The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงสร้างและแผนการสอน วิชาภาษาไทย ป.5 เทอม 2/2563

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by จิรพงศ์ ไมตรีจิตร, 2020-12-02 09:31:28

โครงสร้างและแผนการสอน วิชาภาษาไทย ป.5 เทอม 2/2563

โครงสร้างและแผนการสอน วิชาภาษาไทย ป.5 เทอม 2/2563

- ตวั รร หนั ทาหนา้ ท่ีเปน็ อะไรถ้าไมม่ รี ปู สระ เชน่ คาว่าอะไรบา้ ง

- ร ตวั หลังทาหนา้ ทเี่ ปน็ อะไรเปน็ อะไร เช่น คาวา่ อะไรบา้ ง

ขัน้ ท่ี 2ข้ันคิดวิเคราะหแ์ ละสรปุ ความ
4. นกั เรยี นวเิ คราะหแ์ ละเปรียบเทียบความแตกตา่ งของคาท่มี ีตวั สะกดและคาที่ไม่มตี วั สะกด และ

การใช้คา รร หนั
จากนั้นใหน้ ักเรียนปฏบิ ัตติ ามประเดน็ ที่ครูกาหนด ดังนี้
1. บอกลักษณะการใช้
2. แต่งประโยค เพือ่ ชว่ ยอธบิ ายความหมายการใช้ท่ีเหมาะสม
ใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ เตรียมช่วยกันยกตวั อยา่ ง คา รร หันทีม่ ีทงั้ ตวั สะกด และไมม่ ีตวั สะกดพจิ ารณา
ความถูกตอ้ งการเขยี นคาอา่ นของคา รร หัน
5. นกั เรยี นแต่ละกลุม่ คิดประเมนิ เพ่อื เพม่ิ คุณค่าโดยครูใช้คาถามดงั ต่อไปน้ี
- นกั เรยี นสามารถนาเรอ่ื งท่เี รียนไปใชป้ ระโยชน์ในชวี ติ ประจาวนั ไดอ้ ยา่ งไร

ขน้ั ท่ี 3ข้ันปฏบิ ตั ิและสรปุ ความรหู้ ลังการปฏิบัติ
6. นกั เรียนเลน่ เกมหาคา รร หัน

( โดยหาความหมายจากพจนานุกรม มีการจับเวลา คาละ 1 นาที )
7. นักเรยี นทากจิ กรรมคดิ คาที่มี รร หัน โดยแต่งประโยคปากเปล่า
8. นกั เรยี นร่วมกนั สรปุ เร่อื งคา รร หัน ดงั นี้
การเขียนโดยใช้ รร (ร หนั ) แทนเสยี งสระ อะ และเปลีย่ นรูปเป็นไม้หันอากาศ ออกเสียงเป็น

เสยี ง (อนั ) เช่นเดียวกบั คาทอ่ี ยู่ในมาตราแมก่ น ปัจจบุ ัน การใช้ รร (ร หนั ) ก็เพอ่ื รกั ษาประวตั ขิ องคาหรอื
เพื่อความไพเราะ เมื่อผู้เรียนเรยี นในระดับสงู ขน้ึ จะเข้าใจหลักเกณฑ์เพือ่ ชว่ ยจาได้ดีข้นึ ในมาตราแม่กน
รร (ร หัน) มกั ใชแ้ ทนเสียง อัน

9. นักเรียนอ่านบตั รคา รร หัน พร้อมกัน
10. นักเรยี นทาแบบฝกึ หดั
ขนั้ ท่ี 4 ขน้ั สอ่ื สารและนาเสนอ
11. นกั เรยี นนาเสนอคา รร หนั ตามกลุม่ ท่ีหยบิ ฉลากได้ โดยครูใช้ไม้เรยี กเลขที่ เพ่ือให้นกั เรียนนาเสนอ

ทลี ะกลุ่มและร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ และรวบรวมไว้เปน็ รปู เล่มไวท้ ่มี ุมห้องเรยี นให้เพื่อนๆได้
อา่ นดว้ ย
ขน้ั ที่ 5ขน้ั ประเมินเพ่ือเพมิ่ คุณค่าบริการสังคมและจติ สาธารณะ
12. นกั เรียนช่วยกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครูใช้คาถามตอ่ ไปนี้
นักเรียนสามารถนาความรเู้ กีย่ วกับเร่ืองท่เี รียนไปใชป้ ระโยชนใ์ นสงั คมได้อย่างไร

6. การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้ :

การประเมนิ วธิ กี าร เคร่ืองมือ
ด้านความรู้ (K) - คาถาม
- การตอบคาถาม - แบบฝึกหดั
- ทาแบบฝกึ หัด

ดา้ นทกั ษะและกระบวนการ (P) - ทักษะการอา่ น - แบบประเมนิ การอ่าน
- ทักษะการเขียน - แบบประเมนิ การเขียน
- ทักษะการคดิ วเิ คราะห์ - แบบฝกึ หัด
- คาถาม

ดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรมและคา่ นิยม - สงั เกตพฤติกรรมในการรว่ มกจิ กรรมการทางานกลมุ่ - แบบสังเกตพฤติกรรม
(A) และการคดั ลายมอื
- สังเกตพฤตกิ รรมความกระตือรอื ร้นในการทา
กิจกรรม

7. ส่ือ/อปุ กรณ/์ แหลง่ การเรียนรู้ : 2. พจนานุกรม
4. แบบฟอรม์ คายอ่ ความ
1. บัตรคาตัว รร หนั
3. หนังสอื เรียนภาษาไทยป. 5

8. กิจกรรมเสนอแนะ

......................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................

ลงช่ือ...........................................ครูผู้สอน ลงช่ือ...........................................ฝ่ายวชิ าการ
( ........................................) ( ........................................)

ลงช่อื ...........................................ผบู้ รหิ าร
( ........................................)

สัปดาห์ท่ี 12

โรงเรยี นขจรเกยี รตพิ ฒั นา
แผนการจัดการเรยี นรู้

ภาคเรียนที่ 2 / ……………. ชื่อผู้สอน ................................................
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 5 จานวน 5 คาบ
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 13 เร่อื ง สายน้าสายชีวติ

1 . มาตรฐานการเรียนเรยี นรู้ :

มาตรฐานที่ ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสรา้ งความรูแ้ ละความคดิ เพื่อ นาไปใช้ตัดสนิ ใจ แก้ปญั หาในการดาเนินชีวติ
และมนี สิ ัยรกั การอ่าน

ตวั ช้วี ัดที่ ป 5/2 อธิบายความหมายของคา ประโยคและข้อความทเ่ี ปน็ การบรรยายและการพรรณนา
มาตรฐานที่ ท 2.1 ใชก้ ระบวนการเขยี นเขียนสือ่ สาร เขยี นเรยี งความ ย่อความ และเขยี นเรือ่ งราวในรปู แบบต่างๆ เขยี น
รายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศกึ ษาค้นควา้ อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ
ตัวชี้วดั ที่ ป 5/2 เขยี นสอ่ื สารโดยใช้คาไดถ้ ูกต้องชดั เจนและเหมาะสม
มาตรฐานท่ี ท 5.1 เขา้ ใจและแสดงความคดิ เหน็ วจิ ารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคณุ ค่าและนามา
ประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ติ จริง
ตัวชี้วัดที่ ป 5/1 สรปุ เรื่องจากวรรณคดหี รือวรรณกรรมท่ีอ่าน
ตัวช้ีวัดที่ ป 5/2 ระบุความรแู้ ละข้อคิดจากการอ่านวรรณคดแี ละวรรณกรรมทีส่ ามารถนาไปใช้ในชีวิตจริง
ตวั ชว้ี ัดที่ ป 5/3 อธิบายคณุ ค่าของวรรณคดแี ละวรรณกรรม

2. สาระสาคญั / ความคดิ รวบยอด

สาระสาคัญ
การอา่ นจับใจความ ( วรรณคดลี านา )

การอา่ นจบั ใจความสาคญั คือ การอา่ นเพ่อื จับใจความหรอื ขอ้ คิด ความคดิ สาคญั หลักของข้อความ หรอื เรอ่ื งท่ีอ่าน การ
อ่านจับใจความถอื เป็นทักษะสาคัญท่ใี ช้ในการอ่านเพือ่ การสื่อสารมากทีส่ ุด เพราะเป็นพื้นฐานสาคัญ ในการศกึ ษาหาความรจู้ งึ
ควรฝึกฝนใหเ้ กดิ ความชานาญ

การเขยี นคาขวัญวันเด็ก

คาขวัญ เป็นถ้อยคาหรอื คาคลอ้ งจองเพอ่ื เตอื นใจ หรอื แสดงเอกลกั ษณ์ของส่งิ ใดสิง่ หนงึ่

คาที่ใช้ ประ และไมป่ ระวสิ รรชนยี ์

วสิ รรชนีย์ ( ะ ) คอื สระรปู หนง่ึ ของไทย ใช้สาหรับเขียนหลงั พยัญชนะ เพอ่ื ใหอ้ อกเสียง / อะ / คาในภาษาไทยมี
ออกเสียง / อะ / ทง้ั ท่ีเขยี นประวสิ รรชนียแ์ ละไมป่ ระวสิ รรชนยี ์

3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้:
1. สรุปใจความสาคัญ และวิเคราะห์เร่อื งทอ่ี า่ น ฟัง หรอื ดู ได้อยา่ งมเี หตุผล (K)
2. อธบิ ายรปู แบบการเขียนคาขวัญได้ ( K )
3. รแู้ ละเขา้ ใจเรอ่ื งประ และคาไม่ประวิสรรชนีย์ได้ ( K )
4. พูดและเขียนแสดงความรู้ ความคดิ เห็นจากเร่ืองที่อ่าน ฟัง หรอื ดูไดอ้ ยา่ งเหมาะสม (K, P)
5. อธบิ ายคุณคา่ ของเรื่องท่อี า่ นได้ ( P )
6. เขยี นคาขวญั ได้ (P)
7. เขียนคาที่ใชป้ ระและไม่ประวสิ รรชนียไ์ ด้ (P)
8. กระตอื รอื ร้นและมสี ว่ นรว่ มกบั การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ (A)
9 . มมี ารยาทในการอา่ น ( A )

4. สาระการเรยี นรู้:

สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถิน่

1.อธบิ ายความหมายและหลกั การอา่ นจับใจความได้
2.อธบิ ายเกี่ยวกบั การเขยี นคาขวญั ได้
3.สามารถอ่านและเขยี นคาที่ประและไมป่ ระวสิ รรชนีย์ได้อยา่ ง
ถกู ตอ้ ง

5. กิจกรรมการเรยี นรู้

คาบท่ี กจิ กรรมการเรยี นการสอน

(คาบที่ 1) สาระสาคญั

การอา่ นจบั ใจความ การอ่านจับใจความสาคัญ คอื การอา่ นเพ่อื จับใจความหรอื ข้อคดิ ความคดิ สาคัญหลักของ

( วรรณคดลี านา ) ข้อความ หรอื เร่อื งทอ่ี ่าน การอา่ นจบั ใจความถือเป็นทกั ษะสาคัญท่ีใชใ้ นการอ่านเพือ่ การสอื่ สาร
มากทส่ี ุด เพราะเปน็ พื้นฐานสาคญั ในการศกึ ษาหาความรู้จงึ ควรฝกึ ฝนให้เกดิ ความชานาญ

ขั้นท่ี 1 ขน้ั รวบรวมข้อมลู

1. ครูและนักเรยี นรว่ มกนั สนทนา โดยครใู ช้คาถามกระตุ้นความสนใจของผู้เรยี นโดยครถู าม

คาถามดังนี้

- ถ้าพูดถึงบา้ นสวนนกั เรียนจะนกึ ถงึ อะไรบ้าง

- นกั เรยี นคดิ วา่ คาว่า ผูร้ ้ดู ี เป็นผูเ้ จรญิ หมายถงึ อะไร ยกตวั อยา่ ง ให้นกั เรียน

ชว่ ยกันตอบ เพ่ือโยงเขา้ สู่สาระการเรยี นรู้ นกั เรยี นทบทวนเก่ียวกับการอา่ นจบั ใจความสาคัญ

โดยครูใช้คาถามดังน้ี

- การอ่านสรุปใจความคืออะไร

- นักเรยี นใชท้ ักษะอะไรบ้างในการอา่ นสรุปใจความ

*ในการตอบคาถามใหค้ รใู ช้ไม้เรียกเลขท่ี เพื่อให้นักเรียนตอบทีละคน โดยถามคาถามกอ่ นจะ

เรยี กเลขทเี่ พอ่ื ให้ทุกคนได้คิด ในแตล่ ะคาถามควรให้นกั เรียนนาเสนอ 4-5 คน

2. นักเรยี นเขา้ กลุ่มเพ่ือศกึ ษาเรื่อง ( วรรณคดีลานา ) เหตุการณ์ในบา้ นสวน แลว้ รว่ ม

สนทนาโดยใช้คาถามดังน้ี

(คาบที่ 2-3) - ถา้ พดู ถงึ บา้ นสวนนกั เรียนนกึ ถงึ อะไรบา้ ง
การเขยี นคาขวญั - นกั เรยี นเคยไปเท่ยี วบา้ นสวนบา้ งหรอื ไม่ เป็นอยา่ งไร
วันเด็ก - นักเรยี นคิดวา่ บา้ นสมยั กอ่ นกับบ้านสมัยใหมแ่ ตกต่างกนั หรือไม่ อย่างไร
ขั้นที่ 2 ขน้ั คิดวเิ คราะห์และสรุปความ
3. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มร่วมกันวเิ คราะหเ์ กยี่ วกบั เรื่องที่อา่ น โดยครใู ช้คาถามดงั นี้
- ตวั ละครสาคญั ในเร่อื งมีใครบ้าง แตล่ ะตวั มนี สิ ยั อย่างไร
- เร่อื งที่นักเรยี นอ่านเก่ยี วขอ้ งกับอะไร
4. ให้นักเรียนแต่ละกล่มุ คิดประเมนิ เพอ่ื เพมิ่ คุณค่าโดยครูใช้คาถามดงั ตอ่ ไปนี้
- จากการศกึ ษานักเรยี นสามารถนาไปใชป้ ระโยชนใ์ นชีวติ ประจาวันได้อยา่ งไร
ขั้นท่ี 3 ขั้นปฏิบัติและสรปุ ความรู้หลงั การปฏบิ ัติ
5. นกั เรยี นเข้ากลมุ่ ทากิจกรรมการตัง้ คาถามและตอบคาถามจากเรื่องทอ่ี ่าน กล่มุ ละ 5 ขอ้
* กติกาในการตงั้ คาถาม คณุ ครแู บ่งจานวนหนา้ ที่แตล่ ะกลมุ่ แต่ตอ้ งรบั ผิดชอบในการต้ังคาถาม เพ่ือ
ป้องกัน ไมใ่ ห้การตัง้ คาถามของแต่ละกลมุ่ ไม่ให้ซา้ กนั
6. นักเรยี นรว่ มกนั สรุปขอ้ คิดทีไ่ ด้จากการอ่าน
ข้ันท่ี 4 ข้นั สอ่ื สารและนาเสนอ
7. แต่ละกลุม่ ออกมานาเสนอคาถามหนา้ ชั้นเรียน แลว้ ให้เพ่ือนตอบคาถาม
ข้นั ที่ 5 ขนั้ ประเมินเพื่อเพมิ่ คณุ คา่ บรกิ ารสังคมและจิตสาธารณะ
8. นักเรียนรว่ มกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ช้คาถามดงั ต่อไปน้ี
- นักเรยี นสามารถนาความร้เู กย่ี วกับเรื่องทีเ่ รยี นไปใช้ประโยชน์ในสังคมอยา่ งไร

สาระสาคญั
คาขวัญ เปน็ ถ้อยคาหรอื คาคล้องจองเพื่อเตอื นใจ หรือแสดงเอกลักษณ์ของสงิ่ ใดส่งิ หนงึ่

ข้นั ท่ี 1 ขั้นรวบรวมขอ้ มลู
10. นักเรยี นดูตวั อย่างคาขวญั วนั เด็ก แลว้ ร่วมกนั สนทนาโดยครูใช้คาถามต่อไปน้ี
- เอกสารท่นี กั เรยี นดูเรียกว่าอะไร
- นักเรียนเคยเหน็ คาขวญั วันเด็กหรอื ไม่
11. นกั เรยี นรว่ มกนั ศึกษา เรื่อง การเขียนคาขวัญวันเด็กแลว้ รว่ มกนั สนทนาโดยครใู ช้คาถาม
ดงั ตอ่ ไปน้ี
- การเขียนคาขวัญวันเด็ก มีประโยชน์อย่างไร
- องคป์ ระกอบของคาขวัญมอี ะไรบ้าง

ข้ันท่ี 2 ขนั้ คิดวเิ คราะห์และสรุปความ
12. นกั เรียนรว่ มวเิ คราะห์วา่ การเขยี นคาขวญั มวี ิธกี ารเขียนอยา่ งไร มอี งค์ประกอบอะไรบา้ ง
แจกตวั อย่างใหน้ กั เรียนศกึ ษา

13. นกั เรียนแต่ละกลุ่มคดิ ประเมนิ เพอื่ เพ่ิมคุณค่าโดยครูใชค้ าถามดังต่อไปน้ี
- นกั เรยี นสามารถนาเรอ่ื งทีเ่ รียนไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวันได้อย่างไร

ขน้ั ท่ี 3 ข้นั ปฏบิ ตั ิและสรุปความรู้หลงั การปฏิบัติ
14. นกั เรียนเข้ากลุ่มทากิจกรรมการเขียนคาขวัญวนั เด็ก
15. นกั เรียนร่วมกนั สรปุ ความสาคัญของการเขยี นคาขวัญวันเดก็ ครูอธบิ ายเพ่ิมเติ่มเกย่ี วกบั
การการเขียนคาขวญั วันเด็ก

ขัน้ ท่ี 4 ขั้นส่ือสารและนาเสนอ
16. แตล่ ะกลุม่ ออกมานาเสนอผลงานหนา้ ช้นั เรียน เพื่อนกลุ่มอืน่ รว่ มกนั แสดงความคิดเหน็
17. นักเรียนรวบรวมเลม่ การเขียนคาขวญั วันเด็กไวท้ ่มี มุ หอ้ งเรยี นเพ่อื ให้เพ่อื นๆ ไดศ้ กึ ษา
ต่อไป

*ขณะทีน่ กั เรยี นนาเสนอ ครูพยายามสงั เกตพฤติกรรมท้ังของผฟู้ งั และผู้นาเสนอ เพือ่ เกบ็ ไปเป็น
ข้อมลู ในการพัฒนาปรบั ปรงุ ตอ่ ไป
ขนั้ ท่ี 5 ขั้นประเมนิ เพ่อื เพ่ิมคณุ คา่ บริการสังคมและจิตสาธารณะ

18. นักเรยี นร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครใู ช้คาถามดงั น้ี
- นกั เรยี นสามารถนาความรเู้ ก่ียวกบั เรอ่ื งทีเ่ รยี นไปใชป้ ระโยชนใ์ นสังคมได้อย่างไร

(คาบท่ี 4-5) สาระสาคัญ
คาทใ่ี ช้ ประ และไม่ วิสรรชนีย์ ( ะ ) คอื สระรูปหน่งึ ของไทย ใช้สาหรบั เขยี นหลังพยญั ชนะ เพือ่ ใหอ้ อก
ประวิสรรชนีย์
เสียง / อะ / คาในภาษาไทยมอี อกเสยี ง / อะ / ท้ังทเี่ ขยี นประวสิ รรชนยี แ์ ละไม่ประวสิ รรชนีย์
ขัน้ ท่ี 1 ขน้ั รวบรวมข้อมลู

1. นักเรยี นออกมาหยิบปริศนาคาทาย คนละ 1 ใบ จากนน้ั ใหน้ กั เรยี นเลน่ เกมดังนี้
ใหน้ ักเรียนเล่นเกมปริศนาคาทาย โดยให้นักเรยี นเขา้ แถวเป็นวงกลม ครูเรม่ิ ทายเป็น

คนแรก มะ อะไรน่ากลัวเขกหวั เจ็บ นกั เรยี น ตอบว่า มะเหงก ใครตอบได้กใ็ ห้นกั เรียนคนทตี่ อบ
ไดม้ าถามต่อ

2. ครูใหน้ ักเรยี นสงั เกต คาทม่ี ีคาที่ใช้ ประ และไมป่ ระวสิ รรชนีย์
ที่ครูติดไว้บนกระดานดา

ตัวอยา่ ง บัตรคา คาทใ่ี ช้ ประ และไมป่ ระวิสรรชนยี ์

ปฐมกษตั รยิ ์ อา่ นวา่ ปะ – ถม – กะ – สัด

เกษตรกร อา่ นวา่ กะ- เสด – ตระ – กอน

ประถม อา่ นว่า ประ – ถม

3. ครใู ห้นกั เรียนศึกษาความรู้เร่อื ง คาท่ีมคี าทีใ่ ช้ ประ และไมป่ ระวิสรรชนยี ์ จากหนงั สือ
เรียนแลว้ ร่วมสนทนาดังน้ี

- วิสรรชนีย์ คอื อะไร ยกตัวอย่างคาประวิสรรชนีย์
- คาไมป่ ระวสิ รรชนยี ์ คืออะไร ยกตวั อยา่ งคาไมป่ ระวิสรรชนยี ์
ขั้นท่ี 2ข้นั คดิ วเิ คราะหแ์ ละสรปุ ความ
4. นกั เรียนวเิ คราะห์ และเปรยี บเทยี บความแตกต่างของความหมายคาวิสรรชนีย์ และคาไม่
ประวสิ รรชนีย์
จากนน้ั ให้นกั เรยี นปฏิบัตติ ามประเด็นทคี่ รกู าหนด ดงั นี้
3. บอกลักษณะการใช้
4. แตง่ ประโยค เพือ่ ชว่ ยอธิบายความหมายการใช้ท่ีเหมาะสม
ให้แต่ละกลมุ่ เตรยี มชว่ ยกนั ยกตวั อย่าง คา รร หันที่มีทัง้ ตวั สะกด และไม่มตี ัวสะกด
พิจารณาความถกู ต้องการเขียนคาอ่านของคา รร หัน
5. นกั เรียนแต่ละกลุ่มคิดประเมนิ เพอื่ เพิ่มคณุ ค่าโดยครูใช้คาถามดงั ต่อไปนี้
- นกั เรียนสามารถนาเร่ืองท่ีเรยี นไปใช้ประโยชนใ์ นชีวิตประจาวันได้อยา่ งไร
ขน้ั ท่ี 3ขนั้ ปฏบิ ตั ิและสรุปความรู้หลังการปฏิบตั ิ
6. นกั เรยี นเล่นเกมเติมคา ประ และไม่ประวสิ รรชนยี ์ เชน่
ส .....ดวก ช .............ลอ ฉ ........บับ ต.......ลอด ก ........ติกา
7. นักเรียนเข้ากลุ่มทากจิ กรรม เติมคา ประ และไมป่ ระวสิ รรชนีย์
8. นกั เรียนฝึกอ่านคาประ และไมป่ ระวิสรรชนีย์ ( ทีละคน )
9. นักเรียนรว่ มกนั สรุปเรอ่ื งประ และไมป่ ระวิสรรชนยี ์ ดงั น้ี
วิสรรชนยี ์ ( ะ ) คือ สระรปู หน่ึงของไทย ใช้สาหรบั เขยี นหลังพยญั ชนะ เพอ่ื ให้
ออกเสียง / อะ / คาในภาษาไทยมีออกเสยี ง / อะ / ทั้งท่เี ขียนประวิสรรชนยี แ์ ละไมป่ ระวิสรรชนีย์
19. นักเรียนทาแบบฝึกหดั
ขั้นที่ 4 ขน้ั สอ่ื สารและนาเสนอ
20. นักเรยี นนาเสนอคา ประ และไม่ประวสิ รรชนีย์ ตามกลุ่มทห่ี ยิบฉลากได้ โดยครูใชไ้ ม้
เรยี กเลขท่ี เพ่อื ให้นกั เรยี นนาเสนอทลี ะกลุ่มและร่วมกันแสดงความคดิ เหน็ และรวบรวม
ไวเ้ ปน็ รปู เล่มไว้ทีม่ มุ หอ้ งเรียนให้เพือ่ นๆไดอ้ ่านด้วย
ขั้นที่ 5ขนั้ ประเมนิ เพอื่ เพิ่มคุณคา่ บริการสังคมและจิตสาธารณะ
21. นกั เรียนช่วยกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใชค้ าถามตอ่ ไปนี้
นกั เรยี นสามารถนาความรู้เกี่ยวกบั เรอ่ื งท่ีเรยี นไปใชป้ ระโยชน์ในสงั คมได้อย่างไร

6. การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้ :

การประเมิน วิธีการ เครอ่ื งมือ
ดา้ นความรู้ (K) - คาถาม
- การตอบคาถาม - แบบฝกึ หัด
- ทาแบบฝกึ หัด

ด้านทกั ษะและกระบวนการ (P) - ทักษะการอา่ น - แบบประเมินการอา่ น
- ทกั ษะการเขยี น - แบบประเมนิ การเขียน
- ทักษะการคิดวเิ คราะห์ - แบบฝกึ หัด
- คาถาม

ด้านคณุ ธรรม จริยธรรมและคา่ นยิ ม - สังเกตพฤตกิ รรมในการร่วมกิจกรรมการทางานกลมุ่ - แบบสังเกตพฤติกรรม
(A) - สงั เกตพฤตกิ รรมความกระตอื รอื รน้ ในการทา
กิจกรรม

7. ส่อื /อปุ กรณ/์ แหล่งการเรยี นรู้ :

1. บัตรคาประ และไม่ประวิสรรชนีย์
2. ปรศิ นาคาทาย
3. หนงั สือเรียนภาษาไทย ป.5

8. กิจกรรมเสนอแนะ

......................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ...........................................ครผู สู้ อน ลงช่ือ...........................................ฝ่ายวิชาการ
( ........................................) ( ........................................)

ลงชอ่ื ...........................................ผู้บริหาร
( ........................................)

สปั ดาห์ท่ี 13

โรงเรียนขจรเกยี รติพัฒนา
แผนการจดั การเรยี นรู้

ภาคเรยี นท่ี 2 / ……………. ชื่อผู้สอน ................................................
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จานวน 5 คาบ
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 14 เร่อื ง รูไ้ ว้ไดป้ ระโยชน์

1 . มาตรฐานการเรียนเรียนรู้ :

มาตรฐานที่ ท 1.1 ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความร้แู ละความคิดเพือ่ นาไปใช้ตัดสนิ ใจ แกป้ ัญหาในการดาเนินชีวิต
และมีนสิ ยั รักการอา่ น

ตัวชี้วัดท่ี ป 5/1 อา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยแก้วและบทร้อยกรองไดถ้ ูกตอ้ ง
ตวั ชี้วดั ที่ ป 5/2 อธบิ ายความหมายของคา ประโยคและข้อความท่ีเปน็ การบรรยายและการพรรณนา
ตัวชี้วดั ท่ี ป 5/3 อธิบายความหมายโดยนยั จากเรอ่ื งทอ่ี ่านอย่างหลากหลาย
ตวั ชี้วดั ที่ ป 5/8 มีมารยาทในการอ่าน
มาตรฐานท่ี ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียนเขยี นสือ่ สาร เขียนเรียงความ ยอ่ ความ และเขียนเรอ่ื งราวในรปู แบบต่างๆ เขียน
รายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงานการศกึ ษาค้นคว้าอย่างมปี ระสิทธภิ าพ
ตัวชี้วัดที่ ป 5/7 กรอกแบบรายการตา่ งๆ
ตัวชีว้ ดั ที่ ป 5/9 มมี ารยาทในการเขียน

2. สาระสาคัญ / ความคิดรวบยอด
สาระสาคญั

การอ่านจบั ใจความรู้ไว้ไดป้ ระโยชน์

การอา่ นจบั ใจความสาคญั คือ การอา่ นเพ่อื จับใจความหรอื ข้อคดิ ความคดิ สาคัญหลักของขอ้ ความ หรือเรอ่ื งทอี่ า่ น

การอ่านจับใจความถือเปน็ ทักษะสาคัญท่ีใชใ้ นการอ่านเพ่ือการส่อื สารมากท่ีสดุ เพราะเป็นพ้ืนฐานสาคัญ ในการศกึ ษาหา

ความรู้จงึ ควรฝกึ ฝนให้เกิดความชานาญ

การเขียน ( กรอกแบบรายการ ใบฝากและใบถอนเงนิ )

การเขียนกรอกแบบรายการ ใบฝากและใบถอนเงิน การกรอกแบบรายการประเภทตา่ งๆ มีความสาคญั และจาเปน็ อยา่ ง

ย่งิ ในชวี ิตประจาวัน ในการตดิ ตอ่ กบั หน่วยงานราชการ ในข้อมูลน้นั จึงตอ้ งตระหนกั ในความสาคัญของขอ้ มูลท่ีกรอกในรายการ

ต่างๆ

คาไทยทใี่ ช้ ที่ใช้ บัน และ บรร

คาทีใ่ ช้ รร เรยี กว่า ร หัน ออกเสยี ง คาท่ใี ช้ รร เรยี กว่า ร หัน ออกเสยี ง อนั บรร อ่านว่า บัน ( บอ – อัน –
บนั ) การมคี วามรู้เร่ืองคาบัน บรร จะช่วยพัฒนาทกั ษะการอ่าน การเขียน และนาไปใช้ส่อื สารในชีวติ ประจาวนได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ

3. จุดประสงค์การเรยี นร้:ู

1. อธบิ ายความหมาย และหลกั การอา่ นจบั ใจความสาคญั (K)
2. อธิบายวิธีการกรอกแบบรายการใบฝากและใบถอน(K )
3. รู้และเข้าใจเรอื่ งบัน และ บรร ( K )
4. อ่านเร่อื งไดค้ ล่องแคลว่ รวดเรว็ และถูกตอ้ งตามอักขรวธิ ี (P)
5. อธบิ ายความหมายโดยนยั จากเร่ืองท่อี ่านอย่างหลากหลาย( P )
6. กรอกใบฝากและใบถอน (P )
7. เขยี นคาท่ใี ช้คา บนั และ บรร (P)
8. กระตอื รอื รน้ และมีสว่ นร่วมกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ (A)
9 . มีมารยาทในการอา่ น ( A )
10. เห็นความสาคญั ของการอ่านและนาความร้แู ละข้อคดิ ไปประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ติ ประจาวัน ( A )

4. สาระการเรียนร:ู้

สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง สาระการเรยี นรทู้ ้องถิ่น

1.อธบิ ายความหมายและหลักการอา่ นจับใจความได้
2.อธิบายเกย่ี วกบั การเขยี นการกรอกแบบรายการได้
3.สามารถอ่าน และเขยี นคาท่ีใช้ บนั และ บรร ได้

5. กจิ กรรมการเรียนรู้

คาบที่ กจิ กรรมการเรยี นการสอน

(คาบที่ 1) สาระสาคญั

การอา่ นจบั ใจ การอา่ นจับใจความสาคัญ คอื การอ่านเพอ่ื จับใจความหรือขอ้ คิด ความคิดสาคญั หลักของ
ความรไู้ วไ้ ด้ ขอ้ ความ หรือเรื่องทอี่ า่ น การอ่านจบั ใจความถือเป็นทกั ษะสาคัญทใี่ ชใ้ นการอ่านเพ่ือการสือ่ สารมาก
ประโยชน์ ที่สดุ เพราะเป็นพ้นื ฐานสาคัญ ในการศกึ ษาหาความรู้จงึ ควรฝึกฝนใหเ้ กิดความชานาญ
ข้ันที่ 1 ขนั้ รวบรวมข้อมลู

1. ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั สนทนา โดยครใู ช้คาถามกระตนุ้ ความสนใจของผู้เรยี นโดยครูถาม

คาถามดังน้ี

- ถ้าพูดถงึ ส่วนราชการนักเรียนจะนึกถงึ อะไรบ้าง

- นกั เรียนคิดวา่ การแจง้ เกิด ทาบัตรประชาชน แจง้ ตาย ย้ายท่ีอยู่ทาทไ่ี หนได้บ้าง

ยกตัวอยา่ ง ให้นกั เรยี นชว่ ยกนั ตอบ เพอื่ โยงเข้าสู่สาระการเรียนรู้ นักเรียนทบทวนเก่ยี วกับการอ่าน

จบั ใจความสาคัญ โดยครูใช้คาถามดงั น้ี

- การอา่ นสรุปใจความคอื อะไร

- นักเรยี นใช้ทักษะอะไรบา้ งในการอ่านสรปุ ใจความ

*ในการตอบคาถามใหค้ รูใช้ไมเ้ รยี กเลขท่ี เพ่ือให้นกั เรยี นตอบทีละคน โดยถามคาถามก่อนจะ
เรียกเลขท่เี พือ่ ใหท้ กุ คนไดค้ ิด ในแต่ละคาถามควรให้นักเรียนนาเสนอ 4-5 คน

2. นักเรยี นเขา้ กลมุ่ เพอื่ ศกึ ษาเรอ่ื ง รู้ไวไ้ ด้ประโยชนแ์ ล้วรว่ มกันสนทนาโดยใช้คาถามดังต่อไปน้ี
- ทาอย่างไรนักเรียนจงึ จะเรียนภาษาไทยใหม้ ีความสุข
- นักเรียนเคยไปโรงพยาบาลเพราะสาเหตใุ ดบา้ ง และรู้จกั แผนกใด
- จิตอาสาหมายความวา่ อะไร พรอ้ มยกตวั อย่างประกอบ

ขั้นท่ี 2 ข้ันคิดวิเคราะหแ์ ละสรปุ ความ
3. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มร่วมกันวเิ คราะหเ์ กีย่ วกับเรอ่ื งทอี่ า่ น โดยครูใช้คาถามดงั น้ี
- ตวั ละครสาคญั ในเร่อื งมใี ครบา้ ง แตล่ ะตวั มนี สิ ัยอยา่ งไร
- เรอ่ื งท่นี กั เรยี นอ่านเก่ยี วขอ้ งกบั อะไร
4. ให้นกั เรียนแตล่ ะกล่มุ คิดประเมินเพ่อื เพมิ่ คณุ ค่าโดยครใู ช้คาถามดงั ต่อไปน้ี
- จากการศึกษานกั เรยี นสามารถนาไปใชป้ ระโยชนใ์ นชวี ิตประจาวนั ได้อย่างไร

ขั้นที่ 3 ข้นั ปฏบิ ตั ิและสรปุ ความรูห้ ลงั การปฏิบตั ิ
5. นกั เรยี นเขา้ กลุม่ ทากิจกรรมการตั้งคาถามและตอบคาถามจากเร่ืองทอ่ี ่าน กลุ่มละ 5 ข้อ

* กติกาในการตง้ั คาถาม คณุ ครูแบ่งจานวนหนา้ ที่แต่ละกล่มุ แตต่ อ้ งรบั ผิดชอบในการตงั้ คาถาม เพื่อ
ปอ้ งกนั ไมใ่ ห้การต้งั คาถามของแตล่ ะกล่มุ ไมใ่ ห้ซ้ากัน

6. นกั เรียนรว่ มกนั สรปุ ขอ้ คดิ ทไี่ ด้จากการอา่ น
ขั้นท่ี 4 ข้ันส่อื สารและนาเสนอ

7. แต่ละกลุ่มออกมานาเสนอคาถามหนา้ ชั้นเรยี น แลว้ ให้เพอ่ื นตอบคาถาม
ขั้นท่ี 5 ข้ันประเมนิ เพอ่ื เพม่ิ คุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ

8. นักเรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครูใช้คาถามดงั ต่อไปน้ี
- นักเรยี นสามารถนาความรเู้ กีย่ วกับเรอื่ งท่ีเรียนไปใชป้ ระโยชน์ในสังคมอยา่ งไร

(คาบที่ 2-3) สาระสาคัญ

การเขียน ( กรอก การเขียนกรอกแบบรายการ ใบฝากและใบถอนเงนิ การกรอกแบบรายการประเภทต่างๆ มี

แบบรายการ ใบ ความสาคัญและจาเปน็ อยา่ งยงิ่ ในชีวติ ประจาวนั ในการตดิ ต่อกับหนว่ ยงานราชการ ในข้อมูลนัน้ จึง
ฝากและใบถอน ตอ้ งตระหนักในความสาคญั ของขอ้ มูลท่ีกรอกในรายการต่างๆ

เงิน ) ขน้ั ที่ 1 ขน้ั รวบรวมขอ้ มูล

1. นกั เรียนดแู บบฟอรม์ หรือใบกรอกเงนิ ใบถอนเงนิ ของธนาคารตา่ งๆแลว้ รว่ มกันสนทนาโดย

ใช้ คาถามดงั น้ี

- เอกสารทีน่ กั เรียนดเู รียกว่าอะไร

- นักเรยี นเคยไปฝาก / ถอนเงนิ หรือไม่

- นักเรยี นเคยไปฝาก/ ถอนเงินทไี่ หน

2. นกั เรยี นรว่ มกนั ศึกษา เรอ่ื งการ กรอกแบบรายการ ใบฝากและใบถอนเงิน แล้วรว่ มกัน

สนทนาโดยครูใช้คาถามดงั ตอ่ ไปนี้

- องคป์ ระกอบของกรอกแบบรายการ ใบฝากและใบถอนเงนิ มอี ะไรบา้ ง
ข้ันที่ 2 ขั้นคดิ วเิ คราะหแ์ ละสรปุ ความ

3. นกั เรยี นรว่ มวิเคราะหว์ ่าการกรอกแบบรายการ ใบฝากและใบถอนเงนิ มวี ธิ ีการเขียน
อย่างไร มีองค์ประกอบอะไรบา้ ง แจกตวั อยา่ งให้นกั เรยี นศึกษา

4. นักเรียนแต่ละกลมุ่ คดิ ประเมินเพื่อเพ่มิ คุณคา่ โดยครใู ชค้ าถามดังตอ่ ไปน้ี
- นกั เรยี นสามารถนาเร่อื งท่เี รียนไปใชป้ ระโยชนใ์ นชีวติ ประจาวันได้อย่างไร

ขนั้ ท่ี 3 ข้ันปฏบิ ัติและสรปุ ความรหู้ ลังการปฏิบตั ิ
5. นกั เรยี นเขา้ กลุ่มทากิจกรรมกรอกแบบรายการ ใบฝากและใบถอนเงิน
6. นกั เรยี นร่วมกนั สรุปความกรอกแบบรายการ ใบฝากและใบถอนเงนิ ครอู ธบิ ายเพิ่มเตมิ่
เกย่ี วกบั การการกรอกแบบรายการ ใบฝากและใบถอนเงนิ

ข้ันที่ 4 ข้นั ส่ือสารและนาเสนอ
7. แต่ละกลุ่มออกมานาเสนอผลงานหนา้ ชนั้ เรียน เพื่อนกล่มุ อื่นร่วมกนั แสดงความคิดเห็น
8. นักเรียนรวบรวมใบกรอกแบบรายการ ใบฝากและใบถอนเงนิ ไว้ทมี่ ุมห้องเรยี นเพ่อื ให้
เพอ่ื นๆ ได้ศกึ ษาต่อไป

*ขณะท่นี ักเรียนนาเสนอ ครพู ยายามสังเกตพฤติกรรมทงั้ ของผฟู้ ังและผนู้ าเสนอ เพอื่ เก็บไปเปน็ ข้อมลู
ในการพัฒนาปรับปรงุ ต่อไป
ขั้นท่ี 5 ข้นั ประเมนิ เพือ่ เพม่ิ คณุ คา่ บรกิ ารสังคมและจติ สาธารณะ

9. นกั เรยี นร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ชค้ าถามดังตอ่ ไปนี้
- นักเรยี นสามารถนาความรเู้ ก่ยี วกบั เร่อื งท่เี รยี นไปใชป้ ระโยชน์ในสังคมอยา่ งไร

(คาบที่ 4-5) สาระสาคัญ
คาไทยทใี่ ช้ ท่ีใช้ คาทใี่ ช้ รร เรยี กว่า ร หัน ออกเสียง คาท่ีใช้ รร เรียกวา่ ร หนั ออกเสียง อนั บรร อ่านว่า
บนั และ บรร
บัน ( บอ – อัน – บนั ) การมคี วามรู้เรือ่ งคาบนั บรร จะช่วยพัฒนาทักษะการอ่าน การเขียน และ

นาไปใชส้ อ่ื สารในชีวิตประจาวันไดอ้ ย่างมีประสทิ ธภิ าพ

ขัน้ ที่ 1 ข้นั รวบรวมข้อมลู

1. นกั เรยี นออกมาหยบิ ปรศิ นาคาทาย คนละ 1 ใบ จากนน้ั ให้นักเรยี นเล่นเกมดังน้ี
ใหน้ ักเรยี นเลน่ เกมปรศิ นาคาทาย โดยให้นกั เรียนเข้าแถวเป็นวงกลม ครูเรมิ่

ทายเป็นคนแรก อากาศ ทอี่ ย่รู อบๆตวั เรา นกั เรยี น ตอบวา่ บรรยากาศ ใครตอบได้ก็ใหน้ ักเรยี น
คนทต่ี อบได้มาถามตอ่

2. ครใู หน้ ักเรียนดบู ตั รคา บรร และ บัน ทค่ี รูติดไว้บนกระดานดาและสังเกตบัตร

ตัวอย่าง บตั รคา บัน และ บรร

บรรพต อ่านว่า บนั – พด บรรยาย อ่านวา่ บนั - ยาย

บรรพชา อ่านว่า บัน- พะ – ชา บรรณาธกิ าร อา่ นว่า บัน – นา – ทิ – กาน

2. นักเรียนสังเกตบตั รคาบนกระดาน และออกมาเขียนคาอ่าน รร หนั เชน่

บรรพชา อ่านว่า ........................... บรรณาธกิ าร อ่านวา่ ...............................

บรรทุก อ่านว่า ........................... บรรลัย อา่ นว่า ...........................

บรรณารกั ษ์ อา่ นว่า ........................... บรรดาศกั ดิ์ อ่านวา่ ...........................

3. ครูให้นักเรยี นศึกษาความรู้เรอื่ ง คาบนั และ บรร จากหนังสอื เรียนแลว้ ร่วมสนทนา

ดงั น้ี

- คา บัน และ บรร คอื อะไร ยกตวั อยา่ งคาบัน และ บรร

- หลกั การใช้คา บัน มีวิธจี างา่ ยๆ คอื อะไร

ขน้ั ที่ 2ข้นั คิดวิเคราะหแ์ ละสรปุ ความ

4. นกั เรียนวิเคราะห์ คาบนั และ บรร

จากนนั้ ใหน้ ักเรียนปฏิบตั ติ ามประเด็นท่คี รกู าหนด ดงั นี้

-บอกลักษณะการใช้

-แต่งประโยค เพื่อชว่ ยอธบิ ายความหมายการใช้ทีเ่ หมาะสม

ให้แตล่ ะกลมุ่ เตรียมชว่ ยกนั ยกตัวอย่าง คา รร หันทีม่ ีทง้ั ตัวสะกด และไม่มตี ัวสะกด

พิจารณาความถกู ต้องการเขียนคาอ่านของคา รร หนั

5. นักเรยี นแต่ละกลุ่มคดิ ประเมนิ เพอ่ื เพ่มิ คณุ ค่าโดยครใู ชค้ าถามดงั ต่อไปน้ี

- นักเรยี นสามารถนาเรื่องทเี่ รยี นไปใช้ประโยชนใ์ นชวี ิตประจาวนั ไดอ้ ย่างไร
ขน้ั ที่ 3ขน้ั ปฏิบตั ิและสรปุ ความรู้หลังการปฏบิ ัติ

6. นักเรียนเล่นเกมหาคา บัน และ บรร (โดยหาความหมายจากพจนานุกรมมีการจบั

เวลา คาละ 1 นาที

7. นักเรยี นเขา้ กลมุ่ ทากิจกรรมคิดคาบัน และ บรร โดยส่งตวั แทนออกมาจบั ฉลาก

8. นักเรียนฝึกอา่ นคาบัน และ บรร ( ทีละคน )
9. นกั เรยี นร่วมกนั สรปุ เรอื่ งคา บัน และ บรร ดังน้ี

คาที่ใช้ รร เรยี กว่า ร หนั ออกเสียง คาทีใ่ ช้ รร เรียกวา่ ร หนั ออกเสยี ง อนั

บรร อ่านว่า บัน ( บอ – อัน – บัน ) การมคี วามรู้เรือ่ งคาบัน บรร จะชว่ ยพฒั นาทกั ษะการอ่าน การ

เขยี น และนาไปใช้ส่ือสารในชวี ิตประจาวนได้อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ

10. นักเรยี นทาแบบฝกึ หัด

ข้ันที่ 4 ขนั้ ส่ือสารและนาเสนอ

11. นักเรียนนาเสนอคา บรร และ บนั ตามกล่มุ ที่หยิบฉลากได้ โดยครใู ช้ไม้เรยี กเลขท่ี เพอ่ื ให้

นกั เรียนนาเสนอทีละกลมุ่ และร่วมกันแสดงความคดิ เห็น และรวบรวมผลงานไว้ทีม่ ุม

ห้องเรยี นให้เพื่อนๆไดอ้ ่านดว้ ย
ขัน้ ท่ี 5 ขนั้ ประเมินเพื่อเพมิ่ คณุ คา่ บริการสงั คมและจิตสาธารณะ

12. นกั เรยี นชว่ ยกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครูใชค้ าถามต่อไปนี้
นักเรยี นสามารถนาความรูเ้ กย่ี วกับเรอื่ งทีเ่ รยี นไปใชป้ ระโยชน์ในสงั คมไดอ้ ยา่ งไร

6. การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้ :

การประเมนิ วธิ ีการ เครอ่ื งมือ
ด้านความรู้ (K) - การตอบคาถาม - คาถาม
ด้านทกั ษะและกระบวนการ (P) - ทาแบบฝกึ หัด - แบบฝึกหดั
- ทักษะการอ่าน
ดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรมและค่านิยม (A) - ทกั ษะการเขยี น - แบบประเมนิ การอา่ น
- ทักษะการคิดวเิ คราะห์ - แบบประเมนิ การเขียน
- แบบฝึกหดั
- สังเกตพฤติกรรมในการรว่ มกจิ กรรม - คาถาม
การทางานกลมุ่ และการคดั ลายมอื
- สงั เกตพฤติกรรมความกระตอื รือรน้ - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม
ในการทากิจกรรม

7. สื่อ/อุปกรณ์/แหล่งการเรยี นรู้ : 2. ใบฝากและใบถอนเงนิ
4. ปริศนาคาทาย
1. บัตรคา บรร และ บัน
3. หนังสอื เรียนภาษาไทยป. 5

8. กิจกรรมเสนอแนะ

......................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................

ลงช่อื ...........................................ครูผู้สอน ลงช่ือ...........................................ฝ่ายวิชาการ
( ........................................) ( ........................................)

ลงช่อื ...........................................ผู้บรหิ าร
( ........................................)

สัปดาห์ที่ 14

โรงเรยี นขจรเกยี รตพิ ฒั นา
แผนการจัดการเรยี นรู้

ภาคเรยี นที่ 2 / ……………. ชื่อผู้สอน ................................................
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 5 จานวน 5 คาบ
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 14 เร่อื ง รไู้ วไ้ ด้ประโยชน์

1 . มาตรฐานการเรียนเรียนรู้ :

มาตรฐานท่ี ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรแู้ ละความคดิ เพือ่ นาไปใช้ตัดสนิ ใจ แกป้ ัญหาในการดาเนนิ ชวี ิต
และมนี สิ ยั รกั การอ่าน

ตวั ช้วี ัดที่ ป 5/2 อธบิ ายความหมายของคา ประโยคและขอ้ ความทเ่ี ปน็ การบรรยายและการพรรณนา
มาตรฐานท่ี ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียนเขียนสอื่ สาร เขียนเรยี งความ ย่อความ และเขยี นเร่อื งราวในรูปแบบต่างๆ เขียน
รายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงานการศกึ ษาค้นคว้าอย่างมีประสทิ ธภิ าพ
ตวั ชีว้ ัดที่ ป 5/2 เขยี นส่อื สารโดยใชค้ าไดถ้ กู ต้องชัดเจนและเหมาะสม
ตวั ชี้วัดที่ ป 5/9 มีมารยาทในการเขยี น
มาตรฐานท่ี ท 5.1 เข้าใจและแสดงความคิดเหน็ วจิ ารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอยา่ งเห็นคณุ คา่ และนามา
ประยกุ ต์ใช้ในชวี ติ จรงิ
ตวั ชว้ี ดั ที่ ป 5/1 สรุปเรอ่ื งจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมทีอ่ ่าน
ตัวชว้ี ดั ท่ี ป 5/2 ระบคุ วามรู้และขอ้ คดิ จากการอ่านวรรณคดีและวรรณกรรมทสี่ ามารถนาไปใช้ในชีวติ จริง
ตัวช้วี ัดท่ี ป 5/3 อธิบายคุณคา่ ของวรรณคดีและวรรณกรรม

2. สาระสาคัญ / ความคดิ รวบยอด
สาระสาคัญ

การอา่ นจบั ใจความ ( วรรณคดีลานา ) ด้วยไทยลว้ นหมายรักสามคั คี

การอา่ นจบั ใจความสาคญั คือ การอ่านเพือ่ จับใจความหรอื ข้อคดิ ความคดิ สาคัญหลกั ของข้อความ หรอื เรื่องทอ่ี า่ น

การอา่ นจบั ใจความถือเปน็ ทกั ษะสาคัญท่ใี ช้ในการอ่านเพ่อื การสื่อสารมากท่ีสุด เพราะเป็นพืน้ ฐานสาคัญ ในการศึกษาหา

ความรจู้ งึ ควรฝกึ ฝนใหเ้ กิดความชานาญ

การเขียนคาแนะนา

คาแนะนา แนะแนว ช้ใี หเ้ หน็ ทางเลอื ก ข้อมูล ข้อเทจ็ จรงิ ฯลฯ เพื่อให้ผูท้ ีม่ าขอคาปรึกษาไดเ้ ปน็ แนวทางในการ

ตัดสนิ ใจด้วยตนเองการ แนะนา ไมใ่ ชก่ ารตัดสนิ ใจแทน ไมใ่ ช่การยยุ งส่งเสรมิ ใหเ้ ลอื ก แตเ่ พียงแคท่ าใหเ้ ห็นทางเลอื ก ในอีก

มุมมอง ที่ผ้มู าปรกึ ษามองข้ามไปกเ็ ท่านน้ั เอง

หลักการใช้ไม้ยมก

เครื่องหมาย “ยมก” หรือ “ไม้ยมก” นี้ ใช้เขียนหลังคา วลี หรือ ประโยค เพ่ือให้อ่านซ้าคา วลี หรือประโยคอีกครั้ง

หน่งึ ความจริงก็เปน็ เรอ่ื งของการยน่ เวลาในการเขยี นน่ันเอง แตต่ อ้ งเปน็ คาหรอื ความชนดิ เดียวกนั

3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้:

1. สรปุ ใจความสาคญั และวิเคราะห์เรอ่ื งท่อี ่าน ฟัง หรือดู ได้อย่างมีเหตผุ ล (K)

2. อธบิ ายรปู แบบการเขยี นคาแนะนาได้ ( K )

3. รแู้ ละเข้าใจเรื่องไมย้ มก ( K )

4. พดู และเขยี นแสดงความรู้ ความคดิ เหน็ จากเรอื่ งทีอ่ า่ น ฟงั หรอื ดไู ด้อย่างเหมาะสม (K, P)

5. อธิบายคุณค่าของเรื่องทอี่ า่ นได้ ( P )

6. เขียนคาแนะนาได้ (P)

7. เขยี นหลกั การใช้ไมย้ มกได้ (P)

8. กระตอื รอื ร้นและมีสว่ นรว่ มกบั การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ (A)

4. สาระการเรียนร้:ู

สาระการเรยี นรู้แกนกลาง สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถ่ิน

1.อธบิ ายความหมายและหลกั การอา่ นจับใจความวรรณคดีได้

2.อธบิ ายเกี่ยวกบั การเขียนคาแนะนาได้

3.สามารถอา่ น และเขียนคาท่ีใช้ ไม้ยมก ได้

5. กจิ กรรมการเรยี นรู้ กจิ กรรมการเรยี นการสอน
คาบที่
สาระสาคญั
(คาบท่ี 1) การอา่ นจับใจความสาคญั คือ การอ่านเพ่ือจบั ใจความหรอื ขอ้ คิด ความคดิ สาคัญหลัก
การอ่านจบั ใจความ
( วรรณคดีลานา ) ของข้อความ หรอื เรือ่ งท่อี ่าน การอา่ นจบั ใจความถือเปน็ ทักษะสาคญั ที่ใชใ้ นการอา่ นเพือ่ การ
ด้วยไทยลว้ นหมายรัก ส่ือสารมากท่สี ดุ เพราะเป็นพ้ืนฐานสาคญั ในการศึกษาหาความรู้จึงควรฝกึ ฝนใหเ้ กดิ ความชานาญ
สามคั คี ขั้นท่ี 1 ขน้ั รวบรวมข้อมูล

1. ครูและนกั เรียนร่วมกนั สนทนา โดยครใู ช้คาถามกระตนุ้ ความสนใจของผู้เรียนโดยครถู าม
คาถามดังนี้

- ถา้ พดู ถึง ด้วยไทยลว้ นหมายรกั สามัคคี นกั เรียนจะนกึ ถึงอะไรบ้าง
- นกั เรยี นคดิ วา่ คาวา่ อทุ ยานประวตั ศิ าสตร์ หมายถงึ อะไร ยกตัวอย่าง ให้
นักเรียนช่วยกนั ตอบ เพ่ือโยงเขา้ ส่สู าระการเรยี นรู้ นกั เรียนทบทวนเก่ยี วกับการอ่านจบั ใจความ
สาคญั โดยครูใช้คาถามดงั น้ี
- การอ่านสรุปใจความคอื อะไร
- นักเรียนใชท้ กั ษะอะไรบ้างในการอ่านสรปุ ใจความ
*ในการตอบคาถามให้ครใู ชไ้ มเ้ รยี กเลขท่ี เพือ่ ให้นกั เรียนตอบทลี ะคน โดยถามคาถามกอ่ น

จะเรียกเลขทเี่ พ่อื ใหท้ ุกคนไดค้ ิด ในแต่ละคาถามควรใหน้ ักเรียนนาเสนอ 4-5 คน
2. นักเรียนเข้ากลมุ่ เพื่อศกึ ษาเร่ืองด้วยไทยล้วนหมายรักสามัคคี ( วรรณคดีลานา )แลว้

รว่ มสนทนาโดยใช้คาถามดงั น้ี
- นักเรยี นเคยไปเท่ียวอุทยานประวัตศิ าสตร์บ้างหรือไม่ ไปทไ่ี หนบ้าง
- ในอุทยานประวัติศาสตรม์ อี ะไรบา้ ง ยกตัวอย่างประกอบ
- ในทอ้ งถ่ินของนกั เรยี นมอี ุทยานประวตั ศิ าสตรบ์ า้ งหรอื ไม่ ถา้ มี มีที่ไหนบา้ ง เป็น

อย่างไร
ข้ันท่ี 2 ขั้นคิดวิเคราะหแ์ ละสรปุ ความ

3. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มร่วมกนั วเิ คราะหเ์ ก่ยี วกบั เรือ่ งที่อ่าน โดยครใู ช้คาถามดงั นี้
- ตัวละครสาคัญในเรอื่ งมีใครบา้ ง แต่ละตวั มนี ิสยั อย่างไร
- เรื่องท่ีนกั เรยี นอ่านเก่ยี วขอ้ งกบั อะไร

4. ใหน้ กั เรียนแต่ละกลุ่มคิดประเมนิ เพ่อื เพิม่ คณุ ค่าโดยครูใช้คาถามดงั ต่อไปนี้
- จากการศกึ ษานักเรียนสามารถนาไปใช้ประโยชนใ์ นชวี ติ ประจาวันไดอ้ ยา่ งไร

ข้นั ท่ี 3 ขัน้ ปฏิบัติและสรุปความรูห้ ลงั การปฏิบตั ิ
5. นักเรยี นเข้ากลุ่มทากิจกรรมการตั้งคาถามและตอบคาถามจากเร่อื งทอ่ี า่ น กลุ่มละ 5 ข้อ

* กตกิ าในการตัง้ คาถาม คุณครแู บ่งจานวนหน้าท่ีแต่ละกลุ่มแต่ต้องรบั ผิดชอบในการตงั้ คาถาม
เพ่ือป้องกนั ไม่ให้การตงั้ คาถามของแต่ละกลุ่มไมใ่ ห้ซ้ากัน

6. นักเรยี นรว่ มกันสรปุ ข้อคดิ ทีไ่ ด้จากการอ่าน
ขัน้ ที่ 4 ข้นั สอ่ื สารและนาเสนอ

7. แต่ละกลุ่มออกมานาเสนอคาถามหน้าชัน้ เรยี น แล้วให้เพ่ือนตอบคาถาม
ข้ันที่ 5 ขน้ั ประเมนิ เพื่อเพ่ิมคณุ คา่ บริการสงั คมและจติ สาธารณะ

8. นกั เรียนรว่ มกันแสดงความคิดเหน็ โดยครใู ช้คาถามดงั ตอ่ ไปนี้
- นักเรียนสามารถนาความรเู้ กี่ยวกบั เรื่องทเี่ รยี นไปใช้ประโยชน์ในสังคมอยา่ งไร

(คาบท่ี 2-3) สาระสาคญั
การเขยี นคาแนะนา คาแนะนา แนะแนว ชใี้ หเ้ ห็น ทางเลอื ก ข้อมูล ขอ้ เท็จจรงิ ฯลฯ เพ่อื ใหผ้ ู้ที่มาขอ

คาปรกึ ษาไดเ้ ปน็ แนวทางในการตัดสนิ ใจด้วยตนเองการ แนะนา ไมใ่ ช่การตดั สนิ ใจแทน ไมใ่ ชก่ ารยุ
ยงส่งเสริมใหเ้ ลอื ก แต่เพียงแคท่ าให้เหน็ ทางเลือก ในอกี มมุ มอง ทผ่ี มู้ าปรกึ ษามองข้ามไปกเ็ ท่า

น้นั เอง

ข้นั ท่ี 1 ข้นั รวบรวมข้อมลู
นกั เรยี นดตู วั อย่างการเขียนคาแนะนา แลว้ รว่ มกนั สนทนาโดยครใู ช้คาถามตอ่ ไปน้ี
- เอกสารท่ีนกั เรยี นดเู รียกวา่ อะไร
_ นักเรยี นเคยเห็นการเขยี นคาแนะนาบา้ งหรอื ไม่
นกั เรียนร่วมกนั ศึกษา เรื่อง การเขยี นคาแนะนาแลว้ รว่ มกันสนทนาโดยครูใชค้ าถาม
ดงั ตอ่ ไปน้ี
- การเขียนคา แนะนามีประโยชนอ์ ยา่ งไร

(คาบที่ 4-5) - องค์ประกอบของคาแนะนามีอะไรบา้ ง
หลักการใช้ ข้นั ท่ี 2 ข้ันคดิ วิเคราะห์และสรปุ ความ
ไม้ยมก
นักเรยี นรว่ มวเิ คราะหว์ า่ ตวั อย่างเขียนคาแนะนา

ตัวอย่าง
มาตรการสยบเชอื่ อี. โคไลในผกั และผลไม้
1. ปอกเปลือกผกั ไม่ออก แชน่ ้า 7-10 นาที จากนั้น คล่ใี บออก ล้างดว้ ยการเปิดน้า
ไหลผา่ นผกั สดอยา่ งน้อย 2 นาที
2. ลา้ งด้วยสารละลายตา่ งๆ อาทิ น้าเกลือ นา้ ปนู คลอรีน นา้ สารชู น้าโซดา ด่างทบั ทิม
หรอื นา้ ยาล้างผักเพอื่ ช่วยเพม่ี ประสิทธิภาพในการกาจดั เช้อื แบคทเี รยี ต่างๆไดม้ าก
ขึ้น
3. ใช้แปลงขนอา่ นถูตามผิวซอกชองผักสดและผลไม่ จะชว่ ยทาความสะอาด ได้ดีขน้ึ
เพอื่ ความแนใ่ จควรเลือกซ้ือผักและผลไม้ทไ่ี ดร้ ับป้ายรบั รองมาตรฐานตลาดนา่ ซื้อจาก
กรมอนามยั
4. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มนักเรียนแตล่ ะกลุ่มคดิ ประเมินเพอ่ื เพมิ่ คณุ ค่าโดยครูใชค้ าถาม
ดงั ต่อไปน้ี
- นกั เรียนสามารถนาเรื่องทีเ่ รียนไปใช้ประโยชน์ในชวี ิตประจาวนั ได้อย่างไร
ขน้ั ที่ 3 ขัน้ ปฏบิ ัติและสรุปความรูห้ ลังการปฏิบัติ
5. นักเรียนเข้ากลมุ่ ทากิจกรรมการเขยี นคาแนะนา
6. นกั เรยี นร่วมกนั สรุปความสาคัญของการเขยี นคาแนะนาตามความสนใจของนกั เรียน
ครูอธิบายเพิ่มเต่มิ เก่ียวกับการการเขยี นคาแนะนา
ขัน้ ที่ 4 ข้นั สอ่ื สารและนาเสนอ
7. แต่ละกลุม่ ออกมานาเสนอผลงานหนา้ ช้นั เรียน เพ่ือนกล่มุ อื่นรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็
8. นักเรียนรวบรวมเลม่ การเขยี นคาขวัญวันเด็กไวท้ ม่ี ุมห้องเรยี นเพอ่ื ให้เพือ่ นๆ ไดศ้ กึ ษา
ตอ่ ไป
*ขณะทนี่ กั เรยี นนาเสนอ ครพู ยายามสงั เกตพฤติกรรมทั้งของผู้ฟังและผนู้ าเสนอ เพอ่ื เกบ็ ไปเป็น
ข้อมลู ในการพฒั นาปรับปรุงต่อไป
ขนั้ ท่ี 5 ขั้นประเมินเพ่อื เพ่มิ คณุ ค่าบริการสงั คมและจิตสาธารณะ
9. ให้นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ คิดประเมินเพื่อเพิม่ คุณค่าโดยครใู ชค้ าถามดงั ต่อไปนี้
- จากการศึกษานักเรยี นสามารถนาไปใช้ประโยชนใ์ นชวี ิตประจาวันได้อย่างไร

สาระสาคัญ
เคร่ืองหมาย “ยมก” หรือ “ไม้ยมก” น้ี ใช้เขียนหลังคา วลี หรือ ประโยค เพื่อให้อ่านซ้า

คา วลี หรอื ประโยคอกี คร้งั หนงึ่ ความจรงิ ก็เป็นเร่อื งของการยน่ เวลาในการเขียนนั่นเอง แต่ต้องเป็น

คาหรอื ความชนดิ เดยี วกัน

ขน้ั ที่ 1 ขั้นรวบรวมข้อมูล
1. ครูให้นกั เรียนดนู ักเรียนดูบตั รคาท่ีมีคาทใ่ี ชไ้ มย้ มกท่ีครูตดิ ไวบ้ นกระดานดา
ตัวอยา่ ง บัตรคา คาทใี่ ชไ้ ม้ยมก

เด็ก ๆ อ่านว่า เดก็ เด็ก

เดก็ อ่านสะกดคาว่า ดอ – เอะ – กอ – เดก็

เบา ๆ อา่ นว่า เบา เบา

เบา อ่านสะกดคาว่า บอ – เอา – เบา

เพราะ ๆ อา่ นวา่ เพราะ เพราะ

เพราะ อ่านสะกดคาวา่ พอรอ – เอาะ – เพราะ

เพอื่ น ๆ อา่ นว่า เพอ่ื น เพอ่ื น

เพือ่ น อา่ นสะกดคาว่า พอ – เออื – นอ – เพือน – ไม้เอก – เพือ่ น
2 นกั เรยี นศึกษาเร่ืองหลักการใช้ไมย้ มก แลว้ รว่ มสนทนาโดยครูใชค้ าถามดงั ต่อไปน้ี

- หลักการใช้ไมย้ มก มวี ธิ ีการใช้อย่างไรบ้าง ยกตวั อย่างประกอบ
- การใชไ้ มย้ มกถา้ ใช้เกินหนงึ่ คร้ัง ให้ทาอย่างไร

ขั้นที่ 2ขัน้ คดิ วิเคราะห์และสรุปความ
1. นักเรียนสังเกตบัตรคาบนกระดาน เช่น

ทุก ๆ เชา้ = ………………….. เขามาสายทกุ ๆ วนั = …………………..
ทุก ๆ คน = ………………….. เราร้องอย่างต่นื เตน้ ว่า เราชนะแลว้ ๆ =
…………………..

2. ใหท้ ุกคนช่วยกันพิจารณาความถูกต้องการเขยี นคาไมย้ มก
3. นักเรียนแต่ละกลมุ่ คดิ ประเมินเพื่อเพิ่มคุณคา่ โดยครใู ชค้ าถามดังตอ่ ไปนี้

- นักเรียนสามารถนาเร่ืองที่เรยี นไปใช้ประโยชนใ์ นชีวติ ประจาวันได้อย่างไร

ขั้นท่ี 3ขั้นปฏิบตั แิ ละสรุปความรูห้ ลงั การปฏบิ ตั ิ
4. นักเรยี นเล่นเกมเตมิ คาอา่ น ไมย้ มก เชน่

1. เดนิ เร็ว ๆ เขา้

2. หมาเห่าโฮง่ ๆ

3. ปอและเพือ่ น ๆ ไปโรงเรียน

4. นกบินมาเกาะข้าง ๆ รั้ว

5. ลูกแมวนอนนิ่ง ๆ อยูข่ า้ งบ้าน

6. เราอยากอยทู่ น่ี ่ีนาน ๆ

7. ใคร ๆ กช็ อบเด็กดี

8. นกเขาขนั จุก๊ กรู ๆ อยบู่ นตน้ ไม้

6. นกั เรยี นเข้ากลมุ่ ทากจิ กรรมคิดคาทใ่ี ชไ้ ม้ยมก
7. นักเรียนฝึกอา่ นคาไมย้ มก ( ทีละคน )
8. นักเรียนร่วมกันสรปุ ไม้ยมก ดังน้ี

เคร่ืองหมาย “ยมก” หรือ “ไม้ยมก” น้ี ใช้เขียนหลังคา วลี หรือ ประโยค เพ่ือให้
อ่านซ้าคา วลี หรือประโยคอีกครั้งหน่ึง ความจริงก็เป็นเรื่องของการย่นเวลาในการเขียน
นั่นเอง แตต่ ้องเปน็ คาหรือความชนิดเดยี วกนั

9. นักเรยี นทาแบบฝึกหดั
ขน้ั ที่ 4 ขนั้ สอ่ื สารและนาเสนอ

10. นกั เรยี นนาเสนอคาไมย้ มก ตามกล่มุ ท่หี ยิบฉลากได้ โดยครใู ช้ไมเ้ รียกเลขที่ เพ่อื ให้
นักเรยี นนาเสนอทลี ะกลมุ่ และร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ และรวบรวมไว้เปน็ ผลงาน
ไวท้ ีม่ ุมห้องเรยี นใหเ้ พอื่ นๆไดอ้ า่ นดว้ ย

ข้นั ที่ 5ขนั้ ประเมนิ เพือ่ เพิม่ คณุ ค่าบริการสงั คมและจิตสาธารณะ
11. นักเรียนช่วยกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใชค้ าถามตอ่ ไปน้ี
นักเรยี นสามารถนาความรู้เกี่ยวกบั เรือ่ งทีเ่ รียนไปใช้ประโยชนใ์ นสงั คมได้อย่างไร

6. การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้ :

การประเมิน วิธกี าร เครื่องมือ
- คาถาม
ดา้ นความรู้ (K) - การตอบคาถาม - แบบฝึกหัด
- ทาแบบฝึกหัด
- แบบประเมินการอา่ น
ด้านทักษะและกระบวนการ (P) - ทักษะการอ่าน - แบบประเมินการเขียน
- ทกั ษะการเขยี น - แบบฝกึ หัด
- ทกั ษะการคิดวิเคราะห์ - คาถาม

ด้านคณุ ธรรม จริยธรรมและคา่ นิยม (A) - สังเกตพฤติกรรมในการร่วมกิจกรรม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม
การทางานกลมุ่ และการคดั ลายมือ
- สงั เกตพฤติกรรมความกระตือรือร้น
ในการทากจิ กรรม

7. สื่อ/อุปกรณ์/แหล่งการเรยี นรู้ : 2. หนงั สือเรยี นภาษาไทยป. 5

1. บตั รคาไมย้ มก

8. กิจกรรมเสนอแนะ

......................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ...........................................ครูผูส้ อน ลงช่ือ...........................................ฝ่ายวชิ าการ
( ........................................) ( ........................................)

ลงชอื่ ...........................................ผบู้ ริหาร
( ........................................)

สัปดาห์ท่ี 15

โรงเรยี นขจรเกยี รติพัฒนา
แผนการจดั การเรยี นรู้

ภาคเรยี นที่ 2 / ……………. ช่ือผสู้ อน ................................................
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปที ี่ 5 จานวน 5 คาบ
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 15 เรอื่ ง แรงกระทบ

1 . มาตรฐานการเรยี นเรยี นรู้ :

มาตรฐานท่ี ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรแู้ ละความคิดเพอ่ื นาไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการดาเนนิ ชีวิต
และมนี ิสยั รักการอ่าน

ตวั ชว้ี ัดที่ ป 5/1 อา่ นออกเสียงบทรอ้ ยแกว้ และบทร้อยกรองไดถ้ กู ตอ้ ง
ตวั ชว้ี ดั ท่ี ป 5/2 อธบิ ายความหมายของคา ประโยคและข้อความท่เี ปน็ การบรรยายและการพรรณนา
ตัวชี้วัดที่ ป 5/3 อธิบายความหมายโดยนัยจากเร่อื งทอี่ ่านอยา่ งหลากหลาย
ตัวช้วี ัดท่ี ป 5/8 มีมารยาทในการอ่าน
มาตรฐานท่ี ท 2.1 ใชก้ ระบวนการเขียนเขียนส่อื สาร เขียนเรยี งความ ยอ่ ความ และเขยี นเรอื่ งราวในรูปแบบตา่ งๆ เขยี น
รายงานขอ้ มูลสารสนเทศและรายงานการศกึ ษาค้นคว้าอย่างมีประสทิ ธิภาพ
ตัวชวี้ ัดที่ ป 5/6 เขียนแสดงความรูส้ กึ และความคิดเห็นไดต้ รงตามเจตนา
ตัวชี้วดั ท่ี ป 5/9 มีมารยาทในการเขียน

2. สาระสาคญั / ความคิดรวบยอด
สาระสาคัญ

การอ่านจบั ใจความ แรงกระทบ

การอ่านจับใจความสาคัญ คือ การอา่ นเพื่อจับใจความหรอื ขอ้ คดิ ความคดิ สาคญั หลกั ของข้อความ หรือเรอื่ งที่อ่าน

การอา่ นจบั ใจความถอื เปน็ ทักษะสาคญั ท่ใี ชใ้ นการอา่ นเพ่อื การสอื่ สารมากท่ีสดุ เพราะเปน็ พ้ืนฐานสาคญั ในการศกึ ษาหา

ความร้จู งึ ควรฝึกฝนใหเ้ กิดความชานาญ

การเขียนแสดงความร้สู กึ และความคดิ เหน็

การเขียนแสดงความคิดเหน็ ท่ีดีจะต้องรูห้ ลกั การเขยี นแสดงความคิดเหน็ โดยอาศัยการวเิ คราะห์ วจิ ารณอ์ ยา่ งมี
เหตุผล จงึ จะเป็นงานเขยี นแสดงความคดิ เหน็ ท่ีเกดิ ประโยชน์และสรา้ งสรรค์

เครือ่ งหมายวรรคตอน

เคร่อื งหมายวรรคตอน เครือ่ งหมายที่ใช้กับคา วลปี ระโยคหรอื ข้อความให้ชัดเจนเพ่ือให้ อ่านไดถ้ กู ต้องและชว่ ยให้ผอู้ ่าน

เข้าใจความหมายได้ชัดเจน

3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนร:ู้

1. อธิบายความหมาย และหลักการอา่ นจับใจความสาคัญ (K)

2. บอกหลักการแสดงความรู้สกึ คิดเหน็ จากส่อื ตา่ งๆ ได้( K)

3. รแู้ ละเขา้ ใจเรื่องเครือ่ งหมายวรรคตอน ( K )

4. อา่ นเร่ืองได้คล่องแคล่วรวดเร็วและถูกต้องตามอักขรวิธี ( P )

5. อธิบายความหมายโดยนยั จากเร่ืองท่ีอ่านไดห้ ลากหลาย ( P )

6. เขียนแสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกับสาระจากสอ่ื ตา่ งๆ ไดอ้ ยา่ งสร้างสรรค์( P)

7. วิเคราะหแ์ ละแสดงความคิดเหน็ เก่ยี วกับเร่อื งทีอ่ า่ นเพอ่ื นาไปใช้ในการดาเนนิ ชีวิต( P)

8. นกั เรยี นสามารถตอบคาถามเก่ยี วกับเคร่อื งหมายวรรคตอนได้ (P)

9. กระตอื รือร้นและมสี ว่ นรว่ มกบั การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ (A)

10 . มมี ารยาทในการอา่ น ( A )

4. สาระการเรียนรู้:

สาระการเรยี นรู้แกนกลาง สาระการเรยี นรทู้ ้องถ่ิน

1.อธิบายความหมายและหลกั การอา่ นจับใจความได้

2.อธิบายเกีย่ วกบั การเขยี นแสดงความรสู้ กึ และความคดิ เห็นได้

3.สามารถอา่ น และเขียนเคร่ืองหมายวรรคตอน ได้

5. กจิ กรรมการเรยี นรู้

คาบที่ กิจกรรมการเรยี นการสอน

(คาบที่ 1) สาระสาคัญ

การอ่านจับ การอ่านจบั ใจความสาคญั คอื การอา่ นเพ่อื จับใจความหรือข้อคิด ความคิดสาคัญหลักของ
ใจความ ขอ้ ความ หรือเรื่องท่ีอา่ น การอ่านจบั ใจความถือเป็นทกั ษะสาคัญที่ใชใ้ นการอา่ นเพอ่ื การส่อื สารมาก
แรงกระทบ ทสี่ ดุ เพราะเป็นพื้นฐานสาคัญ ในการศกึ ษาหาความรู้จงึ ควรฝึกฝนใหเ้ กิดความชานาญ
ขั้นที่ 1 ข้นั รวบรวมขอ้ มูล

1. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกนั สนทนา โดยครูใช้คาถามกระตนุ้ ความสนใจของผู้เรียนโดยครถู าม

คาถามดงั น้ี

- ถ้าพูดถงึ การคบเพื่อนนักเรยี นจะคบเพ่อื นทม่ี นี สิ ยั อยา่ งไรบ้าง

- นักเรยี นคดิ วา่ การคบเพอ่ื นมีผลไดก้ ับการดาเนินชีวติ ของเรามากน้อยแค่ไหน อยา่ งไรได้

บ้าง ยกตัวอยา่ ง ใหน้ ักเรยี นชว่ ยกนั ตอบ เพ่ือโยงเขา้ สู่สาระ การเรยี นรู้ นักเรยี นทบทวนเกีย่ วกับการ

อา่ นจับใจความสาคญั โดยครใู ช้คาถามดังนี้

- การอ่านสรปุ ใจความคอื อะไร

- นกั เรยี นใชท้ กั ษะอะไรบ้างในการอ่านสรปุ ใจความ

*ในการตอบคาถามใหค้ รูใช้ไม้เรียกเลขที่ เพื่อให้นกั เรียนตอบทลี ะคน โดยถามคาถามก่อนจะ

เรียกเลขท่ีเพ่อื ให้ทุกคนไดค้ ิด ในแตล่ ะคาถามควรใหน้ กั เรยี นนาเสนอ 4-5 คน

2. นักเรยี นเข้ากลมุ่ เพื่อศกึ ษาเรอ่ื ง แรงกระทบ แลว้ รว่ มสนทนาโดยใช้คาถามดังน้ี

- คบคนพาล พาลไปหาผดิ คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผลหมายความวา่ อย่างไร

- ใหน้ ักเรยี นยกตัวอย่างจากประสบการณข์ องนกั เรยี น ซึง่ มคี วามหมายกบั คาว่า

บาปกรรมมจี ริง

ขั้นท่ี 2 ข้ันคดิ วิเคราะห์และสรุปความ
3. นักเรยี นแต่ละกลุ่มร่วมกนั วเิ คราะหเ์ กยี่ วกับเรือ่ งทอี่ า่ น โดยครูใช้คาถามดังนี้
- ตวั ละครสาคญั ในเร่ืองมีใครบา้ ง แต่ละตวั มนี สิ ยั อย่างไร
- เรื่องทีน่ ักเรียนอา่ นเกย่ี วข้องกบั อะไร
4. ให้นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ คิดประเมนิ เพ่อื เพ่ิมคณุ ค่าโดยครูใช้คาถามดงั ตอ่ ไปน้ี
- จากการศกึ ษานกั เรียนสามารถนาไปใช้ประโยชน์ในชวี ิตประจาวันได้อย่างไร

ขน้ั ที่ 3 ขัน้ ปฏิบัติและสรปุ ความรู้หลงั การปฏิบตั ิ
5. นกั เรยี นเข้ากลุ่มทากจิ กรรมการตงั้ คาถามและตอบคาถามจากเรอ่ื งที่อา่ น กลมุ่ ละ 5 ข้อ

* กติกาในการตัง้ คาถาม คณุ ครแู บง่ จานวนหน้าทแ่ี ตล่ ะกลุม่ แตต่ ้องรบั ผิดชอบในการตัง้ คาถาม เพื่อ
ป้องกัน ไมใ่ หก้ ารตง้ั คาถามของแต่ละกลมุ่ ไม่ให้ซ้ากัน

6. นกั เรียนรว่ มกนั สรปุ ข้อคดิ ที่ไดจ้ ากการอา่ น
ขนั้ ท่ี 4 ขน้ั ส่อื สารและนาเสนอ

7. แต่ละกลุ่มออกมานาเสนอคาถามหน้าช้ันเรยี น แลว้ ให้เพ่ือนตอบคาถาม
ขั้นที่ 5 ขั้นประเมนิ เพือ่ เพ่มิ คุณค่าบริการสงั คมและจติ สาธารณะ

8. นักเรยี นร่วมกันแสดงความคดิ เห็น โดยครใู ช้คาถามดงั ต่อไปนี้
- นกั เรียนสามารถนาความร้เู ก่ยี วกับเรื่องท่เี รียนไปใช้ประโยชน์ในสังคมอย่างไร

(คาบท่ี 2-3) สาระสาคัญ
การเขียนแสดง การเขยี นแสดงความคิดเห็นท่ีดจี ะต้องรู้หลักการเขยี นแสดงความคิดเห็น โดยอาศยั การ
ความรสู้ ึกและ
ความคิดเหน็ วิเคราะห์ วจิ ารณอ์ ยา่ งมีเหตผุ ล จึงจะเปน็ งานเขียนแสดงความคิดเห็นท่ีเกดิ ประโยชน์และสร้างสรรค์
ขนั้ ท่ี 1 ขน้ั รวบรวมขอ้ มูล

1.นกั เรียนดูตวั อย่าง การเขียนแสดงความคิดเห็น แล้วร่วมกนั สนทนาโดยครใู ช้คาถาม
ต่อไปนี้
- เอกสารท่ีนกั เรียนดเู รยี กว่าอะไร
_ นักเรยี นเคยเห็น การเขียนแสดงความคดิ เหน็ หรอื ไม่
2.นักเรียนรว่ มกันศึกษา เรื่อง การเขยี นแสดงความคิดเห็น แลว้ ร่วมกนั สนทนาโดยครูใช้
คาถามดงั ต่อไปน้ี
- การเขยี นแสดงความคดิ เหน็ มีประโยชนอ์ ย่างไร
- องค์ประกอบของ การเขียนแสดงความคิดเห็น มอี ะไรบ้าง
ขั้นที่ 2 ข้ันคิดวเิ คราะหแ์ ละสรปุ ความ
3.นักเรียนรว่ มกนั วิเคราะหต์ ัวอย่างว่าการเขยี นแสดงความรสู้ ึก
- ใหน้ กั เรียนทุกคนชว่ ยกนั พิจารณาความถกู ต้องของตัวอยา่ งการเขียนแสดงความรูส้ ึก

ตวั อยา่ งการเขยี นเเสดงความรู้สกึ
ผลแห่งความวริ ิยะ

ความภูมิใจสงู สดุ ของผมในปนี ้คี ือ ผมได้รับคัดเลือกเปน็ ตวั แทนนกั กฬี าเทนนิสของสีฟา้
ดังนั้นผมจงึ แบง่ เวลาจากการทาการบ้านและทบทวนบทเรียนตอนเยน็ วันละ ๑ ชวั่ โมง
มาฝึกซ้อมเทนนิสอยา่ งสมา่ เสมอ และผมกร็ บั ประทานผักและผลไม้มากข้นึ
ทาให้ผมมรี ่างกายแข็งแรงข้ึน ในวันเเข่งขนั ผมต่ืนเตน้ มาก แตค่ ุณพ่อคุณเเม่บอกกบั ผม
ว่า"ชยั ชนะไมส่ าคญั เทา่ กบั การมนี ้าใจนักกฬี า ขอใหท้ าดีท่สี ุดเทา่ ท่ีจะทาได้\"
คาพูดน้เี องทที่ าให้ผมไม่เกรง็ และเลน่ เทนนสิ ดว้ ยความสบายใจ ในทีส่ ุดผมก็สามารถนา
ชยั ชนะมาสสู่ ฟี า้ และตวั เองได้ ผมมีความสุขกบั ความสาเร็จท่เี กิดจากความวิริยะของผม
ทสี่ ุดครับ

4. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มคดิ ประเมินเพอื่ เพ่มิ คณุ ค่าโดยครใู ช้คาถามดงั ตอ่ ไปน้ี
- นักเรยี นสามารถนาเรอื่ งทเ่ี รยี นไปใชป้ ระโยชน์ในชีวิตประจาวนั ไดอ้ ยา่ งไร

ขัน้ ท่ี 3 ข้นั ปฏบิ ัตแิ ละสรุปความรู้หลงั การปฏิบัติ
5.นักเรยี นเขา้ กลุ่มทากจิ กรรมการเขยี นแสดงความคดิ เหน็ ตามหัวขอ้ ท่ีสมาชิกสนใจท่ีจะ
ศึกษา
6.นกั เรยี นร่วมกนั สรปุ ความสาคัญของการเขียนแสดงความคิดเห็น ครอู ธิบายเพม่ิ เติม่
เกย่ี วกับการเขยี นแสดงความคิดเหน็

ขั้นที่ 4 ขัน้ สื่อสารและนาเสนอ
7.แต่ละกลุม่ ออกมานาเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน เพอ่ื นกลมุ่ อื่นรว่ มกันแสดงความคิดเหน็
8.นักเรยี นรวบรวมผลงานการเขยี นแสดงความคิดเหน็ ไว้ทมี่ ุมหอ้ งเรียนเพื่อให้เพอ่ื นๆ ได้
ศึกษาตอ่ ไป

*ขณะที่นักเรียนนาเสนอ ครพู ยายามสังเกตพฤติกรรมท้งั ของผู้ฟังและผนู้ าเสนอ เพอื่ เกบ็ ไปเป็นข้อมลู
ในการพฒั นาปรับปรงุ ตอ่ ไป
ข้นั ที่ 5 ขั้นประเมินเพ่อื เพ่ิมคณุ ค่าบริการสังคมและจติ สาธารณะ

9. นักเรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครูใช้คาถามดังต่อไปนี้
- นกั เรียนสามารถนาความรเู้ กยี่ วกบั เรื่องทีเ่ รยี นไปใช้ประโยชนใ์ นสังคมอยา่ งไร

(คาบที่ 4-5) สาระสาคัญ
เครื่องหมาย เครอ่ื งหมายวรรคตอน เครื่องหมายที่ใชก้ บั คา วลปี ระโยคหรอื ขอ้ ความให้ชดั เจนเพื่อให้ อ่าน
วรรคตอน
ไดถ้ ูกต้องและช่วยให้ผอู้ ่านเข้าใจความหมายได้ชดั เจน

ขน้ั ที่ 1 ข้ันรวบรวมขอ้ มลู
1. นักเรียนเลน่ เกมจบั คคู่ รแู จก บัตรคารูปเคร่ืองหมายวรรคตอน ต่างๆ และบัตรคา ชือ่
เคร่อื งหมายวรรคตอนตามรปู จากน้นั ให้สญั ญาณใหน้ ักเรยี น ว่ิง หาคู่รูปเครือ่ งหมายกับ
ช่อื เคร่ืองหมายให้ตรงกบั คู่ใดเสร็จ กอ่ นให้นกั เรยี นน่งั ลง ครูตรวจความถกู ตอ้ ง
2. นกั เรยี นสังเกตบตั รคาบนกระดาน และออกมาเขียนเครื่องหมายวรรคตอน เชน่
ไขป่ ลา = ………………………. ทวิภาค = ……………………….

จุลภาค = ………………………. ทบั = ……………………….

นขลิขิต = ………………………. ปรศั นี = ……………………….

3. นกั เรยี นศึกษาหาความรู้เรอื่ งเครื่องหมายวรรคตอนจากหนงั สือเรียนแล้วรว่ มสนทนาดงั น้ี

- เครอ่ื งหมายวรรคตอน หมายถึงอะไร

- เครอ่ื งหมายทน่ี ิยมใชใ้ นภาษาไทยมีอะไรบา้ ง ยกตวั อยา่ งประกอบ

ขน้ั ที่ 2 ขน้ั คิดวิเคราะห์และสรปุ ความ

4. นักเรียนสังเกตบตั รคาแลว้ ออกมาเตมิ เครือ่ งหมายวรรคตอน

ฉนั ชอื่ ( ................. ) โปรดเกล้า .....................

ช้นั ป. 3 ............... 4 โอ๊ย ........... ฉันเจ็บ

น้อมเกล้า .............. ..... ไปซิ ...........

5. ให้ทกุ คนช่วยกนั พจิ ารณาความถูกต้องการเขยี นเครอ่ื งหมายวรรคตอน

6. นักเรยี นแตล่ ะกลุม่ คิดประเมินเพ่ือเพ่ิมคณุ ค่าโดยครใู ชค้ าถามดงั ตอ่ ไปน้ี
- นกั เรยี นสามารถนาเรือ่ งทเ่ี รยี นไปใช้ประโยชนใ์ นชวี ติ ประจาวนั ได้อยา่ งไร

ขัน้ ท่ี 3ขัน้ ปฏบิ ตั แิ ละสรปุ ความร้หู ลงั การปฏิบตั ิ
7. นักเรียนเข้ากล่มุ ทากิจกรรมหาหลกั การใชเ้ ครอื่ งหมายวรรคตอน โดยสง่ ตวั แทนออกมาจบั

ฉลาก
8. นักเรยี นฝกึ อา่ นเคร่อื งหมายวรรคตอน
9. นกั เรียนร่วมกันสรปุ เรอ่ื งเคร่อื งหมายวรรคตอน ดังนี้
เคร่อื งหมายวรรคตอน เคร่ืองหมายทใ่ี ช้กบั คา วลีประโยคหรอื ข้อความให้ชัดเจนเพ่ือให้

อ่านไดถ้ กู ตอ้ งและช่วยให้ผอู้ ่านเข้าใจความหมายได้ชัดเจน
10. นกั เรยี นทาแบบฝกึ หัด

ขั้นที่ 4 ขนั้ สอ่ื สารและนาเสนอ
11. นักเรียนนาเสนอ หลกั การใช้เครอื่ งหมายวรรคตอน ตามกลมุ่ ที่หยบิ ฉลากได้ โดยครูใชไ้ ม้
เรยี กเลขท่ี เพอ่ื ให้นักเรียนนาเสนอทลี ะกลุม่ และรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ และรวบรวมไว้
เป็นรปู เลม่ ไว้ท่ีมุมหอ้ งเรียนให้เพอ่ื นๆได้อ่านดว้ ย

ขั้นท่ี 5ขัน้ ประเมินเพ่ือเพิ่มคุณคา่ บรกิ ารสังคมและจติ สาธารณะ
12. นกั เรยี นช่วยกนั แสดงความคิดเห็น โดยครใู ช้คาถามตอ่ ไปนี้

นักเรียนสามารถนาความรเู้ ก่ยี วกบั เรอื่ งท่เี รียนไปใชป้ ระโยชนใ์ นสังคมได้อย่างไร

6. การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้ :

การประเมนิ วธิ ีการ เคร่ืองมือ
ดา้ นความรู้ (K) - การตอบคาถาม - คาถาม
ดา้ นทักษะและกระบวนการ (P) - ทาแบบฝกึ หัด - แบบฝกึ หดั
- ทักษะการอา่ น
ด้านคณุ ธรรม จริยธรรมและค่านยิ ม (A) - ทักษะการเขยี น - แบบประเมินการอา่ น
- ทักษะการคดิ วิเคราะห์ - แบบประเมินการเขยี น
- แบบฝึกหัด
- สังเกตพฤตกิ รรมในการรว่ มกจิ กรรม - คาถาม
การทางานกลมุ่ และการคัดลายมือ
- สงั เกตพฤติกรรมความกระตอื รอื ร้น - แบบสังเกตพฤตกิ รรม
ในการทากจิ กรรม

7. ส่ือ/อุปกรณ์/แหลง่ การเรยี นรู้ :

1. บตั รคาเคร่ืองหมายวรรคตอน 2. ตัวอย่างการเขียนแสดงความรู้สกึ 3. หนงั สอื เรียนภาษาไทยป. 5

8. กจิ กรรมเสนอแนะ

......................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................

ลงช่อื ...........................................ครูผู้สอน ลงชื่อ...........................................ฝ่ายวชิ าการ
( ........................................) ( ........................................)

ลงช่อื ...........................................ผู้บริหาร
( ........................................)

สปั ดาห์ที่ 17

โรงเรียนขจรเกยี รตพิ ัฒนา
แผนการจัดการเรยี นรู้

ภาคเรยี นที่ 2 / ……………. ชื่อผู้สอน ................................................
กล่มุ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 5 จานวน 5 คาบ
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 16 เรือ่ ง วิถชี วี ติ ไทย

1 . มาตรฐานการเรยี นเรียนรู้ :

มาตรฐานท่ี ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความร้แู ละความคิดเพอ่ื นาไปใชต้ ัดสนิ ใจ แก้ปัญหาในการดาเนนิ ชวี ติ
และมนี ิสัยรักการอา่ น

ตัวช้ีวดั ท่ี ป 5/1 อา่ นออกเสียงบทรอ้ ยแก้วและบทรอ้ ยกรองไดถ้ ูกต้อง
ตวั ชี้วัดที่ ป 5/2 อธบิ ายความหมายของคา ประโยคและขอ้ ความทีเ่ ป็นการบรรยายและการพรรณนา
ตวั ช้วี ดั ท่ี ป 5/3 อธิบายความหมายโดยนัยจากเร่อื งท่ีอ่านอย่างหลากหลาย
ตวั ชี้วดั ที่ ป 5/8 มีมารยาทในการอ่าน
มาตรฐานที่ ท 2.1 ใชก้ ระบวนการเขยี นเขยี นสอื่ สาร เขยี นเรยี งความ ยอ่ ความ และเขยี นเร่อื งราวในรูปแบบต่างๆ เขยี น
รายงานขอ้ มูลสารสนเทศและรายงานการศกึ ษาค้นควา้ อย่างมีประสทิ ธภิ าพ
ตัวชว้ี ัดที่ ป 5/2 เขียนสอ่ื สารโดยใช้คาได้ถกู ตอ้ ง ชัดเจนและเหมาะสม
มาตรฐานท่ี ท/3.1 สามารถเลือกฟังและดอู ย่างมีวิจารณญาณ และพดู แสดงความรู้ ความคิด และความรู้สึกในโอกาส
ตา่ งๆ อยา่ งมวี จิ ารณญาณและสร้างสรรค์
ตัวชี้วัดท่ี ป 5/4 พดู รายงานเรือ่ งหรือประเดน็ ทศ่ี ึกษาคน้ ควา้ จากการฟัง การดู และการสนทนา
ตัวชี้วัดที่ ป 5/5 มมี ารยาทในการฟัง การดแู ละการพดู
มาตรฐานท่ี ท/4.1 เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภมู ิ
ปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัตขิ องชาติ
ตัวชว้ี ดั ท่ี ป 5/4 ใช้คาราชาศพั ท์

2. สาระสาคญั / ความคดิ รวบยอด
สาระสาคัญ

การอ่านจับใจความวถิ ชี วี ิตไทย

การอ่านจบั ใจความสาคญั คือ การอ่านเพ่ือจบั ใจความหรอื ข้อคดิ ความคิดสาคัญหลักของขอ้ ความ หรือเรือ่ งทีอ่ า่ น การ
อ่านจับใจความถือเป็นทักษะสาคญั ทีใ่ ชใ้ นการอ่านเพอื่ การสอ่ื สารมากที่สุด เพราะเป็นพนื้ ฐานสาคัญ ในการศกึ ษาหาความรู้จงึ
ควรฝกึ ฝนใหเ้ กดิ ความชานาญ

การเขียนอธิบายขั้นตอนการใช้คาราชาศัพท์

คาราชาศัพท์ คอื คาเฉพาะทไี่ พเราะใชส้ าหรบั เพ็ดทูลพระเจา้ แผน่ ดิน เจา้ นาย พระภิกษุ และสุภาพชน ซ่งึ ใช้แกบ่ ุคคล
ท่ีควรเคารพนบั ถือต้ังแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ ัวและสมเด็จพระบรมราชนิ นี าถ ลงมาถึงพระบรมวงศานวุ งศ์ พระภกิ ษุ
ตลอดจนขา้ ราชการและบุคคลสามญั ท่วั ไปดว้ ย ดังน้ัน "ราชาศพั ทก์ ็คอื ระเบียบการใช้ถ้อยคาให้ถกู ต้องตามฐานะของบุคคล" เปน็
ถอ้ ยคาที่เราใช้ยกย่องเชิดชูบุคคลผเู้ จริญด้วยชาติวฒุ ิ คุณวฒุ ิและวยั วฒุ ิ หรือเปน็ การแสดงความเคารพนับถอื

คาราชาศัพท์

คาราชาศัพท์ คือ คาเฉพาะทไ่ี พเราะใช้สาหรับเพ็ดทลู พระเจา้ แผน่ ดนิ เจ้านาย พระภิกษุ และสุภาพชน ซึง่ ใช้แก่บุคคล

ที่ควรเคารพนับถือต้ังแต่พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ ัวและสมเด็จพระบรมราชนิ ีนาถ ลงมาถงึ พระบรมวงศานุวงศ์ พระภกิ ษุ

ตลอดจนข้าราชการและบุคคลสามัญทว่ั ไปดว้ ย ดังน้นั "ราชาศัพท์ก็คอื ระเบียบการใชถ้ อ้ ยคาให้ถูกต้องตามฐานะของบุคคล" เปน็

ถ้อยคาที่เราใช้ยกยอ่ งเชิดชูบุคคลผ้เู จรญิ ด้วยชาติวุฒิ คณุ วุฒแิ ละวยั วฒุ ิ หรอื เป็นการแสดงความเคารพนับถือ

3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นร:ู้

1. อธบิ ายความหมายของคา ประโยค และหลักการอา่ นจับใจความสาคญั (K)

2. อธบิ ายข้ันตอนการเขยี นคาราชาศัพท์ไดถ้ ูกตอ้ ง ( K )

3. รแู้ ละเข้าใจคาราชาศพั ท์ ( K )

4. อา่ นเรื่องได้คล่องแคล่วรวดเร็วและถูกต้องตามอักขรวิธี (P)

5. อธิบายความหมายโดยนัย จากเรอ่ื งทอี่ า่ นอยา่ งหลากหลาย ( P )

6. เขยี นคาราชาศพั ท์ได้ ( P )

7. ใช้คาราชาศัพทไ์ ด้ ( P )

8. วเิ คราะห์และแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับเรื่องที่อา่ นเพ่อื นาไปใชใ้ นการดาเนนิ ชีวติ ( P )

9. กระตือรือรน้ และมสี ว่ นร่วมกับการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (A)

10. มมี ารยาทในการอา่ น ( A )

11. เห็นความสาคัญของการอ่านและ นาความรู้และข้อคิดไปประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ติ ประจาวนั (A)

12. มมี ารยาทในการฟัง การดู และการพูด ( A )

4. สาระการเรยี นร:ู้

สาระการเรยี นรู้แกนกลาง สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถ่ิน

1.อธบิ ายความหมายและหลกั การอา่ นจับใจความได้

2.อธิบายเกยี่ วกับการเขยี นขนั้ ตอนคาราชาศพั ท์ได้

3.สามารถอ่าน และเขยี นคาราชาศัพท์ ได้

5. กจิ กรรมการเรียนรู้

คาบที่ กจิ กรรมการเรยี นการสอน

(คาบที่ 1) สาระสาคญั

การอ่านจับ การอา่ นจับใจความสาคัญ คือ การอา่ นเพอื่ จับใจความหรอื ขอ้ คิด ความคดิ สาคัญหลกั ของ
ใจความวิถชี ีวิต ข้อความ หรือเร่อื งท่อี ่าน การอา่ นจบั ใจความถือเป็นทกั ษะสาคญั ทีใ่ ชใ้ นการอ่านเพ่ือการส่ือสารมาก
ไทย ท่ีสดุ เพราะเปน็ พน้ื ฐานสาคญั ในการศึกษาหาความรจู้ งึ ควรฝกึ ฝนให้เกดิ ความชานาญ

ข้นั ท่ี 1 ขนั้ รวบรวมขอ้ มูล
1. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกนั สนทนา โดยครูใช้คาถามกระต้นุ ความสนใจของผู้เรยี นโดยครูถาม

คาถามดังนี้
- ถา้ พดู ถงึ วถิ ชี วี ิตไทย นักเรียนจะนึกถงึ อะไรบ้าง
- นักเรียนคิดว่าสภุ าษติ คาวา่ รกั วัวใหผ้ ูก รกั ลูกให้ตี มคี วามหมายวา่ อยา่ งไร พร้อม

ยกตัวอย่างประกอบ ให้นกั เรียนชว่ ยกันตอบ เพอ่ื โยงเข้าสสู่ าระ การเรยี นรู้ นักเรียนทบทวนเก่ียวกับ
การอา่ นจบั ใจความสาคัญ โดยครูใช้คาถามดงั น้ี

- การอา่ นสรปุ ใจความคืออะไร
- นกั เรียนใช้ทกั ษะอะไรบ้างในการอ่านสรุปใจความ
*ในการตอบคาถามใหค้ รูใชไ้ มเ้ รยี กเลขท่ี เพ่อื ให้นกั เรยี นตอบทีละคน โดยถามคาถามกอ่ นจะ
เรียกเลขท่เี พ่ือใหท้ ุกคนได้คิด ในแต่ละคาถามควรใหน้ ักเรียนนาเสนอ 4-5 คน
2. นกั เรียนเขา้ กลมุ่ เพอ่ื ศกึ ษาเรอื่ งวถิ ชี วี ิตไทยแล้วร่วมสนทนาโดยใชค้ าถามดังน้ี
- งานบายศรสี ู่ขวญั จัดขึน้ ในโอกาสใดบ้าง
- การบวชเรยี นถือเปน็ การทดแทนพระคณุ ของบดิ า มารดา นักเรยี นมคี วามคิดเหน็
อย่างไร
ขั้นท่ี 2 ขนั้ คิดวิเคราะห์และสรุปความ
3. นักเรียนแต่ละกล่มุ ร่วมกันวิเคราะหเ์ กยี่ วกบั เร่ืองท่ีอ่าน โดยครใู ช้คาถามดังน้ี
- ตัวละครสาคญั ในเร่อื งมีใครบ้าง แตล่ ะตวั มีนิสยั อยา่ งไร
- เร่ืองที่นกั เรียนอา่ นเกย่ี วข้องกับอะไร
4. ใหน้ กั เรียนแตล่ ะกล่มุ คิดประเมินเพื่อเพิ่มคณุ ค่าโดยครูใช้คาถามดังตอ่ ไปน้ี
- จากการศึกษานักเรยี นสามารถนาไปใช้ประโยชนใ์ นชีวิตประจาวนั ได้อยา่ งไร
ข้ันท่ี 3 ข้นั ปฏบิ ตั ิและสรุปความร้หู ลงั การปฏิบัติ
5. นกั เรียนเขา้ กล่มุ ทากิจกรรมการตัง้ คาถามและตอบคาถามจากเรอ่ื งที่อ่าน กลุม่ ละ 5 ขอ้
* กตกิ าในการต้ังคาถาม คุณครแู บง่ จานวนหนา้ ทแ่ี ต่ละกล่มุ แตต่ ้องรับผิดชอบในการตงั้ คาถาม เพ่ือ
ปอ้ งกนั ไมใ่ ห้การต้งั คาถามของแตล่ ะกลมุ่ ไมใ่ ห้ซ้ากัน
6. นกั เรยี นรว่ มกันสรุปขอ้ คดิ ท่ไี ดจ้ ากการอา่ น
ขน้ั ท่ี 4 ขั้นสือ่ สารและนาเสนอ
7. แต่ละกลุ่มออกมานาเสนอคาถามหนา้ ช้นั เรียน แล้วให้เพื่อนตอบคาถาม
ข้ันท่ี 5 ขน้ั ประเมนิ เพือ่ เพ่มิ คณุ ค่าบรกิ ารสงั คมและจิตสาธารณะ
8. นักเรียนรว่ มกนั แสดงความคิดเห็น โดยครใู ช้คาถามดังต่อไปนี้
- นกั เรยี นสามารถนาความร้เู ก่ยี วกับเรอื่ งท่ีเรียนไปใช้ประโยชน์ในสงั คมอย่างไร

(คาบที่ 2-3) สาระสาคญั
การเขียนอธบิ าย คาราชาศัพท์ คอื คาเฉพาะทไี่ พเราะใชส้ าหรบั เพ็ดทลู พระเจา้ แผน่ ดิน เจ้านาย พระภกิ ษุ
ขัน้ ตอนการใช้คา
ราชาศัพท์ และสุภาพชน ซงึ่ ใชแ้ ก่บคุ คลท่ีควรเคารพนับถอื ต้ังแตพ่ ระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั และสมเด็จ
พระบรมราชนิ นี าถ ลงมาถงึ พระบรมวงศานวุ งศ์ พระภิกษุ ตลอดจนข้าราชการและบคุ คลสามัญท่วั ไป
ดว้ ย ดงั นนั้ "ราชาศพั ท์กค็ อื ระเบยี บการใชถ้ ้อยคาใหถ้ ูกต้องตามฐานะของบคุ คล" เปน็ ถอ้ ยคาท่ีเราใช้ยก

ยอ่ งเชิดชบู คุ คลผ้เู จริญดว้ ยชาติวุฒิ คณุ วฒุ แิ ละวัยวฒุ ิ หรือเปน็ การแสดงความเคารพนับถอื
ขั้นท่ี 1 ข้ันรวบรวมข้อมลู

1.นักเรียนดูตัวอย่างการใช้คาราชาศพั ทแ์ ล้วรว่ มกันสนทนาโดยครใู ช้คาถามต่อไปน้ี
- เอกสารท่ีนกั เรียนดเู รยี กว่าอะไร
- นกั เรียนเคยใช้คาราชาศพั ท์บา้ งหรอื ไม่ อย่างไร
2.นกั เรยี นร่วมกันศึกษา เรอ่ื ง การเขยี นการใชค้ าราชาศัพท์ แล้วร่วมกนั สนทนาโดยครูใช้
คาถามดงั ต่อไปนี้
- การใช้คาราชาศัพท์ มปี ระโยชน์อย่างไร
- หลักการใชค้ าราชาศพั ท์มีอะไรบ้าง
ขนั้ ท่ี 2 ขน้ั คดิ วิเคราะห์และสรปุ ความ
3.นักเรียนรว่ มวิเคราะห์วา่ มวี ธิ กี ารเขยี นการใช้คาราชาศัพท์ อยา่ งไร มหี ลักการอะไรบา้ ง
แจกตัวอย่างให้นกั เรียนศกึ ษา

การใชค้ าราชาศพั ท์ใหถ้ ูกตอ้ ง

1. ใช้ เฝา้ ฯ รบั เสดจ็ หรอื รับเสด็จ ไม่ใช้ ถวายการต้อนรับ
ใช้ มคี วามจงรกั ภักดี หรือ จงรกั ภักดี ไมใ่ ช้ ถวายความจงรกั ภักดี

2. อาคันตกุ ะ หมายถงึ แขกท่ีมาหาน้ันเป็นแขกของประธานาธบิ ดี หรือแขกของบุคคลอืน่ ที่
ไมใ่ ช่พระมหากษตั รยิ ์ประเทศใดประเทศหนงึ่
ราชอาคันตกุ ะ, พระราชอาคนั ตุกะ หมายถึง แขกของพระมหากษัตริย์ประเทศใดประเทศ
หนึง่

3. ขอบใจ ใช้สาหรับสภุ าพคนเสมอกนั ผู้ใหญ่ใช้พูดกับผู้น้อย พระราชวงศ์ ทรงใช้กับคนสามัญ
และพระราชาทรงใช้กับประชาชน
ขอบพระทยั ใช้สาหรับคนสามัญกล่าวกับพระราชวงศ์, พระราชวงศท์ รงใชก้ บั พระราชวงศ์
หรือพระราชาทรงใช้กับพระราชวงศ์

4. ในการถวายของแดพ่ ระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ ัว และสมเด็จพระนางเจา้ ฯ
พระบรมราชินนี าถ
ถา้ เปน็ ของเลก็ ใช้คาวา่ ทูลเกลา้ ฯ ถวาย อา่ นว่า ทลู เกล้าทูลกระหมอ่ มถวาย
ถา้ เป็นของใหญ่ ใช้คาวา่ “นอ้ มเกลา้ ฯ ถวาย อ่านวา่ น้อมเกลา้ นอ้ มกระหม่อมถวาย

4 นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ คดิ ประเมนิ เพอ่ื เพ่ิมคณุ ค่าโดยครูใช้คาถามดังต่อไปน้ี
- นกั เรียนสามารถนาเรือ่ งทเี่ รยี นไปใช้ประโยชน์ในชวี ิตประจาวนั ได้อย่างไร

ข้นั ท่ี 3 ข้ันปฏบิ ัติและสรปุ ความร้หู ลังการปฏบิ ตั ิ
5. นกั เรียนเข้ากลุ่มทากจิ กรรมการเขยี นการใช้คาราชาศพั ท์ ตามหัวข้อท่ีสมาชิกสนใจที่จะ

ศกึ ษา

6. นกั เรียนร่วมกนั สรุปความสาคญั ของการใช้คาราชาศัพท์ ครอู ธบิ ายเพิม่ เต่มิ เกี่ยวกับการ
ใช้คาราชาศัพท์
ขนั้ ที่ 4 ขั้นสอ่ื สารและนาเสนอ
7. แต่ละกล่มุ ออกมานาเสนอผลงานหนา้ ช้ันเรียน เพ่ือนกลุ่มอ่นื รว่ มกันแสดงความคดิ เห็น
8. นักเรียนรวบรวมเล่มเขยี นการใช้คาราชาศัพท์ ไว้ทีม่ มุ หอ้ งเรยี นเพ่อื ใหเ้ พือ่ นๆ ไดศ้ กึ ษา
ต่อไป
*ขณะทนี่ กั เรียนนาเสนอ ครพู ยายามสงั เกตพฤติกรรมทั้งของผฟู้ งั และผนู้ าเสนอ เพ่ือเกบ็ ไปเป็นข้อมูล
ในการพฒั นาปรับปรุงต่อไป
ขัน้ ที่ 5 ขนั้ ประเมินเพอื่ เพิ่มคุณคา่ บริการสงั คมและจติ สาธารณะ
9. นกั เรยี นร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครใู ช้คาถามดงั น้ี

- นกั เรยี นสามารถนาความรู้เกย่ี วกบั เรื่องท่เี รียนไปใชป้ ระโยชนใ์ นสังคมไดอ้ ยา่ งไร

(คาบท่ี 4-5) สาระสาคัญ
คาราชาศพั ท์ คาราชาศพั ท์ คอื คาเฉพาะที่ไพเราะใชส้ าหรบั เพ็ดทลู พระเจา้ แผ่นดนิ เจ้านาย พระภิกษุ และ

สภุ าพชน ซงึ่ ใชแ้ ก่บุคคลที่ควรเคารพนับถอื ตงั้ แต่พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ ัวและสมเด็จ
พระบรมราชนิ นี าถ ลงมาถึงพระบรมวงศานวุ งศ์ พระภิกษุ ตลอดจนข้าราชการและบุคคลสามญั ทว่ั ไป
ดว้ ย ดังนน้ั "ราชาศัพทก์ ค็ อื ระเบียบการใชถ้ ้อยคาให้ถูกต้องตามฐานะของบุคคล" เปน็ ถ้อยคาท่ีเราใช้ยก
ย่องเชดิ ชูบุคคลผู้เจริญด้วยชาติวุฒิ คุณวฒุ ิและวยั วุฒิ หรือเปน็ การแสดงความเคารพนบั ถือ
ข้นั ท่ี 1 ขั้นรวบรวมขอ้ มูล

1. ครูใหน้ ักเรยี นดบู ัตรคา คาราชาศพั ท์ ที่ครูตดิ ไวบ้ นกระดานดา
ตัวอย่าง บตั รคา ราชาศัพท์

พระราชทาน อ่านว่า พระ- ราด-ชะ-ทาน อาพาธ อ่านวา่ อา – พาด

พระราชโอวาท อา่ นว่า พระ-ราด-ชะ- โอ – วาด เสวย อา่ นวา่ สะ- เหวย

2 . นกั เรยี นสงั เกตบัตรคาบนกระดาน และออกมาเขียนคาอา่ นคาราชาศพั ท์ เช่น
เสด็จ อา่ นว่า ........................... ประเคน อา่ นว่า ...............................
ทอดพระเนตร อา่ นว่า ................... พระราชกุศล อา่ นวา่ ...........................
พระบรมราชปู ถัมภ์ อ่านว่า ................... ถวาย อ่านว่า ...........................

3. นกั เรียนศกึ ษาหาความรู้เรอื่ ง คาราชาศพั ท์ จากหนงั สอื เรียนแลว้ ร่วมสนทนาดังนี้
- ลาดับชั้นของการใช้คาราชาศัพทม์ อี ะไรบา้ ง
- คานามของคาราชาศพั ทม์ หี มวดอะไรบ้าง ยกตัวอยา่ งประกอบ

ขนั้ ท่ี 2ขนั้ คิดวเิ คราะหแ์ ละสรปุ ความ
4.นกั เรยี นวเิ คราะหก์ ารใช้คาราชาศัพท์

จากน้ันให้นกั เรยี นปฏบิ ตั ติ ามประเดน็ ท่คี รกู าหนด ดงั นี้
1 บอกลาดับชั้น
2. แตง่ ประโยค เพื่อชว่ ยอธบิ ายความหมายการใช้คาราชาศัพท์ท่เี หมาะสม

ให้แต่ละกลมุ่ เตรียมช่วยกันยกตวั อย่างคาราชาศพั ท์พิจารณาความถูกต้องการเขียนคาอ่านของคาราชา
ศัพท์

5. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มคดิ ประเมนิ เพ่ือเพ่มิ คณุ ค่าโดยครูใช้คาถามดงั ต่อไปนี้
- นกั เรียนสามารถนาเรอื่ งทีเ่ รียนไปใชป้ ระโยชนใ์ นชวี ิตประจาวนั ไดอ้ ยา่ งไร

ขน้ั ที่ 3ขั้นปฏบิ ัตแิ ละสรปุ ความรูห้ ลงั การปฏบิ ัติ
6. นักเรยี นเลน่ เกมหาคาราชาศัพท์ ( โดยหาความหมายจากพจนานกุ รม มีการจบั เวลา คา
ละ 1 นาที )
7.นกั เรยี นทากจิ กรรมหาคาราชาศพั ทใ์ นหมวดทีน่ ักเรยี นสนใจ เช่น หมวดรา่ งกาย ( ตา =
พระเนตร )
8. นักเรยี นร่วมกนั สรุปเร่อื งคาราชาศพั ท์ ดังนี้
คาราชาศพั ท์ คือ คาเฉพาะทไี่ พเราะใช้สาหรับเพด็ ทูลพระเจา้ แผ่นดิน เจ้านาย

พระภกิ ษุ และสภุ าพชน ซ่งึ ใชแ้ ก่บุคคลท่ีควรเคารพนบั ถอื ตัง้ แตพ่ ระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หัวและ
สมเด็จพระบรมราชินนี าถ ลงมาถึงพระบรมวงศานวุ งศ์ พระภิกษุ ตลอดจนข้าราชการและบุคคลสามัญ
ท่ัวไปด้วย ดังนน้ั "ราชาศัพท์กค็ ือระเบียบการใชถ้ ้อยคาให้ถกู ต้องตามฐานะของบุคคล" เปน็ ถอ้ ยคาทเี่ รา
ใชย้ กยอ่ งเชดิ ชูบุคคลผ้เู จริญดว้ ยชาตวิ ฒุ ิ คณุ วฒุ แิ ละวยั วุฒิ หรือเป็นการแสดงความเคารพนับถอื

9 นักเรียนอ่านบัตรคาราชาศัพทพ์ ร้อมกนั
10 นกั เรียนทาแบบฝกึ หัด
ขน้ั ที่ 4 ขัน้ สือ่ สารและนาเสนอ
11 นักเรียนนาเสนอคาราชาศพั ท์ ตามกลุ่มที่หยิบฉลากได้ โดยครใู ชไ้ มเ้ รยี กเลขท่ี เพ่อื ให้

นกั เรยี นนาเสนอทีละกลมุ่ และร่วมกันแสดงความคิดเห็น และรวบรวมไว้เป็นรูปเล่มไว้ทม่ี มุ
ห้องเรยี นให้เพอ่ื นๆไดอ้ า่ นด้วย
ข้นั ที่ 5ข้ันประเมนิ เพ่อื เพ่มิ คณุ คา่ บรกิ ารสังคมและจติ สาธารณะ
12 นักเรยี นชว่ ยกนั แสดงความคิดเห็น โดยครูใช้คาถามต่อไปนี้

- นักเรยี นสามารถนาความรู้เกยี่ วกับเรื่องทเ่ี รียนไปใชป้ ระโยชน์ในสงั คมไดอ้ ย่างไร

6. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้ :

การประเมิน วิธกี าร เคร่ืองมอื
ด้านความรู้ (K) - การตอบคาถาม - คาถาม
ด้านทักษะและกระบวนการ (P) - ทาแบบฝกึ หัด - แบบฝกึ หดั
- ทกั ษะการอา่ น
ด้านคณุ ธรรม จริยธรรมและคา่ นิยม (A) - ทักษะการเขยี น - แบบประเมินการอา่ น
- ทักษะการคดิ วเิ คราะห์ - แบบประเมนิ การเขียน
- แบบฝึกหดั
- สังเกตพฤตกิ รรมในการร่วมกิจกรรม - คาถาม
การทางานกลุ่มและการคัดลายมือ
- สงั เกตพฤติกรรมความกระตือรอื รน้ - แบบสังเกตพฤติกรรม
ในการทากจิ กรรม

7. ส่ือ/อุปกรณ์/แหล่งการเรียนรู้ :

1. บัตรคาราชาศัพท์ 2. ตัวอยา่ งคาราชาศพั ท์ 3. หนังสอื เรียนภาษาไทยป. 5

8. กิจกรรมเสนอแนะ

......................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ...........................................ครผู ้สู อน ลงชื่อ...........................................ฝ่ายวิชาการ
( ........................................) ( ........................................)

ลงชอื่ ...........................................ผ้บู ริหาร
( ........................................)

สปั ดาห์ที่ 18

โรงเรยี นขจรเกยี รติพัฒนา
แผนการจัดการเรยี นรู้

ภาคเรยี นที่ 2 / ……………. ชื่อผสู้ อน ................................................
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 5 จานวน 5 คาบ
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 16 เรอื่ ง วิถีชวี ิตไทย

1 . มาตรฐานการเรยี นเรยี นรู้ :

มาตรฐานท่ี ท 1.1 ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรูแ้ ละความคดิ เพือ่ นาไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการดาเนินชีวติ
และมีนสิ ัยรักการอา่ น

ตัวชีว้ ดั ที่ ป 5/7 อ่านหนงั สอื ทม่ี ีคณุ ค่าตามความสนใจอยา่ งสม่าเสมอและแสดงความคิดเห็นเกีย่ วกบั เรือ่ งที่อ่าน
ตวั ชีว้ ดั ที่ ป 5/8 มมี ารยาทในการอา่ น
มาตรฐานท่ี ท 2.1 ใชก้ ระบวนการเขียนเขยี นส่อื สาร เขียนเรยี งความ ย่อความ และเขยี นเร่อื งราวในรูปแบบต่างๆ เขยี น
รายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศกึ ษาค้นคว้าอยา่ งมีประสิทธิภาพ
ตัวชวี้ ดั ที่ ป 5/2 เขยี นสื่อสารโดยใช้คาไดถ้ กู ต้อง ชัดเจนและเหมาะสม
ตัวชี้วัดที่ ป 5/9 มมี ารยาทในการเขยี น
มาตรฐานที่ ท/4.1 เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภูมิ
ปญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ
ตัวช้ีวดั ท่ี ป 5/3 เปรียบเทียบภาษาไทยมาตรฐานกับภาษาถ่ิน

2. สาระสาคัญ / ความคิดรวบยอด
สาระสาคญั

การอา่ นจับใจความวิถชี วี ิตไทย

การอา่ นจับใจความสาคญั คือ การอา่ นเพอื่ จับใจความหรอื ข้อคิด ความคิดสาคญั หลกั ของข้อความ หรือเรอื่ งท่อี ่าน การ
อ่านจับใจความถอื เป็นทกั ษะสาคญั ทใี่ ช้ในการอา่ นเพ่ือการส่อื สารมากท่ีสุด เพราะเปน็ พื้นฐานสาคัญ ในการศกึ ษาหาความรจู้ งึ
ควรฝกึ ฝนใหเ้ กดิ ความชานาญ

การเขียนคาอวยพร

คาอวยพร หมายถงึ ข้อความแสดงความยินดหี รือความปรารถนาดีต่อผู้อืน่ ในโอกาสตา่ งๆ เช่น การถวายพระพร ขนึ้ ปี
ใหม่ วนั เกดิ วันแห่งความรัก เปน็ ต้น

ภาษามาตรฐานและภาษาถนิ่

ภาษาไทยมีท้งั ภาษามาตรฐานทีใ่ ช้เป็นภาษาราชการ และภาษาถน่ิ ซ่ึงเปน็ ภาษาที่มีลกั ษณะเฉพาะแสดงถงึ เอกลกั ษณ์
ของคนแต่ละทอ้ งถนิ่ การเรยี นเรอื่ งภาษาไทยมาตรฐาน และภาษาถ่นิ จะทาให้รู้คาศพั ทม์ ากข้นึ และเลือกใช้คาได้อยา่ งเหมาะสม

3. จดุ ประสงค์การเรยี นร:ู้

1. อธิบายความหมายของคา ประโยค และหลกั การอา่ นจับใจความสาคญั (K)

2. อธิบายวิธีการการเขยี นคาอวยพรได้ ( K )

3. รู้และเข้าใจภาษามาตรฐาน ( K )

4. อ่านเรอื่ งได้คล่องแคลว่ รวดเร็วและถูกต้องตามอักขรวธิ ี (P)

5. อธิบายความหมายโดยนยั จากเรือ่ งทอ่ี ่านอย่างหลากหลาย ( P )

6. เขียนคาอวยพรได้ ( P )

7. ใช้ภาษามาตรฐานภาษาถิน่ ได้ ( P )

8. กระตือรือรน้ และมีส่วนร่วมกบั การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ (A)

9. มมี ารยาทในการอา่ น ( A )

10. เห็นความสาคัญของการอ่านและ นาความรู้และข้อคิดไปประยุกต์ใชใ้ นชีวติ ประจาวัน (A)

4. สาระการเรยี นร:ู้

สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถ่นิ

1.อธบิ ายความหมายและหลกั การอา่ นจับใจความได้

2.อธบิ ายเก่ยี วกบั การเขียนคาอวยพรได้

3.สามารถอ่าน เขยี นภาษามาตรฐานและภาษาถิน่ ได้

5. กจิ กรรมการเรยี นรู้

คาบที่ กิจกรรมการเรยี นการสอน

(คาบที่ 1) สาระสาคญั

การอา่ นจบั การอ่านจับใจความสาคัญ คือ การอ่านเพ่ือจบั ใจความหรอื ขอ้ คิด ความคดิ สาคญั หลกั ของ
ใจความวิถชี วี ิต ข้อความ หรือเรื่องท่อี า่ น การอ่านจับใจความถอื เป็นทักษะสาคัญทใี่ ชใ้ นการอา่ นเพือ่ การส่อื สารมาก
ไทย ที่สุด เพราะเปน็ พืน้ ฐานสาคัญ ในการศกึ ษาหาความรู้จึงควรฝึกฝนให้เกดิ ความชานาญ
ขน้ั ที่ 1 ขั้นรวบรวมขอ้ มูล

1. ครูและนักเรียนรว่ มกันสนทนา โดยครูใช้คาถามกระตุ้นความสนใจของผเู้ รยี นโดยครูถาม

คาถามดังนี้

- ถา้ พูดถึงวถิ ชี วี ิตไทย นักเรยี นจะนึกถึงอะไรบา้ ง

- นกั เรียนคิดวา่ สภุ าษิต คาวา่ รกั ววั ให้ผกู รักลูกให้ตี มีความหมายวา่ อยา่ งไร พร้อม

ยกตวั อย่างประกอบ ใหน้ กั เรยี นชว่ ยกนั ตอบ เพ่อื โยงเข้าสู่สาระ การเรยี นรู้ นักเรียนทบทวนเกยี่ วกบั

การอ่านจับใจความสาคญั โดยครูใช้คาถามดงั นี้

- การอา่ นสรุปใจความคืออะไร

- นักเรยี นใช้ทกั ษะอะไรบ้างในการอ่านสรุปใจความ

*ในการตอบคาถามให้ครูใช้ไมเ้ รียกเลขที่ เพ่ือให้นักเรียนตอบทลี ะคน โดยถามคาถามกอ่ นจะ

เรียกเลขทเ่ี พื่อให้ทกุ คนไดค้ ิด ในแตล่ ะคาถามควรให้นักเรยี นนาเสนอ 4-5 คน

2. นักเรยี นเข้ากลุ่มเพื่อศึกษาเรอ่ื งวิถีชวี ติ ไทยแล้วรว่ มสนทนาโดยใชค้ าถามดงั น้ี

(คาบท่ี 2-3) - งานบายศรสี ขู่ วัญ จัดขึน้ ในโอกาสใดบา้ ง
การเขียน - การบวชเรียนถอื เป็นการทดแทนพระคณุ ของบิดา มารดา นกั เรยี นมีความคิดเห็น
คาอวยพร อย่างไร
ขน้ั ที่ 2 ขน้ั คดิ วิเคราะหแ์ ละสรปุ ความ
3. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกันวเิ คราะห์เกยี่ วกับเรื่องทอี่ ่าน โดยครใู ช้คาถามดงั นี้
- ตวั ละครสาคญั ในเรอื่ งมใี ครบ้าง แต่ละตัวมนี สิ ยั อย่างไร
- เรือ่ งทนี่ กั เรยี นอา่ นเกย่ี วขอ้ งกับอะไร
4. ให้นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ คิดประเมนิ เพือ่ เพ่ิมคุณค่าโดยครูใช้คาถามดังตอ่ ไปนี้
- จากการศกึ ษานักเรยี นสามารถนาไปใช้ประโยชน์ในชีวติ ประจาวนั ไดอ้ ยา่ งไร
ข้ันที่ 3 ขน้ั ปฏิบัตแิ ละสรปุ ความรหู้ ลงั การปฏบิ ัติ
5. นกั เรียนเขา้ กลมุ่ ทากิจกรรมการตั้งคาถามและตอบคาถามจากเร่อื งที่อา่ น กลุม่ ละ 5 ขอ้
* กตกิ าในการตั้งคาถาม คณุ ครแู บง่ จานวนหน้าทแี่ ต่ละกลุ่มแต่ตอ้ งรับผิดชอบในการต้ังคาถาม เพ่ือ
ป้องกัน ไมใ่ ห้การตงั้ คาถามของแต่ละกลมุ่ ไมใ่ ห้ซ้ากัน
6. นกั เรยี นรว่ มกันสรปุ ขอ้ คิดท่ไี ดจ้ ากการอา่ น
ขน้ั ที่ 4 ขน้ั สื่อสารและนาเสนอ
7. แต่ละกลมุ่ ออกมานาเสนอคาถามหน้าช้ันเรยี น แลว้ ให้เพอื่ นตอบคาถาม
ขน้ั ท่ี 5 ข้ันประเมินเพอ่ื เพมิ่ คณุ คา่ บริการสังคมและจติ สาธารณะ
8. นักเรยี นรว่ มกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้คาถามดังต่อไปน้ี
- นกั เรียนสามารถนาความรู้เก่ียวกับเร่ืองทเี่ รยี นไปใชป้ ระโยชนใ์ นสงั คมอย่างไร

คาอวยพร หมายถงึ ขอความแสดงความยินดหี รือความปรารถนาดีต่อผู้อืน่ ในโอกาสต่างๆ เช่น การ
ถวายพระพร ข้นึ ปีใหม่ วนั เกิด วันแหง่ ความรกั เปน็ ตน้
ขั้นที่ 1 ข้นั รวบรวมข้อมูล

1.นกั เรยี นดตู ัวอยา่ งการเขยี นคาอวยพรแลว้ รว่ มกนั สนทนาโดยครูใช้คาถามต่อไปนี้
- เอกสารทน่ี กั เรยี นดูเรยี กว่าอะไร
- นกั เรียนเคยเขยี นคาอวยพรในโอกาสต่างๆบา้ งหรือไม่ อยา่ งไร
2.นักเรียนร่วมกันศึกษา เร่อื ง การเขยี นคาอวยพร แล้วร่วมกนั สนทนาโดยครูใช้คาถาม
ดงั ตอ่ ไปนี้
- การเขยี นคาอวยพรมปี ระโยชน์อย่างไร
- หลักการเขยี นคาอวยพรมีอะไรบ้าง
ข้ันท่ี 2 ขน้ั คิดวเิ คราะหแ์ ละสรปุ ความ
3.นกั เรยี นรว่ มวิเคราะห์ว่ามวี ิธกี ารเขียนคาอวยพรมวี ิธีการเขียนอยา่ งไร มีหลกั การอะไรบา้ ง
แจกตัวอยา่ งใหน้ กั เรยี นศึกษา

หลักในการเขยี นคาอวยพร

1. 1. เขียนใหส้ อดคล้องกบั ผูท้ ใี่ หพ้ รเเละผ้ทู ร่ี ับพร โอกาส เเละสอ่ื ในการใหพ้ ร
2. 2. เขยี นถึงโอกาสในการใหพ้ ร
3. 3. ถ้าอวยพรให้กบั ผอู่ าวุโสกวา่ ควรอา้ งส่ิงศักด์สิ ทิ ธท์ ี่เป็นสากลโลก หรือ สง่ิ ศกั ดส์ิ ิทธ์ทีผ่ ู้รับพร

เคารพนับถอื
4. 4. คาอวยพรท่ใี หต้ อ้ งเหมาะสมกับผู้ที่รบั พร เเละตอ้ งเป็นพรที่สร้างสรรค์ เชน่ ความสขุ หน้าที่

การงาน การเงนิ 5. สขุ ภาพ อายยุ นื ความสาเร็จ ความหวัง
5. 6. ใชภ้ าษาท่ีเหมาะสมโดย ใชค้ าทีไ่ พเราะ สภุ าพ เเละ ความหมายดี

4 นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มคดิ ประเมินเพอ่ื เพิ่มคุณค่าโดยครูใชค้ าถามดงั ต่อไปนี้
- นกั เรียนสามารถนาเรื่องทเ่ี รยี นไปใชป้ ระโยชนใ์ นชีวิตประจาวนั ไดอ้ ยา่ งไร

ขน้ั ท่ี 3 ขัน้ ปฏิบัตแิ ละสรปุ ความรหู้ ลงั การปฏิบัติ
5. นกั เรยี นเข้ากลุ่มทากจิ กรรมการเขยี นคาอวยพรตามหัวขอ้ ที่สมาชกิ สนใจท่ีจะศกึ ษา
6.นกั เรยี นร่วมกันสรปุ ความสาคัญของ การเขยี นคาอวยพรครอู ธบิ ายเพม่ิ เติ่มเก่ียวกบั การเขียน

คาอวยพร
ขน้ั ท่ี 4 ขน้ั สอ่ื สารและนาเสนอ

7. แตล่ ะกลุ่มออกมานาเสนอผลงานหน้าช้ันเรียน เพื่อนกลุ่มอ่ืนร่วมกันแสดงความคิดเหน็
8. นักเรยี นรวบรวมผลงานคาอวยพรไวท้ ่มี ุมห้องเรยี นเพอ่ื ให้เพื่อนๆ ไดศ้ กึ ษาต่อไป
*ขณะท่ีนกั เรยี นนาเสนอ ครพู ยายามสงั เกตพฤติกรรมท้ังของผ้ฟู ังและผนู้ าเสนอ เพือ่ เก็บไปเป็นข้อมูล
ในการพัฒนาปรับปรุงต่อไป
ขั้นที่ 5 ข้ันประเมนิ เพื่อเพ่มิ คุณคา่ บรกิ ารสังคมและจติ สาธารณะ
9.นักเรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครใู ช้คาถามดงั น้ี

- นกั เรยี นสามารถนาความรเู้ ก่ียวกับเรอื่ งทีเ่ รยี นไปใชป้ ระโยชน์ในสังคมไดอ้ ยา่ งไร

(คาบที่ 4-5) สาระสาคัญ
ภาษามาตรฐาน ภาษาไทยมที ัง้ ภาษามาตรฐานที่ใชเ้ ปน็ ภาษาราชการ และภาษาถน่ิ ซง่ึ เปน็ ภาษาท่มี ี
และภาษาถ่นิ
ลักษณะเฉพาะแสดงถึงเอกลกั ษณข์ องคนแตล่ ะท้องถ่นิ การเรียนเรื่องภาษาไทยมาตรฐาน และภาษาถิ่น

จะทาให้ร้คู าศัพท์มากขึน้ และเลือกใช้คาได้อยา่ งเหมาะส

ขนั้ ที่ 1 ขัน้ รวบรวมข้อมู
1. ครูผู้สอนใหน้ กั เรียนเล่นเกม หาคู่ชู้ช่นื โดยแจกบัตรคาภาษามาตรฐานใหน้ กั เรียนคละกนั
แลว้ ให้นักเรียนหาคเู่ พ่ือนท่ีถอื บัตรคาภาษาถ่ิน เช่น นกั เรยี นทถี่ ือบัตรคาวา่ “อร่อย” ตอ้ ง
หาเพือ่ นท่ีถือบตั รคาว่า “หรอ่ ย” แลว้ ให้นักเรียนบอกความหมายของคาแต่ละคู่ เกมนี้
ต้องการใหน้ กั เรยี นเหน็ ความนยิ มคาภาษาถิน่ ในภาษาไทยซึง่ เปน็ เอกลกั ษณอ์ ย่างหน่ึงของ
ภาษาไทย จากนั้นจึงเช่ือมโยงเข้าสเู่ น้อื หาตอ่ ไป

หร่อย อร่อย

มะละกอ บักหงุ่

2 . นักเรยี นสงั เกตคาภาษาถิน่ บนกระดาน เช่น

ภาษไทยมาตรฐาน ภาษาไทยถ่ินใต้ ภาษาไทยถ่ินอสี าน ภาษาไทยถ่นิ เหนอื

พูด แหลง เว้า อู้

มอง แล เบ่ิง ผ่อ

อร่อย หรอย แซบ ลา

ฝรั่ง ชมพู่ สีดา มะก้วยแกว๋

3. นักเรยี นศึกษาหาความรู้เรอื่ งคาภาษามาตรฐานและคาภาษาถิน่ จากหนังสอื เรยี นแล้ว
ร่วมสนทนาดงั นี้

- ภาษาถน่ิ หมายถงึ อะไร

- ภาษาถนิ่ มีภาคอะไรอะไรบ้าง ยกตวั อย่างประกอบ

ข้ันท่ี 2ข้ันคิดวเิ คราะห์และสรุปความ
4. นกั เรยี นวิเคราะหภ์ าษามาตรฐานและคาภาษาถ่ิน
5. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มคิดประเมนิ เพ่ือเพ่ิมคุณคา่ โดยครใู ชค้ าถามดงั ตอ่ ไปนี้
- นักเรียนสามารถนาเร่ืองทเ่ี รียนไปใช้ประโยชนใ์ นชีวิตประจาวนั ได้อย่างไร

ข้ันท่ี 3ขน้ั ปฏิบตั ิและสรุปความร้หู ลงั การปฏิบัติ
6. นกั เรียนเลน่ เกมหาคาภาษาถน่ิ ( โดยหาความหมายจากพจนานุกรม มกี ารจบั เวลา คาละ
1 นาที )
7. นักเรยี นทากิจกรรมหาภาษาถิน่ ในหมวดท่ีนักเรยี นสนใจ เชน่ หมวดผลไม้ ( มะละกอ =
ลอกอ)
8. นักเรยี นรว่ มกนั สรปุ เรอ่ื งคาราชาศพั ท์ ดังนี้
ภาษาไทยมที ั้งภาษามาตรฐานทใี่ ชเ้ ปน็ ภาษาราชการ และภาษาถนิ่ ซึ่งเป็นภาษาท่มี ี

ลกั ษณะเฉพาะแสดงถึงเอกลกั ษณข์ องคนแตล่ ะท้องถ่นิ การเรยี นเร่ืองภาษาไทยมาตรฐาน และภาษาถิน่

จะทาใหร้ ู้คาศพั ท์มากขึ้นและเลือกใช้คาได้อย่างเหมาะสม

9. นกั เรยี นอา่ นบัตรคาภาษาถ่นิ พรอ้ มกัน

10. นักเรยี นทาแบบฝกึ หดั

ขน้ั ท่ี 4 ขนั้ สอ่ื สารและนาเสนอ
11. นกั เรยี นนาเสนอภาษาถิ่นตามกลุม่ ทีห่ ยบิ ฉลากได้ โดยครใู ช้ไม้เรียกเลขที่ เพือ่ ใหน้ กั เรียน
นาเสนอทลี ะกลมุ่ และร่วมกันแสดงความคดิ เห็น และรวบรวมไวเ้ ปน็ รปู เล่มไว้ท่มี มุ
หอ้ งเรยี นใหเ้ พ่อื นๆได้อา่ นด้วย

ขน้ั ท่ี 5ข้นั ประเมินเพอ่ื เพ่ิมคณุ ค่าบรกิ ารสงั คมและจติ สาธารณะ
12. นักเรียนช่วยกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใชค้ าถามตอ่ ไปน้ี
- นกั เรียนสามารถนาความรู้เกย่ี วกับเรอ่ื งท่เี รยี นไปใชป้ ระโยชน์ในสังคมไดอ้ ยา่ งไร

6. การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้ :

การประเมิน วิธีการ เคร่อื งมอื
ด้านความรู้ (K) - การตอบคาถาม - คาถาม
ด้านทักษะและกระบวนการ (P) - ทาแบบฝกึ หัด - แบบฝึกหัด
- ทักษะการอา่ น
ด้านคุณธรรม จริยธรรมและคา่ นิยม (A) - ทกั ษะการเขยี น - แบบประเมินการอา่ น
- ทักษะการคดิ วเิ คราะห์ - แบบประเมนิ การเขยี น
- แบบฝกึ หัด
- สงั เกตพฤติกรรมในการรว่ มกจิ กรรม - คาถาม
การทางานกล่มุ และการคัดลายมอื
- สังเกตพฤติกรรมความกระตือรือร้น - แบบสังเกตพฤติกรรม
ในการทากิจกรรม

7. สื่อ/อปุ กรณ/์ แหลง่ การเรียนรู้ : 2. ตัวอยา่ งภาษาถิน่
4. หนังสอื เรยี นภาษาไทยป. 5
1. บตั รคาภาษาถ่ิน

3. ตัวอย่างหลกั การเขยี นคาอวยพร

5. หนงั สือทน่ี ักเรยี นสนใจ

8. กจิ กรรมเสนอแนะ

......................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................

ลงชือ่ ...........................................ครผู สู้ อน ลงช่ือ...........................................ฝ่ายวิชาการ
( ........................................) ( ........................................)

ลงช่ือ...........................................ผบู้ ริหาร
( ........................................)


Click to View FlipBook Version