รายงานการวิจัย รายวิชาเวชศาสตร์ครอบครัวและเวชศาสตร์ชุมชน อุบัติการณ์และปัจจัยที มีความสัมพันธ์กบัโรควิตกกงวลั ทัวไป ในช่วงการระบาด และหลังการระบาดของ COVID-19โรงพยาบาลพระนัง เกล้าจังหวัดนนทบุรี Incidence andfactors forgeneralizedanxiety disorderduring COVID-19pandemic andpost-pandemic inPranangklaohospital, Nonthaburi โดย นางสาว ปราณปัญญ์ศาสตรสิงห์รหัสนักศึกษา6006300006 นางสาว สุชนา ดุสิตนานนท์ รหัสนักศึกษา6006300018 นางสาวอัยลดา เตชะวัฒนาธร รหัสนักศึกษา6006300019 เสนอ ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์เฉลิม วราวิทย์ แพทย์หญิงสิริรัตน์ลิมกุล นายแพทย์วิทยา ศิริชีพชัยยันต์ แพทย์หญิงธนิสร พรประสิทธิ ปี การศึกษา2566 ศูนย์แพทยศาสตร์ชั นคลินิกโรงพยาบาลพระนัง เกล้า คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยสยาม ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
อุบัติการณ์และปัจจัยที มีความสัมพันธ์กบัโรควิตกกงวลั ทัวไป ในช่วงการระบาด และหลังการระบาดของ COVID-19โรงพยาบาลพระนัง เกล้าจังหวัดนนทบุรี Incidence andfactors forgeneralizedanxiety disorderduring COVID-19pandemic andpost-pandemic inPranangklaohospital, Nonthaburi โดย นางสาว ปราณปัญญ์ศาสตรสิงห์รหัสนักศึกษา6006300006 นางสาว สุชนา ดุสิตนานนท์ รหัสนักศึกษา6006300018 นางสาวอัยลดา เตชะวัฒนาธร รหัสนักศึกษา6006300019 ปี การศึกษา2566 ศูนย์แพทยศาสตร์ชั นคลินิกโรงพยาบาลพระนัง เกล้า คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยสยาม ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
ก หัวข้อวิจัย อุบัติการณ์และปัจจัยที มีความสัมพันธ์กบโรควิตกก ั งวลทั ั วไปในช ่วงการระบาด และหลังการระบาดของ COVID-19 โรงพยาบาลพระนังเกล้า จังหวัดนนทบุรี ผู้ดําเนินการวิจัย นางสาว ปราณปัญญ์ ศาสตรสิงห์ นางสาว สุชนา ดุสิตนานนท์ นางสาว อัยลดา เตชะวัฒนาธร หน่วยงาน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม ศูนย์แพทยศาสตร์ชั นคลินิก โรงพยาบาลพระนังเกล้า อาจารย์ที ปรึกษาแพทย์หญิงธนิสร พรประสิทธิ แพทย์หญิงศิรประภา วรอาภารณ์ แพทย์หญิงแสงเดือน แสงสระศรี คําสําคัญ โรควิตกกงวลทั ั วไป การระบาดของ COVID-19 ปีพ.ศ. 2567 บทคัดยอ่ ภูมิหลัง สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื อไวรัสโคโรน่า (COVID-19) ทั งในช่วงระหวางและ่ หลังการระบาดส่งผลกระทบต่อโรควิตกกงวลทั ั วไปของผู้คน ซึ งรวมถึงปัจจัยต ่างๆที มีผลกระทบทั งด้าน เพศ อายุและโรคประจําตัว ต้องอาศัยการปรับตัวและการจัดการกบ ปัญหาที ดี แต ั ่ถ้าหากไม่สามารถปรับตัว และการจัดการกบปัญหาได้อย ั างมีประสิทธิภาพก ่อาจเก็ ิดปัญหาความตึงเครียดไปจนถึงปัญหาความวิตก กงวลที จะทําให้ตนเองเสี ยงที จะติดโรคที COVI ั D-19 ได้ โดยการวิจัยนี เพื อศึกษาถึงผลกระทบที เกิดขึนจาก การระบาดของ COVID-19 และพัฒนาระบบ ส่งเสริมสุขภาพจิต หากลุ่มเสียงและวิธีการป้ องกนหากมีการ ั ระบาดครั งใหม่ในอนาคต วัตถุประสงค์ เพื อเปรียบเทียบอุบัติการณ์ของผู้ป่ วยที ได้รับการวินิจฉัย โรควิตกกงวลทั ั วไปในช ่วงการระบาด ของ COVID-19 กบชั ่วงหลังการระบาด รวมทั งเพื อหาปัจจัยของผู้ป่ วยที ได้รับการวินิจฉัยโรควิตกกงวลทั ั วไปใน ช่วงการระบาดของ COVID-19 กบชั ่วงหลังการระบาด ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
ข วิธีการดําเนินงานวิจัย การวิจัยเป็นการศึกษาแบบการศึกษาย้อนหลังเพื อศึกษาอุบัติการณ์และปัจจัยที มีความสัมพันธ์กบโรค ั วิตกกงวลทั ั วไปในช ่วงการระบาดและหลังการระบาดของ COVID-19 โรงพยาบาลพระนังเกล้า จังหวัด นนทบุรี โดยเกบรวบรวมข้อมูลจากเวชระเบียนผู้ป่ วยนอกที มาเข้าบริการที แผนกจิตเวช โรงพยาบาลพระนั ็ง เกล้า ระหวางวันที 1 มีนาคม 2563 ถึง 30 มิถุนายน 2566 ซึ งวิเคราะห์ข้อมูลจากการใช้สถิติเชิงพรรณา ่ ความถี ร้อยละ ค่าเฉลี ยและส่วนเบี ยงเบนมาตรฐาน รวมถึงวิเคราะห์ความสัมพันธ์โดยใช้การทดสอบไคส แควร์ ผลการศึกษา พบวาผลการวิเคราะห์ผู้ป่ วยโรควิตกก ่ วลทั ั วไปในช ่วงหลังการระบาดมีจํานวนมากขึ นจากผู้ป่ วย โรควิตกกงวลทั ั วไปในช ่วงระหวางการระบาด ซึ งไม ่ ่เป็นไปตามสมมติฐานการวิจัย รวมถึงปัจจัยที มีผลกระ ทบต่อโรควิตกกงวลทั ั วไป ได้แก ่ เพศ อายุ และโรคประจําตัว สรุปผลการวิจัย อุบัติการณ์ของผู้ป่ วยที ได้รับการวินิจฉัยโรควิตกกงวลทั ั วไปมีจํานวนเพิ มขึ นจากผู้ป่ วยวิตกกงวลั ทัวไปในช ่วงการระบาด ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
ค Research title Incidence and factors for generalized anxiety disorder during COVID-19 pandemic and post-pandemic in Pranangklao hospital, Nonthaburi Researcher Pranpun Sastrasinh Suchana Dusitnanond Irada Techawathanathorn Organization Faculty of Medicine, Siam University, Pranangklao Hospital Year 2023 ABSTRACT Background COVID-19 pandemic triggers anxiety in the Nonthaburi population during the pandemic and post-pandemic phase. The study also aims to look into related factors of anxiety such as gender, age, and underlying disease. Anxiety disorder is a disorder that needs treatment from a professional but with proper knowledge patients can manage their own symptoms. Therefore, it is important to see whether COVID-19 can trigger anxiety disorder in the population or not in order to be prepared and develop a mental health care system for a new wave of pandemic in the future. Objective To compare the incidence and related factors of anxiety disorder in the patients during the pandemic and post-pandemic phase of COVID-19 in Pranangklao hospital, Nonthaburi Method This is a retrospective research to study the incidence and related factors of anxiety disorder during the pandemic and post-pandemic phase of COVID-19 in Pranangklao hospital, Nonthaburi. It collected the patient medical data from outpatient mental health services from 1st March 2020 to 30th June 2023 in Pranangklao hospital, Nonthaburi. The data will then be analysed by using descriptive statistics and chi-square test. Results The incidence of anxiety disorder during the post-pandemic phase was higher which rejects the hypothesis, while the related factors of anxiety disorder were age, gender, and underlying disease. Conclusion The incidence of anxiety disorder during the post-pandemic phase of COVID-19 was higher than the pandemic phase of COVID-19. ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
ง กิตติกรรมประกาศ ผู้จัดทําขอกราบขอบพระคุณผู้ที มีส่วนเก ี ยวข้องทุกท่าน ที ให้คําแนะนําทําให้เกิดความคิดริเริ มใน การสร้างและจัดทําวิจัยฉบับนี ขึ น โดยเฉพาะอยางยิ ่ ง พญ. ธนิสร พรประสิทธิ พญ. ศิรประภา วรอาภารณ์ และพญ. แสงเดือน แสงสระศรี ที คอยให้คําปรึกษา ตลอดจนปรับปรุงแกไขข้อบกพร ้ ่องต่างๆ ด้วยความ เอาใจใส่อยางดียิ ่ง และช ่วยสนับสนุนการจัดทําคู่มือฉบับนี ขึ นมา ผู้วิจัยหวังวางานวิจัยฉบับนี ่ จะมีประโยชน์ไม่มากกน้อย ผู้ ็ วิจัยยินดีจะรับฟังคําแนะนําจากทุกท่านที ได้เข้ามาศึกษา เพื อเป็นประโยชน์ในกากรพัฒนางานวิจัยต่อไป นางสาว ปราณปัญญ์ ศาสตรสิงห์ นางสาว สุชนา ดุสิตนานนท์ นางสาว อัยลดา เตชะวัฒนาธร มีนาคม 2567 ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
จ สารบัญ หน้า บทคัดยอภาษาไทย ่ก บทคัดยอภาษาอังกฤษ ่ค กิตติกรรมประกาศ ง สารบัญ จ สารบัญตาราง ช สารบัญภาพ ซ บทที 1 บทนํา 1 ความเป็นมาและความสําคัญของปัญหาที ทําการวิจัย 1 คําถามงานวิจัย 2 วัตถุประสงค์ 2 สมมุติฐาน 2 ขอบเขตของงานวิจัย 2 นิยามศัพท์ 3 ประโยชน์ที คาดวาจะได้รับ ่4 บทที 2 เอกสารและงานวิจัยที เก ี ยวข้อง 5 ความรู้ทัวไปเก ี ยวกบโรควิตกก ั งวลทั ั วไป 6 แนวคิดและทฤษฎี Cognitive Behavioral Therapy (CBT) 10 ปัจจัยที มีความสัมพันธ์กบโรควิตกก ั งวลทั ั วไป 14 งานวิจัยที เกี ยวข้อง 16 กรอบแนวคิดงานวิจัย 19 บทที 3 วิธีดําเนินงานวิจัย 20 รูปแบบการวิจัย 21 ประชากรและกลุ่มตัวอยาง่21 ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
ฉ เครื องมือที ใช้ในการวิจัย 22 การเกบรวบรวมข้อมูล ็22 การวิเคราะห์ข้อมูล 23 บทที 4 ผลการวิจัย 24 ข้อมูลทัวไปของผู้ป่ วยโรควิตกก งวลทั ั วไปรายใหม ่25 ข้อมูลอัตราอุบัติการณ์เกิดโรควิตกกงวลทั ั วไปในช ่วงการระบาดและหลังการระบาด 26 ของ COVID-19 โรงพยาบาลพระนังเกล้า จังหวัดนนทบุรี ปัจจัยที มีความสัมพันธ์กบโรควิตกก ั งวลทั ั วไปในช ่วงการระบาดและหลังการระบาด 27 ของ COVID-19 บทที 5 สรุปผลอภิปรายและข้อเสนอแนะ 29 สรุปผลการวิจัย 29 อภิปรายผล 30 ข้อจํากดในการศึกษา ั32 ข้อเสนอแนะ 33 ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั งต่อไป 33 บรรณานุกรม 34 บรรณานุกรมภาษาไทย 34 บรรณานุกรมภาษาต่างประเทศ 35 ภาคผนวก 36 ภาคผนวก ก ประวัติอาจารย์และผู้ทรงคุณวุฒิ 37 ภาคผนวก ข แบบบันทึกข้อมูลกลุ่มตัวอยางในการวิจัย ่42 ประวัติผู้วิจัย 44 ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
ช สารบัญตาราง ตารางที หน้า 2.1 โครงสร้างกระบวนการบําบัดแบบ Cognitive Behavioral Theory (CBT) 10 2.2 โครงสร้างกระบวนการบําบัดแบบ Cognitive Behavioral Theory (CBT) (ต่อ) 11 4.1 จํานวนและร้อยละของผู้ป่ วยโรควิตกกงวลทั ั วไปรายใหม ่25 4.2 อัตราอุบัติการณ์เกิดโรควิตกกงวลทั ั วไปในช ่วงการระบาดและหลังการระบาด 26 ของ COVID-19 โรงพยาบาลพระนังเกล้า จังหวัดนนทบุรี 4.3 ปัจจัยที มีความสัมพันธ์กบโรควิตกก ั งวลทั ั วไปในการระบาดและหลังการระบาดของ 27 COVID-19 ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
ซ สารบัญภาพ ภาพที หน้า 2.1 กรอบแนวคิดงานวิจัย 19 ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
1 บทที 1 บทนํา 1. ความเป็นมาและความสําคัญของปัญหาที ทําการวิจัย เนื องด้วยผู้ป่ วยในปัจจุบันนี ต้องเผชิญกบความกดดันทั ั งด้านการทํางาน ครอบครัว การเงิน และ สังคม ต้องอาศัยการปรับตัวและการจัดการกบปัญหาที ดี แต ั ่ถ้าหากไม่สามารถปรับตัวและการ จัดการกบ ปัญหาได้อย ั างมีประสิทธิภาพก ่อาจเก็ ิดปัญหาความตึงเครียดไปจนถึงปัญหาความวิตก กงวล เป็นความรู้สึกทางอารมณ์อย ั างหนึ ง ซึ งมีบทบาทสําคัญต ่ ่อการปรับตัว อาจเกิดอารมณ์ต่างๆ เป็นภาวะทางจิตใจอยางหนึ ง ที ช ่ ่วยเพิ มพูนความสุข ความเพลิดเพลิน และความพึงพอใจให้แก่ชีวิต หรืออาจเป็นอุปสรรคขัดขวางต่อการดําเนินชีวิตของคนเราได้ ความกลัวและความวิตกกงวลจะมี ั บทบาทต่อการพัฒนาการและการปรับตัวอยางเห็นได้ชัด ความวิตกก ่ งวลเป็นปัญหาที พบได้ทั ั วไป ไม่วาจะเก่ ิดจากความเครียด ความเกิดอารมณ์วิตกกงวลในสถานการณ์ที กดดัน หรือเก ั ิดได้จาก หลากหลายสาเหตุ ยิงในช ่วง ปี 2563 ถึง ปี 2564 เกิดการแพร่ระบาดโควิด-19 เป็นโรคติดต่อที เกิด จากเชื อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที กาลังแพร ํ ่ระบาดไปทัวโลก มีอาการตั งแต่เป็นหวัด เพียงเล็กน้อยไป จนถึงการป่ วยรุนแรงจนเสียชีวิต อาการคล้ายไข้หวัดซึ งนันเป็นความน ่ากงวล องค์การอนามัยโลก ั ระบุวา ผู้ติดเชื ่ อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) สายพันธุ์ใหม่ จะมีอาการเริ มแรกคือ มีไข้ ตามมาด้วย อาการไอแห้งๆ หลังจากนั นราว 1 สัปดาห์จะมีปัญหาหายใจติดขัด ผู้ป่ วยอาการหนัก จะมีอาการ ปอดบวมอักเสบร่วมด้วย หากอาการรุนแรงมากอาจทําให้อวัยวะภายในล้มเหลว ผู้ที เสี ยงต่อการเสีย ชีวิต มักจะเป็นผู้สูงอายุ มีโรคประจําตัว คนที มีภูมิต้านทานตํ า ทั งนี ขึ นอยูก่บสภาพรั ่างกายของ แต่ละคน หากร่างกายมีภูมิต้านทานแข็งแรง กอาจจะเป็นแค ็ ่ไข้หวัด และสามารถหายได้เอง ซึ งผู้คน ต่างกเก็ ิดความกดดันความเครียด ไปจนถึงความวิตกกงวล เชั ่น การกกตัวเองอยู ั บ้านเพราะเก ่ ิดความ กลัว และวิตกกงวลวั าหากออกไปแล้วจะทําให้ตนเองเสี ยง ที จะติดโรคโควิด-19 เป็นต้น แต ่ ่ใน ปัจจุบัน ตอนนี มีการประกาศยกเลิกพรบ.ฉุกเฉินคุมโควิด-19 แต่ทั งนี ยังไม่มีการศึกษาวาการ่ ประกาศยกเลิกไปแล้วจะส่งผลต่อความวิตกกงวลในผู้ ัคนอยางไร ่ โดยจากประเด็นดังกล่าวในข้าง ต้น จึงนํามาสู่การวิจัยเรื อง “อุบัติการณ์และปัจจัยที มีความสัมพันธ์ กบโรควิตกก ั งวลทั ั วไปในช ่วง การระบาดและหลังการระบาดของ COVID-19 โรงพยาบาลพระนังเกล้า จังหวัดนนทบุรี” เพื อ ศึกษาถึงผลกระทบที เกิดขึ นจากการระบาดของ COVID-19 และพัฒนาระบบ ส่งเสริมสุขภาพจิต หากลุ่มเสี ยง และวิธีการป้ องกนหากมีการระบาดครั ั งใหม่ในอนาคต ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
2 2. คําถามงานวิจัย 1. อุบัติการณ์ของโรควิตกกงวลทั ั วไปในช ่วงการระบาดของ COVID-19 แตกต่างกบชั ่วงหลังการ ระบาดหรือไม่ 2. ปัจจัยที มีความสัมพันธ์ต่อการเกิดโรควิตกกงวลทั ั วไปในช ่วงการระบาดของ COVID-19 และ หลังการระบาดมีอะไรบ้าง 3. วัตถุประสงค์ 1. เพื อเปรียบเทียบอุบัติการณ์ของผู้ป่ วยที ได้รับการวินิจฉัยโรควิตกกงวลทั ั วไปในช ่วงการระบาด ของ COVID-19 กบชั ่วงหลังการระบาด 2. เพื อหาปัจจัยของผู้ป่ วยที ได้รับการวินิจฉัยโรควิตกกงวลทั ั วไปในช ่วงการระบาดและหลังการ ระบาดของ COVID-19 4. สมมุติฐาน 1. อุบัติการณ์ของผู้ป่ วยที ได้รับการวินิจฉัยโรควิตกกงวลทั ั วไปในช ่วงการระบาดของ COVID-19 มากกวาช่ ่วงหลังการระบาด 2. ปัจจัยที มีผลต่อการเกิดโรควิตกกงวลทั ั วไปในช ่วงการระบาดและหลังการระบาดของ COVID-19 ได้แก่เพศ และอายุ 5. ขอบเขตของการวิจัย 1. สถานที : โรงพยาบาลพระนังเกล้า ตําบลบางกระสอ อําเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี 2. กลุ่มเป้ าหมาย: ข้อมูลเวชระเบียนผู้ป่ วยนอกแผนกจิตเวช โรงพยาบาลพระนังเกล้า ในช ่วงเวลา 1 มีนาคม 2563 ถึง 30 มิถุนายน 2566 3. เนื อหาของการวิจัย: ศึกษาอุบัติการณ์และปัจจัยที เกี ยวข้องของผู้ป่ วยที ได้รับการวินิจฉัย โรค วิตกกงวลทั ั วไปในช ่วงการระบาดของ COVID-19 กบชั ่วงหลังการระบาด 4. ตัวแปรที เกี ยวข้อง: ตัวแปรต้น: อายุ เพศ โรคประจําตัว อาชีพ จํานวนบุตร การศึกษา สถานภาพ รายได้ ตัวแปรตาม: โรควิตกกงวลทั ั วไป (Generalized anxiety disorder) 5. ระยะเวลาที ทําการวิจัย: ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
3 ระยะเวลาที ทําโครงการ 8 เดือน (1 กรกฏาคม 2566 ถึง 29 กุมภาพันธ์ 2567) ระยะเวลาที เกบข้อมูลเวชระเบียน 3 ปี 4 เดือน (1 มีนาคม 2653-30 มิถุนายน 2566) ็ 6. นิยามศัพท์ 1. “โรควิตกกงวลทั ั วไป” หรือ generalized anxiety disorder (GAD) หมายถึง ภาวะที ผู้ป่ วยมีความ รู้สึกกงวลมากเกั ินกวาเหตุ ร่ ่วมกบมีอาการผิดปกติทางกายอย ั างเรื ่ อรังโดยไม่มีสาเหตุจากการ เจ็บป่ วย การใช้ยา หรือสารเสพติด และไม่พบวาเก่ ิดจากเหตุจําเพาะอันใด โดยเกณฑ์ในการ วินิจฉัยมีดังนี a. มีความวิตกกงวลมากเกั ินเหตุ (apprehensive expectation) ต่อหลายๆ เรื อง นานอยางน้อย 6 ่ เดือน b. ผู้ป่ วยรู้สึกวาไม ่ ่สามารถควบคุมความกงวลนี ั ได้ c. มีอาการทางกายต่างๆ ดังต่อไปนี ในช่วง 6เดือนที ผานมา (อย ่ างน้อย 3 ใน 6 ข้อ หรือในเด็ก ่ มีเพียง 1 ใน 6 ข้อ) 1. กระสับกระส่าย หรือตื นเต้น หรือประหม่า 2. เหนื อยง่าย 3. มีปัญหาด้านสมาธิ ความจํา 4. หงุดหงิด 5. ปวดตึงตามกล้ามเนื อ 6. มีปัญหาเกี ยวกบการนอนั d. ความกงวลดังกล ั ่าวรบกวนการใช้ชีวิตประจําวัน (มาโนช หล่อตระกูล, 2558) 2. “COVID-19” หมายถึง เชื อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่2019 โดยใช้ชื อวา COVID-19 ซึ งย ่อมา่ จาก “coronavirus disease starting in 2019” หรือโรคไวรัสโคโรนาที เริ มต้นในปี 2019 ได้รับ การประกาศจากองค์การอนามัยโลกเมื อ 12 กุมภาพันธ์ 2563 โดยเป็นกลุ่มของเชื อไว รัสที สามารถก่อให้เกิดโรคทางเดินหายใจในคน ซึ งไวรัสในกลุ่มนี มีหลายสายพันธุ์ ส่วนใหญ่ ทําให้เกิดอาการที ไม่รุนแรง คือ เป็นไข้หวัดธรรมดา ในขณะที บางสายพันธุ์อาจก่อให้เกิด อาการรุนแรง มีอาการระบบทางเดินหายใจล้มเหลว และอาจถึงขั นเสียชีวิตได้ 3. “ช่วงการระบาด” หมายถึง ช่วงเวลาหลังกระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศให้ COVID-19 เป็นโรคติดต่ออันตราย ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ นับจากวันที 1 มีนาคม 2563 ถึง 30 กนยายน 2565ั ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
4 4. “ช่วงหลังการระบาด” หมายถึง ช่วงเวลาหลังกระทรวงสาธารณสุขออกประกาศยกเลิก COVID-19 จากการเป็นโรคติดต่ออันตราย และกาหนดให้เป็นโรคติดต ํ ่อที ต้องเฝ้าระวัง นับ จากวันที 1 ตุลาคม 2565 ถึง 30 มิถุนายน 2566 7. ประโยชน์ที คาดวา่จะได้รับจากการวิจัย 1. เพื อศึกษาถึงผลกระทบที เกิดขึ นในช่วงการระบาดของ COVID-19 และหลังการระบาด 2. เพื อศึกษาปัจจัยที มีผลต่อการเกิดโรควิตกกงวลทั ั วไป เพื อนําไปพัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาพจิต หากลุ่มเสี ยง และวิธีการป้ องกนหากมีการระบาดครั ั งใหม่ในอนาคต ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
5 บทที 2 เอกสารและงานวิจัยที เก ี ยวข้อง งานวิจัยครั งนี เป็นการศึกษาอุบัติการณ์และปัจจัยที มีความสัมพันธ์กบโรควิตกก ั งวลทั ั วไปในช ่วงการระบาด และหลังการระบาดของ COVID-19 โรงพยาบาลพระนังเกล้า จังหวัดนนทบุรี ผู้วิจัยได้ศึกษาข้อมูลจาก เอกสารและงานวิจัยที เกี ยวข้อง โดยมีรายละเอียดดังนี 2.1 ความรู้ทัวไปเก ี ยวกบโรควิตกก ั งวลทั ั วไป 2.1.1 เกณฑ์การวินิจฉัยโรควิตกกงวลทั ั วไป 2.1.2 สาเหตุการเกิดโรควิตกกงวลทั ั วไป 2.1.3 การวินิจฉัยแยกโรควิตกกงวลทั ัว ไป 2.1.4 แนวทางการบําบัดรักษาผป่ วยโรควิตกก ู้ งวลทั ั วไป 2.2 แนวคิดและทฤษฎี Cognitive Behavioral Therapy (CBT) 2.3 ปัจจัยที มีความสัมพันธ์กบโรควิตกก ั งวลทั ั วไป 2.4 งานวิจัยที เกี ยวข้อง 2.4.1 งานวิจัยในประเทศไทย 2.4.2 งานวิจัยในต่างประเทศ 2.5 กรอบแนวคิดงานวิจัย ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
6 2.1ความรู้ทัวไป เก ี ยวกบัโรควิตกกงวลั ทัวไป โรควิตกกงวลทั ั วไป หรือเรียกว า Generalized Anxiety disorders (GAD) เป็นกลุ ่ ่มโรคที มีความผิดปกติ ที บุคคลตอบสนองต่อสิ งคุกคามมากเกินไปเป็นระยะเวลานานและมีความบกพร่องในการทําบทบาทหน้าที ต่าง ๆ โรควิตกกงวลที พบบ ั ่อย ได้แก่โรคกลัวสิ งจําเพาะเจาะจง โรควิตกกงวลการเข้าสังคม โรคแพนิค และ ั โรควิตกกงวลทั ั วไป (อุษา น ่วมเพชร และอุ่นจิตร คุณารักษ์, 2559: 303) ซึ งโรค พบบ่อยที สุดในกลุ่มโรค วิตกกงวลที กล ั ่าวมามีความชุก (Life time prevalence) ร้อยละ 3-8 ของประชากร พบในเพศหญิงมากกวาเพศ่ ชาย 2 เท่า อาการมักเริ มต้นในช่วงวัยเด็กถึงวัยรุ่น (Sandock, & Sandock, 2008: 263) โดยมีอาการแสดงของ ความวิตกกงวลมากเกั ินไปในหลาย ๆ สถานการณ์ที เกี ยวกบเหตุการณ์ต ั ่าง ๆ ในชีวิต และรู้สึกวาควบคุมได้ ่ ยาก เรื อรังเป็นปี ๆ อาการมักเป็น ๆ หาย ๆ รุนแรงในช่วงเครียด หลังจากเครียดแล้วอาการจะดีขึ น อันเป็น ผลเนื องมาจากการไม่สามารถเผชิญปัญหาหรือจัดการกบความวิตกก ั งวลที เก ั ิดขึ นได้อยางเหมาะสม ผู้ป่ วย ่ GAD จึงต้องใช้บริการในระบบสุขภาพอยูเป็นประจํา ่ 2.1.1เกณฑ์การวินิจฉัยโรควิตกกงวลั ทัวไป A. มีความวิตกกงวลมากเกั ินเหตุ (apprehensive expectation) ต่อหลายๆ เรื อง นานอยางน้อย 6 ่ เดือน B. ผู้ป่ วยรู้สึกวาไม ่ ่สามารถควบคุมความกงวลนี ั ได้ C. มีอาการทางกายต่างๆ ดังต่อไปนี (อยางน้อย 3 ใน 6 ข้อ หรือในเด็กมีเพียง 1 ใน 6 ข้อ) ในช ่ ่วง 6 เดือนที ผานมา่ 1. กระสับกระส่าย หรือตื นเต้น หรือประหม่า 2. เหนื อยง่าย 3. มีปัญหาด้านสมาธิ ความจํา 4. หงุดหงิด 5. ปวดตึงตามกล้ามเนื อ 6. มีปัญหาเกี ยวกบการนอนั D. ความกงวลดังกล ั ่าวรบกวนการใช้ชีวิตประจําวัน 2.1.2 สาเหตุการเกิดโรควิตกกงวลั ทัวไป 1. ปัจจัยด้านชีวภาพ ประกอบด้วย 1.1 กรรมพันธุ์ มีการศึกษาพบวา ความกลัว ความวิตกก ่ งวลถูกควบคุมโดยยีนส์ และมักพบความ ั วิตกกงวลผิดปกติบ ั ่อย ๆ ในกลุ่มญาติของผู้ที มีปัญหาทางอารมณ์ โดยเฉพาะในญาติที ใกล้ชิด ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
7 1.2 กายวิภาคของระบบประสาท พบวามีการทํางานมากขึ ่ นของสมองส่วน Temporal cerebral cortex, locus coeruleus ทําให้เกิดความวิตกกงวลเพิ ั มขึ นได้ 1.3 สารสื อประสาท พบมีการลดลงของ Gamma-Aminobutyric Acid: GABA ซึ งเป็นสารสื อ ประสาทประเภทยับยั ง โดยภาวะปกติมีบทบาทสําคัญช่วยให้สมองผอนคลาย แต่ ่เมื อ GABA ลดลง กส็ ่งผล ให้สมองได้รับการกระตุ้นอยางต่ ่อเนื อง สมองเกิดความไม่ผอนคลาย ควบคุมความคิดและอารมณ์ได้น้อยลง ่ เกิดเป็นความวิตกกงวลมัากเกินกวาเหตุและยังพบการลดลงของระดับสารซีโรโทนิน (Serotonin หรือ ่ 5-HT) ทําให้เกิดอาการคิดในแง่ลบ คิดมาก นอนไม่หลับ ไม่มีสมาธิ รวมถึงมีการเพิ มมากเกินไปของ นอร์อิพิเนฟริน (Norepinephrine : NE) ทําให้มีการกระตุ้นการทํางานของระบบประสาทอัตโนมัติซิมพาเทติ ก เกิดมีการตอบสนองต่ออารมณ์และความเครียดที เร็วหรือมากเกินไป นําไปสู่ความวิตกกงวลและอาการั ทางกาย เช่น ใจสัน หายใจขัด เหงื อออก ท้องไส้ปั นป่ วน ปวดศีรษะ กระสับกระส่าย ฯลฯ (รัตนา สาย พาณิชย์ และธนิตา หิรัญเทพ, 2558: 190) 2. ปัจจัยด้านจิตใจ มีทฤษฎีทางจิตวิทยาหลายทฤษฎี ที ได้กล่าวถึงความวิตกกงวล (Masters, 2012: ั 69; รัตนา สายพาณิชย์ และสุวรรณี พุทธิศรี, 2555: 174) สรุปได้ดังนี 2.1 ทฤษฎีจิตวิเคราะห์ (Psychoanalysis Theory) เชื อวา อาการวิตกก ่งวลเกั ิดจากความขัดแย้ง ของจิตไร้สํานึกมีความผิดปกติในแง่ของการรับรู้และการแปลผลต่อเหตุการณ์ เป็นไปในลักษณะมองโลก ในแง่ร้าย และยังมีการประเมินความสามารถในการแกป้ ัญหาของตนตํ าเกินความเป็นจริง จึงทําให้เกิดความ รู้สึกกลัวและวิตกกงวล (ศุกร์ใจ เจริญสุข, 2556) ั 2.2 ทฤษฎีการคงอยู่ (Existential Theory) เชื อวา คนทุกคนต้องการความเจริญก ่ าวหน้าและการ ้ พัฒนา ซึ งเป็นสิ งใหม่สําหรับบุคคล จึงเป็นสิ งที ทําให้เกิดความรู้สึกกลัวและความวิตกกงวล (ศรีเรือน ั แกวก้ งวาน, 2554) ั 2.3 ทฤษฎีสัมพันธภาพระหวางบุคคล (Interpersonal Theory) เชื อว ่ า ความวิตกก ่ งวลเป็นผลมา ั จากการมีสัมพันธภาพระหวางบุคคล โดยในระ ่ ยะแรกความวิตกกงวลเกั ิดจากการถ่ายทอดความผูกพันทาง อารมณ์จากมารดาสู่ทารก ในระยะต่อมาความวิตกกงวลเกั ิดขึ นเมื อบุคคลเกรงวาจะไม ่ ่ได้รับการยอมรับหรือ จะสูญเสียความรักจากบุคคลที เขาให้ความสําคัญ 2.4 ทฤษฎีสัมพันธภาพระหวางบุคคลของเพลบพลาว (Peplau’ Interpersoanal Relations ่ Theory) เชื อวา บุคคลมีความแตกต ่ ่างกนในลักษณะของความเป็นปัจเจกและภาวะวิตกก ั งวลที เก ั ิดขั นคือ ปฏิกิริยาที บุคคลแสดงออกเพื อตอบสนองต่อภาวะคุกคามทางจิตใจเพื อเผชิญกบสิ ั งเร้าและการต้องปรับตัว ให้เข้าสู่สภาวะสมดุล ส่งผลต่อสัมพันธภาพระหวางบุคคล (สายฝน เอกวรางกูร, 2559) ่ 2.5 ทฤษฎีการเรียนรู้ (Learning Theory) เชื อวา ความวิตกก ่ งวลเป็นปฏิก ั ิริยาตอบสนองต่อ ความเครียด โดยการเรียนรู้ผานขบวนการจําแนก (Identification) และการเลียนแบบ (Imitation) เช ่ ่น การ เลียนแบบวิธีตอบสนองความเครียดตามแบบที เคยเห็นจากบุคคลที เด็กศรัทธา ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
8 2.6 ทฤษฎีพฤติกรรมนิยม (Behavior Theory) เชื อวา พฤติกรรมมนุษย์ทุกพฤติกรรมเก ่ ิดขึ นจาก การเรียนรู้ โดยความวิตกกงวลเป็นพฤติกรรมที เก ั ิดจากบุคคลถูกวางเงื อนไขแบบคลาสสิกหรือโดยการนํา เอาสิ งเร้าธรรมดาไปคู่กบสิ ั งเร้าที ทําให้เกิดความไม่พึงพอใจหรือมีอันตราย และความวิตกกงวลเป็นผลจาก ั สิ งเร้าที มีลักษณะทําให้บุคคลทราบวาจะได้รับการเสริมแรงทางบวกที เปลี ยนไป ทําให้บุคคลได้รับสิ ่ งที ไม่ พึงพอใจแทน เมื อบุคคลได้รับการกระตุ้นจากสิ งเร้าดังกล่าวอีกครั ง จึงเกิดความไม่แน่ใจวาจะได ่ ้รับการ เสริมแรงทางบวกหรือได้รับสิ งที ไม่พอใจ จึงทําให้เกิดความวิตกกงวลั 2.7 แนวคิดทฤษฎีปัญญานิยมหรือนึกคิดบําบัด (Cognitive Theory) เชื อวา คนส่ ่วนใหญ่ใช้ ความรู้ความสามารถเพื อทําให้คนอื นยอมรับและชื นชม คนที มีปัญหาทางอารมณ์คือคนที รู้สึกมากเกินไปกบั การยอมรับหรือไม่ยอมรับตัวเขาจากบุคคลอื น เขาชื นชมและยกยองตนเองเมื อผู้อื นยกย ่ องและชื นชม ถ้าผู้ ่ อื นปฏิเสธ เขาจะซึมเศร้าและวิตกกงวลั 2.1.3การวินิจฉัยแยกโรควิตกกงวลั ทัวไป เนื องจากกลุ่มอาการวิตกกงวลสามารถเกั ิดขึ นได้ในโรคจิตเวชอื นๆ ทุกโรคหรืออาจมีสาเหตุจาก โรคทางกายหรือสารบางตัวได้เช่นกน ดังนั ั นก่อนที จะวินิจฉัยผู้ป่ วยวาเป็นโรควิตกก ่ งวลจะต้องวินิจฉัยแยก ั โรค ดังนี 1. โรคทางกายและพิษจากสารหรือยาบางชนิด โรคทางกายที ทําให้อาการวิตกกงวล ได้แก ั ่ Hyperthyroidism, Pheochromocytoma, Fasting hypoglycemia สารหรือยาที ทําให้เกิดอาการวิตกกงวลั ได้แก่คาเฟอีน แอมเฟตามีน ภาวะถอนเหล้า 2. โรคทางจิตเวช ได้แก่ 2.1 Panic Disorder อาการเกิดอยางรวดเร่ ็วรุนแรงมากจนผู้ป่ วยกลัววาตนเองจะตายหรือ ่ เป็นบ้าไปเป็นช่วงเวลา อยางชัดเจนไม ่ ่เกิน 1 ชัวโมง ต ่างจาก GAD ที อาการเป็นอยูเรื อยๆ ทั ่ งวัน 2.2 Adjustment Disorder with Anxiety เกิดจากมีเรื องสะเทือนใจอยางชัดเจนและปรับตัวไม ่ ่ ได้ ทําให้มีอาการวิตกกงวล อาการเป็นอยู ั นานไม ่ ่เกิน 6 เดือน 2.3 Phobic Disorder กลัวเฉพาะต่อสิ งของ สัตว์ สถานที หรือเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ งโดย เฉพาะ และมีพฤติกรรมหลีกเลี ยงไม่เผชิญกบสิ ั งที ตนกลัว 2.4 Obsessive Compulsive Disorder มีความวิตกกงวลเกั ิดขึ นเมื อพยายามบังคับความคิด หรือ การกระทําที เกิดขึ นซํ าๆ และผู้ป่ วยไม่สมเหตุผลให้หยุดลง 2.1.4แนวทางการบําบัดรักษาผู้ป่ วยโรควิตกกงวลั ทัวไป ในการบําบัดรักษาผู้ป่ วยโรควิตกกงวลทั ั วไปนั น สามารถทําได้หลากหลายวิธี แต่วิธีโดยทัวไปก ็ คือการบําบัดทางยา และการบําบัดทางจิต โดยข้อมูลสําคัญเรื องการบําบัดทางยาและการบําบัดทางจิต มีราย ละเอียดดังนี ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
9 1. การบําบัดทางยา (Psychopharmacology Therapy) กลุ่มยาหลักที ใช้ในการรักษามี 3 กลุ่ม (Bandelow et al., 2012: 77) ดังนี 1.1 กลุ่ม Benzodiazepine เช่น Diazepam จะใช้ในช่วงสั น ๆ ที ผู้ป่ วยมีอาการเท่านั น ช่วยส่งเสริม การทําหน้าที ของ GABA ในการยับยั งการส่งกระแสประสาทจึงลดความวิตกกงวลและอาการทางกายได้เมื อ ั อาการดีขึ นพิจารณาลดยาลง 1.2 กลุ่ม Selective Serotonin Reuptake Inhibitor (SSRI) และ Serotonin Norepinephrine Reuptake Inhibitor (SNRI) เช่น Sertraline, Paroxetine, Fluoxetine, Venlafaxine มีผลต่อการยับยั งการดูด กลับของซีโรโทนิน นอร์อิพิเนฟฟริน ทําให้อาการซึมเศร้าและวิตกกงวลลดลงได้ ั 1.3 กลุ่ม Azapirone chemical class ได้แก่ Buspirone ซึ งมีฤทธิ แตกต่างจากยากลุ่ม Benzodiazepines ไม่ทําให้เสพติดหรือมีอาการถอนยาหลังหยุดใช้ยาอยางถูกต้อง โดยออกฤทธิ ่ ต่อ 5-HT1A (5-hydroxy-tryptamine 1A หรือ Serotonin 1A) receptor และ 5-HT2 receptor รวมถึง D2 (Dopamine2) receptor ส่งผลต่อสมดุลของสารสื อประสาทในสมองทําให้อารมณ์ความรู้สึกกลับมาเหมือน ปกตินอกจากนี ยังมียากลุ่ม Tricyclic เช่น Imipramine ที จะใช้ในกรณีที ใช้ยากลุ่ม SSRI และ SNRI ไม่ได้ผล รวมถึงนิยมใช้ยากลุ่ม B-Adrenergic antagonists ได้แก่Propanolol ใช้กรณีมีอาการทางกายร่วมด้วย เช่น มือ สัน ใจสั น ฯลฯ 2. การบําบัดทางจิต (Psycho Therapy) เป็นการใช้เทคนิคและรูปแบบการบําบัดที หลากหลาย ดังนี 2.1 การใช้เทคนิคการผอนคลาย (Applied Relaxation: AR) ่ จากการศึกษาของ Siev, & Chambless (2007) พบวา การใช้เทคน ่ ิคผอนคลายเป ่ ็นทางเลือกในการบําบัดแบบดั งเดิม และมีผลดีมาก สําหรับผู้ป่ วย GAD โดยได้ผลดีกวาในการบําบัดรักษาความผิดปกติของความวิตกก ่ งวลอื น ๆ ั 2.2 บําบัดแบบจิตพลวัต (Psychodynamic Therapy) เป็นการใช้ความสัมพันธ์ระหวางผู้ป่ วยก ่บั ผู้บําบัด โดยให้ผู้ป่ วยพูดถึงข้อขัดแย้งในจิตใจออกมา เรียกกระบวนการนี วา การโอนถ ่ ่ายข้อมูล (Transference) ซึ งผู้บําบัดจะสะท้อนพฤติกรรมของผู้ป่ วยออกมา เป็นการช่วยให้ผู้ป่ วยเกิดความเข้าใจ สาเหตุของความวิตกกงวลและสามารถทนกับความกั งวลนั ั นได้มากขึ น (รัตนา สายพาณิชย์ และสุวรรณี พุทธิศรี, 2555) 2.3 บําบัดแบบการปรับเปลี ยนความคิดและพฤติกรรม (Cognitive Behavioral Therapy: CBT) มีรายงานการศึกษาของ Bolognesi, Baldwin, & Ruini (2014) ได้ทําการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจากฐาน ข้อมูล PubMed และ Google Scholar ระหวางเดือนตุลาคม 2554 และก ่นยายน 2555 เกั ี ยวกบการบําบัดรักษา ั ผู้ป่วย GAD ทั งสิ น 22 รายงานวิจัย พบวา การบําบัด CBT ่ เป็นวิธีการรักษาทางจิตวิทยาที มีการศึกษามาก ที สุดและได้รับการแนะนําให้เป็นตัวเลือกแรกสําหรับผู้ป่ วย GAD ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
10 2.2แนวคิดและทฤษฎีCognitive Behavioral Theory(CBT) ทฤษฎี Cognitive Behavioral Theory (CBT) หรือการบําบัดแบบปรับเปลี ยนความคิดและพฤติกรรม เป็นการบําบัดทางจิตแบบมีโครงสร้างและกระบวนการรักษาที ชัดเจน ใช้ระยะเวลาสั น มุ่งการตรวจสอบ การรับรู้ที บิดเบือน (Thought Distortion) ความเชื อที ผิดพลาด (Core Belief) และจุดบอดของบุคคล ซึ งนําไป สู่ปฏิกิริยาทางอารมณ์ที ไม่เหมาะสมต่อเหตุการณ์แต่จะสามารถปรับตัวต่อสถานการณ์ตามความเป็นจริง และสามารถจัดการปัญหาได้อยางเหมาะสม เมื อ ่ มีการปรับเปลี ยนความคิด ความเชื อในมุมมองใหม่ โดยใช้ วิธีการบําบัดแบบผสมผสานระหวางทฤษฎ่ ีพฤติกรรมนิยม (Behavioral Theory) และทฤษฎีการเรียนรู้ทาง ปัญญา (Cognitive Theory) (แผ จันทร์สุข, 2556: 45) แนวคิดพื นฐานของทฤษฎีพฤติกรรมนิยมที นํามาผสมผสานเป็น CBT เชื อวา พฤติกรรมมนุษย์ทุก ่ พฤติกรรม เกิดขึ นจากการเรียนรู้ ดังนั นการจัดวางเงื อนไขทางสิ งแวดล้อม จึงสามารถกาหนดพฤติกรรม ํ ดัดแปลงพฤติกรรม และคงพฤติกรรมหรือจํากดพฤติกรรมทั ั งที พึงประสงค์และไม่พึงประสงค์ได้ (Mohr, 2009) การให้ความช่วยเหลือหรือรักษาผู้ป่ วยจะทําในรูปแบบของพฤติกรรมบําบัด ซึ งเป็นส่วนหนึ งใน กลยุทธ์/เทคนิคที ใช้ในกระบวนการบําบัดแบบ CBT เพื อที จะทําให้ผู้ป่ วยได้เรียนรู้วิธีการทําให้เกิด พฤติกรรมใหม่ที เหมาะสม ในส่วนทฤษฎีปัญญานิยมหรือนึกคิดบําบัด (Cognitive Therapy) กให้ความสําคัญก ็ บความคิดและความ ั เชื อวา ความคิดมีอิทธิพลต ่ ่อความรู้สึกและการกระทําของมนุษย์ โดยที บุคคลมีความคิดทั งที สมเหตุผลและ ไม่สมเหตุผล หรือมีความคิดที เรียกวา ความคิดอัตโนมัติ ที เป็นความคิดที ทําให้เก ่ ิดปัญหา การช่วยเหลือ จะ ใช้การบําบัดแบบเน้นเหตุผล อารมณ์และพฤติกรรมด้วยการสอนแนวคิด เพื อให้บุคคลเข้าใจในความคิด อารมณ์ และพฤติกรรมที เกิดขึ นของตน (Schuldt, 2012 และแผ จันทร์สุข, 2556) การบําบัดแบบ CBT มีหลักการพื นฐาน คือ กาหนดปัญหาของผู้ป่ วยตามวิธีการคิด (Cognition) ที เป็น ํ ปัญหาของแต่ละบุคคล อาศัยสัมพันธภาพที ดีระหวางผู้ป่ วยก ่ บผู้บําบัด ทําให้เก ั ิดการมีส่วนร่วมในการแก้ ปัญหาที เป็นปัจจุบัน โดยสอนให้ผู้ป่ วยระบุ ประเมินและตอบสนองต่อคิดและความเชื อที เป็นปัญหาให้ เหมาะสม ประกอบกบการใช้เทคนิคทางพฤติกรรมบําบัดและการนึกคิดบําบัดที หลากหลาย จุดมุ ั ่งหมายสูง สุดคือการสอนให้ผู้ป่ วยเป็นนักบําบัดโรคของตัวเองและเน้นการป้ องกนการกั าเริบของโรค โดยมีโครงสร้าง ํ กระบวนการบําบัดแบบ CBT ดังแสดงในตารางที 2.1 ตารางที 2.1โครงสร้างกระบวนการบําบัดแบบ Cognitive Behavioral Theory (CBT) กระบวนการ ขั นเริ มต้น ขั นดําเนินการ ขั นสิ นสุด ระยะเริ มต้น 1. กาหนดเป้ าหมายการ ํ บําบัด 2. ทําการตรวจสอบ อารมณ์ (Mood check)* 1. ร่วมกนระบุปัญหาและ ั กาหนดเป้ าหมายก ํ บผู้ ั ป่ วย 1. ทําการสรุป 2. ทบทวนการ มอบหมายการบ้าน (Home work)* ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
11 3. เกบรวบรวมข้อมูล ็ เพิ มเติม 4. อภิปรายเกี ยวกบการั วินิจฉัยโรคให้สุขภาพจิต ศึกษา ให้ข้อมูลเกี ยวกบั กระบวนการบําบัด และ เน้นการสร้างความหวัง 2. ให้ความรู้แก่ผู้ป่ วย เก ี ยวกบรูปแบบความคิด ั (Cognitive model)* 3. เชื อมโยงปัญหาทาง ความคิดของผู้ป่ วย 3. ให้ข้อเสนอแนะ ระยะเข้าสู่โครงสร้าง และรูปแบบการ บําบัด 1. ทําการตรวจสอบ อารมณ์ 2. กาหนดเป้ าหมายการ ํ บําบัด 3. รวบรวมข้อมูลใหม่ๆ เพิ มเติม 4. ทบทวนการบ้านและ จัดลําดับความสําคัญของ ปัญหา 1. เริ มฝึกทักษะเฉพาะใน บริบทของปัญหาผู้ป่ วย เช่น วิธีการลดความ กงวล การสร้างความคิด ั ใหม่และการเรียนรู้ พฤติกรรมใหม่ 2. อภิปราย ติดตามผล มอบหมายการบ้าน 3. เริ มทํางานกบปัญหา ั อื นต่อไป 1. กระตุ้นให้สรุป 2. ทบทวนการบ้าน ใหม่ 3. ให้ข้อเสนอแนะ ตารางที 2.1(ต่อ) กระบวนการ ขั นเริ มต้น ขั นดําเนินการ ขั นสิ นสุด ระยะสิ นสุด ผู้บําบัดจะพยายามผลักดันให้ผู้ป่ วยเป็นผู้ที สามารถระบุความคิดที บิดเบือน ของตนเอง และคิดค้นการบ้าน และนําเอาทักษะที ได้รับมาปรับใช้เป็นของ ตนเองได้ เพื อเป็นการเตรียมผู้ป่ วยสําหรับการยุติการบําบัดและป้ องกนการั กาเริบของโรค ํ *Mood Check คือการตรวจสอบอารมณ์โดยการใช้แบบประเมินต่าง ๆ เช่น แบบประเมินความวิตก กงวล หรือแบบตรวจสอบอารมณ์ ด้วยตนเอง ั *Home work คือ การมอบหมายให้บันทึกพฤติกรรม ความคิดอัตโนมัติ ประเมินการตอบสนองต่อ ความคิดอัตโนมัติ การทดลองแกปัญหา การทดสอบพฤติกรรม การฝึกใช้ทักษะต ้ ่าง ๆ ที เรียนรู้ใน ช่วงการบําบัด แล้วนําผลการบ้าน มาอภิปรายและหาแนวทางร่วมกนในการแก ั ไขปัญหา ้ ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
12 *Cognitive Model คือ การสอนให้ผู้ป่ วยเข้าใจแนวคิด เพื อใช้ในการประเมินตนเอง และค้นหาความ คิดที ทําให้เกิดอารมณ์และพฤติกรรมที ไม่เหมาะสม เพื อนําไปใช้ในการวางแผนจัดการปรับเปลี ยน ความคิดนั นเพื อนําไปสู่การเกิดอารมณ์และพฤติกรรมที เหมาะสม ที มา: Beck (2011) จากตารางที 2.1 ในระยะเข้าสู่โครงสร้างและการบําบัด ผู้บําบัดจะต้องมีการใช้เทคนิคต่าง ๆ เพื อช่วยให้ผู้ ป่ วยเกิดการเรียนรู้ ผานการบ้านและการตรวจสอบอารมณ์ตนเอง ดังนั ่ นเพื อให้เกิดประสิทธิภาพในการ บําบัดแบบ CBT ผู้บําบัดจึงควรรู้จักและเข้าใจถึงกลยุทธ์ที ใช้ในการบําบัดแบบ CBT ดังรายละเอียดต่อไปนี กลยุทธ์หรือเทคนิคที ใช้ในการบําบัดแบบ CBT มี 2 เทคนิคที สําคัญ ได้แก่ 1. เทคนิคการสร้างความคิดใหม่ที ถูกต้อง (Cognitive Restructuring: CR) 1.1 การตรวจสอบความคิดและอารมณ์ (Monitoring thoughts and feelings) โดยการให้บันทึก ความคิดที เกิดขึ นในแต่ละวัน โดยมีประเด็นการบันทึก คือ 1) สถานการณ์ที เกิดขึ น 2) อารมณ์ที เกิดโดยให้เป็นระดับ 0-100 คะแนน 3)ความคิดอัตโนมัติที เกิดขึ นเพื อตอบสนองสถานการณ์ โดยให้คะแนนความเชื อเป็น 0-100% 4) พฤติกรรมที ตอบสนองต่อความคิดอัตโนมัติ โดยระบุเหตุผลและให้คะแนนความเชื อใน เหตุผลของการตอบสนอง 0-100% 5) ผลลัพธ์จากการปรับความคิด โดยระบุและให้คะแนนอารมณ์ที ตามมา 0-100 คะแนน 1.2 เทคนิคการถามถึงเหตุการณ์ (Questioning the Evidence) โดยการใช้คําถามที ช่วยให้ตรวจ สอบหลักฐานแหล่งที มาของข้อมูลที บิดเบือน และกระตุ้นให้ตรวจสอบกบคนที ไว้ใจ เพื อช ั ่วยในการปรับ ความคิดได้ 1.3 เทคนิคการตรวจสอบทางเลือก (Examining alternatives) โดยการทํางานร่วมกนกั บผู้ป่ วย ั โดยให้คิดทางเลือกในการวิธีแกปัญหาเพิ ้ มเติมจากการคิดวาไม ่ ่มีทางเลือก แล้วร่วมกนพิจารณาทางเลือกใน ั การแกปัญหา ้ 1.4 เทคนิคการทดลองให้คาดการณ์ถึงสถานการณ์ที รุนแรงที สุด (DE catastrophizing) เรียกอีก อยางว่ าเทคนิค “what-if (จะเก ่ ิดอะไร...ถ้า)” โดยใช้คําถาม ดังนี “สิ งเลวร้ายที สุดที อาจเกิดขึ นได้” “มันจะแย่ ไหมถ้าเกิดขึ นจริง” “คนอื นจะรับมือกบเหตุการณ์แบบนี ั ได้อยางไร” เป้ าหมายเพื อช ่ ่วยให้ผู้ป่ วยได้ลองคาด การณ์และเตรียมเผชิญกบปัญหาได้ ั 1.5 เทคนิคการเปลี ยนมุมมอง (Reframing) เป็นกลยุทธ์ที จะเปลี ยนการรับรู้สถานการณ์หรือ พฤติกรรม โดยมุ้งเน้นการมองให้รอบด้าน หรือกระตุ้นให้เห็นปัญหาจากมุมมองที แตกต่าง ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
13 1.6 เทคนิคการหยุดความคิด (Thought stopping) ให้ผู้ป่ วยระบุความคิดที เป็นปัญหาและพูดถึง ในขณะที พูดกให้จินตนาการถึงปัญหา ผู้บําบัดจะขัดจังหวะความคิดของผู้ป่ วยด้วยการตะโกนว ็า “หยุด”่ หลังจากนั นผู้ป่ วยจะเรียนรู้ที จะใช้การขัดจังหวะความคิดด้วยวิธีเดียวกน ในที สุดผู้ป่ วยจะแปลงคําว ัา “หยุด”่ เป็นวลีหรือภาพ และเรียนรู้ที จะใช้เทคนิคอยางเงียบ ๆ ในสถานการณ์ทุกวัน (Beck, 2011; Stuart, 2013) ่ 2. เทคนิคการเรียนรู้พฤติกรรมใหม่(Relearning new Behavior) 2.1 เทคนิคการเลียนแบบ (Modeling) โดยการให้ผู้ป่ วยสังเกตพฤติกรรมที ดีและให้ฝึกฝนเลียน แบบ 2.2 การปรับแต่งพฤติกรรม (Shaping) กระตุ้นให้ผู้ป่ วยแสดงพฤติกรรมใหม่ และผู้บําบัดชมเชย ต่อพฤติกรรมที แสดงออกนั น 2.3 การให้เบี ยอรรถกร (Taken Economy) เป็นการเสริมแรงทางบวกโดยการให้สิ งที สามารถนํา ไปแลกตัวเสริมแรงที ผู้ป่ วยพึงพอใจ 2.4 การแสดงบทบาทสมมุติ (Role playing) เป็นการฝึกซ้อมการทําพฤติกรรมที รู้สึกวายา่ กหรือ ลําบาก แล้วให้ข้อมูลย้อนกลับถึงการแสดงบทบาทนั น 2.5 การฝึกทักษะทางสังคม (Social skill Training) การให้คําชี แนะ สาธิตทักษะทางสังคม และให้ ฝึกปฏิบัติ ให้ข้อมูลย้อนกลับ เพื อให้เกิดทักษะมากขึ น 2.6 การให้สิ งที ไม่น่าพอใจ (Aversive Therapy) เป็นการช่วยลดพฤติกรรมที ไม่ต้องการโดยการ ให้ในสิ งที ไม่พอใจหลังจากแสดงพฤติกรรมที ไม่เหมาะสม 2.7 การทําสัญญาฉุกเฉิน (Contingency contracting) เป็นการทําสัญญาอยางเป็นทางการระหว ่าง่ ผู้ ป่ วยกบผู้บําบัดเพื อหาพฤติกรรมท ั ี จะต้องมีการเปลี ยนแปลงและทําการติดตามผลที ตามมา เพื อให้เกิดการมี พฤติกรรมที พึงปรารถนาและลดพฤติกรรมที ไม่พึงประสงค์ (Stuart, 2013; สายฝน เอกวรางกูร, 2559: 37) จากที กล่าวมาข้างต้นสรุปได้วา โรควิตกก ่ งวลทั ั วไปหากไม ่ได้รับการดูแลรักษาอยางถูกวิธีจะส ่ ่งผลกระทบ ต่อตัวผู้ป่ วยในทุกด้าน โดยผลกระทบที ร้ายแรงที สุดอาจถึงขั นเสียชีวิตได้ จึงควรเห็นความสําคัญในการ เลือกวิธีการรักษาให้กบผู้ป่ วย ไม ั ่ควรใช้การรักษาด้วยยาเพียงอยางเดียว วิธีการบําบัดด้วย CBT เป็นวิธีที ได้ ่ ผลดีวิธีหนึ ง แต่ผู้บําบัดจําเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี ยวกบกระบวนการบําบัด กลยุทธ์หรือเทคนิคในการ ั ลดความวิตกกงวล เทคนิควิธีการสร้างความคิดใหม ั ่ที ถูกต้อง เทคนิควิธีการเรียนรู้พฤติกรรมใหม่ ซึ งต้อง ผานการอบรมและฝึกฝนให้ชํานาญ จึงจะสามารถนํามาใช้ดูแลผู้ป่ วยได้อย ่ างมีประสิทธิภาพ ในระบบ ่ บริการสุขภาพของไทยบุคลากรที สามารถใช้การบําบัดแบบ CBT ส่วนใหญ่จะเป็นบุคลากรทางจิตเวชที มีอยู่ อยางจําก ่ ด ทําให้ผู้ป่ วยเข้าถึงการบริการได้ยาก ไม ั ่สอดคล้องกบลักษณะการเลือกบริการโดยปกติของผู้ป่ วย ั ที มักจะมารับบริการกบบุคลากรสุขภาพทั ั วไป ดังนั นจึงควรขยายหรือถ่ายทอดความรู้การบําบัดแบบ CBT ด้วยการอบรมให้กบบุคลากรสุขภาพทั ั วไปในโรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลส ่งเสริมสุขภาพตําบล (รพ. สต.) เพื อเพิ มช่องทางการเข้าถึงบริการของผู้ป่ วยกลุ่มนี รวมถึงควรสร้างแนวทางปฏิบัติในของการบําบัด แบบ CBT ที ชัดเจนเพื อให้บุคลากรทางสุขภาพสามารถนําไปใช้ได้อยางถูกต้องควบคู ่ ่ไปกบการรักษาทางยา ั ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
14 2.3 ปัจจัยที มีความสัมพันธ์กบัโรควิตกกงวลั ทัวไป จากการศึกษาแนวคิดและงานวิจัยที เกี ยวข้อง พบวา ปัจจัยที มีความสัมพันธ์ก ่ บโรควิตกก ั งวลทั ั วไปใน ช่วงการระบาดและหลังการระบาดของ COVID-19 ได้แก่ ปัจจัยด้านเพศ อายุ และโรคประจําตัว โดยอ้างอิง จากการศึกษาแนวคิดและงานวิจัยที เกี ยวข้องที มีความสัมพันธ์กบโรควิตกก ั งวลทั ั วไปในช ่วงการระบาดและ หลังการระบาดของ COVID-19 โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี 2.3.1 ปัจจัยด้านเพศ ผู้ป่ วยโรควิตกกงวลทั ั วไปสามารถพบได้ในเพศหญิงมากกว าเพศชาย ประมาณ 2 เท ่ ่า อ้างอิงได้ จากข้อมูลการศึกษาความชุกของปัญหาทางสุขภาพจิต ของกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข (2559) พบ วาผู้หญิงส ่ ่วนใหญ่มีความวิตกกงวลได้มากกว ั าเพศชาย ทั ่ งนี อาจเป็นเพราะข้อกาหนดบทบาทหรือ ํ บรรทัดฐานทางสังคมที จํากดขอบเขตการกระทําของเพศหญิงมากกว ั าเพศชาย ไม ่ ่วาจะเป็นการปฏิบัติหน้าที ่ ในฐานะภรรยา แม่ ดูแลความเรียบร้อยภายในบ้าน เลี ยงดูบุตร ทําอาหาร ฯลฯ กล่าวได้วาการให้คุณค ่ ่าต่อ งานที แตกต่างกนมั ีผลต่อการเกิดความวิตกกงวลทั ั วไปได้มากกว าเมื อเทียบก ่ บเพศชาย โดยปัญหาที พบได้ ั บ่อยมักเป็นลักษณะความผิดปกติที เกิดขึ นภายในตัวบุคคลมากกวาการแสดงออกทางพฤติกรรมภายนอก ่ เช่น มีอาการเศร้า วิตกกงวล มีความคิดอยากฆ ั ่าตัวตาย หรือความรู้สึกสิ นหวัง รู้สึกตนเองไร้ค่า ไม่สามารถ ช่วยเหลือตนเองได้ ในกรณีที รุนแรงมาก คือมีพฤติกรรมพยายามทําร้ายตนเอง ผู้หญิงที แต่งงานมีความเสี ยง ต่อการเกิดปัญหาสุขภาพจิตมากกวาผู้ ่ชายที แต่งงาน นอกจากนี ยังพบวา ในช ่ ่วงสถานการณ์การแพร่ระบาด ของโรคโควิด-19 พบวา เพศหญิงมีความวิตกก ่ งวลทั ั วไปมากกว าเพศชายเช่ ่นกน เนื องจากเพศหญิงจะมีค ั วามกงวลเรื องภาระค ั ่าใช้จ่ายที ต้องรับผิดชอบในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในกรณีที โดนไร้ออกจากงานพบวา อัตราในการเชิญออกของพนักงานส ่ ่วนใหญ่เป็นเพศหญิง (Zakeri, 2021) แสดง ให้เห็นวาความวิตกก ่ งวลทั ั วไปในเพศหญิงมีม ากกวาเพศชายอย่ างชัดเจน (สํานักงานกองท ุ่นสนับสนุนการ สร้างเสริมสุขภาพ, 2562) 2.3.2 ปัจจัยด้านอายุ นอกจากนี ยังพบวา ปัจจัยด้านอายุมีความสัมพันธ์ก ่ บโรควิตกก ั งวลทั ั วไปในช ่วงการระบาดและ หลังการระบาดของ COVID-19 ด้วยเช่นกน อ้างอิงจากการศึกษาของ ศุภรัตน์ เอกอัศวิน (2562) พบว ั า ผู้ป่ วย ่ ที มีช่วงอายุมากและน้อยมีระดับความวิตกกงวลทั ั วไปในระดับที แตกต ่างกนออกไป เช ั ่น ผู้ป่ วยในช่วงวัยรุ่น จะมีความวิตกกงวลในเรื องของการเข้าสังคมเพื อน รวมถึงกระแสนิยมทางสังคม นอกจากนี ั แล้วในวัยเรียน เมื อต้องพบกบสิ ั งกระตุ้นที อาจจะทําให้เกิดความเครียด เช่น เปิ ดเรียนใหม่ ใกล้สอบ หรือต้องนําเสนองาน หน้าชั นเรียน กจะมีอาการตื นเต้น ใจสั ็ น เหงื อออก รู้สึกกลัวหรือก งวล ซึ งเป็นภาวะปกติที พบได้ในผู้ป่ วยวัย ั นี (จิณห์จุฑา นิธิอุทัย, 2557) และในช่วงวัยรุ่นที กาลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย มักมีความวิตกก ํ งวล โดย ั ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
15 เฉพาะความรู้สึกวิตกกงวลตั ่อความคาดหวังในการแข่งขันเรื องผลการเรียนที ดีเพื อให้สามารถประสบความ สําเร็จในชีวิตในทันทีที เปิ ดภาคเรียนใหม่ ปัญหาความเครียดมีแนวโน้มรุนแรงขึ นเมื อแรงกดดันเกิดกบกลุั ่ม เด็กวัยรุ่นที ครอบครัวมีฐานะการเงินขัดสนเป็นอุปสรรคในการผลักดันตัวเองไปยังเป้ าหมายที ครอบครัว ต้องการ ขณะที ยังมีเด็กในช่วงวัยรุ่นจํานวนมากที ไม่สามารถค้นพบความชอบหรือความสนใจที แท้จริงของ ตัวเองได้ในเวลานี จึงต้องกมหน้าทําตามที ถูกก ้ าหนดไว้ ซึ งเป ํ ็นอีกปัจจัยหนึ งที ทําให้การรับมือกบความั กดดันทําได้ยากขึ นไปอีก นอกจากนี ความแพร่หลายของสื อสังคมออนไลน์กเป็นอีกหนึ งปัจจัยสภาพ ็ แวดล้อมที มีผลต่อความคิดและพฤติกรรมของวัยรุ่นในปัจจุบัน ด้วยช่วงวัยแห่งการสร้างโลกและกลุ่มเพื อน เฉพาะตัว ปฏิเสธไม่ได้วาวัยรุ ่ ่นเป็นกลุ่มที มีการใช้งานและมีความอ่อนไหวต่ออิทธิพลสื อสังคมออน ไลน์ค่อนข้างมาก ด้วยกลัววาจะพลาดข้อมูลข ่ ่าวสารอะไรไป กงวลวั าจะขาดการติดต ่ ่อจากกลุ่มเพื อน หรือ เกิดความรู้สึกน้อยเนื อตํ าใจจากการเปรียบเทียบกบคนอื น ความวิตกก ั งวลที มากเก ั ินไปนี เป็นผลจากการเสพ ติดสื อสังคมออนไลน์โดยไม่รู้ตัว (สุพาพร เทพยสุวรรณ, 2562) นอกจากนี ในกลุ่มวัยกลางคนไปจนถึงวัยผู้ สูงอายุพบวา มีความวิตกก ่ งวลในระดับมาก ทั ั งนี สาเหตุจากปัญหาทางด้านสุขภาพเดิม เนื องจากผู้สูงอายุ เป็นวัยที มีระบบภูมิคุ้มกนเสื อมถอยลง ทําให้ผู้สูงอายุมีโอกาสเสี ยงติดเชื ั อโควิด-19 ได้ง่ายกวาช่ ่วงวัยอื น และอาจมีอาการรุนแรงถึงขั นเสียชีวิตได้ จากการสํารวจผลกระทบการระบาดของเชื อไวรัส Covid-19 ต่อ ประชากรผู้สูงอายุไทย ที ดําเนินการในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2563 พบวา ในด้านเศรษฐก ่ ิจและรายได้ ผู้ สูงอายุประสบปัญหาในการทํางาน มีอุปสรรคในการทํางานในช่วงการระบาดมากขึ น รายได้จากการทํางาน หรือจากบุตร และดอกเบี ยเงินออมมีสัดส่วนลดลง จากการสํารวจของกรมสุขภาพจิต (2565) พบวา 1 ใน 3 ผู้ ่ ป่ วยมีรายได้ไม่เพียงพอในช่วงการระบาดของเชื อไวรัส Covid-19 ด้านสุขภาพพบวา่ 20% ของผู้สูงอายุที มีอายุ 60 ปี ขึ นไป รายงานวามีสุขภาพแย ่ ลงในช ่ ่วงโควิด-19 อาจเนื องมาจากไม่ได้ไปพบแพทย์ตามนัด อาการที รายงานมากที สุด ได้แก่วิตกกงวล ไม ั ่อยากอาหาร เหงา ไม่มีความสุข เป็นต้น จากการศึกษางานวิจัย ของต่างประเทศยังพบวาเชื ่ อไวรัสโควิด-19 มีผลกระทบต่อสุขภาพจิตของผู้สูงอายุเป็นอยางมากด้วย ไม ่ ่วาผู้ ่ สูงอายุรายนั นจะเป็นผู้ติดเชื อหรือไม่กตาม เนื องจา ็กกลุ่มผู้สูงอายุเป็นกลุ่มคนที มีความเปราะบางทางด้าน ร่างกาย คือมีโรคร่วมมาก ภูมิคุ้มกนตํ า เสี ยงติดเชื ั อง่าย และด้านจิตใจ ที มีความเครียด วิตกกงวลงั ่าย ดังนั น การปฏิบัติตัวเพื อลดความเครียดและความวิตกกงวลในผู้สูงอายุจึงมีความสําคัญมาก (กรมสุขภาพจิต, 2565) ั 2.3.3 ปัจจัยด้านโรคประจําตัว ปัจจัยด้านโรคประจําตัวมีความสัมพันธ์กบโรควิตกก ั งวลทั ั วไปในช ่วงการระบาดและหลังการ ระบาดของโควิด-19 จากการอ้างอิงข้อมูลจากกรมสุขภาพจิต (2564) พบวา ผู้ป่ วยโรควิตกก ่ งวลทั ั วไปส ่วน ใหญ่พบวามีโรคประจําตัวเก ่ ือบทุกราย ทั งนี ผู้ป่ วยที มีโรคประจําตัวมีความวิตกกงวลในระดับมาก เนื องจาก ั ผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที มีความเสี ยงที จะติดเชื อรุนแรงและเสียชีวิต โดยความเสี ยงเพิ มขึ นเมื อมีโรคร่วม เช่น โรค ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
16 หลอดเลือดหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคทางเดินหายใจเรื อรัง มีอัตราการเสียชีวิต ร้อยละ 7.6-13.2 ส่วนผู้ที มีอายุ 70 ปี ขึ นไปมีอัตราการเสียชีวิต ร้อยละ 8.0-9.6 และอายุ 80 ปี ขึ นไปมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง ร้อยละ 14.8-19.0 ตามลําดับ 2.4งานวิจัยที เก ี ยวข้อง 2.4.1งานวิจัยในประเทศไทย นุชนาฎ รักษี และคณะ (2564) ได้ศึกษาเรื อง การศึกษาความเครียด ความวิตกกงวล และความั สัมพันธ์ในครอบครัวของประชาชนไทยภายหลังสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ระลอกแรก พบวา มาตรการล็อกดาวน์ของไทยเพื อลดการระบาดของโรค COVID-19 ระลอก ่ แรกมีผลกระทบต่อการดําเนินชีวิตประจําวัน นําไปสู่ความเครียด ความวิตกกงวล และปัญหาสัมพันธภาพ ั ในครอบครัว ผลการวิจัยพบวากลุ่ ่มตัวอยางส่ ่วนใหญ่มีความเครียดระดับน้อย 56.2%, ปานกลาง 29.9% และ มากถึงมากที สุด 13.9% ไม่มีความวิตกกงวล 97.8% สัมพันธภาพในครอบครัวที เปลี ยนแปลงในเชิงบวก พบ ั วา ครอบครัวเอาใจใส ่ ่ดูแล มากขึ น 58.4% ส่วนสัมพันธภาพในเชิงลบ พบวา การทะเลาะ เบาะแว้ง โต้เถียง ่ กนในครอบครัว ยังมีเหมือนเดิม 25.2%, ลดลง 21.1% ปัจจัยที มีความสัมพันธ์ก ั บระดับความเครียดของ ั ประชาชนภายใต้การระบาดของโรค COVID-19 ระลอกแรก ได้แก่ช่วงอายุ กลุ่มอาชีพ จํานวนบุตร และ ความวิตกกงวล (p-value< 0.05) จากผลการวิจัยม ั ีข้อเสนอแนะ คือ สุขภาพจิต และสัมพันธภาพใน ครอบครัวเป็นปัญหาสําคัญ ที ส่งผลกระทบระยะยาว หน่วยงานที เกี ยวข้องจําเป็นต้องเพิ มแนวทางการฟื นฟู จิตใจให้มีพลังบวก พลังยืดหยุน และพลังร ่ ่วมมือ ในสถานการณ์การระบาดของโรค COVID-19 ซึ งน่าจะยัง คงมีอยูในระยะยาว ่ อาคม ทิวทอง (2565) ได้ศึกษาเรื อง ความชุกและปัจจัยที สัมพันธ์กบความเครียดและความวิตก ั กงวลตั ่อ COVID-19 ในผู้ที มาเข้ารับบริการทางการแพทย์ที แผนกผู้ป่ วยนอก อําเภอเมือง มหาสารคาม พบ วา จากการศึกษาความชุกของความเครียดและความว ่ ิตกกงวลตั ่อไวรัส COVID-19 และปัจจัยที เกี ยวข้องใน ผู้ที มาเข้ารับบริการที แผนกผู้ป่ วยนอกในสถานพยาบาลจํานวน 21 แห่ง มีผู้เข้าร่วมการศึกษาทั งหมด 404 ราย พบความชุกของความเครียดอยูในระดับตํ ากว ่าช่ ่วงเวลาก่อนหน้านี แต่ความวิตกกงวลตั ่อ COVID-19 ส่วนใหญ่อยูในระดับปานกลาง ดังนั ่ นจึงควรเฝ้าระวัง และติดตามผลกระทบด้านสุขภาพจิตในพื นที โดย เฉพาะในผู้ที ได้รับผลกระทบในระดับมาก รวมถึงผู้ที มีปัจจัยเสี ยงที พบจากการศึกษา (สถานภาพสมรสแล้ว สมาชิกในครอบครัวเคยติดโควิด อาชีพที ต้องพบกบคนจํานวนมาก และความเพียงพอของรายได้) ั ธนบูรณ์ ยงทัศนีย์กุล (2565) ได้ศึกษาเรื อง การวิเคราะห์ต้นทุนอรรถประโยชน์ของการรักษาผู้ ป่ วยโรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตันระยะเฉียบพลันด้วยสายสวนหลอดเลือดสมอง พบวา จาก่ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที มาพร้อมกบมาตรการการั ควบคุมการติดต่อของโรคซึ งนําออกมาบังคับใช้โดยรัฐบาล ได้ส่งผลกระทบต่อการดําเนินชีวิตประจําวัน ของประชาชนคนไทยเป็นอยางมาก เพราะต้องเจอก ่ บภาวะกดดัน ความเครียดและความวิตกก ั งวล โดยงาน ั ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
17 วิจัยชิ นนี ผู้วิจัยได้ทําการเปรียบเทียบความวิตกกงวลที เก ั ิดจาก COVID-19 ระหวาง สหราชอาณาจักรและ ่ ประเทศไทยวามีความเหมือนหรือแตกต ่ ่างกนอยั างไร ผลลัพธ์ที ได้พบว ่ าโดยส ่ ่วนใหญ่ประเทศไทยมีความ รู้สึกเศร้า ในขณะที สหราชอาณาจักรมีความรู้สึกกงวล มากกวัา อย่ างไรก ่ ตามความเศร้า หรือความก ็ งวลที ั เกิดขึ นส่วนใหญ่ ล้วนมีผลต่อเรื องงานและรายได้เหมือนกนทั ั งสองประเทศ แต่ของไทยมีเรื องหนี สินเข้ามา เป็นอีกปัจจัย จึงทําให้เกิดความเศร้ามากกวาแค่ ่กงวล และจากการวิจัยในครั ั งน ีผู้วิจัยเห็นวาเป็นเรื องที สําคัญ ่ ที จะศึกษา และวิเคราะห์เกี ยวกบอารมณ์ของประชาชน เพื อให้ทราบถึงผลกระทบก ั บประชาชนได้รับทาง ั ด้านอารมณ์ ซึ งอาจส่งผลกระทบต่อการดําเนินชีวิต เมื อต้องเจอกบการระบาดของโรคร้ายแรงอื นๆใน ั อนาคต จิตราวรรณ จันทร์มา (2565) ได้ศึกษาเรื อง ผลกระทบทางสุขภาพจิตของบุคลากรทางการแพทย์ จังหวัดตรังระหวางการระบาดของโรค COVID-19 พบว ่า บุคลากรทางการแพท่ ย์จังหวัดตรังมีความชุกภาวะ ซึมเศร้าร้อยละ 9.5 ภาวะวิตกกงวลร้อยละ 13.1 และภาวะเครียดร้อยละ 2.7 ปัจจัยที สัมพันธ์ก ั บภาวะวิตก ั กงวล คือ สถานที ทํางานจัดอุปกรณ์ป้ องก ัน ระหวั างปฏิบัติงาน (PPE) ไม ่ ่เพียงพอ (p=0.005) โดยมีโอกาส เกิดภาวะวิตกกงวลมากกวัากลุ่ ่มที จัดอุปกรณ์ PPE เพียงพอ (AOR 2.95, 95%CI: 1.38-6.31) ปัจจัยที สัมพันธ์ กบภาวะเครียดคือโรคประจําตัว (p=0.005) โดยบุคลากรที มีโรคประจําตัวมีโอกาสเก ั ิดภาวะเครียดมากกวา่ กลุ่มที ไม่มีโรคประจําตัว (AOR 17.86, 95%CI: 2.69-118.55) จารุวรรณ มะลัยคํา (2565) ได้ศึกษาเรื อง ความสัมพันธ์ระหวางความวิตกก ่งวล กั บคุณภาพชีวิต ั ของผู้ป่ วยโรคติดเชื อไวรัสโคโรนา 2019 หลังออกจากโรงพยาบาล อําเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ พบวา โรค ่ ติดเชื อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นโรคติดต่ออันตรายที ทําให้ระบบทางเดินหายใจล้มเหลว ส่งผลต่อความยาก ลําบากในการประกอบอาชีพ ทําให้เศรษฐกิจที ฝืดเคือง ส่งผลต่อจิตใจ มีความวิตกกงวล อั ่อนล้า ท้อแท้ สิ น หวังและอาจจะทําร้ายตนเอง ทําให้มีคุณภาพชีวิตไม่ดี โดยงานวิจัยนี ทําข ึนเพื อศึกษาความสัมพันธ์ระหวาง่ ความวิตกกงวล กั บคุณภาพชีวิตของผู้ป่ วยโรคติดเชื ั อไวรัสโคโรนา 2019 หลังออกจากโรงพยาบาล อําเภอภู เขียว จังหวัดชัยภูมิ ผลการศึกษาพบวา ความวิตกก ่ งวลมีความสัมพันธ์ก ั บคุณภาพชีวิตของผู้ป่ วยโรคติดเชื ั อ ไวรัสโคโรนา 2019 หลังออกจากโรงพยาบาลอยางมีนัยสําคัญทางสถิติ (p-value = 0.02) เมื อควบคุมผลกระ ่ ทบจากตัวแปรอายุ ระดับการศึกษา รายได้ต่อเดือน อาชีพ การพักอาศัย โรคประจําตัว และจํานวนคนใน ครอบครัว ติดเชื อไวรัสโคโรนา 2019 ในสมการสุดท้าย แล้วพบวาผู้ป่ วยโรคติด เชื ่ อไวรัสโคโรนา 2019 หลังออกจากโรงพยาบาลที มีความวิตกกงวลมีคุณภาพชีวิตที ดีน้อยกว ัากลุ่ ่มที ไม่วิตกกงวล 1.87 เทั ่า (ORadj = 1.87, 95% CI = 1.12 - 3.13) ดังนั นจึงควรมีการเฝ้าระวังความวิตกกงวลของผู้ป่ วยโรคติดเชื ั อไวรัสโคโร นา 2019 หลังออกจากโรงพยาบาล ด้วยการประเมินซํ า และติดตามอยางต่ ่อเนื องอยาง่ น้อย 6 เดือนขึ นไป 2.4.2งานวิจัยในต่างประเทศ ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
18 Millie Cordaro (2564) การศึกษานี ทําในชาวอเมริกนจํานวน 2,101 คน ระหว ั างวันที 14-22 ่ เมษายน 2020 ในช่วงที มีมาตรการให้กกตัวอยู ั บ้าน และมีการประเมินโรควิตกก ่ งวลทั ั วไป ปัจจัยทางด้าน จิตใจ และปัจจัยอื นๆ ที เกี ยวข้อง เช่น ความวิตกกงวล ความเปลี ยนแปลงทางพฤติกรรม และการปฏิบัติตัว ั ตาม มาตรการต่างๆ พบวามีประชากรถึง 17.9% ได้รับการวินิจฉัยเป็นโรควิตกก ่ งวลทั ั วไป ในช ่วงแรกของ การระบาดของ COVID-19 เมื อเทียบกบ 12 เดือนก ั ่อนระบาดที มีเพียง 1.8% ที ได้รับการวินิจฉัยเป็นโรควิตก กงวลทั ั วไป จากผลวิจัยพบว าผ่ ป่ วยที ได้รับการวินิจฉัยว ู้ า เป็นโรควิตกก ่ งวลทั ั วไปในช ่วง COVID-19 มีค วามเครียด ความโดดเดี ยว ความเหนื อยล้าเป็นอยางมาก และมีคุณภาพชีวิตที แย ่ลงกว่าช่ ่วงก่อนการระบาด ของ COVID-19 Zakeri Mohammad Ali (2564) การระบาดของ COVID-19 มีผลกระทบต่อประชาชนทั งทาง ร่างกายและจิตใจ การศึกษานี มีวัตถุประสงค์เพื อศึกษาความสัมพันธ์ ระหวางความชุกของโรควิตกก ่งวลั ทัวไปและความบกพร ่องทางสังคมในช่วงการระบาดของไวรัส COVID-19 ในประเทศอิหร่าน เป็นการ ศึกษาแบบตัดขวาง ทําในชาวอิหร่าน 1,000 คน ที อาศัยอยูในประเทศอิหร ่ ่านทางตอนใต้ ข้อมูลถูกเกบโดย ็ ใช้แบบสอบถาม Generalized Anxiety Disorder-7 และ General Health Questionnaire ระหวางวันที 15-30 ่ มีนาคม 2563 ผลพบวาความชุกของโรควิตกก ่ งวลทั ั วไปเท ่ากบ 27.8% และมีความบกพร ั ่องทางสังคมในผู้ เข้าร่วมทั งหมด จากข้อมูลแสดงให้เห็นวาความวิตกก ่ งวลที เก ั ิดขึ นในช่วงการระบาดของ COVID-19 มีผล ต่อความบกพร่องทางสังคมอยางเห็นได้ชัด ่ (confidence interval [CI], 1.16–1.30; p < 0.001) Shen Lamson Lin (2565) จากการศึกษาพบปัจจัยที เกี ยวข้องกบปัญหาทางด้านจิตใจที เป็นผลมา ั จากการระบาดของ COVID-19 ผู้เข้าร่วมการวิจัย 3,779 คน โดยส่วนมากเป็นชาวแคนาดา (76.3%) อายุมาก กวา 25 ปี (85.4%) และจบการศึกษาระดับชั ่ นมัธยมศึกษาตอนปลาย (87.9%) ผลพบความชุกของโรควิตก กงวลทั ั วไป ระดับปานกลางถึงมาก 13.6% โดยเป็นผ ู้หญิงมากกวาผู้ชาย (17.2% vs. 9.9%, p<0.001) สําหรับ ่ ผู้หญิงที ถูกวินิจฉัยเป็นโรควิตกกงวลทั ั วไปมีปัจจัยอื นๆ ที เก ี ยวข้อง ได้แก่ การลางานด้วยเหตุผลที เกี ยวข้อง กบการระบาดของ COVID-19 (OR=3.52, 99% CI:1.12–11.04) อายุน้อย (ORs range from 2.19 to 11.01, ั p's<0.01) สถานะโสดหรือหม้าย (OR=2.26, 99% CI 1.18–4.33) ไม่มีปฏิสัมพันธ์กบผู้อื นในในสัปดาห์ที ั ผานมา (OR=2.81, 99% CI:1.24–6.37) และการไม ่ ่ได้ออกกาลังกายนอกบ้าน (OR=1.86, 99% C ํ I:1.13–3.07) สําหรับผู้ชายปัจจัยที เกี ยวข้อง ได้แก่การได้รับข่าวเท็จ (dose-response relations: ORs range from 3.14 to 6.55, p's<0.01) การดูโทรทัศน์มากขึ น (OR=2.62, 99% CI: 1.31 – 5.27) การไม่ได้ออกกาลังกายในที ร ํ ่ม (OR=1.91, 99% CI:1.07–3.42) และพบวาปัจจัยที เก ่ ี ยวข้องกบโรควิตกก ั งวลทั ั วไปในทั งชายและหญิง ได้แก่ การดื มแอลกอฮอล์มากขึ น การใช้กญชา และการรับประทานอาหารขยะ (p's<0.01) ั Chen H (2564) โรควิตกกงวลทั ั วไปเป็นโรคที พบ ได้บ่อยแต่กถือว ็ าเป็นภาวะเร ่ ่งด่วนของสุขภาพ จิต โดยเฉพาะอยางย่ งในช ิ ่วงการระบาดของ COVID-19 การศึกษานี มีจุดประสงค์เพื อศึกษา ความชุกของ โรควิตกกงวลทั ั วไปและหาปัจจัยป้ องก นตั ่อความวิตกกงวลในช ั ่วงการระบาดของ COVID-19 จากการ ศึกษาพบวาความชุกของโรควิตกก ่ งวลทั ั วไปในพื นที 31 แห่งอยูที 22.6% และพบความชุกสูงที สุดใน ่ ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
19 จังหวัด Hubei เท่ากบ 35.4% และพบวั าผู้ที ถูกวินิจฉัยว ่ าเป็นโรควิตกก ่ งวลทั ั วไป มักมีความก งวลเกั ี ยวกบั การติดเชื อ COVID-19 ของทั งตัวเองและบุคคลในครอบครัว (adjusted odds ratio, AOR 3.40, 95%CI 2.43–4.75) ความยากลําบากในการจัดหาหน้ากากอนามัย (AOR 1.92, 95%CI 1.47–2.50) การกรองข้อมูล ข่าวสารต่างๆ (AOR 1.65, 95%CI 1.36–2.02) ความกงวลเกั ี ยวกบพยากรณ์โรค COVID-19 (AOR 2.41, ั 95%CI 1.75–3.33) และความกงวลเกั ี ยวกบรายได้ที ลดลง (AOR 1.45 ั , 95%CI 1.14–1.85) นอกจากนี ยังพบ วาผู้ที ม ่ ีความยืดหยุน สามารถปรับตัวได้พบความชุก โรควิตกก ่ งวลทั ั วไปที น้อยกว า (AOR 0.59, 95%CI ่ 0.51–0.70) Amir Adibi (2564) บุคลากรทางการแพทย์เป็นกลุ่มบุคคลที มีความเกี ยวข้องโดยตรงในการดูแลผู้ ป่ วยที ติดเชื อ COVID-19 จึงอาจทําให้เกิดความวิตกกงวลได้มากในคนกลุ ั ่มนี การศึกษานี จัดทําขึ นเพื อ หาความชุกของโรควิตกกงวลทั ั วไปในกลุ ่มบุคลากรทางการแพทย์ในช่วงการระบาดของ COVID-19 ด้วย วิธี systematic review และ meta-analysis ผลการศึกษาพบวามีความชุกของโรควิตกก ่ งวลทั ั วไปสูงในกล ุ่ม บุคลากรทางการแพทย์ในช่วงการระบาดของ COVID-19 ดังนั นระบบสาธารณสุขจึงควรป้ องกนบุคลากรั กลุ่มนี จากการติดเชื อ COVID-19 และปัญหาทางด้านจิตใจ 2.5กรอบแนวคิดงานวิจัย ภาพที 2.1กรอบแนวคิดงานวิจัย ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
20 บทที 3 วิธีดําเนินการวิจัย การวิจัยครั งนี เป็นการศึกษาแบบการศึกษาย้อนหลัง (retrospective study) เพื อศึกษาอุบัติการณ์และปัจจัยที มีความสัมพันธ์กบโรควิตกก ั งวลทั ั วไปในช ่วงการระบาดและหลังการระบาดของ COVID-19 โรงพยาบาล พระนังเกล้า จังหวัดนนทบุรี ผู้วิจัยได้นําแนวคิด ทฤษฎี และผลงานวิจัยที เก ี ยวข้องมาเป็นแนวทางในการ ศึกษาในการวิจัยครั งนี ผู้วิจัยได้ดําเนินตามขั นตอนดังนี 3.1 รูปแบบการวิจัย 3.2 ประชากรและกลุ่มตัวอยาง่ 3.2.1 เกณฑ์การคัดเข้า 3.2.2 เกณฑ์การคัดออก 3.2.3 การกาหนดขนาดกลํุ่มตัวอยาง่ 3.3 เครื องมือที ใช้ในการวิจัย 3.4 การเกบรวบรวมข้อมูล ็ 3.5 การวิเคราะห์ข้อมูล ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
21 3.1รูปแบบการวิจัย เป็นการวิจัยรูปแบบการศึกษาย้อนหลัง (retrospective study) ระยะเวลาในการดําเนินงานวิจัยระหวางวันที 1 ่ มีนาคม 2653 ถึง 30 มิถุนายน 2566 3.2 ประชากรและกลุ่มตัวอยาง่ ประชากรที ใช้ในการศึกษาครั งนี คือ ข้อมูลเวชระเบียนผู้ป่ วยนอกที มาเข้ารับบริการที แผนกจิตเวช โรง พยาบาลพระนังเกล้า กลุ่มตัวอยาง คือ ผู้ป่ วยนอกที มาเข้ารับบริการที แผนกจิตเวช โรงพยาบาลพระนั ่ งเกล้า ระหว างวันที 1 ่ มีนาคม 2563 ถึง 30 มิถุนายน 2566 3.2.1 เกณฑ์คัดเข้า (1) เป็นผู้ป่ วยนอกจิตเวช โรงพยาบาลพระนังเกล้า จังหวัดนนทบุรี (2) ไม่เคยได้รับการวินิจฉัยเป็นโรควิตกกงวลมากั ่อน (3) อายุ 20 ปี ขึ นไป 3.2.2 เกณฑ์คัดออก ไม่มี 3.2.3 การกาหนดขนาดกลุํ ่มตัวอยาง่ ผู้วิจัยกาหนดขนาดของกลุํ ่มตัวอยางในการศึกษาครั ่ งนี โดยเป็นผู้ป่ วยนอกที มาเข้ารับบริการที แผนกจิตเวช โรงพยาบาลพระนังเกล้า จํานวนอย างน้อย 226 คน จากการคํานวณตามสูตรดังนี ่ Sample size = 1− 2 2 1−( ) 2 = 1.962 0.179 1−0.179( ) 0.052 = 225.82 ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
22 โดย = standard normal variate at 5% type 1 error (P<0.05) 1− 2 2 p = expected proportion in population based on previous studies d = absolute error or precision 3.3เครื องมือที ใช้ในการวิจัย 1. เวชระเบียนผู้ป่ วยนอกแผนกจิตเวช โรงพยาบาลพระนังเกล้า ระหว างวันที 1 มีนาคม 2563 ถึง 30 ่ มิถุนายน 2566 โดยมีข้อมูลพื นฐานของผู้ป่ วย ได้แก่อายุ เพศ โรคประจําตัว การวินิจฉัยโรค 2. แบบบันทึกข้อมูลการวิจัย ประกอบด้วย 1. ข้อมูลส่วนตัว ได้แก่อายุ เพศ นํ าหนัก ส่วนสูง ดัชนีมวลกาย 2. ประวัติการรักษา ได้แก่โรคประจําตัว ประวัติการผาตัด การวินิจฉัยโรค ่ 3.4การเกบ็รวบรวมข้อมูล รวบรวมข้อมูลจากเวชระเบียนผู้ป่ วยแผนกจิตเวช โรงพยาบาลพระนังเกล้า โดยมีขึ นตอนดังนี 1. ประชุมสมาชิกทําวิจัยเพื อชี แจงรายละเอียดการดําเนินการวิจัย วัตถุประสงค์ของการศึกษา และ วิธีการเกบข้อมูล ็ 2. ทําหนังสือยื นขอรับการพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ โรงพยาบาลพระนังเกล้าในการเข้าถึง ข้อมูลจากเวชระเบียน 3. ติดต่อฝ่ายเวชระเบียนข้อขอมูลผู้ป่ วยนอกแผนกจิตเวชจากระบบ SSB โรงพยาบาลพระนังเกล้า ตั งแต่วันที 1 มีนาคม 2563 ถึง30 มิถุนายน 2566 โดยข้อมูล ได้แก่ a. ข้อมูลส่วนตัว ได้แก่อายุ เพศ นํ าหนัก ส่วนสูง ดัชนีมวลกาย b. ประวัติการรักษา ได้แก่โรคประจําตัว ประวัติการผาตัด การวินิจฉัยโรค ่ 4. ลงข้อมูลในแบบเกบข้อมูล ็ ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
23 3.5 การวิเคราะห์ข้อมูล 1. ปัจจัยทางชีวภาพของกลุ่มตัวอยาง เช่ ่น อายุ เพศ โรคประจําตัว โดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่การ แจกแจงความถี (frequency) ร้อยละ (percentage) ค่าเฉลี ย (mean) และส่วนเบี ยงเบนมาตรฐาน (standard deviation: SD) 2. เปรียบเทียบอุบัติการณ์ของผู้ป่ วยที ได้รับการวินิจฉัยโรควิตกกงวลทั ั วไปในช ่วงการระบาดของ COVID-19 (1 มีนาคม 2563 ถึง 30 กนยายน 2565) ก ับชั ่วงหลังการระบาด (1 ตุลาคม 2565 ถึง 30 มิถุนายน 2566)โดยใช้สูตรหาค่าอัตราอุบัติการณ์และแสดงผลการวิจัยโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาได้แก่จํานวน และ ร้อยละ 3.วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของปัจจัยทางชีวภาพกบอุบัติการณ์ของโรควิตกก ั งวลทั ั วไปโดยใช้ การทดสอบไค สแควร์ (Chi-square test) ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
24 บทที 4 ผลการวิจัย การวิจัยเรื อง อุบัติการณ์และปัจจัยที มีความสัมพันธ์กบโรควิตกก ั งวลทั ั วไปในช ่วงการระบาดและ หลังการระบาดของ COVID-19 โรงพยาบาลพระนังเกล้า จังหวัดนนทบุรี ผู้วิจัยได้ศึกษาจากข้อมูลเวช ระเบียนผู้ป่ วยนอกที มาเข้ารับบริการที แผนกจิตเวช โรงพยาบาลพระนังเกล้า โดยศึกษาข้อมูลผู้ป่ วยนอกที มา เข้ารับบริการที แผนกจิตเวช โรงพยาบาลพระนังเกล้า ระหว างวันที 1 มีนาคม พ.ศ.2563 ถึงวันที 30 มิถุนายน ่ พ.ศ.2566 ผู้วิจัยได้นําเสนอผลการศึกษา โดยแบ่งขั นตอนดังนี ตอนที 1 ข้อมูลทัวไปของผู้ป่ วยโรควิตกก งวลทั ั วไปรายใหม ่ ตอนที 2 ข้อมูลอัตราอุบัติการณ์เกิดโรควิตกกงวลทั ั วไปในช ่วงการระบาดและหลังการระบาดของ COVID-19 โรงพยาบาลพระนังเกล้า จังหวัดนนทบุรี ตอนที 3 ปัจจัยที มีความสัมพันธ์กบโรควิตกก ั งวลทั ั วไปในช ่วงการระบาดและหลังการระบาดของ COVID-19 ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
25 ตอนที 1 ข้อมูลทัวไป ของผู้ป่ วยโรควิตกกงวลั ทัวไป รายใหม่ ตารางที 4.1แสดงจํานวนและร้อยละของผู้ป่ วยโรควิตกกงวลทั ั วไปรายใหม ่ ข้อมูลทัวไป จํานวน ร้อยละ เพศ หญิง 129 64.80 ชาย 70 35.20 อายุ น้อยกวาหรือเท ่ ่ากบ 60 ปี ั87 43.70 มากกวา 60 ปี ขึ ่ นไป 112 56.30 รวม 199 100.00 ตารางที 4.1(ต่อ) ข้อมูลทัวไป จํานวน ร้อยละ ค่าดัชนีมวลกาย น้อยกวา 18.50่12 6.00 ระหวาง 18.50-22.90่79 39.70 ระหวาง 23-24.90่33 16.60 ระหวาง 25-29.90่58 29.10 มากกวาหรือเท ่ ่ากบ 30 ขึ ั นไป 17 8.50 ค่าเฉลี ยเท่ากบ 24 , Max = 46.74, Min = 16.16, SD = 4.396ั โรคประจําตัว โรคความดันโลหิตสูง 54 27.10 โรคไขมันในเลือดสูง 53 26.60 โรคหลอดเลือดหัวใจ 33 16.60 โรคเบาหวาน 29 14.60 โรคปอดอุดก นเรื ั อรัง 13 6.50 โรคมะเร็ง 11 5.50 โรคหลอดเลือดในสมอง 5 2.50 ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
26 โรคไตเรื อรัง 1 0.50 รวม 199 100.00 จากตารางที 4.1 พบวา ผู้ป่ วยโรควิตกก ่ งวลทั ั วไปรายใหม ่ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง จํานวน 129 คน คิดเป็นร้อยละ 64.80 รองลงมาคือ เพศชาย จํานวน 70 คน คิดเป็นร้อยละ 35.20 กลุ่มตัวอยางส่ ่วนใหญ่อยูใน่ ช่วงอายุมากกวา 60 ปี ขึ ่ นไป จํานวน 112 คน คิดเป็นร้อยละ 56.30 รองลงมาคือ อายุน้อยกวาหรือเท ่ ่ากบ 60ั ปี จํานวน 87 คน คิดเป็นร้อยละ 43.70 ในส่วนค่าดัชนีมวลกาย ส่วนใหญ่มีค่าดัชนีมวลกายระหวาง่ 18.50-22.90 จํานวน 79 คน คิดเป็นร้อยละ 39.70 รองลงมาคือ ระหวาง 25-2่ 9.90 จํานวน 58 คน คิดเป็นร้อย ละ 29.10 ลําดับถัดมาคือ ระหวาง 23-24.90 จํานวน 33 คน คิดเป็นร้อยละ 16.60 มากกว ่ าหรือเท ่ ่ากบ 30 ขึ ั น ไป จํานวน 17 คน คิดเป็นร้อยละ 8.50 และน้อยกวา 18.50 จํานวน 12 คน คิดเป็นร้อยละ 6.00 โดยกลุ ่ ่ม ตัวอยางส่ ่วนใหญ่มีค่าดัชนีมวลกายเฉลี ยเท่ากบ 24 โดยผู้ป่ วยที มีค ั ่าดัชนีมวลกายมากที สุด เท่ากบ 46.74 และั น้อยที สุดเท่ากบ 16.16 ตามลําดับ ในส ั ่วนของโรคประจําตัว พบวา ส่ ่วนใหญ่เป็นโรคความดันโลหิตสูง จํานวน 54 คน คิดเป็นร้อยละ 27.10 รองลงมาคือ โรคไขมันในเลือดสูง จํานวน 53 คน คิดเป็นร้อยละ 26.60 ลําดับถัดมาคือ โรคหลอดเลือดหัวใจ จํานวน 33 คน คิดเป็นร้อยละ 16.60 โรคเบาหวาน จํานวน 29 คน คิด เป็นร้อยละ 14.60 โรคปอดอุดก นเรื ั อรัง จํานวน 13 คน คิดเป็นร้อยละ 6.50 โรคมะเร็ง จํานวน 11 คน คิดเป็น ร้อยละ 5.50 โรคหลอดเลือดในสมอง จํานวน 5 คน คิดเป็นร้อยละ 2.50 และโรคไตเรื อรัง จํานวน 1 คน คิด เป็นร้อยละ 0.50 ตามลําดับ ตอนที 2 ข้อมูลอัตราอุบัติการณ์เกิดโรควิตกกงวลั ทัวไป ในช่วงการระบาดและหลังการระบาดของ COVID-19โรงพยาบาลพระนัง เกล้าจังหวัดนนทบุรี ผู้วิจัยศึกษาอัตราอุบัติการณ์เกิดโรควิตกกงวลทั ั วไป ในช ่วงการระบาดและหลังการระบาดของ COVID-19 โรงพยาบาลพระนังเกล้า จังหวัดนนทบุรี จากข้อมูลผู้ป่ วยนอกที มาเข้ารับบริการที แผนกจิตเวช โรงพยาบาลพระนังเกล้า ระหว างวันที 1 มีนาคม พ.ศ.2563 ถึงวันที 30 มิถุนายน พ.ศ.2566 แสดงผลดัง ่ ตารางที 4.2 ตารางที 4.2แสดงอัตราอุบัติการณ์เกิดโรควิตกกงวลทั ั วไปในช ่วงการระบาดและหลังการระบาดของ COVID-19 โรงพยาบาลพระนังเกล้า จังหวัดนนทบุรี อัตราอุบัติการณ์เกิดโรควิตกกงวลั ทัวไป จํานวน ร้อยละ ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
27 ช่วงการระบาด (1 มีนาคม 2563-30 กนยายน 2565) ั313 61.13 [313/(49,134 x 24 months)] x 100 = 0.02654 ราย ต่อ 100 person-months of observation ช่วงหลังการระบาด (1 ตุลาคม 2565-30 มิถุนายน 2566) 199 38.87 [199/(15,592 x 9 months)] x 100 = 0.1418 ราย ต่อ 100 person-months of observation รวม 512 100.00 จากตารางที 4.2 แสดงอัตราอุบัติการณ์เกิดโรควิตกกงวลทั ั วไป ในช ่วงการระบาดและหลังการ ระบาดของ COVID-19 โรงพยาบาลพระนังเกล้า จังหวัดนนทบุรี พบว า จํานวนผู้ป่ วยรายใหม ่ ่ในช่วงการ ระบาดระหวาง วันที 1 มีนาคม พ.ศ.2563 ถึงวันที 30 ก ่ นยายน พ.ศ.2565 จํานวน 313 ราย ดังนั ั นอัตราอุบัติ การณ์เกิดโรควิตกกงวลทั ั วไปในช ่วงการระบาดเท่ากบ 0.02654 รายตั ่อ 100 คนต่อเดือน และจํานวนผู้ป่ วย รายใหม่ในช่วงหลังการระบาดระหวาง วันที 1 ตุลาคม พ.ศ.2565 ถึง ่ วันที 30 มิถุนายน พ.ศ. 2566 จํานวน 199 ราย ดังนั นอัตราอุบัติการณ์เกิดโรควิตกกงวลทั ั วไปในช ่วงหลังการระบาดเท่ากบ 0.1418 ราย ตั ่อ 100 คนต่อเดือน ดังนั นจึงสรุปได้วา ผู้ป่ วยโรควิตกก ่ งวลทั ั วไปในช ่วงหลังการระบาดมีจํานวนเพิ มขึ นจากผู้ป่ วย โรควิตกกงวลทั ั วไปในช ่วงการการระบาด ซึ งไม่เป็นไปตามสมมติฐานการวิจัย ตอนที 3 ปัจจัยที มีความสัมพันธ์กบัโรควิตกกงวลั ทัวไป ในช่วงการระบาดและหลังการระบาดของ COVID-19 จากการศึกษาข้อมูลเวชระเบียนผู้ป่ วยนอกที มาเข้ารับบริการที แผนกจิตเวช โรงพยาบาลพระนังเกล้า ระหวางวันที 1 มีนาคม พ.ศ.2563 ถึงวันที 30 มิถุนายน พ.ศ.2566 สามารถสรุปปัจจัยที มีความสัมพันธ์ก ่บั โรควิตกกงวลทั ั วไปในช ่วงการระบาดและหลังการระบาดของ COVID-19 ได้ดังต่อไปนี ตารางที 4.3แสดงปัจจัยที มีความสัมพันธ์กบโรควิตกก ั งวลทั ั วไปในช ่วงการระบาดและหลังการระบาด ของ COVID-19 ข้อมูล ช่วงการระบาด หลังการระบาด P-value จํานวน ร้อยละ จํานวน ร้อยละ เพศ 313 61.10 199 38.90 0.017* หญิง 184 35.90 129 25.20 ชาย 129 25.20 70 13.70 อายุ 313 61.10 199 38.90 0.035* น้อยกวาหรือเท ่ ่ากบ 60 ปี ั124 24.20 87 17.00 ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
28 มากกวา 60 ปี ขึ ่ นไป 189 36.90 112 21.90 ค่าดัชนีมวลกาย 313 61.10 199 38.90 0.182 น้อยกวา 18.50่14 2.70 4 0.80 ระหวาง 18.50-22.90่110 21.50 82 16.00 ระหวาง 23-24.90่47 9.20 38 7.40 ระหวาง 25-29.90่114 22.30 61 11.90 มากกวาหรือเท ่ ่ากบ 30 ขึ ั นไป 28 5.50 14 2.70 ตารางที 4.3(ต่อ) ข้อมูล ช่วงการระบาด หลังการระบาด P-value จํานวน ร้อยละ จํานวน ร้อยละ โรคประจําตัว 313 61.10 199 38.90 0.000* โรคความดันโลหิตสูง 134 26.20 54 10.50 โรคไขมันในเลือดสูง 75 14.60 53 10.40 โรคหลอดเลือดหัวใจ 11 2.10 33 6.40 โรคเบาหวาน 42 8.20 29 5.70 โรคมะเร็ง 19 3.70 11 2.10 โรคปอดอุดก นเรื ั อรัง 5 1.00 13 2.50 โรคหลอดเลือดในสมอง 5 1.00 5 1.00 โรคไตเรื อรัง 22 4.30 1 0.20 * มีค่านัยสําคัญทางสถิติที ระดับ 0.05 จากตารางที 4.3 พบวา ปัจจัยที มีความสัมพันธ์ก ่ บโรควิตกก ั งวลทั ั วไปในช ่วงการระบาดและหลัง การระบาดของ COVID-19 ได้แก่ ปัจจัยด้านเพศ อายุ และโรคประจําตัว อยางมีนัยสําคัญสถิติที ระดับ 0.05 ่ ในส่วนของปัจจัยค่าดัชนีมวลกาย ไม่มีความสัมพันธ์กบโรควิตกก ั งวลทั ั วไปในช ่วงการระบาดและหลังการ ระบาดของ COVID-19 ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
29 บทที 5 สรุปผลอภิปรายผลและข้อเสนอแนะ การวิจัยนี มีวัตถุประสงค์เพื อศึกษาอุบัติการณ์และปัจจัยที มีความสัมพันธ์กบโรควิตกก ั งวลทั ั วไปใน ช่วงการระบาดและหลังการระบาดของ COVID-19 โรงพยาบาลพระนังเกล้า จังหวัดนนทบุรีกลุ ่มเป้ าหมาย ในการศึกษางานวิจัยครั งนี เป็นผู้ป่ วยนอกที มาเข้ารับบริการที แผนกจิตเวช โรงพยาบาลพระนังเกล้า ระหว าง่ วันที 1 มีนาคม พ.ศ.2563 ถึงวันที 30 มิถุนายน พ.ศ.2566 ผู้วิจัยได้ศึกษาผลการวิจัยจากข้อมูลเวชระเบียนผู้ ป่ วยนอกที มาเข้ารับบริการที แผนกจิตเวช โรงพยาบาลพระนังเกล้า ระหว างวันที 1 ่มีนาคม พ.ศ.2563 ถึงวัน ที 30 มิถุนายน พ.ศ.2566 โดยสามารถสรุปผลการวิจัยได้ดังนี 5.1 สรุปผลการวิจัย งานวิจัยเรื อง อุบัติการณ์และปัจจัยที มีความสัมพันธ์กบโรควิตกก ั งวลทั ั วไปในช ่วงการระบาดและ หลังการระบาดของ COVID-19 โรงพยาบาลพระนังเกล้า จังหวัดนนทบุรี กลุ ่มเป้ าหมายในการศึกษางาน วิจัยครั งนี เป็นผู้ป่ วยนอกที มาเข้ารับบริการที แผนกจิตเวช โรงพยาบาลพระนังเกล้า ระหว างวันที 1 มีนาคม ่ พ.ศ.2563 ถึงวันที 30 มิถุนายน พ.ศ.2566 ผู้วิจัยได้ศึกษาผลการวิจัยจากข้อมูลเวชระเบียนผู้ป่ วยนอกที มาเข้า รับบริการที แผนกจิตเวช โรงพยาบาลพระนังเกล้า ระหว างวันที 1 มีนาคม ่พ.ศ.2563ถึงวันที 30 มิถุนายน พ. ศ.2566 ผู้วิจัยได้ตรวจสอบความครบถ้วน ถูกต้อง และสมบูรณ์ของข้อมูลเรียบร้อยแล้ว หลังจากนั นนํา ข้อมูลที ได้จากการเกบข้อมูลมาวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมสําเร็จรูปทางสถิติ โดยสามารถสรุปผลวิจัย ็ ออกเป็น 3 ส่วนดังนี ส่วนที 1 สรุปผลการวิเคราะห์ข้อมูลทัวไป ของผู้ป่ วยโรควิตกกงวลั ทัวไป รายใหม่ ผลการศึกษาพบวา ผู้ป่ วยโรควิตกก ่ งวลทั ั วไปรายใหม ่ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง จํานวน 129 คน คิด เป็นร้อยละ 64.80 กลุ่มตัวอยางส่ ่วนใหญ่อยูในช ่ ่วงอายุมากกวา 60 ปี ขึ ่ นไป จํานวน 112 คน คิดเป็นร้อยละ 56.30 มีค่าดัชนีมวลกายระหวาง 18.50-22.90 จํานวน 79 คน คิดเป็นร้อยละ 39.70 ในส ่ ่วนของโรคประจําตัว 3 อันดับแรก พบวา ส่ ่วนใหญ่เป็นโรคความดันโลหิตสูง จํานวน 54 คน คิดเป็นร้อยละ 27.10 รองลงมาคือ โรคไขมันในเลือดสูง จํานวน 53 คน คิดเป็นร้อยละ 26.60 และโรคหลอดเลือดหัวใจ จํานวน 33 คน คิดเป็น ร้อยละ 16.60 ตามลําดับ ส่วนที 2 สรุปผลข้อมูลอัตราอุบัติการณ์เกิดโรควิตกกงวลั ทัวไป ในช่วงการระบาดและหลังการ ระบาดของ COVID-19โรงพยาบาลพระนัง เกล้าจังหวัดนนทบุรี ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
30 ผู้วิจัยศึกษาอัตราอุบัติการณ์เกิดโรควิตกกงวลทั ั วไป ในช ่วงการระบาดและหลังการระบาดของ COVID-19 โรงพยาบาลพระนังเกล้า จังหวัดนนทบุรี จากข้อมูลผู้ป่ วยนอกที มาเข้ารับบริการที แผนกจิตเวช โรงพยาบาลพระนังเกล้า ระหว างวันที 1 มีนาคม พ.ศ.2563 ถึงวันที 30 มิถุนายน พ.ศ.2566 พบว ่ า จํานวนผู้ ่ ป่ วยรายใหม่ในช่วงการระบาดระหวาง วันที 1 มีนาคม พ.ศ.2563 ถึงวันที 30 ก ่ นยายน พ.ศ.2565 จํานวน 313 ั ราย ดังนั นอัตราอุบัติการณ์เกิดโรควิตกกงวลทั ัว ไปในช่วงการระบาดเท่ากบ 0.02654 ราย ตั ่อ 100 คนต่อ เดือน และจํานวนผู้ป่ วยรายใหม่ในช่วงหลังการระบาดระหวาง วันที 1 ตุลาคม พ.ศ.2565 ถึงวันที 30 ่ มิถุนายน พ.ศ.2566 จํานวน 199 ราย ดังนั นอัตราอุบัติการณ์เกิดโรควิตกกงวลทั ั วไปในช ่วงหลังการระบาด เท่ากบ 0.1418 ราย ตั ่อ 100 คนต่อเดือน ดังนั นจึงสรุปได้วา ผู้ป่ วยโรควิตกก ่ งวลทั ั วไปในช ่วงหลังการระบาด มีจํานวนเพิ มขึ นจากผู้ป่ วยโรควิตกกงวลทั ั วไปในช ่วงการการระบาด ซึ งไม่เป็นไปตามสมมติฐานการวิจัย ส่วนที 3 สรุปปัจจัยที มีความสัมพันธ์กบัโรควิตกกงวลั ทัวไป ในช่วงการระบาดและหลังการระบาด ของ COVID-19 จากการศึกษาข้อมูลเวชระเบียนผู้ป่ วยนอกที มาเข้ารับบริการที แผนกจิตเวช โรงพยาบาลพระนังเกล้า ระหวางวันที 1 มีนาคม พ.ศ.2563 ถึงวันที 30 มิถุนายน พ.ศ.2566 สามารถสรุปผลได้ว ่ า ปัจจัยที มีความ ่ สัมพันธ์กบโรควิตกก ั งวลทั ั วไปในช ่วงการระบาดและหลังการระบาดของ COVID-19 โรงพยาบาลพระนัง เกล้า จังหวัดนนทบุรี ได้แก่ปัจจัยด้านเพศ อายุ และโรคประจําตัว อยางมีนัยสําคัญสถิติที ระดับ 0.05 ในส ่ ่วน ของปัจจัยค่าดัชนีมวลกาย ไม่มีความสัมพันธ์กบโรควิตกก ั งวลทั ั วไปในช ่วงการระบาดและหลังการระบาด ของ COVID-19 โรงพยาบาลพระนังเกล้า จังหวัดนนทบุรี 5.2อภิปรายผล จากการศึกษาข้อมูลเวชระเบียนผู้ป่ วยนอกที มาเข้ารับบริการที แผนกจิตเวช โรงพยาบาลพระนังเกล้า ระหวางวันที 1 มีนาคม พ.ศ.2563 ถึงวันที 30 มิถุนายน พ.ศ.2566 ผู้วิจัยได้วิเคราะห์และอภิปรายผลดังต ่ ่อไป นี 1. จากการศึกษาข้อมูลผู้ป่ วยนอกที มาเข้ารับบริการที แผนกจิตเวช โรงพยาบาลพระนังเกล้า ระหว าง่ วันที 1 มีนาคม พ.ศ.2563 ถึงวันที 30 มิถุนายน พ.ศ.2566 พบวา ผู้ป่ วยโรควิตกก ่ งวลทั ั วไปในช ่วงหลังการ ระบาดมีจํานวนเพิ มขึ นจากผู้ป่ วยโรควิตกกงวลทั ั วไปในช ่วงการการระบาด ทั งนี เนื องจากหลังจาก สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ผู้ป่ วยส่วนใหญ่มีความวิตกกงวลในเรื องของสถานภาพ ั ทางการเงินเนื องจากขาดรายได้ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นอกจากนี ยังมีความ กงวลเกั ี ยวกบเรื องสุขภาพเพิ ั มมากขึ น เนื องจากอาการหลังจากเป็นโรคโควิด-19 หรือ ลองโควิด (Long-COVID) ทําให้ภูมิคุ้มกนในร ั ่างกายอ่อนแอลง และสามารถป่ วยได้ง่ายขึ นกวาเดิม ดังนั ่ นผู้ป่ วยหลาย ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
31 รายจึงมีค่ากงวลในช ั ่วงหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 เพิ มขึ นจากช่วงสถานการณ์การแพร่ ระบาด ซึ งสอดคล้องกบงานวิจัยของ รติพร จันทะเหลา (2565) ได้ศึกษาเรื อง ปัจจัยที เก ั ี ยวข้องของความ กงวลตั ่อโรคติดเชื อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ของบุคลากรทางการแพทย์โรงพยาบาลมหาสารคาม ใน ช่วงการระบาดของโรคติดเชื อไวรัสโคโรนา 2019 พบวา กลุ่ ่มตัวอยางส่ ่วนใหญ่มีระดับความกงวลในช ั ่วง หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 มากกวาช่ ่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 และสอดคล้องกบงานวิจัย ั ของ วิศิษฎ์ เนติโรจนกุล (2563) ได้ศึกษาเรื อง ความชุกและปัจจัยที เกี ยวข้องของปัญหาทางสุขภาพจิตของ บุคลากรทางการแพทย์โรงพยาบาลนครปฐมในยุคการระบาดของโรคติดเชื อไวรัสโควิด-19 พบวา กลุ่ ่ม ตัวอยางส่ ่วนใหญ่มีระดับความกงวลในช ั ่วงหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 มากกวาช่ ่วงการแพร่ ระบาดโควิด-19 เช่นกนั 2. จากการศึกษาพบวา ปัจจัยด้านเพศ มีความสัมพันธ์ก ่ บโรควิตกก ั งวลทั ั วไปในช ่วงการระบาดและ หลังการระบาดของ COVID-19 เนื องจากผู้ป่ วยนอกที มาเข้ารับบริการที แผนกจิตเวช โรงพยาบาลพระนัง เกล้าส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง รองลงมาคือเพศชาย ทั งนี อาจเป็นเพราะเพศหญิงต้องปฏิบัติตามข้อกาหนดํ บทบาทหรือบรรทัดฐานทางสังคมที จํากดขอบเขตการกระทําของเพศหญิงมากกว ั าเพศชาย ไม ่ ่วาจะเป็นการ ่ ปฏิบัติหน้าที ในฐานะภรรยา แม่ ดูแลความเรียบร้อยภายในบ้าน เลี ยงดูบุตร ทําอาหาร ฯลฯ กล่าวได้วาการ่ ให้คุณค่าต่องานที แตกต่างกนมีผลต ั ่อการเกิดความวิตกกงวลทั ั วไปได้มากกว าเมื อเทียบก ่บเพศชายั โดย ปัญหาที พบได้บ่อยมักเป็นลักษณะความผิดปกติที เกิดขึ นภายในตัวบุคคลมากกวาการแสดงออกทาง่ พฤติกรรมภายนอก เช่น มีอาการเศร้า วิตกกงวล มีความคิดอยากฆ ั ่าตัวตาย หรือความรู้สึกสิ นหวัง รู้สึกตน เองไร้ค่า ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ในกรณีที รุนแรงมาก คือมีพฤติกรรมพยายามทําร้ายตนเอง ผู้หญิงที แต่งงานมีความเสี ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพจิตมากกวาผู้ชายที แต ่ ่งงาน สอดคล้องกบข้อมูลการศึกษาของ ั กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข (2559) พบวา ในช ่ ่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เพศหญิงมีความวิตกกงวลทั ั วไปมากกว าเพศชายเช่ ่นกน เนื องจากเพศหญิงจะมีความก ั งวลเรื องภาระค ั ่าใช้ จ่ายที ต้องรับผิดชอบในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 3. จากการศึกษาพบวา ปัจจัยด้านอายุ มีความสัมพันธ์ก ่ บโรควิตกก ั งวลทั ั วไปในช ่วงการระบาดและ หลังการระบาดของ COVID-19 เนื องจากผู้ป่ วยนอกที มาเข้ารับบริการที แผนกจิตเวช โรงพยาบาลพระนัง เกล้าส่วนใหญ่มีอายุมากกวา 60่ ปี ขึ นไป ทั งนี อาจเป็นเพราะผู้ป่ วยที มีช่วงอายุมากและน้อยมีระดับความวิตก กงวลทั ั วไปในระดับที แตกต ่างกนออกไป เช ั ่น ผู้ป่ วยในช่วงวัยรุ่นจะมีความวิตกกงวลในเรื องของการเข้า ั สังคมเพื อน รวมถึงกระแสนิยมทางสังคม นอกจากนี แล้วในวัยเรียนเมื อต้องพบกบสิ ั งกระตุ้นที อาจจะทําให้ เกิดความเครียด เช่น เปิ ดเรียนใหม่ ใกล้สอบ หรือต้องนําเสนองานหน้าชั นเรียน กจะมีอากา ็ รตื นเต้น ใจสัน เหงื อออก รู้สึกกลัวหรือกงวล นอกจากนี ั ในกลุ่มวัยกลางคนไปจนถึงวัยผู้สูงอายุพบวา มีความวิตกก ่ งวลใน ั ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
32 ระดับมาก ทั งนี สาเหตุจากปัญหาทางด้านสุขภาพเดิม เนื องจากผู้สูงอายุเป็นวัยที มีระบบภูมิคุ้มกนเสื อมถอย ั ลง ทําให้ผู้สูงอายุมีโอกาสเสี ยงติดเชื อโควิด-19 ได้ง่ายกวาช่ ่วงวัยอื น และอาจมีอาการรุนแรงถึงขั นเสียชีวิต ได้ สอดคล้องกบงานวิจัยของ วิลาสินี หลิ ั วน้อย และคณะ (2566) ได้ศึกษาเรื อง ปัจจัยทํานายพฤติกรรมการ ป้ องโรคติดเชื อไวรัสโคโรนา 2019 ของผู้สูงอายุในภาคตะวันออก พบวา กลุ่ ่มตัวอยางส่ ่วนใหญ่ที เป็นผู้ สูงอายุมีระดับความกงวลในช ั ่วงสถานการณ์ โควิด-19 และสอดคล้องกบงานวั ิจัยของ ศรัญยุทธ เครื องประดับ และคณะ (2566) ได้ศึกษาเรื อง คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื อไว รัสโคโรนา 2019 เขตรับผิดชอบโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลบ้านโนนสมบูรณ์ ตําบลห้วยสามพาด อําเภอประจักษ์ศิลปาคม จังหวัดอุดรธานี พบวา กลุ่ ่มตัวอยางส่ ่วนใหญ่ที เป็นผู้สูงอายุมีระดับความกงวลใน ั ช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื อไวรัสโคโรนา 2019 เช่นกนั 4. จากการศึกษาพบวา ปัจจัยด้านโรคประจําตัว มีความสัมพันธ์ก ่ บโรควิตกก ั งวลทั ั วไปในช ่วงการ ระบาดและหลังการระบาดของ COVID-19 เนื องจากผู้ป่ วยนอกที มาเข้ารับบริการที แผนกจิตเวช โรง พยาบาลพระนังเกล้าส ่วนใหญ่มีโรคประจําตัวทุกราย ทั งนี อาจเป็นเพราะผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที มีความเสี ยงที จะ ติดเชื อรุนแรงและเสียชีวิต โดยความเสี ยงเพิ มขึ นเมื อมีโรคร่วม เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ เบาหวาน ความ ดันโลหิตสูง โรคทางเดินหายใจเรื อรัง มีอัตราการเสียชีวิตสูงกวาวัยอื น สอดคล้องก ่ บงานวิจัยของ ศ ัุภวิชย์ บุญดีสกุลโชค และคณะ (2565) ได้ศึกษาเรื อง ความชุกและปัจจัยที เกี ยวข้องกบภาวะเครียดและภาวะซึม ั เศร้าในผู้ป่ วยโควิด 19 ณ โรงพยาบาลสนาม เครือข่ายโรงพยาบาลสระบุรี พบวา กลุ่ ่มตัวอยางที มี ่ โรคประจําตัวมีความวิตกกงวลในช ั ่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 มากกวาช่ ่วงก่อนและหลัง สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 และสอดคล้องกบงานวิจัยของ ธงไท เธียรสุคนธ์ (2567) ได้ศึกษาเรื อ ัง อุบัติการณ์ของโรคทางจิตเวชและปัจจัยที เกี ยวข้องระหวางช่ ่วงที มีสถานการณ์โควิด-19 และไม่มี สถานการณ์โควิด-19 ในโรงพยาบาลวชิระภูเกต พบว็า กลุ่ ่มตัวอยางที มีโรคประจําตัวมีระดับความก ่ งวลใน ั ช่วงที มีสถานการณ์โควิด-19 มากกวาช่ ่วงที ไม่มีสถานการณ์โควิด-19 และสอดคล้องกบงานวิจัยของ กุล ั ณ์วลี กิจวัฒนะโภคิน และคณะ (2565) ได้ศึกษาเรื อง ความชุกและปัจจัยที เกี ยวข้องกบความกังวลั ความเครียดและภาวะซึมเศร้า ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค โควิด 19 ของพนักงานโรงงานแห่ง หนึ ง ในอําเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่พบวา กลุ่ ่มตัวอยางมีความก ่ งวลในช ั ่วงสถานการณ์การแพร่ ระบาดของโรคโควิด 19 มากกวา ช่ ่วงก่อนและหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค โควิด 19 เช่นกนั 5.3ข้อจํากดัในการศึกษา 5.3.1 จากการศึกษาวิจัยครั งนี ผู้วิจัยเลือกศึกษาในกลุ่มผู้ป่ วยนอกที เข้ารับบริการในแผนกจิตเวช โรงพยาบาลพระนังเกล้า ดังนั นจึงมีข้อจํากดในเรื องของการเปิ ดเผยข้อมูลของผู้ป่ วย ดังนั ั นผู้วิจัยจึงเลือกใช้ ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
33 ข้อมูลจากเวชระเบียนผู้ป่ วยนอกแผนกจิตเวช โรงพยาบาลพระนังเกล้า ตามช ่วงเวลาที ต้องการศึกษา แต่ ข้อมูลที ได้จากเวชระเบียนไม่สามารถระบุรายละเอียดเกี ยวกบประวัติส ั ่วนตัวและข้อมูลผู้ป่ วยได้ครบถ้วน ดังนั นอาจทําให้ข้อมูลที ได้รับมามีความคลาดเคลื อนเกิดขึ นได้ 5.3.2 จากข้อมูลที ได้จากเวชระเบียนผู้ป่ วยนอกแผนกจิตเวช โรงพยาบาลพระนังเกล้าในครั งนี เป็น จํานวนภาพรวมของผู้ป่ วยนอกที มาใช้บริการในโรงพยาบาล จึงไม่สามารถระบุได้วาข้อมูลที นํามาใช้ในครั ่ ง นี สามารถแบ่งออกเป็นผู้ป่ วยรายเก่ าหรือใหม่ได้ ทําให้ข้อมูลที ได้รับมาวิเคราะห์เบื องต้นมีความ คลาดเคลื อนจากความเป็นจริงได้ 5.4ข้อเสนอแนะ จากผลจากการวิจัยครั งนี พบวา ผู้ป่ วยโรควิตกก ่ งวลทั ั วไปในช ่วงหลังการระบาดมีจํานวนมากขึ น จากผู้ป่ วยโรควิตกกงวลทั ั วไปในช ่วงการการระบาด ดังนั นแผนกจิตเวช โรงพยาบาลพระนังเกล้า หรือ หน่วยงานที เกี ยวข้องควรให้ความสําคัญกบผู้ป่ วยโรควิตกก ั งวล หรือผู้ป่ วยที มาเข้ารับบริการในแผนกจิตเวช ั เพิ มขึ น เพื อให้ผู้ป่ วยรู้สึกสบายใจ และรู้สึกได้รับการดูแลได้อยางถูกต้องและตรงก ่ บความต้องการของผู้ ั ป่ วยได้มากขึ น และเป็นการควบคุมอาการแสดงของโรคได้ดียิงขึ น 5.5ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั งต่อไป งานวิจัยเรื อง อุบัติการณ์และปัจจัยที มีความสัมพันธ์กบโรควิตกก ั งวลทั ั วไปในช ่วงการระบาดและ หลังการระบาดของ COVID-19 โรงพยาบาลพระนังเกล้า จังหวัดนนทบุรี จากผลการวิจัยผู้วิจัยมีข้อเสนอ แนะเพื อการวิจัยครั งต่อไปวา ควรมีการศึกษาถึงประเด็นต ่ ่อไปนี 1. จากการศึกษาพบวา ควรทําการศึกษาเพิ ่ มเติมเกี ยวกบปัจจัยที มีความสัมพันธ์ต ั ่อการเกิดอาการ แสดงโรควิตกกงวลทั ั วไปในช ่วงการระบาดและหลังการระบาดของ COVID-19 ในเขตพื นที โรคพยาบาล อื น ๆ มากขึ น 2. ควรศึกษาอุบัติการณ์และปัจจัยที มีความสัมพันธ์กบโรควิตกก ั งวลทั ั วไปในช ่วงการระบาดและ หลังการระบาดของ COVID-19 โดยทําการวิจัยทั งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพควบคู่กนไป จากการสัมภาษณ์ ั เชิงลึก (In –Depth Interview) เพื อนําไปประกอบการวิเคราะห์และสรุปผลโดยการใช้ Content Analysis เพื อให้ได้ข้อมูลปัจจัยที มีความสัมพันธ์กบโรควิตกก ั งวลทั ั วไปของผู้ป่ วยที มีความละเอียดและครอบคลุม มากยิงขึ น แล้วนําผลมาวิเคราะห์คู่กนเพื อให้งานวิจัยสามารถทําให ั ้ผู้วิจัยได้ข้อมูลที เป็นประโยชน์มากที สุด ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
34 บรรณานุกรม บรรณานุกรมภาษาไทย กุลณ์วลี กิจวัฒนะโภคิน และคณะ (2565) ได้ศึกษาเรื อง ความชุกและปัจจัยที เกี ยวข้องกบความกังวลั ความเครียดและภาวะซึมเศร้า ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค โควิด 19 ของพนักงาน โรงงานแห่งหนึ ง ในอําเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. (2559). ความชุกของโรคจิตเวชและปัญหาสุขภาพจิต. https://dmh.go.th/ebook/files/prevalence_of_M_disorder_MH_problems_TNMHS2013.pdf กรมสุขภาพจิต. (2564). ความเสี ยง และผลกระทบต่อผู้สูงอายุในช่วง Covid-19. สืบค้นจาก https://dmh.go.th/news-dmh/view.asp?id=30794 ธงไท เธียรสุคนธ์ (2567) ได้ศึกษาเรื อง อุบัติการณ์ของโรคทางจิตเวชและปัจจัยที เกี ยวข้องระหวางช่ ่วงที มี สถานการณ์โควิด-19 และไม่มีสถานการณ์โควิด-19 ในโรงพยาบาลวชิระภูเกต็ แผ จันทร์สุข. (2556). การบําบัดรักษาทางจิตสังคม (พิมพ์ครั งที 2). กรุงเทพฯ: ธนาเพรส. รัตนา สายพาณิชย์ และธนิตา หิรัญเทพ. (2558). โรควิตกกงวล (พิมพ์ครั ั งที 4). กรุงเทพฯ: ภาควิชา จิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล. รติพร จันทะเหลา (2565) ได้ศึกษาเรื อง ปัจจัยที เกี ยวข้องของความกงวลตั ่อโรคติดเชื อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ของบุคลากรทางการแพทย์โรงพยาบาลมหาสารคาม ในช่วงการระบาดของโรคติดเชื อ ไวรัสโคโรนา 2019 วิลาสินี หลิ วน้อย และคณะ (2566) ได้ศึกษาเรื อง ปัจจัยทํานายพฤติกรรมการป้ องโรคติดเชื อไวรัสโคโรนา 2019 ของผู้สูงอายุในภาคตะวันออก วิศิษฎ์ เนติโรจนกุล (2563) ได้ศึกษาเรื อง ความชุกและปัจจัยที เกี ยวข้องของปัญหาทางสุขภาพจิตของ บุคลากรทางการแพทย์โรงพยาบาลนครปฐมในยุคการระบาดของโรคติดเชื อไวรัสโควิด-19 ศรัญยุทธ เครื องประดับ และคณะ (2566) ได้ศึกษาเรื อง คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในช่วงสถานการณ์การแพร่ ระบาดเชื อไวรัสโคโรนา 2019 เขตรับผิดชอบโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลบ้านโนนสมบูรณ์ ตําบลห้วยสามพาด อําเภอประจักษ์ศิลปาคม จังหวัดอุดรธานี ศรีเรือน แกวก้ งวาน. (2554). ทฤษฎีจิตวิทยาบ ั ุคลิกภาพ (รู้เขา รู้เรา) (พิมพ์ครั งที 16). กรุงเทพฯ: หมอชาว บ้าน. ศุกร์ใจ เจริญสุข. (2556). แนวคิดทฤษฎีทางการพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต. กรุงเทพฯ: ธนาเพรส. ศุภรัตน์ เอกอัศวิน, จอมสุรางค์ โพธิสัตย์, รสสุคนธ์ ชมชื น.ความชุกของโรคจิตเวชในนักเรียนไทยอายุ 13-17 ปี . วารสารสุขภาพจิตแห่งประเทศไทย 2559; 24: 141-53. ศุภวิชย์ บุญดีสกุลโชค และคณะ (2565) ได้ศึกษาเรื อง ความชุกและปัจจัยที เกี ยวข้องกบภาวะเครียดและ ั ภาวะซึมเศร้าในผู้ป่ วยโควิด 19 ณ โรงพยาบาลสนาม เครือข่ายโรงพยาบาลสระบุรี ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
35 สายฝน เอกวรางกูร. (2559). แนวคิดและทฤษฎีที เกี ยวข้องกบการพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต (พิมพ์ครั ั งที 3). นครศรีธรรมราช: ศูนย์หนังสือมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์. สุพาพร เทพยสุวรรณ. (2562). ได้เวลาหยุดพฤติกรรมทําลายความคิดสร้างสรรค์ของเด็กๆ. สืบค้นจาก https://mgronline.com/qol/detail/9630000023154 สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. (2562). โรควิตกกงวลที ไม ั ่ควรมองข้าม. สืบค้นจาก https://www.thaihealth.or.th/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8 %B4%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0 %B8%A5-%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%8 8%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%A3-2/ อุษา น่วมเพชร และอุ่นจิตร คุณารักษ์. (2559). กลุ่มโรควิตกกงวล กลุั ่มโรคยํ าคิดยํ าทําและโรคอื นที เกี ยวข้อง และกลุ่มโรคความผิดปกติทางจิตใจที เกี ยวข้องกบความเครียดหรือเหตุการณ์สะเทือนใจก ับการั บําบัดทางการพยาบาล (พิมพ์ครั งที 3). นครศรีธรรมราช: ศูนย์หนังสือมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์. บรรณานุกรมภาษาต่างประเทศ Beck, J. S. (2011). Cognitive Behavior Therapy: Basics and Beyond. (2nded.). New York: The Guilford Publication. Masters, K. (2012). Nursing theories: A framework for professional practice. (pp. 69-70). Sudbury, MA: Jones & Bartlett Learning. Morh, W.K. (2009). Neuroscience : Biology and Behavior. In W.K.Mohr (Ed.), Psychiatric Mental Health Nursing: Evidence-Based Concepts, Skill, and Practice. (pp.21-39). Philadelphia : Lippincott William & Wilkins. Sadock, B.J., & Sandock, V.A. (2008). Kaplan and Sadock’s Concise textbook of Clinical Psychiatry. (3th ed., pp.263-267).Philadelphia : Lippincott William & Wilkins. Schuldt, W. (2012). The Cognitive Behavioral Model. Retrieved from http://www.therapistaid.com/therapy-guides. Stuart, G.W. (2013). Principle and Practice of Psychiatric Nursing. (10th ed.). Missouri : Mosby. Zakeri, 2021 ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
36 ภาคผนวก ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
37 ภาคผนวก ก ประวัติอาจารย์ที ปรึกษาและผู้ทรงคุณวุฒิ ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
38 ประวัติอาจารย์ที ปรึกษา 1. ชื อ-สกุล (ภาษาไทย) พญ. ธนิสร พรประสิทธิ (ภาษาอังกฤษ) Thanisorn Pornprasit, MD 2. ตําแหน่งปัจจุบัน: แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว กลุ่มงานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลพระนังเกล้า 3. อายุการทํางานในโรงพยาบาลพระนังเกล้า: 2 ปี 4. หน่วยงานที อยู: กลุ่ ่มงานเวชกรรม โรงพยาบาลพระนังเกล้า 5. ประวัติการศึกษา: ● คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ปี 2559 ● แพทย์ประจําบ้านสาขาเวชศาสตร์ครอบครัว โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย 6. สาขาวิชาการที มีความชํานาญพิเศษ: เวชศาสตร์ครอบครัว 7. ประสบการณ์ที เกี ยวข้องกบการบริหารงานวิจัยทั ั งภายในและภายนอกประเทศ: ● เปรียบเทียบระยะเวลารอดชีพระหวางผู้ป่ วยไตวายเรื ่ อรังระยะสุดท้ายที ล้างไตทางหน้าท้อง โดยผู้ดูแลกบผู้ป่ วยที ล้างไตทางหน้าท้องด้วยตนเองที คลินิกไตเทียม โรงพยาบาลพระนั ัง เกล้า ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
39 ประวัติผู้ทรงคุณวุฒิ (2) 1. ชื อ-สกุล (ภาษาไทย) พญ. ศิรประภา วรอาภารณ์ (ภาษาอังกฤษ) Ms. Siraprapa Woraarporn, MD 2. ตําแหน่งปัจจุบัน: จิตแพทย์ ชํานาญการพิเศษจิตเวชศาสตร์ โรงพยาบาลพระนังเกล้า 3. อายุการทํางานในโรงพยาบาลพระนังเกล้า: 3 ปี 4. หน่วยงานที อยู: กลุ่ ่มงานจิตเวช โรงพยาบาลพระนังเกล้า 5. ประวัติการศึกษา: ● คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ปี 2557 ● จิตเวชศาสตร์ แพทยสภา ปี 2563 6. สาขาวิชาการที มีความชํานาญพิเศษ: จิตเวชศาสตร์ 7. ประสบการณ์ที เกี ยวข้องกบการบรั ิหารงานวิจัยทั งภายในและภายนอกประเทศ: ● งานวิจัยปัจจัยที มีผลต่อจํานวนครั งของการรักษาทางจิตเวชด้วยไฟฟ้า โรงพยาบาล รามาธิบดี ปี 2562 ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
40 ประวัติผู้ทรงคุณวุฒิ (3) 1. ชื อ – สกุล (ภาษาไทย) พญ. แสงเดือน แสงสระศรี (ภาษาอังกฤษ) Ms. Saengduan Sangsarsri, MD 2. ตําแหน่งปัจจุบัน: นายแพทย์ชํานาญการพิเศษ กลุ่มงานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลพระนังเกล้า 3. หน่วยงานที อยู่: กลุ่มงานจิตเวช โรงพยาบาลพระนังเกล้า โทรศัพท์ : 081-8612627 4. ประวัติการศึกษา : ● แพทยศาสตรบัณฑิต คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ.2545 ● วุฒิบัตรผู้มีความรู้ความชาํนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขา โสต ศอ นาสิก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี พ.ศ.2551 ● หนังสืออนุมัติแสดงความรู้ความชํานาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรมสาขาเวชศาสตร์ ป้ องกนแขนงสาธารณสุขศาสตร์ แพทยสภา ปี พ.ศ.2560 ั ● หนังสืออนุมัติแสดงความรู้ความชํานาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรมสาขาเวชศาสตร์ ครอบครัว แพทยสภา ปี พ.ศ.2561 5. ประวัติการทํางาน: ● แพทย์เพิ มพูนทักษะ โรงพยาบาลทุ่งช้าง สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดน่าน ปี พ.ศ. 2546- 2548 ● โสต ศอ นาสิกแพทย์ โรงพยาบาลชลบุรี สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรีปี พ.ศ. 2551-2555 ● โสต ศอ นาสิกแพทย์ โรงพยาบาลปทุมธานีสํานักงานสาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี ปี พ.ศ. 2556-2561 ● แพทย์เวชกรรมป้ องกนกลุั ่มงานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลพระนังเกล้า ปี พ.ศ.2561- ปัจจุบัน 6. ประสบการณ์ที เกี ยวข้องกบการบริหารงานวิจัยทั ั งภายในและภายนอกประเทศ ● House Dust Mite Nasal Provocation : A Diagnosis Tool in Parennial Rhinitis ตีพิมพ์ Journal of Allery and Rhinology ปี 2554 ● คุณภาพชีวิตของผู้ป่ วยโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ที ได้รักการรักษาด้วยการฉีดวัคซีนภูมิแพ้ ในโรงพยาบาลปทุมธานี (Quality of life in patients with allergic rhinitis after allergen ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม