The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารประกอบการอบรมบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยระดับประถมศึกษา
จัดอบรมโดย ศูนย์โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย บุรีรัมย์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

เอกสารประกอบการอบรมบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยระดับประถมศึกษา

เอกสารประกอบการอบรมบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยระดับประถมศึกษา
จัดอบรมโดย ศูนย์โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย บุรีรัมย์

หลกั ฐำนกำรเรียนรู้
ภำระงำน

นกั เรยี นออกแบบบา้ นจ้าลอง และตอ่ วงจรไฟฟ้าของบ้านจ้าลองพร้อมกบั น้าเสนอ
หลักฐำนกำรเรียนรู้อน่ื ๆ โดยคำนึงถงึ ควำมแตกตำ่ งของผู้เรยี น

บันทกึ ผลการทดลองเรือ่ งวงจรไฟฟา้ อยา่ งงา่ ย
กำรประเมินตนเอง

การประเมินตนเองในประดิษฐต์ ุ๊กตาตดิ ตเู้ ย็น

3

ⓒ Inspiring Science for the Little Science Elementary Project

กจิ กรรมกำรเรียนรู้ กจิ กรรม เวลำ
แผนกำรจัดกำรเรยี นรทู้ ่ี 1 : ไฟฟำ้ เกิดขน้ึ ไดอ้ ยำ่ งไร 5
กิจกรรมท่ี 1 ตดิ หนึบโดยไมต่ อ้ งใชก้ ำว
5
ขนั้
15
ข้นั ตง้ั คำถำมเกย่ี วกับ นักเรยี นท้ากิจกรรมง่ายๆ ได้แก่ ตดิ หนบึ โดยไม่ใช้กาว แลว้ ร่วมกัน 5
ปรำกฏกำรณ์ธรรมชำติ อภิปรายถงึ สาเหตทุ ที่ ้าให้ลูกโปง่ และพลาสตกิ กนั กระแทกสามารถ 5
ตดิ กบั ผนงั ได้โดยไม่ใชก้ าว 5

ขั้นรวบรวมควำมคิด นักเรียนร่วมกันอภิปราย และคาดคะเนเกี่ยวกับวิธีการท้าอย่างไร
และขอ้ สันนิษฐำน ให้แผ่นพลาสติกกันกระแทก หรือลูกโป่งติดกับผนังโดยไม่ต้องใช้
ตะปู หรือกาว

ขน้ั ทดสอบและปฏบิ ตั กิ ำร นักเรียนท้าการทดลองเกี่ยวกับชนิดของวัสดุกับการเกิดแรงไฟฟ้า

สืบเสำะ สถิต จากนั้นทา้ กิจกรรม เร่อื ง ยา้ ยปลาออกจากบอ่

ขนั้ สงั เกตและบรรยำย นกั เรียนท้าการทดลองกจิ กรรมตดิ หนบึ โดยไมต่ ้องใช้กาว

ขั้นบนั ทึกข้อมลู นักเรียนบรรยายส่ิงท่ีสังเกตได้จากการทดลองติดหนึบโดยไม่ต้อง
ใช้กาว

ขั้นอภิปรำยผล นกั เรยี นและครูร่วมกันอภปิ รายผล เกย่ี วกับกิจกรรมติดหนึบโดยไม่
ตอ้ งใชก้ าว และการนา้ มาใช้ประโยชนใ์ นชีวิตประจา้ วนั

4

ⓒ Inspiring Science for the Little Science Elementary Project

กจิ กรรมที่ 2 งูกระดำษเตน้ ได้ กจิ กรรม เวลำ
ขั้น 25

ขัน้ ตัง้ คำถำมเกย่ี วกับ นักเรียนท้ากิจกรรมง่ายๆ ได้แก่ งูกระดาษเต้นได้ แล้วร่วมกัน 5
ปรำกฏกำรณธ์ รรมชำติ อภิปรายถึงสาเหตุท่ีท้าให้ลูกโป่งสามารถดูดวัตถุเบาๆ ได้ เช่น 60
การท้าใหง้ กู ระดาษเต้นได้ 10
10
ขน้ั รวบรวมควำมคิดและ นักเรียนร่วมกนั อภิปรายเก่ียวกับวัสดุท่ีสามารถท้าให้เกดิ แรงดงึ ดูด 10

ข้อสันนิษฐำน วัตถุเลก็ ๆ ได้

ขั้นทดสอบและปฏิบัติกำร นักเรียนท้าการทดลองเกี่ยวกับชนิดของวัสดุกับการเกิดแรง

สบื เสำะ ไฟฟา้ สถิต จากนั้นทา้ กิจกรรม เรอ่ื ง ยา้ ยปลาออกจากบ่อ

ข้นั สังเกตและบรรยำย นักเรียนบรรยายสิ่งที่สังเกตได้จากการทดลองเกี่ยวกับวัสดุ
กบั การเกดิ แรงไฟฟา้ สถติ และการเล่นเกม “ยา้ ยปลาออกจากบ่อ”

ขนั้ บันทกึ ขอ้ มูล นักเรียนบันทึกผลการทดลอง เร่ือง วัสดุกับการเกิดแรงไฟฟ้าสถิต
และกิจกรรม“ยา้ ยปลาออกจากบอ่ ”

ขน้ั อภิปรำยผล นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายผล เก่ียวกับการเกิดไฟฟ้าสถิต
ปัจจัยท่ีเก่ียวข้องกับการเกิดไฟฟ้าสถิต และการน้ามาใช้ประโยชน์
ในชวี ิตประจา้ วัน

5

ⓒ Inspiring Science for the Little Science Elementary Project

แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ท่ี 2 : วงจรไฟฟำ้ อยำ่ งงำ่ ย และกำรตอ่ เซลล์ไฟฟำ้

ขั้น กจิ กรรม เวลำ
25
ข้ันตง้ั คำถำมเกย่ี วกับ นักเรียนสังเกตการณ์ท้างานของไฟฉาย ความสว่างของไฟฉาย
ปรำกฏกำรณ์ ขึ้นอยู่กับปัจจัยใดบ้าง จ้านวนถ่านไฟฉายสัมพันธ์กับความสว่างของ 5
ธรรมชำติ ไฟฉายอยา่ งไร

ข้ันรวบรวมควำมคิด นักเรียนสังเกตการต่อวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย เราสามารถต่อถ่านไฟฉาย
และข้อสนั นิษฐำน ได้ก่ีแบบ แล้วร่วมกันต้ังข้อสมมติฐานและออกแบบวงจรการต่อ
เซลลไ์ ฟฟา้ จะมผี ลตอ่ ความสวา่ งของหลอดไฟอย่างไร

ขน้ั ทดสอบและ นั ก เ รี ย น ท้ า กิ จ ก ร ร ม ก า ร ท ด ล อ ง เ ก่ี ย ว กั บ ผ ล ข อ ง ก า ร ต่ อ เ ซ ล ล์ ไ ฟ ฟ้ า 60
ปฏบิ ัติกำรสืบเสำะ ในวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย เพื่อตรวจสอบสมมติฐาน ได้แก่ วงจรไฟฟ้า 10
ที่ประกอบไปดว้ ยเซลลไ์ ฟฟ้า 1 , 2, 3, และ 4 เซลล์ โดยใชว้ งจรอนุกรม 10
ขน้ั สงั เกตและบรรยำย และขนาน 10

นกั เรียนสังเกตผลทเ่ี กิดขึ้น ในระหว่างการทดลองต่อเซลล์ไฟฟา้ การต่อ
เซลล์แบบอนุกรมและแบบขนานมผี ลต่อความสว่างของหลอดไฟ การต่อ
แบบอนุกรมหรือแบบขนานท่ีท้าให้หลอดไฟสว่างกว่า หรือการต่อแบบ
ไหนท่ีจะท้าใหส้ ว่างไดน้ านกว่า

ขน้ั บันทึกข้อมูล นักเรียนบันทึกผลการทดลองที่ได้จากการท้ากิจกรรมการทดลอง
ขั้นอภิปรำยผล แล้วเขียนโปสเตอร์น้าเสนอวิธีการต่อเซลล์ไฟฟ้า ที่มีความเหมาะสม
สา้ หรบั กิจกรรมตา่ งๆ ในชีวิตประจา้ วนั

นักเรียนร่วมกันอภิปรายผลที่ได้จากการทดลอง และน้าเสนอวิธีการ
นา้ ไปใช้ในชวี ติ ประจ้าวัน

6

ⓒ Inspiring Science for the Little Science Elementary Project

แผนกำรจดั กำรเรียนรู้ที่ 3 : กำรต่อหลอดไฟฟ้ำภำยในบ้ำน

ข้ัน กจิ กรรม เวลำ
10
ขน้ั ต้งั คำถำมเกีย่ วกับ นักเรียนร่วมกันตอบค้าถามเกี่ยวกับการต่อหลอดไฟฟ้าภายในบ้าน
ปรำกฏกำรณ์ นักเรียนเคยสังเกตไหมว่า บางห้องสามารถเปิด – ปิดหลอดไฟ 5
ธรรมชำติ ได้ทีละหลอด แต่บางห้องสามารถเปิด - ปิดไฟได้ทีละหลายหลอดพร้อมกัน 30
ทัง้ สองกรณนี ้ี นา่ จะมีวิธีการต่อวงจรอย่างไร 5
ขน้ั รวบรวมควำมคิด
และข้อสนั นิษฐำน นักเรียนร่วมกนั ต้งั ขอ้ สนั นิษฐานเกี่ยวกบั วิธกี ารตอ่ หลอดไฟแบบตา่ งๆ 5
5
ขั้นทดลอบและ นักเรียนท้ากิจกรรมการทดลองเกี่ยวกับการต่อหลอดไฟแบบอนุกรม

ปฏิบตั ิกำรสืบเสำะ และแบบขนาน

ขั้นสังเกตและ นักเรียนสังเกตผลการทดลองในก ารต่อหลอดไฟแบบอ นุก ร ม
บรรยำย และแบบขนาน เก่ียวกับความสามารถในการเปิด - ปิด หรือควบคุมวงจร
ความสว่างของหลอดไฟ เป็นตน้
ขน้ั บันทกึ ข้อมูล
นักเรียนบันทึกผลการทดลอง การต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรม
ขน้ั อภปิ รำยผล และแบบขนาน

นักเรียนร่วมกันอภิปรายผลการทดลอง และการน้าความรู้ที่ได้ไปใช้
ในชวี ิตประจา้ วัน

7

ⓒ Inspiring Science for the Little Science Elementary Project

ช่างไฟฟ้าตวั น้อย

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 : ไฟฟา้ เกดิ ขน้ึ ได้อยา่ งไร

บทนา เ พื่ อ น้ า เ ส น อ กั บ ผู้ ป ก ค ร อ ง ก่ อ น ล ง มื อ ป ฏิ บั ติ 1
ในสถานท่จี รงิ
นักเรียนสวมบทบาทเป็นผู้ช่วยผู้ปกครอง
เพ่ือปฏิบัติภารกิจในการเดินระบบไฟฟ้าภาย แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 ช่างไฟฟ้า
ในบ้านของนักเรียน โดยลักษณะของบ้านเป็นชั้น ตัวน้อย เรียนรู้เก่ียวกับการเกิดไฟฟ้าสถิต
เดียวท่ีมี 4 ห้อง ประกอบด้วย ห้องโถง ห้องนอน จากกิจกรรมติดหนึบโดยไม่ต้องใช้กาว งูกระดาษ
ห้องครัว และห้องน้า โดยก่อนท่ีจะปฏิบัติภารกิจ เต้นได้ และย้ายปลาออกจากบ่อ การท้ากิจกรรมน้ี
จริง นักเรียนจะต้องเรียนรู้เกี่ยวกับการ ต่อระบบ นักเรียนรู้เกี่ยวกับการเกิดแรงไฟฟ้าสถิต และผล
ไฟฟ้าภายในบ้าน และสร้างแบบบ้านจ้าลองพร้อม ของการเกดิ แรงไฟฟ้าสถิต ใชเ้ วลา 2 คาบ
กั บ ต่ อ ร ะ บ บ ไ ฟ ฟ้ า ใ น บ้ า น จ้ า ล อ ง ใ ห้ เ รี ย บ ร้ อ ย

คาศัพท์

แรงไฟฟ้า , แรงไฟฟ้าสถิต

จุดประสงค์การเรยี นรู้

นักเรยี นสามารถ : 1. ทดลองเกี่ยวกับการเกดิ แรงไฟฟา้ สถิต
2. อธบิ ายการเกิดและผลของแรงไฟฟ้าซึ่งเกิดจากวัตถุที่ผ่านการขดั ถู

กจิ กรรมการเรยี นรู้ 100 นาที

กจิ กรรมที่ 1 ติดหนึบโดยไม่ต้องใช้กาว

ขนั้ ที่ 1 ตัง้ คาถามเกย่ี วกับปรากฏการณธ์ รรมชาติ 10 นาที

นักเรียนทา้ กจิ กรรมง่ายๆ ได้แก่ ติดหนบึ โดยไม่ต้องใช้กาว แล้วร่วมกันอภิปรายถงึ สาเหตทุ ี่ทา้ ให้ลกู โปง่
และพลาสติกกนั กระแทกสามารถตดิ กบั ผนังไดโ้ ยไม่ตอ้ งใช้กาว

1. ครูน้านักเรียนเข้าสู่บทบาทผู้ช่วยผู้ปกครอง ท่ีมีภารกิจส้าคัญในการเดินระบบไฟฟ้าภายในบ้าน
แต่ก่อนที่จะปฏิบัติภารกิจ ให้ผู้ช่วยผู้ปกครองตัวน้อยท้าความเข้าใจเก่ียวกับเร่ืองไฟฟ้าสถิตเกิดข้ึนได้อย่าไร
โดยการสร้างสถานการณ์ เพ่อื กระตุน้ ความสนใจของนักเรียนดงั น้ี

1) ครนู า้ พลาสตกิ กันกระแทก และลกู โปง่ ไปแนบกบั ผนังหอ้ งจากนนั้ ครูใช้ค้าถามนักเรียนดงั น้ี
- แผน่ พลาสติกจะติดกับผนงั ไดห้ รือไม่ เมอ่ื ครปู ลอ่ ยมอื
- ถ้านักเรียนสามารถท้าให้แผ่นพลาสติกกันกระแทก หรือลูกโป่งติดกับผนังโดยไม่ต้องใช้

ตะปู หรือกาวจะท้าไดอ้ ยา่ งไร ลองทา้ ตามความคิดเห็นของเด็กๆ

1

ⓒ Inspiring Science Project 2013

ขั้นที่ 2 รวบรวมความคดิ และข้อสนั นษิ ฐาน 5 นาที

นกั เรยี นร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกับวิธกี ารท้าอยา่ งไรให้ ให้แผ่นพลาสติกกนั กระแทก หรอื ลูกโป่งติดกบั
ผนงั โดยไม่ตอ้ งใชต้ ะปู หรือกาว

1. นักเรียนร่วมกันอภิปรายถึงสาเหตุท่ีท้าให้แผ่นพลาสติกกันกระแทก และลูกโป่งสามารถติดกับผนังได้

แล้วถ้าไม่ใช้แผ่นพลาสติกกันกระแทก หรือลูกโป่ง จะสามารถใช้วัสดุชนิดใดได้บ้าง ที่ท้าให้เกิดปรากฎการณ์
แบบน้ไี ด้

2. ครูกระตุ้นให้นักเรียนตั้งข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับวัสดุที่สามารถท้าให้เกิดแรงดึงดูดกับวัตถุเล็กๆ ได้

และสามารถใชแ้ ทนลกู โปง่ ได้

ข้นั ที่ 3 ทดสอบและปฏิบัติการสบื เสาะ 25 นาที

นกั เรยี นท้าการทดลองกจิ กรรมติดหนบึ โดยไม่ต้องใช้กาว

1. นกั เรียนท้ากจิ กรรมท่ี 1 ตดิ หนึบโดยไม่ต้องใช้กาว ตามอปุ กรณท์ ค่ี รูไดจ้ ัดเตรียมไว้ให้ ดงั นี้ 1
- ผ้าขนสัตว์ (ผ้าพนั คอ หมวก ถุงมือ ถุงเท้า)
- กรรไกร

- ลกู โปง่
- พลาสตกิ กันกระแทก
- เชือก

2. ครแู จกผ้าขนสัตว์ให้กับนักเรียน และบอกวิธกี ารใชผ้ ้าถกู บั แผน่ พลาสตกิ กนั กระแทก หรอื ลกู โป่ง
3. นักเรียนลองวธิ ีการท่แี ตกตา่ งไปจากวิธกี ารทีค่ รูบอก
4. จากนัน้ นกั เรยี น สงั เกตสง่ิ ทเี่ กิดขึ้น และบนั ทกึ ลงในใบกิจกรรมที่ 1

ข้ันที่ 4 การสังเกตและบรรยาย 5 นาที

นกั เรียนบรรยายสิง่ ทส่ี งั เกตได้จากการทดลองติดหนึบโดยไมต่ ้องใช้กาว
ในระหว่างการทดลอง นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสังเกตและอภิปรายถึงความแตกต่างของวัสดุที่มีผล

ตอ่ การเกดิ แรงไฟฟ้าสถิต โดยครูใชค้ ้าถามส้าหรบั กระตนุ้ การสงั เกตของนักเรยี น ดังน้ี

- เกิดอะไรข้ึนเม่ือน้าวัสดุที่ถูด้วยผ้าขนสัตว์ แล้วไปแนบกับผนังจากนั้นปล่อยมือ ถ้าเปล่ียน
ข้างทีแ่ นบเปน็ อีกข้างหนงึ่ ของวสั ดุ จะเกดิ อะไรข้นึ และเกิดขน้ึ ไดอ้ ย่างไร

ขนั้ ท่ี 5 บนั ทึกข้อมูล 5 นาที

นักเรยี นบนั ทกึ ผลการทดลอง เรือ่ ง กจิ กรรมติดหนบึ โดยไม่ตอ้ งใชก้ าว
นักเรยี นบันทึกผลการทดลองเร่อื ง ตดิ หนึบโดยไมใชก้ าว ลงในใบกจิ กรรมที่ 1

ขน้ั ท่ี 6 อภิปรายผล 10 นาที

นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายผล เกี่ยวกับกิจกรรมติดหนึบโดยไม่ต้องใช้กาว และการน้ามาใช้ประโยชน์

ในชีวติ ประจ้าวัน
1. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายเก่ียวกับกิจกรรมติดหนึบโดยไม่ต้องใช้กาว ซึ่งนักเรียน

ควรได้ข้อสรุปว่า แผน่ พลาสติก และลูกโปง่ สามารถยึดตดิ กบั ผนังได้

2

ⓒ Inspiring Science Project 2013

กิจกรรมการเรยี นรู้ 90 นาที

กิจกรรมท่ี 2 งกู ระดาษเตน้ ได้

ขัน้ ท่ี 1 ต้งั คาถามเก่ยี วกบั ปรากฏการณธ์ รรมชาติ 25 นาที

นักเรยี นท้ากจิ กรรมง่ายๆ ได้แก่ งกู ระดาษเต้นได้ แล้วรว่ มกันอภปิ รายถงึ สาเหตทุ ่ีท้าให้ลูกโป่งสามารถดูดวัตถุ 1
เบาๆ ได้ เช่น การทา้ ให้งูกระดาษเต้นได้

1. นักเรียนท้าความเข้าใจเกี่ยวกับเร่ือง ไฟฟ้าสถิตเกิดขึ้นได้อย่างไร โดยท้ากิจกรรมที่ 2 งูกระดาษเต้นได้
ตามอุปกรณ์ทค่ี รูไดจ้ ัดเตรยี มไว้ให้ ดงั น้ี

- กระดาษทชิ ชู
- กรรไกร
- ลกู โปง่
- ปากกาเมจิก
2. ให้นักเรียนประดิษฐ์งูกระดาษ โดยใช้ปากกาเมจิกขีดเป็นวงก้นหอยบนกระดาษทิชชู จากนั้น
ใช้กรรไกรตดั ให้เป็นรปู เกลยี วตามแบบ พรอ้ มกบั วาดหน้าตาของงดู ว้ ย (ใบกจิ กรรมที่ 2)
3. ครใู หน้ กั เรียนถอื ลูกโปง่ ท่เี ป่าลมเรียบรอ้ ยแล้วไวเ้ หนอื งกู ระดาษ สงั เกตส่ิงที่เกิดขึน้
4. ครูให้นักเรียนลองใช้ลูกโป่งถูผม 5 – 10 ครั้ง จากนั้นน้าลูกโป่งไปใกล้กับงูกระดาษ สังเกต
สงิ่ ท่เี กดิ ข้ึน และบนั ทกึ ลงในใบกจิ กรรมที่ 2
5. นักเรียนร่วมกันอภิปรายถึงสาเหตุที่ท้าให้ลูกโป่งสามารถดูดวัตถุเล็กๆ ได้ โดยครูอาจกระตุ้นด้วย
ค้าถามตอ่ ไปน้ี
- ท้าไมลูกโป่งจึงสามารถดดู งกู ระดาษได้
- นอกจากงูกระดาษแลว้ ลกู โปง่ ยังสามารถดึงดดู อะไรได้บ้าง

ขน้ั ท่ี 2 รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน 5 นาที

นกั เรยี นรว่ มกันอภิปรายเกย่ี วกับวสั ดุทสี่ ามารถทา้ ให้เกิดแรงดึงดดู วัตถุเลก็ ๆ ได้
1. นกั เรยี นร่วมกันอภิปรายในประเด็นคา้ ถามต่อไปน้ี
- เมื่อถูน้าลูกโป่งถูศีรษะแล้วน้าไปไว้ใกลง้ ูกระดาษ นักเรียนสังเกตเห็นอะไรบ้าง และต่างจาก

การท่ีวางลกู โปง่ โดยไมถ่ ูศีรษะอยา่ งไร
- ถ้านักเรียนถูลูกโป่งกับศีรษะหลายๆ ครั้ง และถือไว้เหนืองูกระดาษ นักเรียนคิดว่า

จะเกิดอะไรข้ึน
- ถ้านกั เรยี นแกว่งลกู โปง่ ไปมาเลก็ น้อย นักเรยี นคิดวา่ ผลจะเปน็ อย่างไร

2. ครูกระตุ้นให้นักเรียนตั้งข้อสันนิษฐานเก่ียวกับการวัสดุท่ีสามารถท้าให้เกิดแรงดึงดูดวัตถุเล็กได้
และสามารถใช้แทนลกู โปง่ ได้ เชน่ ไม้บรรทดั พลาสติก, แกว้ น้า, ตะเกยี บ, ชอ้ นสแตนเลส, ไม้แขวนเสือ้ , ปากกา
วัสดุเหลา่ น้ี วัสดใุ ดบ้างสามารถเกดิ แรงดงึ ดูดกระดาษได้เชน่ เดียวกบั ลูกโป่ง

3

ⓒ Inspiring Science Project 2013

ข้ันที่ 3 ทดสอบและปฏิบัตกิ ารสืบเสาะ 30 นาที

นักเรยี นท้าการทดลองเกีย่ วกับชนิดของวัสดกุ ับการเกิดแรงไฟฟา้ สถติ จากนนั้ ท้ากิจกรรม เรอ่ื ง ยา้ ยปลาออก

จากบ่อ

1. นักเรียนในฐานะผู้ช่วยช่างไฟฟ้าตัวน้อยท้ากิจกรรมท่ี 3.1 ชนิดของวัสดุกับการเกิดแรงไฟฟ้าสถิต

โดยมีอปุ กรณท์ คี่ รูได้จัดเตรยี มไวใ้ ห้ ดังน้ี

- กระดาษ A4 - กรรไกร

- ไมบ้ รรทดั พลาสตกิ - แก้วน้า

- ตะเกียบ - ชอ้ นสแตนเลส

- ไม้แขวนเสอ้ื - ปากกา

2. ให้นกั เรียนใช้กรรไกรตดั กระดาษ A4 เปน็ รปู ส่เี หลี่ยมจัตรุ ัสเล็กๆ จา้ นวน 10 - 15 ช้นิ

3. ให้นกั เรยี นใช้วสั ดุต่างๆ ที่ก้าหนดให้ถูกบั ศีรษะ แล้วน้าไปวางไวใ้ กล้เศษกระดาษ สงั เกตสง่ิ ท่เี กิดขึ้น

บนั ทึกลงในใบกจิ กรรมที่ 2 1

4. จากน้ันให้นักเรียนเลือกวัสดุจากกิจกรรมท่ี 3.2 มา 1 ชนิด เพ่ือน้ามาเล่นเกม “ย้ายปลาออกจากบ่อ”

โดยมีอปุ กรณ์ทค่ี รไู ดจ้ ดั เตรยี มไวใ้ ห้ ดังน้ี

- กระดาษทชิ ชู

- ถ้วยกระดาษ

- ปากกาเมจกิ

- กรรไกร

5. นักเรียนใช้ปากกาเมจิกวาดรูปปลาลงบนกระดาษทิชชู จากน้ันใช้กรรไกรตัดตามรูปให้ได้ปลา

จ้านวน 10- 15 ตวั แล้วนา้ มาวางไว้ในถ้วยกระดาษ (แทนบอ่ ปลา)

6. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มใช้วัสดุเลือกไว้ในข้อ 4 มาถูกับศรีษะ เพ่ือท้าการย้ายปลาออกจากบ่อ

ให้ไดม้ ากที่สุด ภายในเวลาทีก่ า้ หนด แล้วบันทึกจา้ นวนปลาท่ียา้ ยได้ลงในใบกจิ กรรมท่ี 3.2

7. นกั เรียนรว่ มกนั สรุปถงึ วสั ดุที่สามารถย้ายปลาออกจากบ่อได้มากท่สี ดุ

กตกิ าการแขง่ ขัน : นักเรียนกลุม่ ไหนสามารถยา้ ยปลาได้มากทส่ี ุดภายในเวลาทกี่ ้าหนดเปน็ ผูช้ นะ

ขั้นที่ 4 การสังเกตและบรรยาย 10 นาที

นกั เรียนบรรยายสิง่ ทส่ี ังเกตได้จากการทดลองเก่ียวกบั วัสดกุ ับการเกดิ แรงไฟฟ้าสถติ และการเล่นเกม
“ย้ายปลาออกจากบอ่ ”

ในระหว่างการทดลอง นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสังเกตและอภิปรายถึงความแตกต่างของวัสดุที่มีผล
ต่อการเกิดแรงไฟฟ้าสถิต โดยครใู ช้คา้ ถามสา้ หรับกระตุ้นการสงั เกตของนักเรยี น ดังน้ี

- เม่ือน้าวัสดุแต่ละชนิดมาถูกับศีรษะ แล้วน้ามาวางใกล้เศษกระดาษ วัสดุแต่ละชนิดสามารถ
ดดู เศษกระดาษไดเ้ หมือนกนั หรือไม่ อย่างไร

- วสั ดชุ นิดใดท่ีสามารถดดู เศษกระดาษไดม้ ากท่ีสดุ
- ท้าอยา่ งไรทีจ่ ะสามารถย้ายปลาออกจากบ่อให้ได้มากที่สุด
- ลกั ษณะการติดของเศษกระดาษแต่ละช้ินเหมือนหรือแตกตา่ งกนั อย่างไร

4

ⓒ Inspiring Science Project 2013

ขนั้ ที่ 5 บนั ทกึ ข้อมูล 10 นาที

นกั เรยี นบันทึกผลการทดลองเรือ่ ง วัสดุกบั การเกดิ แรงไฟฟา้ สถติ และกิจก“ย้ายปลาออกจากบอ่ ”
บ่อ”

นักเรียนบันทึกผลการทดลองเรื่อง วัสดุกับการเกิดแรงไฟฟ้าสถิต ลงในใบกิจกรรมท่ี 3.1 โดยบันทึก

จ้านวนเศษกระดาษท่ีวัสดุแต่ละชนิดดูดได้ ส่วนในกิจกรรมที่ 3.2 เร่ือง “เกมย้ายปลาออกจากบ่อ” ให้บันทึก
จ้านวนคร้ังของการถูผา้ ขนสัตว์ และจา้ นวนปลาทีย่ า้ ยออกจากบอ่

ขัน้ ที่ 6 อภิปรายผล 10 นาที

นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายผล เกี่ยวกับการเกิดไฟฟ้าสถิต ปัจจัยที่เก่ียวข้องกับการเกิดไฟฟ้าสถิต

และการนา้ มาใชป้ ระโยชน์ในชีวติ ประจ้าวนั

1. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มร่วมกนั อภิปรายเกยี่ วกบั การเกิดแรงไฟฟา้ โดยครูอาจกระตุ้นด้วยคา้ ถาม ดังน้ี 1
- วัสดุชนดิ ใดทสี่ ามารถเกดิ ไฟฟ้าสถิตได้ดที สี่ ุด และทราบได้อยา่ งไร
- ปัจจัยใดบ้างที่มผี ลตอ่ การเกดิ แรงไฟฟา้ สถติ

2. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันอภิปรายเกย่ี วกบั การเกิดแรงไฟฟ้าสถิติ ควรไดข้ ้อสรุปวา่
เม่ือวัสดุเกิดการเสียดสีกัน จะมีการถ่ายเทประจุให้กันได้ อิเล็กตรอนจากผ้าขนสัตว์

จะเคลื่อนมายังผิวของแผ่นพลาสติกหรือลูกโป่ง เนื่องจากอิเล็กตรอนมีประจุไฟฟ้าเป็นลบ แผ่นพลาสติก
และลูกโป่งท่ีมีจ้านวนอิเล็กตรอนเกินจึงมีประจุไฟฟ้าเป็นลบ ส่วนผ้าขนสัตว์ท่ีสูญเสียไปจึงมีประจุไฟฟ้า
เป็นบวก วัสดุที่มีประจุไฟฟ้าเหมือนกัน (บวกหรือลบ) จะผลักกัน ดังน้ัน ลูกโป่ง 2 ลูกท่ีมีประจุไฟฟ้าเป็นลบ
จึงผลักกัน และวัสดุท่ีเป็นกลางทางไฟฟ้า เช่น กระดาษ หรือเม็ดโฟม เมื่อน้าลูกโป่งซึ่งมีประจุลบเข้ามาใกล้
จะมแี รงไฟฟ้าผลักอิเล็กตรอนท่ีอยู่ในเมด็ โฟมไปอยู่ด้านท่ีอยู่ไกล จึงท้าให้ด้านทีอ่ ยู่ใกลม้ ปี ระจบุ วก ท้าใหล้ กู โป่ง
สามารถดดู เม็ดโฟมหรือกระดาษได้ เรียกปรากฏการณแ์ บบนีว้ า่ การเหน่ียวน้าไฟฟา้

3. นกั เรียนและครูรว่ มอภิปรายถงึ แรงไฟฟ้าชนดิ อ่ืน เพอื่ ใหไ้ ด้ข้อสรปุ ว่า นอกจากแรงไฟฟ้าสถิตแล้วยัง
มีไฟฟา้ กระแส คอื การไหลของอิเล็กตรอนภายในตัวนา้ ไฟฟ้าจากทห่ี น่ึงไปอีกที่หนึ่ง เช่น ไหลจาก แหลง่ กา้ เนิด
ไฟฟา้ ไปสู่แหล่งที่ต้องการใช้กระแสไฟฟ้า เชน่ หลอดไฟ เปน็ ต้น

การประเมินผลและจาแนกความแตกต่างระหว่างผูเ้ รียน

การประเมนิ ผลระหว่างเรยี น
ถือโอกาสประเมินผลนักเรียนจากการตอบค้าถามในระหว่างการจัดการเรียนการสอน การสังเกต

เม่ือนกั เรียนทา้ กจิ กรรมกล่มุ โดยครอู าจจะประเมินผลงานของนักเรยี นในใบกจิ กรรมการเรยี นรู้ที่ 1 – 3

การจาแนกความแตกต่างระหวา่ งผเู้ รียน
นักเรียนบางกลุ่มอาจจะต้องการความช่วยเหลือหรือสนับสนุนเพ่ิมเติมในท้ากิจกรรมการทดลอง

ใบกิจกรรมท่ี 3 อาจจะต้องการความช่วยเหลือเพ่ิมหรือต้องการการอธิบายเพ่ิมในขั้นสังเกตและบรรยาย
และขัน้ อภปิ รายผล

5

ⓒ Inspiring Science Project 2013

การเตรยี มบทเรยี น

แหลง่ เรียนรทู้ ีต่ ้องใช้

-
เคร่ืองมอื ทต่ี อ้ งใช้

ขนั้ ตง้ั คาถามเกีย่ วกบั ปรากฏการณธ์ รรมชาติ

- กระดาษทิชชู - กรรไกร

- ลูกโป่ง - ปากกาเมจกิ

ข้นั รวบรวมความคดิ และข้อสนั นิษฐาน 1
-
- กรรไกร
ขั้นทดสอบและปฏบิ ัตกิ ารสืบเสาะ - แกว้ น้า
ส้าหรบั นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ - ช้อนสแตนเลส
- กระดาษ A-4 - ปากกา
- ไม้บรรทัดพลาสตกิ
- ตะเกียบ
- ไมแ้ ขวนเสือ้

ขนั้ สังเกตและบรรยาย
ไม่มี

ขั้นบันทึกขอ้ มลู
ไม่มี

ขน้ั อภิปรายผล
ไม่มี

6

ⓒ Inspiring Science Project 2013

เรอ่ื ง
© Haus der kleinen Forscher, Germany  Thai translation supported by

ไฟฟา้


ความรู้เบือ้ งต้นและหลักการเกี่ยวกับไฟฟา้


ไฟฟ้ามอี ยู่ทว่ั ไป หากไมม่ กี ระแสไฟฟา้  เราคงฟังวทิ ย ุ ดูโทรทศั น์ไมไ่ ด้ ตเู้ ย็นหรอื เคร่อื งป้งิ ขนมปงั

ก็คงไมท่ ำงาน และหอ้ งกจ็ ะมืดอยตู่ ลอดเวลา 

สำหรับเน้อื หาเร่อื งไฟฟ้าน ้ี ประกอบดว้ ยคำอธิบายเก่ียวกับไฟฟา้ เบ้อื งต้น เพ่ือใหค้ รูและผปู้ กครอง

ทราบรายละเอยี ดเก่ยี วกบั หลักการทางไฟฟา้ ทีใ่ ชใ้ นการทดลอง ไดแ้ ก ่ ไฟฟา้ สถติ  กระแสไฟฟ้า

และวงจรไฟฟา้


ไฟฟา้ คืออะไร


แมแ้ ตใ่ นทที่ เี่ ราคาดไมถ่ งึ กย็ งั มไี ฟฟา้  เช่น เสอื้ ผ้าที่ทำดว้ ยขนสตั ว์ ผ้าคลมุ เตยี ง กอ้ นขนมปัง 

ปา่ ดงดิบ เป็นตน้   วตั ถุทุกชนิดประกอบด้วยอะตอมจำนวนมาก อะตอมเปน็ อนุภาคขนาดเล็ก

เมื่ออะตอมยดึ เกาะกนั เป็นจำนวนมาก จะก่อใหเ้ กิดสิ่งต่าง ๆ 

อะตอมมขี นาดเลก็ มาก แม้จะใชก้ ลอ้ งจลุ ทรรศน์ส่องดูก็ยังมองไมเ่ หน็   ใจกลางของอะตอม 

คือ นวิ เคลียส ประกอบดว้ ยโปรตอนและนิวตรอนเกาะแน่นอยู่ด้วยกนั  โดยมอี เิ ลก็ ตรอน

เคลื่อนท่ีอยรู่ อบ ๆ   น  ิวเคลยี ส  อนภุ าคโปรตอนในนวิ เคลยี สมีประจุเป็นบวก (+)  

สว่ นอเิ ลก็ ตรอนทอ่ี ยรู่ อบ ๆ   จ  ะมีประจุเป็นลบ (-)


อนภุ าคที่มปี ระจุเหมือนกนั จะผลกั กนั

อนภุ าคท่มี ปี ระจุตา่ งกนั จะดงึ ดดู กัน


ปรมิ าณที่เทา่ กันของประจบุ วกและลบจะสร้างสมดลุ ทางไฟฟา้   อะตอมทม่ี ีจำนวนประจุบวก 

(โปรตอน) เท่ากับประจลุ บ (อิเลก็ ตรอน) จะมีอำนาจไฟฟา้ เปน็ กลาง จึงไม่ตอบสนองกบั

ประจไุ ฟฟา้ จากภายนอกไม่ได้

ประจุไฟฟ้ารวมของอะตอมเปลย่ี นแปลงได้ เช่น เมอ่ื อเิ ล็กตรอนเคลือ่ นท่ีจากอะตอมหนงึ่ ไป

ยงั อกี อะตอมหนง่ึ   อะตอมทส่ี ญู เสยี อเิ ลก็ ตรอนจะมอี ำนาจไฟฟา้ บวก อะตอมทร่ี บั อเิ ลก็ ตรอน

มาจะมีอำนาจไฟฟา้ ลบ

ปรากฏการณ์ทางไฟฟ้าท่เี ราพบเห็นในชวี ติ ประจำวันน้ัน สว่ นใหญ่แล้วเกดิ จากการดดู และ

ผลกั กนั ของประจุบวกและประจุลบ

เมื่อถอดเสื้อขนสัตวอ์ อกทางศรี ษะเส้นผมจงึ ตัง้ ชี้ เน่ืองจากเกิดไฟฟา้ สถติ น่นั เอง


1. ไฟฟา้ สถิต


ไฟฟ้าสถิตทีท่ ำให้เส้นผมต้ังชีเ้ กิดข้ึนไดอ้ ย่างไร

ไฟฟา้ สถติ เกิดข้นึ ได้เมอื่ มีการถหู รอื ขดั สีวสั ดุ 2 ชนิด และนำแยกออกจากกัน เช่น 

การเสียดสกี นั ของเสอ้ื กับเสน้ ผม

การขดั หรอื เสยี ดสีกันเชน่ นี้ อเิ ล็กตรอนจะเคลื่อนทจ่ี ากพน้ื ผวิ ของวสั ดุหน่งึ ไปยังพ้นื ผวิ ของ

วสั ดอุ กี ชนดิ หนงึ่  เมอ่ื แยกออกจากกนั  พนื้ ผวิ ของวสั ดทุ งั้ สองจงึ มปี ระจไุ ฟฟา้ แตกตา่ งกนั  

หรอื กลา่ วไดว้ า่ วสั ด ุ “มวี สั ดปุ ระจไุ ฟฟา้ สถติ ” เกดิ ขน้ึ

คำวา่  “สถติ ” หมายถึง การไม่เคล่อื นท ี่ การไม่เคลอ่ื นทใ่ี นที่น้หี มายถงึ  แม้จะมกี าร

ถ่ายเทของประจุเกิดข้ึน แตป่ ระจทุ ถ่ี กู ถ่ายเทก็ไมไ่ ด้เคลอ่ื นท่ี

ตัวอยา่ งของไฟฟา้ สถิต เชน่  ถา่ นไฟฉายจะมกี ารแยกประจบุ วกและลบออกจากกนั  ทำใหเ้ กดิ

ความไม่สมดลุ ขึน้ ระหวา่ งขัว้  โดยที่ขั้วบวกจะขาดอเิ ล็กตรอน และท่ีขั้วลบจะมอี ิเล็กตรอน

มากกว่า  เราเปรียบข้ัวลบเหมอื นกบั ประตูสู่ธนาคารอิเล็กตรอน และข้วั บวกเหมอื นกบั

เรื่อง

ไฟฟ้า


ความรูเ้ บือ้ งต้นและหลักการเกีย่ วกับไฟฟา้


ประตูสูธ่ นาคารทข่ี าดแคลนอเิ ลก็ ตรอน

เราไมอ่ าจมองเห็นไดว้ า่  เกดิ อะไรข้ึนกบั ประจุท่ขี ัว้ บวกและขั้วลบ แต่เราสามารถจำลอง

การเคลอื่ นท่ีของประจเุ หล่าน้ไี ดด้ ว้ ยขวดนำ้  2 ขวด  ขวดใบหนงึ่ เราจะเตมิ นำ้ สลี งไป 

ใช้แทนธนาคารทเี่ ตม็ ไปดว้ ยอิเลก็ ตรอน (ข้วั ลบ) ขวดอกี ใบหน่งึ  (ขวดเปลา่ ) แทนธนาคาร

ที่ขาดอิเล็กตรอน (ข้วั บวก) แลว้ ต่อเชอื่ มขวดทง้ั  2 ใบดว้ ยสายยางสนั้  ๆ   โดยมไี ม้หนีบผา้

หนบี ไวต้ รงกลาง

ดงึ ไมห้ นบี ผา้ ออกและสงั เกตว่าเกดิ อะไรข้ึน 

นำ้ จะหยุดไหลออกจากขวดทเ่ี ป็นข้ัวลบเมอื่ ใด


2. กระแสไฟฟ้า


การอธิบายคำว่า “กระแสไฟฟา้ ” ให้เข้าใจได้ดีขนึ้   อาจยกตวั อย่าง “กระแส” อน่ื  ๆ   ม  า

เปรยี บเทยี บ เชน่  กระแสน้ำในแมน่ ำ้  เส้นทางเดนิ ของมด หรือถนนทม่ี ีรถวิง่ จำนวนมาก 

ซ่ึงจะเคลอื่ นที่ในทศิ ทางเดียวกันตลอดเวลา วตั ถุท่ไี หลไปในทศิ ทางเดียวกันจะก่อให้เกิด

กระแสขึ้น

เม่ือเชือ่ มตอ่ ขั้วของถ่านไฟฉายทัง้  2 ขวั้ เขา้ ดว้ ยกนั  อเิ ล็กตรอนจะไหลจากบรเิ วณที่ม

จำนวนอเิ ลก็ ตรอนมากกว่า (ขัว้ ลบ) ไปยังบรเิ วณทีข่ าดอเิ ล็กตรอน (ขั้วบวก) จึงเกิด

การไหลของกระแสไฟฟา้ หรือกระแสอิเลก็ ตรอนข้ึน  ตรงกันขา้ มกบั การเกิดไฟฟา้ สถิต 

ประจไุ ฟฟ้าจะถกู ถ่ายเทจากที่หนึ่งไปยังอกี ทีห่ น่ึงจากการเคล่ือนตัวของอิเลก็ ตรอน

กระแสไฟฟา้ จะไหลไปเรื่อย ๆ จนกระทงั่ ตัดสายไฟหรือจำนวนประจุสมดุลกัน (เทา่ กัน)

ในแบบจำลองการไหลของนำ้  จะเกดิ สมดลุ ข้ึนเมอ่ื ระดบั น้ำเทา่ กนั  แตก่ ารเกดิ สมดุลของ

ประจใุ นถา่ นไฟฉายจะเกิดชา้ กว่าน ้ี หรอื ท่เี รามักพดู วา่  ถ่านหมด น่นั คอื  อิเลก็ ตรอนทีไ่ หล

จากธนาคารทีเ่ ตม็ ไปดว้ ยอิเลก็ ตรอนไหลเข้าไปยงั ธนาคารทีข่ าดอิเล็กตรอนจนประจุสมดุลกนั


3. วงจรไฟฟ้า


วงจรไฟฟา้ ประกอบด้วย  แหล่งจา่ ยไฟ (เชน่  ถ่านไฟฉาย แบตเตอรี)่  โหลด (เช่น หลอดไฟ) 

และตัวนำกระแสไฟฟ้า (เช่น สายไฟ) กระแสไฟฟา้ จะไหลกต็ ่อเมือ่ มสี ว่ นประกอบเหลา่ นี

ในวงจรไฟฟา้

การไหลของน้ำจากปมั๊ นำ้ ใช้เปน็ แบบจำลองการไหลของกระแสไฟฟ้าไดด้ ี โดยถ่านไฟฉาย

เปรียบเสมือนป๊ัมน้ำ สายไฟเหมอื นทอ่ นำ้  และหลอดไฟเหมือนกังหันเลก็  ๆ   ท  ีน่ ้ำทำให้กังหนั

หมนุ ได ้ อิเล็กตรอนท่ีอยู่ภายในสายไฟเปรยี บเสมอื นหยดนำ้ ภายในทอ่  ซ่ึงจะเคลื่อนตัวเมือ่ ตอ่ เข้ากับปัม๊ นำ้

ลองสรา้ งแบบจำลองการไหลของกระแสอเิ ลก็ ตรอนดว้ ยท่อเล็ก ๆ หรอื สายยาง (สายไฟ) และลูกแก้ว (อิเล็กตรอน) 

วาดหลอดไฟทเ่ี ปน็ โหลดและถา่ นไฟฉายทเี่ ปน็ แหลง่ จ่ายไฟลงบนกระดาษ และตดิ ภาพวาดบนทอ่   ให้จุดเริ่มต้น

เปน็ ขว้ั ลบของถา่ นไฟฉาย แล้วปล่อยลูกแกว้ ไหลผา่ นทอ่  ไปยังหลอดไฟและข้ัวบวกของถ่าน

หากมีพนื้ ทเ่ี พียงพออาจสร้าง “วงจรไฟฟ้า” ที่เหมอื นจรงิ มากขน้ึ   โดยใชเ้ กา้ อ้ีหรือเชอื กแทนสายไฟขนาดใหญ ่

ใหเ้ ดก็  ๆ   เ ลน่ เปน็ อิเล็กตรอนท่วี ่งิ ผา่ นเสน้ เชอื ก โดยเริม่ เดินออกจากขวั้ ลบของถ่านไฟฉาย ซ่ึงเปน็ ธนาคารท่มี จี ำนวน

อิเลก็ ตรอนมากกวา่  (ใช้พรมหรอื สติก๊ เกอรท์ ำสญั ลักษณ์บอกตำแหน่ง) เดนิ ตามสายไฟไปจนถงึ ขว้ั บวกของถ่านไฟฉาย 

ซึ่งเป็นธนาคารท่ีขาดอเิ ลก็ ตรอน

โหลด เช่น ไสห้ ลอดไฟ อาจแทนด้วยช่องแคบ ๆ   (เช่น ท่อขนาดใหญ่ท่ีคลานลอดได ้ หรอื มุดใตเ้ ก้าอ้ี)  ภายในวงจรไฟฟา้  

ท่จี ุดน้ีเด็ก ๆ   จ  ะตอ้ งเบยี ดตัวผ่านไปและเกิดการ “เสียดส”ี  ข้นึ   ในวงจรไฟฟา้ จริง ๆ   อ  เิ ลก็ ตรอนจะเสยี ดสีกบั ไสห้ ลอด

ทำใหเ้ กดิ พลังงานความรอ้ นขึ้น ไส้หลอดที่เป็นโลหะจะรอ้ นและเปล่งแสงออกมา  กลายเปน็ แสงสวา่ งท่ีเรามองเห็นนนั่ เอง

ชือ่ -สกลุ __________________________________________ ช้นั _____________________

กจิ กรรรมที่ 1 วงจรไฟฟา้ อยา่ งงา่ ย
ตอนท่ี 1
คาถาม หลอดไฟสวา่ งได้อย่างไร
วิธีการทดลอง

2

รูปท่ี 1 วงจรไฟฟา้ อยา่ งง่าย รปู ที่ 2 การต่อวงจรไฟฟ้าขนาดใหญท่ ่ซี ับซ้อนขึน้

1. ให้นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ วาดแผนภาพวงจรไฟฟ้าอยา่ งงา่ ย
2. นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ ช่วยกันต่อวงจรไฟฟ้าตามรูปท่ี 1.วงจรไฟฟ้าอย่างงา่ ยใสังเกตการทดลองแล้วบันทึกผล
3. ให้นกั เรียนสลับข้ัวสายไฟบริเวณหลอดไฟสงั เกตการทดลองแล้วบันทึกผล
4. ให้นักเรียนช่วยกันต่อวงจรไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่ซับซ้อนข้ึนภายในห้องด้วยการต่อสายไฟชนิดมีตัวหนีบ
ปากจระเขห้ ลายๆ เส้น สายไฟยาว 5 เมตร และหลอดไฟ 2 หลอดเข้าด้วยกันตามรปู ที่ 2 ตรวจสอบดูว่าหลอดไฟ

สว่างหรือไม่ หากไม่สว่าง ให้ช่วยกันตรวจสอบจุดเช่ือมต่อทุกจุด ซ่ึงอาจจะมีบางจุดที่ข้ัวต่อหลวม ให้สังเกตว่า

ความสวา่ งของหลอดไฟแล้วบนั ทกึ ผล

1

การสงั เกตและการบรรยาย
ใหน้ ักเรียนเขยี นหรือวาดภาพสงิ่ ทส่ี ังเกตไดร้ ะหวา่ งทาการทดลองลงในช่องสี่เหลยี่ มที่กาหนดให้

บันทกึ ผลการทดลอง ผลการทดลอง 2
รายการทดลอง

ต่อวงจรไฟฟ้าตามรปู ที่ 1 วงจรไฟฟา้ อย่างง่าย

สลับข้ัวของสายไฟบริเวณหลอดไฟ
รูปท่ี 2 การตอ่ วงจรไฟฟ้าขนาดใหญ่ท่ซี ับซ้อนข้นึ

อภิปรายผลการทดลอง
............................................................................................................................. ...............................................
............................................................................................................................. ................................................

2

ช่ือ-สกลุ ________________________________________ ช้นั _______________________ 2
ใบกิจกรรมที่ 2 เรอ่ื ง การทดลองต่อเซลล์ไฟฟ้า

คาชี้แจง ให้นักเรียนออกแบบแผนภาพวงจรไฟฟ้าท่ีใช้เซลล์ไฟฟ้าเคมีเป็นแหล่งพลังงาน ตามเงื่อนไข
ท่ีกาหนดให้ พร้อมทั้งระบุสว่ นประกอบในวงจรไฟฟ้าใหค้ รบถว้ น
แผนภาพวงจรไฟฟา้ ทีใ่ ช้ถา่ นไฟฉาย 1 ก้อน แผนภาพวงจรไฟฟ้าที่ใช้ถ่านไฟฉาย 2 กอ้ น

แผนภาพวงจรไฟฟ้าท่ใี ช้ถ่านไฟฉาย 3 กอ้ น แผนภาพวงจรไฟฟา้ ท่ีใช้ถา่ นไฟฉาย 4 กอ้ น

1

ตอนท่ี 1 การต่อเซลลไ์ ฟฟา้ แบบอนกุ รม
จุดประสงคก์ ารทดลอง

นักเรียนสามารถออกแบบการทดลองและทดลองการต่อเซลล์ไฟฟา้ แบบอนกุ รมได้

อปุ กรณ์ทีใ่ ช้ในกจิ กรรมการทดลอง กลุ่มละ 1 หลอด
1. หลอดไฟฟา้ กลมุ่ ละ 1 อนั
2. ฐานหลอดไฟ กลมุ่ ละ 8 เสน้
3. สายไฟชนิดมีตัวหนบี ปากจระเข้ กลุ่มละ 4 ก้อน
4. ถา่ นไฟฉาย กลมุ่ ละ 4 อนั
5. รางถา่ นชนดิ บรรจุ 2 ก้อน

สมมติฐานการทดลอง 2
............................................................................................................................. .................................................

................................................................................. .............................................................................................

วิธีการทดลอง (ให้นักเรียนวาดภาพวธิ ีการทดลองในแต่ละการทดลอง)

การทดลองท่ี 1 ตอ่ ถา่ นไฟฉาย 1 ก้อนเข้ากับหลอดไฟ การทดลองที่ 2 ต่อถ่านไฟฉาย 2 กอ้ นเข้ากับหลอดไฟ

การทดลองที่ 3 ต่อถ่านไฟฉาย 3 กอ้ นเข้ากบั หลอดไฟ การทดลองที่ 4 ต่อถ่านไฟฉาย 4 ก้อนเข้ากบั หลอดไฟ

2

ผลการทดลอง (การบันทึกข้อมูลความสว่างของหลอดไฟ เมื่อใช้จานวนถ่านไฟฉายต่างกัน อาจจะใช้วิธีการ
วาดภาพประกอบกับการจดบนั ทกึ ลงในตาราง)

การทดลองครง้ั ที่ จานวนถา่ นไฟฉาย บนั ทกึ สง่ิ ทสี่ ังเกตได้

1

2 2

3

4

สรปุ ผลการทดลอง
............................................................................................................................. .................................................
................................................................................. .............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

3

คาถามท้ายการทดลอง 2
จากการทดลองให้นักเรียนเรียงลาดับความสว่างของหลอดไฟ เม่ือใช้จานวนถ่านไฟฉายต่างกันโดย

เรียงลาดับดงั นี้ สว่างน้อย = 1 สว่างปานกลาง = 2 สวา่ งมาก = 3 และ สวา่ งทส่ี ดุ = 4
จานวนถา่ น

ลาดับความสว่าง

4

ตอนที่ 2 การตอ่ เซลล์ไฟฟ้าแบบขนาน
จดุ ประสงคก์ ารทดลอง

นักเรยี นสามารถออกแบบการทดลองและทดลองการตอ่ เซลล์ไฟฟา้ แบบขนานได้

อุปกรณ์ทใ่ี ช้ในกจิ กรรมการทดลอง กลุ่มละ 1 หลอด
กลุ่มละ 1 อนั
1. หลอดไฟฟา้ กลุ่มละ 8 เส้น
2. ฐานหลอดไฟ กลุ่มละ 4 ก้อน
3. สายไฟชนิดมตี วั หนีบปากจระเข้ กลุ่มละ 4 อัน
4. ถา่ นไฟฉาย
5. รางถา่ นชนดิ บรรจุ 1 ก้อน

สมมติฐานการทดลอง 2
............................................................................................................................. .................................................
................................................................................. .............................................................................................

วธิ กี ารทดลอง (ใหน้ ักเรียนวาดภาพวธิ ีการทดลองในแต่ละการทดลอง)

การทดลองท่ี 1 ต่อถ่านไฟฉาย 1 กอ้ นเข้ากบั หลอดไฟ การทดลองที่ 2 ตอ่ ถา่ นไฟฉาย 2 กอ้ นเข้ากบั หลอดไฟ

การทดลองที่ 3 ต่อถา่ นไฟฉาย 3 ก้อนเข้ากับหลอดไฟ การทดลองที่ 4 ตอ่ ถ่านไฟฉาย 4 กอ้ นเข้ากบั หลอดไฟ

5

ผลการทดลอง (การบันทึกข้อมูลความสว่างของหลอดไฟ เมื่อใช้จานวนถ่านไฟฉายต่างกัน อาจจะใช้วิธีการ
วาดภาพประกอบกับการจดบนั ทกึ ลงในตาราง)

การทดลองครง้ั ที่ จานวนถา่ นไฟฉาย บนั ทกึ สง่ิ ทสี่ ังเกตได้

1

2 2

3

4

สรปุ ผลการทดลอง
............................................................................................................................. .................................................
................................................................................. .............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

6

คาถามทา้ ยการทดลอง 2
จากการทดลองการต่อเซลลไ์ ฟฟา้ แบบอนุกรม และการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบขนานสง่ิ ที่นักเรยี นสงั เกตได้

จากการทดลองมีความเหมือนกันและแตกตา่ งกันอย่างไร จงอธบิ าย
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. .......................................................................................... ..
............................................................................................................................. ..............................................
(หมายเหตุ : ครูเฉลยคำถำมท้ำยกำรทดลองและอธิบำยเพ่ิมเติมเกี่ยวกับกำรต่อเซลล์ไฟฟ้ำแบบอนุกรม และ
กำรต่อเซลล์ไฟฟ้ำแบบขนำน)

7

กิจกรรมที่ 1 ตดิ หนึบโดยไม่ต้องใช้กาว 1

วัสดุและอุปกรณ์
- ผ้าขนสัตว์ (ผ้าพันคอ หมวก ถุงมอื ถุงเท้า)
- กรรไกร
- ลกู โป่ง
- พลาสตกิ กันกระแทก
- เชือก

วิธีทาการทดลอง
ให้เด็กๆ ถูลูกโป่ง พลาสติกกันกระแทก และวัสดุอื่นๆ ด้วยผ้าขนสัตว์ แล้วนาไปแนบกับผนัง สังเกต

สิ่งทเ่ี กดิ ข้ึนและบันทึกผลลงในกรอบสีเหลี่ยม

ช่างไฟฟ้าตัวนอ้ ย

แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 2 : วงจรไฟฟา้ อย่างน้อย เพ่ื อ น าเส น อ รู ป แ บ บ ที่ เห ม า ะ ส ม กั บ ผู้ ป ก ค รอ ง 2
ก่อนลงมอื ปฏบิ ตั ิในสถานทีจ่ ริง
บทนา
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 2 ผู้ช่วยผู้ปกครอง
นั ก เรียน สวม บ ท บ าท เป็ น ผู้ช่ วย ผู้ ป ก ครอ ง จะต้องเรียนรู้ส่วนประกอบ และหน้าที่ของอุปกรณ์
เพ่ือปฏิบัติภารกิจในการเดินระบบไฟฟ้าภายใน ในวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย ได้แก่ แหล่งกาเนิดไฟฟ้า
บ้านของนักเรียน โดยบ้านหลังน้ีมีลักษณะของตัว สายไฟฟ้า และเคร่ืองใช้ไฟฟ้า การต่อวงจรไฟฟ้า
บ้านเป็นช้ันเดียวท่ีมีพ้ืนท่ีใช้สอยจานวน 4 ห้อง อย่างง่ายโดยใช้เซลล์ไฟ ฟ้า โดยแต่ละกลุ่ม
ป ระกอบ ด้วย ห้ องโถง ห้ องน อน ห้ องครัว จะต้องหาวิธกี ารตอ่ วงจรไฟฟา้ อยา่ งง่ายเพื่อให้
และห้องน้า ก่อนท่ีจะปฏิบัติภารกิจจริงผู้ช่วย เครื่องใช้ไฟฟ้าทางาน
ผปู้ กครองจะต้องเรียนรู้เกี่ยวกับการต่อระบบไฟฟ้า
ภายในบ้าน และสร้างแบบบ้านจาลองพร้อมท้ัง
ต่อ ระบ บ ไฟ ฟ้ าใน บ้ าน จาล อ งให้ เรียบ ร้อ ย

คาศัพท์

แหลง่ กาเนิดไฟฟา้ สายไฟฟา้ อปุ กรณ์ไฟฟ้า วงจรไฟฟา้ อย่างง่าย เซลล์ไฟฟา้ การตอ่ เซลล์ไฟฟา้
แบบอนกุ รม และการต่อเซลลไ์ ฟฟ้าแบบขนาน

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

นกั เรยี นสามารถ:
- ระบุสว่ นประกอบและบรรยายหนา้ ทข่ี องแตล่ ะส่วนประกอบของวงจรไฟฟ้าอย่างง่ายจากหลักฐาน
เชงิ ประจักษ์
- เขียนแผนภาพและต่อวงจรไฟฟา้ อย่างง่าย
- ออกแบบการทดลองและทดลองการต่อเซลลไ์ ฟฟา้ แบบอนุกรมได้
- ออกแบบการทดลองและทดลองการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบขนานได้
- นาความรู้เรอื่ งการต่อเซลลไ์ ฟฟ้าแบบอนุกรมไปใชป้ ระโยชน์ในชีวิตประจาวันได้

1

ⓒ Inspiring Science Project 2012

กิจกรรมการเรียนรู้ 120 นาที

ขั้นท่ี 1 ต้ังคาถามเก่ียวกับปรากฏการณธ์ รรมชาติ 25 นาที

นกั เรียนสงั เกตการณ์ทางานของไฟฉาย ความสวา่ งของไฟฉายขน้ึ อยู่กับปจั จยั ใดบ้าง จานวนถา่ นไฟฉายสัมพันธ์

กับความสวา่ งของไฟฉายอยา่ งไร

1. นกั เรียนแบ่งกลุ่มๆ ละ 4-5 คน ดว้ ยการสมุ่ นบั แลว้ นักเรียนน่งั เปน็ กลุ่ม

2. ครูกระตุ้นความสนใจของนักเรียนโดยการถามคาถามนักเรียนว่าการที่หลอดไฟฉายสว่างได้น้ัน

ต้องมปี ระกอบดว้ ยอปุ กรณ์อะไรบ้าง

3. เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านจะทางานได้นั้น ต้องประกอบด้วยอุปกรณ์ใดบ้าง คล้ายกับการทางาน

ของไฟฉายหรอื ไม่ อยา่ งไร

4. นักเรียนแต่ละกลุ่มรับอุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างง่าย ประกอบด้วย (ครูแจกใบความรู้เก่ียวกับการทางาน

และหน้าทีข่ องอปุ กรณ์ไฟฟา้ แต่ละชนิด)

- ถา่ นไฟฉาย 2 ก้อน 2

- รางถา่ นชนดิ บรรจุ 2 ก้อน 1 อนั

- หลอดไฟฉาย 3.8 v 1 หลอด

- สายไฟชนิดมีตัวหนีบปากจระเข้ 8 เส้น

5. นกั เรยี นทดลองต่อวงจรไฟฟ้าอยา่ งงา่ ย ตามใบกิจกรรมที่ 1 การตอ่ วงจรอย่างงา่ ย

6. หลงั จากท่ีนักเรียนทากิจกรรมท่ี 1 ครกู ระต้นุ ให้นักเรยี นเกิดคาถามเกยี่ วกบั สิ่งทค่ี ้นพบในการทดลอง

- การทีห่ ลอดไฟจะสวา่ งได้นน้ั ตอ้ งประกอบด้วยอปุ กรณ์ใดบ้าง

- การท่หี ลอดไฟจะสวา่ ง ตอ้ งมีถ่านไฟฉายท่ที าหนา้ ที่เป็นแหลง่ กาเนดิ ไฟฟ้า เพ่ือใหห้ ลอดไฟสวา่ ง

นกั เรียนคดิ วา่ จานวนถ่านไฟฉายมผี ลตอ่ ความสวา่ งของหลอดไฟหรือไม่ อยา่ งไร

ขั้นท่ี 2 รวบรวมความคดิ และขอ้ สนั นษิ ฐาน 5 นาที

นักเรยี นสังเกตการตอ่ วงจรไฟฟา้ อยา่ งง่าย เราสามารถตอ่ ถ่านไฟฉายได้กแ่ี บบ แล้วร่วมกันตง้ั ข้อสมมตฐิ าน
และออกแบบวงจรการต่อเซลลไ์ ฟฟ้าจะมีผลตอ่ ความสว่างของหลอดไฟอยา่ งไร

1. ครูใช้คาถามเพ่อื กระต้นุ ความคิดของนักเรยี น ดังน้ี
- ถ้านักเรียนมีอุปกรณ์ไฟฟ้า ได้แก่ หลอดไฟฟ้า 1 หลอด ฐานหลอดไฟ 1 อัน สายไฟชนิด
หนีบปากจระเข้ 4 เส้น และ ถ่านไฟฉาย 1 ก้อน นักเรียนจะมีวิธีการทาให้หลอดไฟสว่าง
ได้อย่างไร
- นักเรียนคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น เม่ือนักเรียนต่อเซลล์ไฟฟ้าโดยใช้ถ่านไฟฉาย จานวน 2 ก้อน
3 กอ้ น และ 4 กอ้ นตามลาดบั ความสวา่ งของหลอดไฟจะมคี วามแตกต่างกนั อย่างไร

2

ⓒ Inspiring Science Project 2012

ขัน้ ท่ี 3 ทดสอบและปฏบิ ัตกิ ารสืบเสาะ 60 นาที

นักเรียนทากิจกรรมการทดลองศึกษาผลของการต่อเซลล์ไฟฟ้า ในวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย เพื่อตรวจสอบ
สมมตฐิ าน ไดแ้ ก่ วงจรไฟฟา้ ท่ปี ระกอบไปด้วยเซลลไ์ ฟฟา้ 1 , 2, 3, และ 4 เซลล์ โดยใชว้ งจรอนุกรมและขนาน

1. ครแู นะนาอุปกรณท์ ใี่ ช้ในกจิ กรรมการทดลอง ได้แก่

1. หลอดไฟฟา้ (ขนาด 6 V 0.6 W E10) กล่มุ ละ 1 หลอด

2. ฐานหลอดไฟ (E10) กล่มุ ละ 1 อนั

3. สายไฟชนิดมตี ัวหนีบปากจระเข้ กลมุ่ ละ 8 เส้น

4. ถา่ นไฟฉาย กลุ่มละ 4 กอ้ น

5. รางถา่ นชนิดบรรจุ 1 กอ้ น กลุ่มละ 4 อัน

ครแู นะนาอุปกรณ์ทจ่ี ะใชใ้ นการทดลอง ไดแ้ ก่ หลอดไฟฟ้า ฐานหลอดไฟ สายไฟชนิดมตี ัวหนีบปา

จระเข้ และถา่ นไฟฉาย จากน้ันครูแนะนาวิธีการทดลองดังนี้

- การใชง้ านหลอดไฟ หมุนหลอดไฟสวมเข้ากับฐานหลอด ซึ่งท่ีด้านซา้ ยและขวาของฐานจะมีข้ัว

2 ข้ัวที่ใช้เชอ่ื มตอ่ กับข้ัวของถา่ นไฟฉาย 2

- ครูอธิบายวิธีการใช้งานสายไฟชนิดมีตัวหนีบปากจระเข้ ให้นักเรียนฝึกใช้ตัวหนีบปากจระเข้

โดยหนีบกบั แผ่นกระดาษและถอดออกหลายๆ ครัง้

2. นักเรียนลงมือต่อวงจรไฟฟ้าท่ีประกอบด้วย หลอดไฟฟ้า ฐานหลอดไฟ สายไฟชนิดมีตัวหนีบปาก

จระเข้ โดยดาเนินการทดลองดงั นี้ (ตอ่ แบบอนุกรม)

- การทดลองท่ี 1 ต่อถา่ นไฟฉาย 1 กอ้ น

- การทดลองที่ 2 ตอ่ ถา่ นไฟฉาย 2 ก้อนแบบอนุกรม

- การทดลองท่ี 3 ต่อถ่านไฟฉาย 3 ก้อนแบบอนุกรม

- การทดลองที่ 4 ตอ่ ถ่านไฟฉาย 4 ก้อนแบบอนุกรม

3. นักเรียนลงมือต่อวงจรไฟฟ้าท่ีประกอบด้วย หลอดไฟฟ้า ฐานหลอดไฟ สายไฟชนิดมีตัวหนีบปาก

จระเข้ โดยดาเนนิ การทดลองดงั น้ี (ตอ่ แบบขนาน)

- การทดลองที่ 1 ต่อถา่ นไฟฉาย 1 กอ้ น

- การทดลองที่ 2 ตอ่ ถา่ นไฟฉาย 2 กอ้ นแบบขนาน

- การทดลองท่ี 3 ต่อถ่านไฟฉาย 3 กอ้ นแบบขนาน

- การทดลองที่ 4 ตอ่ ถา่ นไฟฉาย 4 กอ้ นแบบขนาน

ขน้ั ที่ 4 สังเกตและบรรยาย 10 นาที

นักเรียนสังเกตผลที่เกิดขึ้น ในระหว่างการทดลองต่อเซลล์ไฟฟ้า การต่อเซลล์แบบอนุกรม และแบบขนาน
มีผลต่อความสว่างของหลอดไฟ การต่อแบบอนุกรม หรือแบบขนานที่ทาให้หลอดไฟสว่างกว่า หรือการต่อ

แบบไหนทจี่ ะทาใหส้ ว่างได้นานกว่า
1. นักเรียนลงมือปฏิบัติการต่อเซลล์ไฟฟ้าตามแผนภาพวงจรไฟฟ้าที่ออกแบบการทดลองไว้ จากน้ัน

สังเกตผลท่ีเกิดข้ึน และบันทึกผลการทดลอง ในใบกิจกรรมท่ี 2 เร่ือง การทดลองต่อเซลล์ไฟฟ้าตาม

แผนภาพวงจรไฟฟ้า

3

ⓒ Inspiring Science Project 2012

2. ครูถามนักเรียนเกี่ยวกับสิ่งท่ีนักเรียนสังเกตเห็นจากกิจกรรมการทดลอง เพ่ือให้อธิบายส่ิงที่นักเรียน
สังเกตเห็นในขณะทาการทดลอง โดยใช้คาถามดงั นี้

- เม่ือนักเรียนต่อเซลล์ไฟฟ้าจากแผนภาพวงจรไฟฟ้าท่ีนักเรียนออกแบบการทดลอง นักเรียน
สงั เกตเหน็ อะไรบ้าง

- เมื่อนักเรียนต่อเซลล์ไฟฟ้าโดยใช้ถ่านไฟฉายจานวนต่างกัน จานวนถ่านไฟฉายมีผลต่อความ
สว่างของหลอดไฟหรือไม่ อย่างไร

- การต่อเซลล์แบบอนกุ รมและแบบขนานมีผลต่อความสว่างของหลอดไฟอย่างไร

ข้ันท่ี 5 บนั ทกึ ข้อมลู 10 นาที

นักเรยี นบนั ทึกผลการทดลองทไี่ ด้จากการทากจิ กรรมการทดลอง แล้วเขยี นโปสเตอร์นาเสนอวิธกี ารต่อ 2
เซลลไ์ ฟฟ้า ที่มีความเหมาะสมสาหรบั กจิ กรรมต่างๆ ในชีวิตประจาวัน

1. นักเรียนบันทึกผลการปฏิบัติการต่อเซลล์ไฟฟ้า ตามแผนภาพวงจรไฟฟ้าท่ีออกแบบไว้ ผลการ
ทดลอง สิ่งทไ่ี ด้เรียนรู้จากกจิ กรรม และการนาการตอ่ เซลล์ไฟฟา้ เคมีไปใช้ประโยชน์

2. การบันทึกข้อมูลของนักเรียน ให้นักเรียนวาดแผนภาพวงจรไฟฟ้าและบันทึกข้อมูลความสว่าง
ของหลอดไฟ เมื่อใช้จานวนถ่านไฟฉายต่างกัน อาจจะใช้วิธีการวาดภาพประกอบกับการจดบันทึก
ลงในใบบันทึกกจิ กรรม

ขน้ั ที่ 6 อภิปรายผล 10 นาที

นกั เรยี นร่วมกันภิปรายผลที่ไดจ้ ากการทดลอง และนาเสนอวิธกี ารนาไปใช้ในชีวิตประจาวัน

1. ครแู ละนักเรยี นพูดคุยแลกเปล่ยี นประสบการณจ์ ากการสงั เกตรว่ มกัน โดยพูดคุยกันในประเด็นดงั นี้
- นักเรียนค้นพบอะไรจากการทดลอง และผลการทดลองท่ีได้ตรงกับส่ิงท่ีนักเรียนคาดเดาไว้
หรอื ไม่

2. จากการพูดคุยแลกเปล่ียนประสบการณ์ควรจะได้ข้อสรุปดังน้ี เม่ือต่อสายไฟ หลอดไฟ
และถ่านไฟฉายครบวงจร อิเล็กตรอนจะไหลจากขั้วลบไปยังขั้วบวกของถ่านไฟฉายเสมอ อิเล็กตรอนไหล
จากขั้วลบของถ่านไฟฉายผ่านทางสายไฟไปยังหลอดไฟและวกกลับเข้าสู่ขั้วบวกของถ่านไฟฉาย
การเคล่ือนทขี่ องอิเล็กตรอนผ่านหลอดไฟ ทาใหห้ ลอดไฟสว่าง เมอื่ ตัดวงจรไฟฟ้าอิเล็กตรอนจะไหลไมค่ รบ
วงจรหลอดไฟจงึ ดบั

3. ครแู ละนักเรียนรว่ มกันอภปิ รายเกีย่ วกับการนาการต่อวงจรไฟฟา้ จากเซลลไ์ ฟฟา้ ไปใช้ประโยชน์

4

ⓒ Inspiring Science Project 2012

การประเมินผลโดยคานึงถึงความแตกต่างระหวา่ งบุคคล

การวัดและประเมินผล

จดุ ประสงค์การเรียนรู้ หลกั ฐานการประเมนิ เกณฑ์การประเมิน

- ออกแบบการทดลองและ แบบบนั ทึกกิจกรรมการทดลอง ดาเนินการทดลองได้

ทดลองการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบ ครบถ้วนและบนั ทึกผล

อนุกรมได้ การทดลองได้ถูกต้อง

- ออกแบบการทดลองและ

ทดลองการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบ

ขนานได้

- นาความร้เู รอื่ งการต่อ

เซลลไ์ ฟฟา้ แบบอนุกรมไปใช้ 2

ประโยชน์ในชีวิตประจาวนั ได้

การประเมนิ ผลย่อย
ครูสามารถประเมินความรู้ของนักเรียนและความก้าวหน้าได้จากการตอบแลกเปล่ียนส่ิงที่สังเกตเห็น

และจากการตอบคาถามในชั้นเรียน นักเรียนท่ีมีพื้นฐานความรู้ดีกว่าและสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้
และตอบคาถามไดด้ ีกว่า

ความแตกต่างระหว่างบคุ คล
ในกิจกรรมกลุ่ม การแบ่งกลุ่มแบบคละความสามารถ เพื่อให้นักเรียนเก่งสามารถช่วยนักเรียน

ทเี่ รียนอ่อนกว่าได้

5

ⓒ Inspiring Science Project 2012

การเตรียมบทเรยี น

ส่อื การเรียนการสอนท่ีใช้ 2 ก้อน 2
1 อนั
ใบกิจกรรม เรอ่ื ง การตอ่ เซลลไ์ ฟฟ้าเคมี 1 หลอด
8 เสน้
เคร่ืองมอื ที่ใช้
กลุ่มละ 1 หลอด
ขั้นสรา้ งความสนใจ กลุ่มละ 1 อัน
1. ถ่านไฟฉาย กลมุ่ ละ 8 เสน้
2. รางถา่ นชนิดบรรจุ 2 ก้อน กลุ่มละ 4 ก้อน
3. หลอดไฟฉาย 3.8 v กลมุ่ ละ 4 อนั
4. สายไฟชนดิ มตี ัวหนีบปากจระเข้

ขั้นสารวจและคน้ หา
1. หลอดไฟฟา้ (ขนาด 3.8 V 0.6 W E10)
2. ฐานหลอดไฟ (E10)
3. สายไฟชนิดมีตวั หนบี ปากจระเข้
4. ถา่ นไฟฉาย
5. รางถา่ นชนิดบรรจุ 1 ก้อน

ขัน้ อธิบายและลงข้อสรุป
ไมม่ ี

ขั้นขยายความรู้
ไมม่ ี

ขน้ั ประเมินผล
ไม่มี

6

ⓒ Inspiring Science Project 2012

เรอื่ ง ปรากฏการณ ์ ไฟฟา้
ไฟฟา้ การทดลอง ท่ี 1


ส่งิ ทีพ่ บเห็นในชีวติ ประจำวัน
ตดิ หนบึ โดยไมต่

ไฟฟ้าเป็นสงิ่ ทีพ่ บเห็นได้ทัว่ ไป  ส่ิงท่นี า่ ประหลาดใจหลาย
รปู ท่ี 1: วัสดอุ ปุ กรณ

อยา่ งในชวี ิตประจำวนั เกดิ จากไฟฟา้ สถิต เด็ก ๆ อาจเคยเห็น

เสน้ ผมของตนตงั้ ชขี้ ึ้นหลงั จากหวีผม หรือเคยเหน็ เมด็ โฟม 
แนวคดิ หลักของการทดลอง

เล็ก ๆ ติด “หนบึ ” กบั วัสดุอ่ืน ๆ มาบา้ งแลว้

วัสดุบางชนิดเม่ือมีการเสยี ดสกี นั
ภาพรวมการทดลอง
ใหก้ นั  และเมือ่ แยกออกจากกนั จ

ใหเ้ ด็ก ๆ นำวสั ดตุ า่ ง ๆ เชน่  ลกู โปง่  พลาสตกิ กนั กระแทก 
  เรม่ิ ต้นจาก

มาถกู นั ด้วยผา้ ขนสัตว ์ วิธีนี้จะทำให้เกิดไฟฟา้ สถติ ข้ึนที่ผวิ  

ของวสั ดุเหลา่ นั้น
ข้อเสนอแนะ:  การทดลองเรอ่ื
เดก็  ๆ จะไดเ้ รียนรู้วา่  วสั ดุท่ีมีไฟฟา้ สถิตสามารถดดู หรือผลกั ถ้าทดลองในวันท่ีอากาศเย็น แล
วัสดุอื่น ๆ ได
้ ในการทดลองเรื่องไฟฟา้ สถติ มัก
2 อย่างเขา้ ด้วยกนั เสมอ  การถูเ
วัสดุอุปกรณ์
สำหรับเด็กบางคน จึงตอ้ งฝึกฝน
สำหรบั การทดลองรวม
ติดได้โดยไมต่ ้องใชก้ าว

ถอื พลาสติกกนั กระแทกหรอื ลกู โ
l ผา้ ขนสัตว ์ (ผา้ พันคอ หมวก ถุงมอื  ถงุ เทา้  ฯลฯ)
เมื่อปลอ่ ยมอื  แผน่ พลาสติกหรือ
l กรรไกร
ถามเด็ก ๆ วา่ สามารถทำให้แผน่
สำหรบั เด็กแตล่ ะคน
ลูกโป่งตดิ กับผนงั โดยไมต่ ้องใช้ต
l พลาสติกกนั กระแทก

l ลูกโปง่  และปม๊ั สบู ลม (ถ้ามี)
ทดลองตอ่ ไป

l เชอื ก

สำหรบั ทำการทดลองเพ่ิมเตมิ
ใช้เชือกผกู ลูกโปง่ ไว้แล้วใชผ้ า้ ขน
l กระจกเงาบานเล็ก (เชน่  กระจกพกพา)
เกิดอะไรขึ้น เมือ่ นำลูกโปง่ ไปสมั
(รูปท ่ี 1)
ถา้ ลูกโปง่ มีลายพิมพ์ให้ถบู รเิ วณ

าสถติ


ตอ้ งใชก้ าว





รูปที่ 2: ถูลกู โปง่ ดว้ ยผ้าขนสัตว์
รูปที่ 3: พลาสติกกนั กระแทกติดประตไู ด้

โดยไมต่ อ้ งใชก้ าว





นจะมีการถา่ ยเทอเิ ล็กตรอน มีไฟฟ้าสถิต วสั ดทุ ีม่ ีประจไุ ฟฟ้าตา่ งกันจะดดู เขา้ หากนั  

จะทำให้วสั ดุแต่ละอนั  
วัสดทุ ี่มปี ระจไุ ฟฟ้าเหมือนกันจะผลกั กัน


องไฟฟา้ สถิตจะได้ผลด ี
ลองทำตามความคดิ เหน็ ของเดก็  ๆ จากนน้ั จงึ นำผา้ ขนสตั ว 
์ © Haus der kleinen Forscher, Germany  Thai translation supported by

ละแห้ง
ใหเ้ ดก็  และบอกวธิ ใี ชผ้ า้ ถกู บั แผน่ พลาสตกิ หรอื ลกู โปง่  (รปู ท ี่ 2)

กจะมีการขดั ถูผวิ ของวสั ด ุ
  ลองใช้วิธกี ารตา่ ง ๆ ในการถ ู เชน่  สวมไวท้ มี่ อื แลว้ ถูลูกโป่ง 

เชน่ นอี้ าจเป็นเร่อื งยาก 
โดยใชข้ าหนีบลูกโป่งไว ้ หรอื ใหเ้ ด็กคนอื่นถอื ลกู โป่งไวใ้ ห้

นให้เกดิ ความชำนาญ
เกดิ อะไรขนึ้ เม่อื นำแผ่นพลาสตกิ หรือลูกโป่งดา้ นทถี่ ูดว้ ย 

ผ้าขนสตั วไ์ ปแนบไว้กับผนังและปลอ่ ยมือ  ถา้ เปล่ยี นข้าง 

โป่งใหแ้ นบติดกับผนัง
ทแ่ี นบเป็นอกี ขา้ งหน่งึ ของลูกโป่งจะเกดิ อะไรข้นึ   ถ้าขดั ถ
ู 
อลกู โป่งตดิ กบั ผนังได้หรอื ไม ่ แผ่นพลาสตกิ หรอื ลูกโปง่ ดว้ ยวสั ดอุ นื่  ๆ จะสามารถทำให 

นพลาสติกกนั กระแทกหรือ 
ดดู ตดิ กับผนงั ได้หรือไม่

ตะปแู ละกาวไดอ้ ย่างไร 


นสตั วถ์ ลู ูกโปง่
และนำเขา้ ไปใกล้กับวัสดอุ ืน่  ๆ  เกดิ อะไรข้ึนเมื่อนำลูกโปง่  

มผสั กับสิ่งต่าง ๆ
เข้ามาใกล ้ๆ กบั กางเกง

ณนเี้ ปน็ พเิ ศษ 


เร่อื ง ปรากฏการณ ์ ไฟฟ้า
ไฟฟ้า การทดลอง ที่ 1


รปู ที่ 4: ลูกโป่งดูดตดิ กับขากางเกง
รปู ที่ 5: เส้นผมตง้ั ชี้ข้ึน
ตดิ หนึบโดยไม่ต

เกิดอะไรข้นึ


แผ่นพลาสตกิ และลกู โปง่ สามาร
เน่อื งจากเกิดไฟฟ้าสถติ ท่ีผิวลกู โ
ขนสตั ว์ ทำให้แผ่นพลาสตกิ และ

คำแนะนำ


ใหเ้ ด็ก ๆ แขง่ ขันกนั วา่  ลูกโป่งขอ
อาจนำลูกโปง่ มาถูกบั ผมของตน
ลกู โป่งติดอยูก่ ับผมไดห้ รอื ไม่

เมื่อคอ่ ย ๆ นำลกู โป่งออกหา่ งจาก
(รปู ท ี่ 5)  ลองสอ่ งดใู นกระจกเง
สงั เกตใหด้ ี อาจเหน็ ประกายไฟเ

ทำไมเป็นเชน่ นัน้


เมอ่ื วสั ดเุ กิดการเสียดสกี ัน จะมกี
อเิ ลก็ ตรอนจากผา้ ขนสตั วจ์ ะเคลอ่ื
กันกระแทกและลูกโป่ง เน่ืองจา
เป็นลบ  แผ่นพลาสตกิ และลูกโป
จงึ มีประจุไฟฟ้าเปน็ ลบ ส่วนผ้าข
ประจไุ ฟฟา้ เป็นบวก วัสดุที่มปี ระ
หรือลบ) จะผลักกัน ดังนั้น ลกู โป
เป็นลบ จงึ ผลักกนั

แล้วทำไมขากางเกงท่เี ป็นกลางท
ท่ีมีอำนาจไฟฟา้ เป็นลบได ้ วัสด
การถ่ายเทประจไุ ฟฟ้ากบั วัสดุทเ่ี
ขากางเกง  เม่ือนำลูกโปง่ ทีม่ ีอำ

าสถติ


ต้องใช้กาว


รถยดึ ติดกบั ผนังได ้ (รูปท่ ี 3)  ลกู โป่งมีไฟฟา้ สถติ จึงดดู ตดิ กบั วัสดุต่าง ๆ เชน่  ขากางเกง 

โป่ง ซ่ึงเกิดจากการถดู ว้ ยผา้ (รปู ท ่ี 4) 

ะลูกโปง่ ดูดตดิ กบั ผนังได้


องใครติดอยู่กบั ผนงั ไดน้ านที่สดุ
ทดลองดูซิว่าจะเกดิ อะไรข้นึ  เมอื่ นำลูกโป่งที่มไี ฟฟา้ สถิต 

นเอง  ถามเดก็  ๆ วา่ รสู้ ึกอย่างไร 2 ลูกเขา้ มาใกล ้ ๆ กัน

ข้อเสนอแนะ:  วสั ดทุ ีม่ ไี ฟฟา้ สถิตจะคายประจอุ ยา่ งรวดเรว็

เม่ือสมั ผัสกบั วสั ดทุ ีอ่ ย่ตู ิดกับพ้ืนดนิ  เช่น ทอ่ หรอื ก๊อกน้ำ 

กเส้นผม เสน้ ผมจะต้งั ชี้ขนึ้
และจะคายประจุได้ดขี ึน้ เมือ่ พ้ืนผวิ นั้นเปียกชื้นเล็กนอ้ ย

งา ถา้ ทดลองในหอ้ งมดื และ
เล็ก ๆ อกี ดว้ ย
ขณะทำการทดลองเร่ืองไฟฟ้าสถติ  สามารถทำการทดลอง 

เรอ่ื งแรงดดู และแรงผลักของแมเ่ หลก็ ไปพร้อมกนั ได ้

และนำมาเปรยี บเทยี บกนั


การถ่ายเทประจุให้กนั ได ้ กับขากางเกง  อิเล็กตรอนบนผิวของขากางเกงจะถูกผลัก 

อนมายงั ผวิ ของแผน่ พลาสตกิ ให้ไปรวมตวั กนั อยอู่ ีกด้านหนง่ึ   ก่อให้เกดิ เสมอื นมขี ้ัวบวก 

ากอเิ ลก็ ตรอนมีประจุไฟฟา้  
ทขี่ ากางเกงสว่ นบน ดงั นัน้ ขากางเกงส่วนบนจึงดึงดูดลูกโปง่  

ปง่ ทีม่ ีจำนวนอเิ ล็กตรอนเกนิ  
ท่มี อี ำนาจไฟฟา้ เปน็ ลบได้  เราเรยี กปรากฏการณ์น้วี ่า 

ขนสตั ว์ท่ีสูญเสียไปจงึ มี การเหนยี่ วนำไฟฟ้า เช่นเดียวกบั สิง่ ทเ่ี กดิ ข้ึนเม่อื นำแผน่
ะจุไฟฟ้าเหมือนกัน (บวก 
พลาสติกที่มีประจุไฟฟ้าเป็นลบไปแนบกบั ฝาผนังท่ีเปน็  

ปง่  2 ลกู ทมี่ ีประจไุ ฟฟ้า 
กลางทางไฟฟ้า

ทางไฟฟ้าจงึ ดูดตดิ กับลูกโป่ง 
การถูลูกโปง่ บนเส้นผมทำใหเ้ กิดไฟฟา้ สถติ ได้เช่นกนั  

ดุทม่ี ีไฟฟา้ สถติ จะทำให้เกิด 
โดยเส้นผมจะสูญเสียอิเลก็ ตรอนเหมือนกบั ผ้าขนสตั วแ์ ละ 

เป็นกลางทางไฟฟ้า เชน่  
  เกดิ อำนาจไฟฟ้าเป็นบวก เส้นผมแตล่ ะเส้นทมี่ ีประจุบวก

ำนาจไฟฟ้าเปน็ ลบเข้ามาใกล้ จึงผลักกนั  เส้นผมจึงตงั้ ชข้ี ้ึน  การใชค้ รมี นวดผมหรอื

เจลแตง่ ผมจะลดการเกิดไฟฟา้ สถติ ได้

เรือ่ ง ปรากฏการณ ์ ไฟฟ้า
ไฟฟา้ การทดลอง ที่ 2


ส่งิ ที่พบเหน็ ในชีวติ ประจำวัน
สนุกกับไฟฟ้าส

ในชีวติ ประจำวันมีสงิ่ ที่น่าประหลาดใจท่ีเกดิ จากไฟฟา้ เกิดขึน้ รูปที่ 1: วัสดอุ ปุ กรณ์

หลายอยา่ ง ต้ังแต่ฝนุ่ ทเี่ กาะบนหนา้ จอทีว ี หรือเวลาท่เี รา 

“รู้สึกกระตุก” เลก็ นอ้ ยขณะย่ืนนิ้วไปกดกริ่ง หรอื สมั ผสั ท่อี ื่น ๆ 
แนวคดิ หลักของการทดลอง

ทั้งหมดนี้เกิดจากแรงผลักและแรงดูดจากไฟฟ้าสถิตท้ังส้ิน

เมอื่ วัสดบุ างชนิดมีการเสยี ดสีกนั
ภาพรวมการทดลอง
วัสดทุ ม่ี ไี ฟฟ้าสถติ ไปใกลว้ สั ดทุ ่ีเ

ถลู กู โปง่ และวสั ดอุ น่ื  ๆ เพอ่ื สรา้ งไฟฟา้ สถติ  และเรยี นรกู้ ารดงึ ดดู เรม่ิ ตน้ จาก

และผลักกันของวัสดุที่มไี ฟฟา้ สถติ  

ทดลองทำใหว้ ัตถชุ ้ินเล็ก ๆ ลอยข้ึนมาตดิ กบั ลูกโปง่  และทำให ้
ข้อเสนอแนะ:  การทดลองเรอ่ื
งูกระดาษเตน้ ระบำได
้ ถา้ ทดลองในวันทอ่ี ากาศเย็น แล
ในการทดลองเร่อื งไฟฟ้าสถติ มัก
วัสดุอุปกรณ์
2 อยา่ งเข้าด้วยกนั เสมอ  การถเู
สำหรบั การทดลองรวม
สำหรับเดก็ บางคน จึงต้องฝึกฝน

l ผ้าขนสตั ว์ (ผา้ พันคอ หมวก ถงุ มอื  ถงุ เท้า ฯลฯ)
ทดลองต่อไป

l เม็ดโฟม (หรอื วัสดุเบา ๆ เช่น เศษกระดาษชิน้ เลก็  ๆ สายรงุ้ )

l กระดาษทชิ ช
ู งกู ระดาษเตน้ ได้

l ปากกาเมจิกหรอื ดินสอ
ตดั กระดาษทชิ ชูให้เป็นรูปเกลยี ว
l กรรไกร
พรอ้ มกบั วาดหน้าตาของงูด้วย

สำหรับเด็กแต่ละคน
คำเตือน:  กระดาษทิชชูฉีกขาด
l ลูกโปง่  
จากนน้ั ใหเ้ ดก็  ๆ ถอื ลกู โปง่ เหนอื ง
l วัสดทุ ท่ี ำดว้ ยพลาสติก (เชน่  ไมแ้ ขวนเสือ้  ปากกา 
แล้วถ้าลองใชผ้ ้าขนสตั วถ์ ูกบั ลูก
ชอ้ นพลาสตกิ  ไมบ้ รรทดั  หว)ี
ไปใกล้กระดาษจะเกดิ อะไรขน้ึ ก
สำหรบั ทำการทดลองเพม่ิ เตมิ

l จานกน้ ลกึ

l แผน่ วสั ดทุ ี่เปน็ พลาสตกิ

(รูปท ่ี 1)

าสถิต


สถิต


รูปท่ี 2: ประดษิ ฐง์ กู ระดาษ





นจะทำใหเ้ กดิ ไฟฟ้าสถิต เม่อื นำ เศษกระดาษหรือเม็ดโฟม จะเกิดการเหนย่ี วนำไฟฟา้ ทำให้
เล็ก เบา และเปน็ ฉนวน เชน่  
  วสั ดชุ น้ิ เล็ก ๆ เสมือนมแี รงมากระทำหรอื ถูกดูดข้นึ มาได้


องไฟฟ้าสถิตจะได้ผลด 
ี โรงละครสัตวจ์ ๋วิ
© Haus der kleinen Forscher, Germany  Thai translation supported by

ละไม่ชนื้
เปา่ ลกู โปง่ และมดั ปากลูกโป่งไว้  จากนน้ั ใหเ้ ด็ก ๆ แต่ละคน 

กจะมกี ารถูผวิ ของวัสด ุ
ถอื ลกู โป่งไวเ้ หนอื เม็ดโฟมและสังเกตว่าเกิดอะไรขนึ้

เชน่ นีอ้ าจจะเปน็ เรื่องยาก
ถลู กู โปง่ ด้วยผ้าขนสัตวโ์ ดยถอื ไว้เหนอื เมด็ โฟม สังเกตวา่ เกดิ
นใหเ้ กดิ ความชำนาญ
อะไรข้ึน

ใหค้ ำแนะนำเดก็  ๆ ในการถลู กู โปง่  เชน่  สวมไวท้ มี่ อื  หนบี ลกู โปง่
ไวร้ ะหวา่ งขา หรอื ให้เพอ่ื นชว่ ยถือไวใ้ ห


วเหมือนงู (รูปท่ ี 2) 
ถลู กู โปง่ กบั ผา้ ขนสตั วห์ ลาย ๆ ครงั้  สงั เกตวา่ เกดิ อะไรขนึ้  เม่อื ถอื
ลกู โปง่ ไวเ้ หนอื งกู ระดาษอกี ครง้ั และแกวง่ ลกู โปง่ ไปมาเล็กนอ้ ย

ดได้ง่าย
ไม่เฉพาะลูกโปง่ เทา่ นั้น วัสดุอ่ืน ๆ ท่ีทำจากพลาสติก (เชน่

งกู ระดาษ สงั เกตวา่ เกดิ อะไรขนึ้   ไมแ้ ขวนเสอื้  ไมบ้ รรทดั  หรอื ปากกา) สามารถกน็ ำมาถกู บั  

กโป่ง จากนน้ั นำลูกโป่ง 
ผา้ ขนสตั วไ์ ด ้ ทดสอบการดึงดดู ของวัสดุท่ีทำจากพลาสตกิ  

กับงกู ระดาษหรอื ไม
่ กับวสั ดุทีบ่ างเบา เชน่  เศษกระดาษ กระดาษทชิ ชู สายรงุ้  

เศษขนมปัง หรือเส้นผม  ลองถดู ้วย วสั ดอุ นื่  ๆ เชน่  ผา้ สำล ี

ผา้ ไหม ผม ผา้ มา่ น พรม ตกุ๊ ตา เปน็ ตน้

เร่อื ง ปรากฏการณ์ ไฟฟา้
ไฟฟ้า การทดลอง ท่ี 2


รปู ที่ 3: ปง่ี ู
สนุกกับไฟฟ้าส
รูปท่ี 4: เม็ดโฟมลอยขึ้นมาติดแผน่ พลาสตกิ

เกดิ อะไรขน้ึ


โรงละครสัตวจ์ ๋ิว

เม็ดโฟมลอยขน้ึ มาติดลูกโปง่  แล
กจ็ ะรว่ งหลน่ ไปทกุ ทศิ ทกุ ทาง


คำแนะนำ


ขณะทเ่ี ดก็ คนหนงึ่ กำลงั ทำใหง้ เู ต
อาจเปล่ียนทศิ ทางการเตน้ ของง
ทม่ี ีไฟฟา้ สถติ อีกชิ้น เช่น ไม้บรร
เลน่ เกมขนยา้ ยเศษกระดาษหรอื
ทชิ ชูจากที่หนึ่งไปยังอีกท่ีหน่งึ  ด
เศษกระดาษ และใชม้ อื ลบู เศษก
เรอื่ งราวเช่น “เราตอ้ งชว่ ยเหลอื ป
แห้งขอด” 


ทำไมเป็นเช่นนัน้


เมือ่ เกดิ การเสียดส ี อเิ ล็กตรอนจ
มายังพ้ืนผวิ ของยางและพลาสต
มีประจไุ ฟฟา้ เปน็ ลบ  แผน่ พลาส
ไฟฟา้ เปน็ ลบไปดว้ ย สว่ นผา้ ขนส
เนอื่ งจากสญู เสยี อเิ ลก็ ตรอนไปก
เม็ดโฟมและเศษกระดาษทิชชเู ป
สามารถถูกดึงดูดด้วยวสั ดทุ ่ีมปี ร
เหนยี่ วนำไฟฟ้า (ดกู ารทดลองท
หลงั จากทเี่ ม็ดโฟมเกาะตดิ กบั ลูก
คอ่ ย ๆ เคลอ่ื นตวั ชา้  ๆ จากลกู โปง่
ทมี่ อี เิ ลก็ ตรอนมปี ระจลุ บและเรมิ่

าสถิต


สถติ


ละเมือ่ เวลาผา่ นไปไม่นานนกั  
งูกระดาษเตน้ ได้

งกู ระดาษเรมิ่ เตน้  โดยโยกตวั ตามลกู โปง่ ทแ่ี กวง่ ไปมา (เหมอื น
เปา่ ปใ่ี สง่ )ู  (รูปท่ี 3)  เมือ่ นำพลาสติกเขา้ มาใกล้ งกู ระดาษ
จะถูกดูดตดิ กบั พลาสติก


ตน้ ดว้ ยลกู โปง่ อยนู่ นั้   เดก็ อกี คน
ใส่เม็ดโฟมลงไปในจานกน้ ลึกและปดิ ด้วยแผ่นพลาสตกิ  

งไู ด ้ เกดิ อะไรขน้ึ เมอ่ื ถือวสั ดุ
เกดิ อะไรข้นึ เมือ่ ขดั ถูแผ่นพลาสตกิ นด้ี ว้ ยผ้าขนสัตว ์ (รูปท่ี 4) 
รทัด ไวใ้ กล้ ๆ กับงกู ระดาษ
ลองแนบหกู ับแผ่นพลาสตกิ เพอ่ื ฟงั เสยี ง

อตวั การต์ ูนทที่ ำจากกระดาษ
ข้อเสนอแนะ:  ชว่ ยกนั ทดลองโดยใช้แผน่ พลาสตกิ หลาย ๆ 
ด้วยการนำลูกโปง่ ไปดูดตดิ  
แบบ แต่ละแบบเกิดไฟฟา้ สถติ ไดด้ เี หมอื นกนั หรอื ไม

กระดาษออก อาจเลา่ เปน็ ขอ้ เสนอแนะ:  วัสดทุ ่ีมีไฟฟา้ สถติ สามารถคายประจไุ ดอ้ ย่าง

ปลาใหอ้ อกไปจากบอ่ น้ำ 
รวดเรว็ เมอื่ สมั ผสั กบั วสั ดทุ อี่ ยตู่ ดิ กบั พนื้ ดนิ  เชน่  ทอ่ หรอื กอ๊ กนำ้

และคายประจุได้ดียง่ิ ขึน้ เม่ือพืน้ ผิววสั ดนุ น้ั เปียกช้นื เลก็ นอ้ ย


จากผ้าขนสตั ว์จะเคลอ่ื นท ี่
เมด็ โฟมแตล่ ะเมด็ นน้ั ปลวิ ออกจากกนั   เมอ่ื เราสวมรองเทา้ ยาง 

ตกิ   เนื่องจากอิเลก็ ตรอน 
เดินบนพ้นื พรม  รองเทา้ ยางจะ “ฉดุ แย่ง” อิเลก็ ตรอนจาก 

สตกิ และลกู โปง่ จงึ มปี ระจ 
ุ พ้ืนพรม  อิเลก็ ตรอนเหลา่ นจ้ี ะกระจายไปตามรา่ งกายของเรา 

สตั วม์ ปี ระจไุ ฟฟา้ เปน็ บวก  โดยทีเ่ ราไมร่ ู้ตัว  และจะรู้สกึ ได้เมอ่ื ยน่ื นว้ิ ไปกรดกรง่ิ หนา้  

กบั การถา่ ยเทประจุไฟฟา้  
ประตบู า้ น  อเิ ลก็ ตรอนทม่ี ปี รมิ าณเกนิ จากระดบั ปกตเิ หลา่ น
 ้ี
ป็นกลางทางไฟฟา้  แต
่  จะกระโดดข้ามไปยงั กรง่ิ   เราจึงร้สู ึกแปลก ๆ ทีน่ ิว้

ระจลุ บ เนื่องจากเกิดการ การเกดิ ประจขุ องไฟฟา้ สถติ เชน่ นม้ี กั เกดิ ในสภาพอากาศแหง้  
ท่ี 1 ปรากฏการณ์ไฟฟ้าสถติ )  เนอ่ื งจากละอองนำ้ ชว่ ยใหเ้ กดิ การถา่ ยเทอเิ ลก็ ตรอนไดเ้ รว็ กวา่  
กโป่งแล้ว  อิเลก็ ตรอนจะ 
การเคลื่อนทขี่ องอิเล็กตรอนจากวัสดหุ น่ึงไปยงั อีกวัสดุหน่ึง 

งมายงั เมด็ โฟม  ทำใหเ้ มด็ โฟม 
จงีึ ไม่เกิดการสะสม สง่ ผลให้ไม่สามารถสังเกตเห็นการ
มผลกั กันเอง เหมือนกับวา่  
เหนี่ยวนำและการถ่ายเทประจุได้ชดั เจน 

เร่ือง ปรากฏการณ์ ไฟฟ้า
ไฟฟ้า การทดลอง ท่ี 3


สิ่งที่พบเหน็ ในชีวติ ประจำวัน
หักเหนำ้


กระแสไฟฟ้าไม่ไดเ้ กิดขึน้ มาจากเครือ่ งกำเนดิ ไฟฟ้าเทา่ นั้น 
  รูปท่ี 1: วสั ดอุ ปุ กรณ์

แตใ่ นฤดหู นาวซ่ึงมีสภาพอากาศแห้ง เราจะสงั เกตเห็น

ปรากฏการณอ์ นั นา่ ทงึ่ ของไฟฟา้ ราวกบั เปน็ มายากลเลยทเี ดยี ว
แนวคิดหลักของการทดลอง


ภาพรวมการทดลอง
หลงั การเสยี ดสีกัน วัสดุสังเคราะ
ไปถือไว้ใกลส้ ายนำ้ ที่ไหลออกมา
สรา้ งไฟฟา้ สถติ บนพนื้ ผวิ ของวสั ดทุ ที่ ำดว้ ยพลาสตกิ  และเรยี นรู้
วา่ ไฟฟา้ สถติ ทำใหเ้ กดิ การเปลย่ี นแปลงของรปู รา่ งของของเหลว 
เร่ิมต้นจาก

ไดอ้ กี ด้วย 

เราสามารถทำใหส้ ายนำ้ หกั เหและโคง้ งอไดโ้ ดยไมต่ อ้ งสมั ผสั
ขอ้ เสนอแนะ:  การทดลองเร่อื
ถา้ ทดลองในวันที่อากาศเยน็  แล
วัสดุอุปกรณ์
ในการทดลองเรื่องไฟฟ้าสถิตมัก
2  อยา่ งเข้าด้วยกันเสมอ  การถ
สำหรบั การทดลองรวม
สำหรบั เด็กบางคน  จงึ ต้องฝึกฝน
l ผา้ ขนสตั ว์ (ผ้าพันคอ หมวก ถงุ มือ ถุงเทา้  ฯลฯ)
หาวสั ดุสงั เคราะห ์ (เชน่  ช้อนพล
l ก๊อกน้ำ

สำหรับเด็กแต่ละคน
ทดลองต่อไป

l วัสดสุ ังเคราะห ์ (เช่น ช้อนพลาสตกิ )

l วัสดุอ่ืน ๆ เช่น หวี ลกู โปง่  ไมแ้ ขวนเส้อื พลาสติก ไมบ้ รรทดั
หลังจากเรียนรู้ปรากฏการณท์ ี่เก
ช้นิ สว่ นตัวต่อขนาดใหญ่ แผน่ พลาสติกกนั กระแทก 
ผ้าขนสัตว์ไวใ้ กล้ ๆ ตวั

สำหรับทำการทดลองเพม่ิ เตมิ
ลองใช้วัสดตุ า่ ง ๆ ถูกบั ผ้าขนสัตว
l แกว้ ขนาดเลก็  2 ใบ
จากนน้ั ถอื วัสดุน้นั ไว้ดา้ นบนใกล
(รูปท ่ี 1)
l เกิดอะไรข้นึ เมอื่ ค่อย ๆ ขยบั วัส
l เกดิ อะไรข้ึนเมอ่ื คอ่ ย ๆ เล่อื นว
ของสายนำ้

l เกิดอะไรข้นึ เม่อื วสั ดุทีถ่ ือได้ส
ทศิ ทางของสายของนำ้ ไดห้ รือ

าสถติ


รปู ที่ 2: ชอ้ นพลาสติกเกดิ ประจุไฟฟ้า
รปู ที่ 3: เปลย่ี นทศิ ทางการไหลของสายนำ้ ได

จากการขดั ถ
ู โดยไม่ต้องสมั ผัส




ะห์จะมไี ฟฟ
า้ สถติ  การนำวัสดุ การเหนีย่ วนำทางไฟฟา้  สง่ ผลใหเ้ กดิ การหกั เหของสายนำ้ ได

าจากก๊อกสามารถทำให้เกิด 


องไฟฟ้าสถิตจะได้ผลด 
ี ซง่ึ เมอ่ื กลา่ วถงึ วสั ดสุ งั เคราะหเ์ รามกั นกึ ถงึ พลาสตกิ เปดิ กอ๊ กนำ้ © Haus der kleinen Forscher, Germany  Thai translation supported by

ละแห้ง (มคี วามชื้นน้อย)
ให้น้ำไหลเปน็ สายเล็ก ๆ  จากน้ันใหเ้ ดก็ แตล่ ะคนถือวัสดุที่
กจะมีการขดั ถูผิวของวสั ด ุ
เตรียมไว้และนำไปจ่อใกล้ ๆ สายน้ำโดยไม่ให้สัมผัสกับน้ำ 
ถูเชน่ นอี้ าจจะเปน็ เร่ืองยาก สังเกตส่งิ ทีเ่ กดิ ขึน้

นให้เกิดความชำนาญ
นอกจากการทดลองน้ำทีไ่ หลจากกอ๊ กน้ำแลว้   เดก็  ๆ สามารถ
ลาสติก ลกู โป่ง ไม้บรรทัด) 
  ศกึ ษาด้วยการทดลองกับขวดท่ีเจาะร ู (ดงั เช่น ขวดเจาะร 

ในการทดลองหัวขอ้  “นำ้ ”) ได้เชน่ เดยี วกัน


กดิ จากไฟฟ้าสถิตแล้ว ใหว้ าง ใหเ้ ด็กหลาย ๆ คนถอื วัสดทุ ่มี ไี ฟฟา้ สถิตไวใ้ กล้กบั สายน้ำ 

และลองพยายามทำให้แนวการไหลของน้ำหกั เหให้มากท่ีสดุ  

ว์แรง ๆ หลาย ๆ ครั้ง (รูปท ี่ 2)  เทา่ ท่ีจะทำได้

ล้กบั สายนำ้
l เกดิ อะไรขนึ้ เมอ่ื นำวสั ดเุ ขา้ ใกลแ้ ละหา่ งออกไปไกลจากสายนำ้

สดเุ ขา้ ใกลส้ ายน้ำ
l เกดิ อะไรขึน้ เมือ่ หมนุ ก๊อกปรบั ให้นำ้ ไหลแรงขนึ้ และมีแรงดนั  

วัสดขุ ้ึนลงตามแนวการไหล 
สงู ข้นึ

l เราสามารถทำใหท้ ศิ ทางการไหลของนำ้ หกั เหไดด้ ว้ ยวสั ด  ุ

สมั ผัสกบั ก๊อกนำ้   เรายงั หกั เห 
ประเภทอน่ื  ๆ ท่ีถูดว้ ยผ้าขนสัตว์ได้หรือไม

อไม่

เรื่อง ปรากฏการณ ์ ไฟฟ้า
ไฟฟ้า การทดลอง ท่ี 3


รูปท่ี 4, 5: การหักเหทศิ ทางของน้ำทไ่ี หลจากแกว้ ใบหนึ่ง
หักเหน้ำ

ไปยังแก้วอีกใบ

เกิดอะไรข้นึ

รปู ท่ี 6: นำชอ้ นไปใกลก้ บั น้ำที่ไหลออกมาจากขวด

เมือ่ นำวัสดุที่ไม่มไี ฟฟา้ สถิตเขา้ ม
เกดิ ขึ้น  แตเ่ มื่อถูวสั ดดุ ังกล่าวด
สถติ ก่อน จะสามารถทำใหท้ ศิ ท
โดยไม่ต้องสัมผัส (รปู ที่ 3)


คำแนะนำ


ทดลองต่อไปคอื  การหักเหทิศทา
ทีร่ องรับ  ให้เด็ก ๆ ลองควบคุมท
ไหลลงในแก้วท่รี องรบั อยู่ดา้ นล่า
นำ้ ไดเ้ ตม็ แกว้ โดยใชเ้ วลานอ้ ยทสี่
ใหเ้ ดก็ พยายามควบคุมนำ้ ไม่ใหไ้
ด้านลา่ ง โดยคนท่เี ตมิ น้ำลงในภ

ทำไมเปน็ เช่นนัน้


กอ่ นเกดิ การถา่ ยเทประจ ุ วัสดนุ
เมอ่ื เกิดการเสยี ดส ี อเิ ลก็ ตรอนจ
มาบนพื้นผวิ ของวัสดุสงั เคราะห ์
มปี ระจไุ ฟฟา้ เปน็ ลบ  วสั ดสุ งั เครา
เกนิ ปกตจิ งึ มอี ำนาจไฟฟา้ เปน็ ลบ
อิเล็กตรอนไปมอี ำนาจไฟฟา้ เปน็

าสถติ


มาใกล ้ๆ กบั สายนำ้ จะไมม่ ีอะไร 
แนวการไหลของนำ้ จะเปลย่ี นแปลงไปเมือ่ นำวสั ดุทม่ี ี
ด้วยผ้าขนสตั วเ์ พือ่ สรา้ งไฟฟ้า 
ไฟฟา้ สถิตเขา้ ไปใกล้ ๆ สายน้ำ  เมือ่ แตะวสั ดดุ ังกลา่ วกับ 

ทางของสายของนำ้ หักเหได 
้ ก๊อกนำ้ หรอื ทำให้วสั ดุเปียก วัสดจุ ะเกดิ การคายประจแุ ละ 


สญู เสียความสามารถในการหกั เหทิศทางของน้ำ  การหักเห 

จะเกดิ ข้ึนได้ดเี มอ่ื แรงดนั นำ้ ตำ่   น่ันคือ เมอ่ื หมุนเปิดกอ๊ ก 

ใหน้ ำ้ ไหลเพยี งเบา ๆ


างของนำ้ ให้ไหลลงในภาชนะ 
จากนนั้ ใหเ้ ดก็ ทดลองกบั ขวดเจาะร ู (รปู ท ี่ 6) โดยใหช้ ว่ ยกนั
ทศิ ทางของสายน้ำ เพอ่ื ใหน้ ำ้ หกั เหสายนำ้ ไปในทุกทศิ ทาง (ขน้ึ /ลง/ซ้าย/ขวา)

าง (รูปที ่ 4 และ 5) ใครเติม ทดสอบดวู า่ สายนำ้ จากขวดทเ่ี จาะรสู งู หรอื ตำ่ จะหกั เหได้ด 

สดุ จะไดร้ บั รางวลั   หรอื อาจ 
กวา่ กนั  และหกั เหไดม้ ากขน้ึ หรอื ไมเ่ มอื่ แรงดนั นำ้ ลดลงเรอ่ื ย ๆ

ไหลเข้าภาชนะที่รองรับอย 
ู่
ภาชนะไดน้ ้อยที่สดุ ได้รบั รางวลั


นัน้ จะเป็นกลางทางไฟฟา้  
วสั ดุท่ีมีไฟฟา้ สถิตสามารถเหน่ยี วนำใหเ้ กิดการเคลอ่ื นที่ของ
จากผา้ ขนสตั ว์จะถ่ายเท 
ประจุไฟฟ้าบนวสั ดทุ อ่ี ยูใ่ กลเ้ คยี ง  อเิ ลก็ ตรอนจะเคลอื่ นทไ่ี ป 

  เนอ่ื งจากอิเล็กตรอน 
ยงั พนื้ ผวิ อกี ดา้ นหนงึ่ ของวสั ดหุ รือสายนำ้ ทอี่ ย่ดู า้ นใกล้จึงมี
าะหท์ ม่ี จี ำนวนอเิ ลก็ ตรอน
  ประจไุ ฟฟา้ เปน็ ลบ และพ้ืนผวิ ดา้ นไกลมปี ระจไุ ฟฟ้าเป็นบวก 
บ ส่วนผา้ ขนสตั ว์ทสี่ ญู เสยี สายน้ำจงึ ถูกดึงดดู ดว้ ยวัสดุสงั เคราะห์ทม่ี ีประจุไฟฟา้ เป็นลบ 
นบวก 
  เรียกปรากฏการณ์นีว้ า่  การเหนี่ยวนำไฟฟ้า

แรงดันนำ้ จากขวดที่เจาะรูน้นั  มีแรงดนั สูงกวา่ กอ๊ กน้ำ 

ดังน้นั จึงทำให้ทศิ ทางของสายนำ้ หกั เหได้ไมม่ ากนัก

เรื่อง ปรากฏการณ์ ไฟฟา้
ไฟฟ้า การทดลอง ที่ 4


สงิ่ ทีพ่ บเห็นในชีวิตประจำวัน
การแยกเกลือแ

ปรากฏการณห์ ลายอยา่ งในชวี ติ ประจำวนั ของเราน้นั มีสาเหตุ
รปู ที่ 1: วัสดอุ ปุ กรณ์

มาจากไฟฟ้าสถิต  ไฟฟา้ สถติ มีประโยชนส์ ำหรับเราเช่นกัน 

เช่น  ถา้ เกลือและพริกไทยผสมกันอยู่ เราจะแยกสารทง้ั สอง
แนวคิดหลักของการทดลอง

ชนิดนอ้ี อกจากกันไดอ้ ย่างไร

ไฟฟ้าสถติ ทเ่ี กดิ จากการเสียดสกี
ภาพรวมการทดลอง
ผ้าขนสัตว์ทำให้เกดิ การเหนีย่ วน

สรา้ งไฟฟา้ สถติ ใหเ้ กิดข้นึ บนวัสดุท่เี ปน็ พลาสติก และใช้ไฟฟา้  
เริม่ ตน้ จาก

สถติ ท่ีเกิดขน้ึ  แยกเกลือและพรกิ ไทยออกจากกนั

ข้อเสนอแนะ:  การทดลองเรอื่
วัสดุอุปกรณ์
ถ้าทดลองในวนั ท่ีอากาศเย็น แล
ในการทดลองเร่ืองไฟฟ้าสถิตมัก
สำหรบั การทดลองรวม
ผิววสั ด ุ 2 อยา่ งเขา้ ดว้ ยกนั เสมอ
l ผา้ ขนสตั ว ์ (ผา้ พนั คอ หมวก ถุงมือ ถุงเท้า ฯลฯ)
สำหรบั เดก็ บางคน  จงึ ตอ้ งฝกึ ฝน
l เกลือเม็ด  ขนาดปานกลาง

l พริกไทยป่น
ทดลองตอ่ ไป


สำหรับเดก็ แต่ละคน
ครแู จกอปุ กรณเ์ พมิ่ เตมิ ใหเ้ ดก็  ค
l ชามใบเลก็ หรอื จานรอง 2 ใบ
หากเด็กมีประสบการณใ์ นการท
l วัสดสุ ังเคราะห ์ (เชน่  ชอ้ นพลาสตกิ )
เกดิ จากไฟฟา้ สถติ แลว้  เดก็  ๆ จะ
l วสั ดุอ่นื  ๆ เชน่  หวี ลกู โป่ง ไมแ้ ขวนเสื้อพลาสติก ไมบ้ รรทัด
  ทันที  และถอื ชอ้ นไว้เหนอื สว่ นผ
ชิน้ ส่วนตวั ต่อขนาดใหญ่ และแผ่นพลาสตกิ กนั กระแทก 
  ถามเด็กวา่   ได้ยนิ เสียงอะไรหรือ
1 แผน่
สว่ นผสมมากจนเกนิ ไปในตอนแ

สำหรับทำการทดลองเพ่ิมเตมิ

l กระชอนหรอื ทกี่ รองชา l เตาไฟฟ้า

l ไม้ขดี ไฟ l แกว้ พร้อมฝาปิด

l นำ้  1 แกว้  สำหรับดับไฟ l ช้อนโลหะขนาดเลก็

l แก้วนำ้ ใสน่ ำ้ l ไมห้ นบี ผา้

l กรวยพลาสติกและกระดาษกรอง


(รูปท่ ี 1 และ 2)

าสถติ


และพรกิ ไทย


รูปท่ี 2:  วสั ดอุ ุปกรณส์ ำหรบั
รปู ที่ 3: ผสมเกลือและพรกิ ไทยเขา้ ด้วยกนั

ทำการทดลองเพิ่มเติม





กนั ของวัสดุสังเคราะห์กบั  
ทำใหเ้ ม็ดผงพรกิ ไทยทม่ี สี มบตั ิเป็นฉนวนเบาและเล็กถูกดดู
นำไฟฟ้าบนเม็ดผงพริกไทย 
  ขึน้ มาจากสว่ นผสม


องไฟฟา้ สถิตจะได้ผลด 
ี ผสมเกลือและพรกิ ไทยลงในถว้ ยใบเล็ก (รูปที ่ 3)
  © Haus der kleinen Forscher, Germany  Thai translation supported by

ละแห้ง
เดก็  ๆ มีวิธแี ยกพรกิ ไทยออกจากเกลอื ไดอ้ ยา่ งไร

กจะมีการขดั สีหรือการถูของ 
อาจใช้มือหยบิ แยกพริกไทยและเกลือออกจากกันทีละเมด็

อ การทำเชน่ นอี้ าจเปน็ เรอ่ื งยาก แตค่ งจะเป็นงานทน่ี า่ เบอื่ มาก มีวธิ ที ีง่ ่ายกว่านี้หรือไม่ 

นให้เกดิ ความชำนาญ
เราจะแยกสารทงั้  2 ชนิดนใี้ หเ้ รว็ ข้ึนได้อยา่ งไร

ข้อเสนอแนะ:  พริกไทยทำใหด้ วงตาและทางเดนิ หายใจ

แสบรอ้ นได้ จึงควรระมดั ระวงั ไม่ใหส้ มั ผัสกับใบหน้า


คอื  ผา้ ขนสตั วแ์ ละชอ้ นพลาสตกิ เด็ก ๆ สังเกตเห็นอะไรบ้าง เมอ่ื ถอื ช้อนไวใ้ กล้ ๆ กับสว่ นผสม 

ทดลองเกยี่ วกบั ปรากฏการณ์ท่ี ระหว่างพรกิ ไทยและเกลือ

ะถชู อ้ นพลาสตกิ ดว้ ยผา้ ขนสตั ว์ มวี ิธีแยกพริกไทยได้ดกี ว่านีอ้ กี หรือไม่ เชน่  สร้างไฟฟ้าสถิต

ผสมของพริกไทยและเกลือ 
ให้กบั ลกู โปง่ แล้วจึงนำมาทดสอบ  พยายามกระตนุ้ ใหเ้ ดก็  ๆ

อไม ่ และอยา่ ถอื ช้อนใกล้กับ สนใจอยากทดลอง

แรก สังเกตวา่ เกิดอะไรขน้ึ  

เรือ่ ง ปรากฏการณ์ ไฟฟา้
ไฟฟ้า การทดลอง ท่ี 4


รปู ท่ี 4: เหลือแตเ่ กลอื
รปู ที่ 5: กรองสารละลาย
การแยกเกลือแ
เกลือและพริกไทย

เกิดอะไรขึ้น

รูปท่ี 6: เม่ือน้ำเกลือได้รับความร้อน:

นำ้ ระเหยออกไป เหลือแต่ผลกึ เกลอื
ชอ้ นดดู ตดิ เมด็ พรกิ ไทยไดไ้ มด่ เี ท
ออกจากช้อน ทำไดโ้ ดยใช้มือลูบ
ถา้ ถอื ชอ้ นไวใ้ กลส้ ว่ นผสมมากเก

คำแนะนำ


ใหเ้ ดก็  ๆ ชว่ ยกันคดิ หาวิธีแยกเกล
l ลองเป่าเมด็ พรกิ ไทยขนาดเล
(ดทู ศิ ทางลมดว้ ย) แยกได้หม
ใบหนา้  เพราะพริกไทยทำให
l เกดิ อะไรข้นึ เมือ่ เขยา่ แก้วท่ใี ส
สารจะแยกออกจากกนั   เนื่อง
จะเคลื่อนผ่านชอ่ งวา่ งลงไปร
l ลองแยกเกลอื ออกจากพรกิ ไท
เกลอื จะหลงเหลืออยูใ่ นกระช
รกู ระชอนลงไปได ้ (รูปที ่ 4)

l ลองแยกพรกิ ไทยออกจากเกล
ของสาร โดยเทสารผสมลงใน
ชอ้ นคน  สงั เกตวา่ เกดิ อะไรข
อย่หู รอื ไม่ ขณะน้เี กลอื ละลาย
หายไปไหน  ลองให้เด็ก ๆ ชิม

ทำไมเปน็ เช่นนัน้


เมอ่ื เกดิ การเสยี ดส ี อิเล็กตรอนจ
พ้ืนผิวของชอ้ นพลาสติก (เกิดกา
จงึ มสี ถานะทางไฟฟา้ เปน็ ลบ สว่
เป็นบวก เพราะสูญเสียอิเลก็ ตรอ
วสั ดทุ มี่ ีไฟฟ้าสถติ สามารถทำให
ประจุไฟฟ้าในวสั ดอุ ีกวัสดุหนงึ่ ท
เกลอื และพริกไทย เน่ืองจากการ
อะตอมทุก ๆ อะตอมไปยังอีกดา้ น

าสถติ


และพริกไทย


ทา่ ลกู โปง่   การแยกเมด็ พรกิ ไทย
จะสามารถเอาชนะแรงดงึ ดดู ของโลกและเกาะตดิ ชอ้ นได

บเมด็ พริกไทยใสใ่ นถ้วยอีกใบ  
เช่นเดียวกัน  หลงั จากนน้ั เกล็ดเกลอื ก็จะหลุดจากชอ้ นเอง

กนิ ไป  เกลด็ ของเกลอื ทใ่ี หญก่ วา่


ลือและพริกไทยออกจากกัน 
เม็ดพรกิ ไทยยงั คงลอยอยู่ในน้ำ เม่ือคนต่อไปเมด็ พริกไทยจะ
ละลายดว้ ยหรอื ไม ่ เราจะแยกเมด็ พรกิ ไทยออกจากนำ้ ไดอ้ ยา่ งไร

ลก็ ออกไปอยา่ งระมดั ระวงั

มดหรือไม ่ ระวงั  อย่าเปา่ เขา้
การแยกเมด็ พริกไทยออกจากนำ้  ใหใ้ ชก้ รวยพลาสติกและ

ห้ทางเดินหายใจแสบร้อนได้
กระดาษกรอง (รูปที่ 5)

สส่ ่วนผสมน้ีนานสักครู่หนง่ึ  
แลว้ เราจะแยกเกลือออกจากน้ำไดอ้ ยา่ งไร  เกลอื ยังคงอยู่

งจากชนิ้ ส่วนทมี่ ีขนาดเล็ก 
ในนำ้ หรือไม ่ ลองชิมดูว่ามรี สชาติอย่างไร  ตกั น้ำเกลอื ใส่ชอ้ น
รวมกนั อยู่ด้านลา่ ง 
เล็กนอ้ ย ใช้ไม้หนบี ผ้าหนีบชอ้ นแล้วนำไปองั เหนอื ไฟ (รปู ท่ ี 6) 

ทยโดยใชก้ ระชอนหรอื ทก่ี รองชา 
  นำ้ จะเริ่มร้อนและระเหยเป็นไอ คงเหลือเฉพาะเกลือในชอ้ น 

ชอน และพรกิ ไทยจะลอดผ่าน 
เท่านนั้  สังเกตวา่ เกลอื มลี ักษณะอยา่ งไร  และรสชาตขิ อง

เกลือยังเค็มเหมือนเดมิ หรือไม ่ บอกใหเ้ ด็ก ๆ รอให้ช้อนเยน็ ลง 

ลอื โดยใชส้ มบตั ิการละลายนำ้
เสียกอ่ นทดลองชมิ

นแก้วท่มี ีนำ้ เลก็ นอ้ ยและใช 
้ ข้อควรระวงั :  ก่อนทดลองให้เตรยี มแก้วใส่นำ้ ไวเ้ พ่อื ใช้ดับไฟ

ขึน้  ยังเห็นเกลด็ เลก็  ๆ สีขาว 
ในยามฉกุ เฉนิ  ถา้ เด็กผมยาวใหม้ ัดผมใหเ้ รียบร้อย หากยังมี
ยไปแลว้  แตเ่ กลือละลาย
  สารละลายเหลือใหใ้ ส่แกว้  และนำไปต้งั ไวก้ ลางแดด เพ่ือให 

มดูซิวา่ น้ำมรี สเคม็ หรอื ไม
่ นำ้ คอ่ ย ๆ ระเหยไป จนเหลือแต่เกลอื อย่ใู นแก้ว


จากผา้ ขนสตั วจ์ ะเคลอ่ื นทไ่ี ปยัง ผงเคร่อื งปรงุ ด้านทอ่ี ยใู่ กล้จึงมีสถานะทางไฟฟ้าเป็นลบ และ

ารถ่ายเทประจ)ุ   ชอ้ นพลาสตกิ พนื้ ผวิ ด้านไกลเปน็ บวก ช้อนจงึ ดงึ ดูดด้านบวกของเม็ดพรกิ ไทย
วนผา้ ขนสตั วม์ สี ถานะทางไฟฟา้ ข้ึนมาตดิ กบั ผิวชอ้ นซึง่ มสี ถานะทางไฟฟ้าเปน็ ลบ เรยี กว่า 

อน
การเหน่ยี วนำไฟฟา้


ห้เกิดการเคลอื่ นย้ายของ หลงั จากทเ่ี มด็ พรกิ ไทยเกาะตดิ กบั ชอ้ นแลว้  จะรบั เอาอเิ ลก็ ตรอน

ท่ีเป็นกลางได้ เชน่  ผงเครือ่ งปรุง  สว่ นเกนิ มาจากชอ้ น ทำใหเ้ มด็ พรกิ ไทยมปี ระจลุ บและเรมิ่ ผลกั  

รเคลอ่ื นตวั ของอเิ ลก็ ตรอนจาก กันเอง เม็ดพรกิ ไทยจึงกระเด็นออกไปทุกทศิ ทุกทาง

นหน่งึ  


เรอ่ื ง ปรากฏการณ ์ กระแส
ไฟฟ้า การทดลอง ท่ี 1


สิง่ ที่พบเห็นในชีวิตประจำวัน
วงจรไฟฟา้ -หลอ

ในบา้ นทุกหลังจะตอ้ งมหี ลอดไฟ ซงึ่ อาจแขวนหอ้ ยลงมาจาก
รปู ท่ี 1: วสั ดอุ ปุ กรณ์

เพดาน หรือเชื่อมตอ่ กบั ปล๊กั ดว้ ยสายไฟ  หลอดไฟมีประโยชน์

อยา่ งไร  เมอื่ เปิดสวติ ช์ทำไมหลอดไฟจึงสว่าง  เกดิ อะไรขึ้น 
แนวคิดหลักของการทดลอง

เม่อื ไสห้ ลอดขาด

เม่ือต่อสายไฟ หลอดไฟ และถา่
ภาพรวมการทดลอง
อเิ ล็กตรอนไหลจากขัว้ ลบของถ่า

สังเกตหลอดไฟอย่างถ่ถี ว้ นและต่อเขา้ กบั ถา่ นไฟฉาย เพ่อื ทำ 
เรมิ่ ตน้ จาก

ใหห้ ลอดไฟสวา่ ง  เด็ก ๆ จะไดต้ อ่ วงจรไฟฟา้ ทปี่ ระกอบดว้ ย
หลอดไฟและสายไฟ 2 เส้น นอกจากน้ยี งั ไดต้ ่อวงจรไฟฟา้ พูดคุยกบั เด็ก ๆ เกี่ยวกับหลอดไฟ
ขนาดใหญท่ ี่มสี ายไฟเส้นยาวหลายเส้น
เราเปิดปดิ หลอดไฟได้อยา่ งไร ห
แหล่งใด ส่วนใดของหลอดไฟที่ส
วัสดุอุปกรณ์
ลองสำรวจดูหลอดไฟหลาย ๆ แบ
รายละเอยี ดของชนิ้ สว่ นทม่ี ขี นาด
สำหรบั การทดลองรวม
ถา้ มหี ลอดไฟทีไ่ สห้ ลอดขาด ให
l คัตเตอรห์ รือคมี ปอกสายไฟ

สำหรับเด็กแตล่ ะคน
ทดลองต่อไป

l แวน่ ขยาย

l หลอดไฟ  (ขนาด  6 V  0.6 W  E10)
หมนุ หลอดไฟสวมเขา้ กับฐานหล
l ฐานหลอดไฟ  (E10)
ของฐานจะมีขัว้  2 ข้ัวท่ีใชเ้ ชือ่ มต
l ถ่านไฟฉายชนดิ แบน (ขนาด 4.5 V)
เราจะตอ่ ขวั้ ของฐานหลอดไฟเขา้
l สายไฟชนดิ มตี ัวหนบี ปากจระเข้
เพอ่ื ให้หลอดไฟสวา่ ง  การใชฐ้ า
สำหรับทำการทดลองเพ่มิ เติม
สว่างได้งา่ ยกวา่ หรอื ไม่

l สายไฟยาว  10  เมตร
แจกสายไฟชนดิ มีตวั หนีบปากจ
(รูปท่ี 1)
อธิบายวิธีใชต้ วั หนีบปากจระเข้ 
ปากจระเข ้ โดยหนบี กับแผน่ กระ

สไฟฟา้


อดไฟสอ่ งสว่าง


รปู ท่ี 2: เมอ่ื ใชแ้ วน่ ขยายส่องดู
รปู ท่ี 3: ระวังไฟฟ้าลัดวงจร!

จะเห็นไส้หลอดชดั เจนขน้ึ





านไฟฉายครบวงจรจะทำให้ หลอดไฟและวกกลับเข้าสูข่ วั้ บวกของถ่านไฟฉาย 

านไฟฉายผา่ นทางสายไฟไปยงั การเคลื่อนทขี่ องอเิ ล็กตรอนผ่านหลอดไฟ ทำให้หลอดไฟสวา่ ง


ฟ เชน่  ทำไมต้องมีหลอดไฟ
ผ้าช่วยหมุน แล้วใชค้ อ้ นเคาะแกว้ เบา ๆ และทง้ิ เศษแก้ว 
© Haus der kleinen Forscher, Germany  Thai translation supported by

หลอดไฟไดร้ ับพลังงานมาจาก อยา่ งระมดั ระวงั  

สอ่ งสว่าง 
คำเตอื น: หา้ มนำหลอดไฟทข่ี าดแลว้ กลบั มาใชง้ านอีก

บบ ใช้แวน่ ขยายศึกษา
แจกถา่ นไฟฉายใหเ้ ดก็ คนละ 1 กอ้ น  แลว้ นำไปตอ่ กบั หลอดไฟ

ดเลก็  (เชน่  ไสห้ ลอด) (รปู ท ี่ 2) ใหห้ ลอดไฟสว่าง  เม่ือสลับขว้ั ถ่านไฟฉายหลอดยงั คงสวา่ ง 

หถ้ อดครอบแก้วออกโดยใช ้
หรือไม ่ เด็ก ๆ รู้สกึ ถงึ ความรอ้ นทเ่ี กดิ จากหลอดไฟหรือไม


ลอด ซ่ึงท่ีด้านซ้ายและขวา 
ข้อเสนอแนะ:  หลังจากเด็กไดร้ ับวัสดุอุปกรณ์แลว้  จะต้อง 

ตอ่ กบั ข้วั ของถ่านไฟฉาย 
  ระวังไมใ่ หเ้ กิดการลดั วงจรขึ้น (เช่น ใช้สายไฟท้งั  2 เส้น 

ากบั ขวั้ ของถา่ นไฟฉายอยา่ งไร ต่อเข้ากบั ฐานหลอดไฟขั้วเดยี วกัน) เพราะถา่ นไฟฉายจะรอ้ น 

านหลอดไฟช่วยใหห้ ลอดไฟ และคายประจุอยา่ งรวดเรว็  (รปู ที ่ 3)


เชือ่ มตอ่ สายไฟทั้ง 2 เสน้ เขา้ กับขวั้ ทีฐ่ านหลอดข้างละเส้น 

จระเขใ้ หเ้ ด็กคนละ 2 เส้น   (รปู ที ่ 4) สังเกตว่าเกิดอะไรขึน้

  ให้เด็กฝกึ ฝนการใชต้ วั หนีบ
ะดาษและถอดออกหลาย ๆ ครั้ง
ข้อเสนอแนะ:  การทดลองโดยใช้ถา่ นไฟฉายนไ้ี ม่มอี นั ตราย 
แต่สามารถรับร้ไู ด้ว่ามีกระแสไฟฟา้ เกดิ ข้นึ   แตถ่ ้าใชก้ ระแส 

ไฟฟา้ แรงสงู อาจเป็นอันตรายถงึ ชีวิตได้  ดงั นนั้  ห้ามทดลอง 

เสยี บอปุ กรณต์ า่ ง ๆ กับปล๊กั ไฟเปน็ อันขาด

เร่อื ง ปรากฏการณ ์ กระแส
ไฟฟา้ การทดลอง ที่ 1


รปู ท่ี 4: วงจรไฟฟา้ พ้นื ฐาน
วงจรไฟฟ้า-หลอ
รูปท่ี 5: การต่อวงจรไฟฟา้ ขนาดใหญท่ ่ซี บั ซอ้ นขึ้น

เกิดอะไรขนึ้


สำหรับวงจรไฟฟ้าพ้ืนฐาน ใหต้ ่อ
ตอ่ อกี ขวั้ หนง่ึ กบั จดุ สมั ผสั ดา้ นลา่
กย็ ังสวา่ งไดโ้ ดยทีไ่ ส้หลอดไมข่ า
เมอื่ ตอ่ สายไฟกบั ขว้ั ของถา่ นไฟฉ
จะสวา่ งเชน่ กนั   ลองตอ่ สายไฟเ
พันกนั   เดก็  ๆ จะพบวา่ กระแสไฟ

คำแนะนำ


ให้เด็กชว่ ยกนั ทดลองหาคำตอบ
เดนิ ทางเป็นระยะทางไกล ๆ ได้ห
ชว่ ยกันตอ่ วงจรไฟฟ้าขนาดใหญ
ดว้ ยการตอ่ สายไฟชนดิ มตี วั หนบี
ยาว 5 เมตร และหลอดไฟ 2 ห
ตรวจสอบดูว่าหลอดไฟสวา่ งหรือ
ตรวจสอบจดุ เชือ่ มตอ่ ทุกจุด ซง่ึ อ

ทำไมเป็นเชน่ นัน้


เมอ่ื ตอ่ สายไฟกับขั้วของถ่านไฟฉ
ไหลจากขั้วลบไปยังขวั้ บวกของถ
ต้องคำนงึ ถึงทิศทางการไหลของ
เพราะหลอดไฟจะสวา่ งได้แม้ตอ่
อิเล็กตรอนจะไหลไม่ครบวงจร ห
ข้วั บวกและขัว้ ลบของถา่ นไฟฉา
ของกระแสไฟฟา้   ขว้ั ลบจ่ายอิเล
และมีแรงดนั  “สงู ” สว่ นข้ัวบวกท
อเิ ลก็ ตรอนไว้ “ฝ่ายหน่งึ ให ้ อกี ฝ
อิเล็กตรอนเดนิ ทางได้เปน็ ระยะท
กท็ ำให้มคี วามต้านทานสงู ขึ้นดว้

สไฟฟา้


อดไฟสอ่ งสวา่ ง


อขว้ั หน่งึ เขา้ กบั เกลียว และ 
คำวา่ กระแสไฟฟ้าไหลเปน็ วงนี ้ ไม่ไดห้ มายถงึ วงกลมทาง
าง  แมจ้ ะสลบั ขว้ั แตห่ ลอดไฟ 
เรขาคณติ  แตห่ มายถงึ การเชอื่ มตอ่ กนั แบบอนกุ รมของอปุ กรณ์
าด
ภายในวงจรไฟฟา้  ซ่งึ เปน็ ระบบวงจรปิด มีจดุ เรม่ิ ต้นและจุด
ฉายและฐานหลอดไฟ หลอดไฟ
  ส้นิ สดุ ทแี่ หล่งจา่ ยไฟ โดยกระแสไฟฟา้ ไมถ่ กู ตัดขาด

เปน็ วงกลม ระวงั อยา่ ใหส้ ายไฟ เมอื่ ตอ่ สายไฟอกี เสน้ จากแหลง่ จา่ ยไฟ จะเปน็ การตดั วงจรไฟฟา้
ฟฟ้าไหลเปน็ วง
หลอดไฟจึงไมต่ ดิ


บว่า กระแสไฟฟ้าสามารถ ให้สังเกตว่าความสว่างของหลอดไฟจะนอ้ ยลงตามความยาว 

หรอื ไม่
ของสายไฟ และควรเลือกใช้ถา่ นไฟฉายก้อนใหมเ่ สมอ

ญ่ที่ซบั ซอ้ นขน้ึ ภายในหอ้ ง 
เกมช่างไฟ:  สมมตใิ ห้เดก็ คนหน่ึงหรือหลายคนเป็นช่างไฟ

บปากจระเขห้ ลาย ๆ เสน้  สายไฟ และออกไปคอยนอกหอ้ ง  เดก็ ทเ่ี หลือชว่ ยกนั ทำให้วงจรไฟฟ้า

หลอดเข้าด้วยกนั  (รปู ที่ 5)  เปดิ  (ขาด)  จากนน้ั เรยี กชา่ งไฟฟา้ เขา้ มาตรวจหาและซอ่ มแซม

อไม ่ หากไม่สวา่ ง ใหช้ ่วยกัน 
จดุ ทถี่ ูกตัดขาด  ถ้าแกไ้ ขได้สำเรจ็  ช่างไฟฟา้ จะไดร้ ับรางวัล

อาจจะมีบางจดุ ที่ขวั้ ตอ่ หลวม 


ฉายครบวงจร อิเล็กตรอนจะ หมายถึง อิเล็กตรอนตอ้ ง “ใช้ความพยายามมากขึน้ ในการ 

ถา่ นไฟฉายเสมอ จงึ ไมจ่ ำเปน็ เดนิ ทาง” จงึ ทำให้มจี ำนวนอเิ ล็กตรอนในสายไฟ ณ เวลาหนงึ่  

งกระแสไฟฟา้ ผ่านหลอดไฟ  น้อยลง  กระแสไฟฟ้าจงึ น้อยลง และความสว่างของหลอดไฟ 

อสลบั ขั้ว  เมอ่ื ตดั วงจรไฟฟา้  
ก็นอ้ ยลง 

หลอดไฟจึงดบั  
ถ้ามกี ารตอ่ สายไฟลดั วงจรระหวา่ งฐานหลอดท้ังสอง กระแส

ายมคี วามสำคัญต่อการไหล ไฟฟา้ จะไหลผ่านสายไฟแทนหลอดไฟ  เน่อื งจากสายไฟม
ี 
ล็กตรอนท่มี จี ำนวนมากกว่า ความต้านทานนอ้ ยกวา่ หลอดไฟ หลอดไฟจึงดับ การลัดวงจร

ท่ีขาดอเิ ลก็ ตรอนจะ “ดูด” 
  คอื ทางลดั สำหรบั อเิ ลก็ ตรอนนนั่ เอง  ซง่ึ ยง่ิ มคี วามตา้ นทานนอ้ ย 

ฝา่ ยหน่งึ รับ” 
กระแสไฟฟา้ กย็ ง่ิ ไหลผา่ นมาก ถา่ นไฟฉายจงึ รอ้ นและคายประจ 

ทางไกล แตส่ ายไฟทีย่ าว 
เร็วข้ึน แต่เหตกุ ารณน์ จ้ี ะไม่เกิดขึน้ ถา้ ต่อสายเข้ากับหลอดไฟ 

วย  คา่ ความต้านทานสงู  
  เราจงึ เรียกหลอดไฟวา่  “โหลด” เน่ืองจากเป็นอุปกรณ์ที่นำ 

พลังงานไฟฟ้าไปใช้

เรื่อง ปรากฏการณ์ กระแส
ไฟฟ้า การทดลอง ท่ี 2


นำหรือไม่นำไฟ

สงิ่ ที่พบเห็นในชีวิตประจำวัน


ทำไมเราสามารถจับสายไฟของเคร่ืองใช้ไฟฟา้ ไดโ้ ดยไม่ถูก 

ไฟฟ้าดูด  สายไฟถกู ห่อหุ้มดว้ ยวสั ดุทเี่ ปน็ ฉนวนซง่ึ ไฟฟา้  

ไหลผ่านไมไ่ ด ้ กระแสไฟฟา้ จะไหลผา่ นเฉพาะลวดโลหะ

ที่อยู่ภายใน  ซึง่ เราไม่ไดส้ ัมผัส

หมายเหตุ:  ห้ามจบั สายไฟที่ชำรดุ


ภาพรวมการทดลอง
รูปท่ี 1: วัสดอุ ปุ กรณ
์ รปู

สรา้ งวงจรไฟฟา้ ทีป่ ระกอบดว้ ยหลอดไฟและจดุ ตัดวงจร 
  แนวคดิ หลักของการทดลอง

(สวิตช์เปดิ ปดิ วงจร) ต่อบริเวณที่ถกู ตัดด้วยวสั ดุต่าง ๆ และ 

ตรวจสอบว่ากระแสไฟฟา้ ไหลผา่ นไดห้ รอื ไม ่ หากกระแส 
วัสดุท่มี ีสมบัตใิ หก้ ระแสไฟฟา้ ไห
ไฟฟ้าไหลผ่านวสั ดใุ ดได ้ หลอดไฟจะส่องสว่าง  เราเรยี กวัสดุ
เหล่านีว้ ่า ตวั นำไฟฟ้า
เริม่ ตน้ จาก


ทบทวนวิธตี อ่ วงจรไฟฟ้า ซึง่ ประ
ปากจระเข้ หลอดไฟพรอ้ มฐานห

วัสดุอุปกรณ ์
สร้างวงจรไฟฟา้

ต่อสายไฟชนดิ มีตัวหนบี ปากจระ
สำหรบั การทดลองรวม
ไฟฟา้  และตรวจสอบวา่ หลอดไฟ
l ภาชนะขนาดใหญ ่ 2 ใบ
ทจี่ ุดตอ่ ระหวา่ งสายไฟ 2 สาย ด
l ปากกาเมจิก
ขอ้ สรุป:  หลอดไฟจะสว่างเม่ือ
l วัสดุทเ่ี ปน็ โลหะ เชน่  ชอ้ น ลวดเสยี บ ตะปู เปน็ ต้น
ไฟฟา้ ไหลผ่านอากาศไมไ่ ด้ (ยก
ฟา้ แลบ)  เมอื่ เชือ่ มจุดตอ่ ระหวา่
สำหรับเด็กแตล่ ะคน

l หลอดไฟ  (ขนาด  6 V  0.6 W  E10)
ทดลองต่อไป

l ฐานหลอดไฟ  (E10)

l ถา่ นไฟฉายชนิดแบน (ขนาด 4.5 V)
รวบรวมวสั ดเุ พอ่ื นำมาทดลอ
l สายไฟชนิดมีตัวหนบี ปากจระเข้ 3 เส้น
รวบรวมวสั ดุท่ีตอ้ งการนำมาทดส
ไม ้ และวัสดุโลหะอืน่  ๆ เชน่  สอ้ ม
สำหรับทำการทดลองเพม่ิ เติม
กญุ แจ เป็นตน้ ) (รูปท ี่ 3)

l แผ่นอะลมู เิ นยี ม l แกว้ น้ำใส่น้ำ
ทดสอบการนำไฟฟา้

l เกลอื l ไสด้ นิ สอ
เชอ่ื มต่อตัวหนบี ปากจระเข้ทง้ั  2
อย่าง  ถ้าหนบี กับผวิ ของวสั ดุไม
(รปู ท ่ี 1)
เหลา่ น้ันแทน อาจสรา้ งปมุ่ สมั ผสั
โดยหนบี ตวั หนบี กบั เหรยี ญบาทท


Click to View FlipBook Version