8. กิจกรรมเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................
ลงชื่อ..........................ครูผู้สอน ลงช่ือ.......................ฝา่ ยวชิ าการ
(......................................) (..................................)
ลงชื่อ..............................ผ้บู ริหาร
(....................................)
สัปดาห์ที่ 9-10
โรงเรยี นขจรเกียรตพิ ัฒนา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรยี นท่ี…2../……………........................................ช่ือผสู้ อน.......................................................................
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตร์ ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 2
จำนวน 4 คาบ หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 4 วสั ดใุ นชีวติ ประจำวนั เรอ่ื ง การนำวสั ดทุ ใี่ ช้แล้ว
กลับมาใชใ้ หม่
1. มาตรฐานการเรียนร้/ู ตวั ชี้วัด
ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสารกับโครงสร้างและแรงยึด
เหนีย่ วระหว่างอนภุ าค หลกั และธรรมชาติของการเปล่ียนแปลงสถานะของสสาร การเกดิ สารละลาย และการเกิดปฏิกิรยิ าเคมี
ตัวชี้วดั
ป.2/4 ตระหนักถึงประโยชน์ของการนำวสั ดุท่ใี ชแ้ ลว้ กลบั มาใชใ้ หม่ โดยการนำวสั ดุท่ใี ช้แล้วกลบั มาใช้ใหม่
2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
วัสดุหลายชนิดที่ถูกใช้งานแล้วสามารถกลับมาใช้ใหม่ได้ เราเรียกว่า รีไซเคิล (Recycle) โดยสามารถทำได้หลายวิธี
เช่น การนำกระดาษที่ใช้แล้วมาประดิษฐ์เป็นดอกไม้กระดาษ เป็นต้น ซึ่งการนำวัสดุที่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่มีประโยชน์ตอ่
โลก เพราะทำให้ปริมาณขยะลดลง และช่วยลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาตไิ ดเ้ ปน็ อย่างดี
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธิบายการนำวัสดทุ ใี่ ช้แลว้ กลบั มาใชใ้ หม่ได้ (K)
2. ปฏิบัติกิจกรรมเพ่ืออธิบายการนำวสั ดุทีใ่ ช้แลว้ กลับมาใช้ใหม่ได้ถกู ต้องตามขั้นตอน (P)
3. ตระหนักถึงประโยชน์ของการนำวัสดทุ ี่ใชแ้ ล้วกลบั มาใชใ้ หม่ได้ (A)
4. สามารถนำความรู้การนำวัสดุท่ีใช้แลว้ กลบั มาใช้ใหม่ไดไ้ ปประยกุ ต์ใช้ในชวี ิตประจำวนั ได้ (A)
4. สาระการเรียนรู้
สาระการเรียนรแู้ กนกลาง สาระการเรียนรู้ทอ้ งถนิ่
การนำวสั ดุมาทำเป็นวัตถุในการใชง้ านตามวตั ถปุ ระสงค์ พิจารณาตามหลกั สูตรของสถานศึกษา
ขึ้นอยกู่ ับสมบัติของวสั ดุ วัสดทุ ่ีใช้แล้วอาจนำกลับมาใช้
ใหมไ่ ด้เชน่ กระดาษทีใ่ ชแ้ ลว้ อาจนำมาทำเปน็ จรวดจาก
กระดาษ ดอกไม้ประดิษฐ์ ถงุ ใสข่ อง
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
คาบที่ 1
ข้ันนำ
ขน้ั กระตุ้นความสนใจ
1. นกั เรยี นดูวีดทิ ศั นเ์ กย่ี วกับการนำวสั ดุเหลือใช้กลับมาใช้ใหม่ ซึ่งมตี วั อย่างชิน้ งานตา่ ง ๆ ที่ใชว้ ัสดุ
ทใ่ี ช้แล้วกลบั มาใชใ้ หม่
2. ครูสนทนากับนักเรยี นว่า “งานประดิษฐ์ทน่ี ักเรียนดูจัดเป็นงานประดิษฐท์ ีเ่ ปน็ การนำวัสดุทเ่ี หลอื ใช้
และหางา่ ยในท้องถนิ่ มาใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชน์ ซึ่งจะเหน็ วา่ ส่ิงประดษิ ฐ์ขา้ งตน้ สามารถจัดเป็นของเลน่ ของใช้ และของประดับ
ตกแตง่ บ้าน”
3. ครนู ำบัตรภาพสงิ่ ประดษิ ฐจ์ ากวสั ดุเหลือใช้ มาให้นกั เรยี นดู จากนัน้ ครูตั้งประเดน็ คำถามกระตนุ้ ความสนใจนักเรยี นวา่
“สง่ิ ประดษิ ฐเ์ หล่านี้ทำมาจากวสั ดุอะไรบ้าง” โดยใหน้ กั เรยี นรว่ มกันอภิปรายแสดงความคิดเห็นอย่างอสิ ระโดยไมม่ ีการเฉลยวา่
ถูกหรือผิด
4.นักเรียนแต่ละคนศึกษาค้นควา้ ข้อมูลเกีย่ วกบั เร่ือง การนำวัสดุท่ีใช้แลว้ กลับมาใชใ้ หม่ จากหนงั สือเรยี นวิทยาศาสตร์ ป.2
หรอื แหลง่ การเรยี นรู้ต่าง ๆ เช่น อนิ เทอรเ์ นต็ ห้องสมุด จากน้นั เขยี นสรุปความรู้ที่ไดจ้ ากการศกึ ษาคน้ คว้าลงในสมดุ ประจำตวั
เพ่อื นำส่งครทู ้ายชัว่ โมง
(หมายเหตุ : ครเู ร่ิมประเมินนกั เรียน โดยใช้แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล)
คาบท่ี 2
ขั้นสอน
ขนั้ สำรวจคน้ หา
1. ครตู ้งั ประเดน็ คำถามกระตุ้นความสนใจนักเรยี นวา่ “เราสามารถนำวสั ดุที่ใชแ้ ล้วกลับมาใชใ้ หม่ได้
อยา่ งไรบ้าง” โดยให้นักเรียนแต่ละคนร่วมกันอภิปรายแสดงความคดิ เหน็ เพื่อหาคำตอบ
(แนวตอบ : สามารถทำไดห้ ลายวธิ ี เชน่ นำยางรถยนตท์ ี่ใชแ้ ล้วมาประดิษฐเ์ ปน็ กระถางตน้ ไม)้
2. ครจู ดั เตรียมวสั ดุ-อุปกรณท์ ่ีใช้ในกิจกรรมท่ี 2 การนำวัสดุทใ่ี ช้แล้วกลับมาใชใ้ หม่ จากหนงั สือเรียนวทิ ยาศาสตร์ ป.2
มาวางไวห้ น้าชนั้ เรยี น ดงั นี้
- ถุงพลาสตกิ ใส 1 ถุง
- กระดาษหนงั สือพิมพเ์ กา่ 1 ฉบับ
- เศษผา้ เกา่ 1 ผืน
- ขวดพลาสติก 1 ขวด
3. นกั เรยี นแบง่ กลมุ่ ๆ ละ 6 คน ตามความสมคั รใจ จากนน้ั นกั เรยี นแต่ละกล่มุ จดั เตรียมอปุ กรณ์ทใ่ี ช้ในกจิ กรรมท่ี 2 การนำ
วัสดทุ ใี่ ช้แลว้ กลับมาใชใ้ หม่ จากหนงั สือเรยี นวทิ ยาศาสตร์ ป.2
4. ครูแจ้งจดุ ประสงค์ของกิจกรรมท่ี 2 การนำวัสดทุ ใ่ี ชแ้ ลว้ กลบั มาใช้ใหม่ ใหน้ ักเรียนทราบ เพือ่ เปน็
แนวทางการปฏิบตั ทิ ่ีถูกต้อง จากนน้ั ใหน้ ักเรียนแต่ละกลมุ่ สงั เกตถุงพลาสติกใส เศษผ้าเก่า
กระดาษหนงั สอื พิมพเ์ ก่า และขวดพลาสตกิ
5. นกั เรยี นแตก่ ลมุ่ ช่วยกันระดมความคิดวา่ “เราสามารถนำวสั ดุทใ่ี ชแ้ ล้วเหลา่ นี้ กลบั มาใช้ใหม่
ไดอ้ ย่างไรบา้ ง” แล้วช่วยกนั บนั ทกึ ผลลงในสมุด จากน้ันให้แตล่ ะกลมุ่ เลือกวสั ดทุ ส่ี งั เกตมากลุ่มละ1 อย่าง แลว้ ชว่ ยกนั
ออกแบบวา่ จะนำวสั ดุท่ีใช้แลว้ กลบั มาใชใ้ หม่ไดอ้ ย่างไร ตวั อยา่ ง เชน่ ประดิษฐพ์ ่เู ชยี รก์ ีฬาจาถุงพลาสติก สานหมวกจากกลอ่ ง
นม โดยใหอ้ อกแบบลงในกระดาษทคี่ รูแจกให้
(หมายเหตุ : ครูเรม่ิ ประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม)
6. ครคู อยสงั เกตและใหค้ ำแนะนำการทำงานของแต่ละกลมุ่ จากน้ันครูย้ำเตือนนักเรยี นก่อนหมดเวลา
ว่า ให้นักเรยี นนำผลงานท่ีออกแบบไวม้ าประดิษฐ์ หรอื สร้างเป็นช้ินงานในชั่วโมงตอ่ ไป
คาบที่ 3
ขั้นอธบิ ายความรู้
1. ครนู ำตวั อยา่ งชน้ิ งานประดษิ ฐแ์ บบตา่ ง ๆ ท่ีทำจากวัสดทุ ่ีหลากหลาย มาใหน้ ักเรยี นดู ตัวอย่างช้ินงานประดิษฐ์ เช่น
งานประดษิ ฐ์จากกระดาษ งานประดษิ ฐจ์ ากเศษไม้ งานประดษิ ฐจ์ ากผ้า เปน็ ต้น
2.นักเรียนแบ่งกลุ่ม (กลุม่ เดิม) จากช่ัวโมงทีผ่ ่านมา โดยให้แต่ละกลุ่มเตรยี มความพร้อมและนำผลงานการออกแบบไวจ้ าก
ชว่ั โมงทีแ่ ล้ว มาประดิษฐ์หรอื สร้างชิ้นงานตามที่แตล่ ะกล่มุ ออกแบบไว้
3.เม่อื ทกุ กลุ่มประดษิ ฐ์ชนิ้ งานเสร็จ ครูสุ่มจบั สลากเลือกนักเรยี นทีละกล่มุ จากน้ันใหน้ ักเรยี นแตล่ ะกล่มุ นำช้นิ งานที่
ประดิษฐ์ โดยการออกแบบของแตล่ ะกลุ่ม ออกมานำเสนอหน้าชั้นเรยี น พร้อมทั้งบอกประโยชน์จากการนำวสั ดุทใี่ ชแ้ ล้ว
กลับมาใช้ใหม่
(หมายเหตุ : ครูเรม่ิ ประเมนิ นักเรยี น โดยใชแ้ บบประเมนิ การนำเสนอผลงาน)
4. เมอ่ื ทกุ กลมุ่ นำเสนอชิ้นงานเสรจ็ ครูให้แตล่ ะกลุ่มนำช้ินงานมาจดั แสดงไวห้ น้าชน้ั เรยี น ให้เพือ่ น ๆได้ชน่ื ชมผลงาน และ
รว่ มกนั อภปิ รายเสนอแนะข้อบกพร่อง
5. นกั เรยี นแต่ละคนทำกิจกรรมหนูตอบได้ จากหนังสอื เรยี น วิทยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 2 โดยตอบคำถามลงในสมดุ ประจำตัว
หรอื แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.2
คาบท่ี 4
ขั้นสรปุ
ข้นั ขยายความรู้/ตรวจสอบผล
1.ครเู ปิดโอกาสใหน้ กั เรียนซกั ถามเนอ้ื หาเกี่ยวกบั เรอื่ ง การนำวสั ดุทใี่ ช้แล้วกลบั มาใช้ใหมแ่ ละให้ความรเู้ พิม่ เตมิ จากคำถาม
ของนักเรยี น โดยครใู ช้ PowerPoint เรอื่ ง การนำวัสดุที่ใชแ้ ลว้ กลบั มาใชใ้ หม่ ในการอธบิ ายเพมิ่ เติม
2. นักเรยี นแตล่ ะคนเขียนสรปุ สาระสำคัญประจำ บทที่ 2 การเลอื กใชว้ สั ดุจากสมบัติของวัสดโุ ดยเขียนเปน็ แผนผงั มโนทศั น์
ลงในสมุดประจำตวั จากนน้ั ทำกจิ กรรมฝึกทกั ษะ บทท่ี 2 การเลือกใชว้ สั ดจุ ากสมบัติของวัสดุ จากหนงั สือเรยี นวิทยาศาสตร์
ป.2 เล่ม 2 ลงในสมดุ ประจำตัวหรือแบบฝกึ หัดวิทยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 2
3. นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียนของหนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 4 วัสดุรอบตัวเรา เพ่ือเป็นการวัดความรู้หลงั เรียนของนักเรยี น
4. ครตู รวจสอบผลการทำแบบทดสอบหลงั เรียนหนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 4 วสั ดุรอบตัวเราเพื่อตรวจสอบความเข้าใจหลังเรียนของ
นักเรยี น
5. ครตู รวจสอบผลการทำกิจกรรมหนตู อบได้ ในสมุดประจำตวั หรอื แบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตร์ ป.2
6. ครูตรวจสอบผลการทำกิจกรรมฝกึ ทักษะ บทท่ี 2 การเลือกใชว้ สั ดุจากสมบัติของวสั ดใุ นสมดุ ประจำตัว หรอื แบบฝกึ หดั
วทิ ยาศาสตร์ ป.2
7.ครูประเมินผล โดยการสังเกตพฤตกิ รรมการตอบคำถาม พฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล พฤติกรรมการทำงานกล่มุ และ
จากการนำเสนอผลการทำกิจกรรมหน้าช้นั เรยี น
8.ครวู ัดและประเมินผลการปฏบิ ัตกิ จิ กรรมที่ 2 การนำวัสดุท่ใี ชแ้ ล้วกลับมาใชใ้ หม่
6. การวดั และประเมนิ ผล
การวัดและประเมินผล วิธกี ารวดั ผล เคร่ืองมือวัด เกณฑ์การ
จดุ ประสงค์ ประเมินผล
1.คำถามกระต้นุ 70% ขึน้ ไป ถือว่า
ความร้คู วามเขา้ ใจ (K) 1. สงั เกตจากการซักถาม ตอบ ความคิด ผ่านเกณฑ์การ
คำถาม ประเมิน
- แบบทดสอบหลัง 70% ขึน้ ไป ถือว่า
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) 1. ประเมนิ การนำเสนอ เรยี นหน่วยกาเรยี นรูท้ ่ี ผ่านเกณฑ์การ
ผลงาน/ผลการปฏิบตั ิ 4 วสั ดุรอบตัวเรา ประเมิน
กจิ กรรม - สมดุ ประจำตัว หรอื
แบบฝึกหดั
วทิ ยาศาสตร์ป.2
คุณลักษณะนสิ ยั (A) 1. สงั เกตจากการเรียนมคี วาม 1. แบบสงั เกต 70% ขนึ้ ไป ถือว่า
รบั ผดิ ชอบตอ่ งานทส่ี ั่งและสง่ งาน พฤติกรรม ผ่านเกณฑ์การ
ไดท้ นั ตามที่กำหนด ประเมิน
2. สังเกตจากการเรียนใฝเ่ รียนรู้
3. สงั เกตจากการมุ่งม่ันในการ
ทำงาน
7. ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้
7.1 สื่อการเรยี นรู้
1) หนังสือเรยี นวทิ ยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 2 หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 4 วัสดุรอบตวั เรา
2) แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 2 หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 4 วัสดุรอบตวั เรา
3) วัสดุ-อุปกรณ์ที่ใช้ในกิจกรรมที่ 2 การนำวสั ดุทใ่ี ช้แลว้ กลับมาใช้ใหม่
4) บัตรภาพสิง่ ประดษิ ฐ์จากวัสดุเหลือใช้
5) ตวั อย่างชนิ้ งานประดิษฐแ์ บบต่าง ๆ ท่ที ำจากวัสดุทห่ี ลากหลาย
6) PowerPoint เร่ือง การนำวสั ดุท่ใี ช้แล้วกลบั มาใชใ้ หม่
7) วดี ิทัศนเ์ กี่ยวกบั การนำวสั ดเุ หลอื ใช้กลับมาใชใ้ หม่
จาก https://www.youtube.com/watch?v=T7vgAaFyeDg
8) QR Code เร่ือง การนำวสั ดทุ ใี่ ช้แล้วกลบั มาใชใ้ หม่
9) สมุดประจำตัว
7.4 แหลง่ การเรยี นรู้
1.ห้องเรยี น
2.หอ้ งสมดุ
3.อนิ เทอร์เนต็
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ..........................ครผู สู้ อน ลงชื่อ.......................ฝา่ ยวชิ าการ
(......................................) (..................................)
ลงช่ือ..............................ผบู้ ริหาร
(....................................)
สัปดาห์ที่ 11
โรงเรียนขจรเกียรตพิ ัฒนา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรียนที่…2../……………...........................................ชอ่ื ผสู้ อน....................................................................
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 2
จำนวน 4 คาบ หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 5 แสงในชีวติ ประจำวนั เรอื่ ง การเคล่ือนที่
ของแสงจากแหลง่ กำเนดิ แสง (1)
1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวชี้วดั
ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลงั งาน การเปล่ยี นแปลงและการถ่ายโอนพลงั งานปฏิสมั พนั ธ์ระหว่าง
สสารและพลังงาน พลังงานในชีวติ ประจำวนั ธรรมชาตขิ องคลื่น ปรากฏการณท์ ี่เกยี่ วขอ้ งกับ
เสยี ง แสง และคลืน่ แมเ่ หล็กไฟฟา้ รวมทง้ั นำความรู้ไปใช้ประโยชน์
ตัวชว้ี ดั
ป.2/1 บรรยายแนวการเคล่อื นที่ของแสงจากแหลง่ กำเนิดแสง และอธบิ ายการมองเห็นวัตถุจากหลกั ฐานเชิงประจักษ์
ป.2/2 ตระหนักในคุณคา่ ของความรู้ของการมองเห็น โดยเสนอแนะแนวทางการป้องกันอันตรายจากการมองวตั ถทุ อี่ ยู่
ในบรเิ วณที่มีแสงสวา่ งไม่เหมาะสม
2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
แสงเคลื่อนที่จากแหล่งกำเนิดแสงในทุกทิศทางเป็นแนวตรง เมื่อมีแสงจากแหล่งกำเนิดแสงตกกระทบที่ผิวของวัตถุ
แล้วสะท้อนมาเขา้ ตาของเราจะทำใหเ้ รามองเหน็ วตั ถุต่าง ๆ แต่ถ้าแสงท่เี รามองเห็นมคี วามสว่างไมเ่ หมาะสมเขา้ มาสู่ตาของ
เราอาจก่อให้เกดิ อนั ตรายตอ่ ดวงตาของเราได้ เราจึงต้องมีแนวทางในการป้องกันอันตรายจากแสง
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. สังเกตและอธบิ ายแนวการเคลอ่ื นทีข่ องแสงจากแหล่งกำเนดิ แสงได้ (K)
2. บอกแนวการเคลื่อนที่ของแสงจากแหลง่ กำเนดิ แสงได้ (K)
3. ปฏิบัติกจิ กรรมเพื่อบรรยายแนวการเคลอ่ื นทีข่ องแสงจากแหล่งกำเนิดแสงได้ถูกต้อง (P)
4. มคี วามใฝเ่ รยี นรแู้ ละให้ความร่วมมอื ในการทำกิจกรรมกลุ่ม (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรียนรแู้ กนกลาง สาระการเรียนรทู้ อ้ งถิ่น
แสงเคล่อื นท่จี ากแหลง่ กำเนิดแสงทกุ ทิศทางเปน็ แนวตรง พิจารณาตามหลกั สตู รของสถานศกึ ษา
เมือ่ มีแสงจากวตั ถุมาเข้าตาจะทำใหม้ องเหน็ วัตถนุ ้นั การ
มองเหน็ วตั ถุที่เปน็ แหลง่ กำเนิดแสง
แสงจากวัตถุนนั้ จะเขา้ สตู่ าโดยตรง สว่ นการมองเหน็ วตั ถุ
ทไี่ มใ่ ช่แหลง่ กำเนิดแสง ต้องมีแสงจากแหล่งกำเนิดแสง
ไปกระทบวตั ถุแล้วสะทอ้ นเขา้ ตา
ถา้ มแี สงทีส่ วา่ งมาก ๆ เข้าสู่ตาอาจเกดิ อันตรายต่อตาได้
จงึ ตอ้ งหลกี เล่ยี งการมองหรือใชแ้ ผน่ กรองแสงทม่ี ี
คุณภาพ เม่ือจำเป็น และตอ้ งจัดความสวา่ งให้เหมาะสม
กบั การทำกิจกรรมตา่ ง ๆ เชน่ การอ่านหนงั สือ การดู
จอโทรทศั น์ การใชโ้ ทรศัพท์เคล่ือนท่แี ละแท็บเลต็
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
คาบท่ี 1
ขน้ั นำ
ขนั้ กระตุ้นความสนใจ
1. ครูทักทายกบั นักเรยี น แลว้ แจง้ จดุ ประสงค์การเรียนรู้ให้นกั เรียนทราบ จากน้ันนักเรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วย
การเรียนรู้ที่ 5 แสงในชีวิตประจำวัน เพ่อื วดั ความร้เู ดิมของนักเรยี นก่อนเข้าสู่กจิ กรรม
2. นักเรียนอา่ นสาระสำคัญและดูภาพ หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 5 แสงในชีวิตประจำวัน จากหนังสอื เรยี นวิทยาศาสตร์ ป.2
จากนน้ั ครูถามคำถามสำคญั ประจำบทว่า “เราสามารถมองเหน็ แหลง่ กำเนิดแสงได้อย่างไร” แลว้ ให้นกั เรยี นแตล่ ะคนร่วมกัน
อภิปรายแสดงความคิดเหน็ อยา่ งอิสระโดยไมม่ ีการเฉลยวา่ ถูกหรือผดิ
คาบที่ 2
ข้นั สอน
ขนั้ สำรวจคน้ หา
1. นักเรียนเรยี นรคู้ ำศัพท์ทเี่ ก่ยี วข้องกับการเรยี นในบทที่ 1 แสงและการมองเหน็ จากหนงั สอื เรยี น
วิทยาศาสตร์ ป.2 โดยครูขออาสาสมคั รนักเรียน จำนวน 1 คน ให้เปน็ ผู้อ่านนำ และให้นักเรยี นทีอ่ ยู่ในช้ันเรยี นเปน็ ผู้อ่านตาม
ทลี ะคำ ดังนี้
Light (ไลท์) แสง
แหล่งกำเนดิ แสง
Light sourrce (ไลท์ ซอส)
แผ่นกรองแสง
Light filter (ไลท์ ฟิลเทอ) การมองเหน็
Sight (ไซท)
2. นกั เรยี นแตล่ ะคนอ่านกจิ กรรมนำสู่การเรียน เม่ืออา่ นจบ ครใู ห้นกั เรียนแต่ละคนสงั เกตและเปรยี บเทยี บภาพกลางวนั และ
กลางคนื จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.2 แล้วตอบคำถาม ลงในสมุดประจำตวั หรือแบบฝกึ หัดวิทยาศาสตร์ ป.2
คาบท่ี 3
ขั้นอธิบายความรู้
1. นกั เรียนแบง่ กลมุ่ ๆ ละ 2-3 คน ตามความสมัครใจ โดยให้แตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั ศึกษาค้นควา้ ข้อมูลเกยี่ วกับ เร่ือง การ
เคลื่อนท่ีของแสงจากแหลง่ กำเนิดแสง จากหนงั สอื เรยี นวิทยาศาสตร์ ป.2 หรือแหลง่ การเรยี นรตู้ า่ ง ๆ เช่น อินเทอร์เน็ต
2. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภปิ รายเร่อื งท่ีไดศ้ ึกษา จากน้ันให้นกั เรยี นแต่ละคนเขยี นสรปุ ความรู้ทไี่ ด้จากการศึกษา
คน้ ควา้ ลงในสมุดประจำตวั เพ่ือนำส่งครูทา้ ยชว่ั โมง
(หมายเหตุ : ครเู ร่มิ ประเมนิ นักเรียน โดยใชแ้ บบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกล่มุ )
คาบที่ 4
ขัน้ สรุป
ขนั้ ขยายความรู้
1.ครูถามคำถามกระตนุ้ ความคดิ นกั เรยี นว่า “แสงมีทิศทางการเคลื่อนท่ีออกจากแหล่งกำเนิดแสงอย่างไร” โดยให้แต่ละ
คนร่วมกนั อภปิ รายแสดงความคดิ เห็นเพอื่ หาคำตอบ
(แนวตอบ : เคลื่อนที่ออกจากแหลง่ กำเนดิ แสงทุกทิศทาง และเคลือ่ นท่เี ป็นเส้นตรง)
2. ครจู ัดเตรียมวสั ดุ-อุปกรณท์ ีใ่ ชใ้ นกจิ กรรมท่ี 1 การเคล่ือนท่ีของแสง จากหนงั สือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.2 มาวางไวห้ นา้ ช้นั
เรียน ดงั น้ี
- ไฟแช็ก 1 อนั - เทียนไข 1 แท่ง
- กระดาษ A4 1 แผน่ - กรรไกร
- ไฟฉาย 1 กระบอก - กล่องกระดาษท่ีเจาะรูรอบกล่อง 1 กล่อง
3. นักเรียนแบง่ กลุ่ม (กลมุ่ เดิม) จากนัน้ ครใู หน้ ักเรียนแต่ละกลุม่ จัดเตรียมอุปกรณ์ที่ใช้ในกจิ กรรมที่ 1
การเคลื่อนทข่ี องแสง จากหนังสอื เรียน วทิ ยาศาสตร์ ป.2
4. ครูแจง้ จดุ ประสงค์ของกิจกรรมท่ี 1 การเคลื่อนท่ขี องแสง ให้นกั เรียนทราบ เพื่อเปน็ แนวทางการปฏิบัติที่ถกู ต้อง จากน้นั
นักเรียนแตล่ ะกล่มุ ปฏิบตั กิ จิ กรรมท่ี 1 การเคล่ือนที่ของแสง ตอนที่ 1 จากหนงั สือเรยี นวิทยาศาสตร์ ป.2
6. การวัดและประเมินผล
การวัดและประเมินผล วิธกี ารวัดผล เครอ่ื งมือวดั เกณฑก์ าร
จุดประสงค์ ประเมนิ ผล
1.คำถามกระตุน้
ความรูค้ วามเขา้ ใจ (K) 1. สงั เกตจากการซกั ถาม ตอบ ความคิด 70% ขึน้ ไป ถอื ว่า
คำถาม ผา่ นเกณฑ์การ
ประเมิน
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) 1. ประเมินการนำเสนอ - แบบทดสอบก่อน 70% ข้ึนไป ถือว่า
ผลงาน/ผลการปฏิบตั ิ เรียนหน่วยกาเรยี นรทู้ ่ี ผา่ นเกณฑ์การ
กิจกรรม 5 แสงใชีวิตประจำวนั ประเมิน
คุณลักษณะนสิ ัย (A) 1. สังเกตจากการเรยี นมคี วาม 1. แบบสังเกต 70% ขน้ึ ไป ถือวา่
รบั ผดิ ชอบต่องานท่สี ่ังและสง่ งาน พฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์การ
ได้ทันตามทีก่ ำหนด ประเมนิ
2. สงั เกตจากการเรยี นใฝ่เรียนรู้
3. สงั เกตจากการมงุ่ มนั่ ในการ
ทำงาน
7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
7.1 สอื่ การเรียนรู้
1) หนงั สือเรยี นวิทยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 2 หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 5 แสงในชีวิตประจำวนั
2) แบบฝกึ หัดวิทยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 2 หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 5 แสงในชีวติ ประจำวนั
3) วัสดุ-อปุ กรณ์ที่ใช้ในกิจกรรมท่ี 1 การเคล่อื นท่ีของแสง
4) บัตรภาพแหล่งกำเนิดแสง
5) PowerPoint เร่ือง การเคลื่อนท่ีของแสงจากแหล่งกำเนิดแสง
6) QR Code เรื่อง การเคล่อื นท่ีของแสง
7) สมดุ ประจำตัว
7.2 แหลง่ การเรยี นรู้
1.ห้องเรยี น
2.ห้องสมุด
3.อินเทอร์เนต็
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................................
ลงช่ือ..........................ครูผ้สู อน ลงช่ือ.......................ฝา่ ยวชิ าการ
(......................................) (..................................)
ลงชื่อ..............................ผบู้ ริหาร
(....................................)
สัปดาหท์ ี่ 12
โรงเรยี นขจรเกียรติพฒั นา
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรยี นท่ี…2../……………..........................................ชอื่ ผู้สอน.....................................................................
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 2
จำนวน 4 คาบ หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 5 แสงในชวี ิตประจำวนั เรือ่ ง การเคลื่อนท่ขี องแสง
จากแหลง่ กำเนิดแสง (2)
1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ช้ีวัด
ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปล่ียนแปลงและการถา่ ยโอนพลังงานปฏสิ มั พนั ธร์ ะหวา่ ง
สสารและพลังงาน พลงั งานในชวี ิตประจำวนั ธรรมชาตขิ องคลน่ื ปรากฏการณ์ทเ่ี กี่ยวขอ้ งกบั
เสียง แสง และคลน่ื แมเ่ หลก็ ไฟฟา้ รวมท้งั นำความรไู้ ปใช้ประโยชน์
ตัวช้ีวดั
ป.2/1 บรรยายแนวการเคลอื่ นท่ีของแสงจากแหลง่ กำเนดิ แสง และอธิบายการมองเห็นวตั ถจุ ากหลกั ฐานเชงิ ประจักษ์
ป.2/2 ตระหนกั ในคุณค่าของความรู้ของการมองเห็น โดยเสนอแนะแนวทางการปอ้ งกนั อันตรายจากการมองวตั ถุทีอ่ ยู่
ในบริเวณทม่ี แี สงสวา่ งไมเ่ หมาะสม
2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
แสงเคลื่อนที่จากแหล่งกำเนิดแสงในทุกทิศทางเป็นแนวตรง เมื่อมีแสงจากแหล่งกำเนิดแสงตกกระทบที่ผิวของวัตถุ
แล้วสะทอ้ นมาเข้าตาของเราจะทำให้เรามองเห็นวตั ถุตา่ ง ๆ แตถ่ า้ แสงท่ีเรามองเห็นมคี วามสวา่ งไม่เหมาะสมเข้ามาสู่ตาของ
เราอาจก่อใหเ้ กิดอันตรายต่อดวงตาของเราได้ เราจงึ ต้องมีแนวทางในการปอ้ งกนั อนั ตรายจากแสง
3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. สังเกตและอธบิ ายแนวการเคลื่อนทขี่ องแสงจากแหล่งกำเนดิ แสงได้ (K)
2. บอกแนวการเคล่อื นทข่ี องแสงจากแหล่งกำเนดิ แสงได้ (K)
3. ปฏิบัตกิ ิจกรรมเพื่อบรรยายแนวการเคลอื่ นท่ีของแสงจากแหลง่ กำเนิดแสงได้ถูกต้อง (P)
4. มีความใฝ่เรียนร้แู ละให้ความรว่ มมอื ในการทำกิจกรรมกลุ่ม (A)
4. สาระการเรียนรู้
สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น
แสงเคลอื่ นทจ่ี ากแหล่งกำเนดิ แสงทกุ ทิศทางเป็นแนวตรง พิจารณาตามหลกั สตู รของสถานศึกษา
เมื่อมีแสงจากวตั ถุมาเขา้ ตาจะทำให้มองเหน็ วัตถุน้นั การ
มองเห็นวตั ถุท่เี ป็นแหลง่ กำเนิดแสง
แสงจากวัตถุน้ันจะเขา้ สตู่ าโดยตรง ส่วนการมองเหน็ วตั ถุ
ท่ีไมใ่ ช่แหล่งกำเนิดแสง ต้องมีแสงจากแหล่งกำเนิดแสง
ไปกระทบวตั ถแุ ล้วสะท้อนเข้าตา
ถ้ามีแสงทส่ี วา่ งมาก ๆ เข้าส่ตู าอาจเกดิ อันตรายต่อตาได้
จงึ ตอ้ งหลีกเลี่ยงการมองหรือใช้แผ่นกรองแสงท่ีมี
คณุ ภาพ เมื่อจำเป็น และต้องจดั ความสว่างให้เหมาะสม
กับการทำกิจกรรมตา่ ง ๆ เชน่ การอา่ นหนังสือ การดู
จอโทรทศั น์ การใช้โทรศัพท์เคล่อื นท่แี ละแท็บเลต็
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
คาบที่ 1
ข้ันนำ
ขั้นกระตุ้นความสนใจ
1. ครจู ุดเทียนไขวางไว้กลางห้อง แลว้ ใหน้ กั เรียนสงั เกต จากนน้ั นกั เรียนแต่ละกลมุ่ รว่ มกันตัง้ สมมตุ ิฐานวา่ “แสงมีการ
เคลื่อนท่ีออกจากแหลง่ กำเนิดแสงอย่างไร” แล้วบันทกึ ผลลงในสมุด
2. นกั เรยี นนำกระดาษ A4 มาม้วนเปน็ ท่อทรงกระบอก และงอปลายของม้วนกระดาษ จากนนั้ นำไปส่องดูแสงเปลวเทียน
แล้วบันทึกข้อมลู ทีส่ ังเกตไดล้ งในสมดุ ประจำตัว หรือแบบฝึกหดั วทิ ยาศาสตร์ ป.2
3. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ รว่ มกันวเิ คราะห์ผลการปฏิบัตกิ ิจกรรม แล้วอภปิ รายผลและสรปุ ผลการทดลองเก่ยี วกบั การเคล่ือนท่ี
ของแสง
คาบที่ 2
ขัน้ สอน
ขน้ั สำรวจค้นหา
1. นักเรยี นแบง่ กลุม่ (กลุ่มเดิม) จากช่วั โมงทผี่ า่ นมา จากนัน้ นักเรยี นแต่ละกลุ่มทำกิจกรรมที่ 1 การเคลอื่ นที่ของแสง ตอน
ที่ 2 จากหนังสอื เรียนวิทยาศาสตร์ ป.2
2. นกั เรียนแต่ละกลุ่มรว่ มกันต้งั สมมติฐานวา่ “แสงเคลื่อนท่จี ากแหลง่ กำเนิดแสงไปทิศทางใด”แล้วบันทกึ ลงในสมุด
จากน้ันนักเรียนช่วยกันปิดประตู หนา้ ตา่ ง และหลอดไฟทุกดวงในห้อง เพื่อทำให้ในห้องมืด
3. ครูแจกกลอ่ งกระดาษทเี่ จาะรรู อบกลอ่ ง ให้กล่มุ ละ 1 กลอ่ ง และใหแ้ ตล่ ะกล่มุ ทำการทดลองโดยเปดิ ไฟฉายแล้วสอ่ ง
แสงไฟฉายลงไปในกล่องกระดาษ จากนั้นสงั เกตและวาดภาพแสงทส่ี ่องผ่านออกมาจากรขู องกล่อง แล้วบนั ทึกผลการทำ
กจิ กรรมการทดลอง ลงในสมุดประจำตวั หรือแบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ ป.2
4. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ ร่วมกนั วเิ คราะหผ์ ลการปฏบิ ตั ิกจิ กรรม แล้วอภิปรายผลและสรุปผลการทดลอง
เก่ียวกบั ทิศทางการเคล่ือนทข่ี องแสง
คาบท่ี 3
ขน้ั อธิบายความรู้
1.นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ ออกมานำเสนอผลการปฏบิ ัติกิจกรรมการทดลอง ตอนท่ี 1 และตอนที่ 2 หนา้ ช้ันเรยี น เพอ่ื
แลกเปล่ยี นความคิดกัน ในระหว่างทนี่ ักเรยี นนำเสนอครูคอยใหข้ ้อเสนอแนะเพิ่มเตมิ เพอื่ ให้นกั เรยี นมีความเขา้ ใจท่ถี ูกตอ้ ง
(หมายเหตุ : ครเู ร่มิ ประเมินนกั เรียน โดยใชแ้ บบประเมินการนำเสนอผลงาน)
2.นักเรยี นและครรู ่วมกนั สรุปความร้ทู ไ่ี ดจ้ ากการปฏิบัตกิ ิจกรรมท่ี 1 การเคล่ือนทข่ี องแสง
3.ครูอธิบายเพิ่มเตมิ ใหน้ ักเรียนเข้าใจเก่ียวกับ เร่ือง การเคลอื่ นที่ของแสงว่า “แสงเกิดจากแหล่งกำเนิดแสง แสงเคลื่อนท่ี
ออกเปน็ แนวเส้นตรง และแผ่ออกไปทุกทิศทาง”
4.นกั เรยี นแต่ละคนทำกิจกรรมหนูตอบได้ จากหนงั สือเรียน วิทยาศาสตร์ ป.2 โดยตอบคำถามลงในสมดุ ประจำตัว หรอื
แบบฝกึ หดั วทิ ยาศาสตร์ ป.2
คาบท่ี 4
ข้ันสรปุ
ข้นั ขยายความรู้/ตรวจสอบผล
1. ครูนำบตั รภาพแหล่งกำเนิดแสง มาติดไวบ้ นกระดาน ดงั น้ี
2. จากนนั้ ครสู นทนากับนักเรยี นเกี่ยวกบั บัตรภาพแหล่งกำเนดิ แสง แลว้ ให้นกั เรียนอภิปรายแสดงความคดิ เห็นว่า “บตั รภาพ
ใดบา้ ง ท่ีเปน็ แหลง่ กำเนดิ แสงท่มี นุษย์สรา้ งขน้ึ และแหลง่ กำเนดิ แสงท่เี กิดขึน้ เองตามธรรมชาติ”
3. ครูเปิดโอกาสให้นกั เรยี นซักถามเน้ือหาเกี่ยวกับ เรือ่ ง การเคลือ่ นท่ีของแสงจากแหลง่ กำเนิดแสงและใหค้ วามรู้เพม่ิ เตมิ จาก
คำถามของนกั เรยี น โดยครใู ช้ PowerPoint เรอื่ ง การเคล่ือนท่ขี องแสงจากแหล่งกำเนดิ แสง ในการอธิบายเพ่ิมเตมิ
4. นักเรียนตอบคำถามท้าทายการคิดข้ันสูง จากหนังสอื เรียน วทิ ยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 2 ลงในสมดุ ประจำตวั หรือแบบฝึกหัด
วิทยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 2
5.ครสู มุ่ เลขที่นกั เรียน 2-3 คน ออกมานำเสนอคำตอบของตนเอง โดยครใู หน้ ักเรยี นรว่ มกันพจิ ารณาวา่ คำตอบใดถกู ต้อง
จากนัน้ ครเู ฉลยคำตอบที่ถูกต้องให้นกั เรียน
6. ครตู รวจสอบผลการทำแบบทดสอบก่อนเรียนหนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 5 แสงในชวี ิตประจำวนั
เพอ่ื ตรวจสอบความเข้าใจก่อนเรยี นของนักเรียน
7.ครูตรวจ คำถามท้าทายการคิดขัน้ สงู ในสมุดประจำตวั หรอื แบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์
ป.2 เลม่ 2
8. ครตู รวจสอบผลการทำกจิ กรรมหนตู อบได้ ในสมุดประจำตัว หรอื แบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์
ป.2 เลม่ 2
9. ครปู ระเมนิ ผล โดยการสังเกตพฤตกิ รรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการทำงานรายบุคคล
พฤติกรรมการทำงานกลมุ่ และจากการนำเสนอผลการทำกิจกรรมหน้าชัน้ เรยี น
10. ครวู ัดและประเมนิ ผลการปฏิบตั ิกิจกรรมท่ี 1 การเคล่ือนท่ขี องแสง
11. นักเรียนและครรู ว่ มกนั สรุปเก่ยี วกบั การเคลื่อนทีข่ องแสงจากแหล่งกำเนิดแสง
6. การวดั และประเมนิ ผล
การวัดและประเมินผล วธิ กี ารวดั ผล เครอื่ งมอื วดั เกณฑก์ าร
จุดประสงค์ ประเมนิ ผล
70% ขน้ึ ไป ถือว่า
ความรู้ความเข้าใจ (K) 1. สังเกตจากการซกั ถาม ตอบ 1.คำถามกระตุน้ ผ่านเกณฑ์การ
คำถาม ความคดิ ประเมนิ
70% ขึ้นไป ถือว่า
ทักษะ/กระบวนการ (P) 1. ประเมินการนำเสนอ - แบบประเมินการ ผา่ นเกณฑ์การ
ผลงาน/ผลการปฏบิ ัติ นำเสนอผลปฏิบัติ ประเมิน
กิจกรรม กิจกรรมการทดลอง
-แบบฝกึ หัด 70% ขน้ึ ไป ถือวา่
คุณลกั ษณะนสิ ยั (A) 1. สงั เกตจากการเรยี นมคี วาม วทิ ยาศาสตร์ ผา่ นเกณฑ์การ
รบั ผิดชอบต่องานที่ส่ังและสง่ งาน ประเมิน
ไดท้ นั ตามที่กำหนด 1. แบบสังเกต
2. สังเกตจากการเรยี นใฝเ่ รียนรู้ พฤติกรรม
3. สังเกตจากการมุ่งมั่นในการ
ทำงาน
7. สอื่ /แหล่งการเรียนรู้
7.1 สือ่ การเรียนรู้
1) หนงั สือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 2 หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 5 แสงในชวี ิตประจำวนั
2) แบบฝกึ หัดวิทยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 2 หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 5 แสงในชวี ติ ประจำวัน
3) วัสดุ-อุปกรณ์ท่ใี ช้ในกจิ กรรมท่ี 1 การเคลื่อนที่ของแสง
4) บตั รภาพแหล่งกำเนิดแสง
5) PowerPoint เรื่อง การเคลอื่ นทข่ี องแสงจากแหลง่ กำเนิดแสง
6) QR Code เรื่อง การเคลอ่ื นที่ของแสง
7) สมดุ ประจำตัว
7.2 แหล่งการเรียนรู้
1.ห้องเรียน
2.ห้องสมุด
3.อนิ เทอรเ์ นต็
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ..........................ครผู สู้ อน ลงชื่อ.......................ฝ่ายวชิ าการ
(......................................) (..................................)
ลงชื่อ..............................ผูบ้ ริหาร
(....................................)
สัปดาห์ที่ 13
โรงเรยี นขจรเกยี รติพัฒนา
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรียนท่ี…2../……………...........................................ชือ่ ผสู้ อน........................................................
กลุ่มสาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตร์ ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 2
จำนวน 4 คาบ หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 5 แสงในชวี ิตประจำวัน เร่ือง การมองเห็น
วตั ถุ(1)
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้ีวดั
ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลยี่ นแปลงและการถา่ ยโอนพลังงานปฏสิ มั พนั ธ์ระหว่าง
สสารและพลังงาน พลังงานในชวี ติ ประจำวัน ธรรมชาตขิ องคล่นื ปรากฏการณท์ ่ีเกยี่ วข้องกบั
เสยี ง แสง และคลน่ื แม่เหลก็ ไฟฟ้า รวมทัง้ นำความรูไ้ ปใชป้ ระโยชน์
ตวั ชวี้ ดั
ป.2/1 บรรยายแนวการเคล่อื นท่ีของแสงจากแหล่งกำเนิดแสง และอธิบายการมองเหน็ วตั ถจุ ากหลกั ฐานเชิงประจักษ์
ป.2/2 ตระหนักในคุณคา่ ของความรู้ของการมองเหน็ โดยเสนอแนะแนวทางการปอ้ งกนั อนั ตรายจากการมองวัตถุทีอ่ ยู่
ในบรเิ วณทีม่ ีแสงสว่างไม่เหมาะสม
2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
แสงเคลื่อนที่จากแหล่งกำเนิดแสงในทุกทิศทางเป็นแนวตรง เมื่อมีแสงจากแหล่งกำเนิดแสงตกกระทบที่ผิวของวัตถุ
แลว้ สะทอ้ นมาเขา้ ตาของเราจะทำใหเ้ รามองเห็นวตั ถุตา่ ง ๆ แตถ่ ้าแสงทีเ่ รามองเห็นมีความสวา่ งไมเ่ หมาะสมเขา้ มาสู่ตาของ
เราอาจกอ่ ใหเ้ กดิ อันตรายต่อดวงตาของเราได้ เราจงึ ต้องมีแนวทางในการปอ้ งกันอันตรายจากแสง
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. สงั เกตและอธบิ ายการมองเห็นวตั ถุได้ (K)
2. ปฏิบัตกิ ิจกรรมเพ่ืออธิบายการมองเห็นวัตถไุ ดถ้ กู ตอ้ งและเป็นลำดบั ขน้ั ตอน (P)
3. เสนอแนะแนวทางการปอ้ งกนั อนั ตรายจากการมองวัตถทุ ีอ่ ยู่ในบรเิ วณที่มีแสงสว่างไม่เหมาะสม (P)
4. มคี วามใฝเ่ รียนรู้และให้ความร่วมมอื ในการทำกจิ กรรมกล่มุ (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น
แสงเคลื่อนทีจ่ ากแหล่งกำเนิดแสงทกุ ทิศทางเปน็ แนวตรง พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศกึ ษา
เม่อื มีแสงจากวตั ถุมาเข้าตาจะทำให้มองเห็นวตั ถนุ ้นั การ
มองเห็นวัตถุที่เปน็ แหล่งกำเนิดแสง
แสงจากวัตถุน้ันจะเขา้ สตู่ าโดยตรง ส่วนการมองเห็นวตั ถุ
ทไ่ี มใ่ ชแ่ หลง่ กำเนิดแสง ต้องมีแสงจากแหล่งกำเนิดแสง
ไปกระทบวัตถแุ ล้วสะทอ้ นเข้าตา
ถ้ามแี สงท่สี ว่างมาก ๆ เขา้ สูต่ าอาจเกดิ อนั ตรายต่อตาได้
จงึ ต้องหลีกเลยี่ งการมองหรือใชแ้ ผน่ กรองแสงทมี่ ี
คุณภาพ เม่ือจำเป็น และต้องจดั ความสวา่ งใหเ้ หมาะสม
กบั การทำกจิ กรรมต่าง ๆ เชน่ การอา่ นหนงั สือ การดู
จอโทรทศั น์ การใชโ้ ทรศัพท์เคลอื่ นทแ่ี ละแท็บเลต็
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
คาบที่ 1
ขน้ั นำ
ขั้นกระตุน้ ความสนใจ
1. ครูทักทายกบั นักเรยี น จากนน้ั แจง้ จดุ ประสงค์การเรียนรใู้ หน้ กั เรยี นทราบ
2. ครูเปดิ วีดทิ ัศน์เก่ียวกับแสงและการมองเหน็ ใหน้ ักเรียนดู จากนั้นครสู นทนาซักถามนกั เรียน
เกยี่ วกบั วีดทิ ัศน์ โดยใหน้ ักเรียนรว่ มกันอภปิ รายแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระโดยไม่มีการเฉลยวา่ ถูกหรือผดิ ดงั นี้
- เราสามารถมองเหน็ แสงจากเทียนไขได้จากทิศทางใดบ้าง
(แนวตอบ : เราสามารถมองมองเห็นแสงจากเทยี นไขไดท้ ุกทศิ ทาง)
- แนวทางการเคลื่อนทีข่ องแสงจากเทียนไขเคลอ่ื นทเี่ ป็นอย่างไร
(แนวตอบ : เคลือ่ นทเี่ ปน็ แนวตรง)
- แสงมีความเรว็ ในการเคล่ือนที่เท่าใด
(แนวตอบ : แสงเคล่อื นท่ดี ้วยความเร็ว 300,000 กโิ ลเมตรตอ่ วนิ าท)ี
- แสงจากดวงอาทติ ย์มายงั โลกใชเ้ วลาเทา่ ใด
(แนวตอบ : 8 นาท)ี
- นักเรยี นสามารถสรุปการเคลื่อนทข่ี องแสงว่าอยา่ งไร
(แนวตอบ : แสงเคลื่อนทีจ่ ากแหลง่ กำเนิดแสงเปน็ แนวตรงแผอ่ อกไปทกุ ทศิ ทาง)
คาบท่ี 2
ขน้ั สอน
ขนั้ สำรวจค้นหา
1. นกั เรยี นแบง่ กลมุ่ ๆ ละ 2-3 คน ตามความสมคั รใจ โดยใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ ร่วมกันศึกษาคน้ ควา้ ข้อมลู เกย่ี วกบั เรื่อง การ
มองเห็นของวัตถุ จากหนังสือเรยี นวทิ ยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 2 หรอื แหล่งการเรียนรู้ตา่ ง ๆ เช่นอินเทอรเ์ นต็
2. นกั เรียนแต่ละกลมุ่ รว่ มกันอภิปรายเรื่องที่ได้ศึกษา จากน้นั ให้นักเรียนแต่ละคนเขียนสรปุ ความรทู้ ่ไี ด้จากการศึกษา
ค้นควา้ ลงในสมุดประจำตัว เพ่อื นำส่งครทู ้ายช่วั โมง
(หมายเหตุ : ครูเรมิ่ ประเมินนกั เรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม)
3. ครูถามคำถามกระตนุ้ ความคิดนกั เรียนว่า “เพราะเหตุใด เราจึงสามารถมองเหน็ วัตถุตา่ ง ๆ ได้”โดยใหแ้ ตล่ ะคนร่วมกนั
อภิปรายแสดงความคิดเหน็ เพื่อหาคำตอบ
คาบท่ี 3
ขั้นอธบิ ายความรู้
1. ครูจัดเตรยี มวัสดุ-อปุ กรณท์ ่ใี ช้ในกจิ กรรมท่ี 2 การมองเห็นของวัตถุ จากหนังสือเรียนวทิ ยาศาสตร์ ป.2 มาวางไว้หน้า
ชน้ั เรยี น ดังนี้
- กระดาษแขง็ 1 แผน่ - เหรยี ญ 10 บาท 1 เหรยี ญ
- วัตถปุ รศิ นา 1 ชิน้ - คตั เตอร์ หรอื กรรไกร
- ไฟฉาย 1 กระบอก - กลอ่ งลงั 1 กลอ่ ง
2. ครใู หน้ ักเรยี นเลน่ เกมรวมเงนิ เพอื่ ใหน้ ักเรยี นจดั กลมุ่ ตามท่ีครูกำหนด โดยมีกติกาการเลน่ คือ
ใหน้ ักเรยี นยืนเปน็ วงกลมแล้วร่วมกันร้องเพลงรวมเงิน ดังนี้
เพลงรวมเงนิ
รวมเงนิ รวมเงนิ วันนี้ รวมกนั ดดี อี ยา่ ให้เกินอย่าให้ขาด (ซำ้ )
ผหู้ ญิงนนั้ เปน็ เหรยี ญบาท ผชู้ ายอยา่ ใหข้ าดเปน็ หา้ สบิ สตางค์
รวมให้ได้................บาท ตามคำสง่ั ทค่ี รูสัง่
3. จากนัน้ ให้นักเรียนเข้ากล่มุ ตามกิจกรรมที่เล่น แลว้ ให้แต่ละกลุ่มเลือกตวั แทนกลุ่ม 1 คน
เปน็ ตวั แทนกลุม่ และสมาชิกภายในกลมุ่ จัดเตรียมอุปกรณ์ท่ใี ช้ในกิจกรรมท่ี 2 การมองเห็นวัตถุ
จากหนังสอื เรยี น วิทยาศาสตร์ ป.2
คาบท่ี 4
ขนั้ สรปุ
ขน้ั ขยายความรู้/ตรวจสอบผล
1.ครแู จง้ จดุ ประสงคข์ องกจิ กรรมที่ 2 การมองเห็นวตั ถุ ให้นักเรยี นทราบ เพื่อเปน็ แนวทางการปฏบิ ตั ิที่ถูกต้อง จากนัน้
นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ ปฏิบตั ิกจิ กรรมที่ 2 การมองเหน็ วตั ถุ ตอนท่ี 1 จากหนงั สือเรยี นวทิ ยาศาสตร์ ป.2 โดยใหแ้ ตล่ ะกลุ่มปฏบิ ตั ิ
กจิ กรรม ดงั น้ี
- นำกลอ่ งลงั มาเจาะรูดา้ นข้างกล่องให้มีขนาดเลก็ 1 รู
- เจาะรูทฝ่ี ากลอ่ งให้มีขนาดใหญ่กว่าปากของกระบอกไฟฉาย แล้วใช้กระดาษแข็งปดิ รู
- นำวัตถุปรศิ นาใสไ่ วใ้ นกล่อง โดยไม่ให้ตัวแทนกลมุ่ เหน็
2.ให้นกั เรียนแต่ละกลมุ่ ช่วยกนั คาดคะเนว่า “ถา้ มองผ่านรขู า้ งกล่องเขา้ ไปในกลอ่ งจะมองเหน็ วตั ถุหรือไม”่ แล้วบนั ทกึ ผล
ลงในสมุดประจำตัว หรือแบบฝกึ หัดวทิ ยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 2
3.สมาชกิ ภายในกลุ่มปฏบิ ัตกิ จิ กรรมเพอื่ ทดสอบการคาดคะเน โดยใหต้ วั แทนกลมุ่ ปฏิบัติกิจกรรมดังน้ี
- มองผ่านรดู ้านขา้ งกล่องเข้าไปภายในกล่อง แลว้ บอกว่า เห็นวตั ถทุ ี่อยู่ภายในกล่องหรือไม่ และวตั ถุน้ันคือสิ่งใด แลว้
บันทึกผล
- สมาชกิ ในกลุม่ เปดิ กระดาษแขง็ ท่ปี ดิ ฝากลอ่ งออก และเปิดไฟฉายส่องแสงเขา้ ไปภายในกลอ่ งจากนัน้ ใหต้ วั แทนกลุ่ม
ส่องดูวตั ถุอกี คร้ัง แลว้ บนั ทึกผลลงในสมดุ ประจำตวั หรอื แบบฝึกหัด วทิ ยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 2
4.นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มรว่ มกันวเิ คราะห์ผลการปฏบิ ตั กิ ิจกรรม แล้วอภปิ รายผลและสรปุ ผลการทดลอง
เกีย่ วกับการมองเหน็ วัตถุภายในกลอ่ ง
(หมายเหตุ : ครเู ริ่มประเมินนักเรยี น โดยใช้แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกล่มุ
6. การวดั และประเมินผล
การวดั และประเมินผล วธิ ีการวัดผล เคร่อื งมือวดั เกณฑก์ าร
จดุ ประสงค์ ประเมนิ ผล
70% ขน้ึ ไป ถือวา่
ความรู้ความเขา้ ใจ (K) 1. สังเกตจากการซกั ถาม ตอบ 1.คำถามกระต้นุ ผ่านเกณฑ์การ
คำถาม ความคิด ประเมนิ
70% ขึน้ ไป ถอื ว่า
ทักษะ/กระบวนการ (P) 1. ประเมนิ การนำเสนอ - แบบประเมินการ ผ่านเกณฑ์การ
ผลงาน/ผลการปฏิบัติ นำเสนอผลปฏบิ ตั ิ ประเมนิ
กจิ กรรม กจิ กรรมการทดลอง
-แบบฝึกหัด 70% ขน้ึ ไป ถือว่า
คุณลกั ษณะนิสัย (A) 1. สังเกตจากการเรยี นมีความ วทิ ยาศาสตร์ ผา่ นเกณฑ์การ
รบั ผดิ ชอบตอ่ งานที่ส่ังและสง่ งาน ประเมนิ
ไดท้ นั ตามท่กี ำหนด 1. แบบสงั เกต
2. สงั เกตจากการเรยี นใฝ่เรยี นรู้ พฤติกรรม
3. สังเกตจากการมงุ่ มน่ั ในการ
ทำงาน
7. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
7.1 สอื่ การเรยี นรู้
1) หนงั สือเรยี นวทิ ยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 2 หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 5 แสงในชีวติ ประจำวัน
2) แบบฝกึ หัดวทิ ยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 2 หน่วยการเรยี นรู้ที่ 5 แสงในชวี ิตประจำวนั
3) วสั ดุ-อปุ กรณท์ ่ีใช้ในกิจกรรมที่ 2 การมองเหน็ วัตถุ
4) PowerPoint เรือ่ ง การมองเหน็ วัตถุ
5) QR Code เรอื่ ง การมองเห็นวัตถุ
6) วดี ทิ ศั นเ์ กี่ยวกบั แสงและการมองเห็น
จาก https://www.youtube.com/watch?v=nUuHLKPQDNk
7) สมุดประจำตัว
7.2 แหล่งการเรยี นรู้
1.ห้องเรียน
2.ห้องสมุด
3.อินเทอร์เนต็
8. กิจกรรมเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................................
ลงช่อื ..........................ครผู ู้สอน ลงชื่อ.......................ฝา่ ยวชิ าการ
(......................................) (..................................)
ลงชื่อ..............................ผู้บรหิ าร
(....................................)
สัปดาหท์ ่ี 14
โรงเรยี นขจรเกียรติพัฒนา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรยี นที่…2../……………...........................................ชอื่ ผสู้ อน....................................................................
กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 2
จำนวน 4 คาบ หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 5 แสงในชวี ติ ประจำวัน เร่ือง การมองเหน็
วัตถุ(2)
1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ช้ีวดั
ว 2.3 เขา้ ใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลงั งานปฏิสมั พันธร์ ะหวา่ ง
สสารและพลงั งาน พลงั งานในชีวติ ประจำวนั ธรรมชาติของคลนื่ ปรากฏการณท์ ี่เกยี่ วข้องกับ
เสยี ง แสง และคลน่ื แมเ่ หล็กไฟฟ้า รวมทัง้ นำความรูไ้ ปใชป้ ระโยชน์
ตวั ชีว้ ดั
ป.2/1 บรรยายแนวการเคล่ือนท่ีของแสงจากแหลง่ กำเนิดแสง และอธิบายการมองเหน็ วัตถุจากหลักฐานเชงิ ประจักษ์
ป.2/2 ตระหนกั ในคุณค่าของความร้ขู องการมองเห็น โดยเสนอแนะแนวทางการปอ้ งกันอนั ตรายจากการมองวัตถุทอ่ี ยู่
ในบรเิ วณทม่ี แี สงสว่างไม่เหมาะสม
2. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
แสงเคลื่อนที่จากแหล่งกำเนิดแสงในทุกทิศทางเป็นแนวตรง เมื่อมีแสงจากแหล่งกำเนิดแสงตกกระทบที่ผิวของวัตถุ
แล้วสะท้อนมาเข้าตาของเราจะทำใหเ้ รามองเหน็ วัตถตุ ่าง ๆ แต่ถ้าแสงทเี่ รามองเหน็ มีความสว่างไมเ่ หมาะสมเข้ามาสู่ตาของ
เราอาจก่อให้เกิดอันตรายตอ่ ดวงตาของเราได้ เราจึงตอ้ งมีแนวทางในการปอ้ งกันอนั ตรายจากแสง
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. สังเกตและอธบิ ายการมองเหน็ วตั ถไุ ด้ (K)
2. ปฏบิ ัติกจิ กรรมเพื่ออธิบายการมองเห็นวตั ถุไดถ้ กู ตอ้ งและเป็นลำดบั ขน้ั ตอน (P)
3. เสนอแนะแนวทางการปอ้ งกนั อันตรายจากการมองวัตถุทอี่ ยู่ในบริเวณท่ีมแี สงสวา่ งไม่เหมาะสม (P)
4. มคี วามใฝ่เรยี นรูแ้ ละให้ความรว่ มมือในการทำกิจกรรมกลุ่ม (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรียนรแู้ กนกลาง สาระการเรยี นรทู้ ้องถ่นิ
แสงเคลื่อนทจี่ ากแหล่งกำเนิดแสงทกุ ทิศทางเปน็ แนวตรง พจิ ารณาตามหลักสตู รของสถานศกึ ษา
เม่อื มีแสงจากวตั ถุมาเข้าตาจะทำให้มองเห็นวัตถุนนั้ การ
มองเห็นวตั ถุทเ่ี ปน็ แหลง่ กำเนิดแสง
แสงจากวัตถนุ นั้ จะเข้าสู่ตาโดยตรง ส่วนการมองเห็นวัตถุ
ท่ไี ม่ใชแ่ หล่งกำเนดิ แสง ต้องมีแสงจากแหล่งกำเนดิ แสง
ไปกระทบวตั ถแุ ลว้ สะท้อนเข้าตา
ถ้ามแี สงท่สี วา่ งมาก ๆ เข้าสตู่ าอาจเกดิ อนั ตรายต่อตาได้
จึงตอ้ งหลกี เลีย่ งการมองหรือใชแ้ ผ่นกรองแสงท่มี ี
คณุ ภาพ เมื่อจำเป็น และตอ้ งจดั ความสวา่ งให้เหมาะสม
กับการทำกิจกรรมตา่ ง ๆ เชน่ การอ่านหนังสือ การดู
จอโทรทศั น์ การใช้โทรศพั ท์เคล่ือนทแี่ ละแท็บเล็ต
5. กิจกรรมการเรียนรู้
คาบที่ 1
ขน้ั นำ
ขนั้ กระต้นุ ความสนใจ
1.นักเรียนแบ่งกลุ่ม (กลมุ่ เดมิ ) จากชั่วโมงท่ผี า่ นมา จากน้ันนกั เรยี นแต่ละกลมุ่ ทำกิจกรรมที่ 2 การมองเห็นวตั ถุ ตอนที่ 2
จากหนังสอื เรยี นวิทยาศาสตร์ ป.2 โดยใหส้ มาชกิ แต่ละกลุ่มศกึ ษาค้นคว้าขอ้ มูลเก่ยี วกับ เรอื่ ง แนวทางการปอ้ งกันอันตราย
จากการมองเห็นวตั ถุท่มี ีแสงสว่างไมเ่ หมาะสม จากหนังสอื เรียนวทิ ยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 2 หรือแหลง่ การเรียนรูต้ า่ ง ๆ เช่น
อินเทอรเ์ นต็ ห้องสมุด
2. นักเรยี นแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายเร่ืองท่ีได้ศึกษา จากนนั้ ใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ นำข้อมลู ทไ่ี ด้จากการ
ค้นควา้ มาจัดทำในรูปแบบต่าง ๆ เช่น แผนภาพ แผนผังมโนทศั น์ ลงในกระดาษแข็ง พร้อมตกแตง่ ให้สวยงาม
(หมายเหตุ : ครูเรม่ิ ประเมนิ นักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุม่ )
คาบท่ี 2
ข้นั สอน
ขนั้ สำรวจคน้ หา
1.นักเรียนแต่ละกลมุ่ ออกมานำเสนอผลการปฏิบตั ิกิจกรรมการทดลอง ตอนที่ 1 และตอนที่ 2 หน้าช้ันเรยี น เพื่อ
แลกเปล่ยี นความคิดกนั ในระหวา่ งทน่ี กั เรียนนำเสนอครูคอยใหข้ อ้ เสนอแนะเพิ่มเตมิ เพ่ือให้นกั เรียนมีความเขา้ ใจทถ่ี ูกตอ้ ง
(หมายเหตุ : ครเู ริ่มประเมินนักเรยี น โดยใชแ้ บบประเมนิ การนำเสนอผลงาน)
2.นกั เรยี นและครรู ่วมกันสรุปความร้ทู ไี่ ด้จากการปฏิบัติกิจกรรมท่ี 2 การมองเหน็ วัตถุ
3.นกั เรียนแตล่ ะคนทำกจิ กรรมหนูตอบได้ จากหนังสอื เรยี น วทิ ยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 2 โดยตอบ
คำถามลงในสมดุ ประจำตัว หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 2
คาบท่ี 3
ขน้ั อธิบายความรู้
1.นักเรยี นจับคกู่ บั เพ่อื นในชนั้ เรียน ตามความสมคั รใจ โดยใชโ้ ทรศพั ท์มือถือสแกน QR Codeเร่อื ง การมองเหน็ ของ
วตั ถุ จากหนังสือเรยี นวทิ ยาศาสตร์ ป.2
2. นักเรยี นแบ่งกลุ่มออกเปน็ กล่มุ ละ 2-3 คน ตามความสมคั รใจ โดยใหแ้ ต่ละกลมุ่ ร่วมกันศึกษาคน้ ควา้ ข้อมูลเกีย่ วกบั
เรื่อง การมองเห็นวัตถทุ ่เี ปน็ แหลง่ กำเนิดแสง และการมองเห็นวตั ถุที่ไม่ใชแ่ หลง่ กำเนิดแสง จากหนงั สอื เรยี นวทิ ยาศาสตร์ ป.2
เลม่ 2 หรือแหล่งการเรยี นรู้ต่าง ๆ เช่นอนิ เทอร์เนต็ หอ้ งสมุด
3. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั อภิปรายเรอ่ื งที่ไดศ้ ึกษา จากน้นั ใหน้ กั เรียนแตล่ ะคนเขยี นสรปุ ความรทู้ ี่ได้จากการศึกษา
คน้ คว้า ลงในสมุดประจำตวั
(หมายเหตุ : ครเู รมิ่ ประเมนิ นกั เรยี น โดยใชแ้ บบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล)
4.ครูสุ่มนักเรยี น 2-3 กลมุ่ ออกมานำเสนอผลการศึกษาหนา้ ชนั้ เรียน ในระหวา่ งทนี่ ักเรยี นนำเสนอครคู อยให้ข้อเสนอแนะ
เพ่ิมเติม เพ่ือให้นกั เรียนมคี วามเข้าใจท่ีถกู ต้อง
(หมายเหตุ : ครเู ริ่มประเมินนกั เรยี น โดยใชแ้ บบประเมินการนำเสนอผลงาน)
5. ครูส่มุ เลขทน่ี กั เรยี น จำนวน 3 คน ใหย้ กตัวอย่างการป้องกนั อนั ตรายจากแสงท่ีมีความสวา่ งไมเ่ หมาะสม มาคนละ 1
ตัวอย่าง
(แนวตอบ : ตวั อย่าง เชน่ สวมแว่นตากนั แดด อ่านหนังสือในบรเิ วณทมี่ ีแสงสวา่ งท่ีเหมาะสม
สวมอุปกรณ์ป้องกนั แสงขณะเชื่อมโลหะ เป็นต้น)
คาบที่ 4
ขั้นสรปุ
ขัน้ ขยายความรู้/ตรวจสอบผล
1.ครเู ปดิ โอกาสใหน้ ักเรยี นซักถามเน้ือหาเกยี่ วกับ เร่ือง การมองเห็นวัตถุ และให้ความรูเ้ พิ่มเติมจากคำถามของนักเรียน
โดยครูใช้ PowerPoint เรือ่ ง การมองเห็นวัตถุ ในการอธบิ ายเพม่ิ เติม
2.นักเรยี นแต่ละคนเขียนสรปุ สาระสำคญั ประจำ บทที่ 1 แสงและการมองเหน็ โดยเขยี นเป็นแผนผงั
มโนทศั น์ ลงในสมุดประจำตวั
3. จากน้ันทำกจิ กรรมพฒั นาการเรยี นรู้ท่ี 1 และกจิ กรรมฝึกทักษะ บทท่ี 1 แสงและการมองเหน็ จากหนังสือเรยี น
วทิ ยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 2 ลงในสมดุ ประจำตัว หรอื แบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์
4.ครสู ุม่ เลขท่ีนกั เรยี น 2-3 คน ออกมานำเสนอคำตอบของตนเอง โดยครใู ห้นักเรยี นรว่ มกนั พิจารณาวา่ คำตอบใด
ถูกต้อง จากน้นั ครเู ฉลยคำตอบทถ่ี กู ต้องให้นักเรียน
5. นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียนของหนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 5 แสงในชีวิตประจำวัน เพื่อเปน็ การวัด
ความรู้หลงั เรยี นของนกั เรยี น
6. นักเรยี นจบั ค่กู ับเพื่อนในชัน้ เรียน ตามความสมัครใจของนกั เรียน จากนน้ั ใหแ้ ต่ละคู่ศกึ ษากจิ กรรม
สรา้ งสรรค์ผลงาน จากหนงั สอื เรียนวทิ ยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 2 โดยให้ช่วยกนั สบื ค้นขอ้ มลู เก่ียวกับวสั ดทุ ่ใี ชก้ รองแสงได้ แลว้ เลือก
วัสดุมา 1 ชนิด นำมาประดษิ ฐ์เปน็ อปุ กรณ์สำหรบั กรองแสง
7. จากนน้ั นำสง่ิ ประดิษฐ์นน้ั ไปทดสอบ โดยใช้มองแสงไฟในห้องเรยี นวา่ มีประสิทธภิ าพในการกรองแสงไดห้ รือไม่ เม่ือ
ทำเสรจ็ ใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ นำผลการคดิ คน้ และชิ้นงานของกลุ่มตนเองนำเสนอแนวคดิ หนา้ ชั้นเรียน โดยครใู ห้คำแนะนำและ
เสนอแนะสว่ นท่บี กพร่อง
6. การวัดและประเมินผล
การวัดและประเมนิ ผล วธิ กี ารวดั ผล เครอ่ื งมือวดั เกณฑก์ าร
จดุ ประสงค์ ประเมนิ ผล
70% ขึ้นไป ถอื ว่า
ความรู้ความเขา้ ใจ (K) 1. สงั เกตจากการซกั ถาม ตอบ 1.คำถามกระตนุ้ ผ่านเกณฑ์การ
คำถาม ความคดิ ประเมนิ
70% ขน้ึ ไป ถอื ว่า
ทักษะ/กระบวนการ (P) 1. ประเมินการนำเสนอ - แบบประเมินการ ผ่านเกณฑ์การ
ผลงาน/ผลการปฏบิ ตั ิ นำเสนอผลปฏบิ ตั ิ ประเมิน
กิจกรรม กิจกรรมการทดลอง
-แบบฝึกหัด 70% ขึ้นไป ถือว่า
คุณลักษณะนิสยั (A) 1. สังเกตจากการเรียนมคี วาม วทิ ยาศาสตร์ ผา่ นเกณฑ์การ
รับผิดชอบต่องานที่ส่ังและส่งงาน ประเมิน
ได้ทันตามทก่ี ำหนด 1. แบบสังเกต
2. สังเกตจากการเรียนใฝเ่ รียนรู้ พฤติกรรม
3. สงั เกตจากการมุ่งมั่นในการ
ทำงาน
7. สือ่ /แหล่งการเรยี นรู้
7.1 สอื่ การเรียนรู้
1) หนังสือเรียนวทิ ยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 2 หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 5 แสงในชวี ิตประจำวนั
2) แบบฝกึ หดั วทิ ยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 2 หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 5 แสงในชวี ติ ประจำวนั
3) วัสดุ-อปุ กรณท์ ี่ใชใ้ นกจิ กรรมท่ี 2 การมองเห็นวัตถุ
4) PowerPoint เรือ่ ง การมองเหน็ วตั ถุ
5) QR Code เร่ือง การมองเห็นวตั ถุ
6) วดี ิทศั น์เก่ียวกับแสงและการมองเห็น
จาก https://www.youtube.com/watch?v=nUuHLKPQDNk
7) สมดุ ประจำตวั
7.2 แหลง่ การเรียนรู้
1.หอ้ งเรียน
2.หอ้ งสมุด
3.อินเทอรเ์ นต็
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
ลงชือ่ ..........................ครูผสู้ อน ลงช่ือ.......................ฝ่ายวชิ าการ
(......................................) (..................................)
ลงช่ือ..............................ผบู้ รหิ าร
(....................................)
สัปดาห์ท่ี 15
โรงเรียนขจรเกยี รตพิ ฒั นา
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรยี นท่ี…2../……………............................................ช่ือผ้สู อน...................................................................
กล่มุ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 2
จำนวน 4 คาบ หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 6 เรยี นร้เู ร่ืองดนิ เรอื่ ง สว่ นประกอบของดิน
1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวชี้วดั
ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลงภายในโลกและบนผิวโลก ธรณี
พบิ ัติภยั กระบวนการเปล่ยี นแปลงลมฟ้าอากาศและภมู ิอากาศโลก รวมท้งั ผลตอ่ สิง่ มีชวี ิตและสิง่ แวดล้อม
ตวั ช้วี ดั
ป.2/1 ระบุส่วนประกอบของดนิ และจำแนกชนิดของดนิ โดยใชล้ ักษณะเนือ้ ดิน และการจบั ตวั เป็นเกณฑ์
2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
ดินเป็นทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งประกอบด้วย เศษหิน ซากพืช ซากสัตว์ผสมอยู่ในเนื้อดินมีอากาศ
และน้ำแทรกอยูต่ ามช่องว่างในเนื้อดิน ดนิ จำแนกเป็น ดินรว่ น ดินเหนยี ว และดนิ ทราย ตามลกั ษณะเน้ือดินและการจับตัวของ
ดนิ ซงึ่ มีผลตอ่ การอ้มุ นำ้ ท่แี ตกตา่ งกันเราจึงสามารถนำดินแต่ละชนิดไปใชป้ ระโยชน์ไดแ้ ตกต่างกนั
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. สงั เกตและอธิบายส่วนประกอบของดนิ ได้ (K)
2. ปฏบิ ตั ิกิจกรรมเพื่อระบสุ ่วนประกอบของดินได้ถูกต้องตามขนั้ ตอน (P)
3. มคี วามใฝเ่ รียนรู้และใหค้ วามร่วมมือในการทำกิจกรรมกลุ่ม (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรทู้ อ้ งถิน่
ดนิ ประกอบดว้ ย เศษหนิ ซากพชื ซากสตั วผ์ สมอยูใ่ นเนื้อ พิจารณาตามหลักสตู รของสถานศกึ ษา
ดนิ มีอากาศและน้ำแทรกอยู่ตามชอ่ งวา่ ง
ในเนือ้ ดนิ ดินจำแนกเปน็ ดินรว่ น ดินเหนยี ว และ
ดนิ ทราย ตามลกั ษณะเนื้อดนิ และการจับตวั ของดนิ ซง่ึ มี
ผลตอ่ การอุ้มนำ้ ที่แตกตา่ งกัน
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
คาบที่ 1
ขัน้ นำ
ขนั้ กระตุ้นความสนใจ
1. ครทู ักทายกับนักเรียน แล้วแจง้ จดุ ประสงค์การเรียนรู้ใหน้ กั เรียนทราบ จากนัน้ นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน หนว่ ย
การเรียนรู้ท่ี 6 ดนิ ในท้องถ่นิ ของเรา เพ่ือวดั ความรูเ้ ดิมของนกั เรียนก่อนเขา้ ส่กู ิจกรรม
2. นักเรยี นอา่ นสาระสำคัญและดภู าพ หน่วยการเรยี นรู้ที่ 6 ดนิ ในท้องถน่ิ ของเรา จากหนงั สือเรียน
วทิ ยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 จากนั้นครถู ามคำถามสำคัญประจำบทว่า “ดินแตล่ ะชนิด มสี ว่ นประกอบเหมือนกนั หรือไม่อย่างไร”
แล้วใหน้ ักเรียนแตล่ ะคนรว่ มกันอภิปรายแสดงความคิดเหน็ อยา่ งอสิ ระโดยไมม่ กี ารเฉลยว่าถกู หรือผิด
(แนวตอบ : ดนิ แตล่ ะชนิดอาจมลี กั ษณะของดินทีเ่ หมือนกนั ข้นึ อยู่กับส่วนประกอบที่ผสมอยูภ่ ายในดนิ หรือทป่ี ะปนอยใู่ น
ดิน)
3. นกั เรียนเรยี นรคู้ ำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกบั การเรยี นในบทท่ี 1 รจู้ กั ดนิ จากหนงั สอื เรียนวทิ ยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 2โดยครขู อ
อาสาสมัครนักเรยี น จำนวน 1 คน ให้เปน็ ผู้อา่ นนำ และให้นักเรียนท่ีอยู่ในชัน้ เรยี นเป็นผู้อ่านตามทีละคำ ดังนี้
Soil (ซอยล) ดนิ
Clay (เคล) ดนิ เหนยี ว
Loamy sand(โลมมี แซ็นด) ดนิ ทราย
Loam (โลม) ดินรว่ น
4. นักเรียนแต่ละคนอ่านกจิ กรรมนำสู่การเรียน เมื่ออา่ นจบ ครใู หน้ กั เรียนตอบคำถาม
ลงในสมุดประจำตัว
(หมายเหตุ : ครูเรมิ่ ประเมนิ นักเรียน โดยใชแ้ บบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล)
5. ครูสนทนากบั นักเรียนเกี่ยวกบั ลกั ษณะของดิน โดยครูนำบตั รภาพดนิ รว่ น และดินเหนียวมาให้นักเรยี นดู จากน้ันครูถาม
คำถามเพื่อใหน้ กั เรยี นรว่ มกันอภิปรายแสดงความคิดเหน็ อย่างอิสระโดยไม่มีการเฉลยวา่ ถูกหรอื ผิด ดังนี้
• นักเรียนคดิ ว่า ดนิ ทง้ั สองภาพมลี ักษณะเหมือนกันหรือแตกต่างกนั
(แนวตอบ : ไมเ่ หมือนกัน)
• นกั เรยี นคิดว่า ดนิ ในภาพทั้งสองเหมาะกับการปลูกพชื ชนิดใด
(แนวตอบ : ดนิ ร่วน เหมาะกับการปลกู พชื ผกั เละดนิ เหนียว เหมาะกับการปลูกข้าว)
6. นักเรยี นแบง่ กลมุ่ ๆ ละ 3-4 คน ตามความสมคั รใจ จากนน้ั ให้แต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาคน้ คว้าข้อมูลเก่ียวกับ เร่ือง
ส่วนประกอบของดนิ จากหนังสือเรยี นวทิ ยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 2 หรอื แหล่งการเรยี นรูต้ ่าง ๆ เช่นอนิ เทอร์เนต็
7. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มรว่ มกนั อภปิ รายเรอ่ื งที่ได้ศกึ ษา จากน้นั ใหน้ ักเรยี นแต่ละคนเขยี นสรปุ ความรทู้ ีไ่ ดจ้ ากการศกึ ษาค้นควา้ ลง
ในสมุดประจำตัว เพอ่ื นำสง่ ครทู ้ายชั่วโมง
(หมายเหตุ : ครเู ร่มิ ประเมนิ นักเรียน โดยใชแ้ บบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม)
คาบที่ 2
ข้ันสอน
ขัน้ สำรวจคน้ หา
1. ครูจัดเตรยี มวัสดุ-อปุ กรณ์ทใ่ี ชใ้ นกจิ กรรมท่ี 1 ส่วนประกอบของดนิ จากหนังสือเรยี นวทิ ยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 2 มาวาง
ไว้หน้าชั้นเรยี น ดงั น้ี
- ตะเกียบ 1 คู่ - หนังยาง 1 เส้น
- ชอ้ นตกั ดิน 1 อัน - นาฬกิ า 1 เรือน
- ถุงพลาสติกใส 3 ถุง - แวน่ ขยาย
- กระดาษสขี าว 1 แผ่น - นำ้ ปริมาตร 200 มิลลิลิตร
- แท่งแกว้ คนสาร 1 อัน - บีกเกอร์ ขนาด 250 มิลลลิ ิตร 1 ใบ
2. นักเรยี นแบง่ กลุ่ม ๆ ละ 5 คน ตามความสมัครใจ จากน้ันครูให้นกั เรยี นแต่ละกล่มุ จัดเตรียมอุปกรณท์ ่ีใชใ้ นกิจกรรมท่ี 1
สว่ นประกอบของดิน จากหนังสือเรียน วทิ ยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 2
3. ครูแจง้ จดุ ประสงค์ของกจิ กรรมที่ 1 ส่วนประกอบของดนิ ให้นักเรยี นทราบ เพ่ือเปน็ แนวทางการปฏบิ ตั ทิ ี่ถูกต้อง จากน้ัน
นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มสำรวจและเกบ็ ตวั อยา่ งดนิ ในบรเิ วณโรงเรยี นมา 1 บรเิ วณ โดยเกบ็ ตวั อยา่ งดนิ มากลุ่มละ 3 ถุง
4. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มร่วมกันตง้ั สมมตฐิ านวา่ “ดินมสี ่วนประกอบอะไร” แล้วบันทึกผลลงในสมุด แลว้ ทำการทดลองเพ่ือ
ตรวจสอบสมมตฐิ าน โดยใหส้ มาชกิ ภายในกล่มุ ปฏิบัติกิจกรรม ดงั นี้
- นำตัวอย่างดินถงุ ท่ี 1 เทบนแผ่นกระดาษสีขาว แล้วใช้แว่นขยายสงั เกตเน้ือดนิ สี รูปร่างและขนาดของเมด็ ดนิ แลว้ บันทึกผล
จากน้นั เทน้ำลงในบีกเกอร์ ปรมิ าตร 200 มิลลลิ ิตร แลว้ นำ
ตวั อย่างดนิ ถุงท่ี 2 เทลงในบีกเกอร์ และใชแ้ ท่งแกว้ คนสารคนดินท่ีอยใู่ นน้ำ ตั้งทง้ิ ไว้ 5 นาทีสงั เกตขณะท่ีดนิ จมนำ้ ว่า เห็น
อะไรบา้ ง แล้วบันทึกส่งิ ทส่ี ังเกตได้ลงในสมดุ ประจำตวั
- นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มนำหนังยางมดั ปากถงุ ตวั อยา่ งดนิ ถุงท่ี 3 สงั เกตภายในถงุ แลว้ บนั ทึกผลลงในสมดุ แลว้ นำตัวอยา่ งดินถุงท่ี
3 ไปวางไว้กลางแดดประมาณ 10 นาที สงั เกตภายในถงุ แลว้ บนั ทึกผลลงในสมุดประจำตวั หรือแบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตร์ ป.2
เลม่ 2
5. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มรว่ มกันวเิ คราะหผ์ ลการปฏิบตั ิกจิ กรรม แล้วอภปิ รายผลและสรุปผลการทดลอง
คาบที่ 3
ข้นั อธบิ ายความรู้
1.นกั เรยี นแตล่ ะกล่มุ ออกมานำเสนอผลการปฏิบัติกจิ กรรมหน้าช้ันเรียน เพ่ือแลกเปลีย่ นความคิดจนครบทกุ กลุ่ม ใน
ระหวา่ งที่นกั เรยี นนำเสนอครูคอยให้ขอ้ เสนอแนะเพิ่มเตมิ เพ่ือใหน้ ักเรยี นมีความเข้าใจท่ีถกู ต้อง
(หมายเหตุ : ครเู รมิ่ ประเมนิ นักเรยี น โดยใช้แบบประเมินการนำเสนอผลงาน)
2.นักเรียนและครรู ่วมกนั สรุปความรูท้ ่ไี ด้จากการปฏบิ ัติกิจกรรมท่ี 1 ส่วนประกอบของดนิ ซึง่ ไดข้ ้อสรุปร่วมกันว่า “โดย
ธรรมชาติ ดนิ ทว่ั ไปจะมีสว่ นประกอบสำคัญ 4 ชนดิ คือ 1) อนนิ ทรียว์ ัตถุ ไดแ้ ก่ แร่ธาตุ 2) อนิ ทรยี วัตถุ ไดแ้ ก่ ซากพืชซากสตั ว์
ท่เี น่าเปือ่ ย 3) น้ำ ไดแ้ ก่ นำ้ ท่ีแทรกอยรู่ ะหว่างเม็ดดิน และ 4) อากาศ ได้แก่ อากาศทีแ่ ทรกอยูร่ ะหว่างชอ่ งของเมด็ ดิน”
3.นักเรยี นแต่ละคนทำกจิ กรรมหนูตอบได้ จากหนังสอื เรียน วทิ ยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 2 โดยตอบคำถามลงในสมุดประจำตัว
หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 2
คาบท่ี 4
ข้นั สรุป
ข้ันขยายความรู้/ตรวจสอบผล
1. ครสู ุ่มนักเรยี น 2-3 คู่ ออกมานำเสนอผลการศึกษาหน้าชัน้ เรียน ในระหวา่ งทนี่ ักเรียนนำเสนอครคู อยให้ข้อเสนอแนะ
เพ่มิ เติม เพ่ือใหน้ กั เรยี นมคี วามเข้าใจที่ถูกต้อง
(หมายเหตุ : ครเู รมิ่ ประเมนิ นักเรียน โดยใชแ้ บบประเมินการนำเสนอผลงาน)
2.นกั เรยี นแตล่ ะคนพิจารณาแผนภาพแสดงกระบวนการเกิดดิน จากหนงั สือเรียนวิทยาศาสตร์ป.2 จากนั้นครูอธบิ าย
เพิ่มเติมใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจวา่ “ถ้าเวลาผา่ นไปหลายปี ดนิ จะเกิดการทับถมกันเป็นช้ัน ซ่ึงสามารถแบ่งชั้นดินได้ คือ ดนิ ชน้ั บน จะ
หนาประมาณ 2-3 เซนติเมตร และดินชั้นล่าง เป็นดนิ ท่ีมีความเหนียว”
3.ครูตัง้ คำถามกระตุ้นความคดิ นักเรียนว่า “ดินชน้ั ใดท่ีมีความอดุ มสมบรู ณ์ เพราะเหตุใด” โดยใหน้ ักเรียนรว่ มกนั อภปิ ราย
แสดงความคดิ เหน็ เพื่อหาคำตอบ
(แนวตอบ : ดนิ ชน้ั บน เพราะมีอนิ ทรียวตั ถุมาก เหมาะกับการเจรญิ เตบิ โตของพืช)
4.ครูเปดิ โอกาสใหน้ กั เรยี นซกั ถามเน้ือหาเกีย่ วกบั เรื่อง สว่ นประกอบของดิน และให้ความรู้เพ่มิ เตมิ จากคำถามของนักเรียน
โดยครูใช้ PowerPoint เรอ่ื ง ส่วนประกอบของดนิ ในการอธบิ ายเพมิ่ เติม
5.นกั เรยี นตอบคำถามทา้ ทายการคิดขน้ั สูง จากหนงั สือเรยี น วทิ ยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 2 ลงในสมดุ
ประจำตัว
6.ครูสมุ่ เลขทนี่ กั เรียน 2-3 คน ออกมานำเสนอคำตอบของตนเอง โดยครใู ห้นักเรียนร่วมกนั พจิ ารณาวา่ คำตอบใดถูกตอ้ ง
จากนน้ั ครูเฉลยคำตอบทีถ่ ูกต้องใหน้ กั เรยี น
ขั้นสรปุ
1. ครตู รวจสอบผลการทำแบบทดสอบก่อนเรยี นหนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 6 ดินในท้องถนิ่ ของเราเพือ่ ตรวจสอบความเข้าใจก่อนเรียน
ของนักเรยี น
2. ครูตรวจ คำถามทา้ ทายการคดิ ข้ันสงู ในสมดุ ประจำตัว หรอื แบบฝกึ หัดวิทยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 2
3. ครูตรวจสอบผลการทำกจิ กรรมหนตู อบได้ ในสมุดประจำตัว หรือแบบฝกึ หดั วิทยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 2
4. ครูประเมินผล โดยการสงั เกตพฤติกรรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการทำงานรายบุคคล พฤตกิ รรมการทำงานกล่มุ และ
จากการนำเสนอผลการทำกจิ กรรมหนา้ ชน้ั เรียน
5. ครูวดั และประเมินผลการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมที่ 1 สว่ นประกอบของดนิ
6. นกั เรียนและครรู ่วมกนั สรปุ เกยี่ วกบั สว่ นประกอบของดิน
6. การวดั และประเมินผล
การวดั และประเมนิ ผล วธิ กี ารวดั ผล เครอ่ื งมอื วดั เกณฑก์ าร
จดุ ประสงค์ ประเมนิ ผล
70% ขึ้นไป ถือว่า
ความรูค้ วามเขา้ ใจ (K) 1. สังเกตจากการซกั ถาม ตอบ 1.คำถามกระตนุ้ ผ่านเกณฑ์การ
คำถาม ความคดิ ประเมิน
70% ขน้ึ ไป ถือว่า
ทักษะ/กระบวนการ (P) 1. ประเมินการนำเสนอ - แบบประเมินการ ผา่ นเกณฑ์การ
ผลงาน/ผลการปฏิบัติ นำเสนอผลปฏบิ ัติ ประเมนิ
กิจกรรม กิจกรรมการทดลอง
-แบบฝกึ หดั 70% ข้นึ ไป ถือวา่
คณุ ลกั ษณะนิสัย (A) 1. สงั เกตจากการเรียนมคี วาม วทิ ยาศาสตร์ ผ่านเกณฑ์การ
รบั ผดิ ชอบตอ่ งานทีส่ ่ังและสง่ งาน -แบบทดสอบก่อน ประเมิน
ไดท้ ันตามทก่ี ำหนด เรียนหน่วยที่ 6เร่อื ง
2. สังเกตจากการเรียนใฝ่เรียนรู้ ดนิ
3. สงั เกตจากการมุง่ มน่ั ในการ
ทำงาน 1. แบบสงั เกต
พฤติกรรม
7. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
7.1 สือ่ การเรียนรู้
1) หนงั สือเรียนวทิ ยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 2 หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 6 ดนิ ในท้องถน่ิ ของเรา
2) แบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 2 หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 6 ดนิ ในท้องถ่นิ ของเรา
3) วัสดุ-อุปกรณท์ ีใ่ ชใ้ นกิจกรรมที่ 1 สว่ นประกอบของดิน
4) บตั รภาพดินรว่ น และดินเหนียว
5) PowerPoint เร่อื ง ส่วนประกอบของดิน
6) QR Code เรอ่ื ง กระบวนการเกดิ ดิน
7.2 แหลง่ การเรียนรู้
1.หอ้ งเรยี น
2.หอ้ งสมดุ
3.อินเทอร์เน็ต
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ..........................ครผู ู้สอน ลงช่อื .......................ฝา่ ยวิชาการ
(......................................) (..................................)
ลงชอื่ ..............................ผ้บู ริหาร
(....................................)
สัปดาห์ท่ี 16
โรงเรยี นขจรเกยี รตพิ ัฒนา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรยี นที่…2../…………….......................................ช่ือผู้สอน.........................................................................
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตร์ ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 2
จำนวน 4 คาบ หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 6 เรยี นรเู้ ร่อื งดนิ เร่อื ง ลักษณะทางกายภาพของดิน
1. มาตรฐานการเรียนร้/ู ตัวชี้วัด
ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลงภายในโลกและบนผิวโลก ธรณี
พิบตั ิภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟา้ อากาศและภูมิอากาศโลก รวมทัง้ ผลต่อสิง่ มชี ีวิตและสง่ิ แวดลอ้ ม
ตัวชี้วัด
ป.2/1 ระบสุ ว่ นประกอบของดนิ และจำแนกชนิดของดิน โดยใช้ลักษณะเนื้อดิน และการจบั ตัวเป็นเกณฑ์
2. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
ดินเป็นทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งประกอบด้วย เศษหิน ซากพืช ซากสัตว์ผสมอยู่ในเนื้อดินมีอากาศ
และน้ำแทรกอยู่ตามช่องว่างในเนือ้ ดนิ ดนิ จำแนกเปน็ ดนิ ร่วน ดินเหนียว และดินทราย ตามลกั ษณะเนื้อดินและการจับตัวของ
ดนิ ซ่งึ มีผลต่อการอมุ้ นำ้ ท่ีแตกต่างกนั เราจงึ สามารถนำดนิ แตล่ ะชนดิ ไปใชป้ ระโยชนไ์ ดแ้ ตกต่างกัน
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. สังเกตและอธิบายลักษณะทางกายภาพของดนิ ได้ (K)
2. ปฏบิ ัตกิ ิจกรรมลกั ษณะทางกายภาพของดินได้อย่างถูกต้องและเปน็ ลำดบั ข้นั ตอน (P)
3. มคี วามใฝเ่ รยี นร้แู ละให้ความรว่ มมอื ในการทำกจิ กรรมกล่มุ (A)
4. สาระการเรียนรู้
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง สาระการเรยี นร้ทู อ้ งถนิ่
ดิน ประกอบดว้ ย เศษหิน ซากพชื ซากสตั ว์ผสมอยใู่ นเน้ือ พจิ ารณาตามหลักสตู รของสถานศึกษา
ดนิ มอี ากาศและนำ้ แทรกอยู่ตามช่องว่าง
ในเน้อื ดนิ ดนิ จำแนกเปน็ ดินรว่ น ดนิ เหนียว และ
ดนิ ทราย ตามลักษณะเนอื้ ดนิ และการจบั ตัวของดินซง่ึ มี
ผลตอ่ การอุ้มน้ำท่ีแตกตา่ งกนั
5. กิจกรรมการเรียนรู้
คาบที่ 1
ขัน้ นำ
ขั้นกระตนุ้ ความสนใจ
1. ครทู บทวนความรเู้ ดมิ ของนักเรยี นเกย่ี วกับสว่ นประกอบของดนิ จากนัน้ ครแู จ้งจดุ ประสงค์การเรยี นรใู้ ห้นกั เรียนทราบ
2. ครูให้นกั เรยี นร้องเพลงเมอื งไทยเราน้ี และทำท่าทางประกอบเพลงตามจนิ ตนาการ โดยครูตดิ แผนภมู เิ พลงเมืองไทยเรานี้ไว้
บนกระดาน จากน้ันครนู ำร้องเพลงให้นกั เรียนร้องตามก่อนแลว้ ค่อยรอ้ งพร้อมกัน ดังนี้
เพลง เมอื งไทยเรานี้
เมอื งไทยเราน้ี แสนดหี นกั หนา
ในนำ้ มปี ลา ในนามขี า้ ว
ทำมาหากิน แผน่ ดินของเรา
ปลกู เรือนสรา้ งเหยา้ อยรู่ ว่ มกนั ไป
เราอยเู่ ปน็ สุข สนุกสนาน
เราสร้างถ่นิ ฐาน เสียจนยง่ิ ใหญ่
เมอื งไทยเรานี้ แสนดีกระไร
เรารกั เมืองไทย ย่ิงชพี เราเอย
2. ครขู ออาสาสมัครนักเรยี น จำนวน 4-5 คน ออกมาแสดงท่าประกอบเพลงเมอื งไทยเราน้ี โดยให้เพอื่ นท่ีอยูใ่ นชนั้ เรยี น
ร้องเพลง และปรบมือเปน็ จงั หวะ จากนัน้ นกั เรยี นและครรู ่วมกนั สนทนาเกี่ยวกับเนื้อเพลงเพื่อนำไปสบู่ ทเรยี น
คาบท่ี 2
ขั้นสอน
ขั้นสำรวจค้นหา
1. นักเรียนแบง่ กลมุ่ ๆ ละ 3 คน ตามความสมัครใจ โดยให้แต่ละกลมุ่ ร่วมกนั ศกึ ษาค้นควา้ ข้อมูลเก่ียวกับ เรอ่ื ง ลักษณะ
ทางกายภาพของดนิ จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 2 หรือแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เชน่ อนิ เทอรเ์ น็ต หอ้ งสมุด
2. นกั เรียนแตล่ ะกล่มุ ร่วมกันอภิปรายเรอื่ งที่ได้ศกึ ษา จากน้ันให้นักเรียนแต่ละคนเขียนสรปุ ความรทู้ ่ไี ด้จากการศึกษาคน้ คว้า
ลงในสมดุ ประจำตวั เพอื่ นำส่งครูทา้ ยชว่ั โมง
(หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมนิ นกั เรยี น โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ )
3. ครูตั้งคำถามกระตนุ้ ความสนใจนกั เรยี นว่า “ดนิ มีลักษณะทางกายภาพท่เี ราสงั เกตได้อะไรบา้ ง”โดยให้นกั เรยี นแต่ละกลุ่ม
ร่วมกนั อภปิ รายแสดงความคิดเหน็ เพื่อหาคำตอบ
(แนวตอบ : สีของดนิ เนือ้ ดนิ การจบั ตวั ของดิน)
4. ครจู ัดเตรียมวัสดุ-อุปกรณ์ทีใ่ ช้ในกิจกรรมท่ี 2 ลักษณะทางกายภาพของดิน จากหนังสือเรยี นวิทยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 2 มา
วางไวห้ น้าช้นั เรียน ดังน้ี
- กะละมัง 3 ใบ - แว่นขยาย 1 อนั
- กระบอกตวง ขนาด 100 มิลลิลติ ร 1 ใบ - น้ำ 1 ลติ ร
- กระดาษขาว ขนาด A4 3 แผน่
5. นกั เรียนแบ่งกลมุ่ ๆ ละ 5 คน ตามความสมคั รใจ จากนั้นครใู หน้ ักเรียนแตล่ ะกลุ่มจัดเตรยี มอุปกรณ์ที่ใชใ้ นกจิ กรรมท่ี 2
ลกั ษณะทางกายภาพของดิน จากหนังสือเรยี น วทิ ยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 2
6. ครแู จง้ จุดประสงค์ของกจิ กรรมท่ี 2 ลกั ษณะทางกายภาพของดนิ ให้นักเรียนทราบ เพ่ือเป็นแนวทางการปฏบิ ตั ิทถี่ ูกตอ้ ง
จากนน้ั ใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลมุ่ ส่งตัวแทนออกมารบั ตวั อยา่ งดิน 3 ชนิด
7. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มปฏิบัตกิ ิจกรรมตอนท่ี 1 โดยนำตัวอย่างดนิ 3 ชนดิ มาเทลงบนกระดาษขาวชนิดละ 1 แผ่น แลว้ สงั เกตสี
ของดนิ และเนื้อดินแต่ละชนิด โดยใชแ้ วน่ ขยายสอ่ งดเู น้อื ดิน จากนัน้ บนั ทกึ ผลท่ีไดจ้ ากการสังเกตลงในสมดุ ประจำตวั หรอื
แบบฝึกหดั วทิ ยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 2 เพอื่ เปรยี บเทยี บสีและเนือ้ ของดนิ ท้งั 3 ชนิด
8. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มปฏิบัติกิจกรรมตอนท่ี 2 โดยเทดนิ ท้งั 3 ชนดิ ลงในกะละมงั ชนิดละใบ จากนั้นเทน้ำปริมาตร 50
มลิ ลลิ ิตร ลงกะละมังท่ีมีดินอยู่ แลว้ ใช้มือ 2 ขา้ ง ขยำและปน้ั ดนิ แล้วคลายมืออก สังเกตการจับตัวของดนิ แต่ละชนิด แล้ว
บนั ทกึ ผลลงในสมุดประจำตวั หรอื แบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 2 เพือ่ เปรียบเทยี บการจับตวั ของดินท้งั 3 ชนิด
9. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มนำข้อมูลทไ่ี ด้จากการทดลองทั้ง 2 ตอน มารว่ มกันวิเคราะห์ผลการปฏบิ ตั ิกิจกรรม แลว้ อภิปรายผลและ
สรปุ ผลการทดลองว่า ดนิ ในตัวอย่างแตล่ ะถงุ คือดินชนิดใด
คาบท่ี 3
ข้นั อธบิ ายความรู้
1. นักเรยี นแต่ละกลมุ่ ออกมานำเสนอผลการปฏิบัติกจิ กรรมหน้าช้ันเรียน เพื่อแลกเปล่ยี นความคดิ จนครบทกุ กลุม่ ใน
ระหวา่ งที่นกั เรียนนำเสนอครูคอยให้ขอ้ เสนอแนะเพิ่มเติม เพอ่ื ให้นักเรียนมีความเขา้ ใจท่ีถกู ต้อง
(หมายเหตุ : ครเู ร่ิมประเมนิ นักเรียน โดยใชแ้ บบประเมินการนำเสนอผลงาน)
2.นกั เรียนและครูรว่ มกนั สรุปความรทู้ ไี่ ดจ้ ากการปฏบิ ตั ิกิจกรรมที่ 2 ลักษณะทางกายภาพของดนิ ซ่ึงไดข้ ้อสรุปรว่ มกันว่า
“ดินแตล่ ะชนิดมลี ักษณะบางอยา่ งท่ีเหมือนกนั หรือแตกต่างกัน เชน่ ดนิ เหนยี ว จะจับตวั เปน็ ก้อน นำมาปัน้ เปน็ สง่ิ ต่าง ๆ ได้
ดนิ ร่วน เปน็ ดนิ ที่นำ้ ซึมผา่ นได้ง่าย และดินทราย ไม่อมุ้ นำ้ ”
3.นกั เรยี นแตล่ ะคนทำกจิ กรรมหนูตอบได้ จากหนงั สือเรียน วิทยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 2 โดยตอบคำถามลงในสมดุ ประจำตวั
หรอื แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 2
(หมายเหตุ : ครูเร่ิมประเมินนักเรียน โดยใชแ้ บบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล)
4.นกั เรยี นแต่ละคนทำใบงานที่ 6.2.1 เรื่อง ลักษณะทางกายภาพของดิน โดยศึกษาคน้ คว้าขอ้ มูลเก่ียวกับ เร่ือง การตรวจสอบ
สมบัตทิ างกายภาพของดิน จากหนงั สอื เรียนวิทยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 2 หรือแหลง่ การเรียนร้ตู ่าง ๆ เชน่ อนิ เทอร์เน็ต แล้วนำ
ขอ้ มลู ท่ีไดม้ าเขยี นสรปุ เป็นแผนผงั มโนทัศน์ หรอื แผนภูมแิ สดงลกั ษณะทางกายภาพของดิน ลงในใบงานเรอื่ ง ลักษณะทาง
กายภาพของดิน พรอ้ มตกแต่งให้สวยงาม
5.ครูสุ่มเลขทน่ี กั เรียน จำนวน 3-4 คน ออกมานำเสนอผลงานของตนเองหนา้ ชนั้ เรียน เพ่ือแลกเปลยี่ นความคดิ กัน
6. ครูเปิดโอกาสใหน้ กั เรียนซักถามเนื้อหา เรื่อง สว่ นประกอบของดนิ และให้ความรู้เพิ่มเตมิ จากคำถามของนักเรียน โดยครูใช้
PowerPoint เร่ือง ลักษณะทางกายภาพของดนิ ในการอธิบายเพม่ิ เติม
คาบที่ 4
ขัน้ สรปุ
ขั้นขยายความรู้/ตรวจสอบผล
1. ครูตรวจสอบผลการทำกิจกรรมหนตู อบได้ ในสมุดประจำตัว หรอื แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 2
2. ครตู รวจสอบผลจากการทำใบงานท่ี 6.2.1 เรื่อง ลักษณะทางกายภาพของดนิ
3. ครปู ระเมินผล โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล พฤติกรรมการทำงานกลุม่
และจากการนำเสนอผลการทำกจิ กรรมหน้าช้นั เรยี น
4. ครูวัดและประเมนิ ผลการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมท่ี 2 ลกั ษณะทางกายภาพของดนิ
5. นกั เรยี นและครูร่วมกนั สรปุ เกีย่ วกับลกั ษณะทางกายภาพของดนิ
6. การวดั และประเมนิ ผล
การวัดและประเมนิ ผล วธิ กี ารวดั ผล เคร่ืองมอื วัด เกณฑก์ าร
จุดประสงค์ ประเมินผล
1.คำถามกระตุ้น 70% ขน้ึ ไป ถือว่า
ความรู้ความเขา้ ใจ (K) 1. สงั เกตจากการซกั ถาม ตอบ ความคดิ ผา่ นเกณฑ์การ
คำถาม ประเมิน
- แบบประเมนิ การ 70% ขึ้นไป ถอื ว่า
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) 1. ประเมนิ การนำเสนอ นำเสนอผลปฏิบตั ิ ผา่ นเกณฑ์การ
ผลงาน/ผลการปฏิบัติ กจิ กรรมการทดลอง ประเมิน
กิจกรรม -แบบฝกึ หัด
วทิ ยาศาสตร์ 70% ขึน้ ไป ถือว่า
คณุ ลกั ษณะนสิ ัย (A) 1. สังเกตจากการเรียนมคี วาม -ใบงานเร่อื ง ลกั ษณะ ผา่ นเกณฑ์การ
รับผดิ ชอบต่องานทีส่ งั่ และสง่ งาน ทางกายภาพของดนิ ประเมิน
ได้ทันตามที่กำหนด 1. แบบสังเกต
2. สังเกตจากการเรียนใฝเ่ รียนรู้ พฤติกรรม
3. สงั เกตจากการมงุ่ มนั่ ในการ
ทำงาน
7. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
7.1 สื่อการเรียนรู้
1) หนังสอื เรยี นวิทยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 2 หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 6 ดินในท้องถน่ิ ของเรา
2) แบบฝกึ หัดวทิ ยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 2 หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 6 ดนิ ในท้องถิ่นของเรา
3) ใบงานเรอื่ ง ลกั ษณะทางกายภาพของดนิ
4) วสั ดุ-อปุ กรณ์ท่ีใช้ในกจิ กรรมที่ 2 ลักษณะทางกายภาพของดิน
5) แผนภมู ิเพลงเมอื งไทยเรานี้
6) PowerPoint เรือ่ ง ลกั ษณะทางกายภาพของดนิ
7) สมดุ ประจำตวั
7.2 แหลง่ การเรยี นรู้
1.ห้องเรียน
2.หอ้ งสมุด
3.อินเทอรเ์ น็ต
8. กิจกรรมเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
ลงช่อื ..........................ครผู ้สู อน ลงชื่อ.......................ฝา่ ยวชิ าการ
(......................................) (..................................)
ลงช่อื ..............................ผบู้ ริหาร
(....................................)
สัปดาหท์ ่ี 17
โรงเรียนขจรเกียรติพัฒนา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรียนท่ี…2../…………….........................................ช่ือผู้สอน.......................................................................
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตร์ ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 2
จำนวน 4 คาบ หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 6 เรยี นรเู้ รอ่ื งดนิ เรอ่ื ง ลกั ษณะและสมบตั ิของดนิ
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้ีวดั
ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลงภายในโลกและบนผิวโลก ธรณี
พบิ ัติภยั กระบวนการเปลย่ี นแปลงลมฟา้ อากาศและภูมิอากาศโลก รวมทัง้ ผลตอ่ ส่ิงมชี วี ติ และส่ิงแวดล้อม
ตวั ช้วี ดั
ป.2/1 ระบุสว่ นประกอบของดิน และจำแนกชนิดของดิน โดยใชล้ ักษณะเน้ือดิน และการจับตวั เปน็ เกณฑ์
2. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
ดินเป็นทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งประกอบด้วย เศษหิน ซากพืช ซากสัตว์ผสมอยู่ในเนื้อดินมีอากาศ
และน้ำแทรกอยู่ตามช่องวา่ งในเน้อื ดนิ ดินจำแนกเป็น ดนิ รว่ น ดินเหนยี ว และดนิ ทราย ตามลกั ษณะเน้ือดินและการจับตัวของ
ดนิ ซ่ึงมีผลต่อการอุ้มนำ้ ท่ีแตกตา่ งกันเราจึงสามารถนำดินแตล่ ะชนิดไปใชป้ ระโยชนไ์ ด้แตกตา่ งกัน
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. จำแนกชนดิ ของดิน โดยใชล้ กั ษณะเนือ้ ดนิ และการจบั ตัวเปน็ เกณฑ์ได้ (K)
2. ปฏิบัติกจิ กรรมการอุ้มน้ำของดินไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งและเป็นลำดบั ข้ันตอน (P)
3. สร้างแบบจำลองการเกิดของดนิ ได้ (P)
4. มีความใฝ่เรียนรูแ้ ละให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมกลุ่ม (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถิ่น
ดิน ประกอบดว้ ย เศษหิน ซากพืชซากสตั วผ์ สมอยใู่ นเน้ือ พิจารณาตามหลกั สูตรของสถานศึกษา
ดิน มีอากาศและนำ้ แทรกอยู่ตามชอ่ งวา่ ง
ในเนอ้ื ดนิ ดนิ จำแนกเป็น ดินร่วน ดินเหนยี ว และ
ดนิ ทราย ตามลักษณะเนือ้ ดินและการจบั ตวั ของดนิ ซ่ึงมี
ผลตอ่ การอุ้มน้ำท่ีแตกต่างกัน
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
คาบท่ี 1
ขน้ั นำ
ขั้นกระตนุ้ ความสนใจ
1. ครูทบทวนความรู้เดิมของนกั เรยี นเกี่ยวกบั ลกั ษณะทางกายภาพของดิน จากน้ันครูแจง้ จดุ ประสงค์การเรียนรู้ให้นกั เรียน
ทราบ
2. ครเู ปิดวดี ิทัศน์เกี่ยวกบั สมบตั ิของดนิ ให้นักเรยี นดู จากนน้ั ครตู ง้ั ประเด็นคำถามกระต้นุ ความสนใจนักเรยี นว่า “ถ้า
นกั เรียนจะเพาะปลูกพชื ชนิดหน่ึง นกั เรียนคิดวา่ ดินควรมีลักษณะเปน็ อย่างไร”โดยใหน้ ักเรยี นแต่ละคนร่วมกนั อภิปรายแสดง
ความคดิ เหน็ อย่างอสิ ระโดยไม่มีการเฉลยว่าถกู หรือผิด
(แนวตอบ : ดนิ จะต้องมลี ักษณะเปน็ เนื้อหยาบ มีความพรุนมาก และมสี ีเขม้ )
คาบท่ี 2
ข้นั สอน
ข้นั สำรวจคน้ หา
1. นักเรยี นแบง่ กลมุ่ ออกเป็นกล่มุ ๆ ละ 3 คน ตามความสมคั รใจจากนั้นให้แตล่ ะกลุ่มรว่ มกันศึกษาค้นควา้ ข้อมลู เก่ียวกบั
เรอ่ื ง ลักษณะของเนอื้ ดนิ และการจบั ตัวของดิน จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ฟิสกิ ส์ ป.2 เล่ม 2 หรอื แหลง่ การเรยี นรู้ต่าง ๆ
เชน่ อินเทอร์เน็ต โดยใหแ้ ตล่ ะคนภายในกลุ่มแบง่ หนา้ ท่ีกนั ศึกษาคนละ 1 เร่ืองจากนนั้ ให้แตล่ ะคนภายในกลุ่มนำเรื่องที่ตนเอง
ศึกษาคน้ ควา้ มาอธบิ ายใหเ้ พอื่ นในกลุ่มฟัง แล้วรว่ มกันสรปุ ข้อมลู ท่ีได้ลงในสมดุ ประจำตัว หวั ข้อเรอ่ื ง มดี ังนี้
• คนท่ี 1 ศกึ ษาดินรว่ น
• คนท่ี 2 ศึกษาดินเหนียว
• คนท่ี 3 ศกึ ษาดนิ ทราย
(หมายเหตุ : ครเู ริม่ ประเมนิ นักเรยี น โดยใชแ้ บบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม)
2. ครคู อยแนะนำชว่ ยเหลอื นักเรยี นแต่ละกลุ่มขณะปฏบิ ัติกจิ กรรม และเปดิ โอกาสใหน้ ักเรยี นทกุ คนซกั ถามเม่อื เกดิ ปัญหาหรือ
ข้อสงสัย
3. ครูจดั เตรียมวสั ดุ-อปุ กรณ์ที่ใชใ้ นกิจกรรมการอุ้มน้ำของดิน จากใบงานท่ี 6.3.1 เรื่อง การอุ้มน้ำของดิน มาวางไว้หน้าชั้น
เรยี น ดงั นี้
- กระป๋องที่เจาะรู 3 ใบ
- แกว้ เปลา่ 3 ใบ
- แว่นขยาย
- นำ้
- ดินเนือ้ หยาบ ดินเนื้อละเอยี ด และดินเนื้อปานกลาง
4. นักเรียนแบง่ กลุม่ ๆ ละ 5 คน ตามความสมัครใจ จากนั้นครใู หน้ กั เรียนแต่ละกลมุ่ จัดเตรยี มอปุ กรณท์ ่ีใชใ้ นกิจกรรมการอ้มุ
นำ้ ของดนิ จากใบงาน เร่อื ง การอุ้มน้ำของดิน
5. ครแู จ้งจุดประสงคข์ องกจิ กรรม เรอื่ ง การอมุ้ นำ้ ของดิน ใหน้ กั เรยี นทราบ เพื่อเป็นแนวทางการปฏิบัติท่ีถกู ตอ้ ง
6. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มปฏิบตั ิกิจกรรมการอมุ้ น้ำของดนิ โดยให้สมาชิกภายในกลมุ่ ปฏิบัติ ดังน้ี
- ใช้แวน่ ขยายส่องดเู นอ้ื ดินและใช้มือสัมผัสเนอ้ื ดิน จากนั้นนำดินทง้ั 3 กลมุ่ แยกใสก่ ระป๋อง กระป๋องละ 1 กลมุ่ ในปริมาณ
ทเ่ี ท่ากนั
- วางกระป๋องแต่ละใบลงบนแกว้ เปลา่ แล้วตกั นำ้ เทใส่กระปอ๋ งท่ีมีดนิ กระป๋องละ 1 แกว้ โดยเทลงช้าๆ สงั เกตปรมิ าณนำ้ ท่ี
ไหลออกมาจากท้ัง 3 กระป๋อง
7. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มนำข้อมูลท่ไี ดจ้ ากการทดลอง มารว่ มกันวเิ คราะห์ผลการปฏบิ ตั ิกิจกรรมแลว้ อภิปรายผลและสรุปผลการ
ทดลองท่เี กดิ ขนึ้ ลงในใบงานที่ 6.3.1 เรอ่ื ง การอุ้มนำ้ ของดิน
(หมายเหตุ : ครูเรมิ่ ประเมินนักเรยี น โดยใชแ้ บบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม)
คาบท่ี 3
ข้นั อธบิ ายความรู้
1. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ออกมานำเสนอผลการปฏบิ ตั ิกิจกรรมหนา้ ชน้ั เรียน เพอ่ื แลกเปลี่ยนความคดิ จนครบทุกกล่มุ ใน
ระหวา่ งทีน่ ักเรยี นนำเสนอครูคอยให้ขอ้ เสนอแนะเพิ่มเติม เพ่ือใหน้ ักเรียนมีความเขา้ ใจที่ถกู ต้อง
(หมายเหตุ : ครเู รม่ิ ประเมินนักเรยี น โดยใชแ้ บบประเมนิ การนำเสนอผลงาน)
2.นักเรียนและครรู ่วมกนั สรปุ ความรทู้ ่ีได้จากการปฏบิ ัติกิจกรรม เรอ่ื ง การอ้มุ น้ำของดนิ ซงึ่ ไดข้ ้อสรุปรว่ มกัน วา่
“ลักษณะของเนื้อดินมผี ลต่อการอุม้ น้ำของดิน ดงั น้ี
1) เนือ้ ดินหยาบ จะมีช่องวา่ งระหว่างเนื้อดนิ มาก จึงอุ้มนำ้ ได้น้อย
2) เนือ้ ดินละเอียด มีชอ่ งวา่ งระหว่างเน้ือดินนอ้ ย ดินจับตัวกนั แน่น จึงอมุ้ น้ำได้มาก
3) เนื้อดินปานกลาง มีเนือ้ ดินโปรง่ น้ำซมึ ได้พอสมควร จึงอุ้มน้ำไดป้ านกลาง”
3. ครูนำบัตรภาพดิน 3 ชนดิ มาตดิ ไวบ้ นกระดาน ดังนี้
4.ครตู ้งั คำถามกระตุ้นความคิดนกั เรียนจากบัตรภาพดนิ 3 ชนดิ วา่ “ดนิ แตล่ ะชนดิ เรยี กว่าอะไร มลี กั ษณะและสมบัติ
อยา่ งไร” โดยให้นักเรียนยกมือตอบ
(แนวตอบ : - ดนิ ชนิดที่ 1 เรียกว่า ดินเหนียว มเี นือ้ เนยี น ละเอยี ดมาก น้ำไหลซึม ผ่านได้ช้าท่ีสุดและอุ้มน้ำไว้มาก ทสี่ ุด
เมื่อเปียก จะลืน่ ติดมือ แต่เม่ือแห้งจะจับตัวเปน็ ก้อนแขง็
- ดนิ ชนดิ ที่ 2 เรยี กว่า ดนิ รว่ น มีเนือ้ น่มุ มือ แต่ไมล่ ะเอยี ดเทา่ ดินชนดิ ที่ 1 น้ำไหลซึมผ่านไดเ้ ร็ววา่ ดินชนดิ ที่ 1 แตช่ า้ กว่า
- ดินชนิดท่ี 3 เรียกวา่ ดินทราย มีเนื้อหยาบ สากมอื ทัง้ เมื่อเปียกและแหง้ น้ำไหลซึมผา่ นไดเ้ รว็ ท่ีสุดและ อุ้มนำ้ ไวไ้ ดน้ ้อย
ทีส่ ดุ เนอื้ ดนิ ไม่จบั ตวั กนั )
คาบท่ี 4
ข้นั สรุป
1. ครูเปิดโอกาสให้นกั เรียนซกั ถามเนื้อหาเกี่ยวกับ เรอื่ ง ลักษณะและสมบตั ิของดนิ และให้ความร้เู พิ่มเติมจากคำถามของ
นกั เรียน โดยครใู ช้ PowerPoint เรื่อง ลกั ษณะและสมบตั ิของดนิ ในการอธบิ ายเพม่ิ เติม
2.นักเรียนแตล่ ะคนทำกจิ กรรมพัฒนาการเรียนร้ทู ี่ 1 และคำถามทา้ ทายการคิดข้นั สูง จากหนงั สอื เรียนวิทยาศาสตร์ ป.2
เล่ม 2 ลงในสมุดประจำตัว หรือแบบฝกึ หัดวทิ ยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 2
3. นักเรยี นแต่ละคนเขยี นสรุปสาระสำคัญประจำ บทท่ี 1 ร้จู ักดนิ โดยเขียนเปน็ แผนผังมโนทัศน์ลงในสมุดประจำตวั
จากนั้นนักเรยี นทำกจิ กรรมฝึกทกั ษะ บทที่ 1 รจู้ กั ดิน จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 2 ลงในสมดุ ประจำตวั หรอื
แบบฝกึ หัดวิทยาศาสตร์ ป.2
4.นกั เรยี นแบง่ กลุ่ม ๆ ละ 4-5 คน ตามความสมัครใจของนกั เรยี น จากน้ันศึกษากจิ กรรมสร้างสรรคผ์ ลงาน จากหนังสือเรยี น
วทิ ยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 2 โดยชว่ ยกนั สร้างแบบจำลองการเกดิ ของดิน โดยนำสว่ นประกอบของดนิ ในอตั ราสว่ นต่าง ๆ มาผสม
กัน แลว้ นำเสนอผลงานหน้าช้นั เรียน
5. ครปู ระเมินผล โดยการสงั เกตพฤติกรรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการทำงานรายบุคคล
พฤติกรรมการทำงานกล่มุ และจากการนำเสนอผลการทำกิจกรรมหนา้ ชนั้ เรียน
6. ครตู รวจผลการทำกจิ กรรมสรุปสาระสำคญั ประจำ บทท่ี 1 ร้จู กั ดิน ในสมดุ ประจำตัว
7. ครูตรวจช้นิ งาน/ผลงาน แบบจำลองการเกิดของดนิ
8. นกั เรียนและครูรว่ มกนั สรุปเกี่ยวกับลักษณะและสมบัติของดนิ
6. การวัดและประเมนิ ผล
การวดั และประเมนิ ผล วิธีการวดั ผล เคร่ืองมือวดั เกณฑ์การ
จุดประสงค์
ประเมนิ ผล
ความรูค้ วามเขา้ ใจ (K) 1. สังเกตจากการซักถาม ตอบ 1.คำถามกระตนุ้ 70% ขนึ้ ไป ถือว่า
คำถาม
ความคดิ ผา่ นเกณฑ์การ
ประเมนิ
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) 1. ประเมนิ การนำเสนอ - แบบประเมินการ 70% ขึ้นไป ถอื วา่
ผลงาน/ผลการปฏิบัติ
กจิ กรรม นำเสนอผลปฏิบัติ ผา่ นเกณฑ์การ
กจิ กรรมการทดลอง ประเมิน
-แบบฝกึ หัด
วทิ ยาศาสตร์
-ใบงานเร่ือง การอุ้มน้ำ
ของดิน
คุณลกั ษณะนิสัย (A) 1. สังเกตจากการเรียนมคี วาม 1. แบบสงั เกต 70% ข้นึ ไป ถือว่า
รับผิดชอบต่องานท่สี ง่ั และส่งงาน
ไดท้ นั ตามที่กำหนด พฤติกรรม ผ่านเกณฑ์การ
2. สงั เกตจากการเรยี นใฝเ่ รียนรู้
3. สังเกตจากการมุง่ มั่นในการ ประเมิน
ทำงาน
7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
7.1 สอ่ื การเรยี นรู้
1) หนังสอื เรียนวิทยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 2 หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 6 ดนิ ในท้องถ่ินของเรา
2) แบบฝกึ หดั วทิ ยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 2 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 6 ดนิ ในท้องถน่ิ ของเรา
3) ใบงาน เรอ่ื ง การอุ้มนำ้ ของดิน
4) วัสดุ-อปุ กรณ์ท่ใี ชใ้ นกิจกรรมการอุม้ นำ้ ของดิน
5) บัตรภาพดิน 3 ชนิด
6) สลากขอ้ ความเกี่ยวกับสมบัตขิ องดินแต่ละชนิด
7) PowerPoint เร่อื ง ลกั ษณะและสมบตั ิของดิน
8) วดี ทิ ัศนเ์ กย่ี วกบั สมบัตขิ องดิน จาก https://www.youtube.com/watch?v=YWZVWZBRJ64
9) สมุดประจำตวั
7.2 แหลง่ การเรียนรู้
1.หอ้ งเรียน
2.ห้องสมุด
3.อินเทอรเ์ น็ต
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ..........................ครูผู้สอน ลงช่ือ.......................ฝา่ ยวิชาการ
(......................................) (..................................)
ลงช่ือ..............................ผ้บู ริหาร
(....................................)
สปั ดาหท์ ่ี 18
โรงเรียนขจรเกียรติพัฒนา
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรียนที่…2../…………….......................................ช่ือผู้สอน.........................................................................
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตร์ ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 2
จำนวน 4 คาบ หน่วยการเรียนรู้ท่ี 6 เรียนร้เู ร่อื งดิน เรอ่ื ง การนำดนิ มาใช้ประโยชน์
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ช้ีวดั
ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลงภายในโลกและบนผิวโลก ธรณี
พบิ ตั ิภยั กระบวนการเปลยี่ นแปลงลมฟา้ อากาศและภมู ิอากาศโลก รวมทงั้ ผลต่อสิง่ มชี ีวติ และส่ิงแวดล้อม
ตัวชีว้ ัด
ป.2/2 อธิบายการใชป้ ระโยชนจ์ ากดิน จากข้อมลู ทร่ี วบรวมไดแ้ ละการจับตัวเปน็ เกณฑ์
2. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
ดินเป็นทรัพยากรธรรมชาตทิ ีม่ ีความสำคัญตอ่ การดำรงชีวิตของพืช สัตว์และมนษุ ย์ ซึ่งสิ่งมีชีวิตเกือบทกุ ชนิดใช้ดินใน
การดำรงชวี ติ ไมท่ างใดก็ทางหน่ึง
3.จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. บอกการใช้ประโยชนจ์ ากดินได้ (K)
2. ปฏบิ ัตกิ จิ กรรมประโยชนข์ องดินได้ถูกต้องตามข้ันตอน (P)
3. มคี วามใฝ่เรยี นรแู้ ละให้ความร่วมมือในการทำกจิ กรรมกลุม่ (A)
4. สาระการเรียนรู้
สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง สาระการเรยี นรู้ท้องถ่ิน
ดินแตล่ ะชนิดนำไปใช้ประโยชนไ์ ด้แตกตา่ งกันตาม พจิ ารณาตามหลักสตู รของสถานศกึ ษา
ลักษณะและสมบัติของดนิ
5. กิจกรรมการเรียนรู้
คาบที่ 1
ขั้นนำ
ขั้นกระตุ้นความสนใจ
1. ครทู ักทายกับนกั เรียน จากน้ันครูแจ้งจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ให้นักเรยี นทราบ
2. ครใู หน้ ักเรียนร้องเพลงขา้ วโพดสาลี และทำท่าทางประกอบเพลงตามจินตนาการ โดยครูติดแผนภูมเิ พลงขา้ วโพดสาลี
ไว้บนกระดาน จากน้ันครูนำร้องเพลงให้นกั เรยี นร้องตามก่อนแลว้ คอ่ ยร้องพรอ้ มกัน ดงั นี้
เพลง ข้าวโพดสาลี
พรวนดินกนั เสยี ใหห้ มด จะปลกู ขา้ วโพดสาลี (ซำ้ )
โอ้แมด่ วงดารา เจา้ ไม่เมตตาตัวพ่ี
ขา้ วโพดสาลี (ซำ้ ) ปา่ นฉะนี้จะโรยรา (ซำ้ )
3. ครูขออาสาสมัครนักเรียน จำนวน 2-3 คน ออกมาแสดงท่าประกอบเพลงข้าวโพดสาลี โดยให้เพือ่ นท่ีอยใู่ นช้นั เรยี นรอ้ ง
เพลง และปรบมอื เป็นจังหวะ จากนั้นครูสนทนาซักถามนักเรยี นว่า “ในเน้อื เพลงขา้ วโพดสาลี ใชป้ ระโยชนจ์ ากดนิ ทำ
อะไรบา้ ง” โดยใหน้ ักเรียนรว่ มกนั อภปิ รายแสดงความคิดเหน็ โดยไมม่ ีการเฉลยวา่ ถูกหรือผดิ
4. นักเรียนเรยี นร้คู ำศัพท์ท่ีเกีย่ วข้องกบั การเรียนในบทท่ี 2 ประโยชนจ์ ากดนิ จากหนังสอื เรียนวิทยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 2 โดย
ครขู ออาสาสมัครนกั เรียน จำนวน 1 คน ใหเ้ ป็นผู้อา่ นนำและให้นักเรียนที่อยู่ในช้นั เรยี นเปน็ ผ้อู ่านตามทีละคำ ดงั นี้
utilization of soil (ยูทิไล เซช่นั ออฟว ซอยล) การใช้ประโยชนจ์ ากดิน
agriculture (แอ็กริคลั เซอ) เกษตรกรรม
habitat (แฮ็บบิแท็ท) แหล่งที่อยู่
pottery (พ็อทเทอริ ) เคร่ืองปั้นดินเผา
5. ครถู ามคำถามสำคัญประจำบทเพื่อกระตุ้นนกั เรียนก่อนเข้าสเู่ น้ือหาวา่ “เราสามารถใช้ประโยชนจ์ ากดนิ ได้อย่างไรบ้าง”
โดยใหน้ ักเรียนรว่ มกนั อภปิ รายแสดงความคิดเห็นโดยไมม่ ีการเฉลยวา่ ถูกหรือผดิ
(แนวตอบ : ใช้ในการปลกู พืชตา่ ง ๆ ใช้ในการปั้นเปน็ เครื่องใชต้ า่ ง ๆ เป็นตน้ )
6. นักเรียนแต่ละคนอ่านกจิ กรรมนำสกู่ ารเรยี น เม่ืออ่านจบ ครูให้นกั เรียนตอบคำถามลงในสมดุ ประจำตัว
(หมายเหตุ : ครูเรมิ่ ประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล)
คาบที่ 2
ข้ันสอน
ข้นั สำรวจค้นหา
1. นกั เรยี นแบ่งกลมุ่ ๆ ละ 3-4 คน ตามความสมัครใจ จากนนั้ ให้แต่ละกลุ่มรว่ มกันศึกษาค้นควา้ ข้อมลู เกย่ี วกับ เรือ่ ง การ
นำดินมาใช้ประโยชน์ จากหนังสอื เรียนวทิ ยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 2 หรือแหล่งการเรยี นรตู้ ่าง ๆ เชน่ อินเทอรเ์ น็ต
2. ครูให้นักเรยี นแต่ละกลุ่มรว่ มกันอภิปรายเร่ืองท่ีไดศ้ ึกษา จากนน้ั ให้นักเรยี นแตล่ ะคนเขียนสรุปความรทู้ ี่ได้จากการศึกษา
คน้ คว้าลงในสมดุ ประจำตัว เพอื่ นำส่งครูทา้ ยชั่วโมง
(หมายเหตุ : ครูเรม่ิ ประเมินนกั เรยี น โดยใชแ้ บบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ )
3. ครูถามคำถามกระตน้ ความคดิ นกั เรยี นวา่ “สตั ว์และพืชใช้ประโยชนจ์ ากดินอย่างไรบา้ ง”
คาบที่ 3
ข้ันอธิบายความรู้
1. ครจู ัดเตรยี มวสั ดุ-อปุ กรณ์ทใ่ี ช้ในกจิ กรรมที่ 1 ประโยชน์ของดิน จากหนังสือเรยี นวิทยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 2 มาวางไว้
หน้าช้นั เรยี น ดงั นี้
- สไี ม้ 1 กล่อง
- กระดาษแข็ง 1 แผ่น
2. นักเรยี นแบ่งกลมุ่ ๆ ละ 5 คน ตามความสมัครใจ จากนน้ั ครใู หน้ ักเรียนแตล่ ะกลุ่มจัดเตรียม
อปุ กรณ์ที่ใช้ในกจิ กรรมท่ี 1 ประโยชน์ของดิน จากหนังสือเรียน วทิ ยาศาสตร์ ป.2
3.ครูแจ้งจดุ ประสงค์ของกจิ กรรมท่ี 1 ประโยชน์ของดนิ ให้นักเรยี นทราบ เพ่ือเปน็ แนวทางการปฏบิ ตั ทิ ี่ถกู ตอ้ ง จากน้นั
นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ สำรวจการใชป้ ระโยชน์จากดนิ ภายในโรงเรียน แล้วบันทกึ ลงในสมดุ ประจำตัว หรอื แบบฝกึ หดั วิทยาศาสตร์
ป.2 เลม่ 2
4. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มสบื ค้นขอ้ มลู เพมิ่ เติมเกยี่ วกับ เรื่อง การใชป้ ระโยชนจ์ ากดินตามลักษณะและสมบัติของดินแตล่ ะชนิด
จากแหลง่ ข้อมลู ต่าง ๆ เช่น อินเทอร์เนต็ ห้องสมดุ แล้วร่วมกันสรุปข้อมลู ท่ีไดล้ งในสมดุ ประจำตัว
5. จากนน้ั นำขอ้ มูลทีไ่ ด้จากการสบื คน้ มาเขยี นเปน็ แผนผงั หรอื แผนภาพลงในกระดาษแขง็ พร้อมระบายสีใหส้ วยงาม
(หมายเหตุ : ครูเริม่ ประเมนิ นกั เรยี น โดยใชแ้ บบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม)
6. นักเรียนแตล่ ะกล่มุ ออกมานำเสนอผลการปฏิบัตกิ ิจกรรมหน้าชั้นเรยี น เพอ่ื แลกเปล่ยี นความคิดจนครบทกุ กลมุ่ ในระหว่าง
ทีน่ กั เรียนนำเสนอครูคอยใหข้ ้อเสนอแนะเพ่ิมเติม เพื่อใหน้ ักเรียนมคี วามเขา้ ใจทถ่ี กู ตอ้ ง
(หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมนิ นักเรียน โดยใช้แบบประเมินการนำเสนอผลงาน)
7.นักเรยี นแตล่ ะคนทำกจิ กรรมหนูตอบได้ จากหนงั สือเรียน วทิ ยาศาสตร์ ป.2 โดยตอบคำถามลงในสมดุ ประจำตวั หรือ
แบบฝึกหดั วทิ ยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 2
8. ครสู มุ่ เลขทีน่ กั เรยี น 2-3 คน ออกมานำเสนอคำตอบของตนเอง โดยครูให้นักเรียนรว่ มกนั พจิ ารณาวา่ คำตอบใดถกู ต้อง
จากน้ันครูเฉลยคำตอบที่ถูกต้องใหน้ กั เรียน
คาบที่ 4
ขนั้ สรปุ
1.ครูเปิดโอกาสให้นักเรยี นซักถามเนือ้ หาเกีย่ ว เรื่อง ประโยชน์ของดิน และใหค้ วามรู้เพิ่มเตมิ
2. ครูตรวจสอบผลการทำกจิ กรรมหนตู อบได้ ในสมดุ ประจำตัว หรือแบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ ป.2
3. ครูประเมนิ ผล โดยการสังเกตพฤตกิ รรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการทำงานรายบุคคล
พฤติกรรมการทำงานกลมุ่ และจากการนำเสนอผลการทำกิจกรรมหนา้ ชั้นเรยี น
4. ครวู ัดและประเมินผลการปฏิบตั กิ ิจกรรมท่ี 1 ประโยชน์ของดิน
5. นกั เรยี นและครูร่วมกันสรุปเกีย่ วกบั ประโยชนข์ องดนิ
6. การวดั และประเมนิ ผล
การวดั และประเมินผล วธิ ีการวดั ผล เครอื่ งมือวดั เกณฑก์ าร
จุดประสงค์ ประเมินผล
70% ขน้ึ ไป ถอื วา่
ความรคู้ วามเข้าใจ (K) 1. สงั เกตจากการซกั ถาม ตอบ 1.คำถามกระตุน้ ผ่านเกณฑ์การ
คำถาม ความคิด ประเมิน
70% ขน้ึ ไป ถอื วา่
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) 1. ประเมนิ การนำเสนอ - แบบประเมนิ การ ผา่ นเกณฑ์การ
ผลงาน/ผลการปฏิบัติ นำเสนอผลปฏบิ ัติ ประเมนิ
กิจกรรม กจิ กรรมการทดลอง
-แบบฝกึ หดั 70% ขึ้นไป ถือวา่
คณุ ลกั ษณะนสิ ัย (A) 1. สังเกตจากการเรยี นมคี วาม วทิ ยาศาสตร์ ผ่านเกณฑ์การ
รับผดิ ชอบต่องานทสี่ ง่ั และสง่ งาน -ใบงานเรอื่ ง การใช้ ประเมิน
ไดท้ นั ตามท่ีกำหนด ประโยชน์ของดิน
2. สังเกตจากการเรยี นใฝเ่ รยี นรู้
3. สงั เกตจากการม่งุ มน่ั ในการ 1. แบบสังเกต
ทำงาน พฤติกรรม
7. สอื่ /แหล่งการเรยี นรู้
7.1 สอ่ื การเรียนรู้
1) หนงั สอื เรยี นวทิ ยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 2 หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 6 ดินในทอ้ งถิ่นของเรา
2) แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 2 หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 6 ดินในทอ้ งถ่ินของเรา
3) วสั ดุ-อปุ กรณท์ ใี่ ชใ้ นกจิ กรรมที่ 1 ประโยชนข์ องดนิ
4) แผนภูมิเพลงข้าวโพดสาลี
5) PowerPoint เรื่อง ประโยชนข์ องดนิ
6) สมุดประจำตัว
7.2 แหล่งการเรียนรู้
1.หอ้ งเรียน
2.ห้องสมุด
3.อินเทอร์เนต็
8. กิจกรรมเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ..........................ครูผสู้ อน ลงช่ือ.......................ฝา่ ยวชิ าการ
(......................................) (..................................)
ลงชื่อ..............................ผู้บรหิ าร
(....................................)
สปั ดาหท์ ี่ 19
โรงเรยี นขจรเกียรตพิ ฒั นา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรียนที่…2../……………............................................ช่อื ผู้สอน...................................................................
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 2
จำนวน 4 คาบ หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 6 เรยี นรู้เร่ืองดนิ เรื่อง ประโยชนข์ องดินแตล่ ะชนิด
1. มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตวั ช้ีวดั
ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลงภายในโลกและบนผิวโลก ธรณี
พบิ ตั ภิ ัย กระบวนการเปลยี่ นแปลงลมฟา้ อากาศและภูมิอากาศโลก รวมท้ังผลตอ่ สง่ิ มีชีวติ และสงิ่ แวดล้อม
ตัวช้ีวัด
ป.2/2 อธิบายการใชป้ ระโยชนจ์ ากดนิ จากข้อมูลทร่ี วบรวมได้และการจบั ตวั เปน็ เกณฑ์
2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
ดินเป็นทรัพยากรธรรมชาตทิ ี่มีความสำคญั ตอ่ การดำรงชีวิตของพชื สัตว์และมนษุ ย์ ซึ่งสิ่งมีชีวิตเกอื บทกุ ชนิดใช้ดินใน
การดำรงชวี ติ ไม่ทางใดกท็ างหนึ่ง
3.จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายการใชป้ ระโยชนจ์ ากดินแต่ละชนิดได้ (K)
2. สบื คน้ ขอ้ มลู เกีย่ วกับการใช้ประโยชนจ์ ากดนิ แต่ละชนิดได้ (P)
3. นำประโยชน์จากดินแต่ละชนดิ ประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ิตประจำวนั ได้ (A)
4. มคี วามใฝเ่ รยี นรู้และให้ความรว่ มมือในการทำ
4. สาระการเรียนรู้
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง สาระการเรียนร้ทู อ้ งถ่นิ
ดินแต่ละชนดิ นำไปใช้ประโยชนไ์ ดแ้ ตกต่างกันตาม พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา
ลกั ษณะและสมบตั ิของดนิ
5. กิจกรรมการเรียนรู้
คาบที่ 1
ขนั้ นำ
ข้ันกระต้นุ ความสนใจ
1. ครทู บทวนความรู้เดิมของนักเรียนเกย่ี วกับการนำดินมาใช้ประโยชน์ จากนั้นครแู จ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ใหน้ กั เรยี น
ทราบ
2. ครนู ำบตั รภาพพืชชนดิ ตา่ ง ๆ มาติดไว้บนกระดาน ใหน้ ักเรยี นดู ดงั น้ี
3. จากนัน้ ครใู ชค้ ำถามกระตนุ้ ความสนใจนักเรียน ดงั น้ี
• พชื ที่ครนู ำมาใหด้ คู ือพชื นิดใดบ้าง
(แนวตอบ : นักเรยี นอาจตอบว่า ไผ่ เงาะ ข้าว ตะบองเพชร ทานตะวนั บัว มนั สำปะหลงั อ้อยสม้ )
• นักเรยี นคดิ ว่า ดินชนดิ ใดเหมาะแก่การปลกู พืชมากที่สุด (แนวตอบ : ดนิ ร่วน)
(หมายเหตุ : ครูเรม่ิ ประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล)
คาบที่ 2
ขั้นสอน
1. นักเรียนแบง่ กลมุ่ ๆ ละ 3-4 คน ตามความสมคั รใจ โดยให้แตล่ ะกลุ่มร่วมกนั ศึกษาค้นคว้าข้อมลู เกยี่ วกบั เรือ่ ง
ประโยชน์ของดินแต่ละชนดิ จากหนังสือเรยี นวิทยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 2 หรือแหลง่ การเรียนรู้ตา่ ง ๆ เชน่ อนิ เทอร์เน็ต
2. นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกันอภิปรายเรอื่ งท่ีไดศ้ ึกษา จากน้นั ให้นักเรยี นแต่ละคนเขียนสรุปความรู้ท่ไี ด้จากการศกึ ษา
ค้นควา้ ลงในสมดุ ประจำตัว เพื่อนำส่งครูท้ายชั่วโมง
(หมายเหตุ : ครูเริม่ ประเมนิ นักเรยี น โดยใชแ้ บบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ )
3. นักเรยี นแต่ละกลุม่ ออกมานำเสนอผลการทำกิจกรรมหนา้ ช้นั เรยี น เพอื่ แลกเปล่ยี นความคดิ จนครบทกุ กลุ่ม ในระหวา่ งท่ี
นักเรยี นนำเสนอครคู อยใหข้ ้อเสนอแนะเพ่มิ เตมิ เพ่ือใหน้ ักเรียนมีความเขา้ ใจที่ถูกต้อง
(หมายเหตุ : ครเู ริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบประเมินการนำเสนอผลงาน)
คาบที่ 3