Basic
Photoshop
สำหรับ นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่2
14Years
คำนำ
หนังสือเล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของวิชาอินเทอร์เน็ตเพื่อ
การศึกษาเพื่อศึกษาในเรื่องของการพัฒนาสื่มัลติมีเดียเพื่อการศึกษา
เรื่องรู้จักสื่อมัลติมิเดียสำหรับการใช้โปรแกรม Photoshop โดยได้
ศึกษาและรวบรวมจากแหล่งความรู้ต่างๆ อาทิเช่น หนังสือ เว็บไซต์
ต่างๆ โดยรายงานเล่มนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับ การพัฒนาสื่อมัลติมีเดีย
เพื่อการศึกษา การวัดผลประเมินผล การสุ่มตัวอย่างผู้เรียน เป็นต้น
ผู้จัดทำหวังว่า รายงายเล่มนี้จะเป็นประโยคแก่ผู้ที่ต้องการศึกษา
ค้นคว้าที่ต้องการข้อมูลเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ หากมีข้อแนะนำหรือข้อ
ผิดพลาดประการใด ผู้จัดทำขอน้อมรับไว้และขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
ผู้จัดทำ
รวิพัชร ชัยประสิทธิ์
สารบัญ
บทที่ 1 บทนำ
บทนำ , วัตถุประสงค์ , ขอบเขตการวิจัย,ประโยชน์ที่ได้รับ
บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
โปรแกรม Photoshop , แบบ
ประเมินคุณภาพสื่อมัลติมิ
เดียคอมพิวเตอร์ มาตราส่วน 5 ระดับ ,แบบประเมิน
ความพึงพอใจแบบมาตรประมาณค่า 5 ระดับ
บทที่ 3 การดำเนินการ
ขั้นตอนการสร้างสื่อมัลติมิเดียคอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา
บทที่ 4 สรุปผลการดำเนินงาน
ผลการพัฒนาสื่อมัลติมิเดีย ,เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียน
บทที่ 5 อภิปรายผล
และข้อเสนอแนะ
บทคัดย่อ
1.พัฒนาสื่อมัลติมิเดีย เรื่อง เรื่อง สื่อมัลติมิเดียสำหรับการใช้
โปรแกรมPhotoshop สำหรับ นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่2
2. เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน
ก่อนและหลังเรียนด้วยสื่อมัลติมิเดีย
3.ประเมินความพึงพอใจของนักเรียน กลุ่มตัวอย่างในการ
วิจัย คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 40 คน
ซึ่งได้มาจากการสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
ประกอบด้วย
1.สื่อมัลติมิเดียคอมพิวเตอร์ และสื่อทำมือ เรื่อง สื่อมัลติมิเดียสำหรับ
การใช้โปรแกรมPhotoshop สำหรับ นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่2
2.แบบประเมินคุณภาพ
3.แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
4.แบบสอบถามความพึงพอใจ
บทที่ 1 บทนำ
บทนำ
วัตถุประสงค์
ขอบเขตการวิจัย
ประโยชน์ที่ได้รับ
บทที่ 1 บทนำ
ในปัจจุบันโลกของเราก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว ในยุคข้อมูลข่าวสาร
เทคโนโลยี เข้ามามีบทบาทอย่างมากในการดำรงชีวิตประจำวันใน
หลาย ๆ ด้าน ทำให้การพัฒนาด้าน การศึกษาหน้าก้าวไกลตาม
เทคโนโลยีด้วย จำเป็นต้องพัฒนาการสอนโดยใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ มา
ช่วยเพื่อพัฒนาทางด้านการศึกษากันมากขึ้น ทั้งหลักสูตรการสอน
ต่าง ๆ ก็ออกแบบให้มีการนำ เทคโนโลยีเข้ามาเพื่อเพิ่มศักยภาพใน
การเรียนของนักเรียนครูผู้สอนทุกคนต้องมีพื้นฐานความรู้ เกี่ยวกับ
เทคโนโลยีการศึกษาเพื่อเป็นการเตรียมและพัฒนานักเรียนให้มีความ
รู้ ความสามารถเหมาะสมกับสังคมยุคใหม่ที่จำเป็นต้องอาศัย
เทคโนโลยีเข้าช่วยในการศึกษา
บทที่ 1 บทนำ
ครูในฐานะผู้ใช้เทคโนโลยีก็จะต้องเตรียมความพร้อมของตนเอง
ให้มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของเทคโนโลยี เพื่อให้สามารถควบคุม
และใช้ในการสร้างสื่อต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการเรียนการสอน ครู
จะต้องเป็นผู้ที่พัฒนาตนเองอยู่เสมอในการที่จะขวนขวายหาความรู้
และทำความเข้าใจการใช้เทคโนโลยีในการจัดการเรียนการสอนให้มี
ความทันสมัย และสามารถถ่ายทอดความรู้ในวิชาที่ตนมีอยู่มาผสม
ผสานกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย ย่อมทำให้ความรู้นั้นเกิดประโยชน์และ
สามารถนำไปใช้ในการเรียนการสอนได้เป็นอย่างดี ผู้เรียนเองก็เกิด
ความเข้าใจได้รับความรู้ที่ทันสมัย ได้รู้จักกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ รู้จัก
กับความรู้ใหม่ ๆ และเพื่อความไม่จำเจใน การเรียนการสอน จึงทำให้
ผู้เรียนอยากที่จะเรียนรู้ สนุกสนาน เกิดความบันเทิงและสนใจ
บทที่ 1 บทนำ
จากปัญหาที่ได้กล่าวมาข้างต้น ทำให้ผู้วิจัยสนใจที่จะศึกษาวิจัย
และพัฒนาสื่อมัลติมิเดีย ในการเรียนรู้โปรแกรม Photoshop เพิ่ม
ประสิทธิภาพการเรียนการสอน โดยจัดทำ บิงโก Photoshop ,
ห้องเรียน Mataverse Photoshop ,สไลด์การสอน เรื่อง การใช้
โปรแกรม Photoshop , หนังสือป๊อบอัพเรื่อง การใช้เครื่องมือ
โปรแกรม Photoshop, บัตรทายคำเครื่องมือ Photoshop เพื่อผลิต
สื่อการสอนให้กับ นักเรียนระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 2 ซึ่งเป็นเครื่อง
มือที่สามารถช่วยให้ผู้เรียนสามารถ ศึกษาได้ง่าย สะดวกสบายต่อ
การศึกษา ศึกษาได้จากทุกทีที่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และไม่มี
อินเทอร์เน็ต มีภาพและ เสียง สามารถเรียนรู้ด้วยตนเองได้ทุกเมื่อ
วัตถุประสงค์
1.เพื่อพัฒนาสื่อมัลติมิเดียคอมพิวเตอร์ เรื่อง เรื่อง สื่อมัลติมิเดีย
สำหรับการใช้โปรแกรมPhotoshop สำหรับ นักเรียนมัธยมศึกษาปี
ที่2
2.เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนด้วย
สื่อมัลติมิเดียคอมพิวเตอร์ เรื่อง สื่อมัลติมิเดียสำหรับการใช้
โปรแกรมPhotoshop สำหรับ นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 2
3.เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสื่อมัลติมิเดีย
คอมพิวเตอร์ เรื่อง สื่อมัลติมิเดียสำหรับการใช้โปรแกรมPhotoshop
สำหรับ นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 2
ขอบเขตของการวิจัย
1.ประชากรกลุ่มตัวอย่าง
ประชากร คือ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 80 คน
กลุ่มตัวอย่าง ที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ กลุ่มนักเรียนระดับชั้น.
มัธยมศึกษา
ปีที่ 2 จำนวน 40 คนโดยเจาะจง (Purposive Sampling) จาก
นักเรียนที่มีผลคะแนนการประเมินอยู่ใน เกณฑ์น้อย ถึงปานกลาง
จำนวน 40 คน ซึ่งจัดการเรียนการสอนด้วยสื่อมัลติมิเดีย
คอมพิวเตอร์ที่พัฒนาขึ้น
1.2เนื้อหาที่ใช้ในการวิจัย
เรื่อง การสร้างงานกราฟิกด้วยโปรแกรม Photoshop CS6 ตาม
กลุ่มสาระการเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี หลักสูตรแกน
กลางขั้นพื้นฐาน
บทที่1 ความหมายและความสำคัญของโปรแกรม Photoshop
บทที่2 อุปกรณ์ในการใช้งานโปรแกรม Photoshop
บทที่3 ขั้นตอนการใช้งานโปรแกรม Photoshop
นิยามคำศัพท์เฉพาะ
สื่อมัลติมิเดีย หมายถึง การใช้คอมพิวเตอร์ร่วมกับโปรแกรม
ซอฟต์แวร์ในการสื่อความหมายโดยการผสมผสานสื่อหลายชนิด เช่น
ข้อความ กราฟิก (Graphic) ภาพเคลื่อนไหว (Animation) เสียง
(Sound) และวีดิทัศน์ (Video) เป็นต้น
โปรแกรม Photoshop หมายถึง เป็นโปรแกรมในตระกูล Adobe
เป็นโปรแกรมสร้างและแก้ไขรูปภาพอย่างมืออาชีพโปรแกรม
Photoshop เป็นโปรแกรมที่มีเครื่องมือมากมายเพื่อสนับสนุนการ
สร้างงานประเภทสิ่งพิมพ์ งานวิดีทัศน์ งานนำเสนอ งานมัลติมีเดีย
ตลอดจนงานออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์
คะแนนจากการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน หมายถึง คะแนน
ความรู้ ความเข้าใจ ของนักเรียนที่ได้จากการวัดก่อนและหลังการ
เรียนแล้ว โดยตอบคำถามถูกต้องได้ 1 คะแนน ตอบคำถาม ผิดได้ 0
คะแนน
แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง แบบทดสอบวัด
ความรู้ ความจำ ความเข้าใจ และการนำไปใช้ เรื่อง การใช้โปรแกรม
Photoshop เป็นแบบทดสอบแบบปรนัย ชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก
จำนวน 30 ข้อ ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น
บทที่ 2
เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
1. เอกสารฉบับนี้เป็นชุดการเรียนรู้ เรื่อง การใช้งานโปรแกรม Adobe
PhotoshopCS6 รายวิชาคอมพิวเตอร์ 3 รหัสวิชา ว 22282
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
2. ชุดการเรียนรู้ เล่มนี้ประกอบด้วย
- คำชี้แจงเกี่ยวกับชุดการเรียนรู้
- คำแนะนำสำหรับครู
- คำแนะนำสำหรับนักเรียน
- แผนผังแสดงขั้นตอนการศึกษาชุดการเรียนรู้
- สาระสำคัญ
- ผลการเรียนรู้
- จุดประสงค์การเรียนรู้
- แบบทดสอบก่อนเรียน
- กระดาษคำตอบแบบทดสอบก่อนเรียน
- บัตรเนื้อหา
- บัตรกิจกรรม
- แบบทดสอบหลังเรียน
- กระดาษคำตอบแบบทดสอบหลังเรียน
- เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน
- เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน
- บัตรเฉลยกิจกรรม
3. ชุดการเรียนรู้ เรื่อง การใช้งานโปรแกรม Adobe Photoshop CS6
รายวิชาคอมพิวเตอร์ 3 รหัสวิชา ว22282 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
เล่มนี้ใช้เวลาในการเรียน 2 ชั่วโมง
4.มาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ
คำชี้แจงเกี่ยวกับชุดการเรียนรู้
1. เอกสารฉบับนี้เป็นชุดการเรียนรู้ เรื่อง การใช้งานโปรแกรม Adobe
PhotoshopCS6 รายวิชาคอมพิวเตอร์ 3 รหัสวิชา ว 22282
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
2. ชุดการเรียนรู้ เล่มนี้ประกอบด้วย
- คำชี้แจงเกี่ยวกับชุดการเรียนรู้
- คำแนะนำสำหรับครู
- คำแนะนำสำหรับนักเรียน
- แผนผังแสดงขั้นตอนการศึกษาชุดการเรียนรู้
- สาระสำคัญ
- ผลการเรียนรู้
- จุดประสงค์การเรียนรู้
- แบบทดสอบก่อนเรียน
- กระดาษคำตอบแบบทดสอบก่อนเรียน
- บัตรเนื้อหา
- บัตรกิจกรรม
- แบบทดสอบหลังเรียน
- กระดาษคำตอบแบบทดสอบหลังเรียน
- เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน
- เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน
- บัตรเฉลยกิจกรรม
3. ชุดการเรียนรู้ เรื่อง การใช้งานโปรแกรม Adobe Photoshop CS6
รายวิชาคอมพิวเตอร์ 3 รหัสวิชา ว22282 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
เล่มนี้ใช้เวลาในการเรียน 2 ชั่วโมง
คำแนะนำสำหรับครู
1. ครูควรจัดเตรียมชุดการเรียนรู้ซึ่งประกอบด้วย บัตรคำสั่ง บัตร
เนื้อหา บัตรกิจกรรม
และบัตรเฉลยกิจกรรม ตลอดจนอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้ครบถ้วน
2. ให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน เพื่อประเมินความรู้เดิม
ของนักเรียน
3. แจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ
4. แจกชุดการเรียนรู้ให้นักเรียนได้ศึกษาและแนะนำวิธีใช้ชุดการ
เรียนรู้ เพื่อนักเรียน
จะได้ปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง
5. ดำเนินการสอนตามกิจกรรมการเรียนรู้ที่กำหนดในแผนการ
จัดการเรียนรู้
6. หากมีนักเรียนบางคนเรียนไม่ทันครูควรให้คำแนะนำ หรือมอบ
หมายงาน
หรือเอกสารให้ศึกษาเพิ่มเติมในเวลาว่าง
7. หลังจากนักเรียนศึกษาชุดการเรียนรู้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ครูและ
นักเรียน
ควรช่วยกันสรุป และให้นักเรียนทำบัตรกิจกรรม และทำแบบ
ทดสอบหลังเรียน
8. ครูเฉลยบัตรแบบฝึกหัด แบบทดสอบก่อนเรียน-หลังเรียน และ
บันทึกคะแนน
ของนักเรียนแต่ละคนไว้เพื่อประเมินการพัฒนาและความก้าวหน้า
หากมีผู้เรียนไม่ผ่านเกณฑ์
ครูควรจัดสอนซ่อมเสริม
9. การจัดชั้นเรียนจะจัดให้นักเรียนนั่งเป็นรายบุคคลหรือกลุ่มก็ได้
คำแนะนำสำหรับนักเรียน
1. อ่านคำชี้แจงและคำแนะนำสำหรับนักเรียนให้เข้าใจก่อนจะ
ลงมือศึกษาชุดการเรียนรู้
2. ทำแบบทดสอบก่อนเรียน จำนวน 10 ข้อ โดยใช้เวลา 15 นาที
เพื่อประเมินความรู้
เดิมของนักเรียน
3. ศึกษาชุดการเรียนรู้จากบัตรเนื้อหาที่ครูจัดเตรียมไว้ด้วย
ความตั้งใจ โดยปฏิบัติตาม
ขั้นตอนที่กำหนดไว้ในบัตรคำสั่ง
4. เมื่อนักเรียนศึกษาบัตรเนื้อหาให้เข้าใจอย่างถ่องแถ้ หากเกิด
ข้อคำถาม ควรจดบันทึก
ไว้แล้วสอบถามครูภายหลัง และฝึกปฏิบัติกิจกรรมตามที่กำหนด
ให้โดยไม่ข้ามขั้นตอน
5. หากผู้เรียนยังไม่เข้าใจในบัตรเนื้อหา ให้กลับไปศึกษาใหม่อีก
ครั้ง เพื่อให้เกิดความเข้าใจมากยิ่งขึ้น
6. ทำแบบทดสอบหลังเรียน จำนวน 10 ข้อ เพื่อเปรียบเทียบ
ความก้าวหน้าในการเรียนของนักเรียน
7. ในการทำบัตรกิจกรรมและแบบทดสอบต่าง ๆ ทำด้วยความ
ตั้งใจและมีความซื่อสัตย์
ต่อตนเองให้มากที่สุด โดยไม่ดูเฉลยก่อนทำแบบฝึกหัดและแบบ
ทดสอบ
8. นักเรียนจะทำเสร็จช้าหรือเร็ว ขึ้นอยู่กับความสามารถและ
ทักษะของนักเรียนเองไม่จำเป็นต้องทำเสร็จพร้อมกัน
สาระสำคัญ
ส่วนประกอบสำคัญที่เราต่างได้พบเห็นอยู่ในรูปแบบของแผ่น
โฆษณา งานพรีเซนเดชั่นกล่องสินค้า และเว็บไซต์ต่าง ๆ ทำให้ผู้ชม
เกิดความสนใจในสิ่งที่นำเสนอ พร้อมทั้งกับเข้าชมและใช้บริการ
เหล่านั้น และที่ใกล้ตัวมากขึ้น คือ การตกแต่งภาพแต่ง ที่เรา
สามารถตกแต่งในโอกาส และบรรยากาศต่าง ๆ ให้ออกมาอย่างน่า
สนใจ ดังนั้นเนื้อหาในบทแรกนี้จะเริ่มต้นนำเสนอให้รู้จักกับภาพ
กราฟิก การทำงานกับกราฟิกบนคอมพิวเตอร์ และความสามารถใน
การสร้างงานกราฟิกของโปรแกรมยอดนิยมอย่าง Adobe
Photoshop
ผลการเรียนรู้
1. นักเรียนบอกความหมายของคอมพิวเตอร์กราฟิกได้
2. นักเรียนอธิบายการเกิดภาพในคอมพิวเตอร์กราฟิกได้
3. นักเรียนอธิบายการประมวลผลภาพในคอมพิวเตอร์กราฟิกได้
4. นักเรียนอธิบายความสามารถโดยรวมของ Adobe Photoshop
CS6
5. นักเรียนอธิบายส่วนต่าง ๆ บนหน้าจอโปรแกรม Adobe
Photoshop CS6และเรียกใช้งานได้
6. นักเรียนนำเข้าไฟล์จากกล้องดิจิตอลและสแกนเนอร์ได้
7. นักเรียนสร้างไฟล์ใหม่และบันทึกไฟล์ใหม่เบื้องต้นได้
แผนผังขั้นตอนการศึกษา
แบบทดสอบก่อนเรียน
เรื่อง การใช้งานโปรแกรม Adobe Photoshop
รายวิชา คอมพิวเตอร์ 3 รหัสวิชา ว22282
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
คำชี้แจง แบบทดสอบแบบปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 10 ข้อ ให้นักเรียนเลือก
คำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว แล้วทำเครื่องหมาย. ลงใน
กระดาษคำตอบ(10คะแนน)
1. โปรแกรม Adobe Photoshop CS6 เป็นโปรแกรมประเภทใด
ก. โปรแกรมฐานข้อมูล
ข. โปรแกรมแกลอรี่ภาพ
ค. โปรแกรมนำเสนอภาพ
ง. โปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟิก
2. ข้อใดวิธีเปิดใช้โปรแกรม Adobe Photoshop CS6
ก. Start -> Run -> Adobe Photoshop CS6
ข. Start -> Setting -> Adobe Photoshop CS6
ค. Start -> All Programs -> Adobe Photoshop CS6
ง. Start -> Control panel -> Adobe Photoshop CS6
3. ความสำคัญของงานกราฟิกคืออะไร
ก. เพื่อช่วยในการสร้างเว็บไซต์
ข. เพื่อช่วยในการแตกแต่งภาพ
ค. เพื่อช่วยให้คุณภาพของงานดีขึ้น
ง. ถูกทุกข้อ
4. ข้อใดคือไฟล์ของโปรแกรม Adobe Photoshop CS6
ก. PDS
ข. AVI
ค. ACDC
ง. MPEG
5. เมนูคำสั่งใดใช้สำหรับจัดการกับไฟล์ภาพในลักษณะต่าง ๆ
ก. File
ข. Edit
ค. Image
ง. Layer
6. Title Bar คืออะไรในหน้าต่างของโปรแกรม Adobe Photoshop CS6
ก. กล่องเครื่องมือ
ข. แถบชื่อโปรแกรม
ค. พื้นที่การทำงาน
ง. คุณสมบัติของเครื่องมือ
7. พาเล็ต (Palette) มีหน้าที่ทำอะไร
ก. เป็นส่วนที่แสดงคุณสมบัติเกี่ยวกับภาพ
ข. เป็นส่วนที่แสดงชื่อไฟล์ภาพที่เปิดใช้งานอยู่
ค. ใช้สำหรับจัดการกับภาพ โดยแยกออกเป็นหมวดหมู่
ง. เป็นส่วนที่ใช้ในการสร้างงานกราฟิก โดยการเปิดไฟล์ภาพเพื่อแก้ไขบน
พื้นที่ใช้งาน
8. ถ้านักเรียนต้องการบันทึกไฟล์รูปที่สามารถนำกลับมาแก้ไขได้อีกต้อง
บันทึกด้วยวิธีการใด
ก. File >> Save as >> เลือก File Format GIF
ข. File >> Save as >> เลือก File Format PSD
ค. File >> Save as >> เลือก File Format PDF
ง. File >> Save as >> เลือก File Format JPEG
9. การปรับเปลี่ยนขนาดของไฟล์รูปภาพโดยสัดส่วนภาพคงเดิมทำได้ โดยวิธี
ใด
ก. Edit --> Resize
ข. Image --> Image Size
ค. Image -> Canvas Size
ง. Layer --> Flatten Image
10. ข้อใดต่อไปนี้ประกอบไปด้วยเครื่องมือต่าง ๆ ที่ใช้ในการวาด ตกแต่ง และ
แก้ไขภาพ
ก. Tool box
ข. Menu Bar
ค. Option Bar
ง. Application Bar
กระดาษคำตอบแบบทดสอบก่อนเรียน
เรื่อง การใช้งานโปรแกรม Adobe Photoshop
รายวิชา คอมพิวเตอร์ 3 รหัสวิชา ว22282
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
ชื่อ - นามสกุล............................. ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/..... เลขที่ .....
(ลงชื่อ).................ผู้ประเมิน
(นางสาว รวิพัชร ชัยประสิทธิ์)
วันที่.........เดือน........พ.ศ............
บัตรเนื้อหา
เริ่มต้นกับ Photoshop CS6
หลักการทำงานง่าย ๆ ของ Photoshop คือ การสร้างภาพโดยเริ่มต้นจาก
หน้ากระดาษเปล่า ๆ เหมือนกับจิตรกรที่เขียนภาพลงบนผืนผ้าใบ การหยิบ
ภาพถ่ายขึ้นมาปรับแต่งให้ดูดี สมบูรณ์ หรือแหวกแนวในรูปแบบที่ต้องการ ซึ่ง
ขั้นตอนทั้งหมดจะทำงานอยู่บนหน้าจอของเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งแบ่งออกได้
หลายด้าน
งานตกแต่งภาพถ่าย เป็นการตกแต่งรูปถ่ายเก่า ๆ ให้คมชัดเหมือนใหม่หรือ
ทำการแก้ไขความสว่างของรูปถ่ายให้ภาพมีสีสดใสสมจริง ปรับแต่งภาพถ่าย
ให้เป็นภาพวาดนอกจากนั้นยังสามารถตัดต่อภาพ สร้างภาพล้อเลียน เช่น เอา
ใบหน้าของคนหนึ่งไปวางบนตัวคนอีกคนหนึ่ง นำภาพบุคคลไปวางไว้บนฉาก
หลังฉากอื่น เป็นต้น
งานสิ่งพิมพ์ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ นิตยสาร โฆษณา เรียกได้ว่าเกือบทุกงานที่
ต้องใช้รูป สามารถใช้ Photosh op รังสรรค์ภาพให้เป็นไปตามไอเดียที่เรา
วางแผนไว้ได้งานเว็บไซต์บนอินเทอร์เน็ต ใช้สร้างภาพเพื่อตกแต่งเว็บไซต๊ ไม่
ว่าจะเป็นแบ็คกราวนด์ ปุ่มตอบโต้แถบหัวเรื่อง ตลอดจนภาพประกอบต่าง ๆ
นอกจากนั้นยังสามารถออกแบบหน้าเว็บด้วยPhotoshop ได้
งานออกแบบทางกราฟิก ใช้ Photoshop ช่วยในการสร้างภาพสามมิติ
การออกแบบปกหนังสือและผลิตภัณฑ์ การออกแบบการ์ดอวยพร เป็นต้น
Adobe
Photoshop
แถบเมนูคำสั่งของโปรแกรม
Photoshop
คำสั่งในแถบเมนู (Menu bar)มีทั้งหมด 11คำสั่งดังต่อไปนี้
Adobe
Photoshop
กล่องเครื่องมือ
กล่องเครื่องมือ (Toolbox) เป็นส่วนที่เก็บรวบรวมเครื่องมือที่ใช้ในการสร้าง
การปรับแต่งและการแก้ไขภาพ มีไอคอนให้สามารถเรียกใช้านได้ง่ายและ
รวดเร็ว โดยเมื่อเปิดโปรแกรมขึ้นมา ส่วนของกล่องเครื่องมือจะเป็นไอคอนหนึ่ง
แถวที่ถูกจัดเก็บอยู่ในกรอบจัดเก็บ(Dock) ทางซ้ายมือ เราสามารถคลิกเมาส์
แล้วลากไปวางในตำแหน่งใดก็ได้บนหน้าจอ โดยจะแบ่งได้ดังต่อไปนี้
1.กลุ่มคำสั่ง Selection เกี่ยวกับ 4.กลุ่มคำสั่งสำหรับ
การเลือกพื้นที่ ในส่วนของภาพ ระบายสีภาพและตกแต่งภาพ
ที่ต้องการจะตกแต่ง
2.กลุ่มคำสั่งสำหรับตัดภาพ
เฉพาะส่วนที่ต้องการ และ
แบ่งภาพออกเป็นส่วนย่อยๆ
3.กลุ่มคำสั่งสำหรับ
ระบายสีภาพและตกแต่งภาพ
5.กลุ่มคำสั่งพิเศษเกี่ยวกับการ 6.กลุ่มคำสั่ง View เกี่ยวกับ
วาดภาพ และสร้างตัวอักษร การมองภาพในรูปแบบต่าง ๆ
7.กลุ่มคำสั่งในการเลือกสี 8.กลุ่มคำสั่งเกี่ยวกับการแสดง
Foreground(สีที่ปรากฎเมื่อเรา หน้าจอกลุ่มคำสั่ง Quick masK
เดิมหรือวาดลงไป)และสี เกี่ยวกับการเลือกพื้นที่อีกรูปแบบ
Background (สีที่ปรากฎเมื่อ หนึ่ง
ทำการลบหรือตัดบริเวณนั้นออก)
Adobe
Photoshop
แถบกำหนดรูปแบบเครื่องมือ
แถบกำหนดรูปแบบของเครื่องมือ (Option bar) คือ แถบตัวเลือกสำหรับ
กำหนดค่าการทำงานของเครื่องมือในกล่องเครื่องมือที่เรากำลังใช้งานอยู่
โดยเมื่อเราคลิกเมาส์ที่เครื่องมืใน Toolbox ที่แถบนี้ก็จะแสดงตัวเลือกให้
เรียกใช้งาน เพื่อช่วยให้การทำงานสะดวกยิ่งขึ้นนอกจากนั้นยังสามารถ
เคลื่อนย้ายออปชันบาร์ไปวางยังตำแหน่งอื่น ๆ ได้ เพื่อให้สะดวกในการใช้
งานตามที่เราถนัด
เมื่อต้องการให้ออปชันบาร์กลับมา ยึดติดกับเมนูเหมือนเดิม ก็สามารถทำได้
โดยการคลิกที่บริเวณหัวของแถบอีกครั้ง แล้วลากออปชันบาร์มาปล่อยไว้ใต้
เมนูบาร์
Adobe
Photoshop
พื้นที่การทำงาน
แถบด้านบนและด้านล่างของพื้นที่การทำงาน (Document window) จะ
บอกรายละเอียดของไฟล์ที่เรากำลังทำงานอยู่ และเมื่อวางเมาส์ไว้ที่แถบดัง
กล่าว จะปรากฎรายละเอียดของไฟล์แบบเต็ม ๆ โดยจะมีที่อยู่ของไฟล์ภาพ
แสดงขึ้นมาด้วย ดังรูป
เราสามารถเลือกการแสดงคุณสมบัติของภาพได้หลายรูปแบบโดยคลิกที่
แถบแสดง
Adobe
Photoshop
พาเนลควบคุมการทำงาน
พาเนล (Panel) เป็นหน้าต่างย่อยที่รวบรวมคุณสมบัติการทำงานของ
เครื่องมือต่าง ๆให้เราเลือกปรับแต่งการใช้งานได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องเปิดหาที่
แถบคำสั่งอีกต่อไป ใน Photoshop Cs6 จะมีพาเนลทั้งหมด 26 รูปแบบด้วย
กัน ซึ่งจะอธิบายถึงรายละเอียดในบทของการใช้
เครื่องมือเหล่านั้นอีกครั้ง
การเปิด/ปิดพาเนล
เราสามารถเปิด/ปิดพาเนลได้จากคำสั่ง Window แล้วเลือกชื่อพาเนลที่เรา
ต้องการแสดงหรือไม่แสดง และจะเห็นว่าถ้าพาเนลไหนถูกเปิดอยู่ จะมี
เครื่องหมายถูกหน้าชื่อพาเนลนั้น
Adobe
Photoshop
พาเนลควบคุมการทำงาน
พาเนลที่ถูกเปิดขึ้นจะถูกเปิดอยู่ในกรอบที่จัดเก็บ ถ้าหากไม่ต้องการแสดง
พาเนลใดให้คลิกเลือกพาเนลนั้นอีกครั้งเพื่อเอาเครื่องหมายถูกออก หรืออาจ
จะคลิกเมาส์ที่ปุ่ม เพื่อปิดพาเนลก็ได้ แต่ถ้าต้องการลดย่อขนาดก็ให้คลิกเมาส์
ปุ่ม ทำให้ไม่เกะกะพื้นที่การทำงานบนหน้าจอโปรแกรมแต่ละพาเนลจะมีเมนู
คำสั่งของตัวเองเพื่อควบคุมการทำงาน สามารถเรียกดูเมนูในแต่ละพาเนลได้
โดยคลิกที่ และคลิกเลือกคำสั่งที่ต้องการ
ยุบพาเนลเป็นไอคอน
เราสามารถยุบพาเนลที่อยู่ภายในพื้นที่จัดเก็บให้กลายเป็นไอคอน เพื่อ
ประหยัดพื้นที่การใช้งานได้ และเมื่อเรายุบเป็นไอคอนแล้วหากต้องใช้งาน
พาเนลใดก็เพียงแค่คลิกเมาส์ที่ไอคอนของพาเนลนั้น หน้าต่างของพาเนลก็จะ
ถูกเปิดขึ้นมาใช้งานได้ทันที
Adobe
Photoshop
การเคลื่อนย้ายกลุ่มพาเนล
การเคลื่อนย้ายกลุ่มพาเนล/พาเนล
เราสามารถเคลื่อนย้ายเพื่อเปลี่ยนตำแหน่งของกลุ่มพาเนล และพาเนลภายใน
กรอบพื้นที่จัดเก็บ โดยการเลื่อนตำแหน่งขึ้น/ลง หรือนำพาเนลเข้า/ออกจาก
กรอบจัดเก็บได้โดยการคลิกเมาส์แล้วลากบริเวณแถบกำหนดรูปแบบของ
เครื่องมือ (Title bar) เพื่อย้ายตำแหน่งทั้งกลุ่มพาเนล หรือคลิกที่แต่ละแท็บ
(Tab) ของพาเนลเพื่อย้ายเฉพาะพาเนลที่ต้องการ
การเคลื่อนย้ายกลุ่มพาเนล
เป็นการเคลื่อนย้ายกลุ่มพาเนลทั้งกลุ่มที่อยู่ในหน้าต่างเดียวกัน โดยการคลิก
เมาส์ค้างไว้ที่แถบหัวข้อพาเนล (Title bar) แล้วลากทั้งกลุ่มพาเนลไปยัง
ตำแหน่งที่ต้องการ ดังตัวอย่างเราจะย้ายกลุ่มของพาเนล Layers ทั้งกลุ่มไปไว้
ในตำแหน่งต่าง ๆ ได้
Adobe
Photoshop
เปลี่ยนตำแหน่งกลุ่มพาเนล
การเคลื่อนย้ายกลุ่มพาเนล/พาเนล
1.ลากเมาส์ที่แถบหัวข้อพาเนล Adjusments ไปวางด้านบนพาเนล color
ปล่อยเมาส์ในตำแหน่งที่ปรากฎแถบสีฟ้า
2.กลุ่มพาเนล Adjusments ที่อยู่ด้านล่าง จะถูกเปลี่ยนตำแหน่ง อยู่บนพาเนล
การเคลื่อนย้ายพาเนล ที่เราต้องการเพียงพาเนลเดียว โดยการคลอกเมาส์
ค้างไว้
ที่ Tab ของพาเนลนั้นแล้วลากไปยังตำแหน่งที่ต้องการ
Adobe
Photoshop
การเปิดไฟล์ด้วยคำสั่ง open
ในการสร้างชิ้นงานเราจะต้องเปิดไฟล์ภาพจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ เช่น จาก
แผ่นซีดีจากกล้องดิจิตอล หรือไฟล์ภาพในเครื่องของเรา ซึ่งมีขั้นตอนการเปิด
ไฟล์ภาพ ดังต่อไปนี้
1. เลือกคำสั่ง File>Open จากเมนูคำสั่งของโปรแกรม หรือกด <Ctrl+0> ที่
คีย์บอร์ดเพื่อเปิดไฟล์
2. จะปรากฎหน้าต่าง Open เลือกตำแหน่งที่เก็บไฟล์ภาพในช่อง Look in
แล้วให้เลือกไฟล์ภาพที่ต้องการ
3. จากนั้นคลิกปุม Open เพื่อเปิดไฟล์ภาพขึ้นมาในหน้าจอโปรแกรม
Photoshop(ถ้าต้องการเปิดหลายไฟล์ ให้กดแป้น <Ctrl> ค้างไว้ขณะที่เลือก
ไฟล์ที่ต้องการ)ลักษณะการเปิดไฟล์ยังมีอีก 3 ลักษณะ ที่จะช่วยเราให้
สามารถเปิดไฟล์ได้อย่างรวดเร็วและรักษาคุณสมบัติของไฟล์ไว้ได้คือ
คำสั่ง Open As... .ใช้สำหรับการเปิดไฟล์ภาพที่ต้องการระบุชนิดของไฟล์
อย่างเจาะจง เนื่องจากไฟล์นั้น ๆ ไม่ตรงกับประเภทของไฟล์ใด ( โดย
โปรแกรมจะช่วยเลือกเฉพาะไฟล์ประเภทนั้นให้เราเลือกเปิด
คำสั่ง Open as Smart Object...เป็นคำสั่งที่ใช้เปิดไฟล์ภาพ ซึ่งจะรักษา
คุณสมบัติเดิมของภาพที่เป็นเวกเตอร์หรือบิตแมพเอาไว้
คำสั่ง Open Recent เป็นคำสั่งที่ใช้เปิดไฟล์ภาพที่เคยเปิดมาก่อนหน้านี้แล้ว
ซึ่งสามารถเปิดย้อนกลับไปได้ถึง 10 ไฟล์
Adobe
Photoshop
การเปิดไฟล์ภาพด้วย Adobe
bridge และ Mini bridge
Adobe Bridge เป็นฟังก์ชันที่ช่วยให้เราเลือกเปิดไฟล์ใช้งานได้ง่ายยิ่งขึ้น
ภายใน
หน้าจอจะแสดงภาพตัวอย่างของไฟล์ทั้งหมด และสามารถค้นหาไฟล์จาก
ไดรฟ์ต่าง ๆ ได้
โดยเลือกคำสั่ง File > Browse in Bridge ในการเปิดหน้าต่างการใช้งาน
พาเนล Mini Bridge เป็นการเปิดไฟล์ภาพลักษณะเดียวกับ Adobe Bridge
แต่มีขนาด
เล็กกว่าการใช้งานทำได้รวดเร็วกว่า แต่มีรายละเอียดที่น้อยกว่า เหมาะ
สำหรับการค้นหาภาพมา
ใช้งานที่ไม่ต้องดูรายละเอียดมากนัก โดยเลือกคำสั่ง File > Browse in Mini
Bridge
ในการเปิดหน้าต่างการใช้งาน หรือคลิกที่ปุ่ม Launch Bridge ในพาเนล
Mini Bridge ที่อยู่
ด้านล่างของหน้าจอโปรแกรม
Adobe
Photoshop
การสร้างไฟล์ใหม่ด้วยคำสั่ง
New
เมื่อเราได้จัดเตรียมภาพที่จะนำมาใช้ และได้ร่างชิ้นงานที่จะสร้างเรียบร้อย
แล้วในหัวข้อนี้จะเป็นการสร้างไฟล์ชิ้นงานใหม่ โดยเริ่มต้นด้วยการกำหนด
ขนาดและความละเอียดของชิ้นงานที่จะนำไปใช้งาน ซึ่งเราควรกำหนดให้
เหมาะกับลักษณะงานที่จะนำไปใช้ มีขั้นตอน ดังนี้
1. เลือกคำสั่ง File > New หรือกดแป้น <Ctrl + N> ที่คีย์บอร์ดเพื่อสร้างไฟล์
ใหม่
2. จากนั้นจะปรากฎหน้าต่าง New ขึ้นมา ให้เราพิมพ์ชื่อไฟล์ใหม่ลงในช่อง
Name (สามารถตั้งชื่อได้ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ) จากนั้นให้กำหนดรูปแบบ
หน้ากระดาษ ดังนี้
Width กำหนดความกว้างของภาพ โดยช่องด้านหลังเป็นการกำหนด
หน่วยวัดของความกว้าง ซึ่งมีหน่วยวัดหลายแบบ เช่น pixel
เป็นหน่วยวัดพื้นฐานบนคอมพิวเตอร์ หรือ inches (นิ้ว) และ
หน่วยวัดอื่น ๆ
Height กำหนดความสูงของภาพ โดยหน่วยวัดจะเป็นไปตามที่เรา
กำหนด ในความกว้าง
Resolution กำหนดความละเอียดของภาพ โดยงานกราฟิกสำหรับเว็บ
ควรจะ
กำหนดค่าเท่ากับ 72 pixels/inch และงานด้านสิ่งพิมพ์ต้องใช้
200 - 300 pixels/inch
Adobe
Photoshop
การสร้างไฟล์ใหม่ด้วยคำสั่ง
New
Color Mode กำหนดโหมดสีของภาพ เช่น โหมด RGB จะใช้งานกราฟิกสำหรับ
เว็บและภาพเคลื่อนไหว แต่ถ้าเป็นโหมด CMYK จะเหมาะสำหรับ
งานสิ่งพิมพ์ โดยจำนวนบิตด้านหลัง คือ จำนวนของสีที่ใช้
ยิ่งมีค่ามาก สีจะยิ่งเหมือนจริงขึ้น) แต่ไฟล์ภาพที่ได้ก็จะมีขนาด
ใหญ่ขึ้น
Backeround Contents
กำหนดพื้นหลังของภาพ ซึ่งสามารถกำหนดเป็นสีขาว(White)
สีพื้นหลัง (Background Color) และโปร่งใส (Transparent)
3. คลิกปุ่ม Ok เพื่อตกลงการสร้างไฟล์ใหม่ตามที่เรากำหนด
กำหนดขนาดไฟล์ภาพตามคำมาตรฐาน
งานกราฟิกที่ต้องทำบ่อย ๆ ก็จะมีค่าขนาดของไฟล์งานมาตรฐานที่กำหนดไว้แล้ว
ใน Pho toshop ให้เราเรียกใช้ได้โดยไม่ต้องมากำหนดเอง โดยที่หน้าต่าง
Preset จะมีรูปแบบของกระดาษที่ใช้งานบ่อยให้เลือก จากนั้นในช่อง Size จะมี
ขนาดกระดาษของรูปแบบที่เลือกและรายละเอียดของชิ้นงานให้เราเรียกใช้ได้เลย
โดยไม่ต้องกำหนดค่าต่าง ๆ เอง โดยมีรูปแบบต่าง ๆ ดังนี้เช่น
- U.S. Paper. ขนาดกระดาษที่ใช้ในสหรัฐอเมริกา Letter ; Legal. Tabloid
- International Paper ขนาดกระดาษสิ่งพิมพ์มาตรฐาน. เช่น A4, A3, B5
-Photo. ขนาดกระดาษอัดภาพถ่าย เช่น 2x3, 4x6, 5x7
-Web ขนาดของหน้าจอสำหรับสร้างเว็บไซต์ เช่น
640x480,800x600
-Mobile & Devices ขนาดภาพบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือ เช่น 176x208,
208x320,
352x416
- Film & Video ขนาดของภาพในงานวิดีโอ. เช่น NTSC DV
720x480
Adobe
Photoshop
องค์ประกอบที่มีผลกับไฟล์ภาพ
องค์ประกอบที่มีผลกับไฟล์ภาพ
1. ขนาดความกว้างและความยาว ถ้าภาพมีความกว้างและความ
ยาวมาก ขนาดของไฟล์ก็จะใหญ่มาก ดังนั้นควรจะกำหนดให้ขนาดของ
ภาพมีขนาดตามที่ต้องใช้งานจริงเพื่อช่วยลดขนาดไฟล์
2. ความละเอียด (Resolution) ถ้าความละเอียดของภาพมาก
ขนาดไฟล์ภาพก็จะมาก ถึงแม้คุณภาพของภาพสูงแต่เครื่อง
คอมพิวเตอร์จะทำงานช้า ดังนั้นเราควรกำหนดResolution ตามการ
ใช้งาน เช่น
> ภาพที่นำเสนอบนเว็บเพจและพรีเซนเตชัน ควรใช้ 72 DPI (Dots
per inch)
> ภาพที่พิมพ์ออกทางเครื่องพิมพ์เลเซอร์ ควรใช้ 200 DPI
> สิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ที่ต้องเข้าพิมพ์ในโรงพิมพ์ เช่น ปกนิตยสารควร
ใช้ 300 DPI
Adobe
Photoshop
การบันทึกไฟล์งานรูปแบบต่าง ๆ
เมื่อสร้างชิ้นงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราจะทำการบันทึกไฟล์งานได้โดย
เลือกคำสั่ง Fileที่เมนูบาร์ และเลือกรูปแบบการบันทึกไฟล์ ซึ่งรูปแบบ
หลัก ๆ ที่ใช้งานบ่อยมี 3 รูปแบบด้วยกัน
คือ Save, Save As และ Save for Web ดังนี้
Adobe
Photoshop
การบันทึกไฟล์งานรูปแบบต่าง ๆ
เมื่อสร้างชิ้นงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราจะทำการบันทึกไฟล์งานได้โดย
เลือกคำสั่ง Fileที่เมนูบาร์ และเลือกรูปแบบการบันทึกไฟล์ ซึ่งรูปแบบ
หลัก ๆ ที่ใช้งานบ่อยมี 3 รูปแบบด้วยกัน
คือ Save, Save As และ Save for Web ดังนี้
File> Save. การบันทึกงานในไฟล์เดิมที่กำลังเปิดแก้ไขอยู่
File> Save As. การบันทึกงานเดิมในชื่อใหม่ หรือบันทึกให้อยู่ในรูป
ฟอร์แมตใหม่
File>Check in. การทำงานและแก้ไขไฟล์ภาพร่วมกันผ่านเครือข่าย
ที่จัดการโดยโปรแกรม Version Cue Workspace ซึ่งจะตรวจสอบการ
บันทึกไฟล์งานแต่ละครั้งของผู้ที่เข้ามาแก้ไข
File> Save for Web. การบันทึกไฟล์เพื่อให้ได้ภาพที่เหมาะสำหรับ
การใช้งานบนเว็บไซต์
File>Revert. ย้อนหลังคำสั่งไป 1 ขั้นตอน
Adobe
Photoshop
บัตรกิจกรรมที่ 1
คำชี้แจง ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง (10คะแนน)
1. โปรแกรม Adobe Photoshop CS6 ใช้สร้างงานกราฟฟิกอะไรได้บ้าง
.......................................................................................................................................
.......................................................................................................................................
2. Menu Bar (เมนูบาร์) คือ
.......................................................................................................................................
.......................................................................................................................................
3.Option Bar (ออปชั่นบาร์) คือ
.......................................................................................................................................
.......................................................................................................................................
4.Panal (พาเนล) คือ
.......................................................................................................................................
.....................................................................................................................................
5.หากเราต้องการสร้างไฟล์ภาพใหม่ เราต้องสร้างไฟล์ใหม่โดย
......................................................................................................................................
6.หากเราต้องการให้พื้นหลังของไฟล์งานที่เราสร้างใหม่โปร่งแสง จะต้อง
อย่างไร.........................................................................................................................
....................................................................................................................
7. ถ้าต้องการบันทึกภาพเพื่อนำกลับมาแก้ไขใหม่ หรือ ตกแต่งภาพยังไม่
เสร็จ ต้องบันทึกนามสกุลอะไร
......................................................................................................................................
8.ถ้าต้องการบันทึกภาพเพื่อนำไปใช้ในงานพิมพ์ หรือนำไปใช้ในโปรแกรม
อื่น ๆ เราต้องบันทึกเป็นนามสกุลอะไร
......................................................................................................................................
9.ในการนำภาพไปใช้ในเว็บเพจ เราต้องบันทึกนามสกุล .GIF เพราเหตุใด
......................................................................................................................................
10.ให้อธิบายข้อดีของการบันทึกภาพเป็น ไฟล์ .PSD
......................................................................................................................................
บัตรกิจกรรมที่ 2
คำชี้แจง ให้นักเรียนปฎิบัติตามคำสั่งต่อไปนี้ (20คะแนน)
1. ให้นักเรียนฝึกสร้างไฟล์ใหม่ ขนาด 800 pixel สูง 600 pixel
2. ให้นักเรียนฝึกบันทึกไฟล์ภาพในรูปแบบ JPEG ตามด้วยชื่อของนักเรียน
และตามด้วยเลขที่ห้อง (ตัวอย่าง : Photoshop-รวิพัชร-32)
รูปภาพนักเรียนตอนปฎิบัติงาน รูปภาพนักเรียนตอนปฎิบัติงาน
รูปภาพนักเรียนตอนปฎิบัติงาน รูปภาพนักเรียนตอนปฎิบัติงาน
แบบทดสอบหลังเรียน
เรื่อง การใช้งานโปรแกรม Adobe Photoshop
รายวิชา คอมพิวเตอร์ 3 รหัสวิชา ว22282
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
คำชี้แจง แบบทดสอบแบบปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 10 ข้อ ให้นักเรียนเลือก
คำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว แล้วทำเครื่องหมาย. ลงใน
กระดาษคำตอบ(10คะแนน)
1. พาเล็ต (Palette) มีหน้าที่ทำอะไร
ก. เป็นส่วนที่แสดงคุณสมบัติเกี่ยวกับภาพ
ข. เป็นส่วนที่แสดงชื่อไฟล์ภาพที่เปิดใช้งานอยู่
ค. ใช้สำหรับจัดการกับภาพ โดยแยกออกเป็นหมวดหมู่
ง. เป็นส่วนที่ใช้ในการสร้างงานกราฟิก โดยการเปิดไฟล์ภาพเพื่อแก้ไข
บนพื้นที่ใช้งาน
2. ความสำคัญของงานกราฟิกคืออะไร
ก. เพื่อช่วยในการสร้างเว็บไซต์
ข. เพื่อช่วยในการแตกแต่งภาพ
ค. เพื่อช่วยให้คุณภาพของงานดีขึ้น
ง. ถูกทุกข้อ
3. ข้อใดต่อไปนี้ประกอบไปด้วยเครื่องมือต่าง ๆ ที่ใช้ในการวาด ตกแต่ง
และแก้ไขภาพ
ก. Tool box
ข. Menu Bar
ค. Option Bar
ง. Application Bar
4. เมนูคำสั่งใดใช้สำหรับจัดการกับไฟล์ภาพในลักษณะต่าง ๆ
ก. File
ข. Edit
ค. Image
ง. Layer
5. Title Bar คืออะไรในหน้าต่างของโปรแกรม Adobe Photoshop CS6
ก. กล่องเครื่องมือ
ข. แถบชื่อโปรแกรม
ค. พื้นที่การทำงาน
ง. คุณสมบัติของเครื่องมือ
6. โปรแกรม Adobe Photoshop CS6 เป็นโปรแกรมประเภทใด
ก. โปรแกรมฐานข้อมูล
ข. โปรแกรมแกลอรี่ภาพ
ค. โปรแกรมนำเสนอภาพ
ง. โปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟิก
7. ถ้านักเรียนต้องการบันทึกไฟล์รูปที่สามารถนำกลับมาแก้ไขได้อีกต้อง
บันทึกด้วยวิธีการใด
ก. File >> Save as >> เลือก File Format GIF
ข. File >> Save as >> เลือก File Format PSD
ค. File >> Save as >> เลือก File Format PDF
ง. File >> Save as >> เลือก File Format JPEG
8. การปรับเปลี่ยนขนาดของไฟล์รูปภาพโดยสัดส่วนภาพคงเดิมทำได้ โดย
วิธีใด
ก. Edit --> Resize
ข. Image --> Image Size
ค. Image --> Canvas Size
ง. Layer --> Flatten Image
9. ข้อใดวิธีเปิดใช้โปรแกรม Adobe Photoshop CS6
ก. Start -> Run -> Adobe Photoshop CS6
ข. Start -> Setting -> Adobe Photoshop CS6
ค. Start -> All Programs -> Adobe Photoshop CS6
ง. Start -> Control panel -> Adobe Photoshop CS6
10. ข้อใดคือไฟล์ของโปรแกรม Adobe Photoshop CS6
ก. PDS
ข. AVI
ค. ACDC
ง. MPEG
กระดาษคำตอบแบบทดสอบหลังเรียน
เรื่อง การใช้งานโปรแกรม Adobe Photoshop
รายวิชา คอมพิวเตอร์ 3 รหัสวิชา ว22282
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
ชื่อ - นามสกุล............................. ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/..... เลขที่ .....
(ลงชื่อ).................ผู้ประเมิน
(นางสาว รวิพัชร ชัยประสิทธิ์)
วันที่.........เดือน........พ.ศ............
กระดาษเฉลยคำตอบแบบทดสอบก่อน-หลังเรียน
เรื่อง การใช้งานโปรแกรม Adobe Photoshop
รายวิชา คอมพิวเตอร์ 3 รหัสวิชา ว22282
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
แบบประเมินคุณภาพเป็นมาตราส่วน 5 ระดับ
ในการทำวิจัยในแต่ละครั้งผู้วิจัยจะต้องศึกษาแนวคิด ทฤษฎี เพื่อที่นำมาใช้ให้เกิด
ประโยชน์ ในงานวิจัยของตนแต่สิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับนักวิจัยทุกคนก็คือ การศึกษา
ค้นคว้างานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในประเด็นนี้ผู้วิจัยจำเป็นต้องทราบว่างานวิจัยที่เราจะ
นำมาใช้สำหรับการวิจัยของตนนั้นมีความรู้น่าเชื่อถือเพียงใด ควรแก่การนำผลการ
วิจัยมาใช้หรือไม่ ดังนั้น สิ่งจำเป็นประการหนึ่งสำหรับนักวิจัยที่ต้องรู้ก็คือ การ
ประเมินคุณภาพงานวิจัย
การประเมินคุณภาพงานวิจัยนั้นเป็นการพิจารณาในด้านวิธีวิทยาการวิจัย
1. ชื่อหัวข้อปัญหาการวิจัย
1) หัวข้อปัญหาการวิจัยหรือชื่อเรื่องมีความชัดเจนเพียงใด
2) หัวข้อปัญหาการวิจัยได้แสดงถึงขอบเขตการวิจัยหรือไม่
3) หัวข้อปัญหาการวิจัยได้แสดงถึงวิธีการศึกษาหรือแนวทางการศึกษาหรือไม่
2. ความเป็นมาของปัญหา พวงรัตน์ ทวีรัตน์ (2543 : 204 ได้เสนอวิชาการ
พิจารณา ความเป็นมาของปัญหา ไว้ 6 ข้อ คือ
1) ได้เสนอความเป็นมาของปัญหาที่ชัดเจนเพียงไร
2) ปัญหาที่ศึกษานั้นได้เสนอแนวคิดให้เห็นว่าปัญหาที่เกิดขึ้นควรศึกษา เพราะ
เหตุใด
3) ได้เสนอให้ทราบว่าสิ่งที่เป็นปัญหานั้นเกิดขึ้นตามสภาวะหรือสภาพที่เป็นจริง
ในปัจจุบันนั้นอย่างไรหรือไม่
4) ได้เสนอให้ทราบว่าสิ่งที่เป็นปัญหานั้นมุ่งศึกษาหรือมุ่งแก้ปัญหาในประเด็นใด
5) ได้เสนอให้ทราบว่าการศึกษาตัวแปรของปัญหานั้น ๆ อาศัยทฤษฎีหรือไม่
6) การบรรยายรายละเอียดของปัญหได้เสนอไว้อย่างมีระบบตามความสัมพันธ์
ของ
สิ่งที่เกี่ยวข้องตามลำดับเพียงใด
3. ความสำคัญของการวิจัย
พิจารณาว่างานวิจัยนั้นมีคุณค่าในระดับวิชาการเพียงใด โดยเฉพาะองค์ความรู้
นั้นมีคุณค่าในด้านทฤษฎี ในศาสตร์ศึกษาหรือไม่ องค์ความรู้ที่ได้สามรถนำไปปฏิบัติ
ได้มากน้อยเพียงใด
4.ขอบเขตของปัญหาการวิจัย
ปัญหาการวิจัยได้ระบุขอบเขตได้อย่างชัดเจนหรือไม่ มีการกำหนดตัวแปรต้น
ตัวแปรตามครอบคลุมถึงสิ่งที่จะศึกษาเขียนไว้อย่างชัดเจนเพียงใด
5. นิยามคำศัพท์เฉพาะ
1) มีการนิยามตัวแปรและคำศัพท์ที่ใช้ในการวิจัยได้อย่างครบถ้วน ถูกต้องหรือไม่
2) การนิยามคำศัพท์เชิงปฏิบัติการ นิยามได้ถูกต้องและครบตามทฤษฎีหรือไม่
3) คำศัพท์หรือตัวแปรที่ใช้ในการวิจัยมีการใช้โดยตลอดทั้งเล่มหรือไม่
6. สมมติฐานการวิจัย
1) สมมติฐานการวิจัยมีแนวคิด ทฤษฎี หรือผลการวิจัยรองรับหรือไม่
2) สมมติฐานการวิจัยสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการวิจัยหรือไม่
3) สมมติฐานการวิจัยสามารถทดสอบได้หรือไม่
4) สมมติฐานขัดกับความเป็นจริงหรือไม่
7. เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
1) การนำเสนอแนวคิด ทฤษฎี ตลอดจนผลการวิจัยที่เกี่ยวข้องสอดคล้องกับ
ปัญหาการวิจัยหรือไม่
2) แนวคิดทฤษฎีและผลการวิจัยที่นำเสนอเพียงพอหรือไม่
3) การนำเสนอแนวคิดทฤษฎีและผลการวิจัยได้นำเสนอโดยเชื่อมโยงให้เห็นถึง
ความสัมพันธ์กับประเด็นปัญหาการวิจัยหรือไม่
4) การนำเสนอแนวคิดทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องได้มีการจัดหมวดหมู่จัด
ลำดับและ
มีความสอดคล้องกับตัวแปรที่ใช้ในการศึกษาหรือไม่
5) ได้เชื่อมโยงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรต้นกับตัวแปรตามอันจะนำ
ไปสู่การตั้งสมมติฐานและกรอบแนวคิดการวิจัยหรือไม่
6 ในการนำเสนอแนวคิดทฤษฎีและการวิจัยที่เกี่ยวข้องได้ระบุแหล่งที่มาหรือไม่
8. วิธีดำเนินการวิจัย
ในการวิจัยนั้นมีหลายประเภท ซึ่งจะมีวิธีดำเนินการวิจัยที่แตกต่างกัน แต่ในที่นี้จะ
กล่าวถึงสิ่งที่ควรพิจารณาในการวิจัยเชิงปริมาณโดยภาพรวม ดังนี้
1) ประชากรและกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาสอดคล้องกับประเด็นปัญหาการ
วิจัยหรือไม่
2) ในกรณีที่ใช้กลุ่มตัวอย่างศึกษาได้กล่าวถึงการได้มาของกลุ่มตัวอย่างชัดเจน
หรือไม่
3) เครื่องมือการวิจัยมีการระบุที่ไปที่มาชัดเจนหรือไม่
4) ในกรณีที่สร้างเครื่องมือใหม่มีความสอดคล้องกับนิยามศัพท์ที่เขียนไว้หรือไม่
5) เครื่องมือที่ใช้ผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญหรือไม่ และผู้เชี่ยวชาญน่าเชื่อ
ถือเพียงใด
9. การเก็บรวบรวมข้อมูล
1) มีการกำหนดวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลได้อย่างเหมาะสมกับวิธีการศึกษาหรือ
ไม่
2) มีการบันทึกข้อมูลที่เป็นระบบและชัดเจนเพียงใด
10. การวิเคราะห์ข้อมูล
1) ใช้สถิติสอดคล้องกับสมมติฐานการวิจัยหรือไม่
2) ใช้สถิติสอดคล้องกับระดับการวัดของตัวแปรหรือไม่
3) ในกรณีที่ต้องการตรวจสอบข้อตกลงเบื้องต้นของตัวสถิติที่ใช้ในการทดสอบ
- สมมติฐาน ผู้วิจัยได้ตรวจสอบหรือไม่ แล้ถ้าพบว่าไม่เป็นไปตามข้อตกลงเบื้องต้น
- ผู้วิจัยได้แก้ปัญหได้อย่างถูกต้องตามหลักสถิติหรือไม่
4) ขนาดของกลุ่มตัวอย่างเพียงพอกับการใช้สถิติหรือไม่
11. การสรุปผลการวิจัย
1) สรุปผลได้สอดคล้องกับปัญหาการวิจัยหรือไม่
2) สรุปผลได้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การวิจัยหรือไม่
3) สรุปผลได้ครบและถูกต้องในประเด็นหลักๆหรือไม่
4) สรุปผลเป็นไปตามผลการวิเคราะห์หรือไม่
5) สรุปผลสามารถบอกได้หรือไม่ว่าปฏิเสธหรือยอมรับสมมติฐานการวิจัย
12. การอภิปรายผลและข้อเสนอแนะ
1) การอภิปรายผลอยู่บนพื้นฐานของแนวคิด ทฤษฎี ตลอดจนงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
หรือไม่
2) ได้อาศัยความรู้และประสบการณ์มาช่วยในการอภิปรายผลหรือไม่
3) แนวคิดเรื่องทฤษฎีที่นำมาอภิปรายผลมีความสอดคล้องกับปัญหาการวิจัย
หรือไม่
4) เอกสารที่นำมาอ้างอิงมีความทันสมัยหรือไม่
5) อภิปรายผลได้นำเสนออย่างเป็นระบบสอดคล้องกับวัตถุประสงค์การวิจัยและ
สมมติฐานการวิจัยหรือไม่
6) ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับผลการวิจัยที่จะนำไปสู่การนำผลวิจัยนี้ไปใช้หรือไม่
7) ได้เสนอแนะการนำผลการวิจัยไปใช้เพื่อแก้ปัญหาหรือไม่
8) มีการเสนอแนะสำหรับการวิจัยในครั้งต่อไปหรือไม่ และข้อเสนอแนะนั้นได้เพิ่ม
องค์ความรู้ในปัญหาวิจัยที่คล้ายคลึง มากเพียงใด
13. บรรณานุกรม ระบบการเขียนและภาคผนวก
1) บรรณานุกรมครบถ้วนและถูกต้องหรือไม่
2) ได้มีการตรวจสอบการสะกดคำหรือไม่
3) ภาคผนวกได้นำเสนอข้อมูลที่จำเป็นเพื่อให้เข้าใจงานวิจัยมากน้อยเพียงใด
ผลการประเมิน : คุณภาพของงานวิจัยสามารถนำค่าเฉลี่ยที่ได้จากการประเมินเทียบ
กับเกณฑ์ต่อไปนี้
1.00 - 1.50 หมายถึง ระดับน้อยมาก
1.51 - 2.50 หมายถึง ระดับน้อย
2.51 - 3.50 หมายถึง ระดับปานกลาง
3.51 - 4.50 หมายถึง ระดับดี
4.51 - 5.00 หมายถึง ระดับดีมาก
แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
ความหมายของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเป็นความสามารถของนักเรียนในด้านต่างๆ ซึ่งเกิดจาก
นักเรียนได้รับประสบการณ์จากกระบวนการเรียนการสอนของครู โดยครูต้องศึกษา
แนวทางในการวัดและประเมินผล การสร้างเครื่องมือวัดให้มีคุณภาพนั้น ได้มีผู้ให้
ความหมายของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนไว้ดังนี้
สมพร เชื้อพันธ์ (2547) สรุปว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ หมายถึง
ความสามารถ ความสำเร็จและสมรรถภาพด้านต่างๆของผู้เรียนที่ได้จากการเรียนรู้
อันเป็นผลมาจากการเรียนการสอน การฝึกฝนหรือประสบการณ์ของแต่ละบุคคลซึ่ง
สามารถวัดได้จากการทดสอบด้วยวิธีการต่างๆ
พิมพันธ์ เดชะคุปต์ และพเยาว์ ยินดีสุข (2548) กล่าวว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
หมายถึงขนาดของความสำเร็จที่ได้จากกระบวนการเรียนการสอน
ปราณี กองจินดา (2549) กล่าว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง ความสามารถ
หรือผลสำเร็จที่ได้รับจากกิจกรรมการเรียนการสอนเป็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม
และประสบการณ์เรียนรู้ทางด้านพุทธิพิสัย จิตพิสัย และทักษะพิสัย และยังได้จำแนก
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนไว้ตามลักษณะของวัตถุประสงค์ของการเรียนการสอนที่แตก
ต่างกัน
ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง ผลที่เกิดจากกระบวนการเรียน
การสอนที่จะทำให้นักเรียนเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม และสามารถวัดได้โดย
การ
แสดงออกมาทั้ง 3 ด้าน คือ ด้านพุทธิพิสัย ด้านจิตพิสัย และด้านทักษะพิสัย
การวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
การวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามแนวคิดของ Bloom (1982) ถือว่าสิ่งใดก็ตาม ที่มี
ปริมาณอยู่จริงสิ่งนั้นสามารถวัดได้ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก็อยู่ภายใต้กรอบแนวคิด
ดังกล่าว
ซึ่งผลการวัดจะเป็นประโยชน์ในลักษณะทราบและประเมินระดับความรู้ ทักษะและ
เจตคติของนักเรียน และระดับความรู้ความสามารถตามแนวคิดของ Bloom มี 6
ระดับ ดังนี้
1) ความจำ คือ สามารถจำเรื่องต่าง ๆ ได้ เช่น คำจำกัดความสูตรต่าง ๆ วิธีการ
เช่น นักเรียนสามารถบอกชื่อสารอาหาร 5 ชนิดได้ นักเรียนสามารถบอกชื่อธาตุที่เป็น
องค์ประกอบของโปรตีนได้ครบถ้วน
2) ความเข้าใจ คือ สามารถแปลความ ขยายความ และสรุปใจความสำคัญ
ได้
3) การนำไปใช้ คือ สามารถนำความรู้ ซึ่งเป็นหลักการ ทฤษฎี ฯลฯ ไปใช้
ในสภาพการณ์ที่ต่างออกไปได้
4) การวิเคราะห์ คือ สามารถแยกแยะข้อมูลและปัญหาต่าง ๆ ออกเป็นส่วน
ย่อยเช่น
วิเคราะห์องค์ประกอบ ความสัมพันธ์ หลักการดำเนินการ
5) การสังเคราะห์ คือ สามารถนำองค์ประกอบ หรือส่วนต่าง ๆ เข้ามารวม
กันเป็น
หมวดหมู่อย่างมีความหมาย
6) การประเมินค่า คือ สามารถพิจารณาและตัดสินจากข้อมูล คุณค่าของ
หลักการโดยใช้มาตรการที่ผู้อื่นกำหนดไว้หรือตัวเองกำหนดขึ้นแบบทดสอบ
วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
ดังนั้นสรุปได้ว่า แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน คือแบบทดสอบที่
ใช้วัดความรู้ และทักษะความสามารถจากการเรียนรู้ในอดีตหรือในสภาพ
ปัจจุบันของแต่ละบุคคลประเภทของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการ
เรียน
แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบ่งได้ 2 ประเภท คือ
แบบทดสอบมาตรฐาน ซึ่งสร้างจากผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหาและด้านวัดผล
การศึกษา มีการหาคุณภาพเป็นอย่างดี
แบบทดสอบที่ครูสร้างขึ้น เพื่อใช้ในการทดสอบในชั้นเรียน ในการ
ออกแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคำศัพท์เพื่อการสื่อสาร ผู้วิจัย
ได้เลือกแบบทดสอบที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น แบบปฏิบัติ ในการวัดความสามารถใน
การนำคำศัพท์ไปใช้ในการสื่อสารด้านการการพูดและการเขียน และเลือก
แบบทดสอบแบบเขียนตอบที่จำกัดคำตอบโดยการเลือกตอบจากตัวเลือกที่
กำหนดให้ ในการวัดความรู้ความเข้าใจความหมายของคำศัพท์ และการนำ
คำศัพท์ไปใช้ในการฟังและการอ่าน
บทที่ 3 การดำเนินงาน
> ขั้นตอนการวางแผน
> ขั้นตอนการวิเคราะห์
> ขั้นตอนการออกแบบจัดทำสื่อมัลติมิเดีย
> ขั้นตอนการพัฒนา
บทที่ 3 การดำเนินงาน
การพัฒนาสื่อมัลติมีเดียคอมพิวเตอร์ เรื่อง สื่อมัลติมิเดียสำหรับการใช้
โปรแกรมPhotoshop สำหรับ นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่2 แบ่งเป็นขั้นตอน ดังนี้
ขั้นตอนการวางแผน : โดยกำหนดปัญหาที่เกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอน
เนื่องจากนักเรียนไม่ค่อยมีความรู้ในเรื่องสื่อมัลติมิเดียสำหรับการใช้
โปรแกรมPhotoshop สำหรับ นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่2 อย่างถูกต้อง และไม่
เข้าใจในเนื้อหาที่ครูได้อธิบายตามหนังสือเรียน ทางผู้วิจัยจึงได้จัดทำสื่อ
มัลติมีเดียคอมพิวเตอร์ สื่อมัลติมิเดียสำหรับการใช้โปรแกรมPhotoshop
สำหรับ นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่2 โดยใช้ในการจัดการเรียนการสอน เพื่อให้
นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจ ในเนื้อหาได้ง่ายยิ่งขึ้น มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
ที่สูงขึ้น และเกิดความสนุกสนานในเรียน
ขั้นตอนการวิเคราะห์ : ผู้วิจัยกำหนดปัญหา โดยการรวบรวมข้อมูลต่างๆ
ภายในหนังสือเรียนเพื่อจัดสัดส่วนเนื้อหาให้เหมาะสมกับนักเรียน เพราะการ
สร้างสื่อจะช่วยให้ข้อมูลโต้ตอบกับนักเรียน ซึ่งจะใช้เป็นข้อความ ภาพนิ่ง และ
ภาพเคลื่อนไหว โดยผู้วิจัยจะวิเคราะห์นักเรียนจากการศึกษาสังเกตข้อมูล ถึง
ระดับความรู้ ความเข้าใจพื้นฐาน
ขั้นตอนการออกแบบจัดทำสื่อมัลติมีเดีย : ต้องมีการเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยว
กับหลักการทำงานของคอมพิวเตอร์ หลังจากได้ข้อมูลมาก็จัดทำเป็นโครงร่าง
สื่อ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการจัดทำสื่อมัลติมีเดียคอมพิวเตอร์
ขั้นตอนการพัฒนา : ใช้โปรแกรม PowerPoint, Canva , capcut ในการจัด
ทำ สื่อมัลติมิเดียสำหรับการใช้โปรแกรมPhotoshop สำหรับ นักเรียน
มัธยมศึกษาปีที่2