โครงสรา้ งการสอนวิชาภาษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 3
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา…………….. เวลา 100 ชั่วโมง
หน่วยท่ี ชื่อหน่วยการ มาตรฐานการเรยี นรู้ สาระสาคัญ เวลา น้าหนกั
เรียนรู้ ตวั ช้วี ดั (ช่วั โมง) คะแนน
9 คิดไป รไู้ ป มาตรฐานที่ ท 1.1ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความรู้ การอ่านจับ 6
ส.1
และความคิดเพ่ือนาไปใชต้ ดั สินใจ แกป้ ญั หาในการ ใจความสาคญั
ดาเนินชวี ิต คอื การอา่ นเพอื่
และมีนสิ ัยรกั การอ่าน จับใจความหรอื
ตัวชว้ี ดั ท่ี ป 3/1 อา่ นออกเสียงคา ข้อความ ข้อคิด ความคิด
เรอื่ งส้ัน ๆ และบทร้อยกรองง่าย ๆ ไดถ้ กู ตอ้ ง สาคญั หลักของ
คลอ่ งแคลว่ ขอ้ ความหรือเร่ือง
ตวั ชีว้ ดั ท่ี ป 3/2 อธบิ ายความหมายของคา ท่อี ่านการอ่านจบั
และข้อความทีอ่ ่าน ใจความสาคัญถือ
ตัวช้ีวัดท่ี ป 3/3 ต้งั คาถาม และตอบ เป็นทกั ษะสาคัญ
คาถาม เชิงเหตุผล เกี่ยวกบั เรอื่ งท่ีอ่าน ท่ใี ช้ในการอา่ น
ตวั ชว้ี ัดท่ี ป 3/4 ลาดับเหตกุ ารณแ์ ละ เพื่อการสอ่ื สาร
คาดคะเนเหตกุ ารณจ์ ากเรื่องทอ่ี า่ นโดย ระบุ มากที่สุดเพราะ
เหตุผล ประกอบ เปน็ พน้ื ฐาน
ตวั ชว้ี ดั ท่ี ป 3/5 สรุปความร้แู ละข้อคดิ จาก สาคัญใน
เรือ่ งท่ีอา่ นเพือ่ นาไปใช้ในชีวติ ประจาวัน การศึกษาหา
ตวั ชว้ี ดั ท่ี ป 3/9 มมี ารยาทในการอา่ น ความร้จู งึ ควร
มาตรฐาน ท 2.1 ใช้กระบวนการเขยี น ฝกึ ฝนให้เกิด
เขยี นส่อื สาร เขียนเรยี งความย่อความ และเขียน ความชานาญ
เร่ืองราวในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงานขอ้ มูล
สารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ คว้าอยา่ งมี
ประสทิ ธภิ าพ
ตวั ชี้วัดท่ี ป 3/1 คัดลายมือตัวบรรจงเตม็
บรรทัด
ตวั ชีว้ ดั ท่ี ป 3/6 มมี ารยาท ในการเขียน
มาตรฐานท่ี ท 4.1 เข้าใจธรรมชาตขิ อง
ภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ยี นแปลงของภาษา
และพลังของภาษา ภมู ปิ ัญญาทางภาษา และรักษา
ภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบตั ิของชาติ
ตวั ช้วี ัดที่ ป 3/1 เขยี นสะกดคาและบอก
ความหมายของคา
โครงสรา้ งการสอนวชิ าภาษาไทย ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 3
ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศกึ ษา…………….. เวลา 100 ชัว่ โมง
หน่วยท่ี ชอ่ื หน่วย มาตรฐานการเรียนรู้ สาระสาคญั เวลา นา้ หนัก
การเรยี นรู้ ตัวช้วี ัด (ชว่ั โมง) คะแนน
9 คิดไป รไู้ ป 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชวี้ ดั การอา่ นจบั 6
ส.2
มาตรฐานที่ ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสรา้ ง ใจความสาคัญบท
ความรูแ้ ละความคดิ เพื่อนาไปใช้ตัดสินใจ อาขยาน คอื
แก้ปัญหาในการดาเนนิ ชวี ิต การอ่านเพ่ือจับ
และมนี ิสัยรกั การอ่าน ใจความหรอื
ตวั ชี้วดั ที่ ป 3/1 อา่ นออกเสียงคา ข้อความ ขอ้ คิด ความคดิ
เรื่องสัน้ ๆ และบทรอ้ ยกรองง่าย ๆ ไดถ้ กู ต้อง สาคัญหลกั ของ
คล่องแคลว่ ขอ้ ความในบท
ตัวชี้วัดที่ ป 3/2 อธบิ ายความหมายของคา อาขยานถอื เป็น
และข้อความทอี่ า่ น ทกั ษะสาคัญที่ใช้
มาตรฐาน ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียนเขยี น ในการอ่านเพ่ือ
สอ่ื สาร เขียนเรยี งความย่อความ และเขยี นเร่ืองราวใน การสอ่ื สารมาก
รูปแบบตา่ ง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและ ทสี่ ุด เพราะเป็น
รายงานการศึกษาคน้ คว้าอย่างมีประสทิ ธภิ าพ พน้ื ฐานสาคญั ใน
ตวั ช้ีวัดท่ี ป 3/2 เขยี นบรรยาย เก่ยี วกบั สงิ่ ใด การศกึ ษาหา
สิ่งหนงึ่ ได้อย่าง ชัดเจน ความรู้ จึงควร
ตัวชีว้ ัดที่ ป 3/6 มีมารยาท ในการเขียน ฝึกฝนใหเ้ กดิ
มาตรฐานที่ ท 4.1 เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษา ความชานาญ
และหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและ
พลงั ของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษา
ภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบัตขิ องชาติ
มาตรฐาน ท 5.1 เข้าใจและแสดงความ
คิดเห็น วิจารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอย่างเห็น
คุณค่าและนามาประยุกต์ใช้ในชวี ิตจรงิ
ตัวชวี้ ดั ที่ ป 3/4 ทอ่ งจาบทอาขยานตามที่
กาหนดและบทร้องกรองท่มี ีคุณค่าตามความสนใจ
โครงสร้างการสอนวชิ าภาษาไทย ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 3
ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา…………….. เวลา 100 ช่ัวโมง
หนว่ ยที่ ช่อื หน่วย มาตรฐานการเรยี นรู้ สาระสาคญั เวลา น้าหนกั
การเรียนรู้ ตัวชว้ี ัด (ชั่วโมง) คะแนน
10 นอกเมือง มาตรฐานท่ี ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้าง การอ่าน 6
ส.3
ในกรุง ความรแู้ ละความคดิ เพ่ือนาไปใช้ตัดสินใจ แกป้ ัญหาใน จับใจความสาคญั
การดาเนินชวี ิตและมนี สิ ัยรักการอา่ น คอื การอา่ นเพือ่
ตัวชว้ี ัดที่ ป 3/1 อ่านออกเสียงคา ข้อความ จบั ใจความหรอื
เร่อื งส้ัน ๆ และบทรอ้ ยกรองง่าย ๆ ได้ถูกตอ้ ง ข้อคิด ความคิด
คลอ่ งแคล่ว สาคัญหลกั ของ
ตัวช้วี ดั ที่ ป 3/2 อธิบายความหมายของคา ขอ้ ความหรอื เรื่อง
และข้อความทอ่ี า่ น ท่ีอา่ นการอา่ นจับ
ตวั ชว้ี ัดท่ี ป 3/3 ต้งั คาถาม และตอบคาถาม ใจความสาคัญถือ
เชงิ เหตุผล เก่ยี วกับเร่อื งท่ีอ่าน เปน็ ทักษะสาคัญ
ตวั ชี้วดั ท่ี ป 3/4 ลาดบั เหตุการณแ์ ละ ทใ่ี ชใ้ นการอ่าน
คาดคะเนเหตุการณ์จากเรื่องท่อี า่ นโดย ระบุเหตุผล เพอื่ การส่ือสาร
ประกอบ มากทีส่ ุดเพราะ
ตัวชีว้ ัดท่ี ป 3/5 สรุปความรแู้ ละข้อคดิ จาก เปน็ พนื้ ฐาน
เร่ืองท่ีอ่านเพ่อื นาไปใชใ้ นชวี ิตประจาวนั สาคญั ใน
ตวั ช้ีวัดท่ี ป 3/9 มีมารยาทในการอา่ น การศกึ ษาหา
มาตรฐาน ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียนเขียน ความรู้จึงควร
สือ่ สาร เขยี นเรยี งความ ย่อความ และเขียนเร่ืองราวใน ฝึกฝนให้เกดิ
รปู แบบตา่ งๆ เขียนรายงานข้อมลู สารสนเทศและ ความชานาญ
รายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธภิ าพ
ตวั ชีว้ ดั ท่ี ป 3/2 เขียนบรรยาย เก่ยี วกบั สงิ่
ใด ส่งิ หน่งึ ได้อย่าง ชัดเจน
ตัวช้ีวดั ที่ ป 3/6 มมี ารยาทในการเขียน
มาตรฐานที่ ท 4.1 เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษา
และหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและ
พลงั ของภาษา ภูมปิ ญั ญาทางภาษา และรักษา
ภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัตขิ องชาติ
ตวั ชว้ี ดั ที่ ป 3/1 เขียนสะกดคาและบอก
ความหมายของคา
โครงสรา้ งการสอนวชิ าภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 3
ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา…………….. เวลา 100 ชัว่ โมง
หนว่ ยท่ี ชอื่ หน่วย มาตรฐานการเรียนรู้ สาระสาคัญ เวลา น้าหนัก
10 การเรียนรู้ ตวั ชีว้ ดั (ชว่ั โมง) คะแนน
นอกเมือง มาตรฐานที่ ท 1.1ใช้กระบวนการอา่ นสรา้ ง การอา่ น 6
ในกรุง ความรแู้ ละความคดิ เพ่ือนาไปใชต้ ดั สินใจ แก้ปัญหาใน จบั ใจความสาคญั ส.4
การดาเนินชวี ิตและมีนิสยั รักการอา่ น คือ การอ่านเพอ่ื
จบั ใจความหรือ
ตวั ชว้ี ัดที่ ป 3/1อ่านออกเสียงคา ข้อความ ขอ้ คิด ความคิด
เรอ่ื งส้ัน ๆ และบทร้อยกรองง่าย ๆ ได้ถูกต้อง
คล่องแคลว่ สาคญั หลักของ
ตัวช้ีวดั ท่ี ป 3/2อธิบายความหมายของคาและ ขอ้ ความหรอื เร่ือง
ขอ้ ความที่อ่าน ทอ่ี า่ นการอ่านจับ
มาตรฐาน ท 2.1ใช้กระบวนการเขยี นเขยี น ใจความสาคญั ถอื
สอื่ สาร เขยี นเรยี งความ ย่อความ และเขยี นเร่ืองราวใน เปน็ ทกั ษะสาคัญ
รปู แบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและ ทใ่ี ช้ในการอา่ น
รายงานการศึกษาคน้ ควา้ อย่างมีประสทิ ธภิ าพ เพ่ือการสื่อสาร
ตวั ชี้วัดที่ ป 3/5เขียนเร่ืองตามจนิ ตนาการ มากที่สุดเพราะ
ตวั ชว้ี ัดที่ ป 3/6มีมารยาทในการเขยี น เปน็ พน้ื ฐาน
มาตรฐานที่ ท 4.1เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษา สาคญั ใน
และหลกั ภาษาไทย การเปลีย่ นแปลงของภาษาและ การศึกษาหา
พลงั ของภาษา ภมู ปิ ญั ญาทางภาษา และรกั ษา ความรู้จึงควร
ภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบตั ขิ องชาติ ฝึกฝนให้เกิด
ตวั ชี้วัดท่ี ป 3/1เขียนสะกดคาและบอก ความชานาญ
ความหมายของคา
มาตรฐาน ท 5.1 เขา้ ใจและแสดงความ
คิดเหน็ พจิ ารณาวรรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอยา่ ง
เหน็ คุณคา่ และนามาประยุกต์ใชใ้ นชีวติ จรงิ
ตวั ชี้วัดที่ ป 3/1ระบุข้อคดิ ที่ได้จากการอา่ น
วรรณกรรมเพ่ือนาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวัน
ตัวชีว้ ดั ที่ ป 3/3 แสดงความ คดิ เห็นเกย่ี วกบั
วรรณคดีท่ีอ่าน
โครงสรา้ งการสอนวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศกึ ษา…………….. เวลา 100 ชัว่ โมง
หนว่ ยท่ี ชือ่ หน่วย มาตรฐานการเรยี นรู้ สาระสาคัญ เวลา นา้ หนัก
การเรียนรู้ ตวั ชวี้ ดั (ชว่ั โมง) คะแนน
11 ส่งขา่ วเล่า มาตรฐานท่ี ท 1.1ใช้กระบวนการอ่านสรา้ ง - การอ่านจับ 6
ส.5
เรื่อง ความรูแ้ ละความคิดเพ่ือนาไปใชต้ ัดสนิ ใจ แก้ปัญหาใน ใจความสาคญั
การดาเนินชวี ิตและมีนิสยั รักการอ่าน คอื การอ่านเพื่อ
ตวั ชว้ี ัดท่ี ป 3/3ตั้งคาถาม และตอบคาถาม จบั ใจความหรอื
เชิงเหตุผล เก่ียวกับเร่ืองท่ีอา่ น ข้อคิด ความคิด
ตวั ช้วี ดั ที่ ป 3/4ลาดับเหตกุ ารณ์และ สาคัญหลักของ
คาดคะเนเหตกุ ารณ์จากเร่ืองท่ีอ่านโดย ระบุ ข้อความ หรือ
เหตุผล ประกอบ เรอ่ื งท่ีอา่ น การ
ตวั ช้วี ดั ท่ี ป 3/5สรุปความรแู้ ละขอ้ คิดจาก อา่ นจบั ใจความ
เรื่องท่ีอ่านเพอ่ื นาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั สาคญั ถอื เปน็
ตัวชว้ี ัดที่ ป 3/9มีมารยาทในการอ่าน ทกั ษะสาคญั ที่ใช้
มาตรฐาน ท 2.1ใชก้ ระบวนการเขยี นเขยี น ในการอ่านเพ่ือ
สื่อสาร เขียนเรยี งความ ย่อความ และเขียน การสอ่ื สารมาก
เร่อื งราวในรูปแบบต่าง ๆ ท่สี ดุ เพราะเปน็
เขยี นรายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงานการศึกษา พน้ื ฐานสาคญั ใน
คน้ คว้าอย่างมีประสทิ ธภิ าพ การศึกษาหา
ตัวช้ีวดั ท่ี ป 3/5เขียนเร่อื งตามจนิ ตนาการ ความรู้ จงึ ควร
ตวั ชี้วดั ที่ ป 3/6มีมารยาทในการเขียน ฝกึ ฝนให้เกดิ
มาตรฐานที่ ท 4.1เข้าใจธรรมชาติของภาษา ความชานาญ
และหลกั ภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษาและ
พลังของภาษา ภูมิปญั ญาทางภาษา และรกั ษา
ภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัตขิ องชาติ
ตัวชี้วดั ท่ี ป 3/1เขยี นสะกดคาและบอก
ความหมายของคา
โครงสรา้ งการสอนวิชาภาษาไทย ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 3
ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา…………….. เวลา 100 ชวั่ โมง
หนว่ ยท่ี ชอื่ หน่วย มาตรฐานการเรียนรู้ สาระสาคญั เวลา นา้ หนกั
การเรียนรู้ ตัวช้ีวดั (ช่ัวโมง) คะแนน
11 ส่งขา่ วเลา่ มาตรฐานที่ ท 1.1ใช้กระบวนการอา่ นสร้าง การอา่ นจบั 6
ส.6
เร่ือง ความรู้และความคิดเพื่อนาไปใชต้ ดั สินใจ แกป้ ญั หาใน ใจความสาคญั
การดาเนนิ ชวี ิตและมนี สิ ัยรักการอา่ น คอื การอ่านเพอ่ื
ตวั ชว้ี ัดท่ี ป 3/1อ่านออกเสียงคา ข้อความ จบั ใจความหรือ
เร่ืองสน้ั ๆ และบทร้อยกรองง่าย ๆ ไดถ้ ูกตอ้ ง ข้อคิด ความคิด
คลอ่ งแคลว่ สาคญั หลักของ
ตวั ชี้วัดท่ี ป 3/2อธิบายความหมายของคาและ ขอ้ ความหรอื เรื่อง
ขอ้ ความทอ่ี ่าน ทอ่ี ่านการอ่านจบั
มาตรฐาน ท 2.1ใช้กระบวนการเขยี นเขยี น ใจความสาคัญถือ
สื่อสาร เขียนเรยี งความ ย่อความ และเขยี นเร่ืองราวใน เปน็ ทักษะสาคัญ
รปู แบบตา่ ง ๆ เขยี นรายงานข้อมูลสารสนเทศและ ท่ีใชใ้ นการอ่าน
รายงานการศึกษาค้นควา้ อยา่ งมีประสิทธภิ าพ เพ่อื การสอื่ สาร
ตวั ชว้ี ดั ที่ ป 3/5เขยี นเร่อื งตามจนิ ตนาการ มากทสี่ ดุ เพราะ
ตัวชีว้ ดั ท่ี ป 3/6มีมารยาทในการเขียน เปน็ พ้นื ฐาน
มาตรฐานที่ ท 4.1เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษา สาคัญใน
และหลกั ภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและ การศกึ ษาหา
พลงั ของภาษา ภมู ปิ ญั ญาทางภาษา และรกั ษา ความรู้จึงควร
ภาษาไทยไว้เปน็ สมบัติของชาติ ฝึกฝนใหเ้ กิด
ตัวชี้วดั ท่ี ป 3/1เขยี นสะกดคาและบอก ความชานาญ
ความหมายของคา
มาตรฐาน ท 5.1 เขา้ ใจและแสดงความ
คดิ เห็น พจิ ารณาวรรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอยา่ ง
เห็นคณุ ค่าและนามาประยุกต์ใช้ในชวี ิตจริง
ตวั ชว้ี ดั ที่ ป 3/1ระบขุ ้อคิดท่ีได้จากการอา่ น
วรรณกรรมเพื่อนาไปใช้ในชีวิตประจาวนั
ตวั ช้วี ัดท่ี ป 3/3แสดงความ คิดเหน็ เกีย่ วกับ
วรรณคดที ีอ่ ่าน
โครงสรา้ งการสอนวชิ าภาษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 3
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา…………….. เวลา 100 ชัว่ โมง
หนว่ ยท่ี ชอ่ื หน่วย มาตรฐานการเรียนรู้ สาระสาคัญ เวลา นา้ หนกั
การเรยี นรู้ ตวั ชีว้ ดั (ชว่ั โมง) คะแนน
12 ประชาธิป มาตรฐานที่ ท 1.1ใช้กระบวนการอา่ นสร้าง - การอา่ นจับ 1
ส.7
ไตยใบเลก็ ความรู้และความคดิ เพื่อนาไปใช้ตดั สินใจ ใจความสาคญั
แกป้ ญั หาในการดาเนนิ ชวี ติ คอื การอ่านเพือ่
และมีนสิ ัยรกั การอ่าน จบั ใจความหรือ
ตวั ชี้วดั ที่ ป 3/1อ่านออกเสยี งคา ข้อความ ขอ้ คิด ความคิด
เรอื่ งส้นั ๆ และบทร้อยกรองง่าย ๆ ไดถ้ ูกต้อง สาคัญหลักของ
คล่องแคล่ว ขอ้ ความ หรือ
ตัวชว้ี ดั ที่ ป 3/2 อธบิ ายความหมายของคา เรอื่ งท่ีอ่าน การ
และข้อความทอี่ ่าน อา่ นจับใจความ
ตวั ชี้วัดที่ ป 3/3ตง้ั คาถาม และตอบคาถาม สาคัญ ถอื เป็น
เชงิ เหตผุ ล เก่ียวกบั เร่ืองท่ีอา่ น ทกั ษะสาคญั ท่ีใช้
ตัวช้วี ัดที่ ป 3/4ลาดับเหตกุ ารณ์และ ในการอ่านเพ่ือ
คาดคะเนเหตกุ ารณ์จากเรื่องท่อี ่านโดย ระบุ การสอื่ สารมาก
เหตผุ ล ประกอบ ท่สี ดุ เพราะเปน็
ตวั ชว้ี ัดที่ ป 3/5สรุปความรแู้ ละข้อคดิ จาก พ้ืนฐานสาคัญใน
เร่ืองที่อา่ นเพอ่ื นาไปใช้ในชวี ติ ประจาวัน การศึกษาหา
ตวั ชี้วดั ที่ ป 3/9มมี ารยาทในการอา่ น ความรู้ จึงควร
มาตรฐาน ท 2.1ใชก้ ระบวนการเขียนเขยี น ฝึกฝนให้เกดิ
สือ่ สาร เขยี นเรียงความย่อความ และเขียนเรื่องราวใน ความชานาญ
รปู แบบตา่ งๆ เขียนรายงานข้อมลู สารสนเทศและ
รายงานการศึกษาคน้ ควา้ อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ
ตัวชี้วดั ท่ี ป 3/2เขยี นบรรยาย เกยี่ วกบั ส่งิ ใด
สิง่ หนึง่ ได้อย่าง ชดั เจน
ตวั ชีว้ ัดท่ี ป 3/6มีมารยาท ในการเขียน
มาตรฐานท่ี ท 4.1เข้าใจธรรมชาติของภาษา
และหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและ
พลงั ของภาษา ภูมิปญั ญาทางภาษา และรักษา
ภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบัติของชาติ
ตัวช้ีวดั ที่ ป 3/1เขยี นสะกดคาและบอก
ความหมายของคา
โครงสรา้ งการสอนวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 3
ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศกึ ษา…………….. เวลา 100 ช่ัวโมง
หน่วยที่ ชือ่ หน่วย มาตรฐานการเรยี นรู้ สาระสาคัญ เวลา น้าหนกั
การเรียนรู้ ตัวชี้วัด (ชว่ั โมง) คะแนน
12 ประชาธปิ มาตรฐาน ท 1.1 ใชก้ ระบวนการอ่านสร้าง - การอ่าน 6
ส.8
ไตยใบเล็ก ความรแู้ ละความคดิ เพื่อนาไปใช้ตัดสินใจ แกป้ ัญหาใน จบั ใจความสาคัญ
การดาเนินชวี ิตและมนี ิสัยรักการอา่ น คอื การอ่านเพ่ือ
ตวั ชี้วัดท่ี ป 3/1 อ่านออกเสียงคา ขอ้ ความ จบั ใจความหรอื
เรอื่ งสั้น ๆ และบทร้อยกรองง่าย ๆ ได้ถูกต้อง ข้อคิด ความคิด
คลอ่ งแคลว่ สาคัญหลักของ
ตัวชี้วัดท่ี ป 3/2 อธบิ าย ความหมายของคา ข้อความ หรอื
และข้อความทอี่ ่าน เรื่องท่ีอ่าน การ
ตวั ช้ีวัดท่ี ป 3/9 มมี ารยาทในการอ่าน อา่ นจับใจความ
มาตรฐานท่ี ท 2.1 ใชก้ ระบวนการเขียนเขียน สาคญั ถือเป็น
ส่อื สาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขยี นเรื่องราวใน ทักษะสาคญั ท่ีใช้
รูปแบบต่างๆ เขยี นรายงานข้อมูลสารสนเทศและ ในการอ่านเพ่ือ
รายงานการศึกษาคน้ คว้าอยา่ งมีประสทิ ธิภาพ การสอื่ สารมาก
ตัวชว้ี ัดที่ ป 3/5 เขียนเร่ืองตามจินตนาการ ท่ีสดุ เพราะเป็น
ตัวชวี้ ัดท่ี ป 3/6 มีมารยาทในการเขียน พน้ื ฐานสาคัญใน
มาตรฐาน ท 4.1 เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและ การศึกษาหา
หลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลัง ความรู้ จงึ ควร
ของภาษา ภมู ิปัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้ ฝึกฝนให้เกิด
เป็นสมบัตขิ องชาติ ความชานาญ
ตัวชว้ี ัดท่ี ป 3/1 เขยี นสะกดคาและบอก
ความหมายของคา
มาตรฐาน ท 5.1 เข้าใจและแสดงความ
คดิ เห็น พิจารณาวรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่าง
เห็นคุณค่าและนามาประยุกต์ใช้ในชีวติ จรงิ
ตัวชว้ี ดั ท่ี ป 3/1 ระบขุ อ้ คิดทไี่ ด้จากการอ่าน
วรรณกรรมเพ่ือนาไปใชใ้ นชีวิตประจาวัน
ตัวชี้วดั ที่ ป 3/3 แสดงความคิดเหน็
เก่ยี วกบั วรรณคดีที่อ่าน
โครงสรา้ งการสอนวชิ าภาษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 3
ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา…………….. เวลา 100 ชัว่ โมง
หน่วยท่ี ชอ่ื หน่วย มาตรฐานการเรยี นรู้ สาระสาคญั เวลา น้าหนกั
การเรียนรู้ ตัวช้ีวัด (ชัว่ โมง) คะแนน
13 ของดีใน มาตรฐานที่ ท 1.1ใช้กระบวนการอา่ นสรา้ ง - การอ่านจบั 6
ส.11
ตาบล ความร้แู ละความคิดเพ่ือนาไปใชต้ ัดสินใจ ใจความสาคญั
แก้ปญั หาในการดาเนนิ ชีวิต คอื การอา่ นเพอ่ื
และมนี สิ ยั รกั การอ่าน จบั ใจความหรือ
ตัวชี้วัดท่ี ป 3/3ต้งั คาถาม และตอบคาถาม ข้อคิด ความคดิ
เชงิ เหตผุ ล เกย่ี วกบั เรื่องที่อ่าน สาคัญหลกั ของ
ตัวชี้วัดที่ ป 3/4ลาดบั เหตุการณ์และ ข้อความ หรือ
คาดคะเนเหตุการณจ์ ากเรื่องท่อี ่านโดย ระบุ เรื่องที่อา่ น การ
เหตุผล ประกอบ อ่านจบั ใจความ
ตวั ชีว้ ดั ท่ี ป 3/5สรปุ ความรู้และขอ้ คดิ จาก สาคญั ถือเปน็
เรื่องท่ีอ่านเพือ่ นาไปใช้ในชวี ิตประจาวนั ทักษะสาคัญท่ีใช้
ตวั ชว้ี ัดที่ ป 3/9มีมารยาทในการอ่าน ในการอ่านเพ่ือ
มาตรฐาน ท 2.1ใช้กระบวนการเขียนเขยี น การส่ือสารมาก
สอื่ สาร เขยี นเรียงความ ย่อความ และเขยี น ทสี่ ุด เพราะเป็น
เรื่องราวในรปู แบบต่าง ๆ พ้ืนฐานสาคัญใน
เขยี นรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษา การศึกษาหา
คน้ คว้าอย่างมปี ระสิทธิภาพ ความรู้ จงึ ควร
ตัวชว้ี ดั ท่ี ป 3/3เขียนบันทกึ ประจาวนั ฝกึ ฝนให้เกิด
ตัวชวี้ ดั ที่ ป 3/6มมี ารยาทในการเขยี น ความชานาญ
มาตรฐานที่ ท 4.1เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษา
และหลกั ภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของ
ภาษาและพลงั ของภาษา
ภูมปิ ัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัติ
ของชาติ
ตวั ชี้วดั ท่ี ป 4/6เลอื กใชภ้ าษาไทยมาตรฐาน
และภาษาถน่ิ ได้เหมาะสมกบั กาลเทศะ
โครงสรา้ งการสอนวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 3
ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศกึ ษา…………….. เวลา 100 ชว่ั โมง
หน่วยที่ ชือ่ หน่วย มาตรฐานการเรียนรู้ สาระสาคญั เวลา น้าหนกั
การเรยี นรู้ ตัวชว้ี ดั (ชัว่ โมง) คะแนน
13 ของดีใน มาตรฐานท่ี ท 1.1ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ ง - การอา่ นจบั 6
ส.12
ตาบล ความรแู้ ละความคิดเพ่ือนาไปใชต้ ัดสนิ ใจ แกป้ ัญหาใน ใจความสาคญั
การ
ดาเนนิ ชวี ติ และมีนิสัยรักการอ่าน คือ การอ่านเพอ่ื
จบั ใจความหรอื
ตัวชว้ี ัดที่ ป 3/1อา่ นออกเสียงคา ข้อความ ข้อคิด ความคดิ
เรอ่ื งสั้น ๆ และบทร้อยกรองง่าย ๆ ได้ถูกต้อง
สาคญั หลักของ
คลอ่ งแคล่ว
ตัวชีว้ ัดที่ ป 3/2อธิบายความหมายของคาและ ขอ้ ความ หรือ
ข้อความท่อี ่าน เรอ่ื งท่ีอา่ น การ
ตวั ชว้ี ดั ท่ี ป 3/3ตง้ั คาถาม และตอบคาถาม อ่านจบั ใจความ
เชิงเหตุผล เก่ียวกบั เรอื่ งท่ีอา่ น สาคัญ ถอื เปน็
ทักษะสาคญั ทใ่ี ช้
ตวั ชี้วัดที่ ป 3/4อธบิ ายความหมายคาและ ในการอ่านเพ่ือ
ขอ้ ความทอ่ี ่าน การสือ่ สารมาก
ตวั ชีว้ ัดที่ ป 3/5สรปุ ความร้แู ละขอ้ คิดจาก
เรื่องที่อา่ นเพ่ือนาไปใชใ้ นชวี ิตประจาวัน
มาตรฐาน ท 2.1ใช้กระบวนการเขียนเขียน ท่สี ุด เพราะเป็น
สอื่ สาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเร่ืองราวใน พน้ื ฐานสาคัญใน
รปู แบบ
ต่าง ๆ เขยี นรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงาน การศกึ ษาหา
การศกึ ษาค้นคว้าอยา่ งมีประสิทธภิ าพ ความรู้ จงึ ควร
ฝกึ ฝนใหเ้ กิด
ตวั ชวี้ ัดท่ี ป 3/2บรรยายเกี่ยวกบั สง่ิ ใดสง่ิ หน่ึง ความชานาญ
ได้อยา่ งชัดเจน
ตัวชว้ี ัดที่ ป 3/6มมี ารยาทในการเขียน
มาตรฐานท่ี ท 5.1เข้าใจและแสดงความ
คดิ เห็นวิจารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอย่างเห็น
คณุ คา่ และ
นามาประยุกต์ใชใ้ นชวี ิตจรงิ
ตัวช้วี ดั ที่ ป 3/1 ระบุขอ้ คิดท่ีไดจ้ ากการอ่านหรือ
การฟังวรรณกรรมสาหรับเด็กเพ่ือนาไปใช้ใน
ชวี ิตประจาวัน
โครงสรา้ งการสอนวชิ าภาษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 3
ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา…………….. เวลา 100 ชว่ั โมง
หนว่ ยที่ ชอ่ื หน่วย มาตรฐานการเรียนรู้ สาระสาคัญ เวลา น้าหนกั
การเรียนรู้ ตวั ช้ีวัด (ชั่วโมง) คะแนน
14 ธรรมชาติ มาตรฐานท่ี ท 1.1ใช้กระบวนการอา่ นสรา้ ง - การอ่านจบั 6
ส.13
เจา้ เอย ความรแู้ ละความคิดเพื่อนาไปใช้ตัดสินใจ ใจความสาคัญ
แก้ปัญหาในการดาเนิน คือ การอ่านเพื่อ
ชวี ติ และมีนิสัยรักการอา่ น จับใจความหรอื
ตัวช้ีวดั ที่ ป 3/1อา่ นออกเสียงคา ข้อความ ขอ้ คิด ความคดิ
เรื่องสัน้ ๆ และบทรอ้ ยกรองง่าย ๆ ไดถ้ ูกตอ้ ง สาคญั หลักของ
คล่องแคล่ว ขอ้ ความ หรอื
ตัวชวี้ ดั ท่ี ป 3/2อธิบายความหมายของคาและ เร่ืองท่ีอา่ น การ
ขอ้ ความที่อ่าน อ่านจบั ใจความ
ตัวชีว้ ัดท่ี ป 3/5สรปุ ความรแู้ ละขอ้ คิดจาก สาคัญ ถือเปน็
เร่ืองที่อา่ นเพ่อื นาไปใชใ้ นชวี ิตประจาวัน ทักษะสาคญั ทีใ่ ช้
ตวั ชี้วดั ท่ี ป 3/6อา่ นหนังสือตามความสนใจ ในการอ่านเพ่ือ
อย่างสม่าเสมอและนาเสนอเรื่องที่อา่ น การส่อื สารมาก
มาตรฐานที่ ท 4.1เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษา ทีส่ ุด เพราะเป็น
และหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและ พน้ื ฐานสาคัญใน
พลังของ การศกึ ษาหา
ภาษา ภูมิปญั ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ป็น ความรู้ จงึ ควร
สมบตั ิของชาติ ฝึกฝนให้เกดิ
ตัวช้วี ัดที่ ป 3/1เขียนสะกดคาและบอก ความชานาญ
ความหมายของคา
มาตรฐานท่ี ท 5.1เข้าใจและแสดงความ
คิดเหน็ วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเหน็
คุณคา่ และนามาประยุกต์ใชใ้ นชีวติ จรงิ
ตวั ช้วี ัดท่ี ป 3/1ระบุข้อคิดที่ได้จากการอา่ น
หรอื การฟังวรรณกรรมสาหรับเด็กเพื่อนาไปใช้ใน
ชวี ิตประจาวนั
ตัวชว้ี ดั ท่ี ป 3/2รอ้ งบทร้องเลน่ สาหรบั เด็กใน
ท้องถนิ่
โครงสรา้ งการสอนวชิ าภาษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 3
ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา…………….. เวลา 100 ช่ัวโมง
หนว่ ยที่ ชอ่ื หน่วย มาตรฐานการเรียนรู้ สาระสาคัญ เวลา นา้ หนกั
การเรียนรู้ ตวั ชว้ี ัด (ชว่ั โมง) คะแนน
14 ธรรมชาติ มาตรฐานท่ี ท 1.1ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้าง - การอา่ นจับ 6
ส.14
เจา้ เอย ความรแู้ ละความคิดเพื่อนาไปใช้ตัดสินใจ ใจความสาคัญ
แก้ปัญหาในการดาเนนิ คือ การอา่ นเพอื่
ชวี ติ และมีนิสัยรักการอา่ น จบั ใจความหรอื
ตัวช้ีวดั ที่ ป 3/1อา่ นออกเสียงคา ข้อความ ขอ้ คิด ความคิด
เรื่องสัน้ ๆ และบทรอ้ ยกรองง่าย ๆ ไดถ้ ูกตอ้ ง สาคญั หลักของ
คล่องแคล่ว ข้อความ หรอื
ตัวชวี้ ดั ท่ี ป 3/2อธบิ ายความหมายของคาและ เรื่องท่ีอา่ น การ
ขอ้ ความที่อ่าน อ่านจับใจความ
ตัวชีว้ ัดท่ี ป 3/5สรุปความรแู้ ละขอ้ คิดจาก สาคญั ถือเปน็
เร่ืองที่อา่ นเพ่อื นาไปใช้ในชวี ติ ประจาวัน ทักษะสาคัญทใี่ ช้
ตวั ชี้วดั ที่ ป 3/6อา่ นหนงั สือตามความสนใจ ในการอ่านเพื่อ
อย่างสม่าเสมอและนาเสนอเรื่องท่ีอา่ น การสื่อสารมาก
มาตรฐานที่ ท 4.1เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษา ทีส่ ุด เพราะเป็น
และหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและ พนื้ ฐานสาคัญใน
พลังของ การศึกษาหา
ภาษา ภูมิปญั ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ป็น ความรู้ จงึ ควร
สมบตั ิของชาติ ฝึกฝนให้เกิด
ตัวช้วี ัดที่ ป 3/1เขียนสะกดคาและบอก ความชานาญ
ความหมายของคา
มาตรฐานท่ี ท 5.1เข้าใจและแสดงความ
คิดเหน็ วิจารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอย่างเหน็
คุณคา่ และนามาประยุกต์ใชใ้ นชวี ิตจรงิ
ตวั ช้วี ัดท่ี ป 3/1ระบุข้อคดิ ที่ได้จากการอา่ น
หรอื การฟังวรรณกรรมสาหรับเด็กเพื่อนาไปใช้ใน
ชวี ิตประจาวนั
ตัวชว้ี ดั ท่ี ป 3/2รอ้ งบทร้องเลน่ สาหรบั เด็กใน
ท้องถนิ่
โครงสรา้ งการสอนวชิ าภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 3
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศกึ ษา…………….. เวลา 100 ชวั่ โมง
หนว่ ยที่ ชอ่ื หน่วย มาตรฐานการเรียนรู้ สาระสาคัญ เวลา น้าหนัก
การเรยี นรู้ ตวั ชวี้ ัด (ชวั่ โมง) คะแนน
15 เลน่ คาทาย มาตรฐานที่ ท 1.1ใช้กระบวนการอา่ นสร้าง - การอา่ นจับ 6
ส.15
ความรู้และความคดิ เพ่ือนาไปใช้ตดั สินใจ แกป้ ญั หาใน ใจความสาคัญ
การดาเนินชีวิตและมีนสิ ยั รักการอา่ น คือ การอ่านเพ่ือ
ตวั ชว้ี ัดที่ ป 3/3ตง้ั คาถาม และตอบคาถาม จบั ใจความหรือ
เชิงเหตผุ ล เกย่ี วกับเรือ่ งที่อา่ น ขอ้ คิด ความคิด
ตัวชว้ี ัดที่ ป 3/4ลาดบั เหตุการณ์และ สาคญั หลักของ
คาดคะเนเหตกุ ารณ์จากเร่ืองทอ่ี ่านโดย ระบุเหตุผล ขอ้ ความ หรือ
ประกอบ เร่อื งท่ีอ่าน การ
ตัวชี้วัดที่ ป 3/5สรปุ ความรู้และขอ้ คดิ จาก อา่ นจบั ใจความ
เรอื่ งท่ีอา่ นเพือ่ นาไปใช้ในชวี ิตประจาวัน สาคัญ ถอื เปน็
ตัวชีว้ ดั ที่ ป 3/9มมี ารยาทในการอ่าน ทักษะสาคัญทใ่ี ช้
มาตรฐาน ท 2.1ใชก้ ระบวนการเขียนเขยี น ในการอ่านเพ่ือ
ส่อื สาร เขียนเรยี งความ ย่อความ และเขยี นเรื่องราวใน การสื่อสารมาก
รูปแบบตา่ ง ๆ เขยี นรายงานข้อมูลสารสนเทศและ ทสี่ ุด เพราะเปน็
รายงานการศึกษาคน้ ควา้ อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ พื้นฐานสาคญั ใน
ตัวชี้วัดที่ ป 3/2เขยี นบรรยาย เก่ียวกบั สิ่งใด การศึกษาหา
สิง่ หนึ่งได้อย่าง ชดั เจน ความรู้ จงึ ควร
ตัวชว้ี ดั ท่ี ป 3/6มมี ารยาทในการเขยี น ฝกึ ฝนใหเ้ กดิ
มาตรฐานท่ี ท 1.1ใชก้ ระบวนการอ่านสร้าง ความชานาญ
ความรู้และความคิดเพ่ือนาไปใชต้ ัดสินใจแก้ปญั หาใน
การดาเนินชวี ิตและมนี สิ ยั รักการอา่ น
ตัวชี้วดั ที่ ป 3/1อา่ นออกเสยี งคา ข้อความ
เรอ่ื งส้นั ๆ และบทรอ้ ยกรองง่าย ๆ ได้ถกู ต้อง
คล่องแคล่ว
ตวั ชี้วดั ท่ี ป 3/2อธบิ ายความหมายของคาและ
ข้อความท่อี ่าน
มาตรฐานที่ ท 4.1เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษา
และหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและ
พลงั ของภาษา ภูมปิ ัญญาทางภาษา และรักษา
ภาษาไทยไว้เปน็ สมบตั ขิ องชาติ
โครงสรา้ งการสอนวชิ าภาษาไทย ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 3
ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา…………….. เวลา 100 ชั่วโมง
หนว่ ยท่ี ช่ือหน่วย มาตรฐานการเรียนรู้ สาระสาคัญ เวลา น้าหนกั
การเรยี นรู้ ตวั ชว้ี ัด (ชั่วโมง) คะแนน
15 เลน่ คาทาย มาตรฐานท่ี ท 1.1ใช้กระบวนการอา่ นสรา้ ง - การอา่ นจบั 6
ส.16
ความรูแ้ ละความคิดเพ่ือนาไปใช้ตัดสินใจ ใจความสาคญั
แก้ปญั หาในการดาเนนิ ชีวิตและมีนิสัยรักการ คอื การอา่ นเพอื่
อา่ น จบั ใจความหรอื
ตวั ชีว้ ัดท่ี ป 3/1อ่านออกเสยี งคา ข้อความ ข้อคิด ความคิด
เรื่องส้ัน ๆ และบทรอ้ ยกรองง่าย ๆ ไดถ้ ูกต้อง สาคญั หลกั ของ
คล่องแคล่ว ข้อความ หรือ
ตวั ชว้ี ดั ที่ ป 3/2อธิบายความหมายของคาและ เร่อื งที่อ่าน การ
ขอ้ ความที่อ่าน อา่ นจบั ใจความ
มาตรฐาน ท 2.1ใช้กระบวนการเขยี นเขียน สาคัญ ถอื เปน็
สอื่ สาร เขยี นเรียงความ ย่อความ และเขยี นเรื่องราวใน ทกั ษะสาคญั ที่ใช้
รูปแบบต่าง ๆ เขยี นรายงานข้อมลู สารสนเทศและ ในการอ่านเพื่อ
รายงานการศึกษาคน้ คว้าอย่างมปี ระสิทธิภาพ การส่ือสารมาก
ตัวชี้วดั ที่ ป 3/3เขยี นบันทึกประจาวนั ทสี่ ดุ เพราะเป็น
ตัวชี้วดั ที่ ป 3/6มีมารยาทในการเขียน พื้นฐานสาคญั ใน
มาตรฐานที่ ท 4.1เขา้ ใจธรรมชาติของภาษา การศกึ ษาหา
และหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษา ความรู้ จงึ ควร
และพลงั ของภาษา ภมู ปิ ญั ญาทางภาษา และ ฝกึ ฝนใหเ้ กิด
รกั ษาภาษาไทยไว้เป็นสมบตั ิของชาติ ความชานาญ
ตัวชว้ี ดั ท่ี ป 3/1เขยี นสะกดคาและบอก
ความหมายของคา
มาตรฐานท่ี ท 5.1เขา้ ใจและแสดงความคดิ เหน็
วจิ ารณว์ รรณคดีและวรรณกรรมไทยอยา่ งเห็น
คุณค่าและนามา
ประยกุ ต์ใช้ในชวี ติ จริง
ตวั ชว้ี ดั ท่ี ป 3/1ระบุข้อคิดท่ีได้จากการอา่ น
หรอื การฟงั วรรณกรรมสาหรับเด็กเพื่อนาไปใชใ้ น
ชีวิตประจาวนั
ตวั ชีว้ ดั ท่ี ป 3/2รอ้ งบทร้องเล่นสาหรบั เด็กใน
ทอ้ งถิ่น
โครงสรา้ งการสอนวชิ าภาษาไทย ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 3
ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศกึ ษา…………….. เวลา 100 ชวั่ โมง
หนว่ ยที่ ชือ่ หน่วย มาตรฐานการเรียนรู้ สาระสาคัญ เวลา น้าหนัก
การเรียนรู้ ตวั ชวี้ ัด (ชว่ั โมง) คะแนน
16 บนั ทึก มาตรฐานที่ ท 1.1ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ ง - การอ่าน 6
ส.17
ความหลัง ความรแู้ ละความคดิ เพื่อนาไปใชต้ ดั สินใจ จับใจความ
แกป้ ญั หาในการดาเนินชวี ิต สาคัญ คือ การ
และมนี สิ ัยรักการอ่าน อ่านเพ่ือจับ
ตวั ชี้วดั ที่ ป 3/3ต้ังคาถาม และตอบคาถาม ใจความหรือ
เชิงเหตุผล เกยี่ วกับเร่ืองท่ีอ่าน ขอ้ คิด ความคดิ
ตวั ช้วี ัดท่ี ป 3/4ลาดบั เหตกุ ารณแ์ ละ คาดคะเน สาคัญหลักของ
เหตุการณจ์ ากเร่อื งทีอ่ ่านโดย ระบเุ หตุผล ข้อความ หรอื
ประกอบ เร่ืองท่ีอ่าน การ
ตวั ชว้ี ัดที่ ป 3/5สรปุ ความรแู้ ละขอ้ คดิ จากเร่ือง อา่ นจบั ใจความ
ทีอ่ า่ นเพ่อื นาไปใช้ในชวี ติ ประจาวนั สาคญั ถือเปน็
ตวั ชี้วดั ท่ี ป 3/9มมี ารยาทในการอ่าน ทกั ษะสาคัญทีใ่ ช้
มาตรฐาน ท 2.1ใช้กระบวนการเขียนเขียน ในการอ่านเพื่อ
สือ่ สาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขยี น การสื่อสารมาก
เรื่องราวในรูปแบบต่าง ๆ ท่ีสุด เพราะเป็น
เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษา พ้ืนฐานสาคญั ใน
คน้ ควา้ อย่างมีประสิทธภิ าพ การศกึ ษาหา
ตวั ชว้ี ัดท่ี ป 3/2เขียนบรรยายเก่ียวกบั สิง่ ใดสง่ิ ความรู้ จึงควร
หนง่ึ ได้อย่างชัดเจน ฝึกฝนให้เกดิ
ตัวชี้วัดท่ี ป 3/6มีมารยาทในการเขียน ความชานาญ
มาตรฐานที่ ท 4.1เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษา
และหลกั ภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา
และพลังของภาษา
ภมู ปิ ัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบัติ
ของชาติ
ตัวชว้ี ัดที่ ป 3/1เขียนสะกดคาและบอก
ความหมายของคา
โครงสรา้ งการสอนวชิ าภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปีที่ 3
ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา…………….. เวลา 100 ช่วั โมง
หนว่ ยที่ ชอ่ื หน่วย มาตรฐานการเรยี นรู้ สาระสาคญั เวลา น้าหนัก
การเรียนรู้ ตวั ชว้ี ัด (ชว่ั โมง) คะแนน
16 บันทึก มาตรฐานท่ี ท 1.1ใชก้ ระบวนการอ่านสร้าง - การอา่ นจบั 6
ส.18
ความหลัง ความร้แู ละความคิดเพ่ือนาไปใชต้ ัดสนิ ใจ ใจความสาคญั
แกป้ ัญหาในการดาเนินชวี ิต คอื การอา่ นเพอ่ื
และมีนิสยั รักการอ่าน จับใจความหรือ
ตัวช้วี ดั ท่ี ป 3/1อา่ นออกเสียงคา ข้อความ ขอ้ คิด ความคดิ
เรอื่ งสัน้ ๆ และบทร้อยกรองง่าย ๆ ได้ถูกตอ้ ง สาคัญหลกั ของ
คลอ่ งแคลว่
ตวั ช้ีวดั ท่ี ป 3/2อธบิ ายความหมายของคาและ ขอ้ ความ หรอื
ขอ้ ความท่อี ่าน เรือ่ งท่ีอ่าน การ
ตวั ชว้ี ัดท่ี ป 3/4 ลาดบั เหตุการณ์และ อ่านจบั ใจความ
คาดคะเนเหตกุ ารณ์จากเรื่องที่อ่านโดย ระบุ สาคญั ถอื เป็น
เหตผุ ล ประกอบ ทักษะสาคญั ที่ใช้
ตัวชี้วัดท่ี ป 3/5สรุปความรู้และขอ้ คิดจากเรื่อง ในการอ่านเพื่อ
ทอ่ี า่ นเพอื่ นาไปใช้ในชวี ติ ประจาวนั
มาตรฐาน ท 2.1ใชก้ ระบวนการเขียนเขียน การสือ่ สารมาก
ส่อื สาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียน ท่สี ดุ เพราะเป็น
เรอ่ื งราวในรูปแบบต่าง ๆ พน้ื ฐานสาคัญใน
เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษา การศกึ ษาหา
ค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ ความรู้ จงึ ควร
ฝกึ ฝนใหเ้ กิด
ตวั ชีว้ ัดท่ี ป 3/3เขยี นบนั ทึกประจาวนั ความชานาญ
ตัวชว้ี ัดที่ ป 3/6มีมารยาทในการเขียน
มาตรฐานท่ี ท 4.1เข้าใจธรรมชาติของภาษา
และหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา
และพลังของภาษา ภมู ิ
ปญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบัตขิ อง
ชาติ
ตัวชี้วดั ที่ ป 3/1เขยี นสะกดคาและบอก
ความหมายของคา
สปั ดาหท์ ่ี 1
โรงเรยี นขจรเกียรตพิ ัฒนา
แผนการจัดการเรยี นรู้
ภาคเรียนท่ี 2 / …………….. ชอ่ื ผู้สอน ...........................................................................
กลมุ่ สาระ ภาษาไทย
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 9 ช้ัน ประถมศึกษาปีท่ี 3 จานวน ......6...... คาบ
เรอื่ ง คดิ ไป รไู้ ป
1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตวั ชวี้ ัด
มาตรฐานที่ ท 1.1ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความรู้และความคิดเพ่ือนาไปใช้ตดั สนิ ใจ แกป้ ญั หาในการดาเนนิ ชวี ิต
และมีนิสยั รักการอ่าน
ตวั ชี้วัดท่ี ป 3/1 อ่านออกเสียงคา ข้อความ เรื่องสัน้ ๆ และบทร้อยกรองง่าย ๆ ไดถ้ ูกต้องคล่องแคลว่
ตัวชี้วัดท่ี ป 3/2 อธบิ ายความหมายของคาและข้อความท่ีอ่าน
ตวั ช้วี ัดที่ ป 3/3 ตัง้ คาถาม และตอบคาถาม เชงิ เหตุผล เก่ียวกบั เรื่องทีอ่ ่าน
ตวั ชว้ี ดั ที่ ป 3/4 ลาดับเหตกุ ารณ์และ คาดคะเนเหตุการณ์จากเรื่องที่อา่ นโดย ระบุเหตผุ ล ประกอบ
ตัวชว้ี ัดที่ ป 3/5 สรปุ ความรแู้ ละข้อคิดจากเร่อื งที่อา่ นเพื่อนาไปใชใ้ นชีวติ ประจาวัน
ตวั ชว้ี ดั ที่ ป 3/9 มมี ารยาทในการอา่ น
มาตรฐาน ท 2.1 ใชก้ ระบวนการเขยี นเขียนสอ่ื สาร เขยี นเรียงความย่อความ และเขียนเร่อื งราวในรปู แบบต่างๆ
เขยี นรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ
ตวั ช้วี ดั ที่ ป 3/1 คดั ลายมอื ตัวบรรจงเต็มบรรทัด
ตัวช้ีวัดท่ี ป 3/6 มีมารยาท ในการเขยี น
มาตรฐานท่ี ท 4.1 เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ยี นแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภูมิ
ปญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบัตขิ องชาติ
ตัวชว้ี ดั ที่ ป 3/1 เขยี นสะกดคาและบอกความหมายของคา
2. สาระสาคญั
การอา่ นจบั ใจความสาคัญ คอื การอา่ นเพอื่ จบั ใจความหรือขอ้ คิด ความคิดสาคัญหลกั ของข้อความหรือเร่ืองท่ีอา่ นการ
อา่ นจบั ใจความสาคญั ถือเปน็ ทักษะสาคัญที่ใชใ้ นการอา่ นเพือ่ การสือ่ สารมากทสี่ ุดเพราะเปน็ พ้นื ฐานสาคญั ในการศึกษาหาความรู้
จงึ ควรฝกึ ฝนให้เกดิ ความชานาญ
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายความหมาย และหลักการอา่ นจับใจความสาคัญ (K)
2. อธิบายวิธกี ารคดั ลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทดั (K)
3. บอกลักษณะของคาในมาตรา กง ได้ (K)
4. อา่ นเร่ืองได้คลอ่ งแคล่ว รวดเร็วและถูกต้องตามอักขรวธิ ี (P)
5. แยกข้อเทจ็ จริงและข้อคดิ เหน็ จากเร่อื งทอี่ ่าน (P)
6. คดั ลายมอื ได้ถูกต้อง (P)
7. อ่าน เขียนและจาแนกคามาตรา กง ได้ (P)
8. เหน็ ความสาคญั ของการอ่านและมารยาทในการอา่ น (A)
9. มคี วามต้งั ใจในการคดั ลายมือ (A)
10. กระตือรอื ร้นในการร่วมกจิ กรรม (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นร้แู กนกลาง สาระการเรียนรู้ทอ้ งถ่นิ
การอ่านจับใจความคิดไปรู้ไป การเขียนคัดลายมือ พิจารณาตามหลกั สูตรของสถานศกึ ษา
มาตรากง
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
คาบที่ 1-2
ข้ันที่ 1 ข้ันรวบรวมข้อมูล
1. ดแู ละนักเรยี นร่วมกนั สนทนาโดยครูใช้คาถามกระตนุ้ ความคดิ ดงั นี้
- ถ้าพดู ถงึ คาว่า โอลมิ ปิก นกั เรียนจะนกึ ถึงอะไร
- กฬี าโอลิมปกิ เกดิ ข้นึ เมื่อใด
- นักเรียนพอจะทราบประเภทของกีฬาท่ีบรรจุอยใู่ นกีฬาโอลิมปกิ ว่ามีอะไรบา้ ง ให้นักเรียนชว่ ยกนั ตอบเพื่อ
โยงเข้าสู่สาระการเรยี นรู้นักเรียนทบทวนเก่ยี วกบั การอ่านจับใจความสาคัญโดยครูใช้คาถามดงั น้ี
- การอา่ นสรุปใจความคืออะไร
- นักเรยี นใชท้ ักษะอะไรบา้ งในการอา่ นสรุปใจความ
* ในการตอบคาถามให้ครูใชไ้ ม้เรียกเลขที่เพื่อใหน้ ักเรยี นตอบทลี ะคนโดยถามคาถามก่อนจะเรยี กเลขท่เี พ่ือ
กระตุ้นให้ทกุ คนได้คดิ
2. นกั เรียนเขา้ กลุ่มศกึ ษาเรอื่ งคิดไปรู้ไปโดยครใู ช้คาถามดงั ต่อไปน้ี
- ในเรอ่ื งคิดไปรู้ไปมตี ัวละครที่สาคัญในการดาเนนิ เร่อื งคือใคร
- เหตกุ ารณ์เกดิ ข้ึนที่ไหน
- เหตกุ ารณท์ ่ีสาคัญดงั กลา่ วเกิดขึ้นเม่ือไร
ข้นั ท่ี 2 ข้ันคิดวิเคราะหแ์ ละสรุปความ
3. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกนั วเิ คราะหเ์ กี่ยวกับเร่ืองทอ่ี า่ นโดยครใู ช้คาถามดังน้ี
- เหตุการณเ์ กิดข้ึนที่ไหน
- ตัวละครสาคัญในเร่ืองมใี ครบ้าง แตล่ ะตัวมีนิสยั อยา่ งไร
- จากเรื่องทอ่ี ่านนักเรยี นได้ข้อคิดอะไรบา้ ง
4. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มทป่ี ระเมินเพ่ือเพ่ิมคุณค่าโดยครใู ช้คาถามดงั ต่อไปนี้
- นกั เรยี นสามารถนาความรู้ที่ไดร้ บั ไปใชใ้ นชีวิตประจาวันได้อยา่ งไร
ขนั้ ท่ี 3 ขัน้ ปฏบิ ัตแิ ละสรปุ ความรู้หลังการปฏบิ ัติ
5. นักเรียนเข้ากลมุ่ ทากจิ กรรมการตงั้ คาถามและตอบคาถามจากเรอ่ื งท่ีอา่ น กล่มุ ละ 5 ข้อ
กตกิ าในการตงั้ คาถาม คณุ ครูแบ่งจานวนหน้าท่ีแต่ละกล่มุ จะตอ้ งรับผดิ ชอบในการตงั้ คาถาม เพื่อป้องกนั ไม่ให้การต้งั
คาถามของแต่ละกลุม่ ซ้ากัน
6. นักเรียนร่วมกันสรปุ ข้อคิดที่ไดจ้ ากการอา่ น
ขนั้ ท่ี 4 ข้นั สื่อสารและนาเสนอ
7. นกั เรียนแต่ละกลุ่มนาเสนอคาถามหน้าชัน้ เรยี น และให้เพือ่ นตอบคาถาม
ขั้นที่ 5 ประเมนิ เพื่อเพ่ิมคุณค่าบริการสังคมหรอื ข้ันประเมนิ เพ่อื เพ่มิ คณุ ค่าบรกิ ารสงั คมและจิต
8. นกั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เห็นโดยครใู ชค้ าถามดังต่อไปน้ี
- นักเรียนสามารถนาความรู้เก่ียวกับเรอ่ื งทเี่ รียนไปใชป้ ระโยชน์ในสังคมได้อย่างไร
คาบที่ 3-4
ขนั้ ท่ี 1 ข้ันรวบรวมข้อมูล
1. ให้นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครใู ช้คาถามทา้ ทายดงั นี้
- การประกวดคัดลายมือมีประโยชนอ์ ยา่ งไร
- นกั เรยี นเคยประกวดคดั ลายมือหรอื ไม่
2. นกั เรียนรว่ มกันศกึ ษาเรื่องการคดั ลายมือและรว่ มกันสนทนาโดยครใู ชค้ าถามดงั นี้
- การคัดลายมือช่วยพัฒนาทกั ษะทางดา้ นใดบา้ ง
- การคัดลายมือ ถือเปน็ การอนรุ ักษ์ความเปน็ เอกลักษณข์ องไทย ไดอ้ ยา่ งไร
- การคัดลายมือทาให้เกดิ สมาธิในการทางานไดห้ รอื ไม่ อย่างไร
* ในการตอบคาถามใหค้ รูใชไ้ ม้เรยี กเลขทีเ่ พ่ือใหน้ ักเรียนตอบทลี ะคนโดยถามคาถามก่อนจะเรยี กเลขที่เพื่อกระตนุ้ ให้ทกุ
คนไดค้ ิด
ขน้ั ท่ี 2 ขัน้ คิดวเิ คราะหแ์ ละสรุปความ
3. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มร่วมกนั วเิ คราะห์เกีย่ วกับการคัดลายมอื โดยครใู ชค้ าถามดงน้ี
- หลกั สาคัญในการคดั ลายมือมีอะไรบ้าง
- นักเรยี นสามารถศึกษาหลกั สาคญั ในการคัดลายมือได้จากที่ไหนบ้าง
4. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มท่ีประเมินเพื่อเพ่ิมคณุ คา่ โดยครใู ช้คาถามดงั ต่อไปน้ี
- นักเรียนสามารถนาความรทู้ ่ไี ด้รบั ไปใชใ้ นชวี ิตประจาวันได้อยา่ งไร
ขน้ั ท่ี 3 ขั้นปฏบิ ัตแิ ละสรุปความรู้หลังการปฏิบตั ิ
5. นกั เรยี นเข้ากล่มุ ทากจิ กรรม หลังจากนัน้ ให้แต่ละกล่มุ สง่ ตัวแทนกลมุ่ ละ 1 คนออกมาคัดลายมือตามคาบอกของครู
ครง้ั ละ 1 คน ครตู รวจและให้คะแนนทลี ะคา กลมุ่ ใดท่มี ีจานวนผ้คู ัดลายมอื ได้สวยมากกวา่ เปน็ ผ้ชู นะ
6. ใหน้ กั เรียนฝกึ อา่ นคาบนกระดานให้ถูกต้องและอา่ นให้คล่อง โดยครตู รวจสอบความถูกต้อง
7. นกั เรยี นร่วมกนั สรุปหลักการเขยี นคดั ลายมือท่ีถูกต้อง (เขยี นในรปู แบบของแผนผังมโนทัศน์)
ข้ันท่ี 4 ขัน้ สือ่ สารและนาเสนอ
8. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มนาเสนอคาถามหนา้ ชนั้ เรียน เพื่อนกลุ่มอืน่ ร่วมกนั แสดงความคดิ เห็น
ข้ันท่ี 5 ประเมนิ เพื่อเพิม่ คุณค่าบริการสังคมหรือ ขั้นประเมินเพ่อื เพม่ิ คุณค่าบรกิ ารสงั คมและจิต
9. นักเรียนรว่ มกันแสดงความคิดเหน็ โดยครูใช้คาถามดงั ต่อไปนี้
- นกั เรยี นสามารถนาความรู้เกีย่ วกบั เร่อื งท่เี รยี นไปใชป้ ระโยชน์ในสังคมได้อย่างไร
คาบที่ 5 - 6
ข้ันที่ 1 ขน้ั รวบรวมข้อมูล
1. นกั เรียน อ่านคาจากบตั รคาดังต่อไปนี้
ลงิ ก้งุ ว่งิ กางเกง ชา้ ง อ่ึงอ่าง แปรง แข็งแรง ฯลฯ
2. ครชู วนนกั เรยี นสนทนาเกี่ยวกับสิง่ ตา่ ง ๆ ท่ีอยูร่ อบตวั โดยครูใชค้ าถามดังน้ี
ในห้องเรียนเรามีใครท่ีมีชื่อสะกดด้วยมาตรากง หรอื นักเรยี นรจู้ กั อะไรบา้ งทีส่ ะกดด้วยมาตรากง หรอื อาจจะ
ใหน้ กั เรยี นหาช่ือ (สัตว์ ผลไม้ ดอกไม้ สถานที)่ ทสี่ ะกดดว้ ยมาตรากง
* ในการตอบคาถามให้ครูใช้ไม้เรียกเลขทเ่ี พื่อใหน้ ักเรียนตอบทลี ะคนโดยถามคาถามก่อนจะเรียกเลขทเี่ พือ่
กระตุ้นให้ทุกคนได้คดิ
3. นักเรยี นศึกษาเรื่องแมก่ ง และรว่ มสนทนาโดยครใู ช้คาถามดงั น้ี
พยัญชนะท่เี ป็นตวั สะกดในมาตรากงคืออะไร
นักเรียนสามารถศึกษาหาความรู้เก่ียวกับมาตรากงจากท่ีไหนไดบ้ ้าง
ขน้ั ที่ 2 ขั้นคิดวเิ คราะห์และสรุปความ
4. นักเรียนอ่านประโยคจากบตั รคาต่อไปนี้ และรว่ มกนั วิเคราะห์วา่ คาใดบา้ งประสมดว้ ยแม่กง
สนามเดก็ เล่นของโรงเรยี นขจรเกียรตศิ กึ ษามีพื้นที่กวา้ งขวาง
คุณยายขาวข้าวเหนียวมะมว่ งท่ตี ลาดข้างบา้ น
ในปา่ มีสัตวน์ านาชนิด เช่น ลงิ กวาง คา้ งคาว เสอื ฯลฯ
นักเรียนทุกคนยนื ตรงเคารพเพลงชาติ
คุณแม่ซ้ือ ปูเคม็ ถ่วั ลิสง กงุ้ แห้ง น้าตาล เพือ่ จะทาสม้ ตา
5. นกั เรียนแต่ละกลุ่มทป่ี ระเมนิ เพ่ือเพ่ิมคุณค่าโดยครูใช้คาถามดงั ต่อไปนี้
นักเรียนสามารถนาความร้ทู ่ีไดร้ บั ไปใชใ้ นชีวิตประจาวนั ได้อยา่ งไร
ขั้นที่ 3 ขั้นปฏิบัติและสรปุ ความรูห้ ลังการปฏบิ ัติ
6. นกั เรยี นเขา้ กล่มุ ทากิจกรรมหาคาที่สะกดดว้ ยมาตรากง โดยครูกาหนดเวลา (ตามเวลาทเ่ี หมาะสม) และเมือ่ หมด
เวลากลมุ่ ไหนเขียนได้มากทส่ี ุดและถูกต้องตามมาตรากงให้ถอื วา่ ฝา่ ยน้นั เปน็ ฝ่ายชนะ
7. ให้นักเรียนฝึกอ่านคาบนกระดานของทุกกลุม่ ทรี่ ว่ มกันคิดและทุกคนร่วมกนั ให้คะแนน โดยครูตรวจสอบความ
ถูกต้อง
8. นักเรยี นเข้ากลุ่มทากิจกรรมคิดคามาตราแมก่ ง
9. นกั เรียนร่วมกันสรุปมาตรากง
10. นกั เรยี นทาแบบฝกึ หดั
ขั้นท่ี 4 ข้นั ส่อื สารและนาเสนอ
9. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มนาเสนอคาถามหน้าชนั้ เรียน เพ่อื นกลุ่มอ่นื รว่ มกนั แสดงความคิดเห็น
ข้นั ที่ 5 ประเมินเพ่อื เพิ่มคณุ ค่าบรกิ ารสงั คมหรอื ขนั้ ประเมินเพื่อเพมิ่ คุณค่าบรกิ ารสงั คมและจติ
10. นักเรยี นรว่ มกันแสดงความคิดเห็นโดยครูใช้คาถามดังต่อไปนี้
นักเรยี นสามารถนาความร้เู กี่ยวกบั เรอื่ งท่ีเรยี นไปใชป้ ระโยชน์ในสังคมได้อย่างไร
3.3 คุณลกั ษณะทพี่ ึงประสงค์: Attitude (A) ซื่อสัตยส์ ุจรติ มวี ินัย ใฝเ่ รียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มงุ่ มัน่ ในการทางาน รกั ความเปน็
ไทย มีจติ สาธารณะ
6. การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้ วธิ ีการ เคร่อื งมือ
การประเมนิ
-การตอบคาถาม -คาถาม
ดา้ นความรู้ (K) -ทาแบบฝกึ หดั - แบบฝึกหดั
ดา้ นทกั ษะและกระบวนการ (P) -ทกั ษะการอ่านในใจ -แบบประเมนิ การอ่านในใจ
-ทกั ษะการเขยี น -แบบประเมินการเขยี น
ด้านคุณธรรม จรยิ ธรรมและค่านิยม (A) -ทกั ษะการวิเคราะห์ -คาถาม
-แบบฝกึ หัด
-สงั เกตพฤติกรรมในการรว่ มกิจกรรม -แบบสังเกตพฤติกรรม
การทางานกลมุ่
-สังเกตพฤตกิ รรมความกระตือรือรน้
ในการร่วมกิจกรรม
7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
7.1 ส่ือการเรียนรู้
1. แบบฝึกหัด
2. บตั รคา
3. หนงั สือเรยี นภาษาไทยชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 3
4. คาถาม
5. รปู ภาพ
8. กิจกรรมเสนอแนะ
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ............................................ครผู ูส้ อน ลงชอื่ ...................................................ฝ่ายวชิ าการ
(........................................................) (.......................................................)
ลงชือ่ ................................................... ผู้บริหาร
(...........................................................)
สัปดาหท์ ่ี 2
โรงเรยี นขจรเกยี รตพิ ัฒนา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรียนที่ 2 / ………….. ช่ือผู้สอน ...........................................................................
กลุม่ สาระ ภาษาไทย
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 9 ช้ัน ประถมศกึ ษาปีท่ี 3 จานวน ......6...... คาบ
เร่อื ง คดิ ไปรไู้ ป (การอา่ นจบั ใจความสาคญั )
1.มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ช้ีวดั
มาตรฐานที่ ท 1.1 ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรแู้ ละความคิดเพ่ือนาไปใช้ตัดสนิ ใจ แก้ปัญหาในการดาเนินชวี ิต
และมนี สิ ยั รักการอ่าน
ตวั ชี้วดั ท่ี ป 3/1 อ่านออกเสียงคา ข้อความ เรื่องสน้ั ๆ และบทร้อยกรองงา่ ย ๆ ไดถ้ กู ต้องคล่องแคลว่
ตวั ช้ีวัดที่ ป 3/2 อธบิ ายความหมายของคาและขอ้ ความท่อี ่าน
มาตรฐาน ท 2.1 ใชก้ ระบวนการเขยี นเขยี นสื่อสาร เขยี นเรยี งความย่อความ และเขียนเรือ่ งราวในรูปแบบต่าง ๆ
เขียนรายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมปี ระสทิ ธิภาพ
ตัวชว้ี ัดที่ ป 3/2 เขียนบรรยาย เกยี่ วกบั สิ่งใด สง่ิ หนง่ึ ได้อย่าง ชดั เจน
ตวั ชี้วดั ท่ี ป 3/6 มีมารยาท ในการเขยี น
มาตรฐานท่ี ท 4.1 เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา
ภมู ิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ิของชาติ
มาตรฐาน ท 5.1 เข้าใจและแสดงความคดิ เหน็ วจิ ารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่าและนามา
ประยุกต์ใชใ้ นชีวิตจรงิ
ตวั ช้ีวัดท่ี ป 3/4 ท่องจาบทอาขยานตามท่ีกาหนดและบทร้องกรองท่ีมคี ณุ คา่ ตามความสนใจ
2. สาระสาคญั
การอ่านจบั ใจความสาคัญบทอาขยาน คือ การอา่ นเพื่อจับใจความหรือขอ้ คิด ความคิดสาคญั หลักของขอ้ ความในบท
อาขยานถอื เปน็ ทกั ษะสาคัญท่ีใชใ้ นการอา่ นเพื่อการสื่อสารมากทส่ี ดุ เพราะเปน็ พื้นฐานสาคัญในการศึกษาหาความรู้ จึงควร
ฝึกฝนใหเ้ กิดความชานาญ
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. ระบุข้อคดิ ที่ได้จากการทอ่ งจาบทอาขยาน (K)
2. ร้แู ละเขา้ ใจหลักการเขียนบรรยาย(K)
3. บอกลักษณะของคาในมาตรา กม ได้ (K)
4. ทอ่ งจาบทอาขยาน(P)
5. เขยี นบรรยายภาพวนั เขา้ พรรษาได้ถูกต้องสรา้ งสรรค์ (P)
6. อ่าน เขยี นและจาแนกคามาตรา กม ได้ (P)
7. ตระหนักในความสาคัญของข้อคิดที่ได้จากการท่องจาบทอาขยาน (A)
8. กระตือรอื รน้ ในการเขา้ ร่วมกิจกรรมการเขียนบรรยายภาพวันเข้าพรรษา (A)
9. กระตือรือร้นในการร่วมกจิ กรรม (A)
4. สาระการเรียนรู้
สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง สาระการเรยี นรทู้ ้องถน่ิ
การอ่านจับใจความบทอาขยาน การเขียนบรรยาย พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา
ภาพวันเขา้ พรรษา มาตรากม
5. กิจกรรมการเรียนรู้
คาบที่ 1-2
ข้นั ที่ 1 ข้ันรวบรวมข้อมูล
1. เรยี นรว่ มกันอา่ นบทอาขยานวชิ าหนาเจา้ ท่คี รเู ตรียมมา ดังนี้
วชิ าหนาเจา้ เกดิ มาเป็นคน
วชิ าหนาเจา้
หนังสอื เป็นตน้ อดสอู ายเขา
ถ้าแม้นไมร่ ู้ วา่ เงา่ ว่าโง่
เพอ่ื นฝูงเยาะเยา้ ลางคนเกิดมา
เคอะอย่จู นโต
ไมร่ ู้วชิ า เพราะเขาเงา่ โง่
ไปเป็นขา้ เขา เท่ียวขอก็มี
บา้ งเป็นคนโซ ถา้ ร้วู ิชา
ชูหนา้ ราศี
ประเสรฐิ หนกั หนา มคี นปราณี
จะไปแห่งใด สวัสดีมงคล
ยากไร้ไม่มี
2. ครูและนกั เรียนรว่ มกันสนทนา โดยครูใชค้ าถามกระตุ้นความคิดดงั นี้
นักเรยี นเคยอา่ นบทอาขยาน วิชาหนาเจ้า หรือไม่
นกั เรยี นสามารถบอกความหมายของบทอาขยาน วชิ าหนาเจ้า ไดห้ รอื ไม่ อย่างไร
นักเรยี นสามารถใช้วิธกี ารอา่ นจับใจความโดยทว่ั ไปกับการอา่ นจับใจความบทอาขยานได้หรอื ไม่
ให้นักเรียนช่วยตอบคาถาม เพอ่ื เช่ือมโยงเขา้ สู่สาระการเรียนรู้ นกั เรยี นทบทวนเก่ยี วกับการอา่ นจบั ใจความ
สาคัญบทอาขยานโดยครูใช้คาถามดังน้ี
การอา่ นจับใจความบทอาขยานคืออะไร
หลักการอ่านจับใจความบทอาขยานมีอะไรบ้าง
นักเรยี นใชท้ กั ษะอะไรบ้างในการอ่านจับใจความบทอาขยาน
3. นกั เรียนร่วมศกึ ษาการอา่ นจบั ใจความบทอาขยานวิชาหนาเจา้ โดยครใู ชค้ าถามดงั นี้
นักเรียนคิดว่าถ้าเราไม่ได้ศึกษาเลา่ เรียนชวี ิตจะเป็นอยา่ งไร
นกั เรียนสามารถยกตัวอยา่ งข้อดขี องการได้ศกึ ษาเล่าเรยี นไดห้ รือไม่ อย่างไร
* ในการตอบคาถามให้ครูใชไ้ มเ้ รยี กเลขทีเ่ พ่ือใหน้ ักเรียนตอบทลี ะคนโดยถามคาถามก่อนจะเรียกเลขทเี่ พื่อ
กระตุ้นให้ทุกคนได้คิด
ขน้ั ท่ี 2 ข้ันคิดวเิ คราะห์และสรปุ ความ
3. นักเรียนรว่ มกันวิเคราะหว์ ่าหลักการอ่านจบั ใจความบทอาขยานมีอะไรบ้าง โดยเขยี นเป็นกรอบความคิด ดงั
ตัวอยา่ งเชน่
- อา่ นบทอาขยานอยา่ งคร่าวๆ พอเข้าใจ
- พิจารณาทีละย่อหนา้ หาประโยคใจความสาคัญของแตล่ ะย่อหน้า
- ตีความ สานวนโวหาร อุปมาอปุ ไมย (การเปรียบเทียบ) ที่อยู่ในบทอาขยานเพ่ือสรปุ ใจความ
- สรปุ ใจความสาคญั ด้วยสานวนภาษาของตนเอง
4. นักเรยี นแต่ละกลุ่มท่ปี ระเมินเพื่อเพ่ิมคณุ ค่าโดยครูใชค้ าถามดังต่อไปน้ี
นกั เรียนสามารถนาความรทู้ ี่ได้รบั ไปใช้ในชวี ิตประจาวนั ได้อย่างไร
ขั้นที่ 3 ขน้ั ปฏบิ ตั ิและสรปุ ความรู้หลังการปฏิบตั ิ
5. นักเรียนเข้ากล่มุ ทากจิ กรรมการตัง้ คาถามและตอบคาถามจากบทอาขยานท่ีอา่ น
6. นักเรยี นรว่ มกนั สรปุ ความสาคญั ของการอา่ นจับใจความบทอาขยานวชิ าหนาเจ้า ครอู ธบิ ายเพิม่ เตมิ เกี่ยวกบั การอ่าน
จับใจความบทอาขยาน
ขั้นที่ 4 ขน้ั ส่ือสารและนาเสนอ
7. นักเรยี นแต่ละกลุ่มนาเสนอการอ่านจบั ใจความบทอาขยานหน้าช้นั เรยี น เพ่อื นกลุ่มอื่นร่วมกันแสดงความคิดเหน็
ขน้ั ท่ี 5 ประเมนิ เพ่ือเพิ่มคณุ ค่าบริการสังคมหรอื ขน้ั ประเมนิ เพ่อื เพ่ิมคุณคา่ บรกิ ารสังคมและจติ
8. นักเรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เห็นโดยครใู ช้คาถามดังต่อไปน้ี
นักเรียนสามารถนาความรู้เกี่ยวกบั เร่ืองทีเ่ รียนไปใช้ประโยชนใ์ นสังคมได้อย่างไร
คาบที่ 3-4
ขน้ั ที่ 1 ขนั้ รวบรวมข้อมูล
1. ครใู หน้ กั เรียนดภู าพวนั เขา้ พรรษาหลงั จากนัน้ ให้นักเรียนร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครกู ระตุน้ ให้นักเรียนใช้
ความคดิ ดว้ ยคาถามท้าทายดังน้ี
ถ้าพดู ถงึ วันเขา้ พรรษานักเรียนนึกถึงอะไร
นักเรียนเคยเข้ารว่ มกจิ กรรมวันเข้าพรรษาหรือไม่ ให้นกั เรยี นช่วยตอบคาถาม เพื่อเชอ่ื มโยงเขา้ ส่สู าระการเรียนรู้
เขียนบรรยายภาพวนั เขา้ พรรษา
2. นักเรยี นเข้ากลุ่มศกึ ษาเรอื่ งวันเขา้ พรรษาโดยครใู ชค้ าถามดงั ตอ่ ไปน้ี
วนั เขา้ พรรษามีความเป็นมาอย่างไร
วนั เขา้ พรรษามกี ิจกรรมสาคัญอะไรบ้าง
พุทธศาสนกิ ชนปฏบิ ัติกิจกรรมอะไรบา้ งในวนั เข้าพรรษา
* ในการตอบคาถามใหค้ รูใช้ไม้เรียกเลขทีเ่ พื่อให้นักเรยี นตอบทลี ะคนโดยถามคาถามก่อนจะเรียกเลขท่ีเพื่อ
กระตนุ้ ให้ทกุ คนได้คิด
ขนั้ ท่ี 2 ข้นั คิดวิเคราะห์และสรุปความ
3. นักเรยี นร่วมกันวิเคราะห์ว่าการเขยี นบรรยายภาพวนั เข้าพรรษาต้องมีความร้เู ก่ยี วกบั อะไรบ้าง โดยครใู ชค้ าถามดังนี้
การเขียนบรรยายภาพวันเข้าพรรษาต้องคานึงเกย่ี วกับอะไรบ้าง
4. นักเรยี นแตล่ ะกลุม่ ทป่ี ระเมนิ เพื่อเพ่ิมคณุ คา่ โดยครูใช้คาถามดังต่อไปนี้
นกั เรยี นสามารถนาความรู้ที่ไดร้ ับไปใช้ในชวี ติ ประจาวนั ได้อย่างไร
ขั้นที่ 3 ขั้นปฏบิ ัตแิ ละสรปุ ความรหู้ ลังการปฏบิ ตั ิ
5. นกั เรยี นเขา้ กลุม่ ทากิจกรรมเขยี นแผนผังมโนทัศน์ เขียนบรรยายวนั เข้าพรรษา
6. นกั เรยี นร่วมกันสรปุ ความรู้เก่ียวกบั การเขยี นบรรยายภาพวันเขา้ พรรษา ครูอธิบายเพิ่มเตมิ เกีย่ วกบั การเขยี นบรรยาย
ภาพวันเขา้ พรรษา
7. นกั เรยี นเขียนบรรยายภาพวันเขา้ พรรษา ครูสุ่มนักเรียนออกมาพูดถึงการเขยี นบรรยายภาพวนั เข้าพรรษาของตนเอง
(หากมเี วลามากพอใหน้ ักเรียนออกมาพูดถึงการเขยี นบรรยายภาพวันเขา้ พรรษาทุกคน)
ขั้นท่ี 4 ขัน้ สอ่ื สารและนาเสนอ
8. นักเรยี นออกมาพูดถึงการเขยี นบรรยายภาพวันเข้าพรรษา นักเรยี นคนอ่นื สามารถแสดงความคิดเหน็ เพ่ิมเติมไดเ้ พื่อ
เปน็ การแลกเปลย่ี นความรู้
9. นักเรียนรวบรวมผลงานการเขียนบรรยายภาพวนั เข้าพรรษาจดั แสดงเป็นผลงานนักเรียนเพอื่ ให้เพื่อนได้ศกึ ษาและถือ
เปน็ การแบง่ ปนั ประสบการณ์การเขยี นบรรยายภาพวนั เขา้ พรรษา
ขั้นท่ี 5 ประเมนิ เพ่ือเพ่ิมคุณค่าบริการสงั คมหรอื ขั้นประเมนิ เพือ่ เพ่ิมคุณคา่ บริการสังคมและจติ
10. นกั เรยี นรว่ มกันแสดงความคิดเห็นโดยครูใช้คาถามดังต่อไปนี้
นกั เรียนสามารถนาความรเู้ กี่ยวกบั เรอ่ื งทเี่ รียนไปใช้ประโยชน์ในสงั คมได้อย่างไร
คาบท่ี 5-6
ขน้ั ที่ 1 ข้นั รวบรวมข้อมูล
1. นกั เรียน อ่านคาจากบตั รคาดังต่อไปนี้
ด่มื นม เพ่มิ เติม ซ่อมแซม คมนาคม รมุ่ รา่ ม ความงาม ยม้ิ แยม้ ฯลฯ
2. ครชู วนนกั เรียนสนทนาเกย่ี วกับสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบตวั โดยครใู ช้คาถามดงั น้ี
- ในหอ้ งเรยี นเรามใี ครที่มชี อ่ื อยใู่ นมาตรากม หรือรจู้ กั อะไรบา้ งทม่ี ีช่ือสะกดด้วยมาตรากม หรอื อาจจะใหน้ ักเรยี นหาชื่อ
(สตั ว์ ผลไม้ ดอกไม้ สถานท)่ี ทสี่ ะกดดว้ ยมาตรากม
* ในการตอบคาถามให้ครใู ช้ไม้เรียกเลขทเ่ี พ่อื ใหน้ ักเรียนตอบทลี ะคนโดยถามคาถามก่อนจะเรยี กเลขท่เี พ่ือกระตนุ้ ให้
ทกุ คนไดค้ ิด
3. นักเรียนศึกษาเรื่องแม่กม และรว่ มสนทนาโดยครูใชค้ าถามดงั นี้
พยญั ชนะท่เี ป็นตัวสะกดในมาตรากมคืออะไร
นักเรยี นสามารถศึกษาหาความร้เู กี่ยวกบั มาตรากมจากที่ไหนไดบ้ ้าง
ขน้ั ที่ 2 ขน้ั คิดวเิ คราะหแ์ ละสรปุ ความ
4. . นกั เรียนอ่านประโยคจากบัตรคาต่อไปนี้ และรว่ มกนั วิเคราะหว์ า่ คาใดบา้ งประสมด้วยแมก่ ม
ฉันเดิมตามแม่ไปซ้อื จานชามทรี่ า้ นขายเคร่ืองครวั
สงิ่ แวดลอ้ มทางธรรมชาติมคี วามงดงามในตัวของมันเอง
คณุ ครหู า้ มนักเรยี นวงิ่ เลน่ บนอาคารเรยี น
ผ้ปู ระสบอุบัติเหตุถูกหามสง่ โรงพยาบาลอยา่ งทันทว่ งที
คุณพ่อซ่อมแซมบา้ นหลงั จากถกู พายพุ ัดจนหลงั คาถล่ม
5. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มที่ประเมินเพื่อเพ่ิมคณุ ค่าโดยครใู ชค้ าถามดังต่อไปนี้
นักเรยี นสามารถนาความรู้ที่ได้รบั ไปใช้ในชวี ิตประจาวันได้อย่างไร
ขัน้ ท่ี 3 ขน้ั ปฏบิ ตั แิ ละสรุปความรู้หลังการปฏบิ ตั ิ
6. นกั เรยี นเขา้ กลุ่มทากจิ กรรมหาคาท่ีสะกดด้วยมาตรากม โดยครกู าหนดเวลา (ตามเวลาที่เหมาะสม)
และเมื่อหมดเวลากลุ่มไหนเขียนได้มากที่สดุ และถูกต้องตามมาตรากมใหถ้ ือวา่ ฝ่ายนนั้ เป็นฝ่ายชนะ
7. ให้นกั เรยี นฝกึ อ่านคาบนกระดานของทุกกลุ่มที่รว่ มกนั คิดและทุกคนรว่ มกนั ใหค้ ะแนนโดยครูตรวจสอบความถูกตอ้ ง
8. นักเรียนเข้ากลมุ่ กนั คดิ มาตรากม
9. นักเรยี นรว่ มกนั สรปุ เรื่องมาตรากม
ขน้ั ที่ 4 ขั้นส่ือสารและนาเสนอ
9. นกั เรียนแต่ละกลุ่มนาเสนอคามาตรากมหนา้ ช้นั เรยี นเพ่ือนกลมุ่ อื่นร่วมกันแสดงความคิดเหน็
ข้นั ท่ี 5 ประเมินเพือ่ เพ่ิมคุณคา่ บริการสังคมหรือขั้นประเมินเพื่อเพม่ิ คุณคา่ บรกิ ารสงั คมและจติ
10. นักเรียนรว่ มกนั แสดงความคดิ เห็นโดยครใู ช้คาถามดังต่อไปนี้
นักเรียนสามารถนาความรูเ้ กี่ยวกบั เรอื่ งที่เรียนไปใชป้ ระโยชน์ในสังคมได้อย่างไร
6. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ วธิ กี าร เคร่ืองมอื
การประเมนิ
-การตอบคาถาม -คาถาม
ด้านความรู้ (K) -ทาแบบฝกึ หดั - แบบฝึกหดั
ดา้ นทกั ษะและกระบวนการ (P) -ทกั ษะการอา่ นในใจ -แบบประเมนิ การอ่านในใจ
-ทกั ษะการเขียน -แบบประเมนิ การเขียน
ด้านคุณธรรม จริยธรรมและค่านิยม (A) -ทกั ษะการวิเคราะห์ -คาถาม
-แบบฝกึ หัด
-สงั เกตพฤติกรรมในการรว่ มกิจกรรม -แบบสังเกตพฤติกรรม
การทางานกลุ่ม
-สงั เกตพฤติกรรมความกระตือรอื รน้
ในการรว่ มกจิ กรรม
7. สือ่ /แหล่งการเรยี นรู้
7.1 สือ่ การเรยี นรู้
1. แบบฝึกหดั
2. ไม้เรยี กชอ่ื
3. หนงั สอื เรียนภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปีท่ี 3
4. บทอาขยานวชิ าหนาเจา้
5. คาถาม
6. รปู ภาพ
8. กิจกรรมเสนอแนะ
.......................................................................................................................................................................................... ...............
.........................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ............................................ครูผูส้ อน ลงช่ือ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(........................................................) (.......................................................)
ลงช่ือ................................................... ผู้บริหาร
(...........................................................)
สัปดาหท์ ี่ 3
โรงเรยี นขจรเกียรติพฒั นา
แผนการจัดการเรยี นรู้
ภาคเรียนที่ 2 / …………. ชื่อผู้สอน ...........................................................................
กลุ่มสาระ ภาษาไทย ชั้น ประถมศึกษาปที ่ี 3 จานวน ......6...... คาบ
หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 10 เรอ่ื ง นอกเมืองในกรุง
1. มาตรฐานการเรียนรู้ /ตวั ช้ีวัด
มาตรฐานท่ี ท 1.1 ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความร้แู ละความคดิ เพื่อนาไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการดาเนินชวี ติ และ
มีนสิ ยั รักการอ่าน
ตัวชี้วัดท่ี ป 3/1 อา่ นออกเสียงคา ข้อความ เร่ืองสั้น ๆ และบทร้อยกรองง่าย ๆ ไดถ้ กู ต้องคล่องแคลว่
ตัวชี้วัดที่ ป 3/2 อธบิ ายความหมายของคาและขอ้ ความที่อา่ น
ตัวช้วี ัดที่ ป 3/3 ตั้งคาถาม และตอบคาถาม เชิงเหตผุ ล เกี่ยวกับเรือ่ งที่อา่ น
ตวั ชีว้ ัดที่ ป 3/4 ลาดบั เหตกุ ารณ์และ คาดคะเนเหตุการณ์จากเร่ืองท่ีอา่ นโดย ระบุเหตผุ ล ประกอบ
ตัวชีว้ ดั ท่ี ป 3/5 สรุปความรู้และข้อคิดจากเรื่องท่ีอา่ นเพื่อนาไปใชใ้ นชีวติ ประจาวนั
ตวั ชี้วัดที่ ป 3/9 มมี ารยาทในการอ่าน
มาตรฐาน ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียนเขยี นสื่อสาร เขยี นเรียงความ ยอ่ ความ และเขยี นเรอื่ งราวในรูปแบบต่างๆ
เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสทิ ธิภาพ
ตัวชว้ี ดั ท่ี ป 3/2 เขียนบรรยาย เก่ยี วกับส่ิงใด ส่งิ หน่งึ ไดอ้ ยา่ ง ชดั เจน
ตวั ชว้ี ัดท่ี ป 3/6 มีมารยาทในการเขยี น
มาตรฐานที่ ท 4.1 เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ยี นแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภมู ิ
ปญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบตั ิของชาติ
ตวั ชีว้ ัดท่ี ป 3/1 เขียนสะกดคาและบอกความหมายของคา
2. สาระสาคัญ
การอา่ นจบั ใจความสาคัญ คือ การอ่านเพื่อจบั ใจความหรือขอ้ คิด ความคิดสาคญั หลกั ของข้อความหรอื เรื่องที่อา่ นการ
อ่านจับใจความสาคัญถือเปน็ ทักษะสาคญั ที่ใชใ้ นการอ่านเพื่อการสอ่ื สารมากทีส่ ดุ เพราะเปน็ พื้นฐานสาคญั ในการศึกษาหาความรู้
จงึ ควรฝกึ ฝนให้เกิดความชานาญ
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธบิ ายความหมาย และหลกั การอ่านจับใจความสาคัญ (K)
2. รแู้ ละเขา้ ใจหลักการเขยี นบรรยาย(K)
3. บอกลักษณะของคาในมาตรา เกย ได้ (K)
4. อ่านเรอ่ื งได้คล่องแคลว่ รวดเร็วและถกู ต้องตามอักขรวิธี (P)
5. แยกข้อเทจ็ จริงและข้อคดิ เหน็ จากเรอ่ื งทอ่ี า่ น (P)
6. เขียนบรรยายสถานท่ีทอ่ งเที่ยวภเู กต็ ไดถ้ ูกต้องสรา้ งสรรค์ (P)
7. อา่ น เขียนและจาแนกคามาตรา เกย ได้ (P)
8. เหน็ ความสาคญั ของการอ่านและมารยาทในการอา่ น (A)
9. กระตือรือรน้ ในการเข้าร่วมกิจกรรมการเขียนบรรยายสถานทท่ี ่องเที่ยวภเู กต็ (A)
10.กระตือรอื รน้ ในการร่วมกิจกรรม (A)
4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรยี นร้ทู อ้ งถิน่
พจิ ารณาตามหลกั สูตรของสถานศกึ ษา
สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง
การอา่ นจับใจความนอกเมอื งในกรุง การเขียน
บรรยายสถานทีท่ ่องเที่ยวภูเก็ต มาตราเกย
5. กจิ กรรมการเรยี นการสอน
คาบท่ี 1-2
ขั้นที่ 1 ขน้ั รวบรวมข้อมูล
1. นักเรยี นรว่ มกันสนทนาโดยครใู ช้คาถามกระตนุ้ ความคดิ ดังน้ี
- นกั เรยี นสามารถบอกถึงความแตกต่างระหวา่ งนอกเมืองและในกรุงไดห้ รือไม่อย่างไร
- ถา้ ให้นักเรียนเลอื กอยู่ระหวา่ งนอกเมืองและในกรงุ นกั เรียนจะเลอื กอย่ทู ่ีใดเพราะเหตุใด
ใหน้ กั เรยี นช่วยกันตอบเพื่อโยงเขา้ สู่สาระการเรียนรูน้ กั เรียนทบทวนเก่ยี วกับการอา่ นจับใจความสาคญั โดยครูใช้คาถามดงั นี้
- การอา่ นสรปุ ใจความคืออะไร
- นักเรียนใช้ทักษะอะไรบ้างในการอ่านสรุปใจความ
* ในการตอบคาถามให้ครใู ช้ไม้เรยี กเลขท่ีเพอื่ ใหน้ ักเรยี นตอบทีละคนโดยถามคาถามกอ่ นจะเรียกเลขที่เพื่อ
กระตุน้ ให้ทกุ คนได้คดิ
2. นักเรยี นเข้ากลมุ่ ศึกษาเรอ่ื งนอกเมือง ในกรงุ โดยครใู ช้คาถามดังต่อไปน้ี
- ในเรอ่ื งนอกเมือง ในกรงุ มีตัวละครที่สาคัญในการดาเนนิ เร่ืองคือใคร
- เหตกุ ารณ์เกิดข้ึนทไี่ หน
- เหตุการณท์ ่สี าคญั ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อไร
ขน้ั ท่ี 2 ข้ันคดิ วิเคราะห์และสรุปความ
3. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มร่วมกันวเิ คราะหเ์ กยี่ วกบั เรอ่ื งท่อี ่านโดยครูใชค้ าถามดงั นี้
- ตัวละครสาคญั ในเร่ืองมีใครบ้าง แตล่ ะตัวมนี ิสัยอย่างไร
- จากเรือ่ งที่อา่ นนักเรยี นได้ข้อคดิ อะไรบา้ ง
4. นักเรียนแต่ละกลุ่มท่ีประเมินเพ่ือเพิ่มคณุ คา่ โดยครูใชค้ าถามดงั ต่อไปน้ี
- นกั เรียนสามารถนาความรทู้ ่ีไดร้ ับไปใชใ้ นชีวติ ประจาวนั ไดอ้ ย่างไร
ขั้นที่ 3 ขน้ั ปฏบิ ัติและสรุปความร้หู ลังการปฏิบตั ิ
5. นักเรียนเขา้ กลมุ่ ทากิจกรรมการตั้งคาถามและตอบคาถามจากเรื่องท่ีอา่ น กลมุ่ ละ 5 ข้อ
กติกาในการตงั้ คาถาม คุณครูแบง่ จานวนหน้าที่แต่ละกลุ่มจะตอ้ งรบั ผิดชอบในการต้ังคาถาม เพื่อป้องกันไมใ่ หก้ ารตง้ั
คาถามของแต่ละกลุม่ ซา้ กนั
6. นักเรยี นรว่ มกันสรปุ ขอ้ คดิ ท่ีได้จากการอ่าน
ขั้นท่ี 4 ขัน้ สอื่ สารและนาเสนอ
7. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มนาเสนอคาถามหน้าชั้นเรียน และใหเ้ พอ่ื นตอบคาถาม
ขน้ั ที่ 5 ประเมนิ เพือ่ เพิ่มคุณคา่ บริการสงั คมหรอื ขนั้ ประเมินเพ่ือเพิ่มคณุ ค่าบริการสงั คมและจิต
8. นักเรียนรว่ มกนั แสดงความคิดเห็นโดยครูใช้คาถามดังต่อไปนี้
- นักเรียนสามารถนาความรเู้ กี่ยวกับเรือ่ งทีเ่ รียนไปใช้ประโยชนใ์ นสังคมได้อยา่ งไร
คาบที่ 3-4
ข้ันที่ 1 ข้ันรวบรวมข้อมูล
1. ครใู ห้นักเรียนดูภาพสถานท่ที อ่ งเท่ยี วภเู ก็ตหลงั จากนัน้ ใหน้ ักเรียนร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครกู ระต้นุ ให้
นักเรยี นใชค้ วามคิดดว้ ยคาถามทา้ ทายดังน้ี
- นักเรยี นรจู้ กั สถานทีท่ ่องเที่ยวภูเก็ตที่ไหนบ้าง
- นักเรยี นเคยไปเทย่ี วสถานทที่ อ่ งเที่ยวภูเก็ตท่ีไหนบ้าง (ครอู าจจะใหน้ ักเรียนเล่าถึงบรรยากาศท่ี
พบเหน็ อย่างคร่าวๆ) ให้นักเรียนชว่ ยกนั ตอบคาถามหรือแสดงความคดิ เห็นเพื่อเช่อื มโยงเขา้ สสู่ าระการเรยี นรู้ การเขียนบรรยาย
สถานทีท่ ่องเท่ียวภูเก็ต
2. นกั เรียนร่วมกนั ศึกษาสถานท่ที อ่ งเที่ยวภเู กต็ โดยครูใช้คาถามดังนี้
- สถานที่ท่องเทีย่ วที่มีช่ือเสียงของภูเก็ตคือท่ีไหนบา้ ง
- เราควรปฏบิ ัติตนอยา่ งไรเมื่อไปเท่ียวสถานที่ท่องเท่ียวตา่ ง ๆ ของภเู ก็ต
- ในฐานะท่ีนักเรยี นอยูจ่ ังหวดั ภูเก็ต จะแนะนาให้ผทู้ ี่ต้องการมาเท่ียวจังหวัดภูเก็ตเที่ยวที่ไหน รวมถึงการปฏบิ ัติ
ตนที่เหมาะสม อย่างไร
* ในการตอบคาถามให้ครใู ช้ไม้เรียกเลขที่เพื่อให้นักเรียนตอบทลี ะคนโดยถามคาถามกอ่ นจะเรยี กเลขที่เพ่ือกระตนุ้
ให้ทกุ คนได้คิด
ขน้ั ที่ 2 ขั้นคิดวิเคราะหแ์ ละสรปุ ความ
3. นกั เรยี นรว่ มกันวิเคราะหว์ ่าการเขยี นบรรยายสถานทีท่ ่องเทยี่ วภูเก็ตต้องมคี วามรู้เก่ียวกบั อะไรบา้ ง โดยครใู ช้คาถาม
ดงั นี้
- การเขียนบรรยายสถานทท่ี ่องเทีย่ วภเู กต็ ตอ้ งคานงึ ถงึ อะไรบ้าง
4. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มท่ีประเมนิ เพ่ือเพิ่มคณุ คา่ โดยครูใช้คาถามดังต่อไปนี้
- นักเรยี นสามารถนาความรู้ทไ่ี ด้รบั ไปใช้ในชีวิตประจาวันไดอ้ ยา่ งไร
ขั้นท่ี 3 ขนั้ ปฏบิ ตั แิ ละสรุปความรหู้ ลังการปฏบิ ัติ
5. นกั เรียนเขา้ กลุม่ ทากิจกรรมเขียนแผนผังมโนทัศน์ เขียนบรรยายสถานท่ที ่องเท่ยี วภเู ก็ต
6. นกั เรยี นเขียนบรรยายสถานทท่ี อ่ งเท่ียวภเู ก็ตที่ตนเองสนใจ ครูส่มุ นกั เรยี นออกมาพูดถึงการเขยี นบรรยายสถานท่ี
ท่องเที่ยวภูเก็ต (หากมีเวลามากพอใหน้ กั เรียนออกมาพดู ถึงการเขยี นบรรยายสถานท่ีท่องเทีย่ วภูเก็ตทุกคน)
7. นักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เก่ยี วกบั การเขียนบรรยายสถานท่ีท่องเท่ียวภเู ก็ต ครูอธิบายเพมิ่ เติมเก่ยี วกบั การเขยี น
บรรยายสถานทท่ี ่องเทีย่ วภเู ก็ต
ข้นั ท่ี 4 ขน้ั ส่อื สารและนาเสนอ
8. นกั เรียนออกมาพดู ถึงการเขียนบรรยายสถานท่ีทอ่ งเที่ยวภูเกต็ นกั เรียนคนอืน่ สามารถแสดงความคดิ เห็นเพิม่ เตมิ ได้
เพอ่ื เป็นการแลกเปล่ียนความรู้
9. นักเรยี นรวบรวมผลงานการเขยี นบรรยายสถานท่ีทอ่ งเที่ยวภเู กต็ จัดแสดงเป็นผลงานนักเรียน เพื่อใหเ้ พื่อนได้ศึกษา
และถือเป็นการแบ่งปนั ประสบการณ์การเขียนบรรยายสถานท่ีทอ่ งเทย่ี วภูเกต็
ขัน้ ที่ 5 ประเมนิ เพือ่ เพ่ิมคณุ คา่ บรกิ ารสงั คมหรือ ขนั้ ประเมินเพือ่ เพิ่มคุณคา่ บรกิ ารสังคมและจิต
10. นกั เรยี นร่วมกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครูใช้คาถามดังต่อไปน้ี
- นักเรยี นสามารถนาความรเู้ กี่ยวกับเรอื่ งที่เรยี นไปใช้ประโยชนใ์ นสังคมได้อยา่ งไร
คาบที่ 5-6
ขัน้ ที่ 1 ขั้นรวบรวมข้อมูล
1. นกั เรยี น อ่านคาจากบตั รคาดังตอ่ ไปน้ี
ขาย สร้อย เนย โปรยปราย เลย กลว้ ย น้อย
2. ครูชวนนกั เรียนสนทนาเกี่ยวกับส่ิงตา่ ง ๆ ทอ่ี ยูร่ อบตวั โดยครใู ชค้ าถามดังน้ี
- ในห้องเรียนเรามีใครท่ีมชี ่ืออย่ใู นมาตราเกย หรอื รจู้ กั อะไรบา้ งทม่ี ีช่ือสะกดดว้ ยมาตราเกยหรืออาจจะให้นกั เรยี นหา
ชอ่ื (สตั ว์ ผลไม้ ดอกไม้ สถานท)ี่ ทีส่ ะกดด้วยมาตราเกย
* ในการตอบคาถามใหค้ รใู ช้ไมเ้ รยี กเลขท่ีเพื่อใหน้ ักเรียนตอบทีละคนโดยถามคาถามก่อนจะเรยี กเลขท่ีเพ่ือกระตุ้นให้
ทุกคนได้คดิ
3. นกั เรยี นศึกษาเรื่องแมเ่ กย และรว่ มสนทนาโดยครใู ชค้ าถาม ดังนี้
- พยัญชนะทเ่ี ป็นตัวสะกดในมาตรากงคอื อะไร
- นักเรยี นสามารถศึกษาหาความรเู้ กย่ี วกับมาตรากงจากที่ไหนได้บ้าง
ขน้ั ท่ี 2 ขนั้ คดิ วิเคราะหแ์ ละสรุปความ
4. นกั เรียนอ่านประโยคจากบัตรคาต่อไปน้ี และร่วมกนั วเิ คราะห์ว่าคาใดบ้างประสมด้วยแม่เกย
คณุ ปา้ ขายหอยลายที่ตลาด
คณุ ยายยา้ ยบ้านจากกรงุ เทพฯ มาอยู่ทภ่ี ูเก็ต
ลกู ย่อมมหี นา้ ตาคล้ายกบั พ่อแมข่ องตวั เอง
ลูกเสือทาเครือ่ งหมายบนตน้ ไมเ้ พ่ือป้องกนั การหลงทางในป่า
นกั เรียนไม่ควรมาหลังเพลงชาตขิ ้ึนเพราะจะถอื ว่ามาสาย
5. นักเรยี นแต่ละกลุ่มทีป่ ระเมินเพื่อเพ่ิมคุณคา่ โดยครใู ชค้ าถามดงั ต่อไปนี้
- นักเรียนสามารถนาความรทู้ ่ีไดร้ ับไปใชใ้ นชีวติ ประจาวันได้อย่างไร
ขน้ั ที่ 3 ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ
6. นักเรียนเขา้ กลุ่มทากิจกรรมหาคาที่สะกดด้วยมาตราเกย โดยครกู าหนดเวลา (ตามเวลาทีเ่ หมาะสม) และเม่ือหมด
เวลากลุ่มไหนเขยี นได้มากทส่ี ุดและถูกตอ้ งตามมาตราเกยให้ถอื ว่าฝ่ายนนั้ เปน็ ฝ่ายชนะ
7. ให้นักเรยี นฝกึ อ่านคาบนกระดานของทุกกล่มุ ท่ีร่วมกันคิดและทุกคนรว่ มกันใหค้ ะแนนโดยครตู รวจสอบความถูกต้อง
8. นกั เรียนรว่ มกนั คดิ คาถามมาตราเกย
9. นักเรียนสรุปเรอื่ งมาตราเกย
10. นกั เรียนทาแบบฝึกหัด
ขน้ั ที่ 4 ขัน้ ส่ือสารและนาเสนอ
8. นักเรยี นแต่ละกลุ่มนาเสนอคามาตราเกยหนา้ ชนั้ เรียนเพื่อนกลมุ่ อืน่ รว่ มกนั แสดงความคิดเห็น
9. นกั เรยี นรวบรวมผลงานทเี่ พอื่ นแต่ละกลุ่มรว่ มกันคิดแสดงบรเิ วณผลงานนักเรยี นเพอื่ ให้เพื่อนตา่ งกลุ่มได้ศึกษาตอ่ ไป
ข้ันท่ี 5 ประเมนิ เพอื่ เพ่ิมคณุ คา่ บรกิ ารสงั คมหรอื ข้ันประเมินเพอ่ื เพิ่มคณุ คา่ บริการสงั คมและจติ
10. นักเรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เห็นโดยครูใชค้ าถามดังต่อไปนี้
- นักเรยี นสามารถนาความร้เู ก่ียวกบั เรอ่ื งที่เรยี นไปใชป้ ระโยชนใ์ นสังคมได้อย่างไร
3.3 คุณลกั ษณะทีพ่ ึงประสงค์: Attitude (A) ซื่อสัตย์สจุ รติ มวี นิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ อย่อู ยา่ งพอเพียง มงุ่ ม่นั ในการทางาน รกั ความเป็น
ไทย มีจติ สาธารณะ
6. การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้ วิธกี าร เคร่ืองมอื
การประเมิน
-การตอบคาถาม -คาถาม
ดา้ นความรู้ (K) -ทาแบบฝกึ หดั - แบบฝึกหัด
ด้านทกั ษะและกระบวนการ (P) -ทักษะการอา่ นในใจ -แบบประเมินการอ่านในใจ
-ทักษะการเขียน -แบบประเมินการเขยี น
ด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรมและค่านิยม (A) -ทกั ษะการวิเคราะห์ -คาถาม
-แบบฝกึ หดั
-สงั เกตพฤติกรรมในการร่วมกิจกรรม -แบบสงั เกตพฤติกรรม
การทางานกลมุ่
-สงั เกตพฤตกิ รรมความกระตือรือร้น
ในการร่วมกจิ กรรม
7. สอื่ /แหล่งการเรียนรู้
7.1 ส่อื การเรยี นรู้
1. แบบฝึกหัด
2. บัตรคา
3. หนงั สอื เรยี นภาษาไทยชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 3
4. คาถาม
5. รูปภาพ
8. กิจกรรมเสนอแนะ
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ............................................ครูผูส้ อน ลงช่อื ...................................................ฝา่ ยวชิ าการ
(........................................................) (........................ ...............................)
ลงช่ือ................................................... ผู้บรหิ าร
(...........................................................)
สปั ดาหท์ ี่ 4
โรงเรยี นขจรเกยี รติพฒั นา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรียนท่ี 2 / ………… ช่ือผู้สอน ...........................................................................
กลุม่ สาระ ภาษาไทย
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 10 ชั้น ประถมศึกษาปที ี่ 3 จานวน ......6...... คาบ
เรื่อง นอกเมืองในกรงุ
1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวชว้ี ัด
มาตรฐานท่ี ท 1.1ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความรแู้ ละความคดิ เพอื่ นาไปใช้ตดั สินใจ แก้ปัญหาในการดาเนินชวี ติ และมี
นิสยั รักการอ่าน
ตัวชีว้ ดั ที่ ป 3/1อ่านออกเสียงคา ข้อความ เรื่องส้นั ๆ และบทร้อยกรองงา่ ย ๆ ไดถ้ ูกต้องคลอ่ งแคลว่
ตวั ชี้วัดที่ ป 3/2อธิบายความหมายของคาและข้อความทอ่ี ่าน
มาตรฐาน ท 2.1ใช้กระบวนการเขยี นเขียนส่ือสาร เขยี นเรียงความ ย่อความ และเขียนเรอ่ื งราวในรูปแบบต่าง ๆ
เขียนรายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
ตัวช้วี ัดท่ี ป 3/5เขยี นเรื่องตามจนิ ตนาการ
ตัวชวี้ ัดท่ี ป 3/6มีมารยาทในการเขยี น
มาตรฐานที่ ท 4.1เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภูมิ
ปญั ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้เป็นสมบตั ิของชาติ
ตวั ชี้วดั ท่ี ป 3/1เขียนสะกดคาและบอกความหมายของคา
มาตรฐาน ท 5.1 เขา้ ใจและแสดงความคดิ เห็น พิจารณาวรรณคดีและวรรณกรรมไทยอยา่ งเห็นคุณคา่ และนามา
ประยกุ ต์ใช้ในชีวิตจริง
ตวั ชว้ี ดั ที่ ป 3/1ระบขุ ้อคดิ ท่ีไดจ้ ากการอ่านวรรณกรรมเพื่อนาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวัน
ตวั ช้วี ดั ที่ ป 3/3 แสดงความ คดิ เหน็ เก่ยี วกบั วรรณคดีที่อ่าน
2. สาระสาคัญ
การอา่ นจับใจความสาคัญ คอื การอา่ นเพือ่ จบั ใจความหรือขอ้ คิด ความคดิ สาคญั หลักของข้อความหรือเร่ืองท่ีอ่านการ
อ่านจับใจความสาคัญถือเปน็ ทกั ษะสาคัญท่ีใชใ้ นการอ่านเพอื่ การสือ่ สารมากทีส่ ุดเพราะเปน็ พนื้ ฐานสาคัญในการศึกษาหาความรู้
จงึ ควรฝึกฝนให้เกิดความชานาญ
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธิบายความหมาย และหลักการอา่ นจบั ใจความสาคัญ (K)
2. อธบิ ายหลักการเขยี นตามจนิ ตนาการจากคาได้ (K)
3. บอกลักษณะของคาในมาตรา เกอวได้ (K)
4. อา่ นเรอ่ื งได้คลอ่ งแคลว่ รวดเร็วและถกู ต้องตามอักขรวธิ ี (P)
5. แยกข้อเท็จจรงิ และข้อคดิ เห็นจากเรือ่ งทอ่ี ่าน (P)
6. เขยี นเรอ่ื งตามจินตนาการจากคาไดอ้ ยา่ งเหมาะสม (P)
7. อ่าน เขยี นและจาแนกคามาตรา เกอว ได้ (P)
8. เหน็ ความสาคัญของการอ่านและมารยาทในการอ่าน (A)
9. กระตือรือรน้ ในการทากิจกรรม (A)
4. สาระการเรียนรู้
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง สาระการเรียนรูท้ ้องถนิ่
งานจับฉลากลูกแกะของซาฟียะห์ การเขียนตาม พจิ ารณาตามหลักสตู รของสถานศกึ ษา
จนิ ตนาการจากคา มาตราเกอว
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
คาบท่ี 1-2
ข้นั ที่ 1 ขนั้ รวบรวมข้อมูล
1. นกั เรียนรว่ มกันสนทนาโดยครใู ช้คาถามกระตุน้ ความคิดดังน้ี
- ชมุ ชนทีอ่ าศยั อยใู่ นภาคใต้มกั จะประกอบอาชีพอะไร เพราะเหตใุ ด ใหน้ ักเรียนชว่ ยกนั ตอบเพ่ือโยงเข้าสสู่ าระการ
เรยี นรูน้ ักเรียนทบทวนเกยี่ วกับการอ่านจับใจความสาคัญโดยครูใช้คาถามดงั น้ี
- การอ่านสรุปใจความคืออะไร
- นกั เรยี นใชท้ ักษะอะไรบ้างในการอ่านสรปุ ใจความ
* ในการตอบคาถามให้ครใู ช้ไม้เรยี กเลขที่เพ่ือใหน้ ักเรยี นตอบทลี ะคนโดยถามคาถามกอ่ นจะเรยี กเลขที่เพ่ือ
กระตุน้ ให้ทกุ คนได้คิด
2. นักเรยี นเขา้ กล่มุ ศกึ ษาเรือ่ งลูกแกะของซาฟยี ะห์ โดยครใู ชค้ าถามดังต่อไปนี้
- ในเรอื่ งลูกแกะของซาฟียะห์ มตี วั ละครท่สี าคัญในการดาเนินเรอ่ื งคือใคร
- เหตุการณ์เกิดขึน้ ท่ีไหน
- เหตกุ ารณ์ท่สี าคญั ดงั กลา่ วเกิดข้นึ เมื่อไร
ขน้ั ท่ี 2 ขั้นคิดวิเคราะห์และสรุปความ
3. นกั เรียนแต่ละกลุ่มร่วมกนั วิเคราะหเ์ ก่ยี วกับเรื่องท่ีอา่ นโดยครูใชค้ าถามดงั นี้
- ตัวละครสาคญั ในเรือ่ งมีใครบา้ ง แตล่ ะตัวมีนิสัยอยา่ งไร
- จากเรื่องที่อา่ นนกั เรียนไดข้ ้อคิดอะไรบ้าง
4. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มท่ปี ระเมินเพ่ือเพ่ิมคุณคา่ โดยครใู ชค้ าถามดังต่อไปนี้
- นกั เรียนสามารถนาความรู้ที่ได้รับไปใช้ในชีวิตประจาวนั ไดอ้ ยา่ งไร
ขนั้ ท่ี 3 ขน้ั ปฏิบัติและสรปุ ความรหู้ ลังการปฏบิ ัติ
5. นกั เรียนเขา้ กลุม่ ทากิจกรรมการตง้ั คาถามและตอบคาถามจากเรื่องที่อ่าน กลมุ่ ละ 5 ข้อ
กติกาในการตง้ั คาถาม คุณครูแบ่งจานวนหนา้ ทแี่ ตล่ ะกลมุ่ จะตอ้ งรับผิดชอบในการตั้งคาถาม เพื่อป้องกันไม่ใหก้ ารต้งั
คาถามของแตล่ ะกลุ่มซ้ากัน
6. นกั เรียนร่วมกนั สรุปขอ้ คดิ ทไี่ ด้จากการอ่าน
ขน้ั ท่ี 4 ข้ันสอ่ื สารและนาเสนอ
7. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มนาเสนอคาถามหนา้ ชน้ั เรยี น และใหเ้ พื่อนตอบคาถาม
ขน้ั ที่ 5 ประเมนิ เพื่อเพ่ิมคุณค่าบรกิ ารสังคมหรือ ขั้นประเมินเพ่อื เพมิ่ คุณค่าบริการสังคมและจิต
8. นกั เรียนรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครูใชค้ าถามดงั ต่อไปนี้
- นักเรยี นสามารถนาความรูเ้ ก่ียวกบั เรอ่ื งทเ่ี รียนไปใชป้ ระโยชน์ในสังคมได้อยา่ งไร
คาบที่ 3-4
ขั้นที่ 1 ขัน้ รวบรวมข้อมูล
1. นักเรยี นดูตัวอย่างการเขยี นจินตนาการจากคาแลว้ รว่ มกนั สนทนาโดยครูใชค้ าถามดงั นี้
เอกสารทนี่ ักเรียนดเู รยี กวา่ อะไร
นักเรียนเคยเหน็ เอกสารในรูปแบบนีห้ รอื ไม่
2. นักเรียนรว่ มกนั ศึกษาเร่อื งการเขยี นจนิ ตนาการจากคาและร่วมสนทนาโดยใช้คาถามดังน้ี
การเขียนจินตนาการจากคามปี ระโยชน์อย่างไร
องค์ประกอบของการเขียนจินตนาการจากคามีอะไรบา้ ง
การเขียนกรอบความคดิ ก่อนเขียนจนิ ตนาการจากคามีประโยชน์อยา่ งไร
* ในการตอบคาถามให้ครใู ช้ไมเ้ รยี กเลขท่ีเพ่ือให้นกั เรยี นตอบทลี ะคนโดยถามคาถามกอ่ นจะเรียกเลขที่เพ่ือกระตนุ้
ใหท้ กุ คนได้คิด
ขน้ั ท่ี 2 ขนั้ คดิ วิเคราะหแ์ ละสรุปความ
3. นกั เรยี นรว่ มกันวเิ คราะห์ว่าการเขียนจนิ ตนาการจากคาจะต้องเขียนเร่ืองอะไรบ้างโดยเขียนเป็นแผนภาพความคดิ
ตัวอยา่ งเชน่
ศึกษาหาความร้เู พ่มิ เติมในเรื่องทจี่ ะเขียน
วางโครงเรอื่ งลาดับเหตุการณ์ก่อนหลงั
เรียบเรยี งเรื่องราวให้ต่อเน่ืองกัน
ในการต้ังชอื่ เร่ืองควรต้ังช่อื เร่ืองใหน้ ่าสนใจและสอดคล้องกับเนือ้ เร่ือง
เขยี นด้วยลายมือบรรจงเรยี บร้อย
เลือกใชภ้ าษาท่สี ุภาพ ถกู กาลเทศะ
เขียนสะกดคาให้ถกู ต้อง
4. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มคดิ ประเมินเพื่อเพ่ิมคุณคา่ โดยครใู ชค้ าถามดังต่อไปนี้
นกั เรียนสามารถนาเรื่องทีเ่ รียนไปใช้ประโยชนใ์ นชวี ติ ประจาวันไดอ้ ยา่ งไร
ขนั้ ที่ 3 ขน้ั ปฏิบตั ิและสรปุ ความรูห้ ลังการปฏบิ ัติ
5. นกั เรียนเข้ากลุ่มทากจิ กรรมเขยี นจนิ ตนาการจากคาตามหวั ขอ้ ทสี่ มาชกิ ในกลมุ่ สนใจที่จะศึกษา
6. นักเรียนร่วมกนั สรุปความสาคญั ของการเขียนจินตนาการจากคา ครูอธบิ ายเพิ่มเตมิ เกย่ี วกับการเขียนจนิ ตนาการ
จากคา
ขน้ั ที่ 4 ข้ันสอื่ สารและนาเสนอ
8. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มนาเสนอผลงานหนา้ ชั้นเรียนเพือ่ นกลุ่มอื่นร่วมกนั แสดงความคิดเห็น
ขน้ั ท่ี 5 ประเมนิ เพ่ือเพิ่มคุณค่าบริการสงั คมหรอื ข้ันประเมนิ เพอื่ เพ่มิ คุณคา่ บริการสังคมและจิต
10. นักเรยี นร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครูใช้คาถามดังต่อไปน้ี
• นักเรยี นสามารถนาความรู้เกีย่ วกับเรอ่ื งทเี่ รียนไปใช้ประโยชน์ในสังคมได้อยา่ งไร
คาบที่ 5-6
ข้นั ท่ี 1 ขน้ั รวบรวมข้อมูล
1. นกั เรียน อา่ นคาจากบัตรคาดังตอ่ ไปนี้
เกรยี วกราว เดยี วดาย แวววาว แพรวพราว ก้าวรา้ ว
2. ครชู วนนกั เรยี นสนทนาเก่ยี วกบั สงิ่ ตา่ ง ๆ ทอ่ี ยู่รอบตวั โดยครูใชค้ าถามดังนี้
- ในห้องเรยี นเรามีใครท่ีมีชือ่ อยูใ่ นมาตราเกอว หรือรูจ้ ักอะไรบา้ งที่มีช่อื สะกดดว้ ยมาตราเกอวหรืออาจจะให้นักเรียน
หาชื่อ (สัตว์ ผลไม้ ดอกไม้ สถานท)ี่ ทส่ี ะกดด้วยมาตราเกอว
* ในการตอบคาถามใหค้ รใู ช้ไม้เรียกเลขท่เี พื่อใหน้ กั เรยี นตอบทลี ะคนโดยถามคาถามก่อนจะเรยี กเลขทเ่ี พ่ือกระตุ้นให้
ทกุ คนไดค้ ิด
3. นกั เรียนศึกษาเรื่องแม่เกอว และรว่ มสนทนาโดยครใู ช้คาถาม ดังน้ี
- พยัญชนะท่เี ป็นตวั สะกดในมาตราเกอวคืออะไร
- นกั เรียนสามารถศึกษาหาความรู้เก่ียวกบั มาตราเกอวจากทไ่ี หนได้บ้าง
ขน้ั ท่ี 2 ขน้ั คดิ วิเคราะหแ์ ละสรุปความ
4. นกั เรียนอา่ นประโยคจากบัตรคาตอ่ ไปนี้ และรว่ มกันวิเคราะหว์ ่าคาใดบ้างประสมดว้ ยแมเ่ กอว
วันหยดุ นฉ้ี นั และครอบครบั จะไปเท่ยี วประเทศลาว
สปี ระจาของโรงเรียนฉนั คือสีเขยี ว ขาว
ฉันเสียวฟันเพราะทานผลไมท้ ่ีมรี สเปรี้ยว
แมไ่ ม่กล้าเดินถนนในหมบู่ ้านตอนกลางคนื เพราะมนั เปล่ียว
5. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มท่ปี ระเมนิ เพื่อเพ่ิมคณุ คา่ โดยครูใช้คาถามดงั ต่อไปน้ี
- นกั เรยี นสามารถนาความรูท้ ไี่ ด้รบั ไปใช้ในชวี ิตประจาวันได้อยา่ งไร
ขนั้ ท่ี 3 ขนั้ ปฏิบตั แิ ละสรุปความรหู้ ลังการปฏิบตั ิ
6. นักเรยี นเขา้ กลุ่มทากจิ กรรมหาคาทส่ี ะกดดว้ ยมาตราเกอวโดยครูกาหนดเวลา (ตามเวลาท่ีเหมาะสม) และเม่ือหมด
เวลากลมุ่ ไหนเขียนไดม้ ากทส่ี ุดและถูกต้องตามมาตราเกอวใหถ้ อื ว่าฝา่ ยน้ันเป็นฝ่ายชนะ
7. นักเรียนเข้ากลุม่ ทากิจกรรมคดิ คาแมเ่ กอว
8. ใหน้ ักเรยี นฝึกอา่ นคาบนกระดานของทุกกลุ่มที่รว่ มกนั คิดและทุกคนรว่ มกันให้คะแนนโดยครูตรวจสอบความถูกตอ้ ง
9. นกั เรียนรว่ มกันสรุปเรื่องมาตราแม่เกอว
10. ทาแบบฝึกหดั
ขนั้ ที่ 4 ขน้ั ส่ือสารและนาเสนอ
8. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มนาเสนอคามาตราแมเ่ กอวหน้าชัน้ เรยี นเพอ่ื นกลุ่มอน่ื รว่ มกันแสดงความคดิ เหน็
10. นักเรยี นรวบรวมผลงานท่เี พื่อนแต่ละกลมุ่ รว่ มกันคิดแสดงบริเวณผลงานนักเรียนเพื่อใหเ้ พ่อื นต่างกลุ่มไดศ้ ึกษาตอ่ ไป
ขัน้ ท่ี 5 ประเมนิ เพ่ือเพ่ิมคณุ ค่าบริการสังคมหรือข้ันประเมนิ เพ่ือเพ่ิมคุณค่าบรกิ ารสงั คมและจิต
10. นกั เรยี นรว่ มกันแสดงความคดิ เห็นโดยครใู ช้คาถามดังต่อไปน้ี
- นักเรยี นสามารถนาความรู้เก่ียวกับเรื่องที่เรยี นไปใช้ประโยชน์ในสงั คมได้อยา่ งไร
3.3 คณุ ลักษณะทพี่ ึงประสงค์: Attitude (A) ซ่อื สตั ยส์ ุจรติ มวี นิ ัย ใฝเ่ รียนรู้ อยู่อย่างพอเพยี ง มุง่ มัน่ ในการทางาน รกั ความเป็น
ไทย มีจติ สาธารณะ
6. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ วธิ กี าร เคร่ืองมือ
การประเมนิ
-การตอบคาถาม -คาถาม
ด้านความรู้ (K) -ทาแบบฝกึ หดั - แบบฝึกหดั
ด้านทกั ษะและกระบวนการ (P) -ทักษะการอ่านในใจ -แบบประเมนิ การอ่านในใจ
-ทักษะการเขียน -แบบประเมนิ การเขยี น
ด้านคณุ ธรรม จริยธรรมและค่านิยม (A) -ทกั ษะการวเิ คราะห์ -คาถาม
-แบบฝกึ หดั
-สังเกตพฤติกรรมในการร่วมกิจกรรม -แบบสงั เกตพฤติกรรม
การทางานกล่มุ
-สงั เกตพฤตกิ รรมความกระตือรือร้น
ในการรว่ มกิจกรรม
7. ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้
7.1 สอื่ การเรียนรู้
1. แบบฝึกหดั
2. บัตรคา
3. หนงั สอื เรยี นภาษาไทยชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 3
4. คาถาม
5. รูปภาพ
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
.........................................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................... ..............................
................................................................................................................................................................................................
ลงชื่อ............................................ครผู ้สู อน ลงชือ่ ...................................................ฝ่ายวชิ าการ
(........................................................) (........................... ............................)
ลงชอ่ื ................................................... ผ้บู ริหาร
(...........................................................)
สัปดาหท์ ี่ 5
โรงเรียนขจรเกยี รติพัฒนา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรยี นท่ี 2 / ………… ชื่อผู้สอน ...........................................................................
กลมุ่ สาระ ภาษาไทย ชั้น ประถมศึกษาปที ี่ 3 จานวน ......6...... คาบ
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 11 เร่อื ง ส่งขา่ วเล่าเรอ่ื ง
1. มาตรฐานการเรยี นรู้ /ตวั ชว้ี ัด
มาตรฐานท่ี ท 1.1ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรูแ้ ละความคดิ เพอ่ื นาไปใช้ตดั สนิ ใจ แก้ปัญหาในการดาเนินชีวิตและมี
นิสัยรกั การอา่ น
ตวั ชว้ี ัดที่ ป 3/3ตง้ั คาถาม และตอบคาถาม เชิงเหตผุ ล เกีย่ วกับเรอ่ื งที่อา่ น
ตัวชีว้ ดั ท่ี ป 3/4ลาดบั เหตกุ ารณแ์ ละ คาดคะเนเหตุการณ์จากเรอ่ื งทีอ่ ่านโดย ระบุเหตผุ ล ประกอบ
ตัวชี้วัดที่ ป 3/5สรุปความร้แู ละขอ้ คดิ จากเรื่องทอ่ี า่ นเพ่ือนาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวัน
ตัวชี้วัดท่ี ป 3/9มีมารยาทในการอา่ น
มาตรฐาน ท 2.1ใชก้ ระบวนการเขยี นเขียนส่อื สาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขยี นเรื่องราวในรปู แบบต่าง ๆ
เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ คว้าอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ
ตวั ชี้วัดที่ ป 3/5เขยี นเร่ืองตามจินตนาการ
ตัวชี้วดั ท่ี ป 3/6มมี ารยาทในการเขยี น
มาตรฐานที่ ท 4.1เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา
ภมู ิปัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัติของชาติ
ตวั ชี้วดั ท่ี ป 3/1เขยี นสะกดคาและบอกความหมายของคา
2. สาระสาคัญ
การอ่านจับใจความสาคัญ คือ การอ่านเพอ่ื จบั ใจความหรือข้อคิด ความคิดสาคญั หลกั ของข้อความหรอื เรื่องท่ีอ่านการ
อ่านจับใจความสาคัญถือเปน็ ทักษะสาคญั ท่ใี ช้ในการอ่านเพื่อการสือ่ สารมากท่สี ุดเพราะเป็นพน้ื ฐานสาคัญในการศึกษาหาความรู้
จึงควรฝึกฝนให้เกิดความชานาญ
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธบิ ายความหมาย และหลกั การอ่านจับใจความสาคัญ (K)
2. อธบิ ายหลักการเขยี นเรื่องตามจินตนาการจากภาพได้ (K)
3. บอกลกั ษณะของคาในมาตรา กนได้ (K)
4. อา่ นเรื่องได้คลอ่ งแคล่ว รวดเร็วและถูกต้องตามอักขรวิธี (P)
5. แยกข้อเทจ็ จริงและข้อคิดเหน็ จากเรอ่ื งท่ีอ่าน (P)
6. เขียนเร่ืองตามจนิ ตนาการจากภาพไดอ้ ย่างเหมาะสม (P)
7. อา่ น เขยี นและจาแนกคามาตรา กนได้ (P)
8. เห็นความสาคัญของการอ่านและมารยาทในการอา่ น (A)
9. กระตือรอื ร้นในการทากิจกรรม (A)
4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรยี นร้ทู อ้ งถนิ่
สาระการเรียนรู้แกนกลาง พิจารณาตามหลกั สตู รของสถานศึกษา
งานจับฉลากลกู แกะของซาฟียะห์ การเขียนตาม
จนิ ตนาการจากคา มาตรา กน
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
คาบท่ี 1-2
ขน้ั ท่ี 1 ขน้ั รวบรวมข้อมูล
1. ดูและนักเรยี นร่วมกนั สนทนาโดยครูใชค้ าถามกระตุ้นความคดิ ดังนี้
- นักเรียนเคยเขยี นจดหมายหรือไม่
- นักเรยี นคิดวา่ การเขยี นจดหมายมขี ้อดีหรือข้อเสียอย่างไร ใหน้ ักเรียนช่วยกันตอบเพ่ือโยงเขา้ สสู่ าระการเรียนรู้
นกั เรยี นทบทวนเกย่ี วกบั การอ่านจับใจความสาคัญโดยครูใช้คาถามดังนี้
- การอา่ นสรปุ ใจความคอื อะไร
- นักเรียนใช้ทักษะอะไรบ้างในการอ่านสรุปใจความ
* ในการตอบคาถามให้ครูใช้ไมเ้ รียกเลขทเ่ี พ่ือใหน้ ักเรียนตอบทลี ะคนโดยถามคาถามก่อนจะเรยี กเลขทเี่ พ่ือกระตนุ้
ให้ทกุ คนไดค้ ิด
2. นักเรยี นเขา้ กลมุ่ ศกึ ษาเรอ่ื งสง่ ขา่ วเล่าเรือ่ งโดยครใู ชค้ าถามดงั ตอ่ ไปน้ี
- ในเรือ่ งสง่ ขา่ วเล่าเร่อื ง มตี วั ละครที่สาคัญในการดาเนินเร่ืองคือใคร
- เหตุการณ์เกดิ ขึ้นทไ่ี หน
- เหตกุ ารณ์ทส่ี าคัญดังกลา่ วเกิดข้ึนเม่ือไร
ขน้ั ที่ 2 ขน้ั คดิ วเิ คราะหแ์ ละสรุปความ
3. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มร่วมกนั วิเคราะหเ์ กี่ยวกับเรือ่ งทีอ่ ่านโดยครูใชค้ าถามดงั น้ี
- ตวั ละครสาคญั ในเรอ่ื งมีใครบา้ ง แตล่ ะตวั มนี สิ ัยอยา่ งไร
- จากเร่ืองที่อ่านนกั เรยี นได้ข้อคดิ อะไรบ้าง
4. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มทป่ี ระเมนิ เพ่ือเพิ่มคุณคา่ โดยครูใช้คาถามดังต่อไปนี้
- นกั เรยี นสามารถนาความรู้ท่ไี ด้รบั ไปใช้ในชวี ิตประจาวันได้อย่างไร
ขั้นที่ 3 ขั้นปฏิบัตแิ ละสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ
5. นักเรียนเขา้ กลุม่ ทากิจกรรมการตั้งคาถามและตอบคาถามจากเร่อื งที่อ่าน กล่มุ ละ 5 ข้อ
กติกาในการตงั้ คาถาม คณุ ครูแบง่ จานวนหน้าทแ่ี ต่ละกลุ่มจะต้องรับผดิ ชอบในการตัง้ คาถาม เพ่ือปอ้ งกนั ไม่ใหก้ าร
ตัง้ คาถามของแตล่ ะกลุ่มซ้ากัน
6. นกั เรยี นรว่ มกันสรุปขอ้ คิดทไี่ ด้จากการอ่าน
ขน้ั ท่ี 4 ข้นั ส่อื สารและนาเสนอ
7. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มนาเสนอคาถามหน้าชนั้ เรยี น และใหเ้ พ่อื นตอบคาถาม
ขัน้ ท่ี 5 ประเมนิ เพือ่ เพ่ิมคณุ ค่าบริการสงั คมหรอื ขน้ั ประเมินเพื่อเพ่มิ คณุ ค่าบรกิ ารสังคมและจติ
8. นกั เรียนรว่ มกันแสดงความคดิ เห็นโดยครูใช้คาถามดังต่อไปน้ี
- นกั เรียนสามารถนาความรเู้ ก่ยี วกบั เร่ืองท่เี รียนไปใชป้ ระโยชน์ในสงั คมได้อย่างไร
คาบท่ี 3-4
ขน้ั ท่ี 1 ขั้นรวบรวมข้อมูล
2. ครใู ห้นักเรียนดภู าพวันลอยกระทงหลังจากน้นั ให้นกั เรยี นร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครกู ระตุ้นให้นักเรยี นใช้
ความคิดดว้ ยคาถามท้าทายดังน้ี
ถา้ พดู ถงึ วันลอยกระทงนักเรียนนกึ ถึงอะไร
นักเรยี นเคยเข้ารว่ มกิจกรรมวนั ลอยกระทงหรอื ไม่ ใหน้ ักเรียนช่วยตอบคาถาม เพ่ือเช่ือมโยงเขา้ สู่สาระการ
เรียนรู้ เขยี นบรรยายภาพวันลอยกระทง
2. นกั เรียนร่วมกันศึกษาวันลอยกระทงโดยครูใช้คาถามดงั นี้
วันลอยกระทงมีความเป็นมาอย่างไร
วันลอยกระทงมีกจิ กรรมสาคัญอะไรบา้ ง
* ในการตอบคาถามให้ครูใช้ไม้เรียกเลขที่เพื่อใหน้ ักเรียนตอบทีละคนโดยถามคาถามก่อนจะเรยี กเลขที่เพ่ือ
กระตนุ้ ให้ทุกคนได้คดิ
ขน้ั ที่ 2 ขน้ั คดิ วเิ คราะหแ์ ละสรปุ ความ
2. นกั เรยี นร่วมกนั วิเคราะหว์ ่าการเขียนบรรยายภาพวนั ลอยกระทงต้องมีความรเู้ กี่ยวกับอะไรบ้าง โดยครใู ชค้ าถามดังน้ี
การเขยี นบรรยายภาพวนั ลอยกระทงต้องคานงึ เกี่ยวกบั อะไรบา้ ง
3. นักเรยี นแต่ละกลุ่มทปี่ ระเมนิ เพื่อเพิ่มคณุ ค่าโดยครใู ชค้ าถามดังต่อไปนี้
นักเรยี นสามารถนาความรทู้ ่ีได้รับไปใช้ในชีวติ ประจาวนั ได้อยา่ งไร
ขน้ั ที่ 3 ขน้ั ปฏิบัติและสรุปความรหู้ ลังการปฏบิ ตั ิ
5. นกั เรียนเขียนบรรยายภาพวนั ลอยกระทง
4. นักเรียนรว่ มกันสรปุ ความรู้เกี่ยวกบั การเขียนบรรยายภาพวันลอยกระทงครูอธบิ ายเพ่ิมเตมิ เกีย่ วกับการเขยี นบรรยาย
ภาพวนั ลอยกระทง
ขนั้ ท่ี 4 ขน้ั สอ่ื สารและนาเสนอ
6. นกั เรียนออกมาพูดถึงการเขยี นบรรยายภาพวนั ลอยกระทง นกั เรยี นคนอืน่ สามารถแสดงความคดิ เห็นเพม่ิ เตมิ ได้เพ่ือ
เป็นการแลกเปลี่ยนความรู้
ขั้นที่ 5 ประเมนิ เพอ่ื เพ่ิมคณุ คา่ บริการสงั คมหรือ ขัน้ ประเมนิ เพ่อื เพ่ิมคณุ คา่ บริการสงั คมและจิต
9. นักเรียนรว่ มกันแสดงความคิดเห็นโดยครูใช้คาถามดังต่อไปน้ี
นกั เรยี นสามารถนาความรเู้ ก่ียวกบั เร่อื งทเ่ี รยี นไปใช้ประโยชน์ในสงั คมได้อย่างไร
คาบท่ี 5-6
ข้ันที่ 1 ข้ันรวบรวมข้อมูล
1. นักเรียน อา่ นคาจากบตั รคาดังต่อไปน้ี
บ้านเรอื น วนั เพญ็ วาฬ สัญญาณ บรวิ าร ถนน
2. ครชู วนนกั เรยี นสนทนาเกีย่ วกบั สง่ิ ตา่ ง ๆ ที่อยู่รอบตวั โดยครใู ชค้ าถามดังนี้
- ในหอ้ งเรียนเรามีใครท่ีมชี ือ่ อยูใ่ นมาตรากน หรอื รจู้ กั อะไรบา้ งท่ีมชี ื่อสะกดด้วยมาตรากนหรืออาจจะใหน้ ักเรียนหา
ชื่อ (สัตว์ ผลไม้ ดอกไม้ สถานท่ี) ทสี่ ะกดด้วยมาตรากน
* ในการตอบคาถามใหค้ รใู ช้ไมเ้ รยี กเลขที่เพ่ือให้นักเรยี นตอบทีละคนโดยถามคาถามก่อนจะเรียกเลขท่ีเพื่อกระตุน้ ให้
ทุกคนไดค้ ิด
3. นกั เรียนศึกษาเรื่องแมก่ น และรว่ มสนทนาโดยครใู ชค้ าถาม ดงั น้ี
- พยัญชนะท่เี ป็นตวั สะกดในมาตรากนคอื อะไร
- นักเรยี นสามารถศึกษาหาความรเู้ ก่ียวกบั มาตรากนจากที่ไหนไดบ้ ้าง
ขน้ั ที่ 2 ข้ันคิดวิเคราะหแ์ ละสรุปความ
4. นักเรยี นอ่านประโยคจากบตั รคาต่อไปนี้ และร่วมกนั วเิ คราะหว์ า่ คาใดบ้างประสมด้วยแมก่ น
คุณปา้ ไปเดินซ้ือของท่ีถนนคนเดนิ หลาดใหญ่ในเมือง
ผีเสอ้ื ดดู นา้ หวานจากเกสรดอกไม้
พ่สี าวทางานเป็นพนักงานเป็นพนกั งานบัญชใี นบริษัทแหง่ หนงึ่
ฉนั ได้ยินเสียงหมาหอนในตอนกลางคืน
คุณพ่อมองทางซ้ายขวาอย่างระมดั ระวังกอ่ นเดนิ ขา้ มถนน
5. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มท่ีประเมนิ เพ่ือเพิ่มคณุ คา่ โดยครใู ช้คาถามดังต่อไปนี้
- นักเรยี นสามารถนาความรทู้ ไี่ ดร้ บั ไปใช้ในชวี ติ ประจาวันได้อย่างไร
ข้ันท่ี 3 ข้นั ปฏิบัตแิ ละสรปุ ความรหู้ ลังการปฏบิ ตั ิ
6. นกั เรียนเขา้ กลมุ่ ทากิจกรรมหาคาท่สี ะกดด้วยมาตรากนโดยครูกาหนดเวลา (ตามเวลาทเี่ หมาะสม) และเมื่อหมดเวลา
กลุ่มไหนเขียนได้มากท่ีสดุ และถกู ต้องตามมาตราเกอวให้ถือวา่ ฝา่ ยนน้ั เป็นฝา่ ยชนะ
7. นกั เรยี นเข้ากล่มุ ทากจิ กรรมคดิ คามาตรากน
8. ให้นกั เรยี นฝกึ อ่านคาบนกระดานของทุกกลมุ่ ท่ีร่วมกันคิดและทุกคนร่วมกนั ให้คะแนนโดยครตู รวจสอบความถูกต้อง
10. นกั เรยี นร่วมกันสรปุ มาตรากน
ขน้ั ท่ี 4 ขนั้ สือ่ สารและนาเสนอ
8. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มนาเสนอคาถามหน้าชน้ั เรยี นเพอ่ื นกลุ่มอ่ืนร่วมกนั แสดงความคิดเห็น
9. นักเรียนรวบรวมผลงานท่ีเพื่อนแตล่ ะกลุ่มรว่ มกนั คิดแสดงบรเิ วณผลงานนกั เรียนเพือ่ ให้เพ่ือนต่างกลุ่มได้ศึกษาต่อไป
ข้นั ท่ี 5 ประเมนิ เพอ่ื เพ่ิมคุณคา่ บรกิ ารสงั คมหรือขั้นประเมินเพ่อื เพิม่ คณุ คา่ บริการสงั คมและจิต
10. นักเรยี นร่วมกันแสดงความคิดเหน็ โดยครูใชค้ าถามดังต่อไปน้ี
- นกั เรียนสามารถนาความร้เู ก่ียวกับเรื่องทีเ่ รียนไปใช้ประโยชน์ในสังคมได้อยา่ งไร
6. การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้ วธิ ีการ เครอื่ งมอื
การประเมนิ
-การตอบคาถาม -คาถาม
ดา้ นความรู้ (K) -ทาแบบฝึกหัด - แบบฝกึ หดั
ด้านทกั ษะและกระบวนการ (P) -ทักษะการอ่านในใจ -แบบประเมินการอ่านในใจ
-ทักษะการเขยี น -แบบประเมนิ การเขยี น
ด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรมและค่านยิ ม (A) -ทกั ษะการวิเคราะห์ -คาถาม
-แบบฝึกหัด
-สังเกตพฤติกรรมในการร่วมกิจกรรม -แบบสงั เกตพฤติกรรม
การทางานกลมุ่
-สงั เกตพฤตกิ รรมความกระตือรือร้น
ในการรว่ มกจิ กรรม
7. สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้
7.1 สอื่ การเรียนรู้
1. แบบฝกึ หดั
2. บตั รคา
3. หนังสือเรยี นภาษาไทยชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 3
4. คาถาม
5. รูปภาพ
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
.........................................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................... ..............................................................
...............................................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ............................................ครูผสู้ อน ลงช่ือ...................................................ฝ่ายวชิ าการ
(........................................................) (.......................................................)
ลงช่ือ................................................... ผบู้ ริหาร
(...........................................................)
ภาคเรยี นที่ 2 / ………. สัปดาหท์ ่ี 6
กลมุ่ สาระ ภาษาไทย
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 11 โรงเรียนขจรเกยี รตพิ ฒั นา
แผนการจัดการเรียนรู้
ชอ่ื ผสู้ อน ...........................................................................
ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 3 จานวน ......6...... คาบ
เรอ่ื ง ส่งขา่ วเล่าเรื่อง
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวช้ีวดั
มาตรฐานที่ ท 1.1ใช้กระบวนการอ่านสรา้ งความร้แู ละความคดิ เพอ่ื นาไปใช้ตัดสนิ ใจ แกป้ ญั หาในการดาเนินชวี ิตและมี
นสิ ยั รกั การอ่าน
ตวั ชี้วดั ที่ ป 3/1อ่านออกเสยี งคา ข้อความ เรื่องสนั้ ๆ และบทรอ้ ยกรองงา่ ย ๆ ได้ถูกต้องคลอ่ งแคลว่
ตวั ช้วี ดั ที่ ป 3/2อธิบายความหมายของคาและข้อความที่อ่าน
มาตรฐาน ท 2.1ใช้กระบวนการเขยี นเขยี นสื่อสาร เขียนเรยี งความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวในรปู แบบต่าง ๆ
เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมปี ระสทิ ธิภาพ
ตวั ชี้วดั ท่ี ป 3/5เขยี นเร่ืองตามจนิ ตนาการ
ตวั ชี้วดั ที่ ป 3/6มมี ารยาทในการเขยี น
มาตรฐานท่ี ท 4.1เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ยี นแปลงของภาษาและพลังของภาษา
ภูมปิ ญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบัติของชาติ
ตัวชี้วดั ท่ี ป 3/1เขียนสะกดคาและบอกความหมายของคา
มาตรฐาน ท 5.1 เข้าใจและแสดงความคิดเห็น พจิ ารณาวรรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอย่างเหน็ คุณค่าและนามา
ประยุกตใ์ ช้ในชวี ติ จรงิ
ตวั ช้วี ดั ที่ ป 3/1ระบุข้อคดิ ที่ได้จากการอ่านวรรณกรรมเพ่ือนาไปใชใ้ นชวี ิตประจาวนั
ตัวชว้ี ัดที่ ป 3/3แสดงความ คิดเห็นเกี่ยวกบั วรรณคดีที่อา่ น
2. สาระสาคญั
การอา่ นจับใจความสาคัญ คอื การอ่านเพอ่ื จับใจความหรือขอ้ คิด ความคดิ สาคัญหลักของขอ้ ความหรือเรื่องท่ีอ่านการ
อ่านจับใจความสาคัญถือเปน็ ทักษะสาคญั ทใี่ ชใ้ นการอ่านเพ่อื การสอ่ื สารมากทสี่ ุดเพราะเป็นพื้นฐานสาคัญในการศึกษาหาความรู้
จงึ ควรฝกึ ฝนใหเ้ กิดความชานาญ
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธบิ ายความหมาย และหลกั การอ่านจับใจความสาคัญ (K)
2. อธิบายหลักการเขียนเรือ่ งตามจินตนาการจากหัวข้อได้ (K)
3. บอกลักษณะของคาในมาตรา กกได้ (K)
4. อา่ นเรือ่ งได้คลอ่ งแคลว่ รวดเรว็ และถกู ต้องตามอักขรวธิ ี (P)
5. แยกข้อเทจ็ จริงและข้อคดิ เหน็ จากเรือ่ งทอี่ ่าน (P)
6. เขียนเรื่องตามจินตนาการจากหัวขอ้ ได้อยา่ งเหมาะสม (P)
7. อา่ น เขียนและจาแนกคามาตรา กกได้ (P)
8. เหน็ ความสาคัญของการอ่านและมารยาทในการอา่ น (A)
9. กระตือรือร้นในการทากจิ กรรม (A)
4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนร้ทู ้องถิ่น
พจิ ารณาตามหลกั สตู รของสถานศกึ ษา
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
การอา่ นจบั ใจความกาเหว่าท่ีกลางกรุง (วรรณคดลี า
นา) การเขียนตามจนิ ตนาการจากหวั ข้อ มาตรากก
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
คาบท่ี 1-2
ข้ันที่ 1 ข้ันรวบรวมข้อมูล
2. ดูและนกั เรียนร่วมกันสนทนาโดยครูใช้คาถามกระตนุ้ ความคดิ ดงั นี้
นกั เรียนรู้จกั นกกาเหวา่ หรอื ไม่ ถา้ นักเรยี นร้จู กั สามารถบอกลกั ษณะครา่ ว ๆ ไดห้ รอื ไม่ว่าเป็นอย่างไร ให้
นักเรียนช่วยกันตอบเพ่ือโยงเข้าสสู่ าระการเรียนรนู้ ักเรียนทบทวนเก่ียวกับการอา่ นจบั ใจความสาคัญโดยครใู ช้
คาถามดงั น้ี
การอ่านสรปุ ใจความคืออะไร
นักเรยี นใชท้ กั ษะอะไรบ้างในการอา่ นสรุปใจความ
* ในการตอบคาถามใหค้ รูใชไ้ มเ้ รยี กเลขที่เพื่อให้นกั เรียนตอบทลี ะคนโดยถามคาถามก่อนจะเรียกเลขที่เพื่อ
กระต้นุ ให้ทกุ คนได้คดิ
2. นักเรยี นเขา้ กล่มุ ศึกษาเรอ่ื งคดิ ไปรู้ไปโดยครใู ชค้ าถามดังต่อไปนี้
ในเรอื่ งกาเหวา่ ท่กี ลางกรงุ มีตัวละครทสี่ าคัญในการดาเนินเรอื่ งคือใคร
เหตุการณ์เกดิ ขนึ้ ทีไ่ หน
เหตุการณท์ ่ีสาคัญดงั กล่าวเกิดขึน้ เมื่อไร
ขน้ั ที่ 2 ข้ันคิดวเิ คราะหแ์ ละสรุปความ
3. นักเรียนแต่ละกลุ่มรว่ มกนั วิเคราะห์เก่ียวกบั เร่อื งที่อ่านโดยครูใช้คาถามดังนี้
ตวั ละครสาคญั ในเรื่องมีใครบ้าง แตล่ ะตวั มีนิสยั อย่างไร
จากเร่ืองทอ่ี ่านนักเรยี นไดข้ ้อคดิ อะไรบ้าง
4. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มทป่ี ระเมนิ เพ่ือเพิ่มคณุ คา่ โดยครใู ช้คาถามดังต่อไปน้ี
นกั เรยี นสามารถนาความรู้ท่ีไดร้ บั ไปใชใ้ นชวี ิตประจาวนั ได้อยา่ งไร
ขัน้ ที่ 3 ขน้ั ปฏบิ ัติและสรุปความรหู้ ลังการปฏบิ ัติ
5. นกั เรียนเข้ากล่มุ ทากิจกรรมการตัง้ คาถามและตอบคาถามจากเร่ืองที่อา่ น กล่มุ ละ 5 ข้อ
กติกาในการต้ังคาถาม คุณครูแบง่ จานวนหนา้ ทแ่ี ต่ละกลุม่ จะต้องรับผิดชอบในการตัง้ คาถาม เพ่ือป้องกนั ไม่ใหก้ ารตง้ั
คาถามของแต่ละกลุ่มซา้ กัน
6. นักเรียนร่วมกนั สรุปขอ้ คิดทีไ่ ด้จากการอ่าน
ข้นั ท่ี 4 ขั้นสอ่ื สารและนาเสนอ
7. นักเรยี นแต่ละกลุ่มนาเสนอคาถามหน้าช้ันเรยี น และใหเ้ พ่อื นตอบคาถาม
ขั้นท่ี 5 ประเมินเพอ่ื เพ่ิมคุณค่าบรกิ ารสังคมหรอื ขน้ั ประเมนิ เพอื่ เพ่ิมคณุ ค่าบริการสังคมและจติ
8. นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เห็นโดยครูใช้คาถามดังต่อไปน้ี
นักเรียนสามารถนาความรเู้ ก่ียวกับเรือ่ งทีเ่ รยี นไปใชป้ ระโยชนใ์ นสังคมได้อยา่ งไร
คาบที่ 3-4
ข้ันที่ 1 ขนั้ รวบรวมข้อมูล
1. นักเรยี นทบทวนเกย่ี วกับการเขยี นตามจินตนาการเพ่ือเช่อื มโยงเข้าสสู่ าระการเรียนรูเ้ ก่ียวกบั การเขียนตามจินตนาการ
จากหวั ขอ้ โดยครใู ช้คาถามดังน้ี
- นักเรยี นเคยเขียนตามจินตนาการหรอื ไม่
- นกั เรียนมหี ลักการอะไรบา้ งในการเขยี นจินตนาการ
- การเขยี นจนิ ตนาการควรมีความรู้อะไรบา้ ง
2. นกั เรียนร่วมกนั ศกึ ษาเร่ือง การเขียนจนิ ตนาการจากหัวข้อ แลว้ รว่ มกันสนทนาโดยครใู ช้คาถามดงั นี้
- การเขียนจนิ ตนาการจากหัวข้อมีประโยชนอ์ ยา่ งไร
- องคป์ ระกอบของการเขยี นจินตนาการจากหวั ข้อมีอะไรบ้าง
ขน้ั ท่ี 2 ขั้นคิดวเิ คราะห์และสรุปความ
2. นักเรียนร่วมกันวเิ คราะห์ว่าการเขียนจินตนาการจากหัวข้อจะต้องมีความร้เู ร่ืองอะไรบ้างโดยเขียนเปน็ แผนภาพความคิด
1. ต้งั หวั ขอ้ 2. หาขอ้ มลู
เรือ่ งที่จะเขียน เรอ่ื งท่ีจะเขยี น
3. ลาดับเรอ่ื งราว การเขียน 5. เขียนเปน็
และเหตุการณใ์ ห้ จนิ ตนาการ ประโยค เวน้
วรรคใหอ้ ่านง่าย
ต่อเน่ืองกนั จากคา
6. ลายมือ
สวยงาม ชดั เจน
และสะกดถกู ตอ้ ง
4. นักเรยี นแต่ละกลุ่มทป่ี ระเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าโดยครูใช้คาถามดังต่อไปน้ี
- นักเรยี นสามารถนาความรู้ทีไ่ ด้รบั ไปใช้ในชีวิตประจาวนั ไดอ้ ยา่ งไร
ขั้นที่ 3 ข้ันปฏิบตั แิ ละสรุปความร้หู ลังการปฏิบัติ
5. ใหน้ ักเรียนเขา้ กลุ่มเพื่อปรึกษาหารือกนั แล้วเลอื กหวั ข้อทีส่ นใจมาอย่างน้อยกลมุ่ ละ 5 หวั ขอ้ (อาจจะเป็นคาทค่ี รู
กาหนดให้ หรือเปน็ คาท่ีนักเรียนชว่ ยกนั คดิ เอง)
6. ครกู าชับให้นักเรียนระมัดระวังในการเลือกทา การใชภ้ าษา การเขยี นสะกดคา และการเวน้ วรรคใหถ้ กู ตอ้ ง
7. นักเรียนเขียนจนิ ตนาการจากหัวข้อโดยสมาชกิ ภายในแต่ละกลุม่ สามารถปรกึ ษากันไดใ้ นระหว่างทีเ่ ขยี น
8. นกั เรยี นรว่ มกันสรุปความสาคญั ของการเขยี นจนิ ตนาการ ครูอธิบายเพ่ิมเติมเกยี่ วกบั การเขยี นจนิ ตนาการ ดงั น้ี
- การเขียนตามจินตนาการจากหวั ข้อเปน็ การเขียนบรรยายความร้สู กึ นึกคดิ และอารมณ์ในเชงิ สรา้ งสรรค์โดยนาหัวขอ้ ท่ี
กาหนดให้มาเช่ือมโยงกบั จนิ ตนาการของเรา
ขัน้ ที่ 4 ขั้นส่ือสารและนาเสนอ
8. นักเรยี นนาเสนอหน้าชั้นเรียน (ทัง้ นีค้ รูพจิ ารณาถงึ เวลาในการนาเสนอท่ีเหมาะสม ถา้ หากมีเวลามากพอให้นกั เรียน
ออกไปนาเสนอทุกคนแตถ่ า้ หากมเี วลาน้อยใหส้ มาชกิ ในกลมุ่ สง่ ตวั แทนออกไปนาเสนอหนา้ ช้ันเรยี น)
9. นกั เรยี นรว่ มกันแสดงความคดิ เห็น ดังน้ี การเขียนเร่อื งตามจนิ ตนาการจากหัวข้อ ถ้าจะเขยี นให้ไดด้ นี นั้ ต้องรู้จกั
ฝึกฝนตนเองให้เปน็ คนช่างสังเกตในสิง่ ตา่ ง ๆ ช่างคิด มคี วามคิดรเิ ริ่มสร้างสรรค์ และควรใฝห่ าความรเู้ ร่อื งทอ่ี ยากจะเขียนหรือ
สนใจ เพอื่ ให้มีข้อมลู อนั จะเป็นพ้นื ฐานท่ีดแี ละทาให้เกดิ จินตนาการอนั กวา้ งไกล
ขั้นท่ี 5 ประเมินเพือ่ เพิ่มคณุ คา่ บริการสงั คมหรอื ข้นั ประเมินเพอื่ เพ่มิ คุณคา่ บริการสังคมและจิต
10. นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครใู ช้คาถามดังต่อไปน้ี
- นกั เรียนสามารถนาความรเู้ ก่ียวกับเรอื่ งทเี่ รยี นไปใชป้ ระโยชน์ในสงั คมได้อย่างไร
คาบท่ี 5-6
ขัน้ ท่ี 1 ขัน้ รวบรวมข้อมูล
2. นักเรยี น อ่านคาจากบัตรคาดังตอ่ ไปนี้
ลกู เลข โชค เมฆ จักร สมคั ร
3. ครชู วนนกั เรยี นสนทนาเกย่ี วกับสิ่งต่าง ๆ ท่อี ย่รู อบตวั โดยครใู ช้คาถามดังนี้
- ในห้องเรียนเรามีใครทม่ี ีชอ่ื สะกดดว้ ยมาตรากก หรือนกั เรียนร้จู ักอะไรบา้ งทีส่ ะกดดว้ ยมาตรากก หรอื อาจจะ
ใหน้ ักเรยี นหาชือ่ (สตั ว์ ผลไม้ ดอกไม้ สถานท่)ี ทสี่ ะกดด้วยมาตรากก
* ในการตอบคาถามให้ครูใชไ้ ม้เรียกเลขท่เี พ่ือใหน้ ักเรยี นตอบทีละคนโดยถามคาถามก่อนจะเรยี กเลขทีเ่ พ่ือ
กระต้นุ ให้ทุกคนได้คิด
3. นกั เรยี นศึกษาเร่ืองแม่กก และรว่ มสนทนาโดยครูใชค้ าถามดงั นี้
- พยัญชนะทเี่ ปน็ ตัวสะกดในมาตรากงคอื อะไร
- นักเรียนสามารถศึกษาหาความรูเ้ กย่ี วกบั มาตรากกจากที่ไหนได้บา้ ง
ขน้ั ท่ี 2 ขั้นคดิ วิเคราะห์และสรุปความ
4. นักเรียนอ่านประโยคจากบัตรคาตอ่ ไปน้ี และรว่ มกนั วิเคราะหว์ า่ คาใดบ้างประสมด้วยแมก่ ก
สมาชิกกลุม่ ในห้องเรียนมีทัง้ หมดหกกลุ่ม
เมฆตั้งเคา้ เหมือนฝนกาลงั จะตก
คณุ ตาสอนวา่ ถา้ พูดโกหกจะตกนรก
คณุ ยายบอกว่าสวรรค์อยู่ในอกนรกอยู่ในใจ
พีเ่ ตรียมเอกสารเพอ่ื ไปสมัครงานในวันจันทร์
5. นกั เรียนแต่ละกลุ่มที่ประเมินเพื่อเพ่ิมคณุ ค่าโดยครใู ช้คาถามดงั ต่อไปนี้
- นกั เรียนสามารถนาความรู้ที่ไดร้ ับไปใชใ้ นชีวิตประจาวนั ได้อยา่ งไร
ขัน้ ที่ 3 ขั้นปฏิบตั แิ ละสรปุ ความรูห้ ลังการปฏิบตั ิ
6. นกั เรยี นเขา้ กล่มุ ทากิจกรรมหาคาทีส่ ะกดดว้ ยมาตรากก โดยครกู าหนดเวลา (ตามเวลาที่เหมาะสม) และเมื่อหมด
เวลากลุม่ ไหนเขยี นได้มากท่สี ุดและถูกตอ้ งตามมาตรากกให้ถือว่าฝ่ายนน้ั เป็นฝา่ ยชนะ
7. นกั เรยี นเขา้ กลมุ่ ทากิจกรรมคิดคามาตราแมก่ ก
8. ใหน้ กั เรียนฝึกอา่ นคาบนกระดานของทุกกลมุ่ ทร่ี ว่ มกนั คิดและทุกคนร่วมกันให้คะแนน โดยครูตรวจสอบความ
ถูกต้อง
9. นกั เรยี นร่วมกนั สรุปเรอ่ื งมาตรากก
10. นักเรียนทาแบบฝึกหัด
ขั้นที่ 4 ข้นั สอื่ สารและนาเสนอ
9. นักเรยี นแต่ละกลุ่มนาเสนอคาถามหนา้ ชั้นเรยี น เพอ่ื นกลุ่มอน่ื รว่ มกันแสดงความคิดเห็น
ขั้นที่ 5 ประเมินเพ่ือเพิ่มคณุ คา่ บริการสงั คมหรอื ขั้นประเมนิ เพ่อื เพม่ิ คณุ ค่าบริการสังคมและจติ
10. นักเรยี นรว่ มกันแสดงความคดิ เห็นโดยครูใชค้ าถามดังต่อไปนี้
- นักเรียนสามารถนาความรเู้ กีย่ วกับเร่ืองท่เี รยี นไปใช้ประโยชน์ในสงั คมได้อยา่ งไร
6. การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้
การประเมนิ วธิ กี าร เคร่ืองมือ
ด้านความรู้ (K) -การตอบคาถาม -คาถาม
ดา้ นทกั ษะและกระบวนการ (P) -ทาแบบฝึกหัด - แบบฝึกหัด
-แบบประเมินการอ่านในใจ
-ทกั ษะการอ่านในใจ -แบบประเมนิ การเขียน
-ทกั ษะการเขยี น -คาถาม
-ทักษะการวเิ คราะห์ -แบบฝกึ หัด
-แบบสงั เกตพฤติกรรม
ด้านคณุ ธรรม จริยธรรมและค่านยิ ม (A) -สงั เกตพฤตกิ รรมในการร่วมกิจกรรม
การทางานกลุ่ม
-สงั เกตพฤติกรรมความกระตือรอื รน้
ในการรว่ มกิจกรรม
7. สอื่ /แหล่งการเรยี นรู้
7.1 สอ่ื การเรียนรู้
1. แบบฝกึ หัด
2. บตั รคา
3. หนังสอื เรยี นภาษาไทยชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 3
4. คาถาม
5. รปู ภาพ
8. กิจกรรมเสนอแนะ
.........................................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................... ..............
................................................................................................................................................................................................
ลงชื่อ............................................ครูผสู้ อน ลงชื่อ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(........................................................) (.......................................................)
ลงชอื่ ................................................... ผู้บริหาร
(...........................................................)