คมู่ ือ
งานวิจยั เรอื่ ง การพัฒนาแอพพลิเคช่นั เพื่อสง่ เสรมิ การทอ่ งเทยี่ วเชิงสร้างสรรค์
เมืองเชยี งแสน จังหวดั เชียงราย
Development of the application to promote the creative sights
of Chiang Saen City Chiang Rai Province
ผู้ช่วยศาสตราจZาร^ยhพ์ zdเิ ศfษdfนsเdรศร์ โดย
บญุ เลศิ
มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั วิยาลัยสงฆ์เชยี งราย พ.ศ. 2564
ไดร้ ับทนุ อดุ หนุนการวิจัยจากกองทุนสง่ เสรมิ วทิ ยาศาสตร์ วจิ ยั และนวัตกรรม MCU RS 800764006
ข
คำนำ
การพัฒนาแอพพลิเคช่ันเพื่อส่งเสริมการท่องเทีย่ วเชิงสร้างสรรค์เมืองเชียงแสน จังหวัดเชียงราย เพ่ือ
การพฒั นาสง่ เสรมิ ารท่องเท่ียวให้เกิดความยั่งยืน จากการฟื้นฟู สง่ เสรมิ สนับสนุน ใหเ้ กดิ การท่องเท่ียวที่มีการ
บริหารจัดการในพื้นที่ ๓ มิติ ซึ่งได้แก่ ด้านสังคม ด้านเศรษฐกิจ และด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม
โดยการมสี ว่ นร่วมของชุมชนเน้นแหล่งท่องเทีย่ วโบราณสถาน ประเพณีและวัฒนธรรม องคค์ วามรู้ การพัฒนา
สังคม พัฒนาคน และกจิ การทอ่ งเที่ยวชุมชนท้องถ่นิ
การบริหารจัดการความรู้จึงมุ่งเน้นการท่องเที่ยวสร้างสรรค์เชิงสร้างสรรค์ ที่นำเอาเทคโนโลยี
สารสนเทศเข้ามาในการพัฒนาเพื่อให้เกิดความรวดเร็ว และตรงกับความต้องการของนักท่องเที่ยว สามารถ
สร้างแรงดึงดูดให้กับคนในพื้นที่ได้มีรายได้ สร้างงาน สร้างธุรกิจการท่องเทีย่ ว ทุกภาคส่วนได้เข้ามามีบทบาท
ในการปรับเปลี่ยนการพัฒนา การส่งเสริม ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับชุมชน สร้างรูปแบบการท่องเที่ยวอิง
เทคโนโลยี การท่องเทย่ี วเชงิ สร้างสรรค์ตลอดถงึ การทอ่ งเท่ยี วเชิงอาหารอย่างยง่ั ยนื
การจัดการท่องเทย่ี วเพื่อส่งเสริมการท่องเทย่ี วเชิงสร้างสรรค์เมืองเชียงแสน จังหวดั เชยี งราย เป็นการ
นำเสนอการท่องเที่ยวโบราณสถานเมืองเชียงแสนเชิงสร้างสรรค์ การขับเคลื่อนการท่องเที่ยวที่มีส่วนร่วมของ
การอนุรักษ์สืบสาน ถนนวัฒนธรรม ข่วงศิลปะ และการประชาสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อให้เกิด
แรงจูงใจให้กับชุมชนในการสร้างแหล่งท่องเที่ยวโบราณสถานของชุมชนซึ่งมีวิถีชีวิตแตกต่างจากบริบทของ
ชมุ ชนรอบขา้ ง สรา้ งความสำคญั และประโยชน์ให้แก่ชมุ ชนอย่างยงั่ ยืน
ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์พเิ ศษนเรศร์ บญุ เลศิ
หัวหนา้ โครงการ
ค
สารบัญ
หน้า
บทนำ........................................................................................................................................... ๑
องค์ความท่ี ๑ แนวคิดการท่องเท่ยี วเชิงสรา้ งสรรคเ์ มืองเชยี งแสนทีเ่ ปน็ ประโยชนก์ ับชุมชน…… ๓
องค์ความท่ี ๒ องค์ประกอบการท่องเทย่ี วเชงิ สรา้ งสรรค์...………………..…………………………..…… ๑๖
องค์ความท่ี ๓ ผลลพั ธ์การพัฒนาแอพพลิเคช่นั การท่องเท่ียวเชงิ สร้างสรรค์เมอื งเชียงแสน...…… ๑๗
องค์ความท่ี ๔ ชุมชนตน้ แบบ...……….…………………………………………………………………………..…… ๑๘
องค์ความท่ี ๕ การมสี ่วนรว่ มการท่องเที่ยวเชงิ สรา้ งสรรค์เมืองเชียงแสน...………………………..…… ๒๑
องค์ความท่ี ๖ แนวคดิ การทำธุรกิจการท่องเทยี่ วเชิงสรา้ งสรรคเ์ มอื งเชียงแสน...………………..…… ๒๓
แผนผงั การแสดงองค์ความรู้มุมมองการมีสว่ นร่วมการทอ่ งเทย่ี วเชงิ สร้างสรรค์เมืองเชียงแสน…… ๒๔
ประวัติเมืองเชยี งแสน…………………………………………………………………………………………..………..… ๒๕
๑. เมอื งโบราณสถานเมอื งเชยี งแสน………………………….…..……………….……………..…… ๒๙
๑.๑ โบราณสถานวัดป่าสัก (นอกเมือง) ...………………………..……………………….…….….… ๓๐
๑.๒ โบราณสถานวดั เจดยี ์หลวง...…………………………………..…………………….……….….… ๓๑
๑.๓ โบราณสถานวัดบุญยนื ...………………………………..……………………………………..….… ๓๓
๑.๔ โบราณสถานวดั ออ้ มแกว้ ...…………………………………..………………………………..….… ๓๔
๑.๕ โบราณสถานวดั มหาธาตุ...…………………………………..…………………………..…….….… ๓๕
๑.๖ โบราณสถานวดั อดุ ม...…………………………………..………………………………………….… ๓๖
๑.๗ โบราณสถานวัดสบเกยี๋ ง (นอกเมอื ง) ………..…………………………………………….….… ๓๗
๑.๘ โบราณสถานวดั จอมหมอก (นอกเมอื ง) ………..……………………………………..….….… ๓๘
๑.๙ โบราณสถานหมายเลข ๖ (นอกเมือง) ………..…………………………………………..….… ๓๙
๑.๑๐ โบราณสถานหมายเลข ๑๒ (นอกเมือง).………………………….………..…………….…… ๔๐
๑.๑๑ โบราณสถานหมายเลข ๒๑ (นอกเมือง)……............................…..………………...… ๔๑
๑.๑๑ โบราณสถานหมายเลข ๒๕ (นอกเมอื ง)……………………….……………….…..…..…… ๔๒
๑.๑๒ โบราณสถานวัดปา่ งัวเชียง.…………………………………………………..….………..…..…… ๔๓
๑.๑๓ โบราณสถานวดั คว้าง…….......................................................................………….… ๔๕
๑.๑๔ โบราณสถานวดั มหาโพธ์ิ…………………………………………………………...…………..…… ๔๖
๑.๑๕ โบราณสถานวัดสังฆาแก้วดอนทัน………………………………………………..........……… ๔๗
๑.๑๖ โบราณสถานวัดเสาเคียน..………………………..………………………………………....….… ๔๘
๑.๑๗ โบราณสถานวดั ร้อยขอ้ ……………………….…………………………………………..…..…… ๔๙
ง
สารบญั (ตอ่ )
หน้า
๑.๑๘ โบราณสถานวัดมหาอาราม(วดั เชยี งมัน่ )วดั ร้าง..........…………….……………..…….… ๕๐
๑.๑๙ โบราณสถานวัดอโศก-ช้างคำ้ ………………………..…………………………….…..…..…… ๕๑
๑.๒๐ โบราณสถานวัดอาทิต้นแก้ว…………………………………….………………..............…… ๕๒
๑.๒๑ โบราณสถานวดั บา้ นรอ้ ง…………………………………………………………....……..….…… ๕๓
๑.๒๒ โบราณสถานวดั สวัสดี(สสั ด)ี ……………………………………................................……… ๕๔
๑.๒๓ วดั พระธาตุจอมกติ ติ..………..……………………………………………..…………..…......….… ๕๕
๑.๒๔ วัดพระธาตุผาเงา....…………………………………………………………………….....………..... ๕๖
๑.๒๕ วดั พระเจา้ ล้านทอง..........................................................................……..………..... ๕๗
๑.๒๖ วดั ผ้าขาวป่าน............... ...........………………………………..……..…………………..…..... ๕๘
๑.๒๗ วัดพระธาตดุ อยปเู ข้า……………………..……………………………………….…………..……… ๕๙
๑.๒๘ วดั จอมแจง้ ....................…....………..……………………………………………….…......….… ๖๐
๑.๒๙ วัดมงุ เมอื ง ...........………………………………………………………………..…….....……..... ๖๑
๑.๓๐ วดั พระบวช ............................................................................….....……………..... ๖๒
๑.๓๑ วดั พระยืน …………………………………………………………..……..…………………..…..... ๖๓
๑.๓๒ วดั กู่เต้า ……………………………..…………………………………………………………..……… ๖๔
๑.๓๓ วัดเชตวนั ...........………………………………………………………………..…….....……..... ๖๕
๑.๓๔ วดั ชุมแสง .............................................................................….....……………..... ๖๖
๑.๓๕ วัดธาตุโขง ………………………………………………………..……..………….………..…..... ๖๗
๑.๓๖ วัดปราสาทค้มุ …………………………………………………………………….………....……… ๖๘
๑.๓๗ วดั ปา่ กล้วย ...........…………………………………………………………..….…....………..... ๖๙
๑.๓๘ วัดพระเจา้ ทองน้อย .........................................................….....………...………..... ๗๐
๑๓๙ วัดพวงพนั ตอง …………………………………………………..……..……………………..…..... ๗๑
๑.๔๐ วัดมงคลวัดรา้ ง บา้ นเชยี งแสนนอ้ ย…………………………………………..………..……… ๗๒
๑.๔๑ วัดหมืน่ เชยี ง ...........………………………………………………………….…….....………..... ๗๓
๑.๔๒ วัดอโศก .....................................................................…...……..…………….……..... ๗๔
จ
สารบัญ (ตอ่ )
หน้า
๒. เมอื งโบราณสถานเมืองเชียงแสนน้อย…………………………………................…………….. ๗๕
๒.๑ โบราณสถานบ้านสบกก (นอกเมอื ง)..............…....………..…………………..…......….… ๗๖
๒.๒ โบราณสถานวดั ธาตุเขียว (นอกเมือง)...........………………………………….....………..... ๗๗
๒.๓ โบราณสถานหมายเลข ๑๖ (วัดเชียงน้อยต้นลาน) ......................…...……..……..... ๗๘
๒.๔ โบราณสถานหมายเลข ๒๑…………………………………………..……..………………..…..... ๗๙
๒.๕ โบราณสถานวดั พระธาตสุ องพ่นี ้อง (ทศิ เหนือ)…………………………..…………..……… ๘๐
บทนำ
การพัฒนาแอพพลิเคชั่นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์เมืองเชียงแสน จังหวัด
เชียงราย การท่องเที่ยวโบราณสถานเป็นการจัดกิจกรรมที่นำความเจริญสู่ชุมชนการเปลี่ยนแปลง
พฤติกรรมชองคนในชุมชนจะต้องตอบสนองความต้องการของนักทอ่ งเที่ยวซ่ึงชุมชนจะได้ผลประโยชน์
เขา้ สชู่ ุมชนอย่างรวดเรว็ สรา้ งงาน สรา้ งรายได้ พัฒนาสังคม เศรษฐกิจ การพัฒนาการท่องเที่ยวมุ่งหวัง
เน้นความยั่งยืน โบราณสถานเป็นสถานที่ที่ก่อสร้างโดยฝีมือมนุษย์ หรือสถานที่ที่พบร่องรอยของ
กิจกรรมของมนุษย์ในอดตี ที่มีคุณคา่ ในทางศิลปะ ประวตั ิศาสตร์ และโบราณคดี
การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ (Historical Tourism) เป็นการเดินทางท่องเที่ยวไปยังแหล่ง
ท่องเที่ยวประวัตศิ าสตร์และโบราณคดี และสถานที่ที่มีความผกู พันทางจติ ใจของคนรุ่นหลงั เพื่อชื่นชม
และเพลดิ เพลินในสถานทท่ี ่องเทย่ี ว ได้ความรูค้ วามเข้าใจต่อประวัติศาสตร์และโบราณคดีในท้องถิ่นบน
พื้นฐานของความรับผิดชอบและมีจิตสำนึกต่อการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการชุมชนของตนเอง
อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงรายไหว้สา ๙ โบราณสถาน งานบวงสรวงเจ้าพ่อประตูป่าสัก และเจ้าแม่
นางเซิ้ง มีชุมชนต้นแบบการท่องเที่ยวที่พยายามจะให้ยั่งยืนอยู่ ๑๒ ชุมชน ได้แก่ วัดพระธาตุผาเงา
พิพิธภัณฑ์ฮอลล์ออฟโอเปียม สามเหลี่ยมทองคำ วัดป่าสัก วัดเจดีย์หลวง วัดพระธาตุจอมกิตติ ถ้ำเขา
หลวง วดั พระธาตุดอยภูเขา้ หนองบัวหลวง วดั พระบวช หอฝนิ่ อุทยาน และวดั เชตวนั
การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์เมืองเชียงแสน จังหวัดเชียงรายเป็นรูปแบบหนึง่ ของการท่องเที่ยว
ที่มีความสำคัญยิ่งในทางสังคมวัฒนธรรม ทุกภาคส่วนของจังหวัดเชียงรายจึงให้ความสำคัญต่อการ
พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ โดยกำหนดรูปแบบและจุดขายกันอย่างชัดเจน การท่องเที่ยวเชิง
สร้างสรรค์เมืองเชียงแสนยังเป็นกิจกรรมที่ร่วมมือกันระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนท้องถิ่นและ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนารูปแบบให้ได้มาตรฐาน มีการนำเสนอแนวทางใหม่ในการบริหาร
จัดการ เพือ่ สอดคล้องกับสถานการณ์ท่องเท่ียวของประเทศบนพ้ืนฐานเรื่องการอนุรักษ์ ศิลปวัฒนธรรม
พรอ้ มๆ กับพฒั นาการทอ่ งเทย่ี วให้ยัง่ ยืน
การจดั การความรู้ทางโบราณสถานเมืองเชียงแสนเพ่ือการท่องเท่ียว เปน็ กระบวนการสำคัญใน
การก่อเกิดจิตสำนึกร่วมกัน ในการรักษาทรัพยากรของชุมชน เพื่อมีการจัดการอย่างเป็นระบบ และ
ขยายผลต่อไปในพื้นที่ข้างเคียง รวมทั้งพื้นที่อื่นๆ ซึ่งมีทรัพยากรเป็นรากฐานของชุมชนให้กลายเป็น
แหล่งท่องเที่ยว โดยชุมชนจะเป็นแหล่งเรียนรู้ของสังคม แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเครือข่าย และการ
สร้างฐานความรู้เป็นหลักสำคัญ การรวบรวมและสร้างเสริมองค์ความรู้ทางประวัติศาสตร์เพื่อการ
ท่องเที่ยวในพื้นที่นั้นๆ พร้อมนำเสนอสาระอย่างมีสีสันและเป็นวิชาการ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของ
บุคลากรในพื้นที่ ดำเนินการพัฒนา ชุมชนมีการวางแผนอย่างรอบด้านและดำเนินการจัดการอย่างเปน็
ระบบ กระทบต่อวิถีวัฒนธรรมของชุมชนน้อยที่สุด มีข้อกำหนดกฎเกณฑ์การจัดสรรพื้นที่ในแหล่ง
โบราณสถานและทรัพยากรการท่องเท่ียวเชิงเชิงสร้างสรรค์เมืองเชียงแสนเพ่ือประโยชน์อย่างเหมาะสม
และยั่งยืน จัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับพื้นที่อย่างสร้างสรรค์ จัดสรรและดำเนินการบริหารจัดการต่อ
๒
กลุ่มนักท่องเที่ยวในระดับและปริมาณต่างๆ ให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่และวัตถุประสงค์ของการ
ท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ การจัดเก็บสถิติตัวเลขของนักท่องเที่ยวที่เขามาในพื้นที่อย่างเป็นระบบ การ
ตดิ ตาม ตรวจสอบและประเมินผล อย่างตอ่ เน่ืองและการสรุปการบริหารจดั การเพ่ือการพฒั นา
การบริหารจัดการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์เมืองเชียงแสน เป็นกิจกรรมที่สร้างรายได้สำหรับ
เลีย้ งครอบครัวและเปน็ ประโยชน์ต่อชุมชน การจัดการท่องเท่ียวท่ีประสบความสำเรจ็ ตอ้ งมีการจัดการ
ปัจจัยต่างๆ ที่จะทำให้การท่องเที่ยวมีประสิทธิภาพและยั่งยืนจะต้องมีคุณลักษณะของผู้ประกอบการ
จำต้องไดท้ ่ีมีคุณสมบตั ิโดดเด่น ดา้ นรักการท่องเทีย่ วและการใหบ้ ริการ พรอ้ มพัฒนาความรู้พื้นฐานด้าน
การทอ่ งเที่ยว ความรทู้ ีเ่ ปน็ ประโยชน์ด้านวฒั นธรรม วิถีชมุ ชน ภูมิปัญญาท้องถ่ิน และภาษาท้องถิ่น ท้ัง
รู้ถึงความแตกต่างทางขนบธรรมเนียมประเพณีของแต่ละท้องถิ่น และสามารถสื่อสาร และถ่ายทอดได้
ถูกต้อง วางแผนการเตรียมความพร้อมชุมชน รูปแบบการท่องเที่ยว การให้บริการและสิ่งอำนวยความ
สะดวก ความปลอดภัยในการท่องเท่ียวไม่ส่งผลกระทบต่อสิง่ แวดล้อมมีความซื่อสตั ย์ และจริงใจในการ
ให้การบริการ บุคลากรผู้ให้บริการ การจัดการท่องเที่ยวจะต้องมีคุณภาพผู้ให้บริการ บุคลากรหรือผู้
ให้บริการจึงมีความสำคัญกับการท่องเที่ยวโดยชุมชนซึ่งเป็นการร่วมมือระหว่างคนในชุมชนร่วมกันทำ
กจิ กรรมหรือให้บริการเขา้ ใจถึงประโยชนท์ จ่ี ะได้รับจากการบริการนกั ท่องเทีย่ ว
๓
แผนผังการแสดงองค์ความรู้ท่ไี ด้จาการวจิ ยั
การพัฒนาแอพพลิเคชั่นเพ่ือสง่ เสริมการท่องเท่ียวเชิงสร้างสรรคเ์ มอื งเชียงแสน จงั หวัดเชยี งราย
มมุ มองการมีส่วน แนวคิดการ องคป์ ระกอบการ
ร่วมการทอ่ งเท่ียว ทอ่ งเทย่ี วเชิง ทอ่ งเท่ียวเชงิ
เชิงสรา้ งสรรค์/ สร้างสรรคเ์ มือง สร้างสรรค์
ประวตั ิเมอื งเชยี ง เชียงแสนที่เปน็
แนวคดิ การทำ การพัฒนา ผลลพั ธ์การพัฒนา
ธุรกิจการ แอพพลเิ คชน่ั เพอ่ื แอพพลเิ คชัน่ การ
ทอ่ งเท่ียวเชิง ส่งเสรมิ การท่องเที่ยว
เชงิ สร้างสรรคเ์ มือง ท่องเที่ยวเชงิ
สร้างสรรคเ์ มือง เชียงแสน จังหวดั สรา้ งสรรคเ์ มอื ง
การมีสว่ นรว่ ม ชุมชนตน้ แบบ
การท่องเท่ยี วเชิง
สรา้ งสรรค์เมือง
เชียงแสน
๔
องคค์ วามรู้ท่ี ๑
แนวคดิ การทอ่ งเทย่ี วเชงิ สร้างสรรคเ์ มืองเชียงแสนทเี่ ป็นประโยชนก์ ับชมุ ชน
การบริหารจัดการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์เมืองเชียงแสน มุ่งส่งเสริมให้ชาวเชียงแสน ได้รับ
ผลประโยชน์จากการท่องเท่ียวเกิดความตระหนักรู้ถงึ คุณค่าของโบราณสถาน มุ่งให้ชุมชนได้เข้าใจแนว
ทางการอนุรักษ์โบราณสถานไว้สืบไปถึงลูกหลาน สามารถสร้างรายได้จากโบราณสถาน ในรูปแบบของ
การให้นักท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์มีความรู้ความสามารถในการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวทาง
โบราณสถานที่พี่งพาตัวเองได้ รายได้จากการท่องเที่ยว การรักษาโบราณสถานให้คงอยู่ได้นาน โดยมี
การจัดการผลตอบแทนที่กระจายอย่างทั่งถึงจะช่วยลดปัญหาการบุกรุกโบราณสถาน และก่อให้ เกิด
แหล่งท่องเที่ยวโบราณสถานแห่งใหม่ที่นำเสนอคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่มีอายุกว่า ๑,๐๐๐ ปี การ
ท่องเที่ยวสามารถเป็นแกนนำในการจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และได้รายได้จากการนำนักท่องเที่ยว
เยยี่ มชมความสวยงามทางธรรมชาติ และโบราณสถานเมอื งเชียงแสน
ชุมชนได้มีความคิดในการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ จะต้องมีการ
เชื่อมโยงการท่องเที่ยวกับชุมชนมีส่วนร่วม ผู้ประกอบการท่องเที่ยว บุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและ
เอกชน การท่องเที่ยวที่มีกระบวนการเชื่อมผลประโยชนในการท่องเที่ยวเมืองเชียงแสนทุกกลุ่ มทั้ง
ร้านอาหาร ที่พัก กิจกรรมการท่องเที่ยวในพื้นที่ ร้านขายของที่ระลึก ซึ่งเป็นการกระจายรายได้ให้กับ
ชุมชนพื้นที่ เสริมสร้างเศรษฐกิจส่งผลให้ชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ชุมชนในพื้นที่มีส่วนร่วมบริหาร
จัดการได้ด้วยตนเอง ประกอบเกิดการเรียนรู้การเปลี่ยนแปลงของสังคมรวมถึงการปรับเปลี่ยน
พฤติกรรมของคนในชุมชนได้คำนึงถึงการอนุรักษ์วัฒนธรรม ประเพณี ทรัพยากรธรรมชาติและ
สิง่ แวดลอ้ มให้ยง่ั ยนื
ภาพท่ี ๑ ผ้าทอ่ มือพน้ื บ้านสบกก ตำบลเวียง อำเภอเชยี งแสน จังหวดั เชยี งราย
๕
ภาพที่ ๒ ผา้ ถักดว้ ยมือบา้ นสบรวก หมู่ ๑ ตำบลเวยี ง อำเภอเชียงแสน จงั หวดั เชยี งราย
ภาพที่ ๓ ทีพ่ ัก อำเภอเชยี งแสน จงั หวดั เชยี งราย
ภาพท่ี ๔ อาหารท้องถ่ิน อำเภอเชียงแสน จงั หวัดเชียงราย
๖
การทอ่ งเท่ยี วเชงิ สรา้ งสรรค์
การบริหารจัดการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์เมืองเชียงแสนอย่างยั่งยืน เป็นการริเริ่มส่งเสริม
เกี่ยวกับการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์โดยชุมชนมีส่วนร่วม ดำเนินการการสร้างความสมดุลของชุมชนใน
ดา้ นเศรษฐกจิ สงั คม และส่ิงแวดล้อม เนน้ ความสำคัญที่ “คุณค่า” ของชุมชน เพ่ือให้ชมุ ชนภมู ิใจในการ
บริหารจดั การทีส่ ามารถพ่ึงพาตนเองได้
การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ คือ การท่องเที่ยวซึ่งมอบโอกาสให้กับผู้เดินทาง นักท่องเที่ยว ใน
การพัฒนาศักยภาพการสร้างสรรค์ของตน ผ่านการมีส่วนร่วมในการกิจกรรมการเรียนรู้ด้วย
ประสบการณ์จริง ท่ีเปน็ ไปตามลักษณะเฉพาะของพ้นื ที่เป้าหมายท่ีไปท่องเท่ียว เรียกว่า การเรียนรู้ ลง
มือทำ เป็นการท่องเที่ยวที่ได้เรียนรู้ชุมชน โดยมีส่วนร่วมลงทำกิจกรรมกับชุมชนและแลกเปลี่ยน
ประสบการณ์กับชมุ ชน แลกเปลี่ยนเรยี นรูว้ ฒั นธรรม เรยี นรู้สงิ่ ใหม่ เพอ่ื เพิ่มพูนศกั ยภาพของตนเอง
ภาพท่ี ๕ การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์
ภาพท่ี ๖ ตลาดใบตองของดเี มืองเชียงแสน ภาพที่ ๗ ตลาดบนดนิ บา้ นแซว อำเภอเชียงแสน
๗
กิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์เมืองเชียงแสน โดยเฉพาะเร่ืองโบราณสถาน
๑. การประชาสมั พนั ธ์การทอ่ งเทย่ี วเชิงสรา้ งสรรคเ์ มอื งเชยี งแสนผ่านระบบเครอื ข่าย
๑. กจิ กรรมสวดมนตท์ กุ วดั พระ วดั ร้างในอำเภอเขยี งแสน จงั หวัดเชียงราย
ภาพท่ี ๘ การอนุรกั ษ์วดั รา้ งในเมอื งเชยี งแสน
ภาพที่ ๙ ถนนวัฒนธรรมในเมืองเชียงแสน
๘
ภาพท่ี ๑๐ ขว่ งศลิ ปะเมืองเชียงแสน
ภาพที่ ๑๑ โบราณสถานเมืองเชียงแสน และการพัฒนาการทอ่ งเที่ยวเชิงสร้างสรรค์
๙
ภาพที่ ๑๒ วัดนอกเมืองเชยี งแสน ภาพท่ี ๑๓ วดั ในเมอื งเชียงแสน
ภาพท่ี ๑๔ วัดรา้ งเมืองเชยี งแสน ภาพท่ี ๑๕ โบราณสถานสมยั สโุ ขทยั
๑๐
ภาพที่ ๑๖ วดั ร้างเมืองเชียงแสน ภาพที่ ๑๗ โบราณสถานสมัยสโุ ขทัย
๒. กจิ กรรมการทอผ้าพน้ื บา้ น วดั พระธาตุผาเงา ตำบลเวียง อำเภอเชยี งแสน จังหวัดเชียงราย
ภาพที่ ๑๗ ผา้ ทอมือพื้นบ้าน บา้ นสบคำ ตำบลเวยี ง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย
๑๑
๓. กจิ กรรมกลมุ่ ไมก้ วาด บ้านสบกก ตำบลบ้านแซว อำเภอเชียงแสน จงั หวดั เชยี งราย
ภาพท่ี ๑๘ กล่มุ ไม้กวาดอ่อน
๔. กจิ กรรมกล่มุ จักสาน บา้ นสนั ตน้ เปา ตำบลแมเ่ งนิ อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชยี งราย
ภาพท่ี ๑๙ กลุ่มจักสานไมไ้ ผ่
๑๒
๕. กิจกรรมกลมุ่ ไขเ่ ค็ม บา้ นศรบี ุญยืน ตำบลศรดี อนมลู อำเภอเชียงแสน จงั หวัดเชยี งราย
ภาพที่ ๒๐ กลมุ่ ไข่เคม็
๖. กิจกรรมการเรียนรู้โบราณสถานวัดป่าสัก เป็นวัดและกลุ่มโบราณสถานในอำเภอเชียงแสน จังหวัด
เชยี งราย ซง่ึ ก่อสร้างโดยพระเจ้าแสนภู ในปพี .ศ. ๑๘๓๘ เพอื่ ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ "โคปผกะ
ธาตุ" (พระธาตุกระดูกตาตุ่มขา้ งขวาของพระพุทธเจ้า) และโปรดเกลา้ ฯ ให้ปลกู ต้นสักจำนวน ๓๐๐ ต้น
ทัว่ บรเิ วณ
ภาพที่ ๒๑ จุดจำหน่ายบัตรเขา้ ชมวัดป่าสัก
ภาพท่ี ๒๒ ภาพวดั ปา่ สกั
๑๓
๒. กจิ กรรมวดั เจดยี ์หลวง ตำบลเวียง อำเภอเชยี งแสน จังหวัดเชียงราย หรือ วัดพระธาตุเจดีย์
หลวง เป็นวัดโบราณในอำเภอเชียงแสน สร้างโดยพระเจ้าแสนภู เป็นวัดที่สำคัญของหิรัญนครเงินยาง
อาณาจักรล้านนา วัด ได้ชื่อมาจากพระธาตุเจดีย์หลวง ขนาดของพระเจดีย์องค์ใหญ่ที่สูง ๘๘ เมตร มี
ฐานกวา้ ง ๒๔ เมตร เปน็ พระเจดยี ท์ รงระฆงั แบบล้านนา
ภาพที่ ๒๓ เจา้ อาวาสวัดเจดีย์หลวง
ภาพท่ี ๒๔ พระยาแสนภู สร้างเมอื งเชียงแสน
ภาพที่ ๒๕ ศิลปะเมืองเชยี งแสน
๑๔
๔. วัดพระธาตุผาเงา ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำโขงทางด้านทิศตะวันตก ตรงข้ามกับประเทศลาว อยู่
ในหมู่บ้านสบคำ ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย มีพื้นที่ทั้งหมด ๗๔๓ ไร่ พื้นที่ส่วนใหญ่
เป็นเนินเขาเล็กๆ ทอดยาวลงมาตั้งแต่บ้านจำปี ผ่านบ้านดอยจัน และมาสิ้นสุดที่บ้านสบคำ แต่ก่อน
ชาวบ้านเรยี กดอยลกู นวี้ า่ "ดอยคำ"
ภาพที่ ๒๖ ศลิ ปะเมืองเชยี งแสน
ภาพท่ี ๒๗ ประตูบอกเลา่ เรอ่ื งราวกิจกรรม ๑๒ เดือน
ภาพที่ ๒๘ วัฒนธรรม ประเพณี
๑๕
๕. วัดพระธาตุจอมกิตติ เมืองเงินยางเชียงแสนสร้างพระธาตุจอมกิตติ โดยพระพุทธโฆษา
จารย์ พระมหาเถระชาวโกศลนคร เมอื งสุธรรมวดี ไดน้ ำพระบรมสารีริกธาตจุ ากเมืองลังกามาถวายพระ
เจ้าพังคราช พระองค์พร้อมพระราชโอรส คือ พระเจ้าพรหมกุมารจึงได้สร้างพระธาตุขึ้นบนดอยน้อย
เม่ือ พ.ศ.๑๔๘๓ แล้วอญั เชญิ พระธาตทุ ี่ได้มาบรรจุไว้
ภาพท่ี ๒๙ ศิลปะเมืองเชยี งแสน
ภาพท่ี ๓๐ กจิ กรรมสรา้ งรายได้
๑๖
๖. วัดพระธาตุดอยปูเข้า โบราณสถานประกอบด้วยพระวิหาร และกลุ่มเจดีย์ที่พังทลาย ก่อ
ด้วยอิฐมีร่องรอยการตกแต่งด้วยลวดลายปูนปั้น นอกจากนี้บนดอยเชียงเมี่ยงยังเป็นจุดชมวิว สามารถ
มองเห็นสามเหล่ยี มทองคำได้ชดั เจนวดั ต้งั อยรู่ มิ แม่น้ำรวกบนดอยเล็ก ๆ ท่มี ชี ื่อว่า ดอยเชยี งเมย่ี ง
ภาพที่ ๓๑ ศลิ ปะเมืองเชยี งแสน
ภาพที่ ๓๒ ศลิ ปะเมืองเชียงแสน
๑๗
๗. วดั พระเจ้าล้านทอง เปน็ วัดและโบราณสถานในอำเภอเชยี งแสน จงั หวัดเชียงราย ต้ังอยู่ใน
เขตกำแพงเมืองเชียงแสน วัดพระเจ้าล้านทองเป็นวัดสำคัญวัดหน่ึงของเมืองเชียงแสน เป็นประดิษฐาน
พระเจา้ ล้านทอง พระพุทธรปู ศกั ดิส์ ทิ ธคิ์ ู่เมอื งเชยี งแสน
ภาพท่ี ๓๓ ประดิษฐานพระเจา้ ล้านทอง พระพุทธรูปศักดิ์สทิ ธ์ิค่เู มอื งเชียงแสน
๑๘
ดา้ นเศรษฐกจิ
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว (Tourism Industry) นับเป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์
โดยในทศวรรษที่ผ่านมาการท่องเที่ยวโลกมีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี ๒๕๕๑ มี
นักท่องเที่ยวถึง ๙๒๒ ล้านคน เพิ่มจากปี ๒๕๕๐ ถึง ๑๘ ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ ๒ สร้างรายไดถ้ ึง
๖๔๒ ล้านล้านยูโร หรือคิดเป็นร้อยละ ๓๐ ของการส่งออกบริการของโลก และคาดว่าในปี ๒๕๖๓
จำนวนนักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นเป็น ๑.๖ ล้านล้านคน ดังนั้นการเจริญเติบโตของการท่องเที่ยวดังกล่าว
จึงมผี ลใหส้ ินค้าและบรกิ ารสรา้ งสรรคม์ ีการพัฒนาและเติบโตไปในทิศทางเดยี วกนั ไปด้วย
จากการที่ประเทศไทยมีระบบเศรษฐกิจแบบเปิด และมีการพึ่งพาธุรกรรมระหว่างประเทศ ทั้ง
ปริมาณการส่งออก การลงทุนจากต่างชาติ และการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ในการเป็นปัจจัย
ขบั เคลอ่ื นอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกจิ ทำให้มคี วามเสีย่ งตอ่ การเปล่ยี นแปลงของปจั จัยภายนอก
ประเทศค่อนข้างมาก นอกจากนี้ ที่ผ่านมาการ เน้นผลิตสินค้าแบบ Mass Production ที่พึ่งพิง
เครื่องจักรและแรงงานราคาถูกเพื่อลดต้นทุนการผลิตเป็นหลัก เช่นเดียวกับประเทศ อื่น ๆ ที่มี
สถานภาพทางเศรษฐกิจใกล้เคียงกัน ทำให้มีสินค้าและบริการ ที่มีคุณภาพเหมือนกันจำนวนมาก จน
อาจเกิดความต้องการของผู้บริโภค รวมทั้งทำให้การแข่งขันทางการค้าที่ความได้เปรียบด้านราคาของ
ไทยมีแนวโน้มลดลงนอกจากนี้ตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ เป็นต้นมาประเทศไทยได้รับผลกระทบจากวิกฤต
เศรษฐกิจจากการหด ตัวของกำลัง ซื้อของประ เทศสำคัญในตลาดโลกรวมทั้งปัญหาความไม่สงบ
ภายในประเทศ ทำให้การส่งออกและการท่องเที่ยวปรับตัวลดลง รวมทั้งมีผลกระทบต่อเนื่องทำให้ภาค
การผลิต หดตัว มีการเลิกจ้างงานและอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้น ในขณะที่การปรับโครงสร้างการผลิต
และบริการในระยะที่ผ่านมายังไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร ในภาวะปัจจุบันที่เงินทุนและเทคโนโลยี
ไม่ได้เปน็ ส่ิงสำคัญท่ีสุดในการดาเนนิ ธุรกิจอีกต่อไป แตก่ ารนำแนวคิดของเศรษฐกิจสร้างสรรค์เพ่ือสร้าง
ความแตกต่าง รวมทั้งเพิ่มมูลค่าของสินค้าและบริการเพื่อหลีกหนีการแข่งขันแบบเดิม ๆ เป็นสิ่งท่ี
ประเทศต่าง ๆ ทั้งที่พัฒนาแลว้ และอยู่ระหว่างการพัฒนาแสวงหา และในส่วนของประเทศไทยซึง่ เป็น
ประเทศที่มีรากฐานทางวัฒนธรรมที่เก่าแก่ยาวนานประกอบกับภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีความโดดเด่นที่
เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของไทย ซึ่งหากสามารถนำปัจจัยดังกล่าวมาใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนการพฒั นา
ระบบเศรษฐกจิ ให้มีความเขม้ แข็ง และพงึ่ พาตนเองไดม้ ากข้นึ กน็ ับวา่ เปน็ ความท้าทายและเหมาะสมกับ
สถานการณ์เปน็ อยา่ งยิ่งแม้แนวคิดเรื่องเศรษฐกจิ สร้างสรรค์จะเปน็ เร่ืองใหมส่ ำหรับประเทศไทย และยัง
ไม่มีการกำหนดนิยามและขอบเขตกิจกรรมที่ชดั เจน แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจะพบว่าประเทศไทย
มีการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์บนพื้นฐานของการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรม ประเพณีและภูมิ
ปัญญา ท้ังเพ่อื ใช้ประโยชน์ในวงจำกัดและเพ่ือการพาณชิ ย์มาโดยตลอด โดยเฉพาะอยา่ งยิ่งในระยะหลัง
ได้มีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ เข้ามาช่วยในการสรา้ งมลู ค่าเพิม่ และเชื่อมโยงระหวา่ งภาค
การผลิตและบริการต่าง ๆ อย่างเป็นระบบและบูรณาการมากขึ้น อย่างไรก็ตามกลไกและนโยบายการ
พฒั นาเศรษฐกจิ สร้างสรรคเ์ หล่านย้ี งั อยู่ในระยะเร่ิมต้น ความชัดเจนของนโยบายการบูรณาการของแผน
และหน่วยงานต่าง ๆ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น ยังเป็นสิ่งที่ต้องการการพัฒนาและผลักดัน
๑๙
อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีวัตถุประสงค์หลกั เพื่อเร่งสร้างความได้เปรียบในภาวะที่หลายประเทศยังคงอยู่
ในระยะเริ่มตน้
๑. สรา้ งรายไดใ้ นพ้ืนทเี่ พื่อเสริมความเป็นอยู่ของครอบครวั ใหด้ ีข้นึ
๒. การนำสนิ ค้าท้องถ่นิ จำหน่ายใหก้ บั นักทอ่ งเท่ียวทำให้เกิดการระบายสนิ ค้าในชุมชน
๓. สร้างมูลค่าที่ดินในพื้นที่เมืองเชียงแสนในการก่อสร้างร้านอาหาร อาคาร โรงแรม เพ่ือ
รองรับนกั ทอ่ งเทยี ว
๒๐
ด้านสังคม
ประโยชน์ความสำคัญต่อสังคม การทอ่ งเทีย่ วทำใหเ้ กดิ การสืบทอดวัฒนธรรม ประเพณีท้องถิ่น
การท่องเท่ยี วทำให้เกิดการฟื้นฟูและอนุรักษศ์ ิลปวัฒนธรรม เชน่ วัฒนธรรมการแต่งกาย อาหารการกิน
ขนบประเพณี และศิลปะพื้นฐาน การท่องเที่ยวเป็นกิจกรรมพื้นฐานที่มีการพัฒนาพฤติกรรมของ
มนุษย์ รัฐบาลได้ส่งเสริมสนับสนุน ส่งเสริม ถ่ายทอดองค์ความรู้ใหม่ ที่ทำให้มนุษย์มีทัศนคติ
กว้างไกล ผ่อนคลายความเครียด เกิดความสนุกสนาน เป็นการพักผ่อน สร้างความเข้าใจอันดีและ
สัมพนั ธภาพให้เกดิ ขนึ้ ในพนื้ ที่ การแลกเปลีย่ นวัฒนธรรมจึงทำให้เกดิ เรยี นรู้ซง่ึ กนั และกนั สง่ ผลให้เข้าใจ
ในแต่ละพนื้ ท่ี
๑. มีการเปล่ียนแปลงพฤตกิ รรมของชุมชนเพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเท่ียว
๒. การเพิ่มประสิทธิภาพในการนำเสนอโบราณสถาน วัฒนธรรม ประเพณี เพื่อตอบสนองกับ
ความต้องการของนักท่องเทยี่ ว
๓. การพัฒนาพื้นแหล่งทอ่ งเที่ยวสร้างความเชอื่ มน่ั ของนักทอ่ งเท่ียว
๔. ชมุ ชนสรา้ งแรงดึงดูดนกั ท่องเท่ยี ว
๕. สร้างงานให้กบั ชมุ ชนพื้นทป่ี อ้ งกนั การย้ายถน่ิ ฐาน
๒๑
ดา้ นทรพั ยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ้ ม
การทอ่ งเที่ยวเชงิ สรา้ งสรรค์เมืองเชียงแสนก่อให้เกิดประโยชน์ในการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมเมื่อ
มีการท่องเที่ยวย่อมทำให้ชุมชนในแหล่งท่องเที่ยวเห็นคุณค่าของสิ่งแวดล้อมที่เป็นทรัพยากรการ
ท่องเที่ยวมีการชว่ ยกันรักษาสภาพภมู ิทัศน์ของสิ่งแวดล้อมในชมุ ชน เพื่อสร้างดึงดูดให้นักท่องเที่ยวพงึ
พอใจสามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวมาสนับสนุนในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมของแหล่ง
ท่องเที่ยวเปน็ การนำทรัพยากรการทอ่ งเทยี่ วมาใชใ้ ห้เกิดประโยชนอ์ ย่างคมุ้ คา่
๑. มกี ารลงทนุ จากภาครฐั ในด้านสาธารณปู โภคเพ่อื เข้าถงึ แหล่งทอ่ งเที่ยวใหมๆ่
๒. เกิดการพัฒนาแหลง่ ท่องเท่ยี ว เพื่อประโยชนใ์ นการใช้ทรัพยากรธรรมชาตอิ ย่างคมุ้ ค่า
๓. มีมาตรการณป์ ้องกันมลพิษทางเสยี ง อากาศ และทางน้ำ
๔. เกิดมีการปรับปรุงแก้ไข มาตรการ ระเบียบตลอดจนกฎหมายต่างๆ ในการอนุรักษ์
ทรพั ยากรธรรมชาติในพ้นื ทีแ่ หล่งทอ่ งเทย่ี ว
๕. ปญั หาการกำจัดขยะ ของเสียประเภทตา่ ง ในบรเิ วณแหล่งทอ่ งเท่ียว
๖. เกิดโครงการอนุรกั ษท์ รพั ยากรธรรมชาติท่ีเกยี่ วข้องกับแหลง่ ท่องเท่ยี ว
การทอ่ งเที่ยวสร้างประโยชน์ให้กบั ชุมชน
ภาครฐั
นโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของรัฐบาล ได้เริ่มมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๕ โดยมีการ
จัดตั้งองค์กรอิสระที่ทาหน้าที่พัฒนาองค์ความรู้และดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์
หลายองค์กร เช่น สำนักงานพัฒนาองค์ความรู้ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบของประเทศไทย องค์การ
พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยว และสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรม
ซอฟต์แวร์แห่งชาติ เพื่อเป็นรากฐานสาหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของแต่ละกลุ่มในระยะ
ยาว อย่างไรก็ตามนโยบายและการดำเนินงานขององค์กรเหล่านี้ในระยะที่ผ่านมายังขาดความต่อเน่ือง
และการบูรณาการการวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาสและอุปสรรค ของการพัฒนาเศรษฐกิจ
สรา้ งสรรคข์ องไทย สามารถแสดง ดังนี้
ความไดเ้ ปรยี บเชิงยุทธศาสตร์และโอกาส
- ความหลากหลายทางวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณี ตลอดจนภูมิปัญญาท้องถิ่นท่ี
ได้รับการสืบทอดมาเปน็ เวลานานจนเปน็ เอกลักษณ์เฉพาะตวั ของไทย
- การขยายตวั ของความต้องการสนิ ค้าและบริการทางวัฒนธรรมของเอเชีย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้
มีรายได้สูง ซึ่งเศรษฐกจิ สร้างสรรคจ์ ะเปน็ ตัวผลกั ดันและเป็นโอกาสใหเ้ กดิ การเจริญเตบิ โตทางเศรษฐกิจ
โดยการพัฒนาแหล่งรายได้ใหม่ของประเทศและเป็นโอกาสในการพัฒนาและพง่ึ พาตลาดภายในประเทศ
ให้มากข้ึน รวมทง้ั แสวงหาผลิตภัณฑ์สร้างสรรคใ์ หมๆ่ ทีป่ ระเทศไทยมีศักยภาพและกำลังเป็นท่ีต้องการ
ในตลาดโลก เช่น อุตสาหกรรมแฟชั่น สินค้าไลฟ์สไตล์ผลิตภัณฑ์สุขภาพ หรือการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
วฒั นธรรม เปน็ ตน้ เพ่อื ใหส้ ามารถแสวงหาประโยชน์จากการพฒั นาเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างแทจ้ ริง
๒๒
- ความก้าวหน้าของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการเชื่อมโยงเครือขา่ ยสร้างโอกาสที่สำคัญ
หลายดา้ น เช่น การพัฒนาตอ่ ยอดภูมิปญั ญาท้องถ่ินดว้ ยองค์ความร้แู ละเทคโนโลยจี ากต่างประเทศ
- ประเทศไทยได้ดำเนินการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญาไว้ระดับหนึ่ง ตัวอย่างเช่นการ
จัดตั้งศูนย์บม่ เพาะผู้ประกอบการใหม่ต่าง ๆ การจัดตั้งอุทยานวิทยาศาสตร์ทั้งในส่วนกลางและภูมภิ าค
และแหล่งบริการความรู้นอกระบบการศึกษา เช่น ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบและสำนักงานบริหาร
และพัฒนาองคค์ วามรทู้ ี่สามารถสนับสนนุ เชื่อมโยงภูมปิ ัญญาท้องถนิ่ สนิ ทรัพย์ทางวัฒนธรรมและความ
เปน็ ไทยเข้ากบั เทคโนโลยสี มยั ใหมไ่ ด้
- หนว่ ยงานรฐั เป็นกลไกสำคัญในการให้ความรดู้ ้านการตลาดและสนับสนนุ การเข้าสู่ตลาดใหม่
สำหรับธุรกิจสร้างสรรค์ ซึ่งจะส่งผลดีต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์โดยรวม นอกจากนี้ภาครัฐ
และสถาบันการเงนิ เปิดโอกาสใหผ้ ปู้ ระกอบการเข้าถึงแหล่งเงนิ ทุนได้มากขึ้นใน ๓ แนวทาง ผ่านการใช้
สินทรัพย์ทางปัญญาที่มีอยู่ค้าประกันสินเชื่อเพื่อการลงทุนกองทุนหมู่บ้าน และกองทุนร่วมลงทุน
(Venture Capital) ตา่ ง ๆ
ปัญหาและอปุ สรรคในการพัฒนา
- การขาดแคลนบุคลากรที่มีความคิดสร้างสรรค์ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ โดยเฉพาะใน
ระดับผู้ประกอบการ ทำให้อุตสาหกรรมการผลิตของไทยอาศัยทรัพยากร ที่จับต้องได้ (Tangible-
based Resource) เช่น ทรัพยากรธรรมชาติ เครื่องมือและเคร่ืองจักร มากกวา่ ทรพั ยากรที่จบั ต้องไม่ได้
(Intangible-based Resource) เช่น ความรู้ ความคดิ ภมู ปิ ญั ญา เปน็ สำคัญ
- ขาดกลไกบูรณาการและการเชื่อมโยงการทำงานและช่องทางการแลกเปลี่ยนความรู้และ
ความคิดเห็นขององค์กรที่สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เช่น สำนักงานบริหารและพัฒนา
องคค์ วามรู้ ศูนย์สรา้ งสรรคง์ านออกแบบและหน่วยงานคุ้มครองสินทรัพย์ทางปัญญา เปน็ ตน้ ทำให้การ
ปฏิบัติงานตามความหมายของเศรษฐกิจสร้างสรรค์มีทิศทางที่แตกต่างกัน ส่งผลให้ลักษณะการ
ปฏบิ ัตงิ านขาดความสอดคล้องและไมส่ นับสนนุ ซง่ึ กนั และกนั นอกจากนห้ี นว่ ยงานหลักทเี่ ก่ียวข้องยังให้
ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ค่อนข้างน้อย เช่นกระทรวงศึกษาธิการยังมุ่งเน้ นการ
พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในระดับมหภาค จึงขาดการพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของ
ภาคการผลิตรายสาขา เปน็ ตน้
- สภาพแวดล้อมโดยรวมยังมีบทบาทต่อการสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ
สร้างสรรค์ที่ค่อนข้างน้อย โดยเฉพาะการบริหารจัดการสินทรัพย์ทางปัญญายังไม่เข้มแข็ง โดยเฉพาะ
ระเบียบและกระบวนการขอข้นึ ทะเบยี นสิทธิบัตรยังมีความล่าช้า การบงั คบั ใช้กฎหมายเพ่ือป้องกันการ
ละเมิดสินทรัพย์ทางปัญญายังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร และขาดมาตรการจูงใจที่เอื้อต่อการลงทุน
พฒั นาระบบการผลิตที่ใช้ความคิดสรา้ งสรรค์ รวมทัง้ ขาดกลไกในการจัดสรรผลประโยชน์ที่เกิดจากการ
วจิ ัยและพัฒนาตอ่ ยอดภมู ิปัญญาท้องถิน่ ในเชงิ พาณิชยอ์ ยา่ งเปน็ ธรรม
๒๓
- ขาดระบบฐานข้อมูลและการจัดเก็บข้อมูลที่มีความต่อเนื่องและทันสมัย รวมทั้งการจำแนก
ประเภทอุตสาหกรรมสร้างสรรคอ์ ยา่ งเปน็ ระบบ
ประเด็นเชงิ ยุทธศาสตร์ ท่คี วรใหค้ วามสำคญั ทง้ั ในปจั จบุ ัน
ประกอบดว้ ย
๑) พฒั นาเศรษฐกจิ สรา้ งสรรคค์ วบคูไ่ ปกบั การพัฒนาเศรษฐกจิ ฐานความรู้ เพอ่ื นำไปเพม่ิ คุณค่า
ให้กับทุนวัฒนธรรมและภูมปิ ัญญาทีม่ ีอยู่ ดังนั้น จำเป็นต้องให้ความสำคัญต่อการสร้างองคค์ วามรู้ การ
วจิ ยั และพฒั นา การพฒั นาทรพั ยากรมนุษยท์ ัง้ การศกึ ษาในระบบ และนอกระบบดว้ ย
๒) กำหนดนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศและบูรณาการการดำเนินงานของ
หนว่ ยงาน เนือ่ งจากการพฒั นาเศรษฐกจิ สรา้ งสรรคม์ ีกรอบการดำเนินงานที่ค่อนข้างกว้างและเก่ียวข้อง
กับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนจำนวนมาก
๓) พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสภาพแวดล้อมภายในประเทศไทย เพื่อให้เอื้อประโยชน์ต่อ
การพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารและคมนาคม การ
ส่งเสริมการลงทนุ ดา้ นการวิจัยและพัฒนา การจัดหาแหล่งเงนิ ทุน การพัฒนาการศึกษาอย่างเปน็ ระบบ
และครบวงจรให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด การพัฒนาการตลาดสมัยใหม่ใหท้ ันต่อคู่แข่งขัน
และการเปลย่ี นแปลงของโลก โดยให้ความสำคัญในประเด็นตอ่ ไปน้ี
- พัฒนาปัจจัยแวดล้อมที่กระตุ้นให้ภาคเอกชนลงทุนผลิตสินค้าสร้างสรรค์โดยเพิ่ม มาตรการ
กระตุ้นเพื่อดึงดูดบรษิ ทั ขา้ มชาติให้รว่ มลงทนุ กบั ภาคเอกชนและชมุ ชนไทยใน
๒๔
สถาบันการศกึ ษา
การพฒั นาองคค์ วามรู้ใหม่ ค้นควา้ ความรทู้ อี่ ยใู่ นชมุ ชนเพ่ือการพฒั นาตรงกบั ความต้องการของ
นักท่องเท่ียวและเปน็ ประโยชนก์ ับพนื้ ทช่ี มุ ชน
๒๕
การประชาสัมพนั ธน์ ักท่องเท่ียว
การนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวเป็นการให้ข้อมูลที่รวดเร็ว ถูกต้อง ให้กับนักท่องเที่ยวที่สามารถ
ศกึ ษาดว้ ยตนเอง และสามารถเลอื กชอ่ งทางการทอ่ งเที่ยวท่ีเหมาะสมกบั ตนเอง
หลกั การท่องเทีย่ ว
การท่องเที่ยวเชิงสรา้ งสรรค์เมอื งเชยี งแสนซ่ึงมีชุมชนเป็นเจ้าของสามารถในการบริหารจดั การ
เพื่อตรงความต้องการของนักท่องเที่ยว สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว และสร้างรายได้ให้กับ
ชุมชนจะต้องมงุ่ เน้น
๑. ชุมชนมสี ว่ นร่วมในการวางแผน การบริหารจดั การ
๒. คา่ ตอบแทนหรอื ผลประโยชน์ทเ่ี ปน็ ธรรมกบั คนในพื้นที่
๓. การกระจายรายไดอ้ ยา่ งทั่วถงึ
๔. สรา้ งรายไดเ้ พ่ือปอ้ งกนั การย้ายถิน่ ฐาน
การพัฒนาแอพพลเิ คช่นั
การพัฒนาศักยภาพทางการใช้ประโยชนข์ องแอพพลิเคชัน่ จงึ นำสู่การอบรมเชงิ ปฏิบัติ ดังนี้
๑. การอบรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อจัดเตรียมชุมชนให้สู่ด้านบรกิ าร โดยมีศูนย์กลางการเรียนรู้ใน
กาเผยแพร่องค์ความรู้ที่อยู่ในชุมชนได้มีการเรียนรู้และนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ผู้เข้าร่วมอบรมเชิง
ปฏิบัติการ การอบรมผู้เข้าอบรมสามารถนำความรู้ที่ได้กับการเชื่อมโยงกิจกรรมในศาสตร์อื่นๆ ท่ี
สอดคล้องกบั การใช้ประโยชนข์ องแอพพลิเคช่นั
๒. การอบรมเชิงปฏบิ ัติการแอพพลเิ คชั่นกับการสร้างความเข้มแขง็ ชุมชนได้มีการประสานและ
ความร่วมมือในการเอื้อประโยชน์ในด้านอุปกรณ์ และบุคลากรเป้าหมาย ผู้เข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบตั ิการ
ผู้เข้ารวมการฝึกอบรมมีความพึงพอใจในการเข้ารับความรู้ในการใช้ประโยชน์ของแอพพลิเคชั่น
นอกจากนผ้ี ้เู ขา้ รว่ มอบรมยังสามารถนำความรูม้ ปี ระสิทธิภาพ
๓. การบรหิ ารจัดการแอพพลิเคชั่นเป็นต้นแบบแหล่งเรยี นรู้ในชุมชน ซง่ึ ไดร้ บั ความร่วมมือจาก
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้ปกครองท้องที่ได้ให้การสนับสนุน ส่งเสริมการศึกษาดูงานที่เพ่ิม
ทกั ษะให้กับผู้ทีส่ นใจในชุมชน และการรว่ มมือกบั ผูว้ จิ ยั ในการนำแอพพลิเคชัน่ ในชมุ ชน
๔. การถ่ายทอดความรู้โดยความร่วมมือของแอพพลิเคชั่นในชุมชนมาให้ความรู้ในการใช้
ประโยชน์ของแอพพลิเคช่ันการสร้างความเข้มแข็งชมุ ชน จัดแหลง่ เรยี นรู้ในชุมชน การถ่ายทอดให้กับผู้
ทีส่ นใจในชุมชน
๕. การรวบรวมความรู้ด้านแอพพลิเคชน่ั และการรวบรวมองค์ความรู้สู่ชุมชนเพ่ือการ
นำมาส่กู ารจัดพิมพ์ชุดความรใู้ นการจัดเผยแพร่ให้กบั ชมุ ชนและเครือข่าย
๒. การนำเสนอขอ้ มลู ซง่ึ การศึกษาวจิ ยั ในครงั้ นี้แบง่ ข้อมลู ออกเป็น ๒ ส่วน ดังน้ี
ส่วนที่ ๑ ศึกษาพื้นฐานปัญหา สาเหตุ และกระบวนการจัดการใช้ประโยชน์
แอพพลิเคชั่นสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง ตามแผนนโยบายขององค์การบริหารส่วนตำบล ประกอบด้วย
สภาพพ้ืนที่ จำนวนประชากรและครวั เรอื น เศรษฐกจิ ในพื้นทต่ี ำบล และองค์กรสว่ นราชการอื่น ๆ
๒๖
ส่วนท่ี ๒ ศกึ ษาการจัดการใชป้ ระโยชน์แอพพลิเคช่นั ของชุมชน ตามแผนนโยบายของ
องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิ่นซึ่งมีขอ้ จำกัดในหลาย ๆ ด้าน ๑. ศึกษาข้อมูลทางเอกสาร ๒.การศึกษาการ
สนทนากลุ่ม และการสมั ภาษณ์
๒๗
แนวทางในการพัฒนาการท่องเท่ียวเชิงสรา้ งสรรคเ์ มอื งเชียงแสน
การสำรวจการท่องเท่ยี วทผ่ี ่านมาแหล่งท่องเท่ียวโบราณสถานทางประวัติศาสตร์ทำให้มีคุณค่า
ทางศิลปและวัฒนธรรมทเ่ี ปลีย่ นแปลงในทางที่ดีขึ้น ท้งั ผู้ประกอบการ นกั ทอ่ งเทีย่ วต่างก็ให้ความสนใจ
สนพ้ืนทภี่ ูมิทศั นแ์ ละสภาพแวดล้อมสูงขึ้น นักทอ่ งเที่ยวสว่ นใหญ่ต้องการพักผ่อนหรือเพ่ือทัศนศึกษาส่ิง
ที่ตนเองสนใจเป็นหลัก การส่งเสริมการท่องเที่ยวในรูปแบบสร้างความดึงดูดความสนใจในระบบ
เครือข่ายออนไลน์เพื่ออำนวยความสะดวกทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเลือก และตัดสินใจการบริหาร
จัดการได้ด้วยตัวเอง การพัฒนาแอพพลิเคชั่นจึงเป็นปัจจัยที่ทำให้ต้องมีการพัฒนาควบคู่ไปกับภูมิทัศน์
ทางธรรมชาติ การขายตัวเมือง การพัฒนาที่พัก ร้านอาหาร ของที่ระลึก สาธารณูปการ สาธารณูปโภค
และลานจอดรถ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย ชาวต่างประเทศ การพัฒนาวิชาการด้าน
ประวัติศาสตร์ ศูนย์ข้อมูลสารสนเทศ การบริการนักท่องเที่ยวทั้งในข้อมูลการท่องเที่ยว ร้านค้า
ร้านอาหาร ร้านของที่ระลึก ศูนย์เรียนรู้ประวัติศาสตร์ บริการอินเตอร์เน็ต ไปรษณีย์ สถานพยาบาล
มัคคุเทศก์ และสถานทร่ี ับแลกเปล่ียนสกุลเงิน
โบราณสถานทางประวตั ิศาสตร์ด้านปัญหามีการบุกรกุ สรา้ งบา้ นเรือนในพ้ืนที่โบราณสถานหรือ
บริเวณใกล้เคียงทำให้การบริหารจัดการการท่องเที่ยวไม่สามารถจัดรูปแบบที่ชัดเจนได้ ความ
รับผิดชอบของหน่วยงานไม่มีความต่อเนื่อง การประสานในระดับพื้นที่หรือชุมชนยังไม่ประสบ
ความสำเร็จในการมีสว่ นร่วม องคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่ินจะต้องมีการวางแผนให้ชมุ ชนเข้ามามีบทบาท
ในการร่วมวางแผนพัฒนาอำเภอเชียงแสนเพื่อร่วมกันในการแก้ไขปัญหาปัจจัยพื้นฐานด้าน
สาธารณูปโภค สาธารนูปการท่ีทำให้การบริหารจัดการท่องเทย่ี วจะต้องคำนึงถงึ ความพร้อมของชุมชน
การมีส่วนร่วม สิ่งอำนวยความสะดวกที่จะให้บริการแก่นักท่องเที่ยวทั้ง อาหาร สถานที่พัก ความ
ปลอดภัย ห้องน้ำ สถานที่จอดรถ ป้ายบอกสถานที่ท่องเที่ยว ฐานข้อมูลการท่องเที่ยวในจังหวัด
เชียงราย ถนนวัฒนธรรมทุกสายจะต้องเพิ่มความสว่าง รถบริการในการท่องเที่ยวจะต้องมีเพียงพอใน
การรองรับนักท่องเที่ยว ความหลากหลายในการรูปแบบการท่องเที่ยวชุมชนจะต้องแบบเขตของ
กิจกรรม การบริการในการท่องเที่ยวจะต้องมีระเบียบแบบแผนที่ชัดเจน สถานที่โบราณสถาน นวัตวิถี
ชุมชน ป้ายชือ่ พรอ้ มคำอธบิ ายทั้งป้ายอิเล็กทรอนิกส์ และปา้ ยการท่องเทยี่ ว แหลง่ วฒั นธรรมท้ัง ๖ ด้าน
จะต้องมีมัคคุเทศก์ท้องถิ่นบริการอย่างทั่วถึง การร่วมมือของทั้งภาครัฐ และเอกชน จะต้องมีความ
ร่วมมือกนั อยา่ งจริงจงั
อำเภอเชียงแสน เป็นเมืองท่องเที่ยวทางประวัตศิ าสตร์และเมืองโลจสิ ตกิ ส์ทอ่ งเทีย่ วทางแม่น้ำ
โขง (Port City) โดยอำเภอเชียงแสน มีข้อได้เปรียบทางทำเลท่ีต้ังติดแม่น้ำโขง ซึ่งสามารถใชป้ ระโยชน์
ในการขนส่งสินค้าที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ สินค้านำเข้าที่สำคัญ ผักผลไม้สด โดยเฉพาะแอปเปิ้ล
และสาลี่ สินค้าส่งออกที่สำคัญคือ น้ำมันปาล์ม ลำไยอบแห้ง ยางแผ่นรมควัน นอกจากนี้อำเภอเชียง
แสนยังเป็นเมืองทีม่ ีความสำคัญทางประวัตศิ าสตร์และวัฒนธรรม และยังมีสถานที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวท่ี
สำคัญ คือ สามเหลี่ยมทองคำ ตำแหน่งทางยุทธศาสตร์สาหรับการพัฒนาของเชียงแสน คือ การเป็น
เมืองแห่งท่าเรือและ การท่องเที่ยว (Port City) มีแนวทางในการพัฒนา คือ การบูรณะฟื้นฟูเมือง
๒๘
โบราณ เชียงแสน ปรบั ปรงุ สถานท่ีท่องเท่ียวบริเวณสามเหลี่ยมทองคา การพัฒนาท่าเรือท่องเท่ียว การ
อำนวยความสะดวกในส่วนของระบบการผ่านแดน มีปรับข้อกำหนด ขอ้ ตกลง และมาตรการที่เป็นธรรม
สำหรับการท่องระหว่างประเทศการตั้งศูนย์จำหน่ายสินค้าปลอดภาษี ตลอดจนการพัฒนาระบบ
คมนาคมขนส่งเพอ่ื ความสะดวกในการเดินทาง
แผนยุทธศาสตรก์ ารพฒั นาเขตเศรษฐกจิ พิเศษ อำเภอเชียงแสน จังหวดั เชยี งราย
ทา่ เรอื สูจ่ นี ตะวันตก/ท่องเที่ยวสามเหลย่ี มทองคำ
การพัฒนาและการสรา้ งเครอื ขา่ ยเชื่อมโยงธุรกจิ
๑. ใหส้ ิทธปิ ระโยชนเ์ พอ่ื ดงึ ดดู การลงทุน
๒. เสรมิ สรา้ งความเข้าใจผู้ประกอบการสามารถดำเนนิ ธุรกิจระหว่างประเทศ
รูปแบบการพฒั นากิจกรรมหลกั ภายในเขตเศรษฐกจิ พิเศษ อำเภอเชยี งแสน จังหวัดเชยี งราย
๑. แนวทางการพฒั นา เปน็ เขตเศรษฐกิจพิเศษท่มี ีความพร้อมในดา้ นการคมนาคมขนส่งท้ังทาง
ถนน และทางนำ้
๒. กิจกรรมหลักของพื้นที่ การพัฒนาพื้นที่ชายขอบเชียงแสน-ห้วยทราย ให้เป็นเขตการค้า
ปลอดภาษพี ร้อมปรับปรุงภูมิทัศนใ์ หเ้ ป็นตลาดการค้าชายแดนท่ีมีความทนั สมัย และมีระบบการจัดการ
ที่มีมาตรฐาน พร้อมจัดสรรพื้นที่เพื่อเป็นศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ศูนย์ขนส่งมวลขน เพื่อการเชื่อมโยง
ระหว่างด่านการค้าชายแดนกับเมืองเชียงราย พัฒนาท่าเรือเพื่อการท่องเที่ยว และศูนย์โลจิลติกส์การ
ขนสง่ เพ่อื อำนวยความสะดวกสินค้าผ่านแดน
๓. การกำหนดองค์ประกอบของพื้นทีเ่ พื่อรบั กจิ กรรมหลัก
๓.๑ ทา่ เรือขนสง่ สินคา้
๓.๒ สำนกั งานศลุ กากร
๓.๓ คลงั สนิ คา้ ทณั ฑ์บนเพ่อื อำนวยความสะดวกให้กบั สนิ ค้าผ่านแดน
๓.๔ พน้ื ท่ี Free Port
๓.๕ ศนู ยข์ นสง่ ตอ่ เน่ืองหลายรูปแบบเพ่อื เช่ือมโยงการขนส่งทางถนนและทางน้ำ
๓.๖ ย่านการคา้ ส่งระหวา่ งประเทศ
๓.๗ สำนกั งาน และคลงั สนิ ค้า
การกำหนดแนวคิดพื้นฐานในการศึกษาเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวเมืองชายแดน จำเป็นต้อง
เข้าใจลักษณะพิเศษของเมืองชายแดนท่ีแตกต่างไปจากเมอื งอื่น ๆ ในหลายๆ ด้าน ดังนี้ (การท่องเที่ยว
แห่งประเทศไทย, ๒๕๔๐)
๑) เมืองชายแดนเปรียบเสมือนประตูทางบกหรือทางน้ำของประเทศ เมืองชายแดนมีจุดผ่าน
แดนซึ่งจะทำหน้าทีเ่ ปน็ ประตูการคมนาคมทางบกหรือทางน้ำระหวา่ งประเทศ แต่จะไม่มีลกั ษณะพิเศษ
เช่นนี้กับการคมนาคมทางอากาศ เพราะการตั้งสนามบินนานาชาติไม่จำเป็นต้องขึ้นกับความเป็นเมือง
ชายแดน
๒๙
๒) เมืองชายแดน เป็นเมืองที่มีการค้าระหว่างชายแดน มีการส่งออกหรือนำเข้าสินค้าไม่ว่าจะ
เป็นสินค้าที่เสียภาษี หรือเลี่ยงภาษี การเป็นเมืองชายแดนมักจะมีความเคลื่อนไหวทางธุรกิจการค้า
มากกว่าเมอื งทวั่ ๆ ไปและเศรษฐกิจของเมอื งชายแดนมักจะขนึ้ อยู่กบั การคา้ ระหวา่ งประเทศ
๓) เมืองชายแดนเป็นเมืองที่มีการผสมผสานวัฒนธรรมต่าง ๆ เช่น ขนบธรรมเนียมประเพณี
ภาษาพูด เป็นตน้ ทำใหเ้ มืองชายแดนเปน็ สงั คมทมี่ ีความหลากหลายทางวัฒนธรรมทมี่ คี วามน่าสนใจ
๔) เมืองชายแดนเป็นเมอื งที่มีการเคลื่อนย้ายแรงงาน การเคล่ือนยา้ ยแรงงานมกั ข้ึนอยกู่ ับความ
แตกต่างระหว่างค่าแรงงานของสองประเทศ เช่น แรงงานพม่า ลาว หรือเขมร เข้ามาขายแรงงานใน
ประเทศไทย เพราะอตั ราค่าจา้ งสูงกว่าและหางานไดง้ ่ายกว่า
๕) เมืองชายแดนมักมีโอกาสที่จะเป็นแหล่งที่มีการเลี่ยงกฎหมาย เช่น การเลี่ยงภาษีศุลกากร
การหลบหนเี ขา้ เมืองโดยผดิ กฎหมาย การค้ายาเสพติดและส่ิงผดิ กฎหมาย
ส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวลักษณะพิเศษทางประวัติศาสตร์เมืองเชียงแสน เป็นเมืองที่มีการค้า
ระหว่างชายแดน มีการผสมผสานวัฒนธรรมหลากหลาย ทำให้เมืองชายแดนเป็นสังคมที่มีความ
หลากหลายทางวัฒนธรรมทีม่ ีความน่าสนใจ เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่มีความพร้อมในดา้ นการคมนาคม
ขนส่งทั้งทางถนน และทางน้ำ แหล่งท่องเที่ยวโบราณสถานทางประวัติศาสตร์ทำให้มีคุณค่าทางศิลป
และวัฒนธรรมท่ีเปลีย่ นแปลงในทางทีด่ ีขึน้ ทั้งผู้ประกอบการ นักท่องเที่ยวต่างก็ให้ความสนใจสนพื้นท่ี
ภมู ิทศั น์และสภาพแวดล้อมสงู ขนึ้ การพัฒนาแอพพลเิ คช่นั จงึ เปน็ ปัจจัยท่ีทำให้ต้องมีการพัฒนาควบคู่ไป
กับภูมิทัศน์ทางธรรมชาติ การขายตัวเมือง การพัฒนาที่พัก ร้านอาหาร ของที่ระลึก สาธารณูปการ
สาธารณูปโภค และลานจอดรถ เพอื่ รองรบั นกั ทอ่ งเทย่ี วทง้ั ชาวไทย ชาวตา่ งประเทศ การพัฒนาวชิ าการ
ด้านประวัติศาสตร์ ศูนย์ข้อมูลสารสนเทศ การบริการนักท่องเที่ยวทั้งในข้อมูลการท่องเที่ยว ร้านค้า
ร้านอาหาร ร้านของที่ระลึก ศูนย์เรียนรู้ประวัติศาสตร์ บริการอินเตอร์เน็ต ไปรษณีย์ สถานพยาบาล
มัคคุเทศก์ และสถานที่รับแลกเปลี่ยนสกุลเงิน โบราณสถานทางประวัติศาสตร์ด้านปัญหามีการบุกรุก
สร้างบ้านเรือนในพื้นที่โบราณสถานหรือบริเวณใกล้เคียงทำให้การบริหารจัดการการท่องเที่ยวไม่
สามารถจัดรูปแบบท่ีชัดเจนได้ ความรบั ผดิ ชอบของหน่วยงานไม่มีความต่อเน่ือง การประสานในระดับ
พื้นที่หรือชุมชนยังไม่ประสบความสำเร็จในการมีส่วนร่วม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะต้องมีการ
วางแผนให้ชุมชนเข้ามามีบทบาทในการร่วมวางแผนพัฒนาอำเภอเชียงแสนเพื่อร่วมกันในการแก้ไข
ปัญหาปจั จัยพน้ื ฐาน แนวทางในการดำเนินงาน ดงั นี้
๑. สำรวจพ้นื ท่ี และเลือกตน้ แบบแหลง่ ท่องเทย่ี วโบราณสถานเมอื งเชยี งแสน
๒. การเสรมิ สร้างศกั ยภาพชมุ ชนใหพ้ รอ้ มในการบริหารจดั การท่องเทีย่ ว
๓. การเตรยี มความพร้อมบคุ ลากร และแหล่งท่องเท่ยี ว
๔. การส่งเสริม ประชาสัมพันธ์ตลาดการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์เมืองเชียงแสน และการ
เชื่อมโยงตลาด
๓๐
๓๑
องค์ความรทู้ ี่ ๒
องคป์ ระกอบการท่องเที่ยวเชงิ สรา้ งสรรค์
การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์เป็นกระบวนการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยใช้ความคิด
สร้างสรรค์ โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของการต่อยอดจากทุนทางวัฒนธรรมที่มีอยูเ่ ดิม ประกอบด้วยทุนทาง
สงั คม วัฒนธรรม และมกี ารวิเคราะห์ปจั จยั แวดลอ้ มอื่น ๆ ที่มีผลกระทบต่อการทอ่ งเทีย่ ว การทอ่ งเท่ียว
โบราณสถานไปสู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ (Creative Tourism) เป็นแนวคิด ที่ค่อนข้างใหม่ เร่ิม
ปรากฎขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๕๔๓ โดยริชาร์ดส และเรย์มอนด์ (Greg Richards และ Crispin
Raymond) ต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๔๙ องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ
(UNESCO) จึงได้กำหนด การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ คือ การเดินทางที่มุ่งไปสู่ความผูกพัน และ
ประสบการณ์จริงแท้ที่เกิดจากการเข้าไปมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ศิลปะ มรดกทางวัฒนธรรม หรือ
คุณลักษณะพิเศษของพื้นที่นั้น และนำมาซึ่งความเชื่อมโยงกับผู้คนซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่ และเป็นผู้
รังสรรค์วัฒนธรรม การท่องเที่ยวที่สัมพันธ์กับประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม วิถีชุมชนและเอกลักษณ์
สถานที่ เป็นการสร้างมลู ค่าเพิม่ ให้กับประวตั ศิ าสตร์ ศิลปวัฒนธรรม วิถีชุมชน การเปล่ยี นการท่องเที่ยว
เน้นเปลี่ยนคุณค่า ของศิลปะ หัตถกรรม วัฒนธรรม มรดกทางภูมิปัญญาให้กลายเป็นสินค้าการ
ท่องเที่ยวจะต้องคำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อชุมชน และทรัพยากร การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ด้วย
เทคโนโลยีสมัยใหม่สร้างแหล่งท่องเที่ยวขึ้นมาใหม่มีกิจกรรมเชิงวัฒนธรรม ประเพณีท่ีจะทำให้เรา
คน้ พบมองมุมใหม่ ในพ้นื ท่ี เชน่ วดั พพิ ธิ ภณั ฑ์ โบราณวตั ถุ โบราณสถาน ในชุมชน
ภาพที่ ๑ โลโกเ้ มืองเชยี งแสน
๓๒
ภาพท่ี ๒ อัตลักษณเ์ มืองเชยี งแสน
เว็บไซต์
ภาพที่ ๓ ประชาสัมพนั ธ์การทอ่ งเที่ยวเชิงสรา้ งสรรค์
๓๓
องค์ความรทู้ ี่ ๓
ผลลัพธก์ ารพฒั นาแอพพลเิ คชัน่ การทอ่ งเทีย่ วเชงิ สร้างสรรคเ์ มืองเชยี งแสน
การพัฒนาส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์เมืองเชียงแสน มุ่งเน้นการให้ประโยชน์ของการ
ท่องเที่ยวแก่ขุมชน การท่องเที่ยวเป็นการดึงคนจากภายนอกมาเรียนรู้ชุมชน แรงจูงใจที่ทำให้
นักท่องเที่ยวเข้ามาในชุมชนด้านวิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณี การดำรงชีวิตที่ผูกพันกับธรรมชาติ การ
ท่องเที่ยวส่งเสริมรายได้ ที่สามารถพัฒนาชุมชน ครอบครัว การสร้างอาชีพเสริมที่เกี่ยวเนื่องกับการ
ทอ่ งเท่ียว สร้างงานใหก้ ับคนในชุมชนเป็นทางเลือกให้กับชุมชน การพัฒนาการบรหิ ารจดั การขยะ ความ
สะอาด และสขุ อนามยั การท่องเที่ยวอิงเทคโนโลยจี ึงนำมาใชเ้ พื่อเสรมิ สรา้ ง ความรวดเร็ว สะดวก และ
สามารถเข้าถึงขอ้ มลู ไดอ้ ย่างถูกต้อง
การบริหารจัดการวางแผน รูปแบบ การร่วมมือ การปฏิบัติเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการ
ทอ่ งเท่ียวในพื้นทีช่ มุ ชน เปา้ หมายหลักเพอ่ื ให้ชมุ ชนไดม้ ีแนวทางไปในทศิ ทางเดยี วกัน ดงั น้ี
๑. ชมุ ชนสามารถร่วมวางแผนการทำงานดา้ นการทอ่ งเที่ยวร่วมกนั
๒. ชมุ ชมสามารถเชือ่ มโยงการตลาดการทอ่ งเท่ียวเพื่อสรา้ งประโยชนใ์ หก้ บั ชมุ ชนตวั เองได้
๓. การฟ้นื ฟู สง่ เสรมิ อนุรักษ์ โบราณสถานท่ีเปน็ แหลง่ ทอ่ งเทย่ี วในชุมชน
๔. เสรมิ สร้างศักยภาพการมสี ่วนรว่ มของชมุ ชน
๓๔
องคค์ วามรูท้ ่ี ๔
ชุมชนต้นแบบ
๑. วดั ป่าสกั เป็นวัดและกลุม่ โบราณสถานในอำเภอเชยี งแสน จังหวดั เชียงราย ซ่ึงก่อสร้างโดย
พระเจ้าแสนภู ในปีพ.ศ. ๑๘๓๘ เพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ "โคปผกะธาตุ" (พระธาตุกระดูก
ตาต่มุ ข้างขวาของพระพุทธเจ้า) และโปรดเกลา้ ฯ ให้ปลูกตน้ สกั จำนวน ๓๐๐ ต้นท่ัวบริเวณ จึงเป็นท่ีมา
ของชื่อวัดป่าสัก ในประชุมพงศาวดารภาคที่ ๖๑ มีมหาเถรเจ้าองค์หนึ่งเอาพระบรมธาตุกระดูกตาตีน
ถ้ำขวา(เบี้องขวา)แห่งพระ พุทธเจ้าใหญ่เท่าเม็ดถั่วกว่าง(ถั่วเขียว)เอามาแต่เขตเมืองปาฏลีบุตรนั้น เอา
มาสู่พระยาราชแสนดู แล้วท่านก็พร้อมกับด้วยมหาเถรเจ้าเอาไปสร้างมหาเจดีย์บรรจุไว้ภายนอกประตู
เชียงแสน ด้านเวียงแห่งตนภายตะวันตก ต่อวัดพระหลวงภายนอกที่นั้นแล้ว ก็สร้างให้เป็นความกว้าง
๕๐ วา เอาไม้สักมาปลูกแวดกำแพง ๓๐๐ ต้น แล้วเรียกว่าความป่าสักแต่นั้นมาแล แล้วก็สร้างกุฎีให้
เปน็ ทานแกม่ หาเถรเจา้ ตนชื่อว่า พทุ ธโฆษาจารย์ อย่สู ถติ ท่ีนน้ั กอ็ ภเิ ษกขนึ้ เปน็ สงั ฆราชมหาเถร
เจดยี ์วดั ปา่ สักเป็นเจดีย์หา้ ยอดคล้ายเจดียเ์ ชียงยนื ท่วี ัดพระธาตหุ รภิ ญุ ไชย จังหวัดลำพูน แต่มี
ลกั ษณะคลีค่ ลายออกไปแล้วคอื ผงั ส่วนล่างรปู สี่เหล่ยี มจัตุรัสเตีย้ ๆซอ้ นลดหลน่ั รองรบั ช้ันแถวจระนำซ่ึง
ทง้ั สี่ด้านมซี ุ้มประดิษฐาน พระพทุ ธรูปยนื ดา้ นละสาม องค์ รวมท้งั หมด ๑๒ องค์ และยงั มจี ระนำเล็กอีก
สีส่ ลบั สำหรบั ประดิษฐานรูปเทวดายนื เหนอื ขน้ึ ไปเปน็ ฐานเขยี งลดหลน่ั ส่ีชัน้ ชนั้ ทเ่ี พม่ิ ขนึ้ นอกเหนือจาก
ทีป่ รากฏทเี่ จดยี ์เชยี งยืน พน้ จากส่วนนเ้ี หมือนเจดยี เ์ ชยี งยืนคือ เป็นฐานบวั รองรับเรือนธาตุส่ีเหล่ียม แต่
ละดา้ นมีซุ้มประดิษฐานพระพุทธรปู ประทบั ยืนทง้ั สี่ดา้ น กรอบซมุ้ ประดบั ด้วยฝักเพกาสูงแหลมลดหล่ัน
กันแบบศลิ ปะพุกามท่ีมชี ื่อเรียกวา่ เคลก็ (Clec) ท่มี ุมเหนอื เรอื นธาตปุ ระดับเจดยี ์องคเ์ ล็ก ๆ เหนือเรือน
ธาตุตรงกลางเป็นแท่นแปดเหลี่ยมมีบัวปากระฆังรองรับองค์ระฆังกลมที่ประดับลายรัดอก เหนือองค์
ระฆงั เป็นบัวกลมุ่ ซ้อนกนั ขึ้นไปจนถึงปลยี อด
๒. วัดเจดีย์หลวง ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย หรือ วัดพระธาตุเจดีย์หลวง
เป็นวัดโบราณในอำเภอเชียงแสน สร้างโดยพระเจ้าแสนภู เป็นวัดที่สำคัญของหิรัญนครเงินยาง
อาณาจักรล้านนา วัด ได้ชื่อมาจากพระธาตุเจดีย์หลวง ขนาดของพระเจดีย์องค์ใหญ่ที่สูง ๘๘ เมตร มี
ฐานกวา้ ง ๒๔ เมตร เป็นพระเจดยี ์ทรงระฆงั แบบล้านนา
วัดเจดีย์หลวง เป็นวัดที่เก่าแก่ของเมืองเชียงแสน พญาแสนภูเป็นกษัตริย์ลำดับที่ ๓ ใน
ราชวงศ์มังราย ทรงเป็นพระราชโอรสองค์โต ของพระยาไชยสงครามและเป็นพระราชนัดดาของพระ
ยามังราย ประสตู เิ มอื่ ปี พ.ศ. ๑๘๒๐ ทรงสร้างวัดนขี้ ึน้ เม่อื พ.ศ.๑๘๘๗ หลงั จากทท่ี รงสรา้ งกำแพงเมือง
เชียงแสนแล้ว ๓ ปี เจดีย์ประธานของวัดเป็นเจดีย์แบบล้านนา มีขนาดสำหรับประดิษฐานพระบรม
สารรี กิ ธาตุ กระดูกหนา้ อก ตอ่ มาพระเมืองแก้วตรสั ให้ขัดฐานเจดยี ์องคเ์ ดมิ แล้วกอ่ เจดีย์องค์ปัจจุบันใน
ปี พ.ศ. ๒๐๕๘ ได้รับการบูรณะอย่างดี สมกับเป็นวัดที่สำคัญของเมืองหิรัญนครเงินยางภายในสมัย
๓๕
อาณาจักรล้านนาไท ศิลปะแบบชาวเหนือ มีบันไดข้ึนลงท้ัง ๒ ข้าง พระพุทธรูปบนฐานท่ียกสูงขึ้นไปน้ัน
มีหลวงพ่อเชียงแสน สิงห์ ๑ ประดิษฐานเปน็ องค์ประธาน และดา้ นบน พระพุทธอโุ ฆษ พระพุทธรูปปาง
มารวชิ ยั ประดษิ ฐานเบอ้ื งหน้าองค์หลวงพอ่ เชยี งแสนสิงห์ ๑
๓. วัดพระธาตุผาเงา ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำโขงทางด้านทิศตะวันตก ตรงข้ามกับประเทศลาว อยู่
ในหมู่บ้านสบคำ ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย มีพื้นที่ทั้งหมด ๗๔๓ ไร่ พื้นที่ส่วนใหญ่
เป็นเนินเขาเล็กๆ ทอดยาวลงมาตั้งแต่บ้านจำปี ผ่านบ้านดอยจัน และมาสิ้นสุดที่บ้านสบคำ แต่ก่อน
ชาวบ้านเรียกดอยลูกนี้ว่า "ดอยคำ" แต่ต่อมาช่วงหลังๆ ชาวบ้านเรียกว่า "ดอยจัน" ผาเงา ก็คือเงาของ
ก้อนผา (ก้อนหนิ ) หนิ ก้อนนม้ี ีลักษณะสูงใหญ่คล้ายรูปทรงเจดยี ์และทำร่มเงาได้ดีมาก ชาวบ้านจึงต้ังชื่อ
ว่า “พระธาตุผาเงา” ส่วนพระพุทธรูปหลวงพ่อผาเงานั้นเป็นพระพุทธรูปสำคัญประจำวัดและมีอายุ
เก่าแก่มากถึง ๗๐๐-๑,๓๐๐ ปี ขุดพบเมื่อวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๑๙ เวลา ๑๔.๐๐ น. โดยมีนัยว่า เม่ือ
คณะศรัทธาได้ปรับพื้นที่หมดเรียบร้อยแล้ว จึงเริ่มขุดและยกตอไม้ขนาดใหญ่ออก ทุกคนต่างตื่นเต้น
และปิติยินดีเมื่อได้พบว่า ใต้ตอไม้นั้นมีอิฐโบราณก่อเรียงไว้ เมื่อยกอิฐออกก็พบหน้ากาก (แผ่นทึบ) ก่อ
กั้นไว้ พอยกหน้ากากออกจึงได้พบพระพุทธรูปที่มีลักษณะสวยงามมาก ผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณวัตถุได้
วิเคราะห์ว่า พระพุทธรูปองค์นี้มีอายุระหว่าง ๗๐๐-๑,๓๐๐ ปี คณะศรัทธาทั้งหมดจึงได้พร้อมใจกันต้ัง
ชอ่ื พระพุทธรปู นี้วา่ “หลวงพอ่ ผาเงา” และเปลีย่ นชอ่ื วัดใหม่จากวดั สบคำ มาเป็นวัดพระธาตผุ าเงา
๔. วัดพระธาตุจอมกิตติ เมืองเงินยางเชียงแสนสร้างพระธาตุจอมกิตติ โดยพระพุทธโฆษา
จารย์ พระมหาเถระชาวโกศลนคร เมอื งสธุ รรมวดี ไดน้ ำพระบรมสารรี ิกธาตจุ ากเมืองลังกามาถวายพระ
เจ้าพังคราช พระองค์พร้อมพระราชโอรส คือ พระเจ้าพรหมกุมารจึงได้สร้างพระธาตุขึ้นบนดอยน้อย
เมื่อ พ.ศ.๑๔๘๓ แล้วอัญเชิญพระธาตุที่ได้มาบรรจุไว้ ให้พระนามพระธาตุองค์นี้ว่า “พระธาตุจอม
กิตติ”ในปี พ.ศ.๒๐๓๐ หมื่นเชียงสงเจ้าผูค้ รองเมืองเชียงแสนได้ทำการบูรณะซ่อมแซมองค์พระธาตุขึ้น
ครั้งหนึ่ง พระธาตุชำรุดทรุดโทรมลง เจ้าฟ้าเฉลิมเมืองพร้อมกับคณะพระญาติและประชาชนได้ร่วมกัน
บูรณะปฏิสังขรณ์พระธาตุขึ้นใหม่อีกครั้งในราวปี พ.ศ.๒๒๓๗ รูปแบบทางสถาปัตยกรรมคือ เป็น
ศิลปกรรมอยุธยาตอนปลายพระธาตุจอมกิตติเป็นปูชนียสถานสำคัญคู่เมืองเชียงแสน พระธาตุนี้ตั้งอยู่
นอกกำแพงเมืองเชียงแสนทางด้านทิศเหนือประมาณ ๒ กิโลเมตร เส้นทางเดินผ่านบันไดนาคไปจนถึง
ลานทักษิณใกล้พระธาตุ เส้นทางเพื่อขึ้นไปนมัสการองค์พระธาตุ วัดพระธาตุจอมกิตติ จะสามารถเห็น
ทิวทัศน์ของตวั เมอื งเชยี งแสน
วดั พระธาตุจอมกติ ติ ด้านหน้าเปน็ พระวิหารทส่ี ร้างดว้ ยศลิ ปกรรมสมยั ใหม่ บรเิ วณแนวกำแพง
เมอื งเชียงแสนโบราณยงั มีการบูรณะโดยการขุดกำแพงเมืองเพ่ือเอาอิฐเก่าออกนำมาเรยี งซ้อนกันใหม่ให้
เป็นแบบสมัยใหม่ และไม่ถูกต้องตามตำนานประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นภาระหน้าที่ของกรมศิลปากรที่
จะต้องเขา้ มาดแู ลรักษา บูรณะปฏสิ ังขรณโ์ บราณสถานแห่งใดท่ไี ด้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์อย่างถูกวธิ ี
๕. วัดพระธาตุดอยปูเข้า โบราณสถานประกอบด้วยพระวิหาร และกลุ่มเจดีย์ที่พังทลาย ก่อ
ด้วยอิฐมีร่องรอยการตกแต่งด้วยลวดลายปูนปั้น นอกจากนี้บนดอยเชียงเมี่ยงยังเป็นจุดชมวิว สามารถ
มองเห็นสามเหลีย่ มทองคำได้ชัดเจนวดั ตั้งอยูร่ ิมแมน่ ้ำรวกบนดอยเล็ก ๆ ที่มีชื่อว่า ดอยเชียงเมี่ยง และ
๓๖
เพราะความเก่าแก่ของวัด ที่มีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน จึงได้มีการจดทะเบียนให้เป็น
โบราณสถานสำคัญอีกแห่งหนึ่งคู่จังหวัดเชียงราย น่าชม พระวิหารที่มีอายุกว่ าพันปี ซึ่งภายใน
ประดษิ ฐานพระพทุ ธรปู หลายองค์ รวมท้ังพระเจ้าเชยี งแสนองคใ์ หม่ทีส่ ร้างข้ึนภายหลัง พระพุทธรปู พระ
เจา้ เชียงแสนองคเ์ กา่ ท่ีอยคู่ ่วู ัดประดษิ ฐานอย่นู อกพระวหิ าร ซึ่งปจั จุบนั เหลอื เพยี งพระวรกายบางส่วนให้
ได้กราบสักการะบูชา พระธาตุดอยปูเข้า บนยอดดอยเชียงเมี่ยงเหลือให้เห็นเพียงซากปรักหักพัง และ
ดอยเชียงเมี่ยงแห่งนี้ยังเป็นจุดที่สามารถชมวิวทิวทัศน์งดงามของสามเหลี่ยมทองคำซึ่งเป็นรอยต่อ
ชายแดน ๓ ประเทศ ได้แก่ ไทย ลาว และเมียนมาร์ ตำนานแห่งพระธาตุ ตามตำนานเล่าว่าพระธาตุ
แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นใน พ.ศ. ๑๓๐๒ ในรัชสมัยของพระยาลาวเก้าแก้วเมืองมา กษัตริย์องค์ที่ ๒ แห่งเวียง
หิรญั นครเงนิ ยาง ในสมัยทพ่ี ระองคย์ งั ทรงเยาวว์ ยั นัน้ มปี ูยกั ษ์ ๒ ตวั เข้ามาทำลายพชื ผลทางการเกษตร
ของประชาชน พระยาระวะจกั รราช พระราชบิดาของพระองค์ซง่ึ เป็นปฐมกษัตรยิ ์แหง่ ราชวงศ์เมง็ รายได้
มอบหมายให้พระองค์มาปราบปูยักษ์ และในที่สุดก็จับได้ตัวหนึ่ง ส่วนอีกตัวหนีลงไปใต้ภูเขา พระองค์
ทรงขึน้ ครองราชย์ก็ได้สร้างพระธาตุปิดทางปูเอาไว้ ทำใหพ้ ระธาตุแห่งน้ีมีช่ือว่าพระธาตุปูเข้า พระพุทธ
องค์ยังมีพระชนมช์ ีพอยนู่ ้ันเคยเสด็จมายังบริเวณน้ีและได้ทำนายไวว้ ่า ในอนาคตท่ีแห่งนี้จะมีชื่อว่าดอย
ปเู ขา้ และจะมีความเจริญในภายภาคหน้า
๓๗
องค์ความรทู้ ี่ ๕
การมีสว่ นรว่ มการท่องเทีย่ วเชิงสร้างสรรคเ์ มอื งเชียงแสน
การท่องเที่ยวในแหล่งวัฒนธรรม (Cultural based tourism) เป็นการเดินทางท่องเที่ยวใน
แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ได้แก่การท่องเที่ยวมรดกทางวัฒนธรรม (Historical tourism) การ
ทอ่ งเท่ยี วงานชมวัฒนธรรมและประเพณี (Cultural and traditional tourism) และการท่องเที่ยว ชม
วถิ ีชีวติ ในชนบท (Rural tourism/ Village tourism)
ลักษณะเฉพาะของการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์เมืองเชียงแสนมีลักษณะเฉพาะของการ
ท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์สามารถแสดงองค์ประกอบ ของคุณลักษณะของการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์
ประกอบด้วย ๖ ประการ
เอกลกั ษณ์ เพิม่ ทกั ษะใหก้ บั สนิ คา้ ทกั ษะ
เฉพาะถ่นิ นกั ทอ่ งเท่ยี ว และประการณ์
นกั ท่องเท่ยี วมี ลกั ษณะเฉพาะ ทรพั ยากรการ
สว่ นรว่ มใน การท่องเท่ียวเชงิ ทอ่ งเท่ยี วท่จี บั
กจิ กรรมท่องเท่ยี ว สรา้ งสรรคเ์ มอื ง
ตอ้ งได้
เชียงแสน
แหลง่ ท่องเทย่ี ว
เมืองเชยี งแสน
๓๘
๑. เพม่ิ ทักษะให้กับนกั ท่องเท่ียว เปน็ รปู แบบการท่องเที่ยวทีเ่ พมิ่ ทักษะให้กับนักท่องเที่ยว ซึ่ง
การพัฒนาทักษะของนักท่องเที่ยวสามารถเกดิ ขึน้ ได้จากการที่นกั ท่องเที่ยวเข้ามามีสว่ นร่วมในกิจกรรม
การทอ่ งเท่ยี วเมืองเชียงแสนท่ไี ดเ้ ตรียมไว้ในแตแ่ ละชมุ ชนตน้ แบบ
๒. สินค้าหลัก ทักษะและประสบการณ์ เป็นรูปแบบการท่องเที่ยวที่มีสินค้าหลัก คือ ทักษะ
และประสบการณ์ด้านโบราณสถาน วัฒนธรรม และประเพณี ที่เกิดจากการเข้าร่วมกิจกรรมการ
ทอ่ งเทยี่ ว ประสบการณ์จะกลายเปน็ สินค้า โดยท่ไี มเ่ บยี ดเบียนทรัพยากรจากธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อม
เพอ่ื มาเป็นสินค้าใหแ้ ก่นกั ทอ่ งเท่ยี วท่ีไดม้ าเยือนพนื้ ที่
๓. ทรัพยากรการท่องเที่ยวที่จับต้องได้ เป็นรูปแบบการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนจาก การขาย
ทรัพยากรการทอ่ งเทีย่ วท่ีจับต้องไดส้ ูท่ รัพยากร การทอ่ งเท่ยี วท่ีจับตอ้ งด้วยสายตา เปน็ ต้น
๔. แหล่งท่องเที่ยวเมืองเชียงแสน โบราณสถาน วัฒนธรรม และประเพณี เป็นรูปแบบการ
ท่องเที่ยวที่เปลี่ยนจากสินค้าที่เป็น วัฒนธรรมระดับสูงไปสู่สินค้าที่เป็นวัฒนธรรมประจำวัน โดยที่
นักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงได้ ง่าย ชุมชนสามารถใช้วิถีชุมชนที่เกดิ ขึ้นได้ในชีวติ ประจำวันนำเสนอเป็น
สินค้าทางการท่องเที่ยว ให้กับนักท่องเที่ยวได้ส่งผลให้โบราณสถาน วัฒนธรรม และประเพณี ชุมชนมี
ความเขม้ แขง็ และยัง่ ยนื
๕. นักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมในกิจกรรมการท่องเที่ยว เป็นรูปแบบการท่องเที่ยวท่ี เปิดโอกาส
ให้นักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมการท่องเที่ยวร่วมกบั ชุมชนท้องถิน่ โดยที่นักท่องเที่ยวจะมี
ส่วนร่วมในกิจกรรมซึ่งเป็นวิถีประจำวันหรือวัฒนธรรมของชุมชนซึ่ง สามารถแบ่งปันและสร้าง
ประสบการณใ์ หมๆ่ ให้แก่ทงั้ ชุมชนและตวั นกั ทอ่ งเที่ยว
๖. เอกลกั ษณเ์ ฉพาะท้องถ่นิ เป็นรปู แบบการทอ่ งเทย่ี วที่ต้องมี ความโดดเดน่ แตกต่างกันด้าน
ทรพั ยากรการท่องเท่ียวเพื่อสร้างเอกลักษณ์ให้กบั แหล่งทอ่ งเทย่ี วในแตล่ ะ พนื้ ทยี่ ่อมมีความแตกต่างกัน
แต่ละชมุ ชนมีวิถชี ีวิต มีวฒั นธรรมท่ี สามารถดึงมาเป็นเอกลักษณ์ เฉพาะ และสามารถพัฒนาเป็นสินค้า
ทางการท่องเทยี่ วได้
๓๙
องคค์ วามรูท้ ่ี ๖
แนวคิดการทำธรุ กิจการท่องเทยี่ วเชิงสรา้ งสรรค์เมอื งเชยี งแสน
แนวคดิ ใหมท่ ีจ่ ะตอบสนองการท่องเท่ยี วอย่างมีคุณภาพเชิงสร้างสรรค์เมืองเชียงแสน เพื่อที่จะ
หารูปแบบการท่องเที่ยวที่เหมาะสม และหาแนวทางนวัตกรรมใหม่ๆเพื่อการท่องเที่ยวโดยไม่สร้าง
ผลกระทบทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์กระทรวงท่องเที่ยว ใน
ยุทธศาสตรท์ ี่ 2 การส่งเสริม การท่องเท่ยี วในเชงิ คุณภาพ ใหม้ กี ารเตบิ โตอยา่ งสมดุลและย่ังยนื ซึ่งแสดง
ให้เห็นว่า ภาครัฐได้ตระหนักให้ความสำคัญ ถึงการตลาดสมัยใหม่ รวมถึงกลุ่มลูกค้าที่มีคุณภาพ
สร้างสรรค์กิจกรรมการท่องเที่ยว เพื่อให้สอดคล้องกับความสนใจ และความต้องการกับนักท่องเที่ยว
แนวคิดการท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่เป็นการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวสามารถเลือกมาท่องเที่ยว ณ
สถานท่องเทีย่ วที่จุดหมายปลายทางด้วยตนเอง การนำเสนอแนวคิดการ ทอ่ งเทีย่ ว เพื่อตอบสนองความ
พึงพอใจและความต้องการที่ของนักท่องเท่ียวผู้ที่มีส่วน เกี่ยวข้องทุกฝ่ายทั้งด้านภาครัฐ ผู้ประกอบการ
และชุมชน ร่วมกันพัฒนาการเพิม่ มูลค่าการท่องเที่ยว ให้แก่นักท่องเที่ยว โดยรูปแบบการท่องเทีย่ วเชิง
แนวคดิ การท่องเทยี่ วท่มี ีพน้ื ฐาน
รูปแบบการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ (Creative Tourism) ซึ่งเป็นรูปแบบการท่องเที่ยวที่
พัฒนาต่อ ยอดจากการทอ่ งเทย่ี วเชงิ วัฒนธรรม มุง่ เน้นการอนุรกั ษศ์ ิลปวัฒนธรรมท้องถ่ิน เปิดโอกาสให้
นักท่องเที่ยวมีส่วน ร่วมกับกิจกรรมการท่องเที่ยวจากชุมชน และส่งเสริมการผลิตสินค้าท้องถิ่นป้อนสู่
ตลาด เพอื่ ตอบสนองความ ตอ้ งการของนักท่องเท่ียว กจิ กรรมของการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์เป็นการ
เรียนภาษาท้องถิ่น การทอผ้า การวาดภาพวาด หัตถกรรมพื้นบ้าน และการทำอาหารพื้นบ้าน การ
ท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไปจึงส่งผลต่อนักท่องเที่ยว และชุมชนในแหล่งท่องเที่ยวรวมถึงเศรษฐกิจใน
ท้องถนิ่ ตลอดจนการรกั ษาความเป็นเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมถิน่ การรักษาระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม
เพื่อให้เกิดการพัฒนาทางการท่องเที่ยวให้มีความยั่งยืน รูปแบบการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งมุ่งเน้น
การเรียนรู้ ศิลปะ วัฒนธรรมท้องถิ่น โดยให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมจากชุมชน
ท้องถิ่น ซึ่งเป็นการสร้างมูลค่าให้กับท้องถิ่นและเพิ่มพูนประสบการณ์ให้กับนักท่องเที่ยวตลอดจนเกิด
การผลิตสินค้าท้องถิ่นซึ่งเป็นการกระจายได้ให้ชุมชน การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์สามารถสร้างความ
ยั่งยืนให้แก่การท่องเทีย่ วสามารถสร้างความสมดุลท้ัง 3 ส่วน คือด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว เมื่อเดินทางมาท่องเที่ยวแล้วยังช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชนที่
สามารถรักษาเอกลกั ษณ์และอัตลักษณข์ องตน รวมทง้ั ยังคงสภาพแวดล้อมทอี่ ุดมสมบรู ณ์ การท่องเที่ยว
เชิงสร้างสรรค์มาปรับใช้กับพื้นท่ีเพื่อการท่องเที่ยวเมืองเชียงแสนสามารถพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวทำให้
เกิดความยั่งยืน โดยเฉพาะกับพื้นที่ท่องเทีย่ วเมืองเชียงแสน จังหวัดเชียงราย จำเป็นต้องมีการวางแผน
เพ่ือ รองรับการขยายตัวอยา่ งย่ังยนื และเป็นระบบ
๔๐
องค์ความรทู้ ี่ ๗
มมุ มองการมสี ว่ นรว่ มการทอ่ งเที่ยวเชิงสร้างสรรคเ์ มอื งเชียงแสน
การมีส่วนร่วมของชุมชน ประชาชนในพื้นที่จึงเป็นเป้าหมายสำคัญที่ต้องมีการพัฒนาการ
ท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์เมืองเชียงแสน จังหวัดเชียงราย เนื่องจากประชาชนในพื้นที่มีความรู้สึก
จิตสำนึกหวงแหนและรักท้องถิ่น การใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่ในแหล่ง
ท่องเที่ยวอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการประยุกต์ใช้ให้เกิดการพัฒนาแบบยั่งยืน ชุมชนจะต้อง
ร่วมกันพัฒนาตนเองให้เป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงระหว่างองค์ภาครัฐและเอกชน ผู้ที่เก่ียวข้องกับการ
ทอ่ งเทย่ี วเชงิ สร้างสรรคเ์ มืองเชียงแสนใหม้ คี วามสมบูรณ์
ด้านการตลาดการท่องเท่ียวเชิงสร้างสรรค์เมืองเชียงแสนท่ีมุ่งเนน้ การพฒั นาชุมชนในพ้ืนที่เป็น
หลักสำคัญเพื่อให้การท่องเที่ยวยั่งยืน การเข้าถึงข้อมูล การสัมผัสโบราณสถาน วัฒนธรรม ประเพณี
และวิถีชีวิตของชุมชน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว การนำเสนอการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์เมืองเชียง
แสนซึ่งมีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์ด้าน ประวัติศาสตร์ โบราณสถาน
ศิลปะวัฒนธรรม พิธีกรรม ความเชื่อ สินค้า และร้านค้า การเดินทางสะดวก รวดเร็ว พร้อมทั้งมีความ
เจริญทางเศรษฐกิจ การมีส่วนร่วมของคนในชุมชนจัดการแหลง่ ท่องเที่ยวซึ่งเป็นพื้นฐานการเสริมสรา้ ง
ความเข้มแขง็ ชมุ ชน
ความร่วมมือของภาครัฐและเอกชนในการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์เมืองเชียงแสน
แบบยัง่ ยนื จังหวดั เชียงรายไดน้ ำแนวทางการพฒั นาการท่องเท่ียวเชงิ สรา้ งสรรค์ออกเป็น ๓ ดา้ น ดงั น้ี
๑. การกระตุ้นให้เกิดการซื้อสินค้าที่มีการผลิตในท้องถิ่น การพัฒนาศักยภาพการผลิตสินค้า
ชุมชนเพอ่ื การสรา้ งรายได้เขา้ ชมุ ชน มีการฝกึ อบรมการพฒั นาฝมี ือและการสร้างผลติ ภณั ฑ์ใหม่
๒. การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในชุมชนให้มีผลกระทบการท่องเที่ยวน้อย
ที่สุด ท้งั การจัดการบริหารสถานทีท่ อ่ งเทีย่ ว ขยะให้มรี ะบบ
๓.การฟื้นฟูวัฒนธรรม ประเพณีท้องถิ่น เสริมสร้างมูลค่าเพิ่มทางวัฒนธรรม ประเพณี นวัตวิถี
ชุมชน
๔๑
ประวตั ิเมอื งเชยี งแสน
เมืองเชียงแสน
เมื่อปี พ.ศ. ๑๘๗๙ (ค.ศ.๑๓๓๖) และในระยะต่อมา พญามังรายได้ส่งพญาแสนภูผู้เป็นหลาน
มาควบคุมดูแลเมือง บริเวณที่ราบลุ่มแม่นำ้ กก และแมน่ ำ้ โขง รวมถึงปัจจบุ ัน ๖๘๑ ปี
เมอื งเชยี งแสนแบ่งออกเปน็ ๓ ยคุ คอื
๑. ยุคแรก (ตำนาน) ตั้งแต่ยุคที่ขอมเคลื่อนขึ้นมาตามลำน้ำโขงจากโพธิสารหลวงมา
สร้าง เมืองสวุ รรณโคมคำ ซงึ่ ในใบลานเรียกสวุ รรณโคมประเทศ มีอายปุ ระมาณ ๑,๓๐๐ ปี
๒. ยุคที่สอง (โบราณคดี) เมืองเชียงแสนนั้น มีหลักฐานปรากฏอยู่ในเอกสารอย่างชัดเจน
ว่า พระเจ้าแสนภู พระราชนัดดาของพระเจ้ามังราย ทรงสร้างเมืองขึ้นบริเวณซากเมืองรอยเก่าริมฝั่ง
แม่นำ้ โขง เม่ือ พ.ศ. ๑๘๗๑ และขนานนามว่าเมืองหริ ัญนครชยั บรุ ศี รชี ้างแสน รวมอายุ ๖๘๐ ปี
๓. ยคุ ทีส่ าม พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอย่หู วั รัชกาลท่ี ๕ แห่ง กรุงรัตนโกสินทร์ได้ทรงพระ
กรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ให้พระยาเดชดำรง ยา้ ยทีท่ ำการเมืองเชยี งแสน มาตงั้ ทเี่ มืองกาสา (อำเภอแมจ่ นั ใน
ปัจจุบัน) ต่อมาทางราชการเห็นว่าที่ตั้งเมืองเชียงแสน ติดกับลำน้ำจัน จึงได้เปลี่ยนชื่อจากอำเภอเชียง
แสน เป็น “อำเภอแม่จัน” และต่อมาเม่ือ พ.ศ.๒๔๗๐ ได้ยกฐานะเมืองเชียงแสนดั้งเดิมตั้งเป็น “กิ่ง
อำเภอเชียงแสน” และได้รับยกฐานะเป็น “อำเภอเชียงแสน” เมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๐๑ จนถึง
ปจั จุบนั
เชียงแสนทางด้านประวัติศาสตร์เดิมเคยมีผู้อาศัยมาราวพุทธศตวรรษที่ ๑๗-๑๘ การก่อต้ัง
ชุมชนที่อยู่ในที่ดอนติดแม่น้ำโขง พญาแสนภูกษัตรย์ราชวงค์มังรายทรงสร้างเมืองเชียงแสน ซึ่งต่อมา
เมอื งเชยี งแสนเป็นเมืองลูกหลวงของอาณาจักรลา้ นนากษัตรย์ราชวงค์มงั ราย ศตวรรษท่ี ๒๐ จนกระทั่ง
อาณาจักรล้านนาถูกพม่ายึดครองพุทธศักราช ๒๑๐๑ เมืองเชียงแสนเป็นเมืองสำคัญทางศาสนาและ
ยุทธศาสตร์เมืองบริวารของอาณาจักรที่ควบคุมตอนบนของหัวเมืองฝ่ายเหนือ เมืองเชียงแสนได้รับการ
พัฒนาขนึ้ อย่างรวดเรว็ ตลอด ๒๐ กวา่ ปีท่ีผา่ นมา ซึ่งเปน็ ผลมาจากนโยบายการค้าตา่ งประเทศ โดยเชยี ง
แสนได้รับการประกาศเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนจังหวัดเชียงราย ภายใต้กรอบความร่วมมืออนุ
ภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Subregion - GMS) เมืองเชียงแสนเป็นเมืองโบราณทีมีอายุ
เก่าแก่ที่สุดของแคว้นล้านนา หลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีแสดงให้ปรากฎว่าเมืองเชียง
แสนมีการพัฒนาเนื่องจากเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจการปกครอง ศาสนาและศิลปกรรม
เมอื งเชียงแสนในปจั จุบนั ได้มีการยกฐานะเป็นอำเภอเชยี งแสนท่ีเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดเชยี งราย ใน
ปี ๒๕๐๐ อำเภอเชียงแสนได้มกี ารพัฒนาอนรุ ักษ์โบราณสถานและวตั ถโุ บราณมานาน กรมศลิ ปากรได้มี
การบูรณะ จัดสภาพภูมิทัศน์รอบโบราณสถานขึ้นเป็นอนุสรณ์สถาน เพื่อการสงวนรักษาคุณค่าที่เป็น
มรดกของล้านนาและเป็นแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมชองล้านนาที่มีความสำคัญของประเทศไทย
๔๒
โบราณสถานของเมืองเชียงแสนทั้งภายในและนอกเมืองส่วนใหญ่ได้รับการขุดค้น ขุดแต่ง
บูรณปฏิสังขรณ์ และปรับปรุงภูมิทัศน์แล้ว โดยเฉพาะกำแพงเมือง ป้อม คูเมือง รวมถึงวัดวาอาราม
ต่างๆ ซึ่งเกิดขึ้นอย่างเข้มข้นในช่วง ๑๐ ปีที่ผ่านมา ด้วยนโยบายของทางจังหวัดที่ผลักดันเชียงแสนขนึ้
เป็นแหล่งมรดกโลก เมืองเชียงแสนปัจจุบนั ส่วนใหญ่มสี ภาพเปน็ เมือง เนื่องจากเป็นที่ต้ังของตวั อำเภอ
เชียงแสนและเทศบาลตำบลเวยี งเชียงแสน พน้ื ท่เี ตม็ ไปด้วยอาคารสิ่งปลูกสร้างทั้งของส่วนราชการและ
เอกชน รวมถึงบ้านเรือนราษฎร ร้านค้า ตลาด ท่าเรือ วัด สถานศึกษา บ้านพักและรีสอร์ท หน่วยงาน
ด้านการค้า ศุลกากร การท่องเที่ยว และพิพิธภัณฑ์ โดยมีโบราณสถานแทรกตัวอยู่เป็นระยะพื้นที่ด้าน
ทศิ ใต้ภายในเมืองมสี ภาพเป็นชุมชนหนาแนน่ น้อยกวา่ พืน้ ที่ดา้ นทิศเหนือ บางสว่ นเปน็ พน้ื ท่ีเกษตรกรรม
ทั้งทำนา ทำไร่ และสวนผลไม้ พื้นที่นอกเมืองส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตรกรรม บางส่วนเป็นชุมชนเมือง
นิคมอุตสาหกรรม และป่าไม้ สถานที่สำคัญต่างๆ ของเชียงแสนล้วนมีประวัติศาสตร์และเรื่องเล่าท่ี
สัมพันธ์กับประวัติศาสตร์และตำนานท้องถิ่น พื้นที่ภายในและโดยรอบเชียงแสนมีแหล่งท่องเที่ยวท่ี
สำคญั มากมาย ท้งั ทางประวัติศาสตร์ ศาสนา วฒั นธรรม แหล่งทอ่ งเที่ยวทางธรรมชาติ ทั้งยังเป็นแหล่ง
ค้าขายระหว่างประเทศที่สำคัญ มีสถานที่พักผ่อนหย่อนใจมากมาย แหล่งท่องเที่ยวเหล่านี้ เช่น เมือง
โบราณเชียงแสน เมืองโบราณเชียงแสนน้อย วัดเจดีย์หลวง วัดพระธาตุจอมกิตติ วัดพระธาตุผาเงา วัด
ป่าสัก วัดพระเจ้าล้านทอง วัดพระยืน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงแสน น้ำตกบ้านไร่ สบรวกหรือ
สามเหลีย่ มทองคำ เวียงเชียงเม่ยี งหรือเวยี งสบรวก พระธาตดุ อยปูเขา้ หอฝิน่ อทุ ยานสามเหลยี่ มทองคำ
พิพิธภัณฑ์บ้านฝิ่น เวียงหนองล่ม ทะเลสาบเชียงแสน และยังเป็นที่ตั้งถิ่นฐานของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ
เช่น ไทยวน ไทล้ือ อู่โล้อาข่าดอยสะโง้ ม้งขาวบ้านธารทอง เย้าบ้านห้วยกว๊าน ส่วนประเพณีวัฒนธรรม
ที่สำคัญของชาวเชียงแสน เช่น ปอยหลวง ทานสลาก สืบชะตาเมือง พ.ศ. ๒๕๓๐ เมืองเชียงแสนได้รับ
การบรรจเุ ป็นโครงการบูรณะและอนรุ กั ษ์เมอื งประวตั ิศาสตรแ์ ห่งชาติ ในแผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคม
แห่งชาติ ฉบับที่ ๖ มีเป้าหมายที่จะสำรวจข้อมูลเกี่ยวกับเมืองเชียงแสนและบริเวณในพื้นที่เป้าหมาย
เพื่อการดำเนินงานปรับปรุงบูรณะโบราณสถานและสภาพภูมิประเทศ ให้เกิดบรรยากาศ เพื่อให้
เศรษฐกิจและสังคมชองชุมนในทอ้ งถน่ิ ไดร้ บั ประโยชน์สูงสดุ 1
เกษตรกรรม ทั้งทำนา ทำไร่ และสวนผลไม้ พื้นที่นอกเมืองส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตรกรรม
บางส่วนเป็นชุมชนเมือง นิคมอุตสาหกรรม และป่าไม้ สถานที่สำคัญต่างๆ ของเชียงแสนล้วนมี
ประวัติศาสตร์และเรอ่ื งเล่าท่ีสมั พันธก์ บั ประวตั ิศาสตร์และตำนานทอ้ งถน่ิ พน้ื ทภ่ี ายในและโดยรอบเชียง
แสนมีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญมากมาย ทั้งทางประวัติศาสตร์ ศาสนา วัฒนธรรม แหล่งท่องเที่ยวทาง
ธรรมชาติ ทั้งยังเป็นแหล่งค้าขายระหว่างประเทศที่สำคัญ มีสถานที่พักผ่อนหย่อนใจมากมาย แหล่ง
ทอ่ งเที่ยวเหล่าน้ี เช่น เมอื งโบราณเชยี งแสน เมืองโบราณเชียงแสนน้อย วดั เจดียห์ ลวง วัดพระธาตุจอม
1 สำนกั งานโบราณคดแี ละพพิ ิธภณั ฑสถานแหง่ ชาตทิ ่ี ๖ เชยี งใหม,่ ๒๕๔๒, หนา้ ๑๐.
๔๓
กิตติ วัดพระธาตุผาเงา วัดป่าสัก วัดพระเจ้าล้านทอง วัดพระยืน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงแสน
น้ำตกบ้านไร่ สบรวกหรือสามเหล่ียมทองคำ เวียงเชียงเมี่ยงหรือเวียงสบรวก พระธาตุดอยปูเข้า หอฝิ่น
อทุ ยานสามเหล่ยี มทองคำ พิพิธภัณฑบ์ ้านฝิน่ เวยี งหนองล่ม ทะเลสาบเชียงแสน และยังเป็นท่ตี ัง้ ถ่ินฐาน
ของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ เช่น ไทยวน ไทลื้อ อู่โล้อาข่าดอยสะโง้ ม้งขาวบ้านธารทอง เย้าบ้านห้วยกว๊าน
ส่วนประเพณีวัฒนธรรมที่สำคัญของชาวเชียงแสน เช่น ปอยหลวง ทานสลาก สืบชะตาเมือง พ.ศ.
๒๕๓๐ เมืองเชียงแสนได้รับการบรรจุเป็นโครงการบูรณะและอนุรักษ์เมืองประวัติศาสตร์แห่งชาติ ใน
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๖ มีเป้าหมายที่จะสำรวจขอ้ มูลเกี่ยวกับเมืองเชียงแสน
และบริเวณในพ้ืนที่เป้าหมาย เพอื่ การดำเนินงานปรับปรงุ บรู ณะโบราณสถานและสภาพภูมปิ ระเทศ ให้
เกดิ บรรยากาศ เพอ่ื ให้เศรษฐกจิ และสงั คมชองชมุ นในท้องถน่ิ ไดร้ บั ประโยชน์สูงสุด2
จากหลักฐานทางโบราณคดีเมืองเชียงแสนได้พบหลักฐานทางโบราณคดีประเภทหินกะเทาะ
จัดเป็นเครื่องมือยุคหินเก่า ประเภทเครื่องขูดสับ และสับตัด อันเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการล่าสัตวซ์ ี่งตรง
กับยุคหินเก่าและหินกลาง3 การส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงรายและการที่จะให้
คนในพื้นที่ตระหนักถึงโบราณสถานซ่ึงเป็นมรดกล้านนาของจังหวัดชายแดน การจัดกลยุทธทาง
การตลาดทจี่ ำเป็นเปน็ ในการสร้างเสริมเศรษฐกิจฐานรากเพื่อให้เกดิ รูปธรรมและเกดิ ประสิทธภิ าพสูงสุด
มีความจำเป็นจะต้องให้ชุมชนมีบทบาทในการบริหารจัดการด้านแผนงานดำเนินงานต่าง ๆ ให้
สอดคล้องกบั สภาพของพนื้ ทแี่ ละความพร้อมของประชาชน การศกึ ษาวิจยั ในครั้งนี้จะต้องกระตุน้ ให้การ
มีส่วนร่วมชองชุมชนเข้ามามีบทบาทรับผิดชอบและเห็นความสำคัญของการท่องเที่ยวทำให้เกิดการ
ร่วมมอื พัฒนาแหล่งท่องเทีย่ วของจังหวัดเชยี งราย
เมืองเชียงแสนเป็นเมืองสำคัญทางประวัติศาสตร์ได้กล่าวถึงเมืองโบราณโยนกนครไ ชยบุรีศรี
ช้างแสน และหิรัญนครเชียงแสน ซึ่งอยู่ในตำนานสิงหนวัติกุมาร โดยเจ้าชายสิงหนวติกุมารได้ตั้งเมือง
ใหม่ที่เมืองเชียงแสนริมฝั่งแม่น้ำขรนที(แม่น้ำโขง)ซึ่งเป็นแคว้นเมืองสุวรรณโคมคำ4 ปัจจุบันส่วนใหญ่มี
สภาพเป็นเมอื ง เนื่องจากเป็นที่ต้งั ของตวั อำเภอเชียงแสนและเทศบาลตำบลเวยี งเชียงแสน พื้นท่ีเต็มไป
ด้วยอาคารสิ่งปลูกสร้างทั้งของส่วนราชการและเอกชน รวมถึงบ้านเรือนราษฎร ร้านค้า ตลาด ท่าเรือ
วดั สถานศึกษา บ้านพักและรีสอร์ท หนว่ ยงานด้านการค้า ศลุ กากร การทอ่ งเที่ยว และพิพิธภัณฑ์ โดย
มีโบราณสถานแทรกตัวอยู่เป็นระยะพื้นที่ด้านทิศใต้ภายในเมืองมีสภาพเป็นชุมชนหนาแน่นน้อยกว่า
2 สำนักงานโบราณคดแี ละพิพิธภณั ฑสถานแหง่ ชาติท่ี ๖ เชียงใหม,่ ๒๕๔๒, หนา้ ๑๐.
3 วีรพันธุ์ มาไลยพันธุ์, เครื่องมือยุคหินเก่าที่เชียงแสน, โบราณคดี ปีที่ ๔ ฉบับ ๑ (ก.ค. ๒๕๑๕), หน้า
๓๘.
4 กรมศิลปากร, ตำนานสิงหนวติกุมาร ใน ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ ๖๑, พิมพ์ครั้งที่ ๓ ในงาน
พระราชทานเพลงิ ศพ พลตรี เจา้ ราชบตุ ร (วงตะวนั ณ เชยี งใหม)่ , (กรงุ เทพฯ : กรมศลิ ปากร, ๒๕๑๖), หน้า ๕๓.
๔๔
พื้นที่ด้านทิศเหนือ บางส่วนเป็นพื้นที่เกษตรกรรม ทั้งทำนา ทำไร่ และสวนผลไม้ พื้นที่นอกเมืองส่วน
ใหญ่เป็นพื้นที่เกษตรกรรม บางส่วนเป็นชุมชนเมือง นิคมอุตสาหกรรม และป่าไม้ สถานที่สำคัญต่าง ๆ
ของเชียงแสนล้วนมีประวัติศาสตร์และเรื่องเล่าที่สัมพันธ์กับประวัติศาสตร์และตำนานท้องถิ่น พื้นที่
ภายในและโดยรอบเชียงแสนมีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญมากมาย ทั้งทางประวัติศาสตร์ ศาสนา
วัฒนธรรม แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ทั้งยังเป็นแหล่งค้าขายระหว่างประเทศที่สำคัญ มีสถานท่ี
พักผอ่ นหย่อนใจมากมาย แหลง่ ทอ่ งเท่ียวเหล่านี้ เช่น เมอื งโบราณเชียงแสน เมืองโบราณเชียงแสนน้อย
วัดเจดีย์หลวง วัดพระธาตุจอมกิตติ วัดพระธาตุผาเงา วัดป่าสัก วัดพระเจ้าล้านทอง วัดพระยืน
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงแสน นำ้ ตกบ้านไร่ สบรวกหรอื สามเหล่ียมทองคำ เวียงเชียงเม่ยี งหรือเวียง
สบรวก พระธาตุดอยปูเข้า หอฝิ่น อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ พิพิธภัณฑ์บ้านฝิ่น เวียงหนองล่ม
ทะเลสาบเชียงแสน และยังเป็นที่ตั้งถิ่นฐานของกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ เช่น ไทยวน ไทลื้อ อู่โล้อาข่าดอย
สะโง้ ม้งขาวบ้านธารทอง เย้าบ้านห้วยกว๊าน ส่วนประเพณีวัฒนธรรมที่สำคัญของชาวเชียงแสน เช่น
ปอยหลวง ทานสลาก สืบชะตาเมือง ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒5 การ
ยกระดับฐานการผลิตและบริการเดิมให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น การขยายฐานใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ
การกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคมควบคู่ไปด้วยเป็นเป้าหมายที่สำคัญ ซึ่งการตอบสนองต่อ
เป้าหมายดังกล่าวประเทศไทยต้องใช้ประโยชน์จากศักยภาพและภูมิสังคมเฉพาะของพื้นที่ การดำเนิน
ยุทธศาสตร์เชิงรุกเพื่อเสริมจุดเด่นในระดับภาคและจังหวัดในการเป็นฐานการผลิตและบริการที่สำคัญ
ประกอบกับการขยายตัวของประชากรในเขตเมืองเป็นโอกาสในการกระจายความเจริ ญและยกระดับ
รายได้ของประชาชนโดยการพัฒนาเมืองใหเ้ ปน็ เมอื งนา่ อยู่และมีศักยภาพในการรองรับการคา้ การลงทุน
5 สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
แหง่ ชาติ ฉบับที่ ๑๒, (กรุงเทพมหานคร : สำนักนายกรัฐมนตรี, ๒๕๖๐-๒๕๖๔), หนา้ ๑๐๗.
๔๕