The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ง30101 การดำรงชีวิตและครอบครัว1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2022-02-27 03:37:48

นางสาวศศิวิภา พรมเสน เลขที่ 40 ม.4/6

ง30101 การดำรงชีวิตและครอบครัว1

โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาภาคใต้

ง30101 การดำรงชีวิตและครอบครัว1
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564

ครูวธัญเญสูน
ทอองเหลือ

จัดทำโดย
เลขทนี่า4ง0สาชัว้นศมศัิธวิยภมาศึพกษรมาปเสีทีน่ 4/6

กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครศรีธรรมราช

1

โครงการสอน

รหัส ง30101 รายวชิ า การดำรงชีวติ และครอบครัว1
จำนวน 0.5 หนวยการเรยี น เวลาเรยี น 1 ชว่ั โมง/สปั ดาห

ชัน้ มัธยมศึกษาปที่ 4 ภาคเรียนที่ 2 ปการศกึ ษา 2564

กลุมสาระการการเรียนรกู ารงานอาชพี

โรงเรยี นเตรียมอดุ มศึกษาภาคใต

………………………………………………………………………………………………………………………………

คำอธบิ ายรายวิชา

ศึกษาวิธีการทำงานตามแนวทฤษฎีใหม การปลกู พืชและการเลี้ยงสัตวมีความสำคญั ตอ การดำรงชีวติ ฝกทักษะ
การทำงาน สรา งจิตสำนกึ ในการอนุรักษพลังงานและสิ่งแวดลอ ม โดยนำเครือ่ ง มอื เคร่อื งใชไฟฟา อปุ กรณอำนวยความ
สะดวกที่ใชในชีวิตประจำวัน ตองรูจักการใช การติดตั้ง บำรุงรักษาและซอมแซม ตลอดการดำเนินงานทางธุรกิจได
หลากหลายตามความเหมาะสม โดยมีจดุ ประสงคใ นการทำงานรว มกัน เพ่อื ใหบ รรลจุ ุดมุงหมายท่ีไดต ้งั ไว

โดยใชทกั ษะกระบวนการทำงานทักษะการจัดการทักษะกระบวนการแกปญหา ทักษะการทำงานรวมกันทักษะ
การแสวงหาความรูอ ธิบายวิธีการทำงานเกษตร งานชา ง และงานธรุ กจิ อยางมีความคดิ สรา งสรรคในการทำงานมีทักษะ
ในใชเ ทคโนโลยใี นอาชพี ทถ่ี นดั และสนใจ

คุณลกั ษณะอันพึงประสงค มคี วามคิดสรางสรรค มีคณุ ธรรม และลักษณะนสิ ัยในการทำงาน มีจิตสำนกึ ในการ
ใชพลังงาน ทรัพยากร และสิ่งแวดลอมอยางคุมคาและยั่งยืนมีความคิดสรางสรรคมีคุณธรรมและลกั ษณะนิสัยในการ
ทำงานมีเจตคติที่ดีตออาชีพใชเทคโนโลยีอยางเหมาะสมกับอาชีพมีคุณลักษณะที่ดีตออาชีพและสมรรถนะสำคัญของ
ผูเรียนมีความสามารถในการคิดความสามารถในการแกปญหาความสามารถในการใชทักษะชีวิตความสามารถในการ
สอ่ื สารและความสามารถในการใชเทคโนโลยี

ตวั ชี้วัด
ง1.1 ม.4/1 , ม.4/3 , ม.4/5 , ม.4/7
รวมท้ังสน้ิ 4 ชวี้ ัด

ง30101 การดำรงชวี ติ ฯ 1 ม.4

2

โครงการสอน

ง30101 การดำรงชวี ติ และครอบครวั 1 เวลา 20 คาบ 0.5 หนว ยกิต
ช้ันมัธยมศกึ ษาปที่ 4
ภาคเรยี นท่ี 2 ปก ารศกึ ษา 2564 อัตราสว นคะแนน 80:20

นำ้ หนักคะแนน

มาตรฐาน การวดั /
การเรยี นรู ประเมินผล
สัปดา หที่
ห นวยท่ี
จำนวนคาบ
รายจุด
กลางภาค
ปลายภาค
รวม
ชื่อหนวย สาระการเรียนรู

1 1 ทฤษฎใี หม ง1.1 1. พนื้ ที่ทฤษฎใี หมโ รงเรยี น 5 17 12 - 29 -สงั เกต
- ม.4/1 อธิบาย เตรียมอุดมศกึ ษาภาคใต -รายงานตนเอง
5 วธิ ีการทำงานเพอ่ื 30 : 30 : 30 : 10 -ปฏิบตั ิจรงิ
การดำรงชีวิต 2. หญาแฝก -สอบถามเพื่อน
6 2 ธุรกิจยุกต -แบบบนั ทึก
- ปจจบุ นั 3. ถา นไบโอชาร
8 4. จลุ ินทรยี สงั เคราะหแ สง 3 13 8 - 21 -สังเกต
5. Ling - แอปเพ่ือการ
9 เกษตรดิจิทลั -สัมภาษณ
10 3 อาชีพ ง1.1 6. ประเภทธรุ กจิ -ปฏบิ ัตจิ ริง
- การเกษตร 4/5 มที ักษะใน 7. ระบบธุรกิจ -แบบบันทึก
16 การแสวงหาความรู 8. ธุรกิจออนไลน
เพื่อการดำรงชีวิต 8 30 20 - 50

สอบกลางภาค 8 22 - 15 37 -สังเกต
ง1.1 9. การปลกู พชื -รายงานตนเอง
4/3 มีทกั ษะการ 10. การปฏิบัตดิ แู ลรกั ษาพชื -สัมภาษณ
จดั การในการ 11. การขยายพันธพุ ืช -ปฏิบตั ิจรงิ
ทำงาน 12. การจัดการผลผลติ -สอบถามเพอื่ น
-แบบบนั ทกึ
13. การเล้ียงสัตว
14. ประเภทของสตั วเลยี้ ง
15. อาชีพการเลี้ยงสตั ว
16. สัตวอนรุ กั ษ

ง30101 การดำรงชวี ิตฯ 1 ม.4

3

น้ำหนักคะแนน

มาตรฐาน การวัด/
การเรียนรู ประเมินผล
สัปดา หท่ีช่อื หนวย
ห นวย ่ที
จำนวนคาบ
ราย ุจด
กลางภาค
ปลายภาค
รวม
สาระการเรยี นรู

17 4 งานชา ง ง 1.1 17. เคร่ืองมอื ชาง 2 8 - 5 13 -สงั เกต
- พ้นื ฐาน 4/7 ใชพ ลังงาน 18. การติดตงั้ อุปกรณ -ปฏิบัตจิ ริง
19 ทรัพยากร ในการ -สอบถามเพือ่ น
ทำงานอยา งคุมคา -แบบบันทกึ
20 และย่ังยนื เพ่อื การ -ตรวจขอสอบ
อนรุ ักษสงิ่ แวดลอ ม
10 30 - 20 50
สอบปลายภาค
20 60 20 20 100
รวมตลอดภาคเรียน

ภาระงาน ชั้นมัธยมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 2 ปการศกึ ษา 2564

ลำดบั ภาระงาน ส่งั สง
ท่ี

1. สง สมดุ Recycle งานเกษตร ครั้งที่ 1 1-5 พ.ย.64 15-19 พ.ย.64

2. ทฤษฎใี หม 8-12 พ.ย.64 15-19 พ.ย.64

3. หญา แฝก 22-26 พ.ย.64 29 พ.ย.-2 ธ.ค.64

4. ถานไบโอชาร 6-10 ธ.ค.64 13-17 ธ.ค.64

5. จลุ ินทรียสังเคราะหแสง 13-17 ธ.ค.64 20-24 ธ.ค.64

6. วดั พ้ืนท่ีดวยโปรแกรม ลิง 20-24 ธ.ค.64 27-31 ธ.ค.64

7. ออกแบบสินคาออนไลน 3-7 ม.ค.65 10-14 ม.ค.65

8. ปก ชำควบแนน 10-14 ม.ค.65 17-21 ม.ค.65

9. รายงานสตั วหนา เดียว 24-28 ม.ค.65 31 ม.ค.-4 ก.พ.65

10. ทำความสะอาดอุปกรณ/ไฟฟา/เครอ่ื งเรือน 31 ม.ค.-4 ก.พ.65 7 ก.พ.-11 ก.พ.65

11. สง สมดุ Recycle งานเกษตร คร้งั ที่ 2 หลังสอบปลายภาค

ง30101 การดำรงชีวิตฯ 1 ม.4

4

มาตรการแกไขคุณลักษณะ ชน้ั มธั ยมศึกษาปท ี่ 4

ลำดับที่ ผิดสญั ญา บทลงโทษ

1. เขา หองเรยี นสาย/พดู คยุ ขณะครสู อน/เลนโทรศัพท ด่มื น้ำบอระเพด็ /บอระเพ็ดเกล็ดหิมะ

2. สง งานชา 1 วัน กวาดหอ งเกษตร

3. สง งานชา 2 วนั กวาดและถูหองเกษตร

4. สงงานชา 3 วนั กวาดและถหู องเกษตรช้ันบนชั้นลาง

5. สง งานชา 4 วัน กวาดและถูหอ งเกษตรช้นั บนชน้ั ลางและบริเวรตวั อาคาร

6. สงงานชา 5 วัน ตดิ ร.

7. การแก ร. ปฏบิ ัติขอ ที่ 2-5 ครบทุกขอ

8. สอบไมผา นกลางภาคและปลายภาค กำจดั วชั พืชในบอน้ำคะแนนละ 1 เมตร 2 เมตร ปลายภาค

เปาหมายการพัฒนาการเรยี นรขู องนกั เรยี น

ง30101 รายวิชา การดำรงชวี ติ และครอบครัว1
กลมุ สาระการเรยี นรกู ารงานอาชีพ ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที่ 4

รหสั วิชา/รายวิชา เปา หมายดา นความรู รอ ยละ
1. มผี ลสัมฤทธิผ์ า นเกณฑขั้นต่ำ (1) ไมนอยกวา 100
ง30101 2. มผี ลสมั ฤทธิ์ในรบั ดี (เกรด 3 ข้ึนไป) ไมนอยกวา 92
การดำรงชีวติ และ 3. เรียนมผี ลสมั ฤทธคิ์ วรปรับปรุง (0,ร,ม,.ส) ไมเ กิน 0
รอยละ
ครอบครัว1 เปาหมายดา นการอา น คดิ วเิ คราะห อา น-เขยี น 95
1. ผเู รียนผานการประเมนิ การอา น คดิ วิเคราะห และเขยี นในระดับดี(ระดับ 2 และ3 )ไมต ำ่ กวา รอ ยละ
95
เปา หมายดานคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค
1. ผูเรยี นผานการประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค ในระดับด(ี ระดับ 2 และ 3 ) ไมต่ำกวา

หมายเหตุ Prin หรือ จดบนั ทึกลงในสมดุ Recycle เกษตรตัง้ แตห่ นา้ แรกให้พอดีกบั หน้าสมุด หา้ มพับอยา่ งเด็ดขาด

ลงช่อื ....................................................
(นายวธัญู ทองเหลือ)

ง30101 การดำรงชวี ติ ฯ 1 ม.4





















หญ้าแฝก

ลกั ษณะของหญ้าแฝก
หญา้ แฝก เป็นพืชใบเล้ียงเด่ียวตระกลู หญา้ ชนิดหน่ึง เช่นเดียวกบั ขา้ วโพด ขา้ วฟ่ าง ออ้ ย ซ่ึงพบกระจาย

อยทู่ วั่ ไปหลายพ้ืนท่ีตามธรรมชาติ จากการสารวจพบวา่ มีกระจายอยทู่ วั่ โลกประมาณ 12 ชนิด และสารวจพบใน
ประเทศไทย 2 ชนิด ไดแ้ ก่
1. กลุ่มพนั ธุห์ ญา้ แฝกลุม่ ไดแ้ ก่ พนั ธุ์สุราษฎร์ธานี กาแพงเพชร 2 ศรีลงั กา สงขลา 3 และพระราชทาน ฯลฯ
2. กลุ่มพนั ธุห์ ญา้ แฝกดอน ไดแ้ ก่ พนั ธุร์ าชบุรี ประจวบคีรีขนั ธ์ ร้อยเอด็ กาแพงเพชร 1 นครสวรรค์ และเลย เป็น
ตน้

หญา้ แฝกเป็นหญา้ ที่ข้ึนเป็นกอ หน่อเบียดกนั แน่น ใบของหญา้ แฝกมีลกั ษณะแคบยาว ขอบขนานปลาย
สอบแหลม ดา้ นทอ้ งใบจะมีสีจางกวา่ ดา้ นหลงั ใบ มีรากเป็นระบบรากฝอยที่สานกนั แน่นยาว หยงั่ ลึกในดิน มี
ขอ้ ดอกต้งั ประกอบดว้ ยดอกขนาดเลก็ ดอกจานวนคร่ึงหน่ึงเป็นหมนั

ลกั ษณะพเิ ศษของหญ้าแฝก
การที่หญา้ แฝกถกู นามาใชป้ ลูกในการอนุรักษด์ ินและน้า เนื่องมาจากมีลกั ษณะเด่นหลายประการ ดงั น้ี
1. มีการแตกหน่อรวมเป็นกอ เบียดกนั แน่น ไม่แผข่ ยายดา้ นขา้ ง
2. มีการแตกหน่อและใบใหม่ ไม่ตอ้ งดูแลมาก
3. หญา้ แฝกมีขอ้ ท่ีลาตน้ ถ่ี ขยายพนั ธุโ์ ดยใชห้ น่อไดต้ ลอดปี
4. ส่วนใหญไ่ ม่ขยายพนั ธุด์ ว้ ยเมลด็ ทาใหค้ วบคุมการแพร่ขยายได้
5. มีใบยาว ตดั และแตกใหม่งา่ ย แขง็ แรงและทนต่อการยอ่ ยสลาย

6. ระบบรากยาว สานกนั แน่น และช่วยอมุ้ น้า
7. บริเวณรากเป็นท่ีอาศยั ของจุลินทรีย์
8. ปรับตวั กบั สภาพต่าง ๆ ไดด้ ี ทนทานต่อโรคพืชทว่ั ไป
9. ส่วนที่เจริญต่ากวา่ ผวิ ดิน ช่วยใหอ้ ยรู่ อดไดด้ ีในสภาพต่าง ๆ

การขยายพนั ธ์ุหญ้าแฝก
การขยายแม่พนั ธุ์ คือ การนาแม่พนั ธุห์ ญา้ แฝกท่ีมีลกั ษณะดีมาทาการขยายเพ่ิมปริมาณท้งั การปลกู ลงดิน

ปลูกลงถุงพลาสติกขนาดใหญ่ หรือการเพาะเล้ียงเน้ือเยอ่ื ส่วนการขยายพนั ธุ์กลา้ หญา้ แฝก คือการนาหน่อท่ีได้
จากการขยายแม่พนั ธุม์ าเพาะชา เพื่อนาไปปลูกในพ้นื ที่ ไดแ้ ก่ กลา้ ในถุงพลาสติกขนาดเลก็ และกลา้ หญา้ แฝก
แบบรากเปลือย ซ่ึงมีรายละเอียดดงั น้ี
1. การขยายแม่พนั ธุ์หญา้ แฝก

1.1 การขยายพนั ธุใ์ นแปลงขนาดใหญ่ เหมาะสมกบั พ้ืนท่ีท่ีมีการชลประทานและระบายน้าดี สามารถ
ปลกู เป็นแปลงขนาดใหญ่ โดยไม่ตอ้ งยกร่องกไ็ ด้ การเตรียมตน้ พนั ธุ์โดยแยกหน่อจากกอ นามาตดั ใบใหเ้ หลือ
ความยาว 20 เซนติเมตร และตดั รากใหส้ ้นั แช่ในระดบั น้าสูง 5 เซนติเมตร เป็นระยะเวลา 5-7 วนั รากจะแตก
ออกมาใหมน่ าไปปลูกโดยใชร้ ะยะปลกู ห่างตน้ 5 เซนติเมตร และระหวา่ งแถว 50 เซนติเมตร หลงั จากปลูกตอ้ ง
ใหน้ าอยา่ งสม่าเสมอ เม่ืออายไุ ด้ 1 เดือน ใส่ป๋ ุยสูตร 15-15-15 ตน้ ละ 1 ชอ้ นชา เม่ือถึงอายุ 4-6 เดือน ใหข้ ดุ น้าไป
เพาะชาในถุงพลาสติก หรือเตรียมเป็นกลา้ รากเปลือยสาหรับใชป้ ระโยชนไ์ ดต้ ่อไป

1.2 การขยายพนั ธุใ์ นถุงพลาสติกขนาดใหญ่ โดยวางเป็นแถวคู่ติดกนั ระยะห่างระหวา่ งแถวคู่ 1 เมตร
ยาวตามพ้นื ที่ใชว้ สั ดุปลูกท่ีมีการระบายน้าดี เช่น ดินร่วนทราย และข้ีเถา้ แกลบ หรือขยุ มะหร้าว ในสดั ส่วน
1:2:1 การติดต้งั ระบบน้าพน่ ฝอย หรือมีตาขา่ ยพรางแสง นาหน่อมาปักชาดูแล จนกระทงั่ อายุ 4 เดือน จึงนาไป
แยกหน่อเพาะชาต่อไป

2. การขยายกลา้ หญา้ แฝกสาหรับใชป้ ลูก
2.1 การเตรียมกลา้ หญา้ แฝกในถุง โดยตดั รากใหส้ ้นั และแยกหน่อจากกอตดั ใบใหย้ าว 10 เซนติเมตร

นามาลา้ งน้า มดั รวมกนั วางลงบนขยุ มะพร้าวท่ีช้ืน หรือแช่ในระดบั น้าสูง 5 เซนติเมตร ในท่ีร่มเงา 4 วนั แลว้ จึง
คดั หน่อที่ออกรากมาปักชาในถุงพลาสติกขนาดเลก็ (2x6 นิ้ว) และใส่วสั ดุเพาะชาที่ระบายน้าดีมีธาตุอาหาร
สมบรู ณ์ ดูแลรดน้าในสภาพเรือนเพาะชา เม่ืออายุ 45-60 วนั ใหน้ าไปปลกู ในพ้นื ท่ีขณะที่ดินมีความช้ืน

2.2 การเตรียมกลา้ หญา้ แฝกแบบรากเปลือย โดยการแยกหน่อจากกอ ตดั ใบใหย้ าว 20 เซนติเมตร ตดั
รากใหส้ ้นั วางบนขยุ มะหร้าวท่ีช้ืน หรือแช่ในน้าใหท้ ว่ มราก จนกระทงั่ รากงอกข้ึนมายาว 1-2 เซนติเมตร นาน
ประมาณ 5-7 วนั จึงนาไปปลูกในช่วงตน้ ฤดูฝน และหลงั จากปลกู ดินควรมีความช้ืนติดต่อกนั อยา่ งนอ้ ย 15 วนั

การเตรียมกล้าและดินเพอื่ ปลกู หญ้าแฝก
1. การกาจดั วชั พืชและเตรียมพ้ืนที่
2. การปลูกหญา้ แฝกในช่วงตน้ ฤดูฝน พ้นื ท่ีปลกู ตอ้ งมีความชุ่มช้ืน
3. การเตรียมแนวร่องปลูก โดยการวางแนวร่องปลูกขวางความลาดชดั ตามแนวระดบั ขนานไปตามสภาพพ้นื ท่ี
4. การใส่ป๋ ุยหมกั รองกนั หลมุ ในแนวร่องปลูก เพ่ือเพม่ิ ความอดุ มสมบูรณ์แก่ดิน
5. การปลกู กลา้ หญา้ แฝกในแปลงปลกู โดยการใชก้ ลา้ เพาะชาถุงขนาดเลก็ ใชร้ ะยะปลูก 10 เซนติเมตร หรือกลา้
รากเปลือยใชร้ ะยะปลูก 5 เซนติเมตร

6. ความห่างของแถวหญา้ แฝกแต่ละแถว ข้ึนกบั ความลาดเทของพ้นื ที่ และชนิดของพ้ืนท่ีปลกู โดยขอคาแนะนา
เพิม่ เติมจากเจา้ หนา้ ท่ี แต่โดยทว่ั ไปจะใชร้ ะยะห่างทางแนวด่ิง 1.5-3 เมตร
7. กลบดินในร่องปลกู ใหต้ ่ากวา่ ระดบั ผวิ ดินปกติ เพือ่ ใหน้ ้าขงั และซึมลงดินได้ ช่วยใหด้ ินชุ่มช้ืนข้ึน
8. ควรปลกู ซ่อมแซมใหไ้ ดแ้ นวร้ัวหญา้ แฝกที่เป็นแนวยาวต่อเน่ือง

การดูแลรักษาหญ้าแฝก
1. การคดั เลือกกลา้ ท่ีมีคุณภาพ กลา้ หญา้ แฝกที่มีคุณภาพโดยทวั่ ไปเป็นกลา้ ท่ีมีอายุ 45 ถึง 60 วนั เม่ือนากลา้ ท่ี
แขง็ แรงมาปลูกกจ็ ะไดแ้ นวร้ัวหญา้ แฝก ที่มีการเจริญเติบโตแขง็ แรงอยา่ งสม่าเสมอ
2. การเลือกช่วงเวลาปลกู การปลูกหญา้ แฝกในช่วงตน้ ฤดูฝนจะเหมาะสมท่ีสุด สภาพของดินที่ปลูกในช่วงตน้ ฤดู
ฝนจะมีความชุ่มช้ืนสูงติดตอ่ กนั มากกวา่ 15 วนั ข้ึนไป
3. การตดั ใบ ในช่วงตน้ ฤดูฝนใหต้ ดั ใบหญา้ แฝกใหส้ ้นั สูงจากพ้นื ผวิ 5 เซนติเมตร เพอ่ื ใหเ้ กิดการแตกหน่อใหม่
และกาจดั หน่อแก่ที่แหง้ ตาย ในช่วงกลางฤดูฝนใหเ้ กี่ยวใบสูง ไม่ต่ากวา่ 45 เซนติเมตร เพ่อื ใหม้ ีแนวกอที่
หนาแน่นในการรับแรงปะทะของน้าไหลบ่า และในช่วงปลายฤดูฝน เกี่ยวใบใหส้ ้นั 5 เซนติเมตร อีกคร้ังเพื่อให้
หญา้ แฝกแตกใบเขียว ในฤดูแลง้
4. การดูแลรักษาตามความเหมาะสม ในตน้ ฤดูฝนใหใ้ ส่ป๋ ุยหมกั ตามแถวหญา้ แฝกกจ็ ะเป็นการช่วยใหห้ ญา้ แฝกมี
การเจริญเติบโตดีข้ึน และกาจดั วชั พชื ขา้ งแนวจะเป็นการช่วยใหส้ งั เกตแนวหญา้ แฝกไดช้ ดั เจน ช่วยใหห้ ญา้ แฝก
เจริญเติบโตไดอ้ ยา่ งเตม็ ที่ และเพื่อป้ องกนั การไถแนวทิ้งเน่ืองจากสงั เกตไม่เห็น
5. การปลกู ซ่อมและแยกหน่อแก่ออก การปลูกซ่อมแซมในช่วงฤดูฝนจะทาใหไ้ ดแ้ นวร้ัวหญา้ แฝกที่แขง็ แรง
และควรตดั แยกหน่อแก่ที่ออกดอก หรือแหง้ ออกไป เพอื่ จะใหห้ น่อใหม่ไดแ้ ทรกข้นึ มาไดอ้ ยา่ งเตม็ ที่

การปลกู หญ้าแฝกในพนื้ ทเ่ี กษตรกรรม
สาหรับการปลกู หญา้ แฝกในพ้ืนท่ีเกษตรกรรมมีจุดประสงคท์ ่ีสาคญั เพ่อื การฟ้ื นฟทู รัพยากรดินและการ

อนุรักษด์ ินและน้า ซ่ึงประกอบดว้ ย
1. การปลกู หญา้ แฝกในพ้นื ที่ลาดชนั

ควรปลูกหญา้ แฝกเป็นแถวตามแนวระดบั ขวางความลาดเทในตน้ ฤดูฝน โดยการทาแนวร่องปลกู ตาม
แนวระดบั ใชร้ ะยะระหวา่ งตน้ 5 เซนติเมตร สาหรับกลา้ รากเปลือยและระยะ 10 เซนติเมตร สาหรับกลา้ ถุง
ระยะห่างแถวตามแนวด่ิงไมเ่ กิน 2 เมตร หญา้ แฝกจะเจริญเติบโตแตกกอชิดกนั ภายใน 4-6 เดือน

2. การปลูกเพอ่ื ควบคุมร่องน้าและกระจายน้า
นากลา้ หญา้ แฝกในถุงพลาสติกท่ีมีการแตกกอ และแขง็ แรงดีแลว้ ไปปลูกในร่องน้า โดยขดุ หลุมปลกู

ขวางร่องน้า เป็นแนวตรง หรือแนวหวั ลกู ศรช้ียอ้ นไปทิศทางน้าไหล อาจใชก้ ระสอบทรายหรือกอ้ นหิน ช่วยทา
คนั เสริมฐานใหม้ น่ั คงตามแนวปลกู หญา้ แฝก ระยะห่างระหวา่ งตน้ 5 เซนติเมตร สาหรับกลา้ รากเปลือย และ 10
เซนติเมตร สาหรับกลา้ ถุง และระหวา่ งแนวปลูกหญา้ แฝกไม่เกิน 2 เมตร ตามแนวต้งั หลงั จากเกิดคนั ดินก้นั น้า
ควรปลูกหญา้ แฝกต่อจากแนวคนั ดินก้นั น้าออกไปท้งั สองขา้ ง เพื่อเป็นการกระจายน้าเขา้ สู่พ้ืนท่ีเพาะปลูก

3. การปลูกเพอื่ รักษาความชุ่มช้ืนในสวนผลไม้
ควรปลกู หญา้ แฝกในสวนผลไม้ ระยะที่ไมผ้ ลยงั ไม่โต หรือปลูกก่อนท่ีจะลงไมผ้ ล โดยปลูกแถวหญา้

แฝกขนานไปกบั แถวของไมผ้ ลที่ระยะก่ึงกลางของแถวไมผ้ ล หรือปลูกเป็นรูปคร่ึงวงกลมใหห้ ่างจากโคนตน้ ไม้
ผล ๒.๕ เมตร เพอื่ ไมผ้ ลเจริญเติบโตข้ึนมาคลุมพ้ืนที่ หญา้ แฝกจะตายไปกลายเป็นอินทรียวตั ถุในดินต่อไป

4. การปลูกหญา้ แฝกในพ้นื ท่ีดอนท่ีปลกู พืชไร่
การปลกู หญา้ แฝกตามแนวระดบั ในพ้นื ท่ีดอนท่ีปลกู พืชไร่ โดยการขดุ ร่องปลกู ตามแนวระดบั

ระยะห่างระหวา่ งตน้ 5 เซนติเมตร สาหรับกลา้ รากเปลือย และ 10 เซนติเมตร สาหรับกลา้ ถุง ควรใชป้ ๋ ุยหมกั รอง
พ้นื ก่อนปลูกหญา้ แฝก หรือปลูกหญา้ แฝกเป็นแนะระหวา่ งแถวปลูกพชื ไร่ และควรปลกู ในสภาพดินท่ีมีความชุ่ม
ช้ืน ในช่วงตน้ ฤดูฝน

5. การปลกู หญา้ แฝกในพ้นื ที่ราบหรือพ้นื ที่ลุม่
ในสภาพพ้นื ท่ีราบหรือพ้นื ท่ีลุม่ ที่มีการปรับสภาพเป็นแปลงยกร่องเพ่อื ปลูกพชื น้นั สามารถปลกู หญา้

แฝกเป็นแถวรอบขอบเขตพ้นื ท่ี หรือปลกู ท่ีขอบแปลงยกร่องหญา้ แฝก จะช่วยยดึ ดินไม่ใหพ้ งั ทลาย และรักษา
ความช้ืนในดินเอาไว้

6.การปลูกรอบขอบสระเพ่ือกรองตะกอนดิน
ควรปลกู ตามแนวที่ระดบั น้าสูงสุดท่วมถึง 1 แนว และปลกู เพิ่มข้ึนอีก 1-2 แนวเหนือแนวแรก ซ่ึงข้ึนอยู่

กบั ความลึกของขอบสระ ระยะห่างระหวา่ งตน้ 5 เซนติเมตร สาหรับกลา้ รากเปลือย และ 10 เซนติเมตร สาหรับ
กลา้ ถุง โดยขดุ หลุมปลกู ต่อเน่ืองกนั ไป ในระยะแรกควรดูแลปลกู ซ่อมแซมใหแ้ ถวหญา้ แฝกเจริญเติบโต
หนาแน่น เมื่อน้าไหลบ่ามาลงสระ ตะกอนดินท่ีถกู พดั พามากบั น้า จะติดคา้ งอยกู่ บั แถวหญา้ แฝก ส่วนน้าจะคอ่ ย
ๆ ไหลผา่ นลงสู่สระ และระบบรากของหญา้ แฝกยงั ช่วยยดึ ติดดินรอบ ๆ ขอบสระไม่ใหเ้ กิดการพงั ทลาย

รูปแบบการปลูกหญ้าแฝกตามหลกั วชิ าการ
เพื่อใหก้ ารดาเนินการปลูกหญา้ แฝกตามโครงการน้ีมีรูปแบบที่ชดั เจน จึงไดม้ ีการกาหนดรูปแบบการ

ปลูกที่สามารถนาไปปฏิบตั ิในพ้นื ท่ีได้ ซ่ึงประกอบดว้ ย
1. การปลูกในระบบอนุรักษด์ ินและน้า

การปลูกหญา้ แฝกเป็นแถวเด่ียวขวางความลาดชนั ของพ้นื ที่ ถา้ ใชก้ ลา้ แบบรากเปลือยจะปลูกระยะ
ระหวา่ งตน้ 5 เซนติเมตร ถา้ เป็นกลา้ ถุงพลาสติก ใชร้ ะยะปลกู ระหวา่ งตน้ 10 เซนติเมตร โดยปลูกหญา้ แฝกเป็น
แถวตามแนวระดบั ใหม้ ีระยะห่างระหวา่ งแถว ตามแนวดิ่งไม่เกิน 2 เมตร ความยาวของแถวหญา้ แฝกข้ึนกบั
สภาพพ้นื ที่ และพ้ืนท่ีวา่ งระหวา่ งแถวหญา้ แฝกจะเป็นพ้นื ท่ีปลกู พืชหลกั
2. สระน้าปลกู 2 แถว

- แถวที่ 1 ปลกู ห่างขอบบ่อ 50 เซนติเมตร จนรอบบ่อ
- แถวที่ 2 ปลกู ที่ระดบั ทางน้าเขา้ จนรอบบ่อ
3. อ่างเกบ็ น้าปลูก 3 แถว
- แถวที่ 1 ปลกู ท่ีระดบั ทางน้าลน้ จนรอบอา่ ง ยกเวน้ บริเวณคนั หรือสนั อา่ งเกบ็ น้า

- แถวท่ี 2 ปลกู ที่ระดบั สูงกวา่ แถวท่ี 1 ตามแนวต้งั 20 เซนติเมตร จนรอบอา่ ง ยกเวน้ บริเวณคนั หรือสนั
อ่างเกบ็ น้า

- แถวที่ 3 ปลกู ที่ระดบั ต่ากวา่ แถวท่ี 1 ตามแนวด่ิง 20 เซนติเมตร จนรอบอา่ ง ยกเวน้ บริเวณคนั หรือสนั
อา่ งเกบ็ น้า
4. ปลกู ริมคลองส่งน้า 1 แถว ห่างขอบคลองส่ง 30 เซนติเมตร
5. ปลกู บนร่องสวน 1 แถว ห่างขอบแปลง 30 เซนติเมตร
6. ปลูกอยบู่ นไหลถ่ นน 1 แถว สาหรับถนนหรือทางลาเลียง
7. ปลูกคร่ึงวงกลมลอ้ มตน้ ไม้

- ตน้ ไมข้ นาดเลก็ รัศมีขนาด 1 เมตร เป็นระยะทาง 3 เมตร
- ตน้ ไมข้ นาดกลาง รัศมีขนาด 2 เมตร เป็นระยะทาง 6 เมตร
- ตน้ ไมข้ นาดใหญ่ รัศมีขนาด 3 เมตร เป็นระยะทาง 9 เมตร
8. ปลกู วงกลมลอ้ มตน้ ไม้

- ตน้ ไมข้ นาดเลก็ รัศมีขนาด 1 เมตร เป็นระยะทาง 6 เมตร

- ตน้ ไมข้ นาดกลาง รัศมีขนาด 2 เมตร เป็นระยะทาง 12 เมตร
- ตน้ ไมข้ นาดใหญ่ รัศมีขนาด 3 เมตร เป็นระยะทาง 18 เมตร
การปลูกหญา้ แฝกทุกคร้ังจะตอ้ งปลูกใหต้ น้ ชิดติดกนั เป็นแถว ไม่วา่ จะเป็นกรณีแถวตรงหรือแถวโคง้
รอบตน้ ไมก้ ต็ าม ถา้ ใชก้ ลา้ ถุงมีระยะปลกู ระหวา่ งตน้ 10 เซนติเมตร และกลา้ รากเปลือยระยะปลูก 5 เซนติเมตร

อ้างองิ

กรมพฒั นาที่ดิน. หญา้ แฝก [ออนไลน]์ . 2561, แหล่งท่ีมา : shorturl.asia/oaXbO [17 พฤศจิกายน 2564]
นางสาวศศิวิภา พรมเสน เลขท่ี 40 ม.4/6

ถ่านไบโอชาร์

ไบโอชาร์ (Biochar) คือ วสั ดทุ ี่อุดมดว้ ยคาร์บอน ผลติ จากการให้ความร้อนมวลชีวภาพ (biomass) โดย
ไมใ่ ชอ้ อกซิเจนหรือใชน้ อ้ ยมาก เรียกกระบวนการน้ีว่าการแยกสลายดว้ ยความร้อน (pyrolysis) ซ่ึงมีสองวธิ ี
หลกั ๆ คอื การแยกสลายอยา่ งเร็วและอยา่ งชา้ การผลติ ไบโอชาร์ดว้ ยวิธีการแยกสลายอยา่ งชา้ ทอ่ี ุณหภูมเิ ฉล่ีย 500
องศาเซลเซียส จะไดผ้ ลผลติ ของไบโอชาร์มากกว่า 50% แต่จะใช้เวลาเป็นชวั่ โมง ซ่ึงตา่ งจากวิธีการแยกสลาย
อยา่ งเร็วท่อี ณุ หภมู ิเฉล่ยี 700 องศาเซลเซียส ซ่ึงใชเ้ วลาเป็นวินาที ผลผลติ ทีไ่ ดจ้ ะเป็นน้ามนั ชีวภาพ (bio-oil) 60%
แก๊สสังเคราะห์ (syngas) ไดแ้ ก่ H2, CO และ CH4 รวมกนั 20% และ ไบโอชาร์ 20% (Winsley, 2007; Zafar,2009)

ถา่ นชีวภาพ (Biochar) มีความหมายแตกตา่ งจากถา่ นทวั่ ไป (Charcoal) ตรงจดุ มุง่ หมายของการใช้
ประโยชน์ คือเมอ่ื กล่าวถึง Charcoal จะหมายถงึ ถ่านทีใ่ ชเ้ ป็นเช้ือเพลิง ขณะท่ี Biochar คอื ถา่ นท่ใี ชป้ ระโยชนเ์ พ่อื
กกั เกบ็ คาร์บอนลงดินและปรบั ปรุงดิน (Ricks,2007) การกกั เกบ็ คาร์บอนในดินดว้ ยการแยกสลายมวลชีวภาพ
ดว้ ยความร้อนจะไดค้ าร์บอนถึง 50% ของคาร์บอนทมี่ อี ยใู่ นมวลชีวภาพ คาร์บอนทไ่ี ดจ้ ากการเผามวลชีวภาพจะ
เหลือเพยี ง 3% และจากการยอ่ ยสลายโดยธรรมชาตหิ ลงั จาก 5-10 ปี จะไดค้ าร์บอนนอ้ ยกว่า 20% ปริมาณของ
คาร์บอนท่ไี ดจ้ ะข้นึ กบั ชนิดของมวลชีวภาพ สาหรบั อุณหภมู ิจะมีผลนอ้ ยมากถา้ อยรู่ ะหว่าง 350-500 องศา
เซลเซียส (Lehmann et al.,2006)

ความสาคญั ของไบโอชาร์

1. เป็นดา่ งช่วยปรับสภาพความเป็นกรดในดิน

2. มรี ูพรุนสาหรับเก็บน้าและเป็นท่อี ยขู่ องจุลนิ ทรีย์

ประโยชน์ของถ่านชีวภาพ สามารถสรุปได้ 4 ประการหลักดังนี้

1. ช่วยบรรเทาการเปล่ียนแปลงภูมิอากาศ เน่ืองจากถา่ นชีวภาพสามารถลดคาร์บอนไดออกไซดใ์ นช้นั บรรยากาศ
ในระยะยาวไดด้ ว้ ยการกกั เกบ็ คาร์บอนในดิน

2. ช่วยปรบั ปรุงดินและผลผลิตทางการเกษตร เน่ืองจากเมือ่ น าถา่ นชีวภาพลงดิน ลกั ษณะความเป็นรูพรุนของ
ถ่านชีวภาพจะช่วยกกั เก็บน้าและอาหารในดิน และเป็นทอ่ี ยใู่ ห้กบั จลุ นิ ทรียส์ าหรบั ทากิจกรรมเพอ่ื สร้างอาหาร
ใหด้ ิน เมอ่ื ดินอุดมสมบูรณ์จะส่งผลใหผ้ ลผลติ ทางการเกษตรเพิ่มข้นึ

3. ช่วยผลติ พลงั งานทดแทน เน่ืองจากกระบวนการผลิตถา่ นชีวภาพจากมวลชีวภาพดว้ ยการแยกสลายดว้ ยความ
ร้อนจะให้พลงั งานชีวภาพท่สี ามารถใชเ้ ป็นพลงั งานทดแทนเพอื่ การขนส่งและในระบบอุตสาหกรรมได้

4. ช่วยในกระบวนการจดั การของเสียประเภทอินทรียว์ ตั ถุได้ เนื่องจากเทคโนโลยีไบโอชาร์มศี กั ยภาพในการ
กาจดั ของเสียทีท่ าให้ส่ิงแวดลอ้ มเป็นมติ รได้

ส่วนประกอบเตาเผาไบโอชาร์

1. ส่วนบรรจุชีวมวลทต่ี อ้ งการแยกแกส๊ และเปลย่ี นเป็นถา่ นไบโอชาร์ เป็นการนาเอาถงั เหลก็ แบบมฝี าปิ ดขนาด
เทา่ ถงั สีทว่ั ไปมาดดั แปลงเป็นเตาเผา ซ่ึงจะเจาะรูเพ่อื สวมทอ่ ตรงกลางสาหรบั บรรจเุ ช้ือเพลิง แต่กบั ชีวมวลทจ่ี ะ
เผาเป็นถา่ นจะบรรจอุ ยรู่ อบช่องวา่ งของถงั ที่เหลือ

2. ส่วนบรรจุชีวมวลทใี่ ชเ้ ป็นเช้ือเพลิง เป็นเหมือนทอ่ กลางเตาท่ีใชบ้ รรจชุ ีวมวลที่จะเป็นเช้ือเพลิง ขนาด
เสน้ ผา่ ศูนยก์ ลางของส่วนน้ีสามารถปรบั หรือลดขนาดได้ ซ่ึงมผี ลตา่ งกนั เมอื่ ใชง้ าน จากการทดสอบพบว่า

ขนาดเสน้ ผา่ ศูนยก์ ลาง 10 ซม.จะเหมาะกบั การใชง้ านเพอื่ หุงตม้ อาหารปกตใิ นครัวเรือน

ขนาดเส้นผ่าศูนยก์ ลาง 12 ซม. ใหเ้ ปลวไฟที่คอ่ นขา้ งแรง

ขนาดเส้นผ่าศูนยก์ ลาง 15 ซม. ให้เปลวไฟทแี่ รงสูง มีความสูงข้ึนมาราว 1 ฟุต

3. ส่วนทม่ี ีการลุกไหมข้ องแก๊สที่ผ่านการแยกออกมาจากชีวมวล เป็นรูท่เี ช่ือมกนั ระหว่างเตาบรรจุเช้ือเพลิงชีว
มวลและเตาบรรจุชีวมวลเผาถ่าน เพือ่ ใหแ้ ก๊สที่เกิดข้ึนจากกระบวนการแยกสลายดว้ ยความร้อนสามารถไหลจาก
ส่วนบรรจุชีวมวลเผาถา่ นไปยงั ส่วนบรรจเุ ช้ือเพลงิ ซ่ึงก าลงั เผาไหมอ้ ยไู่ ด้ แกส๊ จึงตดิ ไฟและเกิดการลกุ ไหม้
ต่อไปได้

3. ส่วนท่ีมีการลุกไหมข้ องแกส๊ ท่ีผา่ นการแยกออกมาจากชีวมวล เป็นรูทเ่ี ช่ือมกนั ระหว่างเตาบรรจุเช้ือเพลงิ ชีว
มวลและเตาบรรจชุ ีวมวลเผาถา่ น เพือ่ ใหแ้ ก๊สท่ีเกิดข้นึ จากกระบวนการแยกสลายดว้ ยความร้อนสามารถไหลจาก
ส่วนบรรจุชีวมวลเผาถา่ นไปยงั ส่วนบรรจุเช้ือเพลงิ ซ่ึงก าลงั เผาไหมอ้ ยไู่ ด้ แก๊สจึงติดไฟและเกิดการลุกไหม้
ตอ่ ไปได้

การบรรจุวัตถุดบิ ในเตา

1. นาเตาเหลก็ ท่บี รรจุชีวมวลและเช้ือเพลิงมา ต้งั ส่วนตวั เตาใหห้ งายข้นึ นาท่อกลางท่ีเป็นทอ่ บรรจุเช้ือเพลงิ สวม
ลงไปทคี่ อเดือยทม่ี อี ยโู่ ดยให้รูทเี่ จาะไวร้ อบท่อคอ่ นมาทางปากเตา

2. บรรจุชีวมวลที่ตอ้ งการจะเผาเป็นถ่านไบโอชาร์ที่ช่องว่างให้รอบทอ่ กลาง บรรจุไมใ่ ห้สูงเกิดปากเตาเพราะจะ
ทาใหป้ ิ ดฝาไม่ได้

3. นาไมเ้ ช้ือเพลิงบรรจลุ งในท่อกลางทวี่ ่างอยจู่ นเต็ม เสร็จแลว้ ใหน้ าฝาปิ ดเตามาครอบปิ ดโดยให้คอเดือยทฝ่ี าถงั
สวมตดิ กบั ปากท่อกลางพอดี จากน้ีไปสามารถจดุ ไฟใหต้ ิดเช้ือเพลิงเพือ่ เผาใหเ้ กิดแก๊สชีวมวลมาใชห้ ุงตม้ ไดเ้ มอื่
เผาเสร็จก็จะไดถ้ า่ นไบโอชาร์เป็นผลผลติ อกี อยา่ งหน่ึง

หมายเหตุ : ชีวมวลท่ีน ามาบรรจุเพ่ือเป็นเช้ือเพลงิ ในการเผาไหมใ้ หค้ วามร้อนควรทจ่ี ะเป็นขนาดกลางถึงใหญ่
เพื่อทจ่ี ะเผาไหมต้ ดิ ไฟไดย้ าวนานจนกระบวนการไพโรไลซิสชีวมวลทต่ี อ้ งการเปลย่ี นเป็นถา่ นไบโอชาร์สาเร็จ
เสร็จดีหากใชช้ ีวมวลชิ้นเล็กเกินไป การเผาไหมเ้ พอ่ื เดินระบบเตาจะเกิดข้ึนเพียงไมน่ าน กล่าวคอื ติดไฟเร็วและ
ดบั เร็ว ซ่ึงทาใหก้ ารถ่ายเทความร้อนไปสู่ชีวมวลท่ีตอ้ งการเปล่ียนใหเ้ ป็นถา่ นไบโอชาร์ไมส่ มบูรณ์ กลา่ วคือชีว
มวลไมก่ ลายเป็นถ่านท้งั หมด แต่สามารถเผาโดยวิธีเดิมอกี คร้งั เพ่ือให้ชีวมวลท่ียงั ไม่กลายเป็นถ่านถกู เปลี่ยนเป็น
ถา่ นท้งั หมดได้

เมอื่ เช้ือเพลงิ ชีวมวลทอ่ี ยใู่ นช่องบรรจเุ ช้ือเพลิงท่ีแกนกลางคอ่ ยๆ ถูกเผาไหมจ้ นมวลลดลงไปแลว้ หาก
เตมิ เช้ือเพลิงใหมเ่ ขา้ ไปกลางครนั จะทาใหเ้ กิดควนั เพราะเป็นการแทรกกระบวนการเผาไหมไ้ มส่ มบรู ณท์ ี่กาลงั
ดาเนินอยู่ หากตอ้ งการใหเ้ ช้ือเพลิงใหมท่ ีใ่ ส่เขา้ ไปเกิดกระบวนการเผาไหมแ้ ละควนั หายไปเร็วสามารถใชป้ ล่อง
สังกะสีมว้ นมาสวมท่ีปากชอ่ งบรรจเุ ช้ือเพลงิ ปล่องจะดึงอากาศจากดา้ นลา่ งมาช่วยเผาไหม้ ทาให้ชีวมวลใหม่ตดิ
ไฟเร็ว ควนั หมดในเวลาไม่นาน เมอื่ ไม่มคี วนั เกิดข้ึนแลว้ จึงยกปล่องสงั กะสีออกไดส้ ามารถเพ่มิ ความแรงขอ
เปลวไฟทีเ่ กิดข้ึนจากการเผาไหมแ้ ก๊สชีวมวลในเตาไดโ้ ดยนาเตาทจี่ ดุ ไฟแลว้ มาต้งั ซ้อนกนั สองใบ เปลวไฟจะ
รวมกนั เป็นสองเท่าซ่ึงจะเห็นความแรงของไฟทเ่ี พ่มิ ข้นึ ไดอ้ ยา่ งชดั เจน

กระบวนการเผาถ่านไบโอชาร์ผลิตแก๊สชีวมวล
จุดไฟใหต้ ดิ ทไ่ี มเ้ ช้ือเพลิงซ่ึงอยู่ในท่อกลางของเตา เม่ือเช้ือเพลงิ เริ่มติดไฟแลว้ ทอ่ กลางทบ่ี รรจเุ ช้ือเพลงิ

จะมีลกั ษณะอบั อากาศ ออกซิเจนเขา้ ไปช่วยในการเผาไหมไ้ ดน้ อ้ ย จึงทาใหเ้ กิดการเผาไหมไ้ ม่สมบูรณเ์ กิดข้ึน
เช่นเดียวกบั เตาชีวมวลท่ีมีการใชก้ นั อยู่ ไมน่ านจึงเกิดแกส๊ จากชีวมวลทใ่ี ช้เป็นเช้ือเพลงิ ซ่ึงถกู เผาไหมเ้ กิดข้นึ
เปลวไฟแรง มีความร้อนสูง เม่อื เกิดพลงั งานความร้อน ความร้อนจากทอ่ แกนกลางท่เี ผาไหมเ้ ช้ือเพลิงชีวมวลหมู่
จะถา่ ยเทความร้อนเหลา่ น้ีไปสู่ชีวมวลทีล่ อ้ มอยรู่ อบขา้ งในเตาวงนอก ทาให้เกิดกระบวนการไพโรไลซีส
(Pyrolysis) จนทาให้เกิดแกส๊ ชีวมวลอยภู่ ายในและไหลออกมาตามรูท่เี จาะของทอ่ กลาง แก๊สชีวมวลท่ไี หล
ออกมาจะไปเจอกบั เปลวไฟท่เี ผาไหมอ้ ยดู่ า้ นนอกพอดีทาให้เกิดการลกุ ตดิ ไฟข้นึ อีก เมือ่ เผาเช้ือเพลงิ จนเสร็จสิ้น
ชีวมวลท่อี ยใู่ นช่องบรรจุรอบนอกจะกลายเป็นถา่ นไบโอชาร์

การใชถ่านชีวภาพในการเกษตร การเตรียมถ่านชีวภาพเพื่อลงดนิ มขี ้นั ตอนดงั ตอไปนี้
1. ทาให้ถ่านชีวภาพมีขนาดเล็กทสี่ ุด โดยเฉล่ียไม่ใหญ่กวา่ 1 เซนติเมตรเพือ่ ให คลุกเคลา้ เขากบั ดินไดง้ ่ายหาก
ขนาดถา่ นใหญ่เกินไปจะเป็นอุปสรรคตอรากพชื ในการเจริญเติบโต อาจใชวิธีการทบุ หรือบีบใหแตก
2. ผสมถ่านชีวภาพกบั ป๋ ยุ หมกั หรือป๋ ุยคอก ในอตั ราสวน 50% โดยน้าหนกั คลุกให้ เป็นเน้ือเดียวกนั
3. นาถา่ นชีวภาพผสมป๋ ยุ หมกั ไปโรยลงดิน ในข้นั ตอนการเตรียมดินก่อนปลกู พชื รดน้าให้ชุ่มเพื่อใหถา่ นชีวภาพ
ดูดซึมน้าแลว้ พรวนดินใหลึก 10-20 เซนติเมตร ทาการรดน้าใหช้ ุ่มอกี คร้ัง
4. ปลกู พืชผกั ในแปลงไดต้ ามข้นั ตอนการปลกู ผกั ทว่ั ไป

อา้ งองิ

ศูนยว์ ทิ ยาศาสตร์เพอื่ การศึกษา. “ไบโอชาร์”ถา่ นชีวภาพเพื่อการเกษตร [ออนไลน]์ . 2562, แหลง่ ท่ีมา :
https://pubhtml5.com/ytnu/rzyy [24 พฤศจิกายน 2564]

นางสาวศศิวภิ า พรมเสน เลขท่ี 40 ม.4/6

ปักชำควบแน่น ต้นทองอไุ ร

การขยายพนั ธุ์พชื แบบควบแน่น สามารถนาไปใชก้ บั พชื ไดห้ ลายชนิด เช่น มะนาว มะกรูด ชมพู่ สะเดา
มะเด่ือ หม่อนบราซิล ทบั ทิม แคนา แคป่ า มะกอก มะไฟ ตะขบป่ า พชื ผกั พ้ืนบา้ น ไมผ้ ล ไมป้ ่ า พชื สมุนไพร
แมงลกั ผกั แพว ผกั ขม ฯลฯ การขยายพนั ธุพ์ ชื ดว้ ยวธิ ีน้ีมีขอ้ ดีคือ สามารถขยายพนั ธุไ์ ดค้ ร้ังละมากๆ ตามที่
ตอ้ งการ พชื ไม่กลายพนั ธุ์ และมีความแขง็ แรง

การขยายพนั ธุ์พืชแบบควบแน่น เปรียบเหมือนงานวจิ ยั ที่น่าท่ึง เพราะใชย้ อดของตน้ ไมโ้ ดยไม่
จาเป็นตอ้ งเป็นก่ิงแก่ ที่ใชป้ ักชากนั ทวั่ ไป นบั เป็นภูมิปัญญาชาวบา้ นหรือเรียกวา่ นกั วจิ ยั ไทบา้ นนน่ั เอง

ข้นั ตอนในกำรขยำยพนั ธ์ุต้นทองอุไร แบบกำรปักชำควบแน่น มดี งั นี้

1. เตรียมอุปกรณ์ ไดแ้ ก่

1.1 ยอดทองอไุ ร

1.2 ดิน
1.3 แกว้ น้าพลาสติกขนาด 8 ออนซ์ถึง 10 ออนซ์
1.4 ถุงพลาสติกขนาด 6x11 นิ้ว
1.5 หนงั ยาง

1.6 น้าสะอาด

2. ทาใหด้ ินร่วนซุยและผสมน้าสะอาด แลว้ คลุกเคลา้ ใหเ้ ขา้ กนั เพื่อใหค้ วามช้ืนสม่าเสมอ
3. ตรวจสอบดินเพอ่ื ใหเ้ หมาะท่ีจะปักชาควบแน่นโดยการป้ันใหต้ ิดกนั เป็นกอ้ น
4. นาแกว้ น้าพลาสติกขนาด 8 ออนซถ์ ึง 10 ออนซ์ ใส่ดิน 3 คร้ังและกดใหแ้ น่น แน่นประมาณ 70-80 เปอร์เซ็น

5. หลงั จากใส่ดินใหแ้ น่นแลว้ ตรวจสอบวา่ ดินแน่นโดยการบีบแกว้
6. ใชไ้ มเ้ สียบลงไปในดิน 3 ส่วนของดินท้งั หมด 4 ส่วน โดยเสียบไปตรงกลางและโยกไมเ้ ลก็ นอ้ ย
7. นายอดทองอไุ รเสียบลงไปในดินและกดใหแ้ น่นเพือ่ ไม่ใหย้ อดทองอุไรเคล่ือนที่ได้

8. นาถุงพลาสติกขนาด 6x11 นิ้วสวมยอดทองอไุ รจนถึงแกว้
9. นาหนงั ยางรัดถุงพลาสติกกบั แกว้ และดึงถุงพลาสติกข้ึน
10. บนั ทึกขอ้ มลู และเสร็จสิ้นการขยายพนั ธุ์ตน้ ทองอไุ รดว้ ยการปักชาแบบควบแน่น

อ้ำงองิ

นายเฉลิม พีรี จากศนู ยเ์ รียนรู้โครงการอนั เน่ืองมาจากพระราชดาริบา้ นวดั ใหม่. วธิ ีการขยายพนั ธุพ์ ชื ดว้ ยการปัก
ชาแบบควบแน่น [ออนไลน]์ . 2562, แหล่งท่ีมา : http://www.konglakuentin.com/glaroo/190401060818
[3 ธนั วาคม 2564]

นางสาวศศิวิภา พรมเสน เลขที่ 40 ม.4/6

การเพาะจุลนิ ทรีย์สังเคราะห์แสง

จุลนิ ทรีย์สังเคราะห์แสง คอื
จุลินทรียส์ งั เคราะห์แสงเป็นส่ิงมีชีวิตขนาดเลก็ พบได้ ตามแหล่งน้าตามธรรมชาติ และ ในดินทวั่ ๆไป

ตวั มนั เองทาหนา้ ท่ีนาก๊าซคาร์บอนไดออกไซดใ์ นดินและน้ามาใช้ และ สามารถยอ่ ยสลายอินทรียว์ ตั ถุใหม้ ีขนาด
เลก็ ลง เร่งปฎิกิริยาการเกิดป๋ ยุ ดว้ ยความสามารถตรงน้ีเองทาใหเ้ รานาประโยชน์ของจุลินทรียส์ งั เคราะห์แสง ตรง
ส่วนน้ีมาช่วยในเรื่องของการเกษตรได้ ทีน้ีถา้ เราเติมหวั เช้ือจุลินทรียส์ งั เคราะห์แสงเขา้ ไปในดินเพม่ิ ข้ึนกจ็ ะไป
เร่งปฎิกิริยาพวกน้ีใหม้ ากข้ึน ทาใหต้ น้ ไมด้ ูดซึมป๋ ุยไดม้ ากข้ึนลดปริมาณการใชป้ ๋ ยุ ลง ในขณะเดียวกนั ตน้ ไมก้ ็
เจริญเติบโตมากข้ึนดว้ ย ช่วยประหยดั ค่าป๋ ุยบารุงตน้ ไมไ้ ปไดม้ ากเลยทีเดียว
1. อุปกรณ์ท่ตี ้องใช้ในการทาจุลนิ ทรีย์สังเคราะห์แสง

1.1 ขวดน้าพลาสติก ขนาด 1.5 ลิตร 2 ขวด สาหรับใส่น้าประปาและน้าฝน
1.2 น้าปลา 1 ชอ้ นโต๊ะ
1.3 ผงชูรส 1 ชอ้ นโต๊ะพนู
1.4 น้าปลาร้า 1 ชอ้ นโต๊ะ

1.5 กะปิ คร่ึงชอ้ นโตะ๊ ละลายกบั น้า 2 ชอ้ นโต๊ะ
1.6 ไข่ 1 ฟอง
1.7 เปลือกไข่ตาละเอียด
1.8 ถว้ ยและชอ้ นสาหรับผสมทุกอยา่ งใหเ้ ขา้ กนั
2. ข้นั ตอนวธิ ีทาจุลนิ ทรีย์สังเคราะห์แสง
2.1 ตอกไขล่ งไป 1 ฟอง ตีใหไ้ ข่ขาวกบั ไขแ่ ดงเขา้ กนั

2.2 ใส่น้าปลา น้าปลาร้า อยา่ งละ 1 ชอ้ นโต๊ะ ผงชูรส 1 ชอ้ นโต๊ะพนู กะปิ คร่ึงชอ้ นโตะ๊ ละลายกบั น้า 2 ชอ้ น
โต๊ะ( กะปิ เป็นตวั ช่วยเร่งให้ จุลินทรียส์ งั เคราะห์แสงติดแดงไดง้ ่ายข้ึน )

2.3 คนส่วนผสมท้งั หมดใหเ้ ขา้ กนั แลว้ ตกั ใส่ขวดพลาสติก
2.4 ตกั เปลือกไขใ่ ส่ขวดพลาสติก

2.5 จะไดจ้ ุลินทรียส์ ังเคราะห์แสงท่ีเสร็จสมบรู ณ์

3. การดูแลให้จุลนิ ทรีย์สังเคราะห์แสงเกดิ สีแดง
ข้นั ตอนการหมกั เม่ือไดส้ ่วนผสมท่ีเขา้ กนั ดี นามาผสมลงในขวด เขยา่ ใหเ้ ขา้ กนั ก่อนไดน้ ้าสีขาวขนุ่ ก็

นาไปตากแดดทิ้งไวอ้ ยา่ งนอ้ ยประมาณ 10 วนั น้าในขวดกจ็ ะเกิดการเปล่ียนสีจากสีขาวขนุ่ คอ่ ยๆกลายเป็นสี
แดงเขม้ ภายใน 1 เดือน เป็นอยา่ งต่าจะตอ้ งไดส้ ีสดสียงิ่ แดงเขม้ มากๆประสิทธิภาพจะยง่ิ ดีข้ึนมากดว้ ย

อ้างองิ
เกษตรอินทรีย.์ ทาหวั เช้ือสงั เคราะห์แสงใชเ้ องยงั ไงใหแ้ ดง [ออนไลน์]. ไม่ปรากฏปี , แหลง่ ท่ีมา :
https://www.kasetorganic.com/soil-fertilizer/psb-water/ [11 ธนั วาคม 2564]

นางสาวศศิวิภา พรมเสน เลขที่40 ม.4/6

Ling - แอปเพอื่ การเกษตรดจิ ทิ ลั

1. ติดต้งั แอปพลิเคชนั Ling

2. ในแอปพลิเคชนั Ling

3. เม่ืออยใู่ นหนา้ แรกของแอปพลิเคชนั Ling ใหเ้ ลือกการวดั ท่ี

4. วดั ระยะทางจากบา้ นเลขท่ี 175 หมู่ 3 ตาบลเขาพงั ไกร อาเภอหวั ไทร จงั หวดั นครศรีธรรมราช ไปยงั โรงเรียน
เตรียมอดุ มศึกษาภาคใต้ โดยกดการวาดเส้น

5. เร่ิมตน้ จุดแรกท่ีบา้ นแลว้ วดั ระยะทางจากถนนเส้นหลกั

6. เพ่มิ ทีละจุดโดยการกดบวกสีเหลืองและยกเลิก กดยอ้ นกลบั อยซู่ า้ ยมือของบวก

7. วดั ไปจนถึงโรงเรียนเตรียมอดุ มศึกษาภาคใต้

8. สรุปการวดั ระยะทางจากบา้ นถึงโรงเรียนเตรียมอดุ มศึกษาภาคใต้ ไดท้ ้งั หมดประมาณ 73,357 เมตร หรือ
ประมาณ 73 กิโลเมตร

อ้างองิ
Ling – แอปเพอ่ื การเกษตรดิจิทลั . [ออนไลน์], แหล่งที่มา :
https://play.google.com/store/apps/details?id=com.tig_gis.ling&hl=th&gl=US [17 ธนั วาคม 2564]

นางสาวศศิวภิ า พรมเสน เลขท่ี 40 ม.4/6

ธุรกิจ

รูปแบบของธุรกจิ การประกอบธุรกิจในปัจจบุ นั มีอยหู่ ลายลกั ษณะท้งั ธุรกิจขนาดเล็ก ธุรกิจขนาดกลาง
และธุรกิจขนาดใหญ่ทมี่ สี าขาทว่ั ประเทศ เพอ่ื ใหเ้ กิดความสะดวกในการปฏบิ ตั ิตามกฎหมาย หรือกฎระเบยี บ
ขอ้ บงั คบั ต่างๆ จึงมกี ารกาหนดรูปแบบธุรกิจออกเป็น 5 รูปแบบ ดงั น้ี

1. กิจการของคนเดียว (Sole or Single Proprietorship)

กิจการเจา้ ของคนเดียว เป็นการประกอบธุรกิจท่บี คุ คลคนเดียวเป็นเจา้ ของกิจการ และบริหารจดั การ
ธุรกิจทกุ เร่ืองดว้ ยตนเอง การประกอบธุรกิจในรูปแบบน้ีจะใชต้ น้ ทุนต่า มวี ธิ ีการดาเนินงานทง่ี ่าย ไมย่ งุ่ ยาก
การบริหารจดั การต่างๆ มีความคล่องตวั สูง และเป็นธุรกิจท่ีสามารถพบเห็นในชีวติ ประจาวนั มากท่สี ุด เช่น
หาบเร่ แผงลอย ร้านขายของชา ร้านเสริมสวย ร้าน

2. หา้ งหุน้ ส่วน(Partnership)

หา้ งหุ้นส่วน เป็นรูปแบบของการประกอบธุรกิจทม่ี ีบคุ คลต้งั แต่ 2 คนข้นึ ไป และสามารถทานิตกิ รรม
ตามกฎหมายได้ โดยการทาสญั ญาดว้ ยวาจาหรือลายลกั ษณอ์ กั ษรท่ีจะเขา้ เป็นหุน้ ส่วนกนั ซ่ึงผเู้ ป็นหุน้ ส่วน
จะตอ้ งลงทนุ ร่วมกนั ดว้ ยเงินหรือแรงกาย เพ่อื วตั ถปุ ระสงคใ์ นการแบ่งกาไรทจ่ี ะไดร้ ับจากการดาเนินกิจการ
ร่วมกนั หา้ งหุ้นส่วนแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ

2.1) ห้างหุน้ ส่วนสามญั (Ordinary Partnership )

เป็นรูปแบบที่ผเู้ ป็นหุ้นส่วนจะตอ้ งรบั ผิดชอบในการชาระหน้ีสินร่วมกนั โดยไมจ่ ากดั จานวน ห้าง
หุ้นส่วนสามญั จะจดทะเบยี นเป็นนิติบคุ คลหรือไมก่ ็ได้ โดยมวี ตั ถปุ ระสงคจ์ ะแบ่งกาไรและขาดทนุ ทเี่ กิดจาก
การประกอบธุรกิจน้นั ในสัดส่วนเท่ากนั ตามจานวนหุน้ หา้ งหุน้ ส่วนสามญั แบ่งออกเป็น 2 ประเภทไดแ้ ก่

1.) ห้างหุ้นส่วนสามญั นิตบิ ุคคล (จดทะเบียน) เป็นห้างหุ้นส่วนสามญั ทีจ่ ดทะเบียนถกู ตอ้ งตาม
กฎหมาย หากมกี ารฟ้ องร้องตอ้ งฟ้ องหา้ งหุน้ ส่วน เม่อื ทรพั ยส์ ินของห้างหุน้ ส่วนไม่พอชาระหน้ีจึงจะฟ้ องร้อง
จากหุน้ ส่วนต่อไป

2.) หา้ งหุน้ ส่วนสามญั นิตบิ ุคคล (ไมจ่ ดทะเบยี น) เป็นห้างหุน้ ส่วนทีไ่ มไ่ ดจ้ ดทะเบยี นใหถ้ กู ตอ้ งตาม
กฎหมาย ผทู้ ี่เป็นหุ้นส่วนกบั หา้ งหุน้ ส่วนจะไมแ่ ยกจากกนั เจา้ หน้ีสามารถฟ้ องร้องบคุ คลใดก็ได้

2.2 ) หา้ งหุ้นส่วนจากดั (จดทะเบียนเป็นนิติบคุ คล) (Limited Partnership)

เป็นรูปแบบหา้ งหุน้ ส่วนทจี่ ะตอ้ งจดทะเบียนเป็นนิตบิ คุ คล จึงมีผลทาให้กิจการน้นั เสมอื นเป็น
บคุ คล และมสี ิทธิดาเนินการตา่ งๆตามทกี่ ฎหมายกาหนด ซ่ึงผเู้ ป็นหุน้ ส่วนแบง่ ออกเป็น 2 ประเภท ไดแ้ ก่

1.) หุน้ ส่วนประเภทจากดั ความรับผิดชอบ ผเู้ ป็นหุน้ ส่วนจะมคี นเดียวหรือหลายคนกไ็ ดซ้ ่ึง
รับผดิ ชอบเพียงจานวนเงนิ หรือทรัพยส์ ินที่ตนรบั วา่ จะลงทุนในหา้ งหุน้ ส่วนเทา่ น้นั

2.) หุน้ ส่วนประเภทไมจ่ ากดั ความรบั ผิดชอบ ผเู้ ป็นหุ้นส่วนจะมีคนเดียวหรือหลายคนกไ็ ด้ ซ่ึง
รับผดิ ชอบในบรรดาหน้ีสินท้งั หมดของห้างหุ้นส่วนโดยไมจ่ ากดั จานวน

3. บริษทั จากดั (Corporation)

บริษทั จากดั เป็นการประกอบการทีจ่ ดทะเบียนเป็นนิตบิ ุคคล จดั ต้งั เพือ่ วตั ถุประสงคใ์ นการแสวงหา
กาไรจากกิจการ ซ่ึงจะแบ่งทุนออกเป็นหุน้ ท่มี มี ลู คา่ หุ้นละเทา่ ๆกนั และมีผถู้ อื หุ้นต้งั แต่ 7 คนข้นึ ไป แต่ไมถ่ ึง
100 คน โดยผถู้ ือหุน้ แต่ละคนจะมคี วามรับผดิ ชอบจากดั เพียงไม่เกินจานวนเงินทีต่ นยงั ส่งไมค่ รบมลู ค่าหุ้นที่ถอื
อยใู่ นปัจจุบนั ประเทศไทยแบ่งบริษทั จากดั ออกเป็น 2 ประเภท ไดแ้ ก่

1.) บริษทั เอกชนจากดั เป็นบริษทั ประเภทหน่ึงซ่ึงจดั ต้งั ดว้ ยการแบง่ ทนุ เป็นหุน้ มีมูลค่าเทา่ ๆกนั โดยมี
ผถู้ อื หุ้นไมเ่ กิน 100 คน

2.) บริษทั มหาชนจากดั เป็นบริษทั ทีจ่ ดั ต้งั ข้นึ เพื่อวตั ถุประสงคใ์ นการเสนอขายหุ้นตอ่ ประชาชน ซ่ึงถือ
หุน้ ต้งั แต่ 100 คนข้นึ ไป โดยผถู้ ือหุ้นมีความรบั ผิดชอบจากดั ไม่เกินจานวนเงนิ ค่าหุน้ ท่ตี อ้ งชาระ และบริษทั
ดงั กลา่ วไดร้ ะบุความประสงคเ์ ช่นน้นั ไวใ้ นหนงั สือบริคณหส์ นธิ

พ.ร.บ.บริษทั มหาชนจากดั พ.ศ.2535 ไดก้ าหนดลกั ษณะโครงสร้างของบริษทั มหาชนจากดั ไวพ้ อสรุปไดด้ งั น้ี

1.) จานวนผถู้ อื หุน้ มผี ถู้ ือหุ้นต้งั แต่ 15 คน ข้นึ ไป

2.) ทุนจดทะเบยี น ไม่มกี ารกาหนดจานวนทนุ จดทะเบยี นข้นั ต่าไว้

3.) มลู คา่ หุ้นและการชาระเงนิ ค่าหุน้ หุ้นของบริษทั มหาชนจากดั แตล่ ะหุ้นจะตอ้ งมมี ลู คา่ เท่ากนั และ
ตอ้ งชาระค่าหุน้ คร้งั เดียวเตม็ มลู คา่ หุน้

4.) จานวนกรรมการ ตอ้ งมจี านวนกรรมการของบริษทั ไม่นอ้ ยกวา่ 5 คน และกรรมการไมน่ อ้ ย
กวา่ ก่ึงหน่ึงตอ้ งมที ่ีอยใู่ นประเทศไทย

4. สหกรณ์ (Cooperative)

สหกรณ์ เป็นรูปแบบธุรกิจอกี รูปแบบหน่ึง ซ่ึงมีคณะบุคคลต้งั แต่ 10 คนข้นึ ไป ทม่ี อี าชีพความ
ตอ้ งการ ความสนใจที่คลา้ ยคลงึ ร่วมกนั จดั ต้งั ข้ึน และจดทะเบียนถกู ตอ้ งตามพระราชบญั ญตั ิ สหกรณ์ที่ใชอ้ ยู่
ในปัจจุบนั มีวตั ถุประสงคเ์ พอื่ ส่งเสริมอาชีพ การครองชีพของสมาชิกและครอบครัวใหม้ ีฐานะความเป็นอยทู่ ่ีดี
ข้นึ ซ่ึงเป็นวธิ ีที่ให้ประโยชน์ท้งั ต่อสมาชิกของสหกรณแ์ ละตอ่ ส่วนรวมในปัจจุบนั สหกรณ์สามารถแบง่
ออกเป็น 2 ประเภท (ตามพระราชบญั ญตั ิสหกรณ์ พ.ศ.2511 มาตรา 7) ไดแ้ ก่

1) สหกรณจ์ ากดั เป็นสหกรณ์ที่สมาชิกมคี วามรบั ผิดชอบจากดั เพียงไม่เกินจานวนค่าหุ้นทย่ี งั ใชไ้ ม่ครบ
มลู ค่าหุน้ ท่ีตนถอื

2) สหกรณไ์ มจ่ ากดั เป็นสหกรณท์ ี่สมาชิกทกุ คนมีความรบั ผดิ ชอบร่วมกนั เพอ่ื หน้ีท้งั ปวงของ
สหกรณ์ไมจ่ ากดั

5. รัฐวสิ าหกิจ(State Enterprise)

รฐั วิสาหกิจ เป็นองคก์ รของรฐั หรือหน่วยงานของรฐั บาลเป็นเจา้ ของ รวมท้งั บริษทั หรือห้างหุ้นส่วน
นิติบคุ คลที่ส่วนราชการหรือรฐั วิสาหกิจมีหุ้นเกินกวา่ ร้อยละ 50 มรี ะบบการบริหารงานอยรู่ ะหว่างราชการและ
เอกชน โดยคานึงถึงหลกั สาคญั ทางการบริหารให้เป็นไปตามข้นั ตอน เพ่ือป้ องกนั การทุจริต ตลอดจนความ
สงบสุขของประชาชนในประเทศเป็นหลกั สาคญั

วตั ถปุ ระสงคท์ ส่ี าคญั ในการจดั ต้งั รฐั วิสาหกิจมดี งั น้ี

1.) เพื่อความมนั่ คงของประเทศ เพราะกิจการบางอยา่ งมคี วามจาเป็นทต่ี อ้ งใชใ้ นยามฉุกเฉิน เช่น การ
ปิ โตรเลยี มแห่งประเทศไทย

2.) เพือ่ ประโยชน์ของสังคมในการใหบ้ ริการประชาชน ซ่ึงส่วนใหญ่

3.) เพือ่ หารายไดเ้ ขา้ รัฐ เนื่องจากธุรกิจบางประเภทมีผลกาไรเป็นจานวนมาก เช่น สานกั งานสลากกินแบ่ง
รัฐบาล

4.) เพ่อื ควบคุมสินคา้ บางชนิดท่ีจะกอ่ ใหเ้ กิดผลเสียตอ่ สงั คม เช่น โรงงานสุรา โรงงานยาสูบ

5. เพ่ือประชาสัมพนั ธแ์ ละเผยแพร่ช่ือเสียงของประเทศให้เป็นทร่ี ู้จกั ของชาวต่างประเทศพร้อมกบั เชิญชวนมาให้
ทอ่ งเทยี่ วในประเทศไทย เช่น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

รัฐวิสาหกิจแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ไดแ้ ก่

1.) รัฐวิสาหกิจที่เป็นนิตบิ คุ คลเป็นองคก์ รและหน่วยงานทจี่ ดั ต้งั ข้นึ มฐี านะเป็นนิตบิ คุ คลตามกฎหมาย มกี าร
ดาเนินงานท่แี ยกออกจากผถู้ ือหุ้นหรือเจา้ ของกิจการโดยเฉพาะ เช่น การสื่อสารแห่งประเทศไทย การ
ปิ โตรเลยี มแห่งประเทศไทย การรถไฟแห่งประเทศไทย องคก์ ารสวนสัตวธ์ นาคารแห่งประเทศไทย บริษทั
ขนส่ง เป็นตน้

2.) รัฐวิสาหกิจท่ไี มเ่ ป็นนิติบุคคลเป็นกิจการบางอยา่ งของรัฐทจี่ ดั ต้งั ข้ึนโดยใชท้ ุนดาเนินการของรัฐท้งั หมด
สงั กดั หน่วยงานราชการท่ีเป็นผกู้ ่อต้งั ข้ึน แต่ไมม่ ีฐานะเป็นนิตบิ ุคคล เช่น โรงงานยาสูบและสานกั งานสลากกิน
แบง่ รัฐบาล ซ่ึงสังกดั กระทรวงการคลงั เป็นตน้

จรรยาบรรณทางธุรกิจ

1. จรรยาบรรณว่าดว้ ยความรับผดิ ชอบต่อผถู้ อื หุ้น

1.1) การเจริญเติบโตของบริษทั อยา่ งยง่ั ยืน

1.) ปฏบิ ตั หิ นา้ ทด่ี ว้ ยความซ่ือสตั ยส์ ุจริต และเป็นธรรมต่อผถู้ อื หุน้ ทกุ รายเพ่ือประโยชน์สูงสุดโดยรวม

2.) บริหารจดั การบริษทั โดยนาความรู้ และทกั ษะการบริหารมาประยกุ ตใ์ ชอ้ ยา่ งเตม็ ความสามารถทกุ กรณี
รวมท้งั การตดั สินใจดาเนินการใดๆ ดว้ ยความระมดั ระวงั และรอบคอบ

3.) ไม่ดาเนินการใดๆ ในลกั ษณะทีอ่ าจกอ่ ใหเ้ กิดความขดั แยง้ ทางผลประโยชน์ต่อบริษทั

1.2) การเปิ ดเผยขอ้ มูล

1.) รายงานสถานภาพและแนวโนม้ ในอนาคตของบริษทั ต่อผถู้ ือหุน้ อยา่ งเท่าเทียมกนั สม่าเสมอและ
ครบถว้ นตามความเป็นจริง

2.)ไมแ่ สวงหาประโยชน์ใหก้ บั ตนเองและผเู้ ก่ียวขอ้ งโดยใชข้ อ้ มูลใดๆ ของบริษทั ซ่ึงยงั ไมไ่ ดเ้ ปิ ดเผยตอ่
สาธารณะ

3.)ไมเ่ ปิ ดเผยขอ้ มูลอนั เป็นความลบั ต่อบคุ คลภายนอก

2. จรรยาบรรณวา่ ดว้ ยความสัมพนั ธก์ บั ลูกคา้ และประชาชน

2.1) มงุ่ มนั่ ในการสร้างความพงึ พอใจและความมนั่ ใจให้กบั ลกู คา้ ให้ไดร้ บั ผลิตภณั ฑแ์ ละบริการที่ดี มี
คุณภาพ ในระดบั ราคาท่เี หมาะสม โดยยกระดบั มาตรฐานใหส้ ูงข้ึนอยา่ งต่อเน่ืองและจริงจงั

2.2) เปิ ดเผยข่าวสารขอ้ มูลเก่ียวกบั ผลิตภณั ฑแ์ ละบริการอยา่ งครบถว้ น ถูกตอ้ ง ทนั ตอ่ เหตกุ ารณ์ และไม่
บดิ เบอื นขอ้ เท็จจริง รวมท้งั รกั ษาสมั พนั ธภาพท่ีดีให้ยง่ั ยืน

2.3) ใหก้ ารรบั ประกนั ผลติ ภณั ฑแ์ ละบริการภายใตเ้ งื่อนไขเวลาที่เหมาะสม

2.4) จดั ทาระบบเพื่อใหล้ ูกคา้ และประชาชนสามารถร้องเรียนเกี่ยวกบั ผลิตภณั ฑแ์ ละบริการ และดาเนินการ
อยา่ งดีที่สุดเพื่อให้ลูกคา้ และประชาชนไดร้ ับการตอบสนองอยา่ งรวดเร็ว

2.5) ไมค่ า้ กาไรเกินควรเมือ่ เปรียบเทียบกบั คณุ ภาพของผลิตภณั ฑห์ รือบริการในชนิดหรือประเภทเดียวกนั
และไมก่ าหนดเง่อื นไขการคา้ ทไี่ มเ่ ป็นธรรมตอ่ ลกู คา้

2.6) ปฏิบตั ติ ามเงื่อนไขตา่ งๆ ท่มี ีต่อลกู คา้ และประชาชนอยา่ งเคร่งครดั หากไม่สามารถปฏบิ ตั ไิ ด้ ตอ้ งรีบแจง้
ใหล้ กู คา้ และประชาชนทราบล่วงหนา้ เพ่ือร่วมกนั พิจารณาและหาแนวทางแกไ้ ข

2.7) รกั ษาความลบั ของลูกคา้ อยา่ งจริงจงั และสม่าเสมอ รวมถงึ ไม่นาขอ้ มลู มาใชเ้ พือ่ ประโยชนข์ องตนเองและ
ผทู้ ี่เกี่ยวขอ้ ง

3. จรรยาบรรณวา่ ดว้ ยความสัมพนั ธ์กบั คคู่ า้ คู่แขง่ ทางการคา้ และเจา้ หน้ีการคา้

3.1) ความสมั พนั ธ์กบั คคู่ า้

1.) ไมเ่ รียก ไม่รบั หรือจา่ ยผลประโยชน์ใดๆ ทไ่ี มส่ ุจริตในการคา้ กบั คูค่ า้

2.) ปฏบิ ตั ติ ามเง่อื นไขตา่ งๆ ท่ีมีต่อคู่คา้ อยา่ งเคร่งครดั

3.) กรณีทไี่ มส่ ามารถปฏบิ ตั ติ ามเง่อื นไขได้ จะรีบแจง้ ใหค้ ู่คา้ ทราบล่วงหนา้ เพื่อร่วมกนั พิจารณาหาแนว
ทางแกไ้ ขปัญหา โดยใช้หลกั ของความสมเหตุสมผล

3.2) ความสมั พนั ธก์ บั คู่แข่งทางการคา้


Click to View FlipBook Version