สไฟฟา้
ฟฟ้า! กระแสไฟฟา้ ไหลผา่ นอะไรได้บ้าง
ปท่ี 2: ช้อนโลหะนำไฟฟ้าได้
รปู ท่ี 3: วัสดุอุปกรณ์ท่นี ำมาทดสอบ
ส่วนวสั ดุทไ่ี มใ่ ห้กระแสไฟฟ้าไหลผ่าน เรียกวา่ ฉนวนไฟฟา้
หลผา่ นได้ เรียกว่า ตัวนำไฟฟา้
ะกอบดว้ ยสายไฟชนิดมีตัวหนีบ ดว้ ยชอ้ นโลหะหรอื วสั ดโุ ลหะอ่นื ๆ ทำให้วงจรไฟฟ้าปดิ
© Haus der kleinen Forscher, Germany Thai translation supported by
หลอดไฟ และถ่านไฟฉาย
หลอดไฟจะสว่างอกี ครั้ง
ะเข้ทง้ั 3 สายเขา้ ไปในวงจร
วงจรไฟฟา้ ปิด แสดงว่ากระแสไฟฟ้าไหลผา่ นช้อนโลหะได้
ฟสวา่ งหรอื ไม ่ จากนนั้ ดงึ ตวั หนบี
(รูปที ่ 2)
ดูวา่ หลอดไฟสวา่ งหรือไม่
ขอ้ เสนอแนะ: หลงั จากไดร้ บั วสั ดุอปุ กรณ์แลว้ ต้องระวังไมใ่ ห
้
อเปน็ วงจรปิดเทา่ นน้ั กระแส เกดิ การลัดวงจรข้นึ โดยไม่ได้ต้งั ใจ เพราะถา่ นไฟฉายจะร้อน
กเว้นการเกดิ ประกายไฟและ และคายประจอุ ย่างรวดเร็ว
างตวั หนบี ปากจระเข ้ 2 ขา้ ง
อาจแบ่งเด็กเป็นกลมุ่ ๆ และให้ชว่ ยกนั ตอ่ วงจรไฟฟ้า จากนัน้
ทดสอบการนำไฟฟ้าของวัสดุท่ีเตรียมมาทีละคน
อง
เมอื่ จะทดสอบการนำไฟฟ้าให้นำเหรยี ญทั้งสองมาสัมผัสกบั ผิว
สอบ (เช่น เทียนไข ยางลบ
ของวสั ดทุ ี่ตอ้ งการทดสอบ
ม กรรไกร แผ่นอะลมู เิ นียม
แยกประเภทวสั ดุ
2 อนั ด้วยวัสดทุ เ่ี ตรยี มมาทีละ ทำป้ายกระดาษ 2 แผ่น ปา้ ยแรกวาดรปู หลอดไฟสเี หลือง
ม่ได้ ให้แตะตวั หนบี กับวสั ด ุ
(ไฟสวา่ ง) และอกี ป้ายรปู หลอดไฟสเี ทา (ไฟดบั ) และนำไปตดิ
สสำหรบั เปดิ ปดิ วงจรไฟฟา้
ข้างภาชนะแต่ละใบ จากนนั้ ช่วยกันแยกประเภทวัสดุแตล่ ะชนิ้
ท่ปี ลายสายไฟท้งั 2 เสน้
ใสล่ งในภาชนะตามสมบตั กิ ารนำไฟฟา้ ของวสั ดนุ น้ั เปรยี บเทยี บ
สมบัตขิ องวสั ดุทง้ั หมดทนี่ ำมาทดสอบ
เร่อื ง ปรากฏการณ์ กระแส
ไฟฟา้ การทดลอง ท่ี 2
รปู ท่ี 4: ทดสอบกับไส้ดินสอ (คารบ์ อน) และน้ำเกลือ
นำหรือไม่นำไฟ
รูปที่ 5: นำ้ เปน็ ตวั นำไฟฟ้า
รปู ท่ี 6: คารบ์ อนในรูปของแกรไฟต์ เป็นตัวนำไฟฟา้
เกิดอะไรขน้ึ
หากกระแสไฟฟา้ ไหลผ่านวัสดทุ
วงจรไฟฟ้านน้ั ปิด และหลอดไฟ
ถา้ กระแสไฟฟา้ ไหลผ่านวัสดุท่นี
วงจรไฟฟา้ น้ันถูกตัดขาด (วงจรเ
คำแนะนำ
นอกจากนย้ี ังทดสอบการนำไฟฟ
(รปู ท ่ี 4) สารทงั้ 2 อยา่ งนน้ี ำไฟ
ในการทดสอบดว้ ยนำ้ เกลือ ให้จ
ปากภาชนะใสน่ ำ้ เกลอื เนอ่ื งจา
หน้าทเ่ี หมอื นสะพานเชื่อมระหว่า
จะไดไ้ ม่ขนึ้ สนิม (การจุ่มตัวหนีบ
ข้นึ สนิม) แผน่ ฟอยลท์ ง้ั 2 แผ่นน
และใชต้ วั หนบี ปากจระเขห้ นบี ท
ทำไมเปน็ เชน่ นัน้
เราเรียกวัสดุทกี่ ระแสไฟฟา้ ไหลผ
โลหะ คาร์บอน (รูปที ่ 6) นำ้ เก
ในโลหะท่พี บไดท้ ่ัวไป
ทองแดงเป็นตวั นำไฟฟา้ ทีด่ ที ี่สดุ
ท่ีสุด เงนิ เปน็ โลหะทีส่ ามารถให
เชน่ เดียวกนั แตเ่ งนิ มรี าคาแพงเ
เราเรียกวัสดุอ่นื ๆ ทไ่ี มน่ ำไฟฟ้าว
มีคา่ ความตา้ นทานไฟฟ้าสงู มีอ
เราจะหอ่ หมุ้ (สรา้ งฉนวน) ตวั นำ
สไฟฟา้
ฟฟา้ ! กระแสไฟฟ้าไหลผ่านอะไรไดบ้ า้ ง
ทน่ี ำมาทดลองได้ แสดงว่า
เราเรียกวสั ดทุ ่นี ำไฟฟา้ ได้ว่า ตวั นำไฟฟา้ จากการทดลอง
ฟจะตดิ สวา่ ง
แยกประเภทวสั ดุ จะสังเกตเห็นวา่ โลหะเป็นตัวนำไฟฟา้
นำมาทดลองไม่ได ้ แสดงว่า เราเรยี กวัสดทุ ไ่ี ม่นำไฟฟ้าว่า ฉนวนไฟฟ้า
เปิด) หลอดไฟจึงดบั
ฟ้าของไสด้ นิ สอและนำ้ เกลอื ได ้ ข้อเสนอแนะ: นำ้ ประปากน็ ำไฟฟา้ ไดเ้ ช่นเดียวกัน ถ้าใชก้ ริ่ง
ฟฟา้ ได้ดเี ชน่ เดยี วกบั โลหะ
แทนหลอดไฟ เมอ่ื ต่อวงจรเสรจ็ แล้วจะไดย้ นิ เสยี งกร่ิงสัน่ เบา ๆ
จมุ่ อะลมู ิเนยี มฟอยลพ์ าดไวท้ ี่ ชว่ งท้ายของการทดลอง ให้เด็กอภิปรายและตอบคำถามว่า
ากแผ่นฟอยล์นำไฟฟา้ ได ้ จึงทำ ทำไมสายไฟจงึ ทำดว้ ยโลหะและหมุ้ ด้วยพลาสติก
างนำ้ เกลอื กบั ตัวหนบี ตวั หนีบ ทำไมฉนวนไฟฟา้ จงึ มคี วามสำคัญพอ ๆ กบั ตัวนำไฟฟา้
บลงในนำ้ เกลอื จะทำใหต้ ัวหนบี เราใชป้ ระโยชนจ์ ากกระแสไฟฟ้า แต่ก็ตอ้ งป้องกนั ตวั เอง
นีจ้ ะต้องจุ่มลงไปในนำ้ เกลอื จากอันตรายทอี่ าจเกิดขึน้ จากกระแสไฟฟา้ ด้วย
ท่ปี ลายอกี ดา้ นหนง่ึ (รปู ท ี่ 5)
เด็ก ๆ มีความคดิ เห็นอยา่ งไรเก่ียวกบั อนั ตรายทจ่ี ะเกดิ ขน้ึ
เมอ่ื หนกู ดั สายไฟ และเหตใุ ดเราจงึ ไมค่ วรจบั สายไฟฟา้ ทชี่ ำรดุ
ผา่ นไดว้ ่า ตวั นำไฟฟา้ เช่น
เพอ่ื ปอ้ งกนั การถกู ไฟฟ้าดดู โดยใชย้ างหรอื พลาสติกหุ้ม
กลอื เงิน หรือทองแดง
สายไฟ และใช้เซรามิกเป็นฉนวนในวงจรตดั ไฟและเบา้
หลอดไฟ น้ำเกลอื นำไฟฟ้าได้ เนอ่ื งจากประกอบดว้ ยไอออน
ทท่ี ำใหเ้ กดิ การเคลอื่ นทข่ี องอเิ ลก็ ตรอนได ้ นำ้ ประปาธรรมดา
ด เพราะมีความตา้ นทานนอ้ ย กม็ สี ว่ นผสมของเกลอื ดังน้นั ถา้ ทำไดรเ์ ป่าผมที่เสยี บปล๊กั ไว้
หก้ ระแสไฟฟา้ ไหลผา่ นไดด้ ีมาก ตกลงไปในอา่ งอาบนำ้ น้ำในอา่ งจะมกี ระแสไฟฟา้
เราจงึ นยิ มใชท้ องแดงทำสายไฟ
ของเหลวในรา่ งกายของเรา เช่น เลือด กม็ เี กลอื เป็นส่วน
ว่า ฉนวนไฟฟ้า ฉนวน
ประกอบเชน่ เดยี วกนั ร่างกายของเราจงึ นำไฟฟา้ ได ้
อเิ ล็กตรอนอิสระน้อยมาก
เนือ่ งจากเสน้ ประสาทของเราจะทำงานเมอ่ื มีกระแสไฟฟา้
ำไฟฟา้ ดว้ ยวสั ดเุ หลา่ น ้ี
ออ่ น ๆ การถกู ไฟฟา้ ดูดจึงมีอนั ตรายมาก
เรอื่ ง ปรากฏการณ์ กระแส
ไฟฟ้า การทดลอง ที่ 3
สิ่งที่พบเห็นในชีวติ ประจำวัน
เปดิ ปิด! สวติ ช์ม
เด็ก ๆ รูส้ กึ ต่ืนเตน้ กบั หลอดไฟและสวิตช์ เมื่อพวกเขากดเปดิ
สวติ ช ์ หลอดไฟกจ็ ะส่องสว่าง เมื่อกดอีกคร้ังเพอื่ ปดิ สวติ ช ์
รปู ที่ 1: วสั ดุอุปกรณ์
หลอดไฟกจ็ ะดบั หลงั จากทเ่ี ดก็ คน้ พบหลกั การน ้ี พวกเขาจะทำ
ซำ้ แล้วซ้ำอกี แลว้ สวิตช์ที่อยู่ขา้ งผนังน้ันเช่ือมต่อกับหลอดไฟ
แนวคิดหลักของการทดลอง
ได้อย่างไร ทำไมหลอดไฟจึงติดสวา่ งเม่ือกดเปิดสวิตช
์
สวิตชเ์ ปน็ อุปกรณ์ทที่ ำหนา้ ทเ่ี ชือ่
ภาพรวมการทดลอง
การทำใหห้ ลอดไฟสวา่ งเปน็ การ
สรา้ งวงจรไฟฟา้ ทีป่ ระกอบดว้ ยหลอดไฟและสวติ ช์ พร้อมกับ เร่ิมต้นจาก
ประดิษฐ์โคมไฟขนาดเลก็
สามารถใช้สายไฟเสน้ ยาว และสวิตชเ์ ปิดปดิ ประกอบกันเปน็ ข้อเสนอแนะ: หลังจากได้รบั ว
เคร่อื งสง่ โทรเลขสำหรบั สง่ ข้อความได
้ ไมใ่ ห้เกดิ การลดั วงจรขึ้น (เช่น ต
ฐานหลอดไฟข้ัวเดยี วกัน) เพราะ
วัสดุอุปกรณ์
ประจุอยา่ งรวดเร็ว
ทบทวนวธิ ตี ่อวงจรไฟฟ้า ซ่งึ ประ
สำหรับการทดลองรวม
ปากจระเข ้ หลอดไฟพรอ้ มฐานห
l กระดาษลกู ฟูก (ขนาด 80 x 80 เซนติเมตร)
l กระดาษแก้ว (ขนาด 80 x 80 เซนตเิ มตร)
ทดลองตอ่ ไป
l ท่ีเยบ็ กระดาษหรือกาว
l สายไฟเสน้ ยาว ยาวประมาณ 8 - 10 เมตร
ตดั กระดาษลูกฟกู เป็นแผ่นสีเ่ หล
(ขึน้ อยูก่ บั ขนาดหอ้ ง) ที่ปอกปลายสายให้เรยี บร้อย
ดดั ลวดเสียบกระดาษอยา่ งระมดั
สำหรบั เดก็ แตล่ ะคน
เปลี่ยนอนั ใหม ่ จากนน้ั ใช้หมุด
l กรรไกร
กล่อง โดยใหเ้ คลือ่ นไปมาได ้ แล
l ลวดเสยี บกระดาษ
กระดาษกลอ่ งใหส้ มั ผสั กบั ลวดเส
l หมดุ ยึด 2 ตัว
มน่ั คง ใหบ้ ดิ ขาขา้ งหนงึ่ ของลวดเ
l ฐานหลอดไฟ (E10)
เจาะร ู 2 ร ู เพอื่ ใหส้ ามารถปกั หม
l ถา่ นไฟฉายชนิดแบน (4.5 V)
l สายไฟชนิดมตี ัวหนบี ปากจระเข ้ 3 เสน้
(รปู ท ่ี 1)
สไฟฟา้
มีหน้าทีอ่ ะไร
รปู ท่ี 2: ทำโคมไฟ
รปู ท่ี 3: ทำสวติ ชจ์ ากลวดเสยี บกระดาษ
อมต่อหรอื ตดั วงจรไฟฟา้
กระแสไฟฟ้าครบวงจร การท่หี ลอดไฟดบั เน่อื งจากสวิตชไ์ ฟ
รเชื่อมต่อวงจรไฟฟา้ ให
้ ตดั การเชือ่ มต่อของวงจร
วสั ดอุ ปุ กรณ์แล้ว จะต้องระวงั
ตรวจสอบดูว่าหลอดไฟตดิ สว่างหรอื ไม่ ถ้าต้องการทำโคมไฟ © Haus der kleinen Forscher, Germany Thai translation supported by
ตอ่ สายไฟท้ัง 2 เสน้ ต่อเขา้ กบั
ใหว้ าดรูปวงกลมบนกระดาษแกว้ ตดั วงกลมออกมาและตัด
ะถ่านไฟฉายจะรอ้ นและคาย
เปน็ เสน้ ตรงจากขอบไปยังจุดศนู ย์กลาง (รปู ที่ 2) แลว้ มว้ น
กระดาษใหเ้ ป็นกรวย ยดึ กระดาษดว้ ยกาวหรอื ลวดเย็บแล้ว
นำไปวางครอบหลอดไฟ ลองถามเดก็ ๆ ว่ายังขาดอปุ กรณ ์
ะกอบด้วยสายไฟชนิดมตี วั หนบี
อ่ืน ๆ อกี หรอื ไม ่ (ขาดสวิตช์เพื่อความสะดวกในการเปดิ ปดิ
หลอดไฟ และถ่านไฟฉาย
หลอดไฟ)
ล่ียมขนาด 5 x 5 เซนติเมตร
จากนนั้ ตอ่ สวติ ชเ์ ขา้ ไปในวงจรไฟฟ้า โดยใชส้ ายไฟชนดิ
ดระวงั ถ้าลวดเสยี บหักให้ ตวั หนบี ปากจระเขอ้ กี เส้น หนบี ตวั หนีบกับขาหมดุ หวั แบน
ดยึดลวดเสียบกบั กระดาษ
ทีไ่ ม่ถูกบิดให้งอ (รปู ท ี่ 4) ลองเลื่อนลวดเสยี บไปมาให้แตะ
ละกดหมดุ ตัวท ี่ 2 ลงบน
และไม่แตะกับหัวหมดุ สังเกตการเปลย่ี นแปลงทเี่ กิดข้ึน
สยี บ (รปู ท ่ี 3) เพอื่ เพมิ่ ความ
ดเสยี บ หรอื ใชท้ เี่ จาะกระดาษ
มดุ ลงบนตำแหนง่ ทถี่ กู ตอ้ งได
้
เร่อื ง ปรากฏการณ์ กระแส
ไฟฟ้า การทดลอง ท่ี 3
รูปที่ 4: ต่อสวิตชเ์ ขา้ กบั วงจรไฟฟา้
เปิดปดิ ! สวติ ชม์
รปู ท่ี 5: ปดิ และเปิดวงจรไฟฟา้ ดว้ ยการเลือ่ นลวดเสียบไปมา
รปู ที่ 6: สวิตช์ทำจากวสั ดตุ ่างๆ
เกดิ อะไรขึน้
การเล่อื นลวดเสียบไปมาเป็นกา
จงึ ตดิ สว่างและดบั (รปู ท่ี 5)
คำแนะนำ
สามารถทำสวิตช์ได้โดยการบดิ ล
เพ่อื ให้มกี ารสมั ผัสเฉพาะด้านบน
สำหรับการส่งรหสั มอรส์ ผา่ นทาง
เราสามารถสรา้ งสวิตช์แบบกดห
หลายชนิด (รปู ท ่ี 6) รว่ มกนั ศกึ
การสร้างเคร่อื งรบั ส่งโทรเลข
สรา้ งวงจรไฟฟ้าขนาดใหญ่ดว้ ยถ
ที่ตัง้ อย่คู นละฝงั่ หอ้ ง โดยการนำ
สายไฟเส้นยาวมาต่อกนั ให้เปน็ ส
สวิตช์กดปดิ เปดิ และถา่ นไฟฉาย
เราสามารถประยกุ ตใ์ ชว้ งจรน้เี ป
กลมุ่ แรกนง่ั อยูใ่ นจดุ ทเี่ ป็นสวติ ช
เดก็ กดสวิตชเ์ พื่อสง่ ข้อความใหเ้
ทำไมเป็นเชน่ นั้น
สวิตชเ์ ป็นอปุ กรณ์ท่ีทำหนา้ ท่ตี ดั
เช่อื มต่อระหวา่ งขว้ั ลบและขั้วบว
การติดต้ังสวิตช์ จะตดิ ต้ังไว้ที่ตำ
สวติ ชแ์ บบกดปดิ เปดิ (รหสั มอร์ส
ปดิ เปิดตามท่ีต้องการ สำหรับก
ไปในระยะไกล แต่ต่างกนั กับกา
โทรเลขไมม่ กี ารพดู กนั ตวั อกั ษรแ
การส่งทำได้เพยี งทศิ ทางเดยี ว แ
สไฟฟา้
มีหนา้ ทีอ่ ะไร
ารปิดและเปิดสวติ ช ์ หลอดไฟ
ลวดเสยี บขน้ึ ดา้ นบนเลก็ น้อย
เปน็ หลอดไฟ (บา้ นหลังท่ี 2) โดยต้องกำหนดความหมายของ
นเท่านั้น สวติ ชแ์ บบน้เี หมาะ สญั ญาณแสง (รหสั มอร์ส) กอ่ น
งเคร่อื งรบั ส่งโทรเลข
ตวั อย่าง:
หรอื เลอื่ นได้จากตัวนำไฟฟา้
แสงสว่างสั้น 2 ครั้ง: เดก็ ทกุ คนในบ้านหลงั ที ่ 2 เขา้ นอน
กษาและแสดงความคดิ เหน็
ยกเวน้ ผู้ดแู ลเครือ่ งรับสง่ โทรเลข
แสงสวา่ งยาว 1 ครงั้ : ตน่ื นอน โดยใหผ้ ดู้ แู ลเครอ่ื งรบั สง่ โทรเลข
ถา่ นไฟฉายและหลอดไฟ
ปลกุ ทกุ คนใหต้ ื่น
ำสายไฟชนิดมตี วั หนีบและ
แสงสวา่ งสั้น 3 คร้งั : สลบั บ้านกัน
สายยาว จากน้นั ประกอบ
บา้ นตุ๊กตาสอ่ งสว่าง
ยเขา้ กบั วงจรไฟฟ้า
ถา้ หากมบี ้านต๊กุ ตาในหอ้ ง เดก็ ๆ สามารถช่วยกันสรา้ งวงจร
ป็นโทรเลขได้ โดยให้เด็กใน
สอ่ งสวา่ งพรอ้ มกบั สวติ ชเ์ ปดิ ปดิ ใหก้ บั บา้ นตกุ๊ ตาได ้ อาจจดั หา
ช ์ (บา้ นหลงั ที่ 1) จากน้ันให
้ สวติ ช์ทไี่ ดม้ าตรฐานมาใช้
เดก็ อีกกลุ่มซงึ่ นัง่ อยใู่ นจุดท
่ี
ดวงจรไฟฟ้า สวิตช์จะตดั การ
รหสั มอร์สเป็นการสื่อสารดว้ ยการสง่ สัญญาณทม่ี คี วามยาว
วก ทำใหก้ ระแสไฟฟ้าไม่ไหล
แตกต่างกันสลับกบั ช่องว่าง โดยสญั ญาณอาจจะเป็นเสียง
ำแหน่งใดของวงจรก็ได
้ หรือแสงก็ได้ ตวั อักษรและตวั เลขทกุ ตัวจะมีรปู แบบรหสั
ส) ช่วยเพิ่มความเรว็ ในการ
ท่แี ตกตา่ งกนั หมายเลขฉุกเฉินสากล SOS ใชร้ หัสมอรส์
การส่งโทรเลข จะสง่ ข้อความ
สนั้ 3 ยาว 3 (••• - - - •••)
ารโทรศัพท ์ เพราะการส่ง
แตล่ ะตวั จะถกู ตง้ั รหสั กอ่ นสง่
แตกต่างจากการโทรศัพท์
วัสดแุ ละอุปกรณ์ ใบกิจกรรมที่ 2 งูกระดาษเต้นได้
- กระดาษทชิ ชู
- ลูกโปง่ - กรรไกร
- ปากกาเมจิก
วธิ กี ารทดลอง
1
ภาพที่ 1 การประดษิ ฐง์ ูกระดาษ ภาพที่ 2 การนาลูกโป่งไปวางไว้
ใกล้งูกระดาษ
1. ใหน้ กั เรยี นประดษิ ฐง์ กู ระดาษ โดยใชป้ ากกาเมจกิ ขีดตามภาพ จากนน้ั ใชก้ รรไกรตดั ให้เป็นรปู เกลยี ว
ตามแบบ พร้อมกับวาดหน้าตาของงูดว้ ย
2. ครใู ห้นกั เรียนถอื ลกู โปง่ ทเ่ี ป่าลมเรยี บร้อยแล้วไว้เหนอื งูกระดาษ สังเกตสิง่ ที่เกิดข้ึน
3. ครใู ห้นักเรยี นลองใช้ผ้าขนสัตวถ์ ูกับลกู โปง่ จากนนั้ นาลกู โปง่ ไปใกล้กบั งูกระดาษ สังเกตสิง่ ท่ีเกิดขึ้น
และบันทกึ ผลลงในตาราง
ตารางบันทกึ ผลการทดลอง สิง่ ที่สงั เกตได้
กจิ กรรม
1. ถอื ลกู โป่งไวเ้ หนอื งูกระดาษกอ่ นถูศีรษะ
2. ถอื ลกู โปง่ ไว้เหนืองูกระดาษหลังจากถูกศรี ษะ
ช่อื -สกลุ ________________________________________ ชัน้ _______________________ 2
ใบกิจกรรมที่ 2 เรอื่ ง การทดลองตอ่ เซลล์ไฟฟา้
คาชี้แจง ให้นักเรียนออกแบบแผนภาพวงจรไฟฟ้าท่ีใช้เซลล์ไฟฟ้าเคมีเป็นแหล่งพลังงาน ตามเงื่อนไข
ท่กี าหนดให้ พรอ้ มทงั้ ระบสุ ว่ นประกอบในวงจรไฟฟ้าใหค้ รบถว้ น
แผนภาพวงจรไฟฟา้ ทใี่ ช้ถ่านไฟฉาย 1 กอ้ น แผนภาพวงจรไฟฟ้าที่ใช้ถา่ นไฟฉาย 2 กอ้ น
แผนภาพวงจรไฟฟา้ ท่ีใช้ถ่านไฟฉาย 3 กอ้ น แผนภาพวงจรไฟฟ้าทใ่ี ช้ถ่านไฟฉาย 4 กอ้ น
1
ตอนที่ 1 การต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม
จดุ ประสงค์การทดลอง
นักเรยี นสามารถออกแบบการทดลองและทดลองการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนกุ รมได้
อุปกรณ์ทใี่ ชใ้ นกจิ กรรมการทดลอง กลุม่ ละ 1 หลอด
กล่มุ ละ 1 อัน
1. หลอดไฟฟา้ กลุ่มละ 8 เสน้
2. ฐานหลอดไฟ
3. สายไฟชนดิ มีตวั หนีบปากจระเข้ กลุ่มละ 4 ก้อน
กลมุ่ ละ 4 อัน
4. ถา่ นไฟฉาย
5. รางถ่านชนดิ บรรจุ 1 ก้อน
สมมตฐิ านการทดลอง 2
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
วิธกี ารทดลอง (ใหน้ ักเรียนวาดภาพวธิ กี ารทดลองในแต่ละการทดลอง)
การทดลองที่ 1 ต่อถ่านไฟฉาย 1 กอ้ นเขา้ กบั หลอดไฟ การทดลองที่ 2 ตอ่ ถา่ นไฟฉาย 2 ก้อนเข้ากับหลอดไฟ
การทดลองที่ 3 ต่อถา่ นไฟฉาย 3 ก้อนเข้ากบั หลอดไฟ การทดลองท่ี 4 ต่อถ่านไฟฉาย 4 ก้อนเขา้ กับหลอดไฟ
2
ผลการทดลอง (การบันทึกข้อมูลความสว่างของหลอดไฟ เมื่อใช้จานวนถ่านไฟฉายต่างกัน อาจจะใช้วิธีการ
วาดภาพประกอบกบั การจดบันทึกลงในตาราง)
การทดลองครั้งท่ี จานวนถ่านไฟฉาย บนั ทึกส่ิงท่ีสังเกตได้
1
2 2
3
4
สรุปผลการทดลอง
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
3
คาถามทา้ ยการทดลอง 2
จากการทดลองให้นักเรียนเรียงลาดับความสว่างของหลอดไฟ เมื่อใช้จานวนถ่านไฟฉายต่างกันโดย
เรียงลาดับดงั น้ี สว่างน้อย = 1 สว่างปานกลาง = 2 สว่างมาก = 3 และ สวา่ งทส่ี ดุ = 4
จานวนถ่าน
ลาดับความสวา่ ง
4
ตอนที่ 2 การตอ่ เซลล์ไฟฟา้ แบบขนาน
จดุ ประสงค์การทดลอง
นกั เรียนสามารถออกแบบการทดลองและทดลองการต่อเซลล์ไฟฟา้ แบบขนานได้
อุปกรณ์ทีใ่ ช้ในกจิ กรรมการทดลอง กลุ่มละ 1 หลอด
กลุ่มละ 1 อัน
1. หลอดไฟฟา้
2. ฐานหลอดไฟ กลมุ่ ละ 8 เสน้
3. สายไฟชนดิ มีตวั หนบี ปากจระเข้ กลมุ่ ละ 4 ก้อน
4. ถ่านไฟฉาย กลุม่ ละ 4 อัน
5. รางถ่านชนิดบรรจุ 1 ก้อน
สมมติฐานการทดลอง 2
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
วธิ กี ารทดลอง (ให้นกั เรียนวาดภาพวิธีการทดลองในแต่ละการทดลอง)
การทดลองที่ 1 ต่อถ่านไฟฉาย 1 กอ้ นเขา้ กบั หลอดไฟ การทดลองท่ี 2 ต่อถ่านไฟฉาย 2 กอ้ นเข้ากับหลอดไฟ
การทดลองท่ี 3 ต่อถา่ นไฟฉาย 3 ก้อนเขา้ กับหลอดไฟ การทดลองท่ี 4 ตอ่ ถา่ นไฟฉาย 4 กอ้ นเขา้ กับหลอดไฟ
5
ผลการทดลอง (การบันทึกข้อมูลความสว่างของหลอดไฟ เมื่อใช้จานวนถ่านไฟฉายต่างกัน อาจจะใช้วิธีการ
วาดภาพประกอบกบั การจดบันทึกลงในตาราง)
การทดลองครั้งท่ี จานวนถ่านไฟฉาย บนั ทึกส่ิงท่ีสังเกตได้
1
2 2
3
4
สรุปผลการทดลอง
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
6
คาถามท้ายการทดลอง 2
จากการทดลองการตอ่ เซลล์ไฟฟา้ แบบอนุกรม และการตอ่ เซลล์ไฟฟ้าแบบขนานสง่ิ ท่นี กั เรียนสงั เกตได้
จากการทดลองมีความเหมอื นกนั และแตกตา่ งกนั อย่างไร จงอธบิ าย
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
(หมายเหตุ : ครูเฉลยคาถามท้ายการทดลองและอธิบายเพ่ิมเติมเกี่ยวกับการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม และ
การตอ่ เซลลไ์ ฟฟ้าแบบขนาน)
7
ใบกจิ กรรมที่ 3.1 วสั ดุกับการเกิดแรงไฟฟ้าสถติ
คาถาม วัสดชุ นิดใดเกิดแรงไฟฟ้าสถติ ได้ดีทส่ี ุด
วสั ดุและอุปกรณ์
- กระดาษ A4 - กรรไกร
- ไมบ้ รรทัดพลาสติก - แก้วนา้
- ตะเกียบ - ชอ้ นสแตนเลส
- ไม้แขวนเสอื - ปากกา
วิธีการทดลอง
1. นักเรียนใชก้ รรไกรตดั กระดาษ A4 เป็นรูปสีเ่ หล่ียมจตั รุ ัสเลก็ ๆ จา้ นวน 10 - 15 ชนิ 1
2. นักเรยี นใช้วสั ดตุ า่ งๆท่ีก้าหนดให้ถกู ับผ้าขนสตั ว์ แลว้ นา้ ไปวางไว้ใกลเ้ ศษกระดาษ สงั เกตส่งิ ที่เกิดขนึ
บนั ทึกสิง่ ที่สงั เกตได้ลงในตารางบันทกึ ผลการทดลอง
ตารางบันทึกผลการทดลอง
ชนิดวัสดุ จ้านวนชนิ กระดาษที่สามารถดูดได้ สง่ิ ท่ีสงั เกตได้
1. ไม้บรรทดั พลาสตกิ
2. แก้วนา้
3. ตะเกยี บ
4. ชอ้ นสแตนเลส
5. ไมแ้ ขวนเสือ
6. ปากกา
สรุปและอภิปรายผลการทดลอง
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ใบกิจกรรมท่ี 3.2 ย้ายปลาออกจากบ่อ
คาถาม วัสดุชนิดใดสามารถยา้ ยปลาออกจากบ่อได้มากทส่ี ุด
วสั ดแุ ละอุปกรณ์
- กระดาษทิชชู
- ปากกาเมจิก
- กรรไกร
- วสั ดุท่ีนักเรียนเลือกใช้ 1 อยา่ ง จากกจิ กรรมท่ี 3.1
วธิ ีการทดลอง
1. นักเรยี นใช้ปากกาเมจิกวาดรปู ปลาลงบนกระดาษทิชชู จากนันใชก้ รรไกรตัดตามรปู ใหไ้ ดป้ ลา 1
จา้ นวน 10 - 15 ตวั
2. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเลือกวัสดุจากกิจกรรมท่ี 2 มา 1 ชนิด เพ่ือน้ามาเล่นเกม ย้ายปลาจากบ่อ โดยน้า
วัสดุมาถูกับศีรษะ แล้วน้าไปวางไว้ใกล้กระดาษทิชชูรูปปลา เพ่ือท้าการย้ายปลาออกจากบ่อให้ได้มากที่สุด
ภายในเวลาที่ก้าหนด (1 - 3 นาที) นักเรียนกลุ่มไหนสามารถย้ายปลาได้มากท่ีสุด เป็นผู้ชนะ บันทึกจ้านวนปลา
ท่ยี ้ายได้ลงในตารางบนั ทกึ ผลการทดลอง
3. นักเรียนรว่ มกันสรปุ ถงึ วสั ดุทส่ี ามารถย้ายปลาออกจากบ่อได้มากทีส่ ดุ
ตารางบันทึกผลการทดลอง
ชนิดวสั ดุที่เลือก จา้ นวนปลาทยี่ า้ ยได้ ขอ้ สังเกต
สรุปและอภปิ รายผลการทดลอง
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ใบความรู้เรือ่ งวงจรไฟฟา้ อย่างงา่ ย
2
รปู ที่ 1 วงจรไฟฟา้ อย่างงา่ ย รปู ท่ี 2 แผนภาพวงจรไฟฟ้าอยา่ งงา่ ย
สัญลกั ษณ์และหนา้ ทข่ี องอปุ กรณไ์ ฟฟา้ อยา่ งง่าย
อปุ กรณ์ไฟฟ้า สญั ลักษณ์ ความหมาย หนา้ ที่
ถ่านไฟฉายหรอื เซล ทาหนา้ ท่ีให้พลงั งานไฟฟา้
ไฟฟ้า ขีดยาวแทนขั้วบวก
ขดี สัน้ แทนขวั้ ลบ
สายไฟ สายไฟฟ้าเป็นตัวนาไฟฟา้ ทาหนา้ ท่ี
เชือ่ มต่อระหวา่ งแหลง่ กาเนิดไฟฟา้
และเคร่ืองใชไ้ ฟฟา้ เข้าด้วยกัน
หลอดไฟ หลอดไฟหรือเคร่ืองใช้ไฟฟา้ มีหนา้ ท่ี
เปลยี่ นพลงั งานไฟฟา้ เปน็ พลังงาน
อื่น
หรอื
1
ชา่ งไฟฟา้ ตวั นอ้ ย
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 3 : วงจรไฟฟา้ (การตอ่ หลอดไฟฟ้าภายในบ้าน)
บทนา รูปแบบท่ีเหมาะสมกับหัวหน้าช่างไฟฟ้าก่อนลงมือ
ปฏิบัตใิ นสถานท่ีจริง
นักเรียนสวมบทบาทเป็นผู้ช่วยทีมช่างไฟฟ้า
เพื่อปฏิบัติภารกิจในการเดินระบบไฟฟ้าภายใน ในแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 ใช้เวลา
บา้ นของลกู คา้ โดยบา้ นหลงั นมี้ ลี กั ษณะของตัวบ้าน เรยี น 1 ชว่ั โมง นกั เรยี นศึกษาการต่อหลอดไฟฟา้
เป็นช้ันเดียวที่มีพ้ืนที่ใช้สอย 4 ห้อง ประกอบด้วย แบบอนุกรมและการต่อหลอดไฟฟ้าแบบขนาน
หอ้ งโถง ห้องนอน ห้องครัว และห้องน้า ก่อนที่จะ ภายในบ้าน
ปฏิบัติภารกิจจริงผู้ช่วยช่างไฟฟ้าจะต้องเรียนรู้
เก่ียวกับการตอ่ ระบบไฟฟ้าภายในบ้านจากหัวหน้า
ช่างไฟฟ้าและสร้างแบบบ้านจ้าลองพร้อมทั้งต่อ
ระบบไฟฟา้ ในบ้านจ้าลองให้เรียบร้อยเพื่อน้าเสนอ
3
คาศัพท์
หลอดไฟฟา้ อนกุ รม ขนาน วงจรไฟฟา้
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
นักเรยี นสามารถ:
• ทดลอง การต่อหลอดไฟฟา้ แบบอนกุ รม ได้
• ทดลอง การต่อหลอดไฟฟ้าแบบขนานได้
• บอกความแตกต่างของการต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมกับการตอ่ หลอดไฟฟ้าแบบขนานได้
• บอกประโยชน์ ขอ้ จา้ กดั และการประยุกต์ใชใ้ นชวี ิตประจ้าวันได้
กิจกรรมการเรียนรู้ 60 นาที
ข้นั ท่ี 1 ตั้งคาถามสิง่ ท่ีเก่ยี วกบั ปรากฏการทางธรรมชาติ 10 นาที
นักเรยี นรว่ มกนั ตอบคา้ ถามเกี่ยวกบั การตอ่ หลอดไฟฟา้ ภายในบ้าน นักเรยี นเคยสังเกตไหมว่า บางห้องสามารถ
เปิด-ปิดหลอดไฟได้ทีละหลอด แต่บางห้องสามารถเปิด-ปิดไฟได้ทีละหลายหลอดพร้อมกัน ท้ังสองกรณีนี้
น่าจะมมี ีวิธีการตอ่ วงจรอย่างไร
ครูนา้ รปู ภาพบ้านทีม่ แี สงสว่างจากหลอดไฟฟา้ ส่องสว่างไปท่ัวทุกห้องของบ้าน และรูปภาพแสดงห้อง
ตา่ งๆ ของบ้านมีแสงสวา่ งจากหลอดไฟฟ้าแตกต่างกนั ให้นักเรียนดู จากนน้ั ถามนักเรยี นว่า
- ท้าไมเวลาเปิดและปิดไฟฟ้าในบา้ นแต่ละห้องนน้ั จงึ ท้าให้ไฟฟา้ ตดิ และดับไม่พร้อมกัน เช่น เวลาเปิด
ไฟฟา้ หอ้ งนั่งเล่นท้าไมไฟฟ้าในห้องนอนไม่ตดิ ด้วย
1
ⓒ Inspiring Science Project 2012
- เคยสังเกตไหมว่าบางครั้งเราเปิดและปิดไฟฟ้าในห้องที่มีจ้านวนหลอดไฟฟ้าหลายๆ หลอด คา่
ย
แล้วหลอดไฟฟ้าที่อยู่ติดกันจะดับและติดพร้อมกัน เช่น เวลาเปิดไฟฟ้าท่ีหน้าห้องเรียน หรือหลัง
ห้องเรียน ดาร
า
- การปิดหลอดไฟฟ้าครั้งเดยี วแตห่ ลอดไฟฟา้ ดบั พร้อมกันหลายๆ หลอดได้เพราะอะไร
ศา
ขน้ั ท่ี 2 รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน 5 นาที สต
ร์ 1
นกั เรยี นร่วมกนั ต้ังข้อสันนิษฐานเก่ียวกบั วธิ ีการตอ่ หลอดไฟแบบต่างๆ
จกั ร
นักเรียนร่วมกันอภปิ รายถึงวิธกี ารต่อหลอดไฟฟ้าภายในบา้ น นกั เรยี นจะต้องต่ออย่างไรให้สามารถ วาล
ปดิ -เปดิ ดว้ ยสวติ ซเ์ พียงอันเดียว และตอ่ อยา่ งไรให้ใช้สวิตซ์ 1 อนั ควบคมุ ได้เพยี งหลอดไฟฟา้ หลอดเดยี ว และ
กาแ
ข้นั ท่ี 3 ทดสอบและปฏบิ ัติการสบื เสาะ 30 นาที ลก็ ซี
นกั เรียนทา้ กิจกรรมการทดลองเกี่ยวกบั การตอ่ หลอดไปแบบอนุกรมและแบบขนาน
- แบง่ นักเรยี นออกเป็นกลุ่ม ๆ ละ 3 – 4 คน 3
- ครแู จกกล่องท่ีบรรจุอปุ กรณ์ต่าง ๆ ใหแ้ ต่ละกลุ่ม (หลอดไฟฟ้า สายไฟ เซลล์ไฟฟ้า สวติ ซ์)
- ใหน้ ักเรยี นทา้ การทดลองตามใบกิจกรรมที่ 1 เรอื่ ง การต่อวงจรไฟฟ้าแบบอนุกรม
- ให้นักเรียนท้าการทดลองตามใบกิจกรรมที่ 2 เรื่อง การตอ่ วงจรไฟฟ้าแบบขนาน
- นักเรียนท้ากิจกรรม “การต่อวงจรไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบขนาน” โดยให้นักเรียน
ท้าการตอ่ วงจรไฟฟ้าตามใบกิจกรรม แล้วบนั ทึกผลลงในแบบบันทึกกจิ กรรม
ขั้นที่ 4 สงั เกตและบรรยาย 5 นาที
นักเรียนสังเกตผลการทดลองในการต่อหลอดไฟแบบอนุกรมและแบบขนาน เก่ียวกับความสามารถ
ในการเปดิ -ปดิ หรือควบคมุ วงจร ความสวา่ งของหลอดไป เปน็ ต้น
ในระหวา่ งการทดลองนกั เรยี นสังเกตผลการทดลองในประเด็นตา่ งๆ ดงั นี้
- การตอ่ หลอดไฟฟา้ โดยตอ่ กนั แบบขว้ั บวกตอ่ กับข้ัวลบเมือ่ ถอดหลอดไฟฟา้ ดวงหน่ึง
ออกจะเกดิ ผลอย่างไร
- การตอ่ หลอดไฟฟา้ โดยตอ่ กนั แบบขัว้ บวกต่อกับขั้วบวก ข้วั ลบตอ่ กบั ขัว้ ลบ เม่อื ถอด
หลอดไฟฟ้าดวงหนึ่งออกจะเกดิ ผลอย่างไร
- การต่อหลอดไฟฟา้ ท้งั สองแบบเหมอื นหรือแตกต่างกันอยา่ งไร
- ให้ครแู ละนักเรียนร่วมกันอภิปรายเกย่ี วกับนิยามของคา้ ว่า “อนกุ รม ขนาน วงจรไฟฟ้า”
ขน้ั ที่ 5 บนั ทกึ ขอ้ มูล 5 นาที
นกั เรยี นบันทึกผลการทดลอง การต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบขนาน
ให้นักเรยี น บันทกึ ผลการทดลองลงในแบบบนั ทึกกิจกรรมท่คี รูเตรยี มให้ โดยการท้า
เคร่อื งหมายถกู ลงในตารางทม่ี ีข้อคา้ ถามไวใ้ ห้ได้
2
ⓒ Inspiring Science Project 2017
ข้ันที่ 6 อภปิ รายผล 5 นาที
นักเรียนร่วมกนั อภิปรายผลการทดลอง และการน้าความรู้ที่ไดไ้ ปใช้ในชวี ิตประจ้าวัน
- นักเรียนร่วมกันอภิปรายถึงความแตกต่างของการต่อวงจรไฟฟ้าท้ังสองแบบ พร้อมอภิปราย คา่
ถงึ ข้อดีข้อดอ้ ยของการตอ่ วงจรท้งั สองแบบ ย
- นักเรียนร่วมกันยกตัวอย่าง และน้าเสนอวิธีการต่อหลอดไฟในชีวิตประจ้าวัน เช่น การต่อ
หลอดไฟ ทบ่ี า้ นเป็นการตอ่ แบบขนาน และการต่อหลอดไฟในหอ้ งสมุด มีทั้งการต่อแบบขนานและ ดาร
อนกุ รมเป็นตน้ า
การวัดและประเมินผล ศา
สต
จุดประสงค์การเรียนรู้ หลกั ฐานการประเมนิ เกณฑก์ ารประเมนิ ร์ 1
ด้าเนินการทดลองไดถ้ ูกต้อง
1. ทดลองการตอ่ หลอดไฟฟา้ การดา้ เนนิ การทดลอง และครบถ้วน จกั ร
ดา้ เนนิ การทดลองไดถ้ กู ตอ้ ง วาล
แบบอนกุ รมได้ และครบถ้วน และ
บันทึกผลการทดลอง กาแ
2. ทดลองการต่อหลอดไฟฟา้ การด้าเนินการทดลอง และสรุปผลการทดลองได้ 3ลก็ ซี
ถูกต้อง
แบบขนานได้
ตอบคา้ ถามไดถ้ ูกตอ้ ง
3. บอกความแตกต่างของการ แบบบันทึกกิจกรรม
ต่อหลอดไฟฟา้ แบบอนุกรม
กับการต่อหลอดไฟฟา้ แบบ
ขนานได้
4. บอกประโยชน์ ขอ้ จา้ กดั และ ใบกิจกรรม
การประยกุ ตใ์ ช้ใน
ชวี ิตประจ้าวันได้
3
ⓒ Inspiring Science Project 2017
การเตรียมบทเรยี น 3คา่
ย
แหลง่ เรยี นรูท้ ่ตี ้องใช้
- ดาร
า
สื่อการเรยี นการสอนทใี่ ช้
แบบบันทกึ กจิ กรรมที่ 1 : การตอ่ หลอดไฟฟ้าแบบอนกุ รม ศา
แบบบนั ทึกกิจกรรมที่ 2 : การต่อหลอดไฟฟ้าแบบขนาน สต
ร์ 1
เคร่อื งมือทตี่ ้องใช้
จกั ร
ขั้นตั้งคาถามเกยี่ วกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ วาล
เชอื่ มต่ออนิ เตอร์เนต็ เพื่อดูคลิปวีดิทศั น์ และ
Power point แสดงภาพบา้ น กาแ
ลก็ ซี
ขั้นรวบรวมความคิดและข้อสนั นษิ ฐาน
ไม่มี
ข้ันทดสอบและปฏบิ ตั ิการสบื เสาะ
รายการอปุ กรณ์ตามใบกิจกรรมที่ 1 และ 2
ขั้นสังเกตและบรรยาย
ไมม่ ี
ขั้นบันทึกขอ้ มลู
ไมม่ ี
ขนั้ อภิปรายผล
ไมม่ ี
4
ⓒ Inspiring Science Project 2017
กิจกรรมที่ 1 การตอ่ หลอดไฟฟ้าแบบอนุกรม 3
จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. บอกวิธีการตอ่ หลอดไฟฟา้ แบบอนกุ รมได้
2. ทดลอง การตอ่ หลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมได้
วสั ดุอปุ กรณ์
1. แบบบันทกึ กจิ กรรม
2. อุปกรณท์ ่ีใช้ในการตอ่ หลอดไฟฟ้า ได้แก่
1) หลอดไฟฟ้าแบบดวงเทียน จานวน 3 หลอด
2) สายไฟดาแดงปากจระเข้ จานวน 8 เส้น
3) เซลลไ์ ฟฟ้า (ถา่ นไฟฉาย) จานวน 2 ก้อน
วธิ ที ดลอง
1. ใหน้ ักเรยี นนาหลอดไฟฟ้าตอ่ เขา้ กับสายไฟและเซลลไ์ ฟฟา้
- โดยใหข้ ั้วลบของเซลลไ์ ฟฟา้ ต่อเข้ากับขั้วลบของหลอดไฟฟ้าหลอดที่ 1
- ขั้วบวกของหลอดไฟฟ้าหลอดท่ี 1 ต่อเข้ากับขัว้ ลบของหลอดไฟฟ้าหลอดที่ 2
- ข้ัวบวกของหลอดไฟฟา้ หลอดท่ี 2 ตอ่ เขา้ กับขวั้ ลบของหลอดไฟฟา้ หลอดท่ี 3
- และขวั้ บวกของหลอดไฟฟา้ หลอดที่ 3 ต่อเข้ากบั ข้ัวบวกของเซลลไ์ ฟฟ้า
2. นกั เรียนแตล่ ะกล่มุ ทาการทดลองว่าได้ผลไปตามที่นักเรียนคดิ หรือไม่ แล้วบันทกึ ผลลงในแบบบนั ทกึ
กจิ กรรม
แบบบนั ทึกกจิ กรรมท่ี 1
การต่อหลอดไฟฟา้ แบบอนุกรม
คาช้ีแจง: ให้นกั เรียนทาเคร่อื งหมายถูก () ในช่องที่ว่างทีก่ าหนด “ตดิ ” หรอื “ไม่ติด” ใหต้ รงกบั ผล
การทดลองของนักเรยี น
การต่อหลอดไฟฟา้ ผลการทดลองการใช้หลอดไฟฟ้า 3 ตอ่ เข้าด้วยกนั
ตดิ ไมต่ ดิ
ตัวอยา่ ง
1. 2. 3.
…………3……….หลอด ……………-…….หลอด
1 2 3. 3
…………………….หลอด …………………….หลอด
1 23
…………………….หลอด …………………….หลอด
1 23
…………………….หลอด …………………….หลอด
1 23
…………………….หลอด …………………….หลอด
สรปุ ผลการทดลอง 3
1. เมอื่ ต่อหลอดไฟฟา้ ทั้งสามหลอดเขา้ กับ เซลลไ์ ฟฟา้ จนครบวงจร หลอดไฟฟา้ ตดิ ....................หลอด
หลอดไฟฟ้าดบั .......................... หลอด
2. เมื่อนาสายไฟออกจากขว้ั ของหลอดไฟฟ้า 1 ทเี่ ชื่อมตอ่ ระหว่างหลอดไฟฟ้า 1 กับเซลลไ์ ฟฟา้
หลอดไฟฟ้าตดิ ....................หลอด หลอดไฟฟ้าดบั .......................... หลอด
3. เมื่อนาสายไฟออกจากขวั้ ของหลอดไฟฟ้า 1 ทเ่ี ช่ือมต่อระหวา่ งหลอดไฟฟ้า 1 กบั หลอดไฟฟ้า 2
หลอดไฟฟ้าตดิ ....................หลอด หลอดไฟฟา้ ดบั .......................... หลอด
4. เมื่อนาสายไฟออกจากขว้ั ของหลอดไฟฟ้า 2 ทเ่ี ช่ือมตอ่ ระหวา่ งหลอดไฟฟ้า 2 กับหลอดไฟฟ้า 3
หลอดไฟฟา้ ติด....................หลอด หลอดไฟฟา้ ดบั .......................... หลอด
5. เม่ือนาสายไฟออกจากขวั้ ของหลอดไฟฟ้า 3 ทเี่ ชื่อมตอ่ ระหว่างหลอดไฟฟา้ 3 กบั เซลล์ไฟฟา้
หลอดไฟฟ้าตดิ ....................หลอด หลอดไฟฟา้ ดบั .......................... หลอด
6. การตอ่ หลอดไฟฟ้าแบบอนกุ รม ตอ้ งต่อในมลี ักษณะ.............................................................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………….…..
7. การต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรม มขี ้อดี อย่างไร ……………………………………….………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………….…..
8. การต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรม มขี อ้ ด้อย อยา่ งไร ………………………………………………….………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………….…..
คาถามทา้ ยการทดลอง
ถ้าต้องการใหห้ ลอดไฟฟา้ ทง้ั 3 หลอด มแี สงสวา่ งเพม่ิ ขน้ึ จะตอ้ งทาอยา่ งไร ………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………….………..
กจิ กรรมที่ 2 การต่อหลอดไฟฟ้าแบบขนาน 3
จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. บอกวธิ ีการต่อหลอดไฟฟา้ แบบขนานได้
2. ทดลองการต่อหลอดไฟฟา้ แบบขนานได้
วสั ดุอปุ กรณ์
1. แบบบนั ทกึ กจิ กรรม
2. อุปกรณ์ที่ใช้ในการต่อหลอดไฟฟ้า ไดแ้ ก่
1) หลอดไฟฟ้าแบบดวงเทียน จานวน 3 หลอด
2) สายไฟดาแดงปากจระเข้ จานวน 8 เส้น
3) เซลลไ์ ฟฟ้า (ถา่ นไฟฉาย) จานวน 1 ก้อน
วิธีทดลอง
1. ใหน้ ักเรยี นนาหลอดไฟฟ้าต่อเข้ากบั สายไฟและเซลล์ไฟฟา้
- โดยใหข้ ั้วบวกของเซลลไ์ ฟฟ้าตอ่ เข้ากับขัว้ บวกของหลอดไฟฟ้าหลอดท้งั 3 หลอด
- ขั้วบวกของหลอดไฟฟา้ ท้งั สามหลอดต่อเช่ือมด้วยกนั
- ข้ัวลบของหลอดไฟฟ้าทง้ั สามหลอดต่อเช่ือมดว้ ยกัน
- และขว้ั ลบของหลอดไฟฟา้ ท้ัง 3 หลอดตอ่ เข้ากับข้ัวลบของเซลลไ์ ฟฟา้
2. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มทาการทดลองวา่ ได้ผลไปตามที่นักเรียนคิดหรอื ไม่ แลว้ บนั ทกึ ผลลงในแบบบันทกึ
กจิ กรรม
1 2. 3
แบบบนั ทกึ กจิ กรรมท่ี 2 การต่อหลอดไฟฟ้าแบบขนาน
คาชี้แจง: ใหน้ ักเรยี นเขยี นตวั เลขแสดงจานวน ในชอ่ งที่ว่างทก่ี าหนด “ตดิ ” หรือ “ไม่ติด” ใหต้ รงกบั ผล
การทดลองของนักเรียน
การตอ่ หลอดไฟฟา้ ผลการทดลองการใช้หลอดไฟฟา้ ต่อเข้าดว้ ยกัน
ตดิ ไม่ตดิ
ตวั อยา่ ง
1 2. 3 ……………3……….หลอด ……………-……….หลอด
1 23 …………………….หลอด …………………….หลอด 3
1. 2. 3 …………………….หลอด …………………….หลอด
1. 2 3 …………………….หลอด …………………….หลอด
1 23 …………………….หลอด …………………….หลอด
1 2 3. …………………….หลอด …………………….หลอด
1 23 …………………….หลอด …………………….หลอด
สรปุ ผลการทดลอง 3
1. เมอื่ ตอ่ หลอดไฟฟา้ ท้ังสามหลอดเขา้ กับเซลล์ไฟฟา้ จนครบวงจร หลอดไฟฟา้ ตดิ ....................หลอด
หลอดไฟฟ้าดับ.......................... หลอด
2. เมื่อนาสายไฟออกจากขวั้ ของหลอดไฟฟา้ 3 ขัว้ ใดขวั้ หนงึ่ หลอดไฟฟ้าตดิ ....................หลอด
หลอดไฟฟ้าดบั .......................... หลอด
3. เมอ่ื นาสายไฟออกจากขั้วของหลอดไฟฟ้า 2 ขัว้ ใดข้ัวหนง่ึ หลอดไฟฟา้ ติด....................หลอด
หลอดไฟฟา้ ดบั .......................... หลอด
4. เมอ่ื นาสายไฟออกจากข้วั ของหลอดไฟฟ้า 1 ขว้ั ใดขั้วหนึง่ หลอดไฟฟา้ ตดิ ....................หลอด
หลอดไฟฟา้ ดบั .......................... หลอด
5. เมื่อนาสายไฟออกจากขัว้ ของหลอดไฟฟา้ 2 และหลอดไฟฟ้า 3 ขัว้ ใดข้วั หน่ึงของแต่ละหลอด
หลอดไฟฟ้าตดิ ....................หลอด หลอดไฟฟ้าดบั .......................... หลอด
6. เมอื่ นาสายไฟออกจากขัว้ ของหลอดไฟฟ้า 1 และหลอดไฟฟ้า 2 ข้วั ใดข้ัวหน่งึ ของแตล่ ะหลอด
หลอดไฟฟา้ ตดิ ....................หลอด หลอดไฟฟา้ ดับ.......................... หลอด
7. เมื่อนาสายไฟออกจากขว้ั ของหลอดไฟฟ้า 1 และหลอดไฟฟา้ 3 ขว้ั ใดขั้วหนง่ึ ของแต่ละหลอด
หลอดไฟฟา้ ตดิ ....................หลอด หลอดไฟฟา้ ดบั .......................... หลอด
8. การต่อหลอดไฟฟา้ แบบขนาน ตอ้ งตอ่ ในมลี ักษณะ................................................................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………….…..
9. การต่อหลอดไฟฟ้าแบบขนาน มีขอ้ ดี อย่างไร …………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………….…..
10. การต่อหลอดไฟฟา้ แบบขนาน มขี ้อด้อย อย่างไร ……………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………….…..
คาถามท้ายการทดลอง
ถา้ ตอ้ งการให้หลอดไฟฟ้าทง้ั 3 หลอด มีแสงสว่างเพมิ่ ขึ้น จะต้องทาอย่างไร ………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………….………..
แนวข้อสอบ PISA (Magnetic) ป.3
1.จากสถานการณ์ที่กาหนดให้ จงตอบคาถามใหถ้ กู ตอ้ งและสมบูรณ์ทสี่ ดุ
คอปเตอรร์ ู้สกึ หวิ นาจงึ เดินไปท่หี อ้ งครัว ขณะที่กาลงั จะเปดิ ตู้เย็นคอปเตอร์มองเหน็ ตกุ๊ ตาตดิ อยู่บริเวณ
ฝาตูเ้ ยน็ จึงรสู้ กึ สงสัยว่า ทาไมตกุ๊ ตาจงึ ไม่หลดุ ออกจากฝาตเู้ ย็นจึงรบี วิง่ ไปเลา่ ให้คุณพ่อฟัง คณุ พอ่ ยิมและตอบว่า
“มันคือ ตุ๊กตาแม่เหล็ก ” คอปเตอร์ทาหน้าสงสัย คุณพ่อได้นาตุ๊กตาแม่เหล็กมาให้จับและนาไปแตะของเล่นใน
ตะกรา้ นักเรยี นคิดว่าตุ๊กตาแม่เหลก็ จะดดู หรอื ไม่ดดู ของเลน่ ชนิ ไหนไดบ้ า้ ง
คาชีแ้ จง ใหน้ ักเรียนใสเ่ คร่อื งหมาย ลงในตาราง
ท่ี รายช่อื ของเล่น ดูด ไมด่ ูด
1 ลูกบอลพลาสติก
2 ตัวต่อไม้
3 ช้อนสแตนเลส
4 ยางลบ
5 กระดาษ
6 ตกุ๊ ตาผา้
โรงเรยี นจฬุ าภรณราชวทิ ยาลยั บรุ ีรมั ย์ มกุ ดาหาร เลย
2. จากสถานการณ์ดังกล่าว คุณพ่อจึงได้อธิบายถึงสิ่งท่ีเกิดขึนหลังจากท่ีคอปเตอร์นาตุ๊กตาแม่เหล็กนาไปดูดของ
เลน่ ในตะกร้า และได้นาแม่เหล็กสองอันมาให้คอปเตอร์ทดสอบดังภาพในตารางที่กาหนดให้ นักเรียนคิดว่าในการ
ทดสอบของคอปเตอรล์ ักษณะทเี่ กิดขนึ ของแมเ่ หล็กจะเป็นอยา่ งไร
คาส่งั จงเตมิ เคร่ืองหมาย ลงใน ให้ถูกต้องสมบรู ณ์ท่ีสดุ
ภาพการวางแม่เหล็ก ลักษณะของแม่เหลก็ ทเี่ กดิ ขึ้น
ดงึ ดดู กนั ผลกั กัน
ดึงดดู กัน ผลกั กัน
ดึงดดู กนั ผลักกัน
ดงึ ดูดกนั ผลกั กัน
ดึงดดู กนั ผลักกัน
โรงเรียนจฬุ าภรณราชวทิ ยาลัย บุรรี มั ย์ มุกดาหาร เลย
3. ในวันถัดมา คอปเตอร์ ได้เรียนรู้เร่ืองแม่เหล็กอีกครังในชันเรียน คุณครูได้นาแม่เหล็กมาดูดกับแผ่นพลาสติก
ปรากฏว่า แม่เหล็กดูดแผ่นพลาสติกขึนมาได้ และเมื่อพลิกอีกด้านของแผ่นพลาสติกเจอแม่เหล็กอีกอันติดอยู่
ด้านหลัง คอปเตอร์จึงเกิดความสงสัย คุณครูจึงให้คอปเตอร์ทาการทดลองโดยนาแม่เหล็กมาดึงดูดกันและนาสมุด
มาเปน็ ตวั กันไม่ให้แมเ่ หลก็ ไมแ่ ตะกันโดยตรง ไดผ้ ลตามตารางดงั นี
จานวนสมดุ (เล่ม) การดึงดูดของแมเ่ หล็ก
1 ดงึ ดูดกัน
3 ดงึ ดูดกัน
5 ดงึ ดดู กัน
7 ผลกั กัน
10 ผลกั กัน
จากข้อมูลในตารางผลการทดลองข้างต้น นักเรียนคิดว่าจานวนของสมุดมีผลต่อการดึงดูดของแม่เหล็ก
อย่างไร เมอ่ื ระยะหา่ งระหว่างแมเ่ หลก็ มากขนึ แรงดึงดูของแม่เหล็กลดลง ถ้า ด.ช.ตอ้ งการใหแ้ ม่เหล็กดดู กนั จะต้อง
ทาอย่างไร จงอธบิ าย
ตอบ เพมิ่ ขนาดของแมเ่ หล็ก
โรงเรียนจุฬาภรณราชวทิ ยาลยั บรุ รี มั ย์ มุกดาหาร เลย