The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pphintaphad, 2021-05-06 11:31:23

นิราศหนองคาย


นราศหนองคาย




เนอหา



[ซอน]



• 1 ข้อมลเบ้องต้น
• 2 บทประพันธ์
o 2.1
o 2.2

o 2.3
o 2.4
o 2.5

o 2.6
o 2.7

o 2.8
o 2.9
o 2.10

o 2.11
o 2.12

• 3 เชงอรรถ
ี่
• 4 ทมา







ขอมูลเบองตน


ผูแตง: หลวงพัฒนพงศ์ภักด (ทม สขยางค์)



บทประพันธ

๏ จะเร่มเรองเมองหนองคายจดหมาย





เหตุ ในแดนเขตเขื่อนคุ้งกรงสยาม

บังเกดพวกอ้ายฮอมาก่อความ ท าสงครามกับลาวพวกชาวเวียง

ื่


ซงเจ้าเมองเขตขัณฑ์ตะวันออก ก็แต่งบอกเขียนหนังสอลงชอเสยง






ในเขตแดนหนองคายเมองรายเรยง เมองใกล้เคียงบอกบั่นกระชั้นมา
ว่าล้วนพวกอ้ายฮอทรลักษณ ์ ประมาณสกสามพันล้วนกลั่นกล้า





เที่ยวรบปล้นขนทรพย์จับประชา ลาวระอามได้อาจขยาดกลัว ฯ
๏ สมเด็จพระปรมนทรบดินทรเดช ซงปกเกศรมเกล้าเจ้าอยู่หัว






ื่



สดับเรองเมองบนกระมลมัว ศกพันพัวราษฎรประเทศในเขตคัน
ด้วยไพรบ้านพลเมองจะเคืองขุ่น ทรงการญราษฎรคิดผ่อนผัน







เชญสมเด็จเจ้าพระยาปรกษาพลัน พรอมด้วยพันธพงศ์พระวงศ์วาน




เห็นแต่เจ้าพระยามหนทรเคาซลลอ เปนเน้อหนอพงศ์เผ่าเหลาทหาร



ี่



พอจะเปนแม่ทัพรับราชการ ทร าคาญขุนข้องเมองหนองคาย
แล้วจัดพระยา, พระ, หลวงทั้งปวงอก ให้เปนปกซ้ายขวาทัพหน้าหลาย



ทั้งเกณฑ์เลขสมฉกรรจ์พันทนาย ทั้งเลขจ่ายตามกรมระดมกัน





เกณฑ์เลขทาสทั้งทมค่าตัว ดนงนัวนายหมวดเรงกวดขัน

ผู้ทเปนมุลนายวุ่นวายครัน บ้างใช้ปญญาหลอกบอกอุบาย


ี่




วาตัวทาสหลบล้หนไมอยู ่ ข้างเจ้าหมู่เกาะตัวจ าน าใจหาย






ทตัวทาสหนจรงว่งตะกาย ท าวุ่นวายยับเยินเสยเงนทอง

เกณฑ์ขุนหมนขึ้นใหมในเบ้ยหวัด ขุนหมื่นตัดเกณฑ์ตามเอาสามสอง







ท่านนายเวรเกณฑ์กวดเต็มหมวดกอง เอาข้าวของเงนตราปญญาด

เหล่าพวกขุนหมื่นไพรต้องไปทัพ ทมทรพย์พอจะจ่ายไม่หนายหน




ี่

ส้จ้างคนแทนตัวกลัวไพร ี ทเงนมีเขาไม่อยากจะจากจร ฯ
ี่




๏ ฉันจ ารางหางมตรขนษฐ์นาฏ หวานสวาทด้วยจะรางหางสมร




แสนถวิลจนดาด้วยอาวรณ ์ สะท้อนถอนฤทัยอาลัยครวญ


กางกรประคองกอดแม่ยอดรก พิศพักตรสาวน้อยละห้อยหวน




นกก็นาใจหายเสยดายนวล ด้วยจ าด่วนจากนางไปหางเรอน




แสนสงสารแต่พธจะอยู่เดยว นกเฉลยวอาลัยใครจะเหมอน




ี่
พึงอยู่กนด้วยพี่สักสเดอน จะจากเพื่อนพิศวาสแทบขาดใจ



คร้นเหนน้องนองเนตรสงเวชจต นกหวนคิดว่าจะเบอนเชอนไถล







จะบอกปวยเสยให้มากไม่อยากไป กลัวจะไม่เปนธรรม์กตัญญ ู



นายมกจควรคิดเอาตัวรอด คนจะย้อนค่อนขอดได้อดส




ต้องจ าใจจ ารางหางพธ ู จงเชญอยู่ให้เปนสขสนกด ี



อย่ารองไห้จะเปนลางจงสรางโศก อย่าวิโยคนักน้องจะหมองศร




แม้นตั้งใจไว้ท่าไมราคี นั่นแลมความชอบฉันขอบใจ ฯ







๏ ถงวันพุธเดอนสบแรมแปดค า เปนวันอ ามฤตโชคโฉลกใหญ่


ณ ปกุนสัปตกศกจะยกไป จ าครรไลโลมลาสดาดวง



น ้าตาไหลพรากพรากออกจากห้อง เหลยวดน้องใจหายไม่วายหวง



ี่
ค่อยแข็งขืนฝนอารมณทตรมทรวง แล้วเลยล่วงอ าลาแม่อาพลัน



ท่านก็ร าอวยชัยให้เปนสข อย่ามทุกข์อันตรายทางผายผัน






สวัสดมชยพ้นภัยยัน เมอกลับนั้นจงเปนสขส้นทุกข์รอน






ลงจากเรอนเบือนดแม่คู่ชน ถอนสะอ้นโหยไห้ฤทัยถอน

ื่

สละรกหักใจอาลัยวรณ ์ ฝนใจจรรบเดนเมินไม่มอง



มาครหนงถงสถานบ้านเจ้าคุณ ก าลังวุ่นผู้คนเขาขนของ

ู่




ฉันฝนพักตรเข้าฝาน ้าตานอง ใจสยองย่งสลดระทดระทม


แสนคะนงภงมิตรพิศวาส ใจจะขาดลงด้วยรางหางคู่สม



ค่อยแข็งขืนกลนน ้าตาหักอารมณ ์ คร้นวายตรมแล้วมานั่งคอยฟงการ







คนพรอมพร่งนั่งรอหน้าหอใหญ ่ ทั้งพวกไพรเหลาพหลพลทหาร



บ้างขนเสบยงลงเรอเกลอน ้าตาล ทั้งข้าวสารข้าวตากและหมากพล







ของเจ้าคุณขนเนองทั้งเครองใช้ คนขนไม่หยุดหย่อนรองอ่อนห

ื่


เกนจะพรรณนาเหลอตาด ู เครองควาหวานมอยู่ก็มากครน


เครองอาวธสารพัดท่านจัดซ้อ ล้วนเครองมอรบทัพดขับขัน

ื่




ซ้อเส้อหมวกแจกจ่ายเปนหลายพัน ล้วนแพรพรรณสักหลาดสะอาดตา







ลงทุนซ้อของมบัญชเสรจ สกรอยเจ็ดสบชั่งกยังกวา











เครองหน้าไม้เครองมอซ้อเอามา ทั้งมดพราจอบเสยบกเตรยมการ




และท่านท าแวนเพชรสบเอ็ดวง หวังใจจงแจกจ่ายนายทหาร



ทไม่คิดย่อหย่อนเข้ารอนราญ ใครท าการศกส าเรจบ าเหน็จมอ
ี่



ทั้งเส้อผ้าสารพัดท่านจัดครบ ถ้าใครรบจรงจรงไมว่งตอ





ื่


เข้าตีข้าศกแยกให้แตกฮอ จดเอาชอแล้วจะได้ให้รางวัล ฯ
๏ คร้นบ่ายสามโมงถ้วนจวนจะฤกษ์ เอิกเกรกไพรนายเตรยมผายผัน





พอสมเด็จเจ้าพระยาท่านมาพลัน เจ้าคุณนั้นออกมารบค านับกาย
นั่งเกลอนกลาดเคียงขนานประมาณ


พรอมสมณพราหมณาโหราศาสตร ์ หลาย

พนักงานตั้งเตยงไว้เรยงราย ทอาบสายชลธารเบญจางาม
ี่




เจ้าคุณแม่ทัพค านับน้อมสมเด็จ แล้วก็เสรจสเบญจาหน้าสนาม



สรงพุทธมนต์ชลอาบปราบสงคราม ขึ้นเหยยบไม้ข่มนามศัตรพาล



พระสงฆ์องค์สมมุตวงศ์พุทโธ ชยันโตส าเนยงเสยงประสาน

เสยงฆ้องชัยลั่นต้องก้องกังวาน โหราจารย์พรามหมณเคาะบัณเฑาะว์


ดัง

พระครโหรอวยชัยให้เดชะ พระหมณะผู้เฒ่าก็เปาสังข์


พรอมด้วยเหล่าเจ้าพระยาดาประดัง ขุนนางนั่งสลอนอวยพรชัย ฯ





๏ ฝายเจ้าคุณแมทัพคร้นสรรพเสรจ น้อมสมเด็จเจ้าพระยาอัชฌาสัย


ออกมานั่งคอยฤก์เบกบานใจ ผินพักตรไปฝายบุรพาทางนาคิน



ท่านสมเด็จเจ้าพระยาคอยหาฤกษ์ พอเมฆเลกดอุดมสมถวิล


สรยงทรงรถหมดมลทน ทางกสณบรบูรณเพ่มพนด







สมเด็จท่านขานไขบอกได้ฤกษ์ แล้วให้เบิกฆ้องชัยได้ดถ ี


ก็โหรองเอาชัยปราบไพร ี ท่านแม่ทัพจรลลงเรอพลัน



ื่




ฝพายพลโหรองก้องสะเทอน เสรจคลาเคลอนกองทัพดูคับขัน




เรอกระบวนสวนแซงพายแย่งกัน เสยงสนั่นเปนระลอกกระฉอกชล


ทั้งสองฟากเรอตลอดจอดเปนหม ู ่ ล้วนคนดกองทัพเรอสับสน






กลามตลอดจอดแพออกแจจน กญงชายบนตล่งดอยูส าราญ
ดเรอแพแออัดสงัดหาย ไม่อาจพายออกมาตัดหน้าฉาน





กลัวจะกดกันขวางทางชลธาร หลบหนซานเข้าจอดตลอดมา ฯ


๏ คร้นถงต าหนักแพแลไสว พวกข้างในนั่งอยูดหนักหนา


ปางพระจอมจักรพรรดกษัตรา เสด็จมาคอยรับกองทัพเอง









เหลาขุนนางแวดล้อมอยูพรอมพร่ง ลงทนั่งปกนกกั้นบดเกง







ทอดพระเนตรเรอแพทรงแลเล็ง เสยงแซเซงแตรฝร่งก้องกังวาน


เรอเจ้าคุณจอดเลยบประเทียบล า ถวายค านับน้อมจอมสถาน
แล้วถวายบังคมราบลงกราบกราน ตามบูราณประเพณทมมา


ี่


กรงกษัตรย์จ้มเจมเฉลมพักตร ์ ทรงสังข์ทักษิณาวัฏต่อหัตถา








เปนสังข์เวียนซ้ายเรยกทักษิณา เปนภาษาไพรคิดโดยจตเดา


ด้วยฉันมาหน้าแครท่านแม่ทัพ คร้นได้รบน ้าสงข์ไมนั่งเหงา







เปนเหตุให้ทุกข์สรางลงบางเบา แต่ยังเมาโศกรกหนักอาวรณ

ท่านเจ้าคุณแม่ทัพค านับน้อม ฝายพระจอมบพิตรอดศร




เสด็จทรงสังข์สรรเสรญเจรญพร แล้วกรายกรหยิบนาฬกามาประทาน


ทองค าท าตลับระยับย้อย ทั้งสายสรอยสามกษัตรย์จัดประสาน

พระจอมนาถมพระราชโองการ ว่าของนานท าไว้จะให้เธอ
ื่
ฉันลงชอเขียนไว้ในตลับ เจ้าคุณรับได้ของประคองเสนอ

ถวายค านับซ ้าท าบ าเรอ เสด็จเผยอเรอออกบอกฝพาย




คร้นเรอออกประตูฝานาวาคล้อย พระสงฆ์คอยประน ้ามนต์พลทั้งหลาย

คนในเรอรับพลางต่างวางพาย น้อมถวายบังคมประนมกร ฯ




๏ คร้นลวงพ้นโขลนทวารกขานโห ่ เสยงก้องโกลาหลพลสลอน




เอิกเกรกเรงมาในสาคร เรอกระฉอนน ้ากระฉอกละลอกโครม


เหลาคนดเรอจอดตลอดทั่ว ล้วนแต่งตัวอ่าอวดประกวดโฉม



ี่

ทสาวแท้แลแต่ไกลนาใครโลม ฉันหนงโน้มหักใจอาลัยวอน




ี่
พวกคนดถงว่าทมสกุล เห็นเจ้าคุณไหว้ค านับสลับสลอน

บางคนไหว้แล้วชวยอ านวยพร ประนมกรหยุดจอดตลอดมา ฯ


๏ ถงต าหนักแพวังหน้านาวาตรง มพระสงฆ์ประน ้ามนต์บ่นคาถา


ชยันโตอวยชัยในนาวา จอดอยู่หน้าต าหนักแพแซส าเนยง





พระวังหน้านั้นกเสรจเสด็จรบ สงกองทัพยืนราหน้าเฉลยง


พน้อมเสนาขวาซ้ายยืนรายเรยง บ้างอยู่เคียงพระองค์ผู้ทรงนาม
ท่านเจ้าคุณแม่ทัพค านับน้อม รองพระจอมจุลจักรหลักสยาม


พระกายไทยใจทหารชาญสงคราม พระพักตรงามสง่าชสรพงศ์




พอกระบวนด่วนล่วงมาเลยลับ เรอกองทัพเซงแซแลระหง





สังเกตลมพระพายพัดชายธง นมตมงคลดเลศประเสรฐครน



เรอเขย้อนเตอนฝพายทั้งซ้ายขวา พระสรยาเบี่ยงบ่ายลงผายผัน







พอเรอไฟพระสนทราแล่นมาทัน เห็นตัวท่านยืนโยกแล้วโบกมอ
ี่
นกสงสัยจะเปนใครทไหนหนอ แต่งตัวปอโบกมอผับบอกนับถอ














สงเกตได้แต่ทมสน้วมอ น้คงคือเจ้าคุณพระสนทรา





เพราะน้วมอท่านมสน้วถ้วน น้วช้ด้วนเด็ดชัดข้างหัตถ์ขวา








คุมเรอไฟไล่แล่นตามเข้ามา ฝพายคว้าเชอกผูกเรอแล่นเหลอใจ




โยงเรอแม่ทัพกับเรอบุตร เรอไฟฉดแลนล่วใจหววไหว





เรอนายทัพนายกองเนองนองไป เรอกลไฟจูงมาในสาคร ฯ




๏ คร้นถงวัดเขมาภรตาราม ประทับตามฤกษ์ก าหนดให้งดก่อน

ด้วยกลางคืนโหรมิให้ครรไลจร ก็พอผ่อนแรมกระบวนอยู่ถ้วนกัน


พอสมเด็จเจ้าฟาจาตุรนต์ ลงเรอกลไฟเล็กเล็กทั้งนั้น

ขนมาสงกองทัพด้วยฉับพลัน มาถงทันรอจักรหยุดพักคอย

เสด็จลงสยังทนั่งเกง ฝพายเรงตงข้อไม่ท้อถอย









พอจวนถงรอรานาวาคอย เรอบ่ายคล้อยหันเรยงให้เอียงล า



เจ้าคุณน้อมบังคมก้มค านับ สมเด็จรบย้มนยมดูคมข า






พระทัยดมพระกรณประจ า หยิบเปลปานซองทองค ามาประทาน




เจ้าคุณน้อมค านับรบส่งของ สมเด็จพรองอวยชัยทรงไขขาน




แล้วเอ้อนอรรถตรสเสรจส าเรจการ ไม่ช้านานกลับหลังคืนวังพลัน ฯ




๏ ฝายข้างพวกกองทัพนั้นสบสน บ้างขึ้นบนบกกรายเทยวผายผัน
บ้างหงข้าวเผาปลาทูกินอยู่กัน บางคนหันเข้าใต้รมไม้นอน


เจ้าคุณท่านอาศัยในศาลา ฉันรกษาอยู่ในเรออิงเหนอหมอน






ค านงถงขนษฐาให้อาวรณ ์ อุระรอนรญจวนหวนคะนง





ปานฉะน้แก้วพจะโหยหวน จะรญจวนหรอว่าไม่อาลัยถง







แต่อกพอาวรณดั่งศรตรง นอนร าพึงถงแม่ดวงพวงพะยอม







แสนเสยดายสายสวาทอนาถจต โอ้ามเอยเคยชดอนบถนอม



คร้นย่งคิดจตตรมอารมณตรอม ประหนงจอมเขาทับลงกับกาย






ซงพี่มาจากนางแต่รางเปล่า หัวใจเฝาเคียงประโลมแม่โฉมฉาย



ื่
คิดหนังหนวงหวงสวาทไม่คลาดคลาย โศกไม่วายเสอมเศราอกเราอา

ื่

แสนอาวรณนอนเผลอละเมอม่อย พอเดอนคล้อยดาวเคลอนเลอนเวหา

ื่



จวนแจ้งแสงศรสรยา ตนนทราโหยไห้ฤทัยตรม

ื่


เสรจเสพโภชนากระยาหาร ทั้งคาวหวานกล ้ากลนรสขืนขม


กนน ้าใสกเหมอนกนน ้าดนตม ด้วยอารมณหวังรกหนักอุรง ฯ

















๏ คร้นเช้าสองโมงครงกงนมต ส าเรจกจเสรจสมอารมณหวัง


ฝพายเตรยมนาวาประดาดัง จอดคอยฟงลั่นฆ้องตามองเมยง





คร้นเจ้าคุณลงเรอนั่งเหนอเบาะ ฝพายเกาะโหขานประสานเสยง







เรอพรอมเพรยงออกตามหลั่นหลาม


ตฆ้องหยหงพลันลั่นส าเนยง มา









คระโครมครกกกก้องท้องสมุทร พายรบรดเรวนักดั่งปกษา



คว้างคว้างมาในกลางชลธาร ์ ดนาวาเรวรดเทยมทัดลม




คร้นจะราระยะทางชมบางบ้าน กขี้ครานหลกจัดตัดประสม






ด้วยนราศอื่นมดอุดม ล้วนคารมวิเวกหวานเคยอ่านฟง




คร้นเรอมาฉวฉวแลล่วลับ ฝพายขับขบเขี้ยวไมเหลยวหลัง







ชลกระฉอกละลอกเสยงเพียงจะพัง กระทบฝ่งกระจายท าลายลง ฯ




๏ ถงเมองประทุมธานบุรรัตน์ วายุพัดน ้ากระเด็นขึ้นเปนผง



พระอาทตย์เล้ยวลัดอัสดง เรอตัดตรงข้ามฟากพายบากมา







รบรดมาจอดวัดประทุมทอง พินจมองเหนพระสงฆ์ทรงสกขา


ล้วนรามัญชยันโตโพธยา ตามภาษาพระมอญอวยพรชัย



ท่านเจ้าคุณแม่ทัพค านับน้อม มจตพรอมศรัทธาอัชฌาสัย
กขึ้นจากเรอเดนด าเนนไป ตรงเข้าในศาลาหาสมภาร





ถวายเงนแก่พระสงฆ์องค์ละบาท ทั้งอาวาสด้วยศรทธาท่านกล้าหาญ

น้อมจตคิดตั้งปณธาน เจ้าอธการค ารพจบสัพพ






กแรมทัพอยูทนั่นพรอมกันหมด พระสรยงเย้องรถอับฉวี











ทั้งนายไพรสขเกษมจตเปรมปรด ์ ิ เหล่าโยธกองทัพบ้างหลับนอน


ด้วยวัดน้ไมมทอาศัย เดนไปไหนน ้าท่าเปกผ้าผ่อน





ี่

วัดประทุมลุ่มเต็มทไร้ทดอน คนต้องซ้อนแซกเสยดยัดเยียดกัน



ี่

เหมอนตะรางสัสดทแคบคับ นอนไม่หลับเจียนชวาแทบอาสัญ
ตาบุนปราบแกขนาบเอาโซพัน เรงรางวัลข้าทุเลาเอาเงินมา





โอ้พุ่มพวงดวงจตชวิตพี่ ปานฉะน้สาวน้อยจะคอยหา




จะโศกเศราว้าเหว่อยู่เอกา อนจจาแสนสงเวชน ้าเนตรพราว


โอ้อาลัยใจหายไม่วายโศก บังเกดโรครางงามเมอยามหนาว
ื่
โอ้ยามรกหนักจตเหมอนตดกาว ไม่มคราวลมมตรยลตดตา











ย่งหวนหวนหวงไห้ฤทัยโหย อระโรยรวงหรบดั่งบุปผา


เมอต้องแสงสรยงสองลงมา เกสรสาโรชรวงเหมอนทรวงเรา

ื่





หวนคะนงถงมตรพิศวาส ใจจะขาดเสยเพราะทรวงงงง่วงเหงา







ก าเรบโรคโศกรางไม่บางเบา ยุพเยาว์จะมได้เหใจเรยม







ค่อยแข็งขืนฝนอารมณทตรมตรก คร้นนกนกแล้วค่อยวายจตอายเหนยม
ี่


คงได้กลับยลโฉมประโลมเลยม ไม่ทันเตรยมอย่าเพ่อตรอมจะผอมตาย





ื้

พอหลับผอยมอยฟนตนสวาง ลุกลูบล้างหน้าพลันไม่ทันสาย







พออ่มหน าส าเรจเสรจสบาย เหลาฝพายเตรยมตัวพรอมทั่วกัน
พอได้ฤกษ์แล้วก็บอกออกนาวา เสยงเฮฮาปรดเปรมเกษมสันต์






ไม่เห็นใครมีทุกข์สนกครัน จ้วงกระชั้นตงข้อไมรอรา






เรอละล่วปลวเฉอยมาเรอยร ่ ี ชมวิถชลมารคข้างฟากขวา





แล้วผันชมฟากซ้ายวายน ้าตา คร้นนาวาแลนลวงครรไลเลย ฯ




๏ มาถงเกาะบางปะอินทนกร ก าลังรอนแสงแดดนั้นแผดเผย


เหนร้ววังข้างขวาสง่าเงย นาชมเชยตกตั้งเปนวังเวยง








ท่านเจ้าคุณแมทัพบังคับส่ง จอดหน้าวังขึ้นบูชาหน้าเฉลยง




ท่าจุดธปเทียนถวายอยู่รายเรยง นั่งประเนยงน้อมประนมบังคมคัล
แล้วก็ออกนาวาจากหน้าวัง ดคับคั่งด้วยพหลพลขันธ ์




ไมเล้ยวลัดถงวัดชมพลพลัน ก็เหหันเรอประทับกับตะพาน




เจ้าคุณก็จ าเนยรธปเทียนจุด บูชาพุทธรปใหญ่ในวิหาร






ด้วยวัดชมพลน้มมานาน แต่ก่อนกาลกรงเก่ามเค้าความ

ด้วยเจ้าพระยากลาโหมเล้าโลมไพร ่ ชมนมไว้วัดน้ทสนาม





แล้วยกพลเกรยวกรเข้าวู่วาม ท าสงครามกับกษัตรย์ขัตตยา





จับเจ้าแผ่นดนได้ให้ประหาร คร้นสมการมุ่งมาดปรารถนา







ก็ได้ซงสมบัตกษัตรา จงราชาภเษกเปนเอกองค์

ทรงนามท้าวพระเจ้าปราสาททอง ได้ครอบครองร้ววังดั่งประสงค์
มพระราชศรทธาปญญายง เสด็จทรงสรางวิหารรมชานชล





เสรจพระราชศรัทธาเปนอาราม ประทานนามโดยวิเศษตามเหตุผล


ี่



ื่

เดมที่นได้ประชมชมนมคน ชอชมพลนกายาราม



คร้นกรงเก่าย่อยยับอัปรา ซงวัดวาพังลงเปนดงหนาม





โบสถ์พังโครมโทรมทรดช ารดตาม ไดแจ้งความเร่มรแต่บูราณ








คร้นแผ่นดนพระจอมเกล้าเจ้าอยูหัว มาสรางร้ววังนวาสราชฐาน



แล้วเลยทรงสถาปนาการ พระวิหารให้คงด ารงด





แล้วป้ ันรปจอมปราชญ์ปราสาททอง ดเรองรองงามงดสกสดศร

ยืนอยู่หน้าอุโบสถปรากฏม ี ทุกวันน้คนผู้ยังบูชา



คร้นส าเรจเสรจนบเคารพพระ ก็เลยละผายผันจตหรรษา





เจ้าคุณให้รองบออกออกนาวา โหสามลาบอกยาวเสยงกราวเกรยว



เหล่าฝูงชนชาวบ้านละลานหน ี บ้างหลบล้ว่งแต้ไมแลเหลยว



เรอไม่พายคลายคล าสักล าเดยว ปะกเล้ยวจอดซบหลบแต่ไกล

ื่




ฝพายไม่รอรามาตะบง บรรลุถงหน้าวัดโปรดสัตว์ใหญ่
แวะเรอเรยงเคียงจอดตลอดไป เจ้าคุณให้จอดประทับกับตะพาน



ท่านจุดธปเทยนชขึ้นบูชา น้อมศราหนวงมนัสหัตถ์ประสาน




ี่

ื่

ื่


พวกไพรพลเรงรนชนส าราญ ใจเบกบานยินดทสบาย




วักน ้ามนต์ใสบนศรษะทั่ว บ้างลบตัวอาบกนส้นทั้งหลาย



ี่
ทโกงเขาย ่าแย่แต่ปกลาย ให้ความหายลับล้อย่าฎกา

รบรดมาถงวักพะแนงเชง พอราเรงคึกคักเปนหนักหนา








เจ้าคุณขึ้นบกพลันไปวันทา พระปฏมาองค์ใหญ่ด้วยใจจง


จุดธปเทียนบุปผาบูชาพระ คารวะขอความตามประสงค์









ขออารกษ์ศักดสทธสถตทรง สงในองค์พระปฏมากร

จงพิทักษ์รกษาโยธาทัพ ทคั่งคับพรอมหน้ามาสลอน







ซงโพยภัยขออย่าเพียรมาเบียนบอน จงถาวรสวัสดทั่วทุกตัวคน


เจ้าคุณเสรจบูชาลลากลับ ผู้คนคับสองข้างหว่างถนน
ท่านเจ้าคุณเมตตาประชาชน ทยากจนผู้ใหญ่เด็กเจ๊กคนโซ
ี่
ื้



ี่
แจกเงนให้คนละเฟองนั่งเนองนับ คนทรับไทยทานประมาณโข
บางคนออกวาจาวราโร รตพิโชชนะหมู่ศัตรพาล



เจ้าคุณลงนาวาเสรจคลาเคลอน เรอเขย้อนเปนละลอกกระฉอกฉาน


ื่

ละล่วมาในวนชลธาร บ่ายประมาณห้าโมงเศษสังเกตจ า ฯ


๏ ถงวังจันทรเกษมจตเปรมปรา แวะนาวาพักผ่อนจอดช้อนส า


เรอเจ้าคุณจอดเลยบประเทียบล า เวลาค าแรมทัพต่างหลับนอน ฯ




๏ คร้นรงแสงสรยาเวลาสาย เหลาตัวนายคั่งคับสลับสลอน





ื่
ล้วนแต่งตัวเต็มยศบทจร หมู่นกรเกลอนกล่นต่างคนมา

ชมนมทศาลาใหญ่หน้าวัง มาพรอมพร่งนั่งรายทั้งซ้ายขวา

ี่



คอยเจ้าคุณแม่ทัพรับบัญชา ทบรรดาตัวนายนั่งรายเรยง


เจ้าพระยาแม่ทัพประดับกาย เสรจผันผายขึ้นมานั่งยังเฉลยง


ื่





ลูกทัพค านับน้อมอยู่พรอมเพรยง คอยฟงเสยงท่านอยู่ดชนบาน

ท่านเจ้าคุณแม่ทัพขยับโอษฐ์ ภปรายโปรดทักทายนายทหาร


แล้วชักชวนไปวัดมนัสการ พระวหารเสนาสน์เย้องยาตรา
เข้าในวังขึ้นยังพระมนเทยร แล้วน้อมเศยรอภวันท์ด้วยหรรษา



จุดธปเทยนทั้งคูขึ้นบูชา พระมหาทนั่งในวังจันทร








ออกจากวังไปยังพระอาวาส นามเสนาสน์งามเลศดูเฉดฉัน

ท่านเจ้าคุณค านับอภวันท์ ธปเทยนนั้นจุดถวายธบายความ



วาวัดน้ของพระยาทปราสาททอง เปนเจ้าของสรางไว้ในสยาม






คร้งแผ่นดนกรงเก่าเปนเค้าความ แจ้งเหตุตามโดยเรองคร้งเมองกรง








เมอเมองเสยแก่พมาพากันขุด เอาไฟจุดลอกทองแล้วถลุง




วัดสลักหักพังออกนังนง แต่คร้งกรงรางรามาช้านาน









คร้นแผ่นดนจอมเกล้าเจ้าอยูหัว ศรทธาทั่วบพตรประดษฐาน


เสด็จมาบ ารงผดงการ พระวิหารเสนาสน์สะอาดงาม

เจ้าคุณเสรจบูชาลลากลับ ขึ้นประทับบนศาลาหน้าสนาม





ี่
ลกทัพนายกองนั่งคอยฟงความ อยู่ออกหลามศาลาทหน้าวัง



บ้างรองทุกข์ขอข้าวต่อเจ้าคุณ วาส้นทุนจวนจะอดข้าวหมดถัง


ขอเบกข้าวสารพอต่อก าลัง เจ้าคุณฟงข้อค าคิดร าคาญ






ื่
จงผินผันหันหน้าปรกษาเรอง ด้วยวาเมองน้ต้องเลกเบกข้าวสาร


เพราะได้แจ้งกิจจาเวลาวาน กรมการเขาว่าตราไม่ม
ท่านเจ้าคุณชักทุนซ้อข้าวสาร แจกทหารกล้วยไข่ให้อีกหว





ทั้งของคาวเน้อเค็มกเต็มด ี แจกโยธกองทัพรบทุกคน ฯ


๏ คร้นวาบ่ายชายแสงพระสรเยศ สักโมงเศษเอะอะเตรยมพหล







ต่างลงเรอทุกล าประจ าพล บ้างเตรยมตนคอยฟงระวังตัว


ี่
เจ้าคุณลงนาวาทหน้าวัง พรอมสะพร่งฝพายซ้ายขวาทั่ว


นายน้อยจับตระบองลั่นฆ้องรว ให้รทั่วนัดบอกกันออกเรอ








ฆ้องลั่นเสยงแซซรองก้องกังวาน โหประสานสามลาสง่าเหลอ


ลกทัพนายกองนั้นไมฟ่นเฟอ ล้วนสวมเส้อเต็มยศหมดทุกนาย ฯ







๏ มาประเดยวเล้ยวประทะศรษะรอ ดปราดปรอน ้าไหลเชยวใจหาย






ฝพายขึงตงข้อไม่รอพาย บ้างเสยท้ายเรอปะประทะแพ



บางฉลาดเล้ยวพันกระชั้นแหลม เรอไม่แพลมแพรงพรายกระสายแส



ี่

ทตรงศรษะรอเสยงจอแจ ชวยกันแก้หัวเรอน ้าเหลอทน











เรอกแลนเฉอยฉวมาล่วลับ แดดพยับมดกลุ้มชอุ่มฝน
เหล่าไพรพลค่อยสบายรบพายพลัน



ไม่แรงรอนอ่อนสสรยน ฯ





๏ พอถงวัดทองใหญ่อยู่ในย่าน มนามบ้านพระนอนพักผ่อนผัน


เรอกองทัพคับคั่งประดังกัน แรมอยูนั้นอกคืนต่างรนเรง




ในวัดทองซองซวมน ้าท่วมหมด น ้าไมลดก าลังล้นขึ้นจนเหลง







ไมมทหงข้าวก่อเตาเพลง อาศัยเพิงโบสถ์ใหญ่พอได้การ




พลนกรต้องนอนอยู่ในเรอ คนที่เหลออาศัยในวิหาร



อีกศาลาใหญ่กว้างข้างตะพาน เหลาทหารซ้อนซับขึ้นหลับนอน

แต่ตัวฉันอยู่ในเรอเหลอเทวศ นองน ้าเนตรโหยไห้ฤทัยถอน




เปนทุกข์ถงขนษฐาย่งอาวรณ ์ เพราะพี่จรจากเจ้าจะเนานาน



ไม่รปเดอนใดจะได้กลับ ด้วยไปทัพจับศึกทฮกหาญ
ี่



กวาจะส้นสรรพเสรจส าเรจการ สดประมาณเหลอเล่ห์คะเนวัน









ครวญครวญหวนละห้อยพอผอยหลับ ชักหงับหงับกลับตนสดกลนกลั้น


ี่
ก าสรดแสนแหนหวงแม่ดวงจันทร ์ โอ้กวันจะได้พบประสบนวล ฯ





๏ คร้นรงแจ้งแสงทองสองสวาง ค่อยลูบล้างพักตราวิญญาหวน

ุ่


เจ้าคุณส่งให้บอกออกกระบวน เวลาจวนจะรงฟุงอัมพร






พอนาวาคลาเคลอนเขย้อนโยก ธงกโบกร้วร้วปลวสลอน




นาวาเรอยเฉอยมาในสาคร ก็รบรอนเรวมาไม่ราแรม
ื่
ื่
ถงน ้าวนวนปะประทะคุ้ง เรอหันพุ่งข้ามบากไปฟากแหลม



ไมพรอมแพรมพรอมพร่งพายตั้งใจ


ฝพายจ ้าน ้าเปนฟองทั้งสองแคม ฯ




ี่


๏ ถงเมองสระบุรเรอรเรยบ เห็นท าเนยบรายเรยงเคียงไสว





เขาปลกตั้งหลังเด่นเหนแต่ไกล พลไพรยินดด้วยปรดา




ี่

ต่างมุ่งมาดพอถงหาดพระยาทศ บ่ายก าหนดสโมงโปรงเวหา




พระสรยงจวนจะลับพรรพตา แลนาวาจอดเรยบประเทียบเรยง
ทศาลาท่าน ้าล ากระแส เรอนเปนแพจอดชมนมบ้างทุ่มเถียง







ชวนกันชงเรอนทมระเบยง ขอนของเรยงเข้าไปวางต่างประจ า

ี่




ี่
ต่างคนต่างก็ก็จองปองทอยู่ ถงก่อนดเลอกได้เมอใกล้ค า





พอพักพิงอิงกายวายระก า ไม่ต้องท าเรอนรานปวยการคน




ี่
ี่
ทลางนายผายผันไม่ทันเพื่อน ไม่มเรอนทพ านักพักพหล



หาไม้ไล่ท าหลังคาประสาจน พอบังฝนบังฟาเปนท่าลม




ท่านเจ้าคุณใจดอารเหลอ คิดแผ่เผื่อไพรแท้แต่ประถม






ท าเนยบปลูกไว้มไม่นยม ด้วยอารมณเอ็นดหมู่นกร


ท าเนยบปลูกไว้ท่าสห้าหลัง พรอมหอนั่งหอเคียงเรยงสลอน
ี่

ส้อยู่เรอบดเลยตามเคยนอน ด้วยอาวรณเมตตาประชาชน



ถ้าแม้นขึ้นสอยูท าเนยบ ตรองการเรยบเรยงเหนไม่เปนผล











ี่

จะไม่มทอาศัยแก้ไพรพล ท่านส้ทนอยู่ในเรอใจเหลอด






คร้นพลบค าย าฆ้องพวกกองทัพ บ้างนอนหลับกรนอยู่เสยงฝูฝ
ี่

แต่ตัวฉันตรกตรมระทมทว ี โศกโศกแสนสวาทไม่ขาดวาย



แสนคะนงถึงนวลหวนเทวศ จนดวงเนตรบวมแดงเปนแสงสาย

อยู่ในเรอกัญญาใหญ่ไม่สบาย คิดใจหายใจหางในทรวงครวญ





เมอยามนอนแนบถนอมกล่น
โอ้เจ้าดวงพวงพุ่มอุทุมพร หอมหวน
เวลาตรมชมชเรณนวล ยามรญจวนก็วายหายกังวล








ย่งนกย่งตรกตรมระทมทุกข์ จะต้องบุกเดินปาไปหน้าฝน

จะข้ามดงพงชัฎระมัดตน เหล่าฝูงชนคิดกลัวหนังหัวพอง




ฤดฝนความไข้มได้หยอก ผู้ใหญ่บอกเศราจตคิดสยอง



ทในดงลกล ้าล้วนน ้านอง จะยกกองทัพไปกลัวไข้ดง



ซงปูย่าตาลงคร้งกรงเก่า ฟงเขาเล่าจ าไว้ไม่ใหลหลง





ฤดฝนเปนไม่ไปณรงค์ ท าการสงครามแต่ก่อนบ่หอนเปน



แต่เมอใดฝนแล้งแห้งสนท จงจะคิดยกทัพไปดับเข็ญ
ื่


คิดขึ้นมาน ้าตาตกกระเด็น ไม่วางเว้นกลัวตายเสยดายตน





โอ้กรรมเราเกดมาเวลาน้ ี พอไพรมาสฤดฝน




นกแค้นอ้ายพวกฮอทรชน จะฆ่าคนเสยด้วยไข้ใช้ปญญา ฯ





๏ ฉันตรองตรกนกพลางพอจ่างแจ้ง สว่างแสงสรเยเยี่ยมเวหา



เปนวันถอน ้าพพัฒน์สตยา เจ้าพระยาแม่ทัพประดับกาย


ก็พรอมด้วยนายทัพกับนายกอง ลงเรอลองน ้ามาเวลาสาย


ล้วนแต่งตัวเต็มยศหมดทุกนาย ต่างผันผายล้นหลามตามเจ้าคุณ



รบรดมาถงวัดสมุหะ พรอมด้วยพระหลวงยืนแลหมื่นขุน


ทั้งหัวเมองเปนการว่งซานซน คอยค านับรบเจ้าคุณอยู่เรยงราย









เรอเจ้าคุณแม่ทัพจอดกับท่า เย้องยาตราพรอมพร่งคนทั้งหลาย


ล้วนสวมเส้อก าซาบดาบสะพาย ทตัวนายคอยสดับรบบัญชา
ี่

ต่างคนเข้าไปในวิหาร ฟงโองการพรอมกันด้วยหรรษา



แล้วรบน ้าพระพพัฒน์สตยา ตามต าราบุราณสาบานตัว

ท่านเจ้าพระยาแม่ทัพกลับท าเนยบ เรอประเทียบแก้ท้ายแล้วบ่ายหัว



จอดประทับกับท่าเวลามัว แดดสลัวจวนค าอยู่ร าไร







เวลาค าย าฆ้องคร้นสองทุม แตรก็รมเปาเสยงส าเนยงใส





พวกทหารนั่งยามต้องตามไฟ เอาฟนใสเรยงรายเปนหลายกอง


ท่านเจ้าคุณแมทัพก าชับส่ง ให้ประจุปนประนังนั่งจดจ้อง


เหล่าทหารหอกหลาวแลง้าวพลอง พวกกองตรวจถอฆ้องกระแตต





ด้วยเรายกโยธามาจากถ่น ประมาทหม่นแล้วกเหนจะเปนผี



เผื่อพวกฮอต่อเข้ามาสระบุร ี จะเสยทย่อยยับทั้งทัพชัย ฯ





๏ คร้นจวนแจ้งแสงสตสบเอ็ด ออกอึงเอ็ดเปาแตรเสยงแซใส






ทหารเปาขลุ่ยนัวรวกลองชัย ฟงเสยงไพเราะวังเวงด้วยเพลงแตร



คร้นรงแสงสรยาท้องฟาฟน เจ้าคุณขึ้นท าเนยบหน้าท่ากระแส

ื้








ส าหรบขุนนางใช้ต่างแพ อยูรมแมน ้าวนชลธาร


พวกนายกองนายทัพค านับน้อม มาพร่งพรอมนั่งเรยงเคียงขนาน






คอยสดับตรบฟงจะส่งงาน จะมการเหตุผลด้วยกลใด
เจ้าพระยาแม่ทัพขยับโอษฐ์ ภปรายโปรดไต่ถามความสงสัย





พวกเรามาพรอมพร่งหรออย่างไร ใครปวยไข้ที่บรรดามาด้วยกัน



พวกนายทัพนายกองสนองเรยน น้อมจ าเนยรแจ้งจรงทุกส่งสรรพ์


คนกองทัพวบัตอัศจรรย์ เกดปจจุบันโรครายเปนหลายคน





ท่านเจ้าคุณแจ้งความตามระบอบ จงประกอบยาละลายกระสายฝน




ตามต าราหมอด้วงแก่แก้อับจน ท่านสทนนั่งปรงบ ารงยา



แล้วกให้อนญาตประกาศส่ง ว่าทหลังใครปวยไข้ให้มาหา





เพราะใจท่านอารมเมตตา ตั้งรกษาเปนธระไมละเลย




ี่

ถงเทยงนางกลางคืนคนตื่นหลับ คนกองทัพปวยไข้มได้เฉย


ส่งให้ปลกทุกคร้งเหมอนดังเคย ไม่เสบยบอกเราเอาอาการ






ด้วยลงทุนส ารองยากวาสองชั่ง ยาฝร่งมากมายหลายขนาน

ด้วยจงหวังตั้งใจจะให้ทาน คิดเตรยมการถ้าใครปวยได้อวยเออ


แล้วส่งการขุนช านาญภักดพก เที่ยวตรวจทุกเวลาอย่าได้เผลอ







ใครเปนโรครอนหนาวหรอหาวเรอ ให้ดอกเตอรพุกปรงบ ารงยา


ตั้งแต่นั้นท่านกนั่งคอยฟงทั่ว ใครยังชั่วใครจะหนักทรกษา





นายพุกเทยวทุกหมวดคอยตรวจตรา ตามบัญชามได้เว้นเช้าเย็นด


ี่
คนมากหายตายน้อยนับตัวถ้วน นายพุกสวนสอบตรวจทุกหมวดหมู่



ื้

พวกกองทัพหายฟนต่างชนช ู ล้วนแต่รจักบุญคุณทุกคน

ื่
เมอหยุดพักอยู่ที่ท่าพระยาทศ ต้องรองดช้าอยู่ฤดฝน

คร้นจะยกทัพไปกลัวไพรพล จะปปนเสยเพราะไข้ทในดง





ี้
เจ้าคุณสบสวนกะระยะทาง พระยากลางพระยาไฟไพรระหง

ให้รทส าคัญโดยมั่นคง ด้วยจตจงอยากยกขึ้นบกไป






ให้พระรตนกาศประภาษถาม กแจ้งความมั่นคงไมสงสย



เขาว่ามรคาพระยาไฟ จะคลาไคลเหลอล ้าด้วยน ้านอง




ทั้งเปนโคลนเปนหลมตมตลอด จะมุดลอดหลกลัดก็ขัดข้อง





ต้องเดนข้ามแมน ้าล าธารคลอง ข้ามเปนสองสามหนล้วนชลลก

ท่านเจ้าคุณแจ้งเหตุสังเวชไพร ่ ด้วยจะไปรบรากับข้าศก
จะมาตายเสยในดงที่พงพฤกษ์ อนาถนกเศราใจด้วยไพรพล











จงแต่งบอกกราบทูลตามมูลเหตุ เปนไปรเวทเรยงความตามนสนธ

ขอรอร้งตั้งพักพ านักพล แต่พอฝนฟาแล้งทางแห้งด



หนังสอเสรจแล้วก็สงลงบางกอก ผู้ถอบอกหมายมุ่งไปกรงศร





ี่


ข้างกองทัพยับยั้งฟงคด ี พรอมอยู่ทพระยาทศหมดด้วยกัน
เจ้าพระยาแม่ทัพบังคับการ ซ้อมทหารกระบวนรบให้ขบขัน



ได้ฝกสอนเช้าเย็นไม่เว้นวัน ตั้งแต่นั้นเปนคนสขสนกจรง


ุ่


ี่



ุ่
พวงหนมหนมกลุ้มเกรยวไปเทยวเล่น ล้วนแต่เปนเจ้าช้เก้ยวผู้หญง

ี่
บ้างโกรธขึ้งหงหวงเทยวชวงชง แล้วค้อนตงพูดกระแทกทแดกดัน








ด้วยลกสาวลาวชมหนมหนมเก้ยว บ้างก็เที่ยวหาอวดประกวดประขัน




บ้างสขอเปนเมยได้เสยกัน แต่ตัวฉันไมอยากเทยวไปเก้ยวใคร














ด้วยคิดถงเน้อคูอยูทบ้าน จงขี้ครานยาตรย่างไปข้างไหน




ถงเหนสาวสวยสดส้อดใจ เพื่อนเขาไปตัวเราอยู่เฝาเรอ






วันหนงนางแม่ค้าเรอมาขาย เฝามาดหมายรกฉันจตฟ่นเฝอ






อตสาห์หาเปร้ยวหวานมาจานเจอ ประหลาดเหลอแล้วเราเขาเอาจรง











ฉันขี้ครานผูกรกคิดจักเบอน เหลาพวกเพอนเย้ยยั่ววากลัวหญง




ควรจะหาทพักส านักพิง คิดแอบองแต่พออนถนขี้ยา ฯ


ี่







๏ คร้นเดอนสบเอ็ดเสรจความขึ้นสามค า ได้จดจ าจงหวังไม่กังขา
บ่ายสามโมงสังเกตเศษเวลา เรอไฟมาเปดหลอดเสยงหวอดดัง



เห็นเจ้าพระยาสรวงศ์ไวยวัฒน์ จ าถนัดเรอหางอยูข้างฝ่ง









ลงเรอแหวดแจวราเข้ามายัง ถงกระทั่งท่าท าเนยบจอดเทยบพลัน





ท่านเจ้าคุณแม่ทัพออกรบรอง ต่างย้มย่องปรดเปรมเกษมสนต์


ขึ้นบนท าเนยบท่าพดจากัน แต่โดยฉันราชการในสารตรา


ท่านเจ้าพระยาสรวงศ์ไวยวัฒน์ ก็หยิบลายราชหัตถเลขา





ท่านเจ้าคุณแม่ทัพก็รบมา จตปรดาเบกบานส าราญใจ
ี่
ท่านเจ้าคุณรบรองของประทาน ทเจ้าคุณทหารน ามาให้





ดาบฝร่งสองรอยเลมทเต็มใน หบใหญใหญรบขนขึ้นบนเรอ









อกกับน ้ามันหอมพระจอมเกล้า ทรงเสกเปาไว้เลศประเสรฐเหลอ




ดอกไม้รอยแปดอย่างไม่จางเจือ กลั่นเอาเหงอท าน ้ามันด้วยบรรจง


ไว้บ าเรอลูกเธอเสด็จทัพ เปนทนับถอความตามประสงค์

ี่

ี่

ได้ปองกันสรรพภัยทในดง ออกณรงค์ไม่ต้องคิดมจิตกลัว


ื่




ด้วยเจ้าคุณมชอลอทุกเวียง เปนบุตรเล้ยงพระจอมเกล้าเจ้าอยูหัว

จงประทานน ้ามันมากันตัว คร้นอานทั่วราชหัตถ์จัดจ าเนยร ฯ








๏ ลวันเดอนสบเอ็ดขึ้นแปดค า ได้จดจ าแนจิตประดษฐ์เขียน









เรบยเรยงเรองเบ้องต้นไมวนเวยน พระยาเกยรตนั้นจงมาถงพลัน







เชญท้องตราขึ้นมาหนงฉบับ เจ้าคุณรับตามควรไม่ผวนผัน
พระยาเกยรตก็กลับไปฉับพลัน ยังหาทันทจะถามเน้อความใด







จงประชมลูกทัพกับหลานกอง ฟงอ่านท้องตราแจ้งแถลงไข



ี่
มบังคับรบให้ยกขึ้นบกไป แจ้งอยู่ในสารตราทมาวาง

ถ้าให้ไปตรวจเสบยงให้เพียงพอ กับอีกข้อหนงให้ปรงปลูกยุ้งฉาง




ให้ถ้วนทุกจังหวะระยะทาง กับเรงสวยด้วยทค้างอยู่นมนาน


ี่






แม้นเงนไม่มส ารองให้กองทัพ ทจะจับจ่ายเสบยงเล้ยงทหาร
เรงสวยเสยทท้าวเพ้ยกรมการ มาเจือจานส าหรับกองทัพชัย







ท่านเจ้าคุณแม่ทัพสดับตรา บังคับมามั่นคงไมสงสย







จงโต้ตอบท้องตราปญญาไว ซงจะไปเรงสวยเหนปวนการ





แล้วจะให้ปลูกปรงซงยุ้งไว้ กับจัดให้ซ้อเสบยงเล้ยงทหาร




ด้วยจะยกนกรไปรอนราญ จะละลานหน้าหลังเปนกังวล

ซงจะให้ยกทัพไปสรรพเสรจ แต่ในเดอนสบเอ็ดฤดูฝน









เปนทล าบากใจแก่ไพรพล น ้ายังล้นลงไมลดของดท



คร้นเสรจสรรพพับผนกจารกหลัง สงไปยังบางกอกบอกวิถ





แรมทัพคอยท้องตราหลายราตร ี บ่หอนมเภทภัยส่งใดพาล



ท่านเจ้าคุณแม่ทัพพูดปรบทุกข์ ซงจะบุกไปในปานาสงสาร





กลัวผู้คนทั้งหลายจะวายปราณ จงคิดอ่านหาชองสท้องตรา











ถงจะมโทษรายกฎหมายทัพ จะส้รบเอาผู้เดยวจรงเจยวหนา


ทข้อขัดบังคับรบอาญา ถงจะฆ่าถอมั่นกตัญญ

ี่




ขออย่าให้ไพรพลไปปนป ี้ เวลาน้ขืนจรต้องออนห





จะรบบาปคนทั้งเพเหมอนเยซ ู มให้หมู่ไข้ปามันฆ่าคน


มใชจะครานคลาดราชการ เพราะสงสารโยธาด้วยหน้าฝน






จะพากันไปตายท าลายชนม์ แล้วเมองบนก็ไม่มไพรรอน



แม้นข้าศกนับแสนตแดนรวม ถงน ้าท่วมให้ตลอดยอดสงขร



จะส้ยกพหลพลนกร ถงไฟรอนต้านหน้าจะกล้าไป ฯ




๏ เดอนสบเอ็ดขึ้นสามค าตามเหตุ บ่ายสักสามโมงเศษไม่สงสัย





พอสมเด็จเจ้าพระยาท่านมาใน เรอกลไฟถงท่าพระยาทศ

บังเอิญเทวดาวลาหก ก็เรงตกลงมาให้ปรากฏ


ู่

ฝนก็ไม่หายเหอดไม่เงอดงด ไม่หยาดหยดซซาลงมาพอ
ท่านเจ้าคุณไปค านับรับสมเด็จ ฝนสาดไม่ขาดเม็ดลงสอสอ




ต้องกางกั้นรมไปมได้รอ ลงนั่งย่อเรอพายม้ารบคลาไคล

คร้นถงเรอสมเด็จจอดเสรจสรรพ น้อมค านับกราบก้มประนมไหว้





ื่
แล้วเรยนเรองทางบกจะยกไป ในดงใหญน ้ามากล าบากคน




ขอร้งรอพอให้แห้งแล้งสกหนอย จงจะค่อยยกไปในไพรสณฑ์

ถ้าขืนยกเวลาน้เหนร้พล จะปปนตายลงในดงดาน



ี้


ท่านเจ้าคุณจ าเนยนกราบเรยนเสรจ ฝายสมเด็จเจ้าพระยาฟงว่าขาน







จงมพระประศาสน์ประกาศการ ให้คิดอานรบยกขึ้นบกไป

เจ้าคุณรบโอวาทประศาสน์ส่ง โดยข้อบังคับแจ้งแถลงไข

จะให้ยกโยธารบคลาไคล รอพอได้ท าบุญเสรจสักเจ็ดวัน


ท่านเจ้าคุณแม่ทัพกลับท าเนยบ ฝนไม่เรยบตกตวดเปนกวดขัน








พอพลบค าย ่าแสงพระสรยัน มก าป่นไฟถงอกหนงล า





ด้วยท่านหลวงยุทธยานาธกร ท่านด่วนจรก็เห็นสมดคมข า



เชญท้องตรามาก าลังฝนตกพร า ขึ้นบนท าเนยบท่าชลาธาร

สงท้องตราให้แก่ท่านแมทัพ อกทั้งกับเงนจ าแนกแจกทหาร









ทั้งเงนห้าสบชั่งส่งประทาน เปนเงนงานเตรยมทัพส าหรบไป


ท่านเจ้าคุณแม่ทัพก็รบรอง แล้วอ่านท้องตราแจ้งแถลงไข
มบังคับจะยกขึ้นบกไป แต่โดยในเดอนสบเอ็ดจงเสรจพลัน




เจ้าพระยาแม่ทัพสดับแจ้ง ตอบแถลงตามกระบนไม่ผวนผัน




ด้วยโคต่างช้างมามาไม่ทัน การตดตันเหลอเขย้อนเคลนนกาย





แม้โคต่างช้างมาพรอมมาถง เปนแนหนงวันนั้นได้ผันผาย





พอได้พาหนะทั่วเหลาตัวนาย จะถวายบังคมลาฝาละออง




คร้ยเสรจสรรพพับผนกจารกบอก สงบางกอกแจ้งความตามสนอง


หลวงยุทธยาค านับแล้วรับรอง หนังสอสองสามฉบับแล้วกลับลา ฯ



๏ คร้นขึ้นสบสค าเดอนสบเอ็ด ได้จ าเสรจโดยหวังไม่กังขา






น ้าท่วมถงกระทั่งเลยหลังคา นกก็นาอัศจรรย์ขันกระไร


เรอต้องขึ้นจอดบกเจยวอกเอย มได้เคยพบเห็นเปนไฉน





น้ขึ้นถงขนาดประหลาดใจ แม้นผู้ใดบอกคงจะสงกา







นได้เหนต่อพักตรแก่จักขุ เจอแลจุปากทักน ้าหนักหนา







ขึ้นคืนเดยวเจยวรวมท่วมหลังคา เปนน ้าปาเชนผู้เฒ่าเขาเลากัน ฯ




๏ เดอนสบเอ็ดเสรจวัสสาสบห้าค า เจ้าคุณท าบุญใหญ่ใจกระสัน


สนองคุณบพิตรนจนรนดร ์ ด้วยเปนวันพระจอมเกล้าฯเข้านพพาน










นมนต์สงฆ์พรอมเพรยงประเดยงฉัน ในวันนั้นล้วนเปนสขสนกสนาน




มมหาชาตใหญ่แล้วให้ทาน มโหฬารสรวลเสเสยงเฮฮา






คร้นพลบค าย าแสงสรย์ใส จุดดอกไม้สองสว่างกลางเวหา

แสงดอกไม้กระจ่างส าอางตา จับนวลหน้านางลาวขาวเปนใย


คร้นเทศน์ครบจบตามสบสามกัณฑ์ ตั้งแต่นั้นน ้าลดค่อยงดหาย



ซงกองทัพเปปนสขสนกสบาย พอหาดทรายผุดพ้นชลธาร




ท่านเจ้าคุณแมทัพหยุดยับยั้ง ท่านกตั้งซ้อมศกฝกทหาร


ล้วนเข้าใจไวว่องคล่องช านาญ ท่านเหนการน ้าลดเงอดงดลง





จงแต่งจัดขุนสัจจวาท ี สบวิถแนก าหนดลงจดหมาย


เสรจสรรพกลับสนองทั้งสองนาย กราบเรยนรายระยะทางในกลางดง






ก็พอจะไปได้ไม่ส้ยาก ทล าบากน ้าเผือยังเหลอหลง





เปนหล่มลกตลอดไปในไพรพง กน้อยลงกวาแต่ก่อนเปนดอนไป
เจ้าพระยาแม่ทัพสดับแจ้ง ว่าทางแห้งไม่ส้ยากล าบากไพร



คิดจะยกซงพหลพลไกร แต่ยังไม่มช้างโคต่างจร






เจ้าพระยาแม่ทัพเฝาปรับทุกข์ ไม่มสขเศราในฤทัยถอน
เที่ยวหาจ้างช้างอ ามาตย์ราษฎร ก็บ่หอนสมคิดจิตร าพึง



พอวันหนงมผู้ถอหนังสอกระดาษ ของพระยาราชเสนาลงมาถง





ยังเจ้าคุณแม่ทัพค านับค านง เจ้าคุณจงอ่านได้มใจความ



ใบบอกว่าพระยามหาอ ามาตย์ กับเจ้าเมองโคราชเรองสนาม



เข้ารบอ้ายฮอนั้นวัดจันงาม พอสงครามฮอแหกแตกกระจาย



กองทัพไทยได้ทีตกระทบ พวกฮอรบแหกหันหนผันผาย




พวกกองทัพจับได้ทั้งไพรนาย ทเหลอตายหลบหลกตั้งปกกา




ฮอยกพลขึ้นบนหลังคาโบสถ์ ปนลูกโดดยิงไทยด้วยใจกล้า


พวกอ้ายฮอดนักแผลงศักดา บนหลังคาโบสถ์ยืนยิงปนกัน





พระสรยนสนธยาวลาหก เพอญตกย่งยวดเปนกวดขัน





พวกอ้ายฮอกกระโดดจากโบสถ์พลัน เข้าฝาฟนหนไปได้ทั้งมวล

แต่พระยามหาอ ามาตย์นั้น ได้จัดสรรคนลอบไปสอบสวน




สกัดจับทัพฮอทก่อกวน หลายกระบวนตามกระชั้นไปพันพัว
เสมยนอ่านบอกเสรจส าเรจจบ เจ้าคุณตบมอสรวลส ารวลหัว






พวกอ้ายฮอเสยกระบวนมันจวนตัว ด้วยความกลัวหนโดดจากโบสถ์ไป




คนล้อมถงสามพันกระชั้นชด อ้ายฮอมันมฤทธจงหนได้








พวกเราไมต้องยกขึ้นบกไป ด้วยส้นไสศกเสรจส าเรจการ








ซงตัวฉันได้ฟงแล้วนั่งย้ม ใจเอบอ่มปรดเปรมเกษมศานต์









นกเดาเอาว่าส าเรจศกเสรจการ ได้กลับบ้านแล้วพวกเราอย่าเศราใจ


คอยฟงกล่าวซงท้องตราให้หากลับ ก็ลกลับเหลอล้นพ้นวิสัย




ย่งนับวันกย่งหายกลับกลายไป ประหลาดใจเหลอล ้านั่งค านง




ื่



ื่

อนงชั่วตัวฉันลมวันคืน เมอจมนทพเสนาลงมาถง



ี่






คุมฮอมาทท าเนยบไม่เงยบอึง คนทะลงอยากเหนฮอว่งสอมา
ฮอสองคนใหญ่เล็กเจ๊กแท้แท้ ชางเรยกแห้ฮอฟงนากังขา






ท่านเจ้าคุณแม่ทัพรับบัญชา เสมยนมาถามฮอเขียนข้อค า




จนคนเล็กคนใหญ่มันให้การ ดเพนพานฟ่นเฟอนเลอนถล า






เห็นผันแปรแชเชอนเปนเงอนง า มได้จ าจดไว้ไม่เปนการ
ื่





ทพเสนาก็พาจนฮอกลับ เจ้าคุณแม่ทัพเกษมศานต์


แรมทัพอยู่ทท่าเปนช้านาน ท าบุญทานด้วยมนัสมศรัทธา


ี่
ได้ซอมแซมกุฏพระวิหาร ท าไม้กรานค ้าโพธโตสาขา






เอาเงนแจกคนชแรแก่ชรา ทอดผ้าปาโดยนยมพอสมควร

พอโคต่างช้างมาลงมาถง เจ้าคุณจงให้คนลอบไปสอบสวน


ให้ได้เหนจงร้ดจ านวน จงถถ้วนช้างตั้งเปนพังพลาย










ช้างเบ็ดเสรจรอยเจ็ดสบช้างกว่า โคต่างห้ารอยถ้วนจ านวนหมาย

พรอมทั้งนายทัพนายกองปรองดอง

ี่

ท่านเจ้าคุณยินดีเปนทสบาย กัน




ก าหนดทจะยกขึ้นบกเดน บอกแต่เน่นเตรยมพหลพลขันธ






เดอนสบสองขึ้นสองค าเปนส าคัญ จะผายผันไปต าแหนงท่าแก่งคอย



พลกองทัพรทั่วเตรยมตัวท่า บ้างท าม้าสานตะกรอไม่ท้อถอย


ตระเตรยมเปนธระไม่ตะบอย ไม่อ้อยสรอยสานกระทอพอตะพาย






พวกลาวชาวบ้านพระยาทศ รก าหนดว่าจะไปแล้วใจหาย
ี่
ท่านผู้เฒ่าเฝาละเหยแสนเสยดาย กองทัพอยู่ค่อยคลายพวกคนพาล







ไมอยากให้กองทัพไปลับล้ ี ตั้งอยูทแสนเปนสขสนกสนาน




ทั้งข้าวของไมหายวายราคาญ พวกชาวบ้านหมนหมองนองน ้าตา










กองทัพมาคร้งน้เปนทย่ง ดจรงจรงปกปกคุ้มรกษา



ค่อยว่างเข็ญเย็นเกล้าเหล่าประชา บ้างโศกาไห้ร าโศกร าพึง ฯ



ื่
๏ ณ วันคืนปเดอนจ าเคลอนคลาด เจ้าคุณราชวราขึ้นมาถง

ขึ้นท าเนยบท่าน ้าดั่งค านง แล้วเชญซงท้องตราขึ้นมาพลัน




ท่านเจ้าคุณแม่ทัพรับหนังสอ มาจากมอเจ้าคุณราชแล้วผาดผัน





มายังทชมนมประชมพลัน พรอมพรกกันทั้งลกทัพคอยรบรอง
ี่







ื่
แล้วจงอ่านสารตรามาบังคับ ให้กองทัพยกเคลอนเดอนสบสอง



จะตอบโต้เบอนบดผิดท านอง จงเคลอนกองทัพยกขึ้นบกไป


ท่านเจ้าคุณแจ้งความตามบังคับ จงพูดกับเจ้าคุณราชไม่หวาดไหว



โคต่างช้างมมาจะว่าไร อยากจะใครกรพลพหลจร

บัดน้ช้างโคต่างมาถงหมด ได้ก าหนดไว้แล้วแต่ก่อน

จะยกซงพหลพลนกร ใชจะนอนเน่นใจเมอไรม









ื่
แล้วแต่งตอบข้อความตามทกล่าว เปนเรองราวน้อมประณตบทศร

ี่


ขอถวายบังคมลาฝาชล ี ส้นวาทหอพับประทับตรา



ี่
แล้วสงลงบางกอกบอกนสนธ ์ ิ ตามเหตุผลข้อศกทปรกษา




คร้นรงแจ้งแสงศรสรยา เหนก าป่นไปมาถงท่าพลัน














เหนฝร่งนั่งรามาหน้าเรอ ประหลาดเหลอมาไยผิดใจฉัน



พอเห็นหมวกกะระเซนเปนส าคัญ ชาวอเมรกันเขาขึ้นมา

ถงเจ้าคุณแม่ทัพค านับน้อม กับของพรอมสารพัดเขาจัดหา



เล่าแถลงแจ้งจตตามกจจา ตามบรรดาคนนอกเขาออกทุน



ฝร่งพรอมกันเสยเงนเรยไร ทั้งคนใหญคนน้อยพลอยอดหนน








ทั้งนายห้างกัปตันท่านกงซล เขาท าบุญส้เสยเงนเรยไร
ี่





ได้จัดซ้อผ้าหมขนมปง กับอกทั้งหยูกยารกษาไข้




ยาโกรกกรากใบตองส ารองไป ทั้งขีดไฟชาหบรบเอามา


จะมอบของส่งน้ให้ใครบ าเรอ มอบดอกเตอรดพิทักษ์ได้รกษา



คนกองทัพจับไข้ได้พยา- บาลบรรดาคนไข้ของให้ทาน
พวกดอกเตอรเขาก็พากันมารบ ของส าหรบทจ าแนกแจกทหาร

ี่


ชวยกันขนล้นหลามถ้วยชามจาน ทั้งน าตาลทรายกระสอบรบมอบมา





คร้นจวนวันจวนเดอนจะเคลอนคลาด ไปจากหาดพระยาทศก าสรดหา








ซงตัวฉันน้ไมวายฟายน ้าตา จะจากท่าหาดเหนเดนอรญ










คร้นนาฬกาได้ทตสบเอ็ด คนพรอมเสรจเตรยมกายจะผายผัน
ขนของลงนาวาไม่ช้าพลัน บ้างชวนกันกนข้าวเช้าจะไป

ื่

เหล่าลูกทัพหลานกองพรอมนองเนอง ล้วนแต่งเครองเต็มยศแสนสดใส


ดงดงามตามต าแหนงแกรงเกรยงไกร ต่างคนไปจอดลอยคอยเจ้าคุณ




ฉันนั่งทหน้าแครเหมอนแต่ก่อน อุระรอนราวจะโลดกระโดดหมุน




ื่
ุ่

พอรงแจ้งแจ่มฟาเรออรณ ได้สกุณฤกษ์เบิกกระบวน


ท่านเจ้าคุณแม่ทัพขยับย่าง งามส าอางเฉดฉนดังอินศวร



เสรจลงนาวาเวลาควร เรอก็หวนเหหางออกกลางชล





ฆ้องชัยลั่นส าเนยงเสยงประสาน ฝพายขานยาวรบอยู่สับสน
พระสงฆ์เปนธระประน ้ามนต์ แล้วร าบ่นชยันโตโมทนา




เหล่าพวกสาวชาวบ้านละลานจต บ้างที่คิดถงบุญคุณนักหนา



เดนตามสงกองทัพจนลับตา บ้างโศกาโหยไห้อาลัยแล


ฝพายขึงตงไหล่ใสสวบสวบ เรอยวบยวบมาในวนชลกระแส


ตัวฉันเฝาเพ่มพนอาดรแด ทรวงตั้งแต่โศกข้อนอาวรณมา











เรอรเรอยเฉอยฉวละล่วฉย ฝพายพ้ยจ ้าหนวงจ้างถลา








ถงทแก่งน ้านนไหลพนมา ดังฉาฉาฉานฉานเสยงชาญชล







น ้าพงไหลโพนชางโชนเชยว ฝพายเหนยวหันรบอยู่สับสน





ี่



ต้องขึ้นแก่งแรงรายหลายต าบล ประจวบจนแก่งคอยบ่ายคล้อยโมง








น ้าเฉอยฉวล่วเหลอพอเรอลอย ไพรพลคอยถอค ้าหักต ้าโผง
ี่


ฝพายผ่อนอ่อนใจต้องใช้โยง ค่อยชะโลงหนวงเหนยวเต็มเรยวแรง
ี่





ชวยกันร้งชวยกันลากกระชากฉด พอเรอหลดลวงพ้นต าบลแก่ง



ถงท าเนยบที่สรางไว้กลางแปลง เขาตกแต่งคอยรบกองทัพชัย



เรอเจ้าคุณจอดประทับกับตะพาน พอทหารยืนเรยงเคียงไสว


พอเจ้าคุณย่างยกขึ้นบกไป กัปตันใหญ่บอกเปนปรเซนต์น า



ทหารแถวยกปนขึ้นค านับ ไม่สับปลับดังว่าเลขาข า

แล้วบอกให้ยกปนยืนประจ า เขาชางท าเจนจัดหัดช านาญ








กแรมทัพยับยั้งอยูทนั่น คร้น ณ วันแรมสามค าได้ท าศาล

บวงสรวงเทวดาเจ้าท่าธาร ให้ภบาลกองทัพจงรับรอง



แล้วเจ้าพระยาแมทัพบังคับส่ง จัดแต่งตั้งลกทัพบังคับต้อง

ตามกระบวนทัพชัยในท านอง ปนหมวดกองด้วยจะยกขึ้นบกเดน




พระอภัยสงครามใจหามฮก เคยท าศกรบรกถงฉกเฉน







ให้เปนนายทัพหน้าปญญาเดิน คงไม่เยินย่อยยับอัปรา







ซงพระไตรภพรณฤทธความคิดหลาย เปนปกซ้ายส าหรบกองทัพหน้า



พระอภัยพลรบจบศักดา เปนปกขวาเมอจะยกขึ้นบกไป



พระมนตรบวรซ้อนประดัง เปนกองหลังทัพหน้าอัชฌาสัย
รวมจ านวนบาญชทมไป ล้วนคนในเกณฑ์ตั้งวังบวร

ี่


พระยาชตณรงค์เคยสงคราม ไมคร่นครามห้าวหาญชาญสมร




เปนทัพขันธเย้องซ้ายนายนกร ไม่ย่อหย่อนไพรมศักดา













พระยาพชัยชาญฤทธไมคิดพร่น เปนทัพขันธหนนเนองข้างเบ้องขวา



ื่

พลรบถอครบเครองศัสตรา ประจ าหน้าทไม่ถอยคอยต่อกร
ี่

เจ้าคุณก ากับพลคนทั้งปวง เปนทัพหลวงร้พลคนสลอน

ตั้งนายกองนายทัพเปนตับตอน แม้นราญรอนท่วงทจะมชัย



ี่



ซงท่านหลวงทวยหาญเชยวชาญชัด กับขุนจัดกระบวนพลเปนคนใหญ่



คุมทหารส าหรบแม่ทัพไป ระวังภัยมได้หม่นอรนพาล

พระพบูลไอศวรรย์ตัวกลั่นกล้า เปนปกขวาทัพใหญ่ใจทหาร





ท่วงทกลศกฝกช านาญ ย่อมรการแม่นย าท าอุบาย








ซงพระชาตสเรนทรนั้นเจนทัพ การรบรบแล้วไม่หย่อนถอนขยาย


ื่



คุมขุนหมนไพรฉกรรจ์พันทนาย เปนปกซ้ายท่วงทดกว่าคน


ซงพระยามหานภาพนั้น ก็แข็งขันการศกได้ฝกฝน




ี่
ให้ว่าทปลัดทัพก ากับพล เพื่อประจญประจัญบานรบด้านกัน


หลวงภักดจุมพลรณดลก เปนทยกกระบัตรทัพเหนขับขัน
ี่







ท่วงทมอ านาจฉลาดครน รสันทัดแท้ไม่แปรปรวน

ซงขุนสกลสารบาลใจหาญฮก ในการศกแล้วไมพร่นใจผันผวน







ี่
เปนทจเรทัพจับกระบวน เจ้าจ านวนร้วทัพก ากับการ

ซงท่านขุนอินทรวิเชยรชาต ิ ขุนพรหมราชปญญาล้วนกล้าหาญ







ขุนนราชมพลคนช านาญ ขันสจวาทการทั้งสนาย



เปนกองแซงด้านในล้วนใจกาจ ด้วยองอาจมได้พร่นจตมั่นหมาย




อยากรบศกฝกตัวไม่กลัวตาย คุมนกายพลรบครบทุกคน








หลวงกจจานกจประกาศนั้น ก็เข้มขันชมนมคุมพหล

ื่

หลวงอาสาส าแดงรแต่งพล เมอประจญประจัญรบกับอรน



หลวงจัตุรงคโยธาปญญาลก การรบศึกแล้วไม่หันพักตรผันผิน





ขุนนราฤทธไกนใจทมฬ ขุนพิชัยชาญยุทธศลปรวมห้านาย






ล้วนคุมไพรไวว่องเปนกองหลัง ถอโลห์ดั้งและดาบก าซาบสาย




ทั้งปนใหญปนน้อยปลอยลกปราย ดาบตะพายง้าวทวนกระบวนเรยง









ท่านหลวงทรงศักดาปญญายง ดั่งเลาฮองตงเรองสามกกตลกเอยง




ท่านขุนอินทรภักดฤทธเพียง เสมอเกยงอุยอาจฉลาดการ







ท่านขุนรกพลพยุห์ใจดเหลอ ย่งกวาเสอฤทธากกล้าหาญ


ท่านขุนราชเมธาปญญาชาญ ล้วนกองด้านแซงนอกพลหอกแดง ฯ




๏ เจ้าคุณคัดจัดกระบวนคร้นถ้วนพรอม ต่างฝกซ้อมเหล่าทหารชาญก าแหง



คร้นรงขึ้นอกเวลาพอฟาแดง ต่างจัดแจงเบกช้างโคต่างกัน



ท่านยกกระบัตรทัพก็จับจ่าย ทั้งช้างพลายพังทั่วล้วนตัวกลั่น
ี่
พวกนายทัพนายกองเทยวมองพลัน แล้วเลอกสรรช้างขี่ดทุกคน ฯ







๏ คร้นรงขึ้นเดอนสบสองแรมห้าค า เปนวันก าหนดเคลอนเลอนพหล
ื่

ื่

ุ่


ย ่ารงแจ้งแสงศรสรยน พวกไพรพลเตรยมพรอมไม่พลอมแพลม




ด้วยว่ายกกระบัตรจัดกระบวน งามธงทวนพหอกดั่งดอกแขม


ี่
ทในท้องทุ่งนาไม่ราแรม สขาวแซมแดงเขียวงามเทยวทวน


เจ้าคุณนั่งคอยฤกษ์คอยเบกเนตร นั่งสงเกตฤกษ์นั้นไมผันผวน




พอได้สกุณฤกษ์เบิกกระบวน ลั่นฆ้องถวนสามคร้งขึ้นยังเกย
ขึ้นสช้างกระโจมแดงแสงระยับ รดมานเยยรบับนั้นเปดเผย









ดงามงดรจนาสง่าเงย ช้างตัวเคยเปนประเทยบหลังเรยบด





เดนไมกระเพอมเพ้อมกระเทอน ค่อยคลาเคลอนมาในทางหว่างวิถ ี

ื่




เสยงเท้าคนเดนดงเปนผงคล ี ดั่งธรณเพยงจะแยกแตกเปนคลอง ฯ











๏ คร้นถงประตูปาทอารกษ์ คนหยุดพักบูชังส้นทั้งผอง

เจ้าคุณก็จ าเนยรจุดเทยนทอง แล้วจงรองเรยกคนให้ไปบูชา








เสรจคลาเคลอนกองทัพไมยับยั้ง ถงกระทั่งห้วยกระบอกเปนซอกผา





กลยช้างข้ามล าแมน ้ามา ดงพระยาเย็นเชยบเงยบเหงาใจ


ล้วนปาทบดงชัฏสงัดแท้ มองเห็นแต่ยางยูงสงไสว



โศกสักกรกกรางมะทรางไทร แสลงใจจ่งจ้อคล้อตะคล้อง



มะตูมตาดเต็งแต้วแก้วมะกา คางมะค่าประค ารอยและข่อยหยอง

กระท้อนกระทุ่มอุทุมพรและค้อนกลอง มะพลับพลองพลวงกะเพราสะเดาดง
ต้นตะโกสะแกแสมสาร ต้นก ายานพระยายาและกาหลง

อัมพามะพูดชลูดโรกโลดทะนง ทั้งเปรงปรงโปรงฟาและขานาง




ต้นก้านเหลองมะเฟองมะฝอไฟ สลัดไดนางรองและทองหลาง








มะกอกดอกประด่ต้นหกวาง มะสงทรางสมเส้ยวเล็บเหยยวยล




เกดก่มพมเรยงและเหยงหาด มะตูมตาดตดดอกบ้างออกผล


ตะเคียนเคียงเรยงระดะดปะปน มทั้งคณฑาไทยล าไยดง




ตะแบกกระเบากรนเกราไกร ทั้งเน้อไม้กฤษณามหาหงส ์
ต้นกระทงกระท่อมพะยอมประยงค์ ทั้งคนทรงแสม้าพระยารง






ต้นดหมีตาเสอมะเกลอมะกล า เหลอจะร าพันไม้เหมือนใจหวัง



ด้วยอกฉันแทบพองเปนหนองพัง เหลอประทังที่จะทนหมองหม่นมัว

คิดเกรงด้วยความไข้อกใจฝอ ฤทัยท้อแดดแฝงแสงสลัว



เข้าใต้พงดงรงระวังตัว เพราะใจกลัวไข้ปาจะฆ่าตาย



ี่

ไหนจะคิดถึงคู่ทชจต คร้นหวนคิดถงไข้แล้วใจหาย

ไหนจะคิดถึงญาตไม่ขาดวาย ทั้งพชายน้องสาวและอาวอา ฯ



๏ คร้นมาถงล าโศกวโยคเศรา โอ้โศกเราเหลอลกพ้องพฤกษา





มล าธารน ้าเฉอยไหลเรอยมา เหมอนน ้าตาฉันไหลใจรญจวน










ต้นโศกเคียงเรยงรายอยู่ชายทาง แลสล้างเหมอนหนงว่าพฤกษาสวน



เหมอนโศกฉันรายทางไม่หางครวญ ไห้โหยหวนมาในทางกลางอรญ


ซงหนทางเดนยากล าบากเหลอ แม้นมาเมอหน้าน ้าจะท าขัน








เหล่าไพรพลคงตายวายชวัน ตั้งนับพันนับรอยไมน้อยตน


ด้วยหนทางพอช้างจุตัวย่อง เหมอนล าคลองแม่หมูฤดูฝน


น ้าคงท่วมเลยประศรษะคน จะยกพลขึ้นบนบกกรกเกน


ด้วยไม้ใหญเรยงชดตดเปนพ้น ตลอดยืนถงล าเนาภูเขาเขิน






ถงจะให้คนถางหนทางเดน ตลอดเนนแล้วคงตายลงหลายพัน








จะท าแพต่อเรอก็เหลอคิด ไปสกเสนเหนจะตดศลากั้น







จะหามเรอไปก็ยากล าบากครน ด้วยเปนหลั่นเปนตอนลมดอนไป

จะหาทต่อเรอเหลอล าบาก จะโค่นถากถางดงที่ตรงไหน
ี่



นอนค้างดงหลายวันคงบรรลัย ด้วยความไข้มใชชั่วกลัวระวัง





ฤดน้เรามาเหมอนหน้าแล้ง ยังไมแห้งน ้าเฉอะล้วนเลอะขัง


ถ้าแม้นมาหน้าฝนพ้นก าลัง เปนต้องฝงกันในดงลงสักพัน
มใชเขาตัวเราเปนหนงแน ่ ไม่เที่ยงแท้โดยค าธรรมขันธ์





ี่


ี่

ี่
อนจจาว่าไม่เบยงไม่เทยงธรรม์ ไม่รวันทจะตายท าลายตน
ไม่รตัวว่าจะตายท าลายแท้ เว้นเสยแต่ผู้วิเศษแจ้งเหตุผล







จงรตัวว่าจะตายวายกังวล ปุถุชนหาได้น้อยไม่ค่อยม ี




ฉันคิดถงความตายใจหายวาบ เหมอนเกดลาภตามทางกลางวิถ



หากว่าบุญเราหลายได้นายด ี ไม่อินทรย์ของเราเนาอยู่ไพร
หากว่าเดชะบุญเจ้าคุณโข ส้ตอบโต้ท้องตราหามาไม




ี่
ถ้าเหมอนเขาเมายศไม่อดใจ คงพาไพรมาล้างเรยทางเดน

คนอื่นก็พูดกันเชนฉันว่า เหล่าโยธาชวนกันสรรเสรญ


บ้างนบนอบขอบบุญเจ้าคุณเกน บ้างอวยชัยให้เจรญย่งภญโญ






ตัวฉันนั่งแล้วลองคิดตรองตรก ถ้าปะศกท่วงทจะดโข




ด้วยฝูงไพรพรอมพร่งตั้งมโน แผลงเดโชเอาชนะกะศัตร



ี่
ของสนองพระเดชคุณอุดหนนแท้ เจ้าคุณแม่ทัพนอารอยู่




ื่

ค่อยเคลอนคลายหายเข็ญท่านเอ็นด ู ชวยชนชชวังเรายั่งยน




เหล่าพวกไพรพูดจาว่ากันวุ่น ขอแทนคุณท่านเมตตาจะฝาฝน







จะเอากายเปนค่ายตับรบลูกปน พดกันดนเจยวอย่างน้เหนมชม







ค่อยเดินช้างมาในกลางพนมวัน หัวอกฉันรอนใจดั่งไฟสม
แสนกระสันเศราโศกเหมอนโรครม ให้กลัดกลุ้มตรมใจไม่เสบย ฯ






๏ มาถงห้วยหนลับดลับล้ ี เหมอนกับพี่ลับมานจจาเอย




ทั้งลับตาลับหลับคูเชย เมอไรเลยจะหายลับกลับได้ยล

ื่






ตั้งแต่มาหาได้ลมแมปล้มจต เฝาแต่คิดถงวันหลายพันหน


ถงยามกนยามนอนให้รอนรน เปนกังวลคะนงคิดถงนาง






ทั้งคิดถงมารดาและอาพ ี ่ ปานฉะน้จรดลจตหมนหมาง


คงคิดถงลูกหลานข้ามด่านทาง มาในกลางดงปาพระยาไฟ


ชาวบางกอกออกชอพระยาเย็น แล้วกเปนส่นหัวกลัวความไข้



ื่



ซงเรามาน้จะรอดตลอดไป หรอจะไม่พ้นดงจะปลงชนม์ ฯ



๏ คร้นมาถงคันยาวขึ้นเขาโขด สงเด่นโดดแลเยี่ยมเทยมเวหน




ช้างปนขึ้นตัวตั้งระวังตน ขึ้นสดบนยอดเขาล าเนาเนน



ข้างทางแลเปนเปลวล้วนเหวผา หนทางมาสงโดดบนโขดเขิน



เปนคันน้อยรมทางพอช้างเดิน สะทกสะเท้นกลัวจะตกหกคะม า
ภเขาเลากชันเปนหลั่นลด ช้างค่อยจดเดนเรยงกลัวเพลยงพล ้า










ค่อยค่อยคุกขาหน้าอุตสาห์คล า แม้นถล าแล้วเปนเหลวด้วยเหวลึก






ซงคนอยูบนสปคับนั้น มอถอมั่นตัวโยกอยูโงกหงก






ดเหวเหนใจเต้นอยู่ทกทก ช้างพลาดกกคนงูบจับกูบงัน





คนเดนเท้าเล่าก็ล้าท าหน้าจด คันยาวยืดใชง่ายเดินผายผัน
ซงหนทางนั้นเลาภเขาชัน ช้างยังดันเต็มแย่อ้อแอ้ไป







ฉันขี่ท้ายช้างเจ้าคุณเปนบุญเกน แม้นต้องเดนเคี่ยวเข็ญเปนไม่ไหว

ี่
นไม่ต้องล้าเลอยเหน็ดเหนอยใจ เพราะว่าได้ขี่ช้างทางกันดาร ฯ
ื่
ื่



๏ คร้นถงทับมะค่าเหนนาหยุด พี่แสนสดเปนสขสนกสนาน






ี่
แลตลอดโล่งเตยนเลยนเปนลาน แลเชงชานภูผาเหนนาชม











ทนั่นมอารกษ์อันศักดสทธ ์ ิ สงสถตมาแท้แต่ประถม








คนกองทัพพร่งพรอมน้อมประนม ทใต้รมไม้รงตั้งบูชา

แล้วคลาเคลอนกองทัพไมยับยั้ง ดคับคั่งพลนกายทั้งซ้ายขวา





บ้างเปนหลุมเปนบ่อมรคา บ้างตั้งท่าชันตรงลดลงดน



ทางขึ้นขึ้นลงลงในดงชัฏ บ้างเดินลัดหลกออกทางซอกหน




บ้างสงเยี่ยมเทยมฟาเมฆาฆน บางแหงเหนเหม็นกล่นมาไมด ี







ในดงชัฏฝูงสัตว์ไปไหนหมด ไม่ปรากฏเจอพักตรฝูงปกษี

ไม่ยินเสยงลงค่างบ่างชะน ี ไม่เห็นมนกประหลาดอนาถใจ ฯ










๏ คร้นมาถงมวกเหล็กเปนทเลยน สะอาดเตยนที่ทางชางกว้างใหญ่


ก็หยุดซงพหลพลไกร เอาผ้าใบดาดหลังคามฝาบัง




ท าเปนทส าหรับประทับผ่อน คนลวงหน้ามาก่อนปลกสองหลัง

ี่





ดกว่าคาแฝกมุงไม่รงรง ยกกบตั้งในส าหรบแมทัพนอน







คร้นเวลาค ารบเมอพลบค า คนประจ าหน้าทมสลอน
ี่
คอยนั่งยามตามไฟทในดอน บางคนผ่อนพักหลับระงับกาย







ฟงเสยงฆ้องกระแตแซเสนาะ ทั้งเสยงเกราะหวั่นไหวนาใจหาย

ซงละอองน ้าค้างลงพรางพราย รวงโปรยปรายต้องทั่วทุกตัวคน



ตัวฉันนอนในแต๊นท์แสนสบาย พอค่อยวายตากน ้าค้างอย่างเม็ดฝน



ก็พอค่อยเปนสขไม่ทุกข์ทน นอนเหนอบนพรมลาดสะอาดกาย

ี่
แสนคะนงถึงคู่ทช้ชน ในกลางคืนนอนไม่หลับกระสับกระสาย


ื่



โศกถงมตรคิดถงเมยย่งเสยดาย เฝานอนฟายชลนาไห้จาบัลย์




ื่
โอ้พวงพะยอมหอมไม่หายวายระเหย เมอไรเลยจะได้กลับไปรับขวัญ

พจากเจ้าล้ลับมานับวัน จะไกลกันไปทุกทตั้งปเดอน








แสนเปนหวงดวงจตขนษฐ์นาฏ เปนหวงญาตน้อยใหญ่ใครจะเหมือน










หวงสมบัตพัสถานหวงบ้านเรอน เปนหวงเพื่อนพิสมัยอาลัยลาญ


เวลาตสบทุมย่งกล้มจต ขุนพินจรวฆ้องเพรยกเรยกทหาร












ให้ผูกช้างผูกม้าไม่ช้านาน มาเตรยมการพรอมพร่งช้างพังพลาย
แล้วบอกให้ช้างคุกบรรทุกของ ทุกหมวดกองเตรยมกันจะผันผาย

เจ้าพระยาแม่ทัพประดับกาย ขึ้นช้างพลายสดอลออตา







ตสบเอ็ดเสรจเขย้อนคลาเคลอนทัพ พรอมเสรจสรรพไพรนายทั้งซ้ายขวา




กระบวนทัพขับขันอรญวา ล้วนแต่ปาดงชัฏสงัดใจ



แสงพระจันทรสว่างกระจ่างแสง แต่บังแฝงยงยูงสงไสว
สองสว่างอยู่บนกลางนภาลัย แต่ว่าในดงคลุ้มเปนพุ่มพฤกษ์







คนเดนเท้าแสนขยาดอนาถเหลอ คิดกลัวเสอสัตว์ปาเวลาดก



ทลางคนครามขลาดอนาถนก ต่างโหฮกเสยงกันอันตราย
ี่






หนทางกเหลอเลอะน ้าเฉอะชม ล้านแต่หลุมหล่มเลอะเปรอะใจหาย
คร้นจวนแจ้งแสงเมฆาเวลางาย ฉันไม่วายคิดถงน้องจตหมองมล ฯ




๏ คร้นถงทุงใช้วานฉันวานหนอย ไปบอกสรอยเสาวเรศแจ้งเหตุผล







ว่าฉันไม่มสขเฝาทุกข์ทน แลไม่ยลผู้ใดจะใช้วาน
ย่งโหยหวนครวญหานจจาเอย ผู้ใดเลยจะชวยกล่าวน าข่าวสาร






ไปถงมตรขนษฐายุพาพาล แจ้งเหตุการณว่าพี่ดสบาย







ไมเจ็บปวดปวยช ้ามความสข เปนแต่ทุกข์เศราโทรมถงโฉมฉาย






เปนสดงดที่จะคลาดสวาทคลาย คิดถงสายสดทรกที่จากทรวง ฯ

ี่



๏ ถงสระคุดเหนสระมีประจักษ์ ประหลาดนัดสระอะไรชางใหญ่หลวง


ฝูงคนมาวิดวักอาบตักตวง น ้าในห้วงถงวาแล้งไมแห้งใน




เวลาเช้าฟาโล่งสโมงครง เจ้าคุณจงหยุดพหลพลไพร

ี่



เสพโภชนาหารส าราญใจ แล้วยกไปเข้าพงดงวนา

ทผืนแผ่นดนบางแหงบ้างแดงล ้า บ้างก็ด าเหมอนแสรงแกล้งมุสา









บางแหงเหลองสล ้าดอกจ าปา พ้นสธาบางแหงขาวไมราวราน





ี่

ทในดงพงพฤกษ์นกประหลาด ด้วยอากาศดงรายหลายสถาน


บางแหงรอนบางแหงเย็นเปนวิการ บ้างสะท้านจับเท้าหนาวขึ้นมา






บ้างคร่นเน้อตัวราวชักหาวนอน บ้างก็รอนวิบัติขัดนาสา

บางแหงวิงเวียนหัวมดมัวตา บ้างจับนาสกให้ชักไอจาม




บ้างกเหม็นขืนเขียวเหม็นเปร้ยวบูด ไมอาจสดด้วยวาจตนั้นคิดขาม





ด้วยอายแรแต่ดนมักกนลาม ตลอดตามสองข้างหนทางจร






อีกอายว่านอายยาในปาชด ล้วนมพษขึ้นอยูดสลอน










คร้งต้องแสงสรยาทพากร ก าเรบรอนด้วยพิษฤทธวิกล




ื่
อายพ้นดนน าพาให้อาพาธ วิปลาสแรงกล้าเมอหน้าฝน
ื่



ตกแล้งหมาดขาดเหงอยังเหลอทน จงพาคนให้เปนไข้ได้ร าคาญ



คนเดนเท้าก้าวหล่มบ้างล้มลุก ช้างเดนบุกหล่มล้านาสงสาร

เหล่าโคต่างล้าล้มอยู่ซมซาน บ้างวายปราณกล้งตายเปนหลายโค


ช้างบุกหล่มบ้างล้มด้วยเต็มล้า ดก็นาสมเพชสังเวชโข







เจ้าของช้างเสยใจรองไห้โฮ วาพทโธซ้อมาราคาแพง
ี่



ทช้างใหญ่ไม่ส้ล้ามาตดตด พระอาทตย์คล้ายบ่ายลงชายแสง


คนเดนเท้าอ่อนล้าระอาแรง บ้างย่องแย่งเท้าพุปะทุพอง ฯ




๏ คร้นออกจากปาดงพ้นพงชัฏ โสมนัสยินดไม่มสอง
กหยุดยั้งฝ่งน ้าล าตะคลอง ต่างขนของปลงช้างกูบวางราย





คนปลูกแต๊นท์ส าเรจโดยเสรจสรรพ เจ้าพระยาแม่ทัพเสรจผันผาย


เข้าพักในรมแต๊นท์แสนสบาย พลนกายล้อมรอบขอบมณฑล






คร้นรงแสงสรยาภานมาศ จงประกาศแก่เหลาชาวพหล





จะต้องพักอยูนคอยร้พล ทเหลอล้นล้าหลังยังไม่มา


ี่

ซงชาวบ้านอยู่ยังแขวงจังหวัด ในดงชัฏล้วนลาวคนชาวปา



เขาก็ชักชวนกันมาวันทา เจ้าพระยาแม่ทัพออกรบรอง


บ้างเอาส้มหนวยและกล้วยหวี ใจอารมาค านับรบสนอง




บ้างก็หาพรกผักและฟกทอง ท าเปนของก านัลจัดสรรมา



ท่านเจ้าคุณแม่ทัพก็รบรอง กลาวค าพรองถามดั่งจตกังขา



อยู่ในพนมวันอรญวา เจ้าคิดหากนนั้นด้วยอันใด


ซงคนเปนผู้ดอย่างมทรพย์ คะเนนับของเจ้าสักเท่าไหร







พวกลาวเรยนแอ่ออพูดจ้อไป บ้างวาได้ปหนงต าลงเดยว







บ้างว่ามพอหยิบสบสลง บ้างว่ามบาทหนงขอดจนเขียว




ทเศรษฐอย่างย่งมจรงเจยว ตระหนเหนยวห้าต าลงนั้นพงม

















ท่านเจ้าคุณได้ฟงคิดสังเวช คร้นแจ้งเหตุพวกลาวชาววถ


คิดสมเพชเวทนานกปราน ี ใจอารแก่คนทจนจรง




ท่านแจกเงนคนละบาทไม่ขาดหน้า ลาวทมานั่งรายทั้งชายหญง





บางคนกลัวจะไม่ได้ใจประวิง ไมนั่งน่งลกขยับมาฉับพลัน


ล้วนได้เงนคนละบาทสมมาดหมาย ทั้งหญงชายปรดเปรมเกษมสนต์







บ้างไหว้แล้วไหว้เล่าเฝาร าพัน อวยพรท่านเจ้าคุณให้บุญม ฯ

ุ่



๏ พอรงเช้าเจ้าคุณท่านท าศาลเจ้า ปลกไว้เคียงศาลเก่ารมวถ











พรอมหลังคาปกปดมดชดด ี ดท่วงทเรอนฝร่งด้วยชางท า


วิไลเลศเฉดฉายถวายเจ้า อีกรปเสาวลงค์ดูขึงข า


ใหญ่โตคะเนตาสักห้าก า สง่าง ้าอยูในศาลสะอ้านตา



ื่

เครองบางสรวงเปดปูหัวหมูเหล้า ถวายเจ้าให้พิทักษ์ชวยรกษา





พวกนายทัพนายกองเนองนองมา ซงบรรดาพลไพรได้เอ็นด

ซงโรคภัยอันตรายอย่ากรายกล ้า เจ้าจงบ าบัดภัยอย่าให้ส



ขอจงชวยบ ารงผดงช ู ทุกหมวดหมู่กองทัพจนกลับมา



ื่
ื่

ื่
ี่
ด้างอยูนั้นสองวันกับสามคืน พอคนชนหายเหนอยทเมอยขา







กยกซงพยุหบาตรเย้องยาตรา ข้ามช้างม้าทแมน ้าล าตะคลอง
แล้วเดนตามวนาปาละเมาะ ชมว่านเปราะพอพ้นหายหม่นหมอง


ทั้งว่านแรดว่านช้างว่านยางทอง ทั้งวานปล้องวานปลามหากาฬ


มทั้งวานเสนห์จันทน์วานฟนม้า ว่านพระยาสามรากว่านสากสาร








ว่านนลเพทเจ็ดศรษะหนมาน มทั้งวานตะง้าววานสาวพง




อีกว่านตูมว่านเต่าว่านเฒ่าหง่อม และว่านหอมว่านเห็ดว่านเพ็ชหง



วานก าแพงเพชรเจ็ดชั้นสามพันตง อีกว่านอึงว่าคางคกว่านนกยาง

ว่านเพ็ดน้อยเพ็ดม้าว่านสาโรช ว่านก าโหมดว่านมัวว่านหัวสาง
ว่านแพทว่านรภมอยู่รมทาง ว่านกระดางนางกวักว่านจักบัว






ว่านเพชสงฆาว่านอาสพ วานบุตรลบมเปนจุกส้นทุกหัว




อีกว่านอุกว่านอาบว่านคราบวัว อกวานพลั่ววานพลวกวานหมวกคน



ว่านอีด าอีแดงแสงอาทตย์ และวานพษขึ้นหมฤดฝน




อีกว่านเจ็ดช้างสารว่านก าพล ทั้งวานต้นหลายหลากมมากนัก







ว่านดดมถมนาชมชด อยู่ตดตดแลดล้วนร้จัก






จะวานเพื่อนก็ไม่พบประสบพักตร ์ นกแสนรกแลดหมู่อรญ



คิดคิดจะลงช้างว่งวางหา เกรงอาญาเจ้าคุณจะหนหัน

ถ้ามาตรแม้นท่านโกรธท าโทษทัณฑ์ นกหาอันจะร าคาญด้วยว่านยา ฯ





๏ คร้นถงพนกยูงมงเขม้น มได้เห็นนกยูงฝูงปกษา



นกยูงไปไหนนะไม่ปะตา ขอเชญมาตรงน้ขอพชม







ห้อนหางให้พี่วายหายก าสรวล ชวยชักชวนพอให้ปล้มลมประถม

คิดถงน้องหมองในฤทัยตรม อกระทมอยู่เจยวฉันแต่วันมา






คร้นกองทัพลับพนกยูงแล้ว ไมผ่องแผ้วเหอดส่นถวลหา




ช้างก็เดนโดยทางกลางวนา พระสรยาบ่ายน้อยคล้อยอ าพน ฯ




๏ ถงนครจันทกนกสงสัย เมองอะไรกลางปานาฉงน







ี่
ไม่เห็นมีทอยู่เหล่าผู้คน หรอวาต้นไมบังเมองตั้งไกล





คร้นพ้นท้องทุงกว้างมทางตรง แลเหนธงปกแพ้วอยู่แหววไหว



เขาบอกว่าเสอกนคนฉงนใจ เสออะไรมอยู่มากฉันอยากยล


ถามนายแขวงนายก านันนั้นเขาวา กองทัพมาเมอหมู่ฤดูฝน
ื่


มาเจ็บนอนอยู่ในปารกษาตน เพื่อนสองคนอยู่รกษาพยาบาล



คร้นวาฝนตกหนักเพอนผลักหน ี เจ้าคนเจ็บเต็มทีนาสงสาร




ก็นอนอยู่เอกราตรกาล เสอก็คลานเข้าฟดขบกัดกน









แล้วคนเขาเดนพบอศภเหลอ เปนรอยเสอกัดไว้ยังไมส้น




ท าธงปกให้คนเขายลยิน วาตรงถ่นทนมรงควาน






ซงตัวฉันได้ฟงคิดสังเวช นกสมเพชมได้วายหายสงสาร








ถ้าแม้นเราเจ็บลงอยู่ดงดาล เปนอาหารเสอเหมอนเขาอกเราอา






ถงเราเจ็บเจ้าคุณเหนเปนไมท้ง เปนความจรงใชแสรงแกล้งมุสา



คงไม่ต้องว้าเหว่อยู่เอกา ด้วยเรามารมเท้าแหงเจ้านาย




แต่คนอื่นเปนไข้อยู่ในทาง ยังให้ช้างขี่มารกษาหาย
แล้วเจ้าคุณส่งทั่วทุกตัวนาย พลนกายเจ็บจรงอย่าท้งกัน ฯ






๏ คร้นถงกดผักหนามเหมอนหนาม


ยอก ไม่หลุดออกจากอกวิตกฉัน

โศกกระสนน้เหมอนหนามยอกตาม






เฝาแปลบปลาบอยูเชนน้ทุกววัน ทรวง






ซงหนามผักหนามพงพอบ่งได้ หนามในใจสดจักคิดหนักหนวง
แม้นได้ยลพักตราสดาดวง หนามคงรวงหลุดตกจากอกพลัน



ท่านเจ้าคุณแมทัพบังคับส่ง ให้ยับยั้งซงพหลพลขันธ ์





พลไพรตั้งล้อมอยูพรอมกัน พักอยูนั่นนอนคืนเช้าตนไป





กคลาเคลอนเขย้อนยาตรคลาด



กระบวน ดธงทวนแลเปนทวปลวไสว






ก็รบเรงพหลพลไกร ถงเขาใหญเขือนลั่นกั้นหนทาง





เดนตามตรอกซอกผาศลาลน ไสช้างขึ้นล าเนาภเขาขวาง
ื่

ดสงเยี่ยมเทยมเวหานภาพางค์ เจ้าแม่นางงามสถอตศักดสทธครัน









ี่

พวกกองทัพนับถอบูชาเจ้า ทเชงเขาน้อมถวายแล้วผายผัน




ขึ้นหนทางดช้างขึ้นตัวชัน อตสาห์ดันขึ้นเขาค่อยเทาเดน


ื่

ื่
ชมพูผาแลเลอมเปนเหลอมย่อ ตะแง้ตะงอเง้อมชะงักตะพักเผิน
บ้างเว้งว้งรงตะเพงดั่งเชงเทน บ้างเปนเนนลาดเตยนเลยนเปนลาน
ี่













เดนช้างข้ามตลอดพ้นยอดเขา ช้างก็เหย่าเดนใหญ่ในไพรสาณฑ์

ข้ามดงออกปามาไม่นาน ข้ามท้องธารออกทุ่งฝุนฟุงทาง ฯ





ี่
๏ คร้นถงลาดบัวขาวเช้าสงเกต สโมงเศษหยุดส านักพักตามอย่าง
ี่


เสพโภชนาหารส าราญพลาง อยู่ทหว่างรมรกขะเรยงราย



เหนหนองน ้าใหญโตมโกมท บ้างพ้นผุดจากวนชลสาย


น ้าใสสะอาดเย็นมองเหนกาย มัจฉาว่ายอยู่ในวนชลธาร




ซงพักอยูทนั่นไมทันช้า เสรจคลาดคลาเคลอนพหลพลทหาร


ื่



เดนดงออกแดนแสนส าราญ แล้วลงธารเลยท่าเดนผ่าพง ฯ






๏ ถงสคิ้วเหมอนน้องรกของพ ี ่ หลอนเคยสผึ้งวาดพาดขนง



ประจงจัดดัดง้อมน้อมเปนวง ดั่งศรองค์หรรกษ์พระจักร







เหนเรอนลาวชาวย่านบ้านสคิ้ว เปนแถวทวตลอดทางหว่างวิถ


เห็นคอกโคเขื่อนรอบเปนขอบด ี กว้างสักสห้าเส้นเหนวิไล
ี่



มทั้งอาวาสสะอาดเอยม ปกไม้เสยมเขื่อนเคียงเรยงไสว




ี่

นใครหนอสามารถประหลาดใจ มาสรางไว้กลางดอนแต่ก่อนกาล
ี่


แลเหนทท าเนยบประเทยบพัก ดคึกคักใหญ่โตรโหฐาน



เมองโคราชเกณฑ์ระดมกรมการ ในแขวงบ้านท าสัหรับกองทัพชัย



พวกกรมการพรอมพร่งคอยนั่งรบ เชญเจ้าคุณแม่ทัพพักอาศัย





ท่านเจ้าคุณฟงแถลงคร้นแจ้งใจ กส่งให้หยุดพักส านักพลัน





พวกทหารอยู่รอบรมขอบค่าย พลทั้งหลายปรดเปรมเกษมสนต์





คร้นพลบค าย าสงพระสรยัน ต่างชวนกันหลับนอนผ่อนสบาย

ยกกระบัตรท่านจัดให้คนอยู่ ทุกหมวดหมพรอมพร่งส้นทั้งหลาย




ตามด้านนอกด้านในทั้งไพรนาย อยู่เรยงรายตามรอบโดยขอบควร


ี่

เวลาค าย ่ายามตามต าหรบ ผู้ตรวจทัพเดนรอบเทยวสอบสวน




โดยพิชัยสงครามตามกระบวน ดถถ้วนฟนไฟระไวระวัง
ี่

ฝายขันโลกนัยนาโหราเฒ่า แกนั่งเฝาดฟาเหมอนบ้าหลัง




ฉันรองถามด้วยเสยงส าเนยงดัง วาท่านนั่งดอะไรไมได้การ







แกรองบอกว่าเปล่าดดาวเล่น ด้วยเหนเปนนมตผิดสัณฐาน







ดาวพระเสารกับดาวพระอังคาร เห็นพบพานเข้าเคียงอยู่เรยงกัน

ื่

เหล่าคนอื่นตนตรกันดูหมด เห็นปรากฏตาคนบนสวรรค์

ื่




คนตนดมใชน้อยสักรอยพัน เจ้าคุณท่านก็ออกข้างนอกด

แล้วถามว่าตาโหรเปนอย่างไร ขุนโลกนัยนาก้มหน้าอยู่




ี่
แล้วเรยนตามศกษาต าราคร ู ทได้รเรยนมาก็ว่าด



ต่างคนก็กลับไปหลับนอน คร้นทนกรสวางกระจ่างศร





มได้ยกพหลโยธ ี เจ้าคุณมใจสังเวชสมเพชพล
ื่
เพราะด้วยว่าล้าเลอยยังเมอยนัก จะต้องพักผ่อนแรงแหงพหล
ื่

แรมอยู่นเสยอีกคืนพอชนตน ด้วยผู้คนใช้เขาต้องเอาแรง ฯ
ื่
ี่







๏ ยังมผู้มารองฟองเจ้าคุณ วากรมการท าวนขึ้นในแขวง


ด้วยข้าวสารซ้อหาราคาแพง ใจโกงแกล้งเก็บข้าวสารทุกบ้านเรอน
ว่าจะไปจ าแนกแจกกองทัพ ท าสับปลับโกงใหญ่ใครจะเหมอน


คิดเบยดเบียนผันแปรให้แชเชอน อ้างปายเปอนกองทัพอัประมาณ


ื้


ื่
เจ้าพระยาแม่ทัพสดับเรอง บัญชาเย้องถามไถปราศรยสาร

ส่งขุนศรกระดาลพลคนช านาญ เปนตระลาการช าระความถามซัก




ท่านขุนศรค านับรับบัญชา แล้วออกมาถามไถ่ให้ประจักษ์


กรมการรตัวคิดกลัวนัก ไมเย้องยักสารภาพลงกราบลน







ท่านขุนศรเรยกเอาซงข้าวสาร คืนชาวบ้านก็มารบอยู่สับสน

ล้วนยกมอไหว้ทั่วทุกตัวคน ต่างก็ขนข้าวสารไปบ้านเรอน ฯ

ื่








๏ คร้นรงขึ้นอกวันพรอมกันหมด รก าหนดจะคลาลลาเคลอน


เหล่าผู้คนพรอมพรกบ้างตักเตอน ชักชวนเพื่อนหงข้าวแต่เช้ากน










คร้นรงแสงสรยาทพามาศ เสรจเย้องยาตรรถาเปลงราสน




เจ้าพระยาแม่ทัพประดับอินท- ทรย์เสรจผินขึ้นช้างส าอางพราว



เหลาพหลพลไพรน ้าใจคึก บ้างโหฮกองลั่นสนั่นฉาว




พลรบขบเขี้ยวมาเกยวกราว เสยงฝเท้าคนเดนแทบเนนพัง






แล้วเดนทัพออกทุ่งมุ่งเขม้น เหลยวหลังเห็นกองทัพตอนตับหลัง



ยาวเปนพืดยืดมาประดาดัง ดคับคั่งพวกพหลพลนกร

เห็นนาเพลดเพลนใจมาในทุ่ง กว้างเว้งว้งแลเด่นเหนสงขร










ก็ขับช้างเดินผ่าทุ่งนาดอน เรงรบรอนเดนมาไม่ช้านาน






๏ พอข้ามล าตะคองถงสองเนน ดนาเพลนวัดมพรอมวิหาร




ในใจฉันบันเทงเรงส าราญ เห็นมีบ้านไม่น้อยหลายรอยเรอน










มองเหนลาวหญงชายนั่งรายเรยง ถอข้าวหอนั่งเคียงอยูกลาดเกลอน




ี่

ื่
แถวยาวนั่งตั้งจตไมคิดเชอน พอช้างเคลอนถงทลงอยู่ตรงกัน

พอเจ้าคุณคลาไคลออกไปด ู ลาวก็ชเหนอหัวบ้างตัวส่น



บ้างก็เรยนว่าของถวายเจ้านายพลัน เจ้าคุณท่านเมตตาประชาชน
แจกเงนคนละเฟองดเปลองโข มมโนศรัทธาหากุศล




ื้

ชอบท าบุญวณพกยาจกจน แจกจบพ้นทั่วแล้วทั้งแถวยาว







พวกกงทัพรบเอาหอข้าวเหนยว ว่งกรเกรยวยนดเสยงมฉาว







แก้ดกันออกสอข้าวหอลาว เกลอสนธาวมอยูรมให้จ้มกน















กแรมอยูทนั่นไมผันผาย เวลาสายสรยาเปล่งราศน

เช้าสักสามโมงเศษสังเกตชน ต่างก็กนข้างปลาหาสบาย



กรมการอักโขเมองโคราช มาเกลอนกลาดคอยรบกองทัพหลาย
ื่
ล้วนแต่หลวงพระทั่วลาวตัวนาย ต่างผันผายเข้าหาคุณขุนสกล
ผู้ว่าทมาเหจเรทัพ ให้พาน าค านับจอมพหล
ี่
ข้างฝายท่านจเรทัพรบยุบล มากราบเรยนโดยนสนธตามมมา








ท่านเจ้าคุณยินดมีประภาษ อนญาตน าเขาเข้ามาหา



ข้างท่านจเรทัพรบบัญชา แล้วออกมาน าท่านเหลานั้นไป
กรมการถงพรอมน้อมค านับ ต่อจอมทัพเรยนแจ้งแถลงไข






ด้วยพระยาก าแหงนั้นแจ้งใจ จงใช้ให้มาค านับรบเจ้าคุณ



เจ้าพระยาแม่ทัพสดับแจ่ม จงเย้อนแย้มตอบพลันไมหันหน


ภปรายโปรยบัญชาด้วยการณ ขอบใจคุณโคราชประภาษดัง





แล้วถามเรองไปพบรบอ้ายฮอ ยังเหลอหลออยู่บ้างหรอข้างหลัง
ื่

กรมการเรยนตามความสัจจัง ว่าเหลอยังมน้อยสักรอยคน



ี่
แล้วเจ้าคุณแม่ทัพก็กลับถาม โดยข้อความทวิเศษตามเหตุผล

การบ้านเมองเปนสขหรอทุกข์ทน ซงฟาฝนบรบูรณ์หรอสญทราม













กรมการกราบเรยนจ าเนยรนก ว่าเกดศกราชประเทศเขตสยาม



ต้องยกทัพจับฮอต่อสงคราม ไพรได้ความยากเย็นเพราะเกณฑ์ไป
เสรจค าขานกรมการก็ลากลับ ค่อยขยับออกมาหาช้าไม่






คร้นเวลาพลบค าลงราไร พลไพรพรกพรอมนั่งล้อมวง

คร้นเวลาประมาณยามสกสามทุม เสยงปนตูมตดติดพิศวง






ท่านขุนสกลสารบาญหาญณรงค์ มาปลกแอตดกงทั้งสองคุณ








ได้ยนอกเสยงปนใหญครนลั่น อัศจรรย์จรงจรงคนว่งวน








เตรยมปนใหญ่เอะอะชลมุน ดนกระสนพรอมพรกเตรยมคักคึก








ท่านยกกระบัตรทัพก าชับคน ให้เตรยมตนด้วยว่าเวลาดก








หรอมปจจามตรต่างคิดลก ทัพหน้าพบข้าศกเสยงลั่นปน
ื่

จงใช้มาเรวไปให้ร้เหตุ ผิดสังเกตปลุกไพรไว้ให้ตน








เปนเวลาเที่ยงนางค ากลางคืน ใชการอื่นแม้นเลนเล่อจะเผลอตัว


กรมการผูกช้างให้มั่นคง จัตุรงค์เตรยมรบอยูครบทั่ว

ล้วนทะนงองอาจไม่หวาดกลัว บ้างก็หัวเราะชอบจรงอยากชงชัย


ู่

สักครหนงพอม้ากลับมาบอก เขาจุดดอกไม้พลุประจุใหญ่


บ้านกุดจิกหนทางยังหางไกล จุดดอกไม้ฉลองวัดเขาศรทธา
คร้นต่างคนตระหนักประจักษ์แจ่ม กย้มแย้มเกาหัวอวดตัวกล้า





คิดว่าอ้ายฮอยกทัพวกมา ตกองหน้าเราไม่เว้นจักเล่นมัน





ต่างคนก็คืนกลับไปหลับนอน คร้นทนกรพวยพงรงแสงสน


เสรจเคลอนคลายไพรพลพหลพลัน เลยตะบันล่วงต าบลพ้นนคม ฯ



ื่






๏ มาถงบ้านกุดจิกเหนจกต้น นบุคคลใดหรอตั้งชอสม



ไมสนกสนานขี้ครานชม ด้วยอารมณฉันรอนอาวรณครวญ ฯ





๏ มาถงบ้านสลัดไดเหมอนใจพี่ สลัดหนสลัดนางหางสงวน




เพราะจ าเปนจ าใจอาลัยนวล ใชจะหวนใจตัดสลัดจรง ฯ






๏ มาถงบ้านนครค าเหมอนค าพ ี่ เมอพาทค าพรองกับน้องหญง


ื่


แลเหมอนค าสายสมรแม่วอนวิง กลัวจะท้งน้องไว้หาใหมเชย



หลวนส่งแล้วส่งเลาเฝาก าชับ ไปแล้วกลับมาดดหนาพี่เอย









ซงเมยใหม่แล้วอย่าพาลงมาเลย แล้วภเปรยพูดฉอ้อนวอนร าพัน ฯ





๏ มาถงบ้านโคกกรวดกรวดระดะ ในพ้นพระธรณงามสสน


น ้าฝนเซาะบางเกาะเปนหลบลัน เปนชั้นชั้นนาชมอารมณเฟอน ฯ








๏ ถงสระกระแบกเหมอนแบกซงความ



รก เหลอจะหนักอกใจใครจะเหมอน


แบกข้าวของเหลอแรงพอแบ่งเบือน หรอวานเพื่อนชวยแบกแยกออกไป


ทแบกรกหนักใจวางไม่ลง เหลอจะทรงกายตั้งนั่งไมไหว
ี่



เปนสดแบกความรกหนักฤทัย ประจ าใจทรวงพี่ทุกวี่วัน ฯ









๏ คร้นถงหนองเปนน ้ามน ้าจต วิปรตแปรปรวนดผวนผัน





นกเปดน ้าดเหลอหนอเน้อมัน ในใจฉันอยากกนด้วยยินด ี



คร้นรสกนกพทโธมโนกรรม คิดจะท าลายสัตว์นาบัดส











ชวิตเขาสเราจะย ่าย ี ของตัวมใจรกเขาจักปอง




ซงคนเหลาชาวบ้านแถวย่านนั้น บ้างชวนกันจัดเอาซงข้าวของ



บ้างมันต้มจ้มน ้าตาลใสพานรอง คอยนั่งมองตั้งใจให้เจ้าคุณ

ี่



เจ้าพระยาแม่ทัพก็รบของ ชาวบ้านชองนก็สดตามอุดหนน


ี่

ท่านกแจกเงนเฟองต้องเปลองทุน ท่านท าบุญมได้ว่างเรยทางมา ฯ

ื้


๏ คร้นถงบ้านมะขามเฒ่าโตเท่าไหน กับทุกข์ฉันนั้นใครจะโตกวา

หรอมะขามเฒ่าชแรแก่ชรา ฉันจ้องตามได้ยลต้นบุราณ ฯ







๏ คร้นมาถงเขาลาดอนาถจต ช าเลองพิศดประเทศเขตสถาน
มสวนหมากยืดยาวมะพราวตาล จะเปรยบปานราชบุรณะดาวคะนอง





๏ คร้นถงทหยุดพักส านักกว้าง ก็ปลงช้างผู้คนเข้าขนของ


ี่
เข้าในแต๊นท์ทเขาท าไว้ส ารอง ยกจ าลองเข้าไปวางอยู่ข้างใน



พระอาทตย์เล้ยวลัดอัสดง คนล้อมวงพรอมเพรยงเรยงไสว



นั่งยามตามท านองก่อกองไฟ พลไพรพรอมพร่งอยูคั่งคับ ฯ






๏ คร้นเช้าตรสรยาสองอากาศ กรมการโคราชมาเปนตับ






ต่างคนก็นอบน้อมเจ้าจอมทัพ แล้วคอยรบบัญชาพรอมหน้ากัน

เจ้าพระยาแม่ทัพออกรบรอง ไม่ขัดข้องรงเกยจคิดเดยดฉันท์






แล้วให้เส้อให้ผ้าพรอมหน้าพลัน บางคนนั้นได้แหวนแสนวไล


กรมการดใจด้วยได้ลาภ ต่างคนกราบนบน้วอยูไสว




คร้นส้นแสงสรโยอโณทัย ต่างคนไปที่พักส านักตัว







แรมอยูนั้นสองวันกับสามคืน พอคนชนล้าเลอยหายเหนอยทั่ว


ก็เตรยมคนเตรยมช้างเตรยมต่างวัว มาเตรยมมั่วสมไว้ในกลางคืน ฯ













๏ คร้นวันอาทตย์ขึ้นหนงค าเดอนอ้าย พระสรยฉายสองฟาขึ้นฝาฝน





ยกกระบัตรจัดทวนกระบวนปน ต่างก็ยืนคอยอยู่ทุกหมู่กอง


ทัพหน้าแล้วก็มาถงทัพขันธ์ เข้ารวมกันประดังอยูทั้งสอง

ปกขวาปกซ้ายก็จัดไว้ถัดรอง ตามท านองพยุหบาตรเย้องยาตรา





ล้วนทหารถอปนยนสะพร่ง ถอโลห์ดั้งหลาวแหลนดแนนหนา





ปนปนพ้นนกสบอันดับมา รวมทั้งห้ากองทัพพรอมสรรพกัน






ล้วนสวมเส้อเขียวแดงแสงระยับ พรอมเสรจสรรพพหลพลขันธ์




เหล่าตัวนายขี่ช้างพลายตัวส าคัญ ล้วนแต่กั้นสปทนทุกคนไป




ธงส าหรบนายทัพทั้งหลายนั้น ต่างสสันแลเปนทวปลวไสว







บ้างสเขียวแดงเหลองเรองประไพ บางคนใช้ต่างสมส าคัญ





แล้วถงกองทัพใหญ่วิไลเหลอ ล้วนสวมเส้อดดต่างสสน



ยกกระบัตรจัดทัพอันดับกัน ถงธงไทยใหญสนั่นแดงประทาน


แล้วถงหม่อมราชวงศ์กระจ่าง ขี่ม้าสะบัดย่างน าทหาร


ดท่วงทีเจนจัดหัดช านาญ ล้วนถอขวานฝร่งทั้งกระบวน


แล้วถงปนปะเหรยมล้อเทียมลาก คนกระชากล้อหันไปผันผวน

ี่


อยู่เรยงรายข้างทางหางพอควร แต่แล้วล้วนปนใหญ่ไสวตา

มซายันคองกระบองคล่องหนัก





แล้วถงกองขุนสทธตดกระชั้น หนา






ทหารแถวสองข้างหนทางมา ล้วนถออาวธส้นดภญโญ

แล้วถงกอโปราลภมดคมข า ขี่มาน าทหารประมาณโหล



คุมปนแคทะรงกันสนั่นโต้ มเดโชย่งกวาปนอนทั้งปวง







แล้วก็ถงธงทหารสะอ้านแท้ ถัดก็แตรขลุ่ยกลองล้วนของหลวง
เดนทักท้วงเตรยมตรวจทุกหมวด


ยกกระบัตรจัดงามตามกระทรวง กอง




แล้วถงทหารอย่างยุโรปครบทหาร งามตระการเส้อสไมมสอง


ทั้งข้างแขนพบ่าระย้าทอง ล้วนแต่ของใหม่ใหม่ได้ประทาน



ทั้งตัวนายขีม้าอาชาชาต ิ ดองอาจสมกายนายทหาร
ประดุจดังยังพยัคฆ์จักทะยาน ศัตรพานพ้องพบรบระอา




ช้างน ้ามันกอโปราลเกศขีคอ พลายสัดอท่วงทดหนักหนา

สวมเส้อยศอย่างทหารประทานมา ดสง่าท่วงทเหนดควร







เหล่าทหารเดินข้างช้างเปนแถว แต่ล้วนแล้วถอปนยืนอยู่ถ้วน
และขุนหมนดาบตะพายรายกระบวน ตามจ านวนร้วทัพอันดับมา

ื่



กระบวนช้างตั้งเชอกเปนเทอกแถว ถัดมาแล้วช้างเขนคเชนทรกล้า



อีกช้างทรงองค์พระปฏมา แล้วถงช้างเจ้าพระยากระโจมแดง

เหลาผู้คนคั่งคับอันดับมา ขุนบ ารงโยธาตัวเข้มแข็ง





คุมขุนหมนเหลาพวกเส้อหมวกแดง คอยเดินแซงสองข้างหนทางมา



ี่
สเท้าช้างเจ้าคุณคือขุนรกษ์ ขุนอนทรภักดเนองอยูเบ้องขวา




ขุนนราจุมพลคนปญญา กับขุนราชเมธาอยู่ซ้ายมอ



ื่

พวกขุนหมนทนายเรยงรายเดน ล้วนแต่เชญสมรสเครองยศถอ


ื่
ื่

ใสเส้อด าร้วเข้มดเต็มลอ ล้วนขุนหมื่นมชอทุกตัวนาย









หลวงพิชัยเสนาสง่าเหลอ สอดสวมเส้อแดงสมณฉาย

ี่

เข็มกลัดคาดสายกระบมตะพาย ขี่คอพลายประชญมารชาญศักดา




กรกุมขอข้อขึงดผึงผาย แล้วยักย้ายท่วงทดหนักหนา



ี่
ว่าทแอดดกงยงศักดา เผ็นผู้รกษาแม่ทัพรบไพร





แล้วถงช้างคุณบุตรแอดดกง สวมเส้อสงสดแสงดแดงส


ขี่ช้างพลายโพยมกระโจมม ี ดท่วงทีผุดผาดสะอาดตา
แล้วถงทหารหัดใหม่สไนเด้อร ์ ไม่เซอะเซอท่วงทีดหนักหนา



เดนในทางสองข้างมรคา จ้างมาเปนนายไม่รายรอง








แล้วถงคุณพลอยกับคุณนล ดเฉดฉนท่วงทดทั้งสอง





ใสเส้อด าสกหลาดปกคาดทอง ดเรองรองรจนาโอฬาฬาร



แล้วถงช้างคุณขาวกับคุณพิน ล้วนขีคอทั้งส้นดอาจหาญ






มอจับขอยอเย้องเปรองช านาญ ล้วนเปนหลานแม่ทัพก ากับพล



แล้วถงกองปลัดทัพดูขับขัน พรอมด้วยพันพวกเหล่าชาวพหล


ื่


ล้วนแต่ถอเครองรบครบทุกคน เส้อสวมตนต่างต่างส าอางตา


แล้วถงกองยกกระบัตรชางจัดสรร ทหารอย่างวาลันเตยซ้ายขวา




ื่
ล้วนถอเครองอาวุธยุทธนา ทั้งปนผาครบเครองกระบวนพล



หลวงภักดขี่คอพลายจักรกรด ถอขอจดตั้งใจไมฉงน

ตั้งขอขึงผึงผายหมายประจญ เหล่าพหลเดนทางข้างสัตว์โต




ถงกองจเรทัพอันดับมา ทหารหน้าท่วงทีเห็นดโข
สวมเส้อด าเฉดฉนดภญโญ ล้วนใสหมวกกะโล่ผ้าขาวคลุม






ตัวขุนสกลสารบาญจเรทัพ ขี่คอพลายประดับแก้วโกสม

ดผายผึงขึงข้อมือขอกุม ก็ควบคุมเหล่าพหลพลฉกรรจ์





ี่

ถงกองซเกรตตอรที่เสมยน ส าหรบเขียนหนังสอมอขยัน








ใสเส้อร้วทองสวยหมดด้วยกัน ดเฉดฉันแลพิศสนทเนยน


ขุนวิสตรเสนขุนศรกระดาลพล ทั้งสองคนขวาซ้ายนายเสมยน





ตามยกกระบัตรจัดพลไม่วนเวียน ด้วยว่าเขียนฉลากไว้ปกไม้ราย

แล้วถงท่านขุนอินทรวิเชยรชาต ิ ขุนพรหมราชปญญาโยธาหลาย



ยังขุนศรภักดมอีกนาย ขุนสัจจวาทรายอยู่รวมกัน




ขุนหมื่นไพรยกกระบัตรชาง

ล้วนแต่คุมทหารกองด้านใน จัดสรร


เหล่าพหลล้นหลามมาครามครน ล้วนถอมั่นอาวธยุทธนา



กองหลังถัดหลวงจัตุรงค์นั้น ขี่คอพลายกุมภัณฑ์คเชนทรกล้า


ดท่วงทองอาจประหลาดตา คุมโยธากองหลังตั้งกระบวน
ขุนนราฤทธไกรผู้ใจอาจ ขี่คอพลายสประหลาดงามผาดผวน




รปข าคมสมทหารช านาญทวน เห็นสมควรท่วงทมีศักดา

ขุนพิชัยชาญยุทธ์ก็สดใจ ขี่คอพลายประลัยดแกล้วกล้า


สมควรเปนกองหลังตั้งปกกา อยูเบ้องขวาเบ้องซ้ายเรยงรายกัน





ท่านหลวงทรงศักดาก็กล้าหลาย ขี่ช้างพลายทองแดงเข้มแข็งขัน

คุมทหารด้านนอกหอกทั้งนั้น ถอปนส้นใหญน้อยหลายรอยคน








ซงขุนสัตยากรผ่อนล าเลยง กองเสบยงคุมกระบวนล้วนพหล




ทั้งโคต่างช้างมพรอมร้พล ส าหรบขนจัดจบครบกระบวน
ดนายกองนายทัพอันดับมา พรรณนาจัดสรรไม่ผันผวน




บ้างถอหอกพขาวถอง้าวทวน ถอง้าวญวนถอตรกระบยาว ฯ
ี่

ู่



๏ คร้นวาได้พชัยฤกษ์แล้ว ก็คลาดแคล้วโยธเสยงมฉาว


ี่





ยิงปนฤกษ์สัญญานัยน์ตาพราว สองหราวด้วยเสยงส าเนยงปน







เสยงคนเดนราวกับเนนจะโทรมทรด ดั่งมหาสมทรเกดลมคลน







เหล่าทหารเรงราเฮฮาครน เพยงพางพ้นธรณนแผ่นดนพัง






ตัวฉันอยู่ท้ายช้างเหมอนอย่างเคย เฝาแหงนเงยเชยชมอารมณหวัง

ดเรอนบ้านรายเรยงเคียงประดัง เหนคับคั่งคนดอยูรมทาง














คนแก่สาวนั่งเปนหมฉันดทั่ว ล้วนรปชั่วตัวด าปเหมอนผีสาง

ถงทขาวดเหมอนลาวไม่ส าอาง เห็นรปรางปอหลอฉันงองัน ฯ


ี่




๏ ถงวัดแจ้งเหนเขาแต่งประตูปา ไว้คอยท่ากองทัพดูขับขัน






ยายมดท้าวนั่งเคียงอยูเรยงรน คอยท าขวัญขับผีปาหน้าประตู





ยายคนหนงตโทนโยนจังหวะ เสยงจ้ะจ้ะตุ้มตุ้มฟงกล้มห





ื่
เครองสังเวยเรยงรายตัวยายคร ู ออกนั่งอยูหน้าคนบ่นพมพ า

พอเจ้าคุณเดนมาถงหน้าฉาน กรมการเรยนตามเน้อความข า





เชญเจ้าคุณลงช้างอย่างบุร า โดยมท าเนยมการเพศบ้านเมอง





พอช้างเหยียบประทับเข้ากับเกย เจ้าคุณมได้เฉยค่อยย่างเย้อง






ลงนั่งทพรมปูดช าเลอง เขาจะเปล้องผีปานั้นท่าไร


ซงยายมดบอกขยดให้เหยียดท้าว เอาด้วยขาวลากฟาดตวาดไล่
แล้วผูกกรท าขวัญคุ้มกันภัย ก็เลยให้ศลพรบทกลอนด






เสรจสรรพเจ้าคุณขึ้นสช้าง แล้วลลามาในทางหว่างวิถ ี



เข้าในประตูปาไม่ราคี สองข้างมสงฆะประน ้ามนต์ ฯ
ี่
ขายโตกพานเชยนขันและพรรณ





๏ ถงโพธกลางสองข้างมโรงราน ผล




ทั้งของกนเครองใช้ฉันได้ยล เหลาฝูงคนนั่งดเปนหมกัน




เห็นตกทาฝาแดงทุกแหงหน หลังข้างบนมุงแฝกแปลกแปลกขัน







ล้วนตกดนดบต่อมาก่อกัน ข้างฝายชั้นลางหลังคาเขาทาดน




ชมลูกสาวชาวโคราชไม่ผาดผิว ชางขี้ร้วไมต าหนแกล้งตฉน






จะหายสวยสักคนไม่ยลยิน จนหมดส้นย่านทางโพธกลางมา ฯ





๏ ถงสามสกยักแยกมาเบ้องซ้าย คนเรยงรายนั่งดอยูหนักหนา






เหนโรงผู้หญงคนชั่วดทั่วมา เหมอนหญงข่าไม่นารกเลยสักคน




มาประเดยววกเล้ยวซ้ายมอแว้ง เห็นก าแพงโคราชสงผาดโผน






แม้นข้าศกหมายจะมาประจญ ซงจะปล้นเมองได้เห็นไม่ม







ด้วยก าแพงสงมสักสวา ดแนนหนาคึกคักเปนศักดศร



ี่

ซงข้างนอกก าแพงว้งแวงด ี ล้วนแต่มคูรอบขอบสมา











มเชงดนชั้นนอกห้าศอกสง แม้นมฝูงปรปกษ์เรารกษา





เพยงเชงเทนชั้นนอกออกประดา ศัตรอย่าเข้าไปถงในคู







เมองโคราชกว้างใหญ่มิใชน้อย ข้าศกเพียงสบรอยเห็นพอส

เมองใหญ่โตท าไมมสประตู หอรบอยู่ข้างบนชอบกลด ฯ

ี่


๏ ถงท าเนยบค่ายพักส านักอยู่ ด่านประตูท่าน ้าท าถ้วนถ ่ ี

อยู่รมกับอารามสามัคคี ท าเนยบมีเขื่อนค่ายปลูกรายเรยง





ี่

ส าหรบเจ้าคุณมสห้าหลัง พรอมหอนั่งเรอกร้วครวเฉลยง







ทมทหารรอบล้อมดพรอมเพรยง แถวระเบยงหอนั่งตั้งนอกชาน


ี่




ทลูกทัพนายกองเสรจเจ็ดแปดหลัง มพรอมพร่งโรงยาวเหลาทหาร


ข้างเจ้าคุณเทียบเกยไม่เลยนาน กรมการคอยรบค านับพลัน



ทหารปนยนรายทั้งซ้ายขวา ทหารหน้าหทารหลังชางขยัน
นายใหญ่บอกปรเซนต์เปนส าคัญ ก็พรอมกันยกปนยืนค านับ




เจ้าคุณค่อยประจงลงจากเกย แล้วกเลยขึ้นหอนั่งยั้งสดับ

กรมการพรอมพร่งมาคั่งคับ นั่งคอยรบบัญชาพรอมหน้ากัน





พอหยุดพักอยูนั่นสองวันครบ เจ้าพระยาปรารภจะผายผัน




นายทัพนายกองมาพรอมหน้ากัน ไปอภวันท์เทพารกษ์เจ้าหลักเมอง


พรอมนายทัพนายกองมาซ้องแซ ่ ท่านเจ้าคุณขี่แครไม้ลายเหลอง






พรอมนายทัพนายกองตามนองเนอง เสรจย่างเย้องเข้าไปในประตู



คร้นถงศาลอารกษ์พระหลักเมอง พรอมด้วยเครองบูชาไก่ปลาหม ู





ทั้งบายศรซ้ายขวานาเอ็นด ู เสรจแล้วบูชาเจ้าทั้งเหล้ายา


แกว่งบวงสรวงอารกษ์เปนหนัก


แล้วเรยกคนขลุ่ยกลองกระบองควง หนา

ทั้งต่อยมวยราละครฟอนบูชา พิณพาทย์สาธการประสานต








คร้นเสรจสรรพกกลับมาท าเนยบ ไม่เงยบเชยบต่างเปรมเกษมศร







ฝูงพหลพลนกายสบายด ี บหอนมีเจ็บปวยพรอมด้วยกัน ฯ





๏ เมอวันหนงเจ้าคุณจงออกจากหอนั่ง พรอมสะพร่งนายพหลพลขันธ











จงปรกษาไต่ถามเน้อความพลัน วาวันนั้นเข้าไปทในเมอง

เห็นเจดย์องค์ใหญ่ในวัดกลาง ท าลายรางอยากบ ารงให้ฟุงเฟอง


ื่







จงหันหน้าปรกษาท่านเจ้าเมอง กพดเย้องชักเชอนบดเบอนไป







เพราะวาในเมองน้สดทคิด ด้วยปูนอิฐไม่มอยู่ทไหน

ี่





เจ้าคุณฟงยุบลเปนจนใจ ก็มได้ตอบความตามยุบล


เจ้าพระยาจอมนกรอาวรณตรก การทัพศกสารพัดจะขัดสน



ไม่ทราบเรองหนองคายรายกังวล ต้องแต่งคนไปสบตามความระแวง
ื่





ี่
จงให้ท่านขุนวิสตรเสน ี นายซเกรตตอรคนเข้มเข็ง


ี่


ไปสบการหนองคายทรายแรง มาให้แจ้งข้อความตามกระบวน




ให้ขุนพนจนกรนั้นไปด้วย จะได้ชวยกันลอบไปสอบสวน


กับนายทัตคนลาวชาวเมองพวน รถถ้วนน ารองไปหนองคาย

ี่



สบให้แม่นอย่าให้เฟอนในเงอน
ื่
ให้ขุนสตยากรไปขอนแก่น สาย





กับอุปฮาดไปชวยด้วยอีกนาย ซงแยบคายขอนแก่นคงแมนย า






เปนอปฮาดอยูก่อนเมองขอนแก่น ในแว่นแคว้นไล่เลยงไม่เพลยงผล า
ควรให้ไปสบสอเอาข้อค า เพราะว่าช านาญใจในหนทาง






แล้วส่งเบกช้างให้ใสเสบยง ให้พอเพียงสารพัดไม่ขัดขวาง


ทั้งเงนทองจัดให้ไปใช้พลาง กระโจมข้างเลอกคัดดจัดเอา





ขึ้นหกค าเดอนอ้ายห้านายนั้น ก าหนดวันที่จะไปมได้เศรา
ี่
ออกจากทตนพักส านักเนา ไปตามเจ้าคุณบัญชาไม่ช้าวัน ฯ

๏ ถง ณ วันเดอนอ้ายขึ้นแปดค า ได้จดจ าแจ้งจรงทุกส่งสรรพ์






เห็นผู้คนช้างม้าลงมาพลัน พระวชตณรงค์นั้นคุมฮอมา










พวกกองทัพรจรงบ้างว่งสอ มาดฮอพรอมพรกคนหนักหนา
อ้ายพวกฮอใสคอตะโหงกคา คนรกษาเดนกล้มคอยคุมตัว








เจ้าพวกฮอเหลาน้ล้วนขีแคร ่ เจ้าพวกลาวหามแย่ย่งเจ้าสว



กองทัพฝายเราว่าไม่นากลัว ตัวต่อตัวแล้วไม่หนฟนตกัน












บ้างวาฮอรปน้กระจรด สกสามคนกไมคิดจะพรงพร่น




ไม่มจตครามกลัวเห็นตัวมัน ต่างคนสันต์สรวลเสเสยงเฮฮา ฯ







๏ ท่านเจ้าคุณให้ไปขอฮอมาถาม ให้คนลามมั่นคงสงภาษา

นายเสมยนเขียนความตามบัญชา ฮอหนงมาให้ความตามกระบวน







ว่าเปนจีนเกดยังเมองกวางตุ้ง ใจมาดมงเล้ยงชวตไมผิดผวน





มาค้าขายในเขตประเทศญวน ไปเมองพวนแล้วเย้องไปเมองลา










ก็หากนโดยยุตสจรต เล้ยงชวิตมุ่งหมายขายของปา

อ้ายพวกฮอยกทัพจับเอามา จนเวลาทัพไทยไปเอาตัว



จนล่ามถามต่อฮอคนไหน มันช้ใสวาคนนั้นไมผันผวน






คนนั้นวาข้าเปนลาวชาวเมองพวน ให้การล้วนข้อรับจับเอามา








นกเจ๊กนั่นกลาวชาวเมองพวน โนนก็ญวนนงนังนากังขา
ให้ลามถามทั้งหมดจดวาจา เที่ยวถามหาฮอคนไหนมได้ม





กมได้จดจ าค าทั้งหลาย คร้นบ่ายชายแสงพระสรยศร





สักห้าโมงสังเกตเศษนาท ี ตราพระราชสห์มขึ้นมา


จงประชมลูกทัพนายกองพรอม มานั่งล้อมเรยงรายทั้งซ้ายขวา





ฉันผนกออกอ่านซงสารตรา แจ้งกจจาโดยความตามคด ี






ในบังคับกองทัพให้ยับยั้ง รอคอยฟงเหตุการณตามสารศร

อยู่นครราชเสมาอย่าช้าท ี แล้วห้ามมให้เย้องไปเมองบน




อ้ายพวกฮอนั้นยังก่อรงแก หรอพ่ายแพ้สบให้แจ้งทุกแหงหน





ี่
จักนายทัพนายกองสักสองคน ทชอบกลเปนผู้ใหญ่เข้าใจการ



ื่

ไปสบเรองเมองหนองคายจะรายด ี ยังเหลอมีข้าศกทฮกหาญ

ี่


แม้นกองทัพหลวงพระบางทางเชยง
คาน จะเข้าราญรอนประจญต าบลไร



มหนังสอรบรัดมานัดหมาย จงผันผายขึ้นไปชวยด้วยจงได้





ตระเตรยมยกซงพหลพลไกร รบขึ้นไปอย่าให้ขาดราชการ ฯ

๏ เจ้าพระยาแม่ทัพสดับแจ้ง ประดิษฐ์แต่งความตอบระบอบสาร

ี่

โดยถ้วนถสารพัดไม่ทัดทาน แล้วสงเจ้าพนักงานให้ถอมา









คร้นส าเรจเสรจพรอมจอมพหล จงแต่งคนนกมองตรกตรองหา
จะได้ผู้ใดดมีปญญา สบกจจาหนองคายเอารายงาน




จะต้องท าตามดั่งข้อบังคับ จงปรกษานายทัพนายทหาร




จะได้ใครไปดทช านาญ ไปสบการหนองคายคือนายใด
ี่




เห็นแต่ว่าพระยาพิชตณรงค์ ค่อยมั่นคงจะเหนเปนไฉน


นายทัพค านับน้อมต่างพรอมใจ คนอื่นไปไม่เสรจส าเรจมา



ท่านเจ้าคุณอารท่านมีจต พระยาวชตณรงค์นั้นหนักหนา


จงจัดเสบยงให้ใจเมตตา อกทั้งผ้าขนยาวหมหนาวนอน






พระยาวิชตณรงค์บรรจงรบ น้อมค านับด้วยศโรสโมสร


แล้วหมอบราบกราบก้มประนมกร กล่าวสนทรโดยความตามอัชฌา



ขอขุนนราฤทธไกรนั้นไปด้วย แม้นเจ็บปวยได้พิทักษ์ชวยรกษา





เปนวงศ์วานหลานชดสนทมา พอเห็นหน้าเพื่อนไปในหนทาง


เจ้าพระยาอนญาตตามคาดหมาย กล่าวอถปรายตามสัตย์ไม่ขัดขวาง





มได้มแหนงจตคิดระคาง ด้วยไว้วางใจแท้เหนแนนอน
พระยาวิชตณรงค์ประสงค์สม ตามนยมภญโญสโมสร



เสรจจะลาคลาไคลครรไลจร มาทผ่อนเคยพักส านักตน ฯ
ี่



๏ คร้น ณ เดอนอ้ายขึ้นสามค า เปนวันก าหนดฤกษ์เลกพหล




พระยาวิชตณรงค์ไม่วงวน ก็กรพลมาดหมาดหนองคายพลัน






เดนเปนกระบวนมาหน้าท าเนยบ ดเรยงเรยบเหล่าพหลพลขันธ์

ขุนนราฤทธไกรใจฉกรรจ์ ก็ผายผันตามไปในกระบวน


เจ้าพระยาแม่ทัพออกรบรอง เสรจสงกองทัพขันธ์ไม่ผันผวน ฯ











๏ เมอวันหนงฟ่นเฟอนจ าเคลอนคลาด เจ้าเมองอุปฮาดเข้าผายผัน



เอาม้าแดงช้างด ามาก านัล อุปฮาดเมองสวรรณภูมมา


หลวงสารสทธผู้น าเข้าค านับ ท่านเจ้าคุณออกรบด้วยหรรษา





ี่
ซงช้างม้าทมาให้ไม่น าพา เปนแต่ว่าขอบใจที่ให้เรา
ท่านคืนช้างม้าไปให้เจ้าของ ไม่หมายปองอยากได้ของใครเปล่า

ถงวาของส่งไรท่านไมเอา แม้นทเหล่าคนชอบรบตอบแทน



ี่

ซงกองทัพตั้งแต่มาหลายราตร ี เหล่าโยธบ้างเปนสขบ้างทุกข์แสน











ด้วยไข้คงติดมาในปาแดน ดหนาแนนชกชมตายสมไป

บางคนไม่ตายหายมแรง กนของผิดส าแลงก็ตักษัย





บ้างกนกล้วยน ้าว้าพทราไป แต่พอใสถงคอชักงองัน



บ้างกกนลกสมองอก่อม้วย บ้างกนกล้วยอ้อยแล้วอาสัญ





กนของส้นชวตผิดผิดกัน ฝูงคนบรรลัยรมชมสดใจ







ได้มบัญชนามจดตามเหตุ คนรอยยี่สบเศษม้วยตักษัย



ตั้งแต่ยกหมายมงจากกรงไกร คนตายได้รอยเศษสังเกตจ า





ซงตัวฉันหฤทัยหัวใจสะท้อน เห็นคนนอนครางอยู่ดออกส า
คิดถงตัวกลัวตายกายระก า เฝาแต่ร าโหยไห้อาลัยวอน







ยามหนงคิดถงตัวกลัวความไข้ ยามสองให้คะนงถงสมร


ี่
ยามสามคิดร าคาญถงมารดร ยามสนอนคิดถงญาตแทบขาดใจ






ื่

เปนอย่างน้เจยวฉันทุกวันคืน บ่มชนเศราหมองไม่ผ่องใส




โศกถงมตรคิดถงญาตแทบขาดใจ เหลอหทัยที่ทุกข์คงจุกตาย

แสนระก าช ้ากายเสยดายโฉม เสยดายเชยเคยประโลมไม่หางหาย






ไม่หางเหเสนห์นชจะหยุดอาย จะหยุดเว้นเปนอย่าหมายว่าจักม



ว่าจะม้วยเสยด้วยเพราะความเศร้า เพราะความโศกโรคเราหม่นหมองศร


หม่นหมองทรวงโอ้แม่ดวงสมาล ี สมาลัยของพี่อย่าไกลตา



อยู่ใกล้ตัวเพราะผัวมาหางห้อง มาหางเห็นเว้นน้องไห้โหยหา





ไห้โหยหวนครวญคร าไม่น าพา ไม่นาพงหนงว่าจ าใจจร




โอ้อกเอยเคยแอบประคองอุ่น หอมกล่นกรนสาเรแก้วเกสร


เสยดายดวงพวงพุ่มอุทุมพร มาไกลกรมได้กอดประคองเชย



สงสารสรอยเสาวคนธ์จะมลหมอง จะเฝารองไห้หานจจาเอย





ใครจะชวยปลอบปล้มให้ลมเลย เหมอนพี่เคยประคองน้องนทรา







เวลาดกตรกตรองถงน้องสาว อนาถหนาวเน้อหนังเย็นมังสา



เมองโคราชเหลอล้นพ้นปญญา หนาวย่งกวาบางกอกยอกทั้งตัว





หมผ้าปดเหมอนหนงว่าหมผ้าเปยก มันเย็นเยียกหนาวยวดจนปวดหัว







หนาวอัปรย์หนาวระย าพอค ามัว มันเย็นทั่วสารพางค์นอนครางฮอ







ต้องสวมเส้อสามชั้นไว้กันหนาว ทั้งถงเท้าเกอกซ้อลงนอนซอ






กางเกงสามชั้นนงสวมถงมอ ตัวหนักต้อหมวกผ้าปดหน้าตง


แต่อย่างนั้นไมกันความหนาวได้ มันหนาวในตับปอดตลอดถึง

ผ้าหมสมคลุมซ้อนนอนตะบึง คิดร าพึงใจอนาถไม่คลาดคลาย

[กลอนตรงน้สมผัสขาด]




ถ้ารทว่าไม่มข้าศกรบ คงหาครบซ้อสรรค์เครองกันหนาว




ี่








หมายจะได้ชงชัยกันใหญ่ยาว จนถงคราวฉกเฉนคิดเกนไป



ด้วยกลัววาผ้าเส้อจะเหลอมอ จงหาซ้อจัดหาเอามาไม ่





ถ้าแม้นว่ารแท้เปนแนใจ ว่าพวกไอ้สลัดบกมันยกมา




เที่ยวปอกลอกทองพระไปถลุง การรบพุ่งหส้จักจะหนักหน้า






ื่

ซงเครองหนาวสารพัดได้จัดมา ไมซ้อหากเพราะการประมาณเกน

ื่
ุ่
บุญคุณคิดขุนสนทอักษรนม ให้เครองคุ้มกันหนาวเมอคราวเฉน

ื่



ขอให้เขาสวัสดมจ าเรญ สรรเสรญคุณเขาทุกเช้าเย็น

ุ่

ปองกันหนาวนอกเน้อเขาเก้อหนน เพราะบุญคุณพ่อนมพอคุ้มเข็ญ



แต่น ้าจตมได้วายคลายล าเค็ญ บ่วางเว้นมสขเฝาทุกข์ทน ฯ






๏ ฝายเจ้าพระยาแมทัพเมอยับยั้ง ท่านกตั้งปรารถนาหากศล












ด้วยศกเสอนั้นไมมพักร้พล ชักชวนคนก่อสรางทางนพพาน


เจดย์ใหญ่วัดกลางรางช ารด ยังโทรมทรดล้มทอดตลอดฐาน



ไม่มใครศรัทธาล้มมานาน จะประมาณนับยิบหลายสบป










ท่านเจ้าคุณมใจอยากใครสราง พระเจดย์วัดกลางเปนศักดศร



ี่

จะซ้ออฐปูนใครทไหนม ี ไม่รทแหงหนต าบลเลย






ี่


ท่านก็เทยวสบถามตามชาวบ้าน ด้วยหวังการจรงจรงไมน่งเฉย




เฝาสบเสาะหาแหงต าแหนงเคย ท่าภเปรยถามไถ่มได้วาย







จตศรทธาอาจณไมส้นสญ คร้นอฐปูนได้สมอารมณหมาย






มผู้มาบอกแจ้งไม่แพรงพราย ว่ามากหลายบรบูรณอิฐปูนม





อยู่ถงทางหนองกะบกวัดโคกพรม อฐเผารมแก่ไฟงานมได้ส




เจ้าคุณทราบระบลแสนยินด ี จงปาวรองโยธทุกหมวดกอง




บอกคุณเหล่าพหลไปขนอิฐ ต่างคนคิดยินดไม่มหมอง
คานสาแหรกจัดไว้ใสส ารอง ต่างคนปองเอาบุญไม่ขุ่นเคือง ฯ




๏ คร้นแรมสบสามค า ณ เดอนอ้าย เวลางายสรยาสองฟาเหลอง






พวกกองทัพโหรองไปนองเนอง ทั้งชาวเมองพลอยไปอยากได้บุญ






บ้างก็หาบก็หามตามถนัด ล้วนแต่ศรทธาชนทั้งหมนขุน






ไม่ว่าไพรผู้ดมสกุล ชลมุนแบกอิฐไม่คิดอาย




พวกกองทัพชาวเมองขนเนองแนน ยกอิฐแผ่นใสบ่าแบกหน้าหงาย









ล้วนแต่งตัวกรงกร้งทั้งหญงชาย ทั้งสาวแสแมหม้ายกมมา



ล้วนแต่งตัวอ่าอวดประกวดกัน หมสสันสกแสงออกแดงจ้า




ทั้งพระเถรเณรชมศรทธา สอตสาห์ขนอฐน ้าจตทน








ทั้งเกวยนล้อโคลากไปมากหลาย ดเรยงรายเต็มหลามตามถนน



ทั้งแรงโคแรงควายนกายพล ไปหาบขนอิฐแผ่นแนนหนทาง

ื่


ล้วนสรวลสันต์บันเทิงระเรงรน เฮฮาครนมได้อายระคายหมาง
ทั้งเจ๊กไทยมอญลาวสาวส าอาง ขนอิฐมาวัดกลางดเกรยวกราว








คนชาวเมองพรอมใจทั้งไทยจน ออกทรพย์สนซ้ออาหารข้าวสารขาว


ต้มเล้ยงคนขนอฐด้วยคิดยาว ทั้งของคาวหวานเค็มเต็มศรทธา






สองวันเสรจลงมอร้อจับขุด ด้วยของเก่าช ารดอยูหนักหนา






พบกรซงบรรจุของนานา ทั้งรปพระปฏมาเงนทองค า


จงเอาพระเงนทองของบุราณ มอบให้พระอธการอุปถัมภ์

จงเก็บให้มิดชดปกปดง า แล้วให้ท าทกรบรรจุลง ฯ


ี่

๏ เจ้าพระยาจอมทัพจะจับงาน แล้วตรกการโดยจตคิดประสงค์






ในบาลมตามเน้อความตรง พระพุทธองค์บัญญัตอธบาย

ว่าผู้ใดจะสรางทางกุศล ไมปาวรองฝูงคนส้นทั้งหลาย






แม้นว่าใครศรัทธาเอกากาย ไม่ปาวรองหญงชายประชาชน


ได้แต่โภคสมบัตพัสถาน บรวารสมบัตนั้นขัดสน




แม้นปาวรองน าจูงเหล่าฝูงคน บันดาลดลพบพ้องสองศฤงคาร


ท่านคิดเห็นโดยงามตามท านอง จงปาวรองทั่วประเทศเขตสถาน




ราษฎรชาวนคมกรมการ จังหวัดบ้านเมองโคราชประหาศไป




ให้ปราศจากอามสมาตดเทยน ตามท าเนยมโดยศรทธาอัชฌาสัย


ก าหนดนัดความแจ้งไม่แคลงใจ ให้มาในวัดกลางสรางศรัทธา ฯ






๏ คร้นวันขึ้นสบสงค าจ าคด ี ในเดอนยี่สัจจังไม่กังขา


ตะวันบ่ายชายแสงพระสรยา เปนเวลาก าหนดที่จะมการ




ฝายท่านเจ้าพระยาจอมพหล เชญพระทนต์พระจอมเกล้าเจ้าสถาน



พรอมด้วยเหล่ากระบวนแหแลละลาน ไปมงานสมโภชใหญ่ในวัดกลาง


นมนต์สงฆ์ทั่วประเทศเขตนคร มาสดับปกรณตามแบบอย่าง

เหล่าพระสงฆ์ดใจไม่ระคาง ถงหนทางไกลนั้นไมพร่นพรง





พระชราฐานาสมภารวัด ก็แต่งจัดเหล่าพระครไว้หมู่หนง


ถวายปจจัยถ้วนล้วนต าลง พระสงฆ์ซงลูกวัดไว้ถัดรอง







ี่

ถวายปจจัยงามตามท าเนยม พระสงฆ์เปยมยินดไม่มสอง


นมนต์หมดบ้านเมองมาเนองนอง ได้รบของไทยทานส าราญใจ ฯ




๏ ฝายเจ้าจอมโยธามปราโมทย์ ท่านสมโภชพระทนต์พ้นวิสัย


จัดเหล่าพวกกองทัพโดยฉับไว มาเล่นโขนโรงใหญ่ได้อย่างด







พรอมทั้งเครองเรองรองทองระยับ สรางเสรจสรรพงามงดแสงสดส



ทั้งโรงโขนใหญปลกผูกคิร ี โตยาวมกว้างขวางส าอางตา



โขนเลนเรองก่อนวันนอนโรง เล่นพิธอุโมงค์ดีหนักหนา





คร้นวาดกสองยามตามสญญา ก็เลกลาโรงกลับมาหลับนอน ฯ

๏ คร้นวารงสรยาท้องฟาแดง ก็เตรยมแต่งกระบวนแหแลสลอน










เชญพระบรมทนต์เสรจเสด็จจร ไปสดับปกรณอีกเวลา




โขนกเลนตามเรองแต่เบ้องหลัง เมอวิรญจ าบังออกอาสา


ื่






พวกคนดพรพร่งประดังมา คนชราแก่สาวมากราวกร



ชาวบ้านนอกขอกนามาออกฮอ แจ้งข่าวลอแนใจไม่ไขห


หนทางเดนสองคืนตนมาด ู เพราะไม่รจักโขนโยนอย่างไร

ื่


คนชราอายุเจ็ดสบเลย ยังไม่เคยดูเห็นเปนไฉน





บ้างหาเสบยงอาหารด้วยบ้านไกล ล้วนตั้งใจมาดออกกรเกรยว





ล้วนสาวสาวชาวปากมาส้น ทาขม้นล้นเหลอจนเน้อเขียว

ี่



อยากดโขนอย่างย่งจรงจรงเจยว บ้างจูงเหนยวลูกหลานมาลานลน











สปปุรษคั่งคับออกทรพย์สน ตดข้าวบณฑ์เบ้ยศรทธาหากศล






เข้าสวนสรางพระเจดย์ตามมจน ออกสบสนตั้งจตมาตดเทยน



คร้นเลนโขนถ้วนตามครบสามวัน รวมเงนพันบาทมบัญชเขียน




ี่

สัปปุรษมาพรอมน้อมจ าเนยร เงนติดเทยนทวัดล้วนศรทธา






จงได้เงนพันบาทยังขาดไป พระเจดย์องค์ใหญ่เปนหนักหนา




แต่โดยสงถงเส้นนับเปนวา เจ้าพระยาจอมทัพรบออกทุน









แม้นเงนใช้ไมพอก่อเจดย์ ท่านรบเปนกงสออกเก้อหนน







สรางเจดยฐานเปนการบุญ ท่านเจ้าคุณรบส าเรจโดยเสรจการ ฯ





ื่
๏ แรมสบเอ็ดมได้เคลอนในเดอนยี่ ขุนวิสตรเสนสบข่าวสาร


ทไปเมองหนองคายเอารายงาน แจ้งราชการข่าวทัพแล้วกลับมา

ี่
ี่


เขากราบเรยนพณะหัวจอมพหล โดยเหตุผลทสจจังไม่กังขา


แล้วน าคนชาวเวียงชอเชยงทา เปนหลวงราชรกษาสเรนทร

ื่





ท่านเจ้าคุณออกยังหอนั่งรบ เหลานายทัพพรอมพร่งนั่งสลอน
ทั้งกรมการนายทัพค านับกร หลวงราชสเรนทรก็ให้การ


วาเดมพวกอ้ายฮอมาก่อเหตุ ในประเทศราชท าอาจหาญ




ทั้งจนลาวญวนสมทบเข้ารบราญ คนประมาณหลายรอยไม่น้อยตัว







เหลาพวกลาวยั่นฮอไมต่อส ู ้ ต้องเข้าทูเงนเสยทั้งเมยผัว
ี่




ทไม่มเงนให้มใจกลัว เหมอนควายวัวยอมให้ฮอใช้การ


อ้ายฮอเกบเงนทั่วทุกครวลาว เรอนละเก้าหกเจ็ดต าลงหวาน






ฮอเขียนหนังสอให้ใสกระดาน เรยงว่าไม้บางบ้านส าหรับตัว




ื่
พวกฮอเหนหนังสอลงชอเขียน ไมเบยดเบยนคิดยั่นมันส่นหัว







ไม่คุมเหงคะเนงรายเกรงนายกลัว ตลอดทั่วบ้านลาวพวกเข้าทู


อ้ายพวกฮอเรยงรายตั้งค่ายมั่น ย่อมแข็งขันย่งยวดเปนหมวดหม




ไม้ระเนยดเรยงรายท าค่ายคู มันตั้งอยูมากมายหลายต าบล




ราชบุตรหนองคายนั้นใช้ข้า ไปสบซงกจจาเอาเหตุผล



ข้าก็จะสบตามไปสามคน ลอบไปจนแจ้งความตามกระบวน



กลับมาบอกอุปฮาดราชบุตร จนส้นสดทได้ลอบไปสอบสวน






บัดน้ทัพอ้ายฮอทก่อกวน มันเกอบจวนยกปองมาหนองคาย

ในวันนั้นคืนนั้นมันจะมา ซงตัวข้ารหมดก าหนดหมาย









ราชบุตรรแจ้งไม่แพรงพราย เกณฑ์พหลพลนกายหัวเมองมา


เกณฑ์คนเก้ารอยไว้ไม่ได้ครบ ได้พลรบสามรอยน้อยหนักหนา



ราชวงศ์ราชบุตรสดปญญา ก็ตรกตราการส้หมู่ไพร


ต้อนให้เข้าเมองหนองคายกลัวนาย



คร้นลาวมากอยูข้างฟากเวยงจันท์เก่า หน



แล้วเก็บชายฉกรรจ์บรรดาม ี แล้วซ้อมสข้าวล าเลยงเสบยงพล


บ้านละสบหยิบเอาห้ารกษาครว ล้วนมตัวสงล าเลยงเล้ยงพหล








ราชบุตรจัดโยธทมตน แล้วยกพลข้ามฟากไปปากทาง

ี่



ตั้งคอยรบทัพฮอไมย่อยั่น หาทมั่นตั้งท่าปกกากว้าง




จัดคนรกษาการในด่านทาง แล้วไว้วางกองซอนคอยรอนราญ









คร้นเดอนแปดแรมสค าได้จ าข้อ พวกอ้ายฮอพรอมพรกเข้าหักหาญ
ได้รบราฆ่าฟนประจัญบาน ลาวต้านทานทัพฮอไม่รอรา






ราชวงศ์ยกหลกตปกซ้าย ราชบุตรยักย้ายตปกขวา








พวกอ้ายฮอยิงปนโครมครนมา ช้างพลายกล้าต้องปนว่งตนไป

คือว่าช้าวผู้ชวยเมองหนองคาย เปนน้องชายราชบุตรฉดไม่ไหว




ื่




ช้างพลายกล้าต้องปนตนตกใจ ลงขอไมยั่งยนตนกระจาย


ซงกองทัพราชบุตรไม่หยุดแยก กว่งแตกหลบล้บ้างหนหาย






เหล่าไพรพลซานซมบ้างล้มตาย ก็แตกพ่ายหนฮอไม่ต่อกร



ทัพฮอบากละจากราชบุตร เข้ายงยุทธราชวงศ์ตรงไม่ถอน






อาวธส้นเข้ารมตะลมบอน ฮอตต้อนล้อมรอบเปนขอบคัน





กองราชวงศ์เจ้าเมองหงสาสถต ส้นชวตสญชวาถงอาสญ







ี่
ตายอยู่ในทรบได้พบกัน ไพรพลนั้นล้มตายวายชว ี

ราชวงศ์เหลอก าลังก็พังแยก ลาวตนแตกข้ามล าแมน ้าหน








พลลาวยั่นพร่นฮอไมต่อต ี ต่างหลบหนข้างของมาหนองคาย

ราชบุตรสดท้ออ้ายฮอมาก จะข้ามฟากมาได้ดั่งใจหมาย





ไพรพลเรายับย่อยเหลอน้อยกาย จงยักย้ายผ่อนครวทั่วทุกกอง



มาพักไว้หนองหาญตดการต่อ แต่งคนยอก าลังเมองทั้งสอง
ให้มาชวยสงครามตามท านอง ได้รบรองทัพฮอพอประทัง



คร้นได้ทัพขอนแก่นเมองภเวยง มาพรอมเพรยงโดยสมอารมณหวัง







ราชบุตรดใจได้ก าลัง จงคิดตั้งรกษาอยูหน้าเมอง






ี่




แล้วต้อนครวลาวทหนเข้าปา ให้เข้ามาคืนถ่นเสรจส้นเรอง





ราชบุตรจัดการในบ้านเมอง มให้เคืองขุนใจแก่ไพรพล ฯ



๏ คร้นเจ้าเมองหนองคายผายผันกลับ ถงเสรจสรรพโยธาเหล่าพหล












กลับมาแต่ฝายเบ้องเมองอบล กจัดคนขึ้นรกษาหน้าเชงเทน



ี่

พวกหนงถูกให้ไปปลูกท าเนยบคอย ททุ่งโพนช้างน้อยการฉกเฉน




รบพระยามหาอ ามาตย์ไม่ขาดเกิน การไมเน่นจวนเวลาไมช้านาน






แล้วขับต้อนลาวครวทั่วทั้งส้น ให้คืนถ่นตามต าแหนงแหงสถาน
มาสข้าวไว้อย่าขาดราชการ ท าข้าวสารมามายไว้จ่ายคน

ื่
ื่

เมอวันหนงพระยามหาอ ามาตย์ หัวเมองอื่นดนดาษมาสับสน



เสรจถงเมองหนองคายพรอมนายพล ออกเกลอนกลนพรอมพร่งไพรคั่งคับ












ราชบุตรราชวงศ์เมองหนองคาย ต่างผันผายมาฟงส่งสดับ
ยังพระยามหาอ ามาตย์ท่านแม่ทัพ มาค านับให้แจ้งทแคลงใจ
ี่

ข้างท่านพระยามหาอ ามาตย์ จงถามราชบุตรตามความสงสัย




ซงรบฮอปากทางนั้นอย่างไร มงจงได้แตกมาดนาอาย




ไม่คุมพี่ปาน้าสาวและอาวอา จงก้มหน้าส้นชวตอย่าคิดหมาย







ตั้งปรบโทษทัณฑ์มงให้ถงตาย แล้วสงนายเพชฌฆาตให้ฟาดฟน





ตัดหัวเสยบประจานราไว้หน้าเวียง แม้นใครดอย่างเยี่ยงต้องอาสัญ


คร้นรงขึ้นหลายเวลาสห้าวัน ก็เตรยมกันพรอมไว้เหล่าไพรพล
















จงเข้าเมองหนองคายใช้ให้ข้า สบกจจาให้แจ้งแหงนสนธ

ข้าก็ไปสบความพรอมสามคน เข้าไปจนค่ายวัดจันไมพร่นพรง




ให้ทดลนขึ้นบนต้นน้อยแหน ่ เห็นพวกฮอซ้อแซ้บ้างนอนขึง











บ้างสบฝ่ ินเลนไพใสกันอง ข้าเจ้าจงแอบดเหล่าผู้คน




พวกอ้ายฮอไม่รกษาอยู่หน้าท ี่ ล้วนแต่ขี้เซาหลับอยูสบสน


ไม่เปนเยี่ยงอย่างทัพก ากับพล ดชอบกลผิดในพิชัยสงคราม


อ้ายพวกฮอปองปองทองพระพทธ พระเจดย์มันก็ขุดท าหยาบหยาม



ข้าพเจ้าลอบดคร้นรความ กลับมาตามฝ่งน ้าคืนค ามัว






เหนเรอฮอท้งทอดจอดอยูท่า ไมมผู้รกษาทั้งท้ายหัว









จอดอยู่ชดชดกันไม่พันพัว แลดทั่วเรยงรายหลายสบล า





ข้าพเจ้าจงแฝงเฝอตัดเรอปล่อย เรอก็ลอยตามละลอกแลออกล า




ด้วยค่ายไทยคับคั่งตั้งประจ า อยูใต้น ้าตัดเรอปลอยลอยลงไป

คร้นสบการเสรจสรรพข้ากลับมา พระยาประทุมเทวาก็ถามไถ่





ข้าให้การทุกส่งตามจรงใจ ตามทได้ยนแก่หรแก่ตา ฯ










๏ คร้นกองทัพหัวเมองถงพรอมหมด จงก าหนดการศกคิดปรกษา





จะใครตีค่ายฮอต่อศักดา ทั้งด้านหน้าด้านในจัดไพรพล



กองพระพรหมยกกระบัตรเมองโคราช นั้นองอาจก าลังหนมคุมพหล


ไปตค่ายสสถานรมชานชล จัดแจงคนฉกเฉนไมเน่นนาน




ี่



สมทบกองทัพลาวและท้าวเพ้ย มได้เปล้ยใจพลั่นคิดหยันหย่อน





แต่ล้วนคนช านาญเคยราญรอน เหล่านกรโยธเคยมชัย



ตัวพระยามหาอ ามาตย์เปนแม่ทัพ นั้นกรบด้านหน้าท่าน ้าไหล


จะตีทัพเรอกระทบรบเข้าไป จัดแจงไว้เสรจตามโดยความควร ฯ







๏ คร้นเดอนสบเอ็ดขึ้นค านัดก าหนด พรอมทั้งหมดเตรยมกันไมผันผวน

ตัวพระพรหมยกกระบัตรจัดกระบวน ยกทัพสวนเข้าไปล้อมรบพรอมกัน


เข้าตีค่ายสสถานทหารแยก รบฮอแตกท่งค่ายหนผายผัน

ี่


อ้ายฮอหนเข้าในค่ายวัดจัน ทัพไทยไลกระชั้นตดตามมา





ี่
ซงพระยาโคราชไม่หวาดไหว ตค่ายใหญ่สสถานหาญหนักหนา


อ้ายพ่อฮอย่อยยับจึงกลับมา ต่างหนพากันไปค่ายวัดจัน

กองพระยาโคราชก็อาจหาญ เข้าล้อมด่ายใต้รบดูขบขัน




กองพระพรหมยกกระบัตรก็จัดกัน ล้อมตั้งมั่นด่านเหนอเหนเหลอด



พระยายกกระบัตรจัดคนเข้าปล้นค่าย พังทลายฮอแหกแตกว่งหน



เข้าในโบสถ์วัดจันด้วยทันท ี ประตูมมันก็ปดคิดอุบาย


ร้อกระเบ้องขึ้นบนฝาหลังคาโบสถ์ มันยิงปนลูกโดดพิฆาตหมาย





มาถูกกองทัพไทยขาดใจตาย ต้องท าค่ายระเนยดตั้งบังลกปน

กองทัพไทยพร่งพรอมล้อมอ้ายฮอ ไมย่นย่อตั้งหน้าเข้าฝาฝน







เหล่าพวกพลโหโหมเสยงโครมครน ล้วนแต่พ้นพลรอบขอบก าแพง







ทั้งทัพไทยลาวเข้าล้อมอยูพรอมเพรยง อยู่จนเทยงสรยาสองจ้าแสง

ี่

เห็นเรอแหยบหลังกันยาห้มผ้าแดง ข้ามพายแซงจอดยังฝ่งชลา








สกครหนงกลับเรอเม้อส านัก ไม่ประจักษ์ว่าผู้ใดใจกังขา



ข้าจงถามพลไพรเรอใครมา เห็นหลังคาแดงฉาดประหลาดใจ


เขาบอกว่าเรอพระยามหาอ ามาตย์ ข้าหลวงราชพิศวงไม่สงสัย






คร้นวาค าสรโยอโณทัย ฝนตกใหญ่พรมพร าในค าคืน


พวกอ้ายฮอเปดโบสถ์กระโดดหน ี แผลงฤทธแกล้วกล้าฟนฝาฝน









กองทัพไทยไลว่งบ้างยงปน อ้ายฮอตนหนได้ทั้งไพรนาย








พระยายกกระบัตรจัดไพรตามไปจับ ได้รบรบฮอแหกว่งแตกหาย

บ้างจับได้ตัวเปนที่เดนตาย ทั้งหญงชายกองทัพจับมาตาม


ทั้งทองล่มเงนตราเครองอาวธ ทั้งปนชดหอกดาบเกบหาบหาม










ทั้งม้าเมยม้าผู้ดงามงาม ท าสงครามมชัยจับได้มา

ต่างมอบให้พระยามหาอ ามาตย์ ของประหลาดมากจรงหลายส่งสา






เสมยนท าบัญชมบรรดา ทั้งเงนตราข้าวของทองตระการ


พวกนายทัพต้องรบสาบานบอก ว่ามได้ยัยอกพัสถาน



ต่างคนกระท าสัตย์ปฏญาณ กส้นค าให้การความสตย์จรง ฯ




๏ เจ้าพระยาจอมทัพสดับชัด ให้เสมยนเขียนคัดส่งนายส่ง



ระดมเสมยนมาอย่าประวิง เขียนอย่าท้งตกซ ้าค าให้การ




คร้นส าเรจเสรจสงลงบางกอก กับใบบอกเมองลาวแจ้งข่าวสาร






ุ่
ซงในเมองหนองคายทราบรายงาน ซงภัยพาลมได้มไพรรอน


สงไปกราบทูลพระกรณา ตามเลขาลายจ าหลักค าอักษร





กรมการรบหมดบทจร จากนครราชสมาเรงคลาไคล ฯ
๏ คร้นเดอนยแรมแปดค ามก าหนด ได้จ าจดมั่นคงไมสงสย









พอท้องตรามาถงอีกนงใบ พลไพรบันเทิงเรงส าราญ





หมายใจว่าท้องตราให้หากลับ คนกองทัพปรดเปรมเกษมศานต์



ด้วยหนองคายวายศกนกประมาณ ไม่มการคงหาทัพกลับนคร






เหลาไพรพลกองทัพมาคับคั่ง อยากจะฟงท้องตราหน้าสลอน
เหมอนสัตว์นรกหมกไหม้ในไฟฟอน ทรนรอนเหลอก าลังประทังตน


ี่


เหมอนเห็นพระมาลัยเสรจเสด็จมา ปรารถนาจะให้โปรดประโยชน์ผล


ี่




สตว์นรกว่งแซมาแจจน เหมอนไพรพลกองทัพทคับใจ



คร้นฉกผนกออกอ่านซงสารตรา บังคับมาความแจ้งแถลงไข



วาเมองหนองคายน้ไมมอะไร ส้นจากภัยอ้ายฮอมาก่อกวน






แต่ว่าทางเมองเหนอยังเหลอหลอ ยังมฮอแว่นแคว้นแดนเสฉวน





มาตั้งค่ายรายเนองอยูเมองพวน เขตแดนญวนมากมายหลายต าบล




แล้วให้เจ้าพระยามหนทรเคาน์ซลลอร ์ ให้พักรอทัพตั้งฟงนสนธ










ให้รวบรวมพรอมไว้เหล่าไพรพล จงปรอปรนตั้งใจระไวระวัง
แม้นทัพเจ้าพระยาภูจะจู่โจม เข้าหักโหมชงชัยเหมอนใจหวัง


มหนังสอมาขอต่อก าลัง อย่ารอร้งรบยกทัพบกไป







อย่าคอยฟงท้องตราจะช้าเน่น การฉกเฉนอย่าพะวงคิดสงสัย




จงรบยกขึ้นไปชวยด้วยไวไว เปนอย่าให้เสยขาดราชการ ฯ



๏ อ่านท้องตราส าเรจจบเสรจสรรพ พวกกองทัพทมาฟงนั่งขนาน




ต่างคนต่างร้จะอยู่นาน ต้องทรมานทรมาคิดอาวรณ



ต่างคนโศกเศราบ้างเหงาหงอย ล้วนหน้าจอยเสยใจฤทัยทอน


ซงตัวฉันแจ้งใจดังไฟฟอน ตามลมรอนอยู่ในใจร าคาญ ฯ


๏ เดอนยี่แรมสบเอ็ดค าจะร าเรอง บ้านเจ้าเมองเหลอสนกโกนจุกหลาน



ื่





พน้จะดเขาท านาราคาญ เสมอนการมหรสพครบล าเนา






ี่


ปลูกเขาไกรลาสใหญ่ที่ในสระ มทพระสวดมนตรบนภูเขา



ี่


ี่
สสบองค์สวดส าเนยงเสยงไม่เบา ทบนเหย้าบนเรอนสวดเหมอนกัน

มขาร าส าเหนยกเรยกกะแจะ ตบมอแปะทะลงโลดกระโดดขัน






เจ้าผู้ชายร าล่อดงองัน พณพาทย์นั้นโทนกับปตกันอง







ท่านเจ้าเมองคิดเหนให้เปนสข เชญเจ้าคุณตัดจุกค านับถึง





เปนมงคลนับถอไมด้อดง เจ้าคุณจงไปเหย้าตามเขาเชญ







เอาละครกองทัพไปเล่นชวย พวกละครมได้ขวยสะเทินเขิน




เล่นในการโกนจุกสนกเกน คนดูเพลนกระไรเลยไม่เคยด

การละเล่นอื่นอื่นมีดนบ้าน ทั้งเพลงการแอวลาวลั่นสนั่นห
ื่


เวลาค าสนธยาหน้าประตู ดอกไม้รงมอยู่เขาจุดไฟ

ุ่




ดอกไม้กระถางรายตั้งจุดปงโปง จุดพลโพลงตงลั่นเสยงหวั่นไหว


Click to View FlipBook Version