- 94 -
วิธีการเตรียมยาเหน็บ นิยมใชวิธีหลอมยาพื้น แลวเติมตัวยาที่บดละเอียดลงไป เทลงในแมพิมพ
นอกจากนั้น อาจใชเครื่องอัด หรือใชมือปน กอนเตรียมยาเหน็บควรทําความสะอาดแมพิมพ โดยจุมลงไปใน
นํ้ารอนท่ีมีนํ้ายาทําความสะอาด ถูเบาๆ ดวยผาท่ีนุม หามใชแปรงขัดท่ีทําดวยลวด หรือวัสดุที่อาจทําใหเกิด
รอยในแมพิมพได หลังจากนั้นใหลางดวยนํ้าจนสะอาด แมพิมพจะมีขนาดตาง ๆ กันไป ไดแก ขนาด 1 กรัม 4
กรัม และ 8 กรัม การเตรียมยาเหน็บบางชนิดตองหลอ ลื่นแมพิมพ เพื่อกันไมใหยาติดแมพิมพ ยาเหน็บท่ีใชยา
พื้นตางชนิดกัน แมจะมีปริมาตรเทากัน แตน้ําหนักจะแตกตางกันไป เน่ืองจากความหนาแนนของยาพื้น
แตกตางกัน ดังนั้น ในการเตรียมยาเหน็บ จึงตองคํานวณปริมาณยาพื้นท่ีถูกแทนที่ดวยตัวยา หรือ
displacement value (D.V.) เพื่อจะไดทราบน้ําหนักยาพ้ืนท้ังหมดท่ีจะใช ตัวอยางเชน ถายา ก มีคาแทนที่
เปน a หมายความวา ยา ก จํานวน a กรัมจะแทนท่ีปริมาตรยาพ้ืนจํานวน 1 กรัม (ปริมาตรเทากัน) ในการ
ทดลองจึงจําเปนตองทราบน้ําหนักของยาพื้นในยาเหน็บ 1 แทงเทากับ b กรัม แลวคํานวณวาเม่ือมีตัวยา
จํานวน c กรัมใน 1 แทง จะแทนท่ีปริมาตรยาพ้ืนไดจํานวน c/a กรัม ดังนั้นจะตองใชยาพื้นจํานวนเทากับ
b-(c/a) กรัม ในหน่ึงแทง คาการแทนที่ของตัวยาสําหรับยาเหน็บที่ใชยาพื้นเปน theobroma oil แสดงใน
ตาราง ในกรณที ใี่ ชยาพ้นื ชนดิ อื่น จะตอ งทดลองหาคา การแทนทีใ่ หม
ตารางแสดงคาการแทนท่ี (D.V.) ของยาเหนบ็ ท่ีใช theobroma oil เปนยาพนื้
ตัวยา คา การแทนที่ ตัวยา คาการแทนท่ี
1.5
Aminophylline 3.0 Hydrocrotisone acetate 1.5
Bismuth subgallate 1.0 Ichthamol 1.0
Castor oil 1.5 Morphin hydrocholride 1.5
Chloral hydrate 1.5 Peru balsam 1.0
Cinchoccaine hydrochloride 1.5 Phenobarbitone 1.0
Cocaine hydrocholride 1.5 Resorcinol 1.0
Hamamelis dry extract 1.5 Tannic acid 1.0
Hydrocortisone Zinc oxide 5.0
ตาํ รบั ท่ีกําหนดใหเตรียม จํานวน 3 แทง
1. Bismuth Subgallate Suppository, PCx จํานวน 3 แทง
2. Glycerin Suppository USP
- 95 -
ตาํ รับที่ 1
Bismuth Subgallate Suppository PCx
1. สตู รตาํ รบั
Rx
Bismuth subgallate 300 mg
Witepsol W35 q.s.
เตรยี มจํานวน 3 แทง
คา การแทนท่ี (D.V.) ของ Bismuth subgallate เมอ่ื ใชย าพืน้ Witepsol W35 = 1.87
2. วธิ เี ตรยี ม
ก. การทดลองหาน้ําหนกั ตอ แทงของยาพื้นเปลา (Witepsol W35)
1. เตรียมแมพมิ พย าเหน็บ โดยทําความสะอาดใหเ รยี บรอ ย ใชสาํ ลชี บุ glycerin เล็กนอย
ถูเบาๆ บริเวณเบาพิมพใหท่ัว เพ่ือหลอล่ืนเบาพิมพ วางคว่ําลง หรืออาจใชวิธีนํา
แมพิมพท่ีประกบคูเรียบรอยแลวไปแชในตูเย็น โดยใหไอเย็นเปนตัวหลอล่ืน แตวิธี
แรกจะทําใหแมพ ิมพแกะออกงา ยกวา
2. ชั่ง Witepsol W35 มา 12 กรัม สําหรับเตรียมยาเหน็บประมาณ 5 แทง (เพ่ือเตรียม
จรงิ 3 แทง )
3. หลอมยาพื้นแลวเทลงในแมพิมพจํานวน 3 หลุม โดยเทใหล น ออกมาจากหลมุ
4. ปลอ ยใหย าพนื้ แข็งตัว ใชม ีดหรือ spatula ปาดเอายาพื้นสว นเกนิ ทิ้งไป
5. แกะแมพ ิมพอ อก โดยดนั ดา นปลายแหลมใหยาเหนบ็ หลุดออกมา
6. นาํ ยาเหนบ็ จํานวน 3 แทง ไปชง่ั หานํา้ หนักเฉลีย่ ตอแทง
ข. คํานวณโดยใชคาการแทนที่ เพื่อหานํ้าหนักยาพ้ืนท่ีตองใชจริงเม่ือมีตัวยา 300
มิลลิกรัม/แทง
-ตัวยาท้ังหมดทใ่ี ชส ําหรบั เตรียมยาเหนบ็ 1 แทง เทากับ = 0.30 กรัม
-คา D.V ของ bismuth subgallate เทากับ 1.87 หมายความวา
ตัวยา bismuth subgallate 1.87 กรัม จะแทนท่ี Witepsol W35 1 กรมั
ดังนัน้ ตวั ยา bismuth subgallate 0.30 กรัม จะแทนท่ี Witepsol W35 (1x0.30)/1.87 = 0.16 กรมั
นน่ั คือ ปริมาณ Witepsol W35 ท่ีถูกแทนท่ีดวยตวั ยา 0.30 กรมั เทา กบั 0.16 กรมั
ถาใหปริมาณยาพน้ื ลวน ๆ ตอ ยาเหนบ็ 1 แทง เทากบั X กรัม
ปริมาณยาพนื้ Witepsol W35 ท่ีใชจ ริงสาํ หรบั เตรียมยาเหน็บ 1 แทง คือ X - 0.16 กรมั
- 96 -
สรุป สูตรตํารับ สําหรับ 1 แทง จะมีตัวยา 0.30 กรัม และ Witepsol W35 X-0.16 กรัม ในการ
เตรียมยาเหน็บ 3 แทง จะคํานวณใหเกินพอสําหรับการสูญเสียจากการติดภาชนะและสวนเกินที่เราตองเทลน
ออกมา ในที่นี้จะคํานวณสําหรับ 5 แทง จะไดสูตรตํารับของการเตรียม 5 แทง ดังนี้ ตัวยา 0.30x5 = 1.50
กรมั และ Witesol W35 = 5x(X-0.16)
หมายเหตุ อักษร W ที่อยูทายชื่อ Witepsol มาจากคําวา “Weich” หมายถึง soft ซึ่งเน้ือเบสมี
ความยืดหยุน (elasticity), มี hydroxyl value = 40-50 mg KOH/g, ยาพื้นเกรด W เปน hard fats ที่
ประกอบดวย triglycerides รอยละ 65-80, diglycerides รอยละ 10-35 และ monoglycerides รอยละ 1-
5, มี solidification temperature 27-32oซ และมี melting temperature 33.5-35.5oซ ซ่ึงจะเห็นวา
solidification และ melting temperature มี gap ที่คอนขางมาก ทําให Witepsol เกรด W ทนตอสภาวะ
shock cooling และแข็งตัวคอนขา งชา
ค. การเตรยี มยาพน้ื ท่มี ีตวั ยา 0.30 กรมั /แทง
1. เตรยี มแมพิมพย าเหนบ็ โดยทําความสะอาดใหเรียบรอย ใชสาํ ลีชบุ glycerin เลก็ นอย ถูเบาๆ
บริเวณเบาพิมพใหทั่ว เพื่อหลอลื่นเบาพิมพ วางควํ่าลง หรืออาจใชวิธีนําแมพิมพท่ีประกบคูเรียบรอย
แลว ไปแชใ นตเู ยน็ โดยใหไ อเย็นเปน ตวั หลอ ลืน่ แตวิธแี รกจะทําใหแมพ ิมพแ กะออกงายกวา
2. เตรียมยาพ้ืน โดยหั่น หรือตัดยาพื้นเปนชิ้นเล็ก ๆ ใสใน casserole เพ่ือใหยาพื้นไดรับความ
รอนทั่วถึง
3. เตรียมตัวยา เน่ืองจากตัวยาไมล ะลายในยาพ้นื จงึ ควรบดใหอ ยูใ นรูปผงที่ละเอยี ดทสี่ ดุ แลว ชัง่
ผงยามา 1.5 กรมั
4. นาํ casserole ไปอุนบนหมออังไอนํ้า (on water bath) เตมิ ยาพ้ืนลงไป คนจนยาพื้นหลอม
หมด นําไปเขาตเู ย็นชองธรรมดาประมาณ 5 นาที
5. ยาพ้ืนจะเริ่มหนืด ใหเทตัวยาลงไปผสม คนใหเขากันดี เม่ือสวนผสมเร่ิมหนืดข้ึน จึงเทใส
แมพิมพ โดยเทใหลนแมพิมพเพื่อกันผิวดานบนยุบตัว ขณะเทใหคนตลอดเวลาเพ่ือใหผงยากระจาย
ตวั อยางทว่ั ถงึ ไมต กตะกอนลงไปท่ดี านลางของ casserole หากสว นผสมเรม่ิ หนดื จนเทไมไ ด ใหน ําไป
อนุ บนหมออังไอนํา้ ใหม
6. นําแมพิมพไปเขาตูเย็นชองธรรมดา นานประมาณ 10-15 นาที แลวใชมีดที่คมหรือ spatula
ปาดสวนเกินทิ้งไป แกะยาเหน็บออกจากแมพิมพ และหอดวยกระดาษอลูมิเนียม ยาเหน็บที่หอ
เรยี บรอยแลว ใหบรรจใุ นขวดแกวปากกวา งทป่ี ดไดสนิท เกบ็ ในตเู ยน็ และควรเกบ็ ในทม่ี ืด
3. หนาท่ขี ององคประกอบในตํารับ - 97 -
องคป ระกอบ
Bismuth subgallate หนาท่ี
______________________________________
Witepsol W 35 ______________________________________
4. สรรพคุณของตํารบั
________________________________________________________________________________
5. ขนาด และวิธใี ชของตํารบั
________________________________________________________________________________
6. ภาชนะบรรจุ และการเก็บรักษา
________________________________________________________________________________
7. ฉลากชวย และขอแนะนําในการใชยา
________________________________________________________________________________
- 98 -
ตาํ รับท่ี 2
Glycerin Suppository USP
1. สตู รตํารบั
Rx
Glycerin 91 g _____________
Sodium stearate 9g _____________
Purified water 5g _____________
105 g 20 กรมั
- เตรยี มจาํ นวน 3 แทง (คํานวณจาํ นวน 20 กรมั )
2. วิธีเตรียม
2.1 ชัง่ sodium stearate 9 กรมั ในบีกเกอรขนาด 100 มลิ ลลิ ิตร ตงั้ ในหมออังไอนํา้ เพื่อให
ออ นตัว ประมาณ 10 นาที ใชแทงแกวคนใหค วามรอนกระจายทัว่ ถงึ
2.2 เติม glycerin คนเบาๆ และคนเปนครัง้ คราว การคนบอ ย ๆ จะทําใหยาเหนบ็ มี
ฟองอากาศ น้ําหนักที่ไดตอ แทง จะลดลงและไมสมํา่ เสมอ
2.3 เมื่อ sodium stearate เรม่ิ หลอมตวั ใหเติมน้าํ กลน่ั 5 กรมั คนใหท ว่ั เปน ครงั้ คราว ปด
บีกเกอรดว ยกระจกนาฬิกา เพือ่ กันไมใหนา้ํ ระเหย
2.4 ทาํ ความสะอาดแมพิมพ หลอลื่นดวย mineral oil
2.5 เม่อื สารผสมเริม่ หนดื (สังเกตจากมสี ารผสมจับทีข่ อบดา นในบีกเกอร) ใหเทสารผสมทีเ่ ปน
เนื้อเดยี วกัน ลงในแมพ ิมพจํานวน 3 หลมุ จนลน
2.6 ทิง้ ใหเ ย็นท่อี ุณหภูมิหอ ง เมอ่ื ยาเหน็บแข็งตวั แลว ใหปาดสวนทเ่ี กินทง้ิ ไป
2.7 แกะออกจากแมพมิ พ หอดว ยกระดาษอลมู ิเนียม ยาเหน็บท่ีหอเรยี บรอ ยแลว ใหบรรจุใน
ขวดแกว ปากกวางที่ปดไดส นิท เก็บในตเู ย็น และควรเกบ็ ในท่ีมืด
3. หนาทีข่ ององคประกอบในตาํ รับ หนาท่ี
องคประกอบ ______________________________________
Glycerin ______________________________________
Sodium stearate ______________________________________
Purified water
- 99 -
4. สรรพคุณของตํารบั
________________________________________________________________________________
5. ขนาด และวิธใี ชข องตํารับ
________________________________________________________________________________
6. ภาชนะบรรจุ และการเก็บรกั ษา
________________________________________________________________________________
7. ฉลากชวย และขอแนะนําในการใชย า
________________________________________________________________________________
เอกสารอา นประกอบ
1. Aulton, M.E. (2002). Pharmaceutics: The Science of Dosage Form Design, Churchill
Livingstone, Edinburgh, pp. 534-543.
2. Carter, S.J. (1975). Cooper and Gunn’s Dispensing for Pharmaceutical Students, 12th ed,
Pitman Medical Publishing Co. Ltd., London, pp. 232-252.
3. Dittert, L.W. (1974). Sprowls’ American Pharmacy, 7th ed, J.B. Lippincott Company,
Philadelphia, pp. 279-296.
4. Lund, W. (1994). The Pharmaceutical Codex, Principles and Practice of Pharmaceutics, 12th
ed, The Pharmaceutical Press, London, pp. 170-176.
5. Thumpson, J.E. (2009). A Practical Guide to Contemporary Pharmacy Practice, 3rd ed,
Lippincott Williams & Wilkins, Pennsylvania, pp. 517-529.
6. Winfield, A.J. (2004). Pharmaceutical Practice, 3rd ed, Churchill Livingstone, pp. 218-224.
7. Excipients for Pharmaceuticals. Retrieved April 11, 2011, from http: //
www.sasoltechdata.com /Marketing/Excipients_Pharmaceuticals.pdf.
8. Allen, L.V., Worthen, D.B. and Mink, B. (2008). Suppositories, Pharmaceutical Press,
London.
ปรับปรุงและเรยี บเรยี งโดย รองศาสตราจารย ดร. ภญ. พาณี ศริ ิสะอาด
- 100 -
การทดลองบทที่ 12
การประเมินคุณภาพยาเหน็บ
วตั ถุประสงค
เพอื่ ประเมินคุณภาพยาเหน็บ ท่ีเตรียมจากยาพืน้ ยาเหนบ็ ชนดิ ตาง ๆ
บทนํา
ยาเหนบ็ เปนยาเตรยี มในรปู ของแข็งที่มีรูปรา ง ขนาด และนา้ํ หนกั ตางๆ กัน ใชส อดเขาชอ งตางๆ ของ
รางกาย เชน ทวารหนัก ชองคลอด หรือทอปสสาวะ เพื่อใหไดผลการรักษาเฉพาะที่ท่ีบริเวณนั้นๆ หรือเพ่ือให
ยาดูดซึมสูเสนเลือดบริเวณนั้น แลวไปออกฤทธ์ิท่ีสวนตางๆ ของรางกาย ปจจัยที่เก่ียวของกับผลการรักษา
นอกจากจะข้ึนอยูกับสรีรวิทยา และสมบัติของตัวยาแลว ยังข้ึนกับชนิด และคุณสมบัติของยาพ้ืนยาเหน็บที่ใช
ดว ย
กอนนํายาเหน็บมาใชในการรักษา จะตองผานการตรวจสอบคุณภาพ ไดแก ลักษณะภายนอก การ
กระจายตัวของตวั ยาในแทงยาเหนบ็ นํ้าหนกั ของยาเหน็บแตละแทง ปริมาณตวั ยาในยาเหน็บแตละแทง ความ
แข็งของยาเหน็บ ระยะเวลาที่ยาเหน็บหลอม หรือละลายหมดท่ีอุณหภูมิ 37ºซ การปลดปลอยตัวยาออกจาก
ยาเหนบ็ ในหลอดแกวทดลอง ตลอดจนการตรวจสอบประสทิ ธิภาพการรักษาของยาเหนบ็ ในสิง่ มชี ีวติ
สารเคมี และอปุ กรณ
สารเคมี
Sodium salicylate
Polyethylene glycol 400, 1500, 6000
Span 40
Witepsol E 85
ไขกระบก
สารละลายเฟอรร ิคไนเตรท ความเขมขน 1% ในกรดไนตริก 1%
อปุ กรณ
แมพ ิมพยาเหนบ็
เคร่อื งมือทดสอบการกระจายตัวของยาเหน็บ
สเปคโตรโฟโตมเิ ตอร
เครอ่ื งมอื ทดสอบความแข็งของยาเหน็บ (suppository hardness tester)
เยอ่ื บางเซลโลเฟน
- 101 -
อา งน้าํ ควบคุมอณุ หภมู ิ
หมอ อังไอน้ํา
ขาตั้งพรอมท่ียึด
ปเปต ขนาด 5 มิลลิลิตร
นาฬิกาจบั เวลา
ขวดปรบั ปรมิ าตร ขนาด 100 มลิ ลิลิตร
บีกเกอร ขนาด 1000 มลิ ลิลิตร
หลอดทดลอง ขนาด 10 มิลลิลิตร
วิธกี ารทดลอง
1. การประเมนิ คณุ ภาพของยาเหนบ็ ที่ใชยาพืน้ ชนดิ ตา งๆ
เตรยี มยาเหน็บ ซึ่งมี sodium salicylate 20% ของน้ําหนักยาเหน็บ โดยใชย าพนื้ ชนดิ ตางๆ
ตอไปนี้
1. PEG 6000 46% + PEG 1500 34% + PEG 400 20%
2. Span 40
3. Witepsol “35
4. ไขกระบก
ในการเตรียมยาเหน็บจะไมใ ชสารหลอ ลนื่ แบบพมิ พ เพื่อปองกันผลกระทบตอการปลดปลอ ยตวั
ยาจากยาเหน็บ
2. ศกึ ษาลักษณะภายนอก และการกระจายตัวของตัวยาในยาเหน็บ
นํายาเหน็บมา 1 แทง ศกึ ษาลกั ษณะภายนอก และการกระจายของตวั ยาในยาเหนบ็ โดย
นํายาเหน็บมาผาตามยาว และสงั เกตความทบึ ของยาเหน็บตลอดทั้งแทง
3. ทดสอบความแข็งของยาเหน็บ โดยใชเครอื่ งทดสอบความแขง็ ของยาเหนบ็
3.1 นาํ ยาเหน็บท่จี ะทําการทดสอบวางไวท ่อี ุณหภูมิหอ ง นาน 24 ชว่ั โมงกอนนํามาทดสอบ
3.2 ผานนาํ้ ตามอุณหภูมทิ ี่ตองการ (constant temperature bath) เขารอบๆ testing
chamber เพือ่ ควบคุมอณุ หภูมิ และตรวจสอบอณุ หภมู จิ ากเทอรโมมเิ ตอรท ี่เสยี บอยู
ดา นบน testing chamber
3.3 นาํ ยาเหนบ็ มาวางใน sample holder ในแนวตง้ั ใหปลายดา นแหลมของยาเหนบ็ ชีข้ ึ้น
ปด กระจก testing chamber นํ้าหนกั ทกี่ ดทับบนยาเหน็บขณะนีเ้ มอื่ ยังไมไดเ ติมแผน
น้ําหนกั (weight disc) เทากับ 600 กรัม
- 102 -
3.4 หลงั จากน้ัน 1 นาที ใหเติมแผนนา้ํ หนกั 1 แผน (หนัก 200 กรัม) และทกุ ๆ 1 นาที เติมอีก
1 แผน (หนัก 200 กรมั ) ไปเร่ือยๆ จนกระทง่ั ยาเหนบ็ แตก หรอื ยน (collapse) จุดท่ียา
เหนบ็ แตกเรียกวา “breaking point”
3.5 แรงทใ่ี ชทําใหยาเหนบ็ แตกหัก หรอื ยน อา นไดจ ากน้าํ หนัก 600 กรัมในตอนแรก รวมกบั
นํ้าหนักของแผนนาํ้ หนัก (แผนละ 200 กรัม)
3.6 นาํ้ หนกั ของแผน นํ้าหนักแผน สุดทา ยท่ที าํ ใหยาเหน็บแตก คํานวณไดดังน้ี
3.6.1 ถา ยาเหน็บแตกภายใน 20 วินาทีหลงั จากเตมิ แผน น้ําหนกั แผน สดุ ทา ย นํ้าหนักแผน
สุดทายน้ีจะไมนํามาคดิ รวมกับนา้ํ หนักทงั้ หมด
3.6.2 ถายาเหนบ็ แตกภายในเวลา 20 ถึง 40 วินาทีหลังจากเตมิ แผน นาํ้ หนักแผน สดุ ทาย
จะคิดนํา้ หนักของแผน นาํ้ หนักสุดทา ยนเี้ พียง 100 กรัม
3.6.3 ถายาเหน็บแตกหลังจากเติมน้ําหนักแผน สุดทายมากกวา 40 วินาที จะคิดนาํ้ หนัก
ของแผน สดุ ทา ยเปน 200 กรัม
3.6.4 จํานวนยาเหนบ็ ท่ใี ชทดสอบ 2 แทง
4. ศึกษาการหลอมละลายของยาเหนบ็
เพื่อทดสอบวายาเหน็บใชเวลาเทาใดในการหลอม หรือละลายหมดท่ีอุณหภูมิ 37ºซ เครื่องมือที่
ใชทดสอบคือ เคร่ืองทดสอบการแตกตัวของยาเม็ด (tablet disintegration tester) ซึ่งมีวิธีการ
ทดสอบดงั นี้
4.1 วางยาเหน็บ 1 แทง ลงบนตะแกรงลวดท่ีอยูดา นในหลอดแกว (basket) แตละอันจนครบ
ทั้ง 6 หลอด ใช plastic tubing ทาํ เปนลักษณะโคง งอปดไวท ่ีปลายเปดดา นบน เพ่อื กนั ยา
เหนบ็ ลอยหลุดออกไป
4.2 เตมิ นาํ้ กลนั่ จาํ นวน 250 มิลลิลติ ร ลงในกระบอกแกวใหญท่ีรองรบั ดา นลาง เปดเครื่องทํา
ความรอ น เพอ่ื ใหอ ณุ หภมู ขิ องนํา้ เทากบั 37ºซ
4.3 เปดสวติ ซใ ห basket เคลอื่ นทีข่ นึ้ ลงดว ยความเร็ว 38 รอบตอนาที
4.4 จับเวลาท่ียาเหน็บแตละแทงหลอม หรือละลายหมดท้ังแทง โดยดูวาจะตองไมมีเศษ หรือ
ชิ้นสว นใด ๆ ของยาเหนบ็ ติดคางอยูบนตะแกรงลวดของ basket
4.5 ยาเหน็บท่ีใชทดสอบจํานวน 3 แทง ควรหลอมหรือละลายไดหมดภายใน 30 นาที
5. ศกึ ษาการปลดปลอยตัวยาจากยาเหน็บ
กอนที่ตัวยาในยาเหน็บจะออกฤทธ์ิเฉพาะท่ี หรือถูกดูดซึมไปยังสวนตางๆ ของรางกายนั้น ตัวยา
จะตองถูกปลดปลอยจากยาพ้ืนยาเหน็บ ซ่ึงอัตราเร็วในการปลดปลอยตัวยาจากยาพื้นมีผลตอ
ประสิทธิภาพทางการรักษาของยาเหน็บ ชนิด และสมบัติของยาพื้นยาเหน็บมีความสําคัญอยางมาก
ตออัตราเร็วในการปลดปลอยตัวยาจากยาเหน็บ การศึกษาการปลดปลอยตัวยาจากยาเหน็บในหลอด
- 103 -
ทดลองจึงมีความสําคัญ เพื่อเปนแนวทางในการเลือกใชยาพ้ืนยาเหน็บท่ีเหมาะสมตอไป วิธีการ
ทดสอบมดี งั นี้
5.1 อุปกรณ ประกอบดวยหลอดแกวปลายเปดทั้งสองขาง ยาวประมาณ 2 น้ิว และมี
เสนผาศนู ยก ลางประมาณ 1.5 นว้ิ ปลายดานหน่งึ ปด ดวยเยือ่ เซลโลเฟน ภายในหลอดแกว
น้ีมีนาํ้ บรรจุอยู 15 มิลลลิ ิตร
5.2 นําหลอดแกวนี้จุมลงในบีกเกอรขนาด 1000 มิลลิลิตร (ภายในบีกเกอรมีนํ้ากลั่นบรรจุอยู
900 มิลลิลิตร และสารละลายเฟอรริคไนเตรท ความเขมขน % 1จํานวน 50 มิลลิลิตร)
ใหปลายหลอดแกวดานที่ปด ดวยเย่อื เซลโลเฟนจุมใตผ ิวหนา ของน้ําในบกี เกอรประมาณ 1
เซนติเมตร นําบีกเกอรแชไวใ นอา งควบคมุ อุณหภูมิ 37ºซ
5.3 นํายาเหน็บที่ตองการทดสอบใสในหลอดแกว โดยใหยาเหน็บจมอยูใตผิวนํ้าในหลอดแกว
ปดบกี เกอรด วยพลาสตกิ ใส เพ่อื ปอ งกันการระเหยของนํา้
5.4 คนนํา้ ในบีกเกอรท กุ 5 นาที และกอนท่จี ะดูดสารละลายตวั อยาง
5.5 ดูดสารละลายตัวอยาง (นํ้าในบีกเกอร) ครั้งละ 5 มิลลิลิตร ท่ีเวลาตางๆ คือ 5, 10, 15,
30, 60, 90 และ 120 นาที ตามลําดับ โดยเริ่มจับเวลาหลังจากที่นํายาเหน็บใสลงใน
หลอดแกว และใหเติมสารละลายใหมทดแทน จํานวน 5 มิลลิลิตรทุกครั้งที่มีการดูด
สารละลายตวั อยางทเ่ี วลาตา ง ๆ
5.6 นําไปวัดคาการดูดกลืนแสง ท่ีความยาวคลืน่ 525 นาโนเมตร
5.7 คํานวณหาความเขมขนของตัวยา โดยอาศยั กราฟมาตรฐาน
ผลการทดลอง และสรุป
1. บันทกึ ขอมลู ท้ังหมดในตาราง
2. เขียนกราฟระหวางเปอรเซ็นตของยาทถ่ี ูกปลดปลอ ยจากยาเหน็บ เทยี บกบั เวลา
3. เปรียบเทียบ และวจิ ารณ ลกั ษณะของยาเหน็บ ความแขง็ ระยะเวลาท่ียาเหนบ็ หลอมละลาย และ
การปลดปลอ ยตวั ยาจากยาเหน็บทเี่ ตรียมจากยาพื้นชนิดตาง ๆ สรุป และประเมินผลท่ีได
- 104 -
เอกสารอานประกอบ
1. Dittert, L. W. ( 1974) . Sprowls’ American Pharmacy, 7th ed, J. B. Lippincott Company,
Philadelphia, pp. 279-296.
2. Lachman, L., Libernam, H.A. and Kanig, J.L. (1986). The Theory and Practice of Industrial
Pharmacy, 3rd ed, Lea and Febiger, Philadelphia, pp. 585-588.
3. Parrot, E.L. (1973). American Journal of Pharmaceutical Education, 37: 39.
4. Parrot, E.L. (1970). Pharmaceutical Technology, Burgress Publishing, Minneapolis, pp. 386-
388.
ปรบั ปรงุ และเรยี บเรียงโดย รองศาสตราจารย ดร.ภญ.พาณี ศิรสิ ะอาด
- 105 -
บทที่ 13
งานมอบหมาย
วตั ถปุ ระสงค:
เพ่ือใหนักศึกษานําทักษะการคนขอมูล และความรูที่เกี่ยวของกับยาเตรียมในระบบกระจายตัว มาใช
ในการพัฒนาสูตรตํารับยาเตรียมท้ังในรูปยาเตรียมของเหลวและยาเตรียมก่ึงแข็ง และยาเตรียมของเหลว
รูปแบบอ่นื ๆ
นักศึกษาจะไดร ับโจทยงานมอบหมายจากอาจารยป ระจํากลมุ และมีขอ ควรปฏบิ ตั ิดังนี้
1. คน ควาและรวบรวมขอ มูลท่เี ก่ยี วของจากหนังสอื หรอื เอกสารทางวิชาการ
2. เขียนแผนการทํางาน ประกอบดวย สูตรตํารับ วิธีเตรียม สารเคมีและอุปกรณท่ีจําเปน ภาชนะ
บรรจแุ ละฉลากยา
3. พบอาจารยประจาํ กลุมเพื่อรายงานผลการคน ขอมูลและขอความเหน็ ชอบแผนการทํางาน
4. ใหนักศึกษาเขียนแบบฟอรมเบิกสารเคมีหรืออุปกรณอ่ืนๆ ที่ไมมีในตูปฏิบัติการ ใหอาจารย
ที่ปรึกษาเซ็นชื่อทายแบบฟอรม และยื่นตอเจาหนาที่ประจําหองปฏิบัติการอยางนอย 3 วันทําการกอนวัน
ปฏิบัตกิ าร โดยสามารถตรวจสอบรายการสารเคมแี ละอุปกรณท ี่มใี นหองปฏิบตั ิการกอนการเบิกสาร
5. เขา ปฏิบตั กิ ารตรงเวลา ตามวนั -เวลาทีก่ าํ หนดในตารางเรยี น
6. สง รายงานและผลิตภัณฑ ทายการทําปฏิบัตกิ าร
การทํารายงานใหใชภาษาอังกฤษ โดยมีแบบฟอรมการทํารายงานดังเอกสารที่จะแจงใน KC-Moodle ของ
กระบวนวชิ า 465221 ตอ ไป
ภาคผนวก
- 107 -
ทกั ษะการเตรยี มยาน้าํ สําหรบั ผปู วยเฉพาะรายจากยาแคปซลู
ลาํ ดับ Check list คะแนน
1 คํานวณปริมาณเม็ดยาทีต่ องการใชไ ดถูกตอ ง 2
2 อา นฉลากกอ นหยิบขวดยา 1
3 ใชชอ นเขาตักเม็ดยา หรือเทเม็ดยาออกจากขวดโดยตรง 1
ใสไวใ นบกี เกอร กระจกนาฬิกา หรอื ฝาขวด (ใชมือหยบิ ได 0 คะแนน)
4 เทผงยาจากแคปซลู ลงในโกรง โดยตรง 1
5 ไมเหลือผงยาตดิ คา งในปลอกแคปซูล 1
6 หยด wetting agent ทเ่ี หมาะสมลงบนผงยา 1
7 จับโกรงและลูกโกรง ดว ยเทคนิคทถี่ ูกตอ ง 1
8 บดผสมผงยากับ wetting agent ในโกรง จนผงยาเปย กพอดี ไมเ หลวหรือแหง ไป 1
9 เพสตท ีไ่ ดม ีเน้ือเนยี น 1
10 คาํ นวณปริมาณนํา้ กระสายยาท่ีตองการใชในตาํ รบั และคาํ นวณปริมาณ ¾ ของ 1
น้ํากระสายยาท่ีตอ งการนั้น
11 ตวงนํา้ กระสายยาใหม ีปรมิ าตร ¾ ตามตองการ ดว ยทักษะการตวงทีถ่ ูกตอง 2
ไดแ ก
- อา นฉลากครบ 3 คร้งั (0.5 คะแนน) 1
- อา นปรมิ าตรในระดับสายตา (0.5 คะแนน)
- ปรมิ าตรถกู ตองตามท่ตี องการ (1 คะแนน) 1
12 คอ ยๆ เติมน้าํ กระสายยาลงบนผงท่ีเปย กแลวในโกรง
- โดยแบงเตมิ มากกวา 1 ครั้ง (0.5 คะแนน) 1
- ทงิ้ ระยะเวลาใหของเหลวไหลลงสกู ระบอกตวงอยางสมบรู ณใ นคร้งั 1
สุดทาย (0.5 คะแนน) 1
13 บดผสมใหผงยากระจายตวั เปนเนอ้ื เดียวกันทุกครัง้ กอนเตมิ น้าํ กระสายยาครั้ง 1
ตอไป โดยผงยากระจายตวั สมํ่าเสมอเปน เน้ือเดียวกนั 1
14 ถายยาน้ําแขวนตะกอนที่ไดจากโกรง ลงในกระบอกตวงขนาดท่ีเหมาะสม 20
15 โดยไมหกเลอะเทอะ
16 กลัว้ โกรงดวยนาํ้ กระสายยาที่เหลืออยา งนอยสองครัง้
17 ปรบั ปริมาตรใหครบตามสูตรตํารับ
18 ถายยาน้าํ แขวนตะกอนจากกระบอกตวงใสล งในบีกเกอร คนผสมใหเ ขา กนั
คะแนนรวม
- 108 - คะแนน
1
ทกั ษะการช่ังยาพื้น 1
1
ลาํ ดบั Check list 0.5
1 ใชกระดาษไขซอ นกระดาษขาว 0.5
2 พับกระดาษชง่ั แบบกระทง 0.5
3 เขียนชือ่ -นาํ้ หนักสารที่ถูกตองบรเิ วณสว นบนหรอื ดา นขาง 0.5
4 กด tare เครอ่ื งช่งั ใหเปน 0 1
5 วางกระทงบนจานช่งั และกด tare อกี ครั้ง 0.5
6 อานฉลากกอ นหยิบกระปอ งสาร เปด ฝา และวางฝาหงายบนโตะ 2
7 อา นฉลากอกี ครัง้ กอ นตักสาร 0.5
8 ใช spatula 2 อัน หรือ spatula กับแทงแกว ในการตักสารใสกระดาษช่งั 0.5
9 ไมใ ช spatula กดลงบนเครื่องชั่งขณะช่งั 0.5
10 ชงั่ ไดน าํ้ หนกั ท่ีตอ งการ 10
11 ยกกระดาษช่งั ลง และกด tare
12 ปดฝากระปอง อานฉลาก และเก็บเขา ที่
13 มคี วามสะอาด ไมห กเลอะเทอะ
คะแนนรวม
- 109 -
ทักษะการผสมผงยาเขา กับยาพนื้
ลําดบั Check List คะแนน
1 วาง slab ใหร าบกับพ้นื โตะโดยใหส ลักไมแนบชดิ กับขอบโตะตลอดการเตรยี มยา 1
2 ใช spatula ปาดยาพนื้ วางไวตรงมมุ ของ slab ดานบน ซา ยหรอื ขวาตรงขามกบั ดานที่ 1
ถนดั
3 เทผงยาลงตรงกลาง slab 1
4 เลอื กใช levigating agent ทถ่ี ูกตอง หยดลงบนผงยา 1
5 ใหจ ับ spatula ดว ยมอื ทถี่ นัด ในลกั ษณะควํ่ามือ นว้ิ ชี้ทาบไป ตามแผน spatula 0.5
6 ใชมือขา งท่ไี มถนัดจบั ดา มของ slab 0.5
7 บดผสมผงยากับ levigating agent จนไดเพสตเน้ือเนียน ไมแ หงหรือเหลวเกนิ ไป 1
8 ใช spatula แบง ยาพืน้ ปริมาณพอๆ กบั ตวั ยา (ทเ่ี ปน เพสต) บดผสมจนเปน เนือ้ 1
เดียวกนั กอนผสมสวนถัดไป ดวยวิธี Geometric dilution technique
9 ปาดผงยาเปนฟลมบางๆ เพื่อตรวจสอบความสมา่ํ เสมอของตํารบั 1
10 ไดตาํ รบั ท่ีมีลกั ษณะเนื้อเนยี น ไมมตี ัวยาเปนเม็ดๆ 1
11 ความสะอาด/ไมเลอะเทอะมาก 1
คะแนนรวม 10