The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตร พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระไตรปิฎกศึกษา หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๒

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by mcu pali, 2021-04-26 10:34:24

หลักสูตร พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระไตรปิฎกศึกษา หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๒ ebook

หลักสูตร พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระไตรปิฎกศึกษา หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๒

Keywords: หลักสูตร พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระไตรปิฎกศึกษา หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๒ ebook

มคอ.๒ หลักสตู รพุทธศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาวิชาพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๑

รายละเอียดของหลักสตู รพทุ ธศาสตรมหาบัณฑิต
สาขาวชิ าพระไตรปฎิ กศกึ ษา หลกั สตู รปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๒

ช่อื สถาบันอุดมศกึ ษา มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั
วิทยาเขต/คณะ/ภาควชิ า วทิ ยาเขตบาฬีศกึ ษาพทุ ธโฆส นครปฐม

๑. รหัสและชือ่ หลกั สูตร หมวดท่ี ๑ ขอ้ มูลทั่วไป
ชือ่ หลักสตู รภาษาไทย
ช่ือหลักสตู รภาษาอังกฤษ : พุทธศาสตรมหาบณั ฑติ สาขาวิชาพระไตรปิฎกศึกษา
: Master of Arts Program in Tipitaka Studies

๒. ช่ือปรญิ ญาและสาขาวิชา : พทุ ธศาสตรมหาบณั ฑติ (พระไตรปิฎกศกึ ษา)
ชอื่ เต็มภาษาไทย : Master of Arts (Tipitaka Studies)
ชือ่ เตม็ ภาษาองั กฤษ : พธ.ม. (พระไตรปิฎกศกึ ษา)
ชอ่ื ยอ่ ภาษาไทย : M.A. (Tipitaka Studies)
ชื่อย่อภาษาอังกฤษ

๓. วิชาเอก
สาขาวิชาพระไตรปฎิ กศึกษา (Tipitaka Studies)

๔. จำนวนหนว่ ยวิชาทเี่ รยี นตลอดหลกั สตู ร

๔.๑ แผน ก แบบ ก (๒) จำนวน ๓๙ หนว่ ยกิต

๔.๒ แผน ข จำนวน ๓๙ หน่วยกติ

๕. รปู แบบของหลกั สตู ร
๕.๑ รปู แบบ
เปน็ หลักสูตรระดบั ปริญญาโท หลกั สตู ร ๒ ปี
๕.๒ ภาษาท่ใี ช้
ภาษาไทย
๕.๓ การรบั เขา้ ศึกษา
รับผเู้ ข้าศึกษาเป็นชาวไทยและชาวตา่ งประเทศทส่ี ามารถใช้ภาษาไทยได้
๕.๔ ความร่วมมือกับสถาบันอืน่
เปน็ หลักสตู รเฉพาะคณะพุทธศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย

๕.๕ การใหป้ รญิ ญาแกผ่ สู้ ำเร็จการศกึ ษา
ใหป้ ริญญาเพยี งสาขาวชิ าเดยี ว คอื พทุ ธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระไตรปฎิ กศึกษา

มคอ.๒ หลกั สตู รพุทธศาสตรมหาบณั ฑติ สาขาวิชาพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๒

๖. สถานภาพของหลักสตู ร
๖.๑ หลกั สูตรปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๒
๖.๒ เริม่ ใช้ในภาคเรยี นที่ ๑ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๒ เปน็ ต้นไป
๖.๒ สภาวิชาการ มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เหน็ ชอบในการประชมุ คร้งั ที่ ๓/๒๕๖๒

เม่ือวนั ที่ ๗ เดือน มนี าคม พ.ศ. ๒๕๖๒
๖.๓ สภามหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั อนมุ ัติในการประชมุ ครง้ั ท่ี ๓/๒๕๖๒ เมอ่ื วันท่ี

๒๗ เดือน มนี าคม พ.ศ. ๒๕๖๒

๗. ความพรอ้ มในการเผยแพรห่ ลักสูตรท่ีมีคุณภาพและมาตรฐาน
จะขอประเมินความพร้อมเพ่ือการเผยแพร่หลกั สูตรในปีการศึกษา ๒๕๖๕ (หลังจากเปดิ สอนหลกั สตู ร

เป็นเวลา ๓ ป)ี

๘. อาชีพท่ีประกอบได้หลังสำเร็จการศึกษา
๘.๑ อาจารยใ์ นสถาบันการศึกษา
๘.๒ เจ้าหนา้ ทีข่ องรัฐ เชน่ อนศุ าสนาจารย์
๘.๓ นกั พฒั นาดา้ นกิจการคณะสงฆ์ เช่น พระสังฆาธกิ าร
๘.๔ นักวชิ าการอสิ ระ
๘.๕ นกั พฒั นาสังคม เชน่ วทิ ยากรอบรมคุณธรรมจริยธรรม

๙. ช่ือ นามสกุล เลขประจำตวั ประชาชน ตำแหนง่ และคุณวฒุ กิ ารศกึ ษาของอาจารยผ์ ู้รับผดิ ชอบหลกั สูตร

๑) อาจารยผ์ รู้ ับผดิ ชอบหลักสูตร สาขาวชิ าพระไตรปิฎกศึกษา

มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั วิทยาเขตบาฬศี ึกษาพุทธโฆส นครปฐม

ตำแหนง่ ช่อื - นามสกุล คณุ วุฒ/ิ สาขาวิชา สถาบันท่สี ำเร็จ ปีท่ี

ทางวชิ าการ สำเร็จ

อาจารย์ พระปัญญารตั นากร,ดร.* พธ.ด. (พระพทุ ธศาสนา) ม.มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย ๒๕๖๑

(สำรวย าณสํวโร/พินดอน) พธ.ม. (พระพุทธศาสนา) ม.มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั ๒๕๔๒

๓ ๓๕๐๖ ๐๐๔๖๔ xx x พธ.บ. (ภาษาอังกฤษ) ม.มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย ๒๕๓๕

อาจารย์ พระครพู พิ ธิ วรกิจจานุการ, ดร.* Ph.D. (Pali&Buddhist Studies) BanarasHinduUniversity,India ๒๕๕๓

[มานิตย์ เฟื่องผล (เขมคตุ ฺโต)] M.A. (Buddhist Studies) BanarasHinduUniversity,India ๒๕๕๑
๓ ๑๐๐๙ ๐๐๖๔๗ xx x ศน.บ. (พระพุทธศาสนา) ม.มหามกฏุ ราชวทิ ยาลัย ๒๕๔๘

อาจารย์ พระมหาภมู ิชาย อคฺคปญโฺ ,ดร.* พธ.ด. (พระพทุ ธศาสนา) ม.มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั ๒๕๕๘

(มกรพันธ์) พธ.ม. (ชวี ิติและความตาย) ม.มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ๒๕๖๓

๓ ๕๖๐๑ ๐๐๑๐๖๑ xx x พธ.บ. (บาลีพุทธศาสตร)์ ม.มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย ๒๕๔๖
ป.ธ. ๙
กองบาลีสนามหลวง ๒๕๕๐

มคอ.๒ หลกั สตู รพุทธศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาวิชาพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๓

ตำแหน่ง ชอ่ื - นามสกุล คณุ วุฒิ/สาขาวิชา สถาบันท่สี ำเรจ็ ปที ่ี
ทางวชิ าการ ชอ่ื - นามสกลุ คณุ วุฒิ/สาขาวชิ า สถาบนั ทสี่ ำเร็จ สำเร็จ
ตำแหนง่ ปที ี่
ทางวชิ าการ
สำเร็จ

๑๐. สถานท่ีจัดการเรยี นการสอน
มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั วิทยาเขตบาฬศี กึ ษาพทุ ธโฆส นครปฐม
ท่อี ยู่ : เลขที่ ๑๐๘/๕ วดั มหาสวัสดิน์ าคพฒุ าราม หมู่ท่ี ๒ ซอยวดั มหาสวัสดิ์ ถนนศาลายา-นครชัยศรี
ตำบลหอมเกรด็ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ๗๓๑๑๐

๑๑. สถานการณ์ภายนอกหรอื การพัฒนาท่ีจำเป็นต้องนำมาพิจารณาในการวางแผนหลกั สูตร
๑๑.๑ สถานการณ์หรือการพัฒนาทางเศรษฐกจิ
ปัจจุบันความสัมพันธ์ทั้งในระดับท้องถิ่น ประเทศ และระหว่างประเทศเกี่ยวกับการพัฒนา

เศรษฐกิจเป็นแนวทางเศรษฐกิจแบบไร้พรมแดนที่เน้นการใช้เทคโนโลยีระดั บสูงเข้ามาเป็นเครื่องมือในการ
แข่งขัน ทำให้เกิดเขตการค้าเสรีหรือเขตเศรษฐกิจเสรีขึ้นอย่างมากมายหลายแห่งในโลก และมีแนวโน้มที่จะ
เกิดขึ้นและขยายตัวในทุกประเทศ การดำเนินการด้านการค้าในยุคการค้าเสรีเช่นนี้ องค์กรธุรกิจไม่ว่าจะเป็น
ธุรกิจขนาดเล็ก กลางหรือขนาดใหญ่ ทั้งในระดับท้องถิ่นจนถึงระดับสากล ต่างต้องการองค์ความรู้ทางด้าน
ภาษาองั กฤษและเทคโนโลยรี ะดบั สงู เปน็ เคร่อื งนำไปสูเ่ ป้าหมายท้ังด้านปรมิ าณและคุณภาพ

ในยุคโลกาภิวัตน์ ศาสนาถือว่าเป็นแกนหลักที่จะต้องให้คำตอบกับมนุษย์ในสังคมในทุกความ
สงสัยที่เกี่ยวข้องกับเรื่องจิตวิญญาณและศีลธรรมที่มนุษย์ในสังคมจะพึงมีต่อกัน การดำเนินการทางด้าน
เศรษฐกิจของมนุษย์กเ็ ป็นหนึ่งในปัญหาที่มนุษยจ์ ะต้องมจี ติ สำนึกท่ีเข้ามาเกี่ยวข้องกับศาสนาเพราะการทำธุรกิจ
การค้าขายน้ันจะต้องมหี ลักเกณฑ์ในเร่ืองของคุณธรรมจรยิ ธรรมเข้ามาเก่ียวข้อง และคณุ ธรรมจรยิ ธรรมดังกล่าว
กล็ ้วนมีทีม่ าจากแหล่งสำคัญก็คือคำสอนท่ีมีปรากฏในคัมภีร์ของแต่ละศาสนา ดงั น้นั หากมนุษย์ในสังคมที่เป็นผู้
มีความเชื่อในทางศาสนาอยู่แล้วหากมีการศึกษาหลักคำสอนจากคัมภีร์ทางศาสนาของตนให้ถ่องแท้ถูกตอ้ งแล้ว
ย่อมสามารถที่จะนำหลักการ คำสอนทางศาสนาของตนที่มีปรากฏในคัมภีร์นั้นไปปรับประยุกต์ใช้ในทาง
เศรษฐกิจของตนได้ด้วยการไม่เอารัดเอาเปรียบทางการค้า มีความยุติธรรม ไม่เห็นแก่ตัวและการเสียสละ
สำหรบั สงั คมไทยถือวา่ เป็นสังคมชาวพุทธท่ีมีพระไตรปิฎกเป็นคัมภรี ์หลักสำคัญท่ีถอื ว่าเปน็ แหลง่ รวบรวมความรู้
หลักคำสอนทางพระพุทธศาสนาไว้อย่างครบถ้วน หากได้รับการศึกษาพระไตรปิฎกอย่างดีแล้วก็จะสามารถ
เข้าถึงหลักคำสอนและสามาถนำเอาหลักคำสอนนั้นไปปรับประยุกต์กับการดำเนินการทางธุรกิจการค้าหรือ
กระบวนการทางเศรษฐกิจอื่น ๆ ได้ ซึ่งการกระทำดังกล่าวย่อมก่อให้เกิดผลดีกับทางเศรษฐกิจก็คือมีการ
คำนงึ ถึงประโยชนใ์ ห้รอบดา้ นท้ังประโยชนต์ น ประโยชนส์ ังคมและประโยชน์สูงสุดคือประเทศชาติได้ ซ่ึงบุคคลผู้
ที่ได้รับการศึกษาหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนาจากพระไตรปิฎกที่ถูกต้องนั้ นย่อมเป็นผู้ที่มีคุณค่าทาง
เศรษฐกิจเพราะเป็นผู้ที่รู้คุณค่าของปัจจัยทางธุรกิจที่จะต้องดำเนินควบคู่ไปกับความอยู่รอดของสังคม
นอกจากนั้น ผู้ที่มีความรู้ทางด้านคุณธรรมจริยธรรมจากการศึกษาพระไตรปิฎกย่อมเปน็ ผู้ที่รู้จักการใชจ้ ่ายและ

มคอ.๒ หลกั สตู รพทุ ธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๔

เป็นอยู่อย่างพอเพียงตามหลักการใช้จ่ายแบบมัชฌิมาปฏิปทาไม่ฟุ้งเฟ้อรู้จักกิน รู้จักใช้พอประมาณ ซึ่งเป็น
รูปแบบของการดำเนนิ ชวี ิตท่เี หมาะสมกบั สถานการณใ์ นสงั คมวตั ถนุ ยิ มโลกาภิวตั น์เชน่ ปจั จุบัน

ดังนั้น เพื่อก่อให้เกิดภูมิคุ้มกันในทางเศรษฐกิจในทุกระดับทั้งในระดับจุลภาคคือการรู้จักใช้
ทรัพยากรทางเศรษฐกจิ อยา่ งประหยัดและมีประโยชน์ตามหลักมัชฌิมาปฏิปทา คอื หลักแหง่ ความพอเพียง รู้จัก
เห็นอกเห็นใจผู้อื่น หรือระดับมหภาค คือการค้าขายในระดับประเทศต่อประเทศที่เน้นความเป็นธรรมไม่มุ่ง
เฉพาะการค้าเพื่อเอากำไรแต่มุ่งเพื่อความอยู่รอดของสังคมเพื่อการกระจายทรัพยากรให้ เกิดประโยชน์กับสังคม
ของมนุษย์ให้มากที่สุด จึงจำเป็นที่จะต้องมีการให้ความรู้ด้านเศรษฐกิจบนพื้นฐานของหลักคำสอนทาง
พระพุทธศาสนาที่ปรากฏในพระไตรปิฎกให้กบั คนในสังคมทกุ ระดับให้สอดคล้องกบั สภาพการเปล่ียนแปลงของ
โลกปัจจบุ นั

๑๑.๒ สถานการณห์ รอื การพัฒนาทางสังคมและวฒั นธรรม
ในสถานการณ์โลกปัจจุบันนั้นได้มีการเปลี่ยนแปลงไปอยู่ตลอดเวลาอันสืบเนื่องมาจากกระแส

ของการพัฒนาของโลกในยุคโลกาภิวัตน์ ซึ่งหลายสิง่ หลายอย่างได้มีการเปลี่ยนแปลงตวั เองอยู่ตลอดเวลาทั้งนีก้ ็
เพื่อที่จะสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ซึ่งสภาพการณ์ดังกล่าวแม้เราจะทราบกันทั่วไปว่าเป็นไปตามหลักคำสอน
พระพทุ ธศาสนาในเรื่องความไม่เท่ียงก็ตาม แต่เนอื่ งจากความเจริญของเทคโนโลยีสารสนเทศในยุคปจั จุบัน การ
ไหลบ่าของข้อมูลข่าวสารผ่านระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงทำใหม้ ีผลกระทบอย่างมากต่อโครงสร้างทางสังคม
ของประเทศไทย ทั้งโครงสร้างครอบครัว ชุมชน สงั คมและประเทศ ที่ทำใหส้ ภาพชวี ิตและการดำเนินชวี ิตของคน
ไทยท่ตี ้องปรับตัวให้ทันต่อการศึกษาและการวางท่าทีต่อความเปล่ียนแปลงนน้ั โดยเฉพาะในเร่ืองของการศึกษา
พระไตรปิฎกที่เป็นแหล่งรวบรวมคำสอนทางพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าพระไตรปิฎกนั้นได้มี
พัฒนาการเรอ่ื งการจดั เกบ็ รวบรวมและศึกษามาตามลำดบั ต้ังแตห่ ลังสมยั พุทธกาลท่ีมีการทำการสงั คายนาครั้งที่
๑ เร่ือยมาจนถงึ ปจั จบุ นั ท้ังน้กี เ็ พือ่ ทำให้หลกั คำสอนที่มีในพระไตรปฎิ กน้ันยังคงอยู่ และสามารถท่ีจะเผยแผ่ไปสู่
คนรุ่นใหม่ได้ง่ายขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นก็จะพบว่าการศึกษาพระไตรปิฎกของคนในสังคมไทยยังไม่ได้รับความสนใจ
กันมากนัก เนื่องจากคนในสังคมไทยยงั มีคตินิยมในเรื่องของการนับถือพระไตรปิฎกว่าเป็นของสงู ห้ามแตะต้อง
หรือมองว่าพระไตรปิฎกเป็นเรื่องของพระสงฆ์ไม่ใช่เรื่องของชาวบ้าน ซึ่งจริง ๆ แล้วการศึกษาพระไตรปิฎกนั้น
เปน็ หน้าทีข่ องชาวพทุ ธทุกคนทง้ั ทีเ่ ป็นพระภิกษแุ ละก็คฤหสั ถ์ จึงเปน็ ผลที่กระทบโดยตรงต่อความรู้ ความเข้าใจ
ของคนไทยที่มีต่อหลักคำสอน และการปฏิบัติต่อหลักคำสอนของพระพุทธศาสนาในทิศทางที่ไม่ค่อยถูกต้องนัก
และที่สำคัญการที่สังคมไทยไม่ได้ให้ความสนใจกับการศึกษาพระไตรปิฎกอย่างจริงจัง ย่อมทำให้คนไทยไม่มี
ความรู้ทางพระพุทธศาสนาทั้งในด้านหลักคำสอน วิถีชีวิตของชาวพุทธ และประวัติศาสตร์ความเป็นมาของ
พระพุทธศาสนา เมื่อเป็นเช่นนั้นย่อมทำให้สังคมไทยไม่มีการนำเอาหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาใน
พระไตรปิฎกไปปรับประยุกตใ์ ช้ให้เกิดประโยชน์และเพื่อแก้ไขปัญหาชีวิตและสังคมจนที่สุดก็กลายมาเป็นปัญหา
ทางดา้ นศลี ธรรมที่เป็นภาระของสงั คมจนไมอ่ าจจะแก้ไขได้

การศึกษาพระไตรปิฎกอย่างถูกต้องของคนไทยจึงมีความสำคัญต่อการเกิดขึ้น ดำรง อยู่และ
พัฒนาต่อไปของตัวปัญหาและการแก้ปัญหาทางสังคมและวัฒนธรรม ที่มีผลกระทบจากโลกไร้พรหมแดนที่ทุก
คนในทกุ ทที่ ุกสังคมและวัฒนธรรมสามารถเข้าถึงและสื่อสารกันไดโ้ ดยสะดวก จงึ มีความจำเป็นอย่างย่ิงที่จะต้อง

มคอ.๒ หลักสูตรพทุ ธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวชิ าพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๕

มีการเปิดพืน้ ท่ีให้ผู้คนในสังคมไทยในยคุ ปัจจุบันโอกาสหันเข้ามาศึกษาพระไตรปิฎกกนั มากขึ้นเพื่อประโยชนท์ ้ัง
ในการศึกษาหลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธศาสนา และการนำหลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธศาสนาไป
ปรับประยุกต์ใช้ใหเ้ กิดประโยชน์กับชวี ิตและสังคมรวมถึงเพือ่ ศึกษาถึงอัตลักษณ์ความเปน็ ชาวพุทธวถิ ีทางสงั คม
และวัฒนธรรมรวมถึงประวัติศาสตร์ความเป็นมาของพระพุทธศาสนาในอดีตมาจนถึงปัจจุบันในแนวทางที่
ถูกต้อง และสามารถที่จะพัฒนาสังคมและวัฒนธรรมไทยให้ดำรงอยู่ในฐานะสมาชิกของสังคมโลกได้อย่างมี
ความสขุ
๑๒. ผลกระทบจากขอ้ ๑๑

๑๒.๑ การพัฒนาหลักสตู ร
ผลกระทบจากสถานการณ์ภายนอกจึงจำเป็นต้องพัฒนาหลักสูตรในเชิงรุกที่มีศักยภาพและ

สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามวิวัฒนาการของการศึกษาพระไตรปิฎกที่มีพัฒนาการมาจากอดีตจนถึงปัจจุบันท่ี
จะต้องเน้นในเรื่องการตีความและปรับประยุกต์เพื่อให้เข้าถึงชาวพุทธในสังคมไทยและสังคมโลกให้ท่ั วถึงมาก
ที่สุด โดยการผลิตบุคลากรผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในคัมภีร์พระไตรปิฎก สามารถที่จะให้คำตอบเกี่ยวกับ
พระพุทธศาสนาในทุกมิติ รวมถึงเป็นผู้ที่มีความสามารถในเผยแผ่หลักคำสอนทางพระพุทธศาสนาตรงตามที่
ปรากฏในพระไตรปิฎกให้กับประชาชนในสังคมได้อย่างหลากหลาย และเป็นแบบอย่างที่ดีของชาวพุทธในการ
เอาธุระในทางพระพุทธศาสนาก็คือการศึกษาพระไตรปิฎกอันเปน็ หัวใจสำคัญของพระพุทธศาสนา และเอาธุระ
ในทางการปฏิบัติคือการเผยแผ่หลักคำสอนในพระไตรปฎิ กใหผ้ ู้อน่ื เพ่ือเป็นการเสริมสรา้ งคุณธรรม จริยธรรมอัน
ดงี ามให้กบั สงั คมในทุกระดบั ชัน้ อน่งึ จะพบวา่ ในปจั จุบนั นี้ผู้ทม่ี ีความเชีย่ วชาญในพระไตรปิฎกนับวา่ ยังมีจำนวน
น้อยมาก ซึ่งภาวการณ์ดังกล่าวย่อมส่งผลต่อความมั่นคงทางพระพุทธศาสนาในฐานะที่เป็นรากฐานทาง
วัฒนธรรมไทยเป็นอย่างยิ่ง ดังจะเห็นจากกรณีเมื่อมีข้อขัดแย้งทางคำสอนหรือพระวินัยของพระพุทธศาสนาใน
สังคมเกิดขึ้นก็จะมีผู้ออกมาชี้แจงให้เหตุผลและอ้างอิงหลักคำสอนที่แท้จริงได้ยาก หรือมีก็เป็นเพียงส่วนน้อย
เท่านั้น ดังนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องมีการพัฒนาหลักสูตรด้านพระไตรปิฎกศกึ ษาขึ้นมาเพื่อผลติ ผู้รู้ในพระไตรปิฎก
ให้มีจำนวนมากข้ึน และเพอื่ รองรับการก่อตง้ั องคก์ รและ/หรือสมาคมผศู้ ึกษาพระไตรปิฎกทจ่ี ะเกิดข้ึนในอนาคต
รวมถงึ การพัฒนาขดี ความสามารถในการศึกษาและเผยแผ่พระพุทธศาสนาใหม้ คี วามทนั สมัย สอดคลอ้ งกบั สังคม
ในปจั จบุ นั และอนาคต

๑๒.๒ ความเกยี่ วขอ้ งกบั พนั ธกิจของสถาบัน
เป้าหมายของหลักสตู รมุ่งผลิตมหาบัณฑิตให้มีความรู้และเชี่ยวชาญในทางพระไตรปิฎก สามารถ

วิจยั คน้ ควา้ และพัฒนาองค์ความรู้เพ่ือส่งเสริมความรู้ในพระไตรปิฎกและบรกิ ารสังคมตามพระราชปณิธานของ
พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจ้าอยูห่ วั ท่ีมุ่งให้มหาวทิ ยาลัยเปน็ สถานทีศ่ ึกษาพระไตรปิฎกและวชิ าช้นั สูง ซึ่ง

มคอ.๒ หลักสูตรพุทธศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาวชิ าพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๖

เป็นส่วนหนึ่งของการปรับให้เป็นพันธกิจของมหาวิทยาลัย คือ “ผลิตบัณฑิต วิจัยและพัฒนา ส่งเสริม

พระไตรปฎิ กศึกษาและบริการวชิ าการแก่สงั คม ทำนุบำรุงศลิ ปวฒั นธรรม

๑๓. ความสมั พนั ธก์ ับหลกั สูตรอนื่ ท่เี ปดิ สอนในคณะ/ภาควชิ าอนื่ ของสถาบัน
๑๓.๑ กลมุ่ วิชา/รายวิชาในหลกั สตู รนท้ี ่ีเปิดสอนโดยคณะ/ภาควชิ า/หลักสูตรอืน่
-หลักสตู รประกาศนยี บัตรพระไตรปิฎกศึกษา บัณฑิตวทิ ยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช

วทิ ยาลยั
- หลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิตและดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา บัณฑิตวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั
๑๓.๒ กลุม่ วชิ า/รายวชิ าในหลกั สูตรที่เปิดสอนใหภ้ าควิชา/หลกั สูตรอ่ืนตอ้ งมาเรียน
ไม่มี
๑๓.๓ การบริหารจัดการหลกั สตู ร
๑๓.๓.๑ โครงการหลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิต (พธ.ม.) สาขาวิชาพระไตรปิฎกศึกษา มี

รูปแบบการบริหารหลักสูตร โดยการแต่งต้ังคณะกรรมการบริหารโครงการหลกั สูตร ผู้อำนวยการหลักสูตร และ
อาจารย์ผู้รบั ผิดชอบหลกั สตู ร

๑๓.๓.๒ มอบหมายให้คณะกรรมการหลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระไตรปิฎก
ศึกษา ควบคุมการดำเนนิ การเก่ียวกบั การจัดการเรยี นการสอนเพ่อื ใหเ้ ปน็ ไปตามข้อกำหนดรายวิชา

๑๓.๓.๓ แต่งตั้งผู้ประสานงานหลักสูตร ทำหน้าที่ประสานงานกับอาจารย์จากคณะอื่น และ
สาขาวิชาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดทั้งอาจารย์ผู้สอนเพื่อพิจารณาแนวสังเขปประจำวิชาและรายละเอียดประจำ
วิชา การจดั การเรยี นการสอน การวัดผลและการประเมนิ ผลการเรยี น

มคอ.๒ หลกั สตู รพุทธศาสตรมหาบัณฑติ สาขาวิชาพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๗

หมวดที่ ๒
ขอ้ มูลเฉพาะของหลกั สูตร

๑. ปรัชญา ความสำคญั และวตั ถุประสงค์ของหลักสูตร
๑.๑ ปรชั ญาของหลักสตู ร
ผลิตมหาบัณฑิตให้มีความรู้และเชี่ยวชาญในพระไตรปิฎก สามารถวิจัย ค้นคว้าและพัฒนาองค์

ความรู้เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจในพระไตรปิฎกและบริการสังคมอย่างมีประสิทธิภาพ มีศักยภาพที่จะ

พฒั นาตนเองใหเ้ พยี บพรอ้ มดว้ ยคุณธรรมและจรยิ ธรรม เปน็ ผนู้ ำทางปัญญา พฒั นาจติ ใจและสังคม

๑.๒ ความสำคญั ของหลกั สูตร
การพัฒนาหลักสูตรที่ตอบสนองทางสังคมและการเรียนรู้พระไตรปิฎก เพื่อดำรงสืบสานพระราช

ปณิธาน และเพื่อผลิตบัณฑิตให้มีความเป็นเลิศทางวิชาการด้านพระไตรปิฎก สามารถประยุกต์เข้ากับศาสตร์
สาขาต่าง ๆ ด้วยรูปแบบและการเรียนการสอนที่มีมาตรฐานระดับนานาชาติ ตลอดถึงการพัฒนาหลักสูตรเน้น
การพัฒนาทง้ั ปจั เจกบุคคล องคก์ รทางศาสนา และสงั คม ให้มีความรอบรู้และเช่ยี วชาญในพระไตรปิฎกสามารถ
วเิ คราะห์ วิพากษแ์ ละวจิ ัยวิชาการด้านพระพุทธศาสนาไดอ้ ย่างแตกฉาน มีคณุ ธรรมและจริยธรรม เปน็ ผู้นำสงั คม
ด้านจิตใจและปัญญา สามารถนำหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนา ไปประยุกต์ใช้ในการเผยแผ่ศาสนาและ
พัฒนาชวี ติ และสร้างสนั ตภิ าพและเสรมิ สนั ติสุขแกส่ ังคม

๑.๓ วตั ถปุ ระสงค์ของหลักสูตร
เพื่อใหบ้ รรลุเปา้ หมายในการผลิตพทุ ธศาสตรมหาบัณฑิตตามปรัชญาทีต่ ั้งไว้ จึงมวี ัตถุประสงค์ ดงั นี้
๑.๓.๑ เพื่อผลิตบัณฑิตสาขาวิชาพระไตรปิฏกศึกษา ให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในพระไตรปิฎก

และมีศลี าจารวตั รดงี ามเปน็ แบบอย่างทด่ี ีของสงั คม
๑.๓.๒ เพื่อผลิตบัณฑิตให้สามารถวิเคราะห์ ตีความ และประยุกต์พุทธธรรมที่ปรากฏในพระ

ไตรปิฏกและคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาที่เกี่ยวข้อง เพื่อประโยชน์ในการสอนและการเผยแผ่พระพุทธศาสนา
อย่างมีประสทิ ธิภาพทัง้ ในประเทศและต่างประเทศ

๑.๓.๓ เพือ่ ผลิตบัณฑิตดา้ นพระไตรปฏิ กศึกษา ตอบสนองความต้องการของ คณะสงฆ์ สังคม และ
การเขา้ สปู่ ระชาคมอาเซียน

๒. แผนพัฒนาปรบั ปรงุ

แผนการพฒั นา/เปล่ียนแปลง กลยุทธ์ หลกั ฐาน/ตวั บ่งชี้

๑. จัดทำและปรับปรุงหลักสูตรให้มี - พัฒนาหลักสูตรโดยมีพื้นฐานจาก - เอกสารปรบั ปรงุ หลักสูตร
มาตรฐานไม่ต่ำกว่าที่สกอ. กำหนด หลักสูตรในระดับสากลหลักสูตร - รายงานผลการประ เ มิ น
แ ล ะ ส อ ด ค ล ้ อ ง ก ั บ ก ร อ บ แผน มาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา หลักสตู ร
อุดมศึกษาระยะยาว ๑๕ ปี ฉบับท่ี แห่งชาติ
๒ (๒๕๕๑-๒๕๖๕)

มคอ.๒ หลักสตู รพุทธศาสตรมหาบัณฑติ สาขาวิชาพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๘

แผนการพัฒนา/เปล่ียนแปลง กลยุทธ์ หลักฐาน/ตวั บง่ ช้ี

- ติดตามประเมินหลักสูตรอย่าง

สม่ำเสมอ

๒. ปรับปรุงหลักสูตรให้สอดคล้องกับ - ติดตามความเปลี่ยนแปลงในความ - รายงานผลประเมินความพึง

ความต้องการขององค์กรภาครัฐ ต้องการขององค์กรภาครัฐและ พอใจของผู้เรียนต่อความรู้

และเอกชน รวมทงั้ คณะสงฆ์ เอกชน รวมถึงคณะสงฆ์ และความทันสมัยของ

- นำแนวคิด รวมทั้งเทคโนโลยีใหม่ หลักสตู ร

ๆ มาใช้ในการเรียนการสอนเพื่อ - รายงานผลการประเมินความ

เพิ่มศกั ยภาพของหลกั สูตร พงึ พอใจของผใู้ ช้บัณฑติ

- ติดตามความพึงพอใจของผู้ใช้

บัณฑิต

๓. พัฒนาบุคลากรด้านการเรียน การ - อาจารย์ทุกคนโดยเฉพาะอาจารย์ - รายชื่อบุคลากรและอาจารย์ท่ี

สอนและการบรกิ ารวชิ าการ ใหม่ต้องเข้าอบรมเกี่ยวกับ เข้ารับการอบรม

หลักสูตรการสอนรูปแบบต่างๆ - ปรมิ าณงานบริการวิชาการต่อ

และการวัดผลประเมินผลทั้งน้ี อาจารย์ในหลกั สูตร

เพื่อให้มีความรู้ความสามารถใน - รายงานผลประเมินความพึง
ก า ร ป ร ะ เ ม ิ น ผ ล ต า ม ก ร อ บ พอใจของผใู้ ช้บรกิ ารวชิ าการ
มาตรฐานคุณวุฒิที่ผู้สอนจะต้อง - จำนวนโครงการ/กิจกรรมท่ี
สามารถวัดและประเมินผลได้เป็น เป็นประโยชน์ต่อชุมชนและ
อย่างดี ความบรรลุผลสำเรจ็
- สนับสนุนบุคลากรด้านการเรียน - ใบรับรองวิชาชีพ (กรณีมีการ
การสอนให้ทำงานบริการวิชาการ ส่งเขา้ อบรม)
แก่องคก์ รภายนอก

- ส่งเสริมให้มีการนำความรู้ทั้งจาก

ภาคทฤษฎี และงานวิจัยไปใช้จริง

เพื่อทำประโยชน์ให้แก่ชุมชน

สังคมหรือคณะสงฆ์

มคอ.๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๙

หมวดที่ ๓
ระบบการจดั การศกึ ษา การดำเนนิ การ และโครงสรา้ งหลกั สูตร

๑. ระบบการจัดการศกึ ษา
๑.๑ ระบบการศกึ ษา
วิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส นครปฐมและบัณฑิตวิทยาลัยจัดการศึกษาระบบทวิภาคโดยแบ่ง

เวลาการศึกษาในแต่ละปีการศึกษาออกเป็น ๒ ภาคการศึกษาปกติแต่ละภาคการศึกษามีเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า
๑๕ สปั ดาห์

วิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส นครปฐมและบัณฑิตวิทยาลัยอาจจัดการศึกษาระบบไตรภาค โดย
เพิ่มการศึกษาภาคฤดรู ้อนได้อภี าคมเี วลาศกึ ษาไม่นอ้ ยกว่า ๖ สัปดาห์

๑.๒ การจัดการศึกษาภาคฤดรู ้อน ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการประจำหลักสูตร
อาจจัดการศกึ ษาภาคฤดูร้อนได้อีก ๑ ภาคการศึกษามีระยะเวลาศึกษาไม่น้อยกวา่ ๖ สปั ดาห์ และ

จะกำหนดระเบียบว่าด้วยการศึกษาภาคฤดูร้อนที่ไม่ขัดกับข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ว่าด้วยการศกึ ษาระดบั บัณฑติ ศึกษา

๑.๓ การเทียบเคยี งหน่วยกิตในระบบทวิภาค
๑.๓.๑ รายวิชาทีก่ ำหนดให้นสิ ิตฟังการบรรยายสปั ดาห์ละ ๑ ชัว่ โมงและศึกษานอกเวลาอีกไม่

น้อยกว่าสัปดาหล์ ะ ๓ ชวั่ โมงตลอดภาคการศึกษาให้มคี ่าเท่ากบั ๑ หน่วยกิต
๑.๓.๒ รายวิชาที่นิสิตใช้เวลาปฏิบัติการอภิปรายหรือสัมมนาสัปดาห์ละ ๒ ถึง ๓ ชั่วโมงและ

เมื่อรวมเวลาศกึ ษานอกเวลาแลว้ นสิ ิตใชเ้ วลาไม่น้อยกว่าสปั ดาหล์ ะ๓ชัว่ โมงตลอดภาคการศึกษาให้มคี ่าเทา่ กับ ๑
หนว่ ยกติ

๑.๓.๓ รายละเอียดอื่น ๆ ใดที่เกี่ยวกับระยะเวลาการศึกษา ให้นำข้อบังคบั มหาวิทยาลยั มหา
จฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย ว่าดว้ ยการศกึ ษาระดับบัณฑิตศึกษา
๒. การดำเนินการหลกั สตู ร

๒.๑ วนั - เวลาในการดำเนินการเรยี นการสอน
ให้มีระยะเวลาการศึกษาตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า ๔ ภาคการศึกษาปกติและไม่เกิน ๑๐ ภาค

การศกึ ษาปกติโดยแบ่งเปน็ ภาคการศกึ ษา ดังน้ี
ภาคการศกึ ษาท่ี ๑ มิถนุ ายน - กันยายน
ภาคการศกึ ษาท่ี ๒ พฤศจกิ ายน - มนี าคม

เรยี นวันเวลาปกติ วนั จนั ทร์ – ศุกร์ และวันเสาร์ – อาทติ ย์ ทงั้ นีใ้ หเ้ ปน็ ไปตามประกาศมหาวิทยาลัย
๒.๒ การเปดิ โอกาสใหผ้ ู้เข้าศกึ ษา

แบบศกึ ษาเตม็ เวลา
๒.๓ คุณสมบตั ขิ องผ้เู ข้าศกึ ษา

มคอ.๒ หลักสูตรพทุ ธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๑๐

๒.๓.๑ เป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัยหรือ
สถาบันการศกึ ษาที่สภามหาวทิ ยาลัยรับรอง

๒.๓.๒ ได้รับค่าระดับเฉล่ยี สะสมในระดับปริญญาตรีไมต่ ำ่ กว่า ๒.๕๐ จากระบบ ๔ แตม้ ยกเวน้ ผู้มี
ประสบการณ์ทำงานตดิ ตอ่ กันเปน็ เวลาไม่น้อยกวา่ ๒ ปนี ับแต่สำเรจ็ การศกึ ษา และผจู้ บเปรียญธรรม ๙ ประโยค
และ

๒.๓.๓ ไม่เคยถูกลงโทษให้พน้ สภาพการเป็นนิสติ บัณฑติ วิทยาลยั
๒.๔ วธิ คี ัดเลอื กผูเ้ ข้าศกึ ษา

๒.๔.๑ บัณฑิตวิทยาลัยจะดำเนินการคัดเลือกผู้สมัครเข้าศึกษา โดยแต่งตั้งคณะกรรมการสอบ
คัดเลอื กผ้สู มัครเขา้ ศึกษาในแตล่ ะปีการศกึ ษา ผสู้ มคั รตอ้ งผ่านกระบวนการสอบคัดเลอื กตามที่บณั ฑิตกำหนด

๒.๔.๒ วิธีคัดเลือกอื่น ๆ ให้นำข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยว่าด้วย
การศึกษาระดับบัณฑติ ศึกษามาใช้โดยอนโุ ลม

๒.๕ ปัญหาของนิสิตแรกเขา้ และ ๒.๖ กลยทุ ธใ์ นการดำเนนิ การเพอื่ แก้ไขปญั หา/ข้อจำกดั ของนิสติ

ปัญหาของนสิ ติ แรกเข้า กลยุทธใ์ นการดำเนนิ การแกไ้ ขปญั หา

- ขาดความรู้พ้ืนฐานในสาขาวิชาพระไตรปฎิ ก - ส่งเสริมให้คณาจารย์แต่ละวิชา บูรณาการความรู้ด้าน

- ขาดทกั ษะการวจิ ยั ทงั้ เชงิ คณุ ภาพและเชิงปรมิ าณ พระไตรปิฎก พระพุทธศาสนา ภาษาอังกฤษ ภาษาบาลี

- ขาดทักษะการใชภ้ าษาอังกฤษ และการวิจัย เข้าในรายวิชาที่รบั ผิดชอบ

- ขาดทักษะการใชภ้ าษาบาลี - จัดโครงการคลินิกวิทยานิพนธ์ โดยการจัดอบรมพิเศษ

- ขาดความเข้าใจเกี่ยวกับ หลักธรรมทาง เกี่ยวกับการเขียนโครงร่างการวิจัยและการจัดทำเอกสาร

พระพทุ ธศาสนาและการคน้ คว้าพระไตรปิฎก คมู่ ือเกี่ยวกบั การเขยี นงานวิจยั ทางดา้ นพระไตรปิฎกศึกษา

- ขาดความเข้าใจเกี่ยวกับการเขียนโครงการวิจัย - จัดให้มีการเรียนการสอนรายวิชาศึกษาเพิ่มเติม เพ่ือ

โครงร่างวทิ ยานิพนธ์ และโครงร่างสารนิพนธ์ ปรับพนื้ ฐานความรู้

๒.๗ แผนการรับนสิ ิตและจำนวนผ้สู ำเรจ็ การศกึ ษาในระยะเวลา ๕ ปี

๒.๗.๑ นสิ ิตแผน ก แบบ ก (๒)

ชัน้ ปี จำนวนนิสิต (รปู /คน) ๒๕๖๖
ปกี ารศึกษา ๒๕๖๒ ๒๕๖๓ ๒๕๖๔ ๒๕๖๕ ๑๐
๑๐
ช้ันปที ี่ ๑ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๒๐

ชัน้ ปีที่ ๒ - ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐

รวม ๑๐ ๒๐ ๒๐ ๒๐

จำนวนที่คาดวา่ จะสำเร็จ - ๑๐ ๑๐ ๑๐
การศึกษา (รปู /คน)

มคอ.๒ หลกั สตู รพทุ ธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวชิ าพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๑๑

๒.๗.๒ นิสติ แผน ข

ชั้นปี ๒๕๖๒ จำนวนนิสติ (รปู /คน) ๒๕๖๖
ปกี ารศึกษา ๑๕ ๒๕๖๓ ๒๕๖๔ ๒๕๖๕ ๑๕
- ๑๕ ๑๕ ๑๕ ๑๕
ช้นั ปีท่ี ๑ ๑๕ ๑๕ ๑๕ ๑๕ ๓๐
๓๐ ๓๐ ๓๐
ช้ันปีท่ี ๒ - ๑๕
๑๕ ๑๕ ๑๕
รวม

จำนวนที่คาดว่าจะสำเร็จ
การศึกษา (รปู /คน)

๒.๘ งบประมาณตามแผน

๒.๘.๑ งบประมาณรายรับ แผน ก แบบ ก (๒) (หน่วย : บาท)

รายละเอียดรายรับ ประมาณรายรบั ในปงี บประมาณ (พ.ศ.) ๒๕๖๖
๒๕๖๒ ๒๕๖๓ ๒๕๖๔ ๒๕๖๕ ๑๕,๐๐๐
๖๗,๐๐๐
คา่ ขน้ึ ทะเบียนนสิ ติ ใหม่ ๑๕,๐๐๐ ๑๕,๐๐๐ ๑๕,๐๐๐ ๑๕,๐๐๐ ๕๔๐,๐๐๐
๑๒๘,๐๐๐
คา่ ธรรมเนียมการศึกษา ๖๗,๐๐๐ ๖๗,๐๐๐ ๖๗,๐๐๐ ๖๗,๐๐๐ -
๗๕๐,๐๐๐
ค่าลงทะเบียนหนว่ ยกิต ๒๗๐,๐๐๐ ๕๔๐,๐๐๐ ๕๔๐,๐๐๐ ๕๔๐,๐๐๐

ค่าบำรงุ การศึกษา ๖๔,๐๐๐ ๑๒๘,๐๐๐ ๑๒๘,๐๐๐ ๑๒๘,๐๐๐

เงนิ อดุ หนนุ จากรัฐบาล (ตอ่ คน) ----

รวม ๔๑๖,๐๐๐ ๗๕๐,๐๐๐ ๗๕๐,๐๐๐ ๗๕๐,๐๐๐

๒.๘.๒ งบประมาณรายรับ แผน ข (หนว่ ย : บาท)

รายละเอยี ดรายรบั ประมาณรายรับในปงี บประมาณ (พ.ศ.)
๒๕๖๒ ๒๕๖๓ ๒๕๖๔ ๒๕๖๕ ๒๕๖๖

ค่าขึ้นทะเบียนนิสติ ใหม่ ๒๒,๕๐๐ ๒๒,๕๐๐ ๒๒,๕๐๐ ๒๒,๕๐๐ ๒๒,๕๐๐

ค่าธรรมเนยี มการศึกษา ๑๐๐,๕๐๐ ๑๐๐,๕๐๐ ๑๐๐,๕๐๐ ๑๐๐,๕๐๐ ๑๐๐,๕๐๐

ค่าลงทะเบียนหน่วยกิต ๔๐๕,๐๐๐ ๘๑๐,๐๐๐ ๘๑๐,๐๐๐ ๘๑๐,๐๐๐ ๘๑๐,๐๐๐

คา่ บำรุงการศึกษา ๑๙๒,๐๐๐ ๓๘๔,๐๐๐ ๓๘๔,๐๐๐ ๓๘๔,๐๐๐ ๓๘๔,๐๐๐

เงินอดุ หนุนจากรฐั บาล(ต่อคน) - - - - -

รวม ๗๒๐,๐๐๐ ๑,๓๑๗,๐๐๐ ๑,๓๑๗,๐๐๐ ๑,๓๑๗,๐๐๐ ๑,๓๑๗,๐๐๐

มคอ.๒ หลกั สตู รพทุ ธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวชิ าพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๑๒

๒.๘.๓ งบประมาณรายจา่ ย หลักสตู รแผน ก แบบ ก (๒) (หน่วย : บาท)

รายละเอยี ดรายจา่ ย ประมาณรายจา่ ยในปีงบประมาณ (พ.ศ.)
๒๕๖๒ ๒๕๖๓ ๒๕๖๔ ๒๕๖๕ ๒๕๖๖

งบดำเนินการ ๕๔๔,๐๐๐ ๖๙๓,๐๐๐ ๖๙๓,๐๐๐ ๖๙๓,๐๐๐ ๖๙๓,๐๐๐

- คา่ ตอบแทนบุคลากรประจำสายสนับสนุน ๑๔๔,๐๐๐ ๑๔๔,๐๐๐ ๑๔๔,๐๐๐ ๑๔๔,๐๐๐ ๑๔๔,๐๐๐
(๑ คน x ๑๒,๐๐๐ บาท x ๑๒ เดอื น)*

- ค่าตอบแทนวิทยากร อาจารย์พิเศษ ค่า ๓๐๐,๐๐๐ ๓๐๐,๐๐๐ ๓๐๐,๐๐๐ ๓๐๐,๐๐๐ ๓๐๐,๐๐๐
เดนิ ทาง ค่าที่พัก

- ค่าตอบแทนคณะกรรมการสอบ

วิทยานิพนธ์ ผู้ตรวจรูปแบบ ผู้ตรวจ - ๔๙,๐๐๐ ๔๙,๐๐๐ ๔๙,๐๐๐ ๔๙,๐๐๐

บทคัดย่อภาษาอังกฤษ

- คา่ จดั ซื้อหนงั สือและวารสาร ๑๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐

งบลงทนุ ๑๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐

- คา่ ครภุ ัณฑ์ ๑๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐

งบพฒั นาบคุ ลากร ๑๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐

รวม ๗๔๔,๐๐๐ ๑,๐๙๓,๐๐๐ ๑,๐๙๓,๐๐๐ ๑,๐๙๓,๐๐๐ ๑,๐๙๓,๐๐๐

หมายเหตุ: *มบี ุคลากรสายสนบั สนนุ ประจำหลกั สตู ร ๑ รูปหรอื คน
๒.๘.๔ งบประมาณรายจา่ ย หลักสูตรแผน ข (หน่วย : บาท)

รายละเอียดรายจ่าย ประมาณรายจ่ายในปีงบประมาณ (พ.ศ.)
งบดำเนินการ ๒๕๖๒ ๒๕๖๓ ๒๕๖๔ ๒๕๖๕ ๒๕๖๖
๕๔๔,๐๐๐ ๗๑๗,๕๐๐ ๗๑๗,๕๐๐ ๗๑๗,๕๐๐ ๗๑๗,๕๐๐

- คา่ ตอบแทนบุคลากรประจำสายสนับสนุน ๑๔๔,๐๐๐ ๑๔๔,๐๐๐ ๑๔๔,๐๐๐ ๑๔๔,๐๐๐ ๑๔๔,๐๐๐
(๑ คน x ๑๒,๐๐๐ บาท x ๑๒ เดอื น)*

- ค่าตอบแทนวิทยากร อาจารย์พิเศษ ค่า ๓๐๐,๐๐๐ ๓๐๐,๐๐๐ ๓๐๐,๐๐๐ ๓๐๐,๐๐๐ ๓๐๐,๐๐๐
เดนิ ทาง คา่ ท่ีพกั

- ค่าตอบแทนคณะกรรมการสอบสาร

นิพนธ์ ผู้ตรวจรูปแบบ ผู้ตรวจบทคัดย่อ - ๗๓,๕๐๐ ๗๓,๕๐๐ ๗๓,๕๐๐ ๗๓,๕๐๐

ภาษาองั กฤษ

- ค่าจดั ซื้อหนงั สือและวารสาร ๑๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐

งบลงทุน ๑๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐

- คา่ ครภุ ณั ฑ์ ๑๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐

งบพัฒนาบุคลากร ๑๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐

รวม ๗๔๔,๐๐๐ ๑,๑๑๗,๕๐๐ ๑,๑๑๗,๕๐๐ ๑,๑๑๗,๕๐๐ ๑,๑๑๗,๕๐๐

หมายเหตุ: *มีบคุ ลากรสายสนบั สนนุ ประจำหลักสตู ร ๑ รูปหรือคน

มคอ.๒ หลักสตู รพทุ ธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๑๓

๒.๙ ระบบการศึกษา

เป็นแบบชน้ั เรยี น

๒.๑๐ การเทยี บโอนหนว่ ยกิตรายวิชา และการลงทะเบียนข้ามสถาบนั

ไมม่ ี

๓. หลักสตู รและอาจารย์ผสู้ อน

๓.๑ หลักสูตร

๓.๑.๑ จำนวนหนว่ ยกติ

๑) หลักสตู รแผน ก แบบ ก (๒) จำนวน ๓๙ หน่วยกติ ตลอดหลกั สูตร

๒) หลักสตู รแผน ข จำนวน ๓๙ หน่วยกติ ตลอดหลกั สูตร

๓.๑.๒ โครงสร้างหลักสตู ร

โครงสร้างหลักสูตรเป็นแบบ แผน ก แบบ ก (๒) และแผน ข โดยแบ่งหมวดวิชาตามที่กำหนด

ไวใ้ นประกาศกระทรวงศึกษาธกิ าร เรื่อง เกณฑม์ าตรฐานหลกั สตู รระดบั บัณฑิตศกึ ษา พ.ศ.๒๕๕๘ ดงั น้ี

หมวดวชิ า แผน ก แบบ ก (๒)/ แผน ข /หน่วยกิต
หน่วยกติ

๑.หมวดวชิ าบังคบั ๙ ๙

๒. หมวดวชิ าบังคบั ไม่นับหนว่ ยกิต (๑๕) (๑๕)

๓.หมวดวิชาเอก ๑๒ ๑๒

๔.หมวดวิชาเลอื ก ๖ ๑๒

๕.วิทยานิพนธ์ ๑๒ -

๖. สารนิพนธ์ -๖

รวมทั้งสนิ้ ๓๙ (๑๕) ๓๙ (๑๕)

๓.๑.๓ รายวชิ าในหลักสูตร
คำอธิบายรหสั วชิ า
ความหมายของเลขรหัสประจำวิชาในหลักสูตรพุทธศาสตรหลักสูตรพุทธศาสตร มหาบัณฑิต

สาขาวิชาพระไตรปิฎกศึกษา ประกอบดว้ ยเลข ๖ หลัก มคี วามหมายดังน้ี
๑. เลข ๓ ตัวแรก = ตวั ที่ ๑ แสดงคณะ ตวั ท่ี ๒-๓ แสดงสาขาวิชา/ภาควชิ า
๒. เลข ๓ ตวั หลงั = ตัวท่ี ๑ แสดงภาคการศึกษา ตวั ที่ ๒-๓ แสดงช่อื วชิ า

๑) แผน ก แบบ ก (๒)

(๑) วชิ าบังคบั ๙ หนว่ ยกติ นสิ ิตต้องศกึ ษาวชิ าบงั คบั ๙ หนว่ ยกิต
ก. วชิ าบังคบั แบบนับหน่วยกติ
วิชาบงั คบั จำนวน ๙ หน่วยกิต

มคอ.๒ หลักสูตรพทุ ธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๑๔

๖๐๐ ๑๐๑ พระไตรปิฎกวิเคราะห์ ๓ (๓-๐-๖)
Tipitaka Analysis ๓ (๓-๐-๖)
๓ (๓-๐-๖)
๖๒๐ ๑๐๒ พทุ ธปรชั ญาในพระไตรปิฎก
Theravada Buddhist Philosophy in the Tipitaka (๓) (๓-๐-๖)
(๓) (๓-๐-๖)
๖๒๐ ๒๐๓ ระเบียบวธิ วี ิจัยทางพระไตรปิฎก (๓) (๓-๐-๖)
Research Methodology in The Tipitaka (๓) (๓-๐-๖)
(๓) (๓-๐-๖)
ข. วชิ าบงั คับแบบไมน่ บั หนว่ ยกิต
๖๐๐๑๐๔ ภาษาองั กฤษ
English
๖๐๐๒๐๕ กรรมฐาน
Buddhist Meditation
๖๐๐๒๐๖ สมั มนาวทิ ยานิพนธ์
Seminar on Thesis
๑๐๒๓๐๒ การใชภ้ าษาบาลี ๑
Usage of Pali I
๑๐๒๓๐๖ การใชภ้ าษาบาลี ๒
Usage of Pali II

(๒) วชิ าเอก ๑๒ หน่วยกิต นิสิตตอ้ งศกึ ษาวชิ าเอกพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๑๒ หนว่ ยกติ

๖๒๐ ๑๐๖ พระวนิ ยั ปฎิ กวิเคราะห์ ๓ (๓-๐-๖)

Vinaya Pitaka Analysis

๖๒๐ ๒๐๗ พระสุตตันตปฎิ กวิเคราะห์ ๓ (๓-๐-๖)

Suttanta Pitaka Analysis

๖๒๐ ๓๐๘ พระอภธิ รรมปิฎกวเิ คราะห์ ๓ (๓-๐-๖)

Abhidhamma Pitaka Analysis

๖๒๐๒๐๙ ประวตั ิศาสตร์อารยธรรมอินเดยี โบราณ ๓ (๓-๐-๖)

The History of Ancient Indian Civilization

(๓) วชิ าเลือก นิสติ ต้องเลอื กศึกษาจากรายวิชาทกี่ ำหนดใหไ้ ม่น้อยกวา่ ๖ หน่วยกติ

๖๒๐ ๓๑๐ พระไตรปิฎกกับศาสตรส์ มยั ใหม่ ๓ (๓-๐-๖)

The Tipitaka and Modern Sciences

๖๒๐ ๓๑๑ พระไตรปฎิ กภาคภาษาองั กฤษ ๓ (๓-๐-๖)

English Tipitaka

๖๒๐ ๓๑๒ ศกึ ษาอิสระในคัมภีร์พระพุทธศาสนา ๓ (๓-๐-๖)

Independent Studies in Buddhist Scripture

มคอ.๒ หลักสตู รพทุ ธศาสตรมหาบณั ฑติ สาขาวชิ าพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๑๕

๖๒๐ ๓๑๓ พุทธประวัติในพระไตรปิฎก๓ (๓-๐-๖)
The Buddha’s Biography in The Tipitaka ๓ (๓-๐-๖)
๓ (๓-๐-๖)
๖๒๐ ๓๑๔ ชาดกวิเคราะห์ ๓ (๓-๐-๖)
Jataka Analysis ๓ (๓-๐-๖)
๓ (๓-๐-๖)
๖๒๐ ๓๑๕ พระไตรปฎิ กในประชาคมอาเซียน
The Tipitaka Studies in ASEAN Community

๖๒๐ ๓๑๖ เทคนคิ การอา่ นพระไตรปฎิ ก
The Tipitaka Reading Technuiqe

๖๒๐ ๓๑๗ พระไตรปิฎกกับศาสตรแ์ ห่งการตีความ
The Tipitaka and Hermeneutics

๖๒๐ ๓๑๘ พระไตรปฎิ กกับภูมปิ ญั ญาไทย
The Tipitaka and Thai wisdom

(๔) วิทยานิพนธ์ ๑๒ หนว่ ยกิต ๑๒ หน่วยกติ
๖๐๒ ๔๐๐ วทิ ยานิพนธ์
Thesis

๒) แผน ข
(๑) วชิ าบงั คับ ๙ หน่วยกิต นิสติ ตอ้ งศกึ ษาวชิ าบงั คับ ๙ หนว่ ยกิต

ก. วชิ าบงั คบั แบบนบั หนว่ ยกิต ๓ (๓-๐-๖)
วิชาบงั คบั จำนวน ๙ หนว่ ยกิต ๓ (๓-๐-๖)
๖๐๐ ๑๐๑ พระไตรปฎิ กวิเคราะห์ ๓ (๓-๐-๖)
Tipitaka Analysis
๖๒๐ ๑๐๒ พุทธปรชั ญาในพระไตรปิฎก
Theravada Buddhist Philosophy in the Tipitaka
๖๒๐ ๒๐๓ ระเบยี บวิธีวิจยั ทางพระไตรปิฎก
Research Methodology in The Tipitaka

ข. วชิ าบังคับแบบไม่นับหน่วยกติ (๓) (๓-๐-๖)
๖๐๐ ๑๐๔ ภาษาองั กฤษ (๓) (๓-๐-๖)
English (๓) (๓-๐-๖)
๖๐๐ ๒๐๕ กรรมฐาน
Buddhist Meditation
๖๐๐ ๒๐๖ สัมมนาวทิ ยานิพนธ์

มคอ.๒ หลักสูตรพทุ ธศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาวชิ าพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๑๖

Seminar on Thesis (๓) (๓-๐-๖)
๑๐๒ ๓๐๒ การใชภ้ าษาบาลี ๑ (๓) (๓-๐-๖)

Usage of Pali I
๑๐๒ ๓๐๖ การใชภ้ าษาบาลี ๒

Usage of Pali II

(๒) วิชาเอก ๑๒ หนว่ ยกิต นสิ ติ ตอ้ งศึกษาวิชาเอกพระไตรปฎิ กศึกษา ๑๒ หนว่ ยกิต

๖๒๐ ๑๐๖ พระวินยั ปิฎกวเิ คราะห์ ๓ (๓-๐-๖)

Vinaya Pitaka Analysis

๖๒๐ ๒๐๗ พระสุตตันตปฎิ กวิเคราะห์ ๓ (๓-๐-๖)

Suttanta Pitaka Analysis

๖๒๐ ๓๐๘ พระอภธิ รรมปฎิ กวิเคราะห์ ๓ (๓-๐-๖)

Abhidhamma Pitaka Analysis

๖๒๐ ๒๐๙ ประวตั ศิ าสตร์อารยธรรมอนิ เดยี โบราณ ๓ (๓-๐-๖)

The History of Ancient Indian Civilization

(๓) วชิ าเลอื ก นสิ ิตตอ้ งเลอื กศึกษาจากรายวชิ าทกี่ ำหนดใหไ้ ม่น้อยกว่า ๑๒ หน่วยกติ

๖๒๐ ๓๑๐ พระไตรปฎิ กกบั ศาสตรส์ มัยใหม่ ๓ (๓-๐-๖)

The Tipitaka and Modern Sciences

๖๒๐ ๓๑๑ พระไตรปิฎกภาคภาษาองั กฤษ ๓ (๓-๐-๖)

English Tipitaka

๖๒๐ ๓๑๒ ศึกษาอสิ ระในคัมภีร์พระพทุ ธศาสนา ๓ (๓-๐-๖)

Independent Studies in Buddhist Scripture

๖๒๐ ๓๑๓ พทุ ธประวตั ิในพระไตรปฎิ ก ๓ (๓-๐-๖)

The Buddha’s Biography in The Tipitaka

๖๒๐ ๓๑๔ ชาดกวเิ คราะห์ ๓ (๓-๐-๖)

Jataka Analysis

๖๒๐ ๓๑๕ พระไตรปิฎกในประชาคมอาเซียน ๓ (๓-๐-๖)

The Tipitaka Studies in ASEAN Community

๖๒๐ ๓๑๖ เทคนคิ การอ่านพระไตรปฎิ ก ๓ (๓-๐-๖)

The Tipitaka Reading Technuiqe

๖๒๐ ๓๑๗ พระไตรปฎิ กกับศาสตร์แหง่ การตีความ ๓ (๓-๐-๖)

The Tipitaka and Hermeneutics

๖๒๐ ๓๑๘ พระไตรปิฎกกับภูมิปัญญาไทย ๓ (๓-๐-๖)

The Tipitaka and Thai wisdom

มคอ.๒ หลักสูตรพทุ ธศาสตรมหาบณั ฑติ สาขาวชิ าพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๑๗

สารนพิ นธ์ ๖ หนว่ ยกิต ๖ หน่วยกติ
๖๐๒ ๒๐๐ สารนิพนธ์
Research Paper

มคอ.๒ หลกั สตู รพทุ ธศาสตรมหาบัณฑติ สาขาวชิ าพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๑๘

๓.๑.๔ แผนการศกึ ษา จำนวนหน่วยกิต
๑) แผนการศกึ ษา แผน ก แบบ ก (๒) แผน ก แบบ ก (๒)
ภาคการศกึ ษาที่ ๑

ปีที่ ๑ รหสั วิชา / รายวิชา ๓

ภาคเรยี นที่ วิชาบงั คับ พระไตรปฎิ กวเิ คราะห์
๑ ๖๐๐ ๑๐๑ พุทธปรัชญาในพระไตรปฎิ ก
๖๒๐ ๑๐๒

วิชาบังคบั ไมน่ ับหน่วยกติ (๓)
๖๐๐ ๑๐๔ ภาษาอังกฤษ*

วิชาเอก ๓
๖๒๐ ๑๐๖ พระวนิ ัยปฎิ กวิเคราะห์ ๙
รวม
* รายวิชาในวงเลบ็ ( ) ไมน่ บั หนว่ ยกิต

ภาคการการศกึ ษาท่ี ๒ จำนวนหน่วยกิต
ปีที่ ๑ รหัสวชิ า / รายวชิ า แผน ก แบบ ก (๒)

ภาคเรียนที่ วิชาบงั คบั ๓
๒ ๖๒๐ ๒๐๓ ระเบยี บวิธีวิจัยทางพระไตรปิฎก

วิชาบงั คบั ไมน่ ับหน่วยกติ (๓)
๖๐๐ ๒๐๕ กรรมฐาน* (๓)
๑๐๒ ๓๐๒ การใชภ้ าษาบาลี ๑*

วชิ าเอก ๓
๖๒๐ ๒๐๗ พระสตุ ตันตปฎิ กวเิ คราะห์

วชิ าเลอื ก ๓
๖๒๐ ๓๑๘ พระไตรปฎิ กกับศาสตรแ์ ห่งการตีความ ๙
รวม
* รายวิชาในวงเล็บ ( ) ไมน่ บั หน่วยกติ

มคอ.๒ หลักสูตรพทุ ธศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาวชิ าพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๑๙

ภาคการศึกษาท่ี ๓ จำนวนหน่วยกิต
ปที ี่ ๒ รหสั วิชา / รายวชิ า แผน ก แบบ ก (๒)

ภาคเรยี นท่ี วิชาเอก พระอภิธรรมปฎิ กวเิ คราะห์ ๓
๑ ๖๒๐ ๓๐๘ ประวัติศาสตร์อารยธรรมอนิ เดียโบราณ ๓
๖๒๐ ๒๐๙
(๓)
วิชาบงั คับไม่นับหน่วยกิต
๑๐๒ ๓๐๒ การใช้ภาษาบาลี ๒* ๓

วิชาเลอื ก
๖๒๐ ๓๑๐ พระไตรปิฎกกบั ศาสตร์สมยั ใหม่ หนว่ ยกติ
รวม แผน ก แบบ ก (๒)
* รายวชิ าในวงเล็บ ( ) ไม่นับหนว่ ยกิต
(๓)
ภาคการศกึ ษาที่ ๔
๑๒
ปที ่ี ๒ รหัสวชิ า/รายวชิ า ๑๒
ภาคเรยี นที่ วชิ าบังคับไม่นบั หน่วยกิต

๒ ๖๐๐ ๒๐๖ สัมมนาวทิ ยานิพนธ์*

วชิ าบังคบั
๖๐๐ ๔๐๐ วทิ ยานิพนธ์
รวม
* รายวิชาในวงเล็บ ( ) ไมน่ บั หนว่ ยกิต

มคอ.๒ หลักสูตรพทุ ธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๒๐

๒) แผนการศึกษา แผน ข จำนวนหนว่ ยกิต
ภาคการศึกษาท่ี ๑ แผน ข

ปที ี่ ๑ รหัสวชิ า / รายวชิ า ๓

ภาคเรียนท่ี วชิ าบังคับ พระไตรปฎิ กวเิ คราะห์
๑ ๖๐๐ ๑๐๑ พุทธปรชั ญาในพระไตรปิฎก
๖๒๐ ๑๐๒

วิชาบงั คบั ไมน่ บั หนว่ ยกติ (๓)
๖๐๐ ๑๐๔ ภาษาองั กฤษ*

วชิ าเอก ๓
๖๒๐ ๑๐๖ พระวินยั ปิฎกวิเคราะห์ ๙
รวม
* รายวิชาในวงเลบ็ ( ) ไม่นับหน่วยกิต

ภาคการศกึ ษาที่ ๒ จำนวนหน่วยกติ
ปีที่ ๑ รหัสวิชา / รายวิชา แผน ข

ภาคเรียนท่ี วชิ าบงั คบั ๓
๒ ๖๒๐ ๒๐๓ ระเบยี บวธิ วี จิ ัยทางพระไตรปิฎก

วิชาบังคับไม่นับหน่วยกติ (๓)
๖๐๐ ๒๐๕ กรรมฐาน* (๓)
๑๐๒ ๓๐๒ การใช้ภาษาบาลี ๑*

วิชาเอก ๓
๖๒๐ ๒๐๗ พระสตุ ตนั ตปฎิ กวิเคราะห์

วิชาเลือก ๓
๖๒๐ ๓๑๘ พระไตรปิฎกกับศาสตรแ์ ห่งการตคี วาม ๙
รวม
* รายวชิ าในวงเลบ็ ( ) ไม่นับหน่วยกติ

มคอ.๒ หลกั สตู รพทุ ธศาสตรมหาบณั ฑติ สาขาวชิ าพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๒๑

ภาคการศึกษาที่ ๓ จำนวนหนว่ ยกิต
ปีท่ี ๒ รหสั วชิ า / รายวชิ า แผน ข
(๓)
ภาคเรียนที่ วชิ าบังคับไม่นับหน่วยกติ
๑ ๑๐๒ ๓๐๒ การใชภ้ าษาบาลี ๒* ๓

วชิ าเอก พระอภธิ รรมปฎิ กวิเคราะห์
๖๒๐ ๓๐๘ ประวตั ิศาสตร์อารยธรรมอนิ เดียโบราณ ๓
๖๒๐ ๒๐๙ ๙

วิชาเลือก หนว่ ยกติ
๖๒๐ ๓๑๐ พระไตรปฎิ กกบั ศาสตร์สมัยใหม่ แผน ข
รวม
* รายวชิ าในวงเล็บ ( ) ไม่นับหนว่ ยกติ (๓)

ภาคการศกึ ษาที่ ๔ ๖

ปที ่ี ๒ รหัสวชิ า/รายวชิ า ๓
ภาคเรยี นที่ วชิ าบงั คับไมน่ ับหน่วยกติ ๓
๑๒
๒ ๖๐๐ ๒๐๖ สมั มนาวิทยานพิ นธ์*

วชิ าบังคบั
๖๐๒ ๒๐๐ สารนพิ นธ์

วิชาเลือก
XXX XXX เลอื กศึกษาจากรายวิชาเลือก ๑ รายวชิ า
XXX XXX เลอื กศึกษาจากรายวชิ าเลอื ก ๑ รายวิชา
รวม
* รายวชิ าในวงเล็บ ( ) ไมน่ ับหน่วยกิต

มคอ.๒ หลกั สตู รพทุ ธศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาวิชาพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๒๒

๓.๑.๕ คำอธบิ ายรายวิชา
(ดูรายละเอียดใน ภาคผนวก ก)

๓.๒ ชือ่ ฉายา สกลุ เลขประจำตัวบตั รประชาชน ตำแหน่งและคณุ วฒุ ขิ องอาจารย์

๓.๒.๑ อาจารย์ประจำหลักสูตร

ตำแหน่ง ช่อื - นามสกุล คุณวุฒิ/สาขาวชิ า สถาบนั ท่ีสำเรจ็ ปที ่ี

ทางวชิ าการ สำเรจ็

อาจารย์ พระปญั ญารตั นากร,ดร.* พธ.ด. (พระพุทธศาสนา) ม.มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย ๒๕๖๑

(สำรวย าณสวํ โร/พินดอน) พธ.ม. (พระพทุ ธศาสนา) ม.มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั ๒๕๔๒

๓ ๓๕๐๖ ๐๐๔๖๔ xx x พธ.บ. (ภาษาอังกฤษ) ม.มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั ๒๕๓๕

อาจารย์ พระครพู พิ ธิ วรกิจจานกุ าร, ดร.* Ph.D. (Pali&Buddhist Studies) BanarasHinduUniversity,India ๒๕๕๓

[มานิตย์ เฟอื่ งผล (เขมคุตโฺ ต)] M.A. (Buddhist Studies) BanarasHinduUniversity,India ๒๕๕๑
๓ ๑๐๐๙ ๐๐๖๔๗ xx x ศน.บ. (พระพุทธศาสนา) ม.มหามกฏุ ราชวิทยาลัย ๒๕๔๘

อาจารย์ พระมหาภูมิชาย อคคฺ ปญโฺ ,ดร.* พธ.ด. (พระพทุ ธศาสนา) ม.มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั ๒๕๕๘

(มกรพันธ์) พธ.ม. (ชีวติ แิ ละความตาย) ม.มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย ๒๕๖๓

๓ ๕๖๐๑ ๐๐๑๐๖๑ xx x พธ.บ. (บาลีพุทธศาสตร์) ม.มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย ๒๕๔๖
ป.ธ. ๙
กองบาลสี นามหลวง ๒๕๕๐

รอง รศ.ดร.เวทย์ บรรณกรกุล พธ.ด. (บาลพี ุทธศาสตร)์ ม.มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั ๒๕๖๐

ศาสตรา ๓ ๓๕๐๖ ๐๐๔๖๔ xx x ศษ.ม. (ประชากรศึกษา) ม.มหดิ ล ๒๕๔๓

จารย์ พธ.บ. (ปรชั ญา) ม.มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั ๒๕๓๔

ป.ธ. ๙ (ภาษาบาล)ี กองบาลสี นามหลวง ๒๕๓๕

ผูช้ ว่ ย พระราชรตั นมนุ ,ี ผศ.ดร. พธ.ด. (บาลีพทุ ธศาสตร)์ ม.มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย ๒๕๖๐

ศาสตรา [บุญเทียม าณินฺโท (มุส)ุ ] พธ.ม. (บาลี) ม.มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย ๒๕๔๘

จารย์ ๓ ๕๖๐๑ ๐๐๑๐๖๑ xx x พธ.บ. (บาลพี ุทธศาสตร)์ ม.มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั ๒๕๔๒

ป.ธ. ๘ (ภาษาบาล)ี กองบาลีสนามหลวง ๒๕๔๒

ผู้ช่วย ผศ.ดร.วโิ รจน์ คุ้มครอง พธ.ด. (พระพุทธศาสนา) มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาฯ ๒๕๕๖

ศาสตรา ๓ ๗๔๐๓ ๐๐๐๙๑ xx x พธ.ม. (พระพทุ ธศาสนา) มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าฯ ๒๕๔๙

จารย์ ป.ธ. ๙ (ภาษาบาลี) แมก่ องบาลีสนามหลวง ๒๕๓๘

รอง พระเทพสุวรรณเมธ,ี รศ.ดร. พธ.ด. (พระพุทธศาสนา) มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าฯ ๒๕๕๘

ศาสตรา [สชุ าติ กิตฺติปญฺโ (หวลจิตต)์ ] ศศ.ม. (ภาษาสันสกฤต) มหาวิทยาลัยศลิ ปากร ๒๕๔๖

จารย์ ๓ ๑๓๐๔ ๐๐๑๓๐ xx x พธ.บ. (ปรัชญา) มหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าฯ ๒๕๓๕

ป.ธ. ๘ (ภาษาบาลี)

อาจารย์ ดร.ธานี สุวรรณประทปี พธ.ด. (พระพุทธศาสนา) มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าฯ ๒๕๕๙

มคอ.๒ หลกั สตู รพุทธศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาวชิ าพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๒๓

ตำแหน่ง ชอื่ - นามสกลุ คุณวฒุ /ิ สาขาวิชา สถาบันทส่ี ำเร็จ ปที ่ี

ทางวชิ าการ สำเร็จ

๓ ๗๒๐๕ ๐๐๒๖๙ xx x ศน.ม. (พุทธศาสนาและปรัชญา) มหาวทิ ยาลยั มหามกุฎฯ ๒๕๔๘

ป.ธ. ๙ (ภาษาบาลี) กองบาลสี นามหลวง ๒๕๓๙

อาจารย์ ดร.สพุ ิชฌาย์ พรพชิ ณรงค์ พธ.ด. (พระพทุ ธศาสนา) ม.มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย ๒๕๕๗

๓ ๑๐๒๐ ๐๑๖๗๐ xx x ศน.ม. (พุทธศาสน์ศึกษา) ม.มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั ๒๕๕๓

บธ.ม. (บริหารธรุ กจิ ) สถาบนั บัณฑิตพัฒนบรหิ ารศาสตร์ ๒๕๔๓

ศศ.บ. (ภาษาไทย) ม.รามคำแหง ๒๕๓๐

อาจารย์ ดร.นวลวรรณ พูนวสพุ ลฉตั ร พธ.ด. (พระพุทธศาสนา) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาฯ ๒๕๕๖

๓ ๔๐๙๙ ๐๐๖๔๓ xx x M.A. (Applied Economics) Western Michigan University, ๒๕๓๓

USA

วท.บ. (พยาบาลและผดุงครรภ์) มหาวิทยาลยั ขอนแก่น ๒๕๒๘

หมายเหตุ: *อาจารย์ผูร้ ับผิดชอบหลกั สูตรและประจำหลักสตู ร

๓.๒.๒ อาจารยผ์ ู้สอน คณุ วุฒิ/สาขาวิชา ตำแหนง่ ทางวิชาการ
ท่ี ช่ือ - ฉายา/นามสกุล Ph.D. (Pali & Buddhist Studies) ศาสตราจารย์
๑ พระราชปรยิ ัตกิ วี, ศ.ดร.
พธ.ม. (พระพุทธศาสนา) รองศาสตราจารย์
(สมจินต์ สมมฺ าปญโฺ ) อาจารย์
ศษ.บ. (มัธยมศกึ ษา)
๒ พระราชปริยตั มิ นุ ี, รศ.ดร. ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์
(เทียบ สริ ิ าโณ) ป.ธ. ๙ (ภาษาบาล)ี ผูช้ ว่ ยศาสตราจารย์

๓ พระเทพสุวรรณเมธี, ดร. Ph.D. (Pali)
[สชุ าติ กิตตฺ ิปญฺโ (หวลจติ ต)์ ]
M.A. (Pali & Sanskrit)
๔ พระเทพปริยตั ิมุน,ี ผศ.ดร.
[มชี ัย วีรปญโฺ (ตุวนั โน)] ป.ธ.๙ (ภาษาบาลี)

๕ พระราชรตั นมนุ ี, ผศ.ดร. พธ.ด. (พระพทุ ธศาสนา)
[บญุ เทียม าณนิ โฺ ท (มุสุ)] ศศ.ม. (ภาษาสนั สกฤต)
พธ.บ. (ปรชั ญา)
ป.ธ. ๘ (ภาษาบาลี)
บธ.ด. (บรหิ ารธรุ กิจ)
รป.ม. (รัฐประศาสนศาสตร์)
ป.ธ. ๙ (ภาษาบาลี)
พธ.ด. (บาลีพทุ ธศาสตร)์
ศธ.ม. (บาลี)
พธ.บ. (บาลีพทุ ธศาสตร์)

มคอ.๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวชิ าพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๒๔

ท่ี ชอื่ - ฉายา/นามสกลุ คณุ วฒุ /ิ สาขาวชิ า ตำแหน่งทางวิชาการ
อาจารย์
ป.ธ. ๘ (ภาษาบาล)ี อาจารย์
รองศาสตราจารย์
๖ พระศรสี ทุ ธเิ วท,ี ดร. ปร.ด. (วฒั นธรรมศาสตร์) อาจารย์

[ขวญั ถิรมโน (แดงหนา่ ย)] ศษ.ม. (บรหิ ารการศึกษา) อาจารย์
รองศาสตราจารย์
พธ.บ. (ภาษาองั กฤษ) ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์
อาจารย์
ป.ธ. ๙ (ภาษาบาล)ี

๗ พระมหาสมบูรณ์ วุฑฒฺ กิ โร, ดร. พธ.ด. (พระพทุ ธศาสนา)

ศศ.ม. (พทุ ธศาสนศ์ กึ ษา)

พธ.บ. (ภาษาอังกฤษ)

ป.ธ. ๗ (ภาษาบาลี)

๘ พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส, รศ. พธ.ด. (พระพุทธศาสนา)

ดร. ศศ.ม. (พทุ ธศาสนศกึ ษา)

พธ.บ. (ปรัชญา)

ป.ธ. ๖ (ภาษาบาล)ี

๙ พระมหาสุรศักดิ์ ปจฺจนฺตเสโน, Ph.D. (Buddhist Studies)
ดร. M.Phil. (Buddhist Studies)
ศศ.ม. (พทุ ธศาสน์ศึกษา)
พธ.บ. (บาลี-สนั สกฤต)
ศศ.บ. (ไทยคดศี กึ ษา)
ป.ธ. ๗ (ภาษาบาล)ี

๑๐ พระครพู ิพธิ วรกจิ จานุการ, ดร. Ph.D. (Pali&Buddhist Studies)

[มานติ ย์ เฟื่องผล (เขมคตุ ฺโต)] M.A. (Buddhist Studies)

ศน.บ. (พระพทุ ธศาสนา)

๑๑ รศ.ดร.เวทย์ บรรณกรกุล พธ.ด. (บาลีพทุ ธศาสตร)์

ศษ.ม. (ประชากรศึกษา)

พธ.บ. (ปรัชญา)

ป.ธ. ๙ (ภาษาบาลี)

๑๒ ผศ.ดร.วิโรจน์ คมุ้ ครอง พธ.ด. (พระพุทธศาสนา)

พธ.ม. (พระพุทธศาสนา)

ป.ธ. ๙ (ภาษาบาล)ี

๑๓ ดร.ธานี สวุ รรณประทีป พธ.ด. (พระพทุ ธศาสนา)

ศน.ม. (พทุ ธศาสนาและปรชั ญา)

ป.ธ. ๙ (ภาษาบาลี)

มคอ.๒ หลักสูตรพุทธศาสตรมหาบณั ฑติ สาขาวชิ าพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๒๕

ที่ ชื่อ - ฉายา/นามสกลุ คณุ วฒุ ิ/สาขาวิชา ตำแหน่งทางวิชาการ
๑๔ ดร.สพุ ชิ ฌาย์ พรพิชณรงค์ พธ.ด. (พระพุทธศาสนา) อาจารย์
ศน.ม. (พุทธศาสน์ศึกษา)
บธ.ม. (บริหารธุรกจิ )
ศศ.บ. (ภาษาไทย)

๑๕ ดร.นวลวรรณ พูนวสุพลฉตั ร พธ.ด. (พระพุทธศาสนา) อาจารย์
M.A. (Applied Economics)
วท.บ. (พยาบาลและผดงุ ครรภ์)

๓.๒.๓ อาจารยบ์ รรยายพเิ ศษ คณุ วฒุ /ิ สาขาวิชา ตำแหน่งทางวิชาการ
ที่ ช่อื -ฉายา/นามสกุล ศาสตราจารยพ์ ิเศษ

๑ สมเด็จพระพุทธชินวงศ์, ศ.พิเศษ Ph.D. (Ancient Asian History) ศาสตราจารยพ์ ิเศษ
ราชบณั ฑิต
ดร. M.A. (Ancient Asian History) ศาสตราจารย์

ป.ธ. ๙ (ภาษาบาล)ี ศาสตราจารย์

๒ ศ.พเิ ศษ จำนงค์ ทองประเสรฐิ M.A. (Asian Studies) ศาสตราจารย์พิเศษ

พธ.บ. (พระพุทธศาสนา) รองศาสตราจารย์

ป.ธ. ๙ (ภาษาบาล)ี

๓ ศ.ดร.จำนงค์ อดิวัฒนสทิ ธ์ิ Ph.D. (Sociology)

M.A. (Sociology)

พธ.บ. (พุทธศาสนา)

๔ ศ.ดร.วชั ระ งามจิตรเจริญ อ.ด. (ปรชั ญา)

M.A. (Philosophy)

พธ.บ. (ศาสนาและปรัชญา)

ป.ธ. ๙ (ภาษาบาล)ี

๕ ศ.พเิ ศษ ดร.ร.ท.บรรจบ บรรณรุจิ Ph.D. (Buddhist Philosophy)

อ.ม. (บาลสี นั สกฤต)

พธ.บ. (การสอนสังคมศกึ ษา)

ป.ธ. ๙ (ภาษาบาลี)

๖ รศ.ดร. สำเนียง เลอ่ื มใส Ph.D. (Pali & Sanskrit)

M.A. (Pali & Sanskrit)

มคอ.๒ หลักสูตรพุทธศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาวิชาพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๒๖

ที่ ชื่อ-ฉายา/นามสกุล คุณวุฒ/ิ สาขาวชิ า ตำแหน่งทางวิชาการ

พธ.บ. (บาลีสนั สกฤต)

ป.ธ. ๙ (ภาษาบาล)ี

๗ ผศ.ดร.ชาญณรงค์ บุญหนุน อ.ด. (ปรัชญา) ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์
๘ ผศ.ดร.วฒุ ินันท์ กันทะเตียน อ.ม. (ปรชั ญา) อาจารยพ์ เิ ศษ
๙ ดร.ทรงวิทย์ แก้วศรี พธ.บ. (ปรัชญา) อาจารย์พเิ ศษ
พธ.ด. (พระพทุ ธศาสนา)
อ.ม. (ศาสนาเปรียบเทยี บ)
พธ.บ. (ภาษาองั กฤษ)
ป.ธ. ๙ (ภาษาบาล)ี
พธ.ด. (พระพุทธศาสนา)
M.A. (B.Lib.Sc) (บรรณรกั ษศาสตร์)
B.A. (B.Lib.Sc) (บรรณรักษศาสตร)์
ศศ.บ. (สารนเิ ทศศาสตร)์
พธ.บ. (ปรัชญา)

๔. องค์ประกอบเกยี่ วกบั ประสบการณ์ภาคสนาม (ถา้ ม)ี
ไม่มี

๕. ข้อกำหนดเกย่ี วกบั การทำวิทยานิพนธ์/สารนพิ นธ์
๕.๑ คำอธบิ ายโดยยอ่
๕.๑.๑ นิสิตจะเสนอหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์/สารนิพนธ์ เพื่อขออนุมัติลงทะเบียนทำ

วิทยานิพนธ์/สารนิพนธ์ ได้เมื่อศึกษารายวิชามาแล้วไม่นอ้ ยกว่า ๑ ภาคการศึกษาปกติและมีหนว่ ยกิตสะสมใน
รายวิชาไม่นอ้ ยกวา่ ๙ หนว่ ยกติ

๕.๑.๒ คณะกรรมการควบคุมวทิ ยานิพนธ์/สารนิพนธ์ ให้เป็นไปตามระเบยี บบัณฑติ วิทยาลัย ว่า
ด้วยวิธปี ฏิบัติเกยี่ วกบั วทิ ยานพิ นธ์/สารนิพนธ์

๕.๑.๓ นิสิตมีสิทธิ์ขอสอบวิทยานิพนธ์/สารนิพนธ์ ได้เมื่อศึกษารายวิชาครบตามที่กำหนดได้ค่า
ระดับเฉลี่ยสะสมในรายวิชาไม่น้อยกว่า ๓.๐๐ และทำวิทยานิพนธ์/สารนิพนธ์เสร็จสมบูรณ์โดยใช้เวลาทำ
วิทยานิพนธ์/สารนิพนธ์ไม่น้อยกว่า ๓ เดือนนับจากวันลงทะเบียนทำวิทยานิพนธ์/สารนิพนธ์เงื่อนไขอื่นๆ
เกี่ยวกบั วทิ ยานิพนธ์ให้เปน็ ไปตามระเบยี บบณั ฑิตวิทยาลัยว่าด้วยวิธีปฏิบตั เิ ก่ียวกับวิทยานพิ นธ์

๕.๑.๔ การเสนอหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์/สารนิพนธ์ การลงทะเบียนวิทยานิพนธ์/สาร
นพิ นธ์ การสอบ ใหเ้ ป็นไปตามระเบยี บบณั ฑติ วิทยาลัย วา่ ดว้ ยวิธปี ฏิบัติเกีย่ วกับวทิ ยานพิ นธ์/สารนพิ นธ์

๕.๒ มาตรฐานผลการเรยี นรู้

มคอ.๒ หลักสตู รพุทธศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาวิชาพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๒๗

นิสิตมีศักยภาพในการเรียนรู้ด้วยตนเอง สามารถคิดและวิเคราะห์ปัญหาเกี่ยวกับพระไตรปิฎก

ศึกษาและหลักธรรมอย่างเป็นระบบ และมีหลักการ สามารถประยุกต์ใช้ศาสตร์ต่างๆ ทั้งทางภาคทฤษฎีและ

ภาคปฏบิ ัติเพ่ือใชใ้ นการทำวทิ ยานิพนธไ์ ด้

๕.๓ ช่วงเวลา

๕.๓.๑ นสิ ิตแผน ก แบบ ก (๒) จะเสนอหัวขอ้ และโครงร่างวิทยานิพนธเ์ พื่อขออนมุ ัติลงทะเบียน

ทำวิทยานิพนธ์ได้เมื่อศึกษารายวชิ ามาแล้วไม่นอ้ ยกว่า ๑ ภาคการศึกษาปกติ และมีหน่วยกิตสะสมในรายวิชา

ไม่น้อยกว่า ๙ หน่วยกิต โดยนิสิตต้องทำวิทยานิพนธ์ไม่น้อยกว่า ๑๒ หน่วยกิต และต้องศึกษารายวิชาอีกไม่

น้อยกว่า ๒๗ หน่วยกิต

๕.๓.๒ นิสิตแผน ข จะเสนอหัวข้อและโครงรา่ งสารนิพนธ์เพื่อขออนุมัติลงทะเบียนทำสารนิพนธ์

ได้เมื่อศึกษารายวิชามาแล้วไม่น้อยกว่า ๑ ภาคการศึกษาปกติ และมีหน่วยกิตสะสมในรายวิชาไม่น้อยกว่า ๙

หน่วยกิต โดยนิสิตต้องทำสารนิพนธ์ไม่น้อยกวา่ ๖ หน่วยกิต และต้องศึกษารายวิชาอีกไม่น้อยกว่า ๓๓ หน่วย

กติ

๕.๔ จำนวนหน่วยกติ

๕.๔.๑ หลกั สูตรแผน ก แบบ ก (๒) ทำวิทยานพิ นธ์ จำนวน ๑๒ หน่วยกิต

๕.๔.๒ หลักสูตรแผน ข ทำสารนิพนธ์ จำนวน ๖ หนว่ ยกิต

๕.๕ การเตรยี มการ

๕.๕.๑ ให้ลงทะเบียนเรียนวชิ าเก่ียวข้องกบั การวิจัยทางพระไตรปฎิ กศึกษา

๕.๕.๒ จดั ใหม้ กี ารแตง่ ตั้งอาจารยท์ ปี่ รึกษาวทิ ยานิพนธ์

๕.๕.๓ จัดสัมมนาให้ความรู้เก่ียวกับการทำวิทยานิพนธ์ และจดั ใหม้ ีคลินกิ วทิ ยานิพนธ์

๕.๖ ข้อกำหนดในการทำวทิ ยานิพนธ์/สารนพิ นธ์

๕.๖.๑ ในการสอบวิทยานิพนธ์/สารนิพนธ์ นิสิตต้องตอบข้อซักถามต่างๆ เกี่ยวกับวิทยานิพนธ์/

สารนิพนธ์ หรือเรื่องที่เกี่ยวข้อง หลังจากสอบแล้วให้คณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์/สารนิพนธ์ ประชุม

พจิ ารณาประเมินผล ในขณะประเมนิ ผลใหน้ ิสติ ออกจากห้องสอบ

๕.๖.๒ ใหม้ ีการจดบนั ทกึ รายละเอยี ดเก่ยี วกบั การประเมนิ ผลวทิ ยานิพนธ์/สารนิพนธ์ ทกุ ครั้ง

๕.๖.๓ หากคณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์/สารนิพนธ์ มีมติให้แก้ไขวิทยานิพนธ์/สาร

นิพนธ์ไม่ว่ากรณีใดๆ นิสิตต้องแก้ไขวิทยานิพนธ์/สารนิพนธ์ให้ถูกต้องตามมติ และคำแนะนำนั้นก่อนที่จะนำ

วิทยานิพนธ์/สารนิพนธ์ ฉบับที่แก้ไขแล้วส่งบัณฑิตวิทยาลัย กรณีที่นิสิตไม่สามารถส่งวิทยานิพนธ์/สารนิพนธ์

ได้ทันเวลาตามที่คณะกรรมการกำหนด จะต้องดำเนินการยื่นขอขยายเวลาการส่งวิทยานิพนธ์/สารนิพนธ์ต่อ

บัณฑิตวิทยาลัยโดยผ่านความเห็นชอบของประธานคณะกรรมการตรวจสอบวทิ ยานิพนธ์/สารนพิ นธ์ ทั้งนี้การ

ขยายเวลา ต้องอยู่ภายในระยะเวลา ๖ เดือนนับแต่วันสอบ หากเกินจากกำหนดนี้ให้ถือว่าสอบไม่ผ่านและ

จะต้องดำเนินการขอสอบใหม่ กรณีทีย่ งั คงสถานภาพนิสติ เท่านน้ั

มคอ.๒ หลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๒๘

๕.๖.๔ ให้คณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์/สารนิพนธ์ ทำการประเมินผลวิทยานิพนธ์/สาร
นิพนธ์ โดยกำหนดเป็น ๔ ระดับคือ A, B+, B และ F ส่วนวิทยานิพนธ์ที่อยู่ในระหว่างการเรียบเรียงให้แสดง
สถานะด้วยสญั ลักษณ์ IP (Inprogress)

๕.๖.๕ การลงนามของกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์/สารนิพนธ์ ในหน้าอนุมัติ อาจกระทำได้
เมื่อเห็นสมควรแต่ประธานคณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์/สารนิพนธ์ จะลงนามได้ต่อเมื่อวิทยานิพนธ์/
สารนิพนธ์นั้นได้รับการแก้ไขทั้งรูปแบบและเนื้อหาเรียบร้อยแล้วเท่านั้น จากนั้นคณบดีบัณฑิตวิทยาลัยจึงลง
นามอนุมัติ

๕.๖.๖ ให้ประธานคณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์/สารนิพนธ์ เสนอผลการประเมินต่อ
คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย หากมีมติไม่เป็นเอกฉันท์โดยคณะกรรมการเสียงข้างมากมีมติให้ผ่าน ให้รวบรวม
ใบประเมินผลของกรรมการทุกท่าน เพื่อส่งให้คณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัยพิจารณาชี้ขาด เมื่อทราบ
ผลการประเมินและนสิ ิตส่งวิทยานิพนธฉ์ บับทแ่ี ก้ไขเรยี บรอ้ ย บณั ฑิตวิทยาลัยจะประกาศผลใหท้ ราบโดยท่ัวกัน

มคอ.๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวชิ าพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๒๙

หมวดที่ ๔
ผลการเรยี นรู้ กลยทุ ธก์ ารสอนและการประเมินผล

๑. การพฒั นาคุณลักษณะพเิ ศษของนิสติ

คุณลกั ษณะพิเศษ กลยทุ ธ์หรือกจิ กรรมของนสิ ิต

๑ M – Morality มีมารยาททางกายและวาจาที่ มีการฝึกฝนด้านระเบียบวินัยกิริยามารยาททั้งทางกาย

เหมาะสมตามกาลเทศะ และวาจาท่ีเหมาะสม เช่น การแต่งกาย การพดู

๒. A – Awareness รเู้ ท่าทนั ความเปล่ียนแปลงทาง มีการส่งเสริมให้รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลกและ

สงั คม สังคมปัจจุบันในด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และ

เทคโนโลยี

๓ . H – Helpfulness ม ี ศ ร ั ท ธ า อ ุ ท ิ ศ ต น เ พ่ื อ มีการส่งเสริมให้นิสิตมีศรัทธาอุทิศตนเพื่อทำงานเผยแผ่

พระพทุ ธศาสนาและการศกึ ษาไตรปฎิ ก พระพทุ ธศาสนา โดยการใหอ้ อกค่ายบัณฑิตอาสาพัฒนา

ชุมชน

๔. A – Ability มคี วามสามารถในการแกป้ ญั หา มกี ารส่งเสริมใหน้ ิสิตมีทักษะในการแก้ปัญหาตนเองและ

สังคม โดยจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจากกรณีปัญหา

(Problem-Based Learning: PBL) เพื่อนำไปสู่การคิด

แกไ้ ขปัญหานนั้ ๆ ตามหลักพทุ ธธรรม

๕. C – Curiosity มีความใฝ่รูใ้ ฝค่ ิด มีการส่งเสริมให้นิสิตเรียนรู้ตลอดชีวิต มีความใฝ่รู้ใฝ่คิด

โดยมอบหมายงานให้ศึกษาค้นคว้าวิจัย วิเคราะห์

สังเคราะห์ และวิจารณ์ประเด็นปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดข้ึน

ในสังคม

๖. H - Hospitality มีนำ้ ใจเสยี สละเพื่อส่วนรวม มีการส่งเสริมให้นิสิตมีจิตอาสาในการเข้าร่วมกิจกรรม

บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ต่าง ๆ เช่น จัดกิจกรรมสังคม

สงเคราะห์

๗. U – Universality มีโลกทัศน์กว้างไกล มีการส่งเสริมให้นิสิตเข้าร่วมกิจกรรมทั้งในระดับชาติ

และนานาชาติ เพื่อสร้างเสริมประสบการณ์ด้าน

พระไตรปฎิ กศกึ ษาและสงั คม

๘. L – Leadership มีความเป็นผู้นำด้านจิตใจและ มกี ารสง่ เสรมิ ให้นสิ ติ วางตนเป็นแบบอยา่ งด้านจิตใจและ

ปญั ญา ปญั ญา

๙. A – Aspiration มีความมุ่งมั่นพัฒนาตนให้ มีการส่งเสริมให้นิสิตฝึกอบรมคุณธรรมจริยธรรม โดย

เพียบพร้อมด้วยคณุ ธรรมจรยิ ธรรม การบูรณาการหลักคุณธรรมจริยธรรมไว้ในในรายวิชา

ต่างๆ

มคอ.๒ หลักสูตรพทุ ธศาสตรมหาบณั ฑติ สาขาวชิ าพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๓๐

๒. การพฒั นาผลการเรยี นรูใ้ นแตล่ ะด้าน

ผลการเรยี นรู้ กลยุทธ์การสอนท่ีใช้ กลยุทธใ์ นการประเมินผล

ตามกรอบมาตรฐานคณุ วฒุ ิ ในการพฒั นา การเรียนรู้

๑. ดา้ นคุณธรรมจรยิ ธรรม ๑. ดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ๑ ด้านคุณธรรม จริยธรรม

๑.๑ ผลิตบัณฑิตทางพระไตรปิฎก ๑.๑ จัดกิจกรรมเชิงวิชาการและ ๑.๑ ประเมนิ ดว้ ยผลงานวชิ าการ และ

ศึกษาที่มีคุณธรรมและจริยธรรม ภาคปฏิบัติที่ส่งเสริมการเรียนรู้ด้าน การบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อ

สามารถใหบ้ รกิ ารงานวิชาการแก่สงั คม คุณธรรม จริยธรรม ให้เป็นผู้มีน้ำใจ สงั คม

๑.๒ มีศักยภาพที่จะพัฒนาตนเองให้ เสียสละ อุทิศตนเพื่อพระไตรปิฎก ๑.๒ ประเมินด้วยแบบทดสอบด้วย

เพียบพรอ้ มด้วยคุณธรรม จรยิ ธรรมด้วย ศึกษาและสงั คม การสังเกต สัมภาษณ์ การสนทนา

หลักการทางพรุทธศาสนาทีปรากฎใน ๑.๒ ฝึกฝนให้มีความใฝ่รู้ ใฝ่คิด เป็น กลุ่ม และแบบวดั ผล

พระไตรปฎิ ก ผู้นำด้านจติ ใจและปัญญา เพื่อพัฒนา ๑.๓ ประเมินจากความรับผิดชอบใน

๑.๓ สามารถวินิจฉัยและแก้ไขปัญหา ตนเองและสังคม การปฏิบัติงานเป็นทีม การทำงาน

บนฐานของหลักการและเหตุผลและ ๑.๓ การจัดกิจกรรมในรายวิชาที่เน้น วิจัย และการเข้าร่วมกิจกรรมในการ

ค่านยิ มดันดีงาม การปลูกฝังให้นิสิตมีระเบียบวินัยใน ใช้องค์ความรู้ทางการศึกษาทำ

๑.๔ แสดงภาวะความเป็นผู้นำด้าน ตนเอง และแก้ไขปัญหาของตนเอง ประโยชนต์ อ่ สังคม

ความประพฤติปฏิบัติตามหลักคุณธรรม และสงั คมได้ ๑.๔ ผู้เรียนประเมินตนเอง และ

และจรยิ ธรรมในพระไตรปฎิ ก ๑.๔ ฝกึ ฝนภาวะความเปน็ ผู้นำ ผ้ตู าม ประเมินโดยเพอื่ นและอาจารย์ โดยใช้

ดา้ นคณุ ธรรมจรยิ ธรรม แบบประเมนิ และแบบวดั ผล

๒. ดา้ นความรู้ ๒. ด้านความรู้ ๒. ด้านความรู้

๒.๑ มีความรู้และความเข้าใจอย่าง ๒.๑ จัดการเรียนรู้โดยผู้เรียนเป็น ๒.๑ ประเมนิ ดว้ ยการสอบขอ้ เขยี น

ถ่องแท้ในเนื้อหาสาระหลัก ข อง ศูนยก์ ลาง และมงุ่ เน้นใหน้ ิสติ มคี วามรู้ ๒.๒ ประเมินด้วยการสอบป้องกัน

สาขาวิชาพระไตรปิฎกศึกษาตลอดจน ความเข้าใจสาขาวิชาพระไตรปิฎก วทิ ยานิพนธ์

หลักการและทฤษฎีที่สำคัญและนำมา ศึกษา โดยใช้วิธีการเรียนการสอนที่ ๒.๓ ประเมินด้วยการนำเสนอ

ประยุกต์ใช้ในการศึกษาค้นคว้าทาง เน้นหลักการทางทฤษฎี และการ รายงานและการทำงานเปน็ ทีม

วิชาการหรือการปฏบิ ัติงาน ประยุกต์ทางปฏิบัติในสภาพแวดล้อม ๒.๔ ประเมินด้วยการนำความรู้ไป

๒.๒ มีความรู้ความเข้าใจในวิธีการ จริง กระตุ้นให้เกิดการคิด วิเคราะห์ ประยุกตใ์ ช้ให้เปน็ ประโยชน์

พัฒนาวิชาการสมัยใหม่ สามารถ และตัดสินใจด้วยตนเอง

ประยุกต์ใช้ร่วมกับวิชาพระไตรปิฎก ๒.๒จัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาการ

ศกึ ษาได้ ศาสตร์สมัยใหม่ควบคู่กับวิชาการดา้ น

๒.๓ มีความเข้าใจทฤษฎี การวิจัย พระไตรปิฎกศกึ ษา

และการปฏิบัติในสาขาวิชาพระพุทธ ๒.๓ จัดให้มีการศึกษาค้นคว้า วิจัย

ศาสนา สามารถประยุกต์หลักธรรมมา ด้วยตนเอง ในการพัฒนานวัตกรรม

ใช้กับแนวคิดในทางทฤษฎี ปฏิบัติ และ และองค์ความร้ใู หม่

การวิจัย ๒.๔ ส่งเสริมให้มีการวิจัยและค้นคว้า

๒.๔ สามารถพัฒนานวัตกรรมหรือ องค์ความรู้ในพระไตรปิฎกและนำ

สร้างองค์ความรู้ใหม่ สร้างองค์ความรู้

มคอ.๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๓๑

ผลการเรยี นรู้ กลยทุ ธ์การสอนทีใ่ ช้ กลยุทธ์ในการประเมินผล

ตามกรอบมาตรฐานคุณวฒุ ิ ในการพัฒนา การเรยี นรู้

จากงานวิจัยเพื่อเช่ือมโยงกับการพฒั นา องค์ความรู้ที่ค้นพบมาประยุกต์ใช้ได้

องค์กร เพื่อตอบสนองความต้องการ อยา่ งเหมาะสม

ทางสังคมในด้านวิชาการด้าน

พระไตรปิฎกศกึ ษา

๓. ดา้ นทักษะทางปญั ญา ๓. ดา้ นทกั ษะทางปัญญา ๓. ดา้ นทักษะทางปัญญา

๓.๑ สามารถใชค้ วามรทู้ างทฤษฎีและ ๓.๑ ฝึกทักษะการคิดและการแก้ไข ๓.๑ วัดการแสดงออกทางการ

ปฏิบัติในการคิดวิเคราะห์อย่างเป็น ปัญหา กระบวนการคดิ และการแก้ไขปัญหา

ระบบ เพื่อการพัฒนาและสร้างสรรค์ ๓.๒ เนน้ การเรยี นรดู้ ้วยตนเอง และ ๓.๒ วัดผลการปฏิบัติงานที่ได้รับ

องค์ความรู้ใหม่ทางพระไตรปิฎกอย่าง การปฏิบตั ิงานจริง มอบหมาย

เหมาะสม ๓.๓ เน้นการเรียนรู้ที่สา มารถ ๓.๓ การนำเสนอผลงาน การอธิบาย

๓.๒ สามารถสืบค้นข้อมูลผลงานวิจยั ประยกุ ตใ์ ชก้ ับสถานการณ์จริง โดยใช้ การถามและตอบคำถาม

สงิ่ ตีพิมพ์ทางวชิ าการ จากแหล่งข้อมูลท่ี ปญั หาเปน็ ตัวกระตุ้นให้เกิดการเรยี นรู้ ๓.๔ การโต้ตอบสื่อสารกบั ผอู้ ่นื

หลากหลาย สังเคราะห์ และนำไปใช้ ๓.๔ การอภิปรายกลมุ่ ๓.๕ การอภิปรายกลุ่ม

ประโยชน์ในการพัฒนาความคิดใหมๆ่

๓.๓ สามารถประยุกต์ใช้ผลงานวิจัย

และองค์ความรู้ทางด้านพุทธศาสนาใน

การแก้ปัญหาหรือพัฒนางานได้อย่าง

เหมาะสมและสรา้ งสรรค์

๓.๔ สามารถตัดสินใจในเรื่องท่ี

ซับซ้อนทีเ่ กีย่ วกบั การพัฒนาองค์ความรู้

ใหม่ และสามารถผลิตผลงานทาง

วิชาการและงานวิจัย ในระดับชาติ และ

นานาชาติ

๔ ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่าง ๔ ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่าง ๔ ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่าง

บุคคลและความรับผดิ ชอบ บุคคลและความรับผดิ ชอบ บคุ คลและความรับผดิ ชอบ

๔.๑ มีระเบียบวินัย มีควา ม ๔.๑ การจัดกิจกรรมในรายวิชาที่เน้น ๔.๑ สังเกตพฤติกรรมและการ

รับผิดชอบในการดำเนินงานของตนเอง การเรียนการสอนท่ีมีการปฏสิ ัมพนั ธ์ท่ี แสดงออกของนิสิตในหลายๆ ด้าน

ในการพัฒนาความรู้ของตนเอง องค์กร ดรี ะหวา่ งผเู้ รียนและผูส้ อน ระหว่างกิจกรรมการเรียนการสอน

และสงั คม ๔.๒ ฝึกฝนภาวะความเป็นผู้นำ ผู้ตาม เช่น พฤติกรรมความสนใจ ตั้งใจ

๔.๒ สามารถใช้ความรู้ในศาสตร์มา การแสดงออกถึงภาวะความเป็นผู้นำ เรียนรู้ และพัฒนาตนเอง

ชี้นำองค์กร แก้ไขปัญหาที่มีความ และผู้ตามที่ดี การมีมนุษยสัมพันธท์ ่ดี ี ๔.๒ สังเกตพฤติกรรมการแสดง

ซับซ้อนด้วยตนเอง และเปลี่ยนแปลง กับผู้ร่วมงาน และการรับฟังความ บทบาทภาวะผู้นำและผู้ตามที่ดี

สงั คมในทางท่เี หมาะสม คิดเห็นผู้อื่นในการปฏิบัติงานเป็นทีม ความสามารถในการทำงานร่วมกับ

และการทำงานวจิ ยั ผอู้ นื่

มคอ.๒ หลกั สตู รพุทธศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาวชิ าพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๓๒

ผลการเรยี นรู้ กลยทุ ธ์การสอนทีใ่ ช้ กลยุทธใ์ นการประเมนิ ผล

ตามกรอบมาตรฐานคณุ วฒุ ิ ในการพัฒนา การเรยี นรู้

๔.๓ สามารถทำงานเป็นทีม เคารพ ๔.๓ฝึกฝนการทำกิจกรรมเพื่อสังคม ๔ . ๓ ส ั ง เ ก ต พ ฤ ต ิ ก ร ร ม ค ว า ม

สิทธิ รับฟังความคดิ เห็นของผูอ้ ืน่ และมี และการวางตัวที่เหมาะสมตาม รับผิดชอบในการเรียนและงานที่

ปฏิสมั พนั ธอ์ ย่างสร้างสรรคก์ ับผู้ร่วมงาน กาลเทศะ ได้รับมอบหมาย การนำเสนอผลงาน

๔.๔ แสดงภาวะความเป็นผู้นำใน ๔.๔ ฝึกฝนการประสานงานกับผู้อ่ืน การทำงานวิจัย และการร่วมทำ

องค์กร บริหารการทำงานเป็นทีมได้ ท ั ้ ง ภ า ย ใ น แ ล ะ ภ า ย น อ ก กจิ กรรมเพอื่ สังคม

อ ย ่ า ง เ ห ม า ะ ส ม ต า ม โ อ ก า ส แ ล ะ สถาบันการศกึ ษา

สถานการณ์ เพื่อเพิ่มพูนประสิทธิภาพ

ในการทำงานของกลุ่ม

๔.๕ สามารถตัดสินใจในการ

ดำเนินงานด้วยตนเอง ประเมินตนเอง

รวมทั้งวางแผนปรับปรุงตนเองและ

องค์กรไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธิภาพ

๕ ด้านทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข ๕ ด้านทักษะการวิเคราะหเ์ ชิงตวั เลข ๕ ด้านทักษะการวิเคราะห์เชิง

การสื่อสาร และการใช้เทคโนโลยี การสื่อสาร และการใช้เทคโนโลยี ตัวเลข การสื่อสาร และการใช้

สารสนเทศ สารสนเทศ เทคโนโลยสี ารสนเทศ

๕.๑ สามารถคัดกรองข้อมูลและใช้ ๕.๑ จัดการเรียนการสอนรายวิชา ๕.๑ การทดสอบความร้แู ละเทคนิค

หลกั ตรรกะทางคณิตศาสตรแ์ ละสถิติ ใน ต่างๆ เพื่อให้นิสิตได้ฝึกทักษะทั้งด้าน การวิเคราะห์และวิจารณ์ทฤษฎีหรือ

การศึกษาค้นคว้าปัญหา เชื่อมโยง การวิเคราะห์ การวิจารณ์ แนวคดิ ใหม่ ๆ

ประเดน็ ปญั หาท่ีสำคัญและซบั ซอ้ น และ ๕.๒ จดั กจิ กรรมการเรียนการสอน ๕.๒ การทำงานวิจัย ตั้งแต่เริ่มต้น

เสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาใน ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้ฝึกฝนทักษะการ จนถึงขั้นตอนการเขียนรายงาน และ

ด ้ า น ต ่ า ง ๆ โ ด ย เ ฉ พ า ะ ท า ง ด ้ า น สื่อสาร และการนำเสนอโดยใช้ การนำเสนอผลงาน

พระไตรปฎิ กศึกษาในเชิงลกึ ไดเ้ ป็นอย่าง เทคโนโลยีทั้งด้วยตนเองและร่วมกับ

ดี ผอู้ ่นื

๕.๒ สามารถสอ่ื สารด้านการพดู การ ๕.๓ จัดกิจกรรมการเรียนการสอน

อ่าน การฟงั การเขยี น และการนำเสนอ เพื่อให้นิสิตได้ฝึกทักษะด้านการใช้

และสื่อสารกับกลุ่มบุคคลต่างๆ ทั้งใน เทคโนโลยีประกอบการค้นคว้าและ

วงการวิชาการและวชิ าชพี รวมถึงชุมชน การทำวทิ ยานพิ นธ์

ทั่วไปไดอ้ ย่างเหมาะสม

๕.๓ สามารถใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ

ในการค้นคว้าข้อมูล เพื่อประกอบ

ก า ร ศ ึ ก ษ า แ ล ะ ก า ร ท ำ ว ิ ท ย า น ิ พ น ธ์

รวมทัง้ การติดตอ่ สอ่ื สาร

มคอ.๒ หลกั สตู รพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวชิ าพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๓๓

๓. แผนที่แสดงการกระจายความรับผิดชอบต่อผลการเรียนรู้ จากหลักสูตรสู่รายวิชา (Curriculum
mapping)

แสดงให้เห็นว่าแต่ละรายวชิ าในหลักสตู รรับผิดชอบต่อผลการเรียนรู้ในด้านใดบา้ ง โดยระบุว่าเป็นความ
รับผิดชอบหลักหรือความรับผิดชอบรอง โดยที่ผลการเรียนรู้แต่ละข้อของด้านต่างๆ ในตารางมีความหมาย
ดงั ตอ่ ไปน้ี
๓.๑ ด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม (Moral and Ethics)

(๑) ผลิตบัณฑิตทางพระไตรปฎิ กศกึ ษาทมี่ ีคุณธรรมและจรยิ ธรรม สามารถให้บริการงานวิชาการแก่
สงั คม

(๒) มีศักยภาพที่จะพัฒนาตนเองให้เพียบพร้อมด้วยคุณธรรม จริยธรรมด้วยหลักการทาง
พระพุทธศาสนาทป่ี รากฎในพระไตรปิฎก

(๓) สามารถวนิ ิจฉัยและแก้ไขปญั หาบนฐานของหลักการและเหตุผลและค่านิยมอนั ดีงาม
(๔) แสดงภาวะความเป็นผู้นำด้านความประพฤติปฏิบัตติ ามหลักคุณธรรมและจริยธรรมท่ีมีปรากฎ
ในพระไตรปิฎก
๓.๒ ดา้ นความรู้ (Knowledge)
(๑) มีความรู้และความเข้าใจอย่างถ่องแท้ในเนื้อหาสาระหลักของสาขาวิชาพระไตรปิฎกศึกษา
ตลอดจนหลักการและทฤษฎที ส่ี ำคัญและนำมาประยกุ ตใ์ ช้ในการศึกษาคน้ ควา้ ทางวิชาการหรอื การปฏบิ ตั ิงาน
(๒) มีความรู้ความเข้าใจในวิธีการพัฒนาวิชาการสมัยใหม่ สามารถประยุกต์ใช้ร่วมกับวิชา
พระไตรปิฎกศึกษาได้
(๓) มีความเข้าใจทฤษฎี การวิจัย และการปฏิบัติในสาขาวิชาพระไตรปิฎกศึกษาสามารถประยุกต์
หลกั ธรรมมาใชก้ บั แนวคิดในทางทฤษฎี ปฏิบตั ิ และการวจิ ัย
(๔) สามารถพัฒนานวัตกรรมหรือสร้างองค์ความรู้ใหม่ สร้างองค์ความรู้จากงานวิจัยเพื่อเชื่อมโยง
กบั การพัฒนาองคก์ รเพอื่ ตอบสนองความต้องการทางสงั คมในด้านวชิ าการทางพระไตรปิฎกศึกษา
๓.๓ ดา้ นทกั ษะทางปัญญา (Cognitive Skills)
(๑) สามารถใช้ความรู้ทางทฤษฎีและปฏิบัติในการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ เพื่อการพัฒนาและ
สรา้ งสรรคอ์ งค์ความรู้ใหมท่ างพระไตรปิฎกอย่างเหมาะสม
(๒) สามารถสืบค้นข้อมูลผลงานวิจัย สิ่งตีพิมพ์ทางวิชาการ จากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย
สังเคราะห์ และนำไปใชป้ ระโยชนใ์ นการพฒั นาความคิดใหมๆ่
(๓) สามารถประยุกต์ใช้ผลงานวิจัยและองค์ความรู้ทางด้านพุทธศาสนาในการแกป้ ัญหาหรือพฒั นา
งานไดอ้ ย่างเหมาะสมและสรา้ งสรรค์
(๔) สามารถตัดสินใจในเร่ืองทซี่ ับซ้อนทเ่ี กย่ี วกับการพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ และสามารถผลิตผลงาน
ทางวชิ าการและงานวจิ ัย ในระดบั ชาติ และนานาชาติ
๓.๔ ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ (Interpersonal Skill and
Responsibilies)

มคอ.๒ หลักสูตรพุทธศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาวิชาพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๓๔

(๑) สามารถสื่อสารกับกลุ่มคนหลากหลายและสามารถสนทนาทั้งภาษาไทยและภาษาตา่ งประเทศ
อย่างมีประสทิ ธภิ าพ

(๒) สามารถใหค้ วามชว่ ยเหลอื และอำนวยความสะดวกแก่การแกป้ ัญหาสถานการณ์ตา่ งๆในกลุ่มทั้ง
ในบทบาทของผนู้ ำหรือในบทบาทของผู้ร่วมทีมทำงาน

(๓) สามารถใช้ความรใู้ นศาสตรม์ าชี้นำสังคมในประเด็นทเ่ี หมาะสม
(๔) มีความรับผดิ ชอบในการกระทำของตนเองและรบั ผดิ ชอบงานในกลมุ่
(๕) สามารถเป็นผรู้ ิเร่ิมแสดงประเด็นในการแก้ไขสถานการณ์ทัง้ สว่ นตวั และส่วนรวมพร้อมท้ังแสดง
จดุ ยนื อยา่ งพอเหมาะท้ังของตนเองและของกล่มุ
๓.๕ ด้านทักษะการวิเคราะห์ การสื่อสาร และเทคโนโลยีสารสนเทศ (Numerical Analysis,
Communication and Information Technology Skills)
(๑) สามารถคัดกรองข้อมูลและใช้หลักตรรกะทางคณิตศาสตร์และสถติ ิ ในการศึกษาค้นคว้าปัญหา
เชื่อมโยงประเด็นปัญหาที่สำคัญและซับซ้อน และเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาในด้านต่างๆ โดยเฉพาะ
ทางดา้ นพระไตรปฎิ กศึกษาในเชงิ ลกึ ได้เปน็ อยา่ งดี
(๒) สามารถสื่อสารด้านการพูด การอ่าน การฟัง การเขียน และการนำเสนอ และสื่อสารกับกลุ่ม
บุคคลต่างๆ ท้งั ในวงการวชิ าการและวชิ าชพี รวมถึงชุมชนทั่วไปได้อยา่ งเหมาะสม
(๓) สามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการค้นคว้าข้อมูล เพื่อประกอบการศึกษาและการทำ
วทิ ยานิพนธ์ รวมทั้งการติดต่อส่อื สาร

แผนทีแ่ สดงการกระจายความรบั ผดิ ชอบมาตรฐานผลการเร
 ความรบั ผิดชอบหลัก

รายวิชา ๑.ดา้ นคุณธรรมจริยธรรม ๒.ดา้ นความรู้

๖๐๐ ๑๐๑ พระไตรปฎิ กวเิ คราะห์ ๑๒ ๓ ๔๑๒๓๔
  

๖๒๐ ๑๐๒ พุทธปรัชญาในพระไตรปิฎก   

๖๐๒ ๒๐๓ ระเบยี บวจิ ยั ทางทางพระไตรปฎิ ก        

๖๐๐ ๑๐๔ ภาษาองั กฤษ   

๖๐๐ ๒๐๕ กรรมฐาน   

๖๒๐ ๑๐๖ พระวินยั ปฎิ กวิเคราะห์   

๑๐๒ ๓๐๒ การใชภ้ าษาบาลี ๑   

๑๐๒ ๓๐๖ การใชภ้ าษาบาลี ๒   

๖๒๐ ๒๐๗ พระสตุ ตันตปิฎกวิเคราะห์   

๖๒๐ ๓๐๘ พระอภิธรรมปฎิ กวิเคราะห์   

๖๒๐ ๒๐๙ ประวตั ศิ าสตรอ์ ารยธรรมอินเดยี   
โบราณ

มคอ.๒ หลกั สตู รพทุ ธศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาวชิ าพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๓๕

รยี นรู้จากหลักสูตรสู่รายวิชา (Curriculum mapping)

ความรับผดิ ชอบรอง

๓. ด้านทักษะทางปญั ญา ๔.ด้านทกั ษะความสมั พนั ธ์ ๕. ด้านทักษะการ
ระหว่างบคุ คลและความ วิเคราะห์ การ
สอ่ื สารเทคโนโลยี
รับผดิ ชอบ สารสนเทศ

๔ ๑ ๒ ๓ ๔๑ ๒ ๓๔๕ ๑ ๒ ๓

         

         

         

         

         

         

         

         

         

         

         

รายวิชา ๑.ดา้ นคณุ ธรรมจริยธรรม ๒.ด้านความรู้

๑๒ ๓ ๔๑๒๓๔
๖๒๐ ๓๑๐ พระไตรปฎิ กกบั ศาสตร์สมยั ใหม่        

๖๒๐ ๓๑๑ พระไตรปฎิ กภาคภาษาอังกฤษ        

๖๒๐ ๓๑๒ สัมมนาพระไตรปฎิ ก   
  
๖๒๐ ๓๑๓ ศึกษาอสิ ระในคัมภรี ์   
พระพุทธศาสนา

๖๒๐ ๓๑๔ พุทธประวัตใิ นพระไตรปฎิ ก

๖๒๐ ๓๑๕ ชาดกวเิ คราะห์   

๖๒๐ ๓๑๖ พระไตรปฎิ กในประชาคมอาเซยี น        

๖๒๐ ๓๑๗ เทคนคิ การอา่ นพระไตรปิฎก   

๖๒๐ ๓๑๘ พระไตรปฎิ กกับศาสตรแ์ ห่งการ   
ตคี วาม
  
๖๒๐ ๓๑๙ พระไตรปฎิ กกับภูมปิ ญั ญาไทย   
  
๖๐๒ ๔๐๐ วทิ ยานิพนธ์ ๑๒ หน่วยกิต
๖๐๒ ๒๐๐ สารนิพนธ์ ๖ หน่วยกติ

มคอ.๒ หลกั สตู รพทุ ธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๓๖

๓. ดา้ นทักษะทางปญั ญา ๔.ดา้ นทกั ษะความสมั พนั ธ์ ๕. ด้านทกั ษะการ
ระหว่างบุคคลและความ วเิ คราะห์ การ
สอื่ สารเทคโนโลยี
รบั ผิดชอบ สารสนเทศ

๔ ๑ ๒ ๓ ๔๑ ๒ ๓๔๕ ๑ ๒ ๓

         

         

         

         

         
         
         
         

         

         

         
         

มคอ.๒ หลักสตู รพทุ ธศาสตรมหาบัณฑติ สาขาวชิ าพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๓๗

หมวดท่ี ๕
หลักการประเมนิ ผลนสิ ิต

๑. กฎระเบยี บหรอื หลักเกณฑใ์ นการให้ระดบั คะแนน (เกรด)

เป็นไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา

พ.ศ. ๒๕๔๑

ระดบั คา่ ระดับ เกณฑ์คะแนน

วชิ าเลอื ก วชิ าบงั คบั และเอก

A ๔.๐๐ ๙๕ - ๑๐๐ ๙๕ – ๑๐๐

A- ๓.๖๗ ๙๐ - ๙๔ ๙๐ – ๙๔

B+ ๓.๓๓ ๘๕ - ๘๙ ๘๕ – ๘๙

B ๓.๐๐ ๘๐ - ๘๔ ๘๐ – ๘๔

C+ ๒.๕๐ ๗๕ - ๗๙ ต่ำกว่า ๘๐

C ๒.๐๐ ๗๐ - ๗๔

F ๐ ต่ำกวา่ ๗๐

๒. กระบวนการทวนสอบมาตรฐานผลสมั ฤทธ์ิของนสิ ติ
การกำหนดระบบและกลไกการทวนสอบมาตรฐานผลการเรียนรู้ เกิดขึ้นเพื่อแสดงหลักฐานยืนยัน

หรือสนับสนุนว่านิสิตและมหาบัณฑิตทุกคนมีมาตรฐานผลการเรียนรู้ทุกด้านเป็นไปตามที่กำหนดไว้ใน
มาตรฐานคณุ วฒุ ิ เป็นอยา่ งน้อย

๒.๑ การทวนสอบมาตรฐานผลการเรยี นรู้ขณะนสิ ติ ยงั ไมส่ ำเร็จการศึกษา
การทวนสอบในทุกรายวิชา ทั้งภาคทฤษฎี ภาคปฏิบัติ การทำวิทยานิพนธ์ จะต้องสอดคล้องกับ
วัตถุประสงค์ของหลักสูตร ผลการเรียนรู้แต่ละด้าน และกลยุทธ์การประเมินผลการเรียนรู้โดยให้เป็นความ
รับผิดชอบของคณะกรรมการหลักสูตร อาจารย์ผู้สอนและคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทั้งจากภายในและ
ภายนอกมหาวิทยาลยั
๒.๒ การทวนสอบมาตรฐานผลการเรียนรหู้ ลังจากนสิ ิตสำเรจ็ การศึกษา

การทวนสอบมาตรฐานผลการเรียนรูห้ ลังจากนสิ ิตสำเร็จการศึกษา เน้นการทำวิจัยสัมฤทธิผล
ของการประกอบอาชีพหรือการศกึ ษาต่อของมหาบัณฑติ โดยทำการวจิ ยั อยา่ งตอ่ เน่ือง แลว้ นำผลที่ไดม้ าเป็น
ข้อมูลในการประเมินคณุ ภาพของหลักสตู ร การพฒั นาหรอื ปรับปรุงหลักสูตร และกระบวนการเรยี นการสอน
โดยมหี ัวขอ้ การทวนสอบมาตรฐานผลการเรยี นรู้ ดงั ต่อไปน้ี

๒.๒.๑ สภาวะการได้งานทำหรือศึกษาต่อของมหาบัณฑิต ประเมินจากการได้งานทำหรือ
ศึกษาต่อตรงตามสาขาหรือในสาขาที่เกี่ยวข้อง และระยะเวลาในการหางาน โดยทำการประเมินจาก
มหาบณั ฑิตแตล่ ะรุ่นที่สำเร็จการศกึ ษา

มคอ.๒ หลักสูตรพทุ ธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๓๘

๒.๒.๒ ตำแหนง่ งานและความกา้ วหน้าในสายงานของมหาบัณฑิต
๒.๒.๓ ความพงึ พอใจของมหาบัณฑิต ต่อความรู้ความสามารถที่ได้เรียนรจู้ ากหลักสตู ร ทใี่ ช้ใน
การประกอบอาชีพหรือศึกษาต่อพร้อมกับเปิดโอกาสให้มีการเสนอข้อคิดเห็นในการปรับปรุงหลักสูตรให้มี
ประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
๒.๒.๔ ความพึงพอใจของผู้ใช้มหาบัณฑิตหรือนายจ้าง พร้อมกับเปิดโอกาสให้มีข้อเสนอแนะ
ตอ่ สงิ่ ทค่ี าดหวังหรอื ต้องการจากหลักสตู รในการนำไปใชใ้ นการปฏบิ ตั งิ านในสถานประกอบการ
๒.๒.๕ ความพึงพอใจของสถาบันการศึกษาอื่น ซึ่งรับมหาบัณฑิตที่สำเร็จจากหลักสูตรเข้า
ศึกษาต่อเพือ่ ปรญิ ญาทสี่ งู ข้ึน โดยประเมินทางดา้ นความรู้ ความพรอ้ ม และคุณสมบัติอน่ื ๆ
๒.๒.๖ ความเห็นและข้อเสนอแนะจากอาจารย์พิเศษและผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก ต่อผลสัมฤทธ์ิ
ทางการศึกษาของมหาบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษา กระบวนการพัฒนาการเรียนรู้ องค์ความรู้ และการ
ปรบั ปรงุ หลักสูตร ใหม้ ีความเหมาะสมกบั สถานการณท์ างการศึกษา และสังคมในปัจจบุ ันมากย่งิ ขนึ้
๒.๒.๗ ผลงานของนสิ ติ และวทิ ยานพิ นธ์/สารนพิ นธ์ ท่สี ามารถวัดเป็นรูปธรรมได้ เชน่

(๑) จำนวนผลงานวจิ ยั ท่เี ผยแพร่
(๒) จำนวนสทิ ธบิ ัตร
(๓) จำนวนกจิ กรรมเพอ่ื สังคมและประเทศชาติ
(๔) จำนวนกิจกรรมอาสาสมัครในองค์กรที่ทำประโยชน์เพื่อสังคม
๓. เกณฑ์การสำเร็จการศกึ ษาของหลักสูตร
๑. มเี วลาการศึกษาไมน่ ้อยกว่า ๔ ภาคการศึกษาปกตหิ รือไม่เกนิ กว่า ๑๐ ภาคการศึกษาปกติ
๒. ศกึ ษารายวชิ าต่างๆ ครบถ้วนและถกู ต้องตามเงื่อนไขทีก่ ำหนดไว้ในหลกั สูตร
๓. ได้หน่วยกติ สะสมไมน่ อ้ ยกวา่ ท่กี ำหนดไวใ้ นหลักสตู ร
๔. ไดค้ า่ ระดับเฉลย่ี สะสมไมต่ ่ำกว่า ๓.๐๐ จากระบบ ๔ แต้ม
๕. ได้ระดับไม่ต่ำกว่า B ในรายวิชาบังคับและวิชาเอกทุกวิชาและได้รับ S ในกรณีที่หลักสูตร
กำหนดใหว้ ดั ผลเปน็ S หรือ U
๖. สอบผ่านการประเมินผลวิทยานิพนธ์/สารนพิ นธ์และส่งฉบบั สมบรู ณ์ตามทีม่ หาวทิ ยาลัยกำหนด
๗. ผลงานวทิ ยานพิ นธ์/สารนิพนธ์ ไดร้ บั การตีพิมพห์ รือส่วนหนึง่ ของผลงานวิทยานพิ นธ์/สารนิพนธ์
ได้รับการยอมรับให้ตีพิมพ์ในวารสารหรอื สิง่ พิมพ์ทางวชิ าการหรือเสนอต่อท่ีประชุมวิชาการทีม่ ีรายงานการ
ประชุม

มคอ.๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรมหาบณั ฑติ สาขาวิชาพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๓๙

หมวดท่ี ๖
การพัฒนาคณาจารย์

๑. การเตรยี มการสำหรับอาจารย์ใหม่
จัดให้มีการปฐมนิเทศแนะแนวอาจารย์ใหม่ ให้มีความรู้และเข้าใจนโยบายของสถาบันอุดมศึกษา

คณะและหลกั สตู รทสี่ อน โดยสาระประกอบด้วย
๑.๑ บทบาทหน้าทข่ี องอาจารย์ในพนั ธกิจของสถาบนั
๑.๒ สิทธิผลประโยชน์ของอาจารย์และกฎระเบยี บต่าง ๆ
๑.๓ หลกั สตู ร การจดั การเรียนการสอน และกิจกรรมตา่ ง ๆ ของสาขาวชิ าฯ
และมีอาจารย์อาวุโสเป็นอาจารย์พี่เลี้ยงโดยมีหน้าที่ให้คำแนะนำและการปรึกษาเพื่อเรียนรู้และ

ปรับตัวเองเข้าสู่การเป็นอาจารย์ในสาขาวชิ าฯ มีการนิเทศการสอนทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏบิ ัติทีต่ ้องสอน
และมกี ารประเมินและติดตามความกา้ วหนา้ ในการปฏิบัตงิ านของอาจารย์ใหม่

๒. การพฒั นาความรู้และทักษะใหแ้ ก่คณาจารย์
๒.๑ ส่งเสรมิ อาจารย์ให้มีการเพ่ิมพนู ความรู้ สรา้ งสมประสบการณ์ในงานท่เี ก่ียวข้องกับสาขาวิชาที่

รับผดิ ชอบ เพอ่ื ส่งเสรมิ การสอนและการวจิ ัยอย่างต่อเนื่องทั้งอาจารยเ์ ก่าและอาจารยใ์ หม่ โดยการสนับด้าน
การศึกษาต่อ ฝกึ อบรม ดงู านทางวชิ าการและวชิ าชีพในองค์กรต่าง ๆ การประชุมทางวิชาการทง้ั ในประเทศ
และ/หรือต่างประเทศ การลาเพื่อเพมิ่ พูนความร้แู ละประสบการณ์

๒.๒ การเพิ่มพนู ทกั ษะการจัดการเรยี นการสอนและการประเมนิ ผลให้ทันสมยั
๒.๓ การมีส่วนร่วมในกิจกรรมบริการวิชาการแก่ชุมชนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาความรู้และ
คุณธรรม
๒.๔ มกี ารกระตุ้นอาจารย์พฒั นาผลงานทางวิชาการสายตรงในสาขาวิชา
๒.๕ ส่งเสรมิ การทำวิจัยสร้างองค์ความรู้ใหม่เป็นหลักและเพ่ือพัฒนาการเรยี นการสอนและมีความ
เชี่ยวชาญในสาขาวิชาชพี เป็นรอง

มคอ.๒ หลกั สตู รพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๔๐

หมวดที่ ๗
การประกนั คณุ ภาพหลกั สูตร

๑. การบรหิ ารหลกั สตู ร

จัดให้มีจัดให้มีคณะกรรมการผูร้ ับผิดชอบหลักสตู ร (คณะกรรมการจัดทำรายวิชา) แต่ละรายวิชาทีเ่ ปิดสอน

ในหลักสตู ร พรอ้ มทงั้ มกี ระบวนการจัดการเรียนการสอนโดยดำเนนิ การตามรายละเอยี ดต่อไปน้ี

๑.๑ มกี ารจดั ทำรายละเอียดของรายวชิ า (มคอ.๓)

๑.๒ รปู แบบการจัดการเรยี นการสอนทห่ี ลากหลาย

๑.๓ มีอาจารย์ประจำหลักสูตรทั้งอาจารย์ประจำ อาจารย์พิเศษ (ผู้ทรงคุณวุฒิ) อาจารย์ที่ปรึกษา

วิทยานิพนธ์/สารนิพนธ์ มีคุณสมบัติตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับอุดมศึกษา พ.ศ.๒๕๔๘ (ของ

สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา) และข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วย

การศึกษาระดบั บณั ฑิตศกึ ษา พ.ศ. ๒๕๔๑

๑.๔ มกี ารพฒั นาทกั ษะการสอนและการให้คำปรึกษาวิทยานิพนธ์/สารนพิ นธ์ ของอาจารย์

๑.๕ มกี ารประเมินและวิเคราะห์ขอ้ สอบให้ได้มาตรฐาน

๑.๖ มีระบบฐานขอ้ มลู เกย่ี วกับรายวชิ าในหลักสตู ร

๑.๗ มีการประกนั คณุ ภาพวิทยานพิ นธ์/สารนพิ นธ์ โดยให้ดำเนนิ การตามขอ้ บังคบั มหาวิทยาลัยมหา

จฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย ว่าด้วยการศึกษาระดับบณั ฑติ ศึกษา พ.ศ.๒๕๔๑ (ภาคผนวก ก) ในหัวขอ้ หลักดงั นี้

๑.๗.๑. การทำวิทยานพิ นธ์/สารนพิ นธ์

๑.๗.๒. การสอบประมวลความรู้

๑.๗.๓. การสอบวัดคุณสมบตั ิ

๑.๗.๔. การสอบวิทยานิพนธ์/สารนิพนธ์

2. การดำเนินการ การประเมินผล

เปา้ หมาย

๑. พัฒนาหลักสูตรให้ ๑. จัดให้หลักสูตรสอดคล้องกับมาตรฐาน ๑. หลักสูตรที่สามารถอ้างอิงกับ

ทันสมัยโดยอาจารย์ วิชาชีพด้านเทคโนโลยีในระดับสากลหรือ มาตรฐานที่กำหนดโดยหน่วยงาน

และนิสิตสามารถก้าว ระดบั ชาติ(หากมีการกำหนด) วิชาชีพด้านเทคโนโลยีสารสนเทศมี

ทนั หรือเป็นผู้นำในการ ๒. ปรับปรุงหลักสูตรให้ทันสมัยโดยมีการ ความทันสมัยและมีการปรับปรุง

สร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ พจิ ารณาปรับปรุงหลักสูตรทุก ๆ ๔ ปี สมำ่ เสมอ

ทางด้านพระไตรปิฎก ๓. จดั แนวทางการเรียนในวิชาเรียนให้มีท้ัง ๒. จำนวนวิชาเรียนที่มีภาคปฏิบัติ

ศึกษา ภาคทฤษฎแี ละภาคปฏบิ ัติและมแี นวทางการ และวิชาเรยี นที่มีแนวทางให้นักศกึ ษาได้

๒. กระตุ้นให้นิสิตเกิด เรยี นหรือกจิ กรรมประจำวชิ าใหน้ สิ ิตได้ศึกษา ศกึ ษาค้นคว้าความรู้ใหม่ไดด้ ้วยตนเอง

ค ว า ม ใ ฝ ่ ร ู ้ ม ี แ น ว ความร้ทู ที่ นั สมัยดว้ ยตนเอง ๓. จำนวนและรายชื่อคณาจารย์

ทางการเรียนทีส่ ร้างทั้ง ๔. จัดให้มีผู้สนับสนุนการเรียนรู้และหรือ ประจำประวัติอาจารย์ด้านคุณวุฒิ

ความรู้ความสามารถ ผู้ช่วยสอนเพอ่ื ใหน้ ิสติ เกดิ ความใฝร่ ู้ ประสบการณ์และการพัฒนาอบรมของ

ในวิชาการวิชาชีพท่ี ๕. กำหนดให้อาจารย์ที่สอนมีคุณวุฒิไม่ต่ำ อาจารย์

ทันสมัย กว่าปรญิ ญาโทหรือหรือเป็นผู้มปี ระสบการณ์

มคอ.๒ หลักสูตรพทุ ธศาสตรมหาบัณฑติ สาขาวิชาพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๔๑

เป้าหมาย การดำเนินการ การประเมินผล

๓ . ต ร ว จ ส อ บ แ ล ะ หลายปีมีจำนวนคณาจารยป์ ระจำไม่นอ้ ยกว่า ๔. จำนวนบุคลากรผู้สนับสนุนการ

ปรับปรุงหลักสูตรให้มี เกณฑ์มาตรฐาน เรียนรู้และบันทึกกิจกรรมในการ

คณุ ภาพมาตรฐาน ๖. สนับสนุนให้อาจารย์ผู้สอนเป็นผู้นำ สนบั สนนุ การเรยี นรู้

๔ . ม ี ก า ร ป ร ะ เ มิ น ในทางวิชาการและหรือเป็นผู้เชี่ยวชาญทาง ๕. ผลการประเมินการเรียนการสอน

มาตรฐานของหลกั สูตร วิชาชีพดา้ นเทคโนโลยีสารสนเทศหรือในด้าน อาจารย์ผู้สอนและการสนับสนุนการ

อย่างสม่ำเสมอ ท่เี ก่ยี วข้อง เรียนรู้ของผู้สนับสนุนการเรียนรู้โดย

๗.ส่งเสริมอาจารย์ประจำหลักสูตรให้ไปดู นสิ ติ

งานในหลักสูตรหรือวิชาการที่เกี่ยวขอ้ งทั้งใน ๖. ประเมินผลโดยคณะกรรมการท่ี

และตา่ งประเทศ ประกอบด้วยอาจารย์ภายในคณะฯทุก

๘ . ม ี ก า ร ป ร ะ เ ม ิ น ห ล ั ก ส ู ต ร โ ด ย ๒ปี

คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภายในทุกปีและ ๗. ประเมินผลโดยคณะกรรมการ

ภายนอกอยา่ งน้อยทกุ ผทู้ รงคุณวฒุ ิภายนอกทกุ ๆ๔ปี

๔ ปี ๘. ประเมินผลโดยบัณฑิตผู้สำเร็จ

๙. จัดทำฐานข้อมูลทางด้านนิสิต อาจารย์ การศึกษาทกุ ๆ ๒ปี

อุปกรณ์เครื่องมือวิจัยงบประมาณความ

ร่วมมอื กบั ต่างประเทศผลงานทางวชิ าการทุก

ภาคการศึกษาเพื่อเป็นข้อมูลในการประเมิน

ของคณะกรรมการ

๑๐.ประเมินความพึงพอใจของหลักสูตร

และการเรียนการสอนโดยมหาบัณฑิตท่ี

สำเร็จการศึกษา

๒. การบริหารทรพั ยากรการเรยี นการสอน

๒.๑. การบรหิ ารงบประมาณ

คณะจดั สรรงบประมาณประจำปีทั้งงบประมาณแผ่นดนิ และเงินรายได้เพื่อจัดซ้ือตำราส่ือการ

เรยี นการสอนโสตทัศนูปกรณ์และวัสดุครุภัณฑ์คอมพวิ เตอร์อย่างเพียงพอเพื่อสนบั สนุนการเรียนการสอนใน

ชน้ั เรยี นและสร้างสภาพแวดลอ้ มให้เหมาะสมกบั การเรยี นรู้ด้วยตนเองของนิสิต

๒.๒. ทรพั ยากรการเรยี นการสอนทีม่ ีอย่เู ดมิ

หลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระไตรปิฎกศึกษา วิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส

นครปฐม มีความพร้อมด้านหนังสือ ตำราเฉพาะทาง และมีอุปกรณ์ที่ใช้สนับสนุนการจัดการเรียนการสอน

อยา่ งพอเพยี ง ซ่ึงมเี อกสารสิง่ พมิ พ์และสื่อการศึกษาท่สี มั พันธ์กับสาขาวิชาพระไตรปฎิ กศกึ ษา ดงั น้ี

ในปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๒ มีตำราภาษาไทย ๕๐,๓๐๐ เล่ม

ตำราภาษาอังกฤษ ๑,๕๗๐ เลม่

วารสารภาษาไทยและองั กฤษ ๓๓ ช่อื เรือ่ ง

ฐานข้อมลู ออนไลน์ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ช่อื เรอื่ ง

มคอ.๒ หลักสูตรพทุ ธศาสตรมหาบณั ฑติ สาขาวิชาพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๔๒

นอกจากนี้ ยังมีสื่อการศึกษาในรูปแบบอื่น ๆ เช่น VCD, DVD, CD-ROM แผนที่, หนังสือ
อิเล็กทรอนิกส์ และบริการห้องสมุดผ่านระบบอินเทอร์เน็ตทั่วประเทศ (Journal-Link) และฐานข้อมูล
อิเล็กทรอนิกส์

๒.๓. การจัดหาทรัพยากรการเรยี นการสอนเพ่ิมเตมิ
หลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระไตรปิฎกศึกษา วิทยเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส

นครปฐม มีห้องสมุดเป็นของตัวเองและมีการประสานงานกับหอสมุดกลางของมหาวิทยาลัยในการจัดซ้ือ
หนังสือ และตำราที่เกี่ยวข้อง เพื่อบริการให้อาจารย์และนิสิตได้ค้นคว้า และใช้ประกอบการเรียนการสอน
ในการประสานการจัดซื้อหนังสือนั้น อาจารย์ผู้สอนแต่ละรายวิชา จะมีส่วนร่วมในการเสนอแนะรายช่ือ
หนังสือ ตลอดจนสื่ออื่น ๆ ที่จำเป็น นอกจากนี้อาจารย์พิเศษที่เชิญมาสอนบางรายวิชาและบางหัวข้อ ก็มี
ส่วนในการเสนอแนะรายชอ่ื หนังสือ สำหรบั ให้หอสมุดกลางจัดซ้อื หนังสอื ดว้ ย และในสว่ นของวิทยาเขตบาฬี
ศึกษาพทุ ธโฆส นครปฐม จะมกี ารสั่งซอื้ หนงั สอื ตำรา หรอื วารสารเฉพาะทาง เพ่อื เข้าห้องสมุดของวิทยาเขต
บาฬีศกึ ษาพทุ ธโฆส นครปฐม

๒.๔. การประเมินความเพยี งพอของทรัพยากร
มเี จ้าหนา้ ทปี่ ระจำห้องสมดุ ของหลกั สูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑติ สาขาวิชาพระไตรปิฎกศึกษา

วทิ ยาเขตบาฬศี ึกษาพุทธโฆส นครปฐม ซง่ึ จะประสานงานการจัดซื้อจดั หาหนังสอื เพอ่ื เข้าห้องสมุดวิทยาเขต
และทำหน้าที่ประเมินความพอเพียงของหนังสือ ตำรา นอกจากนี้มีเจ้าหน้าท่ี ด้านโสตทัศน์อุปกรณ์ ซึ่งจะ
อำนวยความสะดวกในการใช้สื่อของอาจารย์

๓. การบริหารคณาจารย์
๓.๑ การรับอาจารย์ใหม่
มีการคัดเลือกอาจารย์ใหม่ตามระเบียบและหลักเกณฑ์ของมหาวิทยาลัยโดยอาจารย์ใหม่

จะต้องมีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาเอกในสาขาวิชาพระไตรปิฎกศึกษาหรือสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง และมี
ผลงานตามเกณฑ์

๓.๒ การมีส่วนรว่ มของคณาจารยใ์ นการวางแผน การติดตามและทบทวนหลักสูตร
คณาจารยผ์ ้รู ับผดิ ชอบหลกั สูตรและผสู้ อนประชุมร่วมกัน ในการวางแผนจัดการเรียนการสอน

ประเมินผล และให้ความเห็นชอบการประเมินผลทุกรายวิชาเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อเตรียมไว้สำหรับการ
ปรับปรุงหลักสูตรตลอดจนปรึกษาหารือแนวทางที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายตามหลักสูตรและได้มหาบัณฑิต
เปน็ ไปตามคณุ ลักษณะมหาบณั ฑิตท่ีพึงประสงค์

๓.๓ การแตง่ ตั้งคณาจารย์พิเศษ

มคอ.๒ หลักสตู รพุทธศาสตรมหาบัณฑติ สาขาวิชาพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๔๓

สำหรับอาจารย์พิเศษ ถือว่ามีความสำคัญมากเพราะจะเป็นผู้ถ่ายทอดประสบการณ์ตรงจาก

การปฏิบัติมาให้กับนิสิตดังนั้น บัณฑิตวิทยาลัย จึงกำหนดนโยบายให้มีการเชิญอาจารย์พิเศษหรือวิทยากร

มาบรรยาย โดยทีอ่ าจารยพ์ ิเศษหรอื วทิ ยากรจะตอ้ งเป็นผู้มีความเช่ยี วชาญในสาขาวิชานั้นๆ

๔. การบรหิ ารบคุ ลากรสนบั สนนุ การเรียนการสอน
๔.๑ การกำหนดคุณสมบัติเฉพาะสำหรบั ตำแหน่ง
บุคลากรสายสนบั สนุน ควรมีวุฒิปริญญาโทที่เกีย่ วข้องกับภาระงานที่รับผิดชอบและมีความรู้

ทางด้านพระไตรปิฎกและพระพุทธศาสนา
๔.๒ การเพ่มิ ทักษะความรเู้ พ่ือการปฏิบตั งิ าน
บุคลากรต้องเขา้ ใจโครงสรา้ งและธรรมชาติของหลักสูตรและจะต้องสามารถบริการให้อาจารย์

สามารถใช้ส่ือการสอนได้อยา่ งสะดวก

๕. การสนับสนุนและให้คำแนะนำแกน่ สิ ติ
๕.๑. การใหค้ ำปรกึ ษาดา้ นวิชาการและอ่นื ๆ แกน่ สิ ิต
บัณฑิตวิทยาลยั มกี ารแตง่ ต้ังอาจารยท์ ี่ปรึกษาทางวิชาการให้แก่นสิ ิตทุกคนโดยนิสติ ท่ีมปี ัญหา

ในการเรียนสามารถปรกึ ษากบั อาจารยท์ ่ปี รึกษาทางวชิ าการไดโ้ ดยอาจารยข์ องบัณฑิตวิทยาลยั ทุกคนจะต้อง
ทำหน้าที่อาจารย์ที่ปรึกษาทางวิชาการให้แก่นิสิตและทุกคนต้องกำหนดชั่วโมงให้คำปรึ กษาเพื่อให้นิสิตเข้า
ปรึกษาได้นอกจากนี้ ยังมีระบบอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์/สารนิพนธ์ ซึ่งจะคอยชี้แนะกระบวนการใน
การพัฒนาศักยภาพการเรยี นรู้และการวิจัย และมรี ะบบใหข้ ้อมลู ย้อนกลบั จากผลการศึกษาและการประเมิน
ด้านตา่ งๆ เพอื่ ให้นสิ ติ ไดม้ ีการพฒั นาตนเอง

๕.๒. การอทุ ธรณ์ของนสิ ิต
กรณีที่นิสิตมีความสงสัยเกี่ยวกับผลการประเมินในรายวิชาใดสามารถที่จะยื่นคำร้องขอดู

กระดาษคำตอบในการสอบตลอดจนดคู ะแนน และวิธีการประเมนิ ของอาจารย์ในแต่ละรายวิชาได้
๖. ความต้องการของตลาดแรงงาน สังคม และ/หรือ ความพึงพอใจของผ้ใู ชม้ หาบัณฑติ

๖.๑ มีการศึกษาและวิเคราะห์ความต้องการของตลาดแรงงาน สังคม เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐาน
ในการเปิดและการปรับปรงุ และพัฒนาหลักสูตรอย่างต่อเน่ืองทุกๆ ๕ ปี

๖.๒ มกี ารศกึ ษาความพงึ พอใจของผูใ้ ชม้ หาบัณฑิตและนายจ้าง (ทุก ๆ ปกี ารศึกษา)
๖.๓ มีการตดิ ตามการพัฒนาอาชีพและความกา้ วหน้าในการทำงานของมหาบณั ฑติ เพื่อให้ได้
ข้อมูลยอ้ นกลับมาพัฒนาและปรบั ปรุงหลกั สตู ร
๗. ตัวบ่งช้ีผลการดำเนนิ งาน
ผลการดำเนินการบรรลุตามเป้าหมายตัวบ่งชี้ทั้งหมดอยู่ในเกณฑ์ต่อเนื่อง ๒ ปีการศึกษา เพื่อ
ตดิ ตามการดำเนินการตาม TQF ตอ่ ไปทั้งนีเ้ กณฑก์ ารประเมินผ่าน คือ มกี ารดำเนนิ งานตามข้อ ๑- ๕ และ
อยา่ งน้อย ร้อยละ ๘๐ ของตัวบ่งชผี้ ลการดำเนนิ งานทร่ี ะบุไวใ้ นแต่ละปี

มคอ.๒ หลักสูตรพทุ ธศาสตรมหาบณั ฑติ สาขาวิชาพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๔๔

ดัชนีบ่งชี้ผลการดำเนนิ งาน ปีที่ ๑ ปที ่ี ๒ ปีท่ี ปีท่ี
๓ ๔
๑. อาจารย์ประจำหลักสูตรอย่างน้อยร้อยละ ๘๐ มีส่วนร่วมในการ ✓ ✓ ✓
ประชมุ เพ่ือวางแผน ติดตาม และทบทวนการดำเนนิ งานหลักสตู ร ✓ ✓ ✓ ✓
๒. มีรายละเอียดของหลักสูตร ตามแบบ มคอ.๒ ที่สอดคล้องกับ ✓ ✓
มาตรฐานคณุ วฒุ ิสาขาวชิ า/สาขาวิชา ✓ ✓
๓. มีรายละเอียดของรายวิชา และประสบการณ์ภาคสนาม (ถ้ามี) ตาม ✓ ✓
แบบ มคอ.๓ และ มคอ.๔ อย่างน้อยก่อนการเปิดสอนในแต่ละภาค ✓ ✓ ✓
การศกึ ษาให้ครบทกุ รายวชิ า ✓
๔. จัดทำรายงานผลการดำเนินการของรายวิชา และประสบการณ์ ✓ ✓
ภาคสนาม (ถ้ามี) ตามแบบ มคอ. ๕ & ๖ ภายใน ๓๐วัน หลังสิ้นสุด ✓ ✓
ภาคการศึกษาท่เี ปิดสอนให้ครบทุกรายวชิ า ✓ ✓ ✓
๕. จัดทำรายงานผลการดำเนินการของหลักสูตร ตามแบบ มคอ.๗ ✓
ภายใน ๖๐วนั หลังสน้ิ สุดปกี ารศึกษา ✓ ✓
๖. มีการทวนสอบผลสัมฤทธิ์ของนิสิตตามมาตรฐานผลการเรียนรู้ ที่
กำหนดในมคอ.๓ & ๔ (ถ้ามี) อย่างน้อยร้อยละ ๒๕ ของรายวิชาที่เปิด ✓
สอนในแตล่ ะปกี ารศึกษา ✓
๗. มีการพัฒนา/ปรับปรุงการจัดการเรียนการสอน กลยุทธ์การสอน ✓
หรือ การประเมินผลการเรียนรู้ จากผลการประเมินการดำเนินงานที่ ✓
รายงานใน มคอ.๗ ปีที่แลว้
๘. อาจารย์ใหม่ (ถ้ามี) ทุกคน ได้รับการปฐมนิเทศหรือคำแนะนำด้าน
การจัดการเรียนการสอน
๙. อาจารยป์ ระจำทกุ คนได้รับการพฒั นาทางวชิ าการ และ/หรอื วชิ าชีพ
อย่างนอ้ ยปีละหน่ึงครง้ั
๑๐. จำนวนบุคลากรสนับสนุนการเรียนการสอน (ถ้ามี) ได้รับการ
พฒั นาวชิ าการ และ/หรือวชิ าชีพ ไมน่ ้อยกวา่ ร้อยละ ๕๐ ต่อปี
๑๑. ระดับความพึงพอใจของนิสิตปีสุดท้าย/มหาบัณฑิตใหม่ที่มีต่อ
คุณภาพหลกั สูตร เฉลยี่ ไม่น้อยกว่า ๓.๕ จากคะแนน ๕.๐

มคอ.๒ หลกั สตู รพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๔๕

ดัชนีบง่ ชผี้ ลการดำเนนิ งาน ปที ี่ ๑ ปีที่ ๒ ปีที่ ปีท่ี
๓ ๔

๑๒. ระดับความพึงพอใจของผู้ใช้มหาบัณฑิตท่มี ีต่อบัณฑิตใหม่ เฉล่ียไม่ ✓
นอ้ ยกว่า ๓.๕ จากคะแนนเต็ม ๕.๐

มคอ.๒ หลกั สตู รพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวชิ าพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๔๖

หมวดท่ี ๘
การประเมินและปรับปรุงการดำเนินการของหลักสูตร

๑. การประเมนิ ประสิทธิผลของการสอน
๑.๑. การประเมินกลยุทธก์ ารสอน
กระบวนการที่จะใชใ้ นการประเมนิ และปรับปรุงยุทธศาสตรท์ ี่วางแผนไว้เพือ่ พัฒนาการเรียน

การสอนนั้น พิจารณาจากตัวผูเ้ รียน โดยอาจารย์ผู้สอนจะต้องประเมินผู้เรียนในทุกๆหวั ขอ้ ว่ามีความเข้าใจ
หรือไม่โดยอาจประเมินจากการทดสอบย่อยการสังเกตพฤติกรรมของนิสติ การอภิปรายโต้ตอบจากนิสิตการ
ตอบคำถามของนิสิตในชั้นเรียนซึ่งเมื่อรวบรวมข้อมูลจากที่กล่าวข้างต้นแล้วก็ควรจะสามารถประเมิน
เบื้องต้นได้ว่าผู้เรียนมีความเข้าใจหรือไม่หากวิธีการที่ใช้ไม่สามารถทำให้ผู้เรียนเข้าใจได้ก็จะต้องมีการ
ปรับเปลี่ยนวิธีสอน การทดสอบกลางภาคเรียนและปลายภาคเรียนจะสามารถชี้ได้ว่าผู้เรียนมีความเข้าใจ
หรอื ไมใ่ นเน้ือหาท่ไี ดส้ อนไปหากพบวา่ มีปญั หาก็จะต้องมีการดำเนนิ การวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนใน
โอกาสตอ่ ไป

๑.๒. การประเมนิ ทักษะของอาจารยใ์ นการใช้แผนกลยทุ ธก์ ารสอน
ให้นิสิตได้มีการประเมินผลการสอนของอาจารย์ในทุกด้านทั้งด้านทักษะกลยุทธ์การสอนการ

ตรงต่อเวลาการชี้แจงเป้าหมายวัตถุประสงค์รายวิชาชี้แจงเกณฑ์การประเมินผลรายวิชาและการใช้สื่อการ
สอนในทุกรายวิชา

๒. การประเมนิ หลักสตู รในภาพรวม
๒.๑ ประเมนิ จากนสิ ิตและศิษย์เกา่
ดำเนินการประเมินจากนิสิต โดยติดตามจากผลการทำวิทยานิพนธ์/สารนิพนธ์ ซึ่งอาจารย์

สามารถ ประเมินผลการทำงานได้ ตั้งแต่เริ่มต้นกระบวนการจนถึงขั้นตอนการนำเสนอเป็นรายบุคคล และ
สำหรับศษิ ย์เก่านัน้ จะประเมนิ โดยใช้แบบสอบถามหรอื อาจจะจดั ประชุมศษิ ยเ์ กา่ ตามโอกาสทเี่ หมาะสม

๒.๒ ประเมินจากนายจ้างหรอื สถานประกอบการ
ดำเนินการโดยการสัมภาษณ์จากสถานประกอบการหรือใช้วิธีการส่งแบบสอบถามไปยังผู้ใช้

บณั ฑติ
๒.๓ ประเมินโดยผ้ทู รงคณุ วฒุ ิหรือทป่ี รึกษา
ดำเนินการโดยเชิญผู้ทรงคุณวุฒิมาให้ความเห็นหรือจากข้อมูลในรายงานผลการดำเนินงาน

หลกั สตู รหรอื จากรายงานของการประเมนิ ผลการประกันคุณภาพภายใน

๓. การประเมนิ ผลการดำเนินงานตามทกี่ ำหนดในรายละเอียดหลกั สูตร

มคอ.๒ หลักสตู รพุทธศาสตรมหาบัณฑติ สาขาวชิ าพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๔๗

ให้ประเมินตามตัวบ่งชี้ผลการดำเนินงานที่ระบุไว้ในหมวด ๗ ข้อ ๗ โดยคณะกรรมการประเมิน
อย่างน้อย ๓ คนซึ่งต้องประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชาเดียวกันอย่างน้อย ๑ คน (ควรเป็น
คณะกรรมการประเมนิ ชุดเดยี วกบั การประกนั คุณภาพภายใน)

๔. การทบทวนผลการประเมินและวางแผนปรับปรงุ
จากการรวบรวมข้อมูลการประเมินทั้งหมดจะทำให้ทราบปัญหาของการบริหารหลักสูตรทั้งใน

ภาพรวมและในแตล่ ะรายวชิ ากรณีที่พบปัญหาของรายวิชากส็ ามารถท่ีจะดำเนินการปรับปรุงรายวิชาน้ันๆได้
ทันที ซึ่งก็จะเป็นการปรับปรุงย่อยในการปรับปรุงย่อยนั้นควรทำให้ตลอดเวลาที่พบปัญหา สำหรับการ
ปรับปรุงหลักสูตรทั้งฉบับนั้นจะกระทำทุก ๕ ปีทั้งนี้เพื่อให้หลักสูตรมีความทันสมัยและสอดคล้องกับความ
ตอ้ งการของผู้ใชบ้ ณั ฑิตอยเู่ สมอ


Click to View FlipBook Version