The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by singhayamilah, 2022-05-18 06:39:34

ชุดวิชาชันโรง

ชุดวิชาชันโรง

การเล้ยี งผ้งึ ชันโรง

คำนำ

ชุดวิชาการเล้ียงผ้ึงชันโรงในอำเภอสุไหงปาดี จัดทำขึ้นเพื่อเป็นหลักสูตรท้องถ่ินของ
สถานศึกษา ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนริวาส สืบเน่ืองจาก
นักศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ได้จัดทำโครงงานมหัศจรรย์ชันโรงขึ้น และได้มีข้อเสนอแนะจากการทำ
โครงงานให้มีการต่อยอด โดยส่งเสริม พัฒนาการเล้ียงผ้ึงชนั โรงให้เป็นอาชพี ท่ีก่อให้เกิดรายได้ในชุมชน ประกอบ
กับมปี ระชาชนสนใจการเล้ยี งผง้ึ ชันโรง

จากการศึกษาค้นหาข้อมูล มีประชาชน ได้คิดค้น หาวิธกี ารลอกเลียนแบบธรรมชาติ การเลี้ยง
ผึ้งชันโรงโพลงประสบความสำเร็จ สามารถเก็บผลผลิตน้ำผึ้งขายเพิ่มรายได้ มีคุณค่าทางอาหาร คณะจึงได้
จัดทำชุดวิชาการเล้ียงผึ้งชันโรงขึ้น เพื่อใช้ประกอบการเรียนการสอนหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น ของศูนย์
การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสุไหงปาดีสำหรับประชาชนกลุ่มเป้าหมาย และผู้ที่สนใจ
ทั่วไป สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ทำให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจลงมือฝึกปฏิบัติตามขั้นตอนสามารถเลี้ยงผึ้ง
ชนั โรงได้

ผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ชุดวิชาเล่มน้ีจะเป็นประโยชน์แก่ผู้เรียน และผู้สนใจเลี้ยงผึ้งชันโรง
ได้ใช้เวลาว่าง และใช้พื้นท่ีว่างให้เป็นประโยชน์ เพิ่มรายได้ สามารถเลี้ยงผ้ึงชันโรง และเมื่อลงมือปฏิบัติ จนมี
ทักษะท่ีดี สามารถพัฒนาความรู้ ทักษะไปพัฒนาประยุกต์ใช้เพ่ือเพิ่มขยายจำนวนรัง เพิ่มผลผลิตท่ีมีคุณภาพ
จำหน่ายให้มีรายได้เพ่ิมข้ึนเป็นการสร้างงานสร้างอาชีพที่เป็นทางเลือกอีกทางหนึ่ง เพื่อการดำรงชีวิตและอาชีพ
ในทอ้ งถิ่นต่อไป

คณะผจู้ ดั ทำ
กศน.ตำบลรโิ ก๋
ศนู ย์การศกึ ษาอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอำเภอสุไหงปาดี

การเล้ียงผ้งึ ชันโรง

สารบัญ

รายการ หนา้

คำนำ.................................................................................................................................................. (ก)

สารบัญ................................................................................................................................................(ข)

คำแนะนำการใช้ชุดวชิ า........................................................................................................................1

โครงสรา้ งชดุ วิชาการเล้ยี งผ้ึงชนั โรง......................................................................................................2

แบบทดสอบความรกู้ ่อนเรียน ..............................................................................................................3

ตอนที่ 1 ความรเู้ บื้องตน้ เกีย่ วกับการเลย้ี งผ้งึ ชันโรง.............................................................................5

เรอ่ื งที่ 1.1 ชนดิ ของผึง้ ในประเทศไทย.................................................................................6

เร่อื งที่ 1.2 ชวี ติ และสงั คมของผ้งึ .........................................................................................8

เรื่องท่ี 1.3 วงจรชีวิตของผงึ้ ................................................................................................10

แบบทดสอบกอ่ น - หลงั เรยี น................................................................................................12

ตอนที่ 2 ลักษณะทั่วไปของผึ้งชันโรง..................................................................................................13

เร่ืองที่ 2.1 ลักษณะของผง้ึ ชันโรง.......................................................................................14

เรอ่ื งท่ี 2.2 แหลง่ อาหารของผึ้งชนั โรง................................................................................16

เร่อื งท่ี 2.3 การเพมิ่ จำนวนรังของผงึ้ ชนั โรง........................................................................18

แบบทดสอบก่อน - หลงั เรยี น................................................................................................20

ตอนท่ี 3 ประโยชน์ของผึง้ ชนั โรง.........................................................................................................21

เร่อื งท่ี 3.1 ประโยชน์ของผงึ้ ชนั โรง......................................................................................22

เรือ่ งท่ี 3.2 ผลิตภณั ฑ์ทที่ ำจากน้ำผ้งึ ...................................................................................24

แบบทดสอบก่อน - หลงั เรียน................................................................................................30

ตอนที่ 4 การเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ทีใ่ ชเ้ ล้ยี งผ้ึงชันโรง..........................................................................31

เร่ืองที่ 4.1 วสั ดุอปุ กรณท์ ่ใี ช้เลยี้ งผึง้ ชนั โรง........................................................................32

เรื่องท่ี 4.2 การใชแ้ ละการเกบ็ รกั ษาอุปกรณเ์ กบ็ นำ้ ผง้ึ ......................................................34

แบบทดสอบกอ่ น - หลังเรยี น...............................................................................................36

ตอนท่ี 5 ขน้ั ตอนการทำรังเลี้ยงผึ้งชนั โรง...........................................................................................37

เรื่องท่ี 5.1 วัสดอุ ุปกรณ์ที่ใช้ทำกล่องหรือรงั เล้ียงผง้ึ ชนั โรง................................................38

เรอ่ื งท่ี 5.2 ขั้นตอนการทำกล่องหรอื รงั เล้ียงผงึ้ ชนั โรง........................................................40

แบบทดสอบก่อน - หลังเรียน................................................................................................43

ตอนที่ 6 วิธีการดแู ลรักษาและการป้องกันศตั รูผึ้งชนั โรง....................................................................44

เรอ่ื งที่ 6.1 วธิ ีการดแู ลรกั ษา................................................................................................45

เรื่องท่ี 6.2 ศัตรูและการป้องกนั ศัตรผู ้ึงชันโรง....................................................................47

แบบทดสอบก่อน - หลังเรียน................................................................................................49

การเล้ียงผึง้ ชนั โรง

สารบญั (ตอ่ )

รายการ หนา้

ตอนท่ี 7 การเก็บนำ้ ผ้งึ ชนั โรง............................................................................................................50

เรอ่ื งที่ 7.1 วิธกี ารเก็บน้ำผง้ึ ชันโรง......................................................................................51

แบบทดสอบกอ่ น - หลังเรียน...............................................................................................53

ตอนท่ี 8 การบรรจภุ ณั ฑ์นำ้ ผ้ึงชันโรง.................................................................................................54

เรื่องท่ี 8.1 การบรรจภุ ัณฑน์ ำ้ ผงึ้ .........................................................................................55

แบบทดสอบก่อน - หลังเรียน...............................................................................................58

ตอนท่ี 9 การบรหิ ารจัดการและการตลาด.........................................................................................59

เรอ่ื งท่ี 10.1 การคดิ ราคาต้นทนุ และกำหนดราคาขาย........................................................60

เร่ืองที่ 10.2 การจดั จำหน่าย................................ .............................................................63

เรื่องที่ 10.3 การจดั ทำบญั ชีรับจ่ายเบ้ืองต้น.........................................................................65

แบบทดสอบกอ่ น - หลังเรียน...............................................................................................66

แบบทดสอบหลังเรยี น.......................................................................................................................67

หลักสูตรการเล้ยี งและแปรรปู ผลติ ภัณฑ์จากนำ้ ผง้ึ ชนั โรง..................................................................71

บรรณานกุ รม................................................................................................................... ..................75

เฉลย......................................................................................................................... .........................76

การเลย้ี งผ้ึงชนั โรง

คำแนะนำการใช้ชุดวิชา

การศกึ ษาชุดวิชาการเลย้ี งผงึ้ ชันโรง ตามหลกั สูตรวชิ าชีพระยะสั้น เลม่ น้ี เพ่ือใหเ้ กิดประโยชน์สูงสุด
แกผ่ ู้เรยี นโปรดปฏิบัติ ดงั น้ี

1. ศกึ ษาโครงสรา้ งของชดุ วิชาใหเ้ ข้าใจเพื่อจะได้วางแผนการเรยี นให้ถูกต้อง
2. ทำแบบทดสอบความรู้เบ้ืองต้นแล้วตรวจคำตอบท่ีเฉลยไว้เพ่ือทราบความรู้เบ้ืองต้น
เก่ียวกบั ผึง้ ชันโรง
3. ศึกษาสาระสำคัญจุดประสงค์ และขอบข่ายเน้ือหาในแต่ละตอนให้เข้าใจเพื่อทราบ
จุดเน้นในตอนนัน้ ๆ
4. ปฏิบัติตามกิจกรรมในแต่ละตอนให้ครบถ้วนเพื่อให้เป็นไปตามลำดับการเรียนรู้และ
สามารถปฏิบัติจริงได้
5. การศกึ ษาชดุ วิชาเล่มนี้จะบรรลุตามวัตถุประสงค์ไดน้ ้นั ข้ึนอยู่กบั การฝึกปฏิบตั จิ ริง
6. เมือ่ ศกึ ษาครบทุกข้ันตอนแล้วให้ทำแบบทดสอบหลังเรยี นเพื่อจะได้ทราบความก้าวหน้า
ของการศกึ ษาชดุ วชิ าเล่มนี้

การเล้ียงผ้ึงชันโรง

โครงสรา้ ง ชดุ วชิ าการเล้ียงผึ้งชนั โรง ตามหลักสตู รวิชาชีพระยะสนั้

สาระสำคญั

การเล้ยี งผึ้งชนั โรง เป็นอกี อาชพี หนึ่งทีน่ ่าสนใจ ท้าทาย สำหรบั ประชาชน ทมี่ พี ้ืนท่ีเป็นป่า

หรือสวนผลไม้ มีแหล่งอาหารของผ้ึง ต้นทุนน้อย ไม่ยุ่งยากในการดูแลรักษาไม่ทำลายธรรมชาติและ

ส่ิงแวดล้อม ผลผลิตน้ำผึ้งมีคุณค่าทางอาหารและยา เหมือนกับน้ำผ้ึงป่าทั่วไป เป็นท่ีต้องการของผู้บริโภค

ซ่ึงยังไม่เพียงพอกับความต้องการ ผู้ท่ีสนใจเรียนรู้การเลี้ยงผ้ึงชันโรง จะต้องทราบเก่ียวกับความรู้เบ้ืองต้น

เกย่ี วกบั การเลี้ยง ลักษณะทั่วไปของผ้ึงชันโรง ประโยชน์ของผ้ึงชันโรง การเตรยี มวัสดุ อุปกรณ์ท่ีใช้เลี้ยงผึ้ง

ชันโรง ข้ันตอนการทำกล่องเล้ียงผึ้งชั้นโรง วิธีล่อผึ้งชันโรงเข้ารัง วิธีการดูแลรักษาและการป้องกันศัตรูผ้ึง

ชนั โรง การเก็บน้ำผ้ึงชันโรง การบรรจุภัณฑ์น้ำผึ้งชันโรง และการบรหิ ารจัดการและการตลาด เพ่ือนำไป

ประกอบอาชพี เล้ียงผง้ึ ชนั โรงได้เป็นอาชีพหลกั หรอื อาชีพเสรมิ สร้างรายไดใ้ ห้แก่ครอบครวั

จุดประสงค์

เม่อื ศึกษาชุดวชิ าเลม่ นจ้ี บแล้ว

1. ผูเ้ รยี นมีความรู้ความเข้าใจการประกอบอาชีพเล้ียงผึ้งชนั โรงได้

2. ผู้เรยี นสามารถประกอบอาชพี เล้ียงผ้งึ ชันโรง และสร้างรายไดท้ ่ีม่ันคง

ขอบข่ายเน้ือหา

ชดุ วิชาการเลย้ี งผึง้ ชันโรง ตามหลักสูตรวิชาชีพระยะสน้ั

มีขอบขา่ ยเน้ือหา 10 ตอน เวลาเรียน 40 ชว่ั โมง

ตอนที่ 1 ความรูเ้ บื้องตน้ เกีย่ วกับผึ้งชนั โรง เวลาเรยี น 3 ชว่ั โมง

ตอนท่ี 2 ลักษณะของผึง้ ชนั โรง เวลาเรียน 3 ชว่ั โมง

ตอนที่ 3 ประโยชน์จากผง้ึ ชันโรง เวลาเรียน 3 ชวั่ โมง

ตอนท่ี 4 วสั ดุ อปุ กรณ์ทใ่ี ชเ้ ล้ียงผึง้ ชนั โรง เวลาเรียน 3 ช่ัวโมง

ตอนท่ี 5 ขน้ั ตอนการทำลงั เลี้ยงผงึ้ ชนั โรง เวลาเรยี น 10 ช่วั โมง

ตอนท่ี 6 การดูแลรกั ษาและการป้องกันศัตรูผึง้ ชนั โรง เวลาเรยี น 6 ชั่วโมง

ตอนท่ี 7 การเก็บนำ้ ผ้งึ ชนั โรง เวลาเรียน 3 ช่วั โมง

ตอนท่ี 8 การบรรจุภณั ฑ์นำ้ ผึ้งชันโรง เวลาเรียน 6 ชั่วโมง

ตอนท่ี 9 การจดั การและการตลาด เวลาเรียน 3 ชัว่ โมง

การเล้ยี งผง้ึ ชันโรง

แบบทดสอบความรกู้ อ่ นเรียน

ชดุ วิชา การเลี้ยงผึ้งชันโรง ตามหลักสูตรวิชาชีพระยะส้ัน

คำชแี้ จง ใหผ้ ู้เรียนเลือกคำตอบทถ่ี ูกทส่ี ดุ เพียงคำตอบเดียวโดยทำเครื่องหมายXลงในกระดาษคำตอบ

ข้อสอบมที ัง้ หมด 20 ข้อ ใหต้ อบทกุ ข้อ คะแนนเต็ม 20 คะแนนเวลา 30 นาที

1. ผึ้งมกี ่ีชนิด ง. ดอกไม้ ผลไม้

ก. 2 ชนิด 7. เซลล์สืบพันธ์ุเพศผู้ของดอกไม้ทผี่ งึ้ ไป

ข. 3 ชนิด คลุกเคล้าตดิ ขามากับผงึ้ เรยี กว่า อะไร

ค. 4 ชนิด ก. นำ้ ผงึ้

ง. 5 ชนดิ ข. นมผ้ึง

2. ครอบครัวผ้ึงประกอบด้วย 3 วรรณะ ค.เกสรผ้ึง

ขอ้ ใดไม่ใช่ ง. พรอพอลิส

ก. ผึง้ งาน 8. ส่วนสำคัญท่สี ุดในการเลือกสถานท่เี ล้ยี งผงึ้

ข. ผึ้งตัวผู้ ชนั โรง คือ ข้อใด

ค. นางพญาผง้ึ ก. แหลง่ น้ำ

ง. ผ้ึงนางพญา ข. ดอกไมผ้ ัก

3. ประชากรในรงั ผึ้งหนึง่ รังมีผึง้ นางพญา ค. ดอกไมว้ ชั พืช

ก่ตี ัว ง. ดอกไมผ้ ลไม้

ก. หนง่ึ ตัว 9. ผ้ึงชนั โรงชอบทำรังในพนื้ ที่ท่มี ีลักษณะ

ข. หลายตวั อย่างไรมากที่สุด

ค. 500 - 800 ตวั ก. พื้นที่ปลูกผัก

ง. หนงึ่ ตัวขึน้ ไป ข. พืน้ ทส่ี วนลำไย

4. ผึง้ ตวั ผู้ มีหนา้ ท่ี ข้อใด ค. พื้นที่ที่มีการเผาป่า

ก. หาอาหาร ง. พ้นื ท่ที ไี่ ม่มีสารเคมี

ข. ผสมพนั ธ์ุ 10. หลงั จากผึ้งชนั โรงเขา้ รงั แลว้ ควรตรวจ

ค. ปกปอ้ งรงั สภาพรังสปั ดาห์ละก่ีครั้ง

ง. ทำความสะอาดรงั ก. สัปดาหล์ ะ 1-2 คร้งั

5. ข้อต่อไปนเี้ ปน็ การพัฒนาวงจรชวี ิต4ระยะของ ข. 2 สปั ดาห์ 1 คร้งั

ผ้งึ ยกเวน้ ขอ้ ใด ค. 3 สปั ดาห์ 1 คร้งั

ก. ไข่ ง. เดอื นละ 1 ครัง้

ข. หนอน 11. ข้อใดไมใ่ ช่ประโยชน์ของนำ้ ผ้ึง

ค. ดกั แด้ ก. ใช้ผสมยา

ง. ดว้ ง ข. ใช้ผสมอาหารและเครอ่ื งด่ืม

6. ข้อใด คือ อาหารรองของผึ้ง ค. ใช้ผสมในเคร่อื งสำอาง

ก. ดอกไม้ป่า ง. ใช้ผสมยาให้เด็กอ่อน

ข. ดอกไมว้ ัชพืช

ค. ดอกไมผ้ กั

การเลี้ยงผึ้งชันโรง

12. ขอ้ ใดเปน็ คุณสมบัตขิ องน้ำผึง้ 18. การทำกล่องหรือรังเลยี้ งผ้ึงชนั โรง
ก. บำรุงสมอง ควรทำส่วนประกอบใดอันดบั แรก
ข. ยาอายุยนื
ค. รกั ษาโรคความจำเสื่อม ก. ฐาน
ง. รักษาโรคขอ้ กระดูกเสื่อม ข. ตวั
ค. ฝา
13. สว่ นสำคญั ทีส่ ดุ ในการเลือกสถานทเ่ี ลี้ยงผ้ึง ง. ผนัง
ชันโรงคอื ข้อใด 19. การเกบ็ น้ำผึง้ ไม่ควรเกบ็ ฤดูใด
ก. แหลง่ นำ้ ก. ฤดฝู น
ข. ดอกไม้ผกั ข. ฤดรู อ้ น
ค. ดอกไมว้ ชั พืช ค. ฤดูหนาว
ง. ดอกไม้ผลไม้ ง. ฤดูแล้ง
20. ถ้าเลอื กใช้อปุ กรณ์การทำรังผ้ึงไมเ่ หมาะสม
14. การเกบ็ น้ำผ้ึง ควรเก็บช่วงใดดที ่สี ุด จะมีผลอย่างไร
ก. ฤดูดอกไมโ้ รย ก. งานจะออกมาไม่ดเี ทา่ ทคี่ วร
ข. ฤดดู อกไมบ้ าน ข. อาจทำให้ผใู้ ชเ้ กิดอนั ตรายได้
ค. ฤดดู อกเร่ิมผลดิ อก ค. ไม่มีปญั หาถ้าผู้ใช้รูจ้ ักระมัดระวัง
ง. ได้ทกุ ฤดู ง. ทำให้รวู้ า่ เครือ่ งมอื บางอย่างใชแ้ ทนกนั ได้

15. หากตอ้ งการเลีย้ งผงึ้ โพรงไทยควร
ทำอยา่ งไรเปน็ ลำดับแรก
ก. วางแผนอย่างเปน็ ระบบ
ข. ทำรงั เลย้ี ง
ค. หาแหล่งอาหาร
ง. หางบประมาณ

16. ผง้ึ โพรงไทยชอบเข้าทำรงั ในรงั
ท่มี ลี กั ษณะใด
ก.กลอ่ งไม้เก่า
ข.กลอ่ งไมใ้ หม่
ค.กล่องพลาสติก
ง.กล่องขยะ

17. การนำผง้ึ นางพญามาใสใ่ นรงั เป็นการลอ่ ผ้ึง
เขา้ รังแบบใด
ก. แบบบงั คับ
ข. แบบธรรมชาติ
ค. แบบวางแผน
ง. แบบทางการ

การเล้ียงผ้งึ ชนั โรง

ตอนท่ี 1
ความรูเ้ บ้ืองต้นเก่ยี วกบั ผงึ้ ชันโรง

จุดประสงค์

เมอ่ื ศึกษาชุดวิชาตอนน้ีแล้วผู้เรียนสามารถ
1. บอกชนิดของผึ้งในประเทศไทยได้
2. อธบิ ายชีวิตและสงั คมของผงึ้ ได้
3. อธิบายวงจรชวี ติ ของผึ้งได้

ขอบขา่ ยเนอื้ หา
เรอ่ื งท่ี 1.1 ชนิดของผ้งึ ในประเทศไทย
เรื่องที่ 1.2 ชวี ติ และสังคมของผึง้
เรื่องท่ี 1.3 วงจรชวี ิตของผ้งึ

การเล้ยี งผ้งึ ชันโรง

1.1 ชนิดของผึ้งในประเทศไทย
ชนิดของผึง้ ในประเทศไทย

ผ้ึง หมายถึงแมลงท่ีเก็บน้ำหวานจากดอกไม้มาทำน้ำผ้ึงเป็นแมลงในวงศ์ Apidaeสกุล
Apis ผึ้งกินน้ำหวานเป็นอาหาร ท่สี ำคัญมีอยู่ 5 ชนิด ดงั น้ี

1. ผง้ึ หลวง(A. ceranacerana)
ผึ้งหลวงมีขนาดตัวและรังใหญ่ที่สุด ขนาดของลำตัวผ้ึงยาวประมาณ 1.5 - 2 เซนติเมตร ส่วนท้อง

เป็นปล้องสีเหลืองสลับดำ ปกี แขง็ แรง บินเรว็ มักพบอยูใ่ นปา่ หรือตามชนบททวั่ ไป ชอบสร้างรัง (รวงผง้ึ ) บน
ต้นไม้สูงๆ หรือภายนอกอาคารบ้านเรือน ตามวัดหรือใต้ถังเก็บน้ำสูงๆ ลักษณะรังมีช้ันเดียวเป็นรูปครึ่ง
วงกลมขนาดประมาณ 0.5 -2 เมตร รวงรังไม่มีท่ีปกปิดผ้ึงหลวงเป็นผึ้งท่ีสร้างรังได้หลากหลาย สามารถ
สร้างรังต้ังแต่ระดับต่ำกวา่ 2 เมตร จนถึงระดับความสูงมากกว่า 20 เมตร สรา้ งรงั ได้ทั้งบนต้นไม้หรือบน
หน้าผาสูงๆ มีท้ังเกาะอยู่แบบรังเดียวและอยู่แบบหลายรังใกล้ๆ กันบนต้นไม้หรือบนหน้าผา ด้วยเหตุท่ีผ้ึง
หลวงมีขนาดตัวใหญ่จึงมีปริมาณพิษมากพอท่ีจะทำให้ศัตรูหรือมนุษย์ท่ีมารบกวนเสียชีวิตได้ ถ้าโดนผ้ึงงาน
จำนวนมากๆ รุมต่อยพร้อมกัน น้ำผึ้งท่ีเก็บในช่วงเดือนเมษายน ซึ่งเป็นเดือนที่ผึ้งหลวงให้น้ำผ้ึงดีที่สุด
เรียกว่า “น้ำผึ้งเดือนห้า”

การเล้ยี งผ้ึงชนั โรง

2. ผง้ึ ม้ิม(A. cerana japonica)
ผ้ึงม้ิมมขี นาดตัวและรังเล็กกว่าผึง้ หลวงและผ้ึงโพรงขนาดของลำตวั ใหญก่ ว่าแมลงวนั บ้านเล็กน้อยทอ้ งปลอ้ ง

แรกมีสีเหลือง ท่ีเหลือเป็นปล้องสีดำสลับขาวชัดเจน บางท้องถิ่นเรียกว่าผึ้งแมลงวัน พบอยู่ท่ัวไป ชอบตอมขนมหวานและ
ผลไม้ตามตลาด ผึ้งมิ้มชอบสรา้ งรังที่ระดับความสูงต้ังแต่ 1 เมตรข้ึนไปจากพื้นดิน ลักษณะรวงรังมีช้ันเดียว ขนาดใหญ่กว่า
ฝ่ามือผู้ใหญ่กางเต็มที่ (ประมาณ 20 –30 เซนติเมตร) ผึ้งม้ิมมักจะปกปิดรังอยู่ในพุ่มไม้และก่ิงไม้พรางตาเพื่อป้องกันศัตรู
เดอื นกุมภาพนั ธ์-เมษายนเปน็ ชว่ งเวลาที่ผงึ้ มม้ิ ให้นำ้ ผง้ึ มากท่สี ดุ

3. ผงึ้ มม้ิ เล็ก(A. ceranaindica)
ผ้ึงมิ้มเล็ก หรือ ผึ้งม้าน มี

ขนาดตัวและรังเล็กกว่าผึ้งม้ิม จัดเป็น
ผงึ้ ทีเ่ ล็กทส่ี ุดในโลก ต่างจากผ้ึงม้ิมท้อง
ปล้องแรกมีสีดำผึ้งมิ้มเล็กเป็นผ้ึงท่ีหา
ยาก พบเฉพาะบริเวณป่าใกล้ภูเขาที่มี
ความอุดมสมบูรณ์เท่านั้น สร้างรังบน
ตน้ ไม้ขนาดเลก็ และขนาดกลางท่ีระดับ
ความสูงต่ำกว่า1 เมตร จนถึง 7 เมตร
ลักษณะรังมีชั้นเดียวบอบบางและเล็ก
กวา่ รงั ของผ้ึงม้มิ คือ มขี นาดเท่าฝ่ามือผู้ใหญ่เทา่ น้นั (ขนาดประมาณ 10-20 เซนตเิ มตร)ด้วยเหตทุ ี่ผงึ้ มิ้มที่เลก็ มรี ังขนาด
เล็ก จึงมักสร้างรังในท่ีมิดชิดเหมือนผึ้งม้ิม แต่ปกปิดมิดชิดกว่าในช่วงฤดูฝนเพ่ือป้องกันลมพายุและฝนพัดทำลายรังในฤดู

การเลี้ยงผึ้งชันโรง

แล้ว จะสร้างรังใกล้บริเวณแหล่งน้ำธรรมชาติผึ้งมิ้มเล็กเป็นผ้ึงท่ีมีชื่อเรียกหลากหลายตามแต่ละท้องถ่ิน บางแห่งเรียก ผ้ึง
มา้ น ผงึ้ มม้ิ ดำ ผง้ึ กระโปกววั มม่ั แมม้ ผง้ึ หว่ี

4. ผึง้ โพรงฝร่ัง
ผ้ึงโพรงฝร่ัง หรือ ผึ้งพันธุ์ คือ ผึ้งพ้ืนเมืองของทวีปแอฟริกาและยุโรป ลักษณะคล้ายผ้ึงโพรงไทย

ตัวมีขนาดใหญ่กว่าผ้ึงโพรงไทย แต่เล็กกว่าผ้ึงหลวง เป็นผ้ึงที่คนไทยนำมาจากต่างประเทศ ดังน้ัน บางคร้ัง
จึงนิยมเรียกว่า ผ้ึงพันธุ์ยุโรป หรือ ผึ้งพันธุ์อิตาเลียน สร้างรังหลายๆรวงขนาดเท่าๆ กันห้อยลงมาถ้าพบ
ตามธรรมชาติในยุโรปจะอยู่ตามโพรงไม้ ซอกหิน หรือตามอาคารที่ปิดมิดชิด ต่อมาได้มีการนำมาเลี้ยงเป็น
อุตสาหกรรมท่ัวโลก เนื่องจากเป็นผ้ึงที่มีขนาดรังเหมาะสมกับการนำมาประยุกต์เล้ียงในหีบผึ้งขนาด
มาตรฐานได้พอดีและสามารถเก็บสะสมน้ำผ้ึงได้ปริมาณมากที่สุด ไม่ดุเหมือนผึ้งหลวงและไม่ทิ้งรังง่าย
เหมือนผง้ึ โพรงไทย
5. ผงึ้ โพรงไทย(A. ceranaindica)

ผึ้งโพรงไทย มีขนาดตัวใหญ่กว่าผึ้งม้ิม แต่เล็กกว่าผ้ึงหลวง ลำตัวมีสีน้ำตาล หรือดำสลับเหลือง
เป็นปลอ้ งๆ ท่ีสว่ นท้อง ผึ้งโพรงสร้างรังในโพรงไม้ ในอาคารบ้านเรือนที่มิดชิดและมืด เชน่ ใต้หลังคา รวงรัง
มีลักษณะหลายรวงห้อยลงมาเรียงขนานกัน ขนาดของรวงรังมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 30 - 40
เซนติเมตร ผ้ึงโพรงไทยสามารถนำมาเล้ียงในหีบได้ ให้น้ำผ้ึงในช่วงเวลาที่ดอกเงาะ ดอกทุเรียน ดอก
มะพร้าว หรอื ดอกไม้จากสวนผลไมก้ ำลังบานในขณะนน้ั ทำให้สามารถเกบ็ นำ้ ผง้ึ ไดห้ ลายครงั้

1.2 ชีวติ และสังคมของผึ้ง

ชีวิตและสงั คมผง้ึ
ชีวิตและสังคมของผ้ึงไม่มีผึ้งตัวใดตัวหน่ึงสามารถดำรงชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยวเป็นระยะเวลานาน

โดยขาดความสัมพันธ์กับผึ้งวรรณะอ่ืนภายในสังคมเดียวกัน เพราะผึ้งเป็นแมลงสังคมท่ีมีวิวัฒนาการสูง มี
ระบบสังคมมาเป็นเวลาช้านานประมาณถึง 30 ล้านปี ผ้ึงแต่ละรังเปรียบเสมือน ครอบครัวหน่ึงซึ่ง

ประกอบด้วย 3 วรรณ ะ ได้แก่ ผึ้งนางพญ า (queen) ผึ้งงาน
(worker) ผ้ึงเพศผู้ (drone) ในแต่ละรังมีผึ้งนางพญาหนึ่งตัวผึ้งเพศผู้
หลายร้อยตัว และผ้ึงงานอีกจำนวนเปน็ หมื่นตัว โดยเฉพาะผึ้งหลวงและ
ผึง้ พนั ธอุ์ าจจะมีผึ้งงานได้หลายหมื่นตวั

1. 1 การเลย้ี งผึง้ ชนั โรง

ผงึ้ นางพญา (queen)เป็นเพศเมียมาจากไขท่ ่ีได้รับการผสมมีขนาดใหญ่และยาวกว่าผึ้งตัวอ่ืนภายในรังปีก

ของนางพญาปิดไม่ถึงส่วนท้องและ บริเวณท้องมีลักษณะเรียวแหลม

รปู ร่างคล้ายสามเหล่ียมโดยมีอวัยวะ วางไข่ที่สมบรู ณ์

มีหน้าท่ีหลักคือวางไข่ผสมพันธุ์และ ควบคุมรัง ในผึ้งพันธุ์ยุโรปผ้ึง

นางพญาสามารถวางไข่ไดถ้ ึง 1,000- 3,000 ฟ อ ง/วั น ส่ ว น ผึ้ งโพ ร ง

สามารถวางไข่ ประมาณ 800 ฟอง/ วนั

ส่วนอวัยวะอื่นๆได้แก่เหล็กใน มี ลักษ ณ ะโค้งเม่ื อต่อยศัตรูผ้ึ ง

นางพญาสามารถถอนเหล็กในกลับ ได้อย่างชา้ ๆโดยไม่หลดุ ติดไปส่วน

ขาหลังไม่มีที่เก็บเกสรเหมือนผึ้งงาน และผ้ึงนางพญามีอายุยาวนาน 2-

3 ปี

ผ้ึงงาน (worker)มีขนาดเล็กกว่าผ้ึงทุกตัวภายในรังลักษณะเด่นของผ้ึงงานมีเส้นคาดท่ีปล้องท้องสีน้ำตาล

สลับเหลอื งมีโครโมโซมเปน็ 2 ชดุ เช่นเดียวกบั ผึ้งนางพญา

มีหน้าที่ป้องกันรังทำความสะอาดหาน้ำหวานเกสรน้ำยางไม้ฯลฯผึ้งงานมีกรามขนาดใหญ่และส่วนหัวมี

ลกั ษณะเป็นสามเหลี่ยมขาหลังของผ้ึงงานดัดแปลงสำหรับเก็บเกสรและพรอโพลิสส่วนเหล็กไนเมอ่ื ต่อยศตั รู

แลว้ ถงุ น้ำพิษหลุดตดิ ออกมาสามารถใช้ได้คร้งั เดียวหลังจากนนั้ ผึ้งงานก็ตายสำหรับประชากรของผึ้งพบว่าใน

รังผึ้งโพรงไทยมีจำนวนประชากรตั้งแต่ 6,000-7,000 ตัวส่วนประชากรของผ้ึงพันธุ์ยุโรปA. Melliferaมี

ประชากร 1,000-100,000 ตวั

ผึ้งเพศผู้ (drone)เกิดจากไข่ที่ไม่ได้รับการผสม ลำตัวค่อนข้างป้อมส้ัน

กว่านางพญาในรังผึ้งโพรงปกติเห็นเพศผู้ปีละคร้ังโดยมีจำนวนประชากร

ประมาณ 200-500 ตวั /รงั

มีหน้าท่ีเดียวคือผสมพันธุ์ กับผึ้งนางพญามีตาขนาดใหญ่มีประสิทธิภาพ

สงู ต่อการบินไปหาผึ้งนางพญาบริสทุ ธเิ์ พือ่ ผสมพันธ์ุ อวัยวะสืบพันธเ์ุ จริญ

เต็มท่ีภายใน8-14 วันไม่ออกบินไปหากิน มีผึ้งงานอายุ 2-20 วัน คอย

ป้อนอาหารให้ ผ้ึงเพศผู้อายุได้ 1 สัปดาห์ เมื่อบินคล่องทำการออกผสม

พันธ์ุในขณะอายุตั้งแต่ 4-5 วัน ขึ้นไป ในช่วงฤดูผสมการพันธุ์สำหรับผ้ึงโพรงในประเทศไทยพบเพศผู้มาก

เดือนเมษายนถึงปลายเดือนสิงหาคมโดยผึ้งงานสร้างหลอดรวงของผ้ึงเพศผู้บริเวณเหนือหรือส่วนล่าง ของ

รวงผึ้งเมอ่ื ผ้ึงเพศผเู้ ริม่ เข้าดกั แด้ผง้ึ งานปิดหลอดรวงผึ้งเพศผูข้ องผงึ้ โพรงใช้ระยะเวลาในการเจริญเตบิ โตจาก

ไข่ถึงตัวเต็มวัยประมาณ 21 - 23 วันเม่ือออกจากหลอดรวงผึ้งเพศผู้อ่อนแอ และตายอย่างรวดเร็วภายใน

2 -3 ชัว่ โมง

การเล้ียงผ้ึงชนั โรง

1.3 วงจรของผึ้ง
วงจรชีวติ ของผึ้ง ผ้ึงมกี ารพัฒนาวงจรชีวติ เปน็ 4 ระยะได้แก่ไข่หนอนดักแด้ และตวั เต็มวัย

ผึ้งนางพญาวางไข่

๑ ตวั เต็มวัย



๒ ตัวอ่อน ๕



๓ ๔

หนอนในหลอดไข่ ดักแด้

ดักแด้ หนอนท่อี ยู่ดา้ นลห่างนขออนงหในลหอลดอรวดงไมขีส่ ภาพโค้งงอและหนอนที่มีสุขภาพดมี สี ขี าวบรสิ ทุ ธิอ์ ว้ นสมบูรณแ์ ละ
หนอนของผง้ึ โพรงมีการเปลยี่ นแปลงไปตามวรรณะ
ตัวหนอนในหลอดไข่ 2-3 วนั แรกของหนอนผง้ึ งานทำความสะอาด ให้ความอบอนุ่ ผ้ึงงานตวั เต็มวยั ทีเ่ ป็น
พยาบาล คอยป้อนอาหารให้หนอน (Bhuiyanet al., 2002)

การเจรญิ เติบโตของผงึ้ พนั ธุ์แบ่งเป็น 4 ระยะ คอื
- ระยะไข่ผงึ้ นางพญาถ้าต้องการวางไข่เพศเมียจะนำน้ำเช้อื ของผึ้งตัวผู้ออก มาผสมกับไข่ ถ้าเป็น

เพศผู้กไ็ ม่ปล่อยน้ำเชื้อ ไขย่ าวประมาณ 0.5 ซม. หัวทา้ ยมน โค้งงอเลก็ นอ้ ย
- ระยะหนอนเมื่อไขไ่ ด้3 วัน จะฟักออกมาเป็นตัวหนอนขนาดเล็ก สีขาว นอนลอยอยู่บนอาหารที่

กน้ หลอดรวง มกี ารลอกคราบทัง้ หมด 5 ครัง้
- ระยะดกั แด้ในระยะแรกจะมีสขี าว เมื่อมีอายุมากขนึ้ จะค่อยๆ เปล่ยี นเปน็ สีน้ำตาล
- ระยะตัวเต็มวัย เม่ือดักแด้โตเต็มท่ีก็จะใช้กรามกัดไขผึ้งที่ปิดหลอดรวงออกมาเป็นตัวเต็มวัย

วรรณะของผึง้ พันธุ์วรรณะของผ้ึง แบ่งออกเปน็ 3 วรรณะคอื
ผ้ึงนางพญา (The Queen)เกิดจากไข่ที่ได้รับการผสมกับเชื้อตัวผู้ และได้รับอาหารพิเศษจากผ้ึง

การเล้ียงผ้งึ ชันโรง

งาน มีขนาดใหญ่ และมีล้าตัวยาวกว่าผ้ึงตัวผู้และผึ้งงาน ปีกของผ้ึงนางพญาจะมีขนาดสั้น มีเหลก็ ในไว้ต่อสู้
กับนางพญาตวั อื่นเท่านนั้ ไมม่ ีการออกหาอาหาร ไม่มีท่ีเกบ็ ละอองเกสร และไม่มีต่อมผลิตไขผ้ึง ผึ้งนางพญา
มหี นา้ ที่ผสมพนั ธ์ุ วางไข่ และควบคุมสงั คมผงึ้ ใหอ้ ยู่ในสภาพปกติ

ผ้ึงงาน (The Worker) ผึ้งงานเป็นผ้ึงท่ีมีขนาดเล็กท่ีสุดภายในรังผ้ึง ปริมาณมากที่สุด เกิดจากไข่
ที่ได้รบั การผสมกับเชื้อตวั ผผู้ ง้ึ งานเป็นเพศเมยี เหมือนผ้ึงนางพญา แต่เป็นเพศเมียท่ไี มส่ มบูรณ์ ส่วนของรังไข่
จะมีขนาดเล็กไม่สามารถสรา้ งไข่ได้ ยกเว้นในกรณีท่ีรังผ้ึงรังนี้เกิดขาดนางพญา ไข่ท่ีเป็นผึ้งตัวผู้ มีต่อมไขผึ้ง
ตะกร้อเก็บเกสร ต่อมกลิ่นและเหล็กใน ผ้ึงงานมีหน้าที่ท้าความสะอาดรัง ให้อาหารตัวอ่อน ซ่อมแซมรัง
ป้องกนั รัง และหาน้ำหวาน (Nectar) เกสร (Pollen) น้ำ (Water) และยางไม้ (Propolis)

ผง้ึ ตัวผู้ (The Drone)เกดิ จากไข่ที่ไม่ได้ผสมกบั น้ำเชื้อตวั ผู้ มขี นาดใหญ่และ
ตัวอ้วนกว่าผึ้งนางพญาและผ้ึงงาน ผ้ึงตัวผู้จะไม่มีเหล็กใน ลิ้นจะส้ันมาก คอยรับอาหารจากผึ้งงาน หรือดูด
กินน้ำหวานจากที่เก็บไว้ในรวงเท่าน้ัน ไม่ออกไปหาอาหารนอกรัง ไม่มีที่เก็บละอองเกสร มีหน้าท่ีผสมพันธุ์
หลังจากผสมพันธุ์เสร็จ ผึ้งตวั ผู้จะตกลงมาตายโดยอวยั วะสบื พันธต์ุ ดิ คาอยู่ทผ่ี ึง้ นางพญา

การเล้ยี งผงึ้ ชันโรง

แบบทดสอบก่อน-หลงั เรียน
ตอนที่ 1 ความร้เู บ้ืองตน้ ของผึง้ โพรงไทย
ให้ผู้เรียนทำเครอ่ื งหมาย x ลงในกระดาษคำตอบ ขอ้ สอบมที ้งั หมด 10 ข้อ โดยใช้ตวั เลอื ก ท่ีกำหนดให้
ใหต้ อบทกุ ข้อ เวลา 10 นาที คะแนนเต็ม 10 คะแนน
................ 1. ผสู้ นใจเลีย้ งผ้ึงจำเปน็ ตอ้ งเรียนรเู้ กี่ยวกบั ความร้เู บอื้ งตน้ เปน็ พื้นฐานใหเ้ ขา้ ใจและรจู้ กั ชีวิตของผ้ึง
................. 2. การเล้ยี งผงึ้ ชันโรงควรรจู้ ักการวางแผนจงึ จะทำงานอยา่ งเปน็ ระบบ
................. 3. ผทู้ ป่ี ระกอบอาชพี อน่ื ไมส่ ามารถเลยี้ งผงึ้ ชันโรงไดด้ ี
............….. 4. ชนิดของผงึ้ ในประเทศไทย มี 5 ชนิด
...........….. 5. ครอบครัวหน่ึงซ่ึงประกอบด้วย 3 วรรณะ ไดแ้ ก่ ผง้ึ นางพญา ผึ้งงาน ผึ้งเพศผู้
................ 6. ประชากรในรงั ผ้งึ หนึง่ รังมีผ้งึ นางพญาหลายตวั
............…. 7. ผ้ึงนางพญา ทำหนา้ ท่วี างไขผ่ สมพันธแุ์ ละควบคุมรัง
............…. 8. ผงึ้ งานทำหนา้ ท่ี ไดแ้ ก่ปอ้ งกันรังทำความสะอาดหาน้ำหวานเกสรน้ำยางไม้
................ 9. ผ้งึ หลวง มีขนาดตวั และรงั ใหญ่ทีส่ ุด
............... 10. ผงึ้ มีการพัฒนาวงจรชีวิต เป็น 4 ระยะไดแ้ กไ่ ข่หนอนดักแด้และตัวเต็มวัย

การเล้ียงผ้ึงชันโรง

ตอนที่ 2
ลักษณะของผ้งึ ชนั โรง

สาระสำคัญ
การเล้ียงผึ้งชันโรง เป็นอาชีพท่ีน่าสนใจ สำหรับประชาชนทำสวนผลไม้ สวนยางหรอื มีพ้ืนท่ีติดกับ

ป่า แหล่งน้ำท่ีเป็นแหล่งอาหารของผึ้ง ผู้ท่ีสนใจการเล้ียงผ้ึงชันไทย จึงจำเป็นจะต้องเรียนรู้ลักษณะและ
แหลง่ อาหารของผึ้งชนั โรง
จุดประสงค์

เม่ือศึกษาชดุ วชิ าตอนน้แี ลว้ ผู้เรยี นสามารถ
1. อธบิ ายลกั ษณะของผึง้ ชนั โรงได้
2. เลือกสถานท่ีเลี้ยงผง้ึ ชนั โรงได้
3. เข้าใจการเพมิ่ จำนวนรงั ของผ้งึ ชันโรงไทย

ขอบข่ายเนอ้ื หา
เร่อื งท่ี 2.1 ลกั ษณะของผงึ้ ชันโรง
เร่อื งที่ 2.2 แหลง่ อาหารของผึ้งชนั โรง
เรอ่ื งที่ 2.3 การเพม่ิ จำนวนรงั ของผึ้งชันโรง

การเลยี้ งผงึ้ ชันโรง

2.1 ลกั ษณะของผึ้งชันโรง
2.2.1 ลกั ษณะของชนั โรงอตี าม่า

อนุกรมวธิ าน

สกุล Heterotrigona

ชอ่ื วิทยาศาสตร์ Heterotrigona itama (Corkewell 1918)

ลักษณะทว่ั ไป ชันโรง Heterotrigona itama (Corkewell 1918) ช่ือพื้นเมืองเรียกว่า

“อุงควน” เป็นชันโรงขนาดกลาง ลำตัวยาวประมาณ 4-5 มิลลิเมตร ส่วนหัวและลำตัวสีดำ ส่วนท้อง

ค่อนข้างดำ เนอื้ ปีกสนี ้ำตาลใส เส้นปีกสนี ้ำตาลเข้ม สร้างรังในโพรงไม้หรอื ในดิน ลักษณะปากทางเข้ารังสดี ำ

เบาบาง และออ่ นน่มุ

เขตแพร่กระจาย พบไดใ้ นประเทศไทยและเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต้

2.2.2 ลักษณะของชนั โรงขนเงิน

อนุกรมวิธาน Tetragonula
สกุล Tetragonula pagdeni (Schwarz, 1939)
ชอื่ วิทยาศาสตร์

การเลยี้ งผึง้ ชนั โรง

ลักษณะท่ัวไป ชันโรง Tetragonula pagdeni (Schwarz, 1939) ช่ือพ้ืนเมืองเรียกว่า

“อุงแมลงวัน” เป็นชันโรงขนาดเล็ก มีขนาดลำตัวประมาณ 4 มิลลิเมตร ส่วนหัวและอกค่อนข้างดำ ส่วน

ท้องสนี ้ำตาลอ่อน ขาสดี ำ เนอ้ื ปีกใส สรา้ งรงั ในโพรงตามสิง่ กอ่ สรา้ ง ผนงั อาคาร เสาไม้ ทอ่ พีวีซี ปากทางเข้า

รงั มีลักษณะเป็นทอ่ ส้นั ๆ มีสีนำ้ ตาลเข้มและอ่อนน่มุ

เขตแพร่กระจาย พบไดใ้ นประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

2.2.3 ลักษณะของชนั โรงปีกขาว

อนุกรมวธิ าน Tetrigona
สกุล Tetrigona apicalis (Smith, 1857)
ช่อื วิทยาศาสตร์

ลกั ษณะทว่ั ไป ชันโรง Tetrigona apicalis (Smith, 1857) ชื่อพื้ นเมืองเรียกว่า

“ขี้สูด” มีขนาดปานกลาง ลำตัวยาวประมาณ 6 มิลลิเมตร ส่วนหัวสีน้ำต่าลเข้มเกือบดำลักษณะเรียบมัน

ส่วนอกสีน้ำตาลเข้มลักษณะเรียบมันและมีขนสีน้ำตาลกระจาย ขอบด้านหลังมีขนยาว ขาคู่ที่สามบริเวณ

ขอบทิเบียมีขนแตกแขนงเป็นพู่ขนนก โคนปีกสีน้ำตาลเข้มและส่วนปลายปีกสีขาว สร้างรังอยู่ตามโพรง

ต้นไม้หรือตามแนวซอกหิน ปากทางเข้ารังมีลักษณะเป็นปากแตรแบนค่อนข้างหนาย่ืนออกมาภายนอกสี

น้ำตาล สีเหลืองอำพัน ลักษณะแข็งและเปราะ บริเวณรอบปากทางเข้ารังมียางไม้ติดโดยรอบ ลักษณะเป็น

เกล็ดเล็กๆ สำหรับใช้ป้องกันมดและศัตรูอ่ืนๆ ท่ีเข้ามารบกวน นอกจากน้ีที่ปากทางเข้ายังมีชันโรงงาน

ปอ้ งกันรังอยูจ่ ำนวน 5-10 ตวั

เขตแพรก่ ระจาย พบไดใ้ นประเทศไทยและเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต้

การเล้ยี งผึง้ ชันโรง

2.2.4 ลักษณะของชันโรงปากแตรใหญ่

อนกุ รมวิธาน

สกุล Lepidotrigona

ชือ่ วิทยาศาสตร์ Lepidotrigona terminata (Smith, 1878)

ลักษณะท่วั ไป ชันโรง Lepidotrigona terminata ชื่อพ้ืนเมืองเรียกว่า “อุงดำขาหลัง

ยาว” มีขนาดปานกลาง ลำตัวยาวประมาณ 5.5-6 มิลลิเมตร ส่วนหวั สีดำมีรอยขรุขระ ส่วนอกสนี ้ำตาลเข้ม

และมีแถบขนสีเหลืองอยู่รอบบริเวณขอบอก ส่วนท้องสีน้ำตาลเข้ม เน้ือปีกสีน้ำตาลใส พบสร้างรังอยู่ตาม

โพรงต้นไม้และรอยแตกของหิน ปากทางเข้ารังมีลักษณะเป็นปากแตร อ่อนนุ่ม สีน้ำตาล ปลายปากแตรสี

เหลอื งนวล เม่อื ถกู รบกวนจะหลบเขา้ ขา้ งในทงั้ หมด

เขตแพร่กระจาย พบไดใ้ นประเทศไทยและเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต้

2.2 แหล่งอาหารของผ้ึงชนั โรง

พฤตกิ รรมการหาอาหารของผ้งึ ชันโรง
การหาอาหารของผ้ึงชันโรง สามารถหาอาหารได้ไกลน้อยกว่าผ้ึงพันธ์ุ สามารถหาอาหาร ประมาณ

6 ถึง 8 กิโลเมตร หรือมากกว่า ขึ้นอยู่กับแหล่งอาหารของผึ้ง ส่วนแหล่งอาหารของผึ้งชันโรง ควรอยู่ใน
เขตพื้นที่ที่มีอาหารสมบูรณ์ปานกลาง คือ เขตภาคตะวันออก และภาคใต้ของประเทศไทย เน่ืองจากเป็น
พ้ืนที่ปลูกไม้ผล โดยเฉพาะมะพร้าวที่ออกดอกตลอดท้ังปี เพราะการหาอาหารของผึ้งโพรงออกหากินได้ไม่
ไกลนกั เฉลี่ยการบินออกหาอาหารประมาณ 600 เมตรเทา่ นั้น
การเกบ็ น้ำหวานของผ้งึ โพรงไทย

การเล้ยี งผง้ึ ชนั โรง

การเกบ็ น้ำหวานของผ้งึ งาน
ใชเ้ วลาตดิ ต่อกัน 3-4 วนั และอาจหาน้ำหวานจากดอกไมช้ นิดเดยี วไปถงึ 20 วนั จนดอกไมโ้ รย

ตอนเช้า ช่วงท่ีดอกไม้บาน ดอกไม้บางชนิดอาจให้เกสรมากผึ้งงานขนเกสรกลับรังมีเกสรติดขามา
เต็มและเข้าไปบรรจใุ นหลอดเซลล์ทใ่ี ช้เกบ็ เกสร

ตอนบ่าย เปล่ียนเป็นเก็บน้ำหวานจากดอกไม้อีกชนิดหนึ่ง เช่น การเก็บเกสร จากไมยราบเถาวัลย์
ในตอนเชา้ และเก็บนำ้ หวานจากดอกสาบเสือในตอนบา่ ยในการบนิ ผงึ้ ใช้ความเรว็ เฉล่ีย 24 กิโลเมตร/ช่ัวโมง
ในระหว่างการบินออกหากินความเรว็ ประมาณ 20 - 29 กิโลเมตร/ชั่วโมง โดยมากออกไปหาระหวา่ ง 1- 3
กิโลเมตร จากรังแต่อาจไปไกลถึง 12 กิโลเมตรการออกบินใช้เวลาตั้งแต่ 6 นาที ถึง 3 ชั่วโมง และตอม
ดอกไม้ชนิดเดียวกันคร้ังละ 8 - 10 ดอก เก็บเกสรประมาณ 12 - 29 มิลลิกรัม กลับรังและออกไป 6 - 47
คร้ัง/วัน ปกติผึ้งที่ออกไปหาน้ำหวานและเกสรนำเกสรจะกลับมาประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์ และ 58-60
เปอรเ์ ซ็นต์ เอานำ้ หวานกลับ

พชื อาหารหลัก อาหารท่ีได้จากเกสรดอกไม้ผลไม้ ได้แก่มะพร้าวยางพารากล้วยปาลม์ น้ำมนั ไม้ผล
ตามฤดูกาลเช่นทเุ รียนเงาะลองกองกระท้อนชมพู่มะปรางระกำสละมะม่วงหมิ พานตห์ มาก

พชื อาหารรอง เป็นพืชอาหารที่ผ้ึงใช้ทดแทนหรือเสริมในกรณีที่พืชหลักมีการเว้นชว่ งการออกดอก
ตามรอบการผลิตหรือฤดูกาล ไดแ้ ก่

การเลยี้ งผ้งึ ชันโรง

ดอกไม้ป่าและวัชพืช เป็นดอกไม้ที่พบเห็นท่ัวไปในท้องถิ่น ข้ึนมาเองตามธรรมชาติและผึ้งเข้าไป
ตอมเพ่อื เก็บนำ้ หวานหรอื เกสร

1. ดอกไม้บ้านเปน็ ดอกไม้ทม่ี ีการปลูกเพื่อการบริโภคหรอื จำหน่ายอาจเป็นพชื ไร่หรอื พืชผกั ซึ่งพบผง้ึ เข้าไป
ตอมเพ่ือเก็บน้ำหวานหรือเกสร ท่ีพบเห็นในท้องถิ่นได้แก่ มะเขือพวง ดอกแตงกวา โหระพา ฟักทอง บวบ
ถัว่ ฝกั ยาว ถว่ั ลิสง ข้าวโพด เปน็ ตน้
2. ปลอดสิ่งรบกวน สถานท่ีวางรังปลอดภัยจากสารเคมีและการรบกวนของชุมชน เน่ืองจากพฤติกรรมของ
ผงึ้ ชันโรง มีความไวต่อการรบกวนและมีพฤติกรรมการทิง้ รงั
การเพ่มิ จำนวนรงั

การแยกรัง คือ หรือขยายอาณานิคมของผึ้งเพ่ิมขึ้นจาก 1 เป็น 2 ผึ้งโพรงมีการแยกรัง อยู่
ตลอดเวลาประมาณ 1 - 7 ครั้ง/ปี การแยกรังของผึ้งโพรงนี้เกิดจากสภาพในรังผ้ึงท่ีมีประชากรหนาแน่น
และภายในรังไม่มีพื้นที่สร้างรวงใหมผ่ ้ึงอยู่อย่างแออัดผึ้งนางพญา ไม่สามารถส่งกล่ินฟีโรโมนให้ควบคุมการ
ทำงานได้ทั่วรัง ตลอดจนมีสภาพแวดล้อมท่ีไม่เหมาะสม โดยผึ้งงานสร้างหลอดเพศผู้ข้ึนก่อน จากนั้นสร้าง
หลอดนางพญาตาม นางพญาผ้ึงโพรงตัวเก่ามาวางไข่ไว้ในหลอดทั้งหลอดของผึ้งเพศผู้ และหลอดนางพญา
หลงั จากน้นั ผึง้ งานป้อนนมผึง้ ใหแ้ ก่ตัวออ่ นนางพญา จนกระท่งั เป็นตัวแก่ ผึ้งนางพญา ตัวเก่าพาผึ้งงานส่วน
หน่ึงไปสร้างรังใหม่ และนางพญาตัวใหม่ดำรงชีวิตต่อไปในรัง การแยกรังเป็นการอยู่รอดอย่างหน่ึงของผึ้ง
โพรง ผ้งึ โพรงมกี ารแยกรังตลอดปี ถึงแมว้ า่ รงั สมบรู ณห์ รือไมก่ ็ตาม

การเลยี้ งผึ้งชันโรง

การทงิ้ รังหรือการหนีรัง

การท้ิงรังหรือหนีรัง คือ พฤติกรรมที่ผึ้งทั้งรังทิ้งรังเพ่ืออพยพไปหาท่ีอยู่อาศัยใหม่จนเหลือแต่รัง
เปล่า การทิ้งรังเกิดจากการอดอยาก ขาดแคลนอาหาร การแยกรังบ่อยเกินไป นางพญาไม่มีประสิทธิภาพ
โรคและศัตรูรบกวน หรือสภาวะแวดล้อมบริเวณน้ันไม่เหมาะสมท่ีดำรงชีวิตต่อไป พบบ่อยมากในรังของผ้ึง
โพรง ผ้ึงหลวง และผึ้งม้ิม โดยเฉพาะผ้ึงโพรงการทิ้งรังเพ่ือหาที่อยู่อาศัยใหม่เป็นพฤติกรรมที่ควบคุมโดย
กรรมพันธ์ุ นอกจากน้ันการหนีรังอาจเกิดจากการหนีไปให้พ้นจากการรุกรานของโรคและศัตรู เช่น มดและ
ตัวตอ่ เป็นต้น

การเลย้ี งผงึ้ ชนั โรง

แบบทดสอบกอ่ น-หลังเรยี น
ตอนที่ 2 ลักษณะของผงึ้ โพรงไทย
ใหผ้ ูเ้ รียนทำเครื่องหมาย xลงในกระดาษคำตอบ ข้อสอบมที ั้งหมด 10 ขอ้
โดยใช้ตัวเลือกที่กำหนดให้ เวลา 10 นาที คะแนนเต็ม 10 คะแนน ให้ตอบทุกข้อ ตามคำถาม
ต่อไปนี้
1. การเพมิ่ จำนวนรังของผงึ้ ชันโรง
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................ ................................................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................. ...
............................................................................................................................. ...................................
...................................................................................................................... ..................................
2. สาเหตกุ ารท้ิงรังหรือการหนีรงั ของผึง้ ชันโรง
...................................................................................................................................................... ..........
......................................................................................................................... .......................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
....................................................................... .................................................................................. .......
........................................................................................................................................................

การเลย้ี งผ้งึ ชนั โรง

ตอนที่ 3
ประโยชน์จากผง้ึ ชันโรง

สาระสำคัญ
การเลี้ยงผ้ึงชันโรง เป็นอาชีพที่น่าสนใจ สำหรับเกษตรกรทำสวนผลไม้ สวนยางหรอื มีพ้ืนที่ติดกับ

ป่า แหล่งน้ำ ท่ีเป็นแหล่งอาหารของผ้ึง ผู้ท่ีสนใจการเล้ียงผึ้งโพรงไทย จึงจำเป็นจะต้องเรียนรู้ประโยชน์
ของผ้ึงเพอื่ เปน็ ความรทู้ ่นี ำไปใชใ้ นการประกอบอาชีพตอ่ ไป
จดุ ประสงค์

เมื่อศึกษาชุดวชิ าตอนน้ีแลว้ ผเู้ รียนสามารถ
1. บอกประโยชน์ของผ้ึงชนั โรงได้
2. บอกผลิตภณั ฑ์ที่ทำจากน้ำผึ้ง

ขอบข่ายเนอ้ื หา
เรื่องท่ี 3.1 ประโยชนข์ องผง้ึ ชนั โรง
เรอ่ื งที่ 3.2 ผลติ ภณั ฑท์ ่ีทำจากนำ้ ผ้ึง

การเลี้ยงผง้ึ ชนั โรง

3.1 ประโยชนข์ องผ้งึ ชันโรง

ประโยชนข์ องผ้ึง
ผลิตภัณฑจ์ ากผ้ึง เปน็ ผลผลิตท่เี กิดจากผ้ึง ไดแ้ ก่ นำ้ ผ้ึง เกสรผ้ึง พรอพอลสิ หรือยางไม้ นมผึ้งหรือ

รอยัลเยลลี่ ไขผึ้ง พิษผ้ึง ผลผลิตท่ีได้จากผ้ึงเป็นผลติ ภัณฑ์ ท่ีสรา้ งมูลค่าทางเศรษฐกิจและเป็นส่วนผสมของ
อาหารและยา ผลติ ภณั ฑผ์ ง้ึ ตามธรรมชาติ ได้แก่

1. นำ้ ผึง้
น้ำผึ้ง เป็นผลิตผลของน้ำหวาน (nectar) จากดอกไม้ป่าและดอกผลไม้จากสวน ที่นำมาจาก

ภายนอกรัง ผ่านกระบวนการย่อยของผ้ึงแล้ว สะสมในหลอดรัง มีคุณสมบัติเหมือนกับน้ำผ้ึงท่ีได้ตาม
ธรรมชาติ

เกสรดอกไม้ ผงเกสรผึง้

2. เกสร
เกสรคือ เซลล์สืบพันธ์ุเพศผู้ของดอกไม้ท่ีผ้ึงไปคลุกเคล้ากับอับเกสรติดตัว และใช้ขาปัดเขี่ยรวมกัน

เป็นก้อน ติดไว้ที่ขาหลัง บริเวณอวัยวะท่ีเรียกว่า ตะกร้าเก็บเกสร และนำกลับมาเก็บยังรัง เพ่ือใช้เป็น
อาหารประเภทโปรตีน สำหรบั ประชากรในรัง โดยเฉพาะใช้เล้ียงตัวอ่อน เกสรท่ีนำมาบ่มในรังจนผนังเกสร
นมุ่ จะถูกนำไปเลย้ี งผึ้งงาน ตวั อ่อนท่ีอายมุ ากกว่า 3 วัน โดยผึ้งจะบดผสมกบั น้ำผ้ึง องคป์ ระกอบในเกสรพืช
แต่ละชนดิ แตกตา่ งกนั

ไขผ้ึง เทียนไข ผลิตภัณฑ์จากไขผ้ึง

การเลย้ี งผง้ึ ชันโรง

3. ไขผง้ึ
ไขผ้ึง คือสารที่ผึ้งผลิตออกมาจากต่อมไขผึ้ง เพื่อใช้สร้างรวงผึ้งโดย ผึ้งงานสังเคราะห์จากน้ำตาลที่มี

โมเลกุลเชิงเดี่ยวภายในระบบย่อยอาหาร โดยปกติไขผ้ึงจะมีสีขาวบริสุทธ์ิ แต่สีจะเปลี่ยนไปตามสิ่งที่เจือปน เช่น
น้ำผึ้ง เกสร อุตสาหกรรมเทียนไข และการผลิตแผ่นรังเทียม งานด้านเภสัชกรรม ทันตกรรมงานหล่อแบบต่างๆ
อุตสาหกรรมพวกวัสดุกันน้ำ ยาขัดมันพ้ืน เฟอร์นิเจอร์ เครื่องหนังและเลนส์กล้องส่องทางไกลเป็นส่วนผสมของ
เคร่ืองสำอาง เชน่ โลชั่น น้ำมันแต่งผม ลิปสติก เปน็ ต้น

รอยลั เยลลี่

4. รอยัลเยลล่ี
รอยัลเยลล่ี หรือนมผึ้งเป็นอาหารสำหรับ ตัวอ่อนผึ้งและผึ้งนางพญา ลักษณะสีขาวคล้ายนมข้น

รสเผด็ เลก็ น้อย นมผงึ้ มีสารอาหารทส่ี มบรู ณ์ท้งั ไขมนั โปรตีน และวิตามิน

พรอพอลสิ

5. พรอพอลิส
พรอพอลิสคือ สารชนิดหน่งึ ที่ผ้ึงรวบรวมมาจากยางไม้ โดยเฉพาะยางทเี่ คลอื บอยู่บริเวณตาใบของ

ต้นไม้ ผึ้งจะนำสารพรอพอลิส มาซ่อมแซมรังห่อหุ้มศัตรูที่ถูกฆ่าตายภายในรัง เพื่อป้องกันการระบาดของ
เช้อื โรคภายในรัง
ประโยชนพ์ รอพอลิส
เป็นยารกั ษาโรค ใช้เปน็ สารยับย้ังเชือ้ แบคทเี รยี เชือ้ ไวรสั เชอ้ื รา รวมถึงโรค ในชอ่ งปาก กล่องเสยี ง เป็น
ต้นและเป็นสว่ นผสมของเคร่ืองสำอาง เช่น ครมี บำรงุ ผวิ สบู่ เป็นต้น

การเลย้ี งผ้งึ ชนั โรง

3.2 ผลิตภณั ฑจ์ ากน้ำผ้ึง
น้ำผ้ึง เป็นอาหารหวานท่ีผ้งึ ผลติ โดยใช้น้ำอ้อยจากดอกไม้ น้ำผ้ึงมักหมายถงึ ชนิดที่ผลิตโดยผงึ้ นำ้ หวานใน
สายพนั ธุ์ เน่อื งจาก เป็นผึ้งเกบ็ น้ำหวานให้คณุ ภาพสูง น้ำผง้ึ มีประวัติการบรโิ ภคของมนุษย์มายาวนาน และ
ถูกใช้เป็นสารให้ความหวานในอาหารและเครื่องด่ืมหลายชนิด นอกจากน้ี ยังมีภูมิปัญญาท่ีใช้น้ำผึ้งในการ
รักษาอาการเจ็บปว่ ย

การเลีย้ งผง้ึ ชนั โรง

คณุ สมบตั ิของนำ้ ผง้ึ

พลงั งานคิดเปน็ แคลอรี่

น้ำผง้ึ 0.453 กโิ ลกรมั (1 ปอนด์) ให้พลังงาน 1,380 แคลอรี่

น้ำผงึ้ 100 กรัม ใหพ้ ลงั งาน 303 แคลอร่ี

ประโยชน์คุณคา่ ทางโภชนาการของน้ำผง้ึ ต่อ 100 กรัม

พลังงาน 304 กโิ ลแคลอรี่

คาร์โบไฮเดรต 82.4 กรมั

นำ้ ตาล 82.12 กรมั

เส้นใย 0.2 กรัม

ไขมัน 0 กรมั

โปรตนี 0.3 กรัม

นำ้ 17.10 กรัม

วิตามินบ1ี 0.038 มิลลกิ รมั 3%

วิตามินบี3 0.121 มลิ ลิกรัม 1%

วติ ามนิ บี5 0.068 มลิ ลกิ รัม 1%

ประโยชน์ของนำ้ ผ้ึงวติ ามินบ6ี 0.024 มิลลิกรัม 2%

วิตามนิ บ9ี 2 ไมโครกรัม 1%

วิตามินซี 0.5 มลิ ลกิ รัม 1%

ธาตุแคลเซียม 6 มิลลิกรมั 1%

ธาตุเหลก็ 0.42 มลิ ลกิ รัม 3%

ธาตแุ มกนีเซยี ม 2 มิลลิกรมั 1%

ธาตุฟอสฟอรัส 4 มลิ ลิกรัม 1%

โพแทสเซียม 52 มลิ ลิกรัม 1%

ธาตุโซเดยี ม 4 มลิ ลิกรมั 0%

ธาตุสังกะสี 0.22 มิลลิกรมั 2%

รอ้ ยละของปรมิ าณแนะนำทร่ี ่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรบั ผใู้ หญ่

(ขอ้ มลู จาก : USDA Nutrient database)

การเลี้ยงผ้งึ ชันโรง

ประโยชน์จากนำ้ ผ้งึ ด้านความงานและสุขภาพ
ประโยชน์ของนำ้ ผ้ึงนั้นมีหลากหลาย เพราะน้ำผ้ึงมสี ่วนผสมของน้ำตาล และสารประกอบอ่ืนๆ ซึ่ง

ส่วนใหญ่จะเป็นฟรุกโทสกับกลูโคส และมีวิตามินและแร่ธาตุ ผสมอยู่ด้วย เช่น วิตามินเอ วิตามินบี 2
วิตามินบี 3 วิตามินบี 5 วิตามินบี 6 กรดโฟลิก วิตามินซี ธาตุแคลเซียม ธาตุแมกนีเซียม ธาตุโซเดียม ธาตุ
โพแทสเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตเุ หลก็ ธาตทุ องแดง ธาตุสังกะสี เป็นต้น สำหรับสารประกอบอื่นๆที่มีอยู่ใน
ปรมิ าณ เพยี งน้อยนิดนัน้ จะเปน็ สารทท่ี ำหน้าที่ชว่ ยต่อต้านอนุมูลอิสระเปน็ หลัก
ประโยชนน์ ้ำผ้งึ ด้านสุขภาพ

1. เป็นยาอายุวฒั นะชว่ ย บำรงุ สมอง ชว่ ยในเรือ่ งของความจำ
2. ช่วยให้รา่ งกายสมบูรณ์แข็งแรงต้านทานโรคต่างๆได้ดี
3. ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตในวัยเด็ก
4. ช่วยเพิม่ พลังงานใหแ้ กร่ ่างกาย
5. ผ่อนคลายความเหนื่อยลา้ อ่อนเพลยี จากการทำงานหรอื เล่นกีฬา
6. ช่วยเสรมิ สรา้ งสขุ ภาพของผปู้ ว่ ยในระยะพกั ฟ้นื หรอื ผูส้ ูงอายุ
7. ช่วยบรรเทาอาการของโรคตา่ งๆให้ดขี ึ้น
8. ชว่ ยในควบคมุ นำ้ หนกั และลดความอว้ น
9. ชว่ ยบำรงุ เลอื ดในร่างกาย ด้วยการใชน้ ำ้ ผง้ึ ครงึ่ ช้อนโต๊ะใสแ่ ก้ว แลว้ บบี มะนาว 1 ซกี ใสเ่ กลือ
เลก็ นอ้ ย แล้วเตมิ น้ำร้อนด่มื
10. ชว่ ยรกั ษาอาการหวัดใหห้ ายเร็วข้นึ
11. นำ้ ผึ้งสามารถบรรเทาอาการไอจากหวดั ในเด็กได้ดกี วา่ ยาแก้ไอ
12. ช่วยรักษาอาการเมาค้าง
13. ชว่ ยปรับสมดลุ ในรา่ งกายให้คงท่ี
14. นำ้ ผง้ึ มีฤทธ์ยิ าระงับประสาทอ่อนๆ จึงชว่ ยลดอาการหงุดหงิด ความกงั วลได้
15. ช่วยแกอ้ าการนอนไมห่ ลับ และชว่ ยทำให้หลบั สบายย่งิ ข้ึน
16. ช่วยรักษาโรคความดนั โลหิตสูง ดว้ ยการใช้น้ำผึง้ และงาดำอย่างละ 50 กรัม โดยนำงา ตำมา
ตำใหล้ ะเอยี ดแล้วผสมกับนำ้ ผ้ึง ชงกบั นำ้ ร้อนด่ืม
17. ชว่ ยรกั ษาโรคเบาหวาน ด้วยการใช้สาล่ีหอมจำนวน 5 ลกู นำ้ ผง้ึ 250 กรมั โดยปอกลกู แลว้
นำมาตำใหล้ ะเอียด นำไปคลุกกบั นำ้ ผง้ึ แลว้ ตม้ จนเหนยี ว แลว้ นำมาผสมกับนำ้ กิน
18. ช่วยรักษาโรคโลหิตจาง เพราะน้ำผ้งึ มีสว่ นผสมของธาตุเหล็กซึ่งชว่ ยในการเพม่ิ เมด็ เลือดแดง
19. ชว่ ยบำรงุ หวั ใจ ขับชพี จร และป้องกนั การเกดิ โรคหลอดเลอื ดหัวใจ
20. ช่วยบำรงุ และรักษาโรคตับ
21. ช่วยระงับความร้อนในร่างกาย
22. ชว่ ยรักษาอาการตาอักเสบจากการตดิ เชื้อ เชน่ กระจกตาอักเสบ เยื่อตาอักเสบ เป็นตน้
23. ชว่ ยบรรเทาอาการไอ หลอดลมอักเสบมีเสมหะ ดว้ ยการชงดื่มกับนำ้ มะนาว
24. นำ้ ผึ้งช่วยลดกรดในกระเพาะ ชว่ ยในการย่อยอาหาร เพราะน้ำผง้ึ จะถูกดดู ซึมทันทเี ม่ือถึงลำไส้

การเลย้ี งผึ้งชันโรง

ซง่ึ ตา่ งจากน้ำตาลชนดิ อน่ื
25. ช่วยรกั ษาโรคกระเพาะ
26. ช่วยบรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ หรือท้องเสียอยา่ งรนุ แรง
27. ชว่ ยแก้อาการทอ้ งเดิน และชว่ ยบำรุงลำไสท้ อี่ ักเสบให้ฟ้ืนตวั เรว็ ขึ้น
28. ช่วยแกอ้ าการเด็กปัสสาวะรดทน่ี อนเปน็ ประจำเพราะช่วยดดู ความชนื้ และช่วยอมุ้ น้ำไว้
29. ช่วยบรรเทาอาการของโรคริดสดี วงทวาร ด้วยการนำกระเทียมผสมกับนำ้ ผึ้ง รับประทานวันละ

3 ครงั้
30. ชว่ ยป้องกันการเกิดโรคข้ออักเสบ ด้วยการใชน้ ำ้ ส้มนำมาผสมกบั แอปเปลิ 2 ช้อนชา ใช้น้ำรอ้ น

1 แก้วแลว้ เตมิ นำ้ ผงึ้ 1 ชอ้ นชา ชงด่ืมวันละสองคร้งั
31. ช่วยแกอ้ าการตะครวิ หรือป้องกนั การเปน็ ตะครวิ
32. ช่วยแกอ้ าการท้องผูกดว้ ยการรบั ประทานกลว้ ยน้ำว้าสุกจิม้ กับนำ้ ผ้ึง ชว่ ยลดอาการท้องผกู ลง

ได้
33. ช่วยลดการอกั เสบของบาดแผล
34. ชว่ ยป้องกันการติดเช้อื ของบาดแผลและช่วยใหแ้ ผลหายเรว็

ประโยชนน์ ้ำผ้ึงด้านความงาม
1. ชว่ ยลดและป้องกนั การเกิดริ้วรอยแหง่ วยั
2. ช่วยบำรงุ ผิวพรรณให้เป็นธรรมชาติ
3. พอกหน้าดว้ ยน้ำผงึ้ ชว่ ยบำรงุ ผิวหนา้ ใหด้ ูอ่อนเยาว์ ชมุ่ ชื่นและนมุ่ นวลหลังล้างหนา้ เสรจ็ ให้นำกลว้ ย
หอมคร่ึงลูก นำมาบดผสมรวมกับนำ้ ผึ้งแลว้ ยำมาทาหนา้ ท้ิงไว้ ประมาณ 15 นาทีแล้วลา้ งออก
4. ชว่ ยบำรุงรกั ษาผวิ หนา้ ที่แห้ง ด้วยการนำไข่แดง 1 ฟองผสมกับน้ำผ้ึงผสม 1 ช้อน คนใหเ้ ขา้ กันแลว้
นำมาพอกหน้าท้งิ ไว้ 10 นาทีแลว้ ล้างออก
5. นำ้ ผง้ึ สามารถนำแปรรูปทำผลติ ภณั ฑต์ า่ งๆได้อย่างหลากหลายเชน่ ฟอกหนา้ สบู่ลา้ งหน้า เปน็ ต้น
6. ช่วยปกปอ้ งผวิ จากรังสีUV และชว่ ยเสริมสรา้ งเซลล์ผวิ หนงั
7. ชว่ ยบำรงุ เสน้ ผมให้นมุ่ สวยเงางาม หลังสระผมเสร็จใหน้ ำนำ้ ผ้งึ ผสมกบั น้ำมะกอกอย่างละ 3 ชอ้ นโต๊ะ
นำมาชโลมให้ทว่ั ศีรษะทิง้ ไว้ประมาณ 5 นาทแี ลว้ ล้างออก
8. ช่วยลดสวิ เสย้ี น สิวอดุ ตันบนใบหนา้ หลงั ลา้ งหน้าดว้ ยน้ำอุน่ เสร็จแล้ว ใหน้ ำกล้วยหอมครึ่งลกู นำมา
บดผสมรวมกบั น้ำผ้งึ แล้วยำมาทาหน้าทิ้งไว้ ประมาณ 5 นาทีแลว้ ล้างออก

การเลี้ยงผงึ้ ชนั โรง

วธิ กี ารเลือกนำ้ ผงึ้ แท้
1. สังเกตความเข้มข้นและความหนืดเปน็ หลักเพื่อให้มัน่ ใจว่าในนำ้ ผ้ึงน้นั ไม่มีน้ำผสมอยู่
2. สังเกตสี ต้องเปน็ ธรรมชาติ คือสีเหลืองอ่อนถงึ น้ำตาลใส และไมข่ ุ่นทึบ
3. มกี ล่ินหอมตามชนิดของดอกไมน้ ั้นๆ เช่น น้ำผ้งึ จากดอกล้ินจ่ี น้ำผ้ึงจากดอกลำไย
4. สะอาด ไมม่ ีกาก ไขผ้งึ หรือมเี ศษของตวั ผึง้ ปะปนอยู่ รวมไปถึงวสั ดุแขวนลอยต่างๆ
5. น้ำผงึ้ ไมแ่ ยกชัน้ และเป็นเนื้อเดียวกัน
6. เมื่อนำมาหยดใส่กระดาษไขหรือกะดาษทิชชูจะไม่ซึม
9. หยดน้ำผึ้งลงในน้ำชา แล้วสังเกตการละลายถ้าเป็นน้ำผง้ึ แท้เม่ือคนเข้ากนั แลว้ น้ำ
ผ้ึงจะไมล่ ะลายทนั ที

ผูท้ ่ีไมค่ วรรับประทานนำ้ ผ้งึ
1. ผู้ทีม่ ีอาการแพน้ ้ำผงึ้ หรือเกสรนำ้ ผึง้
2. มีคำแนะนำว่าไม่ควรใหเ้ ด็กอายตุ ่ำกวา่ 1 ขวบรบั ประทานนำ้ ผ้งึ
3. ผู้ท่ีน้ำเหลอื งเสยี มีตมุ่ หนอง มีฝพี ุพอง หรอื โรคครุฑราชต่างๆ หรือผ้ทู ม่ี ี
อาการเสมหะพกิ าร(เสมหะมากและมภี าวะโรคปอดแทรก)
4. คนที่ดพี ิการ(มีอาการตัวเหลอื งตาเหลือง)

การเลี้ยงผ้งึ ชนั โรง

แบบทดสอบหลังเรยี น
ตอนที่ 3 ประโยชนข์ องผึ้ง
ให้ผู้เรียนทำเครือ่ งหมาย x ลงในกระดาษคำตอบ ข้อสอบมีท้ังหมด 10 ข้อ ให้ตอบทุกข้อ เวลา
10 นาที คะแนนเตม็ 10 คะแนน โดยใชต้ ัวเลอื กที่กำหนดให้
และตอบคำถามต่อไปนี้
............ 1. ผึ้งมีประโยชนท์ างยาและเปน็ สารอาหารใหค้ วามหวานในอาหารและเคร่ืองดืม่
............ 2. ใช้นำ้ ผ้งึ แทนสารกนั บูดในนำ้ สลดั
............ 3. วิธีการเลือกน้ำผึ้งแท้สังเกตสี ต้องเป็นธรรมชาติ คือสีเหลืองอ่อนถึงน้ำตาลใส และไม่ขุ่น
ทบึ
............ 4. น้ำผงึ้ เปน็ ยาอายุวัฒนะช่วยบำรุงสมอง ชว่ ยในเรือ่ งของความจำ
............ 5. เกสร คอื เซลลส์ ืบพนั ธุ์เพศผขู้ องดอกไมท้ ่ีผึ้งไปคลกุ เคล้ากับอบั เกสร
............ 6. รอยัลเยลลี่ คือ สารท่ีผึง้ ผลิตออกมาจากต่อมไขผ้งึ เพอื่ ใช้สรา้ งรวงผึ้ง
............ 7. ไขผง้ึ หรือนมผึ้งเปน็ อาหารสำหรับ ตวั ออ่ นผึ้งและผง้ึ นางพญา
............ 8. คนท่ีดีพกิ ารมีอาการตวั เหลอื งตาเหลืองควรรบั ประทานนำ้ ผึ้ง
............ 9. ผลิตภัณฑ์จากผ้ึง เป็นผลผลิตที่เกิดจากผึ้ง ได้แก่ น้ำผ้ึง เกสรผึ้ง พรอพอลิส หรือยางไม้ นม
ผงึ้ หรอื รอยลั เยลล่ี ไขผ้งึ
............ 10. มีคำแนะนำว่าไม่ควรใหเ้ ดก็ อายุตำ่ กว่า 1 ขวบรับประทานน้ำผง้ึ

การเลี้ยงผึ้งชนั โรง

ตอนที่ 4
วสั ดุ อุปกรณ์ท่ีใช้เลย้ี งผง้ึ ชนั โรง

สาระสำคัญ
วัสดอุ ปุ กรณ์การเลย้ี งผึง้ ชนั โรง การใช้และเกบ็ รักษาท่ถี ูกวธิ ี เปน็ ปจั จัยสำคญั สำหรบั การเลีย้ งผง้ึ ทผ่ี เู้ รยี น
จำเปน็ อยา่ งยิ่งทจี่ ะต้องร้วู สั ดุและอุปกรณท์ ่ีใชเ้ ลย้ี งผ้งึ ชนั โรง และเขา้ ใจการนำไปใช้อปุ กรณแ์ ตล่ ะชนิดที่ถกู
วธิ ี เพือ่ เป็นการนำไปใชใ้ นการเลี้ยงผ้งึ ชันโรงให้ประสบผลสำเร็จได้
จุดประสงค์

1. บอกวัสดอุ ุปกรณ์ที่ใช้เลี้ยงผึ้งชันโรงไดถ้ ูกต้อง
2. บอกวสั ดุอุปกรณ์สำหรับเก็บนำ้ ผ้ึงชนั โรง
3. อธิบายการใช้และการเก็บรักษาอุปกรณ์ท่ีถูกวธิ ี
ขอบข่ายเน้ือหา
เรื่องที่ 4.1 วสั ดุอปุ กรณ์ที่ใช้เลย้ี งผ้ึงชันโรง
เรื่องท่ี 4.2 การใชแ้ ละการเก็บรักษาอปุ กรณ์ทีถ่ ูกวิธี

การเล้ียงผง้ึ ชันโรง

4.1 วัสดุอปุ กรณ์ท่ีใชเ้ ลี้ยงผง้ึ ชนั โรง 50

วสั ดอุ ุปกรณ์ท่ีใชเ้ ล้ียงผ้งึ โพรงไทย
1. กล่องหรือรังเลี้ยงผ้ึงโพรงไทย ทำด้วยแผ่นไม้เป็นรูปสี่เหลี่ยมมีความยาว
ซม.ความกวา้ ง 4 ซม.ความสูง2.4ซม. ใชส้ ำหรบั ใหผ้ ้งึ อาศยั ทำรงั อยู่

2. ชุดแต่งกาย ใช้รองเท้าบูตยาว,กางเกงยีนส์ หรือผ้าหนาขายาว หรือ
แบบท่ีมีฟองน้ำบุข้างในปลายกางเกงอยู่ด้านนอกรองเท้าแล้วเอายางรัดไว้
กันผึ้งเข้ากางเกงและเส้ือ,ถงุ มือยางแบบหนา, หมวกปีกกว้าง และถุงตาข่าย
ครอบศีรษะ ใช้ผ้าแบบบางๆ ที่ใชต้ ัดเส้ือก็ได้ ให้มองทะลุได้สะดวก โดยใส่ยาง
ยดื ไว้รดั รอบๆ คอเสื้อดว้ ยหมวกคลมุ ศีรษะใช้สำหรับใส่ป้องกนั กนั ผ้งึ ตอ่ ย

3. ท่ีขังนางพญา
ใช้สำหรับ: จบั ผึง้ นางพญาใสเ่ พอื่ นำไปใส่หบี ลอ่ ผึ้งงานเข้ารัง

4. เครือ่ งพ่นควัน
ใช้สำหรับ:เคร่ืองพ่นควัน จะทำให้ผงึ้ ไม่บินไปมา เพราะโดยสญั ชาตญิ าณของ
ผ้ึง เมื่อเกิดไฟไหม้ผึ้งจะเกาะรอบๆรังเพ่ือป้องกันรังและตัวอ่อน(แม้ตัวมัน
จะตอ้ งตาย) ดงั น้ันเครื่องพ่นควันจึงเปน็ อาวธุ สำคญั แต่หากเป็นชว่ งเช้าๆ หรือ
คำ่ ๆอาจไมต่ ้องใช้ก็ได้เพราะผ้ึงยงั ไม่ดุ แต่ช่วงสายๆบา่ ย หรือแดดจัดๆ อากาศ
ร้อนๆ ผ้ึงจะค่อนข้างดุ เราจึงจำเป็นต้องใช้เคร่ืองพ่นควันผ้ึงให้สยบ มี
ความสำคัญต่อการปฏิบัตงิ านเกี่ยวกับรังผ้ึงมากมี 3 สว่ น คอื กระปอ๋ ง หม้อลม

แผ่นโลหะบุ เปน็ วสั ดุทีเ่ ปน็ ฉนวนทนความร้อนสำหรับเชอ้ื เพลิงผลติ ควันน้นั จะ
ใชใ้ บไมแ้ ห้ง, แกลบ หรือกาบมะพร้าวตามท่ีหาได้ กาบมะพรา้ วจะไดค้ วนั ดี
ติดงา่ ย และอยนู่ านกว่า

5. เครอ่ื งดูดนำ้ ผ้งึ
ใชส้ ำหรับ ดูดนำ้ ผ้งึ จากรัง โดยไม่ต้องกรองผา้ ขาว เพม่ิ ความสะดวกในการดูด
นำ้ ผง้ึ เขา้ ส่ภู าชนะทีเ่ ตรยี มไว้

การเล้ียงผึ้งชันโรง

4.2 การใช้และการเก็บรกั ษาอุปกรณ์ที่ถูกวธิ ี
การใชอ้ ปุ กรณเ์ ก็บนำ้ ผึง้ โพรงไทย
1. อปุ กรณ์ทุกชนดิ ใชใ้ หถ้ ูกประเภท
2. ดูแลรักษาให้อย่ใู นสภาพท่ีดีอยูเ่ สมอ
3. ปอ้ งกนั ไมใ่ ห้เกิดการเสื่อมสภาพกอ่ นหมดอายุ
4. กลอ่ งเล้ียงผ้ึงต้องใช้หลังคากระเบื้องหรอื สังกะสีป้องกันฝนไมใ่ ห้เกิดการชำรุด
5. เครื่องมืออุปกรณ์ทใี่ ชท้ กุ คร้งั ทำความสะอาดและเช็ดให้แห้งกอ่ นเกบ็ ในท่แี ห้งป้องกันไมใ่ หเ้ กดิ สนิม
การเกบ็ รกั ษาอุปกรณ์เก็บนำ้ ผง้ึ โพรงไทย

การเก็บรักษาอุปกรณ์หลังจากการใช้งานแล้วทุกครั้งจะต้องจัดเก็บและทำความสะอาดอุปกรณ์ทุก
ช้นิ เพ่ือให้การใช้งานคร้ังตอ่ ไปมีประสิทธภิ าพไม่ชำรุดเสียหายอุปกรณ์ท่ีเป็นโลหะได้แก่เหล็กงัด เม่ือใช้เสร็จ
ตอ้ งเช็ดด้วยผา้ ชุบนำ้ มันและชโลมน้ำมนั ให้ท่วั เพอ่ื ป้องกันสนมิ แลว้ เก็บใส่ซองหรอื กล่องแลว้ แต่กรณี

การเล้ยี งผ้ึงชนั โรง

แบบทดสอบก่อน-หลงั เรียน
ตอนท่ี 4 วสั ดุอปุ กรณ์ทใ่ี ชเ้ ลี้ยงผ้งึ ชนั โรง
ให้ผู้เรียนทำเคร่ืองหมายxลงในกระดาษคำตอบข้อสอบมีทั้งหมด 10 ข้อให้ตอบ ทุกข้อเวลา 10 นาที
คะแนนเตม็ 10 คะแนนโดยใช้ตวั เลอื กทีก่ ำหนดให้ตอบคำถามต่อไปน้ี
.......... 1. ลังหรอื กลอ่ งเลี้ยงผง้ึ เป็นอุปกรณท์ ี่จำเปน็ ในการเล้ยี งผึ้งชันโรง
.......... 2. หมวกเป็นอุปกรณเ์ ลยี้ งผงึ้ ชนั โรง
.......... 3. การเล้ียงผึ้งไม่มคี วามจำเป็นต้องมีอุปกรณช์ ุดแตง่ กายเนอ่ื งจากไม่ตอ้ งดูแล
.......... 4. เสือ้ และกางเกงขายาว เปน็ อปุ กรณ์ปอ้ งกนั ผ้งึ ต่อยไดด้ ี
.......... 5. ถงั รม่ ควนั สยบผงึ้ เป็นอุปกรณ์ท่จี ำเป็นในการเลี้ยงผ้งึ ชันโรง
.......... 6. หบี พลาสตกิ สามารถเล้ยี งผึ้งไดด้ ีกว่ากล่องไม้
.......... 7. ผา้ ฝา้ ยสามารถกรองน้ำผึง้ ไดด้ ี
.......... 8. ภาชนะรบั รองนำ้ ผึ้งที่ดคี วรเป็นภาชนะทเ่ี ปน็ เนอื้ สแตนเลส
.......... 9. อุปกรณ์ทเ่ี ป็นโลหะเมื่อใช้เสรจ็ ตอ้ งเช็ดด้วยผา้ ชบุ นำ้ มนั และชโลมน้ำมนั ใหท้ ่ัว
.......... 10. เมอื่ อปุ กรณช์ ำรดุ ควรซอ่ มแซมทันทเี พ่ือประสทิ ธิภาพในการใช้งาน

การเลี้ยงผง้ึ ชันโรง

ตอนที่ 5
ขน้ั ตอนการทำกลอ่ งเลี้ยงผึง้ ชันโรง

สาระสำคญั
กล่องหรือรงั เป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับการเลย้ี งผ้ึงชันโรง ท่ีผู้เรยี นจำเป็นอยา่ งยิ่งท่ีจะต้องรู้การเลือก

วัสดุและอุปกรณ์ และขั้นตอนการทำรังเล้ียงผึ้งชันโรง อย่างเข้าใจการนำไปลงมือปฏิบัติตามขั้นตอน
ที่สามารถทำกล่องหรือรงั เลีย้ ง และนำไปใช้ในการเลย้ี งผงึ้ ชันโรงใหป้ ระสบผลสำเร็จได้
จุดประสงค์

1. บอกวสั ดอุ ุปกรณท์ ่ใี ช้ทำกล่องหรอื รงั เลีย้ งผ้ึงชนั โรงได้ถูกต้อง
2. บอกขัน้ ตอนการทำกล่องหรือรงั เลย้ี งผ้ึงได้
ขอบขา่ ยเนื้อหา
เร่อื งที่ 5.1 วสั ดอุ ุปกรณท์ ี่ใช้ทำกลอ่ งหรอื รังเลี้ยงผ้ึงชันโรง
เรื่องที่ 5.2 ข้ันตอนการทำกลอ่ งหรือรงั เลย้ี งผึ้งชันโรง

การเลี้ยงผึ้งชันโรง

5.1 วัสดุอปุ กรณ์ท่ีใชท้ ำกล่องหรือรงั เล้ียงผ้ึง
ชนั โรงขถูกนวาิธดี รังเล้ียงผ้ึงชันโรง ขนาดทั่วไปที่นิยมใช้ มีขนาดกว้าง 30 เซนติเมตร ยาว 50 เซนติเมตรและสูง
25 และ มีความเหมาะสมท่ีสุดเป็นแบบเปิดฝาด้านข้างทั้งสองด้าน และมีฝาปิดบนท่ีให้ผ้ึงทำรังบนด้านใน ไม่
นิยมเล้ียงแบบใช้คอน เพราะทำให้รังผ้ึงติดกัน ไม่สะดวกในการเก็บน้ำผ้ึง มีประตูทางผ้ึงบินเข้าทางเดียว มีขอบ
ไม้เป็นรปู ตัว H ติดไว้ที่หน้าประตไู ว้สำหรับผึ้งงาน เม่ือบินเอาน้ำหวานหรือเกสรดอกไม้กลับรงั มาหนัก หากไม่มี
ทพ่ี กั กอ่ นเข้ารงั น้ำหวานจะหลน่ ที่หน้าช่องทางเข้าเกือบหมดเสาท่ีใชก้ ็มหี ลายแบบข้ึนอยูก่ ับวสั ดุอุปกรณ์

ไม้กระทิงเทพา เป็นไมท้ ี่นยิ มใช้มาทำรังผงึ้ เนอื่ งจากพบว่านำ้ จะไม่ซึมผา่ นไม้

เลื่อย อุปกรณ์สำหรับตัดไม้
ค้อน เปน็ อปุ กรณใ์ ช้สำหรับตอกตะปู

การเลี้ยงผ้ึงชนั โรง

ตลับเมตร ใช้วดั ความยาว-สนั้ ของวสั ดทุ ีจ่ ะประกอบ
สวา่ นเจาะ อปุ กรณ์ทใี่ ชเ้ จาะตะปูเพ่ือประกอบลงั ไม้
แกส็ พ่นไฟ ใช้พน่ ลงั ไม้หลังจากประกอบเสร็จ
เลอื่ ยยนต์ อุปกรณต์ ัดขอนไม้ทีม่ ผี ึง้ ชันโรงอาศัยอยู่

การเลยี้ งผง้ึ ชันโรง

5.2 ขั้นตอนการทำกลอ่ งหรือรงั เลยี้ งผ้ึงชนั โรง
ชันโรงถูกวธิ ี
การเตรียมวสั ดุทำรังเล้ียงผ้ึงโพรงไทย มีดังนี้
1. ใช้ไม้ฉากวัดกระดานที่เตรียมไว้ขนาดหน้ากว้าง 12.5 ยาว 30 เซนติเมตร แล้วขีดกับดินสอ ใช้เลื่อยตัด

ตามดินสอ จำนวน 10ชิ้น
2. ใช้ไม้ฉากวัดกระดานท่ีเตรียมไว้ขนาดหน้ากว้าง 12.5 ยาว 60 เซนติเมตร แล้วขีดกับดินสอเขียนไม้ ใช้เลื่อย

ตัดตามดินสอ ชน้ิ จำนวน 6 ช้นิ
3. ใช้ไม้ฉากวัดกระดานท่ีเตรียมไว้ขนาดหน้ากว้าง 12.5 ยาว 60เซนติเมตร แล้วขีดกับดินสอเขียนไม้ ใช้เล่ือย

ตัดตามดินสอ ช้นิ จำนวน 3 ชน้ิ
4. ใช้ไม้ฉากวัดกระดานที่เตรียมไว้ขนาดหน้ากว้าง 12.5 ยาว 50 เซนติเมตร แล้วขีดกับดินสอ ใช้เลื่อยตัดตาม

ดนิ สอ จำนวน 3 ชนื้
5. ตัดไม้ติดขอบใช้สำหรับดามฝาข้างและด้านหลัง ขนาดหน้ากว้าง 12เซนติเมตร จำนวน 8 ช้ิน และ

ขนาด 3 เซนติเมตรจำนวน 2 ช้ินขนาด และขนาด5 เซนติเมตรจำนวน 2ช้ินขนาด 2 เซนติเมตร
จำนวน 1 ชิ้น
ขัน้ ตอนการทำกล่องเล้ียงผ้ึงโพรงไทยดงั นี้
ขั้นตอนที่ 1 การทำฐานรงั
นำไม้ขนาด หมายเลข 1, 2,3 จำนวน 3 ชิ้นที่ตัดไว้มาต้ังเรียงติดกัน ใช้ตะปูขนาด 1 น้ิวตอกไม้ดาม ด้าน
ในให้ไม้ติดกันทงั้ 3 ช้นิ
ขน้ั ตอนท่ี 2 การทำฝาขา้ งซ้าย –ฝาขา้ งขวา
นำไม้ท่ตี ัดไว้ยาว 30 เซนติเมตร จำนวน 3 ชื้น มาตั้งเรียงติดกัน ใช้ตะปูขนาด 1 นิ้ว ตอกไม้ดามให้ไม้ติดกัน
ทำ 2 ชุด
ขั้นตอนที่ 3การทำฝาหน้า นำไม้ขนาด ยาว 50 เซนตเิ มตร จำนวน 3 ช้ืน ทตี่ ัดไวม้ าตั้งเรียงติดกัน ใช้ตะปู
ขนาด 1 นิ้วตอกไม้ ด้านนอกให้ไม้ติดกันทง้ั 3 ชน้ื
ขั้นตอนที่ 4การทำฝาหลงั
นำไม้ขนาด ยาว 50 เซนติเมตร จำนวน 3 ช้ิน ท่ีตัดไวม้ าตง้ั เรียงติดกัน ใช้ตะปขู นาด 1 น้วิ ตอกไม้ ด้านใน
ใหไ้ ม้ตดิ กนั ท้งั 2 ชิน้ ชิ้นที่ 3 ตดั ยางรถจักรยานยนตเ์ กา่ ตดั พอขนาดพอใช้ ตอกด้วยตะปู

การเลี้ยงผง้ึ ชันโรง

ข้นั ตอนท่ี 5 นำส่วนประกอบจากขั้นตอนที่ 1 2 3 และ 4 มาประกอบตอกตะปูเขา้ ด้วยกัน

การเล้ยี งผ้งึ ชันโรง

เสาต้ังรองรงั
เสาตั้งรองรัง มีขนาดท่ีรองรับตัวรังเลี้ยงได้ โดยจะต้องมีขนาดกว้าง
เท่ากับรัง แต่มีความยาวยื่นออกมาทางด้านหน้าให้ยาวกว่าตัวรัง
ประมาณ 2 น้ิว เพื่อเป็นลานบินของผึ้ง ฐานรังจึงมีขนาดกว้าง x ยาว
เท่ากับ16 (1/4) x 19 น้ิว หน้าไม้ท่ีนำมาประกอบฐานรังเม่ือไสกบ แล้ว
ควรหนา 1(7/8) นิ้วหรือจะใช้เสาปูน หรือเสาไมฐ้ านรองเป็นปูนสามารถ
ทำได้ แตน่ ยิ มใช้ขอนไมใ้ นการต้งั ขารองรับ

การเลยี้ งผง้ึ ชันโรง

แบบทดสอบก่อน-หลงั เรียน
ตอนที่ 5 วสั ดอุ ุปกรณ์ที่ใช้เลี้ยงผงึ้ โพรงไทย
ให้ผู้เรียนทำเคร่ืองหมาย x ลงในกระดาษคำตอบข้อสอบมีท้ังหมด 10 ข้อให้ตอบทุกข้อเวลา 10
นาทคี ะแนนเตม็ 10 คะแนนโดยใชต้ วั เลอื กท่กี ำหนดใหต้ อบคำถามตอ่ ไปนี้
...........…. 1. หีบหรือกล่องเลยี้ งผ้งึ เปน็ อุปกรณ์ทจ่ี ำเป็นในการเลี้ยงผึ้งชนั โรง
...........…. 2. ผง้ึ โพรงไทยชอบเขา้ ทำรังในรงั ไม้เกา่ มากกวา่ ไมใ้ หม่
...........…. 3. เสาปูน เลยี้ งผ้ึงชันโรงได้ดกี วา่ เสาไม้
...........…. 4. ไม้ทาสสี ามารถนำมาทำหบี เลี้ยงผึง้ ได้
...........…. 5. ตะปสู ำหรบั ทำรงั ผง้ึ ชนั โรงสามารถใชไ้ ด้ทกุ ขนาด
...........…. 6. หบี เลี้ยงผงึ้ ทำดว้ ยไมส้ ามารถเล้ยี งผึ้งได้ดีกวา่ หบี กล่องพลาสติก
...........…. 7. การทำเปน็ รปู ตวั H ท่ีหน้าชอ่ งทางเข้าของผง้ึ เพื่อใหผ้ ึ้งบนิ มาพกั ก่อนเข้ารัง
...........…. 8. การทำท่ีปดิ -เปดิ ทางขา้ งหรอื หลงั กไ็ ด้
...........…. 9. รังเลี้ยงผึ้งขนาดใหญผ่ ึ้งชันโรงชอบเขา้ อาศัยมากกว่ารังขนาดเล็กกว่าเสมอ
..........…. 10. ถ้าไมม่ รี งั ไม้สามารถใชอ้ ุปกรณ์อ่ืนท่ีเป็นรงั หรือกล่องแทนได้

การเล้ยี งผง้ึ ชนั โรง

ตอนที่ 6
การดูแลรกั ษาและการป้องกนั ศตั รูผง้ึ ชันโรง

สำระสำคัญ
การเรียนรู้วิธีการดูแลรักษา ศัตรูและการป้องกันศัตรูผ้ึงชันโรง หากผู้เรียนเรียนรู้วิธีการอย่าง

เข้าใจและลงมือปฏิบัติจริงตามขั้นตอนแล้วสามารถเล้ียงผ้ึงชันโรงได้ตามความต้องการผู้เขียนจึงได้ลำดับ
ข้ันตอนวธิ ีการดูแลรกั ษา และการป้องกันศัตรูผ้ึงชันโรง เพ่ือให้ผู้เรียนได้ฝึกปฏิบัติและสามารถนำความรู้ไป
ประยกุ ตใ์ ชเ้ ลี้ยงผงึ้ ชันโรงให้ประสบความสำเร็จตอ่ ไป
จดุ ประสงค์

1. บอกวิธีการดูรักษาผงึ้ ชนั โรงได้ถูกต้อง
2. บอกศัตรูและการปอ้ งกันศัตรผู ง้ึ ชนั โรงได้ถูกต้อง
ขอบขา่ ยเน้อื หา

เร่อื งที่ 6.1 วิธีการดแู ลรักษาผ้ึงชนั โรง
เรอ่ื งที่ 6.2 ศัตรแู ละการป้องกนั ศัตรผู ึง้ ชันโรง

การเลย้ี งผง้ึ ชันโรง

6.1 วธิ กี ารดแู ลรักษาผง้ึ ชนั โรงชนั โรง

หลังจาก ผึง้ ชนั โรงจากธรรมชาติเข้ามาเลยี้ งแล้ว ก็ต้องหม่ันตรวจตราสภาพภายใน สปั ดาห์ละ 1-2
ครงั้ ดังนี้

1. ตรวจดกู ารวางไข่ของผง้ึ นางพญาวา่ ปกติดหี รือไม่ สมำ่ เสมอเพยี งใด
2. ตรวจดูอาหารภายในรังว่ามีพอเพียงหรือไม่ ถ้าสภาพภายในรังขาดน้ำหวานก็ให้น้ำเช่ือมแทน
แตไ่ มแ่ นะนำให้ใช้น้ำหวานบ่อยหนัก เพราะจะทำใหผ้ งึ้ ตายได้
3. เปิดฝาลังทางข้างหรอื หลงั ใชไ้ มก้ วาดทำความสะอาด
4. ตรวจดูภายในรวงรัง ถ้าหากพบหลอดนางพญา ที่ผ้ึงงานสร้างข้ึนมา ให้รีบแยกออกเข้าลังใหม่
โดยเร็ว เพ่อื ป้องกนั การแยกรังของผ้งึ
6.2 ศัตรูและการป้องกนั ศัตรผู ้ึงชันโรง
ศัตรขู องผ้ึง
ศัตรูของผึ้ง ส่วนใหญ่จะเป็นสัตว์ต่าง ๆ เช่น มด ไร คางคก จิ้งจก ตุ๊กแก ก้ิงก่า เป็นต้น ป้องกัน
โดยการกำจัดศัตรูเหล่านั้น และถากถางบริเวณท่ีต้ังรังให้สะอาด ไม่ให้มีวัชพืชปกคลุม ศัตรูของผึ้งที่เป็น
อนั ตรายมากก็คือ ยาฆ่าแมลง อาจจะทำให้ผง้ึ ตายทั้งหมดก็ได้ ป้องกันได้ โดยยา้ ยกล่องเลย้ี งผึ้งไปตงั้ ไว้ที่อ่ืน
ชว่ั คราว

การเลยี้ งผึง้ ชนั โรง

มดแดง
วิธีป้องกันควรมีผ้าชุบน้ำมันเคร่ืองเก่าผูกรอบๆ
เสาหรอื ขาโต๊ะเพ่อื ป้องกันพวกมด

ไร
การป้องกัน ไรชอบอาศัยในหลอดรวงของตัวผู้
ใส่แผ่นรังเทียมของผ้ึงตัวผู้ ให้มีผ้ึงตัวผู้อยู่ที่เดียวกันทั้ง
คอน แล้วนำเข้าไปไว้ในรังท่มี ีไรระบาดมาก ๆ หลังจากผ้ึง
ปิดฝาลอดรวงผ้ึงตัวผู้แล้วจึงนำคอนนั้นมาทำลายเสีย
วิธีการนี้ค่อนข้างจะยุ่งยากสำหรับผู้ที่เล้ียงผึ้งเป็นจำนวน
มาก แต่มีความปลอดภยั สูงเพราะไมต่ อ้ งใช้สารเคมี และเปน็ วิธที ่ี
ประหยัด เช่นเดียวกับ การขังผึ้งนางพญาในกล่องนานประมาณ
21- 24 วัน เพ่ือหยุดการวางไข่ของผ้ึงนางพญา ภายในรังจะไม่มี
ตัวอ่อนเลยทำใหร้ งั น้นั ปราศจากไรไปดว้ ยเพราะขาดอาหาร
จงิ้ จก
การป้องกนั ลดขนาดของทางเข้าออกทีฐ่ านรงั ให้เลก็ ลง
มัน่ ทำความสะอาดรัง
ผีเสอื้ หนอนกินไขผึ้ง
การปอ้ งกนั และการกำจัด
ลดขนาดของทางเข้าออกที่ฐานรังให้เล็กลงเพื่อป้องกัน
ผีเสื้อลอบเข้าไปไข่หากมีหนอนนำคอนที่มีหนอนแช่ใน
ช่องน้ำแข็งเป็นเวลา 24 ชั่วโมงหรือใช้ความร้อน
อณุ หภมู ปิ ระมาณ 45 องศาเซลเซียส

แมงปอ
การปอ้ งกันตัดไม้บริเวณทต่ี ัง้ กล่องไมใ่ หร้ ก

การเล้ยี งผ้งึ ชันโรง

ตัวต่อ
การป้องกัน หมนั่ เฝ้าดูแลบริเวณ
รงั เลีย้ งผึ้งโพรงไทยบอ่ ยๆ

ยาฆา่ แมลง
การป้องกันก่อให้เกิดปัญหาความเป็นพิษ
อย่างรนุ แรงต่อผ้ึงมากท่ีสุดความเป็นพษิ ของสารเคมี
กำจัดศัตรูพืชที่มีต่อการเลี้ยงผ้ึงทำความเข้าใจใน
เรื่องสารเคมีที่เป็นพิษต่อผ้ึงเพื่อหาทางป้องกัน และ
แก้ไขใหท้ ันท่วงที

การเลีย้ งผงึ้ ชนั โรง

แบบทดสอบกอ่ น-หลงั เรียน
ตอนท่ี 6 วธิ ีการดแู ลรักษาและการป้องกนั ศัตรูผ้ึงโพรงไทย
ให้ผู้เรียนทำเคร่ืองหมาย x ลงในกระดาษคำตอบข้อสอบมีทั้งหมด 10 ข้อ ให้ตอบทุก
ขอ้ กำหนดเวลา 10 นาที คะแนนเต็ม10 คะแนน โดยใช้ตวั เลือกท่กี ำหนดให้ตอบคำถามต่อไปน้ี
............ 1. หลังจาก ผึ้งชันโรงเข้าลังแล้ว กต็ รวจตราสภาพภายใน สปั ดาห์ละ 1-2 ครั้ง
............ 2. ตรวจดผู ง้ึ นางพญาว่าปกติดหี รือไม่
............ 3. ตรวจดูการวางไข่ของผ้งึ นางพญาวา่ สมำ่ เสมอเพยี งใด
............ 4. ถา้ สภาพภายในรังขาดนำ้ หวานกใ็ ห้น้ำเชื่อมแทน นอกจากเสียหายทำให้ผึ้งตาย
............ 5. ตรวจดูภายในรวงรัง ถ้าหากพบหลอดนางพญา ท่ีผึ้งงานสร้างขึ้นมา ให้รีบแยกออกเข้าลัง
ใหม่ โดยเรว็ เพื่อปอ้ งกันการแยกรังของผึ้ง
............ 6. ผเี สอ้ื ไมเ่ ป็นศัตรูของผ้ึงชนั โรง
............ 7. มดแดงวธิ ปี อ้ งกนั ควรมีผ้าชุบนำ้ มนั เคร่อื งเกา่ ผกู รอบๆเสาหรอื ขาโตะ๊
............ 8. จิง้ จกการปอ้ งกัน ลดขนาดของทางเขา้ ออกที่ฐานรังใหเ้ ลก็ ลงหมน่ั ทำความสะอาดรงั
............ 9. การป้องกนั ตัวตอ่ มั่นเฝา้ ดูแลบริเวณลังเล้ยี งผง้ึ บ่อยๆ
............ 10. ปัญหาความเป็นพษิ อยา่ งรนุ แรงตอ่ ผึง้ มากที่สดุ ความเป็นพิษของสารเคมี

การเลี้ยงผงึ้ ชันโรง

ตอนท่ี 7
การเกบ็ นำ้ ผึง้ ชนั โรง

สำระสำคัญ
การเรียนรู้วิธีเก็บน้ำผึ้งชันโรง หากผู้เรียนเรียนรู้วิธีอย่างเข้าใจและลงมือปฏิบัติจริงตามขั้นตอน

แล้วสามารถเก็บนำ้ ผ้ึงชันโรงได้ตามความต้องการผู้เขยี น จึงได้ลำดับขั้นตอนการเกบ็ ผง้ึ ชันโรง เพ่ือให้ผู้เรยี น
ได้ฝกึ ปฏบิ ตั ิและสามารถนำความรู้ไปประยุกตใ์ ชเ้ ล้ียงผึ้งชนั โรง ประสบความสำเร็จตอ่ ไป
จุดประสงค์

1. บอกการเตรียมวัสดอุ ปุ กรณ์เก็บนำ้ ผ้งึ ได้ถูกตอ้ ง
2. บอกวิธีการเกบ็ นำ้ ผงึ้ ได้ถกู ตอ้ ง
ขอบข่ายเนื้อหา
เรื่องที่ 7.1 วิธีการเก็บนำ้ ผง้ึ ชนั โรง

การเล้ยี งผึ้งชนั โรง


Click to View FlipBook Version