ค ำน ำ หนังสือเรียนวิชาการรู้เท่าทันสื่อดิจิทัล รหัสรายวิชา ทร2300060 รายวิชาเลือก ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 หนังสือเรียนวิชานี้ประกอบด้วยเนื้อหาความรู้เกี่ยวกับความหมายของสื่อดิจิทัล วิวัฒนาการของการรู้เท่าทันดิจิทัล (Digital literacy evolution) ความหมายของการรู้เท่าทัน ดิจิทัล (Digital literacy definition) การสังเคราะห์ทักษะการรู้เท่าทันดิจิทัล (Synthesis of digital literacy skills) การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างปลอดภัย และหนังสือเรียนวิชานี้มี วัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เรียน กศน. มีความรู้ความเข้าใจ และตระหนักถึงการรู้เท่าทันสื่อดิจิทัลในยุค ปัจจุบัน ซึ่งสื่อดิจิทัลมีบทบาท และอิทธิพลมากมายหลายด้านในยุคปัจจุบัน ส านักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ขอขอบคุณ ผู้เชี่ยวชาญเนื้อหา ที่ให้การสนับสนุนองค์ความรู้ประกอบการน าเสนอเนื้อหา รวมทั้งผู้เกี่ยวข้อง ในการจัดท าหนังสือเรียน หวังเป็นอย่างยิ่งว่าชุดวิชานี้จะเกิดประโยชน์ต่อผู้เรียน กศน. และน าไปสู่ การปฏิบัติอย่างเห็นคุณค่าต่อไป กศน.อ าเภอสวรรคโลก ธันวาคม 2564
สำรบัญ หน้า ค าน า ก ค าแนะน าในการใช้หนังสือเรียน ข โครงสร้างรายวิชา การรู้เท่าทันสื่อดิจิทัล ค แบบทดสอบก่อนเรียน ง บทที่ 1 ความหมายของการสื่อสารยุคดิจิทัล 1 เรื่องที่ 1 ความหมายของการสื่อสารยุคดิจิทัล 2 เรื่องที่ 2 ความเหมาะสมของสื่อและเครื่องมือทางดิจิทัล ในงานต่าง ๆ 6 เรื่องที่ 3 การสื่อสารอย่างสร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ 12 บทที่ 2 วิวัฒนาการของสื่อดิจิทัล 15 เรื่องที่ 1 ยุคโบราณ : Ancient Time 18 เรื่องที่ 2 ยุคอนาล็อก : Age of Analog 20 เรื่องที่ 3 ยุคดิจิทัล : Age of Digital 23 เรื่องที่ 4 ยุคเครือข่ายสังคม : Age of Social Network 27 เรื่องที่ 5 โลกอนาคต : Future and Beyond 33 บทที่ 3 ความหมายของการรู้เท่าทันดิจิทัล (Digital literacy definition) 35 เรื่องที่ 1 ความหมายของการรู้เท่าทันดิจิทัล (Digital literacy definition) 36 เรื่องที่ 2 การรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศ (Media and Information Literacy) 37 เรื่องที่ 3 แนวปฏิบัติในสังคม ดิจิทัล (Digital Etiquette) 38 เรื่องที่ 4 สุขภาพดียุคดิจิทัล (Digital Health) 39 เรื่องที่ 5 กฎหมายดิจิทัล (Digital Law) 40 บทที่ 4 การสังเคราะห์ทักษะการรู้เท่าทันดิจิทัล (Synthesis of digital literacy skills) 42 เรื่องที่ 1 การสังเคราะห์ทักษะการรู้เท่าทันดิจิทัล 44 เรื่องที่ 2 การวิเคราะห์เนื้อหา 51 เรื่องที่ 3 ขั้นตอนในการวิเคราะห์เนื้อหา 52 เรื่องที่ 4 แนวทางพิจารณาในการจัดระบบจ าแนกประเภท 54 โดยยึดเนื้อหาข้อมูลเป็นเกณฑ์
เรื่องที่ 5 หัวใจของการวิเคราะห์เนื้อหา 55 สำรบัญ(ต่อ) หน้า บทที่ 5 การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างปลอดภัย 59 เรื่องที่ 1 การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่ปลอดภัยและกฎกติกามารยาท 60 ในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เรื่องที่ 2 ประเภทเนื้อหาที่กฎหมายไทยครอบคลุม 64 เรื่องที่ 3 ความปลอดภัยยุคดิจิทัล (Digital Safety) 67 เรื่องที่ 4 ประโยชน์และโทษของอินเทอร์เน็ตเพื่อการสื่อสารในชีวิตประจ าวัน 75 แบบทดสอบหลังเรียน 78 บรรณานุกรม 82 ภาคผนวก เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน-หลังเรียน
ค ำแนะน ำกำรใช้หนังสือเรียน วิชำกำรรู้เท่ำทันสื่อดิจิทัล หนังสือเรียนวิชา การรู้เท่าทันสื่อดิจิทัล รหัสรายวิชา ทร 2300060 ใช้ส าหรับผู้เรียน หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ระดับมัธยมศึกษา ตอนต้น แบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนที่ 1 โครงสร้างของหนังสือเรียน แบบทดสอบก่อนเรียน โครงสร้างของหน่วย การ เรียนรู้เนื้อหาสาระ กิจกรรม เรียงล าดับตามหน่วยการเรียนรู้และแบบทดสอบหลังเรียน ส่วนที่ 2 แบบทดสอบและกิจกรรม ประกอบด้วย แบบทดสอบ ก่อนเรียนและหลังเรียน กิจกรรมท้ายบท เฉลยแบบทดสอบ เรียงล าดับตามหน่วยการเรียนรู้ วิธีกำรใช้หนังสือเรียน ให้ผู้เรียนด าเนินการตามขั้นตอน ดังนี้ 1. ศึกษารายละเอียดโครงสร้างรายวิชา โดยละเอียดเพื่อให้ทราบว่าผู้เรียนต้องเรียนรู้ เนื้อหาเรื่องใดบ้างในรายวิชานี้ 2. วางแผนเพื่อก าหนดระยะเวลา และจัดเวลาให้ผู้เรียนมีความพร้อมที่จะศึกษา หนังสือเรียน เพื่อให้สามารถศึกษารายละเอียดของเนื้อหาได้ครบทุกหน่วยการเรียนรู้พร้อมท า กิจกรรมตามที่ก าหนดให้ทันก่อนสอบปลายภาค 3. ท าแบบทดสอบก่อนเรียนตามที่ก าหนดเพื่อทราบพื้นฐานความรู้เดิมของผู้เรียน โดยให้ ท าลงในสมุด และตรวจสอบค าตอบจากเฉลยแบบทดสอบท้ายเล่ม 4. ศึกษาเนื้อหาในแต่ละบทเรียนอย่างละเอียดให้เข้าใจทั้งในบทเรียนและสื่อประกอบ (ถ้ามี) และท ากิจกรรมที่ก าหนดไว้ให้ครบถ้วน 5. เมื่อท ากิจกรรมแล้วเสร็จแต่ละกิจกรรม ผู้เรียนสามารถตรวจสอบค าตอบได้จากเนื้อหา ของบทเรียน หากผู้เรียนยังท ากิจกรรมไม่ถูกต้องให้ผู้เรียนกลับไปทบทวนเนื้อหาสาระในเรื่องนั้น ซ้ าจนกว่าจะเข้าใจ 6. เมื่อศึกษาเนื้อหาสาระครบบทเรียนแล้ว ให้ผู้เรียนท าแบบทดสอบหลังเรียนและ ตรวจสอบค าตอบจากเฉลยท้ายเล่มว่าผู้เรียนสามารถท าแบบทดสอบได้ถูกต้องทุกข้อหรือไม่ หาก ข้อใดยังไม่ถูกต้องให้ผู้เรียนกลับไปทบทวนเนื้อหาสาระในเรื่องนั้น ให้เข้าใจอีกครั้งหนึ่ง ผู้เรียนควร ท าแบบทดสอบหลังเรียนให้ได้คะแนนมากกว่าแบบทดสอบก่อนเรียน เพื่อเป็นการยืนยันว่าผู้เรียน เกิดการเรียนรู้
7. หากผู้เรียนได้ท าการศึกษาเนื้อหาและท ากิจกรรมแล้วยังไม่เข้าใจ ผู้เรียนสามารถ สอบถาม และขอค าแนะน าได้จากครูหรือแหล่งค้นคว้าเพิ่มเติมอื่น ๆ หมำยเหตุ : การท าแบบทดสอบก่อนเรียน – หลังเรียน และกิจกรรมท้ายบท ให้ท าและบันทึก ลงในสมุด กำรศึกษำค้นคว้ำเพิ่มเติม ผู้เรียนอาจศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมได้จากแหล่งเรียนรู้อื่น ๆ ที่เผยแพร่ความรู้ ในเรื่องที่ เกี่ยวข้องและศึกษาจากผู้รู้ กำรวัดผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียน ผู้เรียนต้องวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดังนี้ 1.ระหว่างภาควัดผลจากการท ากิจกรรมหรืองานที่ได้รับมอบหมายระหว่างเรียนรายบุคคล 2.ปลายภาค วัดผลจากการท าข้อสอบวัดผลสัมฤทธิ์ปลายภาค
โครงสร้ำงรำยวิชำ รหัสวิชำ ทร 2300060 รำยวิชำ กำรรู้เท่ำทันสื่อดิจิทัล จ ำนวน 1 หน่วยกิต 40 ชั่วโมง สำระกำรเรียนรู้ ทักษะกำรเรียนรู้ ระดับ มัธยมศึกษำตอนต้น ควำมเป็นมำ ทักษะด้านสารสนเทศ สื่อ และเทคโนโลยี เนื่องด้วยในปัจจุบันมีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ผ่านทางสื่อและเทคโนโลยีมากมาย ผู้เรียนจึงต้องมีความสามารถในการแสดงทักษะการคิดอย่างมี วิจารณญาณและปฏิบัติงานได้หลากหลายโดยอาศัยความรู้ในหลายด้าน ดังนี้ ความรู้ด้าน สารสนเทศ ความรู้เกี่ยวกับสื่อ ความรู้ด้านเทคโนโลยี มีความสอดคล้องกับนโยบายของ กระทรวงศึกษาธิการ ยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ที่ เป็นโจทย์ในหลายประเด็นทั้งในเรื่องการพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ ตอบสนองการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 ซึ่งตรงกับสมรรถนะ ของผู้เรียนและผู้ส าเร็จ การศึกษาขั้นพื้นฐาน กศน. สมรรถนะที่ 2 การจัดการตนเอง ความสามารถในการใช้กระบวนการ ด าเนินชีวิต พัฒนานวัตกรรมให้ทันการเปลี่ยนแปลงด้วยเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมสามารถท างาน ในสังคม มีคุณภาพชีวิต มีอาชีพ สอดคล้องกับอัตลักษณ์ของสถานศึกษา “สถานศึกษาออนไลน์” และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน ข้อที่ 5 ผู้เรียนการศึกษาขั้นพื้นฐานมีความสามารถใน การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ผลกำรเรียนรู้ที่คำดหวัง 1.สามารถวิเคราะห์ความรู้จากการอ่าน การฟัง การสังเกต และการสรุปได้ 2.สามารถจัดระบบการแสวงหาความรู้ให้กับตนเอง 3. ปฏิบัติตตามขั้นตอนในการแสวงหาความรู้เกี่ยวกับทักษะการอ่าน ทักษะการฟัง และ ทักษะการจดบันทึก 4. สามารถวางแผนในการเรียนรู้จากการศึกษาวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือของสื่อดิจิทัล
ขอบข่ำยเนื้อหำ 1. ความหมายของการสื่อสารยุคดิจิทัล จ านวน 3 ชั่วโมง เรื่องที่ 1 ความหมายของการสื่อสารยุคดิจิทัล เรื่องที่ 2 ความเหมาะสมของสื่อ และเครื่องมือทางดิจิทัล ในงานต่าง ๆ เรื่องที่ 3 การสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ และเป็นประโยชน์ 2. วิวัฒนาการของการรู้เท่าทันดิจิทัล (Digital literacy evolution) จ านวน 4 ชั่วโมง เรื่องที่ 1 ยุคโบราณ : Ancient Time เรื่องที่ 2 ยุคอนาล็อก : Age of Analog เรื่องที่ 3 ยุคดิจิทัล : Age of Digital เรื่องที่ 4 ยุคเครือข่ายสังคม : Age of Social Network เรื่องที่ 5 โลกอนาคต : Future and Beyond 3. ความหมายของการรู้เท่าทันดิจิทัล (Digital literacy definition) จ านวน 3 ชั่วโมง เรื่องที่ 1 ความหมายของการรู้เท่าทันดิจิทัล (Digital literacy definition) เรื่องที่ 2 การรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศ (Media and Information Literacy) เรื่องที่ 3 แนวปฏิบัติในสังคม ดิจิทัล (Digital Etiquette) เรื่องที่ 4 สุขภาพดียุคดิจิทัล (Digital Health) เรื่องที่ 5 กฎหมายดิจิทัล (Digital Law) 4. การสังเคราะห์ทักษะการรู้เท่าทันดิจิทัล (Synthesis of digital literacy skills) จ านวน 18 ชั่วโมง เรื่องที่ 1 การสังเคราะห์ทักษะการรู้เท่าทันดิจิทัล เรื่องที่ 2 การวิเคราะห์เนื้อหา เรื่องที่ 3 ขั้นตอนในการวิเคราะห์เนื้อหา เรื่องที่ 4 แนวทางพิจารณาในการจัดระบบจ าแนกประเภท โดยยึดเนื้อหาข้อมูลเป็นเกณฑ์ เรื่องที่ 5 หัวใจของการวิเคราะห์เนื้อหา
5. การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างปลอดภัย จ านวน 12 ชั่วโมง เรื่องที่ 1 การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่ปลอดภัยและกฎกติกามารยาท ในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เรื่องที่ 2 ประเภทเนื้อหาที่กฎหมายไทยครอบคลุม เรื่องที่ 3 ความปลอดภัยยุคดิจิทัล (Digital Safety) เรื่องที่ 4 ประโยชน์และโทษของอินเทอร์เน็ตเพื่อการสื่อสารในชีวิตประจ าวัน
แบบทดสอบก่อน รำยวิชำกำรรู้เท่ำทันสื่อดิจิทัล รหัสรำยวิชำ ทร2300060 จ ำนวน 1 หน่วยกิต ระดับมัธยมศึกษำตอนต้น 1. ข้อใดไม่ใช่เป็นการสื่อสารยุคดิจิทัล ก. E-mail ข. โทรศัพท์ ค. การประชุมทางวิดีโอ ง. การส่งจดหมายทางไปรษณีย์ 2. ข้อใดไม่ใช่หลักในการใช้สื่อ ก. ราคาแพง ข. ความเข้าใจ ค. ความถูกต้อง ง. เหมาะสมกับวัย 3. ข้อใดไม่ใช่ทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในงานต่างๆ ก. การใช้งานคอมพิวเตอร์ ข. การใช้งานอินเตอร์เน็ต ค. ความรู้ในการแฮคข้อมูล ง. การท างานร่วมกันแบบออนไลน์ 4. ข้อใดคือประโยชน์ของการติดต่อสื่อสาร ก. เพื่อสร้างความแตกแยกในหมู่คณะ ข. เพื่อการท าวิจัยในชั้นเรียน ค. เพื่อประมวลผลการท างานปัจจุบัน ง. ถูกทุกข้อ 5. “การรู้เท่าทัน” (Literacy) มักนึกถึงอะไร ก. การใช้คอมพิวเตอร์ ข. การใช้อินเตอร์เน็ต ค. การใช้โปรแกรม ง. ทักษะและความสามารถในการอ่านและการเขียน 6. การรู้เท่าทันใหม่ (New literacies) คือ ข้อใด ก. การรู้เท่าทันสื่อ (Media literacy) ข. การรู้เท่าทันข่าว (News literacy) ค. การรู้เท่าทันภาพ (Visual literacy)
ง. วาทศาสตร์ (Rhetroric) 7. Telephone โทรศัพท์ ก าหนดขึ้นในยุคใด ก. ยุคโบราณ Ancient Time ข. ยุคอนาล็อก Age of Analog ค. ยุคดิจิทัล Age of Digital ง. ยุคเครือข่ายสังคม Age of Social Network 8. คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเครื่องแรกของโลกเรียกว่า ก. Kenbak-1 ข. DynaTAC 800x ค. Smartphone ง. ICQ 9. ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบของการรู้เท่าทันสื่อดิจิทัล ก. การเข้าถึง ข. การวิเคราะห์ ค. การประยุคใช้ ง. การประเมินค่าสื่อ 10. ทักษะการเข้าถึง คือ ก. ความสามารถในการเลือกและใช้เครืองมือดิจิทัล ข. ความสามารถในการท าความเข้าใจสารสนเทศและสัญลักษณ์ต่างๆ ค. ความสามารถในการตัดสินคุณภาพ ง. ความสามารถในการสร้างสารสนเทศด้วยเทคโนโลยี 11. ทักษะการวิเคราะห์ คือ ก. ความสามารถในการเลือกและใช้เครืองมือดิจิทัล ข. ความสามารถในการท าความเข้าใจสารสนเทศและสัญลักษณ์ต่างๆ ค. ความสามารถในการตัดสินคุณภาพ ง. ความสามารถในการสร้างสารสนเทศด้วยเทคโนโลยี 12. ทักษะการสร้างสรรค์ คือ ก. ความสามารถในการเลือกและใช้เครืองมือดิจิทัล ข. ความสามารถในการท าความเข้าใจสารสนเทศและสัญลักษณ์ต่างๆ ค. ความสามารถในการตัดสินคุณภาพ ง. ความสามารถในการสร้างสารสนเทศด้วยเทคโนโลยี
13. ข้อใดไม่ใช่ขั้นตอนในการวิเคราะห์เนื้อหา ก. ตั้งเกณฑ์ขึ้นส าหรับการคัดเลือกเอกสาร ข. วางเค้าโครงของข้อมูล ค. วิเคราะห์และค านึงถึงบริบท ง. นับความถี่ของเนื้อหา 14. การท าระบบจ าแนกประเภทที่ดีในการวิเคราะห์ ควรมีลักษณะอย่างไร ก. ระบบจ าแนกประเภทควรสอดคล้องกับจุดมุ่งหมายของการวิจัย ข. ระบบจ าแนกประเภทควรมีความทันสมัย ค. ระบบจ าแนกประเภทควรมีความซ้ าซ้อนเหลื่อมกัน ง. ระบบจ าแนกประเภทไม่ควรมีความเด่นชัดในตัวเอง 15. ถ้าต้องการเปลี่ยน Facebook ให้เป็นส่วนตัว เห็นเฉพาะคนที่เราต้องการเท่านั้น ต้องทำอย่างไร? ก. ตั้งค่า Privacy ใน Facebook ข. ตั้งค่า Privacy ในอุปกรณ์โทรศัพท์ ค. ติดต่อผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเพื่อตั้งค่า Privacy ง. แจ้งคำร้องไปยัง Facebook เพื่อให้แสดงข้อความเฉพาะคนที่เราต้องการเท่านั้น 16. ก่อนจะส่งข้อความไปยังสื่อออนไลน์เราควรทำอย่างไรก่อน? ก. จัดภาพหน้าจอเพื่อเป็นหลักฐานทุกครั้งที่ส่ง ข. คิดพิจารณาในด้านต่าง ๆ ก่อนส่ง ค. หาฤกษ์ที่เหมาะสมก่อนส่ง ง. ดูว่าคนที่ต้องการรับข้อความเราใช้งานอยู่หรือไม่ 17. เมื่อต้องการติดต่อกับอาจารย์/เจ้านาย/หัวหน้า ควรสื่อสารอย่างไร? ก. สื่อสารให้เหมือนกับการสื่อสารกับเพื่อน เพื่อสร้างความคุ้นเคย ข. สื่อสารโดยการใช้ภาษาสมัยใหม่ หรือ ภาษาวัยรุ่น เพื่อแสดงความทันสมัยให้เห็น ค. สื่อสารด้วยความเคารพ และ ชัดเจน ง. สื่อสารให้เกิดความงุนงงมากที่สุด เพื่อให้ อาจารย์/เจ้านายติดต่อกลับมาหาเราเอง 18. เราควรแสดงความคิดเห็นอย่างไร จึงจะเป็นไปในทางสร้างสรรค์? ก. ปลุกระดม เพื่อให้เกิดการรวมกลุ่มเรียกร้องในสิ่งที่ต้องการ ข. ให้ข้อเท็จจริงที่เหมาะสมกับสถานการณ์ และเกิดประโยชน์ ค. ใช้อารมณ์เพื่อให้เกิดอารมณ์ร่วมกับเหตุการณ์หรือข้อความนั้น ง. พยายามโต้แย้ง เพราะให้คนอื่นเข้าใจตามที่เราต้องการให้เข้าใจ
19. เมื่อมีคนมาแสดงความคิดเห็นตำหนิเราใน Facebook ที่เรากำหนดให้เป็นสาธารณะ เราควรทำ อย่างไรเป็นอันดับแรก ก. เข้าใจว่าเนื่องจากเรากำหนดให้ Facebook ของเราเป็นสาธารณะ ดังนั้นคนอื่นสามารถ แสดงความคิดเห็นได้ ข. โต้ตอบว่า Facebook เป็นพื้นที่ส่วนตัวของเราคนอื่นไม่มีสิทธิมาแสดงความคิดเห็น ค. แจ้ง Facebook ว่ามีคนมาแสดงความคิดเห็นใน Facebook ที่เราเปิดเป็นสาธารณะ ง. ไปโพสต์เพื่อเรียกร้องใน pantip ว่าโดนคนอื่นมาโพสต์ใน Facebook ของเราที่เปิดเป็น สาธารณะ 20. ประทุษวาจา ทำให้เกิดประโยชน์ในด้านไหน? ก. ทำให้เกิดความสามัคคี ข. ทำให้เราสามารถมีอารมณ์ร่วมกับเหตุการณ์นั้นได้ ค. ทำให้ผู้อื่นรู้สึกดีขึ้น ง. ไม่เกิดประโยชน์อะไร
บทที่ 1 ควำมหมำยของกำรสื่อสำรยุคดิจิทัล สำระส ำคัญ การสื่อสารดิจิทัล (Digital Communication) เป็นการสื่อสารใด ๆ ที่พึ่งพาเทคโนโลยี การสื่อสารดิจิทัลมีหลายประเภท โดยทั่วไปเรียกว่าช่องทางการสื่อสารดิจิทัล ซึ่งรวมถึงอีเมล โทรศัพท์ การประชุมทางวิดีโอ สิ่งพิมพ์ดิจิทัล หรือการส่งข้อความโต้ตอบแบบทันที เช่น SMS แชท แม้แต่บล็อก พอดแคสต์ และวิดีโอถือเป็นรูปแบบหนึ่งของการสื่อสารดิจิทัลเช่นกันการ สื่อสารดิจิทัลยังเกี่ยวข้องกับความพยายามการสื่อสารออนไลน์ขององค์กร องค์กรส่วนใหญ่ใน ปัจจุบันใช้วิธีสื่อสารหลากหลายช่องทางออนไลน์ตั้งแต่เว็บไซต์ การแชทบนมือถือไปจนถึงเขียน บทความผ่านบล็อก สิ่งพิมพ์ดิจิทัล การส่งข้อความผ่านอีเมลเพื่อเชื่อมต่อกับลูกค้า พนักงาน และผู้ มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ ทั้งในปัจจุบันและอนาคตของธุรกิจวันนี้ทุกหน่วยงานต่างก็ต้องการ ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดดิจิทัลที่มีความเข้าใจอย่างถ่องแท้เกี่ยวกับวิธีการใช้ประโยชน์จาก เทคโนโลยีและการส่งข้อความเพื่อประโยชน์ในการด าเนินธุรกิจ ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารดิจิทัล มีหน้าที่รับผิดชอบทุกอย่างตั้งแต่การสร้างทรัพย์สิน แบรนด์ออนไลน์ ไปจนถึงการสร้างฐานผู้ชม ผู้ติดตามบนสื่อโซเชียลมีเดียและดึงดูดการมีส่วนร่วมกับแบรนด์ให้เพิ่มขึ้น ตัวชี้วัด ความรู้ความเข้าใจความหมายของการสื่อสารยุคดิจิทัล สามารถวิเคราะห์ความรู้จากการ อ่าน การฟัง การสังเกต และการสรุปได้ ขอบข่ำยเนื้อหำ เรื่องที่ 1 ความหมายของการสื่อสารยุคดิจิทัล เรื่องที่ 2 ความเหมาะสมของสื่อ และเครื่องมือทางดิจิทัล ในงานต่าง ๆ เรื่องที่ 3 การสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ และเป็นประโยชน์ เวลำที่ใช้ในกำรศึกษำ จ ำนวน 3 ชั่วโมง สื่อกำรเรียนรู้ หนังสือแบบเรียนการรู้เท่าทันสื่อดิจิทัล รหัสวิชา ทร2300060
เรื่องที่ 1 ควำมหมำยของกำรสื่อสำรยุคดิจิทัล การสื่อสารดิจิทัล (Digital Communication) เป็นการสื่อสารใด ๆ ที่พึ่งพาเทคโนโลยี การสื่อสารดิจิทัลมีหลายประเภท โดยทั่วไปเรียกว่าช่องทางการสื่อสารดิจิทัล ซึ่งรวมถึงอีเมล โทรศัพท์ การประชุมทางวิดีโอ สิ่งพิมพ์ดิจิทัล หรือการส่งข้อความโต้ตอบแบบทันที เช่น SMS แชท แม้แต่บล็อก พอดแคสต์ และวิดีโอถือเป็นรูปแบบหนึ่งของการสื่อสารดิจิทัลเช่นกันการ สื่อสารดิจิทัลยังเกี่ยวข้องกับความพยายามการสื่อสารออนไลน์ขององค์กร องค์กรส่วนใหญ่ ในปัจจุบันใช้วิธีสื่อสารหลากหลายช่องทางออนไลน์ตั้งแต่เว็บไซต์ การแชทบนมือถือไปจนถึงเขียน บทความผ่านบล็อก สิ่งพิมพ์ดิจิทัล การส่งข้อความผ่านอีเมลเพื่อเชื่อมต่อกับลูกค้า พนักงาน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่น ๆ ทั้งในปัจจุบัน และอนาคตของธุรกิจวันนี้ทุกหน่วยงานต่างก็ต้องการ ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดดิจิทัลที่มีความเข้าใจอย่างถ่องแท้เกี่ยวกับวิธีการใช้ประโยชน์จาก เทคโนโลยีและการส่งข้อความเพื่อประโยชน์ในการด าเนินธุรกิจ ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารดิจิทัล มีหน้าที่รับผิดชอบทุกอย่างตั้งแต่การสร้างทรัพย์สิน แบรนด์ออนไลน์ ไปจนถึงการสร้างฐานผู้ชม ผู้ติดตามบนสื่อโซเชียลมีเดีย และดึงดูดการมีส่วนร่วมกับแบรนด์ให้เพิ่มขึ้น “วันนี้ ตัวเลือกในการส่งข้อความนั้นกว้างกว่าและเร็วกว่าเมื่อสองสามทศวรรษก่อน มาก” ดร.เอ็ดเวิร์ด พาวเวอร์ส ศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิตสาขาการสื่อสารองค์กร และองค์กรและวิทยาศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชาการสื่อสารดิจิทัลและสื่อ ดร.เอ็ดเวิร์ด พาวเวอร์ส กล่าวว่า “ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารดิจิทัลต้องค านึงถึงวิธีการน าเสนอเครื่องมือใหม่ ๆ เหล่านี้ อย่างถูกวิธี” ตัวอย่างจาก WWF ประเทศเดนมาร์ก พวกเขาได้พัฒนาแคมเปญโดยใช้ประโยชน์ จากคุณสมบัติของ โพสต์ระยะสั้น ๆ บน Snapchat เพื่อใช้ปกป้องสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ ผู้ใช้งาน Snapchat ต่างก็คุ้นเคยกับการเซลฟี่แบบที่พร้อมจะหายไปภายในไม่กี่วินาทีหลังจากโพสต์ พวกเขาได้ถ่ายทอดข้อความขององค์กรผ่านการแจ้งเตือนผู้ใช้งาน Snapchat ว่าสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ สามารถหายไปได้เร็วเพียงใด ด้วยการแบ่งปันภาพถ่ายอันน่าทึ่งซึ่งเป็นภาพถ่ายระยะใกล้ของสัตว์ ใกล้จะสูญพันธุ์พร้อมกับข้อความ “อย่าปล่อยให้นี่เป็นเซลฟี่สุดท้ายของฉัน” WWF ขอให้ผู้ใช้ ด าเนินการง่ายๆ สองประการ: บริจาคและแชร์โพสต์ แคมเปญนี้เรียบง่าย แต่ก็ประสบความส าเร็จ อย่างมาก ภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังจากโพสต์บน Snapchat มีผู้คน 5,000 คนแชร์โพสต์บน Twitter ภายในสิ้นสัปดาห์ ผู้ใช้ Twitter มากกว่า 120 ล้านคนได้เห็นข้อความของ WWF ในเวลาเพียง สามวัน องค์กรการกุศลบรรลุเป้าหมายการระดมทุนตลอดทั้งเดือน WWF ไม่ได้เลือกที่จะโพสต์ใน Snapchat เพียงเพราะความนิยมของสื่อ พวกเขาใช้วิธีการเชิงกลยุทธ์ขั้นสูงที่น าข้อความและสื่อ มารวมกันในลักษณะที่น่าสนใจ นายจ้างในหลายอุตสาหกรรมก าลังมองหาผู้เชี่ยวชาญที่สามารถใช้
การสื่อสารดิจิทัลในลักษณะเดียวกันได้ “ถ้าคุณสามารถบูรณาการทักษะด้านการสื่อสาร การตลาดดั้งเดิมเข้ากับเทคโนโลยีดิจิทัลที่เกิดขึ้นใหม่คุณจะกลายเป็นผู้ที่มีทักษะสูงในงานสื่อสาร การตลาด” ดร.พาวเวอร์ส กล่าว “ความต้องการผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดดิจิทัลก าลังขยาย ตัวอย่างรวดเร็วทั่วทุกองค์กร องค์กรไม่แสวงหาก าไร หน่วยงานราชการ สถาบันการศึกษาและยัง ไม่มีแนวโน้มที่จะลดลง เพราะการสื่อสารดิจิทัลนั้นเริ่มฝังแน่นอยู่ในโลกของเราแล้วในขณะนี้” ค ำนิยำมควำมหมำยกำรเข้ำใจดิจิทัล (Digital Literacy) การเข้าใจดิจิทัล (Digital Literacy) ได้มีองค์กรหรือบุคคลได้ให้นิยามหรือความหมายการเข้าใจดิจิทัลไว้ มากมาย ซึ่งแต่ละ องค์กรหรือบุคคลให้ขอบเขตที่มีส่วนที่เหมือนกันและแตกต่างกัน แต่โดยรวมการเข้าใจดิจิทัล จะกล่าวถึงในการใช้งานเครื่องมือและเทคโนโลยีทางสารสนเทศให้ถูกต้อง เพื่อเข้าถึง วิเคราะห์ ประเมิน จัดการ สื่อสาร และสร้างข้อมูล (Data) สารสนเทศ (Information) และสาร (Content Media) ได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย ไม่ละเมิดกฎหมาย และมีประสิทธิภาพ DQ Institute3 ได้ให้ ค านิยามการเข้าใจดิจิทัล (Digital Literacy) ไว้ว่า ความสามารถในการค้นหา อ่าน ประเมิน สังเคราะห์ สร้าง ปรับแต่ง และแบ่งปันสารสนเทศ สื่อ และเทคโนโลยี มี 3 ระดับ ได้แก่ การรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศ (Media and Information Literacy) การสร้างสาร และ การรู้เท่าทันคอมพิวเตอร์ (Content Creation and Computational Literacy) และ การ รู้เท่าทันข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ (Data and AI Literacy) UNESCO4 ได้ให้ค านิยามการเข้าใจ ดิจิทัล (Digital Literacy) ไว้ว่า ความสามารถในการเข้าถึง จัดการ เข้าใจ รวบรวม ประเมิน และ สร้างสารสนเทศให้ปลอดภัยและเหมาะสม ตลอดจนถึงสามารถใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อ ประกอบอาชีพ ท างาน และประกอบกิจการ การเข้าใจดิจิทัลยังร่วมถึงสมรรถนะที่หลากหลาย เช่น การรู้ คอมพิวเตอร์ (Computer literacy) การรู้เทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT literacy) การรู้สารสนเทศ (Information literacy) และการรู้สื่อ (Media literacy) เป็นต้น Mike Ribble5 ได้ให้ค านิยามการเข้าใจดิจิทัล (Digital Literacy) หรือเรียกว่าความคล่องตัวทางดิจิทัล (Digital Fluency) ไว้ว่า ความสามารถในการเข้าใจและใช้เทคโนโลยี เช่น สามารถใช้เทคโนโลยี เพื่อการศึกษาให้ดียิ่งขึ้น สามารถตัดสินใจได้ดีบนโลกออนไลน์ สามารถท าให้ผู้อื่นยุติการแสดง ความเห็นทางลบบนโลกออนไลน์ได้ สามารถสกัดสารสนเทศที่ดีออกมาจากข้อมูลทั่วไปได้ เช่น แยกแยะข่าวปลอมออกจากข่าวจริง เป็นต้น สมาคมเทคโนโลยีการศึกษานานาชาติ (International Society for Technology in Education: ISTE)6 ได้ให้ค านิยามการเข้าใจดิจิทัล (Digital Literacy) ไว้ว่าความสามารถในการระบุ จ าแนกประเภท ประเมิน วิเคราะห์ และสร้าง สื่อในรูปแบบดิจิทัล ส านักงานข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)7 ได้ให้ค านิยามการเข้าใจดิจิทัล (Digital
Literacy) หรือเรียกว่า “ความสามารถด้านการเข้าใจและใช้เทคโนโลยี” ไว้ว่า ความสามารถใน การน าประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล มาปรับใช้เพื่อการพัฒนางานและพัฒนาองค์กร ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างถูกต้อง เหมาะสม และ มีประสิทธิภาพ กำรสื่อสำร คือ กระบวนการส าหรับแลกเปลี่ยนสาร รูปแบบอย่างง่ายของสาร คือ จะต้อง ส่งจากผู้ส่งสารหรืออุปกรณ์เข้ารหัส ไปยังผู้รับสารหรืออุปกรณ์ ถอดรหัส อาจอยู่ในรูปแบบของ ท่าทางสัญลักษณ์ บางอย่างอยู่ในรูปแบบของ ภาษา การสื่อสารเกิดจากความต้องการที่คนจะส่ง ข้อมูลหากัน การศึกษา เกี่ยวกับการสื่อสารอาจจ าแนกได้หลายหมวดหมู่ การสื่อสารยุคดิจิทัล คือ กระบวนการแลกเปลี่ยนสาร โดยสารที่ถูกสื่อออกไป สามารถแสดงผลได้หลายอย่างร่วมกัน ได้แก่ ภาพ เสียง และข้อความไปพร้อม กัน โดยรวมเอาระบบเทคโนโลยีของสื่อดั้งเดิม เข้ากับ ความก้าวหน้าของระบบ เทคโนโลยีแบบประสม (multimedia) และได้ออกผลผลิตเป็นการ สื่อสารทาง อินเทอร์เน็ต การสื่อสารทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ การสื่อสารทางสื่อสังคม ออนไลน์ การสื่อสารทางโทรทัศน์แบบปฏิสัมพันธ์ สื่อดิจิทัล หมายถึง สื่ออิเล็กทรอนิกส์ซึ่งท างานโดยใช้รหัสดิจิทัลในปัจจุบัน การเขียน โปรแกรมตั้งอยู่บนพื้นฐานของเลขฐานสอง ในกรณีนี้ ดิจิตอล หมายถึงการแยกแยะระหว่าง "0" กับ "1" ในการแสดงข้อมูลคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องจักรที่มักจะแปลข้อมูลดิจิตอลฐานสองแล้วจึง แสดงชั้นของเครื่องประมวลผลชั้นของข้อมูลดิจิตอลที่เหนือกว่าสื่อดิจิตอลเช่นเดียวกับสื่อเสียง วิดีโอ หรือเนื้อหาดิจิตอลอื่น ๆ สามารถถูกสร้างขึ้น อ้างอิงถึงและได้รับการแจกจ่ายผ่านทาง เครื่องประมวลผลข้อมูลดิจิตอลสื่อดิจิตอลได้น ามาซึ่งการเปลี่ยนแปลง อย่างใหญ่หลวงเมื่อเทียบ กับสื่ออนาล็อกสื่อดิจิทัล -การพิมพ์ข้อความเพื่อส่งเมล์ -การเปิดฟังเพลงด้วยคอมพิวเตอร์ -การใช้กล้องดิจิทัล -การชมภาพถ่ายที่เก็บในฮาร์ดดิสก์ -การชมภาพเคลื่อนไหวผ่านจอคอมพิวเตอร์ -การติดต่อสื่อสารในยุคปัจจุบัน
กำรสื่อสำรดิจิทัลต่ำงจำกกำรสื่อสำรแบบเดิม มีลักษณะ 5 ประการที่ท าให้การสื่อสารดิจิทัลแตกต่างจากวิธีการสื่อสารแบบเดิม คือ 1. พร้อมโต้ตอบมากขึ้น 2. มีส่วนร่วมมากขึ้น 3. คุ้มค่ามากขึ้น 4. กระจายอ านาจมากขึ้น 5. มีล าดับชั้นน้อย ลักษณะเหล่านี้ช่วยยืนยันว่าการสื่อสารใด ๆ ที่เกิดขึ้นผ่านช่องทางดิจิทัลนั้นแตกต่างกับ การสื่อสารแบบเดิมอย่างสิ้นเชิง ทั้งในแง่ของการท างานในองค์กรและการสื่อสารการตลาด ซึ่งความแตกต่างนั้นเป็นทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดี - ข้อเสีย ของกำรสื่อสำรดิจิทัล ข้อดีของกำรสื่อสำรดิจิทัล การสื่อสารดิจิทัลนั้นรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และสะดวกสบาย พนักงานสามารถสนทนา แบบเรียลไทม์กับเพื่อนร่วมงานหรือลูกค้าจากอีกฟากหนึ่งของโลกโดยไม่ต้องลุกจากโต๊ะท างาน ผู้น าของบริษัทสามารถใช้ช่องทางดิจิทัลเพื่อสื่อสารกับพนักงานทั่วโลกได้ในคราวเดียว และใช้ ช่องทางที่เกี่ยวข้องเพื่อรวบรวมความคิดเห็นจากพนักงานเหล่านั้นอย่างมีประสิทธิภาพในความ เป็นจริง วิธีท าการสื่อสารการตลาดสมัยใหม่ส่วนใหญ่ก็นับว่าเป็นการสื่อสารดิจิทัลแทบทั้งนั้น แคมเปญบนโซเชียลมีเดียและโฆษณาวิดีโอเป็นเพียงวิธีการส าหรับบริษัทที่ใช้ในการสื่อสารมวลชน กับผู้มีโอกาสเป็นลูกค้าที่เน้นความรวดเร็วและคุ้มค่าเมื่อมองไปยังบรรดาธุรกิจต่าง ๆ ที่ใช้รูปแบบ การสื่อสารแบบดิจิทัล ต่างก็มั่นใจว่าเทคโนโลยีสมัยใหม่จะช่วยปรับปรุงวิธีการด าเนินงาน ของบริษัทได้มาก จากวิธีการสื่อสารที่ง่ายและเข้าถึงได้สะดวกจะช่วยให้พนักงานมีเวลาจดจ่อ กับงานที่ส าคัญกว่าได้ ข้อเสียของกำรสื่อสำรดิจิทัล (Gram Digital Blog,2022) ในขณะที่โลกธุรกิจที่เปิดรับการสื่อสารแบบดิจิทัล แต่ก็มี ข้อเสียเล็กน้อยเกิดขึ้นจากการใช้งานประการหนึ่ง คือการท าให้พนักงานสามารถสื่อสารดิจิทัลผ่าน ช่องทางต่าง ๆ ได้สะดวก ก็อาจส่งผลให้พนักงานไม่สามารถตัดการเชื่อมต่อเมื่อสิ้นสุดการท างาน แต่ละวันท างานได้ อาทิ การส่งอีเมล การแชทหรือการแจ้งเตือน (Push Notifications) จากโม บายแอปซึ่งติดตั้งอยู่บนสมาร์ตโฟน ส่งผลให้เส้นแบ่งระหว่างชีวิตการท างานและชีวิตส่วนตัวของ พนักงาน ท าได้ไม่ชัดเจน พนักงานจะเหนื่อยหน่ายและรู้สึกว่าท างานหนักโดยไม่มีโอกาสได้หยุด
พักการสื่อสารดิจิทัล ท าให้หลายบริษัทเริ่มกังวลถึงความปลอดภัยของข้อมูล แฮกเกอร์สามารถเข้า สู่การประชุมเสมือนจริงและแทรกแซงได้ การใช้อีเมลปลอมเพื่อบุกรุกระบบออนไลน์ขององค์กร ทุกครั้งที่ข้อมูล ของบริษัทส่งผ่านอินเทอร์เน็ตก็มีความเสี่ยง ที่ข้อมูลเหล่านี้จะรั่วไหลออกไปแม้ การสื่อสารดิจิทัลจะช่วยให้ธุรกิจสื่อสารกับลูกค้า สมาชิก ผู้มุ่งหวัง พนักงาน คู่ค้า ได้รวดเร็วและ ประหยัดกว่าที่เคย แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่ากลุ่มคนเหล่านั้นจะยินดีสื่อสารกับธุรกิจของคุณ ตลอดเวลา (แม้ตัวพวกเขาเองจะเป็นผู้สมัครรับอีเมลหรือดาวน์โหลดโมบายแอปของคุณ) ดังนั้น การสื่อสารดิจิทัล จึงจ าเป็นต้องท าอย่างระมัดระวัง ค านึงถึงความเป็นส่วนตัวเพราะอาจส่งผล กระทบโดยตรงต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ ทั้งในแง่ของอารมณ์ความรู้สึกและกฎหมายคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) อีกด้วย เรื่องที่2 ควำมเหมำะสมของสื่อ และเครื่องมือทำงดิจิทัล ในงำนต่ำง ๆ สื่อ หมายถึง สิ่งที่ท าให้ปรากฏด้วยตัวอักษร เครื่องหมาย ภาพ หรือเสียง ไม่ว่าจะได้จัดท า ในรูปของเอกสาร สิ่งพิมพ์ ภาพเขียน ภาพพิมพ์ ภาพระบายสี รูปภาพ ภาพโฆษณา เครื่องหมาย รูปถ่าย ภาพยนตร์ วิดิทัศน์ การแสดง ข้อมูลคอมพิวเตอร์ในระบบคอมพิวเตอร์ หรือได้จัดท าใน รูปแบบอื่นใด ผู้เผยแพร่สื่อ หมายถึง บุคคล หรือ กลุ่มคน หรือ องค์กร ที่ได้ท าการส่งต่อสาร สื่อ หรือ สารสนเทศไปยังผู้รับสาร เพื่อสื่อสารในจุดประสงค์ใดจุดประสงค์หนึ่ง ไม่จ ากัดช่องทาง ไม่จ ากัด รูปแบบ ผู้เผยแพร่สื่อในยุคดิจิทัลสามารถเป็นใครก็ ได้ ทุกคนสามารถเป็นผู้เผยแพร่สื่อได้ทั้งสิ้น ด้วยการใช้ช่องทางเผยแพร่บน อินเทอร์เน็ต ผู้เผยแพร่สื่อมีได้หลายรูปแบบ เช่น ผู้คนทั่วไป ผู้เล่นอินเทอร์เน็ต ผู้สร้างเนื้อหา (Content Creator) ผู้ทรงอิทธิผล (Influencer) ผู้เชี่ยวชาญ สื่อมวลชน หน่วยงานรัฐ หน่วยงานเอกชน เป็นต้น หลักในกำรใช้สื่อ หลักในการใช้สื่อ (บ้านจอมยุทธ,2564) มีดังนี้ 1. ความเหมาะสม สื่อที่จะใช้นั้นเหมาะสมกับเนื้อหาและวัตถุประสงค์ของการสอนหรือไม่ 2. ความถูกต้อง สื่อที่จะใช้ช่วยให้นักเรียนได้ข้อสรุปที่ถูกต้องหรือไม่ 3. ความเข้าใจ สื่อที่จะใช้นั้นควรช่วยให้นักเรียนรู้จักคิดอย่างมีเหตุผลและให้ข้อมูลที่ถูกต้อง แก่นักเรียน 4. ประสบการณ์ที่ได้รับ สื่อที่ใช้นั้นช่วยเพิ่มพูนประสบการณ์ให้แก่นักเรียน
5. เหมาะสมกับวัย ระดับความยากง่ายของเนื้อหาที่บรรจุอยู่ในสื่อชนิดนั้น ๆ เหมาะสมกับ ระดับความสามารถ ความสนใจ และความต้องการของนักเรียนหรือไม่ 6. เที่ยงตรงในเนื้อหา สื่อนั้นช่วยให้นักเรียนได้เรียนรู้เนื้อหาที่ถูกต้องหรือไม่ 7. ใช้การได้ดี สื่อที่น ามาใช้ควรท าให้เกิดประสิทธิภาพในการเรียนรู้ได้ดี 8. คุ้มค่ากับราคา ผลที่ได้จะคุ้มค่ากับเวลา เงิน และการจัดเตรียมสื่อนั้นหรือไม่ 9. ตรงกับความต้องการ สื่อนั้นช่วยให้นักเรียนร่วมกิจกรรมตามที่ครูต้องการหรือไม่ 10.ช่วยเวลาความสนใจ สื่อนั้นช่วยกระตุ้นให้นักเรียนสนใจในช่วงเวลานานพอสมควรหรือไม่ เครื่องมือกำรสื่อสำรดิจิทัล / สัญลักษณ์ดิจิทัล เครื่องมือการสื่อสารดิจิทัล (Digital Communication Tools / Digital Badges) เป็น เครื่องมือดิจิทัลที่ใช้ส าหรับการสื่อสาร โดยใช้แพลตฟอร์มต่าง ๆ ที่มีการแสดงสัญลักษณ์ดิจิทัล (Digital Badges) เหมาะส าหรับการใช้งานเพื่อเก็บทักษะชีวิตในด้านการพัฒนาอาชีพและการ เรียนรู้ แพล็ตฟอร์มที่เห็นการใช้งานสัญลักษณ์ดิจิทัลได้ชัดเจน เช่น Facebook, Line และ Instagram เป็นต้น ซึ่งแพล็ตฟอร์มเหล่านี้เชื่อมโยงกันเป็นสื่อสังคมดิจิทัล มีการมอบสัญลักษณ์ ดิจิทัล เช่น การกดถูกใจ การกดหัวใจ การกดว้าว เพื่อชื่นชมในเรื่องที่ชื่นชอบ และการกดเศร้า กดโกรธ เพื่อแสดงออกในเรื่องที่ไม่ชอบ (https://touchpoint.in.th/digital-communicationtools-digital-badges,สืบค้นเมื่อ 27 ธันวาคม2564) ที่มาภาพ : เครื่องมือการสื่อสารดิจิทัล / สัญลักษณ์ดิจิทัล,สืบค้นเมื่อ 27 ธันวาคม 2564. จาก https://touchpoint.in.th/digital-communication-tools-digital-badges
องค์ประกอบของเครื่องมือสื่อสำรดิจิทัล (Digital Emotion Communication Tools) มี 7 องค์ประกอบ (Philip Powell, 2017) ดังนี้ 1. การแสดงออกทางสีหน้าด้วยอีโมติคอน (Emoticons and Emojis) เป็นการแสดงออก ทางอารมณ์ด้วยสัญลักษณ์แสดงสีหน้า ปัจจุบันจะมีอีโมติคอน ทั้งในสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และ ในแป้นพิมพ์ของสมาร์ทโฟน ที่มาภาพ : เครื่องมือการสื่อสารดิจิทัล / สัญลักษณ์ดิจิทัล,สืบค้นเมื่อ 27 ธันวาคม 2564. จาก https://touchpoint.in.th/digital-communication-tools-digital-badges 2. การแสดงท่าทางดิจิทัล (Symbolic Digital Actions) เป็นการแสดงสติกเกอร์ทั้งใน รูปแบบภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวที่ใช้สื่อสารโดยมีท่าทางประกอบ เช่น การโบกมือทักทาย การแสดงท่าทางร้องไห้ เป็นต้น ที่มาภาพ : เครื่องมือการสื่อสารดิจิทัล / สัญลักษณ์ดิจิทัล,สืบค้นเมื่อ 27 ธันวาคม 2564. จาก https://touchpoint.in.th/digital-communication-tools-digital-badges 3. การแสดงความชื่นชอบและการประเมิน (Affective Labels / Evaluations) เป็นการ แสดงออกถึงความชื่นชอบ เช่น การกดถูกใจ การกดหัวใจ การกดหัวเราะ การกดว้าว การกดเศร้า และการกดโกรธ โดยใช้แพล็ตฟอร์ม เช่น Facebook และ Instagram ที่มาภาพ : เครื่องมือการสื่อสารดิจิทัล / สัญลักษณ์ดิจิทัล,สืบค้นเมื่อ 27 ธันวาคม 2564. จาก https://touchpoint.in.th/digital-communication-tools-digital-badges
4. การสื่อสารผ่านข้อความ (Textual Cues and Communication) เป็นการสื่อสาร ผ่านประโยค แคปชั่น หรือวลีต่าง ๆ อาจมีการจ ากัดจ านวนค าที่ใช้หรือไม่จ ากัดก็ได้ ที่มาภาพ : เครื่องมือการสื่อสารดิจิทัล / สัญลักษณ์ดิจิทัล,สืบค้นเมื่อ 27 ธันวาคม 2564. จาก https://touchpoint.in.th/digital-communication-tools-digital-badges 5. การระบุความรู้สึกที่ชัดเจน (Explicit Language) เป็นการแสดงออกทางภาษา เพื่อชี้แจงการสื่อความหมายด้วยการแสดงท่าทางดิจิทัล ที่มาภาพ : เครื่องมือการสื่อสารดิจิทัล / สัญลักษณ์ดิจิทัล,สืบค้นเมื่อ 27 ธันวาคม 2564. จาก https://touchpoint.in.th/digital-communication-tools-digital-badges
6. การถ่ายทอดอารมณ์ผ่านเสียงและภาพเคลื่อนไหว (Voice and Video Tools to Convey Emotions) เป็นการถ่ายทอดอารมณ์ผ่านเสียงและวิดีโอโดยใช้เครื่องมือดิจิทัล ที่มาภาพ : เครื่องมือการสื่อสารดิจิทัล / สัญลักษณ์ดิจิทัล,สืบค้นเมื่อ 27 ธันวาคม 2564. จาก https://touchpoint.in.th/digital-communication-tools-digital-badges 7. อุปกรณ์ป้อนกลับข้อมูลส่วนบุคคล (Biofeedback Devices) เป็นเครื่องมือดิจิทัลที่มี ความทันสมัย เช่น การวัดอัตราการเต้นของหัวใจด้วย Apple Watch และอุปกรณ์แบบแฮบติค ที่มาภาพ : เครื่องมือการสื่อสารดิจิทัล / สัญลักษณ์ดิจิทัล,สืบค้นเมื่อ 27 ธันวาคม 2564. จาก https://touchpoint.in.th/digital-communication-tools-digital-badges นอกจากสัญลักษณ์ดิจิทัลที่ใช้สื่อสารทางอารมณ์แล้ว ยังสามารถน าแนวคิดนี้มาใช้สร้าง กระบวนการเรียนรู้โดยการให้สัญลักษณ์ดิจิทัล เพื่อเป็นสิ่งที่แสดงถึงการมีส่วนร่วมในกิจกรรม ซึ่ง จะช่วยสนับสนุนการเรียนรู้ทุกที่ ทุกเวลา และเป็นหลักฐานที่ยืนยันถึงความรู้และทักษะให้สังคม ได้รับรู้ เครื่องมือที่แสดงให้เห็นถึงการใช้เครื่องมือการสื่อสารดิจิทัลในการเรียนรู้ได้อย่างชัดเจน
ได้แก่ ClassDojo สามารถเข้าใช้งานได้ฟรีที่ classdojo.com ส่วนการใช้งานไว้จะกล่าวในโอกาส ต่อไป ที่มาภาพ : เครื่องมือการสื่อสารดิจิทัล / สัญลักษณ์ดิจิทัล,สืบค้นเมื่อ 27 ธันวาคม 2564. จาก https://touchpoint.in.th/digital-communication-tools-digital-badges Digital literacy คือ ทักษะความเข้าใจและใช้เทคโนโลยีดิจิทัล หรือ Digital literacy หมายถึง ทักษะในการน าเครื่องมือ อุปกรณ์ และเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีอยู่ในปัจจุบัน อาทิ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ แทปเลต โปรแกรมคอมพิวเตอร์ และสื่อออนไลน์ มาใช้ให้เกิดประโยชน์ สูงสุด ในการสื่อสาร การปฏิบัติงาน และการท างานร่วมกัน หรือใช้เพื่อพัฒนากระบวนการท างาน หรือระบบงานในองค์กรให้มีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพ ทักษะดังกล่าวครอบคลุมความสามารถ 4 มิติ(ดร.กฤษณพงศ์เลิศบ ารุงชัย,2019) ดังนี้ • การใช้ (Use) • เข้าใจ (Understand) • การสร้าง (create) • เข้าถึง (Access) เทคโนโลยีดิจิทัล ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เรื่องที่ 3 กำรสื่อสำรอย่ำงสร้ำงสรรค์ และเป็นประโยชน์ การสื่อสาร(ศุภวรรณ นิลรัตน์,2552) ถือเป็นการส่งต่อข้อมูลจากบุคคลหนึ่งไปยังบุคคล หนึ่งด้วยภาษากายและภาษาพูดโดยในการสื่อสารนั้นก็เพื่อให้บุคคลอื่น ๆ เข้าใจในวัตถุประสงค์ ของตนเอง และมีความเข้าใจ ที่ตรงกัน ป้องกันการผิดพลาดจากความคลาดเคลื่อนของข่าวสาร นั้น ๆ การสื่อสารมี2 ทาง คือ การสื่อสารทางบวกและทางลบ ในการสื่อสารทางลบ จะท าให้ เกิดความบาดหมางแค้นเคืองกันได้ ด้วยอาจจะเพิ่มเสริมเติมแต่ง จากผู้รับสารคนแรกและคนต่อ ๆ ไปจนกว่าข่าวสารนั้นจะได้ส่งต่อไปด้วยอารมณ์และการสื่อสารทางบวกที่เราจะเรียกว่า “การสื่อสารสร้างสรรค์”และการสื่อสารสร้างสรรค์นั้น เพื่อให้การติดต่อสื่อสารเป็นไป ใน ทิศทางบวก เพิ่มประสิทธิภาพ และประสิทธิผลของการติดต่อนั้น ๆ โดยการสื่อสารสร้างสรรค์มี หลักการง่าย ๆ ดังนี้ 1. ให้สอบถาม (ไม่สอบสวน) ด้วยค าถามปลายเปิด เช่น อย่างไร ที่ไหน เพราะอะไร ขอ ค าอธิบาย เป็นต้น 2. หาจุดดีหรือจุดเด่น และชื่นชมจุดดีหรือจุดเด่น แล้วจึงแนะน าให้ปรับปรุงและแก้ไข ในจุดด้อย 3. บอกความต้องการของพ่อแม่หรือคุณครูว่าอยากให้ลูกหรือศิษย์ปฏิบัติสิ่งที่ต้องการ เช่น แม่ไม่อยากให้ลูกกลับเข้าบ้านดึกเกินไป/ครูไม่อยากให้หนูกระโดดเรียนบ่อย ๆ เป็นต้น 4. ขอร้องและรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน 5. บอกความรู้สึก รัก ห่วงใย หวังดีเป็นต้น เพื่อเป็นค าพูดให้ลูก/ศิษย์ รับรู้ 6. กล่าวค าขอบคุณ ขอโทษ และชื่นชมให้คุ้นชิน โดยพ่อแม่/ครู จะต้องไม่รู้สึกเสียหน้า หากจะต้องกระท า เนื่องจากเกิดความผิดพลาดหรือหลงลืม การกล่าวขอโทษจะท าให้ลูก/ศิษย์ รู้สึกซาบซึ้งและรู้สึกได้รับเกียรติและจะให้ความร่วมมือ (เพราะบุคคลทุกคนมีเกียรติและศักดิ์ศรี เท่าเทียมกัน) 7. ขอความคิดเห็นจากลูก/ศิษย์ ในการเปลี่ยนแปลงกฎ กติกา ที่ใช้ร่วมกัน เพื่อสร้าง ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง 8. เมื่อเกิดกรณี/ข้อขัดแย้ง ให้บอก อธิบาย ความรู้สึก ประกอบเหตุผลด้วยทุกครั้ง เพื่อขอความร่วมมือ
9. ไม่ต าหนิลูก/ศิษย์ ต่อหน้าบุคคลอื่น และควรตักเตือนเป็นการส่วนตัว โดยยึดหลัก Time-Place-Person (เวลา สถานที่ บุคคล ที่เหมาะสม เช่น ในยามที่ครูและศิษย์อยู่ในภาวะ อารมณ์ดี ไม่บอกผ่านทางบุคคลอื่นให้เกิดความอับอายเพิ่มขึ้น จัดเตรียมสถานที่ส่วนตัว ไม่ร้อน) โดยชื่นชมจุดดีก่อน 10.ให้ชมข้อดีของลูก/ศิษย์กับเจ้าตัว ญาติ นักเรียนคนอื่น และผู้อื่นบ่อย ๆ เพื่อเป็นการ แสดงความยกย่องและเสริมสร้างก าลังใจให้เกิดขึ้นในตัวเขาเหล่านั้น
แบบฝึกหัดท้ำยบทที่ 1 ค ำชี้แจง : ให้นักศึกษำตอบค ำถำมต่อไปนี้ ให้ถูกต้องครบถ้วน 1.จงให้ค านิยามความหมายการเข้าใจดิจิทัล .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... 2. ให้นักศึกษาบอกข้อดี – ข้อเสีย ของการสื่อสารดิจิทัลมาอย่างน้อย 4 ข้อ .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... 3. ให้นักศึกษาอธิบายความหมายของค าว่าสื่อ .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... 4. ผู้เผยแพร่สื่อคือใครบ้าง จงอธิบาย .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... 5. หลักในการใช้สื่อ มีอะไรบ้าง จงอธิบายอย่างละเอียด .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... ..........................................................................................................................................................
บทที่ 2 วิวัฒนำกำรของสื่อดิจิทัล สำระส ำคัญ “การสื ่อสาร” เป็นปัจจัยที ่ท าให้มนุษย์มีอารยธรรมที ่สืบทอดกันมาอย ่างยาวนาน ตั้งแต ่ครั้งที ่มนุษย์โบราณใช้การออกเสียงและท่าทางในการสื ่อสาร ก ่อนจะมาใช้ภาษาพูด ตัวอักษร และอีกหลายก้าวส าคัญที ่มีส่วนท าให้มนุษย์เราเชื ่อมโยงถึงกัน ท าให้เกิดรูปแบบ สังคม แลกเปลี ่ยนองค์ความรู้ ก ่อก าเนิดเป็นอารยธรรม ด ารงเผ ่าพันธุ์มาจนถึงทุกวันนี้ วันนี้เราเลยจะมาลองแบ่งการสื่อสารของยุคต่าง ๆ แบบเข้าใจง่าย ตัวชี้วัด 1.วิวัฒนาการของสื่อดิจิทัล 2.การรู้เท่าทันเก่าและการรู้เท่าทันใหม่ ขอบข่ำยเนื้อหำ เรื่องที่ 1 ยุคโบราณ : Ancient Time เรื่องที่ 2 ยุคอนาล็อก : Age of Analog เรื่องที่ 3 ยุคดิจิทัล : Age of Digital เรื่องที่ 4 ยุคเครือข่ายสังคม : Age of Social Network เรื่องที่ 5 โลกอนาคต : Future and Beyond เวลำที่ใช้ในกำรศึกษำ จ ำนวน 4 ชั่วโมง สื่อกำรเรียนรู้ หนังสือแบบเรียนการรู้เท่าทันสื่อดิจิทัล รหัสวิชา ทร2300060
วิวัฒนำกำรของกำรรู้เท่ำทันดิจิทัล (Digitalliteracy evolution) เมื่อกล่าวถึงค าว่า “การรู้เท่าทัน” (Literacy) ในยุคแรกมักนึกถึงทักษะและความสามารถ ในการอ่านและการเขียน การพูดและการฟัง ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบพื้นฐานของการรู้เท่าทันโดย การรู้เท่าทันถูกน าไปใช้ในศาสตร์และสาขาวิชาต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง เช่น การรู้เท่าทัน สารสนเทศ (Information literacy) การรู้เท่าทันสื่อ (Media literacy) สื่อศึกษา (Media education) ก ารรู้เท่ าทันข่ าว (News literacy) ก ารรู้เท่ าทันสื่อสุขภ าพ (Health media literacy) การรู้เท่าทันดิจิทัล (Digital literacy) เป็นต้นโดยค าต่าง ๆ เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึง ขอบเขตทางความรู้และทักษะที่เกี่ยวข้องกับศาสตร์ต่าง ๆ (Hobbs, 2010) นอกจากนี้ Horton กล่าวว่า แนวคิดของการรู้เท่าทันเรื่องหนึ่งสามารถสืบทอดไปยังการรู้เท่าทันใหม่ได้ รวมถึงการ รู้เท่าทันในเรื่องใดเรื่องหนึ่งสามารถสร้างการรู้เท่าทันเรื่องอื่นที่เกี่ยวข้องกันและสัมพันธ์กันได้ Hobbs and Moore (2013) กล่าวว่าแนวคิดของการรู้เท่าทันยังไม่นิ่งและไม่คงที่ซึ่งขึ้นอยู่ กับการเปลี่ยนแปลงตามความต้องการของผู้ใช้สื่อดิจิทัลและสิ่งแวดล้อมทางสังคม ทั้งนี้ปัจจุบัน การรู้เท่าทันไม่ได้เป็นเพียงทักษะการอ่านและการเขียนเท่านั้น แต่ยังมีทักษะและความสามารถ ด้านอื่นเพิ่มเติมเข้ามาตามยุคสมัยอีกด้วยดังนั้นจึงต้องเข้าใจทั้งที่เป็นการรู้เท่าทันเก่า (Old literacies) และการรู้เท่าทันใหม่ (New literacies) โดยการรู้เท่าทันเก่า ประกอบด้วย วาทศาสตร์ (Rhetoric) เกี่ยวข้องกับการพูดและการฟัง การรู้เท่าทันสิ่งพิมพ์(Print literacy) เกี่ยวข้องกับการ อ่านและการเขียนในสื่อสิ่งพิมพ์ การรู้เท่าทันภาพ (Visual literacy) เกี่ยวข้องกับการออกแบบ ภาพ (Image design) การตีความ (Interpretation) และองค์ประกอบความคิดสร้างสรรค์ (Creative composition) การรู้เท่าทันข่าว (News literacy) เป็นความเข้าใจและการประเมิน คุณค่าข่าวและเหตุการณ์ปัจจุบัน และ Buckingham (1993) ได้เสนอการรู้เท่าทัน วิทยุโทรทัศน์ (Television literacy) ว่าเป็นการเปิดรับและประเมินคุณค่าของรายการประเภทต่าง ๆ ที่เผยแพร่ ผ่านทางสื่อวิทยุโทรทัศน์ และการรู้เท่าทันวิทยุกระจาย เสียง (Radio literacy) เป็นการเปิดรับ และการประเมิน คุณค่าของรายการประเภทต่าง ๆที่เผยแพร่ผ่านสื่อวิทยุกระจายเสียง นอกจากนี้ British Film Institute (2000) ได้เสนอการรู้เท่าทันภาพยนตร์ (Cinema literacy) ว่าเป็นการ เข้าใจองค์ประกอบและคุณค่าของภาพยนตร์ยุคอุตสาหกรรมและหลังยุคอุตสาหกรรม ซึ่งเป็น ช่วงเวลาที่เกิดการเคลื่อนไหวทางสังคม ท าให้เกิดความแตกต่างอย่างมากทั้งด้านวัฒนธรรมและ ด้านภาษา ในยุคเดียวกันนั้นเทคโนโลยีมีความก้าวหน้าและก่อให้เกิดวิธีการใหม่ในการสื่อสาร จ ึงมีการรู้เท่าทันใหม่เกิดขึ้นด้วย (Lankshear and Knobel, 2006) ซึ่งประกอบด้วย การ รู้เท่าทันสื่อ (Media literacy) คือความสามารถ ในการเข้าถึงตีความและประเมินเนื้อหาสื่อ ใน
รูปแบบ ที่หลากหลายการรู้เท่าทันคอมพิวเตอร์ (Computer literacy) คือ ความสามารถ ใน การเข้าใจและใช้คอมพิวเตอร์ได้ การรู้เท่าทันเ ทคโนโลยี (Technology literacy) คือ ความสามารถในการเข้าถึงและการใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การรู้เท่าทัน อินเทอร์เน็ต (Internet literacy) คือ ความสามารถในการใช้อินเทอร์เน็ตได้อย่างถูกวิธีและ สร้างสรรค์ การรู้เท่าทันสารสนเทศ (Information literacy) คือ ความสามารถในการเข้าถึง สารสนเทศ (Information access) การใช้(Usage) การแก้ไข (Retrieval) และการประเมิน (Evaluation) การรู้เท่าทันเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร หรือการรู้เท่าทันไอซีที (Information Communication Technology literacy : ICT literacy) คือ ความสามารถใน การใช้งานคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีการสื่อสารได้อย่างสร้างสรรค์และการรู้เท่าทันดิจิทัล (Digital literacy) คือความสามารถในการใช้สื่ออินเทอร์เน็ต สื่อสังคม (Social media) และ สื่อดิจิทัลต่าง ๆ ที่ผู้ใช้งาน (User) ต้องมีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคมส่วน รวม (Hobbs and Moore, 2013) จากที่กล่าวมาข้างต้น สามารถสรุปให้เห็นรายการการรู้เท่าทันเก่าและการ รู้เท่า ทันใหม่ แสดงดังตาราง1 จากตารางที่ 1 มีข้อสังเกตคือการรู้เท่าทันเก่า เป็นความสามารถ ในทักษะการอ่าน การเขียน การพูด และการฟังในสื่อ รวมถึงการเปิดรับ การสร้างสรรค์ และ การประเมินคุณค่าของเนื้อหาที่น าเสนอผ่านสื่อมวลชน แขนงต่าง ๆ ได้แก่ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อวิทยุกระจายเสียง สื่อวิทยุโทรทัศน์ และสื่อภาพยนตร์ ในขณะที่การรู้เท่าทันใหม่เป็น ความสามารถ ในการเข้าใจการใช้งาน การแก้ไขและการประเมินเนื้อหาสารสนเทศที่น าเสนอ ผ่านเทคโนโลยีต่าง ๆ ได้แก่ คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต และสื่อดิจิทัล (พีรวิชญ์ ค าเจริญ และ วีรพงษ์ พลนิกรกิจ,2561) ที่มาภาพ : พีรวิชญ์ ค าเจริญ และวีรพงษ์ พลนิกรกิจ,2561,รายงานวิจัยเรื่องการรู้เท่าทันดิจิทัล : วิวัฒนาการ ความหมาย และการสังเคราะห์ทักษะ,มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
เรื่องที่ 1 " ยุคโบรำณ Ancient Time " (1.9 M BC-776 BC) (Wanwisa Thuanyod,2564) มนุษย์เริ ่มเรียนรู้ที ่จะใช้การสื ่อสารมานานก ่อนที ่จะมี เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาแทนที่ โดยเริ่มจากภาษาท่าทาง การออกเสียง และพัฒนาขึ้นมาเป็น การใช้สัญลักษณ์ สัญญาณควัน โดยมีความเป็นระบบและซับซ้อนขึ้นตามล าดับ ดังจะเห็นได้ จากร่องรอยทางประวัติศาสตร์ ที่ถูกจารึกไว้ด้วยวิธีต่าง ๆ ล้วนแล้วแต่เป็นข้อบ่งชี้ว่ามนุษย์ใช้ การสื่อสารเป็นเครื่องมือส าคัญในการพัฒนาความอยู่ Speech กำรพูด ก้าวแรกและก้าวส าคัญที่ท าให้เกิดการสื่อสารกันระหว่างมนุษย์คือการพูด พบหลักฐาน ว่ามนุษย์ Homo ergaster ซึ ่งปรากฏตัวขึ้นบนโลกเมื ่อกว่า 1.8 ล้านปีก ่อน ใช้ภาษาพูดใน การสื ่อสารโดยอ้างอิงจากการขุดพบโครงกระดูกที ่มีลักษณะของโพรงจมูกแบบเฉพาะ ตลอดจนทักษะในการประดิษฐ์เครื่องมือที่ซับซ้อน ที่มาภาพ : วิวัฒนาการการสื่อสารของแต่ละยุคแบบเข้าใจง่าย The Evolution of Communication.// ค้นหาวันที่ 27 ธันวาคม 2564.จากhttps://www.thinknet.co.th/ what-we-do/
Cueniform inscription สัญลักษณ์รูปลิ่ม ที่มาภาพ : วิวัฒนาการการสื่อสารของแต่ละยุคแบบเข้าใจง่าย The Evolution of Communication.// ค้นหาวันที่ 27 ธันวาคม 2564.จากhttps://www.thinknet.co.th/ what-we-do/ เมื ่อการสื ่อสารในสังคมมนุษย์พัฒนาขึ้นอย ่างมีแบบแผน มีการสร้างสัญลักษณ์ เพื ่อสื ่อความหมาย เห็นได้จากระบบการเขียนที ่เก ่าแก ่ที ่สุด คือ จารึกสัญลักษณ์รูปลิ ่มบน แผ่นดินเหนียวของชาวสุเมเรียน แห่งอาณาจักรเมโสโปเตเมีย Carrier Pigeon พิรำบสื่อสำร ที่มาภาพ : วิวัฒนาการการสื่อสารของแต่ละยุคแบบเข้าใจง่าย The Evolution of Communication.// ค้นหาวันที่ 27 ธันวาคม 2564.จากhttps://www.thinknet.co.th/ what-we-do/ เมื่อมีภาษาที่ใช้เป็นเครื่องมือในการสื่อสาร ก็ตามมาด้วยการขยายขอบเขตออกไปเป็น การติดต ่อถึงกันในระยะทางกันโดยอาศัยสัตว์เป็นผู้ส่งสาร มีการบันทึกถึงการใช้นกพิราบ สื่อสารในโอลิมปิกส์ครั้งแรกโดยชาวกรีก ณ กรุงเอเธนส์
เรื่องที่ 2 "ยุคอนำล็อก : Age of Analog" (1836 AD -1940 AD) หลังจากมนุษย์เริ่มเรียนรู้ประโยชน์มหาศาลของการใช้ไฟ เผ่าพันธุ์อันแข็งแกร่งนี้ได้ ก่อร่างสร้างรากฐานทางภูมิปัญญาจนพัฒนาไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดนิ่ง จนถึงยุคที่ไฟฟ้าเข้ามา มีบทบาทส าคัญ ยุคเฟื่องฟูแห่งนวัตกรรมก็เติบโตขึ้น พร้อมกับการเริ่มต้นของยุค Analog ซึ่ง อาศัยการส่งสัญญานผ่านอุปกรณ์รับและแปลงสัญญาณจนได้ข้อมูลที ่ต้องการ ส่งผลให้การ สื่อสารระยะทางไกลไม่ใช่อุปสรรคของเราอีกต่อไป Telegraph โทรเลข ที่มาภาพ : วิวัฒนาการการสื่อสารของแต่ละยุคแบบเข้าใจง่าย The Evolution of Communication.// ค้นหาวันที่ 27 ธันวาคม 2564.จากhttps://www.thinknet.co.th/ what-we-do/ Samuel Morse ชาวสก็อตแลนด์ ประดิษฐ์เครื ่องส่งโทรเลขส าเร็จเป็นครั้งแรกโดย อาศัยหลักการท างานของกระแสไฟฟ้า การส่งสารในระยะทางไกลในเวลาอันสั้นจึงได้เริ่มขึ้น
Fax machine โทรสำร ที่มาภาพ : วิวัฒนาการการสื่อสารของแต่ละยุคแบบเข้าใจง่าย The Evolution of Communication.// ค้นหาวันที่ 27 ธันวาคม 2564.จากhttps://www.thinknet.co.th/ what-we-do/ Alexander Bain ชาวสก็อตแลนด์ ประดิษฐ์เครื่องส่งโทรสารส าเร็จเป็นครั้งแรก โดย ใช้การเปลี ่ยนข้อมูลเอกสารเป็นสัญญาณไฟฟ้าส ่งไปตามสายถึงผู้รับ และแปลงสัญญาณ กลับมาเป็นข้อมูลอีกครั้งโดยเหมือนต้นฉบับเดิมทุกประการ Telephone โทรศัพท์ ที่มาภาพ : วิวัฒนาการการสื่อสารของแต่ละยุคแบบเข้าใจง่าย The Evolution of Communication.// ค้นหาวันที่ 27 ธันวาคม 2564.จากhttps://www.thinknet.co.th/ what-we-do/ Alexander Graham Bell ประดิษฐ์เครื ่องส ่งโทรศัพท์ส าเร็จเป็นครั้งแรกที ่อเมริกา ปฏิวัติวงการสื่อสารทางไกลให้เป็นเรื่องสะดวกสบายไปอีกระดับ โดยการแปลงคลื่นเสียงเป็น สัญญาณไฟฟ้าส่งผ่านสายไปถึงผู้รับ
Radio วิทยุ ที่มาภาพ : วิวัฒนาการการสื่อสารของแต่ละยุคแบบเข้าใจง่าย The Evolution of Communication.// ค้นหาวันที่ 27 ธันวาคม 2564.จากhttps://www.thinknet.co.th/ what-we-do/ Heinrich Hertz ค้นพบคลื่นวิทยุที่เยอรมัน โดยการอาศัยทฤษฎีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งกลายเป็นที่มาของการคิดค้นนวัตกรรมทางการสื่อสารในภายหลัง Television โทรทัศน์ ที่มาภาพ : วิวัฒนาการการสื่อสารของแต่ละยุคแบบเข้าใจง่าย The Evolution of Communication.// ค้นหาวันที่ 27 ธันวาคม 2564.จากhttps://www.thinknet.co.th/ what-we-do/ Philo T. Fransworth ประดิษฐ์โทรทัศน์ส าเร็จเป็นครั้งแรกที่อเมริกา โดยการ ส่ง สัญญาณภาพและเสียงไปยังเครื่องรับท าให้เกิดการกระจายข้อมูลข่าวสารออกไป อย่าง แพร่หลายในวงกว้าง
Walkie Talkie วิทยุสื่อสำร ที่มาภาพ : วิวัฒนาการการสื่อสารของแต่ละยุคแบบเข้าใจง่าย The Evolution of Communication.// ค้นหาวันที่ 27 ธันวาคม 2564.จากhttps://www.thinknet.co.th/ what-we-do/ กองทัพอเมริกันมีการใช้วิทยุสื่อสารแบบพกพา SCR-536 เป็นครั้งแรกในสงครามโลก ครั้งที ่ 2 ซึ ่งคิดค้นโดย Don Mitchell และทีม ซึ ่งเป็นการเริ ่มต้นของเครื ่องมือสื ่อสารแบบ พกพา เรื่องที่ 3 "ยุคดิจิทัล : Age of Digital" (1946 AD -1989 AD) พัฒนาการครั้งส าคัญที ่เปลี ่ยนผ ่านสู ่โลกอนาคต เมื ่อยุคแห ่งคอมพิวเตอร์เข้ามา มีบทบาท ระบบ Digital เข้ามาแทนที่ ซึ่งสามารถรับส่งสัญญาณได้อย่างมีประสิทธิภาพและ ซับซ้อนมากกว่าระบบอะนาล็อก ที่มีความแม่นย าน้อยกว่า การเปลี่ยนแปลงนี้มีส่วนช่วยให้ เทคโลยีทั้งหลายพัฒนาต่อไปอย่างก้าวกระโดด
ENIAC คอมพิวเตอร์อเนกประสงค์ ที่มาภาพ : วิวัฒนาการการสื่อสารของแต่ละยุคแบบเข้าใจง่าย The Evolution of Communication.// ค้นหาวันที่ 27 ธันวาคม 2564.จากhttps://www.thinknet.co.th/ what-we-do/ คอมพิวเตอร์ดิจิทัลอิเล็กทรอนิกส์อเนกประสงค์เครื่องแรกของโลกถือก าเนิดที่ประเทศ อเมริกา โดย John Mauchly และ J. Presper Eckert มีจุดประสงค์เพื ่อใช้ในการค านวณ ทางทหาร Internet เครือข่ำยคอมพิวเตอร์ ที่มาภาพ : วิวัฒนาการการสื่อสารของแต่ละยุคแบบเข้าใจง่าย The Evolution of Communication.// ค้นหาวันที่ 27 ธันวาคม 2564.จากhttps://www.thinknet.co.th/ what-we-do/ ระบบ ARPAnet ถือก าเนิดขึ้น และประสบความส าเร็จในการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่าง ค อ มพิว เ ต อ ร์เป็น ค รั้ง แ ร ก มีจ ุด ป ร ะ สง ค์ที ่จ ะเพิ ่ม ศัก ยภ าพท าง ก า รทห า รให้แ ก่ กระทรวงกลาโหม
Personal Computer คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ที่มาภาพ : วิวัฒนาการการสื่อสารของแต่ละยุคแบบเข้าใจง่าย The Evolution of Communication.// ค้นหาวันที่ 27 ธันวาคม 2564.จากhttps://www.thinknet.co.th/ what-we-do/ John Blankenbaker ประดิษฐ์ Kenbak-1 คอมพิวเตอร์ส ่วนบุคคลเครื ่องแรกของ โลกบุกเบิกวงการคอมพิวเตอร์ให้เข้าสู่ยุคแห่งการสร้างสรรค์คิดค้นอย่างไม่หยุดนิ่ง Email จดหมำยอิเล็กทรอนิกส์ ที่มาภาพ : วิวัฒนาการการสื่อสารของแต่ละยุคแบบเข้าใจง่าย The Evolution of Communication.// ค้นหาวันที่ 27 ธันวาคม 2564.จากhttps://www.thinknet.co.th/ what-we-do/ Ray Tomlinson ชาวอเมริกัน คิดค้นการส ่งข้อความระหว ่างคอมพิวเตอร์ส าเร็จ เป็นครั้งแรก ท าให้การส่งข้อมูลถึงกันท าได้อย่างง่ายดาย
Cellular telephone โทรศัพท์มือถือ ที่มาภาพ : วิวัฒนาการการสื่อสารของแต่ละยุคแบบเข้าใจง่าย The Evolution of Communication.// ค้นหาวันที่ 27 ธันวาคม 2564.จากhttps://www.thinknet.co.th/ what-we-do/ บริษัท Motorola ประดิษฐ์โทรศัพท์มือถือ DynaTAC 800x เครื ่องแรกของโลก ออกวางขายที่อเมริกา ช่วยให้ผู้คนสามารถติดต่อถึงกันได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านสัญญาณโทรศัพท์ แบบไร้สาย www เครือข่ำยที่เชื่อมต่อกันทั่วโลก ที่มาภาพ : วิวัฒนาการการสื่อสารของแต่ละยุคแบบเข้าใจง่าย The Evolution of Communication.// ค้นหาวันที่ 27 ธันวาคม 2564.จากhttps://www.thinknet.co.th/ what-we-do/ www ถือก าเนิดเป็นครั้งแรกที ่อเมริกา โดยTim Berners-Lee ชาวอังกฤษ ถือเป็น การเปิดประตูสู่โลกอินเตอร์เน็ตที่มีส่วนเชื่อมโลกทั้งใบเข้าไว้ด้วยกัน
เรื่องที่ 4 "ยุคเครือข่ำยสังคม : Age of Social Network"(1992 AD -2011 AD) ยุคแห ่งการเชื ่อมต ่อถึงกันอย ่างไร้พรมแดน โดยเทคโนโลยีสื ่อสารเข้ามามีบทบาท ส าคัญในการด าเนินชีวิต มากกว่าการแลกเปลี ่ยนข้อมูล แต ่รวมไปถึงภาคธุรกิจ การแพทย์ การศึกษา ก่อให้เกิดวัฒนธรรมอย่างโลก Social Media ซึ่งกลายเป็นวิถีชีวิตยุคใหม่ที่พาให้ มนุษยชาติก้าวไปสู่อนาคตอย่างรวดเร็ว Smartphone สมำร์ทโฟน ที่มาภาพ : วิวัฒนาการการสื่อสารของแต่ละยุคแบบเข้าใจง่าย The Evolution of Communication.//ค้นหาวันที่ 27 ธันวาคม 2564.จากhttps://www.thinknet.co.th/ what-we-do/ สมาร์ทโฟนเครื่องแรกถือก าเนิดขึ้นโดย IBM ที่อเมริกา เผยโฉมเทคโนโลยีที่สามารถท า ได้มากกว่าการสื่อสาร ต้นแบบนวัตกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่แห่งโลกอนาคต
SMS บริกำรส่งข้อควำม ที่มาภาพ : วิวัฒนาการการสื่อสารของแต่ละยุคแบบเข้าใจง่าย The Evolution of Communication.// ค้นหาวันที่ 27 ธันวาคม 2564.จากhttps://www.thinknet.co.th/ what-we-do/ SMS ถูกส่งเป็นครั้งแรก โดย Neil Papworth ชาวอังกฤษ พื้นฐานความส าเร็จที่ถูก พัฒนาไปสู่เทคโนโลยีการสื่อสารอีกหลายแขนง ซึ่งท าให้เราสามารถส่งข้อความสั้นๆ ได้ทุกที่ ทุกเวลา Chat Apps แชท ที่มาภาพ : วิวัฒนาการการสื่อสารของแต่ละยุคแบบเข้าใจง่าย The Evolution of Communication.// ค้นหาวันที่ 27 ธันวาคม 2564.จากhttps://www.thinknet.co.th/ what-we-do/ ก าเนิดแอปพลิเคชันแชท แรก ICQ โดย Mirabilis Company ในอิสราเอล ซึ่งได้รับ ความนิยมอย่างแพร่หลายไปทั่วโลก
Social Network เครือข่ำยสังคม ที่มาภาพ : วิวัฒนาการการสื่อสารของแต่ละยุคแบบเข้าใจง่าย The Evolution of Communication.// ค้นหาวันที่ 27 ธันวาคม 2564.จากhttps://www.thinknet.co.th/ what-we-do/ Sixgdegrees คือเครือข ่ายสังคมช ่องทางแรกที ่แจ้งเกิดในฐานะพื้นที ่ติดต ่อสื ่อสาร ระหว่างผู้คนบนโลก Internet โดยผู้ประกอบการสัญชาติอเมริกันนาม Andrew Weinreich WiFi เครือข่ำยไร้สำย ที่มาภาพ : วิวัฒนาการการสื่อสารของแต่ละยุคแบบเข้าใจง่าย The Evolution of Communication.// ค้นหาวันที่ 27 ธันวาคม 2564.จากhttps://www.thinknet.co.th/ what-we-do/ เครือข ่ายไร้สาย IEEE 802.11 จุดเริ ่มต้นของ WiFi ถือถูกพัฒนาขึ้นที ่อเมริกาด้วย ความร่วมมือของ NCR Corporation และ AT&T Corporation พลิกโฉมอินเตอร์เน็ต ให้ สะดวกสบายยิ่งขึ้น
MSN Messenger เอ็มเอสเอ็น เมสเซนเจอร์ ที่มาภาพ : วิวัฒนาการการสื่อสารของแต่ละยุคแบบเข้าใจง่าย The Evolution of Communication.// ค้นหาวันที่ 27 ธันวาคม 2564.จากhttps://www.thinknet.co.th/ what-we-do/ โปรแกรมส่งข้อความผ่าน Internetรายแรก ๆ โดย Microsoft Corp ได้รับความนิยม อย่างแพร่หลาย Facebook เฟซบุ๊ก ที่มาภาพ : วิวัฒนาการการสื่อสารของแต่ละยุคแบบเข้าใจง่าย The Evolution of Communication.// ค้นหาวันที่ 27 ธันวาคม 2564.จากhttps://www.thinknet.co.th/ what-we-do/ ก าเนิด Social Network ที ่มีผู้ใช้มากที ่สุด กว ่า 2 ล้านล้าน คน ทั ่วโลก โดย Mark Zuckerberg ชาวอเมริกัน ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ยกระดับแพลตฟอร์มการติดต่อสื่อสาร ให้มีศักยภาพและเข้ามามีบทบาทกับวิถีชีวิตของผู้คนมากขึ้น
Youtube ยูทูป ที่มาภาพ : วิวัฒนาการการสื่อสารของแต่ละยุคแบบเข้าใจง่าย The Evolution of Communication.// ค้นหาวันที่ 27 ธันวาคม 2564.จากhttps://www.thinknet.co.th/ what-we-do/ ก าเนิดเว็บไซต์สัญชาติอเมริกัน ที ่เปลี ่ยนโลกบันเทิงไปตลอดกาล สร้างโดย Steve Chen, Chad Hurley, และ Jawed Karim Twitter ทวิตเตอร์ ที่มาภาพ : วิวัฒนาการการสื่อสารของแต่ละยุคแบบเข้าใจง่าย The Evolution of Communication.// ค้นหาวันที่ 27 ธันวาคม 2564.จากhttps://www.thinknet.co.th/ what-we-do/ ก าเนิด กระจิบข่าวยอดนิยมของโลก ผลงานของ ทีมโปรแกรมเมอร์ชาวอเมริกันอย่าง Jack Dorsey, Noah Glass, Biz Stone, และ Evan Williams
WhatsApp วอทส์แอพพ์ ที่มาภาพ : วิวัฒนาการการสื่อสารของแต่ละยุคแบบเข้าใจง่าย The Evolution of Communication.// ค้นหาวันที่ 27 ธันวาคม 2564.จากhttps://www.thinknet.co.th/ what-we-do/ โปรแกรมประยุกต์ส าหรับโทรศัพท์เคลื่อนที่ยอดนิยมอันดับหนึ่งของโลก ที่ ใช้ส ่งข้อความได้ทั้งภ าพและเสียงในหลาย Platform เกิดขึ้นจากน้ าพักน้ าแรงของ โปรแกรมเมอร์ชาวยูเครน Jan Koum Instagram อินสตำแกรม ที่มาภาพ : วิวัฒนาการการสื่อสารของแต่ละยุคแบบเข้าใจง่าย The Evolution of Communication.// ค้นหาวันที่ 27 ธันวาคม 2564.จากhttps://www.thinknet.co.th/ what-we-do/ Mike Krieger แ ล ะ Kevin Systrom ไ ด้เ ปิด ตัว Application ถ ่า ย รูป ย อ ด นิย ม ที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งยุคสมัยที่ใครๆ ก็อยากมีตัวตนแบบคนดัง
LINE ไลน์ ที่มาภาพ : วิวัฒนาการการสื่อสารของแต่ละยุคแบบเข้าใจง่าย The Evolution of Communication.// ค้นหาวันที่ 27 ธันวาคม 2564.จากhttps://www.thinknet.co.th/ what-we-do/ แอปพลิเคชันแชทที่มีมากกว่าการสื่อสาร ก าเนิดขึ้นโดย Naver Corporation บริษัท สัญชาติเกาหลี เรื่องที่ 5 โลกอนำคต"Future and Beyond" AI ปัญญำประดิษฐ์ ความหวังแห่งมวลมนุษยชาติในการสื่อสารออกไปยังจักรวาล ไม่ใช่แค่เรื่องเพ้อฝันอีก ต่อไปเมื่อการสื่อสารสมัยใหม่ท าให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้เป็นไปได้อย่างกว้างขวาง ซึ่งมี ส่วนช่วยให้การค้นคว้าและสร้างสรรค์เทคโนโลยีพัฒนาไปได้อย่างไร้ขอบเขต ปัญญาประดิษฐ์ จึงอาจเป็นอีกหนึ่งก้าวส าคัญที่ท าให้เราสามารถค้นหาค าตอบของจักรวาลอันกว้างใหญ่ได้ใน สักวัน วิวัฒนาการการสื่อสารของมนุษย์ถูกพัฒนาเพื่อท าให้เราเรียนรู้และเข้าใจกันมากขึ้น เมื ่อเทคโนโลยีได้พัฒนาขึ้น ขนาดสังคมของเราก็ใหญ ่ขึ้น แต ่ในทางกลับกันเราสามารถ ติดต ่อสื ่อสารกันได้โดยไร้พรมแดน เมื ่อมองย้อนกลับไปยังจุดเริ ่มต้นของเผ ่าพันธุ์ คงยาก ที่จะปฏิเสธว่า การสื่อสารคือกุญแจส าคัญที่พาเราผ่านยุคสมัย มาจนถึงวันที่เราสามารถคิดถึง อนาคตได้มากกว ่าฝันถึง ตราบใดที ่เรายังเชื ่อมโยงถึงกันอย ่างเหนียวแน ่น ต้นไม้แห ่ง วิวัฒนาการที่หยั่งรากลึกตั้งแต่อดีตก็จะยังคงงอกงามต่อไป
แบบฝึกหัดท้ำยบทที่ 2 ค ำชี้แจง : ให้นักศึกษำตอบค ำถำมต่อไปนี้ ให้ถูกต้องครบถ้วน จงอธิบำยวิวัฒนำกำรของสื่อดิจิทัลในยุคต่ำง ๆ ต่อไปนี้อย่ำงละเอียด 1. ยุคโบราณ : Ancient Time .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... 2. ยุคอนาล็อก : Age of Analog .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... 3. ยุคดิจิทัล : Age of Digital .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... 4. ยุคเครือข่ายสังคม : Age of Social Network .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... 5. โลกอนาคต : Future and Beyond .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................
บทที่ 3 ควำมหมำยของกำรรู้เท่ำทันดิจิทัล (Digital literacy definition) สำระส ำคัญ การรู้เท่าทันดิจิทัลเป็นทักษะที่มีความส าคัญกับ ชีวิตของคนในสังคมเป็นอย่างมาก เนื่องจากปัจจุบัน เทคโนโลยีและสื่อดิจิทัลมีความทันสมัยและมีความ หลากหลาย รวมถึงสามารถ น าเสนอข้อมูลและข่าวสาร ได้อย่างรวดเร็ว บางครั้งอาจเกิดความเสียหายหากผู้ใช้งานดิจิทัลขาด การกลั่นกรองหรือตรวจสอบข้อมูลที่ถูกต้องดังนั้น ผู้ใช้งานดิจิทัลควรมีความรู้ความเข้าใน การใช้ ประโยชน์จากเทคโนโลยีและสื่อดิจิทัลอย่างถ่องแท้รวมทั้งควรตระหนักถึงการรู้เท่าทันดิจิทัล ตัวชี้วัด 1. มีความรู้ความเข้าใจความหมายของการรู้เท่าทันดิจิทัล 2. ข้อมูลจากการศึกษา วิเคราะห์ ความน่าเชื่อถือของสื่อดิจิทัล 3. สามารถวางแผนในการเรียนรู้จากการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูล ได้อย่างเหมาะสม ขอบข่ำยเนื้อหำ เรื่องที่ 1 ความหมายของการรู้เท่าทันดิจิทัล (Digital literacy definition) เรื่องที่ 2 การรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศ (Media and Information Literacy) เรื่องที่ 3 แนวปฏิบัติในสังคม ดิจิทัล (Digital Etiquette) เรื่องที่ 4 สุขภาพดียุคดิจิทัล (Digital Health) เรื่องที่ 5 กฎหมายดิจิทัล (Digital Law) เวลำที่ใช้ในกำรศึกษำ จ ำนวน 3 ชั่วโมง สื่อกำรเรียนรู้ หนังสือแบบเรียนการรู้เท่าทันสื่อดิจิทัล รหัสรายวิชา ทร2300060
เรื่องที่ 1 ควำมหมำยของกำรรู้เท่ำทันดิจิทัล (Digital literacy definition) การรู้เท่าทันดิจิทัลเป็นกรอบแนวคิดใหญ่ที่ ครอบคลุมหลายศาสตร์และบูรณาการกัน (Covello, 2010) นักวิชาการด้านสื่อหลายท่านให้ความหมายของ การรู้เท่าทันดิจิทัลไว้อย่าง น่าสนใจ เช่นศาตราจารย์Buckingham ได้เปรียบเทียบการรู้เท่าทันดิจิทัลกับการ รู้เท่าทัน สิ่งพิมพ์ว่า การรู้เท่าทันสิ่งพิมพ์เกี่ยวข้องกับ ทักษะการอ่านและการเขียน ส่วนการรู้เท่าทันดิจิทัล เป็น ความสามารถในการใช้และประเมินสารสนเทศอย่างมีวิจารณญาณ (Fantinand Grardello, 2008) และเป็น การเรียนรู้มากกว่าการใช้งานคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์และ การสืบค้นข้อมูลออนไลน์ (Backingham, 2006) การรู้เท่าทันดิจิทัล คือ ความสามารถในการใช้งาน คอมพิวเตอร์และการ สืบค้นสารสนเทศโดยเริ่มต้นจาก พื้นฐานการใช้อินเทอร์เน็ตในการเรียนรู้ ค้นหา และ เลือก เครื่องมือดิจิทัลเช่น เบราว์เซอร์ (Browser) ไฮเปอร์ลิงค์ (Hyperlink) เสิร์ชเอนจิน (Search engine) เป็นต้น (Backingham, 2006) รวมถึงการประมวลสารสนเทศ และค้นคืนสารสนเทศ (UNESCO,2011) ทั้งนี้ผู้ใช้งานมีวัตถุประสงค์ในการใช้งานเพื่อแสวงหาความ รู้ความบันเทิงการ ผลิตสารสนเทศ และการสื่อสาร กับบุคคลอื่นผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลที่ประกอบด้วย ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ การเข้ารหัส และเครือข่าย สังคมโดยการรู้เท่าทันดิจิทัลมีขอบเขตที่กว้างและ มีส่วน เกี่ยวข้องกับ “ผู้ผลิต” ได้แก่ผู้แต่ง ผู้เขียน ผู้ส่งสาร และ “ผู้บริโภค” ได้แก่ ผู้ชม ผู้อ่าน ผู้รับสาร ทั้งนี้ผู้ผลิตและผู้บริโภคต้องมีความสามารถในการอ่านและ การเขียน (Hartley, 2011) การรู้เท่าทันดิจิทัล ยังหมายถึงความสามารถใน การส ารวจและเผชิญกับสถานการณ์ของ เทคโนโลยีใหม่ ด้วยวิธีการที่ยืดหยุ่นเพื่อใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีรวมถึงการมีทักษะการ วิเคราะห์ คัดเลือกและประเมิน สารสนเทศอย่างมีวิจารณญาณ โดยผู้ใช้ควรมีความ ตระหนัก ในความรับผิดชอบส่วนบุคคล (Personal responsibility) และเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน (Calvani, Fini and Ranieri, 2009) รวมไปถึงการเลือกใช้เครื่อง มือดิจิทัลให้เหมาะสมกับ วัตถุประสงค์ของการท างาน ประกอบด้วย การจัดการข้อมูล การผลิตเนื้อดิจิทัล (Digital content) และมีส่วนร่วมหรือกิจกรรมร่วมกับสิ่ง แวดล้อมทางดิจิทัล (Digital environment) เพื่อการน าเสนอแก้ปัญหา และแบ่งปันสารสนเทศ (Summey, 2013) ดังนั้น การรู้เท่าทันดิจิทัล จึงประกอบไปด้วยความรู้ (Knowledge) ทัศนคติ (Attitudes) และทักษะ (Skills) (Covello, 2010) สูตรอย่างง่ายในการอธิบายความหมายของการรู้เท่าทันดิจิทัลคือ ความรู้เครื่องมือดิจิทัล + การคิดอย่างมีวิจารณญาณ (Critical thinking) + การมีปฎิสัมพันธ์ทางสังคม (Anyangwe, 2012) ทั้งนี้การรู้เท่าทันดิจิทัล เป็นเรื่องที่ซับซ้อนและไม่ได้ใช้เพียงแค่ทักษะอย่าง ใดอย่างหนึ่ง แต่เป็นความสามารถเฉพาะบุคคลในการด าเนินชีวิต การเรียนรู้และการท างานในสังคมดิจิทัล
การรู้เท่าทันดิจิทัลจึงเป็นความสามารถในการ ใช้เทคโนโลยีไปสู่การมีส่วนร่วมและสร้างประโยชน์ เพื่อสังคมสมัยใหม่ การศึกษา วัฒนธรรม การเมือง และ เศรษฐกิจ (White, 2015) การรู้เท่าทัน ดิจิทัล มีความเกี่ยวข้องกับการเล่น ศิลปะ และการเล่าเรื่อง เช่น ภาษาซึ่งมีความจ าเป็นในการ อธิบาย และสื่อสารถึงความรู้สึกความคิด และประสบการณ์ ทั้งนี้ความเฉพาะเจาะจงของแต่ละ ภาษาท าให้ต้องมีทักษะ การใช้ภาษาและเนื้อหาที่ต่างกัน รวมถึงเกี่ยวข้องกับ การสนทนา (Dialogue) การเจรจา (Negotiation) การพูดคุย (Polyphony) การเปิดใจกว้าง (Openness) ความ ยืดหยุ่น (Flexibility) การวิพากษ์วิจารณ์ (Criticism) และ การร่วมมือ (Collaboration) (Fantin and Grardello, 2008) นอกจากนี้การรู้เท่าทันดิจิทัลเป็นกลไกส าคัญในการขับเคลื่อน สังคม ซึ่งเป็นช่องทางของผู้ที่มีประสบการณ์ที่ ไม่ดีกับสถาบันการศึกษาให้กลับเข้ามาเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเองหรือเรียนรู้กับสถาบันการศึกษา รวมไปถึง สามารถแก้ไขการถูกแบ่งแยกจากสังคม และเป็นอาวุธที่ ทรงพลังในการต่อสู้กับความยากจนทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับชาติและนานาชาติ (Belshaw, 2011) สรุปได้ว่าการรู้เท่าทันดิจิทัลเป็นความสามารถ ของบุคคลในการใช้เครื่องมือ ดิจิทัลทั้งฮาร์ดแวร์และ ซอฟต์แวร์เพื่อใช้ในการเรียนรู้ การท างาน สันทนาการ การสื่อสารและการ มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์และ ผลิตเนื้อหาดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพรวมทั้งการมีทักษะการ คิดวิเคราะห์และประเมินเนื้อหาดิจิทัลอย่างมีวิจารณญาณตลอดจนมีความรับผิดชอบและมี จริยธรรม ต่อสังคมส่วนรวมภายใต้ระบบนิเวศดิจิทัล ซึ่งการรู้เท่าทันดิจิทัลเป็นประโยชน์ต่อสังคม การศึกษา วัฒนธรรม การเมืองและเศรษฐกิจในเชิงสร้างสรรค์ ทั้งนี้การนิยาม ความหมายของ การรู้เท่าทันดิจิทัลข้างต้นยังมีข้อจ ากัด และยังไม่ครอบคลุมทักษะการรู้เท่าทันดิจิทัลอื่นซึ่งจะ จ าแนกทักษะการรู้เท่าทันดิจิทัลในหัวข้อถัดไป (พีรวิชญ์ ค าเจริญ และวีรพงษ์ พลนิกรกิจ,2561) เรื่องที่ 2 กำรรู้เท่ำทันสื่อและสำรสนเทศ (Media and Information Literacy) การรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศ (Media and Information Literacy) ได้แบ่งระยะการ รู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศ (ส านักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, มปป.) ดังนี้ ระยะที่ 0 ระยะก่อนเริ่มต้น (Pre-Early) ไม่สามารถเข้าใจ ระบุตีความ จ าแนก วิเคราะห์หรือประเมินสื่อและ สารสนเทศที่ได้ อย่างถูกต้องครบถ้วน เช่น ความหมาย ใจความ ส าคัญของผู้ส่งสาร ข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น ใครท า อะไร ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร เพราะ อะไร เป็นต้น