บันทกึ ขอ้ ความ
สว่ นราชการ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 47 อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี
ท่…ี ………………………………………… วนั ท่ี …………………………………………………….
เรือ่ ง ขออนมุ ตั ใิ ช้แผนการจัดการเรียนรู้
เรียน ผู้อำนวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 47 จังหวดั เพชรบุรี
..........................................................................................................................................................
ด้วยข้าพเจ้านายสุรกิจ เกษตรพูนสุข ตำแหน่ง ครู ค.ศ.3 ได้รับมอบหมายให้สอนในรายวิชาวิทยาศาสตร์
รหัสวิชา ว 23101 จำนวน 1.5 หน่วยกิต เวลาเรียน 3 ชั่วโมง / สัปดาห์ จำนวน 60 ช่ัวโมง / ภาคเรียน ได้จัดทำ
แผนการจัดการเรียนรู้ ในรายวิชาดังกล่าว เพื่อใช้ในการประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในระดับชั้น
มัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 เปน็ ที่เรียบร้อยแล้ว
จึงเรียนมาเพือ่ โปรดอนมุ ตั ิ
ลงชื่อ ....................................
( นายสุรกิจ เกษตรพูนสขุ )
..........................................................................................................................................................
ความเหน็ ของรองผู้อำนวยการกล่มุ บริหารงานวิชาการ / ผทู้ ีไ่ ดร้ บั มอบหมาย
ได้ตรวจสอบองคป์ ระกอบของแผนการจดั การเรียนรรู้ ายวิชาดังกลา่ วแลว้ พบว่า
ครบถ้วน ครอบคลมุ และสอดคลอ้ งตามหวั ขอ้ เน้ือหา สาระมาตรฐานตวั ชวี้ ัด / ผลการเรียนรู้
ควรปรบั ปรุง เพิ่มเตมิ หรือแก้ไข ดังน้ี …………………………………………………………………………………….
ลงชื่อ ......................................
( นายชาญยุทธ สุทธธิ รานนท์ )
รองผู้อำนวยการกลุม่ บริหารงานวิชาการ
............/............./.............
..............................................................................................................................................................
เรียนเสนอเพือ่ โปรดพจิ ารณา
อนมุ ตั ติ ามเสนอ ไมอ่ นุมัติ เน่อื งจาก ......................................................................
ลงชือ่ .....................................................
( นายวีระ แก้วกัลยา )
ผอู้ ำนวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 47 จงั หวัดเพชรบรุ ี
แผนการจดั การเรียนรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 23101
กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ระดับชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 3
ภาคเรียนที่ 1
จดั ทำโดย
ชื่อนายสรุ กิจ เกษตพูนสขุ
ตำแหนง่ ครู ค.ศ. 3
โรงเรียนราชประชานเุ คราะห์ 47 จังหวัดเพชรบุรี
สงั กัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ
สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน กระทรวงศกึ ษาธิการ
คำอธิบายรายวิชา
ชือ่ วิชา วิทยาศาสตร์ รหสั ว 23101
กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ข้ัน มัธยมศึกษาปีที่ 3
ภาคเรยี นที่ 1
เวลาเรยี น 3 ชวั่ โมง / สปั ดาห์ จำนวน 1.5 หนว่ ยกิต
**************************************************
คำอธิบายรายวิชา
ศึกษาเกี่ยวกบั ระบบนิเวศ องค์ประกอบของระบบนเิ วศ ความสัมพันธร์ ะหว่างสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลงั งานใน
ระบบนิเวศ พันธุกรรม โครโมโซม ดีเอ็นเอ และยีน การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม การแบ่งเซลล์ของสิ่งมีชีวิต ความผิดปกติทาง
พันธุกรรม การดัดแปรทางพันธุกรรมความหลากหลายทางชีวภาพ วัสดุในชีวิตประจำวันสมบัติทางกายภาพ และการใช้ประโยชน์พอลิ
เมอร์ เซรามกิ และวัสดผุ สม ผลกระทบจากการใชว้ สั ดปุ ระเภทพอลเิ มอร์ เซรามกิ และวัสดผุ สม ปฏกิ ิริยาเคมีการเกิดปฏิกิรยิ าเคมี ประเภท
ของปฏกิ ิรยิ าเคมี ปฏิกริ ิยาเคมีในชวี ติ ประจำวัน
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต การวิเคราะห์ การทดลอง
การอภิปราย การอธบิ าย และการสรปุ เพ่อื ให้เกิดความรู้ ความคดิ ความเขา้ ใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ ส่อื สารสิง่ ที่เรียนรู้และนำ
ความร้ไู ปใชใ้ นชวี ิตของตนเอง มจี ติ วิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และคา่ นิยม
สาระที่ 1 วทิ ยาศาสตรแ์ ละชีวภาพ
มาตรฐานที่ ว. 1.1 เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งไม่มีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตและ
ตัวชีว้ ัด ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศการถ่ายทอดพลังงาน การ
เปลี่ยนแปลงแทนที่ในระบบนิเวศ ความหมายของประชากร ปัญหาและผลกระทบที่มีต่อ
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการแก้ไขปัญหา
สิ่งแวดล้อม รวมท้ังนำความรู้ไปใช้ประโยชน์
ว 1.1 ม.3/1 อธบิ ายปฏิสมั พนั ธข์ ององค์ประกอบของระบบนิเวศที่ได้จากการสำรวจ
ว 1.1 ม.3/2 อธบิ ายรปู แบบความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งสิ่งมีชีวิตกับสิง่ มชี ีวิตรูปแบบตา่ งๆ ในแหลง่ ท่ี
อยูเ่ ดียวกนั ทีไ่ ด้จากการสำรวจ
ว 1.1 ม.3/3 สร้างแบบจำลองในการอธบิ ายการถา่ ยทอดพลงั งานในสายใยอาหาร
ว 1.1 ม.3/4 อธบิ ายความสมั พนั ธ์ของผู้ผลิต ผู้บริโภค และผู้ย่อยสลายสารอินทรีย์ในระบบ
นิเวศ
ว 1.1 ม.3/5 อธบิ ายการสะสมสารพิษในสิง่ มีชีวิตในโซ่อาหาร
ว 1.1 ม.3/6 ตระหนักถึงความสัมพันธข์ องสิ่งมีชีวิต และสิ่งแวดล้อมในระบบนิเวศ โดยไม่
ทำลายสมดลุ ของระบบนิเวศ
สาระที่ 1 วทิ ยาศาสตร์และชีวภาพ
มาตรฐานที่ ว. 1.3
เข้าใจกระบวนการและความสำคญั ของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธกุ รรม สารพันธกุ รรม การ
ตวั ชี้วัด เปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิต ความหลากหลายทางชีวภาพและวิวัฒนาการของ
สิ่งมีชีวิต รวมท้ังนำความรู้ไปใช้ประโยชน์
ว 1.3 ม.3/1 อธบิ ายความสมั พนั ธ์ระหว่างยีน ดีเอน็ เอ และโครโมโซม โดยใช้แบบจำลอง
ว 1.3 ม.3/2 อธบิ ายการถ่ายทอดลักษณะทางพนั ธุกรรมจากการผสมโดยพิจารณาลักษณะ
ว 1.3 ม.3/3 เดียวที่แอลลีลเดน่ ข่มแอลลีลด้อยอย่างสมบรู ณ์
ว 1.3 ม.3/4 อธบิ ายการเกิดจีโนไทปแ์ ละฟีโนไทป์ของลูกและคำนวณอัตราสว่ นการเกิด
ว 1.3 ม.3/5 จีโนไทป์และฟีโนไทปข์ องรุ่นลูก
ว 1.3 ม.3/6 อธบิ ายความแตกตา่ งของการแบง่ เซลลแ์ บบไมโทซิสและไมโอซิส
ว 1.3 ม.3/7 บอกได้ว่าการเปลี่ยนแปลงของยีนหรือโครโมโซม อาจทำใหเ้ กิดโรคทางพนั ธุกรรม
ว 1.3 ม.3/8 พร้อมทั้งยกตวั อย่างโรคทางพนั ธกุ รรม
ตระหนกั ถึงประโยชน์ของความรู้เรือ่ งโรคทางพนั ธุกรรม โดยรู้ว่ากอ่ นแต่งงานควร
ปรึกษาแพทยเ์ พือ่ ตรวจและวนิ ิจฉัยภาวะเสีย่ งของลูกทีอ่ าจเกิดโรคทางพนั ธกุ รรม
อธบิ ายการใช้ประโยชนจ์ ากสิง่ มีชีวิตดัดแปรพันธกุ รรม และผลกระทบที่อาจมีตอ่
มนุษยแ์ ละสิ่งแวดล้อมโดยใช้ข้อมลู ที่รวบรวมได้
ตระหนักถึงประโยชนแ์ ละผลกระทบของสิง่ มีชีวิตดดั แปรพันธกุ รรมที่อาจมี
ต่อมนุษยแ์ ละสิง่ แวดล้อมโดยการเผยแพร่ความรู้ทีไ่ ด้จากการโต้แย้งทาง
วทิ ยาศาสตร์ ซึง่ มีข้อมลู สนบั สนุน
ว 1.3 ม.3/9 เปรียบเทียบความหลากหลายทางชีวภาพในระดบั ชนิดสง่ิ มีชีวิตในระบบนิเวศ
ตา่ งๆ
ว 1.3 ม.3/10 อธบิ ายความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพที่มีตอ่ การรักษาสมดุลของ
ระบบนิเวศและต่อมนษุ ย์
ว 1.3 ม.3/11 แสดงความตระหนักในคุณคา่ และความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ
โดยมีสว่ นรว่ มในการดแู ลรกั ษาความหลากหลายทางชีวภาพ
สาระที่ 2 วทิ ยาศาสตร์กายภาพ
มาตรฐานที่ ว 2.1
เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสารกับโครงสร้าง
และแรงยึดเหน่ยี วระหวา่ งอนุภาค หลกั และธรรมชาติของการเปลีย่ นแปลงสถานะของสสาร การเกิด
สารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี
ตวั ชีว้ ดั ว 2.1 ม.3/1 ระบุสมบัติทางกายภาพและการใช้ประโยชนว์ ัสดุประเภทพอลิเมอร์ เซรามิก
ว 2.1 ม.3/2 และวสั ดุผสม โดยใช้หลักฐานเชงิ ประจักษ์ และสารสนเทศ
ว 2.1 ม.3/3 ตระหนกั ถึงคณุ ค่าของการใช้วัสดปุ ระเภทพอลิเมอร์ เซรามิก และวสั ดุผสม โดย
ว 2.1 ม.3/4 เสนอแนะแนวทางการใช้วสั ดุอย่างประหยดั และคุ้มค่า
ว 2.1 ม.3/5 อธบิ ายการเกิดปฏิกิริยาเคมี รวมถึงการจดั เรียงตัวใหมข่ องอะตอมเมือ่
ว 2.1 ม.3/6 เกิดปฏิกิริยาเคมี โดยใช้แบบจำลองและสมการข้อความ
อธบิ ายกฎทรงมวล โดยใช้หลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์
ว 2.1 ม.3/7 วเิ คราะห์ปฏิกิริยาดูดความร้อน และปฏิกิริยาคายความร้อน จากการเปลีย่ นแปลง
พลงั งานความร้อนของปฏิกิริยา
ว 2.1 ม.3/8 อธบิ ายปฏิกิริยาการเกิดสนิมของเหล็ก ปฏิกิริยาของกรดกบั โลหะ ปฏิกิริยาของ
กรดกับเบส และปฏิกิริยาของเบสกับโลหะ โดยใช้หลกั ฐานเชิงประจกั ษ์ และ
อธบิ ายปฏิกิริยาการเผาไหม้ การเกิดฝนกรด การสงั เคราะหด์ ว้ ยแสง โดยใช้
สารสนเทศ รวมทั้งเขียนสมการข้อความแสดง ปฏิกิริยาดงั กล่าว
ระบปุ ระโยชนแ์ ละโทษของปฏิกิริยาเคมีทีม่ ีตอ่ สิง่ มีชีวิตและสิ่งแวดล้อม และ
ยกตวั อย่างวธิ ปี ้องกนั และแก้ปัญหาจากปฏิกิริยาเคมีทีพ่ บในชีวิตประจำวันจาก
การสืบค้นข้อมูล
ออกแบบวธิ แี ก้ปญั หาในชีวิตประจำวัน โดยใช้ความรู้เกีย่ วกับปฏิกิริยาเคมี โดย
บูรณาการวทิ ยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และวศิ วกรรมศาสตร์
ผงั มโนทศั นร์ ายวิชาวิทยาศาสตร์
ระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 60 ช่วั โมง จำนวน 1.5 หน่วยกิต
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี ๑ หน่วยการเรียนรู้ที่ 2
เรอ่ื งระบบนิเวศ เรื่องพันธุกรรม
ธ
วิชาวิทยาศาสตร์
ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 3 ภาคเรียนที่ 1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 4
เรื่องวัสดใุ นชีวิตประจำวัน เรื่องปฎิกิริยา
ผงั มโนทัศน์หน่วยการเรียนรู้ที่ 4
เรือ่ ง ปฎิกิริยา
ระดับชั้น ม.3 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 13 ชว่ั โมง
เรือ่ ง การเกิดปฏิกิริยาเคมี เรื่องการเขียนสมการเคมี
เวลา 3 ชว่ั โมง เวลา 3 ชว่ั โมง
หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 4
เรือ่ ง ปฎิกิริยา
เรือ่ ง ประเภทของปฎิกิริยาเคมี เรื่อง ชนิดของปฏิกิริยาเคมี
เวลา 2 ชว่ั โมง เวลา 3 ชวั่ โมง
เรือ่ ง ประโยชนแ์ ละโทษของปฎิกิริยาเคมี
เวลา 2 ชวั่ โมง
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 4
ปฏิกริ ยิ าเคมี
เวลา 13 ชว่ั โมง
1. มาตรฐานการเรียนรู/้ ตวั ชวี้ ัด
ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสารกับ
โครงสร้างและแรงยึดเหนีย่ วระหว่างอนุภาค หลกั และธรรมชาติของการเปล่ียนแปลงสถานะของ
สสาร การเกดิ สารละลาย และการเกิดปฏกิ ิรยิ าเคมี
ว 2.1 ม.3/3 อธบิ ายการเกิดปฏิกริ ยิ าเคมี รวมถงึ การจัดเรยี งตัวใหมข่ องอะตอมเมอ่ื
เกดิ ปฏกิ ิรยิ าเคมโี ดยใช้แบบจำลองและสมการข้อความ
ว 2.1 ม.3/4 อธบิ ายกฎทรงมวลโดยใชห้ ลกั ฐานเชงิ ประจักษ์
ว. 2.1 ม.3/5 วิเคราะห์ปฏิกิรยิ าดดู ความร้อน และปฏกิ ริ ิยาคายความร้อนจากการเปลย่ี นแปลง
พลังงานความร้อนของปฏกิ ริ ิยา
ว. 2.1 ม.3/6 อธิบายปฏิกริ ิยาการเกิดสนิมของเหล็ก ปฏิกิริยาของกรดกับโลหะ ปฏิกิริยาของ
กรดกับเบส และปฏิกิริยาของเบสกับโลหะ โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ และ
อธิบายปฏิกิริยาการเผาไหม้ การเกิดฝนกรด การสังเคราะห์ด้วยแสง
โดยใชส้ ารสนเทศ รวมทงั้ เขียนสมการข้อความแสดงปฏิกริ ยิ าดงั กลา่ ว
ว. 2.1 ม.3/7 ระบุประโยชน์และโทษของปฏิกิริยาเคมีที่มีต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม และ
ยกตัวอย่างวิธีการป้องกันและแก้ปัญหาที่เกิดจากปฏิกิริยาเคมีที่พบ
ในชวี ติ ประจำวันจากการสบื คน้ ข้อมลู
ว. 2.1 ม.3/8 ออกแบบวิธีแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน โดยใช้ความรู้เกี่ยวกับปฏิกิริยาเคมี
โดยบูรณาการวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และวศิ วกรรมศาสตร์
2. สาระการเรียนรู้
2.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง
1. การเกดิ ปฏิกิริยาเคมีหรือการเปลย่ี นแปลงทางเคมีของสารเป็นการเปลยี่ นแปลงท่ีทำให้เกดิ สารใหม่
โดยสารที่เข้าทำปฏิกิริยา เรียกว่า สารตั้งต้น สารใหม่ที่เกิดขึ้นจากปฏิกิริยา เรียกว่า ผลิตภัณฑ์
การเกดิ ปฏกิ ริ ยิ าเคมีสามารถเขยี นแทนไดด้ ้วยสมการขอ้ ความ
2. การเกิดปฏิกิริยาเคมี อะตอมของสารตั้งต้นจะมีการจัดเรียงตัวใหม่ได้เป็นผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีสมบัติ
แตกต่างจากสารต้งั ต้น โดยอะตอมแต่ละชนดิ ก่อนและหลังเกดิ ปฏิกริ ิยาเคมีมีจำนวนเท่ากัน
3. เมื่อเกิดปฏิกิริยาเคมี มวลรวมของสารตั้งต้นเท่ากับมวลรวมของผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นไปตาม
กฎทรงมวล
4. เมื่อเกิดปฏิกิริยาเคมี มีการถ่ายโอนความรอ้ นควบคูไ่ ปกับการจัดเรียงตัวใหมข่ องอะตอมของสาร
ปฏิกริ ิยาท่มี กี ารถา่ ยโอนความร้อนจากสิง่ แวดล้อมเข้าสูร่ ะบบเป็นปฏิกริ ยิ าดดู ความร้อน ปฏิกิริยา
ท่มี กี ารถา่ ยโอนความร้อนจากระบบออกส่สู ง่ิ แวดล้อมเปน็ ปฏิกิริยาคายความร้อน โดยใช้เครื่องมือ
ทเ่ี หมาะสมในการวัดอุณหภูมิ เชน่ เทอร์มอมิเตอร์ หัววัดท่สี ามารถตรวจสอบการเปล่ียนแปลงของ
อุณหภูมิไดอ้ ยา่ งตอ่ เนอ่ื ง
5. ปฏิกิริยาเคมที ี่พบในชีวิตประจำวันมีหลายชนิด เช่น ปฏิกิริยาการเผาไหม้ การเกิดสนิมของเหลก็
ปฏิกิริยาของกรดกับโลหะ ปฏิกิริยาของกรดกับเบส ปฏิกิริยาของเบสกับโลหะ การเกิดฝนกรด
การสังเคราะห์ด้วยแสง ปฏิกิริยาเคมีสามารถเขียนแทนได้ด้วยสมการข้อความ ซึ่งแสดงชื่อของ
สารตั้งตน้ และผลติ ภณั ฑ์ เช่น เช้อื เพลงิ + ออกซิเจน → คารบอ์ นไดออกไซด์ + นำ้
6. ปฏิกิริยาการเผาไหม้เป็นปฏิกิริยาระหว่างสารกับออกซิเจน สารที่เกิดปฏิกิริยาการเผาไหม้
ส่วนใหญ่เป็นสารประกอบที่มีคาร์บอนและไฮโดรเจนเป็นองค์ประกอบ ซึ่งถ้าเกิดการเผาไหม้
อยา่ งสมบูรณจ์ ะได้ผลิตภณั ฑ์เป็นคาร์บอนไดออกไซดแ์ ละนำ้
7. การเกดิ สนมิ เหล็กเกิดจากปฏิกริ ยิ าเคมีระหว่างเหล็ก นำ้ และออกซเิ จน ไดผ้ ลติ ภณั ฑ์เป็นสนิมของ
เหลก็
8. ปฏกิ ิรยิ าการเผาไหมแ้ ละการเกิดสนมิ ของเหลก็ เป็นปฏิกริ ิยาระหวา่ งสารต่าง ๆ กบั ออกซิเจน
9. ปฏิกริ ิยาของกรดกบั โลหะ กรดทำปฏกิริยิากับโลหะได้หลายชนิด ได้ผลติ ภัณฑเ์ ปน็ เกลือของโลหะ
และแก๊สไฮโดรเจน
10. ปฏิกิริยาของกรดกับสารประกอบคาร์บอเนตได้ผลิตภัณฑ์เป็นแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ เกลือของ
โลหะ และนำ้
11. ปฏกิ ริ ิยาของกรดกับเบสได้ผลติ ภัณฑ์เป็นเกลอื ของโลหะและน้ำ หรอื อาจไดเ้ พยี งเกลอื ของโลหะ
12. ปฏกิ ิริยาของเบสกับโลหะบางชนิดไดผ้ ลติ ภัณฑ์เปน็ เกลือของเบสและแกส๊ ไฮโดรเจน
13. การเกิดฝนกรดเป็นผลจากปฏิกิริยาระหว่างน้ำฝนกับออกไซด์ของไนโตรเจนหรือออกไซด์ของ
ซลั เฟอร์ ทำให้น้ำฝนมสี มบตั เิ ป็นกรด
14. การสังเคราะห์ด้วยแสงของพืชเป็นปฏิกิริยาระหว่างแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์กับน้ำ โดยมีแสง
ชว่ ยในการเกิดปฏิกิรยิ าได้ผลิตภัณฑ์เป็นนำ้ ตาลกลโู คสและออกซิเจน
15. ปฏิกิริยาเคมีที่พบในชีวิตประจำวันมีทั้งประโยชน์และโทษต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม จึงต้อง
ระมัดระวังผลจากปฏิกิริยาเคมีตลอดจนรู้จักวิธปี ้องกนั และแกป้ ัญหาที่เกิดจากปฏิกิริยาเคมีทีพ่ บ
ในชีวติ ประจำวนั
16. ความรู้เกี่ยวกับปฏิกิริยาเคมีสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน และสามารถบูรณาการ
กับคณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร์ เพื่อใช้ปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพตาม
ต้องการหรืออาจสรา้ งนวตั กรรมเพ่ือป้องกนั และแก้ปัญหา โดยใช้ความรเู้ กีย่ วกบั ปฏิกิรยิ าเคมี เช่น
การเปล่ียนแปลงพลงั งานความร้อนอนั เนือ่ งมาจากปฏิกิรยิ าเคมี การเพม่ิ ปริมาณผลผลิต
3. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
ปฏิกิริยาเคมีหรือการเปลี่ยนแปลงทางเคมีของสาร ทำให้เกิดสารใหม่ โดยสารที่เข้าทำปฏิกิริยา
เรียกว่า สารต้งั ตน้ และสารท่ีเกิดขน้ึ ใหม่ เรียกว่า ผลิตภณั ฑ์ทม่ี ีสมบตั ิแตกต่างไปจากสารต้ังต้นเนื่องจากมี
การจัดเรียงอะตอมใหม่ของสารตั้งต้นขณะเกิดปฏิกิริยา ซึ่งการเกิดปฏกิ ิริยาเคมีดังกล่าวสามารถเขียนได้
เปน็ สมการข้อความที่แสดงถึงจำนวนอะตอมแต่ละชนดิ ก่อนและหลงั การทำปฏกิ ริ ิยาเคมีจะมีจำนวนเท่ากัน
และมวลรวมของสารตงั้ ต้นจะเท่ากบั มวลรวมของผลิตภัณฑซ์ ึ่งเป็นไปตามกฏทรงมวล
ในขณะที่เกิดปฏิกิริยาเคมีจะมีการถ่ายโอนความร้อนควบคู่ไปกับการจัดเรียงตวั ใหม่ของอะตอมของ
สาร จึงทำให้แบ่งปฏิกิริยาเคมีออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่ ปฏิกิริยาที่มีการถ่ายโอนความร้อนจาก
สิ่งแวดล้อมเข้าสู่ระบบ เรียกว่า ปฏิกิริยาดูดความร้อน และปฏิกิริยาที่มีการถ่ายโอนความร้อนจากระบบ
ออกสสู่ งิ่ แวดล้อม เรยี กว่า ปฏกิ ริ ิยาคายความร้อน
ปฏกิ ิริยาเคมที ี่พบในชีวิตประจำวนั มหี ลายชนดิ เชน่ ปฏิกิรยิ าการเผาไหม้เปน็ ปฏิกริ ยิ าระหวา่ งสารกับ
ออกซิเจน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสารประกอบที่มีคาร์บอนและไฮโดรเจนเป็นองค์ประกอบ (การเผาไหม้อย่าง
สมบูรณ์จะได้ผลติ ภัณฑ์เป็นคาร์บอนไดออกไซด์ และน้ำ) การเกิดสนิมเหล็กเกิดจากปฏกิ ิริยาเคมรี ะหว่าง
เหล็ก น้ำ และออกซิเจน ได้ผลิตภัณฑ์เป็นสนิมของเหล็ก ปฏิกิริยาของกรดกับโลหะจะได้ผลิตภัณฑ์เป็น
เกลือของโลหะกับแก๊สไฮโดรเจน ปฏิกิริยาของกรดกับสารประกอบคาร์บอเนตจะได้ผลิตภัณฑ์เป็นแก๊ส
คาร์บอนไดออกไซด์ เกลือของโลหะ และน้ำ ปฏิกิริยาของกรดกับเบสจะได้ผลิตภัณฑ์เป็นเกลือของโลหะ
และนำ้ ปฏิกริ ิยาของเบสกับโลหะบางชนิดจะไดผ้ ลติ ภัณฑ์เป็นเกลอื ของเบสและแก๊สไฮโดรเจน การเกิดฝน
กรดเกดิ จากปฏิกริ ยิ าระหว่างน้ำฝนกับออกไซดข์ องไนโตรเจน หรอื ออกไซด์ของซลั เฟอร์ ทำให้ได้น้ำฝนที่มี
สมบตั เิ ป็นกรด การสงั เคราะหด์ ้วยแสงของพชื เป็นปฏิกริ ยิ าทเ่ี กิดข้ึนระหว่างแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์กับน้ำ
โดยมแี สงเปน็ ปัจจัยที่ทำให้เกดิ ปฏิกริ ิยา และได้ผลติ ภัณฑ์เปน็ น้ำตาลกลโู คสและแก๊สออกซเิ จน
ความรู้เก่ียวกับปฏกิ ริ ิยาเคมีสามารถนำไปประยุกต์ใชป้ ระโยชน์ในชีวิตประจำวัน และสามารถบรณู า
การกับคณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร์ เพื่อใช้ปรับปรงุ ผลิตภัณฑใ์ ห้มีคุณภาพตามตอ้ งการ
หรอื อาจสรา้ งนวตั กรรมเพอื่ ปอ้ งกนั และแกป้ ญั หาที่เกดิ จากปฏกิ ริ ิยาเคมี โดยใช้ความรูเ้ กี่ยวกบั ปฏกิ ิรยิ าเคมี
เชน่ การเปลีย่ นแปลงพลังงานความรอ้ นอันเนือ่ งมาจากปฏิกิริยาเคมี การเพม่ิ ปรมิ าณผลผลิต
4. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี นและคุณลักษณะอนั พึงประสงค์
สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
1. ความสามารถในการส่ือสาร 1. มวี ินัย รบั ผิดชอบ
2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝเ่ รียนรู้
1) ทักษะการวดั 3. มุง่ มัน่ ในการทำงาน
2) ทักษะการสงั เกต
3) ทักษะการสร้างแบบจำลอง
4) ทักษะการลงความเหน็ จากขอ้ มูล
5) ทักษะการตคี วามหมายข้อมูลและลงข้อสรปุ
6) ทกั ษะการจัดกระทำและสอ่ื ความหมายข้อมูล
3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
5. ช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด)
- แผนผงั มโนทัศน์ เรอื่ ง ปฏกิ ิริยาเคมี
6. การวัดและการประเมินผล วธิ วี ัด เครอ่ื งมอื เกณฑ์
การประเมนิ
รายการวดั - แบบประเมนิ ช้นิ งาน/ - ระดับคณุ ภาพ
ภาระงาน (รวบยอด) 2 ผา่ นเกณฑ์
6.1 การประเมินชน้ิ งาน/ - ตรวจแผนผังมโนทัศน์
ภาระงาน (รวบยอด) เร่อื ง ปฏกิ ิรยิ าเคมี
6.2 การประเมินกอ่ นเรียน
- แบบทดสอบก่อน - ตรวจแบบทดสอบก่อน - แบบทดสอบกอ่ นเรยี น - ประเมินตาม
เรียนหน่วยการ เรียน หน่วยการเรียนร้ทู ี่ หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 4 สภาพจริง
เรียนรู้ที่ 4 4 ปฏกิ ริ ยิ าเคมี ปฏิกิริยาเคมี
ปฏิกิรยิ าเคมี
6.3 การประเมนิ ระหว่าง
การจดั กจิ กรรม
1) การเกดิ ปฏกิ ิริยาเคมี - ตรวจใบงานที่ 4.1 - ใบงานที่ 4.1 - ร้อยละ 60
ผ่านเกณฑ์
- ตรวจสมดุ ประจำตัว หรือ - สมุดประจำตวั หรอื - ร้อยละ 60
แบบฝกึ หดั วิทยาศาสตร์ แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ผ่านเกณฑ์
และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม
1 1 - ระดบั คณุ ภาพ
- ผงั มโนทัศน์ เรื่อง การ - แบบประเมินชิ้นงาน/ 2 ผา่ นเกณฑ์
เกิดปฏิกิรยิ าเคมี ภาระงาน (รวบยอด)
2) ผลบนั ทึกการปฏบิ ัติ - ตรวจสมดุ ประจำตัว หรือ - สมุดประจำตัว หรอื - ร้อยละ 60
กิจกรรม การเกิด แบบฝกึ หัดวิทยาศาสตร์ แบบฝกึ หัดวทิ ยาศาสตร์ ผา่ นเกณฑ์
ปฏิกิริยาเคมี และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม
11
รายการวัด วธิ วี ดั เครือ่ งมอื เกณฑ์
การประเมนิ
3) การเขียนสมการเคมี - ตรวจใบงานท่ี 4.2 - ใบงานท่ี 4.2 - รอ้ ยละ 60
ผ่านเกณฑ์
4) ประเภทของ - ตรวจสมุดประจำตัว หรือ - สมดุ ประจำตัว หรือ - รอ้ ยละ 60
ปฏิกริ ยิ าเคมี แบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ แบบฝกึ หัดวิทยาศาสตร์ ผ่านเกณฑ์
และเทคโนโลยี ม.3 เลม่ และเทคโนโลยี ม.3 เลม่
11 - ร้อยละ 60
- ตรวจสมดุ ประจำตวั หรือ - สมดุ ประจำตัว หรือ ผา่ นเกณฑ์
แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ แบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตร์
และเทคโนโลยี ม.3 เลม่ และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม
11
5) ผลบันทึกการปฏิบัติ - ตรวจสมดุ ประจำตวั หรอื - สมดุ ประจำตัว หรือ - รอ้ ยละ 60
แบบฝกึ หัดวทิ ยาศาสตร์ ผ่านเกณฑ์
กิจกรรมการเปลี่ยน แบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ม.3 เลม่
1 - รอ้ ยละ 60
แปลงพลังงานความ และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม - สมุดประจำตัว หรอื ผา่ นเกณฑ์
แบบฝึกหดั วทิ ยาศาสตร์
รอ้ นของปฏิกริ ิยา 1 และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม - รอ้ ยละ 60
1 ผา่ นเกณฑ์
6) ชนิดของปฏิกิริยา - ตรวจสมดุ ประจำตวั หรอื - สมดุ ประจำตวั หรือ
แบบฝกึ หัดวทิ ยาศาสตร์ - รอ้ ยละ 60
เคมี แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ม.3 เลม่ ผ่านเกณฑ์
1
และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม - สมุดประจำตัว หรือ - ร้อยละ 60
แบบฝกึ หัดวทิ ยาศาสตร์ ผ่านเกณฑ์
1 และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม
1
7) ผลบนั ทึกการสาธิตของ - ตรวจสมดุ ประจำตัวหรือ - สมุดประจำตัว หรอื
แบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตร์
ชนิดของปฏกิ ริ ิยาเคมี แบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม
1
และเทคโนโลยี ม.3 เลม่
1
8) ประโยชน์และโทษ - ตรวจสมุดประจำตัวหรือ
ของปฏกิ ริ ิยาเคมี แบบฝกึ หดั วิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยี ม.3 เลม่
1
9) ผลบันทึกการปฏิบัติ - ตรวจสมุดประจำตวั หรอื
กิจกรรม การป้องกัน แบบฝกึ หดั วิทยาศาสตร์
และการแก้ไขปัญหาที่ และเทคโนโลยี ม.3 เลม่
เกดิ จากปฏกิ ริ ยิ าเคมี 1
รายการวัด วิธวี ัด เครอื่ งมอื เกณฑ์
การประเมิน
10) การนำเสนอผลงาน/ - ประเมนิ การนำเสนอ - แบบประเมนิ การนำเสนอ - ระดบั คณุ ภาพ
การปฏบิ ตั กิ ิจกรรม ผลงาน/ผลการปฏิบัติ ผลงาน 2 ผา่ นเกณฑ์
กจิ กรรม
11) พฤตกิ รรมการ - สังเกตพฤติกรรมการ - แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดบั คุณภาพ
การทำงานรายบุคคล 2 ผ่านเกณฑ์
ทำงานรายบุคคล ทำงานรายบุคคล - แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดบั คณุ ภาพ
การทำงานกลุ่ม 2 ผา่ นเกณฑ์
12) พฤติกรรมการ - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบประเมิน - ระดบั คุณภาพ
คุณลักษณะ 2 ผา่ นเกณฑ์
ทำงานกลมุ่ การทำงานกล่มุ อันพงึ ประสงค์
13) คณุ ลักษณะอันพงึ - สงั เกตความมวี ินัย
ประสงค์ รับผิดชอบ ใฝ่เรียนรู้และ
มุ่งม่ันในการทำงาน
6.4 การประเมนิ หลังเรยี น
- แบบทดสอบหลงั - ตรวจแบบทดสอบหลัง - แบบทดสอบหลงั เรยี น - ร้อยละ 60
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 4 ผา่ นเกณฑ์
เรียน เรียน หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ปฏิกริ ิยาเคมี
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 4 4 ปฏกิ ิริยาเคมี
ปฏกิ ิริยาเคมี
7. กิจกรรมการเรยี นรู้
• แผนท่ี 1 : การเกดิ ปฏิกริ ยิ าเคมี เวลา 3 ชวั่ โมง
เวลา 3 ช่ัวโมง
วิธีสอน 5Es Instructional Model เวลา 2 ชวั่ โมง
เวลา 3 ชว่ั โมง
• แผนท่ี 2 : การเขียนสมการเคมี เวลา 2 ชวั่ โมง
(รวมเวลา 13 ช่ัวโมง)
วิธสี อนแบบบรรยาย (Lecture Method)
• แผนท่ี 3 : ประเภทของปฏกิ ริ ิยาเคมี
วธิ สี อนแบบทดลอง (Experimental Method)
• แผนท่ี 4 : ชนิดของปฏิกริ ยิ าเคมี
วิธีสอนแบบทดลอง (Experimental Method)
• แผนท่ี 5 : ประโยชน์และโทษของปฏกิ ิริยาเคมี
วิธสี อน 5Es Instructional Model
8. ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้
8.1 สือ่ การเรียนรู้
1) หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4
ปฏกิ ริ ิยาเคมี
2) แบบฝกึ หดั วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 4 ปฏกิ ริ ยิ าเคมี
3) ใบงานที่ 4.1 เรอื่ ง การเปล่ียนแปลงของสาร
4) ใบงานท่ี 4.2 เรอ่ื ง สมการเคมี
5) วัสดอุ ุปกรณ์ทใ่ี ช้ในการปฏบิ ัติกจิ กรรมการเกดิ ปฏกิ ิรยิ าเคมี
6) วสั ดอุ ปุ กรณท์ ีใ่ ช้ในการปฏิบตั กิ ิจกรรมการเปล่ยี นแปลงพลังงานความรอ้ นของปฏกิ ริ ิยาเคมี
7) วสั ดุอุปกรณ์ทใ่ี ชใ้ นการปฏิบัตกิ จิ กรรมชนดิ ของการเกิดปฏิกริ ยิ าเคมี
8) PowerPoint เรือ่ ง ปฏกิ ิรยิ าเคมี
9) Flowchart ข้นั ตอนการทดลองชนิดของปฏกิ ิรยิ าเคมี
10) QR Code เร่ือง การเกิดปฏกิ ริ ยิ าเคมี
11) QR Code เร่อื ง ปฏิกริ ยิ าการเผาไหม้
12) สมุดประจำตัวนักเรียน
8.2 แหล่งการเรียนรู้
1) ห้องเรียน
2) หอ้ งสมดุ
3) อนิ เทอรเ์ นต็
แบบทดสอบก่อนเรียน
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 4 เรอ่ื ง ปฏิกิรยิ าเคมี
คำช้แี จง : ใหน้ กั เรยี นเลือกคำตอบท่ีถูกต้องท่ีสุดเพียงข้อเดียว
1. ขอ้ ใดไม่เกิดปฏกิ ิริยาเคมี 6. ข้อใดเป็นปฏกิ ริ ิยาดูดความร้อน
1. เหล็กขึน้ สนิม 1. การเผาไหม้เชอ้ื เพลิง
2. จุดธูปไหวพ้ ระ 2. การละลายน้ำของโซดาไฟ
3. ต้มเนื้อหมูใหส้ ุก 3. การสังเคราะหด์ ้วยแสงของพชื
4. นำ้ แขง็ หลอมเหลวเป็นน้ำ 4. การเผาผลาญพลังงานในรา่ งกาย
2. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ขอ้ สงั เกตการเกิดปฏกิ ิรยิ าเคมี 7. ข้อใดเป็นปฏิกริ ิยาคายความร้อน
1. ตกตะกอน 1. พลงั งานของสารตัง้ ตน้ เทา่ กบั พลงั งาน
2. หลอมเหลว ของผลิตภณั ฑ์
3. เกดิ ฟองแกส๊ 2. พลงั งานของสารตัง้ ต้นนอ้ ยกว่าพลังงาน
4. เกิดประกายไฟ ของผลติ ภัณฑ์
3. พลงั งานของสารต้ังต้นมากกวา่ พลงั งาน
3. กรดไฮโดรคลอริกทำปฏิกิรยิ ากบั โซเดยี มไฮดรอกไซดจ์ ะเขยี น ของผลติ ภณั ฑ์
สมการเคมไี ดเ้ ปน็ ขอ้ ใด 4. ไม่มขี ้อใดกล่าวถกู ตอ้ ง
1. HCl + NaOH →NaH + H2O
2. H2O + NaOH →NaOH + H2O 8. ข้อใดกลา่ วถงึ การเกดิ ปฏิกิรยิ าเคมีไม่ถกู ต้อง
3. HCl + NaOH →NaCl + H2O 1. ตอ้ งมีสารใหมเ่ กดิ ขนึ้
4. NaCl + H2O →HCl + NaOH 2. มกี ารดดู พลงั งานหรือคายพลังงาน
3. ตอ้ งมกี ารเปลยี่ นสถานะของสารเสมอ
4. ถ้าสาร A 2 กรัม ทำปฏกิ ริ ยิ าพอดีกับสาร B 4 กรมั ได้ ผลิตภณั ฑ์ 4. ถา้ เปน็ ระบบปดิ จะเปน็ ไปตามกฎทรงมวล
เปน็ สาร C 6 กรมั ถ้านำสาร A มา 6 กรัม จะไดส้ าร C กี่กรมั 9. ข้อใดไมใ่ ชผ่ ลิตภณั ฑ์ท่ีเกดิ จากการเผาไหม้
1. 7 กรมั 1. ไอน้ำ
2. 9 กรมั 2. แก๊สออกซเิ จน
3. 11 กรัม 3. แก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์
4. 18 กรัม 4. แกส๊ คารบ์ อนมอนอกไซด์
5. จากสมการ A + B → CO2 (g) นกั เรียนคิดว่าสาร A และ B คือ 10. ข้อใดคือประโยชนข์ องปฏิกิริยาเคมี
สารใด ตามลำดบั 1. ใช้ปรับสภาพดิน
1. คารบ์ อนและน้ำ 2. ใชป้ รับสภาพนำ้ เสีย
2. คารบ์ อนและกรด 3. ใชส้ รา้ งพลงั งานความร้อน
3. คารบ์ อนและเบส 4. ถูกทกุ ข้อ
4. คารบ์ อนและออกซิเจน
เฉลย 1. 4 2. 2 3. 3 4. 4 5. 4 6. 3 7. 3 8. 2 9. 2 10. 4
แบบทดสอบหลงั เรยี น
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 4 เร่ือง ปฏกิ ริ ิยาเคมี
คำชแ้ี จง : ให้นักเรยี นเลือกคำตอบที่ถูกต้องท่ีสุดเพียงข้อเดียว
1. ข้อใดเกิดปฏกิ ิรยิ าเคมี 6. ข้อใดเปน็ ปฏิกิริยาดูดความรอ้ น
1. การเผาไหมเ้ ชือ้ เพลิง
1. ต้มเนื้อหมใู หส้ ุก 2. การละลายน้ำของโซดาไฟ
3. การสงั เคราะห์ด้วยแสงของพชื
2. นำ้ ระเหยกลายเปน็ ไอน้ำ 4. การเผาผลาญพลังงานในร่างกาย
3. นำ้ แขง็ หลอมเหลวเปน็ นำ้ 7. ข้อใดเปน็ ปฏิกิรยิ าดูดความรอ้ น
1. พลงั งานของสารต้ังต้นเท่ากับ
4. ลกู เหมน็ ระเหดิ กลายเป็นไอ พลังงานของผลติ ภณั ฑ์
2. พลงั งานของสารตั้งตน้ น้อยกว่า
2. ข้อใดไม่ใชข่ ้อสงั เกตการเกดิ ปฏิกริ ยิ าเคมี พลังงานของผลิตภัณฑ์
3. พลังงานของสารต้งั ตน้ มากกว่า
1. ตกตะกอน 2. หลอมเหลว พลังงานของผลติ ภณั ฑ์
4. ไมม่ ขี อ้ ใดกล่าวถูกต้อง
3. เกิดฟองแก๊ส 4. เกิดประกายไฟ
8. ขอ้ ใดมีโอกาสเกดิ ปฏิกริ ิยาสะเทนิ
3. ข้อใดคือสมการเคมีแสดงปฏิกริ ยิ าเคมรี ะหว่างหินปูนกับกรด 1. การเตมิ เบสผสมน้ำ
2. การเตมิ กรดผสมนำ้
ซัลฟวิ ริก 3. การเติมกรดผสมเบส
4. การเติมกรดผสมเกลอื
1. CaCO3 (s) + H2SO4 (aq) → CaSO4 (aq) + H2O (l) +
9. ขอ้ ใดเป็นแกส๊ ทีเ่ กดิ จากปฏิกิรยิ า
CO2 (g) กรดทำปฏิกิรยิ ากบั เหล็ก
2. CaCO3 (s) + H2SO4 (aq) → CaSO4 (aq) + H2O (l) + 1. แก๊สออกซิเจน
2. แก๊สไฮโดรเจน
CO (g) 3. แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์
4. แกส๊ คาร์บอนมอนอกไซด์
3. CaCl2 (s) + H2SO4 (aq) → CaSO4 (aq) + H2O (l) +
10. ข้อใดเป็นปฏิกิรยิ าเคมที ก่ี ่อใหเ้ กิดโทษ
CO2 (g) 1. การใชผ้ งฟูทำขนมหวาน
2. การใช้โซดาไฟลา้ งห้องน้ำ
4. CaCl2 (s) + H2SO4 (aq) → CaSO4 (aq) + H2O (l) + 3. การใช้ปนู มาลป์ รบั สภาพดนิ
4. การเกดิ สนมิ เหลก็ ที่ราวตากผ้า
CO (g)
4. ถ้าสาร A 3 กรมั ทำปฏิกริ ยิ าพอดีกับสาร B 9 กรัม ได้ ผลติ ภัณฑ์
เปน็ สาร C 12 กรัม ถ้านำสาร A มา 21 กรัม จะได้สาร C ก่ีกรัม
1. 60 กรัม 2. 64 กรมั
3. 80 กรมั 4. 84 กรมั
5. จากสมการ A + B → H2O (g) นักเรียนคิดว่าสาร A และ B คือ
สารใด ตามลำดบั
1. คาร์บอนและไนโตรเจน
2. คาร์บอนและไฮโดรเจน
3. ไฮโดรเจนและไนโตรเจน
4. ไฮโดรเจนและออกซิเจน
เฉลย 1. 1 2. 2 3. 1 4. 4 5. 4 6. 3 7. 2 8. 3 9. 2 10. 4
4
แบบประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด)
แบบประเมนิ ผลงานแผนผงั มโนทศั น์
คำชแ้ี จง : ให้ผู้สอนประเมนิ ผลงาน/ช้นิ งานของนกั เรยี นตามรายการทกี่ ำหนด แล้วขดี ✓ลงในช่องที่ตรงกบั ระดบั คะแนน
ลำดบั ท่ี รายการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ
4 3 21
1 ความสอดคล้องกบั จุดประสงค์ท่ี
กำหนด
2 ความถกู ตอ้ งของเนื้อหา
3 ความคดิ สร้างสรรค์
4 ความเปน็ ระเบียบ
รวม
ลงช่ือ ................................................... ผปู้ ระเมนิ
............../................./................
เกณฑป์ ระเมินแผนผังมโนทัศน์
ประเดน็ ทป่ี ระเมนิ ระดบั คะแนน
1. ผลงานตรงกบั 4 32 1
จุดประสงคท์ ่ี ผลงานไม่สอดคล้อง
กำหนด ผลงานสอดคล้องกับ ผลงานสอดคล้องกับ ผลงานสอดคล้องกับ กับจุดประสงค์
2. ผลงานมีความ จดุ ประสงค์ทุกประเด็น จุดประสงค์เป็นส่วน จดุ ประสงคบ์ างประเดน็ เนื้อหาสาระของ
ถูกต้องของ ใหญ่ ผลงานไม่ถูกต้องเป็น
เนอ้ื หา สว่ นใหญ่
เนื้อหาสาระของผลงาน เ น ื ้ อ ห า ส า ร ะ ข อ ง เ น ื ้ อ ห า ส า ร ะ ของ ผลงานไม่แสดง
3. ผลงานมี แนวคดิ ใหม่
ความคดิ ถกู ต้องครบถว้ น ผลงานถูกตอ้ งเปน็ ส่วน ผลงานถูกต้องเป็น
สร้างสรรค์ ผลงานส่วนใหญ่ไม่
ใหญ่ บางประเดน็ เป็นระเบียบและมีขอ้
4. ผลงานมีความ บกพร่องมาก
เปน็ ระเบียบ ผลงานแสดงออกถึ ง ผลงานมีแนวคิดแปลก ผ ล ง า น ม ี ค ว า ม
ความค ิดสร ้างสรรค์ ใหม่แตย่ งั ไม่เป็นระบบ น่าสนใจ แต่ยังไม่มี
แปลกใหม่ และเป็นระบบ แนวคิดแปลกใหม่
ผ ล ง า น ม ี ค ว า ม เป็ น ผ ล ง านส ่วนใหญ่มี ผลงานมีความเป็น
ระเบียบแสดงออกถึง ความเป็นระเบียบแต่ ร ะ เ บ ี ย บ แ ต ่ มี
ความประณตี ย ั ง ม ี ข ้ อ บ ก พ ร ่ อ ง ข้อบกพร่องบางสว่ น
เลก็ นอ้ ย
เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
14-16 ดมี าก
11-13 ดี
8-10 พอใช้
ต่ำกวา่ 7 ปรับปรุง
แบบประเมินแบบจำลองรโู หวโ่ อโซน
คำชแ้ี จง : ใหผ้ ้สู อนประเมินการสรา้ งแบบจำลองรูโหวโ่ อโซนของนกั เรียนตามรายการทกี่ ำหนด แลว้ ขดี ✓
ลงในชอ่ งทตี่ รงกับระดับคะแนน
ลำดบั ท่ี รายการประเมนิ 4 ระดบั คะแนน 1
รวม 32
1 การออกแบบ
2 ความถูกตอ้ ง
3 ความคดิ สร้างสรรค์
ลงช่ือ ................................................... ผู้ประเมิน
................./................../..................
เกณฑก์ ารประเมนิ แบบจำลองการเกิดรโู หว่โอโซน
ประเด็นทีป่ ระเมนิ 4 ระดบั คะแนน 1
1. การออกแบบ ออกแบบได้สอดคล้อง 32 ออกแบบไดไ้ มต่ รงกบั
กบั จุดประสงค์ ออกแบบไดส้ อดคลอ้ ง ออกแบบไดส้ อดคลอ้ ง จุดประสงค์
กับจดุ ประสงค์เป็นส่วน กบั จุดประสงค์
ใหญ่ บางสว่ น
2. ความถกู ต้อง แบบจำลองถกู ตอ้ ง แบบจำลองถกู ตอ้ งเป็น แบบจำลองถกู ตอ้ ง แบบจำลองไมถ่ กู ตอ้ ง
ครบถว้ น สว่ นใหญ่ บางประเดน็ เป็นสว่ นใหญ่
3. ความคดิ แบบจำลองมคี วาม แบบจำลองมีความ แบบจำลองมีความ แบบจำลองไมม่ คี วาม
สรา้ งสรรค์ สมบรู ณ์ สวยงาม สมบูรณเ์ ป็นส่วนใหญ่ สมบูรณเ์ พียงบางสว่ น สมบรู ณ์
เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
10-12 ดีมาก
7-9 ดี
4-6 พอใช้
ตำ่ กวา่ 4 ปรบั ปรุง
แบบประเมินการปฏิบตั ิกจิ กรรม
คำช้ีแจง : ให้ผสู้ อนประเมนิ การปฏิบตั ิกิจกรรมของนกั เรียนตามรายการที่กำหนด แลว้ ขดี ✓ ลงในช่องทตี่ รง
กบั ระดบั คะแนน
ลำดบั ท่ี รายการประเมิน 4 ระดบั คะแนน 1
32
1 การปฏบิ ตั กิ ารทำกิจกรรม
2 ความคลอ่ งแคล่วในขณะปฏบิ ัตกิ จิ กรรม
3 การบันทกึ สรปุ และนำเสนอผลการทำกจิ กรรม
รวม
ลงชื่อ ................................................... ผปู้ ระเมนิ
................./................../..................
เกณฑก์ ารประเมินการปฏบิ ัตกิ จิ กรรม
ประเดน็ ท่ปี ระเมิน ระดบั คะแนน
1. การปฏบิ ตั ิ 432 1
กิจกรรม ตอ้ งใหค้ วามช่วยเหลือ
ทำกจิ กรรมตามข้นั ตอน ทำกจิ กรรมตามขน้ั ตอน ตอ้ งใหค้ วามช่วยเหลอื อย่างมากในการทำ
2. ความ และใชอ้ ุปกรณไ์ ดอ้ ย่าง และใช้อปุ กรณไ์ ด้อยา่ ง บ้างในการทำกิจกรรม กจิ กรรม และการใช้
คลอ่ งแคลว่ ถูกตอ้ ง ถกู ต้อง แตอ่ าจต้อง และการใชอ้ ปุ กรณ์ อุปกรณ์
ในขณะปฏบิ ตั ิ ไดร้ บั คำแนะนำบ้าง ทำกิจกรรมเสร็จไม่
กจิ กรรม มคี วามคลอ่ งแคล่ว มคี วามคลอ่ งแคล่ว ขาดความคล่องแคล่ว ทันเวลา และทำ
ในขณะทำกจิ กรรมโดย ในขณะทำกิจกรรมแต่ ในขณะทำกจิ กรรมจึง อปุ กรณเ์ สยี หาย
3. การบนั ทกึ สรปุ ไมต่ อ้ งไดร้ ับคำชแ้ี นะ ตอ้ งไดร้ ับคำแนะนำบ้าง ทำกิจกรรมเสรจ็ ไม่
และนำเสนอผล และทำกิจกรรมเสรจ็ และทำกิจกรรมเสร็จ ทันเวลา ตอ้ งใหค้ วามช่วยเหลือ
การปฏิบัติ ทันเวลา ทันเวลา อย่างมากในการบนั ทึก
กจิ กรรม สรปุ และนำเสนอผล
บันทึกและสรุปผลการ บนั ทกึ และสรุปผลการ ตอ้ งให้คำแนะนำในการ การทำกิจกรรม
ทำกิจกรรมได้ถกู ต้อง ทำกิจกรรมได้ถกู ต้อง บันทกึ สรปุ และ
รดั กมุ นำเสนอผลการ แต่การนำเสนอผลการ นำเสนอผลการทำ
ทำกจิ กรรมเป็นขัน้ ตอน ทำกิจกรรมยงั ไมเ่ ปน็ กิจกรรม
ชัดเจน ขั้นตอน
เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ
ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ
10-12 ดีมาก
7-9 ดี
4-6 พอใช้
0-3 ปรับปรงุ
แบบประเมินการนำเสนอผลงาน
คำช้ีแจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ✓ลงในชอ่ งที่
ตรงกบั ระดับคะแนน
ลำดบั ที่ รายการประเมนิ ระดับคะแนน 1
32
1 ความถกู ตอ้ งของเนือ้ หา
2 ความคิดสรา้ งสรรค์
3 วธิ ีการนำเสนอผลงาน
4 การนำไปใช้ประโยชน์
5 การตรงตอ่ เวลา
รวม
ลงชื่อ ................................................... ผูป้ ระเมนิ
............/................./...................
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคลอ้ งกบั รายการประเมินสมบรู ณช์ ัดเจน ให้ 2 คะแนน
ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ เปน็ สว่ นใหญ่ ให้ 1 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ บางส่วน
เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ
ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
14–15 ดีมาก
11–13 ดี
8–10 พอใช้
ตำ่ กวา่ 8 ปรับปรงุ
แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล
คำช้แี จง : ให้ผู้สอนสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ลงในชอ่ งที่
ตรงกับระดบั คะแนน
ลำดบั ที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน 1
32
1 การแสดงความคิดเหน็
2 การยอมรบั ฟังความคดิ เห็นของผู้อน่ื
3 การทำงานตามหน้าทท่ี ไี่ ด้รบั มอบหมาย
4 ความมนี ำ้ ใจ
5 การตรงตอ่ เวลา
รวม
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ลงชือ่ ................................................... ผปู้ ระเมนิ
ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่ำเสมอ ............/.................../................
ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครง้ั
ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑก์ ารตดั สนิ คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
14–15 ดมี าก
11–13 ดี
8–10 พอใช้
ตำ่ กวา่ 8 ปรบั ปรงุ
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม
คำชแ้ี จง : ใหผ้ ู้สอนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขดี ✓ลงในช่องที่
ตรงกบั ระดบั คะแนน
การมี
ลำดบั ท่ี ชอ่ื –สกลุ การแสดง การยอมรบั การทำงาน ความมี ส่วนรว่ มใน รวม
ของนกั เรียน ความ ฟงั คนอนื่ ตามท่ไี ดร้ ับ น้ำใจ การ 15
คดิ เห็น มอบหมาย คะแนน
ปรับปรงุ
ผลงานกลมุ่
321321321321321
เกณฑ์การให้คะแนน ลงชื่อ ................................................... ผูป้ ระเมิน
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมอยา่ งสม่ำเสมอ ............./.................../...............
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้ัง
ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบางครง้ั ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑก์ ารตดั สนิ คุณภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
14–15 ดีมาก
11–13 ดี
8–10 พอใช้
ต่ำกว่า 8 ปรบั ปรงุ
แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
คำชแี้ จง : ใหผ้ ู้สอนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขดี ✓ลงในช่องที่
ตรงกับระดับคะแนน
คุณลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พึงประสงคด์ ้าน 321
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเคารพธงชาติ และร้องเพลงชาติได้
กษัตริย์ 1.2 เข้าร่วมกิจกรรมท่ีสรา้ งความสามัคคีปรองดอง และเป็นประโยชน์
ต่อโรงเรียน
1.3 เข้าร่วมกจิ กรรมทางศาสนาทีต่ นนับถอื ปฏิบัติตามหลักศาสนา
1.4 เขา้ ร่วมกิจกรรมทเี่ กย่ี วกบั สถาบนั พระมหากษตั รยิ ต์ ามที่โรงเรียนจดั
ขึ้น
2. ซื่อสัตย์ สจุ รติ 2.1 ให้ขอ้ มูลทถ่ี ูกต้องและเปน็ จรงิ
2.2 ปฏิบัติในสงิ่ ทีถ่ กู ต้อง
3. มีวนิ ัย รบั ผดิ ชอบ 3.1 ปฏบิ ตั ติ ามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ข้อบังคับของครอบครัว
มีความตรงต่อเวลาในการปฏิบตั ิกจิ กรรมตา่ ง ๆ ในชวี ติ ประจำวนั
4. ใฝเ่ รียนรู้ 4.1 รู้จักใชเ้ วลาว่างให้เป็นประโยชน์ และนำไปปฏบิ ัตไิ ด้
4.2 รูจ้ กั จดั สรรเวลาให้เหมาะสม
4.3 เช่ือฟงั คำส่ังสอนของบดิ า-มารดา โดยไม่โต้แย้ง
4.4 ตั้งใจเรียน
5. อยอู่ ยา่ งพอเพียง 5.1 ใช้ทรพั ยส์ ินและสงิ่ ของของโรงเรยี นอยา่ งประหยัด
5.2 ใช้อปุ กรณ์การเรียนอยา่ งประหยดั และรู้คณุ คา่
5.3 ใชจ้ า่ ยอย่างประหยัดและมีการเก็บออมเงิน
6. มงุ่ ม่นั ในการทำงาน 6.1 มคี วามต้ังใจและพยายามในการทำงานที่ไดร้ ับมอบหมาย
6.2 มีความอดทนและไม่ท้อแท้ตอ่ อปุ สรรคเพื่อให้งานสำเร็จ
7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มจี ิตสำนกึ ในการอนรุ กั ษว์ ัฒนธรรมและภมู ปิ ญั ญาไทย
7.2 เหน็ คุณค่าและปฏบิ ัตติ นตามวฒั นธรรมไทย
8. มจี ติ สาธารณะ 8.1 รจู้ กั ชว่ ยพอ่ แม่ ผู้ปกครอง และครูทำงาน
8.2 ร้จู กั การดแู ลรักษาทรพั ยส์ มบตั แิ ละส่งิ แวดล้อมของห้องเรียนและ
โรงเรียน
ลงชือ่ .................................................. ผู้ประเมนิ
............/.................../................
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
พฤตกิ รรมทปี่ ฏิบัติชัดเจนและสม่ำเสมอ ให้ 2 คะแนน
พฤติกรรมทีป่ ฏบิ ัตชิ ัดเจนและบ่อยครงั้ ให้ 1 คะแนน
พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบตั บิ างครงั้
เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ
51-60 ดมี าก
41-50 ดี
30-40 พอใช้
ต่ำกว่า 30 ปรับปรุง
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 1
หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 4 ปฎิกิริยาเคมี เร่อื ง การเกดิ ปฎิกิริยาเคมี
จำนวน 3 ชวั่ โมง
กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ปีการศกึ ษา 2564
ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรยี นที่ 1 ครูผู้สอน นายสุรกจิ เกษตรพนู สขุ
รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 23101
1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชีว้ ดั
ว 2.1 ม.3/3 อธิบายการเกิดปฏิกิริยาเคมี รวมถึงการจัดเรียงตัวใหม่ของอะตอมเมื่อ
เกิดปฏิกิริยาเคมีโดยใช้แบบจำลองและสมการข้อความ
2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธิบายการเกิดปฏิกิริยาเคมีได้ (K)
2. สร้างแบบจำลองอธิบายการจัดเรียงตวั ใหมข่ องอะตอมเมื่อเกิดปฏิกิริยาเคมีได้ (P)
3. มีความใฝ่เรียนรู้และมุ่งมนั่ ในการทำงาน (A)
3. สาระการเรียนรู้
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
• การเกิดปฏิกิริยาเคมีหรือการเปลี่ยนแปลงทางเคมีของสารเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้เกิดสารใหม่
โดยสารที่เข้าทำปฏิกิริยา เรียกว่า สารตั้งต้น สารใหม่ที่เกิดขึ้นจากปฏิกิริยา เรียกว่า ผลิตภัณฑ์ การ
เกิดปฏิกิริยาเคมีสามารถเขียนแทนได้ด้วย สมการข้อความ
• การเกิดปฏิกิริยาเคมี อะตอมของสารต้ังต้นจะมีการจดั เรียงตวั ใหมไ่ ด้เป็นผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีสมบัติแตกต่าง
จากสารต้ังต้น โดยอะตอมแต่ละชนิดก่อนและหลงั เกิดปฏิกิริยาเคมีมีจำนวนเท่ากนั
4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
ปฏิกิริยาเคมีหรือการเปลี่ยนแปลงทางเคมีของสาร ทำให้เกิดสารใหม่ โดยสารที่เข้าทำปฏิกิริยา
เรียกว่า สารตั้งต้น และสารที่เกิดขึ้นใหม่ เรียกว่า ผลิตภัณฑ์ที่มีสมบัติแตกต่างไปจากสารตั้งต้น
เนือ่ งจากมีการจดั เรียงอะตอมใหม่ของสารตั้งต้นขณะเกิดปฏิกิริยา
5.สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รียนและคุณลักษณะอนั พึงประสงค์
สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
1. ความสามารถในการส่อื สาร 1. มีวินัย รับผิดชอบ
2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝ่เรียนรู้
1) ทกั ษะการสังเกต 3. มุง่ มัน่ ในการทำงาน
2) ทกั ษะการสร้างแบบจำลอง
3) ทักษะการลงความเหน็ จากข้อมูล
4) ทักษะการตีความหมายข้อมูลและลง
ข้อสรปุ
3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. กิจกรรมการเรยี นรู้
แนวคิด/รปู แบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนคิ : 5Es Instructional Model
ช่ัวโมงที่ 1
ข้นั นำ
ขั้นที่ 1 กระตนุ้ ความสนใจ (Engage)
1. ให้นกั เรยี นทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี น หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 4 ปฏิกิริยาเคมี
2. ให้นักเรยี นศึกษาภาพหน้าหน่วยการเรียนรู้ที่ 4 และตอบคำถาม Big Question จากหนงั สือ
เรียน รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ที่
4 ปฏิกิริยาเคมี และรว่ มกันอภิปรายแสดงความคิดเหน็ อยา่ งอิสระโดยไม่มีการเฉลยว่าถูก
หรือผิดว่า “กิจกรรมของมนุษย์เกี่ยวข้องกับปฏิกริ ิยาเคมีอย่างไร”
(แนวตอบ : ตัวอย่างเช่น การย่อยอาหารโดยมีเอนไซม์ทำปฏิกิริยาอาหาร ทำให้อาหารถกู
ยอ่ ยกลายเปน็ โมเลกุลเล็ก รา่ งกายจงึ ดูดซึมนำไปใช้ได้)
3. ให้นักเรียนทำกิจกรรม Engaging Activity ศึกษาภาพจากในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 แล้วให้นักเรยี นระบวุ ่า การเปล่ยี นแปลงของสารใน
ภาพใดเกิดปฏิกิริยาเคมี
4. ให้นักเรยี นจับคูก่ ับเพือ่ นแลกเปลย่ี นเสนอความคิดเหน็ กนั
5. ครูสมุ่ เรียกนักเรียน 2-3 คน ระบวุ ่าภาพใดเกิดปฏิกิริยาเคมี พร้อมอธิบายเหตุผลที่ได้จาก
การอภิปรายร่วมกบั เพื่อน
6. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเพือ่ ให้ได้ข้อสรุปว่า “การเปลี่ยนแปลงของสารที่บ่งบอกวา่
เกิดปฏิกิริยาเคมีสามารถสังเกตได้จากผลิตภัณฑท์ ี่เกิดขึ้นใหม่ซึ่งอาจอยู่ในสถานะของแขง็
ของเหลว หรือแก๊สก็ได้ เช่น การเผาไหม้เช้อื เพลงิ ทำให้เกิดพลงั งานและได้ผลิตภัณฑ์เป็นน้ำ
และแก๊สคาร์บอนไดออกไซดใ์ นกรณีทีม่ ีการเผาไหม้อยา่ งสมบูรณ์ การเกิดสนิมเหล็กซึ่งเกิด
จากเหลก็ และน้ำทำปฏิกริ ิยากนั แต่การเปล่ยี นสถานะของสารเนือ่ งจากความร้อน เช่น การ
ต้มน้ำเดือดให้กลายเป็นไอน้ำ หรือการหลอมละลายของน้ำแข็งเนื่องจากอุณหภูมิที่สูงขึ้น
ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงทางเคมีที่เกิดขึ้นจากปฏิกิริยาเคมีแต่เป็นการเปลี่ยนแปลงทาง
กายภาพ”
7. ครเู กริน่ นำต่อไปว่า “นักเรยี นจะได้เรยี นเกี่ยวกบั การเกิดปฏิกิริยาเคมีต่อไปในบทเรียนนี้”
ช่วั โมงที่ 2-3
ขัน้ สอน
ขน้ั ที่ 2 สำรวจค้นหา (Explore)
1. ให้นักเรียนตรวจสอบความรู้ของตนเองจากกรอบ Check for Understanding จากหนังสือ
เรียนรายวิชาพนื้ ฐานวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1
2. ครูถามคำถาม Key Question จากหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ม.3 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 ปฏิกิริยาเคมี เพื่อทบทวนความรู้เดิมของนักเรียนว่า
ปฏิกิริยาเคมีเกิดขนึ้ ได้อย่างไร
(แนวตอบ : สารตั้งต้นที่เข้าทำปฏิกริ ิยากันเกิดการเปลย่ี นแปลงทางเคมี เกิดเป็นสารใหม่ ซึ่ง
มีสมบัตแิ ตกตา่ งไปจากเดิม)
3. ให้นักเรยี นศึกษา เรื่อง การเกิดปฏิกิริยาเคมี จากหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรือ่ ง การเกิดปฏิกิริยาเคมี
4. ครูเตรียมสารละลายและอุปกรณ์ที่ใช้ทำกิจกรรม การเกิดปฏิกิริยาเคมี ตามหนังสือ
เรียนรายวิชาพืน้ ฐานวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1
5. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5-6 คน ทำกิจกรรม การเกิดปฏิกิริยาเคมี ในหนังสือเรียน
รายวิชาพืน้ ฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 โดยให้สมาชิกภายในกลุ่มแบ่งภาระ
และหน้าทีร่ ับผิดชอบ
6. นกั เรยี นและครูรว่ มกนั อภิปรายหลังทำกิจกรรม เพือ่ ให้ไดข้ ้อสรปุ วา่ “ หลังเกิดปฏิกิริยาเคมี
จะทำให้สารบางชนิดมีอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงไป บางสารเกิดฟองแก๊ส บางสารมีสีที่
เปล่ยี นแปลงไป บางสารเกิดตะกอน”
7. ครูถามคำถามท้ายกิจกรรม ดงั นี้
- สารในหลอดทดลองท้ัง 4 หลอดมกี ารเปลย่ี นแปลงอย่างไร ตามลำดับ
(แนวตอบ : หลอดที่ 1 เกิดตะกอนสีเหลือง หลอดที่ 2 เกิดฟองแก๊ส หลอดที่ 3 สีของ
สารละลายเปลย่ี นเป็นไมม่ ีสี และหลอดที่ 4 อณุ หภูมิของสารลดลง)
- หลอดทดลองใดบ้างทีเ่ กิดปฏิกิริยาเคมี และทราบได้อยา่ งไร
(แนวตอบ : ทั้ง 4 หลอดเกิดปฏิกิริยาเคมี เนื่องจากสังเกตเห็นตะกอน ฟองแก๊ส สีของ
สารละลายเปลย่ี นแปลง รวมทั้งอณุ หภมู ิของสารทีเ่ ปลีย่ นแปลงไป)
ข้นั ที่ 3 อธิบายความรู้ (Explain)
8. ครูให้นักเรยี นจบั คู่กับเพื่อนรว่ มกนั อธิบายความรู้เกีย่ วกับเรือ่ งปฏิกริ ิยาเคมีคืออะไร เกิดขึ้น
ได้อย่างไร แล้วทราบได้อย่างไรว่าสารชนิดน้ันเกิดการเปลย่ี นแปลงทางเคมี
9. ครูสมุ่ เรียกนักเรยี น 2 คน ออกมาหน้าช้ันเรียนอธิบายการเกิดปฏิกิริยา
10. นักเรยี นและครรู ว่ มกนั อภิปรายเกี่ยวกบั ปฏิกิริยาเคมีเพื่อให้ไดข้ ้อสรปุ ว่า “ปฏิกิริยาเคมีแบ่ง
ออกได้เป็นหลายประเภท โดยทุกปฏิกิริยาล้วนเกิดจากการที่สารเกิดการเปลี่ยนแปลงทาง
เคมี ทำให้เกิดสารชนิดใหม่ และการเกิดปฏิกิริยาเคมีล้วนประกอบดว้ ยสาร 2 กล่มุ คือ สาร
ตั้งต้นและผลิตภัณฑ์ ซึ่งการเกิดปฏิกิริยาเคมีสามารถสังเกตได้จากการเปลี่ยนสีของสาร
การเกิดตะกอน การเกิดฟองแก๊ส การระเบิดหรือการเกิดประกายไฟ การเปลี่ยนแปลง
อุณหภมู ิ โดยการเปลย่ี นแปลงเหล่านที้ ำให้สารทีเ่ กิดขนึ้ มีสมบตั แิ ตกตา่ งไปจากเดมิ ”
11. เพือ่ ให้นักเรยี นเกิดความเข้าใจมากข้ึน ครูแจกใบความรู้ เรอ่ื ง การเปลี่ยนแปลงของสาร
แล้วนำแบบจำลองอะตอมของน้ำ แก๊สไฮโดรเจน แก๊สออกซิเจน มาแสดงให้นักเรียน
เหน็ ถึงการเปลย่ี นแปลงสารทางเคมี โดยครอู ธิบายเปรียบเทียบวา่ น้ำแข็งละลายกลายเป็น
น้ำไม่ได้เกิดปฏิกิริยาเคมีเนื่องจากไม่มีการเกิดเป็นสารใหม่ยังคงเป็นน้ำเช่นเดิมแต่เพียง
สถานะเปลี่ยนไปเท่านั้น (ครูแสดงแบบจำลองอะตอมของน้ำ) ส่วนการเกิดปฏิกริ ิยาเคมีจะ
ทำให้เกิดสารใหม่ เชน่ ถ้าครนู ำแกส๊ คารบ์ อนไดออกไซดไ์ ปผสมกับน้ำจะได้กรดคาร์บอนนิก
เป็นผลิตภัณฑ์ซึ่งมีสมบัติแตกต่างไปจากเดิม (ครูแสดงแบบจำลองอะตอมของน้ำ แก๊ส
คาร์บอนไดออกไซด์ แล้วนำแบบจำลองทั้งสองมารวมกันให้กลายเป็นแบบจำโครงสร้าง
โมเลกุลของกรดคาร์บอกนิกที่ประกอบด้วยไฮโดรเจน 2 อะตอม คาร์บอน 1 อะตอม และ
ออกซิเจน 3 อะตอม)
12. ครแู จกใบงานที่ 4.1 เรอ่ื ง การเปลีย่ นแปลงของสาร แล้วให้นกั เรยี นทำใบงาน
13. ให้นักเรยี นทำแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1
14. ให้นักเรยี นศึกษาขอ้ มูลเพิ่มเตมิ จาก QR code เรอ่ื ง การเกดิ ปฏิกิริยาเคมี
ข้ันที่ 4 ขยายความเขา้ ใจ (Elaborate)
15. ครูแบ่งกลุ่มนักเรียน กลุ่มละ 5-6 คน โดยคละความสามารถเก่ง ปานกลาง และอ่อน
เลอื กปฏิกริ ิยาเคมีมา 3 ปฏิกริ ิยาเคมี จากนั้นให้แตล่ ะกลมุ่ ออกแบบและสร้างแบบจำลอง เพือ่
อธิบายและเปรียบเทียบการจัดเรียงตัวใหมข่ องอะตอมก่อนและหลังการเกิดปฏิกิริยาเคมี โดย
ใช้ดินน้ำมนั
16. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอและอธิบายแบบจำลองที่สร้างขึ้น จากนั้นครูและนักเรียน
ร่วมกันอภิปรายเพือ่ ตรวจสอบและแก้ไขแบบจำลองให้ถกู ต้อง
(หมายเหต:ุ ครเู ริม่ ประเมินพฤติกรรมการนำเสนอผลงาน)
ขน้ั สรปุ
นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้ที่เกี่ยวกับการเกิดปฏิกิริยาเคมี แล้วให้นักเรียนสรุปความ
เข้าใจเป็นผงั มโนทัศน์ลงในกระดาษ A4 พร้อมนำเสนอในรูปแบบทีน่ ่าสนใจ
ขน้ั ประเมิน
ขัน้ ที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครูตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 ปฏิกิริยาเคมี
2. ครตู รวจใบงานที่ 4.1 เรื่อง การเปล่ยี นแปลงของสาร
3. ครตู รวจแบบฝึกหัดวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1
4. ครูตรวจผงั มโนทศั น์ เรื่อง การเกิดปฏิกิริยาเคมี
5. ครูตรวจแบบจำลองการจดั เรียงตัวใหม่ของอะตอมเมือ่ เกิดปฏิกิริยาเคมี
6. ประเมินและทักษะกระบวนการโดยสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติการจากการทำกิจกรรม
การเกิดปฏิกิริยาเคมี
7. ประเมินทักษะและกระบวนการโดยสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายกลุ่ม การทำงาน
รายบคุ คล
8. ประเมินคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ โดยสังเกตความมีวินยั รับผิดชอบ ใฝ่เรยี นรู้และมุง่ มั่น
ในการทำงาน
7. การวัดและประเมินผล
รายการวัด วิธีการ เครือ่ งมือ เกณฑ์
การประเมิน
7.1 การประเมินก่อน
- ประเมินตาม
เรยี น - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบกอ่ น สภาพจริง
เรียน
- แบบทดสอบก่อนเรียน ก่อนเรียนหนว่ ย หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 - ร้อยละ 60
ผา่ นเกณฑ์
หน่วยการ เรียนรู้ที่ 4 การเรียนรู้ที่ 4 ปฏิกิริยาเคมี
- ร้อยละ 60
ปฏิกิริยาเคมี ปฏิกิริยาเคมี ผ่านเกณฑ์
7.2 ประเมินระหว่างการ - ระดบั คณุ ภาพ
2
จัดกิจกรรมการ - ตรวจใบงานที่ 4.1 - ใบงานที่ 4.1 ผ่านเกณฑ์
เรยี นรู้
1) การเกิดปฏิกิริยาเคมี
- ตรวจสมดุ ประจำตวั - สมุดประจำตวั หรือ
หรือแบบฝึกหดั แบบฝึกหัด
วิทยาศาสตรแ์ ละ วิทยาศาสตร์
เทคโนโลยี ม.3 เล่ม และเทคโนโลยี
1 ม.3 เล่ม 1
- ตรวจแบบจำลอง - แบบประเมิน
การจดั เรียงตวั ใหม่ แบบจำลองอะตอม
ของอะตอมเมือ่ เกิด
ปฏิกิริยาเคมี
2) ผลบันทึกการปฏิบัติ - ตรวจสมดุ ประจำตวั - สมุดประจำตัว หรือ - ร้อยละ 60
กิจกรรม การเกิด ผ่านเกณฑ์
ปฏิกิริยาเคมี หรือแบบฝึกหัด แบบฝึกหดั
วิทยาศาสตรแ์ ละ วิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี ม.3 เล่ม เทคโนโลยี ม.3
1 เลม่ 1
รายการวดั วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์
การประเมิน
3) การนำเสนอผลงาน/ - ประเมินการนำเสนอ - แบบประเมินการ - ระดับคณุ ภาพ
ผลการปฏิบัติ 2
กิจกรรม ผลงาน/ผลการ นำเสนอผลงาน ผา่ นเกณฑ์
ปฏิบตั ิ
กิจกรรม
4) พฤติกรรมการ - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ระดบั คุณภาพ
ทำงานรายบคุ คล การทำงาน การทำงานรายบคุ คล 2
รายบคุ คล ผ่านเกณฑ์
5) พฤติกรรมการ - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ระดับคุณภาพ
ทำงานกลมุ่ การทำงานกลุ่ม การทำงานกลุม่ 2
ผา่ นเกณฑ์
6) คณุ ลกั ษณะอนั พึง - สงั เกตความมีวินยั - แบบประเมิน - ระดับคณุ ภาพ
ประสงค์ รบั ผิดชอบ ใฝ่เรยี นรู้ คุณลักษณะ 2
และม่งุ มั่นในการ อันพึงประสงค์ ผา่ นเกณฑ์
ทำงาน
8. สือ่ /แหลง่ การเรยี นรู้
8.1 สื่อการเรยี นรู้
1) หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4
ปฏิกิริยาเคมี
2) แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 4 ปฏิกิริยาเคมี
3) ใบงานที่ 4.1.1 เรื่อง การเปลย่ี นแปลงของสาร
4) ใบความรู้ เรือ่ ง การเปล่ยี นแปลงของสาร
5) แบบจำลองอะตอมของน้ำ แก๊สไฮโดรเจน แกส๊ ออกซิเจน
6) อปุ กรณท์ ีใ่ ช้ทำกิจกรรม การเกิดปฏิกิริยาเคมี
7) QR code เรือ่ ง การเกิดปฏิกิริยาเคมี
8) สมดุ ประจำตวั นกั เรยี น
8.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) อินเทอรเ์ น็ต
2) ห้องปฏิบตั กิ าร
ใบงานที่ 4.1
เรือ่ ง การเปลย่ี นแปลงของสาร
คำชี้แจง : พิจารณาภาพที่กำหนดให้แล้วทำเครื่องหมาย ✓ ลงในชอ่ ง ที่เกิดปฏิกิริยาเคมี
ใบงานที่ 4.1 เฉลย
เรือ่ ง การเปล่ยี นแปลงของสาร
คำชี้แจง : พิจารณาภาพที่กำหนดให้แล้วทำเครื่องหมาย ✓ ลงในช่อง ที่เกิดปฏิกิริยาเคมี
✓
✓
✓
✓✓
ใบความรู้
เรื่อง การเปลี่ยนแปลงสาร
ในการดำรงชีวิตของมนุษย์ล้วนเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของสาร ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของ
สาร หมายถึง การทีส่ ารมสี มบัติแตกตา่ งไปจากเดมิ แบ่งออกไดเ้ ป็น 2 ประเภท
1. การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ หมายถึง การเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องกับสมบัติของสาร เช่น
การเปลี่ยนสถานะ การละลาย การมีรูปร่างที่เปลี่ยนไป การแตกหัก หลังการเปลี่ยนแปลง
สมบัติทางเคมีของสารยังคงเหมือนเดิม แต่สมบัติทางกายภาพบางอย่างอาจเปลี่ยนแปลงไป
เช่น สถานะ รปู ร่าง
2. การเปลี่ยนแปลงทางเคมี หมายถึง การเปลย่ี นแปลงที่เกี่ยวข้องกบั การเกิดปฏิกิริยาเคมี มี
สารใหมเ่ กิดขนึ้ โดยสารใหมท่ ี่เกิดขนึ้ มีองค์ประกอบและสมบตั ิทางเคมีแตกต่างจากสารเดมิ
เช่น การเกิดสนิม การเผาไหม้ การเน่าเสยี ของอาหาร การเกิดฟองแก๊ส
9. บนั ทกึ ผลหลังการสอน
ปัญหา/สิง่ ทีพ่ ัฒนา / แนวทางแกป้ ัญหา / แนวทางการพัฒนา
ปัญหา/สิ่งที่พัฒนา สาเหตุของปญั หา/ แนวทางแก้ไข/ วิธีแก้ไข/พัฒนา ผลการแก้ไข/พัฒนา
สง่ิ ทีพ่ ัฒนา พฒั นา
ลงชือ่ ............................................. ผู้สอน
(นายสุรกิจ เกษตรพนู สุข)
รับทราบผลการดำเนนิ การ
ลงชื่อ...............................................
(นายสรุ กิจ เกษตรพนู สขุ )
หัวหน้ากลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ลงชือ่ ............................................
( นายชาญยทุ ธ สทุ ธธิ รานนท์ )
รองผู้อำนวยการกลุ่มบรหิ ารงานวิชาการ
ลงชื่อ...........................................
( นายวีระ แก้วกลั ยา )
ผู้อำนวยการโรงเรียนโรงเรียนราชประชานเุ คราะห์ 47 จงั หวัดเพชรบรุ ี
10. ความคิดเห็น (ผบู้ รหิ าร / หรอื ผู้ที่ได้รับมอบหมาย)
ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของนายสุรกิจ เกษตรพนู สขุ แล้วมีความเหน็ ดงั นี้
8.1 เปน็ แผนการจัดการเรียนรู้ที่
ดีมาก ดี
พอใช้ ต้องปรับปรงุ
8.2 การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้
ทีเ่ น้นผู้เรียนเปน็ สำคัญ ใช้กระบวนการสอนได้อย่างเหมาะสม
ที่ยังไมเ่ น้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรบั ปรุงพฒั นาต่อไป
8.3 เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ที่
นำไปใช้สอนได้
ควรปรบั ปรงุ กอ่ นนำไปใช้
8.4 ข้อเสนอแนะอื่น ๆ
............................................................................................................................ ......................................................
............................................................................................................................. ....................................................
ลงชือ่ ...............................................
(นายสรุ กิจ เกษตรพูนสขุ )
หัวหนา้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ความคิดเห็นของรองผู้อำนวยการฝา่ ยวชิ าการ
..................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................................
ลงชื่อ............................................
( นายชาญยทุ ธ สุทธธิ รานนท์ )
รองผู้อำนวยการกล่มุ บริหารงานวิชาการ
ความคิดเหน็ ของผู้อำนวยการโรงเรียน
............................................................................................................................. .....................................................
............................................................................................................................. .....................................................
ลงชือ่ .............................................
( นายวรี ะ แก้วกลั ยา )
ผู้อำนวยการโรงเรียนราชประชานเุ คราะห์ 47 จงั หวัดเพชรบรุ ี
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 2
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 4 ปฎิกิริยาเคมี เรอ่ื ง การเขียนสมการเคมี
จำนวน 3 ชั่วโมง
กลมุ่ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ปีการศกึ ษา 2564
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรยี นที่ 1 ครูผสู้ อน นายสรุ กจิ เกษตรพนู สขุ
รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 23101
1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชี้วดั
ว 2.1 ม.3/4 อธิบายกฎทรงมวล โดยใช้หลักฐานเชิงประจกั ษ์
2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธิบายปฏิกิริยาเคมีซ่งึ เปน็ ไปตามกฏทรงมวลได้ (K)
2. เขียนสมการข้อความจากปฏิกริ ิยาเคมีที่เกิดขนึ้ ได้ (P)
3. มีความใฝเ่ รียนรู้และมงุ่ มนั่ ในการทำงาน (A)
3. สาระการเรียนรู้
สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
• เมื่อเกิดปฏิกิริยาเคมี มวลรวมของสารต้ังต้นเทา่ กับมวลรวมของผลิตภณั ฑ์ ซึ่งเป็นไปตามกฎทรงมวล
4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
การเกิดปฏิกิริยาเคมีสามารถเขียนได้เป็นสมการข้อความที่แสดงถึงจำนวนอะตอมแต่ละชนิด
ก่อนและหลังการทำปฏิกิริยาเคมีจะมีจำนวนเท่ากันและมวลรวมของสารตั้งต้นจะเท่ากับมวลรวม
ของผลติ ภัณฑ์ซึ่งเป็นไปตามกฏทรงมวล
5.สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียนและคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
1. ความสามารถในการส่อื สาร 1. มีวินยั รบั ผิดชอบ
2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝ่เรียนรู้
1) ทักษะการสงั เกต 3. มุ่งมั่นในการทำงาน
2) ทกั ษะการวัด
3) ทกั ษะการลงความเห็นจากข้อมูล
4) ทักษะการตีความหมายข้อมูลและลง
ข้อสรุป
3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. กิจกรรมการเรยี นรู้
แนวคิด/รปู แบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนคิ : บรรยาย (Lecture Method)
ชวั่ โมงท่ี 1-2
ขั้นนำ
ขั้นที่ 1 เตรยี มการสอน
1. ครเู ตรียมใบงานที่ 4.2 เร่อื ง สมการเคมี
2. ครูเตรียมอุปกรณ์ประกอบการสอนเรื่อง กฎทรงมวล คือ ดินน้ำมัน 3 สี สีละ 10 ลูก
และไมเ้ สยี บลูกชิน้
3. ครเู ตรียมใบความรูเ้ ก่ยี วกับการละลายน้ำของสาร
4. ครูเตรียมภาพประกอบการสอนเพื่อทบทวนความรู้เดิมของนักเรียนเกี่ยวกับการ
เกิดปฏิกิริยาเคมี เช่น ภาพสนิมเหล็ก ภาพการเกิดฟองแก๊สเมื่อหย่อนเหล็กลงไปใน
สารละลายกรด
ขนั้ สอน
ขน้ั ที่ 2 นำสู่การเรยี น
1. ให้นักเรียนทำแบบทดสอบความรู้ เรื่อง สมการเคมี ในใบงานที่ 4.2 ตอนที่ 1 เพื่อ
ประเมินความรกู้ ่อนเรียน
2. ครูสนทนากับนักเรยี นวา่ “การเกิดปฏิกิริยาเคมีทำให้สารเกิดเปลี่ยนแปลงทางเคมี ส่งผลให้
สารตั้งต้นเปลี่ยนแปลงและเกิดสารใหม่ เรียกว่า ผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีสมบัติแตกตา่ งไปจากเดมิ
โดยสารที่เกิดปฏิกิริยาสามารถสังเกตได้ดังนี้ มีตะกอนเกิดขึ้น เกิดฟองแก๊ส อุณหภูมิ
เปลี่ยนแปลง สีเปลี่ยน ซึ่งนักเรียนรู้หรือไม่ ปฏิกิริยาเคมีสามารถเขียนเป็นสมการข้อความ
ได้”
ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้
3. ให้นักเรียนศึกษาหนงั สือเรียนรายวิชาพ้นื ฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1
เกีย่ วกบั การเขียนสมการเคมี
4. ให้นักเรยี นจบั คกู่ บั เพื่อนแล้วรว่ มกนั อธิบายการเขียนสมการเคมีให้เพือ่ นเข้าใจ
5. ครสู ุ่มเรียกนักเรยี น 2-3 คน ออกมาเขียนข้ันตอนการเขียนสมการเคมี
6. ครูเขียนสมการเคมีปฏิกิริยาเคมีระหว่างแก๊สไฮโดรเจนและแก๊สออกซิเจนได้น้ำเป็น
ผลิตภัณฑ์ไว้บนกระดาน และใช้แบบจำลองอะตอมโดยใช้ดินน้ำมันสีแดงแทนอะตอมของ
ไฮโดรเจน ดินน้ำมันสีฟ้าแทนอะตอมของออกซิเจน และดินน้ำมันสีเขียวแทนอะตอมของ
คารบ์ อน เพื่ออธิบายให้นักเรยี นเข้าใจเกีย่ วกบั การดลุ สมการเคมี
สมการเคมี H2 + O2 H2O
“จะเห็นว่า อะตอมของสารตั้งต้นกอ่ นเกิดปฏิกิริยาไมเ่ ท่ากับจำนวนอะตอมของผลิตภัณฑ์หลัง
เกิดปฏิกิริยา ดังนั้น หากครูเพิ่มน้ำอีกโมเลกุลหนึ่งเข้าไป อะตอมของออกซิเจนก่อน
เกิดปฏิกิริยาจะเท่ากบั อะตอมของออกซิเจนหลังเกิดปฏิกิริยา และไฮโดรเจนอะตอมของสารตั้ง
ต้นจะน้อยกว่าผลติ ภัณฑ์ ดังน้ัน หลงั เพิม่ โมเลกลุ น้ำแลว้ จึงต้องเพิม่ โมเลกลุ ของแก๊สไฮโดรเจน
ดว้ ย จึงเขียนได้เป็นสมการข้อความ ดงั นี้”
สมการเคมี 2H2 + O2 2H2O
ดังน้ัน จำนวนอะตอมของสารตั้งต้นก่อนทำปฏิกิริยาจะเท่ากับจำนวนอะตอมของสารผลิตภัณฑ์
เป็นไปตามกฎทรงมวล
7. ครูอธิบายเพิม่ เติมว่า “จากกฎทรงมวลนักเรียนจึงต้องทำให้จำนวนอะตอมรวมของสารตั้งต้น
และผลติ ภณั ฑเ์ ทา่ กนั จึงต้องทำการดลุ สมการเคมี โดยมีขน้ั ตอน ดงั นี้
ทำจำนวนอะตอมของธาตุต่าง ๆ ในโมเลกุลใหญท่ ี่สดุ ให้เท่ากันก่อน หลังจากนั้นจึงค่อย
พิจารณาอะตอมของธาตทุ ีเ่ ลก็ ลง ตามลำดับ
หากปฏิกิริยามีกลุ่มอะตอมหรือโมเลกุลให้ดุลจำนวนอะตอมของสารที่เป็นกลุ่มก่อน
จากนั้นค่อยดุลธาตุอิสระ
วางสมั ประสิทธิ์หนา้ สมการเคมีหรือตวั เลขไว้หน้าอะตอมหรือโมเลกุล แล้วนับจำนวนแต่
ละขา้ งให้เท่ากนั
บางกรณีอาจจะต้องทำจำนวนอะตอมของธาตุทั้ง 2 ข้างของสมการให้เป็นเลขคู่ก่อน
เพื่อจะได้ดุลสมการได้สะดวก
ตรวจสอบความถูกต้อง”
8. ครูอธิบายต่อไปวา่ “นอกจากจำนวนอะตอมแล้ว มวลของสารก่อนทำปฏิกิริยาจะเทา่ กับมวล
ของสารหลังทำปฏิกิริยา” เพื่อให้นักเรียนเข้าใจมากขึ้นครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3-4
คน ทำกิจกรรม มวลกบั การเกิดปฏิกิริยาเคมี ในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1 โดยให้สมาชิกภายในกลมุ่ แบ่งภาระและหน้าทีร่ ับผิดชอบภายในกลุ่ม
9. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายผลกิจกรรม เพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า “มวลรวมของสารตั้งต้น
เท่ากบั มวลรวมของผลติ ภณั ฑ์ ซึ่งเปน็ ไปตามกฎทรงมวล”
10. ครูถามคำถามท้ายกิจกรรม ดังนี้
- มวลของสารกอ่ นเกิดปฏิกิริยาและหลังเกิดปฏิกิริยามีคา่ เท่ากันหรือไม่ อยา่ งไร
(แนวตอบ : เทา่ กนั เนื่องจากปฏิกริ ิยาเกิดขนึ้ ในระบบปิด)
- ถ้าไม่ปิดจุกยางหลอดทดลองในกิจกรรมตอนที่ 2 มวลของสารที่ชั่งได้ก่อนเกิดปฏิกิริยา
และหลังเกิดปฏิกิริยามีค่าแตกต่างกนั หรือไม่ เพราะเหตุใด
(แนวตอบ : แตกต่างกนั เนือ่ งจากแกส๊ ทีเ่ กิดขนึ้ บางสว่ นจะออกสสู่ ่งิ แวดล้อม)
11. ครูอธิบายเพิม่ เตมิ วา่ “ในการเขียนสมการเคมีนักเรยี นควรมีความรเู้ พิ่มเตมิ เกีย่ วกบั การละลาย
น้ำของสาร โดยสารประกอบบางชนิดละลายน้ำได้ บางชนิดละลายน้ำไม่ได้”
12. ครูเสริมความรโู้ ดยแจกใบความรู้ เรอ่ื ง การละลายนำ้ ของสาร โดยให้นักเรยี นจับคู่ หรือจับ
กลุ่มกบั เพื่อน 3-4 คน แล้ว รว่ มกันศึกษาและทำความเข้าใจกันภายในกล่มุ
13. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับการละลายน้ำของสารก่อนเริ่มต้นบทเรียน เพื่อให้ได้
ข้อสรุปว่า “การละลายน้ำของสารเป็นสมบัติอย่างหนึ่งของสาร ซึ่งมีแนวทางการพิจารณา
ดงั นี้
สารประกอบทีป่ ระกอบดว้ ยไอออน Na+, K+, NH4+ ท้ังหมดสามารถละลายในน้ำ
สารประกอบไนเตรต (NO3−) และอะซีเตต (CH3COO−) ทั้งหมดสามารถละลายในน้ำ
สารประกอบคลอไรด์ (Cl−) และซัลเฟต ( 42−) ส่วนใหญ่สามารถละลายในน้ำ ยกเว้น
สารต่อไปนี้ AgCl, PbCl2, Hg2Cl2, BaSO4, PbSO4 และ CaSO4
สารประกอบคารบ์ อเนต ( 32−) ฟอสเฟต ( 43−) ซลั ไฟด์ (S2−) และไฮดรอกไซด์ (OH−)
ส่วนใหญ่ไม่สามารถละลายในน้ำได้ ยกเว้นสารต่อไปนี้ LiOH, NaOH, KOH, NH3 (aq),
Na2HPO4 และ NaH2PO4 โดยสารที่ละลายน้ำไดจ้ ะอยใู่ นสถานะสารละลาย (aq) หากไม่
ละลายน้ำจะอยใู่ นสถานะของแขง็ (s)”
14. ให้นักเรยี นทำใบงานที่ 4.2 ตอนที่ 2 และตอนที่ 3
ชัว่ โมงที่ 3
ขัน้ สรปุ
นักเรียนและครูร่วมกันสรปุ การเขียนสมการเคมีวา่ “ปฏิกิริยาเคมีสามารถเขียนด้วยสัญลักษณ์
โดยจะเขียนสารตั้งต้นทางซ้ายมือแล้วเขียนลูกศรแทนการเกิดปฏิกิริยาและหวั ลูกศรชี้ไปทางผลิตภัณฑ์
หากมีสารตั้งต้น หรือผลิตภณั ฑม์ ากกว่า 1 ตัว จะใช้เครื่องหมายบวกคั่น และเขียนสถานะของสารแต่
ละชนิดด้วยอักษรย่อไว้ด้านข้าง ดังนี้ สารที่อยู่ในสถานะของแขง็ (solid) เขียนแทนด้วย (s) สารที่อยู่ใน
สถานะของเหลว (liquid) เขียนแทนด้วย (l) สารที่อยู่ในสถานะแก๊ส (gas) เขียนแทนด้วย (g) และสารที่
อยู่ในสถานะสารละลาย (aqueous) เขียนแทนด้วย (aq) โดยอะตอมของธาตุแต่ละชนิดก่อนและหลัง
การเกิดปฏิกิริยาเคมีจะต้องมีจำนวนเท่ากัน แสดงให้เห็นว่า มวลรวมของสารตั้งต้นกอ่ นเกิดปฏิกิริยา
เคมีและมวลรวมของผลติ ภณั ฑ์หลังเกิดปฏิกิริยาเคมีจะต้องมีคา่ เทา่ กัน ซึ่งเปน็ ไปตามกฎทรงมวล”
ข้ันประเมนิ
ขั้นที่ 4 ติดตามผล
1. ให้นกั เรยี นทำแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1
2. ให้นักเรียนตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียน โดยตอบคำถาม Topic Questions ลงใน
สมดุ ประจำตัวนกั เรยี น
3. ให้นกั เรยี นทำใบงาน เรื่อง สมการเคมี ตอนที่ 4 เพือ่ ประเมินความรหู้ ลังเรียน
4. ให้นักเรียนตอบคำถาม H.O.T.S. ว่า จงเขียนสมการเคมีของปฏิกิริยาระหว่างโซเดียม
ฟอสเฟต (Na3PO4) กับแคลเซียมคลอไรด์ (CaCl2)ได้ผลิตภัณฑ์เป็นแคลเซียมฟอสเฟต
(Ca3(PO4)2) และโซเดียมคลอไรด์ (NaCl) โดยให้นักเรียนเขียนคำตอบลงในสมุดประจำตัว
นักเรยี น
ขั้นที่ 5 วดั ผล
1. ครตู รวจแบบฝึกหัดวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1
2. ครูตรวจใบงานที่ 4.2 เรือ่ ง สมการเคมี
3. ครตู รวจคำตอบ H.O.T.S. ในสมดุ ประจำตวั นกั เรยี น
4. ครตู รวจคำตอบ Topic Questions ในสมดุ ประจำตัวนกั เรยี น
5. ให้นักเรียนประเมินวิธีการสอนของครูผู้สอน โดยครูอาจถามนักเรียนว่า หรือให้นักเรียน
เสนอแนะเกีย่ วกับวิธีการสอนเพือ่ ครจู ะได้นำข้อเสนอไปปรับใช้กับการสอนในครง้ั ต่อไป
7. การวัดและประเมินผล
รายการวดั วิธีการ เครือ่ งมือ เกณฑ์
การประเมิน
7.1 ประเมินระหวา่ งการ
จัดกิจกรรมการ - ตรวจใบงานที่ 4.2 - ใบงานที่ 4.2 - ร้อยละ 60
เรยี นรู้ ผา่ นเกณฑ์
1) การเขียนสมการ - ตรวจสมุดประจำตัว - สมดุ ประจำตวั หรือ
เคมี หรือแบบฝึกหัด แบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ - ร้อยละ 60
ผ่านเกณฑ์
วิทยาศาสตร์และ และเทคโนโลยี ม.3 เลม่
เทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1
1
2) การนำเสนอผลงาน/ - ประเมินการนำเสนอ - แบบประเมินการ - ระดับคุณภาพ
ผลการปฏิบัติ ผลงาน/ผลการปฏิบัติ นำเสนอผลงาน 2
กิจกรรม กิจกรรม ผ่านเกณฑ์
3) พฤติกรรมการ - สังเกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ระดบั คณุ ภาพ
ทำงานรายบคุ คล การทำงานรายบคุ คล การทำงานรายบุคคล 2
ผ่านเกณฑ์
รายการวดั วิธีการ เครือ่ งมือ เกณฑ์
การประเมิน
4) พฤติกรรมการ - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดบั คุณภาพ
ทำงานกลุม่ การทำงานกลมุ่ การทำงานกลุม่ 2
ผ่านเกณฑ์
5) คณุ ลกั ษณะ
อนั พึงประสงค์ - สังเกตความมีวินยั - แบบประเมิน - ระดบั คณุ ภาพ
รบั ผิดชอบ ใฝ่เรยี นรู้ คุณลกั ษณะ 2
และม่งุ ม่นั ในการ อันพึงประสงค์ ผา่ นเกณฑ์
ทำงาน
8. สือ่ /แหล่งการเรยี นรู้
8.1 สือ่ การเรยี นรู้
1) หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4
ปฏิกิริยาเคมี
2) แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 ปฏิกิริยาเคมี
3) ใบงานที่ 4.2 เรื่อง สมการเคมี
4) ใบความรู้ เรื่อง การละลายน้ำของสาร
5) อปุ กรณ์ประการสอนเรื่อง กฎทรงมวล
6) ภาพประกอบการสอน เชน่ ภาพสนิมเหลก็ ภาพการเกิดฟองแก๊ส
7) PowerPoint เรื่อง การเกิดปฏิกิริยาเคมี
8) สมุดประจำตวั นักเรยี น
8.2 แหลง่ การเรยี นรู้
1) อินเทอรเ์ นต็
ใบงานที่ 4.2
เรื่อง สมการเคมี
ตอนที่ 1 ตรวจสอบความรู้พื้นฐานก่อนเรียน
คำชี้แจง : ให้นักเรียนวงกลมตัวเลือกที่ถูกต้อง
1. เมื่อสารเกิดปฏิกิริยาเคมีอาจมีการเปล่ียนแปลงที่สามารถสังเกตได้อย่างไร
ก. ตกผลึก
ข. เปล่ียนสี
ค. เกิดฟองแก๊ส
ง. ถูกทุกข้อ
2. สารที่นำมาใช้ในการทำปฏิกิริยาเรียกว่าอะไร
ก. สารเคมี
ข. สารต้ังต้น
ค. สารผลิตภัณฑ์
ง. ไม่มีข้อถูกต้อง
3. สารใหม่ที่เกิดขึ้นเรียกว่าอะไร
ก. สารเคมี
ข. สารต้ังต้น
ค. สมการเคมี
ง. สารผลิตภัณฑ์
4. ข้อความที่เขียนแสดงการเกิดปฏิกิริยาเคมีของสารคืออะไร
ก. สารผสม
ข. สมการเคมี
ค. สารเนื้อเดียว
ง. สารประกอบ
5. ปฏิกิริยาการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงเกิดขึ้นอย่างไร
ก. กรด+เบส -> เกลือ+น้ำ
ข. โลหะ+ออกซเจน -> โลหะออกไซต์
ค. เหล็ก+ออกซิเจน -> เหล็กออกไซต์
ง. แก๊สมีเทน+แก๊สออกซิเจน -> แก๊สคาร์บอนไดออกไซต์+น้ำ คะแนนท่ไี ด้
ตอนที่ 2
คำชี้แจง : ให้พิจารณาข้อมูลที่กำหนดให้ ทำเครื่องหมาย ✓ ลงในตาราง
การละลายน้ำ
สารประกอบ ละลายน้ำ ไมล่ ะลาย สถานะ
น้ำ
แคลเซียมคาร์บอเนต (CaCO3)
แบเรียมซลั เฟต (BaSO4)
โซเดยี มคลอไรด์ (NaCl)
แมกนีเซียมซัลเฟต (MgSO4)
แมกนีเซียมคลอไรด์ (MgCl2)
ซิลเวอร์คลอไรด์ (AgCl)
โซเดยี มไนเตรต (NaNO3)
ลเิ ทียมไฮดรอกไซด์ (LiOH)
แอมโมเนยี มไนเตรต (NH4NO3)
โซเดยี มแอซีเตต (CH3COONa)
แมกนีเซียมไฮดรอกไซด์ (Mg(OH)2)
แมงกานีสซัลเฟต (MnSO4)
โซเดยี มคาร์บอเนต (Na2CO3)
ตอนที่ 3 สมการเคมี
คำชี้แจง : จงเขียนสมการเคมีให้ถูกต้อง
1. ปฏิกริ ิยาระหวา่ งแผน่ โลหะแมกนีเซียม (Mg) กบั สารละลายกรดไฮโดรคลอริก (HCl) ได้ผลิตภัณฑ์
เป็นสารละลายแมกนีเซียมคลอไรด์ (MgCl2) และแกส๊ ไฮโดรเจน (H2)
…………………………………………………………………………………………………………………………….
2. ปฏิกริ ิยาระหว่างแกส๊ ไฮโดรเจน (H2) กบั แก๊สออกซิเจน (O2) ไดผ้ ลติ ภณั ฑเ์ ป็นน้ำ
…………………………………………………………………………………………………………………………….
3. ปฏิกริ ิยาระหว่างสารละลายโพแทสเซียมไอโอไดด์ (KI) กับสารละลายเลด (II) ไนเตรต (Pb(NO3)2)
ไดผ้ ลติ ภัณฑเ์ ป็นโพแทสเซียมไนเตรต (KNO3) กบั เลด (II) ไอโอไดด์ (PbI2)
…………………………………………………………………………………………………………………………….
4. ปฏิกริ ิยาระหวา่ งสารละลายโซเดยี มไนเตรต (NaNO3) กบั สารละลายแมกนีเซียมคลอไรด์ (MgCl2)
ไดผ้ ลติ ภณั ฑเ์ ปน็ โซเดยี มคลอไรด์ (NaCl) และแมกนีเซียมไนเตรต (MgNO3)
…………………………………………………………………………………………………………………………….
5. ปฏิกริ ิยาระหวา่ งสารละลายซิลเวอร์ไนเตรต (AgNO3) กบั สารละลายแบเรียมคลอไรด์ (BaCl2) ได้
ผลติ ภัณฑเ์ ป็นซิลเวอร์คลอไรด์ (AgCl) และแบเรียมไนเตรต (MgNO3)
…………………………………………………………………………………………………………………………….
6. ปฏิกิริยาระหว่างกรดแอซีติก (CH3COOH) กับโซเดียมไฮดรอกไซด์ (NaOH) ได้ผลิตภัณฑ์เป็น
โซเดยี มแอซีเตต (CH3COONa) และน้ำ (H2O)
…………………………………………………………………………………………………………………………….
7. ปฏิกิริยาระหว่างโซเดียมซัลเฟต (Na2SO4) กับสารละลายแบเรียมไนเตรต (Ba(NO3)2) ได้
ผลติ ภณั ฑเ์ ป็นแบเรียมซัลเฟต (BaSO4) และโซเดยี มไนเตรต (NaNO3)
…………………………………………………………………………………………………………………………….
8. ปฏิกริ ิยาระหวา่ งแกส๊ ไฮโดรเจน (H2) กบั แก๊สซัลเฟอร์ (S2) ไดผ้ ลติ ภณั ฑเ์ ป็นแกส๊ ไข่เน่า หรือแก๊ส
ไฮโดรเจน ไดออกไซด์ (H2S)
…………………………………………………………………………………………………………………………….