The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงสร้างและแผนการสอน วิชาภาษาไทย ป.4 เทอม 1-63

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by จิรพงศ์ ไมตรีจิตร, 2020-06-11 10:05:23

โครงสร้างและแผนการสอน วิชาภาษาไทย ป.4 เทอม 1-63

โครงสร้างและแผนการสอน วิชาภาษาไทย ป.4 เทอม 1-63

สัปดาหท่ี 5

โรงเรียนขจรเกียรติพฒั นา

แผนการจัดการเรียนรู

ภาคเรียนท.ี่ .…1…../.................. ชอื่ ผสู อน ……………………………………………………..
กลมุ สาระการเรยี นรู ภาษาไทย ชนั้ ประถมศกึ ษาปท่ี……4..... จํานวน……5….คาบ
หนวยการเรยี นรทู ่ี ..……3…..… เรือ่ ง............ผกั สมนุ ไพรใบหญา มคี ุณคาทั้งนั้น...........

1. มาตรฐานการเรียนร/ู ตวั ชว้ี ัด

มาตรฐานที่ ท 1.1 ใชกระบวนการอานสรา งความรแู ละความคดิ เพ่ือนําไปใชตัดสนิ ใจ แกป ญหาในการดําเนนิ ชวี ิต
และมีนิสยั รักการอาน

ตัวช้ีวัดที่ ป 4/1 อา นออกเสียงบทรอ ยแกว และบทรอยกรองไดถ ูกตอ ง
ตวั ชวี้ ัดที่ ป 4/2 อธบิ ายความหมายของคาํ ประโยค และสาํ นวนจากเรื่องที่อาน
ตัวชวี้ ัดที่ ป 4/3 อา นเรือ่ งสัน้ ๆตามเวลาทก่ี าํ หนดและตอบคาํ ถามจากเรอ่ื งทอี่ าน
ตวั ชี้วัดที่ ป 4/4 แยกขอเทจ็ จรงิ และขอคดิ เหน็ จากเรอื่ งท่อี าน
ตวั ชว้ี ัดท่ี ป 4/6 สรปุ ความรแู ละขอคดิ จากเร่ืองท่อี านเพ่ือนาํ ไปใชใ นชีวิตประจําวัน
ตัวช้วี ัดที่ ป 4/8 มีมารยาทในการอา น
มาตรฐานท่ี ท 2.1 ใชก ระบวนการเขยี นเขยี นสอื่ สาร เขยี นเรยี งความ ยอ ความ และเขยี นเรื่องราวในรูปแบบตา ง ๆ
เขยี นรายงานขอมูลสารสนเทศและรายงานการศกึ ษาคนควา อยางมีประสทิ ธิภาพ
ตวั ชีว้ ัดที่ ป 4/5 การเขียนจดหมายถึงบดิ า มารดา
ตัวชีว้ ัดท่ี ป 4/8 มีมารยาทในการเขียน
มาตรฐานที่ ท 4.1 เขาใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ยี นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา
ภมู ิปญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ ปนสมบตั ขิ องชาติ
ตวั ชีว้ ัดที่ ป 4/1 สะกดคาํ และบอกความหมายของคาํ ในบรบิ ทตา ง ๆ

2. สาระสาํ คญั /ความคิดรวบยอด

การอา นจบั ใจความสาํ คญั คอื การอา นเพอื่ จับใจความหรือขอคิด ความคิดสาํ คัญหลกั ของขอความ หรอื เรื่องที่อาน
การอา นจับใจความสาํ คัญ ถอื เปน ทักษะสําคญั ทใี่ ชใ นการอา นเพือ่ การสื่อสารมากท่สี ุด เพราะเปนพน้ื ฐานสําคัญในการศึกษาหา
ความรู จึงควรฝกฝนใหเ กดิ ความชาํ นาญ

การเขยี นจดหมาย เปนการสื่อสารระหวา งผสู ง สารกับผรู บั สาร การเขยี นจดหมายไดถูกตอ งชัดเจนยอมชว ยใหการ
สอ่ื สารบรรลุวตั ถปุ ระสงคแ ละการเลอื กใชภ าษาตอ งเหมาะสมกบั ผรู ับสาร

วรรณยุกต เปน เครอื่ งหมายประกอบตวั หนังสอื ท่แี สดงเสียงสูงต่ําของคํา วรรณยกุ ตมี 4 รูป และมี 5 เสยี ง คาํ ทุกคํา
จะมเี สยี งวรรณยุกต ไมว า จะมีหรือไมมรี ูปวรรณยุกตก าํ กบั กต็ าม

3. จดุ ประสงคก ารเรียนรู

1. อธบิ ายความหมาย และหลกั การอา นจบั ใจความสําคญั (K)
2. อธบิ ายรูปแบบการเขียนจดหมายถงึ บดิ า มารดาได (K)
3. รแู ละเขาใจหลักการอาน การเขยี นและความหมายของอักษรคู – อกั ษรเด่ยี ว (K)
4. อา นเร่ืองไดคลองแคลว รวดเรว็ และถูกตอ งตามอักขรวิธี (P)
5. แยกขอ เทจ็ จริงและขอคิดเห็นจากเรือ่ งทอี่ าน (P)
6. เขียนจดหมายถึงบิดามารดาได (P)
7. อา น เขยี น และจาํ แนกคาํ ท่เี ปนอักษรคู – อกั ษรเดย่ี วได (P)
8. เหน็ ความสําคญั ของการอานและมารยาทในการอาน (A)
9. ตระหนกั ถึงความสําคัญของการใชภ าษาไทยไดอยางเหมาะสม (A)
10. กระตือรอื รนในการรว มกิจกรรม (A)

4. สาระการเรยี นรู สาระการเรียนรทู องถิ่น
สาระการเรียนรูแกนกลาง

1. อธบิ ายความหมาย และหลักการอานจับใจความสําคญั (K)
2. อธบิ ายรูปแบบการเขียนจดหมายถึงบดิ า มารดาได (K)
3. รแู ละเขา ใจหลักการอาน การเขยี นและความหมายของอักษรคู – อกั ษรเดยี่ ว (K)

5. กจิ กรรมการเรียนรู กิจกรรมการเรยี นการสอน

คาบท่ี การการอานจบั ใจความ ผกั สมุนไพรใบหญา มคี ุณคา ทั้งนน้ั
สาระสาํ คญั
คาบที่ 1
การอา นจับใจความสาํ คญั คอื การอา นเพอ่ื จับใจความหรอื ขอคดิ ความคิดสําคัญ
การการอา น
จับใจความ ผัก หลกั ของขอ ความ หรือเรื่องท่อี าน การอานจบั ใจความสาํ คัญ ถือเปนทกั ษะสําคัญทใี่ ชในการอา น
สมุนไพรใบหญา
มีคุณคา ทงั้ นั้น เพอื่ การส่อื สารมากท่ีสุด เพราะเปน พนื้ ฐานสําคญั ในการศกึ ษาหาความรู จึงควรฝกฝนใหเ กดิ ความ

ชํานาญ

ข้ันที่ 1 ขั้นรวบรวมขอมลู

1. ครแู ละนกั เรยี นรวมกนั สนทนา โดยครใู ชค ําถามกระตนุ ความคิดดังนี้
- ถา พดู ถึงสมุนไพร นกั เรียนจะนึกถงึ สมนุ ไพรชนิดใดเปนอนั ดบั แรก

- นักเรยี นรูจักสมุนไพรอะไรบาง
*ในการตอบคาํ ถามใหค รูใชไ มเรยี กเลขท่ี เพ่อื ใหน ักเรียนตอบทีละคน โดยถามคาํ ถามกอน
จะเรยี กเลขท่ีเพอ่ื ใหท ุกคนไดค ิด ในแตละคาํ ถามควรใหน กั เรียนนําเสนอ 4-5 คน
2.นักเรียนทบทวนเกี่ยวกับการอา นสรปุ ใจความ โดยใชค าํ ถามดงั ตอ ไปนี้

- การอา นสรปุ ใจความคืออะไร

- นักเรียนใชท กั ษะอะไรบางในการอานสรปุ ใจความ
ขน้ั ท่ี 2 ข้ันคดิ วเิ คราะหและสรปุ ความ

3.นักเรยี นแบงกลุม แตล ะกลมุ อา นในใจเรือ่ ง ผักสมุนไพรใบหญา มคี ณุ คาทั้งนน้ั จาก
หนงั สอื ภาษาพาที
ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี 4 โดยนาํ หลกั การอา นในใจมาใช ครสู ังเกตการอา นของนกั เรยี นแตละคนวา
ปฏิบตั ไิ ดถูกตองตามหลักการอานหรือไม
4.นกั เรยี นดูภาพสมุนไพรทก่ี ลาวถงึ ในบทเรยี น และวิเคราะหเก่ียวกบั ประโยชนข องสมนุ ไพร
แตล ะชนิด
5.นกั เรยี นแตล ะกลมุ คดิ ประเมินเพื่อเพม่ิ คุณคาโดยครใู ชคําถามดงั ตอไปนี้
- จากการศึกษาเร่อื งผกั สมุนไพรใบหญา มคี ณุ คา ท้งั นั้น นกั เรียนสามารถนาํ ไปใช
ประโยชนในชีวติ ประจาํ วนั ไดอยา งไร
ขน้ั ท่ี 3 ขนั้ ปฏบิ ตั แิ ละสรปุ ความรหู ลงั การปฏิบตั ิ
6. นักเรียนแตล ะกลมุ รว มกันสรปุ ใจความสาํ คัญของเร่ืองจากผักสมนุ ไพรใบหญา มคี ณุ คา
ท้งั นั้น และต้งั คําถามกลุมละ 5 คาํ ถาม
ขั้นที่ 4 ขน้ั สือ่ สารและนาํ เสนอ
7.นักเรยี นนาํ เสนอกจิ กรรมจากขอท่ี 5 หนา ชัน้ เรียน โดยครูใชไ มเรยี กเลขที่ เรยี กนักเรยี น
ออกมานําเสนอท่ีละกลุม
ขน้ั ท่ี 5 ขนั้ ประเมินเพ่อื เพ่มิ คณุ คา บรกิ ารสงั คมและจติ สาธารณะ
8.นักเรียนรว มกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครใู ชค ําถามดังน้ี

- นักเรียนสามารถนาํ ความรูเ กยี่ วกับเร่อื งทีเ่ รียนไปใชประโยชนใ นสังคมไดอยางไร

คาบท่ี 2-3 การเขียนจดหมายถงึ บดิ ามารดา
สาระสาํ คญั
การเขยี น
จดหมายถงึ บดิ า การเขียนจดหมาย เปน การสือ่ สารระหวางผสู ง สารกับผูรบั สาร การเขียนจดหมายได

มารดา ถกู ตองชดั เจน ยอ มชวยใหการส่อื สารบรรลวุ ัตถุประสงค และการเลอื กใชภาษาตองเหมาะสมกบั
ผรู บั สาร
ขั้นที่ 1 ขั้นรวบรวมขอ มลู

1. นักเรียนดตู วั อยางจดหมายท่ีครูนํามาใหด ูแลว สนทนารว มกนั โดยใหนกั เรียนที่มี

ประสบการณการเขยี นจดหมายเลาใหฟ งวา เขียนจดหมายถงึ ใครบางหรอื ไม

ตวั อยาง

2. นักเรียนศึกษาความรูและตัวอยา งการเขียนจดหมายถงึ บิดามารดา แลวรวมกนั
สนทนาโดยครใู ชคาํ ถาม ดังน้ี
- นกั เรยี นเคยเขียนจดหมายถงึ บดิ ามารดา บางหรือไม
ขั้นที่ 2 ขนั้ คดิ วิเคราะหแ ละสรปุ ความ

3. ครนู าํ ตัวอยา ง การเขยี นจดหมายถงึ บดิ ามารดา ใหนกั เรยี นดแู ลว รว มกนั วิเคราะห
โดยครูถามคําถามดงั นี้
- ในการเขียนจดหมายถงึ บิดามารดาประกอบดวยสว นใดบาง
- ในการเขยี นจดหมายถงึ บดิ ามารดานักเรียนควรคาํ นงึ ถงึ เรอ่ื งใดมากท่ีสดุ
- นกั เรียนคิดวาการเขียนจดหมายถึงเพ่ือนและการเขียนจดหมายถึงบิดามารดา
แตกตางกันอยางไร

4. นักเรียนแตละกลุมคดิ ประเมนิ เพื่อเพม่ิ คุณคาโดยครูใชคาํ ถามดังตอ ไปนี้
- นกั เรียนสามารถนําเร่อื งท่เี รียนไปใชประโยชนในชีวติ ประจาํ วนั ไดอยางไร
ข้ันท่ี 3 ขั้นปฏบิ ัติและสรปุ ความรหู ลังการปฏบิ ัติ

5. นกั เรียนฝกการเขียนจดหมายถึงบดิ าหรือมารดา การจา หนาซองจดหมาย แลว ชว ยกนั
ตรวจสอบความถกู ตอ ง

6. นักเรยี นรว มกันสรุปความสาํ คญั ของการเขยี นจดหมายถงึ บิดามารดา ครอู ธบิ าย
เพม่ิ เตมิ ดังนี้

*การเขยี นจดหมาย เปน การส่อื สารระหวา งผสู งสารกับผูร บั สาร การเขยี น
จดหมายไดถกู ตองชัดเจน ยอมชวยใหการสอ่ื สารบรรลวุ ัตถุประสงค และการเลอื กใชภ าษาตอง
เหมาะสมกบั ผรู ับสาร

ขน้ั ท่ี 4 ข้นั สอ่ื สารและนาํ เสนอ
7. สมุ นักเรียนนาํ เสนอการเขยี นจดหมายหนาชั้นเรยี น เพอ่ื นๆรว มกนั แสดงความคดิ เหน็

8. นักเรียนสง จดหมายไปใหผูปกครอง
ข้นั ที่ 5 ขนั้ ประเมนิ เพ่ือเพม่ิ คุณคา บริการสังคมและจิตสาธารณะ

9. นกั เรียนรวมกนั แสดงความคิดเห็น โดยครูใชค ําถามดังน้ี

- นกั เรียนสามารถนาํ ความรูเกี่ยวกับเร่อื งทเ่ี รียนไปใชประโยชนใ นสงั คมไดอ ยางไร

คาบที่ 4-5 วรรณยกุ ตร ูปและเสยี ง

วรรณยกุ ตร ปู สาระสาํ คญั
และเสยี ง
วรรณยกุ ตเปนเครอื่ งหมายประกอบตัวหนังสือทีแ่ สดงเสียงสงู ต่ําของคํา วรรณยกุ ตมี

4 รูป และมี 5 เสยี ง คาํ ทกุ คาํ จะมเี สยี งวรรณยุกต ไมว า จะมหี รือไมม รี ูปวรรณยกุ ตกาํ กบั กต็ าม

ขน้ั ที่ 1 ข้นั รวบรวมขอมลู

1. นักเรียนอา นแถบขอความทคี่ รเู ตรยี มมาใหด งั น้ี

๏ นองรองไหเสยี งดังลันบาน ๏ พีนงั เกาอสี ีฟาตวั เกา

๏ แมตมขาวตมและทาํ ไขเจียวกับยาํ กุงแหงใหคุณยารบั ประทาน

เมอื่ นกั เรยี นอานจบครูสนทนาซกั ถามนักเรยี น โดยใชค ําถามดงั น้ี

- ขอความท้ังสามน้ี อานแลว เขา ใจไดทนั ทหี รอื ไม เพราะอะไร

(ไมเ ขา ใจชดั เจน เพราะขาดรปู วรรณยกุ ตในหลายคาํ )

- จะเติมสิ่งใดในคําใหอานแลวเขาใจไดชัดเจนขนึ้

(๐ นองรอ งไหเสียงดงั ลน่ั บาน ๐ พ่นี ง่ั เกา อ้ีสฟี าตัวเกา

๐ แมตม ขาวตม และทําไขเจยี วกับยาํ กงุ แหง ใหค ุณยารับประทาน)

2. นกั เรยี นรวมกันศกึ ษาเก่ยี วกบั วรรณยุกต

ขน้ั ท่ี 2 ข้ันคดิ วเิ คราะหและสรปุ ความ

3. นกั เรียนแบงกลมุ 6 กลมุ เพอ่ื เขยี นการผันวรรณยกุ ต เขยี นคําอกั ษรกลาง 2 กลมุ

เขียนคาํ อกั ษรสูง 2 กลุม เขยี นคําอกั ษรตา่ํ 2 กลมุ

เชน ไข ไข ไข, คา คา คา , เกา เกา เกา เกา เกา

4. ใหน กั เรยี นแตละกลุม คดิ ประเมนิ เพื่อเพิม่ คณุ คา โดยครใู ชค าํ ถามดงั ตอ ไปนี้

- จากการศกึ ษาเรอ่ื งออมไวกําไรชีวิตนกั เรียนสามารถนาํ ไปใชป ระโยชน

ในชวี ิตประจําวนั ไดอยา งไร

ข้นั ที่ 3 ข้นั ปฏบิ ัตแิ ละสรปุ ความรหู ลงั การปฏิบตั ิ

5. นักเรียนเลนเกมเขยี นคําที่มีความหมายตรงขา มกับคาํ ทคี่ รพู ดู ใหเ ปนคาํ ทม่ี รี ปู

วรรณยุกตทุกคํา ในกระดาษที่ครูแจกให เชน ครูพดู วา ผอม นกั เรียนเขยี นวา 1) อว น

ครูพดู วา เกา นกั เรยี น เขยี นวา 2) ใหม ครูพูดวา ของจริง นกั เรียนเขยี นวา 3) ของเก (4) จ๋ิว

5) กวาง 6) นอย 7) ทโี่ หล .......) แลวใหต รวจพรอ มกนั โดยใหน ักเรยี นออกไปเขยี นทลี ะคาํ บน

กระดาน ใหทกุ คนรว มกันพจิ ารณาความถกู ตอ ง ชวยกันแกไ ข แลว รวบรวมผลงานสง ใหค รู

ตรวจสอบอีกคร้งั

6. ครตู ิดบัตรคาํ บนกระดานดาํ แลวใหนกั เรียนแตล ะกลุมแยกคาํ ใหต รงกับเสียง

วรรณยุกต โดยใชบัตรคําดงั ตอไปน้ี

ป ท่ี หนง่ึ ครึ่ง ตนออย กา นกลวย รา นคา โตะ ลูก กวยเตี๋ยว หมวก ตดิ กิ๊บ

รอย บาน หา บบี กอ น

เสียงสามญั เสียงเอก เสยี งโท เสยี งตรี

ตรวจคาํ ตอบพรอมกันทง้ั ช้ันเรยี นโดยใหแ ตล ะกลุมสลบั กนั ตรวจ
7. ครแู ละนักเรยี นรว มกนั สรุปการผันวรรณยกุ ต
8. นักเรียนทาํ แบบฝก หัด

ขนั้ ท่ี 4 ขน้ั สอื่ สารและนาํ เสนอ
9. นกั เรยี นนําเสนอการทาํ แบบฝก หัด โดยครใู ชไ มเ รียกเลขที่ เพอื่ ใหนักเรียนนาํ เสนอ

ทีละคน เพือ่ นๆชวยกนั ตรวจสอบความถูกตอง
ขั้นที่ 5 ข้นั ประเมนิ เพ่ือเพมิ่ คณุ คาบรกิ ารสงั คมและจติ สาธารณะ

10. นกั เรยี นรว มกันแสดงความคดิ เห็น โดยครูใชคําถามดังนี้
- นักเรยี นสามารถนาํ ความรูเก่ียวกบั เร่ืองทเี่ รียนไปใชประโยชนใ นสงั คมไดอยา งไร

6. การวัดและประเมินผลการเรียนรู

การประเมนิ วธิ กี าร เครื่องมอื

ดานความรู (K) -การตอบคําถาม -คาํ ถาม

-ทําแบบฝก หดั -แบบฝกหัด

ดานทกั ษะและกระบวนการ (P) -ทักษะการอาน -แบบประเมนิ การอาน

-ทักษะการเขยี น -จดหมาย

ดานคุณธรรม จริยธรรมและ -สังเกตพฤตกิ รรมในการรวมกิจกรรม -แบบสงั เกตพฤตกิ รรม

คานยิ ม (A) การทํางานกลมุ

-สังเกตพฤติกรรมความกระตอื รอื รน

ในการรวมกจิ กรรม

7. สื่อ/อปุ กรณ/ แหลงการเรียนรู 2. ซองจดหมาย
4. บตั รคาํ เลน เกมจับคู อักษรคู อักษรเด่ยี ว
1. ตวั อยา ง การเขียนจดหมาย การจา หนาซอง 6. ไมเรียกเลขที่
3 .ภาพสมุนไพร
5. หนังสือภาษาไทยชนั้ ประถมศกึ ษาปท ่ี 4
7. หนังสอื นทิ าน

8. กิจกรรมเสนอแนะ

.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................

ลงช่อื .............................................ครผู ูส อน ลงช่ือ...................................................ฝา ยวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)

vv ลงชอื่ ................................................... ผบู รหิ าร
(...........................................................)

สปั ดาหท่ี 6

โรงเรยี นขจรเกยี รติพฒั นา

แผนการจัดการเรียนรู

ภาคเรยี นท.ี่ .…1…../.................. ชื่อผสู อน ……………………………………………………..
กลมุ สาระการเรยี นรู ภาษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปท ี่……4..... จาํ นวน……5….คาบ
หนวยการเรียนรทู ่ี ..……3…..… เรื่อง............ผกั สมนุ ไพรใบหญา มีคณุ คาท้งั นัน้ ...........

1. มาตรฐานการเรียนร/ู ตวั ชว้ี ดั

มาตรฐานท่ี ท 1.1 ใชกระบวนการอา นสรา งความรูแ ละความคดิ เพอื่ นาํ ไปใชต ดั สนิ ใจ แกป ญหาในการดาํ เนนิ ชีวติ
และมนี สิ ัยรักการอาน

ตัวชีว้ ัดท่ี ป 4/2 เขียนส่ือสารโดยใชค ําไดถ กู ตองชดั เจนและเหมาะสม
มาตรฐานท่ี ท 2.1 ใชก ระบวนการเขยี นเขียนสอ่ื สาร เขยี นเรยี งความ ยอ ความ และเขยี นเร่อื งราวในรูปแบบตาง ๆ
เขยี นรายงานขอมูลสารสนเทศ และรายงานการศึกษาคนควาอยางมปี ระสิทธภิ าพ

ตวั ช้วี ัดท่ี ป 4/2 เขียนสอ่ื สารโดยใชค ําไดถ ูกตอ งชดั เจนและเหมาะสม
ตัวชีว้ ัดท่ี ป 4/8 มีมารยาทในการเขียน
มาตรฐานที่ ท 4.1 เขา ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปลีย่ นแปลงของภาษา และพลังของภาษา
ภูมิปญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ ปน สมบตั ขิ องชาตอิ ธิบายขอคิดจากการอานเพือ่ นําไปใชในชีวติ จริง
ตวั ชวี้ ัดท่ี ป 4/1 สะกดคาํ และบอกความหมายของคาํ ในบริบทตาง ๆ
ตวั ชี้วัดที่ ป 4/5 แตงบทรอ ยกรองและคาํ ขวัญ
มาตรฐานที่ ท 5.1 เขาใจและแสดงความคิดเห็น วจิ ารณว รรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอยา งเหน็ คุณคา และนํามา
ประยุกตใชใ นชวี ิตจริง
ตวั ช้วี ัดที่ ป 4/1 ระบขุ อคดิ จากนทิ านพื้นบา นหรอื นทิ านคตธิ รรม
ตวั ช้วี ัดท่ี ป 4/2 อธิบายขอคดิ จากการอานเพื่อนาํ ไปใชในชีวติ จรงิ

2. สาระสาํ คญั /ความคดิ รวบยอด

การอานจบั ใจความสาํ คญั คอื การอานเพอื่ จับใจความหรือขอ คิด ความคิดสําคัญหลกั ของขอความ หรอื เรื่องท่อี าน
การอา นจบั ใจความสาํ คัญ ถอื เปนทักษะสําคญั ทใี่ ชใ นการอา นเพ่อื การสื่อสารมากท่ีสดุ เพราะเปนพน้ื ฐานสําคัญในการศกึ ษาหา
ความรู จงึ ควรฝก ฝนใหเกดิ ความชาํ นาญ

คําขวญั เปน ถอยคาํ ทแี่ ตง ข้ึน เพอื่ เตือนใจหรือเพ่ือเปน สริ ิมงคล มลี กั ษณะเปนการเชิญชวน หรือขอรอ งใหผ ูอ านหรอื
ผฟู ง ยดึ เปนแนวในการปฏบิ ตั ิ ถอยคาํ มกั มคี วามคลองจอง หรอื มสี ัมผัสเปน รอ ยกรองสั้น ๆ เพื่อใหจดจาํ ขึน้ ใจ

อักษรคู อกั ษรเดย่ี ว อกั ษรต่าํ ที่มีเสียงคกู ับอกั ษรสูง เรยี กวา อักษรคู อกั ษรตํา่ ที่ไมม เี สยี งคกู บั อักษรสงู เรยี กวา
อักษรเดีย่ ว การเรยี นรจู ะชว ยใหน าํ ไปใชไดถกู ตอง

3. จุดประสงคการเรยี นรู

1. อธบิ ายความหมาย และหลกั การอานจบั ใจความสําคัญ (K)
2. รูแ ละเขาใจลกั ษณะของคําขวญั (K)
3. รูและเขา ใจหลกั การอา น การเขียนและความหมายของอกั ษรคู – อักษรเดย่ี ว (K)
4. อา นเร่ืองไดคลองแคลว รวดเร็วและถกู ตอ งตามอกั ขรวธิ ี (P)
5. เขียนคําขวัญใหถ กู ตอง (P)
6. แยกขอ เท็จจรงิ และขอ คดิ เห็นจากเร่ืองทอ่ี า น (P)
7. อา น เขยี นและนําคาํ ทีม่ ีไมย มก ไปใชไดถูกตอ ง (P)
8. เหน็ ความสําคัญของการอานและมารยาทในการอาน (A)
9. กระตือรือรนในการรวมกจิ กรรม (A)

4. สาระการเรยี นรู สาระการเรียนรทู องถิน่
สาระการเรยี นรูแกนกลาง

1. อธบิ ายความหมาย และหลักการอา นจับใจความสําคญั (K)
2. รแู ละเขา ใจลกั ษณะของคาํ ขวญั (K)
3. รแู ละเขา ใจหลักการอาน การเขยี นและความหมายของอักษรคู – อักษรเด่ยี ว (K)

5. กิจกรรมการเรียนรู กจิ กรรมการเรียนการสอน

คาบท่ี การอา นจบั ใจความ น้ําผึ้งหยดเดียว
สาระสาํ คญั
คาบที่ 1
18การอานจบั ใจความสาํ คัญ คอื การอานเพอ่ื จับใจความหรือขอ คิด ความคิดสาํ คญั หลกั
การอา น
จบั ใจความ ของขอความ หรือเร่ืองทีอ่ า น การอา นจบั ใจความสาํ คญั ถือเปนทกั ษะสาํ คัญทใี่ ชในการอานเพ่อื
นํ้าผ้งึ หยดเดยี ว
การส่ือสารมากท่ีสุด เพราะเปน พน้ื ฐานสําคญั ในการศกึ ษาหาความรู จงึ ควรฝกฝนใหเกดิ ความ

ชาํ นาญ

ข้ันที่ 1 ขัน้ รวบรวมขอมูล
1. ครูและนักเรยี นรว มกนั สนทนาเกี่ยวกับโคลงสีส่ ุภาพนาํ้ ผ้งึ หยดเดยี ว ในระดบั ช้นั

ประถมศึกษาปท ่ี 4 โดยครใู ชคําถามกระตุน ความคดิ ดังน้ี

-โคลงสี่สุภาพนม้ี ีใจความอยา งไร
- เร่ืองราวท่เี กิดขึ้นเปนเร่ืองทด่ี ีหรือไมด ี
- นกั เรียนไดแงค ิดอะไรบาง
2. นกั เรยี นทบทวนเก่ยี วกบั การอา นสรปุ ใจความ โดยใชค ําถามดงั ตอ ไปนี้
- การอานสรปุ ใจความคืออะไร
- นกั เรยี นใชท ักษะอะไรบางในการอานสรุปใจความ
3. นักเรยี นเขา กลุม อานในใจเรื่อง น้ําผ้งึ หยดเดยี ว จากหนังสอื วรรณคดลี ํานาํ ชั้น
ประถมศกึ ษาปท่ี 4 โดยนําหลกั การอานในใจมาใช ครูสังเกตการณอ า นของนกั เรยี นแตละคนวา
ปฏิบตั ไิ ดถกู ตองตามหลักการอานหรือไม
ขัน้ ที่ 2 ขน้ั คดิ วิเคราะหแ ละสรปุ ความ
4. นกั เรียนแตล ะกลมุ ทาํ กจิ กรรมวเิ คราะหใจความสําคญั ของเรือ่ ง นํ้าผึ้งหยดเดยี ว
5. นักเรียนแตล ะกลมุ คดิ ประเมนิ เพือ่ เพมิ่ คณุ คาโดยครูใชคําถามดงั ตอ ไปนี้
- นกั เรียนคดิ วา ปญหาทง้ั หมดเริ่มจากอะไร
- จากการศึกษาเรือ่ ง น้าํ ผง้ึ หยดเดียว นักเรยี นสามารถนาํ ไปใชประโยชน
ในชีวติ ประจาํ วันไดอ ยา งไร
ขัน้ ที่ 3 ขนั้ ปฏบิ ัตแิ ละสรุปความรหู ลังการปฏบิ ัติ
6. นักเรยี นทํากจิ กรรมการถามตอบจากเรื่องทศี่ ึกษา โดยการต้ังคําถามกลมุ ละ 5 ขอ
7. นักเรียนรวมกันสรุปขอคดิ จากเรอื่ ง นาํ้ ผึ้งหยดเดียว
ขนั้ ท่ี 4 ขนั้ ส่อื สารและนาํ เสนอ
8. นักเรยี นนาํ เสนอการทาํ กิจกรรมในขอ ท่ี 6 โดยครใู ชไมเ รียกเลขทีเ่ รยี กนักเรียนออกมา
นาํ เสนอหนา ช้ันเรียนประมาณ 4-5 คน
ขนั้ ท่ี 5 ขน้ั ประเมินเพอื่ เพมิ่ คุณคา บรกิ ารสังคมและจิตสาธารณะ
9. นกั เรยี นรว มกันแสดงความคิดเห็น โดยครใู ชคาํ ถามดงั นี้
- นักเรยี นสามารถนําความรเู ก่ียวกบั เรื่องท่เี รยี นไปใชประโยชนใ นสังคมไดอยางไร

คาบท่ี 2-3 การเขยี นคาํ ขวญั
การเขียนคาํ ขวัญ สาระสาํ คญั

คําขวัญเปน ถอ ยคําทีแ่ ตง ข้ึน เพอื่ เตือนใจหรือเพอ่ื เปนสริ มิ งคล มีลกั ษณะเปน การเชิญชวน
หรือขอรองใหผ อู า นหรอื ผูฟง ยดึ เปนแนวในการปฏิบัติ ถอยคํามักมคี วามคลอ งจอง หรือมสี มั ผสั เปน
รอ ยกรองสน้ั ๆ เพอื่ ใหจดจาํ ข้นึ ใจ
ข้นั ที่ 1 ข้นั รวบรวมขอ มูล

1. นักเรยี นอานคําขวัญแลวรวมกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ชค าํ ถามดงั นี้
คิดสรา งสรรค ขยันใฝร ู เชิดชคู ุณธรรม

- สิ่งทนี่ ักเรียนอานเรยี กวาอะไร
- นกั เรยี นคดิ วา ในสถานการณปจ จุบันควรเขยี นคาํ ขวัญเพอ่ื เตอื นใจในเรอื่ งใด
2. นกั เรยี นศกึ ษาเร่อื งการเขียนคาํ ขวญั
ขน้ั ท่ี 2 ขัน้ คดิ วิเคราะหแ ละสรปุ ความ
3. นักเรยี นอา นคําขวัญตอ ไปนี้ ทรพั ยากรนํ้ามีวันหมด ใชท กุ หยดอยางรคู ณุ คา แลว
วิเคราะหเกี่ยวกบั ลกั ษณะของคําขวญั โดยครใู ชคําถามดงั นี้

- การเขียนคาํ ขวญั ตอ งคาํ นึงถงึ สิง่ ใดบาง
- คาํ ขวญั ท่ีนกั เรียนอานเกีย่ วของกบั เรอ่ื งใด
- คําขวัญท่ีดคี วรมีลกั ษณะอยา งไร
4. นกั เรียนแตล ะกลมุ คดิ ประเมนิ เพอ่ื เพ่ิมคณุ คา โดยครูใชคาํ ถามดงั ตอ ไปนี้
- นกั เรียนสามารถนาํ ความรูท่ีไดรับไปใชใ นชวี ิตประจําวนั ไดอยางไร
ขนั้ ที่ 3 ขั้นปฏบิ ัตแิ ละสรปุ ความรหู ลงั การปฏิบตั ิ
5. นกั เรียนแบง กลุม กลุมละ 3 - 5 คน เขยี นคําขวญั กลุมละ 1 คาํ ขวญั และวาด
ภาพประกอบตกแตงใหสวยงาม เพือ่ นาํ ไปติดภายในหอ งเรยี น
6. นกั เรยี นรวมกนั สรปุ ความสาํ คญั ของการเขียนคําขวัญ ครูอธบิ ายเพม่ิ เติมดังน้ี
คําขวัญเปนถอ ยคําทีแ่ ตงขึน้ เพื่อเตอื นใจหรือเพอ่ื เปนสริ มิ งคล มลี ักษณะเปน การ
เชญิ ชวน หรอื ขอรอ งใหผูอา นหรอื ผฟู ง ยดึ เปนแนวในการปฏบิ ตั ิ ถอยคาํ มกั มคี วามคลอ งจอง หรือมี
สมั ผสั เปน รอ ยกรองสั้น ๆ เพอื่ ใหจ ดจาํ ข้นึ ใจ
ขนั้ ที่ 4 ขัน้ สอื่ สารและนาํ เสนอ
7. นกั เรียนนาํ คาํ ขวญั มาแลกเปลี่ยนกนั อา น และจดั แสดงผลงานท่ีปายนิเทศ
ขัน้ ที่ 5 ข้ันประเมนิ เพอื่ เพมิ่ คณุ คา บรกิ ารสงั คมและจิตสาธารณะ
8. นักเรยี นรว มกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครูใชค ําถามดงั นี้
- นกั เรยี นสามารถนําความรูเ กย่ี วกบั เร่ืองทเ่ี รียนไปใชประโยชนใ นสังคมไดอยา งไร

คาบท่ี 5-6 อักษรคู อักษรเดย่ี ว
สาระสาํ คญั
อกั ษรคู
อักษรเด่ยี ว อักษรตํา่ ท่มี ีเสียงคูก ับอกั ษรสูง เรียกวา อกั ษรคู อกั ษรตํ่าทไ่ี มมีเสียงคกู ับอักษรสงู เรียกวา

อักษรเดยี่ ว การเรียนรจู ะชวยใหน าํ ไปใชไดถูกตอ ง
ขั้นท่ี 1 ขัน้ รวบรวมขอ มลู

1. นักเรยี นชว ยกนั ออกมาเขียนชอื่ อวยั วะของรา งกายบนกระดาน แบงตามหมวด

พยัญชนะตนแตล ะหมู โดยใหถือเอาพยญั ชนะตนตวั แรกเปน เกณฑวา เปนอักษรหมูใด (เพราะจะ

ออกเสียงตามพยัญชนะตัวแรก เชน หนา – ห /จมกู - จ) แลวจาํ แนกเปน อักษรสูง อักษรกลาง

และอักษรตาํ่

อกั ษรสงู อกั ษรกลาง อกั ษรตํา่
แขน ขา หู ผม ข้อศอก ตา ปาก จมกู บา่ มือ เท้า ฟัน ควิ ้ เลบ็
ไหล่ หวั เขา่ ศรี ษะ หน้า คอ ท้อง(พงุ ) ซ่ีโครง
อก ฯลฯ
ฯลฯ ลนิ ้ ฯลฯ

ใหทุกคนรวมกนั พจิ ารณาความถูกตองของคําทเ่ี ขยี น และตรงตามประเภทของหมูอักษร

จากน้ันใหส ังเกตคาํ ในหมูอักษรต่าํ คาํ ใดมอี กั ษรคู (ฟน ค้วิ เทา ซี่โครง พงุ ) คาํ ใดมีอกั ษรเดยี่ ว (มอื

ล้ิน อก)

2. นกั เรยี นศึกษาเกยี่ วกับอักษรคู อักษรเด่ยี ว

ขั้นท่ี 2 ขนั้ คดิ วิเคราะหแ ละสรปุ ความ

3. นกั เรียนสังเกตคําในบตั รคําบนกระดาน ดังนี้ แพะ มา งู นก ลิง ชา ง ยีราฟ

แลว สนทนาถามตอบโดยครูใชค าํ ถามดงั น้ี

1) ทุกคาํ มีพยญั ชนะตน เปนอกั ษรในหมใู ด (อักษรต่าํ ทั้งหมด)

2) คาํ วา แพะ มเี สียงพยญั ชนะตน คลา ยกับอักษรสูงตวั ใด (ผ)

3) คําวา ชาง มีเสยี งพยัญชนะตนคลายกับอักษรสงู ตวั ใด (ฉ)

4) คําวา มา มเี สยี งพยญั ชนะตนคลายกับอกั ษรสงู ตัวใด (ไมม)ี

ครูอธบิ ายเพิม่ เตมิ ดงั น้ี อกั ษรคู คือ อกั ษรตาํ่ ทมี่ ีเสยี งคกู ับอกั ษรสูงมี 14 ตัว

ไดแก ค ฅ ฆ ช ซ ฌ ฑ ฒ ท ธ พ ฟ ภ ฮ เชน ช มเี สยี งคูกบั ฉ / พ มีเสยี งคูกับ ผ

และอกั ษรเด่ยี ว คือ อักษรต่ําทไ่ี มม ีเสียงคกู บั อักษรสงู มี 10 ตวั คอื ง ญ ณ น ม ย ร ล ว ฬ

4. นกั เรียนคิดประเมนิ เพ่มิ คุณคา โดยครใู ชค าํ ถามดงั ตอไปนี้

- นกั เรียนสามารถนาํ เร่ืองทเ่ี รยี นไปใชป ระโยชนใ นชีวิตประจาํ วันไดอยางไร

ข้นั ที่ 3 ขั้นปฏิบัตแิ ละสรปุ ความรหู ลงั การปฏิบัติ

5. นกั เรยี นหรืออาสาสมคั ร 5 คน ออกมาบอกอกั ษรต่าํ ตัวใดตัวหน่งึ ใหเ พ่อื นบอกวา เปน

อักษรคูหรืออักษรเดีย่ ว สลบั กันประมาณคนละ 4 – 5 ตวั เชน พูดวา ค อกี คนหนง่ึ คิดในใจวา

คอ - ขอ มเี สียงคกู ัน จะรบี พดู วา อกั ษรคู ถา พดู วา ล จะคิดในใจวา ลอ - ไมมีตวั หลอ จะรไู ดว า
เปน อักษรเดย่ี ว

6. นักเรยี นเลน เกมอักษรคู อักษรเด่ยี ว ครตู ดิ บัตรคําอกั ษรคูและอักษรเดี่ยวในกระดาน
กลมุ ไหนออกมาเขียนไดม ากกวา ก็จะไดคะแนน แลวอา นออกเสียงพรอ มกนั

7. นกั เรียนรว มกนั สรปุ คาํ อักษรตา่ํ คูและอักษรตํ่าเด่ียวดังน้ี
๏ อกั ษรต่าํ ทมี่ เี สียงคกู บั อกั ษรสงู เรยี กวา อักษรคู
อกั ษรตา่ํ ท่ีไมม คี ูกับอักษรสูง เรียกวา อักษรเด่ียว

8. นกั เรยี นนําแบบฝกหดั
ขนั้ ท่ี 4 ข้นั สอื่ สารและนาํ เสนอ

9. นกั เรยี นนาํ เสนออักษรคู อกั ษรเด่ยี วหนาช้นั เรียน โดยครใู ชไ มเรียกเลขท่ี
เรยี กนักเรยี นออกมายกตวั อยางอักษรคู และอกั ษรเดย่ี วหนา ช้นั เรยี นประมาณ 4-5 คน
ขน้ั ท่ี 5 ข้นั ประเมนิ เพอ่ื เพมิ่ คณุ คา บรกิ ารสังคมและจติ สาธารณะ

10. นกั เรยี นรวมกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครูใชค าํ ถามดังน้ี
-นักเรียนสามารถนําความรเู ก่ยี วกบั เรอ่ื งท่เี รียนไปใชป ระโยชนในสงั คมไดอยา งไร

6. การวดั และประเมินผลการเรียนรู

การประเมนิ วธิ กี าร เครอ่ื งมอื
ดา นความรู (K) -คําถาม
-การตอบคาํ ถาม -แบบฝกหัด
ดานทักษะและกระบวนการ (P) -ทําแบบฝกหัด -ใบงาน
-ทาํ ใบงาน -แบบประเมินการอานในใจ
ดานคุณธรรม จรยิ ธรรมและ -ใบงาน
คา นยิ ม (A) -ทักษะการอา นในใจ -แบบสงั เกตพฤติกรรม
-ทกั ษะการเขียน

-สงั เกตพฤติกรรมในการรว ม
กจิ กรรม การทํางานกลมุ
-สงั เกตพฤติกรรมความ
กระตอื รอื รน ในการรวมกิจกรรม

7. ส่อื /อปุ กรณ/ แหลงการเรียนรู 2. ตัวอยา ง คําขวัญ
4. หนงั สือภาษาไทยชัน้ ประถมศึกษาปท่ี 4
1. บัตรคาํ ท่ีใชไ มย มก 6. แบบฝก หัด

3. กระดาษ A4

5.ไมเ รยี กเลขท่ี

8. กิจกรรมเสนอแนะ

.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................

ลงช่อื .............................................ครผู ูส อน ลงชอ่ื ...................................................ฝา ยวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)

vv ลงชอื่ ................................................... ผบู รหิ าร
(...........................................................)

สปั ดาหท ี่ 7

โรงเรยี นขจรเกียรติพฒั นา

แผนการจัดการเรียนรู

ภาคเรียนท.ี่ .…1…../.................. ชอื่ ผูสอน ……………………………………………………..
กลมุ สาระการเรยี นรู ภาษาไทย ชนั้ ประถมศกึ ษาปท่ี……4..... จํานวน……5….คาบ
หนว ยการเรียนรทู ่ี ..……4…..… เรื่อง.............................ภมู ใิ จมรดกโลก....................

1. มาตรฐานการเรยี นร/ู ตวั ชวี้ ัด

มาตรฐานที่ ท 1.1 ใชกระบวนการอา นสรางความรแู ละความคดิ เพ่อื นําไปใชต ดั สินใจ แกปญ หาในการดําเนนิ ชีวิต
และมนี ิสยั รักการอาน

ตวั ชว้ี ัดที่ ป 4/1 อา นออกเสยี งบทรอ ยแกว และบทรอยกรองไดถ ูกตอง
ตวั ช้ีวัดท่ี ป 4/2 อธิบายความหมายของคํา ประโยค และสํานวนจากเร่ืองทีอ่ า น
ตวั ชว้ี ัดที่ ป 4/3 อานเรือ่ งสนั้ ๆตามเวลาทก่ี ําหนดและตอบคาํ ถามจากเรือ่ งที่อา น
ตัวชี้วัดท่ี ป 4/4 แยกขอเท็จจริงและขอคิดเห็นจากเรอ่ื งท่ีอาน
ตัวชีว้ ัดที่ ป 4/6 สรปุ ความรแู ละขอ คดิ จากเรอื่ งทีอ่ านเพื่อนาํ ไปใชใ นการดําเนนิ ชวี ิต
ตัวช้วี ัดที่ ป 4/8 มีมารยาทในการอาน
มาตรฐานที่ ท 2.1 ใชกระบวนการเขียนเขยี นสื่อสาร เขยี นเรยี งความ ยอความ และเขียนเรอื่ งราวในรปู แบบตา ง ๆ
เขยี นรายงานขอมลู สารสนเทศและรายงานการศกึ ษาคนควาอยา งมปี ระสทิ ธิภาพ
ตัวช้วี ัดที่ ป 4/2 เขียนส่อื สารโดยใชคําไดถูกตอ งชดั เจนและเหมาะสม
ตวั ช้ีวัดท่ี ป 4/8 มมี ารยาทในการเขยี น
มาตรฐานท่ี ท 4.1 เขา ใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษา และพลงั ของภาษา
ภมู ปิ ญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ ปนสมบัติของชาติ
ตัวชว้ี ัดที่ ป 4/1 สะกดคาํ และบอกความหมายของคาํ ในบริบทตา ง ๆ

2. สาระสาํ คญั /ความคิดรวบยอด

การอานจบั ใจความสาํ คญั คอื การอา นเพื่อจบั ใจความหรือขอคดิ ความคิดสาํ คญั หลกั ของขอ ความ หรอื เรื่องท่อี า น
การอานจบั ใจความสําคัญ ถอื เปนทกั ษะสาํ คญั ทใี่ ชใ นการอานเพอ่ื การส่ือสารมากทสี่ ุด เพราะเปนพื้นฐานสาํ คัญในการศกึ ษาหา
ความรู จึงควรฝก ฝนใหเกิดความชาํ นาญ

การเขยี นสอ่ื สาร การเขยี นสอ่ื สารเพอ่ื ใหผ ูอานเขา ใจตรงกนั ตองเลอื กใชค าํ ท่ถี กู ตองเหมาะสม สามารถสื่อ
ความหมายไดช ัดเจนตรงตามจุดประสงค

การผนั เสยี งวรรณยุกต คาํ ที่มอี ักษรสงู กบั อักษรตา่ํ ที่มเี สยี งคกู นั สามารถผันเสยี งรวมกันใหค รบ 5 เสียงได สว น

อกั ษรเด่ียวก็สามารถผนั เสียงใหครบ 5 เสยี งได โดยมี ห เปนอกั ษรนาํ ชวยผนั เสยี ง การผนั คําตามเสยี งวรรณยกุ ตต อ งใช
หลกั การของไตรยางศและคําเปน คาํ ตาย ควบคูกัน

3. จุดประสงคก ารเรียนรู

1. อธบิ ายความหมาย และหลักการอา นจับใจความสําคญั (K)
2. อธบิ ายวิธีการเขียนขอแนะนาํ ส่งิ ของ (K)
3. เขาใจหลักการผนั อกั ษร (K)
4. อานเรอ่ื งไดคลองแคลว รวดเรว็ และถกู ตองตามอกั ขรวธิ ี (P)
5. แยกขอ เท็จจรงิ และขอคิดเห็นจากเรอ่ื งที่อา น (P)
6. เขยี นแนะนาํ สง่ิ ของ (P)
7. ผนั คาํ ท่มี ีอักษรในหมตู าง ๆ ได (P)
8. ยกตัวอยา งคาํ ทมี่ รี ปู วรรณยกุ ต บอกความหมายของคํา (P)
9. เหน็ ความสําคญั ของการเขยี นขอ แนะนาํ สงิ่ ของ (A)
10. เห็นความสําคญั ของการอานและมารยาทในการอาน (A)
11. กระตอื รือรน ในการรว มกิจกรรม (A)

4. สาระการเรยี นรู สาระการเรยี นรทู อ งถ่นิ
สาระการเรยี นรูแกนกลาง

1. อธิบายความหมาย และหลักการอา นจบั ใจความสําคญั (K)
2. อธิบายวธิ ีการเขยี นขอแนะนาํ สิง่ ของ (K)
3. เขาใจหลักการผนั อักษร (K)

5. กิจกรรมการเรยี นรู กจิ กรรมการเรยี นการสอน

คาบที่ การอา นจบั ใจความ ภูมิใจมรดกไทย
สาระสาํ คญั
คาบที่ 1
19การอานจบั ใจความสําคัญ คอื การอานเพอ่ื จับใจความหรือขอ คิด ความคิดสาํ คญั หลกั
การอา น
จบั ใจความ ของขอความ หรือเรอ่ื งทอ่ี า น การอานจบั ใจความสาํ คญั ถอื เปนทกั ษะสาํ คญั ทใ่ี ชในการอานเพื่อ
ภมู ใิ จมรดกไทย
การส่ือสารมากทีส่ ดุ เพราะเปนพนื้ ฐานสาํ คญั ในการศกึ ษาหาความรู จึงควรฝก ฝนใหเ กดิ ความ

ชํานาญ

ข้ันท่ี 1 ข้นั รวบรวมขอมูล
1. ครูพดู คยุ ทกั ทายนักเรียน จากนน้ั ครถู ามนกั เรยี นเกยี่ วกบั สถานทส่ี ําคญั ในชุมชนของ

นักเรยี น จังหวัดของนักเรยี น และสถานทส่ี ําคัญทีเ่ ปนมรดกโลกทป่ี ระเทศไทยไดร บั การรบั รองที่
นกั เรียนรจู กั พรอ มทงั้ ถามนาวานักเรียนรูสกึ อยา งไรตอสถานที่ตา ง ๆ และภาคภมู ใิ จหรือไมทมี่ ี
สถานทสี่ ําคญั ในประเทศไทย

2. นกั เรียนทบทวนเกยี่ วกบั การอา นสรุปใจความ โดยใชค ําถามดังตอไปนี้
- การอานสรปุ ใจความคอื อะไร
- นกั เรยี นใชท กั ษะอะไรบา งในการอา นสรปุ ใจความ
*ในการตอบคาํ ถามใหค รใู ชไ มเ รียกเลขท่ี เพอ่ื ใหน กั เรยี นตอบทีละคน โดยถามคําถามกอ น
จะเรยี กเลขทีเ่ พ่ือใหทุกคนไดค ิด ในแตละคาํ ถามควรใหน กั เรยี นนาํ เสนอ 4-5 คน
ข้ันท่ี 2 ข้ันคดิ วเิ คราะหแ ละสรปุ ความ
3. นักเรียนแบง กลมุ ใหแตล ะกลุมอานในใจเรอื่ ง ภูมิใจมรดกโลก จากหนงั สือภาษาพาที
ช้นั ประถมศึกษาปท่ี 4 โดยนําหลักการอานในใจมาใช ครสู งั เกตการอา นของนักเรียนแตละ
คนวาปฏบิ ัติไดถกู ตอ งตามหลักการอานหรือไม
4. นักเรียนแตล ะกลมุ รว มกนั สรุปใจความสําคญั ของเร่ืองจาก ภูมิใจมรดกโลก
5. นกั เรยี นแตล ะกลมุ คดิ ประเมนิ เพอ่ื เพ่ิมคุณคา โดยครใู ชคาํ ถามดงั ตอไปนี้
- นักเรียนคิดวา มรดกไทยมีความสําคญั อยา งไร

- จากการศกึ ษาเร่ือง ภูมิใจมรดกโลก นกั เรยี นสามารถนาํ ไปใชประโยชน
ในชีวิตประจําวันไดอ ยางไร
ข้นั ที่ 3 ขนั้ ปฏบิ ตั ิและสรุปความรูหลงั การปฏิบตั ิ

6. นกั เรียนทํากิจกรรมการถามตอบจากเรอ่ื งทีศ่ กึ ษา และตั้งคาํ ถามกลุมละ 5 คาํ ถาม
7. นักเรียนรว มกนั สรปุ ขอคดิ ทไ่ี ดจ ากเรื่อง ภมู ิใจมรดกโลก
ข้นั ที่ 4 ขนั้ ส่อื สารและนาํ เสนอ
8. แตละกลมุ ออกมานาํ เสนอผลของการทํากิจกรรมจากขอที่ 6

*ขณะทน่ี ักเรยี นนําเสนอ ครพู ยายามสงั เกตพฤตกิ รรมท้งั ของผูฟ ง และผนู าํ เสนอ
เพื่อเกบ็ ไปเปนขอ มูลในการพฒั นาปรบั ปรุงตอไป

พฤตกิ รรมท่นี ําไปเปน เง่อื นไขพัฒนา เชน
- มารยาทในการพูดและฟง
- ความสนใจ ใหเกยี รติ
- การซักถาม เสนอแนวคิดแยงหรือคลอยตามอยางมีเหตผุ ล
- การใชท กั ษะทางภาษาเพื่อการสอื่ สาร

ขน้ั ที่ 5 ขนั้ ประเมินเพอ่ื เพ่มิ คุณคา บรกิ ารสังคมและจติ สาธารณะ
9. นักเรยี นรว มกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใชค ําถามดงั นี้
- นักเรยี นสามารถนาํ ความรเู กยี่ วกบั เรอ่ื งทเี่ รียนไปใชประโยชนใ นสังคมไดอ ยางไร

คาบที่ 2-3 การเขยี นแนะนาํ สิง่ ของ
สาระสาํ คญั
การเขียน
แนะนาํ ส่งิ ของ การเขียนสอื่ สารเพื่อใหผ ูอ านเขาใจตรงกนั ตอ งเลือกใชคําทถ่ี ูกตองเหมาะสม สามารถสอ่ื

ความหมายไดช ัดเจนตรงตามจดุ ประสงค

ขนั้ ท่ี 1 ขน้ั รวบรวมขอ มลู
1. นกั เรียนรว มกันสนทนาเกย่ี วกบั คําทใี่ ชใ นการเขยี นแนะนําสนิ คาจากการโฆษณาตามสื่อ

ตาง ๆ
2. นักเรยี นศกึ ษาความรเู รอ่ื ง การเขียนแนะนาํ สงิ่ ของ แลว รวมกันสนทนา โดยครูใช

คําถามดังน้ี
- นักเรยี นตอ งคาํ นึงถงึ เรือ่ งใดเปนสาํ คญั ในการเขยี นแนะนาํ สงิ่ ของ

ขน้ั ท่ี 2 ขน้ั คดิ วิเคราะหและสรปุ ความ
3. นกั เรียนดภู าพ การเขียนแนะนาํ ส่งิ ของ แลว รวมกนั วเิ คราะห โดยครถู ามคําถามดังนี้
- ในการเขยี นแนะนาํ สิ่งของ มอี งคประกอบอะไรบาง
- การเขยี นแนะนําสงิ่ ของมีประโยชนอยางไร
4. นกั เรยี นแตละกลมุ คดิ ประเมินเพ่มิ คณุ คา โดยครูใชค าํ ถามดงั ตอไปนี้
- นกั เรียนสามารถนําเรอื่ งทเี่ รยี นไปใชป ระโยชนใ นชีวิตประจําวันไดอยางไร

ขัน้ ท่ี 3 ขน้ั ปฏบิ ตั แิ ละสรปุ ความรหู ลงั การปฏบิ ตั ิ
5. ครูแบงนกั เรยี นเปน 4 กลมุ ตามความเหมาะสม ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั กาํ หนดหวั ขอ

การเขียนใหต ัวแทนกลมุ จับฉลาก เพอื่ ฝก การเขยี นแนะนาํ สงิ่ ของ พรอ มภาพประกอบ ดังน้ี
กลมุ ที่ 1 แนะนาํ ดินสอ
กลมุ ท่ี 2 แนะนาํ กระเปา
กลุมที่ 3 แนะนาํ รองเทา
กลุมที่ 4 แนะนําโทรศพั ท

6. นกั เรียนรวมกันสรุปความสาํ คญั ของการเขียนแนะนําสิ่งของ ครอู ธิบายเพ่ิมเติม
เก่ียวกับองคป ระกอบทจ่ี ะตองมใี นการเขียนแนะนาํ สิง่ ตาง ๆ
ขั้นที่ 4 ข้นั สอื่ สารและนาํ เสนอ

7. นกั เรยี นนําเสนอผลงานของกลุม โดยการจัดแสดงที่ปายนเิ ทศหนาชั้นเรยี น
ขั้นท่ี 5 ขัน้ ประเมนิ เพอ่ื เพ่มิ คณุ คาบริการสงั คมและจติ สาธารณะ

8. นกั เรียนรว มกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครูใชค าํ ถามดงั นี้
- นักเรยี นสามารถนาํ ความรเู กี่ยวกบั เร่ืองท่ีเรียนไปใชประโยชนในสังคมไดอยา งไร

คาบท่ี 4-5 การผนั เสยี งวรรณยกุ ต
สาระสาํ คญั
การผนั เสียง
วรรณยกุ ต คาํ ท่ีมอี กั ษรสูงกบั อกั ษรตํ่าที่มเี สียงคูกนั สามารถผันเสยี งรว มกนั ใหค รบ 5 เสียงได สว น

อกั ษรเดย่ี วก็สามารถผันเสียงใหครบ 5 เสียงได โดยมี ห เปนอกั ษรนาํ ชวยผันเสยี ง การผันคํา

ตามเสียงวรรณยกุ ตตองใชห ลกั การของไตรยางศแ ละคาํ เปน คําตาย ควบคกู ัน
ข้นั ท่ี 1 ขน้ั รวบรวมขอมลู

1. นกั เรียนรว มกันสนทนา โดยครูใชค าํ ถามดงั นี้

๏ คาํ วา เกดิ กับ ตาย คาํ ใดผนั เสยี งวรรณยุกตไ ดม ากกวา กนั เพราะอะไร

2. นักเรยี นศึกษาการผันวรรณยุกตดงั นี้

อกั ษรกลาง - คําเปนกอน เพราะสามารถผนั เสยี งวรรณยุกตไดครบ 5 เสียง

(ใชรูปวรรณยกุ ตไดค รบ 4 รูป) เชน

๏ เกง เกง เกง เกง เกง
๏ บาน บาน บาน บาน บา น คําตา ง ๆ น้มี ีเสยี งวรรณยกุ ตต รง
กับรูปวรรณยุกต เชน บาน มีเสยี งโท, อุย มีเสียงตร,ี ปุย มเี สียงจตั วา
อกั ษรสูง - และอกั ษรตาํ่ คําเปน ท่ีผนั ไดอยา งละ 3 เสยี งเทากนั เชน
อกั ษรสงู : ขา ขา ขา
๏ เฉา เฉา เฉา
๏ สอง สอง สอ ง (มีพ้ืนเสยี งเปน เสียงจตั วา)
อกั ษรตา่ํ : คา คา คา
๏ เรา เรา เรา
๏ ซอน ซอน ซอน (มีพืน้ เสยี งเปน เสียงสามัญ)
และใหผ นั เสยี งเพมิ่ เติม
* ขอ สังเกต คําทม่ี ีพยญั ชนะตนเปน อักษรสงู และอักษรต่าํ ใชร ปู วรรณยกุ ต
เอก และ โท (อักษรสงู ใชรูปใดก็มเี สยี งนั้น เชน หอผา หอ - เสยี งเอก, ผา - เสียงโท สว น
อกั ษรตา่ํ ใช วรรณยุกตเอก
แตมีเสยี งโท ใชวรรณยุกตโ ท เปน เสยี งตรี เชน แมค า แม - เสยี งโท, คา – เสียงตรี)
ข้ันท่ี 2 ขน้ั คดิ วเิ คราะหแ ละสรปุ ความ
3. นกั เรียนแบงกลมุ แขง ขนั เติมรปู วรรณยกุ ตใหเปน คําทถี่ กู ตอง ดงั นี้
๏ เจาฟา กลวยไข ตนออย วงิ เปย ว ตืนเตน วนุ เสน เสอื ผา กอกนํา
กระปอง มานงั ใสปุย กนิ โจก รองเจยี ก ๆ

เมอ่ื เติมวรรณยุกตครบแลวใหบ อกเสยี งวรรณยุกตข องคาํ ดังน้ี

๏ กลว ยไข เสยี งโท - เอก ๏ วงิ่ เปย ว เสยี งโท - โท

๏ รองเจีย๊ ก เสียงตรี - ตรี ๏ มา นง่ั เสียงตรี - โท

4. นกั เรียนแตละกลมุ คดิ ประเมินเพม่ิ คุณคา โดยครใู ชคําถามดังตอ ไปน้ี

- นักเรยี นสามารถนาํ เรอ่ื งท่ีเรยี นไปใชป ระโยชนในชีวติ ประจําวันไดอ ยา งไร

ข้ันที่ 3 ขนั้ ปฏิบตั ิและสรปุ ความรหู ลังการปฏิบัติ

5. นกั เรยี นเลน เกมบอกชือ่ สตั วท ่ีมเี สยี งวรรณยกุ ต เอก บอกชือ่ ผลไมท่ีมเี สยี งวรรณยกุ ต

โท เลนจนครบทุกเสยี งวรรณยุกต โดยใชไ มเรยี กเลขท่ีเรยี กชอื่ นกั เรยี นตอบทลี ะคน ครเู ขยี น

คําตอบของนกั เรยี นบนกระดานดาํ แลว อานออกเสยี งพรอมกนั ใหทกุ คนชว ยกันพจิ ารณาความ

ถูกตอ งของการผนั วรรณยุกต

6. นกั เรยี นแตละกลุม เติมการผนั เสียงวรรณยกุ ตดงั น้ี

ผันเสียงคําในอกั ษรหมตู า ง ๆ จากตารางการผันเสียงใหคลอ งขึน้ เชน

คํา หมูอกั ษร สามัญ เสียงวรรณยุกต จตั
เอก โท ตรี

ไห

สั่ง
ดา น
บาง
รอย
เชา
คลอง

ตรวจคาํ ตอบพรอ มกันท้ังช้ันเรียนโดยใหแ ตล ะกลมุ สลบั กนั ตรวจ
7. ครแู ละนกั เรยี นรวมกนั สรปุ การผนั เสยี งวรรณยกุ ต
8. นกั เรยี นทาํ แบบฝก หดั

ขั้นท่ี 4 ขน้ั สอื่ สารและนาํ เสนอ
9. นักเรยี นนําเสนอการผันวรรณยกุ ต โดยครูใชไ มเ รียกเลขทเี่ พ่ือใหน กั เรียนนําเสนอการผนั

คาํ ทลี ะคน เพอื่ นๆชว ยกนั ตรวจสอบความถกู ตอง
ข้ันที่ 5 ขน้ั ประเมนิ เพื่อเพม่ิ คณุ คาบรกิ ารสังคมและจติ สาธารณะ

10. นักเรียนรว มกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครใู ชค าํ ถามดังน้ี
- นักเรยี นสามารถนาํ ความรเู ก่ยี วกับเรื่องที่เรียนไปใชประโยชนในสงั คมไดอ ยางไร

6. การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู

การประเมนิ วิธีการ เครอื่ งมือ

ดานความรู (K) -การตอบคําถาม -คาํ ถาม

-ทําแบบฝก หดั -แบบฝกหดั

ดานทกั ษะและกระบวนการ (P) -ทกั ษะการอาน -แบบประเมนิ การอานในใจ

-ทักษะการเขยี น -แบบฝกหดั

ดานคณุ ธรรม จริยธรรมและ -สังเกตพฤติกรรมในการรว มกิจกรรม -แบบสงั เกตพฤตกิ รรม

คา นยิ ม (A) การทํางานกลุม

-สงั เกตพฤตกิ รรมความกระตอื รอื รนใน

การรวมกจิ กรรม

7. ส่อื /อุปกรณ/ แหลง การเรียนรู 2. ตัวอยา งการเขยี นแนะนาํ
4. หนงั สอื ภาษาไทยช้นั ประถมศกึ ษาปที่ 4
1. ภาพเกย่ี วกับมรดกไทยและมรดกโลก 6. ตัวอยาง ตารางการผันวรรณยุกต

3. บตั รคําวรรณยุกต

5. ไมเ รียกเลขท่ี

8. กิจกรรมเสนอแนะ

.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................

ลงช่อื .............................................ครผู ูส อน ลงชอ่ื ...................................................ฝา ยวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)

vv ลงชอื่ ................................................... ผบู รหิ าร
(...........................................................)

สปั ดาหที่ 8

โรงเรยี นขจรเกียรติพฒั นา

แผนการจดั การเรียนรู

ภาคเรียนท.่ี .…1…../.................. ชอ่ื ผูสอน ……………………………………………………..
กลุมสาระการเรยี นรู ภาษาไทย ชัน้ ประถมศกึ ษาปท่ี……4..... จาํ นวน……5….คาบ
หนว ยการเรียนรทู ี่ ..……4…..… เรือ่ ง.............................ภมู ใิ จมรดกโลก....................

1. มาตรฐานการเรียนร/ู ตัวชวี้ ดั

มาตรฐานที่ ท 1.1 ใชกระบวนการอา นสรางความรแู ละความคิดเพ่อื นําไปใชต ัดสินใจ แกปญหาในการดาํ เนนิ ชวี ิต
และมนี ิสัยรกั การอา น

ตวั ช้วี ัดที่ ป 4/2 อธบิ ายความหมายของคําประโยคและสาํ นวนจากเรอ่ื งท่ีอา น
มาตรฐานที่ ท 2.1 ใชกระบวนการเขยี นเขยี นสอ่ื สาร เขียนเรยี งความ ยอ ความ และเขยี นเรือ่ งราวในรูปแบบตา ง ๆ
เขียนรายงานขอ มูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาคนควา อยา งมีประสิทธิภาพ

ตวั ชีว้ ัดท่ี ป 4/7 เขียนเรื่องตามจินตนาการ

ตัวชว้ี ัดท่ี ป 4/8 มีมารยาทในการเขียน
มาตรฐานที่ ท 4.1 เขา ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลงั ของภาษา
ภูมิปญ ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเปนสมบัตขิ องชาติ

ตัวชว้ี ัดที่ ป 4/1 สะกดคําและบอกความหมายของคาํ ในบริบทตาง ๆ
มาตรฐานท่ี ท 5.1 เขา ใจและแสดงความคดิ เหน็ วิจารณว รรณคดีและวรรณกรรมไทยอยา งเห็นคณุ คาและนํามา
ประยกุ ตใชใ นชีวติ จริง

ตัวชี้วัดท่ี ป 4/1 ระบขุ อ คิดจากนิทานพ้นื บา นหรอื นทิ านคตธิ รรม

ตัวช้วี ัดที่ ป 4/2 อธิบายขอคดิ จากการอา นเพ่ือนาํ ไปใชในชวี ติ จรงิ

2. สาระสาํ คญั /ความคดิ รวบยอด

การอา นจบั ใจความสาํ คญั คือ การอานเพื่อจับใจความหรอื ขอ คิด ความคิดสาํ คัญหลกั ของขอความ หรอื เรื่องที่อา น
การอานจบั ใจความสาํ คญั ถอื เปน ทักษะสาํ คัญทใ่ี ชในการอา นเพ่ือการส่ือสารมากที่สุด เพราะเปนพืน้ ฐานสําคัญในการศกึ ษาหา

ความรู จึงควรฝก ฝนใหเ กดิ ความชํานาญ

การเขียนเรื่องตามจนิ ตนาการ การเขียนเร่อื งตามจินตนาการชวยฝก การสงั เกต พัฒนาการคิดอารมณ ความรสู กึ และ
สามารถถายทอดออกมาดวยการเขียน

อักษรควบ คาํ ทม่ี อี ักษรควบเปน การนําพยัญชนะ 2 ตัวมาเรียงกันเปน พยญั ชนะตน และประสมดวยสระเดยี วกนั เวลา
อา นจะอานออกเสยี งพยญั ชนะตน 2 ตวั พรอ มกัน พยญั ชนะตวั ที่ 2 ที่นาํ มาควบ ไดแ ก ร ล ว

3. จดุ ประสงคก ารเรียนรู

1. อธิบายความหมาย และหลกั การอานจบั ใจความสําคญั (K)
2. อธิบายการเขยี นเรื่องตามจนิ ตนาการ (K)
3. รแู ละเขา ใจหลกั การอา น การเขียนอักษรควบ (K)
4. อานเรอ่ื งไดคลองแคลว รวดเร็วและถูกตองตามอักขรวิธี (P)
5. แยกขอเทจ็ จริงและขอ คิดเห็นจากเรอื่ งทีอ่ า น (P)
6. เขยี นเรื่องตามจนิ ตนาการ (P)
7. อา น เขียนและจําแนกประเภทคาํ ควบกล้าํ ได (P)
8. เหน็ ความสาํ คญั ของการอา นและมารยาทในการอา น (A)
9. เหน็ ความสาํ คัญของการเขียนและมมี ารยาทในการเขียน (A)
10. กระตอื รือรน ในการรว มกิจกรรม (A)

4. สาระการเรียนรู สาระการเรียนรทู องถน่ิ
สาระการเรียนรแู กนกลาง

1. อธิบายความหมาย และหลกั การอานจบั ใจความสาํ คญั (K)
2. อธิบายการเขยี นเรือ่ งตามจินตนาการ (K)
3. รแู ละเขา ใจหลักการอาน การเขียนอักษรควบ (K)

5. กจิ กรรมการเรยี นรู กิจกรรมการเรียนการสอน

คาบท่ี การอา นจบั ใจความ ระบาํ สายฟา
สาระสาํ คญั
คาบที่ 1
20การอานจบั ใจความสําคัญ คอื การอา นเพ่อื จบั ใจความหรอื ขอ คดิ ความคิดสาํ คัญหลกั
การอาน
จับใจความ ของขอ ความ หรอื เรื่องทีอ่ าน การอานจับใจความสาํ คญั ถอื เปนทกั ษะสาํ คญั ทใ่ี ชในการอา นเพือ่
ระบําสายฟา
การสื่อสารมากที่สุด เพราะเปนพ้นื ฐานสาํ คัญในการศกึ ษาหาความรู จงึ ควรฝก ฝนใหเ กดิ ความ

ชํานาญ

ขัน้ ท่ี 1 ข้นั รวบรวมขอมูล
1. นักเรยี นรวมกันสนทนาและดภู าพเก่ียวกับการเกิดฟา รอง ฟา ผา โดยครูใชคาํ ถาม

กระตนุ ความคดิ ดังนี้
- นกั เรยี นเคยเหน็ ฟา ผา หรอื ไม
- นกั เรยี นคิดวา ฟารอง ฟาผา เกิดขนึ้ ไดอ ยา งไร
จากนัน้ ครอู ธิบายวา ตาํ นานไทยกลา วถงึ ฟารอ ง ฟาผา ดังน้ี

ตาํ นานไทยโบราณกล่าวว่า ฟ้ าแลบเกดิ จากการทน่ี าง
เมขลานําดวงแก้วมณี มาโยนเล่นทาํ ให้เกดิ แสงแปลบปลาบ ส่วน
ฟ้ าร้อง ฟ้ าผ่าเกดิ จากการทร่ี ามสูรขว้างขวานเพชรอนั เป็ นอาวุธคู่
กาย ไปยงั นางเมขลา หวงั จะฆ่านางเพอื่ แย่ง ดวงแก้วมณนี ้ัน แต่
นางไม่เป็ นอนั ตรายเพราะอาํ นาจแก้ววเิ ศษคุ้มครองอยู่ นางมณี
เมขลา หรือเรียกโดยย่อว่า นางเมขลา เป็ นธิดาพญามังกรเจ้าแห่ง
สมุทร นางเป็ นผู้มีอารมณ์เบิกบานชอบเทย่ี วเล่น คร้ันเมอ่ื เป็ นสาว
รุ่นพญามงั กรนําไปถวายพระอนิ ทร์พร้อมด้วยดวงแก้วมณี พระ
อนิ ทร์ได้ต้งั ให้เป็ นนางสนม วนั หนึ่งนางเมขลาขโมยแก้วมณแี ล้ว
เหาะออกจากวมิ านไปเทยี่ วเล่นร่ายรําอยู่ระหว่างก้อนเมฆอย่างเป็ น
สุข พระอนิ ทร์พยายามตดิ ตามพานางกลบั มา หลายคร้ังแต่
ไม่สําเร็จ จงึ ให้นางเป็ นเทพธิดาทาํ หน้าทตี่ รวจตราดูแลมหาสมุทร
คอยช่วยเหลอื คนดที ป่ี ระสบภัยจากเรืออบั ปางไม่ให้จมนํา้ ตาย

และถามนกั เรียนวารสู กึ อยา งไรเวลาฟา รอง หรอื ฟา ผา ใหนักเรียนชว ยกันตอบ -
การอานสรุปใจความคอื อะไร
- นักเรยี นใชทกั ษะอะไรบา งในการอานสรปุ ใจความ
- นกั เรยี นจะนาํ หลกั การอา นสรุปความไปใชใ นชวี ติ ประจําวนั ไดอ ยา งไร

*ในการตอบคาํ ถามใหค รใู ชไมเ รยี กเลขท่ี เพอื่ ใหน ักเรยี นตอบทีละคน โดยถามคาํ ถามกอ น
จะเรียกเลขทเี่ พื่อใหท กุ คนไดค ดิ ในแตล ะคาํ ถามควรใหน กั เรยี นนําเสนอ 4-5 คน

2. นักเรียนทบทวนเก่ียวกับการอานสรุปใจความ โดยใชค ําถามดังตอไปนี้
- การอานสรปุ ใจความคอื อะไร
- นกั เรียนใชท กั ษะอะไรบา งในการอานสรุปใจความ

3. นกั เรยี นแบง กลุม ใหแ ตละกลุม อานในใจเร่ือง จากระบําสายฟา จากหนงั สอื วรรณคดลี าํ
นํา ช้ันประถมศึกษาปท่ี 4 โดยนาํ หลกั การอา นในใจมาใช ครูสังเกตการอา นของนักเรียนแต
ละคนวาปฏบิ ัตไิ ดถกู ตองตามหลกั การอานหรอื ไม
ขนั้ ท่ี 2 ข้นั คดิ วิเคราะหแ ละสรปุ ความ
4. นักเรยี นแตล ะกลุมรว มกันสรปุ ใจความสาํ คญั ของเรอื่ งจากระบาํ สายฟา
5. นกั เรียนแตล ะกลุมคดิ ประเมนิ เพอื่ เพิม่ คณุ คาโดยครใู ชคําถามดงั ตอ ไปน้ี

- ทําไมจึงมีฟารองฟาผา กอ นฝนตก

- จากการศึกษาเรือ่ ง ระบาํ สายฟา นักเรยี นสามารถนําไปใชป ระโยชน

ในชวี ิตประจาํ วันไดอยางไร
ขั้นท่ี 3 ขนั้ ปฏบิ ตั แิ ละสรปุ ความรหู ลงั การปฏบิ ัติ

6. นักเรยี นทํากจิ กรรมการถามตอบจากเร่ืองท่ีศึกษาและตั้งคําถามกลมุ ละ 5 คําถาม

7. นกั เรยี นรวมกนั สรปุ ขอ คดิ ทีไ่ ดจากการอา นเร่ือง ระบําสายฟา
ข้นั ที่ 4 ขนั้ ส่ือสารและนาํ เสนอ

8. นักเรยี นนําเสนอคาํ ถาม โดยครใู ชไ มเ รยี กเลขท่ี เรียกนกั เรียนแตล ะกลมุ ออกมานาํ เสนอ
ขัน้ ที่ 5 ขนั้ ประเมินเพือ่ เพม่ิ คุณคา บรกิ ารสงั คมและจติ สาธารณะ

9. นกั เรยี นรวมกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครูใชค ําถามดังน้ี

- นกั เรียนสามารถนําความรเู กยี่ วกับเรื่องทเี่ รียนไปใชป ระโยชนใ นสังคมไดอ ยางไร

คาบท่ี 2-3 การเขียนตามจินตนาการจากคาํ
สาระสําคัญ
การเขยี นตาม
จนิ ตนาการจากคาํ การเขียนเรอ่ื งตามจนิ ตนาการชวยฝก การสงั เกต พัฒนาการคดิ อารมณ ความรูส กึ และ

สามารถถายทอดออกมาดวยการเขยี น

ขน้ั ที่ 1 ขั้นรวบรวมขอมูล

1. นกั เรยี นดภู าพแลวรวมกันสนทนาสงิ่ ท่ีนกั เรยี นเหน็ จากภาพ และออกมาเขยี นคําศพั ท

ที่เหน็ จากภาพ วามีคําอะไรบาง ครอู ธบิ ายเพิ่มเติมวาการเขียนจนิ ตนาการจากคําศพั ทน ้นั ควรใหม ี

เนอ้ื หาสอดคลอ งกบั ความหมาย เนื้อหา นาํ ไปใชใ หถ กู ตองเหมาะสม

2. นักเรียนศึกษาความรเู ร่ือง การเขียนจนิ ตนาการจากคาํ แลว รว มกันสนทนาโดยครู
ใชค าํ ถามดงั น้ี
- นกั เรียนจะเขยี นตามจนิ ตนาการจากคํานักเรียนตองคํานึงถงึ เรือ่ งอะไรมากทีส่ ุด

๏ นกั เรียนควรระมดั ระวังเกี่ยวกับการเขียนตามจนิ ตนาการจากคาํ
ข้นั ที่ 2 ขน้ั คดิ วเิ คราะหและสรปุ ความ

3. นกั เรยี นดตู วั อยา งการเขยี นเรอ่ื งตามจนิ ตนาการ แลว รว มกนั สนทนาโดยครู
ใชค าํ ถามดังน้ี

- การเขยี นตามจินตนาการทีน่ กั เรยี นอา นเปน เรอ่ื งราวเกีย่ วกับอะไร
- เรื่องทนี่ กั เรยี นอา นมลี กั ษณะอยางไร
4. นักเรียนแตล ะกลมุ คดิ ประเมินเพือ่ เพิ่มคุณคา โดยครใู ชคาํ ถามดังตอไปนี้
- นกั เรียนสามารถนาํ เรอื่ งทเ่ี รียนไปใชป ระโยชนในชวี ิตประจําวันไดอ ยา งไร
ข้นั ท่ี 3 ขน้ั ปฏบิ ตั ิและสรุปความรูห ลงั การปฏบิ ัติ
5. ครูแบงนกั เรียนออกเปน 4 กลมุ สมาชิกในกลมุ ชว ยกันวิเคราะหภ าพแลวเขยี น
จนิ ตนาการใหส อดคลองกับคําท่ีกําหนด
6. นักเรยี นรว มกันสรปุ ความสําคญั ของการเขยี นตามจินตนาการจากคํา ครอู ธบิ าย

คาบที่ 4-5 เพิ่มเติมเกีย่ วกบั องคประกอบของเรื่องทีน่ ักเรียนเขียน
อกั ษรควบ ขั้นท่ี 4 ขน้ั สอ่ื สารและนาํ เสนอ

7. นักเรยี นแตละกลมุ นําเสนอผลงานหนา ช้นั เรยี น เพอ่ื นกลมุ อื่นรวมกนั แสดงความ
คดิ เหน็

8. นักเรยี นนําผลงานจัดแสดงทปี่ า ยนเิ ทศหนาชน้ั เรียน
ขน้ั ท่ี 5 ขน้ั ประเมนิ เพ่ือเพมิ่ คณุ คาบรกิ ารสงั คมและจติ สาธารณะ

9. นกั เรียนรวมกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครใู ชค ําถามดงั น้ี
- นกั เรียนสามารถนําความรูเกย่ี วกบั เรื่องทเ่ี รยี นไปใชป ระโยชนใ นสังคมไดอยางไร

อกั ษรควบ
สาระสาํ คญั

คาํ ท่ีมอี ักษรควบเปน การนําพยญั ชนะ 2 ตัวมาเรียงกนั เปนพยัญชนะตน และประสมดว ย
สระเดียวกัน เวลาอา นจะอานออกเสยี งพยัญชนะตน 2 ตวั พรอมกนั พยญั ชนะตัวท่ี 2 ท่ีนํามาควบ
ไดแ ก ร ล ว
ข้นั ที่ 1 ขั้นรวบรวมขอ มูล

1. ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั เลน เกม “ฉนั คอื อะไรลองทายด”ู โดยครูเขยี นประโยคปริศนาบน
กระดาน ดงั น้ี

- อกั ษรตัวแรกแทรกอยูกับ หยําเหยอะ แตไมอ ยูก บั หยอกลอ (เ-)
- อกั ษรตัวทส่ี องตองหาท่ี ตะกละ แตไ มอยทู ่ี ละครสัตว (ก)
- อกั ษรตัวท่ีสามถามหากบั นกหวีด แตไมอยกู ับ กาํ หนด (วี)
- อักษรตัวท่ีสพี่ บไดท่ี นายก แตไมอยูกบั กานท (ย)
- อักษรตวั ทห่ี า มาอยกู บั สนอง แตไมอยูกบั สยดสยอง (น)
นักเรียนหาคําตอบจากปริศนา แลว ครูอานคาํ ทายประโยคสดุ ทา ยทเ่ี ปนคาํ รวมของปริศนา
- ฉนั มีลกั ษณนามวา เลม แตไมใชเขม็ เพราะฉนั เปนพาหนะชนดิ หนง่ึ
ฉนั คืออะไร (เกวยี น)
2. นกั เรียนรวมกนั ศึกษาเกย่ี วกบั อักษรควบ แลว รวมกนั สนทนาโดยครูใชค าํ ถามดงั น้ี
- อักษรควบมกี ี่ประเภท และมอี ะไรบาง
- อกั ษรควบมลี กั ษณะการเขยี นและการอานอยางไร
ขั้นท่ี 2 ขัน้ คดิ วเิ คราะหแ ละสรปุ ความ
3. นกั เรียนรว มกันวิเคราะหแ ถบประโยคตอ ไปน้ี แลว รว มกันสนทนาโดยครใู ชคําถามดังน้ี
นกั ทองเทยี่ วใชกลองถา ยภาพสรอ ยคอทองคาํ และภาพควายกําลงั ไถนา

- จากแถบประโยคที่อา นมีคําใดบางทีเ่ ปนคาํ ควบกลํา้
- คําวา สรอย กบั ควาย ตางกนั อยางไร
4. นักเรียนแตล ะกลมุ คดิ ประเมนิ เพิม่ คณุ คา โดยครูใชคําถามดังตอไปนี้
- นกั เรียนสามารถนาํ เรือ่ งที่เรยี นไปใชประโยชนใ นชวี ิตประจาํ วนั ไดอยางไร
ขั้นท่ี 3 ขั้นปฏิบตั แิ ละสรปุ ความรหู ลังการปฏิบัติ

5. นักเรยี นแตล ะกลมุ แยก คําอกั ษรควบแท และอักษรควบไมแ ท โดยใชบัตรคาํ ดงั ตอไปน้ี

เกรง กลา กลอง คราม แกวง ทราย กวาง

พรอ ม ความ กลว ย ทรวง ปรามปราม สรง กวาด

ทรง ปรบั ปรุง ปลอ ย ปลา สรา ง ปลอม โทรม

คําอักษรควบแท คําอกั ษรควบไมแ ท

ตรวจคําตอบพรอ มกันทง้ั ชน้ั เรียนโดยใหแตล ะกลมุ สลับกนั ตรวจ
6. นักเรียนรว มกนั สรปุ คาํ ทเ่ี ปน อักษรควบแท และอักษรควบไมแ ท
7. นักเรยี นทาํ แบบฝกหดั
ขน้ั ท่ี 4 ขัน้ สอื่ สารและนาํ เสนอ
8. นกั เรยี นนาํ เสนอการทําแบบฝก หัด โดยครใู ชไมเรียกเลขที่เรียกใหน ักเรยี นนําเสนอทีละ
คน เพื่อนๆชว ยกันตรวจสอบความถกู ตอง
ข้ันที่ 5 ข้นั ประเมนิ เพ่ือเพม่ิ คณุ คาบรกิ ารสงั คมและจติ สาธารณะ
9. นักเรยี นรวมกันแสดงความคดิ เห็น โดยครใู ชคําถามดังนี้
- นกั เรยี นสามารถนําความรเู กีย่ วกบั เรอื่ งทเี่ รียนไปใชป ระโยชนใ นสงั คมไดอ ยา งไร

6. การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู

การประเมนิ วธิ กี าร เครอื่ งมอื

ดานความรู (K) -การตอบคําถาม -คําถาม

-ทาํ แบบฝกหัด -แบบฝก หดั

ดา นทกั ษะและกระบวนการ (P) -ทักษะการอา น -แบบประเมนิ การอาน

-ทกั ษะการเขียน -แบบฝกหัด

ดานคุณธรรม จริยธรรมและ -สังเกตพฤตกิ รรมในการรว มกจิ กรรม -แบบสงั เกตพฤติกรรม

คา นยิ ม (A) การทํางานกลุม

-สงั เกตพฤตกิ รรมความกระตอื รอื รนใน

การรว มกิจกรรม

7. สือ่ /อปุ กรณ/ แหลง การเรียนรู 2. บตั รคําควบกลํ้า

1. ภาพประกอบเกีย่ วกับการเกิดฝนตก ฟารอ ง ฟาผา

3. หนงั สอื นิทาน 4. ตวั อยางการเขยี นตามจนิ ตนาการ
5. หนงั สอื ภาษาไทยชน้ั ประถมศึกษาปท ่ี 4 6. ไมเรยี กเลขท่ี

8. กจิ กรรมเสนอแนะ

.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื .............................................ครูผสู อน ลงช่อื ...................................................ฝา ยวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)

ลงชื่อ................................................... ผบู ริหาร
(...........................................................)

สัปดาหท ี่ 11

โรงเรียนขจรเกยี รตพิ ฒั นา

แผนการจดั การเรยี นรู

ภาคเรียนท.ี่ .…1…../.................. ชอ่ื ผสู อน ……………………………………………………..
กลุม สาระการเรยี นรู ภาษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปท…่ี …4..... จาํ นวน……5….คาบ
หนว ยการเรียนรทู ่ี ..……5…..… เรอ่ื ง...........................ชีวติ ทถี่ กู เมิน.........................

1. มาตรฐานการเรยี นร/ู ตัวชวี้ ัด

มาตรฐานที่ ท 1.1 ใชก ระบวนการอา นสรา งความรแู ละความคดิ เพือ่ นําไปใชตดั สินใจ แกปญ หาในการดําเนนิ ชีวิต
และมนี ิสัยรกั การอาน

ตวั ชี้วัดท่ี ป 4/1 อา นออกเสยี งบทรอ ยแกวและบทรอ ยกรองไดถูกตอง
ตัวชีว้ ัดที่ ป 4/2 อธบิ ายความหมายของคาํ ประโยค และสาํ นวนจากเร่ืองทอ่ี า น
ตวั ชีว้ ัดท่ี ป 4/3 อา นเรื่องสนั้ ๆตามเวลาท่ีกําหนดและตอบคาํ ถามจากเรือ่ งทอี่ าน
ตวั ชี้วัดท่ี ป 4/4 แยกขอ เทจ็ จริงและขอคดิ เห็นจากเรื่องทอ่ี าน
ตัวชีว้ ัดที่ ป 4/6 สรปุ ความรแู ละขอคดิ จากเรื่องท่ีอานเพ่อื นาํ ไปใชใ นชวี ติ ประจาํ วัน
ตวั ชว้ี ัดท่ี ป 4/8 มีมารยาทในการอาน
มาตรฐานท่ี ท 2.1 ใชก ระบวนการเขยี นเขยี นสื่อสาร เขียนเรยี งความ ยอ ความ และเขยี นเร่ืองราวในรปู แบบตา ง ๆ
เขียนรายงานขอมลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาคนควาอยา งมปี ระสิทธิภาพ
ตวั ชี้วัดท่ี ป 4/3 เขียนแผนภาพโครงเรอื่ งและแผนภาพความคิดเพอ่ื ใชพ ัฒนางานเขียน
ตัวชีว้ ัดที่ ป 4/8 มมี ารยาทในการเขียน
มาตรฐานท่ี ท 3.1 สามารถเลอื กฟงและดอู ยางมีวจิ ารณญาณ และพดู แสดงความรู ความคิดและความรูส กึ ในโอกาส
ตา ง ๆ อยางมีวิจารณญาณและสรา งสรรค
ตวั ชี้วัดท่ี ป 4/1 จาํ แนกขอเท็จจรงิ และขอคิดเหน็ จากเร่อื งทีฟ่ งและดู
ตวั ชี้วัดท่ี ป 4/2 พดู สรุปจากการฟง และดู
ตัวชว้ี ัดท่ี ป 4/3 พูดแสดงความรู ความคิดเหน็ และความรูเกย่ี วกบั เรอื่ งที่ฟงและดู
ตวั ช้วี ัดที่ ป 4/4 ตง้ั คาํ ถามและตอบคําถามเชิงเหตผุ ลจากเรอ่ื งทีฟ่ งและดู
ตวั ชว้ี ัดที่ ป 4/5 รายงานเร่อื งหรือประเด็นทศ่ี ึกษาคนควาจากการฟง การดู และการสนทนา
ตวั ช้ีวัดที่ ป 4/6 มีมารยาทในการฟง การดู และการพดู

2. สาระสาํ คญั /ความคดิ รวบยอด

การอานจบั ใจความสาํ คญั คือ การอา นเพ่ือจับใจความหรอื ขอคดิ ความคดิ สาํ คญั หลกั ของขอ ความ หรอื เร่อื งท่ีอา น
การอา นจบั ใจความสาํ คญั ถอื เปน ทกั ษะสาํ คญั ทใี่ ชในการอานเพือ่ การส่ือสารมากทีส่ ดุ เพราะเปนพืน้ ฐานสาํ คญั ในการศกึ ษาหา

ความรู จงึ ควรฝก ฝนใหเ กิดความชํานาญ
การเขยี นแผนภพโครงเร่ือง คอื การนําความรูและเหตกุ ารณตา ง ๆ ไปเขยี นเปน แผนภาพโครงเรื่องจะทําใหเขาใจ

เรื่องราวหรอื แนวคิดของเรอ่ื งไดดยี ิง่ ขึ้น
อักษรนํา คาํ ทมี่ ีอกั ษรนาํ เปน การนําพยญั ชนะ 2 ตวั มาเรียงกัน ประสมดวยสระเดียวกนั พยัญชนะตวั แรกจะอา นออก

เสียง อะ กงึ่ เสียง พยัญชนะตัวหลังจะออกเสียงตามสระทปี่ ระสม และอานออกเสียงวรรณยกุ ตต ามพยัญชนะตวั แรก การศึกษา

เรอื่ ง คําท่ีมอี กั ษรนาํ จะทําใหอานและเขียนคําท่มี ีอกั ษรนําไดถูกตอง

3. จดุ ประสงคการเรียนรู

1. อธิบายความหมาย และหลกั การอา นจับใจความสาํ คญั (K)
2. อธิบายรปู แบบของแผนภาพโครงเรื่อง (K)
3. รูและเขาใจการอานและเขียนอกั ษรนาํ (K)
4. อานเรือ่ งไดคลองแคลว รวดเร็วและถกู ตอ งตามอกั ขรวิธี (P)
5. แยกขอเทจ็ จรงิ และขอ คิดเห็นจากเรือ่ งทอี่ า น (P)
6. เขียนแผนภาพโครงเร่ือง (P)
7. สรปุ ขอคิดจากการฟง (P)
8. นาํ ความรูเ รอื่ งการเขยี นแผนภาพไปพัฒนางานเขียน (A)
9. เหน็ ความสาํ คัญของการอา นและมารยาทในการอาน (A)
10. มวี ิจารณญาณและกระตอื รอื รนในการทํากจิ กรรม (A)

4. สาระการเรียนรู สาระการเรยี นรูท องถ่นิ
สาระการเรียนรูแกนกลาง

1. อธบิ ายความหมาย และหลักการอานจับใจความสาํ คญั (K)
2. อธิบายรูปแบบของแผนภาพโครงเร่ือง (K)
3. รูและเขาใจการอานและเขยี นอักษรนํา (K)

5. กิจกรรมการเรียนรู กจิ กรรมการเรยี นการสอน

คาบท่ี การอา นจบั ใจความ ชีวิตทถี่ กู เมนิ
สาระสาํ คญั
คาบที่ 1
การอานจับใจความสําคญั คอื การอานเพ่อื จับใจความหรอื ขอ คิด ความคดิ สาํ คญั หลกั
การอาน
จับใจความ ของขอความ หรือเร่อื งท่อี าน การอานจับใจความสําคญั ถอื เปนทกั ษะสําคัญทใ่ี ชในการอานเพื่อ
ชวี ิตท่ีถูกเมิน
การส่ือสารมากที่สดุ เพราะเปน พืน้ ฐานสําคญั ในการศกึ ษาหาความรู จงึ ควรฝก ฝนใหเกดิ ความ

ชํานาญ

ข้นั ที่ 1 ขั้นรวบรวมขอมูล
1. ครแู ละนกั เรียนรว มกนั สนทนาเรอ่ื งสัตวเลื้อยคลานเพ่อื เช่ือมโยงเขา สบู ทเรียน โดยครู

ใชค าํ ถามดังนี้
- ถาพูดถึงงู นกั เรียนจะนกึ ถงึ งชู นิดใด

- นักเรียนรจู กั สตั วเลือ้ ยคลานอะไรบา ง
- นักเรยี นกลวั ตุกแกหรือไม เพราะอะไร
2. นกั เรียนทบทวนเกีย่ วกบั การอานสรุปใจความ โดยใชคาํ ถามดงั ตอไปนี้
- การอา นสรปุ ใจความคืออะไร
- นักเรยี นใชท กั ษะอะไรบางในการอานสรปุ ใจความ
*ในการตอบคาํ ถามใหค รูใชไ มเรียกเลขท่ี เพ่ือใหนกั เรยี นตอบทีละคน โดยถามคาํ ถามกอ น
จะเรยี กเลขทีเ่ พือ่ ใหทกุ คนไดค ดิ
3. นกั เรยี นเขากลมุ ศึกษาเรอื่ ง ชีวติ ทถ่ี กู เมิน
ขนั้ ท่ี 2 ข้ันคิดวเิ คราะหแ ละสรปุ ความ
4. นักเรียนแตล ะกลมุ รวมกันวเิ คราะหเ กยี่ วกับเรอ่ื งท่อี าน โดยครใู ชค าํ ถามดังน้ี
- ตวั ละครสาํ คญั ในเรือ่ งมใี ครบา ง แตละตวั มนี สิ ัยอยางไร
- หากนกั เรียนถูกเมินจากคนอ่นื นักเรียนจะรูสกึ อยา งไรและมีวธิ ีในการแกปญ หา
อยา งไร
- จากเรอ่ื งทีอ่ า นนกั เรียนไดขอ คดิ อะไรบาง
5. นกั เรยี นแตล ะกลมุ คิดประเมนิ เพอ่ื เพ่มิ คณุ คาโดยครูใชค ําถามดงั ตอไปน้ี
- นักเรียนสามารถนําความรทู ่ีไดรบั ไปใชใ นชวี ติ ประจาํ วันไดอ ยางไร
ขั้นที่ 3 ขนั้ ปฏบิ ัติและสรปุ ความรหู ลงั การปฏิบัติ
6. นักเรียนเขา กลุมทาํ กิจกรรมการตง้ั คําถามและตอบคาํ ถามจากเรือ่ งทอ่ี าน กลุมละ 5 ขอ
กตกิ าในการตัง้ คาํ ถาม คณุ ครแู บง จาํ นวนหนา ท่ีแตละกลมุ จะตอ งรับผดิ ชอบในการ
ตง้ั คาํ ถาม เพ่ือปอ งกันไมใหก ารตั้งคาํ ถามของแตล ะกลุมไมใหซ ํา้ กัน
7. นกั เรียนรว มกนั สรปุ ขอคดิ ที่ไดจากการอา น
ข้ันที่ 4 ขน้ั สือ่ สารและนาํ เสนอ
8. นักเรียนแตล ะกลมุ นาํ เสนอคําถามหนาชน้ั เรยี น แลวใหเพือ่ นตอบคาํ ถาม
ขัน้ ที่ 5ขนั้ ประเมินเพอื่ เพิ่มคณุ คา บรกิ ารสังคมและจติ สาธารณะ
9. นกั เรยี นรว มกันแสดงความคิดเหน็ โดยครใู ชคาํ ถามดังน้ี
- นกั เรียนสามารถนําความรูเกี่ยวกับเรื่องท่เี รียนไปใชประโยชนใ นสงั คมไดอยางไร

คาบท่ี 2-3 การเขยี นแผนภพโครงเรอื่ ง
สาระสาํ คญั

การเขยี น การนําความรูและเหตุการณตา ง ๆ ไปเขียนเปนแผนภาพโครงเรื่องจะทาํ ใหเ ขา ใจเรือ่ งราว
แผนภาพ หรือแนวคดิ ของเรื่องไดดยี ิง่ ข้ึน
โครงเร่ือง
ข้ันท่ี 1 ขั้นรวบรวมขอ มูล
1. สนทนาพูดคุยกับนกั เรยี นเกีย่ วกบั นทิ านตา งๆ ที่นกั เรียนเคยอานหรอื รจู ักและให

นกั เรียนอา นขอ มลู ดงั นี้

นิทานเร่ือง “อง่ึ อ่างกบั วัว”

ววั ตวั หน่ึงเท่ียวเลม็ หญา้ อยตู่ ามชายทุ่ง ขณะที่เดินเลียบไปตามคู เผอิญยา่ งเทา้
ไปเหยยี บ
ลูกอ่ึงอ่างครอกหน่ึงตายเกือบหมดเหลืออยตู่ วั เดียว คร้ังแม่อ่ึงอ่างกลบั มาจากหากิน
ลูกอ่ึงอ่าง
จึงเล่าใหแ้ ม่ฟังวา่ “แม่ แม่ เมื่อตะก้ีมีสตั วอ์ ะไรตวั หน่ึง ใหญ่โตจริง ๆ มาเหยยี บลูก
ของแม่ตายหมด รอดอยู่ แตฉ่ นั ตวั เดียวเท่าน้นั ” แม่ถามวา่ “สตั วอ์ ะไรตวั ใหญ่
นกั หนา ใหญ่เท่าน้ีไดไ้ หม” แลว้ กพ็ องตวั ข้ึน ลกู ตอบวา่ “มนั ใหญ่กวา่ น้นั อีกแม่”
แม่อ่ึงอ่างกพ็ องตวั ข้ึนอีก แลว้ ถามลกู วา่ “เท่าน้ีไดไ้ หม” ลูกตอบวา่ “นนั่ กย็ งั โต
ไม่ไดค้ ร่ึงตวั ของมนั เลยแม่” แม่ไดฟ้ ังดงั น้นั มีความขดั เคือง นึกอยใู่ นใจวา่ ไฉนตน
จะทาํ ใหต้ วั โตเท่าเทียมสตั วใ์ หญ่น้นั ไม่ได้ เม่ือคิดดงั น้นั แลว้ กค็ อ่ ย ๆ เบง่ ใหต้ วั พอง
ข้ึนทีละนอ้ ย ๆ จนเกินขนาด ทอ้ งแตกตายอยกู่ บั ที่

และถามคําถามนกั เรียนดังน้ี

- ขอ มลู 2 แบบนี้ มคี วามแตกตางกนั อยางไร
2. นักเรยี นศกึ ษาความรูเรือ่ ง การเขียนแผนภาพโครงเร่อื ง

ข้ันที่ 2 ขนั้ คดิ วิเคราะหและสรปุ ความ
3. นกั เรยี นอา นนทิ านเรอื่ ง “ราชสหี กบั หนู” และรว มกันวเิ คราะหเพอ่ื เขียนแผนภาพโครง

เรื่อง

นกั เรยี นรวมกนั แสดงความคิดเห็น โดยครูใชค าํ ถามดังน้ี
- นักเรยี นจะลาํ ดับเหตุการณในการเขียนแผนภาพโครงเร่ืองใหไดดีอยางไร
- จากนิทานมตี ัวละครอะไรบา ง

- เหตกุ ารณเกดิ ข้นึ ท่ไี หน
- จากนิทานมีเหตกุ ารณอ ะไรเกิดขน้ึ บาง
- นักเรยี นไดขอ คิดอะไรบา งจากนทิ านเรื่องน้ี
4. นักเรียนแตล ะกลมุ คดิ ประเมนิ เพื่อเพมิ่ คณุ คา โดยครูใชค าํ ถามดังตอ ไปนี้
- นักเรียนสามารถนําเรื่องทเ่ี รียนไปใชประโยชนในชวี ิตประจําวันไดอยางไร
ขั้นท่ี 3 ข้นั ปฏบิ ัติและสรปุ ความรหู ลังการปฏบิ ตั ิ
5. นักเรียนแบง กลุม ทําแผนภาพโครงเรื่อง นทิ านเรื่อง “ราชสีหกับหน”ู
6. นักเรยี นรวมกันสรุปวิธกี ารเขยี นแผนภาพโครงเรื่อง และครอู ธบิ ายเพ่มิ เติมดังน้ี
การนําความรแู ละเหตุการณต า ง ๆ ไปเขียนเปนแผนภาพโครงเร่อื งจะทําใหเ ขา ใจ
เร่ืองราวหรือแนวคดิ ของเรือ่ งไดด ียงิ่ ข้นึ
ขน้ั ท่ี 4 ขั้นสอ่ื สารและนาํ เสนอ
7. นกั เรยี นแตละกลุมนาํ เสนอผลงานหนาชัน้ เรยี นเรื่อง การเขยี นแผนภาพโครงเร่ือง
ข้นั ท่ี 5 ขนั้ ประเมนิ เพ่อื เพม่ิ คุณคา บริการสงั คมและจิตสาธารณะ
8. นักเรยี นรว มกันแสดงความคดิ เห็น โดยครใู ชค าํ ถามดงั น้ี

-นกั เรยี นสามารถนําความรูเกยี่ วกบั เร่ืองท่เี รียนไปใชป ระโยชนใ นสังคมไดอยา งไร

คาบที่ 4-5 อักษรนาํ
อักษรนํา สาระสาํ คญั

คาํ ทีม่ ีอักษรนาํ เปน การนําพยัญชนะ 2 ตวั มาเรียงกนั ประสมดวยสระเดียวกนั พยัญชนะ
ตัวแรกจะอา นออกเสียง อะ กง่ึ เสียง พยัญชนะตัวหลังจะออกเสยี งตามสระทีป่ ระสม และอา นออก
เสียงวรรณยกุ ตตามพยัญชนะตัวแรก การศกึ ษาเรอ่ื ง คาํ ทม่ี อี ักษรนาํ จะทาํ ใหอานและเขยี นคําที่มี
อกั ษรนาํ ไดถ กู ตอ ง
ข้ันที่ 1 ข้นั รวบรวมขอ มลู

1. นกั เรียนอานบตั รคาํ ตอไปนี้
หงอก หงาย หรอก หมาย ขนม ฉลาด ผลติ กนก อรอย จรวด

แลวรวมกันสนทนาโดยใชคําถามดงั นี้
- คาํ ที่นักเรยี นอา นมลี ักษณะเหมอื นกนั อยางไร
- คําท่ีนกั เรียนอา นเรียกวาคําอะไร

2. นกั เรียนศกึ ษาเรื่องอกั ษรนาํ แลว รวมกันสนทนาโดยใชคําถามดังน้ี
- อกั ษรนําหมายถงึ อะไร
- อักษรนาํ แบงออกเปน กป่ี ระเภทและมีอะไรบา ง
ขั้นที่ 2 ขน้ั คดิ วิเคราะหแ ละสรปุ ความ

3. นกั เรยี นเขยี นคาํ อกั ษรนาํ ใตภ าพทีค่ รนู ํามาตดิ ดงั น้ี
หมี หมอ หมู หมอน ขนม ตลาด ตลก ฉลาม สนาม ถนน
ใหทกุ คนชวยกนั พจิ ารณาความถูกตอ งของคําประกอบภาพอกั ษรนํา

4. นักเรยี นแตล ะกลุมคดิ ประเมินเพมิ่ คุณคา โดยครูใชคําถามดงั ตอ ไปน้ี
- นกั เรยี นสามารถนําเรอื่ งที่เรียนไปใชป ระโยชนใ นชีวิตประจาํ วันไดอยา งไร
ข้นั ที่ 3 ขน้ั ปฏบิ ัตแิ ละสรปุ ความรหู ลงั การปฏิบตั ิ

5. นกั เรยี นเลน เกมโดยคิดช่อื ผกั ผลไม สัตวและของใชต างๆ สถานที่ ทเี่ ปนคาํ
อักษรนาํ โดยใชไ มเรยี กเลขทเ่ี รยี กชื่อนกั เรียนตอบทลี ะคน ครูเขียนคาํ ตอบของนักเรียนบน
กระดานดาํ แลว อา นออกเสยี งพรอ มกนั ใหทกุ คนชว ยกนั พิจารณาความถกู ตอ งของคําอกั ษรนํา

6. ครูและนักเรยี นรว มกนั สรุปคาํ อกั ษรนํา ดงั น้ี
ทม่ี ีอกั ษรนําเปน การนาํ พยัญชนะ 2 ตวั มาเรียงกนั ประสมดว ยสระเดียวกนั

พยัญชนะตัวแรกจะอานออกเสยี ง อะ ก่งึ เสยี ง พยญั ชนะตวั หลงั จะออกเสยี งตามสระทปี่ ระสม และ
อา นออกเสยี งวรรณยุกตต ามพยญั ชนะตัวแรก การศกึ ษาเรื่อง คําทีม่ ีอกั ษรนาํ จะทาํ ใหอ า นและ
เขียนคําท่มี ีอักษรนาํ ไดถูกตอ ง

7. นักเรยี นทาํ แบบฝกหดั
ขนั้ ท่ี 4 ข้นั สอื่ สารและนาํ เสนอ

8. นักเรยี นนาํ เสนอคาํ อักษรนํา โดยครใู ชไ มเรียกเลขทเี่ รียกใหนักเรียนยกตวั อยา ง

อักษรนาํ

ขัน้ ท่ี 5 ขน้ั ประเมนิ เพอ่ื เพมิ่ คุณคา บริการสงั คมและจติ สาธารณะ
9. นกั เรยี นรว มกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครูใชคําถามดังนี้

- นักเรยี นสามารถนาํ ความรูเก่ียวกับเรอื่ งทเี่ รียนไปใชประโยชนใ นสังคมไดอ ยา งไร

6. การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู

การประเมนิ วิธีการ เครอื่ งมอื
ดา นความรู (K)
-การตอบคําถาม -คําถาม
ดานทักษะและกระบวนการ (P)
-ทาํ แบบฝกหัด -แบบฝกหัด
ดานคุณธรรม จริยธรรมและ
คานิยม (A) -ทักษะการอาน -แบบประเมินการอาน

-ทักษะการเขยี น -แบบประเมินการเขียน

-แบบฝกหัด

-สังเกตพฤติกรรมในการรวมกจิ กรรม -แบบสังเกตพฤตกิ รรม

การทํางานกลุม

-สังเกตพฤตกิ รรมความกระตอื รอื รน

ในการรวมกิจกรรม

7. สือ่ /อปุ กรณ/ แหลงการเรยี นรู 2. ตัวอยางนิทาน
4. หนังสอื ภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปท ่ี 4
1. ภาพประกอบเกี่ยวกบั การสัตวเ ลอ้ื ยคลาน

3. ตัวอยา งแผนภาพโครงเรอ่ื ง

5. ไมเ รียกเลขที่

8. กิจกรรมเสนอแนะ

.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................

ลงชื่อ.............................................ครูผูสอน ลงชื่อ...................................................ฝายวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)

สปั ดาหที่ 12

โรงเรียนขจรเกียรตพิ ฒั นา

แผนการจดั การเรยี นรู

ภาคเรียนท.ี่ .…1…../.................. ชอื่ ผูส อน ……………………………………………………..
กลมุ สาระการเรยี นรู ภาษาไทย ช้นั ประถมศกึ ษาปท่ี……4..... จํานวน……5….คาบ
หนว ยการเรยี นรทู ่ี ..……5…..… เรอื่ ง...........................ชีวิตท่ถี กู เมิน.........................

1. มาตรฐานการเรยี นร/ู ตัวชว้ี ดั

มาตรฐานท่ี ท 1.1 ใชก ระบวนการอา นสรา งความรแู ละความคิดเพอ่ื นําไปใชตัดสินใจ แกป ญหาในการดาํ เนนิ ชีวิต
และมีนสิ ยั รักการอาน

ตวั ช้ีวัดท่ี ป 4/2 ระบุชนดิ และหนา ทข่ี องคําในประโยค และอธบิ ายความหมายของคาํ
มาตรฐานท่ี ท 2.1 ใชกระบวนการเขยี นเขียนส่ือสาร เขียนเรยี งความ ยอความ และเขยี นเรอ่ื งราวในรปู แบบตา ง ๆ
เขยี นรายงานขอมูลสารสนเทศและรายงานการศกึ ษาคน ควาอยางมีประสทิ ธภิ าพ

ตัวชี้วัดท่ี ป 4/2 เขยี นสอ่ื สารโดยใชคําไดถ ูกตอ ง ชัดเจน และเหมาะสม

ตัวชวี้ ัดที่ ป 4/6 เขยี นบนั ทึกและเขียนรายงานจากการศึกษาคน ควา

ตวั ชี้วัดท่ี ป 4/8 มีมารยาทในการเขยี น
มาตรฐานที่ ท 4.1 เขา ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลยี่ นแปลงของภาษา และพลงั ของภาษา
ภูมิปญญาทางภาษา และรักษา

ตวั ช้วี ัดท่ี ป 4/1 สะกดคาํ และบอกความหมายของคําในบรบิ ทตาง ๆ

ตวั ชี้วัดท่ี ป 4/2 ระบุชนิดและหนาท่ขี องคาํ ในประโยค และอธิบายความหมายของคํา
มาตรฐานที่ ท 5.1 เขา ใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณวรรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอยา งเห็นคณุ คาและนํามา
ประยกุ ตใชใ นชวี ติ จรงิ

ตวั ชวี้ ัดที่ ป 4/1 ระบุขอคดิ จากนิทานพ้นื บานหรือนิทานคตธิ รรม

ตวั ชวี้ ัดท่ี ป 4/2 อธบิ ายขอคดิ จากการอา นเพ่อื นําไปใชใ นชีวิตจรงิ

2. สาระสาํ คญั /ความคดิ รวบยอด

การอานจบั ใจความสาํ คญั คอื การอา นเพือ่ จบั ใจความหรือขอคิด ความคดิ สําคญั หลกั ของขอความ หรือเร่อื งทอ่ี า น
การอานจับใจความสําคัญ ถอื เปนทักษะสําคญั ทใ่ี ชใ นการอา นเพอื่ การส่ือสารมากทส่ี ุด เพราะเปน พนื้ ฐานสําคญั ในการศกึ ษาหา

ความรู จงึ ควรฝกฝนใหเกิดความชํานาญ

การเขยี นรายงาน การเขยี นรายงานจะตองมีการกําหนดหวั ขอ เขียนโครงเรอื่ งศกึ ษาขอ มูลจากแหลง ตาง ๆ เรียบเรียง
และจดั ทํารายงานเพ่ือเผยแพรค วามรใู หผ ทู ่สี นใจ ซง่ึ ผูเขยี นรายงานจะไดพฒั นาความรแู ละพฒั นาการเขียนของตนเองดว ย

ตัวการันต คาํ ทม่ี ี ไมท ณั ฑฆาต - กาํ กบั อยูบนพยญั ชนะ เพื่อแสดงใหร วู าไมตอ งอานออกเสยี งพยัญชนะตวั นั้น
ใชวางบนพยัญชนะทีไ่ มตอ งการออกเสยี ง ซงึ่ อาจวางไวบ นพยัญชนะซึง่ อยูทายประโยค หรือบางคํามีพยัญชนะทีไ่ มใ ชตัวสะกด
อยขู า งหนา พยัญชนะทีม่ ไี มท ณั ฑฆาต - ก็ไมออกเสียง พยญั ชนะตวั น้นั เชน กนั ไมอ อกเสียงพยญั ชนะท่ีมเี ครือ่ งหมาย
ทณั ฑฆาตกํากบั แมพยญั ชนะตัวนนั้ ไมไ ดอ ยทู ายพยางค และไมอ อกเสยี งพยัญชนะท่มี ีเคร่อื งหมายทัณฑฆาตกาํ กบั
แมพยญั ชนะตวั น้นั จะมีสระประสมอยู

3. จุดประสงคก ารเรยี นรู

1. อธิบายความหมาย และหลกั การอา นจับใจความสําคญั (K)
2. อธบิ ายวิธีการทาํ รายงาน (K)
3. รแู ละเขาใจหลกั อา น เขียน และใชคําทม่ี ีตวั การนั ต ไดถ กู ตอ ง (K)
4. อา นเร่อื งไดคลองแคลว รวดเร็วและถูกตองตามอักขรวิธี (P)
5. เขียนรายงานตามความสนใจ (P)
6. แยกขอ เทจ็ จริงและขอ คดิ เห็นจากเร่ืองท่ีอา น (P)
7. อาน เขยี นและนําคําทีม่ ีตัวการันตไปใชไ ดถกู ตอ ง (P)
8. เห็นความสาํ คญั ของการเขียนรายงาน (A)
9. กระตอื รอื รน ในการรวมกจิ กรรม (A)
10. เหน็ ความสําคญั ของการอา นและมารยาทในการอา น (A)

4. สาระการเรยี นรู สาระการเรยี นรูทอ งถิ่น
สาระการเรยี นรูแกนกลาง

1. อธบิ ายความหมาย และหลกั การอา นจับใจความสําคญั (K)
2. อธบิ ายวิธกี ารทาํ รายงาน (K)
3. รแู ละเขา ใจหลักอา น เขยี น และใชค าํ ทม่ี ตี ัวการนั ต ไดถ ูกตอง (K)

5. กจิ กรรมการเรียนรู

คาบที่ กจิ กรรมการเรียนการสอน

คาบที่ 1 การอานจบั ใจความ เรอ่ื งเลา จากพทั ลุง
สาระสาํ คญั

การอาน 22การอานจบั ใจความสําคญั คือ การอา นเพื่อจบั ใจความหรอื ขอ คิด ความคดิ สําคญั หลกั

จับใจความ ของขอ ความ หรอื เร่ืองที่อา น การอานจบั ใจความสําคญั ถือเปนทักษะสาํ คัญทใ่ี ชใ นการอา นเพอ่ื

เร่อื งเลา จากพทั ลุง การส่อื สารมากทส่ี ดุ เพราะเปนพื้นฐานสาํ คัญในการศกึ ษาหาความรู จึงควรฝก ฝนใหเ กดิ ความ

ชํานาญ

ขั้นท่ี 1 ขัน้ รวบรวมขอมลู

1. ครูและนกั เรียนรว มกนั สนทนา โดยครใู ชค าํ ถามกระตนุ ความคดิ ดังนี้
- ถาพดู ถงึ เงาะปา นกั เรียนจะนึกถงึ ใคร
- นักเรยี นคิดวาเงาะปา ทีเ่ ปนมนุษยมีจรงิ หรไื ม ใหน กั เรยี นชว ยกันตอบ เพือ่ โยง

เขา สสู าระการเรยี นรู
นักเรียนทบทวนเก่ยี วกบั การอานจบั ใจความสําคญั โดยครใู ชคําถามดงั นี้
- การอา นสรุปใจความคืออะไร
- นกั เรียนใชท กั ษะอะไรบางในการอา นสรุปใจความ

*ในการตอบคาํ ถามใหค รใู ชไมเรียกเลขท่ี เพ่ือใหน กั เรยี นตอบทลี ะคน โดยถามคําถามกอ น
จะเรียกเลขที่เพ่ือใหท กุ คนไดค ดิ

2. นกั เรยี นเขา กลมุ ศกึ ษาเรอ่ื ง เลาจากพัทลงุ
ข้ันที่ 2 ขั้นคดิ วเิ คราะหแ ละสรปุ ความ

3. นกั เรยี นแตล ะกลุมรวมกนั วเิ คราะหเ ก่ยี วกับเรือ่ งทอี่ าน โดยครใู ชค ําถามดงั น้ี
- ตัวละครสําคญั ในเรอื่ งมีใครบาง แตล ะตวั มนี ิสัยอยา งไร
- จากเรือ่ งทอ่ี า นนกั เรยี นไดข อคิดอะไรบา ง

4. นักเรยี นแตละกลมุ คดิ ประเมินเพ่ือเพ่มิ คณุ คา โดยครูใชคําถามดงั ตอ ไปนี้
- นกั เรยี นสามารถนําความรทู ่ไี ดรับไปใชใ นชีวติ ประจาํ วันไดอ ยางไร
ขนั้ ที่ 3 ขนั้ ปฏบิ ัติและสรุปความรูห ลงั การปฏิบัติ

5. นกั เรยี นเขา กลุม ทาํ กิจกรรมการตง้ั คําถามและตอบคาํ ถามจากเรื่องทอ่ี าน กลมุ ละ 5 ขอ
กติกาในการต้งั คําถาม คณุ ครแู บงจํานวนหนาที่แตล ะกลุมจะตอ งรับผิดชอบในการ

ตัง้ คาํ ถาม เพอ่ื ปอ งกันไมใ หก ารต้ังคาํ ถามของแตละกลมุ ไมใหซ ้าํ กัน
6. นกั เรยี นรวมกนั สรปุ ขอคดิ ท่ไี ดจ ากการอาน

ขัน้ ท่ี 4 ขน้ั สอื่ สารและนาํ เสนอ
7. นกั เรยี นแตล ะกลุมนาํ เสนอคําถามหนา ชนั้ เรียน แลว ใหเ พอื่ นตอบคําถาม

ข้นั ท่ี 5ขน้ั ประเมนิ เพื่อเพมิ่ คณุ คา บริการสังคมและจติ สาธารณะ
8. นกั เรยี นรวมกันแสดงความคิดเหน็ โดยครูใชคาํ ถามดงั นี้
- นักเรียนสามารถนาํ ความรเู กย่ี วกบั เรอื่ งทเี่ รยี นไปใชป ระโยชนใ นสังคมไดอ ยา งไร

คาบที่ 2-3 การเขียนรายงาน
การเขยี นรายงาน สาระสาํ คญั

การเขยี นรายงานจะตองมกี ารกาํ หนดหัวขอ เขยี นโครงเรื่องศึกษาขอมูลจากแหลงตาง ๆ

เรียบเรยี งและจดั ทํารายงานเพ่อื เผยแพรความรูใหผทู ี่สนใจ ซ่ึงผเู ขยี นรายงานจะไดพ ฒั นาความรู

และพฒั นาการเขียนของตนเองดว ย
ขน้ั ท่ี 1 ข้ันรวบรวมขอมลู

1. นกั เรียนดูตัวอยางรายงาน แลวรวมกนั สนทนาโดยครูใชคําถามดงั น้ี

- เอกสารทน่ี กั เรียนดูเรียกวาอะไร

- นกั เรยี นเคยเหน็ รายงานหรอื ไม

2. นกั เรียนรวมกันศกึ ษาเรือ่ ง การเขยี นรายงาน แลว รว มสนทนาโดยครูใชค าํ ถามดงั น้ี
- การเขยี นรายงานมีประโยชนอยางไร
- องคประกอบของรายงานมีอะไรบา ง
- การเขียนแผนภาพความคดิ กอนทาํ รายงานมปี ระโยชนอ ยางไร
ขั้นท่ี 2 ข้ันคดิ วเิ คราะหและสรปุ ความ

3. นกั เรยี นรว มวเิ คราะหว าการเขียนรายงานเรือ่ งหมีแพนดาจะตอ งเขียนเร่ืองอะไรบาง
โดยเขียนเปน แผนภาพความคดิ

ตัวอยา ง เชน

คาบท่ี 4-5 4. นกั เรยี นแตละกลมุ คดิ ประเมินเพือ่ เพ่มิ คณุ คา โดยครใู ชคาํ ถามดงั ตอ ไปนี้
ตวั การันต - นกั เรยี นสามารถนาํ เรื่องทเ่ี รียนไปใชป ระโยชนในชีวิตประจาํ วันไดอยา งไร
ขั้นท่ี 3 ขนั้ ปฏิบตั แิ ละสรปุ ความรหู ลงั การปฏิบัติ
5. นักเรียนเขา กลุม ทาํ กจิ กรรมเขยี นรายงาน ตามหัวขอ ทส่ี มาชกิ ในกลุม สนใจทจี่ ะศกึ ษา
6. นักเรยี นรวมกนั สรุปความสาํ คญั ของการเขียนรายงาน ครอู ธิบายเพม่ิ เตมิ เกยี่ วกับการ
เขียนรายงาน
ขนั้ ท่ี 4 ขนั้ สอ่ื สารและนาํ เสนอ
7. นักเรียนแตล ะกลมุ นาํ เสนอผลงานหนาชนั้ เรยี น เพื่อนกลุมอน่ื รว มกันแสดงความคิดเหน็
8. นกั เรียนรวบรวมเลม การเขยี นรายงานไวท่มี มุ หอ งเรียนเพ่ือใหเพ่ือนๆไดศกึ ษาตอ ไป
ขน้ั ที่ 5 ข้นั ประเมนิ เพอ่ื เพม่ิ คณุ คาบรกิ ารสงั คมและจติ สาธารณะ
9. นักเรียนรวมกนั แสดงความคิดเห็น โดยครใู ชคาํ ถามดังนี้

- นกั เรยี นสามารถนําความรเู ก่ยี วกับเร่ืองท่เี รยี นไปใชประโยชนในสงั คมไดอยา งไร

ตวั การนั ต
สาระสาํ คญั

0คาํ ที่มี ไมทณั ฑฆาต - กาํ กับอยบู นพยญั ชนะ เพือ่ แสดงใหรวู าไมตองอานออกเสียง
พยัญชนะตวั น้ัน ใชว างบนพยญั ชนะทีไ่ มตองการออกเสียง ซึ่งอาจวางไวบนพยัญชนะซ่ึงอยูทา ย
ประโยค หรือบางคาํ มีพยัญชนะทไี่ มใ ชตัวสะกดอยูขา งหนา พยัญชนะที่มีไมท ัณฑฆาต - กไ็ มอ อก
เสียง พยัญชนะตัวนนั้ เชนกนั ไมอ อกเสียงพยญั ชนะที่มีเคร่ืองหมาย ทณั ฑฆาตกาํ กับ แมพ ยญั ชนะ

ตวั น้นั ไมไ ดอ ยูทายพยางค และไมออกเสียงพยัญชนะทมี่ เี ครอ่ื งหมายทณั ฑฆาตกํากับ แมพยญั ชนะ
ตวั นนั้ จะมีสระประสมอยู

ขนั้ ที่ 1 ขนั้ รวบรวมขอมลู
1. นักเรียนรว มกนั แสดงความคดิ เห็นเกีย่ วกับตัวการันต โดยเลนเกมดังนี้
ใหนักเรียนเลน “ เกมลมเพ ลมพัด ” โดยใหนักเรียนเขาแถววงกลม หันหนา

เขาหากัน ครูพูดวา “ ลมเพ ลมพัด ” นักเรียนถามวา “ พัดอะไร ” ครูตอบวา “ พัดคนที่
ช่ือมีตัวการนั ต ” นักเรียนทชี่ อ่ื มีตัวการันต ใหว่ิงสลับที่กัน เมื่อครูเปานกหวีด ใครสลับท่ีไมไดให
ออกมายืนกลางวงเปนคนทําหนาท่ีดําเนินกิจกรรมแทนครู โดยเริ่มต้ังแต “ ลมเพ ลมพัด ” แลว
เปล่ียนเปน “ พดั คนทนี่ ามสกลุ มีตัวการันต ” หรือ “ พัดคนทช่ี ่อื มี น, ต , หรือ ย ” เปนตน

แลว รว มกันสนทนาโดยใชคําถามดงั นี้
- พยญั ชนะตวั ใดบา งทีใ่ ชเ ปน ตัวการนั ต

2. นกั เรยี นศึกษาเร่อื งตัวการนั ต แลว รว มสนทนาโดยครูใชคาํ ถามดงั นี้
- อักษรการันตห มายถงึ อะไร
- อักษรการนั ตม ีวิธีการอานอยา งไร
- อักษรการันตม ีกลี่ กั ษณะ
ขัน้ ที่ 2 ข้ันคดิ วเิ คราะหแ ละสรปุ ความ

3. นกั เรยี นสงั เกตบัตรคาํ บนกระดาน และออกมาเตมิ ตวั การนั ต เชน
จัน........... ศกุ ............... ทกุ .............. ศาส........... รถยน............... ภาพยน...........

ใหทกุ คนชวยกนั พจิ ารณาความถกู ตองของตัวการันต
4. นักเรียนแตล ะกลมุ คิดประเมนิ เพ่ิมคณุ คา โดยครูใชค าํ ถามดงั ตอ ไปนี้
- นกั เรยี นสามารถนาํ เรอื่ งท่ีเรียนไปใชป ระโยชนในชีวิตประจําวันไดอยา งไร
ขน้ั ที่ 3 ข้ันปฏิบัติและสรปุ ความรูห ลงั การปฏิบตั ิ
5. นกั เรยี นเลน เกมโดยคดิ คําที่มีตวั การันต เชน ต ย ข ตร ว ทร
โดยใชไ มเ รยี กเลขท่ีเรียกชอื่ นกั เรียนตอบทลี ะคน ครเู ขยี นคาํ ตอบของนักเรียนบนกระดานดํา แลว
อา นออกเสียงพรอมกัน ใหท กุ คนชวยกันพิจารณาความถูกตองของตัวการนั ต
6. นกั เรียนเขากลุมทํากจิ กรรมคดิ คาํ ทีม่ ีตวั การันต โดยสง ตัวแทนออกมาจบั ฉลากตวั
การนั ต
7. นกั เรยี นรวมกันสรุปเรอื่ งตวั การันต ดังนี้
คําทมี่ ี ไมท ัณฑฆาต - กาํ กับอยบู นพยัญชนะ เพ่อื แสดงใหร วู าไมต องอานออกเสยี ง
พยัญชนะตัวน้ัน ใชวางบนพยัญชนะท่ีไมต อ งการออกเสยี ง ซงึ่ อาจวางไวบนพยญั ชนะซ่งึ อยูทาย
ประโยค หรือบางคํามพี ยัญชนะที่ไมใชตัวสะกดอยขู า งหนาพยญั ชนะทีม่ ีไมท ัณฑฆาต - กไ็ มอ อก
เสยี ง พยัญชนะตัวน้ันเชน กนั ไมออกเสียงพยญั ชนะทมี่ ีเคร่อื งหมาย ทณั ฑฆาตกาํ กับ แมพ ยญั ชนะ
ตวั นั้นไมไดอ ยูทายพยางค และไมออกเสยี งพยญั ชนะท่ีมเี คร่ืองหมายทณั ฑฆาตกาํ กบั แมพยญั ชนะ
ตัวนั้นจะมีสระประสมอยู

8. นกั เรยี นทําแบบฝกหดั
ขน้ั ท่ี 4 ขนั้ สอ่ื สารและนาํ เสนอ

9. นกั เรียนนําเสนอคําตัวการนั ตตามกลุม ท่ีจับฉลากได โดยครใู ชไมเรยี กเลขท่ี เพอ่ื ให
นักเรยี นนาํ เสนอทีละกลมุ และรว มกันแสดงความคดิ เห็น และรวบรวมเปนเลมไวทม่ี มุ หองเรยี น
ใหเ พื่อนๆไดอ า นดว ย
ข้ันที่ 5 ขน้ั ประเมนิ เพอ่ื เพม่ิ คณุ คาบรกิ ารสังคมและจติ สาธารณะ

10. นกั เรียนรว มกนั แสดงความคิดเห็น โดยครูใชคาํ ถามดงั น้ี
- นักเรียนสามารถนาํ ความรเู กีย่ วกับเร่อื งท่ีเรยี นไปใชป ระโยชนใ นสังคมได

อยา งไร

6. การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู

การประเมนิ วธิ กี าร เครอื่ งมอื
ดานความรู (K)
ดานทกั ษะและกระบวนการ (P) -การตอบคําถาม -คาํ ถาม

ดานคณุ ธรรม จริยธรรมและ -ทาํ แบบฝก หัด -แบบฝก หดั
คานยิ ม (A)
-ทักษะการอานในใจ -แบบประเมินการอานในใจ

-ทกั ษะการเขียน -แบบประเมนิ การเขียน

-ทกั ษะการวิเคราะห -คาํ ถาม

-แบบฝก หดั

-สงั เกตพฤตกิ รรมในการรวมกจิ กรรม -แบบสังเกตพฤตกิ รรม

การทาํ งานกลุม

-สังเกตพฤติกรรมความกระตือรอื รนใน

การรวมกจิ กรรม

7. สอื่ /อุปกรณ/ แหลงการเรียนรู 2. ตัวอยา งแผนผังความคดิ รายงาน
4. หนังสอื ภาษาไทยชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ 4
1. ภาพประกอบเก่ียวกบั เงาะปา 6. บตั รคําท่มี ตี วั การันต

3. ตวั อยา งรายงาน

5. ไมเ รียกเลขท่ี

8. กิจกรรมเสนอแนะ

.........................................................................................................................................................................................................

.........................................................................................................................................................................................................

.........................................................................................................................................................................................................

.........................................................................................................................................................................................................

. ลงช่อื ...................................................ฝา ยวชิ าการ
ลงชือ่ .............................................ครผู ูส อน (...........................................................)

(...........................................................)

สัปดาหที่ 13

โรงเรยี นขจรเกียรติพฒั นา

แผนการจัดการเรียนรู

ภาคเรยี นท.ี่ .…1…../.................. ช่ือผสู อน ……………………………………………………..
กลุม สาระการเรยี นรู ภาษาไทย ช้นั ประถมศกึ ษาปท ่ี……4..... จํานวน……5….คาบ
หนว ยการเรียนรทู ่ี ..……6…..… เรือ่ ง...................โอม! พนิ จิ มหาพจิ ารณา....................

1. มาตรฐานการเรยี นร/ู ตัวชว้ี ดั

มาตรฐานท่ี ท 1.1 ใชกระบวนการอานสรางความรูแ ละความคดิ เพอ่ื นําไปใชต ดั สนิ ใจ แกป ญ หาในการดาํ เนนิ ชีวิต
และมนี สิ ยั รกั การอา น

ตัวชี้วัดท่ี ป 4/1 อานออกเสยี งบทรอยแกว และบทรอยกรองไดถูกตอ ง
ตวั ชว้ี ัดที่ ป 4/2 อธบิ ายความหมายของคํา ประโยค และสาํ นวนจากเรอ่ื งทีอ่ า น
ตัวชีว้ ัดที่ ป 4/3 อา นเรื่องสน้ั ๆตามเวลาที่กาํ หนดและตอบคาํ ถามจากเรอ่ื งท่อี า น
ตวั ชีว้ ัดที่ ป 4/4 แยกขอ เท็จจริงและขอ คิดเห็นจากเรอ่ื งทอ่ี าน
ตวั ช้ีวัดท่ี ป 4/6 สรุปความรแู ละขอคิดจากเร่ืองทอ่ี า นเพื่อนาํ ไปใชใ นการดําเนินชีวิต
ตวั ช้ีวัดที่ ป 4/8 มมี ารยาทในการอาน
มาตรฐานที่ ท 2.1 ใชก ระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรยี งความ ยอความ และเขยี นเรอื่ งราวในรูปแบบตาง ๆ
เขยี นรายงานขอ มลู สารสนเทศและรายงานการศกึ ษาคน ควา อยา งมีประสิทธิภาพ
ตัวชี้วัดที่ ป 4/4 เขียนยอ ความจากเรื่องสน้ั ๆ
ตัวช้ีวัดท่ี ป 4/8 มมี ารยาทในการเขียน
มาตรฐานท่ี ท 4.1 เขา ใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ยี นแปลงของภาษา และพลงั ของภาษา
ภมู ปิ ญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ ปน สมบตั ิของชาติ
ตวั ช้วี ัดท่ี ป 4/1 สะกดคาํ และบอกความหมายของคําในบรบิ ทตา ง ๆ

2. สาระสาํ คญั /ความคดิ รวบยอด

การอา นจบั ใจความสาํ คญั คือ การอา นเพื่อจบั ใจความหรอื ขอคิด ความคิดสาํ คญั หลกั ของขอความ หรือเร่อื งท่ีอาน
การอานจบั ใจความสําคัญ ถอื เปนทกั ษะสําคัญทใ่ี ชในการอา นเพอื่ การสื่อสารมากทีส่ ดุ เพราะเปนพื้นฐานสําคัญในการศึกษาหา

ความรู จึงควรฝก ฝนใหเกดิ ความชาํ นาญ

การเขียนยอนทิ าน การเขยี นยอ ความเปน การสรุปสาระสําคัญของเนือ้ เรือ่ งนาํ เสนอตอ ผูอ่ืน

พยางค และคาํ เปนพืน้ ฐานสําคัญในการศกึ ษาเร่ืองตา ง ๆ ในชีวิตประจาํ วนั การเขา ใจลักษณะและการใชพยางค และ
คาํ จะทาํ ใหเขา ใจประโยคตา ง ๆ และนาํ ไปใชสื่อสารไดถกู ตอง

3. จดุ ประสงคการเรียนรู

1. อธิบายความหมาย และหลกั การอา นจับใจความสําคญั (K)
2. อธบิ ายวธิ กี ารเขยี นยอความทีด่ ี (K)
3. รแู ละเขาใจหลักการอาน การ เขียน พยางคแ ละคํา (K)
4. อา นเร่อื งไดคลอ งแคลว รวดเร็วและถูกตองตามอกั ขรวิธี (P)
5. แยกขอเทจ็ จรงิ และขอ คดิ เหน็ จากเร่ืองที่อาน (P)
6. เขียนยอความนทิ าน (P)
7. อาน เขียนและนาํ พยางคและคาํ ไปใชไดถ กู ตอ ง (P)
8. เหน็ ความสาํ คญั ของการอานและมารยาทในการอาน (A)
9. นาํ ความรูเรอ่ื งการเขียนยอความไปใชในชีวิตประจาํ วนั (A)
10. กระตอื รอื รนในการรวมกิจกรรม (A)

4. สาระการเรียนรู สาระการเรยี นรูทองถิน่
สาระการเรยี นรูแกนกลาง

1. อธิบายความหมาย และหลกั การอานจับใจความสาํ คญั (K)
2. อธบิ ายวิธกี ารเขยี นยอ ความที่ดี (K)
3. รูและเขา ใจหลักการอา น การ เขยี น พยางคแ ละคาํ (K)

5. กจิ กรรมการเรยี นรู กจิ กรรมการเรียนการสอน

คาบที่ การอา นจบั ใจความ เรื่อง โอม! พนิ จิ มหาพจิ ารณา
สาระสาํ คญั
คาบท่ี 1
23การอานจบั ใจความสาํ คญั คอื การอา นเพ่อื จบั ใจความหรือขอคิด ความคดิ สาํ คัญหลกั
การอาน
จบั ใจความ เรอื่ ง ของขอความ หรือเรื่องที่อา น การอา นจบั ใจความสําคญั ถอื เปน ทกั ษะสําคัญทใี่ ชใ นการอา นเพอื่
โอม! พนิ จิ มหา
การส่ือสารมากที่สดุ เพราะเปน พ้นื ฐานสําคัญในการศกึ ษาหาความรู จงึ ควรฝก ฝนใหเกดิ ความ
พจิ ารณา
ชาํ นาญ

ขนั้ ที่ 1 ข้นั รวบรวมขอมูล
1. นกั เรียนสนทนาเกย่ี วกบั จดหมายลกู โซ แลวรว มกนั แสดงความคิดเหน็ เพ่ือโยงเขา สู

บทเรยี นโดยครใู ชคาํ ถามดงั นี้
- นกั เรยี นเคยไดรับจดหมายลกู โซหรอื ไม

- นักเรียนเชอ่ื เรือ่ งจดหมายลกู โซหรือไม เพราะอะไร

2. นกั เรยี นทบทวนเกีย่ วกับการอานสรปุ ใจความ โดยใชค าํ ถามดงั ตอไปนี้
- การอา นสรปุ ใจความคอื อะไร
- นกั เรียนใชท กั ษะอะไรบางในการอานสรปุ ใจความ

*ในการตอบคําถามใหค รูใชไมเรยี กเลขที่ เพ่อื ใหนักเรยี นตอบทลี ะคน โดยถามคาํ ถามกอน
จะเรยี กเลขที่เพอื่ ใหทกุ คนไดค ิด

3. นักเรียนอา นในใจเร่อื ง โอม! พนิ จิ มหาพจิ ารณา จากหนังสือภาษาพาที ชั้น
ประถมศึกษาปท่ี 4 โดยนําหลกั การอานในใจมาใช ครสู ังเกตการอา นของนักเรียนแตล ะคน
วาปฏบิ ัติไดถ ูกตอ งตามหลักการอา นหรือไม
ขน้ั ที่ 2 ข้ันคดิ วเิ คราะหและสรปุ ความ
4. นกั เรียนรว มกันสรุปใจความสาํ คัญของเร่อื ง โอม! พนิ ิจมหาพจิ ารณา
5. นักเรียนแตล ะกลมุ คิดประเมินเพื่อเพม่ิ คุณคา โดยครใู ชคําถามดงั ตอ ไปน้ี
- ความเชอ่ื และความศรทั ธา มคี วามสําคญั ในการดาํ เนนิ ชีวิตประจําวันหรือไม
อยา งไร

- นักเรยี นสามารถนาํ เรื่องทเ่ี รียนไปใชประโยชนใ นชวี ิตประจาํ วันไดอ ยางไร
ขน้ั ท่ี 3 ขัน้ ปฏิบัติและสรุปความรหู ลังการปฏิบัติ

6. นักเรยี นเขากลุมทาํ กิจกรรมการตง้ั คําถามจากเรื่องทอี่ า นกลุม ละ 5 ขอ และสง ตัวแทน
อา นใหเพือ่ นฟง เพ่ือนๆชวยกันตอบคําถาม

กติกาการตัง้ คําถาม ครแู บงเน้ือหาใหแตล ะกลุมต้ังคาํ ถามกลุม ละ 2-3 หนา
7. นกั เรยี นแตล ะกลมุ รวมกนั สรุปขอ คดิ ทไ่ี ดจ ากการอา น
ขน้ั ที่ 4 ขน้ั ส่ือสารและนาํ เสนอ
8. แตล ะกลุมออกมานาํ เสนอขอคิดจากเร่ืองท่อี า น
*ขณะทนี่ ักเรียนนําเสนอ ครูพยายามสงั เกตพฤติกรรมท้ังของผฟู งและผนู ําเสนอ เพือ่ เกบ็
ไปเปนขอมลู ในการพฒั นาปรบั ปรงุ ตอ ไป
พฤติกรรมท่ีนาํ ไปเปน เงือ่ นไขพัฒนา เชน

- มารยาทในการพูดและฟง
- ความสนใจ ใหเ กยี รติ
- การซักถาม เสนอแนวคดิ แยง หรือคลอ ยตามอยางมีเหตผุ ล
- การใชทกั ษะทางภาษาเพื่อการส่อื สาร
ข้นั ที่ 5 ขน้ั ประเมนิ เพ่อื เพิม่ คุณคา บรกิ ารสังคมและจติ สาธารณะ
9.นกั เรยี นรวมกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ชค าํ ถามดังนี้
-นักเรยี นสามารถนาํ ความรเู กีย่ วกบั เรอื่ งทเ่ี รียนไปใชประโยชนใ นสังคมไดอยางไร

คาบท่ี 2-3
การเขียนยอ นทิ าน การเขียนยอ นทิ าน

สาระสาํ คญั
การเขยี นยอ ความเปนการสรปุ สาระสําคัญของเนือ้ เรอื่ งนําเสนอตอ ผูอืน่

ขั้นที่ 1 ข้นั รวบรวมขอ มลู

คาบที่ 4-5 1. นักเรียนรวมกนั สนทนาเก่ียวกบั นิทานที่นกั เรียนรูจ ัก และขออาสาสมคั รเลา นิทาน 1 คน
พยางค และ คํา นักเรยี นรว มกันแสดงความคิดเห็น โดยครใู ชค าํ ถามทา ทาย ดงั นี้
- นกั เรยี นคิดวา เพื่อนใชห ลกั การอะไรในการเลา นิทาน
- ภาษาที่เพ่ือนใชใ นการเลา เปนอยา งไร
- นกั เรียนทราบหรอื ไมวาหลกั การยอ ความมีอะไรบา ง

2. นักเรยี นศึกษาความรเู รอื่ ง การยอ นิทานแลวรว มกนั สนทนาโดยครใู ชค ําถามดงั นี้
- ในการยอนทิ านนักเรียนตอ งคํานงึ ถึงเร่อื งอะไรมากที่สดุ

- นกั เรยี นควรระมดั ระวงั เกีย่ วกับอะไรในการยอนทิ าน
ครอู ธบิ ายเพิ่มเตมิ ถงึ หลักการยอความดังนี้
หลักการยอความ

1. อา นเรือ่ งทีจ่ ะยอ ใหเขาใจ
2. จบั ใจความสาํ คญั หรือสาระสําคญั ของเร่ือง
3. ใชสํานวนภาษางาย ๆ ของผูยอ เองโดยไมเปล่ยี นแปลงเรือ่ งเดมิ
4. เปลี่ยนสรรพนามบรุ ษุ ท่ี 1 หรือสรรพนามบรุ ษุ ท่ี 2 เปน สรรพนามบุรษุ ท่ี 3
ข้ันท่ี 2 ข้นั คดิ วิเคราะหแ ละสรปุ ความ
3. นักเรียนศึกษาตวั อยา งการยอ นทิ านแลวรว มกนั วเิ คราะห โดยครถู ามคําถามดงั น้ี
- การยอนิทานมคี วามสาํ คัญอยา งไร
- นกั เรียนนาํ เสนอรูปแบบการยอนทิ าน
รูปแบบการยอ นิทาน
นทิ านเรือ่ ง...................จาก....................ของ....................ความวา.............................
- นักเรียนสามารถนาํ เรื่องทเ่ี รียนไปใชประโยชนในชวี ิตประจําวันไดอ ยา งไร
ขน้ั ท่ี 3 ขน้ั ปฏบิ ัติและสรุปความรหู ลงั การปฏิบตั ิ
5. นกั เรียนทาํ กจิ กรรมการเขียนยอ นทิ าน ตามรูปแบบท่เี รยี น จากหนังสอื นทิ านท่นี ักเรียน
นาํ มา
6. นักเรยี นรว มกันสรปุ ความสําคญั ของการยอนิทาน ครูอธิบายเพ่ิมเติมเกย่ี วกับ
องคประกอบของการยอ นทิ าน
ข้ันท่ี 4 ข้นั สอื่ สารและนาํ เสนอ
7. นักเรียนแตละคนนาํ เสนอผลงานหนา ชัน้ เรยี น เพ่อื นในหองเรยี นรว มกนั แสดงความ
คิดเห็น
ขน้ั ที่ 5 ข้นั ประเมนิ เพ่ือเพมิ่ คณุ คาบรกิ ารสังคมและจติ สาธารณะ
8. นักเรียนรว มกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครูใชคาํ ถามดังน้ี
- นกั เรยี นสามารถนําความรเู กีย่ วกบั เรอื่ งทเี่ รียนไปใชป ระโยชนในสังคมไดอ ยา งไร

พยางค และ คํา
สาระสาํ คญั

พยางค และคาํ เปนพื้นฐานสําคญั ในการศกึ ษาเร่ืองตาง ๆ ในชวี ติ ประจาํ วัน การเขา ใจ

ลกั ษณะและการใชพยางค และคาํ จะทําใหเ ขา ใจประโยคตา ง ๆ และนาํ ไปใชส อ่ื สารไดถ กู ตอง
ข้นั ท่ี 1 ขัน้ รวบรวมขอมลู

1. นักเรยี นอา นออกเสียงคําตอ ไปน้ี กระดาน โตะ ธรรมชาติ อตุ สาหกรรม แลว สังเกต
การอา นออกเสียง โดยครูใชคาํ ถามดงั น้ี

-คําทีน่ กั เรียนอา นแตกตา งกันอยางไร
2. นกั เรียนศกึ ษาเร่อื ง พยางค และคาํ ในหนังสอื เรียนชุดภาษาเพ่อื ชีวติ (ภาษาพาที)หนา13
ขน้ั ท่ี 2 ขนั้ คิดวิเคราะหและสรปุ ความ
3. นกั เรยี นรว มกันคิดวิเคราะหโ ดยครูใชค าํ ถามดังตอ ไปนี้

- พยางคห มายถงึ อะไร
- คาํ หมายถงึ อะไร
- พยางคแ ละคาํ แตกตา งกนั อยา งไร

4. ตวั แทนนักเรยี นแตละกลุมจับสลากเลอื กนิทานท่คี รเู ตรยี มมากลุมละ 1 เรอ่ื ง ให
นกั เรียนแตล ะกลมุ ปฏบิ ตั ิดังน้ี

- เลือกคําจากในเนื้อเรือ่ งมาเขียน และจัดประเภทคาํ พยางคเ ดียว คาํ สองพยางค
คาํ สามพยางค คาํ สีพ่ ยางค คาํ หา พยางค ฯลฯ เมือ่ ทาํ เสรจ็ แลว ใหว าดภาพประกอบ

5. นักเรียนแตละกลมุ คิดประเมนิ เพ่อื เพิ่มคณุ คาโดยครใู ชค าํ ถามดังตอไปนี้
- นักเรยี นสามารถนาํ เรอื่ งทีเ่ รยี นไปใชป ระโยชนในชวี ิตประจาํ วนั ไดอยา งไร
ข้นั ที่ 3 ขน้ั ปฏบิ ัติและสรุปความรูหลงั การปฏิบตั ิ

6. ครตู ิดแผนภมู คิ ําขวญั จงั หวดั ภเู ก็ตบนกระดานดาํ ใหนักเรียนชว ยกนั จําแนกประเภท
ดงั น้ี

1.1 คําพยางคเดียว
1.2 คําสองพยางค
1.3 คาํ สามพยางค
1.4 คาํ ส่ีพยางค
โดยใหนักเรียนเขียนบนกระดานดาํ ครแู ละนกั เรยี นรวมกนั ตรวจสอบความถกู ตอ งแลว อานออก
เสียงพรอมกนั
7. ครูและนักเรียนรว มกันสรปุ เรื่องพยางคแ ละคาํ ดงั นี้ “จํานวนคร้ังที่ออกเสยี งเรยี กวา
พยางค จะมีความหมายหรือไมม ีความหมายกไ็ ด แตหากออกเสียงแลว มีความหมาย เรียกวา คํา
คาํ 1 คา อาจมีหลายพยางคได
8. นักเรียนทําแบบฝก หดั เร่ือง จําแนกพยางคและคํา
ขัน้ ที่ 4 ขัน้ สอื่ สารและนาํ เสนอ
9. นักเรยี นนาํ เสนอพยางคแ ละคําหนา ชั้นเรยี น โดยครูใชไ มเ รยี กเลขทเ่ี รียกนักเรียน
ออกมานาํ เสนอ 4-5 คน
ขัน้ ที่ 5 ขนั้ ประเมนิ เพื่อเพิ่มคุณคา บริการสังคมและจิตสาธารณะ
10. นกั เรียนชว ยกันสรปุ บทเรยี น ครสู รุปเพิ่มเตมิ ดวยการสมุ ถามนักเรยี นบางคน เพอ่ื เปน
การประเมินความเขา ใจไปในตัวดวย

11. นกั เรียนรว มกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครูใชคาํ ถามดงั นี้
- นกั เรียนสามารถนําความรเู ก่ียวกบั เรอ่ื งทีเ่ รียนไปใชป ระโยชนใ นสงั คมไดอยา งไร

6. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู

การประเมิน วธิ กี าร เครอื่ งมือ
ดา นความรู (K) -คาํ ถาม
-การตอบคําถาม -แบบฝกหดั
ดานทกั ษะและกระบวนการ (P) -ทาํ แบบฝก หดั -แบบประเมินการอาน
-ใบงานการเขียนยอ นิทาน
-ทักษะการอา น -แบบฝกหัด
-ทกั ษะการเขียน -คาํ ถาม
-ทกั ษะคิดวเิ คราะห
-แบบสังเกตพฤตกิ รรม
ดานคุณธรรม จริยธรรมและ -สังเกตพฤตกิ รรมในการรวม
คา นิยม (A) กจิ กรรม การทาํ งานกลมุ
-สงั เกตพฤติกรรมความ
กระตอื รอื รน ในการรวมกิจกรรม

7. สอื่ /อปุ กรณ/ แหลง การเรียนรู 2.หนังสือนิทาน
4.ไมเ รียกเลขท่ี
1.ภาพประกอบเกย่ี วตัวอยางจดหมายลูกโซ 6.เกมเรื่องพยางคแ ละคาํ
3. หนงั สอื ภาษาไทยชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ 4
5. บตั รคํา
7.รูปภาพ

8. กจิ กรรมเสนอแนะ

.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.

ลงช่ือ.............................................ครผู สู อน ลงชอ่ื ...................................................ฝา ยวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)

สปั ดาหที่ 14

โรงเรยี นขจรเกยี รตพิ ฒั นา

แผนการจดั การเรียนรู

ภาคเรียนท.ี่ .…1…../.................. ชื่อผูสอน ……………………………………………………..
กลุมสาระการเรยี นรู ภาษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปท …ี่ …4..... จาํ นวน……5….คาบ
หนว ยการเรยี นรูท ี่ ..……6…..… เร่ือง...................โอม! พนิ จิ มหาพจิ ารณา....................

1. มาตรฐานการเรียนร/ู ตวั ชวี้ ัด

มาตรฐานท่ี ท 1.1 ใชก ระบวนการอานสรางความรแู ละความคดิ เพือ่ นําไปใชต ัดสินใจ แกป ญหาในการดาํ เนนิ ชีวิต
และ มีนสิ ัยรักการอาน

ตวั ช้วี ัดที่ ป 4/2 อธบิ ายความหมายของคาํ ประโยคและสาํ นวนจากเรอ่ื งทอ่ี าน
ตัวชว้ี ัดที่ ป 4/3 อานเรอื่ งสนั้ ๆตามเวลาท่กี าํ หนดและตอบคาํ ถามจากเร่อื งท่ีอา น
ตวั ช้ีวัดที่ ป 4/4 แยกขอ เทจ็ จรงิ และขอ คดิ เห็นจากเรอื่ งทอี่ าน
ตวั ช้ีวัดท่ี ป 4/6 สรุปความรแู ละขอคิดจากเรอ่ื งทอ่ี านเพอื่ นาํ ไปใชใ นการดําเนินชวี ิต
ตวั ชวี้ ัดท่ี ป 4/8 มมี ารยาทในการเขียน
มาตรฐานที่ ท 2.1 ใชกระบวนการเขยี นเขยี นส่ือสาร เขียนเรียงความ ยอความ และเขยี นเรื่องราวในรูปแบบตาง ๆ
เขยี นรายงานขอ มลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาคน ควา อยา งมีประสิทธภิ าพ
ตวั ช้ีวัดท่ี ป 4/6 เขียนบันทกึ และเขียนรายงานจากการศกึ ษาคนควา
ตวั ช้วี ัดท่ี ป 4/7 เขยี นเร่อื งตามจนิ ตนาการ
ตวั ชีว้ ัดท่ี ป 4/8 มมี ารยาทในการเขียน
มาตรฐานที่ ท 4.1 เขา ใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษา และพลงั ของภาษา
ภมู ปิ ญ ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเปน สมบตั ิของชาติ
ตวั ชี้วัดที่ ป 4/1 สะกดคาํ และบอกความหมายของคาํ ในบริบทตา ง ๆ

2. สาระสาํ คญั /ความคดิ รวบยอด

การอา นจบั ใจความสาํ คญั คือ การอา นเพอ่ื จบั ใจความหรือขอคิด ความคดิ สําคัญหลกั ของขอ ความ หรือเรื่องทีอ่ า น
การอานจบั ใจความสําคัญ ถอื เปนทักษะสําคญั ทใ่ี ชในการอา นเพอ่ื การส่ือสารมากที่สดุ เพราะเปน พื้นฐานสําคัญในการศึกษาหา

ความรู จึงควรฝก ฝนใหเ กดิ ความชาํ นาญ

การเขียนเรียงความ คือ การเขียนขอ ความหลายยอ หนาท่ีบรรยายหรืออธบิ ายเร่อื ง หรอื ความคิดเห็นอยา งไดอยางหนง่ึ
และการฝก ทกั ษะการเขยี นอยา งสมํ่าเสมอ จะชว ยใหก ารเขยี นเรยี งความมคี วามนาสนใจและนา ตดิ ตามอานยงิ่ ข้ึน

คําที่ประวสิ รรชนียและคาํ ที่ไมประวสิ รรชนยี  คาํ ประวิสรรชนีย หมายถึง การเขยี นคําที่มรี ูปสระ อะ สว นคาํ
ไมประวสิ รรชนีย คอื การเขยี นคาํ ทไี่ มมรี ูปสระ อะ แตออกเสียงสระ อะ โดยมหี ลกั เกณฑกําหนดไวอยา งชดั เจน นักเรยี น
จําเปนตองเรยี นรเู พ่ือการนาํ ไปใชไ ดอยา งถกู ตอ ง

3. จุดประสงคการเรียนรู

1. อธิบายความหมาย และหลักการอานจับใจความสาํ คญั (K)
2. เขาใจลกั ษณะของการเขยี นเรยี งความ (K)
3. รูและเขาใจหลกั การอาน การ เขยี น คาํ ทป่ี ระวสิ รรชนยี  และไมป ระวิสรรชนีย (K)
4. อานเรือ่ งไดคลอ งแคลว รวดเรว็ และถูกตอ งตามอกั ขรวิธี (P)
5. แยกขอ เทจ็ จริงและขอคดิ เห็นจากเรอ่ื งทอี่ าน (P)
6. เขยี นเรยี งความไดอยา งเหมาะสม (P)
7. อาน เขยี นและนําคําท่ปี ระวิสรรชนีย และไมป ระวิสรรชนียไปใชไดถูกตอ ง (P)
8. เหน็ ความสาํ คญั ของการเขยี น (A)
9. เห็นความสาํ คญั ของการอานและมารยาทในการอาน (A)
10. กระตอื รอื รนในการรว มกจิ กรรม (A)

4. สาระการเรยี นรู สาระการเรียนรูทองถน่ิ
สาระการเรียนรแู กนกลาง

1. อธิบายความหมาย และหลกั การอา นจับใจความสาํ คญั (K)
2. เขาใจลักษณะของการเขยี นเรียงความ (K)
3. รูแ ละเขา ใจหลักการอา น การ เขียน คาํ ที่ประวสิ รรชนีย

และไมประวสิ รรชนีย (K)

5. กิจกรรมการเรยี นรู กิจกรรมการเรยี นการสอน

คาบที่ การอานจบั ใจความ เรอ่ื งสน้ั
สาระสาํ คญั
คาบท่ี 1
24การอานจบั ใจความสาํ คญั คือ การอา นเพอื่ จบั ใจความหรอื ขอ คดิ ความคดิ สาํ คัญหลกั
การอา น
จบั ใจความ ของขอความ หรอื เร่อื งที่อาน การอานจบั ใจความสาํ คญั ถอื เปนทักษะสาํ คัญทใี่ ชในการอา นเพ่อื
เรื่องสน้ั
การสื่อสารมากทีส่ ดุ เพราะเปน พืน้ ฐานสําคญั ในการศกึ ษาหาความรู จงึ ควรฝกฝนใหเกิดความ

ชํานาญ

ขนั้ ที่ 1 ขน้ั รวบรวมขอมลู
1.นักเรยี นทบทวนเก่ียวกับการอา นสรปุ ใจความ โดยใชคาํ ถามดงั ตอไปนี้

- การอา นสรปุ ใจความคอื อะไร
- นักเรียนใชทกั ษะอะไรบา งในการอานสรุปใจความ
2.นกั เรยี นอา นเรอื่ ง พอยอมแลวลกู ใหน ักเรยี นรว มกนั แสดงความคดิ เหน็

พอยอมแลว ลกู
นายดเี ปน คนบา นนอกบา นนา เขาไดต ัดสินใจสง ลกู ชายไปเรยี นหนงั สือที่กรุงเทพฯ
อยูม าวันหนง่ึ นายดีไดไ ปเยีย่ ม ลกู ชายลูกชายกไ็ ดบอกพอ วา “ตอนนพี้ อมาอยกู ับผมทีก่ รงุ เทพฯ
พอ จะทําอะไรเหมอื นตอนอยูท่บี านเราไมไ ดนะพอ เพือ่ ความแนใ จ ถาพอเห็นผมทาํ อะไร พอกท็ ํา
ตามผมก็แลว กนั นะ”มีอยวู ันหน่ึง ลูกชายจําตองไปงานเลี้ยง จงึ ไดช วนนายดพี อของตนไปงานเลี้ยง
ดวย นายดีแกทําอะไรไมค อ ยจะถกู ก็เพราะวาไมเคยเขา งานสงั คม แกจงึ กงั วลใจเปนอยา งยิ่ง เพราะ
กลวั วา จะทําอะไรใหเปน ทีข่ ายหนา ใหแกล กู ชาย ขณะท่นี ายดกี ําลังนงั่ รบั ประทานอาหารอยู
ดวยกัน นายดกี ็พยายามดกู ารกระทาํ ของลกู ชายแกอยูต ลอดเวลา ถา แกเห็น ลูกชายของแกทํา
อะไรแกก็จะทาํ ตาม ในเมนูแรกเขายกออ ยควั่นมาเสิรฟ ลกู ชายก็หยบิ เอาออยเขาปากนายดีก็ทาํ
ตามลกู ชาย ตางคนตางกนิ พอนาํ้ ออยหมดกเ็ หลือแตก ากออย ทางฝา ยลกู ชายนน้ั กเ็ อาผา เชด็ ปาก
มาปด ปากแลวจงึ คอยคายกากออยออกมา ในตอนนน้ั นายดไี มทนั ไดส ังเกต คิดวา ลูกชายแคจ ะเช็ด
ปากเฉยๆนายดีจึงไมไ ดคายกากออยออกมา นายดีจึงเค้ียวกากออ ยตอไปอยูพักใหญ กไ็ มเ หน็ ลกู
ชายจะคายกากออยออกมา แกจึงคิดในใจ
“เอ..มันคายกากออยออกมาตอนไหนกันหวา ที่ใตโตะ ก็ไมม ี หรอื มนั จะกลืนลงทองไปแลว
หวา”

คิดไดด งั น้นั แกจึงตัดสินใจวา “เอา..กลืนกก็ ลนื วะ” เมอ่ื กลืนลงไปแลวกากออ ยก็ตดิ อยูใน
คอ นายดีจึงจําเปนตอ งด่มื นํา้ ตามเขาไปมากๆ กวา กากออยจะหลดุ ลงคอลงไปได แกกนิ น้าํ ไป
หลายแกวทีเดยี ว อาหารเมนตู อ มาเขากน็ าํ ขนมจีนมาเสริ ฟ ฝา ยลูกชายก็ตักขนมจนี มากนิ นายดีก็
ทําตามเชนเคย ระหวา งทก่ี ินกนั อยูนั้น ลกู ชายกบ็ ังเกิดความสงสัยขน้ึ วา ตอนทพี่ อ กินออยอยู พอ
เอากากไปทิ้งไวท ไ่ี หน มองดูรอบบรเิ วณท่ีนายดีนง่ั อยูก ไ็ มเ หน็ วา มกี ากออ ยตกอยเู ลย ลกู ชายจึง
ถามพอข้ึนมาวา “พอ..ตอนท่พี อกินออ ยอยูนะ พอเอากากออยไปทง้ิ ไวที่ไหน วางทง้ิ ไวเ ร่ียราดไมไ ด
นะพอ” นายทองดตี อบลูกชายวา “พอก็กลืนเขา ไปนะซิวะ เพราะพอไมเห็นแกคายกากออ ย
ออกมาเลยนะซ”ิ พอลูกชายไดยินดังนน้ั กข็ ําขึ้นมาจนกลนั้ เอาไวไ มอ ยู กเ็ ลยสาํ ลกั ขนมจนี ทก่ี ินเขา
ไป เสน ขนมจนี จงึ ออกมาทางจมกู นายดเี หน็ ดงั นน้ั จึงพดู ข้ึนมาวา “พอ ยอมแลวลกู ท่ีลกู ทําแบบน้ี
พอ ทําตามไมไดห รอก” นายดีกลา วข้นึ พรอ มกบั ทัง้ ยกมือไหวลูกชายของตน
ขนั้ ท่ี 2 ขั้นคิดวเิ คราะหแ ละสรุปความ

3. นักเรยี นแตล ะกลุม รว มกนั วเิ คราะหเกี่ยวกบั เร่ืองทอ่ี า น โดยครใู ชค ําถามดงั นี้
- ตวั ละครสําคญั ในเรอ่ื งแตละคนมีนิสยั อยางไร
- จากเร่อื งที่อานนักเรยี นไดข อคิดอะไรบาง

4. นักเรยี นแตละกลมุ คิดประเมนิ เพ่อื เพิ่มคุณคา โดยครใู ชค าํ ถามดงั ตอ ไปน้ี
- นกั เรยี นสามารถนาํ ความรทู ีไ่ ดรับไปใชใ นชีวติ ประจาํ วันไดอ ยา งไร


Click to View FlipBook Version