The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงงานภาษาไทย เรื่อง กล่องสุ่มเสริม เพิ่มทักษะ อ่าน เขียน คิด ในวิกฤษ New Normal

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by meepoohkittiwat, 2023-01-26 04:43:54

โครงงานภาษาไทย เรื่อง กล่องสุ่มเสริม เพิ่มทักษะ อ่าน เขียน คิด ในวิกฤษ New Normal

โครงงานภาษาไทย เรื่อง กล่องสุ่มเสริม เพิ่มทักษะ อ่าน เขียน คิด ในวิกฤษ New Normal

Keywords: โครงงานภาษาไทย เรื่อง กล่องสุ่มเสริม เพิ่มทักษะ อ่าน เขียน คิด ในวิกฤษ New Normal

โรงเรียนเทศบาลสวนสนุก สังกัดส านักการศึกษา เทศบาลนครขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย โครงงานภาษาไทย


ชื่อโครงงาน “กล่องสุ่มเสริม เพิ่มทักษะการอ่าน เขียน คิด ในวิกฤต New Normal” ผู้จัดท าโครงงาน เด็กหญิงณฐกร โยธสาร ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เด็กหญิงรวินท์นิภา ไชยมาต ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เด็กหญิงอุทุมพร สนวา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ปรึกษาโครงงาน นายกิตติวัฒน์ ธนพัฒน์โยธิน ต าแหน่งครู วิทยฐานะ ครูช านาญการพิเศษ นายวัชรวุธ ศรีภูมิกุล ต าแหน่ง ครูวิทยาฐานะ ครูช านาญการ นายพิทักษ์ หาญกล้า พนักงานจ้าง กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิชาภาษาไทย บทคัดย่อ โครงงานภาษาไทยเรื่อง “กล่องสุ่มเสริม เพิ่มทักษะการอ่าน เขียน คิด ในวิกฤต New Normal” มีวัตถุประสงค์เพื่อ ๑) เพื่อการศึกษาและรวบรวมค าศัพท์พื้นฐาน ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ 2) เพื่อศึกษาและสร้างเกม จากเว็บไซต์ออนไลน์ ได้แก่ Online-Stopwatch, Nearpod.com และ Liveworksheets ส่งเสริมทักษะการอ่าน เขียนและคิดได้ 3) เพื่อส่งเสริมทักษะการอ่าน การเขียนและการคิดสร้างสรรค์และพัฒนาต่อยอดสู่การสร้าง นวัตกรรมใหม่ 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ ที่มีต่อกิจกรรม “กล่องสุ่มเสริม เพิ่ม ทักษะการอ่าน เขียน คิด ในวิกฤต New Normal” กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็นนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ ๕ โรงเรียนเทศบาลสวนสนุก ที่สนใจและสมัครเข้าร่วมชุมนุมภาษาไทย“ภาษา พาเพลิน” (จ านวน ๕๐ คน) เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ได้แก่ 1) สื่อเกมออนไลน์จากเว็บไซต์Online-Stopwatch 2) สื่อเกมออนไลน์จากเว็บไซต์ Nearpod.com 3) ใบงานออนไลน์Liveworksheets 4) แบบทดสอบก่อน-หลัง ร่วมกิจกรรม “กลุ่มสุ่มฯ” Google from 5) แบบประเมินความพึงพอใจต่อกิจกรรม “กลุ่มสุ่มฯ” Google from ผลการศึกษา พบว่า ๑) ได้ค าศัพท์พื้นฐานที่น่ารู้พร้อมความหมาย จากหนังสือเรียนภาษาพาทีและวรรณคดีล าน า ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ และน ามาจัดท าเป็นหนังสือค าศัพท์พื้นฐาน จ านวนทั้งสิ้น 200 ค า 2) ได้สื่อเกมออนไลน์จากเว็บไซต์ต่างๆ จ านวน 3 รูปแบบ ได้แก่ 2.1 สื่อเกมจากเว็บไซต์ Online-Stopwatch เพื่อช่วยส่งเสริมทักษะการอ่าน 2.2 สื่อเกมจากเว็บไซต์ Nearpod.com เพื่อช่วยส่งเสริมทักษะการเขียน 2.3 สื่อใบงานออนไลน์จากเว็บไซต์ Liveworksheets เพื่อช่วยส่งเสริมทักษะการคิด 3) ได้ผลการประเมินทักษะการอ่าน การเขียนและการคิด ดังนี้ 3.1 นักเรียนมีทักษะการอ่านหลังร่วมกิจกรรมสูงกว่าก่อนร่วมกิจกรรม มีค่าเฉลี่ย ( X ) เท่ากับ 23.02 3.2 นักเรียนมีทักษะการเขียนหลังร่วมกิจกรรมสูงกว่าก่อนร่วมกิจกรรม มีค่าเฉลี่ย ( X ) เท่ากับ 22.88 3.3 นักเรียนมีทักษะการคิดหลังร่วมกิจกรรมสูงกว่าก่อนร่วมกิจกรรม มีค่าเฉลี่ย ( X ) เท่ากับ 18.26 4) ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ ที่มีต่อกิจกรรม “กล่องสุ่มเสริม เพิ่มทักษะการอ่าน เขียน คิด ในวิกฤต New Normal” พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจรวมอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย ( X ) เท่ากับ 4.85 และมีค่า (S.D.) เท่ากับ 0.38 ก


กิตติกรรมประกาศ การจัดท าโครงงานเรื่อง “กล่องสุ่มเสริม เพิ่มทักษะการอ่าน เขียน คิด ในวิกฤต New Normal” ครั้งนี้ส าเร็จลุล่วงและสมบูรณ์ได้ ด้วยความกรุณาและความอนุเคราะห์ของครูที่ปรึกษาโครงงานในนาม ผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจสอบความถูกต้อง รวมถึงการออกแบบและสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก ่ ดร.กิตติวัฒน์ ธนพัฒน์โยธิน ต าแหน่งครู วิทยฐานะ ครูช านาญการพิเศษ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนเทศบาลสวนสนุก นายวัชรวุธ ศรีภูมิกุล ต าแหน่ง ครูช านาญการ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนเทศบาลสวนสนุก นายพิทักษ์หาญกล้า ต าแหน่ง พนักงานจ้าง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนเทศบาลสวนสนุก และนางสาวมะลิวรรณ ทบบุญ ต าแหน่งครู วิทยะฐานะ ครูช านาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนเทศบาลสวนสนุก ที่ได้สละเวลาเสนอแนะให้ค าปรึกษาและ แนะน าการท าโครงงานมาโดยตลอด ถึงขั้นการสรุปรายงานโครงงานจนเสร็จสมบูรณ์ คณะผู้จัดท าโครงงาน ขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงไว้ ณ โอกาสนี้ ขอขอบพระคุณนายพัฒนา ยอดสะอึ ต าแหน่ง ผู้อ านวยการสถานศึกษา วิทยฐานะ เชี่ยวชาญ ผู้อ านวยการโรงเรียนเทศบาลสวนสนุก พร้อมด้วยรองผู้อ านวยการและคณะกรรมการบริหารโรงเรียนทุกท่าน ที่ให้การสนับสนุน ส่งเสริมและเปิดโอกาสให้นักเรียนได้พัฒนาตนเองและเข้าร่วมแข่งขันการประกวดโครงงาน ภาษาไทยในครั้งนี้ ถือเป็นประสบการณ์ที่ทรงคุณค่า สามารถช่วยพัฒนาความรู้และทักษะของตนเอง ได้อย่างเต็มศักยภาพ คณะผู้จัดท าโครงงานขอกราบขอบพระคุณทุกท่านเป็นอย่างสูง คณะผู้จัดท า ข


สารบัญ หน้า บทคัดย่อ ก กิตติกรรมประกาศ ข สารบัญ ค บทที่ ๑ บทน า ๑ - ที่มาและความส าคัญของโครงงาน ๑ - วัตถุประสงค์ของการศึกษา ๒ - สมมติฐาน ๒ - นิยามศัพท์เฉพาะ 3 - ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ ๓ บทที่ ๒ เอกสารที่เกี่ยวข้อง ๔ - ความรู้เกี่ยวกับการท าโครงงาน ๔ - ความรู้เกี่ยวกับเว็บไซต์ Online-Stopwatch 11 - ความรู้เกี่ยวกับเว็บไซต์ www.nearpod.com 18 - ความรู้เกี่ยวกับเว็บไซต์ Live Worksheets 20 - ความรู้เกี่ยวกับความพึงพอใจ 24 บทที่ ๓ วิธีด าเนินการศึกษา ๒7 - ขั้นตอนการด าเนินงาน ๒7 - ระยะเวลาด าเนินงาน ๒8 - วัสดุ/อุปกรณ์ที่ใช้ในการท าโครงงาน ๒8 - ปฏิทินการปฏิบัติงาน ๒9 บทที่ ๔ ผลการศึกษา 31 - ผลการศึกษาและรวบรวมค าศัพท์พื้นฐาน ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ ๓1 - ผลการศึกษาและสร้างเกมจากเว็บไซต์ออนไลน์ ได้แก่ Online-Stopwatch, Nearpod.com และ Liveworksheets ส่งเสริมทักษะการอ่าน เขียนและคิดได้ ๓8 - ผลการส่งเสริมทักษะการอ่าน การเขียนและการคิดด้วยสื่อเกมกล่องสุ่มฯ ๓9 - ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ ที่มีต่อกิจกรรม “กล่องสุ่มเสริม เพิ่มทักษะการอ่าน เขียน คิด ในวิกฤต New Normal” 45 บทที่ ๕. สรุป อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ ๔6 - สรุปผลการศึกษา ๔6 - อภิปรายผลการศึกษา ๔7 - ข้อเสนอแนะ ๔7 บรรณานุกรม ๔8 ภาคผนวก 49 ค


สารบัญตาราง หน้า ตารางที่ ๑ ปฏิทินการด าเนินโครงงาน เรื่อง “กล่องสุ่มเสริม เพิ่มทักษะการอ่าน เขียน คิด ในวิกฤต New Normal” 29 ตารางที่ ๒ ผลการศึกษาค้นคว้าและรวบรวมค าศัพท์พื้นฐานที่น่ารู้พร้อมความหมาย 31 ตารางที่ 3 ผลการเปรียบเทียบคะแนนรายบุคคล จากการท าแบบทดสอบส่งเสริมทักษะการอ่าน 39 ตารางที่ 4 ผลการเปรียบเทียบคะแนนรายบุคคล จากการท าแบบทดสอบส่งเสริมทักษะการเขียน 41 ตารางที่ 5 ผลการเปรียบเทียบคะแนนรายบุคคล จากการท าแบบทดสอบส่งเสริมทักษะการคิด 43 ตารางที่ 6 แสดงค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความพึงพอใจของนักเรียน 45


สารบัญรูปภาพ หน้า ภาพที่ 1 การใช้งานเว็บไซต์ Online-Stopwatch 12 ภาพที่ 2 การเข้าไปที่เว็บไซต์ www.nearpod.com 13 ภาพที่ 3 การสมัครเข้าใช้งาน www.nearpod.com 13 ภาพที่ 4 การเข้าสู่ระบบ www.nearpod.com 13 ภาพที่ 5 เข้าสู่หน้าต่าง www.nearpod.com 14 ภาพที่ 6 เข้าสู่หน้าการใช้งาน Nearpod 14 ภาพที่ 7 การสร้างบทเรียนออนไลน์บน Nearpod 14 ภาพที่ 8 การ Add Slide รูปภาพ, ไฟล์ Power Point หรือ ไฟล์ PDF 14 ภาพที่ 9 การเลือก Add เพื่อใส่เนื้อหาบทเรียน 15 ภาพที่ 10 การ Add content 15 ภาพที่ 11 การ Add content โดยการน า URL ของเว็บไซต์มาเป็นบทเรียน 15 ภาพที่ 12 การ Add Activity 16 ภาพที่ 13 การ Share บทเรียน 16 ภาพที่ 14 การ Save & Exit 17 ภาพที่ 15 กลับสู่หน้า My Library 17 ภาพที่ 16 เริ่มการเรียนการสอน 17 ภาพที่ 17 การสอนแบบ Real Time 17 ภาพที่ 18 สอนแบบ Live Lesson 18 ภาพที่ 19 การสอนแบบ Student-paced 18 ภาพที่ 20 การก าหนดระยะเวลาให้กับผู้เรียน 18 ภาพที่ 21 เข้าไปที่เว็บไซต์ www.nearpod.com ส าหรับผู้เรียนที่ไม่ได้สมัครสมาชิก 18 ภาพที่ 22 การกรอกชื่อในช่อง Name / Nickname 19 ภาพที่ 23 การ log In เข้าระบบ ส าหรับผู้เรียนสมัครสมาชิก 19 ภาพที่ 24 การ Join Session เพื่อเข้าสู่บทเรียน 19 ภาพที่ 25 การสมัครเริ่มเข้าใช้งาน Liveworksheets 20 ภาพที่ 26 การสมัครใช้งานที่ Register 20 ภาพที่ 27 การกรอกข้อมูล 20 ภาพที่ 28 การกลับเข้าไปที่กล่องจดหมายของ E-mail 21 ภาพที่ 29 การlogin หน้าเว็บ 21 ภาพที่ 30 การไปที่ Make interactive worksheets 21 ภาพที่ 31 การอัพโหลดไฟล์เข้าโปรแกรม 21 ภาพที่ 32 พร้อมสู่การสร้างใบงาน 22


สารบัญรูปภาพ (ต่อ) หน้า ภาพที่ 33 ตัวอย่างการสร้างใบงานที่แบบโยงเส้นจับคู่ 22 ภาพที่ 34 ตัวอย่างการสร้างใบงานแบบลากกล่องค าตอบไปวางในช่องว่างให้ถูกต้อง 22 ภาพที่ 35 ตัวอย่างการสร้างใบงานเลือกค าตอบที่ถูกต้อง 23 ภาพที่ 36 ตัวอย่างการสร้างใบงานท าเครื่องหมายถูกในกล่องค าตอบที่ถูกต้อง 23 ภาพที่ 37 ตัวอย่างการสร้างแบบข้อสอบปรนัยหลายตัวเลือก 24 ภาพที่ 38 แสดงการระบุปัญหา วิเคราะห์ปัญหาและคัดเลือกหัวข้อโครงงาน 27 ภาพที่ 39 แสดงขั้นตอนการวางแผนเขียนเค้าโครงโครงงานและเสนอต่อครูที่ปรึกษา 27 ภาพที่ 40 แสดงขั้นตอนการแสดงขั้นตอนการศึกษาค้นคว้าและรวบรวมค าศัพท์พื้นฐาน 27 ภาพที่ 41 แสดงขั้นตอนการศึกษาเอกสารเกี่ยวกับหลักการท าโครงงานและการสร้างเกมจากเว็บไซต์ 27 ภาพที่ 42 แสดงขั้นตอนการออกแบบและสร้างเกม 28 ภาพที่ 43 แสดงขั้นการน าเกมที่ได้ไปใช้ 28 ภาพที่ 44 แสดงการเผยแพร่ความรู้ 28 ภาพที่ 45 สื่อเกมส่งเสริมทักษะการอ่านจากเว็บไซต์ Online-Stopwatch 38 ภาพที่ 46 สื่อเกมส่งเสริมทักษะการเขียนจากเว็บไซต์ Nearpod.com 38 ภาพที่ 47 สื่อใบงานออนไลน์ส่งเสริมทักษะการคิด จากเว็บไซต์ Liveworksheets 39


๑ บทที่ ๑ บทน ำ ๑. ที่มำและควำมส ำคัญของโครงงำน ภาษาไทยเป็นภาษาประจ าชาติ ถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่เราเยาวชนคนรุ่นหลังจะต้อง ร่วมอนุรักษ์สืบสานไว้ ให้คงอยู่คู่ชาติไทยตราบชั่วนิรันดร์ ภาษาไทยมีความงดงามโดดเด่นถือเป็น เอกลักษณ์ที่ส าคัญของคนไทย มีความไพเราะของภาษาโดยเฉพาะค าประพันธ์ประเภทโคลง กาพย์และ กลอน ช่วยเติมสีสันให้ภาษาไทยให้มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น อีกทั้งวิชาภาษาไทยยังเป็นวิชาพื้นฐานของ การเรียนทุกวิชาและเป็นวิชาที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนสามารถใช้ภาษาไทยให้ถูกต้องเหมาะสมตามกาลเทศะ และโอกาสต่าง ๆ การเรียนภาษาไทยมีบทเรียนที่น่าสนใจมากโดยเฉพาะบทเรียนเรื่อง ค าราชาศัพท์ หมายถึง ค าศัพท์และส านวนที่ใช้ส าหรับพระราชาและพระบรมวงศานุวงศ์รวมถึงใช้ในการพูดกับพระ ราชวงศ์และค าศัพท์ที่ใช้กับพระสงฆ์อีกด้วย ภาษาไทยมีการใช้ราชาศัพท์มาตั้งแต่สมัยใดไม่มีหลักฐานที่ จะยืนยันได้แน่นอน ค าราชาศัพท์เป็นการก าหนดค าและภาษาที่สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมอันดีงามของ ไทย ถึงแม้ค าราชาศัพท์จะมีโอกาสใช้ในชีวิตน้อย แต่เป็นสิ่งที่แสดงถึงความละเอียดอ่อนของภาษาไทยที่ มีค าหลายรูปหลายเสียงในความหมายเดียวกัน และเป็นลักษณะพิเศษโดยเฉพาะใช้กับบุคคล ด้วยสถานการณ์ระบาดของเชื้อ COVID-๑๙ ในปัจจุบัน ถือเป็นการระบาดครั้งใหญ่ทั่วโลก ส่งผลต่อวิถีชีวิต การท างาน และการด าเนินชีวิตประจ าวัน เป็นเหตุให้พวกเราทั้งหลายก้าวสู่ยุคที่มีการ เปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นด้านพฤติกรรมส่วนบุคคล ครอบครัว สังคม สภาพแวดล้อม รวมไปถึงด้านการศึกษา COVID-๑๙ ได้สร้างปัญหาและความยุ่งยากให้กับการศึกษาไทยสู่การเรียนแบบ ออนไลน์อันเนื่องมาจากโรคอุบัติใหม่ ทั้งนี้ทั้งนั้นการศึกษาก็ยังคงต้องได้รับการพัฒนาและเดินหน้า ต่อไป จากการมาเยือนของวิกฤตโรคระบาดแม้จะสร้างปัญหาและความยุ่งยากให้กับการศึกษา แต่ในอีก มุมหนึ่งกลับเป็นตัวแปรที่ช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านการศึกษาอย่างเห็นได้ชัด ในการน าเทคโนโลยี เข้ามาใช้ในระบบการศึกษาได้เป็นอย่างดี สังเกตได้จากประสบกาณ์ตรงที่พวกเราได้สัมผัสการเรียนแบบ ออนไลน์กับครูผู้สอนรายวิชาภาษาไทย คุณครูได้น าเทคโนโลยีและสื่อเกมออนไลน์มาประยุกต์ใช้ในการ สอนอย่างหลากหลาย ท าให้นักเรียนเกิดความเข้าใจและมีความสุขในการเรียน ช่วยสร้างบรรยากาศใน การเรียนออนไลน์ให้มีความน่าสนใจและไม่น่าเบื่อ ด้วยเหตุนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ท าให้พวกเราสนใจที่จะศึกษาสื่อเกมออนไลน์อย่างจริงจัง เพื่อ น ามาประยุกต์ต่อยอดใช้ในการจัดกิจกรรมชุมนุมออนไลน์ “ภาษา พาเพลิน” ส่งเสริมทักษะการอ่าน การเขียน และการคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักในการพัฒนาทักษะด้านภาษาไทยของนักเรียนทั้ง โรงเรียนให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นต่อไป ดังนั้น เพื่อตอบโจทย์เป้าหมายของโรงเรียนและสอดคล้องกับ “โครงการอ่านออก เขียนได้และคิดเป็น” ของเทศบาลนครขอนแก่น คณะผู้จัดท าได้เล็งเห็นความส าคัญ ของการส่งเสริมทักษะการอ่าน เขียนและคิด ในช่วงเรียนออนไลน์ จึงได้จัดท าโครงงาน เรื่อง “กล่องสุ่ม เสริม เพิ่มทักษะการอ่าน เขียน คิด ในวิกฤต New Normal” ขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การยกระดับ คะแนนคุณภาพการทดสอบวัดความสามารถด้านการอ่าน การเขียนและการคิดจากเทศบาลนคร ขอนแก่น ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น และสามารถน าความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการเรียนระดับสูงขึ้นต่อไปใน อนาคต และช่วยให้พัฒนาตนเอง สังคมและประเทศชาติสืบไป


๒ ๒. วัตถุประสงค์ของกำรศึกษำ 2.1 เพื่อการศึกษาและรวบรวมค าศัพท์พื้นฐาน ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ 2.2 เพื่อศึกษาและสร้างเกมจากเว็บไซต์ออนไลน์ ได้แก่ Online-Stopwatch, Nearpod.com และ Liveworksheets ส่งเสริมทักษะการอ่าน เขียนและคิดได้ 2.3 เพื่อส่งเสริมทักษะการอ่าน การเขียนและการคิดสร้างสรรค์และพัฒนาต่อยอดสู่การ สร้างนวัตกรรมใหม่ 2.4 เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ ที่มีต่อกิจกรรม “กล่องสุ่มเสริม เพิ่มทักษะการอ่าน เขียน คิด ในวิกฤต New Normal” 3. สมมติฐำน กิจกรรม “กล่องสุ่มเสริม เพิ่มทักษะการอ่าน เขียน คิด ในวิกฤต New Normal” โดยใช้เกม Online-Stopwatch, Nearpod.com และ Liveworksheets ช่วยส่งเสริมทักษะการอ่าน การเขียน และการคิดของนักเรียนชุมนุมภาษาไทย “ภาษา พาเพลิน” ได้ 4. ขอบเขตของกำรศึกษำ การจัดท าโครงงานครั้งนี้ คณะผู้จัดท าได้ศึกษาตามขอบเขต ดังนี้ 4.1 ขอบเขตเนื้อหำ 3.1.1 ค าศัพท์พื้นฐานจากหนังสือเรียนภาษาพาทีและวรรณคดีล าน า ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 (จ านวน 200 ค า) 4.2 ขอบเขตประชำกรและกลุ่มตัวอย่ำง 3.2.1 ประชำกร ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ โรงเรียนเทศบาลสวนสนุก จ านวน ๒๑๓ คน 3.2.2 กลุ่มตัวอย่ำง ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ โรงเรียนเทศบาลสวนสนุก ที่สนใจและสมัครเข้าร่วมชุมนุมภาษาไทย“ภาษา พาเพลิน”(จ านวน ๕๐ คน) 4.3 ขอบเขตตัวแปร 3.3.1 ตัวแปรต้น ได้แก่ กิจกรรม “กล่องสุ่มเสริม เพิ่มทักษะการอ่าน เขียน คิด ในวิกฤต New Normal” โดยใช้เกมOnline-Stopwatch, Nearpod.com และ Liveworksheets 3.3.2 ตัวแปรตำม ได้แก่ ทักษะการอ่าน การเขียนและการคิด สร้างสรรค์และคิดเชิงนวัตกรรม 4.4 ขอบเขตสถำนที่ โรงเรียนเทศบาลสวนสนุก 4.5 ขอบเขตระยะเวลำ ด าเนินการศึกษาในช่วงภาคเรียนที่ ๒ โดยผ่านการจัดกิจกรรม “กล่องสุ่มเสริม เพิ่มทักษะการอ่าน เขียน คิด ในวิกฤต New Normal” เริ่มแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ถึง ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕


๓ 5. นิยำมศัพท์เฉพำะ กล่องสุ่ม หมำยถึง สื่อเกมจากเว็บไซต์ Online-Stopwatch ที่ผู้จัดท าสร้างขึ้น Online-Stopwatch หมำยถึง เว็บไซต์ออนไลน์ที่คณะผู้จัดท าเลือกใช้ในการสร้างเกมกล่อง สุ่มอ่านค าศัพท์พื้นฐาน เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการส่งเสริมทักษะด้านการอ่าน ของนักเรียนในชุมนุม ภาษาไทย “ภาษา พาเพลิน” ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ในช่วงการเรียนแบบ On-line Nearpod.com หมำยถึง เว็บไซต์ออนไลน์ที่คณะผู้จัดท าเลือกใช้ในการสร้างเกมตอบค าถาม การเขียนสะกดค าศัพท์จากค าอ่านที่ก าหนดให้ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการส่งเสริมทักษะด้านการเขียน ของนักเรียนในชุมนุมภาษาไทย“ภาษา พาเพลิน” ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ในช่วงการเรียนแบบ On-line Liveworksheets หมำยถึง เว็บไซต์ออนไลน์ที่คณะผู้จัดท าเลือกใช้ในการสร้างใบงาน ออนไลน์ ประกอบด้วย ใบงานการแต่งประโยคและใบงานการเขียนเรื่องจากค าศัพท์พื้นฐานที่ก าหนดให้ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการส่งเสริมทักษะด้านการคิดสร้างสรรค์และคิดเชิงนวัตกรรม ของนักเรียนใน ชุมนุมภาษาไทย“ภาษา พาเพลิน” ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ในช่วงการเรียนแบบ On-line Google from หมำยถึง เว็บไซต์ออนไลน์ที่คณะผู้จัดท าเลือกใช้ในการสร้างแบบทดสอบ ก่อน-หลังการร่วมกิจกรรม ประกอบด้วย แบบทดสอบวัดทักษะการอ่าน แบบทดสอบวัดทักษะการ เขียน แบบทดสอบวัดทักษะการคิด และแบบประเมินความพึงพอใจ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการวัดและ ประเมินผลก่อนและหลังการร่วมกิจกรรม “กล่องสุ่มเสริม เพิ่มทักษะการอ่าน เขียน คิด ในวิกฤต New Normal” ของนักเรียนในชุมนุมภาษาไทย“ภาษา พาเพลิน” ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ในช่วงการ เรียนแบบ On-line ควำมพึงพอใจ หมำยถึง ผลการประเมินความรู้สึกของนักเรียนในชุมนุมภาษาไทย“ภาษา พาเพลิน” ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หลังการร่วมกิจกรรม “กล่องสุ่มเสริม เพิ่มทักษะการอ่าน เขียน คิด ในวิกฤต New Normal” ในช่วงการเรียนแบบ On-line โดยใช้แบบประเมินออนไลน์ Google from 6. ประโยชน์ที่คำดว่ำจะได้รับ 6.1 ได้ค าศัพท์พื้นฐาน ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ 6.2 ได้เกมจากเว็บไซต์ Online-Stopwatch ช่วยส่งเสริมทักษะการอ่าน , เกมจากเว็บไซต์ Nearpod.com ช่วยส่งเสริมทักษะการเขียน และใบงานออนไลน์จากเว็บไซต์Liveworksheets ช่วยส่งเสริมทักษะการคิด 6.3 นักเรียนมีทักษะการอ่าน การเขียนและการคิดสร้างสรรค์และสามารถต่อยอดสู่การสร้าง นวัตกรรมใหม่ได้ 6.4 นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ชุมนุมภาษาไทย “ภาษา พาเพลิน” มีความพึงพอใจต่อ กิจกรรม “กล่องสุ่มเสริม เพิ่มทักษะการอ่าน เขียน คิด ในวิกฤต New Normal” ในระดับมากที่สุด


๔ บทที่ ๒ เอกสารที่เกี่ยวข้อง จากการศึกษาการท าโครงงานในครั้งนี้ คณะผู้จัดท าได้ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ ๑. ความรู้เกี่ยวกับหลักการท าโครงงาน ๒. ความรู้เกี่ยวกับเว็บไซต์ Online-Stopwatch ๓. ความรู้เกี่ยวกับเว็บไซต์ Nearpod 4. ความรู้เกี่ยวกับเว็บไซต์ Liveworksheets 5. ความรู้เกี่ยวกับความพึงพอใจ 1. ความรู้เกี่ยวกับหลักการท าโครงงาน 1.1 ความหมายของโครงงาน โครงงาน (Project Approach) คือ กิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ ผู้เรียนได้ท าการศึกษาค้นคว้าและ ฝึกปฏิบัติด้วยตนเองตามความสามารถ ความถนัด และความสนใจ โดยอาศัยกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ หรือกระบวนการอื่นๆ ไปใช้ในการศึกษาหาค าตอบ โดยมีครูผู้สอนคอยกระตุ้นแนะน าและ ให้ค าปรึกษาแก่ผู้เรียนอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่การเลือกหัวข้อที่จะศึกษา ค้นคว้า ด าเนินงานตามแผน ก าหนดขั้นตอนการด าเนินงานและการน าเสนอผลงาน ซึ่งอาจท าเป็นบุคคลหรือเป็นกลุ่ม โครงงาน คือ การศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือหลายๆ สิ่งที่อยากรู้ค าตอบให้ลึกซึ้ง หรือเรียนรู้ในเรื่องนั้นๆ ให้มากขึ้น โดยใช้กระบวนการ วิธีการที่ศึกษาอย่างมีระบบ เป็นขั้นตอน มีการวางแผนในการศึกษา อย่างละเอียด ปฏิบัติงานตามแผนที่วางไว้ จนได้ข้อสรุปหรือผลสรุปที่เป็นค าตอบในเรื่องนั้นๆ 1.2 หลักการท าโครงงาน 1. เน้นการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง 2. ผู้เรียนเป็นผู้วางแผนในการศึกษาค้นคว้าเอง 3. ลงมือปฏิบัติเอง 4. น าเสนอโครงงานเอง 5. ร่วมก าหนดแนวทางวัดผลและประเมินผล 1.3 จุดมุ่งหมายในการท าโครงงาน 1. เพื่อให้ผู้เรียนได้ศึกษาข้อมูลจากแหล่งความรู้ต่าง ๆ ด้วยตนเอง 2. เพื่อให้ผู้เรียนได้แสดงออกซึ่งความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ 3. เพื่อให้ผู้เรียนเกิดคุณลักษณะที่พึงประสงค์ เช่น รู้จักทางานร่วมกับบุคคลอื่น มีความเชื่อมั่นในตนเอง มีความรับผิดชอบฯ 4. เพื่อให้ผู้เรียนใช้ความรู้และประสบการณ์เลือกท าโครงงานตามความสนใจ


๕ 1.4 ประเภทของโครงงาน โครงงานสามารถแบ่งตามลักษณะของกิจกรรมได้ ๔ ประเภท ดังนี้ ๑. โครงงานประเภทส ารวจ โครงงานประเภทส ารวจ เป็นโครงงานประเภทเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อหาสาเหตุของปัญหา หรือส ารวจความคิดเห็น ข้อมูลที่รวบรวมได้บางอย่างอาจเป็นปัญหาที่น าไปสู่การทดลองหรือค้นพบ สาเหตุของปัญหาที่ต้องหาวิธีแก้ไขปรับปรุงร่วมกัน เช่น โครงงานการส ารวจค าที่มักเขียนผิด โครงงาน ส ารวจการใช้ค าคะนองในหนังสือพิมพ์ เป็นต้น ๒. โครงงานประเภทการทดลอง โครงงานประเภทการทดลอง เป็นโครงงานที่ต้องออกแบบทดลอง เพื่อการศึกษาผลการ ทดลองว่าเป็นไปตามที่ตั้งสมมติฐานไว้หรือไม่ โครงงานประเภทนี้ต้องสรุปความรู้หรือผลการทดลองเป็น หลักการหรือแนวทางการปฏิบัติไว้ เช่น โครงงานการทดลองเกมฝึกทักษะการอ่านออกเสียง เป็นต้น ๓. โครงงานประเภทสิ่งประดิษฐ์ โครงงานประเภทสิ่งประดิษฐ์ เป็นโครงงานที่ประยุกต์หลักการทางวิทยาศาสตร์เข้าสู่ กระบวนการปฏิบัติ โดยอาศัยเครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ์ เพื่อประดิษฐ์ชิ้นงานใหม่ อาจเป็นของใช้ เครื่องประดับจากวัสดุเหลือใช้ หรือน าวัสดุท้องถิ่นที่มีมากมายมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เช่น โครงงานการ ประดิษฐ์เครื่องจักสานจากผักตบชวา โครงงานการประดิษฐ์เครื่องช่วยสอนวิชาภาษาไทย เป็นต้น ๔. โครงงานประเภททฤษฎี โครงงานประเภททฤษฎี เป็นโครงงานที่มีลักษณะเป็นการหาความรู้ใหม่ โดยการรวบรวม ข้อมูลและน ามาวิเคราะห์จากสถิติแล้วอภิปราย หรือ เป็นโครงงานที่ศึกษาค้นคว้าข้อมูลที่เกิดจากข้อ สงสัย อาจเป็นการน าบทเรียนมาขยายเพื่อศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมให้ได้ความรู้ในแง่มุมที่กว้างและลึก กว่าเดิม เช่น โครงงานการศึกษาข้อคิดจาก เรื่อง พระมโหสถชาดก เป็นต้น กล่าวโดยสรุป โครงงานเรื่อง “กล่องสุ่มเสริม เพิ่มทักษะการอ่าน เขียน คิด ในวิกฤต New Normal” ที่คณะผู้จัดท าได้ท าการศึกษาในครั้งนี้ จัดเป็นโครงงานประเภทการทดลอง โดยได้ท าการ ออกแบบกิจกรรมและสร้างเครื่องมือ และน าไปใช้กับกลุ่มเป้าหมายเพื่อศึกษาผลการทดลองว่าเป็นไป ตามที่ตั้งสมมติฐานไว้หรือไม่ และสรุปผลการทดลองเพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาต่อไป 1.5 ขั้นตอนการท าโครงงาน การท าโครงงานมีขั้นตอนการปฏิบัติ ดังนี้ ๑. การคิดและการเลือกหัวเรื่อง เลือกหัวเรื่องของโครงงานด้วยตนเองว่า อยากจะศึกษาอะไร ท าไมจึงอยากศึกษา หัวเรื่องของโครงงานมักจะได้มาจากปัญหา ค าถามหรือความ อยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ หัวเรื่องของโครงงานควรเฉพาะเจาะจงและชัดเจน เมื่อใครได้อ่าน ชื่อเรื่องแล้วควรเข้าใจและรู้เรื่องว่าโครงงานนี้ท าจากอะไร


๖ ข้อควรค านึงเกี่ยวกับการคัดเลือกเรื่องที่จะท าโครงงาน 1. เหมาะสมกับระดับความรู้ 2. เหมาะสมกับระดับความสามารถ 3. วัสดุอุปกรณ์ที่จ าเป็นต้องใช้ 4. งบประมาณเพียงพอ 5. ระยะเวลาที่ใช้ท าโครงงาน 6. มีครูหรือผู้ทรงคุณวุฒิเป็นที่ปรึกษา 7. มีความปลอดภัย 8. มีแหล่งเรียนรู้หรือมีเอกสารเพียงพอที่จะค้นคว้า ๒. การวางแผน การวางแผนการท าโครงงาน จะรวมถึงการเขียนเค้าโครงของ โครงงาน ซึ่งต้องมีการวางแผนไว้ล่วงหน้า เพื่อให้การด าเนินการเป็นไปอย่างรัดกุมและรอบคอบ ไม่ สับสน แล้วน าเสนอต่อผู้สอนหรือครูที่ปรึกษาเพื่อขอความเห็นชอบก่อนด าเนินการขั้นต่อไป การเขียน เค้าโครงของโครงงาน โดยทั่วไป เขียนเพื่อแสดงแนวคิด แผนงาน และขั้นตอนการท าโครงงาน ซึ่งควร ประกอบด้วยหัวข้อต่อไปนี้ 2.1 ชื่อโครงงาน ควรตั้งชื่อโครงงานการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ ด้วยตนเอง ให้สื่อความหมายได้ชัดเจน ครอบคลุมความหมายของกิจกรรมที่ท าให้ชัดเจนว่าท าอะไร ต้อง เป็นชื่อที่เหมาะสม ชัดเจน ดึงดูดความสนใจ และเฉพาะเจาะจงว่าจะท าอะไร ไม่ควรตั้งชื่อโครงงานที่มี ความหมายกว้างเกินไปตัวอย่างเช่น โครงงานจิตใจใสสะอาด กวาดลานวัด 2.2 ชื่อผู้ท าโครงงาน เป็นชื่อผู้รับผิดชอบโครงงาน ในกรณีงานกลุ่มต้อง ระบุหน้าที่ความรับผิดชอบของแต่ละคนให้ชัดเจน พิจารณาความเหมาะสมในด้านความสามารถ โอกาส ในการท างาน ก าลังทุนทรัพย์สินของแต่ละบุคคล ทั้งนี้เพื่อจะได้ทราบว่า โครงงานอยู่ในความรับผิดชอบ ของใครและสามารถติดตามได้ที่ใด หรือโครงการนี้อยู่ในความรับผิดชอบของใคร เมื่อมีปัญหาจะได้ ติดต่อประสานงานได้อย่างง่าย 2.3 ชื่อที่ปรึกษาโครงงาน การเขียนชื่อครูทีปรึกษา ผู้ทรงคุณวุฒิต่าง ๆ ควรใหเกียรติยกย่องเผยแพร่ รวมทั้งขอบคุณที่ได้แนะน าการท าโครงงานจนบรรลุเป้าหมาย 2.4 บทคัดย่อ เป็นการอธิบายสรุปถึงที่มา และความส าคัญของโครงงาน อย่างครอบคลุมประเด็นส าคัญ 3 ประเด็น คือ โครงงานนี้มุ่งท าอะไร (วัตถุประสงค์) ด าเนินการท า อย่างไร (วิธีด าเนินการ) และผลที่ได้เป็นอย่างไร (ผลการศึกษาทดลอง) 2.5 กิตติกรรมประกาศ ส่วนใหญ่การท าโครงงานเป็นกิจกรรมที่มักจะได้รับ ความร่วมมือจากหลายฝ่าย ดังนั้นเพื่อเป็นการเสริมสร้างบรรยากาศของความร่วมมือ จึงควรกล่าว ขอบคุณบุคลากร หน่วยงานต่างๆที่มีส่วนช่วยให้โครงงานนี้ส าเร็จ 2.6 ที่มาและความส าคัญของโครงงาน ในการเขียนที่มาและความส าคัญ ของโครงงาน ผู้จัดท าโครงงานต้องศึกษาหลักการ ทฤษฎีเกี่ยวกับเรื่องที่สนใจจะศึกษา หรือพูดให้เข้าใจ ง่ายๆว่า เรื่องที่สนใจจะศึกษานั้นต้องมีทฤษฎี แนวคิดมาสนับสนุน เพราะ ความรู้เหล่านี้จะเป็นแนวทาง ส าคัญในเรื่องต่อไปนี้ แนวทางการตั้งสมมติฐานของเรื่องที่จะศึกษา แนวทางในการออกแบบการ ทดลองหรือการรวบรวมข้อมูล ใช้ประกอบการอภิปรายผลการศึกษา ตลอดจนเสนอแนะเพื่อน าความรู้ และสิ่งประดิษฐ์ที่ค้นพบไปใช้ประโยชน์ต่อไป


๗ การเขียนที่มาและความส าคัญของโครงงาน คือ การอธิบายให้กระจ่างชัดว่า ท าไมต้องท า ท า แล้วได้อะไร หากไม่ท าจะเกิดลเสียอย่างไร ซึ่งมีหลักการเขียนคล้ายเรียงความทั่วไป คือมี ส่วนน า ส่วน เนื้อหา และส่วนสรุป 2.7 วัตถุประสงค์ของการท าโครงงาน คือ การก าหนดวัตุประสงค์ปลายทางที่ ต้องการจากการท าโครงงาน ในการเขียนวัตถุประสงค์ ต้องเขียนให้ชัดเจน อ่านเข้าใจง่าย สอดคล้องกับ ชื่อโครงงาน หากมีวัตุประสงค์หลายประเด็นให้ระบุเป็นข้อๆ การเขียนวัตถุประสงค์มีความส าคัญต่อ แนวทางการศึกษา ตลอดจนความรู้ที่ค้นพบหรือสิ่งประดิษฐ์ที่ค้นพบนั้นจะมีความสมบูรณ์ครบถ้วน คือ ต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ทุกๆข้อ 2.8 สมมติฐาน (ถ้ามี) ** ส่วนใหญ่ใช้กับโครงงานประเภทการทดลอง สมมติฐานของการศึกษา เป็นทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ผู้จัดท าโครงงาน ต้องให้ความส าคัญ เพราะจะท าให้เป็นการก าหนดแนวทางในการออกแบบการศึกษาให้ชัดเจนและรอบคอบ ซึ่งสมมติฐาน คือการคาดคะเนค าตอบของปัญหาอย่างมีหลักการและเหตุผล ตามหลักการ ทฤษฎีรวมถึงผลการศึกษา ของโรงงานที่ได้ท ามาแล้ว 2.9 ขอบเขตของการท าโครงงาน ผู้จัดท าโครงงาน ต้องให้ความส าคัญต่อการก าหนดขอบเขตของการท าโครงงาน เพื่อให้ได้ผล การศึกษาที่น่าเชื่อถือ ซึ่งได้แก่ การก าหนดประชากร กลุ่มตัวอย่าง ตลอดจนตัวแปรที่ศึกษา 1) การก าหนดประชากร คือ สมาชิกทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับปัญหาวิจัย 2) การก าหนดกลุ่มตัวอย่างที่จะศึกษา คือ สมาชิกส่วนหนึ่งของประชากร และกลุ่ม ตัวอย่างที่ดีนั้นจะต้องเป็นตัวแทนของประชากร โดยความจ าเป็นของการใช้กลุ่มตัวอย่างคือมีความ เป็นไปได้ในการเก็บข้อมูล มีความประหยัดและมีประสิทธิภาพ 3) ระยะเวลาด าเนินการ เป็นการก าหนดระยะเวลาการปฏิบัติงานทั้งโครงงาน 4) เนื้อหา เป็นการเขียนเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ต้องการศึกษาค้นคว้า ถ้ามีหลาย เรื่องให้เขียนเป็นข้อย่อย ๆ 5) งบประมาณ กการจัดท าโครงงานทุกครั้งต้องมีการ ประมาณค่าใช้จ่ายไว้ล่วงหน้า จัดท ารายละเอียดรายจ่ายที่เกิดขึ้นในการด าเนินโครงงาน เป็นการระบุถึงจ านวนเงิน จ านวนบุคคล จ านวนวัสดุ-อุปกรณ์ และปัจจัยอื่น ๆ ที่จ าเป็นต่อการด าเนินงาน เพราะงบประมาณเป็นตัวช่วยให้งาน ส าเร็จลงได้ถ้าขาดงบประมาณแล้วทุกอย่างก็อาจล้มเหลวได้ การจัดท างบประมาณและทรัพยากรในการด าเนินงานโครงงาน ผู้วางแผนโครงงานควรต้อง ค านึงถึงหลักส าคัญ 4 ประการในการจัดท าโครงงาน โดยจะต้องจัดเตรียมไว้อย่างเพียงพอและจะต้องใช้ อย่างประหยัด ดังนี้ 1. ความประหยัด (Economy) 2. ความมีประสิทธิภาพ (Efficiency) 3. ความมีประสิทธิผล (Effectiveness) 4. ความยุติธรรม (Equity) 6) นิยามศัพท์เฉพาะ เป็นการอธิบายควาหมายของตัวแปรที่ศึกษา และบอกวิธีการ ทดลองของตัวแปรเหล่านั้น เพื่อเป็นแนวทางการออกแบบการทดลอง ตลอดจนมีผลต่อการเขียน รายงานการท าโครงงานที่ถูกต้อง สื่อความหมายให้ผู้ฟังและผู้อ่านเข้าใจตรงกัน


๘ 10. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับหรือผลที่คาดว่าจะได้รับ ให้ระบุผลที่จะ เกิดขึ้นเมื่อเสร็จสิ้นโครงงาน เป็นผลที่ได้รับโดยตรงและผลพลอยได้หรือผลกระทบจากโครงงานเป็นผล ในด้านดีที่ คาดว่าจะได้รับจะต้องสอดคล้องกับจุดประสงค์และเป้าหมาย 11. วิธีด าเนินการ คือ วิธีการช่วยให้งานบรรลุตามวัตถุประสงค์ของการท า โครงงานตั้งแต่เริ่มเสนอโครงงานกระทั่งสิ้นสุดโครงงาน ประกอบด้วย 11.1) การก าหนดประชากร กลุ่มตัวอย่างที่จะศึกษา คือ การบอก สมาชิกทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับปัญหาวิจัย 11.2) วิธีการด าเนินการ คือ การบอกวิธีการสร้างโครงงานที่ศึกษา ค้นคว้ามา เป็นล าดับขั้นตอน โดยเริ่มจากการบอก วัสดุ-อุปกรณ์ที่ใช้ แล้วบอกวิธีการสร้างโครงงานนั้นๆ เช่น นักเรียนท าโครงงานเรื่องการศึกษาลายผ้าบาติกแบบโมเดิร์น ก็ให้บอกวิธีการสร้างลายผ้าบาติก แบบโมเดิร์นเป็นล าดับขั้นตอน เพื่อให้ผู้ฟังและผู้อ่านเข้าใจวิธีการตรงกันและสามารถท าตามได้ 11.3) การสร้างเครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูล เช่น แบบสังเกต แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ แบบวัดความพึงพอใจ แบบทดสอบ เป็นต้น 11.4) การเก็บรวบรวมข้อมูล คือ การน าโครงงานที่ศึกษา ค้นคว้า น ามาให้กลุ่มตัวอย่างได้ศึกษา ทดลองใช้ หลังจากนั้นก็ให้กลุ่มตัวอย่างท าแบบเครื่องมือการเก็บรวบรวม ข้อมูลที่ผู้จัดท าสร้าง เช่น แบบสังเกต แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ แบบวัดความพึงพอใจ แบบทดสอบ เป็นต้น 11.5) การวิเคราะห์ข้อมูล คือ การน าผลที่ได้จากการเก็บรวบรวม ข้อมูล มาวิเคราะห์ด้วยวิธีทางคณิตศาสตร์ สถิติ เพื่อที่จะน าไปสรุปผลออกมาเป็นข้อความ กราฟ แผนผัง ฯลฯ ต่อไป ในการเขียนวิธีด าเนินการให้ระบุกิจกรรมที่จะท าให้ชัดเจนว่าจะท าอะไรบ้าง เรียงล าดับกิจกรรมก่อน-หลัง ให้ชัดเจน เพื่อสามารถน าโครงงานไปปฏิบัติได้อย่างต่อเนื่องและถูกต้อง 12. ผลการศึกษาค้นคว้า คือ การน าเสนอข้อมูล หรือผลการศึกษาต่างๆที่ สังเกตรวบรวมได้ รวมทั้งเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้วิเคราะห์ได้ด้วย 13. สรุปผลและข้อเสนอแนะปัญหาอุปสรรค สรุปผลที่ได้จากข้อมูล การศึกษา ถ้ามีการตั้งสมมติฐาน ควรระบุด้วยว่า ข้อมูลที่ได้สนับสนุนหรือคัดค้านกับสมมติฐานที่ตั้งไว้ หรือยังสรุปไม่ได้ นอกจากนี้ควรกล่าวถึงการน าผลการศึกษาไปใช้ประโยชน์ การด าเนินงานตามโครงการ นี้ มีปัญหาและอุปสรรคใดบ้าง ทั้งในด้านตัวบุคคลที่ร่วมงาน ขั้นตอนการปฏิบัติ ภัยธรรมชาติ พร้อม ชี้แจงสาเหตุที่อาจเกิดขึ้นด้วย รวมทั้งแนวทางแก้ไข ปัญหาและอุปสรรคที่ไม่เป็นไปตามแผนขั้นตอน การปฏิบัติงานทุกขั้นตอน ระยะเวลา วัตถุประสงค์และเป้าหมายที่ก าหนดด้วย รวมทั้งข้อเสนอแนะ ปรับปรุงแก้ไข หากมีผู้ศึกษาค้นคว้าเรื่องท านองนี้ต่อไปในอนาคต 14. เอกสารอ้างอิง ชื่อเอกสาร ข้อมูล ที่ได้จากแหล่งต่าง ๆ ให้บอกชื่อผู้ แต่งหนังสือครั้งที่พิมพ์ สถานที่พิมพ์ ส านักพิมพ์และปีที่พิมพ์ หรือแหล่งข้อมูลที่นักเรียนใช้ค้นคว้า เพื่อ น ามาเป็นข้อมูลในการเขียนโครงงาน (ถ้ามีแหล่งค้นคว้ามากกว่า 5 แหล่ง ใช้ค าว่า บรรณานุกรม) ควร เขียนตามหลักการนิยม


๙ ๓. การด าเนินงาน เมื่อที่ปรึกษาโครงงานให้ความเห็นชอบเค้าโครงของโครงงานแล้ว ต่อไปก็ เป็นขั้นลงมือปฏิบัติงานตามขั้นตอนที่ระบุไว้ ผู้เรียนต้องพยายามท าตามแผนงานที่วางไว้ เตรียมวัสดุ อุปกรณ์และสถานที่ให้พร้อมปฏิบัติงานด้วยความละเอียดรอบคอบ ค านึงถึงความประหยัดและปลอดภัย ในการท างาน ตลอดจนการบันทึกข้อมูลต่าง ๆ ว่าได้ท าอะไรไปบ้าง ได้ผลอย่างไร มีปัญหาและ ข้อคิดเห็นอย่างไร พยายามบันทึกให้เป็นระเบียบและครบถ้วน ๔. การเขียนรายงาน การเขียนรายงานเกี่ยวกับโครงงาน เป็นวิธีสื่อความหมายวิธีหนึ่งที่จะ ให้ผู้อื่นได้เข้าใจถึงแนวคิด วิธีการด าเนินงาน ผลที่ได้ ตลอดจนข้อสรุปและข้อเสนอแนะต่าง ๆ ที่ เกี่ยวกับโครงงานนั้น การเขียนโครงงานควรใช้ภาษาที่อ่านแล้วเข้าใจง่าย ชัดเจนและครอบคลุมประเด็น ส าคัญๆ ทั้งหมดของโครงงาน ๕. การน าเสนอผลงาน การน าเสนอผลงาน เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการท าโครงงานและ เข้าใจถึงผลงานนั้น การน าเสนอผลงานอาจท าได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมต่อประเภทของ โครงงาน เนื้อหา เวลา ระดับของผู้เรียน เช่น การแสดงบทบาทสมมติ การเล่าเรื่อง การเขียนรายงาน สถานการณ์จ าลอง การสาธิต การจัดนิทรรศการ ซึ่งอาจมีทั้งการจัดแสดงและการอธิบายด้วยค า พูด หรือการรายงานปากเปล่า การบรรยาย สิ่งส าคัญคือ พยายามท าให้การแสดงผลงานนั้นดึงดูดความสนใจ ของผู้ชม มีความชัดเจน เข้าใจง่ายและมีความถูกต้องของเนื้อหา การแสดงผลโครงงาน เป็นการน าเสนอผลงานที่ได้ศึกษาค้นคว้าให้ผู้อื่น ได้รับรู้และเข้าใจ อาจจะทาในรูปแบบต่างๆ เช่น การจัดนิทรรศการ การรายงานปากเปล่า การรายงานประกอบสไลด์ คอมพิวเตอร์ เป็นต้น การแสดงผลงานโครงงานท าได้หลายระดับ เช่น 1. การจัดแสดงผลงานภายในชั้นเรียน 2. การจัดนิทรรศการภายในโรงเรียนเป็นการภายใน 3. การจัดนิทรรศการในงานประจ าปีของโรงเรียน 4. การส่งผลงานเข้าร่วมในการแสดงหรือประกวดภายนอกโรงเรียน 5. การจัดนิทรรศการ การแสดงผลงานเป็นงานขั้นสุดท้ายและการนาเสนอโครงงานเป็นขั้นตอนที่ส าคัญ อีกประการ หนึ่งของการท าโครงงาน เพราะสะท้อนการท างานของนักเรียน ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องที่ท า การตอบข้อซักถาม บุคลิกท่าทาง ท่วงท่า วาจา ไหวพริบปฏิภาณ นักเรียนควรได้รับการฝึกบุคลิกภาพใน การน าเสนอให้สง่าผ่าเผย พร้อมทั้งฝึกให้มีมารยาทในการฟังด้วย การเสนอผลงานโครงงานมีหลาย ลักษณะคือ 1. บรรยายประกอบแผ่นใส / สไลด์คอมพิวเตอร์ 2. บรรยายประกอบแผงโครงงาน 3. การจัดนิทรรศการ 1. นิทรรศการ คือ การน าวัสดุหรือสื่อแสดงหลายๆอย่าง เช่น ของจริง หุ่นจ าลอง ภาพวาด ภาพถ่าย ป้ายนิเทศ ภาพโฆษณา ฯลฯ มาจัดแสดงเพื่อให้ผู้ดูได้เห็นและเกิดการเรียนรู้อย่าง กว้างขวางหลายแง่มุม ซึ่งโดยทั่วไปมักแบ่งนิทรรศการออกเป็น 3 ประเภท คือ


๑๐ 1. นิทรรศการถาวร เป็นการรวบรวมวัสดุหรือสื่อแสดงอื่นๆ มาจัดแสดงไว้ใน สถานที่หนึ่งเป็นการถาวร ส่วนใหญ่สื่อที่จัดในนิทรรศการถาวรนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงไม่มากนัก การจัด นิทรรศการถาวร ได้แก่ การจัดนิทรรศการในพิพิธภัณฑ์ต่างๆ 2. นิทรรศการชั่วคราว เป็นการแสดงหรือรวบรวมวัสดุต่างๆ มาจัดเป็นเรื่องราว เฉพาะเรื่องบางโอกาส เช่น การจัดนิทรรศการเนื่องในวันส าคัญทางพระพุทธศาสนา หรือวาระโอกาส พิเศษ การจัดนิทรรศการเกี่ยวกับวัฒนธรรมไทย เป็นต้น 3. นิทรรศการเคลื่อนที่ เป็นการเก็บรวบรวมวัสดุหรือสื่อแสดงต่าง ๆมาจัด แสดงเป็นเรื่องราวเฉพาะเรื่องเช่นเดียวกับการจัดนิทรรสการชั่วคราวแต่วัสดุสิ่งของต่างๆ ที่จัดไว้ จะจัด ในลักษณะที่เตรียมไว้ให้สะดวกต่อการเคลื่อนที่และเปลี่ยนแปลงไปยังสถานที่ต่าง ๆได้ด้วย 2. หลักในการจัดนิทรรศการ การจัดนิทรรศการในโรงเรียนหรือในชั้นเรียนส่วนใหญ่ หรือเกือบทั้งหมดจะเป็นการจัดนิทรรศการแบบชั่วคราว โดยมีนักเรียนเป็นผู้มีส่วนในการจัดหาอุปกรณ์ หรือจัดวางอุปกรณ์ แต่เพื่อเป็นการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และส่งเสริมความสามารถสังเคราะห์ ความรู้ไว้กับนักเรียน 1. ก าหนดจุดมุ่งหมายในการจัดนิทรรศการว่าต้องการจัดเพื่อ อะไร และ ต้องการให้ใครดูบ้าง การจัดนิทรรศการเพื่อการเรียนรู้อาจจัดในห้องเรียนเป็นครั้งคราวเพื่อให้นักเรียน ในห้องดู 2. เลือกเรื่องที่ต้องการจัด และก าหนดเนื้อสาระของเรื่องว่าต้องการในเนื้อ สาระอะไรบ้าง และมีขอบเขตมากน้อยเพียงใด 3. จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ และสถานที่ที่จะจัดวางวัสดุอุปกรณ์ ต่างๆรวมทั้งทิศ ทางการเข้าชมนิทรรศการของผู้ดูด้วย 4. ถ้าเป็นการจัดนิทรรศการเพื่อให้นักเรียนเข้าชมพร้อมกัน หลายๆห้องควรมี การวางแผนในการประชาสัมพันธ์ด้วย 3. ขนาดผังโครงงานแบบพื้นฐาน 60 ซม. 60 ซม. 60 ซม. 60 ซม. 120 ซม. ชื่อเรื่อง ชื่อผู้ท าโครงงาน ครูที่ปรึกษา แนวคิด ที่มาและความส าคัญ วิธีการด าเนินการ สมมติฐาน ผลการด าเนินการ วัตถุประสงค์ วัสดุอุปกรณ์ สรุป ประโยชน์ ข้อเสนอแนะ


๑๑ ๒. ความรู้เกี่ยวกับเว็บไซต์ Online-Stopwatch Online Stopwatch คือ เว็บไซต์ออนไลน์อาวุธติดห้องเรียนส าหรับครู 4.0 เป็นอีกหนึ่งใน บริการฟรีของเว็บไซต์ไทยแวร์ https://www.online-stopwatch.com/ ที่เอาไว้ใช้ส าหรับใช้เป็นสื่อ การเรียนการสอนในรูปแบบของการสุ่มในรูปแบบต่างๆ โดยผู้ใช้งานสามารถออกแบบและก าหนด ข้อความเพื่อใช้ในการสุ่มได้ด้วยตัวเอง และมีหลากหลายรูปแบบ เช่น - Random Name Picker สุ่มรายชื่อนักเรียน หรือหัวข้อต่างๆ เลขที่ หรือตัวเลขที่เรา สามารถก าหนดช่วงตัวเลขที่ต้องการเองได้ และสามารถเลือกที่จะ Remove ข้อที่ถูกเลือกแล้วเพื่อไม่ให้ มีการเลือกซ้ าในครั้งถัดไป - Chance Game เสี่ยงดวงจากการทอยลูกเต๋า โยนเหรียญหัวก้อย เป่ายิงฉุบ และอื่นๆ อีก มากมาย - Classroom Timer จับเวลาในรูปแบบต่างๆ เพิ่มความตื่นเต้นให้นักเรียน และเป็นการคุม กิจกรรมต่างๆ ให้อยู่ในเวลาที่ก าหนด 2.1 การใช้งานเว็บไซต์ Online-Stopwatch


๑๒ ภาพที่ 1 การใช้งานเว็บไซต์ Online-Stopwatch


๑๓ 3. ความรู้เกี่ยวกับเว็บไซต์ www.nearpod.com Nearpod เป็นแอปพลิเคชันส าหรับบริหารจัดการสื่อการเรียนการสอน จากเครื่องของ อาจารย์ผู้สอนไปแสดงยังอุปกรณ์ของผู้เรียน โดยจะเป็นเครื่องมือสร้างงานน าเสนอแบบ Interactive ใช้งานง่าย ซึ่งรองรับทุกแพลตฟอร์ม ทั้ง Tablet , Smartphone , คอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์พกพาที่ใช้ ระบบปฏิบัติการ iOS และ Android มีฟังก์ชันที่เป็นประโยชน์กับผู้ 3.1 การใช้งานเว็บไซต์ www.nearpod.com ส าหรับผู้สอน 1. เข้าไปที่เว็บไซต์ www.nearpod.com แล้วคลิก Sign Up for free เพื่อสมัครเข้าใช้งาน Nearpod ภาพที่ 2 การเข้าไปที่เว็บไซต์ www.nearpod.com 2. เมื่อคลิกเข้ามาแล้ว สามารถเลือกการสมัครเข้าใช้งาน โดยสามารถสมัครทั้งผู้ใช้ Google, Office 365 หรือ สมัครด้วย E-mail อื่น ๆ โดยกรอกข้อมูลชื่อ, นามสกุล, E-mail ตั้งรหัสผ่านเพื่อใช้ใน การเข้าสู่ Nearpod ท าเครื่องหมายถูกใน ทั้ง 2 ช่องและคลิก Sign Up ดังนี้ ภาพที่ 3 การสมัครเข้าใช้งาน www.nearpod.com 3. เมื่อเข้าสู่ระบบครั้งแรกจะปรากฎหน้าต่างดังรูป ให้คลิก Let’s go! ภาพที่ 4 เข้าสู่ระบบ www.nearpod.com


๑๔ 4. เมื่อเข้ามาแล้วปรากฏหน้าต่างดังรูปให้คลิกปิดหน้าดังกล่าวได้เลย ภาพที่ 5 เข้าสู่หน้าต่าง www.nearpod.com 5. เข้าสู่หน้าการใช้งาน Nearpod เพื่อการเรียนการสอนออนไลน์ประกอบด้วย ดังนี้ 1. รายละเอียดข้อมูลส่วนตัว 2. Nearpod Lesson Library เมนูส าหรับค้นหาบทเรียนทั้งหมด ที่มีใน Nearpod 3. My Library เมนูส าหรับดูบทเรียนของตนเองที่ได้สร้างขึ้น 4. Reports เมนูส าหรับดูข้อมูลของนักเรียนที่ได้เข้าร่วมการท าแบบทดสอบต่าง ๆ ภาพที่ 6 เข้าสู่หน้าการใช้งาน Nearpod 6. เริ่มการสร้างบทเรียนออนไลน์บน Nearpod คลิกที่ Lesson in Nearpod ภาพที่ 7 การสร้างบทเรียนออนไลน์บน Nearpod 7. จะปรากฏหน้าต่างส าหรับสร้างบทเรียนออนไลน์ ให้คลิกที่ Add Slide หรือจะลากไฟล์ รูปภาพ, ไฟล์Power Point หรือ ไฟล์ PDF มาใส่ในหน้าต่างได้เลย ภาพที่ 8 การ Add Slide รูปภาพ, ไฟล์ Power Point หรือ ไฟล์ PDF


๑๕ 8. เมื่อเลือก Add Slide แล้วจะปรากฏหน้าต่าง pop up ขึ้นมาดังรูป ประกอบด้วย 1. Add Content ส าหรับใส่เนื้อหาในบทเรียนที่เป็นไฟล์ในรูปแบบต่าง ๆ 2. Add Web Content ส าหรับใส่เนื้อหาในบทเรียนจากเว็บไซต์อื่น ๆ 3. Add Activity ส าหรับสร้างกิจกรรมให้กับผู้เรียน ภาพที่ 9 การเลือก Add เพื่อใส่เนื้อหาบทเรียน 8.1 Add content สามารถสร้างเนื้อหาในบทเรียนที่เป็นในรูปแบบต่าง ๆ ดังน ภาพที่ 10 การ Add content 1. Slide ส าหรับสร้างเนื้อหาที่ประกอบด้วยข้อความ ไฟล์ VDO ไฟล์ภาพ ไฟล์เสียงในหน้าเดียวกัน และสามารถจัดรูปแบบการน าเสนอในแบบต่าง ๆ ได้ 2. Nearpod 3D ส าหรับใส่ภาพ 3D ที่มีอยู่ใน Nearpod 3. Simulation ส าหรับใส่การจ าลองการทดลอง การค านวณต่าง ๆ ที่มีอยู่ใน Nearpod 4. Field Trip ส าหรับใส่ภาพ VR ที่มีอยู่ใน Nearpod 5. BBC Video ส าหรับใส่คลิป Video ของ BBC Worldwide 6. Sway ส าหรับสร้าง Website อย่างง่าย โดยสามารถเลือกที่มีใน Nearpod อยู่แล้วหรือจะสร้างใหม่ และจะต้องมีบัญชี Office 365 เพื่อใช้ในการสร้างด้วย 7. Slideshow ส าหรับสร้างเนื้อหาที่เป็นไฟล์รูปภาพ ไฟล์ Power point และไฟล์ PDF ท าเป็นSlideshow 8. Video ส าหรับเพิ่มไฟล์วิดีโอ (MOV, MP4, AVI) และ link จากเว็บไซต์ Youtube 9. Audio ส าหรับเพิ่มไฟล์เสียง (MP3, WAV, OGG) 10. PDF Viewer ส าหรับเพิ่มไฟล์ PDF 11. Live Twitter Stream ส าหรับแชร์เนื้อหาจากผู้ใช้ Twitter 8.2 Add Web Content ส าหรับใส่เนื้อหาในบทเรียนจากเว็บไซต์อื่น ๆ โดยการน า URL ของเว็บไซต์ที่ต้องการน ามาเป็นบทเรียนมาวางลงในช่องดังรูป ภาพที่ 11 การ Add content โดยการน า URL ของเว็บไซต์มาเป็นบทเรียน


๑๖ 8.3 Add Activity สามารถสร้างกิจกรรมกับผู้เรียนในรูปแบบต่าง ๆ ดังนี้ ภาพที่ 12 การ Add Activity 1. Time To Climb ส าหรับสร้างกิจกรรมการตอบค าถามแบบตัวเลือกตั้งแต่ 2 ตัวเลือกขึ้นไปและก าหนดเวลาในการตอบแต่ละข้อ โดยน าเสนอในรูปแบบเกมปีนเขา 2. Open Ended Question ส าหรับสร้างกิจกรรมการตอบค าถามแบบพิมพ์ค าตอบ สามารถใส่เสียง รูปภาพ วิดีโอ ไฟล์ PDF เนื้อหาบนเว็บไซต์ ที่เกี่ยวข้องกับค าถามได้ 3. Matching Pairs ส าหรับสร้างกิจกรรมจับคู่ 4. Quiz ส าหรับสร้างแบบทดสอบแบบตัวเลือกตั้งแต่ 2 ตัวเลือกขึ้นไป และ ก าหนดเวลาในการท าแบบทดสอบได้สูงสุด 99 นาที 5. Flipgrid ส าหรับการน า Application Flipgrid มาใช้ร่วมกับ Nearpod 6. Draw It ส าหรับสร้างกิจกรรมวาดรูป 7. Collaborate ส าหรับสร้างกระดานสนทนาระหว่างผู้สอนและผู้เรียน โดยผู้สอน ก าหนดหัวข้อในกระดานสนทนา สามารถใส่ไฟล์ภาพ (JPG, PNG) และให้ผู้เรียนเข้ามาร่วมแสดง ความคิดเห็นเป็นข้อความหรือรูปภาพ ผ่านกระดานสนทนาได้ 8. Poll ส าหรับสร้างกิจกรรมแบบส ารวจ หรือแบบสอบถาม 9. Fill in the Blanks ส าหรับสร้างแบบฝึกหัดแบบเติมค าในช่องว่าง โดยที่ข้อความ จะต้องไม่เกิน 100 ตัวอักษร 10. Memory Test ส าหรับสร้างกิจกรรมทดสอบความจ าในรูปแบบการจับคู่ โดย เพิ่มข้อมูลที่เป็นได้ทั้งรูปภาพ และข้อความ 9. เมื่อสร้างบทเรียนเรียบร้อยแล้ว สามารถเลือกท าได้ดังนี้ 1. Share ส าหรับแชร์บทเรียนนี้ให้กับผู้สอนท่านอื่น ๆ ผ่านทาง E-mail 2. Preview ส าหรับดูตัวอย่างบทเรียนในมุมมองของผู้เรียนก่อนบันทึก 3. Save & Exit ส าหรับบันทึกบทเรียนและออกจากหน้าต่างการสร้างบทเรียน ภาพที่ 13 การShare บทเรียน


๑๗ 10. เมื่อคลิก Save & Exit จะปรากฏหน้าต่าง pop up เพื่อให้กรอกชื่อบทเรียน เลือกชั้น เรียน (ในที่นี้จะเป็น Grades ตามสากล) และเลือกวิชา เมื่อใส่ข้อมูลครบแล้วคลิกที่ Save & Exit ภาพที่ 14 การSave & Exit 11. กลับสู่หน้า My Library และ จะพบกับบทเรียนที่ได้สร้างไว้ ภาพที่ 15 กลับสู่หน้า My Library 12. เริ่มการเรียนการสอนโดยการน าเมาส์ไปชี้ที่บทเรียนจะปรากฎ 2 หัวข้อคือ 1. Live Lesson 2. Student-paced ภาพที่ 16 เริ่มการเรียนการสอน 12.1 Live Lesson เป็นการเรียนการสอนแบบ Real Time เมื่อเลือกหัวข้อนี้ จะมี pop up ของ code ในการเข้าสู่บทเรียนขึ้นมา ให้น า code ส่งให้กับผู้เรียนเพื่อเรียนในเวลานั้น ๆ ซึ่ง code จะ เปลี่ยนใหม่ในแต่ละครั้งที่เลือกสอนแบบ Live Lesson ภาพที่ 17 การสอนแบบ Real Time


๑๘ ผู้สอนสามารถควบคุมการท ากิจกรรม สามารถเพิ่มกิจกรรมในระหว่างที่มีการเรียนการสอนได้ เลยและในระหว่างที่มีการสอนแบบ Live Lesson สามารถดูได้ว่ามีใครเข้ามาเรียนบ้าง ภาพที่ 18 สอนแบบ Live Lesson 12.2 Student-paced เป็นการเรียนการสอนที่ผู้เรียนจะเรียนจากบทเรียนที่ได้สร้างไว้ ตามล าดับในระยะเวลาที่ได้ก าหนดไว้ เมื่อเลือกหัวข้อนี้ จะมี pop up ของ code ในการเข้าสู่บทเรียน ขึ้นมาให้น า code ส่งให้กับผู้เรียน ภาพที่ 19 การสอนแบบ Student-paced การก าหนดระยะเวลาให้กับผู้เรียน ให้คลิกตรงรูปปฏิทิน จะสามารถเลือกระยะเวลาในการ เรียนให้กับผู้เรียน แล้วคลิก Apply ภาพที่ 20 การก าหนดระยะเวลาให้กับผู้เรียน 3.2 การใช้งานเว็บไซต์ www.nearpod.com ส าหรับผู้เรียนที่ไม่ได้สมัครสมาชิก 1. เข้าไปที่เว็บไซต์ www.nearpod.com แล้วน า code ที่ได้จากผู้สอนมากรอกในช่อง Enter CODE แล้วคลิกวงกลมสีฟ้าที่อยู่ท้ายช่องเพื่อเข้าสู่บทเรียน ภาพที่ 21 เข้าไปที่เว็บไซต์ www.nearpod.com ส าหรับผู้เรียนที่ไม่ได้สมัครสมาชิก


๑๙ 2. จากนั้นจะปรากฎหน้าต่าง ให้กรอกชื่อในช่อง Name / Nickname แล้วคลิก Join Session เป็นการเข้าสู่บทเรียน ภาพที่ 22 การกรอกชื่อในช่อง Name / Nickname 3.3 การใช้งานเว็บไซต์ www.nearpod.com ส าหรับผู้เรียนสมัครสมาชิก 1. เข้าไปที่เว็บไซต์ www.nearpod.com แล้ว log In เข้าระบบเรียบร้อยแล้ว จะเข้าสู่หน้า My Library แล้วน า code ที่ได้จากผู้สอนมากรอกในช่อง Enter CODE แล้วคลิกวงกลมสีฟ้าที่อยู่ท้าย ช่องเพื่อเข้าสู่บทเรียน ภาพที่ 23 การ log In เข้าระบบ ส าหรับผู้เรียนสมัครสมาชิก 2. จากนั้นจะปรากฎหน้าต่าง โดยที่ระบบจะกรอกชื่อที่ได้สมัครไว้ให้แล้ว แต่ยังสามารถแก้ไข ได้ แล้วคลิก Join Session เป็นการเข้าสู่บทเรียน ภาพที่ 24 การ Join Session เพื่อเข้าสู่บทเรียน


๒๐ 4. ความรู้เกี่ยวกับเว็บไซต์ Liveworksheets 4.1 ความหมาย Liveworksheets คือโปรแกรมที่ช่วยให้ครูสามารถแปลงเวิร์กชีตที่พิมพ์ได้แบบเดิม (doc, pdf, jpg…) เป็นแบบฝึกหัดออนไลน์ ในลักษณะแบบโต้ตอบพร้อมการแก้ไขตัวเอง ซึ่ง Liveworksheets เรียกว่า “แผ่นงานแบบโต้ตอบ” 4.2 ข้อดีของ Live Worksheets ระบบตรวจค าตอบให้ทันที นักเรียนสามารถทราบผลคะแนนในทันที สะดวกต่อการ เก็บคะแนน สามารถออกแบบให้สวยงามตามจินตนาการได้อย่างหลากหลาย ดึงดูดความสนใจ ใช้ โปรแกรม canva ออกแบบได้ สามารถน าใบงานของครูท่านอื่นมาปรับแก้ได้ 4.3 การสมัครเริ่มเข้าใช้งาน Liveworksheets 1. ไปที่เว็บไซต์https://www.liveworksheets.com ภาพที่ 25 การสมัครเริ่มเข้าใช้งาน Liveworksheets 2. ไปที่ Teachers access เลือกเข้าไปสมัครใช้งานที่ Register ภาพที่ 26 การสมัครใช้งานที่ Register 3. เข้าไปกรอกข้อมูลฝั่งซ้าย ส่วนฝั่งขวายังไม่จ าเป็นต้องกรอกก็ได้ (ที่ส าคัญจะต้อง จ า username และ password ที่ใช้สมัครให้ได้) ภาพที่ 27 การกรอกข้อมูล


๒๑ 4. กลับเข้าไปที่กล่องจดหมายของ E-mail ที่เราสมัครเพื่อไป Activate เข้าใช้งาน ไปที่ จดหมาย Welcome to liveworksheets (กดเลือกตรงข้อความที่ยาวที่สุด) ภาพที่ 28 การกลับเข้าไปที่กล่องจดหมายของ E-mail 5. จากนั้นจะกลับเข้ามา login หน้าเว็บอีกครั้ง โดยใส่ Username และ Password ที่เราใช้ สมัครลงไป (โดยอาจจะกดให้เครื่องท าการบันทึกไว้ที่ Remember me) ภาพที่ 29 การlogin หน้าเว็บ 4.4 ขั้นตอนการเริ่มสร้างใบงาน 1 ไปที่ Make interactive worksheets เลือกที่ Get started ภาพที่ 30 การไปที่ Make interactive worksheets 2. เลือกไฟล์ที่จะน ามาท าเป็น ไฟล์ pdf jpg หรือ png แล้วท าการอัพโหลด ไฟล์เข้าโปรแกรมที่ปุ่ม Upload ภาพที่ 31 การอัพโหลดไฟล์เข้าโปรแกรม


๒๒ 3. พอได้ไฟล์งานเข้าระบบ จะมองเห็นใบงานนั้นโดยจะมีแถบเครื่องมือและ ขั้นตอนในการสร้างใบงานตามนี้ ภาพที่ 32 พร้อมสู่การสร้างใบงาน 4.5 การสร้างใบงานที่แบบโยงเส้นจับคู่ (join:1-join:1) วิธีการสร้าง 1. สร้างกล่องข้อความคลุมสิ่งที่จะท าการโยงเส้นจับคู่ 2. คลิกเข้าไปในกล่องข้อความที่สร้างให้กล่องมีเส้นทึบสีด า 3. แล้วพิมพ์ค าสั่งในกล่องที่จะโยงจับคู่หากันทั้ง 2 กล่อง ด้วยค าสั่งว่า join:1 ให้เหมือนกันทั้ง 2 กล่อง ที่จะโยงเส้นหากันเป็นคู่ 4. ท าแบบนี้จนครบทุกคู่ทุกกล่อง 5. เมื่อท าเสร็จแล้วลองกดเข้าไปตรวจสอบความถูกต้องในหน้าต่าง Preview ดูหากพบ ข้อผิดพลาดให้กลับไปแก้ไขใน Edit แต่หากถูกต้องให้ท าการกดปุ่ม Save ภาพที่ 33 ตัวอย่างการสร้างใบงานที่แบบโยงเส้นจับคู่ 4.6 การสร้างใบงานแบบลากกล่องค าตอบไปวางในช่องว่างให้ถูกต้อง (drag:1-drop:1) วิธีการสร้าง 1. สร้างกล่องข้อความคลุมสิ่งที่จะท าการขยับหรือลากกล่องให้คลุมกล่องนั้นๆให้สวยงาม 2. คลิกเข้าไปในกล่องให้กล่องมีเส้นทึบสีด า 3. แล้วพิมพ์ค าสั่งในกล่องที่จะขยับหรือลากไปวาง ด้วยค าสั่งว่า drag:1 แล้วพิมพ์ค าสั่งในกล่องที่เป็นช่องว่างที่เราจะน าไปวางให้ถูกที่ว่า drop:1 4. ให้เหมือนกันเป็นคู่ๆ drag:1 คู่กับ drop:1 ทั้ง 2 กล่อง ไปจนครบ 5. เมื่อท าเสร็จแล้วลองกดเข้าไปตรวจสอบความถูกต้องในหน้าต่าง Preview ดูหากพบ ข้อผิดพลาดให้กลับไปแก้ไขใน Edit แต่หากถูกต้องให้ท าการกดปุ่ม Save ภาพที่ 34 ตัวอย่างการสร้างใบงานแบบลากกล่องค าตอบไปวางในช่องว่างให้ถูกต้อง


๒๓ 4.7 การสร้างใบงานเลือกค าตอบที่ถูกต้อง (select:yes , select:no) วิธีการสร้าง 1. สร้างกล่องข้อความคลุมสิ่งที่จะให้นักเรียนเลือกว่ากล่องใดถูกกล่องใดผิด 2. คลิกเข้าไปในกล่องให้กล่องมีเส้นทึบสีด า 3. แล้วพิมพ์ค าสั่งในกล่องที่จะให้เป็นค าตอบที่ถูกต้องว่า select:yes 4. แล้วพิมพ์ค าสั่งในกล่องที่จะให้เป็นค าตอบที่ผิดหรือเป็นตัวลวงว่า select:no ท าไปจนครบ ทุกกล่องที่ จะให้นักเรียนมากดเลือก 5. เมื่อท าเสร็จแล้วลองกดเข้าไปตรวจสอบความถูกต้องในหน้าต่าง Preview ดูหากพบ ข้อผิดพลาดให้กลับไปแก้ไขใน Edit แต่หากถูกต้องให้ท าการกดปุ่ม Save ภาพที่ 35 ตัวอย่างการสร้างใบงานเลือกค าตอบที่ถูกต้อง 4.8 การสร้างใบงานท าเครื่องหมายถูกในกล่องค าตอบที่ถูกต้อง (tick:yes,no) วิธีการสร้าง 1. สร้างกล่องข้อความคลุมสิ่งที่จะให้นักเรียนเลือกว่าท าเครื่องหมาย เฉพาะในข้อที่ถูกต้อง 2. คลิกเข้าไปในกล่องให้กล่องมีเส้นทึบสีด า 3. แล้วพิมพ์ค าสั่งในกล่องที่จะให้เป็นค าตอบที่ถูกต้องว่า tick:yes 4. แล้วพิมพ์ค าสั่งในกล่องที่จะให้เป็นค าตอบที่ผิดหรือเป็นตัวลวงว่า tick:no ท าไปจนครบทุก กล่องที่จะ ให้นักเรียนกดเลือก 5. เมื่อท าเสร็จแล้วลองกดเข้าไปตรวจสอบความถูกต้องในหน้าต่าง Preview ดูหากพบ ข้อผิดพลาดให้กลับไปแก้ไขใน Edit แต่หากถูกต้องให้ท าการกดปุ่ม Save ภาพที่ 36 ตัวอย่างการสร้างใบงานท าเครื่องหมายถูกในกล่องค าตอบที่ถูกต้อง


๒๔ 4.9 การสร้างแบบข้อสอบปรนัยหลายตัวเลือก (choose:*ข้อถูก/ข้อผิด) วิธีการสร้าง 1. สร้างกล่องข้อความคลุมสิ่งที่จะให้นักเรียนมาเลือก choice แบบเลื่อนดูค าตอบ dropdown 2. คลิกเข้าไปในกล่องให้กล่องมีเส้นทึบสีด า 3. แล้วพิมพ์ค าสั่งในกล่องที่จะก าหนดตัวเลือกว่า choose:ก.9 ตัว/ข.7 ตัว/*ค.6 ตัว/ง.5 ตัว (ใน กรณีตัวอย่างนี้ จะเฉลยเป็น ข้อ ค. 6 ตัว โดยข้อใดที่จะก าหนดให้ถูกต้องให้พิมพ์ เครื่องหมาย *น าหน้าข้อนั้นๆ) 4. เมื่อท าเสร็จแล้วลองกดเข้าไปตรวจสอบความถูกต้องในหน้าต่าง Preview ดูหากพบ ข้อผิดพลาดให้กลับไปแก้ไขใน Edit แต่หากถูกต้องให้ท าการกดปุ่ม Save ภาพที่ 37 ตัวอย่างการสร้างแบบข้อสอบปรนัยหลายตัวเลือก จากการศึกษาเอกสารต าราเกี่ยวกับความรู้เรื่อง การสร้างสื่อเกมออนไลน์จากเว็บไซต์ต่างๆ คณะผู้จัดท าโครงงานได้เลือกเว็บไซต์เพื่อสร้างสื่อเกมประกอบโครงงาน 3 รูปแบบ ได้แก่ 1) เว็บไซต์ Online-Stopwatch 2) เว็บไซต์ Nearpod 3) เว็บไซต์ Liveworksheets เพื่อใช้เป็นเครื่องมือใน การส่งเสริมทักษะการอ่าน การเขียนและการคิด ของนักเรียนชุมนุมภาษาไทย “ภาษา พาเพลิน” ชั้น ประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาลสวนสนุก 5. ความรู้เกี่ยวกับความพึงพอใจ 5.1 ความหมายของความพึงพอใจ ความพึงพอใจ หมายถึง สิ่งที่เกิดจากแรงจูงใจซึ่งเป็นพฤติกรรมภายในที่ผลักดันให้ เกิด ความรู้สึกชอบ ไม่ชอบ เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ยินดี ไม่ยินดี เมื่อได้รับการตอบสนองความต้องการ และความคาดหวัง ที่เกิดจากการประมาณค่า อันเป็น การเรียนรู้ประสบการณ์จากการกระท ากิจกรรม เพื่อให้เกิดการตอบสนองความต้องการตามเป้าหมายของแต่ละบุคคล 5.2 ความส าคัญของความพึงพอใจ ความพึงพอใจมีความส าคัญ ต่อบุคคล ต่องานและหน่วยงาน ท าให้เป็นสุข เกิด แรงจูงใจและก าลังใจที่ดี มีความเชื่อมั่น ในการปฏิบัติงาน ผู้ปฏิบัติงานได้แสดงศักยภาพ ของตนเอง อย่างเต็มที่ เกิดความส าเร็จอย่างมี ประสิทธิภาพ เกิดความร่วมมือร่วมใจในการ ปฏิบัติงาน ท าให้ ระบบงานด าเนินไปด้วย ความราบรื่นเรียบร้อย และหน่วยงานมีบรรยากาศ และภาพลั กษณ์ที่ดีอีกทั้ง ช่วยให้เกิดความรัก ความสามัคคี มีพลังผลักดันให้หน่วยงานเจริญก้าวหน้าที่ส าคัญที่สุด ผู้รับบริการเกิด ความพึงพอใจในระดับสูงสุด


๒๕ 5.3 การสร้างความพึงพอใจ การสร้างความพึงพอใจให้เกิดขึ้นในบุคคล อาจกล่าวโดยรวมได้ดังนี้ 1. จัดหาหรือให้บริการเพื่อตอบสนอง ความต้องการทางด้านร่างกายด้วยสิ่งที่มี คุณภาพ ตามความต้องการของบุคคล 2. อ านวยความสะดวกในการเข้าถึงสิ่งที่ บุคคลต้องการอย่างทั่วถึงและเท่ าเทียมกัน ตามความสามารถ และมีการอ านวยความสะดวก ตามความเหมาะสม 3. ในการส่งเสริมให้เกิดความพึงพอใจใน การปฏิบัติงาน ควรจัดแนวปฏิบัติที่เหมาะสม และท้าทายตามความสามารถของแต่ละบุคคล 4. เปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานมีส่วนร่วม ในสังคมหรือในการวางแผนการด าเนินงาน ซึ่ง เป็นแรงจูงใจในการท างานประการหนึ่งที่น าไปสู่การเกิดความพึงพอใจ 5. ให้การยกย่องชมเชยด้วยความจริงใจ 6. มอบความไว้วางใจให้รับผิดชอบมากขึ้นให้อ านาจเพิ่มขึ้น เลื่อนขั้นหรือเลื่อน ต าแหน่งให้สูงขึ้น 7. ให้ความมั่นคงและความปลอดภัย 8. ให้ความเป็นอิสระในการท างาน 9. เปิดโอกาสให้เจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ได้มีโอกาสเข้าร่วมฝึกอบรม ศึกษาดู งาน การหมุนเวียนงานและการสร้างประสบการณ์จาก การใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ 10. ให้เงินรางวัลหรือรางวัลตามลักษณะงาน 11. ให้โอกาสในการแข่งขันเพื่อความเป็นเลิศในการปฏิบัติงานอันเป็นแรงกระตุ้นในแสวงหา แนวคิดใหม่ๆ ส าหรับน ามาใช้ในการปฏิบัติงาน 5.4 ลักษณะและวิธีการประเมินความพึงพอใจ 1. ลักษณะของการประเมินความพึงพอใจ มีดังนี้ 1.1 การประเมินความพึงพอใจ ด้าน ความรู้สึก เป็นลักษณะการประเมินทาง ความรู้สึก หรืออารมณ์ของบุคคลตามองค์ประกอบทาง ความรู้สึก ได้แก่ ความรู้สึกทางบวก เป็น ความชอบ พอใจ และความรู้สึกทางลบ เป็นความไม่ชอบ ไม่ พอใจ กลัว รังเกียจ 1.2 การประเมินความพึงพอใจ ด้าน ความคิด เป็นการประเมินการรับรู้ของบุคคล และ วินิจฉัยข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้รับที่เกิดเป็นความรู้ ความคิด เกี่ยวข้องกับการพิจารณาที่มาของ ทัศนคติ ออกมากว่าถูกหรือผิด ดีหรือไม่ดี ที่เกิดจากการประมวลผลของสมอง 1.3 การวัดความพึงพอใจในด้าน พฤติกรรม เป็นการวัดความพร้อมที่จะกระท าหรือ พร้อมที่จะตอบสนองที่มาของพฤติกรรม 2. วิธีประเมินความพึงพอใจ การประเมิน ความพึงพอใจมีการประเมินหลายวิธี ได้แก่ การ สังเกต การสัมภาษณ์ และการใช้แบบสอบถาม ซึ่ง มีรายละเอียด ดังนี้ 2.1 การสังเกต เป็นวิธีการส าหรับใช้ ตรวจสอบบุคคลอื่นโดยการสังเกตพฤติกรรมและ จดบันทึกความพึงพอใจที่แสดงออกมาในประเด็น ที่ต้องการประเมินอย่างมีแบบแผน โดยผู้สังเกตจะไม่ มีการปฏิบัติการหรือมีส่วนร่วมกับผู้ถูกสังเกต ต่อจากนั้นจึงน าข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ สรุปและตีความ ตามวัตถุประสงค์ของการประเมิน วิธีนี้เป็นวิธีการศึกษาที่เก่าแก่และเป็นที่นิยมใช้อย่างแพร่หลายที่ใช้ ส าหรับการศึกษาในกรณีศึกษาเท่านั้น


๒๖ 2.2 การสัมภาษณ์ เป็นวิธีการที่ผู้ประเมินจะต้องออกไปพูดคุยกับบุคคลนั้นๆ โดยตรง มีการเตรียมแผนล่วงหน้า เป็นการถาม ให้ตอบปากเปล่า แต่อาจไม่ได้ข้อมูลที่แท้จริงจาก ผู้ตอบ เนื่องจากผู้ตอบอาจรู้สึกไม่อิสระในการตอบ หรือไม่คุ้นเคยกับผู้ถาม เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นจริง มากที่สุด ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนด าเนินการ สัมภาษณ์ควรลงพื้นที่เพื่อท าความคุ้นเคยก่อน ให้เกิดความสนิท สนม และความไว้เนื้อเชื่อใจ ซึ่งจะช่วยให้ได้ข้อมูลที่เป็นจริงมากที่สุด 2.3 การใช้แบบสอบถามประมาณค่า เป็นการประเมินโดยใช้เครื่องมือที่เป็นการสร้าง ประโยคข้อความต่างๆ ทั้งที่เป็นข้อความทางบวกและข้อความทางลบที่เกี่ยวข้องกับตัวแปร ที่ต้องการ ประเมิน โดยให้ผู้ตอบแสดงความคิดเห็น ว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับข้อความแต่ละข้อนั้น โดยใช้ มาตรประเมินแบบมาตรประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ ตามวิธีของลิเคิร์ท (Likert Scale) 5.5 การสร้างแบบสอบถามประเมินความพึงพอใจ แบบมาตรประมาณค่า 5 ระดับ 1. ก าหนดเป้าหมายของความพึงพอใจว่า คืออะไร มีโครงสร้างลักษณะใด ซึ่งควร ก าหนด เป้าหมายให้ชัดเจนเป็นเรื่อง ๆ ลงไปว่าจะประเมิน ความพึงพอใจด้านใดบ้าง จากนั้นให้ ความหมาย ของความพึงพอใจว่าหมายถึงอะไรบ้าง ต่อไปจึง ก าหนดโครงสร้างของความพึงพอใจว่า ประกอบด้วย ด้านใดบ้าง แต่ละด้านจะประกอบด้วยตัวแปร อะไรบ้าง 2. รวบรวมข้อค าถามเกี่ยวกับความพึงพอใจ ที่มีต่อเป้าหมาย หลีกเลี่ยงข้อความ ก ากวม ไม่น้อยกว่า 20 ข้อ โดยก าหนดข้อค าถาม จากโครงสร้างความพึงพอใจที่ได้ก าหนดไว้แล้ว แบ่งเป็นด้าน ๆ แล้วสร้างและรวบรวมข้อค าถาม แต่ละด้านตามประเด็นที่ก าหนดไว 3. น าข้อค าถามที่สร้างแล้วไปทดลองใช้เพื่อ ตรวจสอบความชัดเจนของข้อค าถามว่า ตรงตาม โครงสร้างของการประเมินความพึงพอใจตามที่ได้ ก าหนดไว้แล้วในแต่ละด้าน และในแต่ละ ประเด็น ย่อยหรือไม่ หากมีความคลุมเครือหรือไม่ชัดเจน จะได้แก้ไขก่อนสร้างเป็นแบบสอบถาม จากนั้น ทดลองใช้กับผู้ตอบแบบสอบถาม จ านวน 10 เท่า ของจ านวนข้อในพื้นที่ที่คล้ายคลึงกัน 4. ก าหนดน้ าหนักในการตอบแต่ละตัวเลือก โดยก าหนดน้ าหนักคะแนนเป็น 5,4,3,2,1 การแปลความหมายคะแนนและการก าหนด ระดับความพึงพอใจ การก าหนดระดับของ ความพึงพอใจ ด้วยแบบสอบถาม มีวัตถุประสงค์เพื่อบ่งชี้ระดับความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมายหรือ กลุ่มตัวอย่างซึ่งมีเกณฑ์ในการก าหนดน้ าหนักคะแนนความพึงพอใจ ดังนี้ พึงพอใจมากที่สุด ก าหนดให้ 5 คะแนน พึงพอใจมาก ก าหนดให้ 4 คะแนน พึงพอใจปานกลาง ก าหนดให้ 3 คะแนน พึงพอใจน้อย ก าหนดให้ 2 คะแนน พึงพอใจน้อยที่สุด ก าหนดให้ 1 คะแนน เกณฑ์ในการแปลความหมายค่าน้ าหนักคะแนนเฉลี่ยโดยรวมของความพึงพอใจ มีดังนี้ (บุญชม ศรีสะอาด, 2545) ค่าเฉลี่ย การแปลความหมาย 4.51-5.00 หมายถึง พึงพอใจมากที่สุด 3.51-4.50 หมายถึง พึงพอใจมาก 2.51-3.50 หมายถึง พึงพอใจปานกลาง 1.51-2.50 หมายถึง พึงพอใจน้อย 1.00-1.50 หมายถึง พึงพอใจน้อยที่สุด


๒๗ บทที่ ๓ วิธีด ำเนินงำน จากการท าโครงงาน เรื่อง “กล่องสุ่มเสริม เพิ่มทักษะการอ่าน เขียน คิด ในวิกฤต New Normal” คณะผู้จัดท าโครงงานได้ด าเนินการศึกษาตามล าดับ ดังนี้ 1. ขั้นตอนกำรด ำเนินงำน ๑.1 ขั้นกำรคิดและกำรเลือกหัวเรื่อง 1. จัดประชุมผู้จัดท าพร้อมคณะครูที่ปรึกษาโครงงาน ผ่านระบบ Google meet 2. ร่วมกันระบุปัญหา วิเคราะห์ปัญหาและเลือกประเด็นปัญหาที่สนใจศึกษา 3 น าประเด็นปัญหาที่พบมาออกแบบ ตั้งชื่อเรื่องเพื่อจัดท าโครงงานต่อไป 1.๒ ขั้นกำรวำงแผน 1. จัดท าเค้าโครงโครงงานและน าเสนอต่อครูที่ปรึกษา (ทั้งในรูปแบบ On-line และ On-site) เพื่อสร้างความเข้าใจในงานร่วมกัน รับการตรวจสอบและรับค าแนะน าจากครูที่ปรึกษา ถึงแนวทางการจัดท าโครงงานให้ส าเร็จต่อไป 2. ร่วมกันวางแผนและก าหนดปฏิทินการปฏิบัติงาน รวมถึงร่วมกันออกแบบ กิจกรรมและจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ที่จ าเป็นในการท าโครงงาน 3. มอบหมายภาระงานและแบ่งหน้าที่รับผิดชอบในการท างานเป็นทีมให้ชัดเจน 1.3 ขั้นกำรด ำเนินงำน 1. ศึกษาค้นคว้าและรวบรวมค าศัพท์พื้นฐานจากหนังสือเรียนภาษา พาที และ วรรณคดีล าน า ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ 2. ศึกษาเอกสารเกี่ยวกับหลักการท าโครงงานและการสร้างเกมจากเว็บไซต์ต่างๆ จากอินเทอร์เน็ต สอบถามผู้รู้และครูที่ปรึกษาโครงงาน ได้แก่ เว็บไซต์ Online-Stopwatch , Nearpod.com , Liveworksheets และ Google from ภาพที่ 38 แสดงการระบุปัญหา วิเคราะห์ปัญหาและคัดเลือกหัวข้อโครงงาน ภาพที่ 39 แสดงขั้นตอนการวางแผนเขียนเค้าโครงโครงงานและเสนอต่อครูที่ปรึกษา ภาพที่ 40 แสดงขั้นตอนการศึกษาค้นคว้าและรวบรวมค าศัพท์พื้นฐาน ภาพที่ 41 แสดงขั้นตอนการศึกษาเอกสารเกี่ยวกับหลักการท าโครงงานและการสร้างเกมจากเว็บไซต์


๒๘ 3. ระดมสมองช่วยกันน าค าศัพท์ที่ได้จากข้อที่ 1 มาออกแบบและสร้างเกม จากเว็บไซต์ Online-Stopwatch (เพื่อส่งเสริมทักษะการอ่าน) สร้างเกมจากเว็บไซต์ Nearpod.com (เพื่อส่งเสริมทักษะการเขียน) และสร้างใบงานออนไลน์จากเว็บไซต์ Liveworksheets (เพื่อส่งเสริม ทักษะการคิด) และน าเสนอเกมต่างๆ ต่อครูที่ปรึกษาให้ช่วยตรวจสอบความถูกต้องและให้ค าแนะน า เพื่อน าไปปรับปรุงแก้ไขให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น 3.4 น าเกมที่ได้ไปใช้กับนักเรียนในชุมนุมภาษาไทยออนไลน์ “ภาษา พาเพลิน” ๔. ขั้นกำรเขียนรำยงำน 4.1 สรุป อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ 4.2 เขียนสรุปรายงานโครงงาน 5 บท จัดท าเป็นรูปเล่ม จัดป้ายนิเทศแสดง ผลงานโครงงานและฝึกซ้อมการน าเสนอ ๕. ขั้นกำรน ำเสนอผลงำน เผยแพร่ให้ความรู้เรื่องค าศัพท์พื้นฐาน โดยผ่านการจัดกิจกรรม “กล่องสุ่ม เสริม เพิ่มทักษะการอ่าน เขียน คิด ในวิกฤต New Normal” ในรูปแบบ On-line ผ่าน Google meet กับนักเรียนในชุมนุมภาษาไทยออนไลน์ “ภาษา พาเพลิน” ทุกวันจันทร์และวันศุกร์ของสัปดาห์ เวลา 11.00-12.00 น. 2. ระยะเวลำด ำเนินงำน ภาคเรียนที่ ๒ เริ่มแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ถึง ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ 3. วัสดุ/อุปกรณ์ที่ใช้ในกำรท ำโครงงำน ๑. กล้องถ่ายรูป (มือถือ) 6. คัตเตอร์, กรรไกร 2. คอมพิวเตอร์ 7. กระดาษกาวสองหน้า 3. สัญญาณอินเทอร์เน็ต 8. ไม้บรรทัด 4. กระดาษ A4 9. พริ้นเตอร์ 5. สีไม้, กาว ๑๐. ป้ายนิเทศ ภาพที่ 43 แสดงขั้นการน าเกมที่ได้ไปใช้ ภาพที่ 44 แสดงการเผยแพร่ความรู้ ภาพที่ 42 แสดงขั้นตอนการออกแบบและสร้างเกม จากเว็บไซต์ Nearpod.com (เพื่อส่งเสริมทักษะการ เขียน) Liveworksheets (เพื่อส่งเสริมทักษะการ คิด) Online-Stopwatch (เพื่อส่งเสริมทักษะการ อ่าน)


๒๙ 4. ปฏิทินกำรปฏิบัติงำน ตำรำงที่ ๑ ปฏิทินการด าเนินโครงงาน เรื่อง “กล่องสุ่มเสริม เพิ่มทักษะการอ่าน เขียน คิด ในวิกฤต New Normal” กำรด ำเนินงำน สถำนที่/ แหล่งเรียนรู้ ระยะเวลำ ๑. ขั้นกำรคิดและกำรเลือกหัวเรื่อง (On-line) Google Meet ระหว่างวันที่ 1-3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 1.1 จัดประชุมคณะผู้จัดท าพร้อมคณะครูที่ปรึกษา โครงงาน ผ่านระบบออนไลน์Google Meet 1.2 ร่วมกันระบุปัญหา วิเคราะห์ปัญหาและช่วยกัน เลือกประเด็นปัญหาที่สนใจศึกษา 1.3 น าประเด็นปัญหาที่พบมาออกแบบ ตั้งชื่อเรื่อง เพื่อจัดท าโครงงานต่อไป ๒. ขั้นกำรวำงแผน (On-line และ On-site) Google Meet และโรงเรียน เทศบาลสวนสนุก ระหว่างวันที่ 4-8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 2.1 จัดท าเค้าโครงโครงงานและน าเสนอต่อครูที่ ปรึกษา (ทั้งในรูปแบบ On-line และ On-site) เพื่อสร้าง ความเข้าใจในงานร่วมกัน รับการตรวจสอบและรับ ค าแนะน าจากครูที่ปรึกษา ถึงแนวทางการจัดท า โครงงานให้ส าเร็จต่อไป 2.2 ร่วมกันวางแผนและก าหนดปฏิทินก า ร ปฏิบัติงาน รวมถึงร่วมกันออกแบบ กิจกรรมและจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ที่จ าเป็นในการท า โครงงาน 2.3 มอบหมายภาระงานและแบ่งหน้าที่รับผิดชอบ ในการท างานเป็นทีมให้ชัดเจน ๓. ขั้นกำรด ำเนินงำน (On-line และ On-site) Google Meet และโรงเรียน เทศบาลสวนสนุก ระหว่างวันที่ 9-21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 3.1 ศึกษาค้นคว้าและรวบรวมค าศัพท์พื้นฐานจาก หนังสือเรียนภาษา พาที และวรรณคดีล าน า ชั้น ประถมศึกษาปีที่ ๕ 3.2 ศึกษาเอกสารเกี่ยวกับหลักการท าโครงงานและ การสร้างเกมจากเว็บไซต์ต่างๆ จากอินเทอร์เน็ต สอบถามผู้รู้และครูที่ปรึกษาโครงงาน ได้แก่ เว็บไซต์ Online-Stopwatch , Nearpod.com , Liveworksheets และ Google from 3.3 ระดมสมองช่วยกันน าค าศัพท์ที่ได้จากข้อที่ 3.1 มาออกแบบและสร้างเกมจากเว็บไซต์ OnlineStopwatch (เพื่อส่งเสริมทักษะการอ่าน) สร้างเกมจาก เว็บไซต์ Nearpod.com (เพื่อส่งเสริมทักษะการเขียน) และสร้างใบงานออนไลน์จากเว็บไซต์ Liveworksheets


๓๐ กำรด ำเนินงำน สถำนที่/ แหล่งเรียนรู้ ระยะเวลำ (เพื่อส่งเสริมทักษะการคิด) และน าเสนอเกมต่างๆ ต่อครู ที่ปรึกษาให้ช่วยตรวจสอบความถูกต้องและให้ค าแนะน า เพื่อน าไปปรับปรุงแก้ไขให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น 3.4 น าเกมที่ได้ไปใช้กับนักเรียนในชุมนุมภาษาไทย ออนไลน์ “ภาษา พาเพลิน” ได้แก่ - เกม Online-Stopwatch (เพื่อส่งเสริมทักษะการอ่าน) - เกม Nearpod.com (เพื่อส่งเสริมทักษะการเขียน) - ใบงาน Liveworksheets (เพื่อส่งเสริมทักษะการคิด) ระหว่างวันที่ 22 พ.ย. 2564 ถึง 18 ก.พ. 2565 ๔. ขั้นกำรเขียนรำยงำน (On-line และ On-site) Google Meet และโรงเรียน เทศบาลสวนสนุก ระหว่างวันที่ 21-28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565 4.1 สรุป อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ 4.2 เขียนสรุปรายงานโครงงาน 5 บท จัดท าเป็น รูปเล่ม จัดป้ายนิเทศแสดงผลงานโครงงานและฝึกซ้อม การน าเสนอ ๕. ขั้นกำรน ำเสนอผลงำน (On-line) Google Meet ระหว่างวันที่ 22 พ.ย. 2564 ถึง 18 ก.พ. 2565 เผยแพร่ให้ความรู้เรื่องค าศัพท์พื้นฐาน โดยผ่านการ จัดกิจกรรม “กล่องสุ่มเสริม เพิ่มทักษะการอ่าน เขียน คิด ในวิกฤต New Normal” ในรูปแบบ On-line ผ่าน Google meet กับนักเรียนในชุมนุมภาษาไทยออนไลน์ “ภาษา พาเพลิน” ทุกวันจันทร์และวันศุกร์ของสัปดาห์ เวลา 11.00-12.00 น.


๓๑ บทที่ ๔ ผลการศึกษา จากการศึกษาและจัดท าโครงงาน เรื่อง “กล่องสุ่มเสริม เพิ่มทักษะการอ่าน เขียน คิด ในวิกฤต New Normal” ในครั้งนี้ สามารถสรุปผลการศึกษาได้ ดังนี้ 1. ผลการศึกษาและรวบรวมค าศัพท์พื้นฐาน ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ 2. ผลการศึกษาและสร้างเกมจากเว็บไซต์ออนไลน์ ได้แก่ Online-Stopwatch, Nearpod.com และ Liveworksheets ส่งเสริมทักษะการอ่าน เขียนและคิดได้ 3. ผลการส่งเสริมทักษะการอ่าน การเขียนและการคิดด้วยสื่อเกมกล่องสุ่มฯ 4. ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ ที่มีต่อกิจกรรม “กล่องสุ่มเสริม เพิ่มทักษะการอ่าน เขียน คิด ในวิกฤต New Normal” 1. ผลการศึกษาและรวบรวมค าศัพท์พื้นฐาน ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ คณะผู้จัดท าโครงงานได้ท าการศึกษาและรวบรวมค าศัพท์พื้นฐานที่น่ารู้พร้อมความหมาย จาก หนังสือเรียนภาษาพาทีและวรรณคดีล าน า ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ และน ามาจัดท าเป็นหนังสือค าศัพท์ พื้นฐาน รวมได้ค าศัพท์พื้นฐานพร้อมความหมายจ านวนทั้งสิ้น 200 ค า ดังตารางที่ 2 ตารางที่ ๒ ผลการศึกษาค้นคว้าและรวบรวมค าศัพท์พื้นฐานที่น่ารู้พร้อมความหมาย ค าที่ ค าศัพท์พื้นฐาน ความหมาย 1 การเวก ชื่อนกในนิทาน เชื่อว่าอยู่ในป่าหิมพานต์ ลักษณะคล้ายครุฑประสมกับ หงส์ 2 พยักพเยิด ท าหน้าตาให้รู้ว่าเห็นด้วยไปกับเขา 3 พวงชมพู ชื่อไม้เถาดอกสีชมพู รูปหัวใจเล็ก ๆ ออกเป็นช่อยาวตามปลายยอด 4 ผกากรอง ชื่อไม้พุ่มล าต้นตรง กิ่งสี่เหลี่ยมมีหนามเล็ก ๆ ห่าง ๆ ดอกเป็นกระจุกสี ชมพู หรือแดงอมเหลือง 5 ถลัน ผลุนผลันเข้าไป หรือออกมาโดยไม่รีรอ 6 พะยอม ชื่อไม้ต้นหนึ่งดอกสีขาวออกเป็นช่อขนาดใหญ่ มีกลิ่นหอม 7 สวนสาธารณะ บริเวณสาธารณะที่จัดให้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจแก่ประชาชนตามชุมชน และเมืองต่าง ๆ 8 สารถี คนขับรถ 9 สุพรรณิการ์ ชื่อไม้ต้นขนาดเล็ก ผลมีขน ก้านชูอับเรณูสีเหลืองครึ่งหนึ่งสีแดงครึ่งหนึ่ง 10 อุบัติเหตุ เหตุที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด 11 กระด้ง ภาชนะสานรูปแบน ขอบกลม สานด้วยไม้ไผ่เป็นลายทึบ ส าหรับฝัดข้าว หรือใส่ของ 12 กระด้าง หยาบ, แข็ง, ไม่นุ่ม 13 กระหยิ่ม ครึ้มใจ, อิ่มใจ, ภูมิใจ, ปลาบปลื้ม 14 กะเทาะ ท าให้หลุดล่อนออก


๓๒ ค าที่ ค าศัพท์พื้นฐาน ความหมาย 15 ตะหลิว อุปกรณ์ครัวจ าพวกกระจ่า และทัพพี ท าด้วยเหล็ก ไม้ พลาสติก เป็นต้น เป็นเครื่องมือใช้ผัดหรือทอดของในกระทะ 16 ทัพพี เครื่องตักข้าวและแกง มีรูปร่างคล้ายช้อน แต่ใหญ่กว่ามาก 17 ทูลเกล้า ถวาย (ค าราชาศัพท์) 18 พระกรุณาธิคุณ คุณอันยิ่งใหญ่ (ค าราชาศัพท์) 19 พระยุคลบาท เท้าทั้งคู่ (โดยมากใช้แก่พระมหากษัตริย์และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ) 20 พระราชด ารัส ค าพูดของพระมหากษัตริย์(ค าราชาศัพท์) 21 ภูมิปัญญา ความสามารถประสบการณ์ที่ผ่านการเรียนรู้ และสืบต่อกันมาทั้งทางตรง และทางอ้อม 22 สกัด กั้น , ขวาง 23 สมดุล เสมอกัน , เท่ากัน 24 อุตสาหกรรม กิจการที่ใช้ทุน และแรงงานเพื่อสร้างผลผลิต หรือการบริการเพื่อก าไร 25 กาพย์ ค าประพันธ์ร้อยกรองประเภทหนึ่งมีจังหวะค าคล้ายกับฉันท์ มีหลายชนิด 26 คทา ตะบอง 27 งามงอน สวยงาม 28 จรจรัล เที่ยวไป, เดินไป 29 จรรโลงใจ สิ่งที่ให้แง่คิด มีคติสอนใจ รวมไปถึงการแสดงความชื่นชมยินดีให้ก าลังใจ แก่ผู้ฟังไม่ย่อท้อกับชีวิต รู้จักปรับปรุงชีวิตของตนเองให้ดีขึ้น มีจิตใจเบิก บานมีความสุข 30 เฉิดฉาย งามผุดผาดสดใส , เพริศพริ้ง 31 เชาวน์ ปัญญา , หรือความคิดอันฉับไว, ปฏิภาณไหวพริบ 32 ทะนง ถือตัว, ถือดี, หยิ่งในเกียรติของตน 33 นาวา เรือ 34 วายชีวัน ตาย 35 สถิต อยู่, ตั้งอยู่, ยืนอยู่, ใช้เป็นค ายกย่องแก่สิ่ง หรือบุคคลที่อยู่ในฐานะสูง 36 สาคร แม่น้ า , ทะเล 37 อาสัญ ตาย 38 เครียด อาการที่สมอง และอารมณ์ไม่ได้ผ่อนคลาย เพราะคร่ าเคร่งอยู่กับสิ่งใดสิ่ง หนึ่งมากเกินไป 39 แชมป์ ผู้ชนะการแข่งขัน, ย่อมาจากแชมเปี้ยน 40 เชียร์ ให้ก าลังใจแก่ผู้แข่งขันด้วยการส่งเสียงตะโกนโห่ร้อง 41 ดวงกมล ดวงใจ, ดวงหทัย 42 นภาลัย ฟากฟ้า, กลางหาว, เวหน 43 ประมุข ผู้เป็นใหญ่ หรือเป็นหัวหน้าของประเทศ หรือศาสนา 44 พลี การบวงสรวง, เครื่องบวงสรวง, การบูชา 45 พิฆาต เข่นฆ่า, ท าลายล้าง


๓๓ ค าที่ ค าศัพท์พื้นฐาน ความหมาย 46 ยุติธรรม ความเที่ยงธรรม, ความชอบธรรม, ความชอบด้วยเหตุผล 47 พิจารณา ตรวจตรา, ตรวจสอบ, ตริตรอง, สอบสวน 48 ศรัทธา ความเชื่อ, ความเลื่อมใส, ความเชื่อมั่นในสิ่งดีงาม, ความเห็นชอบ 49 สุจริต ความประพฤติชอบ, ความประพฤติถูกต้องตามท านองคลองธรรม 50 เขิน สั้น หรือสูงเกินไปจนดูขัดตา 51 คู ร่องน้ าที่ขุดขึ้นเพื่อระบายน้ า หรือเก็บน้ าไว้ใช้ 52 ระเนนระนาด เกลื่อนกลาด, ที่ล้มทับกันเกลื่อนกลาด 53 ระราน หาเรื่องพาลเกเรผู้อื่น, กลั่นแกล้งให้ผู้อื่นเดือดร้อน 54 ระส่ าระสาย แตกกระจายจนเสียกระบวน 55 รัฐมนตรี ผู้เป็นสมาชิกของคณะรัฐมนตรี มีหน้าที่รับผิดชอบงานบริหารราชการ แผ่นดินที่ได้รับมอบหมาย 56 ไหล่ทาง ขอบถนนที่อยู่ติดกับทางจราจร ทั้ง ๒ ข้าง 57 อันธพาล นักเลง , ผู้ที่ท าตัวเกะกะระราน 58 บริหาร ออกก าลัง , ปกครอง 59 อุดหนุน ช่วยเหลือ, จุนเจือ, เผื่อแผ่, เกื้อกูล 60 กระเซ้าเย้าแหย่ พูดรบเร้า 61 กระหม่อม ส่วนของกะโหลกศีรษะถัดจากตรงกลางลงมาใกล้หน้าผาก 62 กริ้ว โกรธ (ค าราชาศัพท์) 63 คุณภาพ ลักษณะดีที่มีอยู่ประจ าบุคคล หรือสิ่งของ 64 อัตโนมัติ ท าหน้าที่ได้ในตัวเอง, มีกลไกท าหน้าที่ได้เอง 65 โคลงเคลง เอียงไปเอียงมา, โคลงไปโคลงมา 66 ฉลาด เฉียบแหลม, ไหวพริบดี, หลักแหลม, ปัญญาดี 67 บัตรเครดิต บัตรอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งสถาบันการเงินออกให้แก่ผู้เป็นสมาชิก ใช้ช าระค่า สินค้าแทนการช าระด้วยเงินสด 68 ปรารภ กล่าวเริ่ม, กล่าวถึง 69 ผิวพรรณ เนื้อ, สีเนื้อ 70 เสบียง อาหารที่เตรียมไว้กินระหว่างเดินทางไกล 71 อินทรี ชื่อนกชนิดหนึ่ง ปากแหลมงองุ้ม ขามีขนปกคลุม เล็บตีนแหลมคม และ แข็งแรง เพื่อประโยชน์ในการล่าเหยื่อ 72 อุดม สูงสุด, เลิศ, มากมาย, บริบูรณ์ 73 กังขา ความเคลือบแคลง, ความไม่แน่ใจ, ความสงสัย 74 ขัตติยา กษัตริย์ 75 ขานไข กล่าวชี้แจง 76 จัดสรร แบ่งส่วนไว้, แยกไว้, ปันไว้เพื่อประโยชน์โดยเจาะจง 77 เจือจุน จุนเจือ,อุดหนุน 78 ชื่นฤดี ชื่นใจ , อิ่มเอมใจ


๓๔ ค าที่ ค าศัพท์พื้นฐาน ความหมาย 79 ตรัส พูด (ค าราชาศัพท์) 80 เทวฤทธิ์ อ านาจของเทวดา 81 ประจักษ์ ชัดเจน, แจ่มแจ้ง, รู้ชัด, ปรากฏชัด 82 พงพี ป่า 83 มหาชน ชนหมู่มาก, คนส่วนใหญ่ 84 ภูมิ ที่ดิน, ผืนดิน, แผ่นดิน 85 สารพัน สารพัด 86 กระหึ่ม เสียงก้องกังวาน 87 โค้ช ผู้ฝึกสอนนักกีฬา , ครูฝึก 88 จ้องเขม็ง ถมึงทึง , ถลึงตา , ขึงตา 89 ชอนไช ไชไปมาในสิ่งอื่น 90 ปั่นป่วน เคลื่อนไหวไปมาอย่างรุนแรงผิดปกติ 91 พร้อมเพรียง ครบถ้วน, แข็งขัน, พร้อม ๆ กัน, โดยทั่วกัน, ร่วมมือร่วมใจ 92 เพรียว เปรียว, ระหง, เรียว 93 พลิ้วไหว สะบัดเป็นคลื่นไปตามลม 94 พวกเพียง พวกเดียวกัน 95 สติ ความรู้สึก, ความรู้สึกตัว 91 พร้อมเพรียง ครบถ้วน, แข็งขัน, พร้อม ๆ กัน, โดยทั่วกัน, ร่วมมือร่วมใจ 96 เอ็นโดฟินส์ สารภายในร่างกายมนุษย์ที่หลั่งออกมาเพื่อช่วยบรรเทาความเจ็บปวด ผลิตจากต่อมใต้สมอง 97 กรุณา ความปรารถนาที่จะช่วยให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ 98 กิจการ การงานที่ประกอบขึ้น, ธุระ, ธุรกิจ 99 ขาดแคลน ไม่มี, ไร้, ขัดสน, อัตคัด 100 ตระกูล สกุล, วงศ์, เชื้อสาย, เผ่าพันธุ์ 101 ทะนุถนอม เฝ้าระวังรักษา, เฝ้าประคับประคอง 102 ปมด้อย ลักษณะการแสดงออกของบุคคลที่รู้สึกว่าตัวเองต่ าต้อยหรือด้อยกว่าผู้อื่น 103 พรรณนา บรรยาย หรือกล่าวไว้โดยละเอียดเพื่อให้ผู้อ่าน หรือผู้ฟังนึกเห็นภาพ 104 ฟุ้งเฟ้อ ใช้จ่ายเงินเกินขอบเขต, ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเกินฐานะ 105 ภิกษุณี หญิงที่บวชเป็นพระในพระพุทธศาสนา 106 เลื่อมใส มีความเชื่อถือ, มีความศรัทธา 107 สลบ แน่นิ่ง, หมดความรู้สึก, หมดสติ 108 อุปสมบท บวชเป็นภิกษุ 109 กรรณิการ์ ชื่อไม้ต้นขนาดเล็กใบเรียวแหลม ผิวใบสากมือ ดอกมีกลิ่นหอมออกเป็น ช่อกระจุกตามซอกใบ กลีบดอกสีขาวเป็นรูปกรวย โคนกลีบดอกติดกัน เป็นหลอดสีแสด 110 ภูมิใจ กระหยิ่มใจ, ปลาบปลื้ม, รู้สึกว่ามีเกียรติ


๓๕ ค าที่ ค าศัพท์พื้นฐาน ความหมาย 111 มิจฉาชีพ การหาเลี้ยงชีพในทางที่ผิด, อาชีพที่ผิดกฎหมาย 112 น้ าค้าง ไอน้ าในอากาศที่กระทบความเย็นแล้วรวมตัวเป็นหยดน้ าค้างอยู่บนใบไม้ ใบหญ้าหรือวัตถุต่าง ๆ ที่อยู่ใกล้พื้นดินในเวลากลางคืนหรือใกล้รุ่ง 113 เบิ่ง มอง (ภาษาถิ่น) 114 เซ่อซ่า เซ่อมาก, เร่อร่า, เล่อล่า 115 ร่มรื่น รู้สึกเย็นสบายเพราะมีร่มเงาต้นไม้ปกคลุม 116 ร้อนระอุ ร้อนอบอ้าวเพราะไอแดด, ร้อนทั่วด้วยไอความร้อน 117 ละอ่อน เด็กเล็ก, เด็กรุ่น 118 สีสัน สีต่าง ๆ 119 ตะกละ กินไม่เลือก, กินมาก, กินมูมมาม, เห็นแก่กิน 120. ขะมุกขะมอม เปรอะเปื้อนมอมแมม 121 ไหม้เกรียม อาการของสิ่งบางอย่างที่ถูกความร้อนมีไฟเป็นต้นเผาจนเปลี่ยนสีเป็นสี น้ าตาล 122 อัญชัน ไม้เถาชนิดหนึ่ง ดอกสีน้ าเงินแก่ ฟ้า ม่วงแดง ม่วงอ่อน และขาว น้ าคั้น จากดอกใช้เป็นสีผสมอาหารได้ 123 เล็ม ตัดตรงริม หรือปลายทีละน้อย 124 กะทันหัน ทันทีทันใด, ปัจจุบันทันด่วนกระชั้นชิด 125 กุศล สิ่งที่ดีงาม, สิ่งที่ชอบ, สิ่งที่เหมาะสม, ความดี, บุญ 126 เชิดชู ยกย่อง, สรรเสริญ, ชมเชย 127 จิตวิญญาณ สิ่งที่มีหน้าที่รู้ คิดและนึก 128 ทุรกันดาร ที่ไปมาล าบากมาก, ที่ห่างไกลความเจริญ 129 บริจาค การสละ, การให้, การแจก, ความเสียสละ 130 บุพการี ผู้ที่ท าอุปการะมาก่อน เช่น บิดามารดา 131 ละแวก เขตบริเวณ 132 วิกฤต อยู่ในขั้นล่อแหลมต่ออันตราย 133 สิริมงคล ศรี, มิ่งขวัญ, มงคล 134 พลาสติก สารประกอบอินทรีย์ที่นักวิทยาศาสตร์สังเคราะห์ขึ้นทดแทนวัสดุ ธรรมชาติ มีคุณสมบัติมากมาย 135 แช็ต พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ด้วยการพิมพ์ข้อความโต้ตอบกันทาง คอมพิวเตอร์ 136 ปลอดโปร่ง โล่ง, แจ่มใส, ไม่มีความขุ่นมัว 137 อนารยชน คนที่ยังไม่เจริญ, คนป่าเถื่อน 138 อารยชน ชนที่มีอารยธรรม, ชนที่เจริญด้วยขนบธรรมเนียมอันดีงาม 139 สมองกล คอมพิวเตอร์ 140 กังวล พะวงถึง, ห่วงใย, ครุ่นคิดอยู่


๓๖ ค าที่ ค าศัพท์พื้นฐาน ความหมาย 141 ขุ่นมัว ไม่แจ่มใส , อารมณ์เสีย 142 คลี่คลาย บรรเทาลง, ค่อย ๆ ลดความรุนแรงลงตามล าดับ, เป็นไปในทางที่ดีขึ้น 143 เจริญ เติบโต, งอกงาม, ท าให้งอกงาม 144 ชลาลัย ทะเล, แม่น้ า 145 ชโลม ลูบไล้ หรือทาให้เปียก , ท าให้ชุ่มชื่น 146 ชอุ่ม ชุ่มชื่น, สดชื่น 147 ทรัพยากร สิ่งทั้งปวงอันเป็นทรัพย์, สิ่งทั้งปวงอันมีประโยชน์หรือมีคุณค่า 148 ทลาย แตกหักหรือพังกระจัดกระจายออกจากสิ่งที่เป็นกลุ่มก้อน 149 ธารา ธาร, ธารน้ า, สายน้ า, ล าธาร, ห้วย , หยาดน้ า, ท่อน้ า 150 บรรจบ จดกัน, ประชิดกัน ติดต่อกัน, ถึงกัน 151 บริโภค กิน, เสพ, ใช้สิ้นเปลือง, ใช้สอย 152 บริสุทธิ์ ปราศจากมลทิน, ปราศจากความผิด 153 บุปผชาติ ดอกไม้, พวกดอกไม้ 154 ปัจจัย ส่วนประกอบ, องค์ประกอบ 155 พฤกษ์ ต้นไม้ 156 เผชิญ ประเชิญ, เจอกัน, ปะทะกัน, ชนกัน, ต่อกัน 157 มหาสมุทร ทะเลใหญ่, ห้วงน้ าเค็มอันกว้างใหญ่ 158 ล าธาร ทางน้ าที่ไหลมาจากภูเขา 159 ลิขิต เขียน, ก าหนด 160 วารี สายน้ า 161 กรรณ หู, ใบหู 162 กรรม การกระท าที่ส่งผลร้ายมายังปัจจุบัน หรือในอนาคต, ผลของการกระท า 163 กระเซอะกระเซิ ง ลักษณะที่ยุ่งเหยิงไม่เรียบร้อย 164 กฤษณา ชื่อไม้ต้นใหญ่ เนื้อไม้มีสีเข้ม และมีกลิ่นหอม ใช้ท ายาได้ 165 กองกูณฑ์ กองไฟที่ใช้ในพิธีบูชาไฟ 166 ก าเนิด การเกิด 167 กิจจา เรื่องราว, ข้อความ 168 กินนร อมนุษย์ในนิยาย มี ๒ ชนิด ชนิดหนึ่งท่อนบนเป็นคน ท่อนล่างเป็นนก 169 กุมาร เด็กชาย, ลูกชาย 170 เกษมศานต์ สุขส าราญ, ชื่นชมยินดี 171 จุติ เคลื่อน, ตายจากภพหนึ่งไปสู่อีกภพหนึ่ง 172 เจรจา พูด, พูดจา, สนทนา, พูดจากันอย่างเป็นทางการ 173 โฉมยง รูปร่างงามสง่า, หญิงงามสง่า 174 ชนนี หญิงผู้ให้ก าเนิด, แม่ 175 ชลาลัย ทะเล, แม่น้ า


๓๗ ค าที่ ค าศัพท์พื้นฐาน ความหมาย 176 ทะมึน มีลักษณะด ามืดสูงตระหง่านดูน่าเกรงขาม 177 ทะเล้น ท าหน้าเป็นโดยไม่เหมาะแก่บุคคลหรือกาลเทศะ 178 เทพบุตร เทวดาผู้ชาย 179 นงคราญ นางงาม, นางสาว 180 นฤโทษ ไม่มีความผิด , พ้นผิด 181 บรรดาศักดิ์ ฐานันดรศักดิ์ของขุนนางหรือบุคคลทั่วไปซึ่งได้รับพระราชทาน 182 บังเอิญ ที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว หรือไม่ได้คาดคิดมาก่อน 183 บันดาล ให้เกิดมีขึ้นเป็นขึ้น ด้วยฤทธิ์หรือแรงอ านาจของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง 184 บิตุรงค์ พ่อ 185 บุญญาธิการ บุญที่ได้กระท าไว้มากยิ่ง 186 ผูกพัน มีจิตใจพะวงถึงเพราะรักใคร่, ใฝ่ใจรักใคร่ 187 วิจารณ์ ติชมตามความรู้สึก 188 พิพัฒน์ ความเจริญ 189 พิสมัย ความรัก, ความปลื้มใจ, ความชื่นชม 190 ภิรมย์ ยินดี, มีความสุข, ท าให้เพลิดเพลิน 191 เยาวมาลย์ หญิงสาวสวย 192 ร าพึง คิดถึง, คิดค านึงอยู่ในใจคนเดียว 193 วัฒนธรรม วิถีชีวิตของหมู่คณะที่แสดงออกทางพฤติกรรม ภาษา และกิจกรรมของ สังคม 194 วิทยา ความรู้ 195 ศักดานุภาพ อานุภาพแห่งอ านาจ 191 เวทมนตร์ ถ้อยค าศักดิ์สิทธิ์ที่บริกรรมเพื่อให้ส าเร็จความประสงค์ 196 อนุเคราะห์ เอื้อเฟื้อ, ช่วยเหลือ 197 อมนุษย์ ผู้ที่ไม่ใช่มนุษย์ เช่น เทวดา พรหม สัตว์นรก เปรต อสุรกาย ภูตผี ปีศาจ 198 อัชฌาสัย กิริยาดี, ความรู้จักผ่อนปรน, นิสัยใจคอ 199 อัศจรรย์ แปลก, ประหลาด, น่าพิศวง 200 อาจิณ เป็นปกติ, ติดเป็นนิสัย, เสมอ ๆ, บ่อย ๆ, เป็นประจ า จากตาราง 2 สรุปได้ว่า คณะผู้จัดท าโครงงานได้ท าการศึกษาและรวบรวมค าศัพท์พื้นฐานที่น่า รู้พร้อมความหมาย จากหนังสือเรียนภาษาพาทีและวรรณคดีล าน า ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ และน ามา จัดท าเป็นหนังสือค าศัพท์พื้นฐาน รวมได้ค าศัพท์พื้นฐานพร้อมความหมายจ านวนทั้งสิ้น 200 ค า


๓๘ 2. ผลการศึกษาและสร้างเกมจากเว็บไซต์ออนไลน์ ได้แก่ Online-Stopwatch, Nearpod.com และ Liveworksheets ส่งเสริมทักษะการอ่าน เขียนและคิดได้ คณะผู้จัดท าได้ท าการศึกษาและร่วมกันระดมความคิดออกแบบและสร้างเกมออนไลน์จาก เว็บไซต์ต่างๆ ท าให้ได้มาซึ่งสื่อเกมออนไลน์อย่างหลากหลาย เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการส่งเสริมทักษะ การอ่าน การเขียนและการคิด ของนักเรียนในชุมนุมภาษาไทย “ภาษา พาเพลิน” ให้มีความรู้ความ เข้าใจค าศัพท์ ความหมายและมีทักษะการอ่าน การเขียนและการคิดมากยิ่งขึ้น โดยได้สื่อเกมออนไลน์ จากเว็บไซต์ต่างๆ จ านวน 3 รูปแบบ ได้แก่ 1. สื่อเกมส่งเสริมทักษะการอ่านจากเว็บไซต์ Online-Stopwatch 2. สื่อเกมส่งเสริมทักษะการเขียนจากเว็บไซต์ Nearpod.com 3. สื่อใบงานออนไลน์ส่งเสริมทักษะการคิด จากเว็บไซต์ Liveworksheets 1. สื่อเกมส่งเสริมทักษะการอ่านจากเว็บไซต์ Online-Stopwatch คณะผู้จัดท าได้น าค าศัพท์พื้นฐานมาสร้างเป็นเกมกล่องสุ่มจากเว็บไซต์ Online-Stopwatch โดยบรรจุค าศัพท์ลงในเว็บไซต์ก าหนดให้เรียนรู้กับค าศัพท์ชั่วโมงละ 10 ค า จัด กิจกรรม 20 ชั่วโมง รวมค าศัพท์ทั้งสิ้น 200 ค า เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการจัดกิจกรรมส่งเสริมและฝึก ทักษะการอ่าน ของนักเรียนในชุมนุมภาษาไทย “ภาษา พาเพลิน” ดังภาพ ภาพที่ 45 สื่อเกมส่งเสริมทักษะการอ่านจากเว็บไซต์ Online-Stopwatch 2. สื่อเกมส่งเสริมทักษะการเขียนจากเว็บไซต์ Nearpod.com คณะผู้จัดท าได้น าค าศัพท์พื้นฐานจ านวน 10 ค า จากข้อที่ 1 มาต่อยอดสร้าง เป็นเกมตอบค าถามจากเว็บไซต์ Nearpod.com โดยสร้างเป็นข้อค าถามแบบเลือกตอบ 4 ตัวเลือก ลงในเว็บไซต์ ก าหนดให้เรียนรู้กับค าอ่านชั่วโมงละ 10 ข้อ จัดกิจกรรม 20 ชั่วโมง รวมค าอ่านทั้งสิ้น 200 ค า เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการจัดกิจกรรมส่งเสริมและฝึกทักษะการเขียน ของนักเรียนในชุมนุม ภาษาไทย “ภาษา พาเพลิน” ดังภาพ ภาพที่ 46 สื่อเกมส่งเสริมทักษะการเขียนจากเว็บไซต์ Nearpod.com scan qr code เพื่อเข้าสู่เว็บไซต์ scan qr code เพื่อเข้าสู่เว็บไซต์


๓๙ 3. สื่อใบงานออนไลน์ส่งเสริมทักษะการคิด จากเว็บไซต์ Liveworksheets คณะผู้จัดท าได้น าค าศัพท์พื้นฐานจ านวน 10 ค า จากข้อที่ 1 มาต่อยอดสร้าง เป็นใบงานออนไลน์จากเว็บไซต์Liveworksheets โดยสร้างเป็นแบบฝึกหัดทบทวนให้นักเรียนได้ท า หลังจากที่ได้ร่วมกิจกรรม เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการจัดกิจกรรมส่งเสริมและฝึกทักษะการอ่าน เขียน และการคิด ของนักเรียนในชุมนุมภาษาไทย “ภาษา พาเพลิน” ดังภาพ ภาพที่ 47 สื่อใบงานออนไลน์ส่งเสริมทักษะการคิด จากเว็บไซต์ Liveworksheets 3. ผลการส่งเสริมทักษะการอ่าน การเขียนและการคิดด้วยสื่อเกมกล่องสุ่มฯ หลังจากที่น าสื่อเกมจากเว็บไซต์ต่างๆ ไปใช้กับนักเรียนชุมนุมภาษาไทย “ภาษา พาเพลิน” เพื่อประเมินทักษะการอ่าน การเขียนและการคิด คณะผู้จัดท าจึงได้สร้างแบบทดสอบก่อน-หลังร่วม กิจกรรมจากเว็บไซต์ Google From ซึ่งผลการประเมินสามารถสรุปได้ดังตารางที่ 3 ตารางที่ 3 ผลการเปรียบเทียบคะแนนรายบุคคล จากการท าแบบทดสอบส่งเสริมทักษะการอ่าน คนที่ แบบทดสอบส่งเสริมทักษะ (การอ่าน) ผลต่าง คะแนนสอบ (ก่อนร่วมกิจกรรมกล่องสุ่มฯ) 25 คะแนน คะแนนสอบ (หลังร่วมกิจกรรมกล่องสุ่มฯ) 25 คะแนน 1 15 24 9 2 10 20 10 3 11 20 9 4 10 20 10 5 12 22 10 6 12 21 9 7 11 23 12 8 10 23 13 9 13 25 12 10 14 24 10 11 12 23 11 12 12 23 11 13 13 24 11 14 11 22 11 15 14 25 11 16 10 24 14 17 11 23 12 18 10 24 14 scan qr code เพื่อเข้าสู่เว็บไซต์


๔๐ คนที่ แบบทดสอบส่งเสริมทักษะ (การอ่าน) ผลต่าง คะแนนสอบ (ก่อนร่วมกิจกรรมกล่องสุ่มฯ) 25 คะแนน คะแนนสอบ (หลังร่วมกิจกรรมกล่องสุ่มฯ) 25 คะแนน 19 10 19 9 20 10 23 13 21 11 22 11 22 10 23 13 23 14 25 11 24 10 23 13 25 12 22 10 26 11 24 13 27 12 25 13 28 13 24 11 29 15 23 8 30 15 24 9 31 14 24 10 32 12 23 11 33 12 19 7 34 15 24 9 35 15 25 10 36 16 24 8 37 10 21 11 38 10 23 13 39 10 24 14 40 14 23 9 41 15 24 9 42 12 23 11 43 13 24 11 44 10 23 13 45 10 24 14 46 15 24 9 47 10 22 12 48 14 23 9 49 12 24 12 50 14 23 9 X 12.14 23.02 10.88


๔๑ จากตารางที่ 3 พบว่า นักเรียนมีทักษะการอ่านก่อนร่วมกิจกรรม มีค่าเฉลี่ย ( X ) เท่ากับ 12.14 และมีทักษะการอ่านหลังร่วมกิจกรรม มีค่าเฉลี่ย ( X ) เท่ากับ 23.02 มีผลต่างค่าเฉลี่ย ( X ) เท่ากับ 10.88 ซึ่งสามารถสรุปได้ว่า นักเรียนชุมนุมภาษาไทย “ภาษา พาเพลิน” มีทักษะการ อ่านหลังร่วมกิจกรรมสูงกว่าก่อนร่วมกิจกรรม ตารางที่ 4 ผลการเปรียบเทียบคะแนนรายบุคคล จากการท าแบบทดสอบส่งเสริมทักษะการเขียน คนที่ แบบทดสอบส่งเสริมทักษะ (การเขียน) ผลต่าง คะแนนสอบ (ก่อนร่วมกิจกรรมกล่องสุ่มฯ) 25 คะแนน คะแนนสอบ (หลังร่วมกิจกรรมกล่องสุ่มฯ) 25 คะแนน 1 10 21 11 2 13 23 10 3 13 23 10 4 9 24 15 5 12 23 11 6 13 22 9 7 8 23 15 8 12 22 10 9 10 22 12 10 11 24 13 11 12 24 12 12 10 23 13 13 15 22 7 14 12 21 9 15 14 23 9 16 12 23 11 17 9 24 15 18 13 24 11 19 11 23 12 20 10 23 13 21 9 24 15 22 10 22 12 23 10 25 15 24 9 21 12 25 12 23 11 26 11 23 12 27 8 24 16 28 13 24 11


๔๒ คนที่ แบบทดสอบส่งเสริมทักษะ (การเขียน) ผลต่าง คะแนนสอบ (ก่อนร่วมกิจกรรมกล่องสุ่มฯ) 25 คะแนน คะแนนสอบ (หลังร่วมกิจกรรมกล่องสุ่มฯ) 25 คะแนน 29 14 23 9 30 9 23 14 31 12 22 10 32 13 21 8 33 12 23 11 34 12 22 10 35 12 24 12 36 9 23 14 37 9 23 14 38 10 23 13 39 9 24 15 40 10 22 12 41 8 25 17 42 9 23 14 43 9 23 14 44 12 22 10 45 11 19 8 46 9 23 14 47 11 22 11 48 10 23 13 49 9 25 16 50 12 23 11 X 10.84 22.88 12.04 จากตาราง 4 พบว่า นักเรียนมีทักษะการเขียนก่อนร่วมกิจกรรม มีค่าเฉลี่ย ( X ) เท่ากับ 10.84 และหลังร่วมกิจกรรม มีค่าเฉลี่ย ( X ) เท่ากับ 22.88 มีผลต่างค่าเฉลี่ย ( X ) เท่ากับ 12.04 ซึ่งสามารถสรุปได้ว่า นักเรียนชุมนุมภาษาไทย “ภาษา พาเพลิน” มีทักษะการเขียนหลังร่วม กิจกรรมสูงกว่าก่อนร่วมกิจกรรม


Click to View FlipBook Version