127
กจิ กรรมแหล่งเรยี นรู้ เรยี นรไู้ ด้ 20 คน
กล่มุ นำ้ หมักชวี ภาพ (60 นาที)
คณะผมู้ าแลกเปลย่ี นเรยี นรทู้ ำความรจู้ กั กับ
ทีมวิทยากร
(5 นาที 20 คน)
เกริน่ นำแนวคดิ ความเป็นมาของการจัดตัง้ กลมุ่ น้ำหมกั ชีวภาพ
(10 นาที 20 คน)
ฐานท่ี 1 ฐานท่ี 2
บรรยายเรอ่ื ง บรรยายเร่อื ง
การเปล่ยี นวิถคี วามคิดเกษตรกรในเรอ่ื ง ส่งเสรมิ การเกษตรให้ใช้นำ้ หมกั ชวี ภาพ
การใช้สารเคมีและวิธกี ารทำนำ้ หมักชวี ภาพ บอกถึงผลประโยชนท์ ่ีใชแ้ ละผลเสยี และ
(15 นาท)ี ฐานละ 10 คน พาดแู ปลงสาธติ ทปี่ ลูกผักโดยใชน้ ำ้ หมักชีวภาพ
และบอกถงึ รายได้ทท่ี ำผักขายในหมบู่ า้ น
เปน็ ผักปลอดสารเคมี
(15 นาที) ฐานละ 10 คน
- ร่วมแลกเปล่ยี นเรียนรู้ ซกั ถามขอ้ สงสัย ประโยชนท์ เ่ี กดิ ข้นึ
- สรปุ ผลทไ่ี ดจ้ ากการเรยี นรู้
- การนำไปปรบั ใช้กบั พ้นื ท่แี ละตำบล
- ขอ้ สงสยั ในการเรยี นรู้
(10 นาที 20 คน)
สรปุ กระบวนการเรยี นรู้ กล่าวขอบคุณทมี วิทยากร
(5 นาที 20 คน)
128
แหล่งเรียนร้ทู ี่ 2
กลมุ่ ปุย๋ อนิ ทรีย์อดั เม็ด
ส่วนท่ี 1 ขอ้ มูลท่เี ก่ยี วข้องกับแหลง่ เรยี นรู้/กลุ่ม
1. แนวคิดแหลง่ เรยี นรู้
ตำบลพรหมนิมิต พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำการเกษตรซึ่งเป็นอาชีพ
สืบต่อมาจากรุ่น พ่อ แม่ ปู่ ยา ตา ยาย สืบทอดกันมา จากบรรพบุรุษสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน แต่ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา
เกษตรกรส่วนใหญ่ต้องประสบกับปัญหาต้นทุนในการผลิตสูงมากขึ้น ต้องเสียไปกับกรจ่ายค่าปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลง ยาฆ่า
ศัตรูพืชที่มีราคาสูงทำให้เกษตรกรขาดทุน รายจ่ายมากกว่ารายได้ที่ขายผลผลิตแต่ละปีทำให้เกษตรกรเป็นหนี้เป็นสิน
พอมาปี พ.ศ. 2548 มีเกษตรกรจัดตั้งกลุ่ม 20 คน หันมาทำการเพาะปลูกพืชผลโดยทำปุ๋ยอินทรีย์ใช้เอง และได้
พัฒนามาเป็นการนำปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดเพื่อสะดวกในการใช้ ปัจจุบันพัฒนาการชุมชนอำเภอตาคลีได้เล็งเห็นความสำคัญ
ในการประกอบอาชีพของเกษตรกรซึ่งได้ทำโครงการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข แบบ ABC สนับสนุนส่งเสริมให้เกษตรกรหัน
มาใช้ปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดให้มากขึ้น โดยสนับสนุนเงินทุนในการผลิตปุ๋ยอินทรีย์อันเม็ดเมื่อวันที่ 12 ก.ค. 2555 จำนวน
40,000 บาท มีผู้เข้าร่วมโครงการ 40 กว่าคน และเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2555 ได้มีการต่อยอดให้เกษตรกร มี
ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประโยชน์ในการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ในการสนับสนุนทุนมาต่อยอดอีก 40,000 บาท เพื่อให้
เกษตรกรหันมาทำปยุ๋ ใชเ้ อง ได้ใช้ป๋ยุ อนิ ทรยี อ์ ดั เมด็ เลกิ การใช้สารเคมี
๒. ผลผลิตทเี่ กดิ ขนึ้ จากการดำเนนิ งานของแหลง่ เรียนรู้
2.1 เกิดการปรับเปลยี่ นพฤตกิ รรมของกลุม่ เกษตรกร
2.2 คนในชมุ ชนมีอาชพี เสรมิ เพื่อสรา้ งรายได้
2.3 มีการขายผลผลิตซ่ึงเป็นการสร้างรายได้ให้กับกลุ่มที่เกี่ยวข้องใช้ เช่น กลุ่ม เศรษฐกิจพอเพียง
ศนู ยพ์ นั ธขุ์ ้าว ชุมชนกลมุ่ ปลูกมะนาวในวงษบ์ ่อซเิ มนต์ กลุ่มผ้ใู ชน้ ำ้ บอ่ ดนิ ขาว
๓. วธิ ีการดำเนินงานของแหลง่ เรียนรู้/กล่มุ
3.1 จัดประชุมเพือ่ การวางแผนในการจัดการบรหิ ารกลมุ่
3.2 ฝึกอบรมและศกึ ษาดงู านเพ่ือการเพมิ่ องคค์ วามรู้วธิ ีการผลติ ปยุ๋ อินทรยี อ์ ดั เมด็
3.3 ผลิตปยุ๋ อินทรียอ์ ัดเม็ดใช้ในชุมชน
4. ผลทคี่ าดว่าจะเกิดขึน้ จากการดำเนินงานในอนาคต
4.1 เกดิ กระบวนการพัฒนาศักยภาพของกลมุ่ ขึ้น
4.2 มีการผลติ ปุย๋ และกล่มุ เปา้ หมายมคี วามตอ้ งการปยุ่ อนิ ทรยี ม์ ากขึ้น
4.3 ประชาชนในชมุ ชนมีสขุ ภาพดีขึ้น
4.4 มรี ายไดเ้ สริมท่มี น่ั คงใหก้ ับชมุ ชน
5. การขยายผลการดำเนนิ การ
เกดิ การเรียนรู้แลกเปลย่ี นระหวา่ งตำบลหมบู่ า้ นภายในและภายนอกตำบล
129
ส่วนท่ี 2 กระบวนการเรียนรู้
1. ส่ิงที่ไดจ้ ากการเรียนรู้
1.1 ตอ่ ตนเอง เพ่ือลดตน้ ทนุ ในการผลติ สุขภาพดีข้ึน
1.2 ครอบครวั ลดปญั หาทเ่ี ก่ียวข้องกบั สารเคมี ทำใหส้ มาชกิ มสี ุขภาพทีด่ ีขนึ้
1.3 ตอ่ ชุมชน เกิดกระบวนการพัฒนาศกั ยภาพของกลมุ่ ปยุ๋ อนิ ทรยี อ์ ัดเมด็ ขึ้น
๒. วธิ กี ารเรยี นรู้
๒.๑ เรยี นรแู้ นวคดิ ของฐานเรียนรู้ “กลุ่มปยุ๋ อินทรยี อ์ ดั เม็ด”
๒.๒ เรียนรู้กิจกรรมของกลุ่มและวิธีการทำปุ๋ยอินทรีอัดเม็ด
๒.3 นำเสนอโดยตัวแทนกลุ่ม สรุปผลการเรียนรู้ การนำไปปรับใช้กับตนเอง ครอบครัว และชุมชน
รวมถึงร่วมออกแบบกจิ กรรมในการเกษตรทอ่ี ยากใหเ้ กดิ ข้ึนในชมุ ชน
๓. กิจกรรมการเรยี นรู้ (60 นาที เรยี นรไู้ ด้ 30 คน)
3.1 คณะผ้มู าแลกเปลย่ี นเรยี นรู้ทำความร้จู ักกับทีมวิทยากร (5 นาที 30 คน)
3.2 เกริ่นนำแนวคดิ ความเป็นมาของการจัดต้งั ปุ๋ยอนิ ทรอี ัดเม็ด (10 นาที 30 คน)
ฐานท่ี 1 บรรยายเรอื่ งแนวคดิ ความเปน็ มาของกลุ่มปยุ๋ อนิ ทรีอดั เมด็ (10 นาที)
ฐานละ 10 คน
ฐานที่ 2 บรรยายเร่อื งวธิ ีการทำปยุ๋ อินทรอี ัดเม็ด (10 นาท)ี ฐานละ 10 คน
ฐานท่ี 3 บรรยายเรื่อง สรุปการทำปยุ๋ และการนำไปใช้ผลประโยชน์ทีเ่ กษตรกร
นำไปใช้ (10 นาที) ฐานละ 10 คน
3.3 ฝกึ ปฏิบัติกระบวนการสร้างการเรยี นรู้ วธิ ีการทำปุย๋ อนิ ทรีย์อดั เม็ด และการนำไปใช้ (10 นาที
30 คน)
- ร่วมแลกเปลีย่ นเรียนรู้ ซักถามข้อสงสัย ประโยชนท์ เ่ี กดิ ขึ้น
- สรปุ ผลทีไ่ ดจ้ ากการเรียนรู้
- การนำไปปรบั ใชก้ บั พ้ืนท่ีและตำบล
- ข้อสงสยั ในการเรียนรู้
3.๔ ผเู้ ขา้ เรียนรู้สรุปกระบวนการเรียนรู้ กลา่ วขอบคุณทีมวทิ ยากร (5 นาที 30คน )
๔. วทิ ยากร วทิ ยากร
4.1 นางนภิ า พุฒจบี วทิ ยาการ
4.2 นางระเบยี บ เพชรปานกนั ผชู้ ่วยเจา้ หนา้ ที่ปอ้ งกน้
4.3 นายบยุ เชิด พาทมุ โสม
๕. สถานท่ีฐานการเรยี นรู้
โรงสชี มุ ชน บา้ นหนองหญา้ รังกา หม่ทู ่ี ๖ ตำบลพรหมนมิ ติ อำเภอตาคลี จงั หวัดนครสวรรค์
130
กจิ กรรมแหล่งเรียนรู้ เรยี นร้ไู ด้ 30 คน
กล่มุ ปุย๋ อนิ ทรอี ดั เมด็ (60 นาที)
คณะผูม้ าแลกเปล่ยี นเรยี นรูท้ ำความรจู้ กั กับทมี วทิ ยากร
(5 นาที 30 คน)
เกริน่ นำแนวคิด ความเป็นมาของการจัดต้งั ปุ๋ยอินทรยี อ์ ัดเม็ด
(10 นาที 30 คน)
ฐานที่ 1 ฐานท่ี 2 ฐานที่ 3
บรรยายเรื่อง บรรยายเร่ือง บรรยายเรอ่ื ง
แนวคิด ความเปน็ มาของกลุ่ม วธิ ีการทำปยุ๋ อนิ ทรยี อ์ ัดเมด็ สรปุ การทำปุ๋ยและการนำไปใช้
ป๋ยุ อนิ ทรยี ์อัดเมด็ (10 นาที) ฐานละ 10 คน ผลประโยชน์ทเ่ี กษตรกรนำไปใช้
(10 นาที) ฐานละ 10 คน (10 นาที) ฐานละ 10 คน
-ร่วมแลกเปล่ยี นเรยี นรู้ ซกั ถามขอ้ สงสัย ประโยชน์ทเี่ กิดขน้ึ
- สรปุ ผลทไ่ี ดจ้ ากการเรยี นรู้
- การนำไปปรบั ใชก้ ับพน้ื ทแี่ ละตำบล
- ขอ้ สงสัยในการเรียนรู้
(10 นาที 30 คน)
สรปุ กระบวนการเรยี นรู้ กล่าวขอบคณุ ทมี วทิ ยากร
(5 นาที 30 คน)
131
แหลง่ เรยี นร้ทู ่ี 3
ศนู ย์พันธุ์ขา้ วชุมชน
ส่วนที่ 1 ข้อมลู ทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกบั แหลง่ เรียนรู้/กลมุ่
1. แนวคดิ แหลง่ เรียนรู้
บ้านสะพานสอง ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ทำนาเกษตรกรส่วนใหญ่มีอาชีพทำนา และในปี พ.ศ. 2544 เกษตรกร
ประสบปัญหาหาพันธุ์ข้าวยากเนื่องจากพันธุ์ข้าวมีราคาแพงเกษตรกรในพื้นที่จึงรวมตัวกันเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาที่
เกิดขึ้น โดยมีนางยอด นพรัตน์เป็นแกนนำในการประสานงานกับผู้นำหมู่บ้าน และได้จัดประชุมเขียนโครงการจัดต้ัง
กลุ่มศูนย์ข้าวชุมชม เพื่อขอความสนับสนุนจากเกษตร อ.ตาคลีเป็นพันธุ์ข้าวนาแจกเกษตรกรในพื้นที่ซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่ม
ทั้งหมด 15 คน ได้พันธุ์ข้าวปลูกมา 75 ลูก ๆ ละ 3 ถัง จำหน่ายให้สมาชิกในกลุ่มราคาลูกละ 225 บาท ได้เงินเข้า
กลุ่มจำนวน 16,875 บาท กลุ่มเกษตรกร ม.3 บ้านสะพานสอง มีเงินทุนสำรองในการซื้อพันธุ์ข้าวปลูกในราคาถูก
เพราะซื้อในนามกลุ่มผ่านเกษตร อำเภอตาคลี ทำให้เกษตรกรมีเงินเหลือใช้จ่ายในครอบครัวและไม่มีปัญหาในการหา
ซื้อพันธุ์ข้าวปลูกและปัจจุบันมีกลุ่มได้จัดซื้อปุ๋ยจากกลุ่มปุ๋มอัดเม็ดที่ผลิตนั้นในตำบลพรหมนิมิตมาให้สมาชิกภายในกลุ่ม
ใช้เพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันในแต่ละปีจะมีเงินทุนสำรองเข้ากลุ่มไว้ทุกปี จนปัจจุบันมีเงินในบัญชีทั้งหมด 70,000
บาท และมสี มาชกิ เขา้ กลมุ่ เพิ่มอีก 5 คน รวมเปน็ 20 คน
๒. ผลผลิตทีเ่ กิดขึ้นจากการดำเนนิ งานของแหลง่ เรยี นรู้
2.1 ประชาชนในพนื้ ทเี่ ข้ามสี ่วนรว่ ม ลงหุ้น และไดร้ บั การปันผล
2.2 เกษตรกรผู้ปลกู ขา้ วมีข้าวพันธ์ทุ ด่ี ไี ว้เพาะปลูก
๓. วธิ ีการดำเนนิ งานของแหลง่ เรยี นรู้/กลุ่ม
3.1 นำพันธข์ุ ้าวมาใหก้ ับสมาชิกปลกู
3.2 เก็บพนั ธุข์ า้ วมาคดั แยกและแพคจำหน่าย
3.3 รบั ซอ้ื ข้าวที่สมาชิกทำ มาสีจำหนา่ ยเป็นขา้ วทสี่ มาชกิ ปลกู โดยไม่ใชป้ ยุ่ เคมีเป็นข้าวปลอดสาร
4. ผลท่ีคาดวา่ จะเกดิ ขึน้ จากการดำเนนิ งานในอนาค
4.1 เกษตรกรมีพันธ์ุขา้ วที่ดีใช้ภายในชุมชน ไมต่ อ้ งไปหาพันธจ์ุ ากท่อี ่ืน หรอื เถา้ แกท่ ่ีขายในราคาแพง
4.2 ลดรายจา่ ยเพ่มิ รายไดใ้ หก้ บั เกษตรกร
4.3 ประชาชนมีข้าวปลอดสารเคมไี ว้บรโิ ภค
5. การขยายผลการดำเนินการ
เกิดการบริหารจัดการแบบมีประสิทธิภาพ ความชำนาญในการบริหารคุณภาพพันธุ์ข้าว และถ่ายทอด
ความรู้ให้กบั ผทู้ ี่สนใจ
132
ส่วนท่ี 2 กระบวนการเรยี นรู้
1. ส่งิ ทไี่ ด้จากการเรยี นรู้
1.1 ต่อตนเอง มีส่วนร่วมในการร่วมกล่มุ กนั คดั แยกพันธุข์ า้ ว
1.2 ต่อครอบครัว ลดคา่ ใชจ้ ่ายการซ้อื พนั ธขุ์ า้ วราคาแพง
1.3 ตอ่ ชมุ ชน ก่อใหเ้ กิดการดำเนนิ งานโดยสามารถพ่ึงพาตนเอง
๒. วธิ กี ารเรียนรู้
๒.๑. เรยี นรูแ้ นวคดิ ของฐานเรยี นรู้ “ศูนย์พันธขุ์ า้ วชมุ ชน”
๒.๒. เรียนรู้กิจกรรม การคัดแยกพันธ์ข้าวและการแปรรูปข้าวแบบครบวงจร ของหมู่ที่ 3 บ้าน
สะพานสองพรอ้ มฝึกปฏิบัติการจดั กระบวนการใหผ้ ูเ้ รียนร้มู ีสว่ นรว่ มทกุ กระบวนการ
๒.3. นำเสนอโดยตัวแทนกลุ่ม สรุปผลการเรียนรู้ การนำไปปรับใช้กับตนเอง ครอบครัว และชุมชน
รวมถึงร่วมออกแบบกจิ กรรมในเกษตรกรท่ีอยากให้เกิดขึ้นในชมุ ชน
๓. กจิ กรรมการเรยี นรู้ (60 นาที เรยี นรไู้ ด้ 30 คน)
3.1 ผูเ้ ข้าเรียนรทู้ ำความรจู้ กั กับทมี วทิ ยากร (5 นาที 30 คน)
3.2 เกรนิ่ นำแนวคดิ ความเปน็ มาของการจัดตงั้ ศูนย์พันธ์ขุ า้ วชุมชน (10 นาที 30 คน)
ฐานที่ 1 บรรยายเรอ่ื ง วิธีการจดั ตั้งกลมุ่ รบั สมคั รสมาชิกระดมทนุ
(10 นาที ฐานละ 10 คน)
ฐานท่ี 2 บรรยายเร่ืองฝึกปฏิบตั กิ ระบวนการวธิ ีการทำงาน“ศนู ย์พนั ธ์ุข้าวชมุ ชน”
(10 นาที) ฐานละ 10 คน
ฐานที่ 3 บรรยายเรื่อง นำเสนอสรุปผลกระบวนการคิดในการส่งเสริมศูนย์พันธุ์ข้าวชุมชน
และผลของการจดั ต้ังศูนย์พันธขุ์ ้าวชมุ ชน (10 นาที ฐานละ 10 คน)
3.3 ฝกึ ปฏบิ ตั ิกระบวนการสรา้ งการเรียนรู้ “ศูนยพ์ ันธ์ุขา้ วชมุ ชน” (10 นาที 30 คน)
- ร่วมแลกเปล่ยี นเรยี นรู้ ซักถามข้อสงสัย ประโยชนท์ เี่ กดิ ขนึ้
- สรปุ ผลที่ได้จากการเรยี นรู้
- การนำไปปรับใช้กับพน้ื ทีแ่ ละตำบล
- ขอ้ สงสัยในการเรยี นรู้
3.4 ผเู้ ข้าเรียนรู้สรปุ กระบวนการเรียนรู้ กลา่ วขอบคุณทีมวิทยากร (5 นาที 30 คน)
๔. วิทยากร ประธานศูนย์พนั ธุ์ข้าวชมุ ชน
4.1 นางยอด นพรตั น์ กรรมการ
กรรมการ
4.2 นายทองคำ อุปพงค์
4.3 นางสำราญ ดว้ งพรหม
๕. สถานท่ีฐานการเรยี นรู้
ศนู ย์พันธุ์ขา้ วชุมชน หมูท่ ่ี 3 บ้านสะพานสอง ตำบลพรหมนิมติ อำเภอตาคลี จงั หวดั นครสวรรค์
กจิ กรรมแหลง่ เรียนรู้ 133
ศูนยพ์ นั ธข์ุ ้าวชุมชน (60 นาที) เรียนรไู้ ด้ 30 คน
คณะผ้มู าแลกเปลี่ยนเรยี นรทู้ ำความรจู้ กั กับทีมวทิ ยากร
(5 นาที 30 คน)
เกริ่นนำแนวคดิ ความเปน็ มาของการจดั ตัง้ ศนู ย์พันธุข์ า้ วชมุ ชน
(10 นาที 30 คน)
ฐานท่ี 1 ฐานที่ 2 ฐานที่ 3
บรรยายเรือ่ ง บรรยายเร่ือง บรรยายเรอ่ื ง
วธิ กี ารจดั ต้งั กล่มุ ฝึกปฏิบตั ิกระบวนการ นำเสนอสรปุ ผลกระบวนการคิด
รับสมคั รสมาชิกระดมทุน วิธีการทำงาน ในการส่งเสรมิ ศูนยพ์ นั ธุข์ ้าวชมุ ชน
(10 นาท)ี ฐานละ 10 คน “ศูนยพ์ นั ธุข์ ้าวชุมชน” และผลของการจัดตงั้
(10 นาที) ฐานละ 10 คน ศูนย์พนั ธขุ์ ้าวชุมชน
(10 นาท)ี ฐานละ 10 คน
-รว่ มแลกเปล่ยี นเรียนรู้ ซกั ถามขอ้ สงสยั ประโยชน์ทเ่ี กิดขึ้น
- สรุปผลทไ่ี ดจ้ ากการเรยี นรู้
- การนำไปปรับใชก้ บั พ้ืนทีแ่ ละตำบล
- ข้อสงสัยในการเรียนรู้
(10 นาที 30 คน)
สรปุ กระบวนการเรยี นรู้ กล่าวขอบคณุ ทีมวทิ ยากร
(5 นาที 30 คน)
134
แหลง่ เรยี นร้ทู ี่ 4
กลุ่มมะนาวในวงบอ่ ซเี มนต์
สว่ นท่ี 1 ขอ้ มูลทีเ่ กีย่ วข้องกับแหล่งเรียนร/ู้ กล่มุ
1. แนวคดิ แหลง่ เรยี นรู้
นายวิวัฒน์ เข็มงาม เป็น ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดคลอดแปด ได้เกษียณอายุราชการและมีแนวคิดหางานหา
อาชีพทำยามว่างงาน จึงคิดปลูกมะนาวในวงบ่อ ก็เริ่มซื้อพันธุ์มะนาวจากอำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร มาปลูกประมาณ
๕๐ ต้น เกิดน้ำท่วมใน ปี พ.ศ. ๒๕๕๓ ตายหมด แต่ไม่เลิกล้มความตั้งใจ จึงได้ไปซื้อพันธุ์มะนาวที่ตำบลไผ่ดำ อำเภอ
อินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี พันธุ์แป้นพิจิตรมาประมาณ ๕๐ ต้น ปลูกแล้วได้ผลผลิตดี ประสบความสำเร็จดี จึงมีแนวคิด
อยากให้ความรู้เรื่องการปลูกมะนาวในวงบ่อและทำการขยายพันธุ์ให้กับผู้ที่สนใจ ณ ปัจจุบัน มีการขยายกลุ่มมะนาวใน
วงบ่อมากขึ้นของในตำบลเกือบทุกหมู่ทำให้ผู้ที่ไม่มีอาชีพ มีอาชีพมีรายได้ นายวิวัฒน์ เข็มงาม ยังคิดให้ความรู้และ
ขยายพันธุ์ต่อไป
๒. ผลผลิตทีเ่ กดิ ขน้ึ จากการดำเนินงานของแหลง่ เรียนรู้
2.1 เกดิ การปรับเปลยี่ นพฤตกิ รรมของกลมุ่ เกษตรกร
2.2 คนในชุมชนมีอาชีพเสริมทำ เพอื่ สรา้ งรายได้
2.3 มกี ารขายผลผลิตซง่ึ เป็นการสรา้ งรายได้ให้กบั เกษตรกร
๓. วธิ กี ารดำเนนิ งานของแหลง่ เรยี นรู้/กลุม่
3.1 จัดประชมุ กลุ่มผปู้ ลูกมะนาวใหก้ บั ชาวบา้ น ที่ปลูกมะนาวไดเ้ รียนรใู้ นเร่ืองและวิธกี ารปลกู ดูแล
บำรุงต้นมะนาว
3.2 มกี ารสนับสนุนพันธม์ุ ะนาวเพ่ือนำปลูก
3.3 มกี ารไปศึกษาดูงานรว่ มกบั ศนู ยบ์ รกิ ารและถ่ายทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร
4. ผลที่คาดวา่ จะเกดิ ขึ้นจากการดำเนนิ งานในอนาคต
4.1 เกิดการตื่นตัวของชาวบา้ นทำให้ขยายพนื้ ที่ในการเพาะปลกู มะนาวเพิม่ มากข้นึ
4.2 ทำใหพ้ ืน้ ท่ีว่างเปลา่ ภายในบ้าน 30% มกี ารทำสวนมะนาว
4.3 ชมุ ชนสามารถพงึ่ พาตนเองได้
5. การขยายผลการดำเนนิ การ
มกี ารถา่ ยทอดองค์ความรูใ้ ห้กับบุคคล ทง้ั ภายในชุมชนและภายนอกชมุ ชน ที่เข้ามาศึกษาดงานในพ้ืนที่
ึ่
135
ส่วนท่ี 2 กระบวนการเรียนรู้
1. ส่งิ ทไี่ ด้จากการเรยี นรู้
1.1 ต่อตนเอง เพ่ือเกดิ จิตสำนกึ และเห็นความสำคัญของการใชเ้ วลาวา่ งให้เกดิ ประโยชน์
1.2 ตอ่ ครอบครวั ลดปญั หาในอาชีพ วา่ งงาน รายได้ไม่เพยี งพอ
1.3 ตอ่ ชมุ ชน ก่อให้เกิดแนวทางในการแก้ไขปญั หารายได้ไมเ่ พียงพอตอ่ การใชจ้ า่ ย
๒. วธิ ีการเรยี นรู้
๒.๑ เรยี นรู้แนวคดิ ของฐานเรียนรู้ “กลมุ่ มะนาวในวงบ่อซเี มนต์
๒.๒ เรยี นรู้วิธีการปลกู มะนาวในวงบ่อซเี มนต์
๒.3 นำเสนอโดยตัวแทนกลุ่ม สรุปผลการเรียนรู้ การนำไปปรับใช้กับตนเอง ครอบครัว และชุมชน
รวมถึงรว่ มออกแบบกิจกรรมในการเกษตรทอ่ี ยากใหเ้ กิดข้ึนในชุมชน
๓. กจิ กรรมการเรียนรู้ (60 นาที เรียนรไู้ ด้ 30 คน)
3.1 ผเู้ ข้าเรียนรูล้ งแหลง่ เรยี นรู้ และทำความรจู้ ักกับทมี วทิ ยากร (5 นาที 30 คน)
3.2 เกริ่นนาแนวคดิ ความเปน็ มา เร่ือง “การปลกู มะนาวในวงบ่อซีเมนต”์
ฐานที่ 1 บรรยายเร่ืองแนวคดิ การจัดต้ังกลุ่ม (10 นาที ฐานละ 10 คน)
ฐานที่ 2 บรรยายเรื่องการบริหารงานกลุ่มให้ประชาชนเกิดความช่วยเหลือเกื้อกูลกัน
(10 นาที ฐานละ 10 คน)
ฐานท่ี 3 บรรยายเร่อื งสรปุ ผลท่ีเกดิ จากการจัดต้ังกลุ่ม (10 นาที ฐานละ 10 คน)
3.3 ฝกึ ปฏิบตั ิกระบวนการสร้างการเรียนรู้
-รว่ มแลกเปล่ยี นเรยี นรู้ ซักถามขอ้ สงสยั ประโยชน์ที่เกิดข้ึน
- สรปุ ผลท่ไี ด้จากการเรยี นรู้
- การนำไปปรับใชก้ ับพ้นื ทีแ่ ละตำบล
- ขอ้ สงสยั ในการเรยี นรู้ (10 นาที 30 คน)
3.4 สรุปกระบวนการเรียนรู้ กล่าวขอบคณุ ทีมวิทยากร (5 นาที 30 คน)
๔. วิทยากร ประธานกลุ่ม
กรรมการ
4.1 นายววิ ัฒน์ เข็มงาม
4.2 นายประดิษฐ์ ความคนึง กรรมการ
4.๓ นายจรัญ ดวงอาจ
๕. สถานทีฐ่ านการเรียนรู้
บา้ นหนองโนน หม่ทู ี่ 5 ตำบลพรหมนมิ ิต อำเภอตาคลี จงั หวดั นครสวรรค์
กจิ กรรมแหลง่ เรยี นรู้ 136
กลุ่มมะนาวในวงบอ่ ซเี มนต์ (60 นาท)ี เรียนรูไ้ ด้ 30 คน
คณะผูม้ าแลกเปลย่ี นเรยี นรทู้ ำความรจู้ ักกับ
ทีมวทิ ยากร
(5 นาที 30 คน)
เกรน่ิ นำแนวคดิ ความเป็นมาของการจัดตง้ั กลุ่มมะนาวในวงบ่อซีเมนต์
(10 นาที 30 คน)
ฐานที่ 1 ฐานท่ี 2 ฐานท่ี 3
บรรยายเรือ่ ง บรรยายเรื่อง บรรยายเรอ่ื ง
แนวคิดการจัดตัง้ กลมุ่ การบรหิ ารงานกลุ่มใหป้ ระชาชน สรุปผลท่ีเกิดจากการจัดตง้ั กลุ่ม
(10 นาที) ฐานละ 10 คน เกิดความชว่ ยเหลอื เกอื้ กลู กัน (10 นาท)ี ฐานละ 10 คน
(10 นาท)ี ฐานละ 10 คน
- รว่ มแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซกั ถามข้อสงสัย ประโยชน์ทเี่ กิดข้ึน
- สรปุ ผลทไ่ี ดจ้ ากการเรยี นรู้
- การนำไปปรบั ใชก้ ับพื้นท่ีและตำบล
- ขอ้ สงสยั ในการเรียนรู้
(10 นาที 30 คน)
สรปุ กระบวนการเรยี นรู้ กลา่ วขอบคุณทีมวทิ ยากร
(5 นาที 30 คน)
ระบบที่ 4
ระบบเศรษฐกจิ ชมุ ชน
ประกอบดว้ ย 6 แหล่งเรียนรู้ ดังนี้
1. กล่มุ ทำกระเปา๋ ควลิ ท์
๒. กลมุ่ น้ำพริก-ปลาส้ม
๓. กลุ่มมะขามเทศพนั ธ์ุ
๔. กลมุ่ ผ้ปู ลูกหอมหัวใหญ่
๕. กลุ่มไม้กวาดทางมะพร้าว
๖. กลุ่มทำดอกไม้จนั ทน์
139
๔. ระบบเศรษฐกจิ ชมุ ชน
๑. แนวคิดหลกั
ระบบเศรษฐกิจชุมชนของตำบลพรหมนิมิต ได้ขับเคลื่อนภายใต้ศักยภาพของชุมชน สถานการณ์ต่าง ๆ ท่ี
เกิดขึ้น รวมถึงทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ในท้องถิ่น โดยการนำของปราชญ์ชาวบ้าน แกนนำและการนำใช้องค์
ความรู้ที่มี ในการที่จะริเริ่มแก้ไขปัญหาของตนเอง เรียนรู้สิ่งที่ต้องการทำเพื่อตอบสนองต่อความต้องการ โดยอาศัย
ประสบการณ์และโอกาสที่ได้รับจากหน่วยงานหรือองค์กรต่าง ๆ ที่เข้ามาหนุนเสริมในการเข้ารับการฝึกอบรมเพื่อ
เพิ่มทักษะ จนสามารถปฏิบัติการได้อย่างเป็นรูปธรรม เมื่อได้ดำเนินการในระยะหนึ่งก็จะมีการพัฒนา และเร่ิม
ถ่ายทอดให้แก่คนในชุมชน กระบวนการทั้งหมดจึงนำไปสู่การสร้างแหล่งเรียนรู้ ซึ่งก่อให้เกิดการเวลาว่างให้เป็น
ประโยชน์ มีการสร้างงาน สร้างอาชีพเสริม เพิ่มรายได้และช่วยลดรายจ่ายของครอบครัว นำไปสู่การพึ่งพาตนเอง
ในระดับครัวเรือนได้ต่อไป จากบริบททางสังคมที่เป็นสังคมด้านการเกษตรของตำบลพรหมนิมิต ประชาชนจะมี
รายได้ตามฤดูกาลผลิต ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลผลิตที่สร้างรายได้เพียงปีละ 1 ครั้ง เนื่องจากวถิ กี ารเกษตรของพ้นื ทจ่ี ะมี
ผลผลิตเพียงปีละ ๑ ครั้ง ทำให้การใช้จ่ายเงินประชาชนต้องบริหารจัดการให้เพียงพอตลอดฤดูกาลผลิต ซึ่งบางคร้ัง
ไม่สามารถสร้างผลผลิตให้ได้ตามเป้าหมายจากปัจจัยอื่น ๆ เช่น ปัญหาภัยธรรมชาติ ปัญหาราคาผลผลิตที่ตกต่ำ
ปัญหานโยบายของภาครัฐ เป็นต้น ประกอบกับการผลิตที่ต้องอาศัยระยะเวลานาน ทำให้เกิดเวลาว่างระหว่างการ
รอเก็บเกี่ยวผลผลิต ส่งผลให้ครัวเรือนไม่สามารถบริหารจัดการการใช้จ่ายเงินให้เพียงพอ มีผลต่อภาวะหนี้สินของ
ครัวเรือน รวมทั้ง การปล่อยเวลาว่างให้สูญเสียไปโดยไม่ได้ประโยชน์ หรือการเลอื กกิจกรรมที่ซ้ำเติมเศรษฐกิจของ
140
ครอบครัว เช่น การเล่นการพนัน การดื่มเหล้า สูบบุหรี่ การเสพยาเสพติด เป็นต้น ซึ่งมีผลต่อสุขภาวะของ
ประชาชนอย่างหลกี เล่ียงไมไ่ ด้
แนวทางการขจัดเวลาว่าง สร้างงานสร้างรายได้ เพื่อเศรษฐกิจชุมชนยั่งยืน จึงเป็นการสร้างกิจกรรม
สร้างสรรค์ ตามความถนัด ความสนใจ และองค์ความรู้พื้นฐานของชุมชนในการสร้างงานสร้างรายได้เสริม เพื่ออุด
ช่องว่างทางเศรษฐกิจของครอบครัว โดยการวางระบบของกลุ่มอาชีพ ให้เกิดความเชื่อมโยง และการพึ่งพาอาศัย
หนุนเสริมและหมุนเวียนเศรษฐกิจภายในชุมชน ตำบล ให้เกิดความเข้มแข็ง ซึ่งจากกลไกที่มีอยู่ เมื่อสนับสนุนให้
เกิดความเชื่อมโยงกันแล้ว สามารถแสดงให้เห็นวงจรการผลิต การจำหน่ายที่สามารถสร้างความเข้มแข็งต่อ
เศรษฐกิจชมุ ชนท่ยี ัง่ ยนื ได้
2. เสน้ ทางการพัฒนาระบบเศรษฐกิจชุมชน
ระยะการปรบั โครงสร้างเพ่ือการพัฒนา (พ.ศ. 2530)
ปี พ.ศ. 2530 นายจินเฮง เดชบูรณ์ เป็นแกนนำไปศึกษาวิธีการปลูกและการดูแลหอมหัวใหญ่ เนื่องจาก
พื้นที่หมู่ 2 เป็นพื้นที่สูงไม่เหมาะแก่การทำนา หลังจากที่นายจินเฮง เดชบูรณ์ ได้ศึกษาจนเก่งและเชี่ยวชาญ แล้วก็
ได้กลับมารวมกลุ่มผู้ปลูกหัวหอมใหญ่ ซึ่งเป็นประชาชนในพื้นที่ได้สมาชิกจำนวน 50 คน ระดมหุ้นคนละ 100
บาท ไปขอจดทะเบียนหอมหัวใหญ่ ที่สำนักงานเศรษฐกิจกรุงเทพฯ ปัจจุบันรายได้หลักของเกษตรกรหมู่ 2 มาจาก
การปลูกหอมหัวใหญ่ แต่วิธีการดูแลหอมหัวใหญ่มีขั้นตอนในการดูแลมากและการลงทุนค่อนข้างสูงแต่กลุ่ม
เกษตรกรหอมหัวใหญ่มีความเข้มแข็งเพราะได้จดทะเบียนกับสำนักงานเศรษฐกิจกรุงเทพฯ จึงทำให้มีตลาดกลาง
คอยดูแลเรื่องราคาทำให้เกษตรกรไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลางและเกษตรกรในพื้นที่หมู่ 2 มีความ
เปน็ อยู่ดกี นิ ดีท่ดี ี รวมถึงสามารถพัฒนาระบบเศรษฐกิจของชุมชน ได้อีกด้วย
ระยะการพฒั นาองคก์ ร บูรณาการเพื่อขบั เคลื่อนเชิงระบบ (พ.ศ. 2549 - พ.ศ. 2553)
ปี พ.ศ. 2549 ประชาชนประสบปัญหาวา่ งงานรายไม่ได้เพียงพอต่อการใช้จ่ายในครอบครัว จึงรวมตัวกัน
จัดตั้งกลุ่มปลาส้ม – น้ำพริก โดยมีแกนนำ คือ นางสุรภา จันทร์บุญ และนางอุดม พัทธสีมา จัดตั้งกลุ่มครั้งนั้น มี
สมาชิกทั้งหมด ๘ คน มีแนวคิดแก้ไขปัญหา โดยให้ผู้ที่ว่างงานร่วมกันทำน้ำพริกและปลาส้ม เพื่อจำหน่ายใน
หมบู่ า้ นและในตลาดใกลบ้ ้าน
ปี พ.ศ. 2552 ประชาชนที่ประกอบอาชีพทำนาข้าวประสบปัญหาเพลี้ยกินข้าว ทำให้ผลผลิตเกิดความ
เสียหาย ส่งผลให้รายได้เกิดความไม่สมดุล ไม่สามารถชำระหนี้ได้เกิดภาวะหนี้สินขึ้น นายจำปี กระต่ายจันทร์ และ
นายศักดิ์ อึ้งประดิษฐ์ จึงได้มีแนวคิดในการหาอาชีพทดแทน จึงได้นำมะขามเทศพันธ์ุต่าง ๆ ที่เป็นความต้องการ
ของตลาดเข้ามาปลูกในหมู่บ้านกกกว้าว จากนั้นได้รวมกลุ่มสมาชิกประมาณ 20 คน โดยมีนายสุเทพ แก้วคำใส
เป็นแกนนำจัดตั้งกลุ่มมะขามเทศพันธุ์ขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิต ต่อมามี
คนสนใจที่จะปลูกมะขามเทศมากขึ้น และมีรายได้เพิ่มขึ้น เพราะมะขามเทศเจริญเติบโตเต็มที่และมีผลผลิตที่เพิ่ม
มากข้ึน จึงมกี ารขยายพื้นท่ีปลกู
ปี พ.ศ. 2553 นางกุหลาบ ความคนึง มีแนวคิดหาอาชีพและรายได้ให้กับผู้สูงอายุที่เป็นผู้หญิงจึงคิด
อยากทำดอกไม้จันทน์ เพราะนับเป็นอาชีพที่ไม่เป็นงานหนักผู้หญิงจึงคิดอยากทำดอกไม้จันทน์ จึงจัดตั้งกลุ่มทำ
ดอกไม้จันทน์ขึ้น เพื่อเป็นการสร้างรายได้ และสร้างอาชีพ และขจัดปัญหาว่างงานในผู้สูงอายุ ให้กับผู้สูง และกลุ่ม
ฯได้จัดสวัสดิการตอบแทนโดยเมื่อผู้สูงอายุเสียชีวิตก็จะมาซื้อดอกไม้จันทน์กับกลุ่มไปช่วยให้กับผู้สูงอายุที่เสียชีวิต
โดยไดร้ ับการสนับสนุนจากองคก์ าบรหิ ารส่วนตำบลพรหมนิมติ
141
ระยะการพฒั นาเขา้ สยู่ ุคจัดการตนเอง (พ.ศ. 2554 ถงึ ปัจจุบนั )
ปี พ.ศ. 2554 นางบุญญิสา ศิลป์ชัย เป็นผู้มีความสามารถในการเย็บผ้า ตัดผ้าอยู่แล้ว และเห็นต้องการ
หารายได้ จึงได้จัดตั้งกลุ่มกระเป๋าควิลท์ ขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ
มนุษย์ จังหวัดนครสวรรค์ และองค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิต กลุ่มกระเป๋าควิลท์ทำจำหน่ายตามงาน OTOP
ของที่ต่าง ๆ โดยใช้ผ้าจากกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองหมู่ที่ 8 บ้านกกกว้าว เป็นการลดต้นทุนการผลิต และช่วยส่งเสริม
ผลิตภัณฑใ์ นทอ้ งถิ่นของตนองอีกดว้ ย
ปี พ.ศ. ๒๕๕๔ นายสมเกียรติ คงทิม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิต แนวคิดเกี่ยวกับกิจกรรม
ของผู้สูงอายุในงานประเพณีสงกรานต์ ซึ่งผู้สูงอายุได้มีกิจกรรมร่วมกันหลายอย่าง เช่น กลุ่มไม้กวาดทางมะพร้าว
กลุ่มจักสาน กลุ่มกลองยาวจากนั้น มีการหารือร่วมกับกลุ่มชมรมผู้สูงอายุว่ามีผู้สูงอายุท่านใดสนใจทำไม้กวาด
ทางมะพร้าว โดยให้นายประดิษฐ์ ความคนึง เป็นแกนนำหลักและองค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิตให้การ
สนับสนุน ถือเป็นการขจัดปัญหาในหลายด้าน ทั้งด้านสุขภาพชุมชน ด้านเศรษฐกิจชุมชน รวมถึงด้านสิ่งแวดล้อม
ของชมุ ชน ได้ดอี กี ด้วย
ระบบเศรษฐกิจชุมชน ประกอบด้วย แหล่งเรียนรู้ 6 แหล่งเรียนรู้ ดังนี้ (1) กลุ่มทำกระเป๋าควิลท์ (๒)
กลุ่มนำ้ พริก-ปลาสม้ (3) กลุ่มมะขามเทศพันธุ์ (4) กลุ่มผู้ปลูกหอมหัวใหญ่ (๕) กลุ่มไม้กวาดทางมะพร้าว และ (๖)
กลมุ่ ทำดอกไมจ้ ันทน์
142
3. ผลกระทบทีเ่ กิดขึน้ จากการดำเนินงานของระบบเศรษฐกจิ ชมุ ชน
3.1 ดา้ นการเมืองการปกครอง
จากข้อมูลสมาชิกในครัวเรือนมีส่วนร่วมในกิจกรรมของชุมชนในตำบลพรหมนิมิต โดยการสำรวจข้อมูล
ระบบ (TCNAP) ตำบลพรหมนิมิต มีจำนวน 1,241 ครัวเรือน พบว่า มีสมาชิกในครัวเรือนมีส่วนร่วมในกิจกรรม
ของชุมชน จำนวน 1,182 ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 95.79 โดยกิจกรรมที่เข้าร่วมมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ
การใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาจำนวน 1,160 ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 51.81 รองลงมาคือ ร่วมทำประชา
วิจารณ์ร่วมเวทีประชาคมร่วมประชุมหมู่บ้านจำนวน 690 ครัวเรือนคิดเป็นร้อยละ 30.82 และทำแผนชุมชนและ
ตำบล จำนวน 275 ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 12.28 ไม่มีปัญหาการขัดแย้งทางการเมือง คิดเป็นร้อยละ 99.76
มีปัญหาการขัดแย้งทางการเมือง คิดเป็นร้อยละ 0.24 ซึ่งจะเห็นได้ว่าจากการบริหารจัดการตำบลตามโครงการ
พัฒนาการมีส่วนร่วมและเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนโดยส่งเสริมและสร้างจิตสานึกให้แก่ชุมชนในการมีส่วน
ร่วมระหว่างภาคประชาชน หน่วยงานองค์กรท้องถิ่น ท้องที่ องค์กรภาครัฐ และองค์ภาคเอกชนเป็นเครื่องมือ เช่น
การส่งเสริมพัฒนาชุมชน การสนับสนุนองค์ความรู้ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา แล้วพบว่าชุมชนมีส่วนร่วม
มากขึ้นส่วนปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองมีน้อยมาก ซึ่งจะเห็นได้ว่าอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับประชาชนตำบล
พรหมนิมิต ได้แก่ กลุ่มอาชีพ (1) กลุ่มผู้ปลูกหอมหัวใหญ่ หมู่ที่ 2 บ้านสะพานสาม (2) กลุ่มกระเป๋าควิลท์ หมู่ที่ 1
บ้านบ่อดินขาว (3) กลุ่มทำดอกไม้จันทน์เป็นกลุ่มผู้สูงอายุที่วางงานทั้ง ตำบลพรหมนิมิต (4) กลุ่มมะขามเทศพันธ์ุ
หมทู่ ่ี 8 บา้ นกกกวา้ ว เปน็ กลมุ่ ทแ่ี กไ้ ขปญั หาสำหรับชาวนาทผ่ี ลกระทบใน ปี พ.ศ. 2552 (5) กลุม่ ปลาส้ม-นำ้ พรกิ
หมู่ที่ 1 บ้านบ่อดินขาว และ (6) ทำไม้กวาดทางมะพร้าว เป็นกลุ่มผู้สูงอายุที่วางงานทั้ง ตำบลพรหมนิมิต ทาให้
เกิดความเป็นน้าหนึ่งในใจเดียวกันไม่มีความขัดแย้ง รวมทั้งยังสนับสนุนด้านเศรษฐกิจ ส่งผลให้การขับเคลื่อนและ
การพฒั นาตำบลเกดิ ความเข้มแข็ง
3.2 ดา้ นสงั คม
ตำบลพรหมนิมิตเป็นตำบลที่มีพื้นที่เปิด เนื่องจากมีอาณาเขตติดต่อเขตชุมชนเมือง มีถนนผ่านเส้นทางที่
ใช้ติดต่อ คือ ทางหลวงสายเอเชีย หมายเลข 1๑ จึงเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อสิ่งเสพติดและปัญหาการผู้ดื่มสุราจากระบบ
ข้อมูลขององค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิต จากสภาพพื้นที่ที่มีความเสี่ยงด้าน ทางองค์การบริหารส่วนตำบล
พรหมนิมิตก็ได้ให้เล็งเห็นถึงความสำคัญในด้านการป้องกันและแกไขปัญหายาเสพติด โดยได้ตั้งศูนย์ประสานงาน
ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดและจัดกิจกรรมอบรมให้เด็กและเยาวชน ขึ้นอีกทั้งยังให้ความสำคัญกับความ
ปลอดภัยของชุมชน ได้มีการสนับสนุนการรวมกลุ่มในชุมชนเพื่อทำหน้าที่ตรวจตา ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย
และความปลอดภัยในชุมชน และยังรวมทั้งสนับสนุนกิจกรรมการช่วยเหลือผู้ที่ประสบภัยอุบัติเหตุ และภัยจาก
ธรรมชาติ โดยช่วยเหลือทั้งภายในตำบลและใกล้เคียง ภายใต้การทำงานของศูนย์ป้องกันสาธารณภัยตำบลพรหม
นิมิต โดยความร่วมมือของอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน และเครือข่ายกู้ชีพองค์การบริหารส่วนตำบลพรหม
นิมติ
จากข้อมูลสำรวจข้อมูล (TCNAP) จำแนกตามการแก้ไขปัญหากรณีพิพาทและการไกล่เกลี่ยที่เกิดขึ้นกับ
ครัวเรือน ของปัญหาการทะเลาะวิวาท ทำร้ายร่างกาย พบว่ามีปัญหาทะเลาะวิวาท ทำร้ายร่างกาย คิดเป็นร้อยละ
0.41 ปัญหาการบุกรุกพื้นที่ คิดเป็นร้อยละ 0.08 ปัญหาการลักทรัพย์ คิดเป็นร้อยละ 0.24 ปัญหาชู้สาว คิดเป็น
ร้อยละ 0.08 ปัญหาการเข้าถึงและการใช้ประโยชน์ทรัพยากรในพื้นที่ คิดเป็นร้อยละ 0.16 ส่วนใหญ่ใช้วิธีจัดการ
ไกล่เกลี่ยโดยใช้คนหลัก คือ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รองลงมาเป็น พ่อแม่ ผู้ปกครอง ดังนั้นองค์การบริหารส่วนตำบล
พรหมนิมิต จึงได้จัดตั้งศูนย์รับปรึกษาปัญหาด้านกฎหมายไว้บริการประชาชน เพื่อไกล่เกลี่ยกรณีพิพาทเบื้องต้น ใน
ระดับหมูบ่ ้าน และตำบล
143
จากข้อมูลวจิ ัยชุมชน RECAP พบวา่ มีทุนบคุ คล จำนวน 101 คน ทุนทเ่ี ปน็ กลมุ่ องค์กร จำนวน 74 กลุม่
และทุนที่เป็นหน่วยงานและ แหล่งประโยชน์ จำนวน 64 แห่ง ประชาชนตำบลพรหมนิมิตส่วนใหญ่นับถือศาสนา
คิดเป็นร้อยละ 99.82 มีนับถือศาสนาคริสต์ คิดเป็นร้อยละ 0.06 สถานที่สาหรับประกอบศาสนาและพิธีกรรม
ทางศาสนามีวัด 7 แห่ง โบสถ์ 5 แห่ง ประชาชนมีความรักความสามัคคีเป็นหนึ่งเดียว มีความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย
สามารถเขา้ ถงึ การบริการสาธารณะได้อยา่ งครอบคลมุ
3.3 ดา้ นเศรษฐกจิ
จากข้อมูลการประกอบอาชีพของประชาชนในตำบลพรหมนิมิต โดยการสำรวจข้อมูลระบบ (TCNAP)
พบว่า ประชาชนตำบลพรหมนิมิต มีอาชีพหลัก โดยเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย 3 อันดับแรก พบว่า อาชีพหลัก
ของประชาชนในตำบลพรหมนมิ ิตมากทส่ี ุด คือ รับจ้างทั่วไป/บรกิ าร คิดเป็นรอ้ ยละ 33.08 รองลงมาคอื พนักงาน
ลูกจ้างเอกชน คิดเป็นร้อยละ 26.52 และทำนา คิดเป็นร้อยละ 13.17 สรุปผลได้ว่า ประชาชนตำบลพรหมนิมิต
มีอาชีพหลัก คือ รับจ้างทั่วไปมากที่สุด เนื่องจากตำบลพรหมนิมิต มีคลองไหลผ่าน ตั้งแต่หัวตำบลจนถึงท้ายตำบล
และจากระบบข้อมูลตำบล (TCNAP) พบว่า เกษตรกรส่วนใหญ่ไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตัวเอง พืชเศรษฐกิจของ
ตำบลพรหมนิมิต อันดับ ๑ คือข้าว และบางส่วนปลูกพืชไร่ และพืชสวน ปัญหาหลักของเกษตรกร คือ ทุนในการ
ประกอบอาชีพไม่เพียงพอ เนื่องจากต้นทุนการผลิตมีราคาสูง เช่น ค่าเช่าที่ดิน ค่าจ้างแรงงาน ค่าวัตถุดิบในการ
ผลิต ค่าซื้อหรือค่าเช่าเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์ในการผลิต ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นต้น ประกอบกับได้ประสบ
ปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ ส่วนใหญ่อยู่ท่ีต่ำกว่า 40,000 บาท ต่อปี มีทำน้ำหมักชีวภาพและปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดใช้
ในการทำการเกษตร เพือ่ ลดตนทนุ ในการผลิต เกษตรกรจึงมีรายได้เพมิ่ ข้ึนในการทำการเกษตร
3.4 ด้านการจดั การสภาวะแวดลอ้ ม
จากข้อมูลด้านการจัดการสภาวะแวดล้อมของตำบลพรหมนิมิต โดยการสำรวจข้อมูลระบบข้อมูลตำบล
(TCNAP) พบว่า ปัญหาด้านจัดการสิ่งแวดล้อมที่พบ 3 อันดับ โดยเรียงจากมากไปหาน้อย อันดับที่เป็นปัญหาของ
ตำบลมากที่สุด คือ ปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค คิดเป็นร้อยละ 46.54 รองลงมา เป็นปัญหาขยะ คิด
เป็นร้อยละ 27.04 และปัญหาด้านที่อยู่อาศัยชำรุดทรุดโทรม คิดเป็นร้อยละ 6.92 ซึ่งปัญหาที่พบในเรื่องการขาด
แคลนอุปโภค-บริโภค ทางองค์การบริหารส่วนตำบล ได้แก้ไขโดยการขยายโรงสูบประปาและขยายประปาลงสู่
หมู่บ้าน ให้กับพี่น้องประชาชนตำบลพรหมนิมิตได้ใช้กันอย่างทั่งถึง และปัญหาด้านขยะได้ร่วมกับโรงเรียนในเขต
ตำบลจัดตั้งกลุ่มขยะรีไซเคิล เพื่อนำความรู้ในการคัดแยกขยะให้กับนักเรียนและยังรณรงค์ในเรื่องขยะ ปัญหา
สุดท้าย คือ ปัญหาบ้านชำรุดทรุดโทรม ทางองค์การบริหารส่วนตำบลได้ออกสำรวจ และช่วยเหลือสำหรับที่อยู่
อาศัยผูท้ ี่ยากไร้
3.5 ด้านสุขภาพ
จากการสำรวจข้อมูลพื้นฐานตำบล (TCNAP) ถึงปัญหาสุขภาพและการเจ็บป่วยของประชาชนตำบล
พรหมนิมิต พบว่า ปัญหาการเจ็บป่วยเจ็บป่วยเรื้อรังหรือพิการ อันดับแรก คือ ความดันโลหิตสูง จำนวน 481 คน
คิดเป็นร้อยละ 29.38 รองลงมา คือ โรคเบาหวานจำนวน 245 คน คิดเป็นร้อยละ 14.97 และปวดข้อ/ข้อ
เสื่อม จำนวน 204คน คิดเป็นร้อยละ 12.56 ปัญหาสุขภาพและโรคที่พบบ่อย 5 อันดับในพื้นท่ี อันดับแรก คือ
ไข้ ไอ เจ็บคอ จำนวน 1,231 คน คิดเปน็ ร้อยละ 44.09 รองลงมา คือ โรคปวดเหมื่อยกามเนือ้ จำนวน 492 คน
คิดเป็นร้อยละ 17.62 กระเพาะอาหาร จำนวน 98 คน คิดเป็นร้อยละ 3.51 อุจจาระร่วง จำนวน 31คน คิด
เป็นร้อยละ 1.11 และขาดสารอาหาร จำนวน 3 คน คิดเป็นร้อยละ 1.11 ซึ่ง อสม.ตำบลพรหมนิมิต ได้ให้การ
ดูแลและใหค้ วามรูก้ ับประชาชนตำบลพรหมนมิ ิต
144
4. ทิศทางการพฒั นาของระบบ
เพื่อนำไปสู่การพึ่งพาตนเองในระดับครัวเรือนได้อย่างยั่งยืน ซึ่งมีกลไกหลักในการขับเคลื่อน 4 ภาคี
เครือข่าย ได้แก่ ท้องถิ่น ท้องที่ แกนนำภาคประชาชน หน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาชน ที่ทำให้การขับเคลื่อนงาน
ด้านการส่งเสริมอาชพี เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น กระบวนการทำงานของระบบเริ่มจากการรวมกลุ่มกันของคนในชุมชนที่มี
ความชำนาญ ความถนัด ความชอบ และความสนใจที่เหมือนกัน เพื่อตอบสนองความต้องการด้านรายได้ มีการ
รวมกลุ่ม ระดมทุนจากเหล่าสมาชิกเพื่อใช้เป็นทุนในการดำเนินงานของกลุ่มมีการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์และ
แนวทางที่ตกลงกันไว้ และมีการพัฒนาต่อยอด เกิดเป็นผลิตภัณฑ์หรือผลิตผลที่สร้างคุณค่า สร้างงาน สร้างรายได้
ให้แก่คนในชุมชนและ อนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีค่าให้คงอยู่กับชุมชนต่อไปได้ จนสามารถสร้างเศรษฐกิจ
หมุนเวียนภายในชุมชน การสร้างอาชีพเสริม การเพิ่มรายได้ รวมถึงสามารถเผยแพร่ ความรู้ ประสบการณ์ และ
ภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยการสร้างการเรียนรู้ ซึ่งจะนำไปสู่ความเข้มแข็งต่อระบบเศรษฐกิจในชุมชน ที่สามารถหล่อ
เลีย้ งคนในชมุ ชนไดอ้ ย่างยง่ั ยนื
5. กจิ กรรมการเรียนรู้ ระบบ “เศรษฐกิจชุมชน”
1. เรียนรู้แนวคิด การสร้างกระบวนการเรียนรู้ แบบปฏิบัติจริง การขจัดเวลาว่าง สร้างงาน สร้างรายได้
การจัดกิจกรรมที่สร้างสรรค์ ตามความถนัด ความสนใจและองค์ความรู้พื้นฐานของชุมชน ในการสร้างรายได้เสริม
ในครัวเรือนและชุมชน
2. เรียนรู้กระบวนการ กิจกรรม การมีส่วนร่วม การวางระบบของกลุ่มอาชีพ การเชื่อมโยง การพึ่งพา
อาศยั หนุนเสริมและการหมุนเวยี นของเศรษฐกิจภายในชมุ ชน และตำบล
จากแนวคิด เส้นทางการพัฒนา ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงาน และกิจกรรมของระบบการเรียนรู้
กอ่ ใหเ้ กดิ การพฒั นาฐานเรียนรู้เพอื่ “ระบบเศรษฐกิจชมุ ชน” ผ่านการสรา้ งกระบวนการเรยี นรู้ 6 แหล่งเรียนรู้ คอื
1. กลมุ่ ทำกระเปา๋ ควิลท์
๒. กลุ่มนำ้ พริก-ปลาสม้
๓. กลุ่มมะขามเทศพนั ธ์ุ
๔. กลุ่มผูป้ ลกู หอมหวั ใหญ่
๕. กลุ่มไม้กวาดทางมะพรา้ ว
๖. กลุ่มทำดอกไม้จนั ทน์
โดยแต่ละแหลง่ เรียนรู้ จะนำเสนอข้อมูลใน 2 สว่ นหลกั คือ
ส่วนที่ 1 ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับแหล่งเรียนรู้ ประกอบด้วย 1) แนวคิดแหล่งเรียนรู้ 2)
กระบวนการหรือวิธีการดำเนินงานของแหล่งเรียนรู้กลุ่ม 3) การเชื่อมโยงงาน คน ข้อมูล 4) ผลที่เกิดขึ้นจากการ
ดำเนินงานของแหล่งเรียนรู้ และ 5) การต่อยอดขยายผลการดำเนินการ
ส่วนที่ 2 กระบวนการเรียนรู้ ประกอบด้วย 1) สิ่งที่ได้จากการเรียนรู้ 2) วิธีการเรียนรู้ 3)
กิจกรรมการเรียนรู้ 4) วิทยากร 5) สถานท่ีฐานการเรียนรู้ และ 6) กระบวนการเรียนรู้
145
แหลง่ เรียนรู้ที่ 1
กลมุ่ ทำกระเป๋าควิลท์
สว่ นที่ 1 ขอ้ มลู ท่ีเก่ียวขอ้ งกับแหลง่ เรียนรู/้ กลุม่
1. แนวคดิ แหล่งเรยี นรู้
หมู่ที่ 1 บ้านบ่อดินขาว กลุ่มแม่บ้านเล็งเห็นว่า กระเป๋าควิลท์เป็นที่ต้องการในตลาด แล้วมีราคาที่สูง ถ้า
กลุ่มแม่บ้านทำได้ก็จะทำให้มีรายได้ที่ดี จึงรวมกลุ่มกันในกลุ่มของแม่บ้านได้ 5 คน โดยมีแกนนำ คือ นางบุญญิสา
ศิลป์ชัย ซึ่งมีความสามารถในการเย็บผ้า ตัดผ้าอยู่แล้ว จึงทำโครงการของบประมาณจาก องค์การบริหารส่วน
ตำบลพรหมนิมิต ทางนักพัฒนาชุมชนของ องค์การบริหารส่วนพรหมนิมิต จึงริเริ่มทำโครงการฝึกอาชีพและขอ
งบประมาณจากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดนครสวรรค์ ให้งบประมาณมา 30,000
บาท กลุ่มแม่บ้านทำกระเป๋าควิลท์จำหน่ายตามงาน OTOP ของที่ต่าง ๆ โดยใช้ผ้าของกลุ่มทอผ้าหมู่ที่ 8 บ้านกก
กว้าวเพราะไม่ใช้ผ้าญี่ปุ่น เพื่อลดต้นทุนและช่วยส่งเสริมผ้าของกลุ่มทอผ้าในตำบลเดียวกัน จึงทำให้รายได้ของท้ัง
สองกลุ่มดีขึ้น แกนนำของกลุ่ม คือ นางบุญญิสา ศิลป์ชัย เป็นตัวแทนจำหน่ายให้กับกลุ่ม โดยมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน
5,000 บาท
๒. ผลผลติ ทีเ่ กิดขนึ้ จากการดำเนินงานของแหลง่ เรยี นรู้
2.1 เป็นการสร้างอาชีพและรายได้แก่คนในชุมชน ทำใหค้ ุณภาพชีวิตของคนในชุมชนดีขึ้น เช่น
เรอ่ื งของความเปน็ อยู่ การศึกษาของบตุ รหลาน
2.2 สร้างผลติ ภณั ฑ์ทม่ี าชอ่ื เสียงใหแ้ ก่ชมุ ชน
๓. วิธีการดำเนินงานของแหล่งเรยี นรู้/กลุ่ม
3.1 เผยแพร่ ให้กับคนในชุมชน มีชาวบ้านที่สนใจเข้ามาเรียนรู้และกลับไปทำเพิ่มรายได้ให้กับ
ครอบครวั
3.2 นำออกไปขายให้กับคนใน และนอกพื้นที่ และมีผู้สั่งซื้อเข้ามาจำนวนมาก กลุ่มผู้ทำ
กระเปา๋ ควลิ ท์ได้ผลติ และสง่ ขายตามตลาดมากข้นึ
4. ผลทคี่ าดวา่ จะเกดิ ข้ึนจากการดำเนนิ งานในอนาคต
4.1 จัดทำเพ่ือขอขึ้นทะเบยี นเป็นสนิ คา OTOP
4.2 เกิดกลุ่มทำให้ชุมชนเกิดการแก้ไขปัญหา หรือความต้องการของชุมชน ด้วยตัวของชุมชน
เอง จนกระท่งั เกิดประโยชนแ์ กค่ นในชมุ ชนนนั้ ด้วย
5. การขยายผลการดำเนินการ
เป็นการสร้างอาชพี และรายได้แก่คนในชุมชน ทำให้คุณภาพชีวติ ของคนในชุมชนดีขึ้น เช่น เรื่องของความ
เปน็ อยู่ การศกึ ษาของบุตรหลาน สร้างผลติ ภัณฑท์ ่ีมีชือ่ เสยี งให้แก่ชุมชน
146
สว่ นท่ี 2 กระบวนการเรียนรู้
1. ส่งิ ท่ไี ด้จากการเรียนรู้
1.1 ต่อตนเอง มีความร้ใู นการสร้างอาชพี
1.2 ตอ่ ครอบครัว สรา้ งรายได้เป็นอาชีพเสรมิ ใหก้ ับครอบครวั
1.3 ต่อชุมชน เป็นการสรา้ งอาชีพและรายไดแ้ กค่ นในชมุ ชน ทาให้คุณภาพชีวิตของคนในชมุ ชน
ดีขึน้
๒. วิธีการเรยี นรู้
2.๑ เรียนรูแ้ นวคิดของ “กล่มุ ทำกระเป๋าควลิ ท”์ จากวิทยากรแหล่ง
2.๒ เรยี นรเู้ กี่ยวกับการทำกระเปา๋ ควิลท์สมาชกิ ในกลุม่
2.3 สรปุ บทเรียน แลกเปล่ียนเรยี นรู้ และซกั ถามขอ้ สงสัย
๓. กจิ กรรมการเรียนรู้ (80 นาที เรยี นรู้ได้ 20 คน)
3.1 คณะผูม้ าแลกเปลีย่ นเรียนรู้ทำความรจู้ กั กบั ทีมวทิ ยากร (5 นาที 20 คน )
3.2 เกร่นิ นำแนวคิด ความเป็นมาของการจัดตงั้ กลุ่มกระเป๋าควลิ ท์ (10 นาที 20 คน)
ฐานท่ี 1 บรรยายเร่ือง การเลอื กซอ้ื วัสดแุ ละผ้าทใ่ี ชใ้ นการทำกระเปา๋ (10 นาท)ี
ฐานละ 10 คน
ฐานท่ี 2 บรรยายเรื่อง วธิ ีการตดั แบบ การเยบ็ กระเปา๋ ควลิ ท์ (30 นาท)ี
ฐานละ 10 คน
ฐานท่ี 3 บรรยายเรื่องการจำหนา่ ย การหาตลาด (10 นาท)ี ฐานละ 10 คน
3.3 ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซักถามข้อสงสัย ประโยชน์ที่เกิดขึ้น สรุปผลที่ไดจ้ ากการเรียนรู้การ
นำไปปรบั ใช้กบั พืน้ ทแี่ ละตำบล ข้อสงสัยในการเรยี นรู้ (10 นาที 30 คน)
3.๔ สรุปกระบวนการเรียนรู้ กลา่ วขอบคุณทีมวิทยากร (5 นาที 30 คน)
๔. วิทยากร ประธานกลุ่มและผสู้ อน
4.1 นางบญุ ญสิ า ศลิ ป์ชยั กรรมการกลุม่ และผผู้ ลิต
กรรมการกลุ่มและผู้ผลิต
4.2 น.ส.คณฐิ า จนั ทร์แกว้
4.3 นางยพุ นิ สุขขะ
๕. สถานท่ีฐานการเรียนรู้
ท่ที ำการแหล่ง บา้ นเลขที่ 77 หมู่ท่ี 1 บา้ นบอ่ ดินขาว ตำบลพรหมนิมติ อำเภอตาคลี จงั หวดั นครสวรรค์
147
กิจกรรมแหลง่ เรยี นรู้
กล่มุ กระเปา๋ ควิลท์ (80 นาท)ี
เรียนรูไ้ ด้ 20 คน
คณะผ้มู าแลกเปลี่ยนเรียนรทู้ ำความรจู้ กั กับทมี วทิ ยากร
(5 นาที 20 คน)
เกรน่ิ นำแนวคิดความเปน็ มาของการจัดตัง้ กลุ่มกระเป๋าควลิ ท์
(10 นาที 20 คน)
ฐานท่ี 1 ฐานที่ 2 ฐานท่ี 3
บรรยายเร่ือง บรรยายเรอ่ื ง บรรยายเรอ่ื ง
การเลือกซื้อวสั ดุและผ้าท่ีใชใ้ น วธิ กี ารตดั แบบ การเย็บ การจำหน่าย การหาตลาด
การทำกระเปา๋ ควลิ ท์ กระเปา๋ ควลิ ท์ (10 นาที) ฐานละ 10 คน
(10 นาท)ี ฐานละ 10 คน (30 นาที) ฐานละ 10 คน
- ร่วมแลกเปลีย่ นเรยี นรู้ ซกั ถามข้อสงสัย ประโยชนท์ เี่ กดิ ขึน้
- สรปุ ผลทีไ่ ดจ้ ากการเรยี นรู้
- การนำไปปรบั ใชก้ ับพ้ืนที่และตำบล
- ขอ้ สงสัยในการเรียนรู้
(10 นาที 30 คน)
สรปุ กระบวนการเรยี นรู้ กล่าวขอบคณุ ทมี วทิ ยากร
(5 นาที 30คน)
148
แหลง่ เรยี นรูท้ ี่ 2
กลมุ่ นำ้ พรกิ -ปลาสม้
สว่ นท่ี 1 ขอ้ มลู ทีเ่ ก่ียวข้องกบั แหลง่ เรียนรู้/กลมุ่
1. แนวคดิ แหล่งเรียนรู้
บ้านบ่อดินขาว กลุ่มชาวบ้านที่ว่างงานประสบปัญหาไม่มีรายได้เพียงพอต่อการใช้จ่ายในครอบครัว จึง
รวมตัวกันจัดตั้งกลุ่มโดยมีแกนนำ คือ นางสุรภา จันทร์บุญ และ นางอุดม พัทธสีมา จัดตั้งกลุ่มมีสมาชิกทั้งหมด ๘
คน มีแนวคิดแก้ไขปัญหา คนที่ว่างงานร่วมกันจัดทำน้ำพริกและปลาส้มเพื่อจำหน่ายในหมู่บ้านและในตลาดใกล้
บ้าน สมาชิกเดิม ณ วันจัดตั้งกลุ่ม 8 คน ระดมทุนกับสมาชิกคนละ 500 บาท รวมเป็นเงิน 4,000 บาท เพื่อ
จัดทำน้ำพริกกับปลาส้มจำหน่ายในตลาด ณ ปัจจุบันมีสมาชิกเพิ่ม 5 คน รวมเป็น 13 คน มีเงินทุนหมุนเวียนใน
กลุ่ม 24,000 บาท และสมาชกิ มรี ายไดต้ ่อเดือน ต่อคน 3,000 บาท
๒. ผลผลิตทเี่ กดิ ขึน้ จากการดำเนนิ งานของแหล่งเรียนรู้
2.1 เป็นการสร้างอาชีพและรายได้แก่คนในชุมชน ทำใหค้ ุณภาพชีวิตของคนในชุมชนดีขึ้น เช่น
เร่ืองของความเป็นอยู่ การศึกษาของบตุ รหลาน
2.2 สรา้ งผลติ ภณั ฑ์ท่มี าชือ่ เสียงใหแ้ กช่ ุมชน
2.3 สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนทั้งอาชีพทำปลาส้ม-น้ำพริกขาย และยังส่งผลให้กับผู้หาปลา
ในชุมชน
๓. วิธกี ารดำเนินงานของแหลง่ เรียนร/ู้ กลมุ่
3.1 เผยแพร่ให้กับคนในชุมชน มีชาวบ้านที่สนใจเข้ามาเรียนรู้และกลับไปทำเพิ่มรายได้ให้กับ
ครอบครวั
3.2 นำออกไปขายให้กับคนใน และนอกพื้นที่ และมีผู้สั่งซื้อเข้ามาจำนวนมาก กลุ่มผู้ทำปลาส้ม-
น้ำพริกได้ ผลติ และส่งขายตามตลาดมากขนึ้
4. ผลท่ีคาดวา่ จะเกดิ ขนึ้ จากการดำเนนิ งานในอนาคต
4.1 จัดทำรายการสนิ ค้าให้มเี พมิ่ มากขนึ้
4.2 เกิดกลุ่มทำให้ชุมชนเกิดการแก้ไขปัญหาหรือความต้องการของชุมชน ด้วยตัวของชุมชนเอง
จนกระทั่งเกดิ ประโยชนแ์ กค่ นในชมุ ชนนนั้ ดว้ ย
5. การขยายผลการดำเนินการ
เป็นการสร้างอาชีพและรายได้แก่คนในชุมชน ทำให้คุณภาพชีวติ ของคนในชุมชนดีขึ้น เช่น เรื่องของความ
เป็นอยู่ การศกึ ษาของบตุ รหลาน สร้างผลติ ภัณฑ์ทมี่ ชี อ่ื เสยี งให้แก่ชมุ ชน
149
สว่ นที่ 2 กระบวนการเรียนรู้
1. ส่ิงที่ไดจ้ ากการเรียนรู้
1.1 ต่อตนเอง มีความรู้ในการสร้างอาชพี
1.2 ตอ่ ครอบครวั สร้างรายได้เปน็ อาชีพเสรมิ ใหก้ บั ครอบครวั
1.3 ต่อชุมชน เป็นการสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่คนในชุมชน ทำให้คุณภาพชีวิตของคนใน
ชมุ ชนดีขน้ึ
๒. วธิ ีการเรียนรู้
2.๑ เรยี นรแู้ นวคดิ ของ “กล่มุ ปลาส้ม-นำ้ พริก”จากวทิ ยากรแหลง่
2.๒ เรยี นรู้เก่ียวกบั การทำปลาสม้ -น้ำพริก กับวทิ ยากรและสมาชกิ ในกล่มุ
2.3 สรุปบทเรียน แลกเปลยี่ นเรยี นรู้ และซกั ถามขอ้ สงสัย
๓. กิจกรรมการเรียนรู้ (90 นาที เรยี นร้ไู ด้ 20 คน)
3.1 คณะผ้มู าแลกเปลย่ี นเรียนรู้ทำความรจู้ กั กบั ทีมวิทยากร (5 นาที 20 คน)
3.2 เกริน่ นำแนวคดิ ความเป็นมาของการจดั ตั้งกลุม่ ปลาส้มน้ำพริก (10 นาที 20 คน)
ฐานท่ี 1 บรรยายเร่อื งการรบั สมาชิกระดมทุน และการเลอื กวัสดุ ปลาทมี่ าทำ
ปลาสม้ -น้ำพรกิ (20 นาที ฐานละ 10 คน)
ฐานที่ 2 บรรยายเรอ่ื งวธิ ีทำปลาส้ม, นำ้ พรกิ , หมสู ้ม, ปลาจอ่ ม
(30 นาที ฐานละ 10 คน)
ฐานที่ 3 บรรยายเรื่องการจำหน่าย การหาตลาด (10 นาที ฐานละ 10 คน)
3.3 รว่ มแลกเปลยี่ นเรียนรู้ ซักถามข้อสงสยั ประโยชน์ทเี่ กดิ ขน้ึ (10 นาที 30 คน)
- สรปุ ผลทไ่ี ดจ้ ากการเรยี นรู้
- การนำไปปรบั ใชก้ บั พ้ืนที่และตำบล
- ขอ้ สงสัยในการเรยี นรู้
3.๔ สรปุ กระบวนการเรยี นรู้ กล่าวขอบคุณทีมวิทยากร (5 นาที 30 คน)
๔. วทิ ยากร ประธานกล่มุ และผสู้ อน
กรรมการกลุม่ และผู้ผลติ
4.1 นางสุรภา จันทรบ์ ุญ
4.2 นางพูล สุริวงษ์ กรรมการกลุ่มและผผู้ ลติ
4.3 นางอุดม พทั ธสมี า
๕. สถานท่ฐี านการเรยี นรู้
บา้ นเลขที่ 89 หมทู่ ่ี 1 บา้ นบ่อดินขาว ตำบลพรหมนิมติ อำเภอตาคลี จงั หวดั นครสวรรค์
150
กจิ กรรมแหลง่ เรยี นรู้
กลุ่มปลาส้ม- น้ำพริก (90 นาที)
เรยี นร้ไู ด้ 20 คน
คณะผู้มาแลกเปลีย่ นเรียนรทู้ ำความรจู้ กั กับทีมวทิ ยากร
(5 นาที 20 คน)
เกร่นิ นำแนวคิด ความเป็นมาของการจดั ตงั้ กล่มุ ปลาส้มนำ้ พริก
(10 นาที 20 คน)
ฐานที่ 1 ฐานท่ี 2 ฐานที่ 3
บรรยายเรือ่ ง บรรยายเร่ือง บรรยายเรอ่ื ง
การรับสมาชิกระดมทุนและ วธิ ีทำปลาสม้ , น้ำพรกิ , หมูสม้ , การจำหน่าย การหาตลาด
การเลอื กวสั ดแุ ละปลาทีม่ าทำ (10 นาที) ฐานละ 10 คน
ปลาส้ม-นำ้ พริก ปลาจอ่ ม
(20 นาที) ฐานละ 10 คน (30 นาท)ี ฐานละ 10 คน
- รว่ มแลกเปลยี่ นเรยี นรู้ ซกั ถามข้อสงสัย ประโยชน์ทเี่ กดิ ขึ้น
- สรุปผลที่ไดจ้ ากการเรียนรู้
- การนำไปปรับใชก้ บั พ้นื ที่และตำบล
- ข้อสงสยั ในการเรยี นรู้
(10 นาที 30 คน)
สรปุ กระบวนการเรียนรู้ กล่าวขอบคณุ ทมี วิทยากร
(5 นาที 30 คน)
151
แหลง่ เรียนรทู้ ี่ 3
กลมุ่ มะขามเทศพนั ธ์ุ
ส่วนที่ 1 ขอ้ มูลทีเ่ กี่ยวขอ้ งกบั แหล่งเรียนรู/้ กล่มุ
1. แนวคิดแหล่งเรียนรู้
ประชาชนทำนาข้าวพบกับปัญหาเพลี้ยกินข้าว ทำให้เกิดหนี้สินไม่มีรายได้ นายจำปี กระต่ายจันทร์ และ
นายศักดิ์ อึ้งประดิษฐ์ เล็งเห็นว่า ควรมีอาชีพอื่น ที่สามารถมาทดแทนการทำนาได้ จึงได้นำมะขามเทศพันธุ์ชมพู
ทองหอ่ จมั โบ้ เข้ามาปลกู ในหมูบ่ ้านกกกว้าว โดยรวมกลุ่มสมาชิกไดป้ ระมาณท้ังหมด 20 คน โดยมนี ายสเุ ทพ แกว้
คำใส เป็นแกนนำทำโครงการกู้เงินกับ องค์การบริหารส่วนตำบล 100,000 บาท เพื่อมาลงทุนซื้อพันธุ์มะขามเทศ
ให้กับสมาชิกภายในกลุ่ม ซึ่งมาทดแทนกับการทำนา มีสมาชิกกลุ่มเพิ่มขึ้นเป็น 25 คน มีรายได้จาการปลูกมะขาม
เทศพันธ์เพิ่มมากขึ้น มะขามเทศจะเก็บในช่วงเดือนตุลาคม – เมษายน ซึ่งมีนายสุเทพ เป็นแกนนำกลุ่ม และมี
พ่อค้าคนกลางจากตลาดไทมารับซื้อถึงที่ จนทำให้มีสมาชิกเพิ่มขึ้นเป็น 30 คน เพราะคนในชุมชนเริ่มคนสนใจที่จะ
ปลูกมะขามเทศมากขึ้น โดยทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นมากกว่าในช่วงปี พ.ศ. 2552 และ พ.ศ. 2553 เพราะมะขาม
เทศเจริญเติบโตไดเ้ ตม็ ที่ และมีผลผลิตทเ่ี พิ่มมากขึ้น และมกี ารขยายพื้นท่ปี ลูก
๒. ผลผลติ ท่ีเกิดขนึ้ จากการดำเนนิ งานของแหลง่ เรยี นรู้
2.1 มีการจัดตั้งกลุ่มมะขามเทศพันธ์ุของบ้านกกกว้าวหมู่ที่ 8 เกษตรกรได้มีอาชีพทดแทนจาก
การทำนาและทำใหเ้ กษตรกรมีรายได้
๓. วธิ ีการดำเนินงานของแหล่งเรียนร/ู้ กลมุ่
3.1 จัดตั้งกลมุ่ มะขามเทศพนั ธ์ุ
3.2 จัดตั้งแกนนำคณะกรรมการของกลุ่มและจัดทำโครงการขอกู้เงินจาก อบต. เพื่อให้กลุ่มมี
ทนุ หมนุ เวยี น
3.3 กลุ่มมีการประชุมปรึกษาหารือกันเปน็ ประจำ เพือ่ แกไ้ ขปญั หาเรื่องโรคของมะขามเทศ
4. ผลที่คาดว่าจะเกดิ ขน้ึ จากการดำเนินงานในอนาคต
4.1 มีการขยายพนั ธุ์เพิ่ม
4.2 ชาวบา้ นมรี ายได้และมีผลผลติ เพ่มิ ข้ึน
4.3 มีการประกนั ราคา เพอ่ื ไมใ่ ห้ราคาตกต่ำ
5. การขยายผลการดำเนินการ
สามารถเปน็ แห่ลงเรยี นรู้ที่ดใี หก้ บั เครือขา่ ยเกษตรกรทีต่ อ้ งการปลูกภายนอกพ้นื ที่
152
สว่ นท่ี 2 กระบวนการเรียนรู้
1. สิ่งท่ีได้จากการเรียนรู้
1.1 ต่อตนเอง มีความรแู้ ละทักษะในการปลกู มะขามเทศพนั ธ์ุ
1.2 ต่อครอบครวั มีอาชีพมารายได้เพียงพอต่อการใช้จ่าย เกดิ ความสัมพันธท์ ด่ี ีในครอบครวั
1.3 ตอ่ ชุมชน เกิดการร่วมกลุ่มกันเพือ่ แก้ไขปัญหาร่วมกันของคนในชุมชน
๒. วิธีการเรยี นรู้
2.๑ เรียนรคู้ วามเปน็ มาและแนวคดิ ของ “การปลกู มะขามเทศพนั ธุ์” จากวทิ ยากรแหลง่
2.๒ เรียนรเู้ กี่ยวกับการดำเนนิ งาน และกิจกรรมของกลมุ่ มะขามเทศพันธ์ุ
2.3 สรปุ บทเรยี น แลกเปลย่ี นเรยี นรู้ และซกั ถามข้อสงสยั
๓. กิจกรรมการเรยี นรู้ (60 นาที เรียนรไู้ ด้ 30 คน)
3.1 คณะผ้มู าแลกเปล่ียนเรยี นรทู้ ำความร้จู ักกบั ทีมวทิ ยากร (5 นาที 30 คน)
3.2 เกร่นิ นำแนวคดิ ความเปน็ มาของการจดั ตง้ั กลุ่มมะขามเทศพนั ธ”ุ์ (5 นาที 30 คน)
ฐานที่ 1 บรรยายเรื่องการร่วมกลุ่ม การหาทุนให้กับสมาชิก การแก้ไขปัญหาที่ผ่านมา
ใหก้ ับเกษตรกร (10 นาท)ี ฐานละ 10 คน
ฐานที่ 2 ลงดูสวนมะขามเทศ พรอ้ มบรรยายวธิ กี ารปลกู มะขามพนั ธุ์ (10 นาที)
ฐานละ 10 คน
ฐานที่ 3 บรรยายเรื่อง สรปุ ผลที่เกิดขึน้ จากการปรับเปลีย่ นวธิ ีการทำนา (10 นาท)ี
ฐานละ 10 คน
3.3 ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซักถามข้อสงสัย ประโยชน์ที่เกิดขึ้น สรุปผลที่ได้จากการเรียนรู้ การ
นำไปปรับใช้กบั พืน้ ทีแ่ ละตำบล ข้อสงสยั ในการเรยี นรู้ (10 นาที 30 คน)
3.4 สรุปกระบวนการเรียนรู้ กลา่ วขอบคณุ ทีมวทิ ยากร (5 นาที 30 คน)
๔. วทิ ยากร ประธานกล่มุ มะขามเทศพันธุ์
4.1 นายจำปี กระตา่ ยจันทร์ กรรมการกลมุ่
กรรมการกลุม่
4.2 นายเจรญิ โสภา
4.3 นายสุเทพ แก้วคำใส
๕. สถานทฐ่ี านการเรียนรู้
บ้านกกกว้าว หมู่ที่ 8 ตำบลพรหมนิมิต อำเภอตาคลี จังหวดั นครสวรรค์
153
กิจกรรมแหล่งเรยี นรู้ เรยี นรู้ได้ 30 คน
กลมุ่ มะขามเทศพนั ธุ์ (60 นาท)ี
คณะผู้มาแลกเปล่ยี นเรียนรทู้ ำความรจู้ กั กับทีมวิทยากร
(5 นาที 30 คน)
เกรนิ่ นำแนวคิด ความเปน็ มาของการจัดต้งั กลมุ่ มะขามเทศพันธ์ุ
(10 นาที 30 คน)
ฐานท่ี 1 ฐานที่ 2 ฐานที่ 3
บรรยายเร่อื ง พาลงดูสวนมะขามเทศ บรรยายเรอ่ื ง
การร่วมกล่มุ การหาทุนให้กับ พรอ้ มบรรยายวิธกี ารปลกู สรุปผลทเี่ กิดขึน้ จากการ
สมาชกิ การแกไ้ ขปญั หาที่ผ่าน ปรบั เปลย่ี นวิธกี ารทำนา
มาให้กับเกษตรกร มะขามเทศพนั ธุ์ (10 นาที) ฐานละ 10 คน
(10 นาท)ี ฐานละ 10 คน (10 นาท)ี ฐานละ 10 คน
- รว่ มแลกเปลยี่ นเรยี นรู้ ซกั ถามขอ้ สงสยั ประโยชนท์ เี่ กดิ ข้ึน
- สรุปผลท่ีไดจ้ ากการเรยี นรู้
- การนำไปปรับใชก้ บั พนื้ ท่แี ละตำบล
- ขอ้ สงสัยในการเรียนรู้
(10 นาที 30 คน)
สรปุ กระบวนการเรียนรู้ กล่าวขอบคณุ ทมี วิทยากร
(5 นาที 30 คน)
154
แหลง่ เรียนร้ทู ี่ 4
กลมุ่ ผู้ปลกู หอมหัวใหญ่
สว่ นที่ 1 ขอ้ มลู ท่ีเกีย่ วข้องกบั แหล่งเรยี นรู้/กลุ่ม
1. แนวคดิ แหลง่ เรียนรู้
เนื่องจากพื้นที่หมู่ 2 เป็นพื้นที่สูงไม่เหมาะแก่การทำนา ประชาชนส่วนใหญ่ทำสวน และใน ปี พ.ศ.
2558 หอมหัวใหญ่มีราคาสูง ประชาชนจึงสนใจที่จะปลูก แต่ไม่รู้วิธีการปลูกและดูแลจึงปรึกษากันและให้
ความเห็นให้ นายจิงเฮง เดชบูรณ์ เป็นแกนนำไปศึกษาวิธีการปลูกและการดูแลหอมหัวใหญ่ หลังจากที่นายจิงเฮง
เดชบูรณ์ ได้ศึกษาจนเก่งและเชี่ยวชาญ แล้วก็ได้กลับมารวมกลุ่มประชาชนในพื้นที่ได้สมาชิกจำนวน 50 คน ระดม
หุ้นคนละ 100 บาท ไปขอจดทะเบียนหอมหัวใหญ่ ที่สำนักงานเศรษฐกิจกรุงเทพฯ ปัจจุบันรายได้หลักของ
เกษตรกรหมู่ 2 มาจากการปลูกหอมหัวใหญ่ แต่วิธีการดูแลหอมหัวใหญ่มีขั้นตอนในการดูแลมากและการลงทุน
ค่อนข้างสูงแต่กลุ่มเกษตรกรหอมหัวใหญ่มีความเข้มแข็งเพราะได้จดทะเบียนกับสำนักงานเศรษฐกจิ กรุงเทพฯ จึง
ทำให้มีตลาดกลางคอยดูแลเรื่องราคาทำให้เกษตรกรไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบและเกษตรกรในพื้นที่หมู่ 2 มีความอยู่
ดีกินดีและเลี้ยงตวั เองได้ จนทำให้ปจั จุบนั มเี กษตรกรท่ีสนใจเขา้ รว่ มเปน็ สมาชกิ เพมิ่ ข้ึนอีก 20 คน รวมเป็นตอนน้ีมี
สมาชกิ ท้ังหมด 90 คน
๒. ผลผลิตที่เกดิ ขน้ึ จากการดำเนินงานของแหลง่ เรยี นรู้
2.1 มกี ารจดั ต้งั กลุม่ ผูป้ ลกู หอมหัวใหญ่
2.2 กลุม่ มีสมาชกิ ทัง้ หมด 65 ราย
2.3 สมาชกิ มีอาชพี ทมี่ ีรายได้ทดี่ ี และเปน็ อาชพี ทีต่ อ่ ถึงลูกถึงหลานได้
๓. วิธีการดำเนนิ งานของแหล่งเรียนรู้/กลมุ่
3.1 ร่วมกันจดั ต้ังกลุ่มและจดั หาทนุ ใหก้ ับสมาชิก
3.2 ประสานงานกับกระทรวงพานิชย์ เพื่อจัดซื้อพนั ธ์ใุ หก้ ับสมาชนิ ำไปปลกู เมื่อถงึ ฤดปู ลูก
3.3 มีการประชมุ ในเดือนที่ถงึ กำหนดปลกู เพอ่ื เกบ็ เงนิ จ่ายค่าเมลด็ พนั ธุ์
4. ผลท่คี าดว่าจะเกิดข้นึ จากการดำเนนิ งานในอนาคต
4.1 ทำให้เกดิ อาชพี เกิดรายไดอ้ ยา่ งมนั่ คง
4.2 เกิดการรว่ มกลุ่มกันและมกี ารปรึกษาหารอื กันเพ่อื แก้ไขปญั หาเมื่อเกิดโรค
5. การขยายผลการดำเนนิ การ
5.1 สามารถเป็นแหล่ งเรยี นรทู้ ีด่ ีให้กับเครือขา่ ยท่ีต้องการปลกู หอมหัวใหญ่ภายนอกพน้ื ท่ี
5.2 ให้เกษตรกรใช้น้ำหมักชีวภาพ และปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ด เพื่อเป็นการลดต้นทุนในการผลิตและ
ยังมีอาหารปลอดภัยไวบ้ รโิ ภค
155
ส่วนท่ี 2 กระบวนการเรยี นรู้
1. สงิ่ ท่ีไดจ้ ากการเรียนรู้
1.1 ต่อตนเอง มคี วามรู้ในเรือ่ งการปลกู หอมหวั ใหญ่
1.2 ตอ่ ครอบครวั มีอาชีพมรี ายไดเ้ พียงพอต่อค่าใช้จา่ ย เกดิ ความสัมพันธ์ทดี่ ีในครอบครัว
1.3 ตอ่ ชมุ ชน เกิดการรว่ มกลุ่มกนั สรา้ งการมีสว่ นร่วมกันแกไ้ ขปัญหา
๒. วธิ กี ารเรียนรู้
2.๑ เรียนรคู้ วามเป็นมาและแนวคดิ ของ “จัดตง้ั กลมุ่ ผู้ปลูกหอมหัวใหญ”่ จากวทิ ยากรแหลง่
2.๒ เรียนรู้เก่ียวกับวิธีการดำเนินงานของกลุ่ม
2.3 สรปุ บทเรียน แลกเปล่ยี นเรียนรู้ และซกั ถามข้อสงสยั
๓. กจิ กรรมการเรยี นรู้ (60 นาที เรียนร้ไู ด้ 30 คน)
3.1 คณะผ้มู าแลกเปลีย่ นเรียนรู้ทำความร้จู กั กับทีมวทิ ยากร (5 นาที 30 คน)
3.2 เกรนิ่ นำแนวคิด ความเป็นมาของการจดั ต้ังกลุ่มผปู้ ลกู หอมหวั ใหญ”่ (5 นาที 30 คน)
ฐานที่ 1 บรรยายประกอบการเล่าวิธีการปลูก การเก็บ เนื่องจากการปลูกหอมเป็นช่วง
ฤดกู าล ไมท่ ำตลอดท้ังปี จงึ มีของจรงิ มาใหล้ งชมในพน้ื ที่ (ถ้ามาเรียนรู้
ช่วงเดือนตุลาคม-กมุ พาพันธ์ จะพาลงดูพ้นื ทีจ่ รงิ (25 นาที ฐานละ 15 คน)
ฐานท่ี 2 บรรยายเรื่อง สรปุ ผลที่เกดิ ขน้ึ จากการบรหิ ารและการทำอาชพี ปลกู
หอมหวั ใหญ่ของกลมุ่ ผ้ปู ลูกหอมหวั ใหญ่ (10 นาที ฐานละ 15 คน)
3.3 ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซักถามข้อสงสัย ประโยชน์ที่เกิดขึ้น สรุปผลที่ได้จากการเรียนรู้ การ
นำไปปรับใชก้ บั พนื้ ท่แี ละตำบล ขอ้ สงสัยในการเรยี นรู้ (10 นาที 30 คน)
3.4 สรุปกระบวนการเรียนรู้ กล่าวขอบคุณทีมวิทยากร (5 นาที 30 คน)
๔. วิทยากร ประธานกลมุ่ ผปู้ ลูกหอมหัวใหญ่
กรรมการ
4.1 นายจิงเฮง เดชบรณู ์
4.2 นายนายศุภชัย แซอ่ ง้ึ กรรมการ
4.3 นายนายมานพ ชวาลา
๕. สถานท่ีฐานการเรียนรู้
พ้นื ท่ี หมู่ท่ี 2 บ้านสะพานสาม ตำบลพรหมนิมิต อำเภอตาคลี จงั หวดั นครสวรรค์
156
กิจกรรมแหลง่ เรียนรู้
กลุ่มผู้ปลูกหอมหัวใหญ่ (60 นาที)
เรยี นรไู้ ด้ 30 คน
คณะผู้มาแลกเปล่ียนเรยี นร้ทู ำความรจู้ ักกับทมี วิทยากร
(5 นาที 30 คน)
เกร่ินนำแนวคิด ความเป็นมาของการจดั ตงั้ กลมุ่ ผู้ปลูกหอมหวั ใหญ่
(10 นาที 30 คน)
ฐานที่ 1 ฐานท่ี 2
บรรยายเรอื่ ง บรรยายเรอื่ ง
ประกอบการเล่าวธิ ีการปลูก การเกบ็ สรปุ ผลทเี่ กิดขนึ้ จากการบริหารและการ
เนอื่ งจากการปลูกหอมเปน็ ชว่ งฤดกู าล ทำอาชพี ปลกู หอมหวั ใหญข่ องกลุม่ ผปู้ ลกู
ไม่ทำตลอดทง้ั ปี (ถา้ เรียนรู้ชว่ งเดือน หอมหัวใหญ่
ตุลาคม- กุมพาพนั ธ์ จะพาลงดพู ้นื ท่จี รงิ ) (10 นาที ฐานละ 15 คน)
( 25 นาที ฐานละ 15 คน)
- รว่ มแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซกั ถามขอ้ สงสัย ประโยชนท์ เ่ี กิดข้ึน
- สรปุ ผลท่ไี ดจ้ ากการเรียนรู้
- การนำไปปรบั ใช้กับพืน้ ท่แี ละตำบล
- ข้อสงสัยในการเรยี นรู้
(10 นาที 30 คน)
สรปุ กระบวนการเรยี นรูก้ ล่าวขอบคุณทมี วิทยากร
(5 นาที 30 คน)
157
แหลง่ เรยี นรทู้ ่ี 5
กลมุ่ ไมก้ วาดทางมะพร้าว
สว่ นที่ 1 ขอ้ มูลที่เก่ียวขอ้ งกบั แหล่งเรียนร/ู้ กลุ่ม
1. แนวคดิ แหลง่ เรียนรู้
นับตั้งแต่วันที่ ๑๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๔ เป็นต้นมา ท่ีทางองค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมติ ไดจ้ ดั งาน
วันผู้สูงอายุ และมีกิจกรรมร่วมกันหลายอย่าง เช่น กลุ่มไม้กวาดทางมะพร้าว กลุ่มจักสาน กลุ่มกลองยาว ท่าน
นายกมีแนวคิดประชุมร่วมกับกลุ่มชมรมผู้สูงอายุว่า มีผู้สูงอายุท่านใด สนใจทำไม้กวาดทางมะพร้าว ผู้สูงอายุสนใจ
จึงก่อให้เกิดการจัดตั้งกลุ่มทำไม้กวาดทางมะพร้าวขึ้น และทางองค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิตจึงได้จัดอบรม
สอนทำไม้กวาดกับผู้สูงอายุ และทางองค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิตได้สมทบทุนงบประมาณให้กับกลุ่มทำไม้
กวาดทางมะพร้าว จำนวน ๒๕,๐๐๐ บาท เป็นทุนหมุนเวียนให้กับกลุ่ม ตั้งแต่นั้นมากลุ่มได้ดำเนินงานรับสมาชิก
กลุ่ม มีการจัดตั้งให้นายประดิษฐ์ ความคนึง ประธานชมรมผู้สูงอายุ เน้นงานกลุ่มไม้กวาดทางมะพร้าวและเปิดรับ
สมาชิกจาก ๖ คน ณ ปัจจุบันมีผู้สูงอายุและนายกก็จัดหาตลาดส่งไม้กวาดให้กับผู้สูงอายุ ณ ปัจจุบัน ไม้กวาดของ
ผู้สูงอายุเป็นที่ขายดี และกลุ่มได้รับสมาชิกและจัดสอนให้กับผู้สูงอายุที่สนใจ ทางท่านนายกได้จัดหาวิธีพัฒนาการ
ทำไม้กวาดให้ดยี ่งิ ขนึ้ ได้เอาเรซน่ิ มาทาไม้กวาด เพ่อื ให้ไม้กวาดแตกต่างจากที่อืน่ มคี วามแน่น ทนยงิ่ ขน้ึ จนถึงตอนนี้
เปน็ ที่ต้องการของตลาดมาก ผสู้ งู อายุกลมุ่ ไมก้ วาดทางมะพร้าวมีรายได้เพม่ิ ขึน้
๒. ผลผลิตท่เี กิดขึน้ จากการดำเนินงานของแหล่งเรยี นรู้
2.1 มีการจัดต้ังกลุ่มไมก้ วาดทางมะพร้าว
2.2 เกิดกลุ่มไม้กวาดทางมะพร้าวขึ้นทำให้ผู้สูงอายุมีความสุขมีกิจกรรมร่วมกันไม่เงียบเหงาไม่เป็นโรค
ซึมเศร้า และยังถ่ายทอดสู่เดก็ รุน่ หลงั โดยเปน็ ภูมิปญั ญาของรนุ่ ปู่ ยา่ ตา ยาย สบื ทอดกันมาตอ่ กันช่วั ลกู หลาน
๓. วิธีการดำเนินงานของแหล่งเรียนร/ู้ กลุ่ม
3.1 ร่วมกนั จัดตัง้ กล่มุ เพ่ือรว่ มกนั จัดการงานร่วมกัน
3.2 มกี ารถา่ ยทอดวิธกี ารทำไม้กวาดใหก้ บั ผูท้ ่สี นใจเพอื่ ทำใช้เองและทำเป็นอาชีพ
3.3 รว่ มกนั จัดกิจกรรมผ้สู ูงอายรุ ว่ มกับ อบต.พรหมนิมติ
4. ผลที่คาดว่าจะเกดิ ขึน้ จากการดำเนนิ งานในอนาคต
4.1 กลุม่ ผสู้ งู อายุหม่ทู ่ี 1 – 9 ถ่ายทอดความรใู้ หก้ ับผู้สงู อายุหม่อู ื่น ๆ เพื่อให้มกี ิจกรรมร่วมกัน
4.2 กล่มุ มีกจิ กรรมร่วมกนั ตลอดไปและกล่มุ มรี ายไดเ้ ข้ากลมุ่
5. การขยายผลการดำเนนิ การ
5.1 สามารถเปน็ แหลง่ เรยี นรทู้ ี่ดีใหก้ บั เครือข่ายผู้สงู อายุภายนอกพ้ืนที่
5.2 ถ่ายทอดต่อให้กับกลมุ่ และแหลง่ เรียนรู้ ทัง้ ภายในและภายนอกตำบลท่ีสนใจ
158
ส่วนท่ี 2 กระบวนการเรียนรู้
1. สง่ิ ท่ไี ด้จากการเรียนรู้
1.1 ตอ่ ตนเอง มีความรู้วิธกี ารทำไม้กวาด
1.2 ต่อครอบครวั มีอาชพี มรี ายได้เกดิ ความสัมพนั ธ์ท่ีดใี นครอบครวั
1.3 ต่อชุมชน เกิดการมีส่วนร่วม การรวมกลุ่มกันของผู้สูงอายุ ในการประกอบกิจกรรมต่าง ๆ
และสร้างความสมั พนั ธ์ ระหว่างผู้สงู อายใุ นชมุ ชน
๒. วิธกี ารเรียนรู้
2.๑ เรยี นรคู้ วามเป็นมาและแนวคดของ “กลมุ่ ไมก้ วาดทางมะพรา้ ว” จากวทิ ยากรแหล่ง
2.๒ เรยี นรเู้ ก่ยี วกบั การดำเนนิ งาน และกิจกรรมของ กลุ่มไม้กวาดทางมะพรา้ ว
2.3 สรปุ บทเรยี น แลกเปลย่ี นเรยี นรู้ และซักถามขอ้ สงสยั
๓. กิจกรรมการเรยี นรู้ (60 นาที เรียนร้ไู ด้ 20 คน)
3.1 คณะผมู้ าแลกเปลี่ยนเรียนร้ทู ำความร้จู กั กบั ทีมวทิ ยากร (5 นาที 20 คน)
3.2 เกรน่ิ นำแนวคิด ความเปน็ มาของการจัดต้ังกลมุ่ ไมก้ วาดทางมะพร้าว (5 นาที 20 คน)
ฐานที่ 1 สอนวิธกี ารทำไม้กวาดจากทางมะพรา้ ว (25 นาที) ฐานละ 10 คน
ฐานที่ 2 บรรยายสรุปผลที่เกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกันและการถ่ายทอด (10 นาที)
ฐานละ 10 คน
3.3 ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซักถามข้อสงสัย ประโยชน์ที่เกิดขึ้น สรุปผลที่ไดจ้ ากการเรียนรู้ การ
นำไปปรบั ใช้กบั พน้ื ทแ่ี ละตำบล ข้อสงสัยในการเรยี นรู้ (10 นาที 20 คน)
3.4 สรปุ กระบวนการเรียนรู้ กล่าวขอบคณุ ทมี วิทยากร (5 นาที 20 คน)
๔. วิทยากร ประธารกลุม่ ผฝู้ ึกสอน
4.1. นายสายชล แผน่ ทอง กรรมการ
4.2. นายโกมินทร์ ธรรมธร กรรมการ
4.3. นางสมบัติ แผ่นทอง
๕. สถานท่ฐี านการเรียนรู้
ศนู ยผ์ สู้ งู อายุตำบลพรหมนิมติ หมูท่ ี่ 9 ตำบลพรหมนิมิต อำเภอตาคลี จังหวดั นครสวรรค์
159
กิจกรรมแหลง่ เรียนรู้ เรยี นรไู้ ด้ 20 คน
กลุ่มไมก้ วาดทางมะพร้าว (60 นาท)ี
คณะผู้มาแลกเปล่ียนเรียนรูท้ ำความรจู้ ักกับทีมวทิ ยากร
(5 นาที 20 คน)
เกร่นิ นำแนวคิด ความเป็นมาของการจดั ตั้งกลมุ่ ไมก้ วาดทางมะพรา้ ว
(10 นาที 20 คน)
ฐานที่ 1 ฐานท่ี 2
บรรยายเรือ่ ง บรรยายเร่ือง
สอนวิธกี ารทำไม้กวาด บรรยายสรปุ ผลท่เี กดิ ข้ึนจากการ
จากทางมะพรา้ ว ทำงานรว่ มกันและการถา่ ยทอด
(25 นาท)ี ฐานละ 10 คน (10 นาท)ี ฐานละ 10 คน
- ร่วมแลกเปลีย่ นเรยี นรู้ ซกั ถามข้อสงสยั ประโยชนท์ เี่ กดิ ข้ึน
- สรปุ ผลที่ไดจ้ ากการเรียนรู้
- การนำไปปรับใช้กบั พืน้ ท่ีและตำบล
- ขอ้ สงสัยในการเรียนรู้
(10 นาที 30 คน)
สรปุ กระบวนการเรยี นรู้ กลา่ วขอบคณุ ทีมวิทยากร
(5 นาที 30 คน)
160
แหลง่ เรียนรทู้ ี่ 6
กล่มุ ทำดอกไม้จันทน์
สว่ นที่ 1 ขอ้ มลู ที่เก่ียวข้องกบั แหล่งเรียนร/ู้ กล่มุ
1. แนวคิดแหลง่ เรียนรู้
องค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิต โดยท่านนายกสมเกียรติ คงทิม จัดตั้งกลุ่มชมรมผู้สูงอายุได้จัดตั้ง
คณะกรรมการกลุ่มและประธานตำบล คือ นายประดิษฐ์ ความคนึง ก็ได้ทำกิจกรรมเรื่อยมา จนกระทั่งได้ประชุม
หาอาชีพ หารายได้ให้กับผู้สูงอายุที่เป็นผู้หญิงจึงคิดอยากทำดอกไม้จันทน์ เพราะนับเป็นอาชีพที่ไม่เป็นงานหนัก
ผู้หญิงจึงคิดอยากทำดอกไม้จันทน์ ทางประธานผู้สูงอายุก็ได้ปรึกษากับท่านนายก ของบประมาณสนับสนุน จึง
จัดตั้งกลุ่มทำดอกไม้จันทน์ขึ้นและของบประมาณกับทาง องค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิตได้สนับสนุนให้กับ
กลุ่มมาฝึกอบรมทำดอกไม้จันทน์เป็นเงิน ๒๕,๐๐๐ บาท กลุ่มก็ได้จัดคณะทีมงานโดยเลือกประธานกลุ่ม คือ นาง
กุหลาบ ความคนึง เป็นประธานบริหารงานกลุ่มและทางท่านนายกก็ได้ให้พัฒนาชุมชนตำบลพรหมนิมิต คอย
ประสานงานกับกลุ่มตลอดมา ณ ปัจจุบัน กลุ่มดอกไม้จันทน์มีสมาชิกเพิ่มขึ้นจากเริ่มก่อตั้ง ๘ คน จนถึงปัจจุบัน
กลุ่มได้มีสมาชิกเพิ่มขึ้นเป็น ๑๕ คน ทางชมรมผู้สูงอายุสนับสนุนให้กลุ่มทำดอกไม้จันทน์ โดยถ้าผู้สูงอายุเสียชีวิตก็
จะมาซอื้ ดอกไมจ้ นั ทนก์ บั กล่มุ ไปชว่ ยใหก้ ับผู้สงู อายทุ ่เี สยี ชีวิต
๒. ผลผลิตที่เกดิ ขนึ้ จากการดาเนนิ งานของแหลง่ เรียนรู้
2.1 มีการจัดตง้ั กลมุ่ ทำดอกไมจ้ ันทน์
2.2 กลุ่มทำดอกไม้จันทน์ ทำให้ผู้สูงอายุมีความสุขมีกิจกรรมร่วมกันไม่เงียบเหงาไม่เป็นโรค
ซึมเศรา้
๓. วธิ กี ารดำเนนิ งานของแหลง่ เรียนรู้/กลมุ่
3.1 ร่วมกันจัดตงั้ กลมุ่ เพอ่ื ร่วมกนั จดั การงานรว่ มกัน
3.2 มีการถา่ ยทอดวิธกี ารทำดอกไมจ้ นั ทนใ์ ห้กบั ผู้ทีส่ นใจเพ่ือทำใชเ้ องและทำเป็นอาชพี
3.3 รว่ มกนั จดั กจิ กรรมผสู้ งู อายรุ ว่ มกับ อบต.พรหมนิมติ
4. ผลทคี่ าดวา่ จะเกดิ ขึน้ จากการดำเนนิ งานในอนาคต
4.1 กลมุ่ ผู้สูงอายุหมทู่ ี่ 1 – 9 ถา่ ยทอดความรูใ้ ห้กับผูส้ ูงอายหุ มูอ่ ่ืน เพื่อมกี ิจกรรมร่วมกนั
4.2 กลุ่มมกี ิจกรรมร่วมกันตลอดไปและกลุม่ มีรายได้เขา้ กลุม่
5. การขยายผลการดำเนนิ การ
5.1 สามารถเป็นแห่ลงเรยี นรทู้ ดี่ ใี ห้กบั เครอื ขา่ ยผู้สงู อายภุ ายนอกพน้ื ท่ี
5.2 ถา่ ยทอดต่อใหก้ บั กลุ่มและแหลง่ เรียนรู้ ทง้ั ภายในและภายนอกตำบลท่สี นใจ
161
สว่ นที่ 2 กระบวนการเรยี นรู้
1. สิง่ ที่ได้จากการเรียนรู้
1.1 ตอ่ ตนเอง มีความรู้วิธีการทำไม้กวาด
1.2 ตอ่ ครอบครัว มีอาชพี มรี ายได้เกิดความสมั พันธท์ ่ดี ใี นครอบครัว
1.3 ต่อชุมชน เกิดการมีส่วนร่วม การรวมกลุ่มกันของผู้สูงอายุ ในการประกอบกิจกรรมต่าง ๆ
และสรา้ งความสมั พันธ์ ระหวา่ งผสู้ ูงอายุในชมุ ชน
๒. วิธกี ารเรยี นรู้
2.๑ เรียนรู้ความเป็นมาและแนวคดิ ของ “กล่มุ ทำดอกไมจ้ ันทน”์ จากวิทยากรแหลง่
2.๒ เรียนรู้เกี่ยวกบั การดำเนินงาน และกจิ กรรมของกลุ่มทำดอกไม้จนั ทน์
2.3 สรุปบทเรียน แลกเปล่ยี นเรยี นรู้ และซักถามขอ้ สงสยั
๓. กจิ กรรมการเรยี นรู้ (60 นาที เรียนรูไ้ ด้ 20 คน)
3.1 คณะผู้มาแลกเปลย่ี นเรียนรู้ทำความรู้จกั กับทีมวทิ ยากร (5 นาที 20 คน)
3.2 เกร่นิ นำแนวคดิ ความเป็นมาของการจดั ต้งั กลุ่มทำดอกไมจ้ ันทน”์ (5 นาที 20 คน)
ฐานท่ี 1 สอนวิธกี ารทำดอกไม้จนั ทน์ (25 นาท)ี ฐานละ 10 คน
ฐานท่ี 2 บรรยายสรปุ ผลท่ีเกิดข้นึ จากการทำงานรว่ มกนั และการถา่ ยทอดการ
บรหิ ารงานกล่มุ (10 นาท)ี ฐานละ 10 คน
3.3 ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซักถามข้อสงสัย ประโยชน์ที่เกิดขึ้น สรุปผลที่ไดจ้ ากการเรียนรู้ การ
นำไปปรบั ใช้กบั พน้ื ท่ีและตำบล ข้อสงสยั ในการเรยี นรู้ (10 นาที 20 คน)
3.4 สรุปกระบวนการเรยี นรู้ กล่าวขอบคณุ ทีมวิทยากร (5 นาที 20 คน)
๔. วทิ ยากร ประธานกลุ่ม ผฝู้ ึกสอน/ฝกึ อบรม
4.1 นางรงุ่ อรณุ ทองสว่าง กรรมการ
4.2 นางกุหลาบ ความคนงึ กรรมการ
4.3 นางนจุ รี โสภา
๕. สถานทีฐ่ านการเรยี นรู้
ศนู ย์ผสู้ ูงอายุตำบลพรหมนมิ ติ หมูท่ ี่ 9 ตำบลพรหมนมิ ติ อำเภอตาคลี จงั หวดั นครสวรรค์
162
กจิ กรรมแหลง่ เรยี นรู้ เรยี นรไู้ ด้ 20 คน
กลุ่มทำดอกไม้จนั ทน์ (60 นาท)ี
คณะผมู้ าแลกเปลี่ยนเรียนรทู้ ำความรจู้ กั กับทมี วิทยากร
(5 นาที 20 คน)
เกร่นิ นำแนวคดิ ความเป็นมาของการจดั ต้ังกลมุ่ ทำดอกไมจ้ ันทน์
(10 นาที 20 คน)
ฐานท่ี 1 ฐานท่ี 2
บรรยายเร่อื ง บรรยายเรอื่ ง
สอนวิธีการทำดอกไม้จันทน์ บรรยายสรปุ ผลทเี่ กิดขึ้นจากการ
(25 นาที) ฐานละ 10 คน ทำงานร่วมกันและการถ่ายทอด
การบริหารงานกลมุ่
(10 นาที) ฐานละ 10 คน
- ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซกั ถามข้อสงสยั ประโยชน์ทเ่ี กิดขึ้น
- สรปุ ผลที่ไดจ้ ากการเรียนรู้
- การนำไปปรับใช้กบั พ้ืนทแี่ ละตำบล
- ข้อสงสัยในการเรียนรู้
(10 นาที 30 คน)
สรปุ กระบวนการเรยี นรู้ กลา่ วขอบคณุ ทมี วทิ ยากร
(5 นาที 30 คน)
ระบบที่ 5
ระบบการเรียนรูช้ มุ ชน
ประกอบด้วย 5 แหลง่ เรยี นรู้
๑. ศนู ย์พฒั นาเดก็ เลก็ ตำบลพรหมนิมิต
2. กลมุ่ เด็กและเยาวชน
3. ศนู ยก์ ารเรยี นรู้เศรษฐกจิ พอเพียง
4. กลุ่มปฏิบตั ิธรรม (วดั หลงั เขา)
5. กลมุ่ ธนาคารขยะรีไซเคิล
164
๕. ระบบการเรียนรชู้ ุมชน
๑. แนวคดิ หลกั
จากการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนทำให้เกิดการสร้างการเรียนรู้ให้กับเด็ก เยาวชน และประชาชนในพื้นท่ี
โดยมีวสิ ยั ทัศน์ในการขับเคลื่อน คอื การนำใช้ภมู ปิ ัญญาทอ้ งถ่ิน หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง คณุ ธรรม จรยิ ธรรม
ในการสร้างการเรียนรู้ และมีการพัฒนาทักษะในด้านต่าง ๆ โดยเน้นการมีส่วนร่วมกับชุมชน เกิดเป็นแหล่งเรียนรู้
ทั้งหมด 5 แหล่ง ในระบบการเรียนรู้ชุมชน ในแต่ละแหล่งเรียนรู้มีหน่วยงานภาครัฐ องค์กรต่าง ๆ ผู้นำท้องถิ่น
ท้องที่ร่วมขับเคลื่อนงาน แบบมีส่วนร่วมของคนในชุมชน รวมถึงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน จึงส่งเสริมให้
เกิดการเรยี นรขู้ ึ้นในชุมชน สร้างใหค้ นในชมุ ชนมีคุณภาพชีวิตทีด่ ีขน้ึ เกดิ การเรยี นรู้การพฒั นาในด้านต่าง ๆ เชน่ ให้
เด็กเล็กเกิดการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ด้านต่าง ๆ ส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้ผ่านกิจกรรมกระบวนการต่าง ๆ และได้ลง
มือปฏิบัติจริงปลูกฝังให้คนในชุมชนมีคุณธรรม จริยธรรม ประพฤติปฏิบัติตามคำสั่งสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธ
เจา้ และภมู ิปัญญาท้องถิน่ ของตน
2. เส้นทางการพฒั นาระบบการเรียนรู้ชมุ ชน
ระยะการปรับโครงสร้างเพือ่ การพัฒนา (พ.ศ. 2532)
ปี พ.ศ. 2532 พระครูนิเวศธรรมาวุธ (หลวงพ่อบัวเผื่อน วิสุทธสีโล) ธุดงค์มา ณ บริเวณไหล่เขาช่องแค
เห็นบริเวณสถานที่เหมาะแก่การประพฤติปฏิบัติธรรมและอนุรักษ์ป่าไม้จึงได้ลงมือสร้างวัดและชักชวนให้ชาวบ้าน
ร่วมกันสร้างถาวรวัตถุต่าง ๆ มีโบสถ์ วิหาร ศาลา ริเริ่มทำบุญบวชชีพราหมณ์ และมีการจัดตั้งกลุ่มปฏิบัติธรรม (วัด
หลังเขา) ให้แก่พุทธศาสนิกชนที่ประสงค์เข้ามาถือศีลเจริญภาวนา มีความสงบเย็นสบาย ให้แก่ผู้ที่เข้ามาปฏิบัติ
165
ธรรมเรื่อยมา ปัจจุบันมีพุทธศาสนิกชนมาปฏิบัติธรรมกันเป็นจำนวนมาก และเข้ามาทำบุญตักบาตร ฟังเทศน์ ฟัง
ธรรมรักษาศลี เจริญภาวนา ในวนั พระ และตามเทศกาลงานบุญ วันสำคญั ทางพระพทุ ธศาสนา หรือตามวนั สำคัญ
ระยะการพัฒนาองคก์ ร บรู ณาการเพอ่ื ขับเคล่ือนเชิงระบบ (พ.ศ. 2553 - พ.ศ. 2554)
ปี พ.ศ. 2553 เนื่องจากองค์บริหารส่วนตำบลพรหมนิมิตไม่มีอาคารสถานที่สำหรับรองรับเด็กก่อนวัย
เรียน จึงได้มีการจัดตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลพรหมนิมิตขึ้น เพื่อรองรับเด็กก่อนวัยเรียนให้เพียงพอตามความ
ต้องการ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิต สังกัดกรมส่งเสริมการปกครองส่วน
ท้องถิ่น ในการก่อสร้างศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จากการก่อตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลพรหมนิมิต ส่งผลทำให้
ผ้ปู กครองมเี วลาวา่ งมากข้นึ สามารถทำอาชีพเสริมเพ่ือเพม่ิ รายไดใ้ หแ้ กค่ รอบครัว ลดปัญหาสังคมอยา่ งเป็นระบบ
ปี พ.ศ. 2554 เนื่องจากขยะเป็นสาเหตุของการเกิดโรค และทำลายสิ่งแวดล้อม ด้วยการเกิดมีอัตรา
เพิ่มขึ้นทุกปี ส่งผลให้ขยะมีปริมาณเพิ่มขึ้น ดังน้ัน นายสมเกียรติ คงทิม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิต
จึงได้จัดตั้งธนาคารขยะรีไซเคิลขึ้น โดยภาคีกับโรงเรียนในชุมชนจำนวน 3 แห่ง ดำเนินกิจกรรมโดยกำหนดให้
เยาวชนในโรงเรียน คือ กลุ่มเป้าหมายหลักในการขับเคลื่อนกิจกรรม ถือเป็นการสร้างวินัยให้กับเยาวชนในด้านการ
คัดแยกขยะ
ระยะการพฒั นาเข้าสู่ยคุ จัดการตนเอง (พ.ศ. 2555 ถงึ ปจั จุบัน)
ปี พ.ศ. 2553 ผอ.วันชัย เอี่ยมรักษา เข้ามารับตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนวัดหนองหญ้ารังกา ได้
นำแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในโรงเรียน โดยมีนักเรียน 50 คน เป็นกลุ่มเป้าหมายในการขับเคลื่อน
กิจกรรมของศูนย์เรียนรู้ และได้จัดตั้งเป็นศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง โดยดำเนินการใช้ชีวิตตามแนว
เศรษฐกิจพอเพียง มีการปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้ ทำปุ๋ยหมัก, น้ำหมักชีวภาพ ใช้แทนปุ๋ยเคมี นำเตาเผาถ่านจากถัง
น้ำมัน 200 ลิตร ถังหมักก๊าซชีวภาพ เป็นต้น ทำให้เด็กนักเรียนมีความรู้ในชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
และถ่ายทอดสู่ครอบครวั ทำให้มีชวี ิตความเป็นอยู่ที่ดีขึน้ และมคี วามสขุ ทง้ั กาย และใจอย่างยงั่ ยนื
ปี พ.ศ. 2553 นางสาวนภัสสร โสภา เป็นต้นแบบในการแก้ไขปัญหาของเด็กและเยาวชน พื้นท่ีตำบล
พรหมนิมิตประสบกับปัญหายาเสพติดโดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชนในตำบล ซึ่งเป็นปัญหาที่ต้องการแก้ไขอย่าง
เร่งด่วน จึงได้มีการจัดตั้งสภาเด็กและเยาวชนตำบลพรหมนิมิตขึ้น เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาในกลุ่มเด็กและเยาวชน
ในตำบลพรหมนิมิต เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนในตำบลมีความรู้ ความสามารถ พร้อมทั้งมีคุณธรรมและ
จริยธรรม โดยมีกลุ่มแกนนำที่ให้คำปรึกษาเยาวชน โดยมีแกนนำ คือ นายสมเกียรติ คงทิม ซึ่งเป็นนายกองค์การ
บริหารส่วนตำบลพรหมนิมิต และคณะบริหารเด็กและเยาวชนตำบลพรหมนิมิตมีการทำจัดกิจกรรมร่วมกันในวัน
สำคญั ตา่ ง ๆ เป็นประจำ และใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ กดิ ประโยชน์มากขึน้
ระบบการเรียนรู้ชุมชน ประกอบดว้ ย แหล่งเรียนรู้ 5 แหล่ง ดังน้ี
(1) ศนู ยพ์ ัฒนาเดก็ เล็ก ตำบลพรหมนมิ ติ
(2) กลุม่ เด็กและเยาวชน
(3) ศูนย์การเรียนร้เู ศรษฐกิจพอเพียง
(4) กลมุ่ ปฏิบตั ิธรรม (วัดหลังเขา)
(5) กล่มุ ธนาคารขยะรไี ซเคิล
166
3. ผลกระทบที่เกดิ ขน้ จากการดำเนนิ งานของระบบเรยี นรู้ชุมชน
3.1 ด้านการเมอื งการปกครอง
องค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิต บริหารงานโดยยึดหลักธรรมาภิบาลในด้านการบริหารงานราชการ
“แบบเปิด” โดยการเปิดโอกาสให้ภาคประชาชน เข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบการดำเนินงานให้เป็นไปด้วย
ความโปร่งใส ตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ซึ่งได้มีศูนย์ข้อมูลข่าวสาร เพื่อประชาสัมพันธ์แผนพัฒนา
ตำบล ยุทธศาสตร์การพัฒนาตำบล ข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี กิจกรรม โครงการต่าง ๆ เป็นการสร้าง
การเรยี นรูบ้ นพื้นฐานความร้ทู ี่ถูกต้องและตรงกัน อนั จะนำไปสู่การพฒั นาตำบลใหเ้ ขม้ แขง็ ต่อไป
3.2 ด้านสงั คม
ด้วยบริบทตำบลพรหมนิมิต มีสถาบันการศึกษาในพื้นที่ จำนวน 3 แห่ง ประกอบด้วย (โรงเรียน
ระดับประถมศึกษา จำนวน 3 แห่ง และศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 1 แห่ง) เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์ประสานภารกิจ และ
จัดระบบการจัดการศึกษาในแต่ละระดับให้เกิดความสอดคล้องกัน ส่งผลให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาที่เหมาะสม และ
มคี วามพรอ้ มในการรบั การศึกษาในแต่ละชว่ งชน้ั
จากข้อมูลการพัฒนาตำบล (TCNAPX จำแนกตามความต้องการได้รับการช่วยเหลือ ดูแลพบว่าผู้สูงอายุ
เป็นผู้ที่ต้องการได้รับความชว่ ยเหลือ ดแู ล มากทสี่ ดุ รองลงมาคือ เด็กอายตุ ่ำวา่ 5 ปี จำนวน 217 คน คิดเป็นรอ้ ย
ละ 27.71 ซึ่งจากปัญหาดังกล่าวองค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิต ได้มีศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และชมรมผู้สูงอายุ
กลุ่มเด็กและเยาวชน ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการศึกษา โดยได้จัดการและนำใช้ศักยภาพและทุนทางสังคมตำบล
พรหมนมิ ติ ทม่ี ีดังกล่าวขา้ งตน้ ในการพัฒนาพืน้ ที่ให้เกิดการพฒั นาและเรียนรูซ้ ่งึ กนั และกนั
167
3.3 ด้านเศรษฐกจิ
จากข้อมูลการประกอบอาชีพของประชาชนในตำบลพรหมนิมิต โดยระบบข้อมูลตำบล (TCNAP) พบว่า
ประชาชนตำบลพรหมนิมิต มีอาชีพหลัก โดยเรียงลาดับจากมากไปหาน้อย 3 อันดับแรก พบว่า อาชีพหลักของ
ประชาชนในตำบลพรหมนิมิต มากที่สุด คือ รับจ้างซึ่งเป็นอาชีพที่มีรายได้น้อย จึงไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต
ค่าใช้จ่ายในครอบครัว จากน้ันทางกรมส่งเสริมได้จัดสรรงบประมาณสำหรับจัดตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลพรหม
นิมติ ขน้ึ เพื่อเป็นการช่วยเหลอื พ่ีน้องประชาชนตำบลพรหมนมิ ิตและใกล้เคียงไดร้ ะดับหนึ่ง
๓.4 ดา้ นการจัดการสภาวะแวดล้อม
จากข้อมูลด้านการจัดการสภาวะแวดล้อมของตำบลพรหมนิมิต โดยการสำรวจข้อมูลระบบ (TCNAP)
พบว่าปัญหาด้านจัดการสิ่งแวดล้อมที่พบ 3 อันดับโดยเรียงจากมากไปหาน้อยอันดับที่เป็นหาของตำบลมากที่สุด
คือ ปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภคคิดเป็นร้อยละ 46.54 รองลงมาเป็นปัญหาขยะคิดเป็นร้อยละ 27.04
และปัญหาด้านที่อยู่อาศัยชำรุดทรุดโทรม คิดเป็นร้อยละ 6.92 ซึ่งปัญหาที่พบในเรื่องการขาดแคลนอุปโภค-
บริโภคทางองค์การบริหารส่วนตำบล ได้แก้ปัญหาโดยการขยายโรงสูบประปาและขยายประปาลงสู่หมู่บ้าน ให้กับ
พี่น้องประชาชนตำบลพรหมนิมิตได้ใช้กันอย่างทั่งถึง และปัญหาด้านขยะได้ร่วมกับโรงเรียนในเขตตำบลจัดตั้งกลุ่ม
ขยะรีไซเคิล เพื่อนำความรู้ในการคัดแยกขยะให้กับนักเรียนและยังรณรงค์ในเรื่องขยะ ปัญหาสุดท้ายคือปัญหาบ้าน
ชำรดุ ทรดุ โทรมทางองค์การบริหารสว่ นตำบล ไดอ้ อกสำรวจและช่วยเหลือสำหรับทีอ่ ย่อู าศัยผ้ทู ยี่ ากไร้
3.5 ด้านสุขภาพ
จากการสำรวจข้อมูลพื้นฐาน (TCNAP) ปัญหาสุขภาพและการเจ็บป่วยของประชาชนตำบลพรหมนิมิต
พบว่าปัญหาการเจ็บป่วยเจ็บป่วยเรื้อรังหรือพิการ อันดับแรก คือ ความดันโลหิตสูง จำนวน 481 คน คิดเป็นร้อย
ละ 29.38 รองลงมา คือ โรคเบาหวานจำนวน 245 คน คิดเป็นร้อยละ 14.97 และปวดข้อ/ข้อเสื่อม จำนวน
204 คน คิดเป็นร้อยละ 12.56 ปัญหาสุขภาพและโรคที่พบบ่อย 5 อันดับในพื้นที่ อันดับแรก คือ ไข้ ไอ เจ็บคอ
จำนวน 1,231 คน คิดเป็นร้อยละ 44.09รองลงมา คือ โรคปวดเหมื่อยกามเนื้อ จำนวน 492 คน คิดเป็นร้อยละ
17.62 กระเพาะอาหาร จำนวน 98 คน คิดเป็นร้อยละ 3.51 อุจจารุรวง จำนวน 31คน คิดเป็นร้อยละ 1.11
และขาดสารอาหาร จำนวน 3 คน คิดเป็นร้อยละ 1.11 ซึ่ง อสม.ตำบลพรหมนิมิต ให้การดูแลและความรู้กับ
ประชาชนตำบลพรหมนมิ ิต
4. ทิศทางการพัฒนาของระบบ
การเรียนรู้ในชุมชนเป็นสิ่งสำคัญที่คนในชุมชนจะต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันในชุมชน ในสังคม ตลอดจน
การเรียนรู้ที่จะต้องอยู่กับธรรมชาติได้อย่างปกติสุข จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีการสร้างจิตสานึกในชุมชน โดยเร่ิม
ตั้งแต่เด็กจนโต องค์การบริหารส่วนตำบลได้จัดตั้ง ส่งเสริมการศึกษาทั้งในและนอกระบบมีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเพ่ือ
จัดการศึกษาในระดับก่อนปฐมวัยที่จะต้องมีการพัฒนาการเรียนรู้ด้านร่างกาย อารมณ์ สังคมและสติปัญญา ให้
เหมาะสมกับวัย ใช้ศูนย์ข้อมูลข่าวสารเป็นกลไกในการขับเคลื่อน การประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารต่างๆ การ
ดำเนินอาศัยความร่วมมือกันของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในชุมชน เช่น เด็กและเยาวชน ชมรมผู้สูงอายุ เปิดโอกาสให้
ได้มามสี ่วนรว่ มในการเรียนรูแ้ ละพฒั นาเพือ่ ใหเ้ ปน็ สงั คมอย่ดู มี ีสุข
5. กิจกรรมการเรียนรู้ ระบบ “การเรียนรู้ชุมชน”
1. เรียนรู้การสร้างกระบวนการเรียนรู้ แบบปฏิบัติจริง เพื่อการสร้างตำบลเป็นตำบลน่าอยู่โดยบูรณาการ
ภารกิจ และหน้าที่ ให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายในกลุ่ม และการเรียนรู้ข้ามกลุ่ม เพ่ือเป็นการส่งต่อความรู้
ใหแ้ ก่รนุ่ ต่อ ๆ ไป
168
2. เรียนรู้กระบวนการบูรณาการสู่การปฏบิ ัตจิ ริงจากส่วนราชการทุกภาคส่วน ผ่านกลยุทธ์การบริหาร
จดั การของชุมชนทอ้ งถนิ่ เชื่อมประสานกลไกความร่วมมอื 4 ภาคหี ลกั (ทอ้ งที่ ทอ้ งถ่ิน หน่วยงาน ประชาชน) ใน
การการแลกเปลย่ี นเรียนรู้
จากแนวคิด เส้นทางการพัฒนา ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานและกิจกรรมของระบบการเรียนรู้
ก่อให้เกดิ การพัฒนาฐานเรยี นรเู้ พื่อ “การเรยี นร้ชู มุ ชน” ผ่านการสร้างกระบวนการเรียนรู้ 5 แหล่งเรียนรู้ คอื
(1) ศูนย์พฒั นาเดก็ เล็ก ตำบลพรหมนมิ ิต
(2) กลุ่มเด็กและเยาวชน
(3) กลุ่มศนู ยก์ ารเรยี นรู้เศรษฐกจิ พอเพียง
(4) กลุ่มปฏิบัตธิ รรม (วดั หลังเขา)
(5) กลุ่มธนาคารขยะรีไซเคลิ
โดยแต่ละแหล่งเรยี นรู้ จะนำเสนอข้อมูลใน 2 สว่ นหลกั คือ
ส่วนที่ 1 ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับแหล่งเรียนรู้ ประกอบด้วย 1) แนวคิดแหล่งเรียนรู้ 2)
กระบวนการหรือวิธีการดำเนินงานของแหล่งเรียนรู้กลุ่ม 3) การเชื่อมโยงงาน คน ข้อมูล 4) ผลที่เกิดขึ้นจากการ
ดำเนินงานของแหล่งเรียนรู้ และ 5) การต่อยอดขยายผลการดำเนินการ
ส่วนที่ 2 กระบวนการเรียนรู้ ประกอบด้วย 1) สิ่งที่ได้จากการเรียนรู้ 2) วิธีการเรียนรู้ 3)
กิจกรรมการเรียนรู้ 4) วิทยากร 5) สถานที่ฐานการเรียนรู้ และ 6) กระบวนการเรียนรู้
169
แหล่งเรียนรู้ที่ 1
ศนู ย์พฒั นาเดก็ เลก็ ตำบลพรหมนมิ ติ
สว่ นที่ 1 ข้อมูลทเ่ี กย่ี วข้องกับแหล่งเรียนร/ู้ กล่มุ
1. แนวคิดแหลง่ เรยี นรู้
เนื่องจากองค์บริหารส่วนตำบลพรหมนิมิต ไม่มีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กขนาดกลางที่เพียงพอในการพัฒนาเด็ก
เล็กให้มีความรู้ความชำนาญ มีเพียงสิ่งอำนวยความสะดวกในด้านการเรียนการสอน จึงขอรับการสนับสนุนจาก
กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ในการก่อสร้างศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และองค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิต
สนับสนุน จากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ในการกอ่ สร้างศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โดยองค์การบริหารส่วนตำบล
พรหมนิมิตสนับสนุนงบประมาณครึ่งหนึ่ง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นสมทบอีกครึ่งหนึ่ง ในการดำเนินการ
ก่อสร้างศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก องค์การบริหารส่วนพรหมนิมิต มีการประกาศจัดตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เมื่อวันที่ 11
ต.ค. 2553 ปี พ.ศ. 2554 – 2555 เริ่มดำเนินการจัดการเรียนการสอน และเปิดทำการสอน ในวันท่ี 15
พฤศจิกายน 2553 ในการจัดการระบบการศึกษามีเด็กเข้าร่วม จำนวน 60 คน ต่อมาได้บริหารจัดการระบบ
การศึกษาดีขึ้น ผลจาการมีสถานศึกษาในตำบล ทำให้ผู้ปกครองมีเวลาว่างมากขึ้น สามารถทำอาชีพเสริมเพื่อเพิ่ม
รายได้ให้แก่ครอบครัว ลดปัญหาสังคมอย่างเป็นระบบ ปัจจุบันศูนย์พัฒนาเด็กเล็กองค์การบริหารส่วนตำบลพรหม
นิมิตมคี รผู ้ดู แู ลเด็กจำนวน 4 คน แม่บ้าน 1 คน มเี ด็กนักเรียนทง้ั หมด 70 คน
2. ผลลพั ธท์ ่เี กดิ ข้นจากการดาเนินงานของแหล่งเรยี นรู้
เด็กเลก็ ก่อนวยั เรยี นได้รับการพัฒนาการเรียนร้อู ยา่ งเหมาะสมกบั วยั คือ ด้านอารมณ์ สังคม รา่ งกาย และ
สติปัญญา เพอ่ื ให้พร้อมกับการขึน้ เรียนในระดบั ทส่ี ูงขน้ึ และยังเป็นการแบง่ เบาภาระของผู้ปกครอง
3. วธิ กี ารดำเนินงานของแหล่งเรียนร้/ู กลุม่
3.1. มกี ารกำหนดนโยบาย เปา้ หมายทิศทางการพฒั นาเด็กเลก็
3.2. จัดเตรียมสำรวจข้อมูล เช่น ข้อมูลเด็กเล็ก ข้อมูลอัตราการเกิด 3 ปีย้อนหลัง ข้อมูล
การศกึ ษา เปน็ ต้น
3.3. สรุปผล วิเคราะห์ ประมวลผล จัดทำโครงการเสนอต่อ อบต. เพื่อพิจารณาให้ความ
เห็นชอบ
3.4. ดำเนินการตามเป้าหมายและวัตถุประสงค์ของโครงการ ภายใต้ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนา
การศึกษา โดยมีคณะกรรมการบริหารศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจำนวน 9 คน ซึ่งมีองค์ประกอบของคณะกรรมการ ได้แก่
ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้แทนท้องที่ ผู้แทนท้องถิ่น ผู้แทนฝ่ายสงฆ์ ตัวแทนผู้ปกครองนักเรียน มีวาระการดำรง
ตำแหน่ง 2 ปี
4. ผลทค่ี าดวา่ จะเกิดขึ้นจากการดำเนนิ งานในอนาคต
เด็กเล็กก่อนวัยเรียนได้รับการพัฒนาการเรียนรู้อย่างเหมาะสมกับวัย คือ ด้านอารมณ์ สังคม ร่างกายและ
สติปัญญา ภายใต้การดำเนินงานของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่ได้มาตรฐาน ที่ได้บูรณาการร่วมกับศูนย์ส่งเสริมและ
พัฒนาการศกึ ษาและสถาบันการศกึ ษาในพื้นท่ี
5. การขยายผลการดำเนนิ การ
เป็นศูนย์พัฒนาเด็กเล็กต้นแบบ มีวิทยากรสามารถ่ายทอดความรู้ และประสบการณ์เพื่อการแลกเปลี่ยน
เรียนรใู้ นระดับพ้ืนท่แี ละเครือข่าย
170
ส่วนท่ี 2 กระบวนการเรยี นรู้
1. สงิ่ ทไี่ ด้จากการเรยี นรู้
1.1 ตอ่ ตนเอง สรา้ งกระบวนการการมสี ว่ นร่วม และบรู ณาการงานร่วมกับหลายหน่วยงาน
1.2 ต่อชุมชน เกิดการบูรณาการภารกิจร่วมกันในชุมชน เพื่อสร้างเป้าหมายร่วมกัน ทำให้
สามารถแลกเปลีย่ นเรียนร้รู ว่ มกนั ไดต้ ลอดเวลา
2. วธิ กี ารเรียนรู้
เรียนรู้จากแนวคิดของคณะกรรมการบริหารศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เรียนรู้จากกิจกรรม กระบวนการ
นิทรรศการ
3. กิจกรรมการเรยี นรู้ (60 นาที เรียนรไู้ ด้ 30 คน)
3.1 แนะนำตัววิทยากร (5 นาที 30 คน)
๓.๒ เรียนรแู้ นวคิดหลักของฐานการเรยี นรู้ (30 นาที 30 คน)
ฐานท่ี 1 บรรยายเร่ืองการดำเนนิ งานของศนู ยพ์ ัฒนาเด็กเลก็ (๑๐ นาที 10 คน)
ฐานที่ 2 บรรยายเรื่องกิจกรรมของศูนย์ฯและปัญหาที่พบ บรรยายเรื่องรูปแบบการ
สง่ เสรมิ และพัฒนาการเดก็ เลก็ และทิศทางการพัฒนาของศนู ยพ์ ฒั นาเดก็ เล็ก (๑๐ นาที 10 คน)
ฐานที่ 3 ชมนิทรรศการสื่อของศนู ย์พฒั นาเด็กเลก็ (๑0 นาที 30 คน)
3.3 สรุปและเปิดให้มีการซักถาม และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างทีมวิทยากร และผู้ศึกษาแหล่ง
เรยี นรู้ (๑๐ นาที จำนวน 30 คน)
3.4 สรปุ กระบวนการเรียนรู้ กลา่ วขอบคุณทมี วิทยากร (5 นาที 30 คน)
4. วิทยากร ครผู ้แู ลเดก็
4.1. นางสาวน้ำผึ้ง พระเทพ ครูผแู้ ลเดก็
ครผู แู้ ลเดก็
4.2. นางจริยาภรณ์ ระม่ังทอง
4.3. นางสาวกนกพร เอมจิ๋ว
5. สถานท่ีฐานการเรยี นรู้
ศูนยพ์ ฒั นาเด็กเล็ก ตำบลพรหมนมิ ิต อำเภอตาคลี จงั หวัดนครสวรรค์
171
กิจกรรมแหล่งเรียนรู้ เรยี นร้ไู ด้ 30 คน
ศูนย์พัฒนาเดก็ เล็ก (60 นาที)
คณะผู้มาแลกเปลยี่ นเรยี นรู้ทำความรจู้ กั กับทมี วิทยากร
(5 นาที 30 คน)
เกรนิ นำการเรียนรแู้ นวคิดหลกั ของฐานการเรียนรศู้ ูนย์พฒั นาเดก็ เลก็
(10 นาที 30 คน)
ฐานที่ 1 ฐานท่ี 2 ฐานท่ี 3
บรรยายเรื่อง บรรยายเรื่อง บรรยายเรือ่ ง
การดำเนินงานของศนู ย์ กิจกรรมของศนู ย์ฯ และปัญหาทีพ่ บ ชมนทิ รรศการ ส่อื ของ
พัฒนาเดก็ เลก็ รปู แบบการส่งเสริมและพฒั นาการ ศูนยพ์ ัฒนาเด็กเลก็
(10 นาที ฐานละ 10 คน) เด็กเลก็ และทศิ ทางการพัฒนา (10 นาที ฐานละ 10 คน)
ของศูนยพ์ ัฒนาเด็กเลก็
(10 นาที ฐานละ 10 คน)
สรุปและเปดิ ใหม้ ีการซักถามและแลกเปลี่ยนเรียนรู้
ระหว่างทีมวทิ ยากร และผศู้ ึกษาแหลง่ เรยี นรู้
(10 นาที 30 คน)
สรปุ กระบวนการเรียนรู้ กล่าวขอบคุณทีมวิทยากร
(5 นาที 30 คน)
172
แหล่งเรยี นรู้ท่ี 2
กลุม่ เด็กและเยาวชน
ส่วนที่ 1 ขอ้ มลู ท่เี ก่ียวขอ้ งกบั แหล่งเรียนรู/้ กลมุ่
1. แนวคิดแหล่งเรยี นรู้
เนื่องจากนายกองค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิต เล็งเห็นปัญหาของเด็กและเยาวชนในตำบล
โดยเฉพาะปัญหายาเสพติด ซึ่งเป็นปัญหาที่ในตำบลต้องนำมาแก้ไข จึงได้มีการจัดตั้งสภาเด็กและเยาวชนตำบล
พรหมนิมิตขึ้น เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาในกลุ่มเด็กและเยาวชนในตำบลพรหมนิมิต เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชน
ในตำบลมีความรู้ ความสามารถ พร้อมทั้งมีคุณธรรมและจริยธรรม โดยมีกลุ่มแกนนำที่ให้คำปรึกษาเยาวชน โดยมี
แกนนำคือ นายสมเกียรติ คงทิม ซึ่งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิต และคณะบริหารเด็กและ
เยาวชนตำบลพรหมนิมิต ซึ่งมี นางสาวนภัสสร โสภา เป็นต้นแบบในการแก้ไขปัญหา ปัจจุบันกลุ่มเด็กและเยาวชน
มีสมาชิก 300 คน มีทุนของกลุ่มโดยมีการจัดกิจกรรมร่วมกิจกรรมในกาเล่นกีฬา โครงการให้ความรู้การจัด
กิจกรรมร่วมกันกับ องค์การบริหารส่วนพรหมนิมิต ให้มีประสบการณ์ในการร่วมกันจัดกิจกรรม ในวันแม่ การปลูก
ต้นไม้ มีการจัดร่วมกับ องค์การบริหารส่วนตำบลประสบความสำเร็จ มีการชักชวน รุ่นน้องเข้าร่วมกิจกรรมกับ
องค์การบรหิ ารสว่ นตำบล มีการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์มากขนึ้
2. ผลลัพธท์ ี่เกดิ ข้นจากการดำเนินงานของแหลง่ เรยี นรู้
การดำเนินงานด้านเด็กและเยาวชนตำบลพรหมนิมิต ได้สร้างกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
จากการถ่ายทอดด้วยรูปแบบหรือวิธีการที่หลากหลายตามปัจจัยที่เกี่ยวข้อง กับทุกคน ทุกระดับ ซึ่งมีการเรียนรู้
ภายในกลุ่มเดยี วกัน และการเรียนรขู้ า้ มกลุม่ จนเกิดองคค์ วามรูใ้ นดา้ นตา่ ง ๆ
3. วธิ กี ารดำเนนิ งานของแหล่งเรยี นรู้/กลุ่ม
3.1 การกำหนดทิศทางการพฒั นาและตัง้ เป้าหมายร่วมกนั ในระดบั ตำบล
3.2 การออกแบบกิจกรรม หรอื วิธีการแลกเปล่ยี นเรียนรู้ ที่หลากหลาย
3.3 การสรา้ งเครือข่ายเพือ่ ถ่ายทอดประสบการณแ์ ละแลกเปลย่ี นเรียนรู้
4. ผลทค่ี าดวา่ จะเกดิ ขึ้นจากการดำเนนิ งานในอนาคต
เป็นกลุ่มเยาวชนต้นแบบ ที่หนุนเสริมเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญในการสร้างสุขภาวะของตำบล ใน
ประเด็นตา่ ง ๆ ของชุมชนใหม้ คี วามเข้มแข็ง
5. การขยายผลการดำเนินการ
มีวิทยากรที่สามารถถ่ายทอดประสบการณ์ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันได้ตลอดเวลา สำหรับพื้นที่และ
เครือขา่ ย
173
สว่ นท่ี 2 กระบวนการเรียนรู้
1. สิ่งทไี ด้จากการเรยี นรู้
1.1 ต่อตนเอง กระบวนการการมีส่วนร่วม ได้พัฒนาศักยภาพเกิดการเรียนรู้ข้ามกลุ่ม เกิดองค์
ความรใู้ หม่ ๆ มเี ครอื ข่ายและเป็นแรงขับเคลอื่ นกจิ กรรมต่างของชุมชน
1.2 ต่อชุมชน เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มีเครือข่ายกลุ่มเด็กและยาวชนที่ขับเคลื่อนกิจกรรม
ตา่ ง ๆ ของชมุ ชนใหม้ ีความเข้มแข็งและยงั่ ยืนบนพนื้ ฐานความรูท้ ีม่ คี วามเขา้ ใจตรงกนั
2. วธิ กี ารเรียนรู้
เรียนรู้จากแนวคิดของวทิ ยากร เรียนรู้จากกิจกรรม กระบวนการ
3. กิจกรรมการเรยี นรู้ (60 นาที เรียนรู้ได้ 30 คน)
3.1 แนะนำตัววทิ ยากร (5 นาที 30 คน)
๓.๒ เรียนร้แู นวคิดหลกั ของฐานการเรียนรู้ (30 นาท)ี
ฐานท่ี 1 บรรยายเร่อื ง แนวคดิ การรเิ รมิ่ ของกลุ่มเด็กและเยาวชน (๑๐ นาที 10 คน)
ฐานท่ี 2 บรรยายเร่ืองกระบวนการ กจิ กรรมของเด็กทเ่ี ด็กต้องการ (๑๐ นาที 10 คน)
ฐานท่ี 3 บรรยายเรื่องรูปแบบการสง่ เสรมิ ให้เด็กและเยาวชนได้เขา้ มามสี ่วนรว่ ม
ในกิจกรรมสรา้ งสรรคแ์ ละทิศทางการพัฒนาของกลุ่ม (๑๐ นาที 10 คน)
3.3. สรุปและเปิดใหม้ กี ารซักถามและแลกเปลีย่ นเรียนรูร้ ะหว่างทมี วิทยากรและผ้ศู ึกษาแหล่ง
เรยี นรู้ (๑๐ นาที 30 คน)
3.4 สรุปกระบวนการเรยี นรู้ กล่าวขอบคุณทีมวิทยากร (5 นาที 30 คน)
4. วิทยากร ประธานกลมุ่ เด็กและเยาวชน
4.1 นางสาวนภัสสร โสภา กรรมการกลุม่
กรรมการกลมุ่
4.2 นายกิตติ บวั ไข
4.3 นางสาวจริ าภร หวานชอบ
5. สถานท่ฐี านการเรียนรู้
องค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนมิ ติ อำเภอตาคลี จงั หวัดนครสวรรค์
174
กิจกรรมแหล่งเรียนรู้
กลุ่มเดก็ และเยาวชน (60 นาที)
เรียนร้ไู ด้ 30 คน
คณะผ้มู าแลกเปลย่ี นเรียนรู้ทำความรจู้ กั กับทมี วทิ ยากร
(5 นาที 30 คน)
เกริ่นนำการเรยี นร้แู นวคดิ หลักของฐานการเรียนรกู้ ล่มุ เด็กและเยาวชน
(10 นาที 30 คน)
ฐานที่ 1 ฐานท่ี 2 ฐานท่ี 3
บรรยายเรือ่ ง บรรยายเรื่อง บรรยายเร่ือง
แนวคิด การริเริม่ ของ กระบวนการ กิจกรรมของ รปู แบบการสง่ เสริมให้เดก็ และ
กลมุ่ เด็กและเยาวชน เด็กทเ่ี ด็กตอ้ งการ เยาวชนได้เข้ามามสี ว่ นร่วมใน
(10 นาที ฐานละ 10 คน) (10 นาที ฐานละ 10 คน) กจิ กรรมสร้างสรรคแ์ ละทิศ
ทางการพัฒนาของกลุ่ม
(10 นาที ฐานละ 10 คน)
สรปุ และเปิดให้มกี ารซักถาม และแลกเปลีย่ นเรียนรู้
ระหวา่ งทีมวิทยากร และผู้ศกึ ษาแหลง่ เรยี นรู้
(10 นาที 30 คน)
สรปุ กระบวนการเรียนรู้ กลา่ วขอบคุณทีมวทิ ยากร
(5 นาที 30 คน)
175
แหล่งเรียนรูท้ ่ี 3
ศนู ย์การเรียนรู้เศรษฐกจิ พอเพยี ง
ส่วนท่ี 1 ข้อมลู ทเี่ ก่ียวขอ้ งกับแหลง่ เรยี นรู/้ กลมุ่
1. แนวคดิ แหล่งเรียนรู้
เมื่อปี พ.ศ. 2553 ผอ.วันชัย เอี่ยมรักษา เข้ามารับตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนวัดหนองหญ้ารังกา
ได้นำแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในโรงเรียนในการดำเนินงานให้สำเร็จลุล่วงตามเจตนาที่ตั้งไว้ จึง
มอบหมายให้นักการภารโรง ที่มีอุดมการณ์เดียวกันจึงร่วมกันทำและดำเนินการต่าง ๆ วางแนวทางการปฏิบัติและ
วิธีการดำเนินการทำให้โรงเรียนวัดหนองหญ้ารังกาที่มีนักเรียน 50 กว่าคน เป็นศูนย์เรียนรู้ การใช้ชีวิตตามแนว
เศรษฐกิจพอเพียงมีการปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้ ทำปุ๋ยหมัก, น้ำหมักชีวภาพ ใช้แทนปุ๋ยเคมี นำเตาเผาถ่านจากถัง
น้ำมัน 200 ลิตร ถังหมักก๊าซชีวภาพ เป็นต้น ทำให้เด็กนักเรียนมีความรู้ในชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
และถ่ายทอดสู่ครอบครัว ทำให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และมีความสุขทั้งกายและใจ อย่างยั่งยืน ปัจจุบัน ผอ.วัน
ชัย เอี่ยมรักษา ได้ย้ายไปเป็น ผอ.ที่โรงเรียนบ้านเขาฝา และโรงเรียนหนองหญ้ารังกา มีอาจารย์มนัส ศรีสมพร มา
ดำรงตำแหน่งรักษาการ ผอ.ก็ทำตามนโยบายที่ ผอ.วันชัย ทำไว้ตลอดมาและถือปฏิบัติตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจ
พอเพียง ทำให้นักเรียนทำตามรุ่นต่อรุ่น สืบต่อกันมา ทำให้นักเรียนมีความรู้ และถ่ายทอดสู่ครอบครัว ทำให้มีชีวิต
ความเปน็ อยู่ทด่ี ีข้นึ
2. ผลลพั ธเ์ กดิ ขน้ จากการดาเนินงานของแหล่งเรียนรู้
2.1.ประชาชนมคี วามรู้ มคี วามเขา้ ใจ ในหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
2.2 มสี ถานที่ปฏบิ ัตงิ านอยา่ งต่อเนือ่ ง
2.3 ผ้บู ริหารใหก้ ารสนับสนุน
3. วธิ กี ารดำเนินงานของแหลง่ เรียนร/ู้ กลุม่
3.1 ฝึกอบรมถ่ายทอดความรู้และกิจกรรมการดำเนินงานของศูนย์ให้กับผู้ที่สนใจ เช่น เด็ก
เยาวชน และประชาชน
3.2 ถา่ ยทอดความรู้วิธปี ลูกผักไว้ทานเอง นำ้ ส้มควนั ไม้ เตาเผาถา่ นถังนำ้ มัน 200 ลิตร
4. ผลทคี่ าดว่าจะเกดิ ขน้ จากการดาเนินงานในอนาคต
ประชาชนมีชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นต้นแบบสาหรับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ในเรื่อง
เศรษฐกิจพอเพยี งท้งั ในพนื้ ท่แี ละพื้นที่เครอื ขา่ ย
5. การขยายผลการดำเนินการ
เด็กนักเรียนนำความรู้ถ่ายทอดให้กับผู้ปกครอง และประชาชนนำไปทำใช้เอง ครอบครัวลดรายจ่าย และ
ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม
176
สว่ นที่ 2 กระบวนการเรยี นรู้
1. สง่ิ ทไี่ ดจ้ ากการเรียนรู้
1.1 ต่อตนเอง เป็นการปลูกฝังให้มีนิสัยทานผักปลูกเองและรักสิ่งแวดล้อม ส่งผลทำให้สุขภาพ
ร่างกายแขง็ แรง
1.2 ต่อครอบครัว ลดปัญหาสารพิษตกค้างในร่างกาย ครอบครัวหันมาปลูกผักสวนครัวทานเอง
ในครวั เรอื น
1.3 ต่อชุมชน ก่อให้เกิดการตื่นตัวของคนในชุมชนหันมาใส่ใจสุขภาพของตนเอง และรณรงค์
การทำเกษตรอินทรยี ์ตำบลพรหมนิมติ
2. วธิ กี ารเรยี นรใู้ นเร่อื งเศรษฐกิจพอเพียง
2.๑ เรยี นรูจ้ ากแนวคดิ ของวิทยากรจาก ศนู ย์การเรยี นรเู้ ศรษฐกจิ พอเพียง
๒.2 ฝกึ ปฏบิ ตั ิกระบวนการสร้างการเรยี นรู้ “โครงงานเกษตรอินทรีย์
3. กิจกรรมการเรยี นรู้ (60 นาที เรยี นรไู้ ด้ 30 คน)
3.1 แนะนำตัววิทยากร (5 นาที 30 คน)
๓.๒ เรียนร้แู นวคิดหลักของ “ศูนยก์ ารเรยี นรู้เศรษฐกิจพอเพียง” (10 นาที 30 คน)
ฐานที่ 1 บรรยายเรื่องแนวทางการจัดกิจกรรม และผลที่เกิดขึ้นจาก “ศูนย์การเรียนรู้
เศรษฐกจิ พอเพียง” ฝึกปฏบิ ตั ิกระบวนการสร้างการเรยี นรู้ “โครงงานเกษตร
อินทรยี ์” (๑๐ นาที 10 คน)
ฐานที่ 2 บรรยายเรือ่ งฝึกปฏิบัติกระบวนการคิดในการส่งเสริมการทำเกษตรอินทรยี ์
ทัง้ ระดบั ตนเอง ระดบั ครอบครวั (๑๐ นาที 10 คน)
ฐานท่ี 3 เยีย่ มชมส่วนเกษตรอนิ ทรีย์ทศ่ี นู ยก์ ารเรยี นร้เู ศรษฐกจิ พอเพียง
(๑๐ นาที 10 คน)
3.3 สรุปและเปิดให้มีการซักถาม และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างทีมวิทยากร และผู้ศึกษาแหล่ง
เรยี นรู้ (๑๐ นาที 30 คน)
3.4 สรปุ กระบวนการเรียนรู้ กล่าวขอบคณุ ทีมวทิ ยากร (5 นาที 30 คน)
4. วทิ ยากร ครผู ู้ฝึกสอน
4.1 นายมนัส ศรสี มพร กรรมการกลุ่ม
กรรมการกลมุ่
4.2 นางสายทอง ดวงจิตร์
4.3 นายบุญเชดิ พาทมุ โสม
5. สถานท่ฐี านการเรยี นรู้
โรงสีชุมชน หม่ทู ี่ 6 บ้านหนองหญา้ รังกา ตำบลพรหมนิมติ อำเภอตาคลี จงั หวดั นครสวรรค์
177
กจิ กรรมแหล่งเรยี นรู้
ศูนยก์ ารเรยี นรเู้ ศรษฐกิจพอเพียง (60 นาที)
เรียนรูไ้ ด้ 30 คน
คณะผ้มู าแลกเปลีย่ นเรียนร้ทู ำความรจู้ ักกับทมี วิทยากร
(5 นาที 30 คน)
เกริ่นนำการเรยี นรแู้ นวคดิ หลกั ของฐานการเรยี นรศู้ ูนย์การเรียนร้เู ศรษฐกิจพอเพียง
(10 นาที 30 คน)
ฐานที่ 1 ฐานท่ี 2 ฐานที่ 3
บรรยายเรอ่ื ง บรรยายเรื่อง บรรยายเร่ือง
บรรยายเรื่องแนวทางการจดั ฝกึ ปฏบิ ัตกิ ระบวนการคดิ ในการ เยย่ี มชมส่วนเกษตรอนิ ทรยี ท์ ี่ศนู ย์
กจิ กรรม และผลท่ีเกดิ ขนึ้ จาก ส่งเสรมิ การทำเกษตรอินทรีย์ การเรียนรเู้ ศรษฐกจิ พอเพยี ง
“ศูนยก์ ารเรียนรู้เศรษฐกจิ พอเพียง ทัง้ ระดบั ตนเอง ระดบั ครอบครวั (10 นาที ฐานละ 10 คน)
”ฝกึ ปฏิบัติกระบวนการสร้างการ (10 นาที ฐานละ 10 คน)
เรียนรู้ “โครงงานเกษตรอนิ ทรีย์”
(10 นาที ฐานละ 10 คน)
สรปุ และเปิดใหม้ ีการซกั ถามและแลกเปลี่ยนเรยี นรู้
ระหวา่ งทีมวิทยากร และผู้ศึกษาแหลง่ เรียนรู้
(10 นาที 30 คน)
สรปุ กระบวนการเรยี นรู้กล่าวขอบคุณทีมวิทยากร
(5 นาที 30 คน)