The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงสร้างและแผนการสอน วิชาวิทยาศาสตร์ ป.6 เทอม 2/2563

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by จิรพงศ์ ไมตรีจิตร, 2020-12-07 10:44:24

โครงสร้างและแผนการสอน วิชาวิทยาศาสตร์ ป.6 เทอม 2/2563

โครงสร้างและแผนการสอน วิชาวิทยาศาสตร์ ป.6 เทอม 2/2563

5. ครตู รวจกจิ กรรมพฒั นาการเรียนรู ในสมดุ ประจําตัวนักเรียน
6. ครตู รวจกจิ กรรมหนตู อบไดในสมดุ ประจําตวั นกั เรยี นหรอื ทาํ ในแบบฝก หดั วิทยาศาสตรฯ ป.6 เลม 2 หนา 61
7. ครูตรวจกิจกรรมฝกทักษะในสมดุ ประจาํ ตวั นักเรียนหรอื ทาํ ในแบบฝกหดั วทิ ยาศาสตรฯ ป.6 เลม 2 หนา 62-64
8. ครูตรวจกิจกรรมทาทายการคิดข้ันสูง ในแบบฝกหัดวทิ ยาศาสตรฯ ป.6 เลม 2 หนา 65
9. ครูประเมนิ ผลงานอปุ กรณชวยชีวติ ในกิจกรรมสรา งสรรคผลงาน
10.ครตู รวจทบทวนทายหนว ยการเรียนรทู ี่ 7 ในแบบฝกหดั วทิ ยาศาสตรฯ ป.6 เลม 2 หนา 66-69
11. ครูตรวจแบบทดสอบหลงั เรยี นหนวยการเรียนรูท่ี 7 เพ่ือตรวจสอบความรูของนักเรยี นหลังทาํ กิจกรรม

6. การวดั และประเมนิ ผล

การวัดและประเมนิ ผล วิธกี ารวดั ผล เครอ่ื งมอื วดั เกณฑการประเมนิ ผล
70% ขึ้นไป ถือวา ผา น
จุดประสงค เกณฑการประเมนิ

ความรคู วาม 1) อธิบายการเกดิ ปรากฏการณ 1.คาํ ถามกระตุนความคิด 70% ขนึ้ ไป ถือวาผา น
เขาใจ (K) เรือนกระจกและผลของ เกณฑการประเมนิ

ปรากฏการณเรือนกระจกได (K) 70% ขึ้นไป ถือวา ผาน
เกณฑการประเมนิ
ทกั ษะ/ 1) สรางแบบจําลองท่ีอธบิ ายการ 1. แบบบันทกึ กจิ กรรม

กระบวนการ (P) เกิดปรากฏการณเ รอื นกระจก
และผลของปรากฏการณเ รือน

กระจกได (P)

คุณลักษณะนสิ ยั (A) 1) ตระหนกั ถึงผลกระทบของ 1. แบบสังเกตพฤติกรรม

ปรากฏการณเรือนกระจก โดย
ปฏิบัติตนเพือ่ ชว ยลดแกสเรือน

กระจกได (A)

7. สอ่ื /แหลง การเรยี นรู
7.1 ส่อื การเรยี นรู
1) หนงั สอื เรียนวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยีป.6 เลม 2

2) แบบฝก หดั วิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยปี .6 เลม 2

3) วสั ดุ-อุปกรณท ี่ใชใ นกจิ กรรมท่ี 2 จาํ ลองการเกดิ ปรากฏการณเรอื นกระจก
4) วสั ดุ-อปุ กรณท ่ีใชใ นกจิ กรรมสรา งสรรคผ ลงาน

5) PowerPoint เรอ่ื ง ภยั ธรรมชาตแิ ละปรากฏการณเรอื นกระจก

6) สมดุ ประจําตวั นกั เรียน
7.2 แหลงการเรียนรู

1) หอ งเรียน

2) อนิ เทอรเนต็

8.กิจกรรมเสนอแนะ

.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ............................................ครผู ูสอน ลงชอื่ ...................................................ฝา ยวิชาการ

(...........................................................) (...........................................................)

ลงช่อื ...................................................ผูบ ริหาร
(...........................................................)

สปั ดาหท ่ี 16-17

โรงเรยี นขจรเกยี รติพฒั นา

แผนการจัดการเรียนรู

ภาคเรยี นที่……2…/………..……... ชอ่ื ผูสอน….…..................................................

กลมุ สาระการเรยี นรู วทิ ยาศาสตร ชั้นประถมศึกษาปท ี่ 6 จาํ นวน 6 คาบ
หนว ยการเรียนรทู ่ี 8 ดาราศาสตรและเทคโนโลยีอวกาศ เรอ่ื ง การเกดิ อุปราคา

1. มาตรฐานการเรียนรู/ตัวชวี้ ัด
ว 3.1 ป.6/1สรา งแบบจําลองท่ีอธิบายการเกิดและเปรียบเทียบปรากฏการณสุรยิ ปุ ราคาและจันทรุปราคา

2. สาระสําคัญ/ความคิดรวบยอด
ปรากฏการณสุริยุปราคา เกิดในเวลากลางวัน เกิดจากดวงอาทิตย ดวงจันทร และโลก โคจรมาอยูในระนาบเดียวกัน โดยมี
ดวงจันทรอยูตรงกลางระหวางดวงอาทิตยก ับโลก ปรากฏการณสุริยปุ ราคาอาจเกิดได 3 ลักษณะ คือ สุรยิ ุปราคาเตม็ ดวง

สุริยุปราคาบางสว น และสุริยปุ ราคาวงแหวนเราไมสามารถสงั เกตปรากฏการณสรุ ิยุปราคาไดดวยตาเปลา ควรใชอุปกรณใ น

การสังเกต เชน แวน ตาดูดวงอาทิตย
ปรากฏการณจ นั ทรุปราคา เกดิ ในเวลากลางคนื เกดิ จากดวงอาทิตย โลก และดวงจนั ทร โคจรมาอยูในระนาบเดียวกัน โดยมี

โลกอยูตรงกลางระหวางดวงอาทิตยกับดวงจันทร ปรากฏการณจันทรุปราคาเกิดได 3 ลักษณะ คือจันทรุปราคาเต็มดวง

จันทรุปราคาบางสว น จันทรุปราคาแบบบางสวนและจนั ทรปุ ราคาแบบเงามวั เราสามารถสังเกตปรากฏการณจ นั ทรุปราคาได
ดวยตาเปลา

3. จดุ ประสงคการเรียนรู
1) อธบิ ายการเกดิ และเปรียบเทยี บปรากฏการณส ุรยิ ุปราคาและจันทรุปราคาได( K)
2) สรางแบบจําลองที่อธบิ ายการเกดิ และเปรยี บเทียบปรากฏการณส ุริยปุ ราคาและจันทรุปราคาได (P)

3) ยกตวั อยางการปฏิบัติตนท่ีถกู ตองในการสงั เกตปรากฏการณอปุ ราคาได (A)

4. สาระการเรยี นรู

สาระการเรยี นรูแกนกลาง สาระการเรียนรทู อ งถน่ิ

อธิบายการเกิดและเปรียบเทยี บปรากฏการณส รุ ิยุปราคาและ (พจิ ารณาตามหลกั สตู รสถานศกึ ษา)

จันทรปุ ราคา

5. กิจกรรมการเรยี นรู

แนวคิด/รปู แบบการสอน/วธิ กี ารสอน/เทคนิค:5EsInstructional Model

คาบที่ 1

ขน้ั นํา

1. ครูใหนักเรียนทําแบบทดสอบกอนเรียน หนวยการเรียนรูที่ 8ดาราศาสตรและเทคโนโลยีอวกาศแบบปรนัย 4 ตัวเลือก
จาํ นวน 10 ขอ

(หมายเหตุ : ครตู รวจแบบทดสอบกอนเรยี น เพ่ือประเมินความรูเดมิ และเขา ใจผเู รยี นเพือ่ ใชใ นการจัดกจิ กรรม)

ขน้ั กระตนุ ความสนใจ
1. ครแู จกตาํ นานความเช่อื เก่ียวกบั ราหอู มจันทรแ ละวันฟาดบั ใหนกั เรยี นอา น และตอบคําถามตอไปนี้
- ทําไมคนโบราณจึงคิดวา การเกดิ เหตกุ ารณด ังกลา วเปน การบอกเหตุหรือลางราย
(แนวคําตอบ เพราะดวยสมัยกอนเทคโนโลยียังไมกาวหนาและไมมีผูใดอธิบายสาเหตุการเกิดได ชาวบานจึง
ยดึ ถือความเชื่อวาสดี ําหรือความมดื หมายถึงเรอ่ื งโชครา ย)
- นกั เรยี นคดิ เหน็ อยางไรกับเหตกุ ารณท ี่เกดิ ข้ึน
(แนวคําตอบ ตอบตามความคดิ เห็นของนกั เรยี น)

2. นกั เรียนสงั เกตภาพในหนงั สือเรียนวิทยาศาสตรฯ ป.6 เลม 2 หนา 103 และตอบคาํ ถามตอไปน้ี
- จากภาพเปนปรากฏการณใด
(แนวคาํ ตอบ สรุ ิยปุ ราคา)
- เพื่อนๆ คิดวา โลกและดวงจันทรม คี วามสัมพนั ธกับการเกดิ ปรากฏการณนหี้ รือไม อยา งไร
(แนวคําตอบ โลกและดวงจนั ทรม ีความสัมพนั ธก บั การเกิดปรากฏการณ โดยดวงจนั ทรเคล่ือนที่อยรู ะหวาง
โลกกับดวงอาทติ ยใ นแนวระนาบเดยี วกนั ทาํ ใหเ งาของดวงจนั ทรทอดมายังพน้ื โลก)

3. นกั เรียนอานกิจกรรมชวนอานชวนคดิ กอ นเรียน ตอน ดวงอาทิตยหายไปไหน ในหนงั สอื เรียนวทิ ยาศาสตรฯ ป.6 เลม
2 หนา 104 และตอบคาํ ถามตอไปนี้

- สุริยุปราคาเปนปรากฏการณทางดาราศาสตร เพื่อนๆ คิดวามีปรากฏการณทางดาราศาสตรแบบอ่ืนหรือไม
อยางไร
(แนวคาํ ตอบ มปี รากฏการณท างดาราศาสตรแบบอน่ื เชน ปรากฏการณจ นั ทรุปราคา ดาวตก)

4. ครสู นทนากบั นกั เรียนเพือ่ นําเขา สูบ ทเรยี นวา โลกเราเปน ดาวเคราะหดวงหน่ึงในระบบสุริยะ มดี วงจันทรเปนบริวาร
และโคจรรอบโลก โลกโคจรรอบดวงอาทิตย โดยปกติโลกและดวงจันทรไมมรี ะนาบการโคจรเดียวกัน แตเม่ือการโคจรของโลก
และดวงจันทรอยูในระนาบเดียวกันกับดวงอาทติ ย จะทําใหเกิดปรากฏการณทางดาราศาสตรเ รียกวา อุปราคา ซ่งึ มีดวยกัน 2
แบบ ไดแก ปรากฏการณสุริยุปราคาและปรากฏการณจันทรุปราคา ซ่ึงวันน้ีเราจะมาเรียนรูเก่ียวกับการเกิดอุปราคา จาก
กิจกรรมตอ ไปนี้

ขัน้ สอน

ข้ันสาํ รวจคนหา
1. นักเรยี นแบงกลมุ ออกเปน กลมุ ละ 4-5 คน จากนั้นศกึ ษาข้ันตอนการทาํ กิจกรรมที่ 1 อุปราคาเกิดขึ้นไดอยางไรในหนังสือ

เรียนวิทยาศาสตรฯ ป.6 เลม 2 หนา 106
2. นกั เรียนปฏบิ ตั กิ จิ กรรมท่ี 1 อุปราคาเกิดขึ้นไดอ ยา งไร (สรุ ิยุปราคา) โดยปฏิบัติดังนี้
1) สงตัวแทนกลมุ ไปรับวัสด-ุ อปุ กรณใ นการทาํ กจิ กรรม
2) แตละกลุมลงมือปฏบิ ัติกิจกรรมท่ี 1 อุปราคาเกิดข้ึนไดอยางไร ขั้นตอนขอท่ี 1-2ตามที่ไดศึกษามาในหนังสือเรียน

และบันทึกผลลงในแบบฝก หดั วิทยาศาสตรฯ ป.6 เลม 2 หนา 72
3) นกั เรียนแตล ะกลุมเตรยี มตัวนาํ เสนอในชัว่ โมงถดั ไป

(หมายเหตุ : ครเู ริ่มประเมินนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุม)

ข้นั สอน (ตอ ) คาบที่ 2

ขัน้ อธิบายความรู
1. ครูใหน กั เรยี นแตล ะกลมุ นาํ เสนอการทํากจิ กรรมหนาช้นั เรยี น
2. นกั เรยี นตอบคาํ ถามตอไปนี้
- ถา เปรียบเทยี บไฟฉายแทนดวงอาทิตย ลกู ปง ปองแทนดวงจันทร ลกู บอลแทนโลก กรณที ่ีลูกปงปองอยูระหวาง
ไฟฉายกบั ลูกบอลเปน อยางไร
(แนวคําตอบ เงาของลกู ปง ปองทอดไปยงั ลูกบอล)
- จากปรากฏการณในขอ 1 ถานักเรียนอยูบนโลก (ลูกบอล) ในสวนที่เงาดวงจันทรทอดไป นักเรียนจะเห็นดวง
อาทติ ยแ ละดวงจนั ทรใ นลกั ษณะใด
(แนวคาํ ตอบดวงอาทิตยบ ังดวงจนั ทรไว)
3. นักเรียนศกึ ษาขอ มูลเกีย่ วกับปรากฏการณส ุริยุปราคาหรือสุริยคราสเพิ่มเตมิ จากในหนังสอื เรียนวิทยาศาสตรฯ ป.6 เลม
2 หรอื แหลงเรียนรูอ ื่นๆ
4. นักเรียนรวมกันสรุปการเกิดปรากฏการณสุริยุปราคาวา ปรากฏการณสุริยุปราคา เกิดในเวลากลางวัน เกิดจากดวง
อาทิตย ดวงจันทร และโลก โคจรมาอยูในระนาบเดียวกัน โดยมีดวงจันทรอยูตรงกลางระหวางดวงอาทิตยกับโลก
ปรากฏการณสรุ ิยปุ ราคาอาจเกิดได 3 ลักษณะ คอื สุรยิ ปุ ราคาเต็มดวง สรุ ยิ ปุ ราคาบางสวน และสุริยุปราคาวงแหวน
5. ใหนักเรียนแตละกลุมสุมหยิบบัตรภาพปรากฏการณสุริยุปราคา จากนั้นใหระดมสมองรวมกันแสดงความคิดเห็นวา
เพราะเหตุใดจึงเหน็ สุริยุปราคาในลกั ษณะอยา งนี้ จากนนั้ สง ตวั แทนนาํ เสนอหนา ช้ันเรยี น
6. นักเรียนแตละกลุมนําความรูเกี่ยวกับการเกิดปรากฏการณสุริยุปราคามาออกแบบและสรางแบบจําลองการเกิด
ปรากฏการณส รุ ยิ ุปราคาโดยใชอ ุปกรณเ ชน ดินนํ้ามัน ไมเ สยี บลูกชน้ิ โฟมแทง ไฟฉาย

คาบท่ี 3

7. นกั เรยี นสง ตวั แทนออกมานาํ เสนอตามประเดน็ ตอ ไปนี้
- ใชแบบจาํ ลองอธบิ ายการเกดิ ปรากฏการณส ุริยุปราคา

- อธิบายการเกิดปรากฏการณสรุ ิยปุ ราคาทงั้ 3 ลกั ษณะ

(หมายเหตุ : ครูเรมิ่ ประเมนิ นักเรียน โดยการสงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งานกลุม)

คาบท่ี 4

ขนั้ สอน (ตอ )

ขนั้ อธิบายความรู
1. นักเรยี นตอบคําถามเพ่อื ทบทวนความรวู า เพราะเหตใุ ดจงึ มองเห็นดวงอาทิตยแหวง เปนเสี้ยว
(แนวคําตอบ เพราะเกิดจากดวงอาทิตยโคจรออกจากแนวเสนตรงเล็กนอยดวงอาทิตยจึงถูกบังเพียงบางสวน ทําให
มองเหน็ ดวงอาทติ ยแ หวง)
2. นักเรยี นทํากจิ กรรมท่ี 1 อปุ ราคาเกดิ ข้ึนไดอ ยา งไร (จนั ทรุปราคา) โดยปฏิบัติ ดังนี้
1) นักเรยี นตอบคําถามวา ถาเปรียบเทยี บ ไฟฉายแทนดวงอาทิตย ลูกปงปองแทนดวงจันทร ลูกบอลแทนโลก กรณีที่
ลูกบอลอยูระหวา งไฟฉายกับลูกปง ปองจะเกดิ อะไรข้นึ
(แนวคาํ ตอบ เงาของลูกบอลบังลกู ปงปอง)
2) นักเรยี นทาํ กจิ กรรมเพอื่ ตรวจสอบคําตอบ โดยนักเรยี นแตละคนถือไฟฉาย ลูกบอล และลูกปง ปอง ตามลําดบั
3) นักเรยี นที่ถอื ไฟฉายสองไฟฉายผา นลกู บอล สังเกตแสงจากไฟฉายและเงาทที่ อดไปยังลูกปงปองและบันทกึ ผลลงใน
แบบฝก หดั วิทยาศาสตรฯ ป.6 เลม 2 หนา 72
4) นกั เรียนรวมกนั อภิปรายแสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกับผลการทํากิจกรรม
5) นักเรยี นศึกษาขอมลู เก่ียวกับปรากฏการณจนั ทรุปราคาหรอื จันทรคราสเพมิ่ เติมจากในหนังสือหรือแหลง เรียนรอู ่ืนๆ
6) นกั เรยี นรวมกนั สรปุ การเกิดปรากฏการณจันทรปุ ราคาวา ปรากฏการณจันทรปุ ราคา เกิดในเวลากลางคนื โดย
ดวงอาทิตย โลก และดวงจันทร โคจรมาอยูในระนาบเดียวกัน โดยมีโลกอยูตรงกลางระหวางดวงอาทิตยกับดวง
จันทร ปรากฏการณจันทรุปราคาเกิดได 3 ลักษณะ คือ จันทรุปราคาเต็มดวง จันทรุปราคาบางสวนและ
จันทรปุ ราคาแบบเงามวั
3. นักเรียนตอบคําถามตอ ไปนี้
- จนั ทรุปราคาเต็มดวงเกดิ ขึ้นไดอ ยางไร
(แนวคาํ ตอบ เกิดจากดวงจันทรท้ังดวงโคจรเขา สูเงามดื ของโลก)
- จนั ทรุปราคาบางสวนกับจันทรุปราคาเงามัวแตกตา งกนั อยา งไร
(แนวคําตอบ จันทรุปราคาแบบบางสวนคนบนโลกจะมองเห็นดวงจันทรบางสวนมืด บางสวนมีสีสมอิฐ สวน
จนั ทรุปราคาแบบเงามัว จะมองเหน็ ดวงจันทรเต็มดวงแตไมชัดเจน)
4. ครูเปด PowerPoint เรื่อง ปรากฏการณดาราศาสตร ใหนักเรียนดูและใหนักเรียนรวมอภิปรายเปรียบเทียบความ
แตกตางของปรากฏการณส รุ ิยปุ ราคาและปรากฏการณจนั ทรปุ ราคา
5. นักเรียนแตละกลุมสรางแบบจําลองจันทรุปราคา พรอ มนําเสนออธบิ ายเปรียบเทียบความแตกตางการเกิดสุริยุปราคา
และการเกิดจันทรปุ ราคา โดยใชแบบจาํ ลอง
6. นักเรียนสแกน QR Code เรื่อง การเกิดสุริยุปราคาและจนั ทรุปราคา ในหนังสือเรียนวิทยาศาสตรฯ ป.6 เลม 2 หนา

109 เพื่อเพิ่มเติมความเขาใจ จากน้ันรวมกันสรุปการทํากิจกรรมวาปรากฏการณสุริยุปราคาเกิดในเวลากลางวัน ดวง

จันทรโคจรเขามาอยูระหวางดวงอาทิตยกับโลกและอยูในระนาบเดียวกัน สวนปรากฏการณจันทรุปราคาเกิดในเวลา
กลางคนื โลกโคจรเขา มาอยรู ะหวา งดวงอาทติ ยก ับดวงจันทรแ ละอยูในระนาบเดียวกัน
(หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมนิ นกั เรยี น โดยการสังเกตพฤตกิ รรมการทํางานกลุม)
17. นักเรียนทํากิจกรรมหนตู อบไดในหนังสอื เรียนวิทยาศาสตรฯ ป.6 เลม 2 หนา 106 บันทึกลงในสมุดประจําตวั นักเรียน
หรือทาํ ในแบบฝก หัดวทิ ยาศาสตรฯ ป.6 เลม 2 หนา 73-74
18. นักเรียนแตละคนเขยี นสรปุ ความรูเกี่ยวกับเรอื่ งที่ไดเรียนรูจากบทที่ 1 ในรูปแบบตางๆ เชน แผนผังความคิด แผนภาพ
ลงในสมดุ ประจําตัวนกั เรยี น
19. นกั เรยี นทุกคนศกึ ษาแผนผังความคิด สรุปสาระสําคัญ ประจําบทท่ี 1 จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตรฯ ป.6 เลม 2 หนา
112เพอื่ ตรวจสอบการเขยี นสรุปความรทู ีน่ ักเรียนทาํ ไวในสมดุ ประจาํ ตวั นักเรยี น
20. นักเรียนทํากิจกรรมพัฒนาการเรียนรูในหนังสือเรียนวิทยาศาสตรฯ ป.6 เลม 1 หนา 113 บันทึกลงในสมุดประจําตัว
นกั เรยี น
21. นักเรยี นทํากิจกรรมฝกทักษะ ในหนังสือเรียนวิทยาศาสตรฯ ป.6 เลม 1 หนา 114 บนั ทึกลงในสมุดประจําตัวนักเรียน
หรือทําในแบบฝก หัดวิทยาศาสตรฯ ป.6 เลม 2 หนา 75-78
22. นักเรียนทํากจิ กรรมทาทายการคิดขั้นสงู ในแบบฝก หัดวิทยาศาสตรฯ ป.6 เลม 2 หนา 79
23. นักเรียนหาขาวเกี่ยวกับการเกิดปรากฏการณสุริยุปราคาหรือจันทรุปราคาท่ีเกิดขึ้นในประเทศไทยมาคนละ 1 ขาว
พรอ มภาพประกอบการเกิดปรากฏการณสุริยุปราคาหรือจันทรุปราคา เพื่อใชทํากิจกรรมในชั่วโมงหนา(หมายเหตุ : ครู
เร่มิ ประเมินนกั เรยี น โดยการสังเกตพฤตกิ รรมการทาํ งานรายบคุ คล)

คาบที่ 5

ขน้ั สอน (ตอ)

ขัน้ ขยายความเขา ใจ
1. ทบทวนความรเู ดิมของนักเรียน โดยต้ังคําถามวา เราสามารถสังเกตสุริยุปราคาและจันทรุปราคาไดด วยตาเปลาหรือไม
เพราะเหตุใด
(แนวคําตอบ ไมส ามารถสงั เกตปรากฏการณสุริยุปราคาไดดวยตาเปลา เพราะเกิดในเวลากลางวัน แสงของดวงอาทติ ย
อาจทําใหต าเราไดรับผลกระทบได และเราสามารถสังเกตปรากฏการณจันทรุปราคาไดดวยตาเปลา เพราะเกิดในเวลา
กลางคนื จึงไมม แี สงจากดวงอาทิตยมารบกวน)
2. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา ปรากฏการณส ุริยุปราคา เกิดในเวลากลางวัน เราไมสามารถสังเกตปรากฏการณสุริยุปราคาได
ดว ยตาเปลา ควรใชอปุ กรณในการสังเกต เชน แวนตาดูดวงอาทติ ย สว นปรากฏการณจนั ทรุปราคา เกิดในเวลากลางคืน
เราสามารถสังเกตปรากฏการณจ ันทรปุ ราคาไดด วยตาเปลา
3. นกั เรียนแบง กลุมออกเปน กลมุ ละ 4-5 คน เพ่อื ทํากจิ กรรมสรา งสรรคผลงาน โดยปฏิบัตดิ ังนี้
1) นาํ ขอมลู ขาว และภาพการเกิดสุริยปุ ราคาหรอื จนั ทรุปราคา มาแลกเปล่ยี นความรูกบั เพ่อื นๆ ในกลมุ
2) ในกลมุ เลอื กขาวมา 1 ขา ว และนาํ ภาพการเกิดปรากฏการณสุรยิ ุปราคาหรือจันทรปุ ราคาจากขาวท่ีเพ่ือนเตรยี มมา
ไปออกแบบจิกซอว

3) สรางจิกซอวตามที่ออกแบบไว เพอื่ จัดทําเปน สอ่ื การเรียนรูเก่ียวกบั สรุ ยิ ุปราคาและจนั ทรปุ ราคา
4) แตละกลุมแบงออกเปน 2 ทีม โดยใหทีมท่ี 1 เปนทีมเฝามีหนาท่ีดูแลกลุม และใหเลาขาวการเกิดอุปราคาใหเพ่ือ

ตางกลุมฟงและทีมท่ี 2 เปนทีมเยือนมีหนาท่ีกระจายตัวไปตามกลุมอื่นๆที่ตนเองสนใจ เพ่ือไปตอ จิกซอวภาพ
และรับฟงขอ มลู ขา วการเกิดอปุ ราคาจากกลมุ อื่น
5) แตละกลุมสลบั หนาที่กนั โดยทีมที่ 2 มหี นา ท่ีเปนทีมเฝา แลว ทมี ท่ี 1 มหี นาที่เปน ทมี เยอื นกระจายไปตามกลมุ อน่ื
(หมายเหตุ : ครเู ริม่ ประเมินนกั เรยี น โดยการสงั เกตพฤตกิ รรมใฝเ รียนรู มงุ มนั่ ในการทํางาน มีวินยั )

คาบที่ 6

ข้ันสรุป

1. นักเรียนรวมกันสรุปผลการทาํ กิจกรรมวา ปรากฏการณสุริยปุ ราคา เกิดในเวลากลางวัน เกิดจากดวงอาทิตย ดวง
จันทร และโลก โคจรมาอยใู นระนาบเดยี วกัน โดยมีดวงจันทรอยูตรงกลางระหวางดวงอาทิตยกับโลก ปรากฏการณสุริยุปราคา
อาจเกดิ ได 3 ลกั ษณะ คือ สุริยปุ ราคาเต็มดวง สุริยุปราคาบางสวน และสุรยิ ุปราคาวงแหวน เราไมสามารถสังเกตปรากฏการณ
สุริยุปราคาไดดวยตาเปลา ควรใชอุปกรณในการสังเกต เชน แวนดูดวงอาทิตย และปรากฏการณจันทรุปราคา เกิดในเวลา
กลางคืน เกิดจากดวงอาทิตย โลก และดวงจันทร โคจรมาอยูในระนาบเดยี วกัน โดยมีโลกอยูตรงกลางระหวางดวงอาทิตยก ับ
ดวงจนั ทร ปรากฏการณจ นั ทรุปราคาเกดิ ได3 ลกั ษณะ คอื จันทรปุ ราคาเต็มดวง จันทรุปราคาบางสวนและจันทรุปราคาแบบเงา
มัว เราสามารถสังเกตปรากฏการณจันทรปุ ราคาไดดว ยตาเปลา

ขนั้ ประเมนิ

ข้ันตรวจสอบผล
1. ครตู รวจบันทกึ ขอมูลการทํากจิ กรรมท่ี 1 อปุ ราคาเกดิ ข้ึนไดอ ยางไร ในแบบฝก หดั วทิ ยาศาสตร ป.6 เลม 2 หนา 72
2. ครูตรวจกจิ กรรมหนตู อบไดใ นสมดุ ประจาํ ตัวนกั เรียนหรือในแบบฝก หดั วิทยาศาสตร ป.6 เลม 2 หนา 73-74
3. ครูตรวจแผนผงั ความคดิ สรปุ สาระสําคัญ ประจําบทที่ 1 ในสมุดประจําตัวนกั เรียน
4. ครูตรวจกิจกรรมพัฒนาการเรยี นรูในสมดุ ประจาํ ตัวนกั เรียน
5. ครตู รวจกจิ กรรมฝกทักษะในสมุดประจําตัวนักเรยี น หรือทําในแบบฝก หัดวทิ ยาศาสตรฯ ป.6 เลม 2 หนา 75-78
6. ครูตรวจกิจกรรมทาทายการคิดขั้นสูง ในแบบฝก หดั วทิ ยาศาสตรฯ ป.6 เลม 2 หนา 79

ครูประเมนิ ผลงาน จิกซอวส รุ ิยปุ ราคาหรือจนั ทรปุ ราคา ในกจิ กรรมสรา งสรรคผ ลงาน

6. การวดั และประเมนิ ผล

การวดั และประเมนิ ผล วธิ กี ารวดั ผล เครื่องมอื วดั เกณฑการประเมนิ ผล
70% ขน้ึ ไป ถอื วา ผา น
จดุ ประสงค เกณฑการประเมิน

ความรูความ 1) อธิบายการเกิดและเปรียบเทยี บ 1.คาํ ถามกระตนุ 70% ข้นึ ไป ถอื วา ผาน
เขา ใจ (K) ปรากฏการณส รุ ิยปุ ราคาและ ความคิด เกณฑการประเมนิ

จนั ทรุปราคาได (K) 70% ขึ้นไป ถือวา ผาน
เกณฑการประเมิน
ทักษะ/ 1) สรางแบบจาํ ลองทอี่ ธิบายการเกดิ 1. แบบบนั ทึกการ

กระบวนการ (P) และเปรยี บเทียบปรากฏการณ ทดลอง
สรุ ิยปุ ราคาและจนั ทรปุ ราคาได (P)

คุณลกั ษณะนิสยั (A) 1) ยกตัวอยา งการปฏบิ ตั ติ นที่ถกู ตองใน 1. ใบงาน

การสังเกตปรากฏการณอ ุปราคาได (A)

7. ส่ือ/แหลง การเรียนรู
7.1 สอื่ การเรยี นรู

1) หนงั สอื เรียนวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยีป.6 เลม 2
2) แบบฝกหัดวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยีป.6 เลม 2

3) วสั ดุ-อุปกรณท ีใ่ ชใ นกจิ กรรมที่ 1 อปุ ราคาเกิดขนึ้ ไดอ ยา งไร

4) วัสดุ-อุปกรณท ใ่ี ชใ นกจิ กรรมสรา งสรรคผลงาน
5) QR Code เร่ือง การเกดิ สุริยุปราคาและจนั ทรุปราคา

6) PowerPoint เร่อื ง ปรากฏการณด าราศาสตร

7) บตั รภาพปรากฏการณส รุ ยิ ปุ ราคา
8) ตาํ นานราหูอมจนั ทรแ ละวันฟาดบั

9) สมุดประจาํ ตวั นักเรยี น

7.2 แหลงการเรยี นรู 2) อินเทอรเนต็
1) หองเรยี น

8.กจิ กรรมเสนอแนะ
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................

.........................................................................................................................................................................................................

ลงชือ่ ............................................ครผู สู อน ลงช่อื ...................................................ฝา ยวชิ าการ

(...........................................................) (...........................................................)

ลงช่ือ...................................................ผูบริหาร
(...........................................................)

สปั ดาหที่ 18-19

โรงเรยี นขจรเกยี รติพัฒนา

แผนการจัดการเรียนรู

ภาคเรยี นที่……2…/……….……... ช่อื ผสู อน….…...................................................

กลุม สาระการเรยี นรู วทิ ยาศาสตร ชนั้ ประถมศึกษาปที่ 6 จาํ นวน 6 คาบ
หนว ยการเรียนรูที่ 8 ดาราศาสตรแ ละเทคโนโลยีอวกาศ เรื่อง พัฒนาการของเทคโนโลยอี วกาศ

1. มาตรฐานการเรยี นรู/ตวั ชว้ี ัด
ว 3.1 ป.6/2อธิบายพัฒนาการของเทคโนโลยีอวกาศ และยกตัวอยางการนําเทคโนโลยีอวกาศมาใชประโยชนใน
ชวี ติ ประจําวันจากขอมูลทรี่ วบรวมได

2. สาระสําคัญ/ความคิดรวบยอด
เทคโนโลยีอวกาศมีจุดเร่ิมตนจากมนุษยมีความตองการสาํ รวจวตั ถุทองฟาโดยใชตาเปลา จากนนั้ พัฒนามาเปนการใชกลอง
โทรทรรศน และไดมีการพัฒนาจนสามารถขนสงเพื่อสํารวจอวกาศดวยจรวดและยานขนสงอวกาศและยังมีการพัฒนาอยาง

ตอเน่ือง ในปจจุบันมกี ารนําเทคโนโลยีอวกาศบางประเภทมาประยุกตใชใ นชีวติ ประจําวัน เชนการใชดาวเทียมเพื่อการสื่อสาร
การพยากรณอากาศ หรือการสํารวจทรัพยากรธรรมชาติ แมก ระท่ังส่ิงประดิษฐที่ไดจากการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ เชน หมวก
นริ ภัย ชดุ กฬี า

3. จดุ ประสงคก ารเรียนรู
1) อธิบายพฒั นาการของเทคโนโลยีอวกาศได( K)
2) เขียนแผนผงั ตัวอยางการนําเทคโนโลยีอวกาศมาใชป ระโยชนใ นชวี ิตประจําวันได (P)

3) ยกตัวอยางการนําเทคโนโลยีอวกาศมาใชป ระโยชนในชีวิตประจําวนั ได (A)

4. สาระการเรียนรู

สาระการเรียนรแู กนกลาง สาระการเรียนรูทอ งถนิ่

พัฒนาการของเทคโนโลยอี วกาศและการนําเทคโนโลยีอวกาศมาใช (พิจารณาตามหลักสตู รสถานศึกษา)
ประโยชนใ นชีวิตประจําวนั

5. กิจกรรมการเรียนรู
แนวคดิ /รปู แบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนคิ :5EsInstructional Model

คาบที่ 1

ขน้ั กระตนุ ความสนใจ
1. นักเรยี นสังเกตภาพในหนังสอื เรยี นวทิ ยาศาสตรฯ ป.6 เลม 2 หนา 103 และตอบคําถามตอไปน้ี
- ประเทศไทยมกี ารสง ดาวเทียมออกไปนอกโลกหรอื ไม อะไรบา ง
(แนวคําตอบ มี ไดแ ก ดาวเทียมไทยคม)
- ทําไมตองสงดาวเทียมไปนอกโลก

(แนวคาํ ตอบ เพ่ือใชประโยชนในหลายๆ ดาน เชน สาํ รวจทรัพยากรธรรมชาติ ใชส่อื สารภายในประเทศและ
นอกประเทศ)

2. นกั เรยี นอา นกจิ กรรมชวนอา นชวนคิดกอนเรียน ตอน หมวกกนั น็อก ในหนังสือเรียนวทิ ยาศาสตรฯ ป.6 เลม 2 หนา
117และตอบคาํ ถามตอ ไปนี้

- ส่งิ ประดษิ ฐห ลายช้นิ บนโลก เปนสิ่งทพ่ี ฒั นามาจากเทคโนโลยีอวกาศ เพ่อื นๆ คิดวา เทคโนโลยีอวกาศยงั มี
ประโยชนในดานอืน่ ๆ อกี หรอื ไม อะไรบาง
(แนวคาํ ตอบ มี เชน การสง สัญญาณโทรทัศน ใชบอกตาํ แหนง เครอื่ งบิน ใชพยากรณอากาศ)

3. ครใู หน ักเรยี นสังเกตภาพตัวอยางเทคโนโลยีท่ีใชในการสํารวจอวกาศ ในหนังสือเรยี นวิทยาศาสตรฯ ป.6เลม 2 หนา
118 จากน้นั ใหนกั เรียนยกมือตอบเทคโนโลยีอวกาศ พรอ มอธบิ ายวา คอื อะไร ใชเ พ่อื ทําอะไร

คาบท่ี 2

ขน้ั สอน

ขนั้ สํารวจคนหา
1. นกั เรยี นแบงกลุมออกเปน กลุมละ 4-5 คน เพ่อื จัดเรียงบัตรเหตกุ ารณ โดยสงตัวแทนมารับบัตรเหตกุ ารณ โดยให
คาดคะเนวาเหตกุ ารณใดนาจะเกิดขน้ึ กอนหลงั ตามลําดบั
2. จากนน้ั ศกึ ษาขน้ั ตอนการทํากจิ กรรมที่ 2เทคโนโลยอี วกาศมีพัฒนาการอยางไรในหนงั สอื เรียนวทิ ยาศาสตรฯ ป.6 เลม 2
หนา119
3. นักเรยี นปฏิบตั กิ จิ กรรมท่ี 2เทคโนโลยีอวกาศมพี ฒั นาการอยางไร ตอนที่ 1โดยปฏิบตั ดิ งั นี้
1) สืบคนขอมูลเกี่ยวกบั พัฒนาการของเทคโนโลยอี วกาศ และบันทกึ ผลลงในแบบฝกหดั วิทยาศาสตรฯ ป.6 เลม 2 หนา 82

ขนั้ อธบิ ายความรู
1) นกั เรยี นแตละกลุมนําเสนอผลการทํากิจกรรมหนาชนั้ เรียน

2) นักเรยี นตอบคําถามตอไปน้ี
- ดาวเทยี มดวงแรกของโลก มชี อ่ื วา อยา งไร
(แนวคําตอบ สปุตนกิ 1)
- ยานมารส พาธไฟนเ ดอรถูกสรางข้ึนมาเพอ่ื จุดประสงคใ ด
(แนวคาํ ตอบ เพ่ือสํารวจดาวอังคาร)

3) ใหน กั เรียนแตล ะกลมุ ตรวจสอบการจัดเรยี งบัตรเหตุการณ( กิจกรรมทที่ ํามาแลว ในตนชั่วโมง) หากมีขอผดิ พลาดแกไ ขให
ถูกตอง

4) นักเรียนรวมกันอภิปรายเก่ียวกับพัฒนาการของเทคโนโลยีอวกาศจนไดขอสรุปวา การพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ
เปล่ียนแปลงไปตลอดเวลา เร่มิ จากการสง ดาวเทียมไปโคจรรอบโลก การสงนกั บินอวกาศขึ้นไปกับยานอวกาศเพื่อทําภารกิจ
ตาง ๆ และพฒั นาจนสามารถสง มนุษยไ ปทองเท่ียวในอวกาศได

(หมายเหตุ : ครูเรม่ิ ประเมนิ นักเรียน โดยการสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานกลุม)

คาบที่ 3
ขั้นสอน (ตอ)

ขน้ั สาํ รวจคน หา
1. นกั เรยี นทบทวนความรูเดิมวา ปจจบุ นั มกี ารพฒั นายานอวกาศเพ่ือการทอ งเท่ียวแลวหรอื ไม อยางไร
(แนวคาํ ตอบ มแี ลว ชอ่ื วา ยานวีเอสเอสยูนิตขี้ องสหรัฐอเมรกิ า)
2. นักเรยี นปฏิบตั ิกจิ กรรมที่ 2เทคโนโลยีอวกาศมีพัฒนาการอยา งไร ตอนที่ 2 โดยปฏิบตั ิดังน้ี
1) สืบคน ขอมลู เก่ยี วกับการนาํ เทคโนโลยอี วกาศไปใชป ระโยชนใ นชวี ติ ประจาํ วนั
2) รวมกันแสดงความคิดเหน็ ในชีวติ ประจาํ วนั ของนกั เรยี นเคยใชป ระโยชนจากเทคโนโลยอี วกาศอยา งไรบาง
3) นําขอมูลมาจดั ทาํ ในรปู แบบตา งๆ เชน ตาราง แผนภาพ พรอมตกแตงใหสวยงาม

คาบที่ 4

ข้นั อธิบายความรู
1. นกั เรียนแตละกลมุ นําเสนอการทาํ กิจกรรมหนาชนั้ เรียน
2. นักเรียนรวมกันอภิปรายเก่ียวกับการนําเทคโนโลยอี วกาศไปใชประโยชนในชีวิตประจําวันจนไดขอสรปุ วา ประโยชน
ของเทคโนโลยีอวกาศ เชน ใชส่ือสารและแพรสัญญาณทางวิทยุ โทรทัศน ใชสํารวจทรัพยากรธรรมชาติ ใชพยากรณ
อากาศ ใชสํารวจดาวเคราะหตาง ๆ ใชบอกตําแหนงของยานพาหนะตาง ๆ เชน รถยนต เครื่องบิน ใชความรูมา
ประดษิ ฐส ่ิงตา งๆ
3. นักเรียนตอบคาํ ถามวา ดาวเทยี มรับ-สง สญั ญาณอยา งไร
(แนวคาํ ตอบ ตอบตามความคดิ เห็นของนักเรยี น)
4. นักเรียนสแกน QR Code การรับ-สงสญั ญาณดาวเทียม ในหนังสือเรียนวิทยาศาสตรฯ ป.6 เลม 2 หนา 124 และ
รว มกันอภิปรายแสดงความคดิ เห็นเกีย่ วกบั วิดโี อท่ไี ดรบั ชม
5. นักเรียนทํากิจกรรมหนูตอบไดในหนังสือเรียนวิชาวิทยาศาสตรฯ ป.6 เลม 2 หนา 106 บันทึกลงในสมุดประจําตัว
นักเรยี น หรือทําในแบบฝกหดั วิทยาศาสตรฯ ป.6 เลม 2 หนา 83
6. นักเรียนทุกคนศึกษาแผนผังความคิด สรุปสาระสําคัญประจําบทที่ 2บันทึกลงในสมุดประจําตัวนักเรียน จากนั้นเปด
หนังสือเรยี นวิทยาศาสตรฯ ป.6 เลม 2 หนา 126 เพื่อตรวจสอบการเขียนสรุปความรทู ี่นักเรียนทาํ ไวในสมุดประจําตวั
นักเรยี น
7. นักเรียนทํากิจกรรมพัฒนาการเรยี นรูในหนังสือเรียนวิทยาศาสตรฯ ป.6 เลม 1 หนา 127 บันทึกลงในสมุดประจําตัว
นักเรยี น
8. นักเรียนทํากิจกรรมฝกทักษะในหนังสือเรียนวิทยาศาสตรฯ ป.6 เลม 1 หนา 128 บันทึกลงในสมุดประจําตัวนักเรียน
หรอื ทาํ ในแบบฝก หดั วิทยาศาสตรฯ ป.6 เลม 2 หนา 84-85
9. นกั เรยี นทาํ กจิ กรรมทาทายการคิดข้ันสงู ในแบบฝก หดั วิทยาศาสตรฯ ป.6 เลม 2 หนา 86
(หมายเหตุ : ครเู ริ่มประเมนิ นักเรยี น โดยการสงั เกตพฤตกิ รรมการทํางานรายบุคคล)

คาบที่ 5

ข้นั สอน (ตอ )

ข้ันขยายความเขาใจ
1. ใหนักเรยี นแตล ะคนบอกประโยชนของเทคโนโลยอี วกาศมาคนละ 1 ขอ
2. ครเู ปด PowerPoint เรอื่ ง เทคโนโลยอี วกาศ จากนั้นใหน ักเรียนรว มกันอภิปรายในหัวขอ เทคโนโลยอี วกาศ มีประโยชน

ในชวี ติ ประจาํ วันหรือไม อยา งไร
3. นักเรียนแบงกลุมออกเปน กลมุ ละ 4-5 คน เพือ่ ทํากจิ กรรมสรางสรรคผ ลงาน โดยปฏิบัติดงั น้ี
1) ใหน กั เรยี นแตล ะกลุมนําความรูเก่ยี วกับเทคโนโลยอี วกาศมาต้งั คาํ ถาม แลว ทําเปนบัตรคําถามเกี่ยวกับเร่ือง
ความกา วหนาทางเทคโนโลยีอวกาศโดยสรางบตั รคาํ ถามกลมุ ละ 4-5 คาํ ถาม
2) ใหนักเรียนนาํ คาํ ถามไปหยอนลงในกลองที่ครเู ตรยี มไวทห่ี นาช้นั เรยี น
3) ครูเขยี นบนั ได 10 ข้นั ไวห นา กระดาน
4) ครูสุมหยบิ บัตรคาํ ถามมาทลี ะ1 ใบ ถา กลุม ใดตอบถูกจะไดขึ้นบันได 1 ขน้ั ถา ตอบผดิ จะตองเดินลงบนั ได 1 ข้ัน
5) ครตู ัง้ คําถามไปเร่ือยๆ จนกวาจะมีกลมุ ท่ีชนะ คือกลุม ทเ่ี ดนิ ถงึ บนั ไดขัน้ ท่ี 10 กรณที ีไ่ มมีใครสามารถเดนิ ไปถึง
ข้นั ที่ 10 ได กลมุ ท่ีอยูข้ันสงู สุดถือเปนผชู นะ
(หมายเหตุ : ครเู รมิ่ ประเมนิ นักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุม)

คาบท่ี 6

ขน้ั สรุป

1. นกั เรยี นรว มกันสรปุ ผลการทํากจิ กรรมวาเทคโนโลยอี วกาศมจี ุดเริ่มตนจากมนุษยมีความตองการสํารวจวัตถุทองฟาโดย
ใชตาเปลา จากน้ันพัฒนามาเปนการใชกลองโทรทรรศน และไดมีการพัฒนาจนสามารถขนสงเพ่ือสํารวจอวกาศดวย
จรวดและยานขนสงอวกาศและยังมีการพัฒนาอยางตอเนื่อง ซ่ึงในปจจุบันมีการนําเทคโนโลยีอวกาศบางประเภทมา
ประยุกตใชในชีวิตประจําวัน เชน การใชดาวเทียมเพื่อการสื่อสาร การพยากรณอากาศ หรือการสํารวจ
ทรัพยากรธรรมชาติ แมกระทัง้ ส่ิงประดิษฐทีไ่ ดจากการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ เชน หมวกนิรภยั ชุดกีฬา

ข้นั ประเมนิ

ขั้นตรวจสอบผล
1. นักเรียนแตละคนทาํ ทบทวนทายหนว ยการเรยี นรูท่ี 8 ในแบบฝกหดั วิทยาศาสตรฯ ป.6 เลม 2 หนา 87-91
2. นักเรยี นทาํ แบบทดสอบหลังเรยี นหนวยการเรียนรทู ี่ 8 เพื่อตรวจสอบความรขู องนักเรียนหลังทํากิจกรรม
3. ครูตรวจบันทึกขอมลู การทํากิจกรรมท่ี 2เทคโนโลยีอวกาศมีพัฒนาการอยา งไร ในแบบฝกหดั วทิ ยาศาสตร ป.6 เลม 2
หนา 82
4. ครูตรวจกิจกรรมหนูตอบไดใ นสมุดประจาํ ตัวนกั เรียนหรือในแบบฝกหัดวิทยาศาสตร ป.6 เลม 2 หนา 83
5. ครตู รวจแผนผังความคิด สรุปสาระสําคัญประจาํ บทที่ 2 ในสมดุ ประจําตวั นักเรยี น
6. ครตู รวจกจิ กรรมพัฒนาการเรยี นรูในสมดุ ประจําตัวนักเรยี น

7. ครตู รวจกจิ กรรมฝก ทักษะในสมุดประจําตัวนักเรียนหรือทําในแบบฝก หัดวทิ ยาศาสตรฯ ป.6 เลม 2 หนา 84-85
11. ครตู รวจกจิ กรรมทา ทายการคิดข้ันสูงในแบบฝก หดั วทิ ยาศาสตรฯ ป.6 เลม 2 หนา 86
12. ครูประเมินผลงาน บตั รคาํ ถามเก่ยี วกบั ความกาวหนาทางเทคโนโลยอี วกาศในกิจกรรมสรางสรรคผ ลงาน
13. ครูตรวจทบทวนทายหนวยการเรยี นรูท่ี 8 ในแบบฝกหดั วิทยาศาสตรฯ ป.6 เลม 2 หนา 87-91

14. ครูตรวจแบบทดสอบหลงั เรยี นหนวยการเรยี นรทู ่ี 8 เพื่อตรวจสอบความรูของนกั เรียนหลังทาํ กิจกรรม

6. การวัดและประเมนิ ผล

การวดั และประเมินผล วิธกี ารวดั ผล เครือ่ งมือวัด เกณฑการประเมนิ ผล
1.คาํ ถามกระตนุ ความคิด 70% ขึ้นไป ถอื วาผาน
จุดประสงค เกณฑการประเมนิ
70% ขึ้นไป ถือวา ผา น
ความรูความ 1) อธบิ ายพฒั นาการของ เกณฑการประเมิน

เขาใจ (K) เทคโนโลยอี วกาศได (K) 70% ขน้ึ ไป ถือวาผา น
เกณฑการประเมนิ
ทกั ษะ/ 1) เขยี นแผนผงั ตวั อยางการนํา 1. แบบบนั ทกึ การทดลอง
กระบวนการ (P) เทคโนโลยอี วกาศมาใชประโยชน

ในชีวิตประจาํ วนั ได (P)

คุณลักษณะนสิ ยั (A) 1) ยกตัวอยางการนาํ เทคโนโลยี 1. ใบงาน
อวกาศมาใชประโยชนใน
ชีวิตประจาํ วันได (A)

7. ส่อื /แหลงการเรยี นรู

7.1 ส่ือการเรียนรู
1) หนงั สอื เรยี นวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยปี .6 เลม 2
2) แบบฝก หดั วิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยปี .6 เลม 2
3) วัสดุ-อปุ กรณท ใี่ ชใ นกจิ กรรมที่ 2เทคโนโลยอี วกาศมพี ฒั นาการอยางไร
4) วัสดุ-อุปกรณท ่ีใชใ นกิจกรรมสรางสรรคผลงาน
5) PowerPoint เรือ่ ง เทคโนโลยอี วกาศ
6) QR Code การรบั -สงสัญญาณดาวเทยี ม
7) บตั รเหตุการณ
8) สมดุ ประจาํ ตวั นกั เรยี น

7.2 แหลงการเรยี นรู
1) หอ งเรียน
2) อินเทอรเ นต็

8.กจิ กรรมเสนอแนะ

.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................

ลงช่ือ............................................ครผู สู อน ลงชื่อ...................................................ฝา ยวิชาการ

(...........................................................) (...........................................................)

ลงชือ่ ...................................................ผูบรหิ าร
(...........................................................)


Click to View FlipBook Version