The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิเคราะห์หลักสูตรรายวิชาวิทยาศาสตร์ ว23102 ม.3

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by rattiya2252, 2022-10-12 11:38:19

วิเคราะห์หลักสูตรรายวิชาวิทยาศาสตร์ ว23102 ม.3

วิเคราะห์หลักสูตรรายวิชาวิทยาศาสตร์ ว23102 ม.3

นาไปสู่ ชน้ิ งาน/ การวัดประเมนิ ผล กจิ กรรมการเรียนรู้ เวลาเรยี น
ภาระงาน (ชั่วโมง)
นะสาคญั คุณลกั ษณะ -ตรวจใบงาน วธิ ีสอนแบบสืบ
ผู้เรียน อันพึ่ง ใบงำน เรอื่ ง เรอ่ื ง กฎของ เสาะหาความรู้ 3
ประสงค์ กฎของโอห์ม โอหม์ (5Es
สำมำรถ
อสำร 1.ควำม -พฤติกรรมการ Instructional
สำมำรถ ซือ่ สัตย์ ทางานกลมุ่
ด สจุ รติ - สงั เกต Model)
ษะกำร 2.ควำมมี พฤตกิ รรมกำร
นหำ วินยั ตอบคำถำม
3.ใฝเ่ รียนรู้ -แบบสงั เกต
กษะกำร พฤติกรรม
กำรทำงำน
ระเภท รำยบคุ คล

กษะกำร

ทยี บ
ษะกำร
อมลู และ
อสรปุ
มสำมำรถ
ก ำ ร ใ ช้
โนโลยี

มาตรฐาน/ สาระการเรยี นรู้ สาระสาคัญ/ สมรรถนะ
ตัวชวี้ ัด แกนกลาง ความคิดรวบยอด ของผเู้ ร

ว 2.3 ม.3/3 ใช้ • ขนาดของ ควำมต่ำงศักย์ไฟฟ้ำ คือ 1. ควำมสำม
โวลตมเิ ตอร แอมมิเตอร กระแสไฟฟ้ามีคา่ ควำมแตกต่ำงของ ในกำรสอ่ื สำ
ในกำรวดั ปริมำณทำง แปรผนั ตรงกบั ความ พลังงำนไฟฟำ้ 2. ควำมสำม
ไฟฟำ ตา่ งศกั ยร์ ะหวา่ ง ระหว่ำงจุด 2 จุด ซงึ่ ในกำรคดิ
ปลายท้งั สองของ ทำให้เกิด
ตวั นา โดยอตั ราส่วน กระแสไฟฟำ้ ข้ึน 1) ทกั ษะ
ระหวา่ งความต่าง กระแสไฟฟำ้ เกดิ ขน้ึ สำรวจค้นห
ศกั ยแ์ ละ จำกกำรเคลอื่ นท่ี
กระแสไฟฟ้า มี ของอิเล็กตรอนจำก 2) ทักษะ
คา่ คงท่ี เรียกคา่ คงทน่ี ้ี บริเวณหน่งึ ไปอกี
วา่ ความตา้ นทาน บรเิ วณหน่งึ จำแนกประ
กระแสไฟฟ้ำจะไหล
จำกบริเวณ 3) ทกั ษะ
ศักย์ไฟฟำ้ สงู ไปยัง
ศักย์ไฟฟำ้ ตำ่ และ เปรยี บเทียบ
ควำมต้ำนทำนไฟฟ้ำ 4) ทกั ษะ
คือ สมบตั ิของตวั นำ
ไฟฟ้ำท่ียอมให้ ตคี วำมข้อม
กระแสไฟฟำ้ ไหล กำรลงข้อสร
ผำ่ นได้ 3. ควำมสำ

ในกำร
เทคโน

นาไปสู่ ชน้ิ งาน/ภาระ การวดั ประเมนิ ผล กจิ กรรมการเรียนรู้ เวลาเรยี น
งาน (ชว่ั โมง)
ะสาคญั คุณลักษณะ ตรวจสอบผลการ วธิ ีสอนแบบสืบ
รียน อนั พึ่ง -.ใบงาน เร่ือง ปฏิบตั กิ ิจกรรม เสาะหา 5
ความต่างศกั ยไ์ ฟฟ้า เรื่อง ความตา่ ง ความรู้ (5Es
ประสงค์ ศกั ยไ์ ฟฟ้า Instructional
กระแสไฟฟ้า กระแสไฟฟ้า และ Model)
มำรถ 1.ควำม และความ ความตา้ นทาน
ำร ซือ่ สตั ย์ ตา้ นทานไฟฟ้า ไฟฟ้า
มำรถ สจุ รติ - สงั เกตพฤตกิ รรม
ะกำร 2.ควำมมี กำรตอบคำถำม
หำ วินัย -พฤตกิ รรมการ
ะกำร 3.ใฝ่ ทางานกล่มุ
ะเภท เรยี นรู้

ะกำร


ะกำร
มลู และ
รปุ
ำมำรถ
รใช้
นโลยี

มาตรฐาน/ สาระการเรียนรู้ สาระสาคัญ/ความคดิ นา
ตัวชีว้ ัด แกนกลาง รวบยอด
สมรรถนะสาค
ของผ้เู รียน

ว 2.3 ม.3/4 • ในวงจรไฟฟ้าประกอบดว้ ย ว ง จ ร ไ ฟ ฟ้ ำ เ ป็ น 1. ควำมสำมำรถ
วิเครำะหควำม แหลง่ กาเนิดไฟฟ้า สายไฟฟ้า ทำงเดินของกระแสไฟฟ้ำที่ ในกำรสือ่ สำร
ตำงศกั ยไฟฟำและ และอปุ กรณ์ไฟฟ้า โดยอปุ กรณ์ จะนำไปใช้งำนในลักษณะ 2. ควำมสำมำรถ
กระแสไฟฟำใน ไฟฟ้า แตล่ ะช้นิ มคี วามตา้ นทาน ต่ำง ๆ กัน ซึ่งวงจรไฟฟ้ำ ในกำรคิด
วงจรไฟฟำเมอ่ื ในการต่อตวั ตา้ นทาน หลายตวั มี โดยทั่วไปประกอบด้วยส่วน
ตอตัว ท้งั ต่อแบบอนุกรมและแบบขนา ต่ำง ๆ เช่น แหล่ งจ่ำย 1) ทักษะกำร
ตำนทำนหลำยตัว พลังงำนไฟฟ้ำ สำยไฟฟ้ำ สำรวจค้นหำ
แบบอนุกรมและ • การตอ่ ตวั ตา้ นทานหลายตวั แบบ และเคร่ืองใช้ไฟฟ้ำ ซ่ึงส่วน
แบบขนำนจำก อนุกรมใน วงจรไฟฟ้า ความต่าง สำคัญของวงจรไฟฟ้ำคือ 2) ทักษะกำร
หลักฐำนเชิง ศกั ยท์ ่ีคร่อมตวั ตา้ นทาน แต่ละตวั กำรตอ่ โหลดใชง้ ำน โหลดที่
ประจกั ษ มคี ่าเท่ากบั ผลรวมของความต่าง น ำ ม ำ ต่ อ ใ ช้ ง ำ น ใ น จำแนกประเภท
ศกั ย์ ที่คร่อมตวั ตา้ นทานแต่ละตวั วงจรไฟฟ้ำสำมำรถต่อได้ 3
ว 2.3 ม.3/5 เขียน โดยกระแสไฟฟ้า ทผี่ า่ นตวั แบบ ไดแ้ ก่ วงจรไฟฟำ้ แบบ 3) ทกั ษะกำร
แผนภำพวงจรไฟฟ ตา้ นทานแตล่ ะตวั มคี า่ เทา่ กนั อนุกรม วงจรไฟฟ้ำแบบ
ำแสดงกำรตอตัวต ขนำน และวงจรไฟฟำ้ แบบ เปรียบเทียบ
ำนทำนแบบอนกุ รม ผสม 4) ทกั ษะกำร
และแบบขนำน
ตคี วำมขอ้ มลู แล
กำรลงขอ้ สรุป
3. ควำมสำมำ

ในกำร
เทคโนโลยี

าไปสู่ ช้นิ งาน/ภาระ การวัด กิจกรรมการเรยี นรู้ เวลาเรยี น
งาน ประเมินผล (ชว่ั โมง)
คัญ คุณลักษณะ วิธีสอนแบบสืบ
อนั พึ่ง ใบงาน เรอ่ื ง ตรวจสอบ เสาะหาความรู้ 4
ประสงค์ วงจรไฟฟา้ และการตอ่ การต่อ (5Es
วงจรไฟฟ้า วงจรไฟฟา้
ถ 1.ควำม Instructional
ซ่ือสัตย์ - สังเกต
พฤติกรรมกำร Model)
ถ สุจรติ ตอบคำถำม
ร 2.ควำมมี -พฤติกรรมการ
ทางานกลมุ่
วินัย
ร 3.ใฝเ่ รียนรู้






ละ

ำรถ
ใ ช้

มาตรฐาน/ สาระการเรียนร้แู กนกลาง สาระสาคญั /ค
ตัวชี้วัด ยอด

ว 2.3 ม.3/6 บรรยำย • การต่อตวั ตา้ นทานหลายตวั แบบขนานใน วงจรไฟฟ้า ชนิ้ ส่วนอิเลก็ ทรอนกิ ส
กำรทำงำนของชน้ิ สวน กระแสไฟฟ้าทผี่ า่ นวงจรมีค่าเทา่ กบั ผลรวม ของ สำคญั อย่ำงหนง่ึ ในวงจ
อเิ ล็กทรอนิกสอยำง กระแสไฟฟ้าที่ผา่ นตวั ตา้ นทานแตล่ ะตวั โดยความต่าง ชน้ิ ส่วนอิเล็กทรอนกิ ส
งำยในวงจรจำกขอมลู ศกั ยท์ ีค่ ร่อมตวั ตา้ นทานแตล่ ะตวั มีค่าเทา่ กนั หน้ำทีแ่ ตกตำ่ งกนั ไป เ
• ช้ินส่วนอเิ ลก็ ทรอนิกส์มหี ลายชนิดเชน่ ตวั ตา้ นทาน ทำหนำ้ ทค่ี วบคุมปริมำ
ที่รวบรวมได ไดโอด ทรานซิสเตอร์ตวั เก็บประจโุ ดยชน้ิ ส่วน แตล่ ะ วงจรไฟฟ้ำ ไดโอด ทำ
ว 2.3 ม.3/7 เขยี น ชนิดทาหน้าท่ีแตกต่างกนั เพอ่ื ใหว้ งจร ทางานไดต้ าม กระแสไฟฟำ้ ผำ่ นทำงเ
แผนภำพและตอชนิ้ ตอ้ งการ ทรำนซิสเตอร์ ทำหน้ำ
สวนอิเล็กทรอนิกส หรือเปิดวงจรไฟฟำ้ แล
อยำงงำยในวงจรไฟฟำ •ตวั ตา้ นทานทาหน้าทค่ี วบคุมปริมาณกระแสไฟฟ้า ใน กระแสไฟฟ้ำ ตวั เกบ็ ป
วงจรไฟฟ้า ไดโอดทาหนา้ ทใี่ หก้ ระแสไฟฟ้า ผา่ นทาง และคำยประจุไฟฟ้ำ ก
เดียว ทรานซิสเตอร์ทาหนา้ ทเี่ ป็นสวติ ช์ ปิดหรือเปิด อเิ ลก็ ทรอนกิ สเ์ ข้ำในวง
วงจรไฟฟ้าและควบคมุ ปริมาณ กระแสไฟฟ้า ตวั เกบ็ ทำกำรต่อให้ถูกตอ้ งแล
ประจุทาหน้าทเ่ี กบ็ และ คายประจไุ ฟฟ้า ไฟฟำ้ จงึ จะทำใหว้ งจร
• เคร่ืองใชไ้ ฟฟ้าอยา่ งงา่ ยประกอบดว้ ยชนิ้ ส่วน ทำงำนไดต้ ำมที่ต้องกำ
อเิ ลก็ ทรอนิกส์หลายชนิดทที่ างานร่วมกนั การตอ่ วงจร ประสทิ ธภิ ำพ
อเิ ลก็ ทรอนิกส์โดยเลือกใชช้ น้ิ ส่วน อิเลก็ ทรอนิกส์ท่ี
เหมาะสมตามหน้าที่ของชน้ิ ส่วน น้ัน ๆ จะสามารถทา
ใหว้ งจรไฟฟ้าทางานไดต้ าม ตอ้ งการ

ความคดิ รวบ นาไปสู่ ชิ้นงาน/ การวดั กิจกรรม เวลาเรียน
ด ภาระงาน ประเมนิ ผล การเรียนรู้ (ชว่ั โมง)
สมรรถนะ คณุ ลกั ษณะ
ส์เปน็ อปุ กรณท์ ่ี สาคัญของ อันพึ่ง -ใบงำน เรอื่ ง ตรวจสอบ วธิ ีสอน 4
จรไฟฟ้ำ โดย ประสงค์ ประโยชนข์ อง ควำมถูก แบบสืบ
ส์แต่ละชนิดจะมี ผูเ้ รยี น อเิ ลก็ ทรอ ต้องของ เสาะหา
เชน่ ตวั ตำ้ นทำน 1.ควำม นิกส์ กำรทำใบ ความรู้
ำณกระแสไฟฟ้ำใน 1. ซ่ือสตั ย์ -เขยี นแผนภำพ งำน เรื่อง (5Es
ำหนำ้ ทใ่ี ห้ ควำมสำมำรถ สุจริต กำรตอ่ ช้ินสว่ นอิ ประโยชน์ Instructi
เดยี ว ในกำรสือ่ สำร 2.ควำมมี เล็กทอนิกสอ์ ยำ่ ง ของ onal
ำท่เี ปน็ สวติ ช์ปิด 2. วนิ ยั งำ่ ยใน อเิ ลก็ ทรอ Model)
ละควบคุมปริมำณ ควำมสำมำรถ 3.ใฝ่ วงจรไฟฟ้ำ นิกส์
ประจุ ทำหน้ำท่ีเก็บ ในกำรคดิ เรียนรู้ -ใบงำนท่ี เรอ่ื ง - สงั เกต
กำรต่อช้ินส่วน ประโยชนข์ อง พฤติกรรม
งจรไฟฟำ้ จะตอ้ ง 1) ทกั ษะ อิเล็กทรอนิกส์ กำรตอบ
ละถกู หลกั กำรทำง กำรสำรวจ คำถำม
รไฟฟ้ำน้นั สำมำรถ ค้นหำ -
ำรและมี พฤติกรรม
2) ทักษะ การทางาน
กลมุ่
กำรจำแนก
ประเภท

3) ทักษะ

กำร
เปรยี บเทียบ

4) ทักษะ
กำรตีควำม
ข้อมูลและ
กำรลง
ขอ้ สรปุ
3.
ควำมสำมำรถ
ในกำรใช้
เทคโนโลยี

มาตรฐาน/ สาระการเรียนร้แู กนกลาง สาระสาคญั /

ตวั ช้ีวัด ความคดิ รวบ
ยอด

ว 2.3 ม.3/8 อธบิ ำย •เคร่ืองใชไ้ ฟฟ้าจะมีค่ากาลงั ไฟฟ้าและความต่างศกั ย์ เครือ่ งใช้ไฟฟำ้ แตล่ ะ
และคำนวณพลังงำน กากบั ไวก้ าลงั ไฟฟ้ามหี น่วยเป็นวตั ตค์ วามตา่ งศกั ย์ มี ชนิดจะใชพ้ ลงั งำน
ไฟฟำโดยใชสมกำร หน่วยเป็นโวลตค์ า่ ไฟฟ้าส่วนใหญค่ ดิ จาก พลงั งาน ไฟฟำ้ ต่ำงกัน ทงั้ นี้
W = Pt รวมทงั้ ไฟฟ้าทใ่ี ชท้ ้งั หมด ซ่ึงหาไดจ้ ากผลคณู ของกาลงั ไฟฟ้า ขึ้นอยู่กับชนิดและ
คำนวณคำไฟฟำของ ในหน่วยกิโลวตั ตก์ บั เวลาใน หน่วยชว่ั โมง พลงั งาน ขนำดของ
เครอ่ื งใชไฟฟำในบำน ไฟฟ้ามีหน่วยเป็น กิโลวตั ตช์ ว่ั โมง หรือหน่วย เครอ่ื งใชไ้ ฟฟำ้ ซึ่งทรำบ
ว 2.3 ม.3/9 ได้จำกตัวเลขท่ีกำกับไว้
ตระหนักในคณุ คำ • วงจรไฟฟ้าในบา้ นมกี ารต่อเคร่ืองใชไ้ ฟฟ้าแบบ ขนาน บนเคร่ืองใช้ไฟฟ้ำทรี่ ะบุ
ของกำรเลือกใช เพื่อให้ความต่างศกั ยเ์ ท่ากนั การใชเ้ คร่ืองใช้ ไฟฟ้าใน ไวท้ ง้ั ควำมตำ่ ง
เครอื่ งใชไฟฟำโดย ชวี ติ ประจาวนั ตอ้ งเลอื กใชเ้ ครื่องใชไ้ ฟฟ้า ท่ีมคี วามต่าง ศักย์ไฟฟ้ำและ
นำเสนอวธิ ีกำรใช ศกั ยแ์ ละกาลงั ไฟฟ้าให้เหมาะกบั การใชง้ าน และการ กำลงั ไฟฟำ้ กำรใช้
เครอื่ งใชไฟฟำ ใชเ้ ครื่องใชไ้ ฟฟ้าและอุปกรณ์ ไฟฟ้าตอ้ งใชอ้ ยา่ ง เครอ่ื งใช้ไฟฟำ้ ใน
อยำงประหยัดและ ถูกตอ้ ง ปลอดภยั และประหยดั ชีวติ ประจำวันตอ้ ง
ปลอดภัย เลือกใช้เคร่อื งใช้ไฟฟำ้
ทม่ี ีควำมต่ำงศักย์และ
กำลงั ไฟฟ้ำให้เหมำะกับ
กำรใชง้ ำน และกำรใช้
เครือ่ งใชไ้ ฟฟำ้ และ
อปุ กรณ์ไฟฟ้ำต้องใช้
อย่ำงถกู ตอ้ ง ปลอดภัย
และประหยดั

นาไปสู่ ชิ้นงาน/ภาระ การวดั กิจกรรมการเรยี นรู้ เวลาเรียน
งาน ประเมนิ ผล (ชั่วโมง)
สมรรถนะสาคญั คุณลักษณะ
ของผู้เรียน อันพึ่ง ใบงำนเร่อื ง -ตรวจสอบผล วธิ ีสอนแบบ 4
ประสงค์ สบื เสาะหา
1. ควำมสำมำรถ พลงั งานไฟฟา้ และ กำรทำใบงำน ความรู้ (5Es
ในกำรสือ่ สำร 1.ควำม เครอ่ื งใชไ้ ฟฟ้า เรื่อง พลังงำน
2. ควำมสำมำรถ ซ่ือสตั ย์ ไฟฟำ้ และ Instructional
ในกำรคดิ สจุ รติ เครอ่ื งใช้ไฟฟำ้
2.ควำมมี - สังเกต Model)
1) ทกั ษะกำร วนิ ยั พฤตกิ รรมกำร
สำรวจคน้ หำ 3.ใฝ่ ตอบคำถำม
เรียนรู้ -พฤตกิ รรมกำร
2) ทกั ษะกำร ทำงำน
รำยบุคคล
จำแนกประเภท และพฤติกรรม
กำรทำงำนกลุ่ม
3) ทักษะกำร

เปรยี บเทยี บ
4) ทกั ษะกำร

ตคี วำมขอ้ มูล
และกำรลง
ขอ้ สรปุ
3. ควำมสำมำรถ
ในกำรใช้
เทคโนโลยี

มาตรฐาน/ สาระการเรยี นรู้ สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
ตัวชวี้ ัด แกนกลาง

ว 1.1 ม.3/1 • ระบบนิเวศประกอบดว้ ย ระบบนเิ วศประกอบด้วยองค์ประกอบทีไ่ ม่มชี วี ติ
(abiotic component) และองคป์ ระกอบท่ีมีชีวติ
อธบิ ำยปฏสิ ัมพันธของ องคป์ ระกอบท่ีมีชีวิต เช่น พืช (biotic component) ซึ่งมปี ฏสิ ัมพนั ธก์ นั อยำ่ งเปน็
องคประกอบของ สตั วจ์ ุลินทรียแ์ ละองคป์ ระกอบท่ี ระบบ ตวั อย่ำงปฏสิ มั พันธร์ ะหว่ำงองคป์ ระกอบที่มี
ระบบนิเวศทไ่ี ดจำก ไมม่ ีชีวติ เช่น แสง น้า อณุ หภมู ิแร่ ชวี ิตกบั องคป์ ระกอบท่ไี ม่มชี วี ติ เชน่ ต้นไม้ตอ้ งกำรน้ำ
กำรสำรวจ ธาตแุ ก๊ส องคป์ ระกอบเหลา่ น้ีมี แสง แรธ่ ำตุ และแก๊สคำรบ์ อนไดออกไซด์ ตวั อย่ำง
ปฏิสมั พนั ธก์ นั เช่น พืชตอ้ งการ ปฏสิ มั พนั ธ์ระหวำ่ งองค์ประกอบทีม่ ชี วี ิตกบั
ว 1.1 ม.3/2 อธิบำย แสง น้า และแก๊ส องคป์ ระกอบท่มี ีชวี ติ เช่น กวำงกินหญำ้ เสือกนิ กวำง
รูปแบบควำมสัมพันธ คาร์บอนไดออกไซด์ ในการสร้าง แรง้ กนิ ซำกเสือที่ตำยแลว้ และจลุ ินทรีย์จะยอ่ ยสลำย
ระหวำงสิง่ มชี วี ิตกับ อาหาร สตั วต์ อ้ งการอาหาร และ ซำกเสอื ให้กลำยเปน็ สำรอินทรีย์กลับคนื ส่ธู รรมชำติ
ส่งิ มีชวี ติ รูปแบบตำง สภาพแวดลอ้ มที่เหมาะสมในการ
ๆ ในแหลงทอี่ ยู ดารงชีวิต เชน่ อณุ หภมู ิความช้ืน ส่งิ มีชวี ิตในระบบนิเวศมอี ย่หู ลายชนิด ซง่ึ แตล่ ะ
เดยี วกันทไี่ ดจำกกำร องคป์ ระกอบท้งั สองส่วนน้ี ชนิดตา่ งกม็ รี ูปแบบความสมั พนั ธท์ ่แี ตกตา่ งกนั
สำรวจ จะตอ้ งมีความสมั พนั ธ์กนั อยา่ ง ความสมั พนั ธร์ ะหว่างส่งิ มชี วี ติ ในระบบนิเวศ
เหมาะสม ระบบนิเวศจึงจะ อาจทาใหส้ ่งิ มีชวี ติ บางชนิดไดร้ บั ประโยชนห์ รอื
สามารถคงอยตู่ ่อไปได้ เสยี ประโยชนห์ รอื ไมม่ ีผลต่อการดารงชีวิตของ
ส่งิ มีชวี ติ นนั้ เลย
• สิ่งมีชีวิตกบั สิ่งมีชีวิตมี
ความสัมพนั ธก์ นั ในรูปแบบ ต่าง ๆ
เช่น ภาวะพ่งึ พากนั ภาวะอิงอาศยั
ภาวะเหยื่อกบั ผลู้ ่า ภาวะปรสิต
• สิ่งมีชีวติ ชนิดเดียวกนั ที่อาศยั อยู่
ร่วมกนั ใน แหล่งท่ีอยูเ่ ดียวกนั ในช่วง
เวลาเดียวกนั เรียกว่า ประชากร

• กลุ่มส่ิงมีชีวติ ประกอบดว้ ย

ประชากรของส่ิงมีชีวติ หลาย ๆ

นาไปสู่ ชน้ิ งาน/ การวัด กจิ กรรมการเรยี นรู้ เวลาเรยี น
ภาระงาน ประเมนิ ผล (ชวั่ โมง)
สมรรถนะสาคญั คุณลกั ษณะ
ของผเู้ รียน อนั พึ่ง ใบงำน ตรวจใบงาน วิธีสอนแบบสบื 3
ประสงค์ เร่ือง ผ่านรอ้ ยละ เสาะหาความรู ้
1. ควำมสำมำรถในกำร 60 (5Es
1.ควำม องคป์ ระกอบ -พฤติกรรมการ
สื่อสำร ซอื่ สัตย์ ของระบบนเิ วศ ทางานกล่มุ Instructional
2. ควำมสำมำรถในกำร สจุ รติ -แบบสงั เกต Model)
คดิ 2.ควำมมี พฤติกรรม
วนิ ยั กำรทำงำน
1) ทกั ษะกำรสำรวจ 3.ใฝ่เรยี นรู้ รำยบุคคล
ค้นหำ

2) ทักษะกำรจำแนก
ประเภท

3) ทักษะกำร
เปรียบเทยี บ

4) ทกั ษะกำรตีควำม
ข้อมูลและกำรลง
ข้อสรุป
3. ควำมสำมำรถในกำร
ใช้เทคโนโลยี

1.ควำมสำมำรถใน 1.ควำม ใบงานเร่อื ง ตรวจใบงาน วธิ ีสอนแบบสืบ 3
กำรสอื่ สำร ซือ่ สตั ย์ ผา่ นรอ้ ยละ เสาะหาความรู้
2.ควำมสำมำรถใน สจุ รติ รูปแบบ (5Es
กำรคิด 2.ควำมมี ควำมสมั พันธ์ 60
วนิ ยั สง่ิ มีชีวติ กับ -พฤติกรรมการ Instructional
1) ทกั ษะกำร 3.ใฝ่เรียนรู้ สง่ิ มีชีวติ ทางานกล่มุ
สำรวจคน้ หำ รปู แบบตำ่ ง ๆ -แบบสงั เกต Model)
พฤติกรรม
2) ทกั ษะกำร กำรทำงำน
รำยบุคคล
จำแนกประเภท

3) ทักษะกำร

เปรยี บเทยี บ

มาตรฐาน/ สาระการเรียนรแู้ กนกลาง สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
ตวั ช้ีวัด

ชนิด อาศยั อยรู่ ่วมกนั ในแหลง่ ที่อยู่
เดยี วกนั

ว 1.1 ม.3/3 กลุม่ สิ่งมีชวี ิตในระบบนิเวศแบง่ ตำม สงิ่ มชี ีวิตในระบบนิเวศ มีความเกีย่ วขอ้ ง
หน้ำท่ีได้เป็น สมั พนั ธก์ นั โดยสงิ่ มีชวี ติ ในบรเิ วณเดียวกนั จะมี
สรำงแบบจำลองในกำร 3 กลมุ่ ไดแ้ ก่ ผ้ผู ลติ ผบู้ ริโภค และผูย้ อ่ ย การถ่ายทอดพลงั งานผ่านการกินต่อกนั เป็น
อธบิ ำยกำรถำยทอด สลำย สำรอนิ ทรีย์ ส่งิ มีชีวติ ท้งั 3 กล่มุ น้ี ทอด ๆ โดยเร่มิ จากสงิ่ มชี วี ติ ทเ่ี ป็นผผู้ ลติ ถ่าย
พลังงำนในสำยใย มีควำมสมั พันธก์ นั ผู้ผลติ เป็นสิง่ มชี วี ติ ที่ พลงั งานไปยงั ผบู้ รโิ ภคลาดบั ต่อไปเรอื่ ย ๆ
อำหำร สร้ำงอำหำรได้เอง โดยกระบวนกำร เรยี กว่า โซอ่ าหาร ในธรรมชาติสง่ิ มชี ีวิตไม่ไดก้ นิ
สงั เครำะหด์ ้วยแสง ผูบ้ รโิ ภคเปน็ สงิ่ มชี วี ติ อ่ืนเพยี งชนดิ เดยี ว แตม่ ีการกนิ
สิ่งมีชีวติ ทีไ่ ม่สำมำรถสร้ำงอำหำรไดเ้ อง มากกวา่ 1 ชนดิ จงึ ทาใหม้ กี ารถ่ายทอด
และต้องกนิ ผผู้ ลติ หรือสง่ิ มชี ีวติ อื่นเปน็ พลงั งานทีซ่ บั ซอ้ นมากกวา่ เรียกว่า สายใย
อำหำร เมื่อผ้ผู ลิตและผู้บริโภคตำยลง อาหาร
จะถกู ย่อยโดยผยู้ อ่ ยสลำยสำรอนิ ทรยี ซ์ ง่ึ
จะเปล่ยี นสำรอินทรีย์เป็น
สำรอนนิ ทรียก์ ลบั คืนสู่ส่งิ แวดลอ้ ม ทำให้
เกดิ กำรหมนุ เวียนสำรเปน็ วัฏจกั ร
จำนวนผผู้ ลติ ผู้บริโภค และผยู้ อ่ ยสลำย
สำรอินทรียจ์ ะตอ้ งมคี วำมเหมำะสม จึง
ทำให้กล่มุ สง่ิ มชี ีวิตอยู่ไดอ้ ย่ำงสมดลุ



นาไปสู่ ชน้ิ งาน/ภาระ การวัด กจิ กรรมการเรยี นรู้ เวลาเรียน
งาน ประเมินผล (ชั่วโมง)
สมรรถนะ คณุ ลักษณะ วธิ ีสอนแบบ
สาคัญของ อันพ่ึง ใบงาน เรอื่ ง ตรวจใบงาน สบื เสาะหา 4
ประสงค์ โซอ่ ำหำรและ ผา่ นรอ้ ยละ ความรู้ (5Es
ผู้เรียน สำยใยอำหำร 60
1.ควำม -พฤตกิ รรมการ Instructional
4) ทกั ษะ ซื่อสัตย์ ทางานกลมุ่
กำรตคี วำม สุจริต -แบบสงั เกต Model)
ข้อมลู และกำร 2.ควำมมี พฤติกรรม
ลงข้อสรุป วนิ ยั กำรทำงำน
3 3.ใฝ่ รำยบคุ คล
ควำมสำมำรถ เรียนรู้
ในกำรใช้
เทคโนโลยี

1.
ควำมสำมำรถ
ในกำรส่อื สำร
2.
ควำมสำมำรถ
ในกำรคดิ

1) ทกั ษะ
กำรสำรวจ
คน้ หำ

2) ทกั ษะ

กำรจำแนก
ประเภท

3) ทกั ษะ

กำร
เปรียบเทียบ

4) ทักษะ
กำรตีควำม

มาตรฐาน/ สาระการเรียนร้แู กนกลาง สาระสาคญั /ความคิด
ตวั ช้วี ัด รวบยอด

ว 1.1 ม.3/4 อธบิ ำย • พลงั งานถูกถา่ ยทอดจากผผู้ ลิตไปยงั ผบู้ ริโภค การถ่ายทอดพลงั งานใน
ควำมสมั พนั ธของผผู ลติ ผู ระบบนิเวศ อาจทาใหม้ ี
บรโิ ภค และผูยอยสลำย ลาดบั ตา่ ง ๆ รวมท้งั ผูย้ อ่ ยสลายสารอินทรีย์ ใน สารพษิ สะสมอย่ใู น
สำรอนิ ทรียในระบบ รูปแบบสายใยอาหาร ที่ประกอบดว้ ยโซ่อาหาร สงิ่ มีชีวติ ได้ จนอาจ
นเิ วศ หลายโซ่ท่ีสมั พนั ธก์ นั ในการถา่ ยทอดพลงั งาน กอ่ ใหเ้ กดิ อนั ตรายตอ่
ใน โซ่อาหาร พลงั งานที่ถูกถา่ ยทอดไปจะลดลง สงิ่ มชี ีวติ และทาลาย
ว 1.1 ม.3/5 อธิบำย เรื่อย ๆ ตามลาดบั ของการบริโภค สมดลุ ในระบบนิเวศ
ดงั นนั้ การดแู ลรกั ษา
กำรสะสมสำรพิษใน ระบบนเิ วศใหเ้ กิดความ
ส่ิงมีชีวิตในโซอำหำร สมดลุ และคงอยู่
ตลอดไปจงึ เป็นสงิ่ สาคญั

นาไปสู่ ชน้ิ งาน/ การวัด กจิ กรรมการเรียนรู้ เวลาเรียน
ภาระ ประเมินผล (ชัว่ โมง)
สมรรถนะสาคัญ คณุ ลกั ษณะอนั พึ่ง งาน วธิ ีสอนแบบ
ตรวจใบงาน สืบเสาะหา
ของผู้เรยี น ประสงค์ ใบงาน ผา่ นร้อยละ 60 ความรู้ (5Es
เรอื่ ง -พฤติกรรมการ Instructional
1. ควำมสำมำรถ 1.ควำมซอื่ สตั ย์ ทางานกลมุ่ Model)
ในกำรสอื่ สำร สจุ รติ โซ่ -แบบสงั เกต
2. ควำมสำมำรถ 2.ควำมมวี ินยั อำหำร พฤตกิ รรม
ในกำรคดิ 3.ใฝ่เรยี นรู้ และ กำรทำงำน
สำยใย รำยบคุ คล
1) ทกั ษะกำร อำหำร
สำรวจค้นหำ

2) ทักษะกำร
จำแนกประเภท

3) ทักษะกำร
เปรียบเทียบ

4) ทกั ษะกำร
ตีควำมขอ้ มลู และ
กำรลงข้อสรปุ
3. ควำมสำมำรถ

ในกำรใช้
เทคโนโลยี

มาตรฐาน/ สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง สาระสาคัญ/ความคดิ
ตัวช้วี ัด ยอด

ว 1.1 ม.3/6 ตระหนกั • การถ่ายทอดพลงั งานในระบบนิเวศ อาจทาให้ มี ในระบบนิเวศตอ้ งมกี ระบวนกา
ถ่ายทอดพลงั งานทีเ่ กิดขนึ้ พรอ้ ม
ถงึ ควำมสัมพันธของ สารพิษสะสมอยใู่ นส่ิงมีชีวิตไดจ้ นอาจกอ่ ใหเ้ กิด การหมนุ เวียนสาร และในระบบ
สิง่ มชี วี ติ และ อนั ตรายต่อสิ่งมีชีวิต และทาลายสมดุลใน ระบบ หนึง่ ประกอบดว้ ยองคป์ ระกอบท
ส่ิงแวดลอมในระบบนิเวศ นิเวศ ดงั น้นั การดูแลรักษาระบบนิเวศ ใหเ้ กิดความ ชีวติ และองคป์ ระกอบท่มี ีชวี ิต ซ
โดยไมทำลำยสมดลุ ของ สมดลุ และคงอยตู่ ลอดไปจึงเป็ น สิ่งสาคญั ความสมั พนั ธก์ นั อย่างเหมาะสม
ระบบนเิ วศ นิเวศจึงจะอยใู่ นสภาวะสมดลุ

ดรวบ นาไปสู่ ชน้ิ งาน/ การวัด กิจกรรมการ เวลาเรียน
ภาระ ประเมินผล เรียนรู้ (ชว่ั โมง)
าร สมรรถนะสาคญั คุณลกั ษณะ งาน
มกบั ของผู้เรยี น อันพ่ึง ตรวจใบงาน วธิ ีสอนแบบสืบ 2
บนเิ วศ ประสงค์ ใบงาน ผา่ นรอ้ ยละ 60 เสาะหาความรู้
ท่ไี มม่ ี 1.ควำมสำมำรถ เร่อื ง -พฤตกิ รรม (5Es
ซึง่ มี ในกำรสื่อสำร 1.ควำม การทางาน Instructional
มระบบ 2. ควำมสำมำรถ ซื่อสัตย์ สมดุล กลมุ่ Model)
ในกำรคิด สุจริต ระบบ -แบบสงั เกต
2.ควำมมี นิเวศ พฤติกรรม
1) ทักษะกำร วนิ ยั กำรทำงำน
สำรวจค้นหำ 3.ใฝ่เรียนรู้ รำยบุคคล

2) ทกั ษะกำร

จำแนกประเภท

3) ทักษะกำร

เปรยี บเทยี บ
4) ทกั ษะกำร

ตคี วำมข้อมูลและ
กำรลงขอ้ สรปุ
3. ควำมสำมำรถ
ในกำรใช้
เทคโนโลยี

มาตรฐาน/ สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
ตัวช้วี ัด

ว 1.3 ม. • ความหลากหลายทางชวี ภาพ ความหลากหลายทางชวี ภาพแบง่
3/9 เปรยี บเทียบควำม มี 3 ระดบั ไดแ้ ก่ ความ ออกเป็น 3 ระดบั ไดแ้ ก่ ความหลากหลาย
หลำกหลำยทำงชวี ภำพ หลากหลายของระบบนิเวศ ความ ทางระบบนิเวศ ความหลากหลายของ
ในระดับชนดิ ส่งิ มีชีวติ ใน หลาก หลายของชนิดส่งิ มีชวี ติ ชนิดส่ิงมชี วี ติ และความหลากหลายทาง
ระบบนเิ วศตำง ๆ และความหลากหลาย ทาง
พนั ธุกรรม ความหลากหลายทาง พนั ธุกรรม ซ่ึงความหลากหลายทาง
ชวี ภาพนีม้ ี ชวี ภาพในระบบนิเวศในแต่ละพ้นื ท่จี ะ
แตกต่างกนั บางระบบนิเวศมีความ
หลากหลายทางชวี ภาพสูง บางระบบ
นิเวศมคี วามหลากหลายทางชวี ภาพต่า

ซ่ึงความหลากหลายทางชีวภาพ

นาไปสู่ ชิน้ งาน/ การวดั กิจกรรมการเรียนรู้ เวลาเรียน
ภาระ ประเมินผล (ชัว่ โมง)
สมรรถนะสาคญั คณุ ลักษณะอัน วธิ ีสอนแบบ
สืบเสาะหา 2
ของผู้เรยี น พง่ึ ประสงค์ งาน ความรู้ (5Es
Instructional
1. ควำมสำมำรถ 1.ควำมซ่ือสตั ย์ ใบงาน ตรวจใบงาน
ในกำรสือ่ สำร สุจริต เรอ่ื ง ผา่ นร้อยละ 60 Model)
2. ควำมสำมำรถ 2.ควำมมีวนิ ัย ความ -พฤติกรรม
ในกำรคดิ 3.ใฝเ่ รยี นรู้ การทางาน
หลากหลาย กลมุ่
1) ทักษะกำร ทางชวี ภาพ -แบบสงั เกต
สำรวจค้นหำ พฤตกิ รรม
กำรทำงำน
2) ทกั ษะกำร รำยบคุ คล
จำแนกประเภท

3) ทักษะกำร
เปรยี บเทยี บ

4) ทักษะกำร
ตคี วำมข้อมลู และ
กำรลงขอ้ สรปุ
3. ควำมสำมำรถ
ในกำรใช้
เทคโนโลยี

มาตรฐาน/ สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด
ตวั ช้ีวัด

ว 1.3 ม.3/10 อธิบำย ความสาคญั ต่อการรักษาสมดลุ ของ ความสาคญั ต่อการรักษาสมดลุ ของระบบ
ควำมสำคัญของควำม ระบบนิเวศ ระบบนิเวศที่มคี วาม นิเวศ และมคี วามสาคญั ต่อมนุษย์
หลำกหลำยทำง หลากหลายทางชวี ภาพสูง จะรักษา
ชีวภำพท่มี ตี อกำร สมดลุ ไดด้ กี วา่ ระบบนิเวศทมี่ คี วาม
รักษำสมดลุ ของระบบ หลากหลายทางชีวภาพตา่ กวา่
นเิ วศและ นอกจากน้ี ความหลากหลายทาง
ตอมนษุ ย ชวี ภาพยงั มคี วามสาคญั ตอ่ มนุษยใ์ น
ดา้ นต่าง ๆ เช่น ใชเ้ ป็นอาหาร ยา
รักษาโรค วตั ถดุ ิบในอุตสาหกรรม
ต่าง ๆ ดงั น้นั จงึ เป็นหนา้ ทขี่ องทกุ คน
ในการดูแลรักษา ความหลากหลาย

ทางชีวภาพใหค้ งอยู่

ว 1.3 ม.3/11 แสดง การดูแลรักษาความหลากหลาย
ควำมตระหนกั ใน ทางชวี ภาพโดยการร่วมกนั อนุรักษพ์ นั ธุ์
คุณคำและควำมสำคญั สตั ว์ ใชท้ รัพยากรอย่างประหยดั และรู้คุณค
ของควำมหลำกหลำย
ทำงชวี ภำพ โดยมีส
วนรวมในกำรดูแล
รักษำควำม
หลำกหลำยทำง
ชีวภำพ

ด นาไปสู่ ช้นิ งาน/ การวดั กิจกรรมการเรียนรู้ เวลาเรียน
ประเมนิ ผล (ช่วั โมง)
สมรรถนะสาคัญของ คณุ ลกั ษณะ ภาระ
ผเู้ รียน อนั พึ่ง งาน
ประสงค์

บ 1. ควำมสำมำรถใน 1.ควำม ผงั มโน ตรวจงาน วิธีสอนแบบสบื
กำรส่ือสำร ซื่อสตั ย์ ผา่ นร้อยละ 60
2. ควำมสำมำรถใน สจุ ริต ทศั น์ -พฤตกิ รรมการ เสำะหำควำมรู้
กำรคดิ 2.ควำมมี ทางานกลมุ่ (5Es
วนิ ยั ความ
1) ทักษะกำร หลากหลาย Instructional
สำรวจคน้ หำ ทางชวี ภาพ Model)

2) ทักษะกำร 3.ใฝ่
จำแนกประเภท เรียนรู้

3) ทกั ษะกำร

เปรียบเทียบ

4) ทกั ษะกำร

ตีควำมขอ้ มลู และ

กำรลงขอ้ สรปุ

3. ควำมสำมำรถใน

กำรใชเ้ ทคโนโลยี

คา่




Click to View FlipBook Version