The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงร่างวิจัย-การรับ-ส่งบอล เสร็จ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Isag Teerawat Prasetsang, 2024-01-22 11:40:08

โครงร่างวิจัย-การรับ-ส่งบอล เสร็จ

โครงร่างวิจัย-การรับ-ส่งบอล เสร็จ

โครงร่างการวิจัย ผลของการจัดการเรียนรู้วิชาพลศึกษากีฬาฟุตบอล โดยใช้การฝึกความแข็งแรงของ กล้ามเนื้อขา เพื่อพัฒนาทักษะการรับ-ส่งบอล ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนอนุบาลหนองวัวซอ นายธีระวัช ประเสริฐสังข์ รหัสนักศึกษา 62100189202 วิจัยในชั้นเรียนนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตร ครุศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชาพลศึกษาและสุขศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานีปีการศึกษา 2566


ก สารบัญ เรื่อง หน้า บทที่ 1 บทน า 1 ความเป็นมาและความส าคัญของปัญหา 1 วัตถุประสงค์ของการวิจัย 2 สมมติฐานของการวิจัย 2 ขอบเขตของการวิจัย 2 นิยามศัพท์เฉพาะ 2 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการวิจัย 3 บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 4 หลักสูตรแกนกลางขั้นพื้นฐาน 2551 4 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้ 6 กีฬาฟุตบอล 9 ประวัติกีฬาฟุตบอล 9 ข้อมูลทั่วไป 9 ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา 19 ความหมายของความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ 19 ความหมายของกล้ามเนื้อขา 19 ทักษะการรับและส่งลูกบอลด้วยข้างเท้าด้านใน 21 ทักษะการส่งบอลด้วยข้างเท้าด้านใน 21 ทักษะการรับบอลด้วยข้างเท้าด้านใน 21 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 22 กรอบแนวคิดในการวิจัย 24 บทที่ 3 วิธีการด าเนินการวิจัย 25 ประชากรกลุ่มตัวอย่าง 25 แบบแผนการทดสอบ 25 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 26 วิธีการสร้างและหาประสิทธิภาพของเครื่องมือ 26 การเก็บรวบรวมข้อมูล 27 การวิเคราะห์ข้อมูล 27


ข 7. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ 27 รายการอ้างอิง 29 ภาคผนวก 31 ภาคผนวก ก เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง 32 ภาคผนวก ข เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล 89


1 บทที่ 1 บทน า ความเป็นมาและความส าคัญของปัญหา หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 มีวิสัยทัศน์มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคน ซึ่งเป็นก าลังของชาติให้เป็นมนุษย์ที่มีความสมดุลทั้งด้านร่างกาย ความรู้คุณธรรม มีจิตส านึกในความ เป็นพลเมืองไทยและเป็นพลโลก ยึดมั่นในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข มีความรู้และทักษะพื้นฐานรวมทั้งเจตคติที่จ าเป็นต่อการศึกษาต่อการประกอบอาชีพ และการศึกษาตลอดชีวิต โดยมุ่งเน้นให้ผู้เรียนเป็นส าคัญบนพื้นฐานความเชื่อว่าทุกคนสามารถเรียนรู้ และพัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ มีจุดหมายให้ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรมและค่านิยมที่พึง ประสงค์ เห็นคุณค่าของตนเอง มีวินัยและปฏิบัติตนตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ ตนนับถือยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีความรู้ อันเป็นสากลและมีความสามารถในการ สื่อสารการคิด การแก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยีและมีทักษะชีวิต มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี มีสุข นิสัยและรักการออกก าลังกาย มีความรักชาติ มีจิตส านึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย การอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม มีจิตสาธารณะที่มุ่งท าประโยชน์และสร้างสิ่งที่ดีงามในสังคมและ อยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข โดยก าหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับ ผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข ทั้งในฐานะพลเมืองไทยและพลโลกไว้ 8 คุณลักษณะ คือ รักชาติ ศาสน์กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการท างาน รักความเป็นไทย และมีจิตสาธารณะ โดยก าหนดโครงสร้างของหลักสูตรไว้ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ เพื่อให้สถานศึกษา น าไปใช้จัดการเรียนรู้ในสถานศึกษาตามแนวนโยบายการปฏิรูปการศึกษาอย่างมีทิศทาง ได้แก่ กลุ่ม สาระการเรียนรู้ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ กลุ่ม สาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา กลุ่ม สาระการเรียนรู้ศิลปะ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี และกลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ (กระทรวงศึกษาธิการ, 2551) สุขศึกษาและพลศึกษาเป็นการศึกษาด้านสุขภาพที่มีเป้าหมาย เพื่อการด ารงการสร้างเสริม สุขภาพและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคคล ครอบครัว และชุมชนให้ยั่งยืน มุ่งเน้นให้ผู้เรียนมี ความสามารถในการพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพเพื่อการมีวิถีชีวิตที่มีความสุข โดยให้มีทั้งความรู้ความ เข้าใจ ทักษะ กระบวนการ รวมทั้งคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมตามแนวการจัดการศึกษาใน พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 และตามจุดหมายของหลักสูตรการศึกษาขั้น พื้นฐาน พุทธศักราช 2542 ผลรวมสุดท้าย คือ ผู้เรียนมีความสามารถในการควบคุมและพัฒนาองค์ รวม (Holistic) ของความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทุกด้าน การจัดการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษาใน


2 สถานศึกษามุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้เกิดการพัฒนาครบถ้วนจากสาระต่าง ๆ คือ การเจริญเติบโตและ พัฒนาการของมนุษย์ ชีวิตและครอบครัว การเคลื่อนไหว การออกก าลังกาย การเล่นเกม กีฬาไทย และกีฬาสากล การสร้างเสริมสุขภาพ สมรรถภาพการป้องกันโรค และความปลอดภัยในชีวิต รวมทั้ง สามารถจัดให้สอดคล้อง เชื่อมโยง บูรณาการกับสาระการเรียนรู้อื่น ๆ อีก 7 กลุ่ม และยังน าไปจัดเป็น กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเพื่อการเติมเต็มให้แก่ผู้เรียนได้อีกด้วย การจัดการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ควรจัดให้เหมาะสมกับระดับความสามารถความต้องการและความสนใจของผู้เรียน การจัดกิจกรรม การเรียนการสอนและกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนควรให้สอดคล้องกับลักษณะของวัฒนธรรมท้องถิ่น วัฒนธรรมไทย และวัฒนธรรมสากล โดยได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือจากบ้านชุมชนและท้องถิ่นไป พร้อมกัน (กรมวิชาการ, 2545) วัตถุประสงค์ของการวิจัย เพื่อศึกษาผลของการจัดการเรียนรู้วิชาพลศึกษากีฬาฟุตบอล โดยใช้การฝึกความแข็งแรงของ กล้ามเนื้อขา เพื่อพัฒนาทักษะการรับ-ส่งบอล ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 สมมติฐานของการวิจัย ผลของการจัดการเรียนรู้วิชาพลศึกษากีฬาฟุตบอล โดยใช้การฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ขา เพื่อพัฒนาทักษะการรับ-ส่งบอล ขอบเขตของการวิจัย 1. กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จ านวน 26 คน 2. ตัวแปรที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า 2.1 ตัวแปรต้น คือ การฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา 2.2 ตัวแปรตาม คือ ทักษะการรับ-ส่งบอล 3. ระยะเวลาที่ใช้ในการวิจัย ใช้เวลา 8 สัปดาห์ สัปดาห์ล่ะ 1 วัน โดยทดลอง วันศุกร์ นิยามศัพท์เฉพาะ การพัฒนา หมายถึง การเปลี่ยนแปลงสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้เกิดคุณภาพดีขึ้นกว่าเดิม ทักษะ หมายถึง ความชัดเจนหรือความสามารถของบุคคลในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ซึ่งอาจ เป็น ทักษะทางด้านร่างกาย สติปัญญาและสังคม เกิดขึ้นได้จากการเรียนรู้การฝึกฝน ทักษะการรับบอลด้วยข้างเท้าด้านใน หมายถึง การรับบอลด้วยบริเวณข้างเท้าด้าน ใน โดย สายตามองดูลูก จรดเท้าหรือวางเท้าข้างที่ไม่ใช่หยุดลงบนพื้น ให้ปลายเท้าชี้ตรงไปข้างหน้ายก เท้า ข้างที่จะใช้หยุดขึ้นจากพื้นเล็กน้อย หันปลายเท้าออกด้านนอกในลักษณะตั้งได้ฉากกับขาอีกข้าง หนึ่ง ขณะที่ลูกบอลเคลื่อนใกล้เข้ามาในระยะที่พอจะหยุดได้แล้ว ให้เหยียดเท้าข้างที่จะใช้หยุดออกไป รับ ลูกบอลให้กระทบบริเวณข้างเท้าด้านใน ขณะที่ลูกบอลกระทบเท้าให้ดึงเท้ากลับมาข้างหลังอย่าง


3 รวดเร็วเพื่อผ่อนความแรงของลูก การปฏิบัติดังกล่าวจะท าให้ลูกบอลอยู่ในครอบครองของเท้าและไม่ กระดอนออกไปห่างจากตัว ทักษะการส่งบอลด้วยข้างเท้าด้านใน หมายถึง การส่งบอลด้วยบริเวณข้างเท้าด้านใน โดย ใช้ตาจ้องดูลูกบอล พร้อมกับเป้าหมายที่จะส่ง ปลายเท้าหลักชี้ไปหาเป้าหมายที่เราจะส่ง หันปลาย เท้าที่จะใช้ส่งออกด้านนอกในลักษณะตั้งได้ฉากกับขาหลักอีกข้างหนึ่ง ใช้ข้างเท้าด้านในข้างที่จะส่งลูก สัมผัสตรงบริเวณกลางลูกบอล ในขณะเดียวกันนั้นให้เหวี่ยงเท้าจากด้านหลังมากระแทกลูกบอล แล้ว ส่งลูกออกไป ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ คือ ความสามารถในการท างานของกลุ่มกล้ามเนื้อในการออก แรงสูงสุด โดยกล้ามเนื้อที่หดตัวเพียงครั้งเดียวโดยไม่จ ากัดเวลา เช่น การยกน้ าหนัก เป็น ความสามารถของกล้ามเนื้อ หรือกลุ่มกล้ามเนื้อที่ออกแรง เพื่อต้านกับแรงต้านทาน ความแข็งแรงของ กล้ามเนื้อ จะท าให้เกิดความตึงตัว เพื่อใช้แรงในการดึงหรือยกของต่างๆ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ จะช่วยท าให้ร่างกายเกิดความแข็งแรง เพื่อรักษาให้ร่างกายทรงตัวต้านกับแรงโน้มถ่วง เช่น การวิ่ง การออกก าลังกาย การเล่นกีฬาต่างๆ ที่ใช้การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ เช่น การเคลื่อนไหวแขนและ ขา ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา หมายถึงความสามารถของ กล้ามเนื้อขาทั้งหมดในการเหยียด ขาและล าตัวที่ออกแรงให้มากที่สุด ในการหดตัวครั้งหนึ่ง วัดโดย เครื่องวัดแรงเหยียดขา ( Leg Dynamometer ) ประโยชน์ที่ได้รับจากการวิจัย 1. นักเรียนได้พัฒนาทักษะการรับ-ส่งบอล จากการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา 2. เพื่อให้ทราบถึงแนวทางในการแก้ไขปัญหาหรือพัฒนารูปแบบการฝึกของนักเรียนให้มี ประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุด


4 บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ผลของการจัดการเรียนรู้วิชาพลศึกษากีฬาฟุตบอล โดยใช้การฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ขา เพื่อพัฒนาทักษะการรับ-ส่งบอล ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ในการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้ ศึกษาเอกสารและผลงานที่เกี่ยวข้องกับวิจัยเพื่อเป็นฐานส าหรับการศึกษาค้นคว้ามีรายละเอียด ดังนี้ 1. หลักสูตรแกนกลางขั้นพื้นฐาน 2551 2. หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้ 2.1 หลักสูตรและการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา 2.2 ความส าคัญ 2.3 วิสัยทัศน์การเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา 2.4 สาระและมาตรฐานการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา 3. กีฬาฟุตบอล 3.1 ประวัติกีฬาฟุตบอล 3.2 ข้อมูลทั่วไป 4. ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา 4.1 ความหมายของความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ 4.2 ความหมายของกล้ามเนื้อขา 5. ทักษะการรับและส่งลูกบอลด้วยข้างเท้าด้านใน 6. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 7. กรอบแนวคิดในการวิจัย 1. หลักสูตรแกนกลางขั้นพื้นฐาน 2551 กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2544 ให้เป็น หลักสูตรแกนกลางของประเทศโดยก าหนดจุดหมาย และมาตรฐานการเรียนรู้เป็นเป้าหมายและกรอบ ทิศทางในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีขีดความสามารถ ใน การแข่งขันในเวทีระดับโลก พร้อมกันนี้ได้ปรับกระบวนการพัฒนา หลักสูตรให้มีความสอดคลองกับ เจตนารมณ์แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 ที่มุ้งเน้นการกระจายอ านาจทางการศึกษาให้ท้องถิ่นและ สถานศึกษาได้มีบทบาทและมีส่วน ร่วมในการพัฒนาหลักสูตร เพื่อให้สอดคลองกับสภาพ และ ความ ต้องการของท้องถิ่น (กระทรวงศึกษาธิการ, 2544)


5 ความสัมพันธ์ของการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน วิสัยทัศน์หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานมุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคน ซึ่ง เป็นก าลังของ ชาติให้เป็น มนุษย์ที่มีความสมดุลทั้งด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มีจิตส านึกในความเป็นพลเมือง ไทยและเป็น พลโลกยึดมั่นในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุขมีความรู้ และทักษะพื้นฐาน รวมทั้งเจตคติที่จ าเป็นต่อการศึกษาการประกอบอาชีพและ การศึกษาตลอด ชีวิตโดยมุ่งเน้นเรียนเป็นส าคัญบนพื้นฐานความเชื่อว่าทุกคน สามารถเรียนรู้และ พัฒนาตนเองได้เต็ม ตามศักยภาพ จุดหมาย 1. มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์เห็นคุณค่าของตนเอง มีวินัยและ ปฏิบัติตน ตาม หลักธรรมของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง 2. มีความรู้อันเป็นสากลและมีความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้ เทคโนโลยีและมี ทักษะชีวิต 3. มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี มีสุขนิสัย และรักการออกก าลังกาย 4. มีความรักชาติ มีจิตส านึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดมั่นในวิถีชีวิต และ การ ปกครองใน ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 5.มีจิตส านึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทยการอนุรักษ์และพัฒนา สิ่งแวดล้อม มีจิตสาธารณะที่มุ่งท าประโยชน์และสร้างสิ่งที่ดีงามในสังคม และอยู่ร่วมกันในสังคมอย่าง มีความสุข สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแกปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. รักชาติ ศาสน์กษัตริย์ 2. ซื่อสัตย์สุจริต 3. มีวินัย 4. ใฝ่เรียนรู้ 5. อยู่อย่างพอเพียง


6 6. มุ่งมั่นในการท างาน 7. รักความเป็นไทย 8. มีจิตสาธารณะ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ 1. ภาษาไทย 2. คณิตศาสตร์ 3. วิทยาศาสตร์ 4. สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 5. สุขศึกษาและพลศึกษา 6. ศิลปะ 7. การงานอาชีพและเทคโนโลยี 8. ภาษาต่างประเทศ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 1. กิจกรรมแนะแนว 2. กิจกรรมนักเรียน 3. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ 2. หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้ 2.1 หลักสูตรและการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ส านักวิชาการและมาตรฐานการศึกษาส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ 14 กรกฎาคม 2551 กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้หลักสูตรการศึกษาขั้น พื้นฐาน พุทธศักราช 2544 ให้เป็นหลักสูตรแกนกลางของประเทศ โดยก าหนดจุดหมาย และ มาตรฐานการเรียนรู้เป็นเป้าหมายและกรอบทิศทางในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีระดับโลก (กระทรวงศึกษาธิการ, 2544) พร้อมกันนี้ได้ปรับกระบวนการพัฒนาหลักสูตรให้มีความสอดคล้องกับเจตนารมณ์แห่งพระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และ ที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 ที่มุ่งเน้นการกระจาย อ านาจทางการศึกษาให้ท้องถิ่นและสถานศึกษาได้มีบทบาทและมีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตร เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพ และความต้องการของท้องถิ่น (ส านักนายกรัฐมนตรี, 2542) 2.2 ความส าคัญ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา จัดเป็นสาระการเรียนรู้ที่เป็นพื้นฐาน ส าคัญที่ผู้เรียนทุกคนจ าเป็นต้องเรียนรู้ เพราะการมีสุขภาพ ดีเป็นคุณลักษณะอันพึ่งประสงค์ประการ แรกที่รัฐบาลได้ก าหนดนโยบายและมาตรการในการจัดการศึกษาของประเทศ เพื่อพัฒนาทรัพยากร


7 มนุษย์โดยการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ของกลุ่มสาระการเรียนรู้ สุข ศึกษาและพลศึกษา ซึ่งมุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ การป้องกันโรค การส่งเสริม การ พัฒนาสุขภาพ การบริหารจัดการชีวิตเพื่อด ารงสุขภาพที่ดีอันเป็นพื้นฐานส าคัญยิ่งในการด ารงชีวิต ทั้ง ด้านร่างกายอารมณ์ สังคม สติปัญญา อันเป็นองค์ประกอบของการมีสภาวะสุขภาพที่ สมบูรณ์ สุขภาพ คือ ภาวะสมดุล หรือภาวะปกติสุข สุขภาพเป็นคุณค่าสูงสุดของมนุษย์ชาติร่วมกัน อัน หมายถึงสุขภาวะทั้งทางกาย ทางจิตวิญญาณ ทางสังคมและทางสิ่งแวดล้อม มนุษย์มีศักยภาพใน การ เรียนรู้ เพื่อบรรลุคุณค่าสูงสุด โดยการเข้าถึงความเป็นจริงแล้วปรับพฤติกรรม และองค์กรให้ เกื้อกูล ต่อ การมีสุขภาพดีร่วมกัน การมีสุขภาพดี จึงเป็นคุณลักษณะที่พึงประสงค์แรกของคนไทย ที่รัฐบาล ได้ก าหนดไว้เป็น นโยบายและมาตรการในการจัดการศึกษา เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ให้สามารถ ยืนหยัดอย่างไทย ในสังคมโลก ทั้งในปัจจุบันและอนาคต การจัดการเรียนการสอนสุขศึกษา และพล ศึกษา จึงเป็นการสสร้างโอกาสการเรียนรู้ทาง ปัญญาและเป็นการวางรากฐานทางสุขภาพให้เข็มแข็ง มุ่งสู่การเตรียมพร้อมเพื่อปูองกันปัญหาสุขภาพ ตั้งแต่เริ่มแรก ให้สามารถเผชิญปัญหาและ สภาวะ ที่ คุกคามสุขภาพต่อไป กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา มุ่งเน้นการพัฒนาผู้เรียน ด้าน ปัญญาพัฒนาระบบ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ การตัดสินใจและการแก้ปัญหา โดยการให้ ผู้เรียน เรียนรู้เกี่ยวกับตัวเอง เข้าใจธรรมชาติของชีวิต รู้จักและเข้าใจตนเอง เห็นคุณค่าของตนเองและ ผู้อื่น รักการออกก าลังกาย และการเล่นกีฬา รวมทั้งมีคุณธรรม จริยธรรมและค่านิยมที่ดีเพื่อให้ สามารถ ปฏิบัติตนได้ถูกต้อง เหมาะสมทั้งในการปูองกัน การส่งเสริมและการด ารงไว้ซึ่งสุขภาพที่ดีอย่างถาวร ทั้งของตนเองของ ครอบครัว และชุมชน 2.3 วิสัยทัศน์การเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา การเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษาเป็นแนวทางในการปฏิบัติที่สามารถน ามาประยุกต์ ใช้ได้ตลอดเวลา โดยมีเป้าหมายสูงสุดในการพัฒนาผู้เรียนให้มีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน โดยการจัดการ เรียนการสอนมุ่งให้ผู้เรียนพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องเหมาะสม ทั้งด้านความรู้ความเข้าใจเจต คติ คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และการปฏิบัติอีกทั้งการพัฒนาคุณลักษณะอันพึ่งประสงค์ที่ดีอันเป็น องค์รวมที่ท าให้ผู้เรียนมีความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งด้านร่างกายอารมณ์สังคมและสติปัญญาควบคู่ไป กับการพัฒนาสภาวะร่างกาย และจิตใจให้เข็มแข็ง มีพลัง สติปัญญา ในการควบคุมตนเองเพื่อให้ ด ารงชีวิตอยู่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถด ารงชีวิตในครอบครัว ชุมชนและสังคมอย่างมี ความสุข รวมถึงการขยายองค์ความรู้สู่ชุมชนเพื่อการด ารงชีวิตและด ารงสุขภาพอย่างถูกต้อง เหมาะสม 2.4 สาระและมาตรฐานการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา สุขศึกษาและพลศึกษาเป็นการศึกษาด้านสุขภาพที่มีเป้าหมาย เพื่อการด ารงสุขภาพ การสร้างเสริมสุขภาพและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคคลครอบครัว และชุมชนให้ยั่งยืน


8 สุขศึกษา มุ่งเน้นให้ผู้เรียนพัฒนาพฤติกรรมด้านความรู้ เจตคติ คุณธรรม ค่านิยม และการ ปฏิบัติเกี่ยวกับสุขภาพควบคู่ไปด้วยกัน พลศึกษา มุ่งเน้นให้ผู้เรียนใช้กิจกรรมการเคลื่อนไหวการออกก าลังกายการเล่นเกม และกีฬา เป็นเครื่องมือในการพัฒนาโดยรวมทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม สติปัญญา รวมทั้ง สมรรถภาพเพื่อสุขภาพและกีฬา สาระที่เป็นกรอบเนื้อหา หรือขอบข่ายองค์ความรู้ของกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพล ศึกษา ประกอบด้วย 1) การเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์ ผู้เรียนจะได้เรียนรู้เรื่องธรรมชาติของ การเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์ ปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโต ความสัมพันธ์เชื่อมโยงใน การท างานของระบบต่างๆของร่างกาย รวมถึงวิธีปฏิบัติตนเพื่อให้เจริญเติบโตและมีพัฒนาการที่ สมวัย 2) ชีวิตและครอบครัว ผู้เรียนจะได้เรียนรู้เรื่องคุณค่าของตนเองและครอบครัว การ ปรับ ตัวต่อการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ความรู้สึกทางเพศ การสร้างและรักษา สัมพันธภาพ กับผู้อื่น สุขปฏิบัติทางเพศ และทักษะในการด าเนินชีวิต 3) การเคลื่อนไหวการออกก าลังกายการเล่นเกมกีฬาไทยและกีฬาสากล ผู้เรียนได้ เรียนรู้ เรื่องการเคลื่อนไหวในรูปแบบต่าง ๆ การเข้าร่วมกิจกรรมทางกายและกีฬา ทั้งประเภท บุคคล และประเภททีมอย่างหลากหลายทั้งไทยและสากล การปฏิบัติตามกฎ กติกา ระเบียบ และ ข้อตกลง ใน การเข้าร่วมกิจกรรมทางกายและกีฬาและความมีน้ าใจนักกีฬา 4) การสร้างเสริมสุขภาพ สมรรถภาพ และการปูองกันโรค ผู้เรียนจะได้เรียนรู้ เกี่ยวกับ หลักและวิธีการเลือกบริโภคอาหาร ผลิตภัณฑ์และบริการสุขภาพ การสร้าง เสริม สมรรถภาพเพื่อ สุขภาพและการปูองกันโรคทั้งโรคติดต่อและโรคไม่ติดต่อ 5) ความปลอดภัยในชีวิต ผู้เรียนจะได้เรียนรู้เรื่องการปูองกันตนเองจากพฤติกรรม เสี่ยงต่างๆทั้งความเสี่ยงต่อสุขภาพอุบัติเหตุความรุนแรงอันตรายจากการใช้ยาและสารเสพติด รวมถึง แนวทางในการสร้างเสริมความปลอดภัยในชีวิต สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ สาระที่ 1 การเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์ มาตรฐาน พ 1.1 เข้าใจธรรมชาติของการเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์ สาระที่ 2 ชีวิตและครอบครัว มาตรฐาน พ 2.1 เข้าใจและเห็นคุณค่าตนเองครอบครัวเพศศึกษาและมีทักษะใน การ ด าเนินชีวิต สาระที่ 3 การเคลื่อนไหวการออกก าลังกายการเล่นเกมกีฬาไทยและกีฬาสากล


9 มาตรฐาน พ 3.1 เข้าใจมีทักษะในการเคลื่อนไหวกิจกรรมทางกายการเล่นเกมและ กีฬา มาตรฐาน พ 3.2 รักการออกก าลังกายการเล่นเกมและการเล่นกีฬาปฏิบัติเป็น ประจ าอย่างสม่ าเสมอ มีวินัยเคารพสิทธิ กฎ กติกา มี น้ าใจนักกีฬา มีจิตวิญญาณในการแข่งขัน และ ชื่นชมในสุนทรียภาพของการกีฬา สาระที่ 4 การสร้างเสริมสุขภาพสมรรถภาพและการป้องกันโรค มาตรฐาน พ 4.1 เห็นคุณค่าและมีทักษะในการสร้างเสริมสุขภาพ การด ารงสุขภาพ การป้องกันโรคและการสร้างเสริมสมรรถภาพเพื่อสุขภาพ สาระที่ 5 ความปลอดภัยในชีวิต มาตรฐาน พ 5.1 ป้องกันและหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง พฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ อุบัติเหตุ การใช้ยาสารเสพติดและความรุนแรง 3. กีฬาฟุตบอล 3.1 ประวัติกีฬาฟุตบอล ฟุตบอล (Football) หรือ ซอกเกอร์(Soccer) เป็นกีฬาที่มีคนสนใจในการเล่น และเข้าชมสูง ที่สุดของโลก แต่ไม่สามารถยืนยันได้ว่า กีฬาฟุตบอลถือก าเนิดมาจากชนชาติใด โดยเฉพาะเป็นกีฬา ยอดนิยมสูงสุดของโลก ก็ยิ่งท าให้ทุกๆ ประเทศมีวิวัฒนาการทางการกีฬา ยืนยันว่าเป็นกีฬาที่เกิดจาก ประเทศของตนทั้งสิ้นแต่ประเทศที่อ้างว่าเป็นกีฬาที่เกิดขึ้นจากตนเองก็ไม่สามารถหาหลักฐาน ยืนยัน จึงเพียงแต่กล่าวว่า น่าจะเป็นไปได้ทั้งสิ้น ทั้งนี้จะเป็นจริงหรือไม่อย่างใดนั้นสามารถวิเคราะห์ได้ว่าเกิด จากที่ใด สรุปได้ดังนี้คือ เมื่อประมาณ 2,500 ปีมาแล้ว มีหลักฐานบันทึกไว้ว่า ในประเทศจีนมีการเล่นเกมอย่างหนึ่ง เรียกว่า ซูจู(Tsu Chu) ซึ่งหมายถึง เกมที่ใช้เท้าเตะลูกบอล โดยมากการเล่นเกมนี้ จะเป็นการเล่นถวาย พระเจ้าจักรพรรดิ ผู้ชนะจะได้รางวัลอย่างงาม ส่วนผู้แพ้บางครั้งจะถูกลงโทษด้วยการเฆี่ยน ชาวญี่ปุ่นก็เป็นอีกชาติหนึ่งที่มีเกมการเล่นในลักษณะที่ใช้เท้าเล่นเรียกว่าเมาริ(Kemari) โดย มีการก าหนดขอบเขต และมุมของสนามด้วยต้นสน ต้นเชอรี่ ต้นเมเปิล หรือต้นวิลโล เป็นแนวเขต ธรรมชาติ ชาวโรมันในสมัยโบราณมีเกมการเล่นชนิดหนึ่งเรียกว่าฮาร์พาสเตียม (Harpastium) โดยใช้ กระเพาะปัสสาวะของหมูเอามาสูบลมแล้วน ามาเตะกัน นอกจากจะเตะแล้วอาจใช้การผลัก ถือ วิ่ง ชก ขว้างปา ให้ลูกบอลไปถึงที่หมายของฝ่ายตรงข้ามให้ได้ ซึ่งคล้ายกับกีฬารักบี้ฟุตบอล ในสมัยปัจจุบัน ในเมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี มีเกมคล้าย ๆ กันนี้ เรียกว่า กัลโช (Calcio) โดยเล่นกันที่ เปียซซ่า เดลลา โครเก (Piazza della Croce) มีผู้เล่นข้างละ 27 คน แต่ละทีมจะสวมชุดเครื่องแต่ง


10 กายประจ าถิ่นหรือหมู่บ้านนั้น ๆ ตามความนิยมในสมัยนั้น ปัจจุบันเกมนี้ยังคงได้รับการฟื้นฟูจาก ทางการของอิตาลีจัดแสดงให้นักท่องเที่ยวได้ชมกัน เชื่อกันว่าชาวโรมันเป็นผู้น าเกมการเล่นแบบเตะลูกบอล(Harpastium) มายังประเทศอังกฤษ แต่ก็ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด จนกระทั่งหลายศตวรรษ หลังจากโรมันได้จากเกาะอังกฤษไปแล้ว ใน ประมาณปีพ.ศ.1343 กองทัพเดนมาร์ค ได้ยกเข้าโจมตีที่มั่นของอังกฤษที่เมืองคิงสตัน (Kingston) นัก ประวัติศาสตร์บางท่านบอกว่าเป็นที่มั่นเมืองเชสเตอร์ (Chester) ทหารอังกฤษที่ประจ าอยู่ที่มั่น ดังกล่าวได้ต่อสู้เป็นสามารถ ในที่สุดเมื่อได้รับการสนับสนุนจากเมืองหลวง คือ ลอนดอน (London) ก็ สามารถตีกองทัพเดนมาร์คแตกพ่ายไป แม่ทัพเดนมาร์คถูกฆ่าตาย และทหารอังกฤษได้ตัดเอาศีรษะ ของเขามาเตะเล่นกันไปรอบ ๆ ค่ายทหาร วันที่อังกฤษได้รับชัยชนะนั้น คือ วันมาดิกราส์ (Shrove Tuesday) ซึ่งต่อมาถือเป็นวันส าคัญแห่งชาติอังกฤษไป เกมการเตะศีรษะคนก็เปลี่ยนมาเป็นเกมการ เตะลูกบอลที่ท าด้วยหนัง กลายเป็นกิจกรรมส าคัญส าหรับฉลองในเทศกาลวันส าคัญดังกล่าวและ แพร่หลายไปตามชนบท คนทั้งหมู่บ้านออกมาเตะฟุตบอลเล่นกัน ผู้เล่นสามารถใช้ทุกส่วนสัมผัสลูก บอลได้ ประตูซึ่งอาจจะเป็นประตูเมือง หรือต้นไม้ จะอยู่ห่างกันหลายร้อยเมตร เป็นการเล่นที่ รุนแรง (ถูกน ามาใช้) ท าให้เกิดความเสียหายและบาดเจ็บต่อผู้เล่นเป็นจ านวนมาก จนบางครั้งดูเป็น ความโหดร้ายป่าเถื่อน จนถึงขึ้นการจลาจลบ่อย ๆ พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 2 และพระเจ้าริชาร์ดที่ 3 จึงได้ ทรงห้ามไม่ให้มีการเล่นเกมฟุตบอลที่โหดร้ายนี้อีกต่อไป แต่ก็ยังมีการเล่นอยู่ประปราย ความรุนแรงของการเล่นฟุตบอลค่อย ๆ ลดลง จนกระทั่งปี พ.ศ. 2243 โรงเรียนที่มีชื่อเสียง ในอังกฤษ เช่น โรงเรียนรักบี้(Rugby) และโรงเรียนอีตัน (Eton) ก็น าเกมฟุตบอลมาฟื้นฟู มีการ พยายามก าหนดกฎ กติกาการเล่น แต่ก็ยังไม่เป็นมาตรฐาน เพราะแต่ละแห่งจะสร้างกติกา เพื่อ ประโยชน์ของทีมตนเองทั้งสิ้น อย่างไรก็ตาม การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแก้ไขกฎกติกาการเล่นของแต่ละแห่งท าให้นักกีฬา ใหม่ขึ้นมาอยู่ 2 ลักษณะ คือ ไปในแนวทางรักบี้ฟุตบอล (Rugby Football) และฟุตบอล (Soccer or Association Football) ปี พ.ศ. 2343กีฬาฟุตบอลได้รับการพัฒนาให้มีการเล่นที่สุภาพมากขึ้น มีความปลอดภัยมากขึ้น มีการ รวมกลุ่มกันจัดตั้งสมาคมฟุตบอลแห่งอังกฤษขึ้นเป็นครั้งแรก ในปี พ.ศ.2406โดยการรวมกลุ่มของสโมสรฟุตบอลใน ลอนดอน 11แห่ง เพื่อร่วมกันปรับปรุง แก้ไข กฎ กติกา การเล่นให้เป็นไปในแนวทางเดียวกันอันถือว่าเป็นการ เริ่มต้นการเล่นกีฬาฟุตบอลในรูปแบบปัจจุบัน การเล่นฟุตบอลในประเทศอังกฤษได้แพร่หลายไปอย่างรวดเร็ว ทั้งในประเทศและ ต่างประเทศ โดยการเผยแพร่ของทหารบกและทหารเรือของอังกฤษ ซึ่งขณะนี้มีประเทศที่เป็นอาณา นิคมอยู่แทบทุกหนทุกแห่ง จึงได้มีการก่อตั้งสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ(The Federation International de Football Association) หรือเรียกว่า ฟีฟ่า (F.I.F.A.) โดยมีส านักงานใหญ่ ตั้งอยู่ที่


11 เมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีประเทศสมาชิกก่อตั้ง 7 ประเทศ ปัจจุบันนี้มีประเทศต่าง ๆ สมัครเป็นสมาชิกเกือบ 200 ประเทศ ปัจจุบันฟุตบอลถือได้ว่าเป็นกีฬายอดนิยมอันดับหนึ่ง มีการจัดการแข่งขันรายการต่าง ๆ มากมาย ทั้งระดับภายในประเทศ ระดับนานาชาติ และ ระดับโลก การแข่งขันที่ถือว่าเป็นสุดยอดของ รายการแข่งขันฟุตบอล ได้แก่ การแข่งขันฟุตบอลโลก (World Cup) ซึ่งจะมีการแข่งขันทุกๆ 4 ปี ต่อครั้ง โดยเริ่มจัดการแข่งขันครั้งแรกที่ประเทศอุรุกวัย เมื่อปี พ.ศ. 2473 และอุรุกวัยเป็นประเทศ แรกที่ชนะเลิศฟุตบอลโลก ได้ครองถ้วย จูล ริเมต์ (Jules Rimet) ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มให้มีการแข่งขัน ฟุตบอลโลกขึ้น และประกอบกับท่านเป็นประธานสหพันธ์ฟุตบอลโลก หรือ F.I.F.A. ในขณะนั้นด้วย ต่อมาถ้วยใบนี้ได้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของประเทศบราซิล เมื่อบราซิลเป็นประเทศแรกที่ชนะเลิศฟุตบอล โลกครบ 3 ครั้ง เมื่อปี พ.ศ.2513 ที่ประเทศเม็กซิโก เป็นเจ้าภาพ F.I.F.A. จึงได้จัดท าถ้วยใบใหม่ เพื่อจัดการแข่งขันต่อไป ซึ่งทวีปเอเชียได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันครั้งแรกในปี พ.ศ. 2545 ณ ประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ และ ปี พ.ศ. 2549 ประเทศเยอรมัน ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพ การแข่งขัน มีทีมเข้าร่วมการแข่งขันรอบสุดท้าย 32 ทีม จากทุกทวีป นอกจากการแข่งขันฟุตบอลโลกแล้ว ยังมีการแข่งขันฟุตบอลระดับนานาชาติที่น่าสนใจ และ มีชื่อเสียงหลายรายการ ดังนี้ ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติของทวีปยุโรป แข่งขันทุก ๆ 4 ปีต่อครั้ง ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติของทวีปอเมริกาใต้ ฟุตบอลเยาวชน อายุไม่เกิน 19 ปี ฟุตบอลโอลิมปิกฤดูร้อน ฯลฯ ประเทศที่มีชื่อเสียงเกี่ยวกับฟุตบอล มักจะอยู่แถบทวีปยุโรปและอเมริกาใต้ แต่ละประเทศจะจัด ด าเนินการแข่งขันรายการฟุตบอลภายในประเทศเป็นระบบอาชีพ (Professional Football)โดยจัดตั้งเป็น สโมสร(Club) มีสมาชิก(Fan-Club)ให้การสนับสนุนและคอยให้ก าลังใจผู้เล่นของสโมสรที่ไปท าการแข่งขันสโมสร ฟุตบอลที่มีชื่อเสียงในทวีปยุโรป มีหลายสโมสรที่น่าสนใจ ดังนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลิเวอร์พูล อาร์เซนัล นิวคาสเซิล จากประเทศอังกฤษ เอ.ซี มิลาน จูเวนตุส อินเตอร์มิลาน จากประเทศอิตาลี บาเยิร์น มิวนิค เอฟซี โคโลญ ซอลเก้04 จากประเทศเยอรมัน บาร์เซโลน่า เรียล แมดริด คอรุนยา จากประเทศสเปน อาแจกซ์ อัมสเตอร์ดัม พีเอสวี ไฮนโอเพ่น จากประเทศฮอลแลนด์ เอฟซี ปอร์โต เบนฟิก้า จากประเทศโปรตุเกส การจัดการแข่งขันฟุตบอลภายในประเทศที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดี มีดังนี้ ฟุตบอล กัลโช ซีรีส์ เอ (Calcio Series A) ของ อิตาลี


12 ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก (Primier League) ของ อังกฤษ ฟุตบอล บุนเดสลิกา (Bundesliga) ของ เยอรมัน สโมสรในทวีปต่าง ๆ ยังมีการน าเอาแชมป์ของสโมสรในประเทศมาแข่งขันกันเพื่อชิงความ เป็นหนึ่งของสโมสรในแต่ละทวีปด้วย ในทวีปยุโรปจัดการ แข่งขัน ดังนี้ ฟุตบอลสโมสรชิงแชมป์ยุโรป (European Champion Clubs Cup) เป็นการเอาแชมป์ สโมสรดิวิชั่น 1 ของประเทศมาแข่งขันกัน ฟุตบอลยูฟ่าคัพ (U.E.F.A. Cup) เป็นการน าเอาแชมป์ฟุตบอลลีกคัพ ของแต่ละประเทศ และ อัน 1, 2 หรือ 3 ของฟุตบอลดิวิชั่น 1 ของแต่ละประเทศมาแข่งขันกัน ฟุตบอลคัพ วินเนอรส์ คัพ (Cup-Winners-Cup) เป็นการน าเอาแชมป์ฟุตบอล เอฟ.เอ.คัพ ของแต่ละประเทศมาแข่งขันกัน ส าหรับฟุตบอลในทวีปเอเชีย มีรายการฟุตบอลอาชีพภายในประเทศที่น่าสนใจ ได้แก่ ฟุตบอล เจ.ลีก ของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งรวบรวมเอานักเตะที่มีชื่อเสียงของโลก ร่วมกับนักเตะที่เด่น ๆ ของญี่ปุ่นเองมาท าการแข่งขันเป็นรายการฟุตบอลอาชีพ นอกจากนี้ ก็มีรายการฟุตบอลในประเทศ เกาหลีใต้ และจีน ด้วย ในสหรัฐอเมริกา หลังจากล้มเหลว ในการจัดตั้งสโมสรและจัดการ แข่งขันฟุตบอลลีก เมื่อปี พ.ศ.2513 ต่อมาเมื่อสหรัฐเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก (World Cup) ในปี พ.ศ.2537 ก็ได้ มีการรื้อฟื้นการแข่งขันฟุตบอลลีกขึ้นใหม่ ภายใต้ชื่อว่า เมเจอร์ ลีก (Major Leaque) เริ่มท าการ แข่งขันในปี พ.ศ.2539 ( โสภณ หนูนุรัตน์ ,2555) 3.2 ข้อมูลทั่วไป กติกาฟุตบอล (อังกฤษ: Laws of the Game) เป็นกฎและกติกาฟุตบอลสากลที่ก าหนดโดย คณะกรรมการสมาคมฟุตบอลระหว่างประเทศ (ไอเอฟเอบี) ซึ่งมีสมาชิกประกอบด้วยสมาคม ฟุตบอล สมาคมฟุตบอลเวลส์สมาคมฟุตบอลสกอตแลนด์สมาคมฟุตบอลไอริช และสหพันธ์ฟุตบอล ระหว่างประเทศ (ฟีฟ่า) ในปัจจุบันมีทั้งหมด 17 ข้อ กฎข้อที่ 1: สนามฟุตบอล ภาพที่ 1 : สนามฟุตบอล


13 - สนาม เป็นสนามหญ้ารูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ความกว้างต่ าสุด 50 หลา สูงสุด 100 หลา ความ ยาวต่ าสุด 100 หลา สูงสุด 130 หลา - เครื่องหมายในสนาม เกิดจากเส้นต่าง ๆ โดยในแต่ละเส้นจะมีความกว้างไม่เกิน 5 นิ้ว ท า เป็นสัญลักษณ์ในสนาม ได้แก่ - เส้นเขตสนาม อยู่รอบเขตสนาม ส่วนที่สั้นเรียก เส้นประตู ส่วนที่ยาวเรียก เส้นข้าง - เส้นแบ่งเขตแดน แบ่งสนามตามขวางเป็น 2 ส่วนเท่า ๆ กัน - จุดกึ่งกลางสนาม อยู่กึ่งกลางเส้นแบ่งเขตแดน มีวงกลมรัศมี 10 หลาล้อมรอบจุดไว้ - เส้นประตู เชื่อมระหว่างโคนเสาประตูทั้ง 2 ฝั่ง - เขตประตู คือพื้นที่ที่เกิดจากการลากเส้นจากเสาประตูทั้ง 2 ฝั่งตั้งฉากกับเส้นประตู เข้า หาสนามยาว 6 หลา แล้วเชื่อมด้วยเส้นตรง - เขตโทษ คือพื้นที่ที่เกิดจากการลากเส้นจากเสาประตูทั้ง 2 ฝั่งขนานกับเส้นประตู ออก จากประตูยาว 16.5 เมตร แล้วลากเส้นตั้งฉากกับเส้นประตู เข้าหาสนามยาว 16.5 เมตร แล้วเชื่อม ด้วยเส้นตรง - จุดโทษ อยู่ในเขตโทษ ห่างจากเสาประตู 12 หลา มีการเขียนส่วนโค้งนอกเขตโทษ รัศมี ห่างจากจุดโทษ 10 หลา - ประตู มีสีขาว ระยะห่างระหว่างเสาประตู 8 หลา คานสูงจากพื้น 8 ฟุต มีการติดตาข่าย รองรับลูก - มุมธง อยู่ทั้ง 4 มุมของสนาม รัศมี 1 หลา - เสาธง เป็นจุดศูนย์กลางของมุมธง ไว้แสดงเขตในการเตะมุม สูงไม่น้อยกว่า 1.5 เมตร ยอดไม่แหลม ผูกธงไว้ที่ยอด กฎข้อที่ 2: ลูกฟุตบอล - เป็นทรงกลม ท าจากหนัง หรือวัสดุอื่น ๆ มีความยืดหยุ่น ตามความเหมาะสมที่ไม่เป็น อันตรายต่อผู้เล่น เป็นฟุตบอลเบอร์ 5 มีเส้นรอบวงประมาณ 68-70 เซนติเมตร น้ าหนักประมาณ 410-450 กรัม กฎข้อที่ 3: จ านวนผู้เล่น จ านวนผู้เล่นแต่ละทีม ลงได้สูงสุด 11 คน หนึ่งในนั้นเป็นผู้รักษาประตู และแต่ละทีม ประกอบด้วยผู้เล่นตัวจริงและตัวส ารอง ผู้เล่นตัวจริงจะเป็นผู้เล่นชุดแรกที่ลงสนาม ส่วนผู้เล่นตัว ส ารองมีไว้เพื่อสับเปลี่ยนกับผู้เล่นตัวจริงในกรณีที่ผู้เล่นตัวจริงไม่สามารถเล่นได้หรือกรณีอื่น ๆ ตาม ความเหมาะสมหรือตามแต่ดุลยพินิจของผู้จัดการทีม (โดยการแข่งขันเพื่อจุดประสงค์ในการคว้าแชมป์ จะเปลี่ยนได้ 3 คนเท่านั้น และเมื่อ 18 มีนาคม 2559 ที่ผ่านมา ฟีฟ่ามีมติเห็นชอบให้เปลี่ยนตัวส ารอง คนที่ 4 ได้ในช่วงต่อเวลาพิเศษ แต่ถ้าเป็นการแข่งขันกระชับมิตรหรือเฉลิมฉลองสร้างความสัมพันธ์จะ


14 มีการเปลี่ยนตัวไม่จ ากัด) ผู้เล่นตัวจริงที่ลงสนามต้องมีไม่ต่ ากว่า 7 คน และไม่เกิน 11 คน และหนึ่งใน นั้นจะต้องมีผู้เล่นต าแหน่งผู้รักษาประตู 1 คน, ตัวส ารองสามารถมีได้ไม่เกิน 7 คน ถ้าเป็นการแข่ง ทั่วไป หรือเชื่อมความสัมพันธ์ สามารถก าหนดจ านวนตัวส ารองได้ โดยต้องแจ้งให้กรรมการทราบก่อน การแข่งขัน กฎข้อที่ 4: อุปกรณ์การเล่น ลูกฟุตบอล (ตามกฎข้อ 2) ใช้ส าหรับเล่น 1 ลูก และ เครื่องแบบของนักกีฬา ทีมทั้ง 2 ทีมที่ ลงแข่งขัน สมาชิกทุกคนในทีมยกเว้นผู้รักษาประตูจะต้องใส่ชุดแข่งขันสีเดียวกัน และทั้ง 2 ทีมจะต้อง ใส่ชุดแข่งที่มีสีตัดกันอย่างชัดเจน จะใส่ชุดที่มีโทนสีคล้ายกันไม่ได้ (เช่น ทีมหนึ่งใส่ชุดแข่งสีขาว อีกทีม หนึ่งใส่ชุดแข่งสีเหลือง) ผู้รักษาประตูจะต้องใส่ชุดแข่งที่มีสีไม่ซ้ ากับผู้เล่นทั้ง 2 ทีม และนักกีฬาที่ท า การแข่งขันจะต้องใส่รองเท้า (ในปัจจุบันไม่อนุญาตให้นักกีฬาใช้เท้าเปล่าในการเล่น) กฎข้อที่ 5: ผู้ตัดสิน โดยกรรมการจะมีหน้าที่ดังต่อไปนี้ - ปฏิบัติตามกติกาข้อ ควบคุมการแข่งขันโดยมีผู้ช่วยผู้ตัดสิน กรรมการผู้ตัดสินคนที่ 4 คอย ให้ความร่วมมือช่วยเหลือตามความเหมาะสม - แน่ใจว่าลูกบอลทุกลูกทีใช้ในการแข่งขันถูกต้องตามข้อก าหนดของกติกาข้อ 2 - แน่ใจว่าอุปกรณ์ของผู้เล่นถูกต้องตามข้อก าหนดของกติกาข้อ 4 - ท าหน้าที่รักษาเวลาการแข่งขัน และเขียนรายงานการแข่งขัน - พิจารณาการสั่งหยุดการเล่น หยุดการเล่นชั่วคราว หรือยุติการแข่งขัน (Suspends or Terminate the Match) ทุกกรณีของการกระท าผิดกติกาการแข่งขัน - พิจารณาการสั่งหยุดการเล่น หยุดการเล่นชั่วคราว หรือยุติการแข่งขัน เนื่องจากมี สิ่งรบกวนจากภายนอกทุกชนิดท าการรบกวนการแข่งขัน - สั่งหยุดการเล่นถ้าดุลยพินิจของเขาเห็นว่าผู้เล่นบาดเจ็บหนักและแน่ใจว่าเคลื่อนย้ายออก จากสนามแข่งขันไปแล้ว ผู้เล่นที่บาดเจ็บนั้นจะกลับเข้าไปในสนามแข่งได้อีกเอภายหลังการเริ่มเล่น ใหม่ได้เริ่มเล่นไปแล้ว. - อนุญาตให้การเล่นด าเนินต่อไปจนกว่าลูกบอลจะอยู่นอกการเล่นถ้าเห็นว่าผู้เล่นบาดเจ็บ เพียงเล็กน้อย - แน่ใจว่าผู้เล่นที่มีเลือดไหลออกจากบาดแผลได้ออกจากสนามแข่นขันแล้ว และผู้เล่นนั้นจะ กลับไปเล่นใหม่ได้เมื่อได้รับสัญญาณจากผู้ตัดสิน ซึ่งต้องพึงพอใจแล้วว่าเลือดที่ไหลออกมานั้นได้หยุด แล้ว


15 - อนุญาตให้การเล่นด าเนินต่อไปเมื่อทีมที่ถูกกระท าผิดจะเกิดประโยชน์จากการได้เปรียบ และถ้าการคาดคะเนในการให้ได้เปรียบนั้นไม่เป็นตามที่คาดไว้ในขณะนั้น การจะลงโทษตามความผิด ที่เกิดขึ้นแต่แรกนั้น - ลงโทษความผิดที่ร้ายแรงกว่าในกรณีที่ผู้เล่นท าผิดมากกว่า 1 อย่าง ภายในเวลาเดียวกัน - ควบคุมระเบียบวินัยโดยแสดงการต่อต้านต่อผู้เล่นที่กระท าผิดต้องได้รับการคาดโทษ และ การให้ออกจากการแข่งขัน เขาไม่ได้ถูกบังคับว่าต้องกระท าในทันทีทันใด แต่ต้องท าทันทีลูกบอลอยู่ นอกการเล่นแล้ว - ท าหน้าที่แสดงการต่อต้านเจ้าหน้าที่ทีมที่ขาดความรับผิดชอบในการควบคุมการประพฤติ ปฏิบัติตนเองที่ดี และเขาอาจพิจารณาให้ออกจากสนามแข่งขันและบริเวณแวดล้อมในทันที - ปฏิบัติตามการช่วยเหลือของผู้ช่วยผู้ตัดสินตามเหตุการณ์ที่ตนเองมองไม่เห็น - แน่ใจว่าไม่มีบุคคลอื่น ๆ ที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้าไปในสนามแข่งขัน - ให้ท าการเริ่มเล่นได้หยุดลง - เขียนรายงานการแข่งขันเสนอต่อผู้ที่มีอ านาจหน้าที่ที่ได้แต่งตั้งไว้ ซึ่งรวบรวมข้อมูลที่ เกี่ยวกับการควบคุมระเบียบทุกอย่างที่กระท าต่อผู้เล่นและ /หรือเจ้าหน้าที่ทีมและเหตุการณ์อื่น ๆ ทุกกรณีที่เกิดขึ้นก่อนการแข่งขัน ระหว่างการแข่งขัน หรือภายหลังการแข่งขัน - ผู้ตัดสินจะมีสิทธิ์ให้ใบเหลืองหรือใบแดงตามความเหมาะสมต่อเมื่อผู้เล่นท าผู้เล่นฝ่ายตรง ข้ามรุนแรงหรือแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมต่อผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามหรือผู้ตัดสินโดยตรงหรือกรณีอื่น ๆ แต่อย่างใด กฎข้อที่ 6: ผู้ช่วยผู้ตัดสิน ผู้ช่วยผู้ตัดสิน (assistant referee) มีหน้าที่ช่วยเหลือผู้ตัดสินในการควบคุมการแข่งขันให้ เป็นไปตามกติกาการแข่งขัน และในกรณีพิเศษผู้ช่วยผู้ตัดสินอาจเข้าไปในสนามได้เพื่อช่วยควบคุม ระยะ 9.15 เมตร ถ้าผู้ช่วยผู้ตัดสินเข้าไปเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตัดสินเกินสมควร หรือ ประพฤติตนไม่เหมาะสมผู้ตัดสินสามารถปลดเขาออกจากหน้าที่ และเขียนรายงานเสนอต่อผู้มีอ านาจ หน้าที่ที่ได้รับการแต่งตั้งไว้ กฎข้อที่ 7: ระยะเวลาการแข่งขัน ช่วงเวลาของการแข่งขัน (Periods of Play) การแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 ครั้ง ครั้ง ละ 45 นาทีเท่ากัน การรักษาเวลาเป็นหน้าที่ของผู้รักษาเวลา ซึ่งมีหน้าที่ตามที่ก าหนดไว้ในกติกา 7ข้อ ระยะเวลาของการแข่งขันแต่ละครึ่งเวลา อาจจะมีการเพิ่มการเตะโทษ ณ จุดโทษ เวลานอก (Time-out) ทั้งสองทีมมีสิทธิ์ขอเวลานอกเป็นระยะเวลา 1 นาที ได้ในแต่ละครึ่ง เวลา ภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้ 1. ผู้ฝึกสอนเท่านั้นที่มีสิทธิ์ในการขอเวลานอก 1 นาที จากผู้รักษาเวลา


16 2. การขอเวลานอก 1 สามารถร้องขอได้ตลอดเวลา แต่จะให้เวลานอก ก็ต่อเมื่อทีมได้เป็น ฝ่ายครอบครองบอล (ส่งลูกบอลเข้าเล่น) 3. ผู้รักษาเวลาต้องแสดงการอนุญาตส าหรับการขอเวลานอกของทีม เมื่อลูกบอลอยู่นอก การเล่นโดยการใช้เสียงสัญญาณอื่น ๆ ที่แตกต่างจากเสียงสัญญาณนกหวีดของผู้ตัดสินที่ใช้อยู่ 4. เมื่ออนุญาตให้เป็นเวลานอก ผู้เล่นทุกคนต้องรวมกันอยู่ในสนามแข่งขัน ถ้าต้องได้รับ ค าแนะน าจากเจ้าหน้าที่ทีม จะกระท าได้เฉพาะที่เส้นข้างบริเวณด้านหน้าที่นั่งส ารองของทีมตนเอง ผู้ เล่นทุกคนต้องไม่ออกไปนอกสนามแข่งขัน เช่นเดียวกันกับเจ้าหน้าที่ทีมที่ต้องให้ค าแนะน าจะต้องไม่ เข้าไปในสนามแข่งขัน 5. ถ้าทีมไม่ใช้สิทธิ์ในการขอเวลานอกในครึ่งเวลาแรก จะไม่สามารถน าไปทดแทนในครึ่ง เวลาหลังได้ พักครึ่งเวลา (Half - time Interval) การพักครึ่งเวลาต้องไม่เกิน 15 นาที ข้อตกลง (Decisions) 1. ถ้าไม่มีผู้รักษาเวลา ผู้ฝึกสอนต้องร้องขอเวลานอกได้จากผู้ตัดสิน 2. ถ้าระเบียบการแข่งขันระบุให้มีการต่อเวลาพิเศษ ในกรณีที่การแข่งขันในเวลาปกติ ถ้า ผลการแข่งขันจบลงด้วยการเสมอกัน การแข่งขันในระหว่างการต่อเวลาพิเศษของการแข่งขัน จะไม่มี การขอเวลานอก กฎข้อที่ 8: การเริ่มต้นการแข่งขัน 1. เมื่อเริ่มเล่น ในการที่จะเลือกแดนหรือเลือกเตะเริ่มเล่นก่อน ให้ตัดสินโดยการเสี่ยงเหรียญ (โยนหัว-ก้อย) ฝ่ายที่ชนะการเสี่ยงเป็นผู้มีสิทธิ์ในการเลือกแดนหรือเลือกเตะ 2. เมื่อได้ประตู การเล่นต้องเริ่มต้นใหม่ ในท านองเดียวกัน โดยผู้เล่นคนหนึ่งของฝ่ายที่เสีย ประตู เป็นผู้เตะเริ่มเล่น 3. เมื่อหมดครึ่งเวลา การตั้งต้นเล่นใหม่หลังจากได้หยุดพักระหว่างครึ่งเวลาแล้ว ให้เปลี่ยน แดนและให้ผู้เล่นคนหนึ่งของชุดฝ่ายตรงข้ามที่มิได้เตะเริ่มเล่นในตอนแรก เป็นผู้เตะเริ่มเล่น กฎข้อที่ 9: บอลออกนอกสนาม ลูกบอลจะอยู่นอกการเล่นเมื่อ 1. ลูกบอลได้ผ่านเส้นประตูหรือเส้นข้างไม่ว่าจะเป็นบนพื้นดินหรือในอากาศออกไปทั้งลูก 2. ผู้ตัดสินสั่งหยุดการเล่นลูกบอลอยู่ในการเล่น (Ball In Play) ลูกบอลอยู่ในการเล่น ตลอดเวลารวมทั้งในขณะที่กระดอนจากเสาประตู คานประตู หรือธงมุมสนาม และเข้ามาใน สนามแข่งขัน กฎข้อที่ 10: วิธีนับคะแนน ถ้าลูกฟุตบอลลอยข้ามเส้นประตูเต็มใบ โดยการเล่นลูกที่ถูกกติกา (ได้แก่การใช้เท้าหรือ ศีรษะ) ถือว่าได้ 1 คะแนน (ในภาษาฟุตบอลเรียกว่า 1 ประตู) อย่างไรก็ดี มักมีคนเข้าใจผิดว่าการได้


17 คะแนน คือ การที่ลูกบอลสัมผัสกับตาข่ายหลังเส้นประตู ซึ่งจริง ๆ แล้วตาข่ายไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ กติกาฟุตบอล มีไว้เพื่อรองรับลูกบอลที่เข้าประตูแล้วเท่านั้น กฎข้อที่ 11: การล้ าหน้า 1. ผู้เล่นจะอยู่ในต าแหน่งล้ าหน้า ถ้าเขาอยู่ใกล้เส้นประตูของคู่ต่อสู้กว่าลูกบอล 2. ผู้เล่นจะถูกตัดสินให้เป็นเล่นล้ าหน้าและจะถูกลงโทษ ถ้าผู้ตัดสินพิจารณาเห็นว่าขณะที่ลูก โดนหรือลูกเล่นโดยผู้เล่นฝ่ายเดียวกัน 3. ผู้เล่นจะยังไม่ถูกตัดสินว่าล้ าหน้า ถ้า - เขาเพียงแต่อยู่ในต าแหน่งล้ าหน้าเท่านั้น - เขาได้รับลูกโดยตรงจากการเตะจากประตู การทุ่มจากเส้นข้าง การเตะจากมุม หรือ การปล่อยลูกจากมือโดยผู้ตัดสิน - ถ้าผู้เล่นถูกตัดสินให้เป็นเล่นล้ าหน้า ผู้ตัดสินจะให้คู่ต่อสู้ได้เตะโทษโดยอ้อม ณ ที่ซึ่งการ ละเมิดกติกาได้เกิดขึ้น กฎข้อที่ 12: ฟาวล์ ผู้เล่นคนใดเจตนากระท าผิดข้อหนึ่งข้อใดใน 9 ข้อ ดังต่อไปนี้ 1. เตะ หรือ พยายามจะเตะคู่ต่อสู้ 2. ขัดขาคู่ต่อสู้ คือท าหรือพยายามจะท าให้คู่ต่อสู้ล้มลงด้วยการใช้ขา หรือด้วยการหมอบ ลงข้างหน้าหรือข้างหลัง 3. กระโดดเข้าหาคู่ต่อสู้ 4. ชนคู่ต่อสู้อย่างรุนแรง 5. ชนคู่ต่อสู้ข้างหลัง นอกจากคู่ต่อสู้นั้นเจตนากีดกัน 6. ท าร้าย หรือพยายามจะท าร้ายคู่ต่อสู้ หรือถ่มน้ าลายรดคู่ต่อสู้ 7. ฉุด ดึง คู่ต่อสู้ 8. ผลัก ดัน คู่ต่อสู้ 9. เล่นด้วยมือ คือ ทุบ ต่อย ปัด เตะลูกด้วยมือ หรือแขน กฎข้อที่ 13: ฟรีคิก การเตะฟรีคิกจะเกิดขึ้นต่อเมื่อผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามท าฟาวล์หรือล้ าหน้าตั้งแต่จุดที่ท าฟาวล์หรือ ต าแหน่งล้ าหน้า โดยจะผู้เล่นตั้งเตะลูกฟรีคิกตรงจุดที่ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามท าฟาวล์หรือต าแหน่งล้ าหน้า กฎข้อที่ 14: ลูกโทษหรือการยิงจุดโทษ การยิงจุดโทษในเวลาการแข่งขันจะเกิดขึ้นต่อเมื่อผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามท าฟาวล์ตั้งแต่ในเขตโทษ การยิงลูกโทษจะเป็นการให้ผู้เล่นยิงดวลตัวต่อตัวกับผู้รักษาประตูโดยที่ผู้เล่นคนอื่นที่ไม่ได้มีหน้าที่ยิง


18 จุดโทษหรือไม่ใช่ผู้รักษาประตูที่จะต้องเซฟจุดโทษจะต้องอยู่บริเวณนอกเขตโทษจนกว่าผู้เล่นที่ยิงจุด โทษจะยิงประตูผู้เล่นคนอื่นจึงจะมีสิทธิ์วิ่งในเขตโทษได้ เมื่อต่อเวลาพิเศษ 30 นาทีแล้วไม่มีทีมท าประตูได้หรือเสมอจะท าการยิงลูกที่จุดโทษ โดยจะ ใช้ผู้เล่นยิงสลับกันฝั่งละ 5 คน เมื่อยิงครบแล้วยังหาผู้ชนะไม่ได้ก็จะยิงต่อไปจนมีผู้ชนะ โดยการยิงลูก จุดโทษนั้นเป็นวิธีสุดท้ายที่หาทีมชนะ กฎข้อที่ 15: การทุ่ม การทุ่ม ขณะแข่งขันลูกฟุตบอลได้ออกเส้นข้างไปทั้งลูก ไม่ว่าจะกลิ้งไปบนพื้นสนามหรือลอย ไปบนอากาศก็ตาม ให้ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามเป็นฝ่ายได้ทุ่ม - เท้าทั้งสองข้างต้องติดพื้นตลอดเวลาการทุ่ม - ต้องทุ่มด้วยมือทั้งสอง ลูกบอลออกจากด้านหลังศีรษะ แขนทั้งสองข้างตึง " ต้องผ่านศีรษะ ไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง " - ด้านหน้าของร่างกายหันหน้าเข้าหาสนามด้านไหนให้ทุ่มไปทางนั้น - ย่อทุ่มได้ แต่ห้ามนั่งทุ่ม - บอลออกเส้นข้าง ณ จุดใด ให้ทุ่ม ณ จุดนั้น - ณ จุดที่มือปล่อยบอล เท้าหรือตัวของผู้ทุ่ม ห้ามห่างจากเส้นข้างเกิน หนึ่งเมตร - ฝ่ายรับต้องยืนห่างจากผู้ทุ่ม ในสนามแข่งขัน อย่างน้อย ๒ เมตร - ทุ่มทีเดียว โดยไม่สัมผัสผู้เล่นฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่ง ไม่ถือว่าเป็นประตู - รับบอลจากการทุ่ม ไม่มีการล้ าหน้า - ทุ่มบอลคืนให้ผู้รักษาประตู ผู้รักษาประตูใช้มือรับ ให้เตะลูกโทษโดยอ้อม ณ จุดเกิดเหตุ ทันที กฎข้อที่ 16: โกลคิก คือ ลูกตั้งเตะจากเขตประตู โดยเมื่อลูกทั้งลูกได้ผ่านเส้นประตูออกไปนอกสนาม นอกจากจะ ผ่านไปในระหว่างเสาประตูไม่ว่าจะกลิ้งไปบนพื้นสนามหรือลอยไปในอากาศก็ตาม โดยฝ่ายรุกเป็นผู้ ถูกลูกนั้นเป็นครั้งสุดท้าย ให้ผู้รักษาประตูเตะจากในกรอบเขตประตู กฎข้อที่ 17: การเตะมุม เมื่อลูกทั้งลูกได้ผ่านเส้นประตูออกไปนอกสนาม นอกจากจะผ่านไปในระหว่างเสาประตูไม่ว่า จะกลิ้งไปบนพื้นสนามหรือลอยไปในอากาศก็ตาม โดยฝ่ายรับเป็นผู้ถูกลูกนั้นเป็นครั้งสุดท้าย ให้ฝ่าย รุกน าลูกไปวางเตะภายในเขตมุม ณ ธงมุมใกล้กับที่ลูกได้ออกไปและต้องไม่ท าให้คันธงเคลื่อนที่ ใน การเตะจากมุมนี้ ถ้าเตะทีเดียวลูกตรงเข้าประตูให้นับว่าได้ประตู ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามกับผู้เตะจากมุม นั้นจะเข้ามาอยู่ใกล้ลูกในขณะที่ผู้เตะก าลังจะเตะลูกน้อยกว่า 10 หลา ไม่ได้เว้นเสียแต่ผู้เตะจะได้เตะ


19 ให้ลูกไปได้ไกลอย่างน้อยเท่ากับระยะรอบวงของลูกจึงจะเล่นต่อไปได้ จะเล่นนั้นซ้ าอีกไม่ได้จนกว่าลูก นั้นจะได้ถูกหรือเล่นโดยผู้เล่นคนใดคนหนึ่งเสียก่อน (วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี,2565) 4. ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา 4.1 ความหมายของความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ (Muscle Strength) คือ ความสามารถในการท างานของ กลุ่มกล้ามเนื้อในการออกแรงสูงสุด โดยกล้ามเนื้อที่หดตัวเพียงครั้งเดียวโดยไม่จ ากัดเวลา เช่น การยก น้ าหนัก หิ้วกระป๋อง ดันก้อนหิน การเคลื่อนไหวร่างกายในทุกอิริยาบถ จะสัมพันธ์กับระบบกล้ามเนื้อ เสมอขณะเดียวกัน การฝึกสามารถกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาการตอบสนองและการเปลี่ยนแปลงภายใน กล้าม เนื้อได้ กล้ามเนื้อสามารถที่จะหดตัวท าให้เกิดแรงและเหยียดตัวผ่อนคลายได้อย่างอิสระ เมื่อมีการฝึกด้วยความหนักหรือออกก าลังกายอย่างพอเพียงจะท าให้กล้าม เนื้อมีขนาดใหญ่ (Hypertrophy) และแข็งแรงขึ้น ในทางตรงกันข้าม ถ้าการฝึกหรือการออกก าลังกายไม่เพียงพอ หรือ ขาดการออกก าลังกายอย่างต่อเนื่องสม่ าเสมอ จะท าให้กล้ามเนื้อมีขนาดเล็กลง (Atrophy) และอ่อน แรงตามล าดับ ดังนั้น ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อจึงมีความส าคัญต่อการด ารงชีวิต และการเล่นกีฬา หรือการออกก าลังกายเสมอ (ยลวรณัฏฐ์ จีรัชตกรณ์, 2564) ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ (Muscular strength) คือ ก าลังสูงสุดหรือแรงต้านของ กล้ามเนื้อขณะใช้งานรูปแบบต่างๆ ในความพยายามครั้งหนึ่ง เช่น การยกน้ าหนัก การผลักประตูบาน ใหญ่ การยกเก้าอี้ เป็นต้น นอกจากจะใช้แรงในการผลัก ยก หรือดึงสิ่งของต่างๆ แล้ว เมื่อกล้ามเนื้อ แข็งแรงจะช่วยพยุงข้อต่อและเส้นเอ็นต่างๆ ขณะเคลื่อนไหวจึงไม่บาดเจ็บง่าย ถือเป็นการป้องกัน ความปวดเมื่อยและการเจ็บปวดเรื้อรังสุดฮิตอย่างออฟฟิศซินโดรมเป็นอย่างดี ถ้ากล้ามเนื้อแข็งแรง จะช่วยท าให้ความสามารถและประสิทธิภาพในการท ากิจกรรมต่างๆ ด้วยตัวเองดีขึ้น การบาดเจ็บ หรือปวดเรื้อรังบริเวณกล้ามเนื้อจะลดลง บุคลิกภาพและการจัดวางท่าทางและต าแหน่งของร่างกาย จะดีขึ้น (MGR Online, 2560) 4.2 ความหมายของกล้ามเนื้อขา กล้ามเนื้อ (อังกฤษ: muscle; มาจากภาษาละติน musculus "หนูตัวเล็ก" [1]) เป็น เนื้อเยื่อที่หดตัวได้ในร่างกาย เปลี่ยนแปลงมาจากเมโซเดิร์ม (mesoderm) ของชั้นเนื้อเยื่อในตัวอ่อน และเป็นระบบหนึ่งของร่างกายที่ส าคัญต่อการเคลื่อนไหวทั้งหมดของร่างกาย แบ่งออกเป็นกล้ามเนื้อ โครงร่าง (skeletal muscle), กล้ามเนื้อเรียบ (smooth muscle), และกล้ามเนื้อหัวใจ (cardiac muscle)[2] ท าหน้าที่หดตัวเพื่อให้เกิดแรงและท าให้เกิดการเคลื่อนที่ (motion) รวมถึงการเคลื่อนที่ และการหดตัวของอวัยวะภายใน กล้ามเนื้อจ านวนมากหดตัวได้นอกอ านาจจิตใจ และจ าเป็นต่อการ ด ารงชีวิต เช่น การบีบตัวของหัวใจ หรือการบีบรูด (peristalsis) ท าให้เกิดการผลักดันอาหารเข้าไป ภายในทางเดินอาหาร การหดตัวของกล้ามเนื้อที่อยู่ใต้อ านาจจิตใจมีประโยชน์ในการเคลื่อนที่ของ


20 ร่างกาย และสามารถควบคุมการหดตัวได้ เช่นการกลอกตา หรือการหดตัวของกล้ามเนื้อควอดริ เซ็บ (quadriceps muscle) ที่ต้นขา ใยกล้ามเนื้อ (muscle fiber) ที่อยู่ใต้อ านาจจิตใจแบ่งกว้าง ๆ ได้เป็น 2 ประเภท คือ กล้ามเนื้อ fast twitch และกล้ามเนื้อ slow twitch กล้ามเนื้อ slow twitch สามารถหดตัวได้ เป็นระยะเวลานานแต่ให้แรงน้อย ในขณะที่กล้ามเนื้อ fast twitch สามารถหดตัวได้รวดเร็วและให้ แรงมาก แต่ล้าได้ง่าย (วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี, 2566) กล้ามเนื้อขา คือ กล้ามเนื้อกลุ่มควอดริเซ็บ ฟีเมอริส ซึ่งสามารถเรียกสั้นๆ ได้ว่าควอดส (quads) และค าว่า “ควอดส” หมายถึง สี่ ส่วนค าว่า “เซ็บ” หมายถึง ส่วนหัวของกล้ามเนื้อ ดังนั้น กล้ามเนื้อควอดริเซ็บจึงมีทั้งหมด 4 กล้ามเนื้อที่แยกออกจากกันแล้ว ทั้ง 4 เส้นนี้จะไปรวมกันเป็นเส้น เอ็นใหญ่ข้ามผ่านหัวเข่า กล้ามเนื้อควอดสที่อ่อนแอแล้วจะส่งผลอย่างไรบ้างกันก่อน เพราะบทบาทที่ ส าคัญของกล้ามเนื้อมัดนี้ คือการเหยียดข้อต่อหัวเข่าให้ตรง รวมทั้งช่วยสร้างความมั่นคงให้กระดูก สะบ้า และช่วยรักษาต าแหน่งสะบ้าให้อยู่ในแนวตรง กล้ามเนื้อกลุ่มนี้จึงเกี่ยวข้องกับสุขภาพหัวเข่า นั่นหมายถึงว่า หากกล้ามเนื้อไม่แข็งแรงจะสร้างปัญหาให้หัวเข่าในหลายๆ ประเด็น ไม่ว่าจะเป็นขึ้นลงบันไดล าบาก ลุกจากเก้าอี้ยาก โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีกล้ามเนื้อควอดสอ่อนแรง ในทางตรงกันข้าม หากเราสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อกลุ่มนี้ ก็จะช่วยเพิ่มการท าหน้าที่ของหัวเข่าให้ดีขึ้น ลดอาการ ปวดเข่า ลดอาการกระดูกอ่อนหัวเข่าบาง รวมทั้งปกป้องอาการบาดเจ็บที่หัวเข่า ใน 3 เส้นแรกมีจุด ก าเนิดมาจากกระดูกต้นขา femur เส้นแรก กล้ามเนื้อวาสตัส มีเดียส (vastus medius) อยู่ทาง ด้านข้างส่วนในของกระดูกต้นขา จากภาพคือส่วนที่เป็นสีม่วงมีส่วนส าคัญในการสร้างสมดุลให้กับ กระดูกสะบ้าหัวเข่า เส้นที่สองคือ วาสตัส แลเธอรัลลิส (vastus lateralis) อยู่ทางด้านข้างส่วนนอก ของกระดูกต้นขา เส้นที่สามคือ วาสตัส อินเทอมีเดียส (vastus intermedius) อยู่ตรงกลางระหว่างสอง เส้นแรก จากภาพคือบริเวณสีส้ม แต่ว่าเส้นนี้จะอยู่ลึกหลังกล้ามเนื้อ เรกตัส ฟีเมอริส โดยปกติแล้วจะ มองไม่เห็นถ้าไม่ผ่าตัดเอาเรกตัส ฟีเมอริสออกและเส้นสุดท้ายเส้นที่สี่คือ เรกตัส ฟีเมอร์ริส (rectus femoris) จากภาพคือบริเวณสีส้ม ที่มีบทบาทหน้าที่เสริมในการช่วยงอหรือพับสะโพกมาด้านหน้า (hip flexion) มีต าแหน่งอยู่ด้านบนทับเส้นวาลตัสอินเทอมีเดียสเส้นนี้เป็นเส้นเมนเพราะเป็นเส้นที่อยู่ ตรงกลางของต้นขา ครอบคลุมกล้ามเนื้อควอดริเซ็บที่เหลือทั้งหมด มีจุดเริ่มต้นจากด้านล่างของปุ่ม กระดูกทางด้านหน้าสุดตรงขอบบนของกระดูกไอเลียม (Anterior Superior Iliac Spine, ASIS) ซึ่ง เป็นกระดูกของเชิงกรานและยาวเป็นแนวตรง ไปยึดเกาะกับลูกสะบ้าของหัวเข่าจะเห็นว่า เส้นนี้เป็น เส้นเดียวที่มีจุดเกาะที่อื่น คือจุดเกาะบริเวณด้านหน้าของเชิงกราน หรือตรงด้านหน้าของกระดูกปีก สะโพก hip bone แล้วทั้งหมดทั้ง 4 เส้นนั้นจะรวมกันเป็นเส้นเอ็นยึดกล้ามเนื้อควอดริเซ็บ ผ่าน


21 กระดูกสะบ้าของหัวเข่า จนกลายมาเป็นเส้นเอ็นกระดูกสะบ้าของหัวเข่า แล้วมายึดกับกระดูกหน้า แข้ง(tibia) (ภัชภิชา แก้วสุวรรณสุข ,2562) 5. ทักษะการรับและส่งลูกบอลด้วยข้างเท้าด้านใน ทักษะการส่งบอลด้วยข้างเท้าด้านใน วิทยา เจริญพัฒนาชัย (2544: 24) ได้กล่าวถึงทักษะการเตะลูกด้วยข้างเท้าด้านในไว้ว่า ให้วาง เท้าข้างที่ไม่ได้เตะในระดับเดียวกับลูกบอล ปลายเท้านั้นชี้ไปยังทิศทางที่ต้องการจะส่งลูกไป ตามองที่ ลูก แบะเท้าข้างที่ใช้เตะท ามุมฉากกับเท้าอีกข้างหนึ่ง ย่อเข่าแบะออกด้านนอก เหวี่ยงเท้าที่ เตะใช้แรง เหวี่ยงจากสะโพก เหวี่ยงแขนตามจังหวะของการเหวี่ยงเท้า ย่อเข้าข้างที่ไม่ได้เตะลง เล็กน้อย โน้ม ล าตัวไปข้างหน้า จากนั้นให้เหวี่ยงเท้าไปข้างหลังตรงๆก่อนแล้วเหวี่ยงกลับมาทาง ด้านหน้า ให้บริเวณ หน้าเท้าส่วนที่กลางถูกลูกบอล โดยใช้แรงส่งจากสะโพกเป็นจุหมุน เมื่อเท้าสัมผัส บอลแล้วให้ปล่อย เท้าข้างที่เตะตามลูกไปยังทิศทางที่ต้องการ นอกจากนี้ มงคล แฝงสาเคน (2545: 25) ได้กล่าวถึงทักษะการเตะลูกด้วยข้างเท้าด้านใน ไว้ว่า ตามองบอล เท้าที่ไม่ได้เตะเป็นเท้าหลักวางในระดับเดียวกับลูกบอล แบะเท้าที่จะเตะออก เกร็ง ข้อเท้า หัวเข่าใช้แรงจากสะโพก โน้มล าตัวไปข้างหน้า น้ าหนักตัวอยู่บนเท้าหลัก ต้องการให้ลูกไป ทิศทางใดให้หันปลายเท้าไปทิศทางที่ต้องการ ในส่วนของ สรายุทธ ยอดยิ่งสมบัติ (2548: 11) สรุปการเตะลูกด้วยข้างเท้าด้านในไว้ว่า ตามอง ที่ลูกบอล เท้าที่ไม่ได้เตะวางเป็นเท้าหลัก แบะเท้าที่จะเตะออก เหวี่ยงเท้าที่จะเตะแค่สะโพก โน้มตัว ไปข้างหน้าน้ าหนักตัวอยู่บนเท้าหลัก ทักษะการรับบอลด้วยข้างเท้าด้านใน สมเกียรติ ภุมรินทร์ (2547: 12) ได้สรุปถึง การรับลูกบอล หมายถึง การบังคับลูกบอลที่ เคลื่อนที่มาในลักษณะต่าง ๆ ให้อยู่กับเท้าบนพื้นดินหรือเคลื่อนไหวไปในลักษณะที่อยู่ครองครอง หลักทั่ว ๆ ไปที่จะใช้ส่วนต่าง ๆ ของร่ายกายช่วยในการบังคับลูกบอลนั้น ต้องอาศัยการผ่อนตาม เพื่อให้ลูกบอลอยู่ในครอบครอง ซึ่งหมายถึงเท้าร่างกาย จะต้องอยู่ในมุมของลูกบอลที่เคลื่อนที่เข้ามา แล้วบังคับให้ลูกบอลหยุดนิ่งหรือเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่ต้องการ ส่วนการกีฬาแห่งประเทศไทย (ม.ป.ป) ได้กล่าวถึง การหยุดลูกด้วยข้างเท้าด้านใน ว่า ตา มอง ลูกหันข้างหลังเท้าเข้าหาลูก เมื่อลูกเข้าหาเท้าหลัง จึงโน้มล าตัวไปข้างหน้ามาก ๆ พร้อมใช้เท้า ด้านใน ประกบลูกเบาๆ ผ่อนขึ้นตามลูกเล็กน้อย เท้าที่ใช้หยุดงอเข่าเล็กน้อย ยกพ้นพื้นพอสมควร น้ าหนักตัว อยู่ที่เท้าหลัง ในส่วนของ สรายุทธ ยอดยิ่งสมบัติ (2548: 13) ได้สรุปถึงการหยุดลูกด้วยข้างเท้าด้านใน ไว้ว่า สายตามองที่ลูกบอล ให้ยกเท้าไปข้างหน้าเพื่อดักบอล เมื่อลูกสัมผัสเท้าให้ดึงเท้ากลับไป ด้านหลังเพื่อ ผ่อนแรงของลูกบอล


22 5. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง สมหมาย อินทะโชติ ได้ศึกษาผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ รายวิชาฟุตบอล การพัฒนา ทักษะ พื้นฐานกีฬาฟุตบอล ด้วยรูปแบบการเรียนรู้ Cooperative Learning เทคนิคเพื่อนช่วยเพื่อน ของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนแคมป์สนวิทยาคม เพื่อเปรียบเทียบผลที่ได้จากการจัด กิจกรรม การเรียนรู้ ก่อนเรียน-หลังเรียน นักเรียนมีคะแนนค่าเฉลี่ยหลังเรียนมากกว่าก่อนเรียน โดยมี ค่าเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 6.11 หลังเรียนเท่ากับ 7.11 และคะแนนความก้าวหน้าเท่ากับ 1 เมื่อ พิจารณาคะแนนเฉลี่ย และความก้าวหน้าแล้วเป็นผลมาจาก แผนการจัดการ เรียนรู้ด้วยรูปแบบการ เรียนรู้ Cooperative Learning เทคนิคเพื่อนช่วยเพื่อน จ านวน 4 แผนแล้ว พบว่าสอดคล้องกับ งานวิจัยที่กล่าวถึงหลักการพัฒนาทางพลศึกษาและแนวการจัดการเรียนรู้รูปแบบ การเรียนรู้ Cooperative Learning โดย เจริญ กระบวนรัตน์ (2557) ได้กล่าวว่านักเรียนที่มีการ พัฒนา สมรรถภาพทางกายรวมกันทั้ง 38 คน มีการพัฒนาด้านสมรรถภาพคิดเป็นร้อยละ 46 แสดงให้เห็น ว่าการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคแบบกลุ่มร่วมมือแข่งขัน TGT (Team Games Tournaments: TGT) เรื่องการเคลื่อนไหวพื้นฐานไม่สามารถพัฒนาสมรรถภาพทางกายของนักเรียนได้ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ตามวัตถุประสงค์ของงานวิจัย เนื่องจากการพัฒนาสมรรถภาพทางกายต้องใช้ระยะเวลาใน การพัฒนาเป็นเวลา 4-8 สัปดาห์ วันละอย่างน้อย 30 นาที และงานวิจัยของ Maheady, Mallette, Harper, Sacca and Pomerantz (1994) กล่าวถึงวิธีการเรียนรู้แบบใช้เพื่อนช่วยว่า เป็นวิธีสอนอีก วิธีทางเลือกหนึ่งที่มีประสิทธิภาพในการส่งเสริมความรู้ความสามารถเนื่องจากเป็นวิธีสอนที่มีการจัด กิจกรรมเพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนมีบทบาทและมีส่วนร่วมในการท ากิจกรรม และส่งผลให้เกิดความ กระตือรือร้นในการเรียน ส่งเสริมการท างานเป็นทีมและ สลาวิน (Slavin 1995) ได้ข้อสรุปที่แสดงให้ เห็นว่า วิธีการเรียนแบบร่วมมือช่วยเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ท าให้ผู้เรียนที่มีเชื้อชาติและ วัฒนธรรมต่างกัน เช่น คนผิวขาว ผิวด า สามารถเรียนร่วมกันโดยมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เกิดการ ยอมรับและไว้เนื้อเชื่อใจกัน มีการยอมรับคุณค่าซึ่งกันและกัน ลดการแข่งขัน เพราะคนเรียนเก่ง ช่วยเหลือคนเรียนอ่อน ซึ่งท าให้ผู้เรียนเรียนได้ส าเร็จ รวมทั้งมีพฤติกรรมทางสังคมที่ท าให้อยู่ร่วมกับ คนอื่นได้ดีดังนั้น การจัดการเรียนรูปแบบการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้ Cooperative Learning เทคนิคเพื่อนช่วยเพื่อน สามารถส่งเสริมให้เกิดพัฒนาทักษะได้ในระดับที่น่าพอใจ ท าให้ผู้เรียนให้ ความ สนใจมากขึ้นในเนื้อหาสาระมีความ เอาใจใส่รับผิดชอบตัวเองและกลุ่มร่วมกับสมาชิกอื่น มี ความตื่นเต้นและกระตือรือร้นในการเรียน สนุกสนานกับการเรียนรู้และท าให้สมาชิกกลุ่มมีการ ก าหนด เป้าหมายร่วมกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีแรงจูงใจเนื่องจากได้รับค าแนะน าจากเพื่อนของ ตนเองโดย มีคุณครูคอยควบคุมชี้แนะอยู่เบื้องหลัง


23 อารีย์ แก่นวงศ์ค า ได้ศึกษาผลการฝึกความแข็งแรงกล้ามเนื้อขาที่มีต่อการกระโดด ในกีฬา บาสเกตบอลที่มีผลมาจากการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานก่อนฝึกและหลังฝึกตามโปรแกรมและเพื่อ เปรียบเทียบระยะทางจากการกระโดดในกีฬาบาสเกตบอลที่มีผลมาจากการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็น ฐานก่อนฝึกและหลังฝึกตามโปรแกรมประชากร ได้แก่ นักกีฬาบาสเกตบอลหญิง ทีมสถาบันการพล ศึกษา วิทยาเขตมหาสารคาม ประจ าปี พ.ศ. 2553 จ านวน 12 คน ท าการฝึกโดยโปรแกรมฝึกด้วย น้ าหนัก (Weight Training) ของกล้ามเนื้อขา ประกอบด้วยท่าทางการฝึกกล้ามเนื้อขาทั้งหมด โดยท า การฝึกเป็นแบบสถานีมีสถานีที่ฝึก 5 สถานี ระยะเวลาในการฝึก 6 สัปดาห์ๆละ 3 วัน คือ วัน จันทร์ วันพุธ วันศุกร์ ใช้เวลาในการฝึกวันละ 1 ชั่วโมง ทดสอบความแข็งแรงกล้ามเนื้อข และพลังกล้ามเนื้อ ขา หลังการฝึกตามโปรแกรม ผลการวิจัยพบว่าหลังการฝึกความแข็งแรงนักกีฬามีความแข็งแรงของ กล้ามเนื้อขา หลังจากการฝึกเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 16.17 กิโลกรัม และ นักกีฬามีความสามารถในการกระโดด หลังจาก การ!เกเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 7.42 เซนติเมตร แสดงให้เห็นว่าการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา ด้วย วิธีการฝึกด้วยน้ าหนักมีผลต่อการเพิ่มความแข็งแรงกล้ามเนื้อขาและความสามารถในการ กระโดดของนักบาสเกตบอล เพ็ญนพา ค าสัตย์ ได้ศึกษาการฝึกปฏิบัติการรับ – ส่งลูกบอลเพื่อเสริมสร้างความคล่องแคล่ว ในการรับ – ส่งบอล ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 จุดมุ่งหมายเพื่อเสริมสร้างความ คล่องแคล่วในการรับ – ส่งบอลของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา ปีที่ 2 ให้มีทักษะการรับ – ส่งบอล ได้ดีขึ้น ดังนั้นครูผู้สอนจึงได้จัดท าแบบฝึกการรับ – ส่งบอล เพื่อเสริมสร้างความ คล่องแคล่วในการ รับ – ส่งบอลให้กับนักเรียนกลุ่มเป้าหมายจ านวน 5 คน ฝึกปฏิบัติทักษะการรับ – ส่งบอลในชั่วโมง เรียน พลศึกษาและในช่วงพักกลางวันหรือเวลาว่างที่นักเรียนพอจะฝึกปฏิบัติได้ จากนั้นได้ทดสอบการ ปฏิบัติของนักเรียนหลังจาก ได้ใช้แบบฝึกในแต่ละสัปดาห์เป็นเวลา 7 สัปดาห์ การใช้แบบฝึกการรับ – ส่งบอล เพื่อเสริมสร้างความคล่องแคล่วและความ แม่นย าในการรับ – ส่งบอลให้กับนักเรียน กลุ่มเป้าหมายมีทักษะการรับ – ส่งบอลได้ดีขึ้น มีความคล่องแคล่วและแม่นย าดีขึ้น กลัวบอลน้อยลง กล้า รับ – ส่งบอลได้มากขึ้น แม้การใช้แบบฝึกเพื่อเสริมสร้างความคล่องแคล่วในการรับ – ส่งบอลจะ ไม่ได้ผล 100 % แต่ก็ถือว่านักเรียนมีพัฒนาการความคล่องแคล่วในการรับ – ส่งบอลได้ดีขึ้นและมี ความแม่นย าในการรับ – ส่งบอลได้มากขึ้นเป็นล าดับ สรุปจากตารางบันทึกผลการใช้แบบฝึกเพื่อ พัฒนาทักษะการรับ – ส่งบอล โดยน าผลการบันทึกเทียบกับเกณฑ์การ วัดระดับคุณภาพทักษะการ รับ - ส่งบอล ของกลุ่มเป้าหมาย นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 พบว่านักเรียนมีทักษะการรับ – ส่ง บอลดีขึ้น มีความแม่นย ามากขึ้น กลัวบอลน้อยลง และมีความสนุกสนานกับการฝึกปฏิบัติ นักเรียนมี ทักษะการรับ – ส่งบอลสองมือระดับอกอยู่ในระดับดีมาก 1 คน และอยู่ในระดับดี 4 คน ส่วนทักษะ การรับ – ส่งบอลสองมือเหนือศีรษะ อยู่ในระดับดี 5 คน โดยน าผลการทดสอบมาเทียบกับเกณฑ์การ วัดระดับคุณภาพ ซึ่งเรียงล าดับตามเกณฑ์ระดับคุณภาพได้ ดังนี้ แบบฝึกเพื่อพัฒนาทักษะการรับ –


24 ส่งบอลสองมือระดับอก ดีมาก จ านวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 20.00 ดี จ านวน 4 คน คิดเป็นร้อยละ 80.00 แบบฝึกเพื่อพัฒนาทักษะการรับ – ส่งบอลสองมือเหนือศีรษะ ดี จ านวน 5 คน คิดเป็นร้อยละ 100 6. กรอบแนวคิดในการวิจัย กรอบแนวคิดการวิจัยในครั้งนี้ ปรากฏดังภาพที่ 1 กระบวนการเรียนรู้มี 5 ขั้น 1. ขั้นน า 2. ขั้นสาธิต 3. ขั้นปฏิบัติ 4. ขั้นน าไปใช้ 5. ขั้นสรุป การฝึกกีฬาฟุตบอลโดย ใช้การฝึกความแข็งแรง ของกล้ามเนื้อขา พัฒนาทักษะการรับ-ส่งบอล


25 บทที่ 3 วิธีด าเนินงานวิจัย การวิจัยเรื่อง ผลของการจัดการเรียนรู้วิชาพลศึกษากีฬาฟุตบอล โดยใช้การฝึกความแข็งแรง ของกล้ามเนื้อขา เพื่อพัฒนาทักษะการรับ-ส่งบอล ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียน อนุบาลหนองวัวซอ ผู้วิจัยได้น าเสนอวิธีการด าเนินการศึกษาตามหัวข้อต่อไปนี้ 1.ประชากรกลุ่มตัวอย่าง 2. แบบแผนการทดสอบ 3. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 4. วิธีการสร้างและหาประสิทธิภาพของเครื่องมือ 5. การเก็บรวบรวมข้อมูล 6. การวิเคราะห์ข้อมูล 7. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ 1. ประชากรกลุ่มตัวอย่าง 1.1 ประชากรที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนอนุบาล หนองวัวซอ ปีการศึกษา 2566 จ านวน 70 คน 1.2 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้าน หมากตูมดอนยานาง ปีการศึกษา 2566 จ านวน 26 คน 2. แบบแผนการทดสอบ การวิจัยในครั้งนี้มีแบบแผนการทดลอง (Experimental Design) กลุ่มเดียวทดสอบก่อนและหลังการ ทดลอง One Group Pretest -Posttest Design พวงรัตน์ ทวีรัตน์ (2540) ตารางที่ 1 แผนการทดลองแบบกลุ่มเดียวทดสอบก่อนและหลังการทดลอง กลุ่ม ทดสอบการฝึก ทดลอง ทดสอบหลังฝึก E Τ1 X Τ2 สัญลักษณ์ที่ใช้ในแบบแผนทดลอง E แทน กลุ่มทดลอง (Experimental Design) Τ1 แทน การทดสอบทักษะการรับ-ส่งบอล ก่อนการฝึกความแข็งแรงของ กล้ามเนื้อขา X แทน การฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา


26 Τ2 แทน การทดสอบทักษะการรับ-ส่งบอล หลังการฝึกความแข็งแรงของ กล้ามเนื้อขา 3. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ประกอบไปด้วย 3.1 การฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา 3.2 แบบทดสอบทักษะการรับ-ส่งบอล 4. วิธีการสร้างและหาประสิทธิภาพของเครื่องมือ 4.1 การฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา 4.1.1 ศึกษา ค้นคว้า หนังสือ เอกสาร และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการฝึกความแข็งแรงของ กล้ามเนื้อขา แนวทางการพัฒนาทักษะการรับ-ส่งบอลของกีฬาฟุตบอล เพื่อใช้เป็นแนวทางในการ ออกแบบโปรแกรมการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา 4.1.2 สร้างแบบฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาน าแบบทดสอบที่สร้างขึ้นเสนออาจารย์ที่ ปรึกษา เพื่อตรวจสอบ แก้ไขเพิ่มเติมและน ามาปรับปรุงให้ดีขึ้น 4.1.3 น าแบบฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา ที่สร้างขึ้นไปให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการสอน พลศึกษาจ านวน 3 คน พิจารณาเพื่อตรวจสอบความสอดคล้องของการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ขา เพื่อพัฒนาทักษะการรับ-ส่งบอล ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ระหว่างวัตถุประสงค์การฝึก รูปแบบการฝึก การวัดผลประเมินผลโดยให้ผู้เชี่ยวชาญพิจารณา ตรวจสอบคะแนนดังนี้ ให้คะแนน +1 เมื่อแน่ใจว่าองค์ประกอบนั้นเหมาะสมและสอดคล้อง ให้คะแนน 0 เมื่อแน่ใจว่าองค์ประกอบนั้นเหมาะสมและสอดคล้อง ให้คะแนน -1 เมื่อแน่ใจว่าองค์ประกอบนั้นไม่เหมาะสมและสอดคล้อง และน าคะแนนที่ได้มาหาค่าดัชนีระหว่างองค์ประกอบการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา จะได้ค่าดัชนีความสอดคล้องทุกองค์ประกอบตั้งแต่ 0.67 ขึ้นไป 4.1.4 ปรับปรุง และแก้ไขแบบการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา ตามข้อเสนอแนะของ ผู้เชี่ยวชาญ 4.1.5 น าแบบฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา ที่ผ่านการตรวจสอบความสอดคล้องจาก ผู้เชี่ยวชาญซึ่งมีค่าเท่ากับ 0.67 ไปทดลองใช้กับนักเรียนที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ ความเหมาะสมในการน าแบบฝึกทักษะเบื้องต้น ไปใช้กับกลุ่มตัวอย่างและน ามาปรับปรุงให้มีความ สมบูรณ์ยิ่งขึ้นเพื่อน าไปใช้จริงต่อไป 4.1.6 น าแบบฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา ไปใช้กับกลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา เพื่อเก็บ รวบรวมข้อมูลน ามาวิเคราะห์และอภิปรายผลการวิจัยต่อไป


27 4.2 แบบทดสอบทักษะการรับ-ส่งบอล 4.2.1 ศึกษา หนังสือ เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับแบบทดสอบทักษะการรับ-ส่งบอล เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างแบบทดสอบทักษะการรับ-ส่งบอล 4.2.2 สร้างแบบทดสอบทักษะการรับ-ส่งบอล น าแบบทดสอบที่สร้างขึ้นเสนออาจารย์ที่ ปรึกษา เพื่อตรวจสอบแก้ไขเพิ่มเติมและน ามาปรับปรุงให้ดีขึ้น 4.2.3 น าแบบทดสอบที่สร้างขึ้นไปให้ผู้เชียวชาญด้านการสอนพลศึกษาจ านวน 3 คน พิจารณา เพื่อตรวจสอบความสอดคล้องของแบบทดสอบทักษะการรับ-ส่งบอล เพื่อพัฒนา แบบทดสอบทักษะการรับ-ส่งบอล ในนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 5 ระหว่างวัตถุประสงค์การทดสอบ รูปแบบการทดสอบ การวัดผลประเมินผลโดยให้ผู้เชี่ยวชาญ ตรวจสอบให้คะแนนดังนี้ ให้คะแนน +1 เมื่อแน่ใจว่าองค์ประกอบนั้นเหมาะสมและสอดคล้อง ให้คะแนน 0 เมื่อแน่ใจว่าองค์ประกอบนั้นเหมาะสมและสอดคล้อง ให้คะแนน -1 เมื่อแน่ใจว่าองค์ประกอบนั้นไม่เหมาะสมและสอดคล้อง และน าคะแนนที่ได้มาหาค่าดัชนีระหว่างองค์ประกอบแบบทดสอบทักษะการรับ-ส่งบอลจะ ได้ค่าดัชนีความสอดคล้องทุกองค์ประกอบตั้งแต่ 0.67 ขึ้นไป 4.2.4 ปรับปรุง และแก้ไขแบบทดสอบทักษะการรับ-ส่งบอล ตามข้อเสนอแนะผู้เชี่ยวชาญ 4.2.5 น าแบบทดสอบไปทดลองใช้กับนักเรียนที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง 4.2.6 น าแบบทดสอบทักษะการรับ-ส่งบอล ที่ผ่านการตรวจสอบของผู้เชี่ยวชาญซึ่งมีค่า เท่ากับ 0.67 น าไปใช้กับกลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลมาวิเคราะห์และอภิปรายผล ต่อไป 5. การเก็บรวบรวมข้อมูล 5.1 ก่อนการทดลองให้นักเรียนท าแบบทดสอบทักษะการรับ-ส่งบอล 5.2 ผู้วิจัยด าเนินการฝึกกลุ่มตัวอย่าง ด้วยแบบฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา โดยให้ นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ตามขั้นตอน 5.3 เมื่อสิ้นสุดการทดลองแล้ว น าแบบทดสอบชุดเดิมมาให้นักเรียนทดสอบ (Posttest) จากนั้นน าผลที่ได้ไปวิเคราะห์ข้อมูลสถิติต่อไป 6. การวิเคราะห์ข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ในการวิเคราะห์ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 7. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ ในการวิเคราะห์ข้อมูลผู้วิจัยเลือกใช้สถิติพื้นฐาน ใช้ในการวิเคราะห์ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน


28 7.1 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์คุณภาพของเครื่องมือโดยโปรแกรมส าเร็จรูป Test Analysis Programs (TAP) 7.1.1 หาค่าความเที่ยงตรงเนื้อหาของการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา โดยใช้ดัชนีความ สอดคล้อง (IOC) 7.1.2 หาค่าความเที่ยงตรงเนื้อหาของแบบทดสอบทักษะการรับ-ส่งบอล โดยใช้ดัชนีความ สอดคล้อง (IOC) 7.2 ค่าเฉลี่ย (×̅) มีสูตรในการค านวณ ดังนี้ (นฤมล แสงพรหม, 2563) IOC = ∑ เมื่อ IOC เป็นดัชนีความสอดคล้อง ∑ เป็นผลรวมของความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ N เป็นจ านวนของผู้เชี่ยวชาญ ×̅ = ∑× เมื่อ ×̅แทน ค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่าง ∑× แทน ผลรวมทั้งหมดของคะแนน n แทน จ านวนกลุ่มตัวอย่าง 7.3 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) มีสูตรในการค านวณ ดังนี้ (นฤมล แสงพรหม, 2563) S=√ ∑×2−(∑×) 2 (−1) เมื่อ S แทน ส่วนเบี่ยงเบน X แทน ข้อมูลแต่ละค่าของกลุ่มตัวอย่าง ×̅ แทน ค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่าง n แทน จ านวนกลุ่มตัวอย่าง


29 รายการอ้างอิง ภาษาไทย กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ คุรุสภาลาดพร้าว. การกีฬาแห่งประเทศไทยและกรมพลศึกษา . (2555). ประวัติฟุตบอล ความเป็นมาฟุตบอลวิวัฒนา การฟุตบอล. สืบค้นเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2566.จาก : https://www.educatepark.com /story/history-of-football/ เกียรติศักดิ์ บุตรศาสตร์. (2555). คู่มือผู้ตัดสินกีฬาฟุตบอล : FOOTBALL Referee Guide. สืบค้น เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2566.จาก : https://www.educatepark.com/wpcontent/uploads/2020/sport-rules/football-referee-guide.pdf กรมวิชาการ, กระทรวงศึกษาธิการ. (2545). คู่มือการจัดการสาระการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้สุข ศึกษาและพลศึกษา ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.). นฤมล แสงพรหม. (2563). การวิจัยทางการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 2. นครราชศรีมา : โรงพิมโฟโต้บุ๊ค มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด. พวงรัตน์ ทวีรัตน์. (2540). วิธีการจัดการพฤติกรรมศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่ 7. กรุงเทพมหานคร : ส านัก ทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร. เพ็ญนพา ค าสัตย์. (2560). การฝึกปฏิบัติการรับ – ส่งลูกบอลเพื่อเสริมสร้างความคล่องแคล่วในการ รับ – ส่งบอล ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2. (วัฒนาวิทยาลัย). ภัชภิชา แก้วสุวรรณสุข. (2562). Strengthen the Quadriceps เสริมสร้างความแข็งแรงให้ต้นขา ด้านหน้า. สืบค้นเมื่อ 10 กรกฎาคม 2566. จาก : https://www.posttoday.com ยลวรณัฏฐ์ จีรัชตกรณ์. (2564). สมรรถภาพทางกาย (Physical fitness). สืบค้นเมื่อ 10 กรกฎาคม 2566. จาก https://www.si.mahidol.ac.th วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี(2565). กติกาฟุตบอล. สืบค้นเมื่อ 21 กรกฎาคม 2566. จาก :https://th.wikipedia.org/wiki วิกิพีเดียสารานุกรมเสรี. (2566). กล้ามเนื้อ. สืบค้นเมื่อ 10 กรกฎาคม 2566. จาก : https://th.wikipedia.org/wiki


30 สมหมาย อินทะโชติ. (2564). การพัฒนาทักษะการเรียนวิชาพลศึกษา (ฟุตบอล) ทักษะการรับและส่ง บอล ด้วยข้างเท้าด้านใน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนแคมป์สนวิทยาคม ในรูปแบบการ สอนแบบร่วมมือ กันเรียนรู้ (Cooperative Learning) เทคนิคเพื่อนช่วยเพื่อน. (กลุ่มสาระ การเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา โรงเรียนแคมป์สนวิทยาคม). อารีย์ แก่นวงศ์ค า. (2553). ผลการฝึกความแข็งแรงกล้ามเนื้อขาที่มีต่อการกระโดด ในกีฬา บาสเกตบอลที่มีผลมาจากการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน. (สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขต มหาสารคาม). ภาษาอังกฤษ MGR Online. (2560). สุขภาพดีการันตีด้วย 5 สิ่งต่อไปนี้. สืบค้นเมื่อ 10 กรกฎาคม 2566. จาก https://mgronline.com/celebonline/detail/9600000016590


31 ภาคผนวก


32 ภาคผนวก ก เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง


33 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา (พลศึกษา) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 การเล่นกีฬาเพื่อสร้างเสริมสุขภาพ เรื่อง ทักษะเข่าต่ า เวลา 1 ชั่วโมง ครูผู้สอน นายธีระวัช ประเสริฐสังข์ *************************************************************************** 1. มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน พ 3.1 เข้าใจ มีทักษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และกีฬา 2. ตัวชี้วัด ป. 5/5 เล่นกีฬาไทยและกีฬาสากล ประเภทบุคคลและประเภททีม อย่างละ ๑ ชนิด 3. สาระส าคัญ ทักษะเข่าต่ า เป็นทักษะในการสร้างเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา และการยกเข่าช่วย บริหารร่างกายหลายส่วนไปพร้อมกันไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อแกนกลางล าตัว กล้ามเนื้อขาด้านหลัง กล้ามเนื้อก้น และกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า ซึ่งในการปฏิบัติในท่าที่ถูกต้องจะช่วยเสริมสร้างความ แข็งแรงของกล้ามเนื้อได้เป็นอย่างดี 4. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถอธิบายวิธีการปฏิบัติทักษะเข่าต่ าได้ถูกต้อง (K) 2. นักเรียนสามารถปฏิบัติทักษะเข่าต่ าได้ถูกต้อง (P) 3. นักเรียนเห็นประโยชน์ของการปฏิบัติทักษะเข่าต่ า (A) 5. สาระการเรียนรู้ - วิธีการปฏิบัติทักษะเข่าต่ า - ปฏิบัติทักษะเข่าต่ า 6. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นน า 1. ครูให้นักเรียนในห้อง 1 คนออกมาน าเพื่อยืดเหยียดกล้ามเนื้อ โดยผลัดกันออกมาน า เพื่อนคนละ 1 ท่า เรียงตามเลขที่ 2. ครูให้นักเรียนวิ่งรอบสนามฟุตบอล 2 รอบสนาม เพื่ออบอุ่นร่างกายก่อนท าการเรียน การสอน ขั้นสาธิต 1. ครูสาธิตการปฏิบัติทักษะเข่าต่ าให้นักเรียนดู แล้วให้นักเรียนสังเกตและจ าท่าทางการ ปฏิบัติของครู


34 2. ครูอธิบายวิธีการปฏิบัติทักษะเข่าต่ าให้นักเรียนทราบ โดยวิธีการปฏิบัติดังนี้ 2.1 เริ่มจากการจัดระเบียบร่างกายก่อนวิ่ง ล าตัวตั้งตรง ศอกตั้งฉากกับล าตัว ดังภาพ z 2.2 จากนั้นให้ยกเข่าขึ้น (ไม่สูงถึงเอว) ขึ้นลงด้วยความเร็วปานกลาง โดยให้ปฏิบัติ ซ้ายขวาสลับกันไปเรื่อยๆ ลงน้ าหนักเท้าด้วยปลายเท้าถึงกลางเท้า 3. ครูคอยสังเกตท่าทางการปฏิบัติของนักเรียนและให้ค าแนะน ากับนักเรียน ขั้นปฏิบัติ 1. ครูให้นักเรียนแบ่งเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มละ 4 คน 2. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มฝึกปฏิบัติเข่าต่ า โดยให้ปฏิบัติเคลื่อนที่ไปข้างหน้าระยะทาง 5 เมตร ไป-กลับ 3. ปฏิบัติทีละ 1 กลุ่ม จนครบทุกกลุ่ม (ให้ปฏิบัติกลุ่มละ 3 รอบ) ขั้นน าไปใช้ 1. ครูแบ่งทีมให้นักเรียน โดยแบ่งออกเป็น 4 ทีม (กลุ่มเดิมที่ฝึกปฏิบัติ) 2. ครูให้นักเรียนแข่งขันในเกม “วิ่งวิบากหรรษา”โดยมีวิธีปฏิบัติ ดังนี้ 2.1 ให้นักเรียนวิ่งสปีดออกจากจุดสตาร์ท ไปยังกรวยที่ 1 แล้ววิ่งซิกแซ็ก โดยให้เข้า กรวยจากด้านขวามือก่อน 2.2 เมื่อวิ่งถึงกรวยที่ 4 แล้วให้วิ่งสปีดตรงไปยังกรวยที่ 5 ดังลูกสรในภาพ 2.3 จากนั้นวิ่งตรงเข้าไปหามาร์คเกอร์ที่วางเรียงไว้ วิ่งให้เท้าลงระหว่างช่อง โดยใช้ท่า เข่าต่ า สลับเท้าซ้าย-ขวา อย่างละช่อง สลับไปเรื่อยๆ จนครบทุกช่อง แล้ววิ่งสปีดเข้าเส้นชัย ดังลูกศร ในภาพ


35 2.4 เมื่อผู้เล่นคนแรกวิ่งเสร็จ ให้วิ่งไปสัมผัสมือผู้เล่นคนที่ 2 เพื่อเปลี่ยนให้ผู้เล่นคนที่ 2 วิ่งต่อไป โดยปฏิบัติต่อไปจนครบทุกคนในทีม ทีมใดที่ผู้เล่นคนสุดท้ายเข้าเส้นชัยก่อนเป็นฝ่ายชนะ ขั้นสรุป 1. ครูให้นักเรียน Cool down ประมาณ 5-10 นาที 2. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปบทเรียน ว่าได้อะไรจากการปฏิบัติทักษณะเข่าต่ าบ้าง 3. ครูแจ้งนักเรียนว่าในสัปดาห์ถัดไปจะได้เรียนเรื่องทักษะเข่าสูง 7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ - มาร์คเกอร์ - กรวย 8. กระบวนการวัดและประเมินผล เครื่องมือ - แบบประเมินการถามตอบ - แบบสังเกตพฤติกรรม วิธีการ - การถามตอบ - สังเกตพฤติกรรมการท างานรายบุคคล - สังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม เกณฑ์ - ระดับคุณภาพ 2 ถือว่าผ่านเกณฑ์


36 9. บันทึกผล อุปสรรค ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ปัญหา ..................................................................................................................................................... ........... ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ แนวทางแก้ไข ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ (ลงชื่อ).............................................. (นายธีระวัช ประเสริฐสังข์) ครูผู้สอน ………../………../………… 10. ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง .......................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ............................ (ลงชื่อ)...................................................... (นางสาวกรรณิการ์ ขุนสันทัด) ครูพี่เลี้ยง ..………./…………./………….


37 11. ความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา .......................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................ ......................................................................................................................................... ....................... (ลงชื่อ)...................................................... (นางสุพิชญ์ญาดา อินทร์ภูวงศ์) รองผู้อ านวยการโรงเรียนอนุบาลหนองวัวซอ ……………/……………/……………. ความคิดเห็นของหัวหน้าวิชาการ ........................................................................................................................................................... ..... ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... (ลงชื่อ)...................................................... (นางกมลวรรณ พุทธพรหม) หัวหน้าวิชาการ ……………/……………/…………….


38 แบบประเมินการปฏิบัติทักษะของนักเรียน โดยท าเครื่องหมาย ลงในช่องที่นักเรียนท าได้ เลขที่ ชื่อ-สกุล ประเด็นการประเมิน รวม 5 คะแนน นักเรียน ฝึกทักษะ เข่าต่ าได้ อย่างถูกวิธี 5 นักเรียน ฝึกทักษะ เข่าต่ าได้ อย่างถูกวิธี เกือบ ทั้งหมด 4 นักเรียน ฝึกทักษะ เข่าต่ าได้ อย่างถูก วิธี เล็กน้อย 3 นักเรียน ฝึกทักษะ เข่าต่ าได้ อย่างถูก วิธีไม่ได้ เลยแต่มี ความ พยายาม 2 นักเรียน ฝึกทักษะ เข่าต่ า ไม่ได้เลย และไม่มี ความ พยายาม 1 1 เด็กชายชยพล ปากวิเศษ 2 เด็กชายจิรายุ ศรีใส 3 เด็กชายธันยธรณ์ ภูแซมโชติ 4 เด็กชายธนกร ทองเหลือง 5 เด็กชายยุติธรรม ตุ้มทอง 6 เด็กชายอนรรฆวีคงศรีจันทร์ 7 เด็กชายวรวัฒน์ สาขา 8 เด็กชายจรุวัฒน์ วันชัย 9 เด็กชายฑีฆายุ ภูมี 10 เด็กชายจิรศักดิ์ ชาญศิลป์ 11 เด็กชายสุทธิพงษ์ ชมภูมี 12 เด็กชายศุภกร สมอเมตร 13 เด็กชายอิทธิพัทธ์ ชัยกิจ 14 เด็กชายธีรภัทร สุดเจริญ 15 เด็กชายฐาปกรณ์ วัฒน์เวียงค า 16 เด็กหญิงกษิรา สีเพ็ชร 17 เด็กหญิงโยษิตา ฐานะ 18 เด็กหญิงสุภาดา มงคลค าซาว


39 19 เด็กหญิงสุพิชญา โสรส 20 เด็กหญิงชนิดาภา ไกรลาศ 21 เด็กหญิงสุกัญญา ศิริสาขา 22 เด็กหญิงกมลชนก แสงห้าว 23 เด็กหญิงชนากานต์ สมแก้ว 24 เด็กหญิงศรัณยา พิมพิ์แน่น 25 เด็กหญิงวรัชยา ชาบัณฑิต 26 เด็กหญิงนัฐทิดา บังศรี เกณฑ์การตัดสินระดับคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 5 ดีมาก 4 ดี 3 ปานกลาง 2 พอใช้ 1 ควรปรับปรุง


40 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา (พลศึกษา) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 การเล่นกีฬาเพื่อสร้างเสริมสุขภาพ เรื่อง ทักษะเข่าสูง เวลา 1 ชั่วโมง ครูผู้สอน นายธีระวัช ประเสริฐสังข์ *************************************************************************** 1. มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน พ 3.1 เข้าใจ มีทักษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และกีฬา 2. ตัวชี้วัด ป. 5/5 เล่นกีฬาไทยและกีฬาสากล ประเภทบุคคลและประเภททีม อย่างละ ๑ ชนิด 3. สาระส าคัญ ทักษะเข่าสูง เป็นทักษะในการสร้างเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา และการยก เข่าช่วยบริหารร่างกายหลายส่วนไปพร้อมกันไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อแกนกลางล าตัว กล้ามเนื้อขา ด้านหลัง กล้ามเนื้อก้น และกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า ซึ่งในการปฏิบัติในท่าที่ถูกต้องจะช่วยเสริมสร้าง ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อได้เป็นอย่างดี 4. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถอธิบายวิธีการปฏิบัติทักษะเข่าสูงได้ถูกต้อง (K) 2. นักเรียนสามารถปฏิบัติทักษะเข่าสูงได้ถูกวิธี (P) 3. นักเรียนเห็นประโยชน์ของการปฏิบัติทักษะเข่าสูง (A) 5. สาระการเรียนรู้ - วิธีการปฏิบัติทักษะเข่าสูง - ปฏิบัติทักษะเข่าสูง 6. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นน า 1. ครูให้นักเรียนในห้อง 1 คนออกมาน าเพื่อนยืดเหยียดกล้ามเนื้อ โดยผลัดกันออกมาน า เพื่อนคนละ 1 ท่า เรียงตามเลขที่ 2. ครูให้นักเรียนวิ่งรอบสนามฟุตบอล 2 รอบสนาม เพื่ออบอุ่นร่างกายก่อนท างานเรียน การสอน ขั้นอธิบาย 1. ครูสาธิตการปฏิบัติทักษะเข่าสูงให้นักเรียนดู แล้วให้นักเรียนสังเกตและจดจ าท่าทาง การปฏิบัติของครู


41 2.ครูอธิบายวิธีการปฏิบัติทักษะเข่าสูงให้นักเรียนทราบ โดยวิธีการปฏิบัติ มีดังนี้ 2.1 เริ่มจากการจัดระเบียบร่างกายก่อนวิ่ง ล าตัวตั้งตรง ศอกตั้งฉากดังภาพ 2.2 จากนั้นให้ยกเข่าสูงขึ้นลงด้วยความเร็วปานกลาง โดยให้ปฏิบัติซ้ายและขวา สลับกันไปเรื่อยๆ ลงน้ าหนักเท้าถึงปลายเท้า 3. ครูคอยสังเกตท่าทางการปฏิบัติของนักเรียนและให้ค าแนะน ากับนักเรียน ขั้นปฏิบัติ 1. ครูให้นักเรียนขยายแถวหาพื้นที่ ระยะต่อ ระยะเคียง 1 ช่วงแขน 2. ครูให้นักเรียนปฏิบัติเข่าสูง ให้นักเรียนปฏิบัติทักษะเข่าสูงอยู่กับที่ โดยครูก าหนดเวลา ปฏิบัติ 4 เซต เซตละ 15 วินาที 3. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มละ 4 คน 4. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มฝึกปฏิบัติทักษะเข่าสูง โดยให้ปฏิบัติเคลื่อนที่ไปข้างหน้าระยะ 5 เมตร ไป-กลับ 5. ปฏิบัติที่ละ 1 กลุ่ม จนครบทุกกลุ่ม ขั้นน าไปใช้ 1. ครูแบ่งทีมให้นักเรียน โดยแบ่งออกเป็น 4 ทีม (กลุ่มเดิมที่ฝึกปฏิบัติ) 2. ครูให้นักเรียนแข่งขันในเกม “วิ่งวิบากหรรษา”โดยมีวิธีปฏิบัติ ดังนี้ 2.1 ให้นักเรียนวิ่งสปีดออกจากจุดสตาร์ท ไปยังกรวยที่ 1 แล้ววิ่งซิกแซ็ก โดยให้เข้า กรวยจากด้านขวามือก่อน 2.2 เมื่อวิ่งถึงกรวยที่ 4 แล้วให้วิ่งสปีดตรงไปยังกรวยที่ 5 ดังลูกสรในภาพ


42 2.3 จากนั้นวิ่งตรงเข้าไปหามาร์คเกอร์ที่วางเรียงไว้ วิ่งให้เท้าลงระหว่างช่อง โดยใช้ท่า เข่าต่ า สลับเท้าซ้าย-ขวา อย่างละช่อง สลับไปเรื่อยๆ จนครบทุกช่อง แล้ววิ่งสปีดเข้าเส้นชัย ดังลูกศร ในภาพ 2.4 เมื่อผู้เล่นคนแรกวิ่งเสร็จ ให้วิ่งไปสัมผัสมือผู้เล่นคนที่ 2 เพื่อเปลี่ยนให้ผู้เล่นคนที่ 2 วิ่งต่อไป โดยปฏิบัติต่อไปจนครบทุกคนในทีม ทีมใดที่ผู้เล่นคนสุดท้ายเข้าเส้นชัยก่อนเป็นฝ่ายชนะ ขั้นสรุป 1. ครูให้นักเรียน Cool down ประมาณ 5-10 นาที 2. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปบทเรียน ว่าได้อะไรจากการปฏิบัติทักษณะเข่าต่ าบ้าง 3. ครูแจ้งนักเรียนว่าในสัปดาห์ถัดไปจะได้เรียนเรื่องทักษะ Skip A และ B 7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ - กรวย - มาร์คเกอร์ 8. กระบวนการวัดและประเมินผล เครื่องมือ - แบบประเมินการถามตอบ - แบบสังเกตพฤติกรรม วิธีการ - การถามตอบ - สังเกตพฤติกรรมการท างานรายบุคคล


43 - สังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม เกณฑ์ - ระดับคุณภาพ 2 ถือว่าผ่านเกณฑ์ 9. บันทึกผล อุปสรรค ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ปัญหา ..................................................................................................................................................... ........... ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ แนวทางแก้ไข ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ (ลงชื่อ).............................................. (นายธีระวัช ประเสริฐสังข์) ครูผู้สอน ………../………../………… 10. ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง .......................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ (ลงชื่อ)...................................................... (นางสาวกรรณิการ์ ขุนสันทัด) ครูพี่เลี้ยง ..………./…………./………….


44 11. ความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา .......................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ (ลงชื่อ)...................................................... (นางสุพิชญ์ญาดา อินทร์ภูวงศ์) รองผู้อ านวยการโรงเรียนอนุบาลหนองวัวซอ ……………/……………/……………. ความคิดเห็นของหัวหน้าวิชาการ ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... (ลงชื่อ)...................................................... (นางกมลวรรณ พุทธพรหม) หัวหน้าวิชาการ ……………/……………/…………….


45 แบบประเมินการปฏิบัติทักษะของนักเรียน โดยท าเครื่องหมาย ลงในช่องที่นักเรียนท าได้ เลขที่ ชื่อ-สกุล ประเด็นการประเมิน รวม 5 คะแนน นักเรียน ฝึกทักษะ เข่าสูงได้ อย่างถูกวิธี 5 นักเรียน ฝึกทักษะ เข่าสูงได้ อย่างถูกวิธี เกือบ ทั้งหมด 4 นักเรียน ฝึกทักษะ เข่าสูงได้ อย่างถูก วิธี เล็กน้อย 3 นักเรียน ฝึกทักษะ เข่าสูง ไม่ได้เลย แต่มี ความ พยายาม 2 นักเรียน ฝึกทักษะ เข่าสูง ไม่ได้เลย และไม่มี ความ พยายาม 1 1 เด็กชายชยพล ปากวิเศษ 2 เด็กชายจิรายุ ศรีใส 3 เด็กชายธันยธรณ์ ภูแซมโชติ 4 เด็กชายธนกร ทองเหลือง 5 เด็กชายยุติธรรม ตุ้มทอง 6 เด็กชายอนรรฆวีคงศรีจันทร์ 7 เด็กชายวรวัฒน์ สาขา 8 เด็กชายจรุวัฒน์ วันชัย 9 เด็กชายฑีฆายุ ภูมี 10 เด็กชายจิรศักดิ์ ชาญศิลป์ 11 เด็กชายสุทธิพงษ์ ชมภูมี 12 เด็กชายศุภกร สมอเมตร 13 เด็กชายอิทธิพัทธ์ ชัยกิจ 14 เด็กชายธีรภัทร สุดเจริญ 15 เด็กชายฐาปกรณ์ วัฒน์เวียงค า 16 เด็กหญิงกษิรา สีเพ็ชร 17 เด็กหญิงโยษิตา ฐานะ 18 เด็กหญิงสุภาดา มงคลค าซาว 19 เด็กหญิงสุพิชญา โสรส


46 20 เด็กหญิงชนิดาภา ไกรลาศ 21 เด็กหญิงสุกัญญา ศิริสาขา 22 เด็กหญิงกมลชนก แสงห้าว 23 เด็กหญิงชนากานต์ สมแก้ว 24 เด็กหญิงศรัณยา พิมพิ์แน่น 25 เด็กหญิงวรัชยา ชาบัณฑิต 26 เด็กหญิงนัฐทิดา บังศรี เกณฑ์การตัดสินระดับคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 5 ดีมาก 4 ดี 3 ปานกลาง 2 พอใช้ 1 ควรปรับปรุง


47 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา (พลศึกษา) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 การเล่นกีฬาเพื่อสร้างเสริมสุขภาพ (กรีฑา) เรื่อง ทักษะ Skip A และ B เวลา 1 ชั่วโมง ครูผู้สอน นายธีระวัช ประเสริฐสังข์ *************************************************************************** 1. มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน พ 3.1 เข้าใจ มีทักษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และกีฬา 2. ตัวชี้วัด ป. 5/5 เล่นกีฬาไทยและกีฬาสากล ประเภทบุคคลและประเภททีม อย่างละ ๑ ชนิด 3. สาระส าคัญ ทักษะ Skip เป็นทักษะการ Drills ก่อนเริ่มท าการเล่นฟุตบอล ซึ่งเป็นทักษะพื้นฐานที่จ าเป็น ในการเล่นฟุตบอล ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 step คือ Skip A และ B Skip A จะมีท่าทางคล้ายกันกับทักษะเข่าสูง แต่จะยกเข่าสูงกว่า และยกสูงสุด movement การยกเข่า และจะไม่มีการกระโดด Skip B จะคล้ายกันกับ Skip A แต่มีการยกจนสูงสุด movement การยกเข่าแล้ว จะมีการ ถีบไปข้างหน้า แล้วตบเท้าลง และจะไม่มีการกระโดดเช่นเดียวกับ Skip A 4. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถอธิบายวิธีการปฏิบัติทักษะ Skip A และ B ได้ถูกต้อง (K) 2. นักเรียนสามารถปฏิบัติทักษะ Skip A และ B ได้ถูกวิธี (P) 3. นักเรียนเห็นถึงประโยชน์ของการปฏิบัติทักษะ Skip A และ B (A) 5. สาระการเรียนรู้ - วิธีปฏิบัติทักษะ Skip A - วิธีปฏิบัติทักษะ Skip B 6. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นน า 1. ครูให้ตัวแทนนักเรียน 1 คนออกมาน าเพื่อนยืดเหยียดกล้ามเนื้อ เพื่อเตรียมความ พร้อมร่างกายก่อนเรียน 2. ครูให้นักเรียนวิ่งรอบสนามฟุตบอล 2 รอบสนาม เพื่ออบอุ่นร่างกายก่อนท าการเรียน การสอน


Click to View FlipBook Version