แต่อีกหนึ่งเคล็ดลับที่ทำเป็นประจำนั่นคือ การตั้งเป้าหมายในชีวิตอย่างชัดเจน บางครั้งอาจเหนื่อย ก็มองย้อนกลับ มายังเป้าหมายว่า “เรามาที่นี่เพื่ออนาคตของเรา” ความสำเร็จในการเรียน ความสำเร็จของการเรียนในสาขาวิชาภาษาไทย คือ การที่ได้พัฒนาตัวเองในทุก ๆ ด้าน ทั้งด้านการเรียน การทำงาน และการเข้าสังคมที่ทางสาขาได้มอบให้นักศึกษา แต่ความสำเร็จสูงสุดสำหรับการเรียน คงเป็นการเรียน จบตามหลักสูตรของสาขา ทั้งได้นำความรู้ และประสบการณ์ต่าง ๆ ที่สาขามอบให้มาใช้ในการทำงานจริง ผลงานที่โดดเด่น ตัวเองไม่ได้เป็นคนที่เก่ง หรือโดดเด่นในด้านใดด้านหนึ่ง แต่ทุก ๆ ครั้งที่ต้องทำอะไร หรือได้รับมอบหมาย สิ่งใดจะตั้งใจทำสิ่งนั้นให้ออกมาดีที่สุด ความประทับใจ ตลอดระยะเวลาของการเป็นเป็นนักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย มีเรื่องราวดี ๆ และความประทับใจที่เกิดขึ้น มากมาย ทั้งรุ่นน้อง รุ่นพี่ เพื่อน ๆ และเรื่องราวดี ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างนักศึกษากับอาจารย์ สิ่งที่ทำให้จดจำมาก ที่สุดในสาขาก็คือ ความเป็นพี่ เป็นน้อง เป็นครอบครัว อาจารย์ทุกท่านดูแลนักศึกษาเสมือนคนในครอบครัว นักศึกษาทุกคนต่างช่วยกันทำงานที่ได้รับมอบหมาย สิ่งเหล่านี้ช่วยหล่อหลอมให้นักศึกษาเกิดความรัก ความสามัคคีระหว่างกันในสาขามากยิ่งขึ้น มิตรภาพเกี่ยวกับเพื่อน สิ่งที่ประทับใจที่สุด คือ การที่ทุกคนช่วยเหลือซึ่งกันและกัน หลาย ๆ ครั้งเคยได้ยินว่า “เพื่อนในรั้วมหาลัย ไม่ได้ดีเหมือนเพื่อนในรั้วโรงเรียน” แต่เพื่อน ๆ ในสาขาสามารถทำให้ลบคำนี้ออกไปได้ ทุกครั้งที่ต้องทำงานร่วมกัน ทุกคนจะทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ และเมื่อหน้าที่ของตัวเองเสร็จเรียบร้อย เพื่อน ๆ จะช่วยในส่วนที่เหลือ อย่างเต็มที่เช่นกัน วรรณสารฉบับที่ ๗๒ หน้า ๙๕
อยากฝากอะไรถึงน้อง ๆ อย่างแรกขอฝากเรื่องการเรียน ไม่อยากให้น้อง ๆ กังวลมากเกินไป ทุกคนไม่ได้ถนัดเหมือนกัน อยากให้ น้อง ๆ พยายามฝึกทักษะตัวเองในหลาย ๆ ด้าน ฝึกการฟัง ฝึกการพูด ฝึกการอ่าน และฝึกการเขียนสิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ สิ่งใดที่น้อง ๆ ไม่เข้าใจน้อง ๆ สามารถปรึกษาเพื่อน หรืออาจารย์ได้เต็มที่เลย อย่างที่สองน้อง ๆ ทุกคน ทราบกันดีว่าสาขาเรางานหรือกิจกรรมค่อนข้างเยอะ อยากให้น้อง ๆ ทุกคนพยายามไม่ขาดเรียน และพยายาม หาเวลาเข้าร่วมกิจกรรมทุกกิจกรรมที่สาขาจัดให้ เพราะจะเป็นประโยชน์ต่อตัวนักศึกษาโดยตรง สิ่งสำคัญที่สุด คือ ขอให้ทุกคนปรับตัวให้เข้ากับสังคมใหม่ ๆ เพื่อที่จะทำงานในสังคมนั้น ๆ ได้อย่างดีที่สุด วรรณสารฉบับที่ ๗๒ หน้า ๙๖
ตะลุยเที่ยว ๗ วัน ๗ คาเฟในภูเก็ต รวมร้านเด็ด กาแฟอร่อย บรรยากาศดี ภูเก็ตมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามหลายที่ ไม่ว่าจะเป็นทะเล หรือวัดวาอารามต่าง ๆ และเมืองท่องเที่ยว อย่างภูเก็ตก็ต้องมีคาเฟสวย ๆ ค่ะ วรรณสารฉบับนี้เรามาปักหมุด ๗ คาเฟ ๗ วัน กับบรรยากาศดี ๆ มุมถ่ายรูป สุดปัง และนั่งชิล ๆ จิบกาแฟ เริ่มกันที่ คาเฟแรก Raga (ระกา) คาเฟสุดน่ารักสไตล์สวนธรรมชาติเป็นคาเฟดังย่านฉลอง ตัวคาเฟ เป็นบ้านสองชั้น ให้ความรู้สึกสบายใจเหมือนได้กลับไปนั่งจิบชาที่บ้าน ภายในคาเฟมีการตกแต่งคุมโทน ด้วยสีขาวและเขียวพาสเทล บริเวณภายนอกตกแต่งเป็นสวนขนาดใหญ่ มีน้ำตกจำลอง และต้นไม้หลากหลาย สายพันธุ์ ทำให้บรรยากาศที่นี่เย็นสบาย ทางร้านมีเมนูหลากหลาย อีกทั้งเมนูเครื่องดื่มที่ชวนให้สั่งมานั่งจิบชา ถ่ายรูปเช็คอินค่ะ พิกัดตั้งอยู่ที่ ๕/๑ ถ.วิเศษ ฉลอง ราไวย์เมืองภูเก็ต. วรรณสารฉบับที่ ๗๒ หน้า ๙๗ พรรณสิริ เชาว์ช่าง ชวนชิม ชวนเที่ยว ตะลุยเที่ยว ๗ วัน ๗ คาเฟในภูเก็ต รวมร้านเด็ด กาแฟอร่อย บรรยากาศดี/ วัดบางโทง/ เที่ยวกระบี่...ที่ไหนดี/ จุดชมวิว ผาหินดำ/ท่ามกลางสวน/ คาเฟในสวน...ไร่ชุติกาญจน์
torry's ice cream เป็นคาเฟดังย่านเมืองเก่า เมื่อมาภูเก็ตแล้วต้องห้ามพลาดร้านนี้ที่ตั้งอยู่ ใจกลางซอยรมณีย์เป็นร้านไอศกรีมโฮมเมดแบบพรีเมียมแสนอร่อย โดยอาคารเก่าหลังนี้เคยเป็นสำนักพิมพ์ ผลิตแผ่นพับภาษาอังกฤษชื่อ Art and Culture ที่รวบรวมเรื่องงานศิลปะในภูเก็ตมานานนับ 10 ปี บรรยากาศ ภายนอกโดดเด่นด้วยตัวอาคารชิโนโปรตุกีสสีชมพูพาสเทล ให้ความรู้สึกเหมือนเดินเล่นชมตึกรามบ้านช่อง ที่ผสานวัฒนธรรมตะวันออกเข้ากับวัฒนธรรมตะวันตก เมนูเด็ดของร้านก็คือ “บิโกหมอย” ขนมพื้นเมืองของ จังหวัดภูเก็ต แต่มีการปรับแต่ง และประยุกต์เพิ่มเครื่องต่าง ๆ เข้าไป ทำให้ดูเป็นสไตล์คาเฟมากขึ้นค่ะ พิกัดร้านตั้งอยู่ที่ ๑๖ ซอยรมณีย์ ถนนถลาง เมืองภูเก็ต. Matasecondfloor คาเฟสไตล์มินิมอลที่ตั้งอยู่บนชั้น ๒ ของโครงการ The Oasis เพียงเดินขึ้นมา ก็จะพบกับความสงบ และบรรยากาศชิล ๆ ชวนให้นั่งเล่นเพลิน ๆ ภายในร้านเน้นตกแต่งโทนสีขาวเป็นหลัก พร้อมกับเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากไม้ที่ทำให้ตัวร้านดูอบอุ่น และเพิ่มความสดชื่นด้วยสีเขียวของต้นไม้หากใคร กำลังมองหาคาเฟที่เงียบสงบ คนไม่เยอะเหมาะแก่การนั่งทำงาน แนะนำเป็นที่นี่เลยค่ะ เมนูเด็ดก็มีทั้งเค้ก หลากหลายรสชาติ อีกทั้งเมนูเครื่องดื่มพรีเมียมแถมราคาก็ไม่แรงค่ะ พิกัดตั้งอยู่ที่ ๑๕ ถ.ถลาง ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต. วรรณสารฉบับที่ ๗๒ หน้า ๙๘
Moonstone café เป็นคาเฟริมทะเลตั้งอยู่ที่ท่าเรือวิสิษฐ์พันวา การเดินทางจากในเมืองก็สะดวก รวดเร็ว ขับรถตาม Map มาได้แบบเป๊ะ ๆ ไม่มีหลง ที่จอดรถก็มีให้แบบจุก ๆ มีมุมสวย ๆ ให้ถ่ายรูปได้ตั้งแต่ หน้าร้านไปจนถึงหลังร้าน ภายในร้านตกแต่งให้ความรู้สึกเหมือนคาเฟเกาหลี ปูซาน คาเฟสไตล์มินิมอลที่แฝง ไปด้วยความชิล ที่นั่งมีทั้งโซน Indoor ห้องแอร์ฉ่ำ ๆ และโซน Outdoor ที่นั่งฝั่งริมทะเล บอกเลยว่าช่วงบ่าย แก่ๆ แสงอุ่น ๆ เป็นอะไรที่สวยมาก มีมุมเก๋ๆ ให้ชาว Cafe Hopper ไปโพสต์ท่าถ่ายรูปสวยโซเชียลได้แบบ ปัง เลยค่ะ โดยเมนูของร้านก็ทีทั้งกาแฟที่เข้มข้น หรือเอาใจสายไม่ดื่มกาแฟ ก็มีเมนู non-coffee ให้เลือก มากมาย พิกัดตั้งอยู่ที่ ๘๘/๘๘ ท่าเรือวิสิทฐ์พันวา ตำบลวิชิต อำเภอเมืองภูเก็ต. Wan fang - วั่น ฟัง เป็นร้านชาเล็ก ๆ อยู่แถวที่พักใกล้ใจกลางเมืองตกแต่งสไตล์คาเฟจีน ใครแวะมาจะต้องชิมชาพรีเมี่ยม สไตล์ฮ่องกง นำเข้าชาจากฮ่องกง โดยเมนูยอดฮิตของทางร้าน ได้แก่ ชานม พรีเมียมฮ่องกง ตัวชาหอม อร่อย มีความเข้มข้น พิกัดร้านตั้งอยู่ที่ ๑๑๑ ถนนปฏิพัทธ ิ์ตำบลตลาดเหนือ อำเภอเมืองภูเก็ต. วรรณสารฉบับที่ ๗๒ หน้า ๙๙
พรทิพย์ โอลทาวน์เป็นร้านขายขนมพื้นเมืองจังหวัดภูเก็ต โดยหน้าร้านขายขนมพื้นเมืองอย่าง อาโป้ง และชั้นล่าง มีมุมขายของฝาก ตกแต่งร้านด้วยกล่องขนมที่ทำเป็นรูปทรงตึกชิโน - โปรตุกีส ถือเป็น เอกลักษณ์ของร้าน เมนูร้านนี้เด่นด้วยขนมพื้นเมืองของภูเก็ต เช่น โอเอ๋ว บิโกหมอย เต้าส้อ แต่มีการปรับแต่ง และประยุกต์เพิ่มเครื่องต่าง ๆ เข้าไป ทำให้ดูเป็นสไตล์คาเฟมากขึ้น เช่น โอเอ๋วพุดดิ้ง โอเอ๋วโบราณทรงเครื่อง โอ้เอ๋วพุดดิ้งพานาคอตต้า บิโกหมอยมะม่วง เมนูเครื่องดื่มมีไม่มาก แต่เป็นชา - กาแฟแบบโบราณของภูเก็ต ส่วนบริเวณชั้น ๒ ของร้าน จัดพื้นที่โต๊ะให้นั่งทานและมีระเบียงจัดไว้เป็นมุมถ่ายรูปค่ะ พิกัดร้านตั้งอยู่ที่ ๓ ซอยรมณีย์ ถนนถลาง อำเภอเมืองภูเก็ต Tiny café เป็นคาเฟบรรยากาศดี เมื่อมาแล้วจะได้กลิ่นกาแฟที่หอมกรุ่นอบอวลทั้งร้าน ถ้าได้แวะ มานั่งอยู่ในบรรยากาศอบอุ่น ๆ จิบกาแฟดี ๆ น่าจะเป็นอะไรที่สุขสุด ๆ ไทนี่เฮ้าส์อีกหนึ่งร้านกาแฟน่านั่ง กับบรรยากาศสบาย ๆ การตกแต่งร้านให้พอมีสีสัน ไม่เยอะจนเกินไป แวะมานั่งทานขนมและกาแฟร้อน ๆ ช่วย ให้ผ่อนคลายได้ค่ะ พิกัดร้านตั้งอยู่ที่ ๑๘๙/๙ ถนนพังงา ตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต วรรณสารฉบับที่ ๗๒ หน้า ๑๐๐
ทั้งหมด คือ ๗ วัน ๗ คาเฟ ในจังหวัดภูเก็ต หากใครแวะมาภูเก็ต แล้วเบื่อทะเล หรืออยากหาที่ พักผ่อนชิว ๆ จิบกาแฟ ชมบรรยากาศ ก็ให้ ๗ วัน ๗ คาเฟ ของเรา เป็นตัวเลือกของคุณ และนอกจากคาเฟที่ รีวิวไปนั้น จังหวัดภูเก็ตก็ยังมีคาเฟอีกมากให้ท่านได้ลองไปแวะชมแวะเที่ยวกันอีกด้วย อ้างอิง ระกา. (๒๕๖๕). [ออนไลน์], เข้าถึงจาก https://roijang.com/phuket/raga-ระกา-coffee-and-homadebekery-phuket-๒๐๒๒-๒-๑๔/. เมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖ Torry’s ice cream. (๒๕๖๖). [ออนไลน์], เข้าถึงจาก https://www.bkkmenu.com/eat/werecommend/torry-s- ice-cream.html.เมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖ Mastersecondfloor. (๒๕๖๖). [ออนไลน์], เข้าถึงจาก https://www.wongnai.com/ restaurants/757054sJ-matasecondfloor. เมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖ Moonstonecafe. (๒๕๖๕). [ออนไลน์], เข้าถึงจาก https://food.trueid.net/detail/a4bykBYRyblJ. เมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖ วรรณสารฉบับที่ ๗๒ หน้า ๑๐๑
วัดบางโทง “วัดมหาธาตุวชิรมงคล” หรือที่เรียกว่า “วัดบางโทง” ตั้งอยู่ในอำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ เป็นวัดที่สวยงดงาม อีกทั้งยังมีบรรยากาศรอบ ๆ ที่สงบ ร่มรื่น ตลอดไปจนถึงสถาปัตยกรรมที่มีเจดีย์สีทอง อร่าม ตั้งเด่นสง่า มองเห็นแต่ไกล เจดีย์แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ ๕๐ พรรษาของในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ หากนักท่องเที่ยวเดินชมบริเวณวัด จะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกผ่อนคลาย ทั้งด้านอารมณ์และจิตใจ นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์รวมสถานที่ศึกษาธรรมะอีกด้วย ปัจจุบันวัดแห่งนี้กลายเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ของจังหวัดกระบี่ “วัดบางโทง” มีจุดเด่น คือ องค์พระมหาธาตุเจดีย์ ที่มีความสูงถึง ๙๕ เมตร ถือเป็นพระมหาธาตุเจดีย์ ที่สูงที่สุดในภาคใต้โดยพระมหาธาตุจะตกแต่งให้มีความคล้ายกับพุทธคยา สถานที่ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ นอกจากนี้ภายในองค์พระมหาธาตุ ยังประดับตกแต่งด้วยภาพเขียนพุทธประวัติที่สวยงามวิจิตรตระการ เปรียบเสมือนเป็นเรื่องของประวัติศาสตร์ทางพระพุทธศาสนา กิตติยา ชัยยารักษ์ วรรณสารฉบับที่ ๗๒ หน้า ๑๐๒
บริเวณพื้นที่ภายในวัดบางโทงก็มีความสวยงามอื่น ๆ ทั้งพระพุทธรูปปางแสดงปฐมเทศนา รูปเหมือน หลวงปู่ทวด ขนาดหน้าตักกว้าง ๓ เมตร เป็นที่นับถือของชาวบ้าน นอกจากนี้ภายในวัดบางโทงยังมีบรรยากาศ สวย ๆ ที่เหมาะแก่การถ่ายรูป เพราะเต็มไปด้วยต้นไม้หลากหลายชนิด และมีลานหินอยู่ใต้ร่มไม้ไว้ ให้นักท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ “วัดบางโทง” เป็นอีกสถานที่ที่อยากให้นักท่องเที่ยวมาเยี่ยมมาเยือน หากได้มาเยือนแล้วท่านจะรู้ และสัมผัสได้ถึงความงามที่มาจากธรรมชาติ เป็นอย่างไร อ้างอิง Nukkpidet. (๒๕๖๕). วัดบางโทง ที่เที่ยวกระบี่ อลังการ วัดสวย สีทองอร่าม ถ่ายรูปสวยสุด ๆ. [ออนไลน์], เข้าถึงจาก https://travel.trueid.net/detail/๙๔vLy๙pNqBXA. เมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖. วรรณสารฉบับที่ ๗๒ หน้า ๑๐๓
เที่ยวกระบี่...ที่ไหนดี สำหรับใครที่เดินทางมาเที่ยวจังหวัดกระบี่แต่ไม่รู้ว่าจะไปเที่ยวที่ไหนดี วันนี้ผู้เขียนมีสถานที่มาแนะนำ นั่นก็คือ “หาดไร่เลย์” เป็นหาดขนาดเล็ก ผู้คนใช้ชีวิตโดยการเดิน เดินเที่ยวร้านอาหาร ถ้ำ และสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ อาจจะเหนื่อยหน่อยในการเดิน แต่อย่างไรก็คุ้มค่า เพราะระหว่างทางนั้นทั้งสงบ และสวยงาม ศิริษา ยงกิจ วรรณสารฉบับที่ ๗๒ หน้า ๑๐๔
หาดไร่เลย์ ตั้งอยู่ในตำบลอ่าวนาง อำเภอเมือง จังหวัด กระบี่ การเดินทางต้องนั่งรถไปที่ท่าเรืออ่าวน้ำเมา จากนั้นซื้อตั๋วเรือ คนละ ๑๐๐ บาท ต้องรอให้เรือเต็มถึงจะออกเดินทาง แต่หากใครรีบสามารถเหมาเรือทั้งลำได้ ราคาจะอยู่ที่ ๘๐๐ บาท ใครที่ไปเที่ยวเป็นครอบครัวใหญ่สามารถเหมาเรือทั้งลำได้เวลาเปิดให้บริการ คือ ๘.๐๐ น. และปิดการให้บริการ ๑๘.๐๐ น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ ๑๐ นาที เมื่อไปถึงทุกคนจะต้องเดินเท้าไปยังที่พัก หรือจุดหมาย ใครที่เบื่อการใช้รถหาดไร่เลย์เป็นสถานที่เที่ยวที่ตอบโจทย์มาก ไม่ต้องทนฟังเสียงรถในตอนเช้า ไม่มีมลพิษทางอากาศ ส่วนความเป็นอยู่บนหาดไร่เลย์นั้น จะเหมือนกับที่อื่น คือ มีที่พัก มีบาร์ คาเฟ วอล์คกิ้งสตรีท หาดไร่เลย์ถือเป็นสถานที่แห่งการพักผ่อน มีน้ำทะเลทั้งสวยและใส ตอนเย็นมีแสงพระอาทิต์ที่สาดส่องไป ทั่วท้องฟ้า กระทบกับท้องทะเล ให้ความรู้สึกอบอุ่นที่ดีจริง ๆ และยิ่งมาเที่ยวในช่วงเทศกาลจะยิ่งสนุก เพราะมีทั้ง แสงสีเสียงบนชายหาดยามค่ำคืน แถมยังมีกิจกรรมบนหาดให้ทำอีกด้วย พูดได้คำเดียวเลยว่าคุ้มค่าแก่การมาเยือน วรรณสารฉบับที่ ๗๒ หน้า ๑๐๕
จุดชมวิวผาหินดำ ผาหินดำ เป็นหนึ่งในที่เที่ยวทางธรรมชาติของจังหวัดภูเก็ตที่สามารถมองเห็นวิวเกาะภูเก็ตได้ ๓๖๐ องศา แถมยังเป็นจุดชมวิวแลนด์มาร์คใหม่ของภูเก็ต ตั้งอยู่ที่ซอยแหลมมุมนอก ตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต ผาหินดำ อยู่ใกล้กับจุดชมวิวสามหาด จึงทำให้ไม่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว เพราะนิยมไปจุดชมวิวอื่นมากกว่า แต่หากได้ไป สัมผัสแล้วรับรองได้เลยว่าจะติดใจ สำหรับการเดินทางนั้น แนะนำให้ขับรถขึ้นไปด้วยความระวัง เพราะระหว่างการเดินทางถนนค่อนข้าง ขรุขระ แต่หากใครไม่อยากขับรถขึ้นไปเองด้านล่างจะมีจุดบริการรับส่ง สามารถเข้าไปใช้บริการได้ กิตติพงศ์ เกลี้ยงเกลา วรรณสารฉบับที่ ๗๒ หน้า ๑๐๖
เมื่อเข้าไปแล้วจะพบว่าเป็นบรรยากาศของป่าที่มีต้นไม้ดอกไม้ต่าง ๆ ให้ชม แต่ด้วยเส้นทางที่เป็นป่าจึง ต้องคอยระวังสัตว์ป่า จำพวกงู หรือสัตว์มีพิษทั้งหลายให้ดี บางครั้งน้อง ๆ เหล่านั้นจะออกมาทักทาย จึงต้องหา ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเดินทาง ถ้าหน้าฝนไม่แนะนำให้ไป เพราะการเดินทางค่อนข้างลำบาก ไม่มีที่หลบฝน แต่หากไปในช่วงอากาศดี ๆ สามารถขึ้นไปถ่ายรูปวิวสวย ๆ ได้ชนิดที่มองเห็นสุดลูกหูลูกตา ทั้งเกาะ และทะเล บางครั้งก็เห็นเรือที่สัญจรไปมา ถือว่าคุ้มค่าในการเดินทางขึ้นไปเลยจริง ๆ จุดชมวิวผาหินดำที่ผู้เขียนแนะนำมานี้ พูดได้เลยว่าไปแล้วไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน และในการเดินทางมา ท่องเที่ยว ไม่ว่าจะมาในความรู้สึกไหน จะมาคนเดียว หรือจะมากับเพื่อนหรือแฟน ผาหินดำทำให้เรารู้สึกสบายใจ ผ่อนคลาย ด้วยวิวที่สวยงามยามมองแล้วทำให้ลืมเรื่องวุ่นวายในชีวิต ไม่ว่าจะเรื่องงาน เรื่องเงิน หรือเรื่องความรัก จึงอยากให้คนที่ชอบท่องเที่ยวทางธรรมชาติได้ลองมาชมวิวบนผาหินดำรับรองว่าจะไม่ผิดหวัง วรรณสารฉบับที่ ๗๒ หน้า ๑๐๗
คาเฟในสวน...ไร่ชุติกาญจน์ สำหรับใครที่ชอบทานอาหาร ชมวิวสวย ๆ ท่ามกลางธรรมชาติ ขอแนะนำ “ไร่ชุติกาญจน์” คาเฟ บรรยากาศดีของเมืองพังงา ที่เหมาะสมกับสายชอบธรรมชาติที่นี่มีจุดเช็คอินเยอะมากไม่ว่าจะเป็นวิวรังนกริมน้ำ บันไดสวรรค์วิวภูเขา เรือถีบ ชิงช้า นอกจากนี้ยังมีมุมตากแอร์เย็น ๆ ในร้าน นอกจากบรรยากาศท่ามกลาง ธรรมชาติที่สวยแล้วยังมีอาหารราคาหลักร้อยที่รับรองเลยว่าอร่อยทุกเมนู วรรณสารฉบับที่ ๗๒ หน้า ๑๐๘ ชลธิชา หินรัตน์
ไร่ชุติกาญจน์ ยังเป็นไร่องุ่นหนึ่งเดียวในพังงาที่มีเรือนเพาะองุ่นให้ได้ชม และในส่วนของคาเฟ ก็มีเมนูอาหารที่ทุกเมนูต้องมีองุ่นเป็นส่วนประกอบด้วย หากใครที่กำลังมองหาคาเฟนั่งชิลที่ครบเครื่อง อาหาร เค้ก เครื่องดื่ม และอาหารทานเล่นราคาหลักร้อย ที่อยู่ท่ามกลางสวน พร้อมสูดกลิ่นอายธรรมชาติ และความสดชื่นสบายตาของต้นไม้รอบ ๆ ต้องที่นี่ “ไร่ชุติกาญจน์” เวลาเปิด – ปิด ๐๘:๓๐ - ๑๘:๓๐ พิกัด ตำบลบางเตย เมืองพังงา โทร ๐๙๘ ๗๐๓ ๓๒๒๑ อ้างอิง หรอยจัง. (๒๕๖๖). ไร่ชุติกาญจน์ ที่เที่ยวชมไร่องุ่น และคาเฟ สุดชิว พังงา. [ออนไลน์], เข้าถึงได้จาก : https://roijang.com/phangnga. เมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๖ วรรณสารฉบับที่ ๗๒ หน้า ๑๐๙
แซ่ซ้องสรรเสริญพระราชา ด้วยเกล้ากระหม่อมบังคมไหว้ เทิดไท้องค์พระขัตติยา ทรงมีพระปรีชาสามารถ นฤนาถต่างแซ่ซ้องสรรเสริญ ขออัญเชิญองค์อินทร์เทวเจ้า ประกาศเกล้าน้อมถวายพระพร สุขอมรเกษมศรี ธ เจ้าข้า ทีฆายุกาจำเริญปกครองภูมิ เทอญเอย ศิริษา ยงษ์กิจ พระคุณบิดามารดา มารดาบิดรคุณ ฐิติจุลกุมารมา ซึ้งในพระคุณค่า บริสุทธิ์สะอาดใจ กำเนิดและเกิดก่อ รติหนอจะไฉน ทดแทนก็หาไม่ สละหมดมิพอเพียง วันนั้นกะวันนี้ ดนุศรีประเสริฐเยี่ยง มีดีและพร้อมเพรียง ก็เพราะท่านประคบมา ภัทราวดี ขวัญเซ่ง เจ้าบท เจ้ากลอน แซ่ซ้องสรรเสริญพระราชา/ พระคุณบิดามารดา/ บุพการี/ คนตงห่อ/ ใครคนนั้น ที่รักเรา/ ธรรมชาติที่งดงาม/ ศาลจีน พึ่งใจ/ ยอสะดุ้งกุ้งกระโดด/ ตันหยงจำปี/ เพลงสอนน้อง... โวหารภาพพจน์ วรรณสารฉบับที่ ๗๒ หน้า ๑๑๐
บุพการี ผู้ใดจะเทียบเคียง สละเลี้ยงและอุ้มชู คอยรักถนอมดู มิละเจ้าบ่มีภัย ยามไข้มิได้นอน อุระร้อนระทมใจ แอบอิงมิห่างไกล ก็จะเฝ้าประโลมนอน ตอบแทนพระคุณแม่ มนะแท้เพราะแม่สอน อดทนและแรมรอน พละมั่นตลอดมา ณัฐพร แถมเดช คนตงห่อ เป็นคนดีมีสัตย์กตัญญู ร่วมเชิดชูพัฒนารักษาถิ่น เสียสละรับผิดชอบต่อแผ่นดิน ที่ทำกินบรรพบุรุษบุกเบิกมา มีคุณธรรมนำหนุนเจือจุนให้ สื่อสารได้มากมายหลายภาษา ทั้งหมดนี้ที่กล่าวเกริ่นนำมา คือคุณค่า “คนตงห่อ” ภูเก็ตเรา เสกสรร แก้วมณี ใครคนนั้น ที่รักเรา ยามทุกข์เศร้าใครเล่าเฝ้าห่วงหา ยามเมื่อยล้าใครเล่าไม่หนีหาย ยามอ่อนแรงใครกันอยู่ข้างกาย ยามเดียวดายใครอยู่เคียงคู่เรา คือคนนั้นตลอดทุกเวลา ยามโศกากำลังใจก็เป็นเขา ควรหันหลังดูคนที่รักเรา จะสุขเหงาก็แล้วแต่ไม่ทิ้งกัน วรินทร สุขสวัสดิ์ วรรณสารฉบับที่ ๗๒ หน้า ๑๑๑
ธรรมชาติที่งดงาม ธรรมชาติแสนงดงาม ฟ้าสีครามสวยสดใส ฝูงนกโบยบินไป เหล่าต้นไม้โยกไปมา พืชผลหลากหลายพันธุ์ เขียวสีสันงามนักหนา สดชื่นรื่นอุรา แสนโสภาเมื่อได้ชม ดอกไม้หลากหลายสี กิ่งก้านมีที่สวยสม ใบไม้ไกวตามลม ยามชื่นชมยิ่งสำราญ อามารีนา เต๊ะหมัด ศาลเจ้าแห่งศรัทธา ศาลเจ้าที่พึ่งทางใจ ชาวจีนส่วนใหญ่ กราบไหว้เคารพบูชา สถานทางศาสนา คุณนับคณา ต่อผู้ศรัทธาเลื่อมใส ศูนย์รวมผู้คนทั่วไป แวะเวียนเข้าไหว้ ทำกิจกรรมสังคม ทุกข์กายทุกข์ใจขื่นขม เป็นที่นิยม พักพิงอิงแอบแบใจ นัดดา มณีสุวรรณ์ วรรณสารฉบับที่ ๗๒ หน้า ๑๑๒
ยอสะดุ้งกุ้งกระโดด บรรดากุ้งปลาน้อยใหญ่ แหวกว่ายสุขใจ แล่นไปตามสายนที จัดเป็นกับแกล้มชั้นดี ลิ้มรสสุขี วิถีชาวบ้านรู้กัน จัดเตรียมยอมายกพลัน เห็นแล้วสุขสันต์ ร่วมกันยกยอต่อไป แข็งแรงด้วยขาไม้ไผ่ เป็นของคู่ใจ ถือไปดักปลากุ้งกัน สืบทอดยาวนานผ่านวัน ใช้งานดีครัน สิ่งนั้นเรียกยกยอไง สิดาพร ชัยศิริ ตันหยงจำปี ตันหยง ตันหยง หยงไหรละน้อง หยงดอกจำปี ถ้าพี่รักน้องอย่ารอรี มาร่วมชีวีเป็นคู่ครอง พี่มีใจเดียว ไม่เคยข้องเกี่ยวรักไม่มีสอง มาร่วมชีวีเป็นคู่ครอง สุขดังใจปองรักสองเรา ในใจพี่นี้ ความรักของพี่ไม่เคยเหี่ยวเฉา พี่จะให้น้องเดินตามเงา จะไม่เงียบเหงาและโรยรา กิตติพงษ์ เกลี้ยงเกลา วรรณสารฉบับที่ ๗๒ หน้า ๑๑๓
เพลงสอนน้อง... โวหารภาพพจน์ ทำนองเพลง โอ้ละหนอ...My love ศิลปิน เบิร์ด ธงไชย โอ้โอละหนอ น้องฟังดีดี โวหารภาพจน์นั้นมี ๘ น้า ท่าทางหล่อนราวกับนางพญา คืออุปมานั้นไง โอ้โอละหนอ จำไว้ดีดี คล้ายอุปมานั้นคืออุปลักษณ์ ชาวนาเป็นกระดูกสันหลังของชาติ คือมีคำเป็นอยู่ไง โอ้โอละหนอ สามคือสัญลักษณ์ กุหลาบแดงแดงนั้นแทนความรัก สี่พระจันทร์ทักทายสายลม คือบุคลาธิษฐาน โอ้โอละหนอ อธิพจน์เกินจริง เน้นความรู้สึก แล้วก็อารมณ์ คิดถึงใจจะขาด คอแห้งเป็นผง กล่าวเกินความจริงนี่นา โอ้โอละหนอ ลูกมาร้องบ๊อกบ๊อก เลียนเสียงธรรมชาติเรียกว่าสัทพจน์ นามนัยนั้นเมืองโอง จังหวัดราชบุรี เมืองย่าโมที่ นครราชสีมา โอ้โอละหนอ สุดท้ายแล้วนา เลวบริสุทธิ์ เธอนะสวยเป็นบ้า สวรรค์บนดิน ยิ่งรีบยิ่งช้า คือปฏิพากย์นั้นไง ฟาตินฑ์ ปาโอ๊ะมานิ๊ และคณะ วรรณสารฉบับที่ ๗๒ หน้า ๑๑๔
เกร็ดความรู้ เปิดเคล็ดลับตำรับปลายจวัก มนุษย์เราเกิดมาล้วนต้องการปัจจัย ๔ ได้แก่ อาหาร ยารักษาโรค เครื่องนุ่งห่ม และที่อยู่อาศัย อาหารจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้มนุษย์มีการเจริญเติบโต อาหารมีหลากหลายประเภทไม่ว่าจะเป็นอาหาร ไทย หรืออาหารจากยุโรป วันนี้ดิฉันจะมาเปิดเคล็ดลับความรู้เกี่ยวกับอาหารไทย โดยนำข้อมูลมาจากละคร เรื่อง “ปลายจวัก” ที่ออกอากาศทางช่อง Thai PBS อาหารไทย เป็นอาหารประจำชาติไทยที่มีการสืบทอดจากอดีตมาจนถึงปัจจุบัน มีรสชาติหลัก ๆ คือ เปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ด โดยผ่านกระบวนการ ต้ม ผัด แกง ทอด นึ่ง เป็นต้น บางเมนูกลายเป็นที่นิยมสำหรับ ชาวต่างชาติ เช่น ต้มยำกุ้ง ผัดไทย มัสมั่นไก่ ละครเรื่องปลายจวัก เป็นละครที่นำเสนอวัฒนธรรมอาหารการกินของไทยที่เป็นเอกลักษณ์ สะท้อนถึง วิถีชีวิต และบริบทสังคมในสมัยรัชกาลที่ ๕ โดยผ่านตัวละครในครอบครัวที่มียศฐาบรรดาศักดิ์ เป็นถึงคุณหลวง ริมคุ้มน้ำอัมพวา โดยภายในเรือนมีภรรยาเอกเป็นผู้กำกับการครัว และอนุภรรยาที่มาจากหัวเมืองทางใต้ ที่มีฝีมือทางด้านอาหารเช่นกัน ในละครมีการนำเสนออาหารไทยหลากหลายชนิด ดิฉันจึงหยิบยกเคล็ดลับ เมนูอาหาร ๓ เมนู ได้แก่ ผัดหมูหวานให้อร่อย ทอดปลาทูอย่างไรให้น่ากิน และเคล็ดลับจับจีบทองหยิบ มานำเสนอทุกท่านค่ะ ที่มา : Thai PBS ปลายจวัก (๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๒) วรินทร สุขสวัสดิ์ วรรณสารฉบับที่ ๗๒ หน้า ๑๑๕ เปิดเคล็ดลับตำรับปลายจวัก/ สกินแคร์อย่างไรให้เห็นผล ไว/ ขมิ้นชัน ป้องกันสารพัดโรค/ ผักแว่น ประโยชน์ดี... สรรพคุณเด่น/ “กะเพรา” มีดีอย่างไร
หมูหวาน หรือหมูผัดคุณท้าววรจันทร์ คุณท้าววรจันทร์ เป็นเจ้าจอมในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว ท่านทำหมูหวานได้เลิศรส วันหนึ่งท่านทำมาถวายพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสวย ร่วมกับขนมจีนน้ำยาไก่ ท่านพอพระราชหฤทัยเป็นอย่างมาก ถึงกับโปรดเกล้าฯ พระราชทานธูป เทียน บูชา ฝีมือของคุณท้าววรจันทร์ และทรงประกาศว่า หากใครทำหมูหวานได้เช่นนี้ ท่านจะพระราชทานน้ำตาล ให้จำนวน ๓ ลูกฟัก หมูหวานเป็นเครื่องเคียงอาหารได้ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นแกงเผ็ด แกงส้ม หรือน้ำพริก รสชาติ อาหารออกรสเปรี้ยวกับเค็ม หากได้รสหวานของหมูหวานมาช่วยก็จะเสริมรสชาติ ๓ รส ได้อย่างกลมกล่อม ตอนทอดหมูสามชั้นต้องใช้ไฟค่อนข้างแรง และต้องผัดเนื้อหมูอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้เนื้อหมูสุกเสมอกัน ไม่กระด้าง หมูหวานตำรับชาววังแตกต่างจากข้างนอก คือ ไม่ใส่รากผักชี พริกไทย และกระเทียม ใช้แค่น้ำตาลปี๊บ มาผัดให้หอมเหมือนตังเม เมื่อน้ำตาลละลายดีแล้วใส่น้ำแล้วใช้ไฟอ่อนที่สุด พอได้กลิ่นกรุ่น ๆ แล้วค่อยใส่ เนื้อหมูลงไป สีของน้ำตาลปี๊บที่ผัดจะทำให้เนื้อหมูเป็นสีออกนวล ที่มา : Thai PBS ปลายจวัก (๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓) ปลาทูทอด เจ้าจอมเอิบ ท่านมีวิธีการทอดปลาทูที่ไม่เหมือนใคร เป็นปลาทูทอดที่เลิศรส ไม่เหม็นคาว และมีกลิ่นหอม ท่านรับสั่งว่า “ต้องทอดอย่างระวังไม่ให้ไฟแก่ ไม่ทิ้งไว้นานจนหนังปลาเหลืองเข้มเกินไป หรือกลายเป็นสีน้ำตาล แต่จะต้องทอดจนหนังปลากรอบอย่างอ่อน ๆ สุขุมเนื้อปลายังนุ่มชุ่มฉ่ำ ไขมันธรรมชาติ ของปลายังคงอยู่”เพราะท่านเป็นธิดาของชาวเมืองเพชรบุรีจึงมีวิธีต่าง ๆ แบบคนเมืองเพชรนั่นเอง เมื่อทอด ปลาจนเหลืองกรอบแล้วค่อยกลับปลาอีกด้านขึ้นมา ระหว่างนี้หากรู้สึกว่าปลาจะติดกระทะให้ยกกระทะขึ้นมา จากเตา ปลาจะลอยตัวขึ้นมาไม่ติดกระทะหนังปลาก็ยังสวยอยู่ วรรณสารฉบับที่ ๗๒ หน้า ๑๑๖
ที่มา : Thai PBS ปลายจวัก (๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๒) ทองหยิบ หากตีไข่ไม่ดีเนื้อทองหยิบก็จะกระด้าง แต่หากตีไข่นานเกินไปก็จะเละไม่เป็นแผ่น พอความร้อน คลายลงพอที่มือจะจับได้ก็ให้จับกลีบเลยก่อนที่ไข่จะเย็นแล้วหยิบกลีบไม่ได้ด้านที่มันต้องเอาไว้ด้านนอกส่วน ด้านฟูให้เอาไว้ด้านใน ชาววังจะนิยมจับเป็น ๑๒ ถึง ๑๕ กลีบ แต่ชาวบ้านนิยมจับ ๕ กลีบ จะเห็นว่าการทำอาหารแบบชาววัง มีความพิถีพิถัน ประณีต และใส่ใจในรายละเอียดทุกขั้นตอน สะท้อนถึงวิถีชีวิตในอดีตที่ไม่ได้เร่งรีบเช่นปัจจุบัน หากใครมีเวลาและสนใจอาหารตำรับชาววังก็สามารถทำ รับประทานกันได้นะคะ อ้างอิง ปลายจวัก. (๒๕๖๒).Thai PBS. [ออนไลน์], เข้าถึงจาก https://www.youtube.com/. เมื่อวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๖๖ วรรณสารฉบับที่ ๗๒ หน้า ๑๑๗
สกินแคร์อย่างไรให้เห็นผลไว ปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเพศไหนก็ใส่ใจในการดูแลตัวเองให้ดูดีผิวขาวใส โดยเฉพาะผิวหน้าที่ผู้คน ให้ความสำคัญ การสกินแคร์จึงเป็นตัวช่วยสำหรับหลายคน แต่จริง ๆ แล้วสกินแคร์แต่ละตัวมีส่วนผสม และ ความเข้มข้นที่แตกต่างกัน ทั้งครีม น้ำ เจล หรือน้ำมัน เมื่อเราทาข้ามขั้นหรือทาโดยไม่เรียงลำดับ อาจทำให้ไป ละลายผลิตภัณฑ์อื่นที่ทาไปก่อนหน้านี้หรือไปป้องกันไม่ให้สกินแคร์อื่น ๆ ที่ทาทีหลังไม่ซึมลงสู่ผิว เช่น ถ้าหาก เราทาออยล์เป็นขั้นตอนแรก ผลิตภัณฑ์ที่ทาหลังจากนั้นจะไม่สามารถซึมเข้าชั้นผิวได้เลย จึงเป็นเหตุทำให้เรา ไม่เห็นผลลัพธ์ในการใช้นั่นเอง หลายคนอาจจะคิดว่า ถ้าต้องทาสกินแคร์ตามขั้นตอนหรือเรียงลำดับ จะต้องอิงจากอะไร ในที่นี้จะขอ แนะนำว่าควรเรียงตามความเข้มข้นของผลิตภัณฑ์และตามกิจกรรมของเรา เช่น เริ่มจากการทำความสะอาด รักษา และบำรุง ควรเรียงจากสกินแคร์ที่เป็นเนื้อน้ำก่อน และปิดท้ายด้วยเนื้อออยล์ ฟังแล้วอาจจะเกิด ความสับสน ถ้าอย่างนั้น เรามาสรุปง่าย ๆ เป็น ๗ ขั้นตอนกันเลย ๑. คลีนหน้าให้สะอาดก่อนที่จะบำรุงผิว ไม่ว่าใบหน้าของเราจะสะอาดหรือไม่ ก็ควรจะทำความสะอาดใบหน้าก่อนลงครีมบำรุงทุกครั้ง ๒. คลีนรอบเดียวไม่พอ ต้องดับเบิ้ลเคลนซิ่ง คนที่แต่งหน้าหนัก ๆ ควรทำความสะอาด 2 รอบ เพราะเครื่องสำอางบางตัวเป็นผลิตภัณฑ์ที่กันน้ำ ไม่สามารถทำความสะอาดรอบเดียวให้สะอาดได้ บัณฑิตา ตวงสิน วรรณสารฉบับที่ ๗๒ หน้า ๑๑๘
๓. โทนเนอร์หรือน้ำตบก็สำคัญเช่นกัน โทนเนอร์ถือเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ผิวดูดีขึ้นได้ นอกจากนี้ยังเป็นการทำความสะอาดผิว และบำรุงไปในขั้นตอนเดียว ๔. ใครเป็นสิวหรือมีรอยสิวมาขั้นตอนนี้ ขั้นตอนที่สี่เป็นขั้นตอนของการรักษาก่อนที่จะทาครีมบำรุง ก็คือการทายาต่าง ๆ นั่นเอง ใครที่มี สิวอักเสบ รอยสิว หรือแผลต่าง ๆ บนใบหน้า สามารถทายาหลังจากที่ทำความสะอาดหน้าได้เลย เหตุผลที่ต้อง ทาก่อนเพราะว่าถ้าเรามีสิวหรือแผล เราจะไม่ให้สกินแคร์ไปโดน เพราะอาจเกิดอาการแพ้หรือแย่ลงกว่าเดิมได้ หรือถ้าโดนสกินแคร์แล้วทายาตามทีหลัง ยาอาจไม่ซึมเข้าสู่บริเวณนั้น ทำให้สิวหรือแผลหายช้าหรือไม่หาย ๕. ให้เซรัมได้บำรุงผิวอย่างล้ำลึก หลังจากที่ดูแลผิวหรือรักษารอยแผลเป็นจากสิวแล้ว ก็เริ่มลงเซรัมซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นน้ำ มากกว่าครีม และอุดมไปด้วยสารต่าง ๆ มากมาย ๖. มอยส์เจอร์ไรเซอร์กักเก็บความชุ่มชื้น ใช้เซรัมเพียงอย่างเดียวอาจเพียงพอต่อการบำรุงที่ล้ำลึก แต่ในเรื่องการกักเก็บความชุ่มชื้นต้องให้ มอยส์เจอร์ไรเซอร์เข้ามาช่วย หลังจากที่ทาเซรัมเสร็จแล้วก็ปล่อยให้เนื้อเซรัมได้ซึมสู่ผิวประมาณ ๓ นาที ๗. ทาครีมกันแดด ๒ ข้อนิ้ว (สำหรับตอนกลางวัน) หากเป็นตอนกลางวันให้ทาครีมกันแดดเยอะ ๆ เพราะถ้าทาไม่เพียงพออาจกันแดดได้ไม่ทั่วหน้า ปริมาณที่เพียงพอคือ ๑/๔ ช้อนชา หรือถ้ากะปริมาณง่ายๆ คือสองข้อนิ้วชี้แบบพูน ๆ นั่นเอง ๘. ทาอายครีมโบกมือลาแพนด้า (สำหรับตอนกลางคืน) หากทำความสะอาดหน้าและทาสกินแคร์ตามข้อ ๑ – ๖ เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนถัดมา คือ การให้ ความสำคัญต่อผิวบริเวณรอบดวงตา ในการทาอายครีมไม่ต้องทาเยอะ เน้นทาเท่าเมล็ดถั่วเขียวโดยป้ายไปที่ถุง ใต้ตา จากนั้นนวดเป็นแนวขึ้น และนวดไปถึงบริเวณหางตาด้วย ๙. สลีปปิ้งมาสก์ปิดท้ายก่อนหลับฝันดี (สำหรับตอนกลางคืน) ขั้นตอนดูแลผิวขั้นสุดท้ายในตอนกลางคืนก่อนที่จะเข้านอนกัน สลีปปิ้งมาสก์ถือว่าเป็นตัวช่วย ในการบำรุงผิวก็ว่าได้ เพราะสามารถกู้หน้าโทรมสำหรับผู้ที่นอนดึก และบำรุงเร่งด่วนภายในช่วงเวลาที่นอน หลับ เพราะการทาสลีปปิ้งมาสก์จะล็อกความชุ่มชื้นไม่ให้ระเหยออกและไม่ให้ผลิตภัณฑ์ที่ทาหลังจากนี้ซึมผ่าน เข้าผิวนั่นเอง ง่าย ๆ เพียงแค่ ๙ ขั้นตอนก็สามารถทำให้ผิวหน้าดูดีได้ ลองทำตามกันดูได้เลย อ้างอิง เทคนิคทาครีมให้ซึมเร็ว ให้ผิวได้รับครีมไปเต็ม ๆ. (๒๕๖๖). [ออนไลน์], https://www.akerufeed. com/beauty. เมื่อวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๖๖ วรรณสารฉบับที่ ๗๒ หน้า ๑๑๙
ขมิ้นชัน ป้องกันสารพัดโรค "ขมิ้นชัน" สมุนไพรคู่ครัวที่คนไทยรู้จักกันดีอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด โดยส่วนใหญ่ จะนิยมนำมาทำเป็นอาหาร เนื่องจากขมิ้นชันเป็นพืชสมุนไพรที่มีสีสันสวยงาม และให้กลิ่นหอมเครื่องเทศ รวมทั้งยังมีประโยชน์ต่อการรักษาโรคต่าง ๆ นำมาพอกหน้า หรือขัดผิวกายให้ดูเปล่งปลั่งได้อีกด้วย ขมิ้นชันจึง ถือเป็นสมุนไพรไทยที่มีสรรพคุณป้องกัน และรักษาโรคต่าง ๆ ได้ดี โดยองค์การเภสัชกรรมยังได้ยกให้ขมิ้นชัน เป็น “มหัศจรรย์สมุนไพร” ที่ได้รับการบรรจุเข้าในบัญชียาหลักแห่งชาติ เรามาทำความรู้จักขมิ้นชันพืชสมุนไพรชนิดนี้ให้มากขึ้นกันดีกว่า แล้วจะรู้ว่าขมิ้นชันที่อยู่ใกล้ตัวเรา มีคุณค่ามากกว่าที่เราคิด ๑. บำรุงตับ ขมิ้นชันมีสรรพคุณช่วยขับพิษที่สะสมในตับ เนื่องจากมีฤทธิ์ป้องกันตับอักเสบ ช่วยบำรุงตับ และฟื้นฟูตับ ๒. รักษาโรคผิวหนัง ขมิ้นชันสามารถใช้รักษาโรคที่เกี่ยวกับผิวหนังได้ เช่น โรคผื่นคัน กลาก เกลื้อน ผิวหนังอักเสบจาก อาการแพ้คนไทยสมัยก่อนใช้เหง้าสดของขมิ้นชันมาฝนและบดให้ละเอียดก่อนนำไปทาบริเวณที่มีอาการคัน แต่ปัจจุบันสามารถใช้ผงขมิ้นชันสำเร็จรูปผสมน้ำเปล่าหรือน้ำมันมะพร้าว นำไปทาบริเวณที่อักเสบหรือคันได้ ๓. แก้อาการท้องร่วง ผู้ที่ทานอาหารผิดสำแดงเข้าไปแล้วเกิดอาการท้องร่วง ให้นำขมิ้นชันมาล้างให้สะอาด ปอกเปลือก และหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ นำไปตำพร้อมผสมน้ำเปล่า หลังจากนั้นคั้นเฉพาะน้ำประมาณ ๑ ถ้วยตวง แบ่งทาน ครั้งละ ๒ ช้อนโต๊ะ จะช่วยสร้างสมดุลให้ระบบขับถ่ายและระบบย่อยอาหาร ๔. รักษาแผลในกระเพาะอาหาร ขมิ้นชันมีฤทธิ์ในการรักษาอาการอักเสบ จึงสามารถช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหารให้หายเร็ว ขึ้น นอกจากนี้หากหั่นขมิ้นชันผสมกับน้ำผึ้ง จะช่วยบรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และจุกเสียดแน่น ๕. ชะลอการแก่ก่อนวัย เนื่องจากขมิ้นชันออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ จึงนำมาสกัดเป็นยาเสริมอาหารที่ใช้บำรุงร่างกาย ป้องกันโรค ป้องกันการเสื่อมโทรมของเซลล์ และป้องกันร่างกายไม่ให้เสื่อมไปตามวัย อารียรัตน์ หม้อน้ำ วรรณสารฉบับที่ ๗๒ หน้า ๑๒๐
๖. รักษาริดสีดวง สำหรับผู้ที่เป็นริดสีดวงทวาร และมีแผลบริเวณทวารหนัก ให้ใช้ผงขมิ้นทาหัวริดสีดวง จะช่วย สมานแผลให้แห้งและหายเร็วขึ้น เพราะขมิ้นชันช่วยลดการอักเสบ ช่วยฆ่าเชื้อโรค และทำให้เนื้อเยื่อบริเวณ แผลกระชับเร็วขึ้น ๗. แก้พิษแมลงกัดต่อย หากถูกแมลงกัดจนเป็นแผล มีอาการบวมแดง สามารถบรรเทาได้ด้วยการใช้ผงขมิ้นชันผสมกับ น้ำมันมะพร้าว แล้วนำไปเคี่ยวบนไฟ จะได้น้ำมันนวดสำหรับทาแก้พิษแมลงกัดต่อย หรือจะนำผงขมิ้นชันไป ผสมกับน้ำปูนใสเพื่อนำมาพอกแผลก็ได้ ๘. ป้องกันโรคข้อเข่าอักเสบ ในผู้สูงอายุนิยมใช้ขมิ้นชันรักษาอาการข้อตึง ปวดเมื่อยตามข้อเข่า โดยมีการนำมาใช้ทดแทนยา แผนปัจจุบันได้ ๙. ลดระดับไขมันในเส้นเลือด สารไฟโตสเตอรอล (Phytosterols) ที่อยู่ในพืชธรรมชาติอย่างขมิ้นชันจะช่วยยับยั้งคอเลสเตอรอล มีฤทธิ์ในการลดไขมันในเส้นเลือด ป้องกันความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดอุดตัน และโรคหัวใจ ๑๐. เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ขมิ้นชันช่วยปรับสมดุลและสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย โดยเฉพาะในปัจจุบันมีปัญหามลพิษ ฝุ่น ละออง PM ๒.๕ ที่ส่งผลกระทบต่อร่างกาย ทำให้เป็นภูมิแพ้ได้ง่าย จึงนิยมทานขมิ้นชันเพื่อช่วยเสริมร่างกาย ให้แข็งแรง อ้างอิง กระทรวงสาธารณสุข. (๒๕๖๓). ๑๐ คุณประโยชน์ของขมิ้นชัน สรรพคุณป้องกันสารพัดโรค. [ออนไลน์], เข้าถึงได้จาก : https://www.thairath.co.th/lifestyle/food/๑๙๙๙๓๓๑ เมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๖ วรรณสารฉบับที่ ๗๒ หน้า ๑๒๑
ผักแว่น ประโยชน์ดี...สรรพคุณเด่น ผักแว่น เป็นผักสมุนไพรพื้นบ้านที่หาได้ในทุกท้องถิ่น นิยมเก็บทั้งต้นมารับประทานสดคู่กับกับข้าว โดยเฉพาะทานคู่กับ น้ำพริก หรือนำมาทำเป็นเครื่องดื่ม ผักแว่นมีรสจืดอมฝาดเล็กน้อย ทั้งเถา ใบ ดอก และราก จึงมีสรรพคุณเป็นยาที่หลากหลาย ทั้งใช้เพื่อรับประทาน และใช้เพื่อรักษาอาการภายนอก สรรพคุณเพื่อรักษาโรค/อาการภายใน เช่น – ช่วยเป็นยาธาตุ ช่วยเจริญอาหาร – แก้ฝีในลำคอ แก้ต่อมทอนซิลอักเสบ – เป็นยาในการถอนพิษทั่วไป – แก้อาการเจ็บคอ คอแห้ง ลำคออักเสบ – ช่วยแก้อาเจียนเป็นเลือด – แก้ปวดเมื่อยรูมาติก แก้อุจจาระเป็นเลือด – แก้อาการปัสสาวะเป็นเลือด – แก้เคล็ดขัดยอก ปวดเมื่อยตามร่างกาย – แก้อาการปวดฟัน ป้องกันโรคฟันผุ ชลธิชา หินรัตน์ วรรณสารฉบับที่ ๗๒ หน้า ๑๒๒
– ช่วยสมานแผลในปาก ลำคอ และกระเพาะอาหาร – แก้อาการร้อนใน – ช่วยลดไข้ แก้หวัดร้อน บรรเทาอาการไข้ต่างๆ – ช่วยดับกระหายน้ำ สรรพคุณเพื่อรักษาโรค/อาการภายนอก นำมาบด โขลก เพื่อใช้รักษาอาการต่าง ๆ เช่น – ใช้หยอดตา ช่วยแก้อาการเจ็บตาหรือระคายเคืองตา แก้ตาอักเสบ รวมถึงช่วยบรรเทาโรคต้อกระจก – นำมาโขลกแล้วผสมกับสุรา ใช้ทาหรือประคบแก้อาการปวดฝี รวมถึงใช้ทาหรือประคบบริเวณฟกช้ำ แก้อาการปวด และบวมบริเวณฟกช้ำ อาการฟกช้ำในอวัยวะภายใน – ใช้ทารักษาตาปลา และหูดบนผิวหนัง – ใช้ทารักษาตาปลา และหูดบนผิวหนัง บางท้องที่หรือในกลุ่มผู้นิยมไม้แปลกมีการนำผักแว่นมาปลูกในกระถางเพื่อเป็นไม้ประดับ และดูด สารพิษในอาคาร อ้างอิง พืชผักสมุนไพร (๒๕๖๕). ผักแว่น ชนิด ประโยชน์ สรรพคุณ และการปลูกผักแว่น. [ออนไลน์], เข้าถึงได้จาก https://puechkaset.com. เมื่อวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๖ วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี. (๒๕๖๔). ผักแว่น. [ออนไลน์], เข้าถึงได้จาก https://th.wikipedia.org/wiki/.เมื่อ วันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๖ วรรณสารฉบับที่ ๗๒ หน้า ๑๒๓
“กะเพรา” มีดีอย่างไร กะเพรา ทั้งกะเพราขาว และกะเพราแดง เป็นสมุนไพรคู่บ้านของคนไทย สามารถเป็นได้ทั้งยา สมุนไพร เเละนำมาประกอบอาหารที่มีทั้งความอร่อย และสรรพคุณทางยา เช่น ใบหรือทั้งต้น ใช้เป็นยาขับลมแก้ปวดท้อง ท้องเสีย และคลื่นไส้อาเจียน นิยมใช้กะเพราแดงมากกว่า กะเพราขาว ใบ รสเผ็ดร้อน ต้มเอาน้ำดื่มเป็นยาขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ แก้ปวดท้อง บำรุงธาตุ แก้จุก เสียด แก้ลมตานซาง แก้คลื่นเหียนอาเจียน น้ำคั้นจากใบใช้เป็นยาขับเสมหะ ขับเหงื่อ ขับ น้ำดี ช่วยย่อยไขมัน น้ำคั้นจากใบใช้ทาภายนอกแก้โรคผิวหนัง กลาก เกลื้อน รักษาหูด หยอดหูแก้อาการปวดหู ใบแห้งใช้ชงดื่มกับน้ำแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ และน้ำมันจากใบใช้เป็น ยาฆ่ายุงได้ซึ่งมีฤทธิ์ได้นาน ๒ ชั่วโมง หรือไล่แมลงวันทอง บดเป็นยานัตถุ์ แก้คัดจมูก ยาชง หรือน้ำต้มใบใช้แก้ตับอักเสบและบำรุงธาตุสำหรับเด็ก ดอก รสเผ็ดร้อน ผสมกับน้ำผึ้งรับประทานแก้หลอดลมอักเสบ เมล็ด รสเผ็ดร้อน เป็นยาขับลม แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ แก้โรคทางเดินปัสสาวะ และไตอักเสบ เมื่อนำ เมล็ดไปแช่น้ำจะพองตัวเป็นเมือกขาวใช้พอกบริเวณตาเมื่อฝุ่นละอองเข้าตาหรือตามีผง และ จะไม่ทำให้ตาช้ำ พัณณิตา เอียดเกิด วรรณสารฉบับที่ ๗๒ หน้า ๑๒๔
ราก รสเผ็ดร้อน ต้มน้ำดื่มเป็นยาขับเหงื่อในคนไข้โรคมาลาเรีย แก้ธาตุพิการ ทั้งห้า เป็นยาเพิ่มน้ำนมในสตรีหลังหลอดบุตร ขับน้ำนม บรรเทาอาการไข้เรื้อรัง จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่ากะเพรามีสรรพคุณที่น่าสนใจอย่างมาก อย่างไรก็ตามผู้ที่รับประทาน กะเพราก็ควรศึกษาสรรพคุณให้รอบด้าน และใช้ในปริมาณที่พอดีหรือสัดส่วนที่พอเหมาะเพราะอาจทำให้ เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้ และถ้าหากซื้อผลิตภัณฑ์ที่สกัดจากกะเพราก็ควรเลือกซื้อที่มีอย.รับรอง อ้างอิง คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร. (๒๕๕๖). กะเพรา. [ออนไลน์]. https://pharmacy. su.ac.thPC_aCT-0ajjx5xnJiqZXARoCcz2f4zY. เข้าถึงเมื่อ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๖ BigC. (๒๕๖๔). สมุนไพร ต้าน โควิด ๑๙ พร้อมเคล็ดลับทานสมุนไพรอย่างไรให้ได้ประโยชน์. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก HTTPS://WWW.BIGC.CO.TH/BLOG/TH/. เมื่อ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๖ วรรณสารฉบับที่ ๗๒ หน้า ๑๒๕
บันทึกภาพในความทรงจำ ก้าวแรกกับครอบครัว ทศศ. “คนเราต่างมีจุดมุ่งหมายในตัวเอง เมื่อประสบความความสำเร็จก้าวแรก ก็ต้องต่อยอดพัฒนาตัวเองขึ้นไป แน่นอนค่ะ ทศศ. คือสะพานเชื่อมที่สำคัญที่จะนำพาฉันประสบความสำเร็จครั้งถัดไป” ดิฉันเป็นเด็กสาวคนหนึ่งที่หอบฝันตัวเองมาจากจังหวัดตรัง เมื่อดิฉันสำเร็จการศึกษาในระดับ มัธยมศึกษาปีที่ ๖ ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เพื่อน ๆ ร่วมชั้นทุกคนกำลังคึกคักกับการหาที่เรียนในระดับชั้นอุดมศึกษา รวมถึงตัวดิฉันด้วย เหมือนโชคชะตานำพาดิฉันให้พบกับสาขาวิชาหนึ่ง คือสาขาภาษาไทยศิลปศาสตร์ สิ่งแรก ที่ดิฉันคิดเลยคือเรียนยากไหม จบแล้วมีงานทำไหม สังคมในที่แห่งนั้นเป็นอย่างไร มันเกิดคำถามมากมายอยู่ใน ความคิดของดิฉันจนดิฉันตัดสินใจที่จะลงเรียนที่นี่ เริ่มปีที่ ๑ เป็นการเรียนผ่านช่องทางออนไลน์เพราะอยู่ในช่วงสถานการณ์โควิด ๑๙ ปี ๑ เป็นปีที่ฉันยัง อยู่ในโลกแห่งความเป็นตัวคนเดียว ไม่ได้สนิทสนมกับใคร จนถึงการเรียนของปี ๑ สิ้นสุดลง เริ่มปีที่ ๒ นี่แหละ คือ ภาพบันทึกแห่งความทรงจำของดิฉัน เริ่มต้นวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๕ เป็นวันที่ดิฉันต้องจากบ้านมาเรียน ที่นี่ เมื่อมาถึงก้าวแรกที่ดิฉันย่างเข้ามา พร้อมกับสายตาที่มองไปยังสิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ฉันคิดว่าที่นี่มีแต่ความ กดดัน เมื่อฉันได้พบปะกับอาจารย์และรุ่นพี่ครั้งแรกดิฉันคิดในใจกับตัวเองว่าดิฉันไม่ไหวแน่เลย แต่เมื่อได้ร่วม ทำกิจกรรมความกดดันก็เริ่มลดลงไปเรื่อย ๆ จนดิฉันรู้สึกได้ถึงความอบอุ่น และความเป็นกันเองของสาขา พร้อมเพื่อน ๆ ที่มีความสนุกสนาน เฮฮา ดิฉันจำอาหารมื้อนั้นได้ดี ที่ดิฉันได้นั่งร่วมวงรับประทานกับพี่ ๆ เพื่อน ๆ น้อง ๆ ทั้ง ข้าว ขนม นม น้ำผลไม้ เป็นอาหารที่ฉันรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องมีราคาแพง แต่อาหารเหล่านี้ ทำให้ฉันอิ่มและมีความสุขได้ ดิฉันคิดนะว่าหากดิฉันจากครอบครัวมาดิฉันต้องขาดความอบอุ่นจากครอบครัว แน่ ๆ เลย แต่ไม่คิดเลยว่าที่นี่เปรียบเสมือนครอบครัวหลังที่ ๒ ของดิฉัน ดิฉันรู้สึกว่าฉันมีอาจารย์เปรียบเสมือน พ่อแม่ มีรุ่นพี่เปรียบเสมือนพี่ชาย พี่สาว มีรุ่นน้องเปรียบเสมือนน้องชาย น้องสาว และมีเพื่อน ๆ เปรียบเสมือน เพื่อนสนิทข้างบ้านของดิฉัน วรัญญา ชูอ่อน วรรณสารฉบับที่ ๗๒ หน้า ๑๒๖ ก้าวแรกกับครอบครัว ทศศ/ เสวนาประสาไทยศิลปศาสตร์/ เรื่องราว ที่ผ่านมาของกัน และกัน/ เสริมสร้างภูมิรู้คู่คุณธรรม/ ความสุขสุด ประทับใจ “ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่” ไทยศิลปศาสตร์
เริ่มต้นเข้าแถวลงทะเบียน เขียนชื่อตัวเองก่อน อาจารย์พูดคุยชี้แนะรายละเอียดกิจกรรม เดินสำรวจมหาวิทยาลัย กิจกรรมแรกสนุกมาก ๆ พักเบรก ทานอาหารว่าง วรรณสารฉบับที่ ๗๒ หน้า ๑๒๗
ส่งตัวแทนกลุ่มออกไปเต้น เล่นเกมกับเพื่อน ๆ ทำให้รู้จักกันมากขึ้นกว่าเดิม จากภาพความทรงจำเหล่านี้ ทำให้คำว่ามิตรภาพเกิดขึ้น ดิฉันขอขอบคุณคณะอาจารย์และรุ่นพี่ที่ได้ จัดกิจกรรมดี ๆ แบบนี้ให้กับดิฉัน ดิฉันจะตราตรึงสิ่งเหล่านี้ไปตราบนานเท่านานว่าครั้งหนึ่งดิฉันได้มา อยู่ร่วมกับครอบครัว ทศศ. และขอขอบคุณโครงการ “กิจกรรมเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรม นักศึกษาไทย ศิลปศาสตร์ (พี่พบน้อง)” ที่ทำให้ดิฉันไม่ตัดสินใจถอยหลังออกจากสาขานี้ วรรณสารฉบับที่ ๗๒ หน้า ๑๒๘
ศศินา บัวเพชร เสวนาประสาไทยศิลปศาสตร์ “ทุกคนเกิดมาต้องเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ เหมือนเช่นดิฉันที่พยายามเสาะแสวงหาความรู้ และพร้อมเติมเต็ม ความรู้ต่าง ๆ ที่สาขาวิชาภาษาไทยให้” ดิฉันเป็นเด็กหญิงคนหนึ่งที่มีความฝันว่าฉันต้องเป็นข้าราชการครู เมื่อดิฉันสำเร็จการศึกษาในระดับ มัธยมศึกษาปีที่ ๖ ฉันได้สอบเข้าคณะครุศาสตร์ สาขาวิชาภาษาไทย แต่สอบไม่ติด ตอนนั้นคิดว่าจะไม่มีหนทาง ที่จะเป็นครูภาษาไทยได้แล้วและคิดจะสอบสาขาวิชาอื่นแต่เหมือนโชคชะตาเข้าข้างให้พบกับสาขาวิชา ภาษาไทยศิลปศาสตร์ตอนนั้นตั้งใจกับตัวเองเลยว่าต้องสอบเข้าสาขาวิชานี้ให้ได้ เพราะจะสามารถต่อยอดใน การเป็นครูภาษาไทยได้ และสาขาวิชานี้สามารถต่อยอดอาชีพอื่นได้อีกมากมาย เมื่อได้เรียนสาขาวิชานี้แล้วฉัน ก็มีมุ่งหมายที่ชัดเจนมากขึ้นทุกวัน และเมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ เป็นวันเสวนาประสาไทยศิลปศาสตร์ ของพี่ ๆ ปี ๔ ดิฉันได้เข้าร่วมฟังเสวนาประสบการณ์ของพี่ ๆ ที่ได้ไปฝึกงานในสถานที่ต่าง ๆ ดิฉันคิดในใจว่า วันหนึ่งดิฉันจะมาเล่าประสบการณ์แบบนี้ให้น้อง ๆ ฟังกิจกรรมนี้มันทำให้ฉันได้มีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจนขึ้น และพร้อมที่จะทำทุกวิถีทางให้ถึงจุดหมายที่ไว้ให้ได้ ภาพบันทึกแห่งความทรงจำของดิฉัน เมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ เป็นวันที่พี่ ๆ ได้มาเล่า ประสบการณ์การเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ ๔ ที่ได้ไปฝึกประสบการณ์นอกสถานที่ตามที่ตัวเองตั้งความหวังไว้พี่ ๆ เล่าถึงความประทับใจในช่วงฝึกประสบการณ์ กิจกรรมนี้เต็มไปด้วยรอยยิ้มของพี่ ๆ ที่ประสบความสำเร็จ และรอยยิ้มของอาจารย์ที่มีต่อลูกศิษย์ เริ่มลงทะเบียน พี่ ๆ เล่าประสบการณ์การฝึกงาน วรรณสารฉบับที่ ๗๒ หน้า ๑๒๙
อาจารย์มอบภาพไว้เป็นที่ระลึก อาจารย์กับพี่ปี ๔ ถ่ายภาพร่วมกัน ดิฉันขอขอบคุณคณะอาจารย์และรุ่นพี่ที่จัดกิจกรรมดี ๆ แบบนี้ ดิฉันจะตราตรึงสิ่งเหล่านี้ไปตราบนาน เท่านาน เป็นความทรงจำที่คอยย้ำเตือนว่า ครั้งหนึ่งดิฉันได้มาอยู่ร่วมกับครอบครัว ทศศ. “กิจกรรมเสวนา ประสาไทยศิลปศาสตร์ นักศึกษาไทยศิลปศาสตร์ (พี่พบน้อง)” กิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจที่ทำให้ดิฉันมี จุดมุ่งหมายในชีวิตที่ชัดเจนมากขึ้น วรรณสารฉบับที่ ๗๒ หน้า ๑๓๐
เรื่องราวที่ผ่านมาของกันและกัน ทุกคนล้วนแล้วแต่มีความทรงจำทั้งดีและไม่ดี เป็นเรื่องเศร้าบ้าง สุขบ้าง ปะปนกันไปแต่ทุกเรื่องที่ เกิดขึ้นก็ขอให้เก็บเป็นความทรงจำดี ๆ เอาไว้ ชีวิตที่ผ่านมาของฉัน ฉันได้เจอผู้คนหลากหลายรูปแบบ มีทั้งคนที่ดี คนที่ไม่ดี ผ่านเข้ามาในทุก ๆ วัน ฉันได้พบเจอคำว่า “เพื่อน” เป็นคำที่อ่านง่าย พูดง่าย เขียนง่าย แต่กลับเข้าใจยาก ไม่รู้ว่าจะมีเพื่อนไปทำไม แต่แค่รู้ว่าสำหรับฉันแล้วเพื่อนคือสิ่งจำเป็นที่ต้องมี ตอนฉันเป็นเด็กเรียนชั้นมัธยมปลาย ฉันได้เจอเพื่อนสนิทคนหนึ่งเป็นผู้หญิงผิวขาว ตัวเล็ก ๆ ก่อนที่จะ ได้มาสนิทกันก็ไม่ชอบหน้ากันมาก่อน เพราะตั้งแต่สมัยมัธยมต้นเขาเป็นเด็กที่เกเร ชอบตามเพื่อน และพอได้ ขึ้นชั้นมัธยมปลายก็ได้เรียนห้องเดียวกัน ตอนเรียนปรับพื้นฐานอาจารย์ก็จับคู่ให้นั่งข้างกันจนได้สนิทกัน ที่ผ่านมา กับเพื่อนคนนี้มีเรื่องราวต่าง ๆ มากมาย ร้องด้วยกัน ยิ้มด้วยกัน และผ่านทุก ๆ เรื่องมาด้วยกันจนจบ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ แล้วก็ได้แยกย้ายกันไปทำตามความฝัน ปัจจุบันฉันกับเพื่อนคนนี้ถึงจะไม่ค่อยได้เจอกัน แต่ยังติดต่อกันอยู่เสมอ เพราะเวลาที่เราสองคนเจอเรื่องอะไรกันมาในแต่ละวันเราก็มีเรื่องเล่าให้กันฟัง บุศราวดี ทองสกุล วรรณสารฉบับที่ ๗๒ หน้า ๑๓๑
วันที่เราได้ถ่ายรูปร่วมกันตอนที่จะจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ เพื่อนทุกคนในห้องมีความรู้สึกไม่อยาก จากกัน แต่เนื่องด้วยทุกคนมีหน้าที่ที่จะออกไปทำตามความฝันของตัวเอง พวกเราสัญญากันไว้ว่าจบปริญญาตรี ก็จะมายืนถ่ายรูปกันแบบนี้อีก วันที่ฉันได้เข้าไปในรั้วเทา – เหลืองวันสุดท้ายของชีวิตมัธยมปลาย ฉันไปเอาใบจบการศึกษาของฉัน กับเพื่อน ๆ อีกสองคน และได้ไปหาอาจารย์เพราะท่านทั้งสองคอยให้คำปรึกษาในทุก ๆ ด้าน เพื่อน คือ ทุกสิ่งทุกอย่าง คือ มิตรภาพ จากนี้ต่อไปไม่ว่าจะเจอปัญหาหรือสิ่งเลวร้ายเท่าไหร่ ฉันคิดว่า พวกเราจะผ่านพ้นมันไปได้ด้วยดีเหมือนที่ผ่านมา ในอนาคตเป็นยังไงฉันไม่อาจรู้ได้แต่ที่ผ่านมาฉันจำได้แค่ว่า เราเป็นเพื่อนกัน และฉันก็หวังว่ามิตรภาพของเราจะยังคงอยู่แบบนี้ตลอดไป วรรณสารฉบับที่ ๗๒ หน้า ๑๓๒
เสริมสร้างภูมิรู้คู่คุณธรรม เมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๖๖ สาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัย ราชภัฏภูเก็ต จัดกิจกรรม “เสริมสร้างภูมิรู้คู่คุณธรรมนักศึกษา ทศศ.” ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๖ เพื่อสร้าง ความสัมพันธ์ระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้อง โดยมีกิจกรรมย่อยเป็นฐานความรู้และฝึกปฏิบัติในด้านต่าง ๆ ๔ ฐาน ได้แก่ ๑) ฐานบันไดชีวิต ๒) ฐานพูดเป็นเรื่อง ๓) ฐานมารยาทไทยใครทำ และ ๔) ฐานคนค้นคุณธรรม โดยมีนักศึกษาชั้นปีที่ ๑ เข้าร่วมกิจกรรมกว่า ๔๐ คน จุดประสงค์ในการจัดงานนี้ขึ้นเพื่อสร้างมิตรภาพ ความสัมพันธ์ระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้อง รวมถึงเรียนรู้ การทำงานร่วมกันระหว่างนักศึกษาในทุกชั้นปีโดยมีคณาจารย์ในสาขาวิชาเป็นที่ปรึกษา กิจกรรมนี้มีภาพ ความทรงจำที่เก็บไว้เป็นความประทับใจ ดังตัวอย่าง ปัทมาพร บุตรหาบ วรรณสารฉบับที่ ๗๒ หน้า ๑๓๓ ฐานที่ ๑ ฐานบันไดชีวิต ที่ปรึกษา ผศ.ปรีดา เกื้อกูลอ่อน ฐานที่ ๒ ฐานพูดเป็นเรื่อง ที่ปรึกษา ผศ.ดร.วรพงศ์ ไชยฤกษ์
ภาพความทรงจำจากกิจกรรมที่ทุกคนตั้งใจจัด และทุกคนตั้งใจเข้าร่วม ทำให้เห็นว่าทุกช่วงเวลา ที่เกิดขึ้น และผ่านไป ถือเป็นช่วงเวลาดี ๆ ที่ทำให้เราได้เรียนรู้ และอยู่ร่วมกันได้ด้วยความรัก และความเข้าใจ แม้เวลาผ่านไปเชื่อว่าภาพและความทรงจำเหล่านี้จะยังคงอยู่...ตลอดไป วรรณสารฉบับที่ ๗๒ หน้า ๑๓๔ ฐานที่ ๓ ฐานมารยาทไทยใครทำ ที่ปรึกษา ผศ.จุฬารัตน์ เสงี่ยม ฐานที่ ๔ ฐานคนค้นคุณธรรม ที่ปรึกษา อาจารย์สุริยา ทองคำ พิธีบายศรีสู่ขวัญ รับขวัญนักศึกษาใหม่ของสาขาวิชาภาษาไทย
“ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่” ไทยศิลปศาสตร์ เมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๕ สาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัย ราชภัฏภูเก็ต จัดกิจกรรมสังสรรค์ปีใหม่ ในธีม “สวัสดีปีใหม่ ๒๕๖๖ ทศศ.ซูซ่า…สังสรรค์รับปีกระต่าย” โดยกิจกรรมที่จัดขึ้นเป็นกิจกรรมสานสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์และนักศึกษาแต่ละชั้นปีให้มีความสนิทสนม เพิ่มขึ้นกล้าที่จะพูดคุยปรึกษากัน กิจกรรมนี้ถือเป็นปรากฏการณ์ที่น่าตื่นเต้นสำหรับหลาย ๆ คน หลังจากที่ เรียนออนไลน์กันมาตลอดระยะเวลา ๑ ปี ทุกคนต่างลุ้นกับของขวัญที่อาจารย์และพี่ ๆ เตรียมไว้ซึ่งปีนี้มี รางวัลครบถ้วนสำหรับนักศึกษาทุกคน มากบ้างน้อยบ้างตามแต่ดวงของแต่ละคน ความประทับใจในกิจกรรมเป็นอย่างไร รับชมได้จากตัวอย่างภาพต่อไปนี้ค่ะ พิธีเปิดกิจกรรม คำอวยพรดี ๆ ซึ้ง ๆ จากอาจารย์ รับประทานอาหารร่วมกัน แต่งกายหลากสี หลายสไตล์ ณัฐพร แถมเดช วรรณสารฉบับที่ ๗๒ หน้า ๑๓๕
ร้อง-เต้น สนุกสนานครื้นเครง เก้าอี้ดนตรีที่สร้างสีสัน ของขวัญจากพี่ ๆ น้อง ๆ จับฉลากได้ของขวัญจากอาจารย์สุริยา ปิดท้ายด้วยภาพถ่ายครอบครัว ทศศ. ภาพความทรงจำเหล่านี้ทำให้เกิดมิตรภาพ และความผูกพันระหว่างรุ่นพี่และรุ่นน้อง ให้ความรู้สึกว่าเราได้ อยู่รวมกันเป็นครอบครัว สัมผัสถึงความอบอุ่นที่อาจารย์และพี่ ๆ ครอบครัว ทศศ. มอบให้แก่กัน บรรยากาศ ของกิจกรรมในครั้งนี้เต็มไปด้วยความสุข ความสนุก มีทั้งเสียงหัวเราะ และรอยยิ้ม เป็นความประทับใจที่ไม่รู้ ลืมจริง ๆ ค่ะ วรรณสารฉบับที่ ๗๒ หน้า ๑๓๖
๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๖ สาขาวิชาภาษาไทย จัดประชุมผู้ปกครองและปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๖ ณ ห้องปฏิบัติการภาษาไทย (ห้อง ๗๔๔) โดยมี ผศ.จุฬารัตน์ เสงี่ยมประธานสาขาวิชาภาษาไทย รวมถึงคณาจารย์ ประจำสาขาวิชา และตัวแทนนักศึกษาแต่ละชั้นปีกล่าวต้อนรับนักศึกษาใหม่เข้าสู่ครอบครัว ทศศ. ๑๗ มิถุนายน ๒๕๖๖ สาขาวิชาภาษาไทย จัดโครงการ “เสริมสร้างภูมิรู้คู่คุณธรรมนักศึกษา ทศศ.” ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๖ เพื่อสร้างมิตรสัมพันธ์ระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้อง ณ ศาลารัตนภิรมณ์ สำหรับโครงการนี้มีกิจกรรมมากมาย เช่น เสวนาแลกเปลี่ยนความรู้อาจารย์ - นักศึกษา เขียนจดหมายถึงแม่ กิจกรรมฐาน ๔ ฐาน กิจกรรมบายศรี สู่ขวัญ เป็นต้น ๒๘ มิถุนายน ๒๕๖๖ ผศ.ดร.รุ่งรัตน์ ทองสกุล และผศ.ดร.วรพงศ์ ไชยฤกษ์ นำนักศึกษาชั้นปีที่ ๔ สาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต เข้าร่วมโครงการประชุมวิชาการ และนิทรรศการระดับชาติ สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ครั้งที่ ๕ “มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ราชภัฏยุคใหม่บนความเเตกต่างหลากหลายทางสังคม” ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรม ราชูปถัมภ์ จังหวัดปทุมธานีซึ่งมีนักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖ คน นำเสนอบทความวิจัยในเวทีประชุม วิชาการครั้งนี้ด้วย ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๖๖ สาขาวิชาภาษาไทย จัดกิจกรรม "เตรียมความพร้อมเพื่อคุณลักษณะที่พึงประสงค์นักศึกษา ทศศ." ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๖ ณ ห้องปฏิบัติการภาษาไทย (ห้อง ๗๔๔) โดยมีกิจกรรมย่อยเป็นฐานความรู้ และ ฝึกปฏิบัติในด้านต่าง ๆ ได้แก่ ฐานหลักภาษาพาเพลิน ฐานกานต์กวี...ว่าที่กวีเอก ฐานวาทะ วาทีฐานเขียนเป็น เห็นเรื่อง ซึ่งมีนักศึกษาชั้นปี ๑ และคณาจารย์ประจำสาขาวิชาภาษาไทยเข้าร่วมงานโดยพร้อมเพรียงกัน ข่าวประชาสัมพันธ์ วรรณสารฉบับที่ ๗๒ ๑๓๗
๘ สิงหาคม ๒๕๖๖ สาขาวิชาภาษาไทย จัดอบรม “เทคนิคที่จำเป็นสำหรับงานผู้ประกาศข่าว” ให้แก่นักศึกษาชั้นปีที่ ๓ ในรายวิชาการพูดทางวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ โดยมีนายสิทธิชัย ทรัพย์สิน นักสื่อสารมวลชน นางสาววรวรรณ ทิพย์อุดมลักษณ์ ผู้ประกาศข่าวจากสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยจังหวัดภูเก็ต พร้อมทั้ง ผศ.ดร.วรพงศ์ ไชยฤกษ์ อาจารย์ประจำวิชา ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๖ สาขาวิชาภาษาไทย จัดอบรม “การเพิ่มมูลค่า...ด้วยเสียงพูด” ให้แก่นักศึกษาชั้นปีที่ ๓ โดยมีวิทยากร ๒ ท่าน ได้แก่ นายอภิสิทธิ์ คนชม เเละนางสาวนันทวัน ศรีพุทธา มาบรรยายให้ความรู้ พร้อมพูดคุยตอบ ข้อซักถามของนักศึกษา สำหรับการอบรมในครั้งนี้บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนาน โดยนักศึกษาได้รับ ความรู้เรื่องเทคนิคการพูด การใช้เสียง โทนเสียง เพื่อนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ต่อไป ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๖ สาขาวิชาภาษาไทย ร่วมจัดกิจกรรมแข่งขันโต้วาทีเนื่องในสัปดาห์วิทยาศาสตร์ ๒๕๖๖ ญัตติ “อาหารแบบวิศวพันธุกรรมล้ำคุณค่ากว่าแบบธรรมชาติ” บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยเสียงกองเชียร์ที่ ช่วยสร้างสีสันให้แก่ผู้เข้าแข่งขัน ผลการแข่งขันปรากฏว่านักศึกษาฝ่ายเสนอจากคณะมนุษยศาสตร์และ สังคมศาสตร์ ได้รับรางวัลชนะเลิศ วรรณสารฉบับที่ ๗๒ ๑๓๘
ผู้เรียบเรียง นางสาวจุฑามาศ เกลี้ยงเกลา นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๓ นางสาวบัณฑิตา ตวงสิน นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๓ นางสาวอารียรัตน์ หม้อน้ำร้อน นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๓ นางสาวชลธิชา หินรัตน์ นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๓ นางสาวศิริษา ยงกิจ นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๓ นางสาวกิตติยา ชัยยารักษ์ นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๓ นายสุทธิญาณ์ ธนทรัพย์เกษม นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๓ นางสาวชนิสรา รักเหมือน นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๓ นางสาวพัณณิตา เอียดเกิด นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๓ นางสาวอรยา โดงกูล นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๔ นายวิทวัส หนูริง นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๔ นางสาวภัทราวดี ขวัญเซ่ง นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๔ นางสาวศิรินทิพย์ สงวนไถ นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๔ นายกามาลุดดีน อัสนีย์ นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๔ นางสาวอภิสรา ชูเงิน นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๔ นางสาวณัฐวิมล นุภักดิ์ นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๔ นายจิตติพัฒน์ ฤทธิ์ดี นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๔ นางสาวธิดารัตน์ มหาชัยชนะ นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๔ นายเสกสรร แก้วมณี นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๔ วรรณสารฉบับที่ ๗๒ หน้า ๑๓๙
นางสาวนาดา หมาดสตูล นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๔ นางสาวกิตติมา พิกุลผล นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๔ นางสาวสุชาดา กล่ำมาศ นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๔ นางสาวบุศราวดี ทองสกุล นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๔ นางสาวนัดดา มณีสุวรรณ์ นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๔ นางสาวสุนิสา เพชรกำเนิด นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๔ นางสาวจิตรานุช สมศรี นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๔ นางสาวชุติมณฑน์ นุชสมัย นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๔ นางสาวสาวิกา สงรักษ์ นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๔ นางสาวชาลิสา ภาสกรกุล นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๔ นางสาวสุภนิดา ลอยลม นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๔ นางสาวณัฐพร เเถมเดช นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๔ นางสาวฟาติณฑ์ ปาโอะมานิ๊ นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๔ นางสาวพรรณสิริ เชาว์ช่าง นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๔ นายกิตติพงศ์ เกลี้ยงเกลา นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๔ นางสาวสิดาพร ชัยศิริ นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๔ นางสาววรินทร สุขสวัสดิ์ นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๔ นางสาวอามารีนา เต๊ะหมัด นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๔ นางสาววรัญญา ชูอ่อน นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๔ นางสาวศศินา บัวเพชร นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๔ นางสาวรุ่งกานต์ ภูมิพงษ์ นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๕ วรรณสารฉบับที่ ๗๒ หน้า ๑๔๐
ปรัชญาของสาขาวิชา การสื่อสารภาษาไทย สมสมัย สร้างสรรค์ สร้างอาชีพ คุณลักษณะพฤติกรรมนักศึกษาของสาขาวิชา บุคลิกภาพดี มีคุณธรรม มุ่งมั่นใฝ่รู้ สู้งาน วรรณสารฉบับที่ ๗๒ หน้า ๑๔๑