โครงสร้างการสอนวชิ าสงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 6
ภาคเรยี นที่ ………….…… ปกี ารศึกษา…….……….. เวลา 20 ชวั่ โมง
หน่วยที่ ช่ือหน่วย มาตรฐาน/ตัวชีว้ ดั สาระสาคญั เวลา (ชม.) น้าหนัก
คะแนน
การเรียนรู้ / เรอ่ื ง / สปั ดาห์
35
1 บทบาทของผผู้ ลติ มาตรฐาน ส 3.1 ผู้ผลิตที่มีคุณภาพย่อม 2
เข้าใจและสามารถบริหาร ต้ อ ง มี บ ท บ า ท ห น้ า ท่ี (ส. 1- ส. 2)
จัดการทรัพยากรในการผลิต ความรับผิดชอบต่อการ
และการบริโภค การใช้ ผลิต และคานึงถึงการใช้
ทรัพยากรท่ีมีอยู่จากัดได้ ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
อย่างมีประสิทธิภาพและ และยง่ั ยืน
คุ้มค่า รวมท้ังเข้าใจหลักการ
ของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อ
ก า ร ด า ร ง ชี วิ ต อ ย่ า ง มี
คณุ ภาพ
ตัวชีว้ ัด ป.6/1
อธิบายบทบาทของผู้ผลิต
ที่มคี วามรบั ผดิ ชอบ
1 บทบาทของผู้บริโภค มาตรฐาน ส 3.1 ผู้บริโภคต้องรู้บทบาท 2
เข้าใจและสามารถบริหาร หน้าท่ีของตนเองและ (ส. 3- ส. 4)
จัดการทรัพยากรในการผลิต
และการบริโภค การใช้ คานึงถึงการใชท้ รัพยากร
ทรัพยากรท่ีมีอยู่จากัดได้ อย่างคมุ้ ค่าและยง่ั ยนื
อย่างมีประสิทธิภาพและ
คุม้ ค่า รวมท้ังเข้าใจหลักการ
ของเศรษฐกิจพอเพียงเพ่ือ
การดารงชีวติ อยา่ งมี
ตัวช้วี ดั ป.6/2
อ ธิ บ า ย บ ท บ า ท ข อ ง
ผบู้ รโิ ภคท่ีรูเ้ ทา่ ทัน
โครงสร้างการสอนวชิ าสังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 6
ภาคเรียนท่ี ………….…… ปีการศกึ ษา…….……….. เวลา 20 ชว่ั โมง
หนว่ ยท่ี ชือ่ หนว่ ย มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระสาคัญ เวลา (ชม.) น้าหนัก
คะแนน
การเรียนรู้ / เรอ่ื ง / สปั ดาห์
2 การใชท้ รพั ยากรอยา่ ง มาตรฐาน ส 3.1 ทรัพยากรธรรมชาติมี 1
ยงั่ ยืน เข้าใจและสามารถบริหาร อยู่อยา่ งจากัด ดงั น้ันจึงมี (ส. 5 )
จัดการทรัพยากรในการผลิต ความจาเป็นที่จะต้อง
และการบริโภค การใช้ รู้จักใช้ทรัพยากรอย่าง
ทรัพยากรท่ีมีอยู่จากัดได้ ประหยัด และคุ้มค่าตาม
อย่างมีประสิทธิภาพและ หลักการใช้ทรัพยากร
คุม้ ค่า รวมทั้งเข้าใจหลักการ อย่างยัง่ ยืน
ของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อ
ก า ร ด า ร ง ชี วิ ต อ ย่ า ง มี
คณุ ภาพ
ตัวชี้วดั ป.6/3
บอกวิธีและประโยชน์ของ
การใช้ทรพั ยากรอย่างย่งั ยนื
3 เศรษฐกจิ มาตรฐาน ส 3.2 หน่วยเศรษฐกิจสามารถ 1
เข้าใจระบบและสถาบัน แบ่งประเภทออกเป็น (ส. 6 )
ท า ง เ ศ ร ษ ฐ กิ จ ต่ า ง ๆ ระดับหน่วยครัวเรือน
ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ หน่วยธุรกิจ และหน่วย
และความจาเป็นของการ รัฐบาล ซึ่งแต่ละหน่วย
ร่วมมือกันทางเศรษฐกิจใน ลว้ นมคี วามสัมพนั ธ์กัน
สงั คมโลก
ตวั ชวี้ ัด ป.6/1
อ ธิ บ า ย ค ว า ม สั ม พั น ธ์
ระหว่างผู้ผลิต ผู้บริโภค
ธนาคาร และรัฐบาล
โครงสรา้ งการสอนวิชาสงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 6
ภาคเรยี นท่ี ………….…… ปีการศึกษา…….……….. เวลา 20 ช่ัวโมง
หนว่ ยท่ี ช่อื หน่วย มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั สาระสาคญั เวลา (ชม.) นา้ หนัก
การเรยี นรู้ / เรอื่ ง คะแนน
/ สัปดาห์
3 ความสมั พนั ธ์ทาง
เศรษฐกจิ มาตรฐาน ส 3.2 การหารายได้ รายจ่าย 1
เข้าใจระบบและสถาบัน การออม การลงทุน เป็น (ส. 7 )
ท า ง เ ศ ร ษ ฐ กิ จ ต่ า ง ๆ กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่
ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ผู้ผลิต ผู้บริโภค และ
และความจาเป็นของการ รัฐบาลมีความเกี่ยวข้อง
ร่วมมือกันทางเศรษฐกิจใน สัมพนั ธก์ ัน
สงั คมโลก
ตัวช้วี ัด ป.6/1
อ ธิ บ า ย ค ว า ม สั ม พั น ธ์
ระหว่างผู้ผลิต ผู้บริโภค
ธนาคาร และรฐั บาล
3 ภาษแี ละหนว่ ยงานที่ มาตรฐาน ส 3.2 ประชาชนที่มีรายได้ 1
จัดเกบ็ ภาษี เข้าใจระบบและสถาบัน ตามกฎหมายกาหนด มี (ส. 8 )
ท า ง เ ศ ร ษ ฐ กิ จ ต่ า ง ๆ หน้าท่ีต้องเสียภาษี โดย
ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ มีหน่วยงานที่มีหน้าที่
และความจาเป็นของการ จัดเก็บภาษีใ นแ ต่ล ะ
ร่วมมือกันทางเศรษฐกิจใน ประเภท
สงั คมโลก
ตัวช้ีวัด ป.6/1
อ ธิ บ า ย ค ว า ม สั ม พั น ธ์
ระหว่างผู้ผลิต ผู้บริโภค
ธนาคาร และรัฐบาล
โครงสร้างการสอนวิชาสังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 6
ภาคเรยี นที่ ………….…… ปกี ารศึกษา…….……….. เวลา 20 ชั่วโมง
หนว่ ยที่ ชอ่ื หน่วย มาตรฐาน/ตวั ชีว้ ัด สาระสาคญั เวลา (ชม.) นา้ หนัก
การเรียนรู้ / เรอ่ื ง / สปั ดาห์ คะแนน
3 สิทธิของผบู้ รโิ ภค มาตรฐาน ส 3.2 สิทธิของผู้บริโภคที่พึง 1
เข้าใจระบบและสถาบัน ได้ รั บ นั้ น เ ป็ น ไ ป ต า ม (ส. 9 )
ท า ง เ ศ ร ษ ฐ กิ จ ต่ า ง ๆ พระราชบัญญัติคุ้มครอง
ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ผู้บริโภค ซ่ึงผู้บริโภคทุก
และความจาเป็นของการ คนพึงร่วมมือกันในการ
ร่วมมือกันทางเศรษฐกิจใน รักษาสิทธิ์
สงั คมโลก
ตัวชวี้ ัด ป.6/1
อ ธิ บ า ย ค ว า ม สั ม พั น ธ์
ระหว่างผู้ผลิต ผู้บริโภค
ธนาคาร และรัฐบาล
3 สิทธขิ องผใู้ ช้แรงงาน มาตรฐาน ส 3.2 สิทธิของผู้ใช้แรงงาน 1
เข้าใจระบบและสถาบัน พึงได้รับนั้นเป็นไปตาม (ส. 10 )
ท า ง เ ศ ร ษ ฐ กิ จ ต่ า ง ๆ พระราชบัญญัติคุ้มครอง
ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ แรงงานเพ่ือไม่ให้ผู้ใช้
และความจาเป็นของการ แรงงานถูกเอาเปรียบ
ร่วมมือกันทางเศรษฐกิจใน และเป็นประโยชน์ต่อ
สังคมโลก ผใู้ ช้แรงงาน
ตัวชวี้ ดั ป.6/1
อ ธิ บ า ย ค ว า ม สั ม พั น ธ์
ระหว่างผู้ผลิต ผู้บริโภค
ธนาคาร และรัฐบาล
ประเมนิ ความรกู้ ลางภาคเรยี นท่ี 2 (ส. 10) 10 คะแนน
โครงสร้างการสอนวิชาสังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 6
ภาคเรยี นที่ ………….…… ปีการศกึ ษา…….……….. เวลา 20 ชวั่ โมง
หน่วยที่ ชอ่ื หน่วย มาตรฐาน/ตัวช้วี ดั สาระสาคัญ เวลา (ชม.) น้าหนกั
คะแนน
การเรยี นรู้ / เรอื่ ง / สปั ดาห์
35
3 การรวมกลมุ่ ทาง มาตรฐาน ส 3.2 ก า ร ร ว ม ก ลุ่ ม ท า ง 1
เศรษฐกจิ ภายในทอ้ งถ่ิน เข้าใจระบบและสถาบัน เศรษฐกิจภายในท้องถ่ิน (ส. 11 )
ท า ง เ ศ ร ษ ฐ กิ จ ต่ า ง ๆ นั้ น มี รู ป แ บ บ อ ย่ า ง
ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ หลากหลายล้วนมีผลต่อ
และความจาเป็นของการ การพัฒนาเศรษฐกิจใน
ร่วมมือกันทางเศรษฐกิจใน ทอ้ งถ่ิน
สงั คมโลก
ตวั ช้วี ดั ป.6/2
ยกตัวอย่างการรวมกลุ่ม
ทางเศรษฐกจิ ภายในท้องถน่ิ
1 เครือ่ งมอื ทางภูมศิ าสตร์ มาตรฐาน ส 5.1 แผนท่ีแสดงลักษณะ 1
เข้าใจลกั ษณะของโลกทาง ท า ง ภู มิ ลั ก ษ ณ์ ต า ม (ส. 12 )
กายภาพและความสัมพันธ์ ภู มิ ภ า ค ต่ า ง ๆ ข อ ง
ของสรรพสิ่งซ่ึงมีผลต่อกัน ประเทศไทย ทาให้รู้
แ ล ะ กั น ใ น ร ะ บ บ ข อ ง ข้ อ มู ล ก า ย ภ า พ ข อ ง
ธรร มชาติใ ช้แ ผนท่ี แล ะ ประเทศไทยเก่ียวกับ
เคร่ืองมือทางภูมิศาสตร์ใน ความสูงต่าของผิวโลก
การค้นหาวิเคราะห์ สรุป และปริมาณน้าฝนเฉลี่ย
และใช้ข้อมูลภูมิสารสนเทศ นบรเิ วณประเทศไทย
อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ
ตวั ชีว้ ดั ป.6/1
ใช้เครื่องมือทางภูมิศาสตร์
(แผนที่ ภาพถ่ายชนิดต่างๆ)
ร ะบุ ลั ก ษ ณ ะส าคัญ ท า ง
ก า ย ภ า พ แ ล ะ สั ง ค ม ข อ ง
ประเทศ
โครงสร้างการสอนวชิ าสงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 6
ภาคเรียนท่ี ………….…… ปกี ารศกึ ษา…….……….. เวลา 20 ช่ัวโมง
หน่วยที่ ช่อื หนว่ ย มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด สาระสาคัญ เวลา (ชม.) นา้ หนกั
คะแนน
การเรียนรู้ / เรอื่ ง / สัปดาห์
2 ลกั ษณะทางกายภาพ มาตรฐาน ส 5.1 ภ า พ ถ่ า ย ท า ง 2
กบั ปรากฎการณ์ เข้าใจลักษณะของโลกทาง ภูมิศาสตร์ ภาพถ่าย (ส.13 - 14 )
ธรรมชาติ กายภาพและความสัมพันธ์ของ ทางอากาศ และภาพ
สรรพส่ิงซึง่ มีผลตอ่ กนั และกันใน จากดาวเทียม ทาให้รู้
ระบบของธรรมชาติใช้แผนท่ี ข้ อ มู ล ลั ก ษ ณ ะ ท า ง
และเคร่ืองมือทางภูมิศาสตร์ใน กายภาพของพนื้ ที่
การค้นหาวิเคราะห์ สรุป และ
ใช้ข้อมูลภูมิสารสนเทศอย่างมี
ประสิทธภิ าพ
ตวั ชีว้ ัด ป.6/1
ใช้เครื่องมือทางภูมิศาสตร์
(แผนท่ี ภาพถ่ายชนดิ ตา่ งๆ)ระบุ
ลักษณะสาคัญทางกายภาพและ
สงั คมของประเทศ
3 ส่ิ ง แ ว ด ล้ อ ม ท า ง มาตรฐาน ส 5.1 ก า ร ศึ ก ษ า ข้ อ มู ล 2
ธ ร ร ม ช า ติ กั บ เข้าใจลักษณะของโลกทาง ลักษณะภูมิประเทศ (ส.15 - 16 )
สิง่ แวดล้อมทางสังคม กายภาพและความสัมพันธ์ของ ของประเทศไทยน้ัน
สรรพส่งิ ซึ่งมผี ลตอ่ กนั และกันใน สามารถหาได้จากแผน
ระบบของธรรมชาติใช้แผนที่ ที่ แ ส ด ง ลั ก ษ ณ ะ ภู มิ
และเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ใน ลั ก ษ ณ์ ต า ม ภู มิ ภ า ค
การค้นหาวิเคราะห์ สรุป และ ตา่ งๆ ของประเทศไทย
ใช้ข้อมูลภูมิสารสนเทศอย่างมี
ประสทิ ธภิ าพ
ตัวช้วี ดั ป.6/1
ใชเ้ ครอ่ื งมือทางภูมิศาสตร์
(แผนท่ี ภาพถ่ายชนดิ ตา่ งๆ)ระบุ
ลกั ษณะสาคญั ทางกายภาพ
โครงสร้างการสอนวิชาสังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 6
ภาคเรียนท่ี ………….…… ปกี ารศกึ ษา…….……….. เวลา 20 ช่ัวโมง
หน่วยท่ี ชือ่ หน่วย มาตรฐาน/ตวั ชว้ี ดั สาระสาคญั เวลา (ชม.) น้าหนัก
คะแนน
การเรียนรู้ / เรอ่ื ง / สปั ดาห์
4 การเปล่ียนแปลงของ มาตรฐาน ส 5.1 ท รั พ ยา ก ร ใ น ภ า ค 2
ธรรมชาติในประเทศ เข้าใจลักษณะของโลกทาง ต่างๆ ของไทยนั้นมีทั้ง (ส.17 - 18 )
ไ ท ย แ ล ะ ผ ล ก า ร กายภาพและความสัมพันธ์ของ ส่วนคล้ายคลึงกันและ
เปลี่ยนแปลงจากอดีต สรรพสิง่ ซึ่งมผี ลต่อกันและกันใน แตกต่างกัน ซึ่งเกิดจาก
ถงึ ปัจจุบนั ระบบของธรรมชาติใช้แผนท่ี ปั จ จั ย ส า คั ญ ห ล า ย
และเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ใน ประการ
การค้นหาวิเคราะห์ สรุป และ
ใช้ข้อมูลภูมิสารสนเทศอย่างมี
ประสทิ ธภิ าพ
ตวั ช้วี ดั ป.6/1
ใช้เคร่ืองมือทางภูมิศาสตร์
(แผนท่ี ภาพถ่ายชนิดต่างๆ)ระบุ
ลักษณะสาคญั ทางกายภาพและ
สงั คมของประเทศ
3 การใช้ทรัพยากรใน มาตรฐาน ส 5.2 ก า ร ศึ ก ษ า ข้ อ มู ล 2
ชมุ ชนอยา่ งยั่งยืน เข้าใจปฏิสัมพันธ์ระหว่าง ลักษณะภูมิประเทศ (ส.19 - 20 )
มนุยษ์กับสภาพแวดล้อมทาง ของประเทศไทยนั้น
ก า ย ภ า พ ที่ ก่ อ ใ ห้ เ กิ ด ก า ร สามารถหาได้จากแผน
สร้างสรรค์วฒั นธรรมมีจิตสานึก ที่ แ ส ด ง ลั ก ษ ณ ะ ภู มิ
และมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ ลั ก ษ ณ์ ต า ม ภู มิ ภ า ค
ทรัพยากรและส่ิงแวดล้อมเพ่ือ ต่างๆ ของประเทศไทย
การพฒั นาที่ยั่งยนื
ตวั ชีว้ ัด ป.6/3
จัดทาแผนการใช้ทรัพยากรใน
ชมุ ชน
ประเมนิ ความรปู้ ลายภาคเรยี นที่ 2 (ส. 20) 20 คะแนน
สัปดาห์ที่ 1-2
โรงเรียนขจรเกยี รตพิ ฒั นา
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรยี นท…ี่ ……..… /…………….. ชื่อผูส้ อน……………………………………………………
กลุ่มสาระการเรียนรู้ สงั คมศกึ ษาศาสนาและวฒั นธรรม ช้ันประถมศกึ ษาปที่ ่ี 6 จานวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 1 ผผู้ ลิตและผู้บรโิ ภค เรอ่ื ง บทบาทของผู้ผลติ
1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวช้ีวดั
มาตรฐาน ส 3.1 เข้าใจและสามารถบริหารจดั การทรัพยากรในการผลติ และการบริโภค การใช้ทรัพยากรท่ีมีอย่จู ากดั
ได้อยา่ งมีประสทิ ธิภาพและค้มุ คา่ รวมทงั้ เข้าใจหลกั การของเศรษฐกิจพอเพยี งเพ่ือการดารงชีวติ อยา่ งมีคณุ ภาพ
ตัวช้ีวัด ป.6/1 อธิบายบทบาทของผู้ผลติ ทมี่ ีความรบั ผดิ ชอบ
2. สาระสาคัญ / ความคิดรวบยอด
ผผู้ ลติ ทม่ี คี ุณภาพยอ่ มตอ้ งมบี ทบาทหน้าทค่ี วามรบั ผดิ ชอบต่อการผลติ และคานึงถงึ การใชท้ รพั ยากรอยา่ งคุม้ ค่า
และยงั่ ยนื
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. อธบิ ายบทบาทและหน้าทีข่ องผู้ผลติ ได้ (K)
2. อธบิ ายความสาคัญของผผู้ ลติ ทม่ี ีคณุ ภาพได้ (P)
3. วิเคราะห์บทบาทของผ้ผู ลติ ท่มี ีคุณภาพได้ (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง สาระการเรยี นรทู้ ้องถ่ิน
1. บทบาทของผูผ้ ลติ ท่มี คี ุณภาพ เช่น คานึงถึง พิจารณาตามหลกั สูตรของสถานศึกษา
สงิ่ แวดลอ้ ม มจี รรยาบรรณ ความรบั ผดิ ชอบต่อสงั คม
วางแผนก่อนเร่ิมลงมือทากิจกรรมต่างๆ เพ่ือลด
ความผดิ พลาดและการสญู เสยี ฯลฯ
2. ประโยชน์ของการผลติ สนิ คา้ ทม่ี คี ณุ ภาพ
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
คาบท่ี 1
ขั้นนา
ขั้นกระตนุ้ ความสนใจ
1. ครูนาแปรงลบกระดาน สมุด หนังสือ ยางลบ ไม้บรรทัด มาให้นักเรียนดู แล้วให้นักเรียนร่วมกันตอบคาถามว่า ส่ิง
เหล่านี้นามาจากไหน ทาอยา่ งไรเราจงึ จะได้สิ่งเหลา่ น้มี า
2. ครูอธิบายเช่ือมโยงให้นักเรียนเข้าใจวา่ วัสดุ เครื่องใชท้ ่ีเราใชอ้ ยู่ในชีวิตประจาวันนั้น ผู้ผลิตเปน็ ผู้ท่ีมีบทบาทสาคัญใน
การผลติ ส่งิ ตา่ งๆ ออกมาจาหน่าย
3. นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ สง่ิ ของทีน่ กั เรยี นใชอ้ ย่ทู กุ วนั สว่ นใหญผ่ ลิตมาจากอะไรบา้ ง
ขั้นสารวจคน้ หา
4. ครแู บง่ นักเรียนเปน็ กลมุ่ กลมุ่ ละ 4 คน คละกันตามความสามารถ คอื เก่ง ปานกลางค่อนข้างเกง่ ปานกลางคอ่ นขา้ งอ่อน และออ่ น
5. นักเรียนแต่ละกลมุ่ จับคกู่ ันเปน็ 2 คู่ ให้แต่ละคศู่ กึ ษาความรู้จากหนงั สอื เรยี น ดังนี้
ค่ทู ี่ 1 ศกึ ษาความรเู้ ร่อื ง บทบาทและหน้าท่ีของผู้ผลิตและความสาคญั ของผผู้ ลิต
คทู่ ่ี 2 ศกึ ษาความรเู้ ร่ือง บทบาทของผูผ้ ลติ ทมี่ ีคณุ ภาพ
6. นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ ผ้ผู ลิตทีม่ ีคณุ ภาพจะต้องมหี ลักในการผลติ อยา่ งไร (มีความซอื่ สตั ย์ตอ่ ผู้บริโภค,
คานึงถึงผลกระทบตอ่ สง่ิ แวดล้อม, คานงึ ถึงความปลอดภยั ของผบู้ รโิ ภค, การใช้ทรัพยากรอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ หรอื พจิ ารณาตาม
คาตอบของนกั เรียน โดยให้อยู่ในดุลยพนิ ิจของครผู ูส้ อน
ขนั้ อธบิ ายความรู้
7. สมาชิกแตล่ ะคผู่ ลดั กนั อธบิ ายความรู้ตามท่ีคขู่ องตนรับผดิ ชอบในการศึกษาให้สมาชกิ อกี ค่หู นง่ึ ภายในกลมุ่ ฟัง
8. สมาชกิ ในแต่ละกลุ่มผลัดกันซกั ถามข้อสงสยั จนมีความเขา้ ใจตรงกัน
9. ครูสุ่มนักเรยี นออกมาเล่าบทบาทหน้าท่ีของผู้ลิต ความสาคัญของผผู้ ลิตอยา่ งมคี ณุ ภาพ บทบาทของผู้ผลิตท่ีมคี ณุ ภาพ
โดยมีครูตรวจสอบความถกู ต้อง
10. ครูมอบหมายให้นกั เรียนแตล่ ะคนไปสารวจสินคา้ ในทอ้ งถิ่น 1 ชนดิ ทีแ่ สดงวา่ ผูผ้ ลิตมีคุณภาพ
คาบท่ี 2
ข้ันสรปุ
ขั้นขยายความเขา้ ใจ
11. นกั เรยี นเลอื กสนิ คา้ ในทอ้ งถน่ิ ทแ่ี สดงวา่ ผผู้ ลติ มคี ณุ ภาพ นามาวเิ คราะหแ์ ละตอบคาถามในใบงานท่ี 1.1 เร่อื ง ผู้ผลติ
ในชุมชน
12. สมาชกิ แตล่ ะคนผลัดกนั เล่าผลงานของตนในใบงานท่ี 1.1 ใหเ้ พ่อื นในกลุ่มฟัง แล้วช่วยกนั เสรมิ เพิ่มเตมิ ใหผ้ ลงานมี
ความสมบรู ณ์ แลว้ รวบรวมเป็นผลงานของกลมุ่
13. นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ นกั เรยี นคิดว่า ผผู้ ลิตสว่ นใหญม่ ีคณุ ธรรมจริยธรรมหรือไม่ อธิบายเหตุผล
ขน้ั ตรวจสอบผล
14. ตัวแทนกลุ่มนาเสนอใบงานที่ 1.1 หน้าช้ันเรียน และให้ตัวแทนกลุ่มอ่ืนช่วยกันเสนอความคิดเห็นเพิ่มเติม ครู
ตรวจสอบความถกู ต้อง
15. นกั เรยี นรว่ มกนั สรุปบทบาทหนา้ ทข่ี องผผู้ ลติ ความสาคญั ของผผู้ ลติ ทม่ี คี ณุ ภาพ และบทบาทของผผู้ ลติ ท่ีมคี ุณภาพ
6. การวัดและประเมนิ ผล
การวดั และประเมนิ วิธกี ารวดั ผล เครือ่ งมือวดั เกณฑก์ ารประเมินผล
จุดประสงค์
1. อธิบายบทบาทและหน้าที่ ใบงานที่ 1.1 70% ขึน้ ไปถือวา่ ผา่ นเกณฑ์
ความร้คู วามเข้าใจ (K) การประเมนิ
ของผผู้ ลิตได้ (K) 70% ขึน้ ไปถอื วา่ ผา่ นเกณฑ์
ทกั ษะ / กระบวนการ (P) การประเมนิ
2. อธิบายความสาคญั ของ แบบประเมนิ การนาเสนอ 70% ขนึ้ ไปถอื ว่าผา่ นเกณฑ์
คุณลกั ษณะนสิ ัย (A) การประเมนิ
ผ้ผู ลิตทม่ี คี ุณภาพได้ (P) ผลงาน
3. วิเคราะหบ์ ทบาทของผผู้ ลติ ที่ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการ
มีคณุ ภาพได้ (A) ทางานรายบคุ คล
7. สอ่ื / แหล่งการเรียนรู้
7.1 สือ่ การเรยี นรู้
1) หนงั สอื เรยี น สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ป.6
2) แปรงลบกระดาน สมุด หนังสอื ยางลบ ไมบ้ รรทดั
3) ใบงานท่ี 1.1 เรื่อง ผ้ผู ลิตในชมุ ชน
7.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) หอ้ งสมดุ
2) อนิ เทอร์เน็ต
8. กิจกรรมเสนอแนะ
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ………………………………………………………ครูผสู้ อน ลงช่อื ………………………………………………………ฝา่ ยวชิ าการ
(……………………………………………………) (……………………………………………………)
ลงช่ือ………………………………………………………ผบู้ รหิ าร
(……………………………………………………)
ใบงานท่ี 1.1
เรอื่ ง ผู้ผลิตในชุมชน
ช่ือ………………………………………………………………………………………….เลขท…่ี …………….ชัน้ ………………..
คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นนาสนิ ค้าในชุมชนทผ่ี ้ผู ลติ มคี ณุ ภาพ มาวิเคราะหแ์ ลว้ ตอบคาถาม
(ติดภาพประกอบ)
ช่อื สนิ ค้า
คาถาม
1. นกั เรยี นคิดวา่ สนิ คา้ นม้ี คี ณุ ภาพดอี ยา่ งไร จงอธบิ าย
2. นกั เรยี นคิดวา่ ผผู้ ลติ สินคา้ นม้ี ีคณุ ธรรมอย่างไรบ้าง จงยกตวั อย่างประกอบ
สัปดาห์ท่ี 3-4
โรงเรยี นขจรเกยี รติพฒั นา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรยี นท…ี่ ……..… /…………….. ช่อื ผ้สู อน……………………………………………………
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ สงั คมศกึ ษาศาสนาและวัฒนธรรม ชัน้ ประถมศกึ ษาปที่ ี่ 6 จานวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 1 ผู้ผลติ และผู้บรโิ ภค เรอ่ื ง บทบาทของผู้บริโภค
1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวชว้ี ัด
มาตรฐาน ส 3.1 เข้าใจและสามารถบริหารจดั การทรัพยากรในการผลิตและการบริโภค การใช้ทรัพยากรที่มีอย่จู ากดั
ได้อยา่ งมีประสิทธภิ าพและคมุ้ คา่ รวมทงั้ เขา้ ใจหลกั การของเศรษฐกจิ พอเพียงเพ่ือการดารงชวี ติ อยา่ งมคี ุณภาพ
ตัวช้วี ัด ป.6/2 อธบิ ายบทบาทของผู้บริโภคท่ีร้เู ท่าทัน
2. สาระสาคัญ / ความคดิ รวบยอด
ผูบ้ รโิ ภคตอ้ งร้บู ทบาทหนา้ ท่ขี องตนเองและคานงึ ถึงการใชท้ รัพยากรอยา่ งคุม้ ค่าและย่ังยนื
3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. บอกบทบาทของผูบ้ รโิ ภคในระบบเศรษฐกิจได้ (K)
2. อธิบายคุณสมบตั ขิ องผู้บรโิ ภคที่ดีได้ (P)
4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรียนรทู้ ้องถิ่น
พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา
สาระการเรียนรู้แกนกลาง
1. คณุ สมบัตขิ องผ้บู ริโภคทด่ี ี
2. พฤตกิ รรมของผูบ้ ริโภคทีบ่ กพรอ่ ง
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
คาบที่ 1
ขน้ั นา
ข้ันกระตุน้ ความสนใจ
1. ครใู ห้นักเรยี นช่วยกนั เลา่ ความรูเ้ ดมิ เก่ียวกบั การผลติ ที่แสดงถงึ ผผู้ ลิตท่ีมีคุณภาพ และความสาคัญของการผลิตท่ีมีคุณภาพต่อสินค้าและ
ผู้บริโภค
2. นักเรยี นตอบคาถามกระตุ้นความคิดสินค้าท่มี ีคุณภาพในทอ้ งถ่นิ ของนักเรยี นไดแ้ ก่อะไรบา้ ง ทาไมจงึ ตัดสินใจวา่ สินค้า
ดงั กลา่ วมีคณุ ภาพ
ขน้ั สารวจคน้ หา
3. สมาชิกกลุม่ เดิม (จากแผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 1) ร่วมกันศึกษาความรูเ้ รอ่ื ง บทบาทของผบู้ ริโภค จากหนังสอื เรียน ใน
หัวขอ้ ต่อไปน้ี
1. บทบาทของผู้บริโภคในระบบเศรษฐกิจ
2. คณุ สมบัตขิ องผบู้ ริโภคที่ดี
3. พฤติกรรมของผ้บู ริโภคท่มี คี วามบกพร่องในการเลอื กบรโิ ภคสินคา้ และบริการแล้วบนั ทกึ ความรู้ท่ีไดจ้ ากการศกึ ษา
ลงในแบบบนั ทกึ การอา่ น
4. สมาชกิ แตล่ ะกลุ่มนาความรใู้ หมท่ ่ไี ดร้ ับและความรูเ้ ดิมท่มี ีอยมู่ าเปน็ พน้ื ฐานในการทาใบงานที่ 3.1 เรอ่ื ง บทบาท
ผู้บรโิ ภค
5. นกั เรยี นตอบคาถามกระตุ้นความคดิ นกั เรียนเป็นผบู้ รโิ ภคทีด่ ีอยา่ งไรบ้างจงยกตัวอยา่ ง
ขนั้ อธบิ ายความรู้
6. สมาชิกแตล่ ะคนผลดั กนั อธิบายความรู้ในประเด็นสาคญั ของบทบาทของผูบ้ รโิ ภค
7. ครูและนักเรียนช่วยกันเฉลยคาตอบในใบงานท่ี 3.1 สมาชิกแต่ละกลุ่มช่วยกันตรวจใบงาน และเพ่ิมเติมให้มีความ
สมบูรณ์
คาบท่ี 2
ข้ันสรุป
ขน้ั ขยายความเขา้ ใจ
8. สมาชกิ แต่ละกลมุ่ ร่วมกันสรปุ ความรูโ้ ดยการเรียบเรียงเปน็ บทความ เรอ่ื ง ฉนั เปน็ ผู้บริโภคท่ีดีสมาชิกในกลุ่มร่วมกันแสดง
ความคดิ เหน็ และเพม่ิ เติมข้อมูลในบทความเพ่ือให้ผลงานมคี วามสมบูรณ์
ขน้ั ตรวจสอบผล
9. ตัวแทนกลุ่มนาเสนอผลงาน บทความ เร่อื ง ฉนั เปน็ ผบู้ ริโภคท่ดี ีหนา้ ชน้ั เรยี น ครูตรวจสอบความถกู ตอ้ ง และใหข้ ้อเสนอแนะเพ่ิมเตมิ
10. ครมู อบหมายให้นักเรยี นทุกคนนาความรทู้ ีไ่ ดจ้ ากการศึกษาไปปฏิบตั ิเปน็ ผ้บู รโิ ภคทีด่ นี ักเรียนตอบคาถามกระตุ้น
ความคิดนกั เรยี นคิดว่า จะพฒั นาคนให้เป็นผู้บริโภคท่ดี ยี ิ่งขน้ึ อยา่ งไรบา้ ง ยกตวั อยา่ งประกอบ
6. การวัดและประเมนิ ผล
การวดั และประเมิน วิธกี ารวัดผล เคร่ืองมือวัด เกณฑ์การประเมินผล
จุดประสงค์
1. บอกบทบาทของผูบ้ ริโภคใน ใบงานที่ 2.1 70% ขึ้นไปถอื ว่าผา่ นเกณฑ์
ความรู้ความเข้าใจ (K) ระบบเศรษฐกิจได้ (K) การประเมิน
2. อธิบายคุณสมบัตขิ อง แบบบนั ทกึ การอา่ น 70% ข้นึ ไปถือว่าผ่านเกณฑ์
ทักษะ / กระบวนการ (P) ผู้บริโภคท่ดี ีได้ (P) การประเมิน
3. มีวินัย ใฝ่เรยี นรู้ มงุ่ ม่นั ใน แบบประเมินการนาเสนอ 70% ข้ึนไปถอื ว่าผ่านเกณฑ์
คุณลักษณะนสิ ัย (A) การทางาน (A) ผลงาน การประเมนิ
7. สือ่ / แหลง่ การเรียนรู้
7.1 สื่อการเรยี นรู้
1) หนงั สือเรียน สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป.6
2) ใบงานท่ี 2.1 เร่อื ง บทบาทผูบ้ รโิ ภค
7.2 แหลง่ การเรียนรู้
1) หอ้ งสมดุ
2) อนิ เทอร์เน็ต
8. กิจกรรมเสนอแนะ
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
ลงช่อื ………………………………………………………ครูผสู้ อน ลงชื่อ………………………………………………………ฝา่ ยวชิ าการ
(……………………………………………………) (……………………………………………………)
ลงชื่อ………………………………………………………ผบู้ รหิ าร
(……………………………………………………)
ใบงานท่ี 2.1
เรอื่ ง บทบาทผ้บู รโิ ภค
คาชี้แจง ให้นกั เรียนเขยี นแผนผังความคดิ เรอ่ื ง บทบาทผูบ้ รโิ ภค
บทบาทผู้บรโิ ภค
สัปดาห์ที่ 5
โรงเรียนขจรเกยี รตพิ ฒั นา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรียนท…ี่ ……..… /…………….. ชอ่ื ผู้สอน……………………………………………………
กลุม่ สาระการเรยี นรู้ สังคมศึกษาศาสนาและวฒั นธรรม ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ ี่ 6 จานวน 1 คาบ
หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 2 การใช้ทรัพยากรอย่างย่งั ยนื เรอื่ ง การใชท้ รัพยากรอย่างยง่ั ยนื
1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตวั ช้วี ัด
มาตรฐาน ส 3.1 เข้าใจและสามารถบริหารจัดการทรัพยากรในการผลิตและการบริโภค การใช้ทรัพยากรที่มีอยู่จากัดได้
อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพและคุ้มคา่ รวมทงั้ เข้าใจหลกั การของเศรษฐกจิ พอเพียงเพอ่ื การดารงชวี ติ อยา่ งมีคณุ ภาพ
ตวั ชว้ี ัด ป.6/3 บอกวธิ ีและประโยชนข์ องการใช้ทรพั ยากรอยา่ งย่งั ยนื
2. สาระสาคัญ / ความคิดรวบยอด
ทรพั ยากรธรรมชาติมอี ยอู่ ยา่ งจากดั ดงั นัน้ จึงมคี วามจาเปน็ ทีจ่ ะตอ้ งรู้จักใช้ทรัพยากรอยา่ งประหยดั และคมุ้ ค่าตามหลักการ
ใช้ทรัพยากรอยา่ งยัง่ ยนื
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. บอกความหมายและความจาเปน็ ของทรพั ยากรได้ (K)
2. บอกหลักการใช้ทรพั ยากรอย่างย่งั ยนื ได้ (P)
3. บอกประโยชนข์ องการใช้ทรัพยากรอย่างยัง่ ยนื ได้ (A)
4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรียนรูท้ อ้ งถ่นิ
พจิ ารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา
สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
1. ความหมายและความจาเป็นของทรัพยากร
2. หลักการและวธิ ใี ชท้ รัพยากรให้เกดิ ประโยชนส์ งู สดุ
(ลดการสญู เสยี ทกุ ประเภท)
5. กิจกรรมการเรียนรู้
คาบที่ 1
ข้ันนา
ขน้ั กระตนุ้ ความสนใจ
1. ครนู าภาพเกย่ี วกบั ทรัพยากรธรรมชาติมาให้นกั เรยี นดู แลว้ ใหน้ กั เรียนตอบคาถาม เชน่
นกั เรยี นชอบภาพใดบา้ ง และไมช่ อบภาพใด อธบิ ายเหตผุ ล
ภาพใดทีแ่ สดงถึงการท่ีมนุษยใ์ ชท้ รัพยากรอยา่ งย่งั ยนื อธิบายเหตุผล
2. นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ ในทอ้ งถนิ่ ที่นกั เรียนมีภูมลิ าเนามกี จิ กรรมใดบ้างที่แสดงว่ารูจ้ ักใช้ทรัพยากรอยา่ ง
ประหยดั และคมุ้ คา่
ขั้นสารวจคน้ หา
3. นักเรียนรวมกลุ่มเดิม (จากแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1) เรียกกลุ่มน้ีวา่ กลุ่มบ้าน แล้วให้สมาชิกแต่ละคนเลือกหมายเลข
ประจาตัวตาม ความสมัครใจ ตัง้ แตห่ มายเลข 1-4
4. นกั เรยี นทม่ี หี มายเลขเดยี วกนั จากกลมุ่ บา้ นมานง่ั รวมกันเปน็ กลมุ่ ใหม่ เรยี กวา่ กลมุ่ ผเู้ ชย่ี วชาญ เชน่ กลุม่ หมายเลข 1 ก็
จะน่ังรวมกนั 4 คน หมายเลข 2 หมายเลข 3 หมายเลข 4 ต่างก็ไปนงั่ รวมกัน กลุ่มละ 4 คน ในกรณที ีน่ ักเรยี นในหอ้ งน้นั มีจานวน
มาก ตัวอย่างเชน่ มนี กั เรียนจานวน 48 คน กลุ่มหมายเลข 1 จะมี 3 กลมุ่ กลุม่ หมายเลข 2 จะมี 3 กลุม่ กล่มุ หมายเลข 3 จะมี
3 กลมุ่ กลุม่ หมายเลข 4 จะมี 3 กลมุ่
5. สมาชิกกลุ่มผู้เช่ยี วชาญแตล่ ะหมายเลขศกึ ษาความรู้ร่วมกัน ดังน้ี
- หมายเลข 1 ศึกษาความรูเ้ รอ่ื ง ความหมายและประเภทของทรัพยากร
- หมายเลข 2 ศกึ ษาความรูเ้ ร่ือง ความจาเปน็ ของทรัพยากร
- หมายเลข 3 ศกึ ษาความรู้เรอ่ื ง ทรัพยากรในการผลิต
- หมายเลข 4 ศึกษาความรเู้ รอ่ื ง หลกั การและวิธกี ารใชท้ รพั ยากรใหเ้ กิดประโยชนส์ ูงสดุ
ในแตล่ ะกลมุ่ จะมกี ารอภิปรายแลกเปลยี่ นความรู้กนั จนกระทัง่ ทุกคนมีความกระจา่ งชดั เจนในหวั ขอ้ เร่ืองทศี่ ึกษาเป็นอย่างดี
แลว้ บันทกึ ความร้ทู ี่ไดจ้ ากการศึกษาและการอภิปรายลงในแบบบันทึกการอ่าน
ขน้ั อธิบายความรู้
6. ใหส้ มาชิกกลุ่มผู้เชย่ี วชาญกลับไปยังกล่มุ เดมิ ของตนทเี่ รียกว่า กลุม่ บา้ น แลว้ ผลัดกนั อภิปรายเพ่ือถา่ ยทอดความรทู้ ตี่ น
ศึกษามา หรือตามทตี่ นไดร้ ่วมกนั ตอบคาถามตามหัวขอ้ ในใบงานทีค่ รูกาหนด โดยเริม่ จากหมายเลข 1-4 ตามลาดับ หรืออาจจะ
ถา่ ยทอดความรู้ตามความสมัครใจ โดยไมต่ อ้ งเรียงตามหมายเลขกไ็ ด้ แต่สมาชกิ ทุกคนในกลมุ่ ต้องถ่ายทอดความร้จู นครบ
7. ครูให้ตวั แทนกลมุ่ แตล่ ะกลมุ่ นาเสนอสรปุ ผลการศกึ ษาความรู้ในสาระสาคญั หนา้ ชนั้ เรยี น กลุม่ ละ 1 หวั ขอ้ ครูตรวจสอบ
ความถูกตอ้ ง
8. นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ วิธกี ารใช้ทรพั ยากรใหเ้ กดิ ประโยชนส์ งู สดุ น้ัน สามารถทาไดอ้ ยา่ งไรบา้ ง
ข้ันสรปุ
ขั้นขยายความเข้าใจ
9. สมาชิกแต่ละกลมุ่ นาความรทู้ ไ่ี ด้จากการศึกษาเรอ่ื ง การใชท้ รัพยากรอยา่ งยัง่ ยนื มาเป็นพื้นฐานในการวิเคราะห์ข่าว ในใบ
งานที่ 3.1 เรอ่ื ง การใช้ทรพั ยากรอยา่ งยั่งยืน และชว่ ยกนั ปรบั ปรุงพัฒนาผลงานในใบงาน
ขนั้ ตรวจสอบผล
10. ตวั แทนกลุม่ นาเสนอผลงานในใบงานที่ 3.1 หนา้ ช้นั เรียน ครูตรวจสอบความถูกต้อง และใหข้ ้อเสนอแนะเพม่ิ เติม
11. ครูมอบหมายให้นักเรียนไปสืบค้นข้อมูลเก่ียวกับกิจกรรมในชุมชนท่ีแสดงว่าเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า มา
ล่วงหนา้ เพอื่ ทากจิ กรรมในช่ัวโมงเรยี นตอ่ ไป
6. การวดั และประเมนิ ผล
การวดั และประเมนิ วธิ กี ารวัดผล เครือ่ งมอื วัด เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
จุดประสงค์
1. บอกความหมายและความ ใบงานท่ี 3.1 70% ขนึ้ ไปถอื วา่ ผ่านเกณฑ์
ความรคู้ วามเข้าใจ (K) จาเป็นของทรพั ยากรได้ (K) การประเมิน
2. บอกหลกั การใชท้ รพั ยากร แบบสังเกตพฤตกิ รรมการ 70% ขน้ึ ไปถอื วา่ ผ่านเกณฑ์
ทกั ษะ / กระบวนการ (P) อยา่ งย่ังยืนได้ (P) ทางานกลุม่ การประเมิน
3. บอกประโยชนข์ องการใช้ แบบประเมนิ การนาเสนอ 70% ข้ึนไปถอื วา่ ผา่ นเกณฑ์
คณุ ลักษณะนสิ ยั (A) ทรพั ยากรอยา่ งยงั่ ยนื ได้ (A) ผลงาน การประเมนิ
7. ส่อื / แหลง่ การเรียนรู้
7.1 ส่ือการเรียนรู้
1) หนงั สือเรยี น สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป.6
2) หนังสือค้นควา้ เพิ่มเติม
-วันรกั ษ์ ม่ิงมณีนาคิน. 2545. เศรษฐศาสตรเ์ บือ้ งตน้ สาหรับบคุ คลทวั่ ไป. กรงุ เทพมหานคร :
มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์.
3) บตั รภาพ ทรพั ยากรธรรมชาติ
4) ใบงานที่ 3.1 เร่อื ง การใชท้ รัพยากรอยา่ งยัง่ ยืน
7.2 แหลง่ การเรยี นรู้
1) หอ้ งสมดุ
2) อินเทอร์เน็ต
8. กิจกรรมเสนอแนะ
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
ลงช่อื ………………………………………………………ครผู สู้ อน ลงชื่อ………………………………………………………ฝ่ายวชิ าการ
(……………………………………………………) (……………………………………………………)
ลงชอ่ื ………………………………………………………ผูบ้ รหิ าร
(……………………………………………………)
ใบงานท่ี 3.1
เร่ือง การใช้ทรพั ยากรธรรมชาติอย่างยัง่ ยนื
คาช้ีแจง ให้นกั เรยี นเลอื กวิเคราะหข์ ่าว มา 1 ข่าว แลว้ ตอบคาถาม
เรอ่ื งท่ี 1
“ตกแตง่ เคสมอื ถอื ” ตอ่ ยอดทาเงนิ ได้หลากหลาย
การ “ตกแต่งเคสมือถือ และสิ่งของต่าง ๆ สร้างรายได้” เป็นงานเชิงสร้างสรรค์ที่ใชเ้ ทคนิค “แนพกิ้น เดคูพาจ” เป็นการ
ผนกึ กระดาษทซิ ชูลายสวย ๆ ลงบน เคสโทรศัพทม์ ือถือ หรือสิง่ ของอ่นื ๆ อาทิ หมวก, เสือ้ , รองเท้าผ้าใบ, กระเปา๋ ตา่ ง ๆ, ตะกร้า,
ขวด, กล่องต่าง ๆ ฯลฯ ซ่ึงถือเป็นงานประดิษฐ์ท่ีน่าสนใจอกี รูปแบบหนึ่งท้ังน้ียกตวั อย่างการผนึกตกแตง่ ลงบนเคสมือถือ อุปกรณ์
ท่ีต้องใช้ เทคนิคการผนึก มีดงั น้ีคือ อปุ กรณ์และวัสดทุ ่ีใช้ ประกอบด้วยไดร์เป่าผมขนาดเล็ก, พกู่ ัน, แปรง, กรรไกรเล็ก, ลูกกล้ิง
หรอื ขวดแกว้ เลก็ ๆ, ผา้ คอตตอน, กระดาษทรายนา้ 3 เอ็ม เบอร์ 400, กาวลาเท็กซ์, น้ายาเคลือบ, เคสโทรศัพท์มือถือสีขาว (หรือ
ส่ิงของอื่น ๆ ตามแต่จะต้องการใช้ทาช้ินงาน) และกระดาษทิซชู ซึ่งเป็นแบบท่ีนาเข้าจากต่างประเทศ ท่ีจะมีลวดลายสวยงามวิธี
เลือกเคสมือถือคือ ตอ้ งเลือกเคสแบบเรียบ เพราะถ้าเปน็ แบบท่ีมีรูมาก ๆ พ้ืนที่ในการยึดติดระหวา่ งกระดาษทิซชูกับเคสจะมีน้อย
การใชง้ านระยะยาวจะไม่ดี คือร่อนไดง้ ่าย และไม่ควรใช้เคสแบบซิลิโคน เพราะเวลาผนึกกระดาษทิซชูแล้วก็จะร่อนได้งา่ ยเช่นกัน
ดังน้ัน เลือกใช้เคสโทรศัพท์มือถือที่พ้ืนเรียบจะดีท่ีสุด และควรจะมันเงาไม่มากด้วย เพราะหากมันเงามากก็จะต้องขัดเยอะ เคส
มือถอื นห้ี าซอื้ ไดท้ ว่ั ไป ท่ีเป็นเนือ้ พลาสติกราคาโดยประมาณมตี ้งั แต่ 30-1,000 บาท ส่วนกระดาษทิซชทู ่ีใช้ ซ่ึงเปน็ กระดาษทิซชทู ่ี
นาเข้าจากต่างประเทศน้ัน ขนาดท่ีใช้มี 4 ขนาดท่ีนิยม คือ 25x25 ซม., 33x33 ซม. และ 40x40 ซม. ราคาเฉลี่ยแผ่นละ
ประมาณ 25 บาท กระดาษทิซชูดังกล่าวน้ีจะมี 3 ช้ัน แต่จะใช้ชั้นบนสุดที่มีลายเท่าน้ัน โดยกระดาษทิซชู 1 แผ่น ขนาด 33x33
ซม. สามารถใช้ผนึกตกแตง่ เคสมือถือได้ 4 เคส ซ่ึงลายยอดนิยมในการนามาใชผ้ นึกตกแต่ง ได้แก่ ลายดอกไม้, ลายผลไม้, ลาย
ตุ๊กตา, ลายวิว, ลายการ์ตนู เปน็ ต้น
ทีม่ า : เดลนิ ิวสอ์ อนไลน.์ 2555. ““ตกแต่งเคสมือถือ” ตอ่ ยอดทาเงินไดห้ ลากหลาย”. [ออนไลน]์ . เข้าถึงได้จาก :
http://www.dailynews.co.th/article/384/21172 สบื คน้ 15 พฤษภาคม 2555.
คาถาม
1. การผลิตสนิ คา้ ในขา่ วน้ันเปน็ สนิ คา้ เกย่ี วกับอะไร
2. ทรพั ยากรในการผลิตมีอะไรบา้ ง ยกตวั อยา่ งประกอบ
3. นกั เรยี นคิดวา่ ขา่ วหรอื ขอ้ มลู เกย่ี วกบั การผลติ ดงั กลา่ วนน้ั สามารถใชห้ ลกั การและวธิ กี ารใชท้ รพั ยากรใหเ้ กิดประโยชน์
สูงสุดอย่างไรบ้าง ยกตัวอยา่ งประกอบ
เรอ่ื งที่ 2
นายบญุ มา กติ ติใจ ประธานกลุ่มผ้ผู ลิตเครอื่ งปั้นดินเผาบ้านสันทราย หมทู่ ่ี 12 กลา่ ววา่ กอ่ นทีก่ ลุ่มผูผ้ ลิตเครื่องปั้นดนิ เผา
จะมาทาอาชีพน้ีชาวบ้านในหมู่บ้านที่ 12 มีอาชีพหลักคือ อาชีพทางการเกษตร ปัจจุบันชาวบ้านหันมาทาเคร่ืองปั้นดินเผากัน
50% สาเหตุเพราะการเกษตรมีความเสี่ยงสูง บางครั้งผลผลิตดีทาให้ผลผลิตล้นตลาดส่งผลให้ราคาผลผลิตตกต่าหรือราคาถูก
เกษตรกรหวงั ได้รับกาไรจากการลงทนุ ลงแรง ไปกับการเกษตรกลับขาดทุน บางฤดูกาลผลผลิตทางการเกษตรราคาดี แต่เกษตรกร
กลับได้ผลผลิตไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ทุกอย่างมันสวนทางกันตลอดเวลา จึงทาให้หันมายึดอาชีพดั้งเดิม แต่แล้วความหวังที่จะยึด
การทางาน เครอื่ งปั้นดินเผากป็ ระสบผลสาเรจ็ เมอ่ื หน่วยงานทางราชการ องค์กรอสิ ระ หลายหน่วยงานที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือให้
การสนับสนนุ เปน็ ลกั ษณะเงินทุนหมุนเวียน และอุปกรณ์ในการดาเนินกิจกรรมของกลุ่มกรรมวิธีการทาเครื่องปั้นดินเผา เช่น การ
หมักดนิ 1 คนื นาดนิ ท่หี มกั มาข้นึ รูปด้วยเครอื่ งทุ่นแรงหรือข้ึนรูปด้วยมือก็ได้ จากน้ันใช้ไม้ตีให้เรียบเนียนแล้วท้ิงไวส้ ักระยะหนึ่งจึง
นาเข้าเตาเผาขนาดเล็กสามารถบรรจุได้ 100-150 ช้ิน/เตา เตาขนาดใหญ่ 300-500 ชิ้น/ตา ใช้เวลาในการเผา 12 ชั่วโมง ทาให้
สินค้ามีคุณภาพและราคาดี เคร่ืองปั้นดินเผามีรูปแบบมากมายหลายชนิด เช่น หม้อน้า ชุดหม้อแกง อ่าง แจกัน ราคาตั้งแต่ 12
บาทขึ้นไป ทั้งนี้ข้ึนอยู่กับขนาดของสินค้าอีกที ส่วนกระถางดอกไม้ ราคาเริ่มต้นที่ 4 บาท ขนาดใหญ่ซึ่งราคาก็สูงข้ึนเล็กน้อย
นอกจากนยี้ ังประดษิ ฐ์ของต่างๆ ที่ลกู คา้ จะสงั่ ทาในรปู ต่างๆ และสามารถผลติ ได้วันละ 100 ชิ้น/วนั /ครอบครวั ผลผลิตของกลุม่
ผู้ผลิตเคร่ืองปั้นดินเผาบ้านสันทรายผลิตได้ 2 ลักษณะ คือเป็นสีธรรมชาติ อีกอย่างหน่ึงคือ แบบทาเก่าจะมีราคากว่าแบบสี
ธรรมชาติ ราคาเร่ิมต้น 150 บาทข้ึนไปเพราะทายากกว่า ผลิตภัณฑ์เหล่านี้สามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชน เฉล่ีย 4,500-6,500
บาท/ครอบครวั /เดือน รายไดจ้ ะมากหรือนอ้ ยข้ึนอยกู่ ับการสั่งซ้ือของลูกค้า การขนส่งส่วนมากลูกค้าจะเข้าไปถึงแหล่งผลิตและขน
เอง บางคร้ังแลว้ แต่กรณีท่ตี กลงกนั คาดว่าในอนาคตจะมีลูท่ างการส่งออกท่ีสดใส
ท่มี า : ไชยปราการโอทอ็ ป. 2555. “ปนั้ ดินใหเ้ ปน็ เงนิ ......รายได้งาม”. [ออนไลน์]. เข้าถึงไดจ้ าก :
http:// www.chaiprakarnotop.com/new_show.php?new_id=20 สืบคน้ 15 พฤษภาคม 2555.
คาถาม
1. การผลติ สินค้าในขา่ วนน้ั เป็นสนิ คา้ เกี่ยวกับอะไร
2. ทรพั ยากรในการผลิตมีอะไรบา้ ง ยกตัวอย่างประกอบ
3. นกั เรยี นคิดวา่ ขา่ วหรอื ขอ้ มลู เก่ียวกบั การผลิตดงั กล่าวน้นั สามารถใช้หลกั การและวธิ กี ารใช้ทรพั ยากรให้เกิดประโยชน์
สงู สุดอย่างไรบ้าง ชว่ ยยกตัวอย่างประกอบ
สัปดาหท์ ี่ 6
โรงเรียนขจรเกียรตพิ ฒั นา
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรยี นท…ี่ ……..… /…………….. ชือ่ ผู้สอน……………………………………………………
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ สังคมศกึ ษาศาสนาและวฒั นธรรม ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ ี่ 6 จานวน 1 คาบ
หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 3 ความสมั พนั ธ์ทางเศรษฐกจิ เรื่อง เศรษฐกจิ
1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวช้ีวัด
มาตรฐาน ส 3.2 เขา้ ใจระบบและสถาบันทางเศรษฐกิจต่างๆ ความสมั พนั ธ์ทางเศรษฐกจิ และความจาเปน็ ของการร่วมมือ
กนั ทางเศรษฐกจิ ในสังคมโลก
ตวั ชวี้ ัด ป.6/1 อธบิ ายความสมั พนั ธร์ ะหว่างผ้ผู ลติ ผู้บรโิ ภค ธนาคาร และรฐั บาล
2. สาระสาคัญ / ความคิดรวบยอด
หน่วยเศรษฐกิจสามารถแบ่งประเภทออกเป็นระดับหน่วยครัวเรือน หน่วยธุรกิจ และหน่วยรัฐบาล ซึ่งแต่ละหน่วยล้วนมี
ความสัมพันธก์ นั
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธบิ ายความหมายและประเภทของหน่วยเศรษฐกิจได้ (K)
2. อธบิ ายความสัมพนั ธร์ ะหว่างหนว่ ยเศรษฐกจิ ได้ (P)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถิ่น
- แผนผงั แสดงความสมั พนั ธ์ของหนว่ ยเศรษฐกิจ พจิ ารณาตามหลักสูตรของสถานศกึ ษา
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
คาบท่ี 1
ข้นั นา
ข้นั กระต้นุ ความสนใจ
1. ครใู หน้ ักเรียนดภู าพรา้ นขายของเบ็ดเตล็ด และภาพห้างสรรพสินค้า แลว้ ใหน้ ักเรยี นเปรยี บเทยี บความแตกตา่ งและ
ความคล้ายคลงึ กัน
2. ครูอธบิ ายเชอื่ มโยงให้นักเรยี นเขา้ ใจวา่ ลักษณะของภาพท้งั สองนน้ั จดั เป็นหน่วยธุรกจิ ซ่ึงมกี ารดาเนินกิจกรรมทาง
เศรษฐกิจ เพื่อแสวงหากาไรจากการประกอบการผลติ
ขนั้ สารวจค้นหา
3. ครูอธิบายความรูเ้ รอ่ื ง หนว่ ยเศรษฐกจิ ในหัวข้อตอ่ ไปนี้
- ประเภทของหน่วยเศรษฐกจิ ซ่งึ แบง่ ออกเป็น หน่วยครวั เรอื น หน่วยธุรกิจ หน่วยรฐั บาล
- ความสมั พันธร์ ะหว่างหน่วยเศรษฐกจิ
4. ครูแบง่ นักเรยี นเป็นกลมุ่ กล่มุ ละ 4 คน คละกันตามความสามารถ คอื เกง่ ปานกลางคอ่ นข้างเก่ง ปานกลางค่อนขา้ งอ่อน
และออ่ น แล้วชนี้ าใหน้ กั เรยี นเห็นความสาคญั ของการทางานร่วมกนั ปฏิบัตติ ามกตกิ าของการเรยี นรแู้ บบรว่ มมือ เชน่
- มกี ารชว่ ยเหลือกนั
- ทกุ คนต้องมคี วามรบั ผดิ ชอบในภาระหรอื หน้าทีข่ องตน
- สมาชกิ ทกุ คนมบี ทบาทเท่าเทียมกนั
- สมาชกิ ทกุ คนมีปฏสิ มั พันธท์ ด่ี ีตอ่ กนั อย่างต่อเนอ่ื ง
5. ครผู ู้สอนใหส้ มาชกิ ทกุ คนในกลมุ่ มคี วามกระตือรือรน้ และตั้งใจทางานรว่ มกนั ใหป้ ระสบความสาเรจ็ อยา่ งมคี ุณภาพ
ขนั้ อธบิ ายความรู้
6. สมาชิกแต่ละกลุม่ ร่วมมอื กนั ศึกษาความรู้เพิม่ เติมเก่ยี วกบั หน่วยเศรษฐกิจ จากหนงั สอื เรียน และหนงั สือค้นควา้ เพิ่มเตมิ
7. ครูใหน้ ักเรยี นแตล่ ะกล่มุ จบั คู่กันเปน็ 2 คู่ แล้วใหแ้ ตล่ ะคชู่ ว่ ยกันทาใบงานท่ี 4.1 เร่อื ง หน่วยเศรษฐกิจ โดยให้แต่ละคู่
ปฏบิ ัติกิจกรรม ดังนี้ เร่ิมจากการตอบคาถามข้อ
8. นกั เรยี นคนหนง่ึ คดิ ดงั ๆ แสดงถงึ การคดิ หาแนวทางในการตอบคาถาม และเขยี นคาตอบ และสมาชกิ อกี คนหน่ึงเปน็ ฝา่ ย
สังเกต (นักเรยี นอกี คนหนึง่ ซ่งึ อยใู่ นกลุ่มเดียวกันกป็ ฏบิ ตั ใิ นทานองเดียวกนั )
9. นกั เรยี นทท่ี าหนา้ ทเ่ี ปน็ ฝา่ ยสังเกต จะทาหน้าทีต่ รวจสอบและแสดงความคดิ เห็น เมอื่ ตรวจสอบว่าเปน็ คาตอบที่ถกู ตอ้ ง
พร้อมแสดงความยนิ ดี
10. นกั เรยี นแตล่ ะคเู่ ปลีย่ นบทบาทกนั ในคาถามขอ้ ตอ่ ไป โดยสลบั หนา้ ทก่ี นั
11. เมอื่ จบการตอบคาถาม 2 ขอ้ แล้วให้นักเรยี นแตล่ ะคซู่ งึ่ อยใู่ นกล่มุ เดยี วกัน (กลมุ่ 4 คน เปรียบเทยี บคาตอบกัน และ
ช่วยเหลือกัน อธบิ ายแสดงความคดิ เห็นเพ่ิมเติมเพ่ือความกระจ่างชัดเจน)
ขั้นสรปุ
ข้ันขยายความเขา้ ใจ
12. นกั เรยี นแตล่ ะคเู่ ปลีย่ นหนา้ ท่ีกนั ในการตอบคาถามขอ้ ตอ่ ไปจนจบ
13. สมาชกิ แตล่ ะคูใ่ นกลุม่ ช่วยกันตรวจสอบความถกู ต้องของคาตอบในใบงานท่ี 4.1
14. ครเู ฉลยคาตอบในใบงานท่ี 4.1 นักเรยี นแต่ละกลมุ่ ตรวจสอบใบงานของตน และแกไ้ ขในสว่ นทีไ่ มถ่ กู ต้องนักเรียนตอบ
คาถามกระตนุ้ ความคดิ ขอ้ 1-2
ขน้ั ตรวจสอบผล
15. นกั เรยี นรว่ มกนั สรุปประเภทของหนว่ ยเศรษฐกจิ และความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งหนว่ ยเศรษฐกจิ
6. การวดั และประเมนิ ผล
การวดั และประเมิน วธิ กี ารวัดผล เครือ่ งมอื วัด เกณฑก์ ารประเมินผล
จุดประสงค์ ใบงานที่ 4.1
1. อธบิ ายความหมายและ 70% ขึน้ ไปถือว่าผ่านเกณฑ์
ความรคู้ วามเขา้ ใจ (K) ประเภทของหนว่ ยเศรษฐกจิ ได้ แบบประเมนิ การนาเสนอ การประเมนิ
(K) ผลงาน
ทกั ษะ / กระบวนการ (P) 2. อธบิ ายความสัมพนั ธร์ ะหวา่ ง 70% ขึน้ ไปถอื ว่าผ่านเกณฑ์
หน่วยเศรษฐกจิ ได้ (P) การประเมนิ
คุณลกั ษณะนสิ ยั (A) 3. มีวนิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ มงุ่ ม่ันใน แบบสังเกตพฤตกิ รรมการ 70% ขน้ึ ไปถือวา่ ผ่านเกณฑ์
การทางาน (A) ทางานรายบคุ คล การประเมนิ
7. สอื่ / แหลง่ การเรียนรู้
7.1 สอื่ การเรยี นรู้
1) หนังสือเรียน สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ป.6
2) หนงั สือคน้ คว้าเพมิ่ เตมิ
- วนั รกั ษ์ มิ่งมณนี าคิน. 2545. เศรษฐศาสตรเ์ บื้องตน้ สาหรบั บคุ คลทัว่ ไป. กรงุ เทพมหานคร :
มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร.์
3) บตั รภาพ รา้ นคา้ ขายของเบ็ดเตล็ด และหา้ งสรรพสินคา้
4) ใบงานที่ 1.1 เร่ือง หนว่ ยเศรษฐกิจ
7.2 แหล่งการเรียนรู้
1) หอ้ งสมุด
2) อนิ เทอรเ์ นต็
8. กิจกรรมเสนอแนะ
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ………………………………………………………ครผู สู้ อน ลงชื่อ………………………………………………………ฝา่ ยวิชาการ
(……………………………………………………) (……………………………………………………)
ลงช่อื ………………………………………………………ผูบ้ รหิ าร
(……………………………………………………)
ใบงานท่ี 4.1
เรอ่ื ง หนว่ ยเศรษฐกิจ
คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นวเิ คราะหข์ อ้ ความดา้ นล่าง แลว้ ขดี ลงในชอ่ งประเภทของหน่วยเศรษฐกจิ
ลำดบั ที่ ข้อควำม หน่วยครวั เรอื น หน่วยธรุ กิจ หน่วยรฐั บำล
1 ปัจจบุ นั หา้ งสรรพสนิ คา้ มอี ยทู่ ุกจงั หวดั ทวั่ ประเทศ
2 ผปู้ กครองนกั เรยี นนิยมสง่ บุตรหลานไปศกึ ษา
ในโรงเรยี นของรฐั
3 รา้ นสะดวกซอ้ื จะมจี านวนมากขน้ึ
4 บรษิ ทั จากต่างชาตสิ นใจมาลงทุนในประเทศไทย
เพราะเสน้ ทางการคมนาคมสะดวกตอ่ การขนสง่
สนิ คา้
5 พอ่ มรี ายไดจ้ ากการรบั จา้ ง แมม่ รี ายไดจ้ ากการ
ขายของ
6 ประชาชนมคี วามพงึ พอใจในการขน้ึ รถเมล์
โดยไมต่ อ้ งจา่ ยคา่ รถ
7 กรมทางหลวงแผน่ ดนิ ขยายเสน้ ทางคมนาคมใหม้ ี
ขนาดความกวา้ งมากกวา่ เดมิ
8 ดวงดาวซอ้ื อาหารมาใหส้ มาชกิ ในครอบครวั
รบั ประทาน
9 บรษิ ทั อเิ ลก็ ทรอนิกสเ์ อกชยั จาหน่ายสนิ คา้ ประเภท
เครอ่ื งใชไ้ ฟฟ้า
10 นายเอกซอ้ื ป๋ ยุ เคมมี าใชใ้ นการทาสวน ทาใหผ้ ล
ผลติ จากพชื ผกั งดงาม นาไปจาหน่ายยงั ตลาดได้
ตลอดปี
สัปดาหท์ ่ี 7
โรงเรยี นขจรเกียรตพิ ฒั นา
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรยี นท…่ี ……..… /…………….. ชอ่ื ผู้สอน……………………………………………………
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ สังคมศกึ ษาศาสนาและวฒั นธรรม ช้ันประถมศกึ ษาป่ที ี่ 6 จานวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 2 ความสัมพนั ธท์ างเศรษฐกิจ เร่อื ง ความสมั พนั ธท์ างเศรษฐกิจ
1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวชีว้ ัด
มาตรฐาน ส 3.2 เขา้ ใจระบบและสถาบนั ทางเศรษฐกจิ ตา่ งๆ ความสมั พนั ธท์ างเศรษฐกิจและความจาเปน็ ของการร่วมมือ
กนั ทางเศรษฐกจิ ในสังคมโลก
ตัวชว้ี ัด ป.6/1 อธิบายความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งผผู้ ลติ ผบู้ ริโภค ธนาคาร และรัฐบาล
2. สาระสาคญั / ความคดิ รวบยอด
การหารายได้ รายจ่าย การออม การลงทุน เป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ผู้ผลิต ผู้บริโภค และรัฐบาลมีความเกี่ยวข้อง
สัมพันธก์ นั
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. บอกวธิ กี ารหารายได้ รายจ่าย การออม การลงทนุ ได้ (K)
4. สาระการเรียนรู้
สาระการเรียนรแู้ กนกลาง สาระการเรยี นรทู้ ้องถนิ่
พิจารณาตามหลักสตู รของสถานศกึ ษา
1. ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ผลิต ผู้บริโภค ธนาคาร
และรัฐบาลท่ีมีต่อระบบเศรษฐกิจอย่างสังเขป เช่น
การแลกเปล่ียนสินค้าและบริการ รายได้และรายจ่าย
การออมกบั ธนาคาร การลงทุน
2. การหารายได้ รายจ่าย การออม การลงทุน ซ่ึง
แสดงความสัมพันธ์ระหว่างผู้ผลิต ผู้บริโภค และ
รัฐบาล
คาบที่ 1
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
ขั้นนา
1. ครูให้นกั เรียนดภู าพการผลิตสินค้าในโรงงาน แล้วตอบคาถามตอ่ ไปนี้
- พนกั งานในโรงงานมีรายได้จากอะไร
- เขาอาจจะมรี ายจา่ ยอย่างไร
- ถ้าเขาสามารถออมเงนิ ได้จะเปน็ ผลดอี ย่างไร
- โรงงานมรี ายไดจ้ ากอะไร
- โรงงานมรี ายจา่ ยจากอะไร
- ถ้าโรงงานมีกาไรจะมีผลดีอยา่ งไร
ขน้ั กระตุ้นความสนใจ
2. ครอู ธบิ ายใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจถึงเร่อื ง การหารายได้ รายจ่าย การออม การลงทนุ ซ่ึงแสดงถึงความสมั พันธ์ระหวา่ งผู้ผลิต
ผู้บรโิ ภค และรัฐบาล
3. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่ม (กลมุ่ เดมิ จากแผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 1) รว่ มกนั ศึกษาความรู้เพ่มิ เตมิ จากหนังสอื เรยี น และหนังสอื
ค้นควา้ เพ่ิมเติมแล้วบนั ทึกความรทู้ ่ไี ด้จากการศึกษาลงในแบบบันทึกการอ่านจากนั้นร่วมกันอภปิ รายสาระสาคัญจากเร่อื งทีศ่ กึ ษา
ขั้นสารวจค้นหา
4. นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ จบั คกู่ ันเปน็ 2 คู่ แลว้ ใหแ้ ต่ละคูน่ าความรู้ทไี่ ดจ้ ากการศึกษามาเป็นพืน้ ฐานในการทาใบงานที่ 5.1 เรอื่ ง
รายได้ รายจา่ ย การออม การลงทนุ
ขั้นอธบิ ายความรู้
5. สมาชกิ แตล่ ะคูผ่ ลดั กนั อธบิ ายผลงานของตนในใบงานที่ 5.1 ใหส้ มาชิกอกี คู่หนงึ่ ภายในกลุ่มฟงั เปน็ การแลกเปลี่ยนความ
คิดเหน็ ระหวา่ งกัน และชว่ ยกนั เพ่ิมเตมิ ใหผ้ ลงานมคี วามสมบรู ณย์ ง่ิ ข้นึ
ขนั้ สรุป
ขน้ั ขยายความเขา้ ใจ
6. ตัวแทนกลุ่มนาเสนอผลงานทหี่ นา้ ชน้ั เรียน ครูตรวจสอบความถูกต้อง และเสนอแนะเพมิ่ เติม
7. นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ ขอ้ 1-2
ขัน้ ตรวจสอบผล
8. นกั เรยี นรว่ มกนั สรุปการหารายได้ รายจา่ ย การออม การลงทนุ ซง่ึ แสดงความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งผผู้ ลติ ผบู้ รโิ ภค และรฐั บาล
ส่งผลให้เกิดการผลิต การจ้างงาน และประเทศมีการพัฒนาอยา่ งต่อเนอ่ื ง
6. การวดั และประเมนิ ผล
การวัดและประเมิน วิธีการวดั ผล เครอ่ื งมือวดั เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
จุดประสงค์
1. บอกวธิ ีการหารายได้ ประเมนิ การนาเสนอผลงาน 70% ขน้ึ ไปถอื วา่ ผ่านเกณฑ์
ความรูค้ วามเขา้ ใจ (K)
รายจา่ ย การออม การลงทนุ ได้ การประเมิน
ทกั ษะ / กระบวนการ (P)
(K)
คณุ ลกั ษณะนสิ ัย (A)
2. คิดวเิ คราะห์ การตอบคาถาม ใบงานที่ 5.1 70% ข้นึ ไปถอื วา่ ผ่านเกณฑ์
กระบวนการกล่มุ (P) การประเมิน
3. มีวินยั ใฝเ่ รียนรู้ มุ่งมั่นใน แบบสังเกตพฤติกรรมการ 70% ขน้ึ ไปถอื ว่าผ่านเกณฑ์
การทางาน (A) ทางานรายบุคคล การประเมนิ
7. สอื่ / แหล่งการเรียนรู้
7.1 สือ่ การเรยี นรู้
1) หนังสอื เรียน พระพุทธศาสนา ป.6
2) บตั รภาพ การผลติ สนิ คา้ ในโรงงาน
3) ใบงานท่ี 5.1 เรอ่ื ง รายได้ รายจ่าย การออม การลงทนุ
7.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) ห้องสมุด
2) อนิ เทอรเ์ นต็
8. กิจกรรมเสนอแนะ
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
ลงช่ือ………………………………………………………ครผู สู้ อน ลงชื่อ………………………………………………………ฝา่ ยวชิ าการ
(……………………………………………………) (……………………………………………………)
ลงช่ือ………………………………………………………ผบู้ รหิ าร
(……………………………………………………)
ใบงานที่ 5.1
เรือ่ ง รายได้ รายจ่าย การออม การลงทนุ
คาช้ีแจง ให้นักเรียนวิเคราะหภ์ าพ แลว้ ตอบคาถาม
ภาพชุดท่ี 1
คาถาม
1. บคุ คลในภาพมรี ายรบั จากอะไรบา้ ง
2. บคุ คลดงั กล่าวอาจมีรายจ่ายในเรอ่ื งใดบา้ ง
3. ถ้าบคุ คลในภาพมีเงินเหลอื จา่ ยพวกเขาควรจะทาอยา่ งไรกับเงนิ เหล่านน้ั
4. ผลท่คี าดวา่ จะไดร้ บั จากการตดั สินใจของบคุ คลในขอ้ 3 คอื อะไร
ภาพชุดท่ี 2
คาถาม
1. หนว่ ยธรุ กิจการค้าในภาพมีรายได้จากอะไรบ้าง
2. ถ้าหน่วยธรุ กิจมรี ายได้มากกวา่ รายจ่าย ควรจะบริหารจัดการเงนิ ทีเ่ หลืออย่างไร
3. ผลทีค่ าดว่าจะได้รับจากการตัดสินใจในขอ้ 2 คืออะไร
ภาพชุดท่ี 3
คาถาม
1. การดาเนินกจิ การในภาพนน้ั ควรเป็นหนา้ ทีข่ องใคร
2. เงนิ ท่ใี ช้ในการลงทนุ ในภาพดังกล่าวมแี หลง่ เงินทุนมาจากทใ่ี ดบ้าง
สปั ดาห์ที่ 8
โรงเรยี นขจรเกียรติพฒั นา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรยี นท…ี่ ……..… /…………….. ช่ือผูส้ อน……………………………………………………
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ สงั คมศกึ ษาศาสนาและวัฒนธรรม ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ ่ี 6 จานวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 3 ความสมั พนั ธ์ทางเศรษฐกจิ เร่ือง ภาษีและหน่วยงานที่จดั เกบ็ ภาษี
1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตวั ชี้วัด
มาตรฐาน ส 3.2 เข้าใจระบบและสถาบันทางเศรษฐกิจตา่ งๆ ความสัมพันธท์ างเศรษฐกิจและความจาเปน็ ของการร่วมมือ
กนั ทางเศรษฐกจิ ในสงั คมโลก
ตวั ชว้ี ัด ป.6/1 อธิบายความสมั พนั ธร์ ะหว่างผู้ผลติ ผบู้ รโิ ภค ธนาคาร และรัฐบาล
2. สาระสาคญั / ความคดิ รวบยอด
ประชาชนทม่ี ีรายได้ตามกฎหมายกาหนด มหี นา้ ท่ตี ้องเสยี ภาษี โดยมีหน่วยงานทีม่ หี น้าทจ่ี ดั เก็บภาษใี นแต่ละประเภท
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธบิ ายประเภทของภาษี และหน่วยงานท่ีมหี นา้ ทจี่ ัดเก็บภาษีได้ (K)
4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรียนรู้ทอ้ งถ่ิน
สาระการเรียนร้แู กนกลาง พิจารณาตามหลกั สตู รของสถานศึกษา
ภาษีและหนว่ ยงานทจี่ ดั เก็บภาษี
5. กิจกรรมการเรียนรู้
คาบที่ 1
ข้นั นา
ข้นั กระตุน้ ความสนใจ
1. ครูให้นกั เรียนดภู าพสาธารณสมบตั ติ า่ งๆ ซง่ึ มาจากการเสยี ภาษขี องประชาชน แล้วตอบคาถาม ตอ่ ไปน้ี
- สถานท่ดี ังกล่าวมีความสัมพันธ์อยา่ งไร
- งบประมาณท่ีนามาใช้ในกิจกรรมต่างๆ ในภาพนั้นมาจากท่ีใดบ้างประชาชนทุกคนมีส่วนร่วมในการพัฒนา
กจิ กรรมในขอ้ 1 อยา่ งไร
ขน้ั สอน
ข้นั สารวจคน้ หา
2. ครูอธบิ ายความร้เู รอื่ ง ความสาคัญของการจัดเกบ็ ภาษี ประเภทของภาษี หนว่ ยงานท่ีจดั เกบ็ ภาษี
3. นักเรียนกลุ่มเดิม (จากแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1) ร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง ภาษี จากหนังสือเรียน และหนังสือค้นคว้า
เพ่มิ เติม แล้วรว่ มกันอภิปรายในสาระสาคญั ของเรอ่ื งที่ศึกษา
ขน้ั อธบิ ายความรู้
4. ครใู ห้นกั เรยี นแต่ละกล่มุ ร่วมกันทาใบงานท่ี 5.1 เรอื่ ง ภาษี โดยแบ่งหนา้ ทกี่ นั ปฏิบัติกจิ กรรม ดงั นี้
- สมาชิกคนที่ 1 เขยี นคาตอบข้อท่ี 1 แลว้ ส่งใบงานไปยังสมาชิกคนท่ี 2
- สมาชกิ คนที่ 2 อ่านคาตอบของสมาชิกคนท่ี 1 ตรวจสอบความถูกต้องและแกไ้ ขหรอื เขียนเพิม่ เติมให้สมบูรณ์
แล้วตอบคาถาม ในข้อตอ่ ไป
- สมาชกิ คนท่ี 3 อ่านคาตอบของสมาชิกคนท่ี 2 ตรวจสอบความถกู ตอ้ งและแกไ้ ขหรอื เขยี นเพม่ิ เตมิ ใหส้ มบูรณ์
แล้วตอบคาถามในขอ้ ต่อไป
- สมาชกิ คนท่ี 4 อ่านคาตอบของสมาชกิ คนท่ี 3 ตรวจสอบความถูกตอ้ งและแกไ้ ขหรือเขยี นเพ่ิมเตมิ ให้สมบูรณ์
แล้วตอบคาถามในขอ้ ตอ่ ไป
5. สมาชกิ แตล่ ะคนในกลมุ่ จะไดม้ ีโอกาสอา่ นและเขียนคาตอบหมนุ เวยี นกันไปเรอื่ ยๆ จนเสร็จ กลา่ วคอื สามารถตอบปญั หา
ไดช้ ดั เจนครบถว้ นทกุ คาถาม
ข้นั สรุป
ขั้นขยายความเขา้ ใจ
6. สมาชิกในกลุ่มร่วมกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ งของใบงาน และเพมิ่ เติมให้มีความสมบูรณย์ ่ิงขนึ้
7. ครูเฉลยคาตอบในใบงานท่ี 3.1 นักเรียนแต่ละกลุ่มตรวจใบงานของตนแล้วแก้ไขในส่วนท่ีไม่ถูกต้องและปรับปรุงให้ผล
งานมีความสมบรู ณ์
8. นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ ขอ้ 1-2 รฐั เก็บภาษไี ดม้ ากจะมีผลดีอยา่ งไร ประชาชนทุกคนได้ประโยชนจ์ าก
การเสยี ภาษอี ย่างไรบา้ ง
ขั้นตรวจสอบผล
9. นกั เรยี นรว่ มกนั สรุปความสาคญั ของการจดั เกบ็ ภาษี ประเภทของภาษี และหนว่ ยงานทีม่ ีหน้าท่ีในการจดั เกบ็ ภาษี
6. การวดั และประเมนิ ผล
การวดั และประเมนิ วิธีการวดั ผล เครือ่ งมอื วดั เกณฑก์ ารประเมินผล
จุดประสงค์
1. อธิบายประเภทของภาษี ประเมนิ การนาเสนอผลงาน 70% ขึ้นไปถอื ว่าผา่ นเกณฑ์
ความรู้ความเขา้ ใจ (K) แ ล ะ ห น่ ว ย ง า น ที่ มี ห น้ า ที่ การประเมิน
จดั เก็บภาษไี ด้ (K)
ทักษะ / กระบวนการ (P) 2. คดิ วเิ คราะห์ การตอบคาถาม ใบงานที่ 5.1 70% ข้ึนไปถอื ว่าผ่านเกณฑ์
คุณลกั ษณะนสิ ยั (A) กระบวนการกลุ่ม (P)
3. มีวนิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ มุ่งม่ันใน การประเมนิ
การทางาน (A)
แบบสังเกตพฤติกรรมการ 70% ขึน้ ไปถอื วา่ ผา่ นเกณฑ์
ทางานรายบุคคล การประเมิน
7. สือ่ / แหลง่ การเรยี นรู้
7.1 สอ่ื การเรยี นรู้
1) บตั รภาพ สาธารณสมบตั ติ า่ งๆ ซึง่ มาจากการเสียภาษปี ระชาชน
2) ใบงานท่ี 5.1 เร่อื ง ภาษี
7.2 แหลง่ การเรียนรู้
1) ห้องสมดุ
2) อินเทอร์เนต็
8. กิจกรรมเสนอแนะ
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ………………………………………………………ครูผสู้ อน ลงชอ่ื ………………………………………………………ฝา่ ยวชิ าการ
(……………………………………………………) (……………………………………………………)
ลงชือ่ ………………………………………………………ผบู้ รหิ าร
(……………………………………………………)
ใบงานท่ี 5.1
เรื่อง ภาษี
ตอนท่ี 1
คำช้แี จง ให้นักเรยี นตอบคาถามตอ่ ไปน้ี
1. ภาษีมคี วามสาคัญอยา่ งไร
2. ภาษีทางตรง คืออะไร
3. ภาษีทางออ้ ม คอื อะไร
4. กรมสรรพากร มีหน้าท่เี ก็บภาษอี ะไรบา้ ง
5. กรมศลุ กากร มีหน้าทอี่ ยา่ งไร
6. กรมสรรพากรเก็บภาษีสินคา้ ชนดิ ใดบ้าง
7. ภาษีมีความสาคัญอยา่ งไร
8. ถา้ ประชาชนทกุ คนเสยี ภาษตี ามหน้าที่ ไมเ่ ลี่ยงภาษี จะมผี ลดอี ยา่ งไร
ตอนที่ 2
คาชแ้ี จง ใหน้ กั เรียนเขยี นแผนผงั ความคดิ สรุปความรเู้ รอ่ื ง ภาษี
ภาษที างตรง
ภาษี
และ
หน่วยงาน
ทจ่ี ัดเก็บภาษี
ภาษีทางออ้ ม
ตอนที่ 3
คาชี้แจง ให้นกั เรยี นอา่ นสถานการณท์ ีก่ าหนด แล้วตอบคาถาม
สถานการณ์ที่ 1
ใครตอ่ ใครกช็ มกันใหญว่ า่ คณุ แมข่ องแอ้มเป็นคนสวย หลายๆ คน
จึงถามเคล็ดลบั คณุ แม่ คณุ แมบ่ อกกับทกุ คนว่า ไมม่ ีเคล็ดลับอะไรหรอกก็แค่ใช้
เครอื่ งสาอางที่ตนเองเปน็ ผู้นาเข้ามาขายในประเทศไทย เพราะเครือ่ งสาอางชุดน้นี าเข้า
จากเกาหลี กาลังเปน็ ทีน่ ยิ มกนั ในประเทศของเรา เพอ่ื นๆ คะ คณุ แม่ของแอ้มตอ้ งจา่ ย
ภาษีประเภทใดคะ
ตอบ
สถานการณท์ ่ี 2
เพือ่ นๆ คะ ชว่ ยเวฟที หอ้ งเช่าทีเ่ วฟอาศัยอยตู่ อนน้ีเกบ็ ค่าเชา่ แพงมากๆเวฟอยาก
ร้วู ่าหอ้ งเช่าในตกึ นี้ เจ้าของตึกตอ้ งจ่ายภาษหี รือไม่ ถ้าจ่าย เป็นภาษีประเภทใด
เพ่อื นๆ ชว่ ยบอกเวฟด้วย
ตอบ
สถานการณ์ที่ 3
คุณพ่อของชะเอมสัง่ สรุ าจากตา่ งประเทศมาขาย เจ้าหน้าทบ่ี อกว่า
คณุ พอ่ ต้องเสียภาษี เพือ่ นๆ ทราบไหมคะวา่ คณุ พ่อตอ้ งเสียภาษีอะไร
ตอบ
สปั ดาหท์ ่ี 9
โรงเรยี นขจรเกียรตพิ ฒั นา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรียนท…ี่ ……..… /…………….. ชื่อผสู้ อน……………………………………………………
กลุม่ สาระการเรยี นรู้ สงั คมศกึ ษาศาสนาและวฒั นธรรม ชั้นประถมศกึ ษาป่ีท่ี 6 จานวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 3 ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกจิ เรอ่ื ง สิทธิของผบู้ รโิ ภค
1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวชวี้ ดั
มาตรฐาน ส 3.2 เข้าใจระบบและสถาบันทางเศรษฐกิจต่างๆ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและความจาเป็นของการร่วมมือ
กนั ทางเศรษฐกิจในสงั คมโลก
ตัวช้ีวัด ป.6/1 อธบิ ายความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งผผู้ ลติ ผบู้ รโิ ภค ธนาคาร และรฐั บาล
2. สาระสาคญั / ความคดิ รวบยอด
สิทธิของผบู้ รโิ ภคที่พงึ ได้รับนัน้ เป็นไปตามพระราชบัญญตั คิ มุ้ ครองผูบ้ รโิ ภค ซงึ่ ผบู้ รโิ ภคทกุ คนพงึ ร่วมมือกันในการรักษาสิทธิ์
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. บอกสทิ ธผิ ู้บรโิ ภคตามพระราชบญั ญตั คิ ุ้มครองผู้บริโภคได้ (K)
2. ยกตัวอย่างสิทธิผูบ้ ริโภคตามพระราชบัญญัตคิ มุ้ ครองผบู้ ริโภคได้ (P)
4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถิน่
พจิ ารณาตามหลกั สตู รของสถานศึกษา
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
สิ ท ธิ ข อ ง ผู้ บ ริ โ ภ ค แ ล ะ สิ ท ธิ ข อ ง ผู้ ใ ช้ แ ร ง ง า น ใ น
ประเทศไทย
5. กิจกรรมการเรียนรู้
คาบที่ 1
ข้ันนา
ขัน้ กระตุ้นความสนใจ
1. ครูให้นักเรยี นช่วยกนั ยกตัวอยา่ งสิทธขิ องผู้บรโิ ภค โดยให้ยกตัวอย่างจากชีวติ ประจาวันของนกั เรยี น
2. นกั เรยี นชว่ ยกนั แสดงความคดิ เหน็ วา่ นักเรยี นจะสามารถรกั ษาสิทธขิ องผบู้ รโิ ภคไดอ้ ยา่ งไร เมอ่ื นกั เรยี นจะตอ้ งซอ้ื นา้
ผลไม้ 1 กล่อง
- ดรู ายละเอียดของสินค้า เช่น ชอื่ และท่ีตั้งของผู้ผลิต ปริมาตรสุทธิ ชือ่ อาหาร ประเภทของน้าส้ม วัน เดือน ปที ่ี
หมดอายุ เครือ่ งหมาย อย.
3. ครูตรวจสอบความถูกต้อง และชมเชยนักเรียนท่ีสามารถยกตวั อย่างไดถ้ ูกตอ้ ง และเน้นย้าให้นักเรียนตระหนักถึงสิทธิ
ของผู้บริโภค
4. นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ ปจั จุบนั นน้ี กั เรียนไดร้ ับสทิ ธขิ องผบู้ รโิ ภคอยา่ งไรบ้าง
ขั้นสอน
ขน้ั สารวจค้นหา
5. ครอู ธบิ ายความรู้เร่ือง สิทธิของผู้บรโิ ภคตามพระราชบัญญตั คิ ุม้ ครองผู้บรโิ ภค
6. นักเรียนกลุ่มเดิม (จากแผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 1) ร่วมมือกันศึกษาความรู้เรื่อง สิทธิของผู้บริโภค จากหนังสือเรียน
และหนังสือค้นคว้าเพิ่มเติม แล้วบันทึกความรู้ที่ได้จากการศึกษาลงในแบบบันทึกการอ่าน จากนั้นร่วมกันอภิปรายประเด็นสาคัญ
ของเรือ่ ง ท่ศี กึ ษา
ขนั้ อธบิ ายความรู้
7. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มรว่ มกันทาใบงานท่ี 6.1 เรอ่ื ง สิทธิของผูบ้ รโิ ภค โดยแบง่ หน้าทกี่ ันปฏิบัตกิ จิ กรรม ดงั นี้
- สมาชิกหมายเลข 1 วิเคราะห์ภาพ และจาแนกแยกแยะลักษณะสาคัญของภาพ และแสดงความสอดคล้องกับ
สทิ ธขิ องผูบ้ รโิ ภค
- สมาชิกหมายเลข 2 ฟังขั้นตอน รวบรวมขอ้ มูล หาแนวทางเสนอแนะในการตอบคาถาม
- สมาชกิ หมายเลข 3 ตอบคาถาม
8. สมาชกิ แตล่ ะคนในกลุ่มหมนุ เวยี นเปล่ียนหน้าที่กนั ตามลาดบั เชน่
- สมาชิกหมายเลข 2 จะเลอื่ นขึ้นมาทาหน้าท่แี ทนสมาชกิ หมายเลข 1
- สมาชิกหมายเลข 3 จะเลอ่ื นขน้ึ มาทาหนา้ ทแี่ ทนสมาชกิ หมายเลข 2
- สมาชกิ หมายเลข 4 จะเล่ือนขน้ึ มาทาหนา้ ท่ีแทนสมาชกิ หมายเลข 3
- สมาชกิ หมายเลข 1 จะเลื่อนข้ึนมาทาหน้าทีแ่ ทนสมาชิกหมายเลข 4
ขัน้ สรุป
ขั้นขยายความเขา้ ใจ
9. ครูเฉลยคาตอบในใบงานท่ี 4.1 สมาชกิ ในแตล่ ะกล่มุ ผลดั กนั ตรวจคาตอบและให้คะแนนขอ้ ละ 2 คะแนน
10. ครปู ระกาศชมเชยนักเรยี นกลมุ่ ที่ได้คะแนนสูงสดุ นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ ข้อ 1-2
ขน้ั ตรวจสอบผล
11. นกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ สทิ ธขิ องผบู้ รโิ ภค และหน่วยงานทม่ี หี น้าทร่ี บั ผดิ ชอบในการคมุ้ ครองผบู้ รโิ ภค
6. การวดั และประเมนิ ผล
การวัดและประเมิน วธิ กี ารวดั ผล เครื่องมือวัด เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
จุดประสงค์
1. บอกสิทธิผู้บริโภคตาม ประเมนิ การนาเสนอผลงาน 70% ขนึ้ ไปถอื วา่ ผา่ นเกณฑ์
ความร้คู วามเข้าใจ (K) การประเมิน
พร ะร าชบัญ ญั ติคุ้ ม ครอง
ทักษะ / กระบวนการ (P) 70% ขน้ึ ไปถอื ว่าผ่านเกณฑ์
ผู้บรโิ ภคได้ (K) การประเมนิ
2. ยกตวั อย่างสิทธผิ ู้บริโภคตาม ใบงานที่ 6.1
พ ร ะ ร า ช บั ญ ญั ติ คุ้ ม ค ร อ ง
ผบู้ รโิ ภคได้ (P)
คุณลักษณะนสิ ยั (A) 3. มวี นิ ัย ใฝเ่ รียนรู้ มุ่งมั่นใน แบบสังเกตพฤติกรรมการ 70% ข้ึนไปถือวา่ ผ่านเกณฑ์
การทางาน (A) ทางานรายบุคคล การประเมิน
7. สือ่ / แหล่งการเรียนรู้
7.1 ส่อื การเรียนรู้
1) หนังสอื เรยี น สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ป.6
2) ใบงานที่ 6.1 เรือ่ ง สิทธิของผูบ้ รโิ ภค
7.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) ห้องสมุด
2) อินเทอรเ์ น็ต
8. กิจกรรมเสนอแนะ
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
ลงช่ือ………………………………………………………ครผู สู้ อน ลงช่อื ………………………………………………………ฝา่ ยวชิ าการ
(……………………………………………………) (……………………………………………………)
ลงชอื่ ………………………………………………………ผู้บรหิ าร
(……………………………………………………)
ใบงานที่ 6.1
เรอ่ื ง สิทธิของผบู้ ริโภค
คาชี้แจง ให้นกั เรยี นวเิ คราะหภ์ าพและบรรยายใตภ้ าพแสดงถึงสทิ ธขิ องผบู้ รโิ ภคและประโยชนท์ ี่ได้รบั
ภาพชดุ ที่ 1
ภาพชดุ ที่ 2
ภาพชดุ ท่ี 3
ภาพชุดที่ 4
สัปดาหท์ ่ี 10
โรงเรยี นขจรเกยี รตพิ ฒั นา
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรียนท…ี่ ……..… /…………….. ช่อื ผู้สอน……………………………………………………
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ สังคมศึกษาศาสนาและวฒั นธรรม ชน้ั ประถมศกึ ษาป่ีที่ 6 จานวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 3 ความสมั พนั ธ์ทางเศรษฐกิจ เรอ่ื ง สทิ ธิของผใู้ ชแ้ รงงาน
1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวชี้วดั
มาตรฐาน ส 3.2 เข้าใจระบบและสถาบันทางเศรษฐกิจตา่ งๆ ความสัมพันธท์ างเศรษฐกิจและความจาเปน็ ของการร่วมมือ
กนั ทางเศรษฐกิจในสังคมโลก
ตวั ชี้วดั ป.6/1 อธบิ ายความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งผผู้ ลติ ผบู้ รโิ ภค ธนาคาร และรฐั บาล
2. สาระสาคัญ / ความคดิ รวบยอด
สิทธิของผู้ใช้แรงงานพึงได้รับนั้นเป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานเพ่ือไม่ให้ผู้ใช้แรงงานถูกเอาเปรียบและเป็น
ประโยชนต์ ่อผูใ้ ชแ้ รงงาน
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. บอกสิทธขิ องผ้ใู ชแ้ รงงานตามกฎหมายแรงงานได้ (K)
2. วิเคราะห์ผลการปฏิบตั ิตนอย่างถกู ต้องตามสิทธผิ ้ใู ชแ้ รงงาน (P)
4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรียนรู้ทอ้ งถิ่น
พิจารณาตามหลกั สตู รของสถานศกึ ษา
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
สิทธขิ องผู้ใชแ้ รงงานในประเทศไทย
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
คาบที่ 1
ขนั้ นา
ขั้นกระตุ้นความสนใจ
1. ครูนาภาพ หรือภาพข่าวเก่ยี วกับการเรยี กรอ้ งของแรงงานตอ่ นายจ้างหรอื รัฐบาล แลว้ ให้นักเรียนแสดงความคดิ เห็นวา่
การกระทาดังกล่าวถกู ต้องเหมาะสมหรือไม่ อธบิ ายเหตผุ ล
2. ครูอธบิ ายเชื่อมโยงใหน้ ักเรียนเขา้ ใจวา่ การกระทาดังกลา่ วถูกตอ้ งตามบทบัญญตั ขิ องกฎหมายแรงงานนกั เรียนตอบ
คาถามกระตนุ้ ความคิด ขอ้ 1-2
ข้ันสอน
ขัน้ สารวจค้นหา
3. ครใู ห้นักเรยี นแต่ละกลุ่ม (กลมุ่ เดมิ จากแผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 1) ร่วมกนั ศึกษาความร้เู รอ่ื ง สิทธขิ องผู้ใช้แรงงาน จาก
หนังสือเรียนแล้วอภิปรายร่วมกันในสาระสาคญั
4. สมาชิกแต่ละคนนาขา่ วหรอื ภาพข่าวทีไ่ ดค้ ้นคว้ามาเก่ียวกบั การเรยี กร้องสทิ ธขิ องผู้ใชแ้ รงงานมาวิเคราะห์ แลว้ ตอบ
คาถามในใบงานที่ 7.1 เรอื่ ง สิทธขิ องผใู้ ช้แรงงาน
ขน้ั อธบิ ายความรู้
5. สมาชิกแต่ละคนผลัดกนั เลา่ ผลงานการวิเคราะหแ์ ละตอบคาถามในใบงานที่ 7.1 ของตนใหเ้ พ่ือนสมาชกิ ภายในกล่มุ ฟัง
ทีละคนแบบเลา่ เรื่องรอบวง สมาชกิ คนอน่ื รว่ มกันแสดงความคดิ เห็น และให้ข้อเสนอแนะเพมิ่ เติม
ขนั้ สรปุ
ขน้ั ขยายความเข้าใจ
6. สมาชกิ ในกลุ่มคดั เลอื กผลงานทม่ี ปี ระเดน็ ท่ีเปน็ ปัญหาสาคัญของการละเมิดสทิ ธิของผใู้ ชแ้ รงงาน กล่มุ ละ 1-2 เรอ่ื ง
นาเสนอผลงานหนา้ ชัน้ เรยี น โดยครูเป็นผู้ใหข้ ้อเสนอแนะเพมิ่ เตมิ
7. นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ นกั เรยี นเหน็ ดว้ ยกบั การกาหนดคา่ แรงงานขั้นต่าวนั ละ 300 บาท หรือไม่ จง
อธบิ าย
ขัน้ ตรวจสอบผล
8. ครูและนักเรียนชว่ ยกันสรปุ สทิ ธิของผใู้ ชแ้ รงงานตามกฎหมายแรงงานท่สี าคัญและควรรู้ และผลของการปฏบิ ตั ติ น
อยา่ งถกู ต้องตามสิทธิของผูใ้ ชแ้ รงงาน
6. การวดั และประเมนิ ผล
การวดั และประเมนิ วธิ กี ารวัดผล เครือ่ งมือวดั เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
จุดประสงค์
1. บอกสทิ ธิของผู้ใช้แรงงาน ประเมนิ การนาเสนอผลงาน 70% ขึน้ ไปถือวา่ ผ่านเกณฑ์
ความรูค้ วามเขา้ ใจ (K) ตามกฎหมายแรงงานได้ (K) การประเมิน
2. วเิ คราะหผ์ ลการปฏิบัตติ น ใบงานที่ 7.1
ทกั ษะ / กระบวนการ (P) อยา่ งถูกตอ้ งตามสิทธผิ ้ใู ช้ 70% ขนึ้ ไปถือวา่ ผา่ นเกณฑ์
แรงงาน (P) การประเมิน
คุณลกั ษณะนสิ ยั (A) 3. มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งม่ันใน
การทางาน (A) แบบสังเกตพฤติกรรมการ 70% ข้นึ ไปถือว่าผา่ นเกณฑ์
ทางานรายบคุ คล การประเมนิ
7. สอื่ / แหล่งการเรยี นรู้
7.1 สื่อการเรยี นรู้
1) หนังสือเรยี น สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป.6
2) บัตรภาพ การเรียกรอ้ งของแรงงานตอ่ นายจ้างหรอื รัฐบาล
3) ใบงานที่ 7.1 เรื่อง สิทธิของผูใ้ ชแ้ รงงาน
7.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) หอ้ งสมดุ
2) อนิ เทอร์เน็ต
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
ลงช่อื ………………………………………………………ครผู สู้ อน ลงชอ่ื ………………………………………………………ฝ่ายวชิ าการ
(……………………………………………………) (……………………………………………………)
ลงชอื่ ………………………………………………………ผูบ้ รหิ าร
(……………………………………………………)
ใบงานท่ี 7.1
เรือ่ ง สทิ ธิของผใู้ ช้แรงงาน
คำชแ้ี จง ให้นักเรยี นนาข่าวเก่ยี วกับการเรียกรอ้ งสทิ ธขิ องผใู้ ชแ้ รงงานมาวเิ คราะห์ และตอบคาถาม
เร่ือง
(สาระสาคญั )
ทมี่ า
คาถาม
1. ข่าวเกี่ยวกับเรื่องอะไร
2. ประเด็นสาคญั ในขา่ วคอื อะไร
3. สอดคล้องกบั สิทธขิ องผ้ใู ชแ้ รงงานอยา่ งไรบ้าง
4. ขอ้ มลู ดังกล่าวใหข้ ้อคดิ สาคญั อยา่ งไร
สปั ดาห์ที่ 11
โรงเรยี นขจรเกยี รตพิ ฒั นา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรียนท…ี่ ……..… /…………….. ช่ือผสู้ อน……………………………………………………
กลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศกึ ษาศาสนาและวฒั นธรรม ชนั้ ประถมศกึ ษาปี่ที่ 6 จานวน 1 คาบ
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 การรวมกลุม่ ทางเศรษฐกจิ ภายในท้องถ่ิน
เรอื่ ง การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจภายในทอ้ งถนิ่
1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตวั ชวี้ ดั
มาตรฐาน ส 3.2 เข้าใจระบบและสถาบันทางเศรษฐกิจตา่ งๆ ความสัมพนั ธ์ทางเศรษฐกิจและความจาเป็นของการร่วมมือ
กนั ทางเศรษฐกิจในสงั คมโลก
ตัวชีว้ ัด ป.6/2 ยกตัวอย่างการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจภายในท้องถ่ิน
2. สาระสาคญั / ความคดิ รวบยอด
การรวมกลุม่ ทางเศรษฐกจิ ภายในทอ้ งถ่ินนนั้ มรี ูปแบบอย่างหลากหลายลว้ นมีผลต่อการพฒั นาเศรษฐกจิ ในท้องถ่ิน
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. ยกตัวอยา่ งการรวมกล่มุ ทางเศรษฐกิจภายในทอ้ งถนิ่ ได้ (K)
4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรยี นรูท้ อ้ งถนิ่
พิจารณาตามหลักสตู รของสถานศึกษา
สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
การรวมกลมุ่ เชงิ เศรษฐกจิ เพอ่ื ประสานประโยชน์
ในทอ้ งถน่ิ เชน่ กล่มุ ออมทรพั ย์ กลมุ่ แม่บา้ น กองทนุ
หมบู่ า้ น
5. กิจกรรมการเรียนรู้
คาบที่ 1
ขั้นนา
ขนั้ กระตนุ้ ความสนใจ
1. ครนู าตวั อย่างการรวมกลมุ่ ทางเศรษฐกจิ ในทอ้ งถิ่นมาเล่าให้นกั เรียนฟัง แล้วให้นักเรยี นแสดงความคดิ เห็นถงึ สาเหตกุ าร
รวมกลุม่ และผลดขี องการรวมกล่มุ ดังกลา่ ว
2. ครูอธิบายเช่ือมโยงถึงการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจมีความสาคัญต่อการแก้ปญั หาทางเศรษฐกิจของผู้ผลิตในชมุ ชน และ
การพัฒนาเศรษฐกิจในทอ้ งถ่นิ
ขนั้ สอน
ขน้ั สารวจคน้ หา
3. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม (กลุ่มเดิมจากแผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 1) ร่วมมือกันศึกษาความรู้เร่ือง การรวมกลุ่มทาง
เศรษฐกจิ ภายในท้องถ่ิน จากหนังสอื เรียน ในหวั ข้อตอ่ ไปนี้
- สาเหตุของการรวมกลุม่ ทางเศรษฐกิจภายในทอ้ งถิ่น
- เป้าหมายของการรวมกล่มุ ทางเศรษฐกิจ
- รูปแบบการรวมกลมุ่ ทางเศรษฐกจิ ภายในท้องถิ่น
4. สมาชิกแต่ละกลุ่มจับคู่กันเป็น 2 คู่ แล้วให้แต่ละคู่ช่วยกันทาใบงานที่ 8.1 เร่ือง การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจภายใน
ทอ้ งถ่ิน
ขัน้ อธิบายความรู้
5. สมาชิกแต่ละคผู่ ลัดกนั เล่าผลงานในใบงานที่ 8.1 ของตนเอง และช่วยกันเสริมเพิ่มเตมิ ให้สมบรู ณ์
6. ครูและนกั เรยี นช่วยกันเฉลยคาตอบในใบงานท่ี 8.1
ขนั้ สรปุ
ขั้นขยายความเข้าใจ
7. ครมู อบหมายใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลุม่ ไปสบื คน้ ข้อมลู เกยี่ วกบั การรวมกลุม่ ทางเศรษฐกิจภายในท้องถิน่ ของตน แลว้ มาเลา่
ส่กู ันฟังในชวั่ โมงเรียนตอ่ ไป
8. นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ ขอ้ 1-2
ขนั้ ตรวจสอบผล
9. ครูและนักเรยี นรว่ มกนั สรปุ ความสาคัญของการรวมกล่มุ ทางเศรษฐกจิ ภายในทอ้ งถ่ิน
6. การวัดและประเมนิ ผล
การวัดและประเมิน วิธีการวัดผล เครือ่ งมือวดั เกณฑ์การประเมินผล
จดุ ประสงค์
1. ยกตวั อยา่ งการรวมกล่มุ ทาง ประเมนิ การนาเสนอผลงาน 70% ข้ึนไปถอื ว่าผา่ นเกณฑ์
ความร้คู วามเข้าใจ (K)
เศรษฐกิจภายในท้องถ่ินได้ (K) การประเมนิ
ทกั ษะ / กระบวนการ (P)
2. คิดวิเคราะห์ การตอบคาถาม ใบงานท่ี 8.1 70% ขน้ึ ไปถือวา่ ผ่านเกณฑ์
คณุ ลกั ษณะนสิ ัย (A)
กระบวนการกลมุ่ (P) การประเมนิ
3. มวี ินัย ใฝเ่ รยี นรู้ มงุ่ มน่ั ใน แบบสังเกตพฤติกรรมการ 70% ขึน้ ไปถือว่าผ่านเกณฑ์
การทางาน (A) ทางานรายบคุ คล การประเมิน
7. ส่ือ / แหลง่ การเรยี นรู้
7.1 สื่อการเรยี นรู้
1) หนงั สอื เรียนสังคมศกึ ษา ป. 6
2) ตัวอย่างการรวมกลมุ่ ทางเศรษฐกิจในท้องถิ่น
3) ใบงานที่ 8.1 เรือ่ ง การรวมกลุ่มทางเศรษฐกจิ ภายในท้องถิน่
7.2 แหลง่ การเรยี นรู้
1) ห้องสมดุ
2) อินเทอร์เน็ต
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ………………………………………………………ครูผสู้ อน ลงช่อื ………………………………………………………ฝา่ ยวชิ าการ
(……………………………………………………) (……………………………………………………)
ลงชือ่ ………………………………………………………ผู้บรหิ าร
(……………………………………………………)
ใบงานที่ 8.1
เร่อื ง การรวมกลมุ่ ทางเศรษฐกิจภายในทอ้ งถ่นิ
คาชีแ้ จง ใหน้ กั เรยี นเขียนแผนผงั ความคิดเกีย่ วกับการรวมกลุ่มทางเศรษฐกจิ ภายในทอ้ งถนิ่
การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจภายใน
ท้องถิ่น
สัปดาหท์ ี่ 12
โรงเรยี นขจรเกียรติพฒั นา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรยี นท…ี่ ……..… /…………….. ชอื่ ผู้สอน……………………………………………………
กลุ่มสาระการเรียนรู้ สงั คมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม ช้ันประถมศกึ ษาป่ีที่ 6 จานวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 1 เคร่ืองมอื ทางภูมศิ าสตร์ เรอ่ื ง เครอ่ื งมอื ทางภูมิศาสตร์
1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตวั ชี้วดั
มาตรฐาน 5.1 เข้าใจลักษณะของโลกทางกายภาพและความสัมพันธ์ของสรรพสิ่งซ่ึงมีผลต่อกันและกันในระบบของ
ธรรมชาตใิ ชแ้ ผนท่ีและเครื่องมอื ทางภมู ิศาสตร์ในการคน้ หาวิเคราะห์ สรุป และใช้ข้อมลู ภูมสิ ารสนเทศอยา่ งมีประสิทธิภาพ
ตัวชี้วัด ป.6/1 ใชเ้ คร่อื งมอื ทางภมู ิศาสตร์(แผนที่ ภาพถ่ายชนดิ ต่างๆ)ระบุลกั ษณะสาคญั ทางกายภาพและสงั คมของประเทศ
2. สาระสาคญั / ความคิดรวบยอด
แผนที่แสดงลักษณะทางภูมลิ ักษณต์ ามภูมภิ าคต่างๆ ของประเทศไทย ทาใหร้ ขู้ อ้ มลู กายภาพของประเทศไทยเกย่ี วกบั
ความสูงตา่ ของผิวโลกและปรมิ าณนา้ ฝนเฉลย่ี นบรเิ วณประเทศไทย
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายข้อมูลในแผนทแ่ี สดงความสูงต่าของผวิ โลกบรเิ วณประเทศไทยได้ (K)
4. สาระการเรียนรู้
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถ่นิ
เครอื่ งมอื ทางภูมศิ าสตร์ (แผนท่ี ภาพถ่ายชนดิ ต่างๆ) พิจารณาตามหลักสตู รของสถานศึกษา
ท่ีแสดงลกั ษณะทางกายภาพของประเทศ
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
คาบที่ 1
ขนั้ นา
ขน้ั กระตนุ้ ความสนใจ
1. ครูนาแผนที่แสดงลักษณะภมู ิลักษณ์ตามภูมิภาคต่างๆ ของประเทศไทย แล้วให้นักเรียนช่วยกันแสดงความคิดเห็นว่า
แผนทีท่ ่ีนามาให้ดูน้นั มขี ้อมลู เกยี่ วกับอะไรบ้าง และข้อมลู ดังกลา่ วเปน็ ประโยชน์อยา่ งไร
2. ครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจเก่ียวกับการศึกษาแผนที่เพ่ือใช้ศึกษาลักษณะทางด้านกายภาพ และช้ีให้เห็นลักษณะภูมิ
ลักษณต์ ามภูมิภาคตา่ งๆ ของประเทศไทย
3. นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ แผนทแี่ สดงลักษณะภมู ลิ ักษณต์ ามภมู ิภาคตา่ งๆ ของประเทศไทยใหข้ อ้ มลู
สาคญั ในเรือ่ งใดบา้ ง