-96-
บทท่ี 5
กรณีพิพาทระหวา่ ง ไทย อนิ โดจีน และฝรงั่ เศส (ค.ศ. 1940 - 1941)
สาเหตุของสงคราม
สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 อังกฤษกับไทยทำสัญญาระหว่างกัน
โดยฝ่ายไทยเสียเปรียบโดยบงั คับด้วยภาษีและการศาลไทยจึงยนิ ยอมเพ่ือปอ้ งกนั การเสยี ดินแดน อังกฤษได้หันไปยึด
ยะไข่ เมาะตะมะ ทวาย ตะนาวศรีของพม่า
ต่อมาฝรั่งเศสเอาอย่างอังกฤษ การเสียภาษีและการศาลให้เป็นไปตามอย่างอังกฤษ
และยึดเอาดนิ แดนไทย 5 ครั้ง ดงั น้ี
1867 บังคับใหถ้ ือว่ากัมพูชา เกาะกง เปน็ ของเขมร
1888 ยกสิบสองจุไทยใหฝ้ ร่งั เศส
1893 ยกดินแดนฝั่งซ้ายใหฝ้ รงั่ เศส
1904 ยกฝง่ั ขวาแมน่ ้ำโขงตรงข้ามหลวงพระบางและปากเซใหฝ้ รงั่ เศส
1907 ยดึ เอา พระตะบอง เสียมราฐ ศรโี สภณ (รวมท้งั หมด 5 ครั้ง 467,500 กม.) คนไทยถูกยิงตาย
ท่เี วยี งจันทน์ รัฐบาลไทยทำการประทว้ งต่ออัครราชทูตฝรง่ั เศสประจำประเทศไทย
สมัยตอ่ มาเมื่อ 8 ธ.ค. 1940 นักศกึ ษาออกเดนิ ขบวน 10,000 คน ประชาชน 50,000 คน เรียกร้อง
ให้ จอมพล ป. เรียกร้องเอาดนิ แดนคืน
ก.ค. 1940 ฝรั่งเศสแพ้เยอรมันสงครามโลกครั้งที่ 2 หมดสภาพจากการเป็นมหาอำนาจ
จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีเห็นเปน็ โอกาสเหมาะสมทจ่ี ะเรียกดินแดนคืนจากฝรงั่ เศส
ฝรงั่ เศสสง่ กำลังคุกคามไทยทนั ทใี น 13 พ.ย. 1940 ส่งเคร่อื งบนิ ขา้ มโขงรกุ นา่ นฟา้ ไทยและท้ิงระเบิด
ท่นี ครพนม
ภมู ปิ ระเทศ
1. พืน้ ที่ ทภ.1 อ.อรัญประเทศ และ ศรีโสภณ
2. พ้ืนท่ี ทภ.2 อุดรธานี อบุ ลราชธานี สุรนิ ทร์ นครพนม สกลนคร
3. พนื้ ที่ ทภ.3 ลำปาง เชียงใหม่ นครสวรรค์ นา่ น แคว้นหลวงพระบาง เชียงราย
4. พนื้ ท่ี จว.ตราด เกาะชา้ ง ในความรบั ผดิ ชอบของกองทพั เรือไทย, จว.จนั ทบรุ ี
แผนการรบ ห้วงระยะเวลา พ.ค. 1940 – ม.ค. 1941
ฝ่ายฝรั่งเศส วางแผนเข้าตีและยึดกรุงเทพฯ ใช้กำลังทางบก ทางเรือ ทางอากาศ โดยใช้การเข้าตี
หลักต่อประเทศไทยทางด้านตะวันออกในเขต ทภ. 1 และทางทะเลจนั ทบุรี ตราด เข้าตีรองต่อประเทศไทยทางด้าน
ตะวนั ออกเฉยี งเหนือในเขต ทภ. 2 และ ทภ. 3 บางส่วน
ฝ่ายไทย ตั้งรับเชิงรุก กำลังทางบก ทางเรือ ทางอากาศ สกัดกั้น ต้านทาน ขับไล่ ฝรั่งเศส
ใหไ้ ปจากดินแดนของไทยทเ่ี สียไป คือ ลาว และ เขมร รกุ โต้ตอบ ตามแนว ทภ. 1 และทางทะเลตราด – จนั ทบุรี ทภ.
2 สุรินทร์ อุบล หนองคาย ทภ. 3 เชียงราย น่าน เข้ายึดดินแดนแคว้นหลวงพระบาง ปากลาย สมาบุรี ถึงเมืองเงิน
และยดึ ฝงั่ ซ้ายแม่นำ้ โขงไว้ทัง้ หมด
-97-
การจดั กำลงั การวางกำลังและรูปขบวน
ฝ่ายฝรั่งเศส 28 พ.ย. 1940 ฝรั่งเศสส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดนครพนมใช้กำลังทางบก 3 กองพัน
รกุ เข้าอรญั ประเทศ จว.ปราจีนบรุ ี และวางกำลังทางภาคอีสานของไทยทางช่องเม็ก จว.อุบลราชธานี ป้อมสำโรง จว.
สรุ นิ ทร์ ทา่ แขกเมอื งเวียงจันทร์ ทางแควน้ หลวงพระบางฝงั่ ขวาแมน่ ้ำโขง ฝรัง่ เศสวางกำลังเบาบาง กำลงั ทางเรือ รุก
ตามหวั เมืองชายทะเลตราด – จนั ทบุรี – ชลบุรี – กรุงเทพฯ ใชก้ ำลงั เรอื รบ เรอื ดำน้ำ เคร่อื งบนิ และเรอื สนิ ค้าตดิ อาวุธ
ขนาดใหญ่ รวม 9 ลำ โดยมีเรอื ลามอตตป์ ิเกตต์ เป็นเรือธงและมกี ำลังทางอากาศให้การสนับสนุนตลอดแนวชายแดน
ฝ่ายไทย ผบ.สงู สดุ จอมพล ป. พบิ ลู สงคราม จดั ต้ังกองทัพสนามขึน้ 2 กองทพั กบั 1 กองพลอิสระ
คือกองทัพบูรพา พล.อ.มังกร พรหมโยธี เป็นแม่ทัพ พล.อ.จรูญ เสรีเริงฤทธิ์ เป็นรองแม่ทัพ ตั้งกองบัญชาการที่ จว.
ปราจีนบรุ ี
กองทัพอีสาน พล.อ.หลวงเกรียงศกั ด์ิ พิชติ เปน็ แมท่ พั ตั้งกองบญั ชาการที่ จว.สุรินทร์
กองพลสนามอสิ ระ พล.อ.หลวงหาญสงคราม เป็น ผบ.พล. ต้งั กองบัญชาการที่ จว.ลำปาง
สำหรับทหารอากาศและทหารเรือ ส่งฝูงบินจากกองทัพอากาศไปประจำสนามบินอุบล 3 ฝูง,
สนามบนิ นครพนม 1 ฝงู , สง่ หนว่ ยนาวิกโยธิน 1 กองร้อย ประจำจงั หวดั จันทบุรี สง่ เรือรบ 3 ลำ ประจำทเ่ี กาะชา้ ง
การจัดกำลังด้านจันทบุรี – ตราด กองกำลังทางบก มีกองกำลังนาวิกโยธินและทหารม้า ซึ่งเป็น
ปกี ขวาของกองกำลงั บูรพา ทำการปอ้ งกนั ด้านจนั ทบุรี ตราด น.ต.ทหาร ขำหิรัญ ร.น. เปน็ ผบ.พล.
กองกำลังทางเรือ จัดตั้งกองเรือพิเศษ แบ่งกำลังรบเป็น 3 กองเรือ และ 1 กองบิน ทะเลรักษา
อาณาเขตน่านน้ำไทยไปถึงอ่าวเสียม (เขมร) โดยมีสัตหีบเป็นฐานทัพเรือใหญ่ มีเกาะช้างเป็นฐานทัพเรือหน้า เพ่ือ
ปอ้ งกันมิให้ขา้ ศกึ ยกกำลังขึน้ บก
การปฏิบตั กิ ารรบ
การรบด้านอีสาน กองทัพสนามด้านอีสาน มีหน่วยขึ้นตรง คือ พลาธิการกองทัพสนาม,
กองเสนารกั ษ์สนาม, กองพันทหารสื่อสาร และหนว่ ยกำลงั รบอีก 3 กองพล ประกอบดว้ ย
กองพลสรุ ินทร์ 3 พัน.ร., 1 พนั .ป., กองทหารมา้ รอ. 1 กอง เขา้ ทีต่ งั้ จว.สุรนิ ทร์
กองพลอุบล 1 พนั .ร., 1 พัน.ป., ทหารมา้ 1 กองร้อย ทีต่ ัง้ จว.อุบลราชธานี
กองพลอุดร 3 พัน.ร., 1 พัน.ป. ที่ต้งั จว.อดุ รธานี
บก.กองทัพอสี านต้ัง ณ จว.สุรินทร์
กองพันอีสานเริม่ ทำการรบ 6 ม.ค. 2484 เวลา 0500 ส่ังใหก้ องพลสรุ ินทร์เข้าตีจากช่องจอม – เข้า
ยึดปอ้ มสำโรงของกัมพูชา
กองพลอุบลเขา้ ตจี ากช่องเมก็ – เข้ายึดนครจำปาศกั ดิ์
กองพลอดุ ร ทำการตรงึ ขา้ ศกึ ทเี่ มืองทา่ แขก ที่นครเวียงจันทร์ ที่เมืองสวุ รรณเขต
การรบของกองพลสุรินทร์ มุ่งหมายจะล้อมป้อมสำโรงให้ข้าศึกยอมจำนนแล้วจับเป็นเชลย โดยให้
กองพันทหารม้าทำการสกัดกั้นข้าศึกทางด้านหลังทหารราบและปืนใหญ่เข้าตีทางด้านหน้าของป้อมเมื่อฝ่ายเราเข้า
ประชิดป้อมฝ่ายข้าศึกใช้ปืนกลยิงประสานกันอย่างหนาแน่นบริเวณรอบๆ ป้อมข้าศึกปลูกต้นกระบองเพชรไว้หนา 3
เมตร ทำการยิงกนั นาน 6 ช่ัวโมง ฝ่ายขา้ ศึกสง่ เครื่องบนิ มาทงิ้ ระเบดิ ตอ่ ฝา่ ยเรา ผบ.ร้อยทหารมา้ ตาย 1 คน, ทหาร
-98-
ราบ 2 – 3 คน ฝา่ ยเราจงึ ตอ้ งถอยเข้า จว.สรุ ินทร์ ตอ่ มา 9 ม.ค. 2484 เวลา 0500 ฝ่ายเราเปดิ ยุทธการเข้าตีใหม่โดย
เปดิ ทางหนีให้ข้าศึกออกจากป้อม และเขา้ ยึด จังหวัดเสยี มราฐแลว้ เขา้ ตีปกี ขวาของข้าศึก ประสานหนว่ ยบินฝ่ายเราให้
แนน่ แฟ้น สดุ ท้ายเข้ายึดป้อมสำโรงได้ในวนั เดียว ไมม่ ีขา้ ศกึ พบแพะเพยี ง 8 ตัว และเสบียงอาหาร ทราบจากชาวบ้าน
วา่ ข้าศกึ ถอยหนีไปตง้ั แตว่ ันท่ี 6 ม.ค. 2484 คอื ต่างคนตา่ งถอยหนพี ร้อมกนั
การรบของกองพลอุบล กองระวังหน้าเคลือ่ นทีไ่ ปได้ 10 ก.ม. ก็ปะทะกบั หมู่แมวมองของขา้ ศกึ ข้าศกึ
ได้ยงิ ต้านทานอยพู่ ักหนึง่ กถ็ อยหนเี ขา้ ค่ายบ้านดูกองระวงั หนา้ ทำการไล่ตดิ ตามจนถงึ คา่ ยบา้ นดู่ข้าศกึ ในค่ายทำการยิง
ต้านทานอย่างรุนแรง ผบ.พลสั่งให้กองหนุนตีต่อปีกขวาก็ไม่สามารถเคลื่อนที่เข้าตีป้อมได้ แนวรบห่างจากป้อม
ประมาณ 500 เมตร ทำการยงิ กันอยู่ 3 ช่ังโมง ตา่ งฝา่ ยตา่ งทำอะไรกันไม่ได้ พอดกี ระสนุ ขาดแคลนร้องขอสนับสนนุ ไป
ยังอุบล แล้วสั่งให้อีก 1 กองพันทำการโอบปีกซ้ายอีกครั้ง สนับสนุนด้วยปนื ครกถกู ข้าศกึ ในป้อมเพียงนัดเดียวตาย 5
คน ขา้ ศึกเสียขวัญถอยหนีไปขนึ้ รถบรรทกุ ถอยไปข้างหลงั ทันที ฝา่ ยเรายดึ ป้อมบ้านดไู่ ด้ 6 ม.ค. 2484 เวลา 1300 น.
ชกั ธงไตรรงคข์ ้ึนบนปอ้ มเป็นปฐมฤกษ์
การรบของกองพลอดุ ร ไม่มีเหตุการณร์ า้ ยแรงเป็นแต่ยงิ โต้ตอบกนั ทง้ั 2 ฝ่าย โบสถ์ฝรั่งถกู กระสุนปืน
ใหญข่ องขา้ ศกึ เสยี หายมากท่นี ครพนมพระอโุ บสถที่อำเภอมุกดาหารถกู ปนื ใหญ่พระประธานแหลกไมม่ ีชิ้นดี
กองทัพอากาศไทย สูญเสียนักบิน 1 นาย คือ น.ต.สานิต นวลมณี บินต่อสู้กับเครื่องบินข้าศึกซึ่งมี
ความเร็วสูงกว่า และที่นครพนมเครื่องบินข้าศึกได้ทำการทิ้งระเบิดทำให้ฝ่ายเราสูญเสียเครื่องบินไป 3 เครื่อง
คลังน้ำมนั ถกู ไฟไหม้หมด ผบ.สูงสดุ จึงส่ังให้ย้ายสนามบนิ จากนครพนมมายงั สกลนครเพราะใกลแ้ มน่ ้ำโขงเกนิ ไป
การรบด้านพายัพ ผบ.พล. คือ พ.ท.หลวงหาญ สงคราม พ.ท.หลวงสุทธิสารรณกร เป็นเสนาธิการ
กองพล กองบัญชาการตง้ั ณ จว.ลำปาง วางแผนการรบดังน้ี
ร.พัน. 30 จากลำปาง เข้ายึด บ้านห้วยทราย ซงึ่ อย่ตู รงขา้ มกับ อ.เชยี งของ ของไทย
ร.พัน. 31 จากเชียงใหม่ เข้ายดึ ลำนำ้ โขงที่ท่าเดื่อ โดยเคลอ่ื นทผี่ า่ น จว.นา่ น
ร.พัน. 28 จากนครสวรรคเ์ คลื่อนทไ่ี ปอตุ รดติ ถ์ แล้วปฏิบตั ิการเขา้ ยึดปากลาย
เมือ่ ร.พัน. 31 ยดึ ลำนำ้ โขงได้สำเร็จก็นับว่าได้ดินแดนแควน้ หลวงพระบางฝัง่ ขวาแมน่ ำ้ โขงคืนมาเม่ือ
2 ก.พ. 2484 ในการปฏบิ ัตขิ องกองพลพายัพถึงแม้จะไม่ปะทะรนุ แรงเพราะขา้ ศึกต้านทานไมเ่ หนยี วแนน่ และชิงถอน
ตัวไปก่อนก็ตาม ผลที่ได้คือกองพลพายัพสามารถยึดพื้นที่ได้มากกว่ากองพลอื่นซึ่งมีทั้งหมด 13 กองพล ประมาณ
30,000 ตารางกโิ ลเมตร ราว 38 % ของพน้ื ทีท่ ั้งหมด 113,000 ตารางกโิ ลเมตร ตอ่ มาญปี่ ่นุ ได้มาไกล่เกล่ียไทยได้ทำ
สัญญาสันติภาพกับฝรั่งเศสเมื่อ 9 พ.ค. 2484 ได้มีพิธีรับมอบดินแดนคืนจากฝรั่งเศส เมื่อ 5 ส.ค. 2484 ที่ปากลาย
ดินแดนที่ได้คืนได้จัดตั้งเป็น จว.ล้านช้างของไทย แบ่งเป็น 2 อำเภอ คือ อ.เดชจรัส อ.หาญสงคราม (สมาบุรี) ครั้น
สิ้นสุดสงครามมหาเอเชียบูรพาไทยต้องมอบคืนให้ฝรั่งเศสไป ทั้งนี้จะเห็นว่าเราได้ดินแดนที่เคยเป็นของเราช่ัว
ระยะเวลา 5 ปี 9 เดือน 15 วัน แล้วก็ต้องส่งกลับคืนให้แก่ฝร่ังเศสอีก เนื่องจากอิทธิพลการเมืองภายนอกบีบบังคบั
และความออ่ นแอของเราด้านเศรษฐกิจ การเมือง อีกทงั้ ไม่มีกองทัพเข้มแข็ง กอ็ าจต้องเสยี ดนิ แดนของเราเองอย่างที่
เคยนั้นคือพวกเราไม่สามารถรกั ษาสมบัติของชาติได้ แผ่นดินทบ่ี รรพบรุ ษุ ได้อตุ สา่ หส์ ร้างสมไวใ้ ห้ได้ ตอ่ ไปชนรุ่นหลังจะ
ไปอยูท่ ี่ไหน
-99-
การรบด้านบูรพา
เป็นด้านมีการรบหลักฝ่ายเราทำการรบกับฝรั่งเศสด้าน อ.อรัญประเทศ จำนวนถึง 3 กองพัน
ฝ่ายไทยสามารถเอาชนะฝร่ังเศสได้ เราไดใ้ ช้กำลังทางอากาศสนับสนนุ การรบทางภาคพน้ื ดนิ ร.พัน. 6 จากลพบุรีโดย
การนำ พ.ต.พรอ้ ม ทองพต ออกจากลพบุรี 30 พ.ย.2483 เข้าท่ีตงั้ อ.อรญั ประเทศ มี พ.อ.หลวงพรหมโยธี เป็นแม่ทัพ
การรบบริเวณหลัก 44 ฝรั่งเศสรุกเข้ามาทาง บ.โคกสูง และ บ.โนนหมากมุ่น กำลังฝ่ายฝรั่งเศส
ประมาณ 1 หมู่ ลาดตระเวนผ่านไป บ.ประสาทสลกก๊ก ตะกุดบัวขาว ฝ่ายเรามี ร.ท.สนิท ชาตสิ งิ ห์ กระจายกำลังซุ่ม
โจมตี ฝ่ายฝรง่ั เศสไดพ้ ากนั ถอยหนีไปเมอ่ื รุ่ง 20 ธ.ค. 2483 ปรากฏฝา่ ยฝรัง่ เศสตายหลายคน
กำลังขา้ ศึกสว่ นใหญช่ ุมนุมกันท่ดี ่านปอยเปตและตง้ั ป้อมอยู่ในหย่อมปา่ ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
ของ ปอยเปต ฝ่ายเราตั้งรับตามแนวประตูชัยและบริเวณคลองลึก ท่าข้ามปอยเปต บ.วังมอญ เกิดการปะทะกันและ
ฝ่ายขา้ ศกึ กถ็ อยหนีไป
5 ม.ค. 2484 ผบ.พล ไดส้ ั่งการต่อส้ดู ังน้ี
1. ร.พัน. 6 เขา้ ยึดดา่ นปอยเปต และได้ดดั แปลงภมู ปิ ระเทศอย่างแขง็ แรงตามแนวจุดสำคญั
ถนนอรญั ประเทศ, ศรโี สภณ และด่านปอยเปต, บ.ดง หา้ มถอย
2. ร.พนั . 8 เคลอ่ื นทยี่ ดึ พน้ื ทแ่ี ทน ร.พนั . 6 เมอื่ สงั่
3. ร.พัน. 4 จากวฒั นานครเคลื่อนกำลงั ไปอรัญประเทศ เป็นกองหนนุ
4. ป.พัน. 4 เขา้ ทต่ี ั้งยิงป้องกันให้ ร.พัน. 6
ข้าศึกได้เข้าโจมตีบริเวณที่ทำการด่านและปา่ ทิศตะวันตกและทางประตูชัยซึ่ง ร.พัน.6 ยึดอยู่ทำให้
เกดิ การตอ่ สู้กันอยา่ งหนักฝ่ายเราเข้าโจมตีอย่างกล้าหาญดว้ ยปืนเล็กและปืนกล ปืนใหญใ่ หก้ ารสนับสนนุ
เครอื่ งบินข้าศึกแบบโมราน 3 เคร่อื ง บินมาจากทางทศิ ตะวันออกมุง่ ไปสถานีอรัญประเทศแล้วทำการ
ถล่มสนามบินยังไม่ทนั ทิ้งระเบิด เครื่องบินฝ่ายเราข้ึนทำการบินตอ่ สู้ 1 ลำ นำฮ๊อกไล่ยิงขับไลบ่ ินหนีไปทางศรีโสภณ
บินสงู ในระยะ 2,000 เมตร ร.พัน. 6 ดำเนินการสรู้ บอยา่ งดุเดอื ด ข้าศึกร่นถอยอยา่ งไม่เปน็ ระเบียบเมื่อเวลา 1800 น.
ฝ่ายเรายึดปอยเปตได้ ข้าศึกทิง้ ศพไว้เกลื่อนสมรภูมติ อ่ มาใน 6 ม.ค. 2484 ข้าศึกได้เปิดฉากการรบอกี ตามแนวโรงบ้าน
ทางด้านซ้ายมือถนนศรีโสภณ ฝ่ายเราเคลื่อนที่เข้าหาข้าศึกอยา่ งช้า ๆ และเอาขอนไม้โยนทับลวดหนามเจาะแนวตดิ
ดาบปลายปนื ประจญั บานกบั ข้าศกึ ร.พัน. 6 ยดึ ค่ายปอยเปตได้ ฝา่ ยเราเสียชีวติ 6 คน บาดเจบ็ เลก็ น้อย ส่วนขา้ ศึกท้ิง
ซากศพเกลื่อนสมรภูมิส่วนมากเปน็ ศพทหารเขมรและแขก ในตอนกลางคืนมีเครื่องบินฝรั่งเศสบินมาทิ้งระเบิดหลาย
ครั้งแต่ไม่ตรงจุดฝา่ ยเรา
การรบทางอากาศ 17 ม.ค.2484 เครื่องบินฟาร์มังของฝรั่งเศสบินมาทิ้งระเบิดที่อรัญประเทศ
อย่างหนักหน่วง เครื่องบินของไทย 14 เครื่อง ขึ้นบินมุ่งหน้าไปศรีโสภณทำการโจมตีตอ่ แนวตัง้ รับของฝรั่งเศสสร้าง
ความเสียหายให้ได้มากแล้วบินกลับมายังสนามบิน ในตอนเย็นเครื่องบินฝ่ายเรา 3 เครื่อง มุ่งไปศรีโสภณเพื่อโจมตี
ข้าศึก ฝ่ายฝรั่งเศสใช้เคร่ืองบนิ 5 เครื่องข้ึนทำการตอ่ สู้ ฝ่ายเราทำการทิ้งระเบิดคลังอาวุธข้าศึกสำเร็จแตถ่ ูกยงิ ตกไป
1 เครื่อง อีก 2 เครื่องสามารถบินกลับฐานบินอรัญไดป้ ลอดภัย 3 กองพันทหารฝรั่งเศสต้องพ่ายแพ้ยบั เยินทิง้ ศพไว้
ประมาณ 20 จับเชลยและยุทโธปกรณ์จำนวน 10 คน
-100-
ยุทธนาวีเกาะช้าง 14 ม.ค. 2484 กองทัพเรือไทยส่งหมวดเรือที่ 3 ประกอบด้วย ร.ล.ธนบุรี,
ร.ล.ระยอง, ร.ล.สงขลา,ร.ล.ชลบรุ ,ี ร.ล.หนองสาหร่าย, ร.ล.เทียวอุทก ไปต้งั ฐานหนา้ ทีเ่ กาะชา้ งภายใต้การบงั คบั บัญชา
ของ น.ท.หลวงพร้อม วีระพันธุ ร.น. และใน 16 ม.ค. 2484 กองทัพเรือไทยหน่วยนาวิกโยธินยกพลขึ้นบกที่จันทบุรี
และแหลมงอบ หลังจากประมาณสถานการณ์ฝ่ายข้าศึกแล้วจึงกำหนดแผนที่จอดเรอื ใหม่ 2 จุด คือ ร.ล.ธนบุรี, ร.ล.
เทียวอุทก, ร.ล.หนองสาหร่าย จอดบริเวณเกาะลิ่ม ป้องกันเรือฝรัง่ เศสที่จะเข้ามาทางด้านเกาะชา้ งและยิงชว่ ยทหาร
บนบกบรเิ วณแหลมงอบ ร.ล.สงขลา และ ร.ล.ชลบุรี จอดบรเิ วณเกาะง่าม ปอ้ งกันสนามบนิ เกาะง่าม และปอ้ งกันเรือ
ฝรงั่ เศสทจี่ ะมาทางใต้ของเกาะช้าง
ในวันเดียวกนั น้ันฝรง่ั เศสได้บินลาดตระเวนทางอากาศ แล้วเคลอื่ นกำลังทางเรือประกอบด้วยเรือรบ
เรือดำน้ำ เครื่องบิน และเรือสินค้าติดอาวุธขนาดใหญ่รวม 9 ลำ โดยเรือลามอตต์ ปิเกตก์เป็นเรือธงมี น.อ.เบริ่งเยร์
เป็นผู้บังคับการเรือ แล้วยังประกอบด้วยเรือปืนอูมองต์ดูร์วิลล์ เรือปืนอาร์มิลาน ซาร์เน่ เรือปืนตาอูร์ เรือปืนมาร์น
เรอื ตรวจ เบอรินล์ เรือตรวจอาร์มมังต์ รุสโซ เรือสนิ คา้ ติดอาวุธ 2 ลำ เครื่องบนิ ทะเล 8 เครือ่ ง กองเรอื ฝร่ังเศสเบนหัว
ตามเข็มทศิ มุง่ เขา้ มาทางด้านเกาะชา้ ง เป็นไปตามแผนของ น.อ.หลวงพร้อม วีรพันธุ ร.น.
17 ม.ค. 2484 เวลา 0550 น. ยามตรวจการณ์ ร.ล.ธนบุรี รายงานเหน็ เครื่องบนิ ฝร่ังเศส มาแต่ไกล
ผู้บังคับการเรือสั่งประจำสถานีรบ เครื่องบินฝรั่งเศสโผล่มาทางยอดเขาด้านใต้มุ่งยังกองเรือรบไทยอย่างมั่นใจ ร.ล.
ชลบุรี, ร.ล.สงขลา ระดมยิงอย่างหนักเครือ่ งบินฝร่ังเศส รนรานทิ้งระเบิดแล้วรีบบนิ หนีไป ขณะเดียวกันเวลา 0630
ยามตรวจการณ์ ร.ล.สงขลา เห็นเรอื ลามอตต์ ปิเกตก์ นำกองเรอื โผล่เขา้ มาทางเกาะหวายกบั เกาะใบ ดว้ ยความเรว็ 20
นอ็ ต ทา่ มกลางทศั นวิสยั เลวทำให้ไม่เหน็ เรอื ร.ล.สงขลา เมอ่ื เข้ามาอยใู่ นระยะปนื ร.ล.สงขลา จงึ ระดมยิงเรือลามอตต์
ปเิ กตก์ 1 ตบั เปรยี บเสมือนเดก็ น้อยต่อสู้กับผู้ใหญ่ ขณะเดยี วกนั ร.ล.ชลบรุ ี ก็เข้ามายงิ ชว่ ย และยามตรวจการณ์พบ
เรอื ดูมองต์ ครู ว์ วิ ล์ เรืออารม์ ลิ าน ซารเิ น่ช์ โผลม่ าทางเกาะหวายกับเกาะคุ้ม ขณะเดียวกันเรือตาอูรแ์ ละเรือมาร์นโผล่
มาทางบางเป้าหีบ ร.ล.ชลบุรี จงึ เปล่ียนเปา้ หมายมายังเรือดังกลา่ ว การสู้รบระหว่างเรือตอร์ปิโด 2 ลำ ของไทยกับเรือ
รบฝรั่งเศส 5 ลำ เป็นไปอย่างดุเดือด ถึงแม้จะมีกำลังน้อยกว่าและเสียเปรียบเทียบกันไม่ได้ถูกยิงจนเรือค่อย ๆ จม
ทลี ะน้อยทหารเรือทุกคนไมค่ ิดทอ้ ถอยฝ่าย ร.ล.ธนบุรี ได้ยนิ เสียงปนื ร.ล.ชลบรุ ี และ ร.ล.สงขลา ยิงตอ่ สเู้ คร่อื งบนิ แล้ว
และไดย้ ินเสยี งปนื ถ่ีและหนักขึ้นทหารทุกคนรวู้ ่าเรือตอร์ปิโดท้งั 2 ลำของเรากำลังปะทะข้าศกึ เข้าแล้วด้วยความเป็น
ห่วงผู้บังคับการเรือสั่งเรือเดินหน้าเตรียมรบพวกกาบขวาที่หมายเรือลามอตต์ ปิเกตก์และยิงก่อนเป็นตับแรกด้วย
กระสุนขนาด 8 นว้ิ แท่นคูห่ น้า – หลัง ขณะเดยี วกนั เรือลามอตต์ ปเิ กตต์ ทม่ี ขี นาดใหญ่กว่ายงิ โต้ตอบกระสุนนัดหน่ึง
ในตับท่ี 4 เจาะทะลผุ ่านหอ้ งโถงชอนขึ้นระเบดิ ทะลพุ ื้นหอรบของ ร.ล.ธนบุรี เปน็ เหตุให้ น.ท.หลวงพร้อม วีรพันธุ์ ร.น.
และทหารในหอรบหลายนายเสียชีวิตทันทีและบาดเจบ็ สาหัส ทำให้เรือซึ่งแล่นด้วยความเร็ว 14 นอต หมุนซ้ายเป็น
วงกลม 4 รอบ เป็นโอกาสใหฝ้ ่ายฝร่ังเศสระดมยิงไดอ้ ย่างเตม็ ที่ เม่ือปราศจากหอควบคมุ การยงิ ร.ล.ธนบรุ ีไดท้ ำการยิง
อยา่ งอิสระกระสุนปนื หลายนดั ถูกเรอื ขา้ ศึกเห็นแสงไฟ เปลวระเบิดควนั เพลิงพุ่งขน้ึ บรเิ วณกลางลำล่าถอยไปรวมกำลัง
กบั เรือบริวารอกี 4 ลำ ท่ีแลน่ เข้ามาประกบทางทศิ ตะวันตกของเกาะเหลาในประคบั ประคองกนั หนีไป
ในชว่ งน้ีมเี ครอื่ งบินลำหนง่ึ ตดิ เครอ่ื งหมายไทยบนิ มาในระยะตำ่ ทางด้านหวั เรอื ร.ล.ธนบรุ ี จงึ ไมไ่ ด้ยิง
ตอ่ สูท้ ำใหเ้ ครือ่ งบินทง้ิ ระเบิดลงบนดาดฟา้ เจาะทะลเุ ป็นรูกว้าง 50 ซ.ม. ระเบดิ ในหอ้ งครวั ทหารทำใหท้ หารตายไป 3
นาย ร.ล.ธนบุรไี ฟไหม้แลน่ ไปทางแหลมน้ำแล้วมาทางแหลมงอบ เรอื เอยี งทางกาบขวาและหยุดนง่ิ ร.ล.ชา้ งได้เข้ามา
-101-
ชว่ ยดับไฟแลว้ ลากจูงไปถึงหนา้ แหลมงอบ การตอ่ สู้ป้องกันอธิปไตยของชาติคร้ังน้ี ทหารหาญประจำเรือทั้ง 3 ลำ สละ
ชีพเพอ่ื ชาติ 36 นาย ประวตั ศิ าสตรช์ าติไทยจารึกไว้ไมล่ มื เลอื นในความกล้าหาญและนำ้ ใจชายชาติทหารของทหารเรือ
ไทย
ผลของสงคราม
1. กองทัพบกยดึ ดนิ แดนไดด้ ังน้ี
กองพลพายัพ ยึดได้ฝั่งขวาแม่น้ำโขงตรงข้ามหลวงพระบางและห้วยทราย ตรงขา้ ม อ.เชยี งแสน
กองพลอุบล ยึดได้แควน้ จำปาศกั ดิ์
กองพลสุรินทร์ ยดึ ได้สำโรง และจงกลั
กองพลบรู พา ยึดไดท้ างตะวันตกของศรีโสภณ
กองพลจันทบุรี ยดึ ได้ บ.ภุมเรียง บ.ห้วยเขมร
ญป่ี ุ่นไกล่เกลย่ี ระหว่างไทย – ฝรงั่ เศส 11 มี.ค. 2484 ยกให้ไทย
แคว้นหลวงพระบางเปน็ จว.ลา้ นชา้ ง
แคว้นจำปาศกั ดิ์เป็น จว.นครจำปาศักด์ิ
เมอื งเสียมราชเป็น จว.พิบลู ยส์ งคราม
พระตะบอง ศรีโสภณ เป็น จว.พระตะบอง
ตอ่ มาหลงั สงครามโลกคร้งั ท่ี 2 ฝร่ังเศสชนะสงครามจงึ เรียกร้องเอาดินแดนกลบั คืนไปหมดแลกกับการเข้าเป็นสมาชิก
สหประชาชาตขิ องประเทศไทย
2. สร้างอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็นเกียรติประวัตินักรบไทย ทั้งทหาร, ตำรวจ, พลเรือน บรรจุอัฐิ
ผเู้ สียชีวติ ไว้ ณ ท่ีน้ัน
บทเรยี นจากการรบ
1. ไม่มีมหาอำนาจทางทหารให้การสนับสนุนการรบทำให้การดำรงความเป็นชาติอยู่ได้ยากมัก
ถกู รังแกจากประเทศแข็งแรงกวา่
2. ควรจดจำเสียดินแดนไปมากทุกคนเกิดเป็นคนไทยต้องรักแผน่ ดินเกิดให้เหลอื ไว้สำหรับลกู หลาน
ถ้าเราออ่ นแอไมม่ ที หารทีก่ ล้าหาญแลว้ ตอ่ ไปอาจจะไมม่ แี ผ่นดนิ อยู่
-102-
คำถามท้ายบทท่ี 5
กรณีพพิ าทระหว่างไทย อนิ โดจีน และฝรั่งเศส
1. ในการเรียกรอ้ งให้จอมพล ป.เรียกร้องเอาดนิ แดนคืนทั้งหมด 5 คร้งั มที ใ่ี ดบา้ ง
2. จงอธบิ าย สาเหตขุ องสงครามกณี ีพพิ าท ระหว่างไทย อนิ โดจีน ฝรง่ั เศส
3. จงอธิบายแผนการรบ ของฝ่ายฝร่งั เศส ห้วงระยะเวลา พ.ค. 1940 – ม.ค. 1941 มาพอเขา้ ใจ
4. จงอธิบายแผนการรบ ของฝา่ ยไทย ห้วงระยะเวลา พ.ค. 1940 – ม.ค. 1941 มาพอเขา้ ใจ
5. กองทัพสนามด้านอีสาน มีหน่วยขึ้นตรง คือ พลาธิการกองทัพสนาม, กองเสนารักษ์สนาม, กองพันทหารสื่อสาร
และหน่วยกำลงั รบอกี 3 กองพล คอื กองพลใดบ้าง
6. การรบทางภาคพายัพ ทา้ ยสุดมีพิธีรับมอบดินแดนคนื จากฝรง่ั เศสเมื่อ 5 ส.ค. 2484 ทปี่ ากลาย ดินแดนที่ได้คืนได้
จดั ต้ังเปน็ จว.ล้านช้างของไทย แบ่งเป็น ออกเป็น 2 อำเภอ ประกอบดว้ ย อำเภออะไรบ้าง
7. การรบทางดา้ นบูรพา เมอื่ วันที่ 5 ม.ค. 2484 ผบ.พล ไดส้ ่งั การตอ่ สู้ อย่างไร
8. น.ท.หลวงพร้อม วรี ะพันธุ บังคบั บญั ชาหมวดเรอื ที่ 3 ประกอบดว้ ย เรือใดบ้าง
9. จงสรปุ สถานการณ์ยทุ ธนาวเี กาะชา้ งมาพอเข้าใจ
10. ผลของสงครามกองทัพบกสามารถยึดดนิ แดนก่ที ี่ จงสรปุ มาพอเข้าใจ
-103-
บทที่ 6
สงครามมหาเอเชียบรู พา
สาเหตขุ องการสงคราม
เมื่อสงครามโลกคร้งั ที่ 2 ไดเ้ ปิดฉากขึ้นโดยเยอรมันบุกโปแลนด์ ในตน้ เดอื น ก.ย. 2483 ประเทศไทย
ได้ประกาศตนเป็นกลางอย่างเคร่งครัดตลอดมา แม้เหตุการณ์ทางภาคตะวันออกไกลจะเพิ่มความตึงเครียดขึ้นมา
ตามลำดับ เพราะญ่ีปนุ่ ซงึ่ เป็นภาคีของฝ่ายแกน (เยอรมัน อิตาลี และ ญ่ปี ุ่น) มีแผนความคดิ ท่ีจะครองเอเชีย ไทยก็คง
ยืนหยดั ประกาศความเป็นกลางอยู่เชน่ เดิม
ต่อมาท่าทีของญีป่ ุ่นได้แสดงออกเด่นชัดในการคกุ คามด้านเอเชีย โดยส่งกำลังทหารข้ามมาในอินโด
จีนของฝรั่งเศส ไทยก็คงประกาศตัวเป็นกลางอย่างเดิม ยิ่งกว่านี้ทางการทหารได้ตระหนักแน่ถึงภัยคุกคามจากญ่ีปุน่
จึงไดส้ ั่งให้หน่วยทหารเตรียมรบั สถานการณท์ ่ีจะตอ้ งเผชญิ อยา่ งกวดขัน
สถานะทต่ี ัง้ ทางภูมิศาสตรข์ องไทยมีความสำคญั ทางยุทธศาสตร์ของญีป่ ุ่นอยู่เปน็ อนั มาก ท้ังนี้เพราะ
การเข้าตีพม่าและสิงคโปร์ของญป่ี นุ่ จำเปน็ อยา่ งยิง่ ทตี่ อ้ งส่งกำลงั ทางภาคพ้นื ดนิ ผ่านประเทศไทย ฉะนั้นในทันทีท่ีญ่ีปุ่น
เข้าจู่โจม โจมตี เพอรล์ ฮาร์เบอร์ และฟิลิปปนิ สใ์ น 8 ธ.ค. 2484 ญ่ปี ุ่นกเ็ ข้าโจมตปี ระเทศไทยพรอ้ มกัน โดยยกพลขึ้น
บก ณ จุดสำคัญหลายแห่งและทางภาคใต้ของประเทศไทยอาทิ อรัญประเทศ ประจวบคีรีขันธ์ บางปู สุราษฎร์ธานี
นครศรธี รรมราช สงขลา ปตั ตานี รัฐบาลไทยไดส้ ่งคำขอความชว่ ยเหลอื ไปยังผู้บญั ชาการสูงสุดภาคตะวันออกไกลของ
อังกฤษ ได้รับคำตอบว่าให้ช่วยตนเองไปก่อนเพราะขณะนั้นสภาพขององั กฤษ อยู่ในภาวะขับขัน เป็นอันว่าประเทศ
ไทยต้องต่อสู้กบั ข้าศกึ ซึ่งมีกำลงั มากกว่าอย่างโดดเด่ยี วทหารไทยทางภาคใต้ต่อสู้อย่างองอาจกลา้ หาญท้ัง ๆ ที่มีกำลัง
น้อยกว่าและอาวุธก็ด้อยกว่าทั้งคุณภาพและปริมาณ รัฐบาลไทยในขณะนั้นมองไมเ่ ห็นทางที่จะนำประเทศไทยให้พน้
จากความหายนะจึงไดแ้ กไ้ ขเหตุการณ์เฉพาะหนา้ โดยเปิดเจรจากับญปี่ นุ่ และส่งั ให้ทหารหยดุ ยิงในวันต่อมาการเจรจา
ได้มีการต่อรองยืดเยื้อไปจนกระทั่ง 24 ธ.ค. 2484 ประเทศไทยจำต้องทำสัญญาร่วมรบกับญี่ปุ่น ด้วยเหตุนี้ประเทศ
ไทยจึงรว่ มรบกับญีป่ นุ่ ดว้ ยความจำใจ
การเตรยี มการ
แม้ว่าประเทศไทยจะตื่นตัวในด้านการทหารมาเป็นเวลานาน โดยพยายามปรับปรุงกองทัพให้
เจริญก้าวหน้าทันสมัยเป็นเวลาหลายสิบปีก็ตาม แต่เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศเล็กและเป็นประเทศ
เกษตรกรรม ฉะนั้นอาวุธยุทโธปกรณ์จึงไม่อยู่ในระดับทีพ่ งึ พอใจ อย่างไรก็ดีกองทัพไทยได้พยายามสุดความสามารถ
เท่าที่จะทำได้ โดยสั่งซื้อปืนใหญ่ ปืนกล รถถัง เครื่องบิน และเรือรบจากประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะจากประเทศทาง
ภาคพน้ื ยโุ รป สว่ นอาวุธกลขนาดเลก็ และกระสนุ ประเทศไทยกพ็ ยายามผลิตเอง แต่ผลที่ไดร้ ับปรมิ าณน้อยมาก
กำลงั ทางบก
ในยามปกติ ได้แบ่งเป็น 5 ภาค คือ มณฑลทหารบกที่ 1 ภาคกลาง มณฑลทหารบกที่ 2 ภาค
ตะวันออก, มณฑลทหารบกที่ 3 ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ, มณฑลทหารบกท่ี 4 ภาคเหนือ และ มณฑลทหารบกท่ี 5
ภาคใต้ โดยเฉพาะมณฑลทหารบกท่ี 1, 2, 3 และ 4 ในยามสงครามไดแ้ ปรสภาพเปน็ กำลงั รบ โดยจัดกำลงั เปน็ กองพล
1, 2, 3 และ 4 ตามลำดับ
-104-
หลังจากได้ทำสัญญาร่วมรบกับญี่ปุ่นแล้ว ไทยได้รับอาวธุ จากญี่ปุ่นเป็นต้นวา่ เครื่องบิน รถถัง และ
ปืนกล จำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะปืนกลเบาที่ได้รับจากญี่ปุ่นนั้นเป็นแบบและขนาดแตกต่างจากที่กองทัพไทย
เคยใชอ้ ยู่ ท้งั เวลาในการฝึกใหค้ นุ้ เคยกับอาวุธใหมน่ ม้ี นี ้อยทำให้มีเหตุขัดข้องในเวลารบ บางครั้งเกิดเปน็ ผลเสียหายใน
การปฏบิ ตั กิ ารรบ
กำลงั ทางเรือ จำนวนเรอื รบมไี มก่ ่ีลำ เป็นเรือขนาดเลก็ มุ่งหมายทจ่ี ะรกั ษาชายฝง่ั เทา่ นน้ั
กำลงั ทางอากาศ จำนวนเครอ่ื งบินรบมีไมก่ รี่ อ้ ยเครื่อง ส่วนใหญ่เปน็ เครื่องบินขับไล่
เนื่องจากก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศฝรั่งเศสได้รับการยกย่องว่าเป็นประเทศผู้นำในทาง
การทหารประเทศหนึ่ง การจัดกำลังรบทางภาคพื้นดินของกองทัพบกไทยจึงเลียนแบบฝรั่งเศส และการจัดกำลังท้งั
กองทัพเป็นแบบเดียวกันหมด ไม่มีหน่วยพิเศษแตอ่ ย่างใด รูปการณ์จัดมุ่งที่จะใช้รบในภูมิประเทศเป็นที่ราบมากกว่า
ตลอดจนการฝึกหัดกเ็ ชน่ เดยี วกันกองทัพของเรากอ่ นสงครามโลกคร้ังท่ี 2 ไมค่ ่อยสนใจการรบในป่าหรอื ในภูมิประเทศ
ที่เป็นภูเขาด้วยเหตุนี้เมื่อกองทัพไทยจำต้องไปรบในภาคเหนือของประเทศ ซึ่งภูมิประเทศกันดารเป็นป่าเขาจึงเกิด
ข้อบกพรอ่ งข้นึ เนอ่ื งจากขาดความชำนาญ
การเตรียมการในกจิ การในเขตหลังกค็ งเช่นเดียวกันกองทัพของเรามีความสนใจน้อยเกินไประบบการ
ส่งกำลงั บำรงุ ตลอดจนการฝึกตนเพือ่ กิจการในด้านน้ีเราไมไ่ ด้เตรียมไวต้ ั้งแตใ่ นยามปกตริ วมทง้ั อุปกรณ์การขนส่งก็มี
ไมเ่ พียงพอ
ลักษณะภมู ปิ ระเทศและเสน้ ทางทางคมนาคม
ตามข้อตกลงร่วมรบกับญี่ปุ่น กองทัพไทยต้องปฏิบัติในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย ซึ่งเป็น
ดินแดนสว่ นหน่ึงของพม่า เรยี กกนั วา่ ชานสเตท ลักษณะภูมิประเทศโดยทว่ั ไปทุรกันดาร เป็นป่าและภูเขา ย่ิงลึกเข้า
ไปในดินแดนของขา้ ศึก (ชานสเตท) ภูเขายงิ่ สงู ชันตามลำดบั สงู กว่าระดับนำ้ ทะเลนับเปน็ จำนวนพัน ๆ ฟตุ เต็มไปด้วย
โรคภัยไข้เจ็บ โดยเฉพาะ เชอื้ มาลาเรีย ซึ่งปลดิ ชวี ิตทหารนบั เป็นจำนวนหลายพนั คน
เส้นทางคมนาคมอาจแบ่งไดเ้ ป็นสองตอน ตอนแรกนบั แต่ชายเขตแดนพมา่ มายงั เขตภายในประเทศ
ไทย มีทางรถไฟสายเหนือซึ่งทอดจากเมืองหลวงถึงจังหวัดลำปาง จังหวัดเชียงใหม่ ต่อจากลำปางก็มีเส้นทางถนน
ชั้นที่ 1 ทอดไปถึงชายแดนพม่า จากจังหวัดเชียงใหม่มีถนนไปถึงชายเขตพม่า เส้นทางคมนาคมและลักษณะภูมิ
ประเทศในตอนนส้ี มบรู ณ์กว่าตอนท่ีสอง ซงึ่ จะกล่าวต่อไป
ตอนที่สองนับแต่ชายเขตแดนไทยไปยังดินแดนข้าศึก (ชานสเตท) มีเส้นทางเข้าไปได้สองเส้นทาง
จากเชียงรายกิ่งอำเภอแม่สายไปยงั เชียงตุง(เมืองหลวงของชานสเตท) ยาว 176 ก.ม. เป็นถนนชั้นเลว และเป็นถนน
สายเดียว รถยนตเ์ ดนิ ได้เฉพาะฤดแู ลง้ เทา่ นั้น เส้นทางแคบรถยนตห์ ลกี กันไม่ไดต้ อ้ งจดั ตำบลหลีกเปน็ ระยะ ๆ เสน้ ทาง
สายนเี้ ลยี บไปตามไหล่เขาสูง มหี มอกปกคลุมในตอนเชา้ บางแห่งผ่านหน้าผาชนั จงึ นับวา่ เปน็ ประโยชนอ์ ย่างยิง่ แก่ฝ่าย
ตั้งรบั ในฤดูฝนถนนสายนีใ้ ชไ้ ม่ได้เลยเพราะกลายเปน็ โคลนไปหมดจะผา่ นไปกเ็ ฉพาะคนและสัตว์ต่างเท่าน้ันขนานกับ
เส้นทางสายนีม้ เี ส้นทางคนเดนิ หลายสายซ่งึ ผา่ นไปตามสันเขาทางทรุ กันดารมากเป็นทางของชาวเขาที่ใช้เดินติดต่อกัน
จากจังหวัดเชยี งใหม่ไปยังชายเขตแดนเป็นเส้นทางสายตะวันตก รถยนต์เดินได้ ต่อจากนั้นลุกเขา้ ไปในดินแดนข้าศกึ
เป็นเส้นทางคนเดินและสัตว์ต่าง ผ่านเขาสงู ทรุ กันดารย่ิงกว่าเสน้ ทางสายแรกเสน้ ทางเสน้ น้ีทอดผ่านเมืองสาต และพุ่ง
เข้าสเู่ ชยี งตุงได้เชน่ เดียวกนั ลักษณะภมู ปิ ระเทศในตอนท่ีสองน้ีเป็นดินแดนขา้ ศึกทรุ กนั ดารมากเต็มไปดว้ ยภูเขา ป่าทึบ
-105-
จะมีพื้นราบก็เฉพาะที่ต้ังของเมอื งซ่ึงเป็นพื้นราบระหว่างภเู ขามีพื้นที่จำกัด เสบียงอาหารที่จะแสวงหาตามท้องถิ่นมี
จำนวนน้อย ลำพงั พลเมืองในแถบนี้ก็มอี าหารพอที่จะเลี้ยงตวั เท่านน้ั
สถานการณก์ อ่ นการยุทธ
เมื่อประเทศไทยจำเป็นต้องเข้าสู่สงครามตามที่กล่าวมาแล้วจึงได้ตั้งกองทัพพายัพขึ้นในขั้นแรก
ประกอบด้วยกำลงั พล.4, พล.3, พล.2, และ พล.ม. กำลังเหล่านไ้ี ดแ้ ปรสภาพจากกำลังยามปกตคิ ือจากกำลงั ท่ีประจำ
ในมณฑลทหารบกต่าง ๆ เปน็ กองพล
เพอ่ื รบั สถานการณค์ ับขนั ในช้นั ตน้ พล.4 ซงึ่ ท่ีตงั้ ปกตอิ ยทู่ างภาคเหนอื ของประเทศไทยอยู่แล้วได้รับ
หน้าที่ใหส้ ่งกำลงั เข้าตรึงตามชายเขตแดนด้านเหนอื ไว้ก่อน ในขณะเดียวกนั นนั้ เอง พล.3 และ พล.2 กเ็ คลือ่ นที่เข้าชุม
พล คือ พล.3 จากภาคอีสานเข้าท่ีชุมพลที่อำเภอพะเยา จังหวัดเชียงราย พล.2 จากภาคตะวันออกเข้าชุมพลท่ีจังหวัด
เชยี งใหม่
เมื่อญี่ปุ่นเตรียมการเพื่อจะบุกประเทศพม่า สถานการณ์ของอังกฤษทางด้านนี้จึงนับว่าคับขันยิ่ง
เพราะไม่มีกำลังพลเพียงพอที่จะรับสถานการณ์เช่นนั้นได้ ด้วยเหตุนี้จึงมีข้อตกลงในระหว่างสัมพันธมิตร มอบพื้นท่ี
ชานสเตท อนั เป็นส่วนหนงึ่ ของประเทศพม่า ให้แก่เจยี งไคเช็ครบั ผิดชอบ ฉะนัน้ กำลัง พล.93 ของจีนซ่ึงเปน็ กองพลชน้ั
เยย่ี มของเจียงไคเช็คได้เคลื่อนทเ่ี ข้ารกั ษาพนื้ ทชี่ านสเตทแทนกำลังขององั กฤษต่อไป หมายความวา่ กองทัพพายัพของ
ไทยแทนท่จี ะต้องเผชิญกับกองทัพอังกฤษซ่ึงเปน็ ประเทศค่สู งครามกลับต้องสูร้ บกบั กองทพั จนี
แผนการยทุ ธ
กองทพั พายัพได้รบั มอบหนา้ ท่ใี ห้เข้ายดึ พื้นท่ี ชานสเตท ของพม่าซง่ึ ในขณะเดียวกันกองทัพญปี่ นุ่ กพ็ งุ่
เขา้ ตปี ระเทศพมา่ ดูประหนึ่งกองทัพพายัพปฏิบัตทิ างปกี ด้านเหนอื ของกองทพั ญป่ี ุ่นและมีหนา้ ทปี่ อ้ งกันปีกเท่านัน้ หา
ไดม้ ีความมุ่งหมายที่จะรุกพุง่ ลึกเข้าไปในดนิ แดนจนี ตามที่เข้าใจกันไม่ การสง่ กำลงั เข้ายึดชานสเตทกำหนดการปฏิบัติ
ไวเ้ ป็นสามข้ันด้วยกัน
ข้นั ท่ี 1 เขา้ ยดึ พ้นื ทีต่ ามแนวเมืองสาต – เมืองพยาค – เมอื งเชยี งลับ
ขัน้ ท่ี 2 เขา้ ยดึ เชียงตุงอนั เป็นเมืองหลวงของชานสเตทและเมืองยอง
ขน้ั ท่ี 3 กวาดลา้ งกำลังของขา้ ศึกใหอ้ อกไปจากดนิ แดนชานสเตท
การปฏิบตั ใิ นข้นั ที่ 1 กำหนดให้ พล.2 รุกจากเชยี งใหม่เข้ายดึ เมอื งสาต เปน็ การเข้าตรี อง พล.4 เข้าตี
จากอำเภอแม่สายเข้ายึดเมืองพยาค กองพล.3 เป็นกำลังหนุนเคลื่อนที่ตาม พล.4 การเข้าตีด้านนี้เป็นการ เข้าตี
ที่ 3 เป็นขัน้ การกวาดลา้ งขา้ ศกึ ให้ออกจากดินแดนชานสเตท
การดำเนินกลยทุ ธ์
เมื่อกำลังต่างๆ เข้าที่ตั้งพร้อมตามแผนแล้ว ใน 10 พ.ค. 2485 เวลา 0300 พล.4 เร่ิมเข้าตีตาม
เส้นทางหลัก แม่สาย – เมืองเลน – พยาค ในขณะเดียวกันทางด้านตะวันตกซึ่งเปน็ ด้านเขา้ ตีรอง พล.2 ก็เริ่มเข้าตี
ตามเส้นทาง เชียงใหม่ – เมืองสาต สง่ิ ทีน่ ่าสังเกตกค็ ือการเขา้ ตคี รั้งนท้ี ำในเดอื น พ.ค. ซึ่งเปน็ ต้นฤดฝู นย่อมเป็นทีท่ ราบ
โดยทั่วกันว่าเส้นทางต่างๆ ตลอดจนลักษณะภูมิประเทศที่ทำการรบกันอยู่นี้ ในฤดูฝนยากลำบากเพียงใด เส้นทาง
ต่าง ๆ ยานพาหนะเดินไม่ได้ไข้มาลาเรียระบาดได้โดยง่ายตลอดจนโรคภัยอื่น ๆ ย่อมเกิดขึ้นโดยง่ายในฤดูนี้ เราทำ
สัญญาร่วมรบกับญี่ปุ่นใน ธ.ค. 2484 แต่เปิดการเข้าตีใน พ.ค. 2485 ซึ่งเป็นระยะเวลาห่างกันประมาณห้าเดือน
-106-
คงจะมีเหตุการณ์ทางการเมืองบางประการที่บีบบังคับให้ทางการทหารกระทำการยุทธในฤดูกาลอันไม่เหมาะสม
เช่นน้ัน
ทางดา้ นของ พล.4 พบการต้านทานของขา้ ศกึ ตลอดเป็นระยะ ๆ ตามลำดบั ต้งั แต่เมอื งเลน – เมอื งโก
– เมอื งพยาค เมื่อพิจารณกำลงั และลักษณะการตา้ นทานของข้าศึกแล้วรูส้ กึ วา่ มีความมงุ่ หมายเพียงจะเหนี่ยวรงั้ การรุก
ของกองทัพพายพั ให้ช้าลงมไิ ด้มงุ่ ท่ีจะต้านทานอย่างแตกหกั แม้กระนัน้ ก็ดลี ักษณะภูมิประเทศอันทุรกันดาร เส้นทาง
จำกัดย่อมอำนวยประโยชน์อย่างสูงให้แกฝ่ ่ายตงั้ รบั และฝ่ายขา้ ศกึ ได้เลือกแนวตา้ นทานแต่ละแหง่ ไดเ้ หมาะสมอย่างย่ิง
เพราะเลือกตรงตำบลภูมปิ ระเทศคับขันท้งั สิน้ แมข้ า้ ศึกจะมกี ำลังต้านทาน เพียงเล็กนอ้ ย กส็ ามารถยับยัง้ การเคล่ือนท่ี
ของฝ่ายเราไวเ้ ป็นเวลานาน กว่าจะขบั ไล่ข้าศึกออกจากจดุ ต้านทานแต่ละแหง่ ต้องใช้กำลังมากกวา่ ข้าศกึ หลายเท่าและ
เสียเวลาไปเปน็ อันมาก อนึง่ ปืนใหญ่ไม่สามารถจะตดิ ตามทหารราบไดอ้ ย่างเตม็ ทเี่ พราะเสน้ ทางเตม็ ไปดว้ ยโคลนถึงแม้
จะติดตามไปได้ก็ไม่สามารถจะสนบั สนุน ได้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้เพราะปนื ใหญ่เป็นกระสุนวิถรี าบ จึงแทบกล่าวได้ว่าปืน
ใหญเ่ ท่าท่มี ีอยู่ไม่สามารถชว่ ยทหารราบได้ เฉพาะทหารราบเอง กำลงั ยงิ ของตนเองก็ไมค่ อ่ ยจะสมบูรณ์นกั เพราะมีแต่
อาวธุ กระสุนวถิ รี าบเปน็ สว่ นใหญ่ ฉะน้ันทำใหก้ ารเขา้ ตจี ุดต้านทานของขา้ ศึกเปน็ ไปด้วยความลำบากยิง่
การเข้าตที างด้าน พล.2 ซึ่งเป็นด้านเข้าตีรองคงปะทะข้าศึกกำลังเพยี งเล็กน้อยความลำบากในเรื่อง
ภูมิประเทศยิ่งกว่าทางด้านเข้าตีหลักการเคลื่อนที่จึงล่าช้าเพราะการส่งกำลังบำรุงมักจะขัดข้องเสมอ เมื่อ พล.4 ยึด
เมืองพยาคไดแ้ ล้ว พล.2 จงึ ถอนตวั กลับมายงั ชายเขตแดน
หลังจาก พล.4 เริ่มเคลื่อนที่เข้าตีได้ประมาณหนึ่งสัปดาห์ ก็สามารถยึดเมืองพยาคเมืองเชียงลับ ซึ่ง
เป็นที่หมายขั้นทีห่ นึง่ ไว้ได้ พล.3 ซึ่งเป็นพลหนุนเคล่ือนทีต่ าม พล.4 อย่างกระชั้นชิดสภาพของทหารในขณะน้ันบอบ
ชำ้ มากเน่อื งจากฝนตกทกุ วันเครอ่ื งนุง่ หม่ และอปุ กรณ์กนั ฝนกไ็ ม่มกี ารลำเลียงทำไมส่ ะดวกเพราะลำเลียงด้วยรถยนต์ใช้
ไม่ได้ทางเปน็ หล่มโคลนรถยนต์ทีใ่ ช้ลำเลียงติดหล่มตามทางนบั เปน็ จำนวนร้อย ๆ คัน ทหารเริม่ เป็นไขม้ าลาเรยี ยาไมม่ ี
พอบำบดั เฉพาะ พล.3 ซง่ึ เปน็ กองหนุนเพยี งเคลอ่ื นที่ตดิ ตาม พล.4 จำนวนทหารป่วยเกินกวา่ รอ้ ยละ 50 แต่ขวัญของ
ทหารยังอยใู่ นระดบั ทีพ่ อทำการรบต่อไปได้
ประมาณ 20 พ.ค. 2485 พล.3 ถึงเมืองพยาค การปฏิบัติขั้นต่อไปคือขั้นที่ 2 เป็นหน้าที่ของ
พล.3, พล.4 ทำหน้าที่เป็นกองหนุน การปฏิบัติในขั้นนี้นับว่าสำคัญ เพราะจะต้องเข้าตีและยึดเมืองเชียงตุง ซึ่งเป็น
เมอื งหลวงของชานสเตทไว้ใหไ้ ด้ ขณะนั้นกำลงั พล.93 ของจนี ไดถ้ อนตวั ไปทางเหนอื ตามลำดบั วางกำลังต้านทานไว้
เป็นขั้น ๆ ตามลำดบั เพ่ือหน่วงเหนีย่ วการเคล่ือนที่ของกองทพั พายพั
จากเมืองพยาคไปเชียงตงุ เส้นทางทสี่ ะดวกมเี พยี งเส้นทางเดียวซ่งึ ถือเป็นเสน้ ทางหลัก ตามเสน้ ทางน้ี
ก่อนจะถึงตวั เมอื งเชยี งตงุ ประมาณ 30 ก.ม. มีเสน้ ทางแยกขนึ้ เขา “ดอยเหมย” ซงึ่ อยูท่ างตะวนั ตกใต้เชยี งตุง จากเขา
ลูกนี้ลงไปสู่เชียงตุงเช่นเดียวกันบนดอยเหมยสูงกว่าระดับน้ำทะเลหลายพันฟุต ในยามปกติเป็นที่ตั้งของกองทัพ
องั กฤษซงึ่ รกั ษาชานสเตท ต่อมาภายหลงั เปน็ ที่ตัง้ กำลังส่วนใหญข่ อง พล.93 จนี ฉะนั้น พล.93 จีนจึงไดด้ ดั แปลงท่ีม่ัน
ตามไหลเ่ ขา ตามชอ่ งแคบไวอ้ ย่างมนั่ คง ท้งั นี้เพราะดอยเหมยเปน็ จดุ ยุทธศาสตร์ท่ีสำคัญของชานสเตท ถ้าหากจีนคิด
จะตา้ นทานอย่างแตกหักจริง ๆ แล้ว กองทัพพายัพจะผ่านแนวต้านทานแหง่ น้ีไปได้โดยยากนอกจากเสน้ ทางที่กล่าวนี้
มเี สน้ ทางคนเดนิ ทอดขนาน ไปทางทศิ ตะวนั ตก เสน้ ทางน้ีลำบากแกก่ ารเคลื่อนที่ เพราะตอ้ งเดินตามสันเขาชันการเข้า
ตขี อง พล.3 ใชก้ ำลังดังนี้ ร.9 ยึดเมืองยอง มหี นา้ ท่รี ักษาปีกตะวนั ออก ร. 8 เขา้ ตีหลกั ยึดเมืองเชยี งตุงและดอยเหมย
-107-
ร.7 เป็นกองหนนุ เคล่ือนท่ตี าม ร.8 ร.8 จดั กำลังสว่ นหนึ่งเคลอ่ื นตามเสน้ ทางคนเดนิ ทางตะวนั ตกตามสนั เขาซ่ึงขนาน
กับเสน้ ทางหลักเพอ่ื เปน็ การปอ้ งกนั ปกี ตะวนั ตก
การเข้าตีเพื่อยึดเชียงตุงเดิมทีเดียวคาดว่าคงประสบการต้านทานข้าศึกอย่างเหนียวแน่น
แต่ความเป็นจริงกลบั ตรงข้าม ฝา่ ยเราได้รับการต้านทานของข้าศึกเพยี งเล็กน้อย ซ่งึ เป็นการหน่วงเหน่ยี วของกองระวัง
หลงั ของขา้ ศกึ เท่าน้นั ทั้งน้ีเพราะ พล.93 จนี ไม่สามารถยดึ เชียงตงุ ไว้ตอ่ ไป โดยถูกกำลงั ญปี่ ุ่นคุกคามทางปีกตะวันตก
คือ ญี่ปุ่นยึดเมืองมัลฑะเลย์ จุดยุทธศาสตร์อันสำคัญทางภาคเหนือพม่า ได้ใน 4 พ.ค. 2485 ในที่สุดกำลังของ พล.3
ยึดเชยี งตงุ ไดใ้ น 26 พ.ค. 2485 และยึดเมืองยองได้ ใน 30 พ.ค. 2485 กอ่ นถอนตัว พล.93 จนี ไดเ้ ผาผลาญทุกสิ่งทุก
อย่างตลอดจนตึกรามบ้านช่องของอังกฤษ เพื่อมิให้เราได้ประโยชน์จากการยึดเชียงตุง แม้ว่ากองทัพพายัพสามารถ
ปฏบิ ัติการขน้ั ที่ 2 เป็นผลสำเร็จก็ตามแตส่ ภาพของทหารในขณะน้ีบอบช้ำเพราะภยั ธรรมชาติทหารเปน็ ไข้มาลาเรียทุก
คน อาหารเร่ิมขาดแคลนยารักษาโรคไม่เพยี งพอ ถ้าพิจารณาถงึ สภาพการณ์แล้วไมน่ ่าจะใช้ พล.3 ปฏิบัติหน้าท่ีในข้ัน
ที่ 3 แต่มีความจำเป็นบางประการกองพลนี้จำต้องทำการกวาดล้างข้าศึกให้ออกจากดินแดนชานสเตทซึ่งเป็นการ
ปฏิบัตใิ นขัน้ ที่ 3 ต่อไปจนได้
การปฏิบัติงานขั้นที่ 3 ของกองทัพพายัพเป็นหน้าที่ของ พล.3 ดังได้กล่าวแล้วกองพลนี้เริ่มปฏิบัติ
8 มิ.ย.2485 ใช้กำลงั ดงั น้ี
ร.7 กวาดข้าศึกให้ออกจากเขตแดนชานสเตทตั้งแต่เมืองยางถึงเมอื งมะ ร.8 เป็นกองหนุนทีเ่ ชียงตงุ
ร.9 ยดึ รกั ษาเมืองยอง การกวาดล้างทางด้านเมอื งยาง ปรากฏวา่ ขา้ ศกึ ชิงถอนตัวเข้าสู่แคว้นยนู านเสียกอ่ น จึงไม่มีการ
ต้านทานใด ๆ ส่วนทางดา้ นเมอื งมะนนั้ ขา้ ศึกตา้ นทานอยา่ งเข้มแขง็ เพราะเส้นทางนม้ี คี วามสำคัญในทางยุทธศาสตร์
เพราะเส้นทางใหญท่ ท่ี อดไปสู่แคว้นสิบสองปนั นา พ่งุ เขา้ สคู่ ุนหมงิ การปอ้ งกนั รกั ษาชอ่ งประตดู ้านนี้ข้าศึกได้เลือกภูมิ
ประเทศต้านทานไดอ้ ยา่ งดนี า่ ชมเชยคือวางแนวต้านทานไว้ที่เขาก่วิ ทราย ก่อนถงึ เมอื งมะประมาณ 20 ก.ม. ดัดแปลง
ที่มั่นอย่างประณีตและมั่นคงมีเครื่องกีดขวางถึง 5 ชั้น ทางที่จะเข้าสู่ที่มั่นแห่งนี้มีเส้นทางทางเดียว ณ ที่มั่นข้าศึก
อาวุธยิงสามารถคุ้มครองพื้นที่และเส้นทางได้โดยตลอด และอยู่ในระยะยิงที่ฉกรรจ์ข้าศึกใช้กำลังรักษาที่มั่นแห่งนี้
ประมาณ 1 กองพัน นอกจากนี้อีกทางหนึ่ง ที่จะพุ่งสู่เมืองมะได้คือ เส้นทางแคบ ๆ ทางตะวันออกเป็นทางลัดแต่
ลำบากต้องผ่านเขาชัน เส้นทางนี้ข้าศึกปิดเส้นทางด้วยการล้มตน้ ไม้ทับทางไวเ้ ป็นระยะ ๆ และวางกำลังรักษาเพียง
เล็กน้อย การเข้าตีที่มั่นบนเขาก่ิวทรายเป็นภาระที่หนักที่สุดของ พล.3 ตลอดสงครามครั้งนี้ กำลังของ ร.7 ที่ใช้ คือ
ร.พัน.20 เข้าตีตรงหนา้ ต่อที่แนวรกั ษาดา่ นข้าศึกที่ลำน้ำหลวย ตรงข้ามตาปิง ใน 13 มิ.ย. 2485 กำลังส่วนหนึ่งของ
ร.พัน.21 เข้าตีปีกซ้ายข้าศึกที่ท่าข้ามที่ตาลอมภายในวันน้ีเองข้าศึกถอนตัวไปตั้งรบั ในแนวที่มั่นใหญบ่ นเขากิว่ ทราย
ร.พัน.20 พยายามไลต่ ดิ ตามและเข้าตีจนถงึ วันท่ี 20 มิ.ย. 2485 ไมส่ ำเร็จกลับเปน็ ฝา่ ยเสยี เปรยี บขา้ ศกึ ตกอยู่ในสภาพ
อันตรายในขณะเดียวกันนเ้ี อง ร.พัน.21 เคลือ่ นทไี่ ปตามเสน้ ทางแคบ ๆ ซ่งึ เป็นทางลัดทางตะวนั ออกหวังจะโอบหลังที่
มั่นข้าศึกที่เขากิ่วทราย ข้าศึกได้อาศัยความชำนาญภูมิประเทศหลอกล่อให้กำลังส่วนหน้าของ ร.พัน.21 ตกอยู่ในท่ี
ลอ้ มหุบเขาบ้านปางกอ้ การรบได้เกดิ ข้นึ อย่างดเุ ดอื ดจนถงึ ใช้ดาบปลายปนื ในการรบแหง่ นี้ กองทัพพายัพตอ้ งสูญเสีย
นายทหารชั้นนายพันไป 1 คน คือ ผบ.ร.21 เมื่อ 16 มิ.ย.2485 ในคืนนั้นเองกองพันนี้ต้องถอนตัวกลับลงมาตาม
เส้นทางเดิมทหารบอบช้ำอิดโรยเสียขวัญ เพราะต้องสูญเสียผู้บังคับบัญชากำลังส่วนนี้ถอยถึงลำน้ำหลวย
ใน 18 มิ.ย. 2485 สภาพของ ร.7 เป็นกำลังสำคญั ของ พล.3 หมดแรง ทหารเจ็บป่วย และอาหารไม่เพียงพอ การส่ง
-108-
กำลังบำรุงขัดข้อง ร.พัน.20 ที่กำลังตรึงข้าศึกบนเขากิ่วทรายไม่อยู่ในสภาพที่จะทำการรบต่อไปได้ ร.7 จึงสั่งให้
ร.พัน.21 ซึ่งอยู่สภาพที่บอบช้ำเสียขวัญอยู่แล้วพัก 5 วัน แล้วส่งเข้าสับเปลี่ยน ร.พัน.20 ตรึงกำลังข้าศึกไว้ระหว่าง
25 ถงึ 29 ม.ิ ย. 2485 ในระหวา่ งน้ี พล.3 ได้สง่ ร.8 ซ่ึงเป็นกำลังหนุนทเี่ ชยี งตงุ เข้าตีปีกซ้ายขา้ ศึกตามเส้นทางท่าข้าม
– ตาลอม – เมืองมะ กับสง่ั ให้ ป.พนั .7 และ ป.พัน.9 จัดกำลังทำหน้าทอ่ี ย่างทหารราบเปน็ กองแยกเข้าตปี ีกขวาข้าศึก
ตามเส้นทางแคบ ๆ บนสันเขาการรบได้ดำเนินไปอย่างดุเดือดอีกครัง้ หนึ่งระหว่างเข้าตีฝ่ายเรามีกำลังทางอากาศมา
สนับสนุนการเข้าตีครั้งนี้ด้วยการทิ้งระเบิดและโจมตีที่มั่นบนเขากิ่วทรายถึง 3 วัน คือ 27, 28, 29 มิ.ย. 2485 ผล
ปรากฏวา่ ไม่สามารถทำลายท่ีมัน่ ข้าศกึ ได้เพราะการดดั แปลงที่ม่นั ของทหารจนี มนั่ คงยิ่งนกั โดยเจาะเข้าไปในเขาแล้ว
ทำที่พักใต้ดินประกอบกับลูกระเบิดที่ใช้ทำลายเป็นขนาดกลาง ไม่สามารถจะทำลายล้างที่มั่นข้าศึกได้การเข้าตี
ตรงหน้าและเข้าตีปีกทางพื้นดิน ผลปรากฏวา่ ถกู ข้าศกึ ตโี ตต้ อบถอยร่นลงมาทกุ ด้าน การเข้าตคี รงั้ นเ้ี ป็นความพยายาม
คร้งั สดุ ท้ายของ พล.3 กองพลน้ไี มส่ ามารถจะหากำลังรบที่ใดมาแก้ไขสถานการณ์ใหด้ ีขน้ึ อกี แลว้ จึงได้สั่งถอนตัวกลับ
ลงมายึดฝงั่ ใตข้ องแม่นำ้ หลวยในคืน 28-30 ม.ิ ย. 2485 ข้าศึกไดไ้ ลต่ ดิ ตามทนั ทดี ้วยการอาศยั ความชำนาญภูมิประเทศ
มากกว่าฝ่ายเราข้าศึกได้ส่งกำลังเข้าตีตัดกลางขบวนในขณะที่ถอนตัวในท่าข้ามตาปิง การเข้าตีครั้งนี้เป็นการเข้าตี
ตรงต่อกองบังคับการ ร.7 การรบอย่างรนุ แรงไดบ้ งั เกิดข้ึนอกี ครั้งหนงึ่ ในที่สดุ กส็ ามารถยับยัง้ การเข้าตีของข้าศึกแล้ว
ถอนตวั ข้ามลำน้ำหลวย มาได้ด้วยความปลอดภยั
ระหว่าง 1 ก.ค. 2485 – 28 พ.ย. 2485 พล.3 จัดกองรักษาด่าน รักษาช่องทางต่าง ๆ ที่จะเข้ามา
สเู่ ชยี งตงุ โดยอาศยั ลำนำ้ หลวยเป็นแนวขวางกน้ั กำลงั ส่วนใหญ่ถอนมาพกั ชานเมอื งเชยี งตงุ รวมทง้ั ร.พนั .19 กถ็ อนมา
ในขณะเดยี วกันดว้ ย เมือ่ กองทัพพายพั เหน็ ว่า พล.3 อยู่ในสภาพที่หมดแรง ไมส่ ามารถจะทำการรบตอ่ ไปไดแ้ ลว้ จึงได้
ส่งกำลงั พล.4 ขึน้ ไปสับเปล่ยี นหน้าท่ี พล.3 ถอนตัวมาพักฟ้ืนทจ่ี ังหวดั เชยี งรายต้งั แต่ 1 พ.ค. 2485 ถึงต้น ม.ค. 2487
เพอ่ื กวาดลา้ งขา้ ศึกให้ออกจากดนิ แดนชานสเตทใหห้ มดส้ินใหไ้ ด้ กองทพั พายพั ได้ใช้กำลงั พล.4 เข้า
ตีตรงหน้าข้าศึกในแนวที่มั่นบนเขากิ่วทราย และใช้ พล.ม. เคลื่อนที่เข้ายึดเมืองยางแล้วเขา้ ตีโอบด้านหลังทีเ่ มอื งมะ
ผลปรากฏว่า พล.ม. สามารถยึดเมืองมะไว้ได้ข้าศึกที่ตรึงกับกำลังพล 4 ที่เขากิ่วทราย จำต้องถอนตัวหนีไปตาม
เส้นทางเลก็ ๆ บนสนั เขาแล้วขา้ มแม่น้ำรำไปดินแดนแควน้ สิบสองปันนาซง่ึ อยู่ในความครอบครองของจนี ในระหวา่ งน้ี
เหตกุ ารณท์ างดา้ นเมืองยองคงมีการปะทะกันเป็นครงั้ คราว ไม่มีผลกระทบกระเทือน ต่อสถานการณข์ องกองทัพพายพั
แตอ่ ย่างใด
สถานการณ์ต้นปี พ.ศ. 2486 นับว่าภารกิจของกองทัพพายัพสำเร็จลุล่วงไปตามแผนทุกประการ
งานข้นั ต่อไปได้แก่การยึดรกั ษาชานสเตทไว้มิใหข้ ้าศึกตีโตก้ ลับคืนได้ กองทัพพายัพได้สับเปลี่ยนกำลังที่รักษาพ้ืนที่นี้ไว้
หลายครั้งด้วยกันตามลำดับดังนี้ หลังจาก พล.4 และ พล.ม. สามารถยึดที่มั่นสำคัญบนเขากิ่วทรายของข้าศึกแล้ว
พล.2 จากจังหวัดเชียงใหมข่ ้นึ มาสับเปลย่ี นรกั ษาชานสเตทแทน ต่อมาได้มีการสับเปลี่ยนอกี ครง้ั หนึ่ง เป็นคร้ังสุดท้าย
คอื พล.3 หลังจากได้พกั ฟน้ื ในเขตหลงั เป็นเวลาหน่ึงปกี ับสองเดือนได้ขน้ึ ไปสับเปลยี่ น พล.2 เม่ือต้นปี พ.ศ.2487 และ
ยึดรักษาพื้นที่ไว้ตลอดสงครามได้สงบลง การปฏิบัติการยึดรักษาพื้นที่ชานสเตทนี้คงมีเหตุการณ์รบเกิดขึ้นอย่าง
ประปราย สว่ นใหญเ่ ป็นกองปฏิบัติการลาดตะเวนเพื่อหาข่าว และการแยง่ ภูมปิ ระเทศท่ีมีความสำคัญทางยุทธวิธีการ
รบเหลา่ นี้ถ้าจะพจิ ารณาถงึ ความสำคัญในระดบั ของกองทพั แลว้ ก็ไม่สำคญั มากนัก แตก่ เ็ ป็นงานหนกั สำหรับหน่วยรอง
ๆ ลงมาเช่น กองพัน กองร้อย และหมวด ตลอดระยะเวลาที่กำลังส่วนใหญ่ พล.3 ยึดครองพื้นที่ ชานสเตทอยู่ตั้งแต่
-109-
ม.ค.2487 ถึง พ.ค. 2488 เฉลี่ยเหตุการณ์รบย่อย ๆ แล้ว สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ผลการรบในระยะนีส้ รุปแล้ว พล.3 ได้
ปฏิบัติงานได้ผลดีเพราะหน่วยทหาร มีความชำนาญภูมิประเทศดียิ่งขึ้น และคุ้นต่อการปฏิบัติการรบในป่าได้แก้ไข
ขอ้ บกพรอ่ งจากการในปกี ่อน ๆ ใหห้ มดไป ประกอบกับไดแ้ กไ้ ขการจดั กำลังเสยี ใหม่ ให้มีความคลอ่ งตัวยงิ่ ขึ้น กลา่ วคอื
ลดกำลงั พลของ กองพัน ร. ใหน้ ้อยลง เปน็ ต้นวา่ แตเ่ ดมิ รอ้ ย 4 ซึง้ เปน็ กองร้อยอาวุธหนักมีปืนกลหนกั ถงึ 12 กระบอก
ซ่ึงตอ้ งใชท้ หารประมาณ 300 คนได้ลดลงมา 6 กระบอก ใช้ทหารเพยี งร้อยกวา่ คน ความจริง ปก.หนักแบบนม้ี นี ้ำหนกั
มากเกนิ ไป เหมาะแกก่ ารรบบนพื้นทีร่ าบเทา่ น้นั นอกจากน้นั ปนื ใหญท่ หารราบแบบ 77 เรากเ็ ลกิ ใชเ้ พราะหนักเกินไป
ลากขึ้นเขาไม่ไหวใช้เฉพาะปืนใหญ่แบบ 49 (เป็น ป.ของเหล่า ป. สั่งใช้ราชการในปี พ.ศ.2449 ไม่มีเครื่องรับแรง
สะท้อนถอยหลังยงิ ด้วยวิธีเล็งตรง)
ปัญหาอันยิ่งใหญ่ที่เผชิญหน้ากองทัพพายัพในระยะนี้มิใช้การกระทำของข้าศึกแต่อยู่ที่สุขภาพของ
ทหารทหารเป็นไข้มาลาเรียทุกคน คนไหนเปน็ มากก็นอนปว่ ยในแนวสนามเพราะบนยอดเขาสงู คนไหนป่วยน้อยกท็ ำ
การรบต่อไปเมื่อมีเหตุการณ์เนื่องจากการขาดแคลนยารักษา ประกอบกับการส่งกำลังไม่ดี โดยเฉพาะในฤดูฝนใช้
ยานพาหนะไม่ได้ จำนวนทหารทีถ่ งึ แกก่ รรมเพราะไข้มาลาเรยี ไดท้ วสี งู ข้ึนอยา่ งไม่มที า่ ทจี ะลดลงได้
ระหว่างที่ พล.3 ยึดครองชานสเตทในระยะหลังน้ี ได้รับคำสัง่ จากกองทัพพายัพให้ติดต่อกบั พล.93
จนี อย่างลับ ๆ เพื่อวางแผนร่วมกันตอ่ ตา้ นญปี่ ุน่ ตามนโยบาย จอมพล ป.พบิ ูลสงคราม พล.3 และ พล.93 จนี ไดท้ ำการ
ติดต่อกันหลายครั้งแต่ไม่ทันที่จะตกลงกันอย่างแน่ชัดสงครามยุติลงเสียก่อนการปฏิบัติการถอนตัวของ
พล.3 ออกจากชานสเตทในระยะหลังก่อนสงครามสงบลงเล็กน้อยเป็นการปฏบิ ัติที่ลำบากยิ่ง เพราะในขณะนั้นญี่ปุน่
แสดงความไม่เป็นมิตรแกไ่ ทย ญป่ี ุน่ ได้สง่ กำลงั ไปคมุ เชิงด้านหลงั ของหนว่ ยของไทยทุกจุดไม่ว่าแนวหน้าหรือแนวหลัง
พล.3 ต้องเป็นห่วงทั้งข้างหน้าและข้างหลัง ข้างหน้ากำลังสัมพันธมิตรอันมีกำลังหน่วยรบพิเศษของอังกฤษกับจีน
ร่วมกันออกตีโต้ทางตรงหน้า และตัดเส้นทางถอยทางด้านตะวันตก เพราะในขณะนี้กองทัพญี่ปุ่นได้ถอยร่นจาก
ภาคเหนือของพม่าแล้วทำให้ปกี ซ้ายของกองทัพพายัพเปิดว่างทางด้านหลงั ของหน่วยทหารไทยทุกหน่วยมกี ำลงั ของ
ญี่ปุ่นคุมเชิงอยู่ ฉะนั้นเราต้องวางแผนอย่างรอบคอบในการสูพ้ ลางถอยพลางจนสามารถถอนกำลังส่วนใหญ่รอดพ้น
จากความหายนะมาถึงเขตแดนไทยสำเร็จใน 13 พ.ค. 2488 คงมีกำลงั เหลือไวใ้ นเชียงตุงเพียงกองพันเดียว คอื ร.พัน.
52 ของ ร.7 พล.3 เมอื่ ญป่ี ุ่นยอมจำนนตอ่ สมั พันธมิตรเมื่อ 14 ส.ค.2488 ตอ่ มากองพันทหารราบท่ีรกั ษาเชียงตุงได้ทำ
พิธีมอบแควน้ ชานสเตทคืนให้แกอ่ งั กฤษภารกจิ ของกองทัพพายพั ในสงครามโลกคร้ังที่ 2 กเ็ ปน็ อนั สิน้ สดุ ลง
บทเรียนจากการรบ
ประเทศไทยก็มีสภาพเชน่ เดยี วกับประเทศฟินแลนด,์ นอร์เวย์, เดนมาร์ค, เบลเยีย่ ม และฮอลแลนด์
แม้ว่าจะดำเนินนโยบายเป็นกลางอย่างเคร่งครัด แต่ลักษณะที่ตั้งทางภมู ิศาสตร์มีความสำคัญในทางยุทธศาสตรข์ อง
มหาประเทศ ย่อมจะรกั ษาความเป็นกลางไว้ไมไ่ ด้ จึงจำเปน็ ตอ้ งเขา้ สสู่ งครามด้วยความจำใจ ฉะนัน้ ในยามปกติเราต้อง
พจิ ารณาใหแ้ น่ชัดวา่ ประเทศใดจะเป็นศัตรูและเตรยี มไว้เสียแตเ่ นิน่ สำหรบั ประเทศเล็ก ๆ จำเป็นอย่างย่ิงที่จะต้องผูก
มิตรกบั มหาอำนาจที่เปน็ ฝา่ ยตรงขา้ มกบั ประเทศท่เี ป็นศัตรู
ประเทศมหาอำนาจเมื่อแน่ใจในมิตรอันซื่อสัตย์ซึ่งเป็นประเทศเล็กไม่ควรลังเลใจควรช่วยเหลือ
ทกุ วิถที างตลอดจนการวางแผนร่วมกันเพ่อื ปอ้ งกันการรุกรานจากศัตรู มิฉะนนั้ จะเหมือนกับองั กฤษทป่ี ล่อยให้ประเทศ
ไทยตอ้ งเขา้ ส้โู ดยลำพังตามยะถากรรมในสงครามครัง้ น้ี
-110-
เพื่อความรวดเร็วในการระดมพลตลอดจนการจัดกำลังเพื่อส่งไปยังยุทธภูมิด้วยความเรียบร้อยควร
กำหนดระบบทีแ่ น่นอนไวแ้ ตใ่ นยามปกตทิ หารทปี่ ลดเป็นกองหนุนทุกคนตอ้ งมีสมดุ ประจำตัว และประวตั ิของตนที่ต้น
สังกดั เมอื่ ระดมพลประจำกองทพั ไม่ตอ้ งเสียเวลาสอบถามหรือทำการคัดเลือกเข้าประจำตำแหน่งต่างๆนน้ั สับสน ไม่
ตรงกบั ความรู้ความสามารถของตนทำให้การปฏบิ ตั ิการรบขาดประสิทธิภาพ
ในตอนเริ่มแรกแห่งสงครามกองทัพเราขาดแคลนนายทหารเพราะนายทหารประจำการมีไม่พอ
กับอัตรา นายทหารกองหนนุ ที่เรยี กเข้าประจำการส่วนมากอายุแก่เกินไปสำหรับตำแหน่งต่าง ๆ ทั้งนี้เพราะเราขาด
ระบบการผลิตนายทหารกองหนุนทแ่ี น่นอน
ประเทศที่มลี ักษณะภูมปิ ระเทศของภาคต่าง ๆ ไม่เหมอื นกนั กำลงั ทีจ่ ัดสำหรับจะปฏิบตั ิในแตล่ ะภาค
ตอ้ งใหเ้ หมาะสมกบั ภมู ิประเทศ บทเรยี นที่ได้รับจากการปฏิบัติของกองทพั พายพั ได้แก่ ตอนเร่ิมตน้ เราได้ใช้กำลังที่จัด
ไว้รบบนพืน้ ราบไปปฏิบัตใิ นชานสเตท ซึ่งมีภูมปิ ระเทศป่า และ เขา ทำให้เกิดความอุ้ยอา้ ยไม่คลอ่ งตัว ภายหลังได้มี
การแกไ้ ขการจัดกำลังใหม่จึงทำใหก้ ารปฏบิ ัตเิ กดิ ผลดีขน้ึ
การศกึ ษาวธิ รี บของเหล่าต่าง ๆ ตลอดจนการฝึกกเ็ ช่นเดยี วกัน ในฐานะทป่ี ระเทศไทยมีบางภาคเป็น
ป่าและเขาในยามปกติเราควรสนใจในการศึกษาและฝึกการรบในปา่ และบนเขาเตรียมไว้อย่างชำนิชำนาญบทเรียนน้ี
จะเหน็ จากก่อนสงครามโลกครงั้ ท่ี 2 กองทพั เราไม่คอ่ ยสนใจในเร่ืองน้ีเท่าใดนัก ฉะนนั้ เมื่อจำเป็นที่จะต้องปฏิบัติการ
รบในป่าและบนเขาจึงทำให้เสยี เปรยี บข้าศึกในตอนแรก กวา่ จะเรียนร้ถู ึงขอ้ บกพร่องก็ตอ้ งเสยี เวลาไปมใิ ช่นอ้ ย
การปฏิบัติการรบของหน่วยรองในกองทัพพายัพครั้งนั้นกระทำได้ไม่เต็มที่ บางครั้งถึงกับเสียผล
เพราะขาดแคลนแผนท่กี ล่าวคือ กองพัน, กองร้อย และหมวด โดยปกตเิ ราอาศยั คนพน้ื เมืองช่วยในการนำทาง และให้
ข่าวตา่ ง ๆ เกี่ยวกบั ภมู ปิ ระเทศ ผลท่ีไดร้ ับจึงไมแ่ น่นอนเพราะแผนที่ ที่ไดร้ บั จ่ายมีแค่หน่วยกองร้อยและเปน็ มาตราส่วน
เล็กเกินไปไม่เหมาะสมกับขนาดหน่วย ข้อบกพร่องในเร่ืองนีเ้ ราควรรีบแกไ้ ข อนึ่งนายสิบของเราส่วนมากใช้แผนทีไ่ ม่
เปน็ ฉะนน้ั กองทัพเราควรกวดขันในเรือ่ งนี้ อาวุธที่ได้ใหมท่ ม่ี แี บบแตกต่างจากท่ีหน่วยทหารเคยใช้กอ่ นท่ีจะทำการรบ
ต้องฝึกใหท้ หารคนุ้ เสยี ก่อน มิฉะนน้ั จะทำให้เกิดผลเสียหายในเวลาปฏิบัติการรบ กลา่ วคือ กองทพั เราได้รับอาวุธจาก
ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นแบบแตกต่างจากที่เคยใช้ ทหารยังไม่ชำนาญเพียงพอกับอาวุธชนิดนี้แล้วส่งไปปฏิบัติการจนเกิดความ
บกพร่องขนึ้ บ่อยครัง้ ๆ
ข่าวที่เกี่ยวกับเหตุการณ์รบของหน่วยข้างเคยี งตลอดจนข่าวของข้าศึก หน่วยรองไมค่ ่อยจะได้รับจงึ
ทำใหก้ ารปฏบิ ัติไมค่ อ่ ยถกู ต้องตรงกบั สถานการณ์และความมงุ่ หมาย ขวญั ของทหารไทยในเวลาเคล่ือนทเ่ี ข้าหาข้าศึกดี
มากและเมอื่ ฝ่ายตนจำต้องถอยขวัญอยใู่ นระดบั ต่ำมาก
อาวุธกระสุนวิธีโค้งใช้ได้ผลดีมากในการรบบนพื้นที่ที่เป็นภูเขานอกจากจะได้ผลในการทำลาย
ยงั ได้ผลในการทำใหข้ ้าศึกเสยี ขวัญ เป็นท่นี ่าเสยี ดายในสงครามคราวนก้ี องทัพของเรามอี าวุธชนดิ น้ไี มเ่ พียงพอ
การติดตอ่ ระหวา่ งกำลงั ทางภาคพ้นื ดินกับกำลงั ทางอากาศ ควรจดั ระบบทีแ่ น่นอนและมีการฝึกซ้อม
แต่ยามปกติ บทเรยี นทเ่ี หน็ ชดั ครง้ั เมือ่ เขา้ ตีทม่ี ่นั ขา้ ศกึ บนเขากว่ิ ทรายทหารราบท่ปี ฏิบัตทิ ่แี นวหนา้ ไมไ่ ด้ทราบแผนการ
ปฏิบัติการโจมตีของเคร่ืองบินฝ่ายเราอย่างดีที่สุดทีป่ ฏิบัติกันกค็ ือเมือ่ เห็นเครื่องบินฝ่ายเรามาก็รีบปูผ้าหมายแนวให้
นกั บินทราบเท่านน้ั การส่งกำลงั บำรงุ เปน็ ปญั หาใหญ่ท่ีสุดของกองทพั พายัพ เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศทุรกันดาร
เสน้ ทางคมนาคมจำกดั อปุ กรณก์ ารสง่ กำลังไมเ่ พยี งพอ จงึ ทำใหท้ หารที่ปฏบิ ตั กิ ารในแนวหนา้ ไมไ่ ดร้ บั การส่งกำลงั บำรุง
-111-
จากกองทัพ กองทพั ในแนวหน้าตอ้ งแก้ปัญหานีเ้ องตลอดมา การหาอาหารใหแ้ ก่ทหารต้องแสวงตามท้องถิ่นโดยตลอด
นับว่าเป็นภาระทีห่ นกั ยิ่งบางครั้งผู้บงั คบั บัญชาชั้น ผบ.ร้อย และ ผบ.หมวด ต้องทำหน้าที่ฝ่ายพลาธิการเสียเองเป็น
แรมปี สภาพของทหารไทยในแนวหน้าครัง้ นั้นอยู่ในภาวะทีไ่ ดร้ บั ความลำบากแสนสาหัส กล่าวคอื ทั้งที่เป็นไข้มาลาเรีย
และต้องเลยี้ งตวั เองแล้ว ยังต้องปฏบิ ตั ิการรบให้สมความมุง่ หมายของกองทัพดว้ ย เปน็ ทน่ี า่ สรรเสริญความอดทนของ
ทหารไทยทุกคน ที่สามารถยืนหยัดตอ่ สู้กับความเลวร้ายต่าง ๆ มาตลอดสงคราม ตลอดจนผู้บังคับบัญชาทหารซึ่งใช้
ปฏิภาณ ไหวพริบ ทหารในบังคบั บัญชากลับมาถงึ บา้ นเกิดเมืองนอนของตนไดโ้ ดยความปลอดภยั ปัญหาต่างๆ เหล่านี้
นายทหารทกุ คนไมเ่ คยศึกษาในทางตำราเลยแม้แตน่ ้อย บทเรียนในเรือ่ งการส่งกำลังบำรงุ ที่เราได้รับครง้ั น้ี แนวทางท่ี
น่าจะแกไ้ ขเพื่อให้เกิดผลดใี นโอกาสต่อไปก็คอื อุปกรณ์ – คน – และการเตรยี มการ สำหรบั อปุ กรณก์ ารสง่ กำลังบำรุง
ควรจัดให้มีเพียงพอกับกำลังรบ ไม่ควรจะตั้งหน้าทำนุบำรุงแต่กำลังรบอย่างเดียว พึงระลึกถึงคำกล่าวที่ว่า
“ทหารเดินด้วยท้อง” การฝึกคนก็เช่นเดียวกัน ควรเร่งปรับปรุงสมรรถภาพของหน่วยช่วยรบ เช่นเวลาฝึกการ
ประลองยุทธ ควรจะมีการแก้ปัญหาการสง่ กำลังบำรงุ ไปด้วยเพ่ือให้เจ้าหน้าที่เกิดความชำนาญทราบข้อบกพร่องและ
จะได้แกไ้ ขภายหลงั การเตรียมการในเร่อื งการสง่ กำลังบำรุงควรกำหนดแผนทีร่ อบคอบไว้ล่วงหน้า
ความเสียหายที่ได้รับจากการยุทธครั้งนี้ปรากฏผลชัดว่าทหารที่เสียชีวิตเนื่องจากโรคภัยไข้เจ็บ
นับเปน็ จำนวนหลายพนั คน ส่วนเสยี ชีวติ เน่อื งจากการกระทำของขา้ ศึกเพยี งจำนวนเรอื นร้อยเท่าน้ัน
-112-
คำถามท้ายบทที่ 6
สงครามมหาเอเชียบรพู า
1. นโยบายของไทยในสถานการณ์ของสงครามโลกครง้ั ท่ี 2 น้ัน เปน็ อย่างไร
2. เพราะเหตใุ ดองั กฤษจงึ ไม่ชว่ ยไทยในการตอ่ ส้เู มอ่ื คร้ังญีป่ ่นุ ยกพลขน้ึ บกท่ไี ทย
3. จงอธบิ ายการเตรยี มการของฝ่ายไทยมาพอสงั เขป
4. กำลังความพรอ้ มของไทย มีการเตรียมความพร้อมก่ดี ้าน ด้านใดบา้ ง
5. ลักษณะภูมปิ ระเทศแบบ ชานสเตท เปน็ ลักษณะอย่างไรจงอธบิ ายมาพอเข้าใจ
6. อนั ตรายจากโรคภัยไข้เจ็บใด ซ่ึงปลดิ ชวี ิตทหารนบั เปน็ จำนวนหลายพนั คน
7. แผนการยุทธก์ องทัพพายัพไดร้ ับมอบหนา้ ทใ่ี ห้ เข้ายึด ชานสเตท โดยได้กำหนดการปฏบิ ัติไว้ ก่ขี ้ัน อะไรบ้าง
8. จงอธิบายสถานการณข์ อง พล.ร.4 ตงั้ แตเ่ มืองเลน – เมอื งโก – เมอื งพยาค มาพอเขา้ ใจ
9. ตลอดระยะเวลาทีก่ ำลงั ส่วนใหญ่ พล.3 ยดึ ครองพ้ืนท่ชี านสเตทอย่ตู ง้ั แต่ ม.ค. 2487 ถงึ พ.ค. 2488 เฉล่ียเหตุการณ์
รบยอ่ ย ๆ ก่ีครั้งต่อสปั ดาห์
10. จงสรุปบทเรียนจากการรบมาพอเขา้ ใจ
-113-
บทที่ 7
สงครามเกาหลี (ค.ศ.1950-1953)
ประเทศเกาหลี (Korea)
ถูกญี่ปุน่ รวมเขา้ เปน็ ดินแดนเดยี วกนั หลงั จากส้ินสุดสงครามระหวา่ ง รสั เซยี -ญีป่ นุ่ และในการประชุม
ท่ีนครไคโร (Cairo) ประเทศอียิปต์ (Egypt) ระหว่างประเทศพนั ธมิตร (1 ธนั วาคม 1943) ไดป้ ระกาศวา่ จะให้เอกราช
แก่เกาหลี และได้รับการยืนยันอย่างจริงจัง ในการประชุมที่เมืองบอตสดัม (Potsdam) ในเยอรมัน (26 กรกฎาคม
1945) เมื่อญี่ปุ่นยอมแพ้ในสงครามโลกครั้งท่ี 2 ข้อตกลงอันรีบด่วนของฝ่าพันธมิตร (15 สิงหาคม 1945) ได้แบ่ง
เกาหลีออกเป็นสองส่วน ส่วนท่อี ยทู่ างเหนอื เสน้ ขนานที่ 38 ข้นึ ไป สหภาพโซเวยี ตจะเปน็ ผ้รู ับการยอมจำนนของกอง
กำลังญป่ี ุ่น ญ่ีปุ่นที่อย่ใู ตเ้ สน้ ขนานที่ 38 ลงมาตอ้ งยอมจำนนกับกองกำลงั สหรัฐฯ หลังจากการยอมแพ้แล้ว โซเวียตก็
ถือว่าเส้นขนานที่ 38 เป็นเส้นแบ่งเขตทางการเมืองภายในมา่ นเหล็ก บทบาทของรัสเซียในสงครามเกาหลีค่อนข้างจะ
เด่นชัดคือ เป็นผู้ชี้แนะทางการเมือง ให้คำปรึกษาทางทหารให้อาวุธยุทโธปกรณ์ ให้ผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิค ให้นักบิน
และดำเนนิ การฑูต “ปอ้ งปราม” โดยขม่ ขู่วา่ จะลน่ั กลองรบ (War Scare) รัสเซยี ย่ามใจย่งิ ข้นึ เมื่อสหรฐั ฯประกาศแนว
ป้องกันน่านน้ำแปซิฟิกที่มิได้รวมถึงเกาหลีใต้ ส่วนเกาหลีเหนือเองมิได้รอช้าเลยทันทีที่มหาอำนาจรัสเซียและสหรัฐ
ถอนทหารออกจากเกาหลี ใน ค.ศ.1948 เกาหลเี หนือก็วางแผนรวมประเทศในเดือนมกราคม ค.ศ.1950 รัสเซียเปิดไฟ
เขียวให้เกาหลีเหนือและ รัสเซียหนุนช่วยเหลือโดยเตรยี มพร้อมทางการเมือง และการทหารอาวธุ ยุทโธปกรณ์รัสเซียได้
หลั่งไหลเข้าสู่เกาหลีเหนือโดยผ่านแมนจูเรีย พร้อมกันนั้นในฤดูหนาวปี ค.ศ.1949-50 จีนขอมอบโอนกำลังทหาร
เกาหลที ี่สง่ ไปชว่ ยจีนต่อสใู้ นแมนจเู รีย ปี ค.ศ.1949 คนื แก่เกาหลี
ความสำคญั ทางยทุ ธศาสตรข์ องเกาหลี
หลงั สงครามโลกครงั้ ท่ี 2 สหรัฐฯได้กำหนดแนวปอ้ งกันทางยุทธศาสตร์ไวด้ ังน้ี จากอลาสกา (Alaska)
หมูเ่ กาะอาลูเซยี น (Aleutian) – ญีป่ นุ่ (Japan) - โอกนิ าวา (Okinawa) - ฟอร์โมซา (Formocha) หม่เู กาะฟิลิปปินส์
(Philippines) และหมู่เกาะมาเรียนา (Marianas) ระหว่างสงครามโลกครั้งที่แล้ว รัสเซียได้พยายามขยายอทิ ธิพลมา
ทางตะวันออก เพื่อจะครอบครองจนี แมนจูเรีย และเกาหลี ผลการตกลงของที่ประชุม ณ ยอลต้า (Yolta) เมื่อต้นปี
ค.ศ.1945 ยินยอมให้รสั เซียเข้าครอบครองเกาะซาการนี (Sagarin) ส่วนทางใต้ดว้ ยหมายความวา่ เกาะนี้ทัง้ เกาะตกอยู่
ในความครอบครองของรสั เซียแต่ผู้เดียว ยง่ิ ไปกว่านน้ั หมูเ่ กาะกรู ิล (Gurin) ซง่ึ อยชู่ ดิ กับญีป่ ุน่ คอื อยู่ทางทิศตะวันตก
เฉยี งเหนอื ของเกาะฮอกไกโด ทหารรัสเซยี ก็เขา้ ยึดครองระหวา่ ง 8 สงิ หาคม - 1 กนั ยายน ค.ศ. 1945 จากพฤติการณ์
ทก่ี ลา่ วมาน้ีพอที่จะทราบความมุ่งหมายของรสั เซียได้ว่า ต้องการขยายอิทธิพลมาทางตะวนั ออกเป็นเบื้องแรก
ในฐานะทคี่ อมมิวนิสต์ไดเ้ ข้าครอบครองหมู่เกาะกิวรวิ ซาการีน ไซบีเรีย และแมนจูเรยี อยู่แล้ว หาก
สามารถเขา้ ครองเกาหลีใต้อกี จะทำใหเ้ กิดผลทางยุทธศาสตรห์ ลายประการ ดงั นี้
1. แนวป้องกันทางยุทธศาสตร์ของสหรัฐที่กล่าวแล้ว ถูกคุกคามอย่างน่าอันตราย เพราะญี่ปุ่นเป็น
ส่วนหน่งึ ของแนวป้องกนั อยู่หา่ งแหลมเกาหลีเพยี งประมาณ 100 ไมล์เศษ เท่านน้ั
2. ทำให้การปอ้ งกนั ตวั ของคอมมิวนสิ ตม์ ั่นคงย่งิ ข้นึ เพราะถา้ หากว่าเกาหลีใต้ยงั เป็นกลางอยหู่ รือเป็น
ฝ่ายประชาธิปไตยแล้วเท่ากับว่าเกาหลีใต้เป็นหัวหาดของฝ่ายประชาธปิ ไตยที่จะขยายอิทธิพลหรือบางทีอาจใช้เป็น
ฐานทพั โจมตคี อมมิวนิสตใ์ นผนื แผ่นดนิ ใหญต่ ่อไปไดส้ ะดวกย่ิงขึน้
-114-
3. ฝา่ ยคอมมิวนิสตส์ ามารถออกทะเลญีป่ นุ่ ได้สะดวกและใช้แหลมเกาหลีเป็นฐานทพั เรอื และอากาศ
โจมตญี ี่ป่นุ ตอ่ ไป
4. ใชแ้ หลมเกาหลีเปน็ กันชนของแมนจูเรีย ดนิ แดนอันอุดมสมบูรณข์ องคอมมิวนิสต์ และเป็นกันชน
ให้แก่เมืองวลาดีวอสต๊อก (Vladivostok) ซึ่งเป็นเมืองสุดทางรถไฟสายสำคัญที่ผ่านไซบีเรีย (Siberia) และเป็นฐาน
ทพั เรือและอากาศของโซเวียตดว้ ย
ในทางกลับกันหากเกาหลีเป็นกลางหรือเข้าข้าฝ่ายประชาธิปไตย เกาหลีก็จะเป็นเสมือนเกาะด่าน
หน้าท่กี ้ันระหว่างแมนจเู รียกบั เกาะต่าง ๆ ทอ่ี ยู่ในแนวปอ้ งกันของสหรฐั ฯดงั กลา่ วแล้ว ยิ่งกวา่ นั้นจะทำให้ช่องแคบซูซิ
มา (Sushima) และทะเลญี่ปุน่ ตอนใต้ปลอดภัยยิง่ ขึ้น และในกรณีท่ีจำเปน็ อาจใช้เกาหลี เป็นฐานทัพเรือและอากาศ
โจมตเี มือง วลาดวี อสตอ๊ ก แมนจเู รีย และมณฑลตา่ ง ๆ ซง่ึ อยตู่ อนเหนือของประเทศสะดวกยิ่งข้นึ
หลงั จากสงครามโลกคร้งั ท่ี 2 ไดย้ ุตลิ ง ฝ่ายสมั พนั ธมติ รไดก้ ำหนดเส้นขนานที่ 38 ขึ้นบนพื้นแผ่นดิน
ของเกาหลเี ป็นการชั่วคราว เพอื่ ความมุง่ หมายในการทปี่ ลดอาวุธของทหารญี่ปุ่นในเกาหลใี หส้ ะดวกยิง่ ขึน้ กำลังทหารท่ี
ญป่ี ุ่นทอี่ ยูเ่ หนอื เส้นขนานนี้ เปน็ หน้าทข่ี องรสั เซยี สว่ นท่อี ย่ทู างใตใ้ ห้จำนนแก่สหรฐั ฯ สหรัฐฯ มิได้มีความมงุ่ หมายทจ่ี ะ
ใช้เส้นขนานที่ 38 นเ้ี ปน็ เสน้ พรมแดนแบ่งประเทศเกาหลีออกเปน็ สองส่วนแต่ประการใดเลย
นอกจากนั้นในที่ประชุม ณ กรุงมอสโคว์ (Moscow) เมื่อเดือนธันวาคม ค.ศ.1945 ซึ่งมีสหรัฐฯ
รัสเซีย และอังกฤษ รวมทั้งจีน ประชุมร่วมกัน ที่ประชุมพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะให้เกาหลีเป็นประเทศ
ประชาธปิ ไตย แต่ก็ถูกสหภาพโซเวียตขัดขวางตลอดเวลา ดังนัน้ สหรัฐฯจึงมอบปัญหานี้ให้แก่สหประชาชาติพิจารณา
สหประชาชนจึงได้ตั้งกรรมการชั่วคราวขึ้นคณะหนึ่ง เพื่อทำหน้าที่ควบคมุ การเลือกตัง้ ท่ัวไปในเกาหลี โดยหวังจะให้
เกาหลีมีการปกครองแบบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง แต่รัสเซียผู้ซึ่งพยายามที่จะให้เกาหลีเหนือเป็นคอมมิวนิสต์ให้
หมดได้ปฏเิ สธไมย่ อมให้คณะกรรมการคณะนี้เข้าไปในเกาหลีเหนือ แม้กระนั้นก็ดีการเลือกตั้งอย่างเสรกี ไ็ ด้กระทำใน
เกาหลใี ต้ เม่อื 10 พฤษภาคม ค.ศ.1948 และสาธารณรฐั เกาหลีใตไ้ ด้ก่อต้งั ขน้ึ เมือ่ 15 สงิ หาคม ค.ศ.1948
ส่วนคอมมิวนิสต์ที่อยู่เหนือเส้นขนานที่ 38 ก็ได้พยายามตั้งรัฐคอมมิวนิสต์ขึ้น เมื่อ 9 กันยายน
ค.ศ.1948 โดยมีคณะบุคคลคณะหนึ่งเป็นผู้เริ่มก่อตั้ง เรียกว่า สาธารณรัฐประชาธิปไตยของประชาชนแห่งเกาหลี
ดังน้ัน จะเห็นได้วา่ เส้นขนานท่ี 38 ไดก้ ลายเปน็ เสน้ กนั้ เขตทางการเมืองโดยบงั เอญิ
ลกั ษณะภูมปิ ระเทศโดยทว่ั ไป
แหลมเกาหลีมีความยาวประมาณ 575 ไมล์ กว้างประมาณ 150 ไมล์ พื้นที่ส่วนใหญ่ที่สูงสุด
อย่ทู างเหนอื เทอื กเขาท่อี ยู่ใต้เสน้ ขนานที่ 38 มสี นั เขาย่อยทอดย่นื ออกไปทางทิศตะวนั ตกเฉียงใต้จนจดทะเลเหลืองที่
อา่ วมอคโป (Mokpo) พน้ื ทที่ างฝ่งั ตะวนั ตกมแี มน่ ำ้ หลายสายไหลลงส่ทู ะเลอ่าวมลี กั ษณะเวา้ แหวง่ มากลกึ จากฝง่ั เข้าไป
เป็นพื้นที่นาสำหรับปลูกข้าวเป็นที่ราบต่ำบ้างบางแห่งก็เป็นลูกเนินสลับกันไป แม้ว่าพื้นที่ทางตะวันตกไม่เหมาะสม
สำหรับการปฏิบัติของทหารขนาดใหญ่ก็ตาม แต่ก็ยังดีกว่า ทางฝั่งตะวันออก ซึ่งเต็มไปด้วยภูเขา แม่น้ำสายใหญ่ ๆ
ส่วนมากไหลจากใต้สู่ตะวนั ตก แมน่ ำ้ เหลา่ น้ีมคี วามกว้างและลึกพอทจ่ี ะเปน็ อุปสรรคขัดขวางการปฏิบัตกิ ารทางทหาร
ยงิ่ ในฤดูฝนแลว้ นับว่าเปน็ อปุ สรรคสำคัญทเี ดยี ว
-115-
ดินฟ้าอากาศของเกาหลีเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศไทยแล้ว ก็นับว่าเป็นประเทศทีม่ ีดินฟ้าอากาศ
หนาวเยน็ โดยเฉพาะอย่างย่ิงทางเหนอื ดนิ ฟ้าอากาศหนาวจัด ย่อมเปน็ อปุ สรรคแก่การปฏิบตั กิ ารรบอยู่ไมน่ ้อยฤดูใบไม้
ผลิเรม่ิ แต่เดอื นกมุ ภาพนั ธ์หรือตน้ เดือนมนี าคมฤดฝู นเร่ิมแตเ่ ดอื นกรกฎาคม หรือเดือนสงิ หาคม
กำลงั และแผนของทงั้ สองฝา่ ย
เกาหลีเหนอื นบั ตัง้ แตโ่ ซเวยี ตเร่มิ เข้ายึดครองเปน็ ต้นมา พวกคอมมวิ นิสต์ได้พยายามโฆษณาชวนเช่ือ
ให้เกาหลีเหนือทำลายล้างล้างจักรวรรดินิยมอเมริกาด้วยกำลัง คือ บุกเข้ายึดครองเกาหลีใต้ ในเดือน ธันวาคม ค.ศ.
1948 รัสเซียได้ประกาศว่าตนเองได้ถอนกำลังทหารที่ยึดครองออกจากเกาหลีเหนือหมดสิ้นแล้ว แต่ก็ไม่ยอมให้
คณะกรรมการของสหประชาชาติเขา้ ไปตรวจสอบความจริง
แม้ว่าแผนการระดมพลของเกาหลีเหนือกำหนดกำลังพลไว้เป็นจำนวนถึง 15 กองพล และอีก
1 กองพลน้อยยานเกราะรถถงั ขนาดเบา แบบ T-34 ของรัสเซีย และหน่วยสนบั สนุนอีกก็ตาม แตก่ ำลังทีพ่ รอ้ มรบและ
ใชใ้ นการรกุ รานคร้งั นี้มีเพียง 6 กองพลเท่านั้น ในจำนวนนคี้ อมมิวนิสต์ก็เชื่อมัน่ ว่าเพียงพอแก่การปฏิบัติกำลังเหล่าน้ี
ไดร้ บั การฝกึ เป็นอย่างดที สี่ ุดของโซเวียต ยิ่งกวา่ น้นั ยงั มีทหารเกาหลีชำนาญศึกถึง 2,500 คนรวมอยดู่ ้วย ทหารเหล่าน้ี
เคยร่วมรบกบั จีนคอมมิวนสิ ต์ในแมนจูเรยี มาแลว้ อย่างโชกโชนกำลังพลของเกาหลีเหนือรวมทั้งส้ินประมาณ 130,000
คน มรี ถถงั สนบั สนุนอยู่ 100 คันเป็นรถถังของโซเวยี ตแบบ T-34 และมเี ครอื่ งบนิ ขับไล่แบบ “ยัค” (Yak) ของรสั เซียที่
ใช้สมัยสงครามโลกครั้งท่ี 2 อีกประมาณ 180 เครื่อง เป็นเครื่องบินรบที่ล้าสมัยซึ่งโซเวียตให้มา กำลังทางเรือของ
เกาหลีเหนือนับว่าหย่อนทั้งประสิทธิภาพและปริมาณ แต่ก็นับว่าเพียงพอกับการลำเลียงตามชายฝั่ง เพื่อสนับสนุน
กำลงั ทางบก เมอ่ื ถึงคราวจำเปน็ นอกจากนัน้ ยงั มที หารกองหนุนที่ได้รบั การฝกึ เป็นอย่างดีอีกประมาณ 100,000 คน
เกาหลีใต้ เมื่อกำหนดเวลาแห่งการยึดครองได้สิ้นสุดลงในเดือนมถิ ุนายน ค.ศ.1949 คณะที่ปรึกษา
ทางการทหารประจำเกาหลีใต้คงอยู่ในเกาหลีใต้ต่อไป ตามคำขอร้องของรฐั บาลประเทศนั้น คณะที่ปรึกษาทหารน้มี ี
นายทหารอเมริกนั 500 คน และพลทหารอีกจำนวนหนงึ่ มีหน้าทช่ี ว่ ยฝึกทหารใหแ้ กก่ องทัพเกาหลีใต้ คณะท่ีปรึกษา
ทางทหารคณะนี้ ดูเหมือนจะอยูใ่ นบังคับบญั ชาของเอกอคั รราชทตู อเมรกิ นั ประจำประเทศเกาหลี มากกว่าทจี่ ะข้ึนตรง
ต่อ นายพล ดักลาส แมคอาเธอร์ (Gen Douglas Macarthur) เพราะในระยะหลังน้ี นายพล ดักลาส แมคอาเธอร์ มไิ ด้
มหี นา้ ท่รี บั ผดิ ชอบในการปอ้ งกันเกาหลี
นอกจากนั้น สหรฐั ฯยังไดช้ ่วยเกาหลีใต้อีกกล่าวคอื เมือ่ ระยะเวลาแหง่ การยึดครองได้สิ้นสุดลงสหรัฐ
ไดม้ อบอาวธุ ตา่ ง ๆ ใหแ้ ก่กองทพั เกาหลีไว้ใช้ป้องกันประเทศมีมูลค่าถงึ 110 ลา้ นดอลลาร์ ทหารอเมริกันที่ถอนตัวไป
คงไปแต่ตวั เปล่าเท่าน้ันจำนวนอาวุธท่ีกล่าวน้นี บั วา่ เพียงพอแก่จำนวนทหาร 50,000 คน ประกอบด้วยอาวุธมากกว่า
100,000 กระบอก ได้แก่ ปืนเล็กยาว ปืนพก และปนื กล พรอ้ มท้งั กระสนุ อีก 50 ล้านนัด จรวดบาซกู าขนาด 2.36 นิ้ว
กว่า 2,000 กระบอก และลูกบาซูกาอีก 40,000 ลูก ยานพาหนะรวมทุกขนาดแล้วจำนวน 4,900 คัน ปืนต่อสู้รถถัง
ขนาด 37 มม. และ 57 มม. อีกจำนวนมาก ปืนใหญ่กระสุนวิถีโค้ง 105 มม. เครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 60 มม. และ
81 มม. อีกจำนวนหนึ่ง รวมทั้งลูกระเบิดของเคร่ืองยงิ เหล่านีอ้ กี กวา่ 700,000 ลกู นอกจากนี้ ยังไดใ้ หเ้ รอื ขนาดเบาอีก
79 ลำ และเครอื่ งบินสำหรับตดิ ตอ่ ส่อื สารแบบ L-4 และ L-5 จำนวน 20 เครอ่ื ง
ในขณะที่เกาหลีเหนือเปิดการรุกรานนั้นสาธารณรัฐเกาหลีใต้มีกำลังทหารจัดเป็น 8 กองพล
จำนวน 100,000 คน ส่งไปปฏิบัตกิ ารตามชายเขตแดนเสีย 4 กองพล กำลงั ของแต่ละกองพลจดั ไวส้ ำหรบั ตอ่ สู้กับการ
-116-
รบแบบกองโจร กองทพั ของเกาหลีใต้ไม่มีทง้ั รถถงั และปนื ใหญ่ขนาดกลางและขนาดหนักรวมทัง้ หนว่ ยส่งกำลังบำรุงก็
ไม่มดี ว้ ยเครือ่ งบนิ ไม่มสี กั ลำเดยี ว ส่วนกำลงั ทางเรอื นน้ั มีเฉพาะลาดตระเวนชายฝ่ังเท่านั้น
การปฏบิ ัตกิ ารรบ
การบุกเกาหลีใต้ครั้งแรกของเกาหลเี หนือ ในวันท่ี 25 มิถุนายน ค.ศ.1950 กองกำลังเกาหลีเหนอื
7 กองพลทหารราบ หน่ึงกองพลน้อยรถถงั และหน่วยสนับสนนุ ภายใตก้ ารบงั คับบญั ชาของ จอมพล โช ยองกุน (Sou
yonggun) ไดเ้ ปิดการรกุ เกาหลีใต้ทศิ ทางเขา้ ตีหลกั ซงึ่ กำหนดไว้ใหป้ ฏิบัติการอย่างรนุ แรงและเฉียบขาดพุ่งลงทางทิศ
ใตข้ องเมืองโปซอน (Pochon) และยอนซอน (Yonchon) ไปยงั อูย จอนกู (Ui Jongu) แล้วมุง่ ตรงไปยงั เซอูล (Seoul)
การโจมตี การโจมตีโดยไม่ทันรู้ตัวกระทำได้อย่างสมบูรณ์ โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะยึดกรุงโซลและดินแดนเกาหลีใต้
ทง้ั หมด ทศิ ทางเขา้ ตหี ลักนี้มีกำลังปอ้ งกนั ทง้ั 2 ขา้ ง ส่วนระวงั ป้องกนั ทางด้านขวาเข้าตจี ากเคยี งซอง (Kaesoung) ไป
ยงั มูเนยี (Munean) และส่วนระวงั ปอ้ งกันทางด้านซ้ายเขา้ ตีอยา่ งรนุ แรงที่ชูนซอน (Chunchon) สดุ ไปทางตะวันตกท่ี
แหลมอองจิม (Ongjim) เกาหลีเหนือส่งกำลังเข้ายึดไว้ได้อย่างรวดเร็ว และทางฝั่งตะวันออกที่เมืองกางนัง
(Kangnung) ก็ได้ส่งกำลังทางเรือส่วนหนึ่งเข้ายึดไว้ลว่ งหน้า นอกจากนั้น เกาหลีเหนือยังส่งพลขึ้นบกยึดเมืองตา่ ง ๆ
ตามชายฝ่งั ตะวันออกในเวลาต่อมาตามลำดับจนถงึ เมอื งยองดอค (Yongdok) กำลังเกาหลเี หนอื ท่ีใชบ้ กุ คร้ังน้มี ีจำนวน
6 กองพล และกองพลน้อยอกี 2-3 กอง มกี ำลงั ปนื ใหญ่สนับสนุนอย่างเพียงพอ รวมทง้ั เคร่อื งบนิ รบสร้างในรัสเซียอีก
100 เคร่ือง และรถถังแบบ T-24 ใช้เปน็ หน่วยนำในการเข้าตี กำลงั ท่ีกล่าวนน้ี บั ว่าเพยี งพอท่ีจะเข้าบดขย้ีกำลังเกาหลี
ใตซ้ งึ่ มีเพยี งกองพลเท่านัน้ ยิง่ กวา่ น้นั กองทพั เกาหลีใต้มปี ืนใหญ่เพยี งเล็กนอ้ ยและเปน็ ปืนใหญเ่ บากำลังยานเกราะก็มี
จำนวนไม่ก่ีคันส่วนกำลังทางอากาศนี้นับได้ว่าไม่มีเลย ด้วยเหตุนี้กองทัพเกาหลีใต้จงึ ไมอ่ ยู่ในสภาพที่จะเผชิญกับการ
รุกรบขนาดใหญ่ จะทำไดก้ ็แตเ่ พียงต่อตา้ นการรบแบบกองโจร หรือมฉิ ะนั้นก็รับการโจมตีเลก็ ๆ น้อย ๆ ตามชายแดน
เทา่ น้ัน ย่ิงถูกเกาหลีเหนือบุกด้วยการจ่โู จมจงึ ทำให้เกาหลีใต้ตกอยสู่ ภาพทเ่ี สียเปรยี บอย่างย่ิง
เพียง 28 มิ.ย.1950 (3 วัน) เกาหลีเหนือก็สามารถยึดกรุงโซล ซึ่งเป็นเมืองหลวงของเกาหลีใต้ไว้ได้
และทำการปิดล้อมตัง้ แต่ปากแม่น้ำเฮน (Han) ไปทางตะวันออกกรุงโซล ระยะ 20 ไมล์ ทางฝงั่ ตะวันออกนั้นรุกไปได้
ไกลถึงเมืองสามชอค (Samchok) ในการถอนตัวไปทางใตแ้ มน่ ้ำเฮน (Han) กองทพั เกาหลใี ตไ้ ด้รับความเสียหายอย่าง
หนัก แม้จะพยายามรวบรวมกำลังและทำการต้านทาน แต่ก็ได้ผลเพียงเล็กน้อย เพราะข้าศึกทำการกดดันรุกคืบหน้า
อยู่ตลอดเวลา ใน 4 ก.ค. กำลังของเกาหลีใต้จึงถอยร่นไปอยู่ในแนว ซูวาน (Suwon) วอนจู (Wonju) สามชอค
(Samchok)
เมือ่ สหประชาชาติไดเ้ ผชิญกับการทดสอบที่ยง่ิ ใหญ่เชน่ นี้ จงึ จำเปน็ ต้องปฏิบัติการด้วยความรวดเร็ว
และเฉียบขาด โดยได้เรียกประชุมสภาความมั่นคงโดยรีบด่วน ใน 25 มิ.ย.1950 เพื่อระงับศึกทันทีคณะมนตรคี วาม
มนั่ คงได้ลงมตเิ รียกรอ้ งใหห้ ยุดยัง้ การรุกรานและขอรอ้ งประเทศสมาชิก ระงบั การช่วยเหลอื ทไ่ี ด้เคยให้แก่ฝ่ายรุกราน
ในทันที แต่การปฏิบัติดังกล่าวไม่สามารถจะหยุดยั้งการรุกได้ ใน 27 มิ.ย.1950 ประธานาธิบดีแฮรี เอส.ทรูแมน
(Harry S. Truman) จึงประกาศว่าได้สั่งให้กำลังทางอากาศและทางเรือไปช่วยเกาหลีใต้แล้วโดยให้ พลเอก แมคอา
เธอร์ ผบู้ ญั ชาการกองทพั สหรัฐภาคตะวันออกไกล ใหก้ ารสนับสนุนทางอากาศและทางเรือ