The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การเล่นของเด็กไทย เล่ม ๒

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

การเล่นของเด็กไทย เล่ม ๒

การเล่นของเด็กไทย เล่ม ๒

ขวา้ งโหวด

เดมิ เปน็ การเลน่ ทใี่ ชใ้ นพธิ กี รรมการหยา่ ฝน
เมื่อชาวบ้านในภาคอีสานทำ�นาและข้าวออกรวง
และแก่พอท่ีจะเก็บเก่ียวได้แล้ว ชาวบ้านก็จะมีการ
เลน่ โหวด เพอื่ ใหเ้ สยี งโหวดเปน็ สญั ญาณ ใหพ้ ญาแถน
เทพเจา้ ผูป้ ระทานนา้ํ ฝนให้กบั โลกมนษุ ย์ หยุดสง่ นาํ้
ลงมา ชาวนาจะได้เก็บเกี่ยวผลผลิต ซึ่งต่อมา
ก็กลายมาเป็นวิวัฒนาการการเล่นแบบมีการแข่งขัน
เพ่ือเอาแพ้เอาชนะ แต่ในปัจจุบันนี้ การเก็บเกี่ยว
ผลติ ผล มกี ารใชเ้ ครอื่ งจกั ร พธิ กี รรมนจี้ งึ เลอื นหายไป
องค์การบริหารส่วนตำ�บลแก้งไก่ อำ�เภอ
สงั คม จังหวดั หนองคาย ไดม้ กี ารฟน้ื ฟู และสบื ทอด
การเล่นโหวด จึงไดจ้ ดั งานเทศกาลขว้างโหวดในช่วง
เดือนธันวาคมของทุกปี ลักษณะของโหวดที่ใช้ขว้าง
จะคล้ายกัน แต่จะมีความแตกต่าง คือ โหวดที่ใช้
สำ�หรับขว้างจะมีอุปกรณ์อ่ืนท่ีเป็นองค์ประกอบของ
โหวด คอื หางโหวด ใบพัด อ้ง และจะมเี ชอื กส�ำ หรบั
แกวง่ โหวด เรยี กวา่ เคา

50 การเล่นของเดก็ ไทย เล่ม ๒

การเลน่ ของเด็กไทย เลม่ ๒ 51

อุปกรณ์การเลน่
๑. โหวด : ท�ำ จากไมก้ แู่ คน ขนาดเสน้ ผา่ ศนู ยก์ ลางประมาณ ๑.๕ เซนตเิ มตร ตดั ใหม้ คี วามยาวตา่ งกนั จ�ำ นวน
๗ ท่อน เรยี กว่า เลาโหวด ซ่ึงด้านหนึง่ จะเสย้ี มให้แหลม อีกดา้ นอดุ ปลายด้วยขสี้ ูด (ชนั โรง)
๒. เคา : ทำ�จากเชือกป่าน หรือเชือกไนล่อน ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๓๐ เซนติเมตร ผูกเป็นบ่วงสองชาย
บ่วงแตล่ ะขา้ งเส้นผ่าศูนยก์ ลางประมาณ ๒๐ เซนติเมตร แลว้ รวบเปน็ เส้นเดียวแลว้ จับขว้าง
๓. โพน : เนินดนิ ส�ำ หรบั ยืนขว้างโหวด จะใช้การกองดนิ พนู เป็นเนิน ฐานโพน กวา้ งประมาณ ๓ - ๕ เมตร
สงู ๒ - ๓ เมตร

52 การเล่นของเดก็ ไทย เลม่ ๒

จ�ำ นวนผเู้ ลน่ ไม่จำ�กดั วัย แต่สว่ นมากจะเป็นการเลน่ ของผู้ชายมากกวา่ ผหู้ ญงิ
วิธีการเลน่
ผขู้ วา้ งโหวด จะขน้ึ ไปยนื บนโพน ใชเ้ ชอื กเคา คลอ้ งโหวดไว้ จากนนั้ กค็ อ่ ยๆ แกวง่ โหวด ใหเ้ ปน็ รศั มี รอบๆ ศรี ษะ
ทำ�มมุ กบั พน้ื ประมาณ ๖๐ องศา แล้วเร่งความเรว็ ขน้ึ ไปเร่อื ยๆ และเรง่ ความเรว็ ของการแกว่งข้นึ เรอ่ื ยๆ พอไดจ้ งั หวะ
ก็จะปล่อยเชือกเคา ให้โหวดพุ่งไปข้างหน้าให้เร็วและไกลที่สุด การตัดสินแพ้ชนะ จะข้ึนอยู่กับระยะไกลของโหวด
ทข่ี วา้ งออกไป โดยวัดระยะไกล จากโพนถงึ ทที่ โ่ี หวดตกลงถงึ พ้นื จากนน้ั กจ็ ะเลน่ สลับกนั ในแตล่ ะครงั้ หรือทมี
คณุ ค่าของการเล่น
๑. ดา้ นร่างกาย การแกว่งโหวดเปน็ การออกก�ำ ลงั กายอกี วธิ ีหนึง่ ทำ�ใหม้ ีสขุ ภาพท่ีแขง็ แรง
๒. ดา้ นสังคม เปน็ กจิ กรรมทีส่ ามารถทำ�ใหค้ รอบครัวและญาติมติ รไดแ้ สดงออกถึงความรกั ความเอ้อื อาทร
ผ่านการปฏิบตั ิ การเรียนรใู้ นครอบครวั และทำ�ให้คนในชมุ ชนมคี วามสามัคคี
๓. ด้านวัฒนธรรม เป็นการแสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาของคนในท้องถิ่น และทำ�ให้คนในชุมชนรู้สึกภูมิใจ
ในรากเหง้าของตนเอง

การเล่นของเด็กไทย เล่ม ๒ 53

ตานา

ตานาเปน็ การเลน่ ทเ่ี รยี กตามชอื่ ของบรเิ วณหรอื สนามทใี่ ชใ้ นการเลน่ โดยมกี ารขดี เสน้ เปน็ ชอ่ งๆ คลา้ ยกบั คนั นา
มกี ารเลน่ แบบนี้ทุกภาคของประเทศไทย เช่น ภาคกลางเรียกตง้ั เต ลาวเรยี กบกั วดู ฯลฯ อาจแตกต่างกนั ในวิธกี ารเล่น
อปุ กรณ์การเลน่
ผู้เล่นจะมี “อีเคย” (เบี้ย) นิยมทำ�จาก “ดินขอ” (กระเบ้ืองดินเผา) ฝนให้เป็นรูปวงกลมหนาประมาณ
คร่ึงเซนติเมตร เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๒ น้ิว บางครั้งอาจใช้ก้อนกรวดที่มีรูปวงกลมขนาดใกล้เคียงก็ใช้ได้
ขดี เสน้ ตาราง ๑๐ ชอ่ ง แต่ละช่อง กวา้ งประมาณ ๕๐ เซนติเมตร ยาวประมาณ ๑๕๐ เซนตเิ มตร และตีตารางดงั น้ี

หวั กะโหลก

54 การเลน่ ของเด็กไทย เลม่ ๒

จำ�นวนผ้เู ล่น ฝ่ายละประมาณ ๓ - ๕ คน
วิธกี ารเล่น
จะเริ่มจากการแบ่งฝ่าย โดยมีการเส่ียงทายว่าใครจะได้ข้ึน (เร่ิมเล่นก่อน) จะเส่ียงทายโดยการเป่าย้ิงฉุบ
หรืออะไรกไ็ ด้ ถ้าฝ่ายไหนชนะจะได้ขน้ึ กอ่ น ฝ่ายทีแ่ พจ้ ะเรยี กวา่ ฝ่ายคอย การเลน่ จะมีท้ังหมด ๕ อี (๕ ท่า) เรมิ่ จาก
๑. อซี ดู ผเู้ ลน่ จะวางเบย้ี ไวท้ น่ี าท่ี ๑ แลว้ ยนื ขาเดยี ว คอ่ ยๆ ซดู อเี คย (เตะ๊ เบย้ี ) ไปตามตานาตา่ ง พอถงึ เถยี งนา
จะตอ้ งยนื สองเทา้ ทบั อเี คย แลว้ วางอเี คยบนนาท่ี ๗ แลว้ ซดู ตอ่ ไปจนครบทกุ บา้ น และครบทกุ คนในฝา่ ยเดยี วกนั ระหวา่ ง
ซูดห้ามให้อีเคยคาบเส้น ถ้าคาบเส้นถือว่าตาย จากนั้นก็จะโยนอีเคยโดยเร่ิมจากนาท่ี ๒ - ๑๐ แล้ว เล่นเหมือนกัน
จนครบทกุ นา
๒. อีเคิงกระทะ ผู้เล่นจะวางอีเคยไว้ท่ีหลังเท้าด้านใดด้านหน่ึง แล้วค่อยๆ เดินไปตามบ้านต่างๆ ทีละนา
พอถึงเถยี งก็จะวางอีเคยบนเถียงนา แล้วยืนทับอเี คย แล้วทำ�ต่อไปจนครบ ห้ามใหอ้ ีเคยหล่นจากหลงั เทา้
๓. อบี อด ผ้เู ล่นจะวางอีเคยไวท้ มี่ ือ แลว้ หลับตา หรอื แหงนหน้าขน้ึ บนฟ้า แลว้ คอ่ ยๆ ก้าวเดินไปตามตานา
ต่างๆ ห้ามเหยยี บเสน้ ถ้าเหยยี บเส้นถือวา่ ตาย
๔. อคี บี ผเู้ ลน่ จะคบี อเี คยดว้ ยนว้ิ เทา้ (นวิ้ หวั แมเ่ ทา้ กบั นว้ิ ช)ี้ แลว้ กระโดดขาเดยี วไปตามบา้ น และจะพกั เถยี งนา
โดยวางอีเคยทเ่ี ถยี งนาแล้วเหยยี บทับดว้ ยเทา้ ท้งั สอง จากน้ันก็ทำ�ตอ่ ไปเร่อื ยๆ จนครบทุกตานา

การเล่นของเดก็ ไทย เลม่ ๒ 55

๕. อีหัวกะโหลก ผู้เล่นจะต้องโยนเบ้ียให้เข้าไปภายในหัวกะโหลก แล้วกระโดดขาเดียวไปตามนาที่ ๑ - ๕
พักที่เถียงนา แล้วกระโดดข้ามไปยืนส่วนบนกะโหลก หันหลังให้หัวกะโหลก แล้วก้มลอดใต้ หว่างขา หยิบเอาอีเคย
แล้วยืนหันหลังให้หัวกะโหลก โยนอีเคยข้าม หัวให้ตกไปตามนาต่างๆ ๑ - ๑๐ ยกเว้นเถียงนา ถ้าโยนลงเถียงนา
ถอื วา่ ตาย จากนนั้ ผโู้ ยนกจ็ ะกระโดดขาเดยี ว ไปหยบิ เอาเบย้ี ใหเ้ ปน็ สญั ลกั ษณ์ วา่ เปน็ นาของฝา่ ยตน กรณที โี่ ยนไปถกู นา
ของตนเอง หรอื นาฝา่ ยตรงขา้ ม จะเรยี กวา่ ไฟไหมน้ า ฝา่ ยตรงขา้ มกจ็ ะเสยี นา ฝา่ ยตนเองกจ็ ะไมไ่ ดน้ า แลว้ กจ็ ะเรมิ่ ตน้ ใหม่
การเลน่ ตานา จะใช้วธิ ีการเล่นใหจ้ บทลี ะฝ่าย โดยฝ่ายทไ่ี ดข้ ึ้นก่อนจะเล่นไปเร่ือยๆ ตามลำ�ดับ ถา้ ผูเ้ ลน่ ในฝ่าย
ตนเองตาย ผู้เล่นทีผ่านในแต่ละอี สามารถเล่นแทนคนท่ีเล่นไม่ผ่านได้ ๑ ครั้ง ต่ออี เรียกวิธีการเล่นแทนน้ีว่า “เก้ือ”
กรณีท่ีฝ่ายข้ึนก่อนตาย ผู้เล่นฝ่ายคอยจะเริ่มเล่น ถ้าตายก็จะสลับกันไปเร่ือยๆ กรณีที่ฝ่ายใดฝ่ายหน่ึงเป็นเจ้าของนา
ฝา่ ยตรงขา้ มจะไม่สามารถยนื หรือเดนิ บนตานานน้ั ได้ ตอ้ งใชว้ ธิ กี ้าวขา้ ม หรือกระโดดขา้ ม

56 การเลน่ ของเดก็ ไทย เลม่ ๒

คุณค่าของการเลน่
๑. ด้านร่างกาย เปน็ การออกกำ�ลังกายไดเ้ ป็นอย่างดี
๒. ดา้ นจติ ใจ ฝกึ ความซอื่ สตั ย์ เชน่ อบี อด ถา้ แกลง้ หลบั ตาไมส่ นทิ หรอื แหงนหนา้ ขน้ึ ฟา้ แตย่ งั แอบมองเสน้ อยู่
ซ่งึ บางครงั้ ฝ่ายตรงขา้ ม อาจไมส่ ังเกตเห็น
๓. ด้านสตปิ ัญญา เป็นการฝกึ ประสาททุกสว่ น ใหท้ ำ�งานรว่ มกนั
๔. ดา้ นสังคม การยอมรบั ความสามารถของผอู้ น่ื และเคารพกฎกตกิ า

การเล่นของเดก็ ไทย เล่ม ๒ 57

หนอนสักกะแล่น

เป็นการเลน่ ของภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ท่เี ส่ียงต่อการสูญหาย บางพ้ืนที่เรยี ก เต้นสักกะหยอ่ ง เตน้ ขาเดยี ว
ภาคกลางเรียกกระต่ายขาเดยี ว
อุปกรณก์ ารเล่น ก�ำ หนดพื้นทใี่ นการเล่น เปน็ วงกลม หรือสี่เหลย่ี ม
จ�ำ นวนผ้เู ล่น แบ่งเปน็ ๒ ฝา่ ย ฝ่ายละเท่าๆ กนั จำ�นวนทีมละ ๓ คนข้ึนไป
วธิ กี ารเลน่
๑. แบง่ ฝา่ ยเลอื กหวั หนา้
๒. แต่ละฝา่ ยส่งผแู้ ทนฝา่ ยละ ๑ คน มาโอสม้ (เปา่ ยงิ้ ฉุบ) ถ้าหวั หนา้ ฝ่ายไหนแพ้ กจ็ ะใหล้ ูกฝ่ายมาโอสม้ แทน
ทำ�ไปเรือ่ ยๆ ฝ่ายไหนลกู ฝ่ายโอสม้ หมดคนกอ่ น จะเปน็ ฝ่ายแพ้ (ฝา่ ย ก.) ฝา่ ยชนะ (ฝ่าย ข.) จะยนื รอในพ้นื ทท่ี ี่กำ�หนด
(วงกลม / สีเ่ หล่ียม)
๓. ฝ่าย ก. จะระดมความคิดเพ่ือต้ังขอ้ ความ ซึ่งจะตอ้ งมจี �ำ นวนพยางคเ์ ท่ากบั จำ�นวนสมาชิก ในฝ่าย เช่น
จำ�นวนคนฝา่ ยเจ็ดคน อาจใช้ค�ำ ว่า แม่ คน นี้ ขา ลาย สิ้น ดี (เจด็ พยางค์)
๔. เมื่อต้ังขอ้ ความเสรจ็ แล้ว จะก�ำ หนดช่อื สมาชกิ ตามพยางค์ที่คิดไว้ แจง้ ข้อความใหแ้ ก่ฝา่ ย ข.
๕. ฝา่ ย ข. เลอื กช่ือมา ๑ พยางค์
๖. ผทู้ มี่ ีช่อื ตรงกบั พยางค์นนั้ ตอ้ งเปน็ หนอน
๗. หนอน จะต้องกระโดดด้วยขาข้างเดียวไล่แตะสมาชิกฝ่าย ข. (สามารถพักได้ ๑ คร้ัง หรือห้ามพักก็ได้
แล้วแต่ข้อตกลง แต่ต้องอยู่ภายในวงกลม / ส่ีเหลี่ยมนน้ั ๆ)
๘. การแพ้ / ชนะ - ผเู้ ล่นฝา่ ย ก. กระโดดขาเดียวแตะสมาชกิ ฝา่ ย ข. จนหมด (ฝา่ ย ก. จะเป็นฝ่ายชนะ
ฝา่ ย ข. จะตอ้ งมาเปน็ หนอนแทน) หรือสมาชิกฝา่ ย ก. ขาแตะพ้ืนหมดจะถอื ว่าฝา่ ยแพ้ ตอ้ งเป็นหนอนตอ่ ไป

58 การเลน่ ของเดก็ ไทย เล่ม ๒

การเลน่ ของเด็กไทย เลม่ ๒ 59

คุณค่าของการเลน่
๑. ดา้ นร่างกาย ฝกึ กลา้ มเนือ้ และส่งเสรมิ พฒั นาการทุกดา้ น
๒. ด้านจิตใจ ฝึกความซื่อสัตย์ (กรณีการเรียกช่ือตามพยางค์ ถ้าจะโกง โดยให้คนเต้นเก่งเข้าแทนคนเต้น
ไม่เกง่ ก็ย่อมกระท�ำ ได)้
๓. ดา้ นสังคม ฝกึ ความสามคั คี และการเคารพกฎกตกิ า

60 การเล่นของเดก็ ไทย เลม่ ๒

การเลน่ ของเด็กไทย เลม่ ๒ 61

หมากไม้

ไมอ้ หี ลอ ไมอ้ ดี อ๋ ไมห้ มากเกบ็ หรอื ไมแ้ กง่ ขช้ี า้ ง เปน็ การเลน่ ของทางภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ภาคกลางเรยี ก
หมากไม้ สว่ นใหญจ่ ะเลน่ กันในกลมุ่ เด็กผูห้ ญงิ เล่นกนั ทุกทกุ โอกาส ขอใหม้ ีเวลาวา่ ง ส่วนผใู้ หญ่ นิยมเลน่ กนั ในงานศพ
เพอื่ อยเู่ ป็นเพ่อื นศพหลงั การสวดพระอภธิ รรม และเล่นหยอกล้อกนั ในกลุม่ ของหนมุ่ - สาว
อปุ กรณก์ ารเลน่
๑. ไม้ไผ่ยาว ๕ - ๖ นิว้ เสน้ ผ่าศนู ยก์ ลาง ครงึ่ เซนตเิ มตร จำ�นวน ๑๐ อนั
๒. ลูกมะนาว หรอื ลูกหมาก
จำ�นวนผูเ้ ลน่ ๕ - ๖ คน

62 การเลน่ ของเดก็ ไทย เล่ม ๒

การเลน่ ของเด็กไทย เลม่ ๒ 63

วธิ กี ารเลน่
๑. เสยี่ งวา่ ใครจะไดเ้ ลน่ กอ่ น
๒. เร่มิ เลน่ ผู้เลน่ จะน่ังขดั สมาธิ หรือ พับเพียบแล้วแต่ถนดั แลว้ โยนลูกขนึ้ บนอากาศ ขณะเดยี วกนั กจ็ ะเก็บ
ไมใ้ สม่ ืออีกข้างหนึ่ง เร่ิมจาก “เกบ็ ”
๓. ไม้อีแหยฝา่ ยตรงขา้ มจะกองไม้รวมกนั ไว้ แล้วใหฝ้ ่ายเล่นจะหยิบทีละครึง่
๔. อคี วง โยนลกู ๑ คร้ัง แล้วควงไม้ดว้ ยสองมือ หน่งึ หรอื สองรอบ นับรวมกันใหไ้ ด้ ๑๐ รอบ
๕. อีคีบ โยนลูก ๑ คร้ัง แล้วหยิบเอาไม้ ๔ ซอกนิ้ว แล้วเอามาหนีบด้วยรักแร้ หยิบเอามาคาบไว้ที่ปาก
แล้ววางกับพน้ื จนครบ ๑๐ ไม้
หมายเหตุ ทุกครั้งที่มีการหยิบไม้ ต้องโยนลูกให้อยู่ในอากาศ แล้วหยิบไม้ ให้เสร็จก่อนที่รับลูก และถ้าลูก
ไมต่ กพื้นสามารถเล่นตอ่ ไปได้ (ไมต่ าย) แต่ถา้ หยิบผดิ เชน่ ไม้ ๓ แต่เก็บมาแค่สองไม้ ถือว่าตาย
คุณคา่ ของการเล่น
๑. ดา้ นร่างกาย ฝกึ กล้ามเนือ้ พัฒนาประสาทสัมผสั
๒. ด้านสตปิ ัญญา ฝึกสมาธิ พฒั นาทกั ษะการค�ำ นวณ
๓. ด้านสังคม การเคารพกฎกติกาที่กำ�หนดขนึ้
รู้จกั เลน่ เป็นหมู่คณะ

64 การเล่นของเดก็ ไทย เลม่ ๒

การเลน่ ของเด็กไทย เลม่ ๒ 65

หมากห่งึ

“ไมห้ มึ่ ” ไดร้ บั การข้นึ บัญชเี ปน็ มรดกภมู ิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ
ประเภทการเล่นพ้ืนบา้ น พุทธศกั ราช ๒๕๕๕
มีการเล่นทั่วไปในภาคอีสาน และ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) แต่จะมีการเรียก
ท่แี ตกตา่ งกันออกไป เช่น บกั หงึ่ บกั ห่นุ ตีปลาคอ่ (ลาว) ไม้คดิ ไม้ต่อด้าม บางทอ้ งถ่ิน เรียก ไมห้ ึ่ง ภาคกลางเรยี กไมห้ มึ่
เป็นการเล่นอย่างหนึ่งของเด็กอีสานนิยมเล่นกันทุกฤดูกาล เพียงแต่ขอให้มีพ้ืนที่โล่งกว้าง ก็สามารถเล่นได้ นิยมเล่น
บนพ้นื ดินหรอื สนามหญ้าโล่งๆ ที่นิยมเลน่ มากทส่ี ดุ คอื ลานวัด สาเหตุท่เี รียกว่า “หมากห่ึง” สันนิษฐานมาจากเสียงของ
ลกู หงึ่ ท่ีแหวกอากาศไป หลังจากท่ีถูกตดี ว้ ยไม้หง่ึ
อปุ กรณก์ ารเล่น
๑. ลกู หึ่ง ท�ำ จากแกน่ ไม้ เหลาเปน็ รูปทรงกระบอก เส้นผา่ ศนู ยก์ ลางประมาณ ๓ เซนติเมตร ยาวประมาณ
๗ - ๑๐ เซนตเิ มตร
๒. ไม้หึ่ง ทำ�จากแก่นไม้เหลาเป็นรูปทรงกระบอก เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๓ เซนติเมตร ยาวประมาณ
๓๐ - ๔๐ เซนติเมตร
จ�ำ นวนผ้เู ลน่ จำ�นวน ๒ คนขนึ้ ไป หรือเปน็ ทมี ทมี ละ ๓ - ๕ คน

66 การเล่นของเด็กไทย เลม่ ๒

การเลน่ ของเด็กไทย เลม่ ๒ 67

วธิ กี ารเลน่
๑. ขุดดินเป็นร่อง กวา้ งประมาณ ๔ - ๕ เซนตเิ มตร ยาวประมาณ ๑๐ เซนติเมตร เรียกวา่ “ฮู”
๒. แบง่ ผู้เล่นออกเปน็ ๒ ฝา่ ย ฝ่ายขึน้ กับ ฝ่ายรบั จะมกี ารประลองโดยการเดาะลกู ห่งึ ใครเดาะไดม้ ากกวา่
จะชนะ และได้ขน้ึ กอ่ น
๓. ตัวแทนฝ่ายข้ึนวางลูกห่ึง ขวางร่องแล้วใช้ไม้ห่ึงแทงลงไปในร่องแล้วออกแรงดีดลูกห่ึงให้ไปได้ไกลที่สุด
ฝา่ ยรบั จะรอรบั ลกู ห่ึงที่ลอยไปถา้ ฝ่ายรบั รับลกู หึ่งได้ แสดงว่า “ตาย” ฝ่ายข้นึ จะเปลย่ี นคนดีด คนใหม่ แลว้ ท�ำ การดดี
เหมอื นเดิม ลกู หง่ึ แต่ถา้ ฝา่ ยรบั รับลูกไมไ่ ด้ ฝ่ายขึน้ จะวางไม้ห่ึงขวางล�ำ ไว้ หลงั รอ่ ง (ฮ)ู
๔. ฝา่ ยรับจะเกบ็ ลูกหึ่งขึน้ มาแลว้ โยนไปทีไ่ มท้ ไ่ี มห้ ่ึง ถ้าโยนโดนไม้ ถือว่า “ตาย” ฝ่ายขนึ้ จะเปล่ยี นคนดีด
ลกู หง่ึ เพือ่ เริม่ เล่นใหมแ่ ต่ถา้ โยนไมโ่ ดนฝา่ ยขึน้ จะทำ�การตีลกู หง่ึ
๕. การตลี กู หึง่ คือ การก�ำ ไมห้ ึง่ ทีห่ ัวไม้หา่ งจากหวั ไม้ ๑ คืบเอาลกู หงึ่ วางเหนือกำ�มอื ข้าง ไม้หง่ึ ในลกั ษณะ
ตัว T แล้วใชม้ ือเดมิ โยนลูกห่ึงให้ลอยข้ึนบนอากาศงัดปลายไมห้ ่งึ เพอ่ื ตีใหก้ ระทบลูกหึง่ ให้ไปได้ไกลทส่ี ุด
๖. วัดระยะไม้หึง่ จากปากหลมุ ถึงตรงท่ลี ูกหง่ึ ตกโดยนบั จากความยาวของไม้หึง่ ๑ ไม้
๗. ท�ำ ตามขัน้ ตอน ๑ - ๖ ไปเรอ่ื ยๆ จนกวา่ จะครบคน แลว้ เปลย่ี นฝ่าย
๘. การแพ้ชนะ ใหใ้ ชจ้ ากการนบั ไมว้ ัด ว่าท้งั ทีมรวมกันไดก้ ไี่ ม้
คุณคา่ ของการเล่น
๑. ดา้ นรา่ งกาย ไดอ้ อกก�ำ ลงั กายกลา้ มเนอ้ื และการท�ำ งานแบบ
สัมพันธ์ของกล้ามเนอ้ื และประสาทสมั ผัส
๒. ดา้ นจติ ใจ ใหร้ จู้ กั ความซอื่ สตั ย์ เพราะขณะนบั ไมว้ ดั จากหลมุ
หาลูกหึ่งต้องเป็นแนวเส้นตรง แต่ถ้าจะโกงฝ่ายตรงข้ามก็สามารถใช้วิธีวัด
ซิกแซกไป - มา
๓. ดา้ นสตปิ ญั ญา ฝกึ ประสาทการมองขณะรอรบั ลกู หง่ึ และฝกึ
ความแมน่ ย�ำ ของการโยนลูกหงึ่ ให้กระทบกบั ไม้หง่ึ
๔. ด้านสังคม สร้างความสามัคคี ความสนุกสนาน และแสดง
ให้เหน็ ถงึ พละกำ�ลังของผู้เลน่ แตล่ ะคน

68 การเล่นของเดก็ ไทย เลม่ ๒

การเลน่ ของเด็กไทย เลม่ ๒ 69

อีมะล็อกกอ๊ กแก๊ก

ภาคกลาง เรยี ก ตะล็อกต๊อกแตก๊ เลน่ ได้ทั้งเดก็ ชายและเด็กหญิง การเลน่ น้เี ป็นเสน่ห์ของการใช้ภาษา เพราะ
เดิมนักเรียนในภาคอีสานจะใช้ภาษาอีสานที่บ้านเป็นหลัก พอไปโรงเรียนก็จะใช้ภาษากลาง จึงทำ�ให้บทร้อง อีมะล็อก
ก๊อกแกก๊ บางคำ�จะเป็นภาษาอสี าน สำ�เนยี งภาคกลาง เช่น เม่ือผู้เล่นเป็นชาวบา้ นถามว่า ผมเธอท�ำ ไมจึงยาว ผีจะตอบ
วา่ เพราะฉันจ่งไว้ (เพราะฉนั ไวผ้ ม) และยงั พบวา่ มีเลน่ กันตามโรงเรยี นประถมในต่างจังหวัดอยู่
อุปกรณ์การเล่น ไม่มีอุปกรณ์ แต่จะเลือกบริเวณใดบริเวณหน่ึง สมมติว่าเป็นบ้าน เลือกต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง
เปน็ ต้นโพธ์ทิ ่ผี ีสิงอยู่
จำ�นวนผเู้ ลน่ ๖ - ๘ คน

70 การเลน่ ของเด็กไทย เล่ม ๒

การเลน่ ของเด็กไทย เลม่ ๒ 71

วิธีการเลน่
แบง่ ผเู้ ลน่ ออกเป็น ๒ ฝา่ ย ฝา่ ยหนงึ่ ซึง่ เป็นใครกไ็ ด้จำ�นวนหน่ึงคนเปน็ ผี ๑ ตน และสมมติใหเ้ ป็นหมา ๑-๓ ตวั
ท่ีเหลือให้เป็นชาวบ้าน แล้วผีก็เดนิ มาหาชาวบา้ น
ผี : (ทำ�ทา่ เคาะประตบู า้ น) อมี ะลอ๊ กก๊อกแกก๊
ชาวบา้ น : เจา้ มาทำ�ไม ผี : มาซือ้ ดอกไม้
ชาวบ้าน : ดอกอะไร ผี : ดอกจำ�ปี
ชาวบ้าน : ไม่มี ผี : ดอกจ�ำ ปา
ชาวบา้ น : ไมม่ า ผี : ดอกกหุ ลาบ
ชาวบ้าน : ไมท่ ราบ ผี : ชวนหมู่ไปดหู นงั
ชาวบ้าน : หนงั เรอื่ งอะไร ผี : หนังเรื่องปีศาจ
ชาวบา้ น : ไปก่อนเถดิ ผี : หมาจะเห่า
ชาวบ้าน : ข่ีรถกี่ขา ผี : สองขา
ชาวบา้ น : ไมไ่ ป ผี : ร้อยขา
ชาวบา้ น : ไปกไ็ ป ติ๊ดชึ่ง ตด๊ิ ชงึ่ ตดิ๊ ชงึ่ ......... ตดิ๊ ชึง่ ตด๊ิ ช่ึง ต๊ิดชงึ่

72 การเลน่ ของเดก็ ไทย เลม่ ๒

แล้วผู้เล่นทงั้ หมดกเ็ ดินตามกันไปประมาณ ๑ รอบ แล้วผู้เล่นคนหน่งึ ทำ�เปน็ เสยี งหมาหอนข้นึ
ชาวบา้ น : น่นั ตน้ อะไร ผี : ตน้ โพธใ์ิ หญ่
ชาวบา้ น : โพนอะไร ผี : โพนมะพรกิ
ชาวบา้ น : ท�ำ ไมดกุ ดิก ผี : เพราะลมมันพัด
ชาวบา้ น : หมาเธอท�ำ ไมจงึ หอน ผี : เพราะมนั เหน็ ผี
ชาวบ้าน : หน้าเธอท�ำ ไมถึงขาว ผี : เพราะฉันผดั หนา้
ชาวบา้ น : ผมเธอท�ำ ไมถงึ ยาว ผี : เพราะฉนั จง่ ไว้
ชาวบา้ น : เลบ็ เธอท�ำ ไมถงึ ยาว ผี : เพราะฉันไว้
ชาวบา้ น : ตาเธอท�ำ ไมถึงโบ ๋ ผี : เพราะฉันเป็นผ.ี ........หลอก
ชาวบ้านกว็ งิ่ หนกี ลับบา้ นใหเ้ ร็วทส่ี ุด ผกี จ็ ะไล่จบั ถา้ จับใครได้ คนน้ันจะตอ้ งมาเปน็ ผีแทน
คณุ ค่าของการเลน่
๑. ดา้ นรา่ งกาย ไดอ้ อกก�ำ ลังกาย โดยเฉพาะสว่ นขา เพราะการละเล่นน้ีจะตอ้ งมีการว่งิ
๒. ด้านสตปิ ญั ญา ไดฝ้ กึ ไหวพรบิ ปฏิภาณในการโตต้ อบระหว่างผู้เลน่

การเลน่ ของเดก็ ไทย เลม่ ๒ 73

74 การเลน่ ของเดก็ ไทย เลม่ ๒

การเลน่ ของเดก็ ไทย

ภาคใต้

การเลน่ ทีเ่ กิดจากภมู ิปญั ญา
และเรียนร้ตู ่อๆ กนั มา
และได้ทำ�กับมือ

เกิดความภาคภูมิใจในตนเอง

การเล่นของเดก็ ไทย เลม่ ๒ 75

จูงนางเข้าหอ้ ง

การเล่นจูงนางเขา้ หอ้ งเปน็ การเลน่ คลา้ ยหมากกระดานอย่างหน่งึ เพราะการเลน่ ตอ้ งตตี าราง ลงบนกระดาน
หรอื กระดาษ เพ่ือใช้เปน็ อปุ กรณ์หรือสนามใชส้ �ำ หรับการเลน่
อุปกรณก์ ารเลน่
๑. แผ่นกระดาษ หรอื แผ่นกระดานตตี ารางเป็นรปู ก้นหอย แบ่งออกเป็นชอ่ งๆ
๒. ลูกเตา๋ ๑ ลกู หรือเบ้ียสำ�หรบั ทอด จำ�นวน ๕ ตวั
๓. ลูกหมากประจ�ำ ตัวผเู้ ล่น ใชก้ ้อนกรวด หรอื ลูกยาง คนละ ๑ ชิ้น
๔. ตวั นาง อาจใชเ้ หรียญ หรอื ลูกยาง
จ�ำ นวนผู้เลน่ เล่นได้ทัง้ เด็กผหู้ ญงิ และเดก็ ผ้ชู าย จ�ำ นวน ๒ - ๔ คน

76 การเลน่ ของเด็กไทย เลม่ ๒

การเลน่ ของเด็กไทย เลม่ ๒ 77

วิธีการเล่น
กอ่ นเรม่ิ เลน่ ผเู้ ลน่ ทกุ คนตอ้ งชหี้ าตวั คนเลน่ กอ่ นและหลงั ตามล�ำ ดบั เมอื่ ไดต้ วั แลว้ ผเู้ ลน่ คนแรกจะหยบิ ลกู เตา๋
ลงมาทอด ลูกเตา๋ หงายหนา้ ใด กจี่ ดุ ผูเ้ ลน่ กจ็ ะเดนิ หมากของตนได้เทา่ นัน้ ชอ่ ง เชน่ ทอดได้ ๕ จุด ก็เดนิ ได้ ๕ ชอ่ ง ผู้เล่น
คนแรกก็วางหมากของตนลงในชอ่ งท่ี ๕ ให้คนที่สองทอดลกู เต๋าบ้าง ลกู เต๋าหงายข้นึ กจ่ี ุดก็เดินหมากได้เทา่ น้นั ชอ่ ง คนที่
สามกท็ อดลกู เตา๋ และเดนิ หมากเชน่ เดยี วกนั การทอดลกู เตา๋ จะผลดั กนั ทอดคนละครง้ั แลว้ เดนิ หมากตามจ�ำ นวนจดุ ของ
ลูกเตา๋ ท่หี งายขึ้น
คณุ ค่าของการเล่น
๑. ด้านจติ ใจ ฝึกสมาธิ ได้จดั ท�ำ ของเล่นด้วยตนเอง
๒. ดา้ นอารมณ์ มีความสนกุ สนานในการเล่น ร้จู กั แพ้ รจู้ กั ชนะ
๓. ด้านสตปิ ัญญา มกี ารคดิ ค�ำ นวณการบวกตัวเลข
๔. ดา้ นสังคม รจู้ กั ยอมรบั ในกฎกตกิ าการเล่นรว่ มกนั

78 การเล่นของเด็กไทย เลม่ ๒

การเลน่ ของเด็กไทย เลม่ ๒ 79

ฉบั โผง

ภาคใต้ เรียก “ฉ๊ับโป้ง” เป็นของเล่นที่เกิดจากภูมิปัญญา และเรียนรู้ต่อๆ กันมา และได้ทำ�กับมือ
เกิดความภาคภมู ใิ จในตนเอง เป็นวตั ถปุ ระดษิ ฐ์ท่ีเด็กในจงั หวัดกระบี่ในสมยั ก่อนนยิ มเล่นกัน
อปุ กรณ์การเล่น
๑. ไม้ไผ่ขนาดเลก็ มาตัดให้เหลอื ๑ ปลอ้ งมรี ูกลวงตรงกลางตลอดลำ� (ยาวประมาณ ๑ คบื ) เรยี กส่วนนวี้ า่
“บอกฉบั โผง”
๒. ไมไ้ ผค่ วามยาวประมาณ ๑.๕ คบื มาเหลาใหก้ ลม ขนาดพอทจี่ ะกระทงุ้ เขา้ ไปในกระบอกไมไ้ ผท่ เี่ ตรยี มไวไ้ ด้
พร้อมท้ังใชไ้ ม้ไผ่ขนาดเทา่ กระบอกฉับโผงความยาวประมาณ ๐.๕ คบื สวมโคนไม้ไผ่ ส่วนท่ียาวเกินกระบอก ช้ินสว่ นนี้
เรยี กวา่ “ด้ามจับ”
๓. ลูกพลา ผลไมป้ า่ มลี กั ษณะผลเป็นช่อคลา้ ยมะเขือพวง แต่ลูกเลก็ กวา่ หรือจะใช้เศษกระดาษชบุ นํ้าก็ได้
๔. กะลา สำ�หรบั มาเปน็ เป้า

80 การเล่นของเด็กไทย เลม่ ๒

การเลน่ ของเด็กไทย เลม่ ๒ 81

จำ�นวนผเู้ ลน่ ไมจ่ ำ�กัดจ�ำ นวนผู้เลน่
วธิ ีการเล่น
นำ�ลูกพลา (ผลไม้ป่ามีลักษณะผลเป็นช่อคล้ายมะเขือพวงแต่ลูกเล็กกว่า) หรือเศษกระดาษชุบน้ําให้ยุ่ย
อดั เขา้ ไปในกระบอก ฉบั โผง แลว้ มอื ขา้ งหนงึ่ ถอื กระบอกมอื ขา้ งหนง่ึ ถอื ดา้ มจบั สอดปลายดา้ มจบั กระทงุ้ ไปดา้ นหนา้ แรงๆ
ใหแ้ รงอัดดนั ลกู พลาพงุ่ ออกไปนอกกระบอก มีเสยี งดงั โผง
คณุ คา่ ของการเล่น
๑. ดา้ นรา่ งกาย ฝกึ ความแม่นยำ�และฝึกความสัมพันธ์ระหว่างตากบั มือ
๒. ดา้ นสตปิ ญั ญา เปน็ การฝกึ ใหเ้ ดก็ ๆ ไดใ้ ชค้ วามคดิ สรา้ งสรรคน์ �ำ วสั ดจุ ากธรรมชาตมิ าประดษิ ฐเ์ ปน็ ของเลน่
๓. ดา้ นสงั คม การเลน่ ฉับโผงส่วนใหญ่แลว้ นยิ มเล่นกนั เป็นกลมุ่ ๆ กอ่ ให้เกดิ ความสามัคคใี นหมูค่ ณะ

82 การเล่นของเด็กไทย เล่ม ๒

การเลน่ ของเด็กไทย เลม่ ๒ 83

ชนววั ดนิ

เป็นอตั ลกั ษณ์ เป็นวัฒนธรรม กฬี าชนววั ซึง่ มีมานาน กีฬาววั ชนเป็นกีฬาพ้ืนเมอื งของจงั หวัดนครศรีธรรมราช
โดยการเล่นชนวัวดินเป็นการเล่นที่เด็กจำ�ลองมาจากการชนวัวจริงๆ โดยใช้ดินเหนียว มาป้ันเป็นวัวแล้วนำ�มาชนกัน
พบเริม่ การเล่นแถบเมืองท่าตา่ งๆ เช่น นครศรธี รรมราช ไดถ้ ่ายทอดกฬี าดงั กล่าวใหแ้ กช่ าวพ้นื เมือง
อุปกรณ์การเล่น ผ้าขาวม้า วัวดิน ทำ�จากดินเหนียว ขั้นแรกต้องเสาะหาดินเหนียวมา นำ�ดินเหนียว
มานวดจนแน่นเข้าที่ดีแล้ว ผู้เล่นจะต้องบรรจงใช้ฝีมือทางประติมากรรมป้ันจนเป็นรูปร่างวัว มีหัว มีเขาสองเขา
สั้นยาวตามใจชอบ แต่ต้องให้เขามีความแข็งแรง เพราะเขาวัวเป็นส่วนสำ�คัญท่ีจะเอาชนะกันในการเล่นชนิดนี้ ต่อไป
กป็ น้ั หนอก (โหนก) บนหลงั ววั หางววั สว่ นขาจะปน้ั ใหค้ หู่ นา้ ตดิ กนั และคหู่ ลงั กต็ ดิ กนั เปน็ คๆู่ สว่ นหางพบั ลงตดิ กบั ขาคหู่ ลงั
เม่อื เวลาชนจะได้ไม่กลายเป็นววั หางหัก เสรจ็ แลว้ จึงเอาเมล็ดมะกล�ำ่ หรือลูกปัดฝังใสเ่ ป็นตาของวัวดนิ ๑ คู่ เมื่องานป้ัน
ววั ดินเรยี บรอ้ ยแล้วกน็ �ำ ไปตากผึ่งแดดใหแ้ หง้ สนทิ
จ�ำ นวนผเู้ ล่น เป็นการเลน่ ของเดก็ ผู้ชาย จ�ำ นวนผู้เลน่ เลน่ ได้ครัง้ ละ ๒ คน แบ่งออกเปน็ คนละฝา่ ย

84 การเลน่ ของเด็กไทย เลม่ ๒

การเลน่ ของเด็กไทย เลม่ ๒ 85

วธิ ีการเลน่
เอาวัวดิน ๒ ตัว ซ่ึงมีขนาดรูปร่างเท่าๆ กัน ที่จะชนกันวางลงในสนาม (ผ้าขาวม้า) ให้วัวหันหน้าเข้าหากัน
เจา้ ของววั หรอื ใครกไ็ ด้ ๒ คน จบั ผ้าขาวม้าคนละ ๒ มุม ยกผ้าขาวม้าให้พน้ พ้ืนแล้วค่อยๆ แกวง่ ผ้าขาวม้าไปมา วัวดนิ
จะเคลือ่ นเข้าหากนั อยา่ งช้าๆ จนเคลอื่ นมาถงึ กัน วัวก็จะเรม่ิ ชนกนั คนจับผา้ ขาวม้าจะแกว่งผ้าให้เรว็ ขน้ึ วัวดินกจ็ ะชน
เรว็ ขน้ึ ตามแรงเหวีย่ ง การชนวัวดินจะส้ินสดุ ลงเมอ่ื สว่ นใดส่วนหนึง่ ของววั ดนิ หกั
คุณคา่ ของการเลน่
๑. ด้านจิตใจ ให้ความสนุกสนาน กว่าจะได้ววั มาชนแต่ละตวั ตอ้ งใชเ้ วลารอคอย ต้ังแตป่ ้ันและจนกวา่ วัวดิน
จะแห้ง เวลาเลน่ กจ็ ะใหค้ วามสนกุ สนานในการดวู วั แตล่ ะตวั กลง้ิ เขา้ หากนั ตามแรงแกวง่ ผา้ ขาวมา้ ทเ่ี ปรยี บเหมอื นสนามชน
ววั ดนิ จรงิ ๆ
๒. ดา้ นสตปิ ญั ญาสง่ เสรมิ ใหเ้ ดก็ มฝี มี อื ในการปนั้ ดนิ เหนยี วใหเ้ ปน็ รปู ตา่ งๆเปน็ ความรพู้ น้ื ฐานดา้ นประตมิ ากรรม
แกเ่ ดก็ ได้เปน็ อยา่ งดี รวมท้งั สง่ เสรมิ ความคดิ ริเร่ิมสรา้ งสรรค์ เพราะบางคร้งั เดก็ ไม่เฉพาะปนั้ ดินเป็นรปู วัวได้อย่างเดยี ว
กวา่ จะรอดนิ ทปี่ นั้ เปน็ ววั ทน่ี �ำ ไปตากไวแ้ หง้ สนทิ เดก็ อาจจะปน้ั ดนิ เหนยี วทเี่ หลอื เปน็ รปู สตั วอ์ น่ื ๆ หรอื วตั ถตุ า่ งๆ เลน่ ไดอ้ กี
๓. ดา้ นสงั คม สง่ เสรมิ ความมนี า้ํ ใจเปน็ นกั กฬี า การรจู้ กั แพช้ นะของการชนววั ดนิ จะโกงกนั ล�ำ บาก เมอ่ื ชนกนั
แล้วจะรวู้ ่าแพห้ รือชนะกันทนั ทไี มไ่ ด้ จนกวา่ จะได้นบั แผลวัวดนิ ทีถ่ ูกชนแล้วเปรียบเทยี บกนั

86 การเลน่ ของเด็กไทย เลม่ ๒

การเลน่ ของเด็กไทย เลม่ ๒ 87

ซัดราว

ซดั ราว ฟดั ราว หรอื อฟี ดั การเลน่ ซดั ราวเปน็ การเลน่ เพอื่ ความสนกุ สนาน ผเู้ ลน่ เปน็ ชายหรอื หญงิ กไ็ ดไ้ มจ่ �ำ กดั
จำ�นวน มักจะเล่นกันในบริเวณท่ีโล่งกลางแจ้งตอนแดดร่มอันเป็นการเสริมสร้างสุขภาพให้เด็กได้ออกกำ�ลังกาย
และเปน็ การรวมกลุม่ ของเด็กในชว่ งเวลาการทำ�งานของผใู้ หญ่
อุปกรณ์การเล่น
๑. กะลามะพร้าวทีม่ ขี นาดไล่เลี่ยกัน ๒ ช้ิน ใช้เป็นฐานสำ�หรับวางราง หา่ งกันประมาณ ๑ ชว่ งแขน
๒. ไม้บางๆ หรือไมไ้ ผเ่ ลก็ ๆ ผา่ ซกี ใช้พาดบนบานเป็นราวลกู ยาง
๓. เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ หรือเมล็ดผลไม้อื่นๆ ใช้วางบนราวเป็นลูกต้ังสำ�หรับเล่นซัด และแต่ละคนจะมี
ลกู ซดั (เมลด็ มะมว่ งหิมพานต์ หรอื เมลด็ ผลไมอ้ ื่นๆ) ซึ่งคัดลกู ที่นาํ้ หนกั ดมี าจากลกู ตั้งไว้สำ�หรบั ขว้างซดั
จำ�นวนผเู้ ลน่ ไมจ่ �ำ กดั จำ�นวนผูเ้ ล่น
วธิ ีการเลน่
ผู้เล่นทุกคนเอาลูกต้ัง จำ�นวนคนละเท่าๆ กันมาวางเรียงบนราว แล้วทุกคนไปยืนที่จุดขว้างห่างจากราว
๗ - ๑๐ เมตร แลว้ ใชล้ กู ซดั ขวา้ งซดั ใหล้ กู ตงั้ หลน่ จากราวลกู ตงั้ ทห่ี ลน่ ลงนน้ั ผซู้ ดั กจ็ ะไดเ้ ปน็ เจา้ ของ ถา้ ซดั ทเี ดยี วลกู ตง้ั หลน่
หมดราวเรยี กว่า ควํ่าราวกเ็ รม่ิ เล่นใหม่

88 การเลน่ ของเดก็ ไทย เลม่ ๒

การเลน่ ของเด็กไทย เลม่ ๒ 89

คณุ ค่าของการเล่น
๑. ด้านจติ ใจ ฝึกสมาธิ รจู้ กั แพ้ชนะ
๒. ด้านอารมณ์ มคี วามสนุกสนานของการเล่น
๓. ดา้ นสติปญั ญา เกิดการคำ�นวณระยะของการขวา้ ง
๔. ด้านสงั คม รกั สามัคคใี นพวกพ้อง และรจู้ กั ยอมรับในกฎกตกิ าการเลน่ ร่วมกนั

90 การเลน่ ของเด็กไทย เล่ม ๒

การเลน่ ของเด็กไทย เลม่ ๒ 91

ลากกาบหมาก

ลากกาบหมาก หรอื ลากกาบมะพรา้ ว เปน็ ของเลน่ พน้ื บา้ นของไทยทไ่ี ดม้ าจากวสั ดธุ รรมชาติ ซง่ึ ไมจ่ �ำ เปน็ ตอ้ ง
สรา้ งเพม่ิ เติมอะไรมากมาย
อปุ กรณก์ ารเลน่ กาบหมาก หรือกาบมะพร้าว
จ�ำ นวนผู้เล่น ๒ คนข้นึ ไป จบั เป็นคู่

92 การเลน่ ของเด็กไทย เล่ม ๒

การเลน่ ของเด็กไทย เลม่ ๒ 93

วิธกี ารเล่น
๑. ผูเ้ ลน่ จบั คู่กัน ๒ คน โดยผลัดเปลย่ี นกันเป็นผลู้ ากและผ้นู ั่ง
๒. ผนู้ ัง่ จะนงั่ บนกาบหมาก หรอื กาบมะพร้าวในท่าท่ีเหมาะสมโดยมือจบั ท่กี า้ นหมาก
๓. ผู้ลากจะจบั บรเิ วณกา้ นกาบหมาก หรือกาบมะพร้าวแล้วดึงลากไปตามพื้นผิว
คุณค่าของการเล่น
๑. ด้านร่างกาย ฝึกกลา้ มเนอ้ื แขน ขา
๒. ด้านอารมณ์ สนุกสนาน รู้จกั แพ้ชนะ
๓. ด้านสังคม รกั สามัคคใี นทมี ยอมรบั กฎกติกาการเล่นรว่ มกัน

94 การเล่นของเดก็ ไทย เล่ม ๒

การเลน่ ของเด็กไทย เลม่ ๒ 95

96 การเลน่ ของเดก็ ไทย เลม่ ๒

บรรณานกุ รม

การประชุมเชงิ ปฏบิ ัตกิ ารการเลน่ พ้นื บา้ นของเดก็ ไทย ภาคเหนอื ระหวา่ งวนั ท่ี ๑๘ - ๒๑ ธนั วาคม ๒๕๖๐ ณ โรงแรม
เวยี งอนิ ทร์ รเิ วอรไ์ ซด์ จังหวัดเชียงราย.

การประชมุ เชงิ ปฏบิ ตั ิการการเล่นพนื้ บ้านของเด็กไทย ภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื ระหว่างวันท่ี ๑๓ - ๑๕ พฤศจิกายน
๒๕๖๐ ณ โรงแรมอัศวรรณ จังหวัดหนองคาย.

ชชั ชัย โกมารทตั , รศ. (๒๕๕๔). กีฬาพืน้ เมืองไทย ภาคกลาง. กรุงเทพฯ: สถาพรบคุ๊ ส.์
. (๒๕๕๔). กีฬาพ้นื เมืองไทย ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื . กรงุ เทพฯ: สถาพรบุค๊ ส.์
. (๒๕๕๔). กีฬาพ้ืนเมืองไทย ภาคใต.้ กรุงเทพฯ: สถาพรบุค๊ ส.์
. (๒๕๕๔). กฬี าพน้ื เมืองไทย ภาคเหนือ. กรงุ เทพฯ: สถาพรบคุ๊ ส์.
มหาวิทยาลัยราชภฏั เชยี งใหม่ (๒๕๕๘). บะขา่ งโว่. เชยี งใหม่ : โครงการวจิ ัยการอนุรักษ์ภูมปิ ัญญาทอ้ งถ่ิน การละเลน่

พื้นบ้าน “บะข่างโว”่ กรณศี ึกษา : เทศบาลตำ�บลฟา้ ฮา่ ม อ�ำ เภอเมือง จังหวดั เชยี งใหม.่
สมปราชญ์ อัมมะพันธ์ุ (๒๕๒๖). การเล่นของเด็กปักษ์ใต้. ปัตตานี : ภาควิชาภาษาไทย และภาษาตะวันออก

คณะมนษุ ยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยสงขลานครินทร์.

การเลน่ ของเดก็ ไทย เล่ม ๒ 97

98 การเลน่ ของเดก็ ไทย เลม่ ๒

ทม่ี าข้อมูล

- บะข่างโว่ จากเว็บไซต์ https://www.bloggang.com/m/viewdiary.php?id=abird&month=04-2010&date=
19&group=12&gblog=146

- บะขา่ งโว่ จากเว็บไซต์ http://rescom.trf.or.th/display/keydefault.aspx?id_colum=1976
- ลิงชงิ หลัก จากเว็บไซต์ https://www.baanjomyut.com/library_2/extension-2/thai_play/08.html
- ลิงชิงหลัก จากเว็บไซต์ http://xn--12c8bfaaf0a0bcua5kxai6e6g4c2cwac.blogspot.com/2013/01/blog-

post_4653.html
- แย้ลงรู จากเว็บไซต์ https://sites.google.com/site/yaelngru/withi-kar-len-yae-lng-ru
- แย้ลงรู จากเว็บไซต์ http://xn--12c8bfaaf0a0bcua5kxai6e6g4c2cwac.blogspot.com/2013/01/

blog-post_2051.html
- แนดข้ามส้าว จากเว็บไซต์ https://sites.google.com/site/31839kulwarang/home/kila-thiy-laea-kila-

phun-ban/kila-phun-ban-phakh-klang/kila-phun-ban-phakh-xisan/kila-phun-ban-phakh-henux
- ต้งั เต จากเวบ็ ไซต์ http://www.adhdthai.com/autistic/catalog.php?idp=60
- ตงั้ เต จากเวบ็ ไซต์ http://www.prapayneethai.com/%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%

99%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%94%E0
%B8%94
- เสอื กินวัว จากเว็บไซต์ http://oknation.nationtv.tv/blog/ThaiTeacher/2010/10/01/entry-1
- เสือกินวัว จากเว็บไซต์ http://ich.culture.go.th/index.php/th/ich/folk-sports-games-and-martial-arts/
261-sport/407--m-s
- ตะล็อกตอ๊ กแต๊ก จากเวบ็ ไซต์ http://skitsthailand.blogspot.com/2013/09/blog-post_3585.html
- ไม้หงึ่ จากเว็บไซต์ https://www.baanjomyut.com/library_2/extension-2/thai_play/07.html (ไมห้ ่ึง)
- ฉบั โผง จากเวบ็ ไซต์ http://www.prapayneethai.com/%E0%B8%89%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9
%82%E0%B8%9C%E0%B8%87
- ซดั ราว จากเว็บไซต์ http://www.iamtrang.com/?p=843
- ลากกาบมะพร้าว จากเวบ็ ไซต์ http://khonglenthai.blogspot.com/2010/03/blog-post_18.html

การเลน่ ของเด็กไทย เลม่ ๒ 99


Click to View FlipBook Version