตน เมอื่ หวั หนา หนว ยรายงานจาํ นวนสมาชกิ เสรจ็ เรยี บรอ ย รองผนู าํ กลมุ
กา วไปขา งหนา 1 กา ว สงั่ “หวั หนา หนว ยกลบั หลงั - หนั ” เมอื่ ตรวจดา นหลงั หวั หนา หนว ยเสรจ็ เรยี บรอ ยแลว
รองผูนํากลุมสั่ง “กลับหลัง - หัน” อีกคร้ัง รองผูนํากลุมเดินไปตรวจสมาชิกคนตอไปในหนวยสี
คูมือการฝกอบรมเจาหนาทแี่ ละผบู งคบบญชายุวกาชาด 33
หลกสูตรผูนายุวกาชาด
ในลักษณะสืบเทาไปดานขางทางขวามือ ในขณะเดียวกันใหหัวหนาหนวยกาวมายืนดานซายมือของ
รองผนู าํ กลมุ ในแนวเดยี วกนั ดว ย เมอ่ื รองผนู าํ กลมุ สบื เทา ไปทางดา นขวา หวั หนา หนว ยจะตอ งสบื เทา ตาม
ในลกั ษณะเดยี วกนั จนครบทกุ คน จากนน้ั รองผนู าํ กลมุ และหวั หนา หนว ยเดนิ ออ มหลงั ไปตรวจดา นหลงั
ของสมาชกิ ทกุ คน ในลกั ษณะสบื เทา เชน เดยี วกบั การตรวจดา นหนา ทงั้ นี้ การตรวจดา นหนา และดา นหลงั
หากมขี อ แนะนาํ ใหรองผูน าํ กลุมแจงกบั หัวหนาหนว ยเพ่อื นําไปแจงกับสมาชิกตอไป
ขอ เสนอแนะเพ่ิมเตมิ
- กรณีตรวจดา นหนา ขณะทร่ี องผูน ํากลมุ เดนิ ไปตรวจผใู ด ใหผนู ้ัน
ปฏบิ ตั ทิ า ตรงโดยอัตโนมตั ิ เมื่อตรวจผา นไปแลว ใหผ ูนน้ั ปฏบิ ัติทา พักโดยอตั โนมัติเชนเดียวกัน
- กรณตี รวจดานหลัง ขณะท่รี องผนู ํากลุมตรวจดา นหลัง ใหท ุกคน
อยูใ นทาพกั
(7) เมอ่ื ตรวจเสรจ็ เรยี บรอ ยแลว รองผนู าํ กลมุ ยนื หา งจากหวั หนา หนว ย
ประมาณ 3 กาว หัวหนาหนว ยส่งั “หนวยสี.....ตรง” “วนั ทยหตั ถ” (รองผูนํากลมุ ทาํ วันทยหัตถร ับ)
แลวพูดวา “ขอบคุณคะ (ครับ)” โดยไมตองกาวออกมาจากแถว หลังจากน้ันหัวหนาหนวยส่ัง
“มอื ลง” “พัก” (รองผนู าํ กลมุ ลดมือลงแลว ไปเขาแถว เพ่ือรายงานผูน าํ กลุม)
วิธที ี่ 2 กรณหี ัวหนา หนว ยเปนผูตรวจ
(1) ผนู าํ กลมุ สง่ั “ใหห วั หนา หนว ยไปตรวจ.....ของสมาชกิ - ปฏบิ ตั ”ิ
(อาจสั่งใหตรวจอุปกรณการจัดกิจกรรมหรือตรวจเฉพาะบางสวนของรางกาย เชน เล็บมือ ผม ตา
ผิวหนัง ฯลฯ) เมอ่ื ไดร บั คาํ ส่ังแลวใหหวั หนา หนวยกา วออกไปขา งหนา 3 กา ว ทําวนั ทยหตั ถ ผูน ํากลุม
ทําวันทยหัตถรับ ลดมือลง หลังจากน้ันหัวหนาหนวยกลับหลังหัน ในขณะเดียวกันรองหัวหนาหนวย
ว่งิ ออ มดา นหลงั แถว ทาํ หนา ท่ีแทนหัวหนา หนวย
(2) รองหัวหนาหนวยส่ัง “หนวยสี.....ตรง” “วันทยหัตถ” (หัวหนา
หนวยทําวันทยหัตถรับ) รองหัวหนาหนวยลดมือลงแลวกาวออกไปขางหนา 1 กาว ทําวันทยหัตถ
และรายงานวา “หนวยสี.....มีสมาชิก.....คน ชาย.....คน หญิง.....คน (หรือชายท้ังหมด หรือหญิง
ทั้งหมด) ไปปฏิบัติหนาที่เปนผูตรวจ 1 คน พรอมท่ีจะรับการตรวจแลวคะ (ครับ)” เมื่อรายงาน
เสร็จแลว รองหวั หนา หนวยลดมอื ลง ถอยหลงั กลับเขา ทเี่ ดมิ ทาํ วันทยหัตถและสง่ั “มอื ลง” “พกั ”
(3) การตรวจเฉพาะดา นหนา ของสมาชกิ ใหด าํ เนนิ การตามขอ 1.5.1 (6)
กรณีท่ี 1 สําหรับการตรวจดานหนาและดานหลังของสมาชิกใหหัวหนาหนวยซ่ึงทําหนาที่เปนผูตรวจ
สั่ง “รองหัวหนาหนวย กลับหลัง - หัน” เพื่อตรวจดานหลัง เม่ือตรวจดานหลังรองหัวหนาหนวย
เรียบรอยแลว ผูตรวจ (หัวหนาหนวย) สั่ง “กลับหลัง - หัน” อีกครั้ง แลวทําการตรวจสมาชิก
คนตอ ไปจนถงึ คนสดุ ทา ย ใหผ ตู รวจ (หวั หนา หนว ย) และรองหวั หนา หนว ยเดนิ ออ มหลงั ไปตรวจดา นหลงั
ของสมาชิกทุกคนในลกั ษณะเดยี วกบั ขอ 1.5.1 (6) กรณีท่ี 2
(4) เมอ่ื ตรวจเสรจ็ แลว ใหด ําเนินการเชนเดยี วกับขอ 1.5.1 (7)
34 คมู อื การฝกอบรมเจาหนาท่ีและผบู งคบบญชายวุ กาชาด
หลกสตู รผนู ายวุ กาชาด
1.5.2 การรายงาน
(1) เม่ือผูตรวจ (รองผูนํากลุม หรือหัวหนาหนวย แลวแตกรณี)
ตรวจสมาชิกยุวกาชาดแตละหนวยเสร็จเรียบรอยแลว ใหผูตรวจแตละคนวิ่งไปเขาแถวหนากระดาน
หนาผูนํากลุม ซึ่งยืนอยูหนาเสาธง โดยใหผูตรวจที่มาถึงเปนคนแรกยืนตรงหนาผูนํากลุม หางจาก
ผนู าํ กลุมประมาณ 3 กา ว และคนตอ ไปใหย ืนตอดา นซา ยมอื ของคนแรกตามลําดับกอ น - หลัง
(2) ผูตรวจคนทางขวาของแถว (คนที่มายืนเปนคนแรก) สั่ง
“แถว - ตรง” “วันทยหัตถ” “มือลง” (ผูน าํ กลุมทําวนั ทยหตั ถร บั ลดมอื ลง) กา วเทา ซา ยไปขางหนา
1 กาว เทาชิด ทําวันทยหัตถ (ผูนํากลุมทําวันทยหัตถรับ) และรายงานผลการตรวจเปนลําดับแรก
โดยรายงานผลการตรวจวา “ตามที่ไดรับมอบหมายใหไปตรวจ.....ของสมาชิกหนวยสี.....
ปรากฏวา.....และไดใหคาํ แนะนาํ แกไขเรียบรอ ยแลว คะ (ครบั )” หรือ “ตามทไ่ี ดรับมอบหมายให
ไปตรวจ.....หนวยส.ี ....ปรากฏวา เรยี บรอ ยดีคะ (ครับ)” ลดมอื ลง (ผนู ํากลุมลดมือลง) แลว ถอยกลับ
ที่เดิม ผูนํากลุมสืบเทาไปทางขวามือใหตรงกับผูตรวจคนตอไป ผูตรวจคนตอไปปฏิบัติเชนเดียวกับ
คนแรก เรยี งตามลาํ ดบั ทลี ะคนจนครบ เมอ่ื รายงานครบ ผนู าํ กลมุ มายนื ตรงกลางแถว แลว กลา วขอบคณุ
จากน้ันกลับไปยืนที่เดิมหนาเสาธง คนทางขวาของแถวส่ัง “วันทยหัตถ” “มือลง” (ผูนํากลุม
ทาํ วันทยหตั ถ ลดมือลง) “ขวา - หัน” แลว วงิ่ กลบั ที่เดมิ
กรณมี อบหมายใหห วั หนา หนว ยเปน ผตู รวจ เมอ่ื รายงานเสรจ็ เรยี บรอ ยแลว
ขณะที่หัวหนาหนวยวิ่งกลับไปเขาแถวประจําที่เดิม ใหรองหัวหนาหนวยวิ่งออมดานหลังแถวกลับไป
ประจําทเี่ ดิมเชน กัน
ขอเสนอแนะเพิ่มเติม ในกรณีท่ีมอบหมายรองผูนํากลุมเปนผูตรวจ
และรายงาน เม่ือผูนํากลุมรับรายงานการตรวจสมาชิกตามที่ไดรับมอบหมายจากรองผูนํากลุม
ครบทุกคนและกลา วขอบคุณรองผนู าํ กลุมเรยี บรอยแลว อาจดําเนนิ การไดต ามความเหมาะสม ดังน้ี
1. ผูนํากลุมยืนอยูท่ีเดิม รองผูนํากลุมคนทางขวาของแถวส่ัง
“วนั ทยหตั ถ” “มอื ลง” “ขวา - หนั ” จากนน้ั รองผนู าํ กลมุ แยกยา ยไปเตรยี มความพรอ มในการปฏบิ ตั ิ
หนาท่ตี ามท่ไี ดรบั มอบหมาย หรือ
2. ผูนํากลุมยืนอยูท่ีเดิม รองผูนํากลุมคนทางขวาของแถวสั่ง
“วนั ทยหัตถ” “มือลง” “ขวา - หนั ” จากนัน้ รองผนู ํากลมุ ทกุ คนกลบั ไปเขา แถวหลงั เสาธง แลว ให
รองผนู ํากลุมคนขวาของแถวส่งั “รองผนู ํากลุม ตรง” “ขวา - หนั ” รองผูน าํ กลุมแยกยายกันไปเตรยี ม
ความพรอ มในการปฏบิ ตั หิ นา ท่ีตามทไ่ี ดร บั มอบหมาย
คมู ือการฝกอบรมเจาหนาทแี่ ละผูบงคบบญชายวุ กาชาด 35
หลกสูตรผูนายวุ กาชาด
1.6 นัดหมายและชีแ้ จง
ผูนํากลุมหรือผูที่ไดรับมอบหมาย อธิบาย ขั้นตอน วิธีการใหสมาชิกทุกคน
เขา ใจกอ นท่ีจะแยกยา ยกันไปปฏิบตั ติ ามคาํ สัง่ (อาจจะมีการเลนเกม หรือรองเพลง กอ นทีจ่ ะเขารว ม
กิจกรรมกไ็ ด ท้ังน้ี ใหคาํ นงึ ถึงความเหมาะสม) เม่อื นัดหมายและชแี้ จงเสรจ็ เรยี บรอ ยแลว ผนู ํากลมุ สง่ั
“ทง้ั หมด - ตรง” “แยกแถว” สมาชกิ ทกุ คนทาํ ขวาหนั แยกยา ยไปปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตามทผี่ นู าํ กลมุ ชแี้ จง
ทนั ที
กรณจี ัดกจิ กรรมเปน ฐาน ในการไปปฏิบตั ิกจิ กรรมแตล ะคร้งั สมาชิกยุวกาชาด
จะตอ งทาํ ความเคารพตอผสู อน โดยการรายงานการเขา - ออกฐานกิจกรรม ดงั น้ี
การรายงานการเขา ฐานกจิ กรรม
1. เม่ือไปถึงท่ีจัดกิจกรรม ใหสมาชิกยุวกาชาดทุกคนเขาแถวหนากระดาน
ใหหวั หนาหนวยยนื ตรงกบั ผูนาํ กลมุ หรอื ผูทีไ่ ดร บั มอบหมาย หา งประมาณ 3 กาว
2. เมื่อเขาแถวเสร็จเรียบรอยแลว หัวหนาหนวยสั่ง “หนวยสี.....ตรง”
“วนั ทยหตั ถ” (ผนู าํ กลมุ หรอื ผทู ไี่ ดร บั มอบหมายวนั ทยหตั ถร บั ) หวั หนา หนว ยลดมอื ลงแลว กา วออกไป
ขา งหนา 1 กาว ทาํ วนั ทยหตั ถและรายงานวา “หนว ยสี.....มสี มาชกิ .....คน ชาย.....คน หญิง.....คน
(หรอื ชายทง้ั หมด หรอื หญงิ ทงั้ หมด) พรอ มทจ่ี ะปฏบิ ตั กิ จิ กรรมแลว คะ (ครบั )” เมอื่ รายงานเสรจ็ แลว
หัวหนาหนวยลดมือลง ถอยหลังกลับเขาที่เดิม ทําวันทยหัตถและส่ัง “มือลง” “พัก” (ผูนํากลุม
หรอื ผทู ไี่ ดร บั มอบหมายลดมือลง) ผนู าํ กลุมเรมิ่ ปฏิบัตกิ จิ กรรมในฐาน
กรณีไปปฏิบัติกิจกรรมหลายหนวย ใหหัวหนาหนวยแรกเปนผูแทนส่ัง
“ทั้งหมด - ตรง” “วันทยหัตถ” (ผนู าํ กลุมหรือผทู ีไ่ ดร ับมอบหมายทาํ วันทยหัตถรับ) หัวหนาหนวย
ลดมอื ลงแลว กา วออกไปขา งหนา 1 กา ว ทาํ วนั ทยหตั ถแ ละรายงานวา “สมาชกิ ทงั้ หมด พรอ มทจ่ี ะปฏบิ ตั ิ
กิจกรรมแลวคะ (ครับ)” เม่ือรายงานเสร็จแลว หัวหนาหนวยลดมือลง ถอยหลังกลับเขาที่เดิม
ทาํ วันทยหตั ถและสัง่ “มอื ลง” “พัก” (ผนู าํ กลุมหรือผทู ่ไี ดร บั มอบหมายลดมือลง)
ขอ เสนอแนะ เมอ่ื หมดเวลาเรยี นหรอื ฝก กจิ กรรมในแตล ะฐาน ใหผ ทู าํ หนา ท่ี
ควบคมุ เวลาใชส ญั ญาณนกหวีดตามวชิ าระเบยี บแถวและสญั ญาณโดยเปา สัญญาณนกหวดี ยาว 1 คร้งั
(หยุดกิจกรรม และสรปุ กจิ กรรม) เวนระยะประมาณ 1 นาที และเปา สัญญาณนกหวีดยาวอกี 2 คร้งั
เพอ่ื เปน สญั ญาณวา ใหทกุ หนว ยรายงานตัวออกจากฐานกจิ กรรม
การรายงานออกจากฐานกิจกรรม
เมอ่ื หมดเวลาปฏบิ ตั กิ จิ กรรมในฐานแลว กอ นทจ่ี ะเปลย่ี นไปปฏบิ ตั กิ จิ กรรม
ในฐานอื่น สมาชิกยุวกาชาดตองแสดงความขอบคุณตอผูนํากลุมหรือผูท่ีไดรับมอบหมาย โดยสมาชิก
ยวุ กาชาดทกุ คนในแตล ะหนว ยเขา แถวหนา กระดาน หวั หนา หนว ยสงั่ “หนว ยส.ี ....ตรง” “วนั ทยหตั ถ”
36 คมู อื การฝกอบรมเจาหนาทแ่ี ละผบู งคบบญชายุวกาชาด
หลกสตู รผูนายวุ กาชาด
(ผนู ํากลุมหรอื ผทู ่ีไดร บั มอบหมายทําวนั ทยหัตถร ับ) และกลา วคาํ วา “ขอบคณุ คะ (ครบั )” โดยไมต อง
กาวออกจากแถว ส่ัง “มือลง” “ขวา - หัน” (ผูนํากลุมหรือผูท่ีไดรับมอบหมายลดมือลง) สมาชิก
ยวุ กาชาดทุกคนวิ่งออกจากฐาน เพอ่ื ไปปฏิบัติกจิ กรรมในฐานตอ ไป
กรณีไปปฏิบัติกิจกรรมหลายหนวย ใหหัวหนาหนวยแรกเปนผูส่ังแทน
“ทั้งหมด - ตรง” “วันทยหัตถ” (ผูนํากลุมหรือผูท่ีไดรับมอบหมายทําวันทยหัตถรับ) กลาวคําวา
“ขอบคณุ คะ (ครับ)” โดยไมตอ งกาวออกจากแถว เม่อื รายงานเสรจ็ แลว หัวหนาหนว ยสัง่ “มอื ลง”
“ขวา - หัน” (ผูนํากลุมหรือผูที่ไดรับมอบหมายลดมือลง) สมาชิกยุวกาชาดทุกคนวิ่งออกจากฐาน
เพื่อไปปฏิบตั กิ ิจกรรมในฐานตอ ไป
2. พธิ ีปด กิจกรรมยุวกาชาด มี 5 ขั้นตอน ดงั นี้
2.1 เรียกสมาชิกเขาแถวคร่ึงวงกลมหนาเสาธง ใหปฏิบัติเชนเดียวกับพิธีเปด
กิจกรรมยวุ กาชาดขอ 1.1
2.2 การตรวจและรายงาน ใหป ฏบิ ตั เิ ชน เดยี วกบั พธิ เี ปด กจิ กรรมยวุ กาชาดขอ 1.5
ทั้งน้ี การตรวจในพิธีปดกิจกรรมยุวกาชาด ควรตรวจเครื่องแบบของสมาชิกยุวกาชาด เพื่อเปน
การตรวจความเรยี บรอยของเคร่อื งแบบกอ นออกจากสถานศกึ ษา
2.3 นัดหมายและชี้แจง ใหผูนํากลุมนัดหมายและช้ีแจงเก่ียวกับการจัดกิจกรรม
ในคร้ังตอ ไป หรอื การจัดเตรยี มวสั ดุอปุ กรณท่จี ะใหสมาชิกยวุ กาชาดนํามาปฏิบัตกิ จิ กรรมครั้งตอ ไป
2.4 ชกั ธงยวุ กาชาดลง ใหม ขี นั้ ตอนการปฏบิ ตั เิ ชน เดยี วกนั กบั การชกั ธงยวุ กาชาดขน้ึ
ในพธิ เี ปด กจิ กรรมยวุ กาชาดตามขอ 1.2 แตใ นพธิ ปี ด กจิ กรรมยวุ กาชาดจะเปน การชกั ธงยวุ กาชาดลง
2.5 เลิกแถว ใหผูนํากลุมเดินไปยืนหนาเสาธง หางจากเสาธงประมาณ 3 กาว
แลวสั่ง “เลิก - แถว” สมาชิกยุวกาชาดทุกคนทําวันทยหัตถ มือลง (ผูนํากลุมและรองผูนํากลุม
ทําวนั ทยหัตถรับ ลดมอื ลง พรอ มสมาชกิ ยุวกาชาด) สมาชิกยุวกาชาดทาํ ขวาหนั แยกยา ยกันไป
หมายเหตุ
1. กรณีที่ไมมีการชักธงชาติขึ้น และไมไดมีการสวดมนต ในพิธีเปดกิจกรรม
ยวุ กาชาด เนือ่ งจากในสถานศกึ ษามกี ารชกั ธงชาตขิ ้นึ สูยอดเสา และมีการสวดมนตป ระจําวันอยแู ลว
2. กรณีมขี อจาํ กัดดานสถานท่ี อาจจัดแถวไดตามความเหมาะสม
คมู อื การฝกอบรมเจาหนาท่แี ละผูบงคบบญชายวุ กาชาด 37
หลกสตู รผนู ายุวกาชาด
วธิ ีการนําเสนอ
1. การนาํ เขาสูบ ทเรียน
ช้แี จงวัตถปุ ระสงค
2. การนําเสนอ
2.1 นําเขาสูบทเรียน
2.2 ศกึ ษาขนั้ ตอนจากส่อื
2.3 บรรยายตามหวั ขอ เนอื้ หา สลบั การสาธติ โดยคณะวทิ ยากรและผเู ขา รับการฝก
อบรม
2.4 การฝก ปฏบิ ัติ
2.4.1 พิธีเปด กิจกรรมยุวกาชาด
2.4.2 พธิ ปี ด กจิ กรรมยวุ กาชาด
3. การสรปุ
3.1 สรปุ ประเดน็ สําคัญและจดุ เนน
3.2 เปดโอกาสใหผ ูเขารบั การฝก อบรมซักถามขอ สงสัย
กิจกรรมเสนอแนะ
1. ศึกษาความรูจากวดี ทิ ศั น
2. อธิบายประกอบแผนภูมิ
3. สาธิตและปฏิบตั ิ
สือ่ และนวตั กรรม
1. ส่อื อเิ ล็กทรอนิกส
2. แผนภูมิ
3. แผน ภาพ
4. ใบงาน
5. ใบความรู
6. ปายนิเทศ
การวดั และประเมินผล
1. สังเกตจากการปฏิบัตกิ ิจกรรม
2. แบบประเมินผลรายวชิ า
38 คูมือการฝกอบรมเจาหนาท่ีและผูบงคบบญชายุวกาชาด
หลกสูตรผนู ายุวกาชาด
หลกั การนาํ เพลง เวลา 2:00 ชว่ั โมง
จุดประสงค
1. รแู ละเขา ใจแนวคดิ ความหมาย และลกั ษณะของเพลง
2. บอกประเภทของเพลงและบทเพลงตา ง ๆ ได
3. เลือกเพลงมาใชใ นกิจกรรมยุวกาชาดไดถ กู ตองและเหมาะสม
4. รอ งเพลงและนําเพลงได
หวั ขอ เนื้อหา
1. แนวคดิ ความหมาย และลกั ษณะของเพลง
2. ประเภทของเพลง
3. ลักษณะของผูน ําเพลง
4. หลักในการนาํ เพลง
5. เพลงทีใ่ ชใ นกจิ กรรมยุวกาชาด
6. การใชเพลงฝก ทักษะตาง ๆ
7. การขบั รองเพลง
8. การใชเพลงสรา งลักษณะนิสยั ที่ดี
เน้อื หา
1. แนวคิด ความหมาย และลักษณะของเพลง
1.1 แนวคดิ ในการใชเ พลงสง เสรมิ การจัดกิจกรรมยวุ กาชาด
ในการจัดการศึกษาโดยยึดผูเรียนเปนศูนยกลางการเรียนรู เปนท่ียอมรับวา
จะทําใหผูเรียนเกิดการเรียนรูดวยตนเอง และสามารถถายโอนความรูไปใชในชีวิตประจําวันได
การเรยี นรูที่เกิดข้ึนจะลึกซง้ึ มีความคงทนยาวนาน เน่อื งจากผเู รียนไดร ับการกระตนุ ใหเ กดิ การเรยี นรู
โดยการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมเพอ่ื ฝก กระบวนการทางการคดิ สตปิ ญ ญา อารมณ และสงั คม เพอ่ื สรา งความรู
และความเขา ใจดว ยตนเอง เครอ่ื งมอื สาํ คญั ชนดิ หนงึ่ ซงึ่ ใชเ ปน สอื่ ในการจดั กจิ กรรม ไดแ ก การใชเ พลง
ประกอบการจัดกจิ กรรม
จุดประสงคของการใชเพลงประกอบการจดั กจิ กรรมยวุ กาชาด
1. เพอื่ สง เสรมิ กระบวนการเรยี นการสอนใหบ รรลวุ ตั ถปุ ระสงคอ ยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ
2. เพ่ือกระตุน เรงเราความสนใจ ทําใหสมาชิกยุวกาชาดเกิดความตื่นตัว
พรอมที่จะเรียนรูตามจุดประสงค โดยใชบ ทเพลงเปน ส่ือในการเชือ่ มโยงความรตู าง ๆ
คูมอื การฝกอบรมเจาหนาที่และผบู งคบบญชายวุ กาชาด 39
หลกสตู รผนู ายวุ กาชาด
3. เพอ่ื สรางความสนุกสนาน เพลดิ เพลนิ ผอ นคลายความตึงเครียด และเกิด
จินตนาการ
4. เพ่ือสรางสนุ ทรียภาพในจิตใจ สงผลใหผฟู ง มีจิตใจออ นโยน มีเมตตากรณุ า
5. เพ่ือเสรมิ สรางความสมั พันธอันดรี ะหวางผเู รียน
6. เพอื่ ใชบ ทเพลงเปนเคร่ืองมือสําหรับการปฏบิ ตั ติ ามกฎเกณฑ คดิ หาเหตผุ ล
หลักการ และแนวคิด ปลูกฝง อดุ มการณแ ละการใชด ุลยพนิ ิจ
1.2 ความหมาย
ตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 กําหนดคํานิยาม
ความหมายของคําวา เพลง หมายถึง สําเนียงขับรอ ง ทาํ นองดนตรี กระบวนวธิ รี ําดาบ ราํ ทวน เปน ตน
โดยกาํ หนดคํานยิ ามความหมายของคําวา เพลงในลักษณะตาง ๆ ดังน้ี
เพลงกลอมเดก็ หมายถงึ เพลงพนื้ เมือง ใชส ําหรับกลอ มเด็ก
เพลงโคราช หมายถึง เพลงพ้นื เมือง ใชส าํ หรับรอ งโตตอบกัน
เพลงฉอ ย หมายถึง เพลงพนื้ เมือง เปนกลอนหัวเดี่ยว ใชร อ งโตต อบกนั
เพลงชาติ หมายถึง เพลงประจาํ ชาติ
เพลงปรบไก หมายถงึ เพลงพื้นเมืองชนดิ หน่ึง
เพลงยาว หมายถงึ จดหมายถงึ ครู กั แตง เปน กลอนแสดงขอ ความรกั หรอื ตดั พอ
เพลงลูกกรงุ หมายถงึ เพลงไทยมีเนอ้ื เร่ืองรกั ๆ ใคร ๆ
เพลงลูกทงุ หมายถึง เพลงไทยมเี นื้อเรือ่ งแสดงถึงชีวิตความเปนอยู
เพลงสวด หมายถงึ เพลงสรรเสรญิ พระผูเปน เจา
เพลงอีแซว หมายถงึ เพลงพน้ื เมืองชนดิ หนง่ึ
1.3 ลกั ษณะของเพลง
แบง ออกเปน 2 ลักษณะ คือ
1.3.1 เพลงบรรเลง หมายถึง เพลงที่ใชเครื่องดนตรีบรรเลง มีแตทํานอง
ไมมีการขับรอง
1.3.2 เพลงขับรอง หมายถึง เพลงท่ีนํามาขับรองประกอบเครื่องดนตรี
รองแลวมดี นตรรี ับ หรอื รองคลอไปกับดนตรี
2. ประเภทของเพลง
อาจแบง ออกเปน ประเภทตาง ๆ เชน
2.1 เพลงไทยเดิม
เปนเพลงที่มีลักษณะการรองมีเสียงเอ้ือนและทอดเสียงยาว ใชฉ่ิงเปนเคร่ือง
กํากับจังหวะแสดงความเปนเอกลักษณของไทย เพลงไทยเดิม ขับรองโดยใชเคร่ืองดนตรีไทยบรรเลง
ทํานอง ในปจจุบันมีการนําเพลงไทยเดิมมาประยุกตโดยใชเครื่องดนตรีสากลบรรเลงทํานอง เชน
เพลงอังรี ดูนังต เพลงดวงเดอื นยุวกาชาด เพลงกําเนดิ กาชาดไทย ฯลฯ
40 คูมือการฝกอบรมเจาหนาที่และผูบงคบบญชายวุ กาชาด
หลกสูตรผนู ายวุ กาชาด
2.2 เพลงไทยสากล
เปนเพลงทีป่ ระพันธขึน้ ตามหลกั วชิ าดนตรีสากล บนั ทกึ ทาํ นองดวยโนตสากล
มีคํารองเปนภาษาไทย ใชเคร่ืองดนตรีสากลในการบรรเลง เพลงไทยสากลมีหลายประเภท เชน
เพลงลูกทุง เพลงลูกกรุง เพลงปลุกใจ เพลงราํ วง เปน ตน
2.3 เพลงสากล
เปนเพลงที่มีเนื้อรองเปนภาษาตางประเทศ เชน ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน
ภาษาญปี่ ุน เปนตน
2.4 เพลงพ้ืนเมอื ง
เปนเพลงท่ีชาวบานในทองถิ่นตาง ๆ คิดข้ึนมาตามสําเนียงภาษาพูดของคน
ในทองถิ่นนั้น ๆ และนิยมนํามาเลนกันในงานเทศกาลท่ีมีการชุมนุมของคนในหมูบาน เพลงพ้ืนเมือง
ของแตล ะทอ งถน่ิ จะมีจังหวะและทว งทาํ นองทแี่ ตกตา งกันออกไป
2.5 เพลงปลกุ ใจ
หมายถึง เพลงที่มีคําประพันธเน้ือรองท่ีโนมนาวจิตใจใหเกิดการรวมพลัง
สรา งความรัก ความสามัคคีในชาติหรอื หมคู ณะเดยี วกนั
3. ลักษณะของผนู ําเพลง
3.1 มีใจรักและเขาใจในเร่ืองการขับรองและดนตรี
3.2 มีความรูเรือ่ งการขับรองและดนตรีพอสมควร เชน
- ระดบั เสยี งดนตรี
- จงั หวะหรือลลี าของเพลง
- ทํานองเพลง
- การขบั รองใหตรงตามบันไดเสียง
- จดั หาเครือ่ งดนตรีประกอบการขับรอง
3.3 มอี ารมณแจมใส มมี นษุ ยสัมพันธท่ีดี
3.4 มีการเสริมแรง สรางแรงจูงใจ และกระตุนใหเกิดความเขาใจพรอมที่จะรวม
รองเพลงดว ยความเต็มใจ
3.5 มีความสามารถในการสรา งบรรยากาศในการรอ งเพลง
3.6 มีความคิดรเิ ร่มิ สรางสรรค หาบทเพลงใหม ๆ มาประกอบการจดั กจิ กรรม
3.7 มีการวางแผน ศกึ ษา วเิ คราะห ความสัมพนั ธระหวางบทเพลงกับจุดประสงค
3.8 มกี ารประเมินผล เพ่ือปรับปรงุ วิธกี ารนําเพลงใหไ ดผ ลดียงิ่ ขนึ้
คูมอื การฝกอบรมเจาหนาทีแ่ ละผูบงคบบญชายวุ กาชาด 41
หลกสตู รผนู ายุวกาชาด
4. หลักในการนําเพลง
การทําใหผูท่ีกําลังฝกรองเพลง มีความสนใจตอการนําเพลง ผูนําเพลงควรมีหลัก
การนําเพลง ดงั นี้
4.1 สรางความพรอ มและความมั่นใจในการนําเพลงใหก บั ตนเอง
4.2 ฝกรองเพลงใหถูกตองทัง้ อกั ขระ จังหวะ ทาํ นอง กอนนาํ เพลงจริง
4.3 ฝกการเปลงเสยี งใหถ ูกตอง ไมด งั หรอื เบาจนเกินไป
4.4 เลือกเพลงทเ่ี หมาะสมกบั ระดับการขบั รอ งของตนเอง ไมย าวจนเกนิ ไป
4.5 จัดเตรยี มเครื่องดนตรีเพือ่ ควบคมุ จงั หวะขณะรอ งเพลง
4.6 แสดงนา้ํ เสยี ง ทาทาง และอารมณใหสอดคลอ งกบั เพลง
4.7 สรางบรรยากาศท่ีเอ้ือตอการเรียนรู สรางแรงจูงใจ และกระตุนใหผูปฏิบัติ
กิจกรรมกลาแสดงออกในทางท่ถี กู ตอ ง
ขน้ั ตอนการนําเพลง
1. บอกจดุ ประสงคข องการนําเพลงนนั้
2. รองเพลงใหฟงกอนอยางนอย 1 เท่ียว เพื่อใหผูฟงสามารถจับจังหวะและ
ทว งทาํ นองเพลงได
3. ผูนําเพลง รองนําแลวใหผูเรียนรองตามทีละวรรค และรองนําเปนประโยค
เปนทอนเพลงจนจบเพลง เม่ือรองไดแลวใหรองพรอมกับผูนําเพลง และเมื่อเห็นวารองไดดีแลว
จึงปลอ ยใหผ เู รยี นรองเองทัง้ หมด
4. กอนการเร่ิมรองแตละคร้ัง ตองใหสัญญาณกอนการรองเพลงเพื่อใหสมาชิก
ยุวกาชาดเริม่ ตน รองเพลงไดพ รอมเพรยี งกัน
5. ใหจ ังหวะหรอื ควบคมุ จงั หวะใหสมา่ํ เสมอ ตลอดการขบั รอ งเพลง
6. ถาเปนเพลงประกอบทาทาง ผูนําเพลงตองสาธิตการเสดงทาทางประกอบ
การรอ งเพลงกอน แลวจงึ ใหส มาชิกยวุ กาชาดปฏบิ ัติตาม และอาจเปด โอกาสใหผเู รียนไดคิดทา ข้ึนเอง
ในขณะน้ันเพ่อื เพิ่มความสนุกสนานยิง่ ขึน้
7. สรุปผลการเรียนรูที่ไดจ ากการทํากจิ กรรมดว ยเพลง
5. เพลงทใ่ี ชในกิจกรรมยุวกาชาด
การจดั กจิ กรรมยวุ กาชาดมงุ เนน การฝก ภาคปฏบิ ตั ใิ หแ กผ เู รยี นเพอื่ ใหส ามารถปฏบิ ตั จิ รงิ
มที กั ษะความชาํ นาญเพยี งพอทจ่ี ะใหก ารชว ยเหลอื ผเู ดอื ดรอ นทวั่ ไป ซงึ่ เปน วตั ถปุ ระสงคข องยวุ กาชาดไทย
ในขณะเดียวกันการจัดกิจกรมใหเกิดการเรียนรูที่สามารถจดจําไดงายข้ึนน้ัน ผูนําเพลงควรสราง
ความสนุกสนานเพลิดเพลินไปพรอม ๆ กันดวยการใชเพลงเปนส่ือในการจัดกิจกรรมและกระตุนให
ผเู รียนไดแสดงออกดานความคิดรเิ รม่ิ สรางสรรค
42 คมู อื การฝกอบรมเจาหนาทแ่ี ละผบู งคบบญชายวุ กาชาด
หลกสตู รผูนายุวกาชาด
เพลงยวุ กาชาด ทค่ี วรพจิ ารณานาํ มารอ งใหเ กดิ บรรยากาศแหง การเรยี นรทู ง้ั ภาคทฤษฎี
และภาคปฏบิ ัติ แบงตามลักษณะการนาํ ไปใช มี 3 ประเภท คือ
5.1 เพลงพิธกี ารยวุ กาชาด
หมายถงึ เพลงทแี่ ตง ขน้ึ มาโดยจดุ มงุ หมายเพอ่ื ใชร อ งประกอบในเวลาจดั กจิ กรรม
ท่ีมีพิธีการทางยุวกาชาด ซ่ึงสวนมากจะแตงคํารองตามวัตถุประสงคและนําทํานองเพลงสากล
เพลงไทยสากล และเพลงพืน้ เมอื ง มาเปน หลักในการแตง เพลงพธิ กี าร
ตวั อยา งเพลงพธิ กี ารยวุ กาชาด
- เพลงยินดีทรี่ จู กั ใชรองเพ่อื ตอ นรับวทิ ยากรที่เพิ่งรจู ักคร้งั แรก
- เพลงสวสั ดยี ุวกาชาด ใชร องเพื่อตอ นรับวทิ ยากรท่รี ูจักแลว
- เพลงขอบคุณ ใชรอ งเพอื่ ขอบคุณวิทยากร
- เพลงบริการ ใชใ นพธิ มี อบเครื่องหมายบรหิ ารใหแกห นว ยบริการ
- เพลงมารชยุวกาชาด ใชในพธิ ชี กั ธงมาตรฐานใหญข ้ึนสูยอดเสา
- เพลงเราคือพีน่ อ ง ใชใ นพิธตี อ นรับผูเขารบั การฝกอบรม
- เพลงแสนสขุ สนั ต ใชใ นพธิ ตี อนรบั ผเู ขา รบั การฝกอบรม
- เพลงรอบกองไฟ ใชใ นพธิ เี ปด การแสดงรอบกองไฟ
- เพลงดวงเดอื นยุวกาชาด ใชใ นพิธปี ด การแสดงรอบกองไฟ
- เพลงสามัคคีชมุ นุม ใชใ นพิธปี ด การแสดงรอบกองไฟ
- เพลงชุมนุมยวุ กาชาด ใชในพธิ ีปดการฝกอบรมในหอ งประชุม
- เพลงอาลัยพนี่ อง ใชในพธิ ีปดการฝก อบรมในหองประชมุ
- เพลงกอนจะจากกันไป ใชใ นพธิ ีปด การฝกอบรมในสนาม
- เพลงลากอน ใชใ นพธิ ีปด การฝกอบรมในสนาม
5.2 เพลงประกอบการจัดกิจกรรมยวุ กาชาด
หมายถงึ เพลงทแี่ ตง ขนึ้ โดยมจี ดุ มงุ หมายเพอื่ ใชป ระกอบบทเรยี น ใหเ กดิ ความรู
ความเขาใจในกิจกรรมการเรียนการสอนทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ซ่ึงจะชวยทําใหเขาใจงายข้ึน
และยังทําใหเกิดความสนุกสนานคลายความตึงเครียด และความเบื่อหนายในขณะเขารวมกิจกรรม
โดยใชเพลงในการนาํ เขา สูบ ทเรยี นประกอบบทเรียน และสรุปบทเรียน
ตัวอยางเพลงประกอบการจัดกจิ กรรมยวุ กาชาด
- เพลงหลักการกาชาด ใชรอ งประกอบกจิ กรรมกาชาด
- เพลงนงั่ ยนื เดิน ใชรอ งประกอบกจิ กรรมเสรมิ สขุ ภาพ
- เพลงบาํ เพญ็ ตน ใชร องประกอบกจิ กรรมบําเพ็ญประโยชน
- เพลงมารช ปฐมพยาบาล ใชร องประกอบกิจกรรมปฐมพยาบาล
คมู ือการฝกอบรมเจาหนาทแ่ี ละผบู งคบบญชายวุ กาชาด 43
หลกสตู รผูนายวุ กาชาด