สัปดาหท่ี 5
โรงเรียนขจรเกียรติพฒั นา
แผนการจัดการเรียนรู
ภาคเรียนท.ี่ .…1…../.................. ชอื่ ผสู อน ……………………………………………………..
กลมุ สาระการเรยี นรู ภาษาไทย ชนั้ ประถมศกึ ษาปท่ี……4..... จํานวน……5….คาบ
หนวยการเรยี นรทู ่ี ..……3…..… เรือ่ ง............ผกั สมนุ ไพรใบหญา มคี ุณคาทั้งนั้น...........
1. มาตรฐานการเรียนร/ู ตวั ชว้ี ัด
มาตรฐานที่ ท 1.1 ใชกระบวนการอานสรา งความรแู ละความคดิ เพ่ือนําไปใชตัดสนิ ใจ แกป ญหาในการดําเนนิ ชวี ิต
และมีนิสยั รักการอาน
ตัวช้ีวัดที่ ป 4/1 อา นออกเสียงบทรอ ยแกว และบทรอยกรองไดถ ูกตอ ง
ตวั ชวี้ ัดที่ ป 4/2 อธบิ ายความหมายของคาํ ประโยค และสาํ นวนจากเรื่องที่อาน
ตัวชวี้ ัดที่ ป 4/3 อา นเรือ่ งสัน้ ๆตามเวลาทก่ี าํ หนดและตอบคาํ ถามจากเรอ่ื งทอี่ าน
ตวั ชี้วัดที่ ป 4/4 แยกขอเทจ็ จรงิ และขอคดิ เหน็ จากเรอื่ งท่อี าน
ตวั ชว้ี ัดท่ี ป 4/6 สรปุ ความรแู ละขอคดิ จากเร่ืองท่อี านเพ่ือนาํ ไปใชใ นชีวิตประจําวัน
ตัวช้วี ัดที่ ป 4/8 มีมารยาทในการอา น
มาตรฐานท่ี ท 2.1 ใชก ระบวนการเขยี นเขยี นสอื่ สาร เขยี นเรยี งความ ยอ ความ และเขยี นเรื่องราวในรูปแบบตา ง ๆ
เขยี นรายงานขอมูลสารสนเทศและรายงานการศกึ ษาคนควา อยางมีประสทิ ธิภาพ
ตวั ชีว้ ัดที่ ป 4/5 การเขียนจดหมายถึงบดิ า มารดา
ตัวชีว้ ัดท่ี ป 4/8 มีมารยาทในการเขียน
มาตรฐานที่ ท 4.1 เขาใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ยี นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา
ภมู ิปญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ ปนสมบตั ขิ องชาติ
ตวั ชีว้ ัดที่ ป 4/1 สะกดคาํ และบอกความหมายของคาํ ในบรบิ ทตา ง ๆ
2. สาระสาํ คญั /ความคิดรวบยอด
การอา นจบั ใจความสาํ คญั คอื การอา นเพอื่ จับใจความหรือขอคิด ความคิดสาํ คัญหลกั ของขอความ หรอื เรื่องที่อาน
การอา นจับใจความสาํ คัญ ถอื เปน ทักษะสําคญั ทใี่ ชใ นการอา นเพือ่ การสื่อสารมากท่สี ุด เพราะเปนพน้ื ฐานสําคัญในการศึกษาหา
ความรู จึงควรฝกฝนใหเ กดิ ความชาํ นาญ
การเขยี นจดหมาย เปนการสื่อสารระหวา งผสู ง สารกับผรู บั สาร การเขยี นจดหมายไดถูกตอ งชัดเจนยอมชว ยใหการ
สอ่ื สารบรรลุวตั ถปุ ระสงคแ ละการเลอื กใชภ าษาตอ งเหมาะสมกบั ผรู ับสาร
วรรณยุกต เปน เครอื่ งหมายประกอบตวั หนังสอื ท่แี สดงเสียงสูงต่ําของคํา วรรณยกุ ตมี 4 รูป และมี 5 เสยี ง คาํ ทุกคํา
จะมเี สยี งวรรณยุกต ไมว า จะมีหรือไมมรี ูปวรรณยุกตก าํ กบั กต็ าม
3. จดุ ประสงคก ารเรียนรู
1. อธบิ ายความหมาย และหลกั การอา นจบั ใจความสําคญั (K)
2. อธบิ ายรูปแบบการเขียนจดหมายถงึ บดิ า มารดาได (K)
3. รแู ละเขาใจหลักการอาน การเขยี นและความหมายของอักษรคู – อกั ษรเด่ยี ว (K)
4. อา นเร่ืองไดคลองแคลว รวดเรว็ และถูกตอ งตามอักขรวิธี (P)
5. แยกขอ เทจ็ จริงและขอคิดเห็นจากเรือ่ งทอี่ าน (P)
6. เขียนจดหมายถึงบิดามารดาได (P)
7. อา น เขยี น และจาํ แนกคาํ ท่เี ปนอักษรคู – อกั ษรเดย่ี วได (P)
8. เหน็ ความสําคญั ของการอานและมารยาทในการอาน (A)
9. ตระหนกั ถึงความสําคัญของการใชภ าษาไทยไดอยางเหมาะสม (A)
10. กระตือรอื รนในการรว มกิจกรรม (A)
4. สาระการเรยี นรู สาระการเรียนรทู องถิ่น
สาระการเรียนรูแกนกลาง
1. อธบิ ายความหมาย และหลักการอานจับใจความสําคญั (K)
2. อธบิ ายรูปแบบการเขียนจดหมายถึงบดิ า มารดาได (K)
3. รแู ละเขา ใจหลักการอาน การเขยี นและความหมายของอักษรคู – อกั ษรเดยี่ ว (K)
5. กจิ กรรมการเรียนรู กิจกรรมการเรยี นการสอน
คาบท่ี การการอานจบั ใจความ ผกั สมุนไพรใบหญา มคี ุณคา ทั้งนน้ั
สาระสาํ คญั
คาบที่ 1
การอา นจับใจความสาํ คญั คอื การอา นเพอ่ื จับใจความหรอื ขอคดิ ความคิดสําคัญ
การการอา น
จับใจความ ผัก หลกั ของขอ ความ หรือเรื่องท่อี าน การอานจบั ใจความสาํ คัญ ถือเปนทกั ษะสําคัญทใี่ ชในการอา น
สมุนไพรใบหญา
มีคุณคา ทงั้ นั้น เพอื่ การส่อื สารมากท่ีสุด เพราะเปน พนื้ ฐานสําคญั ในการศกึ ษาหาความรู จึงควรฝกฝนใหเ กดิ ความ
ชํานาญ
ข้ันที่ 1 ขั้นรวบรวมขอมลู
1. ครแู ละนกั เรยี นรวมกนั สนทนา โดยครใู ชค ําถามกระตนุ ความคิดดังนี้
- ถา พดู ถึงสมุนไพร นกั เรียนจะนึกถงึ สมนุ ไพรชนิดใดเปนอนั ดบั แรก
- นักเรยี นรูจักสมุนไพรอะไรบาง
*ในการตอบคาํ ถามใหค รูใชไ มเรยี กเลขท่ี เพ่อื ใหน ักเรียนตอบทีละคน โดยถามคาํ ถามกอน
จะเรยี กเลขท่ีเพอ่ื ใหท ุกคนไดค ิด ในแตละคาํ ถามควรใหน กั เรียนนําเสนอ 4-5 คน
2.นักเรียนทบทวนเกี่ยวกับการอา นสรปุ ใจความ โดยใชค าํ ถามดงั ตอ ไปนี้
- การอา นสรปุ ใจความคืออะไร
- นักเรียนใชท กั ษะอะไรบางในการอานสรปุ ใจความ
ขน้ั ท่ี 2 ข้ันคดิ วเิ คราะหและสรปุ ความ
3.นักเรยี นแบงกลุม แตล ะกลมุ อา นในใจเรือ่ ง ผักสมุนไพรใบหญา มคี ณุ คาทั้งนน้ั จาก
หนงั สอื ภาษาพาที
ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี 4 โดยนาํ หลกั การอา นในใจมาใช ครสู ังเกตการอา นของนกั เรยี นแตละคนวา
ปฏิบตั ไิ ดถูกตองตามหลักการอานหรือไม
4.นกั เรยี นดูภาพสมุนไพรทก่ี ลาวถงึ ในบทเรยี น และวิเคราะหเก่ียวกบั ประโยชนข องสมนุ ไพร
แตล ะชนิด
5.นกั เรยี นแตล ะกลมุ คดิ ประเมินเพื่อเพม่ิ คุณคาโดยครใู ชคําถามดงั ตอไปนี้
- จากการศึกษาเร่อื งผกั สมุนไพรใบหญา มคี ณุ คา ท้งั นั้น นกั เรียนสามารถนาํ ไปใช
ประโยชนในชีวติ ประจาํ วนั ไดอยา งไร
ขน้ั ท่ี 3 ขนั้ ปฏบิ ตั แิ ละสรปุ ความรหู ลงั การปฏิบตั ิ
6. นักเรียนแตล ะกลมุ รว มกันสรปุ ใจความสาํ คัญของเร่ืองจากผักสมนุ ไพรใบหญา มคี ณุ คา
ท้งั นั้น และต้งั คําถามกลุมละ 5 คาํ ถาม
ขั้นที่ 4 ขน้ั สือ่ สารและนาํ เสนอ
7.นักเรยี นนาํ เสนอกจิ กรรมจากขอท่ี 5 หนา ชัน้ เรียน โดยครูใชไ มเรยี กเลขที่ เรยี กนักเรยี น
ออกมานําเสนอท่ีละกลุม
ขน้ั ท่ี 5 ขนั้ ประเมินเพ่อื เพ่มิ คณุ คา บรกิ ารสงั คมและจติ สาธารณะ
8.นักเรียนรว มกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครใู ชค ําถามดังน้ี
- นักเรียนสามารถนาํ ความรูเ กยี่ วกับเร่อื งทีเ่ รียนไปใชประโยชนใ นสังคมไดอยางไร
คาบท่ี 2-3 การเขียนจดหมายถงึ บดิ ามารดา
สาระสาํ คญั
การเขยี น
จดหมายถงึ บดิ า การเขียนจดหมาย เปน การสือ่ สารระหวางผสู ง สารกับผูรบั สาร การเขียนจดหมายได
มารดา ถกู ตองชดั เจน ยอ มชวยใหการส่อื สารบรรลวุ ัตถุประสงค และการเลอื กใชภาษาตองเหมาะสมกบั
ผรู บั สาร
ขั้นที่ 1 ขั้นรวบรวมขอ มลู
1. นักเรียนดตู วั อยางจดหมายท่ีครูนํามาใหด ูแลว สนทนารว มกนั โดยใหนกั เรียนที่มี
ประสบการณการเขยี นจดหมายเลาใหฟ งวา เขียนจดหมายถงึ ใครบางหรอื ไม
ตวั อยาง
2. นักเรียนศึกษาความรูและตัวอยา งการเขียนจดหมายถงึ บิดามารดา แลวรวมกนั
สนทนาโดยครใู ชคาํ ถาม ดังน้ี
- นกั เรยี นเคยเขียนจดหมายถงึ บดิ ามารดา บางหรือไม
ขั้นที่ 2 ขนั้ คดิ วิเคราะหแ ละสรปุ ความ
3. ครนู าํ ตัวอยา ง การเขยี นจดหมายถงึ บดิ ามารดา ใหนกั เรยี นดแู ลว รว มกนั วิเคราะห
โดยครูถามคําถามดงั นี้
- ในการเขียนจดหมายถงึ บิดามารดาประกอบดวยสว นใดบาง
- ในการเขยี นจดหมายถงึ บดิ ามารดานักเรียนควรคาํ นงึ ถงึ เรอ่ื งใดมากท่ีสดุ
- นกั เรียนคิดวาการเขียนจดหมายถึงเพ่ือนและการเขียนจดหมายถึงบิดามารดา
แตกตางกันอยางไร
4. นักเรียนแตละกลุมคดิ ประเมนิ เพื่อเพม่ิ คุณคาโดยครูใชคาํ ถามดังตอ ไปนี้
- นกั เรียนสามารถนําเร่อื งท่เี รียนไปใชประโยชนในชีวติ ประจาํ วนั ไดอยางไร
ข้ันท่ี 3 ขั้นปฏบิ ัติและสรปุ ความรหู ลังการปฏบิ ัติ
5. นกั เรียนฝกการเขียนจดหมายถึงบดิ าหรือมารดา การจา หนาซองจดหมาย แลว ชว ยกนั
ตรวจสอบความถกู ตอ ง
6. นักเรยี นรว มกันสรุปความสาํ คญั ของการเขยี นจดหมายถงึ บิดามารดา ครอู ธบิ าย
เพม่ิ เตมิ ดังนี้
*การเขยี นจดหมาย เปน การส่อื สารระหวา งผสู งสารกับผูร บั สาร การเขยี น
จดหมายไดถกู ตองชัดเจน ยอมชวยใหการสอ่ื สารบรรลวุ ัตถุประสงค และการเลอื กใชภ าษาตอง
เหมาะสมกบั ผรู ับสาร
ขน้ั ท่ี 4 ข้นั สอ่ื สารและนาํ เสนอ
7. สมุ นักเรียนนาํ เสนอการเขยี นจดหมายหนาชั้นเรยี น เพอ่ื นๆรว มกนั แสดงความคดิ เหน็
8. นักเรียนสง จดหมายไปใหผูปกครอง
ข้นั ที่ 5 ขนั้ ประเมนิ เพ่ือเพม่ิ คุณคา บริการสังคมและจิตสาธารณะ
9. นกั เรียนรวมกนั แสดงความคิดเห็น โดยครูใชค ําถามดังน้ี
- นกั เรียนสามารถนาํ ความรูเกี่ยวกับเร่อื งทเ่ี รียนไปใชประโยชนใ นสงั คมไดอ ยางไร
คาบที่ 4-5 วรรณยกุ ตร ูปและเสยี ง
วรรณยกุ ตร ปู สาระสาํ คญั
และเสยี ง
วรรณยกุ ตเปนเครอื่ งหมายประกอบตัวหนังสือทีแ่ สดงเสียงสงู ต่ําของคํา วรรณยกุ ตมี
4 รูป และมี 5 เสยี ง คาํ ทกุ คาํ จะมเี สยี งวรรณยุกต ไมว า จะมหี รือไมม รี ูปวรรณยกุ ตกาํ กบั กต็ าม
ขน้ั ที่ 1 ข้นั รวบรวมขอมลู
1. นักเรียนอา นแถบขอความทคี่ รเู ตรยี มมาใหด งั น้ี
๏ นองรองไหเสยี งดังลันบาน ๏ พีนงั เกาอสี ีฟาตวั เกา
๏ แมตมขาวตมและทาํ ไขเจียวกับยาํ กุงแหงใหคุณยารบั ประทาน
เมอื่ นกั เรยี นอานจบครูสนทนาซกั ถามนักเรยี น โดยใชค ําถามดงั น้ี
- ขอความท้ังสามน้ี อานแลว เขา ใจไดทนั ทหี รอื ไม เพราะอะไร
(ไมเ ขา ใจชดั เจน เพราะขาดรปู วรรณยกุ ตในหลายคาํ )
- จะเติมสิ่งใดในคําใหอานแลวเขาใจไดชัดเจนขนึ้
(๐ นองรอ งไหเสียงดงั ลน่ั บาน ๐ พ่นี ง่ั เกา อ้ีสฟี าตัวเกา
๐ แมตม ขาวตม และทําไขเจยี วกับยาํ กงุ แหง ใหค ุณยารับประทาน)
2. นกั เรยี นรวมกันศกึ ษาเก่ยี วกบั วรรณยุกต
ขน้ั ท่ี 2 ข้ันคดิ วเิ คราะหและสรปุ ความ
3. นกั เรียนแบงกลมุ 6 กลมุ เพอ่ื เขยี นการผันวรรณยกุ ต เขยี นคําอกั ษรกลาง 2 กลมุ
เขียนคาํ อกั ษรสูง 2 กลุม เขยี นคําอกั ษรตา่ํ 2 กลมุ
เชน ไข ไข ไข, คา คา คา , เกา เกา เกา เกา เกา
4. ใหน กั เรยี นแตละกลุม คดิ ประเมนิ เพื่อเพิม่ คณุ คา โดยครใู ชค าํ ถามดงั ตอ ไปนี้
- จากการศกึ ษาเรอ่ื งออมไวกําไรชีวิตนกั เรียนสามารถนาํ ไปใชป ระโยชน
ในชวี ิตประจําวนั ไดอยา งไร
ข้นั ที่ 3 ข้นั ปฏบิ ัตแิ ละสรปุ ความรหู ลงั การปฏิบตั ิ
5. นักเรียนเลนเกมเขยี นคําที่มีความหมายตรงขา มกับคาํ ทคี่ รพู ดู ใหเ ปนคาํ ทม่ี รี ปู
วรรณยุกตทุกคํา ในกระดาษที่ครูแจกให เชน ครูพดู วา ผอม นกั เรียนเขยี นวา 1) อว น
ครูพดู วา เกา นกั เรยี น เขยี นวา 2) ใหม ครูพูดวา ของจริง นกั เรียนเขยี นวา 3) ของเก (4) จ๋ิว
5) กวาง 6) นอย 7) ทโี่ หล .......) แลวใหต รวจพรอ มกนั โดยใหน ักเรยี นออกไปเขยี นทลี ะคาํ บน
กระดาน ใหทกุ คนรว มกันพจิ ารณาความถกู ตอ ง ชวยกันแกไ ข แลว รวบรวมผลงานสง ใหค รู
ตรวจสอบอีกคร้งั
6. ครตู ิดบัตรคาํ บนกระดานดาํ แลวใหนกั เรียนแตล ะกลุมแยกคาํ ใหต รงกับเสียง
วรรณยุกต โดยใชบัตรคําดงั ตอไปน้ี
ป ท่ี หนง่ึ ครึ่ง ตนออย กา นกลวย รา นคา โตะ ลูก กวยเตี๋ยว หมวก ตดิ กิ๊บ
รอย บาน หา บบี กอ น
เสียงสามญั เสียงเอก เสยี งโท เสยี งตรี
ตรวจคาํ ตอบพรอมกันทง้ั ช้ันเรยี นโดยใหแ ตล ะกลุมสลบั กนั ตรวจ
7. ครแู ละนักเรยี นรว มกนั สรุปการผันวรรณยกุ ต
8. นักเรียนทาํ แบบฝก หัด
ขนั้ ท่ี 4 ขน้ั สอื่ สารและนาํ เสนอ
9. นกั เรยี นนําเสนอการทาํ แบบฝก หัด โดยครใู ชไ มเ รียกเลขที่ เพอื่ ใหนักเรียนนาํ เสนอ
ทีละคน เพือ่ นๆชวยกนั ตรวจสอบความถูกตอง
ขั้นที่ 5 ข้นั ประเมนิ เพ่ือเพมิ่ คณุ คาบรกิ ารสงั คมและจติ สาธารณะ
10. นกั เรยี นรว มกันแสดงความคดิ เห็น โดยครูใชคําถามดังนี้
- นักเรยี นสามารถนาํ ความรูเก่ียวกบั เร่ืองทเี่ รียนไปใชประโยชนใ นสงั คมไดอยา งไร
6. การวัดและประเมินผลการเรียนรู
การประเมนิ วธิ กี าร เครื่องมอื
ดานความรู (K) -การตอบคําถาม -คาํ ถาม
-ทําแบบฝก หดั -แบบฝกหัด
ดานทกั ษะและกระบวนการ (P) -ทักษะการอาน -แบบประเมนิ การอาน
-ทักษะการเขยี น -จดหมาย
ดานคุณธรรม จริยธรรมและ -สังเกตพฤตกิ รรมในการรวมกิจกรรม -แบบสงั เกตพฤตกิ รรม
คานยิ ม (A) การทํางานกลมุ
-สังเกตพฤติกรรมความกระตอื รอื รน
ในการรวมกจิ กรรม
7. สื่อ/อปุ กรณ/ แหลงการเรียนรู 2. ซองจดหมาย
4. บตั รคาํ เลน เกมจับคู อักษรคู อักษรเด่ยี ว
1. ตวั อยา ง การเขียนจดหมาย การจา หนาซอง 6. ไมเรียกเลขที่
3 .ภาพสมุนไพร
5. หนังสือภาษาไทยชนั้ ประถมศกึ ษาปท ่ี 4
7. หนังสอื นทิ าน
8. กิจกรรมเสนอแนะ
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
ลงช่อื .............................................ครผู ูส อน ลงช่ือ...................................................ฝา ยวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
vv ลงชอื่ ................................................... ผบู รหิ าร
(...........................................................)
สปั ดาหท่ี 6
โรงเรยี นขจรเกยี รติพฒั นา
แผนการจัดการเรียนรู
ภาคเรยี นท.ี่ .…1…../.................. ชื่อผสู อน ……………………………………………………..
กลมุ สาระการเรยี นรู ภาษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปท ี่……4..... จาํ นวน……5….คาบ
หนวยการเรียนรทู ่ี ..……3…..… เรื่อง............ผกั สมนุ ไพรใบหญา มีคณุ คาท้งั นัน้ ...........
1. มาตรฐานการเรียนร/ู ตวั ชว้ี ดั
มาตรฐานท่ี ท 1.1 ใชกระบวนการอา นสรา งความรูแ ละความคดิ เพอื่ นาํ ไปใชต ดั สนิ ใจ แกป ญหาในการดาํ เนนิ ชีวติ
และมนี สิ ัยรักการอาน
ตัวชีว้ ัดท่ี ป 4/2 เขียนส่ือสารโดยใชค ําไดถ กู ตองชดั เจนและเหมาะสม
มาตรฐานท่ี ท 2.1 ใชก ระบวนการเขยี นเขียนสอ่ื สาร เขยี นเรยี งความ ยอ ความ และเขยี นเร่อื งราวในรูปแบบตาง ๆ
เขยี นรายงานขอมูลสารสนเทศ และรายงานการศึกษาคนควาอยางมปี ระสิทธภิ าพ
ตวั ช้วี ัดท่ี ป 4/2 เขียนสอ่ื สารโดยใชค ําไดถ ูกตอ งชดั เจนและเหมาะสม
ตัวชีว้ ัดท่ี ป 4/8 มีมารยาทในการเขียน
มาตรฐานที่ ท 4.1 เขา ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปลีย่ นแปลงของภาษา และพลังของภาษา
ภูมิปญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ ปน สมบตั ขิ องชาตอิ ธิบายขอคิดจากการอานเพือ่ นําไปใชในชีวติ จริง
ตวั ชวี้ ัดท่ี ป 4/1 สะกดคาํ และบอกความหมายของคาํ ในบริบทตาง ๆ
ตวั ชี้วัดที่ ป 4/5 แตงบทรอ ยกรองและคาํ ขวัญ
มาตรฐานที่ ท 5.1 เขาใจและแสดงความคิดเห็น วจิ ารณว รรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอยา งเหน็ คุณคา และนํามา
ประยุกตใชใ นชวี ิตจริง
ตวั ช้วี ัดที่ ป 4/1 ระบขุ อคดิ จากนทิ านพื้นบา นหรอื นทิ านคตธิ รรม
ตวั ช้วี ัดท่ี ป 4/2 อธิบายขอคดิ จากการอานเพื่อนาํ ไปใชในชีวติ จรงิ
2. สาระสาํ คญั /ความคดิ รวบยอด
การอานจบั ใจความสาํ คญั คอื การอานเพอื่ จับใจความหรือขอ คิด ความคิดสําคัญหลกั ของขอความ หรอื เรื่องท่อี าน
การอา นจบั ใจความสาํ คัญ ถอื เปนทักษะสําคญั ทใี่ ชใ นการอา นเพ่อื การสื่อสารมากท่ีสดุ เพราะเปนพน้ื ฐานสําคัญในการศกึ ษาหา
ความรู จงึ ควรฝก ฝนใหเกดิ ความชาํ นาญ
คําขวญั เปน ถอยคาํ ทแี่ ตง ข้ึน เพอื่ เตือนใจหรือเพ่ือเปน สริ ิมงคล มลี กั ษณะเปนการเชิญชวน หรือขอรอ งใหผ ูอ านหรอื
ผฟู ง ยดึ เปนแนวในการปฏบิ ตั ิ ถอยคาํ มกั มคี วามคลองจอง หรอื มสี ัมผัสเปน รอ ยกรองสั้น ๆ เพื่อใหจดจาํ ขึน้ ใจ
อักษรคู อกั ษรเดย่ี ว อกั ษรต่าํ ที่มีเสียงคกู ับอกั ษรสูง เรยี กวา อักษรคู อกั ษรตํา่ ที่ไมม เี สยี งคกู บั อักษรสงู เรยี กวา
อักษรเดีย่ ว การเรยี นรจู ะชว ยใหน าํ ไปใชไดถกู ตอง
3. จุดประสงคการเรยี นรู
1. อธบิ ายความหมาย และหลกั การอานจบั ใจความสําคัญ (K)
2. รูแ ละเขาใจลกั ษณะของคําขวญั (K)
3. รูและเขา ใจหลกั การอา น การเขียนและความหมายของอกั ษรคู – อักษรเดย่ี ว (K)
4. อา นเร่ืองไดคลองแคลว รวดเร็วและถกู ตอ งตามอกั ขรวธิ ี (P)
5. เขียนคําขวัญใหถ กู ตอง (P)
6. แยกขอ เท็จจรงิ และขอ คดิ เห็นจากเร่ืองทอ่ี า น (P)
7. อา น เขยี นและนําคาํ ทีม่ ีไมย มก ไปใชไดถูกตอ ง (P)
8. เหน็ ความสําคัญของการอานและมารยาทในการอาน (A)
9. กระตือรือรนในการรวมกจิ กรรม (A)
4. สาระการเรยี นรู สาระการเรียนรทู องถิน่
สาระการเรยี นรูแกนกลาง
1. อธบิ ายความหมาย และหลักการอา นจับใจความสําคญั (K)
2. รแู ละเขา ใจลกั ษณะของคาํ ขวญั (K)
3. รแู ละเขา ใจหลักการอาน การเขยี นและความหมายของอักษรคู – อักษรเด่ยี ว (K)
5. กิจกรรมการเรียนรู กจิ กรรมการเรียนการสอน
คาบท่ี การอา นจบั ใจความ น้ําผึ้งหยดเดียว
สาระสาํ คญั
คาบที่ 1
18การอานจบั ใจความสาํ คัญ คอื การอานเพอ่ื จับใจความหรือขอ คิด ความคิดสาํ คญั หลกั
การอา น
จบั ใจความ ของขอความ หรือเร่ืองทีอ่ า น การอา นจบั ใจความสาํ คญั ถือเปนทกั ษะสาํ คัญทใี่ ชในการอานเพ่อื
นํ้าผ้งึ หยดเดยี ว
การส่ือสารมากท่ีสุด เพราะเปน พน้ื ฐานสําคญั ในการศกึ ษาหาความรู จงึ ควรฝกฝนใหเกดิ ความ
ชาํ นาญ
ข้ันที่ 1 ขัน้ รวบรวมขอมูล
1. ครูและนักเรยี นรว มกนั สนทนาเกี่ยวกับโคลงสีส่ ุภาพนาํ้ ผ้งึ หยดเดยี ว ในระดบั ช้นั
ประถมศึกษาปท ่ี 4 โดยครใู ชคําถามกระตุน ความคดิ ดังน้ี
-โคลงสี่สุภาพนม้ี ีใจความอยา งไร
- เร่ืองราวท่เี กิดขึ้นเปนเร่ืองทด่ี ีหรือไมด ี
- นกั เรียนไดแงค ิดอะไรบาง
2. นกั เรยี นทบทวนเก่ยี วกบั การอา นสรปุ ใจความ โดยใชค ําถามดงั ตอ ไปนี้
- การอานสรปุ ใจความคืออะไร
- นกั เรยี นใชท ักษะอะไรบางในการอานสรุปใจความ
3. นักเรยี นเขา กลุม อานในใจเรื่อง น้ําผ้งึ หยดเดยี ว จากหนังสอื วรรณคดลี ํานาํ ชั้น
ประถมศกึ ษาปท่ี 4 โดยนําหลกั การอานในใจมาใช ครูสังเกตการณอ า นของนกั เรยี นแตละคนวา
ปฏิบตั ไิ ดถกู ตองตามหลักการอานหรือไม
ขัน้ ที่ 2 ขน้ั คดิ วิเคราะหแ ละสรปุ ความ
4. นกั เรียนแตล ะกลมุ ทาํ กจิ กรรมวเิ คราะหใจความสําคญั ของเรือ่ ง นํ้าผึ้งหยดเดยี ว
5. นักเรียนแตล ะกลมุ คดิ ประเมนิ เพือ่ เพมิ่ คณุ คาโดยครูใชคําถามดงั ตอ ไปนี้
- นกั เรียนคดิ วา ปญหาทง้ั หมดเริ่มจากอะไร
- จากการศึกษาเรือ่ ง น้าํ ผง้ึ หยดเดียว นักเรยี นสามารถนาํ ไปใชประโยชน
ในชีวติ ประจาํ วันไดอ ยา งไร
ขัน้ ที่ 3 ขนั้ ปฏบิ ัตแิ ละสรุปความรหู ลังการปฏบิ ัติ
6. นักเรยี นทํากจิ กรรมการถามตอบจากเรื่องทศี่ ึกษา โดยการต้ังคําถามกลมุ ละ 5 ขอ
7. นักเรียนรวมกันสรุปขอคดิ จากเรอื่ ง นาํ้ ผึ้งหยดเดียว
ขนั้ ท่ี 4 ขนั้ ส่อื สารและนาํ เสนอ
8. นักเรยี นนาํ เสนอการทาํ กิจกรรมในขอ ท่ี 6 โดยครใู ชไมเ รียกเลขทีเ่ รยี กนักเรียนออกมา
นาํ เสนอหนา ช้ันเรียนประมาณ 4-5 คน
ขนั้ ท่ี 5 ขน้ั ประเมินเพอื่ เพมิ่ คุณคา บรกิ ารสังคมและจิตสาธารณะ
9. นกั เรยี นรว มกันแสดงความคิดเห็น โดยครใู ชคาํ ถามดงั นี้
- นักเรยี นสามารถนําความรเู ก่ียวกบั เรื่องท่เี รยี นไปใชประโยชนใ นสังคมไดอยางไร
คาบท่ี 2-3 การเขยี นคาํ ขวญั
การเขียนคาํ ขวัญ สาระสาํ คญั
คําขวัญเปน ถอ ยคําทีแ่ ตง ข้ึน เพอื่ เตือนใจหรือเพอ่ื เปนสริ มิ งคล มีลกั ษณะเปน การเชิญชวน
หรือขอรองใหผ อู า นหรอื ผูฟง ยดึ เปนแนวในการปฏิบัติ ถอยคํามักมคี วามคลอ งจอง หรือมสี มั ผสั เปน
รอ ยกรองสน้ั ๆ เพอื่ ใหจดจาํ ข้นึ ใจ
ข้นั ที่ 1 ข้นั รวบรวมขอ มูล
1. นักเรยี นอานคําขวัญแลวรวมกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ชค าํ ถามดงั นี้
คิดสรา งสรรค ขยันใฝร ู เชิดชคู ุณธรรม
- สิ่งทนี่ ักเรียนอานเรยี กวาอะไร
- นกั เรยี นคดิ วา ในสถานการณปจ จุบันควรเขยี นคาํ ขวัญเพอ่ื เตอื นใจในเรอื่ งใด
2. นกั เรยี นศกึ ษาเร่อื งการเขียนคาํ ขวญั
ขน้ั ท่ี 2 ขัน้ คดิ วิเคราะหแ ละสรปุ ความ
3. นักเรยี นอา นคําขวัญตอ ไปนี้ ทรพั ยากรนํ้ามีวันหมด ใชท กุ หยดอยางรคู ณุ คา แลว
วิเคราะหเกี่ยวกบั ลกั ษณะของคําขวญั โดยครใู ชคําถามดงั นี้
- การเขียนคาํ ขวญั ตอ งคาํ นึงถงึ สิง่ ใดบาง
- คาํ ขวญั ท่ีนกั เรียนอานเกีย่ วของกบั เรอ่ื งใด
- คําขวัญท่ีดคี วรมีลกั ษณะอยา งไร
4. นกั เรียนแตล ะกลมุ คดิ ประเมนิ เพอ่ื เพ่ิมคณุ คา โดยครูใชคาํ ถามดงั ตอ ไปนี้
- นกั เรียนสามารถนาํ ความรูท่ีไดรับไปใชใ นชวี ิตประจําวนั ไดอยางไร
ขนั้ ที่ 3 ขั้นปฏบิ ัตแิ ละสรปุ ความรหู ลงั การปฏิบตั ิ
5. นกั เรียนแบง กลุม กลุมละ 3 - 5 คน เขยี นคําขวญั กลุมละ 1 คาํ ขวญั และวาด
ภาพประกอบตกแตงใหสวยงาม เพือ่ นาํ ไปติดภายในหอ งเรยี น
6. นกั เรยี นรวมกนั สรปุ ความสาํ คญั ของการเขียนคําขวัญ ครูอธบิ ายเพม่ิ เติมดังน้ี
คําขวัญเปนถอ ยคําทีแ่ ตงขึน้ เพื่อเตอื นใจหรือเพอ่ื เปนสริ มิ งคล มลี ักษณะเปน การ
เชญิ ชวน หรอื ขอรอ งใหผูอา นหรอื ผฟู ง ยดึ เปนแนวในการปฏบิ ตั ิ ถอยคาํ มกั มคี วามคลอ งจอง หรือมี
สมั ผสั เปน รอ ยกรองสั้น ๆ เพอื่ ใหจ ดจาํ ข้นึ ใจ
ขนั้ ที่ 4 ขัน้ สอื่ สารและนาํ เสนอ
7. นกั เรียนนาํ คาํ ขวญั มาแลกเปลี่ยนกนั อา น และจดั แสดงผลงานท่ีปายนิเทศ
ขัน้ ที่ 5 ข้ันประเมนิ เพอื่ เพมิ่ คณุ คา บรกิ ารสงั คมและจิตสาธารณะ
8. นักเรยี นรว มกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครูใชค ําถามดงั นี้
- นกั เรยี นสามารถนําความรูเ กย่ี วกบั เร่ืองทเ่ี รียนไปใชประโยชนใ นสังคมไดอยา งไร
คาบท่ี 5-6 อักษรคู อักษรเดย่ี ว
สาระสาํ คญั
อกั ษรคู
อักษรเด่ยี ว อักษรตํา่ ท่มี ีเสียงคูก ับอกั ษรสูง เรียกวา อกั ษรคู อกั ษรตํ่าทไ่ี มมีเสียงคกู ับอักษรสงู เรียกวา
อักษรเดยี่ ว การเรียนรจู ะชวยใหน าํ ไปใชไดถูกตอ ง
ขั้นท่ี 1 ขัน้ รวบรวมขอ มลู
1. นักเรยี นชว ยกนั ออกมาเขียนชอื่ อวยั วะของรา งกายบนกระดาน แบงตามหมวด
พยัญชนะตนแตล ะหมู โดยใหถือเอาพยญั ชนะตนตวั แรกเปน เกณฑวา เปนอักษรหมูใด (เพราะจะ
ออกเสียงตามพยัญชนะตัวแรก เชน หนา – ห /จมกู - จ) แลวจาํ แนกเปน อักษรสูง อักษรกลาง
และอักษรตาํ่
อกั ษรสงู อกั ษรกลาง อกั ษรตํา่
แขน ขา หู ผม ข้อศอก ตา ปาก จมกู บา่ มือ เท้า ฟัน ควิ ้ เลบ็
ไหล่ หวั เขา่ ศรี ษะ หน้า คอ ท้อง(พงุ ) ซ่ีโครง
อก ฯลฯ
ฯลฯ ลนิ ้ ฯลฯ
ใหทุกคนรวมกนั พจิ ารณาความถูกตองของคําทเ่ี ขยี น และตรงตามประเภทของหมูอักษร
จากน้ันใหส ังเกตคาํ ในหมูอักษรต่าํ คาํ ใดมอี กั ษรคู (ฟน ค้วิ เทา ซี่โครง พงุ ) คาํ ใดมีอกั ษรเดยี่ ว (มอื
ล้ิน อก)
2. นกั เรยี นศึกษาเกยี่ วกับอักษรคู อักษรเด่ยี ว
ขั้นท่ี 2 ขนั้ คดิ วิเคราะหแ ละสรปุ ความ
3. นกั เรียนสังเกตคําในบตั รคําบนกระดาน ดังนี้ แพะ มา งู นก ลิง ชา ง ยีราฟ
แลว สนทนาถามตอบโดยครูใชค าํ ถามดงั น้ี
1) ทุกคาํ มีพยญั ชนะตน เปนอกั ษรในหมใู ด (อักษรต่าํ ทั้งหมด)
2) คาํ วา แพะ มเี สียงพยญั ชนะตน คลา ยกับอักษรสูงตวั ใด (ผ)
3) คําวา ชาง มีเสยี งพยัญชนะตนคลายกับอักษรสงู ตวั ใด (ฉ)
4) คําวา มา มเี สยี งพยญั ชนะตนคลายกับอกั ษรสงู ตัวใด (ไมม)ี
ครูอธบิ ายเพิม่ เตมิ ดงั น้ี อกั ษรคู คือ อกั ษรตาํ่ ทมี่ ีเสยี งคกู ับอกั ษรสูงมี 14 ตัว
ไดแก ค ฅ ฆ ช ซ ฌ ฑ ฒ ท ธ พ ฟ ภ ฮ เชน ช มเี สยี งคูกบั ฉ / พ มีเสยี งคูกับ ผ
และอกั ษรเด่ยี ว คือ อักษรต่ําทไ่ี มม ีเสียงคกู บั อักษรสงู มี 10 ตวั คอื ง ญ ณ น ม ย ร ล ว ฬ
4. นกั เรียนคิดประเมนิ เพ่มิ คุณคา โดยครใู ชค าํ ถามดงั ตอไปนี้
- นกั เรียนสามารถนาํ เร่ืองทเ่ี รยี นไปใชป ระโยชนใ นชีวิตประจาํ วันไดอยางไร
ข้นั ที่ 3 ขั้นปฏิบัตแิ ละสรปุ ความรหู ลงั การปฏิบัติ
5. นกั เรยี นหรืออาสาสมคั ร 5 คน ออกมาบอกอกั ษรต่าํ ตัวใดตัวหน่งึ ใหเ พ่อื นบอกวา เปน
อักษรคูหรืออักษรเดีย่ ว สลบั กันประมาณคนละ 4 – 5 ตวั เชน พูดวา ค อกี คนหนง่ึ คิดในใจวา
คอ - ขอ มเี สียงคกู ัน จะรบี พดู วา อกั ษรคู ถา พดู วา ล จะคิดในใจวา ลอ - ไมมีตวั หลอ จะรไู ดว า
เปน อักษรเดย่ี ว
6. นักเรยี นเลน เกมอักษรคู อักษรเด่ยี ว ครตู ดิ บัตรคําอกั ษรคูและอักษรเดี่ยวในกระดาน
กลมุ ไหนออกมาเขียนไดม ากกวา ก็จะไดคะแนน แลวอา นออกเสียงพรอ มกนั
7. นกั เรียนรว มกนั สรปุ คาํ อักษรตา่ํ คูและอักษรตํ่าเด่ียวดังน้ี
๏ อกั ษรต่าํ ทมี่ เี สียงคกู บั อกั ษรสงู เรยี กวา อักษรคู
อกั ษรตา่ํ ท่ีไมม คี ูกับอักษรสูง เรียกวา อักษรเด่ียว
8. นกั เรยี นนําแบบฝกหดั
ขนั้ ท่ี 4 ข้นั สอื่ สารและนาํ เสนอ
9. นกั เรยี นนาํ เสนออักษรคู อกั ษรเด่ยี วหนาช้นั เรียน โดยครใู ชไ มเรียกเลขท่ี
เรยี กนักเรยี นออกมายกตวั อยางอักษรคู และอกั ษรเดย่ี วหนา ช้นั เรยี นประมาณ 4-5 คน
ขน้ั ท่ี 5 ข้นั ประเมนิ เพอ่ื เพมิ่ คณุ คา บรกิ ารสังคมและจติ สาธารณะ
10. นกั เรยี นรวมกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครูใชค าํ ถามดังน้ี
-นักเรียนสามารถนําความรเู ก่ยี วกบั เรอ่ื งท่เี รียนไปใชป ระโยชนในสงั คมไดอยา งไร
6. การวดั และประเมินผลการเรียนรู
การประเมนิ วธิ กี าร เครอ่ื งมอื
ดา นความรู (K) -คําถาม
-การตอบคาํ ถาม -แบบฝกหัด
ดานทักษะและกระบวนการ (P) -ทําแบบฝกหัด -ใบงาน
-ทาํ ใบงาน -แบบประเมินการอานในใจ
ดานคุณธรรม จรยิ ธรรมและ -ใบงาน
คา นยิ ม (A) -ทักษะการอา นในใจ -แบบสงั เกตพฤติกรรม
-ทกั ษะการเขียน
-สงั เกตพฤติกรรมในการรว ม
กจิ กรรม การทํางานกลมุ
-สงั เกตพฤติกรรมความ
กระตอื รอื รน ในการรวมกิจกรรม
7. ส่อื /อปุ กรณ/ แหลงการเรียนรู 2. ตัวอยา ง คําขวัญ
4. หนงั สือภาษาไทยชัน้ ประถมศึกษาปท่ี 4
1. บัตรคาํ ท่ีใชไ มย มก 6. แบบฝก หัด
3. กระดาษ A4
5.ไมเ รยี กเลขท่ี
8. กิจกรรมเสนอแนะ
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
ลงช่อื .............................................ครผู ูส อน ลงชอ่ื ...................................................ฝา ยวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
vv ลงชอื่ ................................................... ผบู รหิ าร
(...........................................................)
สปั ดาหท ี่ 7
โรงเรยี นขจรเกียรติพฒั นา
แผนการจัดการเรียนรู
ภาคเรียนท.ี่ .…1…../.................. ชอื่ ผูสอน ……………………………………………………..
กลมุ สาระการเรยี นรู ภาษาไทย ชนั้ ประถมศกึ ษาปท่ี……4..... จํานวน……5….คาบ
หนว ยการเรียนรทู ่ี ..……4…..… เรื่อง.............................ภมู ใิ จมรดกโลก....................
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู ตวั ชวี้ ัด
มาตรฐานที่ ท 1.1 ใชกระบวนการอา นสรางความรแู ละความคดิ เพ่อื นําไปใชต ดั สินใจ แกปญ หาในการดําเนนิ ชีวิต
และมนี ิสยั รักการอาน
ตวั ชว้ี ัดที่ ป 4/1 อา นออกเสยี งบทรอ ยแกว และบทรอยกรองไดถ ูกตอง
ตวั ช้ีวัดท่ี ป 4/2 อธิบายความหมายของคํา ประโยค และสํานวนจากเร่ืองทีอ่ า น
ตวั ชว้ี ัดที่ ป 4/3 อานเรือ่ งสนั้ ๆตามเวลาทก่ี ําหนดและตอบคาํ ถามจากเรือ่ งที่อา น
ตัวชี้วัดท่ี ป 4/4 แยกขอเท็จจริงและขอคิดเห็นจากเรอ่ื งท่ีอาน
ตัวชีว้ ัดที่ ป 4/6 สรปุ ความรแู ละขอ คดิ จากเรอื่ งทีอ่ านเพื่อนาํ ไปใชใ นการดําเนนิ ชวี ิต
ตัวช้วี ัดที่ ป 4/8 มีมารยาทในการอาน
มาตรฐานที่ ท 2.1 ใชกระบวนการเขียนเขยี นสื่อสาร เขยี นเรยี งความ ยอความ และเขียนเรอื่ งราวในรปู แบบตา ง ๆ
เขยี นรายงานขอมลู สารสนเทศและรายงานการศกึ ษาคนควาอยา งมปี ระสทิ ธิภาพ
ตัวช้วี ัดที่ ป 4/2 เขียนส่อื สารโดยใชคําไดถูกตอ งชดั เจนและเหมาะสม
ตวั ช้ีวัดท่ี ป 4/8 มมี ารยาทในการเขยี น
มาตรฐานท่ี ท 4.1 เขา ใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษา และพลงั ของภาษา
ภมู ปิ ญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ ปนสมบัติของชาติ
ตัวชว้ี ัดที่ ป 4/1 สะกดคาํ และบอกความหมายของคาํ ในบริบทตา ง ๆ
2. สาระสาํ คญั /ความคิดรวบยอด
การอานจบั ใจความสาํ คญั คอื การอา นเพื่อจบั ใจความหรือขอคดิ ความคิดสาํ คญั หลกั ของขอ ความ หรอื เรื่องท่อี า น
การอานจบั ใจความสําคัญ ถอื เปนทกั ษะสาํ คญั ทใี่ ชใ นการอานเพอ่ื การส่ือสารมากทสี่ ุด เพราะเปนพื้นฐานสาํ คัญในการศกึ ษาหา
ความรู จึงควรฝก ฝนใหเกิดความชาํ นาญ
การเขยี นสอ่ื สาร การเขยี นสอ่ื สารเพอ่ื ใหผ ูอานเขา ใจตรงกนั ตองเลอื กใชค าํ ท่ถี กู ตองเหมาะสม สามารถสื่อ
ความหมายไดช ัดเจนตรงตามจุดประสงค
การผนั เสยี งวรรณยุกต คาํ ที่มอี ักษรสงู กบั อักษรตา่ํ ที่มเี สยี งคกู นั สามารถผันเสยี งรวมกันใหค รบ 5 เสียงได สว น
อกั ษรเด่ียวก็สามารถผนั เสียงใหครบ 5 เสยี งได โดยมี ห เปนอกั ษรนาํ ชวยผนั เสยี ง การผนั คําตามเสยี งวรรณยกุ ตต อ งใช
หลกั การของไตรยางศและคําเปน คาํ ตาย ควบคูกัน
3. จุดประสงคก ารเรียนรู
1. อธบิ ายความหมาย และหลักการอา นจับใจความสําคญั (K)
2. อธบิ ายวิธีการเขียนขอแนะนาํ ส่งิ ของ (K)
3. เขาใจหลักการผนั อกั ษร (K)
4. อานเรอ่ื งไดคลองแคลว รวดเรว็ และถกู ตองตามอกั ขรวธิ ี (P)
5. แยกขอ เท็จจรงิ และขอคิดเห็นจากเรอ่ื งที่อา น (P)
6. เขยี นแนะนาํ สง่ิ ของ (P)
7. ผนั คาํ ท่มี ีอักษรในหมตู าง ๆ ได (P)
8. ยกตัวอยา งคาํ ทมี่ รี ปู วรรณยกุ ต บอกความหมายของคํา (P)
9. เหน็ ความสําคญั ของการเขยี นขอ แนะนาํ สงิ่ ของ (A)
10. เห็นความสําคญั ของการอานและมารยาทในการอาน (A)
11. กระตอื รือรน ในการรว มกิจกรรม (A)
4. สาระการเรยี นรู สาระการเรยี นรทู อ งถ่นิ
สาระการเรยี นรูแกนกลาง
1. อธิบายความหมาย และหลักการอา นจบั ใจความสําคญั (K)
2. อธิบายวธิ ีการเขยี นขอแนะนาํ สิง่ ของ (K)
3. เขาใจหลักการผนั อักษร (K)
5. กิจกรรมการเรยี นรู กจิ กรรมการเรยี นการสอน
คาบที่ การอา นจบั ใจความ ภูมิใจมรดกไทย
สาระสาํ คญั
คาบที่ 1
19การอานจบั ใจความสําคัญ คอื การอานเพอ่ื จับใจความหรือขอ คิด ความคิดสาํ คญั หลกั
การอา น
จบั ใจความ ของขอความ หรือเรอ่ื งทอ่ี า น การอานจบั ใจความสาํ คญั ถอื เปนทกั ษะสาํ คญั ทใ่ี ชในการอานเพื่อ
ภมู ใิ จมรดกไทย
การส่ือสารมากทีส่ ดุ เพราะเปนพนื้ ฐานสาํ คญั ในการศกึ ษาหาความรู จึงควรฝก ฝนใหเ กดิ ความ
ชํานาญ
ข้ันท่ี 1 ข้นั รวบรวมขอมูล
1. ครูพดู คยุ ทกั ทายนักเรียน จากนน้ั ครถู ามนกั เรยี นเกยี่ วกบั สถานทส่ี ําคญั ในชุมชนของ
นักเรยี น จังหวัดของนักเรยี น และสถานทส่ี ําคัญทีเ่ ปนมรดกโลกทป่ี ระเทศไทยไดร บั การรบั รองที่
นกั เรียนรจู กั พรอ มทงั้ ถามนาวานักเรียนรูสกึ อยา งไรตอสถานที่ตา ง ๆ และภาคภมู ใิ จหรือไมทมี่ ี
สถานทสี่ ําคญั ในประเทศไทย
2. นกั เรียนทบทวนเกยี่ วกบั การอา นสรุปใจความ โดยใชค ําถามดังตอไปนี้
- การอานสรปุ ใจความคอื อะไร
- นกั เรยี นใชท กั ษะอะไรบา งในการอา นสรปุ ใจความ
*ในการตอบคาํ ถามใหค รใู ชไ มเ รียกเลขท่ี เพอ่ื ใหน กั เรยี นตอบทีละคน โดยถามคําถามกอ น
จะเรยี กเลขทีเ่ พ่ือใหทุกคนไดค ิด ในแตละคาํ ถามควรใหน กั เรยี นนาํ เสนอ 4-5 คน
ข้ันท่ี 2 ข้ันคดิ วเิ คราะหแ ละสรปุ ความ
3. นักเรียนแบง กลมุ ใหแตล ะกลุมอานในใจเรอื่ ง ภูมิใจมรดกโลก จากหนงั สือภาษาพาที
ช้นั ประถมศึกษาปท่ี 4 โดยนําหลักการอานในใจมาใช ครสู งั เกตการอา นของนักเรียนแตละ
คนวาปฏบิ ัติไดถกู ตอ งตามหลักการอานหรือไม
4. นักเรียนแตล ะกลมุ รว มกนั สรุปใจความสําคญั ของเร่ืองจาก ภูมิใจมรดกโลก
5. นกั เรยี นแตล ะกลมุ คดิ ประเมนิ เพอ่ื เพ่ิมคุณคา โดยครใู ชคาํ ถามดงั ตอไปนี้
- นักเรียนคิดวา มรดกไทยมีความสําคญั อยา งไร
- จากการศกึ ษาเร่ือง ภูมิใจมรดกโลก นกั เรยี นสามารถนาํ ไปใชประโยชน
ในชีวิตประจําวันไดอ ยางไร
ข้นั ที่ 3 ขนั้ ปฏบิ ตั ิและสรุปความรูหลงั การปฏิบตั ิ
6. นกั เรียนทํากิจกรรมการถามตอบจากเรอ่ื งทีศ่ กึ ษา และตั้งคาํ ถามกลุมละ 5 คาํ ถาม
7. นักเรียนรว มกนั สรปุ ขอคดิ ทไ่ี ดจ ากเรื่อง ภมู ิใจมรดกโลก
ข้นั ที่ 4 ขนั้ ส่อื สารและนาํ เสนอ
8. แตละกลมุ ออกมานาํ เสนอผลของการทํากิจกรรมจากขอที่ 6
*ขณะทน่ี ักเรยี นนําเสนอ ครพู ยายามสงั เกตพฤตกิ รรมท้งั ของผูฟ ง และผนู าํ เสนอ
เพื่อเกบ็ ไปเปนขอ มูลในการพฒั นาปรบั ปรุงตอไป
พฤตกิ รรมท่นี ําไปเปน เง่อื นไขพัฒนา เชน
- มารยาทในการพูดและฟง
- ความสนใจ ใหเกยี รติ
- การซักถาม เสนอแนวคิดแยงหรือคลอยตามอยางมีเหตผุ ล
- การใชท กั ษะทางภาษาเพื่อการสอื่ สาร
ขน้ั ที่ 5 ขนั้ ประเมินเพอ่ื เพ่มิ คุณคา บรกิ ารสังคมและจติ สาธารณะ
9. นักเรยี นรว มกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใชค ําถามดงั นี้
- นักเรยี นสามารถนาํ ความรเู กยี่ วกบั เรอ่ื งทเี่ รียนไปใชประโยชนใ นสังคมไดอ ยางไร
คาบที่ 2-3 การเขยี นแนะนาํ สิง่ ของ
สาระสาํ คญั
การเขียน
แนะนาํ ส่งิ ของ การเขียนสอื่ สารเพื่อใหผ ูอ านเขาใจตรงกนั ตอ งเลือกใชคําทถ่ี ูกตองเหมาะสม สามารถสอ่ื
ความหมายไดช ัดเจนตรงตามจดุ ประสงค
ขนั้ ท่ี 1 ขน้ั รวบรวมขอ มลู
1. นกั เรียนรว มกันสนทนาเกย่ี วกบั คําทใี่ ชใ นการเขยี นแนะนําสนิ คาจากการโฆษณาตามสื่อ
ตาง ๆ
2. นักเรยี นศกึ ษาความรเู รอ่ื ง การเขียนแนะนาํ สงิ่ ของ แลว รวมกันสนทนา โดยครูใช
คําถามดังน้ี
- นักเรยี นตอ งคาํ นึงถงึ เรือ่ งใดเปนสาํ คญั ในการเขยี นแนะนาํ สงิ่ ของ
ขน้ั ท่ี 2 ขน้ั คดิ วิเคราะหและสรปุ ความ
3. นกั เรียนดภู าพ การเขียนแนะนาํ ส่งิ ของ แลว รวมกนั วเิ คราะห โดยครถู ามคําถามดังนี้
- ในการเขยี นแนะนาํ สิ่งของ มอี งคประกอบอะไรบาง
- การเขยี นแนะนําสงิ่ ของมีประโยชนอยางไร
4. นกั เรยี นแตละกลมุ คดิ ประเมินเพ่มิ คณุ คา โดยครูใชค าํ ถามดงั ตอไปนี้
- นกั เรียนสามารถนําเรอื่ งทเี่ รยี นไปใชป ระโยชนใ นชีวิตประจําวันไดอยางไร
ขัน้ ท่ี 3 ขน้ั ปฏบิ ตั แิ ละสรปุ ความรหู ลงั การปฏบิ ตั ิ
5. ครูแบงนกั เรยี นเปน 4 กลมุ ตามความเหมาะสม ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั กาํ หนดหวั ขอ
การเขียนใหต ัวแทนกลมุ จับฉลาก เพอื่ ฝก การเขยี นแนะนาํ สงิ่ ของ พรอ มภาพประกอบ ดังน้ี
กลมุ ที่ 1 แนะนาํ ดินสอ
กลมุ ท่ี 2 แนะนาํ กระเปา
กลุมที่ 3 แนะนาํ รองเทา
กลุมที่ 4 แนะนําโทรศพั ท
6. นกั เรียนรวมกันสรุปความสาํ คญั ของการเขียนแนะนําสิ่งของ ครอู ธิบายเพ่ิมเติม
เก่ียวกับองคป ระกอบทจ่ี ะตองมใี นการเขียนแนะนาํ สิง่ ตาง ๆ
ขั้นที่ 4 ข้นั สอื่ สารและนาํ เสนอ
7. นกั เรยี นนําเสนอผลงานของกลุม โดยการจัดแสดงที่ปายนเิ ทศหนาชั้นเรยี น
ขั้นท่ี 5 ขัน้ ประเมนิ เพอ่ื เพ่มิ คณุ คาบริการสงั คมและจติ สาธารณะ
8. นกั เรียนรว มกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครูใชค าํ ถามดงั นี้
- นักเรยี นสามารถนาํ ความรเู กี่ยวกบั เร่ืองท่ีเรียนไปใชประโยชนในสังคมไดอยา งไร
คาบท่ี 4-5 การผนั เสยี งวรรณยกุ ต
สาระสาํ คญั
การผนั เสียง
วรรณยกุ ต คาํ ท่ีมอี กั ษรสูงกบั อกั ษรตํ่าที่มเี สียงคูกนั สามารถผันเสยี งรว มกนั ใหค รบ 5 เสียงได สว น
อกั ษรเดย่ี วก็สามารถผันเสียงใหครบ 5 เสียงได โดยมี ห เปนอกั ษรนาํ ชวยผันเสยี ง การผันคํา
ตามเสียงวรรณยกุ ตตองใชห ลกั การของไตรยางศแ ละคาํ เปน คําตาย ควบคกู ัน
ข้นั ท่ี 1 ขน้ั รวบรวมขอมลู
1. นกั เรียนรว มกันสนทนา โดยครูใชค าํ ถามดงั นี้
๏ คาํ วา เกดิ กับ ตาย คาํ ใดผนั เสยี งวรรณยุกตไ ดม ากกวา กนั เพราะอะไร
2. นักเรยี นศึกษาการผันวรรณยุกตดงั นี้
อกั ษรกลาง - คําเปนกอน เพราะสามารถผนั เสยี งวรรณยุกตไดครบ 5 เสียง
(ใชรูปวรรณยกุ ตไดค รบ 4 รูป) เชน
๏ เกง เกง เกง เกง เกง
๏ บาน บาน บาน บาน บา น คําตา ง ๆ น้มี ีเสยี งวรรณยกุ ตต รง
กับรูปวรรณยุกต เชน บาน มีเสยี งโท, อุย มีเสียงตร,ี ปุย มเี สียงจตั วา
อกั ษรสูง - และอกั ษรตาํ่ คําเปน ท่ีผนั ไดอยา งละ 3 เสยี งเทากนั เชน
อกั ษรสงู : ขา ขา ขา
๏ เฉา เฉา เฉา
๏ สอง สอง สอ ง (มีพ้ืนเสยี งเปน เสียงจตั วา)
อกั ษรตา่ํ : คา คา คา
๏ เรา เรา เรา
๏ ซอน ซอน ซอน (มีพืน้ เสยี งเปน เสียงสามัญ)
และใหผ นั เสยี งเพมิ่ เติม
* ขอ สังเกต คําทม่ี ีพยญั ชนะตนเปน อักษรสงู และอักษรต่าํ ใชร ปู วรรณยกุ ต
เอก และ โท (อักษรสงู ใชรูปใดก็มเี สยี งนั้น เชน หอผา หอ - เสยี งเอก, ผา - เสียงโท สว น
อกั ษรตา่ํ ใช วรรณยุกตเอก
แตมีเสยี งโท ใชวรรณยุกตโ ท เปน เสยี งตรี เชน แมค า แม - เสยี งโท, คา – เสียงตรี)
ข้ันท่ี 2 ขน้ั คดิ วเิ คราะหแ ละสรปุ ความ
3. นกั เรียนแบงกลมุ แขง ขนั เติมรปู วรรณยกุ ตใหเปน คําทถี่ กู ตอง ดงั นี้
๏ เจาฟา กลวยไข ตนออย วงิ เปย ว ตืนเตน วนุ เสน เสอื ผา กอกนํา
กระปอง มานงั ใสปุย กนิ โจก รองเจยี ก ๆ
เมอ่ื เติมวรรณยุกตครบแลวใหบ อกเสยี งวรรณยุกตข องคาํ ดังน้ี
๏ กลว ยไข เสยี งโท - เอก ๏ วงิ่ เปย ว เสยี งโท - โท
๏ รองเจีย๊ ก เสียงตรี - ตรี ๏ มา นง่ั เสียงตรี - โท
4. นกั เรียนแตละกลมุ คดิ ประเมินเพม่ิ คุณคา โดยครใู ชคําถามดังตอ ไปน้ี
- นักเรยี นสามารถนาํ เรอ่ื งท่ีเรยี นไปใชป ระโยชนในชีวติ ประจําวันไดอ ยา งไร
ข้ันที่ 3 ขนั้ ปฏิบตั ิและสรปุ ความรหู ลังการปฏิบัติ
5. นกั เรยี นเลน เกมบอกชือ่ สตั วท ่ีมเี สยี งวรรณยกุ ต เอก บอกชือ่ ผลไมท่ีมเี สยี งวรรณยกุ ต
โท เลนจนครบทุกเสยี งวรรณยุกต โดยใชไ มเรยี กเลขท่ีเรยี กชอื่ นกั เรยี นตอบทลี ะคน ครเู ขยี น
คําตอบของนกั เรยี นบนกระดานดาํ แลว อานออกเสยี งพรอมกนั ใหทกุ คนชว ยกันพจิ ารณาความ
ถูกตอ งของการผนั วรรณยุกต
6. นกั เรยี นแตละกลุม เติมการผนั เสียงวรรณยกุ ตดงั น้ี
ผันเสียงคําในอกั ษรหมตู า ง ๆ จากตารางการผันเสียงใหคลอ งขึน้ เชน
คํา หมูอกั ษร สามัญ เสียงวรรณยุกต จตั
เอก โท ตรี
ไห
สั่ง
ดา น
บาง
รอย
เชา
คลอง
ตรวจคาํ ตอบพรอ มกันท้ังช้ันเรียนโดยใหแ ตล ะกลมุ สลบั กนั ตรวจ
7. ครแู ละนกั เรยี นรวมกนั สรปุ การผนั เสยี งวรรณยกุ ต
8. นกั เรยี นทาํ แบบฝก หดั
ขั้นท่ี 4 ขน้ั สอื่ สารและนาํ เสนอ
9. นักเรยี นนําเสนอการผันวรรณยกุ ต โดยครูใชไ มเ รียกเลขทเี่ พ่ือใหน กั เรียนนําเสนอการผนั
คาํ ทลี ะคน เพอื่ นๆชว ยกนั ตรวจสอบความถกู ตอง
ข้ันที่ 5 ขน้ั ประเมนิ เพื่อเพม่ิ คณุ คาบรกิ ารสังคมและจติ สาธารณะ
10. นักเรียนรว มกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครใู ชค าํ ถามดังน้ี
- นักเรยี นสามารถนาํ ความรเู ก่ยี วกับเรื่องที่เรียนไปใชประโยชนในสงั คมไดอ ยางไร
6. การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู
การประเมนิ วิธีการ เครอื่ งมือ
ดานความรู (K) -การตอบคําถาม -คาํ ถาม
-ทําแบบฝก หดั -แบบฝกหดั
ดานทกั ษะและกระบวนการ (P) -ทกั ษะการอาน -แบบประเมนิ การอานในใจ
-ทักษะการเขยี น -แบบฝกหดั
ดานคณุ ธรรม จริยธรรมและ -สังเกตพฤติกรรมในการรว มกิจกรรม -แบบสงั เกตพฤตกิ รรม
คา นยิ ม (A) การทํางานกลุม
-สงั เกตพฤตกิ รรมความกระตอื รอื รนใน
การรวมกจิ กรรม
7. ส่อื /อุปกรณ/ แหลง การเรียนรู 2. ตัวอยา งการเขยี นแนะนาํ
4. หนงั สอื ภาษาไทยช้นั ประถมศกึ ษาปที่ 4
1. ภาพเกย่ี วกับมรดกไทยและมรดกโลก 6. ตัวอยาง ตารางการผันวรรณยุกต
3. บตั รคําวรรณยุกต
5. ไมเ รียกเลขท่ี
8. กิจกรรมเสนอแนะ
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
ลงช่อื .............................................ครผู ูส อน ลงชอ่ื ...................................................ฝา ยวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
vv ลงชอื่ ................................................... ผบู รหิ าร
(...........................................................)
สปั ดาหที่ 8
โรงเรยี นขจรเกียรติพฒั นา
แผนการจดั การเรียนรู
ภาคเรียนท.่ี .…1…../.................. ชอ่ื ผูสอน ……………………………………………………..
กลุมสาระการเรยี นรู ภาษาไทย ชัน้ ประถมศกึ ษาปท่ี……4..... จาํ นวน……5….คาบ
หนว ยการเรียนรทู ี่ ..……4…..… เรือ่ ง.............................ภมู ใิ จมรดกโลก....................
1. มาตรฐานการเรียนร/ู ตัวชวี้ ดั
มาตรฐานที่ ท 1.1 ใชกระบวนการอา นสรางความรแู ละความคิดเพ่อื นําไปใชต ัดสินใจ แกปญหาในการดาํ เนนิ ชวี ิต
และมนี ิสัยรกั การอา น
ตวั ช้วี ัดที่ ป 4/2 อธบิ ายความหมายของคําประโยคและสาํ นวนจากเรอ่ื งท่ีอา น
มาตรฐานที่ ท 2.1 ใชกระบวนการเขยี นเขยี นสอ่ื สาร เขียนเรยี งความ ยอ ความ และเขยี นเรือ่ งราวในรูปแบบตา ง ๆ
เขียนรายงานขอ มูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาคนควา อยา งมีประสิทธิภาพ
ตวั ชีว้ ัดท่ี ป 4/7 เขียนเรื่องตามจินตนาการ
ตัวชว้ี ัดท่ี ป 4/8 มีมารยาทในการเขียน
มาตรฐานที่ ท 4.1 เขา ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลงั ของภาษา
ภูมิปญ ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเปนสมบัตขิ องชาติ
ตัวชว้ี ัดที่ ป 4/1 สะกดคําและบอกความหมายของคาํ ในบริบทตาง ๆ
มาตรฐานท่ี ท 5.1 เขา ใจและแสดงความคดิ เหน็ วิจารณว รรณคดีและวรรณกรรมไทยอยา งเห็นคณุ คาและนํามา
ประยกุ ตใชใ นชีวติ จริง
ตัวชี้วัดท่ี ป 4/1 ระบขุ อ คิดจากนิทานพ้นื บา นหรอื นทิ านคตธิ รรม
ตัวช้วี ัดที่ ป 4/2 อธิบายขอคดิ จากการอา นเพ่ือนาํ ไปใชในชวี ติ จรงิ
2. สาระสาํ คญั /ความคดิ รวบยอด
การอา นจบั ใจความสาํ คญั คือ การอานเพื่อจับใจความหรอื ขอ คิด ความคิดสาํ คัญหลกั ของขอความ หรอื เรื่องที่อา น
การอานจบั ใจความสาํ คญั ถอื เปน ทักษะสาํ คัญทใ่ี ชในการอา นเพ่ือการส่ือสารมากที่สุด เพราะเปนพืน้ ฐานสําคัญในการศกึ ษาหา
ความรู จึงควรฝก ฝนใหเ กดิ ความชํานาญ
การเขียนเรื่องตามจนิ ตนาการ การเขียนเร่อื งตามจินตนาการชวยฝก การสงั เกต พัฒนาการคิดอารมณ ความรสู กึ และ
สามารถถายทอดออกมาดวยการเขียน
อักษรควบ คาํ ทม่ี อี ักษรควบเปน การนําพยัญชนะ 2 ตัวมาเรียงกันเปน พยญั ชนะตน และประสมดวยสระเดยี วกนั เวลา
อา นจะอานออกเสยี งพยญั ชนะตน 2 ตวั พรอ มกัน พยญั ชนะตวั ที่ 2 ที่นาํ มาควบ ไดแ ก ร ล ว
3. จดุ ประสงคก ารเรียนรู
1. อธิบายความหมาย และหลกั การอานจบั ใจความสําคญั (K)
2. อธิบายการเขยี นเรื่องตามจนิ ตนาการ (K)
3. รแู ละเขา ใจหลกั การอา น การเขียนอักษรควบ (K)
4. อานเรอ่ื งไดคลองแคลว รวดเร็วและถูกตองตามอักขรวิธี (P)
5. แยกขอเทจ็ จริงและขอ คิดเห็นจากเรอื่ งทีอ่ า น (P)
6. เขยี นเรื่องตามจนิ ตนาการ (P)
7. อา น เขียนและจําแนกประเภทคาํ ควบกล้าํ ได (P)
8. เหน็ ความสาํ คญั ของการอา นและมารยาทในการอา น (A)
9. เหน็ ความสาํ คัญของการเขียนและมมี ารยาทในการเขียน (A)
10. กระตอื รือรน ในการรว มกิจกรรม (A)
4. สาระการเรียนรู สาระการเรียนรทู องถน่ิ
สาระการเรียนรแู กนกลาง
1. อธิบายความหมาย และหลกั การอานจบั ใจความสาํ คญั (K)
2. อธิบายการเขยี นเรือ่ งตามจินตนาการ (K)
3. รแู ละเขา ใจหลักการอาน การเขียนอักษรควบ (K)
5. กจิ กรรมการเรยี นรู กิจกรรมการเรียนการสอน
คาบท่ี การอา นจบั ใจความ ระบาํ สายฟา
สาระสาํ คญั
คาบที่ 1
20การอานจบั ใจความสําคัญ คอื การอา นเพ่อื จบั ใจความหรอื ขอ คดิ ความคิดสาํ คัญหลกั
การอาน
จับใจความ ของขอ ความ หรอื เรื่องทีอ่ าน การอานจับใจความสาํ คญั ถอื เปนทกั ษะสาํ คญั ทใ่ี ชในการอา นเพือ่
ระบําสายฟา
การสื่อสารมากที่สุด เพราะเปนพ้นื ฐานสาํ คัญในการศกึ ษาหาความรู จงึ ควรฝก ฝนใหเ กดิ ความ
ชํานาญ
ขัน้ ท่ี 1 ข้นั รวบรวมขอมูล
1. นักเรยี นรวมกันสนทนาและดภู าพเก่ียวกับการเกิดฟา รอง ฟา ผา โดยครูใชคาํ ถาม
กระตนุ ความคดิ ดังนี้
- นกั เรยี นเคยเหน็ ฟา ผา หรอื ไม
- นกั เรยี นคิดวา ฟารอง ฟาผา เกิดขนึ้ ไดอ ยา งไร
จากนัน้ ครอู ธิบายวา ตาํ นานไทยกลา วถงึ ฟารอ ง ฟาผา ดังน้ี
ตาํ นานไทยโบราณกล่าวว่า ฟ้ าแลบเกดิ จากการทน่ี าง
เมขลานําดวงแก้วมณี มาโยนเล่นทาํ ให้เกดิ แสงแปลบปลาบ ส่วน
ฟ้ าร้อง ฟ้ าผ่าเกดิ จากการทร่ี ามสูรขว้างขวานเพชรอนั เป็ นอาวุธคู่
กาย ไปยงั นางเมขลา หวงั จะฆ่านางเพอื่ แย่ง ดวงแก้วมณนี ้ัน แต่
นางไม่เป็ นอนั ตรายเพราะอาํ นาจแก้ววเิ ศษคุ้มครองอยู่ นางมณี
เมขลา หรือเรียกโดยย่อว่า นางเมขลา เป็ นธิดาพญามังกรเจ้าแห่ง
สมุทร นางเป็ นผู้มีอารมณ์เบิกบานชอบเทย่ี วเล่น คร้ันเมอ่ื เป็ นสาว
รุ่นพญามงั กรนําไปถวายพระอนิ ทร์พร้อมด้วยดวงแก้วมณี พระ
อนิ ทร์ได้ต้งั ให้เป็ นนางสนม วนั หนึ่งนางเมขลาขโมยแก้วมณแี ล้ว
เหาะออกจากวมิ านไปเทยี่ วเล่นร่ายรําอยู่ระหว่างก้อนเมฆอย่างเป็ น
สุข พระอนิ ทร์พยายามตดิ ตามพานางกลบั มา หลายคร้ังแต่
ไม่สําเร็จ จงึ ให้นางเป็ นเทพธิดาทาํ หน้าทตี่ รวจตราดูแลมหาสมุทร
คอยช่วยเหลอื คนดที ป่ี ระสบภัยจากเรืออบั ปางไม่ให้จมนํา้ ตาย
และถามนกั เรียนวารสู กึ อยา งไรเวลาฟา รอง หรอื ฟา ผา ใหนักเรียนชว ยกันตอบ -
การอานสรุปใจความคอื อะไร
- นักเรยี นใชทกั ษะอะไรบา งในการอานสรปุ ใจความ
- นกั เรยี นจะนาํ หลกั การอา นสรุปความไปใชใ นชวี ติ ประจําวนั ไดอ ยา งไร
*ในการตอบคาํ ถามใหค รใู ชไมเ รยี กเลขท่ี เพอื่ ใหน ักเรยี นตอบทีละคน โดยถามคาํ ถามกอ น
จะเรียกเลขทเี่ พื่อใหท กุ คนไดค ดิ ในแตล ะคาํ ถามควรใหน กั เรยี นนําเสนอ 4-5 คน
2. นักเรียนทบทวนเก่ียวกับการอานสรุปใจความ โดยใชค ําถามดังตอไปนี้
- การอานสรปุ ใจความคอื อะไร
- นกั เรียนใชท กั ษะอะไรบา งในการอานสรุปใจความ
3. นกั เรยี นแบง กลุม ใหแ ตละกลุม อานในใจเร่ือง จากระบําสายฟา จากหนงั สอื วรรณคดลี าํ
นํา ช้ันประถมศึกษาปท่ี 4 โดยนาํ หลกั การอา นในใจมาใช ครูสังเกตการอา นของนักเรียนแต
ละคนวาปฏบิ ัตไิ ดถกู ตองตามหลกั การอานหรอื ไม
ขนั้ ท่ี 2 ข้นั คดิ วิเคราะหแ ละสรปุ ความ
4. นักเรยี นแตล ะกลุมรว มกันสรปุ ใจความสาํ คญั ของเรอื่ งจากระบาํ สายฟา
5. นกั เรียนแตล ะกลุมคดิ ประเมนิ เพอื่ เพิม่ คณุ คาโดยครใู ชคําถามดงั ตอ ไปน้ี
- ทําไมจึงมีฟารองฟาผา กอ นฝนตก
- จากการศึกษาเรือ่ ง ระบาํ สายฟา นักเรยี นสามารถนําไปใชป ระโยชน
ในชวี ิตประจาํ วันไดอยางไร
ขั้นท่ี 3 ขนั้ ปฏบิ ตั แิ ละสรปุ ความรหู ลงั การปฏบิ ัติ
6. นักเรยี นทํากจิ กรรมการถามตอบจากเร่ืองท่ีศึกษาและตั้งคําถามกลมุ ละ 5 คําถาม
7. นกั เรยี นรวมกนั สรปุ ขอ คดิ ทีไ่ ดจากการอา นเร่ือง ระบําสายฟา
ข้นั ที่ 4 ขนั้ ส่ือสารและนาํ เสนอ
8. นักเรยี นนําเสนอคาํ ถาม โดยครใู ชไ มเ รยี กเลขท่ี เรียกนกั เรียนแตล ะกลมุ ออกมานาํ เสนอ
ขัน้ ที่ 5 ขนั้ ประเมินเพือ่ เพม่ิ คุณคา บรกิ ารสงั คมและจติ สาธารณะ
9. นกั เรยี นรวมกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครูใชค ําถามดังน้ี
- นกั เรียนสามารถนําความรเู กยี่ วกับเรื่องทเี่ รียนไปใชป ระโยชนใ นสังคมไดอ ยางไร
คาบท่ี 2-3 การเขียนตามจินตนาการจากคาํ
สาระสําคัญ
การเขยี นตาม
จนิ ตนาการจากคาํ การเขียนเรอ่ื งตามจนิ ตนาการชวยฝก การสงั เกต พัฒนาการคดิ อารมณ ความรูส กึ และ
สามารถถายทอดออกมาดวยการเขยี น
ขน้ั ที่ 1 ขั้นรวบรวมขอมูล
1. นกั เรยี นดภู าพแลวรวมกันสนทนาสงิ่ ท่ีนกั เรยี นเหน็ จากภาพ และออกมาเขยี นคําศพั ท
ที่เหน็ จากภาพ วามีคําอะไรบาง ครอู ธบิ ายเพิ่มเติมวาการเขียนจนิ ตนาการจากคําศพั ทน ้นั ควรใหม ี
เนอ้ื หาสอดคลอ งกบั ความหมาย เนื้อหา นาํ ไปใชใ หถ กู ตองเหมาะสม
2. นักเรียนศึกษาความรเู ร่ือง การเขียนจนิ ตนาการจากคาํ แลว รว มกันสนทนาโดยครู
ใชค าํ ถามดงั น้ี
- นกั เรียนจะเขยี นตามจนิ ตนาการจากคํานักเรียนตองคํานึงถงึ เรือ่ งอะไรมากทีส่ ุด
๏ นกั เรียนควรระมดั ระวังเกี่ยวกับการเขียนตามจนิ ตนาการจากคาํ
ข้นั ที่ 2 ขน้ั คดิ วเิ คราะหและสรปุ ความ
3. นกั เรยี นดตู วั อยา งการเขยี นเรอ่ื งตามจนิ ตนาการ แลว รว มกนั สนทนาโดยครู
ใชค าํ ถามดังน้ี
- การเขยี นตามจินตนาการทีน่ กั เรยี นอา นเปน เรอ่ื งราวเกีย่ วกับอะไร
- เรื่องทนี่ กั เรยี นอา นมลี กั ษณะอยางไร
4. นักเรียนแตล ะกลมุ คดิ ประเมินเพือ่ เพิ่มคุณคา โดยครใู ชคาํ ถามดังตอไปนี้
- นกั เรียนสามารถนาํ เรอื่ งทเ่ี รียนไปใชป ระโยชนในชวี ิตประจําวันไดอ ยา งไร
ข้นั ท่ี 3 ขน้ั ปฏบิ ตั ิและสรุปความรูห ลงั การปฏบิ ัติ
5. ครูแบงนกั เรียนออกเปน 4 กลมุ สมาชิกในกลมุ ชว ยกันวิเคราะหภ าพแลวเขยี น
จนิ ตนาการใหส อดคลองกับคําท่ีกําหนด
6. นักเรยี นรว มกันสรปุ ความสําคญั ของการเขยี นตามจินตนาการจากคํา ครอู ธบิ าย
คาบที่ 4-5 เพิ่มเติมเกีย่ วกบั องคประกอบของเรื่องทีน่ ักเรียนเขียน
อกั ษรควบ ขั้นท่ี 4 ขน้ั สอ่ื สารและนาํ เสนอ
7. นักเรยี นแตละกลมุ นําเสนอผลงานหนา ช้นั เรยี น เพอ่ื นกลมุ อื่นรวมกนั แสดงความ
คดิ เหน็
8. นักเรยี นนําผลงานจัดแสดงทปี่ า ยนเิ ทศหนาชน้ั เรียน
ขน้ั ท่ี 5 ขน้ั ประเมนิ เพ่ือเพมิ่ คณุ คาบรกิ ารสงั คมและจติ สาธารณะ
9. นกั เรียนรวมกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครใู ชค ําถามดงั น้ี
- นกั เรียนสามารถนําความรูเกย่ี วกบั เรื่องทเ่ี รยี นไปใชป ระโยชนใ นสังคมไดอยางไร
อกั ษรควบ
สาระสาํ คญั
คาํ ท่ีมอี ักษรควบเปน การนําพยญั ชนะ 2 ตัวมาเรียงกนั เปนพยัญชนะตน และประสมดว ย
สระเดียวกัน เวลาอา นจะอานออกเสยี งพยัญชนะตน 2 ตวั พรอมกนั พยญั ชนะตัวท่ี 2 ท่ีนํามาควบ
ไดแ ก ร ล ว
ข้นั ที่ 1 ขั้นรวบรวมขอ มูล
1. ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั เลน เกม “ฉนั คอื อะไรลองทายด”ู โดยครูเขยี นประโยคปริศนาบน
กระดาน ดงั น้ี
- อกั ษรตัวแรกแทรกอยูกับ หยําเหยอะ แตไมอ ยูก บั หยอกลอ (เ-)
- อกั ษรตัวทส่ี องตองหาท่ี ตะกละ แตไ มอยทู ่ี ละครสัตว (ก)
- อกั ษรตัวท่ีสามถามหากบั นกหวีด แตไมอยกู ับ กาํ หนด (วี)
- อักษรตัวท่ีสพี่ บไดท่ี นายก แตไมอยูกบั กานท (ย)
- อักษรตวั ทห่ี า มาอยกู บั สนอง แตไมอยูกบั สยดสยอง (น)
นักเรียนหาคําตอบจากปริศนา แลว ครูอานคาํ ทายประโยคสดุ ทา ยทเ่ี ปนคาํ รวมของปริศนา
- ฉนั มีลกั ษณนามวา เลม แตไมใชเขม็ เพราะฉนั เปนพาหนะชนดิ หนง่ึ
ฉนั คืออะไร (เกวยี น)
2. นกั เรียนรวมกนั ศึกษาเกย่ี วกบั อักษรควบ แลว รวมกนั สนทนาโดยครูใชค าํ ถามดงั น้ี
- อักษรควบมกี ี่ประเภท และมอี ะไรบาง
- อกั ษรควบมลี กั ษณะการเขยี นและการอานอยางไร
ขั้นท่ี 2 ขัน้ คดิ วเิ คราะหแ ละสรปุ ความ
3. นกั เรียนรว มกันวิเคราะหแ ถบประโยคตอ ไปน้ี แลว รว มกันสนทนาโดยครใู ชคําถามดังน้ี
นกั ทองเทยี่ วใชกลองถา ยภาพสรอ ยคอทองคาํ และภาพควายกําลงั ไถนา
- จากแถบประโยคที่อา นมีคําใดบางทีเ่ ปนคาํ ควบกลํา้
- คําวา สรอย กบั ควาย ตางกนั อยางไร
4. นักเรียนแตล ะกลมุ คดิ ประเมนิ เพิม่ คณุ คา โดยครูใชคําถามดังตอไปนี้
- นกั เรียนสามารถนาํ เรือ่ งที่เรยี นไปใชประโยชนใ นชวี ิตประจาํ วนั ไดอยางไร
ขั้นท่ี 3 ขั้นปฏิบตั แิ ละสรปุ ความรหู ลังการปฏิบัติ
5. นักเรยี นแตล ะกลมุ แยก คําอกั ษรควบแท และอักษรควบไมแ ท โดยใชบัตรคาํ ดงั ตอไปน้ี
เกรง กลา กลอง คราม แกวง ทราย กวาง
พรอ ม ความ กลว ย ทรวง ปรามปราม สรง กวาด
ทรง ปรบั ปรุง ปลอ ย ปลา สรา ง ปลอม โทรม
คําอักษรควบแท คําอกั ษรควบไมแ ท
ตรวจคําตอบพรอ มกันทง้ั ชน้ั เรียนโดยใหแตล ะกลมุ สลับกนั ตรวจ
6. นักเรียนรว มกนั สรปุ คาํ ทเ่ี ปน อักษรควบแท และอักษรควบไมแ ท
7. นักเรยี นทาํ แบบฝกหดั
ขน้ั ท่ี 4 ขัน้ สอื่ สารและนาํ เสนอ
8. นกั เรยี นนาํ เสนอการทําแบบฝก หัด โดยครใู ชไมเรียกเลขที่เรียกใหน ักเรยี นนําเสนอทีละ
คน เพื่อนๆชว ยกันตรวจสอบความถกู ตอง
ข้ันที่ 5 ข้นั ประเมนิ เพ่ือเพม่ิ คณุ คาบรกิ ารสงั คมและจติ สาธารณะ
9. นักเรยี นรวมกันแสดงความคดิ เห็น โดยครใู ชคําถามดังนี้
- นกั เรยี นสามารถนําความรเู กีย่ วกบั เรอื่ งทเี่ รียนไปใชป ระโยชนใ นสงั คมไดอ ยา งไร
6. การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู
การประเมนิ วธิ กี าร เครอื่ งมอื
ดานความรู (K) -การตอบคําถาม -คําถาม
-ทาํ แบบฝกหัด -แบบฝก หดั
ดา นทกั ษะและกระบวนการ (P) -ทักษะการอา น -แบบประเมนิ การอาน
-ทกั ษะการเขียน -แบบฝกหัด
ดานคุณธรรม จริยธรรมและ -สังเกตพฤตกิ รรมในการรว มกจิ กรรม -แบบสงั เกตพฤติกรรม
คา นยิ ม (A) การทํางานกลุม
-สงั เกตพฤตกิ รรมความกระตอื รอื รนใน
การรว มกิจกรรม
7. สือ่ /อปุ กรณ/ แหลง การเรียนรู 2. บตั รคําควบกลํ้า
1. ภาพประกอบเกีย่ วกับการเกิดฝนตก ฟารอ ง ฟาผา
3. หนงั สอื นิทาน 4. ตวั อยางการเขยี นตามจนิ ตนาการ
5. หนงั สอื ภาษาไทยชน้ั ประถมศึกษาปท ่ี 4 6. ไมเรยี กเลขท่ี
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื .............................................ครูผสู อน ลงช่อื ...................................................ฝา ยวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชื่อ................................................... ผบู ริหาร
(...........................................................)
สัปดาหท ี่ 11
โรงเรียนขจรเกยี รตพิ ฒั นา
แผนการจดั การเรยี นรู
ภาคเรียนท.ี่ .…1…../.................. ชอ่ื ผสู อน ……………………………………………………..
กลุม สาระการเรยี นรู ภาษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปท…่ี …4..... จาํ นวน……5….คาบ
หนว ยการเรียนรทู ่ี ..……5…..… เรอ่ื ง...........................ชีวติ ทถี่ กู เมิน.........................
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู ตัวชวี้ ัด
มาตรฐานที่ ท 1.1 ใชก ระบวนการอา นสรา งความรแู ละความคดิ เพือ่ นําไปใชตดั สินใจ แกปญ หาในการดําเนนิ ชีวิต
และมนี ิสัยรกั การอาน
ตวั ชี้วัดท่ี ป 4/1 อา นออกเสยี งบทรอ ยแกวและบทรอ ยกรองไดถูกตอง
ตัวชีว้ ัดที่ ป 4/2 อธบิ ายความหมายของคาํ ประโยค และสาํ นวนจากเร่ืองทอ่ี า น
ตวั ชีว้ ัดท่ี ป 4/3 อา นเรื่องสนั้ ๆตามเวลาท่ีกําหนดและตอบคาํ ถามจากเรือ่ งทอี่ าน
ตวั ชี้วัดท่ี ป 4/4 แยกขอ เทจ็ จริงและขอคดิ เห็นจากเรื่องทอ่ี าน
ตัวชีว้ ัดที่ ป 4/6 สรปุ ความรแู ละขอคดิ จากเรื่องท่ีอานเพ่อื นาํ ไปใชใ นชวี ติ ประจาํ วัน
ตวั ชว้ี ัดท่ี ป 4/8 มีมารยาทในการอาน
มาตรฐานท่ี ท 2.1 ใชก ระบวนการเขยี นเขยี นสื่อสาร เขียนเรยี งความ ยอ ความ และเขยี นเร่ืองราวในรปู แบบตา ง ๆ
เขียนรายงานขอมลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาคนควาอยา งมปี ระสิทธิภาพ
ตวั ชี้วัดท่ี ป 4/3 เขียนแผนภาพโครงเรอื่ งและแผนภาพความคิดเพอ่ื ใชพ ัฒนางานเขียน
ตัวชีว้ ัดที่ ป 4/8 มมี ารยาทในการเขียน
มาตรฐานท่ี ท 3.1 สามารถเลอื กฟงและดอู ยางมีวจิ ารณญาณ และพดู แสดงความรู ความคิดและความรูส กึ ในโอกาส
ตา ง ๆ อยางมีวิจารณญาณและสรา งสรรค
ตวั ชี้วัดท่ี ป 4/1 จาํ แนกขอเท็จจรงิ และขอคิดเหน็ จากเร่อื งทีฟ่ งและดู
ตวั ชี้วัดท่ี ป 4/2 พดู สรุปจากการฟง และดู
ตัวชว้ี ัดท่ี ป 4/3 พูดแสดงความรู ความคิดเหน็ และความรูเกย่ี วกบั เรอื่ งที่ฟงและดู
ตวั ช้วี ัดที่ ป 4/4 ตง้ั คาํ ถามและตอบคําถามเชิงเหตผุ ลจากเรอ่ื งทีฟ่ งและดู
ตวั ชว้ี ัดที่ ป 4/5 รายงานเร่อื งหรือประเด็นทศ่ี ึกษาคนควาจากการฟง การดู และการสนทนา
ตวั ช้ีวัดที่ ป 4/6 มีมารยาทในการฟง การดู และการพดู
2. สาระสาํ คญั /ความคดิ รวบยอด
การอานจบั ใจความสาํ คญั คือ การอา นเพ่ือจับใจความหรอื ขอคดิ ความคดิ สาํ คญั หลกั ของขอ ความ หรอื เร่อื งท่ีอา น
การอา นจบั ใจความสาํ คญั ถอื เปน ทกั ษะสาํ คญั ทใี่ ชในการอานเพือ่ การส่ือสารมากทีส่ ดุ เพราะเปนพืน้ ฐานสาํ คญั ในการศกึ ษาหา
ความรู จงึ ควรฝก ฝนใหเ กิดความชํานาญ
การเขยี นแผนภพโครงเร่ือง คอื การนําความรูและเหตกุ ารณตา ง ๆ ไปเขยี นเปน แผนภาพโครงเรื่องจะทําใหเขาใจ
เรื่องราวหรอื แนวคิดของเรอ่ื งไดดยี ิง่ ขึ้น
อักษรนํา คาํ ทมี่ ีอกั ษรนาํ เปน การนําพยญั ชนะ 2 ตวั มาเรียงกัน ประสมดวยสระเดียวกนั พยัญชนะตวั แรกจะอา นออก
เสียง อะ กงึ่ เสียง พยัญชนะตัวหลังจะออกเสียงตามสระทปี่ ระสม และอานออกเสียงวรรณยกุ ตต ามพยัญชนะตวั แรก การศึกษา
เรอื่ ง คําท่ีมอี กั ษรนาํ จะทําใหอานและเขียนคําท่มี ีอกั ษรนําไดถูกตอง
3. จดุ ประสงคการเรียนรู
1. อธิบายความหมาย และหลกั การอา นจับใจความสาํ คญั (K)
2. อธิบายรปู แบบของแผนภาพโครงเรื่อง (K)
3. รูและเขาใจการอานและเขียนอกั ษรนาํ (K)
4. อานเรือ่ งไดคลองแคลว รวดเร็วและถกู ตอ งตามอกั ขรวิธี (P)
5. แยกขอเทจ็ จรงิ และขอ คิดเห็นจากเรือ่ งทอี่ า น (P)
6. เขียนแผนภาพโครงเร่ือง (P)
7. สรปุ ขอคิดจากการฟง (P)
8. นาํ ความรูเ รอื่ งการเขยี นแผนภาพไปพัฒนางานเขียน (A)
9. เหน็ ความสาํ คัญของการอา นและมารยาทในการอาน (A)
10. มวี ิจารณญาณและกระตอื รอื รนในการทํากจิ กรรม (A)
4. สาระการเรียนรู สาระการเรยี นรูท องถ่นิ
สาระการเรียนรูแกนกลาง
1. อธบิ ายความหมาย และหลักการอานจับใจความสาํ คญั (K)
2. อธิบายรูปแบบของแผนภาพโครงเร่ือง (K)
3. รูและเขาใจการอานและเขยี นอักษรนํา (K)
5. กิจกรรมการเรียนรู กจิ กรรมการเรยี นการสอน
คาบท่ี การอา นจบั ใจความ ชีวิตทถี่ กู เมนิ
สาระสาํ คญั
คาบที่ 1
การอานจับใจความสําคญั คอื การอานเพ่อื จับใจความหรอื ขอ คิด ความคดิ สาํ คญั หลกั
การอาน
จับใจความ ของขอความ หรือเร่อื งท่อี าน การอานจับใจความสําคญั ถอื เปนทกั ษะสําคัญทใ่ี ชในการอานเพื่อ
ชวี ิตท่ีถูกเมิน
การส่ือสารมากที่สดุ เพราะเปน พืน้ ฐานสําคญั ในการศกึ ษาหาความรู จงึ ควรฝก ฝนใหเกดิ ความ
ชํานาญ
ข้นั ที่ 1 ขั้นรวบรวมขอมูล
1. ครแู ละนกั เรียนรว มกนั สนทนาเรอ่ื งสัตวเลื้อยคลานเพ่อื เช่ือมโยงเขา สบู ทเรียน โดยครู
ใชค าํ ถามดังนี้
- ถาพูดถึงงู นกั เรียนจะนกึ ถงึ งชู นิดใด
- นักเรียนรจู กั สตั วเลือ้ ยคลานอะไรบา ง
- นักเรยี นกลวั ตุกแกหรือไม เพราะอะไร
2. นกั เรียนทบทวนเกีย่ วกบั การอานสรุปใจความ โดยใชคาํ ถามดงั ตอไปนี้
- การอา นสรปุ ใจความคืออะไร
- นักเรยี นใชท กั ษะอะไรบางในการอานสรปุ ใจความ
*ในการตอบคาํ ถามใหค รูใชไ มเรียกเลขท่ี เพ่ือใหนกั เรยี นตอบทีละคน โดยถามคาํ ถามกอ น
จะเรยี กเลขทีเ่ พือ่ ใหทกุ คนไดค ดิ
3. นกั เรยี นเขากลมุ ศึกษาเรอื่ ง ชีวติ ทถ่ี กู เมิน
ขนั้ ท่ี 2 ข้ันคิดวเิ คราะหแ ละสรปุ ความ
4. นักเรียนแตล ะกลมุ รวมกันวเิ คราะหเ กยี่ วกับเรอ่ื งท่อี าน โดยครใู ชค าํ ถามดังน้ี
- ตวั ละครสาํ คญั ในเรือ่ งมใี ครบา ง แตละตวั มนี สิ ัยอยางไร
- หากนกั เรียนถูกเมินจากคนอ่นื นักเรียนจะรูสกึ อยา งไรและมีวธิ ีในการแกปญ หา
อยา งไร
- จากเรอ่ื งทีอ่ า นนกั เรียนไดขอ คดิ อะไรบาง
5. นกั เรยี นแตล ะกลมุ คิดประเมนิ เพอ่ื เพ่มิ คณุ คาโดยครูใชค ําถามดงั ตอไปน้ี
- นักเรียนสามารถนําความรทู ่ีไดรบั ไปใชใ นชวี ติ ประจาํ วันไดอ ยางไร
ขั้นที่ 3 ขนั้ ปฏบิ ัติและสรปุ ความรหู ลงั การปฏิบัติ
6. นักเรียนเขา กลุมทาํ กิจกรรมการตง้ั คําถามและตอบคาํ ถามจากเรือ่ งทอ่ี าน กลุมละ 5 ขอ
กตกิ าในการตัง้ คาํ ถาม คณุ ครแู บง จาํ นวนหนา ท่ีแตละกลมุ จะตอ งรับผดิ ชอบในการ
ตง้ั คาํ ถาม เพ่ือปอ งกันไมใหก ารตั้งคาํ ถามของแตล ะกลุมไมใหซ ํา้ กัน
7. นกั เรียนรว มกนั สรปุ ขอคดิ ที่ไดจากการอา น
ข้ันที่ 4 ขน้ั สือ่ สารและนาํ เสนอ
8. นักเรียนแตล ะกลมุ นาํ เสนอคําถามหนาชน้ั เรยี น แลวใหเพือ่ นตอบคาํ ถาม
ขัน้ ที่ 5ขนั้ ประเมินเพอื่ เพิ่มคณุ คา บรกิ ารสังคมและจติ สาธารณะ
9. นกั เรยี นรว มกันแสดงความคิดเหน็ โดยครใู ชคาํ ถามดังน้ี
- นกั เรียนสามารถนําความรูเกี่ยวกับเรื่องท่เี รียนไปใชประโยชนใ นสงั คมไดอยางไร
คาบท่ี 2-3 การเขยี นแผนภพโครงเรอื่ ง
สาระสาํ คญั
การเขยี น การนําความรูและเหตุการณตา ง ๆ ไปเขียนเปนแผนภาพโครงเรื่องจะทาํ ใหเ ขา ใจเรือ่ งราว
แผนภาพ หรือแนวคดิ ของเรื่องไดดยี ิง่ ข้ึน
โครงเร่ือง
ข้ันท่ี 1 ขั้นรวบรวมขอ มูล
1. สนทนาพูดคุยกับนกั เรยี นเกีย่ วกบั นทิ านตา งๆ ที่นกั เรียนเคยอานหรอื รจู ักและให
นกั เรียนอา นขอ มลู ดงั นี้
นิทานเร่ือง “อง่ึ อ่างกบั วัว”
ววั ตวั หน่ึงเท่ียวเลม็ หญา้ อยตู่ ามชายทุ่ง ขณะที่เดินเลียบไปตามคู เผอิญยา่ งเทา้
ไปเหยยี บ
ลูกอ่ึงอ่างครอกหน่ึงตายเกือบหมดเหลืออยตู่ วั เดียว คร้ังแม่อ่ึงอ่างกลบั มาจากหากิน
ลูกอ่ึงอ่าง
จึงเล่าใหแ้ ม่ฟังวา่ “แม่ แม่ เมื่อตะก้ีมีสตั วอ์ ะไรตวั หน่ึง ใหญ่โตจริง ๆ มาเหยยี บลูก
ของแม่ตายหมด รอดอยู่ แตฉ่ นั ตวั เดียวเท่าน้นั ” แม่ถามวา่ “สตั วอ์ ะไรตวั ใหญ่
นกั หนา ใหญ่เท่าน้ีไดไ้ หม” แลว้ กพ็ องตวั ข้ึน ลกู ตอบวา่ “มนั ใหญ่กวา่ น้นั อีกแม่”
แม่อ่ึงอ่างกพ็ องตวั ข้ึนอีก แลว้ ถามลกู วา่ “เท่าน้ีไดไ้ หม” ลูกตอบวา่ “นนั่ กย็ งั โต
ไม่ไดค้ ร่ึงตวั ของมนั เลยแม่” แม่ไดฟ้ ังดงั น้นั มีความขดั เคือง นึกอยใู่ นใจวา่ ไฉนตน
จะทาํ ใหต้ วั โตเท่าเทียมสตั วใ์ หญ่น้นั ไม่ได้ เม่ือคิดดงั น้นั แลว้ กค็ อ่ ย ๆ เบง่ ใหต้ วั พอง
ข้ึนทีละนอ้ ย ๆ จนเกินขนาด ทอ้ งแตกตายอยกู่ บั ที่
และถามคําถามนกั เรียนดังน้ี
- ขอ มลู 2 แบบนี้ มคี วามแตกตางกนั อยางไร
2. นักเรยี นศกึ ษาความรูเรือ่ ง การเขียนแผนภาพโครงเร่อื ง
ข้ันที่ 2 ขนั้ คดิ วิเคราะหและสรปุ ความ
3. นกั เรยี นอา นนทิ านเรอื่ ง “ราชสหี กบั หนู” และรว มกันวเิ คราะหเพอ่ื เขียนแผนภาพโครง
เรื่อง
นกั เรยี นรวมกนั แสดงความคิดเห็น โดยครูใชค าํ ถามดังน้ี
- นักเรยี นจะลาํ ดับเหตุการณในการเขียนแผนภาพโครงเร่ืองใหไดดีอยางไร
- จากนิทานมตี ัวละครอะไรบา ง
- เหตกุ ารณเกดิ ข้นึ ท่ไี หน
- จากนิทานมีเหตกุ ารณอ ะไรเกิดขน้ึ บาง
- นักเรยี นไดขอ คิดอะไรบา งจากนทิ านเรื่องน้ี
4. นักเรียนแตล ะกลมุ คดิ ประเมนิ เพื่อเพมิ่ คณุ คา โดยครูใชค าํ ถามดังตอ ไปนี้
- นักเรียนสามารถนําเรื่องทเ่ี รียนไปใชประโยชนในชวี ิตประจําวันไดอยางไร
ขั้นท่ี 3 ข้นั ปฏบิ ัติและสรปุ ความรหู ลังการปฏบิ ตั ิ
5. นักเรียนแบง กลุม ทําแผนภาพโครงเรื่อง นทิ านเรื่อง “ราชสีหกับหน”ู
6. นักเรยี นรวมกันสรุปวิธกี ารเขยี นแผนภาพโครงเรื่อง และครอู ธบิ ายเพ่มิ เติมดังน้ี
การนําความรแู ละเหตุการณต า ง ๆ ไปเขียนเปนแผนภาพโครงเร่อื งจะทําใหเ ขา ใจ
เร่ืองราวหรือแนวคดิ ของเรือ่ งไดด ียงิ่ ข้นึ
ขน้ั ท่ี 4 ขั้นสอ่ื สารและนาํ เสนอ
7. นกั เรยี นแตละกลุมนาํ เสนอผลงานหนาชัน้ เรยี นเรื่อง การเขยี นแผนภาพโครงเร่ือง
ข้นั ท่ี 5 ขนั้ ประเมนิ เพ่อื เพม่ิ คุณคา บริการสงั คมและจิตสาธารณะ
8. นักเรยี นรว มกันแสดงความคดิ เห็น โดยครใู ชค าํ ถามดงั น้ี
-นกั เรยี นสามารถนําความรูเกยี่ วกบั เร่ืองท่เี รียนไปใชป ระโยชนใ นสังคมไดอยา งไร
คาบที่ 4-5 อักษรนาํ
อักษรนํา สาระสาํ คญั
คาํ ทีม่ ีอักษรนาํ เปน การนําพยัญชนะ 2 ตวั มาเรียงกนั ประสมดวยสระเดียวกนั พยัญชนะ
ตัวแรกจะอา นออกเสียง อะ กง่ึ เสียง พยัญชนะตัวหลังจะออกเสยี งตามสระทีป่ ระสม และอา นออก
เสียงวรรณยกุ ตตามพยัญชนะตัวแรก การศกึ ษาเรอ่ื ง คาํ ทม่ี อี ักษรนาํ จะทาํ ใหอานและเขยี นคําที่มี
อกั ษรนาํ ไดถ กู ตอ ง
ข้ันที่ 1 ข้นั รวบรวมขอ มลู
1. นกั เรียนอานบตั รคาํ ตอไปนี้
หงอก หงาย หรอก หมาย ขนม ฉลาด ผลติ กนก อรอย จรวด
แลวรวมกันสนทนาโดยใชคําถามดงั นี้
- คาํ ที่นักเรยี นอา นมลี ักษณะเหมอื นกนั อยางไร
- คําท่ีนกั เรียนอา นเรียกวาคําอะไร
2. นกั เรียนศกึ ษาเรื่องอกั ษรนาํ แลว รวมกันสนทนาโดยใชคําถามดังน้ี
- อกั ษรนําหมายถงึ อะไร
- อักษรนาํ แบงออกเปน กป่ี ระเภทและมีอะไรบา ง
ขั้นที่ 2 ขน้ั คดิ วิเคราะหแ ละสรปุ ความ
3. นกั เรยี นเขยี นคาํ อกั ษรนาํ ใตภ าพทีค่ รนู ํามาตดิ ดงั น้ี
หมี หมอ หมู หมอน ขนม ตลาด ตลก ฉลาม สนาม ถนน
ใหทกุ คนชวยกนั พจิ ารณาความถูกตอ งของคําประกอบภาพอกั ษรนํา
4. นักเรยี นแตล ะกลุมคดิ ประเมินเพมิ่ คุณคา โดยครูใชคําถามดงั ตอ ไปน้ี
- นกั เรยี นสามารถนําเรอื่ งที่เรียนไปใชป ระโยชนใ นชีวิตประจาํ วันไดอยา งไร
ข้นั ที่ 3 ขน้ั ปฏบิ ัตแิ ละสรปุ ความรหู ลงั การปฏิบตั ิ
5. นกั เรยี นเลน เกมโดยคิดช่อื ผกั ผลไม สัตวและของใชต างๆ สถานที่ ทเี่ ปนคาํ
อักษรนาํ โดยใชไ มเรยี กเลขทเ่ี รยี กชื่อนกั เรียนตอบทลี ะคน ครูเขียนคาํ ตอบของนักเรียนบน
กระดานดาํ แลว อา นออกเสยี งพรอ มกนั ใหทกุ คนชว ยกนั พิจารณาความถกู ตอ งของคําอกั ษรนํา
6. ครูและนักเรยี นรว มกนั สรุปคาํ อกั ษรนํา ดงั น้ี
ทม่ี ีอกั ษรนําเปน การนาํ พยัญชนะ 2 ตวั มาเรียงกนั ประสมดว ยสระเดียวกนั
พยัญชนะตัวแรกจะอานออกเสยี ง อะ ก่งึ เสยี ง พยญั ชนะตวั หลงั จะออกเสยี งตามสระทปี่ ระสม และ
อา นออกเสยี งวรรณยุกตต ามพยญั ชนะตัวแรก การศกึ ษาเรื่อง คําทีม่ ีอกั ษรนาํ จะทาํ ใหอ า นและ
เขียนคําท่มี ีอักษรนาํ ไดถูกตอ ง
7. นักเรยี นทาํ แบบฝกหดั
ขนั้ ท่ี 4 ข้นั สอื่ สารและนาํ เสนอ
8. นักเรยี นนาํ เสนอคาํ อักษรนํา โดยครใู ชไ มเรียกเลขทเี่ รียกใหนักเรียนยกตวั อยา ง
อักษรนาํ
ขัน้ ท่ี 5 ขน้ั ประเมนิ เพอ่ื เพมิ่ คุณคา บริการสงั คมและจติ สาธารณะ
9. นกั เรยี นรว มกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครูใชคําถามดังนี้
- นักเรยี นสามารถนาํ ความรูเก่ียวกับเรอื่ งทเี่ รียนไปใชประโยชนใ นสังคมไดอ ยา งไร
6. การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู
การประเมนิ วิธีการ เครอื่ งมอื
ดา นความรู (K)
-การตอบคําถาม -คําถาม
ดานทักษะและกระบวนการ (P)
-ทาํ แบบฝกหัด -แบบฝกหัด
ดานคุณธรรม จริยธรรมและ
คานิยม (A) -ทักษะการอาน -แบบประเมินการอาน
-ทักษะการเขยี น -แบบประเมินการเขียน
-แบบฝกหัด
-สังเกตพฤติกรรมในการรวมกจิ กรรม -แบบสังเกตพฤตกิ รรม
การทํางานกลุม
-สังเกตพฤตกิ รรมความกระตอื รอื รน
ในการรวมกิจกรรม
7. สือ่ /อปุ กรณ/ แหลงการเรยี นรู 2. ตัวอยางนิทาน
4. หนังสอื ภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปท ่ี 4
1. ภาพประกอบเกี่ยวกบั การสัตวเ ลอ้ื ยคลาน
3. ตัวอยา งแผนภาพโครงเรอ่ื ง
5. ไมเ รียกเลขที่
8. กิจกรรมเสนอแนะ
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
ลงชื่อ.............................................ครูผูสอน ลงชื่อ...................................................ฝายวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)
สปั ดาหที่ 12
โรงเรียนขจรเกียรตพิ ฒั นา
แผนการจดั การเรยี นรู
ภาคเรียนท.ี่ .…1…../.................. ชอื่ ผูส อน ……………………………………………………..
กลมุ สาระการเรยี นรู ภาษาไทย ช้นั ประถมศกึ ษาปท่ี……4..... จํานวน……5….คาบ
หนว ยการเรยี นรทู ่ี ..……5…..… เรอื่ ง...........................ชีวิตท่ถี กู เมิน.........................
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู ตัวชว้ี ดั
มาตรฐานท่ี ท 1.1 ใชก ระบวนการอา นสรา งความรแู ละความคิดเพอ่ื นําไปใชตัดสินใจ แกป ญหาในการดาํ เนนิ ชีวิต
และมีนสิ ยั รักการอาน
ตวั ช้ีวัดท่ี ป 4/2 ระบุชนดิ และหนา ทข่ี องคําในประโยค และอธบิ ายความหมายของคาํ
มาตรฐานท่ี ท 2.1 ใชกระบวนการเขยี นเขียนส่ือสาร เขียนเรยี งความ ยอความ และเขยี นเรอ่ื งราวในรปู แบบตา ง ๆ
เขยี นรายงานขอมูลสารสนเทศและรายงานการศกึ ษาคน ควาอยางมีประสทิ ธภิ าพ
ตัวชี้วัดท่ี ป 4/2 เขยี นสอ่ื สารโดยใชคําไดถ ูกตอ ง ชัดเจน และเหมาะสม
ตัวชวี้ ัดที่ ป 4/6 เขยี นบนั ทึกและเขียนรายงานจากการศึกษาคน ควา
ตวั ชี้วัดท่ี ป 4/8 มีมารยาทในการเขยี น
มาตรฐานที่ ท 4.1 เขา ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลยี่ นแปลงของภาษา และพลงั ของภาษา
ภูมิปญญาทางภาษา และรักษา
ตวั ช้วี ัดท่ี ป 4/1 สะกดคาํ และบอกความหมายของคําในบรบิ ทตาง ๆ
ตวั ชี้วัดท่ี ป 4/2 ระบุชนิดและหนาท่ขี องคาํ ในประโยค และอธิบายความหมายของคํา
มาตรฐานที่ ท 5.1 เขา ใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณวรรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอยา งเห็นคณุ คาและนํามา
ประยกุ ตใชใ นชวี ติ จรงิ
ตวั ชวี้ ัดที่ ป 4/1 ระบุขอคดิ จากนิทานพ้นื บานหรือนิทานคตธิ รรม
ตวั ชวี้ ัดท่ี ป 4/2 อธบิ ายขอคดิ จากการอา นเพ่อื นําไปใชใ นชีวิตจรงิ
2. สาระสาํ คญั /ความคดิ รวบยอด
การอานจบั ใจความสาํ คญั คอื การอา นเพือ่ จบั ใจความหรือขอคิด ความคดิ สําคญั หลกั ของขอความ หรือเร่อื งทอ่ี า น
การอานจับใจความสําคัญ ถอื เปนทักษะสําคญั ทใ่ี ชใ นการอา นเพอื่ การส่ือสารมากทส่ี ุด เพราะเปน พนื้ ฐานสําคญั ในการศกึ ษาหา
ความรู จงึ ควรฝกฝนใหเกิดความชํานาญ
การเขยี นรายงาน การเขยี นรายงานจะตองมีการกําหนดหวั ขอ เขียนโครงเรอื่ งศกึ ษาขอ มูลจากแหลง ตาง ๆ เรียบเรียง
และจดั ทํารายงานเพ่ือเผยแพรค วามรใู หผ ทู ่สี นใจ ซง่ึ ผูเขยี นรายงานจะไดพฒั นาความรแู ละพฒั นาการเขียนของตนเองดว ย
ตัวการันต คาํ ทม่ี ี ไมท ณั ฑฆาต - กาํ กบั อยูบนพยญั ชนะ เพื่อแสดงใหร วู าไมตอ งอานออกเสยี งพยัญชนะตวั นั้น
ใชวางบนพยัญชนะทีไ่ มตอ งการออกเสยี ง ซงึ่ อาจวางไวบ นพยัญชนะซึง่ อยูทายประโยค หรือบางคํามีพยัญชนะทีไ่ มใ ชตัวสะกด
อยขู า งหนา พยัญชนะทีม่ ไี มท ณั ฑฆาต - ก็ไมออกเสียง พยญั ชนะตวั น้นั เชน กนั ไมอ อกเสียงพยญั ชนะท่ีมเี ครือ่ งหมาย
ทณั ฑฆาตกํากบั แมพยญั ชนะตัวนนั้ ไมไ ดอ ยทู ายพยางค และไมอ อกเสยี งพยัญชนะท่มี ีเคร่อื งหมายทัณฑฆาตกาํ กบั
แมพยญั ชนะตวั น้นั จะมีสระประสมอยู
3. จุดประสงคก ารเรยี นรู
1. อธิบายความหมาย และหลกั การอา นจับใจความสําคญั (K)
2. อธบิ ายวิธีการทาํ รายงาน (K)
3. รแู ละเขาใจหลกั อา น เขียน และใชคําทม่ี ีตวั การนั ต ไดถ กู ตอ ง (K)
4. อา นเร่อื งไดคลองแคลว รวดเร็วและถูกตองตามอักขรวิธี (P)
5. เขียนรายงานตามความสนใจ (P)
6. แยกขอ เทจ็ จริงและขอ คดิ เห็นจากเร่ืองท่ีอา น (P)
7. อาน เขยี นและนําคําทีม่ ีตัวการันตไปใชไ ดถกู ตอ ง (P)
8. เห็นความสาํ คญั ของการเขียนรายงาน (A)
9. กระตอื รอื รน ในการรวมกจิ กรรม (A)
10. เหน็ ความสําคญั ของการอา นและมารยาทในการอา น (A)
4. สาระการเรยี นรู สาระการเรยี นรูทอ งถิ่น
สาระการเรยี นรูแกนกลาง
1. อธบิ ายความหมาย และหลกั การอา นจับใจความสําคญั (K)
2. อธบิ ายวิธกี ารทาํ รายงาน (K)
3. รแู ละเขา ใจหลักอา น เขยี น และใชค าํ ทม่ี ตี ัวการนั ต ไดถ ูกตอง (K)
5. กจิ กรรมการเรียนรู
คาบที่ กจิ กรรมการเรียนการสอน
คาบที่ 1 การอานจบั ใจความ เรอ่ื งเลา จากพทั ลุง
สาระสาํ คญั
การอาน 22การอานจบั ใจความสําคญั คือ การอา นเพื่อจบั ใจความหรอื ขอ คิด ความคดิ สําคญั หลกั
จับใจความ ของขอ ความ หรอื เร่ืองที่อา น การอานจบั ใจความสําคญั ถือเปนทักษะสาํ คัญทใ่ี ชใ นการอา นเพอ่ื
เร่อื งเลา จากพทั ลุง การส่อื สารมากทส่ี ดุ เพราะเปนพื้นฐานสาํ คัญในการศกึ ษาหาความรู จึงควรฝก ฝนใหเ กดิ ความ
ชํานาญ
ขั้นท่ี 1 ขัน้ รวบรวมขอมลู
1. ครูและนกั เรียนรว มกนั สนทนา โดยครใู ชค าํ ถามกระตนุ ความคดิ ดังนี้
- ถาพดู ถงึ เงาะปา นกั เรียนจะนึกถงึ ใคร
- นักเรยี นคิดวาเงาะปา ทีเ่ ปนมนุษยมีจรงิ หรไื ม ใหน กั เรยี นชว ยกันตอบ เพือ่ โยง
เขา สสู าระการเรยี นรู
นักเรียนทบทวนเก่ยี วกบั การอานจบั ใจความสําคญั โดยครใู ชคําถามดงั นี้
- การอา นสรุปใจความคืออะไร
- นกั เรียนใชท กั ษะอะไรบางในการอา นสรุปใจความ
*ในการตอบคาํ ถามใหค รใู ชไมเรียกเลขท่ี เพ่ือใหน กั เรยี นตอบทลี ะคน โดยถามคําถามกอ น
จะเรียกเลขที่เพ่ือใหท กุ คนไดค ดิ
2. นกั เรยี นเขา กลมุ ศกึ ษาเรอ่ื ง เลาจากพัทลงุ
ข้ันที่ 2 ขั้นคดิ วเิ คราะหแ ละสรปุ ความ
3. นกั เรยี นแตล ะกลุมรวมกนั วเิ คราะหเ ก่ยี วกับเรือ่ งทอี่ าน โดยครใู ชค ําถามดงั น้ี
- ตัวละครสําคญั ในเรอื่ งมีใครบาง แตล ะตวั มนี ิสัยอยา งไร
- จากเรือ่ งทอ่ี า นนกั เรยี นไดข อคิดอะไรบา ง
4. นักเรยี นแตละกลมุ คดิ ประเมินเพ่ือเพ่มิ คณุ คา โดยครูใชคําถามดงั ตอ ไปนี้
- นกั เรยี นสามารถนําความรทู ่ไี ดรับไปใชใ นชีวติ ประจาํ วันไดอ ยางไร
ขนั้ ที่ 3 ขนั้ ปฏบิ ัติและสรุปความรูห ลงั การปฏิบัติ
5. นกั เรยี นเขา กลุม ทาํ กิจกรรมการตง้ั คําถามและตอบคาํ ถามจากเรื่องทอ่ี าน กลมุ ละ 5 ขอ
กติกาในการต้งั คําถาม คณุ ครแู บงจํานวนหนาที่แตล ะกลุมจะตอ งรับผิดชอบในการ
ตัง้ คาํ ถาม เพอ่ื ปอ งกันไมใ หก ารต้ังคาํ ถามของแตละกลมุ ไมใหซ ้าํ กัน
6. นกั เรยี นรวมกนั สรปุ ขอคดิ ท่ไี ดจ ากการอาน
ขัน้ ท่ี 4 ขน้ั สอื่ สารและนาํ เสนอ
7. นกั เรยี นแตล ะกลุมนาํ เสนอคําถามหนา ชนั้ เรียน แลว ใหเ พอื่ นตอบคําถาม
ข้นั ท่ี 5ขน้ั ประเมนิ เพื่อเพมิ่ คณุ คา บริการสังคมและจติ สาธารณะ
8. นกั เรยี นรวมกันแสดงความคิดเหน็ โดยครูใชคาํ ถามดงั นี้
- นักเรียนสามารถนาํ ความรเู กย่ี วกบั เรอื่ งทเี่ รยี นไปใชป ระโยชนใ นสังคมไดอ ยา งไร
คาบที่ 2-3 การเขียนรายงาน
การเขยี นรายงาน สาระสาํ คญั
การเขยี นรายงานจะตองมกี ารกาํ หนดหัวขอ เขยี นโครงเรื่องศึกษาขอมูลจากแหลงตาง ๆ
เรียบเรยี งและจดั ทํารายงานเพ่อื เผยแพรความรูใหผทู ี่สนใจ ซ่ึงผเู ขยี นรายงานจะไดพ ฒั นาความรู
และพฒั นาการเขียนของตนเองดว ย
ขน้ั ท่ี 1 ข้ันรวบรวมขอมลู
1. นกั เรียนดูตัวอยางรายงาน แลวรวมกนั สนทนาโดยครูใชคําถามดงั น้ี
- เอกสารทน่ี กั เรียนดูเรียกวาอะไร
- นกั เรยี นเคยเหน็ รายงานหรอื ไม
2. นกั เรียนรวมกันศกึ ษาเรือ่ ง การเขยี นรายงาน แลว รว มสนทนาโดยครูใชค าํ ถามดงั น้ี
- การเขยี นรายงานมีประโยชนอยางไร
- องคประกอบของรายงานมีอะไรบา ง
- การเขียนแผนภาพความคดิ กอนทาํ รายงานมปี ระโยชนอ ยางไร
ขั้นท่ี 2 ข้ันคดิ วเิ คราะหและสรปุ ความ
3. นกั เรยี นรว มวเิ คราะหว าการเขียนรายงานเรือ่ งหมีแพนดาจะตอ งเขียนเร่ืองอะไรบาง
โดยเขียนเปน แผนภาพความคดิ
ตัวอยา ง เชน
คาบท่ี 4-5 4. นกั เรยี นแตละกลมุ คดิ ประเมินเพือ่ เพ่มิ คณุ คา โดยครใู ชคาํ ถามดงั ตอ ไปนี้
ตวั การันต - นกั เรยี นสามารถนาํ เรื่องทเ่ี รียนไปใชป ระโยชนในชีวิตประจาํ วันไดอยา งไร
ขั้นท่ี 3 ขนั้ ปฏิบตั แิ ละสรปุ ความรหู ลงั การปฏิบัติ
5. นักเรียนเขา กลุม ทาํ กจิ กรรมเขยี นรายงาน ตามหัวขอ ทส่ี มาชกิ ในกลุม สนใจทจี่ ะศกึ ษา
6. นักเรยี นรวมกนั สรุปความสาํ คญั ของการเขียนรายงาน ครอู ธิบายเพม่ิ เตมิ เกยี่ วกับการ
เขียนรายงาน
ขนั้ ท่ี 4 ขนั้ สอ่ื สารและนาํ เสนอ
7. นักเรียนแตล ะกลมุ นาํ เสนอผลงานหนาชนั้ เรยี น เพื่อนกลุมอน่ื รว มกันแสดงความคิดเหน็
8. นกั เรียนรวบรวมเลม การเขยี นรายงานไวท่มี มุ หอ งเรียนเพ่ือใหเพ่ือนๆไดศกึ ษาตอ ไป
ขน้ั ที่ 5 ข้นั ประเมนิ เพอ่ื เพม่ิ คณุ คาบรกิ ารสงั คมและจติ สาธารณะ
9. นักเรียนรวมกนั แสดงความคิดเห็น โดยครใู ชคาํ ถามดังนี้
- นกั เรยี นสามารถนําความรเู ก่ยี วกับเร่ืองท่เี รยี นไปใชประโยชนในสงั คมไดอยา งไร
ตวั การนั ต
สาระสาํ คญั
0คาํ ที่มี ไมทณั ฑฆาต - กาํ กับอยบู นพยญั ชนะ เพือ่ แสดงใหรวู าไมตองอานออกเสียง
พยัญชนะตวั น้ัน ใชว างบนพยญั ชนะทีไ่ มตองการออกเสียง ซึ่งอาจวางไวบนพยัญชนะซ่ึงอยูทา ย
ประโยค หรือบางคาํ มีพยัญชนะทไี่ มใ ชตัวสะกดอยูขา งหนา พยัญชนะที่มีไมท ัณฑฆาต - กไ็ มอ อก
เสียง พยัญชนะตัวนนั้ เชนกนั ไมอ อกเสียงพยญั ชนะที่มีเคร่ืองหมาย ทณั ฑฆาตกาํ กับ แมพ ยญั ชนะ
ตวั น้นั ไมไ ดอ ยูทายพยางค และไมออกเสียงพยัญชนะทมี่ เี ครอ่ื งหมายทณั ฑฆาตกํากับ แมพยญั ชนะ
ตวั นนั้ จะมีสระประสมอยู
ขนั้ ที่ 1 ขนั้ รวบรวมขอมลู
1. นักเรียนรว มกนั แสดงความคดิ เห็นเกีย่ วกับตัวการันต โดยเลนเกมดังนี้
ใหนักเรียนเลน “ เกมลมเพ ลมพัด ” โดยใหนักเรียนเขาแถววงกลม หันหนา
เขาหากัน ครูพูดวา “ ลมเพ ลมพัด ” นักเรียนถามวา “ พัดอะไร ” ครูตอบวา “ พัดคนที่
ช่ือมีตัวการนั ต ” นักเรียนทชี่ อ่ื มีตัวการันต ใหว่ิงสลับที่กัน เมื่อครูเปานกหวีด ใครสลับท่ีไมไดให
ออกมายืนกลางวงเปนคนทําหนาท่ีดําเนินกิจกรรมแทนครู โดยเริ่มต้ังแต “ ลมเพ ลมพัด ” แลว
เปล่ียนเปน “ พดั คนทนี่ ามสกลุ มีตัวการันต ” หรือ “ พัดคนทช่ี ่อื มี น, ต , หรือ ย ” เปนตน
แลว รว มกันสนทนาโดยใชคําถามดงั นี้
- พยญั ชนะตวั ใดบา งทีใ่ ชเ ปน ตัวการนั ต
2. นกั เรยี นศึกษาเร่อื งตัวการนั ต แลว รว มสนทนาโดยครูใชคาํ ถามดงั นี้
- อักษรการันตห มายถงึ อะไร
- อักษรการนั ตม ีวิธีการอานอยา งไร
- อักษรการันตม ีกลี่ กั ษณะ
ขัน้ ที่ 2 ข้ันคดิ วเิ คราะหแ ละสรปุ ความ
3. นกั เรยี นสงั เกตบัตรคาํ บนกระดาน และออกมาเตมิ ตวั การนั ต เชน
จัน........... ศกุ ............... ทกุ .............. ศาส........... รถยน............... ภาพยน...........
ใหทกุ คนชวยกนั พจิ ารณาความถกู ตองของตัวการันต
4. นักเรียนแตล ะกลมุ คิดประเมนิ เพ่ิมคณุ คา โดยครูใชค าํ ถามดงั ตอ ไปนี้
- นกั เรยี นสามารถนาํ เรอื่ งท่ีเรียนไปใชป ระโยชนในชีวิตประจําวันไดอยา งไร
ขน้ั ที่ 3 ข้ันปฏิบัติและสรปุ ความรูห ลงั การปฏิบตั ิ
5. นกั เรยี นเลน เกมโดยคดิ คําที่มีตวั การันต เชน ต ย ข ตร ว ทร
โดยใชไ มเ รยี กเลขท่ีเรียกชอื่ นกั เรียนตอบทลี ะคน ครเู ขยี นคาํ ตอบของนักเรียนบนกระดานดํา แลว
อา นออกเสียงพรอมกัน ใหท กุ คนชวยกันพิจารณาความถูกตองของตัวการนั ต
6. นกั เรียนเขากลุมทํากจิ กรรมคดิ คาํ ทีม่ ีตวั การันต โดยสง ตัวแทนออกมาจบั ฉลากตวั
การนั ต
7. นกั เรยี นรวมกันสรุปเรอื่ งตวั การันต ดังนี้
คําทมี่ ี ไมท ัณฑฆาต - กาํ กับอยบู นพยัญชนะ เพ่อื แสดงใหร วู าไมต องอานออกเสยี ง
พยัญชนะตัวน้ัน ใชวางบนพยัญชนะท่ีไมต อ งการออกเสยี ง ซงึ่ อาจวางไวบนพยญั ชนะซ่งึ อยูทาย
ประโยค หรือบางคํามพี ยัญชนะที่ไมใชตัวสะกดอยขู า งหนาพยญั ชนะทีม่ ีไมท ัณฑฆาต - กไ็ มอ อก
เสยี ง พยัญชนะตัวน้ันเชน กนั ไมออกเสียงพยญั ชนะทมี่ ีเคร่อื งหมาย ทณั ฑฆาตกาํ กับ แมพ ยญั ชนะ
ตวั นั้นไมไดอ ยูทายพยางค และไมออกเสยี งพยญั ชนะท่ีมเี คร่ืองหมายทณั ฑฆาตกาํ กบั แมพยญั ชนะ
ตัวนั้นจะมีสระประสมอยู
8. นกั เรยี นทําแบบฝกหดั
ขน้ั ท่ี 4 ขนั้ สอ่ื สารและนาํ เสนอ
9. นกั เรียนนําเสนอคําตัวการนั ตตามกลุม ท่ีจับฉลากได โดยครใู ชไมเรยี กเลขท่ี เพอ่ื ให
นักเรยี นนาํ เสนอทีละกลมุ และรว มกันแสดงความคดิ เห็น และรวบรวมเปนเลมไวทม่ี มุ หองเรยี น
ใหเ พื่อนๆไดอ า นดว ย
ข้ันที่ 5 ขน้ั ประเมนิ เพอ่ื เพม่ิ คณุ คาบรกิ ารสังคมและจติ สาธารณะ
10. นกั เรียนรว มกนั แสดงความคิดเห็น โดยครูใชคาํ ถามดงั น้ี
- นักเรียนสามารถนาํ ความรเู กีย่ วกับเร่อื งท่ีเรยี นไปใชป ระโยชนใ นสังคมได
อยา งไร
6. การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู
การประเมนิ วธิ กี าร เครอื่ งมอื
ดานความรู (K)
ดานทกั ษะและกระบวนการ (P) -การตอบคําถาม -คาํ ถาม
ดานคณุ ธรรม จริยธรรมและ -ทาํ แบบฝก หัด -แบบฝก หดั
คานยิ ม (A)
-ทักษะการอานในใจ -แบบประเมินการอานในใจ
-ทกั ษะการเขียน -แบบประเมนิ การเขียน
-ทกั ษะการวิเคราะห -คาํ ถาม
-แบบฝก หดั
-สงั เกตพฤตกิ รรมในการรวมกจิ กรรม -แบบสังเกตพฤตกิ รรม
การทาํ งานกลุม
-สังเกตพฤติกรรมความกระตือรอื รนใน
การรวมกจิ กรรม
7. สอื่ /อุปกรณ/ แหลงการเรียนรู 2. ตัวอยา งแผนผังความคดิ รายงาน
4. หนังสอื ภาษาไทยชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ 4
1. ภาพประกอบเก่ียวกบั เงาะปา 6. บตั รคําท่มี ตี วั การันต
3. ตวั อยา งรายงาน
5. ไมเ รียกเลขท่ี
8. กิจกรรมเสนอแนะ
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
. ลงช่อื ...................................................ฝา ยวชิ าการ
ลงชือ่ .............................................ครผู ูส อน (...........................................................)
(...........................................................)
สัปดาหที่ 13
โรงเรยี นขจรเกียรติพฒั นา
แผนการจัดการเรียนรู
ภาคเรยี นท.ี่ .…1…../.................. ช่ือผสู อน ……………………………………………………..
กลุม สาระการเรยี นรู ภาษาไทย ช้นั ประถมศกึ ษาปท ่ี……4..... จํานวน……5….คาบ
หนว ยการเรียนรทู ่ี ..……6…..… เรือ่ ง...................โอม! พนิ จิ มหาพจิ ารณา....................
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู ตัวชว้ี ดั
มาตรฐานท่ี ท 1.1 ใชกระบวนการอานสรางความรูแ ละความคดิ เพอ่ื นําไปใชต ดั สนิ ใจ แกป ญ หาในการดาํ เนนิ ชีวิต
และมนี สิ ยั รกั การอา น
ตัวชี้วัดท่ี ป 4/1 อานออกเสยี งบทรอยแกว และบทรอยกรองไดถูกตอ ง
ตวั ชว้ี ัดที่ ป 4/2 อธบิ ายความหมายของคํา ประโยค และสาํ นวนจากเรอ่ื งทีอ่ า น
ตัวชีว้ ัดที่ ป 4/3 อา นเรื่องสน้ั ๆตามเวลาที่กาํ หนดและตอบคาํ ถามจากเรอ่ื งท่อี า น
ตวั ชีว้ ัดที่ ป 4/4 แยกขอ เท็จจริงและขอ คิดเห็นจากเรอ่ื งทอ่ี าน
ตวั ช้ีวัดท่ี ป 4/6 สรุปความรแู ละขอคิดจากเร่ืองทอ่ี า นเพื่อนาํ ไปใชใ นการดําเนินชีวิต
ตวั ช้ีวัดที่ ป 4/8 มมี ารยาทในการอาน
มาตรฐานที่ ท 2.1 ใชก ระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรยี งความ ยอความ และเขยี นเรอื่ งราวในรูปแบบตาง ๆ
เขยี นรายงานขอ มลู สารสนเทศและรายงานการศกึ ษาคน ควา อยา งมีประสิทธิภาพ
ตัวชี้วัดที่ ป 4/4 เขียนยอ ความจากเรื่องสน้ั ๆ
ตัวช้ีวัดท่ี ป 4/8 มมี ารยาทในการเขียน
มาตรฐานท่ี ท 4.1 เขา ใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ยี นแปลงของภาษา และพลงั ของภาษา
ภมู ปิ ญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ ปน สมบตั ิของชาติ
ตวั ช้วี ัดท่ี ป 4/1 สะกดคาํ และบอกความหมายของคําในบรบิ ทตา ง ๆ
2. สาระสาํ คญั /ความคดิ รวบยอด
การอา นจบั ใจความสาํ คญั คือ การอา นเพื่อจบั ใจความหรอื ขอคิด ความคิดสาํ คญั หลกั ของขอความ หรือเร่อื งท่ีอาน
การอานจบั ใจความสําคัญ ถอื เปนทกั ษะสําคัญทใ่ี ชในการอา นเพอื่ การสื่อสารมากทีส่ ดุ เพราะเปนพื้นฐานสําคัญในการศึกษาหา
ความรู จึงควรฝก ฝนใหเกดิ ความชาํ นาญ
การเขียนยอนทิ าน การเขยี นยอ ความเปน การสรุปสาระสําคัญของเนือ้ เรือ่ งนาํ เสนอตอ ผูอ่ืน
พยางค และคาํ เปนพืน้ ฐานสําคัญในการศกึ ษาเร่ืองตา ง ๆ ในชีวิตประจาํ วนั การเขา ใจลักษณะและการใชพยางค และ
คาํ จะทาํ ใหเขา ใจประโยคตา ง ๆ และนาํ ไปใชสื่อสารไดถกู ตอง
3. จดุ ประสงคการเรียนรู
1. อธิบายความหมาย และหลกั การอา นจับใจความสําคญั (K)
2. อธบิ ายวธิ กี ารเขยี นยอความทีด่ ี (K)
3. รแู ละเขาใจหลักการอาน การ เขียน พยางคแ ละคํา (K)
4. อา นเร่อื งไดคลอ งแคลว รวดเร็วและถูกตองตามอกั ขรวิธี (P)
5. แยกขอเทจ็ จรงิ และขอ คดิ เหน็ จากเร่ืองที่อาน (P)
6. เขียนยอความนทิ าน (P)
7. อาน เขียนและนาํ พยางคและคาํ ไปใชไดถ กู ตอ ง (P)
8. เหน็ ความสาํ คญั ของการอานและมารยาทในการอาน (A)
9. นาํ ความรูเรอ่ื งการเขียนยอความไปใชในชีวิตประจาํ วนั (A)
10. กระตอื รอื รนในการรวมกิจกรรม (A)
4. สาระการเรียนรู สาระการเรยี นรูทองถิน่
สาระการเรยี นรูแกนกลาง
1. อธิบายความหมาย และหลกั การอานจับใจความสาํ คญั (K)
2. อธบิ ายวิธกี ารเขยี นยอ ความที่ดี (K)
3. รูและเขา ใจหลักการอา น การ เขยี น พยางคแ ละคาํ (K)
5. กจิ กรรมการเรยี นรู กจิ กรรมการเรียนการสอน
คาบที่ การอา นจบั ใจความ เรื่อง โอม! พนิ จิ มหาพจิ ารณา
สาระสาํ คญั
คาบท่ี 1
23การอานจบั ใจความสาํ คญั คอื การอา นเพ่อื จบั ใจความหรือขอคิด ความคดิ สาํ คัญหลกั
การอาน
จบั ใจความ เรอื่ ง ของขอความ หรือเรื่องที่อา น การอา นจบั ใจความสําคญั ถอื เปน ทกั ษะสําคัญทใี่ ชใ นการอา นเพอื่
โอม! พนิ จิ มหา
การส่ือสารมากที่สดุ เพราะเปน พ้นื ฐานสําคัญในการศกึ ษาหาความรู จงึ ควรฝก ฝนใหเกดิ ความ
พจิ ารณา
ชาํ นาญ
ขนั้ ที่ 1 ข้นั รวบรวมขอมูล
1. นกั เรียนสนทนาเกย่ี วกบั จดหมายลกู โซ แลวรว มกนั แสดงความคิดเหน็ เพ่ือโยงเขา สู
บทเรยี นโดยครใู ชคาํ ถามดงั นี้
- นกั เรยี นเคยไดรับจดหมายลกู โซหรอื ไม
- นักเรียนเชอ่ื เรือ่ งจดหมายลกู โซหรือไม เพราะอะไร
2. นกั เรยี นทบทวนเกีย่ วกับการอานสรปุ ใจความ โดยใชค าํ ถามดงั ตอไปนี้
- การอา นสรปุ ใจความคอื อะไร
- นกั เรียนใชท กั ษะอะไรบางในการอานสรปุ ใจความ
*ในการตอบคําถามใหค รูใชไมเรยี กเลขที่ เพ่อื ใหนักเรยี นตอบทลี ะคน โดยถามคาํ ถามกอน
จะเรยี กเลขที่เพอื่ ใหทกุ คนไดค ิด
3. นักเรียนอา นในใจเร่อื ง โอม! พนิ จิ มหาพจิ ารณา จากหนังสือภาษาพาที ชั้น
ประถมศึกษาปท่ี 4 โดยนําหลกั การอานในใจมาใช ครสู ังเกตการอา นของนักเรียนแตล ะคน
วาปฏบิ ัติไดถ ูกตอ งตามหลักการอา นหรือไม
ขน้ั ที่ 2 ข้ันคดิ วเิ คราะหและสรปุ ความ
4. นกั เรียนรว มกันสรุปใจความสาํ คัญของเร่อื ง โอม! พนิ ิจมหาพจิ ารณา
5. นักเรียนแตล ะกลมุ คิดประเมินเพื่อเพม่ิ คุณคา โดยครใู ชคําถามดงั ตอ ไปน้ี
- ความเชอ่ื และความศรทั ธา มคี วามสําคญั ในการดาํ เนนิ ชีวิตประจําวันหรือไม
อยา งไร
- นักเรยี นสามารถนาํ เรื่องทเ่ี รียนไปใชประโยชนใ นชวี ิตประจาํ วันไดอ ยางไร
ขน้ั ท่ี 3 ขัน้ ปฏิบัติและสรุปความรหู ลังการปฏิบัติ
6. นักเรยี นเขากลุมทาํ กิจกรรมการตง้ั คําถามจากเรื่องทอี่ า นกลุม ละ 5 ขอ และสง ตัวแทน
อา นใหเพือ่ นฟง เพ่ือนๆชวยกันตอบคําถาม
กติกาการตัง้ คําถาม ครแู บงเน้ือหาใหแตล ะกลุมต้ังคาํ ถามกลุม ละ 2-3 หนา
7. นกั เรยี นแตล ะกลมุ รวมกนั สรุปขอ คดิ ทไ่ี ดจ ากการอา น
ขน้ั ที่ 4 ขน้ั ส่ือสารและนาํ เสนอ
8. แตล ะกลุมออกมานาํ เสนอขอคิดจากเร่ืองท่อี า น
*ขณะทนี่ ักเรียนนําเสนอ ครูพยายามสงั เกตพฤติกรรมท้ังของผฟู งและผนู ําเสนอ เพือ่ เกบ็
ไปเปนขอมลู ในการพฒั นาปรบั ปรงุ ตอ ไป
พฤติกรรมท่ีนาํ ไปเปน เงือ่ นไขพัฒนา เชน
- มารยาทในการพูดและฟง
- ความสนใจ ใหเ กยี รติ
- การซักถาม เสนอแนวคดิ แยง หรือคลอ ยตามอยางมีเหตผุ ล
- การใชทกั ษะทางภาษาเพื่อการส่อื สาร
ข้นั ที่ 5 ขน้ั ประเมนิ เพ่อื เพิม่ คุณคา บรกิ ารสังคมและจติ สาธารณะ
9.นกั เรยี นรวมกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ชค าํ ถามดังนี้
-นักเรยี นสามารถนาํ ความรเู กีย่ วกบั เรอื่ งทเ่ี รียนไปใชประโยชนใ นสังคมไดอยางไร
คาบท่ี 2-3
การเขียนยอ นทิ าน การเขียนยอ นทิ าน
สาระสาํ คญั
การเขยี นยอ ความเปนการสรปุ สาระสําคัญของเนือ้ เรอื่ งนําเสนอตอ ผูอืน่
ขั้นที่ 1 ข้นั รวบรวมขอ มลู
คาบที่ 4-5 1. นักเรียนรวมกนั สนทนาเก่ียวกบั นิทานที่นกั เรียนรูจ ัก และขออาสาสมคั รเลา นิทาน 1 คน
พยางค และ คํา นักเรยี นรว มกันแสดงความคิดเห็น โดยครใู ชค าํ ถามทา ทาย ดงั นี้
- นกั เรยี นคิดวา เพื่อนใชห ลกั การอะไรในการเลา นิทาน
- ภาษาที่เพ่ือนใชใ นการเลา เปนอยา งไร
- นกั เรียนทราบหรอื ไมวาหลกั การยอ ความมีอะไรบา ง
2. นักเรยี นศึกษาความรเู รอื่ ง การยอ นิทานแลวรว มกนั สนทนาโดยครใู ชค ําถามดงั นี้
- ในการยอนทิ านนักเรียนตอ งคํานงึ ถึงเร่อื งอะไรมากที่สดุ
- นกั เรยี นควรระมดั ระวงั เกีย่ วกับอะไรในการยอนทิ าน
ครอู ธบิ ายเพิ่มเตมิ ถงึ หลักการยอความดังนี้
หลักการยอความ
1. อา นเรือ่ งทีจ่ ะยอ ใหเขาใจ
2. จบั ใจความสาํ คญั หรือสาระสําคญั ของเร่ือง
3. ใชสํานวนภาษางาย ๆ ของผูยอ เองโดยไมเปล่ยี นแปลงเรือ่ งเดมิ
4. เปลี่ยนสรรพนามบรุ ษุ ท่ี 1 หรือสรรพนามบรุ ษุ ท่ี 2 เปน สรรพนามบุรษุ ท่ี 3
ข้ันท่ี 2 ข้นั คดิ วิเคราะหแ ละสรปุ ความ
3. นักเรียนศึกษาตวั อยา งการยอ นทิ านแลวรว มกนั วเิ คราะห โดยครถู ามคําถามดงั น้ี
- การยอนิทานมคี วามสาํ คัญอยา งไร
- นกั เรียนนาํ เสนอรูปแบบการยอนทิ าน
รูปแบบการยอ นิทาน
นทิ านเรือ่ ง...................จาก....................ของ....................ความวา.............................
- นักเรียนสามารถนาํ เรื่องทเ่ี รียนไปใชประโยชนในชวี ิตประจําวันไดอ ยา งไร
ขน้ั ท่ี 3 ขน้ั ปฏบิ ัติและสรุปความรหู ลงั การปฏิบตั ิ
5. นกั เรียนทาํ กจิ กรรมการเขียนยอ นทิ าน ตามรูปแบบท่เี รยี น จากหนังสอื นทิ านท่นี ักเรียน
นาํ มา
6. นักเรยี นรว มกันสรปุ ความสําคญั ของการยอนิทาน ครูอธิบายเพ่ิมเติมเกย่ี วกับ
องคประกอบของการยอ นทิ าน
ข้ันท่ี 4 ข้นั สอื่ สารและนาํ เสนอ
7. นักเรียนแตละคนนาํ เสนอผลงานหนา ชัน้ เรยี น เพ่อื นในหองเรยี นรว มกนั แสดงความ
คิดเห็น
ขน้ั ที่ 5 ข้นั ประเมนิ เพ่ือเพมิ่ คณุ คาบรกิ ารสังคมและจติ สาธารณะ
8. นักเรียนรว มกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครูใชคาํ ถามดังน้ี
- นกั เรยี นสามารถนําความรเู กีย่ วกบั เรอื่ งทเี่ รียนไปใชป ระโยชนในสังคมไดอ ยา งไร
พยางค และ คํา
สาระสาํ คญั
พยางค และคาํ เปนพื้นฐานสําคญั ในการศกึ ษาเร่ืองตาง ๆ ในชวี ติ ประจาํ วัน การเขา ใจ
ลกั ษณะและการใชพยางค และคาํ จะทําใหเ ขา ใจประโยคตา ง ๆ และนาํ ไปใชส อ่ื สารไดถ กู ตอง
ข้นั ท่ี 1 ขัน้ รวบรวมขอมลู
1. นักเรยี นอา นออกเสียงคําตอ ไปน้ี กระดาน โตะ ธรรมชาติ อตุ สาหกรรม แลว สังเกต
การอา นออกเสียง โดยครูใชคาํ ถามดงั น้ี
-คําทีน่ กั เรียนอา นแตกตา งกันอยางไร
2. นกั เรียนศกึ ษาเร่อื ง พยางค และคาํ ในหนังสอื เรียนชุดภาษาเพ่อื ชีวติ (ภาษาพาที)หนา13
ขน้ั ท่ี 2 ขนั้ คิดวิเคราะหและสรปุ ความ
3. นกั เรยี นรว มกันคิดวิเคราะหโ ดยครูใชค าํ ถามดังตอ ไปนี้
- พยางคห มายถงึ อะไร
- คาํ หมายถงึ อะไร
- พยางคแ ละคาํ แตกตา งกนั อยา งไร
4. ตวั แทนนักเรยี นแตละกลุมจับสลากเลอื กนิทานท่คี รเู ตรยี มมากลุมละ 1 เรอ่ื ง ให
นกั เรียนแตล ะกลมุ ปฏบิ ตั ิดังน้ี
- เลือกคําจากในเนื้อเรือ่ งมาเขียน และจัดประเภทคาํ พยางคเ ดียว คาํ สองพยางค
คาํ สามพยางค คาํ สีพ่ ยางค คาํ หา พยางค ฯลฯ เมือ่ ทาํ เสรจ็ แลว ใหว าดภาพประกอบ
5. นักเรียนแตละกลมุ คิดประเมนิ เพ่อื เพิ่มคณุ คาโดยครใู ชค าํ ถามดังตอไปนี้
- นักเรยี นสามารถนาํ เรอื่ งทีเ่ รยี นไปใชป ระโยชนในชวี ิตประจาํ วนั ไดอยา งไร
ข้นั ที่ 3 ขน้ั ปฏบิ ัติและสรุปความรูหลงั การปฏิบตั ิ
6. ครตู ิดแผนภมู คิ ําขวญั จงั หวดั ภเู ก็ตบนกระดานดาํ ใหนักเรียนชว ยกนั จําแนกประเภท
ดงั น้ี
1.1 คําพยางคเดียว
1.2 คําสองพยางค
1.3 คาํ สามพยางค
1.4 คาํ ส่ีพยางค
โดยใหนักเรียนเขียนบนกระดานดาํ ครแู ละนกั เรยี นรวมกนั ตรวจสอบความถกู ตอ งแลว อานออก
เสียงพรอมกนั
7. ครูและนักเรียนรว มกันสรปุ เรื่องพยางคแ ละคาํ ดงั นี้ “จํานวนคร้ังที่ออกเสยี งเรยี กวา
พยางค จะมีความหมายหรือไมม ีความหมายกไ็ ด แตหากออกเสียงแลว มีความหมาย เรียกวา คํา
คาํ 1 คา อาจมีหลายพยางคได
8. นักเรียนทําแบบฝก หดั เร่ือง จําแนกพยางคและคํา
ขัน้ ที่ 4 ขัน้ สอื่ สารและนาํ เสนอ
9. นักเรยี นนาํ เสนอพยางคแ ละคําหนา ชั้นเรยี น โดยครูใชไ มเ รยี กเลขทเ่ี รียกนักเรียน
ออกมานาํ เสนอ 4-5 คน
ขัน้ ที่ 5 ขนั้ ประเมนิ เพื่อเพิ่มคุณคา บริการสังคมและจิตสาธารณะ
10. นกั เรียนชว ยกันสรปุ บทเรยี น ครสู รุปเพิ่มเตมิ ดวยการสมุ ถามนักเรยี นบางคน เพอ่ื เปน
การประเมินความเขา ใจไปในตัวดวย
11. นกั เรียนรว มกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครูใชคาํ ถามดงั นี้
- นกั เรียนสามารถนําความรเู ก่ียวกบั เรอ่ื งทีเ่ รียนไปใชป ระโยชนใ นสงั คมไดอยา งไร
6. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู
การประเมิน วธิ กี าร เครอื่ งมือ
ดา นความรู (K) -คาํ ถาม
-การตอบคําถาม -แบบฝกหดั
ดานทกั ษะและกระบวนการ (P) -ทาํ แบบฝก หดั -แบบประเมินการอาน
-ใบงานการเขียนยอ นิทาน
-ทักษะการอา น -แบบฝกหัด
-ทกั ษะการเขียน -คาํ ถาม
-ทกั ษะคิดวเิ คราะห
-แบบสังเกตพฤตกิ รรม
ดานคุณธรรม จริยธรรมและ -สังเกตพฤตกิ รรมในการรวม
คา นิยม (A) กจิ กรรม การทาํ งานกลมุ
-สงั เกตพฤติกรรมความ
กระตอื รอื รน ในการรวมกิจกรรม
7. สอื่ /อปุ กรณ/ แหลง การเรียนรู 2.หนังสือนิทาน
4.ไมเ รียกเลขท่ี
1.ภาพประกอบเกย่ี วตัวอยางจดหมายลูกโซ 6.เกมเรื่องพยางคแ ละคาํ
3. หนงั สอื ภาษาไทยชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ 4
5. บตั รคํา
7.รูปภาพ
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.
ลงช่ือ.............................................ครผู สู อน ลงชอ่ื ...................................................ฝา ยวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
สปั ดาหที่ 14
โรงเรยี นขจรเกยี รตพิ ฒั นา
แผนการจดั การเรียนรู
ภาคเรียนท.ี่ .…1…../.................. ชื่อผูสอน ……………………………………………………..
กลุมสาระการเรยี นรู ภาษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปท …ี่ …4..... จาํ นวน……5….คาบ
หนว ยการเรยี นรูท ี่ ..……6…..… เร่ือง...................โอม! พนิ จิ มหาพจิ ารณา....................
1. มาตรฐานการเรียนร/ู ตวั ชวี้ ัด
มาตรฐานท่ี ท 1.1 ใชก ระบวนการอานสรางความรแู ละความคดิ เพือ่ นําไปใชต ัดสินใจ แกป ญหาในการดาํ เนนิ ชีวิต
และ มีนสิ ัยรักการอาน
ตวั ช้วี ัดที่ ป 4/2 อธบิ ายความหมายของคาํ ประโยคและสาํ นวนจากเรอ่ื งทอ่ี าน
ตัวชว้ี ัดที่ ป 4/3 อานเรอื่ งสนั้ ๆตามเวลาท่กี าํ หนดและตอบคาํ ถามจากเร่อื งท่ีอา น
ตวั ช้ีวัดที่ ป 4/4 แยกขอ เทจ็ จรงิ และขอ คดิ เห็นจากเรอื่ งทอี่ าน
ตวั ช้ีวัดท่ี ป 4/6 สรุปความรแู ละขอคิดจากเรอ่ื งทอ่ี านเพอื่ นาํ ไปใชใ นการดําเนินชวี ิต
ตวั ชวี้ ัดท่ี ป 4/8 มมี ารยาทในการเขียน
มาตรฐานที่ ท 2.1 ใชกระบวนการเขยี นเขยี นส่ือสาร เขียนเรียงความ ยอความ และเขยี นเรื่องราวในรูปแบบตาง ๆ
เขยี นรายงานขอ มลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาคน ควา อยา งมีประสิทธภิ าพ
ตวั ช้ีวัดท่ี ป 4/6 เขียนบันทกึ และเขียนรายงานจากการศกึ ษาคนควา
ตวั ช้วี ัดท่ี ป 4/7 เขยี นเร่อื งตามจนิ ตนาการ
ตวั ชีว้ ัดท่ี ป 4/8 มมี ารยาทในการเขียน
มาตรฐานที่ ท 4.1 เขา ใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษา และพลงั ของภาษา
ภมู ปิ ญ ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเปน สมบตั ิของชาติ
ตวั ชี้วัดที่ ป 4/1 สะกดคาํ และบอกความหมายของคาํ ในบริบทตา ง ๆ
2. สาระสาํ คญั /ความคดิ รวบยอด
การอา นจบั ใจความสาํ คญั คือ การอา นเพอ่ื จบั ใจความหรือขอคิด ความคดิ สําคัญหลกั ของขอ ความ หรือเรื่องทีอ่ า น
การอานจบั ใจความสําคัญ ถอื เปนทักษะสําคญั ทใ่ี ชในการอา นเพอ่ื การส่ือสารมากที่สดุ เพราะเปน พื้นฐานสําคัญในการศึกษาหา
ความรู จึงควรฝก ฝนใหเ กดิ ความชาํ นาญ
การเขียนเรียงความ คือ การเขียนขอ ความหลายยอ หนาท่ีบรรยายหรืออธบิ ายเร่อื ง หรอื ความคิดเห็นอยา งไดอยางหนง่ึ
และการฝก ทกั ษะการเขยี นอยา งสมํ่าเสมอ จะชว ยใหก ารเขยี นเรยี งความมคี วามนาสนใจและนา ตดิ ตามอานยงิ่ ข้ึน
คําที่ประวสิ รรชนียและคาํ ที่ไมประวสิ รรชนยี คาํ ประวิสรรชนีย หมายถึง การเขยี นคําที่มรี ูปสระ อะ สว นคาํ
ไมประวสิ รรชนีย คอื การเขยี นคาํ ทไี่ มมรี ูปสระ อะ แตออกเสียงสระ อะ โดยมหี ลกั เกณฑกําหนดไวอยา งชดั เจน นักเรยี น
จําเปนตองเรยี นรเู พ่ือการนาํ ไปใชไ ดอยา งถกู ตอ ง
3. จุดประสงคการเรียนรู
1. อธิบายความหมาย และหลักการอานจับใจความสาํ คญั (K)
2. เขาใจลกั ษณะของการเขยี นเรยี งความ (K)
3. รูและเขาใจหลกั การอาน การ เขยี น คาํ ทป่ี ระวสิ รรชนยี และไมป ระวิสรรชนีย (K)
4. อานเรือ่ งไดคลอ งแคลว รวดเรว็ และถูกตอ งตามอกั ขรวิธี (P)
5. แยกขอ เทจ็ จริงและขอคดิ เห็นจากเรอ่ื งทอี่ าน (P)
6. เขยี นเรยี งความไดอยา งเหมาะสม (P)
7. อาน เขยี นและนําคําท่ปี ระวิสรรชนีย และไมป ระวิสรรชนียไปใชไดถูกตอ ง (P)
8. เหน็ ความสาํ คญั ของการเขยี น (A)
9. เห็นความสาํ คญั ของการอานและมารยาทในการอาน (A)
10. กระตอื รอื รนในการรว มกจิ กรรม (A)
4. สาระการเรยี นรู สาระการเรียนรูทองถน่ิ
สาระการเรียนรแู กนกลาง
1. อธิบายความหมาย และหลกั การอา นจับใจความสาํ คญั (K)
2. เขาใจลักษณะของการเขยี นเรียงความ (K)
3. รูแ ละเขา ใจหลักการอา น การ เขียน คาํ ที่ประวสิ รรชนีย
และไมประวสิ รรชนีย (K)
5. กิจกรรมการเรยี นรู กิจกรรมการเรยี นการสอน
คาบที่ การอานจบั ใจความ เรอ่ื งสน้ั
สาระสาํ คญั
คาบท่ี 1
24การอานจบั ใจความสาํ คญั คือ การอา นเพอื่ จบั ใจความหรอื ขอ คดิ ความคดิ สาํ คัญหลกั
การอา น
จบั ใจความ ของขอความ หรอื เร่อื งที่อาน การอานจบั ใจความสาํ คญั ถอื เปนทักษะสาํ คัญทใี่ ชในการอา นเพ่อื
เรื่องสน้ั
การสื่อสารมากทีส่ ดุ เพราะเปน พืน้ ฐานสําคญั ในการศกึ ษาหาความรู จงึ ควรฝกฝนใหเกิดความ
ชํานาญ
ขนั้ ที่ 1 ขน้ั รวบรวมขอมลู
1.นักเรยี นทบทวนเก่ียวกับการอา นสรปุ ใจความ โดยใชคาํ ถามดงั ตอไปนี้
- การอา นสรปุ ใจความคอื อะไร
- นักเรียนใชทกั ษะอะไรบา งในการอานสรุปใจความ
2.นกั เรยี นอา นเรอื่ ง พอยอมแลวลกู ใหน ักเรยี นรว มกนั แสดงความคดิ เหน็
พอยอมแลว ลกู
นายดเี ปน คนบา นนอกบา นนา เขาไดต ัดสินใจสง ลกู ชายไปเรยี นหนงั สือที่กรุงเทพฯ
อยูม าวันหนง่ึ นายดีไดไ ปเยีย่ ม ลกู ชายลูกชายกไ็ ดบอกพอ วา “ตอนนพี้ อมาอยกู ับผมทีก่ รงุ เทพฯ
พอ จะทําอะไรเหมอื นตอนอยูท่บี านเราไมไ ดนะพอ เพือ่ ความแนใ จ ถาพอเห็นผมทาํ อะไร พอกท็ ํา
ตามผมก็แลว กนั นะ”มีอยวู ันหน่ึง ลูกชายจําตองไปงานเลี้ยง จงึ ไดช วนนายดพี อของตนไปงานเลี้ยง
ดวย นายดีแกทําอะไรไมค อ ยจะถกู ก็เพราะวาไมเคยเขา งานสงั คม แกจงึ กงั วลใจเปนอยา งยิ่ง เพราะ
กลวั วา จะทําอะไรใหเปน ทีข่ ายหนา ใหแกล กู ชาย ขณะท่นี ายดกี ําลังนงั่ รบั ประทานอาหารอยู
ดวยกัน นายดกี ็พยายามดกู ารกระทาํ ของลกู ชายแกอยูต ลอดเวลา ถา แกเห็น ลูกชายของแกทํา
อะไรแกก็จะทาํ ตาม ในเมนูแรกเขายกออ ยควั่นมาเสิรฟ ลกู ชายก็หยบิ เอาออยเขาปากนายดีก็ทาํ
ตามลกู ชาย ตางคนตางกนิ พอนาํ้ ออยหมดกเ็ หลือแตก ากออย ทางฝา ยลกู ชายนน้ั กเ็ อาผา เชด็ ปาก
มาปด ปากแลวจงึ คอยคายกากออยออกมา ในตอนนน้ั นายดไี มทนั ไดส ังเกต คิดวา ลูกชายแคจ ะเช็ด
ปากเฉยๆนายดีจึงไมไ ดคายกากออยออกมา นายดีจึงเค้ียวกากออ ยตอไปอยูพักใหญ กไ็ มเ หน็ ลกู
ชายจะคายกากออยออกมา แกจึงคิดในใจ
“เอ..มันคายกากออยออกมาตอนไหนกันหวา ที่ใตโตะ ก็ไมม ี หรอื มนั จะกลืนลงทองไปแลว
หวา”
คิดไดด งั น้นั แกจึงตัดสินใจวา “เอา..กลืนกก็ ลนื วะ” เมอ่ื กลืนลงไปแลวกากออ ยก็ตดิ อยูใน
คอ นายดีจึงจําเปนตอ งด่มื นํา้ ตามเขาไปมากๆ กวา กากออยจะหลดุ ลงคอลงไปได แกกนิ น้าํ ไป
หลายแกวทีเดยี ว อาหารเมนตู อ มาเขากน็ าํ ขนมจีนมาเสริ ฟ ฝา ยลูกชายก็ตักขนมจนี มากนิ นายดีก็
ทําตามเชนเคย ระหวา งทก่ี ินกนั อยูนั้น ลกู ชายกบ็ ังเกิดความสงสัยขน้ึ วา ตอนทพี่ อ กินออยอยู พอ
เอากากไปทิ้งไวท ไ่ี หน มองดูรอบบรเิ วณท่ีนายดีนง่ั อยูก ไ็ มเ หน็ วา มกี ากออ ยตกอยเู ลย ลกู ชายจึง
ถามพอข้ึนมาวา “พอ..ตอนท่พี อกินออ ยอยูนะ พอเอากากออยไปทง้ิ ไวที่ไหน วางทง้ิ ไวเ ร่ียราดไมไ ด
นะพอ” นายทองดตี อบลูกชายวา “พอก็กลืนเขา ไปนะซิวะ เพราะพอไมเห็นแกคายกากออ ย
ออกมาเลยนะซ”ิ พอลูกชายไดยินดังนน้ั กข็ ําขึ้นมาจนกลนั้ เอาไวไ มอ ยู กเ็ ลยสาํ ลกั ขนมจนี ทก่ี ินเขา
ไป เสน ขนมจนี จงึ ออกมาทางจมกู นายดเี หน็ ดงั นน้ั จึงพดู ข้ึนมาวา “พอ ยอมแลวลกู ท่ีลกู ทําแบบน้ี
พอ ทําตามไมไดห รอก” นายดีกลา วข้นึ พรอ มกบั ทัง้ ยกมือไหวลูกชายของตน
ขนั้ ท่ี 2 ขั้นคิดวเิ คราะหแ ละสรุปความ
3. นักเรยี นแตล ะกลุม รว มกนั วเิ คราะหเกี่ยวกบั เร่ืองทอ่ี า น โดยครใู ชค ําถามดงั นี้
- ตวั ละครสําคญั ในเรอ่ื งแตละคนมีนิสยั อยางไร
- จากเร่อื งที่อานนักเรยี นไดข อคิดอะไรบาง
4. นักเรยี นแตละกลมุ คิดประเมนิ เพ่อื เพิ่มคุณคา โดยครใู ชค าํ ถามดงั ตอ ไปน้ี
- นกั เรยี นสามารถนาํ ความรทู ีไ่ ดรับไปใชใ นชีวติ ประจาํ วันไดอ ยา งไร