The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สรุปเล่มงาน6เดือน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

สรุปเล่มงาน6เดือน

สรุปเล่มงาน6เดือน

๑ สรุปผลการปฏิบัติงานของบรรณารักษ์ ระหว่างเดือน ตุลาคม 2565 ถึง 31 มีนาคม 2566 ชื่อ นางสาวยุวดี นามสกุล เพชรเลื่อน อายุ 43 ปีการศึกษาปริญญาตรี ศิลปศาสตรบัณฑิต โปรแกรมวิชา บรรณารักษศาสตร์และสารนิเทศศาสตร์ ที่อยู่ปัจจุบัน เลขที่. ๘๕ หมู่ที่ ๑๖ ต าบลโนนสวรรค์ อ าเภอปทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ด รหัสไปรษณีย์ ๔๕๑๙๐ โทรศัพท์มือถือ ๐๘๘๓๑๒๒๓๔๘ E-mail. [email protected] สถานที่ท างาน ห้องสมุดประชาชนอ าเภอปทุมรัตต์ อ าเภอปทุมรัตต์ ต าบลบัวแดง อ าเภอปทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ด โทรศัพท์ ๐๓๒๕๘๗๑๒๔ ต าแหน่ง บรรณารักษ์จ้างเหมา สังกัดส านักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดร้อยเอ็ด เริ่มท างานวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ จนถึงปัจจุบัน


๒ ผลงานที่ได้รับ การบ าเพ็ญประโยชน์ต่อสาธารณชน และอื่นๆ ที่ให้การสนับสนุนกิจกรรมการศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัย 1. เกียรติบัตรเป็นครูดีเด่นด้านคุณธรรมจริยธรรม เนื่องในวันครู ประจ าปี พ.ศ. 2566 2. เกียรติบัตรรางวัลที่ 1 การคัดเลือกการปฏิบัติงาน กศน.ดีเด่น ระดับประเทศ ประจ าปี 2565 (ระดับจังหวัด) ประเภทบรรณารักษ์ดีเด่น (จ้างเหมาบริการ) 3. เกียรติบัตรผ่านการอบรมโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการการบริหารงานธุรการในหน่วย/สถานศึกษา ส านักงาน กศน. จังหวัดร้อยเอ็ด ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 จ านวน 6 ชั่วโมง วันที่ 18 มกราคม 2565 4. เกียรติบัตร วิทยากร โครงการเรียนรู้ด้วยกระบวนการลูกเสือจิตอาสาและยุวกาชาด กศน.อ าเภอปทุมรัตต์ ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 5. เกียรติบัตรครูที่ปรึกษา การประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ ส าหรับนักศึกษา กศน. ณ วันที่ 28 มกราคม 2565 6. เกียรติบัตรผ่านการศึกษาออนไลน์และการทดสอบความรู้ เรื่อง การเรียนรู้กัญชา และกัญชงอย่างชาญ ฉลาดส าหรับประชาชน ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยผ่านเกณฑ์การประเมินคิดเป็นร้อยละ 70 5. เกียรติบัตรผ่านการอบรมโครงการศูนย์ดิจิทัลชุมชน หลักสูตรการค้าออนไลน์ กลยุทธ์การตลาดเชื่อมโยง จาก online และ offline (ครูค) กศน.อ าเภอปทุมรัตต์ ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 6. วุฒิบัตรผ่านการอบรมออนไลน์ การพัฒนาทักษะการสร้างข้อสอบปลายภาคเรียนหลักสูตรการศึกษานอก ระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (จ านวน 6 ชั่วโมง) วันที่ 29 ธันวาคม 2564 7. เกียรติบัตรโครงการพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารงานธุรการ ส านักงาน กศน.จังหวัดร้อยเอ็ด ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 8. เกียรติบัตรโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในการขับเคลื่อนการส่งเสริมการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564 ณ ห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารี” อ าเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ 9. เกียรติบัตรโครงการอบรมเชิงปฏิบัติหลักสูตร Digital Literracy และการค้าออนไลน์ เรื่องการใช้งานโปรม แกรมส านักงานเพื่อสร้างโอกาสมีงานท า วิทยากรแกนน า ครู ค (ระดับต าบล) ระหว่างวันที่ 22 - 23 กุมภาพันธ์ 2564 ณ ห้องประชุมอ าเภอปทุมรัตต์ 10. เกียรติบัตรรางวัลชนะเลิศ ประเภทกีฬา วอลเลย์บอล หญิง โครงการส่งเสริมสุขภาพบุคลากร สู่ศักยภาพ การปฏิบัติงาน ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 วันที่ 3 มกราคม 2563 ณ ส านักงาน กศน.จังหวัดร้อยเอ็ด


๓ โครงการส่งเสริมการอ่าน 2) หลักการและเหตุผล การอ่านจัดเป็นพื้นฐานที่ส าคัญของการเรียนรู้และการพัฒนาสติปัญญาของคนในสังคมไทยการอ่านท าให้เกิด การพัฒนาด้านสติปัญญา ความรู้ ความสามารถ พฤติกรรมและค่านิยมต่าง ๆ รวมทั้งช่วยในการเปลี่ยนแปลงการ ด าเนินชีวิตโดยพัฒนาไปสู่สิ่งที่ดีที่สุดของชีวิต การอ่านจึงมีความส าคัญต่อชีวิตมนุษย์อย่างยิ่ง 2 ประการ คือ ประการ แรกส าคัญต่อชีวิตประจ าวัน กล่าวคือ การอ่านเป็นการแสวงหาความรู้เพื่อนามาใช้ในการด ารงชีวิตประจ าวัน ประการที่ สองมีความส าคัญต่อการเรียน เพราะการอ่านเป็นหัวใจ ของการจัดกิจกรรมทั้งหลายในการเรียนการสอน และมี ความ ส าคัญยิ่งต่อความส าเร็จ อันส่งผลต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชน การสร้างนิสัยรักการอ่านเป็นเรื่องส าคัญ เพราะการอ่านเป็นทักษะที่จ าเป็นส าหรับการศึกษาหาความรู้ควบคู่ กับทักษะอื่น การอ่านเป็นพื้นฐานที่ส าคัญของการเรียนรู้และการพัฒนาสติปัญญาของคนในสังคม การอ่านท าให้เกิด การพัฒนาด้านสติปัญญา ความรู้ความสามารถ พฤติกรรมและค่านิยม ต่าง ๆ รวมทั้งช่วยในการเปลี่ยนแปลงการ ด าเนินชีวิตพัฒนาไปสู่สิ่งที่ดีที่สุดของชีวิต การอ่านจึงมีความส าคัญต่อเด็กและเยาวชนเป็นอย่างยิ่ง ปัจจุบันการอ่าน หนังสือของคนไทยเป็นกิจกรรมที่ไม่แพร่หลาย การอ่านหนังสือที่ดีและมีสาระยิ่งน้อยลงไปสาเหตุมีอยู่หลาย ประการ นับตั้งแต่การขาดแคลนหนังสือที่ดีและตรงกับความสนใจ การขาดแรงจูงใจและแรงกระตุ้นให้เห็น ความส าคัญของการอ่าน ตลอดจนนิสัยรักการอ่าน ทั้งในและนอกสถานที่ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอปทุมรัตต์ ได้เล็งเห็นถึงความส าคัญ ของการอ่าน จึงจัดท าโครงการสร้างเสริมนิสัยรักการอ่านนักศึกษา กศน.อ าเภอปทุมรัตต์ เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการ อ่านให้กับนักศึกษา กศน. เด็ก เยาวชน และประชาชน ให้มีนิสัยรักการอ่าน สร้างทักษะในการอ่าน รวมถึงต้องปลูกฝัง นิสัยรักการอ่านให้กับตนเองด้วย เพราะการอ่าน เป็นนิสัยอย่างหนึ่งที่จะสร้างสรรค์และส่งเสริมกันได้ โดยใช้ความ พยายามเพียงเล็กน้อยและปฏิบัติเป็นประจ าและเข้าใจแนวคิดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ประกอบด้วย 3 ห่วง 2 เงื่อนไข ๔ มิติ ได้แก่ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล การมีภูมิคุ้มกัน และอยู่ภายใต้เงื่อนไขความรู้และคุณธรรม 3) วัตถุประสงค์ 3.1 เพื่อจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและยุทธศาสตร์ของ ส านักงาน กศน. ในรูปแบบบูรณาการองค์ความรู้และการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย 3.2 ส่งเสริมการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตส าหรับนักศึกษาที่เหมาะสมกับทุกช่วงวัย 3.3บูรณาการความร่วมมือในการส่งเสริม สนับสนุน และจัดการศึกษาและการเรียนรู้ให้กับ นักศึกษา อย่างมีคุณภาพ 4) เป้าหมาย เชิงปริมาณ 1. นักศึกษา กศน.อ าเภอปทุมรัตต์ ประกอบด้วย -มัธยมศึกษาตอนต้น จ านวน ๑๖๐ คน -มัธยมศึกษาตอนปลาย จ านวน ๑๖๐ คน รวม จ านวน ๓20 คน บทที่ 1


๔ เชิงคุณภาพ 1. กลุ่มเป้าหมาย มีนิสัยรักการอ่าน มีความเพลิดเพลินในการท ากิจกรรม และสามารถน าความรู้ไปพัฒนา อาชีพได้ 2. กลุ่มเป้าหมายมีนิสัยรักการอ่านและเห็นความส าคัญของการเรียนรู้มากขึ้น 3. กลุ่มเป้าหมาย มีนิสัยรักการอ่าน และ พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง 4. ห้องสมุดประชาชน และ กศน.ต าบลเป็นแหล่งเรียนรู้ ส าหรับทุกคน 5.วิธีด าเนินการ กิจกรรมหลัก วัตถุประสงค์ กลุ่มเป้าหมาย พื้นที่ด าเนินการ ระยะเวลา งบประมาณ ๑. ประชุมวางแผน/ มอบหมายงาน - ประชุมชี้แจง วัตถุประสงค์สร้าง ความรู้ความเข้าใจ และสามารถน าสู่การ ปฏิบัติการจัด กิจกรรม - แต่งตั้งคณะท างาน มอบหมายหน้าที่ รับผิดชอบ -ก าหนดพื้นที่ ด าเนินงาน - สร้างความเข้าใจใน การด าเนินงานกับ ทีมงาน - สามารถวางแผนสู่ การปฏิบัติ - นักศึกษา กศน. อ าเภอปทุมรัตต์ จ านวน ๓20 คน - ประชาชนทั่วไป จ านวน 620 คน - กศน.ต าบลทั้ง 8 แห่ง - ศูนย์การเรียน ชุมชนทั้ง ๒ แห่ง - บ้านหนังสือชุมชน 16 แห่ง - ตลาดนัด 2 แห่ง - สถานที่ราชการ 1 แห่ง - โรงเรียน 3 แห่ง ตุลาคม – ธันวาคม 2565 มกราคม - มีนาคม 2566 ๒. วิเคราะห์และ ก าหนดกรอบ กิจกรรมการเรียนรู้ พร้อมทั้งประสาน เครือข่าย กลุ่มเป้าหมายเข้า ร่วมกิจกรรม - จัดท าแผนการ พัฒนาโครงการให้ สอดคล้องกับความ ต้องการของ กลุ่มเป้าหมาย - ประสานเครือข่าย - ประสานงาน กลุ่มเป้าหมายเข้า ร่วมกิจกรรม - ประชาสัมพันธ์ กิจกรรมผ่านเฟสบุ๊ค - ศึกษารูปแบบและ ออกแบบการเรียนรู้ กิจกรรมกับ กลุ่มเป้าหมายและ เชื่อมโยงสู่ภารกิจ กศน. บุคลากร กศน. อ าเภอปทุมรัตต์ จ านวน ๑๙ คน


๕ กิจกรรม วัตถุประสงค์ เป้าหมาย พื้นที่ด าเนินการ ระยะ เวลา งบ ประมาณ 3. ด าเนินการ ตามโครงการส่งเสริม การอ่าน - กิจกรรมการดีมี อาชีพ” - โครงการห้องสมุด เคลื่อนที่ส าหรับชาว ตลาด “นั่งที่ไหนอ่าน ที่นั้น” - กิจกรรมหิ้วตะกร้า สู่บ้านหนังสือชุมชน - จัดส่งเสริมการอ่าน ออนไลน์ สแกนคิว อาร์โค้ด - แนะแนว ประชาสัมพันธ์ ห้องสมุด - จัดกิจกรรมส่งเสริม การอ่านตะกร้า ความรู้เคลื่อนที่ - กิจกรรม DIY ท าได้ ให้เลย -รับสมัครสมาชิก ห้องสมุด -บริการการอ่านและ บริการ ยืม-คืน 3.1 เพื่อจัดกิจกรรม ให้สอดคล้องกับ นโยบายของ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ และยุทธศาสตร์ของ ส านักงาน กศน. ใน รูปแบบบูรณาการเชิง รุกองค์ความรู้และ การจัดกระบวนการ เรียนรู้ที่หลากหลาย 3.2 ส่งเสริมการจัด การศึกษาและการ เรียนรู้ตลอดชีวิต ส าหรับนักศึกษา/ ประชาชนที่เหมาะสม กับทุกช่วงวัย 3.3 บูรณาการความ ร่วมมือในการส่งเสริม สนับสนุน และ จัดการศึกษาและการ เรียนรู้ให้กับ นักศึกษา/ประชาชน อย่างมีคุณภาพ - นักศึกษา กศน. อ าเภอปทุมรัตต์ จ านวน ๓20 คน - ประชาชนทั่วไป จ านวน 620 คน - กศน.ต าบลทั้ง 8 แห่ง - ศูนย์การเรียน ชุมชนทั้ง ๒ แห่ง - บ้านหนังสือชุมชน 16 แห่ง - ตลาดนัด 2 แห่ง - สถานที่ราชการ 1 แห่ง - โรงเรียน 3 แห่ง ตุลาคม – ธันวาคม 2565 มกราคม - มีนาคม 2566 ๔.สรุป/ประเมินผล/ รายงานผล -เพื่อวัดความรู้ความ เข้าใจผู้เข้าร่วม โครงการ/กิจกรรม -เพื่อประเมินความ พึงพอใจผู้เข้าร่วม โครงการ/กิจกรรม -บุคลากร กศน. อ าเภอปทุมรัตต์ จ านวน ๑๙ คน


๖ 6) แผนการใช้งบประมาณ กิจกรรม ไตรมาส ๑ (ต.ค. - ธ.ค. ๒๕๖5) ไตรมาส ๒ (ม.ค.- มี.ค. ๒๕๖6) ไตรมาส ๓ (เม.ย. - มิ.ย. ๒๕๖6) ไตรมาส ๔ (ก.ค.- ก.ย. ๒๕๖6) ๑. ประชุมวางแผน/มอบหมายงาน - ประชุมชี้แจงวัตถุประสงค์สร้างความรู้ความ เข้าใจและสามารถน าสู่การปฏิบัติการจัดกิจกรรม - แต่งตั้งคณะท างานมอบหมายหน้าที่รับผิดชอบ -ก าหนดพื้นที่ด าเนินงาน ๒. วิเคราะห์และก าหนดกรอบกิจกรรมการเรียนรู้ พร้อมทั้งประสานเครือข่ายกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วม กิจกรรม - จัดท าแผนการพัฒนาโครงการให้สอดคล้องกับ ความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย - ประสานเครือข่าย - ประสานงานกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมกิจกรรม ๓. ด าเนินการตามโครงการส่งเสริมการอ่าน ๔.สรุป/ประเมินผล/รายงานผล 7) ผู้รับผิดชอบ ๑. ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอปทุมรัตต์ ๒. ห้องสมุดประชาชนอ าเภอปทุมรัตต์ 3. กศน.ต าบล 8.) ความสัมพันธ์กับโครงการอื่น ๑. โครงการวันเด็กแห่งชาติ ๒. โครงการ ๒ เมษา วันรักการอ่าน ๓. โครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด ๔. โครงการบ้านหนังสือชุมชน ๕. โครงการห้องสมุดเคลื่อนที่หนังสือดีสู่ชุมชน 9) ตัวชี้วัดผลผลิต (output) ร้อยละ ๑๐๐ ของผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมได้รับความรู้ ทักษะ และประโยชน์จากการเข้าร่วมกิจกรรมท าให้มีนิสัย รักการอ่าน เพิ่มพูนความรู้ จากการค้นคว้า เลือกสรรหาความรู้อันเป็นประโยชน์จากสื่อ/หนังสือและกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน สามารถน าความรู้ มาปรับใช้ในชีวิตประจ าวัน และได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์


๗ 10) ตัวชี้วัดผลลัพธ์ (outcome) ผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมได้รับความรู้ ทักษะ และประโยชน์จากการเข้าร่วมกิจกรรมท าให้มีนิสัยรักการอ่าน เพิ่มพูน ความรู้จากการค้นคว้า เลือกสรรหาความรู้อันเป็นประโยชน์จากสื่อ/หนังสือและกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน สามารถน า ความรู้มาปรับใช้ในชีวิตประจ าวัน และได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ 11). ตัวชี้วัดเชิงคุณภาพ - นักศึกษากลุ่มเป้าหมายผู้รับบริการมีนิสัยรักการอ่าน รู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ มีทักษะในการ อ่าน และสามารถน าความรู้ไปพัฒนาตนเองในชีวิตประจ าวันได้ - นักศึกษากลุ่มเป้าหมายผู้รับบริการมีความพึงพอใจต่อการบริการที่ได้รับในระดับมากขึ้นไป 12) การติดตามและประเมินโครงการ ๑. แบบประเมิน ๒. การมีส่วนร่วม การส่งเสริมการอ่านการศึกษาตามอัธยาศัย นโยบายส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน ห้องสมุดจัดเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ส าคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยพัฒนาผู้เรียนให้มีนิสัย ใฝ่เรียนใฝ่รู้ในด้านทักษะการส่งเสริมอาชีพสู่แหล่งชุมชน ดังนั้นห้องสมุดอ าเภอปทุมรัตต์ จึงได้จัดท าโครงการ / กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “อ่านดีสร้างอาชีพ” ขึ้นเพื่อตอบสนองนโยบายกับความต้องการของผู้เรียนและผู้ที่ต้องการ ศึกษา การจัดกระบวนการเรียนรู้นั้นมุ่งพัฒนา “ คน ” และ “ ชีวิต ” ให้เกิดประสบการณ์การเรียนรู้เต็มความสามารถ สอดคล้องกับความถนัด ความสนใจและความต้องการของผู้เรียน ดังนั้นการอ่านควรค านึงถึงความแตกต่างระหว่าง บุคคล ส่งเสริมการค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง รู้จักแก้ปัญหา รวมถึงการท างานแบบเป็นกลุ่มและท างานด้วยตนเอง ในการอ่านบุคคลแต่ละคนจะมีจุดประสงค์ของตนเอง คนที่อ่านข้อความเดียวกันอาจมีจุดประสงค์หรือความคิดต่างกัน ในการตีความหมาย การอ่าน เป็นวัฒนธรรมในการแสวงหาความรู้ของมนุษย์ ปัจจุบันสังคมโลกเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้และการ แข่งขัน การอ่านจึงเป็นวิธีที่จะช่วยให้มนุษย์ได้รับความรู้ ข้อมูลข่าวสาร และแนวคิดใหม่ๆ อันจะเป็นการพัฒนาตนเอง และรู้จักปรับตัวให้อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ใช้การอ่านเป็นวิถีแห่งการเรียนรู้ ซึ่งจะเป็นการสร้างสรรค์สังคมไทยให้ เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ ห้องสมุดประชาชนอ าเภอปทุมรัตต์ ได้ตระหนักถึงความส าคัญของการส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ตลอด ชีวิตให้กับประชาชนทั่วไป และประสานภาคีเครือข่ายให้มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน จึงได้จัดกิจกรรม บ้านหนังสืออัจฉริยะ/ส่งเสริมการอ่านห้องสมุดเคลื่อนที่ ให้กับประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายและเป็นการตอบสนอง นโยบายเร่งด่วนขอของกระทรวงศึกษาธิการให้เป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น จึงก าหนดนโยบายเพื่อพัฒนานิสัยรักการอ่าน ดังนี้ ๑) พัฒนาระดับความสามารถในการอ่านของประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายให้ได้ระดับอ่านคล่อง อ่านเข้า ใจความ เขียนคล่อง และอ่านเชิงคิดวิเคราะห์พื้นฐาน โดยใช้เทคนิควิธีการเรียนการสอน และสื่อที่มีคุณภาพ ๒) พัฒนาคนไทยให้มีนิสัยรักการอ่าน ใฝ่เรียน ใฝ่รู้ โดยปลูกฝังและสร้างเจตคติให้เห็นประโยชน์และ ความส าคัญของการอ่าน ประชาสัมพันธ์ส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนต่างๆ มีส่วนร่วม และก าหนดมาตรการจูงใจเครือข่าย ส่งเสริมการอ่าน ๓) ส่งเสริมให้มีการสร้างบรรยากาศ และสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการอ่านให้เกิดขึ้นในสังคมไทย โดยสนับสนุนการ พัฒนาแหล่งการอ่านให้เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางและหลากหลาย รวมทั้งมีความพร้อมในด้านสื่ออุปกรณ์ที่สนับสนุนการ อ่าน และการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการอ่านที่หลากหลาย โดยเฉพาะงานมหกรรมรักการอ่านในส่วนภูมิภาค


๘ ๔) ส่งเสริม และสนับสนุนการสร้างเครือข่ายส่งเสริมการอ่านโดยจัดให้มีอาสาสมัครส่งเสริมการอ่าน ในทุกต าบล ๕) ส่งเสริมให้มี“บ้านหนังสือ” ในหมู่บ้านเพื่อการด าเนินการส่งเสริมการอ่านให้เกิดขึ้นกับประชาชนอย่าง กว้างขวางในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ดังนั้น เพื่อเป็นการจัดการการศึกษาตามอัธยาศัยการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต การพัฒนาขีด ความสามารถในการพัฒนาประชาชน ส่งเสริมนิสัยรักการอ่านให้กับประชาชน และการให้บริการสารสนเทศไปสู่ ประชาชนในพื้นที่อย่างทั่วถึง อีกทั้งยังเป็นการให้บริการในเชิงรุก จึงจัดท าโครงการ ส่งเสริมการอ่านเคลื่อนที่ในรูปแบบ เชิงรุกร่วมกับ กศน. จังหวัดร้อยเอ็ด และ กศน.ต าบลทั้ง 8 แห่งในอ าเภอปทุมรัตต์ ให้ประชาชนเข้าถึงการเรียนรู้ และ ใช้ความรู้พัฒนาตนเองพัฒนาชุมชน และประเทศชาติ ตามวาระแห่งชาติ และภาพที่สังคมไทยคาดหวังเพื่ออนาคตที่ดี ของชาติต่อไป วิสัยทัศน์ ห้องสมุดประชาชนอ าเภอปทุมรัตต์ จัดเป็นแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้บริการประชาชนทุก กลุ่มเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนรักการอ่าน และการเรียนรู้ตลอดชีวิต การด าเนินงาน การด าเนินงานมุ่งเน้นพัฒนาห้องสมุดเป็นศูนย์รวบรวมความรู้ สื่อสารสนเทศ เพื่อส่งเสริมและ พัฒนาการกระบวนการเรียนรู้ของบุคคล รวมทั้งเป็นสื่อกลางของการจัดการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอปทุมรัตต์ การศึกษาตลอดชีวิตและการศึกษาภูมิปัญญาท้องถิ่น และการปลูกฝังให้มีนิสัยรักการอ่าน มีการใช้สื่อและเทคโนโลยีที่ ทันสมัยต่อเหตุการณ์ความก้าวหน้าของโลกปัจจุบัน เพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม มีจริยธรรม หวนแหนในศิลปวัฒนธรรมของตนเอง ส่งเสริมการปกครองระบบประชาธิปไตยสามารถอยู่ ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขการปฏิรูปที่ส าคัญที่สุด ต่อการพัฒนาคุณภาพของคนไทย คือ การปฏิรูปการศึกษาของ ชาติโดยหัวใจส าคัญของการศึกษาครั้งนี้ เป็นการปฏิรูปการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ โดยการประกาศใช้ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ การศึกษาตามอัธยาศัย เป็นการศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเองตามความสนใจ ศักยภาพ ความพร้อม และโอกาส โดยศึกษาจากบุคคล ประสบการณ์ สังคม สภาพแวดล้อม สื่อของแหล่งการเรียนรู้ จากสาระส าคัญดังกล่าว ห้องสมุดประชาชนอ าเภอปทุมรัตต์ จึงด าเนินการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย ส าหรับประชาชน โดยได้ก าหนด ภารกิจ ขึ้นเพื่อใช้เป็นแนวทางในการด าเนินงาน ดังนี้ ๑. การจัดการส่งเสริมการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อให้ประชาชน เกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตโดยด าเนินการ ดังนี้ ๑.๑ ปรับปรุงห้องสมุดประชาชนอ าเภอ กศน.ต าบล ให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยจัดสื่อสิ่งพิมพ์ โสตทัศนวัสดุ และปรับปรุงบริเวณห้องสมุดบางส่วนให้เป็นห้องวีดีทัศน์ และห้องสมุดอินเตอร์เน็ต เพื่อให้สามารถสืบค้น ข้อมูล และส่งเสริมนิสัยรักการอ่านให้กับประชาชน โดยบรรณารักษ์ต้องสามารถให้ความช่วยเหลือ และให้ค าแนะน าแก่ ผู้ใช้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ๑.๒ ขยายแหล่งความรู้กับหน่วยงานเครือข่าย เช่นแหล่งความรู้ในสถานประกอบการศาสนาสถาน ฯลฯ ๑.๓ พัฒนาศักยภาพการผลิตและเผยแพร่สื่อการศึกษา และสื่อความรู้ตลอดจนสนับสนุนการน าสื่อไปใช้อย่าง มีประสิทธิภาพ ๑.๔ ส่งเสริมพัฒนาทักษะการเรียนรู้ และการแสวงหาความรู้ เพื่อให้มีศักยภาพ ในการเรียนตามอัธยาศัยให้กับ กลุ่มเป้าหมาย ๒. การก าหนดเป้าหมายห้องสมุดประชาชนอ าเภอปทุมรัตต์ ได้ก าหนดเป้าหมายการด าเนินงาน แบ่งออกเป็น ๓ ด้าน ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้


๙ ๑. ด้านบริหารและการจัดการ เป้าหมาย สภาพความส าเร็จ - พัฒนาห้องสมุด และ กศน. ต าบลให้มี ระบบการบริหารจัดการที่มีคุณภาพ ด้านปริมาณ ด าเนินงานจัดท าระบบคุณภาพ ๑. การจัดระบบบริหารและสารสนเทศ ๑.๑ จัดงบประมาณสนับสนุนแผนบริหารการด าเนินงาน ๑.๒ จัดประชุมปฏิบัติการจัดท าระบบสารสนเทศ ๒. การพัฒนามาตรฐาน ๒.๑ จัดประชุมปฏิบัติการจัดท ามาตรฐาน ๓. การจัดท าแผนพัฒนาการปฏิบัติงาน ๔. การด าเนินงานตามแผนการปฏิบัติงาน ๕. การตรวจสอบและทบทวนคุณภาพของการด าเนินงาน ๖. การประเมินคุณภาพ ๗. การรายงานคุณภาพการด าเนินงานประจ าปี ๘. การผดุงระบบคุณภาพการปฏิบัติงาน ด้านคุณภาพ มีการจัดองค์กร / โครงสร้าง และการบริหารงานอย่าง เป็นระบบ ครบวงจร ให้บรรลุเป้าหมาย ตามวัตถุประสงค์ - พัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ ความสามารถในการจัดกิจกรรมและ บริหารอย่างมีคุณภาพ ด้านปริมาณ ๑. จัดอบรมพัฒนาบุคลากรทุกปีละ ๒-๓ ครั้ง ๒. ศึกษาดูงานและร่วมประชุมสัมมนาทุกคน - ส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือ กับชุมชนในการพัฒนาการด าเนินงาน ด้านคุณภาพ ส่งเสริมและพัฒนาบรรณารักษ์ / เจ้าหน้าที่ ห้องสมุด ครู กศน.ต าบล ตามความจ าเป็น และเหมาะสมอย่างสม่ าเสมอ ด้านปริมาณ ส่งเสริมความสัมพันธ์ชุมชนทุกหน่วยงานเพื่อ ร่วมกันพัฒนา พัฒนาคุณภาพ ด้านคุณภาพ ส่งเสริมความสัมพันธ์และร่วมมือกับชุมชนในการ พัฒนาการด าเนินงาน


๑๐ ๒. ด้านงานเทคนิค เป้าหมาย สภาพความส าเร็จ - จัดสื่อ / เทคโนโลยีที่ทันสมัยใช้ในการ บริการ ด้านปริมาณ มีสื่อ - เทคโนโลยีเพื่อจัดและสนับสนุนการจัดระบบการ เรียนรู้อย่างเพียงพอและมีคุณภาพ ด้านคุณภาพ มีสื่อที่หลากหลายเอื้อต่อการเรียนรู้ - มีบุคลากรจัดบริการอย่างเพียงพอและ เป็นผู้มีคุณภาพมาตรฐานตามที่ก าหนด ด้านปริมาณ มีบรรณารักษ์และบุคลากร ครบตามเกณฑ์ ด้านคุณภาพ ๑. บรรณารักษ์มีคุณวุฒิ / ความรู้ความสามารถตรงกับงานที่ รับผิดชอบ ๒. บรรณารักษ์มีความสามารถในการแสวงหาความรู้คิดวิเคราะห์ เพื่อพัฒนาการด าเนินงานห้องสมุด ๓. ด้านการบริการ เป้าหมาย สภาพความส าเร็จ - จัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ ด้านปริมาณ จัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ ด้านคุณภาพ ๑ .ผู้รับบริการเป็นสมาชิกที่ดีและปฏิบัติตามกฎระเบียบที่ก าหนดไว้ ๒.ผู้รับบริการมีทักษะในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง รักการอ่าน การเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง - พัฒนาบริการภายในห้องสมุด ด้านปริมาณ พัฒนาระบบงานบริการภายในห้องสมุดทั้ง ๗ ด้าน ๑. การสืบค้นด้วยคอมพิวเตอร์ ๒. บริการการอ่าน ๓. บริการยืม – คืน ๔. บริการข้อมูล ๕. บริการช่วยตอบค าถาม ๖. บริการข้อมูลชุมชน ๗. บริการหนังสืออ้างอิง ๘. บริการมุมเด็กและมุมอัธยาศัย ๙. บริการมุมสื่อ วีซีดี ๑๐.ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายอื่น ๆ ด้านคุณภาพ ๑. ห้องสมุด และ กศน.ต าบลสามารถจัดกิจกรรมส่งเสริมนิสัย รักการอ่านและการศึกษาตามอัธยาศัยให้กับกลุ่มเป้าหมาย ได้ ๒. ผู้รับบริการมีทักษะในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง รักการ เรียนรู้ และการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง


๑๑ ประวัติสถานศึกษา ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอปทุมรัตต์จัดตั้งขึ้นตามประกาศของ กระทรวงศึกษาธิการเรื่องการจัดตั้งศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอ าเภอ/กิ่งอ าเภอ ลงวันที่ 27 เดือน สิงหาคม พ.ศ. 2536 เป็นสถานศึกษาในราชการบริหารส่วนกลางและเมื่อวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2551 ที่ผ่านมา ส านัก บริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน ได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัยพ.ศ. 2551จึงมีผลท าให้ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอ าเภอปทุมรัตต์ เปลี่ยนชื่อเป็นศูนย์การศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอปทุมรัตต์ (กศน.อ าเภอปทุมรัตต์) มีฐานะเป็นสถานศึกษา มีหน้าที่ ส่งเสริมสนับสนุน ประสานภาคีเครือข่าย พัฒนาแหล่งเรียน และภูมิปัญญาท้องถิ่น ในการจัดกระบวนการเรียนการ สอนปัจจุบันบทบาทหน้าที่ที่ส าคัญของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอปทุมรัตต์ คือ ส่งเสริม สนับสนุน ประสานภาคีเครือข่าย พัฒนาแหล่งเรียนรู้ และภูมิปัญญาท้องถิ่นในการจัดกระบวนการเรียนการ สอนการศึกษานอกระบบและก ากับดูแลติดตามผลการด าเนินงานของ กศน.ต าบล จ านวน 8 แห่ง ศูนย์การเรียนรู้ ศรช. 2 แห่ง บ้านหนังสือชุมชน 16 แห่ง ท าเนียบผู้บริหาร ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอปทุมรัตต์ มีผู้บริหารตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน จ านวน ทั้งสิ้น 6 คน คือ ที่ ชื่อ-สกุล ต าแหน่ง ระยะเวลาที่ด ารงต าแหน่ง 1. นายอุทิศ ขานทะราชา หัวหน้าศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน 27 สิงหาคม 2536 – 29 กุมภาพันธ์ 2538 2. นายพิทักษ์ ศรีสุภักดิ์ ผอ.ศบอ.ปทุมรัตต์ 1 มีนาคม 2538 – 31 ตุลาคม 2541 3. นายสว่างจิต สุทธิประภา ผอ.ศบอ.ปทุมรัตต์ 1 พฤศจิกายน 2541 – 14 มิถุนายน 2547 4. นายภูมิสิทธิ์ โพธิ์แสง ผอ.กศน.อ าเภอปทุมรัตต์ 15 มิถุนายน 2547 – 8 กรกฎาคม 2551 5. นายณรงค์ฤทธิ์ บุญกอง ผอ.กศน.อ าเภอปทุมรัตต์ 4 สิงหาคม 2552 - 30 กันยายน 2555 6. นางสาวสุดารัตน์ จ่าภา ผอ.กศน.อ าเภอปทุมรัตต์ 1 ตุลาคม 2555 - จนถึงปัจจุบัน


๑๒ โครงสร้างการบริหารห้องสมุดประชาชนอ าเภอปทุมรัตต์ - การก าหนดนโยบายของห้องสมุด - การวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้บริการ - การก าหนดโครงสร้างแผนงานยุทธศาสตร์ - การส ารวจสื่อความรู้ต่าง ๆ - การจัดโครงการและแผนปฏิบัติงานต่าง ๆ - การเลือกและจัดสรรหาวัสดุสารสนเทศ - การก าหนอองค์กรการบริหารงาน - การเตรียมสื่อวัสดุ - การจัดบุคลากร และบทบาทหน้าที่ - การจัดหาหมวดหนังสือตามระบบ - การประชาสัมพันธ์ห้องสมุด - การจัดท าบัตรรายการ - การประสานงานกับคณะกรรมการห้องสมุด - การจัดสื่อความรู้ เพื่อขึ้นชั้นบริการ - อาคาร สถานที่ บรรยากาศ สิ่งแวดล้อม - การจัดดรรชนีวารสาร - วัสดุ ครุภัณฑ์ - การจัดท าบรรณานุกรม - งานธุรการ - การจัดท าบรรณานิทัศน์ - การเก็บสถิติ ประเมินและท ารายงาน - การท ากฤตภาค - งบประมารการเงิน ฯลฯ ฯลฯ - งานเอกสารที่ศึกษาค้นคว้า เกี่ยวกับการพัฒนาห้องสมุด - การกระท าต่าง ๆ ที่จัดขึ้น เช่น กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน - การจัดนิทรรศการ - การจัดท าป้ายนิเทศ ฯลฯ โครงสร้างการบริหารงาน งานเทคนิค ห้องสมุด ห้องสมุดประชาชน งานกิจกรรมห้องสมุด งานวิชาการห้องสมุด งานบริการห้องสมุด - บริการให้อ่านและศึกษาค้นคว้า - บริการให้ยืมหนังสือ - บริการช่วยค้นคว้าและตอบ ค าถาม - บริการหนังสือความรู้ - บริการแนะน าการใช้ห้องสมุด - บริการบรรณานุกรม - บริการยืมระหว่างห้องสมุด ฯลฯ


๑๓ สภาพทั่วไปห้องสมุดประชาชนอ าเภอปทุมรัตต์ ห้องสมุดประชาชนอ าเภอปทุมรัตต์ ตั้งอยู่อาคารชั้นเดียว ถนนเทศบาลปทุมรัตต์ ต าบลบัวแดง จังหวัดร้อยเอ็ด ณ อาคารห้องสมุดร่วมกับศูนย์บริการ การศึกษานอกโรงเรียน อ าเภอปทุมรัตต์ เนื้อที่ ๑๔๔ ตารางวา สภาพอาคารมีอายุการใช้งานประมาณ ๑๔ ปี ภายในห้องสมุดมีสภาพแคบ เป็นอุปสรรคต่อการจัด กิจกรรม ห้องสมุดประชาชนอ าเภอปทุมรัตต์ มีสื่อที่หลากหลายเหมาะส าหรับประชาชนทั่วไป นักเรียน / นักศึกษา ที่ใช้ บริการภายในห้องสมุดมีการตกแต่งให้มีสีสันสดใสและพัฒนาการจัดเรียงหนังสือบนชั้นให้เป็นระเบียบเรียบร้อย เพื่อให้ ผู้ที่มาใช้บริการหยิบจับและค้นคว้าหนังสือได้โดยง่ายดาย ลักษณะภูมิประเทศ อ าเภอปทุมรัตต์ มีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบ จากทิศตะวันออกไปทางทิศใต้ของอ าเภอ มีสภาพเป็นที่ราบ สลับกับพื้นที่นา มีแหล่งน้ าที่ใช้ประโยชน์ทางด้านเกษตรกรรม คือ ชลประทานห้วยจานใต้ ตั้งอยู่ ต าบลบัวแดง ล าน้ า เสียวตั้งอยู่ต าบลหนองแคน และล าน้ าเตาตั้งอยู่ต าบลโนนสวรรค์ สภาพภูมิอากาศ อ าเภอปทุมรัตต์ได้รับอิทธิพลจากลมทะเลน้อยมาก เนื่องจากภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นที่ราบจึงท าให้อุณหภูมิ และฤดูกาลแตกต่าง กันมาก ดังนี้ ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายน – เดือนกุภาพันธ์ มีลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดเข้าสู่ประเทศ ไทย หรือบริเวณความกดอากาศสูง หรือมีอากาศเย็นจากประเทศจีน แผ่ลงมาปกคลุม ประเทศเป็นระยะเวลา 4 เดือน เป็นระยะเวลาการเปลี่ยนแปลงฤดูฝนเข้าสู่ฤดูหนาวอากาศสูงก าลังแรง จากประเทศจีนจะแผ่ปกคลุมเป็นระยะ ๆ ท า ให้บริเวณอ าเภอปทุมรัตต์ มีอากาศหนาวโดยเฉพาะในเดือนกุมภาพันธ์ ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุม ประเทศไทย มีก าลังอ่อนลงเป็นล าดับท าให้บริเวณอ าเภอปทุมรัตต์ มีอุณหภูมิสูงขึ้น และมีอากาศร้อนในตอนบ่าย ซึ่ง เป็นการสิ้นฤดูหนาว ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์และเริ่มเข้าสู่ฤดูร้อน ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือน มีนาคม – เดือนพฤษภาคม จะมีอุณหภูมิสูงในช่วงตอนบ่าย ประมาณ 35.0 องสา เซลเซียส แต่ในช่วงตอนเช้ายังมีอากาศหนาวเย็นเล็กน้อย จนถึงประมาณเดือน มีนาคม ลมที่พัดจากประเทศไทย เปลี่ยนจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือเป็นฝ่ายตะวันออก และลมฝ่ายใต้มากขึ้น โดยมีลมจากทะเลจีนใต้และอ่าว ไทยพัดเข้าสู่ในประเทศไทยในทางทิศใต้ และตะวันออก ประกอบกับมีหย่อมกดอากาศต่ า เนื่องจากความร้อนปกคุม ประเทศไทยตอนบนในช่วงฤดูร้อนท าให้มีอากาศร้อนอบอ้าว และแห้งแล้งทั่วไปและอาจเกิดพายุฤดูร้อนขึ้นในบางวัน โดยเฉพาะในช่วงเดือน มีนาคม – เมษายน ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่มิถุนายน – ตุลาคม ลมมรสุมตะวันออกเฉียงใต้พัดเข้าสู่ประเทศไทยและร่องกดอากาศต า เลื่อนขึ้นมาพาดผ่านบริเวณประเทศไทย และจะไปสิ้นประมาณกลางเดือน ตุลาคม เป็นระยะเวลา 5 เดือน จะมีฝนตก ชุกในเดือน สิงหาคม และเดือนกันยายน ตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมเป็นต้นไป


๑๔ การปกครองส่วนภูมิภาค อ าเภอปทุมรัตต์ แบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น ๘ ต าบล ๓ เทศบาล ๑๐๑ หมู่บ้าน ต าบลหนองแคน มีจ านวนหมูบ้าน ๑๔ หมู่บ้าน ต าบลสระบัว มีจ านวนหมูบ้าน ๑๗ หมู่บ้าน ต าบลบัวแดง มีจ านวนหมูบ้าน ๑๒ หมู่บ้าน ต าบลดอกล้ า มีจ านวนหมูบ้าน ๑๕ หมู่บ้าน ต าบลโนนสง่า มีจ านวนหมูบ้าน ๑๑ หมู่บ้าน ต าบลโนนสวรรค์ มีจ านวนหมูบ้าน ๑๖ หมู่บ้าน ต าบลขี้เหล็ก มีจ านวนหมูบ้าน ๘ หมู่บ้าน ต าบลโพนสูง มีจ านวนหมูบ้าน ๙ หมู่บ้าน


๑๕ การปกครองส่วนท้องถิ่นอ าเภอปทุมรัตต์ ประกอบด้วย ๙ แห่ง ได้แก่ เทศบาลอ าเภอปทุมรัตต์ ครอบคลุมพื้นที่ส่วนของต าบลบัวแดงและต าบลโนนสง่า องค์การบริหารส่วนต าบลหนองแคนครอบคลุมพื้นที่ต าบลหนองแคนทั้งหมด องค์การบริหารส่วนต าบลสระบัวครอบคลุมพื้นที่ต าบลสระบัวทั้งหมด องค์การบริหารส่วนต าบลบัวแดงครอบคลุมพื้นที่ต าบลบัวแดงทั้งหมด องค์การบริหารส่วนต าบลดอกล้ าครอบคลุมพื้นที่ต าบลดอกล้ าทั้งหมด เทศบาลต าบลโนนสวรรค์ครอบคลุมพื้นที่ต าบลโนนสวรรค์ทั้งหมด เทศบาลต าบลโพนสูงครอบคลุมพื้นที่ต าบลโพนสูงทั้งหมด องค์การบริหารส่วนต าบลขี้เหล็กครอบคลุมพื้นที่ต าบลขี้เหล็กทั้งหมด องค์การบริหารส่วนต าบลโนนสง่าครอบคลุมพื้นที่ต าบลโนนสง่าทั้งหมด ลักษณะภูมิประเทศ สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่ของอ าเภอปทุมรัตต์ เป็นพื้นที่ราบ ส่วนหนึ่งอยู่ในเขตทุ่งกุลาร้องไห้ พื้นที่ส่วนใหญ่ใช้ใน การท านาข้าวแต่มีปัญหาเรื่องดินเค็มจ าเป็นที่จะต้องได้รับการปรับปรุงอย่างเร่งด่วน ซึ่งขณะนี้ อ าเภอปทุมรัตต์ ก็ได้ พยายามปรับปรุงพัฒนาที่ดินให้มีคุณภาพดีขึ้น เพื่อใช้ในการเกษตรให้ได้ประโยชน์อย่างสูงสุด เช่น การให้ราษฎรใช้ เกษตรอินทรีย์ในการท าการเกษตร แม่น้ าสายส าคัญของอ าเภอปทุมรัตต์ คือ 1. ล าน้ าเสียว เป็นล าน้ าที่มีต้นน้ าจากอ าเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม ไหลผ่านอ าเภอปทุมรัตต์ ด้านทิศ เหนือที่ต าบลหนองแคน ต าบลโพนสูง และต าบล ขี้เหล็ก เป็นล าน้ าที่ใช้ในการแบ่งเขตอ าเภอปทุมรัตต์กับ อ าเภอเกษตรวิสัย 2. ล าน้ าเตา เป็นล าน้ าที่มีต้นน้ าเกิดที่อ าเภอนาดูน และอ าเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม ไหลผ่านอ าเภอ ปทุมรัตต์ ด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ผ่านต าบลดอกล้ า และต าบลสระบัว เป็นแนวแบ่งเขตระหว่างอ าเภอ ปทุมรัตต์กับอ าเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ลักษณะภูมิอากาศ ลักษณะภูมิอากาศของอ าเภอปทุมรัตต์ ช่วงฤดูร้อนเริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายน อากาศ จะร้อนจัดและแห้งแล้งมากที่สุด ช่วงฤดูฝนเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม โดยปกติฝนจะตกชุก ใน เดือนพฤษภาคมถึงเดือนกันยายน ในบางปีฝนอาจทิ้งช่วง ไม่แน่นอนแล้วแต่สภาพดินฟ้าอากาศ ปริมาณ น้ าฝนเฉลี่ยต่อปี 1,283.8 มิลลิเมตรต่อปี และช่วงฤดูหนาวเริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือน กุมภาพันธ์ ซึ่งอากาศค่อนข้างหนาวเย็น


16 ๑. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๔๒ มาตรา ๒๕ รัฐต้องส่งเสริมด าเนินงานและการจัดตั้งแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตทุกรูปแบบได้แก่ ห้องสมุดประชาชน พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ สวนสัตว์ สวนสาธารณะ สวนพฤกษศาสตร์ อุทยานวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีศูนย์การกีฬา และนันทนาการ แหล่งข้องมูลและแหล่งการเรียนรู้อื่นอย่างเพียงพอและมี ประสิทธิภาพ ๒. ความหมายของห้องสมุดประชาชน เป็นศูนย์กลางบริการสารสนเทศโดยตรงแก่ประชาชนทั่วไปในชุมชน มีทรัพยากรสารสนเทศทุก ประเภทเพื่อสนองความเสนใจ ความต้องการของผู้ใช้ โดยเปิดให้ประชาชนเข้าใช้และขอยืมหนังสือออก นอกห้องสมุดได้ ๓. เรื่อง มาตรฐานห้องสมุดประชาชน พ.ศ. ๒๕๕๐ การจัดการศึกษาตลอดชีวิตและการสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมเรียนรู้ เป็นหลักการส าคัญในการ จัดการศึกษาแห่งชาติ ต่างมีหลักการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งความรู้ให้คนไทยทั้งปวง ได้รับโอกาสเท่าเทียมกันทางการศึกษา พัฒนาคนได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตอันเป็นเงื่อนไขสู่ระบบเศรษฐกิจ ฐานความรู้ที่พึงประสงค์และพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติมาตรา ๒๕ ระบุว่ารัฐต้องส่งเสริมการด าเนินงาน และการจัดตั้งแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตที่ส าคัญไว้ด้วย การที่ห้องสมุดประชาชนจะมีบทบาทส าคัญและมีส่วนร่วมใน การบริหารจัด การศึกษาให้สอดคล้องกับหลักการในการจัดการศึกษาตามบทบัญญัติที่ก าหนด ตลอดจนก้าวทัน กระแสการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกที่มีเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นพลังขับเคลื่อนที่ส าคัญตลอดจนให้มีแนวทาง และเกณฑ์การบริหารจัดการและการด าเนินงานห้องสมุดประชาชนในประเทศไทยสู่มาตรฐานสากล สมาคม ห้องสมุดแห่งประเทศไทยในพระราชปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยความร่วมมือ ของส านักงานเลขาธิการสภาการศึกษา จึงก าหนดมาตรฐานห้องสมุดประชาชนไว้ดังนี้ ๓.๑ ปรัชญา พันธ์กิจ และวัตถุประสงค์ ๓.๑.๑ ปรัชญา -ห้องสมุดประชาชนเป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต จัดให้บริการทรัพยากรสารสนเทศ ข้อมูล ข่าวสารความรู้แก่ประชาชนทุกกลุ่ม รวมถึงกลุ่มผู้ด้อยโอกาส ผู้อยู่ในเขตทุรกันดารห่างไกล และชนกลุ่ม น้อย เป็นบริการพื้นฐานไม่คิดมูลค่า โดยหลักการเรียนรู้ด้วยตนเองความเท่าเทียมและความทั่วถึง ส่งเสริมระบบ ประชาธิปไตย สิทธิเสรีภาพทางปัญญาและเสรีภาพในการอ่าน เคารพสิทธิส่วนบุคคล ความหลากหลายทาง วัฒนธรรม และภาษาสืบ สานภูมิปัญญาท้องถิ่น พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนและพัฒนาสังคมไทยให้เป็น สังคมแห่งการเรียนรู้ บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง


17 ๓.๑.๒ พันธ์กิจ - ห้องสมุดประชาชน เป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต ศูนย์ข้อมูลข่าวสารและศูนย์แนะแนว การศึกษา และอาชีพของชุมชน เป็นห้องสมุดมีชีวิต และสถาบันทางสังคมเพื่อการศึกษาและวัฒนธรรม ห้องสมุด ประชาชนรับผิดชอบการด าเนินการ ส่งเสริม สนับสนุนพันธกิจต่อไป - ส่งเสริมการรู้หนังสือ และทักษะการเรียนรู้ การเข้าถึงและขยายโอกาสการเรียนรู้การ เรียนรู้ด้วยตนเองและการศึกษาตลอดชีวิตแก่ประชาชน - สร้างบุคคลแห่งการเรียนรู้ เป็นผู้รู้สารสนเทศ มีความใฝ่รู้ รักการอ่านการเรียนรู้ทัน โลกมีทักษะการแสวงหา การเข้าถึงและการใช้สารสนเทศ แหล่งความรู้และอินเตอร์เน็ต - ส่งเสริมการประกอบอาชีพ พัฒนาคุณภาพของประชาชนและความเป็นพลเมืองดีในระบบ - ส่งเสริมและอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาของท้องถิ่น ๓.๑.๓ วัตถุประสงค์ - ห้องสมุดประชาชนมีวัตถุประสงค์หลักในการจัดต้องเพื่อบริการข้อมูล ข่าวสารความรู้ ส่งเสริม การเรียนรู้ตลอด ชีวิต การศึกษา ค้นคว้า ความบันเทิง พักผ่อนหย่อนใจ จรรโลงใจ วัฒนธรรมและภูมิปัญญา ท้องถิ่นและพัฒนา คุณภาพชีวิตของประชาชน ๓.๒ การบริหารองค์กร การบริหารองค์กรเป็นสิ่งส าคัญในการพัฒนาห้องสมุดประชาชนให้ทันบริบทของการเปลี่ยนแปลง และความท้าทายขององค์กร ห้องสมุดประชาชนควรอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานของรัฐ องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น หรือองค์การเอกชนซึ่งเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย ๓.๒.๑ รัฐต้องส่งเสริมการจัดตั้ง การบริหารจัดการและการด าเนินงานห้องสมุดประชาชนให้ได้มาตรฐาน ๓.๒.๒ ห้องสมุดประชาชนควรก าหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ วัตถุประสงค์ นโยบาย การบริหารงาน เป้าประสงค์ แผนยุทธศาสตร์และแผนด าเนินงาน/โครงการที่สอดคล้องและสนับสนุนยุทธศาสตร์การพัฒนาของรัฐ และของหน่วยงานเจ้าสังกัด ๓.๒.๓ ห้องสมุดประชาชนควรจัดให้มีระบบการบริหารงานเชิงกลยุทธ์และการัดโครงสร้าง องค์กร ในเชิงบูรณาการ ให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ พันธกิจ ความต้องการของชุมชนและประชาชนในท้องถิ่น โดยยึด หลักความคล่องตัวและความยืดหยุ่น การมีส่วนร่วม ประสิทธิภาพประสิทธิผล คุณภาพการให้บริการ และ การ พัฒนาองค์กร ๓.๒.๔ ห้องสมุดประชาชนควรน าระบบการบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์มาใช้ และปฏิบัติหน้าที่ให้ สอดคล้องกับหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี – ๓.๒.๕ ห้องสมุดประชาชนควรน าระบบการบริหารความรู้ในองค์กร การพัฒนาคุณภาพการ บริหาร การจัดการ ระบบการประเมินผลและการประกันคุณภาพ และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศแบะ การ สื่อสารเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารและด าเนินงานห้องสมุดประชาชน ๓.๒.๖ การบริหารงานห้องสมุดประชาชนควรเน้นการมีส่วนร่วมโดยจัดการบริหารงาน คณะกรรมการประกอบด้วยคณะกรรมการอ านวยการและคณะกรรมการบริหารงาน


18 ๓.๓ การบริการ การบริการคือหัวใจของการบริหารจัดการและการด าเนินงานของห้องสมุดประชาชนโดยเน้น ประชาชน เป็นศูนย์กลาง ๓.๓.๑ ห้องสมุดประชาชน ควรจัดบริหารและกิจกรรมเชิงรุก โดยหลักการความเท่าเทียมและ ทั่วถึง ให้ผู้ใช้ได้รับความสะดวก รวดเร็ว สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนและสภาพท้องถิ่น และมีการ พัฒนาคุณภาพการบริการอย่างต่อเนื่อง ๓.๓.๒ ห้องสมุดประชาชนควรก าหนดชั่วโมงบริการอย่างสม่ าสมอและเหมาะสม ให้สอดคล้อง กับสภาพของท้องถิ่นและความต้องการของชุมชน โดยให้ครอบคลุมวันหยุดสุดสัปดาห์ ๓.๓.๓ ห้องสมุดประชาชนควรมีระเบียบการบริการ เป็นลายลักษณ์อักษรและประกาศให้เป็นที่ ทราบโดยทั่วกัน ๓.๓.๔ ห้องสมุดประชาชนควรจัดบริการทรัพยากรสารสนทศทุกรูปแบบทั้งสื่อสิ่งพิมพ์สื่อโททัศน์ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ๓.๓.๕ ห้องสมุดประชาชน ควรจัดการบริการและกิจกรรมที่หลาหลายและสอดคล้องกับความ ต้องการของชุมชน ทั้งภายในและภายนอกสถานที่ โดยค านึงถึงทั้งกลุ่มผู้มาใช้ และผู้ไม่มีโอกาสมาใช้ ๓.๓.๖ บริการพื้นฐานที่ห้องสมุดประชาชนควรจัดให้มี ได้แก่ บริการการอ่าน บริการการยืม-คืน บริการตอบค าถามและช่วยการค้นคว้า บริการแนะน าการใช้ห้องสมุดและทรัพยากรสารสนเทศ บริการแนะแนว การจัดการศึกษา บริการยืมระหว่างห้องสมุด บริการน าส่งเอกสาร บริการข่าวสารทันสมัย บริการแนะแนว การศึกษาและอาชีพและการให้ค าปรึกษาแก่บุคคลและชุมชน บริการใช้สถานที่ห้องสมุดและบริการอื่นๆ ที่ สอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่น ๓.๓.๗ กิจกรรมพื้นฐานของห้องสมุดประชาชน ควรเน้นกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการอ่านการใช้ ทรัพยากรสารสนเทศและห้องสมุด โดยให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย ๓.๓.๘ ห้องสมุดประชาชนควรเน้นการให้กาศึกษาผู้ใช้ ให้มีความสามารถในการแสวงหาเข้าถึง สืบค้นและใช้สารสนเทศ เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้และเป็นผู้รู้สารสนเทศตามมาตรฐานการรู้สารสนเทศ ๓.๓.๙. ห้องสมุดประชาชนควรจัดประเมินคุณภาพการบริการอย่างต่อเนื่องเพื่อน าผลมาใช้ใน การบริการจัดการแชะพัฒนาคุณภาพการบริการของห้องสมุดประชาชน ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580 ได้ก าหนดแผนแม่บทประเด็นการพัฒนาศักยภาพคน ตลอดช่วงชีวิตโดยมีแผนย่อยที่เกี่ยวข้องกับการใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนได้แก่ แผนย่อยประเด็น การพัฒนาการเรียนรู้ และแผนย่อยประเด็นการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต ที่มุ่งเน้นการสร้าง สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนา และเสริมสร้างศักยภาพมนุษย์การพัฒนาเด็กตั้งแต่ช่วงการตั้งครรภ์จนถึง ปฐมวัย การพัฒนาช่วงวัยเรียน/วัยรุ่น การพัฒนาและยกระดับศักยภาพวัยแรงาน รวมถึงการส่งเสริมศักยภาพวัย ผู้สูงอายุ ประเด็นการพัฒนาการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 และพหุปัญญาของ มนุษย์ที่หลากหลาย ประกอบกับแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา นโยบายรัฐบาลทั้งในส่วนนโยบายหลัก ด้านการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ และการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต และนโยบายเร่งด่วนเรื่องการเตรียม คนไทยสู่ศตวรรษที่ 21 ตลอดจนแผนพัฒนาประเทศอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560 - 2568) นโยบายและแผนระดับชาติ ว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ


19 (พ.ศ. 2562 - 2568) โดยคาดหวังว่าการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต ประชาชนจะได้รับการพัฒนาการ เรียนรู้ให้เป็นคนดี คนเก่งมีคุณภาพ และมีความพร้อมร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และ ยั่งยืน และกระทรวงศึกษาธิการ ได้ก าหนดนโยบายและจุดเน้น ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ขึ้น เพื่อเป็นเข็ม มุ่งของหน่วยงานภายใต้กระทรวงศึกษาธิการ ขับเคลื่อนการด าเนินงานให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของแผนต่าง ๆ ดังกล่าว ส านักงาน กศน. เป็นหน่วยงานที่มีภารกิจในการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ตระหนักถึงความส าคัญของการพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต ได้มุ่งมั่นขับเคลื่อนภารกิจหลักตามแผนพัฒนาประเทศ และนโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ค านึงถึงหลักการบริหารจัดการทั้งในเรื่องหลักธรรมาภิบาล หลักการกระจายอ านาจ การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร การมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ และ ปฏิบัติการด้านข้อมูลข่าวสารการสร้างบรรยากาศในการท างานและการเรียนรู้ ตลอดจนการใช้ทรัพยากรด้านการ จัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพ โดยเน้นการพัฒนาคุณภาพการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาต่อเนื่อง และการศึกษาตามอัธยาศัยใน 4 ประเด็นใหญ่ ประกอบด้วย การจัดการเรียนรู้คุณภาพ การ สร้างสมรรถนะและทักษะคุณภาพ องค์กร สถานศึกษา และแหล่งเรียนรู้คุณภาพ และการบริหารจัดการคุณภาพ อันจะน าไปสู่การสร้างโอกาสและลดความเหลื่อมล้ า ทางการศึกษา การยกระดับคุณภาพและเพิ่มประสิทธิภาพ การให้บริการส าหรับทุกกลุ่มเป้าหมาย และสร้างความพึงพอใจให้กับผู้รับริการ ดังนี้ 1. ด้านการจัดการเรียนรู้คุณภาพ 1.1 น้อมน าพระบรมราโชบายสู่การปฏิบัติ รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนการด าเนินงานโครงการอัน เนื่องมาจากพระราชด าริทุกโครงการ และโครงการอันเกี่ยวเนื่องจากราชวงศ์ 1.2 ขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้ที่สนองตอบยุทธศาสตร์ชาติ และนโยบายของรัฐมนตรีว่าการและ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 1.3 ส่งเสริมการจัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างความมั่นคง การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในการปกครอง ระบอบประชาธิปไตย การเรียนรู้ที่ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม สร้างวินัย จิตสาธารณะ และอุดมการณ์ความยึดมั่น ในสถาบันหลักของชาติ รวมถึงการมีจิตอาสา ผ่านกิจกรรมต่างๆ 1.4 ปรับปรุงหลักสูตรทุกระดับทุกประเภทให้สอดรับกับการพัฒนาคน ทิศทางการพัฒนาประเทศ สอดคล้องกับบริบทที่ เปลี่ยนแปลง ความต้องการและความหลากหลายของผู้เรียน/ผู้รับบริการ รวมถึงปรับลด ความหลากหลายและความซ้ าซ้อนของหลักสูตร เช่น หลักสูตรการศึกษาส าหรับกลุ่มเป้าหมายบนพื้นที่สูง พื้นที่ พิเศษ และพื้นที่ชายแดน รวมทั้งกลุ่มชาติพันธุ์ 1.5 ปรับระบบทดสอบ วัดผล และประเมินผล โดยเน้นการใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือให้ผู้เรียนสามารถ เข้าถึงการประเมินผลการเรียนรู้ได้ตามความต้องการ เพื่อการสร้างโอกาสในการเรียนรู้ ให้ความส าคัญกับการ เทียบระดับการศึกษา และการเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ พัฒนาระบบการประเมินสมรรถนะผู้เรียนให้ ตอบโจทย์การประเมินในระดับประเทศและระดับสากล เช่น การประเมินสมรรถภาพผู้ใหญ่ ตลอดจนกระจาย อ านาจไปยังพื้นที่ในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ 1.6 ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีในการจัดหลักสูตรการเรียนรู้ในระบบออนไลน์ด้วยตนเองครบวงจร ตั้งแต่ การลงทะเบียนจนการประเมินผลเมื่อจบหลักสูตร ทั้งการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษา


20 ต่อเนื่อง และการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อเป็นการสร้างและขยายโอกาสในการเรียนรู้ให้กับกลุ่มเป้าหมายที่สามารถ เรียนรู้ได้สะดวก และตอบโจทย์ความต้องการของผู้เรียน 1.7 พัฒนา Digital Learning Platform แพลตฟอร์มการเรียนรู้ของส านักงาน กศน. ตลอดจน พัฒนาสื่อการเรียนรู้ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ และให้มีคลังสื่อการเรียนรู้ที่เป็นสื่อที่ถูกต้องตามกฎหมาย ง่ายต่อการสืบค้นและน าไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ 1.8 เร่งด าเนินการเรื่อง Academic Credit-bank System ในการสะสมและเทียบโอนหน่วยกิต เพื่อการสร้างโอกาสในการศึกษา 1.9 พัฒนาระบบนิเทศการศึกษา การก ากับ ติดตาม ทั้งในระบบ On-Site และ Online รวมทั้ง ส่งเสริมการวิจัยเพื่อเป็นฐานในการพัฒนาการด าเนินงานการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 2. ด้านการสร้างสมรรถนะและทักษะคุณภาพ 2.1 ส่งเสริมการจัดการศึกษาตลอดชีวิตที่ เน้นการพัฒนาทักษะที่จ าเป็นส าหรับแต่ละช่วงวัย และการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับแต่ละกลุ่มเป้าหมายและบริบทพื้นที่ 2.2 พัฒนาหลักสูตรอาชีพระยะสั้นที่เน้น New skill Up skill และ Re skil! ที่สอดคล้องกับ บริบทพื้นที่ ความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ความต้องการของตลาดแรงงาน และกลุ่มอาชีพใหม่ที่ รองรับ Disruptive Technology 2.3 ยกระดับผลิตภัณฑ์ สินค้า บริการจากโครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน ที่เน้น "ส่งเสริมความรู้ สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดี" ให้มีคุณภาพมาตรฐาน เป็นที่ยอมรับของตลาด ต่อยอดภูมิ ปัญญาท้องถิ่นเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม พัฒนาสู่วิสาหกิจชุมชน ตลอดจนเพิ่มช่องทางประชาสัมพันธ์และ ช่องทางการจ าหน่าย 2.4 ส่งเสริมการจัดการศึกษาของผู้สูงอายุเพื่อให้เป็น Active Ageing Workforce และมี Life skill ในการด ารงชีวิตที่เหมาะกับช่วงวัย 2.5 ส่งเสริมการจัดการศึกษาที่พัฒนาทักษะที่จ าเป็นส าหรับกลุ่มเป้าหมายพิเศษ เช่น ผู้พิการ ออทิสติก เด็กเร่ร่อน และผู้ด้อยโอกาสอื่นๆ 2.6 ส่งเสริมการพัฒนาทักษะดิจิทัลและทักษะด้านภาษาให้กับบุคลากร กศน. และผู้เรียนเพื่อ รองรับการพัฒนาประเทศ 2.7 ส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมของผู้เรียน กศน. 2.8 สร้าง อาสาสมัคร กศน.เพื่อเป็นเครือข่ายในการส่งเสริม สนับสนุนการจัดการศึกษาตลอด ชีวิตในชุมชน 2.9 ส่งเสริมการสร้างและพัฒนานวัตกรรมของบุคลากร กศน. รวมทั้งรวบรวมและเผยแพร่ เพื่อให้หน่วยงาน / สถานศึกษา น าไปใช้ในการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน 3. ด้านองค์กร สถานศึกษา และแหล่งเรียนรู้คุณภาพ 3.1 ทบทวนบทบาทหน้าที่ ของหน่วยงาน สถานศึกษา เช่น สถาบัน กศน..ภาค สถาบันการศึกษา และพัฒนาต่อเนื่องสิรินธร สถานศึกษาขึ้นตรงสังกัดส่วนกลาง กลุ่มส านักงาน กศน.จังหวัด ศูนย์ฝึกและ พัฒนาราษฎรไทยบริเวณชายแดน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนการจัดการศึกษาตลอดชีวิตใน พื้นที่ 3.2 ยกระดับมาตรฐาน กศน.ต าบล และศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยภูเขา "แม่ฟ้าหลวง" (ศศช.) ให้เป็นพื้นที่การเรียนรู้ตลอดชีวิตที่ส าคัญของชุมชน


21 3.3 ปรับรูปแบบกิจกรรมในห้องสมุดประชาชน ที่เน้น Library Delivery เพื่อเพิ่มอัตราการอ่าน และการรู้หนังสือของประชาชน 3.4 ให้บริการวิทยาศาสตร์เชิงรุก Science@home โดยใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือน า วิทยาศาสตร์สู่ชีวิตประจ าวันในทุกครอบครัว 3.5 ส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างพื้นที่ การเรียนรู้ ในรูปแบบ Public Learning Space/Co- leaming Space เพื่อการสร้างนิเวศการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นสังคม 3.6 ยกระดับและพัฒนาศูนย์ฝึกอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดน ให้เป็นสถาบันพัฒนาอาชีพระดับภาค 3.7 ส่งเสริมและสนับสนุนการด าเนินงานของกลุ่ม กศน. จังหวัดให้มีประสิทธิภาพ 4. ด้านการบริหารจัดการคุณภาพ 4.1 ขับเคลื่อนกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ตลอดจนทบทวนภารกิจ บทบาทโครงสร้างของหน่วยงานเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงตามกฎหมาย 4.2 ปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ ค าสั่ง และข้อบังคับต่าง ๆ ให้มีความทันสมัย เอื้อต่อการบริหาร จัดการ และการจัดการเรียนรู้ เช่น การปรับหลักเกณฑ์ค่าใช้จ่ายในการจัดหลักสูตรการศึกษาต่อเนื่อง 4.3 ปรับปรุงแผนอัตราก าลัง รวมทั้งก าหนดแนวทางที่ชัดเจนในการน าคนเข้าสู่ต าแหน่ง การ ย้าย โอนและการเลื่อนระดับ 4.4 ส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรทุกระดับให้มีความรู้และทักษะตามมาตรฐานต าแหน่งให้ตรงกับ สายงาน และทักษะที่จ าเป็นในการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ 4.5 ปรับปรุงระบบการจัดสรรทรัพยากรเพื่อการศึกษาให้มีความครอบคลุม เหมาะสม เช่น การ ปรับค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาของผู้พิการ เด็กปฐมวัย 4.6 ปรับปรุงระบบฐานข้อมูลสารสนเทศด้านการศึกษาเพื่อการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ เช่น ข้อมูลการรายงานผลการด าเนินงาน ข้อมูลเด็กตกหล่นจากการศึกษาในระบบ เด็กเร่ร่อน ผู้พิการ 4.7 ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการอย่างเต็มรูปแบบ 4.8 ส่งเสริมพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐสู่ระบบราชการ 4.0 และการประเมิน คุณภาพ และความโปร่งใสการด าเนินงานของภาครัฐ (ITA) 4.9 เสริมสร้างขวัญและก าลังใจให้กับข้าราชการและบุคลากรทุกประเภทในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ประกาศ เกียรติคุณ การมอบโล่ / วุฒิบัตร 4.10 ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเครือข่ายทุกภาคส่วนเพื่อสร้างความพร้อมในการจัด


22 รูปแบบการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย การจัดการศึกษาตามอัธยาศัยไม่มีรูปแบบการศึกษา หรือการเรียนรู้ที่ตายตัว ไม่มีหลักสูตรเป็น ตัวก าหนดกรอบกิจกรรม หรือขอบข่ายสาระการเรียนรู้ การเรียนรู้ขึ้นอยู่กับความต้องการ และแรงจูงใจใฝ่รู้ ของแต่ละบุคคล อย่างไรก็ดี เราสามารถจัดกิจกรรม เพื่อเสริมให้เกิดการเรียนรู้ตามอัธยาศัยได้ ดังนี้ 1. จัดกิจกรรมในแหล่งการเรียนรู้ประเภทต่างๆ เช่นห้องสมุดประชาชน การเรียนรู้ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ออนไลน์ พิพิธภัณฑ์ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้จากภูมิปัญญาชาวบ้าน การจัดกลุ่มเสวนา หรือการ อภิปราย กิจกรรมทางศาสนาและวัฒนธรรม กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน การเผยแพร่ข่าวสารข้อมูล และ ความรู้ต่างๆ ฯลฯ 2. ส่งเสริมสนับสนุน และพัฒนาการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย ได้แก่ สนับสนุนสื่อแก่หน่วยงานและแหล่ง ความรู้ต่างๆ 3. ส่งเสริมให้หน่วยงานเครือข่ายจัดการศึกษาตามอัธยาศัย เช่น ห้องสมุดในสถานที่ราชการ สถาน ประกอบการ ฯลฯ 4. ส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนากลุ่มต่างๆ ตามความต้องการ และความสนใจ เช่น กลุ่มดนตรี กลุ่ม สิ่งแวดล้อม พัฒนาชุมชน ฯลฯ แนวคิดทฤษฏีการศึกษาตามอัธยาศัย 1. ความหมายของการศึกษาตามอัธยาศัย มนุษย์มีคุณสมบัติพิเศษที่ส าคัญประการหนึ่ง คือสามารถรับรู้และพัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่อง ตลอดเวลา และตลอดการด าเนินชีวิตของแต่ละคน ความสามารถนี้ได้สั่งสมพัฒนาสืบทอด ต่อกันมาเป็นล าดับ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เราเรียกกระบวนการเรียนรู้ของมนุษย์นี้ว่า “การศึกษา” ดังนั้นการศึกษากับการด าเนิน ชีวิตของมนุษย์จึงเป็นกระบวนการอันหนึ่งอันเดียวกัน กระบวนการนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องอยู่ตลอดชีวิต และมีการ ถ่ายทอดความรู้จากคนรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่งเป็นล าดับตลอดมา ดังนั้นตลอดระยะเวลาแห่งวิวัฒนาการของมนุษย์ มนุษย์จึงมีการศึกษาอยู่แล้ว โดยธรรมชาติท าให้สามารถพัฒนาตนเอง ให้อยู่รอดและสร้างสรรค์ความเจริญต่าง ๆ สืบมาได้จนถึงปัจจุบัน จากการศึกษาที่กล่าวมาข้างต้น การศึกษาตามอัธยาศัย หมายถึง การเรียนรู้จากการด าเนิน ชีวิตในแต่ละวัน และเป็นการเรียนรู้ตามความสนใจของมนุษย์โดยแท้ ไม่มีระบบหรือระเบียบตายตัว หากปรับ เปลี่ยนไปตามความสนใจของแต่ละบุคคลเป็นส าคัญ (รุ่ง แก้วแดง, 2538) จีระ งอกศิลป์ และคณะ (2550) กล่าวว่า การศึกษาตามอัธยาศัย หมายถึง การศึกษาที่ให้ผู้เรียนได้ เรียนรู้ด้วยตนเองตามความสนใจ ศักยภาพ ความพร้อม และโอกาส โดยศึกษาจากบุคคล ประสบการณ์ สังคม สภาพแวดล้อม สื่อ หรือแหล่งเรียนรู้อื่น ๆ สถานศึกษาอาจจัดการศึกษาในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งหรือทั้งสาม รูปแบบก็ได้ ให้มีการเทียบโอนผลการเรียนที่ผู้เรียนสะสมไว้ในระหว่างรูปแบบเดียวกันหรือต่างรูปแบบได้ไม่ว่าจะ เป็นผลการเรียนจากสถานศึกษาเดียวกันหรือไม่ก็ตาม รวมทั้งจากการเรียนรู้นอกระบบ ตามอัธยาศัย การฝึกอาชีพ หรือประสบการณ์การท างาน อุดม เชยกีวงศ์ (2551) กล่าวว่า การศึกษาตามอัธยาศัย หมายถึง กิจกรรมการเรียนรู้ในวิถี ชีวิตประจ าวันของบุคคล ซึ่งสามารถเลือกที่จะเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต ตามความสนใจ ความต้องการ โอกาสความพร้อม และศักยภาพในการเรียนรู้ของแต่ละบุคคล


23 อุดม เชยกีวงศ์ ยังได้อ้างอิงถึงความหมายของการศึกษาตามอัธยาศัยจากหลายแนวคิดของบุคคลต่างๆ ดังนี้ อุดม เชยกีวงศ์ (2551 ; อ้างอิงใน คูมส์. 1985) กล่าวว่า การศึกษาตามอัธยาศัย หมายถึง กระบวนการศึกษาตลอดชีวิต ที่ทุกคนได้รับและสะสมความรู้ ทักษะ เจตคติ และการรู้แจ้งจากประสบการณ์ ประจ าวัน และการสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมทั้งที่บ้าน ที่ท างานและสนามเด็กเล่น และเจตคติของสมาชิกครอบครัว และเพื่อน ๆ จากการเดินทางการอ่านหนังสือพิมพ์ และหนังสืออื่น ๆ หรือโดยการฟังวิทยุ หรือการดูภาพยนตร์ หรือ ดูโทรทัศน์ตามปกติแล้ว การศึกษาตามอัธยาศัยไม่มีการจัด ไม่มีระบบ และบางครั้ง ไม่ได้ตั้งใจแต่มีส่วน เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ไปตลอดชีวิต ของแต่ละคนอยู่อย่างมาก แม้แต่ผู้มีการศึกษาในโรงเรียนมาแล้วก็ตาม อุดม เชยกีวงศ์ (2551 ; อ้างอิงใน สุนทร สุนันท์ชัย. 2532) กล่าวว่า การศึกษาตาอัธยาศัย หมายถึง การได้รับความรู้ ทักษะ เจตคติ จากประสบการณ์ประจ าวันใน ครอบครัว ชุมชน จากการท างาน การ เล่น ห้องสมุด สื่อมวลชน และอื่น ๆ ในสภาพแวดล้อมของบุคคล อุดม เชยกีวงศ์ (2551 ; อ้างอิงใน ปฐม นิคมานนท์. 2532) กล่าวว่า การศึกษาตามอัธยาศัย หมายถึง เป็นกระบวนการตลอดชีวิต ซึ่งบุคคลได้เสริมสร้างเจตคติ ค่านิยม ทักษะและความรู้ต่าง ๆ ใน สภาพแวดล้อม เช่น การเรียนรู้จากครอบครัว เพื่อนบ้าน จากการท างาน การเล่น จากตลาด ร้านค้า ห้องสมุด ตลอดจนเรียนรู้จากสื่อมวลชนต่าง ๆ เป็นต้น อุดม เชยกีวงศ์ (2551 ; อ้างอิงใน วิจิตร ศรีสะอ้าน. ม.ป.ป.) กล่าวว่า การศึกษาตามอัธยาศัย หมายถึง เป็นกระบวนการตลอดชีวิต ซึ่งบุคคลแต่ละคนแสวงหาความรู้พัฒนาทักษะค่านิยมและสร้างเสริม ทักษะ จากประสบการณ์ในชีวิตประจ าวันโดยอาศัยแหล่งวิทยาการที่มีอยู่ใกล้ตัว ตามสภาพแวดล้อม อุดม เชยกีวงศ์ (2551 ; อ้างอิงใน มัลลิกา พงศ์ปริตร. 2535) กล่าวว่า การศึกษาตามอัธยาศัย หมายถึง การศึกษาตามอัธยาศัยนั้นเกิดขึ้นได้ทุกขณะจิต ไม่ว่าสิ่งใดที่ผ่านเข้ามากระทบสัมผัสประสาททั้งห้า ย่อม มีผลต่อจิตใจ และความรู้สึกนึกคิดของผู้รับทั้งสิ้น จุดส าคัญอยู่ที่ว่าผลกระทบนั้นจะเป็นไปในทางลบหรือทางบวก หากผู้รับรู้ตัวและรู้จักต้านสิ่งซึ่งไม่พึงประสงค์ รับแต่สิ่งที่จรรโลงใจ ประเทืองปัญญา ส่วนหนึ่งของสิ่งที่เราเรียก “การศึกษาตลอดชีวิต” ก็จะเกิดขึ้นได้อย่างอัตโนมัติ อุดม เชยกีวงศ์ (2551 ; อ้างอิงใน Shibuya Hideyoshi. 1990) กล่าวว่า การศึกษาตามอัธยาศัย หมายถึง กระบวนการที่มนุษย์ได้รับการถ่ายทอดการสั่งสมความรู้ ทักษะ เจตคติ ความคิด จากประสบการณ์ใน ชีวิตประจ าวัน และสิ่งแวดล้อมตลอดชีวิต เป็นการศึกษาที่ไม่มีองค์กร ไม่มีระบบ ไม่มีจุดมุ่งหมาย ไม่ตั้งใจ และ เรื่องที่ได้รับการถ่ายทอดก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับวิถีในสังคม จากที่กล่าวมาสรุปได้ว่า การศึกษาตามอัธยาศัย หมายถึง การเรียนรู้ซึ่งเกิดจากการด าเนินชีวิตของแต่ ละบุคคลในแต่ละวัน เช่น การดูหนัง การฟังเพลง การเล่นกีฬา เป็นต้น สิ่งเหล่านี้คือกระบวนการเรียนรู้ที่หมายถึง การเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยไม่มีการจัดระบบแต่สามารถเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้รอบตัว โดยไม่มีการบังคับ ขู่เข็น ให้ เรียนรู้ แต่เกิดจากความพึงพอใจของบุคคลนั้น ๆ จึงเรียกว่า การเรียนรู้ตามอัธยาศัย


24 2. ทฤษฏีของการศึกษาตามอัธยาศัย อุดม เชยกีวงศ์ (2551 ; อ้างอิงใน วิจิตร ศรีสะอ้าน. 2551) ได้กล่าวถึง องค์กรและสถาบันส าคัญ ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาตามอัธยาศัย ของแต่ละคนจากสังคมที่ใกล้ตัวจนถึงสังคมภายนอก ได้แก่ 1. สถาบันครอบครัว 2. สถาบันสื่อมวลชน 3. แหล่งชุมชน 4. แหล่งนันทนาการ 5. สถาบันการศึกษา 6. หน่วยงานบริการของรัฐ 7. องค์กรเอกชน 8. แหล่งทรัพยากรธรรมชาติ 9. ภูมิปัญญาท้องถิ่น ชัยศ อิ่มสุวรรณ์ (2544) กล่าวว่า การท าความเข้าใจการศึกษาตามอัธยาศัยควรจะพิจารณาประเด็นต่อไปนี้ คือ 1. การศึกษาตามอัธยาศัยเกิดขึ้นได้ทุกหนทุกแห่งตามแต่สถานการณ์จะพาไปสถานการณ์แห่งการ เรียนรู้เกิดขึ้นได้ทุกเวลาไม่จ ากัดสถานที่ อายุ กลุ่ม รูปแบบ หรือวิธีการเรียนรู้ 2. การเรียนรู้เกิดขึ้นเมื่อบุคคลมีความสัมพันธ์กับสิ่งที่จะก่อให้เกิดการเรียนรู้ จะเป็นบุคคลวัตถุ สิ่งของ สถานการณ์ใด ๆ ก็ตาม จะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม เช่น เรียนจากพ่อแม่ เรียนจาการทดลองท า เรียนจากสัมผัส วัสดุ สิ่งของ สื่อ ฯลฯ การเรียนรู้ดังกล่าวเกิดขึ้น ณ จุดหนึ่ง ภายในใจของบุคคลเป็นจุด “รุจิ” ที่เกิดขึ้นเป็น กระบวนภายใน 3. ลักษณะของการเรียนรู้ที่เกิดจากการศึกษาตามอัธยาศัย โดยทั่วไปมีลักษณะเฉพาะที่ 3.1 เป็นการเรียนรู้ที่ตั้งอยู่บนรากฐานของการสนทนา (Conversation Base) 3.2 ผู้เรียนเป็นผู้ก าหนดการเรียนรู้ด้วยตนเอง นับแต่เลือกที่จะเรียนรู้หรือไม่เรียน จะเรียนเรื่องใด และพอเพียงแล้วหรือยัง 3.3 การเรียนรู้คาดหมายล่วงหน้าไม่ได้ (Unpredictable) บางสถานการณ์เกิดการเรียนรู้ แต่บาง สถานการณ์ไม่เกิดการเรียนรู้ บางคนเกิดการเรียนรู้ แต่ในสถานการณ์เดียวกัน บางคนไม่เกิดการเรียนรู้ 3.4 การประเมินผลอยู่ที่ตัวผู้เรียนเองเป็นส าคัญ แต่บางกรณีขึ้นอยู่กับบุคคลที่เกี่ยวข้องด้วย ที่จะ ยอมรับความรู้ที่เกิดขึ้นแต่ไม่มีรูปแบบการประเมินที่ชัดเจนแน่นอน 4. ผลของการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นจากการศึกษาตามอัธยาศัยนั้น มีอยู่โดยไม่รู้ตัวเพราะเป็นการสั่งสมมาทีละเล็ก ทีละน้อยไม่อาจคาดหวังได้ว่าผลการเรียนรู้เป็นอย่างไรจนกว่าจะน ามาใช้ในชีวิตจริงการประเมินจึงท าได้ไม่ง่าย เพราะคุณค่าของผลการเรียนตามอัธยาศัยไม่ใช่สิ่งที่จะน าไปสู่การเรียนต่อได้มากเท่ากับการน าไปใช้ในชีวิตจริง 5. การจัดการศึกษาตามอัธยาศัยจึงเป็นเพียงการจัดการให้บุคคลเรียนรู้อย่างไม่เป็นทางการในรูปแบบที่ หลากหลาย โดยการจัดสภาพแวดล้อม ปัจจัยเกื้อหนุนบรรยากาศ สถานการณ์ให้บุคคลได้เรียนรู้ กล่าวโดยสรุป ความหมายของการศึกษาตามอัธยาศัยจึงอาจพิจารณา ได้จาก 2 มุมมองได้แก่ 1. จากมุมมองของผู้เรียน การศึกษาตามอัธยาศัย เป็นการเรียนรู้ต่อเนื่องตลอดชีวิตที่เกิดขึ้นจากตัว ของผู้เรียนเอง โดยใช้วิธีการที่หลากหลาย และผลของการเรียนรู้เกิดจากหรือเกี่ยวข้องกับประสบการณ์ของผู้เรียน


25 2. จากมุมมองของผู้จัดการศึกษา การศึกษาตามอัธยาศัย เป็นการศึกษาที่ให้ใช้บุคคล ครอบครัว ชุมชน สังคม และสื่อต่าง ๆเป็นแหล่งเรียนรู้ โดยใช้กระบวนการสื่อความหมายต่าง ๆ เป็นฐานของกระบวนการ เรียนรู้ และมีประสบการณ์ การท างาน การด ารงชีวิตประจ าวัน สภาพแวดล้อม เป็นปัจจัยที่เอื้อต่อการเรียนรู้ วีรฉัตร สุปัญโญ (2548) ได้สรุปลักษณะส าคัญของการศึกษาตามอัธยาศัยตั้งอยู่บนฐานคติ 4 ด้าน ต่อไปนี้ 1. ฐานคติด้านความรู้ประกอบด้วย 1.1 ความรู้เกิดขึ้นได้ทุกที่ ทุกเวลา 1.2 ความรู้เกิดจากกิจกรรมและความสนใจของบุคคลหรือกลุ่มบุคคล 1.3 ความรู้เกิดขึ้นได้ทั้งโดยจงใจและไม่จงใจ 1.4 ความรู้ไม่จ าเป็นต้องสนองตอบวัตถุประสงค์ทางการศึกษาเสมอไป 1.5 ความรู้ไม่จ าเป็นต้องจัดเป็นรายวิชา อาจอยู่ในรูปแบบของกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ 1.6 ความรู้อาจตั้งขึ้นแบบมีแผนก าหนดไว้ล่วงหน้าโดยผู้จัด หรืออาจเกิดขึ้นจากตัวบุคคลเอง โดยไม่ตั้งใจก็ได้ 2. ฐานคติด้านจุดมุ่งหมายการเรียนรู้ประกอบด้วย 2.1 จุดมุ่งหมายของการศึกษาตามอัธยาศัยอาจเกิดขึ้นจากผู้จัดจากตัวบุคคลหรือจากกลุ่มบุคคลก็ได้ 2.2 จุดมุ่งหมายของการศึกษาตามอัธยาศัยอาจเกิดขึ้นจากสภาพแวดล้อมในการศึกษาการท างาน หรือการด ารงชีวิตก็ได้ 3. ฐานคติด้านการจัดการ ประกอบด้วย 3.1 การจัดการศึกษาตามอัธยาศัยมุ่งเกี่ยวกับการอ านวยความสะดวกในการเรียนรู้ตามความ สนใจและที่สอดคล้องกับการด าเนินชีวิตของบุคคลหรือกลุ่มบุคคล 3.2 การจัดการศึกษาตามอัธยาศัยมุ่งที่การสร้างปัจจัยหรือแหล่งอ านวยความสะดวกในการเรียนรู้ ซึ่งอาจเป็นไปได้ทั้งที่เป็นบุคคลและสิ่งไม่มีชีวิตต่าง ๆ 4. ฐานคติด้านการเรียนรู้ประกอบด้วย 4.1 บุคคลมีแบบและวิธีการเรียนรู้เป็นของตนเอง 4.2 บุคคลมีวิธีการประเมินผลการเรียนรู้เป็นของตนเอง หลักการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย • จัดให้สนองกลุ่มเป้าหมาย ทุกเพศและวัย ตามความสนใจ และความต้องการ • จัดให้สอดคล้องกับวิถีชีวิต • จัดโดยวิธีหลากหลายโดยใช้สื่อต่างๆ • จัดให้ยืดหยุ่น โดยไม่ยึดรูปแบบใดๆ • จัดให้ทันต่อเหตุการณ์ • จัดได้ทุกกาลเทศะ • จัดบรรยากาศ สถานการณ์ และสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต


26 สรุป อาจกล่าวได้ว่า การศึกษาตามอัธยาศัย ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของ การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong learning) ที่เติมเต็มความต้องการของมนุษย์ที่แสวงหา ต้องการเรียนรู้ประสบการณ์ต่างๆ นอกเหนือการเรียนในระบบโรงเรียน โอกาสของการเรียนรู้ตามอัธยาศัยเกิดขึ้นได้ ในทุกเวลา ไม่จ ากัดสถานที่ และเรียนรู้ได้จากสื่อต่างๆ (อาทิ รายการวิทยุ-โทรทัศน์กระจายเสียง ภาพยนตร์ สื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ CD-DVD แหล่ง เรียนรู้ออนไลน์ทางอินเทอร์เน็ต) ที่มา http://mediathailand.blogspot.com/2012/05/blog-post_460.html http://ratreesrivilai.igetweb.com/index.php?mo=3&art=41948303


27 ตัวชี้วัดที่ 1 ; ด้านปฏิบัติการ น้ าหนัก ; ร้อยละ 20 เกณฑ์การให้คะแนน ; โดยก าหนดเกณฑ์การให้คะแนนดังนี้ 1. แบบส ารวจความต้องการการใช้สื่อของผู้ใช้บริการ 2. ขออนุมัติหลักการในการจัดหาสื่อ 3. มีเว็ปไซต์และมีการปรับปรุงข้อมูลอย่างเป็นปัจจุบัน 4. มีบอร์ดประชาสัมพันธ์ 5. ภาพ/ป้าย/เอกสาร จุดบริการข้อมูลแนะน าการใช้ทรัพยากรสารสนเทศในห้องสมุด น้ าหนักคะแนน ด าเนินการได้ 5 ข้อ เท่ากับ 3 คะแนน ด าเนินการได้ 4 ข้อ เท่ากับ 2 คะแนน ด าเนินการได้ 2 ข้อ เท่ากับ 1 คะแนน


28 วิธีการด าเนินโครงการส่งเสริมการอ่านการศึกษาตามอัธยาศัย 1. ประสานเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง - จัดท าหนังสือประสานเครือข่ายเพื่อขอใช้สถานที่ ทั้งยังประชาสัมพันธ์ให้กับสมาชิกห้องสมุด ผ่านเฟสบุ๊ค และกลุ่มไลน์ทราบ พร้อมกับประสานครู กศน.ต าบลแจ้งนักศึกษาให้เข้าร่วม กิจกรรม และบุคลากร กศน.อ าเภอปทุมรัตต์ เข้าร่วมโครงการ 2. เสนอขออนุมัติโครงการ - ได้รับอนุมัติโครงการ 3. ประชุมชี้แจงการด าเนินงาน - ประสานครู กศน.ต าบล และบุคลากร กศน.อ าเภอปทุมรัตต์ เข้าร่วมประชุมปรึกษาหารือ การด าเนินงาน 4. จัดท าเอกสาร/วัสดุในการจัดโครงการ - การจัดเตรียมเอกสาร สื่ออุปกรณ์ในเรื่องการบริหารจัดการ เพื่อขออนุมัติยืมเงินค่าด าเนิน โครงการ รายละเอียดดังนี้ 1. สมุดจดบันทึกการอ่าน 2. เอกสารใบความรู้/แผ่นพับการอ่าน 3. แบบประเมินความพึงพอใจ 4. ชุดสื่อนิทรรศการส่งเสริมการอ่าน การด าเนินการในระหว่างการจัดท าโครงเพื่อการด าเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ ตามวัตถุประสงค์ ได้ด าเนินการดังนี้ ตัวชี้วัดที่ 1 ด้านการปฏิบัติการ ๑. จัดหาคัดเลือก วิเคราะห์จ าแนกหมวดหมู่ทรัพยากรสารสนเทศ ประเภทสื่อตีพิมพ์และไม่ตีพิมพ์ ดังนี้ ๑.1 สื่อประเภทตีพิมพ์ ได้แก่ หนังสือ /วารสาร/นิตยสาร/หนังสือพิมพ์และสื่อแบบเรียน ให้กับ กศน. ต าบล ชุมชน โดยจัดให้บริการหมุนเวียนสลับเปลี่ยนไปยัง กศน.ต าบล และบ้านหนังสือชุมชน - บริการการยืม – คืน โดยการบันทึกลงฐานข้อมูลด้วยระบบเชื่อมโยงแหล่งเรียนรู้ ซึ่งจ าแนกตาม หมวดหมู่ของทรัพยากรที่มีในห้องสมุด - บริการสารนิเทศ อาทิ การบริการตอบค าถามและช่วยค้นคว้าจาก internet และการอ่านสื่อจาก QR code ผ่านระบบออนไลน์และแผ่นพับความรู้ บทที่ 3 วิธีด าเนินการ


29 1.2 สื่อประเภทไม่ตีพิมพ์ ได้แก่ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ อาทิ เทปบันทึกเสียง CD, DVD ที่จัดไว้ให้บริการ ๒. จัดให้บริการ การปฏิบัติงานด้าน IT ลักษณะกิจกรรมส่งเสริมการบริการสืบค้นข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต ( ฟรี Wi-Fi) ๓. จัดท าสื่อประชาสัมพันธ์การและกิจกรรมผ่าน online เพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารการปฏิบัติงานให้กับผู้มารับ บริการเกิดความสนใจและรวดเร็วในการเข้าใช้บริการ อาทิ การสมัครสมาชิกห้องสมุด สื่อแหล่งเรียนรู้ ผ่าน QR code ขั้นตอนระเบียนการใช้และการยืมสื่อจากห้องสมุด/สื่อความรู้ทั่วไปเช่น สื่อการประหยัดน้ า ประหยัดไฟ/สื่อแผ่นพับความรู้เรื่องอาเซียน/ประชาสัมพันธ์การรับสมัครนักศึกษาเข้าเรียนต่อ ของ สถาบันการศึกษาต่างๆ ด้วยสื่อโปรสเตอร์ ส่งเสริมการอ่านการเรียนรู้ ผ่าน online


30 ๓. ให้ค าแนะน าและบริการตอบค าถามการให้ข้อมูลและการใช้ทรัพยากรสารสนเทศเพื่อให้เกิดความ สะดวกแก่ผู้ใช้บริการ - ส่งเสริมการอ่านการเรียนรู้การศึกษาตามอัธยาศัย - คัดแยกสื่อหมุนเวียนไปยัง กศน.ต าบล เพื่อส่งเสริมการอ่านการเรียนรู้ให้กับนักศึกษา


31 ตัวชี้วัดที่ 2 ; ด้านการวางแผน น้ าหนัก ; ร้อยละ 20 เกณฑ์การให้คะแนน ; โดยก าหนดเกณฑ์การให้คะแนนดังนี้ 1. มีการส ารวจข้อมูลผู้ใช้บริการห้องสมุด 2. มีฐานข้อมูลของห้องสมุด (ข้อมูลพื้นฐานห้องสมุด) 3. มีแผนปฏิบัติการประจ าปี 4. มีแผนการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน/รายเดือน/รายสัปดาห์/รายวัน 5. มีการรายงานผลการด าเนินงาน น้ าหนักคะแนน 1. ด าเนินการได้ 5 ข้อ เท่ากับ 3 คะแนน 2. ด าเนินการได้ 4 ข้อ เท่ากับ 2 คะแนน 3. ด าเนินการได้ 2 ข้อ เท่ากับ 1 คะแนน


32 ตัวชี้วัดที่ 2 ด้านการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ตลอดชีวิตด้านการวางแผน ๑. จัดท าฐานข้อมูลความต้องการของผู้รับบริการ


33 2. กิจกรรมส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ภายในภายนอกห้องสมุด


34 3. วางแผนการท างานการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน ๑. ประชุมวางแผน/มอบหมายงาน - ประชุมชี้แจงวัตถุประสงค์สร้างความรู้ความเข้าใจและสามารถน าสู่การปฏิบัติการจัดกิจกรรม - แต่งตั้งคณะท างานมอบหมายหน้าที่รับผิดชอบ - ก าหนดพื้นที่ด าเนินงาน ๒. วิเคราะห์และก าหนดกรอบกิจกรรมการเรียนรู้พร้อมทั้งประสานเครือข่ายกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมกิจกรรม - จัดท าแผนการพัฒนาโครงการให้สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย - ประสานเครือข่าย - ประสานงานกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมกิจกรรม -ประสานเครือข่าย/ประสานงานกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมกิจกรรม ๓. ด าเนินการตามโครงการส่งเสริมการอ่าน ๔. สรุป/ประเมินผล/รายงานผล


แผนจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ กิจกรรมนั่งที่ไห ห้องสมุดประชาชนอ าเภอป ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ที่ ชื่อแผนงาน/กิจกรรมหลัก กลุ่มเป้าหมาย เป้าหมาย เชิงปริมาณ เชิงคุณภาพ 1 ส่งเสริมการอ่าน โรงเรียนบ้านหนองขาม - กิจกรรมแนะน าการ เรียนรู้สื่อโลกพูดได้ - กิจกรรมการเล่านิทาน - สมัครสมาชิกห้องสมุด ผ่านคิวอาร์โค้ด - บัญชีลงเวลาการใช้ บริการ - ครู/นักเรียน โรงเรียนบ้านหนอง ขาม 50 คน - ครู/นักเรียนโรงเี บ้านหนองขาม รู้จั กิจกรรมการด าเนิน ของห้องสมุดประช - เป็นการเพิ่มแหล เรียนรู้ให้กับ กลุ่มเป้าหมาย - เป็นการประชาสั กิจกรรมห้องสมุด ประชาชนให้มี กลุ่มเป้าหมายให้รู้ มากขึ้น


35 อ่านการศึกษาตามอัธยาศัย หนอ่านที่นั้น ปทุมรัตต์จังหวัดร้อยเอ็ด ยอ าเภอปทุมรัตต์ส านักงาน กศน.จังหวัดร้อยเอ็ด วิธีการด าเนินงาน ระยะเวลา สถานที่ ผลที่คาดว่าจะได้รับ พ รียน จัก นงาน ชาชน ล่ง สัมพันธ์ ้จัก 1.บรรณารักษ์ และกลุ่ม งานอัธยาศัยจัดกิจกรรม แหล่งเรียนรู้ ให้กับ นักเรียนได้ศึกษาภายใน ห้องสมุด 2. น ากิจกรรมที่เกิดขึ้น ไปประชาสัมพันธ์ทาง facebook ห้องสมุด / และfacebook กศน. ต าบลให้มีความเคลื่อน เป็นที่รู้จักอย่างทั่วถึง 17 ตุลาคม 2565 ห้องสมุด ประชาชน อ าเภอปทุมรัตต์ - กลุ่มเป้าหมายรู้จัก การท างานเป็นกลุ่ม - กลุ่มเป้าหมายรู้จัก การด าเนินงาน กิจกรรมของห้องสมุด มากขึ้น - ห้องสมุดประชาชนมี เป้าหมายเพิ่มขึ้น -กลุ่มเป้าหมายสามารถ น ากิจกรรมที่ท าไป พัฒนาตนเองในการ วางแผนการด ารงชีวิต ในปัจจุบันได้


แผนจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านการศึ กิจกรรมนั่งที่ไห ห้องสมุดประชาชนอ าเภอป ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ที่ ชื่อแผนงาน/กิจกรรมหลัก กลุ่มเป้าหมาย เป้าหมาย เชิงปริมาณ เชิงคุณภาพ 2 ส่งเสริมการอ่านส าหรับชาว ตลาด กิจกรรม“นั่งที่ไหนอ่านที่ นั้น” - มุมการอ่านแนะน าสื่อการ อ่านประเภทนิทาน /วารสาร และนวนิยาย - กิจกรรมระบายสีตาม จินตนาการ - ประชาสัมพันธ์กิจกรรมการ ด าเนินงานห้องสมุดให้เป็นที่ รู้จัก - สมัครสมาชิกห้องสมุดผ่าน คิวอาร์โค้ด - บัญชีลงเวลาการใช้บริการ - แม่ค้า/ประชาชน ที่มาจับจ่ายใช้สอยใน ตลาด 45 คน - แม่ค้า/ประชาชนที่ จับจ่ายใช้สอยในตลา รู้จักกิจกรรมการ ด าเนินงานของห้องส ประชาชน - กลุ่มเป้าหมายมีสื่อ เลือกอ่านตามความส และการใช้เวลาว่างใ ประโยชน์ช่วงรอลูกค ร้าน - เป็นการเพิ่มแหล่งเ ให้กับประชาชนในรูป เชิงรุก - เป็นการประชาสัมพ กิจกรรมห้องสมุด ประชาชนให้มี กลุ่มเป้าหมายให้รู้จัก ขึ้น


36 ศึกษาตามอัธยาศัยส าหรับชาวตลาด หนอ่านที่นั้น ปทุมรัตต์จังหวัดร้อยเอ็ด ยอ าเภอปทุมรัตต์ส านักงาน กศน.จังหวัดร้อยเอ็ด วิธีการด าเนินงาน ระยะเวลา สถานที่ ผลที่คาดว่าจะได้รับ ที่มา าด สมุด อให้ สนใจ ให้เกิด ค้าเข้า เรียนรู้ ปแบบ พันธ์ กมาก 1.บรรณารักษ์ จัดสื่อ ออกให้บริการกับ กลุ่มเป้าหมายอย่างใน รูปแบบเชิงรุก 2. น ากิจกรรมที่เกิดขึ้น ไปประชาสัมพันธ์ทาง facebook ห้องสมุด / และfacebook กศน. ต าบลให้มีความเคลื่อน เป็นที่รู้จักอย่างทั่วถึง 21 ตุลาคม 2565 ตลาดนัด เทศบาลต าบล โนนสวรรค์ - กลุ่มเป้าหมายได้ใช้ เวลาให้เกิดประโยชน์ จากการอ่าน - กลุ่มเป้าหมายรู้จัก การด าเนินงาน กิจกรรมของห้องสมุด มากขึ้น - ห้องสมุดประชาชน มีเป้าหมายเพิ่มขึ้น - กลุ่มเป้าหมายรู้จัก สื่อการอ่านสามารถ เลือกอ่านตามที่สนใจ และน าไปพัฒนาด้าน ความรู้ของตนต่อไป


แผนจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านการศึ กิจกรรมนั่งที่ไห ห้องสมุดประชาชนอ าเภอป ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ที่ ชื่อแผนงาน/กิจกรรมหลัก กลุ่มเป้าหมาย เป้าหมาย เชิงปริมาณ เชิงคุณภาพ 3 ส่งเสริมการอ่านส าหรับชาว ตลาด กิจกรรม“นั่งที่ไหนอ่านที่นั้น” - มุมการอ่านแนะน าสื่อการ อ่านประเภทนิทาน /วารสาร และนวนิยาย - กิจกรรมระบายสีตาม จินตนาการ - ประชาสัมพันธ์กิจกรรมการ ด าเนินงานห้องสมุดให้เป็นที่ รู้จัก - สมัครสมาชิกห้องสมุดผ่านคิว อาร์โค้ด - บัญชีลงเวลาการใช้บริการ - แม่ค้า/ ประชาชนที่มา จับจ่ายใช้สอยใน ตลาด 45 คน - แม่ค้า/ประชาชนที่ม ใช้สอยในตลาด รู้จักกิ การด าเนินงานของห้อ ประชาชน - กลุ่มเป้าหมายมีสื่อให อ่านตามความสนใจแล เวลาว่างให้เกิดประโย ลูกค้าเข้าร้าน - เป็นการเพิ่มแหล่งเรี ประชาชนในรูปแบบเชิ - เป็นการประชาสัมพั กิจกรรมห้องสมุดประ กลุ่มเป้าหมายให้รู้จักม


37 ศึกษาตามอัธยาศัยส าหรับชาวตลาด หนอ่านที่นั้น ปทุมรัตต์จังหวัดร้อยเอ็ด ยอ าเภอปทุมรัตต์ส านักงาน กศน.จังหวัดร้อยเอ็ด วิธีการด าเนินงาน ระยะเวลา สถานที่ ผลที่คาดว่าจะได้รับ พ มาจับจ่าย กิจกรรม องสมุด ห้เลือก ละการใช้ ชน์ช่วงรอ รียนรู้ให้กับ ชิงรุก ันธ์ ะชาชนให้มี มากขึ้น 1.บรรณารักษ์ จัดสื่อ ออกให้บริการกับ กลุ่มเป้าหมายอย่าง ในรูปแบบเชิงรุก 2. น ากิจกรรมที่ เกิดขึ้นไป ประชาสัมพันธ์ทาง facebook ห้องสมุด / และfacebook กศน.ต าบลให้มีความ เคลื่อนเป็นที่รู้จัก อย่างทั่วถึง 25 พฤศจิกายน 2565 ตลาดนัด เทศบาลต าบล โนนสวรรค์ - กลุ่มเป้าหมายได้ใช้ เวลาให้เกิดประโยชน์ จากการอ่าน - กลุ่มเป้าหมายรู้จัก การด าเนินงาน กิจกรรมของห้องสมุด มากขึ้น - ห้องสมุดประชาชน มีเป้าหมายเพิ่มขึ้น - กลุ่มเป้าหมายรู้จัก สื่อการอ่านสามารถ เลือกอ่านตามที่สนใจ และน าไปพัฒนาด้าน ความรู้ของตนต่อไป


แผนจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ กิจกรรมนั่งที่ไห ห้องสมุดประชาชนอ าเภอป ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ที่ ชื่อแผนงาน/กิจกรรมหลัก กลุ่มเป้าหมาย เป้าหมาย เชิงปริมาณ เชิงคุณภาพ 4 ส่งเสริมการอ่าน ณ โรงเรียนบ้านโพนงาม - กิจกรรมอ่านดีมี อาชีพการท าขนมชั้น - กิจกรรมการวาดภาพ ระบายสี - กิจกรรมสรุปการอ่าน ถอดองค์ความรู้เรื่อง ความพอเพียง - สมัครสมาชิก ห้องสมุดผ่านคิวอาร์ โค้ด - บัญชีลงเวลาการใช้ บริการ - ครู/บุคลากรและ นักเรียนโรงเรียนบ้าน โพนงาม 50 คน - ครู/บุคลากรและ นักเรียนโรงเรียนบ้าน งามรู้จักกิจกรรมการ ด าเนินงานของห้องส ประชาชน - กลุ่มเป้าหมายรู้จัก วัตถุดิบ/วิธีการท าขน - กลุ่มเป้าฝึกทักษะด้ จินตนาการในการเลื ระบายภาพและมีคว จากการสรุปถอดองค - เป็นการเพิ่มแหล่งเ ให้กับกลุ่มเป้าหมาย - เป็นการประชาสัมพ กิจกรรมห้องสมุดปร ให้มีกลุ่มเป้าหมายให้ มากขึ้น


38 อ่านการศึกษาตามอัธยาศัย หนอ่านที่นั้น ปทุมรัตต์จังหวัดร้อยเอ็ด ยอ าเภอปทุมรัตต์ส านักงาน กศน.จังหวัดร้อยเอ็ด วิธีการด าเนินงาน ระยะเวลา สถานที่ ผลที่คาดว่าจะได้รับ พ นโพน ร สมุด นมชั้น ด้าน ือกสี วามคิด ค์ความรู้ เรียนรู้ พันธ์ ระชาชน ห้รู้จัก 1.บรรณารักษ์ และ กลุ่มงานอัธยาศัยน า กิจกรรมออกให้บริการ ในรูปแบบเชิงรุก 2. น ากิจกรรมที่เกิดขึ้น ไปประชาสัมพันธ์ทาง facebook ห้องสมุด / และfacebook กศน. ต าบลให้มีความเคลื่อน เป็นที่รู้จักอย่างทั่วถึง 9 – 13 มกราคม 2566 โรงเรียนบ้าน โพนงาม - กลุ่มเป้าหมายเกิด ทักษะการท าขนมชั้น ไว้รับประทานและท า ขายสร้างรายได้ - กลุ่มเป้าหมายรู้จัก การด าเนินงาน กิจกรรมของห้องสมุด มากขึ้น - ห้องสมุดประชาชน มีเป้าหมายเพิ่มขึ้น - กลุ่มเป้าหมาย สามารถน ากิจกรรมที่ ท าไปพัฒนาตนเองใน การวางแผนการ ด ารงชีวิตในปัจจุบัน ได้


แผนจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ กิจกรรมนั่งที่ไห ห้องสมุดประชาชนอ าเภอป ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ที่ ชื่อแผนงาน/กิจกรรมหลัก กลุ่มเป้าหมาย เป้าหมาย เชิงปริมาณ เชิงคุณภาพ 5 กิจกรรมส่งเสริมสื่อมุมการ อ่าน ณ ที่ว่าการอ าเภอ ปทุมรัตต์ - แนะน าสื่อการอ่าน ประเภทนวนิยาย/สื่อ วารสารอาชีพ - สมัครสมาชิก ห้องสมุดผ่านคิวอาร์ โค้ด - บัญชีลงเวลาการใช้ บริการ - ประชาชนที่มา ติดต่อราชการ - เจ้าหน้าที่ ที่ว่าการ/ หัวหน้าส่วนราชการ อ าเภอปทุมรัตต์ 100 คน - ประชาชนที่มาติดต ราชการ - เจ้าหน้าที่ ที่ว่าการ หัวหน้าส่วนราชการอ ปทุมรัตต์ รู้จักกิจกรร ด าเนินงานของห้องส ประชาชน - กลุ่มเป้าหมายมีสื่อ อ่านช่วงรอติดต่อราช เป็นการใช้เวลาว่างให ประโยชน์ - เป็นการเพิ่มแหล่งเ ให้กับประชาชน - เป็นการประชาสัมพ กิจกรรมห้องสมุดปร ให้มีกลุ่มเป้าหมายให้ มากขึ้น


39 อ่านการศึกษาตามอัธยาศัย หนอ่านที่นั้น ปทุมรัตต์จังหวัดร้อยเอ็ด ยอ าเภอปทุมรัตต์ส านักงาน กศน.จังหวัดร้อยเอ็ด วิธีการด าเนินงาน ระยะเวลา สถานที่ ผลที่คาดว่าจะได้รับ พ ต่อ รอ าเภอ/ อ าเภอ รมการ สมุด อให้เลือก ชการ ห้เกิด เรียนรู้ พันธ์ ระชาชน ห้รู้จัก 1.บรรณารักษ์ จัด หมุนเวียนเปลี่ยนสื่อ ให้กับกลุ่มเป้าหมาย อย่างต่อเนื่อง 2. น ากิจกรรมที่ เกิดขึ้นไป ประชาสัมพันธ์ทาง facebook ห้องสมุด / และfacebook กศน.ต าบลให้มีความ เคลื่อนเป็นที่รู้จัก อย่างทั่วถึง 13 – 17 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ว่าการอ าเภอ ปทุมรัตต์ - กลุ่มเป้าหมายได้ใช้ เวลาให้เกิดประโยชน์ จากการอ่าน - กลุ่มเป้าหมายรู้จัก การด าเนินงาน กิจกรรมของห้องสมุด มากขึ้น - ห้องสมุดประชาชนมี เป้าหมายเพิ่มขึ้น - กลุ่มเป้าหมายรู้จัก สื่อการอ่านสามารถ เลือกอ่านตามที่สนใจ และน าไปพัฒนาด้าน ความรู้ของตนต่อไป


แผนจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านการศึ กิจกรรมนั่งที่ไห ห้องสมุดประชาชนอ าเภอป ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ที่ ชื่อแผนงาน/กิจกรรมหลัก กลุ่มเป้าหมาย เป้าหมาย เชิงปริมาณ เชิงคุณภา 6 ส่งเสริมการอ่านส าหรับชาว ตลาด กิจกรรม“นั่งที่ไหนอ่านที่นั้น” - หิ้วตะกร้าแนะน าสื่อการอ่าน ประเภทสื่อวารสารการประกอบ อาชีพ - มอบสื่ออาชีพที่สนใจให้ กลุ่มเป้าหมายได้เรียนรู้ - ประชาสัมพันธ์กิจกรรมการ ด าเนินงานห้องสมุดให้เป็นที่รู้จัก - สมัครสมาชิกห้องสมุด ผ่านคิวอาร์โค้ด - บัญชีลงเวลาการใช้ บริการ - แม่ค้า/ประชาชน ที่มาจับจ่ายใช้สอย ในตลาด 90 คน - แม่ค้า/ประชาชน จับจ่ายใช้สอยในต กิจกรรมการด าเนิน ห้องสมุดประชาชน - กลุ่มเป้าหมายมีสื เลือกอ่านตามควา และการใช้เวลาว่า ประโยชน์ช่วงรอลู ร้าน - เป็นการเพิ่มแหล ให้กับประชาชนใน เชิงรุก - เป็นการประชาสั กิจกรรมห้องสมุดป ให้มีกลุ่มเป้าหมาย มากขึ้น


40 ศึกษาตามอัธยาศัยส าหรับชาวตลาด หนอ่านที่นั้น ปทุมรัตต์จังหวัดร้อยเอ็ด ยอ าเภอปทุมรัตต์ส านักงาน กศน.จังหวัดร้อยเอ็ด วิธีการด าเนินงาน ระยะเวลา สถานที่ ผลที่คาดว่าจะได้รับ าพ นที่มา ลาด รู้จัก นงานของ น สื่อให้ มสนใจ งให้เกิด กค้าเข้า ล่งเรียนรู้ นรูปแบบ สัมพันธ์ ประชาชน ยให้รู้จัก 1.บรรณารักษ์ จัด สื่อออกให้บริการ กับกลุ่มเป้าหมาย อย่างในรูปแบบเชิง รุก 2. น ากิจกรรมที่ เกิดขึ้นไป ประชาสัมพันธ์ทาง facebook ห้องสมุด / และ facebook กศน. ต าบลให้มีความ เคลื่อนเป็นที่รู้จัก อย่างทั่วถึง 27 – 31 มีนาคม 2566 ตลาดสด เทศบาลต าบล บัวแดง - กลุ่มเป้าหมายได้ใช้ เวลาให้เกิดประโยชน์ จากการอ่าน - กลุ่มเป้าหมายรู้จัก การด าเนินงาน กิจกรรมของห้องสมุด มากขึ้น - ห้องสมุดประชาชนมี เป้าหมายเพิ่มขึ้น - กลุ่มเป้าหมายรู้จัก สื่อการอ่านสามารถ เลือกอ่านตามที่สนใจ และน าไปพัฒนาด้าน ความรู้ของตนต่อไป


41 - แผนปฏิบัติการประจ าปี - รายงานผลการด าเนินงาน


42 - บันทักข้อมูลบัญชีลงเวลาการใช้บริการห้องสมุด - กิจกรรมหมุนเวียนสื่อส่งเสริมการอ่าน


43 ฐานข้อมูลการยืมสื่อในห้องสมุด ฐานข้อมูลสมาชิกห้องสมุด ฐานข้อมูลเชื่อมโยงแหล่งเรียนรู้


44 ตัวชี้วัดที่ 3 ด้านการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ตลอดชีวิตด้านการวางแผน น้ าหนัก ; ร้อยละ 20 เกณฑ์การให้คะแนน ; โดยก าหนดเกณฑ์การให้คะแนนดังนี้ 1. มีแผนการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ตลอดชีวิต ทั้งภายใน และภายนอก ห้องสมุด ในรูปแบบต่างๆ 2. มีการจัดกิจกรรมเชิงรุกในพื้นที่ด้วยวิธีการที่น่าสนใจ 3. มีการด าเนินการตามนโยบายประจ าปี 4 กิจกรรม 4. มีการจัดบอร์ดนิทรรศการ ในวันส าคัญ/เทศกาล ส าคัญต่างๆ 5. มีการรายงานผลการด าเนินงาน น้ าหนักคะแนน ด าเนินการได้ 5 ข้อ เท่ากับ 3 คะแนน ด าเนินการได้ 4 ข้อ เท่ากับ 2 คะแนน ด าเนินการได้ 2 ข้อ เท่ากับ 1 คะแนน


Click to View FlipBook Version