The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ศักยภาพของทุนทางสังคม จำแนกตามระบบการเรียนรู้ (แหล่งเรียนรู้) ต.พรหมนิมิต อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by dchayaporn, 2022-07-09 11:28:06

กระบวนการเรียนรู้

ศักยภาพของทุนทางสังคม จำแนกตามระบบการเรียนรู้ (แหล่งเรียนรู้) ต.พรหมนิมิต อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์

178

แหลง่ เรียนรทู้ ี่ 4
กลมุ่ ปฏบิ ตั ิธรรม (วดั หลังเขา)

สว่ นที่ 1 ข้อมลู ท่เี ก่ยี วขอ้ งกบั แหล่งเรยี นรู้/กลมุ่

1. แนวคิดแหลง่ เรยี นรู้
พระครูนิเวศธรรมาวุธ (หลวงพ่อบัวเผื่อน วิสุทธสีโล) ธุดงค์มา ณ บริเวณไหล่เขาช่องแค เห็นบริเวณ
สถานที่เหมาะแก่การประพฤติปฏิบัติธรรมและอนุรักษ์ป่าไม้ จึงได้ลงมือสร้างวัดและชักชวนให้ชาวบ้านร่วมกัน
สร้างถาวรวัตถุต่าง ๆ มีโบสถ์ วิหาร ศาลา เพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมและเผยแพร่พุทธศาสนาต่อไป การสร้าง
ถาวรวัตถุต่าง ๆ ได้สำเร็จลง พุทธศาสนิกชนได้เข้ามาทำบุญตักบาตร ฟังเทศน์ฟังธรรมในวันพระและวันสำคัญทาง
ศาสนาต่าง ๆ หลวงพ่อบัวเผื่อน ได้ริเริ่มทำบุญบวชชีพราหมณ์ให้แก่พุทธศาสนิกชนที่ประสงค์เข้ามาถือศีลเจริญ
ภาวนา มีความสงบเย็นสบาย ให้แก่ผู้ที่เข้ามาปฏิบัติธรรมเรื่อยมา หลวงพ่อบัวเผื่อน ได้มรณภาพลงเมื่อ ปี พ.ศ.
2548 พระมหาสมบัติ ปริปุณโณ เปรียญธรรม 5 ประโยค หลายชายของหลวงพ่อได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส
เป็นพระรูปที่ 2 สืบทอดเจตนาของหลวงพ่อบัวเผื่อนต่อเรื่อยมา ปัจจุบันมีพุทธศาสนิกชนมาปฏิบัติธรรมกันเป็น
จำนวนมาก และเข้ามาทำบุญตักบาตร ฟังเทศน์ ฟังธรรมรักษาศีล เจริญภาวนา ทุกวันพระหรือตามเทศกาลงาน
บญุ วนั สำคญั ทางพระพุทธศาสนาหรอื ตามโอกาสพเิ ศษของพทุ ธศาสนิกชนทีต่ ้องการเข้าวัดมาปฏบิ ตั ิธรรม

2. ผลลัพธ์ที่เกดิ ขน้ จากการดำเนนิ งานของแหลง่ เรยี นรู้
กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มเด็ก เยาวชนและประชาชนทั่วไปประพฤติ ปฏิบัติธรรม ทำบุญ ตักบาตร ฟังเทศน์
ฟงั ธรรม รักษาศลี เจรญิ จิตภาวานา

3. วธิ ีการดำเนินงานของแหลง่ เรียนรู้/กลุ่ม
3.1 มีการร่วมกลุม่ ปฏิบัติธรรม
3.2 จัดทำข้อมูลผทู้ ่มี าปฏบิ ัตธิ รรม
3.3 ทำบญุ ตกั บาตร ฟงั เทศน์ ฟงั ธรรม รกั ษาศลี เจรญิ สมาธิ

4. ผลท่คี าดว่าจะเกิดขนึ้ จากการดำเนนิ งานในอนาคต
ประชาชนเผยแผห่ ลกั ธรรมคำสง่ั สอนขององคส์ มเดจ็ พระสัมมาสมั พทุ ธเจา้ ให้ประชาชนทัง้ หลาย ได้เขา้ ใจ
ธรรมะมากขนึ้ อยา่ งถูกต้องแทจ้ ริง

5. การขยายผลการดำเนินการ
มีวิทยากรที่รู้เรื่องธรรมะอย่างแท้จริง ที่สามารถถ่ายทอดประสบการณ์และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันได้
ตลอดเวลา สำหรับพ้ืนทแ่ี ละเครือข่าย

179

ส่วนที่ 2 กระบวนการเรยี นรู้

1. ส่งิ ทไ่ี ด้จากการเรียนรู้
1.1 ต่อตนเอง ได้เข้าใจในหลักธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อย่าง

ถูกต้องแท้จรงิ
1.2 ตอ่ ครอบครัว นอ้ มนำหลกั ธรรมคำสั่งสอน มาพฤตปิ ฏบิ ตั ิในครอบครัว
1.3 ต่อชมุ ชน เปน็ หนทางให้ก้าวผา่ น ห้วงแห่งความทุกข์ สู่มรรคผลนพิ พานตอ่ ไป

2. วธิ กี ารเรียนรู้

2.๑ เรียนรจู้ ากแนวคดิ ของวทิ ยากร

๒.2 เรยี นรู้เรอ่ื งเจรญิ จิตภาวนา นงั่ สมาธิ
2.๓ เรียนรูเ้ รื่องเจรญิ สติ เดินจงกรม

3. กจิ กรรมการเรียนรู้ (60 นาที เรยี นรไู้ ด้ 30 คน)
3.1 แนะนำตวั วิทยากรกลุม่ ปฏิบตั ิธรรม (วัดหลังเขา) (5 นาที 30 คน)

๓.๒ เรยี นรแู้ นวคิดหลกั ของฐานการเรยี นรู้ (30 นาที)

ฐานที่ 1 บรรยายเร่ืองหลกั ธรรมคำส่ังสอนขององคส์ มเด็จพระสมั มาสัมพทุ ธเจา้
ในเร่ืองประพฤตปิ ฏิบตั ิธรรม (๑๐ นาที 10 คน)

ฐานท่ี 2 บรรยายเรื่องเจริญจิตภาวนา น่ังสมาธิ (๑๐ นาที 10 คน)

ฐานท่ี 3 บรรยายเรอ่ื งเจรญิ สติ เดินจงกรม (๑๐ นาที 10 คน)
3.3 สรุปและเปิดให้มีการซักถามและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างทีมวิทยากรและผู้ศึกษาแหล่ง

เรยี นรู้ (๑๐ นาที 30 คน)

3.4 สรปุ กระบวนการเรียนรู้ กล่าวขอบคณุ ทมี วทิ ยากร (5 นาที 30 คน)

4. วทิ ยากร เจ้าอาวาสวัดหลงั เขา
กรรมการกลุ่ม
4.1 มหาสมบตั ิ ปริปุณโณ
4.2 นายบุญเชดิ พาทมุ โสม กรรมการกลุ่ม

4.3 นางสาวงามนดิ ยืนยง

5. สถานที่ฐานการเรียนรู้
วดั พรหมนิมิต (วัดหลังเขา) ตำบลพรหมนิมติ อำเภอตาคลี จงั หวดั นครสวรรค์

180

กจิ กรรมแหลง่ เรยี นรู้ เรยี นรู้ได้ 30 คน
กล่มุ ปฏิบตั ิธรรม (วดั หลงั เขา) (60 นาที)

คณะผมู้ าแลกเปล่ียนเรยี นรู้ทำความรจู้ กั กับทมี วิทยากร
(5 นาที 30 คน)

เกริน่ นำแนวคดิ ความเป็นมาของกลุ่มปฏบิ ตั ิธรรมวัดหลงั เขา
(10 นาที 30 คน)

ฐานท่ี 1 ฐานที่ 2 ฐานที่ 3
บรรยายเรอ่ื ง บรรยายเรื่อง บรรยายเรอ่ื ง
หลกั ธรรมคำส่ังสอนขององค์ เจริญจติ ภาวนา นั่งสมาธิ เจริญสติ เดินจงกรม
สมเด็จพระสัมมาสมั พทุ ธเจ้าใน (10 นาที ฐานละ 10 คน) (10 นาที ฐานละ 10 คน)
เร่อื งประพฤติ ปฏบิ ตั ธิ รรม
(10 นาที ฐานละ 10 คน)

- รว่ มแลกเปล่ียนเรียนรู้ ซกั ถามข้อสงสัย ประโยชนท์ เี่ กิดข้ึน
- สรุปผลทไ่ี ดจ้ ากการเรยี นรู้

- การนำไปปรับใชก้ บั พนื้ ท่แี ละตำบล
- ขอ้ สงสยั ในการเรยี นรู้
(10 นาที 30 คน)

สรปุ กระบวนการเรยี นรู้ กล่าวขอบคณุ ทีมวิทยากร
(5 นาที 30 คน)

181

แหล่งเรยี นรทู้ ่ี 5
กลุ่มธนาคารขยะรีไซเคลิ

ส่วนที่ 1 ขอ้ มลู ท่เี กย่ี วข้องกบั แหลง่ เรยี นร/ู้ กลมุ่

1. แนวคิดแหลง่ เรยี นรู้
ขยะมูลฝอยเป็นปัญหาหนึ่งในหลายปัญหาที่เกิดขึ้นทุกพื้นที่ส่งผลกระทบให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพและ
ต่อสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ปัจจุบันจำนวนประชาชนได้เพิ่มมากขึ้นทุกปี ทำให้เกิดปัญหาปริมาณขยะทวีเพิ่มมากขึ้น
ในทุกพื้นที่ นายสมเกียรติ คงทิม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิต เล็งเห็นความสำคัญในเรื่องขยะจึงทำ
โครงการธนาคารขยะกับโรงเรียนในตำบลและจัดตั้งธนาคารขยะ 3 โรงเรียนให้กับเด็ก คือ (๑) โรงเรียนคลองแปด
ประชาสรรค์ (๒) โรงเรียนหนองหญ้ารังกา (๓) โรงเรียนบ้านกกกว้าว 10 กันยายน 2555 นายสมเกียรติ คงทิม
นายกองค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิต ได้จัดกิจกรรมและให้รางวัลสำหรับเด็กที่เก็บขยะรีไซเคิลได้มากที่สุดมี
รางวัลให้กับเด็กนักเรียนทุกโรงเรียนในตำบล 3 โรงเรียนและประสานกับ ผอ.โรงเรียนให้ช่วยเป็นกรรมการตัดสิน
มรี างวลั คือ รถจกั รยาน โรงเรยี นละ 5 คัน ผอ. 3 โรงเรยี น ก็ทำโครงการขยะรีไซเคลิ ต่อยอดออกไป

2. ผลลัพธท์ ่เี กิดข้นจากการดำเนนิ งานของแหล่งเรียนรู้
การดำเนินงานดา้ นธนาคารขยะรีไซเคลิ กบั กล่มุ เดก็ โรงเรยี น 3 แห่ง ในตำบลพรหมนมิ ิต ได้สร้างกจิ กรรม
ต่าง ๆ เพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จากการถ่ายทอดด้วยรูปแบบหรือวิธีการที่หลากหลายตามปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับ
ทกุ คน ทุกระดบั ซ่ึงมีการเรียนรู้ภายในกลุ่มเดียวกนั และการเรยี นรูข้ า้ มกลุ่ม จนเกิดองค์ความรู้ในด้านต่าง ๆ

3. วธิ กี ารดำเนินงานของแหลง่ เรียนร/ู้ กล่มุ
3.1 กำหนดทิศทางการพัฒนา และตั้งเปา้ หมายร่วมกนั ในกลมุ่ เด็กนกั เรยี นเร่ืองขยะรีไซเคลิ
3.2 การออกแบบกจิ กรรม หรอื วิธกี ารแลกเปล่ยี นเรยี นรู้ทหี่ ลากหลาย
3.3 การสร้างเครอื ข่ายเพอื่ ถา่ ยทอดประสบการณ์และแลกเปลี่ยนเรยี นรู้

4. ผลทค่ี าดวา่ จะเกดิ ขึน้ จากการดำเนนิ งานในอนาคต
เป็นกลุ่มเยาวชนต้นแบบที่หนุนเสริม เป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญในการสร้างสุขภาวะของตำบล ใน
ประเดน็ เรือ่ งขยะรไี ซเคิลของชมุ ชนใหม้ ีความเข้มแข็ง

5. การขยายผลการดำเนนิ การ
มีวิทยากร เป็นอาจารย์ 3 แห่งในตำบล ที่สามารถถ่ายทอดประสบการณ์ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน
ไดต้ ลอดเวลาสำหรับพื้นทีแ่ ละเครือขา่ ย

182

ส่วนท่ี 2 กระบวนการเรยี นรู้

1. สิง่ ทไี่ ดจ้ ากการเรียนรู้

1.1 ตอ่ ตนเอง เพอื่ เกิดจิตสำนึกและเห็นความสำคัญของการคดั แยกขยะ
1.2 ต่อครอบครัว ลดปัญหาที่เกี่ยวข้องการจัดการขยะ ส่งเสริมการลักษณะนิสัย ปลูกฝังเรื่อง

การจัดการขยะในครัวเรอื น

1.3 ต่อชุมชน ก่อให้เกิดแนวทางการจัดการขยะในชุมชน มีถังขยะแบบแยกประเภท มีระบบ
การจัดการขยะที่ชมุ ชนมีสว่ นรว่ ม

๒. วิธีการเรียนรู้
2.๑ เรยี นรู้แนวคดิ ของแหล่งเรียนรู้ “ธนาคารขยะรไี ซเคลิ ”
2.๒ เรียนรกู้ ิจกรรม คดั แยกขยะ และกิจกรรมต่าง ๆ พรอ้ มฝกึ ปฏิบตั กิ ารคัดแยกขยะ
2.3 นำเสนอโดยตัวแทนกลุ่ม สรุปผลการเรียนรู้ การนำไปปรับใช้กับตนเอง ครอบครัว และ

ชุมชน รวมถงึ ร่วมออกแบบกจิ กรรมในการสง่ เสรมิ การจัดการขยะในพ้นื ทที่ ี่อยากให้เกดิ ขึ้นในชุมชน

๓. กิจกรรมการเรยี นรู้ (60 นาที เรยี นรู้ได้ 30 คน)

3.1 ผูแ้ ลกเปลย่ี นเรียนรทู้ ำความรู้จักกับทีมวิทยากร (5 นาที 30 คน)
3.2 เรียนรแู้ นวคิดของฐานเรยี นรู้ “ธนาคารขยะรีไซเคลิ ” (10 นาที 30 คน)

ฐานที่ 1 เกรนิ่ นำแนวคิด ความเปน็ มา เรอ่ื ง “การจดั การขยะ” (10 นาที 10 คน)

ฐานท่ี 2 ปฏบิ ัติการจริง “การคัดแยกขยะ” แนวทางการปลกู ฝังและสร้างจติ สำนึก
เรอ่ื งการจดั การขยะด้วยตนเอง (10 นาที 10 คน)

ฐานที่ 3 นำเสนอสรุปผลกระบวนการคิดในการสง่ เสรมิ เร่ืองธนาคารขยะ
โดยเทยี บเคยี งจากฐานเรยี นรหู้ รอื ประสบการณ์จากชุมชนของตนเอง

(10 นาที 10 คน)

3.4 ร่วมแลกเปลีย่ นเรยี นรู้ ซักถามข้อสงสยั ประโยชน์ท่เี กิดขึน้ (10 นาที)
- สรปุ ผลที่ไดจ้ ากการเรยี นรู้

- การนำไปปรบั ใชก้ บั ตนเอง ครอบครัว ชุมชน

- ข้อสงสยั ในการเรยี นรู้

3.5 ผเู้ ข้าเรยี นรสู้ รปุ กระบวนการเรียนรู้ กล่าวขอบคณุ ทมี วทิ ยากร (5 นาท)ี

4. วิทยากร ครูผฝู้ กึ สอน
4.1 นายมนัส ศรสี มพร ครูผฝู้ ึกสอน
ครผู ฝู้ กึ สอน
4.2 นายประดิษฐ์ พุม่ ลำเจยี ก

4.3 นางวไิ ลวรรณ มีเยน็

5. สถานทีฐ่ านการเรยี นรู้
โรงเรียนคลองแปดประชาสรรค์ โรงเรียนวัดหนองหญ้ารัง โรงเรียนบ้านกกกว้าว ตำบลพรหมนิมิต อำเภอ
ตาคลี จังหวดั นครสวรรค์

183

กิจกรรมแหลง่ เรยี นรู้
กลุม่ ธนาคารขยะรีไซเคลิ (60 นาที)

รับเพอื่ นไดค้ ร้งั ละ 30 คน

คณะผู้มาแลกเปล่ยี นเรยี นร้ทู ำความรจู้ ักกับทมี วทิ ยากร
(5 นาที 30 คน)

เรียนรูแ้ นวคิดของฐานเรียนรู้ “ธนาคารขยะรีไซเคิล”
(10 นาที 30 คน)

ฐานท่ี 1 ฐานท่ี 2 ฐานท่ี 3
บรรยายเร่อื ง บรรยายเร่อื ง บรรยายเรือ่ ง
เกร่นิ นำแนวคิด ความเป็นมา ปฏบิ ตั กิ ารจรงิ “การคดั แยก นำเสนอสรุปผลกระบวนการคดิ
เร่ือง “การจดั การขยะ” ขยะ”แนวทางการปลูกฝังและ ในการสง่ เสริมเรือ่ งธนาคารขยะ
(10 นาท)ี ฐานละ 10 คน สรา้ งจติ สำนกึ เร่อื งการจดั การ โดยเทยี บเคยี งจากฐานเรยี นรู้
ขยะดว้ ยตนเอง หรอื ประสบการณ์จากชุมชน
(10 นาท)ี ฐานละ 10 คน ของตนเอง
(10 นาท)ี ฐานละ 10 คน

- รว่ มแลกเปลีย่ นเรียนรู้ ซกั ถามข้อสงสยั ประโยชนท์ เี่ กิดข้นึ
- สรปุ ผลท่ไี ดจ้ ากการเรียนรู้

- การนำไปปรบั ใช้กับพน้ื ท่แี ละตำบล
- ข้อสงสยั ในการเรียนรู้
(10 นาที 30 คน)

สรปุ กระบวนการเรยี นรู้ กล่าวขอบคณุ ทมี วิทยากร
(5 นาที 30 คน)

ระบบที่ 6
ระบบการดูแลสขุ ภาพชุมชน

ประกอบดว้ ย 2 แหล่งเรียนรู้ ดงั น้ี
1. กองทุนหลกั ประกันสขุ ภาพ (สปสช.)
2. กลุ่ม อสม.

185

๖. ระบบการดแู ลสขุ ภาพชุมชน

๑. แนวคิดหลกั
จากการดำรงชีวิตประจำวันของประชาชนในตำบลพรหมนิมิต ณ ปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอาหาร

การกิน การประกอบอาชีพ การดำรงชีพในชีวิตประจำวันที่ทำให้เกิดความเครียด ขาดการดูแลสุขภาพร่างกาย จน
ก่อเกิดปัญหาด้านสุขภาพร่างกาย ดังนั้นตำบลพรหมนิมิตจึงเล็งเห็นถึงความสำคัญในการดูแลรักษาสุขภาพของคน
ในชุมชน เพื่อให้ชุมชนสามารถดูแลตนเอง ปฏิบัติตนเองให้ถูกต้อง มุ่งเน้นการดูแลป้องกัน บริการตรวจรักษา และ
ให้ความรู้ สร้างจิตอาสาเพื่อดูแลผู้ป่วย รวมทั้งการส่งเสริมเรื่องการทำกิจกรรมร่วมกัน เพื่อให้เกิดความรัก ความ
สามัคคใี นชุมชนชว่ ยเหลอื ซง่ึ กันและกนั

2. เสน้ ทางการพฒั นาระบบการดูแลสุขภาพชุมชน

ระยะการปรับโครงสร้างเพอื่ การพฒั นา (พ.ศ. 2534)
ปี พ.ศ. 2534 ตามนโยบายรัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุข มีการคัดเลือกอาสาสมัครสาธารณสุขมูล
ฐาน (อสม.) เพื่อเป็นองค์กรภาคประชาชนภาคีร่วมกับองค์กรภาครัฐ ทำหน้าที่ดูแลและให้บริการงานด้าน
สาธารณสุข และประชาชนในพื้นที่ประสบปัญหาไม่มีผู้ดูแลในด้านสุขภาพทำให้เกิดปัญหาโรคติดต่อและโรคเรื้อรัง
เกิดขนึ้

ระยะการพฒั นาองคก์ ร บรู ณาการเพอื่ ขบั เคลือ่ นเชงิ ระบบ (พ.ศ. 2552 - พ.ศ. 2556)
ปี พ.ศ. 2552 นโยบายของรัฐบาลให้มีอาสาสมัครสาธารณสุขมูลฐาน (อสม.) เพิ่มขึ้นเพื่อดูแลในหมู่บ้าน
มีแผนการปฏิบัติงานแผนงานในการทำงานและมีค่าตอบแทนให้อาสาสมัครสาธารณสุขมูลฐาน (อสม.) ทำให้มี

186

อาสาสมัครสาธารณสุขมูลฐาน (อสม.) เพิ่มขึ้น ทั้งหมด 105 คน ได้มีแกนนำ คือ นายบวรนันท์ เนตรน้อย ที่เป็น
ผูน้ ำการเริ่มการทำงานอยา่ งเป็นระบบ มีตัวแทนเป็นประธานอาสาสมัครสาธารณสขุ มูลฐาน (อสม.) ประจำตำบล

ปี พ.ศ. 2553 นโยบายจากรัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินการร่วมกับองค์กรปกครองส่วน
ท้องถิ่น จัดตั้งกองทุนหลักประกันสุขภาพข้ึน เพื่อเป็นการขยายผลถึงประชาชนในตำบล ในพื้นที่ได้รับการดูแลด้าน
สุขภาพมากขึ้นและเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาสุขภาพให้มีความทั่งถึงและเข้าถึงประชาชน ทางผู้บริหารของตำบล
พรหมนิมิต คือ นายสมเกียรติ คงทิม เล็งเห็นปัญหา เรื่องสุขภาพประชาชนและแก้ไขปัญหาสุขภาพประชาชนใน
ตำบลและได้จัดตั้งคณะกรรมการทำหน้าที่บริหารกองทุนฯ ทำให้ประชาชนได้รับการดูแลด้านสุขภาพร่างกาย
เขา้ ถึงประชาชนมากข้ึน ตงั้ แตเ่ ดก็ เยาวชน ผสู้ งู อายุ คนพกิ าร

ปี พ.ศ. 2554 โดยทีมงานของกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติตำบลพรหมนิมิต (สปสช.) และกลุ่ม
อาสาสมัครสาธารณสุขมูลฐาน (อสม.) ดำเนินการร่วมกันจัดซื้อไม้เท้าให้แก่ผู้สูงอายุ โดยการสนับสนุนจากกองทุน
หลกั ประกนั สุขภาพแหง่ ชาติรว่ มกบั องคก์ ารบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิต

ระยะการพฒั นาเขา้ สยู่ คุ จดั การตนเอง (พ.ศ. 2557 ถึง ปจั จุบัน)
ปี พ.ศ. 2557 องค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิต ร่วมกับ กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
(สปสช.) มีการบริหารกองทุนโดยท่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิต คือ นายสมเกียรติ คงทิม และ
คณะกรรมการ ทำให้ประชาชนได้รับการดูแลด้านสุขภาพร่างกายอย่างเข้าถึงและอย่างครบถ้วนและประชาชนใน
ตำบลไดร้ ับผลประโยชน์ทั่วถึง

ปี พ.ศ.2557 กลุ่มอาสมัครสาธารณสุขมูลฐาน (อสม.) จากการดำเนินงานตามบทบาทหน้าที่ เช่น การ
ดแู ลผู้ป่วยติดบ้าน ผู้ป่วยตดิ เตยี ง และติดตามเฝ้าระวัง พรอ้ มท้ังคัดกรองผูป้ ว่ ยโรคเร้อื รัง สามารถลดการเกดิ ปญั หา
ดา้ นสขุ ภาพได้ ในเบื้องต้นทำใหป้ ระชาชน ได้มกี ารดูแลตวั เองในดา้ นสุขภาพร่ายกายและสขุ ภาพอนามยั ทด่ี ีขึ้น

ระบบการดแู ลสขุ ภาพ ประกอบด้วย แหล่งเรยี นรู้ 2 แหลง่ ดงั นี้

(1) กองทนุ หลกั ประกนั สขุ ภาพ (สปสช.)
(2) กลุ่ม อสม.

187

3. ผลกระทบทเี่ กดิ ขนึ้ จากการดำเนินงานของระบบการดแู ลสุขภาพ
3.1 ดา้ นการเมอื งการปกครอง
จากข้อมูลสมาชิกในครัวเรือนมีส่วนร่วมในกิจกรรมของชุมชนในตำบลพรหมนิมิต โดยการสำรวจข้อมูล

ระบบ (TCNAP) ตำบลพรหมนิมิต มีจำนวน 1,241 ครัวเรือน พบว่ามีสมาชิกในครัวเรือนมีส่วนร่วมในกิจกรรม
ของชุมชน จำนวน 1,182 ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 95.79 โดยกิจกรรมที่เข้าร่วมมากที่สุด 3 อันดับแรกคือการ
ใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาจำนวน 1,160 ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 51.81 รองลงมา คือ ร่วมทำประชาวิจารณ์
ร่วมเวทีประชาคมร่วมประชุมหมู่บ้านจำนวน 690 ครัวเรือนคิดเป็นร้อยละ 30.82 และทำแผนชุมชนและตำบล
จำนวน 275 ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 12.28 ไม่มีปัญหาการขัดแย้งทางการเมือง คิดเป็นร้อยละ 99.76 มี
ปัญหาการขัดแย้งทางการเมือง คิดเป็นร้อยละ 0.24 ซึ่งจะเห็นได้ว่า จากการบริหารจัดการตำบลตามโครงการ
พัฒนาการมีส่วนร่วมและเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนโดยส่งเสริมและสร้างจิตสานึกให้แก่ชุมชนในการมีส่วน
ร่วมระหว่างภาคประชาชน หน่วยงานองค์กรท้องถิ่น ท้องที่ องค์กรภาครัฐ และองค์ภาคเอกชนเป็นเครื่องมือ เช่น
การส่งเสริมพัฒนาชุมชน การสนับสนุนองค์ความรู้ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา แล้วพบว่าชุมชนมีส่วนร่วม
มากขึน้ ส่วนปญั หาความขัดแยง้ ทางการเมอื งมีน้อยมาก

องค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิตบริหารงานโดยยึดหลักธรรมาภิบาลในด้านการบริหารงานราชการ
“แบบมีส่วนร่วม” โดยการเปิดโอกาสให้ภาคประชาชน และภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารงานท้องถ่ิน
มากขึ้น เปิดโอกาสให้มีการเสนอแนะร่วมแสดงความคิดเห็น และมีส่วนในการร่วมพัฒนาดูแลชุมชน เช่น กิจกรรม
เด็กและเยาวชน กิจกรรมอบรมป้องกันสาธารณะภัยฝ่ายประชาชน โดยมีภาคเอกชนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมใน
การร่วมกิจกรรมเด็กและเยาวชนกิจกรรมอบรมป้องกันสาธารณะภัยฝ่ายประชาชน เพื่อสร้างกลไกภายในชุมชนที่มี

188

การบริหารจัดการร่วมกันอย่างยั่งยืน ซึ่งถือได้ว่าเป็นการดำเนินงานแบบมีส่วนร่วม ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาค
ประชาชน ในการขับเคล่อื นการพฒั นาตำบลให้เกดิ ความเข้มแข็ง

3.2 ดา้ นสังคม
ตำบลพรหมนิมิตเป็นตำบลที่มีพื้นที่เปิด เนื่องจากมีอาณาเขตติดต่อเขตชุมชนเมือง มีถนนผ่านเส้นทางท่ี
ใช้ติดต่อ คือ ทางหลวงสายเอเชีย หมายเลข ๑ จึงเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อสิ่งเสพติดและปัญหาการผู้ดื่มสุราจากระบบ
ข้อมูลขององค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิต จากสภาพพื้นที่ที่มีความเสี่ยงด้าน ทางองค์การบริหารส่วนตำบล
พรหมนิมิตก็ได้ให้เล็งเห็นถึงความสำคัญในด้านการป้องกันและแกไขปัญหายาเสพติด โดยได้ตั้งศูนย์ประสานงาน
ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดและจัดกิจกรรมอบรมให้เด็กและเยาวชน ขึ้นอีกทั้งยังให้ความสำคัญกับความ
ปลอดภัยของชุมชน ได้มีการสนับสนุนการรวมกลุ่มในชุมชนเพื่อทำหน้าที่ตรวจตา ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย
และความปลอดภัยในชุมชน และยังรวมทั้งสนับสนุนกิจกรรมการช่วยเหลือผู้ที่ประสบภัยอุบัติเหตุ และภัยจาก
ธรรมชาติ โดยช่วยเหลือทั้งภายในตำบลและใกล้เคียง ภายใต้การทำงานของศูนย์ป้องกันสาธารณภัยตำบลพรหม
นิมิต โดยความร่วมมือของอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน และเครือข่ายกู้ชีพองค์การบริหารส่วนตำบลพรหม
นิมติ

จากข้อมูลสำรวจข้อมูล (TCNAP) จำแนกตามการแก้ไขปัญหากรณีพิพาทและการไกล่เกลี่ยที่เกิดขึ้นกับ
ครัวเรือน ของปัญหาการทะเลาะวิวาท ทำร้ายร่างกาย พบว่ามีปัญหาทะเลาะวิวาท ทำร้ายร่างกาย คิดเป็นร้อยละ
0.41 ปัญหาการบุกรุกพื้นที่ คิดเป็นร้อยละ 0.08ปัญหาการลักทรัพย์ คิดเป็นร้อยละ 0.24 ปัญหาชู้สาว คิดเป็น
ร้อยละ 0.08 ปัญหาการเข้าถึงและการใช้ประโยชน์ทรัพยากรในพื้นที่ คิดเป็นร้อยละ 0.16 ส่วนใหญ่ใช้วิธีจัดการ
ไกล่เกลี่ยโดยใช้คนหลักคือ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รองลงมาเป็นพ่อแม่ผู้ปกครอง ในพื้นที่ดังนั้นองค์การบริหารส่วน
ตำบลพรหมนิมิตจึงได้จัดตั้งศูนย์รับปรึกษาปัญหาด้านกฎหมายไว้บริการประชาชนเพื่อไกล่เกลี่ยกรณีพิพาท
เบื้องต้นในระดับหมู่บ้านและตำบล จากข้อมูลวิจัยชุมชน RECAP พบว่ามีทุนบุคคล จำนวน 101 คน ทุนที่เป็น
กลุ่ม องค์กร จำนวน 74 กลุ่ม และทุนที่เป็นหน่วยงานและ แหล่งประโยชน์ จำนวน 64 แห่ง ประชาชนตำบล
พรหมนิมิตส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ คิดเป็นร้อยละ 99.82 มีนับถือศาสนาคริสต์ คิดเป็นร้อยละ 0.06 สถานท่ี
สาหรับประกอบศาสนาและพิธีกรรมทางศาสนา มีวัด 7 แห่ง โบสถ์ 5 แห่ง ประชาชนมีความรักความสามัคคีเป็น
หนงึ่ เดียว มีความเป็นอยู่ที่เรยี บงา่ ย สามารถเข้าถึงการบรกิ ารสาธารณะไดอ้ ย่างครอบคลมุ

3.3 ดา้ นเศรษฐกจิ
จากข้อมูลการประกอบอาชีพของประชาชนในตำบลพรหมนิมิต โดยการสำรวจระบบข้อมูลตำบล
(TCNAP) พบว่า ประชาชนตำบลพรหมนิมิต มีอาชีพหลัก โดยเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย 3 อันดับแรก พบว่า
อาชีพหลักของประชาชนในตำบลพรหมนิมิตมากที่สุด คือรับจ้างทั่วไป/บริการคิดเป็นร้อยละ 33.08 รองลงมาคือ
พนักงานลูกจ้างเอกชนคิดเป็นร้อยละ 26.52 และทำนา คิดเป็นร้อยละ 13.17 สรุปผลได้ว่า ประชาชนตำบล
พรหมนิมิต มีอาชีพหลักคือ รับจ้างทั่วไปมากที่สุด เนื่องจากตำบลพรหมนิมิตมีคลองไหลผ่านตั้งแต่หัวตำบลจนถึง
ท้ายตำบลจึงมีมีพื้นที่ที่ทำการเกษตรโดยการสำรวจข้อมูลตำบล (TCNAP) แต่ไม่มีที่ดินเป็นของตัวเอง จึงพบว่า
ประชากรในพื้นที่ตำบลพรหมนิมิต ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไปกับผู้ที่มีที่ดินทำกินเป็นของตังเอง พืช
เศรษฐกิจของตำบลพรหมนิมิต อันดับ ๑ คือ ข้าว และบางส่วนปลูกพืชไร่และพืชสวน ปัญหาหลักของเกษตรกร
คือ ทุนในการประกอบอาชีพไม่เพียงพอ เนื่องจากต้นทุนการผลิตมีราคาสูง เช่น ค่าเช่าที่ดิน ค่าจ้างแรงงาน ค่า
วัตถุดิบในการผลิต ค่าซื้อหรือค่าเช่าเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์ในการผลิต ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นต้น ประกอบ
กับได้ประสบปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ ส่วนใหญ่อยู่ท่ีต่ำกว่า 40,000 บาท ต่อปี มีทำน้ำหมักชีวภาพและปุ๋ย
อินทรยี ์อัดเม็ดใชใ้ นการทำการเกษตร เพ่ือลดตนทุนในการผลติ เกษตรกรจึงมีรายไดเ้ พ่ิมข้ึน

189

3.4 ด้านการจัดการสภาวะแวดลอ้ ม
จากข้อมูลด้านการจัดการสภาวะแวดล้อมของตำบลพรหมนิมิต โดยการสำรวจระบบข้อมูลตำบล
(TCNAP) พบว่า ปัญหาด้านจัดการสิ่งแวดล้อมที่พบ 3 อันดับ โดยเรียงจากมากไปหาน้อย อันดับที่เป็นปัญหาของ
ตำบลมากที่สุด คือ ปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค คิดเป็นร้อยละ 46.54 รองลงมา เป็นปัญหาขยะคิด
เป็นร้อยละ 27.04 และปัญหาด้านที่อยู่อาศัยชำรุดทรุดโทรม คิดเป็นร้อยละ 6.92 ซึ่งปัญหาที่พบในเรื่องการขาด
แคลนอุปโภค-บริโภค ทางองค์การบริหารส่วนตำบลได้แก้ไขโดยการขยายโรงสูบประปา และขยายประปาลงสู่
หมู่บ้านให้กับพี่น้องประชาชนตำบลพรหมนิมิตได้ใช้กันอย่างทั่งถึง และปัญหาด้านขยะได้ร่วมกับโรงเรียนในเขต
ตำบลจัดตั้งกลุ่มขยะรีไซเคิล เพื่อนำความรู้ในการคัดแยกขยะให้กับนักเรียน และยังรณรงค์ในเรื่องขยะ ปัญหา
สุดท้าย คือ ปัญหาบ้านชำรุดทรุดโทรม ทางองค์การบริหารส่วนตำบล ได้ออกสำรวจและช่วยเหลือจัดหาที่อยู่อาศัย
สำหรับผทู้ ีย่ ากไร้

3.5 ด้านสขุ ภาพ
จากการสำรวจระบบข้อมูลตำบล (TCNAP) ปัญหาสุขภาพและการเจ็บป่วยของประชาชนตำบลพรหม
นิมิต พบว่า ปัญหาการเจ็บป่วยเจ็บป่วยเรื้อรังหรือพิการ อันดับแรก คือ ความดันโลหิตสูง จำนวน 481 คน คิด
เป็นร้อยละ 29.38 รองลงมา คือ โรคเบาหวานจำนวน 245 คน คิดเป็นร้อยละ 14.97 และปวดข้อ/ข้อเสื่อม
จำนวน 204 คน คิดเป็นร้อยละ 12.56 ปัญหาสุขภาพและโรคที่พบบ่อย 5 อันดับในพื้นที่ อันดับแรก คือ ไข้ ไอ
เจ็บคอ จำนวน 1,231 คน คิดเป็นร้อยละ 44.09 รองลงมา คือ โรคปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ จำนวน 492 คน คิด
เป็นร้อยละ 17.62 กระเพาะอาหาร จำนวน 98 คน คิดเป็นร้อยละ 3.51 อุจจาระร่วง จำนวน 31คน คิดเป็น
ร้อยละ 1.11 และขาดสารอาหาร จำนวน 3 คน คิดเป็นร้อยละ 1.11 ซึ่ง อสม.ตำบลพรหมนิมิต ได้ให้การดูแล
และใหค้ วามรกู้ ับประชาชนตำบลพรหมนิมติ

4. ทศิ ทางการพัฒนาของระบบ
จากการดำรงชีวิตประจำวันของประชาชนในตำบลพรหมนิมิต ณ ปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอาหาร

การแข่งขันเรื่องการประกอบอาชีพที่ทำให้เกิดความเครียด ขาดการดูแลสภาพร่างกาย จนก่อเกิดปัญหาด้าน
สุขภาพร่างกาย ดังนั้นตำบลพรหมนิมิต จึงเล็งเห็นถึงความสำคัญในการดูแลรักษาสุขภาพ ของคนในชุมชน เพื่อให้
ชุมชนสามารถดูแลตนเอง ปฏิบัติตนเองให้ถูกต้อง มุ่งเน้นการบริการตรวจรักษา และให้ความรู้ สร้างจิตอาสาเพื่อ
ดูแลผู้ป่วย รวมทั้งการส่งเสริมเรื่องการทำกิจกรรมร่วมกัน เพื่อให้เกิดความรัก ความสามัคคีในชุมชนองค์การ
บริหารตำบลพรหมนิมิต ได้กำหนดนโยบายการพัฒนาสาธารณสุขและส่งเสริมคุณภาพชีวิตครอบคลุมทุก
กลุ่มเป้าหมาย เพื่อต้องการให้ประชาชนในตำบลพรหมนิมิต เกิดความเสมอภาค เท่าเทียมและเข้าถึงบริการ
ทางด้านสุขภาพ โดยใช้งบประมาณผ่านกองทุนหลักประกันสุขภาพ (สปสช.) มีการจัดตั้งศูนย์ส่งเสริม เน้นกิจกรรม
เพื่อส่งเสริมการพัฒนายกระดับงานด้านการจัดการสุขภาวะชุมชน มีอาสาสมัครที่มีจิตอาสาเข้ามาดูแล เช่น
อาสาสมัครสาธารณสุขตำบล (อสม.) เป็นกลไกในการขับเคลื่อนให้เกิดการมีส่วนร่วมขององค์กรภาคท้องถิ่น ท้องท่ี
ภาครัฐ ภาคประชาชน และภาคเอกชน ร่วมกันช่วยดูแลสุขภาพประชาชนในตำบลพรหมนิมิต ซึ่งการทำงานของ
ชุมชน ผู้นำ อาสาสมัคร เป็นเรื่องที่จำเป็นที่จะต้องอาศัยความร่วมมือกันของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง การช่วยเหลือ
ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส คนยากไร้ ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี และเข้าถึงการบริการด้านสาธารณสุขขั้นพื้นฐาน
อย่างทั่วถึง ประกอบกับการทำงานจะต้องมีการประสานงานจาก องค์กร หน่วยงานของรัฐทั้งภายในและภายนอก
พ้ืนทีใ่ ชก้ ระบวนการมีส่วนรว่ มเป็นเคร่ืองมือในการทำงานร่วมกนั

190

5. กิจกรรมการเรยี นรู้ ระบบ "การดูแลสุขภาพ"
1. เรียนรู้การสร้างกระบวนการเรียนรู้ โดยบูรณาการภารกิจ และหน้าที่ เพื่อสร้างเป้าหมายร่วมกัน ทำให้

สามารถแลกเปลย่ี นเรยี นร้รู ว่ มกนั ในทุกระดับ
2. เรียนรู้กระบวนการบูรณาการสู่การปฏิบัติจริงร่วมกับภาคีเครือข่าย 4 องค์กรหลัก คือ ท้องถิ่น ท้องท่ี

สว่ นราชการที่เก่ียวข้องในพ้นื ที่ และภาคประชาชน
จากแนวคิด เส้นทางการพัฒนา ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานและกิจกรรมของระบบการเรียนรู้

ก่อใหเ้ กิดการพัฒนาฐานเรียนรเู้ พอื่ “การดแู ลสุขภาพ” ผ่านการสร้างกระบวนการเรียนรู้ 2 แหลง่ เรยี นรู้ คือ
1. กองทนุ หลักประกนั สุขภาพ (สปสช.)
2. กลุ่ม อสม.

โดยแต่ละแหลง่ เรยี นรู้ จะนำเสนอขอ้ มลู ใน 2 สว่ นหลกั คอื
ส่วนที่ 1 ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับแหล่งเรียนรู้ ประกอบด้วย 1) แนวคิดแหล่งเรียนรู้ 2)

กระบวนการหรือวิธีการดำเนินงานของแหล่งเรียนรู้กลุ่ม 3) การเชื่อมโยงงาน คน ข้อมูล 4) ผลที่เกิดขึ้นจากการ
ดำเนินงานของแหล่งเรียนรู้ และ 5) การต่อยอดขยายผลการดำเนินการ

ส่วนที่ 2 กระบวนการเรียนรู้ ประกอบด้วย 1) สิ่งที่ได้จากการเรียนรู้ 2) วิธีการเรียนรู้ 3)
กิจกรรมการเรียนรู้ 4) วิทยากร 5) สถานที่ฐานการเรียนรู้ และ 6) กระบวนการเรียนรู้

191

แหลง่ เรยี นรู้ท่ี 1
กองทุนหลักประกันสขุ ภาพ (สปสช.)

สว่ นท่ี 1 ข้อมลู ท่ีเกี่ยวข้องกบั แหลง่ เรียนรู้/กลมุ่

1. แนวคิดแหลง่ เรยี นรู้
กองทุนหลักประกันสุขภาพและทาง องค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิตได้จัดตั้ง เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม
2553 เพื่อเป็นการขยายผลถึงประชาชนในตำบล ในพื้นที่ได้รับการดูแลด้านสุขภาพมากขึ้นและเพื่อเป็นการแก้ไข
ปัญหาสุขภาพให้มีความทั่งถึงและเข้าถึงประชาชน ทางผู้บริหารของตำบลพรหมนิมิต คือ นายสมเกียรติ คงทิม
เล็งเห็นปัญหา เรื่องสุขภาพประชาชนและแก้ไขปัญหาสุขภาพประชาชนในตำบลและได้จัดตั้งคณะกรรมการ
จำนวน 16 คน มีการบริหารกองทุน ทำให้ประชาชนได้รับการดูแลด้านสุขภาพร่างกาย เข้าถึงประชาชนมากขึ้น
ตั้งแต่เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ คนพิการ โดยทีมงานและกลุ่ม อสม. โดยทางคณะกรรมการและผู้บริหารเล็งเห็นเรื่อง
ไม้เท้าผู้สูงอายุ จึงจัดทำโครงการ ไม้เท้าให้กับผู้สูงอายุที่จะต้องใช้ไม้เท้าเป็นงบประมาณของกองทุนหลักประกัน
สุขภาพแห่งชาติสมทบร่วมกับงบประมาณของ องค์การบริหารส่วนตำบล ร่วมกันเป็นจำนวน 238,116.72 บาท
ในปี พ.ศ. 2555 มีงบประมาณของ องค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิตสมทบ 61,200 บาท จากกองทุน
หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 197,480 บาท รวมเป็นเงิน 258,680 บาท มีการบริหารกองทุนโดยท่านนายก
องค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิต คือ นายสมเกียรติ คงทิม และคณะกรรมการร่วม 16 คน ทำให้ประชาชน
ไดร้ บั การดแู ลด้านสขุ ภาพรา่ งกายอย่างเข้าถงึ และอย่างครบถว้ นและประชาชนในตำบลไดร้ บั ผลประโยชน์ท่ัวถงึ

2. ผลลัพธเ์ กดิ ขึ้นจากการดำเนินงานของแหล่งเรียนรู้
การดำเนินงานของกองทุน สปสช. เกิดการสร้างหลักประกันสุขภาพให้กับประชาชนในตำบลสนับสนุน
และส่งเสริมให้ ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ประกอบอาชีพที่มีความเสี่ยงและผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่อยู่ในพื้นที่สามารถเข้าถึง
บริการสาธารณสขุ ในด้านการสร้างเสริมสขุ ภาพ การปอ้ งกันโรคไดอ้ ยา่ งทว่ั ถึงและมีประสทิ ธิภาพ

3. วธิ กี ารดำเนนิ งานของแหล่งเรียนรู/้ กล่มุ
3.1 มีการกำหนดทิศทางการพฒั นาและเปา้ หมายดา้ นการจดั การสุขภาพร่วมกนั ในระดับตำบล
3.2 จัดตั้งคณะกรรมการบริหารกองทุนฯ ซึ่งมีองค์ประกอบ ได้แก่ ท้องถิ่น ท้องที่ ผู้แทน อสม.

ผแู้ ทน รพ.สต มวี าระในการดำรงตำแหนง่ 2 ปี
3.3 บรู ณาการภารกิจงานร่วมกับสำนกั งานสาธารณสุขอำเภอ จังหวดั และโรงพยาบาลตาคลี
3.4 ดำเนินงานตามจัดบริการสาธารณสุขโดยเน้นเรื่องการสร้างเสริมสุขภาพการป้องกันโรคที่

จำเป็นต่อสุขภาพและการดำรงชีวิตเพื่อส่งเสริมให้ ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ประกอบอาชีพที่มีความเสี่ยงและผู้ป่วย
โรคเรอ้ื รังทอ่ี ยู่ในพนื้ ใหส้ ามารถเข้าถงึ บรกิ ารสาธารณสุขไดอ้ ยา่ งท่วั ถึงและมปี ระสทิ ธภิ าพ

4. ผลทค่ี าดวา่ จะเกิดขึ้นจากการดำเนินงานในอนาคต
มีการประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาของคนที่มีความรู้ด้านสุขภาพในชุมชนมาสร้างทางเลือกในการรักษาความ
เจ็บป่วยของประชาชน

5. การขยายผลการดำเนินการ
วิทยากรมีความรู้ความสามารถในการถ่ายทอดประสบการณ์ สามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในระดับพื้นที่และ
เครือข่าย

192

สว่ นที่ 2 กระบวนการเรยี นรู้

1. ส่งิ ทไ่ี ดจ้ ากการเรยี นรู้

1.1 ตอ่ ตนเอง สร้างกระบวนการการมีส่วนร่วม และบูรณาการภารกิจงานด้านสขุ ภาพรว่ มกนั
1.2 ต่อชุมชน เกิดการบูรณาการภารกิจและหน้าที่ เพื่อสร้างเป้าหมายร่วมกันด้านการ

จัดบรกิ ารสขุ ภาพทำให้เกิดพนั ธมติ รในการดำเนินงานและสามารถแลกเปล่ียนเรยี นรูร้ ว่ มกนั ได้ตลอดเวลา

2. วธิ กี ารเรียนรู้
๒.๑ เรียนรู้แนวคิดจากวิทยากร

๒.๒ เรยี นรกู้ จิ กรรม โครงการ และผลงานท่ีประสบผลสำเรจ็

๒.๓ นำเสนอโดยตวั แทนแหลง่ เรียนรู้

3. กจิ กรรมการเรียนรู้ (60 นาที เรียนรู้ได้ 30 คน)

3.1. คณะผมู้ าแลกเปลยี่ นเรียนรู้ทำความรู้จกั กบั ทมี วิทยากร (5 นาที 30 คน)
๓.๒. เรียนรูแ้ นวคิดหลักของฐานการเรยี นรู้ (5 นาที 30 คน)

ฐานท่ี 1 บรรยายเรอ่ื ง แนวคดิ การดำเนินงานของ สปสช. อบต.พรหมนมิ ิต

(๑๐ นาที 10 คน)
ฐานท่ี 2 บรรยายเร่ือง ปัญหาทพี่ บในการดำเนนิ งานและกจิ กรรม และผลการ

ดำเนินงาน (๑๐ นาที 10 คน)

3.3. สรุปและเปิดให้มีการซักถาม และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างทีมวิทยากร และผู้ศึกษาแหล่ง
เรียนรู้ (๑๐ นาที 30 คน)

3.4 สรุปกระบวนการเรยี นรู้ กล่าวขอบคุณทมี วิทยากร (5 นาที 30 คน)

4. วิทยากร คณะกรรมการ สปสช.
4.1 นางชตุ มิ า อาจแกว้ คณะกรรมการ สปสช
4.2 นางนงลักษณ์ โชติช่วง คณะกรรมการ สปสช.
4.3 นายสุเมธ นุ่นโต

5. สถานทฐ่ี านการเรียนรู้
องค์การบรหิ ารสว่ นตำบลพรหมนมิ ิต หมูท่ ี่ 9 ตำบลพรหมนิมติ อำเภอตาคลี จงั หวดั นครสวรรค์

193

กจิ กรรมแหล่งเรียนรู้ เรียนร้ไู ด้ 30 คน
กองทนุ หลักประกนั สุขภาพ (สปสช.) (60 นาที)

คณะผู้มาแลกเปลยี่ นเรยี นรทู้ ำความรจู้ ักกับทมี วทิ ยากร
(5 นาที 30 คน)

เกร่ินนำแนวคดิ ความเปน็ มาของการจัดต้ังกองทนุ หลักประกันสขุ ภาพ (สปสช.)
(10 นาที 30 คน)

ฐานที่ 1 ฐานที่ 2 ฐานที่ 3
บรรยายเรอื่ ง บรรยายเร่ือง บรรยายเรือ่ ง
แนวคดิ การดำเนนิ งานของ สปสช. ปัญหาทพ่ี บในการดำเนินงานและ สรุปและเปิดใหม้ ีการซักถาม
อบต.พรหมนมิ ิต กจิ กรรมและผลการดำเนนิ งาน และแลกเปลีย่ นเรยี นรู้ระหวา่ งทมี
(10 นาที) ฐานละ 10 คน (10 นาที) ฐานละ 10 คน วทิ ยากรและผู้ศกึ ษาแหลง่ เรยี นรู้
(10 นาท)ี ฐานละ 10 คน

- รว่ มแลกเปล่ยี นเรียนรู้ ซกั ถามข้อสงสัย ประโยชน์ทเ่ี กิดข้นึ
- สรปุ ผลท่ีไดจ้ ากการเรียนรู้

- การนำไปปรับใชก้ ับพนื้ ท่ีและตำบล
- ขอ้ สงสยั ในการเรยี นรู้
(10 นาที 30 คน)

สรปุ กระบวนการเรยี นรู้ กลา่ วขอบคณุ ทีมวิทยากร
(5 นาที 30 คน)

194

แหลง่ เรยี นรู้ท่ี 2
กลมุ่ อสม.

ส่วนที่ 1 ข้อมูลท่เี กย่ี วข้องกับแหลง่ เรยี นรู้/กลุม่

1. แนวคิดแหลง่ เรยี นรู้
ประชาชนไม่มีผู้ดูแลในด้านสุขภาพทำให้เกิดปัญหาโรคติดต่อและโรคอื่น ๆ เกิดขึ้นในท้องที่มากมาย
รัฐบาลได้มีนโยบายในการก่อตั้ง อสม. ประจำหมู่บ้านขึ้นมาเพื่อช่วยงานในด้านสาธารณสุขหมู่บ้าน เพื่อเป็นการ
รับทราบปัญหาเบื้องต้นในการช่วยเหลือดูแลสุขภาพของประชาชนทั่วไปในการก่อตั้งในครั้งแรก มีสมาชิกเพียง
หมู่บ้านละ 1 คน จนถึงปี พ.ศ. 2552 นโยบายของรัฐบาลให้มี อสม เพิ่มขึ้นเพื่อดูแลในหมู่บ้านมีแผนการ
ปฏิบัติงานแผนงานในการทำงานและมีค่าตอบแทนให้ อสม. ทำให้มี อสม. เพิ่มขึ้น ทั้งหมด 105 คน ได้มีแกนนำที่
เป็นผูน้ ำการเรมิ่ การ

๒. ผลผลิตที่เกิดขน้ึ จากการดำเนินงานของแหลง่ เรยี นรู้
2.1 มีกลมุ่ อสม.แกนนำด้านสขุ ภาพเกดข้นึ ในพนื้ ที่
2.2 มนี วัตกรรมการควบคุมป้องกนั โรคไขเ้ ลือดออก

๓. วิธกี ารดำเนินงานของแหลง่ เรยี นรู้/กลมุ่
3.1 คัดเลอื กและสรรหาประชาชนทีม่ จี ิตอาสาเข้ามาเปน็ อาสาสมคั รสาธารณสขุ ประจำหม่บู ้าน
3.2 จดั อบรมตามหลกั สตู ร อสม.
3.3 จัดให้มีการอบรมพัฒนาศักยภาพ อสม.เป็นระยะทำงาน อย่างเป็นระบบมีตัวแทนเป็น

ประธาน อสม. ประจำหมู่บ้านและประธานประจำตำบลคือ นายบวรนันท์ เนตรน้อย ซึ่งเป็นคนต้นแบบที่มี
ความสามารถในการประสานงาน แกนนำของแต่ละหมู่บ้านเมื่อดำเนินกิจกรรมการงาน อสม. เช่น การแก้ไขปัญหา
เรื่องไข้เลือดออก เรื่องพิษสุนัขบ้า เป็นต้น ปัญหาด้านสุขภาพได้ลดน้อยลงจากการดูแลการควบคุมของกลุ่ม อสม.
ในเบือ้ งต้นทำใหป้ ระชาชน ไดม้ กี ารดูแลตัวเองในดา้ นสขุ ภาพรา่ งกายและสขุ ภาพอนามัยที่ดขี น้ึ

3.4 ให้ อสม. ได้สมคั รเข้ากลมุ่ แกนนำและชมรมตา่ ง ๆ
3.5 จัดใหม้ ีการสรุปผลและถอดบทเรียนการดำเนนิ งานทกุ ปี
3.6 สร้างขวัญกำลงั ใจโดยจัดใหม้ กี ารศกึ ษาดงู านทกุ ปี

4. ผลที่คาดว่าจะเกดิ ข้นึ จากการดำเนนิ งานในอนาคต
ประชาชนในพ้ืนท่ขี องตำบลพรหมนิมติ ได้รบั การดแู ลสขุ ภาพอยา่ งท่ัวถงึ ทกุ กลมุ่ เปา้ หมาย

5. การขยายผลการดำเนินการ
พัฒนาศักยภาพ อสม. ให้มีศักยภาพเพิ่มขึ้น และสามารถดูแลกลุ่มเป้าหมายได้ครอบคลุมทุกกลุ่มและทุก
พนื้ ท่ี

195

ส่วนท่ี 2 กระบวนการเรยี นรู้

1. สิง่ ท่ีไดจ้ ากการเรียนรู้
1.1 ตอ่ ตนเอง มีความรู้ดา้ นการดูแลสขุ ภาพ ถา่ ยทอดองค์ความรู้ และดแู ลผูป้ ว่ ยเบ้อื งต้นได้
1.2 ตอ่ ครอบครัว มีความร้ใู นการดูแลสขุ ภาพของคนในครอบครัว มีสมั พนั ธ์ทด่ี ใี นครอบครัว
1.3 ต่อชุมชน เกิดกลุ่มคนที่มีจิตอาสาให้บริการด้านสาธารณสุขกับประชาชนในพื้น ทำให้คนใน

พ้ืนทไ่ี ด้รบั บรกิ ารดา้ นสาธารณสุขอย่างท่วั ถึงและประชาชนในพ้นื ทรี่ ู้จักวิธีการดแู ลสุขภาพตนเอง

๒. วิธีการเรยี นรู้
๒.๑ เรยี นรู้แนวคดิ ของจติ อาสาเพ่อื สขุ ภาพจากวทิ ยากร กลุม่ อสม.
๒.๒ เรยี นรู้เกีย่ วกบั การทำลกู ประคบสมนุ ไพร เพอ่ื ดูแลฟ้ืนฟูรา่ งกายให้กับผู้ทมี่ ปี ญั หาร่างกาย
๒.3 สรปุ บทเรยี น แลกเปลยี่ นเรยี นรู้ และซักถามขอ้ สงสัย

๓. กจิ กรรมการเรียนรู้ (60 นาที เรียนรู้ได้ 30 คน)
3.1 ผูเ้ ขา้ เรียนรู้เข้าห้องประชุมและทำความรู้จกั กับทมี วิทยากร (5 นาที 30 คน)
3.2 เกร่นิ นาแนวคดิ ของฐานเรียนรู้ “กลุ่ม อสม.” (10 นาที 30 คน)

ฐานท่ี 1 บรรยายเรอื่ ง แนวทางการปฏิบตั ิ และผลที่เกดิ ขึน้ จากการมีกลมุ่ อสม.

(10 นาที 10 คน)
ฐานที่ 2 บรรยาเรื่องวิธีการทำงานของ กลมุ่ อสม. วธิ แี บ่งงานแบง่ หนา้ ท่ี

(10 นาที 10 คน)
ฐานที่ 3 สรปุ ผลทีเ่ กดิ จากการทำงานและผลประโยชน์ทีป่ ระชาชนไดร้ บั

(10 นาที 10 คน)

3.4 ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซักถามขอ้ สงสยั ประโยชนท์ เี่ กิดขน้ึ (10 นาท)ี

- สรุปผลท่ไี ดจ้ ากการเรยี นรู้
- การนำไปรับใชก้ ับตนเอง ครอบครวั ชุมชน
- ขอ้ สงสยั ในการเรยี นรู้
3.5 ผู้เข้าเรยี นรสู้ รปุ กระบวนการเรยี นรู้ กลา่ วขอบคุณทมี วิทยากร (5 นาท)ี

๔. วิทยากร ผูอ้ ำนวยการโรงพยาบาลสง่ เสรมิ สุขภาพตำบลพรหมนมิ ติ
4.1 นายพุทธศกั ด์ิ โทแกว้ ประธานกล่มุ อสม. ระดบั ตำบล
อสม.
4.2 นายบวรนนั ท์ เนีย่ งนอ้ ย

4.3 นางนชุ ศรมี า

5. สถานทฐี่ านการเรยี นรู้

โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลพรหมนิมิต หมู่ที่ 6 ตำบลพรหมนิมิต อำเภอตาคลี จังหวัด
นครสวรรค์

196

กิจกรรมแหลง่ เรียนรู้ เรยี นรูไ้ ด้ 30 คน
กลุ่ม อสม. (60 นาที)

คณะผู้มาแลกเปลย่ี นเรยี นร้ทู ำความรจู้ ักกับทมี วิทยากร
(5 นาที 30 คน)

เกร่นิ นำแนวคิด ความเปน็ มาของการจัดตงั้ กลมุ่ อสม.
(10 นาที 30 คน)

ฐานที่ 1 ฐานท่ี 2 ฐานที่ 3
บรรยายเรื่อง บรรยายเรือ่ ง บรรยายเร่อื ง
แนวทางการปฏบิ ตั ิ วธิ ีการทำงานของกลุ่ม อสม. สรุปผลท่ีเกิดขึน้ จากการทำงาน
และผลท่ีเกดิ ขนึ้ จาก วธิ ีแบ่งงานแบง่ หนา้ ท่ี และผลประโยชน์
การมีกลมุ่ อสม. (10 นาที) ฐานละ 10 คน ทปี่ ระชาชนไดร้ ับ
(10 นาท)ี ฐานละ 10 คน (10 นาท)ี ฐานละ 10 คน

- รว่ มแลกเปล่ียนเรียนรู้ ซกั ถามขอ้ สงสยั ประโยชน์ทเ่ี กิดขนึ้
- สรุปผลทไ่ี ดจ้ ากการเรยี นรู้

- การนำไปปรบั ใชก้ ับพ้ืนทแี่ ละตำบล
- ขอ้ สงสัยในการเรียนรู้
(10 นาที 30 คน)

สรปุ กระบวนการเรียนรู้ กล่าวขอบคุณทีมวิทยากร
(5 นาที 30 คน)

ระบบที่ 7
ระบบภูมิปัญญาทอ้ งถิ่น

ประกอบดว้ ย 5 แหล่งเรยี นรู้ ดงั นี้
๑. กลุ่มจกั สานงานไม้ไผ่
๒. กลมุ่ กลองยาว
๓. กลมุ่ ทอผา้ พื้นเมอื ง
๔. กลุ่มยาหมอ่ งสมนุ ไพร
๕. กลุ่มนวดลูกประคบสมุนไพร

198

๗. ระบบภูมิปัญญาทอ้ งถ่ิน

๑. แนวคดิ หลกั
เด็กเยาวชนประชาชนทั่วไป ปราชญ์ชาวบ้าน ตลอดจนผู้สูงอายุในตำบลพรหมนิมิตใช้เวลาว่างให้เกิด

ประโยชน์ โดยตั้งกลุ่มทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกันในการสืบสานอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปวัฒนธรรมและ
ประเพณีต่าง ๆ ของท้องถิ่น เช่น กลุ่มจักสาน กลุ่มกลองยาว กลุ่มทอผ้าพื้นเมือง โดยถ่ายทอดประสบการณ์ความรู้
ความสามารถ นำใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นให้แก่เด็กและเยาวชน ประชาชนทั่วไป ตลอดจนผู้สูงอายุ ร่วมกันทำกิจกรรม
เพ่อื สบื สานอนุรักษภ์ มู ิปญั ญาท้องถนิ่ ศลิ ปวัฒนธรรมให้ดำรงคงอยอู่ ย่างยั่งยืนต่อไป

2. เสน้ ทางการพัฒนาระบบภมู ิปญั ญาท้องถนิ่

ระยะการปรบั โครงสร้างเพ่ือการพฒั นา (พ.ศ. 2532)
ปี พ.ศ. 2532 นายฟู พันยู ชอบการตีกลองยาวและได้ไปเรียนรู้จากผู้สูงอายุรุ่นปู่ และจัดตั้งเป็นกลุ่ม
กลองยาวขึ้น เมื่อมีงานที่ไหนวงกลองยาวของตาฟูก็จะไปเล่นให้ทุกงาน และก็จะสอนให้เด็กรุ่นหลังเป็นประจำ
เพื่ออนุรักษ์และสบื ต่อไป

ระยะการพฒั นาองคก์ ร บูรณาการเพือ่ ขับเคลอื่ นเชงิ ระบบ (พ.ศ. 2551 - พ.ศ. 2554)
ปี พ.ศ. 2551 นายประจวบ น้ำเพชร เป็นแกนนำในการจัดตั้งกลุ่มทอผ้า เน่ืองจากประชาชนไม่มีรายได้
เสริม ทำให้รายได้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิตประจำวัน และแกนนำมีฝีมือในการทอผ้าและเป็นผู้ฝึกสอนสมาชิกใน
กลุม่ และ สมาชกิ ภายในกลมุ่ มรี ายไดเ้ พม่ิ ขนึ้ จากเดมิ เพราะมีรายได้หลกั จากการทอผา้

ปี พ.ศ. 2551 นางสาวศันสนีย์ ผายผุย เป็นแกนนำประชาชนในหมู่บ้านรวมตัวกันปรึกษาหารือกันว่าจะ
หารายได้เสริมที่นอกเหนือจากการทำนา โดยการทำยาหม่องสมุนไพร เพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่ครอบครัว จึงรวมตัวกัน

199

จัดตั้งกลุ่มยาหม่องสุมนไพร จึงทำให้สมาชิกในกลุ่มฯมีรายได้เพิ่มขึ้นนอกเหนือจากการทำนา ทำให้มีรายได้
เพยี งพอต่อการดำรงชีวิตประจำวนั

ปี พ.ศ. ๒๕๕๔ นายสมเกียรติ คงทิม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิต จัดตั้งกลุ่มจักสานงาน
ไม้ไผ่ให้แก่ผู้สูงอายุเพื่อเป็นการสืบทอดงานจักสานและเป็นการสอนให้เด็กรุ่นหลังได้เห็นว่างานไม้ที่มีคุณค่า ทำให้
ผสู้ ูงอายุทว่ี ่างงานกม็ งี าน ไม่ทำเงยี บเหงา มรี ายไดแ้ ละสามารถทำของใชเ้ องได้

ระยะการพัฒนาเขา้ สยู่ ุคจัดการตนเอง (พ.ศ. 2555 ถงึ ปัจจบุ ัน)
ปี พ.ศ. 2555 นางนุจรีย์ โสภา เกิดแนวคิดที่จะจัดการปัญหาด้วยตนเองจึงมีการรวมกลุ่มกันหาอาชีพ
แก้ปัญหาและได้เล็งเห็นเรื่องสุขภาพผู้สูงอายุที่มีอาการปวดเมื่อย จึงได้เสนอโครงการทำลูกประคบและนวด
สมุนไพรประชาชนว่างงานไม่มีอาชีพ ทำให้เกิดปัญหาความยากจน คนในชุมชน เพื่อเป็นการสร้างรายได้ให้กับผู้
ว่างงานประชาชนมีรายได้เพิม่ ข้นึ

ระบบภูมิปัญญาท้องถิ่น ประกอบด้วย แหล่งเรียนรู้ 5 แหล่ง ดังนี้ (1) กลุ่มจักสานงานไม้ไผ่ (๒) กลุ่ม
กลองยาว (๓) กล่มุ ทอผ้าพืน้ เมอื ง (๔) กลมุ่ ยาหม่องสมุนไพร และ (๕) กลุ่มนวดลกู ประคบสมนุ ไพร

4. กจิ กรรมการเรยี นรู้ ระบบ “ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถิ่น”

1. เรียนรู้การสร้างกระบวนการเรียนรู้ แบบปฏิบัติการจริง ด้านภูมิปัญญาท้องถิ่น และศิลปวัฒนธรรมท่ี
มกี ารสบื สานอนรุ ักษใ์ นชุมชนมาอย่างยาวนานตั้งแต่สมยั บรรพบุรุษ

2. เรียนรู้กระบวนการการบูรณางานสู่การปฏิบัติจริงจากส่วนราชการทุกภาคส่วน ผ่านกลยุทธ์การ
บริหารจัดการของชุมชนท้องถิ่นเชื่อมประสานกลไกความร่วมมือ 4 ภาคีหลัก (ท้องท่ี ท้องถิ่น หน่วยงาน
ประชาชน)

จากแนวคิด เส้นทางการพัฒนา ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงาน และกิจกรรมของระบบการ
เรียนรู้กอ่ ใหเ้ กดิ การพฒั นาฐานเรียนรู้ “ภูมิปญั ญาทอ้ งถ่ิน” ผา่ นการสร้างกระบวนการเรียนรู้ 5 แหล่งเรียนรู้ คือ

๑. กลุ่มจกั สานงานไมไ้ ผ่
๒. กลมุ่ กลองยาว
๓. กลุ่มทอผ้าพ้นื เมอื ง
๔. กล่มุ ยาหม่องสมุนไพร
๕. กลมุ่ นวดลกู ประคบสมนุ ไพร

โดยแต่ละแหลง่ เรียนรู้ จะนำเสนอข้อมลู ใน 2 สว่ นหลัก คือ

ส่วนที่ 1 ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับแหล่งเรียนรู้ ประกอบด้วย 1) แนวคิดแหล่งเรียนรู้ 2)
กระบวนการหรือวิธีการดำเนินงานของแหล่งเรียนรู้กลุ่ม 3) การเชื่อมโยงงาน คน ข้อมูล 4) ผลที่เกิดขึ้นจากการ
ดำเนินงานของแหล่งเรียนรู้ และ 5) การต่อยอดขยายผลการดำเนินการ

ส่วนที่ 2 กระบวนการเรียนรู้ ประกอบด้วย 1) สิ่งที่ได้จากการเรียนรู้ 2) วิธีการเรียนรู้ 3)
กิจกรรมการเรียนรู้ 4) วิทยากร 5) สถานท่ีฐานการเรียนรู้ และ 6) กระบวนการเรียนรู้

200

แหล่งเรยี นรู้ท่ี 1
กลุ่มจกั สานงานไม้ไผ่

ส่วนที่ 1 ข้อมลู ที่เก่ยี วขอ้ งกับแหลง่ เรียนรู/้ กล่มุ

1. แนวคิดแหล่งเรยี นรู้

ตั้งแต่เมื่อวันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๕๔เป็นต้นมา องค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิต ได้จัดงานวันผู้สูงอายุ

ข้ึนและได้มีผู้สูงอายุของทุกหมู่ร่วมงานกันเป็นจำนวนมากมีกิจกรรมของผู้สูงอายุ เช่น กลุ่มจักสาน กลุ่มกลองยาว
กลุ่มเล่านิทาน กลุ่มทำขนมไทยและอาหาร กลุ่มทำไม้กวาดทางมะพร้าวผู้สูงอายุ เป็นต้น จึงได้กำเนิดเป็นกลุ่มจัก

สานของผู้สูงอายุ ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาจนกระทั้ง ณ ปัจจุบันถ้ามีงานที่ไหนก็จะมีกลุ่มผู้สูงอายุไปตั้งเต็นท์สอน
เครื่องจักสานเพื่อเป็นการสืบทอดงานจักสานและเป็นการสอนให้เด็กรุ่นหลังได้เห็นว่างานไม้ที่มีคุณค่าจากนั้น ท่าน

นายก องค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิต จึงจัดตั้งกลุ่มจักสานงานไม้ให้แก่ผู้สูงอายุ และมอบหมายให้พัฒนา

ชุมชนขององค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิตเป็นผู้คอยดูแล และคอยประสานงานกับผู้สูงอายุเป็นครูฝึกสอนงาน
จักสานจำหน่าย และเป็นผู้นำสินค้าของผู้สูงอายุไปจำหน่าย กลุ่มผู้จักสานผู้สูงอายุดำเนินงานไปด้วยดี ทำให้

ผจกัดู้สารกูงจอิจำากหยรุนทรม่าี่วย่างงสางินนาคนจ้าักกใส็มหาีง้กนาับนผผู้สไู้สูงมูงอั่ทอาำายเยุใงนุียมวบ้ ีผันเู้สหงูงางอนาทาผยำู้สุใูงหหอุม้เากู่ย๑ิดุ ร,ใหา๖ย้ท,ไุก๘ดก้แคลลุ่มือะมขหาอมรง่วู่ทใมชี่ ๑้เกอิจงนกไาดรงร้ แทมตาเป๋วงท็นส่ากุขนาขรนะโาชยหวกม์ขนู่ทอางี่ ย๖ทสี่ผนมู้สาเูงกยอียเาลรย็กตุทิ โคำสขงคทึ้นำิมแเปกจ็น้วึง
หมู่ที่ ๘ คือ นายอ่ ุดอน ชนาวงษ์ เป็นครูผู้ฝึกสอน เครื่องจักสานที่มีจำหน่าย เช่น ตระค้อง ตะกร้า กระบุง ตระแกง
ตระเขง่ เป็นตน้

๒. ผลผลติ ที่เกดิ ขน้ึ จากการดำเนนิ งานของแหล่งเรียนรู้
2.1 มีการถ่ายทอดงานจักสานให้แกบ่ ตุ รหลาน

2.2 มีการสบื ทอดภมู ปิ ญญาด้านศิลปหัตถกรรมจากบรรพบุรษุ
2.3 มกี ารส่งเสริมอาชีพเสรมิ เพือ่ เพม่ิ รายไดใ้ หก้ ับคนในชุมชน

๓. วิธกี ารดำเนนิ งานของแหล่งเรยี นรู้/กลุ่ม

3.1 มกี าิ รรวมกล่มุ และจั ัดต้ังคณะกั้ รรมการกล่มุ
ี 3.2 มกี ารเขียนโครงการิ เพ่อื ของบประมาณในการขบั เคลื่อนกลุม่

3.3 มกี ารซือ้ วัสดุอุปกรณ์เขา้ กล่มุ และออกทํากจิ กรรมรว่ มกับชมุ ชม โดยไม่คิดค่าใชจ้ ่าย

4. ผลทคี่ าดวา่ จะเกดิ ขน้ึ จากการดำเนินงานในอนาคต ้ ่
4.1 มกี ารสงเสรมิ อาชีพเสริม เพอ่ื เพิม่ รายได้ให้กับคนในชุมชน

4.2 สมาชิกในกลุ่มเกดิ จากความสามคคี ความตง้ั ใจ ความไว้วางใจซึง่ กนั และกนั มคี วามอดทน

และการทํางานเป็นทีมเสยี สละเพือ่ ส่วนรวมจนทาํ ใหเ้ กดิ ความสาํ เรจ็

5. การขยายผลการดาเนินการ
คณะกรรมการมศี ักยภาพมีบทบาทในการเสริมความเข้มแข็งใหกับกลมุ่ สามารถเติบโตได้อยางตอ่ เน่อื ง

201

ส่วนที่ 2 กระบวนการเรยี นรู้

๑. สิง่ ทไี่ ด้จากการเรียนรู้

1.1 ต่อตนเอง มีความรเู้ กีย่ วกบั งานจกั สานงานไม้ไผ่
1.2 ครอบครัว เกดิ ความสัมพนั ธท์ ีด่ ใี นครอบครวั มีกจิ กรรมทาํ ร่วมกัน
1.3 ชุมชน เกิดการสร้างจิตสาํ นกึ ใหม้ ีความภาคภมู ิใจในวฒั นธรรมทอ้ งถน่ิ ของตน

2. วธิ กี ารเรียนรู้

๒.๑ เรยี นรคู้ วามเปน็ มาและแนวคดิ ของ “เร่ืองงานจักสานไม้ไผ่”จากวิทยากรแหล่ง

๒.๒ เย่ยี มชมนทิ รรศการของแหล่งเรียนรู้ ได้แก่ ตระกล้า กระดง้ ตระแกง ตระคอ้ ง เป็นต้น
2.3 สรุปบทเรยี น แลกเปลย่ี นเรยี นรู้ และซกั ถามข้อสงสยั

3. กจิ กรรมการเรยี นรู้ (60 นาที เรียนร้ไู ด้ 30 คน)

3.1 ผูเ้ ขา้ เรียนรู้ ทําความรจู้ ักกับทีมวทิ ยากร (5 นาที 30 คน)
3.2 เกรนิ่ นําแนวคิด ความเปน็ มา “งานจักสานพืน้ บา้ น ตาํ บลพรหมนิมิต” (10 นาที 30 คน)

ฐานท่ี 1 ชมนทิ รรศการ และศึกษาวิธกี ารประดิษฐ์ผลติ ภณั ฑ์ต่าง ๆ เชน่ ตะกรา้

กระดง้ ตระแกรง ตระค้อง (10 นาที ฐานละ 10 คน)
ฐานท่ี 2 บรรยายเร่อื ง การนำไม้ไผม่ าทำงานจกั สาน และวธิ กี ารทำ

(10 นาที ฐานละ 10 คน)
ฐานที่ 3 บรรยายเรอื่ ง ผลทด่ี ขี องการถา่ ยทอดภมู ปิ ัญญาใหอ้ ยู่คู่ชุมชน

(10 นาที ฐานละ 10 คน)

๓.๓ รว่ มแลกเปลย่ี นเรยี นรู้ ซักถามขอ้ สงสัย ประโยชน์ทีเ่ กิดขึ้น (10 นาที 30 คน)
3.๓.1 สรปุ ผลท่ีไดจ้ ากการเรียนรู้

๓.๓.2 การนําไปปรบั ใชก้ ับตนเอง ครอบครวั ชมุ ชน

3.๓.3 ข้อสงสยั ในการเรียนรู้
๓.๔ ผู้เขา้ เรยี นรู้สรุปกระบวนการเรียนรู้ กล่าวขอบคุณทมี วิทยากร (5 นาที 30 คน)

๔. วทิ ยากร ปราชญช์ าวบา้ น
4.1 นางแต๋ว สขุ ขะ ปราชญช์ าวบา้ น
ปราชญช์ าวบา้ น
4.2 นายเลก็ โสคำแก้ว

4.3 นายอุดร ชนาวงษ์

๕. สถานที่ฐานการเรียนรู้
อาคารผสู้ งู อายุ หมทู่ ่ี 9 ตำบลพรหมนมิ ติ อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์

202

กิจกรรมแหล่งเรียนรู้ เรียนรู้ได้ 30 คน
กลุ่มจกั สานงานไมไ้ ผ่ (60 นาท)ี

คณะผู้มาแลกเปลย่ี นเรยี นรทู้ ำความรจู้ ักกับทีมวิทยากร
(5 นาที 30 คน)

เกริน่ นำแนวคิด ความเป็นมาของการจัดตงั้ กลมุ่ จักสานงานไมไ้ ผ่
(10 นาที 30 คน)

ฐานท่ี 1 ฐานท่ี 2 ฐานที่ 3
บรรยายเรอ่ื ง บรรยายเรอื่ ง
บรรยายเรื่องชมนทิ รรศการ การนำไมไ้ ผ่มาทำงานจกั สาน ผลทด่ี ขี องการถ่ายทอด
และศึกษาวิธีการประดษิ ฐ์ และวิธีการทำ ภูมิปญั ญาให้อยคู่ ่ชู มุ ชน
(10 นาที) ฐานละ 10 คน (10 นาที) ฐานละ 10 คน
ผลติ ภณั ฑ์ต่างๆ เชน่ ตระกรา้
กระดง้ ตระแกง ตระค้อง
งานจกั สานไมไ้ ผ่

(10 นาที) ฐานละ 10 คน

- ร่วมแลกเปลย่ี นเรียนรู้ ซกั ถามขอ้ สงสยั ประโยชนท์ เ่ี กดิ ขน้ึ
- สรุปผลท่ีไดจ้ ากการเรียนรู้
- การนำไปปรับใชก้ ับพนื้ ท่ีและตำบล
- ขอ้ สงสัยในการเรียนรู้

(10 นาที 30 คน)

สรปุ กระบวนการเรยี นรู้ กล่าวขอบคุณทีมวิทยากร
(5 นาที 30 คน)

203

แหลง่ เรียนรู้ท่ี 2
กลมุ่ กลองยาว

สว่ นท่ี 1 ขอ้ มูลท่เี กย่ี วข้องกับแหล่งเรียนร/ู้ กลุ่ม

1. แนวคดิ แหลง่ เรยี นรู้
นายฟู พันยู กล่าวว่า แกชอบการตีกลองยาวมากจนกระทั่งแกได้ไปเรียนรู้จากผู้สูงอายุรุ่นปู่และได้มา
จัดซื้อกลองยาวและได้จัดตั้งเป็นกลุ่มกลองยาวขึ้นจากนั้นเรื่อยมา เมื่อมีงานที่ไหนวงกลองยาวของตาฟูก็จะไปเล่น
ให้ทุกงาน เช่น งานในวัด งานอาบน้ำผู้สูงอายุ งานบวช งานแต่ง แห่นางแมว และก็จะสอนให้เด็กรุ่นหลังเป็น
ประจำ เช่น มีเด็กนักเรียนตามโรงเรียนในตำบลแกก็จะสอนให้เป็นประจำเรื่อยมา เพื่อเป็นการอนุรักษ์และสืบ
ต่อมา ณ ปัจจุบัน กลุ่มกลองยาวก็ยังมีเล่นในกิจกรรมผู้สูงอายุและไปเล่นให้กับทุกหมู่ที่มีงานอาบน้ำผู้สูงอายุ
ประจำตำบล กลุ่มกลองยาวก็จะไปเล่นให้เป็นประจำทุกปี เป็นที่ชื่นชอบของหมู่ผู้สูงอายุ ทางตาฟูและคณะ ก็จะ
สอนให้กับคนรุ่นหลังและเด็กนักเรียนตลอดมา เพื่อเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาสืบต่อไป ทางตาฟูก็จะ
รับสอนให้กับเด็กและผู้ที่สนใจ ทางท่านนายกสมเกียรติ คงทิม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิต ก็จะ
สนบั สนนุ ในเรื่องกลองให้กบั กลมุ่ ผู้สูงอายุ เพ่อื อนุรักษแ์ ละสบื ต่อไป

๒. ผลผลิตทเ่ี กิดขน้ึ จากการดำเนินงานของแหลง่ เรยี นรู้
2.1 มกี ารสืบทอดภมู ปิ ัญญาประเพณวี ฒั นธรรมไทยกลุ่มกลองยาว
2.2 คนในชมุ ชนเกดิ ความรสู้ กึ ในการเป็นเจ้าของรว่ มกนั
2.3 เกิดกลุ่มประเพณีวัฒนธรรมไทยรำกลองยาว ที่มีการอนุรักษ์วัฒนธรรมความเป็นพื้นบ้าน

ของกลมุ่ คนไทยที่สืบทอดเรอ่ื งกลองยาวให้คงอยสู่ บื ไปถึงรุ่นลกู รุ่นหลาน

๓. วิธกี ารดำเนนิ งานของแหล่งเรยี นรู้/กลุม่
3.1 มกี ารรวมกลุ่มและจัดต้งั คณะกรรมการกลุม่
3.2 มกี ารของบสนับสนนุ เคร่อื งแต่งกายเขา้ กลุ่ม
3.3 มีการซ้อื วสั ดอุ ปุ กรณ์เขา้ กลุม่ และออกทํากจิ กรรมรว่ มกับชุมชม

4. ผลที่คาดวา่ จะเกิดขึน้ จากการดำเนนิ งานในอนาคต
4.1 มีการถ่ายทอดองค์ความรู้ใหแก่เด็กและเยาวชนเพื่อเป็นการสืบทอดประเพณีวัฒนธรรมให้

คงอยู่
4.2 สมาชิกในกลุ่มเกิดจากความสามัคคี ความตั้งใจ ความไว้วางใจซึ่งกันและกัน มีความอดทน

และการทาํ งานเปน็ ทีมเสยี สละเพือ่ ส่วนรวมจนทาํ ให้เกดิ ความสําเรจ็

5. การขยายผลการดำเนินการ
ต้องการอนุรักษ์ประเพณีวฒั นธรรมให้สืบอยู่ต่อไปเพื่อให้ชนรุ่นหลังได้ทราบถึงความเป็นมา ของกลองยาว
และได้ดาํ รงรกั ษาไวส้ บื ตอ่ ไป

204

สว่ นที่ 2 กระบวนการเรยี นรู้

๑. สงิ่ ทไี่ ด้จากการเรยี นรู้
1.1 ต่อตนเอง มคี วามรู้เก่ียวกับประเพณีวฒั นธรรมการละเล่นกลองยาวพ้นื บ้าน
1.2 ตอ่ ครอบครวั เกดิ ความสัมพันธท์ ี่ดใี นครอบครวั มกี ิจกรรมทาํ รว่ มกนั
1.3 ต่อชุมชน เกิดการสร้างจิตสํานึก ให้มีความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมท้องถิ่นของตน และ

เผยแพร่ต่อให้กับลูกหลานในชมุ ชน

2. วธิ กี ารเรยี นรู้
2.๑ เรียนรู้ประวตั ิความเป็นมาของในเรอื่ ง การละเล่นกลองยาว จากวิทยากรแหล่งเรียนรู้
2.๒ เยี่ยมชมนิทรรศการของแหล่งเรียนรู้ อาทิ ภาพถ่ายการประกอบการออกเล่นกลองยาว

ตามงานประเพณีตา่ ง ๆ และเคร่ืองเล่นในวงกลองยาวพืน้ บ้าน
2.3 สรปุ บทเรียน แลกเปลยี่ นเรียนรู้ และซกั ถามขอ้ สงสยั

3. กจิ กรรมการเรยี นรู้ (60 นาที เรยี นรูไ้ ด้ 30 คน)

3.1 คณะผมู้ าแลกเปล่ียนเรยี นรทู้ ำความร้จู ักกบั ทมี วิทยากร (5 นาที 30 คน)

3.2 เกริ่นนำแนวคดิ ความเปน็ มาของการบริหารงานกลมุ่ กลองยาว (10 นาที 30 คน)
ฐานท่ี 1 เรียนรปู้ ระวัตคิ วามเป็นมาของ “กลมุ่ กลองยาว” (10 นาที 10 คน)

ฐานที่ 2 เย่ียมชมนทิ รรศการรูปถา่ ย ละเคร่ืองดนตรีกลองยาว พรอ้ มแสดงให้ชม

(10 นาที 10 คน)
ฐานท่ี 3 นําเสนอสรปุ ผลกระบวนการเรียนรู้ โดยเทียบเคียงจากฐานเรียนรู้

หรือประสบการณ์จากชมุ ชนของตนเอง (10 นาที 10 คน)
3.3 ร่วมแลกเปลยี่ นเรียนรู้ ซักถามขอ้ สงสยั ประโยชน์ทเ่ี กดิ ขนึ้ (10 นาที 30 คน)

- สรปุ ผลทไ่ี ด้จากการเรียนรู้

- การนําไปปรบั ใช้กบั ตนเอง ครอบครวั ชมุ ชน
- ขอ้ สงสยั ในการเรยี นรู้

3.๔ ผ้เู ข้าเรียนรสู้ รปุ กระบวนการเรยี นรู้ กล่าวขอบคณุ ทมี วทิ ยากร (10 นาที 30 คน)

4. วทิ ยากร ปราชญช์ าวบ้าน
4.1 นายฟู พนั ยู
ปราชญ์ชาวบา้ น
4.2 นายเสรมิ ขนุ ศรี ปราชญ์ชาวบา้ น
4.3 นายพาย อยูส่ บาย

5. สถานที่ฐานการเรยี นรู้
ศาลาวดั คลองแปด หมู่ที่ 4 บ้านคลองแปด ตำบลพรหมนิมติ อำเภอตาคลี จงั หวัดนครสวรรค์

205

กิจกรรมแหล่งเรยี นรู้
กลุม่ กลองยาว (60 นาท)ี

รบั เพือ่ นไดค้ รง้ั ละ 30 คน

คณะผ้มู าแลกเปลย่ี นเรียนรู้ทำความรจู้ กั กับทีมวทิ ยากร
(5 นาที 30 คน)

เรยี นรู้แนวคดิ “กลมุ่ กลองยาว”
เกรน่ิ นำแนวคดิ ความเปน็ มาของการบรหิ ารงานกลุม่ กลองยาว

(10 นาที 30 คน)

ฐานที่ 1 ฐานที่ 2 ฐานที่ 3
บรรยายเรื่อง บรรยายเรอ่ื ง บรรยายเรอื่ ง
ประวัติความเปน็ มา เย่ียมชมนิทรรศการรปู ถา่ ย สรุปผลกระบวนการเรยี นรู้
ของกลุ่มกลองยาว และเครอ่ื งดนตรีกลองยาว โดยเทียบเคยี งจากฐานเรยี นรู้ หรือ
(10 นาที) ฐานละ 10 คน พร้อมแสดงใหช้ ม ประสบการณจ์ ากชมุ ชนของตนเอง
(10 นาที) ฐานละ 10 คน (10 นาท)ี ฐานละ 10 คน

- ร่วมแลกเปล่ยี นเรียนรู้ ซกั ถามข้อสงสยั ประโยชนท์ เี่ กิดขน้ึ
- สรปุ ผลท่ไี ดจ้ ากการเรียนรู้
- การนำไปปรบั ใช้กบั พื้นทแี่ ละตำบล
- ข้อสงสยั ในการเรียนรู้

(10 นาที 30 คน)

สรปุ กระบวนการเรยี นรู้ กล่าวขอบคุณทีมวิทยากร
(5 นาที 30 คน)

206

แหล่งเรียนรู้ท่ี 3
กลุม่ ทอผ้าพ้นื เมือง

สว่ นที่ 1 ข้อมูลทีเ่ กีย่ วข้องกับแหล่งเรียนรู/้ กลุม่

1. แนวคิดแหลง่ เรยี นรู้
ประชาชนไม่มีรายได้เสริม ทำให้รายได้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิตประจำวัน ประชาชนในหมู่บ้านจึงมา
นั่งปรึกษากันว่า จะทำอาชีพเสรมิ อะไร จึงมกี ารรวมกลุ่มกัน 5 คน ช่วยกันคดิ ว่า จะหาอาชพี เสริมอยา่ งไร และได้มี
ข้อสรุปว่าจะทำการทอผ้าพื้นเมือง เพราะว่า นายประจวบ น้ำเพชร มีฝีมือในการทอผ้าและเป็นผู้ฝึกสอนสมาชิกใน
กลุ่มและเป็นแกนนำในการจัดตั้งกลุ่ม สมาชิกภายในกลุ่มมีรายได้เพิ่มขึ้นจากเดิม เพราะมีรายได้หลักจากการทอผ้า
จนถึงปจั จุบันมสี มาชกิ ทง้ั หมด 8 คน

๒. ผลผลติ ทเ่ี กดิ ขน้ึ จากการดำเนนิ งานของแหลง่ เรยี นรู้
2.1 มกี ารสบื ทอดภูมิปัญญาท้องถิน่ ในการทอผา้ พน้ื เมอื ง
2.2 คนในชุมชนเกดิ ความร้สู กึ ในการเป็นเจา้ ของรว่ มกนั
2.3 เกิดกลุ่มทอผ้าพืน้ เมอื งสืบทอดสู่รุน่ ลกู รุ่นหลาน

๓. วธิ ีการดำเนนิ งานของแหล่งเรียนรู้/กลมุ่
3.1 มีการร่วมกลมุ่ กันทอผา้ พ้ืนเมอื ง
3.2 มีการถ่ายทอดความรทู้ ี่มีในเรื่องทอผ้าให้กับผู้ทีส่ นใจและเด็กเยาวชนรุ่นหลงั
3.3 มีการหนนุ เสริมและไปอบรมเพิม่ ความร้ใู นการทอผ้าเพม่ิ รายใหม่ ๆ

4. ผลทคี่ าดว่าจะเกิดขน้ึ จากการดำเนินงานในอนาคต
4.1 มีความต้องการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่เด็กและเยาวชนเพื่อเป็นการสืบทอดภูมิปัญญา

ท้องถ่ินให้คงอยคู่ ชู่ ุมชน
4.2 สมาชิกในกลุ่มเกิดจากความสามัคคี ความตงใจ ความไว้วางใจซึ่งกันและกัน มีความอดทน

และการทํางานเป็นทมี เสยี สละเพ่ือส่วนรวมจนทาํ ใหเ้ กดิ ความสําเรจ็

5. การขยายผลการดำเนินการ
ต้องการอนุรักษ์วัฒนธรรมให้สืบอยู่ต่อไปเพื่อใหชนรุ่นหลังได้ทราบถึงความเป็นมา ของรากเหง้าแห่ง
บรรพบุรุษและได้ดำรงรกั ษาไว้สบื ตอ่ ไป

207

ส่วนที่ 2 กระบวนการเรียนรู้

๑. ส่งิ ท่ไี ด้จากการเรียนรู้
1.1 ตอ่ ตนเอง มคี วามรเู้ กยี่ วกับภมู ิปญั ญาทอ้ งถ่นิ ในเรื่องการทอผ้าพืน้ เมอื ง
1.2 ครอบครัว เกิดความสัมพนั ธ์ทีด่ ีในครอบครวั มกี ิจกรรมทำร่วมกนั
1.3 ชมุ ชน เกิดการสร้างจิตสำนกึ ให้มคี วามภาคภมู ใิ จในวัฒนธรรมท้องถ่นิ ของตน และเผยแพร่

ตอ่ ใหก้ ับลกู หลานในชมุ ชน

2. วิธกี ารเรียนรู้

2.๑ เรยี นรู้ประวัติความเปน็ มาของในเรอ่ื งการทอผ้าพน้ื เมือง จากวิทยากรแหล่ง

2.๒ เย่ียมชมนทิ รรศการของแหลง่ เรียนรู้ เชน่ ผา้ ทอพื้นเมอื งหลากหลายแบบ
2.3 สรปุ บทเรยี น แลกเปล่ยี นเรียนรู้ และซกั ถามขอ้ สงสัย

3. กจิ กรรมการเรยี นรู้ (60 นาที เรยี นรไู้ ด้ 30 คน)
3.1 คณะผู้มาแลกเปล่ยี นเรยี นร้ทู ำความรู้จักกับทีมวทิ ยากร (5 นาที 30 คน)

3.2 เกรน่ิ นำแนวคดิ ความเป็นมาของกลุ่มทอผ้า (10 นาที 30 คน)

ฐานที่ 1 บรรยายเรื่อ งเรยี นร้ปู ระวัตคิ วามเปน็ มาของ “กลุ่มทอผา้ ”
(10 นาที 10 คน)

ฐานท่ี 2 เยย่ี มชมนิทรรศการผา้ ทอพื้นเมือง และเครือ่ งทอผา้ แบบโบราณ

(10 นาที 10 คน)
ฐานที่ 3 สอนวธิ กี ารยอ้ มผ้า และวธิ ีการทอผ้าแบบพน้ื เมือง (10 นาที 10 คน)

3.3 ร่วมแลกเปล่ยี นเรยี นรู้ ซักถามข้อสงสัย ประโยชน์ทเี่ กิดข้นึ (10 นาที 30 คน)
- สรปุ ผลทไี่ ดจ้ ากการเรยี นรู้

- การนำไปปรับใช้กับตนเอง ครอบครัว ชุมชน

- ข้อสงสยั ในการเรียนรู้
3.๔ ผเู้ ขา้ เรยี นรูส้ รุปกระบวนการเรียนรู้ กล่าวขอบคณุ ทีมวทิ ยากร (10 นาที 30 คน)

4. วิทยากร ปราชญ์ชาวบ้าน
ปราชญช์ าวบ้าน
4.1 นายจวบ นำ้ เพชร
4.2 นางลำเจียก น้ำเพชร ปราชญช์ าวบ้าน

4.3 นางสำเรยี ง น้ำเพชร

5. สถานทีฐ่ านการเรียนรู้
หม่ทู ่ี 4 บา้ นกกกว้าว ตำบลพรหมนมิ ิต อำเภอตาคลี จงั หวัดนครสวรรค์

208

กิจกรรมแหล่งเรยี นรู้ เรยี นรไู้ ด้ 30 คน
กลุ่มทอผ้าพนื้ เมือง (60 นาท)ี

คณะผมู้ าแลกเปลย่ี นเรียนรูท้ ำความรจู้ ักกับทมี วิทยากร
(5 นาที 30 คน)

เรยี นรู้แนวคดิ “กลมุ่ ทอผ้าพ้นื เมอื ง”
เกรน่ิ นำแนวคิด ความเป็นมาของกลุม่ ทอผา้
(10 นาที 30 คน)

ฐานที่ 1 ฐานที่ 2 ฐานที่ 3
บรรยายเรอ่ื ง เยยี่ มชมนิทรรศการผา้ ทอพ้นื เมือง สอนวธิ กี ารยอ้ มผ้า และ
เรียนรปู้ ระวัติความเปน็ มา วธิ ีการทอผา้ แบบพ้นื เมือง
ของ “กลุ่มทอผ้า” และเครอื่ งทอผ้าแบบโบราณ (10 นาท)ี ฐานละ 10 คน
(10 นาที) ฐานละ 10 คน (10 นาท)ี ฐานละ 10 คน

- ร่วมแลกเปล่ียนเรียนรู้ ซกั ถามขอ้ สงสยั ประโยชนท์ เ่ี กิดข้ึน
- สรปุ ผลที่ไดจ้ ากการเรยี นรู้
- การนำไปปรบั ใช้กับพ้นื ทแ่ี ละตำบล
- ข้อสงสยั ในการเรยี นรู้

(10 นาที 30 คน)

สรปุ กระบวนการเรียนรู้ กล่าวขอบคณุ ทีมวิทยากร
(5 นาที 30 คน)

209

แหลง่ เรียนรทู้ ี่ 4
กลมุ่ ยาหม่องสมุนไพร

ส่วนที่ 1 ข้อมลู ที่เกย่ี วข้องกับแหล่งเรียนรู้/กลุ่ม

1. แนวคิดแหล่งเรียนรู้
ประชาชนในหมู่บ้านรวมตัวกันปรึกษาหารือกันว่าจะหารายได้เสริมที่นอกเหนือจากการทำนา โดย
นางสาวศันสนีย์ ผายสุย เป็นแกนนำ และมีฝีมือในการทำยาหม่องสมุนไพร จึงได้ข้อสรุปว่า จะทำยาหม่องสมุนไพร
เป็นอาชีพเสริม เพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่ครอบครัว จึงรวมตัวกันจัดตั้งกลุ่มโดยมีสมาชิกทั้งหมด 10 คน และได้ปรึกษา
กับผู้นำหมู่บ้านเขียนโครงการของบประมาณจากองค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิต ได้เงินสนับสนุนกลุ่ม
จำนวน 10,000 บาท สมาชิกในกลุ่มมีรายได้เพิ่มขึ้นนอกเหนือจากการทำนา ทำให้มีรายได้เพียงพอต่อการดำรง
ชวี ิตประจำวนั จนถงึ ปัจจบุ นั มีประชาชนในหมบู่ ้านให้ความสนใจมาสมัครเปน็ สมาชิก 10 คน

๒. ผลผลิตทีเ่ กดิ ขึ้นจากการดำเนินงานของแหลง่ เรยี นรู้
2.1 มกี ารสืบทอดภูมปิ ัญญาท้องถนิ่ ในการทำยาหม่อง
2.2 คนในชมุ ชนเกิดความรู้สึกในการเปน็ เจ้าของร่วมกัน
2.3 เกิดกลมุ่ ทำยาหม่อง เพื่อถ่ายทอดสูร่ นุ่ ลูกรนุ่ หลาน

๓. วิธกี ารดำเนินงานของแหล่งเรยี นรู้/กลุม่
3.1 มกี ารรวมกลุม่ คนท่วี ่างงานทำยาหมอ่ งใชค้ วามรูท้ มี่ อี ยู่ถา่ ยทอดให้กบั ผูท้ ว่ี า่ งงาน
3.2 มีการจัดประชุมกับสมาชกิ ภายในกลุ่มเพื่อจัดหาซ้อื วัสดอุ ุปกรณ์ใช้ในกลุ่ม
3.3 มีการซือ้ วัสดอุ ปุ กรณ์เข้ากลมุ่ เพอ่ื ทำยาหมอ่ ง

4. ผลทคี่ าดวา่ จะเกิดข้นึ จากการดำเนนิ งานในอนาคต
4.1 มีความต้องการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่เด็กและเยาวชนเพื่อเป็นการสืบทอดภูมิปัญญา

ท้องถิน่ ใหค้ งอยูค่ ชู่ มุ ชน
4.2 สมาชิกในกลุ่มเกิดจากความสามัคคี ความตั้งใจ ความไว้วางใจซึ่งกันและกัน มีความอดทน

และการทำงานเป็นทีมเสยี สละเพือ่ สว่ นรวมจนทำให้เกิดความสำเร็จ

5. การขยายผลการดำเนินการ
ต้องการอนรุ กั ษ์ภมู ปิ ญั ญาให้สืบอยตู่ อ่ ไป เพ่ือให้ชนรุ่นหลงั ไดท้ ราบถึงความสำคญั และคณุ ค่าของสมนุ ไพร

210

ส่วนท่ี 2 กระบวนการเรียนรู้

๑. ส่ิงทีไ่ ดจ้ ากการเรียนรู้
1.1 ตอ่ ตนเอง มคี วามรูเ้ กย่ี วกับภมู ิปญั ญาทอ้ งถ่ินในเร่อื งการทำยาหมอ่ งสมุนไพร

1.2 ต่อครอบครวั เกิดความสัมพนั ธท์ ด่ี ีในครอบครวั มีกจิ กรรมมีงานทำร่วมกนั

1.3 ต่อชุมชน เกิดการสร้างจิตสำนึก ให้มีความภาคภูมิใจในภูมิปัญญาท้องถิ่นของตน และ
เผยแพร่ตอ่ ใหก้ ับลกู หลานในชมุ ชน

2. วิธกี ารเรยี นรู้

2.๑ เรยี นรู้ประวัตคิ วามเป็นมาของสมุนไพรในการทำยาหมอ่ ง จากวทิ ยากรแหลง่
2.2 วธิ ีการเลือกซอ้ื วัสดทุ ีใ่ ช้ในการทำยาหม่อง

2.3 สรุปบทเรยี น แลกเปลี่ยนเรยี นรู้ และซักถามข้อสงสัย

3. กิจกรรมการเรยี นรู้ (60 นาที เรยี นร้ไู ด้ 20 คน)

3.1 คณะผ้มู าแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทำความร้จู กั กบั ทีมวิทยากร (5 นาที 20 คน)

3.2 เกร่นิ นำแนวคิด ความเปน็ มาของกลุม่ ยาหม่องสมุนไพร (10 นาที 20 คน)
ฐานที่ 1 บรรยายเรอื่ งเรียนรูป้ ระวัติความเปน็ มาของ “กลุ่มยาหม่องสมุนไพร”

(10 นาที 10 คน)

ฐานที่ 2 สอนวธิ กี ารทำยาหม่อง และการจัดหาตลาดจำหนา่ ย (20 นาที 10 คน)
3.3 รว่ มแลกเปลีย่ นเรยี นรู้ ซกั ถามข้อสงสยั ประโยชน์ทเ่ี กดิ ขึ้น (10 นาที 20 คน)

- สรปุ ผลท่ไี ด้จากการเรยี นรู้
- การนำไปปรบั ใช้กบั ตนเอง ครอบครัว ชมุ ชน

- ขอ้ สงสยั ในการเรยี นรู้

3.๔ ผู้เขา้ เรยี นรสู้ รุปกระบวนการเรยี นรู้ กล่าวขอบคุณทีมวิทยากร (10 นาที 20 คน)

4. วทิ ยากร ปราชญ์ชาวบ้าน

4.1 นางศันสนยี ์ ผายสยุ ปราชญ์ชาวบา้ น
ปราชญช์ าวบา้ น
4.2 นางระเบยี บ กอบทอง
4.3 นางเดือน แกว้ ชา้ ง

5. สถานทีฐ่ านการเรยี นรู้
หมทู่ ่ี 7 บ้านโพธิค์ อย ตำบลพรหมนมิ ติ อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์

211

แหลง่ เรยี นรู้
กลมุ่ ยาหม่องสมุนไพร (60 นาที)

เรยี นรไู้ ด้ 20 คน

คณะผมู้ าแลกเปลี่ยนเรียนร้ทู ำความรจู้ ักกับทมี วิทยากร
(5 นาที 20 คน)

เรยี นรแู้ นวคิด “กลมุ่ ยาหมอ่ งสมนุ ไพร”
เกริ่นนำแนวคดิ ความเปน็ มาของกลมุ่ ยาหมอ่ งสมนุ ไพร

(10 นาที 20 คน)

ฐานท่ี 1 ฐานที่ 2
บรรยายเร่อื ง บรรยายเรอ่ื ง
วธิ ีการเลือกวสั ดุทใี่ ช้ทำยาหมอง สอนวิธกี ารทำยาหมอง
(10 นาที) ฐานละ 10 คน และการจัดหาตลาดจำหนา่ ย
(30 นาที) ฐานละ 10 คน

- รว่ มแลกเปล่ียนเรียนรู้ ซกั ถามขอ้ สงสยั ประโยชนท์ เี่ กิดข้นึ
- สรุปผลทไี่ ดจ้ ากการเรยี นรู้
- การนำไปปรบั ใชก้ บั พน้ื ท่แี ละตำบล
- ข้อสงสัยในการเรยี นรู้

(10 นาที 20 คน)

สรปุ กระบวนการเรยี นรู้ กลา่ วขอบคณุ ทมี วทิ ยากร
(5 นาที 20 คน)

212

แหล่งเรียนร้ทู ี่ 5
กลุ่มนวดลกู ประคบสมนุ ไพร

สว่ นที่ 1 ข้อมูลทีเ่ กี่ยวข้องกบั แหลง่ เรียนร/ู้ กลุม่

1. แนวคดิ แหลง่ เรยี นรู้
ประชาชนว่างงานไม่มีอาชีพ ทำให้เกิดปัญหาความยากจน คนในชุมชนจึงเกิดแนวคิดที่จะจัดการปัญหา
ด้วยตนเอง จึงมีการรวมกลุ่มกันหาอาชีพ แก้ปัญหาและได้เล็งเห็นเรื่องสุขภาพผู้สูงอายุที่มีอาการปวดเมื่อยจึงได้
เสนอโครงการทำลูกประคบและนวดสมุนไพร โดยมีแกนนำ คือ นางนุจรีย์ โสภา ซึ่งเป็นต้นแบบมีความสามารถทำ
ลูกประคบสมุนไพรได้ จึงรวมกลุ่มกัน 10 คน เพื่ออบรมสร้างรายได้ให้กับผู้ว่างงานประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น จาก
เดิมว่างงานก็มีงานทำ มีอาชีพ เดิมมีสมาชิก 10 คน ผ่านไป 1 ปี สมาชิกมีรายได้รวมกลุ่มต่อเดือน 5,000 บาท
และมสี มาชกิ มาสมัครร่วมกลมุ่ อีก 3 ราย เปน็ 10 ราย

๒. ผลผลติ ทเ่ี กดิ ข้ึนจากการดำเนนิ งานของแหลง่ เรยี นรู้
2.1 กลุ่มที่ว่างงานได้รับการถ่ายทอดความรู้ ให้แก่สมาชิกกลุ่มที่มีความรู้ หรือทุนทางภูมิปัญญา

ท้องถ่นิ
2.2 คนในชมุ ชนเกดิ ความรู้สกึ ในการเปน็ เจา้ ของร่วมกนั
2.3 เกิดกลุ่มกลุ่มนวดลูกประคบสมุนไพร เพื่อถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้ที่สนใจ เพื่อเป็นการสร้าง

งาน กอ่ ใหเ้ กิดรายได้เสริม

๓. วธิ กี ารดำเนินงานของแหล่งเรียนรู้/กล่มุ
3.1 มีการรวมกลุ่มคนที่ว่างงาน ฝึกนวดลูกประคบ และทำลูกประคบสมุนไพร โดยใช้ความรู้ที่มี

อยถู่ า่ ยทอดให้กับผู้ทว่ี า่ งงาน เพือ่ เป็นการสร้างรายได้
3.2 มีการจดั ประชมุ กบั สมาชิกภายในกลมุ่ เพ่อื จดั หาซือ้ วสั ดอุ ปุ กรณใ์ ช้ในกลุม่ นวดลกู ประคบ

4. ผลทีค่ าดว่าจะเกิดขน้ึ จากการดำเนนิ งานในอนาคต
4.1 มคี วามตอ้ งการถ่ายทอดองค์ความรใู้ หแ้ ก่เด็กและเยาวชน กลุ่ม อสม. ประชาชนที่สนใจเพื่อ

เป็นการสบื ทอดภูมิปญั ญาทอ้ งถ่ินให้คงอยู่ค่ชู ุมชน และยงั นำความรู้ไปปรับใชก้ บั ครอบครัวและผสู้ ูงอายทุ ดี่ ูแล
4.2 สมาชิกในกลุ่มเกิดจากความสามัคคี ความตั้งใจ ความไว้วางใจซึ่งกันและกัน มีความอดทน

และการทำงานเป็นทีมเสียสละเพื่อสว่ นรวมจนทำใหเ้ กดิ ความสำเรจ็

5. การขยายผลการดำเนินการ
ต้องการอนุรักษ์ภูมิปัญญาให้สืบอยู่ต่อไป เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ทราบถึงความสำคัญ และคุณค่าของ
สมนุ ไพรในทอ้ งถนิ่

213

สว่ นที่ 2 กระบวนการเรยี นรู้

๑. สงิ่ ทไ่ี ด้จากการเรียนรู้
1.1 ตอ่ ตนเอง มีความร้เู ก่ียวกับสมุนไพรท่ใี ช้ทำลูกประคบ
1.2 ต่อครอบครวั มีงานทำร่วมกันมรี ายได้เพยี งพอ
1.3 ต่อชุมชน เกิดการสร้างจิตสำนึก ให้มีความภาคภูมิใจในภูมิปัญญาท้องถิ่นของตน และ

เผยแพร่ตอ่ ให้กับลกู หลานในชมุ ชนในเร่อื งสมนุ ไพรทำลกู ประคบ

2. วธิ กี ารเรยี นรู้

2.๑ เรียนรปู้ ระวตั ิความเปน็ มาของกลมุ่ นวดลูกประคบสมนุ ไพร จากวทิ ยากรแหล่งเรยี นรู้

2.2 วิธกี ารเลือกสมนุ ไพร ท่ีมีสรรพคณุ แก้โรคแก้อาการทางการแพทย์แผนไทย
2.3 สรปุ บทเรยี น แลกเปล่ยี นเรยี นรู้ และซกั ถามขอ้ สงสยั

3. กิจกรรมการเรยี นรู้ (60 นาที เรียนรู้ได้ 20 คน)
3.1 คณะผู้มาแลกเปลย่ี นเรยี นรทู้ ำความรู้จักกับทมี วทิ ยากร (5 นาที 20 คน)

3.2 เกริ่นนำแนวคิด ความเป็นมาของนวดลกู ประคบสมนุ ไพร (10 นาที 20 คน)

ฐานที่ 1 บรรยายเรื่อง ความเปน็ มาของ “กลมุ่ นวดลูกประคบสมุนไพร”
และเร่อื งสรรพคุณของสมนุ ไพรทน่ี ำมาทำลกู ประคบ (10 นาที 10 คน)

ฐานที่ 2 สอนวิธีการทำลูกประคบสมุนไพร และวิธีการนวดลูกประคบ สรุปการทำงาน

ของกล่มุ นวดลูกประคบสมุนไพร (20 นาที 10 คน)
3.3 ร่วมแลกเปลีย่ นเรยี นรู้ ซักถามขอ้ สงสัย ประโยชนท์ ีเ่ กดิ ข้นึ (10 นาที 20 คน)

- สรุปผลท่ีได้จากการเรียนรู้
- การนำไปปรับใชก้ ับตนเอง ครอบครวั ชมุ ชน

- ขอ้ สงสัยในการเรียนรู้

3.๔ ผเู้ ขา้ เรยี นรสู้ รปุ กระบวนการเรยี นรู้ กลา่ วขอบคณุ ทมี วทิ ยากร (10 นาที 20 คน)

4. วทิ ยากร ปราชญช์ าวบา้ น

4.1 นางนุจรี โสภา ปราชญ์ชาวบ้าน
ปราชญช์ าวบ้าน
4.2 นางอญั ชรี รอดโฉม
4.3 นางสาวเฉลียว แกว้ พวง

5. สถานทีฐ่ านการเรียนรู้
หมู่ที่ 8 บ้านกกกวา้ ว ตำบลพรหมนมิ ิต อำเภอตาคลี จงั หวดั นครสวรรค์

214

กจิ กรรมแหล่งเรยี นรู้ เรียนรู้ได้ 20 คน
กลมุ่ นวดลูกประคบสมนุ ไพร (60 นาที)

คณะผู้มาแลกเปลีย่ นเรยี นรทู้ ำความรจู้ กั กับทมี วิทยากร
(5 นาที 20 คน)

เรยี นร้แู นวคดิ ความเป็นมาของ “กลุ่มนวดลูกประคบสมุนไพร”
(10 นาที 20 คน)

ฐานท่ี 1 ฐานที่ 2
บรรยายเรอื่ ง บรรยายเรื่อง
บรรยายเรอ่ื งความเป็นมาของ สอนวิธกี ารทำลกู ประคบสมุนไพร
“กลุ่มนวดลกู ประคบสมนุ ไพร” และเรื่อง และวธิ กี ารนวดลกู ประคบ สรุปการ
สรรพคณุ ของสมนุ ไพรท่นี ำมาทำลกู ประคบ ทำงานของกลุ่มนวดลูกประคบสมนุ ไพร
(10 นาที) ฐานละ 10 คน (20 นาที ฐานละ 10 คน)

- รว่ มแลกเปล่ียนเรียนรู้ ซกั ถามขอ้ สงสัย ประโยชนท์ เ่ี กิดข้นึ
- สรุปผลทไ่ี ดจ้ ากการเรยี นรู้
- การนำไปปรบั ใช้กบั พ้นื ท่แี ละตำบล
- ขอ้ สงสยั ในการเรียนรู้

(10 นาที 20 คน)

สรปุ กระบวนการเรยี นรู้ กลา่ วขอบคุณทมี วทิ ยากร
(5 นาที 20 คน)


Click to View FlipBook Version