The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by scout thai, 2020-07-12 23:55:17

คู่มือโครงการส่งเสริมการใช้สื่อออนไลน์และเครือข่ายสังคมออนไลน์อย่างสร้างสรรค์

เล่มคู่มือสื่อออนไลน์ ปี 63

สานักการลกู เสือ ยุวกาชาดและกิจการนักเรยี น
สานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ



คานา

สานักการลูกเสือ ยุวกาชาดและกิจการนักเรียน สานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
กาหนดใหม้ โี ครงการส่งเสรมิ การใชส้ อ่ื ออนไลนแ์ ละเครือข่ายออนไลน์อย่างสร้างสรรค์ ไว้ในแผนปฏิบัติราชการ
ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 เพ่ือมุ่งส่งเสริมให้นักเรียน นักศึกษาท่ีผ่านการฝึกอบรม มีความรู้
ความสามารถ ทักษะและประสบการณ์ สามารถนาความรู้ท่ีได้รับไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ใน
ชีวิตประจาวันได้ โดยการนาไปผลิตสอ่ื หรอื สรา้ งนวตั กรรมทางการค้าเพื่อสรา้ งอาชีพ สร้างรายได้เล้ียงชีพให้กับ
ตนเองและครอบครัว

เพื่อให้การดาเนินงานบรรลุผลสาเร็จตามวัตถุประสงค์และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อนักเรียน
นักศึกษาที่เข้ารับการฝึกอบรม จึงกาหนดให้มีคู่มือโครงการส่งเสริมการใช้สื่อออนไลน์และเครือข่ายออนไลน์
อย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดาเนินการจัดกิจกรรมโครงการทุกแห่งได้ใช้เป็นกรอบแนวทาง
ในการดาเนินงานได้อยา่ งชัดเจน ดาเนินการได้อย่างถกู ตอ้ งและเปน็ ไปในทศิ ทางเดียวกัน

ขอขอบคุณผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนจากหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องร่วมเป็นคณะกรรมการ
ดาเนินงานโครงการทุกฝ่าย ที่มีส่วนร่วมในการจัดทาคู่มือโครงการส่งเสริมการใช้สื่อออนไลน์และเครือข่าย
ออนไลน์อย่างสร้างสรรค์ให้สาเร็จเรียบร้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อนักเรียน
นกั ศกึ ษา ผู้ท่ีมสี ว่ นเกี่ยวขอ้ งหรอื ผู้ทส่ี นใจนาองคค์ วามรจู้ ากคูม่ อื ดังกล่าวไปใช้ประโยชนต์ ่อไป

สานักการลกู เสอื ยุวกาชาดและกิจการนกั เรียน
กุมภาพันธ์ 2563

สารบัญ ข

คานา หน้า
สารบัญ ก
คาช้แี จง ข
ข้อกาหนด ค
ส่วนที่ 1 บทนา ง

ความเปน็ มา 1
วตั ถปุ ระสงค์ (Objectives) 1
ขอบเขต (Scope) 1
กรอบแนวคิด หลกั การจัดกิจกรรมและเงอ่ื นไขความสาเรจ็ 1
เกณฑ์การประเมนิ ผล 2
ผลสมั ฤทธิ์ทค่ี าดหวัง 3
คาจากดั ความ (Definition) 3
สว่ นท่ี 2 กระบวนการดาเนนิ งานโครงการ
กระบวนการดาเนินงานกอ่ นการจดั กิจกรรมโครงการ 4
กระบวนการดาเนนิ งานระหว่างการจดั กจิ กรรมโครงการ 5
กระบวนการดาเนินงานหลงั เสร็จส้ินการจดั กิจกรรมโครงการ 5
ส่วนท่ี 3 โครงสรา้ งและรายละเอยี ดกจิ กรรม
กรอบโครงสร้างกจิ กรรม 6
กาหนดการ 7
รายละเอยี ดกจิ กรรม
กิจกรรมกลุม่ สมั พันธ์ 10
การสรา้ งแรงบันดาลใจ/เทคนิคการสรา้ งรายได้บนโลกออนไลน์ 12
รู้เทา่ ทันสื่อสูก่ ารใช้สือ่ อยา่ งสร้างสรรค์ 18
การออกแบบโครงเร่อื งสินคา้ และบริการ Storyboard 34
การนาเสนอโครงเรอ่ื งสนิ ค้าและบริการ Storyboard 39
การสร้าง Content จากโครงเร่อื งสินค้าและบริการ (Picture Content) 42
การสร้าง Content จากโครงเร่ืองสนิ คา้ และบริการ (Video Content) 48
การนาเสนอเรอื่ งราวผ่าน Facebook 53
การนาเสนอเรอื่ งราวผ่าน YouTube 62
การนาเสนอผลงาน/การประกวด 71
เอกสารอา้ งอิง 74



สารบัญ (ต่อ)

เอกสารอ้างองิ 76
ภาคผนวก 81
83
โครงการส่งเสริมการใชส้ ื่อออนไลนแ์ ละเครือข่ายสงั คมออนไลนอ์ ยา่ งสรา้ งสรรค์ 88
สัญลกั ษณโ์ ครงการ 91
แบบทดสอบกอ่ น-หลังการเข้ารบั การฝกึ อบรม แบบเฉลย 92
แบบรายงานผลการจดั ดาเนนิ โครงการ 93
แบบสารวจความพงึ พอใจท่ีมตี อ่ การใหบ้ ริการของสานักงานปลัดกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
แบบวุฒิบัตร 96
แบบเกียรตบิ ตั ร

คาส่ังแต่งต้ังคณะกรรมการดาเนินงานโครงการ



คาช้ีแจง

คู่มือโครงการส่งเสริมการใช้ส่ือออนไลน์และเครือข่ายสังคมออนไลน์อย่างสร้างสรรค์ เล่มน้ี
จัดทาขนึ้ โดยมวี ตั ถุประสงค์ เพ่ือให้ผู้รับผิดชอบดาเนินการจัดโครงการส่งเสริมการใช้สื่อออนไลน์และเครือข่าย
สังคมออนไลน์อย่างสร้างสรรค์ ใช้เป็นกรอบแนวทางในการดาเนินการให้บรรลุผลสาเร็จตามวัตถุประสงค์และ
เป้าหมายเพื่อให้นักเรียน นักศึกษา มีความรู้ในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ เทคโนโลยีในปัจจุบันและอนาคตได้
อย่างสร้างสรรค์ ปลอดภัย มีวิจารณญาณ ตระหนักถึงภัยและผลกระทบของ Social Media สามารถใช้ส่ือ
พัฒนาตนเองภายใต้ข้อจากัดต่าง ๆ ที่มีอยู่ในโลกยุคดิจิทัลอย่างสร้างสรรค์และเป็นประโยชน์กับผู้ใช้สื่อทุกคน
ตลอดจนมีความรู้ ความเข้าใจและมีทักษะในการนา Social Media ไปประยุกต์ใช้ในการดารงชีวิตประจาวัน
สามารถนาไปสร้างรายไดเ้ สริมเล้ยี งตนเองได้ จงึ กาหนดสาระสาคญั ในเอกสารคมู่ ือตามลาดับ ดงั นี้

ข้อกาหนด เป็นข้อกาหนดในการดาเนินงานตามโครงการส่งเสริมการใช้สื่อออนไลน์และ
เครือขา่ ยสงั คมออนไลน์อยา่ งสรา้ งสรรค์ เป็นข้อตกลงร่วมกันของผู้รับผิดชอบโครงการและผู้รับผิดชอบนาคู่มือ
ไปดาเนนิ การจัดกจิ กรรมโครงการท่ีจะตอ้ งดาเนนิ การใหเ้ ปน็ ไปในทิศทางและมาตรฐานเดียวกนั

ส่วนที่ 1 บทนา ประกอบดว้ ย ความเป็นมา วตั ถุประสงค์ (Objectives) ขอบเขต (Scope)
กรอบแนวคดิ หลักการจัดกิจกรรมและเงื่อนไขความสาเร็จ เกณฑ์การประเมินผล ผลสัมฤทธ์ิที่คาดหวังและคา
จากดั ความ (Definition)

ส่วนท่ี 2 กระบวนการดาเนนิ งานโครงการ ประกอบดว้ ย กระบวนการดาเนินงานก่อนการจดั
กจิ กรรมโครงการ กระบวนการดาเนนิ งานระหวา่ งจัดโครงการและกระบวนการดาเนนิ งานหลงั เสรจ็ ส้นิ การจดั
กิจกรรมโครงการ

สว่ นท่ี 3 โครงสร้างกิจกรรมและรายละเอียดกจิ กรรม ประกอบดว้ ย กรอบโครงสร้างกิจกรรม
กาหนดการจัดกิจกรรม รายละเอียดของแต่ละกิจกรรม อาทิ กรอบโครงสร้างกิจกรรม กาหนดการ
รายละเอียดกิจกรรม กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ การสร้างแรงบันดาลใจ/เทคนิคการสร้างรายได้บนโลกออนไลน์
รู้เท่าทันส่ือสู่การใช้ส่ืออย่างสร้างสรรค์ การออกแบบโครงเร่ืองสินค้าและบริการ Storyboard นาเสนอโครง
เร่ืองสินค้าและบริการ Storyboard การสร้าง Content จากโครงเร่ืองสินค้าและบริการ (Picture Content)
การสร้าง Content จากโครงเร่ืองสินค้าและบริการ (Video Content) การนาเสนอเรื่องราวผ่าน Facebook
การนาเสนอเรือ่ งราวผา่ น YouTube การนาเสนอผลงาน/การประกวด อภิปรายเปดิ เวทซี กั ถามปญั หา โดยให้มี
เน้ือหาวิชาและเนอ้ื หาการจัดกจิ กรรมเป็นองคป์ ระกอบอยู่ในแตล่ ะรายวชิ าและรายกจิ กรรม

เอกสารอ้างอิง ประกอบด้วย รายช่ือเอกสาร หนังสือ สิ่งพิมพ์หรืออื่น ๆ ที่เป็นแหล่งข้อมูล
เน้อื หาหรือกิจกรรมท่ีนามาใช้ในการจัดทาคู่มือโครงการส่งเสริมการใช้ส่ือออนไลน์และเครือข่ายสังคมออนไลน์
อยา่ งสร้างสรรค์

ภาคผนวก ประกอบด้วย รายละเอียดโครงการส่งเสริมการใช้ส่ือออนไลน์และเครือข่ายสังคม
ออนไลน์อย่างสร้างสรรค์ สัญลกั ษณ์โครงการ แบบทดสอบ แบบประเมินผลและแบบฟอร์มต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ในการดาเนินงานโครงการ



ขอ้ กำหนด

หลกั เกณฑ์ท่ีกาหนดรว่ มกันเพ่ือให้ผู้รับผิดชอบจดั กจิ กรรมโครงการสง่ เสรมิ การใชส้ ื่อออนไลน์
และเครือข่ายสังคมออนไลน์อย่างสร้างสรรค์ ปฏิบัติเป็นแนวทางเดียวกันเพื่อให้เป็นมาตรฐานการดาเนินงาน
ดงั น้ี

1. การทดสอบความรกู้ อ่ น (Pre-test) และหลัง (Post-test) การเข้ารับการฝึกอบรม
ในโครงการ นกั เรียน นกั ศึกษาทเี่ ข้ารบั การฝึกอบรมต้องได้คะแนนการทดสอบหลงั การฝึกอบรม (Post-test)
ไมน่ ้อยกวา่ รอ้ ยละ 50 จึงจะผา่ นการฝึกอบรม

2. การแตง่ กาย : พธิ เี ปดิ /พธิ ีปดิ ชดุ นกั เรียน ชดุ นกั ศึกษา หรือชุดสุภาพ
3. จัดทาวุฒิบัตรใหแ้ กน่ ักเรียนทีผ่ า่ นเกณฑ์ ตามรปู แบบทก่ี าหนด
4. จัดทาเกียรตบิ ตั รใหแ้ กว่ ทิ ยากรและผสู้ นบั สนุนการจดั โครงการ ตามรูปแบบทีก่ าหนด
5. จัดทาปา้ ยประชาสมั พนั ธ์โครงการ โดยมเี นื้อหาในรูปแบบเดยี วกนั ตามท่กี าหนด
6. รายงานผลการดาเนนิ โครงการ หลังเสร็จส้นิ การดาเนนิ งานภายใน 30 วัน ตามรูปแบบ
ท่กี าหนด
โดยจดั ทาสรปุ รายงานผลการดาเนินโครงการส่งเสรมิ การใช้สือ่ ออนไลนแ์ ละเครือข่ายสงั คม
ออนไลน์อย่างสร้างสรรค์ เป็นเอกสารรูปเล่ม (พร้อมไฟล์ข้อมูลการลงคะแนนการประเมินความพึงพอใจและ

คะแนนการทดสอบความรู้ก่อน (Pre-test) และหลัง (Post-test) การเข้ารับการฝึกอบรม) แผ่นซีดี ภาพ
กิจกรรม แนบลิงค์เว็บไซต์ประชาสัมพันธ์ ส่งให้สานักการลูกเสือ ยุวกาชาดและกิจการนักเรียน สานักงาน
ปลดั กระทรวงศึกษาธกิ าร

ส่วนที่ 1
บทนา

ความเป็นมา

ตามนโยบายเร่งด่วนของรฐั บาลในปงี บประมาณ พ.ศ. 2563 และจุดเนน้ ของกระทรวงศึกษาธกิ าร
เรื่องการเตรียมคนสู่ศตวรรษที่ 21 สอดคล้องกับแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 –
2580) ประเด็นการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต และยุทธศาสตร์ชาติข้อท่ี 2.1 ด้านการพัฒนาและ
เสรมิ สร้างศกั ยภาพทรพั ยากรมนุษย์ คนไทยเป็นคนดี คนเก่ง มีคุณภาพ พร้อมสาหรับวิถีชีวิตในศตวรรษท่ี ๒๑
เพอ่ื พัฒนาคณุ ภาพคนไทยยุคใหม่ท่ีมีนิสัยใฝ่เรียนรู้ต้ังแต่ปฐมวัย สามารถเรียนรู้ด้วยตนเองและแสวงหาความรู้
อยา่ งตอ่ เนอ่ื งตลอดชวี ติ มคี วามสามารถในการสือ่ สาร สามารถคดิ วเิ คราะห์ แก้ปัญหา คิดริเริ่มอย่างสร้างสรรค์
มีจิตสาธารณะ มีระเบียบวินัย คานึงถึงประโยชน์ส่วนรวม สามารถทางานเป็นกลุ่มได้อย่างเป็นกัลยาณมิตร
มีศลี ธรรม คณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยม มีจิตสานึกและความภูมิใจในความเป็นไทย ยึดมั่นการปกครองระบอบ
ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รวมถึงประเด็นยุทธศาสตร์ชาติฯ ข้อท่ี 4 ด้านการพัฒนา
และเสรมิ สร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ และด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคมกับการเตรียม
กาลังคนของประเทศใหม้ ีทักษะทันโลกยุคดิจิทัล มีอาชีพ ตลอดจนมีคุณภาพชีวิตท่ีดีข้ึน เป็นสิ่งสาคัญที่จะช่วย
ทาให้เยาวชนไทยมีทักษะในการดารงชีวิตรอบด้าน ซ่ึงสานักการลูกเสือ ยุวกาชาดและกิจการนักเรียน
สานักงานปลัดระทรวงศึกษาธิการ ได้กาหนดยุทธศาสตร์ให้มีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและนโยบาย
ภาครัฐในประเด็นยุทธศาสตร์ท่ี 5 ส่งเสริมสนับสนุนและพัฒนางานด้านกิจการนักเรียน นักศึกษาและเยาวชน
โดยการน้อมนาพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ไปขับเคล่ือน
สู่การปฏิบัติ โดยมุ่งเน้นข้อที่ 3 มีงานทา มีอาชีพ อบรมให้เรียนรู้การทางานจากทักษะในรูปแบบของการฝึก
ปฏบิ ัตจิ ริง มีส่วนรว่ มในการลงมอื ปฏิบตั เิ พือ่ ให้เกิดความรู้ใหม่ตามสาระในกิจกรรม การวางแผนการศึกษาและ
อาชีพ รวมทั้ง การเรียนรู้ทักษะการอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นในสังคมอย่างมีความสุข เพื่อส่งเสริมการใช้เวลาว่าง
ให้เป็นประโยชน์ ส่งเสริมการมีพฤติกรรมท่ีพึงประสงค์ของสังคมและป้องกันปัญหาท่ีอาจเกิดจากพฤติกรรม
ลอกเลียนแบบที่ไม่เหมาะสมของเยาวชน จากเหตุผลและความสาคัญดังกล่าว สานักการลูกเสือ ยุวกาชาดและ
กิจการนักเรียน สานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ จึงกาหนดให้มีโครงการส่งเสริมการใช้ส่ือออนไลน์และ
เครือขา่ ยสงั คมออนไลน์อยา่ งสร้างสรรคไ์ ว้ในแผนปฏิบตั ิราชการ ประจาปงี บประมาณ พ.ศ. 2563

วตั ถปุ ระสงค์

เพ่ือพัฒนานักเรียน นักศึกษาให้มีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะและประสบการณ์ในการใช้ส่ือ
ออนไลน์ได้อย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์ สามารถนาไปประยุกต์ใช้ในการสร้างอาชีพเป็นรายได้เสริมได้
อย่างถกู ตอ้ งและเหมาะสม

ขอบเขต

คมู่ อื โครงการส่งเสรมิ การใชส้ ่อื ออนไลนแ์ ละเครอื ข่ายสงั คมออนไลน์อย่างสร้างสรรค์ มีขอบเขต
คลอบคลุมตั้งแต่การดาเนินงาน การติดตาม การสรุปผลและการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ โดยมีสาระสาคัญ
ประกอบด้วย ความเป็นมา วัตถุประสงค์ ขอบเขต กรอบแนวคิดและหลักการจัดกิจกรรม การดาเนินงาน
ข้อกาหนด กรอบโครงสร้างกิจกรรม รายละเอียดกิจกรรม เอกสารอา้ งอิงและภาคผนวก

กรอบแนวคดิ หลักการจดั กจิ กรรมและเงอ่ื นไขความสาเร็จ

1. กรอบแนวคิด การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในโครงการเป็นการส่งเสริมและพัฒนาให้นักเรียน
นักศึกษา มีทักษะการเรียนรู้ตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551



ซ่ึงมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพมาตรฐานการเรียนรู้ เกิดสมรรถนะสาคัญ 5 ประการ คือ ความสามารถ
ในการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้ทักษะชีวิตและการใช้เทคโนโลยี และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์
ตามท่ีหลักสตู รกาหนด และเปน็ ไปตามพระราชบญั ญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบับท่ี 2)
พ.ศ. 2545 หมวด 4 มาตรา 22 การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนา
ตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสาคัญท่ีสุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนา
ตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพและ มาตราที่ 24.(1).จัดเน้ือหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับ
ความสนใจและความถนัดของผู้เรียน โดยคานึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล (2) ฝึกทักษะ กระบวนการคิด
การจัดการ การเผชิญสถานการณ์และการประยุกต์ความรู้มาใช้เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา และ (3) จัดกิจกรรม
ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงฝึกการปฏิบัติให้ทาได้คิดเป็น ทาเป็น รักการอ่านและเกิดการใฝ่รู้
อย่างต่อเน่ือง จัดการเรียนรู้โดยยึดผู้เรียนเป็นสาคัญ มุ่งพัฒนาผู้เรียนอย่างรอบด้านให้สามารถดารงชีวิต
ในสังคมยุคศตวรรษที่ 21 (21st Century Learners) ทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม ทักษะสารสนเทศ สื่อ
เทคโนโลยีและทกั ษะชีวติ และอาชพี ได้อย่างมีความสุข สอดคล้องและเป็นไปตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษา
ของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

2. หลักการจัดกิจกรรม การดาเนินโครงการส่งเสริมการใช้ส่ือออนไลน์และเครือข่ายสังคม
ออนไลน์อย่างสร้างสรรค์ ใช้รูปแบบการอยู่ร่วมกันในค่ายพักแรม เป็นระยะเวลา 3 วัน 2 คืน เพ่ือให้เกิด
การเรียนรู้ทักษะการอยู่ร่วมกับผู้อ่ืนในสังคม เน้นการฝึกทักษะการเป็นผู้นา ผู้ตาม ความรับผิดชอบ การมี
ระเบียบวินัย การทางานเป็นทีมภายใต้ระบบประชาธิปไตย มีส่วนร่วมในการลงมือปฏิบัติในการสร้าง
องค์ความรู้ที่มีคุณค่าต่อตนเองและผู้อื่น เกิดความรู้ด้านการใช้ส่ือออนไลน์และเครือข่ายสังคมออนไลน์
อยา่ งสรา้ งสรรค์ไดถ้ กู ตอ้ งตามหลักวชิ าการ สามารถตอ่ ยอดความรู้ บูรณาการความคิดสร้างสรรค์จากการลงมือ
ปฏิบัติจริง สามารถวางแผนด้านการศึกษาและด้านอาชีพต่อไปได้อย่างถูกต้องเหมาะสม โดยยึดหลักการตาม
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

3. เงอ่ื นไขความสาเรจ็
3.1 กล่มุ เปา้ หมาย กาหนดใหเ้ ปน็ นักเรียน นกั ศกึ ษา ระดับมัธยมศึกษาหรือเทยี บเท่า
3.2 กิจกรรมการเรียนรู้ กาหนดให้ใช้กระบวนการกลุ่มในการดาเนินการ โดยจัดแบ่ง

นักเรียน นักศึกษาออกเป็นกลุ่ม แบ่งหน้าที่และหมุนเวียนในการเป็นหัวหน้า รองหัวหน้าและสมาชิกของกลุ่ม
เน้นการทากิจกรรมร่วมกันเปน็ ทมี ให้มรี างวัลเป็นแรงจูงใจในความสาเรจ็ และมวี ิทยากรประจากลุ่ม มอบหมาย
ให้ครู เจ้าหน้าที่หรือบุคลากรท่ีนานักเรียนนักศึกษามาเข้าร่วมโครงการทาหน้าท่ีในการควบคุม ดูแล
ให้คาปรึกษา แนะนาและให้ได้รบั เกียรติบตั รในฐานะเป็นวิทยากร

3.3 การจัดกิจกรรม เน้นรูปแบบการลงมือปฏิบัติ Active.Learning.ผู้เรียนต้องได้
ลงมือปฏิบัติจริง โดยจัดให้มีกิจกรรมท้ังภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ วิทยากรประจาวิชาต้องดาเนินกิจกรรม
ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการพัฒนาอารมณ์ สังคม สติปัญญา จิตใจ คุณธรรม จริยธรรมและเสริมสร้าง
ทักษะการใชส้ ่อื ออนไลนอ์ ยา่ งสร้างสรรค์

เกณฑ์การประเมินผล

ผู้ผา่ นการฝึกอบรม สมควรทจี่ ะได้รับวุฒิบัตร จะตอ้ งมีคุณสมบัติ ดังนี้
1. มคี ะแนนผลการทดสอบความรูห้ ลงั การเขา้ รบั การฝกึ อบรม (Post-test) ไมน่ ้อยกว่า

รอ้ ยละ 80
2. มเี วลาเข้ารว่ มกิจกรรมการฝึกอบรมตามโครงการ ไมน่ ้อยกว่าร้อยละ 80



ผลสมั ฤทธิท์ ่คี าดหวัง

1. ผลผลติ (Output)
นักเรียน นักศึกษาผู้ผ่านการฝึกอบรมตามโครงการส่งเสริมการใช้สื่อออนไลน์และ

เครอื ขา่ ยสงั คมออนไลน์อย่างสรา้ งสรรค์ มีความรู้ ความเข้าใจ มีทักษะในการใช้ส่ือออนไลน์ได้อย่างถูกต้องและ
เหมาะสม จานวน 1,520 คน

2. ผลลพั ธ์ (Outcome)
นักเรียน นักศึกษาผู้ผ่านการฝึกอบรมตามโครงการส่งเสริมการใช้สื่อออนไลน์และ

เครือข่ายสังคมออนไลน์อย่างสร้างสรรค์ สามารถนาความรู้ท่ีได้รับจากการฝึกอบรมไปประยุกต์ใช้ในการ
ดารงชวี ติ ประจาวัน สามารถสรา้ งอาชีพและสร้างรายได้เสริมเลี้ยงตนเองและครอบครวั ได้

คาจากัดความ (Definition)

สังคมออนไลน์ (Social.Media) หมายถึง สังคมออนไลน์ที่มีผู้ใช้เป็นผู้สื่อสารหรือเขียนเล่า
เน้ือหา เร่ืองราว ประสบการณ์ บทความ รูปภาพและวิดีโอ ท่ีผู้ใช้เขียนขึ้นเอง ทาขึ้นเองหรือพบเจอจากสื่อ
อนื่ ๆ แลว้ นามาแบง่ ปนั ใหก้ ับผู้อืน่ ทีอ่ ยใู่ นเครือขา่ ยของตนผา่ นทางเว็บไซตท์ ใ่ี หบ้ ริการบนโลกออนไลน์ปจั จุบัน

ส่ือออนไลน์ (Online.Media).หมายถึง ส่ือต่าง ๆ เช่น รูปภาพ วีดีโอ เพลงที่เผยแพร่
ทางอนิ เตอร์เนต็ โดยมหี รือไมม่ ีลิขสิทธิ์ โปรแกรมประยกุ ต์บนอปุ กรณ์ส่ือสารอิเล็กทรอนิกส์ใด ๆ ก็ตาม ไม่ว่าจะ
ผ่านรปู แบบของภาพ เสยี ง ข้อความ ภาพถ่าย คลิปวดิ โี อ โปรแกรมและรหสั ทางคอมพิวเตอร์

สรา้ งสรรค์ (Creative) หมายถงึ การสรา้ งให้มี ใหเ้ ปน็ ขึน้ มาโดยมลี กั ษณะรเิ ร่ิมในทางท่ีดี
สือ่ ปลอดภัยและสรา้ งสรรค์ หมายถึง ส่ือท่ีมีเน้ือหาส่งเสริมศีลธรรม จริยธรรม วัฒนธรรมและ
ความม่ันคง ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ การเรียนรู้ทักษะการใช้ชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน
และสง่ เสริมความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัวและสังคม รวมถึงการส่งเสริมให้ประชาชนมีความสามัคคีและสามารถ
ใชช้ ีวิตในสงั คมที่มคี วามหลากหลายได้อย่างเป็นสุข (เป็นความหมายตาม พ.ร.บ. กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและ
สร้างสรรค์ พ.ศ. 2558 เปน็ หลักในราชกิจจานเุ บกษา 26 มีนาคม 2558 หน้า 31 เลม่ 132 ตอนท่ี 21 ก)
การรู้เท่าทันสื่อออนไลน์ หมายถึง ความสามารถของบุคคลในการเข้าถึงและเข้าใจสื่อออนไลน์
เพ่ือการใช้งานตามวัตถุประสงค์ มีความสามารถในการวิเคราะห์ แยกแยะข้อมูลและความคิดเห็น ตรวจสอบ
ความน่าเชื่อถือ ตีความเชิงคุณค่า ประเมินประโยชน์และโทษ ผลกระทบเนื้อหาของสื่อออนไลน์ สามารถคิด
เชิงวิพากษ์ มองเห็นบริบททางสังคมอ่ืน ๆ ท่ีเก่ียวเน่ืองกับสื่อออนไลน์ โดยที่ไม่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของ
ส่ือออนไลน์หรือเป็นทาสของส่ือเทคโนโลยี และสามารถตัดสินใจเลือกรับและใช้ประโยชน์จากสื่อออนไลน์
ในทางสร้างสรรคต์ ่อสังคม

4

สว่ นที่ 2
กระบวนการดาเนนิ งานโครงการ

การดาเนินงานโครงการส่งเสริมการใช้ส่ือออนไลน์และเครือข่ายสังคมออนไลน์อย่างสร้างสรรค์
เป็นการจัดกิจกรรมในรูปแบบค่ายพักแรม ท่ีมุ่งเน้นการเรียนรู้จากสถานการณ์จริง ปฏิบัติการด้วยตนเอง เพ่ือให้
นักเรียน นักศึกษามีความรู้ ความเข้าใจและทักษะประสบการณ์ในการใช้สื่อออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ลดปัญหา ผลกระทบและความรุนแรงในการใช้ส่ือในปัจจุบัน รวมทั้งยังสามารถสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่ตนเอง
และครอบครัวได้ โดยใช้กระบวนการกลุ่มในการเรียนรู้ ฝึกทักษะการเป็นผู้นา ผู้ตามมีการยอมรับและช่วยเหลือ
ซ่ึงกันและกัน มีคุณธรรม จริยธรรม มีทักษะชีวิต มีจิตอาสา สามารถปรับตัวได้ดีในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
ปลอดภัย ตามบรบิ ทของแต่ละพื้นที่ โดยมีแนวทางการดาเนินงาน ดังน้ี

การดาเนนิ งานก่อนการจดั กจิ กรรมโครงการ

1..ศึกษารายละเอียดโครงการ เอกสารคู่มือการจัดโครงการให้เข้าใจอย่างชัดเจน เพ่ือจัดหา
สถานท่ี กาหนดกลุม่ เปา้ หมายและวทิ ยากร ให้มคี วามเหมาะสม

2. ด้านสถานที่ทใ่ี ชใ้ นการดาเนนิ งานโครงการ คัดเลือกและพิจารณาจากความสะดวกปลอดภัย
ความพร้อมของสถานท่ี อาทิ ห้องประชุม ห้องพักนักเรียน นักศึกษา ห้องพักวิทยากร ห้องน้า ห้องอาหาร
หอ้ งพยาบาล พน้ื ทใ่ี นการจดั กิจกรรม รวมถึงการดแู ลอานวยความสะดวก

3..ด้านวิทยากร คัดเลือก สรรหา วิทยากรท่ีมีความรู้ความสามารถ มีทักษะและประสบการณ์
มีความเหมาะสมกับหัวข้อเรื่องที่จะบรรยาย โดยพิจารณาจากประวัติ ประสบการณ์ ความเช่ียวชาญ
ในการบรรยายที่ผ่านมา ประสานเชิญวิทยากรอย่างไม่เป็นทางการเพื่อแจ้งรายละเอียดของโครงการ วัน เวลา
สถานที่ กลุ่มเป้าหมาย หัวข้อวิชาหรือกิจกรรม วัตถุประสงค์และขอบเขตเนื้อหา เพื่อให้วิทยากรได้เตรียม
ความพร้อมในการถา่ ยทอดความรู้

4. กลมุ่ เป้าหมาย สรรหาให้เป็นไปตามข้อกาหนดท่ีตกลงร่วมกันและดาเนินการด้วยความเป็นธรรม
เสมอภาค ประชาสัมพันธ์ให้ครอบคลุมนักเรียน นักศึกษาในพื้นท่ี ประชาสัมพันธ์โครงการไปยังหน่วยงาน
สถานศกึ ษา เพ่ือเชญิ ชวนใหน้ านักเรยี น นักศึกษาเขา้ รว่ มโครงการ

5. ประสานหน่วยงานที่เก่ียวข้อง เพ่ือขอความร่วมมือในการสนับสนุนบุคลากรมาร่วมเป็น
คณะกรรมการ วิทยากร เช่น บุคลากรเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ เพ่ือแต่งต้ัง
เป็นคณะกรรมการฝ่ายปฐมพยาบาล พนักงานเจ้าหน้าท่ีส่งเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา (พสน.)
เพอ่ื แต่งตั้งเป็นคณะกรรมการฝา่ ยรักษาความปลอดภัยและความสงบเรยี บรอ้ ย

6. ด้านเอกสาร จัดทาคาสัง่ แตง่ ตัง้ คณะกรรมการดาเนินงาน พรอ้ มบันทกึ เสนอผ้บู ริหารลงนาม
ในคาสั่งแต่งต้ังคณะกรรมการ จัดทาหนังสือขออนุมัติยืมเงินราชการเพื่อใช้จ่ายในการดาเนินโครงการ
จัดทาหนังสือเชิญประธานในพิธีเปิด-ปิดโครงการ พร้อมท้ังจัดทาและแนบคากล่าวในพิธีเปิดและพิธีปิด จัดทา
หนังสือจัดซื้อจัดจ้างเพ่ือซื้อวัสดุที่จะใช้ในการดาเนินโครงการ จัดทาหนังสือขออนุญาตใช้รถยนต์ไปราชการ
จัดทาหนังสือขออนุมัติเดินทางไปราชการ จัดทาเอกสารประกอบการบรรยาย ไฟล์นาเสนอ (PowerPoint)
ประวัติวิทยากร จัดทาเอกสารใบลงทะเบียน จัดทาแบบประเมินความพึงพอใจ แบบวุฒิบัตรและเกียรติบัตร
จัดเตรยี มเอกสารทางการเงิน อาทิ ใบสาคัญรบั เงนิ ค่าตอบแทนวทิ ยากร แบบรายงานการเดนิ ทาง เป็นตน้

5

7..จัดเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ท่ีใช้ในการดาเนินงานโครงการและสาหรับใช้ในกิจกรรมโครงการ
อาทิ ปากกา ดินสอ ไม้บรรทัด ยางลบ น้ายาลบคาผิด กระดาษเอ 4 เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ เคร่ืองเย็บ
กระดาษ ปา้ ยชื่อวิทยากร ป้ายช่ือผู้เขา้ รับการฝกึ อบรม ของระลกึ กระเป๋ายา เปน็ ต้น

8. จดั ประชมุ คณะกรรมการดาเนินงาน เพื่อมอบหมายหนา้ ท่ีความรบั ผดิ ชอบ
9. ตรวจสอบความเรยี บร้อย ความพร้อมของสถานท่ี
10. ประสานการยืนยันจานวนกลมุ่ เป้าหมาย วิทยากร คณะกรรมการ
11. ตรวจสอบความพร้อมของสถานทด่ี าเนนิ งานโครงการในภาพรวม

การดาเนินงานระหว่างการจัดกิจกรรมโครงการ

1..ต้อนรับและอานวยความสะดวกแก่ประธานในพิธีเปิด-ปิด แขกผู้มีเกียรติและผู้เข้าร่วม
โครงการ

2. กากบั ดูแลความเรยี บร้อยของการดาเนนิ งานโครงการในภาพรวมของงานแต่ละฝา่ ยตามท่ี
ไดร้ ับมอบหมายให้รับผิดชอบ

3. มอบคา่ ตอบแทนให้แกว่ ทิ ยากร พร้อมท้ังให้ลงลายมือช่ือในเอกสารใบสาคัญรับเงินและจัดเก็บ
ไว้เพ่อื เป็นเอกสารหลักฐานการใชจ้ า่ ยเงิน

4..รว่ มสังเกตการณก์ ารถ่ายทอดความรู้ในการบรรยายเนอ้ื หาภาคทฤษฎีและเทคนิค การจัดกิจ
กรรรมในภาคปฏิบตั ิวา่ เป็นไปตามวัตถปุ ระสงคท์ ่ีกาหนดไว้ในโครงการหรือไม่

5. ดาเนนิ กิจกรรมตามตารางท่กี าหนดไว้ในโครงการ

การดาเนินงานหลงั เสรจ็ ส้นิ การจดั กิจกรรมโครงการ

1..รวบรวมเอกสารหลักฐานการดาเนินงานโครงการเพื่อใช้ประกอบการคืนเงินยืมราชการ
สรุปรายการ ค่าใช้จ่าย ขออนุมัติเบิกเงินค่าใช้จ่ายในการดาเนินงานโครงการเสนอผู้บริหารที่มีอานาจในการ
อนุมัติ โดยแนบเอกสารใบสาคัญรับเงินค่าอาหาร ค่าท่ีพัก ค่าตอบแทนวิทยากร ค่าพาหนะ ค่าน้ามันเชื้อเพลิง
คา่ ใช้จ่ายอนื่ ๆ พรอ้ มแนบเอกสารตน้ เร่ือง ได้แก่ หนงั สอื อนมุ ัติใหด้ าเนินงานโครงการ กาหนดการ พร้อมทั้งสรุป
ค่าใชจ้ า่ ยในการดาเนนิ โครงการท้งั หมด

2. จัดทาหนังสือขอบคุณวิทยากรและผเู้ กี่ยวข้อง
3. สรุปผลการประเมินผลความพึงพอใจที่ได้รับจากผู้เข้ารับการฝึกอบรมมาวิเคราะห์
ประมวลผลและอภิปรายผล
4..นาผลการทดสอบก่อนการฝึกอบรม (Pre-test).และผลการทดสอบหลังการฝึกอบรม
(Post-test) มาประมวลผลความรขู้ องผู้เข้ารับการฝึกอบรม เพ่ือประเมินผลว่าผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้หลัง
การฝึกอบรมเพ่ิมมากขน้ึ เป็นไปตามเกณฑ์หรือไม่
5. รายงานผลการดาเนินงานโครงการต่อผู้บริหารให้รับทราบและให้ความเห็นชอบก่อนนาไป
เผยแพร่ตอ่ ไป
6. ส่งข้อมูลและเอกสารรายงานผลการดาเนินงานโครงการท่ีผ่านความเห็นชอบจากผู้บริหาร
หนว่ ยงานไปยังสานักการลูกเสอื ยุวกาชาดและกจิ การนกั เรียน สานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธกิ าร
7..หน่วยจัดดาเนินงานโครงการและสานักการลูกเสือ ยุวกาชาดและกิจการนักเรียน
นาผลการประเมินความพึงพอใจและความไม่พึงพอใจไปปรับปรุงและพัฒนาการดาเนินงานโครงการให้มี
ประสทิ ธภิ าพมากย่ิงข้ึนในโอกาสต่อไป

6

ส่วนท่ี 3
โครงสร้างและรายละเอยี ดกิจกรรม

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภายใต้โครงการส่งเสริมการใช้สื่อออนไลน์และเครือข่ายสังคม
ออนไลน์อย่างสร้างสรรค์ ซ่ึงใช้รูปแบบของการฝึกอบรมระยะเวลา 3 วัน 2 คืน โดยกาหนดกรอบกิจกรรม
การเรียนรู้ไว้เปน็ 2 ลักษณะ ดังตอ่ ไปน้ี

1. ภาคทฤษฎี คือ กระบวนการเรียนรู้เน้ือหาสาระหลักทางวิชาการ (Core Subjects)
ท่ีสาคัญต่อการสร้างการเรียนรู้ เพื่อให้นักเรียน นักศึกษามีความรู้ ความสามารถ ความเข้าใจ ทักษะ
ประสบการณ์และแสดงออกมาในด้านการคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ วางแผนการแก้ไขปัญหาและ
ความสามารถในการทางานได้อย่างถูกต้องเหมาะสมกับการใช้ส่ือออนไลน์ในปัจจุบัน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาและ
สามารถสร้างเป็นอาชีพและมีรายได้เสริมในขณะที่กาลังศึกษาเล่าเรียนและต่อยอดความคิดเป็นการสร้างรายได้
เลย้ี งชพี ในอนาคตต่อไป

2. ภาคปฏิบัติ คือ กระบวนการเรียนรู้ท่ีได้ลงมือกระทาด้วยตนเอง โดยใช้กระบวนการคิด
วิเคราะห์ วางแผน ลงมือทา ทาให้เกดิ ทกั ษะ ประสบการณแ์ ละความรูใ้ หม่

กรอบโครงสรา้ งกิจกรรม

ภาคทฤษฎี/ภาคปฏิบตั ิ

ลาดับที่ ชื่อวิชา/กิจกรรม เวลา
2 ชว่ั โมง
1 การสรา้ งแรงบันดาลใจ/เทคนิคการสร้างรายได้บนโลกออนไลน์ 2 ชว่ั โมง
4 ชั่วโมง
2 รู้เทา่ ทนั ส่ือสู่การใช้สื่ออย่างสรา้ งสรรค์ 1 ชัว่ โมง

3 การออกแบบโครงเร่ืองสินค้าและบรกิ าร Storyboard 2 ชว่ั โมง 30 นาที

4 การนาเสนอโครงเร่ืองสินค้าและบรกิ าร Storyboard 2 ชว่ั โมง 30 นาที
1 ชั่วโมง 30 นาที
5 การสร้าง Content จากโครงเร่อื งสินคา้ และบริการ (Picture Content) 2 ชั่วโมง
3 ชั่วโมง 30 นาที
6 การสร้าง Content จากโครงเรอ่ื งสนิ คา้ และบริการ (Video Content) 30 นาที
21 ช่ัวโมง 30 นาที
7 การนาเสนอเร่ืองราวผ่าน Facebook

8 การนาเสนอเร่ืองราวผา่ น YouTube

9 การนาเสนอผลงาน/การประกวด

10 กจิ กรรมกลุม่ สัมพนั ธ์

รวมเวลาทง้ั หมด

7

กาหนดการจดั กจิ กรรมโครงการสง่ เสริมการใช้สื่อออนไลน์และเครือขา่ ยสังคมออนไลนอ์ ย่างสรา้ งสรรค์
ระหว่างวันท.่ี .....................เดอื น...................................พ.ศ. ..................
ณ .................................................................จังหวัด.......................

--------------------

วนั ทีห่ นึง่ รบั รายงานตวั /ลงทะเบียน
เวลา 07.30 – 08.30 น. กิจกรรมกล่มุ สัมพันธ์
เวลา 08.30 – 09.00 น. ปฐมนิเทศ/ทดสอบความรู้ก่อนการฝกึ อบรม (Pre-test)
เวลา 09.00 – 09.30 น. พิธีเปิดโครงการ/บรรยายพเิ ศษ
เวลา 09.30 – 10.00 น. การสรา้ งแรงบนั ดาลใจ/เทคนิคการสร้างรายได้บนโลกออนไลน์
เวลา 10.00 – 12.00 น พกั รบั ประทานอาหารกลางวัน
เวลา 12.00 – 13.00 น. รู้เท่าทันสือ่ สกู่ ารใชส้ ื่ออยา่ งสร้างสรรค์
เวลา 13.00 – 15.00 น. การออกแบบโครงเรื่องสนิ ค้าและบริการ Storyboard
เวลา 15.00 – 17.00 น. ภารกจิ สว่ นตวั /ประชุมคณะทางาน
เวลา 17.00 – 18.00 น. รบั ประทานอาหารเยน็
เวลา 18.00 – 19.00 น. การออกแบบโครงเรอ่ื งสินค้าและบรกิ าร Storyboard
เวลา 19.00 – 21.00 น. นดั หมาย/สวดมนต์/ร้องเพลงสรรเสริญพระบารม/ี เขา้ นอน
เวลา 21.00 น.
กจิ กรรมยามเชา้ /ภารกจิ สว่ นตวั
วนั ทสี่ อง รบั ประทานอาหารเชา้
เวลา 05.00 – 07.00 น. กจิ กรรมหน้าเสาธง/กจิ กรรมนนั ทนาการ
เวลา 07.00 – 08.00 น. นาเสนอโครงเรื่องสินค้าและบรกิ าร Storyboard
เวลา 08.00 – 08.30 น. การสร้าง Content จากโครงเรอ่ื งสนิ ค้าและบริการ
เวลา 08.30 – 09.30 น. (Picture Content)
เวลา 09.30 – 12.00 น. พักรบั ประทานอาหารกลางวัน
การสรา้ ง Content จากโครงเรอื่ งสินคา้ และบริการ
เวลา 12.00 – 13.00 น. (Video Content)
เวลา 13.00 – 15.30 น. การนาเสนอเร่ืองราวผ่าน Facebook
ภารกิจส่วนตวั /ประชุมคณะทางาน
เวลา 15.30 – 17.00 น. รบั ประทานอาหารเย็น
เวลา 17.00 – 18.00 น. การนาเสนอเร่ืองราวผา่ น YouTube
เวลา 18.00 – 19.00 น. นดั หมาย/สวดมนต์/รอ้ งเพลงสรรเสริญฯ/เข้านอน
เวลา 19.00 – 21.00 น.
เวลา 21.00 น.

8

วันทสี่ าม กจิ กรรมยามเช้า/ภารกจิ ส่วนตัว
เวลา 05.00 – 07.00 น. รบั ประทานอาหารเชา้
เวลา 07.00 – 08.00 น. กจิ กรรมหน้าเสาธง/กจิ กรรมนนั ทนาการ
เวลา 08.00 – 08.30 น. การนาเสนอผลงาน/การประกวด
เวลา 08.30 – 12.00 น. พักรบั ประทานอาหารกลางวนั
เวลา 12.00 – 13.00 น. เปิดเวทอี ภิปราย/ซกั ถามปัญหา
เวลา 13.00 – 14.30 น. การทดสอบหลังการฝึกอบรม (Post-test)
เวลา 14.30 – 15.00 น. มอบวุฒบิ ตั ร/เกยี รตบิ ัตร/พธิ ีปดิ
เวลา 15.00 – 16.30 น.

หมายเหตุ :
1. พักรบั ประทานอาหารว่างและเครื่องด่ืม ภาคเช้าระหว่างเวลา 10.30 - 10.45 น. และ

ภาคบ่ายระหวา่ งเวลา 14.30 - 14.45 น.
2. กาหนดการนี้อาจมกี ารเปล่ยี นแปลงได้ตามความเหมาะสม

ตารางการจดั กจิ กรรมโครงการส่งเสรมิ การใช้สือ่ ออน

เวลา 05.00- 07.00–08.30 08.30 – 09.00 – 10.00 – 12.0
10.00 น. 12.00 น. 13.0
07.00 น. น. 09.00น.

วัน - ปฐมนิเทศ/ทดสอบ - การสร้างแรงบันดาลใจ/
ความรูก้ ่อนการ เทคนิคการสรา้ งรายได้
วันท่ี รับรายงานตัว/ กจิ กรรมกลุม่ ฝกึ อบรม (Pre-test) บนโลกออนไลน์
หน่งึ ลงทะเบยี น สมั พนั ธ์ - พธิ เี ปิดโครงการ (ภาคทฤษฎี)

05.00 - 07.00 – 08.00 – 08.-30 – 09.30น. 09.30 - 12.00 น.
08.30 น.
วนั ท่ี 07.00 น. 08.00 น.
สอง - กจิ กรรมหน้า - นาเสนอโครงเรื่อง - การสรา้ ง Content จาก
เสาธง/ สนิ ค้าและบรกิ าร โครงเร่อื งสินคา้ และบรกิ าร
- กจิ กรรม - รับประทาน กิจกรรม Storyboard (Picture Content)
ยามเชา้ / อาหารเช้า นนั ทนาการ (ภาคปฏบิ ัติ) (ภาคปฏบิ ัติ)
ภารกจิ
สว่ นตวั

05.00 - 07.00 – 08.00 – 08.-30 – 12.00 น.
08.30 น. - การนาเสนอผลงาน/การประกวด
วันท่ี 07.00 น. 08.00 น.
สาม - กิจกรรม
หนา้ เสาธง/
- กจิ กรรม - รบั ประทาน กิจกรรม
ยามเชา้ / อาหารเชา้ นนั ทนาการ
ภารกจิ
ส่วนตัว

9

นไลน์และเครอื ขา่ ยสังคมออนไลน์อยา่ งสร้างสรรค์

00 – 13.00 – 15.00 - 17.00 - 18.00 - 19.00 –
00 น. 15.00 น. 17.00 น. 18.00 น. 19.00 น. 21.00 น.

-รเู้ ทา่ ทันสื่อสูก่ ารใช้สื่อ -การออกแบบ - ภารกจิ - รบั ประทาน - การออกแบบโครง
อย่างสรา้ งสรรค์ โครงเรื่องสินคา้ ส่วนตวั / อาหารเย็น เร่ืองสินค้าและบรกิ าร
(ภาคทฤษฎ)ี และบรกิ าร ประชุมคณะ Storyboard
Storyboard ทางาน (ภาคปฏบิ ตั )ิ
(ภาคทฤษฎ)ี - นัดหมาย/สวดมนต/์
ร้องเพลงสรรเสรญิ
13.00 – 15.30 น. 15.30 - 17.00 - 18.00 – พระบารมี/เขา้ นอน
17.00 น. 18.00 น. 19.00 น.
19.00–
ัพกรับประทานอาหารกลาง ัวน - การสรา้ ง Content - การนาเสนอ - ภารกิจ - รับประทาน 21.00 น.
จากโครงเรอ่ื งสินค้า เรอ่ื งราวผ่าน สว่ นตัว/ อาหารเยน็
และบรกิ าร Facebook ประชุม - การนาเสนอเร่อื งราว
(Video Content) (ภาคปฏบิ ัต)ิ คณะทางาน ผา่ น YouTube
(ภาคปฏิบัติ) (ภาคปฏิบตั )ิ
- นัดหมาย/สวดมนต์/
ร้องเพลง
สรรเสริญพระบารมี/
เขา้ นอน

13.00 – 14.30 น. 14.30 – 15.00 น. 15.00 – 16.30 น.

- เปดิ เวทอี ภปิ ราย/ - การทดสอบหลงั การ - มอบวุฒิบตั ร/เกยี รตบิ ตั ร
ซักถามปญั หา ฝกึ อบรม (Post-test) - พธิ ปี ิดโครงการ

๑๐

ชอ่ื กิจกรรม กจิ กรรมกลมุ่ สมั พันธ์

จานวน 30 นาที

วตั ถุประสงค์

1. เพื่อใหผ้ ูเ้ ข้ารับการฝกึ อบรมได้เตรียมความพร้อมก่อนเร่ิมกจิ กรรมตา่ ง ๆ
2. เพ่ือกระตนุ้ ผเู้ ข้ารับการฝึกอบรมให้มีการต่นื ตวั และเกิดความสนใจ
3. เพื่อสร้างบรรยากาศความสนกุ สนานและเปน็ กนั เองและเตรยี มความพร้อมไปสู่การเรียนรู้

ขอบเขตเนื้อหาวิชา
1. กจิ กรรมเพ่ือละลายพฤติกรรม
๒. กจิ กรรมเพื่อประสบการณ์การเรยี นรู้
๓. กิจกรรมเพ่ือนนั ทนาการการใชก้ ิจกรรมตา่ ง ๆ

ขั้นตอนการดาเนนิ กจิ กรรม
ข้นั เตรยี มความพร้อม : กระตุน้ ใหผ้ เู้ ข้าร่วมกิจกรรมได้รู้จักกัน สร้างความสัมพันธแ์ ละ

ความรสู้ ึกวา่ เป็น “นา้ หนงึ่ ใจเดยี วกัน”
๑. ตบมอื เตรียมความพร้อม : เวลา ๕ นาที (ไม่มอี ุปกรณ์)
ข้ันตอนการเล่น
๑) ผนู้ าบอกใหผ้ ้เู ข้าร่วมกจิ กรรมแตล่ ะคน ตบมอื เป็นจังหวะและนบั ออกเสียงตามจงั หวะ
๒) ตบมอื พร้อมกับนบั ๑๒ ๑๒๓ ๑2 ๑๒ ๑ พดู “สอ่ื ออนไลน์ สรา้ งอาชพี สรา้ งรายได้”

ชูกาปั้นขวาข้ึนสุดแขน รอ้ ง “เฮ้”
๓) ผนู้ าให้ทาซา้ ๓ - ๔ รอบ โดยเน้นให้ทุกคนตบมือและออกเสียงใหด้ ังและพร้อมเพรียงกัน
ข้อเสนอแนะความสนุก ควรแบ่งผูเ้ ข้าร่วมกิจกรรมออกเปน็ ๒ ทีม เพื่อแข่งกันว่าทีมไหน

จะเสยี งดงั และตบมือพร้อมเพรียงกอ่ นกัน ให้ทา ๒ - ๓ รอบ เมอ่ื ไดผ้ ลแพ้-ชนะแล้ว ให้ทัง้ สองทมี รวมกล่มุ ตบมือ
พร้อมกันอีก ๑ - ๒ รอบ

๒. เกม ใช่ ไมใ่ ช่ : เวลา ๕ นาที (ไม่มอี ปุ กรณ)์
ขน้ั ตอนการเล่น
๑) ผนู้ าชวนผเู้ ขา้ รว่ มกิจกรรมหาวิธกี ารเลน่ วา่ “ถา้ หากเราพูดคาวา่ “ใช่” หรอื “ไม่ใช่”

เราจะทาท่าประกอบคาพดู อย่างไร คนทว่ั ไปมกั จะตอบว่าถ้าพดู คาว่า “ใช่” เราจะพยกั หน้า แตถ่ ้าพูดคาว่า
“ไมใ่ ช”่ เราจะสา่ ยหนา้

๒) ผู้นาอธบิ ายตอ่ วา่ จากนไ้ี ป ขอให้ทุกคนทาตรงกันขา้ มกบั สงิ่ ท่ีไดเ้ รียนรู้ น่ันคือ ถ้าถาม
อะไร ทุกคนต้องตอบให้ถูกต้องว่า ใช่ หรือ ไม่ใช่ แต่ให้ทากริยาตรงกันข้ามกัน เช่น ถ้าหยิบ ปากกา ขึ้นมา
ถามว่า นี่คือปากกาใช่ไหม ผู้เข้าร่วมกิจกรรมตอบว่า ใช่ ใช่ ใช่ พร้อมกัน ส่ายหน้า ๓ คร้ัง ถ้าหยิบ ดินสอ
ข้ึนมาถามว่า นค่ี อื ปากกาใชไ่ หม ผ้เู ข้าร่วมกิจกรรมตอบว่า ไมใ่ ช่ ไมใ่ ช่ ไม่ใช่ พรอ้ มกัน พยกั หนา้ ๓ ครัง้

๓) เรม่ิ เลน่ โดยออกคาสั่งให้ท้ังหมดแสดงกรยิ าตรงกับคาตอบ เมื่อผนู้ าถาม (ใช่ ก็พยักหน้า
ไมใ่ ช่ ก็ส่ายหนา้ ) คร้งั ท่ี ๒ จึงออกคาสัง่ แบบตรงกันข้าม

๔) จากน้ันใหส้ ลบั เลน่ แบบรวมกล่มุ กับเลือกสมุ่ ถามเป็นรายบคุ คล หรอื เชญิ ตวั แทนออก
ทากิจกรรมดา้ นหนา้

๑๑

๓. เกม จีบ..ตวั แอล : เวลา ๕ นาที อปุ กรณ์ ไม่มี
ขนั้ ตอนการเล่น
1) ผ้นู าเกมอธิบายให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมฟังวา่ ต่อไปน้ีจะเป็นการทดสอบการทางานของ

สมองในการควบคุมนิว้ มอื ทง้ั สองข้าง ให้ทุกคนชูมือทง้ั สองข้างข้ึนสูงระดบั อกและทาท่าตาม ดังน้ี
1.1 ชูนิว้ มือขวาในทา่ “จีบมอื ” ปลายน้วิ หวั แม่มือและปลายนิว้ ชี้ แตะกัน
1.2 ชูนว้ิ มือซ้ายอยู่ในท่าตัว “L” (กานิว้ กลาง นางและก้อยไว้ ปล่อยให้นวิ้ ชี้และ

น้ิวหัวแมม่ อื กางออก)
2) ผนู้ าเกมออกคาสงั่ ใหผ้ ู้เขา้ ร่วมกจิ กรรมทาตามคาส่ังทันที โดยไมใ่ ห้รู้ตวั เช่น
2.1 ขวาจีบ ซา้ ยแอล
2.2 ซ้ายจีบ ขวาแอล
๒.๓ ใช้คาสงั่ “เปล่ยี น”
3) ควรเพมิ่ ความเรว็ ในการออกคาสัง่ ให้ผู้เขา้ ร่วมกจิ กรราทาท่าสลับไป-มา

4. เกม กา..แบ : เวลา ๕ นาที (ไม่มอี ปุ กรณ)์
ข้นั ตอนการเลน่
1) ผูน้ าออกคาสัง่ ให้ผูเ้ ข้ารว่ มกิจกรรมทุกคนกามือและยกขนึ้ ทง้ั สองข้างระดับอบ แล้วสงั่ ว่า

เมือ่ นบั ๑ ใหแ้ บมือซ้ายวางบนหน้าอก กามอื ขวาเหยยี ดออกไปข้างหน้า เม่ือนบั ๒ ให้ทาสลบั ขา้ งกัน คือ ให้
แบมือขวาวางบนหนา้ อกและกามือซา้ ยเหยียดออกไปขา้ งหนา้

๒) ผู้นาออกคาส่ัง “๑” “๒” สลับไปเรื่อย ๆ จากจงั หวะช้าไปหาเร็ว เพอื่ ความสนกุ สนาน
5. เกม Buddy : เวลา ๑๐ นาที (ไม่มีอปุ กรณ์)

ขน้ั ตอนการเลน่
1) ผู้นาส่ังให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนยืนขึ้น แล้วอธิบายว่าเม่ือได้ยินคาว่า “บัดดี้” ให้
ผูเ้ ขา้ รว่ มกจิ กรรมจบั ค่กู ัน แล้วใช้เวลาครึ่งนาทีแนะนาตัวทาความร้จู กั กนั ถามว่าชือ่ เล่นชื่ออะไร มาจาก
โรงเรียนไหน ชอบกนิ อะไร
๒) ผู้นาสง่ั ให้ผเู้ ข้าร่วมกิจกรรมทาทา่ ตา่ ง ๆ ซึ่งทุกคู่ต้องปฏิบตั ิตาม เชน่ กระโดด ๓ ครง้ั
ตบมอื คู่ ๒ ครัง้
๓) ถ้าผ้นู าสงั่ ให้ “บัดดี้เปลี่ยนค่”ู ให้ผู้เขา้ รว่ มกิจกรรมไปหาค่บู ัดดใ้ี หม่ (หา้ มซา้ คนเดิม)
ถามชื่อเลน่ ชอื่ อะไร มาจากโรงเรยี นไหน ชอบกินอะไร ผู้นาส่ังเปลีย่ นคไู่ ปเร่ือย ๆ
๔) ผู้นาควรออกคาสั่ง “บัดด้ี” และบอกให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทาตามคาสั่งอ่ืน ๆ สลับไป-มา
เพอื่ ให้ทุกคนได้มโี อกาสรู้จักเพื่อนใหม่

แหล่งข้อมลู อา้ งอิง
คมู่ ือนนั ทนาการเพอ่ื การจดั กระบวนการเรยี นรู้เร่ืองเพศ ขององค์การแพธ (PATH)

การวดั และประเมนิ ผล
1. การสงั เกต
2. การสอบถาม

๑๒

ชื่อวิชา การสร้างแรงบันดาลใจ

จานวน 1 ชั่วโมง

วัตถปุ ระสงค์
1. เพื่อให้ผเู้ ข้ารับการฝกึ อบรมเหน็ ตวั อยา่ งของผูป้ ระสบความสาเร็จจากการใช้ส่อื /ช่องทาง

Social อยา่ งสร้างสรรค์
2. เพื่อให้เข้ารบั การฝกึ อบรมเกดิ ความเขา้ ใจวิธีสรา้ งความสาเร็จจากการใช้สื่อออนไลน์อยา่ ง

สร้างสรรค์
3. เพื่อให้เขา้ รบั การฝกึ อบรมเกิดความกระตือรือรน้ ในการทดลองสรา้ งส่ือ/ช่องทาง Social

อย่างสรา้ งสรรค์

ขอบเขตเนื้อหาวชิ า
1. ชอ่ งทางการประสบความสาเร็จของ YouTube หรอื Vlogger
2. ชอ่ งทางการประสบความสาเร็จของการตลาดออนไลน์
3. ช่องทางการประสบความสาเรจ็ ของผู้คา้ ออนไลน์

วธิ ีการเรียนรู้
1. ใชว้ ิธีการเชญิ ผู้ทปี่ ระสบความสาเรจ็ ในดา้ นตา่ ง ๆ จนเปน็ ท่ียอมรับในกระแสสงั คมมา

เข้ารว่ มเวทีเสวนา ตัวอยา่ งเช่น
1) YouTuber หรือ Vlogger ทม่ี ีชอ่ งทางออนไลน์ (Online) เป็นของตนเอง
2) เจ้าของธรุ กิจในท้องถ่นิ ที่ใชส้ ื่อ Online ในการสง่ เสรมิ (Promote) สนิ คา้
3) ผู้คา้ Online ที่ใชส้ ่อื หรือชอ่ งทาง Social (ไมม่ หี น้าร้าน)

2. ผู้นาการเสวนา แนะนาผลงานของผ้รู ่วมเสวนาและเปิดประเดน็ การซกั ถามให้แตล่ ะคน
ได้เลา่ ถงึ ความเป็นมาและประสบการณ์ที่ประสบผลสาเรจ็ โดยใหบ้ อกเล่ารอบละ 5 นาที

3. ประเดน็ คาถามในการเสวนา
1) ที่มาหรือเหตุผลทเี่ ลือกใชช้ ่องทางสอื่ ออนไลน์ในการสรา้ ง Content นัน้ ๆ (Their

Inspiration)
2) วิธกี ารสรา้ ง Content ของแต่ละคน
3) ปญั หา อุปสรรคท่ีเกดิ ขึ้นและวิธีการแก้ไขปัญหา
4) ให้ฝากข้อคิดกับเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่สนใจจะใช้สื่อออนไลน์/ช่องทาง Social

ในการสรา้ งรายได้หรือสนบั สนนุ สง่ เสรมิ (Promote) สิง่ ทีต่ นสนใจอยา่ งสร้างสรรค์
4. เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมซักถาม โดยวิทยากรถามผู้เข้าร่วมกิจกรรมว่า “ถ้าพูดถึง

ความสาเร็จจะคิดถึงอะไรบ้าง” วิทยากรจดบันทึกทุกคาตอบของผู้เข้าร่วมกิจกรรมลงบนกระดานหรือ
กระดาษฟลิปชาร์ทที่ตั้งไว้บริเวณด้านหน้าห้องประชุม วิทยากรทวนคาตอบที่อยู่บนกระดานหรือ
กระดาษฟลิปชาร์ทอีกครัง้ แล้วถามผู้เข้าร่วมกิจกรรมว่า ความสาเร็จต่าง ๆ ท่ีทุกคนช่วยกันตอบ เมื่อเข้ามาใน
ชีวิตแล้วเรารู้สึกอย่างไร (ตัวอย่างคาตอบ ปลอดโปร่ง โล่ง สบาย หายเหนื่อย) และแนะนา 10 อาชีพมาแรง
แห่งปี 2020 วา่ มตี วั อย่าง ดงั นี้

1) นักวเิ คราะห์ขอ้ มูล 2) นกั จิตวิทยาบาบดั 3) นกั วิจยั ทางวิทยาศาสตร์
4) นกั วศิ วกรคอมพิวเตอร์ 5) สตั ว์แพทย์ 6) นกั บริหาร
7) อาชีพสายสุขภาพ 8) นกั การเงิน 9) ผู้ประกอบการ
10) วิศวกรรมและวิทยาศาสตร์ส่งิ แวดล้อม

๑๓

5. วทิ ยากรชวนให้ผู้เขา้ ร่วมกิจกรรมไปสืบคน้ ข้อมูลผู้ประกอบการท่ีประสบความสาเรจ็ ใน
อาชีพเพื่อเตรียมตัวเอง โดยใชฐ้ านข้อมูลจากผ้ปู ระสบความสาเรจ็ ในชวี ติ

6. แบ่งกลุ่มผเู้ ขา้ ร่วมกจิ กรรมออกเปน็ 10 กล่มุ ๆ ละ 10 คน โดยใช้ เพลงตบมือ
“ตบมอื 1 คน ตบ 1 คน ก็ยังไม่ได้ ตอบมืออีกคร้ังจะให้ได้ต้องตบ 3 5 8 10 คน”

1) ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มนงั่ ลงเข่าชดิ กัน ใหแ้ ต่ละกลุ่มนับเลขเริม่ จาก 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
จนครบ แล้วให้จาหมายเลขตัวเองไว้

2) วิทยากรเอ่ยถงึ หมายเลขใด ให้คนท่ีได้หมายเลขนัน้ ลกุ ขึ้นเต้น (เปดิ เพลง) (วทิ ยากรให้
ทกุ คนในกลุ่มไดเ้ ตน้ ท้ังหมด)

3) ปิดเพลงแลว้ ใหส้ มาชกิ ในกลุ่มยกมอื ขวาขนึ้ พร้อมชี้นิว้ ไปทีเ่ พ่ือนท่สี ามารถเปน็ หวั หนา้
กล่มุ ใหเ้ ราได้ 1 คน ใครท่ีเพ่ือนช้เี ยอะท่ีสดุ ให้เป็นหวั หนา้ กลมุ่ เพ่ือเปน็ การขอบคุณเพื่อน ๆ ท่ีให้ความไว้วางใจ
ให้หัวหน้ากลุ่มราวงรอบกลุม่ ตนเอง 1 รอบ

7. ผู้ชว่ ยวทิ ยากรเดินไปหาหัวหน้ากลุม่ แต่ละกลมุ่ ให้จบั สลากใบงาน (ประวัติบุคคลท่ีประสบ
ความสาเร็จ) แจกกระดาษฟลิปชาร์ทพร้อมปากกาเคมี ให้ระดมความคิดจากการศึกษาประวัติบุคคลท่ีได้รับ
กลุ่มละ 5 นาที

8. วทิ ยากรสรปุ กจิ กรรม
นิสัย 8 อย่างท่ที าให้คนประสบความสาเรจ็

1. ย่งุ อยู่ตลอดเวลา ทางาน ทุ่มเท ทาไปเรื่อย ๆ
2. ปฏเิ สธใหเ้ ปน็ ลด ตัดทอนสิง่ ทไ่ี มจ่ าเป็นลง พุ่งเป้าไปสคู่ วามตอ้ งการท่ีแทจ้ รงิ
3. รจู้ ักตนเอง เราเปน็ ใคร งานแบบไหนทเ่ี ราทาได้ จดุ แขง็ เราคอื อะไร
4. สรา้ งเครือข่าย ธรุ กจิ ขายตรง ทาความรจู้ กั ผู้คนหมัน่ เขา้ สังคมกวา้ งขวาง
5. ไมต่ ้องรอโชค สรา้ งโชคใหต้ นเอง หมั่นพฒั นาตนเอง
6. มานะอดทน ความสาเรจ็ ไม่มที างลดั
7. เรยี นรู้จากความผดิ พลาด
8. หาทีป่ รึกษาทดี่ ี
สอ่ื และอุปกรณท์ ใ่ี ช้
1. กระดานหรือกระดาษฟลิบชารท์
2. คอมพิวเตอร์
2. สญั ญาณ Wi-Fi
3. เอกสารหรือคลปิ ประวัติบุคคลท่ีประสบความสาเร็จ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
1. ประวัติแจ็กหมา่ https://money.kapook.com/view99134.html
๒. ประวัติบลิ เกตส์ https://www.blueoclock.com/bill-gates-story/
๓. ประวตั ิ สตฟี จอบส์ https://www.blueoclock.com/steve-jobs-apple-story/
๔. ประวัตเิ ถ้าแก่น้อย http://poppy047.blogspot.com/
๕. ประวตั ติ นั ภาสกรนที https://moneyhub.in.th/article/ shorturl.at/afMRT
๖. ประวตั ิปญั ญา นิรันดรก์ ลุ https://www.mixmagazine.in.th/00000415
๗. ประวัติ ฮารแ์ ลนดเ์ ดวดิ แซนเดอส์ https://teen.mthai.com/variety/48647.html
๘. ประวัติ วอลท์ ดสิ นีย์ https://www.blueoclock.com/walt-disney-story/
๙. ประวัติ ทิม เฟอร์ริส https://www.blueoclock.com/tim-ferriss-story/

๑๔

การวดั และประเมนิ ผล
1. การสังเกต
2. การสอบถาม

ใบงาน
วิชา การสรา้ งแรงบันดาลใจ

กลุ่มที่ 1 ให้ศึกษาประวตั ิ แจ็ก หม่า เป็นใคร มาจากไหนประสบความสาเรจ็ เร่อื งอะไร
กลมุ่ ที่ 2 ให้ศกึ ษาประวัติ บลิ เกตส์ เปน็ ใคร มาจากไหนประสบความสาเรจ็ เร่อื งอะไร
กลมุ่ ที่ 3 ใหศ้ ึกษาประวตั ิ สตีฟ จอบส์ เป็นใคร มาจากไหนประสบความสาเร็จเร่ืองอะไร
กลมุ่ ที่ 4 ให้ศกึ ษาประวัติ มาร์ก ซกั เคอร์เบริ ก์ เปน็ ใคร มาจากไหนประสบความสาเรจ็ เรื่องอะไร
กลุ่มท่ี 5 ให้ศกึ ษาประวัติ เถ้าแกน่ ้อย เปน็ ใคร มาจากไหนประสบความสาเร็จเรื่องอะไร
กลมุ่ ท่ี 6 ให้ศกึ ษาประวัติ ตนั ภาสกรนที เปน็ ใคร มาจากไหนประสบความสาเรจ็ เรอื่ งอะไร
กล่มุ ที่ 7 ให้ศึกษาประวัติ ปัญญา นริ ันดร์กุล เป็นใคร มาจากไหนประสบความสาเร็จเรื่องอะไร
กลุ่มที่ 8 ใหศ้ กึ ษาประวัติ ฮารแ์ ลนด์ เดวิด แซนเดอร์ส เป็นใคร มาจากไหนประสบความสาเร็จ
เร่ืองอะไร
กลุ่มท่ี 9 ให้ศกึ ษาประวัติ วอลท์ ดิสนีย์ เป็นใคร มาจากไหนประสบความสาเร็จเร่ืองอะไร
กลมุ่ ที่ 10 ใหศ้ กึ ษาประวัติ ทิม เฟอร์รสิ เปน็ ใคร มาจากไหนประสบความสาเร็จเรอ่ื งอะไร

………………………………………………………………………………………………………………………………………….…………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………….…………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………….…………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………….…………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………….…………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………….…………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………….…………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………….…………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………….…………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………….…………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………….…………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………….…………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………….…………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………….…………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………….…………..

ช่อื กจิ กรรม เทคนิคการสร้างรายไดบ้ นโลกออนไลน์ ๑๕
จานวน 1 ชว่ั โมง

วัตถุประสงค์
1. เพ่ือให้ผเู้ ข้ารบั การฝึกอบรมไดท้ ราบถึง Platform เบอ้ื งตน้ ของโลกออนไลน์
2. เพ่ือให้ผ้เู ข้ารบั การฝึกอบรมใช้ Platform ในการหารายไดบ้ นโลกออนไลน์

ขอบเขตเนือ้ หาวชิ า
1. Platform เบอ้ื งตน้ บนโลกออนไลน์
2. การตดิ ต้งั Application หรือ Software ทีจ่ าเปน็ ตอ้ งมีโลกออนไลน์
3. ฝึกการใช้ Platform รปู แบบตา่ ง ๆ
4. เทคนิคการขายออนไลน์
5. เรยี นรู้การขาย
6. มีความซ่ือสัตยแ์ ละการสื่อสารอยา่ งสรา้ งสรรค์

วธิ กี ารเรยี นรู้
1. การบรรยาย
2. การฝึกปฏบิ ตั ิสรา้ ง Platform รปู แบบตา่ ง ๆ

ส่ือและอุปกรณ์ทใ่ี ช้
1. อปุ กรณ์ Smart Phone /คอมพวิ เตอร์
2. สปอร์ตไลท์
3. ระบบ Internet
4. โปรเจคเตอร์
5. เครื่องเสยี ง
6. กระดาษฟร๊ิบชารต์
7. ปากกาเคมี

แหล่งข้อมูลอา้ งองิ
1. www.droidsans.com
2. https://th-th.facebook.com>help
3. www.millionaire-academy.com
4. www.thaismescenter.com

การวัดและประเมนิ ผล
1. มี Application บน Smart Phone/คอมพวิ เตอร์
2. จานวนผชู้ ม
3. ประเมนิ จากยอดส่ังซือ้ สนิ ค้า
4. การแสดงความคดิ เห็น

๑๖

ตัวอยา่ ง
องค์ความรรู้ ายวชิ า “เทคนิคการขายออนไลน์”

1. กาหนดแผนธุรกิจของคุณ คุณไม่สามารถมุ่งไปสู่การขายสินค้าออนไลน์ได้ จนกว่าคุณ
จะมีการจัดทาแผนธุรกิจที่จะทาให้คุณมั่นใจได้ว่า การดาเนินงานในอนาคตของคุณจะเป็นไปอย่างมีแบบแผน
ตรงตามเป้าหมายและมีประสิทธิภาพมากพอ ในการแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่อาจจะพบเจอได้ในอนาคตระหว่าง
การดาเนินธุรกิจอยู่ การกาหนดแผนธุรกิจมีความสาคัญและเกี่ยวข้องกับการดาเนินธุรกิจโดยตรงไม่ว่าจะเป็น
เรือ่ งราวของเงินทุน ราคาของสนิ ค้า กลยุทธท์ จ่ี ะใช้ในการดาเนินธุรกิจและแผนการตลาด

2. คิดให้แตกต่าง ในการขายสินค้าออนไลน์ ส่ิงท่ีคุณหลีกเลี่ยงไม่ได้คือคู่แข่งขันที่จะมี
รูปแบบของสินค้าคล้ายกัน ดังนั้น ส่ิงที่คุณต้องทาให้ได้คือการคิดให้แตกต่าง เพ่ือสร้างจุดยืนที่โดดเด่นท่ีจะทา
ให้ลูกค้าสนใจในตัวสินค้าของคุณ การคิดให้แตกต่างส่ิงแรกที่คุณควรทาคือสารวจคู่แข่งขันของคุณว่าพวกเขา
กาลังทาอะไร เพื่อหาจุดบกพร่องทสี่ ามารถนามาสร้างความแตกต่างได้ในอนาคต

3. เลือกสินค้าที่จะขาย อย่างแรกเลย ว่าที่เจ้าของกิจการออนไลน์คนใหม่ต้องทาก็คือ
การเลือกของหรือสินค้าท่ีจะมาขาย เพราะถ้าคุณยังคิดไม่ออกว่าจะขายสินค้าอะไรดี ร้านค้าออนไลน์ท่ีคุณฝัน
เอาไว้ก็คงจะเกิดข้ึนไม่ได้ เพราะฉะน้ันคุณต้องเลือกสินค้าท่ีจะนามาขายก่อนเลย แต่ถ้ายังคิดไม่ออกว่าจะขาย
อะไร ก็ขอแนะนาให้เลือกสินค้าที่คุณมีความรู้ มีความสนใจจะดีกว่า เพราะหากลูกค้าเกิดมีข้อสงสัยในสินค้า
ชนิดน้นั ๆ คุณกจ็ ะสามารถตอบคาถามได้อยา่ งกระจา่ งนน่ั เอง

4. ทดสอบเสียงตอบรับของสินค้า ก่อนที่คุณจะตัดสินใจว่าจะลงทุน ลงแรงกับสินค้า
ประเภทใด การทดสอบเสียงตอบรับบนร้านค้าออนไลน์อย่าง eBay.Shopee หรือ Lazada เพ่ือตรวจสอบ
เสียงตอบรับจากกลุ่มลูกค้าออนไลน์เหล่านี้ดูว่า สินค้าของคุณน่าสนใจมากน้อยแค่ไหน หลังจากซื้อไปแล้ว
พึงพอใจหรือไม่ หากสินค้าออกมาไม่ดีคุณก็สามารถปรับเปล่ียนแก้ไขได้ทันที วิธีน้ีอาจเรียกได้ว่าเป็นวิธีการ
ทดสอบน่านน้า กอ่ นออกรบกว็ ่าได้

5. เลือกช่ือโดเมน เม่ือมีแผนงานและสินค้าท่ีเหมาะสมในการทาธุรกิจออนไลน์ของคุณแล้ว
ต่อมาหากคุณต้องการเปิดเว็บไซต์เพ่ือขายสินค้าหรือประชาสัมพันธ์ ก็อย่าลืมให้ความสาคัญกับการเลือกช่ือ
หรือตง้ั ชื่อโดเมนที่จะทาให้ผคู้ ้นหาพบเจอกับเว็บไซต์ของคุณได้ง่าย ๆ ชื่อโดเมนนั้นไม่จาเป็นจะต้องเป็นชื่อของ
สนิ คา้ อาจเปน็ ช่ือของแบรนดก์ ็ได้

6. เลอื กแพลตฟอร์มอีคอมเมิรซ์ เมือ่ เลือกได้แล้ววา่ จะขายสินค้าท่ีไหน ต่อไปก็มาดูเรื่องของ
ทาเลท่ีต้ังร้านกันบ้าง เพราะทาเลที่ต้ังร้านก็มีผลต่อยอดขายได้เช่นเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น หากคุณต้องการ
ขายสนิ คา้ ประเภทแฟชัน่ แต่เลือกทาเลเปน็ ตลาดสด อนั นก้ี ็ไมน่ ่าจะเหมาะ เพราะคนซื้อและตัวสินค้าน่าจะเป็น
คนละเป้าหมายกัน ซ่ึงการขายสินค้าออนไลน์ก็เช่นเดียวกัน หากคุณยังไม่มีเว็บไซต์ร้านเป็นของตัวเอง การนา
สินค้าไปฝากขายตามเว็บขายสินค้าใหญ่ๆ อย่างเช่น eBay,.Amazon.ฯลฯ ก็ควรจะเลือกหมวดสินค้าของ
ตวั เองใหถ้ ูกตอ้ งด้วย

7. การเลือกคาโฆษณาประชาสัมพันธ์ ณ ตอนนี้เรารู้แล้วว่าสินค้าที่จะขายคืออะไร และ
เลือกทีต่ ั้งร้านได้แล้ว ต่อไปกม็ าถึงการโฆษณาประชาสัมพนั ธบ์ า้ ง เพราะหากเรามกี ารโฆษณาที่ดี ก็จะช่วยทาให้
สินค้าเป็นที่รู้จักจากคนภายนอกมากขึ้น และสามารถขายสินค้าได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ เพราะฉะนั้นการเขียนคา
โฆษณาประชาสัมพันธ์จึงเป็นอีกหน่ึงหัวใจหลักที่สาคัญ ซ่ึงส่ิงที่ควรคานึงถึงก็คือ จะเขียนอย่างไรให้ออกมา
น่าสนใจและสะดุดตาคนอ่านมากที่สุด รวมถึงประโยชน์ของสินค้านั้น.ๆ.ให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกประทับใจ
แตต่ อ้ งไม่เกินจรงิ จนดไู มน่ ่าเช่อื ถอื

๑๗

8. การเลือกวิธีชาระเงิน แม้ว่าข้อน้ีจะไม่ได้เก่ียวข้องกับขั้นตอนของการขาย เพราะถือว่า
การขายได้เสรจ็ สิน้ ไปแล้ว แตข่ น้ั ตอนนี้กลบั มคี วามสาคัญท่ีคณุ จะละเลยเสียไม่ได้ ท้ังน้ีโดยส่วนใหญ่แล้วร้านค้า
ออนไลน์ทั่วไปในประเทศไทย จะใช้วิธกี ารโอนเงนิ แลว้ ให้ลูกค้าส่งสลิปเพื่อยืนยันการโอนมายังไลน์ อีเมล หรือ
ในเฟสบุ๊ค เพราะระบบการชาระเงินออนไลน์ที่ยังไม่ครอบคลุมมากนัก แต่การโอนเงินก็เป็นวิธีที่หลายคน
มองว่าค่อนข้างช้าและยังเสียเวลาเดินทางไปท่ีแบงก์อีก เพราะหากโอนต่างสาขาก็ต้องเสียค่าธรรมเนียม
โดยไม่จาเป็น ในกรณีท่ีไม่ได้มีบัญชีธนาคารเดียวกับร้านค้า ทาให้บางร้านเลือกท่ีจะใช้การจ่ายผ่านบัตรเครดิต
หรือผ่าน PayPal ซ่ึงถือเป็นอีกหน่ึงทางแก้ปัญหาท่ีดี เพราะทาให้ลูกค้ามีตัวเลือกในการชาระเงินเพ่ิมมากขึ้น
และสะดวกมากขึ้น

9. การเลือกวิธีส่งสินค้า ขั้นตอนสุดท้ายของการขายออนไลน์ ก็คือการเลือกวิธีการส่งสินค้า
อย่างไรให้ถึงมือลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว และถูกต้องแม่นยา ซึ่งหากคุณไม่อยากยุ่งยากวุ่นวายในการจัดการ
ก็สามารถเลือกใช้วิธี Dropship ได้ แต่ถ้าอยากจัดการด้วยตัวเอง ก็อาจจะต้องมาเลือกว่าจะใช้บริการของเจ้า
ไหนดี ซึ่งปัจจุบันนอกจากการส่งผ่านไปรษณีย์ไทยแล้ว ก็มีอีกหลากหลายบริษัทให้เลือกใช้ ซ่ึงอันน้ีก็ขึ้นอยู่กับ
ความสะดวกของท้งั ตวั คณุ และลูกค้าเองวา่ จะชอบหรือสะดวกแบบไหน

๑๘

ช่ือวชิ า รเู้ ท่าทนั สอื่ สกู่ ารใชส้ ื่ออยา่ งสรา้ งสรรค์

จานวน 2 ชว่ั โมง

วัตถุประสงค์
1. เพ่ือให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ ความเข้าใจและตระหนักเกี่ยวกับการใช้ส่ือออนไลน์

แบบตา่ ง ๆ
2. เพ่อื ให้ผเู้ ขา้ รับการฝึกอบรมมคี วามรู้ ความเขา้ ใจเกีย่ วกับกฎหมายท่เี กยี่ วข้อง

พระราชบัญญตั วิ า่ ดว้ ยการกระทาความผิดเก่ียวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2560
๓. เพอื่ ให้ผ้เู ขา้ รับการฝกึ อบรมมคี วามรู้ ความเขา้ ใจเกยี่ วกบั ภาษี e-Payment

ขอบเขตเนอ้ื หาวิชาการ
1. รู้เทา่ ทนั สอื่ (Media Literacy)
2. พระราชบัญญตั ิว่าดว้ ย การกระทาความผิดเก่ียวกับคอมพวิ เตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560
3. พระราชบัญญตั ิ แก้ไขเพม่ิ เติมประมวลรษั ฎากร (ฉบับที่ 48) พ.ศ. 256๒
4. ภาษี e-Payment

วิธีการเรยี นรู้
1. การบรรยายประกอบสอื่
2. การอภิปรายกลมุ่

สือ่ และอุปกรณ์ท่ใี ช้
1. PowerPoint หรือสไลด์ประกอบการบรรยาย
1) Media Literacy
2) พระราชบญั ญัติวา่ ดว้ ยการกระทาความผิดเก่ียวกบั คอมพวิ เตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560
3) ภาษี e-Payment
2. คอมพิวเตอร์
3. เครอ่ื งฉายภาพ (Projector)
4. ใบงาน

แหล่งข้อมลู อ้างองิ
๑. https://www.youtube.com/watch?v=GqvD17cIldc&feature=youtu.be
๒. http://bcp.nbtc.go.th/uploads/items/attachments/ab233b682ec355648e7
891e66c54191b/_e16faf15acd6f22ac57456b58cda7316.pdf
๓. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/A/010/24.PDF
๔. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2562/A/034/T_0023.PDF
๕. https://www.itax.in.th/media/ภาษรี ้านคา้ ออนไลน์

การวดั และประเมนิ ผล
1. เครอ่ื งมอื : ใบงาน
2. วธิ กี ารประเมิน : ตรวจใบงาน
3. เกณฑ์การประเมนิ : นักเรียนทาใบงานไดร้ อ้ ยละ 90 ข้ึนไป

๑๙

ตัวอย่าง
องค์ความรรู้ ายวชิ า “รู้เท่าทันสื่อสู่การใชส้ ือ่ อย่างสรา้ งสรรค์”

1. รเู้ ท่าทันสื่อสู่การใชส้ อ่ื อยา่ งสร้างสรรค์
สื่อประกอบวิชา
https://www.youtube.com/watch?v=GqvD17cIldc&feature=youtu.be

2. พระราชบัญญตั ิว่าด้วยการกระทาความผิดเกยี่ วกับคอมพวิ เตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560

๒๐

๒๑

๒๒

๒๓

๒๔

๒๕

๒๖

๒๗

๒๘

๒๙

3. พระราชบญั ญัติแก้ไขเพิม่ เตมิ ประมวลรษั ฎากร (ฉบบั ท่ี 48)

๓๐

๓๑

๓๒

4. กฎหมายภาษี e-Payment ทีต่ อ้ งรู้
ภาษี e-Payment หรือ ภาษีอีเพย์เมนต์ ตามความหมายท่ีได้ถูกกล่าวถึงในพระราชบัญญัติ

แกไ้ ขเพ่มิ เติมประมวลรษั ฎากร (ฉบับท่ี 48) พ.ศ. 2562 น่ันคือ ผู้ท่ีรับโอนเงินเข้าบัญชี มียอดเงินหรือจานวน
ครง้ั ที่โอนถึงเงื่อนไขที่กาหนดไว้ จะถูกส่งข้อมูลให้กรมสรรพากรตรวจสอบการเสียภาษี ซ่ึงไม่ได้รวมแค่คนขาย
ของออนไลน์เท่านั้น แต่ทุกคนมีสิทธ์ิโดนเหมือนกันหมด โดยได้มีผลบังคับใช้ต้ังแต่วันที่ 21 มีนาคม 2562
และให้สถาบันการเงินส่งรายงานธุรกรรมครั้งแรกต่อกรมสรรพากร ภายในวันท่ี 31 มีนาคม 2563 โดยมี
เงอ่ื นไขท่ที าใหต้ ้องแสดงบญั ชกี ับกรมสรรพากร มดี ังนี้

1. ฝาก หรือโอนเงินเขา้ บญั ชี 3,000 ครง้ั /ปี นับเฉพาะจานวนคร้งั ทร่ี ับโอนเท่าน้ัน ไม่ว่าจะมี
มลู คา่ มากหรอื นอ้ ยแคไ่ หนก็ตาม

2. ฝาก หรือโอนรวมกนั ตัง้ แต่ 400 ครัง้ และมยี อดรวมตง้ั แต่ 2 ล้านบาท/ปี ต้องเข้าเงื่อนไข
ทั้ง 2 อย่างน้ี ถึงจะโดนตรวจสอบแต่หากน้อยกว่านี้ หรือเข้าเง่ือนไขอย่างใดอย่างหน่ึงก็จะไม่ถูกตรวจสอบ
หากคุณมีคุณสมบัติดังนี้ ก็จะทาให้กรมสรรพากรได้รับข้อมูล เลขประจาตัวประชาชน ช่ือ-สกุล เลขที่บัญชีเงิน
ฝาก จานวนคร้ังของการฝากหรือโอนรับเงิน, ยอดรวมของการฝากหรือโอนรับเงิน เพื่อใช้ในการเก็บข้อมูลและ
เก็บภาษีได้จานวนที่ถูกต้อง ทั้งนี้ การนับยอดทาธุรกรรมตามเง่ือนไขที่กล่าวมาจะเป็นแบบรายปี ต้ังแต่วันที่
1 มกราคม – 31 ธันวาคม ของปีน้ันๆ โดยข้อมูลท่ีส่งจะแยกเป็นรายสถาบันการเงิน และผู้ให้บริการเงิน
อิเล็กทรอนกิ ส์ ไม่ได้รวมขอ้ มลู หรือเชอ่ื มโยงกัน

๓๓

ใบงาน
วิชา รเู้ ท่าทันสอื่ สูก่ ารใช้ส่อื อย่างสรา้ งสรรค์

ช่อื -สกลุ โรงเรียน

1. ทุกวนั นน้ี กั เรยี นใช้ “สังคมออนไลน์” ในลักษณะใดบา้ ง

2. ถ้านกั เรยี นเปน็ พ่อ แม่ ผ้ปู กครอง นักเรียนจะมีวิธีการดูแลความปลอดภยั ของลกู หลานบนโลกออนไลน์
อย่างไร

3. ให้นักเรยี นสรปุ ความรเู้ กี่ยวกบั พระราชบญั ญัติว่าด้วยการกระทาความผิดเกีย่ วกับคอมพวิ เตอร์ (ฉบับท่ี 2)
พ.ศ. 2560 สาหรับการสรา้ งรายไดจ้ ากสื่อออนไลน์

4. ให้นักเรยี นสรปุ ความรู้เกี่ยวกบั ภาษี e-Payment สาหรบั การสรา้ งรายได้จากสื่อออนไลน์

..............................................

๓๔

ช่อื กิจกรรม การออกแบบโครงเร่ืองสนิ คา้ และบรกิ าร Storyboard

จานวน 4 ชัว่ โมง

วัตถุประสงค์
1. เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ ความเข้าใจในการออกแบบโครงเรื่องสินค้าและ

บริการ Storyboard
2. เพ่ือให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมสามารถออกแบบ จดั ทาและสามารถนาไปใช้งานไดจ้ ริง

ขอบเขตเน้ือหาวิชา
1. ความหมายและองค์ประกอบของการสรา้ งโครงเรอ่ื งสินค้าและบริการ Storyboard
2. แนวคดิ และรูปแบบการนาเสนอโครงเรอื่ งสนิ ค้าและบริการ Storyboard
3. การกาหนดประเด็นที่ต้องการนาเสนอโครงเร่ืองสนิ คา้ และบริการ Storyboard

วิธกี ารเรียนรู้
๑. บรรยายประกอบสือ่
๒. แบ่งกลมุ่ ฝึกปฏบิ ัติการ (Workshop)

สอ่ื และอุปกรณท์ ี่ใช้
1. ใบความรู้
2. ใบงาน
3. กระดาษฟลิปชาร์ท
๔. ปากกาเคมี

แหล่งข้อมูลอา้ งองิ
1. เว็บไซต์ บทเรียนออนไลน์ วิชามลั ติมีเดียเพื่อการนาเสนอ วทิ ยาลยั เทคนิคตระการพชื ผล

https://sites.google.com/site/tkckitipancom/bth-thi-2-kar-thay-thxd-yaew-khwam-khid-su-chin-
ngan

2. เวบ็ ไซต์ เรยี นคอมพิวเตอร์กับทิชเชอร์อุทศิ
https://kruuthit.wordpress.com/2013/02/09/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%
80%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99-story-board/

การวัดและประเมินผล
๑. การนาเสนอผลงาน
๒. การอภิปรายและให้ข้อเสนอแนะ

๓๕

ตัวอยา่ ง
องค์วชิ ารายความรู้ “การออกแบบโครงเรื่องสินคา้ และบริการ Storyboard”

ความหมายของ Storyboard
สตอรี่บอร์ด คือ การเขียนภาพนิ่งและข้อความเพ่ือกาหนดแนวทางในการถ่ายทาหรือผลิต

ภาพเคลื่อนไหวในรูปแบบต่างๆ เช่น ภาพยนตร์ โฆษณา การ์ตูน สารคดี เป็นต้น เพ่ือกาหนดการเล่าเรื่อง
ลาดับเร่ือง จัดมุมกล้อง กาหนดเวลา ซ่ึงภาพท่ีวาดไม่จาเป็นจะต้องละเอียดมาก แค่บอกองค์ประกอบสาคัญๆ
ได้ มีการระบุถึงตาแหน่งของตัวละครที่มีความสัมพันธ์กับฉากและตัวละครอ่ืนๆ กรอบแสดงภาพและมุมกล้อง
แสงเงา เป็นการสเกตซ์ภาพของเฟรม (Shot) ต่างๆ จากบท เปรียบเสมือนการวาดการ์ตูนในกรอบสี่เหลี่ยม
แต่ละช่อง

ส่วนประกอบของ Storyboard
สตอรี่บอร์ด จะประกอบไปด้วยชุดของภาพ Sketches.ของ.shot.ต่างๆ พร้อมคาบรรยายหรือ

บทสนทนาในเร่ือง ซึ่งอาจจะทาการเขียนเรื่องย่อและบทก่อน หรือ Sketches.ภาพก่อนก็ได้ แล้วจึงค่อยใส่
คาบรรยายลงไป อาจมีบทสนทนาหรือไม่มีบทสนทนาก็ได้ และสาหรับการกาหนดเสียงในแต่ละภาพต้อง
พิจารณาว่าภาพและเสียงไปด้วยกนั ได้หรือไม่ ไม่วา่ จะเป็นเสยี งดนตรี เสยี งธรรมชาตหิ รอื เสยี งอน่ื ๆ
แนวทางในการเขยี น Storyboard

ควรศึกษาการหลกั การเขยี นเน้อื เรือ่ ง บทบรรยาย การกาหนดมุมกล้อง ศิลปะในการเล่าเรื่อง ซึ่งไม่ว่า
จะเป็นนทิ าน นยิ าย ละครหรอื ภาพยนตร์ ล้วนแล้วแตม่ ลี กั ษณะการเล่าเร่ืองคลา้ ยๆ กัน น่ันคือการเล่าเรื่องราว
ของธรรมชาติ มนุษย์หรือสัตว์ ท่ีเกิดข้ึนในช่วงเวลาใดเวลาหน่ึง ณ สถานท่ีใดสถานท่ีหน่ึงเสมอ ดังน้ัน
องค์ประกอบท่ีสาคัญท่ีจะขาดไปเสียไม่ได้ก็คือ ตัวละคร สถานท่ีและเวลา ส่ิงสาคัญในการเขียนบทก็คือ
การเร่ิมค้นหาวัตถุดิบหรือแรงบันดาลใจ ให้ได้ว่า เราอยากจะพูด จะนาเสนออะไร ตัวเราเองมีแนวความคิด
เกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ อย่างไร ซ่ึงแรงบันดาลใจเหล่าน้ันจะถูกนาใช้ในการกาหนด สถานการณ์ ตัวละคร สถานที่
และเวลา ของเรือ่ งราว

๓๖

การจดั ทา Storyboard
การทาสตอร่ีบอร์ด เป็นการสร้างตารางขึ้นมาเพื่อร่างภาพลงไปตามลาดับขั้นตอนของเร่ืองตั้งแต่ต้น

จนจบ เพื่อให้มองเห็นภาพรวมของงานที่จะลงมือทา และหากมีส่ิงที่ต้องแก้ไขเกิดข้ึน ก็จะสามารถแก้ไข
เปล่ียนแปลงปรับปรุงได้ หรือทาสตอร่ีบอร์ดใหม่ได้ การทาสตอร่ีบอร์ดน้ันโดยหลักแล้ว จะเป็นต้นแบบของ
การนาไปสร้างเป็นภาพจริง เหตุการณ์จริง และจะเป็นตัวกาหนดการทางานในขั้นตอนอื่นๆ ไปในตัวด้วย เช่น
การเสียงพากย์ การใส่เสียงดนตรี เสียงประกอบอ่ืนๆ หรือเทคนิคพิเศษต่างๆ การทาสตอร่ีบอร์ดจึงเป็น
การร่างภาพ พร้อมกบั การระบุรายละเอียดตา่ งๆ ท่ีจาเปน็ ทจ่ี ะตอ้ งทาลงไป

วธิ กี ารเขยี นสตอรบ่ี อรด์
สตอร่ีบอร์ด (Storyboard).คือการเขียนกรอบแสดงเร่ืองราวท่ีสมบูรณ์ของภาพยนตร์หรือหนัง

แต่ละเรื่อง โดยมีการแสดงรายละเอียดที่จะปรากฏในแต่ละฉากหรือแต่ละหน้าจอ เช่น ข้อความ ภาพ
ภาพเคล่ือนไหว เสียงดนตรี เสียงพูดและแต่ละอย่างน้ันมีลาดับของการปรากฏว่าอะไรจะปรากฏข้ึนก่อน-หลัง
อะไรจะปรากฏพรอ้ มกัน เปน็ การออกแบบอย่างละเอียดในแต่ละหนา้ จอก่อนที่จะลงมือสร้างเอนิเมชันหรือหนัง
ขึน้ มาจรงิ ๆ

ขัน้ ตอนการทา Storyboard
1. วางโครงเรอื่ งหลัก ไม่ว่าจะเปน็ Theme, ตัวละครหลัก, ฉาก ฯลฯ

1.1 แนวเร่อื ง
1.2 ฉาก
1.3 เน้อื เรอื่ งย่อ
1.4 Theme/แกน่ (ข้อคิด/สิ่งทตี่ อ้ งการจะส่อื )
1.5 ตัวละคร ส่ิงสาคัญคือกาหนดรูปลักษณ์ของตัวละครแต่ละตัวให้โดดเด่นไม่คล้ายกันจนเกินไป
ควรออกแบบรูปลักษณ์ของตัวละครให้โดดเด่นแตกต่างกัน และมองแล้วสามารถส่ือถึงลักษณะนิสัยของ
ตวั ละครได้ทนั ที
2. ลาดบั เหตุการณ์ครา่ ว ๆ

จุดสาคัญคือ ทุกเหตุการณ์จะเป็นเหตุเป็นผลซ่ึงกันและกัน เหตุการณ์ก่อนหน้าจะทาให้เหตุการณ์
ต่อมามีน้าหนักมากข้ึน และต้องหา จุด Climax ของเรื่องให้ได้ จุดน้ีจะเป็นจุดที่น่าต่ืนเต้นท่ีสุดก่อนที่จะเฉลย
ปมทุกอย่างในเรอื่ ง การสรา้ งปมให้ผู้อ่านสงสัยก็เป็นจุดสาคัญในการสร้างเร่ือง ปมจะทาให้ผู้อ่านเกิดคาถามใน
ใจและคาดเดาเนอื้ เร่ืองรวมถึงตอนจบไปต่าง ๆ นานา

3. กาหนดหนา้

4. แต่งบท
เป็นข้ันตอนสุดท้ายก่อนลงมือวาดสตอรี่บอร์ด ควรเขียนบทพูดและบทความคิดที่จะใช้เขียนลงใน

หนงั ออกมาโดยละเอยี ดเพอื่ ทจี่ ะได้กาหนดขนาดของบอลลนู และจดั วางลงบนหนา้ กระดาษได้อย่าเหมาะสม

๓๗

5. ลงมือเขยี น Storyboard
ตัวอยา่ งสตอรี่บอร์ด (Storyboard)

๓๘

๓๙

ช่ือกจิ กรรม การนาเสนอโครงเรื่องสนิ ค้าและบรกิ าร Storyboard

จานวน 1 ชั่วโมง

วตั ถปุ ระสงค์
1. เพ่ือให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ ความเข้าใจในการนาเสนอโครงเร่ืองสินค้าและ

บรกิ าร Storyboard
2. เพ่ือให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความสามารถ มีทักษะในการจัดทาและสามารถนาเสนอ

โครงเรื่องสินค้าและบริการ Storyboard ไดจ้ ริง

ขอบเขตเนอื้ หาวชิ า
1. การสร้างจดุ เดน่ ในการนาเสนอสินคา้ และบริการ Storyboard
2. เทคนิคการนาเสนอโครงเร่ืองสนิ คา้ และบรกิ าร Storyboard

วิธีการเรียนรู้
๑. บรรยายประกอบสื่อ
๒. แบ่งกลุ่มฝึกปฏบิ ตั ิการการนาเสนอ (Workshop)

สื่อและอุปกรณท์ ่ีใช้
1. โปรแกรมนาเสนอ
2. ใบความรู้
3. ใบงาน
3. กระดาษฟลปิ ชาร์ท
๔. ปากกาเคมี

แหล่งข้อมลู อ้างองิ
1. เวบ็ ไซต์ : บทเรยี นออนไลน์ วิชามัลตมิ เี ดยี เพือ่ การนาเสนอ วิทยาลัยเทคนิคตระการพืชผล

https://sites.google.com/site/tkckitipancom/2-3-naewthang-ni-kar-kheiyn-story-board
๒. เว็บไซต์ เรียนคอมพวิ เตอร์กับทชิ เชอรอ์ ุทิศ

https://kruuthit.wordpress.com/2013/02/09/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%
80%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99-story-board/

การวดั และประเมินผล
1. การนาเสนอผลงาน
2. การอภิปรายและใหข้ ้อเสนอแนะ

๔๐

ตัวอยา่ ง
องค์ความรูร้ ายวิชา “การนาเสนอโครงเรอ่ื งสินค้าและบริการ Storyboard”

เทคนิคการเขียน Storyboard
1. ต้องมีการบรรยายสภาพและบรรยากาศของสถานท่ี หรือการพรรณนาภาพอย่างใดอย่างหน่งึ

เพอื่ นาความคดิ ของผูอ้ ่านใหซ้ าบซงึ้ ในท้องเร่ือง ให้เหน็ ภาพฉากทเี่ ราวาดด้วยตัวอกั ษรน้นั ให้ชดั เจน
2.การวางโครงเรื่องมีการดาเนินเร่ืองต้งั แตเ่ ริ่มนาเรื่องจนถึงปลายยอดเร่ือง หรือทเ่ี รยี กว่า

ไคลแมกซ์และจบเรอื่ งลงโดยให้ผู้อ่านเขา้ ใจและมีความรสู้ ึกตามเน้อื เร่ือง
3. การจัดตวั ละครและใหบ้ ทบาทแก่ตัวละครทส่ี าคัญในเร่ือง เพื่อแสดงลักษณะนิสัยอยา่ งหนงึ่

อย่างใดทีก่ ่อใหเ้ กิดเรือ่ งราวต่างๆ ขึ้น
4. การบรรยายเรื่อง แบบการมตี วั ตนทเ่ี ขา้ ไปอยู่ในตวั เร่อื ง และการเป็นบุรุษทส่ี าม ไดแ้ ก่

ตัวละครแสดงบทบาทของตนเอง เปน็ วิธีท่ีดที ่ีสดุ
5. การเปิดเรื่อง อาจใช้วธิ กี ารใหต้ ัวละครสนทนากนั การบรรยายตัวละคร การวางฉากและ

การบรรยายตวั ละครประกอบ การบรรยายพฤตกิ รรมของตัวละครแต่ละตัวละคร ก็ได้

หลักการเขียนสตอรบ่ี อรด์
รูปแบบของสตอร่ีบอรด์ จะประกอบไปด้วย 2 ส่วนคือ ส่วนภาพกับสว่ นเสียง โดยปกติการเขยี นสตอร่ี

บอรด์ ก็จะวาดภาพในกรอบส่ีเหลี่ยม ต่อด้วยการเขยี นบทบรรยายภาพหรือบทการสนทนา และสว่ นสดุ ท้ายคือ
การใส่เสียงซงึ่ อาจจะประกอบด้วยเสยี งสนทนา เสยี งบรรเลง และเสียงประกอบต่างๆ

สิง่ สาคญั ท่ีอยู่ภายในสตอร่ีบอร์ด ประกอบดว้ ย
1. ตวั ละครหรอื ฉาก ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ ส่งิ ของ สถานทห่ี รือตวั การต์ ูน และทสี่ าคัญ คอื พวกเขา

กาลังเคลือ่ นไหวอย่างไร
๒. มมุ กล้อง ทง้ั ในเรือ่ งของขนาดภาพ มุมภาพและการเคลื่อนกล้อง
๓. เสียงการพูดกนั ระหว่างตัวละคร มเี สียงประกอบหรือเสยี งดนตรอี ยา่ งไร

บทภาพ Storyboard

คือ บทภาพยนตร์ประเภทหน่ึงท่ีอธิบายด้วยภาพ คล้ายหนังสือการ์ตูน ให้เห็นความต่อเนื่องของช็อต
ตลอดท้ังซีเควนส์หรือท้ังเรื่องมีคาอธิบายภาพ ประกอบ เสียงต่าง ๆ เช่น เสียงดนตรี เสียงประกอบฉาก และ
เสยี งพดู เป็นตน้ ใชเ้ ปน็ แนวทางสาหรับการถ่ายทา หรอื ใช้เป็นวธิ กี ารคาดคะเนภาพลว่ งหน้า (pre-visualizing)
ก่อนการถ่ายทาว่า เมื่อถ่ายทาสาเร็จแล้ว หนังจะมีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร ซึ่งบริษัทของ Walt Disney
นามาใช้กับการผลิตภาพยนตร์การ์ตูนของบริษัทเป็นคร้ังแรก โดยเขียนภาพ เหตุการณ์ของแอ็คช่ันเรียง
ติดต่อกันบนบอร์ด เพื่อให้คนดูเข้าใจและมองเห็นเร่ืองราวล่วงหน้าได้ก่อนลงมือเขียนภาพ ส่วนใหญ่
บทภาพจะมเี ลขทล่ี าดับชอ็ ตกากบั ไว้ คาบรรยายเหตกุ ารณ์ มุมกลอ้ ง และอาจมีเสยี งประกอบด้วย

๔๑

๔๒

ช่อื วิชา การสร้าง Content จากโครงเร่อื งสนิ ค้าและบรกิ าร (Picture Content)

จานวน 2 ช่ัวโมง 30 นาที

วัตถปุ ระสงค์
1. เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีทักษะในการสร้างส่ือออนไลน์อย่างสร้างสรรค์ ปลอดภัย

และเป็นประโยชน์
2. เพ่ือให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมสามารถออกแบบและจัดทาสื่อออนไลน์ในรูปแบบภาพนิ่ง

(Picture Content)

ขอบเขตเนอ้ื หาวชิ า
1. องค์ประกอบของการสรา้ งส่ือออนไลน์ในรปู แบบภาพน่งิ
2. แนวคิดและรูปแบบการทาสื่อออนไลนใ์ นรูปแบบภาพนง่ิ
3. โปรแกรมท่เี กยี่ วขอ้ งการทาสอ่ื ออนไลน์
4. วธิ ีการใชโ้ ปรแกรมและการตกแตง่ ภาพ
5. เทคนคิ การตกแต่งภาพ

วิธีการเรยี นรู้
๑. บรรยายประกอบสื่อ
๒. แบ่งกลมุ่ ฝึกปฏิบตั ิการ (Workshop)

สอื่ และอุปกรณ์ทีใ่ ช้
1. ส่ืออิเลก็ ทรอนิกส์ (โทรศัพท์มอื ถอื คอมพิวเตอร์พกพา)
2. อนิ เทอร์เนต็
3. โปรแกรมตดั แต่งภาพ ตัดตอ่ วดิ ีโอ /แอปพลเิ คชั่นมือถือ
4. ใบความรู้
5. ใบงาน

แหล่งข้อมลู อ้างองิ
1. สืบคน้ ข้อมลู จาก https://www.photopea.com/ เมือ่ วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563
2. สืบคน้ ข้อมูลจาก http://wow.in.th/tUTF เมอ่ื วันท่ี 26 กมุ ภาพันธ์ 2563

การวดั และประเมินผล
1. การตรวจผลงาน
2. การนาเสนอผลงาน

๔๓

ตวั อยา่ ง
องค์ความรู้วิชา “การสร้าง Content จากโครงเรอื่ งสินคา้ และบริการ

(Picture Content)”

เทคนคิ และวธิ กี ารใช้โปรแกรมและการตกแต่งภาพ
1. การแต่งภาพดว้ ยแอปพลิเคชัน Snapseed
๑. วิทยากรใหค้ วามรู้ การดาวน์โหลดแอปพลเิ คชัน Snapseed
๒. ผ้เู ข้าอบรมลงมือปฏิบตั ิ
๓. นาเสนอผลงาน
4. วิทยากรสรปุ วพิ ากษผ์ ลงาน
ขั้นตอนท่ี 1 การดาวน์โหลดแอปพลิเคชนั Snapseed
1. ให้เขา้ ไปดาวน์โหลดแอปพลิเคชันจาก Play Store หรอื App Store
2. พิมพ์ในช่องคน้ หา โดยใช้คาว่า (Snapseed)
3. กดตดิ ตั้งแอปพลิเคชนั
4. รอให้แอปพลเิ คชันติดต้ังเสร็จสมบูรณ์ แล้วเปดิ แอปพลเิ คชนั เพ่ือเร่ิมตน้ การใช้งาน

ขั้นตอนท่ี 2 ข้นั ตอนการใชง้ านแอปพลเิ คชัน Snapseed
1. เปิดแอปพลเิ คชัน
2. เร่มิ ตน้ การใชง้ านท่ไี อคอนบวก (+) เพ่ือนาเขา้ ขอ้ มูลรูปภาพ
3. เขา้ สู่เมนูรปู แบบ
4. เลอื กเมนูรปู แบบ (ฟิลเตอร์สาเร็จรูป)
5. เลือก (ฟิลเตอรส์ าเร็จรปู ) ตามลกั ษณะของสินคา้ และบริการ
6. กดเครื่องหมายถูกตามรูปไอคอน


Click to View FlipBook Version