The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การเล่นของเด็กไทย เล่ม ๒

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

การเล่นของเด็กไทย เล่ม ๒

การเล่นของเด็กไทย เล่ม ๒

การเลน่ ของเดก็ ไทย เลม่ ๒

จดั ท�ำ โดย กรมสง่ เสรมิ วฒั นธรรม กระทรวงวฒั นธรรม
ล�ำ ดบั หนงั สอื : ๘/๒๕๖๑
ISBN : 978-616-543-560-4
พมิ พค์ รง้ั ท่ี ๑ : กนั ยายน ๒๕๖๑
จ�ำ นวน : ๒,๐๐๐ เลม่
พมิ พท์ ่ี : ส�ำ นกั งานกจิ การโรงพมิ พ์ องคก์ ารสงเคราะหท์ หารผา่ นศกึ

คำ�ปรารภ

ในปงี บประมาณพ.ศ.๒๕๖๑กระทรวงวฒั นธรรมมงุ่ มนั่ ขบั เคลอื่ นงานวฒั นธรรมตามนโยบายของรฐั บาลโดยด�ำ เนนิ งาน
ตามยทุ ธศาสตรเ์ ชอ่ื มโยงกบั คา่ นยิ มหลกั ของคนไทย ๑๒ ประการและมอบนโยบายใหก้ รมสง่ เสรมิ วฒั นธรรมด�ำ เนนิ งานรว่ มกบั
ภาครัฐและภาคประชาชน รณรงค์ ใหค้ รอบครัวปลูกฝงั คา่ นยิ มท่ดี ีใหแ้ ก่เดก็ เชน่ มารยาททางสงั คม ยิ้ม ไหว้ สวสั ดี ขอบคุณ
ขอโทษ การรกั ษาวินัย ความมีนาํ้ ใจไมตรี การปฏบิ ัตติ ามวัฒนธรรม ประเพณขี องสงั คม และการเลน่ ของเด็ก
การเล่นของเด็กไทย เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมท่ีเกิดจากการเลียนแบบชีวิตจริงท่ีสืบทอดต่อกันมา
เพอ่ื ความบนั เทงิ ใจ มที ง้ั กตกิ าและไมม่ กี ตกิ า มบี ทรอ้ งหรอื ไมม่ บี ทรอ้ ง บา้ งมที า่ เตน้ ร�ำ ประกอบเพอื่ ใหง้ ดงามและสนกุ สนานยงิ่ ขน้ึ
การเล่นของเดก็ ไทย จึงเป็นสว่ นหน่ึงของวฒั นธรรมพื้นบ้าน เปน็ การสะทอ้ นวิถชี วี ิตความเปน็ อยู่ การท�ำ มาหากิน ความเชื่อ
ความคิด ค่านิยมของคนในแต่ละท้องถิ่น ที่ส่งต่อจากบรรพชนถึงรุ่นลูกหลานให้ได้ออกกำ�ลังกาย มีความคล่องแคล่วว่องไว
ฝึกความอดทน ฝึกการเป็นผู้นำ�และผู้ตามที่ดี ฝึกการสังเกตมีปฏิภาณไหวพริบ สร้างความสนุกสนาน และความสามัคคี
ในหม่คู ณะ
กระทรวงวัฒนธรรม จึงได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมวัฒนธรรม จัดทำ�หนังสือการเล่นของเด็กไทย เล่ม ๒
เพอื่ อนรุ กั ษ์ สบื สาน และฟน้ื ฟมู รดกทางวฒั นธรรมของชาตใิ หค้ งอยู่ รวมทง้ั สง่ เสรมิ และเผยแพรใ่ หเ้ ดก็ เยาวชน และประชาชน
ผู้สนใจท่ัวไปได้มีส่วนร่วมในการธำ�รงรักษาวัฒนธรรมของชาติ โดยมุ่งหวังว่าหนังสือเล่มน้ีจะอำ�นวยประโยชน์ให้คนไทยรัก
และเข้าใจในมรดกวฒั นธรรมของชาติ อย่างถ่องแท้

(นายวรี ะ โรจนพ์ จนรตั น)์
รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงวฒั นธรรม

การเลน่ ของเดก็ ไทย เล่ม ๒ 3



คำ�นำ�

การเล่นของเด็กไทย ถือเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติไทย ท่ีมีการปฏิบัติสืบทอดกันมาจากอดีต
โดยมเี อกลกั ษณส์ ะทอ้ นวถิ ีไทย ตามลักษณะเฉพาะของท้องถน่ิ และอาจมกี ารพัฒนาสร้างสรรค์เพอ่ื ให้เกดิ ความสนุกสนาน
เพลิดเพลิน และเกิดความรักและความสามัคคี โดยได้รับการฝึกฝน ถ่ายทอดตามวัฒนธรรมที่ได้เรียนรู้กันมา บางอย่าง
มกี ารสบื ทอดเปน็ ประเพณี บางอยา่ งเรมิ่ ทจี่ ะสญู หาย จงึ ควรสง่ เสรมิ การมสี ว่ นรว่ มในการรกั ษาวฒั นธรรมประเพณกี ารเลน่
พืน้ บ้านให้คงอยู่
การเล่นพ้ืนบ้าน เกมพื้นบ้าน กีฬาพื้นบ้าน เป็นส่วนหน่ึงของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ ท่ีมีการ
ข้ึนบัญชีในสาขากีฬาภูมิปัญญาไทย ซึ่งกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้มีการพิจารณาคัดเลือกรายการข้ึนบัญชีมรดกภูมิปัญญา
ทางวัฒนธรรม เพื่อเป็นการเก็บรักษา ปกป้องคุ้มครองมรดกภูมิปัญญาให้มีการสืบทอดและไม่ให้สูญหายไปจากสังคม
และในวถิ วี ฒั นธรรม อนั น�ำ ไปสคู่ วามเขา้ ใจ การยอมรบั และความภาคภมู ใิ จในมรดกภมู ปิ ญั ญาทางวฒั นธรรม จะไดร้ ว่ มกนั รกั ษา
และดำ�รงมรดกภมู ปิ ัญญาทางวัฒนธรรมของไทยสืบต่อไป
ในการจดั ท�ำ หนงั สอื การเลน่ ของเดก็ ไทย เลม่ ๒ เปน็ การคดั สรรการเลน่ ทนี่ า่ สนใจ และการเลน่ ทไี่ ดร้ บั การประกาศ
ขนึ้ บญั ชมี รดกภมู ปิ ญั ญาทางวฒั นธรรม และการเลน่ ทน่ี ยิ มในภมู ภิ าคตา่ งๆ น�ำ มาจดั พมิ พเ์ ผยแพรแ่ กเ่ ครอื ขา่ ยทางวฒั นธรรม
เด็ก เยาวชนและประชาชนท่ัวไป โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ข้อมูลการเล่นดังกล่าวจะเป็นประโยชน์
ต่อประชาชนผสู้ นใจท่วั ไป

(นางพมิ พร์ วี วฒั นวรางกรู )
อธบิ ดกี รมสง่ เสรมิ วฒั นธรรม

การเลน่ ของเด็กไทย เลม่ ๒ 5

สารบญั หนา้

ค�ำ ปรารภ ๓
ค�ำ น�ำ ๕
บทน�ำ ๙
การเลน่ พน้ื บา้ นกบั มรดกภมู ปิ ญั ญาทางวฒั นธรรม ๑๐
ความส�ำ คญั ของการเลน่ ๑๐
การเลน่ ของเดก็ ไทย ภาคเหนอื ๑๒

 กาฟกั ไข ่ ๑๔
 จกิ ระดา้ ง ๑๘
 แนดขา้ มสา้ ว ๒๒
 บะขา่ งโว ่ ๒๖

การเลน่ ของเดก็ ไทย ภาคกลาง ๓๐

 ตง้ั เต ๓๒
 แยล้ งร ู ๓๖
 เสอื กนิ ววั ๔๐
 ลงิ ชงิ หลกั ๔๔

6 การเลน่ ของเด็กไทย เลม่ ๒

การเลน่ ของเดก็ ไทย ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื หนา้

 ขวา้ งโหวด ๔๘
 ตานา
 หนอกสกั กะแลน่ ๕๐
 หมากไม ้ ๕๔
 หมากหง่ึ ๕๘
 อมี ะลอ็ กกอ๊ กแกก๊ ๖๒
๖๖
การเลน่ ของเดก็ ไทย ภาคใต ้ ๗๐

 จงู นางเขา้ หอ้ ง ๗๔
 ฉบั โผง
 ชนววั ดนิ ๗๖
 ซดั ราว ๘๐
 ลากกาบหมาก ๘๔
๘๘
บรรณานกุ รม ๙๒

๙๗

การเล่นของเดก็ ไทย เลม่ ๒ 7

8 การเลน่ ของเดก็ ไทย เลม่ ๒

บทนำ�

การเล่นของไทยนั้น หมายถึง การเล่นดั้งเดิม เพ่ือความบันเทิงใจ
ท้ังที่เป็นการเล่นที่มีกติกา หรือไม่มีกติกา บ้างมีบทร้อง บ้างมีท่าเต้นประกอบ
เพ่ือความงดงามและสนุกสนานย่ิงข้ึน แตกต่างกันไปตามวัยของบุคคล และตาม
ปจั จยั ทางสภาพภมู ศิ าสตร์ ประเพณี ศาสนา ความเชอื่ และคา่ นยิ มของแตล่ ะภมู ภิ าค
ส่วนใหญ่จะเล่นกันเป็นกลุ่ม มีกติกาง่ายๆ ไม่ยุ่งยากซับซ้อน ไม่เน้นการแข่งขัน
มบี ทรอ้ งบทเจรจาทมี่ กั เปน็ รอ้ ยกรอง มที �ำ นองหรอื จงั หวะประกอบกนั จงึ สามารถชว่ ย
ในการฝึกออกเสียง ความจำ� และฝกึ แต่งกลอน ท้ายท่สี ุด การเลน่ จะสามารถกระตนุ้
ใหเ้ ด็กเกิดการศึกษาค้นควา้ เพม่ิ เตมิ ไปอกี ดว้ ย
การเลน่ ยงั เปน็ มรดกตกทอด ลอกเลยี นแบบตอ่ ๆ กนั มาแตโ่ บราณ เปน็ การ
แสดงออกของวิถีชีวิต การพัฒนาสังคม ความสามัคคี กลมเกลียว และคุณค่า
ทางวรรณศลิ ป์ ซง่ึ นบั เปน็ สว่ นหนงึ่ ของวฒั นธรรม เนอ่ื งจากการเลน่ พน้ื บา้ นบางอยา่ ง
ได้นำ�มาเล่นในงานประเพณี ช่วยให้งานสนุกสนานยิ่งขึ้น การเล่นจึงมีส่วนส่งเสริม
ขนบธรรมเนียมประเพณี และนอกจากนน้ั การเลน่ ของเด็กไทยบางอยา่ งยงั เกดิ จาก
การเลียนแบบชีวิตจริงผสานกับความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ การสังเกต
สิ่งรอบตัว การเล่น จึงแตกต่างกันไปกลายเป็นเอกลักษณ์ของท้องถ่ิน และสามารถ
สะท้อนภาพของเด็กไทยในสมัยก่อน ความเป็นอยู่ของผู้ใหญ่ การทำ�มาหากิน
ของคนไทย ความเช่ือ คา่ นิยมในแต่ละท้องถิน่ ไดอ้ ยา่ งเป็นอย่างดี

การเล่นของเดก็ ไทย เลม่ ๒ 9

การเลน่ พน้ื บ้านกบั มรดกภูมปิ ัญญาทางวฒั นธรรม

“มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม” หมายความว่า ความรู้ การแสดงออก การประพฤติ ปฏิบัติหรือทักษะ
ทางวัฒนธรรมท่ีแสดงออกผา่ นบุคคล เคร่ืองมือ หรือวัตถุ ซง่ึ บคุ คล กล่มุ บุคคล หรือชุมชนยอมรบั และรูส้ ึกเป็นเจ้าของ
รว่ มกนั และมกี ารสบื ทอดกนั มาจากคนรนุ่ หนงึ่ ไปยงั คนอกี รนุ่ หนง่ึ โดยอาจมกี ารปรบั เปลย่ี นเพอ่ื ตอบสนองตอ่ สภาพแวดลอ้ ม
ของตน
มรดกภูมิปญั ญาทางวัฒนธรรม จ�ำ แนกเป็น ๖ ลกั ษณะ ได้แก่
 วรรณกรรมพนื้ บ้านและภาษา
 ศิลปะการแสดง
 แนวปฏบิ ตั ทิ างสังคม พิธีกรรม ประเพณี และเทศกาล
 ความร้แู ละการปฏิบตั เิ กยี่ วกบั ธรรมชาติและจกั รวาล
 งานช่างฝีมอื ด้งั เดิม
 การเล่นพ้นื บา้ น กฬี าพนื้ บา้ น และศิลปะการตอ่ สปู้ ้องกนั ตวั *
กาฟกั ไข่ แนดขา้ มสา้ ว ตงั้ เต แยล้ งรู เสอื กนิ ววั และหมากหง่ึ ทปี่ รากฏในหนงั สอื เลม่ ๒ น้ี ไดข้ นึ้ บญั ชเี ปน็ มรดก
ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติแล้ว เพ่ือเป็นหลักฐานสำ�คัญของชาติ และเป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน
ให้เกิดความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมของตน รวมท้ังเป็นการปกป้องคุ้มครองมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของท้องถ่ิน
และของชาติ อันจะนำ�ไปสู่การสร้างความรู้ ความเข้าใจ เห็นคุณค่ายอมรับในความหลากหลายทางวัฒนธรรม
และการอยูร่ ว่ มกันอย่างมสี นั ติสุขของคนในสังคมตอ่ ไป

ความส�ำ คญั ของการเลน่

การเล่นเป็นการเรียนรู้ที่เพลิดเพลินและสนุกสนานอย่างหน่ึง เพราะในขณะเล่น ผู้เล่น จะเกิดการค้นพบ
ได้ใช้ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เรียนรู้ สร้างทักษะการแก้ปัญหาขณะเล่น ฝึกปฏิภาณ ไหวพริบ การใช้เชาวน์ปัญญา
และฝกึ ใชป้ ระสาทสมั ผสั ตา่ งๆ ความวอ่ งไว ชนั้ เชงิ การใชภ้ าษา และเปดิ โอกาสใหม้ อี สิ ระทจ่ี ะทดลองดว้ ยตนเองใหม้ ากทสี่ ดุ
นอกจากน้ี การเล่นยังช่วยบริหารร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรง ฝึกความสัมพันธ์ของกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ของร่ายกาย
และในทางสังคม การเล่นยังส่งเสริมให้เกิดความสามัคคี รักหมู่คณะ ฝึกวินัยและการเคารพต่อกติกา ความอดทน
ความซื่อสัตย์ และความรับผิดชอบอีกด้วย การเล่นจึงเป็นหัวใจสำ�คัญสำ�หรับการพัฒนาความสามารถในทุกๆ ด้าน
ซงึ่ ชว่ ยใหส้ ามารถด�ำ รงชวี ติ อยใู่ นสังคมไดด้ ีในอนาคต

10 การเล่นของเดก็ ไทย เล่ม ๒

การเลน่ พ้นื บา้ น กฬี าพน้ื บา้ น และศิลปะการต่อสปู้ อ้ งกันตัว
หมายถึง กิจกรรมทางกายและการออกแรง เพอื่ จุดม่งุ หมายทีแ่ ตกตา่ งกนั เช่น เพ่อื ความสนกุ สนานเพลิดเพลิน
เพ่ือชัยชนะหรือเพื่อการป้องกันตัว มีรูปแบบ และวิธีการเล่นตามลักษณะเฉพาะของท้องถ่ิน มีการปฏิบัติกันอยู่ใน
ประเทศไทยและมีเอกลักษณส์ ะทอ้ นวถิ ไี ทย เรยี กอกี ช่ือหนึ่งว่า กฬี าภมู ิปญั ญาไทย แบ่งออกเปน็ ๔ ประเภท ดงั น้ี
การเล่นพ้ืนบ้าน หมายถึง กิจกรรมการเคล่ือนไหวทางกายที่ทำ�ด้วยความสมัครใจ เพื่อความสนุกสนาน
เพลดิ เพลนิ ไมจ่ รงิ จงั ไมม่ งุ่ เนน้ การแขง่ ขนั และไมห่ วงั ผลแพช้ นะ มรี ปู แบบและวธิ กี ารเลน่ ตามลกั ษณะเฉพาะของทอ้ งถน่ิ
เกมพนื้ บา้ น หมายถงึ กจิ กรรมการเคล่ือนไหวทางกายทีม่ ีลกั ษณะของการแขง่ ขนั มกี ฎกติกาง่ายๆ ทีย่ อมรับ
กนั ในหมู่ผเู้ ลน่ ตามลกั ษณะเฉพาะของท้องถิ่น เพอื่ ความสนุกสนานเพลดิ เพลิน เกิดความรักและความสามคั คใี นหมูค่ ณะ
กฬี าพนื้ บา้ น หมายถงึ การแขง่ ขนั ทกั ษะทางกายทต่ี อ้ งใชค้ วามสามารถทางการเคลอื่ นไหว ตามกฎกตกิ าทเ่ี ปน็
ลกั ษณะเฉพาะของทอ้ งถ่นิ โดยมุ่งหวงั ผลแพช้ นะ
ศลิ ปะการตอ่ สปู้ อ้ งกนั ตวั หมายถงึ วธิ กี ารหรอื รปู แบบการตอ่ สทู้ ใี่ ชร้ า่ งกายหรอื อปุ กรณ์ โดยไดร้ บั การฝกึ ฝน
ตามวฒั นธรรมทไ่ี ด้รบั การถา่ ยทอดกนั มา
11
การเลน่ ของเดก็ ไทย เล่ม ๒

12 การเลน่ ของเดก็ ไทย เลม่ ๒

การเล่นของเด็กไทย

ภาคเหนือ

การเล่นเปน็ หนึ่งในความทรงจ�ำ
เริม่ ฟน้ื ฟูจากงานประเพณี

ใช้ความสนใจ ความรูท้ ีม่ มี าทำ�
กิจกรรมภมู ิปัญญาพ้ืนฐานมีความหลากหลาย

การเลน่ ของเด็กไทย เล่ม ๒ 13

กาฟักไข่

ได้รับการขึน้ บัญชเี ปน็ มรดกภูมปิ ญั ญาทางวัฒนธรรมของชาติ
ประเภทการเล่นพื้นบ้าน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๖

นยิ มเล่นกนั ในแต่ละพื้นท่ี ภาคกลาง เรยี กว่า กาฟกั ไข่
ภาคเหนือ เรียกว่า แย่งไข่เต่า หรือซ่อนไข่เต่า ภาคตะวันออก
เฉียงเหนือ เรียกว่า เต่าฟักไข่ ภาคใต้ เรียกว่า จระเข้ฟาดหาง
ยัว่ กระทงิ หรือกระทิง
อปุ กรณก์ ารเล่น
ใช้วัสดุท่ีหาได้ เช่น กาบมะพร้าว ก้อนหิน หรือจะใช้
กิ่งไม้เล็กๆ ยาวประมาณ ๑ คืบ แทนก็ได้ เพ่ือใช้สมมติเป็น
ไข่กา คนละ ๑ อนั
จ�ำ นวนผเู้ ล่น ๕ - ๖ คนขน้ึ ไป เลน่ ไดท้ ง้ั ชายและหญงิ
วิธกี ารเล่น
๑. ผู้เล่นท้ังหมดเส่ียงเพื่อหาตัวผู้เป็นกาหนึ่งคน
จากนนั้ ใหน้ �ำ วตั ถทุ สี่ มมตวิ า่ เปน็ ไขก่ า จ�ำ นวนเทา่ กบั ผเู้ ลน่ ทงั้ หมด
(ยกเว้นกา) มาวางกองรวมกันไว้ที่กลางวงกลม ผู้เป็นกาจะคอย
เฝา้ ไข่กาไว้ มิใหผ้ ู้เลน่ คนหน่งึ คนใดมาแย่งเอาไปได้

14 การเลน่ ของเดก็ ไทย เล่ม ๒

๒. ผู้เล่นคนอื่นๆ จะอยู่รอบๆ วงกลม และหาโอกาส
แย่งไข่กาออกจากวงกลม คนหนึง่ ๆ จะหยบิ ไข่กากีฟ่ องกไ็ ด้ แตต่ อ้ ง
ระวงั อยา่ ใหผ้ เู้ ปน็ กาถกู ตวั ไดถ้ า้ กาถกู ตวั ผใู้ ดได้ ผนู้ นั้ จะตอ้ งท�ำ หนา้ ท่ี
เป็นกาแทน สว่ นผูเ้ ป็นกาอย่เู ดมิ จะออกมาเป็นผแู้ ยง่ บ้าง และไข่กา
ทีส่ ามารถแย่งออกมาไดน้ ้นั ต้องน�ำ กลับคนื มาเรม่ิ เล่นใหม่
๓. ถา้ ผเู้ ลน่ สามารถแยง่ ไขก่ าออกมาไดห้ มด ตอ้ งใหผ้ เู้ ลน่
ส่วนหน่ึงช่วยกันปิดตาผู้เป็นกา อีกส่วนหนึ่งนำ�ไข่กาไปซ่อนภายใน
ขอบเขตบริเวณที่กำ�หนดไว้ เมื่อซ่อนเสร็จจึงเปิดตาผู้เป็นกาเพื่อให้
ออกหาไข่กา ขณะท่ีผเู้ ปน็ กาออกหาไขก่ าน้ัน ผู้เล่นคนอืน่ ๆ จะต้อง
เดินตามผู้เป็นกามาด้วยเพื่อหยอกล้อผู้เป็นกา แต่ต้องระวัง
เพราะถ้าผู้เป็นกาหาไข่กาพบ ผู้เล่นคนน้ันจะต้องเป็นกาแทน
และเร่ิมเลน่ ใหม่ต่อไป
๔. ผู้เล่นคนใดเป็นกามากคร้ังท่ีสุดจะถือว่าเป็นผู้แพ้
ผู้เล่นคนใดเป็นกาน้อยคร้ังท่ีสุด หรือไม่เคยเป็นเป็นกาเลยจะถือว่า
เป็นผู้ชนะ

การเลน่ ของเด็กไทย เล่ม ๒ 15

คณุ คา่ ของการเลน่
๑. ด้านร่างกาย เด็กๆ ไดอ้ อกก�ำ ลงั กาย ฝกึ ความวอ่ งไวของแขนขา
และตา
๒. ดา้ นจติ ใจฝกึ สมาธิเนอ่ื งจากเดก็ ทเี่ ปน็ กาจะตอ้ งมใี จจดจอ่ คอยดวู า่
ผู้เล่นคนใดจะแย่งไข่ ฝ่ายที่แย่งไข่ก็ต้องมีสมาธิรอจังหวะดีๆ ในการจะเข้าไป
แย่งไข่ออกมา
๓. ดา้ นอารมณ์ ท�ำ ใหเ้ ดก็ มคี วามสนกุ สนานเพลดิ เพลนิ คลายเครยี ด
๔. ดา้ นสตปิ ญั ญา การละเลน่ กาฟกั ไขท่ �ำ ใหเ้ ดก็ ไดใ้ ชไ้ หวพรบิ ในการ
ขยบั แขนและขา เพอ่ื ปอ้ งกนั ไข่ และฝา่ ยทแี่ ยง่ ไขก่ ต็ อ้ งคดิ วา่ จะหลอกลอ่ ผทู้ เ่ี ปน็
กาอยา่ งไร เพื่อใหแ้ ยง่ ไข่ออกมาได้

16 การเลน่ ของเด็กไทย เล่ม ๒

การเลน่ ของเด็กไทย เลม่ ๒ 17

จิกระดา้ ง

นิยมเลน่ กนั ในจงั หวดั ตา่ งๆ ของภาคเหนอื สมัยกอ่ น เช่น เชยี งราย แพร่ ถ้าภาคกลาง เรยี กวา่ แปะแข็ง
อปุ กรณก์ ารเลน่ ไมม่ อี ปุ กรณ์
จำ�นวนผู้เล่น ๕ คนข้ึนไป ไมจ่ �ำ กัดจ�ำ นวนผู้เลน่
วิธีการเล่น
๑. ก�ำ หนดพน้ื ที่การเล่นจิกระดา้ ง วา่ มีปริมาณขนาดใด แจ้งใหผ้ ู้เล่นรบั รู้ร่วมกัน
๒. ผูเ้ ล่นทงั้ หมดโอวาน้อยออก คนไหนเหลอื เป็นคนสุดทา้ ยจะตอ้ งเป็นจิ (แตะ)
๓. ผเู้ ป็นคนจิ (แตะ) เร่ิมนับ ๑ - ๑๐ แลว้ พูดค�ำ วา่ “เร่มิ ”
แลว้ ใหท้ ุกคนวิ่งหนี แตอ่ ยู่ในเขตจำ�กดั พ้นื ท่ีตามความเหมาะสม เม่ือจิ (แตะ) ถูกใคร คนนัน้ ต้องกระด้าง (นงิ่ )
อยูใ่ นทา่ ทีถ่ ูกจิ สว่ นคนที่ยังไมโ่ ดน กส็ ามารถมาจิชว่ ยเพ่อื กลับคนื สภาพเดมิ ได้

18 การเลน่ ของเด็กไทย เลม่ ๒

การเลน่ ของเด็กไทย เลม่ ๒ 19

คุณคา่ ของการเล่น
๑. ด้านร่างกาย ฝึกให้รา่ งกายแข็งแรง การทรงตวั
๒. ดา้ นจติ ใจ เป็นการฝึกสมาธิ สนกุ สนาน พฒั นาจิตใจ
๓. ดา้ นสงั คม รักสามคั คี และรู้จักยอมรบั ในกฎกติกาการเลน่

20 การเล่นของเดก็ ไทย เล่ม ๒

การเลน่ ของเด็กไทย เลม่ ๒ 21

แนดขา้ มสา้ ว

ได้รับการขึ้นบญั ชเี ปน็ มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ
ประเภทการเลน่ พ้นื บา้ น พุทธศกั ราช ๒๕๕๗
กฬี าแนดขา้ มสา้ วเปน็ การเลน่ ของชายหนมุ่ หญงิ สาวชาวเหนอื สมยั กอ่ น แหลง่ ทเ่ี ลน่ กนั มาก คอื ในทอ้ งทจี่ งั หวดั
ล�ำ ปาง เลน่ กนั ในชว่ งก่อนถงึ เทศกาลตรษุ สงกรานต์ นิยมเลน่ ในเวลากลางคนื เดอื นหงาย ค�ำ ว่าแนด หมายถึง การเลน่
ไลจ่ บั ของเดก็ ในภาคเหนอื สว่ นค�ำ วา่ สา้ ว หมายถงึ ไมไ้ ผ่ หรอื ทอ่ นไมย้ าวๆ แนดขา้ มสา้ วจงึ หมายถงึ การเลน่ ไลจ่ บั รอบๆ
ไม้ไผ่ หรอื ทอ่ นไม้ยาวๆ นน่ั เอง
อุปกรณก์ ารเล่น
ไมไ้ ผ่ หรอื ไม้รวกขนาดโตเท่ากำ�มือ ยาวประมาณ ๓ - ๔ วา ๑ ลำ� เรยี กตามภาษพ้นื บา้ นวา่ ส้าว หรือไม้ส้าว
จำ�นวนผ้เู ลน่ ไมจ่ ำ�กัดจำ�นวนผูเ้ ลน่
วธิ กี ารเลน่
๑. ผู้เลน่ ทง้ั หมดท�ำ การเส่ยี งทายเพ่ือเป็นตวั แนด ๑ คน
๒. ใหผ้ เู้ ล่นทีเ่ ปน็ ตัวแนดยนื อยทู่ ี่หวั ไม้ส้าวดา้ นหนง่ึ สว่ นผเู้ ล่นคนอื่นๆ ยนื อยู่ทีห่ วั ไม้ส้าว อกี ด้านหนง่ึ
๓. เริ่มเล่นโดยให้ผู้เล่นที่เป็นตัวแนดวิ่งไล่แตะผู้อื่น ไปรอบๆ ส้าว และผู้เล่นคนอ่ืนๆ ต้องวิ่งหนี ตัวแนด
ไปรอบๆ ไม้ส้าวเช่นกัน ผู้เล่นคนอ่ืนๆ สามารถหยุดพักการหนีได้โดยการเหยียบไม้ส้าวไว้ และตัวแนดจะแตะตัวผู้เล่น
ที่เหยยี บสา้ วไวไ้ ม่ได้
๔. ผู้เล่นคนใดถูกตัวแนดไล่แตะได้ จะต้องเป็นตัวแนดแทน ส่วนผู้เล่นท่ีเป็นตัวแนดอยู่ก่อนก็จะกลับกลาย
เป็นฝ่ายหนี
๕. ผูเ้ ล่นคนใดเป็นตวั แนดมากครั้งท่ีสุดในการเล่นครงั้ นน้ั ๆ จะถอื ว่าเปน็ ผ้แู พ้

22 การเล่นของเด็กไทย เล่ม ๒

การเลน่ ของเด็กไทย เลม่ ๒ 23

คุณค่าของการเล่น
๑. ดา้ นรา่ งกาย มคี วามคลอ่ งตัวท�ำ ให้ผู้เล่นมีความแขง็ แรง ความแคล่วคล่องว่องไว ความเรว็ ความอดทน
กำ�ลัง และความสัมพันธ์ระหว่างระบบประสาทกับระบบกล้ามเนื้อได้เป็นอย่างดี หากมีการว่ิงไล่กันต่อเน่ืองเป็นเวลา
นานๆ กจ็ ะสง่ เสรมิ ให้เกิดความทนทานของระบบหายใจและระบบไหลเวยี นโลหติ
๒. ดา้ นจติ ใจ สง่ เสรมิ ใหผ้ เู้ ลน่ มคี วามรา่ เรงิ แจม่ ใส ความเชอื่ มน่ั ในตนเอง ความกลา้ ความอดทน ความมมุ านะ
และเกิดก�ำ ลงั ใจที่ดี
๓. ดา้ นอารมณ์ จากลกั ษณะการเลน่ ทกี่ ลา่ วมาแลว้ ยอ่ มท�ำ ใหก้ ารเลน่ มคี วามตนื่ เตน้ และอาจมอี ารมณต์ า่ งๆ
เกดิ ข้นึ กบั ผเู้ ลน่ ได้ แตก่ ็ต้องระงับยบั ย้งั และรจู้ ักเก็บอารมณแ์ ละความรสู้ กึ ตา่ งๆ ไว้ เพราะเปน็ การเลน่ ร่วมกบั คนอนื่ ๆ
หลายคน อีกทั้งยังมีกฎกติกาควบคุมอยู่ นอกจากนี้ในเกมการเล่นผู้เล่นยังสามารถเกิดความพึงพอใจจากการเล่น
และคลายอารมณเ์ ครียดไปกับสภาพการณ์เลน่ ทมี่ ีความสนุกสนานไดด้ ว้ ย
๔. ดา้ นสตปิ ญั ญา สง่ เสรมิ ใหผ้ เู้ ลน่ รจู้ กั ตดั สนิ ใจฉบั ไวขน้ึ ใชค้ วามคดิ อยา่ งรวดเรว็ และรจู้ กั แกป้ ญั หาเฉพาะหนา้
๕. ด้านสังคม ผู้เล่นเคารพกฎกติกาที่ร่วมกันกำ�หนดขึ้น ซ่ือสัตย์ยุติธรรม และเคารพในสิทธิของคนไล่
และคนหนีคนอ่ืนๆ นอกจากน้ีสภาพการเล่นร่วมกันหลายๆ คน จะช่วยส่งเสริมให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล
และความมีนํา้ ใจนกั กฬี าดว้ ย

24 การเลน่ ของเด็กไทย เล่ม ๒

การเลน่ ของเด็กไทย เลม่ ๒ 25

บะขา่ งโว่

บะขา่ งโว่ ส�ำ เนยี งทอ้ งถน่ิ ออกเสยี งวา่ บะขา่ งโหว้ เปน็ บะขา่ ง (ลกู ขา่ ง) เปน็ ของเลน่ พน้ื บา้ นภาคเหนอื ชนดิ หนงึ่
ท่ีประดิษฐ์ขึ้นมาด้วยวัสดุตามธรรมชาติและภูมิปัญญาของบรรพบุรุษท่ีผู้ใหญ่และผู้สูงวัยเล่นให้เด็กดู โดยบะข่าง
แล้วทำ�ให้เกิดเสียงดังในขณะที่บะข่างหมุน ด้วยแรงดันของลมที่ว่ิงผ่านช่องว่างของกระบอกไม้ไผ่ (ท่ีเจาะเป็นรูเฉียง)
เมือ่ กระบอกไม้ไผ่หมนุ แรงดันลมจะท�ำ ให้เกิดเสียง โว่...โว.่ ..

26 การเล่นของเด็กไทย เลม่ ๒

อปุ กรณ์การเล่น
๑. ตวั บะขา่ ง มที ง้ั ขนาดเล็กและขนาดใหญ่
๒. ไมท้ ่เี จาะรูและใชเ้ ป็นด้ามจับ
๓. เชือก
จำ�นวนผ้เู ล่น ไมจ่ ำ�กัดจ�ำ นวนผูเ้ ล่น
วธิ ีการเล่น
อุปกรณ์หลักที่ใช้ในการเล่นบะข่างโว่มี ๓ อย่าง คือ บะข่างโว่
ไมด้ นั เชอื ก หรอื ไมช้ กั คอื ไมท้ เ่ี จาะรสู �ำ หรบั รอ้ ยเชอื ก และใชเ้ ปน็ ดา้ มจบั เชอื ก
เร่ิมพันเชือกจากด้านล่างเดือยขึ้นด้านบนเดือยโดยใช้นิ้วมือ
ข้างหนึ่งกดปลายเชือกไว้ แล้วใช้มืออีกข้างหนึ่งจับเชือกอีกด้าน หมุนเชือก
พันเดือยจากด้านล่างข้ึนด้านบน เมื่อเชือกใกล้เต็มเดือยก็ให้รูดเชือกลงมา
เรยี งเชอื กใหเ้ ปน็ ระเบยี บ แลว้ ใหเ้ หลอื ปลายเชอื กไวไ้ มน่ อ้ ยกวา่ ๑ คบื เพอื่ ใชช้ กั
(สำ�หรับการพันเชือกท่ีเดือยของบะข่างโว่น้ัน จะพันเชือกตามเข็มนาฬิกา
ในกรณีที่คว้านช่องรับลมไว้ด้านซ้ายมือ และจะพันเชือกทวนเข็มนาฬิกา
ในกรณที คี่ วา้ นชอ่ งรบั ลมไวด้ า้ นขวามอื ) หลงั จากนนั้ น�ำ เชอื กมารอ้ ยผา่ นรไู ม้
ดนั เชอื ก โดยรอ้ ยเชอื กผา่ นรเู ขา้ หาตวั คนเลน่

การเลน่ ของเดก็ ไทย เลม่ ๒ 27

ใช้มือข้างหนึ่งจับไม้ดันเชือกไว้พร้อมกับใช้น้ิวช้ีประคองให้บะข่างโว่ให้ต้ังตรง มืออีกข้างหน่ึงม้วนปลายเชือก
ล็อคเข้ากับน้ิวมือ แล้วตั้งบะข่างโว่บนพื้น หรือให้สูงจากพ้ืนเล็กน้อย ท้ังน้ีไม่ควรยกบะข่างโว่ ให้สูงจากพื้นเกินกว่า
๑ คบื แลว้ ดึงเชอื กผา่ นรขู องไม้ดันเชอื กออกไปอย่างรวดเร็ว
ในอดีตการแขง่ ขนั บะขา่ งโวน่ นั้ มีหลากหลายรปู แบบ ขึน้ อยกู่ ับการตกลงกันของกลมุ่ ผู้เล่น ดังน้ี
๑. การแขง่ ขนั ทลี ะ ๑ ลกู เพอื่ ฟงั เสยี งของบะขา่ งโว่ ตดั สนิ แพช้ นะโดยใหก้ รรมการฟงั เสยี ง บะขา่ งโวแ่ ตล่ ะลกู
โดยอาจใชก้ ตกิ าเสยี งดังกว่าชนะ หรอื เสยี งดงั นานชนะ ขน้ึ อยกู่ บั การตกลงกันในตอนต้น
๒. การแขง่ ขนั พรอ้ มกนั หลายๆ ลกู โดยการขดี เสน้ วงกลมลงบนพน้ื ตดั สนิ แพช้ นะโดยการดวู า่ บะขา่ งโวล่ กู ใด
หมนุ ไดน้ านทส่ี ดุ และหมนุ อยใู่ นพน้ื ทวี่ งกลม บะขา่ งโวล่ กู ใดหมนุ ออกนอกวงกลมถอื วา่ แพ้ บะขา่ งโวล่ กู ใดหมนุ ไดไ้ มน่ าน
ล้มกอ่ นถือว่าแพ้

28 การเลน่ ของเด็กไทย เล่ม ๒

คณุ คา่ ของการเลน่
๑. ด้านร่างกาย บริหารกล้ามเน้ือส่วนต่างๆ ของร่างกาย
คือผู้เล่นต้องใช้มือ ข้อมือ น้ิวมือในการจับ การพันเชือก การใช้มือ
และสายตาใช้การชักบะข่างโวใ่ หห้ มนุ
๒. ด้านอารมณ์ บริหารอารมณ์ การเล่นบะข่างโว่ทำ�ให้มี
ความสนกุ สนาน ตน่ื เตน้ ฝกึ ความมนี าํ้ ใจนกั กฬี า รแู้ พ้ รชู้ นะ และเคารพ
กตกิ ารว่ มกัน
๓. ดา้ นสตปิ ญั ญา บรหิ ารสมอง ผทู้ �ำ ตอ้ งคดิ วเิ คราะหก์ ารท�ำ
ทุกข้ันตอน ผู้เล่นต้องหาเทคนิคและวิธีการท่ีจะทำ�ให้บะข่างโว่หมุน
ไดน้ ง่ิ นานและเกดิ เสยี งดงั

การเลน่ ของเดก็ ไทย เลม่ ๒ 29

30 การเลน่ ของเดก็ ไทย เลม่ ๒

การเลน่ ของเดก็ ไทย

ภาคกลาง

การเลน่ ที่ทรงคุณคา่
ไมด่ ้อยไปกวา่ กฬี าสากลชนดิ อ่ืนๆ
อกี ท้ังยังมคี ณุ คา่ ของการบำ�รุงรักษา
ศลิ ปวัฒนธรรม และอารยธรรมประจำ�ชาตไิ ทย

การเล่นของเด็กไทย เล่ม ๒ 31

ต้ังเต

ได้รับการขึ้นบัญชเี ป็นมรดกภมู ปิ ญั ญาทางวัฒนธรรมของชาติ
ประเภทการเลน่ พ้ืนบา้ น พุทธศักราช ๒๕๕๘
กฬี าพน้ื เมืองทีม่ กี ารเล่นกันมานานในจังหวดั ปทมุ ธานี และจังหวดั อนื่ ๆ ในภาคกลาง มีข้อสันนิษฐานแตกตา่ ง
กนั ออกเป็น ๒ แนวทาง คอื แนวทางหน่งึ นา่ จะเปน็ กฬี าพนื้ เมืองท่ีมีพน้ื ฐานการเลน่ บางสว่ นมาจากการเลน่ ของชนชาติ
มอญ สว่ นอีกแนวทางหนงึ่ สันนษิ ฐานวา่ จะเลียนแบบการเล่นมาจากการเลน่ ตาเขย่ง
อุปกรณ์การเล่น
กอ้ นหนิ หรอื กระเบือ้ ง ท่มี ลี กั ษณะแบน ขอบมน
จำ�นวนผู้เลน่ ๒ คนข้ึนไป ไม่จ�ำ กดั จำ�นวนผเู้ ล่น

32 การเลน่ ของเด็กไทย เล่ม ๒

การเลน่ ของเด็กไทย เลม่ ๒ 33

วธิ ีการเลน่
๑. ขดี ชอ่ งส�ำ หรบั กระโดดเปน็ ๖ ชอ่ ง ขนาดโตพอทจ่ี ะกระโดดเขา้ ไปยนื ได้ แลว้ แบง่ ครง่ึ ชอ่ งที่ ๓ ที่ ๕ ส�ำ หรบั
ที่พกั และกลบั หลงั หัน จงึ มีช่องท้งั หมด ๘ ช่อง แลว้ เขยี นหัวกะโหลกเลก็ ๆ ในชอ่ งบนสุด
๒. ผู้เล่นโยนเบยี้ ใหเ้ ขา้ ไปในหวั กะโหลก ถ้าใครโยนเบ้ยี เข้าหวั กะโหลกทีเ่ ล็กๆ น้นั ก็จะไดเ้ ลน่ ก่อน
๓. ผู้เล่นโยนเบี้ยลงช่องที่ ๑ แล้วกระโดดขาเดียวข้ามช่องท่ี ๑ เข้าไปยังช่องที่ ๒ แล้วกระโดด ๒ ขา
เข้าไปในชอ่ งที่ ๓ และ ๔ ใหเ้ ทา้ ข้างหนงึ่ อย่ชู ่องท่ี ๓ อกี ขา้ งหนง่ึ อยู่ที่ชอ่ งท่ี ๔ จากนน้ั กระโดดขาเดียว ต่อไปยงั ชอ่ ง
ที่ ๕ และ ๒ ขา ที่ชอ่ งที่ ๖ และ ๗ ตามล�ำ ดบั กระโดดตวั กลบั หันหน้ากลบั มาทางเดิม กระโดดขาเดียวมายังช่องท่ี ๕
สองขาท่ชี อ่ งท่ี ๓ และ ๔ ขาเดียวทีช่ ่องที่ ๒ และช่องท่ี ๑ พรอ้ มกับกม้ ลงเกบ็ เบ้ียท่ีช่องท่ี ๑ จากนนั้ ก็กระโดดออกมา
๔. ถา้ เกดิ เลน่ ช่องท่ี ๑ แล้วกเ็ ลน่ ช่องท่ี ๒ โดยโยนเบ้ยี ให้อยู่ในชอ่ งที่ ๒ แลว้ กระโดดขาเดยี วไปยงั ชอ่ งท่ี ๑
ขา้ มชอ่ งท่ี ๒ ไปยืน ๒ ขาท่ชี อ่ งท่ี ๓ และ ๔ กระโดดไปยืนขาเดยี วทช่ี อ่ งท่ี ๕ และ ๒ ขา ทชี่ ่องท่ี ๖ และ ๗ แล้วหันตัว
กลับท�ำ อย่างเดยี วกบั ตาแรก คอื ต้องกระโดดกลับมาเกบ็ เบ้ียแลว้ จึงกระโดดออกไป ถา้ เกดิ เลน่ ถึงช่องหวั กะโหลกบนสุด
ใหก้ ระโดดกลบั ตวั ในช่องที่ ๖ และ ๗ แล้วกม้ ลงใชม้ ือลอดระหวา่ งขา เก็บเบีย้ ในช่องกระโหลก เมอ่ื เกบ็ ได้จงึ กระโดด
ออกมาอยา่ งเดมิ หากวา่ เลน่ ทกุ ชอ่ งหมดแลว้ จะไดบ้ า้ น ๑ หลงั จงึ ขดี กากบาทไวก้ ลางชอ่ งตอ่ ไป ใครจะเหยยี บบา้ นนไ้ี มไ่ ด้
คณุ คา่ ของการเลน่
๑. ดา้ นรา่ งกาย ชว่ ยใหข้ าแขง็ แรง ชว่ ยในการกะระยะ ช่วยในการใช้สายตาและชว่ ยในการทรงตวั
๒. ดา้ นสติปญั ญา ตอ้ งก�ำ หนดท่าทาง คำ�นวณแรงในการโยนเพือ่ ให้เกดิ ความแมน่ ยำ�
๓. ด้านสังคม ส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์กับเพ่ือน ยอมรับความสามารถซึ่งกันและกัน ทำ�ให้รู้จักการรอคอย
และเคารพกฎกติกา

34 การเล่นของเด็กไทย เล่ม ๒

การเลน่ ของเด็กไทย เลม่ ๒ 35

แย้ลงรู

ไดร้ ับการข้นึ บัญชเี ป็นมรดกภูมิปัญญาทางวฒั นธรรมของชาติ
ประเภทกฬี าพ้ืนบา้ น พทุ ธศักราช ๒๕๕๔
แยล้ งรู เปน็ การละเลน่ ทม่ี ที ม่ี าจากการทจ่ี งั หวดั ประจวบครี ขี นั ธม์ แี ยเ้ ปน็ จ�ำ นวนมาก
ท้ังยังมีการอนุรักษ์แย้ด้วยซ่ึงมันเป็นสัตว์ฉลาดสร้างรูสำ�หรับพักอาศัยและหลบภัย แต่ก็ไม่พ้น
การสังเกตของมนุษย์ จากลักษณะดังกล่าว จึงมีการประยุกต์ดัดแปลงเป็นการละเล่นแย้ลงรู
ซ่ึงนิยมเล่นในแถบภาคกลาง
อปุ กรณ์การเล่น
๑. ผา้ ขาวผ้า หรือเชือก ๓ เสน้ ขนาดยาวประมาณ ๕ เมตร
๒. ทำ�ผ้าขาวม้า หรือเชือกเป็น ๓ เส้น ออกจากจุดกึ่งกลางเดียวกัน โดยให้รัศมี
หรอื ระยะหา่ งระหวา่ งเส้นพอๆ กนั ขีดวงกลมไวท้ ่พี น้ื ๓ วง ไว้ทงั้ ๓ ดา้ น
๓. สถานท่แี ละสนามเลน่ สถานท่ีเป็นพืน้ โล่งราบเรยี บ

36 การเลน่ ของเด็กไทย เลม่ ๒

การเลน่ ของเด็กไทย เลม่ ๒ 37

38 การเลน่ ของเดก็ ไทย เลม่ ๒

จำ�นวนผ้เู ล่น เพศชาย ผู้เล่น ๓ คน และ
ผตู้ ดั สนิ ๑ คน
วธิ กี ารเล่น
๑. ก�ำ หนดผเู้ ลน่ ฝา่ ยละคนรวม๓คนยนื หนั หลงั
ให้กันเป็น ๓ แฉก ตามแนวเส้นใช้ผู้ขาวม้า หรือเชือก
ผูกเอวผู้เล่นคนละเส้น นำ�ปลายผ้าขาวม้า หรือเชือก
ทง้ั ๓ เสน้ มาผกู รวมกนั ใหแ้ นน่ ไวท้ จ่ี ดุ กงึ่ กลาง ใหค้ วามยาว
ของผ้าขาวม้า หรือเชือกจากจุดก่ึงกลางไปยังผู้เล่น
ทง้ั ๓ คนเท่ากนั ผตู้ ัดสิน ยนื เหยยี บจุดรวมของผา้ ขาวม้า
หรอื เชือกทงั้ ๓ เส้น ไวท้ ี่จุดก่งึ กลางสนาม ผู้เลน่ แตล่ ะคน
ยนื ดึงเชอื ก ดึงหันหน้าไปทางวงกลมสีขาว
๒. เมื่อได้สัญญาณเริ่มเล่น ให้ผู้เล่นแต่ละคน
ออกแรงเดินไปวงสีขาวของตนไว้ให้ได้เร็วท่ีสุด (ผู้ตัดสิน
จะปลอ่ ยผา้ ขาวมา้ หรอื เชือกจากท่เี หยยี บไว)้
๓. ผู้เล่นคนใดถึงวงกลมสีขาวก่อนจะเป็น
ผู้ชนะ คนที่ถึงวงกลมต่อมาจะเป็นผู้ชนะอันดับ ๒
ตามล�ำ ดบั
คณุ ค่าของการเล่น
๑. ดา้ นรา่ งกาย ไดอ้ อกก�ำ ลงั กายไดพ้ ละก�ำ ลงั
๒. ด้านอารมณ์ สามารถควบคุมอารมณ์
ของตนเองได้ในขณะเล่น รู้จักน้ําใจนักกีฬารู้แพ้รู้ชนะ
และรู้จักการให้อภัย
๓. ดา้ นสตปิ ญั ญา ผเู้ ลน่ ไดฝ้ กึ ไหวพรบิ ปฏภิ าณ
และมคี วามต่นื ตัวต่อเสยี งสัญญาณให้เรมิ่ และหยุด
๔. ด้านสังคม ไดเ้ ขา้ รวมกลมุ่ กับเพ่ือนๆ ทำ�ให้
รจู้ ักการอย่รู ว่ มกนั และเลน่ กันเป็นหม่คู ณะ

การเล่นของเดก็ ไทย เลม่ ๒ 39

เสือกนิ ววั

ไดร้ ับการขนึ้ บญั ชีเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวฒั นธรรมของชาติ
ประเภทการเล่นพ้ืนบ้าน พุทธศักราช ๒๕๕๕

กีฬาพื้นเมืองของภาคกลางท่ีเล่น
กันโดยท่ัวไปแทบทุกจังหวัดของภาคกลางในสมัย
โบราณเช่น กรุงเทพฯ ธนบุรี ประจวบคีรีขันธ์
พระนครศรอี ยธุ ยา และตราด เปน็ ตน้ เลน่ กนั ทล่ี าน
กลางแจ้ง
อุปกรณก์ ารเล่น ไม่มอี ุปกรณ์
จ�ำ นวนผู้เล่น ประมาณ ๑๒ คน หรอื
มากกวา่ ก็ได้
วธิ กี ารเล่น
๑. ใหเ้ ลอื กผเู้ ลน่ เปน็ เสอื หนงึ่ คน เปน็ ววั
หนง่ึ คน คนทเ่ี หลอื ทัง้ หมดจับมอื กันลอ้ มเปน็ คอก
๒. ให้วัวอยู่ในคอก ให้เสืออยู่นอกคอก
เสือต้องพยายามหาทางเข้าไปในคอกเพื่อกินวัว
คนอื่นๆ ที่ยืนจับมือล้อมคอกต้องพยายามกันไม่ให้
เสอื เขา้ ไปในคอก จะขยบั มอื ขนึ้ ลงอยา่ งไรกไ็ ดถ้ า้ เสอื
เข้าไปคนท่ีเป็นคอกก็จะเปิดทางให้วัวออก และรีบ
ปิดคอกทันทีเพ่ือให้เสือติดอยู่ในคอกไม่สามารถไล่
ตามววั ได้ เสอื จะตอ้ งพยายามออกจากคอกจะใชว้ ธิ ี
ลอดใต้ศอก หรอื กระโดดให้พน้ คอกกไ็ ด้

40 การเล่นของเด็กไทย เล่ม ๒

การเลน่ ของเด็กไทย เลม่ ๒ 41

๓. ถ้าหากเสือไล่ทันแตะววั ได้ เรียกว่าเสือกนิ วัวได้แล้ว ก็ต้องเปลี่ยนตัวเสอื และวัว แลว้ เร่ิมเล่นกนั ใหม่
๔. ถ้าเล่นกันนานเกินไป เสือยังกินวัวไม่ได้ ส่วนใหญ่จะเปลี่ยนทั้งวัวและเสือ เพราะถ้าเปล่ียนเฉพาะเสือ
ววั ก็จะเสียเปรียบแตท่ ง้ั น้ีก็แลว้ แต่จะตกลงกนั ไมผ่ ิดกตกิ าแตป่ ระการใด
คุณคา่ ของการเลน่
๑. ดา้ นร่างกาย ชว่ ยเสริมสรา้ งความแข็งแรง พลัง ความเรว็ ความแคลว่ คล่องว่องไว และความอ่อนตวั
๒. ด้านจิตใจ ช่วยฝึกจิตใจให้มีความกล้าในการแสดงออก มีจิตใจเข้มแข็ง เช่ือมั่นในตัวเอง มีความมานะ
พยายาม
๓. ด้านอารมณ์ ช่วยปรับอารมณ์ได้ถูกต้องเหมาะสม รู้จักควบคุมอารมณ์ และแสดงออกอารมณ์ได้อย่าง
เหมาะสม
๔. ดา้ นสตปิ ญั ญา ชว่ ยฝึกการใช้ความคิด การแกป้ ัญหาเฉพาะหนา้ และการตดั สินใจอยา่ งเหมาะสม
๕. ด้านสังคม ช่วยส่งเสริมการท�ำ งานร่วมกนั การรว่ มแรงร่วมใจกนั ฝกึ การปฏิบตั หิ น้าทขี่ องตนในการเล่น
ปลูกฝังความรับผิดชอบต่อตัวเองและส่วนรวม ฝึกการให้อภัยต่อกัน รู้จักการปฏิบัติตามกติกา เคารพและยอมรับ
ในความสามารถของผู้อื่น และรู้จักการปฏบิ ัติตนในฐานะผนู้ ำ�และผู้ตามทด่ี ี
๖. ดา้ นวฒั นธรรม ชว่ ยใหเ้ กดิ ความเขา้ ใจ และเรยี นรเู้ กย่ี วกบั วถิ ชี วี ติ ของชาวชนบท การดแู ลปอ้ งกนั ววั คณุ คา่
ของคอก และอนั ตรายจากเสอื เปน็ ต้น

42 การเล่นของเดก็ ไทย เลม่ ๒

การเลน่ ของเด็กไทย เลม่ ๒ 43

ลงิ ชิงหลกั

เปน็ การเลน่ ทตี่ อ้ งใชค้ วามคลอ่ งแคลว่ ในการวง่ิ เปลย่ี นหลกั แขง่ ขนั กนั ระหวา่ งผเู้ ลน่ ทเี่ ปน็ ลงิ และผเู้ ลน่ ทเี่ ปลย่ี น
หลัก โดยมากนยิ มเลน่ กนั ในเดก็ เล็กมากกว่าเด็กโต เดก็ ๆ จะเลน่ กนั ใตถ้ ุนบ้าน ใตถ้ ุนโรงเรยี น หรือบรเิ วณท่ีมีเสาหรือ
หลักหลายๆ ตน้
อุปกรณ์การเล่น
หลกั หรอื เสา โดยเอาจำ�นวนผู้เล่นลบออกด้วยหนง่ึ จะเปน็ จ�ำ นวนของเสาหรอื หลกั
จำ�นวนผู้เล่น แล้วแตต่ กลงกัน อยา่ งนอ้ ย ๔ คนข้ึนไป
วธิ ีการเล่น
เลอื กผ้เู ล่นให้ออกมาเป็นลิง ๑ คนหรอื ๒ คน แลว้ แตจ่ �ำ นวนของผูเ้ ล่น ให้ผูเ้ ลน่ ทกุ คนที่ไม่ได้ เป็นลงิ ยนื เกาะ
อยกู่ ับหลักของตนเอง ใหล้ ิงอยตู่ รงกลางระหว่างหลกั และพูดว่า “ใครไม่เปลีย่ นเปน็ ” โดยผเู้ ลน่ ทุกคนจะตอ้ งพยายาม
ที่จะเปล่ียนหลักหรอื เสากนั แลว้ ผูเ้ ลน่ ทเี่ ปน็ ลงิ จะตอ้ งคอยแยง่ หลกั ใหไ้ ด้ ถา้ ลงิ แย่งเกาะหลกั ไม่ได้จะต้องใชค้ วามวอ่ งไว
และการสงั เกตมากขึ้น เพ่ือท่จี ะแย่งหลกั ใหไ้ ด้ แตถ่ ้าลงิ แย่งหลกั ได้ ผู้ท่ีไม่มหี ลกั จะกลายมาเป็นลิงแทน

44 การเลน่ ของเดก็ ไทย เล่ม ๒

คุณค่าของการเลน่
๑. ดา้ นรา่ งกาย ไดอ้ อกกำ�ลังกาย โดยเฉพาะส่วนขา เพราะการเลน่ นี้จะต้องมีการวง่ิ เพื่อเปล่ียนหลัก
๒. ดา้ นจติ ใจ ฝกึ สมาธิ
๓. ด้านอารมณ์ ไดผ้ อ่ นคลาย ได้ฝกึ การอยู่รว่ มกนั กบั ผูอ้ ่นื
๔. ดา้ นสตปิ ญั ญา ฝกึ ไหวพรบิ การตดั สนิ ใจและการชา่ งสงั เกต วา่ คนไหนจะเปลย่ี นหลกั เราควรจะวง่ิ ไปหลกั ใด

การเลน่ ของเดก็ ไทย เลม่ ๒ 45

46 การเลน่ ของเดก็ ไทย เลม่ ๒

การเลน่ ของเด็กไทย เลม่ ๒ 47

48 การเลน่ ของเดก็ ไทย เลม่ ๒

การเล่นของเดก็ ไทย

ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ

การเลน่ สว่ นใหญก่ ็จะเกี่ยวขอ้ งกบั อาชีพของพ่อแม่
อุปกรณต์ ่างๆ ก็จะหาไดจ้ ากธรรมชาตริ อบๆ ตวั
การใช้ค�ำ ศัพทท์ ี่เป็นภาษาอีสานดัง้ เดมิ
นบั วา่ เป็นเสนห่ ท์ างภาษาอีกรปู แบบหน่ึง

การเลน่ ของเดก็ ไทย เล่ม ๒ 49


Click to View FlipBook Version