The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

มคอ. ๒ ป.โท พระพุทธศาสนา หลักสูตรปรับปรุง ๒๕๖๐

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by mcu pali, 2021-04-26 11:05:41

หลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา ebook

มคอ. ๒ ป.โท พระพุทธศาสนา หลักสูตรปรับปรุง ๒๕๖๐

Keywords: หลักสูตรพุทธศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา ebook

มคอ.๒ หลักสูตร พธ.ม. สาขาวิชาพระพทุ ธศาสนา ๑๓๔

๑๗.๒ นิสิตท่ีไม่มาลงทะเบียนรายวิชาภายใน ๑๔ วันแรกของภาคการศึกษาปกตนิ ับจากวันเปิดภาค
การศกึ ษา ไมม่ สี ิทธิลงทะเบียนในภาคการศึกษานัน้ เว้นแตจ่ ะได้รบั อนุมตั ิจากคณบดบี ณั ฑิตวิทยาลัย

๑๗.๓ จำนวนหน่วยกติ ที่กำหนดใหน้ สิ ิตลงทะเบยี นแตล่ ะภาคการศึกษาต้องไม่น้อยกวา่ ๖ หน่วยกิต
และไม่เกนิ ๑๕ หน่วยกิต

๑๗.๔ นิสิตที่ลงทะเบียนล่าช้ากว่าที่กำหนด ต้องชำระค่าธรรมเนียมการศึกษาตามที่มหาวิทยาลัย
กำหนด

๑๗.๕ นิสติ ที่ไมล่ งทะเบยี นวชิ าในภาคการศึกษาใด ตอ้ งลาพกั การศึกษาตาเง่อื นไขทีร่ ะบไุ ว้ในขอ้ ๑๓
หากไม่ปฏิบัตติ ามตอ้ งพน้ สภาพการเป็นนสิ ติ

๑๗.๖ นิสิตที่ได้ศึกษารายวิชาครบตามหลักสูตรแล้วแต่ยงั ไม่สำเร็จการศึกษา ต้องลงทะเบียนรักษา
สภาพการเปน็ นิสิตทกุ ภาคการศกึ ษา

ขอ้ ๑๘ อาจารย์ท่ปี รึกษาทั่วไป
นิสิตต้องมีอาจารย์ที่ปรึกษาทั่วไปหนึ่งท่านเป็นผู้แนะนำและช่วยวางแผน การศึกษาโดยคณบดี

บณั ฑติ วิทยาลัยเป็นผ้แู ต่งต้งั จากอาจารย์ทีม่ ีชอื่ ในทำเนียบอาจารย์บัณฑิตวิทยาลัย
ขอ้ ๑๙ การถอน เพิม่ และเปลยี่ นรายวชิ า
๑๙.๑ การถอนรายวชิ าจะกระทำได้ภายใต้เงอื่ นไขและมีผลสืบเนอื่ งดังต่อไปนี้
๑๙.๑.๑ ในกรณีที่ขอถอนภายใน ๑๔ วันแรกของภาคการศึกษาปกติโดยได้รับความ

เห็นชอบจากอาจารย์ท่ปี รึกษาทว่ั ไป รายวชิ าท่ถี อนนัน้ จะไม่ปรากฏในระเบียน
๑๙.๑.๒ ในกรณีที่ขอถอนหลังจาก ๑๔ วันของภาคการศึกษาปกติแต่ไม่เกิน ๓๐ วันแรก

ของภาคการศึกษาปกติ โดยได้รบั ความเห็นชอบจากอาจารยท์ ป่ี รึกษาทั่วไป นสิ ติ จะไดร้ บั W ในรายวิชาท่ีถอน
๑๙.๑.๓ ถ้านิสิตขอถอนรายวิชาใด เม่อื พน้ กำหนดตามข้อ ๑๙.๑.๒ นสิ ติ จะได้ F ใน

รายวิชานั้น เวน้ แต่กรณที ม่ี ีเหตผุ ลพเิ ศษซ่ึงคณะกรรมการประจำบัณฑติ วิทยาลัยเห็นสมควรอนมุ ัตใิ หถ้ อนได้ ในกรณี
เชน่ นน้ี ิสติ จะได้ W ในรายวชิ านนั้

๑๙.๒ การเพม่ิ หรือเปลี่ยนรายวิชา ให้กระทำไดภ้ ายใน ๑๔ วนั แรกของภาคการศึกษาปกติโดยได้รับ
ความเหน็ ชอบจากอาจารย์ทีป่ รกึ ษาทว่ั ไป และหากพน้ กำหนดน้ตี ้องได้รบั อนุมัตจิ ากคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย ท้ังน้ีนิสิตผู้
น้นั จะตอ้ งมีเวลาศกึ ษาตอ่ ไปไมน่ อ้ ยกว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลาการศึกษาทงั้ หมดในภาคการศึกษานั้น

หมวดท่ี ๔
การวัดผลและประเมนิ ผลการศกึ ษา
ข้อ ๒๐ การวดั ผลการศกึ ษา
๒๐.๑ ให้มีการวัดผลการศึกษาทุกรายวิชาที่นิสิตลงทะเบียนในแต่ละภาคการศึกษาโดยอาจทำการ
วัดผลระหว่างภาคดว้ ย วิธีการทดสอบ การเขียนรายงาน การมอบหมายงานให้ทำ หรือวิธีอื่นใดที่เหมาะสมกบั รายวิชา
น้นั เม่อื สิน้ ภาคการศกึ ษา ให้มกี ารสอบไลส่ ำหรับแตล่ ะรายวิชาที่ศึกษาในภาคการศึกษาน้ันหรือจะใช้วิธีการวัดผลอย่าง
อนื่ ท่เี หมาะสมกับลกั ษณะของวชิ านนั้ ๆ ก็ได้

มคอ.๒ หลักสตู ร พธ.ม. สาขาวิชาพระพุทธศาสนา ๑๓๕

บณั ฑติ วิทยาลยั อาจกำหนดระเบยี บทไ่ี ม่ขดั กับข้อบังคบั นีเ้ พ่อื ใชใ้ นการวดั ผลตามความเหมาะสมของแต่ละสาขาวิชา

หรอื รายวิชาก็ได้

๒๐.๒ เมื่อสิ้นภาคการศึกษาแต่ละภาค นิสิตจะมีสิทธิเข้าสอบไล่หรือได้รับการวัดผลในรายวิชาใดก็

ต่อเมื่อมีเวลาศึกษาในรายวิชานั้นมาแล้วไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลาการศึกษาทั้งหมดในภาคการศึกษานั้นและ/

หรอื มีผลการทดสอบระหว่างภาคการศกึ ษาหรืองานทไี่ ด้รบั มอบหมายเปน็ ท่พี อใจของอาจารย์ประจำวิชา

ขอ้ ๒๑ การประเมินผลการศึกษา

๒ ๑ .๑ ร ะ บ บ ก า ร ป ร ะ เ ม ิ น ผ ล ก า ร ศ ึ ก ษ า ร า ย ว ิ ช า ข อ ง บ ั ณ ฑ ิ ต ว ิ ท ย า ล ั ย ใ ช ้ เ พ ี ย ง

๖ ระดบั มีผลการศกึ ษา ระดับและคา่ ระดบั ดังนี้

ผลการศกึ ษา ระดับ ค่าระดับ

ดีเย่ยี ม (Excellent) A ๔.๐

ดมี าก (Very good) B+ ๓.๕

ดี (Good) B ๓.๐

คอ่ นขา้ งดี (Very Fair) C+ ๒.๕

พอใช้ (Fair) C ๒.๐

ตก (Failed) F๐

๒๑.๒ ในรายวิชาใดที่หลักสูตรกำหนดให้เป็นรายวิชาที่ไม่นับหน่วยกิตให้แสดงผลการศึกษาใน

รายวิชานน้ั ด้วยสญั ลกั ษณ์ ดังน้ี

สัญลักษณ์ ผลการศึกษา

S (Satisfactory) เป็นทีพ่ อใจ

U (Unsatisfactory) ไม่เป็นที่พอใจ

๒๑.๓ ในรายวิชาใดยังไมไ่ ดท้ ำการวัดผล หรอื ไมม่ ีการวัดผล ให้รายงานการศกึ ษารายวชิ าน้ันดว้ ย

สญั ลกั ษณอ์ ย่างใดอยา่ งหนึง่ ดงั ตอ่ ไปนี้

สัญลกั ษณ์ สภาพการศึกษา
I (Incomplete) ไมส่ มบูรณ์
SP (Satisfactory Progress)
UP (Unsatisfactory Progress) กา้ วหน้าเปน็ ท่ีนา่ พอใจ
W (Withdrawn) ไมก่ า้ วหน้าเป็นทน่ี า่ พอใจ
ถอนรายช่ือวชิ าที่ศึกษา
Au (Audit) ศึกษาโดยไมน่ ับหน่วยกติ

๒๑.๔ การประเมนิ ผลวทิ ยานพิ นธ์
๒๑.๔.๑ ให้ใช้ IP (In Progress) สำหรับวิทยานพิ นธท์ ี่อยู่ระหว่างกาเรียบเรยี ง

มคอ.๒ หลกั สูตร พธ.ม. สาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนา ๑๓๖

๒๑.๔.๒ การประเมนิ ผลวทิ ยานพิ นธ์ทีเ่ รยี บเรยี งเสรจ็ เรียบร้อยแล้วให้กำหนดเป็น ๔ ระดับ

ดงั นี้

ผลการศึกษา ระดบั

ดีเยยี่ ม (Excellent) A

ดี (Good) B+

ผา่ น (Passed) B

ตก (Failed) F

๒๑.๕ การให้ F ใหก้ ระทำในกรณีใดกรณหี นง่ึ ดงั ต่อไปน้ี

๒๑.๕.๑ นสิ ิตขอถอนรายวิชา เมอ่ื พน้ กำหนดตามข้อ ๑๙.๑.๓

๒๑.๕.๒ นิสิตเขา้ สอบและสอบตกตามข้อ ๒๐.๑

๒๑.๕.๓ นิสติ ไม่มสี ิทธเิ ข้าสอบตามข้อ ๒๐.๒

๒๑.๕.๔ นิสิตไม่แกค้ ่า I ตามข้อ ๒๑.๖.๒ วรรคสดุ ท้าย

๒๑.๕.๔ นสิ ติ ทำผิดระเบยี บการสอบไล่และได้รับการตัดสนิ ให้สอบตก

๒๑.๖ การให้ I จะกระทำไดใ้ นกรณีใดกรณหี น่ึง ดังตอ่ ไปนี้

๒๑.๖.๑ นิสติ มีเวลาเรยี นในรายวชิ าไมน่ ้อยกว่ารอ้ ยละ ๘๐ แต่มไิ ดส้ อบเพราะปว่ ยหรือเหตุ

สุดวสิ ยั และได้รับอนุมตั ิจากคณบดบี ณั ฑิตวทิ ยาลัย

๒๑.๖.๒ อาจารย์ประจำวิชาและคณบดีบัณฑิตวิทยาลัยเห็นสมควรให้รอผลการศึกษา

เพราะนสิ ติ ยังปฏิบตั ิงานซึ่งเป็นส่วนประกอบการศึกษารายวิชานั้นยังไม่สมบูรณ์การแก้คา่ I นิสิตจะต้องสอบและ/หรือ

ปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายจากอาจารย์ประจำวิชาให้ครบถ้วน เพื่อให้อาจารย์ประจำวิชาวัดผลและส่งผลการศึกษา

ของนิสติ ผู้น้ันแก่บณั ฑิตวิทยาลยั ภายในภาคการศกึ ษาถดั ไป

๒๑.๗ การให้ S จะกระทำไดใ้ นกรณีใดกรณหี นึง่ ดงั ต่อไปนี้

๒๑.๗.๑ รายวชิ าซึง่ มีผลการศึกษาเป็นทีพ่ อใจ และหลกั สตู รกำหนดใหว้ ดั ผลการศกึ ษาโดย

ไม่มีคา่ ระดบั

๒๑.๗.๒ รายวิชาซงึ่ นสิ ิตไดล้ งทะเบียนศกึ ษาในระดบั บณั ฑติ วิทยาลยั และ

ได้รบั อนุมัติใหโ้ อนหนว่ ยกิตตามข้อ ๑๒

๒๑.๘ การให้ U จะกระทำไดเ้ ฉพาะในรายวชิ าท่หี ลักสตู รกำหนดวา่ ให้วัดผลโดยไม่มีคา่ ระดบั และมี

ผลการศึกษาไมเ่ ปน็ ทพ่ี อใจ

๒๑.๙ การให้ IP จะกระทำเพือ่ แสดงฐานะของวิทยานพิ นธท์ ี่อยูใ่ นระหว่างการเรียบเรียงเมื่อส้นิ ภาค

การศึกษาปกติทุกภาค นับแตภ่ าคทนี่ ิสิตลงทะเบยี นเพือ่ ทำวิทยานพิ นธ์

๒๑.๑๐ การให้ W จะกระทำได้เฉพาะในกรณีท่ีไดร้ ะบไุ ว้ในข้อ ๑๓. ขอ้ ๑๙.๑.๒ และข้อ ๑๙.๑.๓

๒๑.๑๑ การให้ Au ในรายวิชาใดจะกระทำไดใ้ นกรณที ่ีนสิ ติ ไดร้ บั อนุมัตใิ หล้ งทะเบยี นเรยี นเปน็ พเิ ศษ

โดยไมน่ บั หนว่ ยกติ

มคอ.๒ หลกั สตู ร พธ.ม. สาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนา ๑๓๗

๒๑.๑๒ การให้ SP จะให้เฉพาะกรณีที่เป็นรายวิชาต่อเนื่องกับรายวิชาในภาคการศึกษาถัดไป และ
ผลการศึกษาเมื่อสิ้นภาคการศึกษาก้าวหน้าเป็นที่น่าพอใจแต่ยังมไิ ดว้ ัดผลการวัดผลให้กระทำเมื่อนิสิตไดศ้ ึกษารายวิชา
ตอ่ เนื่องในภาคการศึกษาถัดไปตามหลักสูตรแลว้ แต่ถา้ นิสติ ไมศ่ ึกษารายวชิ าตอ่ เนื่องในภาคการศึกษาถดั ไปดว้ ยเหตใุ ดก็
ตาม ใหท้ ำการวดั ผลรายวชิ าทีไ่ ด้ SP เป็นระดบั และใช้ผลนนั้ แทน

๒๑.๑๓ การให้ UP จะให้เฉพาะกรณที ีเ่ ป็นรายวิชาต่อเน่ืองกบั รายวิชาในภาคการศึกษาถัดไปและผล
การศึกษาไม่ก้าวหน้าเป็นที่น่าพอใจแต่ยังมิได้วัดผลการวัดผลให้กระทำเมื่อนิสิ ตได้ศึกษารายวิชาต่อเนื่องในภาค
การศกึ ษาถดั ไปตามหลักสูตรแล้ว แตถ่ า้ นสิ ติ ไม่ศึกษารายวชิ าต่อเนอ่ื งในภาคการศกึ ษาถัดไปดว้ ยเหตใุ ดก็ตาม ให้ทำการ
วัดผลรายวิชาที่ได้ UP นนั้ เป็นระดบั และใช้ผลนน้ั แทน

ข้อ ๒๒ การนบั หน่วยกิตและการลงทะเบียนรายวชิ าซำ้
๒๒.๑ การนับหน่วยกิตให้ครบหลักสูตร ให้นับหน่วยกิตเฉพาะรายวิชาที่นิสิตสอบได้ระดับ A, B, C

หรอื S เทา่ นน้ั เว้นแตร่ ายวิชาทหี่ ลักสูตรกำหนดไว้เป็นวิชาบังคับหรอื กลุม่ วิชา ซ่ึงนสิ ิตตอ้ งได้ไมต่ ำ่ กว่า B หรอื S
๒๒.๒ นสิ ิตที่ได้ตำ่ กวา่ B หรือได้ U ในรายวิชาบงั คบั หรอื กลมุ่ วิชา ตอ้ งลงทะเบียนศกึ ษารายวชิ านนั้

อกี และสอบใหไ้ ดร้ ะดับไมต่ ่ำกวา่ B หรือ S แล้วแตก่ รณี
๒๒.๓ ในกรณีทนี่ ิสติ ได้ต่ำกว่า B หรือได้ U ในวชิ าเลอื ก นสิ ิตมสี ิทธลิ ง ทะเบียนรายวิชาเดมิ หรืออาจ

ลงทะเบยี นรายวชิ าอนื่ ในกลมุ่ เดียวกันได้
๒๒.๔ ในกรณีที่นิสิตลงทะเบียนรายวิชาซ้ำหรือแทนตามที่หลักสูตรกำหนดการนับหน่วยกิตตามขอ้

๒๒.๑ นบั จำนวนหน่วยกิตไดเ้ พียงคร้งั เดียว
ข้อ ๒๓ ให้มีการประเมินผลการศึกษาเมื่อสิ้นภาคการศึกษาปกติทุกภาค โดยคำนวณหาค่าระดับเฉล่ีย

ประจำภาคของรายวชิ าทีน่ ิสิตไดล้ งทะเบียนไวใ้ นภาคการศึกษานน้ั และคำนวณหาค่าเฉล่ียสะสมสำหรบั รายวชิ าทัง้ หมด
ทกุ ภาคการศกึ ษา ตง้ั แตเ่ รม่ิ เขา้ ศกึ ษาจนถึงภาคการศึกษาปัจจบุ นั

ข้อ ๒๔ การคิดค่าระดบั เฉลี่ยประจำภาค ให้คำนวณโดยคูณค่าระดบั ของแต่ละรายวิชาด้วยหนว่ ยกิตของ
รายวชิ านั้น แลว้ รวมผลคูณของแต่ละรายวิชาเขา้ ด้วยกันและหารผลรวมนน้ั ด้วยจำนวนหนว่ ยกิตทงั้ หมดที่ลงทะเบียนไว้
ในภาคการศึกษานัน้ โดยคิดทศนยิ มสองตำแหนง่ ไมป่ ัดเศษ

ขอ้ ๒๕ รายวชิ าใดทีม่ ีรายงานผลการศกึ ษาเปน็ สญั ลกั ษณ์ I, S, U, W และ Au ไมใ่ ห้นำรายวชิ าน้นั มา
คำนวณหาคา่ ระดบั เฉล่ียตามข้อ ๒๔

หมวดท่ี ๕
การทำวทิ ยานิพนธ์
ข้อ ๒๖ ใหบ้ ัณฑติ วิทยาลัยวางระเบียบวา่ ดว้ ยการทำวทิ ยานิพนธ์และการสอบวทิ ยานพิ นธ์
ขอ้ ๒๗ การเสนอโครงร่างวิทยานพิ นธ์ และลงทะเบยี นทำวิทยานิพนธ์ มีหลักปฏบิ ัตดิ งั น้ี
๒๗.๑ ระดับปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต นิสิตที่ศึกษารายวิชามาแล้วไม่น้อยกว่า ๒ ภาค
การศึกษาปกติและมีหน่วยกิตสะสมไม่น้อยกว่า ๑๖ หน่วยกิตจึงจะมีสิทธิเสนอโครงร่างวิทยานิพนธ์เพื่อขออนุมัติ
ลงทะเบียนทำวทิ ยานิพนธ์

มคอ.๒ หลกั สูตร พธ.ม. สาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนา ๑๓๘

๒๗.๒ ระดับปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต นิสิตที่ศึกษารายวิชามาแล้วไม่น้อยกว่า ๒ ภาค
การศึกษาปกติ และมีหน่วยกิตสะสมไม่น้อยกว่า ๑๒ หน่วยกิต จึงจะมีสิทธิเสนอโครงร่างวิทยานิพนธ์เพื่อขออนุมัติ
ลงทะเบียนทำวทิ ยานิพนธ์

๒๗.๓ นิสิตสามารถลงทะเบียนวิทยานิพนธ์ได้หลังจากได้รับอนุมัติหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์
แลว้

ข้อ ๒๘ รปู แบบของวิทยานพิ นธ์ใหเ้ ปน็ ไปตามท่บี ณั ฑติ วิทยาลยั กำหนด
ข้อ ๒๙ วิทยานิพนธ์ซึ่งผ่านการประเมินผลแล้ว ให้นับเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาเพื่อรับปริญญาพุทธ
ศาสตรมหาบัณฑิต หรือปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิตการนำวิทยานิพนธ์ออกโฆษณาเผยแพร่ ต้องได้รับอนุมัติจาก
บณั ฑิตวิทยาลยั ก่อน ได้หนว่ ยกติ สะสมไม่น้อยกวา่ ท่กี ำหนดไวใ้ นหลักสูตร

หมวดที่ ๖
การสำเรจ็ การศึกษา
ข้อ ๓๐ คุณสมบัติของผู้สำเร็จการศึกษา
๓๐.๑ มเี วลาการศกึ ษาไมน่ อ้ ยกวา่ หรือไม่เกินกว่าทกี่ ำหนดไว้ในข้อ ๑๑.๑ และข้อ ๑๑.๒
๓๐.๒ ไดศ้ กึ ษารายวิชาตา่ ง ๆ ครบถว้ นและถูกตอ้ งตามเงอื่ นไขทกี่ ำหนดไวใ้ นหลักสูตร
๓๐.๓ ไดห้ น่วยกติ สะสมไมน่ อ้ ยกวา่ ทก่ี ำหนดไวใ้ นหลกั สตู ร
๓๐.๔ ได้คา่ ระดบั เฉลีย่ สะสมไมต่ ่ำกว่า ๓.๐๐ จากระบบ ๔ แตม้
๓๐.๕ ไดร้ ะดับไม่ตำ่ กวา่ B ในรายวชิ าบังคบั และรายกล่มุ วชิ าทกุ วิชาและได้ระดบั S ในกรณีที่
หลักสูตรกำหนดให้วดั ผลเปน็ S หรอื U
๓๐.๖ สอบผ่านการประเมินผลวิทยานิพนธ์และส่งวิทยานิพนธ์ฉบับสมบูรณ์ตามที่มหาวิทยาลัย
กำหนด
ข้อ ๓๑ คณุ สมบตั ขิ องผู้มีสทิ ธริ บั ปรญิ ญา
๓๑.๑ มีคณุ สมบตั ิตามข้อ ๓๐
๓๑.๒ ไมต่ ดิ ค้างคา่ ธรรมเนียมใด ๆ
๓๑.๓ ไม่อยูร่ ะหวา่ งการถกู ลงโทษใด ๆ

หมวดท่ี ๗
ความประพฤติและวินัยนสิ ิต
ข้อ ๓๒ ในกรณีที่นิสิตกระทำผิดเกี่ยวกับการสอบ ต้องได้รับโทษสถานใดสถานหนึ่งตามสมควรแก่
ความผิด ดงั นี้
๓๒.๑ ภาคทัณฑ์
๓๒.๒ ให้สอบตกรายวิชาใดวิชาหนงึ่ หรอื หลายรายวชิ า
๓๒.๓ ใหส้ อบตกหมดทุกรายวชิ าในภาคการศึกษานนั้

มคอ.๒ หลักสตู ร พธ.ม. สาขาวิชาพระพทุ ธศาสนา ๑๓๙

๓๒.๔ ให้พักการศกึ ษาต้งั แต่ ๑ ภาคการศกึ ษา ถงึ ๓ ภาคการศกึ ษาแล้วแต่กรณี
๓๒.๕ ให้พ้นสภาพการเปน็ นสิ ิต
ข้อ ๓๓ นิสิตต้องมีความประพฤติเรียบร้อยดีงาม ในกรณีที่นิสิตกระทำผิดข้อบังคับระเบียบ คำสั่ง หรือ
ประกาศของบัณฑิตวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลยั และไดร้ ับโทษนอกจากที่ระบุไว้แล้วในข้อ ๓๒ นิสิตต้องไดร้ บั โทษสถาน
ใดสถานหนง่ึ ตามสมควรแก่ความผดิ ดังน้ี
๓๓.๑ ชดใช้ค่าเสยี หาย
๓๓.๒ ระงับการให้ปรญิ ญามีกำหนดไมเ่ กิน ๓ ปีการศึกษา
๓๓.๓ ระงบั การออกใบแสดงผลการศกึ ษามีกำหนดไมเ่ กนิ ๓ ปกี ารศึกษา
ขอ้ ๓๔ ใหค้ ณะกรรมการประจำบัณฑิตวทิ ยาลยั เป็นผพู้ ิจารณาลงโทษนสิ ติ ทมี่ คี วามประพฤตเิ สียหายหรอื
กระทำผิดตา่ ง ๆ ตามเกณฑ์ทร่ี ะบุไวใ้ นข้อ ๓๒ และข้อ ๓๓ตามสมควรแกก่ รณเี ฉพาะกรณีที่นสิ ติ กระทำผิดระเบียบการ
สอบทุกประเภทของบัณฑิตวิทยาลัยให้คณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัยร่วมกับกรรมการควบคุมการสอบเป็นผู้
พจิ ารณาลงโทษตามสมควรแก่กรณี ตามเกณฑท์ ีร่ ะบุไวใ้ นข้อ ๓๒

บทเฉพาะกาล
ข้อ ๓๕ ใหใ้ ชข้ ้อบงั คับนก้ี บั นสิ ติ ระดับบัณฑิตศึกษา ดงั ตอ่ ไปนี้

๓๕.๑ นิสติ ที่เข้าศกึ ษาตามหลกั สูตรปริญญามหาบัณฑิต กอ่ นปกี ารศึกษา๒๕๔๒ ยังคงปฏบิ ตั ติ าม
ข้อบงั คบั มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั ในพระบรมราชปู ถมั ภ์ วา่ ดว้ ยการศกึ ษาระดบั ปรญิ ญาโท
พทุ ธศักราช ๒๕๓๐

๓๕.๒ นิสิตที่เข้าศึกษาตามหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา ตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๔๒ เป็นต้นไป ให้
ปฏบิ ตั ติ ามข้อบงั คบั นี้

ประกาศ ณ วันท่ี ๒๔ กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๔๑

(พระสเุ มธาธบิ ดี)
นายกสภามหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั

มคอ.๒ หลกั สูตร พธ.ม. สาขาวชิ าพระพุทธศาสนา ๑๔๐

มคอ.๒ หลักสตู ร พธ.ม. สาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนา ๑๔๑

ข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั
วา่ ด้วยการศกึ ษาระดบั บณั ฑติ ศกึ ษา พทุ ธศักราช ๒๕๔๑ (ฉบับท่ี ๓)

แก้ไขเพิ่มเติม พทุ ธศักราช ๒๕๔๙

เพื่อให้การบริหารจัดการเกี่ยวกับการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาของมหาวิทยาลัยดำเนินไป
ดว้ ยความเรยี บร้อย มีประสทิ ธิภาพ และบรรลวุ ตั ถปุ ระสงค์ตามนโยบายของมหาวิทยาลัย

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๙ (๒) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลง
กรณราชวทิ ยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ และมติสภามหาวิทยาลัย ในคราวประชุมครัง้ ที่ ๕/๒๕๔๙ เม่ือวันศุกร์ท่ี ๑ กันยายน
พ.ศ.๒๕๔๙ จึงให้แก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการศึกษาระดับ
บัณฑิตศกึ ษา พ.ศ. ๒๕๔๑ ดงั ตอ่ ไปนี้

ข้อ ๑ คุณสมบตั ิของผูเ้ ขา้ ศกึ ษาระดบั ประกาศนยี บตั รบณั ฑติ และมหาบณั ฑิต
๖.๑ ผสู้ มคั รเขา้ ศึกษาระดบั ประกาศนียบัตรบณั ฑติ
๖.๑.๑ ต้องเปน็ ผ้สู ำเรจ็ การศกึ ษาระดบั ปรญิ ญาตรหี รอื เทยี บเทา่ จาก

มหาวิทยาลยั หรอื สถาบนั การศกึ ษาท่ีสภามหาวทิ ยาลยั รับรอง และ
๖.๑.๒ ไมเ่ คยถกู ลงโทษให้พน้ สภาพการเปน็ นสิ ิตบัณฑติ วทิ ยาลยั

๖.๒ ผู้สมคั รเขา้ ศึกษาระดบั มหาบัณฑิต
๖.๒.๑ ต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัย

หรอื สถาบนั การศึกษาทสี่ ภามหาวทิ ยาลยั รบั รอง
๖.๒.๒ ต้องไดร้ บั ค่าระดบั เฉลี่ยสะสมในระดับปรญิ ญาตรีไม่ต่ำกว่า ๒.๕๐ จากระบบ

๔ แต้ม ยกเว้นผู้มีประสบการณ์การทำงานติดต่อกันเปน็ เวลาไมน่ ้อยกว่า ๒ ปี นบั แตส่ ำเรจ็ การศกึ ษาและผู้จบเปรียญ
ธรรมเกา้ ประโยค และ

๖.๒.๓ ไม่เคยถูกลงโทษใหพ้ น้ สภาพการเปน็ นิสิตบัณฑติ วทิ ยาลยั
ขอ้ ๗ ผสู้ มคั รเข้าศึกษาระดบั ดษุ ฎบี ัณฑิต

๗.๑ ระดบั ดษุ ฎบี ัณฑติ แบบ ๑.๑ และแบบ ๒.๑
๗.๑.๑ ต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทหรอื เทยี บเทา่ จากมหาวิทยาลัย

หรอื สถาบันการศกึ ษาท่สี ภามหาวทิ ยาลยั รับรอง

มคอ.๒ หลกั สูตร พธ.ม. สาขาวิชาพระพุทธศาสนา ๑๔๒

๗.๑.๒ ต้องได้ค่าระดับเฉลี่ยสะสมในระดับปริญญาโทไม่ต่ำกว่า ๓.๕๐ ระบบ ๔
แตม้ ยกเวน้ ผู้มปี ระสบการณ์การทำงานติดต่อกันเปน็ เวลาไมน่ ้อยกว่า ๒ ปี นบั แตว่ นั สำเรจ็ การศึกษาหรือมีผลงานทาง
วิชาการท่คี ณะกรรมการประจำบัณฑิตวทิ ยาลยั เหน็ ชอบ และ

๗.๑.๓ ไมเ่ คยถูกลงโทษใหพ้ น้ สภาพการเปน็ นิสติ บัณฑิตวิทยาลัย
๗.๒ ระดับดษุ ฎีบัณฑติ แบบ ๑.๒ และแบบ ๒.๒

๗.๒.๑ ต้องเป็นผูส้ ำเร็จการศึกษาระดับปรญิ ญาตรีหรือเทียบเทา่ จากมหาวทิ ยาลัย
หรือสถาบันการศึกษาที่สภามหาวิทยาลัยรับรองหรือเปรียญธรรมเก้าประโยค ซึ่งบัณฑิตวิทยาลัยอนุมัติให้เข้าศึกษา
เปน็ กรณีพเิ ศษ

๗.๒.๒ ต้องได้ค่าระดับเฉลี่ยสะสมในระดับปริญญาตรีไม่ต่ำกว่า ๓.๒๕ จากระบบ
๔ แต้ม ยกเว้นผู้มีประสบการณ์การทำงานติดต่อกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๒ ปี นับแต่สำเร็จการศกึ ษาและผู้จบเปรียญ
ธรรมเกา้ ประโยค

๗.๒.๓ ไม่เคยถกู ลงโทษใหพ้ ้นสภาพการเป็นนิสิตบัณฑิตวทิ ยาลยั
ข้อ ๓ ให้ยกเลิกข้อความในข้อ ๙ แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วย
การศึกษาระดับบณั ฑติ ศึกษา พ.ศ.๒๕๔๑ และให้ใชข้ ้อความต่อไปนแี้ ทน
ขอ้ ๙ การศกึ ษาในบณั ฑติ วิทยาลัยใชร้ ะบบทวภิ าคหรือไตรภาค ตามทกี่ ำหนดไวใ้ นหลกั สตู รแต่ละสาขาวิชา
ระบบทวิภาค ๑ ปี การศึกษาแบง่ ออกเป็น ๒ ภาคการศึกษาปกติ ๑ ภาคการศกึ ษาปกติ มีระยะเวลา
ศึกษาไม่น้อยกว่า ๑๕ สัปดาห์ และอาจจัดการศึกษาภาคฤดูร้อนได้อีก ๑ ภาค มีระยะเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า ๖
สัปดาห์ และจะกำหนดระเบียบว่าด้วยการศึกษาภาคฤดูร้อน ที่ไม่ขัดกับข้อบังคับนี้โดยความเห็นชอบของ
คณะกรรมการประจำบัณฑติ วทิ ยาลัยกไ็ ด้
ระบบไตรภาค ๑ ปี การศึกษาแบ่งออกเป็น ๓ ภาคการศึกษาปกติ ๑ ภาคการศึกษาปกติ มี
ระยะเวลาไมน่ อ้ ยกวา่ ๑๒ สปั ดาห์
ขอ้ ๔ ให้ยกเลกิ ขอ้ ความในขอ้ ๑๐ แหง่ ขอ้ บงั คับมหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั วา่ ด้วยการศึกษา
ระดับบัณฑติ ศึกษา พ.ศ.๒๕๔๑ แกไ้ ขเพม่ิ เตมิ พ.ศ.๒๕๔๘ และให้ใช้ขอ้ ความต่อไปนแ้ี ทน

“ขอ้ ๑๐ หลักสตู ร
๑๐.๑ หลกั สูตรประกาศนยี บตั รบัณฑิต
๑๐.๒ หลกั สูตรระดับมหาบณั ฑติ แผน ก แบบ ก (๑) และ แผน ก
(๒)
๑๐.๓ หลกั สูตรระดับมหาบณั ฑติ แผน ข
๑๐.๔ หลักสตู รระดบั ดุษฎีบัณฑิต แบบ ๑ และแบบ ๒
โครงสร้างของแตล่ ะหลักสตู ร การศกึ ษารายวชิ าและการทำวิทยานิพนธ์

ตามจำนวนหนว่ ยกติ ให้เปน็ ไปตามประกาศของมหาวทิ ยาลยั
ข้อ ๕ ระยะเวลาการศกึ ษาตามหลักสตู ร

มคอ.๒ หลกั สูตร พธ.ม. สาขาวชิ าพระพุทธศาสนา ๑๔๓

๑๑.๑ หลักสูตรประกาศนียบัตร ให้มีระยะเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า ๒ ภาค

การศึกษาปกติ และไม่เกิน ๔ ภาคการศึกษาปกติ ในระบบทวิภาคหรือให้มีระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๓ ภาคการศึกษา

ปกติ และไมเ่ กิน ๖ ภาคการศึกษาปกตใิ นระบบไตรภาค

๑๑.๒ หลักสูตรระดับมหาบัณฑิต ให้มีระยะเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า ๔ ภาค

การศึกษาปกติ และไม่เกิน ๑๐ ภาคการศึกษาปกติ ในระบบทวิภาคหรือให้มีระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๔ ภาคการศึกษา

ปกติ และไม่เกนิ ๑๕ ภาคการศึกษาปกตใิ นระบบไตรภาค

๑๑.๓ หลักสูตรระดับดุษฎีบัณฑิต แบบ ๑.๑ และ ๒.๑ ให้มีระยะเวลาศึกษามี

น้อยกว่า ๖ ภาคการศึกษาปกติ และไม่เกิน ๑๐ ภาคการศึกษาปกติ ในระบบทวภิ าคหรือให้มีระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๖

ภาคการศกึ ษาปกติ และไม่เกิน ๑๕ ภาคการศึกษาปกตใิ นระบบไตรภาค

๑๑.๔ หลักสูตรระดับดุษฎีบัณฑิต แบบ ๑.๒ และ ๒.๒ ให้มีระยะเวลาศึกษาไม่

น้อยกว่า ๘ ภาคการศึกษาปกติ และไม่เกิน ๑๔ ภาคการศึกษาปกติ ในระบบทวภิ าคหรือให้มีระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๘

ภาคการศกึ ษาปกติ และไม่เกิน ๒๑ ภาคการศึกษาปกติในระบบไตรภาค

ในกรณีที่นิสิตไม่สามารถสำเร็จการศึกษาในระยะเวลาตามที่กำหนด

คณะกรรมการประจำบัณฑติ วทิ ยาลัย อาจอนุมัตใิ หต้ อ่ อายสุ ภาพนิสติ ได้อีก แตท่ ั้งนี้ต้องไมเ่ กิน ๒ ภาคการศกึ ษาปกติ

๑๑.๕ การนับเวลาในข้อ ๑๑ ให้นับรวมเวลาที่นิสิตได้รับอนุมัติให้ลาพัก

การศึกษาดว้ ยยกเวน้ นสิ ิตท่ีได้รับอนุมตั ิใหล้ าพักการศึกษาตามข้อ ๑๓.๑.๑

ข้อ ๖ ให้ยกเลิกข้อความในข้อ ๒๑.๑ แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่า

ดว้ ยการศกึ ษาระดบั บัณฑติ ศกึ ษา พ.ศ.๒๕๔๑ และให้ใช้ข้อความตอ่ ไปนแี้ ทน

ข้อ ๒๑.๑ ระบบการประเมนิ ผลการศกึ ษารายวชิ า แบง่ เปน็ ๗ ระดบั และคา่ ระดบั ดังน้ี

ระดบั A A- B+ B C+ C F

ค่าระดบั ๔.๐๐ ๓.๖๗ ๓.๓๓ ๓.๐๐ ๒.๕๐ ๒.๐๐ ๐

ขอ้ ๗ ให้ยกเลกิ ขอ้ ความในข้อ ๒๗ แหง่ ข้อบงั คับมหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย วา่ ด้วย
การศึกษาระดับบณั ฑิตศกึ ษา พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๑ และใหข้ ้อความตอ่ ไปนีแ้ ทน

ข้อ ๗ การเสนอโครงร่างวทิ ยานิพนธแ์ ละลงทะเบยี นทำวิทยานพิ นธ์ มหี ลกั ปฏบิ ตั ิดงั น้ี
๒๗.๑ นสิ ติ หลกั สูตรระดับมหาบณั ฑิต ทศ่ี กึ ษารายวชิ ามาแล้วไม่น้อยกว่า ๑

ภาค
๒๗.๒ นิสติ หลักสตู รระดบั ดุษฎบี ัณฑิต แบบ ๑ มสี ทิ ธิเ์ สนอโครงร่างวทิ ยานิพนธ์

เพอื่ ขออนมุ ัตลิ งทะเบยี นทำวทิ ยานพิ นธ์ หลังจากขนึ้ ทะเบียนเปน็ นิสติ แล้ว
๒๗.๓ นิสติ หลกั สูตรระดบั ดุษฎบี ณั ฑติ แบบ ๒ ที่ศึกษารายวชิ ามาแลว้ ไม่นอ้ ย

กวา่ ๑ ภาคการศกึ ษาปกติ และมีหนว่ ยกิตสะสมไมน่ ้อยกวา่ ๖ หนว่ ยกติ มีสทิ ธเิ์ สนอโครงรา่ งวทิ ยานพิ นธ์ เพอื่ ขอ
อนมุ ตั ลิ งทะเบยี นทำวทิ ยานพิ นธ์

มคอ.๒ หลักสตู ร พธ.ม. สาขาวิชาพระพทุ ธศาสนา ๑๔๔

๒๗.๔ นสิ ิตสามารถลงทะเบยี นวิทยานพิ นธไ์ ด้ หลังจากได้รับอนมุ ัตหิ วั ข้อและ

โครงร่างวทิ ยานพิ นธแ์ ลว้

ประกาศ ณ วนั ท่ี ๑๘ กนั ยายน พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๙

(พระธรรมสธุ )ี
นายกสภามหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย

มคอ.๒ หลกั สูตร พธ.ม. สาขาวิชาพระพุทธศาสนา ๑๔๕

ข้อบงั คบั มหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั
วา่ ดว้ ยการศกึ ษาระดับบัณฑติ ศกึ ษา (ฉบับท่ี ๕)
พทุ ธศักราช ๒๕๕๓

โดยทีเ่ ปน็ การสมควรปรบั ปรงุ บางสว่ นของข้อบงั คับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย วา่ ด้วยการศึกษา
ระดบั บัณฑติ ศกึ ษา พุทธศักราช ๒๕๔๑ (ฉบับท่ี ๔) แกไ้ ขเพ่ิมเติม พุทธศักราช ๒๕๕๓ ใหม้ คี วามเหมาะสมมากย่ิงข้ึน

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๙ (๒) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ ราชวิทยาลัย พ.ศ.
๒๕๔๐ และมตสิ ภามหาวิทยาลัย ในคราวประชุมครง้ั ที่ ๔/๒๕๕๓ เมื่อวนั พฤหสั บดี ที่ ๑๗ มิถนุ ายน จึงออกขอ้ บังคับ
ไว้ ดังต่อไปน้ี

ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ ข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยว่าด้วยการศึกษาระดับ
บณั ฑิตศกึ ษา (ฉบบั ท่ี ๕ แกไ้ ขเพ่มิ เติม พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๓”

ขอ้ ๒ ใหใ้ ชข้ อ้ บงั คับน้กี บั นิสติ เข้าศึกษา ต้ังแตป่ กี ารศกึ ษา ๒๕๕๓ เปน็ ต้นไป
ข้อ ๓ ให้ยกเลิกข้อความในข้อ ๒ แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการศึกษา
ระดบั บณั ฑิตศกึ ษา พุทธศกั ราช ๒๕๔๑ (ฉบับท่ี ๔) แก้ไขเพิม่ เติม พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๓ และใหใ้ ชข้ อ้ ความต่อไปน้แี ทน
“ข้อ ๒ ใหใ้ ชข้ อ้ บงั คบั นี้กับนสิ ติ ที่รบั เข้าศกึ ษา ต้ังแตป่ ีการศกึ ษา ๒๕๔๙ เปน็ ต้นไป”

ประกาศ ณ วนั ท่ี ๑๕ กรกฎาคม พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๓

(พระธรรมสุธ)ี
นายกสภามหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั

มคอ.๒ หลักสตู ร พธ.ม. สาขาวิชาพระพทุ ธศาสนา ๑๔๖

ขอ้ บังคบั มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั
ว่าดว้ ยคณะกรรมการประจำบณั ฑติ วทิ ยาลัยและคณะกรรมการประจำคณะ

พ.ศ. ๒๕๔๑

เพื่ออนุวัตให้เปน็ ไปตามความในมาตรา ๓๕ แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลง
กรณราชวทิ ยาลยั พ.ศ. ๒๕๔๐ จงึ เห็นสมควรออกข้อบังคับมหาวทิ ยาลัยว่าด้วยคณะกรรมการประจำบณั ฑิตวิทยาลัย
และคณะกรรมการประจำคณะ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๙ (๒) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช
วิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ สภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยในคราวประชุมครั้งที่ ๘/๒๕๔๑ เมื่อวันที่ ๒๗
สิงหาคม พ.ศ.๒๕๔๑ จึงมีมติใหอ้ อกบงั คับไว้ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วย
คณะกรรมการประจำบณั ฑิตวทิ ยาลยั และคณะกรรมการประจำคณะ พ.ศ.๒๕๔๑”

ขอ้ ๒ ใหใ้ ชข้ อ้ บังคบั นีต้ ั้งแตว่ ันถัดจากวนั ประกาศเปน็ ต้นไป
ข้อ ๓ บรรดากฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนด คำสั่ง หรือประกาศอื่นใดซึ่งขัดหรือแย้งกับ
ข้อบังคบั นี้ ใหใ้ ช้ขอ้ บงั คบั น้แี ทน
ขอ้ ๔ ให้มีคณะกรรมการประจำบัณฑติ วทิ ยาลัย ประกอบด้วย
(๑) ประธานกรรมการ ได้แก่ คณบดี
(๒) รองประธานกรรมการ ไดแ้ ก่ รองคณบดีซึ่งเปน็ พระภิกษุ
(๓) กรรมการผู้เป็นคณาจารยป์ ระจำบัณฑติ วิทยาลยั จำนวนสีร่ ูปหรอื คนที่

อธกิ ารบดีแต่งตั้งโดยคำแนะนำของคณบดี
(๔) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไมเ่ กนิ หา้ รูปหรือคนท่ีอธิการบดแี ตง่ ต้ังโดย

คำแนะนำของคณบดี
(๕) กรรมการและเลขานุการ ได้แก่ เลขานกุ ารบัณฑติ วทิ ยาลัย
ขอ้ ๕ ใหม้ ีคณะกรรมการประจำคณะ ประกอบดว้ ย
(๑) ประธานกรรมการ ได้แก่ คณบดี
(๒) รองประธานกรรมการ ไดแ้ ก่ รองคณบดซี ง่ึ เปน็ พระภกิ ษุ
(๓) กรรมการโดยตำแหน่ง ไดแ้ ก่ หวั หนา้ ภาควชิ า

มคอ.๒ หลกั สูตร พธ.ม. สาขาวิชาพระพทุ ธศาสนา ๑๔๗

(๔) กรรมการผทู้ รงคณุ วุฒิจำนวนไมเ่ กนิ หา้ รูปหรือคนท่ีอธิการบดแี ต่งตง้ั โยคำแนะนำของคณบดี
(๕) กรรมการและเลขานกุ าร ได้แก่ เลขานกุ ารประจำคณะ
ข้อ ๖ คณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลยั และคณะกรรมการประจำคณะมวี าระ
การดำรงตำแหนง่ เท่ากบั วาระการดำรงตำแหน่งของคณะบดี
ในกรณีทีก่ รรมการตามข้อ ๔ และขอ้ ๕ พ้นจากตำแหน่งกอ่ นวาระและไดม้ กี าร
แตง่ ตงั้ ผดู้ ำรงตำแหน่งแทนแลว้ ให้ผู้ทไี่ ดร้ บั แตง่ ตง้ั อยใู่ นตำแหน่งเพยี งเท่าวาระทีเ่ หลือของผซู้ ่ึงตนแทน
ในกรณที ่กี รรมการพ้นจากตำแหน่งตามวาระแต่ยังมไิ ด้แตง่ ตง้ั กรรมการขนึ้ ใหมใ่ ห้
กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งปฏิบัตหิ น้าทตี่ ่อไปจนกว่าจะไดแ้ ต่งต้ังกรรมการขึน้ ใหม่ ทัง้ น้ตี ้องไมเ่ กินหกสิบวัน
ข้อ ๗ คณะกรรมการประจำบณั ฑิตวิทยาลัยและคณะกรรมการประจำคณะมอี ำนาจและ
หน้าที่ ดังน้ี
(๑) วางนโยบายและแผนงานให้สอดคลอ้ งกบั นโยบายของมหาวิทยาลัย
(๒) พิจารณาหลักสูตรเพ่ือนำเสนอตอ่ สภาวชิ าการ
(๓) พจิ ารณาวางระเบียบ ขอ้ บังคบั ทเ่ี ก่ียวกับการบรหิ ารและการดำเนนิ งาน

เพ่อื เสนอตอ่ สภาวิชาการ
(๔) ให้คำปรึกษาและเสนอความเห็นแก่คณบดี
(๕) ปฏิบัติหนา้ ท่ีอื่น ๆ ตามท่สี ภาวชิ าการหรืออธกิ ารบดมี อบหมาย
ขอ้ ๘ ใหม้ ีการประชุมคณะกรรมการประจำบณั ฑิตวทิ ยาลยั และคณะกรรมการประจำคณะ
อยา่ งน้อยปลี ะสค่ี รั้ง วิธกี ารประชมุ ใหน้ ำข้อบงั คบั มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั ว่าด้วยการประชุมสภา
มหาวิทยาลยั มาใชบ้ ังคับโดยอนโุ ลม
ข้อ ๙ ให้อธิการดรี ักษาการใหเ้ ปน็ ไปตามข้อบงั คับน้ี

ประกาศ ณ วนั ที่ ๒๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๑

(พระสุเมธาธบิ ด)ี
นายกสภามหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย

มคอ.๒ หลกั สูตร พธ.ม. สาขาวชิ าพระพุทธศาสนา ๑๔๘

ระเบียบบัณฑติ วิทยาลยั
มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย
วา่ ด้วยการศึกษาภาคฤดรู ้อน พ.ศ. ๒๕๔๒

เพื่อให้การจัดการศึกษาในภาคการศึกษาฤดูร้อนในระดับบัณฑิตศึกษาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มี
ประสิทธิภาพ บรรลุตามวัตถุประสงค์และนโยบาลของมหาวิทยาลัย เพละเพื่ออนุมัติให้เป็นไปตามความในข้อ ๙ แห่ง
ข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๑ โดยอาศัยมติที่
ประชุมคณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลยัมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในคราวประชุมครั้งที่ ๔/
๒๕๔๒ เมอื่ วันที่ ๓๐ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๒ บณั ฑติ วิทยาลยั จงึ วางระเบียบไว้ดังตอ่ ไปนนี้

ขอ้ ๑ ระเบยี บน้เี รียกวา่ ฎระเบียบบัณฑิตวิทยาลยั วา่ ด้วยการศึกษาภาคฤดูร้อน พ.ศ. ๒๕๔๒”
ข้อ ๒ ใหใ้ ชร้ ะเบียบน้ตี ง้ั แต่วถั ัดจากวันประกาศเปน็ ตน้ ไป
ข้อ ๓ ภาคการศึกษาฤดูร้อน ต้องมีเวลาการศกึ ษาไม่น้อยกว่า ๖ สัปดาห์ และมีจำนวนช่ัวโมงการศึกษาในแต่
ละรายวิชาเท่ากบั การศึกษาภาคปกติ
ขอ้ ๔ จำนวนหน่วยกติ ท่ีกำหนดใหน้ สิ ิตลงทะเบียนในภาคการศึกษาฤดรู ้อนไมน่ อ้ ยกว่า ๓ หนว่ ยกิตและไม่เกนิ
๖ หน่วยกติ โดยความเหน็ ชอบของอาจารยท์ ่ปี รกึ ษาท่ัวไป
นิสิคที่ประสงค์จะลงทะเบียนน้อยกว่าหรือมากกกว่าที่กำหนดไว้ในข้อ ๔ ให้ยื่นคำร้องต่อคณบดีบัณฑิต
วิทยาลยั เพ่ือขออนุมตั ิเปน็ กรณพี เิ ศษ
ขอ้ ๕ อัตราค่าธรรมเนียมการศึกษาในภาคการศกึ ษาฤดูร้อนให้เปน็ ไปตามทม่ี หาวทิ ยาลยั กำหนด
ข้อ ๖ ให้ใชร้ ะเบียบนส้ี ำหรบั นิสติ ทเี่ ข้าศึกษาต้งั แต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๒
ขอ้ ๗ ใหค้ ณบดีบัณฑติ วิทยาลัยรกั ษาการใหเ้ ปน็ ไปตามระเบียบนี้

ประกาศ ณ วนั ท่ี ๑ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๒

(พระมหาสมจนิ ต์ สมมฺ าปญฺโ )
คณบดีบัณฑติ วิทยาลยั

ประธานคณะกรรมการประจำบณั ฑติ วิทยาลยั

มคอ.๒ หลักสตู ร พธ.ม. สาขาวชิ าพระพุทธศาสนา ๑๔๙

ระเบียบบัณฑติ วิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย
ว่าดว้ ยการฝกึ ภาคปฏบิ ัติวิปัสสนากรรมฐาน พ.ศ. ๒๕๔๗

เพื่อให้การศึกษาวิชากรรมฐานของนสิ ิตบัณฑิตวิทยาลยั มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั
เปน็ ไปดว้ ยความเรียบร้อย บรรลวุ ัตถปุ ระสงคต์ ามนโยบายของมหาวิทยาลยั

โดยอาศัยมติที่ประชุมคณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัย ในคราวประชุมครั้งที่ ๒/๒๕๔๗ เมื่อ
วันท่ี ๑๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ บณั ฑติ วิทยาลยั จึงวางระเบยี บไวด้ งั ตอ่ ไปนี้

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบบัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่า
ด้วยการฝึกภาคปฏิบตั ิวปิ สั สนากรรมฐาน พ.ศ. ๒๕๔๗

ขอ้ ๒ ใหใ้ ช้ระเบียบนีต้ ัง้ แตว่ ันถดั จากวนั ประกาศเป็นตน้ ไป
ข้อ ๓ ให้คณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัย มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการฝึกปฏิบัติวิปัสสนา
กรรมฐาน ดงั นี้

(๑) วางนโยบาย กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีปฏิบัตเิ กี่ยวกับวธิ กี ารฝึกภาคปฏบิ ตั ิ
วิปสั สนากรรมฐาน การวดั ผลและตดิ ตามผลลัพธข์ องการฝึกภาคปฏิบตั ิวปิ สั สนากรรมฐาน

(๒) กำหนดวัน เวลาและสถานท่ี สำหรับการฝกึ ภาคปฏบิ ัติวปิ ัสสนากรรมฐาน
(๓) รายงานผลการฝกึ ภาคปฏบิ ัติวิปสั สนากรรมฐานต่อมหาวทิ ยาลัย
ขอ้ ๔ ให้นิสิตบณั ฑติ วิทยาลยั ฝกึ ภาคปฏบิ ัติวปิ สั สนากรรมฐาน ในวนั เวลาและสถานทต่ี ามทคี่ ณะกรรมการ
ประจำบัณฑิตวทิ ยาลัยกำหนด ดงั น้ี
(๑) นิสติ ระดบั ประกาศนียบัตรบณั ฑิต ตอ้ งฝึกภาคปฏบิ ัตวิ ิปัสสนากรรมฐาน
ไม่นอ้ ยกว่า ๑๕ วัน
(๒) นิสติ ระดับมหาบัณฑติ ตอ้ งฝึกภาคปฏบิ ัตวิ ปิ ัสสนากรรมฐานไม่น้อยกวา่ ๓๐ วนั
(๓) นิสติ ระดับดษุ ฎบี ณั ฑิต ตอ้ งฝกึ ภาคปฏบิ ัติวปิ ัสสนากรรมฐานไมน่ ้อยกวา่
๔๕ วัน โดยใหใ้ ช้กบั นสิ ติ ทีเ่ ขา้ ศึกษาต้ังแต่ปีการศึกษา ๒๕๔๓ เปน็ ต้นไป
ขอ้ ๕ ให้คณบดบี ณั ฑิตวทิ ยาลยั รกั ษาการใหเ้ ปน็ ไปตามระเบยี บน้ี
ประกาศ ณ วันที่ ๒๕ สิงหาคม พุทธศกั ราช ๒๕๔๗

(พระมหาสมจนิ ต์ สมมฺ าปญฺโ )
คณบดีบัณฑติ วิทยาลยั

ประธานคณะกรรมการประจำบณั ฑิตวิทยาลัย

มคอ.๒ หลักสตู ร พธ.ม. สาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนา ๑๕๐

ประกาศมหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย
เรอื่ ง เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับบัณฑิตศกึ ษา พ.ศ. ๒๕๔๘

โดยที่เห็นเป็นการสมควรปรับปรุงเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิตและพุทธศาสตร

ดุษฎีบัณฑิต ให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ.๒๕๔๘ ของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อ

ประโยชน์ในการกำหนดมาตรฐานการศึกษาระดับบณั ฑติ ศกึ ษา ใหด้ ำเนนิ ไปด้วยความเรียบร้อย มีประสทิ ธิภาพ และ

บรรลุวตั ถปุ ระสงคต์ ามนโยบายของมหาวิทยาลัย

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๙ (๒) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช

วทิ ยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ และมติสภามหาวิทยาลัย ในคราวประชมุ คร้งั ท่ี ๖/๒๕๔๘ เมื่อวันที่ ๓๑ สงิ หาคม พ.ศ. ๒๕๔๘

จึงออกประกาศมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เรื่อง เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ.

๒๕๔๘ ไว้ดังต่อไปน้ี

๑. ระดบั ประกาศนียบัตรบัณฑติ มีจำนวนหนว่ ยกติ รวมตลอดหลักสตู รไม่น้อยกว่า ๒๔ หน่วยกติ

๒. ระดบั ปรญิ ญาโท มจี ำนวนหน่วยกิตรวมตลอดหลักสูตรไม่นอ้ ยกว่า ๓๘ หน่วยกิต

โดยแบง่ การศกึ ษา เปน็ ๒ แผน ดงั น้ี

๑) แผน ก เปน็ การศกึ ษาทเ่ี นน้ การวิจยั โดยมีการทำวิทยานพิ นธ์ ดังน้ี

แบบ ก (๑) ทำเฉพาะวทิ ยานพิ นธซ์ ึ่งมีคา่ เทยี บได้ ๓๘ หน่วยกติ และบัณฑติ วิทยาลัยอาจจดั ให้

ศกึ ษารายวิชาเพมิ่ เติม โดยไมต่ อ้ งนับหนว่ ยกติ เพ่ือคุณภาพการศึกษาของผูศ้ ึกษา

แบบ ก (๒) ศกึ ษารายวิชาไมน่ ้อยกว่า ๒๖ หนว่ ยกติ และทำวทิ ยานพิ นธซ์ ่งึ มคี ่าเทยี บ

ได้ ๑๒ หน่วยกิต จำแนกประเภทดงั น้ี

วิชาบงั คับ ไม่นอ้ ยกว่า ๘ หน่วยกติ

วิชาเอก ไม่น้อยกว่า ๑๒ หนว่ ยกิต

วชิ าเลอื ก ไมน่ อ้ ยกวา่ ๖ หนว่ ยกติ

วิทยานพิ นธ์ ๑๒ หน่วยกิต

รวมท้งั สน้ิ ไม่นอ้ ยกว่า ๓๘ หนว่ ยกิต

๒) แผน ข ศึกษารายวชิ าไมน่ ้อยกว่า ๓๒ หนว่ ยกติ และทำการศึกษาอสิ ระซ่งึ มคี ่าเทียบได้ ๖ หน่วย

กติ จำแนกประเภท ดงั นี้

วชิ าบังคบั ไมน่ ้อยกวา่ ๘ หน่วยกติ

มคอ.๒ หลกั สตู ร พธ.ม. สาขาวชิ าพระพุทธศาสนา ๑๕๑

วิชาเอก ไมน่ อ้ ยกวา่ ๑๒ หนว่ ยกติ

วิชาเลือก ไมน่ ้อยกว่า ๑๒ หนว่ ยกติ

การศกึ ษาอิสระ ๖ หนว่ ยกิต

รวมท้ังสิน้ ไม่นอ้ ยกวา่ ๓๘ หนว่ ยกิต

๓. ระดับปรญิ ญาเอก แบ่งการศึกษาเปน็ ๒ แบบ ดงั น้ี

๑) แบบ ๑ ผเู้ ข้าศกึ ษาตอ้ งทำวทิ ยานพิ นธ์ ซ่งึ มีคา่ เทียบได้ ๕๔ หนว่ ยกติ แบ่งการศกึ ษาเปน็ ๒

แบบ โดยบณั ฑติ วิทยาลยั อาจจดั ใหศ้ ึกษารายวชิ าเพม่ิ เตมิ โดยไม่ตอ้ งนับหนว่ ยกิต เพื่อคุณภาพการศกึ ษาของผ้ศู ึกษา

แบบ ๑.๑ ผู้เขา้ ศึกษาทส่ี ำเร็จปริญญาโทตอ้ งทำวทิ ยานิพนธ์ ซึง่ มคี ่าเทยี บได้ ๕๔หน่วยกติ

แบบ ๑.๒ ผูเ้ ข้าศกึ ษาทส่ี ำเร็จปรญิ ญาตรหี รือเปรียญธรรม ๙ ประโยค ซึ่งบัณฑิตวทิ ยาลยั

อนุมตั ิให้เข้าศกึ ษาเป็นกรณีพเิ ศษ ต้องทำวทิ ยานพิ นธ์ ซึ่งมคี า่ เทียบได้ ๗๘ หน่วยกติ

๒. แบบ ๒ แบง่ การศึกษาเปน็ ๒ แบบ ดังนี้

แบบ ๒.๑ ผูเ้ ขา้ ศกึ ษาทสี่ ำเรจ็ ปรญิ ญาโท ตอ้ งศึกษารายวชิ าไมน่ อ้ ยกว่า ๑๙ หนว่ ยกิต และทำ

วิทยานพิ นธ์ ซ่ึงมคี า่ เทยี บได้ ๓๖ หนว่ ยกิต จำแนกประเภทดงั น้ี

วิชาบังคับ ไม่นอ้ ยกว่า ๖ หนว่ ยกติ

วิชาเอก ไมน่ ้อยกวา่ ๖ หน่วยกิต

วิชาเลอื ก ไม่น้อยกวา่ ๖ หน่วยกิต

วทิ ยานพิ นธ์ ๓๖ หนว่ ยกิต

รวมทงั้ ส้นิ ไมน่ อ้ ยกวา่ ๕๔ หนว่ ยกติ

ทง้ั น้ี ตง้ั แตป่ กี ารศึกษา ๒๕๔๙ เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วนั ท่ี ๘ กนั ยายน พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๘

(พระราชรัตนโมล)ี
อปุ นายกสภามหาวิทยาลยั ทำหนา้ ทแี่ ทน
นายกสภามหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั

มคอ.๒ หลกั สูตร พธ.ม. สาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนา ๑๕๒

ระเบียบบณั ฑติ วิทยาลัย
มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย
วา่ ดว้ ยวิธปี ฏบิ ตั ิเกีย่ วกบั วทิ ยานิพนธ์ พ.ศ.๒๕๕๐

อนุวัตให้เป็นไปตามความในข้อ ๒๖ แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วย
การศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๑ จึงเห็นสมควรออกระเบียบบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ
ราชวทิ ยาลัย ว่าดว้ ยวิธีปฏบิ ัตเิ กี่ยวกบั วิทยานพิ นธ์ของบัณฑิตวิทยาลัย

อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๒๖ แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วย
การศึกษาระดบั บณั ฑิตศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๑ คณะกรรมการประจำบัณฑติ วิทยาลัย ในคราวประชุมคร้ังที่ ๓/๒๕๕๐ เม่ือ
วันที่ ๒๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๐ จึงมีมติให้วางระเบียบไวด้ ังตอ่ ไปน้ี

หมวดที่ ๑
บททว่ั ไป
ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยวิธี
ปฏบิ ตั ิเกยี่ วกบั วทิ ยานพิ นธ์ พ.ศ.๒๕๕๐”
ข้อ ๒ บรรดา กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง หรือประกาศอื่นใดซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้
แทน
ข้อ ๓ ใหย้ กเลิก
(๑) ระเบียบบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกั บ
วทิ ยานิพนธ์ พ.ศ.๒๕๔๒
(๒) ระเบียบบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับ
วิทยานิพนธ์ พ.ศ.๒๕๔๒ แก้ไขเพิม่ เตมิ พ.ศ. ๒๕๔๖
(๓) ประกาศบัณฑิตวทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั เรอ่ื ง กำหนดสว่ นประกอบเพ่มิ เตมิ
ของโครงร่างวิทยานิพนธ์ พ.ศ. ๒๕๔๔
(๔) ประกาศบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เรื่อง การรายงานความก้าวหน้า
วทิ ยานิพนธ์ พ.ศ. ๒๕๕๐
ขอ้ ๕ ใหใ้ ช้ระเบียบน้ีต้งั แต่วนั ถดั จากประกาศ เปน็ ตน้ ไป

มคอ.๒ หลกั สตู ร พธ.ม. สาขาวิชาพระพุทธศาสนา ๑๕๓

หมวดท่ี ๒
การอนุมัตหิ ัวขอ้ และโครงรา่ งวิทยานพิ นธ์และการลงทะเบยี น
ข้อ ๖ การอนมุ ตั ิหัวขอ้ และโครงร่างวิทยานพิ นธ์
๖.๑ ให้นิสิตจดั ทำหวั ข้อและโครงรา่ งวิทยานิพนธโ์ ดยความเห็นชอบของผู้ท่ีจะไดร้ ับแตง่ ตั้ง
เป็นประธานหรือกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์ และเสนอตอ่ บัณฑิตวิทยาลัย เพื่อตรวจรูปแบบก่อน เมื่อผ่านการตรวจ
รปู แบบและแกไ้ ขแลว้ จงึ เสนอขอสอบอนมุ ัตหิ ัวข้อและโครงรา่ งวิทยานิพนธ์ ตามข้นั ตอน
๖.๒ โครงรา่ งวิทยานิพนธ์ มสี ่วนประกอบดงั น้ี

(๑) หัวขอ้ วิทยานิพนธท์ ั้งภาษาไทยและภาษาองั กฤษ
(๒) รายชือ่ คณะกรรมการควบคมุ วทิ ยานิพนธ์
(๓) ความเปน็ มาและความสำคญั ของปัญหา
(๔) วัตถุประสงค์ของการวิจยั
(๕) ทบทวนเอกสารและงานวิจยั ท่เี กย่ี วขอ้ ง
(๖) วิธดี ำเนนิ การวิจัย
(๗) ประโยชนท์ ค่ี าดวา่ จะได้รับจากการวจิ ัย
(๘) โครงสร้างของรายงานวทิ ยานิพนธ์ (สารบญั ชั่วคราว)
(๙) บรรณานกุ รมและเชงิ อรรถ
(๑๐) ประวตั ิผวู้ จิ ัย
ส่วนประกอบอื่น ๆ นอกจากนี้ ให้เป็นไปตามคู่มือการทำวิทยานิพนธ์ และข้อกำหนดอื่ น ๆ ของบัณฑิต
วทิ ยาลัย
๖.๓ การเสนอขออนุมัติสอบหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์ ให้นิสิตยื่นแบบคำร้อง บฑ ๘ พร้อม
ด้วยหวั ข้อและโครงรา่ งวิทยานพิ นธ์ จำวน ๖ ฉบบั ในจำนวนนตี้ อ้ งมีลายเซ็นรบั รองของผูส้ มควรเปน็ กรรมการควบคุม
วทิ ยานิพนธท์ ุกคน บนปกของโครงร่างฯ จำนวน ๑ ฉบับ ตอ่ บัณฑติ วทิ ยาลัย
๖.๔ นิสิตที่ประสงค์จะเสนอหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์เชิงปริมาณ ที่มีเครื่องมือวิจัยหรือ
แบบสอบถามชัว่ คราว ต้องสง่ ให้คณะกรรมการตรวจสอบ ในวนั พจิ ารณาหวั ข้อและโครงร่างวทิ ยานพิ นธ์
๖.๕ คณบดบี ัณฑิตวทิ ยาลัยแตง่ ต้งั คณะกรรมการพจิ ารณาหวั ข้อและโครงร่างวทิ ยานิพนธ์ ในแต่ละ
ปีการศึกษา คณะกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งจะเป็นผู้พิจารณาหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์ที่นิสิตเสนอ และในการ
ประชมุ พิจารณาสอบแต่ละครง้ั นสิ ิตต้องเขา้ นำเสนอและชี้แจงเกีย่ วกับหวั ขอ้ และโครงรา่ งวิทยานพิ นธด์ ้วย
๖.๖ เมื่อนิสิตแก้ไขหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์ตามมติคณะกรรมการแลว้ ให้ยืน่ แบบคำรอ้ ง บฑ
๘.๑ พร้อมด้วยหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์ จำนวน ๔ ชุด ต่อบัณฑิตวิทยาลัย ให้ประธานคณะกรรมการพิจารณา
หัวข้อและโครงร่างวิทยานพิ นธ์ เสนอผลการพิจารณาหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์ของนิสิตทีผ่ ่านความเห็นชอบแลว้
พรอ้ มรายชือ่ ผูส้ มควรเปน็ คณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธใ์ นหัวข้อน้ันต่อคณบดีบัณฑติ วิทยาลยั เพ่ือพิจารณาอนมุ ัติ

มคอ.๒ หลกั สตู ร พธ.ม. สาขาวชิ าพระพุทธศาสนา ๑๕๔

๖.๗ เมื่อคณบดีบัณฑิตวิทยาลัยอนุมัติหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์และเมื่อบัณฑิตวิทยาลัย
ประกาศรายชื่อนสิ ติ และหวั ขอ้ วทิ ยานิพนธพ์ รอ้ มทั้งรายช่ือคณะกรรมการควบคุมวทิ ยานพิ นธท์ ไ่ี ดร้ ับอนมุ ตั ิแล้ว นิสิตจึง
จะมีสทิ ธลิ งทะเบียนวิทยานพิ นธ์

ขอ้ ๗ การลงทะเบียนวทิ ยานิพนธ์
๗.๑ นิสิตระดับปริญญาโทที่มีสิทธิลงทะเบียนวิทยานิพนธ์ ต้องศึกษารายวิชาในหลักสูตรของ

บัณฑติ วทิ ยาลยั มาแล้วไม่นอ้ ยกวา่ ๑ ภาคการศึกษาปกติ และมีหนว่ ยกิตสะสมไม่น้อยกวา่ ๙ หนว่ ยกติ
๗.๒ นิสิตระดับปริญญาเอก แบบ ๑ ที่มีสิทธิลงทะเบียนวิทยานิพนธ์ ภายหลังจากขึ้นทะเบียนเป็น

นิสิตแล้ว นิสิตระดับปริญญาเอก แบบ ๒ ที่มีสิทธิลงทะเบียนวิทยานิพนธ์ ต้องศึกษารายวิชาในหลักสูตรของบัณฑิต
วทิ ยาลยั มาแลว้ ไมน่ อ้ ยกวา่ ๑ ภาคการศึกษาปกติ และมหี นว่ ยกิตสะสมไม่น้อยกวา่ ๖ หนว่ ยกิต

๗.๓ ให้นิสิตลงทะเบียนวิทยานิพนธ์ ภายใน ๓๐ วัน นับจากวันที่บัณฑิตวิทยาลัยประกาศอนุมัติ
หัวข้อวิทยานิพนธ์ โดยกรอกแบบการลงทะเบียนวิทยานิพนธ์ บฑ ๙ แล้วยื่นต่อบัณฑิตวิทยาลัยพร้อมทั้งชำระเงิน
คา่ ลงทะเบียนในส่วนงานตามทม่ี หาวทิ ยาลยั กำหนด หากไม่สามารถชำระค่าลงทะเบียนวิทยานพิ นธ์ ภายในระยะเวลาที่
กำหนด ต้องยื่นคำร้องขอชำระค่าลงทะเบียนล่าช้าต่อบัณฑิตวิทยาลัย ทั้งนี้ ต้องไม่เกิน ๓๐ วันทำการ หากเกินต้อง
ชำระเป็นค่าปรบั ในอตั ราการลงทะเบยี นลา่ ช้า จำนวน ๕๐ บาท ตอ่ ๑ วันทำการ

ขอ้ ๘ การเปลีย่ นแปลงเกยี่ วกบั โครงรา่ งวทิ ยานพิ นธ์
๘.๑ การขอเปลี่ยนแปลงใด ๆ เกี่ยวกับวิทยานิพนธ์ที่ไม่ใช่สาระสำคัญให้นิสิตยื่นแบบคำ

ร้อง บฑ ๘ พร้อมทั้งชี้แจงเหตุผลที่ขอเปลี่ยนแปลงต่อคณบดีบัณฑิตวิทยาลัยเพื่อขออนุมัติโดยผ่านคณะกรรมการ
ควบคุมวิทยานิพนธ์ เมื่อได้รับการอนุมัติให้เปลี่ยนแปลงให้นำส่งหัวข้อและโครงร่างที่เปลี่ยนแปลงใหม่ต่อบัณฑิต
วทิ ยาลยั จำนวน ๔ ชดุ

๘.๒ หากการเปลี่ยนแปลงหัวข้อหรือโครงร่างวิทยานิพนธ์ที่เป็นสาระสำคัญ นิสิตต้อง
ปฏบิ ตั ิเช่นเดียวกับการยืน่ ขออนมุ ตั หิ ัวข้อและโครงร่างวทิ ยานิพนธ์ใหม่ โดยไม่ตอ้ งลงทะเบียนวทิ ยานพิ นธซ์ ้ำอกี ยกเว้น
หากการเปล่ยี นแปลงเปน็ ความประสงค์ส่วนตัวของนิสติ เม่ือคณะกรรมการพิจารณาแลว้ พบว่าไมม่ ีเหตผุ ลความจำเป็น
เพียงพอ นสิ ติ ตอ้ งชำระคา่ ลงทะเบียนวทิ ยานพิ นธซ์ ำ้ อีก

๘.๓ ให้นิสิตติดตามผลการขออนมุ ตั ิการเปลี่ยนแปลงเก่ียวกับวิทยานิพนธ์หลงั จากทีไ่ ดย้ นื่
คำร้องและไดเ้ ข้าชี้แจงแลว้

หมวดที่ ๓
คณะกรรมการควบคุมวิทยานพิ นธ์
ขอ้ ๙ คณะกรรมการควบคมุ วิทยานิพนธ์
๙.๑ คณะกรรมการควบคมุ วทิ ยานพิ นธต์ ้องมีทง้ั บรรพชติ และคฤหสั ถจ์ ำนวนไม่น้อยกว่า ๒
รปู คน แตไ่ มเ่ กนิ ๓ รูป/คน ทง้ั นีจ้ ะตอ้ งมีอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยอย่างน้อย ๑ รปู /คน

มคอ.๒ หลกั สูตร พธ.ม. สาขาวิชาพระพุทธศาสนา ๑๕๕

๙.๒ คณะกรรมการผู้ควบคุมวิทยานิพนธ์ของนิสิตระดับปริญญาโท ต้องมีคุณสมบัติได้รับ
ปรญิ ญาชั้นใดชน้ั หน่งึ ในสาขาวชิ าท่นี สิ ติ ทำวทิ ยานพิ นธห์ รอื สาขาวิชาที่เกยี่ วข้อง

คณะกรรมการผู้มีคุณสมบัติได้รับปริญญาต่ำกว่าระดับปริญญาเอก ต้องมีตำแหน่งทาง
วชิ าการไม่ต่ำกวา่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์หรอื เป็นผเู้ ชยี่ วชาญ

๙.๓ คณะกรรมการผู้ควบคมุ วิทยานิพนธ์ของนสิ ิตระดับปรญิ ญาเอก ต้องมีคุณสมบตั ิไดร้ บั
ปรญิ ญาชน้ั ใดชัน้ หนง่ึ ในสาขาวชิ าทนี่ สิ ิตทำวิทยานิพนธห์ รือสาขาวชิ าทเี่ กย่ี วข้อง

คณะกรรมการผู้มีคณุ สมบัติได้รับปริญญาต่ำกวา่ ระดับปริญญาเอก ต้องมีตำแหน่งทางวิชาการไมต่ ำ่
กว่ารองศาสตราจารย์หรอื เปน็ ผู้เชย่ี วชาญ

๙.๔ คณะกรรมการควบคุมวทิ ยานพิ นธ์มหี นา้ ที่ดังต่อไปน้ี
(๑) ให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับวิธีทำวิทยานิพนธ์ รวมทั้งตัดสินแก้ไขปัญหาท่ี

เกิดขึ้นขณะทำวิทยานพิ นธ์
(๒) ให้คำปรึกษาแนะนำเก่ยี วกับการเขยี นวทิ ยานพิ นธ์
(๓) พิจารณาใหค้ วามเหน็ ชอบในการขอสอบวทิ ยานพิ นธข์ องนสิ ติ

ขอ้ ๑๐ การเขยี นวิทยานิพนธ์
ใหน้ ิสติ เรยี บเรียงวิทยานพิ นธ์โดยให้มรี ูปแบบและขนาดวทิ ยานิพนธ์ ตามคูม่ อื การทำวิทยานิพนธข์ อง

บัณฑิตวทิ ยาลัย

หมวดที่ ๔
การรายงานความกา้ วหน้าวิทยานิพนธ์
ข้อ ๑๑ การรายงานความก้าวหนา้ วทิ ยานิพนธ์
๑๑.๑ นิสิตระดับปริญญาโททกุ สาขา ผู้ได้รับผลการศึกษา ตั้งแต่ ๙ หน่วยกิต ขึ้นไป และ
ยังไม่ได้ยื่นเสนอหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์ ต้องมารายงานความก้าวหน้าในการจัดทำหัวข้อและโครงร่าง
วทิ ยานิพนธ์ ตอ่ บัณฑิตวทิ ยาลยั และอาจารย์ผู้ติดตามความก้าวหน้าวิทยานพิ นธ์ ทุก ๑ เดือน
๑๑.๒ นิสติ ระดบั ปริญญาเอก แบบ ๒.๑ (หลกั สูตรภาษาไทย) ผู้ไดร้ ับผลการศึกษาต้ังแต่
๖ หน่วยกติ ขึ้นไป และยงั ไม่ไดย้ ่ืนเสนอขอสอบหวั ขอ้ และโครงร่างวทิ ยานพิ นธต์ ้องมารายงานความก้าวหนา้ ในการจดั ทำ
หัวขอ้ และโครงร่างวิทยานิพนธ์ ต่อบณั ฑติ วิทยาลยั และอาจารย์ผตู้ ดิ ตามความกา้ วหน้าวิทยานิพนธ์ ทกุ ๑ เดอื น
๑๑.๓ นิสิตระดับปริญญาเอก แบบ ๑.๑ (หลักสูตรภาษาอังกฤษ) ผู้ผ่านรายวิชาท่ี
กำหนดให้ศึกษาเพิ่มเติมครบ ๓ รายวิชาแล้ว และยังไม่ได้ยื่นเสนอขอสอบหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์ต้องมา
รายงานความก้าวหน้าในการจัดทำหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์ ต่อบัณฑิตวิทยาลัยและอาจารย์ผู้ติดตาม
ความก้าวหนา้ วิทยานิพนธ์ ทกุ ๑ เดือน
๑๑.๔ นิสิตผู้ลงทะเบียนทำวิทยานิพนธ์แล้ว ต้องมารายงานความก้าวหน้าในการทำ
วิทยานพิ นธ์ตอ่ บณั ฑติ วทิ ยาลัยและอาจารย์ผู้ตดิ ตามความก้าวหนา้ วิทยานพิ นธ์ ทกุ ๓ เดอื น

มคอ.๒ หลกั สตู ร พธ.ม. สาขาวิชาพระพทุ ธศาสนา ๑๕๖

หมวดที่ ๕
การสอบวทิ ยานิพนธ์
ขอ้ ๑๒ การขอสอบวิทยานพิ นธ์
๑๒.๑ นสิ ติ ระดับปริญญาโท มสี ิทธิขอสอบวทิ ยานพิ นธไ์ ด้เมอื่
(๑) ใช้เวลาทำวิทยานิพนธ์ไม่น้อยกว่า ๓ เดือน นับตั้งแต่วันที่ได้รับ
อนุมัติหัวข้อและโครงร่างวทิ ยานิพนธ์ และลงทะเบียนวิทยานิพนธ์
(๒) สอบผา่ นรายวชิ าต่าง ๆ ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ใน
หลักสตู ร และได้คา่ ระดบั เฉลยี่ สะสมในรายวิชาตลอดหลักสูตรไม่ตำ่ กวา่ ๓.๐๐
(๓) เขียนวิทยานิพนธ์เสร็จสมบูรณ์ตามคำแนะนำของคณะกรรมการ
ควบคุมวิทยานพิ นธ์ และไดร้ ับความเห็นชอบจากคณะกรรมการดงั กลา่ วให้ทำการขอสอบได้
๑๒.๒ นิสติ ระดบั ปริญญาเอก มสี ิทธิขอสอบวทิ ยานพิ นธ์ไดเ้ มอ่ื
(๑) ใชเ้ วลาทำวทิ ยานพิ นธ์ไม่นอ้ ยกว่า ๘ เดอื น นบั ตัง้ แต่วันท่ไี ด้รับอนุมัตหิ ัวข้อและโครง
ร่างวทิ ยานิพนธ์ และลงทะเบียนวิทยานพิ นธ์
(๒) สอบผา่ นรายวชิ าตา่ ง ๆ ครบถว้ นตามเง่ือนไขท่ีกำหนดไว้ในหลักสตู รและได้รบั ค่า
ระดบั เฉลี่ยสะสมในรายวชิ าตลอดหลักสตู รไม่ตำ่ กวา่ ๓.๐๐
(๓) สอบผา่ นการสอบวดั คุณสมบตั ใิ นรายวิชาตามที่บณั ฑิตวทิ ยาลยั กำหนด
(๔) เขียนวิทยานิพนธ์สำเร็จสมบูรณ์ตามคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุมวทิ ยานิพนธ์
และไดร้ บั ความเหน็ ชอบจากคณะกรรมการดังกล่าวให้ทำการขอสอบได้
๑๒.๓ ให้นิสิตย่ืนคำร้องขอตรวจรูปแบบวิทยานิพนธ์ พร้อมทั้งแนบวิทยานิพนธ์ ๑ ฉบบั
ต่อบณั ฑิตวิทยาลยั ก่อนวนั สอบวิทยานิพนธไ์ ม่น้อยกว่า ๓๐ วัน
๑๒.๔ ให้นิสิตรับผลการตรวจรูปแบบวิทยานิพนธ์จากบัณฑิตวิทยาลัยหลังจากยื่นคำร้อง
แลว้ ๑๐ วนั ทำการ
๑๒.๕ ให้นิสิตยื่นแบบคำร้องขอสอบวิทยานิพนธ์ บท ๘ ต่อบัณฑิตวิทยาลัยผ่านประธาน
คณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์ พร้อมกับเสนอวิทยานิพนธ์ที่เรียบเรียงเสร็จแล้ว รวมทั้งบทคัดย่อภาษาไทยและ
ภาษาองั กฤษ อย่างละ ๖ ชุด
๑๒.๖ ให้บัณฑิตวิทยาลัยส่งวิทยานิพนธ์และบทคัดย่อถึงคณะกรรมการตรวจสอบ
วทิ ยานิพนธก์ อ่ นวันสอบไม่นอ้ ยกวา่ ๒ สปั ดาห์
ข้อ ๑๓ คณะกรรมการตรวจสอบวิทยานพิ นธ์
๑๓.๑ คณะกรรมการตรวจสอบวทิ ยานิพนธ์ มีจำนวนไม่น้อยกว่า ๓ ท่าน แต่ไม่
เกิน ๕ ทา่ น ประกอบด้วย
(๑) ประธาน ไดแ้ ก่ คณบดีหรอื ผทู้ คี่ ณบดีมอบหมาย

มคอ.๒ หลกั สตู ร พธ.ม. สาขาวิชาพระพุทธศาสนา ๑๕๗

(๒) คณะกรรมการควบคุมวทิ ยานพิ นธ์
(๓) กรรมการผทู้ รงคณุ วฒุ ิจากภายนอกมหาวิทยาลยั จำนวนไม่เกนิ ๓
ทา่ น
๑๓.๒ เมื่อบัณฑิตวิทยาลัยติดต่อเชิญผู้ที่สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการตรวจสอบ
วิทยานิพนธ์ได้แล้ว ให้เสนอรายนามกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์ต่อคณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัย เพ่ือ
พจิ ารณาแต่งตงั้
๑๓.๓ เมื่อประธานคณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัย ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการ
ตรวจสอบวิทยานิพนธ์แล้ว ให้บัณฑิตวิทยาลัยประกาศกำหนดวัน เวลาและสถานที่สอบให้ทราบโดยทั่วกัน และมี
หนังสือเชิญถึงกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์ก่อนวันสอบ ไม่น้อยกว่า ๑๐ วัน รายนามคณะกรรมกา รตรวจสอบ
วทิ ยานิพนธ์ให้ถอื เปน็ ความลบั สำหรบั ผูส้ อบ
๑๓.๔ ในกรณีที่กรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์ไม่สามารถมาตรวจสอบวิทยานิพนธ์ได้
ให้แจ้งต่อบัณฑิตวิทยาลัยโดยผ่านประธานคณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์พร้อมทั้งแจ้งผลการตรวจสอบ
วทิ ยานิพนธ์ด้วย

หมวดท่ี ๖

การประเมนิ ผลวิทยานพิ นธ์

ข้อ ๑๔ การประเมนิ ผลวิทยานพิ นธ์

๑๔.๑ ในการสอบวิทยานิพนธ์ นิสิตต้องตอบข้อซักถามต่าง ๆ เกี่ยวกับ

วทิ ยานพิ นธ์หรอื เร่ืองทีเ่ กีย่ วข้อง หลงั จากสอบแลว้ ใหค้ ณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธป์ ระชมุ พจิ ารณาประเมินผล

ในขณะประเมินผลให้นสิ ติ ออกจากห้องสอบ

๑๔.๒ ใหม้ ีการจดบนั ทกึ รายละเอียดเก่ียวกบั การประเมินผลวทิ ยานพิ นธ์ทุกคร้งั

๑๔.๓ หากคณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์มีมติให้แก้ไขวิทยานิพนธ์ ไม่ว่า

กรณีใด ๆ นิสิตต้องแก้ไขวิทยานิพนธใ์ หถ้ ูกต้องตามมตแิ ละคำแนะนำนัน้ ก่อนท่ีจะนำวทิ ยานิพนธฉ์ บบั ท่ีแก้ไขแลว้ สง่

บณั ฑิตวิทยาลัย กรณีทีน่ สิ ติ ไมส่ ามารถส่งวิทยานพิ นธ์ได้ทันเวลา ตามท่คี ณะกรรมการกำหนด จะตอ้ งดำเนินการย่ืนขอ

ขยายเวลาการส่งวิทยานิพนธ์ต่อบัณฑิตวิทยาลัย โดยผ่านความเห็นชอบของประธานคณะกรรมการตรวจสอบ

วิทยานิพนธ์ ทั้งนี้ การขยายเวลาต้องอยู่ภายใต้ในระยะเวลา ๖ เดือน นับแต่วันสอบ หากเกินจากกำหนดนี้ ให้ถือว่า

สอบไมผ่ ่าน และจะตอ้ งดำเนนิ การขอสอบใหม่ กรณที ยี่ งั คงสถานภาพนิสิตอยเู่ ทา่ นั้น

๑๔.๔ ให้คณะกรรมการตรวจสอบวทิ ยานพิ นธท์ ำการประเมนิ ผลวิทยานพิ นธ์โดย

กำหนดเปน็ ๔ ระดับ ดังน้ี

ผลการศกึ ษา ระดบั

มคอ.๒ หลกั สตู ร พธ.ม. สาขาวิชาพระพุทธศาสนา ๑๕๘

ดีเยยี่ ม (Excellence) A

ดี (Good) B+

ผา่ น (Passed) B

ตก (Failed) F

สว่ นวิทยานพิ นธท์ ีอ่ ยูใ่ นระหว่างการเรียบเรียงใหแ้ สดงสถานะดว้ ยสัญลกั ษณ์ IP (In

progress)

๑๔.๕ การลงนามของกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์ในหนา้ อนุมตั ิวทิ ยานิพนธ์

อาจกระทำได้เม่อื เหน็ สมควร แต่ประธานคณะกรรมการตรวจสอบวทิ ยานพิ นธจ์ ะลงนามได้ต่อเมอื่ วิทยานพิ นธน์ ั้นไดร้ บั

การแก้ไขทั้งรูปแบบ และเนือ้ หาเรยี บรอ้ ยแล้วเทา่ นน้ั จากน้ันคณะบดบี ณั ฑิตวิทยาลยั จึงลงนามอนุมัติ

๑๔.๖ ให้ประธานคณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์เสนอผลการประเมินต่อ

คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย หากมีมติไม่เป็นเอกฉันท์ให้รวบรวมใบประเมินผลของกรรมการทุกท่าน เพื่อส่งให้

คณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัยพิจารณาชี้ขาดเมื่อทราบผลการประเมิน และนิสิตส่งวิทยานิพนธ์ฉบับท่ีแก้ไข

เรียบร้อยแล้วบัณฑิตวิทยาลัยจะประกาศผลใหท้ ราบโดยท่ัวกนั

ขอ้ ๑๕ การสง่ วทิ ยานพิ นธ์ฉบบั สมบรู ณ์

๑๕.๑ เมื่อนิสิตแก้ไขเนื้อหาและรูปแบบ ตามมติคณะกรรมการตรวจสอบ

วิทยานิพนธ์แล้ว ให้นิสติ สง่ วิทยานิพนธ์ฉบบั ที่แก้ไขทีม่ ีลายมือชื่อคณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์ครบถว้ นทุกคน

จำนวน ๗ เล่ม โดยเย็บเล่มและเข้าปกแข็งเรียบร้อย ตามรูปแบบที่บัณฑิตวิทยาลัยกำหนดพร้อมด้วย บทคัดย่อ

ภาษาไทยและภาษาอังกฤษอกี อย่างละ ๒ ชดุ และแผน่ ซดี บี ันทึกไฟลห์ วั ข้อวิทยานิพนธ์ฉบบั สมบูรณท์ ง้ั ที่เป็นแบบไฟล์

Microsoft Word และไฟล์ Adobe PDF จำนวนไฟล์ละ ๑ แผ่น ต่อบัณฑิตวิทยาลยั วันท่ีนิสิตส่งวิทยานพิ นธฉ์ บับ

สมบรู ณถ์ อื วา่ เปน็ วันท่นี สิ ิตสำเร็จการศึกษา

๑๕.๒ ในกรณีที่นิสิตประสงค์จะเผยแพร่วิทยานิพนธ์หรือมอบให้แก่หน่วยงานใด

ตามข้อผูกพันหรืออื่น ๆ หลังจากที่ได้รับอนุมัติวิทยานิพนธ์ ให้นิสิตยื่นคำร้องพร้อมด้วยวิทยานิพนธ์ตามจำนวนที่

ต้องการเสนอต่อคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย เพื่อพิจารณาลงนามในหน้าอนุมัติ ทั้งนี้ให้แนบวิทยานิพนธ์ฉบับซึ่งคณบดี

บัณฑติ วิทยาลยั ลงนามไวแ้ ลว้ ๑ เล่ม พรอ้ มท้ังแผ่นบันทึกขอ้ มลู วิทยานิพนธฉ์ บับสมบรู ณ์จำนวน ๑ ชดุ

๑๕.๓ วิทยานิพนธ์และบทคัดย่อทั้งฉบบั ภาษาไทย และภาษาอังกฤษของนิสิตที่

สำเรจ็ การศกึ ษาให้เป็นลขิ สิทธิ์ของบัณฑติ วิทยาลยั ก่อนนำไปพมิ พเ์ ผยแรต่ ้องได้รับอนมุ ตั ิจากคณบดีบณั ฑติ วิทยาลยั

บทเฉพาะกาล
ข้อ ๑๖ นิสิตที่ได้รับอนุมัติหัวข้อและโครงการวิทยานิพนธ์และลงทะเบียนไว้แล้วก่อนที่จะ
ประกาศใช้ระเบียบน้ี ให้ปฏบิ ตั ติ ามระเบียบบณั ฑิตวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั ในพระบรมราชูปถมั ภ์ ว่า
ดว้ ยวิธปี ฏบิ ัตเิ กี่ยวกบั วิทยานพิ นธ์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๒ และระเบียบบณั ฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราช
วทิ ยาลยั ว่าด้วยวิธปี ฏบิ ตั ิวทิ ยานิพนธ์ แกไ้ ขเพิ่มเตมิ พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๖

มคอ.๒ หลกั สูตร พธ.ม. สาขาวิชาพระพุทธศาสนา ๑๕๙

ข้อ ๑๗ นิสิตที่ได้รับอนุมัติหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์ และลงทะเบียนภายหลังที่ประกาศใช้
ระเบียบนแ้ี ลว้ ใหป้ ฏบิ ัติตามระเบียบน้ี

ประกาศ ณ วนั ท่ี ๒๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

(พระศรสี ิทธิมนุ )ี
คณบดบี ัณฑติ วิทยาลยั
ประธานคณะกรรมการประจำบณั ฑติ วทิ ยาลัย

มคอ.๒ หลกั สูตร พธ.ม. สาขาวชิ าพระพุทธศาสนา ๑๖๐

ระเบียบบัณฑติ วิทยาลัย
มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั
ว่าดว้ ยการศึกษาภาคฤดรู อ้ น พ.ศ.๒๕๕๒

เพื่อให้การจัดการศึกษาในภาคการศึกษาฤดูร้อนในระดับบัณฑิตศึกษาเป็นไปด้วยความเรีย บร้อย มี
ประสิทธิภาพ บรรลุตามวัตถุประสงค์และนโยบาลของมหาวิทยาลัย เพละเพื่ออนุมัติให้เป็นไปตามความในข้อ ๙ แห่ง
ข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๑ โดยอาศัยมติที่
ประชุมคณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในคราวประชุมครั้งที่ ๔/
๒๕๔๒ เมื่อวนั ท่ี ๓๐ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๒ บัณฑติ วทิ ยาลยั จึงวางระเบยี บไว้ดังตอ่ ไปนี้

ข้อ ๑ ระเบียบนเี้ รยี กวา่ ระเบยี บบณั ฑติ วิทยาลัย วา่ ดว้ ยการศกึ ษาภาคฤดูรอ้ น พ.ศ. ๒๕๔๒”
ข้อ ๒ ให้ใชร้ ะเบยี บนีต้ ง้ั แต่วนั ถดั จากวันประกาศเป็นต้นไป
ขอ้ ๓ ภาคการศกึ ษาฤดรู ้อน ต้องมเี วลาการศึกษาไมน่ ้อยกวา่ ๖ สปั ดาห์ และมจี ำนวนชวั่ โมงการศึกษาในแต่
ละรายวชิ าเทา่ กบั การศกึ ษาภาคปกติ
ข้อ ๔ จำนวนหน่วยกิตท่กี ำหนดใหน้ สิ ติ ลงทะเบยี นในภาคการศกึ ษาฤดูร้อนไมน่ อ้ ยกว่า ๓ หนว่ ยกิตและไม่เกนิ
๖ หน่วยกติ โดยความเห็นชอบของอาจารย์ทป่ี รึกษาทวั่ ไป
นิสติ ทป่ี ระสงคจ์ ะลงทะเบียนน้อยกวา่ หรอื มากกกว่าทก่ี ำหนดไว้ในขอ้ ๔ ใหย้ ื่นคำรอ้ งต่อคณบดบี ัณฑิต
วทิ ยาลยั เพ่อื ขออนมุ ัตเิ ป็นกรณพี ิเศษ
ข้อ ๕ อตั ราค่าธรรมเนยี มการศึกษาในภาคการศึกษาฤดูรอ้ นให้เปน็ ไปตามทมี่ หาวิทยาลยั กำหนด
ขอ้ ๖ ให้ใช้ระเบยี บนสี้ ำหรบั นสิ ติ ที่เขา้ ศกึ ษาต้ังแตป่ ี พ.ศ. ๒๕๔๒
ขอ้ ๗ ให้คณบดีบณั ฑิตวทิ ยาลยั รกั ษาการให้เปน็ ไปตามระเบียบน้ี

ประกาศ ณ วนั ท่ี ๑ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๒

(พระมหาสมจนิ ต์ สมมฺ าปญโฺ ญ)
คณบดบี ณั ฑิตวทิ ยาลัย

ประธานคณะกรรมการประจำบัณฑิตวทิ ยาลยั

มคอ.๒ หลกั สตู ร พธ.ม. สาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนา ๑๖๑

ประกาศมหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั
เร่อื ง เกณฑม์ าตรฐานหลักสูตรระดับบณั ฑิตศึกษา พ.ศ.๒๕๔๘

โดยที่เห็นเป็นการสมควรปรับปรุงเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิตและพุทธศาสตร

ดุษฎีบัณฑิต ให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ.๒๕๔๘ ของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อ

ประโยชนใ์ นการกำหนดมาตรฐานการศกึ ษาระดับบัณฑิตศึกษา ให้ดำเนินไปดว้ ยความเรยี บร้อย มีประสทิ ธิภาพ และ

บรรลุวตั ถปุ ระสงคต์ ามนโยบายของมหาวิทยาลัย

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๙ (๒) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช

วทิ ยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ และมติสภามหาวทิ ยาลัย ในคราวประชมุ ครงั้ ที่ ๖/๒๕๔๘ เม่อื วนั ที่ ๓๑ สงิ หาคม พ.ศ. ๒๕๔๘

จึงออกประกาศมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เรื่อง เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ.

๒๕๔๘ ไวด้ ังต่อไปนี้

๑. ระดบั ประกาศนียบัตรบณั ฑติ มจี ำนวนหนว่ ยกติ รวมตลอดหลักสตู รไม่นอ้ ยกว่า ๒๔ หนว่ ยกติ

๒. ระดบั ปริญญาโท มจี ำนวนหน่วยกติ รวมตลอดหลกั สตู รไมน่ อ้ ยกว่า ๓๘ หน่วยกติ

โดยแบง่ การศึกษา เป็น ๒ แผน ดงั น้ี

๑) แผน ก เป็นการศึกษาที่เนน้ การวิจยั โดยมีการทำวิทยานิพนธ์ ดงั นี้

แบบ ก (๑) ทำเฉพาะวทิ ยานพิ นธซ์ งึ่ มีคา่ เทียบได้ ๓๘ หน่วยกิต และบัณฑติ วทิ ยาลัยอาจ

จัดใหศ้ กึ ษารายวชิ าเพ่ิมเตมิ โดยไมต่ ้องนบั หน่วยกิต เพอ่ื คุณภาพการศึกษาของผศู้ กึ ษา

แบบ ก (๒) ศึกษารายวชิ าไมน่ อ้ ยกวา่ ๒๖ หนว่ ยกติ และทำวิทยานิพนธซ์ ึง่ มี

คา่ เทยี บได้ ๑๒ หน่วยกติ จำแนกประเภทดงั นี้

วชิ าบังคับ ไม่นอ้ ยกวา่ ๘ หนว่ ยกติ

วิชาเอก ไม่น้อยกวา่ ๑๒ หน่วยกิต

วชิ าเลือก ไมน่ ้อยกว่า ๖ หน่วยกติ

วทิ ยานพิ นธ์ ๑๒ หนว่ ยกิต

รวมท้งั สิน้ ไม่นอ้ ยกว่า ๓๘ หนว่ ยกิต

๒) แผน ข ศกึ ษารายวชิ าไมน่ อ้ ยกว่า ๓๒ หนว่ ยกิต และทำการศกึ ษาอิสระซ่งึ มีค่าเทียบได้

๖ หน่วยกิต จำแนกประเภท ดงั น้ี

วชิ าบงั คับ ไมน่ ้อยกว่า ๘ หน่วยกิต

วชิ าเอก ไม่น้อยกวา่ ๑๒ หน่วยกติ

มคอ.๒ หลกั สตู ร พธ.ม. สาขาวชิ าพระพุทธศาสนา ๑๖๒

วชิ าเลอื ก ไมน่ อ้ ยกวา่ ๑๒ หน่วยกิต

การศึกษาอิสระ ๖ หน่วยกิต

รวมทั้งสนิ้ ไม่นอ้ ยกว่า ๓๘ หนว่ ยกิต

๓. ระดบั ปริญญาเอก แบง่ การศึกษาเป็น ๒ แบบ ดงั นี้

๑) แบบ ๑ ผู้เข้าศึกษาต้องทำวิทยานิพนธ์ ซึ่งมีค่าเทียบได้ ๕๔ หน่วยกิต แบ่งการศึกษาเป็น ๒

แบบ โดยบัณฑิตวทิ ยาลยั อาจจดั ให้ศกึ ษารายวชิ าเพ่ิมเตมิ โดยไม่ต้องนบั หนว่ ยกิต เพอื่ คณุ ภาพการศกึ ษาของผู้ศึกษา

แบบ ๑.๑ ผู้เขา้ ศกึ ษาทีส่ ำเรจ็ ปริญญาโทตอ้ งทำวิทยานิพนธ์ ซงึ่ มีค่าเทียบได้ ๕๔หน่วยกติ

แบบ ๑.๒ ผู้เข้าศึกษาที่สำเร็จปริญญาตรีหรือเปรียญธรรม ๙ ประโยค ซึ่งบัณฑิตวิทยาลัย

อนมุ ัติให้เข้าศกึ ษาเปน็ กรณีพิเศษ ตอ้ งทำวิทยานิพนธ์ ซงึ่ มีค่าเทยี บได้ ๗๘ หนว่ ยกิต

๒. แบบ ๒ แบ่งการศกึ ษาเปน็ ๒ แบบ ดังนี้

แบบ ๒.๑ ผู้เข้าศึกษาที่สำเร็จปริญญาโท ต้องศึกษารายวิชาไม่น้อยกว่า ๑๙ หน่วยกิต และทำ

วทิ ยานพิ นธ์ ซึ่งมคี ่าเทยี บได้ ๓๖ หน่วยกติ จำแนกประเภทดังนี้

วิชาบังคบั ไม่น้อยกวา่ ๖ หนว่ ยกติ

วชิ าเอก ไมน่ อ้ ยกวา่ ๖ หนว่ ยกติ

วชิ าเลือก ไมน่ อ้ ยกวา่ ๖ หนว่ ยกิต

วทิ ยานพิ นธ์ ๓๖ หน่วยกติ

รวมทง้ั ส้นิ ไมน่ ้อยกวา่ ๕๔ หนว่ ยกิต

ท้งั นี้ ตั้งแตป่ ีการศกึ ษา ๒๕๔๙ เปน็ ต้นไป

ประกาศ ณ วันท่ี ๘ กันยายน พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๘

(พระราชรตั นโมลี)
อุปนายกสภามหาวทิ ยาลยั ทำหน้าทแ่ี ทน
นายกสภามหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั

มคอ.๒ หลกั สูตร พธ.ม. สาขาวิชาพระพทุ ธศาสนา ๑๖๓

ประกาศบณั ฑติ วิทยาลยั
มหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย
เรือ่ ง กำหนดรายวชิ าใหน้ สิ ิตคฤหสั ถ์ศกึ ษาเพ่มิ เติม

เพ่ือใหก้ ารจัดการศึกษาหลักสตู รพทุ ธศาสตรมหาบัณฑิต สำหรบั คฤหสั ถ์ เปน็ ไปดว้ ยความเรยี บรอ้ ย

มปี ระสิทธภิ าพ บรรลุตามวัตถุประสงค์และนโยบายของมหาวิทยาลัยจึงสมควรกำหนดรายวชิ าบาลี ให้ศกึ ษาเพิ่มเตมิ

อาศัยมติที่ประชุมคณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัย ในคราวประชุมครั้งที่ ๒/๒๕๔๙ เมื่อวัน

อังคารที่ ๒๐ มถิ ุนายน พ.ศ. ๒๕๔๙ จงึ ให้ยกเลกิ ประกาศบณั ฑติ วิทยาลัย เรอื่ ง กำหนดรายวชิ าใหน้ สิ ติ คฤหัสถ์ศึกษา

เพิม่ เติม ลงวันที่ ๒๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๘ และกำหนดรายวชิ าบาลี ใหศ้ ึกษาเพิม่ เตมิ ดงั นี้

๑. วิชา ๑๐๒ ๓๐๒ การใชภ้ าษาบาลี ๑ (๓) (๓-๐-๖)

Usage of Pali I

๒. วิชา ๑๐๒ ๓๐๖ การใช้ภาษาบาลี ๒ (๓) (๓-๐-๖)

Usage of Pali II

ใหร้ ายวชิ าเหล่านเี้ ป็นรายวิชาเรียนเสรมิ โดยไมน่ ับหนว่ ยกติ และแสดงผลการเรยี นดว้ ยสญั ลกั ษณ์ S

หรือ U

นสิ ิตทส่ี อบไดเ้ ปรียญธรรมหรอื บาลศี ึกษาตงั้ แตป่ ระโยค ป.ธ.๓ ขนึ้ ไป หรอื สำเร็จการศกึ ษาหลกั สตู ร

ประกาศนียบตั รภาษาบาลี ไมต่ ้องลงทะเบียนเรียน

ทัง้ นี้ ตงั้ แตป่ ีการศึกษา ๒๕๔๙ เป็นตน้ ไป

ประกาศ ณ วนั ที่ ๒๖ มิถนุ ายน พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๙

(พระมหาสมจนิ ต์ สมมฺ าปญฺโ )
คณบดบี ณั ฑิตวิทยาลัย

มคอ.๒ หลกั สูตร พธ.ม. สาขาวชิ าพระพุทธศาสนา ๑๖๔

มคอ.๒ หลกั สูตร พธ.ม. สาขาวชิ าพระพุทธศาสนา ๑๖๕

มคอ.๒ หลกั สูตร พธ.ม. สาขาวชิ าพระพุทธศาสนา ๑๖๖

มคอ.๒ หลกั สูตร พธ.ม. สาขาวชิ าพระพุทธศาสนา ๑๖๗

มคอ.๒ หลกั สูตร พธ.ม. สาขาวชิ าพระพุทธศาสนา ๑๖๘

มคอ.๒ หลกั สูตร พธ.ม. สาขาวชิ าพระพุทธศาสนา ๑๖๙


Click to View FlipBook Version