3.9.2 การเขาเฝอ กช่ัวคราวบริเวณขา
1. กระดกู ขาหักหรือแตก
2. จบั ขาขางท่ีไมบาดเจ็บชดิ ขา งทหี่ กั แลวมัดดว ยผา
3. สอดไมก ระดานเฝอ กใหรองรบั ขาพอดี
4. มัดขาขางทีห่ กั ใหต ิดกบั ไมก ระดานเฝอก
5. จัดขาท้งั สองขา งชิดกนั โดยมีผา หนาสอดไวต รงกลาง
6. มัดขาท้ังสองขา งใหตดิ กันดวยผาอีกช้นั หนึ่ง
3.10 การเคลอื่ นยา ยผูบ าดเจ็บ
หมายถงึ การนาํ ผบู าดเจบ็ ซง่ึ ไดร บั การปฐมพยาบาลแลว สง ตอ ไปยงั โรงพยาบาล
หรือการนําผูบาดเจ็บออกจากบริเวณที่เกิดเหตุซ่ึงอาจมีอันตรายแกชีวิต เพ่ือใหการปฐมพยาบาล
ในสถานทท่ี ี่ปลอดภยั
3.10.1 หลักการเคลือ่ นยา ยผบู าดเจ็บ
ผชู วยเหลอื
1. ไมย กผบู าดเจบ็ ตามลาํ พงั โดยเฉพาะผบู าดเจบ็ ทมี่ นี าํ้ หนกั มากกวา
2. กระดกู สนั หลงั ของผชู ว ยเหลอื อยใู นแนวตรงในขณะทย่ี กผบู าดเจบ็
เพ่อื ปอ งกนั การบาดเจบ็ ของหลงั
3. ควรยกโดยใหน า้ํ หนกั ตวั ผบู าดเจบ็ ชดิ กบั ตวั ผชู ว ยเหลอื ใหม ากทสี่ ดุ
4. กรณีท่ีมผี ูชวยเหลือเปน ทีม ตองสอื่ สารใหช ดั เจน
ผูบาดเจ็บ
1. ไมทําใหก ารบาดเจบ็ รนุ แรงมากข้ึน และไมเ พม่ิ การบาดเจ็บอ่นื ๆ
จากการเคลอื่ นยาย
2. ตองไดรับการปฐมพยาบาลกอนการเคลื่อนยาย ยกเวนใน
สถานการณจาํ เปน เชน ไฟไหม น้าํ ทวม เปนตน
3. ขณะเคลอ่ื นยา ย ลาํ ตวั ของผบู าดเจบ็ ควรอยใู นแนวตรง โดยเฉพาะ
ผูท บ่ี าดเจบ็ รนุ แรง
3.10.2 การเคลื่อนยายผบู าดเจบ็ ดว ยวิธตี าง ๆ (ผชู ว ยเหลือ 1 คน)
การพยุงเดิน
ผูบ าดเจบ็
1. รูสึกตวั
2. เดินได
144 คมู อื การฝกอบรมเจาหนาทแ่ี ละผบู งคบบญชายวุ กาชาด
หลกสตู รผนู ายวุ กาชาด
การอุม
ผูบาดเจ็บ
1. บาดเจบ็ ไมรนุ แรง
2. เดนิ ไมไ ด
3. นา้ํ หนกั ตัวนอย
การข่ีหลัง
ผูบาดเจบ็
1. บาดเจบ็ ไมรนุ แรง
2. เดนิ ไมไ ด
3. น้ําหนักตัวนอย
การแบก
ผบู าดเจ็บ
1. ไมรูสกึ ตัว สวนใหญเนือ่ งจากสําลกั ควันไฟ และ
จาํ เปน ตอ งรบี เคลื่อนยายฉุกเฉนิ
2. ไมม ีการบาดเจ็บของกระดกู สันหลงั
3. นาํ้ หนกั ตวั นอย
การลาก
ผูบาดเจบ็
1. ไมร ูสกึ ตัวและไมม ีการบาดเจบ็ ของกระดูกสันหลัง
2. นาํ้ หนักตัวมาก
คูมือการฝกอบรมเจาหนาท่ีและผบู งคบบญชายวุ กาชาด 145
หลกสตู รผูนายวุ กาชาด
การเคลอ่ื นยา ยผบู าดเจ็บดว ยวิธีตา ง ๆ (ผูชวยเหลอื 2 คน)
การลากแบบคลานโดยการมัดขอมือและคลองคอ การลากแบบซอน
ใตรักแร การลากแบบใชผ าหม
การพยุงเดนิ
ผูบาดเจ็บ
1. รูสกึ ตัว
2. เดินได
การอุมแบบน่ังบนมอื แบบจบั 4 มอื
ผูบาดเจบ็
1. รูสกึ ตัว
2. เดินไมได (บาดเจ็บไมรุนแรง)
วธิ กี ารจับมอื วิธีการนง่ั ดานหนา วิธกี ารนั่งดานหลงั
การอุมน่งั บนมอื แบบจับ 3 มือ
ผูบาดเจ็บ
1. รสู ึกตัว
2. เดินไมได (บาดเจ็บไมร นุ แรง)
วิธกี ารจบั มือ วธิ กี ารนั่งดา นหนา วธิ ีการนั่งดานหลัง
146 คมู อื การฝกอบรมเจาหนาทแี่ ละผบู งคบบญชายวุ กาชาด
หลกสูตรผูนายวุ กาชาด
การอมุ น่ังบนมอื แบบจบั 2 มอื
ผบู าดเจ็บ
1. รูสึกตวั
2. เดินไมได (บาดเจบ็ ไมร นุ แรง)
วิธีการจบั มอื วิธกี ารน่ังดา นหนา วิธกี ารน่งั ดานหลงั
โดยไมใชอ ุปกรณ การอมุ แบบพยงุ แขนและขา
ผบู าดเจบ็
1. รูสึกตวั
2. เดนิ ไมไ ด (บาดเจ็บไมร ุนแรง)
การน่ังบนเกา อี้
ผูบาดเจบ็
1. รสู กึ ตวั
2. เดินไมไ ด (บาดเจบ็ ไมร นุ แรง)
การเคลอ่ื นยา ยผบู าดเจบ็ ดว ยวธิ กี ารตา ง ๆ (ผชู ว ยเหลอื มากกวา 2 คน)
การเคลอื่ นยา ยผทู มี่ กี ารบาดเจบ็ กระดกู สนั หลงั หรอื กระดกู เชงิ กราน
ขอสงั เกต
การเคล่ือนยายผูที่มีการบาดเจ็บกระดูกสันหลังหรือกระดูกเชิงกราน
ใชผ ชู ว ยเหลอื จํานวนมาก ตองเคลื่อนยา ยดวยความระมดั ระวัง โดยเคล่ือนยายในแนวราบตรง
คูมือการฝกอบรมเจาหนาท่ีและผูบงคบบญชายุวกาชาด 147
หลกสูตรผูนายุวกาชาด
การเคลอื่ นยายผบู าดเจบ็ โดยใชเ ปลชวั่ คราวหรือเปลประยุกต
การทําเปลจากผา หม การทําเปลโดยใชผา หม และไมพ ลอง
มวนขอบผา ทั้งสองดานเขา หาตัวผบู าดเจ็บ
การเคลื่อนยา ยผูบาดเจบ็ โดยใชเ ปลชั่วคราว
การเคลอ่ื นยา ยโดยใชเปลผาหมมว นขอบ การเคลือ่ นยา ยโดยใชเปลผาหม และไมพ ลอง
ขอหาม
การเคล่ือนยายผูบาดเจ็บดวยเปลชั่วคราวหรือเปลประยุกตไมควร
เคลอ่ื นยา ยในกรณีทมี่ ีการบาดเจ็บของกระดูกสนั หลงั หรือกระดดู เชงิ กราน
การปฐมพยาบาลและเคลื่อนยายผูบาดเจ็บท่ีมีปญหาเกี่ยวกับกระดูก
และขอตองทําดวยความระมัดระวัง และถูกวิธีเพื่อปองกันมิใหผูบาดเจ็บเกิดอันตรายจนถึงแกชีวิต
หรอื พกิ ารจากการชว ยเหลือเบื้องตนท่ไี มถ ูกตอง
148 คูมอื การฝกอบรมเจาหนาทแี่ ละผูบงคบบญชายุวกาชาด
หลกสตู รผนู ายุวกาชาด
การเคลอื่ นยา ยผูบาดเจ็บดวยวิธีตา ง ๆ (ผชู ว ยเหลือมากกวา 2 คน)
การเคลอ่ื นยายผูบ าดเจ็บในทานอน
3.11 สารพิษ
สารพษิ หมายถึง สารใด ๆ ทีส่ ัมผสั หรอื เขาสรู า งกายแลว กอ ใหเ กิดอนั ตราย
ทางเขาของสารพิษ
- ทางเดินหายใจ โดยการสูดดมกา ซหรือไอระเหยของสารเคมี
- ทางปาก
- ทางผิวหนัง โดยการซมึ ผานผิวหนงั หรอื การฉีด เชน แมลงกัดตอ ย
3.11.1 สารพษิ เขาทางเดนิ หายใจ
กาซพิษทีเ่ ขา สูท างเดนิ หายใจ แบงออกเปน 3 ประเภท ดังนี้
1. กาซที่ทําใหรางกายขาดออกซิเจน เชน กาซคารบอนไดออกไซด
กา ซคารบอนมอนอกไซด เปน ตน
2. กาซท่ีทําใหเกิดอาการระคายเคืองตอระบบทางเดินหายใจ
ถา ไดรบั ในปริมาณมากอาจทําใหต ายได เชน กา ซซลั เฟอรไดออกไซด เปน ตน
3. กา ซทที่ าํ ใหเ กดิ อนั ตรายทวั่ รา งกาย เมอื่ เขา ไปในรา งกาย จะทาํ ให
เม็ดเลอื ดแดงแตก ปสสาวะเปนเลอื ด ตาเหลอื ง ตัวเหลอื ง ไดแก กา ซอารซนี (ARSINE) เปน ตน
การปฐมพยาบาล
1. เคลื่อนยายผูที่ไดรับกาซพิษไปยังสถานท่ีท่ีมีอากาศบริสุทธิ์
ถายเทสะดวก และหามคนมุง
2. เปด ทางเดินหายใจใหโลง ถา หยุดหายใจใหร ีบชว ยเหลอื
3. คลายเส้ือผาใหห ลวม
4. ตรวจการหายใจและชีพจร ถา มปี ญ หาใหร ีบทําการชว ยเหลือ
5. รีบนาํ สง โรงพยาบาล
คูมอื การฝกอบรมเจาหนาทีแ่ ละผูบงคบบญชายุวกาชาด 149
หลกสตู รผูนายุวกาชาด
3.11.2 สารพิษเขา ปาก
การปฐมพยาบาล
กรณรี สู กึ ตัว
นาํ ผเู คราะหร า ยสง โรงพยาบาลโดยดว น พรอ มกบั สงิ่ ทอี่ าเจยี นออกมา
เพื่อการวินจิ ฉยั สารพษิ ทไี่ ดรับ
กรณีไมร ูสกึ ตัว
ขอหาม
1. หา มทําใหอาเจยี น
2. หามใหนา้ํ และอาหารทางปาก
3.11.3 สารพษิ สมั ผัสผวิ หนัง
การปฐมพยาบาล
1. ถาเปนผงใหป ด ออกจากตัว (ระวงั ฟุงกระจาย)
2. ลา งนาํ้ ดวยวธิ ีปลอยน้าํ ไหลผา น
3. ถอดเสอื้ ผา เครอ่ื งประดับ และคอนแทคเลนส ที่สัมผสั สารพิษ
4. ปฐมพยาบาลตามอาการ
3.11.4 สารพิษเขา ตา
ทําใหเกิดการระคายเคอื งของเยอื่ ตา อาจทําใหตาบอดได
การปฐมพยาบาล
1. ลางตาดวยนํ้าสะอาดมากๆ นานๆ โดยใหนอนตะแคงดานที่ตา
ไดร ับสารพษิ ลงดา นลาง
2. ปดตาดวยผาสะอาด
3. รีบนาํ สง โรงพยาบาล
ขอหาม
หามขยตี้ า
3.12 พษิ จากสัตว
3.12.1 แมงและแมลงมพี ษิ
แมลงปอง มีอาวุธปลายกระเปาะเปน เดอื ยแหลมคมอยูสว นหาง
แมงมุม มเี ข้ียวพิษยาวโงง ปลายแหลมอยู 1 คู
ตะขาบ มีอาวุธท่ีใชท ํารายคนได คือ ขาคูแรก
150 คูมอื การฝกอบรมเจาหนาที่และผบู งคบบญชายวุ กาชาด
หลกสูตรผนู ายุวกาชาด
การปฐมพยาบาล
1. ลางบาดแผลดวยสบูและน้ํา หรือใชแ อมโมเนียทา
2. ประคบดว ยนํ้าเยน็
3. ถามอี าการปวดมากใหร บั ประทานยาแกป วด
4. ถา มีอาการมากข้ึน รบี นําสง โรงพยาบาล
ผ้งึ ตอ แตน
มีอาวุธทใี่ ชทํารา ยศตั รู คอื เหลก็ ใน ซงึ่ อยทู างสวนปลายสดุ ของลําตวั
และเปนอวยั วะสําหรบั วางไขในเพศเมียทดี่ ัดแปลงไป ฉะนนั้ ตัวที่ทํารายคนไดจ ึงเปน ตวั เมียเทาน้นั
การปฐมพยาบาล
1. ในกรณที ม่ี เี หลก็ ในตดิ อยใู นแผล ตอ งเอาเหลก็ ในออกกอ น โดยใช
หวั ปากกาลูกลืน่ ท่เี ปนโพรงกลวง กดครอ มแผล ดันใหเ หลก็ ในโผลขึ้นมา แลวใชแหนบดึงเหลก็ ในออก
2. ลางบาดแผลดวยสบูและนํ้า หรือใชสารละลายที่เปนดาง เชน
แอมโมเนยี ทา
3. ประคบดวยน้ําเย็น
4. ถามีอาการปวดมากใหรับประทานยาแกป วดได
5. ถามีอาการมากขนึ้ รบี นาํ สง โรงพยาบาล
3.12.2 งูพิษกดั
งูพิษอันตราย หมายถึง งูท่ีมีเขี้ยวพิษ ตอมนํ้าพิษที่มีน้ําพิษรุนแรง
แผลทีถ่ กู งูพษิ กดั จะเห็นเปนจดุ เขย้ี วพษิ ใหญ ๆ 2 จดุ หากเปนรอยเขย้ี วเล็ก ๆ จาํ นวนมากแสดงวา
เปนงูไมมีพิษ งูพิษในประเทศไทยแบงออกเปน 3 ประเภท ตามอํานาจทําลายของน้ําพิษตอระบบ
ของรางกาย คือ
งูพษิ ตอ ระบบประสาท
เมอ่ื ถกู งูพษิ ประเภทนกี้ ัด พิษจะทําลายระบบประสาท ทําใหม อี าการ
หนังตาตก ลืมตาไมข้ึน ขากรรไกรแข็ง พูดไมชัด กลืนน้ําลายไมได แนนหนาอก หายใจไมสะดวก
ออนเพลยี อัมพาต และเสยี ชีวติ จากการหายใจขดั ขอ ง งปู ระเภทน้ี ไดแ ก งูเหา งจู งอาง งสู ามเหลยี่ ม
งูพิษตอระบบโลหิต
เมอื่ ถกู กดั จะมอี าการปวดบวมบรเิ วณทถี่ กู กดั อยา งชดั เจน มเี ลอื ดซมึ
ตามรอยเขี้ยว เลือดออกใตผิวหนังเปนจ้ํา ๆ เลือดออกตามไรฟน เลือดกําเดาไหล อาเจียน
และถา ยอจุ จาระเปน เลือด งปู ระเภทน้ี ไดแ ก งกู ะปะ งแู มวเซา งูเขยี วหางไหม
งูพิษตอระบบกลา มเนื้อ
เมื่อถูกกัด จะมีอาการคลายถูกงูพิษระบบประสาทกัด เจ็บปวด
กลา มเนอ้ื โดยเฉพาะสะโพกและไหล ไตวายอยา งเฉยี บพลนั ซงึ่ เปน สาเหตขุ องการเสยี ชวี ติ งปู ระเภทนี้
ไดแก งทู ะเล
คูมือการฝกอบรมเจาหนาทแ่ี ละผูบงคบบญชายุวกาชาด 151
หลกสูตรผนู ายวุ กาชาด
อาการและลกั ษณะบาดแผล
ถางูมีพิษกัด มเี ลอื ดซมึ พษิ งูมพี ิษตอ ระบบประสาท ระบบไหลเวียน
โลหติ และระบบกลามเน้ือ ทาํ ใหผถู ูกงกู ัดเสยี ชีวติ ได เชน งเู หา งจู งอาง งเู ขียวหางไหม งูหางกระด่ิง
เปน ตน
การปฐมพยาบาลงพู ิษกัด
ผูท่ีถูกงูพิษกัดจะไดรับอันตรายจากการกระจายตัวของนํ้าพิษที่ไหล
ไปตามกระแสโลหติ ดังนั้นควรใหก ารชวยเหลอื ดงั น้ี
1. หยุดการเคลอื่ นไหวของรา งกาย
2. ใชผายืดพันใตรอยเขี้ยว ข้ึนมาจนถึงขอตอของอวัยวะสวนนั้น
และใชไมด ามเพือ่ จาํ กดั การเคลอื่ นไหว จดั ใหอวัยวะท่ถี กู กัดอยูต ่ํากวา ระดับหัวใจ
3. รบี นาํ สง โรงพยาบาล
ขอ สังเกต
- ปลอบโยนใหกําลังใจ อยาใหตื่นเตนตกใจ ซึ่งจะทําใหหัวใจสูบฉีด
โลหติ เพมิ่ มากขึ้น พษิ งแู พรกระจายไดเ รว็ ขนึ้
- ถาเปนไปได ควรนํางูท่ีกัดไปดวย เพ่ือสะดวกตอการวินิจฉัยและ
รักษาของแพทย
ขอ หาม
- หา มรบั ประทานยาและเคร่ืองด่มื กระตุนหวั ใจ
- หา มใชข องมคี มกรดี หรอื ใชไ ฟฟา จบี้ ริเวณทถ่ี ูกงูกดั
- หามใชปากดูดพิษงู เพราะพิษงูจะเปนอันตรายตอผูดูดพิษงู และ
อาจทาํ ใหแผลงกู ัดตดิ เชอื้
- หา มยกอวยั วะทถี่ กู งกู ดั อยเู หนอื หวั ใจ เพราะพษิ งจู ะเขา สกู ระแสเลอื ด
ไดเ รว็ ขึน้
งูไมมีพิษกดั
ถา ถกู งไู มม พี ิษกดั ไมเ ปน อันตรายถงึ แกชวี ิต เชน งูดิน งูแสงอาทิตย
งูหลาม งเู หลอื ม เปน ตน
การปฐมพยาบาล
1. ลา งแผลดวยนา้ํ สะอาด และน้าํ สบู
2. รีบไปพบแพทย เพ่ือฉดี วคั ซนี ปองกนั บาดทะยัก
152 คูมือการฝกอบรมเจาหนาที่และผูบงคบบญชายวุ กาชาด
หลกสตู รผูนายวุ กาชาด
3.12.3 สตั วทะเลมีพิษ
แมงกะพรุนไฟ เมื่อถูกแมงกะพรุนไฟจะมีอาการปวดแสบปวดรอน
บวมแดงเปน ผน่ื อาจถงึ กบั ไหมเ กรยี ม บางรายมอี าการรนุ แรงมาก อาจมอี าการไข ออ นเพลยี เปน ตะครวิ
หวั ใจเตน ออ นลง การหายใจขดั ขอ ง ชกั หมดสติ ถงึ แกค วามตายได กลไกพษิ ทแ่ี มงกะพรนุ ไฟใชท าํ รา ยคน
คือ เซลลเ ข็มพษิ ที่อยูเปนจํานวนมากตามสายหนวดของมัน ใชใ นการท่ิมแทงผวิ หนังคนเรา
การปฐมพยาบาล
1. ใชม ดี หรอื วสั ดุบาง ๆ แตมีความแข็งคอย ๆ ปาดเอาเมือกเหนอื
สายหนวดของแมงกะพรุนไฟออกจากบาดแผล ระวังอยาขูดถูกแผล และอยาสัมผัสกับเมือกหรือ
สายหนวดดวยมือเปลา
2. ลา งแผลดว ยนาํ้ ละลายผงฟูโซเดยี วไบคารบอเนต
3. ทาดวยครีมเพรดนิโซโลน แตถาไมมีใหใชผักบุงทะเล ซึ่งมักขึ้น
ใกลช ายหาดพอกแผล
4. พาไปพบแพทยเพื่อทาํ การรักษาตอ ไป เพราะอาจมีอาการรนุ แรง
ตามมา
3.12.4 โรคพษิ สุนัขบา
เปน โรคติดตอ ทรี่ า ยแรง เปน ไปทุกฤดกู าล พบในสตั วเล้ียงลูกดวยนม
เชน สนุ ขั แมว กระรอก ววั มา สกุ ร คา งคาว ฯลฯ สามารถตดิ ตอมาถงึ คนโดยน้ําลายของสตั วเ หลานี้
ผา นเขา มาทางบาดแผลเปด หรอื เยอ่ื เมอื ก เชน ตา ปาก จมกู เมอื่ คนหรอื สตั วแ สดงอาการของโรค ไดแ ก
อาการคันบรเิ วณทถ่ี ูกกดั กระสับกระสา ย ไมชอบแสงสวาง ลม และเสยี งดัง รูสึกกลนื ลาํ บาก เปนตน
จะไมม ีทางรกั ษาใหห ายได ตองตายอยา งทรมานในท่สี ดุ
ขอสังเกต
สําหรับสัตวที่เปนโรคพิษสุนัขบา จะมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลง
ไปจากเดมิ ยกตวั อยา งเชน สตั วท มี่ นี สิ ยั ดรุ า ยจะกลายเปน สตั วเ ชอ่ื ง สตั วท เ่ี ชอื่ งจะกลายเปน สตั วท ดี่ รุ า ย
ตื่นเตน กระวนกระวาย สุดทา ยจะเปนอมั พาตและตายในที่สุด
การปฐมพยาบาล
1. เม่ือถูกสัตวท่ีเปนโรคหรือที่สงสัยวาเปนโรค กัด รีบลางบาดแผล
ดว ยนํา้ สะอาด ฟอกสบู 2-3 ครัง้
2. ทาํ ความสะอาดซาํ้ ดว ยแอลกอฮอล 70% ใสย าสาํ หรบั แผลสด เชน
นํ้ายาโพวดี ีน (เบตาดนี ) ไมควรเยบ็ แผล
3. ควรรีบปรึกษาและขอคําแนะนําจากแพทยทันที เพ่ือจะไดรับ
การฉีดวัคซีนและอิมมูโนโกบูลิน ปองกันโรคพิษสุนัขบา ซึ่งในปจจุบันเปนวัคซีนท่ีมีคุณภาพสูง สวน
การรักษาทางสมุนไพรหรือแพทยโบราณ ไมสามารถปองกันโรคพิษสุนัขบาได ไมควรรอดูอาการ
ของสตั วเพราะอาจสายเกินไปทจี่ ะฉีดวคั ซีนปองกัน และตอ งกักขงั สัตวไ วด อู าการอยางนอย 10 วัน
คูมือการฝกอบรมเจาหนาทแี่ ละผูบงคบบญชายุวกาชาด 153
หลกสตู รผนู ายวุ กาชาด
4. ถากักขังสัตวไมไดควรรีบกําจัดโดยอยาทําใหสวนหัวบุบสลาย
เพ่ือนําสงตรวจ
5. ในกรณีที่สัตวตายระหวางกักขังดูอาการ ใหรีบตัดเอาสวนหัวไป
ตรวจเนอื้ สมองทนั ที หากตอ งใชเ วลาสง นานควรแชน าํ้ แขง็ ไวด ว ยเพอ่ื ปอ งกนั การเนา เสยี ของเนอื้ เยอ่ื สมอง
6. ถา หากตดิ ตามสตั วท กี่ ดั ไมไ ด เชน เปน สตั วป า หรอื สตั วท ก่ี ดั แลว หนไี ป
หรือจบั สตั วท ี่กัดไมได กจ็ าํ เปน ตองไดรบั การฉีดวคั ซนี
ขอ สังเกต
ผทู ี่ตอ งไดรบั การฉีดวคั ซีนปอ งกนั โรคพษิ สนุ ัขบา คือ บาดแผลช้ําเขยี ว
หรอื หรอื มเี ลอื ดไหลทงั้ แผลถลอกและแผลลกึ รวมทงั้ ผทู ถี่ กู สตั วเ ลยี้ งเลยี ทน่ี ยั นต า รมิ ฝป าก และผวิ หนงั
ทม่ี ีแผลถลอก สวนกรณที ีถ่ ูกเลียผวิ หนังท่ีไมมแี ผลหรือเพยี งแคอมุ สัตว ไมทาํ ใหต ดิ โรคได
สถานทสี่ งซากตรวจหาเช้อื โรคพษิ สนุ ขั บา
1. สถานเสาวภา สภากาชาดไทย (ตึกเศรษฐภกั ดี)
2. โรงพยาบาลศิรริ าช
3. มหาวิทยาลยั เชียงใหม
4. กรมปศสุ ัตวแ ละปศุสัตวจ งั หวัด
5. สาํ นักงานสาธารณสขุ จงั หวัด
วธิ กี ารนําเสนอ
1. แจง จุดประสงค
2. การนาํ เสนอ
2.1 วทิ ยากรบรรยายหลกั การปฐมพยาบาล
2.2 วิทยากรอธิบายการสํารวจอาการบาดเจ็บข้ันตน พรอมกับใหผูเขารับการฝก
อบรมปฏบิ ตั ติ ามทลี ะข้ันตอน
2.3 ผเู ขา รับการฝก อบรมฝก ปฏิบตั กิ ารปฐมพยาบาลตามฐานกิจกรรม
2.3.1 การเก็บผาสามเหล่ยี ม, การใชผ าสามเหลย่ี มหา มเลอื ดทแ่ี ขน และมือ
2.3.2 การใชผ า สามเหล่ยี มหา มเลอื ดที่ศรี ษะ, การสลงิ แขน
2.3.3 การใชผามวนยืดทมี่ ือ
2.3.4 การใชผ ามว นยดื ท่ีเทา
2.3.5 การปฐมพยาบาลกรณีมสี งิ่ แปลกปลอมเขา สูรางกาย
2.3.6 การเคล่อื นยา ยผปู ว ย
2.4 วทิ ยากรสาธิตการปฐมพยาบาลผปู ว ยกระดกู หัก (การเขา เฝอ กชว่ั คราว)
154 คมู อื การฝกอบรมเจาหนาท่แี ละผูบงคบบญชายุวกาชาด
หลกสูตรผูนายวุ กาชาด
3. การสรุป
3.1 สรุปประเดน็ สาํ คัญหลักการปฐมพยาบาล
3.2 วิทยากรเปดโอกาสใหผูเขารับการฝกอบรมซักถามเกี่ยวกับการปฐมพยาบาล
ในกรณอี ่นื ๆ ทพี่ บบอยในชวี ติ ประจาํ วัน เชน แผลไฟไหม นํ้ารอนลวก สตั วมีพษิ กดั ตอย เปนตน
กิจกรรมเสนอแนะ
1. การบรรยายและสาธิต
2. การศึกษาเปน ฐาน
3. การมอบหมายงาน
4. การศึกษาแบบกระทอมหรือศนู ยการเรยี นรู
5. การใชเกม
6. การใชเ พลง
7. การศึกษาจากสถานการณจริง
สอ่ื และนวัตกรรม
1. ส่อื อิเล็กทรอกนกิ ส
2. อปุ กรณการปฐมพยาบาล
การวัดและประเมินผล
1. การสงั เกต
2. การทดสอบภาคทฤษฎี
3. การทดสอบภาคปฏบิ ตั ิ
คมู อื การฝกอบรมเจาหนาท่แี ละผบู งคบบญชายุวกาชาด 155
หลกสตู รผูนายุวกาชาด
หลกั การนาํ เกม
เวลา 1.30 ชว่ั โมง
จุดประสงค
1. บอกความหมายและประเภทของเกมได
2. เลือกเกมเพอ่ื ใชในการจัดกจิ กรรมไดเหมาะสม
3. อธบิ ายวธิ ีการเลนเกมได
4. เปน ผูนําเกมได
หวั ขอเนอ้ื หา
1. ความหมายของเกม
2. ประเภทของเกม
3. การเลอื กเกม
4. การจัดอุปกรณและเครอ่ื งอํานวยความสะดวกในการนาํ เกม
5. วิธีการเลนเกม
6. ขอควรคํานงึ ในการเลม เกม
7. ความปลอดภยั ในการเลน เกม
8. ลกั ษณะของผูนาํ เกมทด่ี ี
เนอ้ื หา
1. ความหมายของเกม
เปนลักษณะของกิจกรรมของมนุษยเพื่อประโยชนอยางใดอยางหนึ่ง เชน เพ่ือ
ความสนกุ สนานบนั เทงิ เพื่อฝก ทกั ษะ และเพ่ือการเรยี นรู เปน ตน และในบางครัง้ อาจใชเพ่ือประโยชน
ทางการศกึ ษาได
2. ประเภทของเกม
เกม มีหลายประเภทดวยกัน แตในที่นี้จะกลาวเฉพาะท่ีนํามาใชในการจัดกิจกรรม
ยุวกาชาด
2.1 เกมทวั่ ไป (General Games) เปน เกมทเ่ี ลน รายบคุ คลหรอื เลน จาํ นวนคนมาก ๆ
156 คูมือการฝกอบรมเจาหนาทแ่ี ละผูบงคบบญชายุวกาชาด
หลกสูตรผนู ายวุ กาชาด
2.2 เกมแบบผลัด (Relay Games) เปนเกมที่เลนแขงขันกันระหวางหนวยสี
หรอื ทมี แขงขนั กันคนละรอบจนครบ
2.3 เกมทดสอบ (Test Games) เปน เกมทเ่ี กี่ยวกับบทเรยี นในหลกั สูตรกิจกรรม
ยวุ กาชาด เชน แขงขันการปฏิบัติการทางวิชาปฐมพยาบาล เปน ตน
2.4 เกมฝก ประสาท (Sense Games) เปนเกมฝก ประสาทสมั ผัส
2.5 เกมเปนทีม (Team Games) เปนเกมท่ีแบงผูเลนออกเปน 2 ทีมขึ้นไป
แขงขันกัน
2.6 เกมเงยี บ (Quiet Games) เปนเกมท่ีใชในการแสดงทาทางเปน ส่ือหรือเกม
ทงี่ ดใชเ สียง
2.7 เกมประกอบเพลง (Motion Songs and Singing Games) หมายถึง
เกมการเคล่ือนไหว รางกาย โดยใชเพลงเปนสื่อนําใหเกิดกิจกรรมการเคล่ือนไหวในสวนตาง ๆ
ของรา งกาย เชน การแสดงทา ทางประกอบเพลง การรองเพลงแลว เลนเกมประกอบกบั เพลง เปนตน
3. การเลือกเกม
เกมมีหลายประเภท แตละประเภทมีจุดประสงคทําใหเกิดทักษะตางกัน ดังนั้น
การเลือกเกมทเี่ หมาะสม มคี วามสําคญั มาก จึงควรคํานึงถงึ สง่ิ ตอ ไปนี้
3.1 เหมาะสมกบั เพศและวัย
3.2 มีความหลากหลายของเกม
3.3 เหมาะสมกับเวลา
3.4 เหมาะสมกับสถานท่แี ละอุปกรณ
3.5 เหมาะสมกบั จาํ นวนผเู ลน
4. การจัดอปุ กรณแ ละเคร่ืองอํานวยความสะดวกในการนําเกม
อุปกรณและเครื่องอํานวยความสะดวกเปนสิ่งสําคัญอยางหน่ึงในการนําเกม
จงึ ควรดําเนินการดงั ตอไปน้ี
4.1 จัดหาอุปกรณใหเ หมาะสมกับเพศและวัยของผูเ ลน
4.2 อุปกรณตอ งเพียงพอกับจาํ นวนผูเลน
4.3 อุปกรณตองมีความปลอดภัย ใชก ารได และไมเปนอันตราย
4.4 มอี ปุ กรณห ลายชนดิ เหมาะสมกับเกมและผูเ ลนเกม
คมู ือการฝกอบรมเจาหนาทีแ่ ละผบู งคบบญชายวุ กาชาด 157
หลกสตู รผูนายุวกาชาด
5. วิธกี ารเลนเกม
5.1 จดั ผูเลนใหเ หมาะสมกบั เกม
5.2 อธบิ ายวธิ ีการเลน ใหชดั เจน
5.3 ชแี้ จงกติกาการเลน เกม
5.4 สาธิตและใหผูเลนทดลองเลน
5.5 ปฏบิ ัตกิ ารเลน เกม
5.6 สรุปผลและขอคิดท่ีไดจากการเลน เกม
6. ขอควรคาํ นงึ ในการเลน เกม
6.1 ผูนาํ เกมตองเตรียมเกมและอุปกรณใหเ พยี งพอและเหมาะสมกบั เวลา
6.2 มีความรจู ติ วิทยาเก่ยี วกบั เดก็
6.3 ใชภ าษางา ย ๆ สนั้ ๆ เขา ใจงาย
6.4 ประโยชนท ่ไี ดรับจากการเลมเกม
6.5 การนําเกมควรมีลักษณะที่ฝกการเปนผูนาํ ทดี่ ี
6.6 ควรใหเด็กรูจ ักรบั ผดิ ชอบในหนาที่
6.7 การนาํ เกมควรมคี ําชมเชยเมอ่ื ทาํ ดี และแนะนําหากมีขอบกพรอง
6.8 การเลน เกมตอ งใหท ุกคนมีสว นรวมอยา งทัว่ ถงึ
7. ความปลอดภยั ในการเลนเกม
7.1 ความพรอ มดานรา งกายของผเู ลน
7.2 ปฏิบตั ิตามกตกิ าอยางเครง ครดั
7.3 แบง ทมี ผเู ลนใหเหมาะสม
7.4 ตรวจสอบอปุ กรณใ นการเลน เกม
7.5 ตรวจสอบสถานท่ีเลน เกมใหมีความปลอดภัย
7.6 ผูนาํ เกมตองควบคุมอยางใกลชดิ ตลอดเวลาการเลน เกม
8. ลักษณะของผูน าํ เกมท่ดี ี
ผูน าํ เกมควรจะมลี กั ษณะดงั ตอไปนี้
8.1 มคี วามรคู วามเขา ใจในความตอ งการและความสนใจของผูเลน
8.2 มีความรจู ิตวิทยาเกี่ยวกบั เดก็
8.3 มคี วามรใู นเรอ่ื งเกมประเภทตา ง ๆ อยา งเพยี งพอ
8.4 สามารถปรับตวั เขา กับผเู ลนไดดี
158 คูมอื การฝกอบรมเจาหนาท่แี ละผูบงคบบญชายุวกาชาด
หลกสตู รผูนายวุ กาชาด
8.5 มคี วามสนุกสนานราเรงิ ไปดว ย
8.6 สามารถเลนรว มกับผเู ลน ไดด ี
8.7 ควรมอี ารมณขนั ไมเอาจรงิ เอาจงั จนเกินไป
8.8 สามารถแกปญ หาเฉพาะหนา ได
8.9 มคี วามยตุ ิธรรม
8.10 ใหค วามอิสระแกผ ูเ ลนอยางกวางขวาง
8.11 เลอื กหาเกมทสี่ นุกใหผ ูเลนได
8.12 พรอมท่ีจะตอบปญหาตาง ๆ เปนทพ่ี อใจของผูเลน ไดเสมอ
8.13 ไมใ ชก ฎหรือระเบยี บมาขมขู
8.14 ไมค วรใชถอ ยคาํ กริยาทาทางในเชิงตําหนิ หรอื ลงโทษอยางรุนแรง
วธิ กี ารนําเสนอ
1. แจงจดุ ประสงค
2. การนําเสนอ
2.1 นาํ เขาสบู ทเรียน “ผูนําเกมท่ดี ”ี
2.2 สาธติ การเลน เกมแตล ะประเภทโดยวทิ ยากร ประเภทละ 1 คน และใหผ เู ขา รบั
การฝกอบรมปฏิบตั ิ
2.3 มอบหมายแตละหนวยสีศึกษาใบความรูและปฏิบัติตามใบงานท่ีกําหนดให
เพ่อื นําเสนอในทีป่ ระชมุ
2.3.1 ประเภทเกม พรอมสาธิต
2.3.2 การเลือกเกม ยกตวั อยา ง
2.3.3 การจัดอุปกรณและเคร่ืองอํานวยความสะดวกในการนําเกม พรอม
ยกตวั อยา งเกม
2.3.4 วธิ กี ารเลน เกม พรอ มสาธติ
2.3.5 ขอ ควรคํานึงในการเลนเกม
2.3.6 ความปลอดภยั ในการเลนเกม
3. การสรุป
3.1 สรุปประเดน็ สาํ คัญและจดุ เนน
3.2 เปด โอกาสใหผูเขา รับการฝกอบรมซักถามขอสงสัย
คมู ือการฝกอบรมเจาหนาที่และผบู งคบบญชายุวกาชาด 159
หลกสตู รผนู ายวุ กาชาด
กจิ กรรมเสนอแนะ
1. การบรรยาย
2. การสาธิต
3. การปฏิบัติจริง
สื่อและนวัตกรรม
1. แผนภูมิ
2. นกหวีด
3. อุปกรณใ ชประกอบการเลม เกมประเภทตาง ๆ
4. วีดิทศั น
5. สือ่ อิเล็กทรอนกิ ส
6. ใบความรู
7. ใบงาน
การวดั และประเมินผล
สังเกตจากการปฏบิ ัตกิ จิ กรรม
160 คมู อื การฝกอบรมเจาหนาที่และผบู งคบบญชายุวกาชาด
หลกสูตรผูนายุวกาชาด
การจดั คายยุวกาชาด เวลา 1:30 ชัว่ โมง
จดุ ประสงค
1. บอกความหมาย ความมุงหมาย และประเภทของการจดั คา ยยุวกาชาดได
2. อธบิ ายการจดั กิจกรรมในคายยวุ กาชาดได
3. บอกวสั ดุ อปุ กรณแ ละเคร่อื งมือทจี่ าํ เปน ในการอยคู ายยวุ กาชาดได
4. สาธติ การประกอบอาหารแบบชาวคายได
หวั ขอเน้อื หา
1. ความหมายของคายยุวกาชาด
2. ความมุงหมายของการจัดคา ยยุวกาชาด
3. ประเภทของการจัดคายยุวกาชาด
4. การเตรยี มงาน
5. การจดั กิจกรรม
6. วัสดุอปุ กรณและเคร่ืองมือทใ่ี ชในการอยคู า ยยุวกาชาด
7. พธิ เี ปด - พิธีปดคา ยยุวกาชาด
เนือ้ หา
1. ความหมายของคา ยยวุ กาชาด
“คา ย” ตามพจนานกุ รมราชบัณฑติ ยสถาน พ.ศ. 2554 หมายถึง ท่พี ักแรมชั่วคราว
ของคนจํานวนมาก
“คายยุวกาชาด” หมายถึง การท่ีสมาชิกยุวกาชาดมารวมกันเพื่อจัดกิจกรรม
เก่ียวกับยวุ กาชาด
กจิ กรรมการอยคู า ยยวุ กาชาดเปน กจิ กรรมพเิ ศษกจิ กรรมหนงึ่ ทช่ี ว ยเสรมิ สรา งทกั ษะ
ความสามารถ ความอดทน อยใู นระเบยี บวนิ ยั รจู กั ชว ยเหลอื ตนเอง อยแู ละทาํ งานรว มกบั ผอู น่ื เปน การ
นําความรูและประสบการณของสมาชิกยุวกาชาดจากการจัดกิจกรรมยุวกาชาดในโรงเรียนมาใช
ปฏบิ ตั จิ รงิ ในการอยคู า ย และเพม่ิ การเสรมิ สรา งประสบการณช วี ติ ใหก บั สมาชกิ ยวุ กาชาด โดยครผู สู อน
สามารถกําหนดเวลาในการจัดกิจกรรมตามความเหมาะสม ตามวัยของผูเรียน และตามสภาพ
ของทองถ่ิน
คูมอื การฝกอบรมเจาหนาทแ่ี ละผูบงคบบญชายุวกาชาด 161
หลกสตู รผนู ายุวกาชาด
เม่ือสมาชิกยุวกาชาดผานเกณฑการใหเคร่ืองหมาย
กจิ กรรมพเิ ศษการอยคู า ยแลว สมาชกิ ยวุ กาชาดมสี ทิ ธปิ์ ระดบั เครอ่ื งหมาย
กจิ กรรมพิเศษการอยูค าย รวมท้ังกจิ กรรมพิเศษอืน่ ๆ หากมีการนําไปจดั
รว มกบั กิจกรรมอยคู ายดว ย
2. ความมุงหมายของการจัดคายยวุ กาชาด
2.1 เพื่อนําความรูและประสบการณของสมาชิก เคร่อื งหมายกิจกรรมพเิ ศษ
ยุวกาชาดจากการจัดกิจกรรมยุวกาชาดในโรงเรียนมาใชปฏิบัติจริง “กิจกรรมการอยูคาย”
ในการอยูค า ย
2.2 เพอ่ื เพม่ิ เตมิ การจดั กจิ กรรมใหผ า นจดุ ประสงคก ารเรยี นรทู สี่ าํ คญั ในกจิ กรรมหลกั
2.3 เพอื่ จดั กจิ กรรมพเิ ศษและทดสอบประเมนิ ผล ใหส มาชกิ ยวุ กาชาดมสี ทิ ธปิ์ ระดบั
เครอื่ งหมายกจิ กรรมพเิ ศษ
2.4 เพ่ือเสริมสรางประสบการณชีวิตใหสมาชิกยุวกาชาดมีการพัฒนาการทางดาน
รา งกาย อารมณ จิตใจ และสตปิ ญญาทเ่ี หมาะสม
3. ประเภทของการจัดคา ยยวุ กาชาด
กจิ กรรมยุวกาชาดไดจ าํ แนกการอยูคา ยยวุ กาชาดออกเปน 2 ประเภท คือ
3.1 คายกลางวัน (Day Camps) หมายถึง การอยูคายแบบไมพักคางคืน
กําหนดใหสมาชิกยุวกาชาดปฏิบัติภารกิจตาง ๆ เปนเวลาอยางนอย 2 วัน โดยอาจจัดติดตอกัน
หรือสัปดาหละ 1 วันก็ได จะใชสถานท่ีภายในหรือภายนอกโรงเรียนแลวแตความเหมาะสม ซ่ึงการ
จัดคายประเภทนเี้ หมาะกบั สมาชกิ ยุวกาชาดระดบั 1
3.2 คา ยพักแรม (Night Camps) หมายถึง การอยูคา ยแบบคา งคืน กําหนดให
สมาชกิ ยวุ กาชาดใชช วี ติ อยรู ว มกนั ทงั้ กลางวนั และกลางคนื คอื ปฏบิ ตั ภิ ารกจิ รว มกนั จนกวา จะเสรจ็ สนิ้
การอยูคาย แบงออกเปน 2 ลกั ษณะ คือ สมาชกิ ยวุ กาชาดระดบั 2 จัดคายพกั แรมอยา งนอย 1 คืน
2 วัน สมาชกิ ยวุ กาชาดระดบั 3 จดั คา ยพักแรมอยา งนอย 2 คนื 3 วัน
กรณีที่สถานศึกษาหรือสมาชิกยุวกาชาดไมพรอมในการอยูคายแบบพักคางคืน
สามารถจดั กิจกรรมเชน เดียวกบั การอยูคา ยกลางวนั ได
4. การเตรยี มงาน
ครูผูรับผิดชอบในการจัดคายพักแรมควรมีความรูและประสบการณในการจัดคาย
ยุวกาชาด ซงึ่ มีการเตรยี มงานหลัก ๆ ดังนี้
4.1 ประชมุ วางแผน
4.2 สาํ รวจสถานท่ตี ้ังคา ยลว งหนาอยา งนอย 1 ครัง้ และตดิ ตอ เจา ของสถานทใ่ี ห
แนนอนสถานทตี่ ัง้ คายตองไมไกลจนเกินไป การคมนาคมสะดวกและมีความปลอดภยั
162 คมู ือการฝกอบรมเจาหนาท่แี ละผบู งคบบญชายุวกาชาด
หลกสูตรผนู ายวุ กาชาด
4.3 กาํ หนดวตั ถปุ ระสงคเ ฉพาะในการอยคู า ยและจดั กจิ กรรมประจาํ วนั ใหแ นน อน
4.4 วางแผนรวมกบั สมาชิกและแบงหนา ที่ความรับผดิ ชอบเปน หนวยยอ ย
4.5 ขออนุญาตตนสังกัดตามระเบียบท่ีทางราชการกําหนด ในการนําสมาชิก
ยุวกาชาดไปอยูคา ย
4.6 ตดิ ตอ ผูปกครองและขออนญุ าตเปนลายลกั ษณอักษร
4.7 จดั เตรยี มสิ่งของเครือ่ งใช วสั ดอุ ุปกรณ เครอ่ื งมอื ท่จี ําเปนสําหรับคา ยพักแรม
4.8 จดั เตรยี มยาและเวชภณั ฑ หรืออปุ กรณปฐมพยาบาลเบ้ืองตน
4.9 ประสานงานการเดนิ ทาง เชน ยานพาหนะ ประกนั ชีวิต เปนตน
4.10 ครมู ีการประเมินผลรวมกับสมาชิกยุวกาชาด
4.11 เมือ่ กลบั จากการอยูคาย ใหรายงานผลตอ ตน สังกดั
4.12 ปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการบริหารยุวกาชาด และประกาศกระทรวง
ศกึ ษาธิการ เกยี่ วกบั การเดินทางไกลและการอยคู า ยพกั แรมของสมาชกิ ยุวกาชาด
5. การจดั กิจกรรม
การอยูคา ยยวุ กาชาด ควรจัดกิจกรรมเสรมิ สรา งความรู ความเขา ใจ และแนวปฏิบตั ิ
ในการอยคู ายยวุ กาชาดท่ถี กู ตองใหกับสมาชกิ ยวุ กาชาด ซึ่งมีรายละเอียดท่สี าํ คญั ดงั นี้
5.1 จัดแบงสมาชิกยุวกาชาดเปนหนวยสี จํานวน 6 หนวยสี คือ หนวยสีเหลือง
หนวยสชี มพู หนว ยสีเขยี ว หนว ยสีแสด หนว ยสีฟา และหนว ยสีมว ง
5.2 ปฐมนเิ ทศ
5.3 ดาํ เนินการในพิธกี าร และกระบวนการของยวุ กาชาด ไดแก
5.3.1 พิธีเปดคายยุวกาชาด เพ่ือใหสมาชิกยุวกาชาดรับรู และเขาใจ
วตั ถปุ ระสงคของการอยูคา ย รวมทั้งหลักปฏบิ ัตใิ นการอยูคาย คอื การตรงตอ เวลา การมีระเบียบวินยั
และความสามัคคี
5.3.2 การตรวจเยี่ยม เพื่อฝกฝนการดแู ลตนเอง และกระบวนการหมพู วก
5.3.3 พิธหี นา เสาธง เพือ่ ฝกระเบยี บวินยั ความอดทน
5.3.4 การประชุมหวั หนาหนวยประจาํ วัน เพอ่ื ฝกการเปน ผนู าํ
5.3.5 การสับเปล่ียนหัวหนาหนวยและรองหัวหนาหนวย เพ่ือฝกใหรูจัก
รบั ผิดชอบหนา ที่
5.3.6 พิธีปดคายยุวกาชาด เพื่อใหสมาชิกยุวกาชาดไดตระหนักถึงบทบาท
หนาท่ีของตนเองในการประพฤติปฏิบัติตนใหเปนประโยชนตอตนเองและผูอ่ืน และนําความรู
ประสบการณ ทกั ษะที่ไดรับการปฏิบตั ิกจิ กรรมในคายยุวกาชาด ไปปรบั ใชใ นชีวติ ประจาํ วันได
5.4 จัดกิจกรรมสงเสริมความคิดริเร่ิมสรางสรรค เชน การประดิษฐสิ่งของตาง ๆ
จากวัสดเุ หลือใช หรอื วสั ดุท่หี าไดในทองถิ่น
คูมือการฝกอบรมเจาหนาทีแ่ ละผบู งคบบญชายวุ กาชาด 163
หลกสตู รผูนายวุ กาชาด
5.5 จดั กจิ กรรมบาํ เพญ็ ประโยชนต ามความเหมาะสม
5.6 จัดการแสดงรอบกองไฟในคืนสดุ ทา ยของการอยูคาย
5.7 จัดกิจกรรมนันทนาการ เชน เพลง - เกม ตามความเหมาะสม เพ่ือ
ความสนุกสนานและผอนคลาย
5.8 อภปิ รายแลกเปลย่ี นความคดิ เหน็ และประสบการณใ นหวั ขอ เกยี่ วกบั ยวุ กาชาด
5.9 ประเมนิ ผลระหวา งการอยคู า ย และหลงั การอยูคายทุกครัง้
6. วัสดุอุปกรณและเครอ่ื งมือทใี่ ชในการอยคู า ยยุวกาชาด
6.1 เคร่อื งครวั เชน เตาลอย ที่ควาํ่ จาน ที่เกบ็ อุปกรณก ารครัว ท่เี กบ็ อาหาร มดี
ชอ น สอ ม แกวนํ้า ขนั นํา้ กะละมัง ถงั นํา้ จาน ชาม ถวย หมอขนาดตาง ๆ กระทะ ทพั พี ตะหลวิ ฯลฯ
164 คูมอื การฝกอบรมเจาหนาที่และผบู งคบบญชายุวกาชาด
หลกสตู รผูนายุวกาชาด
6.2 เต็นท แบบตางๆ เชน เตน็ ทโ ดม (Dome Tent) เตน็ ทอ ุโมงค (Tunnel Tent)
เต็นทสามเหลย่ี ม (Ridge Tent) เตน็ ทกระโจม (Bell Tent) เตน็ ทแ บบบา น (Cabin Tent) เต็นทสปริง
หรือเตน็ ทป อพอพั (Pop - up Tent) ฯลฯ
คูมอื การฝกอบรมเจาหนาทแี่ ละผบู งคบบญชายุวกาชาด 165
หลกสูตรผูนายุวกาชาด
6.3 สุขาภิบาล เชน สวมหลุมแบบนั่งยอง สวมแบบน่ังโถ หลุมเปยก หลุมแหง
ถงุ ดาํ ฯลฯ
การสรางสวมนั้นควรสรางรั้วปดบัง ซึ่งอาจใชใบไมหรือผาใบปดไดมิดชิด
หนาสวมจะมีตะเกียงร้ัวแขวนอยู มีอางลางมือพรอมสบู ผาเช็ดมือ วิทยากรประจําฐานตองอธิบาย
ใหทราบวา การสรางสวมสําหรับใชในเวลาอยูคายพักแรมจะตองสรางอยางไร ใชอยางไรใหถูกตอง
ตามสขุ ลกั ษณะควรขดุ หลมุ เปย กหลมุ แหง สาํ หรบั ทง้ิ ขยะหรอื สงิ่ ทไ่ี มต อ งการแลว ทงั้ ของแหง และทเ่ี ปน
น้ําไวใหดูเปนตัวอยาง อยางละ 1 หลุม สําหรับหลุมเปยกซึ่งใชเทสิ่งท่ีเปนน้ํา จะตองสานไมไผ
เปนตะแกรง มหี ญาหรอื ใบไมวางทับบนปากหลมุ เพอ่ื ใชเ ปน เครอ่ื งกรองเศษอาหาร มใิ หต กลงในหลุม
ซงึ่ อาจทาํ ใหน าํ้ เสยี บดู เหมน็ เนา ได รวมทง้ั ควรทาํ หลมุ เปย กหลมุ แหง ดว ยพลาสตกิ ในโอกาสทไ่ี มส ามารถ
จะขุดหลมุ ได
วิทยากรประจําฐานตองอธิบายขอแตกตางของการใชหลุมแหงหลุมเปยก
ใหชัดเจนดวย ท่ีพักอาศัย และจํานวนวันท่ีอยูอาศัย โดยคะเนวา หลุมจะเกือบเต็มเมื่อเลิกคาย
ใชด นิ กลบกเ็ ตม็ พอดี ถา เปน ถงุ พลาสตกิ กส็ ามารถรวมปากถงุ มดั สง รถเกบ็ ขยะไดเ ลย (ถา มหี ลาย ๆ แบบ
ไดย ่ิงดี)
166 คมู ือการฝกอบรมเจาหนาทแ่ี ละผูบงคบบญชายุวกาชาด
หลกสูตรผนู ายุวกาชาด
6.4 เครอ่ื งมอื ทจ่ี าํ เปน ในการอยคู า ยพกั แรม เชน จอบ เสยี ม มดี อโี ต คอ น คมี เลอ่ื ย
คราด พลวั่ และขวาน เปน ตน เครอื่ งมอื เหลา นจี้ ะตอ งสะอาดและคม พรอ มทจี่ ะใชก ารไดท นั ทวี ทิ ยากร
ผูประจําฐานจะตองช้ีแจงวิธีการใชและประโยชนของเคร่ืองมือแตละช้ิน ตลอดจนสาธิตการใช
การพกพา การสง - รบั และการเกบ็ รกั ษา โดยถกู ตองตามแบบวธิ ี
6.5 เตาแบบตาง ๆ เชน เตาสามเสา เตาสามหลัก เตาสามขา เตาหลุม เตาราง
เตาราว เตาคันยอ เตาตวั ที ฯลฯ
คมู ือการฝกอบรมเจาหนาท่ีและผูบงคบบญชายวุ กาชาด 167
หลกสูตรผนู ายุวกาชาด
6.6 การประกอบอาหารอยางงาย เชน ไขป า ม ไขต ม ไขทอด ฯลฯ
6.7 การประกอบอาหารแบบชาวคา ย เชน การปง ยา ง เผา ตม ทอด การหงุ ขา ว ฯลฯ
7. พิธีเปด - พธิ ีปด คายยวุ กาชาด
7.1 พธิ เี ปด คา ยยวุ กาชาด แบง เปน พธิ เี ปด คา ยในหอ งประชมุ และพธิ เี ปด คา ยในสนาม
7.1.1 พิธีเปดคายยุวกาชาดในหองประชุม (ตามแบบประเพณีนิยม)
มขี ั้นตอนตามลําดบั ดังนี้
1) ประธานบูชาพระรัตนตรัยหรือประกอบพธิ ที างศาสนานน้ั ๆ
2) ผูอาํ นวยการคา ยหรือผไู ดร บั มอบหมายกลา วรายงานวตั ถุประสงค
ของการอยูคา ยพักแรม
3) ประธานกลาวเปด
ขอเสนอแนะ ประธานพิธีเปดคายยุวกาชาดในหองประชุม ควรเปน
บคุ คลภายนอก เพอื่ จะไดเ ปน การสง เสรมิ และประชาสมั พนั ธก จิ กรรมยวุ กาชาดในสถานศกึ ษา ซง่ึ ไมแ นะนาํ
ใหผูอํานวยการคายเปนประธานในพิธีเปดคายยุวกาชาดในหองประชุม เนื่องจากผูอํานวยการคาย
ตอ งทาํ พธิ เี ปด ในสนามอยูแลว
7.1.2 พิธีเปดคายยุวกาชาดในสนาม (ตามแบบยุวกาชาด) มีข้ันตอน
ตามลําดับ ดังนี้
1) สมาชิกยุวกาชาดเขาแถวรูปคร่ึงวงกลม เรียงตามลําดับหนวยสี
ทหี่ นาเสาธง คณะครแู ละวิทยากรเขา แถวหนา กระดานหลงั เสาธง
2) ชักธงชาติและธงยวุ กาชาดข้นึ สูยอดเสา
3) สวดมนต
168 คมู ือการฝกอบรมเจาหนาทแ่ี ละผบู งคบบญชายุวกาชาด
หลกสตู รผนู ายวุ กาชาด
4) สงบนิง่
5) ผูอํานวยการคายกลาวเปด การอยูค ายพักแรม
6) ผอู าํ นวยการคา ยแนะนาํ วิทยากร (ถามวี ทิ ยากรเพิ่มเติม)
7) ชีแ้ จงนัดหมาย
7.2 พธิ ปี ด คา ยยวุ กาชาด แบง เปน พธิ ปี ด คา ยในหอ งประชมุ และพธิ ปี ด คา ยในสนาม
7.2.1 พิธปี ด คา ยยวุ กาชาดในหอ งประชมุ มขี ัน้ ตอนตามลําดับ ดังน้ี
1) ประธานบูชาพระรตั นตรยั หรือประกอบพธิ ที างศาสนานนั้ ๆ
2) ผูอํานวยการคาย หรือผูท่ีไดรับการมอบหมายรายงานผลการอยู
คา ยพกั แรม
3) ประธานมอบรางวลั แกห นว ยทไ่ี ดค ะแนนกิจกรรมประจําวันสงู สุด
4) ประธานมอบเครอ่ื งหมายกจิ กรรมพเิ ศษ หรือเกยี รตบิ ัตร (ถามี)
5) สมาชกิ ยุวกาชาดกลา วคาํ ปฏิญาณตน
6) ประธานใหโอวาท และกลาวปดการอยคู าย
7) ทุกคนในหองประชุมยืนเปนวงกลม ไขวแขนขวาทับแขนซาย
จับมอื กันและรองเพลง “ชุมนุมยุวกาชาด” 1 จบ ขณะรองเพลงโยกตวั ไปตามจังหวะไปทางขวากอน
จบแลวปลอ ยมอื แลว กาวถอยหลงั 1 กา ว
8) ทุกคนในหองประชมุ รองเพลง “อาลัยพี่นอง” 1 จบ
ขอเสนอแนะ อาจใชเพลงใดเพลงหน่ึง หรือสองเพลงก็ไดตาม
ความเหมาะสม
7.2.2 พธิ ปี ด คา ยยวุ กาชาดในสนาม (ตามแบบยวุ กาชาด) มขี น้ั ตอนตามลาํ ดบั
ดงั นี้
1) สมาชกิ ยุวกาชาดเขา แถวครึ่งวงกลม เชน เดียวกับพิธเี ปดในสนาม
2) ผอู ํานวยการคายกลาวปดการอยคู ายพักแรม
3) ผูแทนบริการอาสาสมัคร 6 คน ชักธงชาติ ธงยุวกาชาด และ
ธงมาตรฐานใหญ ลงโดยไมมีการรอ งเพลงชาติ หรอื เพลงใด ๆ ในขณะชกั ธงลง
4) ผูอํานวยการคายเดินไปจับมือ (ใชมือขวา) กับคณะวิทยากร
และสมาชิกยุวกาชาด โดยเวียนไปทางขวามือ ขณะที่จับมือทุกคนรองเพลง “กอนจะจากกันไป”
เมือ่ จบั มอื ครบทุกคนแลว กลับไปเขา แถวตามเดมิ
5) รอ งเพลง “ลากอ น” เมอ่ื รอ งเพลงเทย่ี วท่ีสองใหทกุ คนยกมอื ขวา
ข้นึ เหนอื ศีรษะ โบกมอื แลว กาวถอยหลังจนจบเพลงแลวแยกกันไป
คูมือการฝกอบรมเจาหนาทีแ่ ละผบู งคบบญชายุวกาชาด 169
หลกสตู รผูนายวุ กาชาด
วิธกี ารนาํ เสนอ
1. การนาํ เขา สบู ทเรยี น
2. การนาํ เสนอ
2.1 แจง จดุ ประสงค
2.2 สนทนา ซักถามความรูเดิมในการพาสมาชิกยุวกาชาดไปอยูคายพักแรม เชน
ปญหาอปุ สรรค และกจิ กรรมในคา ยพกั แรม ใชเวลาประมาณ 10 นาที
2.3 บรรยายตามหัวขอเนอ้ื หา ใชเวลาประมาณ 20 นาที
2.4 สาธิตการจัดการคา ยตามฐานตาง ๆ (ใชเ วลาประมาณ 50 นาที) ดังนี้
2.4.1 ฐานครัว
2.4.2 ฐานเต็นทแบบตาง ๆ
2.4.3 ฐานสขุ าภิบาล
2.4.4 ฐานเครือ่ งมอื
2.4.5 ฐานเตาแบบตา ง ๆ
2.4.6 ฐานการประกอบอาหารอยา งงาย เชน ไขปา ม ไขต ม ไขท อด
2.4.7 ฐานการประกอบอาหารแบบชาวคาย เชน การหุงขา ว การปง การยาง
การทอด การเผา
3. การสรปุ ใชเวลาประมาณ 10 นาที
3.1 นําขอเสนอแนะที่ควรจัดทําในการจัดคายพักแรมมาสรุปอีกครั้ง เชน
การจัดกิจกรรมเสริมใหสมาชิกยุวกาชาดในเร่ืองการบําเพ็ญประโยชน การทําศิลปหัตถกรรมตาง ๆ
และเนนพิธกี ารตาง ๆ ในการอยคู ายพักแรม ทง้ั พธิ ีเปด - พธิ ีปดคา ยพักแรมยุวกาชาด เปนตน
3.2 สรปุ ประเดน็ สาํ คญั และจุดเนน
3.3 เปด โอกาสใหผ ูเขา รับการฝก อบรมซักถามขอสงสยั
กิจกรรมเสนอแนะ
1. ศึกษาเปน ฐาน
2. สถานการณจ ําลอง
3. การแสดงบทบาทสมมติ
170 คมู ือการฝกอบรมเจาหนาท่ีและผูบงคบบญชายุวกาชาด
หลกสูตรผนู ายวุ กาชาด
ส่อื และนวตั กรรม
1. ส่ืออเิ ล็กทรอนกิ ส
2. วสั ดอุ ุปกรณ/ เครื่องมือทจ่ี าํ เปน ในการจดั คายพกั แรม
3. อุปกรณการจดั กจิ กรรม
4. เอกสารและสื่อสง่ิ พมิ พ
5. ใบงาน
6. เกม เพลง
การวัดและประเมนิ ผล
1. การสงั เกต
2. การทดสอบภาคปฏิบัติ
3. การประเมินผลรายวิชา
คูมอื การฝกอบรมเจาหนาทีแ่ ละผูบงคบบญชายุวกาชาด 171
หลกสตู รผูนายุวกาชาด
การเดนิ ทางไกล
เวลา 3:00 ชั่วโมง
จุดประสงค
1. บอกความหมายและวตั ถปุ ระสงคของการเดนิ ทางไกลได
2. วางแผนการจดั กิจกรรมเดินทางไกลได
3. จัดกิจกรรมเดนิ ทางไกลได
หัวขอ เนอื้ หา
1. ความหมายและวตั ถุประสงค
2. การวางแผนการเดินทางไกล
3. การเตรยี มตวั ในการเดินทางไกล
4. การปฏิบัตติ นระหวา งเดินทางไกล
5. กิจกรรมท่ีควรจัดในการเดินทางไกล
6. เคร่ืองหมายตา ง ๆ ในการเดนิ ทางไกล
เนอื้ หา
1. ความหมายและวัตถุประสงค
การเดินทางไกล หมายถึง การเดินทางจากที่หนึ่งไปยังอีกท่ีหน่ึง ซึ่งมีการกําหนด
ระยะทาง เสนทางและกจิ กรรมท่ีเหมาะสมกบั ผเู ขา รว มกจิ กรรม โดยมวี ตั ถปุ ระสงค ดงั นี้
1.1 ฝก ความอดทนและความไมป ระมาท ความรอบคอบของสมาชิกยุวกาชาด
1.2 ฝกใหสมาชิกยุวกาชาดรูจักการเตรียมตัวและเตรียมส่ิงของท่ีจําเปนในการ
เดินทางไกล
1.3 ฝกใหส มาชิกยุวกาชาดรจู ักสังเกตและมีความจาํ ดี
1.4 ทาํ ใหเ กดิ ความสามคั คใี นหมคู ณะ ชว ยเหลอื กนั และทาํ งานเปน ขบวนการหมพู วก
1.5 ทําใหสมาชิกยุวกาชาดไดมีโอกาสชื่นชมธรรมชาติ และเรียนรูธรรมชาติ
และสง่ิ แวดลอ ม
172 คูมือการฝกอบรมเจาหนาท่แี ละผบู งคบบญชายวุ กาชาด
หลกสูตรผนู ายุวกาชาด
2. การวางแผนการเดนิ ทางไกล
การเดินทางไกลเปนกิจกรรมพิเศษสามารถจัดใหทุกระดับชั้น โดยมีวัตถุประสงค
เพื่อใหสมาชิกยุวกาชาดมีความอดทนอยูในระเบียบวินัย รูจักชวยเหลือตนเอง รูจักอยูและทํางาน
รวมกับผูอื่น ตลอดจนปฏิบัติและสอบกิจกรรมพิเศษอื่น ๆ เพ่ิมเติม สามารถจัดเดินทางไกล
ไป - กลบั ในวนั เดยี ว หรอื พกั แรมอยา งนอย 1 คืน เพ่ือใหการจดั กจิ กรรมดาํ เนินไปดว ยความเรียบรอ ย
ควรมกี ารวางแผนในการเดนิ ทางไกล ดงั นี้
2.1 การวางแผนเดินทางไกลแบบไมพกั แรม
2.1.1 เขยี นโครงการ
2.1.2 ขออนมุ ัติโครงการตอ นายกหมยู ุวกาชาด
2.1.3 แตง ตัง้ คณะกรรมการเพื่อดําเนนิ การ
2.1.4 สํารวจเสนทางและจดั ทําเปน แผนที่ในการเดนิ ทางงา ย ๆ
2.1.5 ขออนญุ าตผปู กครอง
2.1.6 ปฏบิ ตั กิ ิจกรรมเดนิ ทางไกล
2.1.7 ประเมินผล
2.1.8 สรปุ - รายงาน
- แจง ผบู ังคบั บัญชาทราบ
- แจง ผูปกครองทราบ
2.2 การวางแผนเดนิ ทางไกลแบบพกั แรม
ในการจัดกิจกรรมเดินทางไกลและอยูคายพักแรมอยา งนอย 1 คืน ถา พักแรม
ในสถานศึกษาใหใชขั้นตอนการวางแผนแบบเดินทางไกลไมพักแรมได หากเปนยุวกาชาด ระดับ 3
ซง่ึ อาจจะจดั กจิ กรรมเดนิ ทางไกลและอยคู า ยพกั แรมนอกสถานศกึ ษา หรอื ออกตา งจงั หวดั จาํ เปน ตอ ง
เพิ่มขั้นตอน โดยขออนุญาตตนสังกัด เพื่ออนุญาตตามระเบียบราชการ ควรมีรายละเอียดโครงการ
กําหนดการแผนที่สังเขปที่ตั้ง คายพักแรม หนังสือยินยอมจากผูปกครอง ถามีแนบไปดวยเม่ืออนุมัติ
แลวจงึ ดําเนินการได
คูมอื การฝกอบรมเจาหนาทีแ่ ละผบู งคบบญชายุวกาชาด 173
หลกสูตรผนู ายวุ กาชาด
3. การเตรียมตวั ในการเดินทางไกล
ในการเดนิ ทางไกลของสมาชกิ ยวุ กาชาดในระดบั ตา ง ๆ นนั้ ระยะทางในการเดนิ ทางไกล
และสถานที่ท่ีจะใชเดินทางไกลมีระยะทาง และสถานท่ีท่ีครูผูนําจะจัดใหแตกตางกัน ดังน้ัน ในการ
จัดใหสมาชิกยุวกาชาดเดินทางไกลนั้น ครูผูนําและสมาชิกยุวกาชาดตองเตรียมตัวใหพรอมกอน
จะถึงวนั ทจี่ ดั ใหมกี ารเดินทางไกล ดงั นี้
3.1 การเตรียมตวั สว นบคุ คล
3.1.1 การเตรยี มสขุ ภาพรา งกายใหส มบรู ณ เพอื่ ปอ งกนั การเจบ็ ปว ยระหวา ง
การเดนิ ทางไกล
3.1.2 การเตรียมเคร่ืองใชสวนตัว ยุวกาชาดควรนําเอาไปพอประมาณ
ไมมากเกินไป เพราะจะทําใหเคร่ืองหลังมีน้ําหนักมาก นอกจากนี้สิ่งของที่ไมจําเปนอยานําติดตัวไป
เชน ในการเดนิ ทางไกล 3 วนั 2 คนื กค็ วรมชี ดุ ยวุ กาชาด 1 ชดุ ชดุ ลาํ ลอง 3 ชดุ ชดุ กฬี า ผา ผลดั อาบนาํ้
ขันนาํ้ สบู แปรงสฟี น ยาสีฟน ปากกา สมุดบันทกึ เปน ตน
ขอแนะนําในการบรรจเุ ครื่องหลัง
ในการเดินทางไกลระยะส้ัน ๆ ใชเวลาไมนาน ยวุ กาชาดไมตองเตรียมอาหาร
รบั ประทาน แตถ า ไปไกลและใชเ วลานานกต็ อ งเตรยี มอาหารสาํ เรจ็ รปู หรอื อาหารแหง ตลอดจนภาชนะ
หุงตม บางครง้ั ก็มอี าหารสดตดิ ตัวไปดวย ในการบรรจเุ ครอ่ื งหลังมคี ําแนะนาํ ยอ ๆ ดงั น้ี
1. เครื่องหลงั ควรเลือกขนาดทเี่ หมาะสม ไมใ หญหรอื เล็กเกนิ ไป
2. การบรรจุสิ่งของลงในเคร่ืองหลัง ควรเอาของท่ีใชภายหลังหรือหนัก ๆ
ไวข า งลา ง ของทใ่ี ชก อ นหรอื ใชบ อ ย ๆ ไวข า งบน ของบางประเภทควรใสถ งุ ผา หรอื ถงุ พลาสตกิ จะทาํ ให
สะดวกในการเก็บของนมิ่ ๆ เชน ผา หม ผาปูนอน บรรจุไวด า นที่ติดกบั หลงั ของยุวกาชาดเพือ่ ใหน ุม
3. อาหารสด อาหารแหง ท่ีนาํ ไปควรจะมีนาํ้ หนักเบา กนิ เนื้อทนี่ อ ย รายการ
อาหาร (เมนอู าหาร) ก็ควรเปนชนดิ งา ย ทํางา ย ๆ ไมย ุง ยาก และใชเวลาประกอบไมน าน
3.2 การเตรยี มตวั ของหนว ย
3.2.1 การจัดเตรียมเคร่ืองใชประจําหนวย เชน หมอขนาดตาง ๆ กระทะ
ทัพพี ตะหลวิ ถว ย ชาม ชอน ถงั น้ํา ตะเกยี ง คอ น พล่ัวสนาม ขวาน เปนตน ยุวกาชาดจะตอ งชวยกนั
รบั ผิดชอบ
3.2.2 การจัดเตรียมอาหารของหนวย ตองคํานึงถึงความเพียงพอกับจํานวน
ของสมาชกิ ในหนว ย โดยหลักการควรเปนอาหารสด สะอาด ปลอดภยั ถกู หลกั อนามัย
174 คมู ือการฝกอบรมเจาหนาทแ่ี ละผบู งคบบญชายุวกาชาด
หลกสูตรผนู ายุวกาชาด
4. การปฏบิ ตั ติ นระหวางเดินทางไกล
ในการเดนิ ทางไกล ผบู งั คบั บญั ชายวุ กาชาด และสมาชกิ ยวุ กาชาดตอ งแตง เครอ่ื งแบบ
ถูกตองตามระเบียบ ระหวางการเดินทางไกลทุกคนตองเดินแถวตอนแถวเดียว ตามหัวหนาหนวย
โดยมรี องหัวหนาหนวยอยูเปนคนสุดทายของหนวย และปฏบิ ตั ติ ามคําส่ังของผบู งั คับบัญชายวุ กาชาด
อยา งเครงครัด โดยระยะหางระหวางหนวยอยใู นดุลยพินจิ ของผูบังคับบญั ชายวุ กาชาด
4.1 ขอควรปฏิบัติ การเดินทางไกลควรหลีกเลี่ยงการเดินตามถนนที่มีการจราจร
คบั คง่ั ถา หากมคี วามจาํ เปน ตอ งเดนิ ในเสน ทางนน้ั สมาชกิ ยวุ กาชาดจะตอ งระมดั ระวงั มใิ หเ กดิ อบุ ตั เิ หตุ
เมื่อเดินตามถนนจะตองปฏิบัติตามกฎจราจรอยางเครงครัด ทุกคนตองไมทําความเดือดรอนใหกับ
ประชาชนดวยประการตาง ๆ เชน เดนิ เหยียบย่ํา หักหรือถอนตนไม และพชื ตา ง ๆ ตลอดจนผลิตผล
ทางการเกษตร ตอ นฝูงสตั วใ หแตกกระจาย รือ้ ถอนรวั้ ที่สรา งไว และไมหยบิ ฉวยสง่ิ ตา ง ๆ เอาไปโดย
พลการ เปน ตน
การเดินทางไกลไมใชการ “แขงขันการเดิน” เปนการเดินอยางปกติ ไมควร
เดนิ ตามทางรถไฟ และเม่อื จะขามทางรถไฟตองระมัดระวัง เห็นวา ปลอดภยั แลว จงึ ขา ม
4.2 การรกั ษาสขุ ภาพอนามยั ระหวา งเดนิ ทางไกล สมาชกิ ยวุ กาชาดตอ งระมดั ระวงั
สขุ ภาพของตนเองทกุ 30 นาที ควรหยุดพัก 5 นาที เพ่ือเปนการพกั ผอ น และสามารถเดินทางไดจนถงึ
จุดหมายปลายทางอยา งปลอดภยั ซ่ึงการรกั ษาสุขภาพอนามัยอาจทาํ ได ดงั นี้
4.2.1 การรักษาสุขภาพทางกาย สมาชกิ ยวุ กาชาดตอ งรักษาสขุ ภาพทางกาย
ไมใ หไ ดร บั อนั ตรายจากสง่ิ มคี ม สภาพแวดลอ ม ยานพาหนะ และสตั วม พี ษิ ตา ง ๆ ผนู าํ ยวุ กาชาดจงึ ควร
แนะนําใหส มาชกิ ไดท ราบและเตรียมตวั เพือ่ ปฏบิ ัติอยางถกู ตอ งกอนออกเดนิ ทางไกลทกุ ครั้ง
4.2.2 การรักษาสุขภาพจิต สมาชิกยุวกาชาดตองมีสภาวะจิตที่พรอม
ผูนํายุวกาชาดควรชี้แจงและกระตุนใหสมาชิกยุวกาชาดเกิดความกระตือรือรนในการเดินทางไกล
และรวมกิจกรรมตาง ๆ ระหวา งการเดนิ ทางไกลอยางเต็มใจและสนกุ สนาน
4.3 การรักษาอนามัยของผูอื่น
สมาชิกยุวกาชาดจําเปนตองชวยกันดูแลรักษาสุขภาพของเพ่ือนสมาชิก
เพอ่ื ใหการเดนิ ทางถงึ จดุ หมายปลายทางท่กี ําหนดไวไดอยา งปลอดภยั ทกุ คน
5. กิจกรรมทค่ี วรจดั ในการเดินทางไกล
กจิ กรรมเดนิ ทางไกลเปน กจิ กรรมพเิ ศษจดั ใหเ รยี นและสอน เพอ่ื ใหไ ดร บั เครอ่ื งหมาย
กจิ กรรมพเิ ศษทุกระดับ ตงั้ แตยุวกาชาดระดบั 1 ถงึ ระดบั 3 จึงเปน หนาที่ของผบู ังคบั บัญชายวุ กาชาด
ท่ีตองจดั เตรียมกิจกรรมใหสมาชกิ ยุวกาชาดไดป ฏิบตั ิระหวา งเดนิ ทางอยางเหมาะสม
คมู อื การฝกอบรมเจาหนาทีแ่ ละผูบงคบบญชายุวกาชาด 175
หลกสตู รผนู ายุวกาชาด
กิจกรรมตอไปน้ีเปนตัวอยางของกิจกรรมที่กําหนดไวและสามารถเลือกนําไปจัดให
สมาชิกยวุ กาชาดไดป ฏบิ ัติ โดยแบงประเภทกจิ กรรมและวธิ ีการจัดตามระดับของยุวกาชาด
กจิ กรรมท่คี วรจดั ระหวางเดินทางไกล
- เดนิ ตามไหมพรม
- การสังเกตและจาํ
- สัญญาณจราจร
- ธรรมชาติศึกษา
- การหาทิศ (โดยไมใ ชเข็มทิศ)
- เคร่ืองหมายเดินทางไกล
- การสาํ รวจ
- สเก็ตภาพ
- ประดษิ ฐเศษวสั ดุ
- การผจญภยั
- แผนท่ี - เขม็ ทศิ
- การรายงานแบบเรยี งความหรอื รอ ยกรอง
- เพลง
- เกม
- นิทาน
- ทดสอบประสาทสมั ผสั
- บกุ เบิก
ฯลฯ
ตวั อยางกจิ กรรม “การเกบ็ ไหมพรม”
วิธกี าร
1. ใหผูบังคับบัญชายุวกาชาดจัดหาไหมพรมใหมีสีสันตรงกับหนวยสีของสมาชิก
แตล ะหนวยสี (เหลือง - มว ง) แลว ตัดใหย าวประมาณ 2 น้วิ ทกุ สี จับมารวมและคละใหเขากนั
2. เม่ือถึงกําหนดเวลาเดินทางไกลใหผูบังคับบัญชาโรยไหมพรมท่ีคละกันไวตาม
เสน ทางที่สํารวจไวต ลอดเสนทาง
176 คูมอื การฝกอบรมเจาหนาที่และผบู งคบบญชายุวกาชาด
หลกสูตรผนู ายุวกาชาด
3. นําตัวอยางไหมพรมสีละ 1 ช้ิน นํามาเสนอใหหัวหนาหนวยและสมาชิกภายใน
หนว ยสีใหทกุ คนเดนิ เกบ็ เฉพาะสีของตนเทานน้ั ใหไดม ากท่ีสุดตามเสนทางที่กาํ หนด
4. เมื่อถึงจุดหมายปลายทางแลว ใหสมาชิกทุกคนในหนวยนับรวมกันหนวยสีใด
เก็บไดม ากสุดจะไดเปน ผชู นะ ไดร บั คําชมเชยหรือรางวลั
6. เครอ่ื งหมายตาง ๆ ในการเดินทางไกล
การจัดเตรียมเสนทางใหสมาชิกยุวกาชาดเดินทางไกล ท้ังในบริเวณโรงเรียน
และนอกโรงเรยี น ผบู งั คบั บญั ชายวุ กาชาดตองช้ีแจงใหสมาชิกยวุ กาชาดรูค วามหมายของเครือ่ งหมาย
ที่ใชในการเดินทางไกลและจะตองติดตั้งเคร่ืองหมายน้ัน ใหเรียบรอยกอนท่ีจะใหสมาชิกยุวกาชาด
ออกเดนิ ทาง ซง่ึ เครือ่ งหมายเหลาน้อี าจใชว สั ดุที่มอี ยตู ามธรรมชาติ เชน ทําเครือ่ งหมายไวบนกอนหนิ
ตน ไม กิ่งไม เปนตน ในการทาํ เครื่องหมาย ไมควรใหอ ยูในระยะหา งกันเกินไป เพราะจะทําใหส มาชิก
ยุวกาชาดหลงทางได และไมค วรทาํ เครือ่ งหมายถาวร ทาํ ใหสง่ิ ทีเ่ ปนธรรมชาตเิ สยี หายได เคร่ืองหมาย
ที่สมาชิกยุวกาชาดควรรูจักในการเดนิ ทางไกล มดี งั นี้
6.1 เครอื่ งหมายตรงไป
เครื่องหมายตรงไป ใชสัญลักษณเปนรูปลูกศรช้ีตรงไปยังทิศทางท่ีตองการให
สมาชิกยุวกาชาดเดินตรงไปตามทิศทางท่ีหัวลูกศรช้ีไป ผูบังคับบัญชายุวกาชาดอาจจะใชชอลกเขียน
เปน รปู ลกู ศรหรืออาจจะใชกิ่งไมกอ นหนิ วางไวใหส มาชิกยวุ กาชาดมองเหน็ ไดเ ดน ชัด
6.2 เครื่องหมายเลย้ี วขวา ใชสัญลกั ษณเ ปน รูปลูกศรหักมมุ ไปทางขวามือ
คูมือการฝกอบรมเจาหนาทีแ่ ละผูบงคบบญชายวุ กาชาด 177
หลกสูตรผนู ายวุ กาชาด
6.3 เคร่อื งหมายเลีย้ วซาย ใชสญั ลักษณเปน รปู ลกู ศรหกั มมุ ไปทางซา ยมือ
6.4 เครื่องหมายหามผาน ใชสัญลักษณเปนรูปกากบาท หมายถึง หามเดินผาน
เขาไปตามทางเสนทางนี้
6.5 เคร่อื งหมายอนั ตราย ! ชว ยดว ย ใชสัญลกั ษณตัง้ ตรง 3 ชิ้นยาวเทากนั
6.6 เคร่ืองหมายมีอุปสรรคขวางทางอยู ใชสัญลักษณเปนรูปลูกศร และมี
ขีดตัดกลางลกู ศร 2 ขัด หมายถงึ ทางขา งหนามอี ปุ สรรคขวางทางอยู ใหสมาชกิ ยุวกาชาดไดเ ตรยี มตวั
แกไขอปุ สรรคท่จี ะเกดิ ขน้ึ ขา งหนา
178 คูมอื การฝกอบรมเจาหนาทแี่ ละผบู งคบบญชายวุ กาชาด
หลกสตู รผูนายุวกาชาด
6.7 เครอ่ื งหมายทซี่ อ นขา ว ใชส ญั ลกั ษณเ ปน รปู สเ่ี หลย่ี มหรอื วงกลมมจี ดุ หลายจดุ
ในกรอบสี่เหลี่ยมหรือวงกลมและมีเครื่องหมายลูกศรช้ีทิศทาง เพ่ือใหสมาชิกยุวกาชาดไดรูวา
จากจุดนไ้ี ปตามลกู ศรชอ้ี กี 3 กาว จะมีขา วสารซอ นไว
6.8 เคร่ืองหมายผูวางเคร่ืองหมายเดินทางกลับแลว เปนเคร่ืองหมายวงกลม
ปด จดุ ตรงกลางวงกลมเปน เครอ่ื งหมายแสดงวา ผจู ดั ทาํ เครอ่ื งหมายในการเดนิ ทางไกลไดเ ดนิ ทางกลบั
ไปแลว
การเดนิ ทางไกลเปน กจิ กรรมพเิ ศษทสี่ มาชกิ ยวุ กาชาดใหค วามสนใจมาก ผบู งั คบั
บัญชายุวกาชาดควรจัดใหสมาชิกยุวกาชาดไดเดินทางไกล ในกรณีที่จะใหสมาชิกยุวกาชาดไดรับ
เคร่ืองหมาย กิจกรรมวิชาพิเศษ (Badge) จะตองปฏิบัติตามเกณฑการใหเคร่ืองหมายกิจกรรมพิเศษ
เดินทางไกลยวุ กาชาด
เกณฑก ารใหเ ครอื่ งหมาย (Badge) กจิ กรรมพเิ ศษยวุ กาชาด การเดนิ ทางไกล
1. เดินทางไป-กลบั ระยะทางไมน อ ยกวา 3 กิโลเมตร
2. ทํารายงานการเดนิ ทางไกลโดยใชแ ผนที่และเข็มทิศประกอบ
3. ปฏบิ ตั ิงานทีไ่ ดร ับมอบหมายไดไมนอ ยกวา 4 รายการ
ในการเดินทางไกลจะตองจัดใหมีรายงานการเดินทางไกลเปนรายบุคคล
ดงั ตวั อยาง
คูมือการฝกอบรมเจาหนาทแี่ ละผบู งคบบญชายุวกาชาด 179
หลกสูตรผูนายวุ กาชาด
แบบรายงานการเดินทางไกล
ช่ือ...................................................................หนวยสี........................................
วนั เดือน ป รายงาน ลายเซ็นวิทยากรประจาํ จดุ
................................................. ฐานที่ 1 ....(มกี จิ กรรมอะไร)....... .................................................
................................................. ฐานที่ 2 ................................... .................................................
................................................. ฐานที่ 3 ................................... .................................................
วธิ กี ารนําเสนอ
1. แจง จดุ ประสงค
2. การนําเสนอ
2.1 นําเขาสูบทเรียน
2.2 บรรยายการเดนิ ทางไกล และการวางแผนประกอบแผนภูมิ
2.3 มอบหมายใหผ เู ขา ฝก อบรมปฏบิ ตั กิ ารวางแผนและลงมอื จดั กจิ กรรมเดนิ ทางไกล
2.4 กจิ กรรมการเดนิ ทางไกล
3. การสรปุ
3.1 สรุปประเดน็ และจดุ เนน
3.2 เปด โอกาสใหผ ูเขา รับการฝกอบรมซกั ถามขอ สงสยั
กจิ กรรมเสนอแนะ
1. การบรรยาย
2. การสาธติ
3. การปฏบิ ตั ิจรงิ
180 คมู อื การฝกอบรมเจาหนาท่แี ละผบู งคบบญชายวุ กาชาด
หลกสตู รผูนายวุ กาชาด
ส่ือและนวัตกรรม
1. รูปภาพการจดั เคร่อื งหลัง
2. รปู ภาพเครอ่ื งใชและอุปกรณการเดนิ ทางไกล
3. อปุ กรณของจรงิ
4. สื่ออเิ ลก็ ทรอนกิ ส
การวดั และประเมนิ ผล
1. สังเกตการปฏิบัตจิ รงิ
2. ตรวจผลงาน
คมู อื การฝกอบรมเจาหนาทแ่ี ละผูบงคบบญชายุวกาชาด 181
หลกสูตรผนู ายวุ กาชาด
บรรณานกุ รม
กองยุวกาชาด กรมพลศึกษา. (2542). ระเบียบคณะกรรมการบริหารยุวกาชาดวาดวยการปฏิบัติ
เกยี่ วกับยุวกาชาด. พ.ศ. 2541. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพครุ ุสภาลาดพราว.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2554). หลักสูตรกิจกรรมยุวกาชาด ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน
พทุ ธศกั ราช 2551. กรงุ เทพมหานคร : โรงพมิ พช มุ นมุ สหกรณก ารเกษตรแหง ประเทศไทย จาํ กดั .
กลุมสงเสริมและพัฒนายุวกาชาด สํานักการลูกเสือ ยุวกาชาดและกิจการนักเรียน. (ม.ป.ป.).
คูมือการจัดกิจกรรมยุวกาชาด กิจกรรมพิเศษ. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพชุมนุมสหกรณ
การเกษตรแหงประเทศไทย จาํ กัด.
กลุมสงเสริมและพัฒนายุวกาชาด สํานักการลูกเสือ ยุวกาชาดและกิจการนักเรียน. (2558). คูมือ
วิทยากร หลักสูตรครูผูสอนกิจกรรมยุวกาชาด. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพชุมนุมสหกรณ
การเกษตรแหง ประเทศไทย จํากดั .
กลุมสงเสริมและพัฒนายุวกาชาด สํานักการลูกเสือ ยุวกาชาดและกิจการนักเรียน. (2548).
ระเบยี บแถวยวุ กาชาด. กรงุ เทพมหานคร : โรงพมิ พอ งคก ารรบั สง สนิ คา และพสั ดภุ ณั ฑ (ร.ส.พ.).
ราชบณั ฑติ ยสถาน (2554). พจนานกุ รม ฉบับราชบัณฑติ ยสถาน. กรุงเทพมหานคร.
สภากาชาดไทย. (2547). ชวี ติ จะปลอดภยั ถา ใสใจปฐมพยาบาล. กรงุ เทพมหานคร : ม.ป.พ.
สภากาชาดไทย. (2550.) ขอบังคับสภากาชาดไทย แกไขเพ่ิมเติม (ฉบับที่ 68) พ.ศ. 2550.
กรงุ เทพมหานคร : โรงพิมพค ุรสุ ภาลาดพราว
สภากาชาดไทย. ประวตั ิความเปนมาของยวุ กาชาด. (ออนไลน) . สบื คน จาก http://www.thaircy.
redcross.or.th สืบคนเมื่อ ตุลาคม 2559.
สภากาชาดไทย. (ม.ป.ป.). ขอบงั คับสภากาชาดไทย แกไขเพมิ่ เติม (ฉบบั ที่ 68) พทุ ธศักราช 2550
หมวดท่ี 9 วา ดวยยุวกาชาด. กรุงเทพมหานคร : ม.ป.พ.
สภากาชาดไทย. (ม.ป.ป.). คมู อื ปฐมพยาบาล. กรุงเทพมหานคร : ม.ป.พ.
สภากาชาดไทย. (ม.ป.ป.). ชุดความรูยุวกาชาด กิจกรรมกาชาดและยวุ กาชาด. กรงุ เทพมหานคร
สภากาชาดไทย. 84 ป ยวุ กาชาดไทย สภากาชาดไทย.
สภากาชาดไทย. 100 ป สภากาชาดไทย. กรุงเทพมหานคร
คูมือการฝกอบรมเจาหนาทแ่ี ละผูบงคบบญชายวุ กาชาด 183
หลกสตู รผูนายุวกาชาด
สภากาชาดไทย. วารสารยวุ กาชาด ฉบบั พเิ ศษ มีท่ี 61 เลม 5 ฉบบั ที่ 362 มกราคม - กมุ ภาพันธ
2555.
สภากาชาดไทย. อนสุ รณฯ ทศวรรษยุวกาชาดไทย. กรุงเทพมหานคร
สารานุกรมเสร.ี (2559). ความหมายของเกม. สืบคนเมื่อวนั ท่ี 28 พฤศจิกายน 2559, จาก http://
www.th.wikipedia.org
สารานุกรมเสรี. (2559). ความหมายของโครงการ. สืบคนเมื่อวันท่ี 28 พฤศจิกายน 2559,
จาก http://www.th.wikipedia.org
สํานกั การลูกเสอื ยุวกาชาดและกจิ การนักเรียน. (2559). การจดั การฝกอบรมเจา หนา ทีแ่ ละผูบังคับ
บญั ชายวุ กาชาด. กรงุ เทพมหานคร : โรงพมิ พช มุ นมุ สหกรณก ารเกษตรแหง ประเทศไทย จาํ กดั .
สาํ นกั งานยุวกาชาด สภากาชาดไทย. (ม.ป.ป.). ขอ บงั คบั สภากาชาดไทย แกไขเพ่มิ เติม (ฉบบั ท่ี 68).
สํานักการลูกเสือ ยุวกาชาดและกิจการนักเรียน. (2549). คูมือการจัดกิจกรรมปฐมพยาบาล.
กรงุ เทพมหานคร : หา งหนุ สว นจาํ กดั มเี ดียเพรส.
. พทุ ธศกั ราช 2550 หมวดท่ี 9 วาดว ยยวุ กาชาด. กรงุ เทพมหานคร. ม.ป.พ.
สํานักการลูกเสือ ยุวกาชาดและกิจการนักเรียน. (2554). คูมือวิทยากร หลักสูตรผูนํายุวกาชาด.
กรงุ เทพมหานคร : โรงพมิ พชุมนมุ สหกรณการเกษตรแหง ประเทศไทย จํากดั .
184 คมู อื การฝกอบรมเจาหนาท่แี ละผบู งคบบญชายุวกาชาด
หลกสตู รผูนายุวกาชาด
ภาคผนวก
คณะผจู ัดทํา
คณะกรรมการดาํ เนนิ งานตามคาํ ส่ังสาํ นักงานปลดั กระทรวงศกึ ษาธิการ
ที่ 386/2564 ลงวนั ท่ี 18 กุมภาพนั ธ พ.ศ. 2564
ที่ปรกึ ษา
1. รองปลดั กระทรวงศึกษาธกิ าร (นายสทุ นิ แกวพนา)
2. ผอู าํ นวยการสํานักการลกู เสอื ยุวกาชาดและกิจการนกั เรียน
คณะกรรมการดําเนนิ งาน ประธานกรรมการ
กรรมการ
1. ผูอํานวยการกลุมสงเสรมิ และพัฒนายุวกาชาด กรรมการ
2. ผอู าํ นวยการกลมุ อาํ นวยการ กรรมการ
3. ผูอ ํานวยการกลมุ สง เสริมและพัฒนาการลูกเสอื กรรมการ
4. ผอู าํ นวยการกลมุ สงเสริมและพัฒนากิจการนักเรียนและนักศกึ ษา
5. ผูอํานวยการกลุมขับเคลือ่ นศนู ยพ ฒั นาบคุ ลากรทางการลกู เสอื กรรมการ
ยุวกาชาดและกจิ กรรมเยาวชน กรรมการ
6. นายคงศกั ด์ิ เจริญรกั ษ
กรรมการ
ขา ราชการบํานาญ
7. นายถานันดร สุวรรณรัตน กรรมการ
ขา ราชการบํานาญ กรรมการ
8. นายวริ ัตน ปองเปย ม
กรรมการ
ขา ราชการบํานาญ
9. นางกงิ่ แกว ไทยธรรม
ขาราชการบํานาญ
10. นางดวงพร เชื้อเนตร
ขาราชการบํานาญ
11. นายประเวศ เชือ้ เนตร
ขาราชการบาํ นาญ
คมู อื การฝกอบรมเจาหนาทีแ่ ละผูบงคบบญชายุวกาชาด 187
หลกสตู รผนู ายุวกาชาด
12. นายอรรถกรรณ สบื เช้อื กรรมการ
ขา ราชการบํานาญ กรรมการ
กรรมการ
13. นายวเิ ชียร ทรงศรี กรรมการ
ขาราชการบํานาญ กรรมการ
กรรมการ
14. นางอรสา ทรงศรี กรรมการ
ขาราชการบาํ นาญ กรรมการ
กรรมการ
15. นางสิรกิ ร เกรยี งสกุล กรรมการ
ขาราชการบาํ นาญ กรรมการ
กรรมการ
16. นายนริ นั ดร ชูสิทธิ์
ขาราชการบํานาญ
17. นายกาํ พล ทมิ าสาร
ขาราชการบํานาญ
18. นายพยพั สาธุพันธ
ขา ราชการบํานาญ
19. นายสุพล โหมดเขียว
ขาราชการบํานาญ
20. นางสาวนฤมล เนอ้ื ออน
ขา ราชการบาํ นาญ
21. นายสมศักด์ิ วุฒิสตั ย
ขา ราชการบํานาญ
22. นางอทุ ัยวรรณ วุฒสิ ตั ย
ขา ราชการบาํ นาญ
23. นางศวิ ลกั ษณ ธาราศรี
ขา ราชการบํานาญ
188 คูมือการฝกอบรมเจาหนาทีแ่ ละผบู งคบบญชายุวกาชาด
หลกสตู รผนู ายุวกาชาด
24. นางนงนุช วิชาจารย กรรมการ
ขา ราชการบํานาญ กรรมการ
กรรมการ
25. นายพนัส บุญวฒั นสนุ ทร
รองผอู ํานวยการสํานักพัฒนากจิ กรรมนักเรยี น สพฐ. กรรมการ
กรรมการ
26. นางปาลิกา นิธิประเสรฐิ กลุ กรรมการ
ผอู ํานวยการกลมุ ลูกเสอื ยุวกาชาดและกจิ การนกั เรยี น กรรมการ
สํานักงานศกึ ษาธกิ ารจังหวดั ชลบรุ ี
กรรมการ
27. นายสรปรชั ญ ไวกสิกรณ
ผูอํานวยการโรงเรียนพุทธชินราชพทิ ยา กรรมการ
กรรมการ
28. นายสาโรจน จาํ ปาศักดิ์
ผอู ํานวยการโรงเรยี นวัดคสู ราง
29. นางศรีวรรณ สุวรรณปาล
รองผูอาํ นวยการโรงเรยี นสฤษดเิ ดช
30. นายฉัตรชยั ประภัศร
ประธานสาขาพลศกึ ษาและวิทยาศาสตรการกฬี า
มหาวิทยาลัยราชภฏั ราชนครนิ ทร
31. วาทีพ่ นั ตรี จรัญ นวมมะโน
ผูอาํ นวยการกลมุ นเิ ทศ ติดตามและประเมินผลการจดั การศึกษา
สํานักงานเขตพ้นื ท่กี ารศกึ ษามัธยมศึกษากาฬสนิ ธุ
32. นายไพรชั แดงเพช็ ร
ครู โรงเรียนวสิ ุทธิกษัตรี
33. นางบุศรา แดงเพ็ชร
ครู โรงเรยี นวิสุทธกิ ษัตรี
คมู อื การฝกอบรมเจาหนาทีแ่ ละผูบงคบบญชายวุ กาชาด 189
หลกสตู รผูนายวุ กาชาด
34. นางสุมาลี มูลปลา กรรมการ
ครู โรงเรียนทาคนั โทวทิ ยาคาร กรรมการ
กรรมการ
35. นางอรณุ ี เชือ้ สภุ า กรรมการ
ครู โรงเรยี นทา คนั โทวทิ ยาคาร กรรมการ
กรรมการ
36. นางมัทนียา เชอื้ บัณฑติ กรรมการ
ครู โรงเรียนต้ังพริ ุฬหธรรม
กรรมการ
37. นางวราภรณ เขียวแกว
ครู โรงเรยี นหนาพระลาน (พิบูลสงเคราะห) กรรมการ
38. วา ทร่ี อยตรี สนั ติ สุนทรกิจเสนยี กรรมการ
หัวหนางานประสานงานวชิ าการ
39. นางสาวปาริชาติ ทนกระโทก
เจา หนา ท่ีประชาสัมพนั ธ 5
40. นางสาวรวพิ ร ยนั ตพร
นักวชิ าการศกึ ษาชํานาญการพิเศษ
สํานักการลูกเสือ ยวุ กาชาดและกิจการนักเรียน
41. นางสาวณัฎฐวันณ เกษตรการณ
นักทรพั ยากรบุคคลชาํ นาญการพิเศษ
สํานักการลกู เสือ ยวุ กาชาดและกิจการนักเรยี น
42. นางสาวนพรัตน เชือ้ วงค
นกั วิชาการศกึ ษาชํานาญการพเิ ศษ
สํานกั การลกู เสอื ยุวกาชาดและกิจการนกั เรยี น
43. นางสาวรัชนี รืน่ เริง
เจา พนกั งานธุรการชํานาญงาน
สาํ นกั การลูกเสือ ยุวกาชาดและกิจการนักเรยี น
190 คูมือการฝกอบรมเจาหนาท่แี ละผบู งคบบญชายวุ กาชาด
หลกสตู รผูนายุวกาชาด
44. นางรพพี รรณ ขาวศรี กรรมการ
เจาหนาท่ีปฏิบัตงิ านทวั่ ไป
สาํ นกั การลูกเสอื ยุวกาชาดและกจิ การนกั เรยี น กรรมการ
45. นางสาวเอ้อื มพร ผองศรี กรรมการ
พนกั งานจดั กิจกรรมการศึกษา
สํานกั การลูกเสอื ยวุ กาชาดและกจิ การนักเรียน กรรมการและเลขานกุ าร
46. นายสทุ ิพร คิมเมย กรรมการ
พนักงานดา นภาษาตางประเทศ และผชู วยเลขานกุ าร
สาํ นกั การลูกเสือ ยวุ กาชาดและกิจการนักเรียน
47. นางจํานงค แจมเจริญ
นักวชิ าการศกึ ษาชาํ นาญการ
สํานักการลูกเสือ ยวุ กาชาดและกิจการนักเรียน
48. นางบญุ พงษพชั รินทร อินอุนโชติ
นกั วชิ าการศึกษาชํานาญการ
สํานกั การลกู เสือ ยุวกาชาดและกจิ การนักเรยี น
คูมอื การฝกอบรมเจาหนาท่แี ละผูบงคบบญชายุวกาชาด 191
หลกสตู รผูนายวุ กาชาด