มคอ.๒ หลกั สตู รพทุ ธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ สาขาวิชาพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๑
รายละเอยี ดของหลักสตู รพทุ ธศาสตรดษุ ฎบี ัณฑติ
สาขาวชิ าพระไตรปิฎกศึกษา หลกั สูตรใหม่ พ.ศ. ๒๕๖๒
ช่อื สถาบันอดุ มศึกษา มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั
วิทยาเขต/คณะ/ภาควชิ า วิทยาเขตบาฬศี ึกษาพทุ ธโฆส นครปฐม
๑. รหัสและชือ่ หลักสูตร หมวดท่ี ๑ ข้อมูลทั่วไป
ชอ่ื หลักสตู รภาษาไทย
ชอ่ื หลักสตู รภาษาอังกฤษ : พทุ ธศาสตรดุษฎบี ัณฑิต สาขาวิชาพระไตรปฎิ กศึกษา
: Doctor of Philosophy Program in Tipitaka Studies
๒. ชือ่ ปริญญาและสาขาวิชา : พุทธศาสตรดุษฎบี ณั ฑิต (พระไตรปิฎกศกึ ษา)
ชื่อเต็มภาษาไทย : Doctor of Philosophy (Tipitaka Studies)
ชื่อเตม็ ภาษาอังกฤษ : พธ.ด. (พระไตรปฎิ กศึกษา)
ชื่อย่อภาษาไทย : Ph.D. (Tipitaka Studies)
ช่ือย่อภาษาองั กฤษ
๓. วชิ าเอก
สาขาวชิ าพระไตรปฎิ กศึกษา (Tipitaka Studies)
๔. จำนวนหนว่ ยวิชาท่ีเรียนตลอดหลักสตู ร
๔.๑ หลกั สูตรแบบ ๑.๑ จำนวน ๕๔ หน่วยกติ
๔.๒ หลกั สตู รแบบ ๒.๑ จำนวน ๕๔ หน่วยกิต
๕. รปู แบบของหลักสตู ร
๕.๑ รูปแบบ
เปน็ หลกั สตู รระดับปรญิ ญาเอก หลักสูตร ๓ ปี
๕.๒ ภาษาทใี่ ช้
ภาษาไทย
๕.๓ การรบั เขา้ ศึกษา
รบั ผเู้ ข้าศกึ ษาเปน็ ชาวไทย และชาวต่างประเทศทสี่ ามารถใชภ้ าษาไทยได้
๕.๔ ความรว่ มมือกับสถาบันอน่ื
เปน็ หลกั สูตรเฉพาะคณะพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั
๕.๕ การให้ปรญิ ญาแกผ่ ้สู ำเร็จการศกึ ษา
ใหป้ ริญญาเพียงสาขาวชิ าเดียว คอื พุทธศาสตรดุษฎบี ณั ฑิต สาขาวิชาพระไตรปฎิ กศึกษา
มคอ.๒ หลักสูตรพทุ ธศาสตรดุษฎีบัณฑติ สาขาวิชาพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๒
๖. สถานภาพของหลักสตู ร
๖.๑ หลักสูตรใหม่ พ.ศ. ๒๕๖๒
๖.๒ เร่ิมใช้ในภาคเรยี นท่ี ๑ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๒ เป็นตน้ ไป
๖.๒ สภาวชิ าการ มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย เห็นชอบในการประชมุ คร้งั ท่ี ๑๑ เม่อื วันที่
๖ เดอื น ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๖๑
๖.๓ สภามหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั อนุมัตใิ นการประชมุ ครงั้ ที่ ๑๑ เมื่อวนั ท่ี ๒๖ เดือน
ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๖๑
๖.๔ สภามหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย อนุมัตใิ นการประชุม ตามทีส่ ำนักงานคณะกรรมการ
การอดุ มศกึ ษา ให้ข้อสงั เกต คร้งั ที่ ๑๑ เมื่อวันที่ ๒๖ เดือน ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๖๑
๗. ความพรอ้ มในการเผยแพร่หลักสูตรที่มีคุณภาพและมาตรฐาน
จะขอประเมินความพร้อมเพื่อการเผยแพร่หลกั สตู รในปกี ารศึกษา ๒๕๖๕ (หลังจากเปิดสอนหลกั สตู ร
เป็นเวลา ๓ ป)ี
๘. อาชพี ท่ีประกอบได้หลงั สำเร็จการศึกษา
๘.๑ อาจารย์ในสถาบนั การศึกษา
๘.๒ เจา้ หน้าที่ของรฐั เช่น อนุศาสนาจารย์
๘.๓ นกั พัฒนาด้านกิจการคณะสงฆ์ เช่น พระสังฆาธกิ าร
๘.๔ นกั วชิ าการอิสระ
๘.๕ นักพฒั นาสงั คม เช่น วปิ สั สนาจารย์ วทิ ยากรอบรมคุณธรรมจรยิ ธรรม
๙. ชอื่ นามสกุล เลขประจำตวั ประชาชน ตำแหน่งและคณุ วฒุ กิ ารศึกษาของอาจารยผ์ ู้รับผิดชอบหลักสตู ร
๑) อาจารยผ์ ูร้ บั ผดิ ชอบหลักสูตร สาขาวิชาพระไตรปฎิ กศกึ ษา
มหาวทิ ยาลยั จฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั วิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส นครปฐม
ตำแหน่ง ชือ่ - นามสกลุ คณุ วฒุ ิ/สาขาวิชา สถาบนั ทส่ี ำเร็จ ปที ่ี
ทางวชิ าการ สำเรจ็
อาจารย์ พระปัญญารัตนากร,ดร.* พธ.ด. (พระพุทธศาสนา) ม.มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั ๒๕๖๑
(สำรวย าณสํวโร/พนิ ดอน) พธ.ม. (พระพุทธศาสนา) ม.มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั ๒๕๔๒
๓ ๓๕๐๖ ๐๐๔๖๔ xx x พธ.บ. (ภาษาองั กฤษ) ม.มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั ๒๕๓๕
อาจารย์ พระครพู ิพธิ วรกจิ จานกุ าร, ดร.* Ph.D. (Pali&Buddhist Studies) BanarasHinduUniversity,India ๒๕๕๓
[มานิตย์ เฟือ่ งผล (เขมคุตฺโต)] M.A. (Buddhist Studies) BanarasHinduUniversity,India ๒๕๕๑
๓ ๑๐๐๙ ๐๐๖๔๗ xx x ศน.บ. (พระพทุ ธศาสนา) ม.มหามกฏุ ราชวิทยาลัย ๒๕๔๘
อาจารย์ พระมหาภมู ชิ าย อคฺคปญโฺ ,ดร.* พธ.ด. (พระพุทธศาสนา) ม.มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย ๒๕๕๘
(มกรพนั ธ์) พธ.ม. (ชวี ติ ิและความตาย) ม.มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั ๒๕๖๓
มคอ.๒ หลกั สตู รพุทธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ สาขาวิชาพระไตรปิฎกศึกษา ๓
ตำแหนง่ ช่ือ - นามสกลุ คณุ วฒุ ิ/สาขาวชิ า สถาบนั ท่สี ำเรจ็ ปที ี่
ทางวชิ าการ
พธ.บ. (บาลพี ทุ ธศาสตร์) สำเรจ็
ป.ธ. ๙
๓ ๕๖๐๑ ๐๐๑๐๖๑ xx x ม.มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย ๒๕๔๖
กองบาลีสนามหลวง ๒๕๕๐
๑๐. สถานท่ีจัดการเรยี นการสอน
มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตบาฬีศึกษาพทุ ธโฆส นครปฐม
ที่อยู่ : เลขที่ ๑๐๘/๕ วดั มหาสวสั ด์นิ าคพุฒาราม หมูท่ ี่ ๒ ซอยวดั มหาสวสั ด์ิ ถนนศาลายา-นครชยั ศรี
ตำบลหอมเกร็ด อำเภอสามพราน จังหวดั นครปฐม ๗๓๑๑๐
๑๑. สถานการณภ์ ายนอกหรือการพัฒนาท่จี ำเปน็ ต้องนำมาพิจารณาในการวางแผนหลกั สตู ร
๑๑.๑ สถานการณ์หรอื การพฒั นาทางเศรษฐกิจ
ปัจจุบันความสัมพันธ์ท้ังในระดับท้องถิ่น ประเทศ และระหว่างประเทศเก่ียวกับการพัฒนา
เศรษฐกิจเป็นแนวทางเศรษฐกิจแบบไรพ้ รมแดนท่ีเน้นการใช้เทคโนโลยีระดับสูงเข้ามาเป็นเคร่ืองมือในการแข่งขัน
ทำให้เกิดเขตการค้าเสรีหรือเขตเศรษฐกิจเสรีข้ึนอย่างมากมายหลายแห่งในโลก และมีแนวโน้มท่ีจะเกิดข้ึนและ
ขยายตัวในทุกประเทศ การดำเนินการด้านการค้าในยุคการค้าเสรีเช่นนี้ องค์กรธุรกิจไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็ก
กลางหรือขนาดใหญ่ ทั้งในระดับท้องถิ่นจนถึงระดับสากล ต่างต้องการองค์ความรู้ทางด้านภาษาอังกฤษและ
เทคโนโลยีระดบั สงู เป็นเคร่อื งนำไปสู่เป้าหมายทั้งด้านปรมิ าณและคณุ ภาพ
ในยุคโลกาภิวัตน์ ศาสนาถือว่าเป็นแกนหลักที่จะต้องให้คำตอบกับมนุษย์ในสังคมในทุกความสงสัย
ท่ีเก่ียวข้องกับเรื่องจิตวิญญาณและศีลธรรมท่ีมนุษย์ในสังคมจะพึงมีต่อกัน การดำเนินการทางด้านเศรษฐกิจของ
มนุษย์ก็เป็นหน่ึงในปัญหาที่มนุษย์จะต้องมีจิตสำนึกที่เข้ามาเก่ียวข้องกับศาสนาเพราะการทำธุรกิจการค้าขายน้ัน
จะต้องมีหลักเกณฑ์ในเร่ืองของคณุ ธรรมจริยธรรมเข้ามาเกี่ยวข้อง และคุณธรรมจริยธรรมดังกล่าวก็ล้วนมีท่มี าจาก
แหล่งสำคัญก็คือคำสอนที่มีปรากฏในคัมภีร์ของแต่ละศาสนา ดังนั้น หากมนุษย์ในสังคมที่เป็นผู้มีความเชื่อในทาง
ศาสนาอยู่แล้วหากมีการศึกษาหลักคำสอนจากคัมภีร์ทางศาสนาของตนให้ถ่องแท้ถูกต้องแล้วย่อมสามารถท่ีจะนำ
หลักการ คำสอนทางศาสนาของตนที่มีปรากฏในคัมภีรน์ ้ันไปปรบั ประยกุ ต์ใช้ในทางเศรษฐกจิ ของตนได้ดว้ ยการไม่
เอารัดเอาเปรียบทางการค้า มีความยุติธรรม ไม่เห็นแก่ตัวและการเสียสละ สำหรับสังคมไทยถือว่าเป็นสังคมชาว
พุทธที่มีพระไตรปิฎกเป็นคัมภีร์หลักสำคัญที่ถือว่าเป็นแหล่งรวบรวมความรู้ หลักคำสอนทางพระพุทธศาสนาไว้
อย่างครบถ้วน หากได้รับการศึกษาพระไตรปิฎกอย่างดีแล้วก็จะสามารถเข้าถึงหลักคำสอนและสามาถนำเอาหลัก
คำสอนนั้นไปปรับประยุกต์กับการดำเนินการทางธุรกิจการค้าหรือกระบวนการทางเศรษฐกิจอ่ืน ๆ ได้ ซ่ึงการ
กระทำดังกล่าวย่อมก่อให้เกิดผลดีกับทางเศรษฐกิจก็คือมีการคำนึงถึงประโยชน์ให้รอบด้านท้ังประโยชน์ตน
ประโยชน์สังคมและประโยชนส์ ูงสดุ คือประเทศชาติได้ ซึง่ บุคคลผูท้ ี่ไดร้ ับการศึกษาหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา
จากพระไตรปิฎกท่ีถูกต้องนั้นย่อมเป็นผู้ท่ีมีคุณค่าทางเศรษฐกิจเพราะเป็นผู้ท่ีรู้คุณค่าของปัจจัยทางธุรกิจท่ีจะต้อง
ดำเนินควบคู่ไปกับความอยู่รอดของสังคมนอกจากน้ัน ผู้ที่มีความรู้ทางด้านคุณธรรมจริยธรรมจากการศึกษา
พระไตรปฎิ กยอ่ มเป็นผทู้ ี่รูจ้ ักการใช้จ่ายและเป็นอยู่อยา่ งพอเพยี งตามหลกั การใชจ้ ่ายแบบมัชฌิมาปฏิปทาไมฟ่ ุ้งเฟ้อ
มคอ.๒ หลักสตู รพทุ ธศาสตรดษุ ฎีบณั ฑติ สาขาวิชาพระไตรปิฎกศกึ ษา ๔
รู้จักกิน รู้จักใช้พอประมาณ ซ่ึงเป็นรูปแบบของการดำเนินชีวิตที่เหมาะสมกับสถานการณ์ในสังคมวัตถุนิยมโลกาภิ
วตั น์เชน่ ปจั จุบนั
ดังนั้น เพื่อก่อให้เกิดภูมิคุ้มกันในทางเศรษฐกิจในทุกระดับทั้งในระดับจุลภาคคือการรู้จักใช้
ทรัพยากรทางเศรษฐกิจอย่างประหยัดและมีประโยชน์ตามหลักมัชฌิมาปฏิปทา คือหลักแห่งความพอเพียง รู้จัก
เห็นอกเห็นใจผู้อ่ืน หรือระดับมหภาค คือการค้าขายในระดับประเทศต่อประเทศที่เน้นความเป็นธรรมไม่มุ่งเฉพาะ
การค้าเพื่อเอากำไรแต่มุ่งเพ่ือความอยรู่ อดของสงั คมเพื่อการกระจายทรัพยากรให้เกดิ ประโยชน์กับสังคมของมนษุ ย์
ให้มากที่สุด จึงจำเป็นที่จะต้องมีการให้ความรู้ด้านเศรษฐกิจบนพ้ืนฐานของหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนาท่ี
ปรากฏในพระไตรปิฎกใหก้ บั คนในสงั คมทกุ ระดับใหส้ อดคล้องกับสภาพการเปลี่ยนแปลงของโลกปัจจบุ นั
๑๑.๒ สถานการณ์หรอื การพัฒนาทางสังคมและวฒั นธรรม
ในสถานการณ์โลกปัจจุบันนั้นได้มีการเปล่ียนแปลงไปอยู่ตลอดเวลาอันสืบเน่ืองมาจากกระแสของ
การพัฒนาของโลกในยุคโลกาภิวัตน์ ซ่ึงหลายส่ิงหลายอย่างได้มีการเปลี่ยนแปลงตัวเองอยู่ตลอดเวลาทั้งนกี้ ็เพื่อที่จะ
สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ซึ่งสภาพการณ์ดังกล่าวแม้เราจะทราบกันท่ัวไปว่าเป็นไปตามหลักคำสอนพระพุทธศาสนา
ในเรื่องความไม่เท่ียงก็ตาม แต่เนื่องจากความเจริญของเทคโนโลยีสารสนเทศในยุคปัจจุบัน การไหลบ่าของข้อมูล
ข่าวสารผ่านระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงทำให้มีผลกระทบอย่างมากต่อโครงสร้างทางสังคมของประเทศไทย ท้ัง
โครงสร้างครอบครัว ชุมชน สังคมและประเทศ ที่ทำให้สภาพชีวิตและการดำเนินชีวิตของคนไทยท่ีต้องปรับตัวให้
ทันต่อการศึกษาและการวางท่าทีต่อความเปลี่ยนแปลงน้ัน โดยเฉพาะในเร่ืองของการศึกษาพระไตรปิฎกท่ีเป็น
แหล่งรวบรวมคำสอนทางพระพุทธศาสนา ซ่ึงเป็นท่ีทราบกันดีว่าพระไตรปิฎกนั้นได้มีพัฒนาการเรื่องการจัดเก็บ
รวบรวมและศึกษามาตามลำดับตั้งแต่หลังสมัยพุทธกาลที่มีการทำการสังคายนาครั้งท่ี ๑ เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
ท้ังนี้ก็เพ่ือทำให้หลักคำสอนท่ีมีในพระไตรปิฎกน้ันยังคงอยู่ และสามารถที่จะเผยแผ่ไปสู่คนรุ่นใหม่ได้ง่ายข้ึน แต่ถึง
อย่างนั้นก็จะพบว่าการศึกษาพระไตรปิฎกของคนในสังคมไทยยังไม่ได้รับความสนใจกันมากนัก เน่ืองจากคนใน
สังคมไทยยังมีคตินิยมในเร่ืองของการนับถือพระไตรปิฎกว่าเป็นของสูง ห้ามแตะต้องหรือมองว่าพระไตรปิฎกเป็น
เร่ืองของพระสงฆไ์ ม่ใช่เรื่องของชาวบ้าน ซึ่งจริง ๆ แล้วการศึกษาพระไตรปิฎกน้ันเป็นหนา้ ที่ของชาวพุทธทุกคนท้ัง
ทเี่ ป็นพระภกิ ษุและก็คฤหัสถ์ จึงเป็นผลท่ีกระทบโดยตรงตอ่ ความรู้ ความเข้าใจของคนไทยท่ีมีต่อหลักคำสอน และ
การปฏิบัติต่อหลักคำสอนของพระพุทธศาสนาในทิศทางที่ไม่ค่อยถูกต้องนัก และท่ีสำคัญการที่สังคมไทยไม่ได้ให้
ความสนใจกับการศึกษาพระไตรปิฎกอย่างจริงจังย่อมทำให้คนไทยไม่มีความรู้ทางพระพุทธศาสนาทั้งในด้านหลัก
คำสอน วิถีชีวิตของชาวพุทธ และประวัติศาสตร์ความเป็นมาของพระพุทธศาสนา เมื่อเป็นเช่นนั้นย่อมทำให้
สงั คมไทยไม่มีการนำเอาหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาในพระไตรปิฎกไปปรับประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์และเพ่ือ
แกไ้ ขปญั หาชีวิตและสงั คมจนทีส่ ดุ ก็กลายมาเป็นปญั หาทางดา้ นศีลธรรมท่ีเป็นภาระของสังคมจนไม่อาจจะแก้ไขได้
การศึกษาพระไตรปิฎกอย่างถูกต้องของคนไทยจึงมีความสำคัญต่อการเกิดข้ึน ดำรง อยู่และพัฒนา
ตอ่ ไปของตัวปัญหาและการแก้ปัญหาทางสังคมและวัฒนธรรม ท่ีมีผลกระทบจากโลกไร้พรหมแดนท่ีทุกคนในทุกท่ี
ทุกสังคมและวัฒนธรรมสามารถเข้าถึงและส่ือสารกันได้โดยสะดวก จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งท่ีจะต้องมีการเปิด
พน้ื ที่ให้ผ้คู นในสังคมไทยในยุคปัจจุบันโอกาสหันเข้ามาศึกษาพระไตรปิฎกกันมากข้ึนเพ่ือประโยชน์ท้ังในการศึกษา
หลกั ธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธศาสนา และการนำหลักธรรมคำสัง่ สอนของพระพุทธศาสนาไปปรับประยุกตใ์ ช้ให้
มคอ.๒ หลักสตู รพทุ ธศาสตรดษุ ฎบี ัณฑติ สาขาวชิ าพระไตรปิฎกศึกษา ๕
เกิดประโยชน์กับชวี ิตและสังคมรวมถึงเพ่ือศึกษาถึงอัตลักษณ์ความเป็นชาวพุทธวิถีทางสังคมและวัฒนธรรมรวมถึง
ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของพระพุทธศาสนาในอดีตมาจนถึงปัจจุบันในแนวทางท่ีถูกต้อง และสามารถที่จะ
พัฒนาสงั คมและวฒั นธรรมไทยให้ดำรงอย่ใู นฐานะสมาชกิ ของสงั คมโลกได้อย่างมีความสุข
๑๒. ผลกระทบจากข้อ ๑๑
๑๒.๑ การพัฒนาหลักสูตร
ผลกระทบจากสถานการณ์ภายนอกจงึ จำเป็นต้องพัฒนาหลักสตู รในเชิงรุกท่ีมีศักยภาพและสามารถ
ปรับเปลี่ยนได้ตามวิวัฒนาการของการศึกษาพระไตรปิฎกที่มีพัฒนาการมาจากอดีตจนถึงปัจจุบันท่ีจะต้องเน้นใน
เรื่องการตีความและปรับประยุกต์เพ่ือให้เข้าถึงชาวพุทธในสังคมไทยและสังคมโลกให้ท่ัวถึงมากที่สุด โดยการผลิต
บุคลากรผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในคัมภีร์พระไตรปิฎก สามารถที่จะให้คำตอบเก่ียวกับพระพุทธศาสนาในทุกมิติ
รวมถึงเป็นผู้ที่มีความสามารถในเผยแผ่หลักคำสอนทางพระพุทธศาสนาตรงตามท่ีปรากฏในพระไตรปิฎกให้กับ
ประชาชนในสังคมได้อย่างหลากหลาย และเป็นแบบอย่างที่ดีของชาวพุทธในการเอาธุระในทางพระพุทธศาสนาก็
คือการศึกษาพระไตรปิฎกอันเป็นหัวใจสำคัญของพระพุทธศาสนา และเอาธุระในทางการปฏิบัติคือการเผยแผ่หลัก
คำสอนในพระไตรปิฎกให้ผู้อื่นเพ่ือเป็นการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรมอันดีงามให้กับสังคมในทุกระดับช้ัน อน่ึง
จะพบว่าในปัจจุบันน้ีผู้ท่ีมีความเช่ียวชาญในพระไตรปิฎกนับว่ายังมีจำนวนน้อยมาก ซึ่งภาวการณ์ดังกล่าวย่อม
สง่ ผลต่อความม่ันคงทางพระพุทธศาสนาในฐานะท่ีเป็นรากฐานทางวัฒนธรรมไทยเป็นอย่างยิ่ง ดังจะเห็นจากกรณี
เม่ือมีข้อขัดแย้งทางคำสอนหรือพระวินัยของพระพุทธศาสนาในสังคมเกิดขึ้นก็จะมีผู้ออกมาชี้แจงให้เหตุผลและ
อ้างองิ หลกั คำสอนทีแ่ ท้จรงิ ไดย้ าก หรอื มีกเ็ ปน็ เพยี งส่วนน้อยเท่าน้นั ดังน้ัน จึงจำเป็นทีจ่ ะต้องมีการพฒั นาหลักสตู ร
ดา้ นพระไตรปิฎกศึกษาข้ึนมาเพื่อผลิตผู้รใู้ นพระไตรปิฎกให้มีจำนวนมากข้ึน และเพ่ือรองรับการกอ่ ต้ังองค์กรและ/
หรือสมาคมผู้ศึกษาพระไตรปิฎกท่ีจะเกิดขึ้นในอนาคต รวมถึงการพัฒนาขีดความสามารถในการศึกษาและเผยแผ่
พระพุทธศาสนาให้มีความทันสมัย สอดคล้องกบั สังคมในปัจจบุ ันและอนาคต
๑๒.๒ ความเกี่ยวขอ้ งกับพันธกจิ ของสถาบัน
เป้าหมายของหลักสูตรมุ่งผลิตดุษฎีบัณฑิต ให้มีความรู้และเช่ียวชาญในทางพระไตรปิฎก สามารถ
วิจัย ค้นคว้าและพัฒนาองค์ความรู้เพื่อส่งเสริมความรู้ในพระไตรปิฎกและบริการสังคม ตามพระราชปณิธานของ
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่มุ่งให้มหาวิทยาลัยเป็นสถานที่ศึกษาพระไตรปิฎกและวิชาชั้นสูง ซึ่ง
เป็นส่วนหน่ึงของการปรับให้เป็นพันธกิจของมหาวิทยาลัย คือ “ผลิตบัณฑิต วิจัยและพัฒนา ส่งเสริม
พระพทุ ธศาสนาและบรกิ ารวชิ าการแกส่ ังคม ทำนุบำรงุ ศิลปวัฒนธรรม”
๑๓. ความสัมพนั ธ์กับหลักสูตรอืน่ ท่ีเปิดสอนในคณะ/ภาควชิ าอื่นของสถาบนั
๑๓.๑ กลมุ่ วชิ า/รายวชิ าในหลกั สูตรนีท้ ่เี ปดิ สอนโดยคณะ/ภาควิชา/หลกั สตู รอืน่
รายวิชาท่ีบัณฑติ วิทยาลัยกำหนดใหน้ ิสิตตอ้ งศกึ ษา เป็นรายวิชาบงั คับที่กำหนดใหต้ อ้ งเรียน ได้แก่
๘๐๐ ๑๐๑ พระไตรปิฎกวเิ คราะห์ ๓ (๓-๐-๖)
๘๐๐ ๑๐๔ ภาษาอังกฤษ (๓) (๓-๐-๖)
๘๐๐ ๒๐๕ วปิ สั สนากรรมฐาน (๓) (๓-๐-๖)
มคอ.๒ หลกั สูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑติ สาขาวิชาพระไตรปิฎกศึกษา ๖
๘๐๐ ๒๐๖ สัมมนาดษุ ฎนี ิพนธ์ (๓) (๓-๐-๖)
๑๓.๒ กลุ่มวชิ า/รายวชิ าในหลกั สตู รทเี่ ปดิ สอนใหภ้ าควิชา/หลกั สตู รอ่ืนต้องมาเรยี น
ไม่มี
๑๓.๓ การบรหิ ารจดั การหลกั สูตร
๑๓.๓.๑ โครงการหลกั สูตรพทุ ธศาสตรดุษฎีบัณฑิต (พธ.ด.) สาขาวชิ าพระไตรปฎิ กศึกษา มีรปู แบบ
การบริหารหลักสูตร โดยการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารโครงการหลักสูตร ผู้อำนวยการหลักสูตร อาจารย์
ผรู้ ับผิดชอบหลักสูตร อาจารยป์ ระจำหลกั สูตร และเลขานุการหลักสูตร
๑๓.๓.๒ มอบหมายให้คณะกรรมการบริหารหลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต (พธ.ด.) สาขาวิชา
พระไตรปิฎกศกึ ษา ควบคมุ การดำเนนิ การเก่ยี วกับการจดั การเรยี นการสอนเพ่อื ให้เป็นไปตามข้อกำหนดรายวิชา
๑๓.๓.๓ แต่งต้ังผู้ประสานงานหลักสูตร ทำหน้าที่ประสานงานกับอาจารย์จากคณะอื่น และ
สาขาวิชาอ่ืน ๆ ที่เก่ียวข้อง ตลอดท้ังอาจารย์ผสู้ อนเพ่ือพิจารณาแนวสงั เขปประจำวิชาและรายละเอียดประจำวิชา
การจดั การเรยี นการสอน การวัดผลและการประเมนิ ผลการเรียน
๑๓.๓.๔ การบริหารหลักสูตร เป็นไปตามมติ ประกาศ กฎ ระเบียบว่าด้วยการจัดการศึกษาระดับ
บณั ฑติ ศึกษา มติสภาวชิ าการ สภามหาวทิ ยาลยั สอดคล้องกบั เกณฑแ์ ละมาตรฐานการศึกษาแหง่ ชาติ
มคอ.๒ หลักสตู รพทุ ธศาสตรดุษฎบี ณั ฑติ สาขาวิชาพระไตรปิฎกศึกษา ๗
หมวดที่ ๒
ข้อมลู เฉพาะของหลกั สตู ร
๑. ปรัชญา ความสำคัญ และวตั ถปุ ระสงคข์ องหลักสตู ร
๑.๑ ปรชั ญาของหลักสตู ร
ผลิตดุษฎีบัณฑิตให้มีความรู้และเชี่ยวชาญในหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา สามารถวิจัย ค้นคว้า
และพัฒนาองค์ความรู้เพื่อส่งเสริมพระพุทธศาสนาและบริการสังคมอย่างมีประสิทธิภาพ มีศักยภาพท่ีจะพัฒนา
ตนเองใหเ้ พยี บพรอ้ มด้วยคณุ ธรรมและจริยธรรมเป็นผูน้ ำทางปัญญาพัฒนาจติ ใจและสงั คม
๑.๒ ความสำคญั ของหลกั สูตร
การพัฒนาหลักสูตรท่ีตอบสนองทางสังคมและการเรียนรู้พระไตรปิฎก เพ่ือดำรงสืบสานพระราช
ปณิธาน และเพื่อผลิตบัณฑิตให้มีความเป็นเลิศทางวิชาการด้านพระไตรปิฎก สามารถประยุกต์เข้ากับศาสตร์
สาขาต่าง ๆ ด้วยรูปแบบและการเรียนการสอนที่มีมาตรฐานระดับนานาชาติ ตลอดถึงการพัฒนาหลักสูตรเน้น
การพัฒนาท้ังปัจเจกบุคคล องค์กรทางศาสนา และสังคม ให้มีความรอบรู้และเช่ียวชาญในพระไตรปิฎกสามารถ
วิเคราะห์ วิพากษแ์ ละวิจยั วชิ าการด้านพระพุทธศาสนาได้อย่างแตกฉาน มีคุณธรรมและจริยธรรม เป็นผู้นำสังคม
ด้านจิตใจและปัญญา สามารถนำหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนา ไปประยุกต์ใช้ในการเผยแผ่ศาสนาและ
พัฒนาชีวิตและสรา้ งสนั ติภาพและเสรมิ สันติสุขแกส่ ังคม
๑.๓ วตั ถุประสงคข์ องหลกั สตู ร
เพอ่ื ให้บรรลเุ ป้าหมายในการผลิตพุทธศาสตรดษุ ฎีบณั ฑติ ตามปรชั ญาท่ีต้ังไว้ จงึ มีวตั ถุประสงค์ ดังน้ี
๑.๓.๑ เพื่อผลิตพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพระไตรปิฎกศึกษา ให้เป็นผู้มีความเช่ียวชาญใน
พระพทุ ธศาสนา มีความสามารถในการศึกษาวิจัยหลกั พทุ ธธรรมในเชิงวิชาการ เพ่ือพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ ๆ ทาง
พระพุทธศาสนา
๑.๓.๒ เพื่อผลิตพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพระไตรปิฎกศึกษา ให้เป็นผู้มีความสามารถ
วเิ คราะหแ์ ละประยกุ ต์หลกั ธรรมเพื่อประโยชน์ในการสอนและการเผยแผ่พระพุทธศาสนาอยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
๑.๓.๓ เพื่อผลิตพุทธศาสตรดษุ ฎีบณั ฑิต สาขาวิชาพระไตรปฎิ กศกึ ษา ให้เป็นผู้มีศลี าจารวัตรงดงาม
เปน็ แบบอย่างทด่ี ขี องสังคม สามารถประยุกตห์ ลักพุทธธรรมเพอื่ แกป้ ญั หาชวี ติ ตนเองและสงั คมได้อยา่ งเหมาะสม
๒. แผนพัฒนาปรับปรุง
แผนการพัฒนา/เปลยี่ นแปลง กลยุทธ์ หลกั ฐาน/ตัวบ่งชี้
๑. จัดทำและปรับปรงุ หลักสตู รให้ - พัฒนาหลักสูตรโดยมีพ้ืนฐานจาก - เอกสารปรบั ปรงุ หลักสูตร
มีมาตรฐานไม่ต่ำกว่าท่ี สกอ. หลักสูตรในระดับสากล หลักสูตร - รายงานผลการประเมนิ หลักสตู ร
กำหนด และสอดคล้องกับ มาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา
มคอ.๒ หลกั สตู รพทุ ธศาสตรดษุ ฎีบณั ฑติ สาขาวชิ าพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๘
แผนการพฒั นา/เปลยี่ นแปลง กลยุทธ์ หลักฐาน/ตวั บ่งชี้
กรอบแผนอุดมศึกษาระยะ แห่งชาติ
ยาว ๑๕ ปี ฉบับที่ ๒ (๒๕๕๑- - ติดตามป ระเมินหลักสูตรอย่าง
๒๕๖๕) สมำ่ เสมอ
๒. ปรบั ปรุงหลกั สตู รให้สอดคลอ้ ง - ติดตามความเปล่ียนแปลงในความ - รายงานผลประเมินความพึงพอใจ
กับความต้องการขององค์กร ต้องการขององค์กรภาครัฐและ ของผู้เรียนต่อความรู้และความ
ภาครัฐและเอกชน รวมท้ัง เอกชน รวมถงึ คณะสงฆ์ ทนั สมัยของหลักสูตร
คณะสงฆ์ - นำแนวคิด รวมท้ังเทคโนโลยีใหม่ ๆ - รายงานผลการประเมินความพึง
มาใช้ในการเรียนการสอนเพ่ือเพิ่ม พอใจของผู้ใชบ้ ณั ฑิต
ศกั ยภาพของหลกั สูตร
- ตดิ ตามความพงึ พอใจของผ้ใู ช้บณั ฑิต
๓. พัฒนาบุคลากรด้านการเรียน - อาจารย์ทุกคนโดยเฉพาะอาจารย์ - รายชื่อบุคลากรและอาจารย์ท่ีเข้า
ก ารส อ น แ ล ะ ก ารบ ริก าร ใหม่ต้องเข้าอบรมเก่ียวกับหลักสูตร รับการอบรม
วชิ าการ การสอนรูปแบบต่าง ๆ และการ - ปริมาณงานบริการวิชาการต่อ
วัดผลประเมินผล ทั้งนี้เพ่ือให้มี อาจารยใ์ นหลกั สตู ร
ค ว า ม รู้ ค ว า ม ส า ม า ร ถ ใน ก า ร - รายงานผลประเมินความพึงพอใจ
ประเมินผลตามกรอบมาตรฐาน ของผใู้ ชบ้ ริการวิชาการ
คุณวุฒิที่ผู้สอนจะต้องสามารถวัด - จำนวนโครงการ/กิจกรรมที่เป็น
และประเมินผลได้เป็นอย่างดี ป ร ะ โ ย ช น์ ต่ อ ชุ ม ช น แ ล ะ ค ว า ม
- สนับสนุนบุคลากรด้านการเรียนการ บรรลผุ ลสำเร็จ
สอนให้ทำงานบริการวิชาการแก่ - ใบรับรองวิชาชีพ (กรณีมีการส่ง
องคก์ รภายนอก เข้าอบรม)
- ส่งเสริมให้มีการนำความรู้ท้ังจาก
ภาคทฤษฎี และงานวิจัยไปใช้จริง
เพื่อทำประโยชน์ให้แก่ชุมชน สังคม
หรอื คณะสงฆ์
มคอ.๒ หลักสตู รพุทธศาสตรดุษฎบี ัณฑติ สาขาวิชาพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๙
หมวดท่ี ๓
ระบบการจดั การศึกษา การดำเนินการ และโครงสร้างหลกั สูตร
๑. ระบบการจัดการศกึ ษา
๑.๑ ระบบการศึกษา
๑.๑.๑ หลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพระไตรปิฎกศึกษา จัดการศึกษาระบบทวิภาค
โดยแบ่งเวลาการศึกษาในแต่ละปีการศึกษาออกเป็น ๒ ภาคการศึกษาปกติ แต่ละภาคการศึกษามีเวลาศึกษาไม่
น้อยกว่า ๑๕ สัปดาห์ และอาจจัดการศึกษาภาคฤดูร้อนได้อีก ๑ ภาค มีเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า ๖ สัปดาห์ โดย
กำหนดระเบียบว่าด้วยการศึกษาภาคฤดูร้อนตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับบัณ ฑิตศึกษาของ
กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๕๘ และข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช
วิทยาลัย และบณั ฑิตวิทยาลัย
๑.๑.๒ นิสิตแบบ ๑.๑ ต้องสอบผ่านการสอบวัดคุณสมบัติ (Qualifying Examination) ตามที่
คณะกรรมการบรหิ ารหลกั สตู รกำหนด
นิสิตแบบ ๒.๑ ต้องสอบผ่านการสอบวัดคุณสมบัติประมวลผลรายวิชาพระไตรปิฎก
(Comprehensive Examination) ตามที่คณะกรรมบริหารหลักสูตรกำหนด
๑.๑.๓ นสิ ิตต้องสอบผ่านภาษาองั กฤษจากสถาบันภาษา มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
(LIMCU) หรือสถาบันภาษาอื่นที่มหาวิทยาลัยกำหนด และเลือกสอบภาษาต่างประเทศอีก ๑ ภาษา คือ ภาษา
บาลี ภาษาสันสกฤต ภาษาเยอรมัน ภาษาญี่ปุ่น ภาษาจีน หรือภาษาฝร่ังเศส นิสติ ชาวต่างประเทศที่จบการศึกษา
ระดับปรญิ ญาโทจากสถาบันการศึกษาในต่างประเทศ สามารถเลือกภาษาไทยเป็นภาษาตา่ งประเทศได้
๑.๑.๔ นิสิตแบบ ๑.๑ มีสิทธิเสนอโครงร่างวิทยานิพนธ์ เพ่ือขออนุมัติลงทะเบียนทำวิทยานิพนธ์
หลังจากข้ึนทะเบียนเป็นนิสิตแล้วและต้องศึกษารายวิชาเพ่ิมเติมที่ไมน่ ับหน่วยกิต จำนวน ๙ หน่วยกิตตามที่ระบุ
ไว้ในหลักสูตร และอาจจะมีเรียนรายวิชาเพ่ิมเติมได้ ตามคำแนะนำของคณะกรรมการบริหารหลักสูตรหรือ
คณะกรรมการทป่ี รกึ ษาดษุ ฎีนิพนธ์ โดยไม่นบั จำนวนหน่วยกติ
นิสิตแบบ ๒.๑ ต้องศึกษารายวิชามาแล้วไม่น้อยกว่า ๑ ภาคการศึกษาปกติ และมีหน่วยกิต
สะสมไม่น้อยกว่า ๖ หน่วยกิต และสอบผ่านการสอบวัดคุณสมบัติเรียบร้อยแล้ว จึงจะมีสิทธิเสนอโครงร่าง
วทิ ยานพิ นธ์ เพอ่ื ขออนมุ ตั ลิ งทะเบียนทำวทิ ยานิพนธ์
๑.๑.๕ ระบบการศึกษาในเรื่องอื่น ๆ ให้นำข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่า
ด้วยการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๑, ฉบับที่ ๓ แก้ไขเพ่ิมเติม พ.ศ. ๒๕๔๙ และฉบับท่ี ๖ แก้ไข
เพ่มิ เติม พ.ศ. ๒๕๕๘ (ภาคผนวก ข) มาใช้โดยอนโุ ลม
๑.๒ การจัดการศึกษาภาคฤดรู ้อน ขน้ึ อยกู่ ับคณะกรรมการประจำหลักสูตร
อาจจัดการศึกษาภาคฤดูร้อนได้อีก ๑ ภาคการศึกษา มีระยะเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า ๖ สัปดาห์ และจะ
กำหนดระเบียบว่าด้วยการศึกษาภาคฤดูร้อนท่ีไม่ขัดแย้งกับข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ว่าด้วยการศกึ ษาระดับบัณฑิตศึกษา
มคอ.๒ หลักสูตรพทุ ธศาสตรดษุ ฎบี ัณฑติ สาขาวชิ าพระไตรปิฎกศึกษา ๑๐
๑.๓ การเทยี บเคยี งหนว่ ยกิตในระบบทวภิ าค
๑.๓.๑ รายวชิ าทก่ี ำหนดให้นิสติ ฟงั การบรรยายสัปดาห์ละ ๑ ช่ัวโมง และศึกษานอกเวลาอีกไม่น้อย
กวา่ สัปดาห์ละ ๓ ช่ัวโมงตลอดภาคการศกึ ษา ใหม้ คี า่ เทา่ กบั ๑ หนว่ ยกิต
๑.๓.๒ รายวิชาท่ีนิสิตใชเ้ วลาปฏิบัติการ อภปิ ราย หรือสัมมนาสัปดาห์ละ ๒ ถึง ๓ ชั่วโมง และเมื่อ
รวมเวลาศกึ ษานอกเวลาแล้ว นิสิตใช้เวลาไม่น้อยกว่าสัปดาหล์ ะ ๓ ชั่วโมง ตลอดภาคการศกึ ษา ให้มีค่าเท่ากบั ๑
หน่วยกิต
๑.๓.๓ รายละเอียดอ่ืน ๆ ใดทเี่ กย่ี วกับระยะเวลาการศึกษา ให้นำข้อบังคับมหาวิทยาลยั มหาจุฬาลง
กรณราชวิทยาลยั ว่าดว้ ยการศกึ ษาระดับบัณฑิตศึกษา มาใช้โดยอนโุ ลม
๒. การดำเนินการหลักสตู ร
๒.๑ วัน - เวลาในการดำเนินการเรยี นการสอน
ให้มีระยะเวลาการศึกษาตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า ๖ ภาคการศึกษาปกติ และไม่เกิน ๑๒ ภาค
การศึกษาปกติ โดยแบ่งเป็นภาคการศึกษา ดังนี้
ภาคการศึกษาที่ ๑ เดือน มิถุนายน ถงึ กันยายน
ภาคการศึกษาท่ี ๒ เดอื น พฤศจกิ ายน ถึง มนี าคม
ภาคกฤดรู ้อน เดือน เมษายน ถงึ พฤษภาคม
เรียนวันเวลาปกติ วันจันทร์ – ศกุ ร์ และวนั เสาร์ – อาทิตย์ ทง้ั น้ีให้เปน็ ไปตามประกาศมหาวทิ ยาลัย
๒.๒ การเปดิ โอกาสให้ผู้เข้าศึกษา
แบบศกึ ษาเตม็ เวลา
๒.๓ คุณสมบัติของผู้เขา้ ศึกษา
๒.๓.๑ เป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญ าโท หรือเทียบเท่า จากมหาวิทยาลัยหรือ
สถาบนั การศกึ ษาทสี่ ภามหาวทิ ยาลัยรับรองและต้องมีคุณสมบตั ิอื่นตามทมี่ หาวิทยาลัยกำหนด
๒.๓.๒ ได้รบั คา่ ระดับเฉล่ยี สะสมในระดบั ปรญิ ญาโท ไม่ต่ำกว่า ๓.๕๐ จากระบบ ๔ แต้ม หรอื ได้รับ
คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๘๐ ในระบบเปอร์เซ็นต์ (Percentage System) ยกเว้นผู้มีประสบการณ์ทำงาน
ติดต่อกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๒ ปี นับแต่สำเร็จการศึกษาหรือผู้จบเปรียญธรรมเก้าประโยคหรือมีผลงานทาง
วชิ าการทีค่ ณะกรรมการบริหารหลักสตู รเหน็ ชอบ
๒.๓.๓ คณะกรรมการบริหารหลกั สตู รพจิ ารณาเหน็ สมควรให้มีสิทธเิ ข้าศกึ ษาได้ และ
๒.๓.๔ ไม่เคยถกู ลงโทษให้พน้ สภาพการเป็นนสิ ิตบัณฑิตวทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั
๒.๔ วิธีคัดเลอื กผูเ้ ขา้ ศึกษา
๒.๔.๑ หลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพระไตรปิฎกศึกษา จะดำเนินการคัดเลือก
ผู้สมัครเข้าศึกษา โดยแต่งต้ังคณะกรรมการสอบคัดเลือกผู้สมัครเข้าศึกษาในแต่ละปีการศึกษา ผู้สมัครต้องผ่าน
กระบวนการสอบคดั เลือกตามท่บี ัณฑิตวิทยาลัยกำหนด
๒.๔.๒ วิธีคัดเลือกอื่น ๆ ให้นำข้อบงั คับมหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัยว่าด้วยการศึกษา
ระดับบณั ฑติ ศกึ ษา มาใช้โดยอนุโลม
มคอ.๒ หลกั สูตรพุทธศาสตรดุษฎบี ัณฑติ สาขาวชิ าพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๑๑
๒.๕ ปัญหาของนิสิตแรกเข้า และ ๒.๖ กลยุทธ์ในการดำเนนิ การเพ่อื แก้ไขปัญหา/ขอ้ จำกดั ของนิสติ
ปัญหาของนิสติ แรกเข้า กลยทุ ธ์ในการดำเนินการแก้ไขปญั หา
- ขาดความรู้พ้ืนฐานในสาขาวิชาพระไตรปิฎก - ส่งเสริมให้คณาจารย์แต่ละวิชา บูรณาการความรู้ด้าน
ศึกษา พระไตรปิฎก พระพุทธศาสนา ภาษาอังกฤษ ภาษาบาลีและ
การวิจยั เข้าในรายวชิ าทรี่ ับผิดชอบ
- ขาดทักษะการวิจัยท้ังเชิงคุณภาพและเชิง - จัดโครงการคลินกิ ดุษฎีนิพนธ์ โดยการจัดอบรมพิเศษเกีย่ วกับ
ปรมิ าณ การเขียนโครงร่างการวิจัยและการจัดทำเอกสารคู่มือ
เกยี่ วกับการเขยี นงานวิจัยทางพระไตรปฎิ กศกึ ษา
- ขาดทักษะการใชภ้ าษาอังกฤษ - จัดให้มีการเรียนการสอนรายวิชาศึกษาเพ่ิมเติม เพ่ือปรับพ้ืน
ฐานความรู้
- ขาดทกั ษะการใชภ้ าษาบาลี - จัดให้มีการเรียนการสอนรายวิชาศึกษาเพิ่มเติม เพ่ือปรับพ้ืน
ฐานความรู้
- ขาดความเข้าใจเกี่ยวกับพระไตรปิฎกและ - จัดให้มีการเรียนการสอนรายวิชาศึกษาเพ่ิมเติม เพ่ือปรับพื้น
พระพทุ ธศาสนา ฐานความรู้
- ข า ด ค ว า ม เข้ า ใจ เก่ี ย ว กั บ ก า ร เขี ย น - จดั โครงการคลินิกดษุ ฎนี ิพนธ์ โดยการจัดอบรมพิเศษเก่ยี วกับ
โครงการวิจัย โครงร่างดุษฎีนิพนธ์ และโครง การเขียนโครงร่างการวิจัยและการจัดทำเอกสารคู่มือ
ร่างสารนิพนธ์ เกี่ยวกบั การเขยี นงานวจิ ัยทางพระไตรปฎิ กศึกษา
๒.๗ แผนการรับนสิ ติ และจำนวนผูส้ ำเรจ็ การศกึ ษาในระยะเวลา ๕ ปี
๒.๗.๑ แผนการรบั นิสิตแบบ ๑.๑
ชั้นปี จำนวนนิสิต (รูป/คน) ๒๕๖๖
ปกี ารศึกษา ๒๕๖๒ ๒๕๖๓ ๒๕๖๔ ๒๕๖๕ ๕
๕
ชน้ั ปีท่ี ๑ ๕๕๕ ๕ ๕
๑๕
ช้ันปที ี่ ๒ - ๕๕ ๕
๕
ชั้นปที ่ี ๓ - -๕๕
รวม ๕ ๑๐ ๑๕ ๑๕
จำนวนท่ีคาดวา่ จะสำเร็จ - -๕๕
การศกึ ษา (รปู /คน)
มคอ.๒ หลกั สูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑติ สาขาวิชาพระไตรปิฎกศึกษา ๑๒
๒.๗.๒ แผนการรับนสิ ติ แบบ ๒.๑
ชัน้ ปี จำนวนนิสิต (รูป/คน) ๒๕๖๖
ปกี ารศึกษา ๒๕๖๒ ๒๕๖๓ ๒๕๖๔ ๒๕๖๕ ๑๕
๑๕
ชน้ั ปที ี่ ๑ ๑๕ ๑๕ ๑๕ ๑๕ ๑๕
๔๕
ชัน้ ปที ี่ ๒ - ๑๕ ๑๕ ๑๕
๑๕
ชัน้ ปีท่ี ๓ - - ๑๕ ๑๕
รวม ๑๕ ๓๐ ๔๕ ๔๕
จำนวนท่ีคาดว่าจะสำเร็จ - - ๑๕ ๑๕
การศึกษา (รูป/คน)
๒.๘ งบประมาณตามแผน
๒.๘.๑ งบประมาณรายรับ หลกั สูตรแบบ ๑.๑ (หนว่ ย : บาท)
รายละเอยี ดรายรับ ประมาณรายรับในปงี บประมาณ (พ.ศ.)
๒๕๖๒ ๒๕๖๓ ๒๕๖๔ ๒๕๖๕ ๒๕๖๖
คา่ ขึน้ ทะเบียนนิสติ ใหม่ ๑๒,๕๐๐ ๑๒,๕๐๐ ๑๒,๕๐๐ ๑๒,๕๐๐ ๑๒,๕๐๐
คา่ ธรรมเนยี มการศกึ ษา ๑๕๑,๕๐๐ ๑๕๑,๕๐๐ ๑๕๑,๕๐๐ ๑๕๑,๕๐๐ ๑๕๑,๕๐๐
คา่ ลงทะเบยี นหนว่ ยกิต ๓๑๕,๐๐๐ ๕๔๐,๐๐๐ ๗๖๕,๐๐๐ ๗๖๕,๐๐๐ ๗๖๕,๐๐๐
คา่ บำรงุ การศกึ ษา ๙๙,๐๐๐ ๑๙๘,๐๐๐ ๒๙๗,๐๐๐ ๒๙๗,๐๐๐ ๒๙๗,๐๐๐
เงินอดุ หนนุ จากรัฐบาล (ตอ่ คน) -----
รวม ๕๗๘,๐๐๐ ๙๐๒,๐๐๐ ๑,๒๒๖,๐๐๐ ๑,๒๒๖,๐๐๐ ๑,๒๒๖,๐๐๐
๒.๘.๒ งบประมาณรายรับ หลักสตู รแบบ ๒.๑ (หน่วย : บาท)
รายละเอยี ดรายรับ ประมาณรายรับในปงี บประมาณ (พ.ศ.)
๒๕๖๒ ๒๕๖๓ ๒๕๖๔ ๒๕๖๕ ๒๕๖๖
ค่าขึ้นทะเบียนนิสติ ใหม่ ๓๗,๕๐๐ ๓๗,๕๐๐ ๓๗,๕๐๐ ๓๗,๕๐๐ ๓๗,๕๐๐
ค่าธรรมเนียมการศึกษา ๔๕๔,๕๐๐ ๔๕๔,๕๐๐ ๔๕๔,๕๐๐ ๔๕๔,๕๐๐ ๔๕๔,๕๐๐
ค่าลงทะเบียนหน่วยกติ ๗๒๐,๐๐๐ ๑,๗๑๐,๐๐๐ ๒,๖๑๐,๐๐๐ ๒,๖๑๐,๐๐๐ ๒,๖๑๐,๐๐๐
ค่าบำรงุ การศกึ ษา ๒๙๗,๐๐๐ ๕๙๔,๐๐๐ ๘๙๑,๐๐๐ ๘๙๑,๐๐๐ ๘๙๑,๐๐๐
เงินอุดหนุนจากรฐั บาล(ต่อคน) - - - - -
รวม ๑,๕๐๙,๐๐๐ ๒,๗๙๖,๐๐๐ ๓,๙๙๓,๐๐๐ ๓,๙๙๓,๐๐๐ ๓,๙๙๓,๐๐๐
มคอ.๒ หลักสตู รพทุ ธศาสตรดุษฎบี ณั ฑติ สาขาวชิ าพระไตรปฎิ กศึกษา ๑๓
๒.๘.๓ งบประมาณรายจา่ ย หลกั สูตรแบบ ๑.๑ และแบบ ๒.๑ (หนว่ ย : บาท)
รายละเอยี ดรายจ่าย ประมาณรายรบั ในปงี บประมาณ (พ.ศ.)
๒๕๖๒ ๒๕๖๓ ๒๕๖๔ ๒๕๖๕ ๒๕๖๖
งบดำเนนิ การ ๑,๐๗๘,๐๐๐ ๑,๑๗๘,๐๐๐ ๑,๑๗๘,๐๐๐ ๑,๑๗๘,๐๐๐ ๑,๑๗๘,๐๐๐
- ค่าตอบแทนบุคลากรประจำสายสนับสนุน ๑๔๔,๐๐๐ ๑๔๔,๐๐๐ ๑๔๔,๐๐๐ ๑๔๔,๐๐๐ ๑๔๔,๐๐๐
(๑ คน x ๑๒,๐๐๐ บาท x ๑๒ เดือน)
- ค่าตอบแทนวิทยากร อาจารย์พิเศษ ค่า ๕๐๐,๐๐๐ ๕๐๐,๐๐๐ ๕๐๐,๐๐๐ ๕๐๐,๐๐๐ ๕๐๐,๐๐๐
เดินทาง ค่าทพ่ี กั
- ค่าตอบแทนคณะกรรมการสอบดุษฎี
นิพนธ์ ผู้ตรวจรูปแบบ ผู้ตรวจบทคัดย่อ ๓๓๔,๐๐๐ ๓๓๔,๐๐๐ ๓๓๔,๐๐๐ ๓๓๔,๐๐๐ ๓๓๔,๐๐๐
ภาษาอังกฤษ
- ค่าจดั ซ้ือหนังสือและวารสาร ๑๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐
งบลงทนุ ๑๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐
- คา่ ครุภณั ฑ์ ๑๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐
งบพฒั นาบุคลากร ๑๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐
รวม ๑,๒๗๘,๐๐๐ ๑,๕๗๘,๐๐๐ ๑,๕๗๘,๐๐๐ ๑,๕๗๘,๐๐๐ ๑,๕๗๘,๐๐๐
หมายเหตุ: *มบี คุ ลากรสายสนบั สนนุ ประจำหลักสูตร ๑ รปู หรอื คน
๒.๙ ระบบการศึกษา
เป็นแบบชนั้ เรียน
๒.๑๐ การเทยี บโอนหนว่ ยกิตรายวิชา และการลงทะเบียนข้ามสถาบนั
ไม่มี
๓. หลกั สตู รและอาจารยผ์ ู้สอน
๓.๑ หลกั สตู ร
๓.๑.๑ จำนวนหน่วยกิตและระยะเวลาศกึ ษา
จำนวนหน่วยกิตตลอดหลักสูตร ๕๔ หน่วยกิต ใช้ระยะเวลาในการศึกษาตลอดหลักสูตร
อยา่ งนอ้ ย ๖ ภาคการศึกษาปกติ และอยา่ งมากไม่เกิน ๑๒ ภาคการศกึ ษาปกติ (๖ ปี)
๑) หลกั สูตรแบบ ๑.๑ ทำดุษฎนี พิ นธ์จำนวน ๕๔ หนว่ ยกติ ตลอดหลกั สูตร
๒) หลักสูตรแบบ ๒.๑ ศึกษารายวิชารวม ๑๘ หน่วยกิตและทำดุษฎีนิพนธ์จำนวน ๓๖
หนว่ ยกิต ตลอดหลักสตู ร
๓.๑.๒ โครงสร้างหลักสูตร
๑) หลักสูตรแบบ ๑.๑ เปน็ แผนการศึกษาท่ีเน้นการวิจัยโดยมีการทำดุษฎนี ิพนธ์ที่ก่อให้เกิด
ความรู้ใหม่ ทำดุษฎีนิพนธ์จำนวน ๕๔ หน่วยกิต และศึกษารายวิชาท่ีไม่นับหน่วยกิต จำนวน ๙ หน่วยกิต โดย
มคอ.๒ หลักสูตรพทุ ธศาสตรดษุ ฎบี ัณฑติ สาขาวชิ าพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๑๔
ท้ังน้ีทางหลักสูตรอาจให้ศึกษารายวิชาหรือทำกิจกรรมทางวิชาการอ่ืน ๆ เพิ่มเติมโดยไม่นับหน่วยกิต แต่ต้องมี
ผลสมั ฤทธติ์ ามที่มหาวทิ ยาลัยกำหนด ตามโครงสร้างหลกั สตู ร
๒) หลักสูตรแบบ ๒.๑ เป็นแผนการศึกษาที่เน้นการวิจัย โดยมีการทำดุษฎีนิพนธ์ท่ีมี
คุณภาพสูง และก่อให้เกิดความกา้ วหนา้ ทางวชิ าการและวชิ าชพี และศกึ ษารายวิชาเพ่ิมเตมิ ทำดุษฎนี พิ นธ์ไมน่ อ้ ย
กว่า ๓๖ หน่วยกิต ศึกษารายวิชารวมไม่น้อยกว่า ๑๘ หน่วยกติ โดยท้ังน้ีทางหลักสูตร อาจให้ศึกษารายวิชาหรือ
ทำกิจกรรมทางวิชาการอื่น ๆ เพ่ิมเติมโดยไม่นับหน่วยกิต แต่ต้องมีผลสัมฤทธ์ิตามที่มหาวิทยาลัยกำหนดตาม
โครงสรา้ งหลักสตู ร
ตารางแสดงโครงสรา้ งหลักสูตรแบบ ๑.๑ และ แบบ ๒.๑
หมวดวชิ า จำนวนหนว่ ยกิต จำนวนหน่วยกติ
แบบ ๑.๑ แบบ ๒.๑
๑. หมวดวชิ าบังคบั
๑.๑ นบั หนว่ ยกิต ๖
๑.๒ ไมน่ บั หนว่ ยกิต (๖) (๑๘)
๒. หมวดวิชาเอก
๒.๑ นบั หน่วยกิต ๖
๒.๒ ไมน่ บั หนว่ ยกติ (๓) (๖)
๓. หมวดวิชาเลอื ก - ๖
๔. ดษุ ฎีนิพนธ์ ๕๔ ๓๖
รวมทัง้ สนิ ๕๔ ๕๔
หมายเหตุ: รายวชิ าใน ( ) นิสิตตอ้ งเรยี นโดยไมน่ ับหนว่ ยกิต
๓.๑.๓ รายวิชาในหลักสูตร
คำอธิบายรหสั วิชา
ความหมายของเลขรหัสประจำวิชาในหลักสูตรพุทธศาสตรหลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต
สาขาวิชาพระไตรปิฎกศกึ ษา ประกอบดว้ ยเลข ๖ หลัก มคี วามหมายดังนี้
๑. เลข ๓ ตัวแรก = ตัวท่ี ๑ แสดงคณะ ตวั ท่ี ๒-๓ แสดงสาขาวชิ า/ภาควชิ า
๒. เลข ๓ ตัวหลงั = ตัวที่ ๑ แสดงภาคการศึกษา ตัวที่ ๒-๓ แสดงชือ่ วิชา
๑) รายวชิ าสำหรบั หลักสตู รแบบ ๑.๑ จำนวน ๕๔ หนว่ ยกติ
นิสิตต้องทำดุษฎีนิพนธ์จำนวน ๕๔ หน่วยกิต และศึกษารายวิชาพ้ืนฐานโดยไม่นับหน่วยกิตอีก ๓
รายวิชา จำนวน ๙ หนว่ ยกิต ดังน้ี
(๑) หมวดวชิ าบังคับ แบบไมน่ บั หนว่ ยกิต จำนวน ๖ หนว่ ยกติ
๘๐๒ ๒๐๓ ระเบียบวิธีวจิ ัยทางพระไตรปิฎกศึกษา (๓) (๓-๐-๖)
Research Methodology in Tipitaka Studies
มคอ.๒ หลกั สูตรพุทธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ สาขาวิชาพระไตรปิฎกศึกษา ๑๕
๘๐๐ ๔๐๑ สมั มนาดุษฎนี พิ นธ์ (๓) (๓-๐-๖)
Seminar on Dissertation
(๒) หมวดวชิ าเอก แบบไม่นับหน่วยกติ จำนวน ๓ หน่วยกติ
๘๐๒ ๓๐๙ สมั มนาพระไตรปฎิ ก (๓) (๓-๐-๖)
Seminar on Tipitaka
(๓) ดุษฎนี ิพนธ์ จำนวน ๕๔ หนว่ ยกติ
๘๐๒ ๔๐๐ ดษุ ฎนี ิพนธ์ ๕๔ หน่วยกิต
Dissertation
๒) รายวิชาสำหรบั หลักสตู รแบบ ๒.๑ จำนวน ๕๔ หน่วยกิต
นสิ ติ ต้องศึกษารายวิชารวม จำนวน ๑๘ หนว่ ยกติ และทำดุษฎีนพิ นธ์ จำนวน ๓๖ หน่วยกิต ดังน้ี
(๑) หมวดวิชาบังคับ จำนวน ๘ รายวิชา ซ่ึงเป็นวิชาพ้ืนฐานที่นิสิตระดับดุษฎีบัณฑิตจะต้องศึกษา
โดยกำหนดให้เป็นวิชานับหน่วยกิต จำนวน ๖ หน่วยกิต และศึกษาวิชาอื่น ๆ ท่ีไม่นับหน่วยกิตอีก จำนวน ๑๕
หน่วยกติ ประกอบด้วย
ก. วชิ าบังคบั แบบนบั หนว่ ยกิต จำนวน ๖ หนว่ ยกติ
๘๐๐ ๑๐๑ พระไตรปิฎกวิเคราะห์ ๓ (๓-๐-๖)
Tipitaka Analysis
๘๐๐ ๑๐๒ พุทธปรัชญาในพระไตรปฎิ ก ๓ (๓-๐-๖)
Buddhist Philosophy in Tipitaka
ข. วชิ าบังคับ แบบไมน่ ับหน่วยกติ จำนวน ๑๘ หนว่ ยกิต
๘๐๒ ๒๐๓ ระเบียบวธิ วี จิ ยั ทางพระไตรปิฎกศกึ ษา (๓) (๓-๐-๖)
Research Methodology in Tipitaka Studies
๘๐๐ ๑๐๔ ภาษาองั กฤษ (๓) (๓-๐-๖)
English
๘๐๐ ๒๐๕ วิปัสสนากรรมฐาน (๓) (๓-๐-๖)
Insight Meditation
๘๐๐ ๔๐๑ สมั มนาดษุ ฎนี ิพนธ์ (๓) (๓-๐-๖)
Seminar on Dissertation
๘๐๒ ๓๐๒ การใช้ภาษาบาลี ๑ (๓) (๓-๐-๖)
Usage of Pali I
๘๐๒ ๓๐๖ การใชภ้ าษาบาลี ๒ (๓) (๓-๐-๖)
Usage of Pali II
มคอ.๒ หลักสูตรพทุ ธศาสตรดุษฎบี ัณฑติ สาขาวชิ าพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๑๖
(๒) หมวดวิชาเอก จำนวน ๔ รายวิชา ซึ่งเป็นวิชาพื้นฐานที่นิสิตระดับดุษฎีบัณฑิตจะต้องศึกษา โดย
กำหนดให้เป็นวิชานับหน่วยกิต จำนวน ๖ หน่วยกิต และศึกษาวิชาอื่น ๆ ที่ไม่นบั หนว่ ยกิตอีก จำนวน ๖ หน่วยกิต
ประกอบด้วย
ก. วชิ าเอก แบบนบั หน่วยกิต จำนวน ๖ หนว่ ยกติ
๘๒๐ ๑๐๖ พระวินัยปฎิ กวิเคราะห์ ๓ (๓-๐-๖)
Vinaya Pitaka Analysis
๘๒๐ ๒๐๗ พระสตุ ตันตปฎิ กวเิ คราะห์ ๓ (๓-๐-๖)
Suttanta Pitaka Analysis
ข. วชิ าเอก แบบไมน่ บั หนว่ ยกิต จำนวน ๖ หน่วยกิต
๘๒๐ ๓๐๘ พระอภธิ รรมปฎิ กวิเคราะห์ (๓) (๓-๐-๖)
Abhidhamma Pitaka Analysis
๘๐๒ ๓๐๙ สมั มนาพระไตรปฎิ ก (๓) (๓-๐-๖)
Seminar on Tipitaka
(๓) วชิ าเลอื ก นสิ ติ ต้องเลือกศกึ ษารายวิชาต่อไปนี้ จำนวน ๖ หน่วยกติ
๘๐๒ ๓๑๐ พทุ ธจรยิ ศาสตร์กบั ปญั หาสงั คมรว่ มสมยั ๓ (๓-๐-๖)
Buddhist Ethics and Contemporary Social Problems
๘๐๒ ๓๑๑ สหวทิ ยาการในพระไตรปิฎก ๓ (๓-๐-๖)
Interdisciplinary in Tipitaka
๘๐๒ ๓๑๒ พระไตรปิฎกกบั ศาสตรส์ มัยใหม่ ๓ (๓-๐-๖)
Tipitaka and Modern Sciences
๘๐๒ ๓๑๓ พระไตรปิฎกกบั ภูมิปัญญาไทย ๓ (๓-๐-๖)
Tipitaka and Thai Culture
๘๐๒ ๓๑๔ การอา่ นพระไตรปิฎกและอรรถกถาภาษาอังกฤษ ๓ (๓-๐-๖)
Reading Tipitaka and Commentaries in English
๘๐๒ ๓๑๕ จติ วิทยาในพระไตรปิฎก ๓ (๓-๐-๖)
Psychology in Tipitaka
๘๐๒ ๓๑๖ พระไตรปิฎกกบั อารยธรรมโลก ๓ (๓-๐-๖)
Tipitaka and World civilization
๘๐๒ ๓๑๗ พระไตรปิฎกกับศาสตรแ์ หง่ การตีความ ๓ (๓-๐-๖)
Tipitaka and hemanuatics
(๔) ดษุ ฎนี ิพนธ์ จำนวน ๓๖ หน่วยกิต
๘๐๒ ๔๐๐ ดษุ ฎีนิพนธ์ ๓๖ หน่วยกิต
Dissertation
มคอ.๒ หลักสตู รพุทธศาสตรดุษฎบี ณั ฑติ สาขาวิชาพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๑๗
๓.๑.๔ แผนการศกึ ษา
๑) แผนการศกึ ษาแบบ ๑.๑
ภาคการศกึ ษาที่ ๑
ภาค รหัส/รายวชิ า แบบ ๑.๑
การศึกษา หน่วยกติ บรรยาย ปฏบิ ตั ิ ศึกษา
ดว้ ยตนเอง
วชิ าบังคบั
๘๐๒ ๒๐๓ ระเบียบวิธีวิจยั ทางพระไตรปฎิ กศกึ ษา (๓) ๓๐ ๖
วิชาเอก
๑ ๘๐๒ ๓๐๙ สมั มนาพระไตรปฎิ ก (๓) ๓ ๐ ๖
วชิ าเลอื ก
-
ดษุ ฎีนพิ นธ์
๘๐๒ ๔๐๐ ดษุ ฎีนพิ นธ์ ๙ ๐ ๕๔
รวมนับหนว่ ยกิต ๙
รวมไมน่ ับหนว่ ยกติ (๖)
ภาคการศกึ ษาที่ ๒
ภาค รหสั /รายวชิ า แบบ ๑.๑
การศกึ ษา หน่วยกิต บรรยาย ปฏิบตั ิ ศึกษา
ด้วยตนเอง
วชิ าบังคับ
๘๐๐ ๔๐๑ สัมมนาดษุ ฎีนพิ นธ์ (๓) ๓ ๐ ๖
วิชาเอก
๒ -
วิชาเลือก
-
ดุษฎีนพิ นธ์
๘๐๒ ๔๐๐ ดษุ ฎีนพิ นธ์ ๙ ๐ ๕๔ ๐
รวมนบั หน่วยกิต ๙
รวมไม่นบั หน่วยกิต (๓)
มคอ.๒ หลักสูตรพทุ ธศาสตรดษุ ฎบี ัณฑติ สาขาวิชาพระไตรปิฎกศึกษา ๑๘
ภาคการศกึ ษาท่ี ๓
ภาค รหสั /รายวชิ า แบบ ๑.๑
การศึกษา หนว่ ยกิต บรรยาย ปฏบิ ัติ ศึกษา
ด้วยตนเอง
วิชาบังคับ
-
วิชาเอก
๓ -
วชิ าเลือก
-
ดุษฎีนพิ นธ์
๘๐๒ ๔๐๐ ดษุ ฎีนพิ นธ์ ๙ ๐ ๕๔ ๐
รวมนบั หนว่ ยกิต ๙
รวมไมน่ บั หนว่ ยกิต
ภาคการศกึ ษาท่ี ๔
ภาค รหัส/รายวชิ า หนว่ ยกติ แบบ ๑.๑ ศึกษา
การศกึ ษา บรรยาย ปฏิบัติ ด้วยตนเอง
วชิ าบังคับ ๐ ๕๔ ๐
-
วิชาเอก
๔ -
วิชาเลือก
-
ดุษฎีนพิ นธ์
๘๐๒ ๔๐๐ ดษุ ฎีนพิ นธ์ ๙
๙
รวมนับหนว่ ยกิต
รวมไม่นบั หนว่ ยกติ
มคอ.๒ หลักสูตรพทุ ธศาสตรดุษฎบี ณั ฑติ สาขาวิชาพระไตรปฎิ กศึกษา ๑๙
ภาคการศกึ ษาท่ี ๕
ภาค รหัส/รายวิชา หน่วยกติ แบบ ๑.๑ ศึกษา
การศึกษา บรรยาย ปฏบิ ตั ิ ดว้ ยตนเอง
วิชาบังคับ ๐ ๕๔ ๐
-
วิชาเอก
๕ -
วชิ าเลือก
-
ดุษฎีนพิ นธ์
๘๐๒ ๔๐๐ ดษุ ฎีนพิ นธ์ ๙
๙
รวมนบั หนว่ ยกิต
รวมไมน่ บั หนว่ ยกิต
ภาคการศกึ ษาท่ี ๖
ภาค รหสั /รายวชิ า หนว่ ยกติ แบบ ๑.๑ ศึกษา
การศกึ ษา บรรยาย ปฏบิ ัติ ด้วยตนเอง
วชิ าบังคับ ๐ ๕๔ ๐
-
วิชาเอก
๖ -
วิชาเลือก
-
ดุษฎีนพิ นธ์
๘๐๒ ๔๐๐ ดษุ ฎีนพิ นธ์ ๙
๙
รวมนับหนว่ ยกิต
รวมไม่นบั หนว่ ยกติ
มคอ.๒ หลักสตู รพุทธศาสตรดุษฎบี ณั ฑติ สาขาวิชาพระไตรปิฎกศึกษา ๒๐
๒) แผนการศกึ ษาแบบ ๒.๑
ภาคการศกึ ษาที่ ๑
ภาค รหสั /รายวชิ า แบบ ๒.๑
การศึกษา หนว่ ยกิต บรรยาย ปฏบิ ัติ ศกึ ษา
ด้วยตนเอง
วชิ าบงั คบั
๘๐๐ ๑๐๑ พระไตรปฎิ กวิเคราะห์ ๓ ๓๐ ๖
๘๐๐ ๑๐๒ พุทธปรัชญาในพระไตรปฎิ ก ๓ ๓๐ ๖
๑ ๘๐๐ ๑๐๔ ภาษาองั กฤษ (๓) ๓ ๐ ๖
วิชาเอก
๘๐๒ ๑๐๖ พระวนิ ยั ปิฎกวเิ คราะห์ ๓ ๓๐ ๖
วชิ าเลอื ก
-
รวมนับหน่วยกติ ๙
รวมไม่นบั หน่วยกิต (๓)
ภาคการศึกษาที่ ๒
ภาค รหสั /รายวิชา แบบ ๒.๑
การศึกษา หน่วยกิต บรรยาย ปฏิบัติ ศกึ ษา
ด้วยตนเอง
วชิ าบงั คบั
๘๐๒ ๒๐๓ ระเบียบวิธวี จิ ัยทางพระไตรปิฎกศกึ ษา (๓) ๓ ๐ ๖
๘๐๐ ๒๐๕ วปิ ัสสนากรรมฐาน (๓) ๓ ๐ ๖
๒ ๘๐๒ ๓๐๒ การใช้ภาษาบาลี ๑ (๓) ๓ ๐ ๖
วิชาเอก
๘๒๐ ๒๐๗ พระสุตตนั ตปิฎกวเิ คราะห์ ๓ ๓๐ ๖
วชิ าเลอื ก
-
รวมนบั หน่วยกติ ๓
รวมไมน่ ับหนว่ ยกติ (๙)
มคอ.๒ หลกั สูตรพุทธศาสตรดษุ ฎีบณั ฑติ สาขาวชิ าพระไตรปิฎกศกึ ษา ๒๑
ภาคการศกึ ษาท่ี ๓
ภาค รหัส/รายวิชา แบบ ๒.๑
การศึกษา หน่วยกติ บรรยาย ปฏิบัติ ศึกษา
ด้วยตนเอง
วิชาบงั คับ
๘๐๒ ๓๐๖ การใช้ภาษาบาลี ๒ (๓) ๓ ๐ ๖
วิชาเอก
๓ ๘๒๐ ๓๐๘ พระอภิธรรมปฎิ กวิเคราะห์ (๓) ๓ ๐ ๖
๘๐๒ ๓๐๙ สัมมนาพระไตรปิฎก (๓) ๓ ๐ ๖
วิชาเลือก
เลือกศึกษาจากหมวดวชิ าเลอื ก จำนวน ๑ รายวิชา ๓
เลือกศึกษาจากหมวดวิชาเลือก จำนวน ๑ รายวชิ า ๓
รวมนับหน่วยกติ ๖
รวมไม่นับหนว่ ยกิต (๙)
ภาคการศกึ ษาท่ี ๔
ภาค รหัส/รายวชิ า แบบ ๒.๑
การศกึ ษา หน่วยกติ บรรยาย ปฏบิ ัติ ศกึ ษา
ดว้ ยตนเอง
วิชาบังคับ
-
วชิ าเอก
๔ ๘๐๐ ๔๐๑ สัมมนาดุษฎีนพิ นธ์ (๓) ๓ ๐ ๖
วิชาเลือก
-
ดษุ ฎีนพิ นธ์
๘๐๒ ๔๐๐ ดษุ ฎีนพิ นธ์ ๑๒ ๐ ๓๖ ๐
รวมนบั หน่วยกติ ๑๒
รวมไม่นับหนว่ ยกติ (๓)
มคอ.๒ หลักสูตรพทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑติ สาขาวชิ าพระไตรปิฎกศึกษา ๒๒
ภาคการศกึ ษาท่ี ๕
ภาค รหสั /รายวิชา แบบ ๒.๑
การศกึ ษา หนว่ ยกติ บรรยาย ปฏิบัติ ศึกษา
ด้วยตนเอง
วิชาบงั คบั
วิชาเอก
-
๕ วิชาเลอื ก
-
ดุษฎีนิพนธ์
๘๐๒ ๔๐๐ ดษุ ฎีนพิ นธ์ ๑๒ ๐ ๓๖ ๐
รวมนบั หน่วยกิต ๑๒
รวมไม่นับหนว่ ยกิต
ภาคการศกึ ษาท่ี ๖
ภาค รหัส/รายวชิ า แบบ ๒.๑
การศึกษา หน่วยกิต บรรยาย ปฏบิ ัติ ศกึ ษา
ดว้ ยตนเอง
วชิ าบงั คบั
-
วิชาเอก
๖ -
วชิ าเลือก
-
ดุษฎีนิพนธ์
๘๐๒ ๔๐๐ ดษุ ฎีนพิ นธ์ ๑๒ ๐ ๓๖ ๐
รวมนบั หนว่ ยกติ ๑๒
รวมไมน่ บั หนว่ ยกิต
มคอ.๒ หลักสตู รพุทธศาสตรดษุ ฎบี ัณฑติ สาขาวชิ าพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๒๓
๓.๑.๕ คำอธิบายรายวิชา
(ดูรายละเอยี ดใน ภาคผนวก ก)
๓.๒ ช่อื ฉายา สกุล เลขประจำตัวบัตรประชาชน ตำแหนง่ และคณุ วฒุ ขิ องอาจารย์
๓.๒.๑ อาจารยป์ ระจำหลักสูตร
ตำแหนง่ ชอ่ื - นามสกลุ คณุ วุฒิ/สาขาวิชา สถาบนั ท่ีสำเร็จ ปที ่ี
ทางวชิ าการ สำเร็จ
อาจารย์ พระปญั ญารตั นากร,ดร.* พธ.ด. (พระพทุ ธศาสนา) ม.มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย ๒๕๖๑
(สำรวย าณสวํ โร/พินดอน) พธ.ม. (พระพุทธศาสนา) ม.มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั ๒๕๔๒
๓ ๓๕๐๖ ๐๐๔๖๔ xx x พธ.บ. (ภาษาองั กฤษ) ม.มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั ๒๕๓๕
อาจารย์ พระครพู ิพิธวรกจิ จานุการ, ดร.* Ph.D. (Pali&Buddhist Studies) BanarasHinduUniversity,India ๒๕๕๓
[มานิตย์ เฟือ่ งผล (เขมคตุ โฺ ต)] M.A. (Buddhist Studies) BanarasHinduUniversity,India ๒๕๕๑
๓ ๑๐๐๙ ๐๐๖๔๗ xx x ศน.บ. (พระพทุ ธศาสนา) ม.มหามกฏุ ราชวทิ ยาลยั ๒๕๔๘
อาจารย์ พระมหาภมู ิชาย อคคฺ ปญโฺ ,ดร.* พธ.ด. (พระพุทธศาสนา) ม.มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั ๒๕๕๘
(มกรพันธ)์ พธ.ม. (ชวี ติ แิ ละความตาย) ม.มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย ๒๕๖๓
๓ ๕๖๐๑ ๐๐๑๐๖๑ xx x พธ.บ. (บาลพี ุทธศาสตร)์ ม.มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ๒๕๔๖
ป.ธ. ๙
กองบาลสี นามหลวง ๒๕๕๐
รอง รศ.ดร.เวทย์ บรรณกรกลุ พธ.ด. (บาลพี ุทธศาสตร)์ ม.มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ๒๕๖๐
ศาสตรา ๓ ๓๕๐๖ ๐๐๔๖๔ xx x ศษ.ม. (ประชากรศึกษา) ม.มหดิ ล ๒๕๔๓
จารย์ พธ.บ. (ปรชั ญา) ม.มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั ๒๕๓๔
ป.ธ. ๙ (ภาษาบาล)ี กองบาลสี นามหลวง ๒๕๓๕
ผชู้ ว่ ย พระราชรัตนมุน,ี ผศ.ดร. พธ.ด. (บาลพี ทุ ธศาสตร์) ม.มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั ๒๕๖๐
ศาสตรา [บุญเทียม าณินฺโท (มุส)ุ ] พธ.ม. (บาลี) ม.มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั ๒๕๔๘
จารย์ ๓ ๕๖๐๑ ๐๐๑๐๖๑ xx x พธ.บ. (บาลพี ทุ ธศาสตร์) ม.มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย ๒๕๔๒
ป.ธ. ๘ (ภาษาบาลี) กองบาลสี นามหลวง ๒๕๔๒
ผูช้ ่วย ผศ.ดร.วโิ รจน์ คมุ้ ครอง พธ.ด. (พระพุทธศาสนา) มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าฯ ๒๕๕๖
ศาสตรา ๓ ๗๔๐๓ ๐๐๐๙๑ xx x พธ.ม. (พระพทุ ธศาสนา) มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าฯ ๒๕๔๙
จารย์ ป.ธ. ๙ (ภาษาบาล)ี แม่กองบาลสี นามหลวง ๒๕๓๘
รอง พระเทพสวุ รรณเมธ,ี รศ.ดร. พธ.ด. (พระพุทธศาสนา) มหาวิทยาลยั มหาจุฬาฯ ๒๕๕๘
ศาสตรา [สุชาติ กิตตฺ ปิ ญฺโ (หวลจติ ต)์ ] ศศ.ม. (ภาษาสันสกฤต) มหาวทิ ยาลัยศิลปากร ๒๕๔๖
จารย์ ๓ ๑๓๐๔ ๐๐๑๓๐ xx x พธ.บ. (ปรัชญา) มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าฯ ๒๕๓๕
ป.ธ. ๘ (ภาษาบาล)ี
อาจารย์ ดร.ธานี สวุ รรณประทีป พธ.ด. (พระพุทธศาสนา) มหาวิทยาลยั มหาจุฬาฯ ๒๕๕๙
มคอ.๒ หลักสตู รพุทธศาสตรดุษฎบี ัณฑติ สาขาวชิ าพระไตรปิฎกศกึ ษา ๒๔
ตำแหน่ง ชอ่ื - นามสกลุ คุณวฒุ /ิ สาขาวิชา สถาบันท่สี ำเร็จ ปที ี่
ทางวชิ าการ สำเรจ็
๓ ๗๒๐๕ ๐๐๒๖๙ xx x ศน.ม. (พทุ ธศาสนาและปรชั ญา) มหาวิทยาลยั มหามกุฎฯ ๒๕๔๘
ป.ธ. ๙ (ภาษาบาลี) กองบาลสี นามหลวง ๒๕๓๙
อาจารย์ ดร.สพุ ิชฌาย์ พรพชิ ณรงค์ พธ.ด. (พระพุทธศาสนา) ม.มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั ๒๕๕๗
๓ ๑๐๒๐ ๐๑๖๗๐ xx x ศน.ม. (พุทธศาสน์ศกึ ษา) ม.มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย ๒๕๕๓
บธ.ม. (บรหิ ารธุรกิจ) สถาบนั บัณฑิตพฒั นบรหิ ารศาสตร์ ๒๕๔๓
ศศ.บ. (ภาษาไทย) ม.รามคำแหง ๒๕๓๐
อาจารย์ ดร.นวลวรรณ พนู วสุพลฉตั ร พธ.ด. (พระพุทธศาสนา) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาฯ ๒๕๕๖
๓ ๔๐๙๙ ๐๐๖๔๓ xx x M.A. (Applied Economics) WesternMichiganUniversity, ๒๕๓๓
USA
วท.บ. (พยาบาลและผดุงครรภ์) มหาวิทยาลัยขอนแก่น ๒๕๒๘
หมายเหตุ: *อาจารยผ์ รู้ บั ผิดชอบหลักสตู รและประจำหลกั สูตร
๓.๒.๒ อาจารยผ์ สู้ อน คุณวฒุ /ิ สาขาวิชา ตำแหนง่ ทางวิชาการ
ที่ ชอื่ - ฉายา/นามสกุล Ph.D. (Pali & Buddhist Studies) ศาสตราจารย์
๑ พระราชปริยัติกว,ี ศ.ดร.
พธ.ม. (พระพุทธศาสนา) รองศาสตราจารย์
(สมจนิ ต์ สมมฺ าปญโฺ ) รองศาสตราจารย์
ศษ.บ. (มัธยมศึกษา)
๒ พระราชปริยตั ิมุน,ี รศ.ดร. รองศาสตราจารย์
(เทยี บ สิริ าโณ) ป.ธ. ๙ (ภาษาบาล)ี ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์
๓ พระเทพสุวรรณเมธี, รศ.ดร. Ph.D. (Pali)
[สุชาติ กิตฺตปิ ญโฺ (หวลจติ ต์)]
M.A. (Pali & Sanskrit)
๔ พระเทพปริยัตมิ นุ ,ี รศ.ดร.
[มีชัย วรี ปญโฺ (ตุวันโน)] ป.ธ.๙ (ภาษาบาล)ี
๕ พระราชรตั นมนุ ี, ผศ.ดร. พธ.ด. (พระพทุ ธศาสนา)
[บุญเทยี ม าณนิ ฺโท (มสุ ุ)] ศศ.ม. (ภาษาสนั สกฤต)
พธ.บ. (ปรัชญา)
ป.ธ. ๘ (ภาษาบาล)ี
บธ.ด. (บริหารธรุ กจิ )
รป.ม. (รัฐประศาสนศาสตร์)
ป.ธ. ๙ (ภาษาบาลี)
พธ.ด. (บาลพี ุทธศาสตร)์
ศธ.ม. (บาล)ี
พธ.บ. (บาลพี ุทธศาสตร)์
มคอ.๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ สาขาวิชาพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๒๕
ที่ ชอ่ื - ฉายา/นามสกลุ คณุ วุฒ/ิ สาขาวชิ า ตำแหน่งทางวิชาการ
ป.ธ. ๘ (ภาษาบาล)ี อาจารย์
๖ พระปญั ญารัตนากร,ดร. พธ.ด. (พระพทุ ธศาสนา) อาจารย์
(สำรวย าณสํวโร/พินดอน) พธ.ม. (พระพทุ ธศาสนา) รองศาสตราจารย์
พธ.บ. (ภาษาอังกฤษ) รองศาสตราจารย์
อาจารย์
๗ พระศรีสุทธิเวท,ี ดร. ปร.ด. (วัฒนธรรมศาสตร์)
อาจารย์
[ขวญั ถริ มโน (แดงหนา่ ย)] ศษ.ม. (บริหารการศกึ ษา) อาจารย์
รองศาสตราจารย์
พธ.บ. (ภาษาองั กฤษ)
ป.ธ. ๙ (ภาษาบาลี)
๘ พระมหาสมบรู ณ์ วฑุ ฒฺ ิกโร,รศ.ดร. พธ.ด. (พระพทุ ธศาสนา)
ศศ.ม. (พุทธศาสน์ศกึ ษา)
พธ.บ. (ภาษาอังกฤษ)
ป.ธ. ๗ (ภาษาบาล)ี
๙ พระมหาหรรษา ธมมฺ หาโส, รศ.ดร. พธ.ด. (พระพุทธศาสนา)
ศศ.ม. (พทุ ธศาสนศึกษา)
พธ.บ. (ปรัชญา)
ป.ธ. ๖ (ภาษาบาลี)
๑๐ พระมหาสรุ ศกั ดิ์ ปจจฺ นฺตเสโน, ดร. Ph.D. (Buddhist Studies)
M.Phil. (Buddhist Studies)
ศศ.ม. (พทุ ธศาสน์ศึกษา)
พธ.บ. (บาลี-สันสกฤต)
ศศ.บ. (ไทยคดศี กึ ษา)
ป.ธ. ๗ (ภาษาบาลี)
๑๑ พระครูพพิ ธิ วรกิจจานุการ, ดร. Ph.D. (Pali&Buddhist Studies)
[มานิตย์ เฟอ่ื งผล (เขมคุตโฺ ต)] M.A. (Buddhist Studies)
ศน.บ. (พระพุทธศาสนา)
๑๒ พระมหาภูมิชาย อคฺคปญโฺ ,ดร. พธ.ด. (พระพุทธศาสนา)
(มกรพันธ)์ พธ.ม. (ชีวิติและความตาย)
พธ.บ. (บาลีพทุ ธศาสตร)์
ป.ธ. ๙
๑๓ รศ.ดร.เวทย์ บรรณกรกลุ พธ.ด. (บาลพี ทุ ธศาสตร)์
ศษ.ม. (ประชากรศกึ ษา)
พธ.บ. (ปรัชญา)
มคอ.๒ หลกั สตู รพุทธศาสตรดษุ ฎีบัณฑติ สาขาวชิ าพระไตรปฎิ กศึกษา ๒๖
ท่ี ช่ือ - ฉายา/นามสกุล คุณวฒุ /ิ สาขาวิชา ตำแหนง่ ทางวิชาการ
๑๔ ผศ.ดร.วโิ รจน์ คมุ้ ครอง ป.ธ. ๙ (ภาษาบาลี) ผู้ช่วยศาสตราจารย์
๑๕ ดร.ธานี สุวรรณประทีป พธ.ด. (พระพทุ ธศาสนา) อาจารย์
๑๖ ดร.สุพิชฌาย์ พรพิชณรงค์ พธ.ม. (พระพุทธศาสนา) อาจารย์
ป.ธ. ๙ (ภาษาบาล)ี
๑๗ ดร.นวลวรรณ พนู วสุพลฉตั ร พธ.ด. (พระพุทธศาสนา)
ศน.ม. (พุทธศาสนาและปรชั ญา)
ป.ธ. ๙ (ภาษาบาลี)
พธ.ด. (พระพุทธศาสนา)
ศน.ม. (พทุ ธศาสน์ศึกษา)
บธ.ม. (บริหารธรุ กจิ )
ศศ.บ. (ภาษาไทย)
พธ.ด. (พระพทุ ธศาสนา) อาจารย์
M.A. (Applied Economics)
วท.บ. (พยาบาลและผดงุ ครรภ์)
๓.๒.๓ อาจารยบ์ รรยายพิเศษ
ท่ี ชอื่ -ฉายา/นามสกุล คุณวุฒิ/สาขาวชิ า ตำแหน่งทางวิชาการ
ศาสตราจารย์พิเศษ
๑ สมเด็จพระพทุ ธชินวงศ์, ศ.พเิ ศษ ดร. Ph.D. (Ancient Asian History)
ศาสตราจารย์พิเศษ
M.A. (Ancient Asian History) ราชบัณฑติ
ศาสตราจารย์
ป.ธ. ๙ (ภาษาบาล)ี
ศาสตราจารย์
๒ ศ.พิเศษ จำนงค์ ทองประเสริฐ M.A. (Asian Studies)
พธ.บ. (พระพุทธศาสนา)
ป.ธ. ๙ (ภาษาบาล)ี
๓ ศ.ดร.จำนงค์ อดิวฒั นสิทธิ์ Ph.D. (Sociology)
M.A. (Sociology)
พธ.บ. (พุทธศาสนา)
๔ ศ.ดร.วัชระ งามจติ รเจรญิ อ.ด. (ปรชั ญา)
M.A. (Philosophy)
มคอ.๒ หลักสตู รพทุ ธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ สาขาวชิ าพระไตรปฎิ กศึกษา ๒๗
ท่ี ชอื่ -ฉายา/นามสกุล คุณวุฒิ/สาขาวชิ า ตำแหน่งทางวิชาการ
ศาสตราจารย์พเิ ศษ
พธ.บ. (ศาสนาและปรชั ญา) รองศาสตราจารย์
ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์
ป.ธ. ๙ (ภาษาบาลี) อาจารย์พเิ ศษ
อาจารยพ์ เิ ศษ
๕ ศ.พเิ ศษ ดร.ร.ท.บรรจบ บรรณรจุ ิ Ph.D. (Buddhist Philosophy)
อ.ม. (บาลสี ันสกฤต)
พธ.บ. (การสอนสังคมศกึ ษา)
ป.ธ. ๙ (ภาษาบาลี)
๖ รศ.ดร. สำเนยี ง เลือ่ มใส Ph.D. (Pali & Sanskrit)
M.A. (Pali & Sanskrit)
พธ.บ. (บาลสี ันสกฤต)
ป.ธ. ๙ (ภาษาบาลี)
๗ ผศ.ดร.ชาญณรงค์ บุญหนุน อ.ด. (ปรัชญา)
อ.ม. (ปรชั ญา)
พธ.บ. (ปรัชญา)
๘ ผศ.ดร.วุฒินนั ท์ กันทะเตยี น พธ.ด. (พระพทุ ธศาสนา)
อ.ม. (ศาสนาเปรียบเทียบ)
พธ.บ. (ภาษาองั กฤษ)
ป.ธ. ๙ (ภาษาบาลี)
๙ ดร.ทรงวทิ ย์ แกว้ ศรี พธ.ด. (พระพุทธศาสนา)
M.A. (B.Lib.Sc) (บรรณรักษศาสตร)์
B.A. (B.Lib.Sc) (บรรณรักษศาสตร์)
ศศ.บ. (สารนเิ ทศศาสตร)์
พธ.บ. (ปรชั ญา)
๔. องคป์ ระกอบเก่ยี วกับประสบการณ์ภาคสนาม (ถา้ มี)
ไม่มี
๕. ขอ้ กำหนดเกย่ี วกับการทำดุษฎนี ิพนธ์
๕.๑ คำอธบิ ายโดยย่อ
หลักสตู รพุทธศาสตรดษุ ฎีบัณฑิต แบบ ๑.๑
การทำดุษฎีนิพนธ์ในสาขาวิชาพระไตรปิฎกศึกษา แบบ ๑.๑ คือ การศึกษาค้นคว้า การแสวงหา
ความรู้ การประยุกต์ วิเคราะห์ และสังเคราะห์องค์ความรู้ใหม่ในรูปแบบการวิจัยอย่างเป็นระบบตามหลัก
วิชาการความรู้ด้านพระไตรปิฎกศึกษาและศาสตร์สมัยใหม่ ภายใต้การควบคุมดูแลของคณะกรรมการและ
อาจารย์ที่ปรึกษา ซึ่งทำหน้าท่ีให้คำปรึกษาและควบคุมวิทยานิพนธ์ของนิสิตแต่ละคน ให้เป็นไปตามข้อบังคับ
มคอ.๒ หลักสตู รพทุ ธศาสตรดุษฎีบัณฑติ สาขาวิชาพระไตรปฎิ กศึกษา ๒๘
ระเบียบฯ และประกาศของบัณฑติ วทิ ยาลยั จนกวา่ จะแล้วเสร็จ
หลกั สตู รพทุ ธศาสตรดุษฎบี ณั ฑิต แบบ ๒.๑
การทำดุษฎีนิพนธ์ในสาขาวิชาพระไตรปิฎกศึกษา แบบ ๒.๑ คือ การศึกษาค้นคว้า การแสวงหา
ความรู้ การประยุกต์ วิเคราะห์ และสังเคราะห์องค์ความรู้ในรูปแบบการวิจัยที่มีคุณภาพสูง และก่อให้เกิด
ความก้าวหน้าทางวิชาการและวิชาชีพ อย่างเป็นระบบตามหลักวิชาการความรู้ด้านพระไตรปิฎกศึกษาและ
ศาสตร์สมัยใหม่ ภายใต้การควบคุมดูแลของคณะกรรมการและอาจารย์ที่ปรึกษา ซ่ึงทำหน้าท่ีให้คำปรึกษาและ
ควบคุมวิทยานิพนธ์ของนิสิตแต่ละคน ให้เป็นไปตามข้อบังคับ ระเบียบฯ และประกาศของบัณฑิตวิทยาลัย
จนกวา่ จะแล้วเสรจ็
๕.๒ มาตรฐานผลการเรยี นรู้
นิสิตมีศักยภาพในการเรียนรดู้ ้วยตนเอง สามารถคดิ และวิเคราะห์ปัญหาเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา
พระไตรปิฎกและหลกั ธรรมอย่างเป็นระบบ และมีหลักการ สามารถประยุกต์ใช้ศาสตร์ต่าง ๆ ทั้งทางภาคทฤษฎี
และภาคปฏิบตั ิ เพ่อื ใช้ในการทำวทิ ยานิพนธ์ได้
๕.๓ ชว่ งเวลา
๕.๓.๑ นิสิตแบบ ๑.๑ จะเสนอหัวข้อและโครงร่างดุษฎีนิพนธ์เพ่ือขออนุมัติลงทะเบียนทำดุษฎี
นพิ นธ์ไดห้ ลังจากขึ้นทะเบียนเปน็ นสิ ิตแลว้ โดยนิสติ ต้องทำดุษฎีนิพนธ์ไม่น้อยกว่า ๕๔ หน่วยกติ และต้องศกึ ษา
รายวิชาเพ่ิมเติมท่ีไม่นับหน่วยกิต จำนวน ๙ หน่วยกิตตามท่ีระบุไว้ในหลักสูตร และอาจจะมีเรียนรายวิชา
เพ่ิมเตมิ ได้ ตามคำแนะนำของคณะกรรมการบรหิ ารหลักสูตรหรอื คณะกรรมการท่ปี รึกษาดุษฎีนิพนธ์ โดยไม่นับ
จำนวนหนว่ ยกติ
๕.๓.๒ นิสิตแบบ ๒.๑ จะเสนอหัวข้อและโครงร่างดุษฎีนิพนธ์เพื่อขออนุมัติลงทะเบียนทำดุษฎี
นพิ นธ์ได้เมอื่ ศึกษารายวิชามาแล้วไม่น้อยกว่า ๑ ภาคการศกึ ษาปกติ และมีหน่วยกติ สะสมในรายวชิ าไม่น้อยกว่า
๖ หน่วยกิต โดยนิสิตต้องทำวิทยานิพนธ์ไม่น้อยกว่า ๓๖ หน่วยกิต และต้องศึกษารายวิชาอีกไม่น้อยกว่า ๑๘
หนว่ ยกติ
๕.๓.๒ คณะกรรมการควบคมุ ดษุ ฎีนพิ นธ์ตอ้ งมจี ำนวนไมน่ อ้ ยกว่า ๒ ทา่ น แตไ่ ม่เกนิ ๓ ท่าน
๕.๓.๓ นิสิตแบบ ๑.๑ มีสิทธิขอสอบวิทยานิพนธ์ได้ต่อเม่ือทำวิทยานิพนธ์เสร็จสมบูรณ์ โดยใช้
เวลาทำดุษฎีนิพนธ์ไมน่ ้อยกวา่ ๖ ภาคการศึกษาปกติ นับจากวนั ลงทะเบยี นทำดษุ ฎนี พิ นธ์
๕.๓.๔ นิสิตแบบ ๒.๑ มีสิทธิขอสอบวิดุษฎีนิพนธ์ได้เม่ือศึกษารายละเอียดครบตามกำหนด ได้ค่า
ระดับเฉลี่ยสะสมในรายวิชาไมน่ อ้ ยกว่า ๓.๐๐ และทำดษุ ฎีนิพนธ์เสร็จสมบูรณ์ โดยใช้เวลาทำดษุ ฎีนิพนธ์ไม่นอ้ ย
กวา่ ๘ เดือน นบั จากวนั ลงทะเบยี นทำวิดษุ ฎนี พิ นธ์
๕.๔ จำนวนหนว่ ยกติ
๕.๔.๑ หลกั สตู รแบบ ๑.๑ ทำดุษฎนี ิพนธ์ จำนวน ๕๔ หนว่ ยกติ
๕.๔.๒ หลกั สูตรแบบ ๒.๑ ทำดุษฎนี ิพนธ์ จำนวน ๓๖ หน่วยกิต
มคอ.๒ หลกั สตู รพุทธศาสตรดษุ ฎบี ัณฑติ สาขาวชิ าพระไตรปิฎกศึกษา ๒๙
๕.๕ การเตรยี มการ
๕.๕.๑ ใหล้ งทะเบียนเรียนวชิ าเกยี่ วขอ้ งกับการวิจยั ทางพระไตรปฎิ กศึกษา
๕.๕.๒ จัดให้มีการแต่งต้ังอาจารยท์ ปี่ รกึ ษาดุษฎีนิพนธ์
๕.๕.๓ จดั สัมมนาใหค้ วามรูเ้ กี่ยวกบั การทำดษุ ฎนี ิพนธ์ และจัดให้มคี ลนิ กิ ดุษฎีนพิ นธ์
๕.๖ กระบวนการประเมนิ ผล
๕.๖.๑ การสอบวัดคณุ สมบัติ
นิสิตจะต้องสอบผ่านการสอบวัดคุณสมบัติทั้งข้อเขียนและปากเปล่าภายหลังจากที่ศึกษา
รายวิชาครบถ้วน และได้เกรดเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรไม่ต่ำกว่า ๓.๐๐ ในการสอบวัดคุณสมบัติ ให้คณบดี
บัณฑิตวิทยาลัยแต่งต้ังอาจารย์อย่างน้อย ๓ คน เป็นคณะกรรมการสอบวัดคุณสมบัติ ท้ังน้ี ให้มีกรรมการอย่าง
น้อย ๑ คน มาจากสาขาวิชาเดียวกันหรือเกี่ยวข้องกัน ซ่ึงมิใช่อาจารย์ท่ีปรึกษา และให้คณะกรรมการสอบวัด
คณุ สมบัติดำเนินการสอบให้เปน็ ไปดว้ ยวความเรยี บร้อย เกณฑ์ในการสอบผา่ นและการสอบแก้ตวั ให้เป็นไปตาม
ข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๑ แก้ไข
เพ่ิมเติม พุทธศักราช ๒๕๔๘ และข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการศึกษาระดับ
บณั ฑิตศกึ ษา พ.ศ. ๒๕๔๑ (ฉบับที่ ๓) แกไ้ ขเพิ่มเติม พุทธศกั ราช ๒๕๔๙
การสอบวัดคุณสมบัติประกอบด้วยหมวดวิชาบังคับ และหมวดวิชาเอกท่ีนิสิตเลือกเรียน
นิสิตต้องสอบผ่านข้อเขียนทุกหมวดและสอบปากเปล่าจึงมีสิทธินำเสนอหัวข้อดุษฎีนิพนธ์ การประเมินผลการ
สอบขอ้ เขียนและปากเปลา่ ใหเ้ ป็นไปตามมาตรฐานการศึกษาและดลุ พินจิ ของคณะกรรมการบรหิ ารหลักสูตร
๕.๖.๒ การสอบปอ้ งกนั ดษุ ฎีนพิ นธ์
๑) นิสิตต้องสอบป้องกันดุษฎีนิพนธ์ต่อคณะกรรมการที่ปรึกษาดุษฎีนิพนธ์และกรรมการ
สอบดุษฎนี ิพนธ์ตามท่ีโครงการกำหนดขนึ้ ซงึ่ ประกอบดว้ ย
(๑) ประธาน ไดแ้ ก่ คณบดีหรอื ผูท้ ่ีคณบดีมอบหมาย
(๒) คณะกรรมการควบคมุ ดษุ ฎนี ิพนธ์
(๓) กรรมการผ้ทู รงคณุ วุฒจิ ากภายนอกมหาวิทยาลัย จำนวนไม่เกิน ๓ ท่าน
ในกรณีท่ีคณะกรรมการที่ปรึกษาและกรรมการดุษฎีนิพนธม์ ีมติให้นิสิตปรบั ปรุงแก้ไขดษุ ฎี
นิพนธ์ภายหลังการสอบป้องกนั ดุษฎีนิพนธ์ ให้นิสิตดำเนินการแกไ้ ขและนำดุษฎีนิพนธ์ทไ่ี ด้ปรับปรงุ แก้ไขแลว้ ท้ัง
ฉบับให้คณะกรรมการที่ปรึกษาและกรรมการสอบดุษฎีนิพนธ์พิจารณา หากคณะกรรมการดังกล่าวให้ความ
เห็นชอบและลงนามผลการสอบผ่านจึงจะถือว่านิสิตได้สอบป้องกันดุษฎีนิพนธ์และผ่านการสอบที่สมบูรณ์เพ่ือ
นำออกเผยแพร่ต่อสาธารณะโดยตพี มิ พผ์ ลงานดังกลา่ วในวารสารวิชาการที่เปน็ ทย่ี อมรับในสาขาวชิ านัน้
๒) ในการสอบดุษฎีนิพนธ์นิสิตต้องตอบข้อซักถามต่าง ๆ เกี่ยวกับดุษฎีนิพนธ์หรือเรื่องที่
เก่ียวข้อง หลังจากสอบแล้วให้คณะกรรมการตรวจสอบดุษฎีนิพนธ์ประชุมพิจารณาประเมินผล ในขณะ
ประเมนิ ผลให้นสิ ิตออกจากหอ้ งสอบ
๓) ให้มกี ารจดบันทึกรายละเอียดเกยี่ วกับการประเมินผลดุษฎนี ิพนธ์ทุกคร้ัง
มคอ.๒ หลกั สตู รพทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑติ สาขาวิชาพระไตรปิฎกศกึ ษา ๓๐
๔) หากคณะกรรมการตรวจสอบดษุ ฎีนิพนธ์มมี ติให้แกไ้ ขวิทยานพิ นธ์ไม่วา่ กรณใี ด ๆ นิสิต
ต้องแก้ไขดุษฎีนิพนธ์ให้ถูกต้องตามมติ และคำแนะนำน้ันก่อนที่จะนำวิทยานิพนธ์ ฉบับที่แก้ไขแล้วส่งบัณฑิต
วิทยาลัย กรณีท่ีนิสิตไม่สามารถส่งดุษฎีนิพนธ์ได้ทันเวลาตามท่ีคณะกรรมการกำหนด จะต้องดำเนินการยื่นขอ
ขยายเวลาการส่งวิทยานิพนธ์ต่อบัณฑิตวิทยาลัยโดยผ่านความเห็นชอบของประธานคณะกรรมการตรวจสอบ
ดุษฎนี ิพนธ์ ทั้งน้ีการขยายเวลา ต้องอย่ภู ายในระยะเวลา ๖ เดือนนบั แตว่ ันสอบ หากเกนิ จากกำหนดนใ้ี ห้ถือว่า
สอบไม่ผ่านและจะต้องดำเนินการขอสอบใหม่ กรณีทย่ี ังคงสถานภาพนสิ ิตเทา่ น้นั
๕) ให้คณะกรรมการตรวจสอบดุษฎีนิพนธ์ทำการประเมินผลดุษฎีนิพนธ์โดยกำหนดเป็น
๔ ระดับ ดงั น้ี
ผลการศกึ ษา ระดบั
ดเี ย่ยี ม (Excellence) A
ดี (Good) B+
ผ่าน (Passed) B
ตก (Failed) F
ส่วนวิทยานิพนธ์ที่อยู่ในระหว่างการเรียบเรียงให้แสดงสถานะด้วยสัญลักษณ์ IP
(Inprogress) ท้ังนี้ ให้เป็นไปตามระเบียบบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยวิธี
ปฏบิ ตั ิเก่ยี วกับวทิ ยานพิ นธ์ พ.ศ. ๒๕๕๐ หมวดท่ี ๖ ขอ้ ที่ ๑๔ (ภาคผนวก ข)
๖) การลงนามของกรรมการตรวจสอบดุษฎีนิพนธ์ในหน้าอนุมัติ อาจกระทำได้เม่ือ
เห็นสมควรแต่ประธานคณะกรรมการตรวจสอบดษุ ฎีนิพนธ์จะลงนามไดต้ ่อเมื่อดุษฎนี ิพนธ์นนั้ ได้รับการแก้ไขท้ัง
รูปแบบและเน้ือหาเรยี บรอ้ ยแล้วเทา่ น้นั จากน้ันคณบดบี ัณฑติ วทิ ยาลัยจงึ ลงนามอนุมัติ
๗) ให้ประธานคณะกรรมการตรวจสอบดุษฎีนิพนธ์เสนอผลการประเมินต่อคณบดีบัณฑิต
วิทยาลัย หากมีมติไม่เป็นเอกฉันท์โดยคณะกรรมการเสียงข้างมากมีมติให้ผ่าน ให้รวบรวมใบประเมินผลของ
กรรมการทุกท่าน เพ่ือส่งให้คณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัยพิจารณาช้ีขาด เมื่อทราบผลการประเมินและ
นสิ ิตสง่ ดษุ ฎีนิพนธ์ฉบับทแ่ี กไ้ ขเรียบรอ้ ย บณั ฑิตวทิ ยาลยั จะประกาศผลให้ทราบโดยทวั่ กัน
มคอ.๒ หลักสูตรพุทธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ สาขาวิชาพระไตรปิฎกศึกษา ๓๑
หมวดท่ี ๔
ผลการเรยี นรู้ กลยุทธ์การสอนและการประเมินผล
๑. การพัฒนาคุณลักษณะพเิ ศษของนสิ ิต
คณุ ลกั ษณะพเิ ศษ กลยทุ ธ์หรือกจิ กรรมของนิสิต
๑. M – Morality มมี ารยาททางกายและ มีการฝึกฝนด้านระเบียบวินัยกิริยามารยาททั้งทางกายและวาจาที่
วาจาทีเ่ หมาะสมตามกาลเทศะ เหมาะสม เชน่ การแตง่ กาย การพดู
๒. A – Awareness รู้เท่าทนั ความ มกี ารส่งเสริมให้รู้เท่าทันการเปลย่ี นแปลงของโลกและสังคมปจั จุบัน
เปลยี่ นแปลงทางสงั คม ในดา้ นเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และเทคโนโลยี
๓. H – Helpfulness มศี รทั ธา อุทิศตน มีการส่งเสริมให้นิสิตมีศรัท ธาอุทิศตนเพื่ อท ำงาน เผยแผ่
เพื่อพระพทุ ธศาสนา พระพทุ ธศาสนา โดยการใหอ้ อกค่ายบัณฑิตอาสาพัฒนาชมุ ชน
๔. A – Ability มีความสามารถในการ มีการส่งเสริมให้นิสิตมีทักษะในการแก้ปัญหาตนเองและสังคม โดย
แกป้ ญั หา จัดกิจกรรมการเรียนการสอนจากกรณีปัญหา (Problem-Based
Learning: PBL) เพ่ือนำไปสู่การคิดแก้ไขปัญหานั้น ๆ ตามหลัก
พุทธธรรม
๕. C – Curiosity มีความใฝร่ ูใ้ ฝ่คดิ มีการส่งเสริมให้นิสิตเรียนรู้ตลอดชีวิต มีความใฝ่รู้ใฝ่คิด โดย
มอบหมายงานให้ศึกษาค้นคว้าวิจัย วิเคราะห์ สังเคราะห์ และ
วจิ ารณ์ประเดน็ ปญั หาตา่ ง ๆ ท่ีเกดิ ขึน้ ในสงั คม
๖. H - Hospitality มีนำ้ ใจเสียสละเพื่อ มีการส่งเสริมให้นิสิตมีจิตอาสาในการเข้าร่วมกิจกรรมบำเพ็ญ
ส่วนรวม สาธารณประโยชน์ตา่ ง ๆ เช่น จัดกจิ กรรมสังคมสงเคราะห์
๗. U – Universality มีโลกทศั นก์ ว้างไกล มีการส่งเสริมใหน้ ิสิตเข้าร่วมกิจกรรมท้ังในระดบั ชาตแิ ละนานาชาติ
เพื่อสรา้ งเสริมประสบการณด์ ้านพระพุทธศาสนาและสังคม
๘. L – Leadership มีความเป็นผ้นู ำดา้ น มีการส่งเสริมให้นสิ ติ วางตนเปน็ แบบอยา่ งดา้ นจติ ใจและปญั ญา
จิตใจและปญั ญา
๙. A – Aspiration มีความมงุ่ มั่นพัฒนาตน มีการส่งเสริมให้นิสิตฝึกอบรมคุณธรรมจรยิ ธรรม โดยการบูรณาการ
ให้เพียบพร้อมดว้ ยคณุ ธรรมจริยธรรม หลักคณุ ธรรมจรยิ ธรรมไวใ้ นในรายวชิ าตา่ ง ๆ
๒. การพฒั นาผลการเรยี นรใู้ นแตล่ ะด้าน
ผลการเรียนรู้ กลยทุ ธ์การสอนทีใ่ ช้ กลยทุ ธ์ในการประเมินผล
ตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิ ในการพัฒนา การเรยี นรู้
๑. ด้านคณุ ธรรมจริยธรรม ๑. ด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม ๑. ดา้ นคณุ ธรรม จริยธรรม
๑.๑ ผลติ บัณฑิตทางพระพทุ ธศาสนาทม่ี ี ๑.๑ จัดกิจกรรมเชิงวิชาการ ๑.๑ ประเมินด้วยผลงาน
คุณธรรมและจริยธรรม สามารถให้บริการ และภาคปฏิบัติที่ส่งเสริมการ วิชาการ และการบำเพ็ญตน
มคอ.๒ หลักสตู รพุทธศาสตรดษุ ฎบี ัณฑติ สาขาวิชาพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๓๒
ผลการเรยี นรู้ กลยทุ ธก์ ารสอนที่ใช้ กลยุทธใ์ นการประเมินผล
ตามกรอบมาตรฐานคุณวฒุ ิ ในการพฒั นา การเรียนรู้
งานวิชาการแก่สังคม เรียนรู้ด้านคุณธรรม จริยธรรม ใหเ้ ปน็ ประโยชนต์ อ่ สงั คม
๑.๒ มีศักยภาพที่จะพัฒนาตนเองให้ ให้เป็นผมู้ ีนำ้ ใจเสียสละ อุทิศตน ๑ .๒ ป ร ะ เ มิ น ด้ ว ย
เพียบพร้อมด้วยคุณธรรม จริยธรรมด้วย เพอ่ื พระพทุ ธศาสนาและสงั คม แบบทดสอบด้วยการสังเกต
หลกั การทางพระพทุ ธศาสนา ๑.๒ ฝึกฝนให้มีความใฝ่รู้ ใฝ่ สัมภาษณ์ การสนทนากลุ่ม
๑.๓ สามารถวินิจฉัยและแก้ไขปัญหา คิด เป็นผู้นำด้านจิตใจและ และแบบวัดผล
บนฐานของหลักการและเหตุผลและค่านิยม ปัญญา เพ่ือพัฒนาตนเองและ ๑.๓ ประเมินจากความ
ดนั ดีงาม สังคม รับผิดชอบในการปฏิบัติงาน
๑.๔ แสดงภาวะความเป็นผู้นำด้าน ๑ .๓ การจัดกิจกรรมใน เป็นทีม การทำงานวิจัย และ
ความประพฤตปิ ฏิบัติตามหลักคุณธรรมและ รายวิชาท่ีเน้นการปลูกฝังให้ การเข้าร่วมกิจกรรมในการใช้
จริยธรรมในพระพุทธศาสนา นิสิตมีระเบียบวินัยในตนเอง องค์ความรู้ทางการศึกษาทำ
และแก้ไขปัญหาของตนเองและ ประโยชนต์ ่อสงั คม
สังคมได้ ๑.๔ ผู้เรยี นประเมินตนเอง
๑.๔ ฝึกฝนภาวะความเป็น และประเมินโดยเพื่อนและ
ผู้ น ำ ผู้ ต าม ด้ าน คุ ณ ธรรม อาจารย์ โดยใช้แบบประเมิน
จริยธรรม และแบบวดั ผล
๒. ด้านความรู้ ๒. ด้านความรู้ ๒. ด้านความรู้
๒.๑ มีความรู้และความเข้าใจอย่างถ่อง ๒ .๑ จั ด ก ารเรีย น รู้โด ย ๒.๑ ประเมินด้วยการสอบ
แท้ ในเน้ือหาสาระหลักของสาขาวิชา ผู้เรียนเป็ น ศูนย์กลาง และ ข้อเขยี น
พระไตรปิฎกศึกษา ตลอดจนหลักการและ มุ่งเน้นให้นิสิตมีความรู้ความ ๒.๒ ประเมินด้วยการสอบ
ทฤษฎีท่ีสำคัญ และนำมาประยุกต์ใช้ใน เข้าใจสาขาวิชาพระไตรปิฎก ป้องกันดุษฎีนพิ นธ์
การศึกษาค้นคว้าทางวิชาการหรือการ ศึกษา โดยใช้วิธีการเรียนการ ๒ .๓ ป ระเมิ น ด้วยการ
ปฏบิ ัตงิ าน สอนท่ีเน้นหลักการทางทฤษฎี นำเสน อรายงาน และการ
๒.๒ มีความรู้ความเข้าใจในวิธีการ และการประยุกต์ทางปฏิบัติใน ทำงานเป็นทีม
พฒั นาวิชาการสมัยใหม่ สามารถประยุกต์ใช้ สภาพแวดล้อมจริง กระตุ้นให้ ๒.๔ ประเมินด้วยการนำ
ร่วมกบั วิชาพระไตรปิฎกศกึ ษาได้ เกิดการคิด วิเคราะห์ และ ความรู้ไปประยุกต์ใช้ให้เป็น
๒.๓ มีความเข้าใจทฤษฎี การวิจัย และ ตดั สินใจดว้ ยตนเอง ประโยชน์
การปฏิบัติในสาขาวิชาพระไตรปิฎกศึกษา ๒.๒ จัดกิจกรรมการเรียนรู้
สามารถประยุกต์หลักธรรมมาใช้กับแนวคิด วิชาการศาสตร์สมัยใหม่ควบคู่
ในทางทฤษฎี ปฏิบัติ และการวิจยั กบั วิชาการพระพุทธศาสนา
๒.๔ สามารถพัฒนานวัตกรรมหรือสร้าง ๒ .๓ จั ด ให้ มี ก ารศึ ก ษ า
องค์ความรู้ใหม่ สร้างองค์ความรู้จาก ค้นคว้า วิจัยด้วยตนเอง ในการ
มคอ.๒ หลักสูตรพทุ ธศาสตรดุษฎีบัณฑติ สาขาวิชาพระไตรปิฎกศกึ ษา ๓๓
ผลการเรยี นรู้ กลยุทธก์ ารสอนทใ่ี ช้ กลยทุ ธใ์ นการประเมนิ ผล
ตามกรอบมาตรฐานคุณวฒุ ิ ในการพฒั นา การเรยี นรู้
งานวิจัยเพ่ือเช่ือมโยงกับการพัฒนาองค์กร พั ฒ น าน วัต ก รรม แล ะองค์
เพ่ือตอบสนองความต้องการทางสังคมใน ความร้ใู หม่
ด้านวิชาการพระไตรปฎิ กศึกษา ๒.๔ ส่งเสริมให้มีการวิจัย
แ ล ะค้ น ค ว้าอ งค์ ค ว าม รู้ใน
พระไตรปิฎกและนำองค์ความรู้
ที่ค้นพบมาประยุกต์ใช้ได้อย่าง
เหมาะสม
๓. ดา้ นทักษะทางปญั ญา ๓. ด้านทักษะทางปญั ญา ๓. ดา้ นทักษะทางปญั ญา
๓.๑ สามารถใช้ความรู้ทางทฤษฎีและ ๓.๑ ฝึกทักษะการคิดและ ๓.๑ วัดการแสดงออก
ปฏิบัติในการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ การแกไ้ ขปัญหา ทางการกระบวนการคิดและ
เพื่อการพัฒนาและสร้างสรรค์องค์ความรู้ ๓.๒ เน้นการเรียนรู้ด้วย การแก้ไขปัญหา
ใหม่ทางพระไตรปฎิ กศึกษาอย่างเหมาะสม ตนเอง และการปฏิบัติงานจรงิ ๓.๒ วัดผลการปฏิบัติงาน
๓.๒ สามารถสืบค้นข้อมูลผลงานวิจัย ๓ .๓ เน้ น ก า ร เรี ย น รู้ ท่ี ท่ีไดร้ ับมอบหมาย
ส่ิงตีพิมพ์ทางวิชาการ จากแหล่งข้อมูลที่ ส า ม า ร ถ ป ร ะ ยุ ก ต์ ใ ช้ กั บ ๓.๓ การนำเสนอผลงาน
หลากหลาย สังเคราะห์ และนำไปใช้ สถานการณ์จริง โดยใช้ปัญหา การอธิบาย การถามและตอบ
ประโยชนใ์ นการพัฒนาความคดิ ใหม่ ๆ เป็นตัวกระตนุ้ ให้เกิดการเรยี นรู้ คำถาม
๓.๓ สามารถประยุกตใ์ ช้ผลงานวิจัยและ ๓.๔ การอภปิ รายกลุ่ม ๓.๔ การโต้ตอบสอ่ื สารกับ
องค์ความรู้ทางด้านพระไตรปิฎกศึกษาใน ผอู้ ื่น
การแก้ปัญ หาหรือพัฒ นางานได้อย่าง ๓.๕ การอภิปรายกลมุ่
เหมาะสมและสร้างสรรค์
๓.๔ สามารถตัดสินใจในเร่ืองท่ีซับซ้อน
ที่เก่ียวกับการพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ และ
ส า ม า ร ถ ผ ลิ ต ผ ล ง า น ท า ง วิ ช า ก า ร แ ล ะ
งานวิจยั ในระดับชาติ และนานาชาติ
๔. ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่าง ๔ ด้านทักษะความสัมพันธ์ ๔. ด้านทักษะความสัมพันธ์
บุคคลและความรบั ผิดชอบ ระห ว่ างบุ ค ค ล แ ล ะค ว าม ระหว่างบุคคลและความ
๔.๑ มีระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบ รับผดิ ชอบ รับผดิ ชอบ
ในการดำเนินงานของตนเอง ในการพัฒนา ๔ .๑ ก ารจัดกิ จก รรม ใน ๔.๑ สังเกตพฤติกรรมและ
ความรูข้ องตนเอง องคก์ ร และสงั คม รายวชิ าท่ีเน้นการเรียนการสอน การแสดงออกของนิสิตใน
๔.๒ สามารถใช้ความรู้ในศาสตร์มาช้ีนำ ท่ีมีการปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่าง ห ล า ย ๆ ด้ า น ร ะ ห ว่ า ง
องค์กร แก้ไขปัญหาท่ีมีความซับซ้อนด้วย ผู้เรยี นและผสู้ อน กิจกรรมการเรียนการสอน
มคอ.๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดษุ ฎบี ัณฑติ สาขาวิชาพระไตรปิฎกศึกษา ๓๔
ผลการเรียนรู้ กลยทุ ธก์ ารสอนท่ใี ช้ กลยทุ ธใ์ นการประเมินผล
ตามกรอบมาตรฐานคุณวฒุ ิ ในการพฒั นา การเรยี นรู้
ตนเอง และเปล่ียนแปลงสังคมในทางท่ี ๔.๒ ฝึกฝนภาวะความเป็น เช่น พฤติกรรมความสนใจ
เหมาะสม ผู้นำ ผู้ตาม การแสดงออกถึง ตัง้ ใจเรยี นรู้ และพฒั นาตนเอง
๔.๓ สามารถทำงานเป็นทีม เคารพสิทธิ ภาวะความเป็นผู้นำและผตู้ ามที่ ๔.๒ สังเกตพฤติกรรมการ
รับ ฟั งค ว าม คิ ด เห็ น ข อ งผู้ อื่ น แ ล ะ มี ดี การมีมนุษยสัมพันธ์ท่ีดีกับ แสดงบทบาทภาวะผู้นำและผู้
ปฏสิ ัมพนั ธ์อย่างสร้างสรรคก์ บั ผรู้ ว่ มงาน ผู้ร่วมงาน และการรับฟังความ ตามที่ดี ความสามารถในการ
๔.๔ แสดงภาวะความเป็นผู้นำในองค์กร คิดเห็นผู้อื่นในการปฏิบัติงาน ทำงานร่วมกบั ผ้อู ่นื
บริหารการทำงานเป็นทีมได้อย่างเหมาะสม เป็นทีมและการทำงานวจิ ัย ๔ .๓ สั งเก ตพ ฤติกรรม
ตามโอกาสและสถานการณ์ เพ่ือเพิ่มพูน ๔.๓ ฝึกฝนการทำกิจกรรม ความรับผิดชอบในการเรียน
ประสิทธิภาพในการทำงานของกลุม่ เพ่ือสังคม และการวางตัวท่ี และงานท่ีได้รับมอบหมาย
๔.๕ สามารถตัดสินใจในการดำเนินงาน เหมาะสมตามกาลเทศะ การนำเสนอผลงาน การ
ด้วยตนเอง ประเมินตนเอง รวมท้ังวางแผน ๔.๔ ฝึกฝนการประสานงาน ทำงานวิจัย และการร่วมทำ
ปรับ ปรุงตนเองและองค์กรได้อย่างมี กับผู้อื่นท้ังภายในและภายนอก กจิ กรรมเพ่ือสงั คม
ประสทิ ธภิ าพ สถาบนั การศึกษา
๕. ด้านทกั ษะการวเิ คราะห์เชิงตัวเลข การ ๕ ด้านทักษะการวิเคราะห์เชิง ๕ ด้านทักษะการวิเคราะห์
สื่อสาร และการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ ตัวเลข การส่ือสาร และการใช้ เชิงตัวเลข การส่ือสาร และ
๕.๑ สามารถคัดกรองข้อมูลและใช้หลัก เทคโนโลยสี ารสนเทศ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
ตรรกะท างคณิ ตศ าสตร์และสถิติ ใน ๕.๑ จัดการเรียนการสอน ๕.๑ การทดสอบความรู้และ
การศึกษาค้นคว้าปัญหา เช่ือมโยงประเด็น รายวชิ าตา่ ง ๆ เพื่อให้นิสติ ไดฝ้ ึก เทคนิคการวเิ คราะห์และวิจารณ์
ปัญหาที่สำคัญและซับซ้อน และเสนอแนะ ทักษะท้ังด้านการวิเคราะห์ การ ทฤษฎีหรือแนวคดิ ใหม่ ๆ
แนวทางการแก้ไขปัญหาในด้านต่าง ๆ วจิ ารณ์ ๕.๒ การทำงานวิจัย ต้ังแต่
โดยเฉพาะทางด้านพระไตรปิฎกศึกษาในเชิง ๕.๒ จัดกิจกรรมการเรียน เริ่มต้นจนถึงข้ันตอนการเขียน
ลึกไดเ้ ปน็ อยา่ งดี การสอนท่ีมุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้ รายงาน และการนำเสนอ
๕.๒ สามารถส่ือสารด้านการพูด การ ฝึกฝนทักษะการส่ือสาร และ ผลงาน
อ่าน การฟัง การเขียน และการนำเสนอ การนำเสนอโดยใชเ้ ทคโนโลยีทั้ง
และสื่อสารกับกลุ่มบุคคลต่าง ๆ ท้ังใน ดว้ ยตนเองและร่วมกบั ผู้อ่นื
วงการวิชาการและวิชาชีพ รวมถึงชุมชน ๕.๓ จัดกิจกรรมการเรียน
ทัว่ ไปไดอ้ ย่างเหมาะสม การสอน เพ่ื อให้ นิสิตได้ฝึก
๕.๓ สามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศใน ทักษะด้านการใช้เทคโนโลยี
การค้นคว้าข้อมูล เพ่ือประกอบการศึกษา ประกอบการค้นคว้าและการทำ
แ ล ะ ก ารท ำดุ ษ ฎี นิ พ น ธ์ รว ม ท้ั งก าร ดุษฎนี พิ นธ์
ตดิ ต่อสอ่ื สาร
มคอ.๒ หลักสตู รพทุ ธศาสตรดษุ ฎีบณั ฑติ สาขาวิชาพระไตรปิฎกศึกษา ๓๕
๓. แผนท่ีแสดงการกระจายความรับผิดชอบต่อผลการเรียนรู้ จากหลักสูตรสู่รายวิชา (Curriculum
mapping)
แสดงให้เห็นว่าแต่ละรายวิชาในหลักสูตรรับผิดชอบต่อผลการเรียนรู้ในด้านใดบ้าง โดยระบุว่าเป็น
ความรับผิดชอบหลักหรือความรับผิดชอบรอง โดยที่ผลการเรียนรู้แต่ละข้อของด้านต่าง ๆ ในตารางมี
ความหมายดังต่อไปนี้
๓.๑ ดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม (Moral and Ethics)
(๑) ผลิตบัณฑิตทางพระไตรปิฎกศึกษาท่ีมีคุณธรรมและจริยธรรม สามารถให้บริการงาน
วิชาการแก่สงั คม
(๒) มีศักยภาพท่ีจะพัฒนาตนเองให้เพียบพร้อมด้วยคุณธรรม จริยธรรมด้วยหลักการทาง
พระพทุ ธศาสนา
(๓) สามารถวินิจฉยั และแก้ไขปัญหาบนฐานของหลกั การและเหตุผลและคา่ นยิ มอนั ดงี าม
(๔) แสดงภาวะความเป็นผู้นำด้านความประพฤติปฏิบัติตามหลักคุณธรรมและจริยธรรมใน
พระพทุ ธศาสนา
๓.๒ ดา้ นความรู้ (Knowledge)
(๑) มีความรู้และความเข้าใจอย่างถ่องแท้ ในเน้ือหาสาระหลักของสาขาวิชาพระไตรปิฎกศึกษา
ตลอดจนหลักการและทฤษฎีท่สี ำคัญ และนำมาประยุกต์ใช้ในการศกึ ษาคน้ คว้าทางวชิ าการหรือการปฏิบตั ิงาน
(๒) มีความรู้ความเข้าใจในวิธีการพัฒนาวิชาการสมัยใหม่ สามารถประยุกต์ใช้ร่วมกับวิชา
พระไตรปิฎกศกึ ษาได้
(๓) มีความเข้าใจทฤษฎี การวิจัย และการปฏิบัติในสาขาวิชาพระไตรปิฎกศึกษา สามารถ
ประยกุ ต์หลกั ธรรมมาใชก้ ับแนวคิดในทางทฤษฎี ปฏบิ ตั ิ และการวจิ ัย
(๔) สามารถพัฒนานวัตกรรมหรือสร้างองค์ความรู้ใหม่ สร้างองค์ความรู้จากงานวิจัยเพ่ือ
เชอื่ มโยงกับการพัฒนาองคก์ ร เพ่อื ตอบสนองความตอ้ งการทางสังคมในดา้ นวิชาการพระไตรปิฎกศึกษา
๓.๓ ดา้ นทกั ษะทางปญั ญา (Cognitive Skills)
(๑) สามารถใช้ความรู้ทางทฤษฎีและปฏิบัติในการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ เพ่ือการพัฒนา
และสร้างสรรค์องคค์ วามรใู้ หมท่ างพระไตรปิฎกศึกษาอย่างเหมาะสม
(๒) สามารถสืบค้นข้อมูลผลงานวิจัย ส่ิงตีพิมพ์ทางวิชาการ จากแหล่งข้อมูลท่ีหลากหลาย
สังเคราะห์ และนำไปใชป้ ระโยชน์ในการพัฒนาความคิดใหม่ ๆ
(๓) สามารถประยุกต์ใช้ผลงานวิจัยและองค์ความรู้ทางด้านพระไตรปิฎกศึกษาในการแก้ปัญหา
หรอื พัฒนางานได้อยา่ งเหมาะสมและสร้างสรรค์
(๔) สามารถตัดสินใจในเรอื่ งท่ีซับซ้อนที่เกี่ยวกับการพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ และสามารถผลิตผล
งานทางวิชาการและงานวิจยั ในระดบั ชาติ และนานาชาติ
มคอ.๒ หลักสตู รพทุ ธศาสตรดุษฎบี ัณฑติ สาขาวิชาพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๓๖
๓.๔ ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ (Interpersonal Skill and
Responsibilies)
(๑) สามารถสื่อสารกับกลุ่มคนหลากหลายและสามารถสนทนาท้ังภ าษาไทยและ
ภาษาตา่ งประเทศอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ
(๒) สามารถให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่การแก้ปัญหาสถานการณ์ต่าง ๆ ใน
กลุ่มทั้งในบทบาทของผนู้ ำ หรือในบทบาทของผู้รว่ มทมี ทำงาน
(๓) สามารถใช้ความรใู้ นศาสตร์มาชน้ี ำสงั คมในประเด็นที่เหมาะสม
(๔) มีความรับผดิ ชอบในการกระทำของตนเองและรบั ผิดชอบงานในกลมุ่
(๕) สามารถเป็นผู้ริเร่ิมแสดงประเด็นในการแก้ไขสถานการณ์ทั้งส่วนตัวและส่วนรวม พร้อมท้ัง
แสดงจุดยนื อย่างพอเหมาะทั้งของตนเองและของกล่มุ
๓.๕ ด้านทักษะการวิเคราะห์ การสื่อสาร และเทคโนโลยีสารสนเทศ (Numerical Analysis,
Communication and Information Technology Skills)
(๑) สามารถคัดกรองข้อมูลและใช้หลักตรรกะทางคณิตศาสตร์และสถิติ ในการศึกษาค้นคว้า
ปัญหา เช่ือมโยงประเด็นปัญหาที่สำคัญและซับซ้อน และเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาในด้านต่าง ๆ
โดยเฉพาะทางดา้ นพระไตรปฎิ กศกึ ษาในเชงิ ลกึ ไดเ้ ป็นอย่างดี
(๒) สามารถส่ือสารดา้ นการพดู การอา่ น การฟัง การเขียน และการนำเสนอ และส่ือสารกับกลุ่ม
บุคคลตา่ ง ๆ ท้ังในวงการวิชาการและวชิ าชพี รวมถงึ ชมุ ชนท่วั ไปได้อยา่ งเหมาะสม
(๓) สามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการค้นควา้ ข้อมลู เพ่ือประกอบการศึกษาและการทำดุษฎี
นิพนธ์ รวมทง้ั การตดิ ตอ่ ส่อื สาร
แผนทแ่ี สดงการกระจายความรบั ผดิ ชอบมาตรฐานผลการ
ความรบั ผิดชอบหลัก
รายวชิ า ๑.ด้านคณุ ธรรม
จริยธรรม
หลักสตู รแบบ ๑.๑ ๑๒๓๔
- หมวดวิชาบังคับ ไมน่ ับหน่วยกติ จำนวน ๖ หน่วยกติ
๘๐๒ ๒๐๓ ระเบียบวจิ ยั ทางทางพระไตรปิฎกศึกษา
๘๐๐ ๔๐๑ สมั มนาดุษฎนี ิพนธ์
-หมวดวิชาเอก ไม่นบั หน่วยกิต จำนวน ๓ หน่วยกิต
๘๐๒ ๓๐๙ สัมมนาพระไตรปฎิ กศกึ ษา
-หมวดดุษฎีนิพนธ์ จำนวน ๕๔ หน่วยกติ
๖๐๒ ๔๐๐ ดุษฎีนิพนธ์ ๕๔ หนว่ ยกติ
หลักสูตรแบบ ๒.๑
- หมวดวิชาบงั คับ นับหน่วยกติ จำนวน ๖ หน่วยกิต
๘๐๐ ๑๐๑ พระไตรปฎิ กวเิ คราะห์
มคอ.๒ หลักสูตรพทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑติ สาขาวชิ าพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๓๗
รเรยี นร้จู ากหลักสตู รสรู่ ายวิชา (Curriculum mapping)
ความรับผิดชอบรอง
๒.ด้านความรู้ ๓. ดา้ นทกั ษะทาง ๔. ด้านทักษะ ๕. ดา้ นทักษะการ
ปัญญา ความสมั พันธร์ ะหว่าง วิเคราะห์ การ
บคุ คลและความ ส่ือสาร เทคโนโลยี
รับผิดชอบ สารสนเทศ
๑๒๓๔๑๒๓๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๑ ๒ ๓
รายวชิ า ๑.ดา้ นคณุ ธรรม
จรยิ ธรรม
๘๐๐ ๑๐๒ พุทธปรชั ญาในพระไตรปิฎก ๑๒๓๔
- หมวดวิชาบังคับ ไม่นบั หน่วยกติ จำนวน ๖ หน่วยกติ
๘๐๒ ๒๐๓ ระเบยี บวจิ ัยทางทางพระไตรปิฎกศกึ ษา
๘๐๐ ๑๐๔ ภาษาองั กฤษ
๘๐๐ ๒๐๕ วปิ ัสสนากรรมฐาน
๘๐๐ ๔๐๑ สมั มนาดุษฎนี พิ นธ์
๘๐๒ ๓๐๒ การใช้ภาษาบาลี ๑
๘๐๒ ๓๐๖ การใชภ้ าษาบาลี ๒
-หมวดวิชาเอก นบั หน่วยกิต จำนวน ๖ หน่วยกติ
๘๒๐ ๑๐๖ พระวนิ ัยปิฎกวิเคระห์
๘๒๐ ๒๐๗ พระสุตตนั ตปิฎกวิเคราะห์
-หมวดวิชาเอก ไม่นบั หน่วยกติ จำนวน ๖ หนว่ ยกิต
๘๒๐ ๓๐๘ พระอภิธรรมปฎิ กวเิ คราะห์
มคอ.๒ หลักสตู รพุทธศาสตรดษุ ฎีบณั ฑติ สาขาวชิ าพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๓๘
๒.ด้านความรู้ ๓. ด้านทักษะทาง ๔. ด้านทกั ษะ ๕. ดา้ นทักษะการ
ปญั ญา ความสมั พันธ์ระหวา่ ง วิเคราะห์ การ
บคุ คลและความ ส่อื สาร เทคโนโลยี
รับผิดชอบ สารสนเทศ
๑๒๓๔๑๒๓๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๑ ๒ ๓
รายวิชา ๑.ด้านคณุ ธรรม
จริยธรรม
๘๐๒ ๓๐๙ สัมมนาพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๑๒๓๔
-หมวดวิชาเลือก จำนวน ๖ หน่วยกิต
๘๐๒ ๓๑๐ พทุ ธจริยศาสตร์กบั ปญั หาสังคมรว่ มสมัย
๘๐๒ ๓๐๘ พระไตรปิฏกกบั ศาสตรแ์ ห่งการตคี วาม
๘๐๒ ๓๑๒ สหวิทยาการในพระไตรปฎิ ก
๘๐๒ ๓๑๓ พระไตรปิฎกกับศาสตรส์ มยั ใหม่
๘๐๒ ๓๑๔ พระไตรปิฎกกบั ภูมปิ ญั ญาไทย
๘๐๒ ๓๑๕ การอ่านพระไตรปฎิ กและอรรถกถาภาษาอังกฤษ
๘๐๒ ๓๑๖ จิตวทิ ยาในพระไตรปิฎก
๘๐๒ ๓๑๗ พระไตรปฎิ กกบั อารยธรรมโลก
-หมวดดษุ ฎนี ิพนธ์ จำนวน ๓๖ หนว่ ยกิต
๖๐๒ ๔๐๐ ดษุ ฎีนพิ นธ์ ๓๖ หน่วยกติ
มคอ.๒ หลักสตู รพุทธศาสตรดษุ ฎีบณั ฑติ สาขาวชิ าพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๓๙
๒.ด้านความรู้ ๓. ด้านทักษะทาง ๔. ด้านทกั ษะ ๕. ดา้ นทักษะการ
ปญั ญา ความสมั พันธ์ระหวา่ ง วิเคราะห์ การ
บคุ คลและความ ส่อื สาร เทคโนโลยี
รับผิดชอบ สารสนเทศ
๑๒๓๔๑๒๓๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๑ ๒ ๓
มคอ.๒ หลกั สตู รพทุ ธศาสตรดษุ ฎบี ัณฑิต สาขาวิชาพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๔๐
หมวดที่ ๕
หลักการประเมนิ ผลนิสติ
๑. กฎระเบยี บหรอื หลกั เกณฑใ์ นการใหร้ ะดบั คะแนน (เกรด)
เป็นไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา
พ.ศ. ๒๕๔๑ (ฉบับที่ ๓) แก้ไขเพม่ิ เตมิ พทุ ธศักราช ๒๕๔๙ ไวด้ ังนี้
ระดบั A A- B+ B C+ C F
คา่ ระดบั ๔.๐๐ ๓.๖๗ ๓.๓๓ ๓.๐๐ ๒.๕๐ ๒.๐๐ ๐
๒. กระบวนการทวนสอบมาตรฐานผลสัมฤทธิ์ของนสิ ติ
การกำหนดระบบและกลไกการทวนสอบมาตรฐานผลการเรียนรู้ เกิดขึ้นเพ่ือแสดงหลักฐานยืนยัน
หรือสนับสนุนว่านิสิตและดุษฎีบัณฑิตทุกคนมีมาตรฐานผลการเรียนรู้ทุกด้านเป็นไปตามท่ีกำหนดไว้ใน
มาตรฐานคณุ วุฒิ เป็นอย่างนอ้ ย
๒.๑ การทวนสอบมาตรฐานผลการเรยี นรู้ขณะนสิ ิตยังไม่สำเร็จการศกึ ษา
การทวนสอบในทุกรายวิชา ทั้งภาคทฤษฎี ภาคปฏิบัติ การทำดุษฎีนิพนธ์ จะต้องสอดคล้อง
กับวัตถุประสงค์ของหลักสูตร ผลการเรียนรู้แต่ละด้าน และกลยุทธ์การประเมินผลการเรียนรู้ โดยให้เป็น
ความรับผิดชอบของคณะกรรมการหลักสูตร อาจารย์ผู้สอนและคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิท้ังจากภายใน
และภายนอกมหาวิทยาลัย
๒.๒ การทวนสอบมาตรฐานผลการเรียนร้หู ลังจากนสิ ติ สำเรจ็ การศึกษา
การทวนสอบมาตรฐานผลการเรียนรู้หลังจากนิสิตสำเร็จการศึกษา เน้นการทำวิจัยสัมฤทธิผล
ของการประกอบอาชีพ โดยทำการวิจัยอย่างต่อเน่ือง แล้วนำผลท่ีได้มาเป็นข้อมูลในการประเมินคุณภาพ
ของหลักสูตร การพัฒนาหรือปรับปรุงหลักสูตร และกระบวนการเรียนการสอน โดยมีหัวข้อการทวนสอบ
มาตรฐานผลการเรยี นรู้ ดังตอ่ ไปนี้
๒.๒.๑ สภาวะการไดง้ านทำของดุษฎีบัณฑิต ประเมนิ จากการได้งานทำหรือศึกษาต่อตรงตาม
สาขาหรือในสาขาที่เก่ียวข้อง และระยะเวลาในการหางาน โดยทำการประเมินจากมหาบัณฑิตแต่ละรุ่นท่ี
สำเร็จการศึกษา
๒.๒.๒ ตำแหน่งงานและความกา้ วหนา้ ในสายงานของดษุ ฎบี ณั ฑติ
๒.๒.๓ ความพึงพอใจของดุษฎีบัณฑิต ต่อความรู้ความสามารถที่ได้เรียนรู้จากหลักสูตร ที่ใช้
ในการประกอบอาชีพหรือศึกษาต่อ พร้อมกับเปิดโอกาสให้มีการเสนอข้อคิดเห็นในการปรับปรุงหลักสูตรให้
มปี ระสิทธิภาพยิ่งขึน้
๒.๒.๔ ความพึงพอใจของผู้ใช้ดุษฎีบัณฑิตหรือนายจ้าง พร้อมกับเปิดโอกาสให้มีข้อเสนอแนะ
ตอ่ สิง่ ที่คาดหวงั หรือตอ้ งการจากหลักสูตรในการนำไปใช้ในการปฏบิ ัตงิ านในสถานประกอบการ
๒.๒.๕ ความพึงพอใจของสถาบันการศึกษาอื่น ซ่ึงรับมหาบัณฑิตที่สำเร็จจากหลักสูตรเข้า
ศกึ ษาตอ่ เพ่ือปรญิ ญาทส่ี ูงข้ึน โดยประเมินทางดา้ นความรู้ ความพร้อม และคุณสมบัติอน่ื ๆ
๒.๒.๖ ความเห็นและข้อเสนอแนะจากอาจารย์พิเศษและผทู้ รงคุณวุฒิภายนอก ต่อผลสัมฤทธิ์
ทางการศึกษาของดุษฎีบัณฑิตท่ีสำเร็จการศึกษา กระบวนการพัฒนาการเรียนรู้ องค์ความรู้ และการ
มคอ.๒ หลักสตู รพุทธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ สาขาวิชาพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๔๑
ปรบั ปรงุ หลกั สตู ร ใหม้ คี วามเหมาะสมกับสถานการณท์ างการศึกษา และสงั คมในปจั จบุ นั มากย่ิงขึ้น
๒.๒.๗ ผลงานของนิสติ และดุษฎนี ิพนธ์ท่สี ามารถวดั เป็นรูปธรรมได้ เช่น
(๑) จำนวนผลงานวิจัยทีเ่ ผยแพร่
(๒) จำนวนสทิ ธิบัตร
(๓) จำนวนกิจกรรมเพอ่ื สงั คมและประเทศชาติ
(๔) จำนวนกจิ กรรมอาสาสมัครในองคก์ รทที่ ำประโยชนเ์ พ่ือสงั คม
๓. เกณฑก์ ารสำเรจ็ การศกึ ษาของหลกั สูตร
๓.๑ หลกั สตู ร แบบ ๑.๑
๑. มีเวลาการศกึ ษาไม่น้อยกว่า ๖ ภาคการศกึ ษาปกติ หรือไมเ่ กินกว่า ๑๒ ภาคการศึกษาปกติ
๒. สอบผ่านภาษาอังกฤษจากสถาบันภาษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
(LIMCU) หรือสถาบันภาษาอื่นที่มหาวิทยาลัยกำหนด และเลือกสอบภาษาต่างประเทศอีก ๑ ภาษา คือ
ภาษาบาลี ภาษาสันสกฤต ภาษาเยอรมัน ภาษาญ่ีปุ่น ภาษาจีน หรือภาษาฝรั่งเศส นิสิตชาวต่างประเทศที่
จบการศึกษาระดับปริญญาโทจากสถาบันการศึกษาในต่างประเทศ สามารถเลือกภาษาไทยเป็น
ภาษาตา่ งประเทศ
๓. สอบผ่านการสอบวัดคุณสมบัติ (Qualifying Examination) ตามท่ีคณะกรรมบริหาร
หลักสูตรกำหนด
๔. นำเสนอดุษฎีนิพนธ์ (Public Hearing) ต่อคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและสาธารณชน
และสอบประเมินผลดุษฎีนิพนธ์ปากเปล่า โดยคณะกรรมการที่บัณฑิตวิทยาลัยแต่งตั้ง ซ่ึงประกอบด้วย
ผ้ทู รงคณุ วุฒจิ ากภายในและภายนอกมหาวทิ ยาลัย และเป็นระบบเปดิ ให้ผู้สนใจเขา้ รับฟงั ได้
๕. สอบผ่านการประเมินผลดุษฎีนิพนธ์ และส่งดุษฎีนิพนธ์ฉบับสมบูรณ์ ตามท่ีมหาวิทยาลัย
กำหนด
๖. ผลงานดุษฎีนิพนธ์หรือส่วนหน่ึงของดุษฎีนิพนธ์ต้องได้รับการตีพิมพ์หรืออย่างน้อย
ดำเนินการให้ท้ังหมดหรือส่วนหน่ึงของดุษฎีนิพนธ์ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารหรือสิ่งพิมพ์ทางวิชาการ
ระดับชาติหรือนานาชาติท่ีมีคุณภาพตามประกาศคณะกรรมการการอุดมศึกษา เร่ือง หลักเกณฑ์การ
พจิ ารณาวารสารทางวิชาการสำหรบั การเผยแพรผ่ ลงานทางวิชาการ
๗. เกณฑ์อ่ืน ๆ ตอ้ งปฏบิ ัติวิปสั สนากรรมฐานตามท่ีมหาวทิ ยาลยั กำหนด (ภาคผนวก ข)
๓.๒ หลกั สตู ร แบบ ๒.๑
๑. มีเวลาการศึกษาไมน่ ้อยกว่า ๖ ภาคการศึกษาปกติ หรือไม่เกินกว่า ๑๒ ภาคการศกึ ษาปกติ
๒. สอบผ่านภาษาอังกฤษจากสถาบันภาษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
(LIMCU) หรือสถาบันภาษาอ่ืนที่มหาวิทยาลัยกำหนด และเลือกสอบภาษาต่างประเทศอีก ๑ ภาษา คือ
ภาษาบาลี ภาษาสันสกฤต ภาษาเยอรมัน ภาษาญี่ปุ่น ภาษาจีน หรือภาษาฝรั่งเศส นิสิตชาวต่างประเทศที่
จบการศึกษาระดับปริญญาโทจากสถาบันการศึกษาในต่างประเทศ สามารถเลือกภาษาไทยเป็น
ภาษาตา่ งประเทศ
มคอ.๒ หลักสูตรพุทธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ สาขาวชิ าพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๔๒
๓. ศกึ ษารายวิชาต่าง ๆ ครบถ้วนและถกู ตอ้ งตามเงื่อนไขที่กำหนดไวใ้ นหลกั สูตร
๔. ได้หน่วยกิตสะสมไมน่ อ้ ยกวา่ ที่กำหนดไว้ในหลกั สตู ร
๕. ได้ค่าระดบั เฉล่ยี สะสมไมต่ ำ่ กว่า ๓.๐๐ จากระบบ ๔ แตม้
๖. ได้ระดับไม่ต่ำกว่า B ในรายวิชาบังคับและวิชาเอกทุกวิชา และได้รับ S ในกรณีที่หลักสูตร
กำหนดใหว้ ัดผลเป็น S หรอื U
๗. สอบผ่านประมวลผลรายวิชาพระไตรปิฎก (Comprehensive Examination) ตามท่ีคณะ
กรรมบริหารหลักสตู รกำหนด
๘. นำเสนอดุษฎนี พิ นธ์ (Public Hearing) ตอ่ คณะกรรมการผทู้ รงคณุ วฒุ แิ ละสาธารณชน
๙. สอบผ่านการประเมินผลดุษฎีนิพนธ์ และส่งดุษฎีนิพนธ์ฉบับสมบูรณ์ ตามท่ีมหาวิทยาลัย
กำหนด
๑๐. ผลงานดุษฎีนิพนธ์หรือส่วนหน่ึงของดุษฎีนิพนธ์ต้องได้รับการตีพิมพ์หรืออย่างน้อย
ดำเนินการให้ทั้งหมดหรือส่วนหน่ึงของดุษฎีนิพนธ์ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารหรือสิ่งพิมพ์ทางวิชาการ
ระดับชาติหรือนานาชาติท่ีมีคุณภาพตามประกาศคณะกรรมการการอุดมศึกษา เร่ือง หลักเกณฑ์การ
พจิ ารณาวารสารทางวิชาการสำหรบั การเผยแพรผ่ ลงานทางวชิ าการ
๑๑. เกณฑอ์ ื่น ๆ ต้องปฏิบตั วิ ิปสั สนากรรมฐานตามท่มี หาวิทยาลัยกำหนด (ภาคผนวก ข)
มคอ.๒ หลกั สูตรพุทธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑิต สาขาวิชาพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๔๓
หมวดท่ี ๖
การพัฒนาคณาจารย์
๑. การเตรยี มการสำหรบั อาจารยใ์ หม่
จัดให้มีการปฐมนิเทศแนะแนวอาจารย์ใหม่ ให้มีความรู้และเข้าใจนโยบายของสถาบันอุดมศึกษา
คณะและหลกั สูตรท่ีสอน โดยสาระประกอบดว้ ย
๑.๑ บทบาทหน้าทีข่ องอาจารย์ในพนั ธกจิ ของสถาบัน
๑.๒ สิทธิผลประโยชน์ของอาจารย์ และกฎระเบยี บตา่ ง ๆ
๑.๓ หลักสตู ร การจัดการเรียนการสอน และกจิ กรรมตา่ ง ๆ ของสาขาวิชาฯ
และมีอาจารย์อาวุโสเป็นอาจารย์พี่เลี้ยง โดยมีหน้าที่ให้คำแนะนำและการปรึกษาเพื่อเรียนรู้และ
ปรบั ตัวเองเข้าสู่การเป็นอาจารย์ในสาขาวิชาฯ มีการนิเทศการสอนทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติที่ต้องสอน
และมกี ารประเมนิ และตดิ ตามความก้าวหน้าในการปฏิบัติงานของอาจารยใ์ หม่
๒. การพฒั นาความรู้และทักษะให้แก่คณาจารย์
๒.๑ สง่ เสรมิ อาจารย์ให้มกี ารเพม่ิ พูนความรู้ สร้างสมประสบการณใ์ นงานทเี่ กย่ี วขอ้ งกับสาขาวชิ าที่
รับผดิ ชอบ เพ่อื ส่งเสริมการสอนและการวจิ ยั อย่างตอ่ เนื่องทั้งอาจารยเ์ ก่าและอาจารย์ใหม่ โดยการสนบั ดา้ น
การศกึ ษาต่อ ฝกึ อบรม ดูงานทางวชิ าการและวชิ าชพี ในองคก์ รตา่ ง ๆ การประชุมทางวชิ าการทั้งในประเทศ
และ/หรอื ต่างประเทศ การลาเพื่อเพ่มิ พนู ความรู้และประสบการณ์
๒.๒ การเพิ่มพูนทักษะการจดั การเรียนการสอนและการประเมินผลใหท้ ันสมยั
๒.๓ การมสี ว่ นรว่ มในกิจกรรมบรกิ ารวชิ าการแก่ชมุ ชนท่เี ก่ียวขอ้ งกบั การพฒั นาความรแู้ ละ
คณุ ธรรม
๒.๔ มกี ารกระตุ้นอาจารย์พฒั นาผลงานทางวชิ าการสายตรงในสาขาวชิ า
๒.๕ สง่ เสรมิ การทำวิจยั สร้างองค์ความร้ใู หมเ่ ปน็ หลักและเพ่อื พัฒนาการเรยี นการสอนและมคี วาม
เชี่ยวชาญในสาขาวชิ าชพี เป็นรอง
มคอ.๒ หลักสูตรพทุ ธศาสตรดุษฎบี ณั ฑิต สาขาวิชาพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๔๔
หมวดที่ ๗
การประกันคุณภาพหลกั สูตร
๑. การบรหิ ารหลกั สตู ร
จัดให้มีคณะกรรมการผู้รับผิดชอบหลักสูตร (คณะกรรมการจัดทำรายวิชา) แต่ละรายวิชาที่เปิดสอนใน
หลกั สูตร พร้อมท้ังมกี ระบวนการจัดการเรยี นการสอนโดยดำเนินการตามรายละเอยี ดตอ่ ไปน้ี
๑.๑ มกี ารจดั ทำรายละเอยี ดของรายวิชา (มคอ. ๓)
๑.๒ รปู แบบการจัดการเรียนการสอนท่หี ลากหลาย
๑.๓ มีอาจารย์ประจำหลักสูตรท้ังอาจารย์ประจำ อาจารย์พิเศษ (ผู้ทรงคุณวุฒิ) อาจารย์ท่ีปรึกษา
ดุษฎีนิพนธ์ มีคุณสมบัติตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๘ (ของสำนักงาน
คณะกรรมการการอุดมศึกษา) และข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการศึกษา
ระดับบณั ฑติ ศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๑
๑.๔ มีการพัฒนาทกั ษะการสอนและการใหค้ ำปรึกษาดุษฎีนพิ นธ์ของอาจารย์
๑.๕ มกี ารประเมินและวเิ คราะหข์ ้อสอบให้ไดม้ าตรฐาน
๑.๖ มรี ะบบฐานขอ้ มลู เกย่ี วกับรายวชิ าในหลกั สูตร
๑.๗ มีการประกนั คุณภาพดุษฎีนพิ นธ์ โดยให้ดำเนินการตามข้อบังคบั มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณ
ราชวิทยาลัย วา่ ด้วยการศึกษาระดบั บณั ฑิตศกึ ษา พ.ศ. ๒๕๔๑ (ภาคผนวก ก) ในหัวขอ้ หลัก ดงั นี้
๑.๗.๑. การทำดุษฎีนพิ นธ์
๑.๗.๒. การสอบประมวลความรู้
๑.๗.๓. การสอบวัดคุณสมบตั ิ
๑.๗.๔. การสอบดุษฎนี ิพนธ์
2. การดำเนินการ การประเมินผล
เปา้ หมาย
๑. พัฒนาหลักสูตรให้ทันสมัย ๑. จัดให้หลักสูตรสอดคล้องกับ ๑. หลักสูตรท่ีสามารถอ้างอิงกับ
โดยอาจารย์และนิสิตสามารถ มาตรฐานวิชาชีพด้านเทคโนโลยี มาตรฐานท่ีกำหนดโดยหน่วยงาน
ก้าวทันหรือเป็นผู้นำในการ ในระดับสากลหรือระดับชาติ วิชาชีพด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ มี
ส ร้ า งอ งค์ ค ว า ม รู้ ให ม่ ๆ (หากมีการกำหนด) ค ว า ม ทั น ส มั ย แ ล ะ มี ก า ร ป รั บ ป รุ ง
ทางดา้ นพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๒. ปรบั ปรุงหลักสูตรใหท้ ันสมัย สม่ำเสมอ
๒. กระตุ้นให้นิสิตเกิดความใฝ่ โดยมี การพิ จารณ าป รับ ป รุง ๒. จำนวนวิชาเรียนที่มีภาคปฏิบัติ
รู้ มีแนวทางการเรียนที่สร้าง หลักสตู รทกุ ๆ ๕ ปี และวชิ าเรยี นที่มีแนวทางให้นักศึกษา
ท้ังความรู้ความสามารถใน ๓. จัดแนวทางการเรียนในวิชา ได้ศึกษาค้นคว้าความรู้ใหม่ได้ด้วย
วชิ าการวิชาชพี ทีท่ นั สมยั เรียนให้ มีทั้ งภ าคท ฤษ ฎี และ ตนเอง
๓. ตรวจสอบและปรับปรุง ภาคปฏิบัติ และมีแนวทางการ ๓. จำนวนและรายช่ือคณาจารย์
ห ลั ก สู ต ร ใ ห้ มี คุ ณ ภ า พ เรียนหรือกิจกรรมประจำวิชาให้ ประจำประวัติอาจารย์ด้านคุณ วุฒิ
มาตรฐาน นิสิตได้ศึกษาความรู้ท่ีทันสมัย ประสบการณ์ และการพัฒนาอบรม
มคอ.๒ หลกั สตู รพทุ ธศาสตรดุษฎบี ัณฑิต สาขาวชิ าพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๔๕
เป้าหมาย การดำเนินการ การประเมนิ ผล
๔. มีการประเมินมาตรฐาน ดว้ ยตนเอง ของอาจารย์
ของหลักสตู รอยา่ งสมำ่ เสมอ ๔ . จัด ให้ มี ผู้ สนั บ ส นุ น การ ๔.จำนวนบุคลากรผู้สนับสนุนการ
เรียนรู้และหรือผู้ช่วยสอน เพื่อให้ เรียนรู้และบันทึกกิจกรรมในการ
นิสติ เกิดความใฝ่รู้ สนบั สนนุ การเรียนรู้
๕. กำหนดให้อาจารย์ท่ีสอนมี ๕.ผลการประเมินการเรียนการ
คุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาเอกหรือ ส อ น อ า จ า ร ย์ ผู้ ส อ น แ ล ะ ก า ร
หรือเป็นผู้มีประสบการณ์หลายปี สนับสนุนการเรียนรู้ของผู้สนับสนุน
มีจำนวนคณาจารย์ประจำไม่น้อย การเรยี นรโู้ ดยนสิ ติ
กว่าเกณฑ์มาตรฐาน ๖.ประเมินผลโดยคณะกรรมการที่
๖. สนับสนุนให้อาจารย์ผู้สอน ประกอบด้วยอาจารย์ภายในคณะฯ
เป็นผู้นำในทางวิชาการ และหรือ ทุก ๒ ปี
เป็นผู้เช่ียวชาญทางวิชาชีพด้าน ๗. ประเมินผลโดยคณะกรรมการ
เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือใน ผู้ทรงคณุ วฒุ ภิ ายนอก ทุก ๆ ๕ ปี
ด้านทเี่ กยี่ วข้อง ๘. ประเมินผลโดยบัณฑิตผู้สำเร็จ
๗ .ส่ งเส ริม อ าจ ารย์ ป ระจ ำ การศกึ ษาทกุ ๆ ๒ ปี
หลักสูตรให้ไปดูงานในหลักสูตร
หรือวิชาการท่ีเก่ียวข้องท้ังในและ
ต่างประเทศ
๘. มีการประเมินหลักสูตรโดย
คณ ะกรรมการผู้ท รงคุณ วุฒิ
ภายในทุกปี และภายนอกอย่าง
นอ้ ยทุก ๕ ปี
๙. จัดทำฐานข้อมูลทางด้าน
นิสิต อาจารย์ อุปกรณ์เคร่ืองมือ
วจิ ัยงบประมาณ ความร่วมมือกับ
ต่างประเทศ ผลงานทางวิชาการ
ทุกภาคการศึกษาเพื่อเป็นข้อมูล
ในการประเมนิ ของคณะกรรมการ
๑๐.ประเมินความพึงพอใจของ
หลักสูตรและการเรียนการสอน
โ ด ย ดุ ษ ฎี บั ณ ฑิ ต ท่ี ส ำ เร็ จ
การศึกษา
มคอ.๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดษุ ฎบี ัณฑติ สาขาวิชาพระไตรปฎิ กศกึ ษา ๔๖
๒. การบริหารทรัพยากรการเรียนการสอน
๒.๑. การบรหิ ารงบประมาณ
หลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพระไตรปิฎกศึกษา คณะพุทธศาสตร์ ได้จัดสรร
งบประมาณประจำปี ท้ังงบประมาณแผ่นดินและเงินรายได้เพ่ือจัดซื้อตำรา ส่ือการเรียนการสอน
โสตทัศนูปกรณ์ และวัสดคุ รุภัณฑ์คอมพิวเตอรอ์ ย่างเพียงพอเพ่ือสนับสนุนการเรยี นการสอนในชนั้ เรียนและ
สรา้ งสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกบั การเรยี นรู้ดว้ ยตนเองของนสิ ิต
๒.๒. ทรัพยากรการเรยี นการสอนที่มอี ยู่เดมิ
หลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพระไตรปิฎกศึกษา วิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส
นครปฐม มีความพร้อมด้านหนังสือ ตำราเฉพาะทาง และมีอุปกรณ์ที่ใช้สนับสนุนการจัดการเรียนการสอน
อย่างพอเพียง ซึง่ มเี อกสารสง่ิ พิมพ์และส่ือการศกึ ษาท่สี ัมพนั ธก์ บั สาขาวชิ าพระไตรปิฎกศกึ ษา ดังน้ี
ในปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๒ มีตำราภาษาไทย ๕๐,๓๐๐ เล่ม
ตำราภาษาองั กฤษ ๑,๕๗๐ เลม่
วารสารภาษาไทยและอังกฤษ ๓๓ ชื่อเร่อื ง
ฐานขอ้ มลู ออนไลน์ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ช่อื เรือ่ ง
นอกจากนี้ ยังมีส่ือการศึกษาในรูปแบบอ่ืน ๆ เช่น VCD, DVD, CD-ROM แผนท่ี, หนังสือ
อิเล็กทรอนิกส์ และบริการห้องสมุดผ่านระบบอินเทอร์เน็ตท่ัวประเทศ (Journal-Link) และฐานข้อมูล
อิเล็กทรอนิกส์
๒.๓. การจัดหาทรัพยากรการเรียนการสอนเพิ่มเตมิ
หลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพระไตรปิฎกศึกษา วิทยเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส
นครปฐม มีห้องสมุดเป็นของตัวเองและมีการประสานงานกับหอสมุดกลางของมหาวิทยาลัยในการจัดซ้ือ
หนังสือ และตำราท่ีเกี่ยวข้อง เพ่ือบริการให้อาจารย์และนิสิตได้ค้นคว้า และใช้ประกอบการเรียนการสอน
ในการประสานการจัดซื้อหนังสือน้ัน อาจารย์ผู้สอนแต่ละรายวิชา จะมีส่วนร่วมในการเสนอแนะรายชื่อ
หนังสือ ตลอดจนส่ืออ่ืน ๆ ที่จำเป็น นอกจากน้ีอาจารย์พิเศษท่ีเชิญมาสอนบางรายวิชาและบางหัวข้อ ก็มี
ส่วนในการเสนอแนะรายชอื่ หนังสือ สำหรับใหห้ อสมุดกลางจดั ซอ้ื หนงั สอื ดว้ ย และในสว่ นของวทิ ยาเขตบาฬี
ศึกษาพุทธโฆส นครปฐม จะมีการสั่งซ้ือหนังสือ ตำรา หรือวารสารเฉพาะทาง เพื่อเข้าห้องสมุดของวิทยา
เขตบาฬีศกึ ษาพุทธโฆส นครปฐม
๒.๔. การประเมินความเพยี งพอของทรัพยากร
มีเจ้าหน้าท่ีประจำห้องสมุดของหลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพระไตรปิฎก
ศึกษา วิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส นครปฐม ซ่ึงจะประสานงานการจัดซื้อจัดหาหนังสือเพ่ือเข้าห้องสมุด
คณะพุทธศาสตร์และทำหน้าที่ประเมินความพอเพยี งของหนังสือ ตำรา นอกจากน้ีมเี จ้าหน้าที่ ด้านโสตทศั น์
อปุ กรณ์ ซึ่งจะอำนวยความสะดวกในการใชส้ อ่ื ของอาจารย์