สัปดาหท์ ่ี 7
โรงเรยี นขจรเกียรติพัฒนา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรียนที่ 2 / ………… ชื่อผสู้ อน ...........................................................................
กลมุ่ สาระ ภาษาไทย ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 3 จานวน ......6...... คาบ
หน่วยการเรียนรู้ที่ 12 เรือ่ ง ประชาธิปไตยใบเลก็
1.มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด
มาตรฐานที่ ท 1.1ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความรูแ้ ละความคิดเพื่อนาไปใช้ตดั สนิ ใจ แก้ปัญหาในการดาเนินชวี ติ
และมีนิสัยรกั การอ่าน
ตวั ชี้วดั ท่ี ป 3/1อา่ นออกเสียงคา ข้อความ เร่ืองสนั้ ๆ และบทร้อยกรองง่าย ๆ ไดถ้ ูกต้องคล่องแคล่ว
ตัวชี้วดั ที่ ป 3/2 อธบิ ายความหมายของคาและขอ้ ความท่ีอ่าน
ตัวชว้ี ดั ท่ี ป 3/3ตง้ั คาถาม และตอบคาถาม เชงิ เหตุผล เกีย่ วกับเรือ่ งท่ีอา่ น
ตวั ชี้วดั ท่ี ป 3/4ลาดบั เหตกุ ารณแ์ ละ คาดคะเนเหตุการณ์จากเรอ่ื งทีอ่ า่ นโดย ระบเุ หตผุ ล ประกอบ
ตัวชี้วัดท่ี ป 3/5สรุปความร้แู ละขอ้ คดิ จากเรื่องท่ีอ่านเพ่ือนาไปใช้ในชวี ติ ประจาวัน
ตวั ชี้วดั ที่ ป 3/9มีมารยาทในการอ่าน
มาตรฐาน ท 2.1ใชก้ ระบวนการเขียนเขียนส่ือสาร เขียนเรยี งความยอ่ ความ และเขียนเรอ่ื งราวในรปู แบบต่างๆ เขียน
รายงานขอ้ มลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ คว้าอย่างมีประสทิ ธิภาพ
ตวั ช้ีวดั ท่ี ป 3/2เขยี นบรรยาย เกีย่ วกับสงิ่ ใด สิง่ หน่ึงไดอ้ ย่าง ชัดเจน
ตวั ชว้ี ดั ท่ี ป 3/6มมี ารยาท ในการเขยี น
มาตรฐานที่ ท 4.1เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา ภมู ิ
ปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัติของชาติ
ตัวชี้วดั ที่ ป 3/1เขยี นสะกดคาและบอกความหมายของคา
2. สาระสาคัญ
การอา่ นจับใจความสาคัญ คือ การอา่ นเพือ่ จับใจความหรือข้อคิด ความคิดสาคัญหลักของข้อความหรือเร่ืองท่ีอ่านการ
อ่านจบั ใจความสาคญั ถือเป็นทักษะสาคญั ทใ่ี ช้ในการอา่ นเพื่อการสื่อสารมากทสี่ ดุ เพราะเป็นพื้นฐานสาคัญในการศึกษาหาความรู้
จงึ ควรฝึกฝนใหเ้ กิดความชานาญ
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธบิ ายความหมาย และหลกั การอ่านจบั ใจความสาคัญ (K)
2. รู้และเข้าใจหลักการเขยี นบรรยาย(K)
3. บอกลักษณะของคาในมาตรา กดได้ (K)
4. อ่านเรอื่ งได้คลอ่ งแคลว่ รวดเร็วและถูกต้องตามอักขรวิธี (P)
5. แยกข้อเทจ็ จรงิ และข้อคิดเหน็ จากเร่อื งที่อ่าน (P)
6. เขียนบรรยายเก่ียวกับวนั พ่อไดถ้ ูกต้องสร้างสรรค์ (P)
7. อา่ น เขียนและจาแนกคามาตรา กดได้ (P)
8. เหน็ ความสาคญั ของการอ่านและมารยาทในการอ่าน (A)
9. กระตือรือร้นในการเข้ารว่ มกิจกรรม (A)
4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรยี นรทู้ ้องถ่ิน
พิจารณาตามหลักสตู รของสถานศกึ ษา
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
การอ่านจับใจความประชาธปิ ไตยใบเล็ก การเขียน
บรรยายเกีย่ วกบั วันพ่อ มาตรากด
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
คาบที่ 1-2
ขน้ั ที่ 1 ขั้นรวบรวมข้อมูล
3. ดูและนักเรียนร่วมกนั สนทนาโดยครูใช้คาถามกระตุ้นความคิดดังน้ี
นักเรียนรู้จักคาวา่ ประชาธปิ ไตย หรอื ไม่ ถ้านกั เรียนรูจ้ กั สามารถบอกลักษณะครา่ ว ๆ ได้หรอื ไมว่ ่าหมายถงึ
อะไร พร้อมทั้งยกตัวอย่าง ให้นักเรียนชว่ ยกันตอบเพอ่ื โยงเข้าส่สู าระการเรยี นรนู้ ักเรียนทบทวนเกย่ี วกบั การ
อา่ นจับใจความสาคญั โดยครใู ชค้ าถามดงั นี้
การอ่านสรปุ ใจความคืออะไร
นกั เรยี นใช้ทักษะอะไรบา้ งในการอา่ นสรปุ ใจความ
* ในการตอบคาถามให้ครูใช้ไมเ้ รยี กเลขทเี่ พื่อให้นกั เรียนตอบทีละคนโดยถามคาถามก่อนจะเรยี กเลขที่เพื่อ
กระตุน้ ให้ทกุ คนได้คิด
2. นกั เรียนเขา้ กลมุ่ ศึกษาเร่อื งคดิ ไปรู้ไปโดยครูใช้คาถามดงั ต่อไปนี้
ในเรอื่ งประชาธปิ ไตยใบเล็กมีตัวละครทสี่ าคัญในการดาเนนิ เร่ืองคือใคร
เหตกุ ารณเ์ กดิ ขน้ึ ท่ไี หน
เหตุการณท์ ส่ี าคัญดงั กล่าวเกิดข้นึ เมื่อไร
ขั้นท่ี 2 ขน้ั คิดวเิ คราะห์และสรปุ ความ
3. นกั เรียนแต่ละกลุ่มรว่ มกนั วเิ คราะห์เก่ยี วกบั เรอื่ งทอ่ี ่านโดยครูใช้คาถามดงั นี้
ตัวละครสาคัญในเร่ืองมีใครบ้าง แต่ละตัวมนี สิ ัยอยา่ งไร
จากเร่อื งที่อา่ นนักเรยี นได้ข้อคดิ อะไรบา้ ง
4. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มทป่ี ระเมินเพ่ือเพ่ิมคุณค่าโดยครูใชค้ าถามดังต่อไปนี้
นกั เรยี นสามารถนาความรูท้ ี่ได้รบั ไปใช้ในชวี ิตประจาวันได้อยา่ งไร
ขน้ั ที่ 3 ข้ันปฏบิ ตั ิและสรุปความรหู้ ลังการปฏิบัติ
5. นักเรียนเข้ากลมุ่ ทากิจกรรมการตง้ั คาถามและตอบคาถามจากเร่อื งที่อ่าน กลมุ่ ละ 5 ข้อ
กตกิ าในการต้งั คาถาม คุณครูแบ่งจานวนหนา้ ทแี่ ตล่ ะกลุ่มจะตอ้ งรบั ผิดชอบในการตง้ั คาถาม เพ่ือป้องกนั ไม่ให้การตง้ั
คาถามของแตล่ ะกลมุ่ ซ้ากัน
6. นกั เรยี นรว่ มกันสรปุ ข้อคดิ ท่ีไดจ้ ากการอา่ น
ข้ันที่ 4 ขั้นส่อื สารและนาเสนอ
7. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มนาเสนอคาถามหนา้ ชัน้ เรยี น และให้เพอื่ นตอบคาถาม
ขั้นที่ 5 ประเมินเพอ่ื เพ่ิมคณุ ค่าบริการสงั คมหรอื ขั้นประเมนิ เพือ่ เพม่ิ คุณคา่ บริการสงั คมและจติ
8. นกั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคิดเห็นโดยครูใชค้ าถามดังต่อไปน้ี
นักเรยี นสามารถนาความร้เู กี่ยวกับเรือ่ งทเ่ี รียนไปใชป้ ระโยชนใ์ นสังคมได้อย่างไร
คาบท่ี 3-4
ขัน้ ท่ี 1 ขน้ั รวบรวมข้อมูล
3. ครูให้นกั เรียนดูภาพภาพเก่ยี วกบั วันพอ่ แหง่ ชาติหลังจากน้ันให้นักเรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็น โดยครกู ระตนุ้ ให้
นกั เรียนใชค้ วามคิดดว้ ยคาถามท้าทายดังนี้
ถ้าพูดถึงวันพ่อนักเรยี นนึกถึงอะไร
นักเรยี นเคยเข้าร่วมกจิ กรรมวันพอ่ แห่งชาติหรือไม่ ใหน้ กั เรียนช่วยตอบคาถาม เพื่อเช่อื มโยงเข้าสูส่ าระการ
เรียนรู้ เขยี นบรรยายเกย่ี วกับวันพอ่
2. นักเรียนรว่ มกันศกึ ษาวันพ่อโดยครูใช้คาถามดงั นี้
วนั พอ่ แห่งชาติมีความเป็นมาอย่างไร
วนั พ่อแหง่ ชาติมกี จิ กรรมสาคัญอะไรบา้ ง
* ในการตอบคาถามให้ครูใชไ้ มเ้ รยี กเลขทเี่ พ่ือให้นกั เรยี นตอบทลี ะคนโดยถามคาถามก่อนจะเรยี กเลขที่เพ่ือ
กระต้นุ ให้ทุกคนได้คิด
ขั้นท่ี 2 ขัน้ คดิ วิเคราะหแ์ ละสรุปความ
2. นกั เรยี นร่วมกันวเิ คราะหว์ ่าการเขยี นบรรยายภาพวันพ่อตอ้ งมีความรู้เก่ยี วกับอะไรบ้าง โดยครใู ชค้ าถามดังน้ี
การเขยี นบรรยายเก่ียวกับวันพอ่ ต้องคานงึ เก่ยี วกบั อะไรบ้าง
3. นักเรยี นแต่ละกลุ่มท่ีประเมนิ เพื่อเพิ่มคุณค่าโดยครใู ช้คาถามดังต่อไปนี้
นักเรยี นสามารถนาความรทู้ ่ีไดร้ ับไปใชใ้ นชีวติ ประจาวนั ได้อยา่ งไร
ขัน้ ที่ 3 ขั้นปฏบิ ัติและสรุปความรหู้ ลังการปฏิบัติ
4. นกั เรยี นเขา้ กลมุ่ ทากจิ กรรมเขยี นแผนผังมโนทัศน์ เขยี นบรรยายเกยี่ วกบั วนั พ่อ
5. นกั เรยี นเขยี นบรรยายเกีย่ วกบั วนั พอ่ ครูสุ่มนักเรียนออกมาพูดถึงการเขยี นบรรยายเกย่ี วกับวนั พ่อของตนเอง (หากมี
เวลามากพอให้นักเรียนออกมาพดู ถงึ การเขียนบรรยายเกย่ี วกบั วันพอ่ ทุกคน)
6. นกั เรยี นรว่ มกันสรุปความรู้เกยี่ วกบั การเขียนบรรยายเกีย่ วกบั วนั พ่อ ครูอธบิ ายเพิ่มเตมิ เก่ียวกับการเขียนบรรยาย
เกย่ี วกบั วันพ่อ
ขั้นท่ี 4 ขน้ั ส่ือสารและนาเสนอ
7. นกั เรยี นออกมาพูดถึงการเขียนบรรยายเกีย่ วกับวนั พอ่ นักเรียนคนอน่ื สามารถแสดงความคิดเหน็ เพ่มิ เติมได้เพ่ือเป็น
การแลกเปล่ียนความรู้
ขั้นท่ี 5 ประเมินเพ่อื เพิ่มคณุ คา่ บริการสงั คมหรอื ข้นั ประเมินเพ่ือเพ่มิ คุณคา่ บรกิ ารสังคมและจติ
8. นักเรียนรว่ มกันแสดงความคิดเห็นโดยครูใช้คาถามดงั ต่อไปน้ี
นักเรยี นสามารถนาความรเู้ กี่ยวกบั เรือ่ งทเ่ี รียนไปใช้ประโยชนใ์ นสังคมได้อย่างไร
ขนั้ ท่ี 1 ขน้ั รวบรวมข้อมูล คาบที่ 5-6
1. นักเรยี น อา่ นคาจากบัตรคาดงั ตอ่ ไปนี้
โอวาท ครฑุ พัฒนา ปฏิเสธ รถยนต์ ประเสรฐิ อากาศ
กระดาษ โอกาส อานาจ พืช การด์ สามารถ เพชร
2. ครูชวนนกั เรยี นสนทนาเก่ยี วกบั ส่ิงต่าง ๆ ท่อี ยรู่ อบตวั โดยครูใช้คาถามดังนี้
- ในหอ้ งเรยี นเรามีใครทมี่ ชี ื่ออย่ใู นมาตรากด หรอื รูจ้ ักอะไรบ้างท่มี ชี ื่อสะกดดว้ ยมาตรากด หรืออาจจะให้นักเรียนหาช่ือ
(สตั ว์ ผลไม้ ดอกไม้ สถานท่ี) ท่สี ะกดดว้ ยมาตรากด
* ในการตอบคาถามใหค้ รใู ช้ไมเ้ รยี กเลขที่เพ่อื ให้นักเรียนตอบทีละคนโดยถามคาถามก่อนจะเรียกเลขทีเ่ พ่ือกระตุ้นให้
ทกุ คนได้คิด
3. นกั เรียนศึกษาเรื่องแมก่ ด และรว่ มสนทนาโดยครูใช้คาถามดงั น้ี
พยญั ชนะทเ่ี ป็นตัวสะกดในมาตรากดคืออะไร
นกั เรยี นสามารถศกึ ษาหาความรู้เกี่ยวกับมาตรากดจากท่ีไหนได้บา้ ง
ขน้ั ท่ี 2 ขนั้ คิดวิเคราะห์และสรปุ ความ
4. . นักเรยี นอา่ นประโยคจากบัตรคาต่อไปนี้ และรว่ มกนั วิเคราะหว์ า่ คาใดบ้างประสมดว้ ยแมก่ ด
สิ่งมชี วี ิตทุกชนิดใช้อากาศในการหายใจ
คุณพ่อขบั รถยนต์ไปส่งคุณแม่ที่สนามบิน
คณุ ครูแจกกระดาษใหน้ กั เรยี นวาดรูป
คณุ ยายบอกว่ามนุษย์เปน็ สตั วป์ ระเสรฐิ
ทกุ คนสามารถพฒั นาศกั ยภาพ
5. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มท่ปี ระเมนิ เพื่อเพ่ิมคุณคา่ โดยครูใชค้ าถามดงั ต่อไปนี้
นกั เรยี นสามารถนาความรทู้ ี่ได้รบั ไปใช้ในชวี ิตประจาวนั ได้อยา่ งไร
ขน้ั ที่ 3 ขัน้ ปฏบิ ตั ิและสรปุ ความรู้หลังการปฏิบตั ิ
6. นกั เรยี นเข้ากลุม่ ทากจิ กรรมหาคาทสี่ ะกดด้วยมาตรากด โดยครูกาหนดเวลา (ตามเวลาท่ีเหมาะสม)
และเม่ือหมดเวลากลุ่มไหนเขียนได้มากทีส่ ดุ และถูกตอ้ งตามมาตรากดให้ถือวา่ ฝ่ายนั้นเป็นฝ่ายชนะ
7. นกั เรยี นเข้ากลุม่ คดิ คามาตราแม่กด
8. ใหน้ กั เรยี นฝึกอา่ นคาบนกระดานของทุกกลุม่ ทีร่ ่วมกันคิดและทุกคนรว่ มกันใหค้ ะแนนโดยครูตรวจสอบความถูกตอ้ ง
9. นกั เรยี นรว่ มกันสรุปเรื่องมาตรากด
10. นกั เรยี นทาแบบฝึกหัด
ขน้ั ท่ี 4 ขนั้ สือ่ สารและนาเสนอ
10. นกั เรียนแต่ละกลมุ่ นาเสนอคาถามหนา้ ชนั้ เรยี นเพ่ือนกลุ่มอื่นรว่ มกันแสดงความคดิ เห็น
ขน้ั ท่ี 5 ประเมินเพือ่ เพิ่มคุณค่าบรกิ ารสงั คมหรือขัน้ ประเมนิ เพ่ือเพม่ิ คุณคา่ บรกิ ารสังคมและจิต
10. นักเรียนร่วมกันแสดงความคดิ เห็นโดยครูใชค้ าถามดังต่อไปน้ี
นกั เรยี นสามารถนาความรูเ้ ก่ียวกับเรอ่ื งท่ีเรียนไปใชป้ ระโยชนใ์ นสงั คมได้อย่างไร
6. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้
การประเมนิ วิธกี าร เคร่ืองมอื
ดา้ นความรู้ (K) -การตอบคาถาม -คาถาม
ด้านทักษะและกระบวนการ (P) -ทาแบบฝกึ หัด - แบบฝกึ หดั
-แบบประเมนิ การอ่านในใจ
-ทักษะการอ่านในใจ -แบบประเมนิ การเขยี น
-ทกั ษะการเขียน -คาถาม
-ทกั ษะการวิเคราะห์ -แบบฝึกหดั
-แบบสังเกตพฤติกรรม
ดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรมและค่านยิ ม (A) -สงั เกตพฤตกิ รรมในการร่วมกิจกรรม
การทางานกลุม่
-สังเกตพฤติกรรมความกระตือรือร้น
ในการรว่ มกิจกรรม
7. สือ่ /แหล่งการเรียนรู้
7.1 ส่อื การเรียนรู้
1. แบบฝกึ หดั
2. บัตรคา
3. หนงั สอื เรียนภาษาไทยช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 3
4. แถบประโยค
5. รปู ภาพ
8. กิจกรรมเสนอแนะ
............................................................................................................................................................................................ .............
.........................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ............................................ครผู ้สู อน ลงชือ่ ...................................................ฝ่ายวชิ าการ
(........................................................) (..................................................... ..)
ลงชือ่ ................................................... ผู้บรหิ าร
(...........................................................)
สัปดาหท์ ี่ 8
โรงเรยี นขจรเกยี รติพฒั นา
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรียนที่ 2 / ………. ช่อื ผ้สู อน ...........................................................................
กลุ่มสาระ ภาษาไทย ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 3 จานวน ......6...... คาบ
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 12 เรือ่ ง ประชาธปิ ไตยใบเลก็
1.มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวช้วี ดั
มาตรฐานที่ ท 1.1ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความร้แู ละความคดิ เพอ่ื นาไปใชต้ ดั สนิ ใจ แกป้ ญั หาในการดาเนนิ ชีวติ
และมีนสิ ัยรกั การอ่าน
ตัวชี้วัดท่ี ป 3/1อ่านออกเสยี งคา ข้อความ เรื่องส้ัน ๆ และบทร้อยกรองง่าย ๆ ไดถ้ ูกต้องคลอ่ งแคล่ว
ตัวชีว้ ดั ที่ ป 3/2 อธบิ ายความหมายของคาและข้อความที่อ่าน
มาตรฐาน ท 2.1ใช้กระบวนการเขียนเขยี นสอื่ สาร เขยี นเรยี งความยอ่ ความ และเขียนเรือ่ งราวในรูปแบบต่าง ๆ
เขียนรายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอยา่ งมีประสิทธิภาพ
ตัวชีว้ ัดที่ ป 3/2เขียนบรรยาย เกี่ยวกบั สง่ิ ใด สง่ิ หนึ่งไดอ้ ย่าง ชัดเจน
ตัวชี้วดั ท่ี ป 3/6มมี ารยาท ในการเขียน
มาตรฐานท่ี ท 4.1เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลังของภาษา
ภมู ปิ ญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบตั ิของชาติ
ตวั ชี้วดั ท่ี ป 3/1เขียนสะกดคาและบอกความหมายของคา
มาตรฐาน ท 5.1เข้าใจและแสดงความคดิ เห็น พิจารณาวรรณคดีและวรรณกรรมไทยอยา่ งเหน็ คณุ คา่ และนามา
ประยกุ ต์ใชใ้ นชีวติ จรงิ
ตวั ชี้วัดท่ี ป 3/1ระบขุ ้อคิดท่ีไดจ้ ากการอา่ นวรรณกรรมเพื่อนาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวัน
ตัวชีว้ ดั ท่ี ป 3/3แสดงความ คดิ เหน็ เก่ยี วกับ วรรณคดที ่ีอา่ น
2. สาระสาคญั
การอา่ นจบั ใจความสาคัญ คือ การอา่ นเพอ่ื จับใจความหรือขอ้ คิด ความคดิ สาคญั หลักของขอ้ ความหรอื เรื่องที่อ่านการ
อา่ นจับใจความสาคัญถือเป็นทกั ษะสาคญั ท่ีใชใ้ นการอา่ นเพ่อื การสอ่ื สารมากทส่ี ุดเพราะเปน็ พ้นื ฐานสาคญั ในการศึกษาหาความรู้
จึงควรฝกึ ฝนให้เกดิ ความชานาญ
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธิบายความหมาย และหลักการอ่านจบั ใจความสาคัญ (K)
2. ร้แู ละเข้าใจหลักการเขียนบรรยาย(K)
3. บอกลักษณะของคาในมาตรา กดได้ (K)
4. อ่านเร่ืองได้คลอ่ งแคลว่ รวดเรว็ และถกู ต้องตามอักขรวธิ ี (P)
5. แยกข้อเท็จจริงและข้อคดิ เห็นจากเร่อื งท่อี า่ น (P)
6. เขยี นบรรยายเก่ียวกบั วันรฐั ธรรมนญู ไดถ้ ูกต้องสร้างสรรค์ (P)
7. อา่ น เขยี นและจาแนกคามาตรา กดได้ (P)
8. เหน็ ความสาคัญของการอ่านและมารยาทในการอา่ น (A)
9. กระตือรือร้นในการเข้าร่วมกิจกรรม (A)
4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรทู้ ้องถ่นิ
พจิ ารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
การอ่านจบั ใจความธนดู อกไม้กับเจ้าชายน้อย
(วรรณคดีลานา) การเขียนบรรยายเกย่ี วกับวนั
รัฐธรรมนญู มาตรากบ
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
คาบที่ 1-2
ขั้นท่ี 1 ขน้ั รวบรวมข้อมูล
4. ดแู ละนกั เรียนรว่ มกนั สนทนาโดยครูใชค้ าถามกระตนุ้ ความคิดดังน้ี
1. นกั เรียนเคยอา่ นหรอื ฟังนทิ านพนื้ บ้านเรอ่ื งอะไรบ้าง สามารถเล่าใหเ้ พ่ือนฟงั คร่าวคร่าวไดห้ รอื ไม่
ให้นกั เรยี นช่วยกนั ตอบเพือ่ โยงเขา้ สู่สาระการเรยี นร้นู กั เรียนทบทวนเกีย่ วกับการอ่านจับใจความสาคัญโดยครใู ช้คาถามดงั น้ี
2. การอา่ นสรปุ ใจความคืออะไร
3. นักเรยี นใช้ทกั ษะอะไรบ้างในการอ่านสรุปใจความ
* ในการตอบคาถามให้ครูใช้ไมเ้ รยี กเลขที่เพื่อใหน้ กั เรียนตอบทีละคนโดยถามคาถามก่อนจะเรียกเลขทเี่ พ่ือ
กระต้นุ ให้ทกุ คนได้คดิ
2. นักเรยี นเขา้ กลุ่มศกึ ษาเรื่องคิดไปรู้ไปโดยครูใชค้ าถามดังต่อไปนี้
- ในเร่อื งธนดู อกไม้กบั เจ้าชายนอ้ ยมตี ัวละครท่ีสาคัญในการดาเนนิ เรื่องคือใคร
- เหตุการณ์เกดิ ข้นึ ทไี่ หน
- เหตกุ ารณ์ที่สาคัญดงั กลา่ วเกิดข้นึ เม่ือไร
ขน้ั ท่ี 2 ขน้ั คิดวเิ คราะห์และสรปุ ความ
3. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์เกยี่ วกับเรื่องทีอ่ ่านโดยครใู ชค้ าถามดงั นี้
ตวั ละครสาคัญในเรื่องมีใครบ้าง แตล่ ะตัวมนี ิสยั อยา่ งไร
จากเรือ่ งทอ่ี ่านนักเรียนไดข้ ้อคิดอะไรบา้ ง
4. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มทปี่ ระเมินเพื่อเพิ่มคณุ คา่ โดยครูใชค้ าถามดังต่อไปนี้
นกั เรียนสามารถนาความรทู้ ี่ไดร้ บั ไปใช้ในชีวิตประจาวนั ได้อย่างไร
ขัน้ ที่ 3 ขน้ั ปฏิบตั แิ ละสรปุ ความรู้หลังการปฏบิ ตั ิ
5. นกั เรยี นเข้ากลุ่มทากจิ กรรมการตง้ั คาถามและตอบคาถามจากเรอ่ื งท่ีอา่ น กลมุ่ ละ 5 ข้อ
กติกาในการต้งั คาถาม คณุ ครูแบง่ จานวนหนา้ ที่แตล่ ะกลมุ่ จะตอ้ งรบั ผดิ ชอบในการตั้งคาถาม เพ่ือป้องกันไม่ใหก้ ารต้งั
คาถามของแตล่ ะกล่มุ ซา้ กนั
6. นกั เรียนรว่ มกนั สรปุ ข้อคดิ ท่ไี ดจ้ ากการอา่ น
ข้ันท่ี 4 ขน้ั สอ่ื สารและนาเสนอ
7. นักเรียนแต่ละกลุ่มนาเสนอคาถามหนา้ ชนั้ เรียน และใหเ้ พื่อนตอบคาถาม
ขน้ั ท่ี 5 ประเมินเพอื่ เพ่ิมคุณค่าบริการสงั คมหรือ ขนั้ ประเมนิ เพ่ือเพ่ิมคณุ คา่ บริการสังคมและจติ
8. นกั เรียนรว่ มกันแสดงความคิดเหน็ โดยครูใช้คาถามดงั ต่อไปน้ี
นักเรียนสามารถนาความรเู้ ก่ียวกับเรือ่ งทีเ่ รยี นไปใช้ประโยชน์ในสังคมได้อยา่ งไร
คาบที่ 3-4
ขัน้ ท่ี 1 ข้นั รวบรวมข้อมูล
4. ครใู หน้ กั เรียนดูภาพภาพเกี่ยวกบั วันรัฐธรรมนญู หลังจากน้นั ใหน้ กั เรยี นร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครูกระตุ้นให้
นกั เรยี นใชค้ วามคิดดว้ ยคาถามท้าทายดังน้ี
ถ้าพดู ถงึ รฐั ธรรมนูญนกั เรียนนกึ ถงึ อะไร ให้นักเรียนชว่ ยตอบคาถาม เพื่อเชื่อมโยงเขา้ สู่สาระการเรียนรู้ เขียน
บรรยายเกีย่ วกับวนั รัฐธรรมนูญ
2. นกั เรียนรว่ มกันศึกษาวันรฐั ธรรมนูญโดยครใู ช้คาถามดังน้ี
วันรัฐธรรมนูญมีความเปน็ มาอย่างไร
* ในการตอบคาถามให้ครใู ช้ไม้เรียกเลขท่ีเพ่ือใหน้ ักเรยี นตอบทลี ะคนโดยถามคาถามก่อนจะเรยี กเลขทีเ่ พ่ือ
กระตนุ้ ให้ทุกคนได้คิด
ขั้นที่ 2 ขนั้ คดิ วเิ คราะหแ์ ละสรปุ ความ
3. นกั เรียนรว่ มกนั วเิ คราะห์ว่าการเขียนบรรยายภาพวันเข้าพรรษาต้องมีความรเู้ กย่ี วกับอะไรบ้าง โดยครูใชค้ าถามดังนี้
การเขยี นบรรยายเกยี่ วกบั วนั รฐั ธรรมนูญตอ้ งคานงึ เกีย่ วกับอะไรบ้าง
4. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มทีป่ ระเมินเพื่อเพิ่มคณุ คา่ โดยครใู ช้คาถามดังต่อไปน้ี
นกั เรยี นสามารถนาความรทู้ ่ีได้รบั ไปใชใ้ นชีวติ ประจาวันได้อยา่ งไร
ขนั้ ที่ 3 ขนั้ ปฏิบัติและสรุปความร้หู ลังการปฏิบัติ
5. นักเรยี นเข้ากลมุ่ ทากจิ กรรมเขียนแผนผังมโนทัศน์ เขียนบรรยายเก่ียวกับวนั รฐั ธรรมนูญ
6. นกั เรยี นร่วมกันสรุปความรู้เก่ียวกบั การเขยี นบรรยายเก่ียวกบั วันพอ่ ครูอธิบายเพ่ิมเตมิ เกย่ี วกบั การเขยี นบรรยาย
เก่ียวกบั วนั รฐั ธรรมนญู
7. นกั เรียนเขยี นบรรยายเกยี่ วกับวันรัฐธรรมนูญ ครสู มุ่ นักเรยี นออกมาพูดถงึ การเขยี นบรรยายเกี่ยวกับวันพ่อของตนเอง
(หากมเี วลามากพอให้นักเรยี นออกมาพูดถึงการเขยี นบรรยายเกยี่ วกบั วนั พ่อทุกคน)
ขน้ั ที่ 4 ขนั้ สือ่ สารและนาเสนอ
7. นกั เรยี นออกมาพดู ถึงการเขยี นบรรยายเกีย่ วกบั วนั รฐั ธรรมนูญ นกั เรยี นคนอน่ื สามารถแสดงความคดิ เหน็ เพม่ิ เตมิ ได้
เพือ่ เป็นการแลกเปลย่ี นความรู้
ขน้ั ท่ี 5 ประเมินเพื่อเพ่ิมคุณค่าบริการสงั คมหรอื ขน้ั ประเมินเพ่ือเพิ่มคณุ ค่าบรกิ ารสงั คมและจติ
8. นักเรียนรว่ มกนั แสดงความคดิ เห็นโดยครูใชค้ าถามดงั ต่อไปน้ี
นักเรยี นสามารถนาความรู้เก่ียวกับเรื่องท่ีเรียนไปใชป้ ระโยชนใ์ นสังคมได้อยา่ งไร
คาบที่ 5-6
ขั้นท่ี 1 ขั้นรวบรวมข้อมูล
1. นักเรียน อา่ นคาจากบตั รคาดังต่อไปน้ี
กะพรบิ อุปกรณ์ รูปภาพ ยรี าฟ ลาภ
2. ครูชวนนกั เรยี นสนทนาเกย่ี วกบั สงิ่ ต่าง ๆ ทีอ่ ยรู่ อบตวั โดยครูใช้คาถามดงั น้ี
- ในหอ้ งเรียนเรามีใครทมี่ ชี ื่ออยใู่ นมาตรากด หรอื รู้จักอะไรบ้างทีม่ ชี ่อื สะกดด้วยมาตรากบ หรอื อาจจะใหน้ ักเรยี นหาชื่อ
(สตั ว์ ผลไม้ ดอกไม้ สถานที่) ที่สะกดดว้ ยมาตรากบ
* ในการตอบคาถามให้ครูใช้ไม้เรียกเลขท่เี พอื่ ให้นักเรยี นตอบทลี ะคนโดยถามคาถามก่อนจะเรยี กเลขทเ่ี พื่อกระตนุ้ ให้
ทุกคนได้คดิ
3. นกั เรยี นศึกษาเร่ืองแม่กด และรว่ มสนทนาโดยครใู ชค้ าถามดงั นี้
พยัญชนะทีเ่ ปน็ ตวั สะกดในมาตรากบคืออะไร
นักเรียนสามารถศึกษาหาความรูเ้ ก่ียวกบั มาตรากบจากที่ไหนได้บ้าง
ขน้ั ที่ 2 ขนั้ คดิ วเิ คราะหแ์ ละสรปุ ความ
4. . นักเรียนอ่านประโยคจากบัตรคาต่อไปนี้ และร่วมกนั วิเคราะหว์ ่าคาใดบ้างประสมด้วยแมก่ บ
นอ้ งชอบวาดรูปยรี าฟ
พ่ีซอื้ สมดุ กราฟราคา 8 บาท
คณุ ตาชอบรบั ประทานสับปะรดและทับทิมมาก
คุณพ่อโทรศัพท์หาคุณย่าทุกวัน
แมม่ ดสาปเจา้ ชายใหเ้ ปน็ กบ
5. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มทีป่ ระเมินเพื่อเพ่ิมคุณค่าโดยครูใช้คาถามดงั ต่อไปน้ี
นกั เรยี นสามารถนาความรทู้ ี่ได้รับไปใชใ้ นชีวติ ประจาวันได้อยา่ งไร
ขั้นท่ี 3 ขั้นปฏบิ ัติและสรปุ ความรหู้ ลังการปฏิบัติ
6. นกั เรียนเข้ากลุ่มทากจิ กรรมหาคาท่สี ะกดด้วยมาตรากบ โดยครกู าหนดเวลา (ตามเวลาทเ่ี หมาะสม)
และเมื่อหมดเวลากลมุ่ ไหนเขียนได้มากท่สี ดุ และถูกต้องตามมาตรากบให้ถือว่าฝา่ ยน้นั เป็นฝ่ายชนะ
7. นักเรียนรว่ มกนั คดิ คามาตรากบ
8. ให้นกั เรียนฝึกอ่านคาบนกระดานของทุกกลุ่มทรี่ ว่ มกนั คิดและทุกคนร่วมกนั ใหค้ ะแนนโดยครตู รวจสอบความถูกตอ้ ง
9. นักเรยี นรว่ มกันสรุปเรื่องมาตรากบ
10. นกั เรยี นทาแบบฝึกหัด
ขน้ั ท่ี 4 ขัน้ ส่ือสารและนาเสนอ
11. นกั เรยี นแต่ละกลุม่ นาเสนอคามาตรากบหนา้ ชนั้ เรยี นเพื่อนกลุม่ อ่ืนรว่ มกันแสดงความคิดเห็น
ข้นั ท่ี 5 ประเมนิ เพื่อเพิ่มคณุ คา่ บริการสังคมหรอื ขนั้ ประเมินเพื่อเพ่มิ คุณค่าบรกิ ารสงั คมและจิต
12. นักเรียนรว่ มกันแสดงความคดิ เห็นโดยครูใช้คาถามดังต่อไปน้ี
นักเรยี นสามารถนาความรเู้ ก่ียวกับเรอื่ งท่เี รยี นไปใช้ประโยชน์ในสงั คมได้อยา่ งไร
6. การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้ วิธกี าร เคร่อื งมอื
การประเมิน
-การตอบคาถาม -คาถาม
ด้านความรู้ (K) -ทาแบบฝึกหัด - แบบฝกึ หดั
ดา้ นทกั ษะและกระบวนการ (P) -ทกั ษะการอา่ นในใจ -แบบประเมินการอ่านในใจ
-ทักษะการเขยี น -แบบประเมนิ การเขียน
ด้านคุณธรรม จริยธรรมและค่านิยม (A) -ทักษะการวิเคราะห์ -คาถาม
-แบบฝึกหดั
-สังเกตพฤตกิ รรมในการรว่ มกิจกรรม -แบบสงั เกตพฤติกรรม
การทางานกลุ่ม
-สังเกตพฤตกิ รรมความกระตือรอื ร้น
ในการรว่ มกิจกรรม
7. ส่อื /แหล่งการเรียนรู้
7.1 สอื่ การเรยี นรู้
1. แบบฝึกหัด
2. บตั รคา
3. หนังสือเรยี นภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
4. แถบประโยค
5. รูปภาพ
8. กิจกรรมเสนอแนะ
................................................................................................................................................................................................. ........
.........................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................
ลงช่อื ............................................ครผู ู้สอน ลงช่ือ...................................................ฝา่ ยวิชาการ
(........................................................) (..................................................... ..)
ลงชื่อ................................................... ผู้บริหาร
(...........................................................)
สัปดาหท์ ่ี 11
โรงเรียนขจรเกียรตพิ ฒั นา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรยี นที่ 2 / ………… ชื่อผูส้ อน ...........................................................................
กล่มุ สาระ ภาษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 3 จานวน ......6...... คาบ
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 13 เรอ่ื ง ของดใี นตาบล
2. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด
มาตรฐานท่ี ท 1.1ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรูแ้ ละความคิดเพ่อื นาไปใชต้ ัดสนิ ใจ แก้ปัญหาในการดาเนนิ ชีวิต
และมีนิสยั รกั การอ่าน
ตัวชี้วดั ที่ ป 3/3ต้งั คาถาม และตอบคาถาม เชงิ เหตผุ ล เกยี่ วกบั เรอ่ื งที่อ่าน
ตัวชีว้ ัดที่ ป 3/4ลาดับเหตกุ ารณแ์ ละ คาดคะเนเหตุการณ์จากเรื่องท่ีอ่านโดย ระบเุ หตุผล ประกอบ
ตวั ชีว้ ดั ท่ี ป 3/5สรุปความรู้และขอ้ คิดจากเร่อื งทีอ่ า่ นเพ่ือนาไปใชใ้ นชวี ิตประจาวัน
ตวั ชว้ี ดั ที่ ป 3/9มีมารยาทในการอ่าน
มาตรฐาน ท 2.1ใช้กระบวนการเขียนเขียนส่ือสาร เขียนเรียงความ ยอ่ ความ และเขียนเรอื่ งราวในรปู แบบต่าง ๆ
เขียนรายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธภิ าพ
ตวั ชี้วัดที่ ป 3/3เขียนบันทกึ ประจาวนั
ตวั ชี้วัดที่ ป 3/6มมี ารยาทในการเขยี น
มาตรฐานที่ ท 4.1เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา
ภูมิปัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบตั ิของชาติ
ตวั ชี้วัดที่ ป 4/6เลอื กใชภ้ าษาไทยมาตรฐานและภาษาถน่ิ ได้เหมาะสมกบั กาลเทศะ
2. สาระสาคัญ
การอา่ นจบั ใจความสาคัญ คอื การอ่านเพอ่ื จับใจความหรือขอ้ คิด ความคดิ สาคญั หลักของขอ้ ความหรอื เรื่องที่อา่ นการ
อา่ นจับใจความสาคญั ถือเปน็ ทักษะสาคญั ท่ีใชใ้ นการอ่านเพือ่ การสอ่ื สารมากทส่ี ดุ เพราะเปน็ พ้ืนฐานสาคัญในการศึกษาหาความรู้
จงึ ควรฝึกฝนให้เกิดความชานาญ
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. อธิบายความหมาย และหลักการอา่ นจับใจความสาคัญ (K)
2. อธิบายหลักการเขียนบนั ทกึ ประจาวัน (K)
3. บอกประโยชน์ของคาคล้องจองและคาขวัญ (K)
4. อ่านเรอ่ื งได้คลอ่ งแคลว่ รวดเรว็ และถกู ต้องตามอักขรวิธี (P)
5. แยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากเรอื่ งท่อี า่ น (P)
6. เขียนบนั ทกึ กิจกรรมที่ทาประจาวันตามลาดับเวลา (P)
7. สามารถแต่งคาขวัญได้ (P)
8. เหน็ ความสาคัญของการอ่านและมารยาทในการอ่าน (A)
9. มคี วามต้ังใจในการเขยี นบนั ทึกประจาวนั (A)
10.มีความตัง้ ใจและกระตือรือร้นในการแต่งคาขวัญ (A)
4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรยี นรู้ท้องถน่ิ
พจิ ารณาตามหลกั สตู รของสถานศึกษา
สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง
การอ่านจบั ใจความของดีในตาบล การเขยี นบันทึก
ประจาวัน คาคลอ้ งจองและคาขวัญ
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
คาบที่ 1-2
ขน้ั ที่ 1 ขน้ั รวบรวมข้อมูล
5. ดูและนักเรยี นรว่ มกนั สนทนาโดยครูใช้คาถามกระต้นุ ความคิดดังนี้
ถ้าพดู ถึงคาว่า “โอทอป” นกั เรยี นนกึ ถงึ อะไร
นักเรียนรจู้ กั สนิ คา้ โอทอปอะไรบ้าง ใหน้ ักเรียนชว่ ยกนั ตอบเพื่อโยงเขา้ ส่สู าระการเรียนรนู้ กั เรียนทบทวน
เก่ียวกบั การอา่ นจบั ใจความสาคัญโดยครูใช้คาถามดังน้ี
การอา่ นสรปุ ใจความคืออะไร
นักเรียนใชท้ ักษะอะไรบา้ งในการอ่านสรุปใจความ
* ในการตอบคาถามใหค้ รูใชไ้ มเ้ รยี กเลขทเ่ี พื่อให้นกั เรียนตอบทีละคนโดยถามคาถามก่อนจะเรยี กเลขทีเ่ พ่ือ
กระตุ้นให้ทกุ คนได้คิด
2. นกั เรียนเข้ากลมุ่ ศึกษาเรือ่ งคิดไปรู้ไปโดยครใู ชค้ าถามดงั ต่อไปน้ี
ในเร่อื งคิดไปรู้ไปมตี ัวละครที่สาคญั ในการดาเนินเรอ่ื งคือใคร
เหตุการณ์เกดิ ขนึ้ ทีไ่ หน
เหตุการณท์ สี่ าคัญดงั กลา่ วเกิดขนึ้ เม่ือไร
ขน้ั ที่ 2 ข้นั คดิ วเิ คราะหแ์ ละสรุปความ
3. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มร่วมกนั วิเคราะหเ์ กี่ยวกับเร่ืองทอี่ ่านโดยครใู ช้คาถามดังนี้
ตัวละครสาคัญในเรื่องมใี ครบ้าง แต่ละตวั มนี สิ ยั อยา่ งไร
จากเรือ่ งทอี่ ่านนักเรยี นไดข้ ้อคดิ อะไรบ้าง
4. นกั เรียนแต่ละกลุ่มท่ีประเมนิ เพ่ือเพ่ิมคุณค่าโดยครใู ชค้ าถามดังต่อไปน้ี
นกั เรียนสามารถนาความรู้ที่ได้รับไปใช้ในชวี ติ ประจาวนั ได้อย่างไร
ข้นั ท่ี 3 ขน้ั ปฏิบัตแิ ละสรุปความร้หู ลังการปฏบิ ตั ิ
5. นักเรียนเข้ากลมุ่ ทากิจกรรมการตงั้ คาถามและตอบคาถามจากเรอ่ื งที่อ่าน กลุ่มละ 5 ข้อ
กตกิ าในการตัง้ คาถาม คุณครูแบ่งจานวนหนา้ ทแ่ี ต่ละกลมุ่ จะตอ้ งรบั ผดิ ชอบในการต้ังคาถาม เพื่อปอ้ งกันไมใ่ หก้ ารตั้ง
คาถามของแตล่ ะกลุ่มซา้ กนั
6. นักเรยี นรว่ มกนั สรุปขอ้ คดิ ท่ไี ดจ้ ากการอ่าน
ขน้ั ท่ี 4 ขนั้ สื่อสารและนาเสนอ
6. นักเรียนแตล่ ะกลุม่ นาเสนอคาถามหนา้ ช้นั เรยี น และใหเ้ พ่ือนตอบคาถาม
ขน้ั ที่ 5 ประเมินเพอ่ื เพ่ิมคุณค่าบรกิ ารสงั คมหรอื ขั้นประเมินเพ่อื เพ่ิมคุณคา่ บริการสงั คมและจิต
8. นักเรียนรว่ มกันแสดงความคดิ เห็นโดยครใู ชค้ าถามดังต่อไปน้ี
นกั เรียนสามารถนาความร้เู ก่ียวกับเรือ่ งที่เรยี นไปใชป้ ระโยชน์ในสงั คมได้อยา่ งไร
คาบท่ี 3-4
ขั้นท่ี 1 ข้ันรวบรวมข้อมูล
1. ให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคดิ เห็นโดยครูใชค้ าถามทา้ ทายดงั นี้
· การเขียนบนั ทึกประจาวันมปี ระโยชนอ์ ย่างไร
· นักเรยี นเคยเขยี นบันทึกประจาวันหรอื ไม่
2. นกั เรียนร่วมกนั ศึกษาการเขยี นบันทึกประจาวันโดยครูใช้คาถามต่อไปน้ี
· หลกั ในการบนั ทึกประจาวันมีอะไรบ้าง
· นกั เรียนสามารถศกึ ษาหลกั สาคญั ในการเขียนบันทึกประจาวันไดจ้ ากทไี่ หนบ้าง
* ในการตอบคาถามให้ครูใชไ้ มเ้ รยี กเลขท่เี พอ่ื ให้นักเรยี นตอบทีละคนโดยถามคาถามกอ่ นจะเรยี กเลขท่เี พ่ือ
กระตุ้นให้ทุกคนได้คดิ
ข้นั ท่ี 2 ขั้นคิดวเิ คราะห์และสรุปความ
3. นักเรียนแต่ละกลุ่มรว่ มกันวิเคราะหเ์ ก่ยี วกบั การเขยี นบันทกึ ประจาวนั จากตัวอยา่ ง
4. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มทปี่ ระเมนิ เพื่อเพิ่มคุณคา่ โดยครูใชค้ าถามดังต่อไปนี้
· นกั เรยี นสามารถนาความรู้ทไี่ ดร้ ับไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั ไดอ้ ยา่ งไร
ขั้นที่ 3 ขน้ั ปฏิบตั ิและสรปุ ความรูห้ ลังการปฏิบัติ
5. ใหน้ กั เรียนเขียนบันทึกประจาวัน หลงั จากน้นั ให้ครูตรวจสอบความถูกต้อง และใหค้ าแนะนา เพ่ือให้นักเรียน
นาไปประยุกต์ในการเขียนบันทึกประจาวนั ของตนเองใหด้ ีขึ้นต่อไป
6. นักเรียนเข้ากลมุ่ ทากิจกรรมสรปุ ถงึ หลกั การเขยี นบันทึกประจาวนั หลังจากนน้ั ใหแ้ ต่ละกลุ่มส่งตวั แทนกลมุ่ ละ 1
คนออกมาพดู ถงึ หลักการเขยี นบันทึกประจาวนั ตามทก่ี ลุ่มของตนเองไดส้ รุป
ขน้ั ที่ 4 ขน้ั ส่ือสารและนาเสนอ
7. นักเรยี นแตล่ ะกล่มุ นาเสนอคาถามหนา้ ช้ันเรยี น เพื่อนกลมุ่ อ่นื ร่วมกันแสดงความคิดเหน็
ขน้ั ท่ี 5 ประเมนิ เพือ่ เพิ่มคุณคา่ บริการสงั คมหรอื ข้ันประเมนิ เพอ่ื เพมิ่ คณุ คา่ บรกิ ารสังคมและจิต
8. นักเรยี นร่วมกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครูใช้คาถามดังต่อไปนี้
· นกั เรียนสามารถนาความรเู้ ก่ียวกับเร่อื งท่เี รียนไปใช้ประโยชนใ์ นสงั คมได้อยา่ งไร
คาบที่ 5-6
ขัน้ ท่ี 1 ขั้นรวบรวมข้อมูล
1. ใหน้ กั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครูใช้คาถามทา้ ทายดงั นี้
· การเขียนคาคล้องจองและคาขวญั มปี ระโยชน์อยา่ งไร
· นักเรียนเคยเขียนคาคลอ้ งจองและคาขวญั หรือไม่
2. นักเรยี นรว่ มกันศึกษาการเขียนคาคล้องจองและคาขวัญโดยครูใช้คาถามดงั นี้
· หลักในการเขียนคาคลอ้ งจองและคาขวัญมีอะไรบ้าง
· นกั เรยี นสามารถศึกษาการเขียนคาคล้องจองและคาขวัญได้จากทไ่ี หนบา้ ง
* ในการตอบคาถามให้ครูใชไ้ ม้เรยี กเลขท่เี พ่อื ใหน้ ักเรียนตอบทีละคนโดยถามคาถามกอ่ นจะเรยี กเลขทเี่ พื่อ
กระต้นุ ให้ทุกคนได้คดิ
ขน้ั ที่ 2 ขั้นคิดวิเคราะหแ์ ละสรปุ ความ
3. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มร่วมกันวิเคราะหเ์ กี่ยวกับการเขียนคาคลอ้ งจองและคาขวญั จากตวั อยา่ ง
4. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มทป่ี ระเมนิ เพ่ือเพ่ิมคุณคา่ โดยครูใช้คาถามดังต่อไปนี้
· นกั เรียนสามารถนาความรู้ทไ่ี ดร้ ับไปใชใ้ นชีวิตประจาวนั ได้อย่างไร
ข้ันท่ี 3 ข้นั ปฏิบตั ิและสรปุ ความรูห้ ลังการปฏิบตั ิ
5. ใหน้ กั เรยี นเขยี นคาคล้องจองและคาขวัญ หลงั จากนัน้ ใหค้ รูตรวจสอบความถูกต้อง และให้คาแนะนา เพอื่ ให้
นกั เรยี นนาไปประยุกต์ในการเขยี นบนั ทึกประจาวันของตนเองใหด้ ีขึ้นตอ่ ไป
6. นักเรยี นเข้ากลมุ่ ทากิจกรรมสรุปถึงการเขียนคาคลอ้ งจองและคาขวญั หลังจากนน้ั ให้แต่ละกลุ่มส่งตวั แทนกลุ่มละ
1 คนออกมาพูดถึงหลกั การเขียนบันทึกประจาวัน ตามท่กี ลุ่มของตนเองไดส้ รุป
ขัน้ ท่ี 4 ขน้ั สอื่ สารและนาเสนอ
7. นักเรยี นแต่ละกลมุ่ นาเสนอคาคล้องจองและคาขวัญหน้าชั้นเรียน เพอ่ื นกล่มุ อืน่ ร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็
ขั้นท่ี 5 ประเมินเพือ่ เพิ่มคุณคา่ บริการสงั คมหรือ ขนั้ ประเมนิ เพือ่ เพิม่ คุณคา่ บรกิ ารสังคมและจติ
8. นกั เรยี นรว่ มกันแสดงความคดิ เห็นโดยครูใช้คาถามดังต่อไปน้ี
- นกั เรียนสามารถนาความรเู้ ก่ียวกบั เร่ืองทเ่ี รียนไปใช้ประโยชนใ์ นสังคมได้อยา่ งไร
6. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ วิธกี าร เครือ่ งมอื
การประเมนิ
-การตอบคาถาม -คาถาม
ด้านความรู้ (K) -ทาแบบฝึกหัด - แบบฝึกหดั
ดา้ นทักษะและกระบวนการ (P) -ทักษะการอ่านในใจ -แบบประเมินการอ่านในใจ
-ทักษะการเขยี น -แบบประเมนิ การเขยี น
ดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรมและค่านยิ ม (A) -ทักษะการวิเคราะห์ -คาถาม
-แบบฝึกหดั
-สังเกตพฤตกิ รรมในการรว่ มกิจกรรม -แบบสงั เกตพฤติกรรม
การทางานกลุ่ม
-สงั เกตพฤติกรรมความกระตือรอื รน้
ในการร่วมกิจกรรม
7. สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้
7.1 ส่ือการเรียนรู้
1. แบบฝึกหัด
2. บัตรคา
3. หนงั สือเรยี นภาษาไทยชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 3
4. รปู ภาพ
8. กิจกรรมเสนอแนะ
.........................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................ .............................................
................................................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ............................................ครูผสู้ อน ลงชอื่ ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(........................................................) (..................................................... ..)
ลงช่ือ................................................... ผูบ้ รหิ าร
(...........................................................)
สปั ดาห์ที่ 12
โรงเรียนขจรเกียรตพิ ฒั นา
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรียนท่ี 2 / ……….. ช่ือผู้สอน ...........................................................................
กลุม่ สาระ ภาษาไทย ชั้น ประถมศึกษาปที ี่ 3 จานวน ......6...... คาบ
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 13 เรอื่ ง ของดใี นตาบล
1.มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตวั ชวี้ ดั
มาตรฐานที่ ท 1.1ใช้กระบวนการอา่ นสรา้ งความรู้และความคิดเพอ่ื นาไปใช้ตดั สินใจ แก้ปัญหาในการ
ดาเนนิ ชวี ติ และมีนิสยั รกั การอ่าน
ตัวชีว้ ัดที่ ป 3/1อ่านออกเสียงคา ข้อความ เรอื่ งสั้น ๆ และบทร้อยกรองง่าย ๆ ได้ถูกต้องคลอ่ งแคลว่
ตวั ช้ีวัดที่ ป 3/2อธบิ ายความหมายของคาและข้อความทีอ่ ่าน
ตัวชี้วัดที่ ป 3/3ตั้งคาถาม และตอบคาถาม เชิงเหตผุ ล เก่ยี วกบั เร่อื งท่ีอ่าน
ตัวชี้วัดที่ ป 3/4อธบิ ายความหมายคาและข้อความที่อ่าน
ตวั ชว้ี ดั ที่ ป 3/5สรปุ ความรแู้ ละขอ้ คิดจากเรื่องท่อี า่ นเพื่อนาไปใช้ในชวี ติ ประจาวนั
มาตรฐาน ท 2.1ใชก้ ระบวนการเขียนเขียนสอื่ สาร เขยี นเรยี งความ ยอ่ ความ และเขียนเรือ่ งราวในรูปแบบ
ตา่ ง ๆ เขียนรายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงานการศกึ ษาค้นควา้ อย่างมีประสทิ ธิภาพ
ตัวชี้วัดท่ี ป 3/2บรรยายเกย่ี วกับสิง่ ใดส่ิงหนงึ่ ได้อย่างชดั เจน
ตวั ชี้วดั ที่ ป 3/6มมี ารยาทในการเขยี น
มาตรฐานท่ี ท 5.1เขา้ ใจและแสดงความคดิ เห็นวจิ ารณว์ รรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคณุ ค่าและ
นามาประยุกต์ใชใ้ นชีวิตจรงิ
ตวั ช้ีวดั ที่ ป 3/1 ระบขุ ้อคิดที่ได้จากการอา่ นหรือการฟังวรรณกรรมสาหรบั เด็กเพ่ือนาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั
2. สาระสาคญั
การอ่านจบั ใจความสาคัญ คือ การอ่านเพ่อื จบั ใจความหรือข้อคิด ความคดิ สาคญั หลกั ของข้อความหรอื เรื่องท่ีอ่านการ
อ่านจบั ใจความสาคญั ถือเปน็ ทักษะสาคัญทใี่ ช้ในการอ่านเพื่อการส่อื สารมากท่สี ดุ เพราะเปน็ พนื้ ฐานสาคัญในการศึกษาหาความรู้
จึงควรฝกึ ฝนใหเ้ กิดความชานาญ
3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. บอกประโยชนข์ องการอ่านจบั ใจความนิทานทอ้ งถิน่ ภูเกต็ (K)
2. รู้และเขา้ ใจหลักการเขยี นบรรยาย(K)
3. ร้แู ละเข้าใจหลักการเกย่ี วกบั การใช้คาราชาศพั ทแ์ ละคาสภุ าพทถ่ี ูกต้องและเหมาะสม (K)
4. อา่ นจบั ใจความนิทานท้องถิน่ ภเู กต็ (P)
5. เขียนบรรยายเกยี่ วกบั วนั เด็กได้ถูกต้องสรา้ งสรรค์ (P)
6. นักเรยี นสามารถนาความรูเ้ รอ่ื งคาราชาศัพทแ์ ละคาสุภาพไปใช้ในโอกาสตา่ ง ๆ ท่ีเหมาะสมหรือตาม
สถานการณ์ (P)
7. มีความกระตือรือร้นในการรว่ มกิจกรรม (A)
8. กระตือรอื ร้นในการเข้ารว่ มกิจกรรม (A)
4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถ่นิ
พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา
สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
การอ่านจับใจความนทิ านท้องถนิ่ ภเู ก็ต การเขยี น
บรรยายเก่ยี วกบั วนั เด็ก คาราชาศพั ท์และคาสุภาพ
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
คาบท่ี 1-2
ขั้นท่ี 1 ข้ันรวบรวมข้อมูล
1. ใหน้ กั เรยี นร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครใู ช้คาถามทา้ ทายดงั นี้
· การอ่านนิทานท้องถนิ่ มีประโยชน์อยา่ งไร
· นักเรยี นเคยอ่านนทิ านทอ้ งถนิ่ ภูเกต็ หรอื ไม่ ให้นักเรียนช่วยกันตอบคาถามเพอ่ื เช่ือมโยงเข้าสู่สาระการเรยี นรู้
การอ่านจบั ใจความนทิ านทอ้ งถ่ินภูเกต็
2. นักเรยี นร่วมกนั ศึกษานิทานท้องถ่นิ ภูเก็ตโดยครูใชค้ าถามดังน้ี
· หลักในการอา่ นจบั ใจความนทิ านท้องถิ่นภเู กต็ มีอะไรบา้ ง
· นกั เรยี นสามารถศึกษาวิธีการอ่านจบั ใจความนิทานท้องถิ่นภูเก็ตจากที่ไหนได้บ้าง
* ในการตอบคาถามใหค้ รใู ชไ้ มเ้ รยี กเลขที่เพื่อใหน้ ักเรยี นตอบทีละคนโดยถามคาถามก่อนจะเรียกเลขท่ีเพ่ือ
กระตนุ้ ให้ทุกคนได้คดิ
ขนั้ ท่ี 2 ขน้ั คดิ วิเคราะหแ์ ละสรปุ ความ
3. นักเรยี นแต่ละกลุม่ รว่ มกันวิเคราะหเ์ กีย่ วกับการอา่ นจับใจความนทิ านท้องถ่นิ ภูเกต็ โดยครใู ช้คาถามดังนี้
ตวั ละครสาคัญในเรื่องมีใครบ้าง
แต่ละตัวมลี กั ษณะนสิ ยั อย่างไร
จากเรื่องท่ีอ่านนักเรยี นได้ข้อคิดอะไร
4. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มท่ีประเมนิ เพื่อเพ่ิมคุณคา่ โดยครใู ชค้ าถามดังต่อไปน้ี
· นกั เรียนสามารถนาความรทู้ ่ีได้รบั ไปใช้ในชวี ติ ประจาวนั ไดอ้ ยา่ งไร
ขั้นที่ 3 ขน้ั ปฏิบัตแิ ละสรุปความรหู้ ลังการปฏิบตั ิ
5. นักเรียนเลอื กอ่านจบั ใจความนทิ านท้องถ่ินภูเกต็ หลุมละ 1 เรอ่ื งหลังจากน้นั ส่งตัวแทนออกมาเล่าเร่ืองที่กล่มุ ของ
ตนเองอ่านจบั ใจความ ทั้งนี้เพ่ือนสามารถรว่ มแสดงความคดิ เหน็ ได้ ถือเป็นการแลกเปลยี่ นความรูซ้ ึ่งกันและกนั
6. นักเรยี นเขา้ กลุ่มทากิจกรรมสรุปถงึ การอ่านจบั ใจความนิทานท้องถนิ่ ภูเก็ต หลังจากนั้นใหแ้ ตล่ ะกลุ่มสง่ ตัวแทน
กลมุ่ ละ 1 คนออกมาพดู ถึงหลักในการอ่านจับใจความนิทานท้องถ่ินภูเกต็ ตามที่กล่มุ ของตนเองได้สรปุ
ขั้นท่ี 4 ข้ันสอ่ื สารและนาเสนอ
7. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มนาเสนอคาถามหนา้ ช้นั เรยี น เพอื่ นกลุ่มอน่ื รว่ มกันแสดงความคิดเห็น
ขน้ั ท่ี 5 ประเมินเพ่ือเพิ่มคุณค่าบรกิ ารสังคมหรอื ขน้ั ประเมนิ เพ่อื เพ่มิ คณุ ค่าบริการสังคมและจิต
8. นกั เรยี นร่วมกนั แสดงความคิดเห็นโดยครใู ชค้ าถามดังต่อไปนี้
- นกั เรยี นสามารถนาความรูเ้ ก่ยี วกบั เรือ่ งทีเ่ รียนไปใช้ประโยชนใ์ นสังคมได้อยา่ งไร
คาบที่ 3-4
ขัน้ ท่ี 1 ขน้ั รวบรวมข้อมูล
5. ครูให้นักเรยี นดภู าพวันเด็กแห่งชาติหลงั จากนัน้ ให้นักเรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครูกระตุ้นใหน้ ักเรยี น
ใช้ความคิดดว้ ยคาถามทา้ ทายดังน้ี
ถ้าพูดถึงวันเดก็ แห่งชาตนิ ักเรียนนึกถงึ อะไร
นกั เรยี นเคยเข้าร่วมกจิ กรรมวันเด็กแหง่ ชาตหิ รือไม่ ใหน้ ักเรียนชว่ ยตอบคาถาม เพื่อเชื่อมโยงเข้าสูส่ าระการ
เรยี นรู้ เขียนบรรยายภาพวันเกย่ี วกบั วันเด็ก
2. นักเรียนร่วมกนั ศกึ ษาเก่ียวกบั วนั เด็กโดยครูใชค้ าถามดังตอ่ ไปน้ี
วันเดก็ มคี วามเปน็ มาอย่างไร
วนั เดก็ มกี ิจกรรมสาคัญอะไรบ้าง
* ในการตอบคาถามให้ครูใช้ไม้เรยี กเลขทเ่ี พ่ือใหน้ ักเรยี นตอบทลี ะคนโดยถามคาถามกอ่ นจะเรยี กเลขทเี่ พ่ือกระตุ้น
ให้ทกุ คนได้คิด
ข้ันท่ี 2 ข้นั คดิ วิเคราะหแ์ ละสรปุ ความ
2. นกั เรียนร่วมกนั วเิ คราะห์ว่าการเขียนบรรยายภาพวันเกี่ยวกับวันเดก็ ตอ้ งมีความรู้เกย่ี วกับอะไรบ้าง โดยครู
ใช้คาถามดังนี้
การเขียนบรรยายภาพเกีย่ วกับวันเด็กต้องคานึงเกี่ยวกับอะไรบ้าง
3. นกั เรียนแต่ละกลุ่มที่ประเมนิ เพ่ือเพ่ิมคุณคา่ โดยครใู ชค้ าถามดงั ต่อไปน้ี
นกั เรียนสามารถนาความรทู้ ่ีไดร้ ับไปใชใ้ นชวี ิตประจาวนั ได้อยา่ งไร
ขนั้ ท่ี 3 ข้นั ปฏิบตั แิ ละสรุปความรูห้ ลังการปฏบิ ัติ
4. นกั เรยี นเข้ากล่มุ ทากิจกรรมเขยี นแผนผังมโนทัศน์ เขียนบรรยายภาพเก่ยี วกับวันเด็ก
5. นักเรียนรว่ มกนั สรุปความรู้เก่ียวกับการเขียนบรรยายภาพเกีย่ วกับวันเด็ก โดยครอู ธิบายเพมิ่ เติมเก่ียวกับการเขียน
บรรยายภาพเกยี่ วกับวนั เด็ก
ขน้ั ท่ี 4 ขั้นส่ือสารและนาเสนอ
6. นักเรียนออกมาพูดถึงการเขยี นบรรยายเก่ยี วกบั วันเด็ก นักเรยี นคนอนื่ สามารถแสดงความคิดเห็นเพมิ่ เติมไดเ้ พ่ือเป็น
การแลกเปล่ียนความรู้
7. นักเรยี นรวบรวมผลงานการเขียนบรรยายภาพเกี่ยวกับวันเดก็ จัดแสดงเป็นผลงานนักเรยี นเพอื่ ให้เพื่อนได้ศกึ ษาและ
ถือเปน็ การแบ่งปันประสบการณ์การเขยี นบรรยายภาพเก่ียวกบั วันเด็ก
ขน้ั ที่ 5 ประเมนิ เพอื่ เพ่ิมคุณคา่ บริการสงั คมหรอื ขั้นประเมินเพอ่ื เพม่ิ คุณค่าบริการสงั คมและจติ
9. นักเรยี นรว่ มกันแสดงความคิดเหน็ โดยครูใชค้ าถามดังต่อไปนี้
- นกั เรยี นสามารถนาความรู้เกี่ยวกับเรือ่ งทเี่ รยี นไปใชป้ ระโยชนใ์ นสังคมได้อยา่ งไร
คาบที่ 5-6
ขน้ั ท่ี 1 ข้ันรวบรวมข้อมูล
1. นักเรยี น อา่ นคาจากบัตรคาดังต่อไปนี้
พระเศียร พระบาท พระฉาย พระมาลา เสด็จ
ประทบั ทอดพระเนตร พระราชธิดา พระอัยยกิ า ศรี ษะ
คลอดบตุ ร ผายลม ช้างพลาย กระบือ สนุ ัข
2. ครูชวนนักเรยี นสนทนาเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ ทอี่ ยรู่ อบตวั โดยครูใชค้ าถามดงั น้ี
นักเรียนรจู้ ักคาราชาศพั ท์และคาสภุ าพหรือไม่
นักเรยี นสามารถบอกสิ่งตา่ ง ๆ ที่อยรู่ อบตัวเป็นคาราชาศัพท์หรอื คาสุภาพได้หรือไม่
* ในการตอบคาถามใหค้ รูใช้ไม้เรยี กเลขทเ่ี พื่อใหน้ กั เรยี นตอบทลี ะคนโดยถามคาถามก่อนจะเรยี ก
เลขทเ่ี พ่ือกระต้นุ ให้ทกุ คนได้คิด
3. นกั เรียนศึกษาเร่อื งคาราชาศัพทแ์ ละคาสภุ าพ และร่วมสนทนาโดยครใู ชค้ าถามดังนี้
คาราชาศพั ทแ์ ละคาสภุ าพ คืออะไร
นกั เรยี นสามารถศึกษาหาความรู้เก่ียวกบั คาราชาศพั ท์และคาสภุ าพจากที่ไหนไดบ้ ้าง
ขั้นที่ 2 ขนั้ คดิ วเิ คราะหแ์ ละสรปุ ความ
4. นักเรยี นอา่ นประโยคจากบตั รคาต่อไปนี้ และร่วมกันวเิ คราะหว์ ่าคาใดบ้างเป็นคาราชาศพั ท์หรือเปน็ คาสุภาพ
สมเดจ็ พระนางเจา้ พระบรมราชนิ ีนาถพระราชทานของให้แก่ราษฎร
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ วั ทรงโบกพระหัตถ์ให้กบั ประชาชน
สนุ ขั ของฉนั ตบลกู มา 3 ตวั
เพอื่ นของฉันผายลมเหมน็ มาก ๆ
เวลาเปน็ หวัดน้ามูกมักจะไหล
5. นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ ท่ีประเมินเพอ่ื เพม่ิ คุณคา่ โดยครูใช้คาถามดังต่อไปน้ี
นกั เรียนสามารถนาความรทู้ ี่ได้รบั ไปใช้ในชวี ิตประจาวันได้อยา่ งไร
ข้ันท่ี 3 ขนั้ ปฏิบัติและสรุปความรูห้ ลังการปฏิบัติ
6. นกั เรียนเข้ากลมุ่ ทากิจกรรมหาคาราชาศพั ท์และคาสุภาพ โดยครกู าหนดเวลา (ตามเวลาทเ่ี หมาะสม) และเมื่อ
หมดเวลากลมุ่ ไหนเขยี นได้มากทส่ี ดุ และถกู ต้องตามมาตรากงใหถ้ ือวา่ ฝ่ายนัน้ เป็นฝ่ายชนะ
7. ให้นกั เรียนฝกึ อ่านคาบนกระดานของทุกกลุม่ ที่ร่วมกันคดิ และทุกคนร่วมกนั ให้คะแนน โดยครูตรวจสอบ
ความถกู ตอ้ ง
8. นกั เรียนรว่ มกันสรุปเรอื่ งคาราชาศพั ท์และคาสภุ าพ
ขั้นท่ี 4 ขน้ั สื่อสารและนาเสนอ
9. นักเรยี นแต่ละกลุ่มนาเสนอคาราชาศัพท์หน้าชน้ั เรยี น เพือ่ นกลุ่มอน่ื รว่ มกันแสดงความคดิ เห็น
ข้ันที่ 5 ประเมนิ เพ่ือเพิ่มคุณค่าบรกิ ารสงั คมหรอื ขั้นประเมินเพ่อื เพม่ิ คณุ คา่ บริการสงั คมและจติ
10. นกั เรียนร่วมกันแสดงความคิดเหน็ โดยครูใช้คาถามดงั ต่อไปน้ี
นักเรยี นสามารถนาความรูเ้ กี่ยวกบั เรื่องที่เรียนไปใช้ประโยชนใ์ นสงั คมได้อย่างไร
6. การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้ วธิ กี าร เครื่องมอื
การประเมนิ
-การตอบคาถาม -คาถาม
ดา้ นความรู้ (K) -ทาแบบฝึกหัด - แบบฝกึ หดั
ดา้ นทักษะและกระบวนการ (P) -ทกั ษะการอา่ นในใจ -แบบประเมนิ การอ่านในใจ
-ทกั ษะการเขียน -แบบประเมินการเขยี น
ด้านคุณธรรม จริยธรรมและค่านยิ ม (A) -ทกั ษะการวเิ คราะห์ -คาถาม
-แบบฝกึ หัด
-สงั เกตพฤติกรรมในการร่วมกิจกรรม -แบบสังเกตพฤติกรรม
การทางานกลุม่
-สังเกตพฤติกรรมความกระตือรือรน้
ในการรว่ มกจิ กรรม
7. สอื่ /แหล่งการเรยี นรู้
7.1 ส่ือการเรยี นรู้
1. แบบฝกึ หัด
2. บัตรคา
3. หนงั สือเรยี นภาษาไทยชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 3
4. แถบประโยค
5. รูปภาพ
8. กิจกรรมเสนอแนะ
..................................................................................................................................................................... ....................................
.........................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................
ลงช่ือ............................................ครูผสู้ อน ลงชือ่ ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(........................................................) (.......................................................)
ลงชื่อ................................................... ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)
สัปดาห์ที่ 13
โรงเรยี นขจรเกียรตพิ ฒั นา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรียนท่ี 2 / ………… ชือ่ ผูส้ อน ......................................................................
กลมุ่ สาระ ภาษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 3 จานวน ......6...... คาบ
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 14 เรอ่ื ง ธรรมชาตเิ จ้าเอย
1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวช้วี ัด
มาตรฐานที่ ท 1.1ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรแู้ ละความคดิ เพื่อนาไปใชต้ ดั สนิ ใจแก้ปัญหาในการดาเนิน
ชีวติ และมีนสิ ยั รักการอ่าน
ตัวชี้วัดท่ี ป 3/1อา่ นออกเสียงคา ข้อความ เรือ่ งส้ัน ๆ และบทรอ้ ยกรองง่าย ๆ ได้ถูกต้องคลอ่ งแคลว่
ตวั ชว้ี ัดที่ ป 3/2อธบิ ายความหมายของคาและข้อความทอ่ี ่าน
ตัวชี้วดั ท่ี ป 3/5สรปุ ความรแู้ ละขอ้ คิดจากเรือ่ งทอี่ า่ นเพื่อนาไปใช้ในชีวิตประจาวัน
ตวั ชว้ี ัดท่ี ป 3/6อา่ นหนังสือตามความสนใจอย่างสมา่ เสมอและนาเสนอเรื่องที่อา่ น
มาตรฐานที่ ท 4.1เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปลีย่ นแปลงของภาษาและพลังของ
ภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบตั ิของชาติ
ตวั ช้ีวดั ที่ ป 3/1เขียนสะกดคาและบอกความหมายของคา
มาตรฐานท่ี ท 5.1เข้าใจและแสดงความคิดเหน็ วิจารณว์ รรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่าและนามา
ประยกุ ต์ใชใ้ นชีวติ จรงิ
ตวั ชี้วดั ท่ี ป 3/1ระบุข้อคดิ ที่ได้จากการอา่ นหรือการฟงั วรรณกรรมสาหรับเด็กเพ่ือนาไปใช้ในชวี ิตประจาวัน
ตัวชีว้ ดั ที่ ป 3/2ร้องบทร้องเล่นสาหรบั เดก็ ในท้องถิ่น
2. สาระสาคญั
การอ่านจับใจความสาคัญ คอื การอ่านเพื่อจบั ใจความหรือขอ้ คิด ความคิดสาคัญหลกั ของข้อความหรอื เร่ืองท่ีอ่านการ
อา่ นจบั ใจความสาคัญถือเปน็ ทกั ษะสาคัญทีใ่ ชใ้ นการอ่านเพอ่ื การสื่อสารมากท่สี ุดเพราะเปน็ พืน้ ฐานสาคญั ในการศึกษาหาความรู้
จงึ ควรฝกึ ฝนให้เกดิ ความชานาญ
3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. รแู้ ละเข้าใจหลักการอ่านจับใจความเพลงพืน้ บา้ น (K)
2. อธิบายหลกั การเขียนเรื่องตามจินตนาการจากภาพได้ (K)
3. อธบิ ายลักษณะของคาควบกล้าแทแ้ ละคาควบกลา้ ไม่แท้ (K)
4. อา่ นจับใจความเพลงพื้นบ้านได้และตคี วามหมายอยา่ งถูกต้องสรา้ งสรรค์ (P)
5. เขียนเรือ่ งตามจนิ ตนาการจากภาพไดอ้ ยา่ งเหมาะสม (P)
6. จาแนกคาควบกลา้ แทแ้ ละคาควบลา้ ไมแ่ ทจ้ ากคาอ่นื (P)
7. มีความกระตือรือรน้ ในการเข้ารว่ มกิจกรรม (A)
8. เห็นความสาคญั ของคาควบกลา้ แท้และคาควบกลา้ ไมแ่ ท้ (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรยี นรูท้ อ้ งถน่ิ
การอ่านจับใจความคิดไปรู้ไป การเขียนคัดลายมือ พิจารณาตามหลกั สูตรของสถานศกึ ษา
มาตรากง
5. กิจกรรมการเรียนรู้
คาบที่ 1-2
ข้ันที่ 1 ขน้ั รวบรวมข้อมูล
1. ดูและนักเรียนรว่ มกนั สนทนาโดยครใู ชค้ าถามกระตุน้ ความคดิ ดงั น้ี
ถา้ พูดถึงคาวา่ “เพลงพน้ื บา้ น” นกั เรียนนกึ ถึงอะไร
นกั เรยี นร้จู ักหรือเคยได้ยนิ เพลงพื้นบา้ นหรอื ไม่ ถ้ารูจ้ กั สามารถรอ้ งเพลงน้นั ให้เพื่อนๆ
และครูฟงั ได้หรือไม่ ให้นักเรียนช่วยกันตอบเพ่ือโยงเขา้ สสู่ าระการเรยี นรู้นักเรยี นทบทวนเกี่ยวกบั การอา่ นจบั ใจความสาคญั โดย
ครูใช้คาถามดังน้ี
การอ่านจับใจความเพลงพืน้ บ้าน ต้องมีพื้นฐานความรเู้ กี่ยวกบั เรื่องอะไรบา้ ง
นักเรยี นใช้ทักษะอะไรบ้างในการอ่านจับใจความเพลงพื้นบ้าน
2. นกั เรยี นร่วมกนั ศกึ ษาเพลงพ้นื บ้าน โดยครูใชค้ าถามกระตุ้นความคิดดังนี้
เพลงพืน้ บา้ นหมายถึงอะไร
ลกั ษณะเพลงพ้ืนบา้ นเป็นอยา่ งไร
* ในการตอบคาถามให้ครูใชไ้ ม้เรียกเลขท่ีเพ่ือให้นักเรียนตอบทลี ะคนโดยถามคาถามก่อนจะเรียกเลขท่เี พ่ือกระตนุ้
ใหท้ ุกคนไดค้ ิด
ข้นั ที่ 2 ขนั้ คิดวเิ คราะห์และสรุปความ
2. นกั เรยี นร่วมกนั วเิ คราะหว์ ่าการอ่านจบั ใจความบทเพลงจะตอ้ ง รเู้ กย่ี วกบั เรื่องอะไรบ้างโดยเขียนเปน็ หวั ข้อคร่าว ๆ
ดังน้ี
ต้งั จดุ มงุ่ หมายในการอา่ นใหช้ ัดเจน
อ่านบทเพลงอยา่ งคร่าวๆ พอเข้าใจ และเกบ็ ใจความสาคญั ของแต่ละย่อหน้า
เมื่ออ่านจบให้ตง้ั คาถามตนเองว่าบทเพลงท่ีอ่าน มใี คร ทาอะไร ท่ไี หน เมอ่ื ไหร่ อย่างไร
นาส่ิงทส่ี รุปไดม้ าเรยี บเรยี งใจความสาคญั ใหมด่ ้วยสานวนของตนเองเพื่อให้เกดิ ความสละสลวย
3. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มที่ประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าโดยครใู ชค้ าถามดังต่อไปน้ี
นักเรยี นสามารถนาความรทู้ ี่ได้รับไปใช้ในชีวิตประจาวนั ได้อยา่ งไร
ข้ันท่ี 3 ข้นั ปฏิบตั แิ ละสรุปความรหู้ ลังการปฏิบตั ิ
4. นกั เรยี นเข้ากลุ่มทากิจกรรมการตั้งคาถามและตอบคาถามจากการอ่านจับใจความเพลงพ้นื บา้ น
กตกิ าในการต้งั คาถาม คณุ ครูแบง่ จานวนหนา้ ท่ีแตล่ ะกลมุ่ จะต้องรับผดิ ชอบในการตง้ั คาถาม เพ่ือปอ้ งกนั ไมใ่ ห้การตง้ั
คาถามของแตล่ ะกลุ่มซา้ กนั
6. นกั เรียนรว่ มกนั สรุปข้อคิดที่ได้จากการอ่าน
ขน้ั ที่ 4 ขนั้ ส่ือสารและนาเสนอ
6. นักเรยี นแต่ละกลุ่มนาเสนอคาถามหนา้ ชน้ั เรยี น และใหเ้ พื่อนตอบคาถาม
ขัน้ ท่ี 5 ประเมนิ เพอ่ื เพ่ิมคณุ ค่าบรกิ ารสังคมหรอื ขั้นประเมินเพ่ือเพ่มิ คุณค่าบริการสังคมและจิต
7. นกั เรียนรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครูใชค้ าถามดงั ต่อไปน้ี
นักเรยี นสามารถนาความร้เู ก่ียวกับเร่ืองทเี่ รยี นไปใช้ประโยชน์ในสังคมได้อย่างไร
คาบท่ี 3-4
ข้ันที่ 1 ขัน้ รวบรวมข้อมูล
7. ครใู หน้ กั เรยี นดภู าพหลังจากนั้นใหน้ ักเรยี นร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครกู ระตุ้นใหน้ ักเรยี นใช้ความคิด
ด้วยคาถามทา้ ทายดังนี้
นักเรยี นดูภาพแล้วนกึ ถึงอะไรบ้าง ให้นักเรยี นชว่ ยตอบคาถาม เพื่อเช่ือมโยงเข้าสู่สาระการเรียนรู้ เขยี น
บรรยายภาพ
2. นกั เรียนร่วมกนั ศึกษาการเขยี นจนิ ตนาการจากภาพโดยครูใชค้ าถามต่อไปน้ี
การเขยี นจินตนาการจากภาพนักเรยี นตอ้ งศกึ ษาองคป์ ระกอบใดบ้าง
นักเรยี นมีวธิ ีในการเขียนจินตนาการจากภาพอยา่ งไรบา้ ง
* ในการตอบคาถามให้ครูใช้ไมเ้ รยี กเลขทีเ่ พื่อใหน้ ักเรียนตอบทลี ะคนโดยถามคาถามก่อนจะเรียกเลขทีเ่ พื่อกระตุ้น
ให้ทกุ คนไดค้ ิด
ขั้นท่ี 2 ขั้นคดิ วเิ คราะหแ์ ละสรุปความ
3. นักเรยี นร่วมกันวิเคราะหว์ ่าการเขยี นจนิ ตนาการจากภาพตอ้ งมคี วามรู้เกยี่ วกบั อะไรบ้าง โดยครใู ชค้ าถามดงั น้ี
การเขียนจนิ ตนาการจากภาพต้องคานึงถึงกับอะไรบ้าง
4. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มที่ประเมนิ เพื่อเพิ่มคุณค่าโดยครใู ชค้ าถามดงั ต่อไปน้ี
นกั เรยี นสามารถนาความรูท้ ่ีไดร้ ับไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั ได้อย่างไร
ข้ันท่ี 3 ขน้ั ปฏบิ ัติและสรปุ ความรหู้ ลังการปฏิบัติ
4. นักเรยี นเขียนจินตนาการจากภาพ (ครผู ู้สอนอาจจะเลอื กภาพมาสักสภี่ าพหรอื ตามความเหมาะสม ให้นกั เรยี นเลือก
เขยี นจินตนาการตามความสนใจ)
5. นกั เรยี นร่วมกนั สรุปความรู้เกี่ยวกบั การเขียนจินตนาการจากภาพ ครูอธิบายเพิ่มเติมเก่ียวกบั การเขยี นบรรยายภาพ
ขั้นท่ี 4 ข้นั สอื่ สารและนาเสนอ
6. นักเรยี นนาเสนอผลงานการเขยี นจนิ ตนาการจากภาพ นักเรยี นคนอ่นื สามารถแสดงความคิดเห็นเพ่ิมเติมไดเ้ พ่ือเป็น
การแลกเปล่ยี นความรู้
ขนั้ ท่ี 5 ประเมินเพื่อเพ่ิมคุณค่าบรกิ ารสังคมหรือ ขัน้ ประเมินเพ่อื เพ่ิมคุณคา่ บริการสงั คมและจติ
9. นกั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครใู ช้คาถามดงั ต่อไปนี้
นักเรยี นสามารถนาความรเู้ กี่ยวกับเรื่องท่ีเรยี นไปใชป้ ระโยชน์ในสงั คมได้อยา่ งไร
คาบที่ 5-6
ขั้นที่ 1 ขัน้ รวบรวมข้อมูล
1. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคิดเห็นโดยครใู ชค้ าถามท้าทายดงั นี้
นักเรียนรจู้ กั พยัญชนะควบกลา้ หรอื ไม่
นกั เรียนสามารถยกตวั อยา่ งคาควบกล้าไดห้ รือไม่
2. นักเรียนรว่ มกนั ศึกษาเร่ืองการเขยี นพยัญชนะควบกล้าและร่วมกันสนทนาโดยครูใช้คาถามดังนี้
การเรียนเรือ่ งพยญั ชนะควบกล้ามีประโยชนอ์ ยา่ งไร
* ในการตอบคาถามให้ครใู ช้ไมเ้ รียกเลขทีเ่ พื่อใหน้ กั เรียนตอบทีละคนโดยถามคาถามก่อนจะเรียกเลขทเี่ พื่อกระตนุ้ ให้ทุก
คนได้คิด
ขั้นท่ี 2 ขัน้ คิดวเิ คราะหแ์ ละสรุปความ
3. นกั เรยี นร่วมวิเคราะหว์ า่ การเขยี นคาท่ีมพี ยัญชนะควบกล้าจากบัตรคาบนกระดาน
4. เรยี นแตล่ ะกลุ่มคิดประเมนิ เพื่อเพิ่มคณุ ค่าโดยครูใช้คาถามดังต่อไปน้ี
นกั เรียนสามารถนาเร่ืองท่ีเรียนไปใชป้ ระโยชนใ์ นชีวติ ประจาวันได้อย่างไร
ขั้นท่ี 3 ขัน้ ปฏิบัตแิ ละสรุปความร้หู ลังการปฏบิ ัติ
5. นกั เรียนเข้ากล่มุ ทากิจกรรม คดิ คาทม่ี พี ยัญชนะควบกลา้ (นักเรยี นแต่ละกลมุ่ แขง่ ขนั กนั หาคาที่มพี ยัญชนะ
ควบกลา้ ใหไ้ ด้มากทีส่ ดุ กลุม่ ไหนท่เี ขียนคาไดม้ ากทส่ี ุดกลุ่มนน้ั เป็นฝา่ ยชนะ ทั้งนี้ทุกคนช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องของคาอีก
ครงั้ )
6. นกั เรยี นฝกึ อ่านคาอักษรควบจากบตั รคา
7. นักเรยี นรว่ มกันสรปุ ความสาคญั ของการเขียนพยัญชนะควบกล้า ครูอธิบายเพ่ิมเติมเกยี่ วกบั การเขยี นพยัญชนะ
ควบกล้า
8. นกั เรียนทาแบบฝกึ หัด
ขน้ั ที่ 4 ขั้นสือ่ สารและนาเสนอ
9. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มนาเสนอผลงานหน้าชัน้ เรยี นเพอ่ื นกลุ่มอืน่ รว่ มกันแสดงความคิดเห็น
ขั้นท่ี 5 ประเมินเพ่อื เพิ่มคุณคา่ บริการสงั คมหรอื ขัน้ ประเมนิ เพ่อื เพ่มิ คุณคา่ บรกิ ารสงั คมและจติ
10. นกั เรียนรว่ มกนั แสดงความคิดเห็นโดยครูใชค้ าถามดงั ต่อไปนี้
- นักเรยี นสามารถนาความรเู้ กย่ี วกบั เร่ืองทเ่ี รียนไปใช้ประโยชนใ์ นสงั คมไดอ้ ย่างไร
6. การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้ วิธกี าร เคร่อื งมอื
การประเมิน
-การตอบคาถาม -คาถาม
ด้านความรู้ (K) -ทาแบบฝึกหัด - แบบฝกึ หดั
ดา้ นทกั ษะและกระบวนการ (P) -ทกั ษะการอา่ นในใจ -แบบประเมินการอ่านในใจ
-ทักษะการเขยี น -แบบประเมนิ การเขียน
ด้านคุณธรรม จริยธรรมและค่านิยม (A) -ทกั ษะการวิเคราะห์ -คาถาม
-แบบฝึกหดั
-สงั เกตพฤตกิ รรมในการรว่ มกิจกรรม -แบบสงั เกตพฤติกรรม
การทางานกลุ่ม
-สงั เกตพฤตกิ รรมความกระตือรอื ร้น
ในการร่วมกิจกรรม
7. ส่อื /แหล่งการเรียนรู้
7.1 สอื่ การเรยี นรู้
1. แบบฝึกหัด
2. บตั รคา
3. หนังสือเรยี นภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
4. แถบประโยค
5. รูปภาพ
8. กิจกรรมเสนอแนะ
............................................................................................................................................................................................ .............
.........................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................
ลงช่อื ............................................ครผู ูส้ อน ลงช่ือ...................................................ฝา่ ยวิชาการ
(........................................................) (..................................................... ..)
ลงชื่อ................................................... ผู้บริหาร
(...........................................................)
สัปดาห์ที่ 13
โรงเรยี นขจรเกยี รติพฒั นา
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรียนท่ี 2 / ………… ชอื่ ผูส้ อน ......................................................................
กลมุ่ สาระ ภาษาไทย ชั้น ประถมศกึ ษาปที ่ี 3 จานวน ......6...... คาบ
หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 14 เรอื่ ง ธรรมชาตเิ จ้าเอย
2. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวช้วี ัด
มาตรฐานที่ ท 1.1ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความร้แู ละความคดิ เพื่อนาไปใชต้ ดั สนิ ใจแก้ปัญหาในการดาเนิน
ชีวติ และมีนสิ ยั รักการอ่าน
ตัวชี้วัดท่ี ป 3/1อา่ นออกเสียงคา ข้อความ เรื่องส้ัน ๆ และบทร้อยกรองงา่ ย ๆ ไดถ้ ูกต้องคลอ่ งแคลว่
ตวั ชว้ี ัดที่ ป 3/2อธบิ ายความหมายของคาและข้อความทอ่ี ่าน
ตัวชี้วดั ท่ี ป 3/5สรปุ ความรแู้ ละข้อคดิ จากเรือ่ งทอี่ า่ นเพื่อนาไปใช้ในชวี ิตประจาวนั
ตวั ชว้ี ัดท่ี ป 3/6อา่ นหนังสอื ตามความสนใจอย่างสม่าเสมอและนาเสนอเรื่องท่ีอา่ น
มาตรฐานที่ ท 4.1เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษาและพลังของ
ภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบตั ขิ องชาติ
ตวั ช้ีวดั ที่ ป 3/1เขียนสะกดคาและบอกความหมายของคา
มาตรฐานท่ี ท 5.1เข้าใจและแสดงความคดิ เห็นวิจารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอยา่ งเห็นคุณค่าและนามา
ประยกุ ต์ใชใ้ นชีวติ จรงิ
ตวั ชี้วดั ท่ี ป 3/1ระบุข้อคดิ ท่ีไดจ้ ากการอา่ นหรือการฟงั วรรณกรรมสาหรบั เด็กเพื่อนาไปใชใ้ นชีวติ ประจาวัน
ตัวชีว้ ดั ที่ ป 3/2ร้องบทร้องเลน่ สาหรบั เด็กในท้องถน่ิ
2. สาระสาคญั
การอ่านจับใจความสาคัญ คอื การอา่ นเพอื่ จบั ใจความหรือข้อคิด ความคิดสาคัญหลักของขอ้ ความหรอื เร่ืองท่ีอา่ นการ
อา่ นจบั ใจความสาคัญถือเปน็ ทกั ษะสาคัญที่ใชใ้ นการอา่ นเพอ่ื การสื่อสารมากทีส่ ดุ เพราะเปน็ พนื้ ฐานสาคัญในการศึกษาหาความรู้
จงึ ควรฝกึ ฝนให้เกดิ ความชานาญ
3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. รแู้ ละเข้าใจหลักการอ่านจบั ใจความเพลงพืน้ บ้าน (K)
2. อธิบายหลักการเขียนเรอื่ งตามจินตนาการจากภาพได้ (K)
3. อธบิ ายลักษณะของคาควบกล้าแทแ้ ละคาควบกลา้ ไม่แท้ (K)
4. อา่ นจับใจความเพลงพื้นบ้านไดแ้ ละตคี วามหมายอยา่ งถูกต้องสรา้ งสรรค์ (P)
5. เขียนเรือ่ งตามจนิ ตนาการจากภาพไดอ้ ยา่ งเหมาะสม (P)
6. จาแนกคาควบกลา้ แทแ้ ละคาควบล้าไมแ่ ท้จากคาอ่นื (P)
7. มีความกระตือรือรน้ ในการเข้าร่วมกจิ กรรม (A)
8. เห็นความสาคญั ของคาควบกล้าแทแ้ ละคาควบกลา้ ไม่แท้ (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง สาระการเรียนรทู้ ้องถน่ิ
การอ่านจับใจความคิดไปรู้ไป การเขียนคัดลายมือ พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา
มาตรากง
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
คาบท่ี 1-2
ข้ันที่ 1 ขน้ั รวบรวมข้อมูล
1. ดูและนักเรยี นรว่ มกนั สนทนาโดยครใู ช้คาถามกระตุ้นความคดิ ดงั นี้
ถา้ พูดถึงคาวา่ “เพลงพนื้ บา้ น” นักเรียนนึกถึงอะไร
นักเรยี นรู้จักหรือเคยไดย้ ินเพลงพนื้ บา้ นหรือไม่ ถ้ารู้จักสามารถรอ้ งเพลงนน้ั ให้เพ่อื นๆ
และครูฟงั ได้หรือไม่ ใหน้ กั เรียนช่วยกนั ตอบเพ่ือโยงเข้าสสู่ าระการเรียนรู้นักเรียนทบทวนเกี่ยวกบั การอ่านจบั ใจความสาคญั โดย
ครูใช้คาถามดังน้ี
การอา่ นจบั ใจความเพลงพื้นบ้าน ต้องมีพ้นื ฐานความรูเ้ ก่ยี วกบั เรื่องอะไรบา้ ง
นกั เรยี นใช้ทกั ษะอะไรบ้างในการอา่ นจบั ใจความเพลงพ้ืนบ้าน
2. นกั เรียนรว่ มกันศกึ ษาเพลงพื้นบ้าน โดยครูใช้คาถามกระตนุ้ ความคดิ ดังน้ี
เพลงพืน้ บ้านหมายถึงอะไร
ลกั ษณะเพลงพืน้ บ้านเปน็ อยา่ งไร
* ในการตอบคาถามใหค้ รูใชไ้ มเ้ รยี กเลขท่เี พื่อให้นักเรยี นตอบทีละคนโดยถามคาถามก่อนจะเรียกเลขทเี่ พื่อกระตนุ้
ใหท้ ุกคนไดค้ ิด
ข้นั ที่ 2 ขนั้ คิดวเิ คราะหแ์ ละสรปุ ความ
2. นกั เรียนร่วมกันวิเคราะห์ว่าการอา่ นจบั ใจความบทเพลงจะต้อง รู้เกี่ยวกับเร่ืองอะไรบ้างโดยเขยี นเป็นหวั ขอ้ คร่าว ๆ
ดังน้ี
ต้งั จุดมุ่งหมายในการอา่ นใหช้ ัดเจน
อ่านบทเพลงอยา่ งคร่าวๆ พอเข้าใจ และเกบ็ ใจความสาคญั ของแตล่ ะย่อหนา้
เมื่ออ่านจบใหต้ ั้งคาถามตนเองว่าบทเพลงที่อ่าน มใี คร ทาอะไร ท่ไี หน เมื่อไหร่ อย่างไร
นาสิ่งทีส่ รปุ ได้มาเรียบเรยี งใจความสาคญั ใหม่ด้วยสานวนของตนเองเพื่อให้เกิดความสละสลวย
3. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มทป่ี ระเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าโดยครูใช้คาถามดงั ต่อไปน้ี
นักเรยี นสามารถนาความรูท้ ี่ไดร้ ับไปใชใ้ นชีวิตประจาวนั ได้อยา่ งไร
ข้ันท่ี 3 ข้นั ปฏิบัติและสรปุ ความรหู้ ลังการปฏิบตั ิ
4. นกั เรยี นเขา้ กลุ่มทากิจกรรมการต้ังคาถามและตอบคาถามจากการอา่ นจับใจความเพลงพืน้ บา้ น
กตกิ าในการตั้งคาถาม คุณครูแบ่งจานวนหนา้ ท่ีแตล่ ะกลุ่มจะตอ้ งรับผิดชอบในการต้ังคาถาม เพ่ือป้องกันไมใ่ หก้ ารต้งั
คาถามของแตล่ ะกลุ่มซา้ กัน
8. นกั เรียนร่วมกนั สรปุ ข้อคดิ ทไี่ ด้จากการอ่าน
ข้ันที่ 4 ขนั้ ส่อื สารและนาเสนอ
6. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มนาเสนอคาถามหน้าชน้ั เรยี น และใหเ้ พ่ือนตอบคาถาม
ขนั้ ท่ี 5 ประเมนิ เพอ่ื เพ่ิมคณุ คา่ บริการสงั คมหรือ ขนั้ ประเมินเพือ่ เพม่ิ คณุ คา่ บริการสงั คมและจิต
7. นกั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครูใชค้ าถามดงั ต่อไปนี้
นักเรียนสามารถนาความร้เู ก่ียวกับเร่ืองทเี่ รยี นไปใช้ประโยชน์ในสังคมได้อย่างไร
คาบที่ 3-4
ขั้นที่ 1 ขัน้ รวบรวมข้อมูล
9. ครใู ห้นักเรยี นดภู าพหลังจากนั้นใหน้ ักเรยี นร่วมกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครกู ระตนุ้ ให้นักเรียนใชค้ วามคดิ
ดว้ ยคาถามท้าทายดังนี้
นกั เรยี นดูภาพแล้วนึกถึงอะไรบ้าง ให้นักเรยี นช่วยตอบคาถาม เพื่อเชือ่ มโยงเขา้ สู่สาระการเรียนรู้ เขียน
บรรยายภาพ
2. นกั เรยี นรว่ มกนั ศกึ ษาการเขียนจนิ ตนาการจากภาพโดยครใู ช้คาถามตอ่ ไปน้ี
การเขียนจนิ ตนาการจากภาพนักเรยี นตอ้ งศกึ ษาองคป์ ระกอบใดบ้าง
นกั เรยี นมีวธิ ใี นการเขียนจินตนาการจากภาพอยา่ งไรบ้าง
* ในการตอบคาถามใหค้ รใู ช้ไมเ้ รียกเลขทีเ่ พื่อใหน้ ักเรียนตอบทลี ะคนโดยถามคาถามก่อนจะเรียกเลขท่ีเพ่ือกระตุ้น
ให้ทกุ คนไดค้ ิด
ขนั้ ท่ี 2 ขั้นคดิ วเิ คราะหแ์ ละสรุปความ
3. นักเรยี นรว่ มกนั วเิ คราะหว์ ่าการเขยี นจนิ ตนาการจากภาพตอ้ งมคี วามรู้เกย่ี วกับอะไรบ้าง โดยครใู ชค้ าถามดงั น้ี
การเขียนจนิ ตนาการจากภาพต้องคานึงถึงกับอะไรบา้ ง
4. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มที่ประเมนิ เพื่อเพิ่มคุณคา่ โดยครใู ชค้ าถามดังต่อไปน้ี
นกั เรียนสามารถนาความรูท้ ่ีไดร้ ับไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั ได้อยา่ งไร
ขน้ั ท่ี 3 ขน้ั ปฏบิ ัติและสรุปความรหู้ ลังการปฏิบัติ
4. นกั เรยี นเขียนจนิ ตนาการจากภาพ (ครผู ู้สอนอาจจะเลอื กภาพมาสักส่ีภาพหรอื ตามความเหมาะสม ให้นักเรยี นเลือก
เขยี นจินตนาการตามความสนใจ)
5. นักเรยี นร่วมกนั สรุปความรู้เกี่ยวกบั การเขียนจินตนาการจากภาพ ครูอธิบายเพ่ิมเตมิ เก่ียวกับการเขยี นบรรยายภาพ
ขนั้ ท่ี 4 ข้นั ส่อื สารและนาเสนอ
6. นักเรยี นนาเสนอผลงานการเขยี นจนิ ตนาการจากภาพ นักเรียนคนอืน่ สามารถแสดงความคดิ เหน็ เพิ่มเติมไดเ้ พ่ือเปน็
การแลกเปล่ียนความรู้
ขนั้ ท่ี 5 ประเมินเพือ่ เพ่ิมคณุ ค่าบรกิ ารสงั คมหรือ ขัน้ ประเมินเพอ่ื เพิ่มคณุ คา่ บรกิ ารสงั คมและจติ
9. นกั เรียนรว่ มกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ช้คาถามดงั ต่อไปนี้
นักเรยี นสามารถนาความรเู้ กี่ยวกับเรื่องท่ีเรยี นไปใชป้ ระโยชน์ในสงั คมได้อยา่ งไร
คาบที่ 5-6
ขั้นที่ 1 ขน้ั รวบรวมข้อมูล
1. ใหน้ ักเรยี นร่วมกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครูใชค้ าถามท้าทายดงั นี้
นกั เรยี นร้จู กั พยัญชนะควบกลา้ หรอื ไม่
นกั เรยี นสามารถยกตวั อยา่ งคาควบกล้าได้หรือไม่
2. นักเรยี นรว่ มกันศึกษาเร่ืองการเขียนพยัญชนะควบกลา้ และร่วมกันสนทนาโดยครูใช้คาถามดังนี้
การเรยี นเร่ืองพยญั ชนะควบกล้ามีประโยชนอ์ ยา่ งไร
* ในการตอบคาถามใหค้ รูใชไ้ ม้เรียกเลขที่เพ่อื ให้นักเรียนตอบทลี ะคนโดยถามคาถามก่อนจะเรียกเลขทเี่ พื่อกระตนุ้ ให้ทุก
คนได้คิด
ขั้นท่ี 2 ขนั้ คิดวิเคราะห์และสรปุ ความ
3. นักเรยี นรว่ มวเิ คราะหว์ ่าการเขียนคาที่มีพยญั ชนะควบกล้าจากบัตรคาบนกระดาน
4. เรียนแตล่ ะกลุม่ คดิ ประเมนิ เพ่อื เพ่มิ คุณค่าโดยครใู ชค้ าถามดงั ต่อไปนี้
นกั เรียนสามารถนาเร่ืองทเ่ี รียนไปใช้ประโยชน์ในชวี ติ ประจาวันไดอ้ ย่างไร
ขั้นท่ี 3 ข้นั ปฏิบัติและสรุปความรหู้ ลังการปฏบิ ตั ิ
5. นักเรียนเข้ากล่มุ ทากจิ กรรม คิดคาท่ีมพี ยัญชนะควบกล้า (นกั เรยี นแตล่ ะกลุม่ แขง่ ขนั กนั หาคาที่มพี ยัญชนะ
ควบกล้าใหไ้ ด้มากท่สี ดุ กลุม่ ไหนทีเ่ ขียนคาไดม้ ากทส่ี ดุ กลมุ่ น้นั เป็นฝ่ายชนะ ทั้งนีท้ ุกคนช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องของคาอีก
ครงั้ )
6. นกั เรยี นฝึกอ่านคาอักษรควบจากบัตรคา
7. นกั เรยี นร่วมกันสรปุ ความสาคญั ของการเขยี นพยญั ชนะควบกล้า ครูอธิบายเพ่ิมเติมเกยี่ วกบั การเขยี นพยัญชนะ
ควบกล้า
8. นกั เรียนทาแบบฝึกหดั
ขน้ั ที่ 4 ขั้นสื่อสารและนาเสนอ
9. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มนาเสนอผลงานหน้าชัน้ เรียนเพอ่ื นกลุ่มอื่นรว่ มกันแสดงความคิดเห็น
ขั้นท่ี 5 ประเมนิ เพื่อเพิ่มคณุ คา่ บรกิ ารสังคมหรือ ข้ันประเมนิ เพอ่ื เพม่ิ คณุ คา่ บริการสงั คมและจติ
10. นักเรียนรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครใู ช้คาถามดังตอ่ ไปนี้
- นักเรยี นสามารถนาความรู้เกีย่ วกบั เรือ่ งทเ่ี รยี นไปใช้ประโยชนใ์ นสงั คมไดอ้ ย่างไร
6. การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้ วธิ กี าร เครอื่ งมือ
การประเมนิ
-การตอบคาถาม -คาถาม
ด้านความรู้ (K) -ทาแบบฝกึ หดั - แบบฝึกหดั
ดา้ นทกั ษะและกระบวนการ (P) -ทักษะการอ่านในใจ -แบบประเมนิ การอ่านในใจ
-ทักษะการเขียน -แบบประเมนิ การเขียน
ด้านคุณธรรม จรยิ ธรรมและค่านยิ ม (A) -ทักษะการวเิ คราะห์ -คาถาม
-แบบฝกึ หดั
-สงั เกตพฤตกิ รรมในการร่วมกิจกรรม -แบบสังเกตพฤติกรรม
การทางานกลมุ่
-สังเกตพฤติกรรมความกระตือรือร้น
ในการร่วมกจิ กรรม
7. ส่อื /แหล่งการเรียนรู้
7.1 สอื่ การเรียนรู้
1. แบบฝกึ หัด
2. บัตรคา
3. หนงั สือเรยี นภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปีท่ี 3
4. แถบประโยค
5. รูปภาพ
8. กิจกรรมเสนอแนะ
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................
ลงชื่อ............................................ครผู สู้ อน ลงชื่อ...................................................ฝา่ ยวิชาการ
(........................................................) (.......................................................)
ลงช่ือ................................................... ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)
สัปดาห์ท่ี 15
โรงเรยี นขจรเกยี รตพิ ัฒนา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรยี นที่ 2 / …………… ช่ือผู้สอน ......................................................................
กล่มุ สาระ ภาษาไทย ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 3 จานวน ......6...... คาบ
หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 15 เร่ือง เล่นคาทาย
1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตวั ชี้วัด
มาตรฐานที่ ท 1.1ใช้กระบวนการอา่ นสรา้ งความร้แู ละความคดิ เพอื่ นาไปใชต้ ัดสินใจ แก้ปัญหาในการ
ดาเนินชวี ติ และมนี สิ ยั รักการอ่าน
ตัวช้วี ดั ท่ี ป 3/3ตงั้ คาถาม และตอบคาถาม เชิงเหตผุ ล เกีย่ วกบั เรอื่ งที่อ่าน
ตัวชี้วดั ที่ ป 3/4ลาดับเหตุการณ์และ คาดคะเนเหตกุ ารณ์จากเรอ่ื งท่อี า่ นโดย ระบเุ หตผุ ล ประกอบ
ตัวชี้วัดที่ ป 3/5สรปุ ความรแู้ ละขอ้ คดิ จากเรอ่ื งทอี่ ่านเพื่อนาไปใช้ในชีวติ ประจาวัน
ตัวชี้วดั ที่ ป 3/9มีมารยาทในการอา่ น
มาตรฐาน ท 2.1ใช้กระบวนการเขียนเขียนสือ่ สาร เขยี นเรียงความ ยอ่ ความ และเขยี นเร่อื งราวในรูปแบบ
ต่าง ๆ เขยี นรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศกึ ษาค้นคว้าอยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
ตัวช้วี ัดท่ี ป 3/2เขียนบรรยาย เกยี่ วกบั ส่งิ ใด สง่ิ หน่ึงไดอ้ ย่าง ชัดเจน
ตัวช้วี ดั ที่ ป 3/6มมี ารยาทในการเขียน
มาตรฐานที่ ท 1.1ใช้กระบวนการอ่านสรา้ งความรู้และความคดิ เพอ่ื นาไปใช้ตดั สนิ ใจแก้ปญั หาในการดาเนิน
ชีวติ และมีนิสัยรกั การอา่ น
ตัวชี้วัดท่ี ป 3/1อ่านออกเสยี งคา ข้อความ เรื่องสน้ั ๆ และบทร้อยกรองงา่ ย ๆ ได้ถูกต้องคลอ่ งแคล่ว
ตัวชี้วัดที่ ป 3/2อธบิ ายความหมายของคาและข้อความทอ่ี ่าน
มาตรฐานท่ี ท 4.1เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลยี่ นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา
ภูมปิ ัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัติของชาติ
ตัวชว้ี ัดท่ี ป 3/1เขยี นสะกดคาและบอกความหมายของคา
2. สาระสาคญั
การอา่ นจบั ใจความสาคัญ คอื การอ่านเพอ่ื จับใจความหรือข้อคิด ความคดิ สาคญั หลักของขอ้ ความหรือเร่ืองที่อา่ นการ
อา่ นจบั ใจความสาคัญถือเปน็ ทกั ษะสาคญั ทใี่ ช้ในการอา่ นเพื่อการสื่อสารมากท่ีสุดเพราะเป็นพ้ืนฐานสาคัญในการศึกษาหาความรู้
จงึ ควรฝกึ ฝนใหเ้ กดิ ความชานาญ
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธบิ ายความหมาย และหลักการอ่านจับใจความสาคัญ (K)
2. รู้และเขา้ ใจหลักการเขยี นบรรยาย(K)
3. อธบิ ายลักษณะของอกั ษรนา (K)
4. อ่านเร่ืองได้คล่องแคล่ว รวดเร็วและถกู ต้องตามอักขรวิธี (P)
5. แยกข้อเท็จจรงิ และข้อคิดเห็นจากเร่ืองทอี่ ่าน (P)
6. เขยี นบรรยายเกย่ี วกบั วนั รัฐธรรมนญู ได้ถูกต้องสรา้ งสรรค์ (P)
7. จาแนกอักษรนาและอา่ นออกเสียงไดถ้ ูกต้อง (P)
8. เห็นความสาคญั ของการอ่านและมารยาทในการอ่าน (A)
9. กระตือรอื รน้ ในการเข้ารว่ มกิจกรรม (A)
10. เหน็ ความสาคัญของอักษรนา (A)
4. สาระการเรียนรู้
สาระการเรียนรแู้ กนกลาง สาระการเรียนรู้ทอ้ งถ่นิ
การอ่านจับใจความบทอาขยาน การเขียนบรรยาย พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา
ภาพวันเข้าพรรษา มาตรากม
5. กิจกรรมการเรียนรู้
ขน้ั ที่ 1 ขน้ั รวบรวมข้อมูล คาบที่ 1-2
1. ดูและนักเรียนร่วมกันสนทนาโดยครูใชค้ าถามกระตุน้ ความคดิ ดงั นี้
นกั เรียนเคยเล่นปรศิ นาคาทายหรือไม่ ให้นักเรียนช่วยกันตอบเพ่ือโยงเขา้ สสู่ าระการเรียนรู้นกั เรียนทบทวน
เกีย่ วกบั การอา่ นจบั ใจความสาคัญโดยครใู ชค้ าถามดังน้ี
การเล่นปรศิ นาคาทายมปี ระโยชน์อย่างไร
* ในการตอบคาถามใหค้ รูใช้ไม้เรียกเลขท่ีเพื่อให้นักเรยี นตอบทลี ะคนโดยถามคาถามก่อนจะเรียกเลขท่เี พ่ือกระตนุ้ ให้ทกุ
คนไดค้ ิด
2. นกั เรียนเข้ากลุ่มศึกษาเรอื่ งเล่นคาทายโดยครูใช้คาถามดังตอ่ ไปนี้
ในเร่อื งเลน่ คาทายมตี ัวละครทส่ี าคญั ในการดาเนินเรื่องคือใคร
เหตกุ ารณ์เกิดขึน้ ทไี่ หน
เหตุการณ์ทส่ี าคัญดงั กล่าวเกิดขึ้นเม่ือไร
ขน้ั ท่ี 2 ข้ันคดิ วเิ คราะหแ์ ละสรปุ ความ
3. นักเรยี นแต่ละกลมุ่ รว่ มกนั วเิ คราะห์เก่ียวกับเร่อื งที่อ่านโดยครใู ชค้ าถามดงั นี้
คาทายให้ข้อคิดอะไรกบั นกั เรยี น
4. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มที่ประเมินเพ่ือเพ่ิมคุณคา่ โดยครใู ช้คาถามดงั ต่อไปน้ี
นกั เรยี นสามารถนาความร้ทู ่ีได้รับไปใชใ้ นชีวิตประจาวนั ได้อย่างไร
ขน้ั ที่ 3 ข้ันปฏบิ ัติและสรุปความร้หู ลังการปฏบิ ตั ิ
5. นักเรียนเข้ากลุ่มทากจิ กรรมการต้งั คาถามและตอบคาถามจากเรอื่ งท่ีอา่ น กลมุ่ ละ 5 ข้อ
กตกิ าในการตง้ั คาถาม คุณครูแบง่ จานวนหนา้ ทแี่ ตล่ ะกลมุ่ จะต้องรบั ผิดชอบในการตงั้ คาถาม เพ่ือ
ปอ้ งกันไมใ่ ห้การตง้ั คาถามของแต่ละกลุ่มซา้ กัน
6. นกั เรียนรว่ มกนั สรปุ ขอ้ คดิ ทไ่ี ด้จากการอ่าน
ขน้ั ท่ี 4 ขั้นสื่อสารและนาเสนอ
7. นักเรยี นแต่ละกลมุ่ นาเสนอคาถามหน้าชนั้ เรียน และให้เพื่อนตอบคาถาม
ขั้นที่ 5 ประเมนิ เพอื่ เพ่ิมคุณคา่ บรกิ ารสงั คมหรอื ขัน้ ประเมินเพอื่ เพม่ิ คุณคา่ บริการสังคมและจิต
8. นักเรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครูใชค้ าถามดังต่อไปนี้
นักเรยี นสามารถนาความรเู้ ก่ียวกับเรือ่ งทเี่ รียนไปใชป้ ระโยชน์ในสังคมได้อย่างไร
คาบท่ี 3-4
ข้ันท่ี 1 ขั้นรวบรวมข้อมูล
10. ครูใหน้ ักเรียนดูภาพวนั ตรุษจีนหลงั จากน้นั ให้นักเรยี นร่วมกันแสดงความคิดเหน็ โดยครูกระตุ้นให้นกั เรียนใช้
ความคิดดว้ ยคาถามท้าทายดังนี้
ถ้าพูดถงึ วันตรุษจนี นักเรียนนึกถงึ อะไร
นักเรียนเคยเข้าร่วมกิจกรรมวันตรษุ จนี หรือไม่ ให้นักเรยี นช่วยตอบคาถาม เพ่ือเชือ่ มโยงเขา้ สสู่ าระการเรยี นรู้
เขียนบรรยายภาพวันตรุษจีน
* ในการตอบคาถามใหค้ รใู ช้ไมเ้ รียกเลขทเ่ี พื่อให้นักเรียนตอบทลี ะคนโดยถามคาถามก่อนจะเรยี กเลขที่เพ่ือกระตุ้น
ใหท้ ุกคนได้คิด
2. นกั เรียนรว่ มกนั ศึกษาการเขียนบรรยายวนั ตรุษจนี โดยครใู ชค้ าถามดังน้ี
วนั ตรุษจนี มคี วามเปน็ มาอย่างไร
วนั ตรุษจีนมกี ิจกรรมสาคัญอะไรบ้าง
วันตรุษจีนมคี วามสาคัญอยา่ งไรกบั คนเช้ือสายจีน
นักเรยี นคนใดทมี่ ีเช้อื สายจีนบ้าง
นักเรยี นมีคาศัพท์ภาษาจีนใดบ้างทีจ่ ะนามาใชใ้ นการเขยี นบรรยายวนั ตรุษจีน
ขน้ั ที่ 2 ขัน้ คิดวเิ คราะหแ์ ละสรุปความ
2. นักเรยี นร่วมกันวิเคราะห์ว่าการเขยี นบรรยายภาพวนั ตรุษจีนต้องมคี วามรเู้ กีย่ วกับอะไรบา้ ง โดยครูใช้คาถามดังน้ี
การเขียนบรรยายภาพวนั ตรษุ จีนต้องคานึงเกีย่ วกับอะไรบา้ ง
3. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มที่ประเมินเพื่อเพิ่มคณุ ค่าโดยครใู ช้คาถามดังต่อไปนี้
นกั เรียนสามารถนาความรทู้ ่ีไดร้ ับไปใช้ในชีวิตประจาวนั ได้อย่างไร
ขั้นท่ี 3 ขน้ั ปฏิบตั แิ ละสรปุ ความรู้หลังการปฏิบตั ิ
4. นกั เรียนเขา้ กลมุ่ ทากจิ กรรมเขยี นแผนผงั มโนทัศน์ เขียนบรรยายวันตรุษจีน
5. นกั เรยี นร่วมกนั สรุปความรู้เกีย่ วกบั การเขยี นบรรยายภาพวนั ตรษุ จนี ครูอธิบายเพิ่มเติมเก่ยี วกับการเขยี นบรรยาย
ภาพวนั ตรษุ จนี
ขั้นท่ี 4 ข้ันสื่อสารและนาเสนอ
6. นกั เรยี นออกมาพูดถึงการเขยี นบรรยายภาพวนั ตรุษจีนนักเรยี นคนอื่นสามารถแสดงความคิดเห็นเพม่ิ เติมไดเ้ พ่ือเปน็
การแลกเปล่ียนความรู้
7. นกั เรียนรวบรวมผลงานการเขยี นบรรยายภาพวันตรษุ จีนจดั แสดงเปน็ ผลงานนักเรยี นเพ่ือให้เพื่อนได้ศกึ ษาและถือ
เป็นการแบ่งปันประสบการณ์การเขยี นบรรยายภาพวันเข้าพรรษา
ขน้ั ที่ 5 ประเมนิ เพอื่ เพ่ิมคุณค่าบรกิ ารสังคมหรอื ข้ันประเมินเพ่ือเพ่มิ คุณคา่ บริการสังคมและจติ
8. นักเรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครูใช้คาถามดังต่อไปนี้
นักเรียนสามารถนาความรเู้ ก่ียวกับเรื่องทเ่ี รยี นไปใช้ประโยชนใ์ นสังคมได้อย่างไร
คาบท่ี 5-6
ขัน้ ที่ 1 ขน้ั รวบรวมข้อมูล
1. ให้นกั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ช้คาถามท้าทายดงั นี้
นักเรียนรู้จักอักษรนาหรือไม่
นกั เรยี นสามารถยกตวั อย่างคาอักษรนาไดห้ รือไม่
2. นกั เรียนร่วมกันศึกษาเร่ืองการเขียนอักษรนาและรว่ มกนั สนทนาโดยครูใช้คาถามดังนี้
การเรยี นเร่อื งอักษรนามปี ระโยชน์อยา่ งไร
* ในการตอบคาถามให้ครใู ช้ไมเ้ รยี กเลขท่ีเพื่อให้นักเรยี นตอบทลี ะคนโดยถามคาถามกอ่ นจะเรียกเลขที่เพอ่ื
กระตนุ้ ให้ทุกคนได้คิด
ขั้นท่ี 2 ขน้ั คดิ วเิ คราะห์และสรุปความ
3. นักเรียนร่วมวเิ คราะห์วา่ การเขียนอกั ษรนาจากบตั รคาบนกระดาน
4. เรยี นแต่ละกลุม่ คิดประเมนิ เพ่อื เพม่ิ คุณค่าโดยครูใช้คาถามดังต่อไปน้ี
นักเรียนสามารถนาเรื่องท่ีเรยี นไปใชป้ ระโยชน์ในชวี ิตประจาวันได้อยา่ งไร
ขั้นที่ 3 ขั้นปฏิบตั แิ ละสรปุ ความรหู้ ลังการปฏบิ ตั ิ
5. นักเรียนเขา้ กล่มุ ทากจิ กรรม การคดิ คาอักษรนา (นักเรียนแตล่ ะกลุม่ แขง่ ขันกนั หาคาท่ีมีพยัญชนะควบกล้าให้ได้
มากที่สุด กลุ่มไหนที่เขยี นคาไดม้ ากท่สี ุดกลุ่มนั้นเปน็ ฝ่ายชนะ ทง้ั นท้ี ุกคนชว่ ยกันตรวจสอบความถกู ต้องของคาอกี ครั้ง)
6. นักเรียนฝึกหดั อักษรนาจากบตั รคา
7. นักเรยี นรว่ มกันสรปุ ความสาคัญของการเขยี นอักษรนา ครูอธิบายเพิ่มเติมเกยี่ วกับการเขยี นพยญั ชนะควบกลา้
ขัน้ ที่ 4 ขน้ั สอื่ สารและนาเสนอ
7. นักเรียนแต่ละกลุ่มนาเสนอผลงานหนา้ ชัน้ เรยี นเพ่ือนกลุ่มอนื่ ร่วมกันแสดงความคดิ เห็น
ขั้นท่ี 5 ประเมินเพอ่ื เพ่ิมคุณค่าบริการสงั คมหรอื ขั้นประเมนิ เพอ่ื เพ่ิมคณุ คา่ บริการสงั คมและจิต
9. นักเรียนรว่ มกันแสดงความคิดเห็นโดยครูใช้คาถามดังต่อไปนี้
- นักเรยี นสามารถนาความรูเ้ กีย่ วกับเรือ่ งทีเ่ รียนไปใช้ประโยชน์ในสงั คมไดอ้ ยา่ งไร
6. การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้ วธิ กี าร เครอ่ื งมือ
การประเมิน
-การตอบคาถาม -คาถาม
ด้านความรู้ (K) -ทาแบบฝกึ หัด - แบบฝกึ หดั
ดา้ นทักษะและกระบวนการ (P) -ทักษะการอ่านในใจ -แบบประเมินการอ่านในใจ
-ทกั ษะการเขียน -แบบประเมนิ การเขยี น
ด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรมและค่านิยม (A) -ทกั ษะการวเิ คราะห์ -คาถาม
-แบบฝึกหดั
-สงั เกตพฤติกรรมในการรว่ มกิจกรรม -แบบสงั เกตพฤติกรรม
การทางานกลุม่
-สังเกตพฤติกรรมความกระตือรอื รน้
ในการร่วมกจิ กรรม
7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
7.1 ส่อื การเรยี นรู้
1. แบบฝึกหัด
2. บัตรคา
3. หนงั สอื เรียนภาษาไทยชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 3
4. แถบประโยค
5. รูปภาพ
8. กิจกรรมเสนอแนะ
......................................................................................................................................................... ................................................
.........................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ............................................ครูผูส้ อน ลงช่อื ...................................................ฝ่ายวชิ าการ
(........................................................) (.......................................................)
ลงชอ่ื ................................................... ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)
สปั ดาห์ท่ี 16
โรงเรียนขจรเกยี รติพฒั นา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรียนที่ 2 / ………….. ชือ่ ผูส้ อน ...........................................................................
กลมุ่ สาระ ภาษาไทย ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 3 จานวน ......6...... คาบ
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 15 เรือ่ ง เลน่ คาทาย
1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวชี้วัด
มาตรฐานท่ี ท 1.1ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรู้และความคดิ เพอื่ นาไปใช้ตดั สินใจแก้ปัญหาในการดาเนินชวี ิตและ
มีนสิ ัยรักการอา่ น
ตัวชี้วัดที่ ป 3/1อา่ นออกเสียงคา ข้อความ เร่ืองสนั้ ๆ และบทรอ้ ยกรองง่าย ๆ ไดถ้ ูกต้องคลอ่ งแคลว่
ตวั ชว้ี ัดท่ี ป 3/2อธิบายความหมายของคาและข้อความทอ่ี ่าน
มาตรฐาน ท 2.1ใชก้ ระบวนการเขียนเขียนส่ือสาร เขยี นเรียงความ ยอ่ ความ และเขยี นเรอ่ื งราวในรูปแบบต่าง ๆ
เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ คว้าอย่างมีประสทิ ธภิ าพ
ตัวชวี้ ัดที่ ป 3/3เขยี นบนั ทกึ ประจาวนั
ตัวช้วี ดั ท่ี ป 3/6มีมารยาทในการเขียน
มาตรฐานที่ ท 4.1เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ยี นแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภมู ิ
ปัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบัติของชาติ
ตัวชว้ี ดั ที่ ป 3/1เขียนสะกดคาและบอกความหมายของคา
มาตรฐานที่ ท 5.1เข้าใจและแสดงความคดิ เห็นวจิ ารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอย่างเหน็ คณุ ค่าและนามา
ประยกุ ตใ์ ช้ในชีวติ จริง
ตัวชีว้ ดั ที่ ป 3/1ระบุข้อคิดที่ได้จากการอ่านหรือการฟงั วรรณกรรมสาหรับเด็กเพื่อนาไปใชใ้ นชวี ิตประจาวัน
ตวั ชว้ี ดั ที่ ป 3/2รอ้ งบทร้องเล่นสาหรบั เดก็ ในท้องถนิ่
2. สาระสาคญั
การอ่านจบั ใจความสาคัญ คือ การอา่ นเพ่อื จับใจความหรือขอ้ คิด ความคดิ สาคัญหลักของข้อความหรอื เรื่องท่ีอ่านการ
อา่ นจบั ใจความสาคัญถือเปน็ ทักษะสาคัญทใี่ ชใ้ นการอา่ นเพ่ือการส่ือสารมากทส่ี ุดเพราะเปน็ พื้นฐานสาคัญในการศึกษาหาความรู้
จงึ ควรฝึกฝนให้เกดิ ความชานาญ
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. ร้แู ละเขา้ ใจหลกั การอ่านจบั ใจความเพลงเพลงกล่อมเด็ก (K)
2. อธิบายหลกั การเขียนบนั ทกึ ประจาวัน (K)
3. อธบิ ายลกั ษณะของคาพ้องรูป (K)
4. อา่ นจับใจความเพลงกล่อมเด็กได้และตีความหมายอย่างถูกตอ้ งสร้างสรรค์ (P)
5. เขียนบนั ทึกประจาวนั (P)
6. อา่ นคาพ้องรูปได้ถกู ต้องตามความหมาย (P)
7. มคี วามกระตอื รือร้นในการเข้าร่วมกิจกรรม (A)
8. มคี วามสนใจในการเข้ารว่ มกิจกรรมการเรียนรู้ (A)
9. เห็นความสาคัญของคาพ้องรูป (A)
4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ทอ้ งถิ่น
พิจารณาตามหลักสตู รของสถานศกึ ษา
สาระการเรียนรู้แกนกลาง
จับใจความเพลงกล่อมเด็ก การเขียนบนั ทึก
ประจาวัน คาพอ้ งรูปและคาพ้องเสยี ง
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
คาบที่ 1-2
ขั้นท่ี 1 ข้ันรวบรวมข้อมูล
1. ดูและนักเรยี นรว่ มกนั สนทนาโดยครใู ชค้ าถามกระตุ้นความคดิ ดงั นี้
ถา้ พูดถึงคาว่า “เพลงกล่อมเด็ก” นกั เรียนนกึ ถึงอะไร
นักเรียนรูจ้ กั หรือเคยได้ยนิ เพลงกลอ่ มเด็กหรือไม่ ถ้ารจู้ กั สามารถรอ้ งเพลงนัน้ ใหเ้ พ่ือนๆ และครูฟงั ได้
หรือไม่ ให้นกั เรยี นชว่ ยกนั ตอบเพื่อโยงเขา้ สสู่ าระการเรยี นรนู้ กั เรียนทบทวนเกี่ยวกบั การอา่ นจับใจความสาคญั โดยครใู ชค้ าถาม
ดงั นี้
การอา่ นสรุปความคืออะไร
นักเรยี นใชท้ ักษะอะไรบา้ งในการอา่ นสรุปความ
2. นักเรยี นเข้ากลมุ่ ศึกษาเพลงกลอ่ มเด็กโดยใช้คาถามดังน้ี
การอา่ นจับใจความเพลงกล่อมเด็ก ต้องมีพนื้ ฐานความร้เู กี่ยวกบั เรอ่ื งอะไรบา้ ง
นักเรยี นใชท้ ักษะอะไรบา้ งในการอา่ นจบั ใจความเพลงกล่อมเดก็
* ในการตอบคาถามให้ครใู ชไ้ ม้เรยี กเลขทีเ่ พ่ือให้นักเรยี นตอบทลี ะคนโดยถามคาถามก่อนจะเรียกเลขทีเ่ พื่อกระตุ้น
ให้ทกุ คนได้คิด
ขนั้ ท่ี 2 ข้นั คดิ วเิ คราะห์และสรปุ ความ คร่าว
3. นกั เรียนรว่ มกนั วิเคราะห์ว่าการอา่ นจับใจเพลงกลอ่ มเด็กจะต้อง รู้เกยี่ วกับเรือ่ งอะไรบา้ งโดยเขยี นเป็นหัวขอ้
ๆ ดงั น้ี
ตั้งจุดมงุ่ หมายในการอา่ นใหช้ ัดเจน
อา่ นบทเพลงกล่อมเด็กอยา่ งครา่ วๆ พอเขา้ ใจ และเก็บใจความสาคัญของแตล่ ะย่อหน้า
เม่ืออ่านจบให้ต้ังคาถามตนเองวา่ บทเพลงกล่อมเดก็ ที่อ่าน มใี คร ทาอะไร ท่ไี หน เม่ือไหร่ อยา่ งไร
นาสง่ิ ที่สรปุ ไดม้ าเรยี บเรยี งใจความสาคัญใหมด่ ้วยสานวนของตนเองเพ่ือให้เกดิ ความสละสลวย
4. นักเรียนแต่ละกลุ่มทีป่ ระเมินเพื่อเพ่ิมคุณค่าโดยครใู ชค้ าถามดงั ต่อไปนี้
นกั เรียนสามารถนาความรู้ที่ไดร้ ับไปใช้ในชวี ติ ประจาวันได้อย่างไร
ขั้นที่ 3 ขั้นปฏิบตั แิ ละสรปุ ความรู้หลังการปฏิบตั ิ
5. นกั เรียนเข้ากลมุ่ ทากจิ กรรมการต้งั คาถามและตอบคาถามจากการอา่ นจบั ใจความเพลงกลอ่ มเด็ก
กติกาในการตัง้ คาถาม คณุ ครูแบง่ จานวนหนา้ ท่ีแต่ละกลมุ่ จะตอ้ งรบั ผดิ ชอบในการต้ังคาถาม เพ่ือป้องกนั ไม่ใหก้ ารตง้ั
คาถามของแตล่ ะกลมุ่ ซ้ากัน
6. นักเรยี นรว่ มกันสรุปข้อคดิ ทไี่ ด้จากการอา่ น
ขั้นที่ 4 ขน้ั ส่ือสารและนาเสนอ
7. นกั เรียนแต่ละกลุ่มนาเสนอคาถามหนา้ ช้ันเรียน และให้เพื่อนตอบคาถาม
ขั้นท่ี 5 ประเมินเพื่อเพิ่มคณุ ค่าบรกิ ารสงั คมหรอื ข้นั ประเมนิ เพื่อเพิม่ คุณคา่ บรกิ ารสังคมและจติ
8. นกั เรียนรว่ มกนั แสดงความคิดเห็นโดยครใู ช้คาถามดงั ต่อไปน้ี
นกั เรียนสามารถนาความร้เู กี่ยวกบั เรื่องทเี่ รยี นไปใชป้ ระโยชน์ในสงั คมได้อย่างไร
คาบที่ 3-4
ขน้ั ท่ี 1 ขน้ั รวบรวมข้อมูล
1. ให้นกั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครูใชค้ าถามท้าทายดงั นี้
· การเขียนบนั ทึกประจาวันมีประโยชนอ์ ย่างไร
· นกั เรยี นเคยเขยี นบันทึกประจาวันหรือไม่
2. นกั เรยี นเขา้ กลุ่มศึกษาเรอ่ื งการเขียนบันทึกประจาวันโดยครใู ชค้ าถามตอ่ ไปนี้
· หลกั ในการบันทึกประจาวนั มอี ะไรบ้าง
· นกั เรียนสามารถศึกษาหลกั สาคญั ในการเขยี นบนั ทึกประจาวนั ไดจ้ ากท่ีไหนบา้ ง
* ในการตอบคาถามใหค้ รูใชไ้ ม้เรียกเลขท่ีเพ่ือให้นกั เรยี นตอบทลี ะคนโดยถามคาถามก่อนจะเรยี กเลขที่เพื่อกระตุ้น
ให้ทกุ คนไดค้ ิด
ขัน้ ท่ี 2 ขน้ั คดิ วิเคราะหแ์ ละสรปุ ความ
3. นกั เรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวเิ คราะห์เก่ยี วกับการบันทึกประจาวันจากตัวอยา่ ง
4. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มที่ประเมนิ เพื่อเพิ่มคณุ คา่ โดยครใู ชค้ าถามดงั ต่อไปน้ี
· นกั เรยี นสามารถนาความรูท้ ่ไี ดร้ ับไปใชใ้ นชีวติ ประจาวันได้อย่างไร
ข้นั ท่ี 3 ขน้ั ปฏิบัติและสรปุ ความรหู้ ลังการปฏิบัติ
5. นกั เรียนเข้ากลุม่ ทากิจกรรมสรปุ ถงึ หลกั การเขยี นบันทึกประจาวนั หลังจากนน้ั ให้แตล่ ะกลมุ่ ส่งตัวแทนกลุ่มละ 1
คนออกมาพูดถึงหลักการเขียนบันทกึ ประจาวนั ตามทกี่ ลุ่มของตนเองไดส้ รปุ
6. ใหน้ ักเรยี นเขยี นบันทึกประจาวนั หลงั จากนั้นใหค้ รตู รวจสอบความถูกต้อง และให้คาแนะนา เพื่อให้นักเรยี น
นาไปประยุกตใ์ นการเขียนบนั ทกึ ประจาวันของตนเองให้ดีข้ึนต่อไป
ขน้ั ที่ 4 ขน้ั สื่อสารและนาเสนอ
7.นักเรียนแตล่ ะกลุ่มนาเสนอคาถามหน้าช้ันเรียน เพื่อนกลมุ่ อนื่ ร่วมกันแสดงความคิดเห็น
ขน้ั ท่ี 5 ประเมินเพอ่ื เพ่ิมคุณค่าบริการสังคมหรือ ข้ันประเมนิ เพ่อื เพม่ิ คุณคา่ บรกิ ารสังคมและจติ
8. นักเรยี นร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครใู ชค้ าถามดังต่อไปน้ี
· นกั เรียนสามารถนาความร้เู กย่ี วกบั เร่ืองที่เรยี นไปใช้ประโยชน์ในสังคมได้อยา่ งไร
คาบท่ี 5-6
ขั้นท่ี 1 ขน้ั รวบรวมข้อมูล
1. ครูติดแผนภูมิเรอ่ื งบนกระดานให้นักเรยี นอ่านในใจ 1 เทีย่ วและขออาสาสมัครอา่ นนาให้เพ่ือนๆอ่านตามดงั น้ี
เพลาเย็นวนั ศุกร์ พอ่ ขับรถยนต์พาแม่กับฉนั ไปบา้ นยา่ ซ่งึ เป็นบ้านไทยโบราณใต้ถนุ สงู มีเสาไมก้ ลมใหญ่
ฉนั มีความสุขมากท่ไี ด้ไปเท่ียวบา้ นย่า ฉันไปเล่นวา่ วปักเปา้ ทส่ี นามหญา้ หนา้ บา้ นยา่ กบั ดาเพ่ือนรักซึ่งมรี ูปรา่ งผอม
กรอด
ตืน่ เช้าวนั เสารห์ ลงั จากรับประทานอาหารเชา้ ท่ีมีรสชาติอร่อย ฉันกบั ดาไปวา่ ยนา้ เลน่ ท่ีคลองหลังบา้ น ใน
คลองมีปลาปักเปา้ มาก พ่อบอกใหร้ ะวงั ริมคลองมีต้นไม้ใหญ่ ดาชใี้ ห้ดูนกกรอดตัวเล็ก ๆ น่ารกั ฉันเลน่ สนุกกับดา
ท้งั วนั เพราะเพลารถยนต์ของพอ่ เสีย พ่อต้องรอใหช้ ่างมาซ่อมให้เสร็จก่อน
2. เมื่อนักเรียนอ่านข้อความแลว้ รว่ มกนั สนทนาโดยครใู ช้คาถามดังน้ี
นักเรียนสังเกตเหน็ อะไรในข้อความบ้าง
คาท่เี ขียนเหมือนกนั ในข้อความนักเรยี นอ่านออกเสียงเหมือนหรือตา่ งกันอย่างไร
3. นกั เรียนร่วมกนั ศึกษาคาพ้องรปู และคาพอ้ งเสียงโดยครูใชค้ าถามต่อไปน้ี
คาพ้องรปู และคาพ้องเสยี งคืออะไร
มวี ิธีการอา่ นคาพ้องรปู และคาพอ้ งเสยี งอยา่ งไร
มวี ิธีการแยกประเภทของคาพ้องรูปและคาพอ้ งเสยี งได้อยา่ งไร
ขั้นที่ 2 ขั้นคดิ วิเคราะห์และสรุปความ
4. นกั เรียนวิเคราะหแ์ ละเปรยี บเทียบความแตกตา่ งของ คาพ้องรปู และคาพ้องเสยี งจากบตั รคาบนกระดาน
5. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มท่ีประเมนิ เพ่ือเพิ่มคุณค่าโดยครูใชค้ าถามดังต่อไปน้ี
- นกั เรียนสามารถนาความรู้ทไ่ี ด้รบั ไปใช้ในชวี ติ ประจาวันไดอ้ ยา่ งไร
ขน้ั ที่ 3 ขนั้ ปฏิบตั ิและสรปุ ความรูห้ ลังการปฏบิ ัติ
6. นกั เรยี นเข้ากลมุ่ ทากิจกรรมหาคาพ้องรปู และคาพ้องเสยี งโดยครูกาหนดเวลา (ตามเวลาทเ่ี หมาะ
สม) และเมื่อหมดเวลากลุม่ ไหนเขียนได้มากทสี่ ดุ ใหถ้ ือว่าฝ่ายน้ันเป็นฝ่ายชนะ
7. ให้นกั เรยี นฝกึ อ่านคาบนกระดานของทุกกลุ่มทร่ี ่วมกนั คดิ และทุกคนร่วมกนั ใหค้ ะแนน โดย
ครตู รวจสอบความถูกต้อง
8. นักเรียนรว่ มกนั สรปุ เรอื่ งพอ้ งรูปและคาพ้องเสียง
9. นักเรยี นทาแบบฝึกหดั
ขน้ั ที่ 4 ขัน้ สื่อสารและนาเสนอ
10. นักเรยี นแต่ละกลมุ่ นาเสนอคาถามหนา้ ชั้นเรยี น เพื่อนกล่มุ อ่ืนรว่ มกันแสดงความคดิ เหน็
ขั้นท่ี 5 ประเมนิ เพื่อเพ่ิมคุณค่าบริการสงั คมหรือ ขัน้ ประเมินเพอ่ื เพม่ิ คณุ ค่าบรกิ ารสังคมและจติ
11. นกั เรยี นรว่ มกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ชค้ าถามดังต่อไปน้ี
นกั เรียนสามารถนาความรู้เกี่ยวกับเร่อื งท่ีเรียนไปใช้ประโยชน์ในสงั คมได้อย่างไร
3.3 คุณลกั ษณะท่ีพึงประสงค์: Attitude (A) ซอื่ สตั ยส์ ุจรติ มีวนิ ยั ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุง่ มัน่ ในการทางาน รักความเปน็
ไทย มีจิตสาธารณะ
6. การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้ วธิ ีการ เครอื่ งมอื
การประเมนิ
-การตอบคาถาม -คาถาม
ดา้ นความรู้ (K) -ทาแบบฝึกหดั - แบบฝึกหดั
ด้านทักษะและกระบวนการ (P) -ทักษะการอ่านในใจ -แบบประเมนิ การอ่านในใจ
-ทักษะการเขียน -แบบประเมินการเขียน
ดา้ นคณุ ธรรม จริยธรรมและค่านยิ ม (A) -ทกั ษะการวิเคราะห์ -คาถาม
-แบบฝกึ หัด
-สังเกตพฤตกิ รรมในการร่วมกิจกรรม -แบบสังเกตพฤติกรรม
การทางานกลมุ่
-สงั เกตพฤตกิ รรมความกระตือรือร้น
ในการร่วมกจิ กรรม
7. สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้
7.1 สื่อการเรยี นรู้
1. แบบฝกึ หัด
2. บตั รคา
3. หนงั สือเรยี นภาษาไทยชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 3
4. แถบประโยค
5. รปู ภาพ
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
.............................................................................................................................................................................. ...........................
.........................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ............................................ครผู สู้ อน ลงชื่อ...................................................ฝา่ ยวชิ าการ
(........................................................) (.......................................................)
ลงช่ือ................................................... ผบู้ ริหาร
(...........................................................)
สปั ดาหท์ ี่ 17
โรงเรียนขจรเกยี รติพัฒนา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรียนท่ี 2 / ………. ช่อื ผสู้ อน ...........................................................................
กล่มุ สาระ ภาษาไทย ช้ัน ประถมศกึ ษาปที ี่ 3 จานวน ......6...... คาบ
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 16 เรอ่ื ง บันทึกความหลัง
1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชีว้ ัด
มาตรฐานท่ี ท 1.1ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรูแ้ ละความคิดเพือ่ นาไปใช้ตดั สนิ ใจ แกป้ ัญหาในการดาเนนิ ชีวติ
และมีนสิ ัยรกั การอ่าน
ตัวชี้วดั ท่ี ป 3/3ตง้ั คาถาม และตอบคาถาม เชิงเหตผุ ล เกี่ยวกับเรือ่ งที่อ่าน
ตวั ชว้ี ดั ที่ ป 3/4ลาดับเหตุการณแ์ ละ คาดคะเนเหตกุ ารณจ์ ากเร่ืองทีอ่ า่ นโดย ระบุเหตผุ ล ประกอบ
ตวั ชวี้ ัดที่ ป 3/5สรปุ ความรแู้ ละขอ้ คดิ จากเรอ่ื งท่อี ่านเพ่ือนาไปใชใ้ นชีวิตประจาวัน
ตวั ช้วี ดั ที่ ป 3/9มีมารยาทในการอา่ น
มาตรฐาน ท 2.1ใชก้ ระบวนการเขยี นเขยี นส่ือสาร เขยี นเรยี งความ ย่อความ และเขยี นเรือ่ งราวในรปู แบบต่าง ๆ
เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ
ตวั ชีว้ ดั ท่ี ป 3/2เขยี นบรรยายเกยี่ วกับสง่ิ ใดส่งิ หน่ึงได้อย่างชัดเจน
ตวั ชี้วดั ท่ี ป 3/6มีมารยาทในการเขียน
มาตรฐานท่ี ท 4.1เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลยี่ นแปลงของภาษาและพลังของภาษา
ภมู ปิ ญั ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบตั ิของชาติ
ตัวชวี้ ดั ที่ ป 3/1เขียนสะกดคาและบอกความหมายของคา
2. สาระสาคัญ / ความคิดรวบยอด
การอ่านจับใจความสาคัญ คอื การอ่านเพอื่ จับใจความหรือข้อคิด ความคิดสาคญั หลักของขอ้ ความหรือเรื่องที่อา่ นการ
อา่ นจับใจความสาคัญถือเป็นทกั ษะสาคญั ที่ใช้ในการอ่านเพอ่ื การสอ่ื สารมากที่สดุ เพราะเปน็ พน้ื ฐานสาคญั ในการศึกษาหาความรู้
จึงควรฝึกฝนใหเ้ กดิ ความชานาญ
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
2. อธิบายความหมาย และหลักการอา่ นจับใจความสาคัญ (K)
3. เขา้ ใจลักษณะการเขยี นบรรยาย และสามารถอธบิ ายได้ (K)
4. เขา้ ใจลกั ษณะของเครอ่ื งหมายวรรคตอนและสามารถอธบิ ายได้ (K)
5. อ่านเรอื่ งได้คลอ่ งแคล่ว รวดเรว็ และถกู ต้องตามอักขรวธิ ี (P)
6. แยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเหน็ จากเรอ่ื งทีอ่ า่ น (P)
7. เขียนบรรยายสิ่งแวดลอ้ มในโรงเรยี น (P)
8. เขียนเคร่อื งหมายวรรคตอนไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง(P)
9. เหน็ ความสาคญั ของการอ่านและมารยาทในการอา่ น (A)
10.มคี วามตง้ั ใจในการเขียนบรรยาย (A)
11.มคี วามตงั้ ใจในการเขียนเครอ่ื งหมายวรรคตอน (A)
4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรียนรู้ท้องถน่ิ
พจิ ารณาตามหลักสูตรของสถานศกึ ษา
สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
การอ่านจับใจความบันทึกความหลงั การเขยี น
บรรยายเรอ่ื งโรงเรียนของฉนั เครอ่ื งหมายวรรคตอน
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
คาบที่ 1-2
ข้ันที่ 1 ขั้นรวบรวมข้อมูล
8. ดูและนกั เรยี นร่วมกนั สนทนาโดยครใู ชค้ าถามกระตุ้นความคดิ ดังน้ี
ถา้ พูดถงึ คาว่า การเขยี นบนั ทึก นักเรยี นนึกถงึ อะไร
นกั เรยี นเคยเขยี นบันทกึ ประจาวันหรือไดอารีบ่ ้างหรือไม่ ให้นักเรียนช่วยกันตอบเพ่อื โยงเขา้ ส่สู าระการ
เรียนรู้นักเรียนทบทวนเกยี่ วกับการอ่านจับใจความสาคัญโดยครใู ชค้ าถามดังนี้
การอ่านสรปุ ใจความคืออะไร
นกั เรยี นใชท้ กั ษะอะไรบ้างในการอ่านสรุปใจความ
* ในการตอบคาถามให้ครูใช้ไมเ้ รยี กเลขท่ีเพื่อให้นกั เรยี นตอบทีละคนโดยถามคาถามก่อนจะเรยี กเลขทเ่ี พ่ือ
กระตุน้ ให้ทุกคนได้คดิ
2. นักเรียนเข้ากลมุ่ ศึกษาเร่อื งบนั ทกึ ความหลังโดยครใู ชค้ าถามดงั ต่อไปน้ี
ในเรอ่ื งคิดไปรู้ไปมตี ัวละครท่ีสาคัญในการดาเนินเรื่องคือใคร
เหตุการณ์เกิดขึน้ ท่ีไหน
เหตกุ ารณ์ท่สี าคัญดงั กลา่ วเกิดขึน้ เมื่อไร
ขั้นที่ 2 ขั้นคิดวเิ คราะหแ์ ละสรปุ ความ
3. นกั เรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะหเ์ ก่ยี วกับเรือ่ งท่อี า่ นโดยครใู ชค้ าถามดังนี้
ตัวละครสาคัญในเรื่องมใี ครบ้าง แต่ละตวั มนี ิสัยอย่างไร
จากเร่ืองที่อ่านนักเรียนไดข้ ้อคิดอะไรบ้าง
4. นักเรียนแต่ละกลุ่มทป่ี ระเมินเพ่ือเพ่ิมคณุ คา่ โดยครใู ชค้ าถามดังต่อไปนี้
นกั เรียนสามารถนาความรทู้ ่ีไดร้ บั ไปใช้ในชวี ิตประจาวันได้อยา่ งไร
ขน้ั ท่ี 3 ขน้ั ปฏิบัติและสรปุ ความรูห้ ลังการปฏิบัติ
5. นักเรียนเขา้ กลุม่ ทากจิ กรรมการตง้ั คาถามและตอบคาถามจากเรอื่ งท่ีอา่ น กลุ่มละ 5 ข้อ
กตกิ าในการตั้งคาถาม คณุ ครูแบง่ จานวนหนา้ ที่แตล่ ะกลุ่มจะตอ้ งรบั ผดิ ชอบในการตงั้ คาถาม เพื่อปอ้ งกันไม่ให้การตัง้
คาถามของแตล่ ะกล่มุ ซา้ กนั
6. นักเรยี นรว่ มกันสรุปข้อคิดที่ไดจ้ ากการอ่าน
ขัน้ ท่ี 4 ขั้นสื่อสารและนาเสนอ
7. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มนาเสนอคาถามหนา้ ช้ันเรียน และให้เพ่ือนตอบคาถาม
ขน้ั ท่ี 5 ประเมินเพอ่ื เพ่ิมคุณค่าบริการสังคมหรอื ขัน้ ประเมินเพ่ือเพ่ิมคณุ ค่าบริการสังคมและจิต
8. นกั เรยี นร่วมกนั แสดงความคิดเห็นโดยครใู ชค้ าถามดงั ต่อไปนี้
นกั เรยี นสามารถนาความรเู้ ก่ียวกบั เร่อื งท่ีเรยี นไปใช้ประโยชน์ในสงั คมได้อยา่ งไร
คาบที่ 3-4
ขั้นที่ 1 ข้ันรวบรวมข้อมูล
11. ครใู หน้ ักเรียนดูภาพบรรยากาศโรงเรยี นหลงั จากนัน้ ใหน้ กั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครกู ระตนุ้ ให้
นกั เรียนใชค้ วามคิดดว้ ยคาถามทา้ ทายดังน้ี
ถ้าพดู ถงึ โรงเรยี นนักเรยี นนึกถงึ อะไร ใหน้ ักเรยี นชว่ ยตอบคาถามและแสดงความคิดเหน็ เพอ่ื เช่ือมโยงเข้าสู่
สาระการเรยี นรู้ การเขยี นบรรยายเรอื่ งโรงเรียนของฉัน
2. นกั เรียนร่วมกนั ศึกษาการเขยี นบรรยายโดยใชค้ าถามดงั น้ี
หลกั ในการเขยี นบรรยายมีอะไรบา้ ง
* ในการตอบคาถามให้ครูใช้ไมเ้ รยี กเลขทเ่ี พ่ือให้นักเรียนตอบทลี ะคนโดยถามคาถามก่อนจะเรียกเลขท่ีเพ่ือกระตนุ้
ให้ทุกคนไดค้ ิด
ขั้นท่ี 2 ขั้นคิดวิเคราะหแ์ ละสรปุ ความ
2. นักเรยี นรว่ มกนั วเิ คราะหว์ ่าการเขยี นบรรยายภาพเรอ่ื งโรงเรียนของฉนั ต้องมคี วามรเู้ กี่ยวกบั อะไรบ้าง โดยครูใช้
คาถามดงั นี้
ผู้บริหารของโรงเรยี นคือใคร
โรงเรยี นของนักเรียนตัง้ อยู่ทีไ่ หน
ดอกไมป้ ระจาโรงเรยี นคือดอกอะไร
ปรชั ญาของโรงเรยี นคืออะไร
วสิ ัยทัศน์ของโรงเรยี นมวี า่ อย่างไร
ฯลฯ
3. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มทีป่ ระเมนิ เพ่ือเพิ่มคุณค่าโดยครใู ช้คาถามดังต่อไปน้ี
นกั เรยี นสามารถนาความร้ทู ี่ได้รับไปใชใ้ นชวี ิตประจาวนั ได้อยา่ งไร
ขน้ั ท่ี 3 ขั้นปฏบิ ัตแิ ละสรปุ ความรหู้ ลังการปฏบิ ัติ
4. นักเรียนเข้ากลุม่ ทากจิ กรรมเขียนแผนผงั มโนทัศน์ เขยี นบรรยายเรือ่ งโรงเรียนของฉัน
5. นกั เรยี นรว่ มกันสรุปความรู้เก่ียวกับการเขยี นบรรยายภเรื่องโรงเรยี นของฉัน และครอู ธิบายเพ่ิมเติม
ข้นั ที่ 4 ข้นั ส่อื สารและนาเสนอ
6. นกั เรียนออกมาพูดถึงการเขียนเรอ่ื งโรงเรยี นของฉัน นักเรียนคนอ่ืนสามารถแสดงความคดิ เห็นเพิ่มเติมได้เพ่อื เป็น
การแลกเปลี่ยนความรู้
ข้นั ที่ 5 ประเมินเพื่อเพิ่มคณุ คา่ บริการสงั คมหรือ ขัน้ ประเมนิ เพอื่ เพม่ิ คณุ คา่ บริการสงั คมและจิต
7. นกั เรียนร่วมกันแสดงความคิดเหน็ โดยครูใชค้ าถามดังต่อไปน้ี
นักเรยี นสามารถนาความร้เู กี่ยวกบั เรื่องทเ่ี รียนไปใชป้ ระโยชน์ในสงั คมได้อยา่ งไร
คาบท่ี 5-6
ขั้นท่ี 1 ข้ันรวบรวมข้อมูล
1. นกั เรยี นดูเคร่ืองหมายวรรคตอนที่ครนู ามาแสดงแล้วร่วมกันสนทนาโดยครใู ชค้ าถามดังน้ี
เครือ่ งหมายท่ีนกั เรียนดูเรยี กวา่ อะไร
นกั เรียนเคยเห็นเคร่ืองหมายเหล่าน้หี รือไม่
2. นักเรยี นร่วมกันศึกษา เคร่อื งหมายวรรคตอนและร่วมสนทนาโดยครูใชค้ าถามดังน้ี
การเรยี นรูเ้ ร่อื งเครอ่ื งหมายวรรคตอนมีประโยชน์อยา่ งไร
เราจะหาความรูเ้ รื่องเคร่ืองหมายวรรคตอนไดจ้ ากแหล่งข้อมลู ใดบ้าง
* ในการตอบคาถามให้ครใู ช้ไมเ้ รียกเลขท่เี พื่อให้นกั เรียนตอบทลี ะคนโดยถามคาถามก่อนจะ
เรยี กเลขทีเ่ พือ่ กระตนุ้ ให้ทุกคนไดค้ ิด
ข้นั ท่ี 2 ขั้นคิดวิเคราะห์และสรุปความ
4. นกั เรยี นอา่ นประโยคจากแถบประโยคต่อไปนี้ และรว่ มกนั วเิ คราะหว์ า่ เครอ่ื งหมายวรรคตอนที่
เห็นอยู่ในแถบประโยคเรียกวา่ อะไรและมีวธิ กี ารใช้อยา่ งไร
มีชายคนหนึ่งตะโกนรอ้ งว่าไฟไหมๆ้
คุณพ่อพาฉันไปเที่ยวท่ีกรุงเทพฯ
คณุ ยายอยู่บา้ นเลขท่ี 89 / 69
นอ้ งฉนั เรียนอยู่ช้นั ป.1
แม่บอกว่า “รกั ลกู ทุกคนจะ้ ”
ไชโย! ฉนั ทาได้แล้ว
ฉนั เคยไปเที่ยวกรุงเกา่ (กรงุ ศรีอยธุ ยา)
คุณนา้ บอกวา่ เคยอยทู่ ีต่ ่างประเทศ 12-13 ปี
เดก็ ๆช่วยกนั หิ้ว มะขาม กระเทยี ม หัวหอม
ฯลฯ
คุณครูพาพวกเราไปเท่ียวอุทยานประวตั ศิ าสตร์ ซึง่ ถอื ว่าเป็นมรดกทางวฒั นธรรมของโลก
5. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มที่ประเมินเพ่ือเพิ่มคณุ ค่าโดยครูใช้คาถามดงั ต่อไปน้ี
นกั เรียนสามารถนาความรทู้ ี่ไดร้ บั ไปใช้ในชีวิตประจาวนั ได้อย่างไร
ข้ันที่ 3 ขั้นปฏบิ ตั ิและสรปุ ความรูห้ ลังการปฏิบัติ
6. นกั เรียนเขา้ กลมุ่ ทากจิ กรรมประโยคโดยบังคับใช้เครื่องหมายวรรคตอน มา 10 ประโยค โดยใช้เครื่องหมายวรรค
ตอนท่ตี ่างกนั (อยา่ งน้อย 10 เคร่ืองหมาย)
7. ให้นกั เรยี นฝกึ อ่านประโยคบนกระดานของทุกกลุม่ ทรี่ ่วมกนั คดิ และทุกคนร่วมกันให้คะแนน โดยครตู รวจสอบ
ความถกู ตอ้ ง
8. นกั เรียนรว่ มกนั สรปุ เครื่องหมายวรรคตอน
ขนั้ ท่ี 4 ขนั้ ส่ือสารและนาเสนอ
9. นักเรียนแต่ละกลุ่มนาเสนอเคร่ืองหมายวรรคตอนหน้าช้ันเรียน เพอื่ นกลุ่มอนื่ ร่วมกันแสดงความคิดเห็น
ขัน้ ท่ี 5 ประเมินเพ่ือเพ่ิมคณุ คา่ บรกิ ารสงั คมหรอื ขัน้ ประเมินเพื่อเพิม่ คณุ คา่ บริการสังคมและจิต
10. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นโดยครูใชค้ าถามดังต่อไปน้ี
นักเรยี นสามารถนาความร้เู กี่ยวกบั เร่ืองทเี่ รียนไปใชป้ ระโยชน์ในสังคมได้อย่างไร
6. การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้ วิธีการ เคร่อื งมือ
การประเมิน
-การตอบคาถาม -คาถาม
ดา้ นความรู้ (K) -ทาแบบฝึกหดั - แบบฝึกหัด
ด้านทกั ษะและกระบวนการ (P) -ทกั ษะการอา่ นในใจ -แบบประเมินการอ่านในใจ
-ทักษะการเขยี น -แบบประเมนิ การเขียน
ด้านคณุ ธรรม จริยธรรมและค่านยิ ม (A) -ทกั ษะการวเิ คราะห์ -คาถาม
-แบบฝึกหัด
-สังเกตพฤตกิ รรมในการร่วมกิจกรรม -แบบสังเกตพฤติกรรม
การทางานกล่มุ
-สังเกตพฤติกรรมความกระตือรือร้น
ในการร่วมกิจกรรม
7. สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้
7.1 สือ่ การเรียนรู้
1. แบบฝกึ หัด
2. บัตรคา
3. หนังสอื เรยี นภาษาไทยชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 3
4. แถบประโยค
5. รูปภาพ
8. กิจกรรมเสนอแนะ
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................
ลงชื่อ............................................ครผู สู้ อน ลงชื่อ...................................................ฝา่ ยวชิ าการ
(........................................................) (..................................................... ..)
ลงชอื่ ................................................... ผ้บู รหิ าร
(...........................................................)
สัปดาห์ท่ี 18
โรงเรียนขจรเกยี รติพัฒนา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรยี นท่ี 2 / …………. ชอ่ื ผสู้ อน ...........................................................................
กลุ่มสาระ ภาษาไทย ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 3 จานวน ......6...... คาบ
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 16 เรือ่ ง บนั ทึกความหลัง
1. มาตรฐานการเรียนรู้ :
มาตรฐานท่ี ท 1.1ใช้กระบวนการอา่ นสร้างความร้แู ละความคดิ เพือ่ นาไปใชต้ ัดสนิ ใจ แกป้ ัญหาในการดาเนนิ ชีวติ
และมนี ิสัยรกั การอ่าน
ตัวชี้วดั ท่ี ป 3/1อา่ นออกเสยี งคา ข้อความ เรื่องสั้น ๆ และบทร้อยกรองง่าย ๆ ไดถ้ ูกต้องคล่องแคลว่
ตัวชวี้ ดั ที่ ป 3/2อธิบายความหมายของคาและข้อความทีอ่ ่าน
ตัวชีว้ ดั ที่ ป 3/4 ลาดบั เหตกุ ารณแ์ ละ คาดคะเนเหตุการณ์จากเรอ่ื งทอ่ี ่านโดย ระบุเหตผุ ล ประกอบ
ตวั ชว้ี ดั ที่ ป 3/5สรุปความรแู้ ละขอ้ คิดจากเรอ่ื งท่ีอา่ นเพื่อนาไปใช้ในชวี ิตประจาวนั
มาตรฐาน ท 2.1ใชก้ ระบวนการเขยี นเขียนสอื่ สาร เขียนเรยี งความ ย่อความ และเขียนเร่อื งราวในรปู แบบต่าง ๆ
เขียนรายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ คว้าอยา่ งมีประสิทธิภาพ
ตัวชว้ี ัดท่ี ป 3/3เขียนบันทึกประจาวัน
ตัวช้วี ดั ท่ี ป 3/6มีมารยาทในการเขยี น
มาตรฐานท่ี ท 4.1เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภูมิ
ปัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบัตขิ องชาติ
ตัวชีว้ ดั ที่ ป 3/1เขยี นสะกดคาและบอกความหมายของคา
2. สาระสาคญั
การอ่านจบั ใจความสาคัญ คอื การอา่ นเพอ่ื จบั ใจความหรือข้อคิด ความคิดสาคัญหลกั ของข้อความหรอื เร่ืองท่ีอา่ นการ
อ่านจับใจความสาคญั ถือเป็นทกั ษะสาคญั ทใี่ ชใ้ นการอ่านเพื่อการสือ่ สารมากท่สี ุดเพราะเปน็ พ้นื ฐานสาคญั ในการศึกษาหาความรู้
จึงควรฝึกฝนให้เกิดความชานาญ
3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. เขา้ ใจหลกั การอา่ นจบั ใจความข่าวและสามารถอธิบายได้ (K)
2. อธิบายหลกั การเขียนบนั ทึกประจาวนั (K)
3. บอกลกั ษณะของคาทม่ี ีตวั การันต์ (K)
4. สามารถอา่ นจับใจความขา่ วและสามารถเล่าประเดน็ สาคัญของขา่ วไดอ้ ย่างถกู ต้องสร้างสรรค์ (P)
5. เขยี นบนั ทกึ ประจาวนั (P)
6. จาแนกคาทีม่ ีตัวการนั ต์ (P)
7. มีความตัง้ ใจในการอ่านจับใจความขา่ ว (A)
8. มคี วามสนใจในการเขา้ ร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ (A)
9. กระตือรอื ร้นในการรว่ มกจิ กรรม (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง สาระการเรียนร้ทู ้องถน่ิ
การอ่านจับใจความคิดไปรู้ไป การเขียนคัดลายมือ พจิ ารณาตามหลกั สูตรของสถานศกึ ษา
มาตรากง
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
คาบที่ 1-2
ข้ันที่ 1 ข้นั รวบรวมข้อมูล
1. นกั เรยี นดูตัวอย่างข่าวแล้วรว่ มกนั สนทนาโดยครูใช้คาถามดงั นี้
เอกสารท่ีนักเรียนดูเรยี กว่าอะไร
นกั เรียนเคยเหน็ เอกสารนี้หรือไม่
2. นักเรียนร่วมกันศึกษาเร่อื ง การอ่านจบั ใจความข่าว แล้วรว่ มสนทนาโดยครใู ชค้ าถามดังนี้
การอา่ นจบั ใจความข่าวมปี ระโยชน์อยา่ งไร
การอ่านจบั ใจความข่าวตอ้ งมีความร้เู ร่อื งใดบา้ ง
* ในการตอบคาถามให้ครูใช้ไมเ้ รยี กเลขท่ีเพ่ือใหน้ กั เรยี นตอบทีละคนโดยถามคาถามก่อนจะ
เรียกเลขทเ่ี พอ่ื กระตนุ้ ให้ทุกคนไดค้ ิด
ขน้ั ที่ 2 ขั้นคิดวิเคราะหแ์ ละสรปุ ความ
3. นักเรียนรว่ มกันวิเคราะหว์ ่าการอ่านจับใจความข่าวจะต้องคานึงถึงเรื่องใดบ้าง โดยเขียนเปน็ กรอบความคิดดังนี้
ต้งั จุดหมายในการอ่านให้ชัดเจน
อ่านเรอ่ื งราวอย่างคร่าวๆพอเข้าใจ และเกบ็ ใจความสาคญั ของแตล่ ะ ยอ่ หน้า
เมื่ออา่ นจบใหต้ ้งั คาถามตนเองว่า เรอื่ งที่อ่าน มีใคร ทาอะไร ที่ไหน เม่อื ไหร่ อยา่ งไร
นาสง่ิ ทสี่ รุปไดม้ าเรียบเรียงใจความสาคัญใหม่ดว้ ยสานวนของตนเองเพ่ือให้เกิดความสละสลวย
4. นักเรียนแต่ละกลุ่มท่ปี ระเมินเพ่ือเพิ่มคณุ คา่ โดยครใู ชค้ าถามดังต่อไปนี้
นกั เรยี นสามารถนาความรทู้ ี่ไดร้ บั ไปใช้ในชวี ติ ประจาวันได้อย่างไร
ขั้นท่ี 3 ขั้นปฏิบตั แิ ละสรปุ ความรหู้ ลังการปฏิบตั ิ
5. นกั เรยี นเขา้ กล่มุ ทากจิ กรรมการอ่านจับใจความขา่ วจากท่คี รแู จกให้
6. นกั เรียนรว่ มกนั สรปุ ความสาคัญของการอา่ นจับใจความข่าว ครอู ธิบายเพิ่มเตมิ เก่ยี วกับการอ่านจับใจความข่าว
ขั้นท่ี 4 ขัน้ สื่อสารและนาเสนอ
7. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มนาเสนอผลงานหน้าชนั้ เรียนเพ่ือนกลุ่มอ่นื รว่ มแสดงความคิดเหน็
ขั้นท่ี 5 ประเมนิ เพื่อเพิ่มคณุ ค่าบรกิ ารสงั คมหรอื ข้นั ประเมนิ เพ่อื เพม่ิ คณุ คา่ บริการสังคมและจิต
8. นกั เรียนรว่ มกนั แสดงความคดิ เห็นโดยครูใชค้ าถามดังต่อไปนี้
นักเรียนสามารถนาความรู้เก่ียวกบั เร่อื งทเ่ี รียนไปใชป้ ระโยชนใ์ นสงั คมได้อย่างไร
คาบที่ 3-4
ข้ันท่ี 1 ขนั้ รวบรวมข้อมูล
1. ให้นกั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครใู ช้คาถามทา้ ทายดงั น้ี
- การเขยี นบนั ทึกประจาวันมีประโยชนอ์ ย่างไร
- นักเรยี นเคยเขียนบนั ทึกประจาวันหรือไม่
2. นกั เรยี นรว่ มกันศกึ ษาการเขียนบนั ทกึ ประจาวนั โดยครูใชค้ าถามดงั นี้
- หลกั ในการบนั ทึกประจาวนั มอี ะไรบ้าง
- นักเรียนสามารถศึกษาหลักสาคญั ในการเขียนบนั ทกึ ประจาวันได้จากท่ีไหนบ้าง
* ในการตอบคาถามใหค้ รูใชไ้ มเ้ รียกเลขท่เี พ่ือใหน้ กั เรยี นตอบทลี ะคนโดยถามคาถามก่อนจะเรยี กเลขท่ีเพื่อกระตุ้น
ใหท้ กุ คนไดค้ ิด
ขน้ั ท่ี 2 ข้ันคิดวเิ คราะหแ์ ละสรปุ ความ
3. นักเรยี นแต่ละกลมุ่ ร่วมกนั วเิ คราะหเ์ ก่ยี วกับการเขียนบันทกึ ประจาวนั จากตัวอย่าง
4. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มทป่ี ระเมนิ เพ่ือเพิ่มคุณคา่ โดยครใู ชค้ าถามดงั ต่อไปนี้
- นกั เรียนสามารถนาความรู้ทีไ่ ดร้ บั ไปใช้ในชวี ิตประจาวนั ได้อยา่ งไร
ขัน้ ท่ี 3 ขั้นปฏิบัตแิ ละสรุปความรหู้ ลังการปฏิบัติ
5. ใหน้ กั เรียนเขียนบันทึกประจาวัน หลงั จากน้ันใหค้ รตู รวจสอบความถูกต้อง และใหค้ าแนะนา เพื่อให้นักเรียน
นาไปประยุกตใ์ นการเขียนบันทึกประจาวันของตนเองให้ดขี ึ้นต่อไป
6. นักเรียนเขา้ กลมุ่ ทากิจกรรมสรปุ ถงึ หลักการเขียนบนั ทึกประจาวนั หลังจากนั้นให้แตล่ ะกลมุ่ สง่ ตวั แทนกลุ่มละ 1
คนออกมาพูดถึงหลักการเขียนบนั ทึกประจาวนั ตามทกี่ ลุ่มของตนเองได้สรุป
ขั้นท่ี 4 ขน้ั สอื่ สารและนาเสนอ
7. นกั เรียนแต่ละกลุ่มนาเสนอคาถามหนา้ ชั้นเรียน เพ่ือนกลมุ่ อื่นร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็
ขัน้ ที่ 5 ประเมนิ เพื่อเพ่ิมคณุ ค่าบรกิ ารสังคมหรอื ขั้นประเมินเพ่ือเพิ่มคณุ คา่ บริการสังคมและจติ
8. นักเรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ช้คาถามดังต่อไปนี้
- นักเรยี นสามารถนาความรู้เกีย่ วกับเรื่องท่เี รยี นไปใช้ประโยชน์ในสงั คมได้อยา่ งไร
คาบท่ี 5-6
ขัน้ ที่ 1 ขั้นรวบรวมข้อมูล
1. เรยี นร่วมกนั แสดงความคิดเห็นเก่ยี วกับตวั การันต์ โดยเลน่ เกมดังน้ี
ใหน้ กั เรยี นเล่น “ลมเพ ลมพัด” โดยให้นกั เรยี นเขา้ แถววงกลม หันหนา้ เข้าหากนั ครูพูดว่า “ลมเพ ลมพัด” นกั เรียน
ถามว่า “พัดอะไร” ครตู อบว่า “พดั คนทช่ี ือ่ มตี วั การนั ต์” นักเรยี นทีช่ อื่ มีตัวการนั ตใ์ หว้ ิ่งสลับท่ีกัน เมือ่ ครเู ป่านกหวีด ใครสลบั ที่
ไมไ่ ด้ใหอ้ อกมายนื กลางวงเป็นคนทาหนา้ ที่ดาเนินกจิ กรรมแทนครโู ดยเริม่ ตง้ั แต่ “ลมเพ ลมพดั ” แลว้ เปลย่ี นเปน็ “พดั คนท่ี
นามสกลุ มตี ัวการันต์” หรือ “ทักคนทีม่ ีชอ่ื น์, ต์, หรอื ย์” เป็นต้น แลว้ รว่ มกันสนทนาโดยใช้คาถามดังนี้
พยัญชนะตัวใดบ้างทใี่ ชเ้ ปน็ ตัวการันต์
2. นกั เรยี นศกึ ษาเรอื่ งตัวการนั ตแ์ ละรว่ มสนทนาโดยครูใชค้ าถามดังนี้
อกั ษรการนั ต์หมายถงึ อะไร
อักษรการนั ต์มีวิธีการอา่ นอยา่ งไร
อักษรการันต์มีกีล่ กั ษณะ
ขั้นท่ี 2 ขัน้ คิดวิเคราะหแ์ ละสรุปความ
3. นกั เรียนสงั เกตบตั รคาบนกระดานและออกมาเติมตัวการนั ต์ เชน่
จนั ……. ศุก……. ทกุ ……. ศาส…….รถยน……. ภาพยน…….
ใหท้ กุ คนชว่ ยกนั พิจารณาความถูกต้องของตวั การนั ต์
4. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มทีป่ ระเมินเพอื่ เพ่มิ คณุ ค่าโดยครใู ชค้ าถามดงั ตอ่ ไปน้ี
- นักเรยี นสามารถนาความรูท้ ่ีไดร้ ับไปใชใ้ นชวี ิตประจาวนั ได้อย่างไร
ขน้ั ที่ 3 ขน้ั ปฏบิ ตั ิและสรุปความรู้หลังการปฏบิ ัติ
5. นักเรยี นเล่นเกมโดยทิศทางที่มตี วั การันต์เช่น ต์ ย์ ข์ ตร์ ว์ ทร์ โดยใช้ไม้เรียกเลขที่เรยี กช่ือนักเรียนตอบที
ละคน ครูเขียนคาตอบของนกั เรียนบนกระดานดาแล้วอา่ นออกเสยี งพร้อมกัน ให้ทุกคนช่วยกนั พิจารณาความถกู ต้องของตวั
การันต์
6. เชิญเขา้ กลุ่มทากจิ กรรมคดิ คาที่มตี ัวการันต์ โดยส่งตัวแทนออกมาจับฉลากตวั การันต์
7. นักเรยี นฝึกอา่ นคาอักษรการนั ต์จากบัตรคา
8. นักเรียนร่วมกนั สรปุ เร่ืองตัวการันตด์ ังน้ี
คาทม่ี ีไม้ทัณฑฆาต ์ กากับอยู่บนพยัญชนะเพ่อื แสดงให้รู้ว่าไม่ต้องอ่านออกเสียงพยญั ชนะตวั นัน้ ใช้วางบนพยญั ชนะทไ่ี ม่
ตอ้ งการออกเสยี ง ซึง่ อาจวางไวบ้ นพยัญชนะซึ่งอยทู่ ้ายประโยค หรือบางวันมีพยญั ชนะที่ไม่ใชต่ ัวสะกดอยขู่ ้างหน้าพยญั ชนะท่ีมี
ไม้ทัณฑฆาต ์ ก็ไมอ่ อกเสยี งพยญั ชนะตวั นนั้ เช่นกัน ไม่ออกเสียงพยญั ชนะที่มเี คร่ืองหมายทัณฑฆาตกากบั แม้พยญั ชนะตวั นน้ั
ไมไ่ ดอ้ ยทู่ ้ายพยางค์ และไม่ออกเสียงพยญั ชนะทีม่ เี ครื่องหมายทัณฑฆาตกากับ แม้พยัญชนะตวั นั้นจะมสี ระผสมอยู่
9. นกั เรยี นทาแบบฝกึ หัด
ข้นั ท่ี 4 ขน้ั ส่อื สารและนาเสนอ
10. นกั เรยี นนาเสนอคาตัวการนั ต์ตามกลุ่มทีจ่ บั ฉลากได้ โดยครใู ช้ไมเ้ รยี กเลขท่ี เพ่ือให้นกั เรยี นนาเสนอทีละกลุม่ และ
รว่ มกันแสดงความคดิ เห็น และรวบรวมเปน็ เลม่ ไว้ทมี่ ุมห้องเรยี นเพอ่ื ใหเ้ พื่อนๆไดอ้ ่านดว้ ย
ขั้นท่ี 5 ประเมินเพ่อื เพิ่มคณุ ค่าบริการสังคมหรอื ขัน้ ประเมินเพอ่ื เพม่ิ คณุ ค่าบริการสงั คมและจติ
11. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเหน็ โดยครใู ช้คาถามดังต่อไปน้ี
- นกั เรียนสามารถนาความรเู้ กี่ยวกับเรื่องที่เรยี นไปใช้ประโยชนใ์ นสังคมได้อยา่ งไร
6. การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้ วิธกี าร เครอ่ื งมือ
การประเมนิ
-การตอบคาถาม -คาถาม
ด้านความรู้ (K) -ทาแบบฝกึ หดั - แบบฝึกหดั
ด้านทกั ษะและกระบวนการ (P) -ทักษะการอ่านในใจ -แบบประเมนิ การอ่านในใจ
-ทักษะการเขยี น -แบบประเมินการเขยี น
ด้านคณุ ธรรม จริยธรรมและค่านยิ ม (A) -ทกั ษะการวิเคราะห์ -คาถาม
-แบบฝึกหัด
-สงั เกตพฤติกรรมในการรว่ มกิจกรรม -แบบสงั เกตพฤติกรรม
การทางานกลมุ่
-สังเกตพฤตกิ รรมความกระตือรือร้น
ในการรว่ มกจิ กรรม
7. สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้
7.1 สือ่ การเรียนรู้
1. แบบฝกึ หัด
2. บตั รคา
3. หนงั สอื เรยี นภาษาไทยชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 3
4. แถบประโยค
5. รูปภาพ
8. กิจกรรมเสนอแนะ
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................
ลงชื่อ............................................ครผู สู้ อน ลงช่อื ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(........................................................) (..................................................... ..)
ลงชือ่ ................................................... ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)