๕. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
๕.๑ ใฝเ่ รยี นรู้
๕.๒ มงุ่ ม่นั ในการทางาน
๕.๓ รกั ความเปน็ ไทย
๖. สาระการเรียนรู้
๖.๑ ความรู้
- ความเปน็ มาและประวตั ิผูแ้ ตง่
- จดุ ประสงค์ในการแต่งเร่อื งเรื่องนมสั การมาตาปติ ุคณุ และนมัสการอาจรยิ คณุ
- ฉนั ทลักษณ์อนิ ทรวเิ ชยี รฉนั ท์ ๑๑
๖.๒ ทกั ษะ/กระบวนการ
- ทกั ษะการอ่านออกเสยี ง
- ทักษะการจา
- ทกั ษะการฟัง
๗. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
- แบบฝกึ หัดเรอื่ ง “คาครุ – ลหุ”
- การท่องอาขยานบทการอา่ นนมสั การมาตาปติ ุคุณ และนมัสการอาจริยคณุ
๘. กจิ กรรมการเรยี นรู้ (การใชเ้ กมประกอบการสอน)
ข้ันนา
๑) ครทู ักทายนักเรยี นและเตรยี มความพรอ้ มใหก้ บั นักเรยี น จากนน้ั เปิดวดี ิทัศน์ไทยประกันชีวิตเร่อื ง
พ่อแม่และครูให้นักเรียนดู
๒) ครูกลา่ วถึงพระคณุ ของบิดามารดาและครู โดยใช้คาถามกระตุ้นความคดิ ให้นกั เรียนตอบว่า พ่อ
แม่ ครูอาจารย์มพี ระคณุ อยา่ งไร และเราควรมีคุณธรรมใดถึงจะเป็นบุตรทดี่ ี จากนัน้ โยงเขา้ สูบ่ ทเรียน
ขน้ั สอน
๓) นักเรยี นศึกษาเน้อื เร่ืองอภปิ ูชนียกานท์จากหนังสอื เรยี นวรรณคดแี ละวรรณกรรม
๔) ครูให้ความรู้และนกั เรยี นรว่ มกันอภิปรายความรเู้ รื่องอภิปชู นียกานท์ โดยใช้โปรแกรมนาเสนอ
ภาพนง่ิ
- ผู้แต่ง
- ลักษณะคาประพนั ธ์
- จุดมงุ่ หมายในการแตง่
- หลกั การอา่ นออกเสียงสรภัญญะ
๕) นักเรียนอา่ นคาประพนั ธ์จากหนงั สือเรยี นวรรณคดีและวรรณกรรม พร้อมกัน
๖) ครูชี้แนะการอา่ นให้ถกู ต้องตามหลกั การอา่ นคาครุ – ลหุ แลว้ อธบิ ายเชอ่ื มโยงให้นักเรียนเหน็
ว่าลักษณะสาคญั ของคาประพันธป์ ระเภทฉันทค์ ือ มคี รุ-ลหุ บังคบั
๗) นกั เรยี นแบ่งกลมุ่ ๔ กล่มุ จากนน้ั ทาแบบฝกึ หัดเรือ่ ง “คาครุ – ลหุ”
๘) นักเรียนทากิจกรรมเกม “ครุ หรือ ลหุ’” โดยนักเรียนแบ่งกลุ่ม ๔ กลุ่ม จาแนก คาครุ-ลหุ
จากคาที่ครูกาหนดให้ จากนั้นส่งตัวแทนกลุ่มกลุ่มละ ๒ คน ไปเขียนบนกระดาน กลุ่มใดเขียนเสร็จก่อนและ
ถูกตอ้ งเปน็ ผู้ชนะ
๙) นักเรียนทาแบบฝึกหัดเรอ่ื ง คาครุ-ลหุ
ข้นั สรปุ
๑๐ ) ครูและนักเรียนรว่ มกันสรุปบทเรียน จากนน้ั มอบหมายให้นกั เรียนเตรยี มสอบทอ่ งบท
นมสั การมาตาปิตุคณุ และอาจารยิ คุณเปน็ กลุม่ นาเสนอครใู นรูปแบบคลิปวีดโิ อ
๙. ส่อื อุปกรณ์และแหลง่ การเรียนรู้
๙.๑ วดี ทิ ศั นไ์ ทยประกนั ชีวิตเร่อื งพอ่ แม่และครู
๙.๒ หนงั สอื เรยี นวรรณคดแี ละวรรณกรรม
๙.๓ โปรแกรมนาเสนอภาพน่งิ
๙.๔ แบบฝกึ หัดเร่อื ง “คาครุ – ลหุ”
๙.๕ กจิ กรรมเกม “ครุ หรือ ลหุ’”
๑๐. การวัดและการประเมนิ ผล
รายการวดั และ วิธวี ัดและประเมนิ ผล เครอ่ื งมอื วัดและ เกณฑ์การวัดและ
ประเมินผล ประเมินผล ประเมินผล
สงั เกตจากการตอบ
ดา้ นความรู้ คาถามของนักเรียน แบบประเมนิ การตอบ ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ
คาถาม ระดบั ดี
ดา้ นทกั ษะ ตรวจแบบฝกึ หัดเรือ่ ง เฉลยแบบฝึกหดั เรือ่ ง ผ่านเกณฑร์ ะดับดี
กระบวนการ “คาครุ – ลหุ
การท่องอาขยาน “คาครุ – ลหุ
ดา้ นเจตคติ
สงั เกตการปฏบิ ตั ิงาน แบบประเมินการทอ่ ง ผา่ นเกณฑ์การประเมิน
ของนกั เรยี น
อาขยาน ระดับดี
แบบสังเกตพฤติกรรมการ ผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ
เรยี นรายบคุ คล ระดบั ดี
แบบการประเมินสมรรถนะสาคัญของผ้เู รียน
รายบคุ คล
ช่ือ..................................................นามสกลุ .................................................ชั้น...............เลขท.่ี ..............
คาชี้แจง : ให้ผู้สอนสงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียน และขีด ลงในชอ่ งทต่ี รงกบั คะแนน
ระดับคณุ ภาพ
สมรรถนะด้าน รายการประเมนิ ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง
(๔) (๓) (๒) (๑)
๑. ความสามารถ ๑.๑ มีความสามารถในการรบั -สง่ สาร
ในการส่อื สาร ๑.๒ มีความสามารถในการถา่ ยทอดความรู้ ความคดิ
ความเข้าใจของตนเอง โดยใชภ้ าษาอยา่ งเหมาะสม
๑.๓ ใชว้ ธิ ีการสื่อสารทีเ่ หมาะสม มปี ระสทิ ธิภาพ
๑.๔ เจรจาต่อรองเพอื่ ขจัดและลดปญั หาความ
ขัดแยง้ ต่าง ๆ ได้
๑.๕ เลอื กรบั และไมร่ บั ขอ้ มูลขา่ วสารดว้ ยเหตุผล
และถูกตอ้ ง
สรุปผลการประเมนิ รวม .......... คะแนน ระดบั ...............
๒. ความสามารถ ๒.๑ มคี วามสามารถในการคิดวเิ คราะห์ สงั เคราะห์
ในการคิด ๒.๒ มที ักษะในการคิดนอกกรอบอยา่ งสร้างสรรค์
๒.๓ สามารถคดิ อย่างมวี จิ ารณญาณ
๒.๔ มคี วามสามารถในการสร้างองคค์ วามรู้
๒.๕ ตัดสินใจแก้ปัญหาเก่ยี วกบั ตนเองไดอ้ ยา่ ง
เหมาะสม
สรปุ ผลการประเมิน รวม .......... คะแนน ระดับ ...............
๓. ความสามารถ ๓.๑ เรียนรู้ด้วยตนเองไดเ้ หมาะสมตามวัย
ในการใชท้ ักษะ ๓.๒ สามารถทางานกลุ่มร่วมกบั ผูอ้ ่นื ได้
ชวี ติ ๓.๓ นาความร้ทู ่ีไดไ้ ปใชป้ ระโยชนใ์ นชีวิตประจาวัน
๓.๔ จัดการปัญหาและความขดั แย้งได้เหมาะสม
๓.๕ หลีกเล่ยี งพฤติกรรมไม่พงึ ประสงคท์ สี่ ง่ ผล
กระทบตอ่ ตนเอง
สรปุ ผลการประเมนิ รวม .......... คะแนน ระดับ ...............
แบบประเมิน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๘ ประการ
ชอื่ -สกลุ นกั เรยี น.....................................................................หอ้ ง..............................เลขที่…….
คาชแี้ จง : ให้ ผสู้ อน สังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขดี ลงใน
ช่องว่างที่ตรงกบั ระดบั คะแนน
คุณลักษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน
๓๒๑
อันพึงประสงคด์ า้ น
๑. ใฝเ่ รียนรู้ ๑.๑ ตั้งใจเรยี น
๑.๒ เอาใจใส่ในการเรยี น และมคี วามเพียรพยายามในการเรียน
๑.๓ เขา้ ร่วมกิจกรรมการเรยี นร้ตู า่ งๆ
๑.๔ ศึกษาคน้ ควา้ หาความรู้จากหนงั สอื เอกสาร ส่ิงพมิ พ์ สือ่ เทคโนโลยี
ตา่ งๆ แหล่งการเรยี นรทู้ ง้ั ภายในและภายนอกโรงเรยี น และเลอื กใช้สือ่ ได้
อย่างเหมาะสม
๑.๕ บันทกึ ความรู้ วเิ คราะห์ ตรวจสอบบางสิง่ ที่เรียนรู้ สรุปเปน็ องค์
ความรู้
๑.๖ แลกเปลี่ยนความรู้ ดว้ ยวิธกี ารต่างๆ และนาไปใช้ในชีวิตประจาวัน
๒. มงุ่ มนั่ ในการ ๒.๑ มีความตง้ั ใจและพยายามในการทางานที่ได้รับมอบหมาย
ทางาน ๒.๒ มีความอดทนและไม่ท้อแท้ต่ออุปสรรคเพ่ือใหง้ านสาเร็จ
๓.๑มจี ติ สานึกในการอนุรักษว์ ฒั นธรรมและภูมิปญั ญาไทย
๓. รกั ความเปน็ ไทย ๓.๒เห็นคุณคา่ และปฏิบตั ิตนตามวฒั นธรรมไทย
ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน
............../.................../................
แบบประเมนิ การตอบคาถาม
คาช้ีแจง ทาเครือ่ งหมาย ลงในช่องระดับคะแนนพฤติกรรมที่นกั เรยี นปฏบิ ัตดิ ังนี้
ระดับ ๓ หมายถึง แสดงพฤติกรรมให้เห็นมาก
ระดบั ๒ หมายถึง แสดงพฤติกรรมใหเ้ หน็ ปานกลาง
ระดับ ๑ หมายถึง แสดงพฤตกิ รรมใหเ้ ห็นนอ้ ย
ลาดับ พฤตกิ รรม/ การ
ที่ ระดบั คะแนน สนใจและตั้งใจ ตอบคาถามได้ ตอบคาถาม รวม ประ
ฟังคาถาม ตรงประเด็น อยา่ งสม่าเสมอ คะ
แนน เมิน หมายเหตุ
๓๒๑ ๓๒๑
ผล
ช่อื -สกุล ๓๒๑ ผา่ น ไม่
ผา่ น
เกณฑ์การประเมิน ดมี าก
คะแนน รวม ๘ - ๙ = ดี
คะแนน รวม ๖ - ๗ = พอใช้
คะแนน รวม ๓ - ๕ =
เกณฑก์ ารผ่าน
คะแนนอย่ใู นระดบั ดีขึน้ ไป ถือว่าผา่ นเกณฑ์
แบบประเมนิ การท่องอาขยาน
คาชี้แจง : แบบประเมินการอ่านทานองสวดสรภัญญะ สร้างข้ึนเพื่อให้ครูผู้สอนประเมินการอ่าน
ทานองสวดสรภญั ญะของนกั เรียน โดยทาเคร่อื งหมาย / ในช่องใหค้ ะแนนทีเ่ หน็ สมควรตามความเป็นจริง
ขอ้ สงั เกตเพมิ่ เตมิ
พฤตกิ รรม/ระดบั คะแนน
เลขท่ี รายช่อื นักเรียน ความ อักขระวธิ ี จงั หวะ/ นา้ เสยี ง อารมณ์ รวม
ถูกตอ้ ง ทานอง
๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ...............................................................ผปู้ ระเมนิ
(....................................................)
.........../.............../................
เกณฑ์การประเมิน ๔ = ดมี าก ๓ = ดี ๒ = พอใช้ ๑ = ปรับปรุง
เกณฑ์การผ่าน คะแนนอยู่ในระดับดีขึ้นไป ถอื ว่าผา่ นเกณฑ์
แบบประเมนิ การท่องอาขยาน
คาชี้แจง : เกณฑ์การประเมินน้ีสร้างขึ้นเพ่ือใช้เป็นเกณฑ์การให้คะแนนโดยครู ตามรายการประเมิน
พรอ้ มทั้งเกณฑ์การให้คะแนนในแต่ละหัวขอ้ ท่ีตรงกับการอ่านทานองสวดสรภัญญะของนกั เรียนตามความเป็น
จริง และครูจะประเมนิ ลงในแบบประเมินการอา่ นทานองสวดสรภัญญะ
รายการประเมนิ ๔ (ดีมาก) เกณฑก์ ารประเมนิ ๑ (ปรับปรงุ )
๓ (ดี) ๒ (พอใช)้
๑. ความถกู ต้อง อ่านถูกต้องทกุ คา ไม่ อา่ นผดิ ๑ – ๒ คา อ่านผิด ๓ – ๕ คา อ่านผดิ มากกว่า ๕ คา
อ่านคา ตัดคา เติมคา และถกู ตอ้ งตาม และถูกตอ้ งตรงตาม และถูกตอ้ งตรงตาม
และตรงตามฉนั ท ฉันทลกั ษณ์ของ ฉันทลกั ษณ์ ฉันทลกั ษณ์ของคา
ลักษณ์ คาประพนั ธ์ ประพันธ์
๒. อักขระวิธี ออกเสียง ร และคา ออกเสียง ร และคา ออกเสียง ร และคา ออกเสยี ง ร และคา
ควบกล้าได้ดีมาก ควบกลา้ ได้ไม่ ควบกล้า ไมถ่ กู ตอ้ ง ควบกล้าไมถ่ กู ตอ้ ง
ถูกตอ้ งทุกคา ถูกตอ้ ง ๑ – ๒ คา ๓ – ๕ คา มากกว่า ๕ คาขน้ึ ไป
๓. จังหวะ/ แบ่งจังหวะการอา่ น แบง่ จังหวะการอ่าน แบง่ จังหวะการอา่ น แบง่ จังหวะการอ่านผดิ
ทานอง ถูกตอ้ งตามฉันท ผดิ ๑ – ๒ ผิด ๓ – ๕ ตาแหนง่ และอ่านตดิ ขดั มากกวา่
ลักษณ์ และอ่านได้ ตาแหน่งและอา่ น และอา่ นติดขดั ๓ – ๕ ตาแหน่ง
ราบร่นื ไม่ตดิ ขัด ตดิ ขัด ๑ – ๒ คา ๕ ตาแหนง่
๔. นา้ เสียง นา้ เสยี งดี ออกเสยี ง นา้ เสียงดี ออกเสียง นา้ เสียงดี เสียงไม่ น้าเสียงไม่น่าฟัง ออก
ไพเราะ น่าฟัง เสียง ไพเราะ น่าฟงั เสียง ชดั เจน ออกเสยี งไม่ เสยี งเบา ไมช่ ัดเจน
ดัง ฟงั ชดั ออกเสียง ดงั ฟังชดั ออกเสียง ชัดและผิดเพ้ียน และออกเสียงเพ้ียน
ไม่มีผดิ เพย้ี น ผิดเพย้ี น ๑ – ๒ คา วรรณยุกต์ ๓ – ๕ คา วรรณยกุ ตม์ ากกวา่
วรรณยกุ ต์ ๕ ตาแหน่ง
๕. อารมณ์ สามารถแสดง แสดงอารมณ์จาก สามารถแสดงอารมณ์ สามารถแสดงอารมณ์
อารมณ์จากคา บทประพันธไ์ ด้ จากบทประพันธ์ได้ ได้แต่ยงั ไม่ถกู ต้องและ
ประพนั ธไ์ ดด้ ี ถกู ต้อง ถูกต้องตรงตาม บ้าง และไม่ตลอดคา ไมต่ อ่ เนื่องตลอดคา
เนอ้ื หาแตไ่ ม่ ประพันธ์ ประพันธ์
ตอ่ เนอ่ื ง
กาหนดระดับคณุ ภาพ/การวัดและประเมินผล
คะแนนรวม ๑๖ – ๒๐ มีระดับคะแนนเปน็ ๔ หรอื ดีมาก
คะแนนรวม ๑๑ – ๑๕ มรี ะดบั คะแนนเป็น ๓ หรือ ดี
หรือ พอใช้
คะแนนรวม ๖ – ๑๐ มีระดับคะแนนเปน็ ๒ หรือ ปรับปรุง
คะแนนรวม ๑ – ๕ มีระดบั คะแนนเปน็ ๑
เกณฑ์การผ่าน ไดค้ ะแนนในระดบั ดีขึน้ ไป จงึ ถือวา่ ผ่านเกณฑ์
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเรยี นรายบุคคล
คาชี้แจง : แบบสังเกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วมในช้ันเรียนเป็นรายบุคคล สร้างข้ึนเพ่ือให้ครูผู้สอนประเมิน
พฤติกรรมนักเรียนเป็นรายบุคคล โดยทาเครือ่ งหมาย / ในชอ่ งใหค้ ะแนนที่เห็นสมควรตามความเปน็ จริง
เลขที่ พฤติกรรม ความตรงตอ่ พฤตกิ รรมและระดบั คะแนน รวม
รายชอ่ื นักเรยี น เวลาและความ มุ่งมั่นในการ ความสนใจ มีคณุ ธรรมใน
พรอ้ มในการ
ทางาน กระตอื รอื รน้ ใน การเรียน เชน่
เรียน การเรยี น ความมีวนิ ัย
๓๒๑ ๓ ๒ ๑ ๓๒๑๓๒๑
ข้อสงั เกตเพมิ่ เติม
............................................................................................................................. ......................................
.................................................................................................................................... ...............................
ลงช่อื ................................................ ผู้ประเมิน
(................................................)
.........../............/..........
เกณฑก์ ารประเมิน ๒ = ดี ๑ = พอใช้หรือควรปรับปรงุ
๓ = ดีมาก
เกณฑก์ ารผา่ น
คะแนนอยใู่ นระดบั ดีข้นึ ไป ถือวา่ ผา่ นเกณฑ์
เกณฑก์ ารประเมินผลแบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรายบุคคล
คาช้แี จง : เกณฑก์ ารประเมินน้ีสรา้ งขึน้ เพ่ือใช้เป็นเกณฑ์ในการใหค้ ะแนน โดยครเู ลอื กตามรายการ
ประเมินพรอ้ มท้งั เกณฑก์ ารให้คะแนนในแตล่ ะหัวขอ้ ทตี่ รงกับพฤติกรรมของนกั เรียนตามความเปน็ จริงและครู
จะประเมิน ลงในแบบสังเกตพฤตกิ รรมการมีสว่ นร่วมในช้ันเรยี น
รายการประเมิน เกณฑก์ ารประเมิน
๓ (ดีมาก) ๒ (ปานกลาง) ๑ (พอใช)้ ๐ (ปรบั ปรุง)
๑. ความตรงตอ่ เวลา เขา้ เรียนตรงเวลา เขา้ เรยี นช้ากวา่ เขา้ เรียนเช้าเกิน เขา้ เรยี นชา้ กว่า
กาหนดเกนิ ๑๕
กาหนด แตไ่ ม่เกนิ ๕ กว่ากาหนด แต่ไม่ นาที
นาที เกนิ ๑๐ นาที
๒. มุ่งมน่ั ในการ กระตือรือรน้ ทางาน กระตือรือรน้ ทางาน กระตือรอื รน้ ทางาน ไม่กระตอื รือร้นใน
ทางาน
ทุกคร้ังท่ีได้รับ ทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย ทไี่ ดร้ บั มอบหมาย การทางาน และ
๓. ความมวี นิ ัย
มอบหมาย และส่ง ตงั้ แต่ ๑ ครงั้ ข้ึนไป และส่งงานเกินเวลา สง่ งานเกนิ เวลาที่
๔. ความรว่ มมอื
งานตรงตามเวลาท่ี และส่งงานเกินเวลา ท่ีกาหนด ๒-๓ วนั กาหนดมากกวา่ ๓
กาหนด ที่กาหนด ๑ วัน วัน
นง่ั อยู่กับท่ี ไมค่ ยุ ไม่ นงั่ อยกู่ บั ท่ี คยุ เลน่ น่ังอยู่กับท่ี แต่ ลกุ จากท่ีน่ังโดย
เลน่ บ้าง พดู คยุ เสียงดัง ไม่ได้รบั อนญุ าต
รบกวนผูอ้ น่ื
ใหค้ วามร่วมมือใน ใหค้ วามร่วมมือใน ใหค้ วามร่วมมือ ไมใ่ หค้ วามร่วมมอื
การตอบคาถามและ การตอบคาถามและ ในการตอบคาถาม ในการตอบคาถาม
ทากจิ กรรมต่างๆ ทากิจกรรมตา่ งๆ และทากจิ กรรม และทากิจกรรม
เป็นอยา่ งดที ุกคร้ัง เปน็ อย่างดบี างครง้ั ตา่ ง ๆ นอ้ ย ใด ๆ เลย
เกณฑก์ ารตัดสนิ /ระดับคณุ ภาพ
ระดับคะแนน ผลการประเมิน
๑๐ - ๑๒ ดีมาก
๗–๙ ดี
๔–๖ พอใช้
๐–๓
ควรปรบั ปรุง
เกณฑ์การผ่าน ไดค้ ะแนนในระดับดีข้ึนไป จงึ ถือว่าผ่านเกณฑ์
รายละเอียดเนอ้ื หาสาระความรเู้ พมิ่ เตมิ
คาครุ คาลหุ
คาครุ คาลหุ เป็นคาทีบ่ ังคบั ใช้เฉพาะบทประพันธป์ ระเภท ฉนั ท์ เท่านน้ั
คาครุ ไดแ้ ก่ คาทปี่ ระสมด้วยสระเสียงยาวในแม่ ก กา เช่น กา ตี งู กับคาทีป่ ระสมด้วยสระเสียงส้ัน
หรอื เสียงยาวกไ็ ด้ทม่ี ตี ัวสะกด ก็จดั เป็นคาครดุ ้วย
คาครุ เวลาเขียนเป็นสัญลักษณ์ ใช้เคร่ืองหมายเหมือนไม้หันอากาศ ( ั ) แทน
คาลหุ ได้แก่ คาที่ประสมด้วยสระเสยี งส้นั ในแม่ ก กา เช่น จะ ติ มุ เตะ และคาทีใ่ ชพ้ ยัญชนะคาเดียว
เชน่ ก็ บ่ ณ ธ นอกจากนค้ี าที่ประสมด้วย สระอา บางทีก็อนโุ ลมใหเ้ ปน็ ลหุ ได้ เชน่ ลา ทา เปน็ ต้น
คาลหุ เวลาเขยี นเป็นสญั ลักษณ์ ใช้เครอื่ งหมายเหมือนสระอุ ( ุ ) แทน
อนิ ทรวิเชยี ร์ฉันท์
อนิ ทวชิราฉนั ท์ นยิ มเรยี กกนั ในภาษาไทยว่า อินทรวเิ ชยี รฉนั ท์หรืออนิ ทวเิ ชยี รฉันท์ เปน็ ฉนั ท์ทมี่ บี าท
ละ ๑๑ อกั ษร อินทรวิเชยี รฉันท์ หมายความว่า ฉันท์ท่มี ลี ีลาดุจสายฟา้ ของพระอนิ ทร์
อนิ ทรวิเชียรฉนั ท์ ๑ บท มี ๒ บาท บาทหน่ึง แบ่งเปน็ ๒ วรรค วรรคหนา้ มี ๕ พยางค์ วรรคหลังมี
๖ พยางค์
แผนผังอนิ ทรวิเชยี รฉันท์ ๑๑
บาทเอก
บาทโท
สมั ผสั ระหว่างบท
ตัวอย่างคาประพนั ธ์ บงเน้ือก็เนื้อเต้น พศิ เสน้ สรีร์รวั
ท่วั รา่ งและท้ังตัว ก็ระรกิ ระรวิ ไหว
แลหลังละลามโล- หติ โอเ้ ลอะหลัง่ ไป
เพ่งผาดอนาถใจ ระกะรอ่ ยเพราะรอยหวาย
อินทรวิเชยี รย์ฉนั ท์ แบง่ จังหวะการอา่ นวรรคหนา้ ๒ จงั หวะ คอื จังหวะ ๒ คา และ จังหวะ๓
คา และ วรรคหลัง ๒ จงั หวะ จังหวะละ ๓ คา
พวกราช / ชมลั โดย / พลโบย / มใิ ชเ่ บา
สุดหัต / ถแห่งเขา/ ขณะหวด / สิพงึ กลัว
การอา่ นคาประพนั ธ์ประเภทฉนั ทจ์ ะแตกต่างจากคาประพนั ธ์ประเภทอ่ืนเนอ่ื งจากการอา่ นฉันท์
จะตอ้ งอา่ นตามฉันทลกั ษณ์ ครุ ลหุ ของฉันท์ แต่ละชนิด ดงั เชน่ อนิ ทรวเิ ชียรฉันทบ์ ทข้างตน้ ตอ้ งอา่ นออกเสียง
ดงั นี้
พวก – ราด / ชะ – มนั – โดย พะ – ละ –โบย / มิ – ใช่ – เบา
สุด – หัด / ถะ – แห่ง – เขา ขะ–หนะ– หวด / สิ – พึง – กลวั
แบบฝึกหัด
เร่อื ง : คาครุ – ลหุ
คาชี้แจง : ให้นักเรยี นเขยี นสญั ลกั ษณ์ คาครุ ( ั ) กากบั หากคานน้ั เปน็ คาครแุ ละ เขียนสญั ลักษณ์คาลห(ุ ุ )
กากับหากคานั้นเปน็ คาลหุลงในช่องว่าให้ถกู ต้อง
คา สัญลักษณ์
......................................................
๑. พิโรธ ......................................................
๒. สายัณห์ ......................................................
๓. โศกี ......................................................
๔. นคร ......................................................
๕. นิรารมณ์ ......................................................
๖. บมิห่วง ......................................................
๗. เกษมศานต์ ......................................................
๘. ประจญั บาน ......................................................
๙. วิจิตรวจี ......................................................
๑๐. พจิ ารณาคดี
เฉลย : แบบฝกึ หัด เรือ่ ง : คำครุ – ลหุ
คาชแี้ จง : ให้นักเรยี นเขยี นสัญลักษณ์ คาครุ ( ั ) กากบั หากคานนั้ เป็นคาครุและ เขียนสัญลกั ษณ์คาลห(ุ ุ )
กากับหากคานนั้ เป็นคาลหลุ งในชอ่ งวา่ ให้ถกู ตอ้ ง
คา สัญลกั ษณ์
......................................................
๑. พโิ รธ ......................................................
๒. สายณั ห์
๓. โศกี ......................................................
๔. นคร ......................................................
๕. นิรารมณ์ ......................................................
๖. บมหิ ่วง ......................................................
๗. เกษมศานต์ ......................................................
๘. ประจัญบาน ......................................................
๙. วิจติ รวจี ......................................................
๑๐. พจิ ารณาคดี ......................................................
บนั ทกึ ผลหลังการเรยี นรู้
ผลการจัดการเรียนรตู้ ามตวั ชว้ี ัด / ผลการเรยี นรู้
- นกั เรยี นบอกลักษณะคาประพนั ธ์ประเภทอนิ ทรวิเชียรฉันท์ ๑๑ และวิเคราะห์คาครุ-ลหุไดถ้ กู ตอ้ ง
- นักเรยี นอา่ นออกเสียงเรื่องนมัสการมาตาปิตุคุณ และนมัสการอาจริยคุณได้ถกู ต้องตามหลกั การ
อ่านทานองเสนาะแบบสรภญั ญะ
- นกั เรยี นตระหนกั ถงึ คุณคา่ ของผู้มพี ระคุณ และเห็นความงามของวรรณคดี
สมรรถนะในการเรียนแต่ละดา้ น
- นักเรียนได้ใช้ความสามารถด้านการสื่อสาร และการคิดในการทากิจกรรมที่ไดร้ ับมอบหมาย
- นกั เรยี นได้ใช้ความสามารถด้านการใชท้ กั ษะชวี ิตและความสามารถในการแก้ปัญหาในการแกป้ ัญหา
ทเ่ี กดิ ขึ้นระหวา่ งทากจิ กรรม
คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์แต่ละดา้ น
. - นักเรยี นมีความมุ่งมุ่นในการทางานทไี่ ด้รบั มอบหมาย มคี วามใฝ่รใู้ ฝเ่ รยี นและรบั ผดิ ชอบต่องานท่ี
ได้รบั มอบหมายอย่างเต็มความสามารถ
ปัญหา / อปุ สรรค
-
ข้อเสนอแนะ / แนวทางการแกป้ ัญหา
-
ข้อค้นพบ
-
ลงช่อื …………… …………………..ผสู้ อน
(นางสาวเฌอณัฏฐช์ า หลิมพลอย)
แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ ๔ ( โรงเรียนคณุ ธรรมชั้นนา )
กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย วิชาภาษาไทย (ท๓๑๑๐๑) ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ ๔
หน่วยการเรียนร้ทู ี่ ๑ ภาคเรียนที่ ๑ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๕
เร่อื ง อภิปูชนียกานท์ เวลา ๑ ชั่วโมง ผูส้ อน ครเู ฌอณฏั ฐ์ชา หลิมพลอย
___________________________________________________________________________
๑. สาระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๕.๑ : เข้าใจและแสดงความคดิ เห็น วิจารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรมอยา่ งเหน็ คุณคา่
และนามาประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ิตจรงิ
ตวั ชว้ี ัด
ท ๕.๑ ม.๔ – ๖/๑ วิเคราะห์และวจิ ารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมตามหลกั การวจิ ารณเ์ บ้อื งต้น
ท ๕.๑ ม.๔ – ๖/๓ วิเคราะห์และประเมนิ คุณค่าด้านวรรณศลิ ป์ของวรรณคดีและวรรณกรรมในฐานะ
ท่ีเป็นมรดกทางวฒั นธรรม
ท ๕.๑ ม.๔ – ๖/๔ สงั เคราะห์ขอ้ คดิ จากวรรณคดแี ละวรรณกรรมเพ่อื นาไปประยุกต์ใช้ในชวี ติ จริง
๒. จุดประสงค์การเรยี นรู้
๒.๑ นักเรยี นบอกหลักการวิเคราะห์คุณคา่ ด้านต่าง ๆ ได้ (K)
๒.๒ นักเรียนวิเคราะหค์ ุณค่าท่ไี ด้รบั จากบทนมัสการมาตาปิตุคณุ และอาจาริยคุณได้ (P)
๒.๓ นกั เรียนตระหนกั ในคณุ คา่ ของผู้มีพระคุณ (A)
๓. สาระสาคัญ
บทนมัสการมาตาปิตุคุณและบทนมัสการอาจาริยคุณ เป็นวรรณกรรมร้อยกรองที่มีเนื้อหาแสดง
พระคุณของบิดามารดาและครูอาจารย์ โดยใช้ภาษาที่งดงามมีวรรณศิลป์ และเป็นบทอ่านที่มีเน้ือหาไพเราะ
ซาบซ้ึง การอ่านบทประพันธ์น้ีด้วยทานองเสนาะและทานองสรภัญญะ การศกึ ษาฉันทลักษณ์คาประพันธ์ จะ
ช่วยให้นักเรยี นเห็นถงึ ความไพเราะและชว่ ยให้จดจาเนือ้ หาของบทประพันธไ์ ด้ขึ้นใจ นาไปสู่ความดม่ื ดา่ ซาบซึ้ง
กับความหมายอนั กินใจของบทประพนั ธ์
๔. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน
๔.๑ ความสามารถในการสอ่ื สาร
๔.๒ ความสามารถในการคิด
๔.๓ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
๕. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
๕.๑ ใฝ่เรยี นรู้
๕.๒ มุ่งมนั่ ในการทางาน
๕.๓ รักความเป็นไทย
๖. สาระการเรยี นรู้
๖.๑ ความรู้
- การวเิ คราะห์คณุ คา่ ด้านเนอื้ หาบทนมัสการมาตาปิตุคุณ และนมสั การอาจารยิ คุณ
- การวิเคราะหค์ ุณค่าดา้ นวรรณศิลป์บทนมสั การมาตาปิตุคณุ และนมสั การอาจารยิ คณุ
- การวเิ คราะหค์ ุณคา่ ดา้ นสังคมวฒั นธรรมบทนมสั การมาตาปติ ุคุณนมสั การอาจารยิ คุณ
๖.๒ ทกั ษะ/กระบวนการ
- ทักษะการอา่ น
- ทกั ษะการคดิ วิเคราะห์
- ทักษะการอภปิ ราย
๗. ช้นิ งาน/ภาระงาน
- ใบงานเรือ่ ง “คดิ วเิ คราะห์คุณคา่ กับอภิปูชนยี กานท์”
๘. กจิ กรรมการเรยี นรู้ (การเรยี นรู้โดยใชแ้ ผนผงั ความคิด (Concept mapping))
ขัน้ นา
๑) ครใู ห้นกั เรยี นท่องบทสวดนมัสการมาตาปิตคุ ุณ และนมัสการอาจริยคณุ
๒) ครเู ชอ่ื มโยงเขา้ สู่บทเรยี นโดยการสนทนา ดงั นี้
นักเรียนท่องบทสวดสวดนมัสการมาตาปิตุคุณและนมัสการอาจริยคุณแล้วรู้สึกอ ย่างไรบ้าง
พระคุณของบิดามารดาและครูคืออะไร โดยใช้คาถามกระตุ้นความคิดให้นักเรยี นตอบว่า พ่อ แม่ ครูอาจารย์มี
พระคุณอยา่ งไร และเราควรมีคณุ ธรรมใดถึงจะเป็นบุตรทีด่ ี จากนั้นโยงเขา้ สู่บทเรียน
ขนั้ สอน
๓) นักเรียนและครูอ่านบทนมัสการมาตาปิตุคุณและบทนมัสการอาจาริยคุณเป็นทานองสรภัญญะ
พรอ้ มกนั
๔) นักเรียนแบ่งกลุ่มเป็น ๘ กลุ่มเท่าๆ กันจากนักเรียนทั้งห้อง โดยกลุ่มท่ี ๑ - ๔ อ่านบทนมัสการ
มาตาปติ ุคุณ และกลุ่มท่ี ๕ - ๘ อ่านบทนมัสการอาจารยิ คุณ หนงั สือเรยี นวรรณคดีและวรรณกรรม
๕) นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปความรู้จากเร่ืองลงในกระดาษที่ครูเตรียมให้ในรูปแบบแผนผัง
ความคิด โดยสรุปเกี่ยวกับคุณค่าด้านเน้ือหา วรรณศลิ ป์ สังคมวฒั นธรรม และข้อคดิ ท่ีอภิปรายได้จากเน้ือหา
ในบทนมสั การมาตาปติ ุคุณและอาจารยิ คุณ
๖) ครสู ุ่มนักเรียน ๓-๔ กล่มุ ออกมาเสนอผลการอภิปรายหนา้ ชนั้ เรยี น
- หมายเหตุ ถ้ากลุ่มท่ีออกมารายงานมีเนอ้ื หาคลา้ ยคลงึ กนั กบั กลุม่ ที่รายงานก่อนหน้าให้รายงานเสริม
เฉพาะเนอ้ื หาทีแ่ ตกต่างจากกล่มุ ท่ีรายงานแล้วเทา่ นนั้
ขั้นสรปุ
๗ ) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปบทเรียนโดยครูเป็นผู้ตั้งคาถามแล้วสุ่มเลขท่ีนักเรียนหรือขอ
อาสาสมคั รนกั เรยี นตอบ ๒-๓ คน จากน้นั นกั เรียนบนั ทกึ ความร้ทู ีไ่ ดร้ ับลงสมดุ
๘) ครมู อบหมายให้นกั เรียนทาใบงานเรอื่ ง “คดิ วิเคราะหค์ ุณคา่ กบั อภิปูชนียกานท์”
๙. สอ่ื อปุ กรณ์และแหล่งการเรยี นรู้
๙.๑ หนังสือเรยี นวรรณคดีและวรรณกรรม
๙.๒ ใบงานเร่อื ง “คดิ วเิ คราะหค์ ณุ ค่ากบั อภิปูชนียกานท์”
๑๐. การวัดและการประเมินผล
รายการวัดและ วิธีวดั และประเมินผล เครอ่ื งมือวัดและ เกณฑก์ ารวัดและ
ประเมนิ ผล ประเมินผล
ด้านความรู้ ประเมินผล ผ่านเกณฑก์ ารประเมิน
ระดบั ดี
ดา้ นทกั ษะกระบวนการ สงั เกตการตอบคาถามของ ประเมนิ การตอบคาถาม ผ่านเกณฑ์การประเมนิ
ระดับดี
ด้านเจตคติ นักเรยี น
ผา่ นเกณฑ์การประเมิน
ตรวจใบงานเร่ือง แบบประเมินใบงานเร่ือง ระดับดี
“คิดวเิ คราะห์คุณค่ากับ “คิดวิเคราะห์คุณคา่ กบั
อภปิ ูชนียกานท์” อภิปูชนยี กานท์”
สงั เกตการปฏบิ ัติงานของ แบบสังเกตพฤตกิ รรม
นกั เรยี น การทางานกลุม่
แบบการประเมินสมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน
รายบุคคล
ช่ือ..................................................นามสกุล.................................................ชั้น...............เลขท.ี่ ..............
คาชี้แจง : ให้ผู้สอนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี น และขีด ลงในชอ่ งทีต่ รงกบั คะแนน
ระดับคณุ ภาพ
สมรรถนะด้าน รายการประเมิน ดมี าก ดี พอใช้ ปรบั ปรุง
(๔) (๓) (๒) (๑)
๑. ความสามารถ ๑.๑ มีความสามารถในการรบั -สง่ สาร
ในการส่อื สาร ๑.๒ มีความสามารถในการถา่ ยทอดความรู้ ความคิด
ความเข้าใจของตนเอง โดยใช้ภาษาอยา่ งเหมาะสม
๑.๓ ใชว้ ธิ ีการส่อื สารทเ่ี หมาะสม มปี ระสทิ ธิภาพ
๑.๔ เจรจาต่อรองเพื่อขจดั และลดปัญหาความ
ขัดแยง้ ต่าง ๆ ได้
๑.๕ เลอื กรบั และไมร่ บั ข้อมลู ข่าวสารด้วยเหตผุ ล
และถูกตอ้ ง
สรปุ ผลการประเมิน รวม .......... คะแนน ระดับ ...............
๒. ความสามารถ ๒.๑ มคี วามสามารถในการคิดวิเคราะห์ สงั เคราะห์
ในการคิด ๒.๒ มที ักษะในการคดิ นอกกรอบอยา่ งสร้างสรรค์
๒.๓ สามารถคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณ
๒.๔ มคี วามสามารถในการสรา้ งองคค์ วามรู้
๒.๕ ตัดสินใจแกป้ ญั หาเกี่ยวกับตนเองได้อย่าง
เหมาะสม
สรุปผลการประเมิน รวม .......... คะแนน ระดบั ...............
๓. ความสามารถ ๓.๑ เรียนรู้ด้วยตนเองได้เหมาะสมตามวยั
ในการใชท้ ักษะ ๓.๒ สามารถทางานกลุม่ ร่วมกบั ผูอ้ ืน่ ได้
ชวี ติ ๓.๓ นาความร้ทู ่ไี ด้ไปใช้ประโยชนใ์ นชวี ติ ประจาวัน
๓.๔ จัดการปัญหาและความขัดแยง้ ได้เหมาะสม
๓.๕ หลีกเล่ยี งพฤติกรรมไมพ่ งึ ประสงคท์ ส่ี ่งผล
กระทบตอ่ ตนเอง
สรุปผลการประเมนิ รวม .......... คะแนน ระดบั ...............
แบบประเมิน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๘ ประการ
ชอื่ -สกลุ นกั เรยี น.....................................................................หอ้ ง..............................เลขที่…….
คาชแี้ จง : ให้ ผสู้ อน สังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขดี ลงใน
ช่องว่างที่ตรงกบั ระดบั คะแนน
คุณลักษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน
๓๒๑
อันพึงประสงคด์ า้ น
๑. ใฝเ่ รียนรู้ ๑.๑ ตั้งใจเรยี น
๑.๒ เอาใจใส่ในการเรยี น และมคี วามเพียรพยายามในการเรยี น
๑.๓ เขา้ ร่วมกิจกรรมการเรยี นร้ตู า่ งๆ
๑.๔ ศึกษาคน้ ควา้ หาความรู้จากหนงั สอื เอกสาร สงิ่ พิมพ์ ส่ือเทคโนโลยี
ตา่ งๆ แหล่งการเรยี นรทู้ ง้ั ภายในและภายนอกโรงเรียน และเลอื กใช้สื่อได้
อย่างเหมาะสม
๑.๕ บันทกึ ความรู้ วเิ คราะห์ ตรวจสอบบางส่ิงท่เี รียนรู้ สรปุ เปน็ องค์
ความรู้
๑.๖ แลกเปลี่ยนความรู้ ดว้ ยวิธกี ารต่างๆ และนาไปใช้ในชีวิตประจาวนั
๒. มงุ่ ม่ันในการ ๒.๑ มีความตง้ั ใจและพยายามในการทางานที่ไดร้ ับมอบหมาย
ทางาน ๒.๒ มีความอดทนและไม่ท้อแท้ต่ออุปสรรคเพ่อื ใหง้ านสาเร็จ
๓.๑มจี ติ สานึกในการอนุรักษว์ ฒั นธรรมและภูมิปญั ญาไทย
๓. รกั ความเปน็ ไทย ๓.๒เห็นคุณคา่ และปฏิบตั ิตนตามวฒั นธรรมไทย
ลงชอ่ื ...................................................ผู้ประเมนิ
............../.................../................
แบบประเมนิ การตอบคาถาม
คาช้ีแจง ทาเครือ่ งหมาย ลงในช่องระดับคะแนนพฤติกรรมที่นกั เรยี นปฏบิ ัตดิ ังนี้
ระดับ ๓ หมายถึง แสดงพฤติกรรมให้เห็นมาก
ระดบั ๒ หมายถึง แสดงพฤติกรรมใหเ้ หน็ ปานกลาง
ระดับ ๑ หมายถึง แสดงพฤตกิ รรมใหเ้ ห็นนอ้ ย
ลาดับ พฤตกิ รรม/ การ
ที่ ระดบั คะแนน สนใจและตั้งใจ ตอบคาถามได้ ตอบคาถาม รวม ประ
ฟังคาถาม ตรงประเด็น อยา่ งสม่าเสมอ คะ
แนน เมิน หมายเหตุ
๓๒๑ ๓๒๑
ผล
ช่อื -สกุล ๓๒๑ ผา่ น ไม่
ผา่ น
เกณฑ์การประเมิน ดมี าก
คะแนน รวม ๘ - ๙ = ดี
คะแนน รวม ๖ - ๗ = พอใช้
คะแนน รวม ๓ - ๕ =
เกณฑก์ ารผ่าน
คะแนนอย่ใู นระดบั ดีขึน้ ไป ถือว่าผา่ นเกณฑ์
เกณฑป์ ระเมินใบงาน เรือ่ ง “คิดวเิ คราะห์คุณค่ากับอภิปูชนยี กานท”์
คาชี้แจง : แบบประเมินนี้ สร้างข้ึนเพื่อให้ครูผู้สอนประเมินพฤติกรรมการทางานกลุ่มของนักเรียน
โดยทาเคร่อื งหมาย / ในชอ่ งให้คะแนนทีเ่ หน็ สมควรตามความเปน็ จรงิ
คะแนน ระดับ
๘-๑๐ ดีมาก
๕-๗ ดี
๓-๔ พอใช้
ต่ากวา่ ๓ ลงไป ปรับปรุง
เกณฑ์การผ่าน ไดค้ ะแนนในระดบั ดีข้นึ ไป จึงถือว่าผา่ นเกณฑ์
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเรียนรายบุคคล
คาชี้แจง : แบบสังเกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วมในชั้นเรียนเป็นรายบุคคล สร้างข้ึนเพ่ือให้ครูผู้สอนประเมิน
พฤติกรรมนกั เรยี นเป็นรายบคุ คล โดยทาเครอื่ งหมาย / ในชอ่ งให้คะแนนทีเ่ หน็ สมควรตามความเปน็ จริง
เลขที่ พฤติกรรม ความตรงต่อ พฤตกิ รรมและระดบั คะแนน รวม
รายชือ่ นกั เรยี น เวลาและความ มงุ่ ม่ันในการ ความสนใจ มีคณุ ธรรมใน
พรอ้ มในการ
ทางาน กระตอื รอื รน้ ใน การเรยี น เช่น
เรียน การเรยี น ความมวี ินัย
๓๒๑ ๓ ๒ ๑ ๓๒๑๓๒๑
ขอ้ สังเกตเพ่มิ เติม
...................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................... ..............................
................................................................................................................................................ ...................
เกณฑ์การประเมิน ๒ = ดี ลงชื่อ................................................ ผู้ประเมนิ
(................................................)
๓ = ดีมาก .........../............/..........
เกณฑ์การผ่าน
๑ = พอใชห้ รอื ควรปรบั ปรงุ
คะแนนอยใู่ นระดบั ดขี ้นึ ไป ถือวา่ ผ่านเกณฑ์
เกณฑก์ ารประเมินผลแบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเรยี นรายบุคคล
คาช้แี จง : เกณฑก์ ารประเมนิ น้ีสรา้ งขึน้ เพ่ือใช้เป็นเกณฑ์ในการให้คะแนน โดยครเู ลอื กตามรายการ
ประเมินพรอ้ มท้งั เกณฑก์ ารให้คะแนนในแตล่ ะหัวขอ้ ทตี่ รงกับพฤติกรรมของนักเรยี นตามความเป็นจริงและครู
จะประเมิน ลงในแบบสังเกตพฤตกิ รรมการมีสว่ นร่วมในชน้ั เรยี น
รายการประเมิน เกณฑก์ ารประเมิน
๑. ความตรงตอ่ เวลา
๓ (ดีมาก) ๒ (ปานกลาง) ๑ (พอใช)้ ๐ (ปรับปรงุ )
๒. มุ่งมน่ั ในการ เขา้ เรยี นช้ากวา่
ทางาน เขา้ เรียนตรงเวลา เขา้ เรยี นชา้ กวา่ เขา้ เรยี นเช้าเกิน กาหนดเกนิ ๑๕
นาที
๓. ความมวี นิ ัย กาหนด แตไ่ ม่เกนิ ๕ กว่ากาหนด แต่ไม่ ไม่กระตือรอื ร้นใน
การทางาน และ
๔. ความรว่ มมอื นาที เกนิ ๑๐ นาที ส่งงานเกนิ เวลาที่
กาหนดมากกวา่ ๓
กระตือรือรน้ ทางาน กระตือรือร้นทางาน กระตอื รอื ร้นทางาน วัน
ลกุ จากท่ีนงั่ โดย
ทุกคร้ังท่ีได้รับ ทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย ทไี่ ด้รับมอบหมาย ไมไ่ ด้รบั อนญุ าต
มอบหมาย และส่ง ตงั้ แต่ ๑ ครงั้ ข้ึนไป และส่งงานเกินเวลา ไมใ่ หค้ วามร่วมมอื
งานตรงตามเวลาท่ี และส่งงานเกินเวลา ท่ีกาหนด ๒-๓ วนั ในการตอบคาถาม
และทากิจกรรม
กาหนด ที่กาหนด ๑ วัน
ใดๆเลย
นง่ั อยู่กับท่ี ไมค่ ยุ ไม่ นงั่ อย่กู บั ท่ี คยุ เลน่ น่ังอยกู่ บั ท่ี แต่
เลน่ บ้าง พดู คยุ เสียงดัง
รบกวนผูอ้ น่ื
ใหค้ วามร่วมมือใน ใหค้ วามรว่ มมือใน ใหค้ วามร่วมมือ
การตอบคาถามและ การตอบคาถามและ ในการตอบคาถาม
ทากจิ กรรมตา่ งๆ ทากิจกรรมต่างๆ และทากิจกรรม
เป็นอยา่ งดที กุ คร้ัง เปน็ อย่างดบี างครง้ั ตา่ งๆน้อย
เกณฑก์ ารตัดสนิ /ระดับคณุ ภาพ
ระดับคะแนน ผลการประเมิน
๑๐ - ๑๒ ดีมาก
๗–๙ ดี
๔–๖ พอใช้
๐–๓
ควรปรบั ปรุง
เกณฑ์การผ่าน ไดค้ ะแนนในระดับดีข้ึนไป จงึ ถือว่าผ่านเกณฑ์
รายละเอยี ดเนอื้ หาสาระความรูเ้ พ่มิ เตมิ
บทนมัสการมาตาปิตคุ ณุ และอาจารยิ คณุ
ขอ้ คิดทีไ่ ด้
บุคคลท่ีกล่าวถงึ มาท้งั หมดทงั้ พ่อ แม่ ครู – อาจารยล์ ้วนเป็นผ้ทู ม่ี บี ุญคณุ แก่เราทงั้ ส้ิน เราจงึ ควร
เคารพกราบไหวแ้ ละบูชาตลอดไป
นมสั การมาตาปิตุคุณ
สรปุ เนอ้ื หา
เป็นการกล่าวถึงบุญคุณของพ่อแม่ทมี่ ตี ่อลูก สูอ้ ตุ สา่ ห์ถนอมกลอ่ มเกล้ียงเลย้ี งลกู มาดว้ ย
ความยากลาบากเป็นบุญคุณที่ไมส่ ามารถทดแทนได้ ลกู จงึ ขอเคารพกราบไว้และบชู า
ถอดคาประพันธ์
“ข้าน้อมไหว้และบูชาคณุ ของพอ่ แมท่ ี่เลีย้ งดูอุ้มชูลูกมาดว้ ยความเหนือ่ ยยากลาบากกาย โดยมิได้
ย่อทอ้ จนลกู เจริญเตบิ โตมาจนทุกวนั นี้ เปรียบพระคุณแลว้ ดุจภเู ขาและพื้นดนิ ทมี่ ีมากมายมหาศาล ไม่มีวันที่
จะทดแทนพระคณุ นไ้ี ด้หมดสน้ิ ”
คุณคา่ ด้านเน้ือหา
มีความหมายที่ลึกซง้ึ กนิ ใจ อ่านแลว้ กระต้นุ จติ สานกึ ใหค้ ดิ เปน็ และซาบซ้งึ ไปกบั บทประพันธด์ ว้ ย
บทบาทของบดิ ามารดาท่มี ีต่อบตุ ร
๑. เลีย้ งดูบตุ รให้เจรญิ เตบิ โต มีสุขภาพดี แขง็ แรงดว้ ยความรัก
๒. อบรมส่ังสอน ตักเตอื น ให้ขอ้ คิดที่ดสี าหรับบุตรได้นาไปคดิ ทบทวนประพฤติและปฏบิ ัตติ นใน
การดาเนนิ ชวี ติ ตอ่ ไปในภายหน้า
๓. ให้การศึกษาในระดบั ชั้นท่ีสูงท่ีสุดเทา่ ทจี่ ะใหไ้ ด้
๔. หาค่คู รองหรือชว่ ยพิจารณาคคู่ รองท่ดี ีให้แก่บุตร
๕. ให้ทรัพยส์ นิ เงินทองแก่บตุ รตามควรในสิทธิ์ท่พี งึ ได้
๖. ใหค้ าแนะนาและเป็นทีป่ รึกษาทีด่ ีในยามที่บตุ รมีปัญหา
บทบาทของบตุ รทม่ี ตี อ่ บดิ ามารดา
๑. เชอ่ื ฟังการอบรมส่งั สอน ตักเตือนของบดิ ามารดา
๒. รักและเทดิ ทูนบิดามารดายง่ิ ชีวติ
๓. มคี วามกตญั ญูรู้คณุ และระลกึ ถึงคณุ ทา่ นตลอดเวลา
๔. เลย้ี งดแู ละอปุ ถมั ภ์ท่านในยามท่ที ่านเจบ็ ไข้ได้ปว่ ยหรอื ชราภาพ
๕. ทาทกุ ส่ิงทุกอย่างท่ีเห็นว่าเป็นความสขุ ของทา่ นท่ไี ม่ทาให้ใครเดือดรอ้ น ไมผ่ ิดศีลธรรม และเราเองก็มี
ความสุขดว้ ย
นมสั การอาจาริยคณุ
สรุปเนือ้ หา
เป็นการกล่าวถึงบญุ คณุ ของครูบาอาจารยท์ มี่ ีตอ่ ลูกศิษย์ อบรมส่งั สอนสรรพวิชาตา่ งๆ ศีลธรรม
จรรยานานาทาใหร้ ูจ้ กั ผดิ ชอบชั่วดี ศษิ ย์จึงขอกราบไหว้บูชา
ถอดคาประพันธ์
“ข้าขอนอ้ มไหว้และบชู าคุณของครบู าอาจารยท์ สี่ อนสรรพวิชาให้ สิ่งใดไมร่ กู้ ็ไดร้ ู้ ร้บู าปบุญคุณโทษ
ร้สู ง่ิ ใดดี สิ่งใดช่ัว ทาให้ศษิ ยไ์ ม่โงเ่ ขลาเบาปญั ญา และเปน็ คนดี นับไดว้ ่ามคี ณุ อนั มหาศาลแด่ศิษยเ์ ช่นกัน”
คุณคา่ ด้านเนือ้ หา
มีความหมายท่ีลึกซึ้งกนิ ใจ อ่านแล้วกระตุ้นจิตสานกึ ให้คิดเป็นและซาบซ้ึงไปกับบทประพนั ธด์ ว้ ย
บทบาทของครูท่ีมีต่อศษิ ย์
๑. เป็นผู้สอนสรรพวชิ าแกศ่ ิษย์ใหร้ ู้จัก บาป บญุ คณุ โทษ
๒. มีความเมตตากรณุ าตอ่ ศษิ ย์ ทาให้ศษิ ย์มีความฉลาดรอบรู้เท่าทนั คนไม่โงง่ มงาย
๓. ครเู ปน็ ผมู้ ีจิตใจและอารมณแ์ จ่มใส
บทบาทของศิษยท์ ม่ี ีตอ่ ครู
๑. ศษิ ยท์ ่ดี ีควรระลกึ ถึงคณุ ทา่ น
๒. กราบไหว้บชู าคณุ ครูเสมอไม่ควรลืม
คณุ ค่าวรรณศลิ ป์ “นมสั การมาตาปิคณุ ” และ “นมัสการอาจรยิ คณุ ”
มีการเล่นเสียงสัมผัสพยัญชนะ สัมผัสสระ เล่นเสียงเบา-หนัก เล่นคาซ้อน และเล่นความของคาท่ีมี
ความหมายตรงกนั ขา้ ม
การเล่นเสียงสัมผัสทาให้เกิดการกระทบกระท่ังกันของพยัญชนะเสียงเดียวกันอันก่อให้เกิดความ
ไพเราะ เช่น “ข้าขอนบชนกคุณ” มีการเลน่ เสียงสัมผัสพยัญชนะ ระหว่างคาว่า “ข้า” กับ “ขอ” และ “คุณ”
และระหว่างคาวา่ “นบ” กับ “(ช)นก”
ท่ีเป็นการเล่นเสียงสัมผัสสระ เช่น “ตรากทนระคนทุกข์” มีการเล่นเสียงสัมผัสสระระหว่างคาว่า
“ทน” กบั “(ระ)คน”
บางวรรคมีทั้งการเล่นเสียงสัมผัสพยัญชนะและสระ เช่น “โอบบเอ้ือและเจือจุน” นอกจากจะเล่น
เสยี งสมั ผัสพยัญชนะระหวา่ งคา “โอบ” กับ “เออื้ ” และ “เจอื ” กับ “จนุ ” แล้วยังเลน่ เสียงสมั ผัสสระระหว่าง
คา “เอือ้ ” กับ “เจอื ” อีกด้วย ทเ่ี ป็นการเล่นเสียงเบา-หนกั ทาให้เกิดความไพเราะของเสียงท่ีมีนา้ หนักต่างกัน
และมีดุลยภาพของเสียงท่ีเปน็ การเล่นคาซ้อน เช่น คาว่า “เทียบเทียม” ท่ีนามาแยกเปน็ ๒ คาแล้วเลน่ คาโดย
ใช้คาว่า “บ เทียบ บเทียม” การนาคาซ้อนมาเล่นคาในลักษณะน้ีนอกจากจะก่อให้เกิดความคมคายในด้าน
ความหมายแล้ว ยังทาใหเ้ กดิ ความไพเราะของเสยี งเบา-หนกั -เบา-หนกั อันเป็นการเล่นกบั น้าหนักของเสียงคา
คณุ ค่าด้านสงั คมและวฒั นธรรม
ในบทนมสั การมาตาปติ ุคุณและอาจาริยคุณสะท้อนให้เห็นคณุ ค่าดงั น้ี
ความกตัญญู การรู้สานึกในบุญคุณ ด้วยการแสดงความเคารพและเช่ือฟัง เพื่อเป็นการตอบแทน
บญุ คณุ เพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูต่อผู้มพี ระคุณท่ีได้เลย้ี งดูหรือคอยให้ความช่วยเหลือ ดั่งในบทนมัสการ
มาตาปิตุคุณและอาจาริยคุณนี้สะทอ้ นให้เห็นถึงพระคุณของบิดามารดาและครูบาอาจารย์ที่มากลน้ เกินคณนา
และควรตอบแทนพระคณุ ดว้ ยความกตัญญูรใู้ นพระคณุ ของบิดามารดาและครูบาอาจารย์อยา่ งแท้จรงิ
ใบงาน “คิดวเิ คราะหค์ ุณคา่ กับอภปิ ูชนยี กานท์”
คาชี้แจง จงวิเคราะห์คณุ คา่ จากอภปิ ชู นยี กานทใ์ หถ้ กู ต้อง
คณุ ค่าด้านเนื้อหา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ข้อคดิ ทไ่ี ด้จากเร่ือง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
คณุ ค่าด้านวรรณศิลป์
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
คุณค่าด้านสังคมและวฒั นธรรม
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
บนั ทกึ ผลหลังการเรยี นรู้
ผลการจัดการเรียนรู้ตามตวั ชว้ี ดั / ผลการเรยี นรู้
- นักเรียนบอกหลักการวิเคราะหค์ ณุ ค่าด้านตา่ ง ๆ ได้ และวเิ คราะหค์ ุณคา่ ทีไ่ ดร้ ับจากบทนมัสการ
มาตาปิตุคณุ และอาจาริยคณุ ได้
- นกั เรียนตระหนกั ในคณุ ค่าของผูม้ ีพระคณุ
สมรรถนะในการเรยี นแตล่ ะด้าน
- นกั เรยี นไดใ้ ช้ความสามารถดา้ นการส่อื สาร และการคดิ ในการทากิจกรรมทไี่ ดร้ ับมอบหมาย
- นกั เรยี นได้ใชค้ วามสามารถดา้ นการใช้ทักษะชวี ิตและความสามารถในการแกป้ ัญหาในการแกป้ ัญหา
ทีเ่ กิดข้นึ ระหวา่ งทากจิ กรรม
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์แต่ละด้าน
. - นกั เรยี นมีความมุ่งม่นุ ในการทางานทไี่ ดร้ ับมอบหมาย มีความใฝ่รใู้ ฝ่เรยี นและรบั ผดิ ชอบตอ่ งานที่
ไดร้ ับมอบหมายอย่างเต็มความสามารถ
ปัญหา / อุปสรรค
-
ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางการแก้ปญั หา
-
ข้อค้นพบ
-
ลงชือ่ …………… …………………..ผูส้ อน
(นางสาวเฌอณัฏฐช์ า หลิมพลอย)
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี ๕ (เสริมสร้างค่านิยมหลกั ของคนไทย ๑๒ ประการ)
กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย วิชาภาษาไทย (ท๓๑๑๐๑) ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๔
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๕
เรอื่ ง การแตง่ อินทรวเิ ชยี รฉนั ท์ ๑๑ เวลา ๑ ชั่วโมง ผู้สอน ครูเฌอณฏั ฐ์ชา หลิมพลอย
___________________________________________________________________________
๑. สาระที่ ๔ หลักการใชภ้ าษาไทย
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๔.๑ : เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา
ภูมิปัญญาทางภาษาและรักภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ขิ องชาติ
ตัวชว้ี ัด
ท ๔.๑ ม.๔ – ๖/๔ แต่งบทรอ้ ยกรอง
๒. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
๒.๑ นักเรยี นสามารถบอกฉนั ลกั ษณข์ องอินทรวเิ ชยี รฉันท์ ๑๑ ได้ (K)
๒.๒ นกั เรยี นสามารถแตง่ คาประพนั ธ์ประเภทอินทรวเิ ชยี รฉนั ท์ ๑๑ ได้ (P)
๒.๓ นกั เรยี นเห็นคุณคา่ ของเอกลักษณไ์ ทย (A)
๓. สาระสาคัญ
อินทวชิราฉันท์ นิยมเรียกกันในภาษาไทยว่า อินทรวิเชียรฉันท์หรืออินทวิเชียรฉันท์ เป็นฉันท์
ท่ีมีบาทละ ๑๑ อักษร อินทรวิเชียรฉันท์ หมายความว่า ฉันท์ที่มีลีลาดุจสายฟ้าของพระอินทร์ อินทรวิเชียร
ฉันท์ ๑ บท มี ๒ บาท บาทหน่ึง แบ่งเป็น ๒ วรรค วรรคหน้ามี ๕ พยางค์ วรรคหลังมี ๖ พยางค์ ซ่ึงถือว่า
เปน็ คาประพันธป์ ระเภทฉันทท์ ี่ง่าย ถา้ นักเรียนได้ฝกึ แตง่ จะชว่ ยเป็นพนื้ ฐานของการแตง่ ฉนั ท์ชนิดอ่นื ๆ
๔. สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
๔.๑ ความสามารถในการสอ่ื สาร
๔.๒ ความสามารถในการคดิ
๔.๓ ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต
๕. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
๕.๑ ใฝเ่ รยี นรู้
๕.๒ มงุ่ มัน่ ในการทางาน
๕.๓ รักความเป็นไทย
๖. สาระการเรียนรู้
๖.๑ ความรู้
- ฉนั ทลักษณข์ องอินทรวิเชยี รฉันท์ ๑๑
- การแต่งอนิ ทรวิเชียรฉันท์ ๑๑
๖.๒ ทกั ษะ/กระบวนการ
- ทกั ษะการคิดวิเคราะห์
- ทกั ษะการแตง่ คาประพันธ์
๗. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
- การแตง่ อนิ ทรวเิ ชียรฉนั ท์ ๑๑ ในหวั ขอ้ “คุณธรรม ๑๒ ประการ สานฝันพฒั นาไทย”
๘. กจิ กรรมการเรียนรู้ (การใชเ้ กมประกอบการสอน)
ขั้นนา
๑) ครทู ักทายนกั เรียน จากน้ันทบทวนความร้เู รอื่ งคาครุ ลหุ โดยการเล่นเกม “เอะ๊ !!! ครุ หรือ ลหุ”
โดยใหน้ กั เรยี นแบ่งกลุ่ม กลมุ่ ละ ๔-๖ คน จากนั้นครจู ะแจกกระดาษแผ่นเลก็ ใหน้ ักเรียนแตล่ ะกลมุ่ เมอื่ ครู
เปดิ คาข้ึนมา ใหน้ ักเรยี นเขียนครุ-ลหุ ใหถ้ กู ต้อง
ขัน้ สอน
๒) ครูให้ความร้นู ักเรียนเร่ืองอินทรวเิ ชยี รฉันท์ ๑๑ ดว้ ยโปรแกรมนาเสนอภาพนิง่ ในหัวขอ้ ต่อไปนี้
- แผนผังการแตง่ อินทรวเิ ชยี รฉนั ท์ ๑๑
- การโยงเส้นสมั ผัสการแต่งอินทรวเิ ชียรฉันท์ ๑๑
- คาครุ-ลหุ
๓) ครยู กตวั อย่างบทรอ้ ยกรองประเภทอนิ ทรวเิ ชียรฉันท์ ๑๑
๔) ครยู กตัวอย่างบทร้อยกรองประเภทอนิ ทรวิเชียรฉนั ท์ ๑๑ ทีค่ รแู ตง่ ขน้ึ เองมาเพ่อื เปน็ ตัวอย่างแก่
นักเรยี น
ขัน้ สรุป
๕ ) ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรปุ บทเรียนโดยครูเป็นผู้ตั้งคาถามแลว้ สมุ่ เลขท่นี กั เรียนหรือขอ
อาสาสมัครนักเรยี นตอบ ๒-๓ คน จากนนั้ นกั เรยี นบันทกึ ความรู้ท่ไี ดร้ บั ลงสมุด
๖) ครูมอบหมายให้นักเรยี นแต่ละกลุ่มแต่งอินทรวิเชียรฉนั ท์ ๑๑ จานวน ๒ บท ในหวั ข้อ
“คณุ ธรรม ๑๒ ประการ สานฝันพฒั นาไทย”
๙. สอ่ื อุปกรณ์และแหลง่ การเรยี นรู้
๙.๑ เกม “เอ๊ะ!!! ครุ หรือ ลหุ”
๙.๒ โปรแกรมนาเสนอภาพน่งิ ”
๑๐. การวัดและการประเมินผล
รายการวดั และ วธิ ีวัดและประเมินผล เคร่อื งมือวดั และ เกณฑ์การวัดและ
ประเมินผล ประเมินผล ประเมนิ ผล
ดา้ นความรู้ สงั เกตจากการตอบ แบบประเมนิ การตอบ ผา่ นเกณฑ์การประเมิน
คาถามของนกั เรยี น คาถาม ระดับดี
ด้านทักษะ ประเมนิ ผลงานกล่มุ แตง่ แบบประเมินแตง่ ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ
กระบวนการ อนิ ทรวเิ ชียรฉันท์ ๑๑ อนิ ทรวเิ ชยี รฉนั ท์ ๑๑ ระดับดี
ดา้ นเจตคติ สงั เกตการปฏบิ ตั ิงาน แบบสังเกตพฤติกรรมการ ผา่ นเกณฑก์ ารประเมิน
ของนักเรยี น เรยี นรายบคุ คล ระดับดี
แบบการประเมนิ สมรรถนะสาคัญของผ้เู รียน
รายบคุ คล
ช่ือ..................................................นามสกลุ .................................................ชั้น...............เลขท.่ี ..............
คาชี้แจง : ให้ผู้สอนสงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียน และขีด ลงในชอ่ งทต่ี รงกบั คะแนน
ระดับคณุ ภาพ
สมรรถนะด้าน รายการประเมนิ ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง
(๔) (๓) (๒) (๑)
๑. ความสามารถ ๑.๑ มีความสามารถในการรบั -สง่ สาร
ในการส่อื สาร ๑.๒ มีความสามารถในการถา่ ยทอดความรู้ ความคดิ
ความเข้าใจของตนเอง โดยใชภ้ าษาอยา่ งเหมาะสม
๑.๓ ใชว้ ธิ ีการสื่อสารท่เี หมาะสม มปี ระสทิ ธิภาพ
๑.๔ เจรจาต่อรองเพอื่ ขจัดและลดปญั หาความ
ขัดแยง้ ต่าง ๆ ได้
๑.๕ เลอื กรบั และไมร่ บั ขอ้ มูลขา่ วสารดว้ ยเหตุผล
และถูกตอ้ ง
สรปุ ผลการประเมิน รวม .......... คะแนน ระดบั ...............
๒. ความสามารถ ๒.๑ มคี วามสามารถในการคิดวเิ คราะห์ สงั เคราะห์
ในการคิด ๒.๒ มที ักษะในการคดิ นอกกรอบอยา่ งสร้างสรรค์
๒.๓ สามารถคดิ อย่างมวี จิ ารณญาณ
๒.๔ มคี วามสามารถในการสร้างองค์ความรู้
๒.๕ ตัดสินใจแก้ปัญหาเก่ยี วกบั ตนเองไดอ้ ยา่ ง
เหมาะสม
สรปุ ผลการประเมิน รวม .......... คะแนน ระดับ ...............
๓. ความสามารถ ๓.๑ เรียนรู้ด้วยตนเองไดเ้ หมาะสมตามวัย
ในการใชท้ ักษะ ๓.๒ สามารถทางานกล่มุ ร่วมกบั ผูอ้ ่นื ได้
ชวี ติ ๓.๓ นาความร้ทู ่ีได้ไปใชป้ ระโยชนใ์ นชีวติ ประจาวัน
๓.๔ จัดการปัญหาและความขดั แย้งได้เหมาะสม
๓.๕ หลีกเล่ยี งพฤติกรรมไม่พงึ ประสงคท์ สี่ ง่ ผล
กระทบตอ่ ตนเอง
สรปุ ผลการประเมิน รวม .......... คะแนน ระดับ ...............
แบบประเมิน คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ๘ ประการ
ชอื่ -สกลุ นกั เรยี น.....................................................................หอ้ ง..............................เลขที่…….
คาชแี้ จง : ให้ ผสู้ อน สังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขดี ลงใน
ช่องว่างที่ตรงกบั ระดบั คะแนน
คุณลักษณะ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
๓๒๑
อันพึงประสงคด์ า้ น
๑. ใฝเ่ รียนรู้ ๑.๑ ตั้งใจเรยี น
๑.๒ เอาใจใส่ในการเรยี น และมคี วามเพยี รพยายามในการเรียน
๑.๓ เขา้ ร่วมกิจกรรมการเรยี นร้ตู า่ งๆ
๑.๔ ศึกษาคน้ ควา้ หาความรู้จากหนังสอื เอกสาร ส่ิงพิมพ์ สือ่ เทคโนโลยี
ตา่ งๆ แหล่งการเรยี นรทู้ ง้ั ภายในและภายนอกโรงเรยี น และเลอื กใช้สอื่ ได้
อย่างเหมาะสม
๑.๕ บันทกึ ความรู้ วเิ คราะห์ ตรวจสอบบางสิง่ ทเี่ รียนรู้ สรุปเปน็ องค์
ความรู้
๑.๖ แลกเปลี่ยนความรู้ ดว้ ยวิธกี ารต่างๆ และนาไปใช้ในชีวิตประจาวัน
๒. มงุ่ ม่ันในการ ๒.๑ มีความตง้ั ใจและพยายามในการทางานที่ได้รับมอบหมาย
ทางาน ๒.๒ มีความอดทนและไม่ท้อแท้ต่ออุปสรรคเพอ่ื ให้งานสาเร็จ
๓.๑มจี ติ สานึกในการอนุรักษว์ ฒั นธรรมและภูมิปญั ญาไทย
๓. รกั ความเปน็ ไทย ๓.๒เห็นคุณคา่ และปฏิบตั ิตนตามวฒั นธรรมไทย
ลงช่อื ...................................................ผู้ประเมนิ
............../.................../................
แบบประเมนิ การตอบคาถาม
คาช้ีแจง ทาเครือ่ งหมาย ลงในช่องระดับคะแนนพฤติกรรมที่นกั เรยี นปฏิบัติดงั นี้
ระดับ ๓ หมายถึง แสดงพฤติกรรมให้เห็นมาก
ระดบั ๒ หมายถึง แสดงพฤติกรรมใหเ้ หน็ ปานกลาง
ระดับ ๑ หมายถึง แสดงพฤตกิ รรมใหเ้ ห็นนอ้ ย
ลาดับ พฤตกิ รรม/ การ
ที่ ระดบั คะแนน สนใจและตั้งใจ ตอบคาถามได้ ตอบคาถาม ประ
ฟังคาถาม ตรงประเด็น อยา่ งสมา่ เสมอ รวม เมนิ หมายเหตุ
คะแนน ผล
ช่อื -สกุล ๓๒๑๓๒๑๓๒๑ ผ่าน ไม่
ผา่ น
เกณฑ์การประเมิน ดมี าก
คะแนน รวม ๘ - ๙ = ดี
คะแนน รวม ๖ - ๗ = พอใช้
คะแนน รวม ๓ - ๕ =
เกณฑก์ ารผ่าน
คะแนนอย่ใู นระดบั ดีขึน้ ไป ถือว่าผา่ นเกณฑ์
แบบประเมินการแตง่ คาประพนั ธอ์ นิ ทรวิเชยี รฉนั ท์
คาชี้แจง : แบบประเมินการแต่งคาประพันธ์อินทรวิเชียรฉันท์ สร้างขึ้นเพื่อให้ครูผู้สอนประเมิน
การแตง่ อินทรวิเชยี รฉนั ท์ โดยทาเครื่องหมาย / ในช่องให้คะแนนทเ่ี ห็นสมควรตามความเป็นจรงิ
พฤติกรรมและระดับคะแนน
ความ เนือ้ หา ความ ความคิด เขยี น
ช่ือกลุ่ม ถูกต้องของ ไพเราะ สร้างสรรค์ ถกู ต้องตาม รวม
ฉนั ทลกั ษณ์ ในการ อกั ขรวธิ ี
ท่ี
นาเสนอ
๓ ๒ ๑ ๓๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑๓ ๒ ๑
ข้อสงั เกตเพ่มิ เติม
................................................................................................................................ ...................................
............................................................................................................................. ......................................
เกณฑ์การประเมิน ลงชือ่ ................................................ ผู้ประเมนิ
(................................................)
๓ = ดมี าก ๒ = ดี .........../............/..........
๑ = พอใชห้ รอื ควรปรับปรงุ
เกณฑ์การผา่ น
คะแนนอย่ใู นระดับดีขึ้นไป ถือวา่ ผา่ นเกณฑ์
เกณฑ์การประเมินการแต่งคาประพนั ธอ์ ินทรวเิ ชยี รฉนั ท์
ประเดน็ การประเมนิ เกณฑ์การใหค้ ะแนน
๓ ๒ ๑
ลักษณะฉันทลกั ษณ์ ลักษณะฉนั ทลักษณ์มีส่วน
๑. ความถูกต้อง ถกู ต้องตามลกั ษณะ มีส่วนผดิ พลาด ๑- ๒ ผดิ พลาด ๓ ตาแหนง่
ตาแหน่ง ขน้ึ ไป
ตามฉันทลักษณ์ ฉนั ทลักษณป์ ระเภทอนิ ทร เน้อื หาบางส่วนไมต่ รง เน้อื หาไมต่ รงตามหัวขอ้
ตามหวั ข้อ “ความฝนั ” “ความฝนั ”ตามทไี่ ด้
วเิ ชียรฉันท์ ตามทไี่ ด้กาหนดไว้ กาหนดไว้
เน้อื หามคี วามไพเราะ เน้ือหามคี วามไพเราะ
๒. เน้อื หา เนอ้ื หาตรงตามหวั ขอ้ แต่มี ๑-๒ ตาแหนง่ ทผี่ ิด แตม่ ี ๓ ตาแหน่งขึน้ ไปท่ี
จากลักษณะทานองของ ผดิ จากลักษณะทานอง
“ความฝัน”ตามที่ได้ อินทรวิเชียรฉนั ท์ ของอินทรวเิ ชียรฉันท์
กาหนดไว้
๓. ความไพเราะ เนอื้ หามคี วามไพเราะ
ถูกต้องตามลกั ษณะ
ทานองของอินทรวเิ ชยี ร
ฉันท์
๔. ความคิด มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์ใน ขาดความคิดสรา้ งสรรค์ ขาดความคิดสร้างสรรค์
สร้างสรรค์ การนาเสนอผลงานที่ ในการนาเสนอผลงานท่ี ในการนาเสนอผลงานที่
ในการนาเสนอ แปลกใหม่ ดึงดูดใจ และมี แปลกใหม่ ดงึ ดูดใจ แต่ แปลกใหม่ ดึงดดู ใจ
คุณค่า เป็นผลงานทม่ี ีคุณค่า และผลงานไม่มคี ณุ ค่า
๕. เขียนถกู ตอ้ งตาม เขยี นถูกตอ้ งตามอักขรวิธี เขียนอกั ขรวิธีผิดพลาด เขยี นอักขรวธิ ผี ดิ พลาด ๓
ตาแหน่งข้นึ ไป
อักขรวิธี ท้งั หมด ๑-๒ ตาแหน่ง
เกณฑ์การตัดสนิ /ระดับคณุ ภาพ
ระดับคะแนน ผลการประเมิน
๑๓-๑๕ ดีมาก
๑๐ – ๑๒ ดี
๗ – ๙ ปานกลาง
๑ – ๖ พอใช้
เกณฑ์การผา่ น
คะแนนอยู่ในระดบั ดีขน้ึ ไป ถอื ว่าผ่านเกณฑ์
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเรยี นรายบุคคล
คาชี้แจง : แบบสังเกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วมในชั้นเรียนเป็นรายบุคคล สร้างข้ึนเพ่ือให้ครูผู้สอนประเมิน
พฤติกรรมนกั เรยี นเป็นรายบคุ คล โดยทาเครอื่ งหมาย / ในชอ่ งใหค้ ะแนนทีเ่ ห็นสมควรตามความเปน็ จริง
เลขที่ พฤติกรรม ความตรงต่อ พฤติกรรมและระดับคะแนน รวม
รายชือ่ นกั เรียน เวลาและความ มงุ่ มัน่ ในการ ความสนใจ มีคุณธรรมใน
พรอ้ มในการ
ทางาน กระตือรือรน้ ใน การเรียน เช่น
เรียน การเรียน ความมีวินัย
๓๒๑ ๓ ๒ ๑ ๓๒๑๓๒๑
ขอ้ สังเกตเพิ่มเตมิ
...................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................... ..............................
........................................................................................................................................... ........................
เกณฑ์การประเมนิ ๒ = ดี ลงช่อื ................................................ ผปู้ ระเมนิ
(................................................)
๓ = ดีมาก .........../............/..........
เกณฑ์การผ่าน
๑ = พอใชห้ รอื ควรปรบั ปรงุ
คะแนนอยใู่ นระดบั ดขี ้นึ ไป ถือวา่ ผ่านเกณฑ์
เกณฑก์ ารประเมินผลแบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเรยี นรายบุคคล
คาช้แี จง : เกณฑก์ ารประเมนิ น้ีสรา้ งขึน้ เพ่ือใช้เป็นเกณฑ์ในการให้คะแนน โดยครเู ลอื กตามรายการ
ประเมินพรอ้ มท้งั เกณฑก์ ารให้คะแนนในแตล่ ะหัวขอ้ ทตี่ รงกับพฤติกรรมของนักเรยี นตามความเป็นจริงและครู
จะประเมิน ลงในแบบสังเกตพฤตกิ รรมการมีสว่ นร่วมในชน้ั เรยี น
รายการประเมิน เกณฑก์ ารประเมิน
๑. ความตรงตอ่ เวลา
๓ (ดีมาก) ๒ (ปานกลาง) ๑ (พอใช)้ ๐ (ปรับปรงุ )
๒. มุ่งมน่ั ในการ เขา้ เรยี นช้ากวา่
ทางาน เขา้ เรียนตรงเวลา เขา้ เรยี นชา้ กวา่ เขา้ เรยี นเช้าเกิน กาหนดเกนิ ๑๕
นาที
๓. ความมวี นิ ัย กาหนด แตไ่ ม่เกนิ ๕ กว่ากาหนด แต่ไม่ ไม่กระตือรอื ร้นใน
นาที เกนิ ๑๐ นาที การทางาน และ
ส่งงานเกนิ เวลาที่
กระตือรือรน้ ทางาน กระตือรือร้นทางาน กระตอื รอื ร้นทางาน กาหนดมากกวา่ ๓
ทุกคร้ังท่ีได้รับ ทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย ทไี่ ด้รับมอบหมาย วัน
มอบหมาย และส่ง ตงั้ แต่ ๑ ครงั้ ข้ึนไป และส่งงานเกินเวลา ลกุ จากท่ีนงั่ โดย
งานตรงตามเวลาท่ี และส่งงานเกินเวลา ท่ีกาหนด ๒-๓ วนั
กาหนด ที่กาหนด ๑ วัน
นง่ั อยู่กับท่ี ไมค่ ยุ ไม่ นงั่ อย่กู บั ท่ี คยุ เลน่ น่ังอยกู่ บั ท่ี แต่
เลน่ บ้าง พดู คยุ เสียงดัง ไมไ่ ด้รบั อนญุ าต
รบกวนผูอ้ น่ื
๔. ความรว่ มมอื ใหค้ วามร่วมมือใน ใหค้ วามรว่ มมือใน ใหค้ วามร่วมมือ ไมใ่ หค้ วามร่วมมอื
การตอบคาถามและ การตอบคาถามและ ในการตอบคาถาม ในการตอบคาถาม
ทากจิ กรรมตา่ งๆ ทากิจกรรมต่างๆ และทากิจกรรม และทากิจกรรม
เป็นอยา่ งดที กุ คร้ัง เปน็ อย่างดบี างครง้ั ตา่ งๆน้อย
ใดๆเลย
เกณฑก์ ารตัดสนิ /ระดับคณุ ภาพ
ระดับคะแนน ผลการประเมิน
๑๐ - ๑๒ ดีมาก
๗–๙ ดี
๔–๖ พอใช้
๐–๓
ควรปรบั ปรุง
เกณฑ์การผ่าน ไดค้ ะแนนในระดับดีข้ึนไป จงึ ถือว่าผ่านเกณฑ์
รายละเอยี ดเนอื้ หาสาระความร้เู พิ่มเตมิ
อนิ ทรวิเชียร์ฉนั ท์
อินทวชริ าฉนั ท์ นิยมเรยี กกันในภาษาไทยว่า อนิ ทรวิเชียรฉนั ทห์ รืออนิ ทวเิ ชยี รฉันท์ เป็นฉนั ทท์ มี่ บี าท
ละ ๑๑ อกั ษร อนิ ทรวิเชียรฉนั ท์ หมายความวา่ ฉันท์ทีม่ ีลลี าดุจสายฟา้ ของพระอนิ ทร์
แผนผงั อินทรวเิ ชยี รฉันท์ ๑๑
บาทเอก
บาทโท สัมผัสระหวา่ งบท
บาทเอก
บาทโท
ตวั อย่างคาประพันธ์ บงเนอื้ ก็เนอื้ เตน้ พศิ เส้นสรรี ร์ วั
ท่วั ร่างและทัง้ ตวั กร็ ะริกระรวิ ไหว
แลหลงั ละลามโล- หิตโอ้เลอะหลัง่ ไป
เพ่งผาดอนาถใจ ระกะรอ่ ยเพราะรอยหวาย
(สามัคคีเภทคาฉนั ท์)
กฏ
๑. บทหนงึ่ มี ๒ บาท บาทหน่ึงมี ๒ วรรค วรรคหน้ามี ๕ คา วรรคหลังมี ๖ คา รวมบาทหน่ึงมี ๑๑ คา
จงึ เรียกว่า ฉนั ท์ ๑๑
๒. ครุ-ลหุ : คาที่ ๓ ของวรรคหน้า กบั คาท่ี ๑ ที่ ๒ และที่ ๔ ของวรรคหลงั เป็นลหุ นอกน้นั เปน็ ครุ
๓. สง่ สัมผัสแบบกาพย์ คาสุดทา้ ยของวรรคท่ี ๑ สัมผัสกับคาที่สามของวรรคท่ี ๒ (เปน็ สัมผัสไม่บังคับ
แตถ่ ้ามีจะทาใหฉ้ นั ทบ์ ทนัน้ ไพเราะยิ่งข้ึน) และ คาสดุ ทา้ ยของวรรคที่ ๒ สมั ผสั กับคาสดุ ทา้ ยของวรรคที่ ๓
สัมผัสระหว่างบท คือคาสุดท้ายของวรรคที่ ๔ ของบทแรก จะต้องสมั ผัสกับ คาสุดท้ายของวรรคที่ ๒
ในบทถัดไป
๔. ความนิยม อินทรวิเชียรฉันท์ นิยมใชแ้ ตง่ ข้อความท่ีเป็นบทชมหรอื บทคร่าครวญนอกจากนย้ี ังแต่ง
เปน็ บทสวด หรือพากย์โขนดว้ ย
คาครุ
ไดแ้ ก่คาที่ประสมด้วยสระเสียงยาวในแม่ ก กา เชน่ กา ตี งู กับคาที่ประสมด้วยสระเสยี งสั้นหรือยาวก็
ได้ทีม่ ีตวั สะกด เชน่ นก บิน จาก รัง นอน และคาทป่ี ระสมด้วยสระ อา ไอ ใอ เอา ซ่งึ ถึอวา่ เป็นเสียงมีตวั สะกด
คาลหุ
ไดแ้ ก่คาทป่ี ระสมด้วยสระเสียงสั้นในแม่ ก กา เชน่ จะ ติ มุ เตะ และคาที่ใช้พยัญชนะคาเดียว เช่น ก็
บ่ ณ ธ นอกจากนีค้ าท่ีประสมดว้ ย สระอา บางทกี ็อนุโลมใหเ้ ป็นคาลหไุ ด้ เช่น ลา
คาลหุ เวลาเขยี นเป็นสัญลักษณ์ ใชเ้ ครอ่ื งหมายเหมือนสระอุ แทน
อินทรวเิ ชยี รยฉ์ นั ท์ แบง่ จงั หวะการอ่านวรรคหนา้ ๒ จงั หวะ คอื จงั หวะ ๒ คา และ จังหวะ๓ คา และ
วรรคหลงั ๒ จงั หวะ จังหวะละ ๓ คา
พวกราช / ชมัลโดย / พลโบย / มใิ ชเ่ บา
สดุ หัต / ถแห่งเขา/ ขณะหวด / สพิ ึงกลวั
การอ่านคาประพันธ์ประเภทฉนั ทจ์ ะแตกตา่ งจากคาประพันธป์ ระเภทอ่นื เน่ืองจากการอ่านฉันท์
จะตอ้ งอา่ นตามฉนั ทลักษณ์ ครุ ลหุ ของฉันท์ แต่ละชนิด ดงั เช่น อนิ ทรวเิ ชียรฉันทบ์ ทขา้ งต้นต้องอ่านออกเสยี ง
ดังนี้
พวก – ราด / ชะ – มนั – โดย พะ – ละ –โบย / มิ – ใช่ – เบา
สุด – หัด / ถะ – แหง่ – เขา ขะ–หนะ– หวด / สิ – พงึ – กลวั
บนั ทึกผลหลังการเรยี นรู้
ผลการจัดการเรียนรูต้ ามตัวชว้ี ดั / ผลการเรียนรู้
- นกั เรยี นสามารถบอกฉนั ลักษณข์ องอินทรวิเชยี รฉันท์ ๑๑ ได้
- นักเรียนสามารถแตง่ คาประพันธป์ ระเภทอนิ ทรวิเชียรฉันท์ ๑๑ ไดต้ ามทค่ี รูกาหนด
- นกั เรียนเห็นคุณคา่ ของเอกลักษณไ์ ทย
สมรรถนะในการเรยี นแต่ละดา้ น
- นกั เรียนไดใ้ ช้ความสามารถดา้ นการสื่อสาร และการคิดในการทากิจกรรมทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
- นักเรยี นได้ใช้ความสามารถดา้ นการใช้ทักษะชีวิตและความสามารถในการแกป้ ญั หาในการแก้ปัญหา
ที่เกิดขึน้ ระหว่างทากจิ กรรม
คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงคแ์ ต่ละด้าน
. - นักเรียนมีความมุ่งมุน่ ในการทางานที่ไดร้ ับมอบหมาย มีความใฝ่รใู้ ฝ่เรียนและรับผดิ ชอบต่องานที่
ไดร้ บั มอบหมายอย่างเต็มความสามารถ
ปญั หา / อปุ สรรค
- นกั เรียนบางคนแตง่ คาประพันธ์ไดไ้ ม่ถกู ต้อง เพราะสบั สนเร่อื วคาครุ-ลหุ
ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางการแกป้ ญั หา
- ครสู ามารถนากิจกรรมใช้การเรียนรแู้ บบร่วมมือมาช่วยในการจดั การเรียนรู้ เพอ่ื กระต้นุ ให้นกั เรยี น
ได้ช่วยเหลือกัน และชว่ ยสง่ เสริมใหน้ กั เรียนเขา้ ใจเนื้อหาในการเรียนไดง้ า่ ยขึน้
ขอ้ ค้นพบ
-
ลงชอื่ …………… …………………..ผู้สอน
(นางสาวเฌอณัฏฐ์ชา หลิมพลอย)
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๖
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย วชิ าภาษาไทย (ท๓๑๑๐๑) ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ ๔
หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ ๑ ภาคเรียนที่ ๑ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕
เรอื่ ง การอ่านจบั ใจความสาคญั เวลา ๑ ชวั่ โมง ผสู้ อน ครูเฌอณฏั ฐ์ชา หลมิ พลอย
___________________________________________________________________________
๑. สาระท่ี ๑ การอ่าน
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท ๑.๑ : ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนาไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหา
ในการดาเนนิ ชีวิต และมนี สิ ยั รักการอา่ น
ตวั ช้ีวัด
ท ๑.๑ ม.๔ – ๖/๓ วิเคราะห์และวจิ ารณ์เร่ืองทอี่ ่านในทกุ ๆ ดา้ นอยา่ งมีเหตุผล
ท ๑.๑ ม.๔ – ๖/๔ คาดคะเนเหตุการณจ์ ากเร่ืองที่อ่านและประเมินคา่ เพ่อื นาความรู้ความคิดไปใช้
ตดั สนิ ใจแกไ้ ขปัญหาในการดาเนนิ ชวี ิต
ท ๑.๑ ม.๔ – ๖/๕ วิเคราะห์ วิจารณ์ แสดงความคดิ เห็นโต้แย้งเกี่ยวกับเรือ่ งท่อี ่าน และเสนอ
ความคิดใหมอ่ ย่างมีเหตุผล
ท ๑.๑ ม.๔ – ๖/๖ ตอบคาถามจากการอ่านงานเขียนประเภทต่าง ๆ ภายในเวลาที่กาหนด
ท ๑.๑ ม.๔ – ๖/๙ มีมารยาทในการอ่าน
๒. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
๒.๑ นกั เรียนบอกหลกั การอา่ นจับใจความสาคัญของเรอ่ื งได้ (K)
๒.๒ นกั เรียนวเิ คราะหแ์ ละวิจารณ์เร่ืองทอี่ า่ นไดเ้ หมาะสม (P)
๒.๓ นักเรยี นสามารถนาความรทู้ ไ่ี ด้จากการอ่านไปใช้ในชวี ิตประจาวนั ได้ (A)
๒.๔ นักเรยี นตอบคาถามจากเรือ่ งทีอ่ ่านได้ (P)
๓. สาระสาคญั
การจับใจความสาคญั จากการอ่านมีความจาเป็น และสาคัญ บทอ่านท่ัวไปจะประกอบด้วยย่อหนา้
แต่ละยอ่ หน้าจะมีประโยคใจความสาคญั ประโยคประกอบ และประโยคประกอบยอ่ ย เปน็ ส่วนขยาย
เพ่ือให้เนือ้ เรื่องชดั เจนยิง่ ขน้ึ
๔. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
๔.๑ ความสามารถในการสือ่ สาร
๔.๒ ความสามารถในการคดิ
๔.๓ ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
๕. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
๕.๑ มวี ินัย
๕.๒ ใฝ่เรยี นรู้
๕.๓ มุ่งมั่นในการทางาน
๖. สาระการเรียนรู้
๖.๑ ความรู้
- หลกั การอ่านจับใจความสาคญั
๖.๒ ทกั ษะ/กระบวนการ
- ทักษะการอา่ น
- ทักษะการคดิ วเิ คราะห์
- ทักษะการแต่งคาประพนั ธ์
๗. ช้ินงาน/ภาระงาน
- ใบงาน “อา่ นวรรณกรรม งามล้าตามรอยพระจรยิ วัตร”
๘. กจิ กรรมการเรยี นรู้ (เทคนิคหมวกหกใบ)
ขนั้ นา
๑) ครูทกั ทายนกั เรยี น จากน้ันใหน้ กั เรียนชมวดี ทิ ศั น์ “แชร์วธิ ีการอ่านหนังสอื ยอ่ ยให้เลก็ เช็คความ
เข้าใจ ใส่ใจคุณภาพงาน ไม่ทรมานตัวเอง”
๒) ครใู ช้คาถามกระตนุ้ ความคิดนกั เรียน วา่ เหตกุ ารณ์ทไี่ ดด้ เู ปน็ เรื่องเก่ียวกบั อะไร และให้นกั เรียน
ช่วยกันสรุปสาระทไี่ ด้จากส่งิ ทีไ่ ดด้ ู
ข้นั สอน
๓) ครูอธบิ ายหลักการอา่ นจบั ใจความใหน้ ักเรยี นฟังโดยใช้โปรแกรมนาเสนอภาพนง่ิ
๔) ครูสุ่มตวั แทนนักเรยี นใหส้ รุปความรเู้ รื่อง การอา่ นจบั ใจความ
๕) ครูแบ่งนกั เรียนออกเป็นกลมุ่ กลุ่มละ ๔-๕ คน จากนั้นแจกใบความรู้เรอื่ ง “เทคนิคการคดิ แบบ
หมวกใบ” ใหน้ กั เรยี นแต่ละกลมุ่ ศกึ ษา
๖) ครสู รปุ ความรเู้ ร่อื ง เทคนคิ การคดิ แบบหกใบ โดยใช้คาถามกระตุ้นความคดิ ของนกั เรียน
๗) ครูยกตัวอย่างบุคคลที่มีผลงานด้านการเขียนและมีนิสัยรักการอ่าน เช่น สมเด็จพระเทพ-
รตั นราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จากนั้นมอบหมายใหน้ กั เรยี นอ่านวรรณกรรม แก้วจอมแกน่ และ แก้วจอม
ซน โดยเลือกอ่านกลุ่มละ ๑ ตอน พร้อมสรุปใจความสาคัญลงในใบงาน “อ่านวรรณกรรม งามล้าตามรอย
พระจรยิ วัตร”
ขน้ั สรปุ
๘) ครแู ละนกั เรยี นสรปุ หลกั การอ่านจบั ใจความสาคญั พรอ้ มประโยชน์ของการอ่านจบั ใจความสาคัญ
เพือ่ ทบทวนบทเรียน
๙. ส่อื อปุ กรณ์และแหลง่ การเรยี นรู้
๙.๑ วีดทิ ัศน์ “แชรว์ ธิ ีการอา่ นหนงั สอื ยอ่ ยให้เลก็ เช็คความเข้าใจ ใส่ใจคณุ ภาพงาน ไม่ทรมาน
ตัวเอง”
๙.๒ โปรแกรมนาเสนอภาพนิ่ง
๙.๓ ใบความร้เู ร่ือง “เทคนิคการคิดแบบหมวกใบ”
๙.๔ ใบงาน “อา่ นวรรณกรรม งามล้าตามรอยพระจริยวัตร”
๑๐. การวดั และการประเมินผล
รายการวัดและ วธิ ีวดั และประเมนิ ผล เครอื่ งมือวัดและ เกณฑ์การวัดและ
ประเมินผล ประเมินผล
ด้านความรู้ ประเมนิ ผล
ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ
ด้านทกั ษะ สังเกตจากการตอบคาถาม แบบประเมนิ การตอบ ระดบั ดี
กระบวนการ
ของนักเรียน คาถาม
ด้านเจตคติ
ประเมินใบงาน “อ่าน แบบประเมินใบงาน “อ่าน ผา่ นเกณฑ์การประเมิน
วรรณกรรม งามล้าตาม
รอยพระจริยวัตร” วรรณกรรม งามลา้ ตาม ระดบั ดี
สังเกตการปฏบิ ัตงิ านของ รอยพระจรยิ วตั ร”
นักเรยี น
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการ ผา่ นเกณฑ์การประเมิน
เรยี นรายบุคคล ระดบั ดี
แบบการประเมินสมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น
รายบคุ คล
ชือ่ ..................................................นามสกลุ .................................................ชน้ั ...............เลขที่...............
คาชแ้ี จง : ใหผ้ ู้สอนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรยี น และขดี ลงในช่องทตี่ รงกับคะแนน
ระดบั คณุ ภาพ
สมรรถนะดา้ น รายการประเมนิ ดมี าก ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ
(๔) (๓) (๒) (๑)
๑. ความสามารถ ๑.๑ มีความสามารถในการรบั -สง่ สาร
ในการส่อื สาร ๑.๒ มคี วามสามารถในการถา่ ยทอดความรู้ ความคดิ
ความเขา้ ใจของตนเอง โดยใชภ้ าษาอยา่ งเหมาะสม
๑.๓ ใช้วิธกี ารสอ่ื สารทเ่ี หมาะสม มีประสทิ ธภิ าพ
๑.๔ เจรจาต่อรองเพ่ือขจัดและลดปัญหาความ
ขดั แย้งตา่ ง ๆ ได้
๑.๕ เลือกรบั และไม่รับขอ้ มลู ข่าวสารด้วยเหตุผล
และถกู ต้อง
สรปุ ผลการประเมนิ รวม .......... คะแนน ระดับ ...............
๒. ความสามารถ ๒.๑ มคี วามสามารถในการคิดวเิ คราะห์ สงั เคราะห์
ในการคดิ ๒.๒ มที ักษะในการคิดนอกกรอบอยา่ งสร้างสรรค์
๒.๓ สามารถคดิ อย่างมวี ิจารณญาณ
๒.๔ มคี วามสามารถในการสรา้ งองคค์ วามรู้
๒.๕ ตดั สนิ ใจแก้ปญั หาเกย่ี วกบั ตนเองได้อย่าง
เหมาะสม
สรุปผลการประเมิน รวม .......... คะแนน ระดับ ...............
๓. ความสามารถ ๓.๑ เรยี นรูด้ ว้ ยตนเองไดเ้ หมาะสมตามวัย
ในการใชท้ กั ษะ ๓.๒ สามารถทางานกลุม่ รว่ มกบั ผอู้ น่ื ได้
ชวี ติ ๓.๓ นาความร้ทู ่ไี ดไ้ ปใช้ประโยชนใ์ นชีวติ ประจาวัน
๓.๔ จัดการปญั หาและความขัดแย้งไดเ้ หมาะสม
๓.๕ หลกี เลย่ี งพฤติกรรมไม่พงึ ประสงค์ทสี่ ง่ ผล
กระทบตอ่ ตนเอง
สรปุ ผลการประเมิน รวม .......... คะแนน ระดบั ...............
แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ๘ ประการ
ชอื่ -สกุลนกั เรยี น.....................................................................หอ้ ง..............................เลขที่…….
คาช้แี จง : ให้ ผู้สอน สงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงใน
ชอ่ งวา่ งทตี่ รงกบั ระดบั คะแนน
คุณลักษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน
อนั พึงประสงคด์ ้าน ๓๒๑
๑. ซ่อื สัตย์ สจุ ริต ๑.๑ ให้ข้อมูลทีถ่ กู ตอ้ ง และเป็นจริง
๑.๒ ปฏบิ ัติในส่ิงท่ถี กู ต้อง ละอาย และเกรงกลัวทจี่ ะทาความผดิ ทาตาม
๒. มีวินยั
รับผิดชอบ สญั ญาทต่ี นใหไ้ ว้กับพอ่ แม่หรอื ผปู้ กครอง และครู
๓. ใฝ่เรียนรู้ ๑.๓ ปฏบิ ตั ติ นต่อผ้อู ืน่ ดว้ ยความซือ่ ตรง และเป็นแบบอยา่ งที่ดีแกเ่ พือ่ น
ด้าน ความซอ่ื สตั ย์
๔. ม่งุ มั่นในการ ๒.๑ ปฏบิ ัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ข้อบังคบั ของครอบครวั และ
ทางาน โรงเรยี น มีความตรงตอ่ เวลาในการปฏิบัติกิจกรรมตา่ งๆ ใน
ชวี ติ ประจาวนั มีความรับผดิ ชอบ
๓.๑ ตัง้ ใจเรยี น
๓.๒ เอาใจใส่ในการเรยี น และมีความเพยี รพยายามในการเรยี น
๓.๓ เขา้ ร่วมกจิ กรรมการเรียนรตู้ า่ งๆ
๓.๔ ศึกษาคน้ คว้า หาความรู้จากหนงั สอื เอกสาร ส่งิ พมิ พ์ ส่ือเทคโนโลยี
ตา่ งๆ แหล่งการเรียนรูท้ ง้ั ภายในและภายนอกโรงเรียน และเลอื กใช้สอื่ ได้
อย่างเหมาะสม
๓.๕ บนั ทกึ ความรู้ วิเคราะห์ ตรวจสอบบางสิ่งทเ่ี รยี นรู้ สรุปเป็นองค์
ความรู้
๓.๖ แลกเปลีย่ นความรู้ ดว้ ยวธิ ีการตา่ งๆ และนาไปใช้ในชวี ิตประจาวนั
๔.๑ มีความตั้งใจและพยายามในการทางานที่ได้รับมอบหมาย
๔.๒ มีความอดทนและไม่ทอ้ แท้ต่ออปุ สรรคเพือ่ ใหง้ านสาเร็จ
ลงช่อื ...................................................ผู้ประเมนิ
............../.................../................
แบบประเมนิ การตอบคาถาม
คาช้ีแจง ทาเครือ่ งหมาย ลงในช่องระดับคะแนนพฤติกรรมที่นกั เรยี นปฏบิ ัตดิ ังนี้
ระดับ ๓ หมายถึง แสดงพฤติกรรมให้เห็นมาก
ระดบั ๒ หมายถงึ แสดงพฤติกรรมใหเ้ หน็ ปานกลาง
ระดับ ๑ หมายถึง แสดงพฤตกิ รรมใหเ้ ห็นนอ้ ย
ลาดับ พฤตกิ รรม/ การ
ที่ ระดบั คะแนน สนใจและตั้งใจ ตอบคาถามได้ ตอบคาถาม รวม ประ
ฟังคาถาม ตรงประเด็น อยา่ งสม่าเสมอ คะ
แนน เมิน หมายเหตุ
๓๒๑ ๓๒๑
ผล
ช่อื -สกุล ๓๒๑ ผา่ น ไม่
ผา่ น
เกณฑ์การประเมิน ดมี าก
คะแนน รวม ๘ - ๙ = ดี
คะแนน รวม ๖ - ๗ = พอใช้
คะแนน รวม ๓ - ๕ =
เกณฑก์ ารผ่าน
คะแนนอย่ใู นระดบั ดีข้นึ ไป ถือว่าผา่ นเกณฑ์
แบบสงั เกตพฤติกรรมการเรยี นรายบุคคล
คาชี้แจง : แบบสังเกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วมในชั้นเรียนเป็นรายบุคคล สร้างขึ้นเพื่อให้ครูผู้สอนประเมิน
พฤติกรรมนักเรียนเป็นรายบุคคล โดยทาเคร่อื งหมาย / ในช่องใหค้ ะแนนที่เห็นสมควรตามความเป็นจริง
เลขที่ พฤติกรรม ความตรงตอ่ พฤตกิ รรมและระดบั คะแนน รวม
รายชอ่ื นักเรยี น เวลาและความ มุ่งมน่ั ในการ ความสนใจ มคี ณุ ธรรมใน
พรอ้ มในการ
ทางาน กระตือรือรน้ ใน การเรยี น เช่น
เรยี น การเรยี น ความมีวนิ ัย
๓๒๑ ๓ ๒ ๑ ๓๒๑๓๒๑
ข้อสงั เกตเพมิ่ เติม
...................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................... ..............................
เกณฑก์ ารประเมิน ๒ = ดี ลงชอ่ื ................................................ ผ้ปู ระเมนิ
๓ = ดีมาก (................................................)
.........../............/..........
เกณฑก์ ารผา่ น
๑ = พอใชห้ รือควรปรับปรงุ
คะแนนอยู่ในระดบั ดีข้นึ ไป ถอื ว่าผ่านเกณฑ์
เกณฑก์ ารประเมินผลแบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเรยี นรายบุคคล
คาช้แี จง : เกณฑก์ ารประเมนิ น้ีสรา้ งขึน้ เพ่ือใช้เป็นเกณฑ์ในการให้คะแนน โดยครเู ลอื กตามรายการ
ประเมินพรอ้ มท้งั เกณฑก์ ารให้คะแนนในแตล่ ะหัวขอ้ ทตี่ รงกับพฤติกรรมของนักเรยี นตามความเป็นจริงและครู
จะประเมิน ลงในแบบสังเกตพฤตกิ รรมการมีสว่ นร่วมในชน้ั เรยี น
รายการประเมิน เกณฑก์ ารประเมิน
๑. ความตรงตอ่ เวลา
๓ (ดีมาก) ๒ (ปานกลาง) ๑ (พอใช)้ ๐ (ปรบั ปรุง)
๒. มุ่งมน่ั ในการ เขา้ เรยี นช้ากวา่
ทางาน เขา้ เรียนตรงเวลา เขา้ เรยี นชา้ กวา่ เขา้ เรยี นเช้าเกิน กาหนดเกนิ ๑๕
นาที
๓. ความมวี นิ ัย กาหนด แตไ่ ม่เกนิ ๕ กว่ากาหนด แต่ไม่ ไม่กระตือรือร้นใน
การทางาน และ
๔. ความรว่ มมอื นาที เกนิ ๑๐ นาที ส่งงานเกนิ เวลาที่
กาหนดมากกวา่ ๓
กระตือรือรน้ ทางาน กระตือรอื ร้นทางาน กระตอื รอื ร้นทางาน วนั
ลกุ จากท่ีน่งั โดย
ทุกคร้ังท่ีได้รับ ทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย ทไี่ ด้รับมอบหมาย ไมไ่ ด้รบั อนญุ าต
มอบหมาย และส่ง ตงั้ แต่ ๑ ครงั้ ข้ึนไป และส่งงานเกินเวลา ไมใ่ หค้ วามรว่ มมอื
งานตรงตามเวลาท่ี และส่งงานเกินเวลา ท่ีกาหนด ๒-๓ วนั ในการตอบคาถาม
และทากิจกรรม
กาหนด ที่กาหนด ๑ วัน
ใดๆเลย
นง่ั อยู่กับท่ี ไมค่ ยุ ไม่ นงั่ อย่กู บั ท่ี คยุ เลน่ น่ังอยกู่ บั ท่ี แต่
เลน่ บ้าง พดู คยุ เสียงดัง
รบกวนผูอ้ น่ื
ใหค้ วามร่วมมือใน ใหค้ วามรว่ มมือใน ใหค้ วามร่วมมือ
การตอบคาถามและ การตอบคาถามและ ในการตอบคาถาม
ทากจิ กรรมตา่ งๆ ทากิจกรรมต่างๆ และทากิจกรรม
เป็นอยา่ งดที กุ คร้ัง เปน็ อย่างดบี างครง้ั ตา่ งๆน้อย
เกณฑก์ ารตัดสนิ /ระดับคณุ ภาพ
ระดับคะแนน ผลการประเมิน
๑๐ - ๑๒ ดีมาก
๗–๙ ดี
๔–๖ พอใช้
๐–๓
ควรปรบั ปรุง
เกณฑ์การผ่าน ไดค้ ะแนนในระดับดีข้ึนไป จงึ ถือว่าผ่านเกณฑ์
แบบสงั เกตพฤติกรรมการปฏิบตั กิ ิจกรรมกลมุ่
คาชี้แจง : แบบสังเกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วมในช้ันเรียนเป็นรายกลุ่ม สร้างขึ้นเพื่อให้ครูผู้สอนประเมิน
พฤตกิ รรมนักเรยี นเป็นรายกลุม่ โดยทาเครื่องหมาย / ในชอ่ งให้คะแนนที่เห็นสมควรตามความเปน็ จริง
เลขท่ี ความ ความคิด การมีส่วน การตรงตอ่ รวมคะ
ช่อื -สกลุ พฤตกิ รรม ถกู ตอ้ ง สร้างสรรค์ รว่ ม เวลา แนน
กล่มุ ที่ ชดั เจนของ ในการ สร้างสรรค์ ๓๒ ๑ ๑๒
เนื้อหา นาเสนอ งานกล่มุ
๓๒ ๑ ๓๒๑ ๓๒๑
ข้อสังเกตเพม่ิ เตมิ
...................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................... ..............................
.............................................................................................................................. .....................................
เกณฑก์ ารประเมิน ลงชือ่ ................................................ ผู้ประเมนิ
(................................................)
๓ = ดีมาก ๒ = ดี .........../............/..........
เกณฑ์การผา่ น
๑ = พอใช้หรือควรปรับปรงุ
คะแนนอยใู่ นระดับดีขน้ึ ไป ถอื วา่ ผา่ นเกณฑ์
เกณฑ์การประเมินผลแบบสังเกตพฤติกรรมการปฏบิ ตั กิ ิจกรรมกลมุ่
คาช้แี จง : เกณฑก์ ารประเมินนี้สรา้ งขึน้ เพือ่ ใช้เป็นเกณฑใ์ นการให้คะแนน โดยครเู ลอื กตามรายการ
ประเมนิ พร้อมทงั้ เกณฑ์การใหค้ ะแนนในแตล่ ะหวั ขอ้ ทีต่ รงกบั พฤติกรรมของนักเรียนตามความเป็นจริงและครู
จะประเมนิ ลงในแบบสงั เกตพฤตกิ รรมการมสี ว่ นร่วมในชน้ั เรียน
รายการประเมิน ๓(ดีมาก) เกณฑ์การให้คะแนน ๑ (พอใช้หรือปรับปรุง)
๑. ความถกู ต้อง ชัดเจนของ เนื้อหาท่ีนาเสนอมีความ ๒ (ปานกลาง) เน้อื หาท่ีนาเสนอ
เน้ือหาทีน่ าเสนอ ถกู ต้อง ชัดเจน เน้ือหาท่ีนาเสนอมี ขาดความถูกตอ้ ง ชดั เจน
ในทกุ ประเด็นมี ความถูกต้อง ชัดเจน และมีข้อผดิ พลาด
รายละเอยี ดครบถ้วน แต่มีขอ้ ผิดพลาดบ้าง ๓ ประเด็นขน้ึ ไป
๑ - ๒ ประเดน็
๒. ความคดิ สร้างสรรค์ใน มคี วามคดิ สร้างสรรค์ ขาดความคิดสรา้ งสรรค์ใน ขาดความคดิ สร้างสรรคใ์ น
การนาเสนอ ในการนาเสนอผลงาน
ทแี่ ปลกใหม่ ดงึ ดูดใจ การนาเสนอผลงาน การนาเสนอผลงาน
และมีคุณคา่
ทแี่ ปลกใหม่ ดึงดูดใจ ทแ่ี ปลกใหม่ ดึงดดู ใจ
แตเ่ ป็นผลงานที่มีคุณคา่ และผลงานไม่มีคณุ ค่า
๓. การมสี ่วนร่วมสรา้ งสรรค์ สมาชิกทกุ คนมีสว่ นร่วม สมาชิกสว่ นใหญ่ สมาชิกส่วนใหญ่
งานกลุม่ ในการสร้างสรรคง์ าน มีส่วนรว่ มในการ มสี ว่ นร่วมในการ
สร้างสรรคง์ านกลุม่ สรา้ งสรรคง์ านกลมุ่
กลมุ่ โดยยอมรบั ฟงั แต่มสี มาชกิ ในกล่มุ ทีไ่ มม่ ี แตม่ ีสมาชิกในกลุ่มที่ไม่มี
ความคดิ เห็นของผู้อืน่ ส่วนรว่ มสรา้ งสรรคง์ าน ส่วนร่วมสรา้ งสรรค์งาน
บา้ ง ๑ - ๒ คน ๓ คนขึน้ ไป
และแสดงความคิดเหน็
ทกุ คร้ัง
๔. การตรงต่อเวลา งานของกลุ่มเสรจ็ ตาม งานของกลมุ่ เสรจ็ ตาม งานของกลมุ่ เสร็จ
กาหนดเวลาและงาน กาหนดเวลาแตง่ านไมม่ ี ไมท่ ันเวลาท่ีกาหนดและ
มีคณุ ภาพดี คุณภาพ งานไมม่ ีคุณภาพ
เกณฑ์การตัดสนิ /ระดับคณุ ภาพ
ระดับคะแนน ผลการประเมนิ
๙ - ๑๒ ดมี าก
๕-๘ ดี
๐–๔
ควรปรบั ปรงุ
เกณฑ์การผ่าน ได้คะแนนในระดับดีข้ึนไป จงึ ถอื ว่าผ่านเกณฑ์