The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สรุปความรู้เฉพาะตำแหน่ง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Kulthida Fhon Chamapalin, 2022-06-23 01:35:27

สรุปความรู้เฉพาะตำแหน่ง

สรุปความรู้เฉพาะตำแหน่ง

ประมวลจริยธรรมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

ประกาศฯ : 9 กนั ยายน 2564
มีผลใช้บังคับตงั้ แต่ : 10 กันยายน 2564
ผู้รักษาการตามประมวลจรยิ ธรรมน้ี : ประธาน ก.ค.ศ. (รฐั มนตรีว่าการกระทรวงศกึ ษาธิการ)

เพื่อให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.มาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ.2562
ก.ค.ศ. ในฐานะองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากร
ทางการศึกษา จึงกาหนดประมวลจริยธรรมข้าราชการครูและบุคลากรทางการ
ศกึ ษา เพื่อใช้เปน็ หลกั ในการประพฤตปิ ฏิบัติของขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการ
ศึกษา

ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พนักงานราชการ ครูอัตราจ้าง
ลูกจ้าง หรือผู้ปฏิบัติงานอ่ืนในหน่วยงานการศึกษา ต้องประพฤติปฏิบัติตนเพ่ือรักษา

จริยธรรมทกี่ าหนดไวอ้ ยา่ งเคร่งครัดอยเู่ สมอ 8 ข้อ ดังนี้

ยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศ อันได้แก่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
และการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษัตรยิ ท์ รงเปน็ ประมุข

ซื่อสัตย์สุจริต มีจิตสานึกท่ีดี มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่และต่อผู้เก่ียวข้องใน
ฐานะขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษา

กลา้ คดิ กลา้ ตัดสินใจ กล้าแสดงออก และกระทาในสง่ิ ท่ถี ูกตอ้ งชอบธรรม
มีจิตอาสา จิตสาธารณะ มุ่งประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัวหรือ
พวกพ้อง
มุ่งผลสัมฤทธ์ิของงาน มุ่งมั่นในการปฏิบัติงานอย่างเต็มกาลังความสามารถ
ทีส่ ะทอ้ นถึงคุณภาพผ้เู รยี นและคณุ ภาพการศึกษา
ปฏบิ ตั ิหนา้ ท่อี ยา่ งเปน็ ธรรมและไม่เลอื กปฏบิ ตั ิ
ดารงตนเป็นแบบอย่างท่ีดีและรักษาภาพลักษณ์ของข้าราชการครูและบุคลากร
ทางการศึกษา
เคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนษุ ย์ คานึงถึงสิทธิเด็ก และยอมรับความแตกต่าง
ของบคุ คล

นอกจากจะตอ้ งรกั ษาจริยธรรมตามทบี่ ัญญัตไิ ว้ในประมวลจรยิ ธรรมข้าราชการ
ครแู ละบุคลากรทางการศึกษาน้แี ลว้ จะตอ้ งยดึ มน่ั ในจรรยาบรรณของวิชาชพี ดว้ ย

สอบขา้ ราชการทอ้ งถ่นิ By Thurakan

พระราชบัญญตั ขิ ้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ.2540

ประกาศใช้ วนั ที่ 9 ธนั วาคม 2540 ผรู้ ักษาการ: นายกรัฐมนตรี

หมายความวา่ สิง่ ท่ีส่ือความหมายให้รู้เร่ืองราวข้อเท็จจริง
ข้อมูล หรือสิ่งใดๆ ไม่ว่าความหมายนั้นจะทาได้โดยสภาพของส่ิงน้ันเองหรือโดยผ่าน
วิธีการใดๆ และไม่ว่าจะได้จัดทาไว้ในรูปของเอกสาร แฟ้ม รายงาน หนังสือ แผนผัง
แผนที่ ภาพวาด ภาพถ่าย ฟิล์ม การบันทึกภาพหรือเสียง การบันทึกโดยเครื่อง
คอมพวิ เตอร์ หรอื วธิ อี ืน่ ใดท่ีทาใหส้ ่ิงทีบ่ นั ทึกไว้ปรากฏได้

“ขอ้ มลู ขา่ วสารของทางราชการ”

หมายความว่า ข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของ
หน่วยงานของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการดาเนินงานของรัฐหรือข้อมูล
ขา่ วสารเกีย่ วกับเอกชน

หมายความว่า ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค
ราชการส่วนท้องถ่ิน รัฐวิสาหกิจ ส่วนราชการสังกัดรัฐสภา ศาลเฉพาะในส่วนท่ีไม่
เก่ยี วกบั การพจิ าณาพิพากษาคดี องค์กรควบคุมการประกอบวชิ าชีพ หน่วยงานอิสระของ
รัฐและหนว่ ยงานอืน่ ตามทก่ี าหนดในกฎกระทรวง

หมายความวา่ ผูซ้ ึ่งปฏบิ ัติงานให้แกห่ นว่ ยงานของรัฐ

1

หมายความว่า ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับส่ิงเฉพาะตัวของบุคคล
เชน่ การศึกษา ฐานะการเงิน ประวัติสุขภาพ ประวัติอาชญากรรม หรือประวัติการทางาน
บรรดาท่มี ชี ่ือของผนู้ ้นั หรอื มีเลขหมาย รหัส หรือสง่ิ บอกลักษณะอนื่ ท่ที าใหร้ ตู้ ัวผ้นู นั้ ได้ เช่น
ลายพิมพ์น้ิวมือ แผ่นบันทึกลักษณะเสียงของคนหรือรูปถ่าย และให้หมายความรวมถึงข้อมูล
ข่าวสารเกี่ยวกับสง่ิ เฉพาะตวั ของผูท้ ่ถี งึ แกก่ รรมแล้ว

หมายความวา่ คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ

หมายความว่า บุคคลธรรมดาท่ีไม่มีสัญชาติไทยและไม่มี
ถิน่ ทอ่ี ยูใ่ นประเทศไทย และนิติบคุ คลดงั ตอ่ ไปน้ี

1. บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนที่มีทุนเกินกึ่งหนึ่งเป็นของคนต่างด้าว ใบหุ้นชนิด
ออกใหแ้ กผ่ ู้ถือ ให้ถอื วา่ ใบหุ้นนั้นคนต่างด้าวเปน็ ผูถ้ อื

2. สมาคมทมี่ สี มาชกิ เกินกึง่ หนึง่ เปน็ คนตา่ งดา้ ว
3. สมาคมหรอื มลู นิธทิ ่ีมีวัตถปุ ระสงคเ์ พ่อื ประโยชนข์ องคนตา่ งดา้ ว
4. บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนสมาคมท่ีมีผู้จัดการหรือกรรมการเกินกึ่งหน่ึงเป็น
คนต่างดา้ ว

ใหจ้ ดั ต้งั สานักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ สังกัดสานักงานปลัด

สานักนายกรัฐบนตรี มหี นา้ ทป่ี ฏิบัติงานเก่ียวกับงานวิชาการและธุรการให้แก่คณะกรรมการ
และคณะกรรมการวินิจฉัยการเปดิ เผยขอ้ มลู ขา่ วสาร ประสานงานกับหน่วยงานของรัฐ และให้
คาปรึกษาแก่เอกชน

2

การเปดิ เผยขอ้ มลู ขา่ วสาร

ขอ้ มูลข่าวสารทีต่ อ้ งเปิดเผยเปน็ การทว่ั ไป

ในส่วนนีจ้ ะเป็นขอ้ มลู ข่าวสารของราชการ ท่ีหน่วยงานของรัฐต้องจัดพิมพ์ในรายกิจจา
นุเบกษา ไดแ้ ก่

1. โครงสรา้ งและการจัดองค์กรในการดาเนินงาน
2 สรุปอานาจหนา้ ท่ีทสี่ าคญั และวิธีการดาเนนิ งาน
3. สถานที่ติดตอ่ เพ่ือขอรับข้อมูลข่าวสาร หรือคาแนะนาในการติดต่อกบั หน่วยงาน
ของรัฐ
4. กฎ มติคณะรัฐมนตรี ข้อบังคับ คาส่ัง หนังสือเวียน ระเบียบ แบบแผน
นโยบาย หรอื การตคี วาม ทง้ั น้ี เฉพาะท่จี ดั ใหม้ ีขึ้นโดยมีสภาพอย่างกฎ เพอื่ ให้มีผลเป็นการ
ทัว่ ไปตอ่ เอกชนทีเ่ กี่ยวข้อง
5. ข้อมูลขา่ วสารอื่นตามท่คี ณะกรรมการกาหนด

ขอ้ มูลขา่ วสารท่หี น่วยงานของรฐั ตอ้ งจดั ไวใ้ หป้ ระชาชนเขา้ ตรวจดูได้

1. ผลการพิจารณาหรือคาวินิจฉัยท่ีมีผลโดยตรงต่อเอกชน รวมทั้งความเห็นแย้ง

และคาสัง่ ทเี่ กยี่ วขอ้ งในการพิจารณาวนิ ิจฉยั ดงั กล่าว (คาสงั่ ทางปกครอง)

2. นโยบายหรอื การตคี วามทีไ่ ม่เข้าข่ายต้องลงพมิ พใ์ นราชกิจจานุเบกษา

3. แผนงาน โครงการ และงบประมาณรายจา่ ยประจาปีของปที ี่กาลังดาเนนิ การ

4. คู่มอื หรือคาสัง่ เก่ียวกับวิธปี ฏบิ ตั ิงานของเจา้ หน้าท่ีของรัฐ ซงึ่ มผี ลกระทบถึงสทิ ธิ

หน้าทีข่ องเอกชน

5. สง่ิ พิมพ์ทไ่ี ดม้ ีการอ้างอิง

6. สญั ญาสัมปทา สญั ญาท่ีมีลกั ษณะเปน็ การผูกขาดตดั ตอนหรือสญั ญาร่วม

ทนุ กันเอกชนในการจดั ทาบรกิ ารสาธารณะ

7. มติคณะรัฐมนตรี หรอื มตคิ ณะกรรมการทแ่ี ต่งต้งั โดยกฎหมายหรือโดย

มตคิ ณะรัฐมนตรี ท้งั น้ี ให้ระบรุ ายชื่อรายงานทางวิชาการ รายงานข้อเทจ็ จรงิ หรอื ขอ้ มลู

ขา่ วสารทีน่ ามาใชใ้ นการพิจารณาไวด้ ว้ ย

8. ข้อมลู ขา่ วสารอื่นตามทคี่ ณะกรรมการกาหนด 3

ขอ้ มลู ขา่ วสารของทางราชการใดมีสภาพท่ีอาจบุบสลายง่าย หน่วยงานของรัฐจะ
ขอขยายเวลาในการจัดหาให้หรือจะจัดทาสาเนาให้ เพื่อมิให้เกิดความเสียหายแก่ข้อมูล
ขา่ วสารนนั้ กไ็ ด้

ผู้ใดเหน็ วา่ หน่วยงานของรฐั
ไม่จดั พมิ พ์ข้อมูลข่าวสารในราชกจิ จานเุ บกษา
ไมจ่ ัดขอ้ มูลขา่ วสารไวใ้ หป้ ระชาชนตรวจดไู ด้
ไม่จัดหาขอ้ มูลขา่ วสารใหแ้ กต่ น
ฝา่ ฝืน หรอื ไม่ปฏบิ ัตติ ามพระราชบัญญัตนิ ้ี
ปฏิบัตหิ น้าท่ลี า่ ช้า
ไมไ่ ด้รบั ความสะดวกโดยไม่มีเหตอุ ันสมควร

ผู้นั้นมีสิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ เว้นแต่เป็นเร่ือง
เกี่ยวกบั การมีคาสง่ั มใิ หเ้ ปดิ เผยขอ้ มูลขา่ วสาร

ในกรณีท่ีมีการร้องเรียน คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการต้องพิจารณาให้
แล้วเสรจ็ ภายใน 30 วัน นับแต่วันท่ีได้รับคาร้องเรียน ในกรณีที่มีเหตุจาเป็นให้ขยายเวลา
ออกไปได้ แต่ตอ้ งแสดงเหตผุ ลและรวมเวลาทัง้ หมดแล้วตอ้ งไม่เกิน 60 วัน

4

X ขอ้ มลู ขา่ วสารทไี่ มต่ อ้ งเปดิ เผย

1 ข้อมูลข่าวสารของราชการที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์จะ

เปดิ เผยมไิ ด้

2 ขอ้ มลู ขา่ วสารของราชการทม่ี ีลักษณะอยา่ งหน่งึ อยา่ งใดดงั ตอ่ ไปน้ี หนว่ ยงานของรัฐหรอื

เจ้าหน้าที่ของรัฐอาจมีคาสั่งมิให้เปิดเผยก็ได้ โดยคานึงถึงการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของ
หน่วยงานของรัฐ ประโยชนส์ าธารณะ และประโยชนข์ องเอกชนท่ีเก่ยี วข้องประกอบกัน

1. การเปิดเผยจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อความม่ันคงของประเทศ ความสัมพันธ์
ระหว่างประเทศและความมน่ั คงในทางเศรษฐกจิ หรอื การคลงั ของประเทศ

2. การเปดิ เผยจะทาให้การบังคับใชก้ ฎหมายเสือ่ มประสิทธภิ าพ หรือไม่อาจสาเร็จตาม
วัตถุประสงค์ได้ ไม่ว่าจะเกี่ยวกับการฟ้องคดีการป้องกันการปราบปรามการทดสอบการ
ตรวจสอบหรอื การรูแ้ หลง่ ทม่ี าของข้อมูลข่าวสารหรือไมก่ ต็ าม

3. ความเห็นหรือคาแนะนาภายในหน่วยงานของรัฐในการดาเนินการเร่ืองหนึ่งเรื่อง
ใด แตท่ ั้งน้ีไม่รวมถึงรายงานทางวิชาการ รายงานข้อเท็จจริง หรือข้อมูลข่าวสารท่ีนามาใช้ใน
การทาความเห็นหรือคาแนะนาภายในดงั กล่าว

4. การเปดิ เผยจะก่อให้เกิดอนั ตรายต่อชีวติ หรอื ความปลอดภยั ของบุคคลหนงึ่ บุคคลใด
5. รายงานการแพทย์หรอื ขอ้ มูลขา่ วสารส่วนบุคคลซงึ่ การเปดิ เผยจะเปน็ การรุกลา้ สิทธิ
ส่วนบุคคล
6. ข้อมูลข่าวสารของราชการท่ีมีกฎหมายคุ้มครองมิให้เปิดเผย หรือข้อมูลข่าวสารที่มี
ผู้ใหม้ าโดยไมป่ ระสงคใ์ หท้ างราชการนาไปเปดิ เผยต่อผู้อื่น (ขอ้ มลู ทางทหาร)
7.กรณีอ่นื ตามทกี่ าหนดใหพ้ ระราชกฤษฎกี า

5

ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ของรัฐเห็นว่า การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของราชการ
ใดอาจกระทบถึงประโยชนได้เสียของผู้ใด ให้เจ้าหน้าท่ีของรัฐแจ้งให้ผู้นั้นเสนอ
คาคัดค้านภายในเวลาไม่น้อยกว่า 15 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งผู้ท่ีได้รับแจ้ง
หรือผู้ทท่ี ราบว่าการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของราชการใดอาจกระทบถึงประโยชน์
ไดเ้ สียของตน มีสทิ ธคิ ัดคา้ นการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารนั้นได้โดยทาเป็นหนังสือ
ถงึ เจ้าหนา้ ท่ขี องรฐั ผู้รบั ผิดชอบ

ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ของรัฐมีคาส่ังมิให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสาร หรือมีคาส่ัง
ไม่รับฟังคาคัดค้านของผู้มีประโยชน์ได้เสีย ผู้น้ันอาจอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการ
วินิจฉยั การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารภายใน 15 วันนับแต่วันท่ีได้รับแจ้งคาส่ังนั้น
โดยยื่นคาอทุ ธรณ์ตอ่ คณะกรรมการขอ้ มูลขา่ วสารของราชการ

สทิ ธิของประชาชนในการอุทธรณ์ ตอ้ งย่นื อทุ ธรณใ์ ห้
คณะกรรมการ
- กรณอี ทุ ธรณค์ าสง่ั ไมเ่ ปิดเผยขอ้ มูลขา่ วสารของราชการ วนิ ิจฉัยการเปิดเผยขอ้ มูล
- กรณหี นว่ ยงานของรัฐไม่รบั ฟงั คาคัดค้านมิใหเ้ ปิดเผย
ข้อมูลข่าวสาร ข่าวสาร
- กรณหี นว่ ยงานของรฐั ไมแ่ กไ้ ขเปลยี่ นแปลงหรือลบขอ้ มูล ย่ืนภายใน 15 วัน
ข่าวสารสว่ นบคุ คลท่ีไม่ถูกตอ้ งของตน ย่นื ภายใน 15 วัน

ยน่ื ภายใน 30 วนั

6

ขอ้ มลู ขา่ วสารสว่ นบคุ คล

หมายความวา่ บุคคลธรรมดาทมี่ ีสัญชาตไิ ทย และบุคคลธรรมดาที่
ไม่มีสัญชาติไทยแตม่ ีถิ่นทอ่ี ยู่ในประเทศไทย

หน่วยงานของรัฐตอ้ งปฏิบัตเิ ก่ียวกบั การจดั ระบบขอ้ มลู ขา่ วสารสว่ นบุคคล ดงั ตอ่ ไปนี้
1. ตอ้ งจดั ใหม้ รี ะบบขอ้ มูลข่าวสารสว่ นบุคคลเพยี งเทา่ ที่เก่ียวข้อง และจาเป็นเพื่อการ
ดาเนินงานของหน่วยงานของรัฐให้สาเร็จตามวัตถุประสงค์เท่านั้น และยกเลิกการจัดให้มี
ระบบดงั กลา่ วเมื่อหมดความจาเป็น
2. พยายามเก็บข้อมูลข่าวสารโดยตรงจากเจ้าของข้อมูล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่
จะกระทบถึงประโยชนไ์ ดเ้ สียโดยตรงของบุคคลนน้ั
3. จัดให้มีการพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา และตรวจสอบแก้ไขให้ถูกต้องอยู่เสมอ
เกย่ี วกับสงิ่ ดังตอ่ ไปน้ี

ประเภทของบคุ คลทม่ี ีการเก็บขอ้ มลู ไว้
ประเภทของระบบข้อมลู ขา่ วสารส่วนบุคคล
ลักษณะการใชข้ อ้ มลู ตามปกติ
วิธกี ารขอตรวจดูขอ้ มูลขา่ วสารของเจา้ ของขอ้ มูล
วธิ ีการขอใหแ้ ก้ไขเปล่ยี นแปลงขอ้ มูล
แหล่งทมี่ าของข้อมูล
4. ตรวจสอบแก้ไขขอ้ มูลขา่ วสารสว่ นบุคคลในความรับผดิ ชอบให้ถกู ตอ้ งอย่เู สมอ
5. จัดระบบรักษาความปลอดภัยให้แก่ระบบข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล ตามความ
เหมาะสม เพอ่ื ปอ้ งกนั มิให้มีการนาไปใชโ้ ดยไมเ่ หมาะสมหรอื เปน็ ผลร้ายตอ่ เจา้ ของข้อมลู

7

หน่วยงานของรฐั จะเปิดเผยข้อมูลขา่ วสารส่วนบุคคลท่ีอยู่ในความควบคุมดูแลของตน
ต่อหน่วยงานของรัฐแห่งอื่นหรือผู้อื่น โดยปราศจากความยินยอมเป็นหนังสือของเจ้าของ
ขอ้ มูลทใี่ หไ้ ว้ล่วงหนา้ หรือในขณะนน้ั มิได้ เว้นแต่เป็นการเปิดเผย ดงั ต่อไปน้ี

1. ตอ่ เจ้าหนา้ ท่ีของรฐั ในหนว่ ยงานของตน เพ่ือการนาไปใช้ตามอานาจหน้าที่ของ
หน่วยงานของรฐั

2. เป็นการใช้ข้อมูลตามปกติภายในวัตถุประสงค์ของการจัดให้มีระบบข้อมูล
ข่าวสารส่วนบคุ คลนั้น

3. ต่อหน่วยงานของรัฐท่ีทางานด้านการวางแผน หรือการสถิติ หรือสามะโน
ต่างๆ ซ่ึงมหี น้าท่ตี ้องรกั ษาขอ้ มลู ข่าวสารสว่ นบุคคลไว้ไมใ่ หเ้ ปดิ เผยตอ่ ไปยงั ผอู้ ่นื

4. เป็นการให้เพ่ือประโยชน์ในการศึกษาวิจัย โดยไม่ระบุช่ือหรือส่วนที่ทาให้รู้ว่า
เปน็ ข้อมูลข่าวสารสว่ นบคุ คลที่เกี่ยวกบั บุคคลใด

5. ต่อหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร เพื่อการตรวจดูคุณค่าในการเก็บ
รักษา

6. ตอ่ จา้ หนา้ ทีข่ องรัฐ เพอ่ื การปอ้ งกนั การฝา่ ฝืนหรอื ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย การ
สบื สวน การสอบสวนหรือการฟอ้ งคดี ไมว่ า่ เป็นคดปี ระเภทใดก็ตาม

7. เป็นการใหซ้ งึ่ จาเป็น เพ่อื การป้องกนั หรือระงบั อนั ตรายต่อชีวติ หรอื สขุ ภาพของ
บคุ คล

8. ต่อศาล และเจ้าหน้าท่ีของรัฐหรือหน่วยงานของรัฐหรือบุคคลท่ีมีอานาจตาม
กฎหมายทจ่ี ะขอข้อเท็จจริง

ถา้ บคุ คลใดเหน็ ว่าขอ้ มูลขา่ วสารส่วนบคุ คลทเ่ี กีย่ วกับตนส่วนใดไม่ถูกต้องตามที่เป็น
จริง ให้มีสิทธิยื่นคาขอเป็นหนังสือให้หน่วยงานของรัฐควบคุมดูแลข้อมูลข่าวสารแก้ไข
เปล่ียนแปลงหรอื ลบข้อมลู ขา่ วสารสว่ นน้ันได้

ในกรณีท่หี น่วยงานของรฐั ไมแ่ ก้ไขเปล่ียนแปลงหรือลบข้อมูลข่าวสารให้ตรงตามท่ีมี
คาขอ ใหผ้ ้นู ั้นมีสทิ ธิ์อุทธรณต์ ่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารภายใน 30
วัน นบั แตว่ ันไดร้ ับแจง้ คาสั่งไม่ยนิ ยอมแก้ไขเปล่ียนแปลงหรือลบข้อมูลข่าวสาร โดยย่ืนคา
อทุ ธรณ์ต่อคณะกรรมการข้อมูลขา่ วสารของราชการ

8

เอกสารประวตั ศิ าสตร์

ขอ้ มลู ขา่ วสารของราชการท่ีหน่วยงานของรัฐไม่ประสงค์จะเก็บรักษาหรือมีอายุครบ
กาหนดนบั แตว่ ันทีเ่ สรจ็ สน้ิ การจัดให้มีข้อมูลข่าวสารน้ัน ให้หน่วยงานของรัฐส่งมอบให้แก่
หอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร หรือหน่วยงานอ่ืนของรัฐตามที่กาหนดในพระราช
กฤษฎีกา เพื่อคดั เลือกไว้ใหป้ ระชาชนไดศ้ ึกษาคน้ คว้า

1. ข้อมูลข่าวสารของราชการท่ี 2. ข้อมูลข่าวสารของราชการ
อาจก่อให้เกิดความ เสียหายต่ อ ที่หน่วยงานของรัฐอาจมีคาสั่งมิให้
สถาบนั พระมหากษตั รยิ ์ เปดิ เผย (ข้อมลู ท่ัวไป)

เมอ่ื ครบ 75 ปี เมอ่ื ครบ 20 ปี

1. หน่วยงานของรัฐยังจาเป็นต้องเก็บรักษาข้อมูลข่าวสารของราชการไว้เองเพ่ือ
ประโยชน์ในการใช้สอยโดยตอ้ งจัดเก็บและจดั ใหป้ ะชาชนได้ศึกษาคนั คว้าตามท่ีจะตกลงกับ
หอจดหมายเหตแุ หง่ ชาติ กรมศิลปากร

2. หน่วยงานของรัฐเห็นว่าข้อมูลข่าวสารน้ันยังไม่ควรเปิดเผย โดยมีคาสั่งขยาย
เวลากากับไว้เป็นการเฉพาะราย คาสั่งการขยายเวลานั้นให้กาหนดระยะเวลาไว้ด้วยแต่จะ
กาหนดเกินคราวละ 5 ปี ไม่ได้

9

คณะกรรมการขอ้ มลู ขา่ วสารของราชการ

ประกอบดว้ ย
1. รัฐมนตรีซ่งึ นายกรัฐมนตรมี อบหมายเป็นประธาน
2. ปลดั สานกั นายกรัฐมนตรี
3. ปลดั กระทรวงกลาโหม
4. ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
5. ปลัดกระทรวงการคลัง
6. ปลดั กระทรวงการตา่ งประเทศ
7. ปลดั กระทรวงมหาดไทย
8. ปลัดกระทรวงพาณิชย์
9. เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา
10. เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน
11. เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ
12. เลขาธกิ ารสภาผูแ้ ทนราษฎร
13. ผู้อานวยการสานักข่าวกรองแหง่ ชาติ
14. ผูอ้ านวยการสานักงบประมาณ
15. ผู้ทรงคุณวุฒิอ่ืนจากภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งคณะรัฐมนตรี
แตง่ ตั้งอีก 9 คนเปน็ กรรมการ

ให้ปลัดสานกั นายกรฐั มนตรีแต่งต้งั ขา้ ราชการของสานกั งานปลัด
สานักนายกรัฐมนตรี 1 คน เปน็ เลขานุการ และอกี 2 คนเปน็
ผู้ชว่ ยเลขานุการ

10

อานาจหนา้ ท่ขี องคณะกรรมการขอ้ มูลข่าวสารของราชการ

1. สอดส่องดแู ล และให้คาแนะนาเกี่ยวกับการดาเนินงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐ
และหน่วยงานของรัฐ

2. ใหค้ าปรกึ ษาแก่เจา้ หนา้ ทข่ี องรฐั หรือหนว่ ยงานของรัฐ
3. เสนอแนะในการตราพระราชกฤษฎีกา และการออกฎกระทรวง หรือ
ระเบยี บของคณะรฐั มนตรี
4. พจิ ารณาและใหค้ วามเห็นเร่อื งรอ้ งเรยี น
5. จัดทารายงานเสนอคณะรฐั มนตรเี ป็นคร้งั คราว แต่อยา่ งน้อยปีละ 1 ครง้ั
6. ปฏิบตั ิหน้าทีอ่ น่ื ตามทกี่ าหนดในพระราชบัญญตั นิ ้ี
7. ดาเนินการเร่ืองอ่ืนตามทค่ี ณะรฐั มนตรีหรอื นายกรฐั มนตรมี อบหมาย

กรรมการผูท้ รงคุณวฒุ ิ

กรรมการผทู้ รงคณุ วุฒิซงึ่ ได้รบั แต่งตั้งมีวาระอยู่ในตาแหน่งคราวละ 3 ปี นับ
แต่วนั ที่ได้รับแต่งต้ัง ผู้ที่พน้ จากตาแหน่งแล้วอาจได้รับแต่งตั้งใหมไ่ ด้

การประชมุ ของคณะกรรมการ ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่าก่ึงหนึ่งของ
จานวนกรรมการท้งั หมดจงึ จะเปน็ องค์ประชุม

การวินิจฉัยชี้ขาดของท่ีประชุมให้ถือเสียงข้างมาก ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้
ประธานออกเสียงเพิ่มอีกหนงึ่ เสยี งเปน็ เสียงชีข้ าด

11

คณะกรรมการวนิ จิ ฉยั การเปดิ เผยขอ้ มลู ขา่ วสาร

ใหม้ ีคณะกรรมการวินจิ ฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสาขาต่างๆ ตาม
ความเหมาะสม ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งต้ังตามข้อเสนอของคณะกรรมการข้อมูล
ข่าวสารของราชการ

การแต่งตั้งคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ให้
แต่งตัง้ ตามสาขาความเชีย่ วชาญเฉพาะดา้ นของขอ้ มูลข่าวสารของราชการ เช่น ความ
มนั่ คงของประเทศ เศรษฐกิจและการคลงั ของประเทศ หรอื การบงั คับใชก้ ฎหมาย

คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร คณะหน่ึงๆ
ประกอบด้วยบคุ คลตามความจาเปน็ แตต่ ้องไม่น้อยกว่า 3 คน และให้ข้าราชการ
ท่คี ณะกรรมการแต่งตั้งปฏบิ ตั ิหน้าทีเ่ ปน็ เลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการ

กรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร จะเป็นเลขานุการหรือ
ผชู้ ว่ ยเลขานกุ ารไมไ่ ด้

อานาจหน้าที่

พิจารณาวินิจฉยั อุทธรณ์
คาสงั่ มิให้เปดิ เผยขอ้ มูลข่าวสาร
คาสั่งไม่รับฟังคาคัดค้าน
คาส่ังไม่แกไ้ ขเปลย่ี นแปลงหรอื ลบข้อมูลขา่ วสารสว่ นบคุ คล

12

หากไมป่ ฏบิ ตั ิตามคาสั่ง
ผใู้ ดไม่ปฏบิ ัตติ ามคาสั่งของคณะกรรมการ ต้องระวางโทษจาคกุ ไม่เกนิ 3 เดือน
หรือปรับไมเ่ กนิ 5,000 บาท หรอื ท้ังจาทัง้ ปรับ
หากฝา่ ฝนื หรอื ไม่ปฏิบตั ิตามขอ้ จากัดหรอื เงือ่ นไข
ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อจากัดหรือเงื่อนไขท่ีเจ้าหน้าที่ของรัฐกาหนด ต้องระวาง
โทษจาคุกไม่เกนิ 1 ปี หรอื ปรบั ไม่เกนิ 20,000 บาท หรือทั้งจาทงั้ ปรับ

ชอ่ งทางทีป่ ระชาชนจะเข้าถงึ ขอ้ มูลข่าวสารทางราชการ

ตามพระราชบัญญตั ขิ ้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ. 2540 ได้กาหนดวธิ ีใน
การเปดิ เผยข้อมลู ขา่ วสาร 4 วธิ ี ดังนี้

1. เปดิ เผยโดยการนาข้อมลู ขา่ วสารทกี่ ฎหมายกาหนดลงพมิ พ์ในราชกจิ จานเุ บกษา
2. เปดิ เผยโดยการตง้ั แสดงไว้ในสถานที่ทหี่ น่วยงานจดั เตรียมไว้ใหป้ ระชาชนเข้า
ตรวจดไู ดด้ ้วยตนเอง
3. เปดิ เผยตามทป่ี ระชาชนมีคาขอเป็นการเฉพาะราย
4. การเปิดเผยโดยหอจดหมายเหตแุ ห่งชาติ ข้อมลู ขา่ วสารของราชการท่ีจะเปดิ เผย
โดยวธิ นี ้ี คอื ขอ้ มูลข่าวสารทเี่ ปน็ เอกสารประวัติศาสตร์ ทง้ั น้ี เพื่อให้ประชาชนไดม้ ี
โอกาสศกึ ษาค้นคว้าเป็นการท่วั ไป

"เปดิ เผยเป็นหลกั ปกปิดเป็นข้อยกเวน้ "

13

พระราชบญั ญตั ิการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2562

ผู้รกั ษาการตามพระราชบญั ญัตินี้ : รฐั มนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

กฎหมายแมบ่ ทการจดั การศกึ ษา

การศกึ ษา หมายความว่า กระบวนการเรียนรู้เพื่อความเจริญงอกงามของบุคคลและ
สังคม โดยการถ่ายทอดความรู้ การฝึก การอบรม การสืบสานทางวัฒนธรรมการ
สร้างสรรค์จรรโลงความก้าวหน้าทางวิชาการ การสร้างองค์ความรู้อันเกิดจากการจัด
สภาพแวดล้อม สังคม การเรยี นรแู้ ละปัจจยั เกื้อหนุนให้บคุ คลเรียนรูอ้ ย่างตอ่ เนอื่ งตลอดชีวิต

การศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน หมายความว่า การศึกษากอ่ นระดบั อุดมศกึ ษา

การศึกษาตลอดชีวิต หมายความว่า การศึกษาที่เกิดจากการผสมผสานระหว่าง
การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อให้สามารถพัฒนา
คุณภาพชวี ติ ได้อยา่ งตอ่ เนอื่ งตลอดชีวติ

สถานศึกษา หมายความว่า สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย โรงเรียน ศูนย์การเรียน
วทิ ยาลยั สถาบัน มหาวิทยาลยั หนว่ ยงานการศึกษาหรือหน่วยงานอื่นของรัฐหรือของเอกชน
ทม่ี อี านาจหน้าทห่ี รอื มีวัตถุประสงค์ในการจดั การศึกษา

สถานศึกษาข้ันพน้ื ฐาน หมายความว่า สถานศึกษาทจ่ี ดั การศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน

มาตรฐานการศึกษา หมายความว่า ข้อกาหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะ คุณภาพที่พึง
ประสงค์และมาตรฐานท่ีต้องการให้เกิดข้ึนในสถานศึกษาทุกแห่ง และเพ่ือใช้เป็นหลักในการ
เทียบเคียงสาหรับการส่งเสริมและกากับดูแล การตรวจ-สอบ การประเมินผล และการ
ประกันคณุ ภาพทางการศึกษา

สอบขา้ ราชการทอ้ งถ่นิ By Thurakan 1

การประกันคุณภาพภายใน หมายความว่า การประเมินผลและการติดตาม
ตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาจากภายใน โดยบุคลากรของ
สถานศึกษานน้ั เอง หรอื โดยหนว่ ยงานตน้ สังกดั ท่ีมีหนา้ ทก่ี ากบั ดูแลสถานศึกษานัน้

การประกันคุณภาพภายนอก หมายความว่า การประเมินผลและการติดตาม
ตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาจากภายนอก โดยสานักงาน
รับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาหรือบุคคลหรือหน่วยงานภายนอก ที่
สานักงานดังกล่าวรับรอง เพื่อเป็นการประกันคุณภาพและให้มีการพัฒนาคุณภาพและ
มาตรฐานการศึกษาของสถานศกึ ษา

ผสู้ อน หมายความวา่ ครแู ละคณาจารย์ในสถานศกึ ษาระดับต่าง ๆ

ครู หมายความว่า บุคลากรวิชาชพี ซ่ึงทาหน้าท่ีหลักทางด้านการเรียนการสอนและ
การส่งเสรมิ การเรยี นรูข้ องผ้เู รยี นด้วยวิธกี ารต่าง ๆ ในสถานศกึ ษาท้ังของรฐั และเอกชน

คณาจารย์ หมายความว่า บุคลากรซึ่งทาหน้าที่หลักทางด้านการสอนและการวิจัย
ในสถานศกึ ษาระดับอดุ มศึกษาระดบั ปริญญาของรฐั และเอกชน

ผู้บริหารสถานศึกษา หมายความว่า บุคลากรวิชาชีพท่ีรับผิดชอบการบริหาร
สถานศึกษาแต่ละแห่ง ทั้งของรฐั และเอกชน

ผู้บริหารการศึกษา หมายความว่า บุคลากรวิชาชีพที่รับผิดชอบการบริหาร
การศกึ ษานอกสถานศึกษาตงั้ แตร่ ะดบั เขตพนื้ ที่การศึกษาขน้ึ ไป

บุคลากรทางการศึกษา หมายความว่า ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา
รวมทั้งผู้สนับสนุนการศึกษาเป็นผู้ทาหน้าท่ีให้บริการ หรือปฏิบัติงานเก่ียวเน่ืองกับการจัด
กระบวนการเรียนการสอน การนิเทศ และการบริหารการศึกษาในหน่วยงานการศึกษา
ต่าง ๆ

สอบขา้ ราชการทอ้ งถ่นิ By Thurakan 2

ความมงุ่ หมายและหลกั การจดั การศกึ ษา

การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ท่ีสมบูรณ์ท้ังร่างกาย
จติ ใจ สตปิ ัญญา ความรู้ และคุณธรรม มจี ริยธรรมและวฒั นธรรมในการดารงชีวิตสามารถ
อยรู่ ่วมกบั ผู้อนื่ ได้อย่างมีความสุข

การจัดการศกึ ษาใหย้ ึดหลกั ดังนี้

1. เปน็ การศกึ ษาตลอดชวี ติ สาหรบั ประชาชน
2. ให้สังคมมสี ่วนรว่ มในการจดั การศึกษา
3. การพฒั นาสาระและกระบวนการเรยี นรูใ้ หเ้ ป็นไปอย่างตอ่ เนื่อง

การจัดระบบ โครงสรา้ ง และกระบวนการจดั การศกึ ษา ให้ยึดหลกั ดังน้ี

1) มเี อกภาพดา้ นนโยบาย และมีความหลากหลายในการปฏิบตั ิ
2) มกี ารกระจายอานาจไปส่เู ขตพืน้ ทก่ี ารศึกษา สถานศึกษา และองค์กรปกครอง
สว่ นท้องถิ่น
3) มีการกาหนดมาตรฐานการศึกษา และจัดระบบประกันคุณภาพการศึกษาทุก
ระดับและประเภทการศกึ ษา
4) มีหลักการส่งเสริมมาตรฐานวชิ าชีพครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา
และการพัฒนาครู คณาจารย์ และบคุ ลากรทางการศึกษาอยา่ งตอ่ เนอื่ ง
5) ระดมทรพั ยากรจากแหลง่ ตา่ ง ๆ มาใชใ้ นการจดั การศกึ ษา
6) การมีส่วนร่วมของบุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน องค์กรปกครอง
สว่ นท้องถนิ่ เอกชน องค์กร เอกชน องคก์ รวิชาชพี สถาบันศาสนา สถานประกอบการ
และสถาบนั สงั คมอื่น

สอบขา้ ราชการทอ้ งถ่นิ By Thurakan 3

สิทธแิ ละหนา้ ที่ทางการศกึ ษา

การจัดการศึกษา ต้องจัดให้บุคคลมีสิทธิและโอกาสเสมอกันในการรับการศึกษา
ขั้นพ้นื ฐานไม่นอ้ ยกวา่ 12 ปี ที่รัฐต้องจัดใหอ้ ย่างทว่ั ถงึ และมีคุณภาพ โดยไม่เก็บคา่ ใชจ้ ่าย

การจัดการศึกษาสาหรับบุคคลซึ่งมีความบกพร่องทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา
อารมณ์ สงั คม การสอ่ื สารและการเรยี นรู้ หรอื มรี ่างกายพกิ าร หรือทุพพลภาพหรือบุคคล
ซึง่ ไมส่ ามารถพ่ึงตนเองไดห้ รอื ไม่มผี ดู้ ูแลหรือดอ้ ยโอกาส ต้องจดั ใหบ้ ุคคลดังกล่าวมีสิทธิและ
โอกาสไดร้ บั การศกึ ษาข้ันพื้นฐานเป็นพเิ ศษ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

บดิ า มารดา หรอื ผู้ปกครองมีหน้าที่จัดให้บตุ รหรอื บุคคลซง่ึ
อยู่ในความดูแลได้รับการศึกษาภาคบังคับ ตลอดจนให้ได้รับการศึกษานอกเหนือจาก
การศึกษาภาคบังคบั ตามความพร้อมของครอบครวั

บิดา มารดา หรือผปู้ กครองมสี ทิ ธไิ ด้รบั สทิ ธปิ ระโยชน์ ดังตอ่ ไปน้ี

การสนับสนุนจากรัฐ ให้มีความรู้ความสามารถในการอบรมเลี้ยงดู และการให้
การศกึ ษาแก่บุตรหรอื บคุ คลซง่ึ อยู่ในความดูแล

เงนิ อุดหนุนจากรัฐสาหรับการจัดการศึกษาขั้นพ้ืนฐานของบุตรหรือบุคคลซึ่งอยู่
ในความดแู ลท่ีครอบครัวจัดให้ ท้ังน้ี ตามท่ีกฎหมายกาหนด

การลดหยอ่ นหรือยกเวน้ ภาษีสาหรบั ค่าใชจ้ ่ายการศึกษาตามท่กี ฎหมายกาหนด

สอบขา้ ราชการทอ้ งถ่นิ By Thurakan 4

ระบบการศกึ ษา

การจดั การศกึ ษา มี 3 รูปแบบ

การศกึ ษาในระบบ การศึกษานอกระบบ การศกึ ษาตามอัธยาศยั

กาหนดจุดมุ่งหมาย วิธี เ ป็ น ก า ร ศึ ก ษ า ท่ี มี ค ว า ม เป็นการศึกษาที่ให้ผู้เรียน
การศึกษา หลักสูตร ยื ด ห ยุ่ น ใ น ก า ร ก า ห น ด ได้เรียนรู้ด้วยตนเองตาม
ระยะเวลาของการศึกษา จุ ด มุ่ ง ห ม า ย รู ป แ บ บ ความ สนใ จ ศักยภา พ
การวัดและประเมินผล วิ ธี ก า ร จั ด ก า ร ศึ ก ษ า ความพร้อม และโอกาส
เป็นเงื่ อนไขข องกา ร ระยะเวลาของการศึกษา โ ด ย ศึ ก ษ า จ า ก บุ ค ค ล
ส า เ ร็ จ ก า ร ศึ ก ษ า ท่ี การวัดและประเมินผล ซ่ึง ป ร ะ ส บก า ร ณ์ สัง ค ม
แนน่ อน เป็นเง่ือนไขสาคัญของการ สภาพแวด ล้อมสื่อหรือ
สาเร็จการศึกษา โดย แหล่งความร้อู ่ืน ๆ
เน้ือหาและหลักสตู รจะต้อง
มคี วามเหมาะสมสอดคล้อง
กับสภาพปัญหาและความ
ต้องการของบุคคลแต่ละ
กล่มุ

สอบขา้ ราชการทอ้ งถ่นิ By Thurakan 5

การศึกษาในระบบ มี 2 ระดับ

1. การศึกษาขั้นพ้นื ฐาน 2. การศกึ ษาระดบั อุดมศึกษา

การศึกษาซ่งึ จัดไมน่ อ้ ยกวา่ ต่ากว่าปริญญาตรี ปริญญาตรี
12 ปกี อ่ นระดบั อดุ มศึกษา

การศึกษาก่อนระดบั ประถมศึกษา
การศึกษาระดบั ประถมศึกษา

การศึกษาระดบั มธั ยมศึกษา

ตอนตน้
ตอนปลาย

ประเภทสามญั ศกึ ษา
ประเภทอาชวี ศึกษา

ใหม้ ีการศึกษาภาคบงั คบั จานวน 9 ปี โดยให้เดก็ ซ่ึงมีอายุ
ยา่ งเข้าปีท่ี 7 เข้าเรียนในสถานศึกษาขั้นพนื้ ฐานจนอายยุ า่ งเขา้ ปที ่ี 16 เวน้ แตส่ อบได้ช้ัน
ปีท่ี 9 ของการศกึ ษาภาคบังคบั

สอบขา้ ราชการทอ้ งถ่นิ By Thurakan 6

การจดั การศกึ ษาปฐมวยั และการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน
ใหจ้ ดั ในสถานศกึ ษาดงั ตอ่ ไปน้ี

สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ได้แก่ ศูนย์เด็กเล็ก ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก

ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนเกณฑ์ของสถาบันศาสนา ศูนย์บริการช่วยเหลือระยะเร่ิมแรกของเด็ก
พกิ าร และเดก็ ซง่ึ มีความต้องการพเิ ศษ หรอื สถานพฒั นาเด็กปฐมวยั ท่เี รยี กช่อื อย่างอ่ืน

โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนของรัฐ โรงเรียนเอกชน และโรงเรียนที่

สังกดั สถาบนั พทุ ธศาสนา หรอื ศาสนาอ่ืน

ศูนย์การเรียน ได้แก่ สถานที่เรียนที่หน่วยงานจัดการศึกษานอก

โรงเรียน บคุ คล ครอบครัว ชุมชน องคก์ รชุมชน องคก์ รปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กร
เอกชน องค์กรวิซาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบกร โรงพยาบาล สถาบันทาง
การแพทย์ สถานสงเคราะห์ สถาบันสงั คมอนื่ เปน็ ผจู้ ัด

การจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาให้จัดในมหาวิทยาลัย สถาบันวิทยาลัย หรือ
หน่วยงานทีเ่ รยี กชอื่ อย่างอน่ื

การจัดการอาชีวศึกษา การฝึกอบรมวิชาชีพ ให้จัดในสถานศึกษาของรัฐ
สถานศึกษาของเอกชน สถานประกอบการ หรือโดยความร่วมมือระหว่างสถานศึกษากับ
สถานประกอบการ

สอบขา้ ราชการทอ้ งถ่นิ By Thurakan 7

แนวการจดั การศึกษา

การจัดการศกึ ษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทกุ คนมคี วามสามารถเรยี นรู้และพัฒนาตนเอง
ได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสาคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียน
สามารถพฒั นาตามธรรมชาตแิ ละเต็มตามศักยภาพ

การจัดการศกึ ษา ทง้ั การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตาม
อัธยาศัย ต้องเน้นความสาคัญท้ังความรู้ คุณธรรม กระบวนการเรียนรู้และบูรณาการตาม
ความเหมาะสมของแตล่ ะระดบั การศกึ ษาในเรอื่ งตอ่ ไปน้ี

1. ความร้เู รอ่ื งเก่ียวกบั ตนเอง และความสมั พนั ธ์ของตนเองกับสงั คม
2. ความรแู้ ละทกั ษะด้านวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
3. ความรู้เก่ียวกับศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม การกีฬา ภูมิปัญญาไทย และการ
ประยกุ ต์ใชภ้ มู ปิ ญั ญา
4. ความรู้ และทักษะด้านคณิตศาสตร์ และด้านภาษา เน้นการใช้ภาษาไทยอย่าง
ถกู ตอ้ ง
5. ความรู้ และทักษะในการประกอบอาชีพและการดารงชวี ติ อยา่ งมีความสขุ

การจดั กระบวนการเรยี นรู้ ใหส้ ถานศกึ ษาและหนว่ ยงานทเ่ี กยี่ วขอ้ ง
ดาเนนิ การ ดงั ต่อไปน้ี

1) จดั เน้ือหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกบั ความสนใจและความถนัดของ
ผ้เู รยี นโดยคานงึ ถึงความแตกตา่ งระหว่างบุคคล

2) ฝึกทกั ษะ กระบวนการคิด การจัดการ การเผชญิ สถานการณ์ และการ
ประยกุ ตค์ วามรู้มาใชเ้ พื่อป้องกนั และแก้ไขปญั หา

3) จดั กจิ กรรมให้ผูเ้ รยี นได้เรยี นรูจ้ ากประสบการณจ์ รงิ
4) จดั การเรียนการสอนโดยผสมผสานสาระความรูด้ ้านตา่ ง ๆ
5) สง่ เสรมิ สนับสนนุ ใหผ้ ู้สอนสามารถจดั บรรยากาศ สภาพแวดล้อม สื่อการ
เรียนและอานวยความสะดวกเพ่อื ให้ผเู้ รยี นเกิดการเรยี นรแู้ ละมีความรอบรู้
6) จัดการเรยี นร้ใู หเ้ กดิ ข้นึ ได้ทุกเวลาทกุ สถานที่

สอบขา้ ราชการทอ้ งถ่นิ By Thurakan 8

ใหส้ ถานศึกษาจัดการประเมินผูเ้ รยี นโดยพิจารณาจากพัฒนาการของผู้เรียน ความ
ประพฤติ การสังเกตพฤติกรรมการเรียน การร่วมกิจกรรมและการทดสอบควบคู่ไปใน
กระบวนการเรยี นการสอนตามความเหมาะสมของแต่ละระดับและรูปแบบการศกึ ษา

ให้คณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐานกาหนดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น
พื้นฐานเพื่อความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ การดารงชีวิต และการประกอบ
อาชีพตลอดจนเพอ่ื การศึกษาตอ่

ให้สถานศึกษาข้ันพ้ืนฐานมีหน้าท่ีทาสาระของหลักสูตร ในส่วนที่เก่ียวกับสภาพ
ปัญหาในชมุ ชนและสังคม ภมู ิปัญญาท้องถิ่น คุณลักษณะอันพึงประสงค์เพ่ือเป็นสมาชิกที่ดี
ของครอบครัว ชุมชน สงั คม และประเทศชาติ

การบริหารและการจดั การศกึ ษา

กระทรวงศึกษาธิการมีอานาจหน้าที่เกี่ยวกับการส่งเสริมและกากับดูแลการศึกษา
ทุกระดับทุกประเภท และการอาชีวศึกษา แต่ไม่รวมถึงการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่อยู่ใน
อานาจหน้าท่ีของกระทรวงอ่ืนท่ีมีกฎหมายกาหนดไว้เป็นการเฉพาะ กาหนดนโยบาย แผน
และมาตรฐานการศกึ ษา สนบั สนุนทรพั ยากรเพอื่ การศึกษา ส่งเสริมและประสานงานการ
ศาสนา ศลิ ปะ วฒั นธรรม และการกฬี า

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มีอานาจ
หน้าที่เก่ียวกับการส่งเสริม สนับสนุน และกากับการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ การวิจัย
และการสร้างสรรค์นวัตกรรม เพ่ือให้การพัฒนาประเทศเท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก
และราชการอื่นตามที่มีกฎหมายกาหนดให้เป็นอานาจหน้าที่ของกระทรวงการอุดมศึกษา
วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือส่วนราชการที่สังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา
วทิ ยาศาสตร์ วจิ ัยและนวตั กรรม

สอบขา้ ราชการทอ้ งถ่นิ By Thurakan 9

ให้มคี ณะกรรมการการอุดมศึกษา มีหน้าท่ีพิจารณาเสนอนโยบาย แผนพัฒนาและ
มาตรฐานการอุดมศึกษาที่สอดคล้องกับความต้องการตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
แหง่ ชาติและแผนการศึกษาแหง่ ชาติ

ให้มคี ณะกรรมการสถานศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน และสถานศกึ ษาระดับอดุ มศึกษาระดับต่า
กว่าปริญญาของแต่ละสถานศึกษา เพื่อทาหน้าท่ีกากับและส่งเสริมสนับสนุนกิจการของ
สถานศึกษาประกอบด้วย ผู้แทนผู้ปกครอง ผู้แทนครู ผู้แทนองค์กรชุมชน ผู้แทนองค์กร
ปกครองส่วนทอ้ งถิน่ ผู้แทนศิษย์เก่าของสถานศกึ ษา และผ้ทู รงคณุ วุฒิ

ให้ผู้บรหิ ารสถานศึกษาเปน็ กรรมการและเลขานุการของคณะกรรมการสถานศึกษา

องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นมีสิทธิจดั การศึกษาในระดับใด
ระดับหนง่ึ หรือทุกระดบั ตามความพรอ้ ม ความเหมาะสมและความ
ตอ้ งการภายในท้องถ่นิ

การบริหารและการจัดการศึกษาของเอกชนให้มีความเป็น
อสิ ระโดยมกี ารกากบั ติดตาม การประเมนิ คุณภาพและมาตรฐาน
การศึกษาของรัฐ และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การประเมิน
คุณภาพและมาตรฐานการศึกษาเช่นเดยี วกบั สถานศึกษาของรัฐ

รัฐต้องให้การสนับสนุนด้านเงินอุดหนุน การ
ลดหย่อนหรือการยกเว้นภาษี และสิทธิประโยชน์อย่าง
อ่ืนท่ีเป็นประโยชน์ในทางการศึกษาแก่สถานศึกษา
เอกชนตามความเหมาะสมรวม ทงั้ ส่งเสรมิ และสนบั สนุน
ด้านวิชาการให้สถานศึกษาเอกชนมีมาตรฐานและ
สามารถพง่ึ ตนเองได้

สอบขา้ ราชการทอ้ งถ่นิ By Thurakan 10

มาตรฐานและการประกันคณุ ภาพการศกึ ษา

ให้มีระบบการประกันคุณภาพการศึกษาเพ่ือพัฒนาคุณภาพและมาตรฐาน
การศกึ ษาของการศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐาน และการศึกษาระดับอุดมศึกษา ประกอบด้วย ระบบ
การประกนั คุณภาพภายในและระบบการประกนั คณุ ภาพภายนอก

ให้หน่วยงานต้นสังกัดและสถานศึกษาจัดให้มีระบบการประกันคุณภาพภายใน
สถานศึกษาและให้ถือว่าการประกันคุณภาพภายในเป็นส่วนหน่ึงของกระบวนการบริหาร
การศกึ ษาที่ต้องดาเนนิ การอยา่ งต่อเน่อื ง โดยมีการจัดทารายงานประจาปเี สนอตอ่ หนว่ ยงาน
ต่อสังกัด หน่วยงานที่เก่ียวข้องและเปิดเผยต่อสาธารณชน เพ่ือนาไปสู่การพัฒนาคุณภาพ
และมาตรฐานการศึกษา และเพื่อรองรบั การประกันคณุ ภาพภายนอก

ให้มสี านักงานรบั รองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา มีฐานะเป็นองค์การ
มหาชนทาหน้าทพ่ี ฒั นาเกณฑ์ วธิ กี ารประเมินคุณภาพภายนอก และทาการประเมินผลการจดั
การศึกษา ที่มิใช่การจัดการอุดมศึกษาซึ่งอยู่ในอานาจหน้าท่ีของกระทรวงการอุดมศึกษา
วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือกระทรวงอื่น เพื่อให้มีการตรวจสอบคุณภาพของ
สถานศึกษา

ให้มีการประเมินคุณภาพภายนอกของสถานศึกษาทุกแห่งอย่างน้อยหน่ึงคร้ังใน
ทกุ 5 ปนี ับตง้ั แต่การประเมินครง้ั สุดทา้ ย และเสนอผลการประเมนิ ตอ่ หน่วยงานทีเ่ กี่ยวขอ้ ง
และสาธารณชน

ในกรณีท่ีผลการประเมินภายนอกของสถานศึกษาใดไมไ่ ดต้ ามมาตรฐานท่ีกาหนดให้
สานกั งานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา จัดทาข้อเสนอแนะการปรับปรุง
แก้ไขต่อหน่วยงานต้นสังกัด เพ่ือให้สถานศึกษาปรับปรุงแก้ไขภายในระยะเวลาท่ีกาหนด
หากมิได้ดาเนินการดังกล่าวให้สานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา
รายงานต่อคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เพ่ือ
ดาเนินการให้มกี ารปรับปรุงแก้ไข

สอบขา้ ราชการทอ้ งถ่นิ By Thurakan 11

ครู คณาจารย์ และบคุ ลากรทางการศกึ ษา

“คณาจารย์” ในหมวดน้ี ให้หมายความว่า บุคลากรซ่ึงทาหน้าที่หลักทางด้านการ

สอนและการวิจัยในสถานศกึ ษาระดบั อุดมศึกษาระดบั ปรญิ ญาของรัฐและเอกชน แตไ่ ม่รวมถงึ
บคุ ลากรซึง่ สงั กดั กระทรวงการอุดมศึกษา วทิ ยาศาสตร์ วจิ ัยและนวัตกรรม

ให้มีองค์กรวิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษามีฐานะเป็น
องค์กรอิสระภายใต้การบริหารของสภาวิชาชีพ ในกากับของกระทรวงศึกษาธิการ มีอานาจ
หน้าที่กาหนดมาตรฐานวิชาชีพ ออกและเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ กากับดูแลการ
ปฏิบัติตามมาตรฐานและจรรยาบรรณของวิชาชีพ รวมทั้งการพัฒนาวิชาชีพครู ผู้บริหาร
สถานศกึ ษาและผบู้ ริหารการศกึ ษา

ให้มีองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของข้าราชการครู โดยให้ครูและบุคลากร
ทางการศึกษาทง้ั ของหน่วยงานทางการศกึ ษาในระดับสถานศึกษาของรัฐ และระดับเขตพื้นท่ี
การศึกษาเป็นข้าราชการในสังกัดองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูโดยยึด
หลกั การกระจายอานาจการบริหารงานบุคคลสู่เขตพน้ื ที่การศกึ ษา และสถานศึกษา

ให้มกี ฎหมายว่าด้วยเงนิ เดอื น คา่ ตอบแทน สวสั ดิการ และสทิ ธปิ ระโยชนเกือ้ กูลอ่นื
สาหรับขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษาเพ่ือให้มีรายไดท้ ี่เพยี งพอและเหมาะสมกับฐานะ
ทางสงั คมและวชิ าชีพ

สอบขา้ ราชการทอ้ งถ่นิ By Thurakan 12

ทรัพยากรและการลงทนุ เพอ่ื การศกึ ษา

ใหร้ ฐั จดั สรรงบประมาณแผน่ ดนิ ให้กบั การศึกษาในฐานะที่มคี วามสาคัญสูงสดุ ตอ่ การ
พฒั นาที่ยง่ั ยืนของประเทศโดยจดั สรรเป็นเงนิ งบประมาณเพ่ือการศึกษา ดังนี้

1) จัดสรรเงินอุดหนุนทั่วไปเป็นค่าใช้จ่ายรายบุคคลที่เหมาะสมแก่ผู้เรียนการศึกษา
ภาคบงั คบั และการศึกษาขนั้ พนื้ ฐานท่จี ัดโดยรฐั และเอกชนให้เท่าเทยี มกนั

2) จัดสรรทุนการศึกษาในรูปของกองทุนกู้ยืมให้แก่ผู้เรียนที่มาจากครอบครัวท่ีมี
รายได้น้อยตามความเหมาะสมและความจาเป็น

3) จัดสรรงบประมาณและทรัพยากรทางการศึกษาอ่ืนเป็นพิเศษให้เหมาะสม และ
สอดคลอ้ งกับความจาเป็นในการจัดการศึกษาสาหรบั ผเู้ รยี นท่ีมีความต้องการเปน็ พเิ ศษ

4) จดั สรรงบประมาณเป็นค่าใช้จ่ายดาเนินการ และงบลงทุนให้สถานศึกษาของรัฐ
ตามนโยบายแผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ และภารกิจของสถานศึกษา โดยให้มีอิสระในการ
บริหารงบประมาณและทรัพยากรทางการศึกษา ท้ังนี้ ให้คานึงถึงคุณภาพและความเสมอภาค
ในโอกาสทางการศึกษา

5) จัดสรรงบประมาณในลักษณะเงินอุดหนุนทั่วไปให้สถานศึกษาระดับอุดมศึกษา
ของรฐั ท่เี ปน็ นติ ิบุคคล และเป็นสถานศึกษาในกากบั ของรฐั หรอื องค์การมหาชน

6) จดั สรรกองทนุ ก้ยู มื ดอกเบ้ียตา่ ใหส้ ถานศกึ ษาเอกชน เพือ่ ให้พึง่ ตนเองได้
7) จัดตงั้ กองทนุ เพื่อพฒั นาการศึกษาของรฐั และเอกชน

สอบขา้ ราชการทอ้ งถ่นิ By Thurakan 13

IT เทคโนโลยีเพอื่ การศกึ ษา

รฐั ตอ้ งสง่ เสริมและสนับสนนุ ให้มกี ารผลิต และพัฒนาแบบเรียน ตารา
หนงั สอื ทางวิชาการ สื่อส่ิงพิมพ์อ่ืน วัสดุอุปกรณ์ และเทคโนโลยีเพ่ือการศึกษาอื่น โดย
เร่งรัดพัฒนาขีดความสามารถในการผลิต จัดให้มีเงินสนับสนุนการผลิตและมีการให้
แรงจูงใจแก่ผผู้ ลติ และพฒั นาเทคโนโลยเี พื่อการศกึ ษา ท้ังนี้ โดยเปิดให้มีการแข่งขันโดย
เสรีอย่างเปน็ ธรรม

ใหม้ กี ารพฒั นาบคุ ลากรทั้งด้านผ้ผู ลติ และผู้ใช้เทคโนโลยีเพ่ือการศึกษา
เพื่อใหม้ ีความรู้ ความสามารถ และทกั ษะในการผลติ รวมท้ังการใช้เทคโนโลยที ่ีเหมาะสมมี
คุณภาพ และประสิทธิภาพ

ผู้เรียนมีสิทธิได้รับการพัฒนาขีดความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเพื่อ
การศึกษาในโอกาสแรกท่ีทาได้ เพ่ือให้มีความรู้และทักษะเพียงพอท่ีจะใช้เทคโนโลยีเพ่ือ
การศึกษาในการแสวงหาความรูด้ ว้ ยตนเองไดอ้ ย่างเนอ่ื งตลอดชีวติ

รัฐต้องส่งเสริมให้มีการวิจัยและพัฒนา การผลิตและการพัฒนา
เทคโนโลยีเพอ่ื การศึกษา รวมทั้งการติดตาม ตรวจสอบ และประเมนิ ผลการใช้เทคโนโลยี
เพอ่ื การศกึ ษา เพ่อื ใหเ้ กดิ การใช้ที่คุม้ คา่ และเหมาะสมกับกระบวนการเรยี นรขู้ องคนไทย

สอบขา้ ราชการทอ้ งถ่นิ By Thurakan 14

พ.ร.บ.การบรหิ ารงานและการให้บรกิ ารภาครัฐผ่านระบบดจิ ิทลั
พ.ศ. 2562

ผรู้ กั ษาการตามพระราชบัญญตั ินี้ : นายกรัฐมนตรี

ห ม า ย ค ว า ม ว่ า
เทคโนโลยีทีใ่ ช้วิธกี ารนาสัญลักษณ์ศูนย์และ
หนึ่ง หรือสัญลักษณ์อ่ืน มาแทนค่าส่ิง
ท้ังปวง เพื่อใช้สร้างหรือก่อให้เกิดระบบ
ตา่ ง ๆ เพอ่ื ให้มนษุ ย์ใช้ประโยชน์

ห ม า ย ค ว า ม ว่ า ก า ร น า
เทคโนโลยดี ิจทิ ัลมาใชเ้ ปน็ เคร่ืองมอื ในการบรหิ ารงานภาครัฐ
และการบริการสาธารณะ โดยปรับปรุงการบริหารจัดการ
และบูรณาการข้อมูลภาครัฐและการทางานให้มีความ
สอดคล้องและเชอ่ื มโยงเข้าด้วยกันอย่างม่ันคงปลอดภัยและมี
ธรรมาภิบาล เพ่ือเพ่มิ ประสิทธิภาพและอานวยความสะดวกใน
การให้บริการประชาชน ในการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐต่อ
สาธารณชน และสร้างการมีส่วนร่วมของทกุ ภาคส่วน

หมายความว่า ราชการส่วนกลาง ราชการส่วน
ภมู ภิ าค ราชการสว่ นทอ้ งถิ่น รฐั วิสาหกจิ องคก์ ารมหาชน รัฐสภา ศาล องค์กร
อิสระตามรัฐธรรมนูญ องค์กรอัยการ สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ และหน่วยงาน
อิสระของรัฐ

หมายความวา่ สานักงานพฒั นารัฐบาลดจิ ทิ ัล (องค์การมหาชน) 1

สอบขา้ ราชการทอ้ งถ่นิ By Thurakan

กลไกสำคญั ตำมกฎหมำย

ใหม้ ีการจดั ทาแผนพัฒนารัฐบาลดจิ ิทัล (แผนระดับชาติ)
ใหม้ คี ณะกรรมการพฒั นารัฐบาลดจิ ทิ ัล โดยมีนายกรฐั มนตรี เป็นประธาน
ใหส้ านกั งานพฒั นารฐั บาลดิจทิ ลั (องค์การมหาชน) สนบั สนนุ การ
ดาเนินการตามกฎหมายน้ี
ให้มีธรรมาภบิ าลข้อมูลภาครฐั เป็นกรอบในการบริหารจัดการข้อมลู ของ
หนว่ ยงานของรฐั
ให้หนว่ ยงานของรัฐจัดทาข้อมูลและบรกิ ารในรูปแบบดจิ ทิ ัล Digitization
ให้หน่วยงานของรฐั เปิดเผยขอ้ มูลเปดิ ภาครฐั ในรูปแบบดจิ ทิ ลั Open
Government Data
ให้หน่วยงานของรฐั แลกเปลีย่ นและเชือ่ มโยงขอ้ มลู ระหว่างกนั Integration
และมีศูนยแ์ ลกเปล่ียนข้อมูลกลาง สนับสนนุ การเช่ือมโยงบริการดจิ ทิ ลั ใหเ้ กดิ บริการ
สาธารณะแบบเบด็ เสร็จ

ทม่ี า : www.dga.or.th

2

สอบขา้ ราชการทอ้ งถ่นิ By Thurakan

ทำไมตอ้ งมี พ.ร.บ. รัฐบำลดจิ ทิ ลั

เพื่อให้การบรหิ ารงานภาครัฐและการจัดทาบริการสาธารณะเป็นไป
ดว้ ยความสะดวก รวดเรว็ มีประสิทธิภาพ และตอบสนองต่อการให้บริการและ
การอานวยความสะดวกแก่ประชาชน

การนาระบบดิจิทัลที่เหมาะสมมาใช้ในการบริหารและการให้บริการของ
หน่วยงานของรัฐทุกแห่ง เพ่ือเพ่ิมประสิทธิภาพและให้มีการใช้ระบบดิจิทัลอย่างคุ้มค่าและ
เตม็ ศักยภาพ

การพัฒนามาตรฐาน หลักเกณฑ์ และวิธีการเก่ียวกับระบบดิจิทัล และ
พฒั นาโครงสร้างพน้ื ฐานดา้ นดจิ ทิ ลั ทจ่ี าเป็น ใหเ้ ปน็ ไปตามมาตรฐานสากล เพื่อสรา้ งและ
พฒั นากระบวนการทางานของหน่วยงานของรัฐใหม้ คี วามสอดคล้องและมีการเชื่อมโยงและ
แลกเปลี่ยนข้อมลู ระหว่างกัน รวมทั้ง มีความม่ันคงปลอดภัยและน่าเชื่อถือ โดยมีการบูร
ณาการและสามารถทางานรว่ มกันอย่างเปน็ เอกภาพ

การสร้างและพัฒนาระบบความมั่นคงปลอดภัยในการใช้ระบบดิจิทัลและ
มาตรการปกป้องคุ้มครองข้อมูลที่อาจกระทบถึงความมั่นคงหรือความเป็นส่วนตัวของ
ประชาชนที่มคี วามพรอ้ มใช้และน่าเชอ่ื ถือ

การเปิดเผยข้อมูลหรือข่าวสารสาธารณะที่หน่วยงานของรัฐจัดทาและ
ครอบครองในรปู แบบและชอ่ งทางดจิ ทิ ัล เพื่อให้ประชาชนเขา้ ถึงได้โดยสะดวก มีส่วนร่วม
และตรวจสอบการดาเนนิ งานของรฐั และสามารถนาขอ้ มูลไปพัฒนาบริการและนวัตกรรม
ทีจ่ ะเป็นประโยชนต์ อ่ ประเทศในด้านต่าง ๆ

การรักษาวินัยการเงินการคลังภาครัฐและเพ่ิมประสิทธิภาพในการใช้จ่าย
งบประมาณ ให้เกดิ ความคุม้ คา่ และเป็นไปตามเปา้ หมาย

3

สอบขา้ ราชการทอ้ งถ่นิ By Thurakan

แผนพัฒนารัฐบาลดจิ ทิ ัล

ให้มีแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลเพ่ือกาหนดกรอบและทิศทางการ
บริหารงานภาครัฐ และการจัดทาบริการสาธารณะในรูปแบบของเทคโนโลยีดิจิทัล
เพื่อการพัฒนาประเทศ มีการปฏิบัติงาน ที่สอดคล้องกันระหว่างหน่วยงานของรัฐ
และมีกรอบการพัฒนาและแผนการดาเนินงานของประเทศ โดยสอดคล้องกับ
วตั ถปุ ระสงค์ ยุทธศาสตรช์ าติ และแผนระดับชาตทิ ่เี กย่ี วข้อง

ธรรมาภบิ าลข้อมูลภาครฐั Data Governance
ทุกหนว่ ยงานต้องจดั ทาธรรมาภบิ าลขอ้ มูลภาครฐั หรือ Data Governance

เพ่ือใหข้ ้อมลู ของหนว่ ยงานต่างๆ มคี วามถูกต้อง ครบถว้ น ทันสมยั และพรอ้ มนาไปใช้
ได้อย่างมีคุณภาพ

การจดั ทาข้อมลู และบรกิ ารในรูปแบบดจิ ทิ ัล Digitization
โดยหน่วยงานต่างๆ จะต้องจัดทาข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบ

ดิจิทัล หรือ Digitization เพ่ือให้สามารถเช่ือมโยงและ
แลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐได้อย่างสะดวกตาม
ข้อบงั คับของ พ.ร.บ. นี้

บรกิ ารดิจิทัลภาครฐั แบบเบด็ เสร็จ ณ จดุ เดยี ว
One Stop Service

หนว่ ยงานตา่ งๆ จะต้องร่วมกันจัดทาบริการดิจิทลั
ภาครฐั แบบเบ็ดเสรจ็ ณ จดุ เดียว หรือ One Stop Service
เพื่อให้ประชาชนสามารถใชบ้ ริการไดใ้ นท่เี ดยี ว

4

สอบขา้ ราชการทอ้ งถ่นิ By Thurakan

ชอ่ งทางชาระเงินในรปู แบบดจิ ทิ ลั e-Payment
จากนี้ไปเราจะได้เห็นการชาระเงินในรูปแบบ

e-Payment เพ่ิมความสะดวกให้กับประชาชนในการชาระ
ค่าธรรมเนียม ค่าบริการ ค่าปรับ รวมถึงการรับเงิน
สวัสดิการตา่ งๆ จากภาครัฐผ่านช่องทางออนไลน์

ข้อมูลเปิดภาครฐั ในรปู แบบดิจทิ ลั Open Data
จากนี้ไปข้อมูลดีๆ ท่ีหน่วยงานเก็บไว้จะต้อง

เปิดเผยสู่สาธารณะเป็น Open Data เพื่อให้ทุกคนมี
สิ ท ธ์ิ น า ไ ป ใ ช้ พั ฒ น า ห รื อ ต่ อ ย อ ด เ พ่ื อ ส ร้ า ง ส ร ร ค์
นวตั กรรมให้กบั ประเทศได้

ระบบการพสิ ูจนแ์ ละยืนยันตวั ตนทางดิจทิ ัล Digital ID

บริการดจิ ิทลั ภาครฐั แบบเบ็ดเสร็จ ณ จดุ เดียว หรอื One Stop Service
รวมถงึ บรกิ ารดิจิทลั ของหน่วยงานตา่ งๆ ประชาชนสามารถ LOGIN เข้าไปใช้งานได้ดว้ ย
Digital ID ซ่ึงเปน็ การระบตุ วั ตนในโลกดจิ ิทลั โดยไมต่ อ้ งจา Username และ Password
หลายตวั ให้ยุง่ ยากอกี ต่อไป

การพัฒนาทักษะดา้ นดิจทิ ัลบุคลากรภาครัฐ Digital Skill Set

เพื่อให้การดาเนินงานต่างๆ สาเร็จด้วยดี
จะตอ้ งมีการพฒั นาทักษะความร้ดู ้านดจิ ิทัลแก่บุคลากร
ภาครัฐทกุ ระดับอย่างเปน็ ระบบและมีมาตรฐาน เพราะ
ความสาเร็จในการพฒั นารฐั บาลดิจทิ ัลมาจากบุคลากร
ภาครฐั ที่มคี วามรแู้ ละเข้าใจโลกยคุ ดิจิทัลอย่างแท้จรงิ

5

สอบขา้ ราชการทอ้ งถ่นิ By Thurakan

คณะกรรมการพัฒนารฐั บาลดจิ ิทลั

• นายกรฐั มนตรี ประธาน

• รฐั มนตรวี ่าการกระทรวงดจิ ทิ ัลเพ่อื เศรษฐกิจและสังคม กรรมการ

• ปลัดสานักนายกรัฐมนตรี กรรมการและ
เลขานุการ
• ปลัดกระทรวงการอุดมศกึ ษา วิทยาศาสตร์ วจิ ยั และนวัตกรรม

• ปลดั กระทรวงดจิ ิทลั เพื่อเศรษฐกจิ และสงั คม

• ผอู้ านวยการสานักงบประมาณ

• เลขาธิการคณะกรรมการขา้ ราชการพลเรอื น

• เลขาธิการคณะกรรมการพฒั นาระบบราชการ

• เลขาธกิ ารสภาพฒั นาการเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติ

• กรรมการผทู้ รงคุณวุฒิ 5 คน มาจาก
1.คณะกรรมการดิจิทลั เพอ่ื เศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาติ
2.คณะกรรมการธุรกรรมทางอเิ ล็กทรอนิกส์
3.คณะกรรมการขอ้ มูลขา่ วสารของราชการ
4.คณะกรรมการคุ้มครองขอ้ มลู สว่ นบุคคล
5.คณะกรรมการการรกั ษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอรแ์ หง่ ชาติ

• ผอู้ านวยการสานักงานพัฒนารัฐบาลดิจทิ ลั (องค์การมหาชน)
(แตง่ ตั้งผู้ช่วยเลขานกุ ารไดไ้ มเ่ กิน 2 คน)

6

สอบขา้ ราชการทอ้ งถ่นิ By Thurakan

อำนำจและหนำ้ ที่ของคณะกรรมกำรพฒั นำรฐั บำลดิจทิ ลั

1. เสนอแนะนโยบายและจัดทาแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัล ต่อ
คณะรฐั มนตรี เพื่อพิจารณาอนุมัติ

2. จัดทาธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐเพื่อเป็นหลักการและ
แนวทางในการดาเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตนิ ี้

3. กาหนดมาตรฐาน ขอ้ กาหนด และหลักเกณฑ์เกีย่ วกับระบบดิจทิ ัล
4. กาหนดแนวทางการพัฒนาศักยภาพบุคลากรภาครัฐเพื่อประโยชน์
ในการบรหิ ารงานและการใหบ้ รกิ ารภาครัฐผา่ นระบบดิจทิ ัล
5. เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีในการจัดให้มีหรือปรับปรุงกฎหมายท่ี
เกี่ยวข้อง และอาจเสนอต่อผู้รักษาการตามกฎหมายในการพิจารณายกเว้นหรือลด
ค่าธรรมเนียม ค่าบริการ ค่าปรับ หรือค่าใช้จ่ายอ่ืนใด เพื่อประโยชน์ในการ
ดาเนินการให้เปน็ ไปตามวัตถุประสงคข์ องพระราชบัญญัตนิ ้ี
6. ใหค้ าแนะนาหรอื ข้อเสนอแนะแก่หน่วยงานของรฐั ในการดาเนนิ การ
ตามแผนพัฒนารฐั บาลดิจิทลั
7. กากับและติดตามให้หน่วยงานของรฐั มีการดาเนินการให้เปน็ ไปตาม
แผนพัฒนารัฐบาลดจิ ิทัล รวมทงั้ เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อให้มีการดาเนินงาน
ตามยทุ ธศาสตร์ เป้าหมาย และโครงการในแผนดังกลา่ ว
8. กากับและติดตามการดาเนินงานของศูนย์แลกเปล่ียนข้อมูลกลาง
และศูนยก์ ลางข้อมลู เปิดภาครัฐ
9. ออกระเบยี บหรือประกาศ
10. ปฏบิ ตั ิหน้าที่อ่ืนตามทนี่ ายกรัฐมนตรี
หรอื คณะรฐั มนตรมี อบหมาย

7

สอบขา้ ราชการทอ้ งถ่นิ By Thurakan

สานักงานพฒั นารัฐบาลดิจิทลั (องคก์ ารมหาชน)

ทำหน้ำที่อานวยการและสนับสนุน
การปฏิบัติงานตามที่คณะกรรมการพัฒนารัฐบาล
ดิจทิ ัลมอบหมาย รวมท้งั รบั ผดิ ชอบงานธุรการและ
วิชาการของคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล
และให้สานกั งานดาเนนิ การดังตอ่ ไปนด้ี ้วย

1. จัดทาร่างแผนพฒั นารัฐบาลดจิ ทิ ลั ตามแนวทางที่คณะกรรมการพัฒนา
รัฐบาลดิจิทัลกาหนด และร่างมาตรฐาน ข้อกาหนด และหลักเกณฑ์ เสนอ
คณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดจิ ิทลั

2. ประสานงาน แนะนา และให้ความช่วยเหลือแก่หน่วยงานของรัฐใน
การดาเนินการ ใหเ้ ปน็ ไปตามแผนพัฒนารฐั บาลดจิ ทิ ัล

3. สารวจ เก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ และวิจัย เพ่ือจัดทาตัวชี้วัด
ดัชนีสนับสนุนการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลเสนอต่อคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล

4. ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานตามแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัล
เพ่ือรายงานผลตอ่ คณะกรรมการพัฒนารฐั บาลดจิ ทิ ลั

5. สนับสนุนการเช่ือมโยงบริการดิจิทัลของหน่วยงานของรัฐให้เกิด
บรกิ ารสาธารณะแบบเบ็ดเสร็จ

6. ส่งเสริมและสนับสนุนการให้บริการทางวิชาการและความรู้เกี่ยวกับ
ระบบดจิ ทิ ัล เพอื่ ยกระดับทกั ษะความรู้ความสามารถของเจ้าหน้าที่ของรัฐเพ่ือประโยชน์
ในการปฏิบตั หิ น้าท่ี

7. ปฏิบัติหน้าที่อ่ืนตามท่ีคณะรัฐมนตรีและคณะกรรมการพัฒนารัฐบาล
ดจิ ิทัลกาหนด

8

สอบขา้ ราชการทอ้ งถ่นิ By Thurakan

ธรรมาภิบาลข้อมลู ภาครัฐ

การกาหนดสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบในการบริหารจัดการข้อมูล
ของหน่วยงานของรฐั รวมถงึ สทิ ธแิ ละหนา้ ทีข่ องผคู้ รอบครองหรอื ควบคมุ ข้อมูลดงั กล่าว
ในทกุ ข้นั ตอน

การมีระบบบริหารและกระบวนการจัดการและค้มุ ครองขอ้ มูลทคี่ รบถว้ น

การมมี าตรการในการควบคุมและพัฒนาคุณภาพข้อมลู เพือ่ ใหข้ อ้ มลู มคี วาม
ถกู ตอ้ ง ครบถว้ น พร้อมใชง้ าน เปน็ ปจั จบุ นั

การกาหนดนโยบายหรือกฎเกณฑ์การเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากข้อมูลท่ี
ชดั เจน

การจดั ทาคาอธบิ ายชดุ ขอ้ มูลดิจิทัลของภาครัฐ

ศูนยแ์ ลกเปล่ยี นข้อมลู กลาง

ทำหน้ำที่เป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัลและ
ทะเบียนดิจิทัลระหว่างหน่วยงานของรัฐ เพื่อสนับสนุนการดาเนินการของหน่วยงาน
ของรฐั ในการใหบ้ รกิ ารประชาชนผา่ นระบบดิจทิ ัล และดาเนนิ การในเรอ่ื งดงั ตอ่ ไปน้ี

1 กาหนดนโยบายและมาตรฐานเกี่ยวกับการเชื่อมโยงและแลกเปล่ียนข้อมูล
ดิจิทัลเสนอตอ่ คณะกรรมการพฒั นารฐั บาลดจิ ิทัลให้ความเหน็ ชอบ

2 ประสานและให้ความช่วยเหลือแก่หน่วยงานของรัฐในการเชื่อมโยงและ
แลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัลระหว่างกัน รวมทั้งกากับติดตามให้การดาเนินการดังกล่าว
เป็นไปในแนวทางและมาตรฐานเดียวกนั

3 จัดทาคาอธบิ ายชดุ ข้อมูลดิจทิ ัลของภาครฐั และจัดเก็บบันทึกหลักฐานของ
การเชอ่ื มโยงและแลกเปล่ียนขอ้ มลู ดจิ ทิ ัล

4 เรือ่ งอน่ื ๆ ตามทค่ี ณะกรรมการพฒั นารัฐบาลดิจิทลั มอบหมาย

9

สอบขา้ ราชการทอ้ งถ่นิ By Thurakan

ให้มกี ารทบทวนแผนปฏบิ ตั กิ ารหรือแผนงาน นโยบาย และแนว
ปฏิบัติเกี่ยวกับการบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัลของ
หน่วยงานของรัฐ โดยต้องจัดให้มีการประเมินผลการดาเนินงานตามแผน
นโยบาย และแนวปฏิบัติอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

สรุปประโยชนท์ ป่ี ระชำชนและสว่ นรวมจะไดร้ บั

ไดร้ ับบริการภาครัฐทส่ี ะดวก รวดเรว็ ไม่สรา้ งภาระแกป่ ระชาชน ลดการใช้
สาเนาเอกสารในการติดต่อราชการ

ติดต่อภาครฐั ใช้บัตรประชาชนใบเดียวทาได้ทุกเร่ือง หรือ
ตดิ ต่อออนไลน์ได้แบบเบ็ดเสร็จ One Stop Service

ใช้ข้อมลู เปิดภาครัฐ สาหรบั การติดตามและตรวจสอบการดาเนินการของรฐั
สามารถนาข้อมูลเปิดของหน่วยงานของรัฐไปพัฒนานวัตกรรมที่สร้าง
ประโยชนต์ อ่ เศรษฐกจิ และสังคม

ทีม่ า : www.dga.or.th

10

สอบขา้ ราชการทอ้ งถ่นิ By Thurakan

พ.ร.บ.การบรหิ ารงานและการให้บรกิ ารภาครัฐผ่านระบบดจิ ิทลั
พ.ศ. 2562

ผรู้ กั ษาการตามพระราชบัญญตั ินี้ : นายกรัฐมนตรี

ห ม า ย ค ว า ม ว่ า
เทคโนโลยีทีใ่ ช้วิธกี ารนาสัญลักษณ์ศูนย์และ
หนึ่ง หรือสัญลักษณ์อ่ืน มาแทนค่าส่ิง
ท้ังปวง เพื่อใช้สร้างหรือก่อให้เกิดระบบ
ตา่ ง ๆ เพอ่ื ให้มนษุ ย์ใช้ประโยชน์

ห ม า ย ค ว า ม ว่ า ก า ร น า
เทคโนโลยดี ิจทิ ัลมาใชเ้ ปน็ เคร่ืองมอื ในการบรหิ ารงานภาครัฐ
และการบริการสาธารณะ โดยปรับปรุงการบริหารจัดการ
และบูรณาการข้อมูลภาครัฐและการทางานให้มีความ
สอดคล้องและเชอ่ื มโยงเข้าด้วยกันอย่างม่ันคงปลอดภัยและมี
ธรรมาภิบาล เพ่ือเพ่มิ ประสิทธิภาพและอานวยความสะดวกใน
การให้บริการประชาชน ในการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐต่อ
สาธารณชน และสร้างการมีส่วนร่วมของทกุ ภาคส่วน

หมายความว่า ราชการส่วนกลาง ราชการส่วน
ภมู ภิ าค ราชการสว่ นทอ้ งถิ่น รฐั วิสาหกจิ องคก์ ารมหาชน รัฐสภา ศาล องค์กร
อิสระตามรัฐธรรมนูญ องค์กรอัยการ สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ และหน่วยงาน
อิสระของรัฐ

หมายความวา่ สานักงานพฒั นารัฐบาลดจิ ทิ ัล (องค์การมหาชน) 1

สอบขา้ ราชการทอ้ งถ่นิ By Thurakan

กลไกสำคญั ตำมกฎหมำย

ใหม้ ีการจดั ทาแผนพัฒนารัฐบาลดจิ ิทัล (แผนระดับชาติ)
ใหม้ คี ณะกรรมการพฒั นารัฐบาลดจิ ทิ ัล โดยมีนายกรฐั มนตรี เป็นประธาน
ใหส้ านกั งานพฒั นารฐั บาลดิจทิ ลั (องค์การมหาชน) สนบั สนนุ การ
ดาเนินการตามกฎหมายน้ี
ให้มีธรรมาภบิ าลข้อมูลภาครฐั เป็นกรอบในการบริหารจัดการข้อมลู ของ
หนว่ ยงานของรฐั
ให้หนว่ ยงานของรัฐจัดทาข้อมูลและบรกิ ารในรูปแบบดจิ ทิ ัล Digitization
ให้หน่วยงานของรฐั เปิดเผยขอ้ มูลเปดิ ภาครฐั ในรูปแบบดจิ ทิ ลั Open
Government Data
ให้หน่วยงานของรฐั แลกเปลีย่ นและเชือ่ มโยงขอ้ มลู ระหว่างกนั Integration
และมีศูนยแ์ ลกเปล่ียนข้อมูลกลาง สนับสนนุ การเช่ือมโยงบริการดจิ ทิ ลั ใหเ้ กดิ บริการ
สาธารณะแบบเบด็ เสร็จ

ทม่ี า : www.dga.or.th

2

สอบขา้ ราชการทอ้ งถ่นิ By Thurakan

ทำไมตอ้ งมี พ.ร.บ. รัฐบำลดจิ ทิ ลั

เพื่อให้การบรหิ ารงานภาครัฐและการจัดทาบริการสาธารณะเป็นไป
ดว้ ยความสะดวก รวดเรว็ มีประสิทธิภาพ และตอบสนองต่อการให้บริการและ
การอานวยความสะดวกแก่ประชาชน

การนาระบบดิจิทัลที่เหมาะสมมาใช้ในการบริหารและการให้บริการของ
หน่วยงานของรัฐทุกแห่ง เพ่ือเพ่ิมประสิทธิภาพและให้มีการใช้ระบบดิจิทัลอย่างคุ้มค่าและ
เตม็ ศักยภาพ

การพัฒนามาตรฐาน หลักเกณฑ์ และวิธีการเก่ียวกับระบบดิจิทัล และ
พฒั นาโครงสร้างพน้ื ฐานดา้ นดจิ ทิ ลั ทจ่ี าเป็น ใหเ้ ปน็ ไปตามมาตรฐานสากล เพื่อสรา้ งและ
พฒั นากระบวนการทางานของหน่วยงานของรัฐใหม้ คี วามสอดคล้องและมีการเชื่อมโยงและ
แลกเปลี่ยนข้อมลู ระหว่างกัน รวมทั้ง มีความม่ันคงปลอดภัยและน่าเชื่อถือ โดยมีการบูร
ณาการและสามารถทางานรว่ มกันอย่างเปน็ เอกภาพ

การสร้างและพัฒนาระบบความมั่นคงปลอดภัยในการใช้ระบบดิจิทัลและ
มาตรการปกป้องคุ้มครองข้อมูลที่อาจกระทบถึงความมั่นคงหรือความเป็นส่วนตัวของ
ประชาชนที่มคี วามพรอ้ มใช้และน่าเชอ่ื ถือ

การเปิดเผยข้อมูลหรือข่าวสารสาธารณะที่หน่วยงานของรัฐจัดทาและ
ครอบครองในรปู แบบและชอ่ งทางดจิ ทิ ัล เพื่อให้ประชาชนเขา้ ถึงได้โดยสะดวก มีส่วนร่วม
และตรวจสอบการดาเนนิ งานของรฐั และสามารถนาขอ้ มูลไปพัฒนาบริการและนวัตกรรม
ทีจ่ ะเป็นประโยชนต์ อ่ ประเทศในด้านต่าง ๆ

การรักษาวินัยการเงินการคลังภาครัฐและเพ่ิมประสิทธิภาพในการใช้จ่าย
งบประมาณ ให้เกดิ ความคุม้ คา่ และเป็นไปตามเปา้ หมาย

3

สอบขา้ ราชการทอ้ งถ่นิ By Thurakan

แผนพัฒนารัฐบาลดจิ ทิ ัล

ให้มีแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลเพ่ือกาหนดกรอบและทิศทางการ
บริหารงานภาครัฐ และการจัดทาบริการสาธารณะในรูปแบบของเทคโนโลยีดิจิทัล
เพื่อการพัฒนาประเทศ มีการปฏิบัติงาน ที่สอดคล้องกันระหว่างหน่วยงานของรัฐ
และมีกรอบการพัฒนาและแผนการดาเนินงานของประเทศ โดยสอดคล้องกับ
วตั ถปุ ระสงค์ ยุทธศาสตรช์ าติ และแผนระดับชาตทิ ่เี กย่ี วข้อง

ธรรมาภบิ าลข้อมูลภาครฐั Data Governance
ทุกหนว่ ยงานต้องจดั ทาธรรมาภบิ าลขอ้ มูลภาครฐั หรือ Data Governance

เพ่ือใหข้ ้อมลู ของหนว่ ยงานต่างๆ มคี วามถูกต้อง ครบถว้ น ทันสมยั และพรอ้ มนาไปใช้
ได้อย่างมีคุณภาพ

การจดั ทาข้อมลู และบรกิ ารในรูปแบบดจิ ทิ ัล Digitization
โดยหน่วยงานต่างๆ จะต้องจัดทาข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบ

ดิจิทัล หรือ Digitization เพ่ือให้สามารถเช่ือมโยงและ
แลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐได้อย่างสะดวกตาม
ข้อบงั คับของ พ.ร.บ. นี้

บรกิ ารดิจิทัลภาครฐั แบบเบด็ เสร็จ ณ จดุ เดยี ว
One Stop Service

หนว่ ยงานตา่ งๆ จะต้องร่วมกันจัดทาบริการดิจิทลั
ภาครฐั แบบเบ็ดเสรจ็ ณ จดุ เดียว หรือ One Stop Service
เพื่อให้ประชาชนสามารถใชบ้ ริการไดใ้ นท่เี ดยี ว

4

สอบขา้ ราชการทอ้ งถ่นิ By Thurakan

ชอ่ งทางชาระเงินในรปู แบบดจิ ทิ ลั e-Payment
จากนี้ไปเราจะได้เห็นการชาระเงินในรูปแบบ

e-Payment เพ่ิมความสะดวกให้กับประชาชนในการชาระ
ค่าธรรมเนียม ค่าบริการ ค่าปรับ รวมถึงการรับเงิน
สวัสดิการตา่ งๆ จากภาครัฐผ่านช่องทางออนไลน์

ข้อมูลเปิดภาครฐั ในรปู แบบดิจทิ ลั Open Data
จากนี้ไปข้อมูลดีๆ ท่ีหน่วยงานเก็บไว้จะต้อง

เปิดเผยสู่สาธารณะเป็น Open Data เพื่อให้ทุกคนมี
สิ ท ธ์ิ น า ไ ป ใ ช้ พั ฒ น า ห รื อ ต่ อ ย อ ด เ พ่ื อ ส ร้ า ง ส ร ร ค์
นวตั กรรมให้กบั ประเทศได้

ระบบการพสิ ูจนแ์ ละยืนยันตวั ตนทางดิจทิ ัล Digital ID

บริการดจิ ิทลั ภาครฐั แบบเบ็ดเสร็จ ณ จดุ เดียว หรอื One Stop Service
รวมถงึ บรกิ ารดิจิทลั ของหน่วยงานตา่ งๆ ประชาชนสามารถ LOGIN เข้าไปใช้งานได้ดว้ ย
Digital ID ซ่ึงเปน็ การระบตุ วั ตนในโลกดจิ ิทลั โดยไมต่ อ้ งจา Username และ Password
หลายตวั ให้ยุง่ ยากอกี ต่อไป

การพัฒนาทักษะดา้ นดิจทิ ัลบุคลากรภาครัฐ Digital Skill Set

เพื่อให้การดาเนินงานต่างๆ สาเร็จด้วยดี
จะตอ้ งมีการพฒั นาทักษะความร้ดู ้านดจิ ิทัลแก่บุคลากร
ภาครัฐทกุ ระดับอย่างเปน็ ระบบและมีมาตรฐาน เพราะ
ความสาเร็จในการพฒั นารฐั บาลดิจทิ ัลมาจากบุคลากร
ภาครฐั ที่มคี วามรแู้ ละเข้าใจโลกยคุ ดิจิทัลอย่างแท้จรงิ

5

สอบขา้ ราชการทอ้ งถ่นิ By Thurakan

คณะกรรมการพัฒนารฐั บาลดจิ ิทลั

• นายกรฐั มนตรี ประธาน

• รฐั มนตรวี ่าการกระทรวงดจิ ทิ ัลเพ่อื เศรษฐกิจและสังคม กรรมการ

• ปลัดสานักนายกรัฐมนตรี กรรมการและ
เลขานุการ
• ปลัดกระทรวงการอุดมศกึ ษา วิทยาศาสตร์ วจิ ยั และนวัตกรรม

• ปลดั กระทรวงดจิ ิทลั เพื่อเศรษฐกจิ และสงั คม

• ผอู้ านวยการสานักงบประมาณ

• เลขาธิการคณะกรรมการขา้ ราชการพลเรอื น

• เลขาธิการคณะกรรมการพฒั นาระบบราชการ

• เลขาธกิ ารสภาพฒั นาการเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติ

• กรรมการผทู้ รงคุณวุฒิ 5 คน มาจาก
1.คณะกรรมการดิจิทลั เพอ่ื เศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาติ
2.คณะกรรมการธุรกรรมทางอเิ ล็กทรอนิกส์
3.คณะกรรมการขอ้ มูลขา่ วสารของราชการ
4.คณะกรรมการคุ้มครองขอ้ มลู สว่ นบุคคล
5.คณะกรรมการการรกั ษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอรแ์ หง่ ชาติ

• ผอู้ านวยการสานักงานพัฒนารัฐบาลดิจทิ ลั (องค์การมหาชน)
(แตง่ ตั้งผู้ช่วยเลขานกุ ารไดไ้ มเ่ กิน 2 คน)

6

สอบขา้ ราชการทอ้ งถ่นิ By Thurakan

อำนำจและหนำ้ ที่ของคณะกรรมกำรพฒั นำรฐั บำลดิจทิ ลั

1. เสนอแนะนโยบายและจัดทาแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัล ต่อ
คณะรฐั มนตรี เพื่อพิจารณาอนุมัติ

2. จัดทาธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐเพื่อเป็นหลักการและ
แนวทางในการดาเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตนิ ี้

3. กาหนดมาตรฐาน ขอ้ กาหนด และหลักเกณฑ์เกีย่ วกับระบบดิจทิ ัล
4. กาหนดแนวทางการพัฒนาศักยภาพบุคลากรภาครัฐเพื่อประโยชน์
ในการบรหิ ารงานและการใหบ้ รกิ ารภาครัฐผา่ นระบบดิจทิ ัล
5. เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีในการจัดให้มีหรือปรับปรุงกฎหมายท่ี
เกี่ยวข้อง และอาจเสนอต่อผู้รักษาการตามกฎหมายในการพิจารณายกเว้นหรือลด
ค่าธรรมเนียม ค่าบริการ ค่าปรับ หรือค่าใช้จ่ายอ่ืนใด เพื่อประโยชน์ในการ
ดาเนินการให้เปน็ ไปตามวัตถุประสงคข์ องพระราชบัญญัตนิ ้ี
6. ใหค้ าแนะนาหรอื ข้อเสนอแนะแก่หน่วยงานของรฐั ในการดาเนนิ การ
ตามแผนพัฒนารฐั บาลดิจิทลั
7. กากับและติดตามให้หน่วยงานของรฐั มีการดาเนินการให้เปน็ ไปตาม
แผนพัฒนารัฐบาลดจิ ิทัล รวมทงั้ เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อให้มีการดาเนินงาน
ตามยทุ ธศาสตร์ เป้าหมาย และโครงการในแผนดังกลา่ ว
8. กากับและติดตามการดาเนินงานของศูนย์แลกเปล่ียนข้อมูลกลาง
และศูนยก์ ลางข้อมลู เปิดภาครัฐ
9. ออกระเบยี บหรือประกาศ
10. ปฏบิ ตั ิหน้าที่อ่ืนตามทนี่ ายกรัฐมนตรี
หรอื คณะรฐั มนตรมี อบหมาย

7

สอบขา้ ราชการทอ้ งถ่นิ By Thurakan

สานักงานพฒั นารัฐบาลดิจิทลั (องคก์ ารมหาชน)

ทำหน้ำที่อานวยการและสนับสนุน
การปฏิบัติงานตามที่คณะกรรมการพัฒนารัฐบาล
ดิจทิ ัลมอบหมาย รวมท้งั รบั ผดิ ชอบงานธุรการและ
วิชาการของคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล
และให้สานกั งานดาเนนิ การดังตอ่ ไปนด้ี ้วย

1. จัดทาร่างแผนพฒั นารัฐบาลดจิ ทิ ลั ตามแนวทางที่คณะกรรมการพัฒนา
รัฐบาลดิจิทัลกาหนด และร่างมาตรฐาน ข้อกาหนด และหลักเกณฑ์ เสนอ
คณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดจิ ิทลั

2. ประสานงาน แนะนา และให้ความช่วยเหลือแก่หน่วยงานของรัฐใน
การดาเนินการ ใหเ้ ปน็ ไปตามแผนพัฒนารฐั บาลดจิ ทิ ัล

3. สารวจ เก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ และวิจัย เพ่ือจัดทาตัวชี้วัด
ดัชนีสนับสนุนการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลเสนอต่อคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล

4. ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานตามแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัล
เพ่ือรายงานผลตอ่ คณะกรรมการพัฒนารฐั บาลดจิ ทิ ลั

5. สนับสนุนการเช่ือมโยงบริการดิจิทัลของหน่วยงานของรัฐให้เกิด
บรกิ ารสาธารณะแบบเบ็ดเสร็จ

6. ส่งเสริมและสนับสนุนการให้บริการทางวิชาการและความรู้เกี่ยวกับ
ระบบดจิ ทิ ัล เพอื่ ยกระดับทกั ษะความรู้ความสามารถของเจ้าหน้าที่ของรัฐเพ่ือประโยชน์
ในการปฏิบตั หิ น้าท่ี

7. ปฏิบัติหน้าที่อ่ืนตามท่ีคณะรัฐมนตรีและคณะกรรมการพัฒนารัฐบาล
ดจิ ิทัลกาหนด

8

สอบขา้ ราชการทอ้ งถ่นิ By Thurakan

ธรรมาภิบาลข้อมลู ภาครัฐ

การกาหนดสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบในการบริหารจัดการข้อมูล
ของหน่วยงานของรฐั รวมถงึ สทิ ธแิ ละหนา้ ทีข่ องผคู้ รอบครองหรอื ควบคมุ ข้อมูลดงั กล่าว
ในทกุ ข้นั ตอน

การมีระบบบริหารและกระบวนการจัดการและค้มุ ครองขอ้ มูลทคี่ รบถว้ น

การมมี าตรการในการควบคุมและพัฒนาคุณภาพข้อมลู เพือ่ ใหข้ อ้ มลู มคี วาม
ถกู ตอ้ ง ครบถว้ น พร้อมใชง้ าน เปน็ ปจั จบุ นั

การกาหนดนโยบายหรือกฎเกณฑ์การเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากข้อมูลท่ี
ชดั เจน

การจดั ทาคาอธบิ ายชดุ ขอ้ มูลดิจิทัลของภาครัฐ

ศูนยแ์ ลกเปล่ยี นข้อมลู กลาง

ทำหน้ำที่เป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัลและ
ทะเบียนดิจิทัลระหว่างหน่วยงานของรัฐ เพื่อสนับสนุนการดาเนินการของหน่วยงาน
ของรฐั ในการใหบ้ รกิ ารประชาชนผา่ นระบบดิจทิ ัล และดาเนนิ การในเรอ่ื งดงั ตอ่ ไปน้ี

1 กาหนดนโยบายและมาตรฐานเกี่ยวกับการเชื่อมโยงและแลกเปล่ียนข้อมูล
ดิจิทัลเสนอตอ่ คณะกรรมการพฒั นารฐั บาลดจิ ิทัลให้ความเหน็ ชอบ

2 ประสานและให้ความช่วยเหลือแก่หน่วยงานของรัฐในการเชื่อมโยงและ
แลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัลระหว่างกัน รวมทั้งกากับติดตามให้การดาเนินการดังกล่าว
เป็นไปในแนวทางและมาตรฐานเดียวกนั

3 จัดทาคาอธบิ ายชดุ ข้อมูลดิจทิ ัลของภาครฐั และจัดเก็บบันทึกหลักฐานของ
การเชอ่ื มโยงและแลกเปล่ียนขอ้ มลู ดจิ ทิ ัล

4 เรือ่ งอน่ื ๆ ตามทค่ี ณะกรรมการพฒั นารัฐบาลดิจิทลั มอบหมาย

9

สอบขา้ ราชการทอ้ งถ่นิ By Thurakan

ให้มกี ารทบทวนแผนปฏบิ ตั กิ ารหรือแผนงาน นโยบาย และแนว
ปฏิบัติเกี่ยวกับการบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัลของ
หน่วยงานของรัฐ โดยต้องจัดให้มีการประเมินผลการดาเนินงานตามแผน
นโยบาย และแนวปฏิบัติอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

สรุปประโยชนท์ ป่ี ระชำชนและสว่ นรวมจะไดร้ บั

ไดร้ ับบริการภาครัฐทส่ี ะดวก รวดเรว็ ไม่สรา้ งภาระแกป่ ระชาชน ลดการใช้
สาเนาเอกสารในการติดต่อราชการ

ติดต่อภาครฐั ใช้บัตรประชาชนใบเดียวทาได้ทุกเร่ือง หรือ
ตดิ ต่อออนไลน์ได้แบบเบ็ดเสร็จ One Stop Service

ใช้ข้อมลู เปิดภาครัฐ สาหรบั การติดตามและตรวจสอบการดาเนินการของรฐั
สามารถนาข้อมูลเปิดของหน่วยงานของรัฐไปพัฒนานวัตกรรมที่สร้าง
ประโยชนต์ อ่ เศรษฐกจิ และสังคม

ทีม่ า : www.dga.or.th

10

สอบขา้ ราชการทอ้ งถ่นิ By Thurakan

สาระสาคญั

พระราชบญั ญัติระเบยี บบริหารราชการกระทรวงศกึ ษาธิการ พ.ศ.2546
และที่แกไ้ ขเพม่ิ เตมิ ถึง พ.ศ. 2562

ผูร้ ักษาการตามพระราชบัญญัตนิ ้ี : รฐั มนตรวี ่าการกระทรวงศึกษาธกิ าร

การจดั ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ

1. ระเบยี บบรหิ ารราชการในสว่ นกลาง

2. ระเบียบบรหิ ารราชการเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษา

3. ร ะ เ บี ย บ บ ริ ห า ร ร า ช ก า ร ใ น
สถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาระดับ
ปริญญาที่เป็นนิติบุคคล แต่ไม่รวมถึง
การจดั การศกึ ษาทอ่ี ยูใ่ นอานาจหน้าทข่ี อง
กระทรวงอ่ืนที่มีกฎหมายกาหนดไว้เป็น
การเฉพาะ

การแบ่งส่วนราชการในส่วนกลางของกระทรวงศกึ ษาธิการ โดยให้มีหัวหนา้
สว่ นราชการขึ้นตรงต่อรฐั มนตรวี า่ การกระทรวงศกึ ษาธกิ าร ดงั น้ี

สานกั งานรฐั มนตรี มีฐานะเปน็
สานักงานปลัดกระทรวง นิติบคุ คล
สานกั งานเลขาธิการสภาการศกึ ษา และเป็นกรม
สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน
สานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา

การแบ่งสว่ นราชการภายในสว่ นกลางของกระทรวงศึกษาธิการ ให้ออกเป็นกฎกระทรวง
1

ระเบยี บบรหิ ารราชการเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษา

การบรหิ ารและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้ยึดเขตพื้นที่การศึกษา โดยคานึงถึง
ระดับของการศึกษาข้ันพื้นฐาน ปริมาณสถานศึกษา จานวนประชากร วัฒนธรรม และ
ความเหมาะสมด้านอ่ืนด้วย เว้นแต่การจัดการศึกษาขั้นพ้ืนฐานตามกฎหมายว่าด้วยการ
อาชวี ศกึ ษา

ให้รัฐมนตรวี า่ การกระทรวงศกึ ษาธกิ ารโดยคาแนะนาของ สภาการศึกษา มีอานาจ
ประกาศในราชกิจจานุเบกษากาหนดเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาและเขตพ้ืนท่ีการศึกษา
มธั ยมศึกษา

การแบ่งส่วนราชการภายในสานกั งานเขตพื้นทกี่ ารศึกษา ใหอ้ อกเปน็ ประกาศ
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร

ระเบียบบริหารราชการในสถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาระดับ
ปริญญาท่เี ป็นนติ บิ คุ คล

การจดั ระเบยี บราชการในสถานศกึ ษาของรฐั ทจี่ ดั การศึกษาระดบั ปริญญาทีเ่ ปน็
นิตบิ คุ คลซึ่งสงั กดั กระทรวง ให้เปน็ ไปตามกฎหมายว่าด้วยการนัน้

2


Click to View FlipBook Version